คืนที่ร้าย..นายที่รัก l(Our Half Night) >>UP24>>END (23/07/21)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: คืนที่ร้าย..นายที่รัก l(Our Half Night) >>UP24>>END (23/07/21)  (อ่าน 5512 ครั้ง)

ออฟไลน์ poohanddew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
ตามอ่านทันแล้ว
โถววววววว
หนูมีนก็ใช่ย่อย
จะยอมพี่ปราบจริงเหรอ

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Chapter 17 --- ❝ หนึ่งเปอร์เซ็นต์❞

------------

ผมฝึกงานที่โรงแรม H มาได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว ชีวิตการเรียนรู้ผ่านไปทีละบทจากการลงมือปฏิบัติ เริ่มปรับตัวได้มากขึ้นและช่วยงานพี่ปราบได้เยอะขึ้นตามความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอด หลังๆ ผมจะได้มีโอกาสติดตามพี่ปราบและพี่ชบาเข้าประชุมในโปรเจคส์สำคัญตลอดจนออกไปคุยงานนอกสถานที่ด้วย



ส่วนพี่ปราบก็ยังคงเป็นพี่ปราบคนเดิม ในออฟฟิศต่อหน้าพนักงานจะดูนิ่งๆ เย็นยะเยือกทว่าพอประตูห้องทำงานส่วนตัวปิดลงความทะเล้น กวนตีนจะกลับมาแทนที่ในทันที พักหลังเราอยู่ด้วยกันมากขึ้นพี่ปราบอาสาแวะไปรับส่งผมทุกวัน พี่มันให้เหตุผลว่าจะได้คุยงานกันไปบนรถซึ่งทุกวันที่ แต่ผ่านมาไม่มีวันไหนที่พี่มันคุยเรื่องงานเลยเอาแต่คุยเรื่องชวนผมไปเที่ยว



“ทำไมวันนี้มึงซื้อแค่ชาเขียววะ”

ผมเดินออกมาจากร้านกาแฟเจ้าประจำข้างออฟฟิศกับไอ้เก้าหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ มันคงสงสัยบวกอยากเสือกว่าทุกวันผมจะถือชาเขียวของตัวเองกับกาแฟของพี่ปราบแต่วันนี้มีแค่ของผมแก้วเดียว

“พี่ปราบไม่อยู่ ออกไปพบลูกค้า”

คนที่พูดถึงบอกแค่ว่าไปคุยโปรเจคส์กับลูกค้าเสร็จแล้วตอนเย็นจะกลับมารับ

“ปกติเห็นหนีบมึงไปด้วยตลอดนี่หว่า ทำไมคราวนี้ไม่พาไปวะ”

“กูไม่จำเป็นต้องไปทุกงานมั้ยมึง กูเป็นเด็กฝึกงานมั้ย เผื่อมึงลืม”

“ใช่ที่ไหนละ มึงเป็นเมียเจ้าของบริษัทนะ .. เผื่อมึงลืม”

ไอ้ห่าเก้าลอยหน้าลอยตาน่าถีบฉิบหาย ก่อนจะแยกกันเมื่อลิฟต์จอดชั้นของแต่ละฝ่าย บ่ายนี้ผมมีเอกสารวาระการประชุมของเมื่อวานที่ยังต้องสรุปให้เสร็จอีก เข้าประจำที่โต๊ะทำงานของตัวเองเปิดคอมแล้วเริ่มลงมือสะสางงานที่กองอยู่ นานเกือบสองชั่วโมงที่ผมจดจ่ออยู่กับแป้นพิมพ์และหน้าจอจึงพักบิดขี้เกียจให้หายล้าสักหน่อย



ติ๊ง !!!

Prabpram : ง่วงจังเลยอยากกินกาแฟ

Meen Tara : ให้พี่ชบาไปซื้อให้ดิ

Prabpram : ใครซื้อให้ก็ไม่อร่อยเท่ามีนซื้อ :)

Meen Tara : ทำตัวเวอร์ตลอด แล้วนี่ไม่คุยงานหรอครับ

Prabpram : คุยอยู่อีกแปบหนึ่งก็เสร็จแล้ว

Meen Tara : เสร็จเร็วจัง นึกว่าจะนานกว่านี้

Prabpram : ปกติพี่เสร็จช้าหรอ 55555

Meen Tara : ไอ้พี่ปราบ + (อิโมจิรูปชูนิ้วกลาง)

Prabpram : งับบบบบบบบบบบบบ



ความไอ้พี่ปราบกวนประสาทถึงจะไม่ได้อยู่ใกล้แต่อย่าหวังว่าชีวิตผมจะเหงา ไม่ไลน์ก็โทรสลับกันวุ่นวายไปหมด ชวนคุยโน่นนี่นั่นจบสุดท้ายก็วกเข้าเรื่องอย่างว่าตลอดหมกมุ่นฉิบหาย นั่งเคลียร์งานต่อไปอีกสักพักจนเสร็จเรียบร้อยจึงเดินออกมายังห้องแคนทีนเพื่อกดน้ำดื่มพลางพักสายตาไปด้วย งานเลขาใครว่าไม่หนักผมจะเถียงเข้าให้แม้เราจะมีเจ้านายคนเดียวก็ตามแต่งานมีโคตรเยอะ ส่วนใหญ่เป็นงานเอกสารทั้งนั้นแล้วไหนจะต้องคอยดูแลเจ้านายทุกเรื่องอีกต่างหากนึกแล้วก็อดชื่นชมคุณชบาไม่ได้ที่ทำงานนี้อย่างไม่บกพร่องจนพี่ปราบชมอยู่บ่อย ๆ



ผมเดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำเย็นในมือระหว่างเดินผ่านฝ่ายสำนักกรรมการบริหารหน้าห้อง ทุกคนมองผมด้วยสายตาแปลกๆ คล้ายมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมา บ้างเห็นผมแล้วก้มหน้าทำงานต่อ สงสัยในพฤติกรรมนั้นเล็กน้อยจนกระทั่งได้ข้อเฉลยว่าเหตุใดพี่ๆ ถึงมองผมแบบนั้น เมื่อผมเปิดประตูห้องทำงานของท่านรองประธานเข้ามาแล้วพบว่ายืนรออยู่หลังโต๊ะทำงานพี่ปราบ



คุณเคธี่กับพี่จินตนา ….



พี่จินตนาส่งยิ้มแสยะมาให้ผมก่อนที่เจ้าของร่างสูงระหงห์ในชุดเดรสสีน้ำเงินจะละสายตาจากวิวนอกกระจกหันกลับมามองผมที่ไม่ได้สนใจการมาเยือนของเขาสักเท่าไหร่ ผมเดินมาที่โต๊ะของตัวเองวางแก้วน้ำลงแล้วนั่งทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไม่มีมารยาท ไม่เห็นหรอว่าคุณเคธี่ยืนอยู่ตรงนี้”

เสียงแจ๋นของพี่จินตนากล่าวตำหนิผมที่ไม่ได้เอ่ยทักทายแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เจ้าของชื่อผมมองด้วยสายตาเหยียดหยันไม่พอใจหนัก ผมถอนหายใจแล้วเอ่ยทักทายออกไป

“สวัสดีครับ ท่านรองไม่อยู่พี่จินตนาคงแจ้งให้คุณทราบแล้ว”

“ฉันไม่ได้มาหาปราบ ฉันมาหาเธอ”

เจ้าหล่อนออกจากโต๊ะพี่ปราบก้าวเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของผม พร้อมกับลิ่วล้อจินตนาซึ่งเดินตามมาหยุดห่างไม่ไกลจากตัว ผมไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้ต้องการอะไรจากผม คราวที่แล้วบุกมาหาเรื่องทีหนึ่งก็ยังไม่จบ คราวนี้ก็คงจะบุกมาทำแบบเดิม



แต่อย่าหวังว่าผลลัพธ์จะเป็นเหมือนเดิม !!



“คุณเคธี่มีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”

“ไม่เคยมีคนสอนหรอ ว่าเวลาคุยกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะแฟนของเจ้านายอย่านั่งคุย ออกมาคุยกับชั้นตรงนี้”

เสียงตวาดดังลั่นห้อง ยอมรับว่าไม่พอใจกับสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามแสดงออกมา ผมรู้ว่าพี่หล่อนทำเพราะต้องการแสดงความเป็นเจ้าของพี่ปราบ แต่นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลย ผมลุกออกจากโต๊ะทำงานออกมาประจันหน้ากับฝ่ายตรงข้าม

สายตาโกรธเคืองรุนแรงราวกับผมไปฆ่าใครตายมองมาตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมเองก็ไม่ได้จะยอมคนขนาดนั้นเหมือนกัน มารยาทเป็นสิ่งที่แม่ผมสอนเสมอทว่ามันก็มีข้อจำกัดเช่นกัน

ผมจะใช้มารยาทกับคนที่มีมารยาทเสมอกันเท่านั้น

“ได้ข่าวว่าปากดี ถึงขั้นปีนเกียวรุ่นพี่เลยหรอ เธอรู้มั้ยว่าจินตนาเป็นคนของใคร”

“ทราบครับ พี่จินตนาเป็นคนของ H กรุปไงครับ”

“อย่ามากวนประสาทฉันนะ แกจงใจท้าทายฉัน จินตนาเป็นคนของฉัน แกมีเรื่องกับเค้าก็เหมือนมีเรื่องกับฉันด้วย”

พี่จินตนาทำหน้าตายียวนชวนปั่นอารมณ์ฉิบหาย

“ผมไม่ได้ท้าทายใครครับ ใครดีมาผมก็ดีตอบ ใครร้ายมาให้ผมดีตอบก็คงไม่ใช่”

“ได้ งั้นแกได้เจอชั้นแน่”

คุณเคธี่พยักหน้าให้พี่จินตนาแทนคำสั่งฝ่ายลิ่วล้อเหมือนรู้งานราวนัดหมายกันมาเรียบร้อยเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของผมก่อนจะรวบเอกสารและของใช้ของผมไปกองไว้

“พี่จะทำอะไร อย่ายุ่งกับของส่วนตัวผมนะ”

“ชั้นบอกแกแล้วไงว่าให้แกย้ายออกไปจากห้องทำงานของปราบ แต่แกก็ยังขัดคำสั่งชั้นในเมื่อแกไม่ย้ายเอง ชั้นก็จะให้คนมาลากแกออกไป”

คุณเคธี่ชี้หน้าผมดากราด สายตากราดเกรี้ยวราวนางร้ายในละครหลังข่าว ส่วนพี่จินตนาก็ไม่หยุดทำหน้าที่ยังคงเก็บเอกสารบนโต๊ะเตรียมจะยกออกไป

“วางของผมลงแล้วเก็บตามเดิมเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นจะหาว่าผมไม่เตือน”

“แกอย่ามาสั่งชั้นนะ”

“ผมบอกให้วางไง”

เตรียมจะเดินเข้าไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ทว่าถูกคุณเคธี่กระชากข้อแขนให้เซออกไป ก่อนจะตบฉาดเข้ามาที่หน้าผมหนึ่งทีจนชาวาบ

“ชั้นหมดความอดทนกับแกแล้วนะ อยากรู้จริงๆ ว่าที่บ้านแกเลี้ยงมายังไงถึงได้ต่ำขนาดนี้”

ความอดทนที่มีอย่างจำกัดหมดไปตั้งแต่ถูกฝ่ามือของคนที่เพิ่งเจอได้เพียงสองครั้งตบฉาดมาที่ใบหน้า เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยโดนตบเลยแม้สักครั้ง แล้วหล่อนเป็นใครกันถึงได้มาทำกับผมขนาดนี้ ผมไม่ชอบการมีเรื่องกับผู้หญิงแม้ตัวเองจะเป็นเกย์ก็ตามยังคงให้เกียรติเพศแม่เสมอมา



แต่คราวนี้มันเหลือจะทนแล้ว ...



“แค่ผู้ชายเค้าไม่เล่นด้วยต้องทำตัวระรานคนอื่นไปทั่วขนาดนี้เลยหรอครับ”

“แก”

ผมส่งสายตาหยามเหยียดคืนสนองให้เหมือนกับที่เธอชอบมองผมแบบนั้นเป็นประจำ มองทั่วตั้งแต่หัวจรดไปเท้าแล้วหยุดอยู่ตรงใบหน้าสวยที่ฉาบความโกรธไว้เต็มพิกัดแทบจะระเบิดมันออกมา

“ถ้าคุณเป็นคนดีจริง ไม่ต้องวิ่งตามผู้ชายเป็นหมาวิ่งตามรถลูกชิ้นแบบนี้หรอกนะครับ รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าท่านรองไม่ได้รักไม่ได้สนใจตัวเองเลยสักนิดก็ยังจะตามอยู่ได้ น่าละอายใจโคตรๆ ”

“แกไม่รู้อะไรอย่ามาปากดีนะ”

“คนที่ไม่รู้อะไรคือคุณ หลอกใครก็หลอกได้เพราะมีแต่ควายเท่านั้นแหละที่เชื่อว่าคุณเป็นแฟนท่านรอง”

ผมเน้นคำว่าควายส่งไปหาพี่จินตนาที่วางกองเอกสารแล้วจะเข้ามาเอาเรื่องผม

“ถ้าแตะตัวผมแม้ปลายนิ้ว ผมชกหน้าแหกแน่” ง้างหมัดเตรียมซัดเต็มเหนี่ยวถ้ากล้าก็ลงดู
“ถ้าย้ายดีดีมันไม่ชอบก็โยนของมันออกไปนอกห้องเลย”

พี่จินตนารับคำสั่งเดินไปที่โต๊ะผมอีกครั้งแล้วหอบเอกสารผมเตรียมจะเอาออกไปจากห้อง ผมเดินตามไปทว่าถูกคุณเคธี่ดึงคอเสื้อข้างหลังไว้ เราชุลมุนกันอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่ฝ่ามือเจ้าหล่อนจะฟาดมาที่หน้าผมอีกครั้ง



‘เพี๊ยะ’

“ชั้นไล่แกออก”



ปึก !!ประตูห้องถูกเปิดออก



“คุณมีสิทธิอะไรมาไล่คนของผมออกเคธี่”

พี่ปราบเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าพร้อมคุณชบาซึ่งอยู่ด้านหลัง คุณเคธี่ผละผมออกห่างจากตัว ส่วนพี่จินตนารีบวางของของผมแล้วไปหลบอยู่หลังเจ้าหล่อน สีหน้าพี่ปราบเริ่มไม่พอใจชัดขึ้นในทุกทีที่ก้าวเข้ามายังจุดเกิดเหตุ กวาดสายตามองเอกสารและอุปกรณ์ทำงานของผมที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมใบหน้าผมที่แดงฉาดด้วยฝ่ามือของผู้หญิงคนนั้น

“เป็นอะไรมากมั้ยมีน”

“ดูหน้าผมสิครับ ว่าเป็นอะไรมากมั้ย”

พี่ปราบยกมือขึ้นลูบสองแก้มที่เต็มไปด้วยรอยนิ้วมือชัดนั้น ก่อนจะหันขวับพร้อมแววตาคมกริบราวมีดคมไปยังสองคนที่ยืนอยู่

“ก็ไอ้เด็กคนนี้ มันว่าให้เคธี่นี่คะ ก้าวร้าวมาก เคธี่ก็เลยต้องสั่งสอน”

“คุณมีสิทธิอะไรมาแตะต้องคนของผม” พี่ปราบตวาดลั่นห้องทำเอาผมตกใจ

“สิทธิของแฟนไงคะปราบ”

“ผมบอกคุณจนไม่รู้จะบอกยังไงแล้วว่าผมไม่ใช่แฟนคุณ เราเป็นแค่เพื่อนกัน ผมย้ำกับคุณหลายครั้งแล้วว่าผมให้คุณได้เท่านั้นและที่สำคัญผมเคยบอกคุณแล้วว่าอย่าแตะต้องมีนอีกแต่คุณก็ยังทำ”

พี่ปราบตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ คุณเคธี่ถอดสีหน้าเมื่อถูกตอกด้วยความจริงที่แสนโหดร้ายนั้น ส่วนพี่จินตนาเจื่อนหนักเข้าไปใหญ่ จะว่าสงสารก็สงสารจะว่าสะใจก็สะใจ

“แต่เคธี่รักคุณนี่คะ”

“แต่ผมไม่ได้รักคุณ และผมมั่นใจว่าที่ผ่านมาผมไม่ได้แสดงออกมาคิดกับคุณมากกว่าเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น”



กรี๊ดดดดดดดดดด



เสียงของคุณเคธี่กรี๊ดดังลั่นห้องทำงานพี่ปราบจนแทบแก้วหูก่อนจะเงียบสงบไปพร้อมตัวที่สั่นเทาเข้ามาแทนที่

“กลับไปซะ ก่อนที่ผมจะไม่เหลือให้คุณเลยแม้กระทั่งความเป็นเพื่อน”

“ปราบ”

“แล้วอย่าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคนของผมอีก นี่เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย ถ้ามีคราวหน้าอีกผมจะจัดการคุณจนไม่เหลือที่ให้ยืนในสังคมเลยคอยดู .. คุณก็รู้ว่าผมทำได้”

คุณเคธี่ก้มหยิบกระเป๋าของตัวเองที่หล่นบนพื้นขึ้นมาสะพายไว้บนไหล่ ยิ้มแสยะขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้าเหยียดหยันคราวนี้ไม่ได้ส่งมาที่ผมแต่เป็นพี่ปราบ

“ฉันก็ไม่ได้อยากจะได้คุณนักหรอก ถ้าไม่เห็นว่ามีเงิน แต่ในเมื่อคุณมีรสนิยมที่ชอบกินของต่ำแบบนี้ก็เชิญ ฉันไม่ลดตัว”

คุณเคธี่มองแรงอีกครั้งทั้งผมและพี่ปราบก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป ทันใดนั้นผมนึกได้จึงเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองหยิบแก้วน้ำที่เพิ่งกดมาไว้ในมือ

“คุณเคธี่”

“อะไร”



ซ่า !!!



“กรี๊ดดด แกสาดชั้นทำไมไอ้มีน”

“ถือว่าหายกันนะครับทั้งเรื่องที่เหยียบน้ำบนถนนและสาดน้ำส้มใส่ผมคราวก่อน หวังว่าจะไม่ต้องเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันอีกทั้งชาตินี้แล้วก็ชาติหน้า”

คว่ำแก้วน้ำที่มีน้ำหยดสุดท้ายให้หล่นลงกับพื้น

“สาธุ”







พี่ปราบพาผมลงมาที่ร้านกาแฟข้างออฟฟิศ ปล่อยให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้อง จัดเอกสารที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นให้เรียบร้อย พี่จินตนาถูกพี่ชบาเรียกไปห้องฝ่ายบุคคลผมถามพี่ปราบว่าบทลงโทษจะรุนแรงหรือเปล่าพี่ปราบตอบกลับมาแค่ว่าให้เป็นหน้าที่ของคุณชบาเท่านั้น ส่วนคุณเคธี่พี่ปราบให้ฝ่ายบุคคลประสานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตึกห้ามให้บุคคลนี้เข้ามาเด็ดขาด



พี่ปราบบทจะเอาจริงน่ากลัวชนิดที่ว่าใครก็ต้านได้ยาก อาจจะด้วยนิสัยส่วนตัวที่ค่อนข้างเด็ดขาด กล้าได้กล้าเสียตามประสานักธุรกิจ แก้วชาเขียวปั่นกับกาแฟถูกวางบนโต๊ะโดยท่านรองประธานบริษัท พี่ปราบบอกให้ผมนั่งรอเมื่อมาถึงร้านส่วนพี่มันเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์แล้วกลับมาพร้อมเครื่องดื่มโปรดของเราสองคน



“เจ็บมากมั้ยไปหาหมอเถอะนะ จะได้เอกซเรย์”

คนตรงหน้าคะยั้นคะยอให้ผมไปหาหมอเป็นรอบที่สามนับตั้งแต่ผมโดนตบ ผมส่ายหัวอย่างไม่รู้จะยังไงต่อกับคนตรงหน้าบางทีพี่ปราบก็เวอร์เกินลิมิต โดนตบแค่นี้เดี๋ยวก็หายไม่ได้รถชนสักหน่อย

“ต้องเข้าเฝือกที่หน้าปะ ฮ่าๆ ”

“มีนอย่ามากวน พี่เป็นห่วงนะ” พี่มันมุ่ยหน้าเมื่อผมกวนตีนกลับไป

คนตรงหน้านั่งพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ยุกยิกเมื่อเสร็จแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผมต่อ

“แล้ววันนี้ไปคุยงานมาเรียบร้อยดีมั้ยครับ”

“ก็เรียบร้อยดีนะ พี่ไปคุยโปรเจคส์ XX ที่พังงานะแหละ”

“โรงแรมพี่ไตรนี่ครับ”

“อืม..จำแม่นเชียวเนาะ”

“หวงผมหรอ”

“ไม่หวงเมียแล้วจะให้หวงหมาที่ไหนละครับ”

ไอ้เหี้ยพี่ปราบผมตั้งใจแค่จะแหย่เล่นเท่านั้นแหละไม่ได้ต้องการให้มาโชว์โมเมนท์อะไรต่อหน้าคนในร้านแบบนี้หรอกนะ เดี๋ยวก็โดนฟาดซะหรอก

“พี่ไม่ได้ไปทะเลาะอะไรกับพี่ไตรใช่มั้ย”

พี่ปราบมุ่ยหน้าแรงกว่าเดิมเหมือนจะไม่พอใจ เสไปมองทางอื่นพลางดูดกาแฟแก้วในมือไม่ตอบไม่อะไรสักอย่าง

“ห่วงมันหรอ”

“ก็เหมือนที่พี่ห่วงคุณเคธี่มั้งครับ”

“พี่ชัดเจนขนาดนี้แล้วมีนยังไม่เลิกประชดพี่อีกหรอ พี่ต้องทำยังไงมีนถึงจะเชื่อจะมั่นใจในตัวพี่บ้าง พี่โมโหแล้วนะ”

กอดอกตัวเองพองแก้มแบบนั้นคงคิดว่ารักตายแหละ .. ผมรู้ว่าพี่ปราบชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวแต่ไม่รู้ที่มาของการกระทำดังกล่าวหรอกและก็ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองว่าสาเหตุมาจากผมด้วย



แม้ทุกครั้งที่คำว่า... ‘เมีย’ / ‘คนของผม’ / ‘แฟน’



ที่หลุดออกมาจากปากพี่มันในแต่ละครั้งจะทำให้หัวใจผมอ่อนยวบหวั่นไหวอิ่มใจจนกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ก็ตาม

แต่ผมก็ยังไม่กล้าก้าวข้ามสิ่งที่กลัวอยู่ดี ..

“ไม่คิดจะง้อหน่อยหรอ น่าเกลียดเกินไปแล้วนะ ทำไมไม่สงสารพี่บ้าง”

โถ..นึกว่าจะแน่ไอ้พี่ปราบพอเห็นผมนิ่งดูดกินชาเขียวไม่สนใจทำเป็นเรียกร้องความสนใจ นิสัยเด็กฉิบหาย

“งอนเองก็หายเองดิ”

“มีน”

“อะไร”

“อย่าน่ารักไปมากกว่านี้ได้มั้ย..พี่ขอร้อง”

มือหนายืนมาบีบจมูกผมไว้หน้าผมส่ายไปมาตามแรงควายของไอ้ห่าพี่ปราบ เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้จมูกผมแดงหมดแล้วมั้งเนี่ย

“ขออนุญาตค่ะท่านรอง”

กึก !!พี่ชบามาตั้งแต่ตอนไหนผมรีบปัดมือพี่ปราบออกโดยอัตโนมัติ แกล้งนิ่งฝืนยิ้มกลับไปในใจคิดหลอกตัวเองแค่ว่า..พี่ชบาคงไม่เห็นหรอก



เหรอ ... ไม่เห็นก็บ้าแล้วแหละ !!

“ไหนละชบา”

“นี่ค่ะท่านรองให้ชบาทำให้ไหมคะ” พี่ชบาส่งถุงประคบเย็นในมือให้เจ้านาย ที่แท้ก็บอกให้พี่ชบาเอาประคบเย็นลงมาให้นี่เอง ก็นึกว่าคุยกับใคร



บ้า .. ไม่ได้หึงซะหน่อย !!

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจัดการเองครับ พอทำได้อยู่คราวที่แล้วก็ประคบเท้าให้น้องไปครั้งหนึ่ง”

ชะอุ้ย !!จะพูดเพื่อรีบยกชาเขียวขึ้นมาดูดแก้เขิน

“งั้นชบาขึ้นไปทำงานต่อนะคะท่านรองมีอะไรก็เรียกได้เลยค่ะ”

“ครับขอบคุณ”

“หายไวไวนะน้องมีน”

“ขอบคุณครับ”

ผมยกมือขึ้นไหว้พี่ชบายิ้มให้แล้วเดินออกจากร้านเพื่อกลับไปทำงานต่อ พี่ปราบขยับเก้าอี้ให้เข้ามาชิดผมมากที่สุดแตะนิ้วโป้งเคลื่อนวนส่งสัมผัสละมุนชวนเคลิ้มไปตรงที่มีรอยแดงปื้นประทับอยู่ เผลอสบตาเข้ากับนัยน์ตาสวยสีดำคู่นั้นที่ทำให้ใจสั่นอีกแล้ว



เบ้าหน้าฟ้าประทานยิ่งนับวันยิ่งมองยิ่งหลงใหลจนใจบางไปหมด



“พี่ขอโทษที่ทำให้มีนเจ็บตัวแบบนี้นะครับ พี่สัญญาว่าพี่จะปกป้องมีนให้มากกว่านี้”

“ครับ”

“ที่พี่บอกว่ามีนเป็นแฟนพี่ เมียพี่ หรือมีนเป็นของพี่ พี่ไม่ได้พูดเล่นนะครับ”

“พะ..พี่ปราบ”

“พี่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ พี่”



ผมนิ่งอยู่นานด้วยความสับสน ความกลัวในความรักและความหวั่นไหวตีกันไปมาวุ่นวายในความรู้สึก ใจหนึ่งก็อยากจะเปิดใจให้ความรัก ทว่าอีกใจก็กลัวจะผิดหวังและกลับไปเสียใจอีกเหมือนเดิม แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าจะไม่ทำให้ผมเสียใจก็ตาม..



“มีนขอโทษนะครับ มีนยังไม่พร้อมขอเวลาหน่อยนะครับ”

“ได้สิ….พี่ยังไม่ขอให้มีนรู้สึกดีตอบกลับมาหรือชอบพี่ตอนนี้หรอก”

“….”

“แต่พี่ขอแค่..”

“หนึ่งเปอร์เซ็นต์ของโอกาสที่มีก็พอ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนพี่จะรอ”

.

.

“พี่ชอบมีนนะครับ”





เอาแล้วพี่ปราบชัดเจนแล้วหนึ่ง !!

ส่วนนังตัวดีสองตัวนั้นนนน ... เคยบอกแล้วว่าน้องมีนแซ่บมาก สาแก่ใจอิช้อยจริงๆ

 :katai1: :katai1: :o8: :-[
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-06-2021 20:00:07 โดย KonglongKongkaeng »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ระวังจะโดนแก้แค้น เอาคืน

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Chapter 18 --- ❝ห้องพี่ไม่มีมีน ❞

------------

Xปราบปราม




สิ่งที่จะทำให้คนที่มีบาดแผลในความรัก กลัวในความรักและความเจ็บปวดคล้ายฝันร้ายที่ตื่นมาเจอซ้ำๆ นั้นจางหายลงไปได้ คงมีเพียงสิ่งเดียวนั่นคือ



‘ความจริงใจ’



ผมตัดสินใจบอกความรู้สึกที่มีให้มีนรู้ว่าทุกอย่างที่ผมทำเหตุผลเดียวที่เป็นตัวผลักดันทั้งหมดก็มาจาก



‘ผมชอบมีน’



ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นรู้ตัวอีกทีผมก็มีแต่เรื่องน้องเต็มหัวไปหมด เราเจอหน้ากันเล่นกันตั้งแต่เด็กๆ ผมเอาแต่กวนประสาท ชวนทะเลาะและแกล้งคนตัวเล็กกว่าร้องไห้บ่อยกว่ายิ้มเสียอีก แต่แค่เพียงผมเห็นน้ำตาของน้องใจมันก็หวิวแปลกๆ สุดท้ายผมก็ต้องยอมตามใจน้องทุกอย่างโดยทำทีว่าไม่พอใจออกไป



น้องบอกว่ายังไม่พร้อมที่จะเปิดให้ใครสักคน ผมรู้คำตอบนั้นอยู่แล้วและไม่ได้คาดหวังว่าจะให้มีนมาชอบผมอย่างที่ผมชอบในตอนนี้ ผมเป็นคนซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเอง กล้าได้กล้าเสียตามนิสัยของนักธุรกิจ ที่พูดออกไปแบบนั้นก็แค่อยากให้มีนรู้ว่าผมจริงจังกับทุกเรื่องที่ผ่านมา ไม่ได้แกล้งหรือล้อเล่นกับความรู้สึกของมีนเลยแม้แต่น้อยน้องจะได้ไม่ต้องคิดเดาไปเองเหมือนที่ชอบทำ



มีนเป็นเด็กสดใสร่าเริง กวนประสาทตามนิสัย ปกป้องตัวเองได้ เป็นจ่าจูงของเพื่อนๆ แต่เด็กดื้อของผมช่างอาภัพเรื่องความรักเหลือเกิน มีแฟนทุกครั้งมักจะจบลงที่คำว่าเสียใจจนทำให้น้องขยาด

ความผิดหวังได้สร้างบาดแผลเก่าและใหม่ทั่วหัวใจ ความรู้สึกและความทรงจำของมีนเต็มไปหมด คล้ายกับคนที่ถูกทำร้ายตรงที่เดิมซ้ำๆ จนเกิดความผวาแค่มีใครเฉียดใกล้ส่วนนั้นก็ระแวง



‘ผมรอได้และผมจะรอ’



ผมดีใจที่มีนเข้าใจเรื่องเคธี่ซะทีผมเล่าให้น้องฟังว่าผมกับเคธี่รู้จักกันที่อเมริกา เธอเป็นเพื่อนในกลุ่มผมพอกลับมาไทยผมก็เลยให้เธอมาเป็นนางแบบให้กับ H และบริษัทในเครือ ตั้งแต่สมัยเรียนเคธี่พยายามแสดงออกว่ารู้สึกกับผมเกินเพื่อน ในทางกลับกันผมก็แสดงออกตรงข้าม แต่เธอไม่หยุดความพยายามเจอใครก็จะบอกว่าผมเป็นแฟนของเธอ แสดงความเป็นเจ้าของจนคนอื่นเข้าใจผิดไปทั่ว แรกๆ ผมก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่ได้เสียหายอะไร แต่พอผมรู้ว่าเธอมายุ่งกับมีนผมโกรธมากและยอมไม่ได้



“คุณบุกเข้าไปหาเรื่องคนของผมทำไมเคธี่”

[คุณหมายถึงอะไรคะปราบ เคธี่ไม่เข้าใจ]

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องที่คุณทำวันนี้นะเคธี่ เลิกแสดงความเป็นเจ้าของผมได้แล้ว ผมไม่ได้ชอบคุณผมมีคนที่ผมชอบอยู่แล้ว”

[คุณหมายถึงไอ้เด็กนั่นหรือคะปราบ]

“ใช่... มีนคือคนที่ผมชอบ และผมไม่มีทางยอมให้คุณรังแกมีนเด็ดขาด”

[แล้วถ้าเคธี่ไม่ทำตามที่คุณบอกละคะ]

“ผมไม่เอาคุณไว้แน่”




ผมจัดการเคธี่ด้วยการไม่ต่อสัญญางานจ้างเธอ และเตรียมส่งแบล็กลิสท์ให้กับทุกเครือข่ายที่ผมรู้จักหากเธอยังไม่หยุดคุกคามผมและมีน หลังจากนี้เคธี่ก็ยังไม่มายุ่งกับผมแล้วแหละ เพราะได้ข่าวมาว่าเธอมีนักการเมืองมาติดต่อให้ไปเป็นบ้านน้อย..ก็หวังว่าเธอจะโชคดี





กริ๊ง !!!



ผมหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องของเด็กดื้อ วันนี้วันหยุดแต่ผมกลับคิดถึงมีน อาจเพราะผมได้เจอหน้าน้องทุกวันตอนทำงาน แค่เหนื่อย เครียดจากงานพอหันไปเจอตนที่นั่งจ้องคอมผมก็สดชื่นขึ้นมาในทันที



เด็กบ้าอะไร .. ตัวขาวจั๊ว น่าเจี๊ยะขนาดนั้น



เจ้าของห้องเดินมาเปิดประตูด้วยดวงตากึ่งหลับกึ่งตื่นผมเผ้ายุ่งเหยิงแต่ก็ยังน่ารัก แต่ที่ทำเอาผมใจสั่นเพราะความหื่นคงหนีไม่พ้นเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงบ็อกเซอร์ตัวบางที่น้องใส่อยู่



เซ็กซี่ชิบหาย... ปล้ำเลยดีมั้ยวะ !!



“พี่ปราบ มาได้ไง”

หน้าตางัวเงียเหมือนเด็กนอนไม่อิ่มแล้วงอแง ยิ่งมองยิ่งน่ารัก เหมือนน้องจะรู้ว่าสายตาผมลวนลามอยู่ คนตัวเล็กกว่าเลยยกมือขึ้นมาปิดตาผม

“ห้ามมอง”

“แหม..มากกว่านี้ก็เคยเห็นแล้วปะ”

จับมือคนตัวเองให้ออกไปจากตาแล้วกุมเอาไว้ มีนทำหน้ามุ่ยไม่พอใจผมเลยขยี้หัวไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว

“เถิบหน่อย”

ผมเดินเบียดมีนเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ โดยมีคนตัวเล็กเจ้าของห้องทำเสียงจิจ๊ะในลำคอตามมา

“เดี๋ยวๆ นี่ห้องใครไม่ทราบ” น้องโวยวาย ขณะผมเดินมานั่งที่โซฟามุมประจำกดรีโมทเปิดทีวีการ์ตูนช่องโปรดทำตัวตามสบายเหมือนอยู่ห้องตัวเอง

“ก็ห้องมีนไง ถามแปลกๆ ”

“วันนี้วันหยุด พี่ปราบจะมาทำไม มีนจะนอน”

“ก็นอนไปสิ พี่ไม่ได้กวนซะหน่อย” นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าตั้งใจดูทีวีแกล้งกวนประสาท

น้องหันไปดูนาฬิกาแขวนข้างห้อง ปรากฏเป็นเวลาเก้าโมงเช้า เก้าโมงเช้าที่น้องมันควรจะได้นอนต่อและตื่นสายๆ ให้สมกับวันหยุด แต่ผมเสือกมากวนไงจะไม่ให้ยืนงอแงแบบนั้นได้ยังไง



ยิ่งแกล้งยิ่งน่ารัก !!



“แล้วมาทำอะไรห้องนี้ ไม่ไปอยู่ห้องตัวเอง” มีนขยี้ตา

“คิดถึง”

ผมตอบหน้าตาเฉย แต่คนไม่เฉยน่าจะเป็นเด็กดื้อที่ยืนอยู่ตรงนั้นมากกว่า

“คิดถึงบ้า คิดถึงบออะไร กลับห้องตัวเองไปเลย”

“ท่าทางยังง่วงๆ อยู่นะ ไปนอนต่อสิ”

“จะนอนต่อได้ยังไง มีคนแปลกหน้าอยู่ในห้องด้วยขนาดนี้”

“โถ..ขนาดนี้แล้วยังจะเรียกว่าแปลกหน้าอีกหรอ”

“ไอ้พี่ปราบ...”

“จ๋า”

ส่งเสียงขานรับโคตรหยดย้อยกลับไป พร้อมเลิกสนใจทีวีแล้วเดินเข้าไปหาเด็กดื้อ ช้อนตัวอุ้มเข้ามาไว้ในอ้อมแขนโดยไม่ให้ได้ตั้งตัวแล้วเดินเข้าไปในห้องก่อนจะวางคนตัวเล็กกว่าลงบนเตียง

“อุ๊ย พุงกะทิออก”

“ไอ้เหี้ยพี่ปราบ”

มีนรีบดึงเสื้อลงมาปิดพุงน้อยที่โผล่ออกมาแล้วคว้าดึงผ้าห่มให้ขึ้นมาคลุมไปทั่วทั้งตัวหลบหลีกสายตาที่ผมไล่มองความขาวเนียนไปทั่วตัว



ยุบหนอ.. พองหนอ .. !!ก็พองแล้วจริงๆ นั่นแหละ

ไอ้ปราบมึงมันคนใจบาป



“เอาดีดีพี่ปราบมาทำไม”

“พี่ก็เอาดีมาตลอดนะ”

ฮ่าๆ โคตรตลกหน้ามีนเลย เตรียมจะยกมือขึ้นมาฟาดแต่ช้ากว่าถูกผมรวบเอาไว้ได้ทัน ไม่งั้นมีหวังผมเจ็บตัวอีกแน่เลยงานนี้ เขินทีไรต้องใช้กำลังตลอด

“เคๆ พี่ยอมละ พี่จะมารับออกไปข้างนอก”

“ไปไหนครับ”

“ไปเดท”







เรื่องที่ผมบอกมีนว่าจะพาออกมาเดทนั่นล้อเล่น แต่ที่บอกว่าผมคิดถึงต่างหากที่เป็นเรื่องจริง ก็แค่หาเรื่องอยู่กับมีนเท่านั้นแหละ ไม่ได้คิดไว้แต่แรกว่าจะพาไปไหนเลยพามาห้างใกล้ๆ คอนโดมีน อย่างแรกที่ต้องทำคือพาเด็กดื้อที่บ่นว่าหิวตั้งแต่ผมขับรถออกมาหาอะไรกินก่อนหลังจากนั้นค่อยเดินดูเสื้อผ้าสำหรับทริปไปทะเลสิ้นเดือนนี้



มีนเลือกร้านชาบูเจ้าดังที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อกับซูชิแถมของหวานยังเป็นไอติมแม็กนั่ม





สงสัยเด็กดื้อของผมจะหิว กินเก่งมาก ตัวแค่นี้แต่กินกุ้งหมดไปแล้วหกจานแบบนันสต๊อป นั่น..มือกำลังหยิบจานที่เจ็ดจัดการลวกในหม้อต่อ

“นั่งมองผมแบบนี้จะอิ่มหรือครับ” มีนเงยหน้ามาถามผม ตะเกียบยังคาปากอยู่เลย

“อิ่มแล้ว”

“พี่ปราบยังไม่ได้กินอะไรเลยนะหรือเมื่อเช้ากินเยอะหรอ”

“แค่เห็นมีนกินพี่ก็อิ่มแล้ว” ถึงน้ำจะเน่าก็ยังเห็นเงาจันทร์นะครับ แค่เห็นน้องมันกินผมก็อิ่มแล้วจริงๆ เพลินตาโคตรๆ เวลาน้องคีบกุ้งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ....โคตรมีความสุขอ่ะ

“แหวะ..จะอ้วก”

“ที่กินเยอะนี่เพราะกินเผื่อลูกในท้องหรอ ฮ่าๆ ”

น้องส่งตาเขียวปั๊ดมาให้ผม ทำหน้ามุ่ยอย่างทุกครั้งแล้วตั้งหน้าตั้งตากินกุ้งที่ลวกสุกแล้ว เดี๋ยวนะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อแต่ทำไมน้องมันกินแต่กุ้งเนี่ย

“พี่ปราบมีนลืมบอก”

“เรื่องอะไรครับ”

“ไอ้เก้ากับไอ้ปาร์คจะขอตามไปทะเลด้วย”

“อ่อๆ พี่รู้แล้ว เก้ามันมาบอกพี่แล้ว”

เห็นว่าไม่ได้มีอะไรเป็นทางการมากมาย ผมเลยชวนเพื่อนน้องมันไปด้วย ระหว่างรอผมคุยงานเรื่องธุรกิจมีนจะได้ไม่เหงาที่สำคัญเด็กสองคนนั้นจะได้ช่วยดูแลมีน



เพราะผมไม่ไว้ใจไอ้ไตรอะไรนั่นเลยสักนิด ..



“อยากกินกุ้งจังเลย จะมีคนใจดีลวกให้บ้างมั้ยนะ”

“เป็นง่อยหรอ”

“ไม่ได้เป็นง่อย .. แต่อยากเป็นแฟน”

“แน่ใจเหรอ” มีนยกตะเกียบชี้หน้าผม “อย่าให้ต้องพูดถึงเรื่องเดิมที่ผ่านมาของคุณนะ คุณปราบปราม”

“หืม..อะไรอะ”

“ก็หว่านเสน่ห์ไปทั่วจนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟนด้วยไง”

“เสน่ห์อาจจะหว่านไม่รู้ตัว..แต่จีบใครบางคนแถวนี้พี่ตั้งใจนะ”



มีนชะงักกึก ... เหมือนรู้ว่าสิ่งที่พูดมากำลังจะย้อนกลับเข้าไปหาตัว



“เชื่อพี่เถอะ...”



ผมเอาแต่จ้องเขา ในขณะที่มีนเอาแต่หลบตาผม...



“เมื่อไหร่จะเลิกหยอดผมสักที ไอ้พี่ปราบ” มีนบ่นอุบ พลางลวกกุ้งในมือด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ



ผมยิ้ม...ส่งสายตาหวานย้อยเหมือนที่ชอบทำ ก่อนจะพูดเสียงดังฟังชัดตอบกลับไป...



“ก็แล้วเมื่อไหร่จะรับรักพี่สักทีละ จะได้เลิกหยอด”

“โว๊ะ..กินไปเลยจะได้เลิกพูด รำคาญ”



จบประโยคนั้นกุ้งลวกเกือบสิบกว่าตัวก็ทยอยกลิ้งลงบนจานผมด้วยฝีมือของเด็กดื้อที่อยู่ตรงหน้า

น่ารักโคตรๆ ยิ่งเขินเพราะโดนหยอดแล้วทำอะไรไม่ถูกยิ่งน่ารัก ...



เย็นนี้ผมขอฝากท้องที่ห้องมีนหลังจากเดินดูของแวะร้านนั้น เข้าร้านนี้ได้เสื้อผ้าสองสามตัวติดออกมาเพราะกำลังเซลล์พอดี มีนเป็นเด็กที่ใช้เงินอย่างรู้ค่าตัวไหนที่แพงไปไม่หยิบเด็ดขาด ต้องร้านที่เขียนว่าลด 50 % Up ถึงจะวิ่งเข้าไป ทั้งๆ ที่ผมบอกว่าจะจ่ายให้ก็ยังไม่ยอมอยู่ดี



ผมไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับไอ้พวกวัตถุดิบในการทำอาหารสักเท่าไหร่หน้าที่หลักจึงตกอยู่ที่มีนทั้งหมด ส่วนพ่อบ้านอย่างเราเข็นรถเข็นตามติดตูดไปอย่างเดียว นอกจากเรื่องงานผมก็ทำอะไรไม่เป็นเลยอยู่ที่บ้านก็มีคนดูแล พอไปเรียนที่อเมริกาก็มีแม่บ้านมาคอยดูแลเหมือนเดิม ไม่แปลกที่ตอนมีนป่วยผมถึงทำอะไรที่โคตรจะขายหน้าตัวเองแบบนั้น ตั้งใจดูแลเค้าแต่กลับโชว์โง่ต่อหน้ามีนซะงั้น



คิดแล้วก็ขำตัวเองฉิบหาย....



ยิ้มให้กับท่าทางที่ดูตั้งอกตั้งใจของมีน ก่อนจะหันออกไปข้างนอกดูว่าใกล้ๆ มีร้านขนมหรือร้านชาเขียวเจ้าดังหรือเปล่าจะได้แวะซื้อให้มีนตอนขากลับ



พลันสายตาผมหันไปเห็นกับอะไรบางอย่าง สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจว่าเรื่องที่ตัวเองกำลังสงสัยเป็นเรื่องจริง จ้องมองสิ่งนั้นอยู่นานจนเดินหายลับไปจากสายตา

“พี่ปราบ”

“ว่าไง”

“มองอะไรอยู่ มีนเรียกตั้งนานแล้วเนี่ย”

“เปล่าๆ แค่เจอคนรู้จัก .. ว่าแต่มีนเรียกพี่ทำไมนะ”

ผมเฉไฉตอบเรื่องอื่นเพราะไม่อยากให้มีนเกิดความสงสัย คนตัวเล็กเหมือนจะไม่ได้ติดใจอะไร

“ผมจะถามว่าพี่ปราบอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย”

“ก็มีนะ..แต่ไม่รู้มีนจะทำได้หรือเปล่า”

ผมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้คนที่ยังคิดตามไม่ทัน...

“อะไรหล่ะ ลองบอกมาก่อนถ้าไม่อยากมีนจะทำให้”

“ก็ไม่ยากหรอก”

“อะไรอะ”

“พี่อยากกินมีน”

กึก ... คนตรงหน้าใช้ผักกาดขาวที่อยู่ในมือเคาะหน้าผากผมเบาๆ แก้เขินแล้วเดินจากไป

เดี๋ยวมีนรอพี่ก่อนจะเดินหนีไปไหน....







วางของเสร็จเรียบร้อย เมนูสำหรับเย็นนี้ที่มีนจะทำให้ผมทานมีสเต๊กแซลมอนกับสลัดอะโวคาโดกุ้งย่าง มีนเปิดถุงตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ ผมยืนยิ้มให้กับภาพตรงหน้าถ้ากลับบ้านมาทุกวันแล้วมีคนทำกับข้าวให้แบบนี้มันคงจะโคตรมีความสุขเลย



แล้วยิ่งคนนั้นเป็นมีนด้วยแล้วละก็....

ฟินสุดยอด



“พี่ปราบทำอะไรครับเนี่ยปล่อยมีนอึดอัด”

อดใจไม่ไหวจนต้องเข้าไปสวมกอดน้องจากด้านหลัง กลิ่นหอมของน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวยิ่งทำให้ผมหยุดตัวเองไม่ได้ใช้จมูกซุกดมอย่างซุกซน

“ปล่อยเลย จะทำกับข้าวแล้ว”

“พี่ขอมากินข้าวเย็นด้วยทุกวันเลยได้ปะ”

“ที่ห้องพี่ก็มีข้าวกินมั้ยได้ข่าว” มีนไม่ดิ้นต่อแล้ว ทว่าหันหน้ามาหาผมแทน ... ใช้คำว่าน่ารักได้โคตรเปลืองเลย รู้งี้จีบตั้งนานละ

“ก็จริงห้องพี่มีข้าวกิน”

“งืม”

“แต่ห้องพี่... ไม่มีมีนนี่นา”



ฟอดดดดด



หอมแก้มอีกทีแล้วรีบวิ่งออกมาก่อนจะโดนฝ่ามืออรหันต์ .. แค่นี้ก็นอนหลับฝันดีแล้วโว้ยคืนนี้





ผมออกมาตรงระเบียงปล่อยให้มีนทำอาหารสำหรับมื้อเย็นไปก่อน กดเบอร์โทรออกหาปลายทางเพื่อคุยเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่สงสัยอยู่และภาพที่เห็นในห้างเมื่อบ่าย



“ไอ้เก้าเรื่องที่กูให้มึงไปสืบมาได้เรื่องแล้วใช่ปะ”

.

“กูเริ่มจะมั่นใจในสมมติฐานของมึงแล้วสิ”

.

“วันนี้กูเจอไตรวิชอยู่กับอิน”







ความพี่ปราบหยอดไม่หยุด .. ชั้นยอม คลั่งรักอะเนาะมาหาแต่เช้าเลย

แล้วอินกับไตรวิชอะไรกันอีก ...

นิยายของชั้นไม่มีคำว่าธรรมดาบอกเลย 555

 :katai1: :katai1: :ruready
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-07-2021 09:14:03 โดย KonglongKongkaeng »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ poohanddew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
 :katai5: :katai5: :katai5:
ห้องพี่ไม่มีมีนนนนนน
ช็อตนี่คือใจเหลวเลยยยยย
อร๊ายยยยย

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Chapter 19 --- ❝ทะเลเรียกว่า Sea❞
------------

สิ้นเดือนมาถึงไว้จนไม่น่าเชื่อ ...



ผมกับพี่ปราบมาถึงภูเก็ตในช่วงสาย เมื่อคืนพี่มันขอมานอนค้างที่คอนโดผมให้เหตุผลว่าพี่มันตื่นยากกลัวจะตกเครื่อง หึ..คนอย่างพี่ปราบเนี่ยนะตื่นยาก ปกติพี่มันก็ไปทำงานเช้าทุกวันไม่เคยเห็นจะสาย



ข้ออ้างมากกว่า ...



รถของทางโรงแรมพร้อมพนักงานบริการมารอต้อนรับตรงประตูทางออก ตามเที่ยวบินและเวลาที่ผมโทรนัดหมายกับทางโรงแรมเอาไว้ ชมวิวระหว่างทางไปเรื่อยๆ เพียงยี่สิบนาทีก็มาถึงจุดหมายปลายทางของทริปนี้เป็นที่เรียบร้อย



หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว พนักงานบริการจึงพาผมกับพี่ปราบมายังห้องพัก...



เห็นเพียงข้างนอกผมก็ตื่นตาตื่นใจจนร้องโหวดังลั่น แต่พอเปิดเข้ามาภายในยิ่งร้องโหวดังขึ้นเป็นสิบเท่า เพราะห้องที่พี่ปราบจองเป็นห้องพักแบบลักชัวรี่พูลวิลลามีความเป็นส่วนตัวสูงมาก แยกออกมาจากห้องพักแบบอื่นๆ เหมาะสำหรับคู่รักหรือคนที่ต้องการความเงียบสงบ ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กว้างขวาง ตกแหล่งหรูหรา ด้วยของประดับแบรนด์ราคาแพง เปิดประตูออกไปข้างนอกมีสระว่ายน้ำขนาบห้องเต็มที่ให้ได้ว่ายเล่นกับมุมนั่งเล่นสบายๆ ที่อยู่ไม่ไกล ตัวห้องพักล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวขจีลมพัดเย็นสบาย



ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่ไตรวิชมีโรงแรมที่หรูมากขนาดนี้..

ก็อย่างว่าตอนคบกัน แทบจะไม่เคยให้ผมยุ่งเรื่องส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย

แค่รู้วันเกิดก็หรูแล้ว....



“ชอบมั้ย” ยิ้มกว้างตอบกลับไปพลางสีหน้ายังคงตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้สัมผัส ถึงจะมาเที่ยวทะเลบ่อยแต่ก็ยังไม่เคยได้มาพักห้องหรูขนาดนี้มาก่อน เดี๋ยวจะเดินถ่ายรูปให้ทั่วเลยคอยดู

“เดินออกไปอีกนิดหนึ่งก็ถึงทะเลแล้วนะ”

“จริงหรือครับ” ผมมองออกไปจากตรงสระว่ายน้ำ ไม่ไกลมองเห็นทะเลจริงๆ ด้วย ทะเลสีฟ้าสดกับหาดทรายขาวเหมือนในเว็บรีวิวที่ผมดูก่อนจะมาเลย

สุดยอดโคตรๆ นอนหรู วิวดี แถมอยู่ใกล้ทะเลอีก!! สวรรค์ชัดๆ

“จริงสิ เดี๋ยวเย็นๆ ค่อยออกไปเดินเล่น ตอนนี้แดดยังร้อนอยู่ เดี๋ยวผิวขาวๆ ของเราจะเสีย”

“ครับ”



พี่ปราบพาผมมาล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนนัดคุยงานกับพี่ไตร อ้างว่าอยากมาเดินสำรวจรีสอร์ตให้ทั่วก่อนจะคุยงานเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทริปนี้เรามากันแค่ 3 วัน 2 คืน เพราะกลับไปพี่ปราบมีประชุมงานต่อ ส่วนพวกไอ้เก้า ไอ้ปาร์คแล้วก็พี่ปกจะตามมาพรุ่งนี้

ผมกลับเข้ามาในห้องเมื่อชื่นชมความสวยงามของบรรยากาศรอบข้างจนหนำใจ เดินไปค้นชุดว่ายน้ำทรงกางเกงขาสั้นที่เตรียมมาในกระเป๋าเข้าแล้วเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำแล้วออกมา ในเมื่อยังไปเล่นน้ำที่ทะเลไม่ได้ก็ขอว่ายน้ำให้หายอยากก่อนละกัน แล้วก็จะถ่ายรูปส่งไปอวดไอ้พวกเพื่อนผมที่ยังนั่งทำงานอยู่ด้วย

พวกมึงต้องอิจฉากูไอ้เก้า ไอ้ปาร์ค ..

“พี่ฝากหยิบกางเกงว่ายน้ำในกระเป๋าให้พี่หน่อยสิ”

พี่ปราบที่นั่งเช็คงานผ่านไอแพดบนโซฟาเอ่ยขึ้นขณะผมกำลังจะเดินผ่าน ยูเทิร์นตัวเองกลับในทันทีแล้วตรงกลับไปยังกระเป๋าเดินทางขนาดยี่สิบนิ้วของพี่มัน เปิดค้นดูกางเกงว่ายน้ำที่ว่า

แต่ทำไมสิ่งที่ผมเจออย่างแรกกลับไม่ใช่กางเกงว่ายน้ำแต่มันเป็น...



ถุงยางอนามัยกับเจลหล่อลื่น ....



“พี่ปราบนี่มันอะไร”

หันขวับกลับไปถามพร้อมทำตาขวาง ไอ้หื่นพี่ปราบ จงใจจะเผด็จศึกผมที่ทะเลอย่างนั้นหรอ

“ก็เห็นนี่ แล้วถามทำไม”

“แล้วเอามาทำไม”

“ก็เอามาใช้กับมีนสิ ถามแปลกๆ” แล้วนี่กูจะถามเพื่อให้พี่มันตอบตรงๆ แล้วตัวเองหน้าแดงทำไมวะเนี่ย

“ไม่ให้ใช้”

“ไม่กลัวท้องหรอ”

พี่ปราบวางไอแพดในมือแล้วมองตรงมาทางผม .. เกลียดสายตาชั่วร้ายแบบนี้ที่สุด

ท้องพ่องงง กูเป็นผู้ชาย

“ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นโว้ย” สองขายาวเหยียดตัวลุกขึ้นก้าวมาทางนี้ ทางที่ผมยืนเปลือยท่อนบนอยู่ในชุดว่ายน้ำครึ่งท่อน ค่อย ๆ กระเถิบถอยหลังตามระยะห่างที่พี่มันเคลื่อนตัวเข้ามาจนติดกับฝาผนัง

“อย่าแกล้งกันดิ”

“ไม่ได้แกล้ง...พี่จริงจัง”

ช่วงวินาทีนั้นสองแขนของผมก็ถูกหิ้วปีกจนร่างลอยด้วยมือแกร่งของคนตัวหน้าจนมานอนหงายอยู่บนเตียง ท่านี้แมร่งล่อแหลมฉิบหาย พี่ปราบไม่รอช้าคลานตามขึ้นมาด้วยสายตาลวนลาม ท่าทางคุกคามจนใจสั่นระรัว



ยิ่งสายตาเจ้าเล่ห์ที่มองวนราวกับจะกลืนกินส่วนขาวละเอียดที่เปลือยเปล่าของผมนั้น...

แมร่งหื่นสัสๆ !!



“ห้ามมอง ผมโป๊อยู่”

คว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่ไม่ไกลขึ้นมาปิดส่วนบนเอาไว้ไม่ให้เป็นที่ล่อเป้าสายตาของไอ้พี่หื่นที่น้ำลายไหลยืดตรงหน้า

“เราจะปิดทำไมในเมื่อ..มากกว่านี้พี่ก็เคยเห็นแล้ว”

พี่ปราบดึงผ้าเช็ดตัวแล้วโยนทิ้งไปข้างเตียง

“ขอจูบได้มั้ย”

“ไม่ได้”

“นะนะ จูบเสร็จเดี๋ยวให้ไปเล่นน้ำ” ทำอย่างกับผมเป็นเด็ก จะบ้าหรอเอาเรื่องแค่นี้มาล่อ

“ดูปากนะ” ผมพูดช้าๆ ชัดๆ เน้นๆ “ไม่ให้เว้ย”



พูดไม่ทันจบริมฝีปากได้รูปก็กระแทกปิดปากเข้าให้ ผมเลยทำได้แค่ครางในลำคอและปัดป่ายไปตามตัวของพี่มันพอผละออกก็จูบอีก ทำแบบนี้ซ้ำๆ จนผมหอบหายใจถี่ระรัว

ร่างกายอ่อนระทวยทำเอามือที่ปัดป่ายอ่อนยวบลงตอนที่มือหนาค่อยๆ ลากนิ้วมาลูบไล้ผิวผะแผ่วนั่นแหละ ขนทุกเส้นคล้ายกับถูกปลุกให้ลุกซู่ชูชัน ร่างกระตุกเป็นบางครั้งยามนิ้วมือไล้ผ่านหน้าอกของผมอย่างนิ่มนวลแต่ชวนให้วาบหวาม



“พี่ปะ....” ประทับจูบนุ่มแผ่วเบาลงบนซอกคอ ทว่าส่งสัมผัสชวนเคลิ้มจนเผลอครางอืออาในลำคอ



มือแกร่งไล้เลื่อยอยู่ไม่สุขวนเวียนแถวพุงกะทิเรื่อยไล่จนถึงขอบกางเกงว่ายน้ำ ผมพยายามใช้แรงแขนที่มีดันร่างสูงใหญ่ออกแต่ก็เปล่าประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นมือของพี่ยังมันสอดล้วงเข้าไปใต้ร่มผ้าชิ้นเดียวที่ผมสวมอยู่ แถมส่วนอกยังถูกสัมผัสจากลิ้นร้อนชื้นจนต้องหยัดกายขึ้นร้องเสียงแหบพร่าแทบไม่ได้ศัพท์



(Rrrrr-Rrrrrrrr)

เสียงระฆังดังช่วยชีวิต ผมรีบคว้าโทรศัพท์แล้วขยับตัวออกจากการเกาะกุม พี่ปราบมองตามอย่างหัวเสีย



“ไอ้มีน ถึงโรงแรมยังวะ แล้วสวยมั้ย กูอยากไปแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะวันพรุ่งนี้วะ”

[ไอ้เก้า มึงจะโทรมาหาสวรรค์วิมานอะไรของมึงตอนนี้]

พี่ปราบตะโกนใส่คนปลายสายก่อนที่ผมจะได้ตอบเพื่อนสนิทซะอีก สายตาท่าทางแบบจองเวรสุดๆ ถ้าไอ้เก้าอยู่ใกล้ๆ มีหวังโดนพี่ปราบโบกหัวทิ่มแน่เลย

“อะไรกันพี่ ผมแค่จะโทรมาถามรีวิวโรงแรมจากไอ้มีนเฉยๆ ทำไมเสียงดุขนาดนั้นกันละพี่”

[มึงไปเปิดรีวิวอ่านเองเลย..ขัดคอกูจริง]

แล้วพี่ปราบก็กดตัดสายไอ้เก้าทิ้ง รวบตัวผมเข้าไปอยู่ใต้ร่างอีกครั้งพลางกระซิบข้างหูแผ่วเบา

“ต่อนะ”

“ได้สิ”

ผมเลื่อนไล้มือเรียวไปตามวงแขนแกร่งผ่านอกแน่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เรื่อยวนตรงหน้าท้องแบนราบก่อนจะหยุดตรงแก่นกาย พี่ปราบสายตาหยาดเยิ้มเคลิ้มตามสัมผัสของผม

“พร้อมนะครับ”

“พร้อมมาก”



หมับ !!



“โอ๊ยมีน บีบไข่พี่ทำไม”

“แล้วพี่มาหื่นใส่ผมทำไม”

“ทำไมใจร้ายแบบนี้...ฮือไอ้หนูลูกพ่อ ฝ่อหมดแล้วมั้งเนี่ย”

“ให้มันฝ่อไปเลย จะได้เลิกหื่นซะที หมกมุ่นอยู่ได้ วุ่นวาย ลำไยที่สุดในโลก”

กระโดดลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปสระว่ายน้ำ ผิวปากอย่างสบายใจ ปล่อยให้ไอ้พี่ปราบนอนร้องคร่ำครวญกุมส่วนแก่นกลางของตัวเองเอาไว้แบบนั้นแหละ...



ไม่ได้บีบแรงซะหน่อย..สำออยฉิบหาย

ความไอ้พี่ปราบอะเนาะ!!





ผมมาเที่ยวทะเลครั้งสุดท้ายก็เมื่อสามปีที่แล้วกับพี่ไตรแฟนคนแรก แต่เป็นทะเลใกล้ๆ กรุงเทพ จำได้ว่ากว่าจะอ้อนให้พี่ไตรพามาได้ เราต้องแพลนล่วงหน้ากันเกือบครึ่งปี เพราะเลื่อนแล้วเลื่อนอีกจนแทบจะเป็นบันไดรถไฟฟ้าใต้ดิน ถามว่ามีความสุขมั้ยบอกเลยว่าไม่ค่อย ทำไมนะหรอก็ผมไม่ได้มาด้วยหัวใจที่มีความสุขแบบนี้หรอก



เพราะตอนนั้น..ผมเริ่มจับได้แล้วว่าพี่ไตรแอบไปนอนกับผู้ชายคนอื่น

มันจึงเป็นความทรงจำเกี่ยวกับทะเลที่โคตรจะอึดอัด กระอักกระอ่วนยามหวนกลับไปนึกถึง



ตอนเย็นแบบนี้อากาศกำลังสบาย แถมวิวข้างหน้ายังสวยมากอีกต่างหาก ท้องฟ้าไร้เมฆปกคลุมสีฟ้าเต็มผืนกับสีของน้ำทะเลที่ไล่เฉดกันจากตรงนี้ไปถึงไกลลับตา หาดทรายขาวละเอียดนุ่มยามเหยียบย่ำลงไป บรรยากาศเงียบสงบไร้เสียงรบกวนใด จนได้ยินเสียงคลื่นสาดซัดชัดเจนเรียกความสดชื่นทุกครั้งที่ละอองกระเซ็นซ่าน คนก็ไม่เยอะเหมือนกับหาดอื่นๆ หยุดยืนมองเก็บเกี่ยวความงดงามที่อยู่ตรงหน้าเอาไว้ให้มากที่สุด



ชีวิตนี้ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสมาเที่ยวที่สวยๆ แบบนี้อีกหรือเปล่า..

ถ้าไม่ใช่เพราะ... คนที่ยืนสูดอากาศสดชื่นอยู่ข้างๆ ผมเนี่ย!!



“มีน”

ใบหน้าฟ้าประทานที่แม้แต่จะใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อเชิ๊ดสีขาวหลวมๆ กับแว่นดำแบบไม่ต้องแต่งอะไรมากก็ยังหล่อดูดีเอ่ยขึ้นหลังจากเราทั้งคู่ต่างปล่อยให้บรรยากาศที่อยู่รอบตัวขับเคลื่อนความรู้สึกในใจให้ล่องลอยเป็นอิสระ

“ครับ” พี่ปราบดึงแว่นลงเล็กน้อยพอให้เห็นสายตา

“ทะเลเรียกว่า Sea ..แต่ช่วงเวลาดีดีเรียกว่าเธอนะ”

“แหวะ..เสี่ยวฉิบหาย”

“อะไรเนี่ย โดนสองทีท้องซะแล้ว พี่นี่มันเก่งจริงๆ”

“อยากโดนบีบไข่อีกปะ”

ผมยกมือทำท่าบีบลมกับส่งสายตามองแรงส่งไปให้ จนพี่มันแกล้งกระตุกแล้วยกยิ้มขึ้น ... กวนตีนเก่งจริงๆ



“พี่ปราบ ขอบคุณนะครับที่พาผมมาเที่ยว”

แม้ในความเป็นจริงจะตามมาทำงานก็เถอะ ..

“เปลี่ยนเป็นหอมพี่ทีหนึ่งได้ปะ”

พี่ปราบแกล้งแหย่ผม..หัวเราะหึหึในลำคอแล้วคว้ามือผมเตรียมจะพาเดินไปมุมอื่นของชายหาดต่อ

เอาวะ.. อย่างน้อยก็ถือซะว่าขอบคุณละกัน

บ้า...ไม่ได้คิดอะไรเลย!!

“พี่ปราบ”

“ครับบบบ”



ฟอด !!!!



เขย่งตัวขโมยหอมแก้มคนที่เบี่ยงหน้ากลับมา พี่ปราบคล้ายตรงใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ผมทำก่อนจะผละริมฝีปากนุ่มออกจากแก้มคนตัวสูงที่ยกยิ้มขึ้นเต็มอัตราแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากจับมือผมให้แน่นกว่าเดิมแล้วเดินต่อไปด้วยกัน





“พี่ชักไม่อยากให้ไอ้พวกนั้นมาแล้วสิ”

“ทำไมอะ มีอะไรหรือเปล่า”

จู่ๆ พี่มันก็เอ่ยขึ้นมาซะอย่างนั้นขณะที่เราสองคนกำลังจะเดินกลับที่พัก เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ออกมาหาอะไรทานตอนเย็น

“อยากมีเวลาส่วนตัวกับมีนนี่นา”

“โว๊ะ นึกว่าอะไร”

ตัวโตเท่าควายยังจะมางอแงอะไรเป็นเด็กๆ ส่ายหัวให้กับความไอ้พี่ปราบแล้วเดินหนี โดยมีพี่มันเดินตามอยู่ไม่ห่าง พลันผมต้องหยุดกลางคันเมื่อใครบางคนปรากฏตัวขวางทางเอาไว้อย่างกะทันหัน



แมร่ง ..นึกว่างูเลี้ยวตัดหน้ารถ!! ตกใจชิบ



“สวัสดีครับคุณปราบ ขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อเช้าไม่ได้ออกมาต้อนรับ”

พี่ไตรหรือไตรวิชเจ้าของโรงแรมที่พี่ปราบจะมาคุยงานด้วยเดินเข้ามาทักทาย ทว่าสายตาไม่ได้มองเจ้าของชื่อเลยด้วยซ้ำ

“สวัสดีครับคุณไตรวิช”

มือแกร่งเกาะกุมตรงส่วนเอวของผมไว้แน่นจนผมต้องหันกลับไปมอง พี่ปราบยิ้มส่งให้ปกติดีทุกอย่างไม่มีความโกรธ เกลียดหรือไม่ชอบใจใดๆ เจือปนในน้ำเสียงหรือแม้กระทั่งแววตาเลยแม้สักน้อย

“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมมาล่วงหน้าเองแหละ พอดีอยากพามีนเค้ามาเที่ยวด้วยครับ”

“อ่อๆ ครับ .. แล้วเป็นไงบ้าง”

“สวัสดีครับคุณไตรวิช” ยกมือขึ้นไหว้ไปตามมารยาท ทั้งๆ ที่ในใจไม่อยากแม้แต่จะเอ่ยปากคุยด้วยเลย สำหรับผมแฟนเก่าที่เลิกรากันไปด้วยเรื่องราวที่ไม่ดีผมจะตัดออกจากวงโคจรชีวิตเสมือนกับไม่เคยมีคนคนนี้ในโลก



แต่ตอนนี้..ผมทำแบบนั้นไม่ได้เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าจำให้ต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่อยาก

บางทีคนเราต้องทำเรื่องไม่อยากทำบ้าง... ไม่ใช่จะทำเรื่องที่อยากทำไปซะหมด ..

คุณนายศรีเคยสอนผมจำได้...



“มีนชอบมากเลยครับ อ้อนผมใหญ่เลยว่าให้พามาบ่อยๆ” พี่ปราบชิงตอบแทนเมื่อเห็นผมอึกอัก

“มีนเค้าชอบทะเลครับ”

พี่ไตรยิ้มส่งมาให้เมื่อพยายามขุดความทรงจำที่เราสองคนเคยมีด้วยกันในอดีตด้วยคำพูดที่สวยหรู..แต่เปล่าเลยความทรงจำที่ผุดขึ้นมามีแต่เรื่องเลวร้าย

“ใช่ครับ มีนชอบทะเล แถมยังบอกอีกว่า มาทะเลครั้งนี้มีความสุขกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเลย”

กึก!! พี่ปราบฟาดแล้วหนึ่ง .. แถมยังส่งสายตาขอแรงสนับสนุนจากผมอีก

“ใช่มั้ยครับ...ที่รัก”

“ใช่ครับ...ที่รัก”

เอาวะ...ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เล่นไปตามน้ำกับพี่ปราบแล้วกันเพื่อความสะใจ

“เย็นนี้ถ้าไม่ติดอะไร ผมขอเลี้ยงข้าวได้มั้ยครับ”

“ต้องขอโทษด้วยครับคุณไตร พอดีเย็นนี้ผมเตรียมดินเนอร์กับมีนไว้แล้ว ยังไงไว้เป็นมื้ออื่นนะครับ”

ดูก็รู้ว่าพี่ไตรฝืนยิ้มต่อ พี่ไตรดูสุภาพมากเวลาคุยกับพี่ปราบออกแนวจะเกรงใจด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่คนอย่างเขาไม่เคยอ่อนให้ใครแบบนี้



หรือเพราะพี่ปราบกำลังจะมาเป็นหุ้นส่วนงั้นหรอ...



“ครับ อย่างนั้นก็ได้ ไว้พบกันพรุ่งนี้นะครับคุณปราบ”

“ได้ครับ ไว้พบกัน”

ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน ก่อนผมจะเดินตามเจ้าของแขนที่เกาะเกี่ยวเอวผมเอาไว้ตรงไปยังที่พัก







โหววววว...ที่ไอ้พี่ปราบบอกว่ามีดินเนอร์ไม่ใช่แค่คำพูดข่มพี่ไตร

แต่มีดินเนอร์จริงๆ !!!



ดวงดาวนับพันดวงใหญ่น้อยส่องระยับราวหยอกล้อกับพระจันทร์ดวงกลมสีเหลืองอร่ามกลางฝืนฟ้ากว้างสีดำผืนใหญ่ ช่างคล้ายกับความงดงามของแสงสีนวลจากแสงเทียนน้อยใหญ่ที่สว่างทั่วไปทั้งหาดทรายกว้างตลอดทางเดินไปยังซุ้มตรงกลางที่ผมกำลังก้าวเดินเข้าไป



หยุดยืนมองสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าสวยงามราวกับภาพในจินตนาการ โต๊ะดินเนอร์สำหรับสองคนโอบล้อมด้วยซุ้มที่ประดับประดาด้วยช่อดอกไม้หลากสีละลานตาตามมุมของเสาทั้งสี่ด้าน ข้างบนพลิ้วไหวด้วยผ้าขาวที่พันพาดไปทั่ว เสียงไวโอลินท่วงทำนองคลาสสิคดังแว่วกลบเสียงคลื่นที่สาดกระเซ็น



“เชิญนั่งครับ” คนตัวสูงเดินมาขยับเก้าอี้ให้ผมนั่งลง ก่อนเจ้าตัวจะอ้อมไปยังฝั่งตรงข้ามแล้วนั่งตาม พี่ปราบสวมเสื้อเชิ๊ตสีฟ้าปลดกระดุมจนเห็นแผงอกขาวแน่น แสงเทียนโดยรอบช่างทำให้ใบหน้าฟ้าประทานนั้นชวนมองมากขึ้นไปอีก

“ชอบมั้ย”

“ชอบครับ ขอบคุณนะครับ”

“พี่ดีใจที่มีนชอบ”

ไม่นานพนักงานก็เริ่มบริการอาหาร อาหารวันนี้เป็นแบบ fine-dining 6 คอร์ส ทั้งคานาเป้ อาหารเรียกน้ำย่อย ซุป จานหลัก และของหวาน ส่วนเครื่องดื่มเป็นไวน์ชั้นดีราคาแพง

“พรุ่งนี้ตื่นเช้าไหวมั้ย”

“ไหวครับ จะไปไหนหรอ”

“พี่ว่าจะพาไปดูพระอาทิตย์ขึ้น”

“ได้ครับ”



มื้ออาหารผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยที่ผมกับพี่ปราบหยิบยื่นให้กันและกัน

ถ้าหากจะมีใครถามซ้ำอีกว่าครั้งสุดท้ายที่ผมมาทะเลคือเมื่อไหร่



ผมก็คงจะตอบว่าเป็นครั้งนี้ ...

มันเป็นการมาทะเลที่มีความสุขและเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดีมากที่สุด



สูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วค่อยๆ ผ่อนออกเพื่อให้อากาศสดชื่นปลอดภัยจากมลพิษได้เข้าไปให้มากที่สุด ทะเลในยามกลางคืนไม่ได้สวยงามเหมือนตอนกลางวัน ตรงข้ามกันที่มันดูน่ากลัวลึกลับจนใจหวั่น คงไม่ต่างจากมนุษย์ที่มีทั้งด้านสวยงามให้ชื่นชมและด้านมืดให้หวาดหวั่นเช่นกัน



ความเย็นจากลมกระทบผิวหน้าเรียกขนให้ลุกซู่พลันร่างกาบกลับอุ่นขึ้นในทันทีที่สัมผัสอุ่นแนบชิดกับร่างของผมจากด้านหลัง อ้อมแขนแกร่งโอบรัดพาดผ่านตัวผมเอาไว้ให้ลมหายมาทำร้าย คนตัวสูงกว่าพ่นลมหายใจรินรดอยู่ข้างหู

บรรยากาศ ... อาหาร .. สัมผัส

ทุกอย่างมันตรึงให้ผมไม่อาจต่อต้านความรู้สึกที่มีอยู่ในตอนนี้ได้เลย



“ยิ้มอะไร” เสียงถามของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ดังขึ้นพร้อมกับนิ้วที่จิ้มลงมาตรงมุมปากของผม

“มีความสุขก็ยิ้มสิครับ พี่จะให้ผมหน้าบึ้งหรือไง ถามแปลก”

ผมไม่ได้หันไปหาพี่มัน ตรงกันข้ามกลับนั่งมองวิวที่อยู่ตรงหน้าต่อไปเรื่อยๆ นานนับครึ่งชั่วโมงที่ผมกับพี่ปราบลุกออกจากโต๊ะดินเนอร์แล้วพากันมานั่งอยู่บนหาดทรายนุ่มละเอียดท่ามกลางแสงนวลของเทียนที่รายรอบตัว

“มีนกับไตรวิชเคยเป็นอะไรกันหรอ” จู่ๆ พี่ปราบก็เรื่องนี้ขึ้นมา นึกว่าจะไม่ถามแล้วซะอีก ตั้งใจจะเล่าให้ฟังแต่ก็คิดว่าไม่ได้สำคัญอะไรเลยลืม

แต่ในเมื่อพี่ปราบอยากรู้ผมก็ยินดีที่จะเล่า...

“ผมกับพี่ไตรเราเคยคบกันครับ” หางตาแอบเห็นพี่ปราบพยักหน้ารับคำตอบนั้นเพียงเล็กน้อย ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา เว้นวรรคสักครู่แล้วจึงเริ่มต้นเล่าอีกครั้ง

“เราคบกันได้เกือบสองปีครับ หลังจากนั้นก็เลิกกันเพราะพี่ไตรมีคนอื่น”

พี่ปราบนั่งรับฟังอย่างตั้งใจ เรื่องราวทั้งร้ายดีเกี่ยวกับความรักครั้งเก่าถ่ายทอดมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด พี่ไตรเป็นแฟนที่ดีหากจะมองในเรื่องความเอาใจใส่ ความเทคแคร์และคำพูดหวานๆ แต่จะเลวร้ายทันทีเมื่อเทียบกับการกระทำที่นอกใจ

“แล้วมีนลืมเขาได้แล้วหรือยัง”

ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ทำเอาคนถามหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์

“ลืมได้ตั้งนานแล้วครับ ทำไม...หวงผมหรอ”

“หวงได้ปะละ” ผมส่งยิ้มกลับไปให้

“ไม่รู้สิ...เรื่องแบบนี้คิดเองก็ได้มั้ง”



ผมกับพี่ปราบเดินเล่นมาเรื่อยๆ ห่างจากจุดที่นั่งดินเนอร์พอควรรู้ตัวอีกที ความมืดก็รายล้อมเราเอาไว้แทนแสงสว่างที่อยู่ไกลลิบตา พลันเสียงสนทนาของใครสักคนที่ผมคุ้นหูก็ดังขึ้น ก่อนพี่ปราบจะโอบผมเอาไว้ ดันหัวให้ต่ำลงจากระดับสายตาแล้วพาไปหลบอยู่ตรงพุ่มไม้เพื่อหลบซ่อนจากต้นเสียงซึ่งกำลังเดินมาทางนี้



“เห้ยยย” ผมอุทานออกมาเบาๆ เมื่อสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ไม่ไกลเป็นคนที่ผมรู้จักทั้งคู่

อินกับพี่ไตร....มายืนทำอะไรกันตรงนี้ !!!!







ขอจัดโมเมนท์ซักหนึ่งแมทก่อนจะเข้าสู่ช่วงพลิกเกมส์ตอนหน้าเนาะ

ว่าแต่ถุงยางที่พกมาจะได้ใช้มั้ยอะ 555 // ชั้นไม่ไว้ใจพี่ปราบ ทำไมหื่นขนาดนี้ละพ่อ

 :ruready o18

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Chapter 20 --- ❝ความจริงของฝันร้าย❞
------------

จุดชมวิวเสม็ดนางชี ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เพราะเราสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเกาะต่างๆ ภูเขาหินปูน ของ อ่าวพังงาโดยเฉพาะในช่วงเช้าที่แสงของพระอาทิตย์ส่องเป็นประกายแสงออกมา ชวนให้ตื่นตาตื่นใจคุ้มค่ากับการปลุกตัวเองให้ตื่นมาเป็นที่สุด

“มาเซลฟี่กันหน่อย”

พี่ปราบยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดชัตเตอร์รัวๆ คาดว่าจะได้รูปไม่ต่ำกว่า10รูป แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้ซักกี่รูปกันเชียว เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงขอพี่มันเช็ครูปกันพลาดเผื่อผมไม่หล่อขึ้นมาจะได้ถ่ายใหม่



ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ให้พี่มันถ่ายให้แล้วเกือบๆ หนึ่งชั่วโมงที่มาถึงที่นี่

ไม่รู้ความจำเครื่องกูเต็มไปยังป่านนี้ .. หึหึ



“โห..พี่ปราบทำไมต้องทำหน้าหล่อด้วยอะ”

“ก็คนมันหล่อให้ทำไง”

“จ้า .. งั้นเรามาทำหน้าอุบาทว์ๆ กัน”

พี่ปราบจ้องหน้าผมนิ่งก่อนจะพยักหน้ารับ

“กวนตีนละ” แหมจะบอกว่าให้ทำหน้าแบบผมละสิถึงจะเรียกว่าอุบาทว์

“อะไร ยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

“พี่จะบอกว่าหน้าผมอุบาทว์ใช่มั้ย”

“เปล่า..พี่จะบอกว่าทำไมวันนี้น่ารักจัง”

“โว๊ะ..”

“เนี่ย น่ารักอีกละ”

พี่มันยกมือขึ้นมาบีบแก้มผมทั้งสองข้างอย่างมันเขี้ยว แล้วอาศัยจังหวะเผลอรีบจุ๊บแก้มผมก่อนจะวิ่งออกไปจากตรงนี้หน้าตาเฉย

ไอ้พี่ปราบ...อาศัยช่วงชุลมุนอีกแล้วนะ ...





พี่ปราบกับพี่ปกป้องเข้าไปคุยงานกับพี่ไตรและทีมงานตั้งแต่ช่วงบ่ายหลังจากทานข้าวเที่ยงกันเสร็จ ทิ้งให้ผมอยู่กับไอ้เก้าไอ้ปาร์คที่ไม่ค่อยจะสนใจผมสักเท่าไหร่เพราะเอาแต่ตีป้อมไม่หยุดเลยไอ้เวร



พี่ปราบนี่ก็แปลกบอกพาผมมาทำงานสุดท้ายปล่อยให้ผมนั่งแหง่วอยู่นี่ได้..



“แหม ผัวไปทำงานแปบเดียวเองไม่ต้องทำเหมือนผัวไปสงครามขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวพี่ปราบก็กลับมา”

“ผัวพ่อมึงสิ มึงตีป้อมไปเลยไม่ต้องยุ่งกับกู”

ถ้าจะหยุดเล่นเกมแล้วกวนตีนผม คิดว่าปล่อยให้พวกมันตีป้อมหรือจมอยู่กับโทรศัพท์ซะดีกว่า กวนตีนได้ทุกเวลาจริงๆ เลยเชียว



เออ.. ว่าแล้วก็ลืมเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ไอ้สองคนนี้ฟัง



“มึงรู้มั้ยว่าเมื่อคืนกูเจออะไรมา”

“ท่ายากของพี่ปราบชัวร์” ไอ้สัสปาร์คมึงนี่ก็อีกตัว ผมไม่น่าตั้งคำถามแบบนั้นเพื่อให้พวกมันหาคำตอบล่อแหลมแบบนี้กลับมาเลยจริงๆ เออกูผิดเอง

“มึงหยุดเล่นสักพัก แล้วเข้าโหมดจริงจังหน่อยสิ กูซีเรียล”

“ซีเรียสมั้ย” ไอ้ห่าเก้ากูเคยบอกแล้วว่าหน้าผากกูสูง มึงยังเสือกตีอยู่ได้ แค่เล่นมุกนิดเดียวเอง



เอาละ... กูจะจริงจังละนะ!!



“เมื่อคืนกูเจอพี่ไตรกับอินอยู่ด้วยกัน กูคิดว่าเค้าสองคนรู้จักกัน”

ผมเริ่มต้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เพื่อนทั้งสองคนฟัง ว่าเมื่อคืนผมเห็นพี่ไตรกับอินยืนคุยกัน สีหน้าทั้งคู่ดูเคร่งเครียด ทว่าบทสนทนาที่เกิดขึ้นผมฟังไม่ถนัดด้วยเพราะอยู่ไกลประกอบกับเสียงคลื่นและลมค่อนข้างดัง

ประโยคที่แน่ใจว่าฟังไม่ผิดและชัดเจนที่สุดหลุดลอดเข้าหูมีเพียงประโยคเดียวคือ



“อย่าให้พลาดเหมือนคราวที่แล้ว”



จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าประโยคนั้นหมายความว่ายังไง ยิ่งไอ้พี่ปราบทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่พูดไม่คุยเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยทั้งนั้น กลับถึงห้องก็อาบน้ำนอน

“มึงคิดมากไปเปล่า เค้าก็คงรู้จักกันแบบพี่ไตรจ้างไอ้อินมาทำงานอะไรทำนองนั้น อย่าลืมสิว่าอินเป็นนายแบบนะเว้ย”

“กูเห็นด้วยกับไอ้เก้านะ คงไม่มีไรหรอกมั้งมึง” ไอ้ปาร์คสำทับคำพูดของไอ้เก้า

“แต่กูว่าแปลกๆ คุยงานอะไรหน้าตาจะเครียดขนาดนั้น แถมยังจับมือถือแขนกันด้วยนะมึง”

“ช่างมัน ไม่เกี่ยวอะไรกับมึงสักหน่อย ตอนนี้กูว่าพวกเราไปนั่งหาอะไรเย็นๆ ดื่มข้างนอกดีกว่ากูเบื่อเล่นเกมละ”

ไอ้เก้ากับไอ้ปาร์คลากผมออกไปจากห้องนอนมุ่งตรงไปยังส่วนบาร์ของทางโรงแรม พร้อมความสงสัยที่เคลือบแคลงเพิ่มเติมเข้ามาหนักกว่าเดิมอีก



ปกติไอ้สองตัวนี่มันต้องตั้งสมมติฐานที่ดีกว่านี้สิไม่ใช่ปล่อยให้จบแค่นี้

เสียชื่อโคนันยอดนักเสือกหมด.....





Prabpram : ไม่ต้องรอทานข้าวเย็นนะ พี่ติดประชุมน่าจะดึกเลย



ผมนั่งมองข้อความที่ถูกส่งมาจากพี่ปราบเมื่อราวๆ สองชั่วโมงก่อน พร้อมกับเวลาที่ล่วงเลยเกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว ไม่รู้ว่างานมีปัญหาหรือยังตกลงอะไรกันไม่ได้ตรงไหนถึงได้กินเวลาร่วมเกือบหกชั่วโมงแบบนี้ ไอ้ปาร์คกับไอ้เก้าหายหัวไปไหนไม่รู้ตั้งแต่ทานข้าวเย็นกันเสร็จทิ้งผมให้อยู่ตามลำพัง

“มานั่งเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้คนเดียว”

เสียงพี่ไตรเอ่ยทักพลางนั่งลงตรงข้ามผมในทันทีที่พูดจบ พี่เขายิ้มส่งมาให้ราวกับเหมือนไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายกับผมมาก่อน



แต่เรื่องนั้นช่างมัน เพราะตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้น

ถ้าพี่ไตรมาอยู่ตรงนี้แล้วพี่ปราบอยู่ไหน...



“ว่าไง ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่คนเดียวละครับ คุณปราบกับคนที่ชื่ออินไปไหนแล้วล่ะ”

ตวัดตามองพี่ไตรด้วยความใคร่รู้ว่าทำไมถึงมีอินเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คล้ายกับคนตรงหน้าจะอ่านสายตาผมออกว่ากำลังเกิดความสงสัยขึ้นในใจ

“มีอะไรหรือเปล่ามีน”

“พี่ไตรไม่ได้ประชุมกับพี่ปราบหรอครับ”

“เปล่านะ พวกพี่เลิกประชุมกันตั้งแต่ตอนเกือบๆ ห้าโมงแล้ว พี่นึกว่าคุณปราบจะมาหามีนซะอีก”

พี่ไตรเว้นประโยคนั้นไว้ ท่าทางอึกอักคล้ายอยากพูดแต่ก็ไม่กล้า สงวนท่าทีตัดสินใจสลับกับมองมาที่หน้าผมเป็นระยะ ส่วนผมเองก็รู้สึกแปลกๆ เช่นกัน ถ้าพี่ปราบไม่ได้ประชุมแล้วส่งข้อความแบบนั้นมาให้ผมทำไมกัน

“คือพี่ได้ยินคุณปราบคุยโทรศัพท์ว่าจะไปหาที่ห้อง พี่ก็นึกว่ามาหามีนซะอีก”

พี่ไตรกวาดสายตาคมมองไปทั่วบริเวณที่ผมนั่งอยู่ ในเมื่อเลิกประชุมตั้งนานแล้วทำไมพี่ปราบถึงยังส่งข้อความมาบอกผมว่ากำลังประชุมอยู่อีกผมไม่เข้าใจ

“แต่พี่ปราบบอกว่าประชุมกับพี่ไตรนี่นาน หรือว่ามีประชุมต่อแล้วพี่ไตรไม่ได้เข้าหรือเปล่าครับ”

อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ อย่าเพิ่งคิดไปไกล..

“ไม่มีนะ คุยกันจบหมดแล้ว” พี่ไตรสำทับสิ่งที่พูด

“อ้าว แล้วพี่ปราบไปไหนครับ”

“นั่นสิ..ตอนออกจากห้องประชุมพี่เห็นคนที่ชื่ออินมารออยู่แล้วทั้งคู่ก็เดินไปพร้อมกัน ตอนแรกพี่นึกว่าจะมาหามีนซะอีกนะเนี่ย แต่พอมาเจอมีนพี่ถึงไอ้เริ่มเอะใจแปลกๆ”

พี่ไตรถอนหายใจยาว ส่งสายตาที่แบบผมเองก็เรียกไม่ถูกว่ามันคืออะไร แต่สายตานั้นทำผมวูบๆ วาบๆ ในท้องไปหมด อารมณ์เหมือนผมกำลังจะลุ้นอะไรสักอย่าง

“คือพี่ก็ไม่อยากจจะมองในแง่ร้ายนะ แต่ทางที่สองคนนั้นเดินไปไม่ใช่ทางมาที่นี่”

“แล้วเค้าเดินไปไหนกันครับ”

“น่าจะห้องพักของคนที่ชื่ออินครับ”

เรื่องราวที่ฟังพอจะทำให้สามารถปะติดปะต่อทุกอย่างเรียงร้อยจนครบถ้วน พี่ปราบไม่ได้โทรหาผม เขาเพียงแต่ส่งข้อความเข้ามา และตั้งแต่บ่ายผมยังไม่เจอที่พี่ปราบและอินเลยด้วยซ้ำ

ใจผมหล่นวูบในทันทีที่คิดได้ ความชาวาบวิ่งแล่นไปทั่วทั้งตัว ไม่อยากจะคิดในแง่ร้ายว่าพี่ปราบกำลังทำเหมือนคนอื่นๆ ที่ทำกับผม



แต่สถานการณ์มันยากที่จะทำให้ไม่มองเป็นอย่างอื่น....



บานประตูที่ผมยืนจ้องอยู่นานด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเคาะหรือจะผลักมันเข้าไป เพื่อเจอกับความจริงที่ซ่อนอยู่หลังประตูบานใหญ่นี้ ความสับสน ความวุ่นวาย ความคิดซับซ้อน ตีวนทั่วไปทั้งหัวตลอดจนความรู้สึกที่มี เหงื่อออกชุ่มมือ ใจสั่นระรัว หายใจหอบถี่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นแทรกซ่อนในความรู้สึกตอนนี้มันเรียกว่าอะไร ผมไม่อยากให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนครั้งก่อนๆ อีก ความผิดหวังเจ็บปวดในความรักมันทำให้ผมปิดตัวเองจากทุกความหวั่นไหวที่เข้ามาตลอด



จนกระทั่งพี่ปราบได้ค่อยๆ พังมันลงมาเกือบทั้งหมด ด้วยความจริงใจที่มอบให้โดยใช้ระยะเวลาเพียงไม่นาน

ทั้งๆ ที่ผมกำลังจะเปิดใจยอมรับ แต่แล้วทำไมทุกอย่างมันถึงได้คล้ายกับเดจาวูที่วนล้อกลับไปเป็นเหมือนเดิม

หรือเพราะในโลกนี้มันไม่มีความรักดีดีหลงเหลืออยู่แบบนั้นหรอ..



“อย่าคิดมากนะมีน มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ได้”

ผมยืนนิ่งมือจับไปที่ลูกบิดประตู สูดลมหายใจยาวแล้วพ่นลมหายใจสะสั่นออกมา หลับตาเรียกสติของตัวเองให้กลับเข้ามาประจำที่ เตรียมตัวหากต้องเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดอีกครา

“หรือถ้ามันเกิดขึ้น ก็คิดซะว่ามีนโชคร้ายแล้วกันเนาะ”

โชคร้าย เหอะ!!

มันก็คงจะเป็นจริงอย่างที่พี่ไตร หนึ่งในคนที่มอบความโชคร้ายเกี่ยวกับประสบการณ์ความรักแย่ๆ มาให้ผมพูด ทุกครั้งที่ความรักของผมพังลงไม่เป็นท่า ผมจะกลับมาโทษตัวเองเสมอว่าผมเป็นคนโชคร้ายที่ไม่มีดวงเรื่องความรัก และผมเป็นคนโชคร้ายที่ไม่ดีพอจะทำให้ใครสักคนรักผม เลือกผมเพียงคนเดียวได้



แต่กับพี่ปราบ ... ผมกลับไม่อยากให้เกิดเรื่องโชคร้ายแบบนั้นขึ้นเลยแม้แต่น้อย



แกร๊ก !!!



“พี่ปราบ”

ตาเบิกกว้างขอบตาร้อนผ่าวกับภาพที่เห็นตรงหน้า ใจมันหวิวคล้ายจะพาให้สติวูบไปเสียให้ได้ จุกแน่นเบลอเหมือนโดนต่อยเมาหมัดนับครั้งไม่ถ้วน ได้แต่เฝ้าถามตัวเองในใจว่าทำไมมันถึงเกิดเรื่องเหี้ยๆ แบบนี้ขึ้นกับผมอีกแล้ว



พี่ปราบกับอินจูบกันอยู่บนเตียง ....

ทั้งคู่ผละกันออกหันขวับกลับมายังผมที่ยืนอยู่ตรงประตู สีหน้าท่าทางแสดงความตกใจอย่างถึงที่สุด พี่มันเรียกชื่อผมเสียงดัง ก่อนจะคว้าเสื้อตัวที่ผมติดกระดุมให้เมื่อเช้าขึ้นมาสวมใส่เตรียมจะเดินมาทางนี้ แต่คงช้าไปเพราะผมไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกแม้สักเสี้ยววินาทีเดียว



ผมเสียใจ

ผมเสียความรู้สึก

ผมผิดหวัง

และผมกำลังร้องไห้



ไม่รู้ว่าไกลแค่ไหนที่วิ่งพร้อมน้ำตามาจนถึงที่นี่ ความเสียใจมันสั่งให้เท้าของผมรีบก้าวออกจากห้องนั้น เพื่อให้ตัวเองพ้นกับสิ่งที่เห็นอยู่ ค่อยๆ ปาดน้ำตากับยกแขนขึ้นปิดปากตัวเองไม่ให้ลอดส่งเสียงสะอื้นไห้ออกมา ผมไม่อยากกลับไปเป็นคนอ่อนแอแบบเดิมอีกแล้ว ฝันร้ายที่เจ็บปวดทุกๆ ครั้งสร้างบาดแผลในความทรงจำพรุนจนนับแผลไม่ถ้วน ตั้งใจจะเป็นคนเข้มแข็ง ไร้หัวใจไม่โอนอ่อนเผลอใจให้ใคร



แต่สุดท้ายผมก็ต้องยอมแพ้เสียงเรียกร้องหัวใจของตัวเองให้กับพี่ปราบ

และสุดท้ายมันก็จบลงตรงที่ความเสียใจแบบเดิม



หมับ!!



ผมเสียหลักปลิวไปตามแรงดึงของใครสักคนจนเข้ามาอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้ๆ พยายามดิ้นและเปล่งเสียงทว่าทำไมสำเร็จเมื่อทั้งมือที่ยกขึ้นมาปิดปากและโอบรัดตัวเอาไวพันธนาการแน่นจนเรี่ยวแรงที่มียากจะต่อต้านไหว สายตากวาดตวัดมองไปยังร่างของคนที่โฉบคว้าผมเข้ามา ก่อนจะพบว่าใช่ใครอื่นทว่าเป็น

“ไอ้เก้า”

“ชู่ว” ไอ้เก้าส่งสัญญาณให้ผมงดใช้เสียง ไอ้ปาร์คที่อยู่ไม่ห่างพยักพเยิดหน้าให้ผม ส่วนพี่ปกได้แต่ส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้ ไม่เข้าใจว่าจะลากเข้ามาทำตัวลับๆ ล่อๆ หลังพุ่มไม้นี่ทำไมกัน

คนกำลังเศร้านะเว้ย..

“ลากกูเข้ามาทำไม”

“อย่าพึ่งถาม อยู่เงียบๆ แล้วหยุดร้องไห้ก่อน” ไอ้เก้าเอ่ย ท่าทีมันดูจริงจังจนผมต้องทำตาม

“ใจเย็นนะมีน โน่นดูอะไรนั่นก่อน” พี่ปกลูบไหล่ผมเบาๆ เรียกสติชี้ให้ผมตวัดสายตาไปตามทิศทางนิ้วชี้ของพี่มัน พลางไอ้ปาร์ครีบยกมือถือขึ้นมาแล้วกดอัดวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเอาไว้



“ทำแบบนี้ทำไมวะ”

เสียงพี่ปราบดังขึ้นเรียกพี่ไตรที่กำลังเดินให้ชะงักแล้วหยุดหันกลับไปเผชิญหน้ากับพี่มัน พี่ไตรหัวเราะร่วนด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความสุข ส่วนพี่ปราบสีหน้าเคร่งเครียดตรงกันข้าม อินเดินตามเข้ามาสมทบยืนอยู่ข้างๆ พี่ปราบ

“ผมทำอะไรหรอครับ ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” พี่ไตรทำเฉไฉ ท่าทางยียวนกวนตีนกว่าครั้งไหนจนผมเห็นพี่ปราบกำหมดแน่นสะกดอารมณ์

“ทำอะไรมึงรู้อยู่แก่ใจ”

“มึงมากกว่ามั้ง ที่ทำอะไรลงไป นอกใจมีนไปจูบกับไอ้อินจนมีนร้องไห้เสียใจ”

“มึงว่ากูฉลาดมั้ยไอ้ไตร”

พี่ปราบหลุดหัวเราะในลำคอ ดวงตาประกายวับกับสีหน้ามั่นใจปรากฏขึ้นทันที ตอนนี้กกลายเป็นว่าพี่ไตรเองนั่นแหละที่เริ่มถอดสีหน้าลง

“มึงถามทำไม”

“คนฉลาดอย่างกูเนี่ย ไม่ตกเป็นเหยื่อแผนตื้นๆ ละครหลังข่าวของมึงหรอกไอ้ไตร”

พี่ไตรเงียบสนิท เคร่งเครียดหนักกว่าเก่า

“มึงคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงจัดฉากให้กูกับอินจูบกันแล้วให้มึงพามีนมาเจอกู เหอะ..แผนโคตรกระจอกเด็กปอสี่ยังคิดแผนได้ซับซ็อนกว่ามึงอีกมั้ง”

หืม!! ผมเผลอครางในลำคอบวกกับความดีใจและงงในวินาทีเดียวกัน เรื่องที่ผมเห็นไม่ใช่ความจริงสินะพี่ปราบไม่ได้นอกใจผมสักหน่อย

“มึงพูดเรื่องอะไรของมึง กูไม่รู้เรื่องทั้งนั้นแหละ”

“แต่มึงรู้ใช่มั้ยอิน ว่าแผนทั้งหมดเป็นยังไง”

อินเดินขึ้นมายืนประจันหน้ากับพี่ไตรข้างๆ พี่ปราบ กดยุกยิกในโทรศัพท์แล้วยื่นหน้าจอให้พี่ไตรดู คู่กรณีตาเบอกกว้างด้วยความตกใจเตรียมจะคว้าหมับ ทว่าถูกพี่ปราบผลักออกห่าง



“แผนของเราครั้งนี้ก็คือ อินจะต้องชวนไอ้ปราบไปที่ห้องแล้วทำยังไงก็ได้ให้เหมือนมีอะไรกัน แล้วพี่จะพามีนไปเจอ เราจะสร้างสตอรี่ว่าไอ้ปราบกำลังนอกใจมีน”

“ได้เลยพี่ ว่าแต่พี่จะให้ผมเท่าไหร่ครับ”

“ห้าหมื่น เดี๋ยวจบงานพี่โอนให้”

“ได้ครับ”

“อย่าให้พลาดเหมือนคราวที่แล้ว”



“ไอ้อินมึงหักหลังกู” พี่ไตรตวาดเสียงดังลั่นไปทั่ว เขาโมโหจนตัวสั่นเทาหน้าแดงอย่างคนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองเอาไว้ได้ พี่ไตรเวลาไม่ได้ดั่งใจหรือโกรธจัดจะไร้ซึ่งสติจนหลุดแบบนี้แหละ

“ก็พี่ปราบเขาจ่ายผมเยอะกว่าพี่ตั้งสามเท่าแหนะ ผมรับจ้างก็ต้องเลือกงานที่ได้เงินดีกว่าสิ”

เด็กหนุ่มที่สุภาพ อ่อนโยน ยิ้มเก่ง โลกสวยที่ผมเคยรู้จัก กลายร่างเป็นคนกร้านโลก ท่าทีแข็งกร้าวกวนประสาทนั้นช่างตรงกันข้ามกับที่ผมเคยสัมผัสอย่างสิ้นเชิง ที่แท้เรื่องที่เห็นเมื่อคืนพี่ไตรกับอินก็คุยกันเกี่ยวกับแผนการในวันนี้นั่นเอง

“มึงพูดแบบนี้กับกูหรอ กูไม่เอามึงไว้แน่ไอ้อิน”

พี่ไตรชี้หน้าคาดโทษอินเอาไว้ สายตาคมแดงก่ำกราดเกรี้ยวมองคนตรงหน้าที่ไม่มีท่าทียี่หระกับความแค้นที่ส่งมาให้เลย

“มึงทำแบบนี้ทำไมไอ้ไตร มึงจ้างคนมาทำลายความรู้สึกมีนทำไม”

อินเบี่ยงหลบให้พี่ปราบที่ยืนนิ่งอยู่นานขึ้นมาประจันหน้ากับตัวต้นเรื่อง พี่ไตรไร้ซึ่งคำพูดใดๆ โต้ตอบนิ่งเงียบทว่ายังคงแสดงออกทางสีหน้าและแววตาว่ายังคงแค้นชัดเจนซะเต็มประดา

“กูถามว่าทำไม” พี่ปราบตวาดลั่นเสียงดังจนผมตกใจ ไม่เคยเห็นพี่มันโกรธเดือนดานขนาดนี้มาก่อนในชีวิต พี่มันกระชากคอเสื้อพี่ไตรเข้ามาหาตัวเอง ตาจ้องนิ่งตัวสั่นเทาไปหมด

“ทำไมกูจะทำไมไม่ได้ ก็ไอ้มีนมันทำกูก่อน แค่นี้ยังน้อยไป”

พี่ไตรผลักพี่ปราบให้ถอยห่างออกจากตัว หัวเราะหึในลำคอคล้ายคนเสียสติ ตาจ้องนิ่งไปหาพี่ปราบที่ดูเหมือนพร้อมจะต่อยไอ้พี่ไตรอยู่ตลอดเวลา ความจริงเรื่องของผมกับพี่ไตรมันจบลงไปตั้งนานแล้วและผมก็ไม่ได้ทำอะไรให้พี่มันเลยหลังจากนั้น มีแต่พี่เขาที่ทำร้ายผมอยู่ฝ่ายเดียว

แล้วเหตุผลที่เขาคิดร้ายกับผมมันคืออะไรกัน...

“มีนไปทำอะไรให้มึง มึงกับน้องเลิกกันตั้งนานแล้ว มึงจะตามทำร้ายน้องอีกทำไม”

“ก็เพราะมันเลิกกับกูไง กูถึงได้เกลียดมัน กูอยากทำลายมัน เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะคนอย่างกูไม่เคยถูกใครทิ้ง ในชีวิตกูกูเป็นคนเลือกตลอดว่าจะเอาใครจะทิ้งใคร ไม่ใช่จะให้ใครมาทิ้งกู”

ตอนนี้มีมือไม่ต่ำกว่าสี่ข้างที่ฉุดผมให้อยู่ที่ไม่ให้ลุกออกไปต่อยไอ้เหี้ยไตรให้ล้มคว่ำล้มหงายอยู่ตรงนั้น ผมรู้สึกร้อนไปหมดเพราะความโกรธไม่คิดว่าคนคนหนึ่งจะเหี้ยอะไรได้ขนาดนี้ ผมเป็นคนบอกเลิกเพราะมันมีคนอื่นแต่กลายเป็นผมต้องมาโดนทำร้ายต่อมันยุติธรรมตรงไหน

“เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ”

“เออ มึงไม่รู้หรอกว่ากูรู้สึกเสียหน้ามากแค่ไหน คนอย่างไตรวิชชีวิตเพียบพร้อมทุกอย่างแต่กลับถูกไอ้เด็กกระจอกๆ คนหนึ่งทำลายความภูมิใจของกู กูถึงต้องทำลายความรักของมันทุกครั้งไง”



ห๊ะ!! ผมอ้าปากค้าง



“มึงว่าไงนะไอ้ไตร มึงทำลายความรักของน้องทุกครั้งเลยหรอ”

“เออ กูทำลายความรักของมันทุกครั้ง ตั้งแต่เลิกกับกู กูก็ให้คนตามดูชีวิตมันตลอด ทุกครั้งที่มันมีแฟนกูก็จะทำให้มันผิดหวัง เสียใจ โดนทิ้งเหมือนกับที่กูโดนไง”

พี่ไตรเอ่ยเล่าสิ่งชั่วร้ายที่ได้ทำเอาไว้อย่างไม่ยี่หระ จนความโกรธที่มีของผมมันทวีขึ้นเป็นเท่าตัวไม่สิสิบเท่าตัวเลยมากกว่า ผมเข้าใจมาตลอดว่าผมโชคร้ายที่เจอความรักแย่ๆ จนปิดกั้นตัวเองจากความรัก

แต่สุดท้ายมันไม่ใช่...

“แฟนคนที่สองของมัน บังเอิญโชคเข้าข้างกูหวะ แฟนเก่ามันเป็นน้องที่กูรู้จักกูเลยเชียร์ให้สองคนนั้นกลับมาคบกัน ยุยงสารพัดจนในที่สุดเค้าก็ทิ้งมัน”

ไอ้พี่ไตรหัวเราะอย่างภาคภูมิใจที่ได้เอาชนะคนอย่างผม

“ส่วนคนต่อมา กูก็จ้างคนให้ไปยั่ว ไปยุ่งกับแฟนมัน สันดานผู้ชายพอเจออะไรที่ถึงใจมันก็ติดจนถอนตัวไม่ขึ้น จนนานวันเข้าผู้ชายก็เริ่มห่างมันและทิ้งมันไปในที่สุด”

พี่ไตรหัวเราะร่วนราวกับคนเสียสติ

“ล่าสุดกูก็จ้างไอ้อินให้ไปจีบมัน ตั้งใจว่าพอมันหลงรักไอ้อินก็จะทิ้งมันเหมือนที่มันทิ้งกู แต่ไอ้นี่เสือกพลาด กูเลยต้องเปลี่ยนแผนเป็นจัดการกับมึงแทน เป็นไงกูเก่งมั้ยทำลายความรักของมันได้ทุกครั้งเลย ฮ่าๆ สะใจโว้ย”

“ไอ้เหี้ย”



ปึก !!!



พี่ปราบชักหน้าพี่ไตรจนล้มลงกับพื้นแล้วพุ่งเข้าไปคร่อมล่างเอาไว้ ปล่อยหมัดใส่ไม่ยั้งด้วยแรงโกรธจนหน้าพี่ไตรอยู่ในสภาพไม่ชวนมองเท่าไหร่ เลือดกบปากเปรอะเปื้อนเต็มเสื้อเช๊ตขาวที่สวมใส่ พี่ปราบยั้งหมัดสุดท้ายเอาไว้ ใบหน้าบิดเบี้ยวสะกดอารมณ์ร้อน ต่างจากคนที่คนอยู่บนพื้นส่งยิ้มหัวเราะราวคนบ้าไม่รู้สึกรู้สากับความเจ็บปวดตลอดจนสิ่งเลวร้ายที่ได้ทำลงไปทั้งหมด

“ต่อยกูเลย เพราะยังไงมึงก็ไม่มีทางได้กลับไปหาไอ้มีนแล้ว”

“มึงแน่ใจหรอไอ้ไตร”

“กูแน่ใจ เพราะมีนเค้าเชื่อในสิ่งที่เห็นไปแล้ว คนโง่ๆ แบบนั้นป่านนึ้คงนั่งร้องไห้ตายไปแล้วมั้งยิ่งคิดกูก็ยิ่งสะใจหวะ ยังไงก็ขอบคุณมึงมากนะ”

พี่ปราบหัวเราะตอบกลับไป ผละลุกขึ้นยืนสะบัดมือไล่ความเมื่อยจากการชกหนัก หันหน้ามาทางพุ่มไม้แล้วเอ่ยขึ้น

“ได้ยิน ได้เห็นทุกอย่างหมดแล้วใช่มั้ยครับมีน”



ผมลุกขึ้นเดินออกมาจากความมืดหลังพุ่มไม้ที่หลบซ่อนอยู่ ก้าวออกมาตามแสงที่ค่อยๆ สว่างขึ้นเรื่อยๆ จนทุกอย่างชัดเจนในที่สุด ไม่ต่างจากหัวใจของผมตอนนี้ที่เคยซุกซ่อนเอาไว้หลังกำแพงสูงเพียงเพราะเข้าใจว่าสิ่งเจ็บปวดตลอดเวลาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะความรักที่ไม่สมหวังจนกระทั่งทุกอย่างกระจ่างชัด

“มีน”

“ใช่ผมเอง” พี่ไตรพยุงตัวให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับผม ข่มตัวเองให้มีสติระงับความโกรธให้มากที่สุด มันจะได้จบๆ กันไปสักทีไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนแบบนี้แล้ว

“เรื่องที่เราเลิกกัน ถ้าพี่คิดดีดีเหตุมันมาจากพี่ที่นอกใจผม ไม่ใช่ผมอยากบอกเลิกพี่ ตลอดเวลาที่คบกันผมพยายามที่จะประคับประคองแล้วแต่มันก็ไปต่อไม่ได้จริงๆ ขอโทษนะครับถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกหมดความภาคภูมิใจในตัวเองได้ถึงขนาดนี้”

ถามว่ารักพี่ไตรมากแค่ไหน ผมตอบได้เลยว่าเคยรักมาก มากที่สุดเท่าที่ชีวิตหนึ่งรักสามารถรักใครสักคนได้ ตลอดระยะเวลาที่มีด้วยกันมันดีมากถึงมากที่สุด ถ้าไม่มีเรื่องนอกใจเข้ามาเกี่ยวข้อง

ผมรับได้ทุกอย่าง ยกเว้นแค่เรื่องนี้จริงๆ ..

“หึ”

“แต่ที่พี่ตามทำร้ายผม ตามทำให้ความรักของผมพังทุกครั้ง จนผมต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ไม่เชื่อในความรัก เกือบชีวิตพังกลายเป็นคนง่ายๆ นอนกับใครก็ได้อันนี้ผมไม่เห็นด้วยหวะ”

ไม่มีใครที่อยากจะเลิกกับคนที่เรารัก เพราะเมื่อมีรักเราต่างมองไปที่ปลายทางแห่งความสุขมากกว่าปลายทางแห่งความจบสิ้น ทว่าความสุขที่มีเลือนลางเข้าไปในทุกนาทีที่ผ่านเลย

ในเมื่อหนึ่งคนพยายามประคับประคองแต่อีกหนึ่งกลับนิ่งเฉยแถมยังค่อยทำลายลง สุดท้ายมันก็ยากที่จะไปต่อได้

“คนเราเลิกกัน เพราะมันรักกันไม่ได้ เราควรจะจบกันด้วยดี ต่างคนต่างอยู่ไม่ใช่จองเวรกันแบบนี้ ที่ผ่านมาผมจะถือว่าผมชดใช้ให้พี่หมดแล้วนะครับ ผมจะไม่โกรธไม่ถือโทษอะไร”

“แต่กูไม่จบ”

“ถ้ามึงไม่จบ เรื่องที่มึงทำร้ายมีนที่โรงแรม แล้วก็เรื่องที่มึงติดการพนันจะถูกเปิดเผยสู่สังคมทันที คนที่มีแต่ความภาคภูมิใจในตัวเองและหวงแหนมันขนาดนั้น คงไม่อยากให้มีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้นใช่มั้ย”

“ไอ้ปราบ”

“ใช่ กูชื่อปราบปราม จำหน้ากูไว้ดีดี ถ้ามึงไม่จบมึงเจอกู และมึงก็รู้ว่าครอบครัวกูมีอิทธิพลในวงการขนาดไหน”

“พวกมึง”

“เมื่อก่อนมึงอาจจะทำร้ายมีนได้ แต่นับจากนี้มึงไม่มีสิทธิแม้แต่นิดเดียว”

.

“เพราะมีนเป็นคนของกู ถ้ามึงแตะมึงตายไอ้เหี้ยไตร กูไม่เอามึงไว้ทำพ่อหรอก”



จากนี้ไปชีวิตผมคงจะหมดเวรหมดกรรมกับคนแบบนี้และเรื่องรักร้ายๆ ที่เกิดขึ้นเสียใจ

ตราบใดคนที่เอ่ยปากว่าจะปกป้องผม



ยังเกาะกุมมือกันไว้แน่นแล้วเดินไปด้วยกันแบบนี้...





หมดดราม่าแล้วนะทุกคน .... สามตอนสุดท้าย เข้าสู่โหมดหวานกันรัวๆ เลยนะ

เราไม่อยยากเขียนดราม่าอะไรเยอะ ฮ่าๆ

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
เฉลยหมดละ

ออฟไลน์ poohanddew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
พี่ปราบไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Chapter 21 --- ❝ผลของความพยายาม❞

----------


Xปราบปราม



ผมพามีนกลับมาถึงห้องแล้ว แต่เด็กดื้อของผมยังไม่เอ่ยถามอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น พอมาถึงก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำบอกว่าอยากแช่อ่างให้หายเหนื่อย ส่วนผมก็เลยออกมานั่งคิดถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมาอยู่ตรงริมสระว่ายน้ำรอ

ตอนแรกแมร่งก็ไม่โกรธ เพราะคิดว่าเรื่องคงไม่ได้แย่มากเท่าไหร่ แต่พอเอาเข้าจริงสิ่งที่ผมได้รู้จากปากไอ้ตัวต้นเรื่องก็ทำเอาแทบคุมสติตัวเองไว้ไม่อยู่เหมือนกัน ไม่ต่อยมันจนสงบคามือก็ดีเท่าไหร่แล้ว คนเหี้ยอะไรจะตามทำร้าย ทำลายคนที่ตัวเองเคยรักได้มากมายขนาดนั้นเพียงเพราะ...



‘โดนบอกเลิก’



คนที่เพียบพร้อมอย่างไตรวิช ลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจรายใหญ่ (สีเทา) ถ้าให้ผมเดาเขาคงถูกเลี้ยงดูมาแบบถูกตามใจจทุกอย่าง ในชีวิตไม่เคยมีอะไรที่ไม่ได้อย่างใจ อยากได้ก็จะเอา พอเบื่อก็จะทิ้ง เป็นฝ่ายถูกเลือกในขณะเดียวกันก็เลือกที่จะทิ้งมาโดยตลอด



ความยึดมั่นว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่างจึงทำให้เขามีความภูมิใจกับสิ่งเหล่านั้น

จนมันพังทลายเพียงเพราะ...โดนเด็กผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งบอกเลิก

เขาถึงได้แค้นฝังใจ



“พี่ปราบ”

“ว่าไง”

เสียงน้องกระตุกผมให้หลุดออกจากภวังค์ความคิดแล้วหันมาหา มีนนั่งลงข้างๆ ผม สีหน้า แววตาท่าทางของมีนไม่ได้แย่อย่างที่ผมคาดการเอาไว้ น้องเข้มแข็งตามนิสัยที่น้องเป็น แต่ก็แอบหวังว่าจะแบบร้องไห้อ่อนแอแล้วมาซุกที่อกผมบ้างผมจะได้ดูเป็นพระเอกที่คอยปกป้องนางเอกอะไรแบบนั้น

“นั่งคิดอะไรอยู่”

“ก็คิดถึงเรื่องเมื่อกี้นั่นแหละ ยังกรุ่นอยู่นิดหนึ่ง แล้วเราละยังโกรธอยู่มั้ย”

มีนส่ายหัวแทนคำตอบ ผมชื่นชมในความเข้มแข็งของน้อง หรืออาจเพราะมีนเจ็บปวดกับความรักมานับครั้งไม่ถ้วนถึงมีภูมิคุ้มกันราวกับวัคซีนที่เป็นเกราะหนาไม่ให้เชื้อไวรัสร้ายผ่านเข้าไปได้

“พี่ปราบเป็นคนวางแผนทั้งหมดใช่มั้ยครับ”

“อืม พี่เป็นคนวางแผนแต่ก็ไม่ได้ทำคนเดียวนะมีพี่ปกกับเพื่อนมีนช่วยด้วย”

งานแบบนี้ผมจะวู่วามจัดการคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนใกล้ตัวของมีนและของผมด้วย เริ่มจากไอ้เก้ากับไอ้ปาร์คที่ให้คอยดูแลมีน คอยจับตาดูความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับคนที่เข้ามาใกล้มีน ส่วนพี่ปกเป็นที่ปรึกษาหาแนวทางจัดการ ส่วนผมลงมือ โคตรจะเป็นระบบกูนึกว่าปฎิบัติการลับระดับชาติ

“แล้วมีนไม่โกรธไตรวิชจริงหรอ” ผมหันไปหาน้องที่เอาแต่เหม่อมองไปยังวิวตรงหน้า

“ตอนแรกก็โกรธนะครับ แต่พอรู้ว่าผมเองก็มีส่วนที่ทำให้พี่ไตรเป็นแบบนั้นก็รู้สึกผิดนิดหนึ่งเหมือนกัน”

“หืม” ผมเลิกคิ้วขึ้นเมื่อน้องพูดโทษตัวเองแบบนั้น มันไม่ใช่ความผิดมีนสักหน่อย

“ผมเพิ่งรู้หลังเลิกกันครับว่าที่พี่ไตรชอบเปลี่ยนคู่นอนเพราะเขามีปมในใจ ที่บ้านพ่อแม่พี่ไตรเลิกกันไปตั้งนานแล้วแต่อยู่ด้วยกันเพราะเรื่องธุรกิจ พี่เขาเลยเหมือนจะขาดความรักถึงต้องหาคนมาอยู่ข้างตัวตลอดและต้องการมีคนรักเขามากๆ”

มีนตวัดสายตาพลางยิ้มมุมปากมาให้ ผมจึงเคลื่อนมือหนาแกร่งของตัวเองเข้าไปเกาะกุมมือของน้องเอาไว้แน่นลูบหลังมืออย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลม

“การบอกเลิกของผมคงทำให้พี่ไตรเสียใจ และหมดความภูมิใจในตัวเองจริงๆ นั่นแหละ คนที่ปกติเป็นฝ่ายทิ้งอยู่กับความรู้สึกอย่างผู้ชนะมาโดยตลอด วันหนึ่งกลับถูกทิ้งคงไม่ชินกับความเป็นผู้แพ้”

มีนคนเดิมที่ผมรู้จักในตอนเด็ก จิตใจดียังไงก็ยังคงเป็นแบบนั้น น้องเป็นคนที่ฟังหากมีเหตุผลให้ได้คิดตามเสมอ

“แล้วมีเรื่องกับพี่ไตรแบบนี้ งานที่ดีลไว้จะไม่เสียหายหรอครับ”

“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อโรงแรมมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เป็นหนึ่งในแผนเท่านั้นเอง”

ทันทีที่รู้ว่าโรงแรมนี้เป็นของไตรวิชผมก็ไม่ลังเลที่จะให้พี่ปกติติดต่อเพื่อเจรจาธุรกิจ โรงแรมของเขาอยู่ในช่วงวิกฤตขาดสภาพคล่องเพราะปัญหาทางการเงินจากการบริหารงานของเขาเองที่ผิดพลาด

“อ่อๆ ครับ พี่ไตรคงติดการพนันหนัก เงินที่มีก็คงเอาไปลงทุนตรงนั้นหมด”

“มีนรู้ด้วยหรอ”

“รู้สิครับ ก็พี่ไตรติดการพนันมาตั้งแต่ตอนคบกับมีนแล้ว”

ผมพยักหน้ารับ ก่อนที่มือของผมจะถูกบีบนวดจากคนที่นั่งข้างๆ อย่างเบามือ ผมเลิกคิ้วสงสัยในการกระทำดังกล่าวเหมือนเจ้าตัวจะรู้รีบเอ่ยปากเฉลยขึ้นมา

“ก็เห็นต่อยพี่ไตรหน้าแหกขนาดนั้น ก็เลยนวดมือให้หายเมื่อยไงครับ” ยิ้มกว้างอีกแล้ว ใจพี่บางไปหมดแล้วมีน

ผมนั่งนิ่งจ้องแต่มีนไม่ละสายตาไปไหน ปาก จมูก ตา ผิวเนียนละเอียด สะกดให้ตกอยู่ในภวังค์ได้อย่างง่ายดาย

โคตรน่ารักเลย...

“ขอบคุณนะครับ ที่ปกป้องผม”

“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็น..”

“หืม”

.

“ให้พี่ได้ใช้ของที่เตรียมมาในกระเป๋าได้ปะละ”

ผมพูดไปอย่างนั้นแหละไม่ได้ทำดีเพื่อจะได้อะไรตอบแทนหรอก แค่ได้ปกป้องน้องก็พอแล้วและยิ่งได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ แบบนั้นก็ยิ่งมีความสุขเข้าไปใหญ่ อย่างอื่นมันเป็นแค่ผลพลอยได้มากกว่า

มีนลุกขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องพร้อมเสียงตะโกนดังๆ ที่ลอดผ่านประตูออกมา คำที่ทำเอาทั้งใจและไอ้ลูกชายผมฟูจนต้องรีบวิ่งตามเข้าไป

“พี่ปราบ..กล่องเดียวพอหรอครับ”







คนเราจะแอบรักใครสักคนได้นานแค่ไหน..

คนเราจะรักใครสักคนได้ถึงเมื่อไหร่..



นั่นสิผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็อยากพาตัวเองเข้าไปรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับคนคนหนึ่งซะแล้ว ผมกับมีนรู้จักกันตั้งแต่เด็กบ้านเราอยู่ใกล้ๆ กันแถมคุณหญิงมรกตแม่ผมกับคุณน้าศรีซึ่งเป็นแม่ของมีนก็สนิทสนมกันมาก สามารถนั่งเมาท์กันได้เป็นวันวันโดยไม่ขาดตอน



ผมกับมีนจึงมักจะได้มาเล่นด้วยกันบ่อยๆ ระหว่างผู้ใหญ่คุยกัน เล่นบ้างทะเลาะบ้างกวนตีนบ้างปะปนกันไป ส่วนใหญ่ก็ผมนี่แหละตัวกวนตีน แรกๆ ผมไม่ค่อยชอบมีนเท่าไหร่ก็อย่างว่าผมไม่เคยมีน้อง ผมเป็นลูกคนเล็กสุดของบ้าน ทุกอย่างในชีวิตผมจะได้รับการตามใจมาโดยตลอดจากคุณพ่อ คุณแม่และพี่ปกป้อง



แต่พอมีมีนเข้ามาในชีวิตผมกลับต้องเป็นฝ่ายปกป้องน้อง ดูแลน้อง ตามใจน้อง นานวันเข้ามันจึงกลายเป็นความเคยชินว่าผมจะต้องดูแลมีนทั้งๆ ที่การกระทำที่ออกไปตรงกันข้ามฉิบหาย



ปากหมา ... กวนตีน ... ขี้แกล้ง...แต่สุดท้ายก็ยอมแค่น้องคนเดียว

และยอมมาโดยตลอด



“พี่ปราบมีนอยากเล่นกับน้องแมว”

“เดี๋ยวมันก็กัดมือหรอก”

“นะนะ”

สุดท้ายก็พาน้องซ้อนท้ายจักรยานไปหาแมวอ้วนสีส้มท้ายซอยอยู่ดี



“พี่ปราบมีนอยากกินไอติมแตงโม”

“มึงนี่วุ่นวายมีอันนั้นจะอินอันนี้ วันนี้กินรสช็อกโกแลตไปก่อน”

สุดท้ายผมก็ไปต่อยกับรุ่นพี่เพื่อแย่งไอติมแตงโมแท่งสุดท้ายมาให้มีน



“พี่ปราบวันนี้มีนโดนแกล้ง”

“สมน้ำหน้า โดนบ้างก็ดี”

สุดท้ายพออีกวันผมก็ไปต่อยไอ้ห่าที่แกล้งมีนจนผมถูกเรียกพบผู้ปกครอง



“พี่ปราบสอนการบ้านมีนหน่อย”

“วุ่นวายจริงๆ เลย กูดูการ์ตูนอยู่มึงไม่เห็นหรอ”

สุดท้ายผมก็ต้องปิดทีวีแล้วสอนไอ้ตาแป๋วฝึกบวกเลขจนคล่อง





“พี่ปราบมีนขอเล่นด้วยคน”

“รำคาญ”

สุดท้ายผมก็ต้องไปต่อจอยเกมอีกอันเพื่อให้น้องมันเล่นเกมต่อสู้



คิดแล้วก็ตลกตัวเองเหมือนกัน

ปากก็บ่นไปงั้น กวนตีนเป็นที่หนึ่ง

สุดท้าย...ก็ตกหลุมรักไอ้เด็กดื้อเข้าจนได้



หากจะถามว่าความรู้สึกผมเปลี่ยนไปตอนไหนก็คงจะเป็นตอนที่ผมไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมรู้ว่ามีนมีแฟนและเลิกกับแฟนไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่จากพี่ปกและไอ้เก้ากับไอ้ปาร์ค ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอเห็นมีนผิดหวังซ้ำๆ ผมเองก็เริ่มจะเป็นห่วงความรู้สึกของน้อง อยากจะกลับไปดูแลแต่ก็ไม่รู้จะดูแลในฐานะอะไรในเมื่อผมทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีไม่เป็น



ยังจำได้ดีตอนที่ไอ้เก้าบอกว่ามีนจะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่นอนกับใครก็ได้ แค่วางสายผมก็หงุดหงิดจนกดปิดการ์ตูนช่องโปรดทิ้งและโทรเลื่อนตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุดทั้งที่ตั้งใจจะอยู่เที่ยวอีกสักสามเดือนหลังเรียนจบ



แล้วก็รีบกลับมาเมืองไทย....จนเลยเถิดเกิดมีอะไรกันในคืนนั้นนั่นแหละ

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ..เพราะผมตั้งใจ

ในเมื่อดูแลในฐานะพี่ชายไม่ได้...ก็ต้องอยู่ในสถานะอื่นที่จะดูแลน้องได้

นั่นคือ...’ ผมจะเป็นเจ้าของมีน’



เสียงหายใจถี่สลับกรนเล็กน้อยของคนข้างๆ ที่นอนเหยียดเต็มความสูงอยู่ข้างๆ ผมบนโซฟาในห้องรับแขกทำให้ผมต้องละสายตาจากการ์ตูนเรื่องโปรดจากช่องที่เปิดทิ้งเอาไว้ ใบหน้าเรียวสวยขาวเนียนที่ผมชอบแอบมองตอนนี้นอนหลับไม่ได้สติอยู่ในอ้อมอกผมนับตั้งแต่ทานข้าวเที่ยงเสร็จ



เรากลับมาถึงกรุงเทพตั้งแต่สิบเอ็ดโมงกว่า และผมก็ไม่ได้กลับไปที่คอนโดของตัวเองเพราะไอ้เจ้าเด็กดื้อที่นอนกรนอยู่นี่เอ่ยปากชวนทานข้าวด้วยกัน ปกติจะมีแต่ผมที่งอแงขออยู่ต่อทว่าวันนี้กลับเป็นน้องเสียเองที่ชวน จากเดิมที่จะกลับไปนอนพักเลยกลายเป็นมานอนกล่อมเด็กดื้อให้ครางเสียงอืออาทุกครั้งที่ผมประทับจูบลงบนแก้มนุ่มเนียนนั้นแทน

คิดแล้วก็เอื้อมมือไปดึงแก้มนุ่มเนียนของคนที่ยังหลับสนิทแถมยังส่งเสียงกรนเบาๆ ในอ้อมกอดผม ได้ยินเสียงฮึมฮัมและหน้ายุ่งน้อยๆ ด้วยถูกรบกวนเวลานอน

“มีน”

“มีนครับ”

“อ่า...”

“ตื่นได้แล้ว แขนพี่ชาไปหมดแล้วเนี่ย”

น้องยังนิ่งคงเพลียมาก เมื่อคืนผมก็จัดไปหลายยกอยู่เหมือนกันจนหมดกล่องนั่นแหละ สุดท้ายจึงไม่อยากกวน ผมเลยขยับตัวถอยห่างค่อยๆ ดึงมือที่สอดรับร่างมีนเอาไว้ให้ออกจากตัวแล้วเลื่อนหมอนมารองหัวจัดแจงให้อยู่ในท่าที่นอนสบาย แล้วหยิบผ้าห่มในห้องนอนออกมาคลุมร่างมีนไว้





มืดแล้วผมรอมีนตื่นล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นแล้วพากันลงมาหาอะไรง่ายๆ กินแถวหน้าคอนโด เดินตามทางไปเรื่อยเพื่อหาของกินจู่ๆ เด็กดื้อก็ยืนนิ่งมองไปทางซ้ายมือที่มีไฟประดับประดาอยู่สูงตรงทางเข้าที่มองเข้าไปดูคล้ายตลาดนัด

“พี่ปราบ ไปเดินเล่นข้างในกันมั้ย น่าจะมีของกินเยอะ”

มีนตาเป็นประกายวาว พยักหน้าหยึกๆ อ้อนเหมือนตอนขอให้ผมพาไปหาน้องแมวสมัยเรายังเด็ก ผมอาศัยช่วงชุลมุนกุมมือมีนเอาไว้แล้วพากันเดินเข้าไปข้างในวัด ร้านค้าหลากหลาย ทั้งของกิน ของใช้ ขนมสารพัดเรียงรายตั้งอยู่ทั่วบริเวณ เสียงแม่ค้าพ่อค้าต่างเรียกลูกค้าแข่งกันดูครึกครื้น กลิ่นอาหารโดยเฉพาะลูกชิ้นทอดลอยโชยมาตามลมทำเอาท้องผมร้องดังยิ่งกว่าเสียงดนตรีเสียอีก

“เอาลูกชิ้นทอดสี่สิบบาทครับ” เสียงมีนสิ่งลูกชิ้นทอดในกระทะน้ำมันเหลืองอร่าม ลูกชิ้นที่เมื่อก่อนทุกๆ เย็นผมจะออกมาซื้อที่สวนสาธารณะหน้าโรงเรียน มันจะเป็นลูกชิ้นบวกปลาเส้นบวกไส้กรอกแดงราดน้ำจิ้มมะขามเปรี้ยวๆ หวานๆ บอกเลยโคตรอร่อย

ที่สำคัญ..คนที่ยืนน้ำลายไหลอยู่ข้างๆ ผมเนี่ยชอบมาก

“กินเยอะ ตูดใหญ่”

“แล้วใครใช้ให้จับ”

วางมือบนหัวแล้วขยี้ผมแรงๆ ให้กับความกวนตีนของน้องมีน ผมรับลูกชิ้นมาพลางส่งกระเป๋าตังค์ในมือให้มีนถือ

“ไม่กลัวผมใช้หมดกระเป๋าหรอ”

“ยกสมบัติจากมรดกให้ทั้งหมดเลยยังได้”

มีนทำปากคว่ำกับสายตากวนตีนส่งมาให้เชิงล้อเลียน แต่ผมพูดจริงนะถ้าคุณนายมรกตรู้ว่าผมกำลังตามจีบลูกชาย (ทูนหัว) คนเล็กของแกอยู่คงดีใจแย่

“แหวะ จะอ้วก”

“จูบนะ”

“อย่ามาขู่ ไม่กลัวหรอก”



จุ๊บ!!!



เหมือนมีนจะอึ้งไปเล็กน้อยเพราะผมพุ่งเข้าไปจุ๊บที่ริมฝีปากแล้วเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สายตากวาดมองไปทั่วมีแต่คนมองแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่



คนอย่างปราบปรามกล้าหมดแหละ

การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

ดังนั้น....ไม่มีความจำเป็นจะต้องกลัว



“มีน อยากกินอะไรเพิ่มอีกมั้ย” ถามน้องทั้งๆ ที่ตลอดครึ่งชั่วโมงที่เดินมาไม่มีร้านไหนที่ไม่แวะ จนของกินเต็มสองมือผม ต้องหาซื้อถุงผ้าใส่ไม่อย่างนั้นมีหวังนิ้วล็อกชัวร์ๆ

“มีน..พี่ถามว่า...อ้าว”

มีนไม่ได้อยู่ตรงนี้แต่ยืนมองอะไรอยู่ตรงโน้นที่ผมเพิ่งเดินผ่านมาด้วยความสนใจ ผมกลับไปหาน้องถึงได้รู้ว่าไอ้ที่เด็กดื้อยืนมองอยู่นั่นก็คือ

“พี่ปราบ ปาลูกโป่งเป็นป่าว”

หึ...งานงอกแล้วล่ะกู ไอ้ปาลูกโป่งไม่เท่าไหร่แต่สายตาที่จับจ้องอยู่กับป้ายของรางวัลนั่นสิน่าจะเรื่องใหญ่

“ว่าไงปาเป็นมั้ย มีนอยากได้ตุ๊กตา” นั่นไง กูว่าแล้ว

“เดี๋ยวพี่พาไปซื้อในห้าง เอาตัวใหญ่แค่ไหนก็ได้”

ตั้งใจจะตัดปัญหาด้วยเงิน แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นสายตามองนิ่งนั้นส่งมาเป็นแสงประกายจนเผลอกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ทัน

“ถ้าพี่ซื้อตุ๊กตาพี่ก็ได้แค่ตุ๊กตา แต่ถ้าพี่ปาโป่งพี่ก็จะได้ทั้งตุ๊กตาและความภูมิใจ อะไรที่ได้มาด้วยความพยายามใครๆ ก็ชอบทั้งนั้น”

เสียงเด็กอายุราวๆ ห้าหกขวบถือลูกดอกเอาไว้ในมือยักคิ้วให้ผมหงึกๆ แล้วกลับไปเพ่งสมาธิที่เป้าตรงหน้า ปาติดๆ กันจนครบเจ็ดดอกและเข้าเป้าที่ลูกโป่งแตกครบเจ็ดลูกเช่นกัน

“โถ..น้องเก่งมากอะ” นั่นมีนเดินเข้าไปชื่นชมน้องเขาใหญ่เลย แหม..แก่แดดทำมาสอนผมเหมือนผมเป็นน้องมันแบบนั้นแหละ

หยามแบบนี้แถวบ้านเรียกหยาม ...

“แค่นี้เอง กระจอก พี่จัดมา”

ผมรับตะกร้ามาจากพี่เจ้าของร้าน ตวัดสายตาไปทางเด็กน้อยที่ยืนดูเชิงผมอยู่ข้างๆ มันจะยากอะไรแค่ปากลูกโป่ง



หึ.. ไม่เลย ไม่ยากหรอ

เปล่า..ไม่เข้าเลยไอ้เหี้ยเอ๊ย หมดจะพันหนึ่งแล้วเนี่ย



“อ่อนวะ” น้องคนที่ยืนอยู่ข้างๆ หัวเราะสำทับแล้วอุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวโตที่มีนอยากได้แล้วเดินออกไป จะต่อยเด็กก็กลัวได้ออกข่าว มองไปตุ๊กตาก็เหลือตัวสุดท้ายแล้วด้วย

“พอมั้ยพี่ปราบ มีนไม่เอาแล้วก็ได้”

“ไม่ได้พี่ต้องเอามาให้มีน”

ผมยกมือเรียกพี่เจ้าของร้านเพื่อเพิ่มตะกร้าลูกดอกอีกเรื่อยๆ สายตาจับจ้องที่ตุ๊กตาหมีตัวที่มีนอยากได้แล้วเริ่มลงมือปาอีกครั้ง ท่ามกลางความตั้งใจที่มีและเสียงของน้องคนนั้นดังก้องในหู



‘อะไรที่ได้มาด้วยความพยายามใครๆ ก็ชอบทั้งนั้น’



ผมมานั่งแหง่วอยู่ตรงระเบียงห้องมีนหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ พร้อมคนข้างๆ ที่นั่งถือพวงกุญแจตุ๊กตาหมี อือฟังไม่ผิดหรอกพวงกุญแจตุ๊กตาหมีจริงๆ ก็ผมพยายามแล้วแต่มันปาเข้ามากสุดแค่สามในเจ็ดเลยได้พวงกุญแจตุ๊กตาหมีกลับมาแทนตุ๊กตาตัวโตตัวนั้น

หมดไปเป็นแสน .. แขนตุ๊กตาก็ยังไม่ได้จับ วืดสุด

“หายนอยด์ได้แล้วพี่ปราบ จริงจังไปหรือเปล่า”

“ก็มีนอยากได้ไง พี่ก็ต้องเอามาให้ได้สิ”

บอกแล้วไงครับว่าผมตามใจมีนทุกอย่าง อะไรที่น้องอยากได้หรือจะเอาผมก็จะพยายามทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา คาดหวังมากก็เลยผิดหวังมากเป็นธรรมดา

“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดตุ๊กตานะครับ”

“หืม”

“มันขึ้นอยู่ที่ความพยายาม แค่พี่ปราบพยายามทำให้มีน ตุ๊กตาจะตัวเล็กตัวใหญ่หรือได้แค่ลูกอมมาเพียงเม็ดเดียว มันก็มีความหมายมากๆ แล้ว ผลการความพยายามไม่ได้วัดกันที่ความสำเร็จอย่างเดียวนะครับ”

ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร แม้ความพยายามจะยังไม่ทำให้เกิดผลสำเร็จได้ในครั้งแรก แต่ก็ดีกว่าไม่พยายามเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะสุดท้ายเราก็ได้ลงมือทำไม่ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงก็ตาม



ความสุขที่ได้ทุ่มเทระหว่างทางต่างหากที่ทำให้เราภูมิใจมากกว่าผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้



ห้องมีนอยู่สูงพอจะเห็นวิวที่อยู่ตรงหน้าได้ถนัดตา แสงจันทร์บางเบาเลือนรางท่ามกลางท้องฟ้ามืดที่ถูกแสงไฟที่มากกว่าแสงดาวบนพื้นโลกส่องสว่าง มีนยกแก้วน้ำเต้าหู้ขึ้นดื่มแล้วหยกเล่นกับตุ๊กตาหมีตัวเล็กที่อยู่ในมือ พลางเมื่อรู้ว่าผมนั่งแอบมอง เจ้าตัวจึงหยุดและเริ่มเอ่ยประโยคสนทนาขึ้น

“พี่ปราบ”

“…ครับ”

“พี่ปราบเริ่มชอบมีนตั้งแต่ตอนไหนหรอ”

คิ้วผมเลิกขึ้นที่จู่ๆ น้องก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา

“ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนไหน...แค่รู้ตัวอีกทีพี่ก็อยากเป็นคนที่ทำให้มีนมีความรักที่ดีแล้ว”

พูดถึงตรงนี้ คนฟังอมยิ้มขึ้น ดวงตาคู่กลมสีน้ำตาลจ้องมองผมชวนให้หลงหนักเข้าไปใหญ่

“มีนจำได้ว่าตอนเด็ก พี่ปราบชอบแกล้งมีน ชอบกวนประสาท ชอบทำให้ร้องไห้ แต่สุดท้ายพี่ปราบก็ยอมมีนตลอด”

“พี่เป็นพวกปากร้ายแต่ใจรักอะ”

“เค้ามีแต่ปากร้ายแต่ใจดีไม่ใช่หรอพี่ปราบ”

ผมหัวเราะแก้เขินพลางวางมือบนดวงหน้าของน้อง ใช้นิ้วไล่เกลี่ยจัดผมที่ลู่ตามลมให้เข้าที่ ลูบแก้มนิ่มไล้เรื่อยอยู่นานอย่างเอ็นดู

“พี่ชอบมีนนะ”

“คะ..ครับ พี่ปราบเคยบอกมีนแล้ว”

“ก็อยากย้ำให้รู้ตัวอีกที ว่าพี่ชอบมีนและกำลังจีบมีนอยู่นะ”

“รู้แล้ว” เขินยังไงให้น่ารักขนาดนี้นะ

“ส่วนเรื่องคืนนั้นของเรา ไม่ใช่ความบังเอิญ....แต่พี่ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น”

คืนนั้นถ้าไม่ติดว่ายุ่งเรื่องมีน ผมจะถีบไอ้เก้าซักพันครั้งโทษฐานที่ผมให้มันเสือกสอนมีนให้ไปอ่อยผู้ชาย โชคยังดีที่ผมไปทันและมีนขึ้นรถผมพอดี

ตอนแรกก็ไม่ได้จะเลยเถิดมีอะไรกับน้องหรอก เพราะผมอยากเริ่มความสัมพันธ์แบบพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่พอฝ่ายนั้นเอ่ยชื่อคนอื่นผมก็ทนไม่ไหว เลยต้องรวบรัดน้องให้เป็นของผมซะเลยจะได้มีข้ออ้างในการพาตัวเองเข้าไปมีบทบาทในชีวิตน้องมากขึ้น

“ขอบคุณนะครับพี่ปราบ ขอบคุณมากจริงๆ”

“จูบได้มั้ย”

“หืม...ตอนนี้นะหรอ”

“ครับ อยากจูบ”

ขณะอีกฝ่ายมองมาด้วยสีหน้าที่ยังสับสนตามไม่ทันที่จู่ๆ ผมก็เปลี่ยนเรื่องเร็วกะทันหัน เคลื่อนตัวขยับเข้าไปใกล้น้องเพื่อให้ระยะห่างระหว่างเราน้อยมากที่สุด โน้มหน้าเข้าไปใกล้จนคนถูกล่วงล้ำหลับตาริมสัมผาเมื่อริมฝีปากแตะทาบทับมอบความร้อนส่งไปให้ เม้มขบริมฝีปากทั้งบนล่างสลับไปมาก่อนจะฉกลิ้นสากเข้าไปตวัดเกี่ยวลิ้น ระรัวจนหนำใจดูดกลืนน้ำหวานจนอิ่มเอม



ต่อให้ตอนนี้มีนจะเริ่มกลับมาเชื่อและศรัทธาในความรักได้แล้ว แต่ถ้ามีนยังไม่ตอบตกลงว่าจะคบกับผม ก็ยังไม่สามารถวางใจได้อยู่ดี



“ไม่ว่ามีนจะเจอเรื่องเลวร้ายมามากแค่ไหน พี่จะเยียวยามันด้วย....”

.

“ความจริงใจทั้งหมดที่พี่มี”







เอาแล้ว เริ่มหวานกันแล้ว นับจากนี้ไปทุกพื้นที่จะมีแต่คนคลั่งรัก ^^




 :hao5: :hao7: o13 :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ poohanddew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
โอ๊ยยยยยย อิจฉา
ไม่มีพี่ปราบเป็นของตัวเอง
พี่ปราบกลายร่างไปแล้ววววววว
 :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ nut2557

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
หวาน / หมดเป็นแสน หมีน้อย

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Chapter 22 --- ❝ตื่นจากฝันร้าย❞

------------
หนึ่งเดือนกว่าแล้วนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องขึ้น ...

พร้อมกับศรัทธาในความรักที่หวนกลับเข้ามาในความรู้สึกผมอีกครั้ง



ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทันทีที่รู้ความจริงว่าความรักที่พังทลายลงไปทุกครั้ง ที่ผมคอยแต่โทษตัวเองว่าผมคงไม่ดีพอที่จะใครสักคนได้ จนท้ายที่สุดกลายเป็นคนสิ้นหวังที่จะเจอรักแท้



และก่อกำแพงปิดกั้นตัวเองมาโดยตลอด....



ตอนนี้ผมคล้ายถูกปลดออกจากโซ่ตรวนที่พันธนาการหัวใจของผมเอาไว้ให้เป็นอิสระตามเดิม จากนี้ผมคงกล้าที่จะกลับไปรักใครสักคนอีกครั้ง และคงต้องเริ่มจากการหันกลับมารักตัวเองให้มากอีกครั้ง



ไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการเลือกทำในสิ่งที่เกือบทำให้ชีวิตผิดพลาด......



“มีนว่าคนเราควรจะรักตัวเองหรือควรจะรักคนอื่นครับลูก”

“รักตัวเองสิครับแม่”

“มีนคิดแบบนั้นหรอครับ”

“ใช่ครับ”

“แล้วมีนรักตัวเองหรือมีนรักคนอื่นครับลูก” ผมนิ่งไปสักครู่ก่อนจะตอบคำถามผู้เป็นมารดากลับ

“รักตัวเองครับ”

“แล้วมีนคิดว่าสิ่งมีนทำอยู่ ทำให้ตัวเองมีความสุขหรือเปล่าครับ”

ผมนั่งเงียบไม่มีคำตอบให้ผู้เป็นมารดา เมื่อย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งที่ได้ทำเอาไว้ ความผิดหวังในความรักทำให้ผมเลือกวิธีการแสดงออกในทางที่ผิด

“การประชดตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด แต่การประชดตัวเองเพื่อคนที่ไม่เห็นค่าในตัวเราเป็นสิ่งที่ผิด มนุษย์มีหลากวิธีที่จะทำเพื่อปกป้องตัวเอง แต่นั่นต้องไม่ทำให้ตัวเองต้องสูญเสียความเป็นตัวเองไป”

“และที่สำคัญ .. คุณค่าในตัวเองยังต้องมีเหลืออยู่”

“ครับแม่”

“มีนเห็นพระจันทร์ดวงนั้นมั้ยครับ” ผมมองนิ้วของแม่ที่ชี้ไปยังพระจันทร์ดวงกลมที่ซ่อนอยู่หลังเมฆมัว

“เห็นครับ”

“ไม่มีคืนไหนที่พระจันทร์จะส่องสว่างได้ตลอดหรอกนะลูก มันต้องมีคืนที่ถูกบดบังด้วยก้อนเมฆหนาหรือมืดลงในคืนเดือนดับไปตามธรรมชาติ ... แต่สุดท้ายพระจันทร์ก็จะกลับมาส่องแสงตามเดิม เพราะอะไรรู้มั้ย”

ผมส่ายหัวด้วยความไม่เข้าใจ

“เพราะพระจันทร์เชื่อมั่นใจแสงสว่างของตัวเอง ก็เหมือนคนเรามันต้องมีทั้งดีและไม่ดีเข้ามาในชีวิต เพียงแค่เราเชื่อมั่นใจตัวเอง เชื่อมั่นในความดี สักวันผลของความดีจะตอบแทน”

..

“และอีกไม่นาน...แสงสว่างที่เคยถูกบดบังก็จะส่องสว่างอีกครั้ง”




ผมก็คงเหมือนกับดวงจันทร์ที่ความผิดหวังในความรักบดบังให้จิตใจมืดบอดจนไม่เหลือใจให้รักใครเลยสักคน แต่หากผมเชื่อมั่นในความรัก เชื่อมั่นในความดี

สักวันผมคงจะได้เจอความรักที่ดีได้ในไม่ช้า



มาถึงตอนนี้ผมไม่ได้โกรธพี่ไตรแล้ว จะมีก็แค่ความเป็นห่วงมากกว่า พี่ไตรได้รับบทเรียนราคาแพงที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล



‘พี่ไตรถูกลวงไปชิงทรัพย์’ ...ออกข่าวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง



ฟังไม่ผิดหรอกครับ ด้วยความที่พี่ไตรเป็นคนชอบ One Night Stand ดังนั้นการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ตามความถูกใจที่ได้เจอจึงกลายเป็นผลลัพธ์ที่น่ากลัวทีเดียว เมื่อคนที่นัดพี่ไตรไปหานั้นลวงเขาไปที่คอนโดแต่ระหว่างทางกลับแวะที่เปลี่ยวแล้วให้ผู้ร่วมขบวนการมาชิงทรัพย์ ทว่าพี่ไตรต่อสู้ขัดขืนจึงถูกแทงไปหลายแผล อาการสาหัสจนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอยู่นาน แถมยังถูกเจ้าหนี้พนันตามมาทำร้ายอีกต่างหาก



หลังทราบข่าวผมรีบไปเยี่ยมพี่ไตรที่โรงพยาบาล...

สภาพพี่ไตรดูแย่มากจนใจผมหวิว ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเต็มไปด้วยบาดแผลเต็มไปทั่วบริเวณ ทั้งแผลฟกช้ำ แผลสด รวมถึงรอยเย็บ ไม่คิดเลยว่าพี่ไตรจะโดนอะไรที่หนักหนาได้ถึงขนาดนี้เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็เคยรักกันแม้มันจะจบลงไม่สวยงามก็ตาม

“ผมมาเยี่ยมครับพี่ไตร” พี่ไตรพยักหน้ารับ คุณหมอบอกว่าพี่ไตรบอบช้ำทั้งภายนอกและภายใน

“หายไวไวนะครับพี่ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่พี่เคยทำไม่ดีกับผม ผมอโหสิให้ครับเราจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกัน”

หางตาของพี่ไตรมีน้ำใสไหลออกมา ปากขยับเอ่ยด้วยความยากลำบากด้วยเพราะมีแผลหนักตรงมุมปาก

“พี่....ขอ.....โทษ”

“ผมก็ขอโทษพี่เหมือนกันครับ” ส่งยิ้มให้กับรักแรกของผมพร้อมกับประตูห้องที่ปิดลงด้วยหัวใจที่ไม่มีสิ่งใดต้องติดค้างกันอีกต่อไป



ส่วนอินหลังจากที่รับเงินจากพี่ปราบช่วยหักหลังพี่ไตรไปแล้วก็กลับไปใช่ชีวิตปกติ ที่จริงอินไม่ได้ชอบผมหรอกอินมีคนรักอยู่แล้ว เขาเพียงทำไปเพราะเงินที่พี่ไตรจ้างค่อนข้างสูง อ้างว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงินเลยต้องรับงานนั้นไว้ อินส่งไลน์มาขอโทษผมยกใหญ่ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้วจริงๆ



“แล้วนี่ยังไง มานั่งรอผัวกลับบ้านว่างั้น”

“เปล่า กูก็แค่อาศัยติดรถพี่ปราบกลับ จะได้ประหยัดไง”

ไอ้เก้าดึงชายเสื้อนักศึกษาผมขึ้นจนมันเปิดออก ผมคว้าเอาไว้แล้วดึงมือมันออก ไม่รู้เล่นเหี้ยอะไรมาดึงทำด๋อยในร้านกาแฟเพื่อ

“เปิดหาพ่อง”

“กูไม่ได้เปิดหาพ่อง กูเปิดหารอย”

“รอยอะไรของมึง”

“รอยแถไงไอ้ฟาย แถจนสีข้างถลอกหมดละ”

ชูนิ้วกลางใส่แมร่งเลย ห่านี่ขัดคอผมจริงๆ ยกแก้วชาเขียวขึ้นมาดูดเหลือบมองเวลาในนาฬิกาเกือบทุ่มหนึ่งแล้วพี่ปราบยังประชุมไม่เสร็จ ดีที่มีไอ้เก้ามานั่งรอเป็นเพื่อนไม่อย่างนั้นเบื่อแย่เลย



หลังๆ มาพี่มันรุกหนักผมมากขึ้นจนแทบตั้งตัวไม่ทัน ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าพี่เขากำลังตามจีบผมอยู่ แต่บางทีก็ตั้งใจไม่ทันจริงๆ พี่มันเล่นไม่ปล่อยให้ผมได้หายใจเลย



ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ ... แต่พอผมกล้าที่จะเปิดใจ ความรู้สึกที่เคยปิดกั้นเอาไว้มันก็รับรู้ได้อย่างเต็มที่

อารมณ์แบบเรากั้นน้ำที่กำลังท่วมเอาไว้ พอที่กั้นถล่ม...

น้ำก็เข้ามาท่วมจนเต็มพื้นที่ ... อะไรทำนองนั้นแหละ

“แล้วนี่มึงตกลงคบกับพี่ปราบแล้วหรือยัง”

“หึ”

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ทำไมอะ มึงไม่ได้ชอบพี่เค้าหรอ”

“ก็รู้สึกดีนะมึง เค้าแบบทำอะไรให้กูหลายๆ อย่างแต่มันติดแค่...”

“อะไรวะ” ไอ้ก้าวเลิกคิ้วสูง

“พี่เค้ายังไม่เคยขอกูเป็นแฟน”

ถึงแม้พี่ปราบจะบอกชอบ แสดงออกทางคำพูดและการกระทำว่ากำลังตามจีบผมมากแค่ไหน ทว่าคำว่าเป็นแฟนกันนะ คบกันนะอะไรทำนองนั้นพี่มันยังไม่เคยเอ่ยออกมา

“แปลว่าถ้าพี่มันขอมึงก็ตกลง”

“ไม่รู้สิ”

ถึงเวลานั้นขึ้นมาจริงๆ ก็ค่อยว่าอีกทีแล้วกัน ตอนนี้ก็แค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความรู้สึกและทิศทางที่มันควรจะเป็นไปก่อน สถานะไม่ได้มีผลกับผมมากนักหรอกก็แค่

เป็นเครื่องผูกเราสองคนเอาไว้ให้รู้ว่าเราเป็นของกันและกันก็เท่านั้น





เย็นนี้ผมมีแขกเจ้าประจำเหมือนเดิมครับ โน่นนอนเหยียดยาวบนโซฟาดูการ์ตูนช่องโปรดสบายใจเฉิบ ส่วนผมกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็นสำหรับเราสองคน เมนูง่ายๆ อย่างบะหมี่เพราะกว่าจะถึงห้องก็เกือบสามทุ่มแล้วไม่อยากวุ่นวายอะไรมาก ครั้นจะแวะทานข้างนอกไอ้คนที่นอนยิ้มอยู่ตรงโน้นก็ไม่ยอม



“พี่อยากกินกับข้าวฝีมือมีน” พี่มันบอกแบบนั้น ก็คงเพราะเหตุผลนี้ผมถึงไม่เคยได้กินข้าวเย็นคนเดียวเลยตั้งแต่กลับมาจากพังงา



แรกๆ ..ก็ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่พอเป็นแบบนี้ทุกวันมันก็เริ่มชิน เอาน่า..ดีกว่าต้องเปิดทีวีไว้เป็นเพื่อนแถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าอีก





“หอมจัง”

ลมหายใจอุ่นกับริมฝีปากนุ่มทาบลงที่แก้มผม ทำเอาสะดุ้งโหยงเกือบทิ้งทัพพีในมือ พี่ปราบเดินมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้อยู่ๆ ก็เข้ามากอดจากด้านหลัง

“นั่นแก้มมีน ไม่ใช่กับข้าวอย่ามาเนียนเล่นมุกนะ”

“อ้าวหรอ โทษทีๆ ”

“ยิ้มอะไรไม่ทราบพี่ปราบ” พี่มันผละผมออกจากอ้อมกอดขยับตัวมายืนอยู่ข้างๆ มองอาหารที่เสร็จพร้อมเสิร์ฟในชมพลางยกยิ้มกว้าง

ทำงานมากไป.. จนเพี้ยนปะเนี่ย ช่วงหลังอาการเริ่มหนัก

“ก็พี่มีความสุข ดีใจที่มีคนดูแลดีขนาดนี้ ดูสิกับข้าวเย็นนี้น่ากินโคตร”

“เกินเบอร์ไปมากแล้ว..นั่นมันแค่ต้มบะหมี่ซองใส่ไข่มั้ยพี่ปราบ”

“แค่ต้มบะหมี่ซองก็ทำให้มันเป็นมื้อที่วิเศษมากแล้วนะ ...” ส่งสายตาหวานเยิ้มปานน้ำผึ้งเดือนห้ากับเบ้าหน้าฟ้าประทานที่ทำเอาผมเคลิ้มทุกครั้งที่มองมาอีกแล้วสิน่า

“มีนทำให้พี่รู้สึกเหมือน ผัวกลับมาบ้านแล้วเมียทำกับข้าวให้กินเลยอะ...ความพ่อบ้านแม้บ้านอะเนาะ”

“เฮ้ออออออ...เอาที่สะดวกเถอะ”

ผมถอนหายใจออกมาไล่ความเขินที่มี อืม..ฟังไม่ผิดหรอก ผมเขินไม่คิดว่าคนแบบพี่ปราบจะมีโหมดโรแมนติคพูดจาหวานๆ อะไรทำนองนี้เป็นกับเค้าด้วย



หรือเพราะผมเคยชินกับความปากหมา กวนตีนของพี่มัน

พอมาเจอเสียงสิบอ่อนนุ่มกับคำพูดแบบนั้นผมถึงได้

เกือบชักดิ้นตายอยู่ตรงนี้แล้วแหละ ....





พี่ปราบล้างจานเป็นแล้วนะ ผมลืมบอก ช่วงนี้มากินข้าวบ่อยก็เลยต้องฝึกกันสักหน่อย แรกๆ ก็เสียจานไปหลายใบแต่หลังๆ เริ่มคล่องขึ้นแล้วแม้จะมีงอแงบ้างในบางที

ตั้งหน้าตั้งตาเช็ดจานใบสุดท้ายแล้วเก็บจนเรียบร้อยแล้ว คนตัวสูงจึงถอนหายใจยาวทำเหมือนกับว่าไปวิ่งมาสักสิบรอบทั้งที่ล้านจานชามไม่ถึงสี่ใบ

ความพี่ปราบ..นี่โคตรจะเวอร์เลย

“แล้วนั่นพี่ปราบจะไปไหนครับ” พี่มันเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนของผมแทนที่จะเดินมาหาผมที่นั่งรออยู่ตรงโซฟา

“ไปอาบน้ำนอนไง”

“อย่ามาเนียน กลับไปนอนคอนโดสิ”

“โอ๊ย...ปวดหัว ขับรถไม่ไหวหรอก”

นั่น แอ๊คติ้งใหญ่ยิ่งกว่าละครเวทีซะอีก ว่าแต่ปวดหัวอะไรกุมท้องแบบนั้นวะเนี่ย การแสดงถ้าเฟคมันดูออกนะพี่นะ

“กลับไปเลย อย่ามาลีลาเยอะ”

“นะนะ พี่ขอนอนที่นี่แหละ พรุ่งนี้วันหยุด”

“ไม่ได้ กลับไปนอนห้องตัวเองเลย”

“พลีสสสสสสสสสสสสสสสสส”





เหมือนผมจะเป็นคนใจง่ายที่แพ้ให้กับความออดอ้อนของพี่ปราบ เพราะสุดท้ายจากที่ผมไล่ให้พี่มันกลับคอนโดของตัวเองก็จบด้วย



เบ้าหน้าฟ้าประทานนอนหล่ออยู่ข้างๆ ผมเนี่ย....



เสียงเพลงในวิทยุคลื่นโปรดของผมทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆ พี่ปราบคงชินกับการที่พอกินข้าวเสร็จทีวีจะถูกปิดอัตโนมัติ ทั้งห้องจะมีเพียงเสียงเพลงที่ออกมาจากแอพวิทยุเท่านั้น



ผมจุดเทียนหอมเอาไว้สร้างบรรยากาศเหมือนทุกคืน แสงสีนวลจากเทียน กลิ่นหอมฟุ้งชวนให้ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวผ่อนคลาย น่าอภิรมย์มากกว่าที่เคยเป็น แล้วยิ่งมีคนนั่งฟังเพลงเป็นเพื่อนแบบนี้ด้วยยิ่งดีขึ้นไปอีก



“ค่ะ สำหรับเพลงส่งท้ายชั่วโมงนี้นะคะ ขอทิ้งท้ายกันด้วยเพลงที่ขอมาจากคุณ...หล่อเสี่ยงตีนนะคะ”

ผมหันขวับไปยังคนที่นอนหนุนแขนตัวเองอยู่ใกล้ๆ ส่งรอยยิ้มอ่อนละมุนพร้อมกับเสียงดีเจที่จบลง

และอินโทรเพลงที่กำลังเริ่มต้นขึ้น.....



เรื่องเมื่อคืนที่มันเกิด

ต้องขอโทษอีกครั้งที่พลั้งพลาดไป

ดูเหมือนฉันไม่ได้ตั้งใจ



ภาพในคืนแรกจุดเริ่มต้นในความสัมพันธ์เกินเลยระหว่างเรา ฉายชัดเป็นมิวสิคเอ็มวีในส่วนลึกความทรงจำที่ผมยังจำติดแน่นอีกครั้ง





แท้ที่จริง

ที่มันเกิด

มันคือความต้องการลึกลึกข้างใน

ที่ไม่ยั้งไม่ยอมห้ามใจ

อภัยกันได้ไหม

อะไรที่ได้ทำเกินเลย



พี่ปราบย้ำเสมอว่าเรื่องคืนนั้นระหว่างเราไม่ใช่ความบังเอิญหรือความผิดพลาด ทว่าเขาตั้งใจและจงใจให้มันเกิดขึ้น



อยากเป็นคนที่รับความผิดที่ทำไว้

ให้ฉันดูแลเธอได้ไหม

แค่รับฟังให้เข้าใจ

อย่าหลบกันไปแบบนี้

โปรดกลับมาให้ฉันได้บอกคำคำนั้น





ให้ฉันได้ทำให้เธอหายดี

เรื่องเมื่อคืนที่เรามี

มันเป็นเพราะว่ารักเธอ

(เพลงเมื่อคืน - Season Five feat. The Parkinson)



สำหรับผมเซ็กส์เป็นเรื่องเดียวกับความรัก การจะมีอะไรกับใครสักคนมันต้องเกิดจากความรักหรือต้องสานต่อเป็นความรักเท่านั้น ยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นผมหวั่นไหวไปกับพี่ปราบเสียแล้ว ผมไม่สามารถมองพี่ปราบได้แบบเดิมเหมือนที่เคยเป็น สัมผัสทุกครั้งที่ถูกตัวกระตุ้นให้ใจผมสั่นราวกับเป็นสิ่งต้องห้าม



และผมก็ไม่อยากให้มันจบลงแค่คืนนั้นเช่นกัน

ไม่ผิดใช่มั้ยถ้าผมจะบอกว่า...ไม่ได้มีแค่พี่ปราบที่ชอบผม

เพราะผมเองก็ไม่ต่างกัน



“เรื่องเมื่อคืนที่เรามี......”

.

“มันเป็นเพราะรักเธอ”



เสียงอ่อนนุ่มที่ย้ำถ้อยคำจากเพลงกระชากวิญญาณผมให้หลุดลอยไปพร้อมกับมือแกร่งที่ไล่เรื่อยไปตามดวงหน้าของผม ลูบไล้ตรงริมฝีปากนิ่ม ก่อนคนตัวสูงจะส่งสัมผัสอุ่นประทับที่หน้าผากของผมจนเผลอหลับตารับอุ่นไอนั้นตามธรรมชาติ พี่ปราบสะกดผมด้วยนัยน์ตาสีดำคู่นั้นที่ผมหลงใหลชวนฝันกว่าคราวไหนที่ได้มอง



“พี่ปราบ”

“ครับ”

“จูบได้มั้ย”

กลายเป็นผมที่ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ฝ่าความอายขอคนตัวสูงตรงหน้าจูบเสียเอง รู้สึกร้อนวูบจนหน้าแดงระเรื่อ พี่ปราบพยักหน้าแล้วเป็นฝ่ายจูบโจมผม นุ่มนวลเนิ่นนานกับสิ่งที่พี่มันปรนเปรอ ไม่ได้ลุกล้ำ ไม่ได้เสียวซ่าน



ทว่า....มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความฟุ้งฝัน ชวนให้ใจสั่นได้เพียงง่าย

จูบที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีภายในซึ่งกันและกัน



“พี่....”

ใจสั่นระรัวกับสิ่งที่จะพูดตามมา ทั้งบรรยากาศ ทั้งเพลง ทั้งอารมณ์ของเราสองคน มันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก พี่มันกำลังจะขอผมเป็นแฟนหรือเปล่านะ



แล้วผมจะต้องตอบว่ายังไง .....



“พี่.....”

“คะ..ครับ”



ตึก ตึก ตึก อีกนิดเดียวจะหลุดออกมาแล้วใจเอ๋ย..



“พี่ขอ....”

“คะ..ครับ ว่าไง อะ..”

“พี่ขอขยับแขนหน่อยได้มั้ย มีนหนักมากอะ เหน็บกินไปหมดแล้วเนี่ย”



เพล้งงงง !!!แตกละเอียดยิบ

ไม่น่าคาดหวังอะไรกับพี่มันเลย..แมร่งเอ๊ย !!

“วันนี้นอนโซฟานะ ห้ามเข้าไปนอนในห้อง”

“อ้าวพี่ทำอะไรผิดเนี่ย”



ยัง...ยังไม่รู้ตัวอีก ความไอ้พี่ปราบ ฮึ่ยยยยยยยยย








ความพี่ปราบอะเนาะ 5555

น้องก็วืดไปสิ...จะจบอยู่แล้วทำไมยังไม่ขอน้องเป็นแฟนอีกพี่ปราบ

 :m20: :laugh: o18 :oo1:

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6

ออฟไลน์ poohanddew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
 โอ๊ยยยยยยยยยยย
อิพี่ปราบ บรรยากาศพาไปขนาดนั้นแล้ว
ไปนอนโซฟาซะไป๊
มันน่าไล่กลับไปนอนคอนโดตัวเองจริงๆ
 :angry2: :angry2: :angry2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด