เมื่อผมกลายเป็นบอดี้การ์ด อัพเดต ตอน 31!!! (14/9/64)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อผมกลายเป็นบอดี้การ์ด อัพเดต ตอน 31!!! (14/9/64)  (อ่าน 8128 ครั้ง)

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ เจ้าหมีวุ่นวาย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอนที่ 31
" ขอเพียงแค่เขาปลอดภัยก็พอ "




“ คุณรัก คุณแสงครับ ผม…เกรงว่าคุณเนตรจะเกิดเรื่องแล้วครับ ” คุณศรเดินมาบอกผมด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ผมซึ่งกำลังจะกดมือถือติดต่อไอคุณชายผุดลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยิน



“ ไอคุณ…คุณเนตรเป็นอะไรครับ! ” ผมถามด้วยความตื่นตระหนก ในใจเริ่มรู้สึกหวั่น ความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กำลังทำให้ผมกระวนกระวายใจ



“ ผมยังไม่สามารถบอกอะไรคุณได้มาก แต่ขอให้คุณตามผมมาก่อนครับ ” ว่าแล้วคุณบอดี้การ์ดก็นำทางผมกับไอแสงไอที่รถ แล้วขับออกไปทันที บรรยากาศกดดันทำให้ผมกับแสงนิ่งเงียบ ไม่มีใครเลือกที่จะพูดอะไร ซึ่งผิดวิสัยของพวกเรามากๆ แต่บอกตรงๆ ว่าตอนนี้ผมกลัวไปหมด ถึงแม้จะจำเรื่องราวของไอคุณชายไม่ได้ แต่ไม่รู้ทำไมในใจผมถึงเป็นห่วงได้มากมายขนาดนี้ มือทั้งสองข้างของผมบีบกันแน่น คุณศรก็ติดสายตลอดเวลา ซึ่งปลายสายก็น่าจะเป็นใครซักคนที่ส่งข่าวมาเมื่อก่อนหน้านี้บอกว่าคุณเนตรกำลังเกิดเรื่อง



ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด เพราะเป็นเวลาที่คนแห่กันออกมาจากสถานที่ทำงาน ทำให้รถที่ผมนั่งอยู่นี้ขยับได้ไม่มาก เวลาที่ผ่านไปกับความกังวลในใจของผมที่มันมากขึ้นทุกๆ วินาที ตอนนี้ผมเริ่มส่งข้อความหาไอคุณชายเรื่อยๆ ด้วยความหวังที่ว่าเขาจะตอบ หรือไม่ตอบก็ได้ อ่านเฉยๆ ก็ได้ ให้ผมรู้ถึงความเคลื่อนไหวของเขาก็ยังดี อย่างน้อยก็ทำให้ผมชื้นใจว่าเขายังปลอดภัยดี แต่ไม่ว่าผมจะส่งข้อความไปเยอะเท่าไหร่ ปลายทางก็ยังนิ่งเงียบ นี่แหละทำให้ผมกลัว



ไอแสงที่นั่งเงียบมาตลอดก็ตบไหล่ผมพร้อมบีบเบาๆ ผมจึงหันไปหามัน ไม่รู้ทำไมเห็นหน้ามันตอนนี้แล้วเกิดอยากจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ นี่ผมอ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมกระพริบตาถี่ไล่น้ำตา แล้วสูดหายใจลึกเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ต้องเชื่อมั่นว่าคนดีๆ อย่างไอคุณชายต้องไม่เป็นอะไร



เพราะถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมา ใจผมคงต้องแย่แน่



“ คุณรักใจเย็นๆ นะครับ คุณเนตรต้องไม่เป็นอะไรครับ ตอนนี้เจ้านายผมกำลังส่งคนเข้าไปช่วยเหลือ คาดว่าน่าจะใกล้ถึงแล้วครับ ” เสียงของคุณศรเอ่ยขึ้นในขณะที่ผมกำลังต่อสู้กับตัวเองในใจ



“ ผม…แค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาครับ ”



“ ตอนนี้สิ่งที่ผมสามารถบอกคุณได้ก็คือเขาถูกจับตัวไปครับ ”  จับตัวไป? คนอย่างไอคุณชายที่มีคนดูแลมากมายขนาดนั้นเนี่ยนะ?



“ แล้วทางคุณรู้ตัวคนร้ายแล้วใช่ไหมครับ ” ไอแสงถามแทนผมที่กำลังตกใจ



“ ตอนนี้รู้แล้วครับ ”



“ ตอนนี้คุณศรจะพาพวกผมไปไหนเหรอครับ ” คนขับรถเงียบไปพักหนึ่ง



“ ผมได้รับคำสั่งให้พาพวกคุณกลับบ้านครับ ”



“ ผมคงกลับบ้านแล้วได้แต่รอข่าวคราวของคุณเนตรอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะครับ ”



“ มันอันตรายครับคุณรัก ”



“ ผมรู้ครับ แต่ผมไม่สามารถกลับบ้านได้จริงๆ ครับตอนนี้ ”



“ ผม….เป็นห่วงเขาครับ ” ผมพูดน้ำเสียงจริงจัง จนคิดว่าในชีวิตนี้ตัวเองไม่เคยจริงจังแบบนี้มาก่อน จนไอแสงมองมาอย่างอึ้งๆ ผมจึงกระดากนิดหน่อย เลยกระแอมๆ เล็กน้อย ก่อนที่เพื่อนผมมันจะหัวเราะเบาๆ แถมยังเลิกคิ้วลิ่วตามาให้ผมอีก



“ เรื่องนี้ผมตัดสินใจให้ไม่ได้นะครับ แต่ผมขอถามเจ้านายผมก่อน ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็กดลงที่ปุ่มอะไรซักอย่างบนหน้าจอ คาดว่าน่าจะเป็นปุ่มโทร ซึ่งตอนนี้ระบบเสียงเชื่อมต่อกับบลูทูธที่สวมอยู่ในหูของเขา ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงปลายสาย ผมยกมือขึ้นจะตบหัวไอแสงที่มันยังล้อผมไม่เลิกซักที แต่มันก็ไหวตัวทัน แล้วยังหัวเราะคิกคักใส่ผมอีก ไอเพื่อนชั่ว!



“ แหมๆ คุณเพื่อนรักครับ ไม่ทราบว่าพลังอนุภาพของความรักมันกำลังสำแดงฤทธิ์ใช่ไหมครับ เลยยอมรับออกมาตรงๆ ขนาดนี้ แมนขนาดดด ”



“ เงียบไปเลยมึง คุณบอดี้การ์ดเค้าคุยโทรศัพท์อยู่ไม่เห็นหรือไง ” ผมตอบน้ำเสียงกระซิบ



“ ทำดุๆ โด่ว เขินก็บอกมา เพื่อนไม่ว่าหรอก ” แล้วมันก็หัวเราะเยาะเย้ยครับ ผมเลยยกเท้าถีบเข้าให้ มันเลยยอมเอามือปิดปาก แต่ก็ยังปิดรอยยิ้มกรุ่มกริ่มของมันไม่มิด



“ เขินเก่งง ฮ่าๆ ” ผมถลึงตามองมัน ก่อนจะเลิกสนใจมันถาวร



“ คุณรักครับ ” ผมรีบหันมาหาคุณศรที่เพิ่งจะวางสายจากเจ้านายเขา


“ เขาว่ายังไงบ้างครับ ”



“ เขาบอกว่าตอนนี้รู้สถานที่ที่คนร้ายลักพาตัวคุณเนตรแล้วครับ… ”



“ สรุปแล้วเราสามารถไปได้ไหมครับ ” ผมรีบถามทันทีที่คุณบอดี้การ์ดพูดยังไม่ทันจะจบประโยค



“ แหมมึงก็ ใจเย็นๆ ดิวะ เขากำลังจะพูดต่อเนี่ย แต่ก็อย่างว่าแหละน้า ” แล้วมันก็จบด้วยคำพูดคลุมเครือของมัน ซึ่งผมก็เอือมระอาเกินว่าที่จะอ้อล้อต่อเถียงกับมัน หันไปสนใจคุณบอดี้การ์ดแทน



“ ผมสามารถพาคุณรักกับเพื่อนไปได้ครับ แต่เจ้านายเขาย้ำมาว่าให้เราอยู่แต่บนรถ ห้ามลงไปเป็นอันขาดครับ ”



“ เอ่อ แบบนั้นก็ได้ครับ ”



“ คุณรักต้องรับปากนะครับว่าจะไม่เข้าไปเป็นอันขาด ”



“ ครับ ผมรับปาก ”



ไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง แล้วพูดต่อในใจว่า...



‘ ถ้าผมทำได้อ่ะนะครับ ’















“ บ้านหลังนี้เหรอครับ ” เราเข้ามาในหมู่บ้านที่ผมคาดว่าน่าจะค่อนข้างแพงไปทางมาก ซึ่งก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าคงจะมีแต่คนมีกะตังเท่านั้นที่อยู่ และขับมาเรื่อยๆ ผมก็ยิ่งตาโตเข้าไปกันใหญ่ ลืมความกังวลในใจไปครู่หนึ่ง พอมาถึงจุดที่คนร้ายนำตัวไอคุณชายมาไว้ ผมมองไปรอบๆ บ้าน ก็พบว่ามันก็คือบ้านเดี่ยวทั่วๆ ไปที่ไว้สำหรับอาศัย ไม่ใช่สถานที่ที่จะก่อเหตุได้เลย บ้านหลังอื่นๆ คงยังไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์ร้ายแรงนี้ด้วย เพราะแต่ละหลังยังคงเงียบไม่มีใครมายืนออเป็นไทยมุงเลยซักคน



ด้านหน้าของตัวบ้านมีรถของเจ้าหน้าที่จอดอยู่มากมาย แต่ทุกคันไม่มีเปิดไฟ หรือแสดงสัญญาณไฟใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องด้วยว่าคงกำลังเตรียมตัวบุกเข้าไป ผมเห็นเจ้าหน้าที่สวมชุดดำถือปืนจำนวนหนึ่งรอสัญญาณอยู่หน้าประตูบ้าน และมีบางคนประจำจุดอยู่รอบๆ ตัวบ้าน ผมรู้สึกลุ้นระทึกลึกๆ เพราะไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อน นอกจากในหนัง แถมสถานการณ์ตรงหน้ายังกดดันเพราะเราไม่รู้ว่าข้างในจะเป็นยังไงบ้าง



ก็ขอให้ไอคุณชายยังคงปลอดภัยด้วยเถอะ



“ เชี่ย อย่างกับในหนัง ”  ไอแสงพึมพำออกมาอย่างอึ้งๆ ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับมัน เพราะเหตุการณ์ข้างหน้ามันอารมณ์แบบนั้นเลยอ่ะครับ แต่พอได้อยู่ในที่เกิดเหตุจริงๆ กลับรู้สึกถึงความรู้สึกของตัวละครเลยว่าเครียดขนาดไหน (ก็ว่าไปนั่น)



“ ผมจะจอดอยู่ตรงนี้นะครับ พวกเราต้องรออยู่ในนี้เท่านั้น ” ผมพยักหน้าให้คุณศร ก่อนจะมองไปยังจุดหน้าบ้านอีกครั้ง ใจเต้นแรงตลอดเวลาเพราะรับรู้ถึงความเครียดขึงที่เริ่มก่อตัวอยู่ภายใน ขามันก็สั่นตลอดเวลาจนอยากจะเปิดประตูแล้ววิ่งเข้าไปให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ต้องหักห้ามใจเพราะไม่อยากไปเป็นภาระของใคร



“ ไอรัก กูว่างานนี้แม่งไม่หมูว่ะ มึงดูเจ้าหน้าที่ดิ เยอะเบอร์นี้ ”



“ กูกลัวว่ะมึง กลัวว่าไอคุณชายจะเป็นอะไรไป ” ผมพูดแล้วมองไปยังตัวบ้านอีกครั้ง จากจุดที่ผมอยู่นี้มองไม่เห็นสถานการณ์ข้างในเลยแม้แต่นิด เห็นแค่ว่าตัวบ้านเปิดไปสว่างเหมือนบ้านทั่วไป ไอแสงเอื้อมมือมาตบไหล่ผมเบาๆ



เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก ก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหยิบสิ่งของออกมาจากกระเป๋า ผมเดาว่าน่าจะเป็นมือถือ จากนั้นก็ส่งสัญญาณมืออะไรซักอย่างซึ่งผมมองแล้วไม่เข้าใจ ทันใดนั้นอีกสองคนก็พุ่งตัวเข้าไปพังประตูทันที! เสียงประตูพังดังเล็ดลอดเข้ามาถึงในรถ ผมกับไอแสงมองกันอย่างตื่นตะลึง เพราะประตูบานใหญ่ๆ บานนั้นแต่ใช่คนแค่สองคนในการพัง โอ้มาย นี่ผมไม่รู้เลยว่ามันเป็นเพราะประตูบางเกินไปหรือคนมันบึกเกินไปกันแน่



คงน่าจะเป็นอย่างหลังน่ะนะ



เจ้าหน้าที่หลายคนวิ่งเข้าไปในบ้านทันทีที่พังประตูเข้าไป ส่วนบางคนเฝ้าอยู่ข้างนอกตรวจตราดูรอบตัวบ้าน ผมมองตามแสงสว่างที่เล็ดลอดออกมาจากในตัวบ้านผ่านบานประตูซึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น เงาคนวูบวาบไปมา แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวไอคุณชายอยู่จัดไหนของตัวบ้าน มือของผมจับบานประตูรถแน่น พยายามหักห้ามใจไม่ให้ขัดคำสั่งแล้วเปิดประตูวิ่งลงจากรถไป ผมคิดอย่างขัดใจ ทำไมผมถึงช่วยอะไรไม่ได้เลยนะ ทั้งๆ ที่เรื่องการต่อสู้ผมก็ฝึกฝนมาตลอด แต่ทำไมพอถึงเวลาจริงๆ ถึงเกิดเรื่องได้ตลอดเวลา จะปกป้องคนอื่นแต่กลับต้องให้คนอื่นมาเจ็บตัวไปด้วย



โอเค ผมยอมรับว่าตอนนี้ผมว้าวุ่นสุดขีดเลย ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด สถานการณ์เลวร้ายขั้นสุดขนาดไหนผมก็คิดไปไกลกว่านั้นแล้วล่ะ พอคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบที่คิดจริงๆ แล้ว ในใจผมก็กลัวไปหมด จนกระวนกระวายใจ อยู่นิ่งไม่ได้เลยซักนาทีเดียว เกลียดช่วงเวลาแบบนี้ซะจริง มันทำให้ผมรู้สึกจะเป็นบ้า คงเป็นอาการแพนิคอย่างหนึ่งที่ทุกๆ คนคงเคยเผชิญ



ผมลดกระจกลงมาเล็กน้อย คุณบอดี้การ์ดหันหลังมามองผมทันที ผมยิ้มแห้งๆ ให้เขา



“ ผมอยากสูดอากาศข้างนอกน่ะครับ ในนี้มันอึดอัด ผมหายใจไม่ค่อยคล่องเลย ” พอผมพูดจบ คนนั่งข้างหน้าพยักหน้าเชิงรับรู้แล้วหันกลับไป ไอแสงหันมามอง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ผมจึงเคลื่อนสายตาไปมองที่ตัวบ้านอีกครั้ง



และขณะที่ผมกำลังคิดอะไรวุ่นวายไปอยู่นั้น



ปัง!!!



เสียงนี้ผมคุ้นเคยดี ถึงแม้จะไม่เคยสัมผัสมัน แต่ผมได้ยินมันทุกครั้งเมื่อดูหนังแอกชั่นสุดระห่ำ ที่พระเอกต้องต่อสู้กับตัวร้าย หรือในละครที่ม๊าผมชอบดูก็มีเหมือนกัน ที่ต้องมีฉากคนร้ายพยายามจะทำร้ายใครซักคนในตอนท้ายเมื่อทุกอย่างถูกเปิดโปงแล้ว เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง แม้กระทั่งลมหายใจของผมเอง เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น เหมือนสติของผมจะถูกมันพรากออกไปจากร่างด้วยเช่นกัน



ผมไม่รู้ตัวว่าตัวเองเปิดประตูลงมาตอนไหน คุณบอดี้การ์ดและเพื่อนผมจะตะโกนออกมาว่ายังไง หรือฝ่าเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าตามจุดอยู่ตรงหน้าตัวบ้านได้ยังไงเหมือนกัน แต่ในใจผมตอนนี้มุ่งไปหาคนที่อยู่ในความคิดของผมตลอดเวลาเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้แม้กระทั่งตัวเองมาถึงจุดเกิดเหตุโดยที่ไม่รู้เลยว่าอยู่ตรงไหนได้ยังไงด้วยซ้ำ ก่อนที่สติผมจะขาดผึง เสียงปืนกลับดังขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้มันดังขึ้นกว่าเดิม



เพราะเหตุการณ์มันอยู่ตรงหน้าผมแค่นี้เอง



ปัง!!!



“ ไอคุณชาย!!!! ” ผมตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวยังคงยืนนิ่งเหมือนไม่รู้ตัวว่าตัวเองถูกยิง ตัวผมพรวดพราดเข้าไปประจวบพอเหมาะทันทีที่ไอคุณชายล้มลง เสียงคนร้ายหัวเราะดังลั่น เสียงร้องไห้ของคุณนนท์ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ ดังระงมไปทั่วห้อง ในสายตาของผมมีแต่ใบหน้าซีดขาวของคนในอ้อมกอดของผมเท่านั้น ผมพยายามตบแก้มเขาเบาๆ ให้เขาลืมตา ฉวยมือของเขามากุมไว้แน่นแล้วพยายามเรียกชื่อเจ้าตัว ในหัวของผมเหมือนว่างเปล่าไปหมด ผมคิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่นิด รู้แต่ว่าใจผมมันบีบรัดไปหมด น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว



ผมใช้มืออีกข้างฉีกแขนเสื้อตัวเองเพื่อมากดแผลของไอคุณชายที่เลือดไหลออกมาไม่หยุด มือสั่นเหมือนเรี่ยวแรงหายไปหมด ก่อนจะได้ยินเสียงพยาบาลตะโกนเข้ามาว่าให้ออกห่างจากคนเจ็บ แต่ผมยังดึงดันที่จะกุมมือของอีกฝ่ายไว้แน่น



แต่แม้ว่าจะจับแน่นขนาดไหน



สุดท้ายก็จำต้องหลุดออกจากกันอยู่ดี…



ร่างสูงของไอคุณชายถูกยกขึ้นเปลคนเจ็บ มีบุรุษพยาบาลสองคนเข็นออกไปอย่างรวดเร็ว ผมรีบวิ่งตามออกไป แต่ก็ถูกคนที่ไม่รู้ใครเป็นใครบังจนผมวิ่งไล่ตามไม่ทัน จนคนเจ็บถูกยกขึ้นรถฉุกเฉินแล้วแล่นออกไปแล้ว ผมยังคงยืนโง่อยู่ที่เดิม ผมยกมือสั่นๆ ของตัวเองขึ้นมาลูบหน้าลูบตาของตัวเอง ความเปียกชื้นบนใบหน้าก็ทำให้ผมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองร้องไห้อยู่ และเมื่อยิ่งเช็ด น้ำตากลับยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิม สะอื้นหนักมากขึ้น เมื่อหยุดไม่ได้ ผมก็ก้มหน้าลงให้น้ำตามันไหลสะใจไปเลยละกัน



ไหล่ผมถูกใครซักคนกอดไว้ ก็คงเป็นไอแสงนั่นแหละ แต่วินาทีนี้ผมไม่สนใจอะไรแล้ว ร้องมันให้ตายไปเลยละกัน



“ ไอเหี้ยรัก มึงใจเย็นๆ น้ำจะท่วมแล้ว ” ผมเงยหน้ามองหน้ามัน เห็นมันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เหมือนกันเลยเอื้อมมือไปผลักหัวมันเบาๆ



“ ว่าแต่คนอื่น ตามึงก็แดงเหมือนกันนั่นแหละ นั่นไอคุณชายกูนะ มึงไม่เกี่ยว ”



“ โหย กูพิศวาสตายห่าแหละ กูแค่สงสารมึง ดูมึงสิ ต้องแรงควายขนาดไหนวะ ฉีกเสื้อไปซับเลือดเขาได้น่ะ” จบประโยคนั้นก็ทำให้ผมยิ่งร้องไห้ออกมามากกว่าเดิม



“ มึงแม่ง ”



“ เฮ้ย! อย่าร้อง กูพูดเล่น ไม่เอาๆ ละ เลิกร้อง เมื่อกี้คุณอะไรนะ บอดี้การ์ดของมึงอ่ะ ” ผมสูดน้ำมูก กลั้นสะอื้นก่อนจะเอ่ยตอบเสียงสั่นๆ



“ คุณศร ”



“ นั่นล่ะ เขาบอกว่าให้มึงรีบกลับไปที่รถ เดี๋ยวเขาจะพาไปที่โรง’ บาล ” ว่าแล้วมันก็กอดไหล่ลากตัวผมเดินออกจากบริเวณบ้านกลับไปที่ตัวรถ ระหว่างที่เดินไอแสงมันก็ปลอบผมโดยการลูบๆ ไล้ๆ จนผมรู้สึกจั๊กจี้แทนที่จะซึ้งในน้ำใจมัน คราวนี้เลยตบหัวมันไปเลยจริงๆ จนมันร้องโอ้ย หันมามองตาขวาง เลยทำให้ผมหัวเราะได้หน่อย



“ เห็นว่ามึงเศร้าอยู่หรอกนะ กูจะไม่เอาคืน ” ผมยิ้มบางกับตัวเอง ไอแสงเป็นเพื่อนคนเดียวของผมที่ผมคบมานานขนาดนี้ มันทั้งผ่านอะไรกับผมมามากมาย อย่างในตอนนี้ที่ผมกำลังเผชิญอยู่ หากไม่บอกว่ามันเป็นเพื่อนที่โคตรสนิทก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเรียกมันแล้ว



“ ขอบคุณนะมึง ” ผมหันไปพูดเบาๆ กับมัน



“ ไม่เป็นไรเว้ย ” แล้วมันก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันผุของมันมาให้ ตอนนี้หัวเราะทั้งน้ำตาเป็นยังไง ผมก็เพิ่งจะรู้แหละนะ



“ เลี้ยงข้าวกูมื้อนึงก็พอ ” กำลังจะซึ้งเลยเชียว















“ ตอนนี้คุณเนตรกำลังอยู่ในห้องไอซียูครับคุณรัก ” คุณบอดี้การ์ดบอกกับผมเมื่อเรามาถึงที่โรงพยาบาลแล้ว อีกฝ่ายเดินนำหน้าพวกผมเพื่อพาไปยังห้องฉุกเฉินที่ร่างของไอคุณชายถูกมาเข้าไปในนั้นเป็นที่เรียบร้อย ไอแสงยังคงโอบไหล่ผมอยู่ จนตอนนี้บอกตรงๆ เลยคือกลัวสายตาคนรอบข้างเหลือเกิน ถ้าดูภายนอกคือไอแสงตัวสูงและหนากว่าผมอยู่ค่อยข้างเยอะ และผมซึ่งตัวสูงน้อยกว่า (ผมจะไม่บอกว่าเตี้ยกว่าเป็นอันขาด) มันเลยทำให้ถ้าใครที่ไม่รู้จักผมคงจินตนาการไปไกลแล้ว



อย่างตอนนี้ที่มีเด็กผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งนั่งรออยู่ตรงเก้าอี้ระหว่างทางที่จะไปห้องไอซียูมองผมสลับกับไอเพื่อนห่าข้างตัวผมไปๆ มาๆ หน้าตาขัดเขินเล็กน้อย ไม่ต้องบอกเลยว่าในหัวของเธอคิดไปไกลถึงขนาดไหน ผมจึงจับแขนไอแสงแล้วดึงออก แต่มันก็ยังไม่วายยกขึ้นมาพาดไหล่ผมใหม่แล้วบอกกับผมว่าผมยังไม่หายสะอื้น มันอยากจะปลอบจนกว่าผมจะหาย ผมอยากจะตบหัวมันเหลือเกิน แต่ติดอยู่ที่ตอนนี้อยู่ที่โรง’ บาล ทำเสียงดังไม่ได้ แถมมันก็ดื้อด้าน เลยปล่อยเลยตามเลยไปเลยละกัน แม่ง



พอเดินมาเรื่อยๆ เสียงดังจากภายนอกก็เริ่มเบาลง จนหลงเหลือแต่ความเงียบที่ผมไม่ชอบเอาซะเลย ถ้าใครเคยมาห้องไอซียูแล้วจะรู้ดีว่าบรรยากาศมันเป็นยังไง ความเย็นจากครื่องปรับอากาศในโรงพยาบาลว่าเย็นแล้ว พอเข้ามาให้เขตนี้ผมกลับรู้สึกว่ามันยิ่งเย็นขึ้นไปอีก หรือมันอาจจะเป็นบรรยากาศที่อึมครึมด้วยหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ แต่มันชวนให้รู้สึกแย่ชะมัด



ผมเดินตามทางไปเรื่อยๆ จนถึงแผนกห้องไอซียู ที่หน้าห้องมีญาติคนไข้รายล้อมจำนวนหนึ่ง บ้างก็นั่งรอ บ้างก็ยืนรอ แต่คนที่สะดุดผมอย่างจังเลยก็คือ พ่อของไอคุณชายที่เคยเรียกผมเข้าไปคุยก่อนที่จะจ้างผมให้มาเป็นบอดี้การ์ดของเจ้าตัว ข้างกายท่านประธานก็เป็นแม่ของไอคุณชาย ส่วนผู้ชายหน้าตาดีอีกคนหนึ่งที่โอบไหล่คุณแม่อยู่ก็คงเป็นน้องชายที่ชื่อนันท์อะไรซักอย่างนี่แหละ



ไอแสงปล่อยมือออกจากตัวผมโดยอัตโนมัติ เพราะบรรยากาศที่อึดอัดนี่แหละ ผมกับเพื่อนแสงเดินตัวลีบๆ เข้าไปหาพวกเขา แต่ก็ยังไม่กล้าทักด้วยความเคร่งเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวท่านประธานก็ยิ่งทำให้ผมป๊อดเข้าไปอีก จนคุณแม่หันมาทางผมแล้วเห็นผมโดยบังเอิญ ผมถึงเดินเข้าไปไหว้ ดูจากตาแดงก่ำก็ทำให้ผมรู้ว่าคงเพิ่งจะร้องไห้หนักมาหมาดๆ ท่านยิ้มให้ผมนิดหนึ่งก่อนจะสะกิดให้ท่านประธานรับรู้ถึงการมาของผม



“ เอ่อ สวัสดีครับ ” อีกฝ่ายพยักหน้าเชิงรับรู้



“ อ้าว พี่นั่นเอง สวัสดีครับ ” น้องชายของคุณเนตรหันมาทักทายผม ซึ่งผมก็แทบยกมือรับไหว้ไม่ทัน



“ ศรมาส่งเหรอ ” ผู้เป็นพ่อถามผมนิ่งๆ



“ ใช่ครับ ตอนนี้รออยู่ด้านนอกครับ ” ท่านพยักหน้าอีกครั้ง แล้วหันกลับไปทำสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้งยามมองเข้าไปข้างในห้องฉุกเฉิน จากนั้นบทสนทนาก็จบลงโดยที่ผมกับแสงยืนอยู่ที่เดิม ทุกคนรอคอยด้วยจุดประสงค์เดียวกัน



คนที่อยู่ในนั้น…



ขอให้เขาปลอดภัยด้วยเถอะ ชีวิตนี้ผมไม่เคยอยากได้อะไรจนต้องอธิษฐานในใจ อันที่จริงผมไม่เคยเชื่ออะไรเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะผมเชื่อว่าทุกอย่างจะได้มาก็เกิดจากความพยายามของตัวเอง แต่ในวินาทีนี้ ผมกลับอยากให้สิ่งที่ผมไม่เคยศรัทธาช่วยทำให้คำอธิษฐานผมเป็นจริงสักครั้ง



ไม่ว่ามันจะต้องแลกกับอะไร ผมก็ยอม



ขอเพียงแค่เขาปลอดภัยก็พอ




โปรดติดตามตอนต่อไป


มุแงงงงงง เค้าขอโทษนะตัววววว  :sad4:





ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด