--- รักซ้อนซ่อนรัก | ตอนที่ 15 --- หน้าที่ 4 [24/05/63]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: --- รักซ้อนซ่อนรัก | ตอนที่ 15 --- หน้าที่ 4 [24/05/63]  (อ่าน 3072 ครั้ง)

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5005
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-19

ออฟไลน์ Tassanee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รอตอนต่อไปค่าาาา   :katai1:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
ถ้าพีทเป็นฝ่ายเป็นห่วงคุณใหญ่บ้างก็ดีเหมือนกัน
คุณใหญ่จะได้มีแรงสู้ต่อไป :katai2-1:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
จะดีแค่ไหน แค่ไหนถึงจะดี กับความห่วงใยนี้ ก็ลองบอกเขาทุกเรื่องดูซิ 5555 พอกันละทั้งสองคน ห่ำหั่นกันไปมา ปมอดีตเยอะจริง อาจมีสักวันนึงที่กลางจะกลับมา ดราม่าดินไปอี๊ก ก็นะ 55555 รักของดินคือการให้ ตอบแทน เสียสละ และลุ่มหลงอย่างจริง หวังว่าซักวันนึงความรู้สึกเหล่านี้จะช่วยเยียวยาเขาได้อย่างที่หวังไม่มากก็น้อย ให้เขามองเห็นตัวตนดินได้ในสักวันนึง ถ้ายอมเองแบบนี้ จะบอกให้แข็งข้อต่อเขา ยืนหยัดคือเป็นไปไม่ได้แล้ว รอให้เขาเห็นใจอย่างเดียว อย่าร้ายนักนะราชันย์ 555555 อ่ะจะเป็นยังไงต่อ รอตอนหน้าเลย สนุกกมากว้อยยย อยากอ่านต่อรัวๆ 555 ขอบคุณนะคะที่มาต่อ เออ!คุณใหญ่เกลียดกันมากก็อย่าลืมมองศัตรูอื่นรอบตัวบ้างละ เผื่อเขาสร้างสถานการณ์ให้ผิดใจกัน คิดร้ายไปป่าวว่ะ 55555 ใจจริงน้อยๆก็แอบอยากให้เขากลับมาเป็นเพื่อนกันนะ แต่ดูท่าอาจจะกู่ไม่กลับ 55   :pig4:  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
บรรยากาศนี้มันอะไรกัน

ออฟไลน์ Renze

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +419/-24

สิบสี่
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ



ร่างสูงของเจ้าของห้องยืนสำรวจตัวเองอยู่หน้ากระจก อริญชย์กวาดตาดูความเรียบร้อยของตัวเองเป็นรอบสุดท้ายก่อนจะผละออกมา ชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงที่มีคนกำลังนอนหลับสนิทอยู่ ริมฝีปากหยักคลี่ออกมาเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ยามทอดสายตามองคนที่กำลังยึดครองเตียงเขาอยู่

ฝ่ามืออุ่นจัดแตะลงบนบ่าเล็กอย่างถือสิทธิ์ก่อนจะเขย่าเบา ๆ คนถูกปลุกก่อนเวลาขยับตัวหนีอย่างเกียจคร้าน แต่ฝ่ามืออุ่นก็ยังตามมารุกรานด้วยการแตะแผ่นหลังเขาซ้ำ ๆ จนคนขี้เซาต้องครางงึมงำออกมาด้วยความรำคาญ

“ผมจะนอน อย่ากวนน่า”

อริญชย์หัวเราะหึออกมาอย่างนึกขัน ยามถูกปลุกตอนเช้า พิชญ์มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ขี้เซาจนน่าเอ็นดูและน่าตีไปพร้อม ๆ กัน เกือบจะเหมือนกับอธิษฐ์ แต่มีเสน่ห์มากกว่า

ถ้าเทียบกันแล้ว อริญชย์ต้องยอมรับตามตรงเลยว่า น้องชายของเขาดูอ่อนแอและเปราะบางกว่าพิชญ์หลายเท่า อธิษฐ์มีแต่ความสดใสและไร้เดียงสา ส่วนพิชญ์ ถึงจะยอมลงให้เขาบ่อย ๆ แต่คนฉลาดอย่างอริญชย์ก็รู้ดีว่า ภายใต้ท่าทางที่ดูเหมือนยอมจำนนให้กับเขา แท้จริงแล้วกลับซ่อนอาการแข็งขืนเอาไว้อย่างเงียบ ๆ ราวกับม้าพยศที่พอเขาเผลอเมื่อไหร่ก็เป็นต้องหาจังหวะสะบัดเขาตกจากหลังม้า แต่ก็ดีแล้ว เพราะ...

ถ้าพิชญ์เชื่องเกินไป คงไม่ท้าทายจนเขานึกอยากครอบครอง

ถ้าจะพยศก็ขอให้พยศกับเขาแค่คนเดียว และเขา...ก็จะขอเป็นคนปราบพยศพิชญ์ด้วยตัวเอง

“พีท...”

คนถูกเรียกยังคงนอนนิ่ง เปลือกตาสองข้างปิดสนิทราวกับเจ้าชายนิทราที่ต้องมนตราของแม่มด จนอริญชย์ต้องคลี่ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

ดูเอาเถอะ ขนาดเขายืนจ้องมาเกือบสิบนาทีแล้วก็ยังนอนหลับหน้าตาเฉย ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักระมัดระวังตัวเอาเสียเลย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็นอนหลับอยู่บนเตียงของเขา ในห้องของเขาแท้ ๆ

“พีท...” อริญชย์เรียกคนขี้เซาเสียงอ่อนก่อนจะเขย่าแขนพิชญ์เบา ๆ

ถ้าพิชญ์จะมีสติสตังเสียหน่อย เจ้าตัวคงรู้ว่าเสียงของอริญชย์ทอดกระแสอ่อนโยนกว่าทุกที หรือความจริงอาจจะอ่อนโยนมานานแล้ว เพียงแต่อคติบดบังจนพิชญ์มักจะทำเป็นมองข้ามเสมอ

อันที่จริงแล้ว อริญชย์ก็อยากจะปล่อยให้พิชญ์นอนต่ออยู่เหมือนกัน แต่บังเอิญว่าเขามีธุระเร่งด่วนเข้ามากะทันหัน จนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกจากบ้านก่อนเวลา ก่อนจะออกจากบ้านเลยคิดว่าควรจะบอกพิชญ์เสียหน่อย พอจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วเลยต้องมายืนปลุกคนขี้เซาอย่างที่เห็น

ยืนปลุกมาร่วมสิบห้านาที อีกฝ่ายก็ยังเอาแต่นอนนิ่ง ๆ จนอริญชย์ต้องโคลงหัวเบา ๆ อย่างระอา

มันน่าตีนักเชียว!

เมื่อคืนก็เอาแต่นั่งคุยกับตุลย์อยู่นานสองนาน ไม่ยอมหลับยอมนอน ต้องโทษตัวเขาเองด้วยที่หลับลึกจนไม่รู้สึกตัว ถ้าไม่ตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก อริญชย์คงไม่รู้ว่ามีคนแอบย่องหนีลงไปนั่งคุยกับตุลย์อยู่ข้างล่าง แถมพอลากกลับมานอนยังทำโยเยอยากจะถามนั่นถามนี่เขา แล้วดูตอนนี้สิ ไม่ยอมตื่นท่าเดียว!

“พีท...”

เรียกชื่อกันเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้ ถ้าคนถูกเรียกไม่ใช่พิชญ์ ภัทรกุล อริญชย์ก็ไม่กล้ารับประกันเลยว่าเขาจะมีความอดทนมากขนาดนี้หรือเปล่า แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นพิชญ์ แค่พิชญ์เท่านั้น แค่พิชญ์คนเดียว

“ผมฟังอยู่ พูดมาสิ...”

คนตอบปรือตาขึ้นมามองแวบหนึ่งก่อนจะหลับตาลงเหมือนเดิม จนอริญชย์นึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอีกฝ่ายตงิด ๆ ไม่ใช่เพราะความขี้เซาขนาดนี้ของพิชญ์หรือ ‘เรื่องวันนั้น’ ถึงได้เกิดขึ้นง่าย ๆ

อริญชย์ถอนหายใจออกมาช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ ๆ

“วันนี้ฉันไม่ได้เข้าบริษัทนะ”

ดูเหมือนประโยคนี้จะได้ผลชะงัดกว่าการปลุกใด ๆ ดวงตาเรียวลืมขึ้นสบตากับอริญชย์ทันควัน ก่อนที่พิชญ์จะค่อย ๆ ประมวลผลสิ่งที่เพิ่งรับรู้เข้าสู่การกลั่นกรองของสมองช้า ๆ

“อ้าว...” พอจับใจความได้ คนที่เพิ่งตื่นก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไร นอกจากหลุดเสียงอุทานออกมาเบา ๆ

“งานที่ชลบุรีมีปัญหานิดหน่อย เดี๋ยวฉันกับตุลย์จะแวะไปดูแล้วคงกลับมาถึงที่นี่เย็น ๆ”

พอได้ยินคำว่า ‘ปัญหา’ คนที่มีความรับผิดชอบสูงอย่างพิชญ์ก็ดูเหมือนจะตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที พิชญ์ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง สะบัดหัวเบา ๆ เพื่อขับไล่ความง่วงงุนก่อนจะเอ่ยถามอริญชย์

“คุณจะไปกับคุณตุลย์แค่สองคนเหรอ” พอเห็นอริญชย์พยักหน้า พิชญ์ก็รีบถามต่อทันที “แล้วผมล่ะ...”

“นายน่ะอยู่ที่นี่ เดี๋ยวตอนเย็น ๆ ฉันก็กลับแล้ว”

พิชญ์ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด เขามองข้ามหัวไหล่ของอริญชย์เลยไปยังนาฬิกาแขวนผนัง เพิ่งจะหกโมงครึ่งเอง พิชญ์คำนวณทุกอย่างด้วยความรวดเร็วก่อนจะโพล่งถามออกไป

“ให้ผมไปด้วยไหม ผมอาบน้ำแป๊บเดียว”

อริญชย์ส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะยื่นมือมากดบ่าพิชญ์ที่ทำท่าจะผุดลุกจากเตียงให้นั่งอยู่เฉย ๆ มองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุ ๆ คล้ายกับผู้ใหญ่กำลังมองเด็กน้อยคนหนึ่ง

“ไม่ต้องเลย เพราะเช้านี้นายต้องเข้าประชุมงบประมาณประจำเดือนแทนฉัน”

จากทีแรกที่ตั้งท่าจะอ้าปากเถียง พิชญ์ถึงกลับหุบปากฉับก่อนจะเบ้หน้าออกมา คนอย่างเขาถนัดแต่พวกงานด้านการตลาด พอได้ยินคำว่างบ ๆ เงิน ๆ หรืออะไรที่เกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ เป็นต้องอยากวิ่งหนีเสียทุกที แล้วดูเหมือนคนที่เฝ้าสังเกตพิชญ์อยู่ตลอดเวลาอย่างอริญชย์เองก็รู้ทัน ถึงได้หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ จนใบหน้ากระด้างพลันอ่อนโยนขึ้นมา

“รู้ว่าไม่ชอบ แต่ฝึกเอาไว้หน่อยก็ดี พอให้คุมเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จะได้คล่อง”

พิชญ์แทบจะตาเหลือกออกมาอย่างกับโดนบังคับกินยาขม ถึงเขาจะไม่ค่อยพิสมัยตำแหน่งรองประธานที่อริญชย์ยัดเยียดให้ แต่ถ้าถูกโยกย้ายให้ไปทำงานเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ มันก็ไม่ใช่สไตล์เขาอีกเหมือนกัน

“อย่าบอกนะว่าคุณจะย้ายผมไปนั่งคุมการเงินกับบัญชี ไม่เอาด้วยเด็ดขาดเลย”

อริญชย์มองพิชญ์ด้วยสายตาแปลก ๆ เมื่อได้ยินคำโวยวายหลุดออกมาจากเจ้าตัว แต่เขาก็ไม่คิดจะอธิบายความเข้าใจของพิชญ์ให้กระจ่างขึ้นมา ริมฝีปากหยักคลี่ออกเป็นรอยยิ้มจาง ๆ แบบที่คนมองนึกสงสัยและไม่ยอมปล่อยให้ผ่านเลยไป

“ยิ้มอะไรของคุณ”

“ฉันยิ้มไม่ได้หรือไง”

“ได้ แต่ดูแปลก ๆ ไม่ค่อยน่าไว้ใจ”

อริญชย์หัวเราะในลำคอ เท้าแขนข้างหนึ่งลงกับเตียง ก่อนจะยื่นมืออีกข้างไปไล้พวงแก้มพิชญ์เบา ๆ

คนถูกกระทำ...เผลอไผลไปกับสัมผัสที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้โดยไม่รู้ตัว

แต่คนกระทำ...ทำลงไปด้วยความตั้งใจ

“ไหน ๆ น้องหนูก็ไปอยู่กับยัยเล็กแล้ว นายก็ย้ายมานอนห้องเดียวกับฉันเสียสิ”

เพียงแค่ชื่อของน้องหนูกับไอลดาหลุดออกมาจากริมฝีปากอริญชย์ พิชญ์ก็เหมือนถูกฉุดรั้งให้หันกลับมามองความเป็นจริง ความจริงที่ว่าเขาไม่ใช่คนตัวเปล่าเปลือย และอริญชย์ก็ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน แต่เป็น...

พี่ชายของภรรยาและลุงของลูกเขา

พิชญ์กระถดตัวหนีสัมผัสของอริญชย์ทันทีที่รู้สึกตัว วูบหนึ่ง ถ้าไม่ได้ตาฝาดไป เขาคล้ายกับจะเห็นรอยวูบไหวจากแววตาของอริญชย์ แต่พิชญ์ก็เลือกที่จะเมินเฉยต่อมันเสีย เฝ้าบอกตัวเองว่าไม่ควรปล่อยตัวมากเกินไป และที่สำคัญ ไม่ควรเผลอไผลไปกับสัมผัสของอริญชย์

อย่า! อย่าปล่อยให้ความเคยชินมีอิทธิพลเหนือสถานะที่เป็นอยู่เลย

แค่นี้เรื่องบ้า ๆ มันยังวุ่นวายไม่พออีกหรือไง จะเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับปมที่แก้ไม่ออกนี้เพื่ออะไร เพื่อให้ปมเหล่านี้มันหันมารัดคอตัวเองตายหรือไง พีทเอ๋ย

พิชญ์ได้แต่เฝ้าบอกตัวเองว่า เขาก็แค่หวั่นไหวไปเพราะความสงสารและเห็นใจ

สงสารได้ เห็นใจก็ไม่ผิด แต่อย่าลืมว่าอีกฝ่ายเคยทำอะไรไว้ ศักดิ์ศรีที่สูญเสียไป ถึงจะเอากลับมาไม่ได้ แต่ก็อย่าเที่ยวหยิบยื่นไปให้เขาเหยียบย่ำเอาอีก

“คุณใหญ่ไปเถอะ เดี๋ยวจะสาย ผมก็จะกลับห้องตัวเองแล้วเหมือนกัน” พิชญ์เอ่ยออกมาเสียงเรียบ ๆ พยายามปรับอารมณ์ที่ถูกปั่นแต่เช้าให้คงที่อย่างยากลำบาก

“นายจะอาบน้ำแต่งตัวที่นี่ก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไร ผมไม่ชิน...”

ใช่ว่าอริญชย์เองจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกะทันหันของพิชญ์ เพียงแต่เขาไม่อยากเก็บเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาใส่ใจ หรือบางที เขาอาจจะแค่แกล้งทำเป็นมองข้ามไป เพื่อไม่ให้หัวใจตัวเองต้องเจ็บปวดก็ได้

เขาเลือกและตัดสินใจแล้วว่าถ้าได้ตัวมา ซักวันหัวใจก็อาจจะตามมา แม้วันนี้ความเชื่อมั่นที่มีจะเริ่มสั่นคลอน แต่อริญชย์ก็ไม่คิดที่จะปล่อยมือจากพิชญ์ง่าย ๆ

พิชญ์อาจจะยังไม่รู้ แต่เขาก็พร้อมจะแสดงให้เห็น...

ความรักของเขาคือการครอบครองและเป็นเจ้าของ

“นี่ก็สายมากแล้ว ฉันไปก่อนนะ” หันหลังกลับไปไม่ทันไร อริญชย์ก็ต้องหันกลับมาใหม่ เมื่อนึกอะไรขึ้นได้ “วันนี้นายขับรถไปทำงานเองได้เลยนะ หรืออยากให้กริชมาขับให้”

พออริญชย์เอ่ยชื่อคนสนิทอีกคนที่มักจะผลุบ ๆ โผล่ ๆ ราวกับมนุษย์ล่องหนขึ้นมา พิชญ์เลยรีบโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน เขาไม่ใช่คนง่อยเปลี้ยเสียขาหรือทำอะไรไม่เป็น แล้วรถของอริญชย์เองก็มีตั้งหลายคัน ใบขับขี่เขาก็มีเสียด้วยซ้ำ อย่ารบกวนคนอื่นเลย

“ไม่เป็นไร ผมขับเองดีกว่า ไม่อยากรบกวนกริช”

“รบกวนอะไรกัน เมื่อก่อนกริชก็เป็นคนขับรถให้นาย”

พิชญ์นึกอยากจะเถียงออกมาทันที ว่านั่นเป็นเพราะอริญชย์ยัดเยียดกริชให้มาคอยจับตาดูเขาไม่ใช่หรือไง แต่เขาก็คร้านจะทำให้เรื่องมันไปกันใหญ่ เลยเถียงข้าง ๆ คู ๆ ออกไปแทน

“ช่างมันเถอะ ผมอยากขับเองบ้าง ไม่ได้ขับนาน เดี๋ยวได้ลืมวิธีขับรถกันพอดี”

“ตามใจนายแล้วกัน ถ้าจะแวะไปหาน้องหนูก็อย่าลืมโทรมาบอกฉันก่อนล่ะ”

“รับทราบครับ คุณรีบไปเถอะ”

เจ้าของห้องพยักหน้ารับ เอื้อมมือไปกำลังจะหมุนลูกบิดประตูห้องอยู่แล้ว แต่คนที่เพิ่งบอกให้เขาไปหยก ๆ ก็วิ่งมาคว้าแขนเขาเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน คุณใหญ่...”

“หืมม์ ว่าไง...”

บางทีถ้าได้ยินอะไรดี ๆ ก่อนไปก็คงไม่เลวนัก อาจจะเป็นประโยคง่าย ๆ อย่างเช่น... ‘เดินทางปลอดภัย’ หรือ ‘กลับมาไว ๆ นะ’ แต่ดูเหมือนว่าอริญชย์จะคาดหวังมากเกินไป มากเกินไปจริง ๆ

“คุณไม่ได้จงใจหาเรื่องออกไปตรวจหน้างานเพื่อเลี่ยงไม่ตอบคำถามผมใช่ไหม”

อริญชย์หันกลับมาหาพิชญ์เต็มตัว เห็นท่าทางคาดคั้นของคนที่ตัวเล็กกว่าแล้วก็เกือบจะหลุดหัวเราะขำออกมา

เขาชอบเวลาได้เห็นพิชญ์เผลอเป็นตัวของตัวเองยามอยู่กับเขา จนบางทีก็นึกอยากจะเกงานขึ้นมาตงิด ๆ

“นายคิดว่ายังไงล่ะ”

สิ่งที่หลุดออกมาจากปากอริญชย์เป็นแค่ประโยคสั้น ๆ ที่ไม่ได้ต้องการคำตอบอะไรจากพิชญ์ เพราะเมื่อพูดจบ คนพูดก็ขยับตัวออกจากการเกาะกุมของพิชญ์ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งพิชญ์ที่ยืนทวนคำตอบของอริญชย์ช้า ๆ อยู่เบื้องหลัง จนกระทั่งอริญชย์ไปไกลแล้ว พิชญ์ถึงค่อยสำนึกได้ว่า...

ท่าทางเกมส์ยี่สิบคำถามของเขาคงกลายเป็นหมันเข้าแล้วแน่ ๆ ในเมื่อคนตอบเล่นชิ่งหนีกันไปแบบนี้ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามทีเถอะ แล้วอย่างนี้เขาจะไปถามหาคำตอบได้จากใครกันล่ะ...



.


ออฟไลน์ Renze

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +419/-24


โรงรถของคฤหาสน์เกียรติกาญจนามีความใกล้เคียงกับโชว์รูมรถขนาดย่อม ๆ เหตุผลไม่ใช่อะไรเลย นอกเสียจากว่าท่านเจ้าของบ้านเขาพิสมัยในเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ๆ พิชญ์เองก็ไม่ต่างกัน ในฐานะที่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง เขาเองก็หลงใหลในของนอกกายเหล่านี้ไม่ต่างจากอริญชย์ แต่ถ้าให้เลือกมาขับซักคันจริง ๆ พิชญ์คงต้องขอผ่าน

อย่างวันนี้ ถึงพิชญ์จะเอ่ยปากกับอริญชย์ว่าจะขับรถไปทำงานเอง แต่พาหนะของเขากลับเป็นรถญี่ปุ่นคันเล็กที่ไอลดาเคยใช้สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

พิชญ์ไม่ได้มักน้อยหรืออยากเจียมเนื้อเจียมตัวให้ใครหมั่นไส้เล่น เขาก็แค่ไม่อยากเสี่ยงเอารถยุโรปคันละหลายล้านออกไปโลดแล่นบนท้องถนน เกิดพลาดท่าไปเฉี่ยวชนใครหรือถูกใครเฉี่ยวชนเข้า ดีไม่ดี ท่านเจ้าของรถจะได้หาเรื่องมาให้เขาต้องชดใช้ความผิดกันไม่จบไม่สิ้นอีก เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการเซฟตัวเอง รถญี่ปุ่นคันเล็กเลยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของพิชญ์ไปโดยปริยาย

พอมาถึงที่บริษัท พิชญ์ก็ตรงดิ่งเข้าห้องประชุมทันที เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาเริ่มประชุมแล้ว

ห้องประชุมสภาโต๊ะกลมมีสมาชิกรออยู่พร้อมหน้าตา พิชญ์หย่อนตัวลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของอริญชย์ อดรู้สึกขัดเขินนิด ๆ ไม่ได้ เมื่อต้องมารับบทท่านประธานจำเป็น ผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคนยิ้มออกมาน้อย ๆ แต่ไม่มีใครคิดซักถามอะไรเขา

สิ่งหนึ่งที่ทุกคนรู้ แต่พิชญ์อาจจะไม่รู้คือ อริญชย์แทบจะวางหมากให้พิชญ์กลายเป็นตัวตายตัวแทนของเขาไปแล้วโดยที่พิชญ์ไม่รู้ตัว

“ถ้ามากันครบแล้ว เดี๋ยวเริ่มประชุมกันเลยนะครับ”

พออยู่นอกเวลางาน พิชญ์มักจะโยนหัวโขนของตัวเองทิ้ง กลับมาเป็นนายพิชญ์ ภัทรกุล ลูกแม่พลอยคนทำขนม แต่เมื่อถึงเวลางาน พิชญ์ก็สวมบทบาทที่ตัวเองได้รับมอบหมายมาได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีตรงไหนที่ขาดตกบกพร่องให้ต้องถูกตำหนิ สมกับที่ผู้บริหารหลายคนต่างยอมรับในความสามารถของพิชญ์ จนปรบมือให้ด้วยความจริงใจโดยไม่ต้องรู้สึกลังเลแต่อย่างใด

จากผู้ชายธรรมดาที่อริญชย์เคยพามาแนะนำต่อที่ประชุมในอดีต...

‘พิชญ์ ภัทรกุล ต่อจากนี้ไปเขาจะเข้ามาเป็นผู้ช่วยของผมเพื่อเตรียมตัวรับตำแหน่งรองประธานในอนาคต’

พิชญ์ในวันนี้ได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้บริหารของเคเค คอนสตรัคชั่นอย่างเต็มภาคภูมิ สมกับที่อริญชย์เคยเอ่ยปากรับรองด้วยตัวเอง พิชญ์อาจจะไม่รู้ กว่าอริญชย์จะผลักดันพิชญ์ให้ขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ เขาต้องฝ่าฟันกับบรรดาบอร์ดบริหารมามากเท่าไหร่

เพื่อที่จะดึงพิชญ์มาไว้ข้างกาย ผู้ชายอย่างอริญชย์ยอมทุ่มจนหมดหน้าตัก แม้กระทั่งให้อำนาจพิชญ์กึ่งหนึ่งเพื่อเข้ามาช่วยกันดูแลบริษัทของครอบครัวเขา

ตลอดเวลาที่ประชุม พิชญ์เป็นทั้งผู้ฟังและผู้พูดที่ดี เขาพูดเมื่อถึงเวลาที่ควรพูด และฟังเมื่อคนอื่นมีไอเดียที่ดีและเป็นประโยชน์

โดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว พิชญ์ซึมซับสิ่งต่าง ๆ ที่อริญชย์คอยสอนเขาทั้งทางตรงและทางอ้อมมาตลอด ไม่ว่าจะทั้งเอ่ยปากสอนหรือกระทำให้เห็น พิชญ์ค่อย ๆ ซึมซับสิ่งเหล่านั้นมาจนผู้บริหารบางคนถึงกับเอ่ยปากออกมาว่า

“บางทีเขาก็คล้ายกันโดยที่เขาไม่รู้ตัว”

การประชุมดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยไม่ติดขัด ก่อนจะเสร็จสิ้นลงตอนเวลาเที่ยงตรง พิชญ์ยืนส่งผู้บริหารคนอื่น ๆ จนกระทั่งเหลือแค่เขากับคุณธเนศที่เป็นผู้จัดการแผนกการเงินอยู่สองคน

“เรียบร้อยดีนะครับ คุณธเนศ”

“เรียบร้อยครับ สมแล้วที่เป็นคุณพิชญ์ คนที่ท่านประธานไว้ใจ”

พิชญ์ยิ้มออกมาอย่างเก้อกระดาก ไม่ว่าจะได้ยินกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่ชินเสียที

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับคุณธเนศ”

“ครับผม”

พิชญ์เดินออกมาถึงหน้าห้องประชุม ก็เห็นประชาสัมพันธ์สาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาเขา ชายหนุ่มเลยหยุดยืนอยู่กับที่ จนกระทั่งนิดาเดินมาถึงตัว

“มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า คุณนิดา”

“มีแขกมาขอพบท่านรองค่ะ”

พิชญ์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ ถึงเขาจะเป็นคนง่าย ๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก แต่พิชญ์ก็ไม่ได้นึกอยากรับแขกตอนเที่ยงโดยที่ท้องกำลังร้องแม้แต่น้อย

“เที่ยงแล้ว แถมไม่ได้นัดไว้เสียด้วย ผมขอปฏิเสธได้ไหม” พอเห็นประชาสัมพันธ์สาวทำหน้าลำบากใจ พิชญ์เลยอดถามไม่ได้ “แขกจากที่ไหนครับ”

“ท่านรองไปดูเองเถอะค่ะ แต่แขกสำคัญมากจริง ๆ ค่ะ”

ถ้าเป็นอริญชย์ คงไม่มีใครกล้าเล่นลิ้นด้วยแบบนี้ แต่เพราะรู้ว่าเป็นพิชญ์ ประชาสัมพันธ์สาวจึงเอ่ยออกมาอย่างนี้ นอกจากไม่ทำให้กระจ่างแล้ว ยังทำคนฟังสงสัยหนักกว่าเดิม พิชญ์ไม่คิดจะปล่อยให้ตัวเองสงสัยนาน ถึงได้เปลี่ยนเป้าหมายเป็นการเดินไปที่โซฟารับแขก

แผ่นหลังบอบบางของแขกที่มาเยือนดูยังไงก็ไม่คุ้นตาพิชญ์ ชายหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้อีกนิด เป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายยกชาร้อนขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะเบือนหน้ามาทางพิชญ์ เล่นเอาเขาถึงกับชะงัก

แขกคนสำคัญจริง ๆ เสียด้วย

พิชญ์ก้าวเท้าเข้าไปหาเธอช้า ๆ พร้อม ๆ กับที่หญิงสาวค่อย ๆ วางถ้วยชาลงกับโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน

“สวัสดีครับ คุณรัญญา”

เท่าที่พิชญ์จำได้ ถึงแม้จะไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่นัก เขาคลับคล้ายคลับคลาว่ารัญญาน่าจะอายุมากกว่าเขาซักปีถึงสองปี แต่เขาเองก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจประวัติส่วนตัวเธอเท่าไหร่นัก ดังนั้นพอเห็นเธอยกมือไหว้ พิชญ์เลยรู้สึกแปลก ๆ รีบยกมือขึ้นรับไหว้เธอแทบไม่ทัน

“ขอโทษที่มารบกวนเวลาทานข้าวกลางวันนะคะคุณพิชญ์ แถมยังไม่ได้นัดเข้ามาก่อนด้วย”

ต่อให้ลำบากใจมากแค่ไหน แต่ตามมารยาทแล้วก็คงต้องเอ่ยออกไปว่า...

“ไม่เป็นไรครับ แต่วันนี้คุณใหญ่ไม่ได้เข้ามาที่บริษัทนะครับ” พิชญ์รีบออกตัว เพราะเดาว่าคนที่เธอตั้งใจจะมาพบน่าจะเป็นอริญชย์มากกว่าเขา

รัญญาพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานออกมา ชนิดที่ทำเอาคนมองเกือบจะเผลอยิ้มตาม ถ้าไอลดาเป็นผู้หญิงที่ดูสวยเฉี่ยว รัญญาก็เป็นผู้หญิงที่ดูสวยหวาน แต่ทุกคนต่างรู้ ในความสวยหวานนั้นแฝงอำนาจไว้เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นอำนาจจากตัวเธอเอง หรืออำนาจจากองครักษ์ที่คอยพิทักษ์เธออยู่ มิฉะนั้น ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แค่นี้คงไม่สามารถขึ้นมากุมอำนาจทางธุรกิจแทนพี่ชายของตัวเองได้แน่ ๆ

ในวงการธุรกิจที่ทุกคนพร้อมจะเข้าห้ำหั่นกัน โดยไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร บางครั้งความอ่อนหวานที่เห็นก็เป็นเสมือนดาบสองคม

คมหนึ่ง...อาจกลายเป็นจุดอ่อนให้ศัตรูมุ่งโจมตี แต่อีกคมหนึ่ง...อาจจะเป็นภาพมายาที่คอยลวงหลอกให้ตายใจ สุดแท้แต่ว่าเจ้าของจะเลือกใช้คมไหน

“หลิวไม่ได้มาหาพี่ใหญ่หรอกค่ะ หลิวตั้งใจมาหาคุณพิชญ์ ถ้าไม่เป็นการรบกวน หลิวขออนุญาตเรียกว่าคุณพีทได้ไหมคะ”
ถึงแม้พิชญ์จะมองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างชื่อจริงกับชื่อเล่นของเขา แต่พิชญ์ก็พยักหน้าอนุญาตไป กับแค่เรื่องเรียกชื่อ ไม่ได้มีอะไรเสียหายแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่าจะเรียกยังไงก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนตัวตนของเขา

“งั้นคุณพีทก็ต้องเรียกหลิวว่าหลิวเฉย ๆ เหมือนกันนะคะ ยังไงเราสองคนก็อยู่วงการเดียวกัน หลิวเองอยากทำความรู้จักกับคนเก่งอย่างคุณพีทมาตั้งนานแล้ว ติดว่าเกรงใจพี่ใหญ่”

พิชญ์ฟังคำของหญิงสาวแล้วก็เผลอยิ้มออกมา ถึงจะพบเจอกันตามงานบ่อย ๆ แต่เขากับรัญญาก็ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยอะไรกันมากนัก แค่รู้จักหน้าและชื่อเสียงเรียงนามเฉย ๆ มันคล้ายกับมีกำแพงบาง ๆ กั้นอยู่ เคยนึกสงสัยเหมือนกันว่าเพราะอะไร จนคิดเอาเองว่าอาจจะเพราะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน ก่อนจะรู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นมาจากเรื่องในอดีต

“ความจริงแล้วที่หลิวมารบกวนคุณพีทวันนี้ก็เพราะมีเรื่องอยากจะปรึกษาค่ะ”

“ครับ”

“เรื่องของเฮียกับพี่ใหญ่ค่ะ”

พิชญ์เพียงแค่เลิกคิ้วน้อย ๆ แม้ในใจกำลังรู้สึกตื่นเต้นจนแทบบ้า แต่เขาก็พยายามรักษาสีหน้าและท่าทีของตัวเอง ไม่ให้แสดงความอยากรู้อยากเห็นออกมามากเกินไป เขาไม่รู้ว่ารัญญาจะมาไม้ไหน เลยยังไม่ควรแบไพ่ที่มีอยู่ในมือออกไป

คนโง่มักอวดฉลาด ส่วนคนฉลาด...มักจะแกล้งโง่อย่างแนบเนียน

“เรื่องอะไรหรือครับ”

“คุณพีทไม่รู้จริง ๆ หรือคะ ถ้าแม้แต่คุณพีทยังไม่รู้ หลิวคงมาปรึกษาผิดคนแล้วแน่ ๆ”

พิชญ์ยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ นางหงส์ของกมลวิลาศน์ เป็นคำเรียกขานที่ไม่ได้ฟังเกินจริงเลย ไม่ใช่แค่สวยเฉิดฉายไปวัน ๆ แต่ยังซ่อนไหวพริบอันเฉียบคมเอาไว้ด้วย

“สงสัยคงต้องคุยกันยาวน่าดูเลยนะครับ ตอนนี้ก็เที่ยงพอดี” พิชญ์ทำทีเป็นก้มลงดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยชวนอย่างเป็นธรรมชาติไม่มีติดขัด “ให้เกียรติผมได้เป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวกลางวันคุณหลิวนะครับ เราจะได้กินข้าวไปคุยไป”

“ด้วยความยินดีค่ะ แต่คงต้องขอให้คุณพีทเป็นคนแนะนำร้านนะคะ เพราะหลิวไม่สันทัดจริง ๆ”

“ผมมีร้านเงียบ ๆ บรรยากาศดีอยากแนะนำอยู่พอดีเลย เดี๋ยวผมขับนำไปก็แล้วกันครับ”

ถึงแม้วันนี้พิชญ์จะต้องพลาดโอกาสในการเล่นเกมยี่สิบคำถามกับอริญชย์ แต่คงไม่เลวนัก ถ้าเปลี่ยนเป็นการได้นั่งคุยกับรัญญา กมลวิลาศน์แทน



.



พิชญ์ขับรถนำทางรัญญามาจนถึงร้านอาหารบรรยากาศดีที่อยู่ห่างจากบริษัทของเขาราวสิบนาที ตอนแรกพิชญ์คิดว่ารัญญาขับรถมาหาเขาที่บริษัทเอง แต่เขาลืมไปว่า พ่อองครักษ์คนดีของรัญญาที่พิชญ์นึกเหม็นขี้หน้ามีหรือจะปล่อยให้เธอมาตามลำพัง

พิชญ์เลือกนั่งโต๊ะมุมในสุดของร้าน จัดการสั่งกับข้าวมาสามอย่างและข้าวเปล่าให้เขากับรัญญาคนละจาน บรรยากาศของร้านอาหารยามบ่ายค่อนข้างเงียบ นอกจากโต๊ะของพิชญ์แล้วก็มีลูกค้าอีกเพียงแค่สองโต๊ะ แถมยังนั่งห่างจากพิชญ์พอสมควร จึงค่อนข้างเป็นส่วนตัวเหมาะสำหรับนั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ

“ขอบคุณค่ะ” รัญญาเอ่ยขอบคุณ เมื่อพิชญ์ตักกับข้าวใส่จานเธอ ก่อนจะอดเอ่ยกระเซ้าไม่ได้ “คุณพีทช่างเอาอกเอาใจแบบนี้เอง มิน่า...น้องเล็กถึงรักคุณพีทน่าดู”

พิชญ์ชะงักมือที่กำลังตักแกงจืดเล็กน้อย ก่อนจะเสยิ้มออกมาบาง ๆ

ความรู้สึกระหว่างเขากับไอลดาเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่ไม่มีคนนอกรับรู้ ถึงแม้พิชญ์จะไม่ได้นึกรักไอลดาฉันท์ชู้สาว แต่พิชญ์ก็มักจะให้เกียรติเธอเสมอ ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำก็ตามที

“เป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นสามีภรรยากันน่ะครับ คุณเล็กเธอก็น่ารักด้วย”

ถ้าคำว่าน่ารักตีความได้หลายความหมาย น่ารักของพิชญ์ในที่นี้อาจจะหมายถึง น่ารักในฐานะที่เธอเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่งของเขา แต่สำหรับคนนอกอย่างรัญญาแล้ว ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็นคู่รักที่น่าอิจฉา

“น่าอิจฉาน้องเล็กจังเลยนะคะ มีคุณสามีที่น่ารักอย่างนี้ เมื่อก่อนหลิวก็เคยได้ยินเขาพูด ๆ เรื่องที่คุณพีทกับน้องเล็กไม่เหมาะกัน หลิวว่าไม่เห็นจะจริงเลย สมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกแน่ะ”

พิชญ์ยิ้มบาง ๆ ถ้าเป็นคนอื่นได้ยินคงตื้นตันไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับพิชญ์ เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมก็ไม่สำคัญ ถ้าเขาไม่ได้นึกรักไอลดา

บางครั้งความรักกับความเหมาะสมก็มักจะเดินสวนทางกัน เหมาะสมมากแค่ไหน แล้วจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่ได้รักกัน การอยู่ด้วยกันเพราะคำว่าความเหมาะสม มันไม่สามารถประคับประคองให้ความรักไปถึงฝั่งได้เลย แต่...

ความรักที่ไม่มีความเหมาะสม ก็ไม่อาจจะสมหวังได้เช่นกัน หรือถ้าพอจะมีความหวัง มันก็คงริบหรี่เต็มทน

รัญญาดูจะมีความสุขกับการซักถามเรื่องต่าง ๆ ของไอลดาจากพิชญ์ ซึ่งพิชญ์เองก็ตอบได้เรื่อย ๆ อย่างไม่ขัดเขิน จนกระทั่งพนักงานเดินมาเก็บจานไป ก่อนจะยกกาแฟร้อนกับของหวานมาวาง แล้วเดินเลี่ยงไปยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ สีหน้าที่สดใสของรัญญาถึงค่อย ๆ เลือนหายไป

รัญญายกถ้วยกาแฟขึ้นจิบเบา ๆ ทำทีเป็นมองภาพประดับตามฝาผนังของร้าน แต่ถึงจะทำแบบนั้น ก็ยังไม่อาจบดบังความอึดอัดและลำบากใจที่ฉายออกมาทางแววตาได้

“คุณหลิวครับ...”

เจ้าของชื่อถอนหายใจออกมาช้า ๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมาหาพิชญ์

“คุณพีทคงจะสงสัยใช่ไหมคะ ว่าทำไมจู่ ๆ หลิวถึงมาหาคุณพีทที่บริษัท”

ถึงแม้เธอจะพูดถูก แต่พิชญ์ก็ไม่ได้เอ่ยตอบรับหรือตอบปฏิเสธ เขาเพียงแต่ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ขณะรอให้เธอเป็นฝ่ายเอ่ยต่อ

“คิดแล้วก็ตลกตัวเองเหมือนกันนะคะ หลิวคิดเรื่องเฮียกับพี่ใหญ่มาตลอด แต่ไม่ได้ลงมือทำอะไรจริง ๆ จัง ๆ เสียที จนกระทั่งเฮียกลับมา...” หญิงสาวหยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาช้า ๆ “หลิวไม่อยากให้เฮียกับพี่ใหญ่ต้องบาดหมางกันอีก”

อย่างน้อยก็ยังมีคนที่คิดเหมือนเขา ถึงแม้จะเป็นแค่เพียงคนเดียว พิชญ์นึกว่ามีแค่เขาคนเดียวเสียอีกที่อยากให้อริญชย์กับราชันย์เคลียร์เรื่องบ้า ๆ นี่ให้จบไปเสียที ในเมื่อทั้งเขาและรัญญาต่างคิดเหมือนกัน แล้วทำไมเราถึงไม่ลงมือทำเสียล่ะ

“คุณหลิวจะบอกผมว่า คุณมาขอให้ผมช่วยให้คุณใหญ่กับเสี่ยเล้งคืนดีกัน”

“ค่ะ คุณพีทเข้าใจถูกแล้ว ลำพังตัวหลิวคนเดียวคงทำไม่ได้แน่ ๆ”

“แล้วคุณมั่นใจได้ยังไงว่าผมจะช่วยคุณได้”

“ข้อแรก เพราะคุณพีทเป็นคนที่ใกล้ชิดกับพี่ใหญ่ แต่ไม่ได้เข้าข้างพี่ใหญ่ ส่วนข้อต่อมา เพราะหลิวรู้ว่าคนเก่งอย่างคุณพีทต้องมีวิธีดี ๆ ที่หลิวนึกไม่ถึงแน่ ๆ”

“ผมยังมองไม่เห็นทางที่เขาสองคนจะกลับมาคุยกันดี ๆ ได้เลย”

รัญญาเม้มริมฝีปากช้า ๆ อย่างครุ่นคิด จนพิชญ์พอจะเดาออกว่า บางทีราชันย์เองก็อาจจะไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรให้รัญญาฟังมากนัก

“คุณพีทพอจะมีไอเดียอะไรดี ๆ ไหมคะ”

ไอเดียน่ะพิชญ์มีแน่ เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่ามันดีหรือไม่ หรือถ้ามันดี แล้วอริญชย์จะเห็นสมควรกับเขาด้วยหรือเปล่า สิ่งที่พิชญ์กำลังคิดจะทำ มันไม่ต่างอะไรจากการบุกรังพญามังกรเลย

“ผมยังไม่รู้เลย ว่าจริง ๆ แล้วเรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่”

“คุณพีทลองตะล่อมถามพี่ใหญ่ดูอีกรอบดีไหมคะ ทางหลิวเองก็จะพยายามถามเฮียดูด้วย แล้วเรามาช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงต่อดี”

พิชญ์เคาะปลายนิ้วลงกับโต๊ะอย่างครุ่นคิด การที่รัญญาอยากให้ราชันย์กับอริญชย์หันกลับมาเป็นเพื่อนกันมันก็เป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่...

“ทำไมคุณหลิวถึงอยากให้คุณใหญ่กับเสี่ยเล้งกลับมาเป็นเพื่อนกันล่ะครับ”

“คงไม่น้องสาวคนไหนอยากให้พี่ชายของตัวเองทะเลาะกันหรอกค่ะ พี่ใหญ่ก็เหมือนพี่ชายอีกคนของหลิว เห็นทั้งสองคนกลายมาเป็นแบบนี้ หลิวเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน ถ้าได้คุยกันให้รู้เรื่องแบบจริง ๆ จัง ๆ บางทีอาจจะได้รู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่”

พิชญ์เลื่อนตัวเข้ามาชิดกับขอบโต๊ะ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังคิดอยู่มันเป็นวิธีที่ฉลาดหรือเปล่า แต่บางทีมันก็ต้องลองเสี่ยง

...ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วไยจะได้ลูกเสือ...

“ผมอยากรู้ความจริงจากปากเสี่ยเล้ง คุณหลิวพอจะช่วยผมได้ไหม”

รัญญาทำหน้าลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตอบตกลงออกมา

“ได้ค่ะ แต่หลิวเองก็มีเรื่องที่ต้องขอร้องคุณพีทเหมือนกัน”

“ว่ามาสิครับ”

“จนกว่าจะได้รู้ความจริงจากปากเฮีย อย่าเพิ่งให้พี่ใหญ่รู้ได้ไหมคะว่าหลิวมาหาคุณพีท พี่ใหญ่คงไม่ชอบใจแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าหลิวมายุ่งวุ่นวายกับคุณพีท หลิวไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา”

คำขอของรัญญาไม่ได้ยากเกินไปสำหรับพิชญ์ เขาเองก็เห็นดีเห็นงามกับเธอเสียด้วยซ้ำไป อริญชย์คงรีบห้ามเขาแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าพิชญ์คิดจะไปยุ่งเกี่ยวกับราชันย์ เพราะฉะนั้น ขอให้เขาได้รู้ก่อนเถอะว่าความจริงมันเป็นยังไงมายังไง แล้วหลังจากนั้นถึงค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อ

“ได้ครับ แต่ช่วยเล่าทุกอย่างที่คุณหลิวรู้ให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ”

“..........”



.



แสงอาทิตย์สีส้มจาง ๆ สาดกระทบร่างสูงที่ยืนสูบบุหรี่อยู่นอกไซต์งาน อริญชย์ยืนมองดวงอาทิตย์ที่เตรียมจะลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกจนท้องฟ้ากลายเป็นสีส้ม พลางคิดถึงคนที่ตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ

พิชญ์อาจจะคิดว่าเขาหลบเลี่ยงไม่ยอมตอบคำถาม แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ ในเมื่อเขาถูกตามตัวให้มาเคลียร์ปัญหาด่วน เรื่องที่มีการสอดไส้สินค้าจากซัพพลายเออร์

อริญชย์ถอนหายใจออกมาหนัก ๆ เขายังไม่อยากฟันธงว่าเรื่องสอดไส้ของคราวนี้เป็นฝีมือของราชันย์ แต่คนที่ชอบเล่นสกปรกแบบนี้ ตลอดชีวิตเขาก็รู้จักอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหนเลย นอกเสียจาก...ราชันย์ กมลวิลาศน์!

ก้นบุหรี่ในมือถูกทิ้งลงกับพื้น ก่อนที่คนสูบจะขยี้มันให้ดับด้วยปลายรองเท้าจนเหลือเพียงแค่เถ้าถ่าน

ถ้าเขาขยี้อดีตเพื่อนรักให้ดับง่าย ๆ เหมือนขยี้ก้นบุหรี่ เรื่องราวต่าง ๆ คงไม่บานปลายมาจนถึงป่านนี้

อริญชย์เตรียมจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในไซต์งาน ป่านนี้ตุลย์ที่นั่งตากแอร์เย็นฉ่ำอยู่ในออฟฟิศชั่วคราวคงกำลังนึกบ่นเขาอยู่แน่ ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไป ชายหนุ่มก็ยังไม่วายหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองออกมาดู

ยอมรับเลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัว แค่รู้ว่าวันนี้พิชญ์ไม่ได้ไปหาไอลดากับน้องหนู เขาก็ดีใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ถ้าทำได้ เขาก็อยากจะยึดพิชญ์ไว้กับตัวตลอดไป ไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเป็นไอลดาหรือน้องหนู

ความรัก...ทำให้คนเรากลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ

อยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของ แต่ไม่เคยลองถามเขาเลยว่าอยากได้รับความรักจากเราไหม

เพราะเขากลัว...กลัวความจริงที่จะหลุดออกมาจากปากพิชญ์ แต่ถึงพิชญ์ตอบว่าไม่ อริญชย์ก็รู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยพิชญ์ไป

อริญชย์ยิ้มขันให้กับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง เขายัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงลวก ๆ กำลังจะเดินกลับเข้าไปในไซต์งาน แต่กลับต้องชะงักเสียก่อน เมื่อสัญชาติญาณของเขามันตื่นตัว บอกให้รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ชายหนุ่มหันหลังขวับกลับไปหาสาเหตุ

ก็แค่มอเตอร์ไซค์ธรรมดา ๆ อาจจะเป็นของคนงานแถวนี้ก็ได้

ไม่สิ! ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ธรรมดาคงไม่เล็งปลายกระบอกปืนมาที่เขาแน่ ๆ

อริญชย์สบถออกมาอย่างหยาบคาย นึกด่าไปถึงโคตรเหง้าศักราชของคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์บ้า ๆ นี้ ก่อนจะกลิ้งตัวนอนราบไปกับพื้นเมื่อมัจจุราชสีดำพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างไม่ปรานีปราศรัย

!!!



TO BE CONTINUE


ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่า
จบตอนนี้ต้องถือป้ายเชียร์คุณใหญ่ คุณใหญ่สู้ ๆ



ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
หลิวหวังว่าเธอคงไม่ได้เป็นนางนกต่อมาพาพีทไปให้เฮียเล้งทำร้ายหรอกใช่ไหม :a5:

แล้ว.. ใครจะฆ่าคุณใหญ่ละเนี่ยยยยยยย
ไปไหนๆ มีแต่คนจะทำร้ายแบบนี้
คุณใหญ่ควรมีบอดี้การ์ดซัก 10 คนนะ  :z6:

ออฟไลน์ Tassanee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :katai1:คุณใหญ่  ...... โอ้ยยยยระวังตีวเด้อ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออนไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
หลิวเธอจะมาดีหรือมาร้ายน๊าาาา :katai1:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
เอ๊ย!!ไอ้มือปืน เล็งดีๆนะมึง (ไม่ใช่เล็งเพื่อยิงนะ แต่เพื่อมองหากระสุนจะย้อนกลับเมื่อไหร่) 55555 กล้ามากๆ เอาถากๆพอให้คุณใหญ่ไปออเซาะพีท จะได้รู้ว่าเขาห่วงใยมากน้อยยังไงไง ยอมถูกยิงดีม่ะ 55555 ไม่หรอกๆเราก็ห่วงคุณใหญ่นะเออ งานเข้ารัวๆเลย คงรอดปลอดภัยกลับถึงบ้านดีครบ32นะ 5555 //เบื้องหลังคุณใหญ่ก็ทำเพื่อพีทเยอะมากเลยนะ ดูทุ่มเทจริง เพื่อให้เขาเก่งจนคนอื่นยอมรับ ไม่รู้เขาจะรับรู้และยอมรับเมื่อไหร่อะนะ //หลิวดูท่าแล้วคงมาดี ดูเหมือนอยากให้คืนดีอยากแก้ปัญหาสองคนนั้นให้จบลงจริงๆ แต่แค่คิดสิ่งที่พีทกับหลิวจะทำแล้ว ยิ่งปิดบัง สุดท้ายจะพังไหมไม่รู้ ความเชื่อใจหรืออะไรก็แล้วแต่ ยังไงซะก็เอาใจช่วยละกันนะจ๊ะ 555  สนุกกกกกก ชอบบบ  ขอบคุณที่มาต่อค่า รออ่านตอนต่อไปเล้ย  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5005
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-19

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-6

ออฟไลน์ Renze

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +419/-24

สิบห้า
การกระทำหรือคำพูด



เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ซึมออกมาบริเวณแขนเสื้อด้านซ้าย คนเจ็บเพียงแค่ก้มลงมองบาดแผลของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเบือนหน้ากลับมาช้า ๆ แม้ตามลำตัวจะมีคราบฝุ่นและเศษทรายเกรอะกรังจนเสื้อผ้าราคาแพงที่สวมอยู่แทบจะหมดราคา แต่รัศมีความเหี้ยมเกรียมที่แผ่ออกมาจากร่างสูงก็ยังทำเอาคนมองนึกหวั่นเกรง

กลิ่นอับของโกดังเก็บของฉุนติดปลายจมูก ร่างกำยำของมือปืนรับจ้างที่ถูกส่งมาจัดการกับอริญชย์ถูกมัดแน่นอยู่กับพื้นอย่างคนหมดทางสู้ ดวงตาดำจัดของอริญชย์จ้องมองมันอย่างเย็นชาก่อนจะหันมาสั่งตุลย์เสียงเย็นเยียบ บ่งบอกระดับอารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดี

“ตุลย์”

“ครับ คุณใหญ่”

“โทรเช็กว่าพีทถึงบ้านเรียบร้อยหรือยัง แล้วปลอดภัยดีหรือเปล่า เดี๋ยวฉันจะโทรเช็กกับทางยัยเล็กเอง”

ตุลย์พยักหน้ารับคำสั่งผู้เป็นนาย สำหรับเขาและอริญชย์แล้ว สถานการณ์ถูกลอบทำร้ายที่กำลังเผชิญอยู่มันแทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่สิ่งที่อริญชย์ห่วงคือความปลอดภัยของพิชญ์ ไอลดา และน้องหนู

ทุกครั้งที่เกิดเรื่องลอบทำร้ายขึ้นมา อริญชย์มักจะห่วงความปลอดภัยของคนที่อยู่ข้างหลังก่อนเสมอ ถึงแม้ว่าเขาจะบาดเจ็บ แต่คนสำคัญของเขาต้องปลอดภัย

ลำพังแค่ตัวอริญชย์เอง ถ้าพวกมันคิดจะทำร้ายเขา เขาก็พร้อมจะรับมือและตอบโต้กลับอย่างสาสม แต่ถ้าหากพวกมันคิดจะทำร้ายคนของเขาเมื่อไหร่ มันจะไม่มีแม้แต่ที่ให้ยืนหายใจบนโลกใบนี้แน่ ๆ

อริญชย์ล้วงโทรศัพท์มือถือที่มีรอยขูดขีดจากแรงกระแทกตอนที่เขาพลิกตัวหลบกระสุนออกมากดโทรหาไอลดา พอไอลดารับสาย เขาก็ซักถามอยู่หลายประโยค จนมั่นใจว่าไอลดากับน้องหนูอยู่ที่คอนโดและมีกริชคอยคุ้มกันอยู่ห่าง ๆ อริญชย์ถึงได้วางใจจนยอมวางสายจากน้องสาว พร้อมกับที่ตุลย์เองก็วางสายจากป้าน้อยเช่นกัน

“ป้าน้อยบอกว่าคุณพีทเพิ่งกลับมาถึงบ้าน กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ครับ”

คนเป็นนายพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ พอได้รับคำตอบที่ตัวเองพึงพอใจแล้ว ก็เบนเป้าหมายมาหาร่างที่กำลังหมอบคู้อยู่ที่พื้น เขาย่างสามขุมเข้าไปหามันอย่างใจเย็น เปลี่ยนท่าทีไปจากที่คุยกับไอลดาเมื่อซักครู่ราวกับเป็นคนละคน

“ใครส่งแกมา...”

คำถามเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ ดังมาจากริมฝีปากหยัก ขัดกับบรรยากาศรอบตัวที่ดูกดดันจนพาลให้รู้สึกอึดอัดขึ้นมา คนถามล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับกำลังชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่ใครเลยจะรู้ดีเท่าตุลย์ ว่าอริญชย์คงไม่ปล่อยให้มันได้นอนอ้าปากพะงาบ ๆ อย่างสบายตัวแน่ ถ้าไม่ได้คำตอบที่เขาต้องการ

“กูไม่จำเป็นต้องตอบ”

มันตอบเสียงนิ่งอย่างอวดดี ซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้อย่างมิดชิด หรือแท้ที่จริงแล้ว มันอาจจะไม่ได้นึกหวาดกลัวเลยก็เป็นได้ แม้กระทั่งยามที่รองเท้าหนังสีดำมันปลาบค่อย ๆ กดลงบนฝ่ามือของมันอย่างเลือดเย็น บดขยี้จนถลอกปอกเปิก แต่มันก็ยังคงกลั้นเสียงร้องเอาไว้ มีแค่ริมฝีปากที่บิดน้อย ๆ พอให้เห็นถึงร่องรอยความเจ็บปวด

“ฉันจะถามอีกครั้ง ใครส่งแกมา”

“กูไม่ตอบ”

เหมือนขอบเขตความอดทนของอริญชย์จะถูกบั่นทอนลงเรื่อย ๆ ด้วยท่าทียโสโอหังของมัน อันที่จริงแล้วอริญชย์ค่อนข้างใจเย็นกว่าที่คนอื่นคิด เพียงแต่เขาไม่คิดจะเสียเวลาเล่นไร้สาระกับมัน แค่แบมือออกไปข้าง ๆ มัจจุราชสีเงินก็ถูกวางลงบนฝ่ามืออย่างรู้หน้าที่ มันเบิกตาน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สงบท่าทีลงจนเป็นปกติแล้วเอ่ยออกมาอย่างอวดดี

“มึงไม่ฆ่ากูหรอก”

อริญชย์แสยะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่ามันเดาความคิดของเขาถูก เขาหมุน.38 ซูเปอร์ในมือไปมาก่อนจะเอ่ยออกมาช้า ๆ

“ฉันก็ไม่ได้คิดจะฆ่าแกอยู่แล้ว แค่สั่งสอนนิดหน่อย...”

พูดไม่ทันขาดคำดี มัจจุราชสีเงินในมือก็ถูกเหวี่ยงอัดกระแทกหน้ามันจนหันไปอีกด้าน ก่อนเลือดสีแดงฉานจะค่อย ๆ ซึมออกมาตามปากและจมูก

“ดูเหมือนฉันจะหนักมือไปหน่อย ว่าแต่ใครส่งแกมานะ”

มันหันหน้ากลับมาจ้องอย่างโกรธแค้น พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ทั้งน้ำลายทั้งเลือดถูกถ่มลงกับพื้นใกล้ ๆ กับปลายเท้าของอริญชย์ก่อนจะตะโกนออกมาเสียงก้อง

“กูไม่ตอบ!”

คำตอบของมันถูกตอบแทนด้วยแรงอัดถี่ ๆ สองครั้งติดของด้ามปืนที่ฟาดกระทบหน้ามันแรง ๆ ก่อนคนกระทำจะชะงักเล็กน้อย เมื่อตุลย์เดินเข้ามาประชิดด้านหลังแล้วกระซิบถ้อยคำบางอย่าง ริมฝีปากหยักเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมราวกับพญามัจจุราช

อริญชย์ใช้ปลายเท้าเขี่ยปลายคางของมันให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ดวงตาดำจัดวาววับเหมือนเสือร้ายยามออกล่าเหยื่อ ขณะค่อย ๆ โน้มตัวลงไปเอ่ยกับมันเสียงดุดัน

“ถ้าแกตอบไม่ได้ บางทีเมียที่กำลังท้องอ่อน ๆ ของแกอาจจะมีคำตอบให้ฉันก็ได้นะ”

คราวนี้ดวงตาของมันเบิกโพลงขึ้นเมื่อถูกจับจุดอ่อนได้ อริญชย์ได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความสมเพช พวกมือปืนที่มีจุดอ่อนก็มักจะต้องมีจุดจบแบบนี้กันทุกคน แต่จะว่าไปแล้ว เขาเองก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าจุดอ่อนคือหนทางที่นำไปสู่จุดจบ แต่เขาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

“เสี่ยเล้ง! เสี่ยเล้งจ้างกูมาจัดการกับมึง” มันเอ่ยออกมาด้วยความรวดเร็ว พร้อม ๆ กับที่อริญชย์หันไปสบตากับตุลย์ ดวงตาดำจัดลุกโชนด้วยความโกรธแค้นก่อนจะคำรามออกมาเสียงกร้าว

“ไอ้เล้ง! มึงจะเอายังไงกับกูกันแน่”



.



เพล้ง !!

เสียงเศษแก้วที่ตกแตกกระจายทำเอาคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ถึงกับสะดุ้ง พิชญ์ส่ายหัวน้อย ๆ ให้กับความซุ่มซ่ามของตัวเองที่เผอเรอจนปัดแก้วน้ำตกแตก กำลังจะก้มลงเก็บเศษแก้วที่กระจายเกลื่อนอยู่ทั่วพื้น พิชญ์ก็ต้องสะดุ้งอีกรอบ เมื่อได้ยินเสียงป้าน้อยดังนำมาก่อนตัว

“ตายแล้ว! หลบออกมาก่อนค่ะคุณพีท ระวังเศษแก้วบาดนะคะ เดี๋ยวป้าจัดการเองค่ะ”

พอเห็นป้าน้อยเดินเข้ามาพร้อมเด็กอีกคน พิชญ์เลยเบี่ยงตัวหลบให้ป้าน้อยเข้ามาจัดการกับเศษแก้ว เขาเดินออกมายืนดูอยู่ห่าง ๆ แล้วก็ต้องเผลอนิ่วหน้าออกมาน้อย ๆ เมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่แขนข้างซ้ายของตัวเอง กำลังจะพลิกแขนขึ้นมาดูหาสาเหตุ แต่ก็ช้ากว่าป้าน้อยที่หันมาเห็นแล้วอุทานเสียงหลงออกมาอีกรอบ

“ตายจริง! โดนเศษแก้วทิ่มแขนได้ยังไงคะคุณพีท”

“ยังไม่ตายครับป้าน้อย แค่เจ็บแขนเฉย ๆ” พิชญ์เอ่ยแก้ตัวยิ้ม ๆ พลางดึงเศษแก้วที่ฝังอยู่ตรงแขนซ้ายออกมา พอเศษแก้วหลุดออก เลือดก็ไหลซึมออกมาจนเขาเผลอสูดปากเบา ๆ

“ยังจะล้อเล่นอีกนะคะคุณพีท ไปนั่งรอที่โซฟาเลยค่ะ เดี๋ยวป้าไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้”

“ไม่ต้องหรอกครับป้าน้อย แผลเท่าแมวข่วน เดี๋ยวผมล้างน้ำเปล่าก็หายแล้ว”

“ไม่ต้องดื้อเลยค่ะ ถ้าไม่ทำความสะอาดแผลให้เรียบร้อย เกิดเป็นบาดทะยักขึ้นมาจะทำยังไงคะ”

พอเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของป้าน้อย พิชญ์เลยต้องยกมือเป็นเชิงยอมแพ้ ก่อนจะถอยทัพกลับไปนั่งรอที่โซฟา อดหัวเราะขำคุณแม่บ้านออกมาไม่ได้ นี่ป้าน้อยกำลังคิดว่าเขาอายุเท่าน้องหนูหรือเปล่า ถึงได้ดุเหมือนเขาเป็นเด็กเล็ก ๆ ไปได้

ป้าน้อยเดินไปกำชับให้เด็กจัดการเก็บกวาดเศษแก้วที่แตกให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับมาหาพิชญ์พร้อมกล่องปฐมพยาบาลชุดใหญ่ อุปกรณ์การทำแผลต่าง ๆ ถูกหยิบออกมาวางเสร็จสรรพ จนพิชญ์อดเอ่ยแซวป้าน้อยไม่ได้

“ป้าน้อยเป็นพยาบาลเก่าหรือเปล่าครับ ผมแค่ถูกเศษแก้วบาดเองนะ ไม่ได้ถูกยิง”

“ถึงยังไงก็ต้องทำความสะอาดแผลค่ะ จะได้ไม่ติดเชื้อ ป้องกันเชื้อโรคด้วยค่ะ”

พิชญ์คลี่ยิ้มบาง เขายอมนั่งนิ่ง ๆ อย่างว่าง่ายให้ป้าน้อยจัดการกับแผลเท่าแมวข่วนจนเสร็จ ตบท้ายด้วยการปิดพลาสเตอร์อย่างสวยงาม เรียบร้อยแล้วก็เอ่ยขอบคุณป้าน้อยก่อนจะมองเลยไปยังนาฬิกาบนผนัง เผลอนิ่วหน้าออกมานิด ๆ เมื่อเห็นว่าหกโมงเศษแล้ว ดูเหมือนป้าน้อยจะสังเกตเห็นท่าทางของเขาเข้าเลยหันมาเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า

“เมื่อซักครู่ตุลย์เพิ่งโทรมาบอกว่าจะกลับช้าหน่อย สงสัยรถจะติดนะคะ”

พิชญ์รับฟังเงียบ ๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาให้ป้าน้อยคิดว่าเขาอยากรู้ ทำทีเป็นพลิกดูแผลตรงแขนซ้ายของตัวเองก่อนจะเสถามไปอีกเรื่อง

“เดี๋ยวป้าน้อยจะตั้งโต๊ะเลยหรือเปล่าครับ”

“ถ้าคุณพีทหิวแล้ว เดี๋ยวป้าตั้งโตะให้เลยก็ได้ค่ะ นึกว่าจะรอกินพร้อมคุณใหญ่เสียอีก”

“จะกลับมากี่โมงยังไม่รู้เลยครับ ผมกินก่อนดีกว่า”

“งั้นรอป้าแป๊บเดียวค่ะ”

พิชญ์ผงกหัวรับก่อนจะหยิบหนังสือมาอ่านระหว่างรอป้าน้อยเตรียมมื้อเย็น อันที่จริงแล้ว ถึงเขาจะทำท่าเหมือนว่ากำลังอ่านหนังสือ แต่คงมีเพียงเขาที่รู้ว่าตัวเองแค่เปิดหน้าหนังสือทิ้งเอาไว้ ทำเหมือนว่ากำลังอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้น ทั้งที่สติของเขามันจดจ่ออยู่กับเรื่องราวที่เพิ่งรับรู้มาจากรัญญา


‘...เฮียเองก็เอ็นดูกลางมากเหมือนกัน ถ้าเหตุการณ์วันนั้นไม่เกิดขึ้น เฮียกับพี่ใหญ่ก็คงจะเป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมันเป็นความผิดของหลิวเองด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะหลิว...’ คนพูดก้มหน้าลงต่ำ แสดงความลำบากใจออกมาอย่างปิดไม่มิด จนพิชญ์ต้องค่อย ๆ ตะล่อมถามอย่างใจเย็น ไม่ผลีผลามรุกคืบจนอีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด

‘เป็นความผิดของคุณหลิวยังไงหรือครับ...’

‘ถ้าวันนั้นหลิวยอมไปเป็นเพื่อนกลาง ไม่ปล่อยให้กลางไปคนเดียว เหตุการณ์นั้นก็คงไม่เกิดขึ้น’

‘คุณกลางเขาจะไปไหนหรือครับ’

‘กลางเขาจะไปหาเฮียค่ะ แต่ดันไปเจอเข้ากับคู่อริของเฮียซะก่อน ไม่น่าเลย ถ้าหลิวไปเป็นเพื่อนกลาง บางทีหลิวอาจจะช่วยกลางได้บ้าง มันเป็นความผิดของหลิว ความผิดของหลิวแท้ ๆ เลย ถ้าพี่ใหญ่รู้เข้า พี่ใหญ่จะต้องโกรธและเกลียดหลิวอีกคนแน่ ๆ หลิวอยากไถ่โทษค่ะคุณพีท...’



พิชญ์สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะผ่อนออกมาช้า ๆ รัญญาที่เขาพบเมื่อกลางวันดูเหมือนเป็นคนละคนกับที่เขาเคยพบตามงานสังคมต่าง ๆ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่บีบคั้นเข้ามาทำให้พิชญ์เรียนรู้ว่า...

...จะเป็นเสือ เป็นมังกร หรือเป็นหงส์ ถึงอย่างไรก็ต้องมีวันที่กลายเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกัน

“คุณพีท ข้าวเย็นเสร็จแล้วนะคะ”

พอได้ยินเสียงป้าน้อยเรียก พิชญ์ก็เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะส่งรอยยิ้มกลับไปให้ เขาปิดหนังสือแล้ววางลงบนโต๊ะตัวเล็ก ซุกซ่อนความอ่อนล้าเอาไว้มิดชิด ลุกขึ้นเดินมาหาป้าน้อยที่ยืนรออยู่ตรงโต๊ะกินข้าว

“โอ้โห ข้าวคลุกกะปิเหรอครับ ของโปรดของผมเลย”

“ถ้าของโปรดก็ต้องทานสองจานนะคะ คนแก่จะได้ชื่นใจ”

“อีกจานขอติดไว้พรุ่งนี้ได้ไหมครับ ถ้าซัดเข้าไปสองจานจริง ๆ มีหวังคืนนี้ผมคงต้องลงมาวิ่งออกกำลังแน่ ๆ”

“แหม ป้าล้อเล่นค่ะ”

พิชญ์หัวเราะออกมาก่อนจะก้มลงจัดการกับข้าวคลุกกะปิร้อน ๆ ที่วางอยู่ตรงหน้า ข้าวสวยร้อน ๆ ผัดกับกะปิหอม ๆ คลุกเคล้าด้วยเครื่องเคียงต่าง ๆ ที่วางมาอย่างเป็นระเบียบ แค่คำแรกที่ตักเข้าปากก็พาลให้คิดถึงฝีมือแม่พลอยขึ้นมาทันที

หลายครั้งหลายหนที่พิชญ์นึกอยากพาตัวเองกลับไปอยู่กับแม่พลอย หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง กลับไปซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่น ๆ ของผู้เป็นแม่ แต่มันก็เป็นได้แค่เพียงความคิด ในเมื่อตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าจะกลับไปทำอะไรที่บ้านเกิด และที่สำคัญ...เขายังมีห่วงหลาย ๆ อย่างอยู่ทางนี้

ภาพของน้องหนูผุดขึ้นมาแวบแรกในความคิด ก่อนจะตามมาด้วยภาพใบหน้าของอริญชย์ จนพิชญ์เกือบจะแค่นหัวเราะออกมาด้วยความสมเพชตัวเองหน่อย ๆ เมื่อสำเหนียกว่าเขารวมอริญชย์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตด้วย แต่พิชญ์ก็กล้ายอมรับกับตัวเองตามตรงว่า ตั้งแต่ที่ได้รู้เรื่องราวต่าง ๆ จากอริญชย์แล้ว เขาเองก็รู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายไม่น้อย

...แต่ก็แค่เห็นใจ ไม่ได้หวั่นไหวจนยอมมองข้ามความผิดต่าง ๆ ของอริญชย์

พิชญ์จัดการกับข้าวคลุกกะปิจนหมดก็เอ่ยขอตัวขึ้นห้องนอนก่อน ป้าน้อยที่กำลังจะเก็บจานไปล้าง เอ่ยถามตามหลังเขามา

“คุณพีท ไม่อยู่รอคุณใหญ่ก่อนเหรอคะ”

“ผมเหนียวตัวจะแย่ ขออาบน้ำก่อนละกันครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วผมลงมาอยู่เป็นเพื่อนป้าน้อย”

พิชญ์กลับเข้าห้องมาจัดการอาบน้ำอาบท่าจนเสร็จเรียบร้อย แต่ก็ยังโอ้เอ้ ไม่ยอมลงไปข้างล่าง ชายหนุ่มเช็ดผมตัวเองไปพลางก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมากดเบอร์ไอลดาที่จำขึ้นใจ

...ปลายทางที่เขาต้องการคุยด้วยไม่ใช่คนรับสาย แต่เป็นน้องหนูที่เปรียบดังแก้วตาดวงใจของเขา

“ว่าไงคะ พี่พีท”

โทรศํพท์ดังแค่เพียงทีเดียว ไอลดาก็กดรับทันที เสียงของเธอมีร่องรอยความดีใจแฝงเอาไว้อย่างปิดไม่มิด จนคนอย่างพิชญ์ถึงกับรู้สึกผิด แต่ก็เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น เมื่อความอยากคุยกับน้องหนูของเขามีมากกว่า

พิชญ์อยู่กับไอลดาเพียงเพราะคำว่าหน้าที่ จึงไม่แปลกที่เขาจะละเลยความรู้สึกของเธอไปทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวอยู่หลายครั้ง

“น้องหนูหลับหรือยังครับคุณเล็ก”

ถ้าไม่ได้หูแว่วไปเอง พิชญ์กล้ายืนยันเลยว่าเหมือนเขาจะได้ยินเสียงไอลดาถอนหายใจออกมาหนัก ๆ  ก่อนที่โทรศัพท์ในมือของไอลดาจะถูกส่งต่อไปให้ปลายทางที่แท้จริงของพิชญ์

“พ่อพีทขา...”

เจ้าตัวน้อยส่งเสียงออดอ้อนมาตามสาย น่ารักน่าเอ็นดูจนพิชญ์ยอมเห็นแก่ตัวทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไอลดาต้องเจ็บปวดไม่น้อย แต่พิชญ์ยอมรับ เขาไม่ใช่คนดีเด่อะไร เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง

“คิดถึงพ่อพีทไหมคะคนเก่ง”

“คิดถึงที่สุดเลยค่ะ วันนี้คุณครูสอนน้องหนูปั้นดินน้ำมันด้วย”

“ปั้นอะไรบ้างเอ่ย”

“เยอะแยะเลยค่ะ น้องหนูเอากลับมาให้พ่อพีทดูด้วย”

พิชญ์คุยกับน้องหนูอย่างเพลิดเพลิน ฟังนางฟ้าตัวน้อยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้เขาฟังอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย ถ้าน้องหนูมาอยู่ใกล้ ๆ พิชญ์คงได้จับเจ้าตัวเข้ามาฟัดแก้มแรง ๆ เป็นแน่แท้

ความสุขของคนเป็นพ่อแม่ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า ‘ลูก’ เลย

“เมื่อไหร่น้องหนูจะได้เจอพ่อพีทคะ”

“ไว้พ่อพีทจะแวะไปหานะ อยู่กับแม่เล็กก็อย่าดื้อรู้ไหมลูก”

นางฟ้าตัวน้อยรับคำเสียงใส ก่อนจะได้ยินเสียงไอลดาเรียกน้องหนูไปดื่มนมดังเข้ามาในสาย แล้วโทรศัพท์ก็ถูกเปลี่ยนมือกลับไปหาไอลดาอีกครั้ง

“พี่พีทจะคุยกับน้องหนูต่อหรือเปล่าคะ”

“ไม่เป็นไรครับ คุณเล็กพาน้องหนูเข้านอนเถอะ ฝันดีทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ พี่พีทเองก็ฝันดีเหมือนกันนะคะ ดูแลตัวเองบ้าง อย่าเอาแต่หักโหมทำงาน เล็ก...รักพี่พีทนะคะ”

พิชญ์ยิ้มขื่น ๆ ออกมาก่อนจะกดวางสายช้า ๆ โดยไม่ได้ตอบรับอะไร คำว่ารักจากไอลดายังคงดังซ้ำไปซ้ำมาจนเขารู้สึกปวดหนึบไปทั้งใจ

...คำว่ารักที่ไม่เคยต้องการ ยิ่งได้รับมากเท่าไหร่ ก็มีแต่ยิ่งทำให้ลำบากใจมากเท่านั้น


.



ออฟไลน์ Renze

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +419/-24

กว่าพิชญ์จะลงมาข้างล่างอีกที ป้าน้อยก็แทบจะสัปหงกคาเก้าอี้ ขนาดว่าเปิดละครหลังข่าวให้อยู่เป็นเพื่อนแล้วแท้ ๆ แต่เธอก็ยังง่วงเกินกว่าจะมานั่งถ่างตารอเจ้านาย มาสะดุ้งตื่นตอนที่พิชญ์แตะมือลงบนบ่าเบา ๆ

“อุ๊ย อกอีแป้นจะแตก”

พิชญ์หัวเราะเบา ๆ ให้กับคำอุทานของป้าน้อยก่อนจะกระเซ้าอย่างไม่จริงจังนัก

“สมัยนี้ยังมีคนอุทานแบบนี้อยู่อีกเหรอครับ”

“อาบน้ำนานจังนะคะคุณพีท นึกว่าจะปล่อยป้ารอจนหลับแล้วเสียอีก”

“ขอโทษทีครับ พอดีผมโทรคุยกับน้องหนูเพลินไปหน่อย”

“คุณหนูเป็นยังไงบ้างคะ ดื้อกับคุณเล็กหรือเปล่า”

“ไม่รู้สิครับ แต่คุณเล็กไม่เห็นบ่นอะไรนะครับ” พิชญ์เอ่ยพลางเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา

เขาเห็นป้าน้อยไม่ได้ดูละครที่กำลังเปิดอยู่ เลยถือวิสาสะหยิบรีโมทมาเปลี่ยนช่อง หันมาอีกทีก็เห็นป้าน้อยกำลังยกมือปิดปากหาว พิชญ์เลยเอ่ยออกมาเสียงกลั้วหัวเราะ

“ป้าน้อยไปนอนก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมรอคุณใหญ่เอง”

“จะดีหรือคะ”

“ดีสิครับ ไปนอนพักผ่อนเถอะครับ ถ้าคุณใหญ่จะเอาอะไร เดี๋ยวผมจัดการเอง รับรองว่าไม่ปล่อยให้ไปปลุกป้าน้อยขึ้นมาแน่ ๆ”

“ค่ะ งั้นป้าขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

พอเห็นป้าน้อยเดินกลับไปนอนแล้ว พิชญ์เลยคว้าหนังสือเล่มที่อ่านค้างอยู่เมื่อตอนเย็นขึ้นมาเปิดอ่านฆ่าเวลาต่อ ความจริงก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพิชญ์ที่จะต้องมานั่งรออริญชย์ เขาแค่คิดว่าถ้าอีกฝ่ายกลับมาดึกแล้วเกิดหิวขึ้นมา อย่างน้อยเขาก็ยังพอทำอะไรง่าย ๆ ให้กินได้ หรือไม่ก็เอาข้าวคลุกกะปิที่ป้าน้อยทำไว้มาอุ่นให้กิน โดยไม่ต้องให้อริญชย์ไปปลุกป้าน้อยขึ้นมาให้ลำบาก

พิชญ์อ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ ก็อดยกมือปิดปากหาวเป็นระยะไม่ได้ เขาเองก็รู้สึกง่วงไม่น้อย หนังสือนิยายแนวสืบสวนที่ถืออยู่ในมือกลายเป็นยานอนหลับอย่างดี ก่อนที่พิชญ์จะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวตื่นอีกทีตอนได้ยินเสียงสนทนาดังอยู่ใกล้ ๆ ตัว

“เดี๋ยวผมปลุกคุณพีทให้ละกันครับ จะได้ขึ้นไปนอนข้างบน”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจัดการเอง นายไปพักผ่อนเถอะ”

ก่อนที่เจ้านายกับลูกน้องจะทันได้ตกลงกันให้เรียบร้อย พิชญ์ก็เป็นฝ่ายลืมตาขึ้นมาเสียก่อน ภาพแรกที่เขาเห็นคืออริญชย์กับตุลย์ แต่ดูเหมือนสายตาของพิชญ์จะเอาแต่จับจ้องอยู่ที่อริญชย์ พิชญ์เขม้นมองช้า ๆ แล้วก็หลุดเสียงอุทานออกมาเมื่อเห็นสภาพอีกฝ่ายชัดถนัดตา

“คุณใหญ่!”

ตุลย์มองพิชญ์สลับกับอริญชย์ ทำท่าจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา แต่กลับต้องชะงัก เมื่ออริญชย์หันมาตวัดตามองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะโบกมือเป็นเชิงไล่ ตุลย์เลยได้แต่ไหวไหล่แรง ๆ แล้วเดินจากไป

เรื่องของเจ้านาย บางทีก็ต้องปล่อยให้เจ้านายเป็นฝ่ายจัดการกันเองบ้าง ถ้าเข้าไปยุ่งมาก ๆ มันคงไม่ดี เขาเองก็ทั้งเหนื่อยทั้งเหนียวตัวเต็มทีแล้วเหมือนกัน ถ้าได้อาบน้ำเย็น ๆ แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ก็คงจะดีไม่น้อย ตุลย์คิดพลางผิวปากหวือออกมา ทิ้งอริญชย์กับพิชญ์เอาไว้เบื้องหลัง

พิชญ์สังเกตเห็นตุลย์เดินออกไปจากหางตา แต่เขาก็ไม่ได้นึกสนใจตุลย์เท่าสภาพมอมแมมของอริญชย์ สำหรับคนที่เคยชินกับมาดเนี้ยบ ๆ แฝงไว้ด้วยความหยิ่งยโสของอริญชย์มาตลอดเวลาที่รู้จักกันอย่างเขา เสื้อผ้าที่มีรอยกระดำกระด่างจากดินทรายไม่ใช่เรื่องปกติที่พิชญ์จะมองข้ามไปแน่ ๆ

“เกิดอะไรขึ้น” พิชญ์หลุดคำถามออกไปห้วน ๆ ตรง ๆ โดยไม่คิดที่จะมานั่งเสียเวลาประดิดประดอยคำพูดให้ดูสวยหรู

“ขอน้ำเย็นซักแก้วก่อนได้ไหม”

พิชญ์ทำท่าจะเอ่ยปากค้าน แต่พอเห็นท่าทางอิดโรยของอีกคน เขาเลยลุกไปรินน้ำใส่แก้วให้โดยไม่อิดออด กลับมาอีกทีก็เห็นอริญชย์นั่งนิ่ง ๆ อยู่บนโซฟา เอาหัวพาดกับพนักพิงเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่

“น้ำมาแล้วครับ”

คนที่เอ่ยปากขอน้ำผงกหัวขึ้นมามองก่อนจะดึงแก้วน้ำจากมือพิชญ์ไปดื่มจนหมดแก้ว อริญชย์ยกมือปาดคราบน้ำที่เลอะอยู่มุมปากออกลวก ๆ ร่างสูงกำยำลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเกือบจะเดินผ่านหน้าพิชญ์ไปอยู่แล้ว ถ้าไม่มีมือมารั้งแขนเขาเอาไว้เสียก่อน

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ”

คนถูกถามปรายตามองพิชญ์แวบหนึ่ง เขาบิดแขนออกจากการเกาะกุมของพิชญ์ แล้วเปลี่ยนเป็นคว้าข้อมือของพิชญ์เอาไว้แทน คนที่เพิ่งตั้งคำถามกับประมุขของบ้านไปเมื่อครู่ ถูกลากให้เดินตามอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่จะให้ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังเงียบ ๆ มันก็ไม่ใช่วิสัยของพิชญ์เหมือนกัน

“คุณใหญ่...”

“ไปคุยกันบนห้อง”

พิชญ์พรูลมหายใจออกมา ก่อนจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระเมื่ออริญชย์พาเขาเข้ามาถึงในห้องแล้ว

“ล็อกประตูห้องด้วย” เจ้าของห้องสั่งเสียงเรียบ ขณะง่วนอยู่กับการปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกทีละเม็ด

พิชญ์ทำตาม แม้จะนึกสงสัย พอหันหลังกลับมาอีกที เขาก็เห็นอริญชย์อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน พิชญ์ชะงักไปนิดหนึ่ง เขาไม่ได้ตกตะลึงไปกับมัดกล้ามของอริญชย์ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของพิชญ์กลับเป็นผ้าพันแผลสีขาวบริเวณต้นแขนซ้าย

อริญชย์นั่งลงที่ปลายเตียง ค่อย ๆ แกะผ้าพันแผลออกอย่างชำนาญ ทำราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ไม่ได้น่าตื่นตกใจแต่อย่างใด พิชญ์ถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาโดยพยายามควบคุมโทนเสียงให้ราบเรียบ แม้ในหัวจะมีคำถามมากมายเต็มไปหมด

“เดี๋ยวผมลงไปเอากล่องปฐมพยาบาลให้”

“ไม่ต้อง ข้างบนมี เดินไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำให้ที”

พิชญ์ต้องยอมเก็บคำถามและความสงสัยเอาไว้ ในเมื่อตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าดูเหมือนจะเป็นการปล่อยให้อริญชย์จัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยก่อน พิชญ์เดินเข้าไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ในห้องน้ำของอริญชย์ ทั้ง ๆ ที่ยังนึกสงสัยว่ามันใช่หน้าที่เขาแน่หรือ อาการง่วง ๆ เบลอ ๆ แทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง

รอจนเห็นว่าน้ำอุ่นได้ที่ พิชญ์ก็หันหลังจะเดินออกไปตามอริญชย์ แต่ความตั้งใจของเขาก็ต้องถูกโยนทิ้ง เมื่อเจ้าของห้องเป็นฝ่ายเดินเข้ามาในห้องน้ำเสียก่อน และไม่ได้เดินเข้ามาแบบธรรมดา แต่เล่นมาแบบไม่มีผ้าผ่อนติดตัวซักชิ้น

พิชญ์ยอมรับเลยว่าอริญชย์รูปร่างดีจนน่าอิจฉา แต่ช่วยถามเขาหน่อยเถอะว่าอยากดูไหม

กริ๊ก !!

เสียงล็อกกลอนประตูห้องน้ำที่ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบทำเอาพิชญ์สะดุ้งนิด ๆ พอเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าชักจะไม่สู้ดี เขาก็รีบมองหาทางหนีทีไล่ พยายามเบี่ยงตัวไปอีกทางเมื่อเห็นว่าอริญชย์กำลังเดินตรงมาทางเขา

“คุณจะล็อกประตูห้องน้ำทำไม เดี๋ยวผมจะออกไปแล้ว”

“นายตาบอดหรือแกล้งมองไม่เห็นว่าแขนฉันเจ็บอยู่”

“แล้วยังไง...”

พิชญ์ไม่ใช่คนโง่ แต่บางครั้งเขาก็ต้องยอมแกล้งโง่เพื่อให้ตัวเองรอดออกไปจากถ้ำเสือ และเช่นเดียวกัน อริญชย์เองก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เขายอมอ่อนให้คนบางคนเท่านั้น

“จะใจดำขนาดไม่ยอมช่วยฉันเลยหรือไง”

“จะให้ผมช่วยอะไร คุณก็พูดมาสิ”

ช่วยออกไปไกล ๆ ช่วยเรียกตุลย์ ช่วยทำแผล ช่วยอะไรก็ได้ พิชญ์ขอแค่เรื่องเดียว...

“ช่วยฉันอาบน้ำหน่อย”

คำตอบของอริญชย์ไม่ได้ห่างไกลจากสิ่งที่พิชญ์คิดเอาไว้เลย แต่มันคือคำตอบสุดท้ายที่เขาต้องการจะได้ยิน พิชญ์ทำหน้าหน่าย ๆ ออกมาอย่างไม่ปิดบังขณะเอ่ยปฏิเสธไปตรง ๆ

“ผมอาบน้ำแล้ว ไม่อยากเปียกอีก”

“นั่นมันเป็นปัญหาของนาย ไม่ใช่ของฉัน ว่าจะทำยังไงไม่ให้ตัวเองเปียก”

พิชญ์กัดฟันกรอด เมื่อรู้ว่าทางเลือกของตัวเองถูกบีบให้น้อยลงหรือพูดง่าย ๆ คือ อริญชย์ไม่เคยมีทางเลือกให้เขาเลย ยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามออกไปอย่างที่ใจคิด อริญชย์ก็เอ่ยเสียงหนัก ๆ สำทับตามมาอีก

“ฉันอยากสระผมด้วย คันหัวยังไงไม่รู้”

พิชญ์พยายามข่มอารมณ์ตัวเอง ก่อนจะผายมือไปยังอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เป็นเชิงให้อริญชย์ลงไปรอในอ่าง เจ้าของห้องทำตามอย่างว่าง่ายไม่มีอิดออด มุมปากหยักผุดรอยยิ้มขึ้นมานิด ๆ ใครจะรู้ดีเท่าตัวเขาเองว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

อริญชย์ก้าวขาลงไปในอ่างอาบน้ำ น้ำอุ่น ๆ ที่พิชญ์เปิดทิ้งไว้ช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย ความเหนื่อยล้าที่เจอมาตลอดทั้งวันดูจะหายเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มหลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะวางศีรษะลงบนขอบอ่างอาบน้ำ ละทิ้งปัญหาต่าง ๆ เอาไว้ข้างนอก มีแค่เวลานี้ที่เขาได้เป็นตัวของตัวเองยามอยู่กับพิชญ์

พิชญ์ยืนมองอริญชย์ที่แช่น้ำอยู่อย่างชั่งใจก่อนจะพับแขนเสื้อนอนตัวเองช้า ๆ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วเดินไปนั่งตรงขอบอ่าง พยายามมองเมินทัศนียภาพที่ล่อแหลมต่าง ๆ พร่ำบอกตัวเองว่าให้รีบทำให้มันเสร็จ ๆ ไปเสียที

พิชญ์หยิบฝักบัวมาเปิดน้ำอุ่นรดลงบนหัวของอริญชย์ ก่อนจะบีบแชมพูใส่มือแล้วเริ่มต้นสระผม ดูเหมือนคนที่นอนหลับตาอยู่นิ่ง ๆ จะรับรู้ถึงอาการเกร็งของพิชญ์ อริญชย์ถึงได้เอ่ยออกมาเสียงเรื่อย ๆ

“วันนี้ฉันไปตรวจไซต์งาน...”

“ครับ” คนที่กำลังง่วนอยู่กับการทำหน้าที่ช่างสระผมจำเป็นทวนคำอย่างงง ๆ

“สงสัยไม่ใช่หรือไง ว่าแผลตรงต้นแขนมาจากไหน”

“ไปโดนอะไรมาล่ะครับ”

“ก็แค่ถูกลอบยิง...”

คนเล่าเล่าเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ผิดกับคนฟังที่ถึงกับชะงักมือที่กำลังสระผมให้อยู่ พิชญ์ชะโงกหน้าลงไปดูแผลอริญชย์ใกล้ ๆ ตอนที่อริญชย์แกะผ้าพันแผลออก เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจมอง พอก้มลงดูชัด ๆ ถึงได้เห็นว่ามันเป็นรอยกระสุนถาก

“แล้วจับตัวคนทำได้หรือเปล่า” พิชญ์ถาม ทั้งที่รู้ดีว่าอย่างคนอริญชย์คงไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวลไปได้แน่

“จับได้ ฉันจัดการมันไปแล้ว”

“แล้วคนบงการล่ะ”

พอได้ยินคำถามของพิชญ์ ดวงหน้าคมก็พลันกระด้างขึ้นมา ร่างสูงเกร็งตัวแน่นด้วยความโกรธจนพิชญ์เองยังรู้สึกได้ เขาใช้ปลายนิ้วนวดไปตามหนังหัวอริญชย์ช้า ๆ หวังจะช่วยให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย

“จะมีใครเสียอีก ถ้าไม่ใช่ไอ้เล้ง”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นฝีมือเสี่ยเล้ง”

“หึ! มือปืนที่มันจ้างมาสารภาพกับฉันเองน่ะสิ”

พิชญ์ถอนหายใจออกมาอย่างอึดอัด เมื่อสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่มันชักจะเลยเถิด เขาค่อย ๆ ทบทวนบทสนทนาที่คุยกับรัญญาเมื่อกลางวัน

‘...ถ้าคุณพีทอยากให้หลิวช่วยอะไรก็บอกมาเลยนะคะ หรืออยากให้หลิวนัดเฮียให้ หลิวก็ยินดี หลิวไม่อยากเห็นเฮียกับพี่ใหญ่ทะเลาะกันอีกแล้ว...’

บางทีเขาอาจจะต้องลงมือทำอะไรเอง และรัญญาก็ดูเหมือนจะเป็นตัวช่วยชั้นดีที่เสนอตัวเข้ามาได้ถูกที่และถูกเวลา

“คุณปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว”

อริญชย์เหยียดยิ้มออกมา เขาไม่คิดจะเล่าให้พิชญ์ฟังแม้แต่น้อยว่าจัดการสำเร็จโทษมือปืนยังไง เรื่องบางเรื่องมันก็โหดร้ายเกินกว่าจะให้พิชญ์มารับรู้ แค่โลกของพิชญ์เป็นสีเทา ๆ ก็พอแล้ว อย่าให้ต้องดำมืดเหมือนโลกของเขาเลย

พิชญ์หยิบฝักบัวมาล้างคราบแชมพูออกจากหัวของอริญชย์ พอล้างจนหมดแล้ว ก็เผลอยื่นมือไปลูบไล้บาดแผลอย่างเผลอไผล เสียงที่เอ่ยถามออกไปทอดอ่อนไม่รู้ตัว

“เจ็บไหม...”

“แค่ถาก ๆ เอง เป็นห่วงฉันหรือไง”

ดวงตาดำจัดหันมาสบเข้ากับดวงตาเรียวของพิชญ์ จ้องตากันนิ่ง ก่อนพิชญ์จะเสก้มลงดูบาดแผลที่ต้นแขนของอริญชย์อย่างสนอกสนใจ แล้วก็ต้องหลุดเสียงอุทานออกมาเมื่อถูกกระชากให้ลงไปเบียดอยู่ในอ่างอาบน้ำด้วยกัน

“เฮ้ย”

น้ำในอ่างกระเซ็นสาดใส่จนเปียกชุดนอนของพิชญ์ไปทั้งชุด อารมณ์เป็นห่วงหายวับไปทันทีก่อนจะถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“ผมไม่เล่นด้วยนะคุณใหญ่” พิชญ์เอ่ยออกมาเสียงแข็ง เมื่อรู้ตัวว่าเผลอไผลจนพลาดท่าเสียทีอริญชย์เข้าให้แล้ว

อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ของอริญชย์ราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับคนสองคน แต่ต่อให้มันใหญ่พอที่จะลงมาแช่ด้วยกันสองคน มันก็ไม่มีที่มากพอให้พิชญ์หลบหนีไปไหน โดยเฉพาะในยามที่เขาถูกตรึงเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแรง จนแผ่นหลังแนบชิดติดกับขอบอ่าง

“กับนายน่ะฉันไม่เคยเล่น ฉันเอาจริงทุกครั้ง”

ฝ่ามือหนาเอื้อมมาปลดกระดุมชุดนอนผ่าหน้าของพิชญ์อย่างถือวิสาสะ แม้จะพยายามปัดป้องมากแค่ไหน แต่พิชญ์ก็ต้องยอมรับว่าสรีระและพละกำลังของเขากับอริญชย์แตกต่างกัน ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่อริญชย์แข็งแรงกว่าเขามากนัก ถ้าเขาสามารถต่อกรอริญชย์ได้แม้เพียงซักนิดหนึ่ง เขาคงไม่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างอย่างที่ผ่าน ๆ มา

“คุณใหญ่ อย่า!”

อริญชย์โน้มหน้ามาจนชิดกับใบหน้าพิชญ์ เจ็บปวดจากแผลกระสุนถากยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ได้ครอบครองพิชญ์วันนี้ ที่นี่ เขาคงต้องคลั่งตายแน่ ๆ

“ว่าง่าย ๆ หน่อยพีท อย่าให้ฉันต้องหยิบเรื่องเดิม ๆ มาขู่ทุกครั้งที่จะกอดนายได้ไหม”

พิชญ์ถึงกับนิ่ง เรื่องเดิม ๆ ที่อริญชย์หยิบยกมาขู่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความผิดของเขา ความผิดที่พิชญ์ชักจะไม่แน่ใจว่า ตกลงแล้วเขาผิดจริง ๆ หรือเปล่า หรือมันเป็นแค่ข้ออ้างของอริญชย์ที่จะเอารัดเอาเปรียบเขา

ในอ่างอาบน้ำที่กว้างพอสำหรับคนสองคน ร่างกายของอริญชย์กับพิชญ์แนบสนิทกันทุกสัดส่วน ฝ่ามือใหญ่ยื่นมาลูบไล้ส่วนกลางลำตัวของพิชญ์อย่างน่าไม่อาย คนถูกกระทำได้แต่เบือนหน้าหนี ซุกซ่อนความเจ็บช้ำในใจไว้อย่างมิดชิด หลังจากที่เสียศักดิ์ศรีให้กับอริญชย์ไป พิชญ์ก็ไม่เคยคิดจะปล่อยให้น้ำตาลูกผู้ชายของเขาไหลออกมาแม้แต่ครั้งเดียว

หยดน้ำตาของเขามีค่ามากเกินกว่าต้องมาเสียให้กับอริญชย์

“ไม่ทันไรก็มีอารมณ์แล้ว นายเองก็อยากเหมือนกันใช่ไหมล่ะ...” อริญชย์ยื่นหน้ามากระซิบคำพูดน่าอายข้างหูพิชญ์ ก่อนกางเกงนอนที่เปียกน้ำจะถูกกระชากแล้วโยนออกไปนอกอ่าง เปิดเผยความเป็นชายที่กำลังแข็งขืนโดยไม่ไว้หน้าผู้เป็นเจ้าของแม้แต่น้อย

ผิวกายละเอียดของพิชญ์ถูกอริญชย์เชยชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนกระทำค่อย ๆ แตะต้องอย่างอ่อนโยน สำหรับคนที่ปากแข็งอย่างอริญชย์แล้ว เขารู้เพียงแค่ว่า...การกระทำย่อมสำคัญกว่าคำพูด

ถึงจะไม่เคยพร่ำพูดคำว่ารักออกไปให้อีกคนได้ยิน แต่เขาก็ตีตราและแสดงความรักลงทุกตารางนิ้วบนร่างกายพิชญ์อย่างอ่อนโยน หารู้ไม่ว่าความอ่อนโยนที่มอบให้ไปในทุก ๆ การกระทำ มันไม่เคยเดินทางไปถึงหัวใจคนรับเลยซักครั้ง

...ถ้าคนหนึ่งไม่คิดที่จะเปิดปาก อีกคนก็คงไม่คิดที่จะเปิดใจ...

ริมฝีปากร้อนจัดจูบซับไปทั่วผิวกายขาว ฝากฝังรอยรักเอาไว้ทุกบริเวณที่แตะต้อง พิชญ์หลับตา ไม่อยากรับรู้ทุกการกระทำ ไม่อยากรับรู้ทุกสัมผัส และที่สำคัญ...เขาไม่อยากยอมรับว่าตัวเองกำลังรู้สึกดีมากแค่ไหน

พิชญ์แค่นยิ้มออกมาด้วยความสมเพชตัวเอง ทั้งที่ไม่เคยมีอารมณ์ทางเพศหรือแม้กระทั่งนึกอยากจะกอดไอลดา แม้ว่าอีกฝ่ายจะแตะเนื้อต้องตัวเขาอยู่บ่อย ๆ แต่พอเป็นอริญชย์ เพียงแค่สัมผัสกันอย่างผิวเผิน กลับปลุกเร้าความต้องการในตัวเขาให้ลุกโชน จนเผลอแอ่นกายตอบรับสัมผัสจากอริญชย์อย่างน่ารังเกียจ

อริญชย์ขยับมานั่งพิงขอบอ่างด้านหนึ่ง แล้วยกตัวพิชญ์ขึ้นมาคร่อมทับอยู่บนตัวเขา พิชญ์เบิกตาโพลงเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในท่าทางอันล่อแหลม ปลายนิ้วใหญ่ลูบไล้จนไปถึงช่องทางด้านหลัง ถูไถไปตามรอยแยกช้า ๆ แค่อริญชย์ฝืนดึงดันเข้าไปเพียงนิดเดียว คนที่อยู่ข้างบนก็เกร็งตัวขึ้นมาทันที ฝ่ามือหนาดึงพิชญ์เข้ามารับจูบซ้ำ ๆ ก่อนจะจับอีกฝ่ายให้หันหน้าไปมองกระจกเงาบานใหญ่

“ดูสิ...ว่านายต้องการฉันมากแค่ไหน”

ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากรับรู้ แต่พิชญ์ก็อดหันไปมองไม่ได้ ผู้ชายสองคนกำลังร่วมรักกันอย่างน่าไม่อาย หนึ่งในนั้นคือเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนออกมาจากกระจกเงาแสดงความต้องการออกมาอย่างปิดไม่มิด

“อา...” พิชญ์หลุดเสียงครางออกมาดังลั่น เมื่ออริญชย์เสือกกายเข้ามาพรวดเดียว มันทั้งจุกและทั้งเจ็บไปในคราวเดียวกันจนเขาถึงกับต้องทำหน้าเหยเก

อริญชย์ค่อย ๆ กดตัวตนส่วนที่เหลือเข้าไปจนสุดทาง พิชญ์ขยับตัวจะถดหนี แต่ฝ่ามือหนากลับยึดสะโพกเขาไว้แน่น ขยับเข้าออกช้า ๆ จนความเจ็บปวดค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความสุขสม บทเพลงรักที่ร่วมด้วยช่วยกันบรรเลงดังทั่วห้องน้ำ แม้ในใจจะบอกว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันไม่ถูกต้อง แต่พิชญ์ก็ไม่อาจขัดขืนความต้องการของร่างกาย ได้แต่ขยับโยกอยู่บนตัวอริญชย์ตามที่ร่างกายปรารถนา

สัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวปลุกเร้าพิชญ์อย่างรู้ใจ รู้ว่าตรงไหนที่จะยิ่งทำให้พิชญ์เตลิดไปไกล แค่เพียงแตะต้อง หยอกล้อ พิชญ์ก็แทบสูญสิ้นความเป็นตัวของตัวเอง ราวกับร่างกายของเขามันไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป ปล่อยให้อริญชย์ควบคุมทั้งเกมรักและร่างกายของเขา

ที่สุดของปลายทาง เสียงครางดังจนแยกไม่ออกว่าเสียงไหนเป็นเสียงใคร สายธารอุ่นร้อนถูกฉีดพร่างพรมเข้าไปในร่างกายของพิชญ์ ก่อนที่เจ้าของร่างจะทิ้งตัวลงซบหน้ากับบ่าของอริญชย์อย่างอ่อนล้า

เกลียด! พิชญ์เกลียดร่างกายไม่รักดีของตัวเอง

รู้ว่าขัดขืนไม่ได้ แต่ทำไมต้องเต้นตามไปกับสัมผัสที่อีกฝ่ายปรนเปรอให้

อริญชย์จับพิชญ์ให้เงยหน้าขึ้นมารับจูบเขา พิชญ์จ้องมองอริญชย์นิ่ง พยายามส่งผ่านความเกลียดออกไปทางแววตา แต่สิ่งที่สื่อออกมากลับมีแค่ความเจ็บใจ

“อย่ามองเหมือนว่าฉันข่มขืนนายได้ไหม”

“คนที่บังคับคนไม่เต็มใจ ถ้าไม่เรียกว่าข่มขืน จะให้เรียกว่าอะไร”

“ถ้าไม่เต็มใจ แล้วเมื่อกี้ใครที่ขยับอยู่บนตัวฉันอย่างน่าไม่อาย”

พิชญ์เม้มริมฝีปากแน่น หมดคำพูดจะมาต่อล้อต่อเถียงกับอริญชย์ จะเถียงให้ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ในเมื่อการกระทำทุกอย่างอย่าว่าแต่อริญชย์ที่เห็นเลย ตัวเขาเองก็รู้แก่ใจเป็นอย่างดีว่าร่างกายมันเรียกร้องและต้องการอริญชย์มากแค่ไหน

พิชญ์ฝืนลุกขึ้นจากอ่างน้ำโดยที่อริญชย์ไม่คิดจะห้ามปรามแม้แต่น้อย เขาพยายามแข็งใจก้าวขาออกมา ทั้งที่ขาสั่นจนแทบจะก้าวไม่ออก เดินข้ามชุดนอนของตัวเองที่ถูกถอดทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อยู่ที่พื้น คว้าผ้าขนหนูมาพันรอบตัวแล้วเดินออกมาทิ้งร่างลงบนเตียงอย่างอ่อนล้า

นับวัน...ความเกลียดที่มีให้อริญชย์มันยิ่งน้อยลงทุกที

แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้น...คือความเกลียดตัวเอง

ถึงเขาจะไม่ได้รักไอลดา แต่การทำแบบนี้...มันก็ไม่ต่างอะไรกับการหักหลังไอลดาเลย



TO BE CONTINUE/b]


ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่า
อย่างคุณใหญ่...ไม่น่าจะถูกใครทำอะไรง่ายๆ
มีแต่จะไปทำชาวบ้านมากกว่า เจ็บตัวทีกำไรที น่าหมั่นไส้มากค่ะ


ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
ไอลดาก็ดันทุรังเกินไปเหมือนกับพี่ชายของเขานั่นแหละพีท เพียงแต่คุณใหญ่ใช้วิธีการมาข่มขู่เอาตัวเธอมากอดมากกได้ยังไงละ ถ้าพีทยอมทิ้งน้องหนูลงได้ ชีวิตพีทก็จะเป็นอิสระ...​แต่เป็นอิสระแค่แป๊บเดียวนะแหละ เพราะยังไงคุณใหญ่ก็จะตามล่าให้พีทกลับมาอยู่ดี.. ยกเว้นเสียแต่ว่าจะหาคนใหญ่คนมีอำนาจกว่าคุณใหญ่มาช่วยเหลือ....

อีคุณใหญ่ก็นะ จะพูดกับพีทดีๆ บ้างไม่ได้เลยรึ สิ่งที่ทำยังไงเขาก็เรียกว่าข่มขืนนะคุณใหญ่ หัดพูดจาดีๆ บ้าง รับรองพีทมอบทั้งตัวและหัวใจด้วยความเต็มใจแน่ๆ  :katai5:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5005
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-19

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
 :oo1: แบบนี้ในอ่างก็เสียวฟินจิกหมอนดี
 ถึงจะหมั่นไส้คุณใหญ่แต่ก็ชอบว่ะ 555555 ชอบความรู้สึกพีทที่รู้สึกดีกับคุณใหญ่ระหว่างที่ทำเรื่องแบบนั้น แม้หลังจากนั้นพีทจะโกรธเขาก็เถอะ ชอบที่ต่างคนต่างยกให้กันและกันเป็นคนพิเศษในแง่ที่ว่าจะไม่ทำอย่างนี้แบบนี้หรือรู้สึกกับใครมันเกิดเฉพาะคนๆนี้ไรงี้ มันดีอ่ะ 555555 ถึงแม้ตอนนี้ต่างคนจะไม่ยอมรับใจกันและกันก็ตาม จะรอดูวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ก่อนอื่นขอไปจัดการเสี่ยเล้งก่อนนะ ค่อยมาว่ากันนะพีท คุณใหญ่บอก 555555 บทเพื่อน2คนนี้จะลงยังไง *เห้อออ ถอนหายใจ* ตอนที่หลิวบอกว่าเสียใจที่ไม่ได้ไปกับกลาง มุมมองหลิวก็คงแบบนั้น แต่มุมคนอื่นคือถ้าไปความสูญเสียจากหนึ่งอาจกลายเป็นสองก็ได้ ใครจะรู้ นั่นคู่อรินะ อย่าโทษตัวเองไปเลยนะหลิว พีทอ่ะจะทำอะไรกับหลิว คิดดีๆนะ ไม่งั้นมันจะย้อนกลับมาหาตัว 5555 ก็แอบเห็นใจไอลดาอยู่หรอกนะ แต่ก็หวังว่าวันที่รู้ความจริงพีทกับพี่ชาย จะทำใจยอมรับมันได้ ว่าความรักมันเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้จริงๆ อิอิ
อ๊อยยยยยยยสนุกกกมากค่า ชอบๆ ขอบคุณนะคะที่มาต่อ รอตอนหน้าเลย  :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Moonoii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
พึ่งจะได้อ่านncเต็มของคู่นี้

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด