เมื่อผมกลายเป็นบอดี้การ์ด อัพเดต ตอน 12 คนแมนแมนกับความป่วยของเขา (29/07/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อผมกลายเป็นบอดี้การ์ด อัพเดต ตอน 12 คนแมนแมนกับความป่วยของเขา (29/07/63)  (อ่าน 1639 ครั้ง)

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
คุณชายหน้าวอกเป็นพระเอกเหรออ แล้วเดเนียลคู่ใครละเนี่ยะ

ออฟไลน์ Tassanee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ เจ้าหมีวุ่นวาย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ตอนที่ 12
" คนแมนแมนกับความป่วยของพวกเขา "





“ นายทำอะไรของนาย ฉันจุกไปหมดแล้วเนี่ย ” ร่างสูงร้องโอ้ย ชี้ร่องรอยแดงจางๆ ที่ต้นเหตุมาจากกระผมคนดีคนนี้ สีหน้าง่วงงุนและขุ่นเคืองชวนตีได้ทุกเมื่อ



“ ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ มันมองไม่เห็นอ่ะ ” ผมพูดเสียงอ่อย จ๋อยสนิท วันนึงผมต้องตกใจเพราะอีกฝ่ายกี่รอบเนี่ย แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไง ก็รีบถามต่อ


“ แล้วที่นี่มันที่ไหนกันครับ แล้วคุณมานอนอยู่เตียงเดียวกับผมได้ยังไง ”



“ ก็ใครใช้ให้นายหลับเป็นตายหน้าห้องฉันล่ะ นี่ฉันแบกนายเข้ามานอนก็บุญถมไปละ ยังมีหน้ามาทำร้ายฉันอีก ” อีกฝ่ายทำเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆ เชิงขัดใจ ทิ้งตัวลงไปนั่งบนเตียงนอน เสยผมลวกๆ ผมมองอย่างเคลิบเคลิ้ม





ห่า เซ็กซี่ชิบหาย

ฮึ่ยยยยย เลิกคิด!





“ แบกเข้ามา? ” ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ “ อย่าบอกนะว่านี่เรายังอยู่ที่บริษัทเหรอครับ! ”



“ ก็ใช่น่ะสิ นี่เป็นห้องนอนของฉันเอง อยู่ในห้องทำงาน ” เจ้าตัวพูดพลางหาวไปด้วย “ ฉันจะนอนต่อแล้ว ง่วง นายช่วยปิดไฟด้วยนะ ”



“ เอ่อ ถ้าผมขอตัวกลับก่อนได้ไหมครับ ”



“ ตอนนี้? ตีหนึ่งเนี่ยนะ ”



“ ห้ะ ตีหนึ่ง! ” ผมรีบหันขวับไปมองนาฬิกาตั้งโต๊ะข้างเตียง เข็มนาฬิกาชี้เลขหนึ่งพอดิบพอดี “ นี่ผมนึกว่าสองสามทุ่ม ผมหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ ”



“ ก็ใช่น่ะสิ แถมเรียกไม่ยอมตื่นด้วย ฉันก็กลัวว่านายจะตายไปแล้ว ”



“ พอดีเมื่อวานผมนอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ ” ก็เพราะใครกันล่ะ! โธ่เว้ย แล้วเอาไงดีวะเนี่ย ถ้านอนต่อก็ต้องนอนกับไอคุณชายนี่ ไม่งั้นก็ไม่รู้จะนอนตรงไหน จะไปนอนโซฟาในห้องทำงานก็ดูน่าเกลียดอีก ผมยืนกระสับกระส่ายตัดสินใจไม่ได้ซักที



“ นายไม่สบายเหรอ ” อยู่ๆ อีกฝ่ายก็ถามขึ้น



“ ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แค่ปวดหัวนิดหน่อย ”



“ ก็ว่าอยู่ วันนี้นายอย่างกับซอมบี้ ” อีกฝ่ายตบที่เตียงเบาๆ แล้วพูด “ มานั่งนี่ ”



ผมทำท่าระแวดระแวงยืนอยู่กับที่ ไม่ยอมเดินไป แต่ไอคุณชายกลับส่งสายตาขมขู่บังคับให้ผมเดินไป เราเล่นเกมจ้องตากันอยู่อย่างนั้น จนในที่สุดอีกฝ่ายทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาดึงมือผมให้ไปนั่งข้างๆ ผมนั่งแข็งเกร็ง กลัวว่าตะคริวเมื่อกี้จะกำเริบขึ้นมาอีกรอบ



“ ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ ดูสารรูปนายซะก่อน พิศวาสยังไงให้ไหว ฉันก็เลือกเหมือนกันนะ ”



“ อย่ามาบูลลี่หน้าตาผมนะครับ ใครกลัว ผมเนี่ยนะกลัว ” กูสั่นสู้นะโว้ย เอาดิ!



“ หึ ตัวแข็งเป็นศิลาจารึกร้อยปีแล้วยังจะมาเถียงอีก ” เขาไม่พูดเปล่า เอาฝ่ามือขึ้นมาอังที่หน้าผากผม





ปุ๊งง (เสียงหม้อน้ำระเบิด)





ตอนนี้ตัวผมระเบิดไปหมดแล้วครับท่านน ฮืออ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ารักคนนี้ขอตายดีกว่า เมื่อเห็นใบหน้าของไอคุณชายหน้าขาวนี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ แถมมือยังจับนู่นลูบนี่ จนตัวผมเองเห่อร้อนไปหมด วูบวาบตามเนื้อตัวเลยครับ ฮืออ



“ น่าจะมีไข้นิดหน่อยนะ ยังปวดหัวอยู่ไหม ”



“ นิดหน่อยครับ ”



“ ในห้องนี้น่าจะมีกล่องปฐมพยาบาลอยู่ เดี๋ยวรอนี่นะ ฉันไปหาดูก่อน ” เมื่อไอคุณชายลุกเดินไป ผมรีบเอาผ้าห่มคลุมหัวตัวเองทันที อายชิบเป๋งเลยเว้ย เกิดมามีแต่หญิงดามใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ดันแมนเหมือนกัน ถึงผมจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชายแท้หรือเปล่าก็เถอะ เฮ้อ คนแมนกลุ้มใจ



หลังจากนั้นร่างสูงก็เดินกลับมาพร้อมยาสองเม็ดในมือและน้ำเปล่า เมื่อผมกินยาเรียบร้อย อีกฝ่ายทำหน้าพึงพอใจเล็กน้อย และหันหลังจะเดินไปปิดไฟ ผมรีบลุกขึ้นเพื่อจะจะหาที่ซุกหัวนอนของตัวเองในคืนนี้



“ นั่นจะไปไหน ”



“ ผม เอ่อ จะไปนอนที่โซฟาข้างนอกครับ ”



“ นอนตรงนี้แหละ จะไปนอนข้างนอกให้เปลืองแอร์เล่นทำไม ”



“ มันน่าจะไม่เหมาะสมนะครับ คุณก็เป็นเจ้านายผม ” ไอคุณชายได้ยินแล้วก็ทำหน้าอึ้งพักหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา มันขำตรงไหนกันวะ ก็คนมันเกิดมามีมารยาทอ่ะเฮ้ย



“ ทั้งที่ตอนนอนเมื่อกี้นี่รัดฉันแน่นจนแทบจะปล้ำฉันอยู่แล้วเนี่ยนะ ”



“ ผมอ่ะนะ คุณละเมอหรือเปล่า ”



“ ฉันจะโกหกทำไมล่ะ เอะอะจะกอดฉันท่าเดียว ฉันนี่เปลืองตัวให้นายกอดฟรีขนาดนี้ ยังจะมาเถียงอีก ”  โอ้โฮ เปลืองตัวเลยเหรอ ไอคุณชายยย โอ้ยย ผมนี่ขึ้นครับ



“ ขอโทษละกันนะครับที่ทำให้เปลืองตัว จะกอดผมกลับไหมล่ะครับ จะได้เจ๊ากัน ”



“ ไม่เอา ไม่คุ้มหรอก นายนี่นอกจากจะชอบแต๊ะอั๋งแล้วยังขี้อ่อยอีก ”



“ ผมไปอ่อยอะไรคุณตอนไหนไม่ทราบ ”



“ ก็นี่ไง อ่อยอยู่ชัดๆ ” เจ้าตัวไม่รอให้ผมเปิดปากพูด เดินตรงไปที่เตียงแล้วยึดครองฟากหนึ่งของเตียงไป แล้วตบเตียงเป็นการบังคับให้ผมลงไปนอนเดี๋ยวนั้น ตัวผมที่ไม่มีตัวเลือกมากนักได้แต่ปลงตกในโชคชะตา เดินเกร็งๆ นั่งลงไปที่เตียง พอผมจะล้มตัวลงนอน



“ ไม่ปิดไฟหรือไง ฉันไม่เปิดไฟนอนนะ ” ฮึ่ยย อะไรๆ ก็สั่งไปหมด ไอคุณชายบ้าบอนี่ ผมลุกกระฟัดกระเฟียดเดินไปปิดไฟ ก่อนจะเดินกลับมาล้มตัวลงนอนบ้าง ผมกระเถิบไปจนสุดขอบเตียง นอนให้ห่างจากอีกฝ่ายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พยายามข่มตาให้หลับ



“ ถ้าต้องการหมอนข้างก็บอกนะ เดี๋ยวยอมเปลืองตัวให้อีก ” เสียงกระซิบเบาๆ ของไอคุณชายลอยเข้าหูผม ใครกันแน่ที่ขี้อ่อย



“ นอนเถอะครับ! ” อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ ก่อนที่เสียงจะเงียบไป



เวลาผ่านไปสักพักลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนที่นอนอีกฝากก็บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงหลับไปแล้ว ผมพลิกตัวกลับไปกลับมาอย่างคนที่นอนไม่หลับ จนในที่สุดก็พลิกตัวหันกลับมาทางที่ไอคุณชายนอนอยู่ นั่งจ้องหน้าเขาอยู่อย่างนั้น จิตใจว้าวุ่น ยิ่งทำให้นอนไม่หลับไปกันใหญ่ ผมเริ่มมารู้สึกว่าระยะนี้หลายสิ่งหลายอย่างของคนตรงหน้าผมนั้นอยู่ในความสนใจของผมมากจนตัวผมตกใจ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรล้วนอยู่ในสายตาผมตลอดเวลา



สับสนหัวใจ…













โครกกกก ครากกก



เสียงท้องใครวะ เสียงดังจริง คนกำลังจะนอน ผมพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่ง



ตึกตึก ตึกตึก



ฮึ่ยยยยย รำคาญโว้ยย ผมลืมตาพรืบขึ้นมา เพื่อจะมองว่าต้นเสียงมันคืออะไร แต่เดี๋ยวนะ รู้สึกทะแม่งๆแปลกๆ



ทำไมกูถึงมานอนกอดไอคุณชายได้ล่ะวะเนี่ย! แถมยังเอาขาก่ายไปที่ตัวเขาอีก เวร ความติดหมอนข้างนี้ท่านได้แต่ใดมา เสียงท้องร้องนั่นคงเป็นของผมล่ะสิ แต่ไอเสียงหัวใจเต้นคงเป็นของเจ้าตัวที่นอนข้างๆ ผมนี่



ผมค่อยๆ เอาขาออกมาให้พ้นจากตัวอีกฝ่าย และแอบมองอีกตามสไตล์ โอ้ว ขาวแสบตาซะจริง คนบ้าอะไรขาวได้ขนาดนี้ ขนาดผมว่าผู้ที่มีเชื้อสายจีนอย่างผมนี่ขาวละนะ มาเจอคนตรงหน้าผมนี่แพ้เลย ขนตานี่งอนหนาได้รูปไม่ต้องพึ่งไอที่ผู้หญิงใช้ปัดขนตาอะไรนั่นอ่ะ ผมก็เรียกไม่ถูก ผมไล่สายตามองตั้งแต่คิ้วยันคาง เก็บทุกรายละเอียด ผมก็ไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร รู้แต่ว่าปกติแล้วผมไม่ได้ใกล้ชิดขนาดที่มานั่งมองแบบนี้ได้บ่อยๆ เฮ้อ ประติมากรรมอันทรงคุณค่าของชาวเรา



ผมนอนชื่นชมอยู่นานพอสมควร มารู้สึกตัวก็ตอนที่แสงแดดทแยงตาผมแล้วนั่นเอง ผมมองไปนาฬิกา เห็นเลขเข็มชี้ตรงที่เลขแปด หืมมม เลขแปด เดี๋ยว! แปดโมงเช้าแล้วเหรอวะ ตายห่า ผมรีบปลุกคนที่นอนสบายอยู่ตรงหน้าตามแพทเทิน ก่อนที่ตัวเองจะรีบเข้าไปจัดการตัวในห้องน้ำอย่างรวดเร็วความไวแสง และปัญหาที่ตามมาคือ



กูจะใส่ชุดอะไรฟร้า



ผมเดินออกมาเห็นเจ้าตัวปัญหานั่งตาปรืออยู่บนเตียง ทำไมวันนี้ไอคุณชายดูเปื่อยจังวะ



“ คุณ เอ่อ พอจะมีเสื้อเชิ้ตให้ผมยืมหรือเปล่าครับ พอดีตัวเมื่อวานมันเหม็นแล้วครับ ” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร นอกจากชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้ามุมหนึ่งข้างๆ ห้องน้ำ ผมจึงถือวิสาสะเปิดตู้ เสื้อผ้ามีแขวนอยู่ไม่กี่ตัว เพราะเจ้าตัวคงอาจจะไม่ค่อยได้มานอนซักเท่าไหร่ แต่ผมก็ยังสัมผัสได้ถึงออร่าความแพงของเสื้อผ้าแล้วรู้สึกไม่อาจเอื้อม จึงเลือกเสื้อที่ดูแพงน้อยที่สุดในนั้นส่งๆ ออกมาตัวหนึ่ง



เมื่อผมแต่งตัวอะไรเสร็จอย่างรวดเร็ว ทุกกระบวนการเสร็จโดยไม่ถึงห้านาที (ความไวแสงยังคงแพ้เมื่อเจอความไวรัก ฮา) แต่ก็เห็นไอคุณชายยังนั่งอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือหลับตาไปแล้ว! ไอนี่มันนั่งหลับได้เว้ยเฮ้ย



“ คุณๆ ทำไมไม่ไปอาบน้ำล่ะ มันแปดโมงกว่าแล้วนะครับ ” ยังคงเงียบ ผมจึงเอื้อมมือไปสะกิดเบาๆ เจ้าตัวลืมตาปรือขึ้นมามองที่ผม ป่วยหรือเปล่าวะ ผมเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากเบาๆ นั่น ตัวร้อนจริงๆ ด้วยแฮะ สงสัยติดจากผมแน่เลย ทำไมตอนที่เผลอนอนกอดมันผมถึงไม่รู้วะ



ผมจัดการประคองตัวคนป่วยให้ลงไปนอน ห่มผ้าให้เรียบร้อย เช็ดตัวลวกๆ เสร็จก็เดินออกไปแจ้งอาการป่วยกับคุณเลขาและท่านประธาน ก่อนจะเดินลงไปซื้อข้าวต้มข้างๆ บริษัท ขึ้นมาป้อนให้คนป่วยกิน แล้วก็ป้อนยาให้กินตามด้วยป้อนน้ำ จบกระบวนการทุกขั้นตอน



เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเกิดเป็นบอดี้การ์ดต้องอดทน



ผมนั่งเคลียร์งานบางส่วนเท่าที่ผมทำได้ให้ไประหว่างเฝ้าไอคุณชายที่นอนเปื่อยอยู่บนเตียง ผมไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอกครับ ทำได้แค่จัดเอกสารที่เร่งด่วนแยกกับกองธรรมดาเท่านั้นเอง และช่วยตรวจดูเอกสารที่รออนุมัติว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แยกๆ ตามเรื่องไปแค่นั้นเองครับ พอไอคุณชายมาทำต่อจะได้รวดเร็วขึ้น ผมว่าจริงๆ แล้วไอคุณชายควรมีเลขาซักคนนะเนี่ย เผื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง จ้างผมสิ จ้างโผมมมมมม



มีพนักงานหลายฝ่ายเดินมายื่นเอกสาร หรือไม่ก็ต้องการจะคุยรายละเอียดเกี่ยวกับงานต่างๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่เท่าที่แยกเอกสารให้เจ้าตัวมาก็พอจะเดาคร่าวๆ ได้ ก็เลยรับมาจัดการให้เท่าที่ตัวเองจะจัดการได้ นอกเหนือจากนั้นคือต้องแจ้งคุณๆทั้งหลายให้รอเจ้านายผมอีกทีละกันนะครับคุณ โชคดีที่วันนี้ไอคุณชายป่วยนั่นไม่มีเข้าประชุมหรือมีนัดข้างนอก ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะปลอมตัวเต๊ะท่ายังไงให้เหมือนน่ะนะ



นั่งก้มหน้าเคลียร์เอกสารไป รู้ตัวอีกทีก็เที่ยงแล้วครับ จึงเข้าไปดูอาการไอคุณชาย นี่ผมเพิ่งจะมาสังเกตเห็นประตูที่เข้ามาในห้องนอน มันกลืนไปกับสีห้องเลยครับ ก็ว่าแล้วว่าทำไมผมมาทำงานตั้งนานแล้วไม่เคยรู้เลยว่ามีห้องนอนอยู่ในนี้ด้วย พอเข้าไปถึงก็ไม่เห็นตัวไอคุณชายแล้ว หายไปไหนของเค้าวะ



“ คุณเนตร อยู่ไหมคร้าบ ” ผมร้องเรียกไอคุณชาย เดินหารอบห้อง ในห้องน้ำก็ไม่มีเสียงน้ำหรืออะไรเลย บนเตียงก็มีแต่ก้อนขะยุกๆ ของผ้าห่ม เดินรอบห้องแล้วก็ยังหาไม่เจอ ผมเริ่มใจไม่ดี เพราะเจ้าตัวยังป่วยอยู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง แต่ถ้าเดินออกจากห้องผมก็ต้องเห็น เพราะผมนั่งเคลียร์งานที่โซฟาในห้องทำงานของไอคุณชายตลอดตั้งแต่เช้า เพราะฉะนั้นเจ้าตัวก็ต้องอยู่ในห้องนั่นแหละ



หรือจะอยู่ในห้องน้ำ



ผมเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปชะโงกหน้าดู



ก็ไม่มีนี่นา แล้วตัวหายไปไหนกันเนี่ย



ผมเริ่มลนลาน จึงเดินหาทุกซอกทุกมุมในห้องนอนอีกครั้ง ตัวควายๆ อย่างไอคุณชายมันจะไปซุกอยู่ตรงไหนได้



ผมเดินตรงไปที่เตียง ตบๆ ลงไปที่ผ้าห่มที่ขะยุกๆ เป็นก้อนนั่น



“ ฮื่ออ เลิกตบ ” เดี๋ยวว เสียงไอคุณชาย ผมถือวิสาสะเลิกผ้าห่มขึ้นมา



ร่างควายๆ ของมันขดจนเป็นลำไส้ใหญ่เลยครับ โธ่!



“ คุณเนตรครับ ผมหาแทบตาย ตกใจหมดเลย ทำไมมาขดอยู่อย่างนี้ล่ะครับ! ” ผมค่อยๆ พยุงตัวอีกฝ่ายให้นอนดีๆ ไม่รู้นอนแบบนั้นมานานเท่าไหร่ เหน็บกินหมดเนี่ย ได้ยินอีกฝ่ายงึมงำๆ บ่นหนาว จึงเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าอุณหภูมิในห้องมันหนาวยะเยือกเกินไป จึงลุกไปปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น แล้วเดินกลับมาพลิกตัวร่างหนักๆ นี่ให้นอนดีๆ



ไอคุณชายไม่หือไม่อืออะไร ยอมให้ผมจัดแจงท่านอนแต่โดยดี พอเห็นสภาพเป็นแบบนี้ผมก็อดที่จะอ่อนใจไม่ได้ ปกติแล้วจะเจอแต่เวอร์ชั่นคุณชายมาดผู้ยิ่งใหญ่ แกล้งผมสารพัดให้ผมงานงอกแทบทุกวัน แต่ตอนนี้เหมือนเป็นคุณชายเวอร์ชั่นใสๆ ไม่มีพิษภัย ผมมองอย่างเผลอไผลอีกครั้ง



ผมถอนหายใจกับอาการของตัวเองที่ชักจะกำเริบขึ้นทุกวัน นี่แหละหนาที่เขาบอกว่าความรู้สึกคนเรามันช่างเข้าใจยากแท้ ผมนั่งปลงกับตัวเองซักพัก แล้วจึงลุกไปเตรียมอาหารและยาให้คนตรงหน้ากิน สลับตำแหน่งกันซะงั้น เมื่อวานผมยังป่วยอยู่เลย พอมาวันนี้ไอคุณชายกลับป่วยแทน นี่มันคนป่วย 2018 ซะจริงๆ







ก่อนที่ผมจะลงไปหาอะไรใส่กระเพาะตัวเองบ้าง ท่านประธานก็แวะมาหาผมเพื่อมาดูลูกชายตัวเองครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรมาก ก็ฝากฝังให้ผมช่วยดูแล แล้วก็เดินไปทำธุระของตัวเองต่อ ผมก็เห็นใจท่านนะ ถึงคราววัยที่ตัวเองจะเกษียณได้แล้ว แต่กลับต้องมาเจออะไรแบบนี้ ก็ต้องเหนื่อยกันต่อไป จนกว่าคดีนี้จะจบ



แต่ถ้าพูดถึงคดีนี้ ทำไมมันดูไร้ร่องรอยขนาดนี้ เหมือนกันว่าแผนถูกเตรียมมาอย่างดีจนไม่มีหลักฐานอะไรที่จะเอาผิดได้เลย ตั้งแต่เกิดเรื่องอุบัติเหตุขึ้นจนถึงทุกวันนี้นี่ก็ผ่านมาเดือนกว่าเกือบสองเดือนแล้ว หลักฐานล่าสุดที่คุณเลขามารายงานให้ไอคุณชายก็มีแต่รถกับคนขับที่ยังหาตัวไม่ได้ซักที ราวกับมันหายไปกับอากาศได้ยังไงยังงั้น ทางตำรวจก็ช่วยเต็มที่ แต่ก็ยังคืบหน้าไปได้ไม่ถึงไหน



แต่ทุกคนก็เหมือนจะปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะตำแหน่ง และคนที่ท่าประธานสงสัยก็คือพวกคณะกรรมการที่เป็นหุ้นส่วนของบริษัทแห่งนี้ คลับคล้ายคลับคลาว่าผมเคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่งที่ตึกนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นอีกเลย แต่ไอคุณชายก็บอกอยู่ว่าเจ้าตัวไม่ค่อยได้เข้าบริษัท นานๆ ทีจะเห็นตัวซักครั้ง



ด้วยความที่ไม่มีหลักฐานจึงกล่าวหาลอยๆ ไม่ได้ หรือจะเป็นประเด็นของไอแสงที่เคยพูดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของรุ่นที่แล้วที่ไม่เคยแพร่งพรายให้ใครรับรู้ นั่นก็อาจจะเป็นได้ เพราะเขาอาจจะมีเรื่องขัดแย้งกันทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้น



ผมนั่งครุ่นคิดคิ้วขมวดยับยู่ยี่ไปหมดก็ยังคิดไม่ออกว่าเหตุผลที่ก่อเหตุทั้งหมดนี้เป็นเพราะอะไร จากนั้นจึงเดินกลับบริษัท เพราะไม่อยากทิ้งไอคุณชายไว้คนเดียวนานๆ ระหว่างที่ผมเดินเหม่อคิดเรื่องคดี ก็ชนเข้ากับร่างสูงคนหนึ่งที่เดินสวนกันมาอย่างจัง



“ โอ๊ะ ขอโทษครับ ผมมองไม่ดูทาง เจ็บไหมครับ ” ผมรีบก้มหัวเล็กน้อยให้อีกฝ่ายเป็นเชิงขอโทษ



“ ไม่เป็นไรครับ คุณนั่นแหละเจ็บหรือเปล่า ชนซะแรงเลย ” ร่างสูงตรงหน้าหันมายิ้มให้ สายตาช่างคุ้นเคยเหมือนกับใครซักคนที่ผมเคยเห็น แต่ผมอาจจะคิดมากไปเอง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร ผมจึงเอ่ยขอตัวเบาๆ แล้วเดินจากมา



แต่ใครจะรู้ เมื่อผมเดินหันหลังไป ใบหน้าชายหนุ่มที่เปื้อนยิ้ม ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาอย่างรวดเร็ว และจ้องมองตรงมาอย่างหมายมั่นบางสิ่งบางอย่าง







โปรดติดตามตอนต่อไป....

เลทแล้วเลทเลย 5555555555

เลทมิเสื่อมคลาย

เลทจนต้องกราบกรานขออภัย


 :hao6:


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด