Up! [Mpreg] ☆YOUniverse☆ .. #พี่ภูของผม (2020-09-18 : Universe 40th)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Up! [Mpreg] ☆YOUniverse☆ .. #พี่ภูของผม (2020-09-18 : Universe 40th)  (อ่าน 15345 ครั้ง)

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-4
Universe 19th : การเริ่มต้น


ป้ามลกลับไปนานแล้ว แต่พี่ภูก็ยังคงไม่กลับ ผมตัดสินใจไล่ความฟุ้งซ่านด้วยการพาตัวเองเข้าไปในห้อง ไม่ได้รอให้พี่ภูกลับมาก่อน มีเพียงแต่โน็ตเขียนติดไว้ที่ตู้เย็นว่ามีกับข้าวที่อุ่นแล้ววางไว้บนโต๊ะ

ผมกลับเข้ามาในห้องและหยิบโรศัพท์มือถือที่ไม่ได้เอาออกไปด้วยขึ้นมาดู ก็ได้เห็นว่ามีข้อความจากเพื่อนสนิทส่งมา


‘ไนล์ พักนี้ยุ่งหรอ? ถ้าว่างแล้วโทรหาเราบ้างนะ เราคิดถึง’


ผมยิ้มบางๆ ให้กับข้อความที่เห็นและตัดสินใจโทรหาลม เพราะนี่ก็ยังไม่ดึกมากสำหรับหมอนั่น ลมนอนดึกและถ้าเขาส่งข้อความมาหาผมแบบนี้นั่นก็น่าจะเพราะเขาเดาไว้แล้วว่าผมว่างพอที่จะโทรหาเขาได้

(ไนล์!)

“ไง ลม.. เป็นไงบ้าง คิดถึงเราหรอ?” ผมถามเพื่อนสนิทอย่างหยอกล้อ ยอมรับว่าความหน่วงๆ ในหัวใจหายไปกว่าครึ่ง

จะว่าไปผมก็เหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว รู้ทั้งรู้ว่าลมคิดยังไง แต่ผมก็ยังคงมีเขาไว้ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่สามารถตอบรับความรู้สึกที่เขามีให้ผมได้

(คิดถึงสิ จะสองเดือนแล้วนะไนล์ ที่เราไม่ได้เจอกันอะ อยากไปหาก็ไม่ให้ ใจร้ายชะมัด)

ผมหัวเราะเบาๆ ตอนได้ยินเสียงเพื่อนสนิทตัดพ้อ ลมทำเสียงงุ้งงิ้งเหมือนเด็กสาวที่กำลังงอน ผมรู้หรอกว่าเขาไม่ได้โกรธผมจริงจัง แต่ที่ทำเสียงกระเง้ากระงอดแบบนี้นั้นเพราะอยากให้ผมหัวเราะมากกว่า

“ตามมาทำไม เรามาทำงานนะ ไม่ได้มาเที่ยวสักหน่อย” ผมตอบกลับ “อีกอย่าง งานที่โรงแรมลมก็ใช่ว่าจะน้อย เกิดลมตามเรามา คุณพ่อกับคุณแม่ได้มาแหกอกเราพอดี โทษฐานพาลูกชายเขาเสียคน”

(โถ่ พูดเหมือนไม่รู้เลยนะครับคุณนทีธัชช์ ว่าพ่อกับแม่ผมน่ะรักคุณมากกว่าผมด้วยซ้ำ จะเอาอะไรไปต่อว่าคุณกันครับ หื้ม?)

ผมหัวเราะเสียงดังทันทีเมื่อได้ยินลมพูดแบบนั้น “ว่าแต่ลมสบายดีใช่ไหม?”

(อื้อ! เราสบายดี ไนล์ล่ะ? นอกจากงานยุ่งแล้ว มีป่วย มีไม่สบายตรงไหนบ้างรึป่าง?)

ผมสะท้อนใจทันทีเมื่อได้ยินคำถามจากเพื่อนสนิท อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ต้องโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะตอนนี้เวลานี้ผมห่างไกลกับคำว่าสบายดีมากเหลือเกิน

“เราสบายดีสิ กินอิ่มนอนหลับ มีก็แต่งานที่จะทับตัวเราแบนแล้วตอนนี้” ผมพูดติดตลกเพื่อให้ลมสบายใจ และดูเหมือนว่าผมจะทำได้ดีไม่น้อย เพราะลมก็ไม่ได้ถามไถ่หรือติดใจอะไรอีก

เราสองคนคุยกันสัพเพเหระไปเรื่อย ส่วนใหญ่ก็อัพเดทเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราไม่เจอกันให้อีกฝ่ายฟัง ผมอาจจะไม่ได้มีเรื่องอะไรเล่ามากมายเหมือนกับลม แต่อย่างน้อยเรื่องที่ลมเล่าใฟ้ผมฟังก็พอจะทำให้คลายเหงาไปได้บ้าง และพอเหลือบมองเวลาอีกทีก็เห็นว่าดึกมากแล้ว และผมก็เริ่มจะเพลียแล้วด้วย เพราะอาการเพิ่งจะดีขึ้น

“ลม เราคงต้องไปแล้วล่ะ มีอะไรต้องไปทำอีกนิดหน่อย”

(จะวางแล้วหรอ?) เสียงลมเปลี่ยนขึ้นมาฉับพลัน (ยังไม่หายคิดถึงเลย) เขางอแงจนผมอดยิ้มไม่ได้

“ไม่เอาน่า เดี๋ยวไว้เราว่างเราจะโทรหาลมใหม่นะ”

(ก็ได้ เรารอไหว ไนล์ว่างเมื่อไหร่ก็โทรมานะ)

ผมยิ้มบางให้กับคนปลายสายแม้เขาจะมองไม่เห็น พร้อมกับนึกถามตัวเองเป็นร้อยเป็นพันครั้งว่าทำไมไม่รักลม เพราะถ้าผมรักลมเรื่องอะไรต่างๆ มันอาจจะง่ายมากขึ้นกว่านี้ก็ได้

“อื้อ ดูแลตัวเองนะลม แล้วไว้คุยกันนะ”

(ครับ! ไนล์ก็ด้วย ดูแลตัวเองให้ดี จำไว้ถ้ามีอะไรเร่งด่วน ผิดพลาด หรือไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ไนล์โทรหาเราได้เสมอ) น้ำตาผมไหลเงียบๆ ตอนที่ได้ยินลมบอกแบบนั้น

“…”

(เราเป็นห่วงไนล์มากนะ ยิ่งไกลกันแบบนี้เรายิ่งห่วง ห้ามโหมงานหนัก ดูแลตัวเองมากๆ นะครับ)

“อื้อ.. เราสัญญา”

ผมกลั้นก้อนสะอื้นพยายามตอบกลับไปให้ปกติมากที่สุด ในขณะที่มือของผมก็ลูบไปมาเบาๆ ลงบนหน้าท้องของตัวเอง ก่อนจะกดวางสายเงียบๆ

เราขอโทษที่โกหกและผิดสัญญานะลม…

.

.

.

ผมเผลอหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้ปิดไฟดีๆ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สัมผัสได้ถึงมือใหญ่ของใครสักคนโอบกอดอยู่รอบเอว ริมฝีปากอุ่นๆ แตะจูบที่หลังคอ รวมถึงแผงอกแข็งแรงที่แนบสนิทอยู่กับหลังของผม ทำให้รู้ว่าผมกำลังถูกใครสักคนกอดอยู่

“ฉันทำให้ตื่นหรอ?”

เสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแผ่วอยู่ที่ข้างหูทำให้ผมที่กำลังงัวเงียถึงกับเบิกตาโพลง คิดไม่ถึงว่าคนที่กอดผมอยู่นี้คือ…

“พี่ภู… พี่ภูหรอครับ”

“ฉันเอง” เขากดจูบลงมาเบาๆ ที่แก้มผม “ตัวไม่ร้อนแล้วใช่ไหม”

ผมพยักหน้าทั้งที่ตอนนี้แก้มร้อนไปหมด นึกขอบคุณที่พี่ภูนอนกอดผมจากด้นหลัง ถ้าไม่งั้นผมต้องเขินจนไปไม่เป็นแน่ๆ

“ไนล์ค่อยยังชั่วแล้วครับ ไม่เป็นอะไรแล้ว”

 ผมตัดสินใจจะลุกขึ้นเพราะไม่อยากอยู่ในสภาพแบบนี้นานเกินไป หัวใจผมหวั่นไหวและเต้นแรงจนเจ็บอก ผมไม่อยากให้พี่ภูรู้ว่าผมรู้สึกกับเขามากขนาดไหน แต่พอผมทำท่าจะลุกพี่ภูก็รั้งกอดผมเอาไว้ ยังไงก็ไม่ยอมให้ผมลุก

“อื้อ..” เขากอดผมแน่น “จะไปไหน?”

“ไปหาอะไรให้พี่ภูทานครับ.. ปล่อยผมเถอะ”

“ไม่ต้องไป” เขาพลิกตัวผมให้หันหน้าไปหา ก่อมก้มลงมาจูบจมูกผมเบาๆ “ฉันกินแล้ว ที่นายวางไว้บนโต๊ะน่ะ เรียบร้อยหมดแล้ว”

และพอพี่ภูพูดจบก็ไม่มีบทสนทนาใดๆ ของเราต่อ ในขณะที่ผมกำลังก้มหน้างุด พี่ภูก็จ้องผมเอาเป็นเอาตาย

“เอ่อ.. คือ ดึกแล้ว พี่ภูไม่กลับห้องหรอครับ” ผมเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าตอนนี้ใกล้จะล่วงเข้าสู่วันใหม่แล้ว

“ไล่ฉันหรอ?” พี่ภูถามเสียงเรียบทำเอาผมลนลานตาโต รีบเงยหน้าขึ้นไปปฏิเสธพัลวัน

“เปล่าครับ ไม่ใช่นะครับ ไนล์ไม่ได้ไล่ แค่เห็นว่ามันดึกแล้ว กลัวว่าพี่ภูจะง่วงเลยแค่ถามว่าจะกลับห้องเลยหรือเปล่าแค่นั้นเองครับ”

“หึๆ” พี่ภูหัวเราะเบาๆ พอเห็นผมแก้ความเข้าใจผิดปากคอสั่น ก่อนที่เขาจะก้มลงมากัดปลายจมูกผมเบาๆ “ที่จริงก็ง่วงแล้วแหละ เลยมาที่นี่”

ผมขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจที่พี่ภูพูดเท่าไหร่ “เอ๊ะ..?”

“ขอนอนด้วยคน ฉันอยากนอนกอดนาย.. ได้ไหม?”

ปลายเสียงที่ทอดถามอย่างอ่อนโยนของพี่ภูทำเอาใจผมเต้นแรงจนเจ็บไปหมด ผมไม่เคยนึกเคยฝันเลยว่า จะได้รับอะไรแบบนี้จากคนที่ผมแอบรักมาเป็นสิบปี เขาที่ผมไม่กล้าแม้แต่จะฝันว่าวันหนึ่ง เราจะได้มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันแบบนี้

และแม้ว่าพี่ภูจะเพิ่งกลับมาจากการเจอคุณรัน ผมก็ยังคงมองข้าม และผมมันโลภเพราะหวังแค่อยากจะซึมซับช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ในความทรงจำ

“แต่เตียงไนล์เล็ก… พี่ภูจะอึดอัด แล้วจะพาลตกเตียงเอานะครับ”

จบคำผม พี่ภูก็ขยับมากอดผมแน่นก่อนจะกระซิบเสียงเจ้าเล่ห์ขัดกับหน้าตาหล่อเหลาที่ทำเฉยๆ ได้อย่างแนบเนียน

“นายก็ขยับมานอนใกล้ๆ ฉันสิ ฉันจะได้ไม่ตกเตียง”

เขากระชับวงแขนแน่น จนหูผมแนบเข้ากับอกของพี่ภูและได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นเป็นจังหวะเร็วขึ้นอย่างชัดเจน

เรานอนกอดกันอยู่แบบนั้น ผมมีความสุขมากจนอยากจะหยุดเวลาไว้แค่นี้ อยากจะหยุดทุกอย่างแล้วยืดคืนนี้ออกไปให้ตราบนานเท่านาน แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่ได้รักผมเท่าไหร่ เพราะช่วงเวลาของผมมันช่างสั้นนัก เมื่อพี่ภูเอ่ยขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังกอดผมอยู่

“เมื่อหัวค่ำ ฉันออกไปเจอคุณรันมา” ผมขยับตัวออกทันทีพอได้ยินพี่ภูพูดแบบนั้น “ชู่ว ไนล์ นอนนิ่งๆ ไม่ดื้อสิ”

พี่ภูจูบเบาๆ ที่หน้าผากผม แค่นั้นไอ้ความคิดที่ว่าอยากจะไปจากตรงนี้ ไม่อยากจะได้ยินอะไรแบบนี้ก็แทบไม่เหลือ .. ผมช่างใจอ่อนให้เขาง่ายจริงๆ

“….”

“ฟังให้จบก่อน อย่าเพิ่งน้อยใจหรือคิดไปเอง” เขาพูดดุๆ แต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนกว่าที่เคย

“ครับ”

“คุณรันเธอโทรมา โวยวายยกใหญ่ว่าแผลที่โดนน้ำร้อนลวกอักเสบ” พี่ภูถอนหายใจ ก่อนจะเล่าต่อ “เธอขอให้ฉันไปหา เพราะอยากจะไปให้หมอตรวจซ้ำ … ตอนแรกฉันก็ปฏิเสธไปบอกว่าไม่ว่าง เธอก็โวยวายไม่เลิก แล้วสุดท้ายก็ใช้ไม้ตายขู่ฉัน”

“ขู่พี่ภูหรอครับ?” ผมเงยหน้าถามอย่างแปลกใจ ซึ่งพี่ภูเองก็พยักหน้ารับไม่ได้ปฏิเสธ

“ขู่ว่าเสียใจและไม่อยากไปเป็นที่ปรึกษาให้ทีมฉันแล้ว เธอบอกว่าเธอกลัว กลัวว่าจะโดนนายทำร้ายอีก” ผมตาโต กลัวผมนี่ยะนะ “ฉันล่ะอยากจะขำ อย่างนายจะไปทำอะไรใครได้ ตัวกระเปี๊ยกเดียว หึๆ”

“คุณรันอาจจะฝังใจก็ได้นะครับ คือเธอคงคิดว่าผมตั้งใจทำน้ำร้อนหกใส่เธอ”

“ใครทำหกใส่ใครกันแน่ไนล์?” พี่ภูจ้องหน้าผมคาดคั้นเอาคำตอบ แต่ผมเลือกที่จะก้มหน้าเลี่ยงคำถาม พี่ภูเลยข้ามประเด็นนี้ไปเพราะคงไม่อยากรื้อฟื้น “นั่นแหละเพราะฉันรู้ความจริงแล้ว ฉันเลยไม่เซ้าซี้เธอ ก็เลยบอกไปว่าถ้าไม่สะดวกใจมาเป็นที่ปรึกษาให้ทางเราก็ไม่ได้บังคับ”

“อ่าว แล้วทำไม…?”

“แล้วทำไมฉันถึงยังไปใช่ไหม?” ผมพยักหน้ารับทันทีที่พี่ภูถามออกมาแบบนั้น “หึ! ก็พอคุณรันรู้ว่าใช้ไม้นั้นกับฉันไม่ได้ เธอเลยขู่ว่าจะเอาเรื่องนายแทนน่ะสิ.. ร้ายกาจชะมัด”

ผมเงยหน้ามองอีกฝ่ายตาโต “งั้นที่พี่ภูออกไปหาคุณรันก็เพราะ…”

“ฉันไม่อยากให้นายเดือดร้อน ต่อให้นายไม่ผิดก็เถอะ แค่เรื่องเมื่อวานฉันก็รู้สึกผิดจะแย่ แค่ฉันตัดใจไปเจอเธอให้จบๆ คุณรันจะได้ไม่มาวุ่นวายกับนายอีก” พี่ภูลูบลงบนข้อมือตรงที่ผมพันแผลไว้เบาๆ “ขอโทษอีกครั้งนะไนล์.. ทุกเรื่องเลย”

ผมพยักหน้ารับพลางพึมพำซ้ำไปซ้ำมาว่า 'ไม่เป็นไรครับ' พร้อมๆ กับน้ำตาผมรื้นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินพี่ภูเอ่ยขอโทษ ความรู้สึกหนักอึ้งตลอดหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาเหมือนถูกปลดล็อค


อย่างน้อยตอนนี้ผมได้พี่ภูคนที่นั่งอยู่ในร้านไอศครีมกลับมาบ้างแล้ว สักส่วนนึงก็ยังดี…


และอ้อมกอดที่อบอุ่นนี้ก็เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าทุกอย่างที่ผมได้ยิน ได้รับ และเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง

.

.

.

หลังจากวันนั้นผมก็เหมือนล่องลอยอยู่ในความฝันไม่รู้จักจบสิ้น พี่ภูดีกับผมมาก เขาไม่ค่อยอารมณ์เสียหรือหงุดหงิดใส่ผมแล้ว เขากลับใส่ใจและไม่ค่อยดุผมอีกต่างหาก สายตาแข็งกร้าวที่เคยใช้มองผมตอนนี้ก็อ่อนลงมาก อ่อนลงพอๆ กับใจผม ที่แทบไม่เหลือแรงต้านทานอะไรอีก

และที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือ พี่ภูชอบมาอยู่ใกล้ๆ ผมมากขึ้น บางทีก็เข้ามากอด บางทีก็เข้ามาหอม เวลาผมทำกับข้าวหรือทำความสะอาดบ้าน บางครั้งเขาก็ชอบมาคลอเคลีย แรกๆ ผมก็มีเขินบ้าง ไม่บ้างหรอก เขินเยอะเลยแหละ เคยลองหลบเลี่ยงบ้างบางครั้ง แต่พอเห็นสายตาตัดพ้อหรืออ้อนๆ จากอีกฝ่าย ก็อดใจอ่อนยอมไม่ได้ ทุกครั้งไป

ผมไม่รู้ว่าพี่ภูเป็นอะไร ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ แต่สำหรับผมอย่างน้อยมันก็ดีกว่าตอนที่เขาดุ หรือเขาพูดจาไม่ดีใส่ ยังไงตอนนี้มันก็ดีกว่าเมื่อช่วงแรกๆ ที่ผมมาอยู่มากๆ

เพราะเหมือนผมกำลังได้เข้าใกล้เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ในร้านไอศครีมคนนั้นขึ้นมาอีกก้าว

“ไนล์ พรุ่งนี้ฉันว่าจะเข้าไปหาแม่ที่บ้านสักหน่อย ตื่นเช้าหน่อยแล้วกันนะ”

ผมที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จและกำลังจัดการตัวเองอยู่ที่หน้ากระจก หันไปมองพี่ภูที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง ซึ่งปกติแล้วเตียงห้องที่ผมนอนก็ไม่ได้ใหญ่มาก อย่างน้อยก็ใหญ่ไม่เท่าห้องพี่ภู ผมก็เลยไม่เข้าใจว่าเขาจะมานอนเบียดกับผมที่เตียงแคบๆ ห้องเล็กๆ นี้ทำไม

จะว่าไปพักหลังพี่ภูก็แทบจะมาค้างห้องผมทุกคืน ยกเว้นคืนไหนที่เขาต้องทำงานถึงดึก หรือมีคุยงานติดพันกับพี่เทมส์หรือคนในทีม คืนนั้นพี่ภูถึงจะไปนอนห้องตัวเอง

“ได้ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไนล์จะตื่นมาเตรียมอาหารเช้าให้พี่ภู และก็อาจจะทำขนมฝากพี่ภูไปให้คุณท่านด้วย”

ผมยังคงสาละวนค้นหาของอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เลยไม่ทันได้เห็นว่าพี่ภูลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วมายืนคร่อมกักผมไว้ในอ้อมแขนเขาเงียบๆ จนกระทั่งเขาแนบปากลงบนแก้มของผมนั่นแหละ ผมเลยได้สะดุ้งจนสุดตัว

จุ๊บ~

“เฮ้ย!” ผมร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ในขณะที่คนขี้แกล้งหัวเราะจนตาหยี เขาดูผ่อนคลายจนผมไม่กล้าที่จะต่อว่า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นเบาๆ ออกไป “พี่ภูแกล้งไนล์ทำไมครับ ตกใจหมด”

“ฮ่าๆ ทำไมขี้ตกใจ?” เขาว่าพลางก้มลงมากอดผมหลวมๆ “ทำอย่างกับไม่เคยโดยหอม”

พอพูดจบ เจ้าของอ้อมกอดอบอุ่นก็กดจมูกลงมาอีกรอบ ก่อนจะจับตัวผมที่ก้มหน้างุดเพราะความเขินให้หันไปหา และพอผมเหลือบตาขึ้นมองก็เห็นพี่ภูยิ้มบางๆ ส่งมาให้ ให้ผมต้องเสหลบตาไปอีกทาง

พี่ภูใช้มือเชยคางผมขึ้นแผ่วเบา ทำให้ผมเลี่ยงที่จะสบตาเขาต่อไปไม่ได้ แม้พอจะรู้อยู่ลึกๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมก็อดเขินไม่ได้อยู่ดี

ผมหลับตาพริ้มเมื่อเห็นพี่ภูก้มหน้าลงมาจนระยะห่างของใบหน้าเราสองคนลดลงเรื่อยๆ และในที่สุด ริมฝีปากของเราสองคนก็สัมผัสกัน

พี่ภูบดคลึงริมฝีปากผมลงมาอย่างแผ่วเบา ค่อยเป็นค่อยไป หลังจากเหตุการณ์วันนั้นอย่างที่ผมบอกก็คือพี่ภูอ่อนโยนกับผมมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่เรื่องนี้ … เรื่องจูบ

เขาอ้อยอิ่งอยู่กับริมฝีปากผม ค่อยๆ เลาะเล็มและดูดดึงแผ่วเบาสลับเน้นย้ำ ไม่ได้ร้อนแรงแต่ก็ทำเอาหัวใจดวงน้อยของผมแกว่งไปทั้งใจ

ทั้งริมฝีปากที่เราสัมผัสกัน ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่เกี่ยวกระหวัด ทั้งลมหายใจร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้ม และที่สำคัญเสียงหัวใจของพี่ภูที่ไม่ได้เต้นในจังหวะเดิม ทำให้ผมสุขจนล้นอก ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเกิดจากสาเหตุอะไร ผมเลิกที่จะสนใจไปแล้ว ขอแค่ได้ตักตวงช่วงเวลานี้เอาไว้ให้มากที่สุดก็พอ

พี่ภูบดริมฝีปากย้ำๆ จนเสียงจูบเฉอะแฉะดังที่ข้างหูไม่หยุด เขากวาดต้อนเอาความหอมหวานจากผมไปจนหมดสิ้น เรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดหยอกล้อและหลอกล่อจนผมเคลิ้ม กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ลมหายใจกำลังจะขาดห้วงเลยต้องบีบไหล่พี่ภูเบาๆ เป็นการประท้วง

“อืม…”

คนที่กอดผมไว้ยอมผละริมฝีปากออก เขาจูบย้ำๆ ลงมาอย่างมันเขี้ยว และพอเห็นว่ามุมปากผมเลอะน้ำใสที่น่าจะไหลออกมาตอนจูบกันเมื่อกี้ พี่ภูก็ก้มลงมาจูบซับเบาๆ ให้ที่มุมปากผมอย่างอ่อนโยน ทำเอาหัวใจที่เพิ่งจะสงบกลับเต้นแรงอีกครั้ง

“พี่ภูครับ พอแล้ว” ผมก้มหน้างุดและพยายามเอ่ยห้าม เลยได้ยินเสียงคนตรงข้ามหัวเราะเบาๆ “ว่าแต่… พี่ภูจะไม่กลับไปนอนห้องหรอครับคืนนี้”

ผมเงยหน้าถามเขาตาใส ทำเอาคนที่เพิ่งถูกถามชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจทันที พอเห็นพี่ภูมีสีหน้าแบบนั้นใจผมแทบร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเผลอขัดใจเขาเข้า

“นายไล่ฉันหรอ?”

“เปล่าสักหน่อยครับ” ผมรีบละล่ำละลักปฏิเสธ ก่อนจะเผลอกอดรอบเอวอีกฝ่ายไว้แน่นเพราะกลัวพี่ภูไม่เชื่อ “ไนล์แค่ถามเฉยๆ เตียงห้องนี้มันแคบ ไนล์กลัวพี่ภูนอนไม่สบาย”

ผมก้มหน้าเตรียมรับคำต่อว่าทันทีหลังจากที่อธิบายจบ ผมลืมคิดไปว่าตัวเองไม่ควรเจ้ากี้เจ้าการแบบนี้ ที่นี่เป็นบ้านของพี่ภู เขาจะนอนตรงไหน จะทำอะไร มันก็สิทธิ์ของเขา ที่จริงผมไม่มีสิทธิ์ไปตั้งคำถามด้วยซ้ำ แต่ประโยคที่ได้ยินจากพี่ภูทำเอาผมรู้สึกเหมือนคิดผิดถนัด

“เตียงแคบก็นอนเบียดๆ กันหน่อยสิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ถูกไหม?”

เขาว่าพลางช้อนตัวผมขึ้นอุ้มจนตัวลอย ผมที่ไม่เคยเจอพี่ภูปฏิบัติใส่แบบนี้ก็ได้แต่ตกใจจนตาเหลือกและกอดรอบคอเขาไว้แน่นเพราะกลัวตก

“พี่ภู…”

“เรียกทำไมนักหนา กลัวลืมชื่อรึไง?” พี่ภูว่า พลางอุ้มผมแล้วเดินมาหย่อนตัวผมลงบนเตียง ก่อนที่จะตามลงมานอนข้างๆ “วันๆ กินอะไรบ้างเนี่ย ทำไมตัวถึงเบาขนาดนี้ .. กินให้มันเยอะหน่อย เดี๋ยวแม่ก็หาว่าฉันเลี้ยงนายไม่ดีอีก”

พี่ภูว่าพลางล้มตัวลงนอนข้างๆ ผม แล้วดึงผมไปกอดหมับทันที ผมเองก็นอนนิ่งให้พี่ภูกอด เรานอนกันอยู่เงียบๆ แบบนั้น จะว่าไปตั้งแต่เรื่องเมื่อคราวนั้น นอนกจากการกอด การจูบ ก็มีการนอนร่วมเตียงกันนี่แหละที่เกิดขึ้นบ่อยมาก แต่เราก็แค่นอนด้วยกันเฉยๆ นะ ไม่ได้เกินเลยอะไรอีก อาจจะมีบ้างที่พี่ภูกอดพี่ภูจูบจนผมหลับไป และถึงแม้มันจะมีเกือบๆ ไปบ้างบางครั้ง แต่ผมก็เป็นคนหยุดและยั้งไว้ได้ทุกครั้ง พี่ภูเองพอเห็นผมไม่เต็มใจเขาก็ยอมหยุดโดยไม่ได้วอแวอะไรต่อเหมือนกัน

และนั่นก็คือความประทับใจที่เกิดขึ้น... พี่ภูไม่ล่วงเกินผมเลยตั้งแต่นั้นถ้าผมไม่เต็มใจ

“คุณท่านไม่ว่าหรอกครับ ไนล์บอกท่านตลอดว่าพี่ภูดูแลไนล์ดี”

“บอกตอนไหน หื้ม? ขี้โม้รึเปล่า?”

“บอกตอนคุณท่านโทรมาไงครับ คุณท่านจะโทรมาถามบ่อยๆ ว่าพี่ภูเป็นยังไงบ้าง”

“อืม.. งั้นพรุ่งนี้ก็ไปบอกแม่ด้วยตัวเอง จะได้ไม่ต้องโทร” ผมตาโต ดันตัวออกจากอ้อมกอดพร้อมกับมองพี่ภูเขม็งเพราะอยากแน่ใจว่าเขาไม่ได้หลอก

“พี่ภูพูดจริงหรอครับ? ให้ไนล์ไปด้วยหรอครับ?” ผมถามพี่ภูด้วยรอยยิ้มกว้าง ดีใจจะแย่ เพราะปกติพี่ภูไม่ค่อยชอบให้ผมไปไหนด้วย และที่สำคัญผมก็คิดถึงคุณแม่กับพี่เทมส์มากด้วย

“อื้อ... ให้ไป ตั้งใจว่าจะพาไปด้วยตั้งแต่แรกนั่นแหละ ถึงได้บอกให้ตื่นแต่เช้าไง”

พี่ภูตอบรับอย่างใจดี ทำเอาผมรีบพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน

“ได้ครับ เดี๋ยงพรุ่งนี้ไนล์จะตื่นแต่เช้าเลย” พอพูดจบผมก็ล้มตัวลงนอนแล้วมุดเข้าอกพี่ภูทันที ทำเอาเจ้าของอกอุ่นๆ หัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ

“อ้าว นอนเร็วขนาดนั้นเลย… หึ! เด็กหนอเด็ก”

ผมรู้สึกการขยับตัวของคนข้างๆ แล้วไฟที่ห้องก็ดับลง พร้อมๆ กับสัมผัสอุ่นๆ ที่ประทับลงบนหน้าผากของผมอย่างอบอุ่น

“ฝันดีนะ”

ใช่.. ฝันดี ฝันดีอย่างที่ผมไม่คิดไม่ฝันเลยว่ามันจะเกิดขึ้นจริง

.

.

.


(อ่านต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-4
(ต่อจากด้านบน)


Kirin’s Part


ผมนั่งมองไนล์ที่กำลังทำอะไรวุ่นวายอยู่ในครัว เจ้าตัวเล็กดูมีความสุขมากเวลาที่ได้ทำอาหาร และเขาก็มักจะเป็นอย่างนี้เสมอ แม้จะเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ทำเพื่อผม และผมก็ได้ค้นพบว่ามันดีไม่น้อยเลยหลังจากที่เราได้มีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน เพียงแค่ผมยอดเปิดใจและลดอคติที่มีของตัวเองให้เบาบางลง

และผมก็ได้พบว่าผมมีความสุขมากขึ้นได้ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไนล์ไม่ได้อึมครึมเหมือนที่ผ่านมา

“ไนล์ เสร็จรึยัง? เดี๋ยวต้องรีบออก ไม่งั้นรถจะติดนะ”

เจ้าตัวเล็กวิ่งหน้าตาตื่นออกมาพร้อมกับแก้มที่แดงปลั่ง แถมผ้ากันเปื้อนสีฟ้านั่นก็ดูเข้ากันได้ดีกับร่างเล็กๆ ของไนล์ได้อย่างน่ามอง

“เสร็จแล้วครับพี่ภู อันนี้ข้าวเช้าของพี่ภูครับ” พ่อครัวตัวน้อยยกจานอาหารเช้าง่ายๆ ที่ประกอบด้วยแซนวิชกับไข่ดาวออกมาสองจานวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่เจ้าตัวจะหายเข้าไปในครัวแล้วกลับออกมาอีกรอบพร้อมทัปเปอร์แวร์สองสามกล่องในมือ “ส่วนอันนี้ไนล์ทำไปฝากคุณท่านครับ”

“อะไรล่ะนั่น?” ผมพยักเพยิดไปยังอาหารที่อยู่ในกล่อง ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงที่ประจำเพื่อเตรียมกินข้าวเช้า

“มีต้มจืดลูกรอก คื่นไช่ผัดใส่ปลา แล้วก็สลัดผักออร์แกนิคครับ” ไนล์พูดอย่างภูมิอกภูมิใจ เขาดูมีความสุขมากที่ได้ทำอะไรให้แม่ผมทาน

“เอาๆ เราก็มานั่งกินได้แล้ว เดี๋ยวกินเสร็จแล้วจะได้ไปกัน”

ไนล์ลงมานั่งกินข้าว เราสองคนนั่งกินกันเงียบๆ แต่ผมกลับไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไหร่ ผมชอบที่ไนล์ไม่ใช่คนช่างพูดช่างจาอะไรมาก แค่ทุกครั้งที่ผมเหลือบมองเขา เขาจะเงยหน้าและส่งยิ้มตอบกลับมาเสมอ

“วันนี้พี่ภูจะกลับไปทำอะไรที่บ้านใหญ่หรอครับ หรือแค่กลับไปเยี่ยมคุณท่านเฉยๆ”

“ก็ไม่เชิง” ผมตอบพร้อมกับถอนหายใจน้อยๆ เมื่อคิดถึงเหตุผลจริงๆ ที่ต้องกลับบ้านวันนี้ “เห็นว่าแม่อยากให้ไปสังสรรค์ร่วมกับทีมโปรเจ็ค เหมือนแม่อยากจะคุยเรื่องความคืบหน้าของโครงการ แต่ไม่อยากจะให้เครียดเกินไป เลยเลี่ยงมาใช้การกินเลี้ยงแทน”

ไนล์ชะงักไปนิดหนึ่ง แต่แล้วก็เก็บอาการได้อย่างรวดเร็ว “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีคุณรันด้วยใช่ไหมครับ”

“อืม.. ก็คุณรันเธอเป็นที่ปรึกษาฯ”

ผมเห็นไนล์พยักหน้ารับเหมือนเข้าใจ แต่แววตาที่ลิงโลดกลับดูหม่นแสงลง

“คุณรันก็อยู่ส่วนคุณรัน เราก็อยู่ส่วนเรา ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปเผชิญหน้าถ้าไม่สะดวกใจ ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลหหรอก”

“ครับ” อีกฝ่ายรับปาก แต่พักหนึ่งก็เหมือนนึกขึ้นได้ เลยอ้อมแอ้มถามออกมา “หรือว่าไนล์จะไม่ต้องไป...”

“ไม่! ฉันบอกให้ไปก็คือไป” ผมแกล้งพูดเสียงเข้มตัดบท ให้ไนล์รู้ว่าห้ามปฏิเสธ ซึ่งผมก็ทำได้ดี เพราะไนล์ยอมรับปากในที่สุด

“ครับ ไปก็ไป” เจ้าตัวเล็กถอนหายใจเบาๆ ผมเลยต้องอธิบายว่าทำไมอยากให้เขาไปด้วยวันนี้

“แม่อยากเจอเรา เห็นท่านบ่นว่าคิดถึง ฉันก็เลยอยากพานายไปด้วย”

แววตาที่หม่นลงดูสดใสขึ้นมาทันตาพอผมว่าแม่ผมอยากเจอ นั่นเลยทำให้ผมรู้ว่าไนล์เองก็คงอยากจะเจอแม่ผมเหมือนกัน และสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือแววตาที่ทอประกายแบบนี้ของไนล์น่ามองกว่าแววตาหม่นเศร้าเป็นไหนๆ

และผมก็ไม่ชอบเห็นมันเลยสักนิด

“คุณท่านอยากเจอผมหรอครับพี่ภู?”

“ก็ใช่น่ะสิ” ผมย้ำ “ไปๆ รีบเอาจานไปเก็บได้แล้ว ละก็ไม่ต้องล้างหรอก วันนี้ฉันสั่งให้ป้ามลเข้ามาทำความสะอาดอยู่ เดี๋ยวทำอะไรเสร็จแล้วก็เตรียมออกได้เลย”

“ครับพี่ภู”

ไนล์รับคำด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ทำเอาผมอดยิ้มตามด้วยไม่ได้

.

.

.

ผมขับรถกลับมาถึงบ้านโดยใช้เวลาไม่นานนัก และทันทีที่รถจอดเทียบหน้าประตูบ้าน แม่ของผมก็เดินกึ่งวิ่งมาทันที ทำเอาผมอดแปลกใจไม่ได้ เพราะปกติแม่ก็ไม่เคยดีอกดีใจอะไรขนาดนี้เวลาผมกลับมาบ้าน แต่แล้วผมก็ต้องเลิกแปลกใจ เมื่อแม่วิ่งเข้าไปหาไนล์ แล้วโผเข้ากอดเจ้าตัวเล็กไว้แน่น ในขณะที่คนถูกกอดก็ยิ้มตาหยีจนน่าหมั่นไส้

“น้องไนล์เป็นยังไงบ้าง ฉันไม่ได้เจอเลย เป็นห่วงอยู่กลัวพี่ภูจะทำตัวไม่ดีใส่”

ไนล์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเหลือบมองผมเล็กน้อย..

จะว่ายังไง คือ.. ผมก็ทำตัวไม่ค่อยจะดีกับไนล์จริงๆ นั่นแหละ ถ้าเขาจะฟ้องแม่ ผมก็คงเถียงอะไรไม่ได้

“พี่ภูใจดีกับไนล์มากครับคุณท่าน คุณท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

ผมมองคนที่กำลังถูกแม่ลูบหน้าลูบตาด้วยความประหลาดใจ แต่คิดอีกทีก็สมกับเป็นไนล์ ทั้งที่ผมร้ายกับเขาสารพัดแต่เขาก็เลือกที่จะปล่อยผ่าน ไม่เก็บเอามาคิดแค้น หรือต้องบอกให้แม่ผมรู้ เขาไม่ใช่คนขี้ฟ้อง ขนาดโดนน้ำร้อนลวกมือเขายังไม่ปริปากหรือประท้วงบอกผมสักคำ

ผมถึงได้บอกว่าสมกับเป็นไนล์ดี

พอพูดถึงแผลที่ข้อมือไนล์ก็โชคดีเหลือเกินที่ตอนนี้มันหายเกือบจะสนิทแล้ว ไม่งั้นก็ต้องถูกแม่ซักแน่ๆ ว่มาไปทำอะไรมา ไนล์ถึงเจ็บตัวขนาดนั้น และผมก็ไม่แน่ใจเลยว่าถ้าแม่รู้ว่าไนล์เจ็บตัวเพราะถูกคุณรันแกล้ง ผลสรุปมันจะออกมายังไง ผมรู้จักแม่ตัวเองดี เพราะต่อให้คุณรันจะเป็นที่ปรึกษาฯ คนสำคัญของทีม แต่ถ้ามารังแกคนโปรดของแม่ ท่านต้องไม่เอาไว้แน่ๆ ผมรับรอง

ผมมองไนล์ที่เดินประคองแม่เข้าไปในบ้านด้วยสายตาที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก หลังจากคืนนั้น คืนที่เรามีอะไรกัน ไนล์ไม่เคยพูดถึงมันอีกเลย เอาเข้าจริงก็ถือว่าผิดจากที่ผมคาดพอสมควร ผมคิดว่าไนล์จะเรียกร้องนั่นนี่จากผม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผมที่เป็นคนแรกของเขาแล้ว เขาแทบจะสามารถแบล็คเมล์ผมได้เลยด้วยซ้ำ แต่ตรงกันข้ามไนล์กลับไม่ทำอะไรเลย ไม่เรียกร้องอะไรเลยสักนิด

ซึ่งนั่นทำให้ผมต้องเป็นฝ่ายเรียกร้องและเข้าหาเขาเอง

ผมไม่ปฏิเสธว่าผมติดใจ แต่ผมก็ไม่ได้กระหายอยากขนาดนั้น ไนล์ทำให้ผมอยากให้เกียรติเขา อยากทำดีกับเขา อยากเปิดใจให้เขา อยากจะให้เขายิ้มมากกว่าที่จะทำให้ขาร้องไห้เหมือนที่ผ่าน อย่างน้อยก็เพื่อไถ่โทษที่ทำไม่ดีกับเขา และก็เพื่อตอบแทนสำหรับช่วงระยะเวลาหนึ่งที่เราอยู่ด้วยกัน และเขาก็ดีกับผมเหลือเกิน

และที่ไม่อยากจะยอมรับแต่มันก็คือความจริงนั่นก็คือ ไนล์ทำให้ผมกลับมาเป็นผมที่ใกล้เคียงกับคนเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ

การเอาชนะใจผมด้วยความดีที่ไนล์เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะทำนั้น... ได้ผลจริงๆ

แม้ลึกๆ ผมจะยังติดใจเรื่องไอ้เทมส์อยู่ไม่น้อย แต่ผมก็พยายามจะปล่อยผ่าน ผมอาจจะสับสนเพราะไม่แน่ใจกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ แต่ในเวลานี้ตอนนี้ผมเลือกที่จะไม่คิดถึงมัน

เพราะว่าผมเลือกแล้วที่จะปล่อยให้เป็นอดีตของไนล์ ในเมื่อตอนนี้เขาเป็นคนของผม ผมก็จะให้เขาทิ้งอดีตต่างๆ ของตัวเองไว้ข้างหลังเสีย ถ้าตราบเท่าที่เขามีผทคนเดียว ผมก็จะยอมหลับตาสักข้าง แล้วปล่อยเรื่องเก่าๆ ทิ้งไป

ให้ปัจจุบันของเขามีแค่ผมคนเดียวพอ

“เอ้า พี่ภู รีบเดินมาเร็วลูก แม่จะพาน้องไนล์เข้าไปคุยในบ้านแล้ว”

แม่กวักมือพร้อมกับเรียกผมดังลั่น ให้ผมต้องรีบเดินตามท่านเข้าไป และต้องอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อตอนนี้ผมกลายเป็กมาหัวเน่าโดยสิ้นเชิง

“ครับๆ ผมมาแล้วครับแม่” ผมเดินไปถึงตัวแม่ ก่อนจะแกล้งเย้า “ตกลงใครลูกแม่กันแน่ครับ นี่ตั้งแต่ผมลงรถมาแม่ยังไม่แม้แต่จะหันมองผมเลยนะ”

แม่ผมส่งค้อนวงโตมาให้ ท่านไม่ได้สะทกสะท้านกับคำตัดพ้อหลอกๆ ของผมเลยด้วยซ้ำ แต่คนที่เลิ่กลั่กดูไม่สบายใจกลับกลายเป็นไนล์แทน

“เอ่อ คุณท่านอยู่คุยกับพี่ภูก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวไนล์ไปช่วยในครัวก่อน”

“แต่ฉันไม่ได้อยากคุยกับพี่ภูสักหน่อยนี่น้องไนล์ ฉันอยากคุยกับน้องไนล์มากกว่า ปล่อยพี่ภูไปเถอะ พี่ภูก็แกล้งพูดตัดพ้อไปงั้นแหละ ไม่ได้คิดจริงจังหรอกน้องไนล์”

พอผมเห็นไนล์ทำท่าจะแย้ง ผมเลยตัดสินใจเบรกก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่

“แต่ว่า…”

“ที่คุณแม่พูดน่ะถูกแล้ว… ฉันล้อเล่น นายคุยกับแม่ไปเถอะ” ผมพยักเพยิดไปยังถุงผ้าทีมีทัปเปอร์แวร์ใส่อาหารอยู่ด้านใน “ทำอาหารมาให้แม่ฉันไม่ใช่หรอ? เอาให้ท่านดูสิ”

ผมพาเปลี่ยนเรื่อง และดูเหมือนเรื่องนี้จะถูกใจแม่ไม่น้อย “น้องไนล์ทำอาหารมาให้ฉันหรอจ๊ะ?”

“ใช่ครับ ไนล์ทำมาหลายอย่างเลย ไม่แน่ใจว่าคุณท่านชอบไหม”

และดูเหมือนว่าเรื่องอาหารของไนล์จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตอนนี้ทั้งคู่พากันจูงมือเดินไปทางครัวแล้ว ท่าทางจะไม่ออกมากันง่ายๆ แน่ๆ

ผมมองรอบๆ บ้าน เห็นโต๊ะอาหารที่จัดอยู่ในสวนรอต้อนรับแขกที่จะมากันเย็นนี้ก็นึกไม่สบายใจขึ้นมานิดหน่อย ไหนจะคุณรัน ไหนจะไอ้เทมส์ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว

ก็ได้แต่ภาวนาให้การกินเลี้ยงเย็นนี้ผ่านไปด้วยดีก็แล้วกัน

.

.

.

To Be Continue

-----------------------------------------

ตอนแรกถือมีดมา ตั้งใจมากระซวกอิพี่ภูกับคุณรันเต็มที่ สักพัก.. เอามาตัดขาตัวเองแทน หวานจนเบาหวาลงขา ต้องตัดทิ้งแทนกระซวกไส้คน 55555555555555

ฝากติดแท็ก #พี่ภูของผม ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ ตอนนี้ทำพิธีไล่ผีออกจากพี่ภูแน้ววว จากนี้ก็จะมุ้งมิ้งกิงก่องแก้วนิดหน่อยยย ... แต่อยากขอให้ทุกคนเกียมมีดไว้ก่อน อย่าเพิ่งเอาไปเก็บ เพราะสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ 55555555555

แล้วเดี๋ยวตอนหน้ามากระซวกไส้นังคุณรันกันนน เจอกันตอนหน้านะคะ สักวันจันทร์ไม่ก็อังคารเนาะ ^^

ขอคนละคอมเม้นเหมือนเดิมน้าา เอาไว้เป็นกำลังใจ ชอบไม่ชอบไม่ชอบบอกได้นะคะ เราจะได้เอามาปรับปรุงและพัฒนาต่อ .. คำคอมเม้นท์ของพวกคุณมีค่าสำหรับเราเสมอค่ะ ยังคงยืนยันคำนั้นเสมออออ

รักครับ

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
นี่แหละอิตาพี่ภูรนก่อนเมื่อ10ปีก่อน
อบอุ่นขนาดนี้จะไม่ให้รักได้ยังไง

เชื่อเลยคนแบบนี้มีลูกเมื่อไรหลงหัวปักหัวปำแน่

รออ่านอยู่อีกน้าาาาาา

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
อาจจะผ่านไปด้วยดีแบบลากเลือดกันเลยก็ได้ พังไม่พังปาร์ตี้นี้ รอดูเลย 5555555 โอ๊ะโอ~~~เริ่มเป็นผู้เป็นคนแล้วเว้ย คิดได้คิดเป็น วอแวนัวเนียว่าที่เมียใหญ่เลยเห่อมากกับการได้เป็นเจ้าของ มีบงมีบอกว่าไปทำอะไรที่ไหนมา รายงานให้ฟังยิบ โอวววววว ความผีเริ่มออกจากตัวสินะ 555555 คนอย่างอิพี่ภูนี่ถ้าว่าได้รักคือทุ่มเทหมดหน้าตักนะ ความรักของคุณเขาจะสมน้ำสมเนื้อที่ไนล์อดทนต่อความผีบ้าและรักเดียวใจเดียวมาตลอดหลายปีหรือป่าว อันนี้ต้องรอดูต่อๆๆๆๆไปจ้า สนุกกกก ขอบคุณที่มาต่อยาวๆให้ได้อ่านกันค่า รรรรรร  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ PsapBBBB

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตอนนี้ให้คะแนนอิพี่ภู4.5ดาว ก็นะลูกเราชอบเขานิจะโกรธซักนิดยังไม่มีเลย รอดูตอนหน้าว่าจะยังไงกะยัยรัน เกียมไม้เกียมมือไว้ เกียมเรียกรถพยาบาลเลยนะค่ะ หึหึ :m16:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
รีบมานัาาา

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
เมื่อไหร่อิพี่ภูจะฉลาดซะทีค่ะ อดีตก็ปล่อยวางได้แล้วนะคะ อยู่กับปัจจุบันให้มาก ๆ น้องออกจะน่ารัก แล้วก็อย่าหูเบาด้วยนะคะ ตอนนี้อยากให้พี่ภูคิดถึงน้องที่ส่งเมล์ให้อยากให้พี่ภูกลับไปอ่านเมล์เก่า ๆ ของน้องแล้วอยากให้พี่ภูรู้เร็ว ๆ จริงว่าน้องคือคนเดียวกัน

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 271
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
อยากให้ไนล์มีการตอบโต้คืนแบบเล็กๆๆๆยายรันมากเลย เกลียดชะนีแบบนี้เพราะในชีวิตจริงเคยเจอ ดีที่เพื่อนชะนีเป็นคนทันคน ร้ายมาร้ายกลับไม่โกง
ปล.ตอนพี่ภูรู้ความจริงไม่เอาแบบดราม่านะ

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1811
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
สถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ ชักอยากเห็นเจ้าตัวเล็กแล้วซิ :katai2-1: :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-4
Universe 20th : คลี่คลาย


สนามหญ้าหน้าบ้านพี่ภูที่ก่อนหน้านี้เคยโล่งกว้าง บัดนี้ถูกตกแต่งด้วยโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ ส่วนด้านข้างก็มีอาหารหลากหลายชนิดวางเรียงราย เห็นว่าคุณแม่พี่ภูสั่งมาจากโรงแรมชื่อดัง โดยมีคนรับใช้ในบ้านเดินเข้าออกเตรียมความพร้อมให้วุ่น ในขณะที่ผมเองก็อยากจะเข้าไปช่วยพวกเขามาก เพราะไม่อยากให้พี่ภูสงสัย แต่คุณแม่ห้ามไว้พร้อมกับข้ออ้างที่ทำเอาผมปฏิเสธไม่ออก


‘ฉันอยากคุยกับน้องไนล์ อยากรู้พฤติกรรมพี่ภูว่าเป็นยังไง นี่ก็ไปอยู่ด้วยกันเกือบสองเดือนแล้ว’


พอผมทำท่าจะแย้ง พี่ภูก็กลับทำให้ผมประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อเขาสนับสนุนคำพูดของแม่ตัวเอง โดยไม่มีทีท่าประชดประชันสักนิด ตรงกันข้ามดูเห็นดีเห็นงามไปกับคุณแม่เลยด้วยซ้ำ


‘อยู่คุยกับแม่ไปนั่นแหละ มีคนช่วยเยอะแยะแล้ว ไม่ต้องกังวลหรอก’


ผลสรุปสุดท้ายผมก็เลยนั่งคุยกับคุณแม่ยาว ช่วงแรกที่พี่ภูนั่งอยู่ด้วยเราสองคนก็คุยกันเรื่องทั่วไป แต่พอพี่ภูขอตัวออกไปโทรศัพท์คนในทีมรวมทั้งคุณรันที่จะมาทานอาหารเย็นนี้ คุณแม่ก็เริ่มกอดและหอมแก้มผมทันที

“น้องไนล์ แม่ขอบคุณมากเลยนะคะ ขอบคุณที่น้องไนล์ทำให้พี่ภูยอมกลับมาทำงาน กลับมาช่วยงานแม่ ขอบคุณที่ทำให้พี่ภูกลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง แม่ไม่รู้จะพูดขอบคุณน้องไนล์ยังไง แต่แม่อยากให้น้องไนล์รู้ว่าน้องไนล์ทำให้แม่มีความสุขมาก ยิ่งได้เห็นพี่ภูวันนี้แม่ยิ่งมีความสุข เพราะตั้งแต่กลับมา เพิ่งจะมีวันนี้นี่แหละที่แม่รู้สึกว่าได้ลูกชายตัวเองคืนมาจริงๆ”

คุณแม่พี่ภูพูดทั้งน้ำตาคลอ พร้อมกับดึงผมเข้าไปกอด ไปหอมยกใหญ่ ในขณะที่ผมก็ได้แต่ยิ้มบาง ยอมให้ท่านกอดอยู่แบบนั้น จนท่านพอใจ ผมถึงได้ผละออก

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับคุณแม่” ผมยิ้ม ก่อนที่จะอธิบายตามความสัตย์จริง “อย่างที่ไนล์เคยบอกว่าที่จริงพี่ภูเองก็ตั้งใจจะกลับมาช่วยงานคุณแม่อยู่แล้ว ซึ่งมันก็มาได้จังหวะเพราะมีโปรเจ็คร่วมกับพี่เทมส์พอดี พี่ภูเลยตัดสินใจได้เร็วขึ้น… ไม่เกี่ยวกับไนล์หรอกครับ”

คุณแม่ส่ายหน้าทันทีที่ผมพูดจบ ท่านยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะเอ่ยในสิ่งที่ทำให้ผมค่อนข้างแปลกใจขึ้น

“แม่ไม่เถียงน้องไนล์นะคะเรื่องที่ว่าพี่ภูอาจจะตั้งใจกลับมาช่วยงานแม่อยู่แล้ว แต่ที่ว่าไม่เกี่ยวกับน้องไนล์เลยนี่ แม่ขอเถียงขาดใจ”

“เอ๊ะ…” ผมเอียงคอสงสัยได้ไม่นาน คุณแม่ของพี่ภูก็เอ่ยเฉลยอย่างอารมณ์ดีทันที

“ก็วันนั้นหลังจากที่พี่เทมส์ของเราไปหาพี่ภูของแม่ที่คอนโดเสร็จ พี่เทมส์ก็โทรมาล่าให้แม่ฟัง เล่าไปขำไป ขนาดแม่เองฟังยังขำเลย”

“ทำไมเหรอครับ?” ผมใจจดใจจ่อตั้งใจฟังเพราะอยากรู้ว่าตัวเองพลาดอะไรไป แล้วทำไมคุณแม่กับพี่เทมส์ถึงดูขบขันขนาดนั้น

“พี่เทมส์เค้าเล่าว่าพี่ภูน่ะ ทำท่าทางหวงเรายกใหญ่ เห็นพี่เทมส์ไปหามองเราคุยกับเราแล้วก็ทำตาขวางไม่หยุด” คุณแม่พูดด้วยน้ำเสียงล้อๆ ทำเอาผมแก้มร้อนไปหมด แต่ก็ไม่วายปฏิเสธ

“ไม่ใช่หรอกครับคุณแม่ พี่เทมส์ก็พูดเกินไป” ผมบอกปัดจริงจัง “วันนั้นพี่ภูคงจะรำคาญมากกว่าที่ไนล์เกะกะขวางหูขวางตาเลยไล่ให้ไปอยู่ในครัว พี่ภูคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นหรอก คุณแม่อย่าไปเชื่อพี่เทมส์เลยครับ”


‘ถ้ายังไงผมขอตัวไปทำอาหารต่อนะครับ ถ้าอยากได้อะไรพี่ภูกับคุณเทมส์ตะโกนเรียกได้ตามสบายเลยนะครับ'

'ไม่ต้อง นายทำอาหารไป ถ้าฉันหรือไอ้เทมส์เรียกจะเอาอะไรก็ให้ป้ามลออกมา ส่วยนายไม่จำเป็นไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามา เห็นแล้วหงุดหงิด’


แต่พอนึกถึงประโยคกับสายตาที่พี่ภูพูดเมื่อวันนั้นดีๆ แล้วผมก็ใจเต้นแรงแปลกๆ แอบยอมรับว่ารู้สึกดีไม่ได้

“อ่ะๆ ถ้าน้องไนล์ไม่ชื่อเรื่องนั้น แม่มีอีกเรื่องมายืนยัน แต่เรื่องนี้น้องไนล์ต้องไม่รู้แน่ๆ เพราะพี่เทมส์บอกว่าน้องไนล์ไม่ได้อยู่ตรงนั้น” คุณแม่พูดด้วยน้ำเสียงใส แถมประกายนัยน์ตายังหยอกล้อจนผมนึกเขิน ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเรื่องที่คุณแม่จะพูดคืออะไร

“มีอีกเรื่องงั้นหรอครับ?”

“ก็พี่เทมส์น่ะ พอเขาเห็นพี่ภูทำท่าทำทางเหมือนจะหวงเราแบบนั้น เขาก็เลยคิดแผนลองใจ เพราะอยากจะรู้ว่าสิ่งที่เขาสงสัยนั้นเป็นจริงไหม ก็เลยแกล้งบอกพี่ภูว่าถ้าพี่ภูจะยังไม่เข้าออฟฟิศก็ได้ไม่เป็นไร แต่ถ้าถึงเวลาต้องมาปรึกษางานพี่เทมส์จะมาหาพี่ภูที่คอนโดพี่ภูก็ต้องห้ามขัดข้อง เท่านั้นแหละ พี่ภูเปลี่ยนใจเข้าออฟฟิศแทบไม่ทัน”

คุณแม่ยิ้มกริ่ม แถมมองผมที่หน้าแดงลามไปยันหูแบบล้อๆ

“แล้วแบบนี้จะให้แม่กับพี่เทมส์คิดเป็นอื่นได้ยังไงล่ะคะ เพราะก่อนหน้านี้เคี่ยวเข็ญให้เข้าไปทำงานแทบตายไม่ยอม แต่พอเห็นพี่เทมส์กับไนล์สนิทสนมกันเข้าหน่อย ก็ยอมเปลี่ยนใจเสียเฉยๆ แม่ถึงได้บอกไงว่าต้องขอบคุณน้องไนล์น่ะถูกแล้ว”

ผมฟังสิ่งที่คุณแม่พูดด้วยหัวใจที่เต้นแรง แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามหาเหตุผลมาแย้ง เพราะไม่อยากคาดหวังและคิดไปเอง

“แต่มันอาจจะมี….”

“ชู่วว” คุณแม่จุ๊ปากสวนทั้งที่ผมยังพูดไม่จบประโยค พลางส่ายหน้ายิ้มๆ “น้องไนล์อย่าลืมนะคะว่าแม่เลี้ยงพี่ภูมากับมือ ส่วนพี่เทมส์เองก็เป็นเพื่อนสนิทพี่ภูมาแต่เด็ก ถ้าจะมีใครรู้ใจและรู้จักพี่ภูมากที่สุดก็คงไม่พ้นพี่เทมส์กับแม่ น้องไนล์เชื่อเถอะค่ะ”

แต่ถึงคุณแม่จะพูดแบบนั้น ใจผมก็ยังพยายามหาเหตุผลมาปฏิเสธ แม้ว่าตอนนี้หน้าผมจะแดงซ่าน แถมหัวใจยังเต้นแรงจนแทบจะหลุดจากขั้ว เพราะคำบอกเล่าของคุณแม่ก็ตาม

.

.

.

และแล้วงานเลี้ยงตอนเย็นก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ สนามหญ้าหน้าบ้านเริ่มมีแขกทยอยเข้ามาบางส่วน ผมยืนเตร็ดเตร่อยู่แถวๆ ไลน์อาหาร เผื่อจะช่วยหยิบจับอะไรได้ และเผื่อคุณแม่พี่ภูจะเรียกหาด้วย แต่กลายเป็นว่าคนที่เอาแต่จ้องมองมาที่ผมกลับกลายเป็นพี่ภูแทน แม้เขาจะพูดคุยกับคนในทีมอยู่ก็ตาม

“ไนล์!”

เสียงเรียกคุ้นหูทำให้ผมยิ้มออก เมื่อได้รับรู้ถึงการมาถึงของพี่ชายตัวเอง และพอผมหันไปพร้อมกับคิดว่าจะได้เจอใบหน้าคุ้นเคยยู่ในกรอบสายตาแน่ๆ แต่กลายเป็นจมูกของผมกระทบเข้ากับแผ่นอกแข็งแรงของใครสักคนแทน

“พี่ภู” ผมลูบจมูกตัวเองป้อยๆ ในขณะที่ช้อนสายตาเงยมองอีกฝ่าย และครางเรียกออกมา

“อืม ฉันเอง” เขาจับมือทผมที่ลูบจมูกออก ก่อนจะใช้ปลายนิ้วยาวๆ ของตัวเองจิ้มลงมาเบาๆ ตรงส่วนปลายที่น่าจะแดงพอสมควร “ขอโทษ ไม่คิดว่านายจะหันมาเร็ว”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บเท่าไหร่” ผมยิ้มยืนยันคำพูดตัวเอง

“งั้นไปตรงโน้นด้วยกันหน่อยสิ ไปดูอาหารหน่อย ฉันกลัวว่ามันจะไม่พอ”

ผมเอียงคอมองหน้าพี่ภูอย่างแปลกใจ เพราะมั่นใจว่าเช็คแล้วว่าน่าจะพอดีกับจำนวนแขกวันนี้ และยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไร พี่ภูก็ลากกึ่งจูงให้ผมเดินตามทันที และจากหางตาที่ผมเห็นไวๆ ก็คือพี่เทมส์กำลังเดินตามเราสองคนมาไกลๆ เขาดูงงเหมือนกันเพราะกำลังจะเดินเข้ามาหาผม แต่พี่ภูกลับพาผมเดินออกมาเสียก่อน

และพอเดินมาถึงไลน์อาหารอีกฝั่ง พี่ภูก็ทำท่าชี้นั่นชี้นี่ ซึ่งผมก็ทวนเช็คกับออเดอร์ที่โรงแรมให้มาก็พบว่าไม่มีอะไรขาด แต่ในขณะที่ผมกำลังจะถามพี่ภูนั้น เสียงเรียกพี่เทมส์ก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ไอ้ภู! มึงจะไปไหนเนี่ย? ให้กูเดินตามจนเหนื่อย”

พี่เทมส์เดินมายืนข้างๆ พี่ภูในที่สุด ก่อนที่จะมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างสงสัย พร้อมกับหอบเล็กน้อยเพราะเดินมาไกล

“กูมาเช็คอาหาร มึงจะเดินตามมาทำไม” พี่ภูชี้เข้าไปในบ้าน “ไปไหว้แม่กูนู่น เห็นว่าเข้าไปรับโทรศัพท์เมื่อกี้”

“กูไหว้แล้ว ไม่ต้องรอให้มึงมาบอกหรอก” พี่เทมส์มองหน้าพี่ภู แล้วสลับมามองหน้าผม และพอพี่เทมส์ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง พี่ภูก็ยกแขนขึ้นโอบไหล่ แล้วกระชับกอดผมเข้าหาตัวเองทันที

ผมรีบยิ้มแห้งส่งให้พี่เทมส์ เพราะเห็นพี่เทมส์มองแขนพี่ภูที่พาดบนไหล่ผมตาขวาง เลยพยายามต้องใช้สายตาอ้อนเพราะไม่อยากให้อาการหวงน้องของพี่เทมส์กำเริบ

“สวัสดีครับคุณเทมส์” ผมยกมือไหว้พี่ชายตัวเองอย่างนอบน้อม และพยายามส่งสายตาบอกให้เขาไม่ถือสาพี่ภู

“สวัสดีครับ” พี่เทมส์พยักหน้ารับไหว้ ก่อนจะถามเรียบๆ ไม่ให้ผิดสังเกต แต่น้ำเสียงนี่เย็นชาเป็นบ้า “ไงเรา สบายดีไหม?”

“สบายดีครับ แล้ว…” ผมอ้าปากค้าง เหลือบตามองคนข้างๆ ที่จู่ๆ ก็พูดแทรกขึ้นมาไม่บอกไม่กล่าว

“ไปดูคุณแม่ไปไนล์ เชิญท่านมาที่นี่ทีบอกแขกมาเยอะแล้ว” พี่ภูจับไหล่ผมแล้วหมุนตัวให้ผมหันไปทางประตูบ้าน พร้อมกับดันไหล่ผมเบาๆ ให้ออกเดิน “ไปตามแม่มาไป”

ผมออกเดินตามที่พี่ภูบอกก่อนจะแอบหันหลังมามองก็เห็นพี่ภูกำลังเข่นเขี้ยวใส่พี่เทมส์ ในขณะที่พี่เทมส์เองก็ยิ้มมุมปากน้อยๆ แบบที่ผมรู้ได้ในทันทีว่าพี่เทมส์ต้องคิดอะไรเจ้าเล่ห์ในใจแน่ๆ และสายตาล้อๆ ที่เทมส์แอบส่งมาให้ผมแวบหนึ่งนั่นแหละที่ยิ่งทำให้ผมมั่นใจ และอดหวนคิดกลับไปถึงเรื่องที่คุยกับคุณแม่พี่ภูไม่ได้

พี่ภูทำให้ผมกำลังได้ใจและคิดเข้าข้างตัวเอง ซึ่งนั่นก็เป็นครั้งที่สองของวันที่จู่ๆ ผมก็หน้าแดงซ่านและใจเต้นแรงอยู่ลำพัง

.

.

.


(อ่านต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-4
(ต่อจากด้านบน)


Kirin’s Part


หลังจากเป็นก้าง กันไอ้เทมส์ให้ออกห่างจากไนล์ได้ งานเลี้ยงก็เริ่มขึ้นตอนที่แม่ออกมากล่าวต้อนรับทุกคน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวที่คุณรันเดินเข้ามาในส่วนของสนามหญ้าพอดี ผมเหลือบมองไนล์ที่ยืนห่างออกไปนิดหน่อย เขามองหน้าผมแล้วพยายามยิ้ม แต่มันเป็นยิ้มที่แห้งแล้งและฝืดเฝื่อนน่าดู และผมก็รู้ว่าไนล์ไม่ได้รู้สึกดีอย่างที่แสดงออกเท่าไหร่ เขาแค่ไม่อยากให้ผมคิดมากและทำให้งานเลี้ยงของแม่หมดสนุก

ไนล์มักจะเป็นแบบนั้นเสมอ

“สวัสดีค่ะคุณครินยา คุณภู คุณเทมส์” เธอกล่าวทักทายสวัสดีแก่ทุกคนแต่กลับทิ้งสายตาอ้อยอิ่งไว้ให้ผม

ให้ตาย! ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปสักนิด

ผมพยายามอดทนและมองเห็นผลประโยชน์ของบริษัทเป็นที่ตั้ง ในเมื่อเหตุการณ์ที่ผ่านมาไนล์ไม่คิดจะติดใจเอาเรื่อง ผมเลยพอจะทำเป็นปล่อยผ่านไปได้ แต่ดูเหมือนคุณรันจะไม่ยอมปล่อยผมไปง่ายๆ แม้ว่าหลังๆ มานี้ผมพอจะหลีกเลี่ยงเธอได้บ้างโดยการเอาเรื่องงานมาอ้าง แต่ถ้าวันนี้เธอสร้างเรื่องหรือหาเรื่องไนล์อีก ผมคงยอมไม่ได้ และถ้าหากมันลุกลามใหญ่โตจนถึงขั้นที่ต้องบอกให้แม่รับรู้ ผมก็จะทำ เพราะมันคงเลี่ยงอะไรไม่ได้อีก

“สวัสดีค่ะคุณรัน เดี๋ยวยังไงเชิญนั่งก่อนนะคะ ตามสบายเลย เดี๋ยวดิฉันจะให้เด็กยกอาหารมาให้”

“ขอบคุณค่ะคุณครินยา”

คุณรันเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่คั่นระหว่างกลางที่ว่างอยู่สามตัว นั่นทำให้ผมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนั่งลงข้างเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในขณะที่ผมเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังกลั้นขำหน้าดำหน้าแดง


‘เชี่ยเทมส์’


ผมเลยสนองมันด้วยการขยับปากด่าแบบไม่มีเสียงออกไป

แม่ผมหันไปส่งสัญญาณให้เด็กๆ ยกอาหารเซ็ทแรกเข้ามาเสิร์ฟ ในขณะที่ผมต้องจ้องเขม็งไปที่ไนล์ และใช้การปรามด้วยสายตาว่าห้ามแม้แต่จะคิดเด็ดขาดที่จะเป็นคนยกบรรดาอาหารเข้ามา

โชคดีที่ไนล์มักจะเชื่อฟังเสมอเวลาผมดุ เจ้าตัวเล็กเลยเตร็ดเตร่อยู่แถวๆ ไลน์อาหารไม่เฉียดเข้ามาใกล้ ซึ่งก็ดีแล้วล่ะ เพราะผมจะไม่มีวันเปิดโอกาสให้คุณรันรังแกคนของผมได้อีก

“โปรเจ็คมิกซ์ยูสราบรื่นไปด้วยดีขนาดนี้ ทางเราต้องขอบคุณคุณรันมากเลยนะคะ ถ้าไม่ได้คุณรันช่วย คงไม่คืบหน้าไปเร็วขนาดนี้”

แม่ผมเริ่มเปิดบทสนทนาขึ้น ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มนอบน้อมจากคนถูกชมได้เป็นอย่างดี

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ รันก็แค่ให้คำปรึกษาเล็กๆ น้อยๆ แต่คุณภู คุณเทมส์ และคนในทีมมีแต่คนเก่งๆ งานก็เลยค่อนข้างจะไปได้ไว”

แม่ผมยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงหู ท่านค่อนข้างจะภูมิใจและพอใจที่งานชิ้นแรกของผมไม่มีอุปสรรคและก้าวหน้าไปด้วยดี โดยที่แม่ไม่ได้รู้เลยว่าอุปสรรคชิ้นสำคัญก็นั่งอยู่ตรงหน้านี่แหละ

คุณรันนี่คืออุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ผมยังไม่รู้เลยว่าจะอดทนกับเธอได้นานแค่ไหน

แต่เอาเถอะ ขอแค่ไม่วุ่นวายกับผมและไนล์มาเกินไป ผมก็คงจะพอหลับหูหลับตาทนได้แหละ ขอแค่ไม่เสียงานก็พอ

“ว่าแต่.. นั่นไนล์ เด็กที่ดูแลคุณภูที่คอนโดนี่คะ วันนี้ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้”

ดูเหมือนว่าจะยังไม่ทันขาดคำ คุณรันก็เริ่มเสียแล้ว ทำเอาผมต้องแอบคลึงขมับเพราะกำลังคิดว่าจะรับมือยังไงดี

“ใช่ค่ะ วันนี้พี่ภูเขาพามาด้วย เผื่อดึกดื่นจะได้ค้างที่นี่ไม่ต้องกังวล” คุณแม่ผมตอบรับ ก่อนจะนึกเอะใจ “ว่าแต่คุณรันเคยเจอไนล์ด้วยหรอคะ?”

คนถูกถามยิ้มบาง พร้อมเหลือบมองมาทางผมนิดหน่อย ดูเหมือนคำถามของแม่จะเข้าทางคุณรันไม่น้อย ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าคุณรันมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงรึป่าว ถึงได้พูดเรื่องไนล์ขึ้นมา แต่ลางสังหรณ์ของผมบอกผมว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องดี

“พอดีรันเคยบังเอิญเจอคุณภูที่ห้างตอนอยู่กับไนล์ด้วย เลยมีโอกาสได้รู้จักกันค่ะ”

“จริงหรอคะนี่ ดีจัง ไนล์เขาทำอาหารอร่อย ไว้ยังไงดิฉันจะเชิญคุณรันมาทานอาหารฝีมือไนล์ที่บ้านนะคะ”

“รันเคยลองทานแล้วค่ะคุณครินยา พอดีวันที่เจอกันคุณภูชวนรันไปทานมื้อเย็นที่คอนโด รันเลยโชคดีได้ชิมทั้งฝีมือไนล์ และฝีมือคุณภูพร้อมกันเลย”

พอคุณรันพูดจบเธอก็ยิ้มหวาน ในขณะที่แม่ผมสีหน้าเปลี่ยน คนในทีมรวมถึงไอ้เทมส์ดูตกตะลึงเล็กน้อย และตัวผมเองก็ยอมรับว่าอึ้งไปเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าคุณรันจะประกาศกลางโต๊ะอาหารแบบนี้

แต่ดูเหมือนแม่ผมจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้เร็วมาก แต่ก็ไม่วายขว้างค้อนวงโตมาให้ผม โดยมีไอ้เทมส์เป็นลูกคู่ ที่พยายามตั้งคำถามโดยการจ้องหน้าผมไม่เลิก

บอกแล้วว่าลางสังหรณ์ผมไม่พลาด แต่แค่ไม่คิดว่าเธอจะเปิดเกมเร็วขนาดนี้ ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย ด้วยซ้ำ

“อย่างที่คุณรันบอกแหละครับว่าบังเอิญเจอ ประกอบกับผมอยากเลี้ยวข้าวคุณรันด้วย ซึ่งคุณรันเองก็ว่างแค่วันนั้นวันเดียว เลยตกลงกันได้ว่าควรจะเป็นวันนั้นเลย” ผมอธิบายเนียนๆ แล้วแกล้งสำทับ “นี่ก็ว่าจะชวนทุกคนไปทานด้วยกันอยู่นะครับ แต่พอดีกับคุณแม่จัดงานสังสรรค์ขึ้นเสียก่อน”

คุณรันยิ้มฝืนๆ พอผมพูดจบ ในขณะที่แม่ผมนั้นดูพอใจกับคำตอบและการแก้สถานการณ์ของผมไม่น้อย ในขณะที่ไอ้เพื่อนสนิทเอาแต่กลั้นขำหน้าดำหน้าแดง ทำเอาผมคันปาก อยากด่ามันอีกรอบ

แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อแก้เกมคุณรันได้ ทุกอย่างก็น่าจะจบและไม่มีปัญหาอะไรอีก แต่ดูเหมือนว่าผมจะคิดผิด เพราะตอนนี้คุณรันกลับเบนเข็มไปหาไนล์แทน

“แต่จะว่าไป รันก็ประทับใจอาหารมื้อที่คุณภูเลี้ยงไม่น้อยเลยนะคะ เพราะนอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่รันที่ได้เปิดประสบการณ์ร่วมโต๊ะอาหารกับเด็กรับใช้ด้วย รันไม่แปลกใจเลยค่ะที่ใครๆ ก็บอกว่าคุณภูใจดี เพราะถ้าถึงขนาดให้เด็กรับใช้ทานอาหารร่วมโต๊ะได้ รันก็เชื่อสนิทใจเลยค่ะว่าคุณภูใจดีจริงๆ”

คุณรันหัวเราะนิดหน่อยหลังจากพูดจบ แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับเงียบสงบ โดยเฉพาะกับแม่ของผม

คนโปรดของท่าน แตะได้ที่ไหนล่ะ … ซึ่งดูเหมือนจะเป็นข้อเท็จจริงที่คุณรันไม่รู้และไม่ได้ทำการบ้านมา

“ดิฉันว่าคุณรันน่าจะเข้าใจผิดเรื่องการเรียกเด็กรับใช้มานั่งร่วมโต๊ะอาหารนะคะ” แม่พูดเสียงเย็น แต่คุณรันกลับไม่ได้รับรู้อะไร เพราะเธอเข้าใจไปอีกทาง

“ไม่เป็นไรค่ะคุณครินยา รันไม่ถือ รันร่วมโต๊ะกับเด็กรับใช้ได้ อย่างที่รันบอกไป รันเข้าใจดีว่าคุณภูใจดี ห่วงก็แต่แขกคนอื่นอาจจะไม่เข้าใจ ถ้าคราวหน้าคุณภูทำแบบนี้อีก”

คุณรันยิ้มพลางปรายตาไปที่ไนล์ที่ยืนอยู่ไกลๆ และครั้งนี้ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เห็น แต่คุณแม่กับไอ้เทมส์ก็เห็นด้วย และบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ไม่สู้ดีอยู่แล้ว ก็กลับยิ่งแย่ลงไปอีก

“ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันไม่ได้หมายความว่าเข้าใจผิดในเรื่องนั้น ที่ดิฉันบอกว่าคุณรันเข้าใจผิดก็คือไนล์ไม่ใช่เด็กรับใช้ค่ะ” แม่พูดเสียงเรียบและมองดุคุณรันอย่างน่ากลัว ในขณะที่ผมกับไอ้เทมส์กลั้นยิ้มและทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“คะ?”

“ดิฉันไว้ใจไนล์มากถึงได้ส่งให้ไปดูแลพี่ภู เพราะฉะนั้นสำหรับดิฉันแล้วไนล์ไม่ใช่เด็กรับใช้ เขาเป็นเด็กที่ดิฉันเอ็นดู ดังนั้น …” แม่ผมหยุดพูดพร้อมกับยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปหาไนล์แล้วกวักมือเรียก เจ้าตัวเล็กก็พาซื่อเดินเข้ามาหาแม่ผมทันที “การให้ไนล์ร่วมโต๊ะอาหารถือเป็นเรื่องปกติค่ะ และดิฉันก็คิดว่าควรทำเรื่องปกติที่ว่าตอนนี้เลย”

คุณแม่จบประโยคด้วยท่าทีเย็นชา และเป็นจังหวะเดียวกับที่ไนล์เดินมาถึงตัวท่านพอดี ซึ่งคุณแม่ก็รีบปรับสีหน้า เพราะไม่อยากให้คนโปรดของตัวเองสงสัยหรือรู้สึกไม่ดี

ในขณะเดียวกันนั้นคุณรันถึงกับยิ้มเฝื่อน และทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอแม่ผมโต้ตอบแบบนี้ เพราะดูเหมือนจะผิดแผนไปหมด ผมรู้ว่าที่คุณรันตั้งใจพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะให้แม่ผมต่อว่าเรื่องไนล์ และถ้าแม่เออออไปกับเธอ เรื่องน้ำร้อนลวกจะต้องเป็นเรื่องต่อไปที่เธอหยิบยกขึ้นมาพูดแน่ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนและคุณรันก็ฉลาดพอ เธอคงไม่หาเรื่องใส่ตัวเพิ่มหรอก

และยิ่งแม่ผมเป็นแบบนี้ด้วย ใครจะกล้าไปแตะคนโปรดของท่านกัน .. หึ!

“คุณท่านเรียกไนล์เหรอครับ”

“ใช่จ้ะ ฉันเรียกไนล์” คุณแม่ผมทำสัญญาณให้เด็กยกเก้าอี้มาวางทางด้านซ้ายของตัวเอง แต่แทนที่จะให้ไนล์ไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ยกมาใหม่ ท่านกลับพยักเพยิดให้ผมที่นั่งอยู่ทางด้านขวาของท่านติดกับคุณรันลุกขึ้น แล้วไปนั่งที่เก้าอี้มี่เพิ่งยกมาแทน

หึ!.. ใครว่าผมร้าย มาดูแม่ผมหน่อยเป็นไง เด็ดดวงกว่าผมเยอะ

ผมลุกขึ้นไปนั่งตรงเก้าอี้ด้านซ้ายของแม่ตามคำสั่ง ก่อนที่ท่านจะสั่งไนล์เสียงหวาน ในขณะที่คุณรันหน้าบึ้งแบบที่แทบจะเก็บอาการไม่ไหวแล้ว .. เธอไม่พอใจมากผมรู้

แต่ใครใข้ให้เธอไปแตะคนโปรดของคุณแม่ก่อนล่ะ

“นั่งสิไนล์ ทานข้าวเย็นกัน เรายังไม่ได้ทานอะไรใช่มั้ย”

“เอ่อ.. ครับ” ไนล์ดูอึกอัก “แต่ไนล์ว่า…”

“ไม่มีแต่ค่ะ ทานข้าวกัน ฉันอยากให้ไนล์นั่งลงทานด้วย ไนล์จะดื้อไม่ฟังที่ฉันขอเหรอ?”

ผมมองเจ้าตัวเล็กที่ทำหน้าเหรอหราอย่างน่าเอ็นดู โดยไม่ได้รู้เลยว่ามีสองตาอีกสองคู่จับจ้องผมอยู่เช่นกัน

คู่หนึ่งมองมาอย่างสังเกต และอีกคู่หนึ่งมองมาอย่างไม่พอใจ

“ก็ได้ครับ” ไนล์นั่งลงอย่างเสียไม่ได้ เจ้าตัวเล็กดูเกร็งมากอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่หันไปมองทางคุณรันเลย เอาแต่มองหน้าแม่ผม จนผมต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

“อ่ะ กินนี่ซะ” ผมตักอาหารไปวางในจานไนล์ ก่อนจะขยับปากบอกอีกฝ่ายแบบไม่มีเสียงตอนไนล์หันมามองผม “เลิกเกร็งได้แล้ว”

พอจบคำผมไนล์ถึงลงมือทานได้ ซึ่งการกระทำทั้งของผมและของไนล์อยู่ในสายตาแม่ทั้งหมด และนั่นก็ทำให้แม่ผมยิ้มกว้างและอารมณ์ดีกว่าที่เคย

“ทานเยอะๆ นะคะ ถือว่าฉันเลี้ยงแทนคำขอบคุณที่ดูแลพี่ภูให้ฉันเป็นอย่างดี” แม่พูดจบก็ยกมือขึ้นลูบหัวทุยของเจ้าตัวเล็กอย่างเอ็นดู

“ที่จริงไม่ต้องก็ได้นะครับ ไนล์เต็มใจแล้วก็ยินดีทำมากๆ” ไนล์ตอบอย่างนอบน้อม ทำเอาผมที่ไม่ได้ละสายตาจากเด็กตรงหน้ามาพักใหญ่ ก็ยิ่งจดจ้องไนล์ยิ่งกว่าเดิม

ทำไมผมถึงเพิ่งได้เห็นว่าไนล์น่ารักและอ่อนโยนขนาดไหน มันเป็นเพราะอคติที่บดบังอยู่ในใจทำให้อะไรๆ เหมือนไม่เคยชัดเจน และผมเองก็เอาแต่จ้องจะจับผิดไนล์ด้วย ดูอย่างวันนี้สิ ไนล์กับไอ้เทมส์ไม่ได้มีปฎิกริยาแปลกๆ อะไรต่อกันสักนิด ก็มียิ้มให้กันบ้าง ทักทายกันบ้าง แต่สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจที่สุดกลับเป็นสายตาที่ไนล์ใช้มอง


เขามองมาแค่ที่ผม เขาสนใจแค่ผม มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่เขาให้ความสำคัญ


และนั่นก็ทำให้ผมอิ่มใจ และมองไนล์ได้ชัดกว่าที่เคยด้วยสายตาและหัวใจที่ไม่เหมิอนเดิม

บางทีอาจจะต้องขอบคุณแผนน้ำร้อนลวกของคุณรัน ที่ทำให้ผมยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว และทำใจให้กว้างได้มากขึ้น

และผมก็ได้เห็นว่าไนล์น่ารักมากจริงๆ

“กินเข้าไปเถอะ อย่าพูดมาก” ผมแกล้งว่า แม้ประโยคจะดูไม่น่าฟัง แต่น้ำเสียงติดจะเอ็นดูจนแม่ผมยังกลอกตา นี่ไม่ต้องพูดถึงคุณรัน เพราะรายนั้นเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วเรียบร้อย “ผอมจนตัวเหลือนิดเดียว เดี๋ยวแม่ก็หาว่า ‘พี่’ ดูแลไม่ดีอีก”

ไนล์ตาโตเท่าไข่ห่านตอนได้ยินผมแทนตัวเองแบบนั้น แถมยังหน้าแดงก่ำเพราะเขินจนไปไม่เป็นอีกต่างหาก

ก็ช่วยไม่ได้แม่เป็นคนบอกเองว่าถ้าอยู่ต่อหน้าแม่ผมต้องแทนตัวเองว่าพี่แล้วเรียกไนล์ด้วยชื่อ ผมก็ทำตามที่แม่บอกอย่างเคร่งครัด ไม่ได้มีอะไรแปลกประหลาดเลยสักนิด หนำซ้ำยังทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับมาครึกครื้นอีกต่างหาก เพราะตอนนี้ทุกคนเอาแต่ล้อผมกับคำว่าพี่ที่เพิ่งใช้แทนตัวไป

แต่ดูเหมือนว่าจะเว้นไว้คนนึงที่ดูไม่เอ็นจอยกับอาหารมื้อนี้สักเท่าไหร่ … ก็อย่างที่บอกแหละว่าช่วยไม่ได้คุณรันหาเรื่องใส่ตัวเอง จะว่าไปผมก็ต้องขอบคุณเธอนะที่ทำให้อาหารมื้อนี้ผ่านไปอย่างราบรื่นมากกว่าที่ผมคิด

.

.

.

ตอนนี้งานสังสรรค์จบไปแล้ว และก็เป็นไปตามคาดที่คุณรันขอตัวกลับก่อนคนแรก และตอนนี้แขกคนสุดท้ายกำลังจะลากลับ ซึ่งก็พิรี้พิไรจนผมรำคาญ เลยออกปากไล่แทน

“มึงกลับไปได้ละไอ้เทมส์ ลีลาอยู่ได้ มันดึกแล้วนะ”

เพื่อนสนิทที่แสนจะกวนประสาททำท่าไม่รู้ไม่ชี้ มันยังนั่งปักหลักอยู่ในห้องนั่งเล่น แถมยังทำเหมือนมองหาใครสักคนที่ไม่ต้องเดาก็รู้

“ไนล์อยู่ไหน?” ผมหันไปถามเด็กในบ้านที่อยู่แถวนั้น พอเธอตอบว่าอยู่ในครัว ผมก็แกล้งพูดดังๆ ให้ไอ้เพื่อนเวรได้ยินด้วย “ไปบอกไนล์ว่าฉันสั่งว่าห้ามออกมาจนกว่าฉันจะอนุญาต”

เด็กรับใช้รับคำก่อนที่จะไปทำตามที่ผมสั่ง มีแต่ไอ้เทมส์ที่โวยวายลั่นเมื่อรู้ว่าถูกผมกีดกันซึ่งหน้า

“ไอ้ภู!! มึง!”

ผมยักไหล่ ทำเป็นไม่สนใจ … ก็บอกแล้วว่าตอนนี้ไนล์เป็นคนของผมแล้ว และผมก็ไม่ได้ใจกว้างมากพอที่จะแบ่งของๆ ตัวเองให้ใคร แม้คนๆ นั้นจะเป็นเพื่อนสนิทก็ตาม

“กลับไปตอนที่กูยังพูดดีๆ กับมึงก่อนที่กูจะโมโห” ผมพูดเสียงเรียบบ่งบอกว่าเอาจริง ซึ่งไอ้เทมส์ก็ดูฮึดฮัดไม่น้อย

“เออ!” มันสะบัดตูดลุก แถมยังมองผมด้วยสายตาไม่พอใจ และอาการของมันก็เริ่มทำให้ผมกรุ่นๆ

แม่ง! จะอยากเจอไนล์อะไรนักหนาวะ .. จากที่ไม่หงุดหงิดก็เริ่มจะหงุดหงิด ในอกมันงุ่นง่านไปหมด ยอมรับตามตรงเลยก็ได้ว่าหวง ก็คนของผมนี่!

“ไปเลยไป” ผมเอาหมอนขว้างไล่มัน ซึ่งมันก็ยอมกลับออกไปแบบไม่เต็มใจในที่สุด จนได้ยินเสียงรถมันแล่นออกไปนั่นแหละ ผมถึงได้เดินเข้าไปหาไนล์ในครัว แล้วก็ได้เห็นว่าไนล์กำลังง่วนอยู่กับการเก็บล้างอุปกรณ์ต่างๆ

ผมเดินเข้าไปกอดร่างเล็กจากด้านหลัง ไนล์สะดุ้งเฮือกก่อนจะหันมาเห็นว่าเป็นผมก็ยิ่งทำให้เด็กในอ้อมกอดของผมเลิ่กลั่กยิ่งกว่าเดิม

“พะ.. พี่ภู”

“เป็นอะไร” กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวไนล์ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าไปหอมแก้มนิ่มเบาๆ “ใกล้เสร็จรึยัง?”

คนในอ้อมกอดพยักหน้าเบาๆ ตอนนี้ทั้งตัวแดงก่ำไปหมดยิ่งทำให้น่าเอ็นดูยิ่งกว่าเดิม นี่ขนาดว่าโดนผมกอด ผมจูบมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนะ ไนล์ก็ยังคงเขินซ้ำๆ เหมือนยังไม่ชินสักที

“ใกล้เสร็จแล้ว.. ว่าแต่คุณท่านล่ะครับ ขึ้นไปพักผ่อนแล้วเหรอ?” ไนล์ถามผมกลับ สายตายังคงสอดส่องไปทั่ว นี่คงกลัวคนเห็นจะแย่ แต่ก็ไม่กล้าขัดใจผม

“อืม ขึ้นไปนอนแล้ว” ผมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น พร้อมกับจูบต้นคออีกฝ่าย

ไนล์พยายามหดคอหนีแต่ผมก็ตามไปจูบได้อยู่ดี จนเจ้าตัวเล็กต้องหาทางเปลี่ยนเรื่องนั่นแหละ ซึ่งดูเหมือนเรื่องที่ไนล์เปลี่ยนจะไม่ค่อยเข้าหูผมเท่าไหร่

“แล้ววันนี้คุณรันเธอจะไม่โกรธเอาหรอครับ ที่เรียกไนล์ไปร่วมโต๊ะแบบนั้น”

“คุณรันไม่มีสิทธิ์โกรธนาย แม่ฉันเป็นคนเรียกนายไปนะ” ผมพูดความจริง วิรัลพัชรไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดโกรธไนล์ด้วยซ้ำ เพราะเธอหาเรื่องก่อนเอง

“แต่ก็ถึงอย่างนั้นเถอะครับ ไนล์กลัวว่ามันจะกระทบกับงานของพี่ภู ไนล์ไม่อยากเป็นตัวปัญหาทำให้พี่ภูกับคุณท่านเดือดร้อน” เจ้าเด็กในอ้อมกอดผมพูดไปขมวดคิ้วไป ท่าทางจริงจัง “หรือจะให้ไนล์ไปขอโทษเธอดี”

“หยุดความคิดนายไว้แค่นั้นเลยถ้าไม่อยากให้แม่ฉันโกรธ” ผมถอนหายใจ ก่อนจะพูดกับไนล์เสียงเรียบ “นายไม่รู้หรอกว่าก่อนที่นายจะมานั่งน่ะ คุณรันพูดถึงนายยังไงบ้าง ฉันคงไม่ขอเล่า แต่เอาเป็นว่าไม่น่าฟังเท่าไหร่”

“เหรอครับ” เสียงไนล์ดูไม่สบายใจ ถ้าให้ผมเดาในหัวเล็กๆ นั่นคงกำลังคิดทบทวนว่าตัวเองทำอะไรไม่ดีไปบ้าง คุณรันถึงไม่ชอบ

ซึ่งผมอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่ามันก็เป็นแค่เพียงความอิจฉา ไม่อยากให้เขาเก็บเอามาคิดใส่ใจ

“เด็กดี” ผมจูบขมับเขาแรงๆ เพื่อรบกวนสมาธิและให้เขาเลิกคิด “ไม่ต้องคิดมาก มันไม่ใช่ความผิดของนาย คุณรันเธอล้ำเส้นก่อน แล้วก็อย่างที่รู้ว่านายน่ะ มันคนโปรดของแม่ฉันมากขนาดไหน กับลูกแท้ๆ อย่างฉัน แตะนายนิดเดียวแม่ฉันด่าเป็นวันๆ แล้วคนอื่นอย่างคุณรันจะไปเหลืออะไร”

“แต่ว่า…” ไนล์พยายามจะแย้ง แต่ผมไม่เปิดโอกาสให้เจ้าเด็กคิดมากได้ทำแบบนั้น

“ไม่เอาละ เลิกคุยเรื่องนี้ดีกว่า ขี้เกียจคุยละ ตอนนี้ฉันอยากทำอย่างอื่นมากกว่าคุยกับนาย”

ผมไม่พูดเปล่า แต่กระชับอ้อมแขนโอบรอบเอวบางของไนล์เอาไว้ ก่อนจะกดจูบที่ลาดไหล่คนตรงหน้าสลับกับลำคออย่างเอาแต่ใจ เล่นเอาเจ้าตัวเล็กขยับตัวยุกยิกเหมือนคนทำตัวไม่ถูก

“เอ่อ คือ.. พี่ภูครับ ปล่อยไนล์เถอะครับ เดี๋ยวมีคนมาเห็นแล้วจะเอาพี่ภูไปพูดถึงในทางไม่ดี”

ผมยิ้มบาง ไนล์ก็ยังคงไนล์ ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายถูกรังแก แต่กลับกังวลว่าคนที่เสียหายจะกลายเป็นผมเสียอย่างนั้น ในขณะที่ผมไม่คิดแบบนั้นเลยสักนิด .. ใครจะเห็นก็เห็นไป ดีเหมือนกันจะได้รู้ว่าไนล์เป็นคนของใคร

“ไม่มีใครเห็นหรอก เมื่อกี้ฉันเห็นป้าวรรณากับเด็กรับใช้คนอื่นๆ เดินกลับห้องพักด้านหลังกันไปแล้ว เหลือแต่นายนี่แหละที่ยังไม่เสร็จสักที”

“อ่าว ก็พี่ภูสั่งให้คนมาบอกว่าไม่ให้ไนล์ออกไปไม่ใช่เหรอครับ” เจ้าตัวเล็กทำหน้าเหรอหรา “ไนล์ไม่มีอะไรทำก็เลยถือโอกาสเก็บของมาล้างรอ”

เด็กน้อยที่แสนจะเชื่อคนง่ายตอบตามประสาซื่อ หน้าตาจิ้มลิ้มดูงุนงงไปหมด ให้ผมอดไม่ได้ต้องก้มลงไปฝังจมูกกับแก้มนิ่มๆ นั่นอีกรอบ

“ทำตามคำสั่งที่ฉันสั่งตลอดเลยงั้นสิ” ผมแกล้งถาม พร้อมกับแผนในใจที่ผุดขึ้นมาเงียบๆ “ถ้างั้นถ้าฉันสั่งนายอีกเรื่อง นายก็จะทำตามที่ฉันสั่งใช่มั้ย?

ผมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อถามจบ แต่ดูเหมือนไนล์จะไม่เห็น เพราะเจ้าตัวกำลังขมวดคิ้วมุ่นดูลังเลที่จะตอบ ถ้าให้ผมเดา สัญชาตญาณลึกๆ บอกให้ไนล์ไม่ไว้ใจผม

แต่ไนล์เคยขัดใจผมได้สักครั้งไหมล่ะ? … ไม่เคย

“พะ พี่ พี่ภูจะให้ไนล์ทำอะไรหรอครับ?”

ผมจับไนล์ที่ยืนหันหลังให้หันหน้ามาหา ก่อนที่ผมจะเท้ามือทั้งสองข้างลงบนขอบอ่างล้างจาน เลยทำให้เหมือนกับว่า ผมกักไนล์ไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง เจ้าตัวเล็กเองก็ยืนนิ่งแทบไม่ไหวติง

แต่ผมก็ยังคงไม่ตอบ เอาแต่ยืนมองไนล์ที่ทำตาโตแต่ไม่ยอมสบตาผมสักนิด แถมแก้มยังแดงก่ำ ปากก็เม้มแน่น จนผมนึกมันเขี้ยว เลยก้มลงประทับริมฝีปากตัวเองลงบนริมฝีปากสีระเรื่อของอีกฝ่าย ขบเม้มหลายๆ ที โดยใช้มือจับคางของไนล์เชิดขึ้นและปรับองศาใบหน้าของเราให้ถนัดมากขึ้น จนไนล์ยอมคลายปากออกและจูบตอบผมอย่างงกๆ เงิ่นๆ

ผมนึกชอบใจในความไร้เดียงสาที่อีกฝ่ายมี เลยค่อยๆ ละเลียดริมฝีปากบางอย่างค่อยเป็นค่อยไป และดูเหมือนว่าเด็กตรงหน้าจะใจกล้าขึ้นอีกนิดเมื่อพยายามจูบตอบผม และนั่นทำให้สัตว์ร้ายในตัวผมเหมือนถูกกระตุ้นให้ตื่น

ผมยกตัวไนล์ขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ด้านข้างถัดจากซิงก์ล้างจานในขณะที่ริมฝีปากของเรายังคงไม่ละออกจากกัน ผมไล้ลิ้นไปตามร่องริมฝีปากบาง พลางใช้ฟันขบสลับ ทำให้ไนล์เผยอริมฝีปากออกจากกันในที่สุด

ผมแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเด็กตรงหน้าทันที พร้อมกับโอบกอดอีกฝ่ายเข้าหาตัว ผมกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ในขณะเดียวกันก็ส่งลิ้นเข้าสำรวจในโพรงปากของอีกฝ่ายอย่างย่ามใจ ผมได้ยินเสียงหวานครางอย่างพอใจเมื่อผมตรงเข้าเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กๆ ของไนล์อย่างหยอกล้อ ผมกวาดต้อนเอาความหอมหวานจากไนล์ทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง และไนล์ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เราจูบกันอยู่แบบนั้น และดูเหมือนว่ายิ่งจูบเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกไม่พอ อยากได้อีก อยากให้เขาเป็นของผมอีก มันเป็นความต้องการที่ไม่จบไม่สิ้น แม้ผมจะมีเขาในอ้อมกอดก็ตาม

ผมตักตวงเอาความหอมหวานและช่วงชิงลมหายใจของไนล์มา จนเด็กในอ้อมกอดผมเริ่มตัวสั่น มือเขาที่เกาะอยู่บนไหล่ของผมบีบแน่น และเริ่มประท้วงเมื่อผมไม่ปล่อยให้เขาได้หายใจสักที ผมเลยต้องยอมผละออกจากริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นอย่างเสียดาย

แต่เอาเถอะ ยังไงคืนนี้ผมก็ต้องได้มากกว่านี้อยู่แล้ว

ไนล์ที่กำลังหอบหายใจ พยายามโกยอากาศเข้าปอดอย่างสุดความสามารถจนผมรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ไนล์ในตอนนี้ดูน่ารังแกมากกว่าเมื่อกี้เสียอีก

ดวงตากลมโตที่มีน้ำใสๆ คลออยู่ หางตาที่ยังชื้นน้ำ แก้มแดงก่ำ แล้วไหนจะริมฝีปากบวมเจ่อนั่นอีก

ผมอดใจไม่ไหวเลยก้มลงไปแตะจูบเร็วๆ ย้ำๆ อีกหลายรอบ ก่อนที่ผมจะเอ่ยบอกในสิ่งที่ต้องการให้ไนล์ได้ทำตาโตตกใจอีกรอบ…

“คืนนี้นายขึ้นมานอนห้องฉัน ฉันอยากอยู่กับนาย.. ทั้งคืน”

.

.

.

To Be Continue

-------------------------------------------------

เรียบร้อยโรงเรียนแม่พี่ภู กระซวกคุณรันแทนทุกท่านเรียบร้อย หายห่วง สบายใจได้จ้าาา 55555555

ต่อจากนี้ขออนุญาตพักรบเพื่อพบรัก ขอให้ทุกท่ายเก็บมีดเก็บพร้าไว้ใช้ในโอกาสต่อไปแทน ซึ่งจะมีอีกหรือไม่นั้น... ไม่สปอยล์ค่ะ แต่บอกได้นิดนึงว่ายังไม่เร็วๆ นี้แน่ อิอิ

ฝากติดแท็ก #พี่ภูของผม ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ คาดหวังไม่มากมาย ขอแค่คนละหนึ่งคอมเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจก็ยังดี ตอนนี้เราพยายามเร่งเขียนเพราะอยากแต่งให้จบไวๆ นี่ก็ลงได้อาทิตย์ละสองตอนแล้ว เพราะที่จริงเรามีสต็อคไว้หลายตอนพอสมควรเพราะกลัววีคไหนเขียนไม่ออกแล้วจะไม่มีลงให้อ่าน ถ้าเขียนได้จบได้ไว จะได้หมดปัญหาให้กังวล ยังไงเป็นกำลังใจให้เราด้วยน้าา แค่คนละคอมเม้นท์ก็ยังดีค้าบบบ

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และทุกกกำลังใจที่มีให้กันมาตลอดจนถึงตอนนี้นะคะ ขอบคุณมากๆ ไม่ว่าจะแค่หนึ่งคอมเม้นท์ หนึ่งคลิกไลค์ หรือหนึ่งคลิกวิว ก็ทำให้เราขอบคุณมากๆ แล้ววว

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าน้าาา เก็บมีดแร้วเกียมทิชชู่แทน อิอิ .. สักศุกร์ไม่ก็เสาร์นะคะ

รักทุกคนมากๆ จ้าาา <3

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
มองบนนนน

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1811
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
เจ้าตัวเล็กมาได้แล้วเด้ออออออ  :mew1: คุณพ่อคุณแม่หนูพร้อมแล้วจ้าาาา :katai2-1:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
เหอะๆหึๆ 555 เขายังไม่ได้เป็นแฟนกันใช่ไหม ตอนนี้ก็คือคู่นอนว่างั้น โอเค ทราบแล้วเปลี่ยนสถานะเร็วๆนะ ท้องก่อนแต่งชัวร์ 55555  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
ตัดฉึบเลยน้าาาาาา

ไหนๆๆพี่ภูจะทำอะไรน้องอีก

คัณแม่รู้จะว่าเอานะ
โอ้ยยยยยยอยากอ่านต่อเเล้วว

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
โว๊ะ รู้สึกยังไงกับน้องก็ยังไม่ค่อยชัดเจน คิดแต่จะเอาเปรียบน้องแบบนี้ไม่ได้นะ

ออฟไลน์ PsapBBBB

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สะใจในเรื่องยัยรันแต่ต้องมาเคียดเรื่องอิพี่ภูที่เอาแต่ได้และไม่ชัดเจน ถ้ารู้ความจริงจะเป็นยังไงน้าาาาาาาา รอติดตามสิค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Pe_no

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อีพี่ภู!!!! :mew2:

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-4
Universe 21st : อีกครั้ง


ผมเดินตัวสั่นมาที่ห้องพี่ภู ทั้งประหม่าทั้งทำตัวไม่ถูก ตอนแรกผมพยายามจะไม่ทำตามที่พี่ภูสั่งแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมหนำซ้ำยังขู่ผมอีกว่า


‘ถ้านายไม่ขึ้นมา ฉันจะลงไปนอนห้องนาย ได้ข่าวว่ากำแพงมันไม่เก็บเสียงด้วย แบบนี้ก็คง…’

‘ก็ได้ครับ ก็ได้ เดี๋ยวไนล์อาบน้ำเสร็จแล้วจะขึ้นไป’


ผมรู้ว่าพี่ภูไม่ได้ขู่ และเขาจะทำแบบที่พูดจริงๆ ซึ่งไม่ใช่ว่าผมจะไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในห้องนอนของพี่ภู แต่ผมก็ยังเดินเข้าไป ... เดินเข้าไปเพราะปฎิเสธไม่ได้ทั้งพี่ภู และปฏิเสธไม่ได้ทั้งหัวใจตัวเอง

ผมรักเขามากและเสียเขาไปไม่ได้ แม้จะเป็นการทำร้ายตัวเอง แต่ผมก็ยังดื้อดึงเหมือนคนโง่ที่ไม่ยอมรับความจริง

ตอนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ภูรู้สึกยังไงกับผม เขาอาจจะแค่รู้สึกสนุก รู้สึกแปลกใหม่ มากหน่อยเขาก็อาจจะหลงผม ผมที่เป็นของใหม่ ผมที่เขารู้สึกว่าท้าทาย และผมที่เป็นแค่ของง่ายๆ ที่เขาได้มา และอาจจะไม่เห็นค่า ไม่ได้รัก ไม่ได้อะไร

ในขณะที่ผมกลับตรงกันข้ามกับเขาทุกอย่าง

เพราะสำหรับผม ทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันคือความรัก และผมก็รู้สึกดีที่ได้มีช่วงเวลาแบบนี้กับพี่ภูเกินกว่าจะปฏิเสธความเป็นจริงในข้อนี้


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


ผมยกมึอที่สั่นเทาขึ้นเคาะประตูห้องพี่ภูอย่างกล้าๆ กลัวๆ และประตูก็ถูกเปิดผลั๊วะทันทีเหมือนกับว่าเขากำลังรอคอยการมาของผมอยู่ พี่ภูยิ้มกว้างตอนเห็นผมยืนอยู่ตรงหน้าให้ผมต้องยิ้มตอบ เขาคว้าตัวผมเข้าไปในห้องพร้อมกับกอดเอาไว้หลังจากปิดประตูล็อคห้องเรียบร้อยแล้ว

หลังจากพี่ภูกอดผมไว้ เขาก็ก้มลงมาหอมแก้มและจับผมฟัดไม่หยุดจนกระทั่งเราสองคนมาจบลงบนเตียงนอน

“หอม.. หอมไปหมด” พี่ภูพึมพำ ทั้งที่ลากจมูกไปทั่วหน้าผม แม้แต่ซอกคอก็ไม่เว้น “ทำไมนาน นายปล่อยให้ฉันรอ”

เขาจ้องหน้าผมพร้อมกับถาม “คือไนล์..”

“นี่ฉันกะว่าถ้าอีกสิบนาทียังไม่มา ฉันตามลงไปฟัดนายถึงในห้องนายแน่” พี่ภูว่า พลางฉกริมฝีปากลงมาจูบปากผมแรงๆ “อย่าได้คิดว่าฉันไม่กล้าเชียว”

ผมไม่ได้ตอบอะไร เพราะพี่ภูเอาแต่จูบย้ำๆ ลงบนริมฝีปากผม จนพี่ภูผละออก ผมเลยตัดสินใจเอ่ยขอ เพราะอย่างน้อยผมก็ควรรักตัวเองบ้าง แม้จะรักพี่ภูแค่ไหนก็ตาม

“พี่ภูครับ… เอ่อ คือไนล์ขออะไรได้ไหมครับ”

“หื้ม? เอาอะไร ว่ามาสิ” เขาถามทั้งที่กำลังง่วนอยู่กับการแกะกระดุมเสื้อนอนผม

“พี่ภู.. คือพี่ภูมีถุงยางไหมครับ ไนล์อยากขอให้พี่ภูใส่ถุงยาง”

พี่ภูชะงักมือที่กำลังแกะกระดุมเสื้อผมทันที คิ้วเข้มขมวดมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาแสดงถึงความไม่พอใจเล็กน้อย และผมก็รู้ดีว่าพี่ภูกำลังไม่ชอบใจกับคำขอของผม เพาะมันเหมือนกับว่าผมกำลังไม่ไว้ใจเขา

“ถุงยางน่ะมี!” พี่ภูกระชากเสียงตอบ “แต่ถ้านายไม่อยากมีอะไรกับฉันเพราะไม่ไว้ใจ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ถุงยางหรอก บอกฉันตรงๆ ได้ ฉันจะไม่ฝืนใจทำอะไรนายทั้งนั้น”

พี่ภูทำท่าจะผละออก ทำเอาผมที่ตอนนี้เสื้อนอนหลุดลุ่ยเพราะกระดุมถูกแกะออกไปหลายเม็ดแล้วถึงกับผวาลุกขึ้นนั่ง แล้วยึดข้อมือใหญ่ของพี่ภูไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้างของตัวเอง

“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ!” ผมละล่ำละลักตอบ “ไม่ใช่ไนล์ไม่ไว้ใจพี่ภู แต่ไนล์.. ไนล์…”

สมองผมประมวลหาคำตอบเร็วจี๋ ผมจะพูดได้ยังไงว่ากลัวตัวเองจะท้อง ความลับนี้ต่อให้ตายผมก็จะไม่บอกพี่ภูเด็ดขาด ผมไม่อยากให้เขารังเกียจหรือมองผมเป็นตัวประหลาด แต่ถ้าจะให้เลยตามเลยไม่ใส่ถุงยาง ผมก็ต้องกินยาที่อาหมอให้มาอีก ซึ่งอาหมอก็ย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ให้กินบ่อยหรือกินติดๆ กัน เพราะอาจจะมีอาการข้างเคียงอะไรที่คาดเดาไม่ได้

และในขณะที่หาทางออกอย่างหนัก ผมก็คิดออก แม้คำตอบมันจะน่าอายไปสักนิด แต่มันก็น่าจะพอฟังขึ้นและมันก็เป็นข้อเท็จจริงที่ผมเคยประสบมาแล้วด้วย

“ช่างเถอะ ไม่ตัองฝืนใจหรอก ใส่เสื้อผ้าดีๆ แล้วลงไปนอน…”

“คือ.. ไนล์ทำความสะอาดไม่ถนัดครับ คราวที่แล้วก็ต้องทำตั้งหลายครั้งกว่าจะเอาออกมาหมด!” ผมหลับหูหลับตาตอบเร็วจี๋ และความเงีบบที่ได้รับก็ทำให้ต้องค่อยๆ เงยหน้ามองพี่ภูช้าๆ และก็ต้องเห็นว่าเขากำลังกลั้นยิ้มอยู่

“โถ่เอ๊ย เด็กน้อย” พี่ภูก้มลงมากัดปลายจมูกผมเบาๆ ทำเอาผมต้องยู่หน้าใส่เพราะตั้งตัวไม่ทัน

“ไนล์พูดจริงๆ นะครับ ก็.. ก็ ไนล์ไม่เคยทำ ไนล์ไม่ถนัด” ผมพูดแก้ตัวเสียงเบา อายก็อายที่ต้องมาพูดแบบนี้

“ถึงได้บอกไง ว่านายน่ะมันเด็กน้อย”

พี่ภูว่าเคล้าเสียงหัวเราะ ก่อนจะเอื้อมมือไปที่ลิ้นชักหัวเตียง แล้วหยิบซองเล็กๆ สี่เหลี่ยมออกมาพร้อมขวดเจล จากนั้นเขาก็เอาซองสี่เหลี่ยมที่ว่ามาวางบนมือของผม

“เอ๊ะ…” ผมทำท่าสงสัยพร้อมกับแก้มที่แดงก่ำ เพราะรู้ว่าซองที่ว่าคือซองอะไร

“ฉันใส่ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า… นายต้องใส่ให้ฉัน ตกลงไหม?”

พี่ภูพูดพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ผมแทบจะร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าข้อแม้ของพี่ภูช่างยากเหลือเกิน และเหมือนพี่ภูจะรู้ว่าผมจะพูดอะไร เขาเลยพูดแทรกขึ้นมาก่อนตอนผมกำลังจะอ้าปาก

“ไม่ยากหรอกเดี๋ยวฉันสอน เพราะคืนนี้นายไม่น่าจะได้ใส่ให้ฉันรอบเดียวแน่ๆ”

ผมหน้าแดงก่ำเม้มปากแน่นตอนได้ยินอีกฝ่ายบอกแบบนั้น

… โอ๊ยยยย พี่ภู นี่มันอะไรกันเนี่ย

.

.

.

ผมนอนระทวยอยู่ใต้ร่างของพี่ภูเพราะถูกปลุกเร้า คนตัวโตกว่ายังคงป้อนจูบผมไม่หยุด เขาขบเม้ม ดูดดึงริมฝีปากผมซ้ำๆ จากที่แค่จูบอย่างอ่อนโยนค่อยเป็นค่อยไปก็ทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

พี่ภูใช้ฟันขบเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของผม ให้ผมต้องเผยอปากออก ลิ้นร้อนของอีกฝ่ายแทรกเข้ามากวาดต้อนหยอกล้อไปทั่ว ในขณะที่ผมเองยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะส่งลิ้นของตัวเองเข้าไปเกี่ยวกระหวัด และพี่ภูก็เหมือนรู้ เขาเลยเป็นคนส่งลิ้นเข้ามาหยอกย้อและรัดรึงลิ้นของผมเอง ให้ผมได้แต่ครางฮือในลำคอด้วยความพอใจ

พี่ภูหลอกล่อผมด้วยจูบ และมันก็ได้ผลเสมอ…

ผมชอบจูบของเขา ชอบเวลาเราจูบกัน โดยเฉพาะจูบที่อ่อนโยน จูบที่เขาและผมอยากให้มันเกิดขึ้น

ผมยกแขนขึ้นคล้องคอพี่ภูที่ตอนนี้ผละริมฝีปากออกจากปากของผมแล้ว แต่กำลังง่วงอยู่กับซอกคอและลาดไหล่ของผมแทน เขาลากริมฝีปากแตะจูบช้าๆ ไปแทบจะทุกตารางนิ้ว จนผมรู้สึกมวนในช่องท้องไปหมด ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไร แต่ที่แน่ๆ คือมันไม่ได้รู้สึกแย่ ในทางตรงกันข้ามผมกลับแหงนเงยลำคอ เพื่อให้พี่ภูสัมผัสได้ถนัดมากขึ้น

พี่ภูลากริมฝีปากลงมาเรื่อยจนถึงกระดูกไหปลาร้า ในขณะที่มือใหญ่ก็ปลดกระดุมเสื้อเม็ดที่เหลือของผมจนหมด เขาผละออกตอนที่พยายามจะถอดเสื้อของผม ผมเลยต้องให้ความร่วมมือด้วยการแอ่นอกขึ้น แค่เท่านั้นพี่ภูก็ดึงเสื้อนอนออกจากตัวผมแล้วเหวี่ยงลงข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนที่คนตัวโตกว่าจะทำให้ผมสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจและไม่ทันตั้งตัวเมื่อเขาก้มลงครอบริมฝีปากลงบนยอดอกของผม พลางไล้เลียราวกับเป็นของหวาน ให้ผมหลุดเสียงครางประหลาดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“อ๊ะ.. อื้อ”

คนเจ้าเล่ห์เหลือบตาขึ้นมามองหน้าผมที่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่ รู้แต่ว่ามันร้อนไปหมด มันเสียวปลาบเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งวนไปทั่วไปร่าง เป็นความอึดอัดทรมานบนความรู้สึกดี

และดูเหมือนพี่ภูจะรู้เขาถึงรังแกผมซ้ำๆ ด้วยการใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดอกอีกข้างที่ตอนนี้มันแข็งตึงและชูชันให้ผมต้องหลุดเสียงน่าอายซ้ำๆ ราวกับไม่ใช่เสียงของตัวเอง

“อ๊ะ.. พี่ พี่ภู”

พี่ภูยอมละริมฝีปากออก แต่ก็ใช่ว่าเขาจะยอมหยุด เพราะเขาสลับมาดูดเลียยอดอกอีกข้างราวกับกลัวว่ามันจะน้อยหน้า เขาทำแบบนั้นอยู่จนพอใจ ก่อนจะจับผมนอนราบทั้งที่หายใจหอบ ร่างทั้งร่างแดงก่ำ และไร้เรี่ยวแรง โดยมีพี่ภูที่กำลังถอดเสื้อของตัวเองออกมองอย่างพอใจ และผมก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพี่ภูลดใบหน้าลงไปจูบแถวๆ ท้องน้อย ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ผมเผลอรูดกางเกงผมออกจากเอวตลอดจนมันหลุดจากข้อเท้า แล้วเขาก็เหวี่ยงมันลงไปข้างเตียงตามเสื้อไปติดๆ

และผมก็เหลือแค่กางเกงชั้นในติดร่างเพียงตัวเดียว

“เด็กดี.. นายเป็นเด็กดีรึป่าว หื้ม?”

พี่ภูกลับมาคร่อมร่างผมอีกครั้ง เขาจูบลงบนแก้มผมแรงๆ ก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างของผมคล้องคอตัวเอง และพอผมมองสบตาเขา พี่ภูก็ก้มลงจูบปลายจมูกผมเบาๆ ตอนนี้ผมแทบไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหน รู้แค่ว่ามันร้อนไปหมด และผมก็ไม่อยากให้พี่ภูหยุดแค่นี้

“นะ ไนล์…ไนล์เป็นเด็กดีครับ”

“เด็กดีต้องได้รางวัลถูกไหม”

ผมสบตาอีกฝ่ายนิ่ง ความต้องการมันตีรวนไปหมด พี่ภูเองก็มองหน้าผมไม่ละสายตา เขาสบถอะไรอยู่สองสามคำ ก่อนที่จะก้มลงมาจูบผมอย่างร้อนแรง ทำเอาผมแทบหายใจหายคอไม่ทัน พี่ภูกวาดต้อนช่วงชิงเอาความหอมหวานและลมหายใจผมไปจนหมดสิ้น ก่อนที่จะยอมละฝีปากออก พลางลากริมฝีปากไปทั่วแก้ม แล้วไปจบที่การขบเบาๆ ลงบนติ่งหูของผม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่ภูล้วงมือเข้าไปใต้ชั้นใน แล้วจับแก่นกายที่ตอนนี้เริ่มขยายและปวดหนึบเพราะแรงอารมณ์ของผม เขาสาวรั้งไม่กี่ทีมันก็ตั้งชันตอบรับ เหมือนกับทุกความรู้สึกแล่นไปรวมอยู่ที่กึ่งกลางร่างกายผมทั้งหมด มันเสียวสะท้านจนเผลอหลุดเสียงประหลาดออกมาอีกครั้ง

“อะ.. อ๊า”

มันรู้สึกมากเกินไป จนตัวผมสั่นไปหมด ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ไม่เคยถูกปลุกเร้าหรือถูกเล้าโลม ไม่เคยแม้แต่จะให้ใครมาจับ และถึงแม้นี่จะเป็นครั้งที่สองระหว่างผมกับพี่ภู มันก็เป็นครั้งที่สองที่แตกต่างจากครั้งแรกมาก เพราะครั้งนี้ผมมีสติครบถ้วนดี ดังนั้นเมื่อพี่ภูค่อยๆ สาวรั้งแก่นกายให้ผม ด้วยความเขินอายผมเลยเผลอยื่นมือไปรั้งข้อมือของพี่ภูไว้ พลางมองเจ้าของมืออย่างร้องขอ แต่เขาก็ไม่คิดจะให้ความเห็นใจผมสักนิด หนำซ้ำยังส่งเสียงปรามดุผมอีกต่างหาก

“ชู่ววว ไหนว่าเป็นเด็กดีไง”

ผมปล่อยมือจากข้อมือพี่ภูอย่างกล้าๆ กลัวๆ และทันทีที่มือเขาเป็นอิสระ พี่ภูก็ขยับสาวรั้งแก่นกายผมช้าๆ สลับเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ผมนอนตัวบิดเร้า หายใจหอบเร็วตามจังหวะการชักนำของพี่ภู และเขาก็ยิ่งทำให้ผมคลั่งอีกเมื่อเขาใช้นิ้วโป้งขยี้ส่วนหัวซ้ำๆ จนสะโพกผมลอยคว้างไม่ติดที่นอน เสียงครางน่าอายไม่ได้ศัพท์ดังไปทั่วห้อง ผมแทบจะไม่กล้าคิดเลยว่าเสียงครางพวกนั้นเป็นเสียงของตัวเอง

“อ๊ะ .. อ๊า”

พี่ภูขยับข้อมือเร็วขึ้น เป็นจังหวะมากขึ้นเมื่อเขาเริ่มจับทางได้ว่าแบบไหนที่ทำแล้วผมรู้สึกดี ผมมวนในช่องท้องไปหมด เหมือนมีกระแสไฟแปลบปลาบวิ่งไปทั่วร่าง แล้วพอถึงจุดหนึ่งหน้าท้องของผมก็เริ่มหดเกร็ง ปลายเท้าจิกแน่น ลมหายใจถี่กระชั้น และพี่ภูก็คงสังเกตเห็น เขาเลยเร่งจังหวะข้อมือเร็วขึ้นเรื่อยๆ สลับกับใช้นิ้วโป้งขยี้ส่วนปลายที่ปริ่มน้ำใสซ้ำๆ จนกระทั่งภาพในหัวสมองของผมขาวโพลน ร่างทั้งร่างเหมือนลอยขึ้นไปในอากาศ ความสุขสมแล่นพล่านไปทั่วทั้งอก และเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมตัวกระตุกปลดปล่อยตัวตนออกมาจนเลอะมือพี่ภูและเปียกชื้นที่ชั้นในเป็นวงกว้าง

“อาาาาาห์”

ผมหอบหายใจแรงเนื้อตัวแดงก่ำ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าผมรู้สึกดีมากๆ ในขณะที่พี่ภูเอาแต่จ้องมองผมอย่างเอ็นดู เขาก้มลงมาจูบที่ขมับชื้นเหงื่อของผมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างอ่อนโยนให้ผมนึกอายเกินกว่าจะตอบตรงๆ ได้

“นายชอบไหม หื้ม? มีความสุขรึป่าว?”

เขาถามก่อนจะก้มลงจูบไหปลาร้า ไล่เรื่อยมาจนถึงไหล่ ผมทั้งเก้อเขินทั้งอ่อนแรงเลยตัดสินใจพยักหน้าตอบอายๆ ตอนที่พี่ภูเงยหน้าจากไหล่ผมขึ้นมาสบตา เขายิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาเป็นประกายวาววับ ก่อนที่จะจับมือเล็กของผมไปวางตรงกลางร่างกายของตัวเองที่มีกางเกงนอนขายาวขวางกั้นอยู่

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของมันอยู่ดี

“พะ..พี่ภู”

“เด็กดี..มันต้องการนาย” เขากระซิบบอกผมที่ข้างหู ผมร้อนไปทั้งหน้าเพราะความอาย

แต่ถึงจะอายผมก็อยากจะลอง ผมอยากทำให้พี่ภูมีความสุขเหมือนกับที่เขาทำให้ผมมีความสุข

“ไนล์ไม่เคย .. ตะ แต่ไนล์อยากลองทำ อยากลองทำให้พี่ภู”

และเท่านั้นเหมือนความอดทนของคนตรงหน้าผมจะหมดลง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะรูดกางเกงนอนและกางเกงชั้นในออกจากตัว จากนั้นเขาก็กระโจนขึ้นมาบนเตียงอีกครั้ง พี่ภูนั่งยืดขาอ้ากว้างก่อนที่เขาจะจับผมลุกขึ้นนั่งหันหน้าเข้าหาและให้ผมนั่งทับลงไปบนหน้าขาของตัวเอง เขาจับขาของผมเกี่ยวเอวเขาไว้ ซึ่งการนั่งแบบนี้มันล่อแหลมมาก แก่นกายของเราแทบจะแนบชิด ติดที่ว่าผมยังไม่ได้ถอดชั้นในของตัวเองออก และพอผมก้มลงไปมองที่กึ่งกลางร่างกายของอีกฝ่ายผมก็ต้องตาเหลือกโต กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท่อนเนื้อของพี่ภูใหญ่มาก ใหญ่ทั้งๆ ที่มันยังไม่ถูกปลุกเร้าเต็มที่ แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เรามีอะไรกัน แต่มันเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้สัมผัสมันอย่างใกล้ชิด

ผมค่อยๆ ยื่นมือไปแตะมันอย่างไม่มั่นใจ แต่แล้วพี่ภูก็ยื่นมือมาประคองมือผมไว้แล้วเอามือผมไปวางบนแก่นกายตัวเอง จากนั้นเขาก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมลำพัง

“ขยับสิไนล์ ช้าๆ .. นั่นแหละ แบบนั้น..”

ผมค่อยๆ ขยับข้อมือสาวรั้งตามที่พี่ภูบอกเป็นจังหวะเนิบนาบในคราวแรก แต่พอได้ยินเสียงครางสลับสูดปากของอีกฝ่ายก็เหมือนสัญชาตญาณลึกๆ ในตัวผมก็บอกว่าผมต้องทำอะไรต่อ ผมเริ่มขยับข้อมือเร็วขึ้นแต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร่งจังหวะ และก็พยายามเลียนแบบในสิ่งที่พี่ภูทำด้วยการใช้นิ้วโป้งขยี้ส่วนหัวซ้ำ จนเหมือนผมได้ยินเสียงขบฟันกรอดจากพี่ภู

และกว่าจะรู้ตัวอีกทีพี่ภูก็ก้มลงไปงับยอดอกสีอ่อนของผมแล้ว เขาดูดดันมันจนผมเจ็บตึงและเริ่มมีอารมณ์ร่วม ผมเลยเผลอจยับข้อมือเร็วขึ้น จนแก่นกายของพี่ภูตั้งชัน แต่ดูเหมือนกับว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองเสร็จเพราะมือของผม

พี่ภูจับผมนอนราบลงบนเตียงอีกครั้ง เขายกสะโพกผมขึ้นแล้วรูดกางเกงชั้นในผมออก แก่นกายของผมเริ่มขยายและปวดหนึบเพราะมีอารมณ์ตอนถูกพี่ภูดูดยอดอก เขามองแก่นกายของผมตาวาว ทำอาผมที่ถูกจ้องถึงกับหน้าร้อน และพยายามหนีบขาเข้าหากันเพราะความอาย

“พี่ภู ไม่เอาครับ.. อย่ามอง”

เขายิ้ม ก่อนจะยื่นหน้ามาจูบปากผมเบาๆ ในขณะที่มือก็รั้งแก่นกายผมไปด้วย “น่ารักออก”

พี่ภูผละออกหลังจากพูดจบก่อนจะอ้าขาผมออกกว้าง เขาหยิบหมอนมารองใต้สะโพกผมไว้ และแทรกตัวเข้ามานั่งตรงกลางระหว่างขาผม พร้อมกับฉวยเจลที่วางอยู่ไม่ไกลมาไว้ในมือ เขาจับขาทั้งสองข้างของผมตั้งฉากกับเตียงนอนก่อนที่สัมผัสเย็นๆ จะถูกชะโลมทั่วช่องทางด้านหลังของผมที่ลอยเด่นเห็นได้ชัดจากมุมของพี่ภู ผมจะหนีบขาเข้ามาก็ไม่ได้เพราะตัวพี่ภูขวางอยู่และเขาก็ไม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น

ผมสะดุ้งในคราวแรกเมื่อเนื้อเจลเย็นๆ สัมผัสเข้ากับช่องทางด้านหลัง และก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อนิ้วแกร่งของพี่ภูที่ชะโลมเจลจนทั่วแล้วกำลังแทรกเข้ามาช้าๆ ผมถดตัวหนีทันทีโดยอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมกำลังจะเข้ามาในร่างกาย แต่พี่ภูก็ใช้มืออีกข้างที่ว่างจับสะโพกผมไว้แน่นไม่ยอมให้หนี เขาก้มลงมาจูบผมสลับกับดูดยอดอกเพื่อเบนความสนใจ

“อย่าเกร็งเด็กดี.. อย่าเกร็ง ถ้าเกร็งมันจะทำให้นายเจ็บนะ”

พี่ภูเอ่ยปลอบ ซึ่งมันก็ได้ผลพอสมควร เพราะพอผมถูกทั้งพี่ภูจูบ พี่ภูปลอบ ผมก็ดิ้นรนน้อยลง นั่นทำให้พี่ภูค่อยๆ แทรกนิ้วแรกของตัวเองเข้ามาในตัวผมได้สำเร็จ ผมสะดุ้งเฮือกมันอาจจะไม่ได้เจ็บแต่มีจุกๆ แน่นๆ อยู่บ้าง และพี่ภูก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าเขาแทรกนิ้วที่สองกับที่สามที่เปียกชุ่มเจลเข้ามาตามลำดับ จนนิ้วทั้งสามของพี่ภูเข้าไปอยู่ในตัวผมเรียบร้อย เล่นเอาผมขยับตัวไม่ได้อยู่พักหนึ่งกว่าจะปรับตัวได้ โดยมีพี่ภูคอยจูบปากสลับดูดยอดอกให้อย่างเอาใจ และอยากให้ผมผ่อนคลาย ได้มากขึ้น

และพอผมเริ่มอยู่ตัว พี่ภูก็ค่อยๆ ขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ ก่อนจะหมุนวนหาอะไรบางอย่าง ทำเอาผมครางเสียงหลง และก็ต้องตัวกระตุกเมื่อนิ้วของพี่ภูสัมผัสเข้ากับจุดๆ หนึ่ง และเหมือนเขาเองก็จะรู้เลยงอนิ้ว แล้วครูดเข้ากับผนัง หมุนวนกระแทกนิ้วซ้ำๆ เข้ากับจุดที่ว่า ทำเอาสะโพกผมลอยคว้างเพราะความเสียวซ่าน เสียงร้องครางหลุดออกมาจากลำคอแทบไม่เป็นภาษา ความรู้สึกที่ผมไม่เคยพบล้นปรี่ขึ้นมาเต็มอก ในขณะที่พี่ภูก็ยังคงหมุนวนนิ้วซ้ำๆ ราวกับจะเอาใจ

“อื้อ .. พี่ภู อ๊ะ..”

“ตรงนี้ใช่ไหม หื้ม? ตรงนี้ใช่รึป่าวไนล์?”

ผมไม่ได้ตอบเอาแต่ครางไม่ได้ศัพท์แถมยังแอ่นสะโพกรับจังหวะที่พี่ภูกระทั้นนิ้วเข้ามา จากความจุกแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านที่ผมไม่เคยได้รับ พี่ภูก้มลงมาจูบผมอย่างเร่าร้อนและรุนแรง บ่งบอกอารมณ์ภายในของเขาได้ดีว่าเป็นอย่างไร

และในขณะที่ผมกำลังเคลิ้มกับรสสัมผัสที่พี่ภูมอบให้จู่ๆ เขาก็ถอนนิ้วออก ผมรู้สึกเหมือนถูกฉุดล่วงให้ตกลงมาจากท้องฟ้า อารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านเหมือนถูกขัดจังหวะ ทำให้ผมเผลอตวัดตามองเขาด้วยความไม่พอใจ และยิ่งปฏิกริยาที่ผมได้รับจากพี่ภูยิ่งทำให้ผมงอแงใส่เขาไม่รู้ตัว

“หึ! ไหนว่าเป็นเด็กดีไง” เขาก้มลงมางับริมฝีปากผมเบาๆ ก่อนจะจับแก่นกายร้อนๆ ของตัวเองมาถูไถตรงช่องทางด้านหลังของผม “หน้าที่ของเด็กดีต้องทำอะไรนะ?”

พอจบคำของพี่ภูซองสี่เหลี่ยมเล็กๆ ก็ถูกวางลงบนมือผม เขาจับผมลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะยืนเข่าตรงหน้าผม ให้ผมต้องก้มหน้าเขินเพราะแก่นกายที่ตั้งชันของเขาอยู่ที่ระดับสายตาของผมพอดี

ผมฉีกซองด้วยมือสั่นเทา และหยิบถุงยางออกมาด้วยท่าทีงกเงิ่น พี่ภูเลยต้องช่วยจับมือผมครอบถุงยางลงบนแก่นกายของตัวเองที่ตั้งชันจากปลายจนสุดโคน ก่อนที่พี่ภูจะก้มลงมาจูบขมับผมเบาๆ ราวกับจะให้คำชม

และพี่ภูก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เขาจับผมนอนราบอีกครั้งพร้อมกับข้าอ้าผมออกว้างแล้วแทรกตัวเขาเข้ามาตรงกลางระหว่างขาผม และผมก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อท่อนเนื้อร้อนๆ ที่ตอนนี้ทั้งขยายใหญ่และตั้งชันเพราะแรงอารมณ์ค่อยๆ ถูกกดเข้ามาในช่องทางช้าๆ แต่เพราะขนาดมันใหญ่กว่าช่องทางที่พี่ภูเบิกทางไว้ ทำให้ผมเจ็บร้าวทันทีแม้จะเข้ามาแค่ส่วนปลาย จนผมต้องพยายามถดสะโพกหนี แต่พี่ภูก็ใช้มือข้างที่ว่างรั้งไว้แน่น

“ไนล์.. เจ็บ”

“ทนหน่อยไนล์ ทนเพื่อฉันหน่อยนะ...”

ผมกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บพอได้ยินพี่ภูบอกนั้น และค่อยๆ กดท่อนเนื้อเข้ามาในช่องทางแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเจ็บบรรเทาลงเลย มันรู้สึกเหมือนส่วนล่างของผมแทบจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ ผมน้ำตาไหลทันทีที่ส่วนหัวเข้ามาได้ ซึ่งพี่ภูก็คงสังเกตเห็น เขาเลยก้มลงมาจูบผมอย่างเอาใจ สลับกับก้มลงดูดดุนยอกอกของผมเพื่อเบนความสนใจ ซึ่งมันก็ได้ผลพอสมควร เพราะตอนนี้แก่นกายของพี่ภูถูกดันเข้ามาในตัวผมจนสุดลำ พร้อมๆ กับเสียงครางต่ำของพี่ภูที่ดังอยู่ข้างหูผม

ผมเจ็บจนจุก น้ำตาไหลพรากแต่ไม่กล้าส่งเสียงร้องสักแอะ ผมนึกขอบคุณที่ภูแช่ตัวอยู่แบบนั้นไม่ยอมขยับ เขาพยายามจูบซับน้ำตาผมที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย ในขณะที่ตัวเขาเองก็ขบกรามแน่นเพราะกำลังอดทน เนื่องจากรู้ว่าผมยังปรับตัวไม่ได้ ซึ่งอย่าว่าแต่ปรับตัวไม่ได้เลย ตอนนี้ผมเจ็บจนแทบจะไม่สามารถมีอารมณ์ร่วมกับพี่ภูแล้วด้วยซ้ำ

แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาทีผมก็ได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด

“ไนล์” พี่ภูก้มลงมากระซิบชิดริมฝีปากผม พร้อมกับจูบเบาๆ เมื่อเวลาผ่านไปพักหนึ่ง “ฉันต้องขยับแล้ว เพราะนายรัดฉันแน่นมาก อึก!.. ไม่งั้นฉันต้องเสร็จตอนนี้แน่ๆ”

เขาจูบผมแรงๆ ก่อนจะผละออก เราสบตากันนิ่งและผมก็รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ตอนนี้พี่ภูเหงื่อแตกพลั่ก ใบหน้าดูอดกลั้นแถมสันกรามยังถูกขบจนนูน ผมนึกเห็นใจที่เขาอดทนรอเพราะกลัวว่าผมจะเจ็บและยังปรับตัวไม่ได้เลยตัดสินใจว่าจะลองให้พี่ภูขยับ เพราะรู้สึกว่าช่วงล่างมันไม่ตึงเท่าตอนแรกแล้ว

ผมยึดแขนที่ภูที่เขาเท้าอยู่ข้างตัวผมเพื่อพยุงตัวเองเอาไว้แน่น และทันทีที่ผมพยักหน้าก็ดูเหมือนว่าความอดทนของพี่ภูจะขาดสะบั้นลงทันที

เขากระแทกแก่นกายเข้ามาในตัวผมอย่างเนิบนาบในตอนแรกเพราะคงอยากให้ผมคุ้นชิน ผมกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อความเจ็บแล่นพล่านขึ้นมาอีกครั้ง พี่ภูคงเห็นเลยก้มลงมาจูบผมอย่างร้อนแรง ในขณะที่มือของผมจิกลงบนแขนของพี่ภูจนจมเล็บ และเขาก็ยังคงกระแทกกายเข้าหาผมอย่างต่อเนื่อง แล้วตอนไหนไม่รู้ที่ความเจ็บแปรเปลี่ยนไป เมื่อท่อนเนื้อของพี่ภูกระแทกเข้าตรงจุดๆ นึงในผนังอ่อนนุ่มที่โอบรัด และนั่นก็ทำให้ผมหลุดเสียงครางและขมิบตอดแก่นกายของพี่ภูทันที

เขายิ้มในหน้าเมื่อรู้ว่าตรงไหนที่จะทำให้ผมมีความสุข เขากระแทกกายย้ำๆ จากที่เนิบนาบในคราวแรกก็เป็นจังหวะมากขึ้นและแรงขึ้น พี่ภูละริมฝีปากออกจากปากผม แล้วก้มลงกัดยอดอกของผมที่ตอนนี้แดงก่ำและแข็งตึง เขากระซิบบอกถ้อยคำลามก แต่กลับกระตุ้นอารมณ์ผมได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ

“อ๊า.. อ๊ะ อ๊ะ”

“ครางอีกไนล์ ร้องอีก... อึก! บอกให้ฉันซิ.. ว่าใคร อะ.. ใครกำลังอยู่ในตัวนาย” เขากระแทกใส่ผมแรงๆ จนตัวผมสั่นคลอน แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกดีมากกว่าที่ผมคิด

“อื้อ.. พี่ภู พี่ภูของไนล์”

พี่ภูสบถคำหยาบคายทันที่ที่ผมพูดจบ เขาโถมกระทั้นตัวใส่ผมเร็วขึ้นและแรงขึ้น ตอนนี้แก่นกายของผมตั้งชันและปวดหนึบโดยที่ไม่ได้ถูกเล้าโลมเลยสักนิด ผมกำลังมีอารมณ์ร่วมเพียงเพราะถูกพี่ภูสอดใส่โดยที่ไม่ได้แตะต้องท่อนเนื้อของผมเลยด้วยซ้ำ ผมพยายามจะเอื้อมมือไปสาวรั้งแก่นกายของตัวเองเพราะมันอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว แต่พี่ภูกลับไม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น

เขายึดมือทั้งสองข้าของผมไว้เหนือหัวด้วยมือของเขาข้างเดียว ในขณะที่อีกมือก็จับขาผมอ้ากว้างมากขึ้น เขากระแทกเข้ามาอย่างรุนแรงจนตัวผมสั่นคลอนไปหมด ผมเสียวสะท้านเหมือนมีกระแสไฟแล่นพล่านอยู่ในร่าง มันร้อนไปหมดจนแม้แต่ความเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องก็เอาไม่อยู่

เสียงร้องครางของผมดังผสมไปกับเสียงหยาบโลนของผิวเนื้อที่กระทบกัน พี่ภูยังคงกระแทกเข้ามาอย่างแรงและเร็ว สลับกับก้มลงดูดยอดอกที่แข็งตึงของผม จนส่วนปลายของแก่นกายของผมปริ่มน้ำใส หน้าท้องผมกระตุกเกร็ง ปลายเท้าจิกแน่น หัวสมองขาวโพลน เสียงหวีดสุดท้ายที่หลุดออกจากลำคอของผมถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำขุ่นขาวที่ทะลายทะลักจนเลอะหน้าท้องของพี่ภูเต็มไปหมด

“อาาาาาาห์”

ผมนอนหอบหมดแรงแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่กับพี่ภู เขาจับขาผมอ้าออกอีกครั้งพร้อมกับกระแทกเข้ามาอย่างหนักหน่วงและเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้น เสียงครางต่ำๆ ของคนเหนือร่างทำให้ผมต้องเหลือบตาแอบมองอย่างอดไม่ได้ พี่ภูในเวลานี้ดูเซ็กซี่มาก ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยอารมณ์ เขาดูมีความสุขที่ได้อยู่ในตัวผมจนผมนึกเขิน

และในจังหวะสุดท้ายพี่ภูที่เร่งความเร็วมากขึ้นก็ถอนแก่นกายออกจนเกือบสุดก่อนจะกระแทกกลับเข้ามาใหม่แรงๆ จนอารมณ์ที่ดับมอดไปแล้วของผมเหมือนถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง เขาทำแบบนี้อยู่สองสามครั้งจนครั้งสุดท้ายที่เขากระแทกกลับเข้ามาตัวเขาเกร็ง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยว สันกรามถูกขบแน่นจนนูน พี่ภูคำรามต่ำ ก่อนที่ผมจะรู้สึกถึงความอุ่นร้อนในตัวแม้จะมีถุงยางกั้นอยู่ก็ตาม

“อาาาาาห์”

 พี่ภูซบลงมาบนอกผมหลังจากปลดปล่อย เขาจูบเบาๆ ไปทั่วราวกับจะขอบคุณ ผมนึกเขินและอยากจะบอกให้พี่ภูถอนตัวออกก่อน แต่สัญชาตญาณบางอย่างกำลังบอกผมว่าทุกอย่างในคืนนี้มันน่าจะแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

และเมื่อพี่ภูดึงแก่นกายของเขาออกมาจากช่องทางเพื่อรูดถุงยางที่ใช้แล้วออก และผมก็ได้รู้ว่าตัวเองคิดไม่ผิด เพราะเจ้าท่อนเนื้อของพี่ภูดูไม่ได้จะสงบลงสักนิด มันยังคงตั้งชันและผงาดอยู่อย่างนั้นราวกับเมื่อกี้ไม่ได้ปลดปล่อย

“ไนล์.. มาฝึกใส่ถุงยางให้คล่องมา”

ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเห็นสายตาและได้ยินน้ำเสียงของพี่ภู … คืนนี้จะจบลงตรงไหนผมไม่รู้เลย

.

.

.


(อ่านต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-4
(ต่อจากด้านบน)


ผมตื่นขึ้นมาตอนรุ่งสางด้วยอาการเมื่อยขบ ก่อนจะพยายามลุกขึ้นให้เงียบที่สุด ผมแทบไม่ได้นอนเลยทั้งที่เพลียมาก เพราะกังวลและกลัวมากว่าจะตื่นไม่ทัน ผมไม่อยากให้คุณแม่ของพี่ภูและคนในบ้านเห็นว่าผมออกมาจากห้องพี่ภูตอนเช้าตรู่ เพราะมันเดาความหมายได้อย่างเดียวว่าผมหายเข้าไปทั้งคืนในห้องนั้น ผมไม่ค่อยอยากให้คนมองพี่ภูไม่ดีสักเท่าไหร่

แต่พอผมขยับตัวออกจากท่อนแขนที่วางพาดอยู่บนเอว คนที่กอดผมอยู่ก็ส่งเสียงครางฮืออย่างไม่ชอบใจ ก่อนที่จะกระชับวงแขนดึงรั้งให้ผมลงไปนอนตามเดิม

“จะไปไหน? ยังไม่เช้าเลย” พี่ภูว่าพลางกดจมูกลงบนหัวไหล่ผม เขาจูบเบาๆ แต่ทำเอาผมร้อนไปทั้งตัว เพราะตอนนี้ร่างกายเปลือยเปล่าของเรากำลังแนบชิดกันไปทุกส่วน

“ไนล์จะกลับห้องครับ เดี๋ยวเช้าแล้วถ้ามีคนตื่นมาเห็นว่าไนล์ออกจากห้องพี่ภู พี่ภูจะดูไม่ดี”

“แล้วทำไมไม่กลัวคนอื่นมองนายไม่ดีบ้างล่ะ นายเสียหายนะเรื่องนี้” พี่ภูถามทั้งที่ตายังปิดสนิท แต่ริมฝีปากของเขากลับซุกซนเหลือเกิน

“ไนล์เป็นแค่เด็กรับใช้ ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่พี่ภู...” ผมตอบตามความเป็นจริง ไม่ได้ประชดประชันอะไร ด้วยสถานะของผมกับของเขาในตอนนี้มันเป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่พี่ภูพูดสวนออกมาทำให้ใจผมฟูไม่น้อย

“ห้ามคิดแบบนั้นนะไนล์ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหน แต่คนที่ถูกรังแกคือนายไม่ใช่ฉัน แล้วฉันจะเป็นคนเสียหายได้ยังไง หื้ม?”

ใจผมเต้นรัวจนเจ็บอก แม้รูปประโยคจะดูดุแต่น้ำเสียงที่พี่ภูใช้ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน อ่อนโยนจนผมคิดว่าผมกำลังได้พี่ภูคนเดิมกลับมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเพ้อพก แม้พี่ภูจะไม่คิดอะไร แต่ผมก็ยังไม่อยากให้ใครเห็นอยู่ดีโดยเฉพาะคุณแม่ ผมไม่อยากให้ท่านผิดหวังในตัวผมที่ทำตัวไม่น่ารัก ใจกล้าเดินเข้ามาในห้องให้พี่ภูรังแกเต็มที่ ดังนั้นผมควรที่จะลุกแต่งตัวและลงไปนอนห้องข้างล่างได้แล้ว

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ คุณท่านต้องไม่ชอบใจแน่ๆ ถ้าเห็นไนล์ออกจากห้องพี่ภู ไนล์ว่า…”

“แม่ไม่อยู่ ออกไปต่างจังหวัดเมื่อสักชั่วโมงที่แล้วได้มั้ง” พี่ภูพูดสวนขึ้นมาก่อนที่ผมจะได้ทันพูดจบ และเขาก็ต้องขยายความเมื่อเห็นผมทำหน้าสงสัยกึ่งไม่เชื่อ “ท่านบอกฉันไว้ตั้งแต่เมื่อคืนในงานเลี้ยง”

“แต่ยังมีป้าวรรณาอีก…”

ผมยังคงมีปัญหาไม่เลิกจนพี่ภูน่าจะนึกรำคาญ เขาถึงพลิกตัวขึ้นมาคร่อมผม ก่อนจะจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วก้มลงมาจูบหน้าผม จูบปาก จูบไปทั่วจนผมจั๊กจี้

“เดี๋ยวฉันจะบอกป้าวรรณาเองว่าให้นายขึ้นมาช่วยเก็บของตั้งแต่เช้า ทีนี้มีปัญหาอะไรอีกไหม?”

ผมส่ายหน้าดิก นอนตัวแข็งทื่อเพราะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ดุนดันอยู่ตรงหน้าขา เกรงว่าถ้าผมยังทำตัวเป็นเจ้าหนูมากเรื่องอยู่ จากที่จะได้นอนพักคงไม่ได้นอนแน่ เพราะตอนนี้ผมรับไม่ไหวแล้ว พี่ภูเล่นงานผมทั้งคืนเลย

“ดี… ว่าแต่ยังเจ็บหรือยังขัดอยู่ไหม?” เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงพี่ภูอ่อนโยนจนผมนึกเขิน

“ไม่เจ็บแล้วครับ แต่ยังมีขัดๆ ตึงๆ บ้าง ถ้าได้พักสักหน่อยคงดีขึ้น” ผมตอบอายๆ และก็เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

พี่ภูจูบแก้มผมแรงๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ แล้ววาดแขนโอบเอวผมไว้เหมือนเดิม จะต่างจากเดิมตรงที่เขากระชับอ้อมกอด กอดผมไว้แน่น

“งั้นก็พักซะ เลิกถามเลิกกังวลใจได้แล้ว” พี่ภูชะโงกหน้ามาจูบริมฝีปากผมเบาๆ ก่อนจะแกล้งขู่ “ละถ้ายังไม่เลิกเป็นเจ้าหนูช่างสงสัย นายจะไม่ได้พักแน่ ถุงยางยังเหลืออีกเยอะเลย เอาไหม?”

พอจบคำขู่เท่านั้นแหละผมก็ปิดปากฉับหลับตาปี๋ ซุกหน้าเข้าหาอกพี่ภูทันที ผมได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะผล็อยหลับไปเพราะความอ่อนเพลียที่สะสมมาทั้งคืน

.

.

.

เราสองคนตื่นขึ้นมาอีกทีตอนสายๆ เพราะมีเด็กรับใช้มาเคาะประตูเรียกให้พี่ภูลงไปทานข้าว พี่ภูบอกปัดว่าจะออกไปหาทานข้างนอก เขาให้เหตุผลกับผมว่าถ้าทานที่นี่ผมคงไม่ยอมร่วมโต๊ะกับเขาแน่ และพี่ภูก็ไม่อยากนั่งทานคนเดียว เราสองคนเลยออกจากบ้านเพื่อกลับคอนโดตอนใกล้ๆ เที่ยง โชคดีที่ป้าวรรณาไม่ได้ซักถามอะไรเพิ่ม หลังจากที่พี่ภูบอกว่าให้ผมไปช่วยเก็บห้อง และตอนนี้เราก็มาอยู่ที่ห้างประจำแถวๆ คอนโด พี่ภูถามผมทันทีหลังจากที่จอดรถเรียบร้อย

“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม ฉันตามใจนายวันนึง” พี่ภูพูดยิ้มๆ เขาดูอารมณ์ดีจนผมไม่อยากขัดใจ

“คือหลังทานข้าวสร็จ ไนล์ทานไอศครีมได้ไหมครับ ไนล์อยากทานไอศครีม”

“อืม เอาสิ”

ผมกับพี่ภูแวะทานอาหารง่ายๆ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผมรีบทานเพราะอยากไปร้านไอศครีมจนถูกพี่ภูดุ แต่ผมก็ไม่ได้นำพาเท่าไหร่หรอก เพราะพี่ภูที่ดุตอนนี้ใจดีกว่าตอนนั้นเยอะ

“กินช้าๆ เดี๋ยวติดคอ” เขาเลื่อนแก้วน้ำมาใกล้ๆ มือผม ก่อนจะยื่นมือมาใช้นิ้วโป้งปาดตรงมุมปากผมเบาๆ “แล้วนี่เป็นเด็กหรือไง ทำไมกินอะไรเลอะเทอะ”

ผมยิ้มอ้อน ทำเอาพี่ภูถึงกับทำอึ้ง เขาดูทำอะไรไม่ถูก ส่วนผมเองก็ลืมตัวไปว่าไม่ได้อยู่กับพี่เทมส์หรือคนในครอบครัว เลยเผลอทำตัวขี้อ้อนออกไป สุดท้ายเลยต้องแก้เก้อเอ่ยขอโทษพี่ภูแทน เขาอาจจะไม่ชอบใจก็ได้ที่ผมแสดงออกมากเกินไป ยังไงตอนนี้เราก็อยู่ในฐานะเจ้านายและคนดูแล

“ขอโทษครับ พอดีไนล์ลืมตัวไปหน่อย แหะๆ”

พี่ภูยิ้มบางให้ผม ยอมรับว่าแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะเป็นปฏิกริยาที่ผมจะได้รับจากอีกฝ่าย

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร” เขายกมือขึ้นมาลูบศีรษะผมเบาๆ “น่ารักดี”

ผมร้อนไปทั้งหน้าตอนได้ยินพี่ภูแบบนั้น นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เขาชมผมแบบนี้ “พะ.. พี่ภู”

“รีบกินสิ ไม่อยากไปกินไอติมแล้วรึไง?”

“ไปครับ อยากไป” ผมพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มกว้าง รีบลงมือจัดการอาหารตรงหน้า โดยมีพี่ภูคอยยื่นมือมาเช็ดปากให้เรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าตอนนี้ใครเป็นคนดูแลใครกันแน่

เราสองคนทานอาหารกันหมดในเวลาไม่นาน ก่อนจะตรงดิ่งไปที่ร้านไอศครีมที่อยู่ไม่ไกล ผมเดินไปยิ้มไปรู้สึกมีความสุขมาก ราวกับได้ย้อนกลับไปในวัยเด็กที่ได้นั่งคุยเรื่อยเปื่อยกับพี่ภูอีกครั้ง

“จะว่าไปฉันก็ไม่ได้เข้าร้านไอติมนานแล้วเหมือนกันนะ จำได้ว่ามีเข้าบ้างสมัยเรียนมัธยม แต่พอไปอยู่อเมริกาก็ห่างๆ ไป ได้มานั่งกินแบบนี้ก็ย้อนวัยดีเหมือนกัน”

พี่ภูพูดเรียบเรื่อยแต่ประโยคของเขากลับทำให้ใจผมเต้นแรง เขาจะจำเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ในร้านไอศครีมเมื่อสิบปีที่แล้วได้บ้างหรือป่าว ผมจะพอคาดหวังได้ไหม ว่าในส่วนลึกของความทรงจำพี่ภูพอจะขุดค้นมันขึ้นมาได้บ้างแล้ว

หรือไม่เลยสักนิด…

“ตอนสมัยเรียนพี่ภูก็ชอบเข้าร้านไอศครีมเหมือนกันหรอครับ” ผมถาม พยายามไม่ตั้งความหวัง แค่เพียงอยากจะกระตุ้นความทรงจำเขาบ้าง หากพอมันจะมีผมหลงเหลืออยู่สักเศษเสี้ยว

“อืม ก็มีเข้าบ้างนะ แต่ไม่บ่อย คลับคล้ายคลับคลาว่า..”


Rrrrr


ผมตั้งใจฟังด้วยใจเต้นรัวว่าพี่ภูจะพูดอะไร แต่โทรศัพท์ของเขากลับดังเรียกความสนใจจากพี่ภูไปเสียก่อน

“อยากกินอะไรเลือกเอา จะซื้อกลับไปแช่ที่คอนโดด้วยก็ได้” พี่ภูยื่นเงินให้ผมจำนวนหนึ่ง “สายนี้เรื่องงาน น่าจะคุยยาว ถ้านายอิ่มแล้วฉันยังไม่กลับเข้ามา ก็คิดเงินแล้วไปเจอกันที่รถเลย โอเคไหม?”

ผมพยักหน้ารับด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย “ครับ”

อีกนิดเดียวแท้ๆ พี่ภูกำลังจะได้พูดแล้วเชียวว่าคลับคล้ายคลับคลาอะไร น่าเสียดายชะมัด

และคงเพราะเห็นผมทำหน้าเศร้า พี่ภูเลยถามย้ำ “นายอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม? ถ้าไม่โอเค เดี๋ยวฉันค่อยโทรกลับได้”

ผมรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติพร้อมกับโบกมือปัดพัลวัน แม้ลึกๆ จะรู้สึกดีก็เถอะที่พี่ภูเป็นห่วงและแคร์ผมขนาดนี้ แต่ผมไม่อยากให้พี่ภูเสียงานเพราะความงอแงของตัวเอง

“ไนล์อยู่ได้ครับ พี่ภูไปคุยเรื่องานเถอะ” พี่ภูมองผมด้วยสายตากังวล ผมเลยต้องย้ำ “ไนล์อยู่ได้จริงๆ ไว้เดี๋ยวเจอกันนะครับ”

ผมยิ้มกว้างจนตาหยีหลังพูดจบเลยทำให้พี่ภูคลายกังวลไปได้ ก่อนจะออกไปเขาเลยยื่นมือใหญ่มาโยกศีรษะของผมก่อนจะลูบเบาๆ

“โอเค เดี๋ยวไว้เจอกัน”

พี่ภูรับสายก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปเพื่อหาที่เงียบๆ คุย ทิ้งให้ผมถอนใจพลางมองตามอย่างเสียดาย… อีกแค่นิดเดียวจริงๆ

แต่แค่ชั่วแปปเดียวผมก็สะบัดศีรษะพร้อมกับให้กำลังใจตัวเองว่าอย่างน้อยมันก็ได้พัฒนาขึ้นอีกนิด บางทีเวลาที่เหลือเกือบเดือนของผมอาจจะไม่สูญเปล่าก็ได้

.

.

.

To Be Continue

-----------------------------------------------------

อ่านให้สนุกนะคะ ถึงแม้มันอาจจะไม่ได้สนุกมากเท่าไหร่ แต่เราก็ตั้งใจเขียนทุกตัวอักษร บางคนอาจจะชอบ และบางคนอาจจะรำคาญ เราก็พยายามจะเขียนและทำให้ดีที่สุดแล้วจริงๆ แหะๆ

แล้วก็ขอบคุณมากๆ สำหรับคอมเม้นท์และที่โดเนทมาให้เพื่อเป็นกำลังใจนะคะ อาทิตย์นี้เขียนยากมากพอสมควร เราพิมพ์ๆ ลบๆ อยู่หลายรอบ แต่.. ก็นั่นแหละค่ะ ยังไงเราจะพยายามปรับปรุงและทำให้ดีที่สุดทุกครั้ง

ขอบคุณมากๆ ที่ยังติดตามนะคะ แล้วก็ขอโทษที่บางทีมันอาจจะยังไม่ดีพอ ซึ่งเราจะพยายามทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ในครั้งต่อไปนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
โอ้ยยยยคิดถึงมากกกกกก

ชอบพี่ภูเวอร์ชั่นนี้มากๆๆเลยค่าาา
น้องไนล์น่ารักก

รอลุ้นมากว่าจะมีใครมาเจอไนล์ที่ห้างรึเปล่าาา
แล้วครั้งท่่แล้วไนล์จะท้องรึยังนะ

รอติดตามต่อน้าาา
ชอบมากก

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 271
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
ไนท์ท้องแน่ๆๆๆ แต่ไม่เอาดราม่าหนักเมื่อพี่ภูรู้ความจริงนะ สงสารน้อง

ออฟไลน์ PsapBBBB

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
กรี๊ดดดดดดอิพี่ภูได้กินลูกไนล์ของแม่อีกแล้วทำบุญด้วยอะไรยะ รอติดตามนะว่าลูกไนล์จะป่องเมื่อไหร่และออพี่ภูจะรู้ความจริงเมื่อไหร่ลุ้นตอนต่อตอนเลยจ้าาาา :katai1: :hao5:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
 :oo1: :jul1: :haun4: :pighaun: :m25: :-[ :o8: ขนาดตอนนี้ดูท่าจะหลงมาก อ่อนโยนขึ้นเยอะเลย ยิ่งถ้าทุกอย่างคลี่คลายจะหัวปักหัวป้ำขนาดไหน ลองถามใจตัวเองดูคุณพี่ภู 5555 แต่งเก่งแล้วจ้า nc dเลย  :impress2: ฟินตาม 555 ขอบคุณนะคะที่มาต่อยาวเลย เชื้อเขาดีถุงยางกะเอาไม่อยู่ทะลุได้ อยากให้ท้องเร็วๆเด้ ให้ว่าพี่คุณพ่อแพ้ท้องแทนคุณแม่มือใหม่หนักๆเลย 5555   :pig4: :pig4: :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด