::: [Mpreg] Nevertheless, I still miss you. #วิวาห์อามันต์ ::อัพตอน14 16/5/63 p8
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ::: [Mpreg] Nevertheless, I still miss you. #วิวาห์อามันต์ ::อัพตอน14 16/5/63 p8  (อ่าน 26409 ครั้ง)

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



ยินดีต้อนรับเข้าสู่นิยายเรื่องใหม่

Nevertheless, I still miss you.

#วิวาห์อามันต์

แนวโรแมนติก

ขอบคุณค่ะ

สารบัญ

บทนำ
ตอนที่1
ตอนที่2
ตอนที่3
ตอนที่4
ตอนที่5
ตอนที่6
ตอนที่7
ตอนที่8
 :katai2-1: :katai2-1:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-05-2020 00:22:54 โดย ็Hollyk »

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
วิวาห์อามันต์

บทนำ











“วีว่าอยู่ไหน วีว่าอยู่ไหนคะ ฮือ ๆ ยี่หวาไม่ดื้อแล้วค่ะ วีว่ากลับมานะ” เสียงร้องสะอึกสะอื้นของเด็กหญิงวัยไม่เกินห้าขวบดังก้องไปทั่วโซนสัตว์ปีกของสวนสัตว์กลางเมือง เธอหยุดยืนเช็ดน้ำตาป้อย ๆ กับชายกระโปรงบานฟูฟ่องแบบเจ้าหญิง ผมหยักศกสีอ่อนผูกโบว์เอาไว้สองข้างแกว่งไปมา “วีว่าทิ้งยี่หวาจริง ๆ เหรอคะ ยี่หวาร้องไห้แล้วนะ โกรธวีว่าจริง ๆ ด้วย” พูดจบเธอก็ทิ้งตัวลงไปนั่งกับพื้นแล้วปล่อยโฮดังลั่น

ทำเอาคนที่แอบดูอยู่ต้องรีบพุ่งออกมาจากที่ซ่อน วิวาห์ตรงเข้าไปอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาพลางนึกบ่นอยู่ในใจว่าวิธีหนีไปซ่อนแบบนี้ไม่เห็นจะได้ผลตรงไหน มีแต่ทำให้หวันยิหวาร้องไห้งอแงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ..พี่วิรัตน์นี่มั่วแน่ ๆ

“ไม่ร้องแล้วค่ะ วีว่าอยู่นี่แล้ว ไหนดูซิ...ร้องไห้ขี้มูกโป่ง ไม่สวยแล้วเนี่ย” ก้มลงดูใบหน้าเล็ก ๆ ที่เปื้อนขี้มูกขี้ตาอย่างน่าขัน วิวาห์ล้วงทิชชูในกระเป๋าเป้ออกมาเช็ดหน้าเด็กน้อยให้อย่างเบามือ “หยุดร้องได้แล้ว วีว่าอยู่นี่ไง”

“ฮึ” เด็กหญิงสะบัดหน้าหนี พยายามฮึบเอาไว้เพราะกลัวไม่สวย “โกรธวีว่าแล้ว”

“ดีกัน ๆ ดีกันนะคะ เอาอย่างนี้ ยี่หวาอยากดูคุณหมีขั้วโลกอีกใช่มั้ย เดี๋ยววีว่าพาไป” วิวาห์จำต้องตามใจเด็กหญิงอย่างช่วยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวมีหวังโวยวายไม่หยุดแน่

“จริงนะคะ”

“จริงค่ะ” วิวาห์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาวิรัตน์ บอกว่าขอเลื่อนเวลานัดเจอกันไปอีกครึ่งชั่วโมง เพราะสาวน้อยของเขาอยากดูหมีขั้วโลกมากจริง ๆ

“ไอ้ว่าน ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเอาแต่ตามใจลูกมาก เจ้ายี่หวาน่ะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจไปแล้วนะ” เสียงพี่ชายบ่นมาตามสายอย่างฉุน ๆ “แล้วจะไปสวนสนุกทันเหรอบ่ายนี้”

“เลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้ได้มั้ยครับ แล้วบ่ายนี้เราไปเที่ยววัดแทน” วิวาห์พูดอ้อมแอ้ม อันที่จริงทริปนี้พี่ชายเป็นคนออกเงินให้เขากับลูกสาวมาเที่ยวทั้งหมด ก็เลยอดเกรงใจไม่ได้

“ยัยยี่หวาคงจะยอมหรอก ร้องหามิกกี้ตั้งแต่เมื่อคืน”

“นะพี่วัต ว่านไม่รู้จะทำยังไงแล้วนี่ ยี่หวาเล่นร้องกรี้ด ๆ อยู่กลางสวนสัตว์เลย ว่านเกรงใจคนอื่นเขา”

“แกมันก็ใจอ่อนกับลูกตลอด” พี่ชายพูด แต่วิวาห์ก็รู้ดีว่าพี่ทำพูดไปงั้นเองแหละ ความจริงคนที่ตามใจหวันยิหวามากที่สุดก็น่าจะเป็นวิรัตน์นั่นเอง ไม่อย่างนั้นคงไม่พาบินลัดฟ้ามาเที่ยวเพียงเพราะหลานบ่นอยากเห็นคุณมิกกี้เม้าส์ตัวจริงหรอก

“นาน ๆ มาเที่ยวทีนะครับ พี่วัตอย่าโหดนักเลยน่า” วิวาห์เสียงอ่อน อมยิ้มออกมาตอนพี่ชายอืออาแล้วก็วางสายไป

“วีว่า ยี่หวาขอเข้าไปดูคุณโค-อา-ล่าอีกรอบได้มั้ยคะ” เด็กหญิงเกาะแขนเขาแล้วเงยหน้าขึ้นถาม พยายามออกเสียงให้ถูกต้องตามที่วิวาห์เพิ่งสอน “นะคะ..แค่แป๊บเดียว”

“เราเหลือเวลาอีกนิดเดียวเอง ยี่หวาต้องเลือกว่าจะดูหมีขั้วโลกหรือโคอาล่านะ ไม่อย่างนั้นเราจะไปเจอคุณมิกกี้ไม่ทันนะคะ”

เด็กน้อยหน้าม่อย

“ไม่เอา ยี่หวาอยากดูทั้งสองอย่างค่ะ อยากไปเจอคุณมิกกี้ด้วย” เธอพูดเสียงแหลม “วีว่าให้ยี่หวาไปนะคะ”

“ไม่มีใครได้สมใจทุกอย่างหรอกลูก ต้องเลือกนะคะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องไปไหนกันล่ะ ยืนอยู่ตรงนี้แหละ” วิวาห์พูด วันนี้เขาจะแข็งใจไม่ยอมโอนอ่อนตามลูกสักครั้ง ให้มันรู้ไปว่าคนอย่างวิวาห์จะทำไม่ได้ “ยี่หวาต้องเลือกค่ะ” พูดเสียงแข็งขึ้นไม่เท่าไหร่ พอเห็นหยดน้ำตาคลอหน่วยในดวงตากลมโตเหมือนลูกแก้วคู่นั้น วิวาห์ก็ใจอ่อนยวบ ลดระดับเสียงอย่างรวดเร็ว “ยี่หวาเลือกได้หนึ่งอย่างนะคะ”

หวันยิหวาเป็นเด็กฉลาด ถึงจะเอาแต่ใจไปบ้างแต่ก็รู้ว่าเวลา ขืนมัวแต่ดันทุรังจะดูครบทุกอย่างมีหวังวีว่าหิ้วตัวกลับบ้านแน่ ๆ ดูสีหน้าที่เริ่มนิ่งเฉยนั้นก็รู้

“ยี่หวาเลือกคุณหมีขั้วโลกค่ะ” เธอตอบจ๋อย ๆ “แล้วไปดูคุณมิกกี้ตอนบ่ายด้วยได้มั้ยคะ”

“ถ้ายี่หวารีบเดิน ไม่ร้องไห้งอแงก็ทันค่ะ” ชายหนุ่มตอบเนิบ ๆ ซ่อนยิ้มเอาไว้ภายใต้สีหน้านิ่ง ๆ

กุมมือเล็ก ๆ พาเดินเที่ยวในสวนสัตว์ต่อตามที่เด็กน้อยบัญชา วิวาห์หยุดยืนรอหน้าห้องน้ำหญิงให้หวันยิหวาเข้าห้องน้ำ

“วีว่ารอตรงนี้นะ ห้ามไปไหนนะ” เจ้าตัวกำชับสองรอบถึงได้ยอมเข้าไปในห้องน้ำ สักพักก็เดินกลับมาหาหน้าตาตื่น “วีว่า ยี่หวาถูกผีหลอกค่ะ”

“อะไรลูก” วิวาห์เลิกคิ้ว “เกิดอะไรขึ้นคะ”

“ชักโครกกดเอง” ยี่หวาตอบ หันไปมองรอบห้องน้ำอย่างหวาดระแวง วิวาห์รู้ดีว่าในบรรดานกหนูแมลงต่าง ๆ ที่ยี่หวากลัวนั้น ยังไม่ถึงครึ่งความหวาดกลัวที่มีต่อภูตผีปีศาจ “ยี่หวาว่าในห้องนี้จะต้องมีผีแม่หม้าย” เด็กหญิงฟันธง

คนฟังเกือบสำลักน้ำลาย หันไปส่งยิ้มแหย ๆ ให้ผู้หญิงอีกคนที่เดินสวนออกมาพอดีอย่างขออภัย ลืมไปว่ายังไงเธอก็คงฟังภาษาไทยไม่ออกอยู่แล้ว

“ผีแม่หม้ายอะไรลูก ไปฟังมาจากไหน” วิวาห์รีบลากเด็กหญิงออกมาจากห้องน้ำ ตรงกลับไปที่รถบัสทันควัน

เด็กหญิงพูดจ้อย ๆ ถึงเรื่องตำนานผีแม่หม้ายที่ยายเอิบเล่าให้ฟัง วิวาห์ตั้งใจว่ากลับบ้านไปเมื่อไหร่จะต้องไปจัดการยายพี่เลี้ยงเสียหน่อยแล้ว ชอบเล่าอะไรไม่รู้ให้ลูกเขาฟัง

“ลุงวัต ยี่หวาอยู่นี่ค่ะ” รถบัสแล่นเข้าไปจอดที่หน้าสถานีรถไฟที่มีร่างสูงใหญ่ของวิรัตน์ยืนรออยู่ก่อนแล้ว วิวาห์รีบจูงมือลูกสาวเดินเข้าไปหาพี่ชาย

“มาพอดี เจ้าตัวแสบ เกือบไม่ทันรถไฟแล้วมั้ยล่ะ” วิรัตน์คว้ามือหลานสาวอีกข้างหนึ่ง อีกมือก็ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วย พาเดินเข้าไปในสถานีรถไฟที่เต็มไปด้วยผู้คนจอแจ วิวาห์กระชับมือหวันยิหวาเอาไว้มั่นเพราะกลัวพลัดหลง สุดท้ายเลยอุ้มขึ้นมาเสียเอง ปล่อยหน้าที่ลากกระเป๋าอีกใบให้พี่ชายจัดการ

“คันนี้ ว่าน” วิวาห์อุ้มลูกเดินตามพี่ชายเข้าไปนั่งบนรถไฟความเร็วสูง หวันยิหวาหันมองทางนู้นทีทางนี้ทีอย่างตื่นเต้น

“วีว่าดูสิคะ ลายน้องเหมียวคิตตี้ล่ะ สวยมั้ยคะ”

“สวย ๆ” วิวาห์ตอบ “แล้วพี่เบสต์ล่ะครับ” เขาถามหาคนรักของพี่ชายที่กำลังจะแต่งงานกันในอีกสองเดือนข้างหน้า

“เบสต์ไปรอที่นู่นแล้ว เดี๋ยวไปเจอกัน” วิรัตย์ตอบยิ้ม ๆ

“วีว่า ยี่หวาปวดฉี่อีกแล้ว”

“อั้นเอาไว้ก่อนได้มั้ยเรา” วิรัตน์พูด “เดี๋ยวตกรถไฟ รถจะออกแล้ว”

“เด็กผู้หญิงกลั้นฉี่ไม่ดีนะพี่วัต ยี่หวาเคยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเพราะกลั้นฉี่มาแล้วด้วย หมอบอกเอาไว้” วิวาห์พูดอย่างกังวล มองหน้าลูก “ปวดมากหรือเปล่า”

“ปวดมากเลยค่ะ” เด็กหญิงพยักหน้า วิรัตน์ถอนหายใจเฮือก

“งั้นเราเอาลูกไปห้องน้ำก่อน ฉันจะรอในรถ ขี้เกียจขนกระเป๋าไปมา มีเวลาประมาณสิบนาที ถ้ามาไม่ทันก็รอขึ้นขบวนถัดไปนะ อีกสิบนาทีถัดไป”

“ครับพี่วัต ไม่ต้องห่วง” วิวาห์อุ้มลูกสาวพาออกมาจากรถไฟอีกรอบ เดินหาห้องน้ำในสถานีจนเจอแล้วก็พาลูกเข้าห้องน้ำ ยืนรออย่างกระวนกระวายนิด ๆ จนลูกสาวเดินหน้าระรื่นออกมาสะบัดน้ำใส่เขา

“ไม่เอาลูก สกปรกหมด” วิวาห์ขมวดคิ้ว อีกฝ่ายหัวเราะคิกคัก ใช้ฝ่ามือเปียก ๆ มาทาบบนเสื้อของเขาอีกจนขึ้นรอยฝ่ามือเล็ก ๆ

“น่ารัก”

“หวันยิหวา” วิวาห์เรียกชื่อเต็ม เด็กหญิงเลยแลบลิ้นออกมา เข้ามาเกาะมือผู้ใหญ่อย่างประจบ

“ยี่หวาหิวจังค่ะ ท้องร้องจ๊อก ๆ เลย”

“ขอกินไอติมใช่มั้ย” วิวาห์ดักคอ อีกฝ่ายยิ้มหวาน ริมฝีปากแดงสดกับฟันน้ำนมซี่เล็ก ๆ ทำให้วิวาห์ถอนหายใจเฮือกอีกรอบ “เอารสอะไร”

เห็นทีเขาคงไม่มีทางขัดใจเด็กคนนี้ได้เลย

.............................................................................

“เราอยู่ที่ไหนกันคะวีว่า” หวันยิหวาถาม ชะเง้อคอมองไปรอบ ๆ สถานีเล็ก ๆ แห่งหนึ่งล้อมรอบด้วยบ้านเรือนและสวนผักดูสงบเงียบ ตรงข้ามกับจุดมุ่งหมายที่ต้องการจะไปมาก “ไหนคุณมิกกี้คะ”

“น่าจะลงผิดสถานีน่ะ” วิวาห์อ้อมแอ้ม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูแผนที่อีกรอบ ก็ไหนวิรัตน์ว่าอีกสิบนาทีให้ขึ้นคันที่มาใหม่ไง เขาก็ดูชื่อขบวนแล้วนะ สรุปว่าลงผิดสถานีหรือขึ้นผิดคันกันแน่ “ยี่หวาเกาะวีว่าเอาไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยววีว่าไปถามเขาก่อน” ชายหนุ่มเดินเข้าไปติดต่อสอบถามจนห้องควบคุมจนรู้ว่าตัวเองลงผิดสถานีจริง ๆ เขาควรจะต้องลงเมื่อสถานีที่แล้วเพื่อเปลี่ยนคันใหม่ไปอีกทาง

“รออีกยี่สิบนาทีนั่งกลับไปสถานีก่อนหน้าแล้วขึ้นอีกคันนึง” วิวาห์ทวนคำอย่างหงอย ๆ เหลือบดูนาฬิกาข้อมือแล้วก็พบว่าคงไปดูโชว์คุณมิกกี้ไม่ทันแน่ ๆ “ยี่หวาคะ ถ้าเราอดดูคุณมิกกี้ยี่หวาจะเสียใจมั้ย”

“เสียใจมากเลยค่ะ” แค่พูด หวันยิหวาก็น้ำตาคลอ “ทำไมถึงอดดูล่ะคะ”

“เพราะเราลงรถผิดสถานีค่ะ”

“แล้ว..แล้วเราจะได้เจอคุณมิกกี้มั้ยคะ” เสียงเครือของลูกสาวทำเอาคนฟังรู้สึกผิด วิวาห์ยกมือขึ้นลูบเส้นผมอ่อนนุ่มเบา ๆ

“วีว่าขอโทษนะคะ” ..คนอย่างเขานี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ ให้ตายสิ

เด็กหญิงนั่งน้ำตาร่วงเผาะ วิวาห์โทรหาพี่ชายอีกรอบ ฝ่ายนั้นดูไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เขาลงผิดสถานี แค่บอกว่าให้รีบตามมาเท่านั้น

วิวาห์จูงมือเด็กหญิงมานั่งรอที่ม้านั่งยาวบนสถานี อากาศเริ่มหนาวขึ้นนิด ๆ ชายหนุ่มถอดผ้าพันคอของตัวเองออกพันให้ลูก

ใกล้เวลาที่รถไฟจะมา เริ่มมีคนอื่น ๆ เดินขึ้นมารอบนสถานีบ้าง หญิงสาวคนหนึ่งเดินมานั่งข้าง ๆ เขา วิวาห์ขยับตัวเพิ่มพื้นที่บนม้านั่งให้ ผู้ชายอีกคนเดินมานั่งถัดไปจากหญิงสาวคนนั้น

บรรยากาศเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงหายใจกัน วิวาห์รู้ว่าที่นี่เคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่นมาก ๆ โชคดีที่หวันยิหวาไม่ร้องไห้โวยวายอีก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รู้จะพาลูกไปรอที่ไหน เด็กน้อยนั่งโงกหลับซบอยู่กับตักของเขา รออีกครู่หนึ่งรถไฟก็มาพอดี วิวาห์ช้อนตัวลูกขึ้นมาอุ้ม เดินเข้าไปต่อแถวรอขึ้นรถไฟ

มีที่นั่งเหลืออีกหนึ่งที่ วิวาห์รีบเดินไปนั่งแล้วให้หวันยิหวานั่งตัก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูแผนที่อีกครั้งเพื่อความมั่นใจ คราวนี้จะไม่พลาดแน่ ๆ

“ขอโทษนะ นี่ของคุณหรือเปล่า” ภาษาอังกฤษชัดเปรี๊ยะดังขึ้นเหนือหัวพร้อมกับพวงกุญแจรูปแมวถูกส่งมาให้ วิวาห์เบิกตากว้าง

“ใช่ครับ ขอบคุณมาก” เขารับมาดูใกล้ ๆ ตรงหูคล้องมันขาดไป คงเป็นตอนที่เบียดคนแน่ ๆ ไม่รู้ว่าหลุดตอนไหน วิวาห์รีบเก็บพวงกุญแจใส่กระเป๋าเอาไว้ก่อน เงยหน้าขึ้นมองพลเมืองดีที่ช่วยเก็บของให้เขา

อีกฝ่ายสวมหมวกไหมพรมกับหน้ากากอนามัยเอาไว้ เห็นเพียงแค่สันคิ้วเข้มกับดวงตาคมกริบ ทว่า..เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจของวิวาห์หยุดเต้นไปวูบหนึ่งแล้วกลับเต้นรัวแรง

รถจอดถึงสถานีพอดี คน ๆ นั้นก้าวลงไปจากรถไฟก่อน วิวาห์อุ้มหวันยิหวาขึ้นแล้วก้าวตามหลังออกมาอย่างตกใจ คนบนสถานีหนาแน่นจนไม่อาจวิ่งตามหลังผู้ชายคนนั้นได้ พริบตาเดียวร่างสูงใหญ่นั้นก็หายไปในกลุ่มฝูงคน

“ถึงแล้วเหรอคะวีว่า” เด็กน้อยในอ้อมกอดของเขาพูดงัวเงีย วิวาห์ละสายตาจากบันไดเลื่อน หันกลับมาตั้งสติ

“ยังค่ะ เราต้องต่อรถ ต่อรถ...คันไหนนะ” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดผิดกดถูกอยู่พักหนึ่งถึงได้พาลูกสาวขึ้นรถไฟถูกขบวนไปยังสวนสนุกได้

วิวาห์ใจลอยไปตลอดทาง แทบไม่ได้ฟังคำพูดของเด็กน้อยจนเธอเบะปากร้องไห้ว่าวีว่าไม่รัก วิวาห์โล่งอกมากทีเดียวที่มาจุดหมายได้ในที่สุด พี่ชายของเขากับคนรักเดินเข้ามาสมทบ พอวิรัตน์เห็นหน้าน้องก็ขมวดคิ้ว

“เป็นอะไร หรือว่าไม่สบาย? ”

“ว่านเปล่า” วิวาห์ส่ายหน้าหวือ “ลงผิดสถานีนิดหน่อย คนเยอะเลยเวียนหัว” เขาแก้ตัว

วิรัตน์พยักหน้ารับ ไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก พี่เบสต์ทักทายเขากับลูกสาวอย่างเป็นกันเอง เธอยังเป็นหญิงสาวที่สดใสร่าเริงไม่เปลี่ยน บางทีวิวาห์ก็อิจฉาพี่วัตเหมือนกันที่หาคนแบบพี่เบสต์เจอ

“น้องว่านมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวพี่ช่วยดูยี่หวาให้นะคะ” เธอพูดยิ้ม ๆ “เราไปเล่นม้าหมุนกันดีไหม”

พี่เบสต์เข้ากับหวันยี่หวาได้ดีมาก นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่พี่วัตเลือกเธอก็เป็นได้ วิวาห์ปล่อยให้ทั้งสามคนขึ้นไปเล่นเครื่องเล่นกัน เขาไม่ค่อยนึกอยากเล่นอะไรที่ชวนเวียนหัวตอนนี้เท่าไหร่

แอบมานั่งเงียบ ๆ คนเดียวตรงมุมหนึ่งในร้านอาหาร นักท่องเที่ยวพลุกพล่านทีเดียวสมกับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ได้ยินเสียงคนพูดภาษาบ้านเกิดอยู่บ่อย ๆ ดูท่าคงจะมีคนหนีร้อนมาต่างประเทศเยอะเหมือนกัน วิวาห์นั่งคิดไปคิดมาก็แวบไปถึงคนที่เจอโดยบังเอิญบนรถไฟนั้น

...ห้าปีที่หายสาบสูญติดต่อไม่ได้...ห้าปีที่ไม่ส่งข่าวจนนึกว่าอยู่กันคนละโลกไปแล้ว ทั้งที่จบกันด้วยดีแท้ ๆ ...วิวาห์กำมือเข้าหากันแน่น ความรู้สึกปวดมวนท้องที่คุ้นเคยเริ่มกลับมาอีกครั้งตอนที่นึกถึงคน ๆ นั้น

พี่อาร์ม..

.....................................................................

“ห้องพักเต็ม? ...แต่ผมจองออนไลน์มาแล้วนะ คุณจะบอกไม่มีห้องได้ยังไง” เสียงพี่วิรัตน์โวยวายอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงแรม ดูเหมือนว่าห้องที่จองเอาไว้จะเกิดความผิดพลาดขึ้นซักอย่าง วิวาห์ได้ยินพี่ชายพูดตกลงอะไรกับพนักงานอยู่แว่ว ๆ นัยว่าให้เรียกเจ้าของมาเคลียร์กันอีกรอบ

“พี่วัต งั้นว่านพายี่หวาไปนอนรอตรงโซฟาก่อนได้มั้ย น้องง่วงมาก” วิวาห์สะกิดบอกพี่ชาย วิรัตน์เห็นหลานยืนโงกหลับกลางอากาศก็พยักหน้ารับ วันนี้ที่สวนสนุกคงใช้พลังงานไปจนหมดก๊อก ถึงได้หมดเรี่ยวหมดแรงยืนไม่อยู่แบบนี้

วิวาห์อุ้มเด็กหญิงมานอนรอที่โซฟาข้างหน้าอยู่พักใหญ่ พี่ชายกับแฟนก็เดินกลับมารวมกลุ่ม วิรัตน์ท่าทางหัวเสียพอดู

“เว็ปไม่ได้เรื่อง คราวหน้าฉันจะไม่ใช่บริการมันอีกแล้ว” วิศวกรหนุ่มพูดอย่างฉุนเฉียว

“ใจเย็น ๆ ค่ะ ช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะก็คงผิดพลาดกันได้” บูรณาปลอบใจ เธอลูบแขนคนรักเบา ๆ “น้องว่าน ไปกันเถอะค่ะ เราต้องเดินอีกนิดนึงก่อนเข้าที่พักกัน”

“พักที่ไหนเหรอครับ” วิวาห์ถามงง ๆ

“เป็นบ้านพักจ้ะ เจ้าของโรงแรมที่นี่เขารับผิดชอบด้วยการจองบ้านให้เราแทน”

“ก็ดีสิครับ” วิวาห์พูด

“ดีกับผีน่ะสิ อยู่กับใครอีกบ้างก็ไม่รู้เต็มบ้าน”

“หรือคุณจะยอมเสียอีกหมื่นนึงเช่าโรงแรมข้าง ๆ นี้นอนล่ะคะ” บูรณาพูดเสียงแข็งขึ้น วิรัตน์หน้าบูดไม่พูดอะไรออกมาอีก ตรงเข้ามาลากกระเป๋าพาเดินลิ่ว ๆ กลับออกไปจากโรงแรม

“พี่วัตเขาคงเหนื่อยมาทั้งวันน่ะครับ ก็เลยโมโหเอา” วิวาห์รีบแก้ให้พี่ชาย

“พี่ชินแล้วล่ะว่าน” บูรณาหัวเราะ “มาเที่ยวก็แบบนี้ล่ะ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจตลอดหรอก นอนไม่กี่คืนเอง ถ้าไม่ถูกใจ พรุ่งนี้ค่อยย้ายก็ได้”

วิวาห์อุ้มลูกสาวที่หลับคอพับคออ่อนเอาไว้มือหนึ่ง อีกมือก็ลากกระเป๋าเดินตามหลังพวกเขาออกมาด้วย ที่พักใหม่ของพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมแห่งนั้นเท่าไหร่ เดินนิดเดียวก็ถึง เป็นบ้านหลักเล็ก ๆ ท่าทางน่าสบาย พอไขกุญแจเข้าไปด้านในก็รู้สึกอบอุ่นเพราะฮีทเตอร์และการประดับตกแต่งน่ารัก

“ฉันชอบที่นี่นะ” บูรณาพูดยิ้ม ๆ ช่วยวิวาห์ลากกระเป๋าขึ้นบันได “ถึงจะเล็กไปหน่อยก็เถอะ แต่อยู่กันสี่คนสบายออก”

“นั่นสิ ไม่มีใครพักอยู่เลย...คงมีแค่พวกเรา” วิรัตน์พูดด้วยเสียงอ่อนลง ช่วยคนรักหิ้วกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องข้างบน “นอนเสื่อแฮะ ไหวมั้ย” เขาหันมาถามน้อง ๆ

“ไหวอยู่แล้วครับ” วิวาห์ยิ้มกว้าง เขาชอบบ้านหลังนี้มาก “ยี่หวาคงชอบเหมือนกัน”

“รายนี้ไปเฝ้าพระอินทร์แล้วไม่กลับลงมาอีกเลย” คนเป็นลุงพูด ก้มลงหอมแก้มหลานสาวที่หลับปุ๋ยอย่างมันเขี้ยว “ว่านพาลูกไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน จะได้รีบเข้านอน”

“ครับพี่วัต”

วิวาห์อุ้มลูกสาวพร้อมกระเป๋าใส่ของจุกจิกอย่างเช่นแปรงสีฟัน ยาสีฟัน และเสื้อผ้าของลูกลงไปยังห้องน้ำชั้นล่าง เขย่าตัวปลุกยี่หวาขึ้นมาแปรงฟันอย่างงัวเงียแล้วก็จับอาบน้ำแต่งตัวให้ใหม่

“ห้องน้ำว่างแล้วครับพี่เบสต์” วิวาห์บอกว่าที่พี่สะใภ้อย่างเกรงใจ

“น้องว่านอาบก่อนเลยก็ได้นะ ได้เข้านอนพร้อมลูก”

“ไม่เป็นไรครับ ว่านยังไม่ง่วง” วิวาห์ส่ายหน้า

หญิงสาวลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้ว วิวาห์จัดที่นอนให้เข้าที่ พี่เบสต์นอนริมด้านในสุดตามด้วยพี่วัตและยี่หวา ส่วนเขานอนริมประตู พาลูกเข้านอนเรียบร้อย วิวาห์ก็ถอยมานั่งดูรูปในโทรศัพท์และข้อความจากเมืองไทย พี่ป้องหัวหน้าทีมบรรณาธิการส่งข้อความมาหาเขาบอกอยากให้รีบกลับไปเร็ว ๆ อย่าลืมของฝากด้วย

วิวาห์เบ้ปาก ขาดเขาทีมก็คงวุ่นวายมากเลยสินะ ไม่มีเมเนเจอร์เบ๊ล่ะซิ ...บ่นไปก็เท่านั้น สำหรับคนที่เรียนไม่จบปริญญาตรีอย่างเขามีทางเลือกไม่มากนักหรอก ต้องขอบคุณพี่แทนที่ช่วยฝากเขาเข้าทำงานที่บริษัทสื่อสิ่งพิมพ์แห่งนี้ได้สำเร็จหลังจากที่เขาลาออกมาจากมหาวิทยาลัยเมื่อห้าปีก่อนทั้งที่อีกปีเดียวจะจบ

พยายามสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดเพื่อเอาใบปริญญา ทว่าคนที่ต้องวิ่งหาเงินเลี้ยงลูกอย่างเขาไม่มีเวลามากนัก ถึงแม้ว่าพี่น้องจะพร้อมให้หยิบยืมอยู่เสมอก็ตาม วิวาห์ก็ไม่อยากรบกวนบ่อย ๆ อยู่ดี

ในบรรดาพี่น้องสามคนเขาคือคนที่ไม่ได้เรื่องที่สุด เรื่องเรียนไม่เป็นโล้เป็นพาย เพราะหัวไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไร เรื่องงานก็...อย่าไปพูดถึงมันเลย

ความคิดย้อนกลับไปถึงตอนนั้นอีกครั้ง วิวาห์ส่ายหน้า รีบลุกขึ้นยืนทันที หันไปดูลูกสาวยังนอนหลับสนิทอยู่ก็วางใจ แอบย่องออกมาจากห้องนอน สวนกับพี่ชายและแฟนตรงทางเดิน เขาพยักหน้าให้แล้วรีบเดินลงบันไดไปโดยเร็ว ไม่อยากรบกวนพี่ชายกับคนรักอยู่กันสองต่อสอง

ลงมาเข้าห้องน้ำชั้นล่าง อากาศข้างนอกเริ่มหนาวจนวิวาห์ตัวสั่นถึงแม้ว่าน้ำจะอุ่นก็ตาม เขารีบอาบน้ำจนเสร็จแล้วเช็ดตัว ได้ยินเสียงฝีเท้ากุกกักดังอยู่ข้างหน้าห้องกับเสียงไอ

“พี่วัตเหรอครับ แป๊บนึงนะ ว่านจะเสร็จแล้ว” เขารีบสวมเสื้อผ้า คว้าผ้าเช็ดตัวมาคลุมเส้นผมที่เปียกชื้นเอาไว้ลวก ๆ “เสร็จแล้วครับ”

ร่างสูงใหญ่ของคน ๆ หนึ่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางประหลาดใจ นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทเป็นประกายวาบก่อนจะจางหายไปกลายเป็นดำมืดเหมือนน้ำบ่อลึกเหมือนเดิม

“พี่อาร์ม” วิวาห์ใจหายวูบ เงยหน้าขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายเต็มตา อามันต์ดูผอมลงนิดหน่อย ผิวคล้ำขึ้นเล็กน้อย เส้นผมหยักศกรวบเอาไว้เป็นหางม้าด้านหลัง รอยสักที่โผล่ออกมาจากคอเสื้อและข้อมือยังเหมือนเดิม...เหมือนเดิมไม่มีผิด

“ไม่เจอกันนาน” อีกฝ่ายทัก เสียงของอามันต์แหบนิด ๆ เป็นเอกลักษณ์ไม่เปลี่ยนแปลง “มาเที่ยวเหรอ”

“ครับ” วิวาห์หลุดปากแล้วก็เม้มปากแน่น รีบเดินหนีผ่านหน้าอีกฝ่ายขึ้นบันไดมาชั้นบนแทบจะเป็นวิ่ง พอวิรัตน์เห็นหาน้องชายก็ขมวดคิ้ว

“เป็นอะไร เจอผีหรือไง”

“ยิ่งกว่าผีอีกพี่วัต” วิวาห์พูดตื่น ๆ “พี่อาร์ม...พี่อาร์มอยู่ข้างล่าง”

“อาร์มไหนวะ...เห้ย อะไรนะ ไอ้หน้าตัวเมียนั่นน่ะเรอะ” วิรัตน์อุทาน น้องชายรีบเข้ามาปิดปาก

“เบา ๆ หน่อยซิครับ โธ่”

“จะเบาได้ยังไง มันทิ้งแกไปไม่ใช่หรือไง” พี่ชายโกรธจนหน้าแดง ผุดลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปเคลียร์กับมัน เอาเลือดหัวมันออก ไม่งั้นนอนไม่หลับ”

“ไม่เอา...อย่าไปนะพี่วัต ไม่งั้นว่านโกรธนะ” วิวาห์พูดเสียงแข็งขึ้น “นั่งลงเถอะ พี่อาร์มเขาไม่ได้ทิ้งว่าน เราจบกันด้วยดี เป็นพี่น้องกัน”

“พี่น้อง?! ” วิรัตน์ถลึงตา “แกเข้าไปนอนได้แล้ว ฉันจัดการเอง”

“พี่วัต...ถ้าพี่วัตไป ว่านจะล็อกห้อง พี่วัตไปนอนข้างนอกบ้านเลยนะ”

วิรัตน์ชะงัก เขารู้ดีว่าน้องชายไม่ได้ขู่ ถึงวิวาห์จะไม่ได้เรื่องหลายอย่าง แต่บางเรื่องที่เจ้าตัวเอาจริงขึ้นมา ก็ไม่มีใครกล้าขัด

อย่างเช่นเรื่องของนายอามันต์เป็นต้น

“อย่าบอกนะว่าแกยังหลงรักมันอยู่” วิรัตน์พูดอย่างไม่อยากเชื่อ “บ้าเหรอเปล่า มันทิ้งแกไปนะ ตั้งแต่ตอนที่ดังแล้วแยกวงก็ทีหนึ่งแล้ว แล้วยังมาเรื่อง...”

คิ้วเรียวยาวของวิวาห์ขมวดเข้าหากัน ดวงตากลมโตที่ดูจะเป็นจุดเด่นที่สุดบนใบหน้านั้นเหลือบมองไปทางลูกสาวที่หลับสนิทอยู่แทนการเตือน ทำให้วิรัตน์ยอมหยุด

“พี่วัตเข้าไปนอนเถอะ” วิวาห์พูดเนิบ ๆ แตะไหล่พี่ชายแล้วดันเข้าไปในห้อง “พรุ่งนี้มีแพลนเที่ยวอีกเยอะแยะ เดี๋ยวพักผ่อนไม่พอจะไม่สบายเอา”

คนเป็นพี่จุ๊ปากจิ๊กจั๊กอย่างหงุดหงิด แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมากกว่านั้น เขาเคารพการตัดสินใจของน้องชายตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนจนถึงตอนนี้

“ฉันบอกแกแล้ว เตือนแล้วนะ”

“ว่านรู้น่า” วิวาห์พึมพำ กวาดตามองระเบียงที่ว่างเปล่าข้างนอกห้องอีกรอบ นึกสงสัยขึ้นมาว่าผู้ชายคนนั้นจะพักอยู่ห้องไหนในบ้านหลังนี้ แต่แล้วก็ส่ายหน้าตัดความสงสัยใคร่รู้พวกนั้นทิ้งเสีย

วิวาห์นอนไม่หลับ เขาได้ยินเสียงฝีเท้านั้นเดินผ่านหน้าห้องของพวกเขาไปยังห้องพักข้าง ๆ ที่อยู่ติดกัน ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายผุดพร่างเต็มอก ได้แต่นอนพลิกตัวด้วยความกระสับกระส่าย สุดท้ายก็ข่มใจหลับไปทั้งอย่างนั้น

ตื่นตอนเช้าด้วยความปวดหัวเพราะนอนไม่พอ วิวาห์เอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นนั่งโงนเงนในความมืด เขาตื่นเป็นคนแรกเพราะต้องรีบจัดการตัวเองให้เสร็จก่อนที่จะช่วยลูกสาวอาบน้ำต่อ

หอบเสื้อผ้าเดินหาวออกมาจากห้องนอนตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจะพบว่ามีคนเข้าอยู่ก่อนแล้ว ได้ยินเสียงกดชักโครกก่อนที่ประตูจะเปิดออก จะหลบก็หลบไม่ทัน เขาประจันหน้ากับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์เข้าเต็ม ๆ

“เข้าห้องน้ำเหรอ” อีกฝ่ายทักเหมือนไม่มีอะไรจะพูด “เอาสิ”

“พี่อาร์มเป็นไงบ้าง มาเที่ยวเหรอครับ” วิวาห์พูดเร็วปรื๋อ สบตาอีกฝ่ายแวบหนึ่ง

“ใช่ ก็เรื่อย ๆ แหละ เราล่ะ เห็นมากับครอบครัว...คนนั้นแฟนเหรอ”

“ครับ” วิวาห์รับคำไปตามเรื่อง

“แต่งงานเมื่อไหร่”

“ก็..นานแล้วครับ”

“เด็กคนนั้นคงเป็นลูกสาว”

“ครับ” วิวาห์ก้มหน้าลง กลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นแววตาของเขาเข้า “ผม..ขอเข้าห้องน้ำได้มั้ยครับ”

“อ๋อได้ ...เอาสิ ตามสบาย” อีกฝ่ายตอบกลับมาเนิบ ๆ น้ำเสียงแหบเสน่ห์ที่ทำให้เจ้าตัวโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนยังคงเหมือนเดิม “พักอยู่กี่คืนล่ะ”

“ผมไม่แน่ใจ”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มนั้น

“ไม่ต้องเกร็งหรอกน่ะ จะเกร็งทำไมกัน หรือว่ายังโกรธพี่อยู่”

วิวาห์ส่ายหน้า เขายอมรับและอโหสิให้อีกฝ่ายนานแล้ว

“ตอนนี้ทำงานที่ไหน” อามันต์ถามต่อมาอีก มือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติทว่าแสนจะดูดีเหลือเกิน วิวาห์ก้มหน้าอีกครั้ง ขณะที่อีกฝ่ายยังหล่อเหลาจับตา เสื้อผ้าหน้าผมบอกฐานะอยู่ในตัวโดยไม่ต้องอธิบายมาก เขากลับเป็นเด็กที่เลี้ยงไม่โต เรียนไม่จบ ทำงานเป็นเสมียนกิ๊กก๊อกเงินเดือนไม่พอใช้ เกาะพี่ชายเลี้ยงลูกไปวัน ๆ

“ทำบริษัท” วิวาห์ตอบแค่นั้น อีกฝ่ายไม่ได้ถามต่ออีกราวกับแค่ถามไปตามมารยาทอย่างนั้นเอง

“ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึง” อามันต์ยกมือขึ้นเหมือนจะแตะที่ศีรษะของเขาแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นลูบท้ายทอยของตัวเอง “เห็นสบายดีก็โอเค”

“พี่อาร์มทำงานที่ไหน” วิวาห์ถามกลับไปบ้าง “ยังร้องเพลงอยู่หรือเปล่า”

อามันต์ดูประหลาดใจที่ได้ยินคำถามของเขา

“พี่เที่ยวไปเรื่อย ๆ น่ะ ไม่ได้ทำงานประจำหรอก”

วิวาห์เม้มปาก จริงสิ...ตอนนั้นอามันต์ดังเป็นพลุแตก ต่อให้ไม่ทำงานก็ยังมีกินมีใช้ไปทั้งชาติ แถมที่บ้านของชายหนุ่มก็รวยอยู่แล้วเดิม เขาจำได้ว่าเคยไปบ้านของอีกฝ่ายพักหนึ่งสมัยที่ยัง... วิวาห์รีบหยุดความคิด

“เที่ยวให้สนุกนะครับ” วิวาห์พูดออกไปแล้วก็รีบพุ่งเข้าไปในห้องน้ำ ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องน้ำแรง ๆ ก็ขมวดคิ้ว ..อะไรกันอีก ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรือยังไง..

“เธอลืมถุงเสื้อผ้าเอาไว้ข้างนอก ...วิวาห์” เสียงของอามันต์ดังอยู่หน้าประตูห้องน้ำ วิวาห์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาทิ้งห่อเสื้อผ้าตัวเองเอาไว้ที่พื้นทั้งห่อ กลั้นใจเปิดประตูโผล่หน้าออกมา

“ขอบคุณครับ”

วิวาห์รับถุงเสื้อผ้ามากอดเอาไว้ รีบปิดประตูห้องน้ำลงกลอน หัวใจเต้นตึก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาหลายปี สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ ยาว ๆ นึกถึงความเสียใจในวันนั้นเอาไว้

...แต่พี่อาร์มก็ไม่ใช่คนเดียวที่ผิด ในเวลานั้น เพราะความอ่อนต่อโลกของเขาทำให้กระโจนลงไปในวังวนแห่งความรักเมื่อหลายปีก่อนนั้นด้วยความเต็มใจ

และก็กลับออกมาอย่างบอบช้ำสะบักสะบอม ยอมรับผลของการกระทำนั้น...ด้วยความเต็มใจเช่นกัน

................................................................................



มาเปิดเรื่องใหม่

เนื่องจากทางเราได้ตัดสินใจปิดเรื่อง #ที่ไม่รัก ไปแล้วนะคะจากเหตุผลตามที่แจ้ง ก็เลยรู้สึกหว่าเว้หงอยเหงามากเว่อ เลยขุดเอาพล็อต Mpreg ที่รักอีกเรื่องมาเขียนให้หายจ๋อยเสียเลย เรื่องนี้ค่อนข้างซอฟต์ คิดว่านะ ฮ่าๆ ตามหลักก็คือไม่สปอย ขอบคุณทุกคนมากที่ยังสนับสนุนกันอย่างดี มีกำลังใจมาต่อมากค่ะ หวังว่าเรื่องนี้จะชอบนะคะ

ใครเล่นทวิต ใช้แท็ก #วิวาห์อามันต์

เจอกันตอนหน้านะคะ


ออฟไลน์ naumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากกกกกก ตามๆๆๆ :L2: :L2: :L2:

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
เรื่องในอดีตน่าจะดราม่าหนักอยู่นะ.. :m29:

 :pig4:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ bnmshhhhhhh

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รอติดตามค่ะ

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
งะ อยากอ่านทั้งคู่เลย

ออฟไลน์ Moonoii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ไรท์แต่งแบบมีลูกก่อนอีกแล้ว อยากอ่านแบบรักกันแล้วค่อยมีลูกบ้าง

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ยังไงกันนน  :o12:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
รักๆ วีว่า

ออฟไลน์ Pithchayoot

  • พิชญ์ชยุตม์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
ติดตามจ้า

ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
ยังไงเนี่ยยย เปิดมาก็เศร้าแล้ว :ling3:

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
วิวาห์อามันต์

ตอนที่ 1











“ไหนหันมาอีกข้างซิคะ” วิวาห์พูดกับลูกสาว มือก็ถักจับเส้นผมหยักสลวยนั้นมาถักเป็นเปียเล็ก ๆ ให้อย่างคล่องแคล่ว ก็เขาฝึกทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี่นะ “วันนี้ผูกโบว์สีอะไรดี สีเหลืองดีมั้ยคะเข้ากับชุด”

หวันยิหวาหันมาเลือกโบว์หลากสีหลายแบบในกระเป๋าลายมิกกี้เม้าส์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ลังเลอยู่อึดใจก็หยิบโบว์สีเหลืองเข้ากับชุดกระโปรงน่ารักมาส่งให้

“สีเหลืองสวยจริง ๆ ค่ะวีว่า” พูดแล้วก็เอียงคอมองเงาของตัวเองในกระจกอย่างพอใจ “ยี่หวาสวยมั้ยคะ ลุงวัต ป้าเบสต์”

“สวยที่สุดเลยลูก” บูรณาหัวเราะ เดินเข้ามาลูบศีรษะทุยสวยของหลานสาว “น้องว่านถักเปียเก่งจริง เท่ากันเปี๊ยบเลย”

“ว่านถักให้เจ้าตัวยุ่งนี่ทุกวันนี่ครับ” วิวาห์หัวเราะบ้าง เก็บข้าวของทุกอย่างใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว “ลงไปทานข้าวกันเถอะครับจะได้ออกไปเที่ยวกัน วันนี้แพลนเยอะเสียด้วย”

ตอนที่พวกเขากลับลงมาชั้นล่างก็ไม่เห็นเงาของอามันต์แล้ว วิวาห์เดาเอาว่าชายหนุ่มคงออกไปก่อนตั้งแต่เช้า หวังว่าฝ่ายนั้นจะไม่ได้กลับมาพักที่นี่คืนนี้อีก

“อยากย้ายที่พักหรือเปล่า” วิรัตน์ถามน้องชายหลังจากเห็นอีกฝ่ายกวาดตามองรอบบ้านด้วยท่าทางครุ่นคิด วิวาห์หันมามองหน้าเขาแล้วส่ายหน้า

“ไม่ต้องหรอกครับ ยุ่งยากเปล่า ๆ”

วิรัตน์ไม่ถามอะไรอีก พี่ชายของเขาเป็นคนไม่ชอบเซ้าซี้ถาม มักจะรอให้เขาเล่าอะไรต่อมิอะไรออกมาเองมากกว่า เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนตอนที่วิวาห์ลากกระเป๋ามากดออดหน้าบ้านด้วยน้ำตานองหน้า พี่วัตไม่ถามอะไรเลยสักคำ จนกระทั่งเขาพร้อมที่จะเล่าออกมาเอง พี่วัตก็เป็นฝ่ายรับฟังที่ดี

“คุณกวาง วีว่าดูคุณกวางสิคะ ตัวใหญ่ม้ากมาก” หวันยิหวากรี้ดกร้าดออกมาใหญ่ตอนที่เดินเข้าไปภายในวัดที่เต็มไปด้วยกวางเชื่อง ๆ เต็มไปหมด เด็กหญิงกวาดตามองด้วยดวงตาเป็นประกาย มือก็ลากวีว่าไปทางนั้นทีทางโน้นที ยืนแอ็คท่าถ่ายคู่กับคุณกวางไปหลายรูป “น่ารัก น่ารักมากเลยค่ะ”

วิวาห์พลอยยิ้มออกมาได้ ลืมเรื่องกังวลใจเมื่อตอนเช้าไปเกือบหมด เขาพาหวันยิหวามาให้อาหารกวางจากนั้นก็พาเข้าไปไหว้พระขอพร วิวาห์ไม่ขออะไรมากนอกจากขอให้หวันยิหวาแข็งแรง อยู่กับเขาตลอดไป

“เดี๋ยวแวะทานอาหารกลางวันก่อน” วิรัตน์เป็นคนจัดแจงทริป

วิวาห์นั่งเขี่ยก้างปลาให้ลูกสาว สลับกับตักข้าวในจานของตัวเองเข้าปากไปด้วย ตั้งแต่ต้องเลี้ยงอีกชีวิตหนึ่ง ชายหนุ่มก็แทบไม่ได้ดูแลตัวเองเอาเสียเลย บางมื้อเขาแทบไม่ได้กินด้วยซ้ำเพราะมัวดูแลลูกอยู่

“เดี๋ยวนี้เจ้าว่านแกะก้างปลาคล่องเชียว แต่ก่อนมันแกะเป็นที่ไหน เห็นปลาก็เขี่ยทิ้งแล้ว” วิรัตน์พูดแกมหัวเราะ มองน้องชายที่ก้มหน้าก้มตาแยกเนื้อปลาออกใส่จานให้ลูกสาว “ทำไมไม่กินเข้าไปบ้างล่ะ ให้เจ้ายี่หวามันกินหมด”

“ว่านไม่หิวเท่าไหร่” วิวาห์ตอบ “พี่วัตไม่ต้องสั่งมาเพิ่งนะ ว่านไม่หิวจริง ๆ” เขารีบดักคอพี่ชาย รู้ดีว่าพี่วัตเห็นเขากินนิดเดียวจะต้องสั่งมาเพิ่มแน่ ราคาอาหารมื้อนี้แค่เห็นตัวเลขวิวาห์ก็เกือบเป็นลมแล้ว “เดี๋ยวจะไปกินอย่างอื่นต่อ พี่วัตจะไปตลาดปลาไม่ใช่เหรอ”

“กินไปให้อิ่มนะว่าน ไปเป็นลมเป็นแล้งฉันไม่ช่วยนะ” วิรัตน์พูด รู้ทันน้องชายว่าเกรงใจเขา ไม่รู้เมื่อไหร่กันที่เจ้าว่านกลายเป็นคนคิดมากเรื่องเงินขนาดนี้ แต่ก่อนสมัยที่ยังเรียนอยู่เคยขอให้เขาพาไปเลี้ยงที่แพง ๆ หรู ๆ ตั้งไม่รู้เท่าไหร่

เดี๋ยวนี้มีแค่ไหนก็ประเคนให้ลูกสาวคนเดียวหมด ตัวเองกินแต่อาหารสำเร็จรูปถูก ๆ ไม่ก็ข้าวแกงข้างทางราคาไม่กี่บาท ถ้าพี่ชายอย่างเขาไม่ไปเห็นด้วยตาตัวเองก็คงจะไม่ยอมเล่าให้ฟังแน่ คราวนี้ที่พามาเที่ยวกว่าจะคะยั้นคะยอให้ยอมมาได้ก็เล่นเอาเหนื่อย มัวแต่เกรงใจทำเหมือนไม่ใช่คนกันเองงั้นแหละ

สำหรับคนที่เคยเห็นตั้งแต่น้องชายยังอยู่ในจุดที่ดีที่สุดในชีวิตมาจนถึงตอนนี้ วิรัตน์รู้สึกเจ็บปวดแทนวิวาห์จริง ๆ ถ้าเป็นเขาในวันนั้นอาจจะไม่เก่งเหมือนน้องก็ได้

ทอดสายตาดูใบหน้าเรียวหวานประกอบด้วยดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อยน่าเอ็นดูเหมือนเด็กวัยรุ่นนั้น ใครจะรู้ว่าเจ้าตัวลูกหนึ่งแล้ว รูปร่างผอมบางในชุดเสื้อผ้าแบบเรียบ ๆ ที่ใส่ซ้ำไม่รู้กี่ครั้งจนเนื้อผ้าเริ่มบาง ถึงแม้แบบจะดูดีทว่าวิรัตน์ก็รู้ว่านี่ไม่ใช่สไตล์ของวิวาห์เลย

คนที่เคยเป็นทั้งสไตล์ลิสและนักร้อง เคยจับแต่เสื้อผ้าของแบรนด์เนมราคาสูงลิบ วันหนึ่งต้องกลับมาใช้ของโหลราคาตลาดนัด จะรับได้สักแค่ไหนกันเชียว

“วีว่า..ยี่หวาอยากกินไอติมอีกจังค่ะ” เด็กหญิงพูด แนบใบหน้าเข้ากับต้นแขนของวีว่าอย่างออดอ้อน “ขอกินนิดนึงได้มั้ยคะ”

วิวาห์หยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองขึ้นมาเปิดนับเหรียญ เหลือไม่มากเท่าไหร่สำหรับวันนี้...แต่ถ้าเขาสละมื้อเย็นไปก็น่าจะโอเค

“เลือกรสเลยค่ะ” เขาพูดกับลูกสาวอย่างอ่อนหวาน วิวาห์ระมัดระวังเรื่องคำพูดตลอดมา เพราะอยากให้ลูกสาวพูดเพราะ ๆ ก็ต้องเริ่มจากตัวเขาเองก่อน “มาค่ะ วีว่าพาไปดูนะคะ” ตอนแรกก็ไม่ชินที่ต้องพูดคะขา บ้านเขามีแต่พี่น้องผู้ชาย พูดกระโชกโฮกฮากบางครั้งก็มีคำหยาบกันเป็นเรื่องปกติ แต่พอเห็นลูกพูดคะขาตามบ้างก็รู้สึกชื่นใจ ไม่แปลกประหลาดอีกต่อไป

“น้องว่านดูเครียด ๆ นะคะ” บูรณาเปรยขึ้นกับคนรักเบา ๆ มองผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งที่ยืนเลือกไอศกรีมอยู่หน้าร้าน “มีอะไรหรือเปล่า”

“แฟนเก่าเขามาพักอยู่ที่เดียวกับเราเมื่อคืน” วิรัตน์พูดเรียบ ๆ

“อ้าว” บูรณาอ้าปากค้าง “ใช่คนไทยผู้ชายที่สูง ๆ หน้าดุ ๆ หรือเปล่าคะ เบสต์เห็นเมื่อเช้าตอนเขาใส่รองเท้าออกไป”

“ใช่ คนนั้นแหละ”

“เขาเป็นพ่อของยี่หวา? ”

วิรัตน์ยักไหล่

“ไม่รู้สิ เจ้าว่านไม่เคยเล่าถึงตอนนั้นซักที”

บูรณามองน้องชายของคนรักอย่างกังวลแทน แรกเริ่มเดิมทีตอนที่รู้ความลับว่าเด็กหญิงหวันยิหวาเป็นลูกของวิวาห์ ...ในความหมายว่าชายหนุ่มตั้งท้องและคลอดออกมาก็ตกใจมากแล้ว ตอนเริ่มคบกับวิรัตน์ใหม่ ๆ เธอเข้าใจว่าวิวาห์เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่เลิกกับภรรยาเสียอีก กว่าวิรัตน์จะยอมเล่าให้ฟังก็หลายปี ปล่อยให้เธอสงสัยอยู่ตั้งนานว่าทำไมเด็กหญิงถึงไม่เคยพูดถึงมารดาเลยสักคำ มีแต่พูดถึงบิดาว่าขึ้นไปอยู่บนฟ้าแล้วเท่านั้น

“ตอนที่มันท้อง กว่าจะรู้ว่าท้องได้ก็ท้องโตมากแล้ว นึกว่าอ้วนอยู่ตั้งหลายเดือน” วิรัตน์พูดเนิบ ๆ “ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าว่านร่างกายผิดปกติ ไปตรวจที่โรงพยาบาลตั้งหลายรอบกว่าหมอจะเอะใจจับอัลตราซาวน์”

“เป็นเบสต์คงช็อกมาก”

“เป็นผมก็คงไม่ไหว” วิรัตน์พยักหน้ารับ

“แบบนี้แปลว่าแฟนน้องว่านไม่รู้เรื่องนี้สิคะ”

วิรัตน์ยักไหล่อีกครั้งหนึ่ง วิวาห์กับเด็กหญิงเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับไอศกรีมน่ากินในมือ พวกเขาออกไปเที่ยวกันต่อตอนเย็นจนกลับที่พัก วิวาห์ชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อก้าวเข้าไปในบ้านแล้วพบร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาไม่อยากเจออีกแล้วนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ที่โต๊ะกลางห้อง

“...ไปเที่ยวสนุกมั้ยครับ” อามันต์หันมาทักทายตามมารยาท วิรัตน์คิ้วกระตุก อยากเข้าไปซัดไอ้หน้าหล่อตรงหน้าซักตุ้บติดที่บูรณายึดแขนของเขาเอาไว้แน่น ส่ายหน้านิด ๆ แทนการบอกว่าอย่าเข้าไปยุ่งเรื่องของน้องชายเลย

วิวาห์ช่วยลูกสาวถอดรองเท้าเสร็จก็เงยหน้าขึ้นตอบยิ้ม ๆ

“สนุกดีครับ พี่อาร์มล่ะ ไปเที่ยวที่ไหนมา”

บูรณาค่อนข้างแปลกใจกับวิธีการพูดที่ดูปกติของวิวาห์มากทีเดียว ราวกับพูดกับคนเคยรู้จักทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันมากมาย

“พี่ไปเดินเล่นแถวนี้ ไม่มีแพลนตายตัว” อามันต์ตอบ

“คุณลุงมีคุณกระต่ายที่ข้อมือด้วยค่ะ” เสียงเด็กหญิงเจื้อยแจ้วขึ้นมาทะลุกลางปล้อง หวันยิหวาชี้นิ้วไปที่รอยสักรูปกระต่ายตรงข้อมือของอามันต์อย่างชอบใจ “น่ารักจังค่ะ ยี่หวาอยากวาดรูปที่มือบ้าง”

วิวาห์เห็นรอยสักนั้นก็ชะงักไปนิด จับตัวลูกสาวที่เดินเข้าไปหาคุณลุงตัวโตแบบเด็กกล้าแสดงออกไม่ทัน

“คุณลุงขา ขอยี่หวาดูใกล้ ๆ หน่อยได้มั้ยคะ”

อามันต์กะพริบตา มองเด็กหญิงที่สวยเหมือนตุ๊กตาตรงหน้าอย่างประหลาดใจ เขายิ้มออกมานิด ๆ ยื่นข้อมือออกมาให้เธอดูโดยดี

“ยี่หวา อย่าไปกวนเขา” วิวาห์ได้สติ รีบเขามาหิ้วตัวลูกสาวออกไป อามันต์เห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็หัวเราะห้าว ๆ

“ลุงมีรูปเสือด้วยนะ เสือโคร่งตัวใหญ่เท่านี้ อยากเห็นมั้ย” ชายหนุ่มกางมือออก เด็กหญิงพยักหน้ารัวเร็ว แววตาตื่นเต้น คุณลุงคนนี้ดูใจดีมากเลย

“ไม่ต้อง” วิวาห์ปฏิเสธ เขารู้ดีว่าเสือตัวนั้นอยู่ตรงไหนในร่างกายของอีกฝ่าย “ยี่หวาไปล้างมือก่อนลูก กลับมาจากข้างนอกต้องล้างมือก่อนนะคะ” เขาต้อนลูกสาวออกมาจากห้องนั้น ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ตามหลังมา รู้สึกไม่สบายใจชอบกล

“ยี่หวาอย่าไปพูดกับคนแปลกหน้าแบบนี้อีกนะคะ มันอันตรายนะรู้มั้ย” วิวาห์สอนลูกสาว มือก็ช่วยล้างสบู่ไปด้วย “เกิดเป็นคนไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง”

“ทีวีว่ายังคุยกับเขาได้เลย” ลูกสาวย้อน

“วีว่าแค่ทักทายตามมารยาทเฉย ๆ เขาเป็นคนแปลกหน้านะคะ เดี๋ยวจับยี่หวาไปทำไง” วิวาห์พูด ชักกังวลขึ้นมาเลยกำชับลูกสาวไปอีกที “ถ้าเจอเขาอีกให้รีบมาหาวีว่านะคะ ห้ามพูดคุยกับเขานะ มาหาลุงวัตหรือป้าเบสต์ก็ได้”

“ตกลงค่ะ” เด็กหญิงพยักหน้ารับ

ตอนกลางคืนวิวาห์ไม่ได้ลงมาอาบน้ำข้างล่างเพราะกลัวเจอหน้าอีกฝ่ายอีก ถึงจะบอกตัวเองว่าเรื่องทั้งหมดจบลงไปแล้วก็ตามที

...พี่ว่าเราเป็นแค่พี่น้องกันเหมือนเดิมดีกว่า...

เสียงแหบห้าวในวันนั้นยังติดอยู่ในความทรงจำ วิวาห์ยิ้มเย็น...พี่น้องงั้นเหรอ พี่น้องภาษาอะไรกัน มาพูดตอนนั้นไม่สายไปหน่อยหรือไง เขามาไกลเกินกว่าจะถอนตัวกลับ

“น้องว่านจะนอนยังคะ พี่เบสต์จะฝากปิดไฟกลางห้องหน่อย” แฟนของพี่ชายพูดขึ้น ว่านรีบเอื้อมมือไปปิดไฟให้ ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด ได้ยินเสียงกรนเบา ๆ มาจากร่างของพี่ชายที่นอนหลับอยู่ ทุกคนในห้องเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์กันหมดแล้ว เหลือแค่เขาที่นอนตาค้างมองเพดานอีกตามเคย

ความทรงจำเก่า ๆ ย้อนกลับมาอีกครั้ง

................................................................................................

“น้องว่าน คนนั้นพี่กอล์ฟมือกลอง ส่วนนู่นพี่ชัยมือเบส คนนั้นมือกีตาร์ชื่อไมค์ ส่วนที่นั่งหัวโด่อยู่นี่คืออาร์ม ร้องนำ ..ว่านคงรู้จักอยู่แล้วแหละ” แทนใจพูดแกมหัวเราะ ตบไหล่ของวิวาห์เบา ๆ “ไอ้คนที่ยืนบื้อถือขวดโค้กตามเสารถไฟฟ้าน่ะน้อง”

วิวาห์ยิ้มแหย ไม่กล้าสบตาคมเข้มคู่นั้นมากนัก ใครบ้างจะไม่รู้จักอาร์ม อามันต์ นักร้องนำวงร็อคที่กำลังดังที่สุดตอนนี้

“มึงอย่าจ้องน้องเขาอย่างนั้นสิวะไอ้อาร์ม น้องเขากลัวหมด” คนที่ชื่อกอล์ฟพูดขึ้น

อาร์มหัวเราะหึ ๆ กวาดตามองเขาทั่วตัวจนวิวาห์ขนลุกซู่เพราะสายตานั้น มันทำให้สองข้างแก้มของเขาร้อนผ่าว

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เสียงแหบห้าวเป็นเอกลักษณ์นั้นพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก อามันต์ตัวจริงดูเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายเสียยิ่งกว่าในโทรทัศน์เสียอีก วิวาห์ใจเต้นรัวแทบจะโลดออกมานอกอก สำหรับคนที่เป็นแฟนคลับมาตั้งแต่แรกแถมโชคดีได้ผ่านการแคสต์เข้ามาเล่นเอ็มวีให้วง Forearm แทบจะเรียกว่าโชคสองชั้น

“น้องว่านไปแต่งหน้าแต่งตัวก่อนนะ เดี๋ยวพวกพี่เซ็ตเครื่องดนตรีก่อน จริงสิ..นางเอกเอ็มวีเรามาหรือยังเนี่ย ไอ้หมิวโทรตามซิ”

ว่านเดินเข้าไปหาพี่ ๆ ช่างแต่งหน้าอย่างอาย ๆ พวกเขาวี้ดว้ายกันใหญ่ ชมว่าว่านผิวสวยน่ารักจนนึกว่าเล่นเป็นนางเอกไม่ใช่พระเอก ว่านนั่งนั่ง ๆ ให้พวกเขาแต่งหน้าทำผมให้จนเสร็จก็มายืนรออยู่ที่มุมหนึ่ง ไม่นึกเลยว่าพี่อาร์มจะเดินเข้ามาหา

“แต่งหน้าแล้วก็พอดูได้นี่” นักร้องดังพูดขึ้น “ค่อยเปลี่ยนจากกระต่ายเป็นคนหน่อย”

“กระต่าย? ” วิวาห์ขมวดคิ้ว รู้สึกว่าอามันต์ตัวจริงพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่

“ไปส่องกระจกดูสิ” อีกฝ่ายพูด มีรอยยิ้มนิด ๆ ที่มุมปากตามเคย

วิวาห์นึกขึ้นได้ เม้มปากเข้าหากันทันควัน ปิดบังฟันหน้าสองซี่ของเขาที่เด่นกว่าซี่อื่นอย่างมีนัยสำคัญ อามันต์หัวเราะห้าว ๆ เพียงแค่เสียงหัวเราะของเขาก็ทรงพลังเหมือนออกมาจากท้อง ไม่แปลกใจเลยที่ใครต่อใครต่างชื่นชมความสามารถในการร้องเพลงของเขาว่าเก่งที่สุดในบรรดานักร้องรุ่นเดียวกัน

“ถึงเวลาถ่ายแล้ว ตั้งใจล่ะ” อามันต์พูดต่อมาแล้วเดินผละออกไปสมทบกับเพื่อนร่วมวงที่กำลังตั้งเสียงเครื่องดนตรีกัน ได้ยินมือเบสพูดอะไรซักอย่างแล้วพวกเขาก็หัวเราะกัน วิวาห์จับใจความไม่ถนัดเพราะเขามัวแต่ตื่นเต้นแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว

นางเอกที่เล่นคู่กับเขาเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่ว่านเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้ว เธอส่งยิ้มมาให้ดูเป็นกันเองและทำความรู้จักกับว่านอย่างรวดเร็ว

“ว่านไม่ต้องเกร็งนะ กอดเอวแป้งได้เลย” เธอพูดยิ้ม ๆ จับมือเขามาวางแปะบนเอวของเธอ ทำเอาว่านหน้าแดง นึกเขินเธอขึ้นมาจนไม่รู้ว่าจะเอามืออีกข้างไปไว้ตรงไหน

“เอ่อ...เราขอโทษนะ” ว่านพึมพำอย่างเกรงใจ ไม่กล้าวางมือเต็มที่

“ไม่เอาน่ะ เขินแป้งเหรอ” เด็กสาวตาโต “ว่านไม่เคยถ่ายงานมาก่อนหรือไง”

“เคย...แต่เป็นพวกโฆษณาขนมน่ะ” เขาตอบอ้อมแอ้ม ปกติเข้าฉากแต่กับเด็ก ๆ วิ่งเล่นกินขนมกันสนุก ๆ ไม่เคยต้องมาประกบกับสาวสวยหน้าตาน่ารักแบบนี้เลย

“อ๋อ” แป้งพยักหน้าเข้าใจ “งั้นเดี๋ยวแป้งช่วยเอง ไม่ต้องห่วง”

แป้งมืออาชีพกว่าเขามาก เธอช่วยเขาหลายอย่าง ทั้งออกแบบท่าทางและส่งอารมณ์ให้ ไม่นานว่านก็คลายความประหม่าลง เขาเล่นตามที่ซ้อมมาเต็มที่

“ใช้ได้นี่ มึงว่ามั้ย” แทนใจปรารภกับเพื่อนสนิท สายตาจับจ้องไปยังร่างของพระเอกเอ็มวีที่กำลังคุกเข่าลงไปที่พื้นเพื่ออ้อนวอนคนรักให้กลับมา “เล่นเก่งเลยแหละ กูว่าน้องเขามีพรสวรรค์เลย”

“มึงก็แค่ชอบที่น้องเขาน่ารัก” อามันต์พูดลอย ๆ

“หรือมึงว่าไม่น่ารัก” แทนใจเลิกคิ้ว “ลืมไปว่าเด็กอย่างนั้นไม่ใช่สเป็คมึง แต่น้องเขาดูปลื้มมึงมากนะ ถึงขนาดมีรูปมึงในกระเป๋าสตางค์ด้วย กูแอบเห็นมา” ชายหนุ่มหัวเราะหึ ๆ “เบื่อพวกเสน่ห์แรงว่ะ”

อามันต์พ่นลมหายใจออกมา ลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินไปข้างหลัง

“จะไปดูดเหรอ” เพื่อนถาม “อย่าให้นักข่าวจับได้ล่ะ ไม่งั้นมึงอดได้โล่นักร้องดีเด่นแน่”

“กูจะเอาโล่ไปทำหอกอะไร”

“อย่างน้อยก็รักษาเสียงแหบ ๆ ของมึงเอาไว้บ้างเถอะวะ”

“เรื่องของกู” อามันต์ตอบ โบกมือให้อย่างหงุดหงิดแล้วเดินออกไปด้านหลังสตูดิโอที่ถ่ายทำ

วิวาห์ถอยออกมานั่งข้างนอกฉากถ่ายทำ เห็นพี่ ๆ ในวงเข้าเซ็ตกันแล้วแต่อามันต์ยังไม่กลับมา ดวงตากลมโตชะเง้อมองหาร่างสูงใหญ่ในชุดยีนส์สุดเท่อย่างกังวล ไม่รู้อามันต์หายไปไหน เกือบครึ่งชั่วโมงนักร้องหนุ่มก็กลับเข้ามา ตอนที่เขาเดินผ่านไป วิวาห์ได้กลิ่นบุหรี่ระเหยออกมาจากเสื้อผ้าด้วย เพราะเขาไม่ดื่มไม่สูบ แถมยังแพ้ควันบุหรี่ก็เลยจมูกไวกับกลิ่นชนิดนี้เป็นพิเศษ

อามันต์เห็นคิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากัน ท่าสูดจมูกฟุดฟิดนั่นยิ่งทำให้เจ้าตัวดูเหมือนกระต่ายมากอย่างบอกไม่ถูก ตาโต ๆ คู่นั้นหันมาสบเขาแวบหนึ่งแล้วก็รีบเบือนหลบ ใบหน้าเป็นสีชมพูเรื่อดูน่าขัน นึกถึงที่แทนใจเล่าให้ฟังขึ้นมาได้ ชักอยากรู้แล้วสิว่าในกระเป๋าสตางค์ของอีกคนมีรูปเขาอยู่จริงหรือเปล่า

อามันต์เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ เขารวมรวบสมาธิเข้าสู่การทำงาน วิวาห์นั่งจ้องนักร้องคนโปรดตาไม่กะพริบ อามันต์เป็นผู้ชายที่หล่อมากอยู่แล้ว ทว่าชายหนุ่มกลับหล่อยิ่งกว่าเดิมเสียอีกตอนที่จับไมโครโฟนร้องเพลง ท่าลีดกีต้าร์นั้นก็ดุดัน เห็นข้อลำแข็งแรงและกล้ามเนื้อสวยงามแบบคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ วิวาห์มองภาพของคน ๆ นั้นอย่างหลงใหล อยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้จริง ๆ

เสียงแหบห้าวของอามันต์ช่างบาดลึกโดยเฉพาะยามที่ร้องเพลงอกหักแบบนี้ ชายหนุ่มเหมือนตกอยู่ในภวังค์ของความรู้สึกเจ็บปวดจนคนมองคล้ายจะยื่นมือออกไปจับต้องความเจ็บปวดในหัวใจของคนร้องได้ วิวาห์ฟังไปสองรอบก็จำท่อนฮุคได้หมด มั่นใจได้ว่าเพลงนี้จะต้องดังระเบิดอีกแน่นอน

“ชอบเพลงไหมน้องว่าน” แทนใจถามยิ้ม ๆ ชายหนุ่มทำหน้าที่เป็นผู้จัดการวง “ไอ้อาร์มแต่งเอง”

“ชอบมากครับ เพลงเพราะมาก” วิวาห์ปลื้มมากกว่าเดิมอีก พี่อาร์มของเขาร้องเพลงก็เก่ง แต่งเพลงก็ได้ ช่างเป็นคนที่เพอร์เฟ็คเสียจริง ๆ “ต้องดังแน่ ๆ เลย”

“นั่นสินะ” แทนใจยิ้มออกมาอีก วิวาห์รู้จักแทนใจเพราะอีกฝ่ายเป็นเพื่อนของพี่ทอย คนที่ชักนำเขาเข้าสู่วงการ “ได้น้องว่านกับน้องแป้งมาเล่นให้ด้วย ต้องดังเป็นพลุแตกอีกแน่ ๆ”

“พี่แทนล่ะก็ ชมแบบนี้แป้งตัวลอยพอดี” นางเอกหันมายิ้มเขิน “แล้วอัดเอ็มวีเสร็จแล้วจะไปเลี้ยงที่ไหนกันคะ”

“ร้านโอม จองโต๊ะเอาไว้แล้ว” แทนใจตอบ หันมาทางวิวาห์ “ว่านไปด้วยนะ เดี๋ยวขากลับพี่ไปส่ง”

“เอ่อ...ขอบคุณครับ” วิวาห์ลังเล เขาอยากรีบกลับแต่ว่าจะปฏิเสธก็ดูเสียมารยาทไปหน่อย ก็เลยตั้งใจเอาไว้ว่าจะรีบไปรีบกลับก็แล้วกัน

วิวาห์ไม่เคยมาร้านอาหารกึ่งผับร้านนี้มาก่อน อันที่จริงชีวิตของเขาเคยเที่ยวกลางคืนอยู่สามครั้งเท่านั้น และทุกครั้งก็ไปกับพี่ชายน้องชายทั้งหมด ยิ่งแอลกอฮอล์นี่เขาแทบไม่แตะเลย รู้ตัวดีว่าเป็นพวกคออ่อน แถมเวลาเมายังน่าเกลียดอีกต่างหาก

“นิดเดียวน่าน้องว่าน แก้วนี้อ่อนมากไม่เมาหรอก ผสมน้ำหวานอร่อยดี” แทนใจคะยั้นคะยอมา ส่งแก้วเครื่องดื่มสีสวยให้เขา วิวาห์รับมาถือเอาไว้ พอถูกเซ้าซี้เข้าก็ยกขึ้นจิบนิดหนึ่งพอเป็นพิธี รสชาติหวานหอมซ่านลิ้นทำให้เขาเบิกตาโตอย่างพอใจ เหมือนจะแทบไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยเลยจริง ๆ ตามที่แทนใจบอก เขาเลยยกขึ้นจิบอีกหน่อย

จิบไปจิบมา ใบหน้าเล็ก ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ นัยน์ตากลมโตฉ่ำเยิ้ม ว่านเริ่มกล้าพูดมากกว่าปกติ ใครถามอะไรก็ตอบหมดด้วยเสียงอ้อแอ้นิด ๆ ฟังดูออดอ้อนหน่อย ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

“น้องว่าน พี่ถามจริงเถอะ ในนี้ใครหล่อที่สุด น้องว่านชอบใครที่สุดไหนเลือกมาเลย” พี่มือเบสถามมาอีกแล้ว วิวาห์ขมวดคิ้วครุ่นคิด มองหน้านักดนตรีในวงทีละคนแล้วก็ยกมือขึ้นชี้ไปที่คนที่อยู่ตรงข้ามเขา

“พี่อาร์มหล่อที่สุด ว่านชอบที่สุดเลย”

“ไอ้อาร์มอีกแล้ว อุ๊วะ หมั่นไส้มันโว้ย เอ้ามึงซดเลยหมดแก้ว” แทนใจเลื่อนแก้วที่เพิ่งผสมใหม่ไปให้นักร้องนำของวงอย่างฉุน ๆ อามันต์ทอดสายตามองคนที่ตอบชื่อเขานิ่ง ๆ แล้วก็ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มพรวดเดียวหมดแก้วโดยที่ไม่ละสายตาจากใบหน้าของอีกฝ่ายเลย

วิวาห์หน้าร้อนผ่าว สายตาคมกริบคู่นั้นเหมือนมีดเฉือนหัวใจของเขา ใจเต้นแรงจนต้องยกมือขึ้นกดหน้าอกเอาไว้ กลัวว่าหัวใจจะโลดออกมาเต้นกลางโต๊ะให้อายคนอื่นเขา ได้ยินใครพูดอะไรมาอีกแล้วแต่เขาไม่ได้ฟัง มัวแต่มองหน้าพี่อาร์มอยู่

“มองหน้าตาไม่กะพริบเลยวุ้ย สงสัยจะชอบจริง น้องว่าน...มีคนบอกว่าน้องว่านพกรูปไอ้อาร์มในกระเป๋าจริงหรือเปล่า” มีคนถามมาอีก วิวาห์ขมวดคิ้วแล้วก็ล้วงเอากระเป๋าสตางค์ของตัวเองขึ้นมาเปิดโชว์

“นี่ไง พี่อาร์มจะไปกับว่านทุกที่” รูปถ่ายหน้าตรงของอามันต์สอดอยู่ในกระเป๋าของวิวาห์จริง ๆ ด้วย “พี่อาร์มเป็นเครื่องลางของว่าน ทำให้ว่านโชคดี” คนพูดโบกกระเป๋าสตางค์ไปมาแล้วก็ทำร่วงลงกับพื้น ร้อนถึงคนนั่งใกล้สุดต้องช่วยก้มลงไปเก็บ

“กูว่าน้องเขาชักเมาจริง ๆ แล้วว่ะ” แทนใจกระซิบข้างหูนักร้องนำ “เดี๋ยวกูไปส่งเขากลับก่อนดีกว่า”

“อยู่ที่ไหน” อามันต์ถามขึ้นเรียบ ๆ เห็นเพื่อนเลิกคิ้วก็ถามซ้ำ “บ้านเขา..อยู่ที่ไหน”

“จะไปส่งหรือไง”

“ก็ไม่แน่” คนตอบเล่นลิ้น คนฟังส่ายหน้าดิก

“ไม่ได้โว้ย คนนี้น้องเพื่อนกู เดี๋ยวมันเอาตาย” แทนใจพูด “ไม่ใช่สเป็คมึงหรอก อย่างมึงไปนู่น...คนนู้นดีกว่า เห็นนั่งเล็งมาตั้งแต่เข้าร้านแล้วนี่” เพื่อนพูดอย่างรู้ทัน อามันต์หัวเราะ หันไปมองทางที่มีร่างปราดเปรียวเหมือนนายแบบยืนอยู่แวบหนึ่ง “เดี๋ยวกูไปส่งน้องเขาก่อน”

อามันต์พยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีก


ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk






แทนใจลุกไปห้องน้ำ พักหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางเครียดนิด ๆ

“ไอ้อาร์ม กูคงต้องฝากมึงไปส่งน้องเขาก่อนจริง ๆ ว่ะ ที่บ้านมีปัญหานิดหน่อยต้องรีบกลับไปจัดการ” แทนใจว่า กวาดตามองพรรคพวกที่เหลือที่เริ่มนอนซบกับโซฟาอย่างหมดสภาพ “ทิ้งไอ้พวกนี้ไว้นี่ก่อน เดี๋ยวกูมาเก็บศพพวกมันทีหลังเอง”

อามันต์พยักหน้ารับง่าย ๆ ลุกขึ้นเดินไปหิ้วปีก ‘เด็ก’ คนนั้นขึ้นมา วิวาห์ยืนโงนเงนสะบัดหัวอย่างมึนงง เกาะไหล่หนาเอาไว้เป็นหลัก

“จะไปไหนเหรอครับ”

“กลับบ้านน่ะซิ” อามันต์ว่า ฟังเส้นทางจากแทนใจจนจบก็พาวิวาห์เดินออกมาจากร้าน ได้ยินเสียงแทนใจกำชับกำชามาอีกรอบว่าห้ามพาไปที่อื่นเด็ดขาด

นักร้องดังจุ๊ปาก ...เห็นเขาเป็นคนยังไงกัน คนอย่างอามันต์ไม่เลือกเด็ก ๆ ผอมแห้งหัวโต ท่าทางเลิ่กลั่กแบบนี้มานอนด้วยหรอก

กึ่งลากกึ่งพยุงอีกฝ่ายมานั่งในรถ วิวาห์ตอนเมาพูดเก่งไม่ใช่เล่น จากเรื่องนั้นไปเรื่องนี้ฟังไม่ศัพท์ แถมมีการหยุดถามเขาเป็นระยะให้ตอบอีกด้วย พอไม่ตอบก็เซ้าซี้อยู่อย่างนั้นจนต้องเออออตามไป เจ้าตัวถึงได้เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นต่อ อามันต์ขับรถมาตามเส้นทางที่แทนใจบอกจนเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง เสียงพูดหยุดเงียบไปแล้วกลายเป็นเสียงอื่นที่ทำให้อามันต์ขมวดคิ้ว

“อึ๊ก ..โอย...อึ๊ก” คนที่หน้าเหมือนกระต่ายอย่างประหลาดกำลังสะอึกเป็นระยะ ท่าทางเหน็ดเหนื่อยกับการสะอึกจริง ๆ แถมยังพยายามยกมือขึ้นบีบจมูกกลั้นหายใจอีก แต่ก็ยังสะอึกออกมาอยู่ดี “เหนื่อยแล้ว อึ๊ก”

“กินน้ำเยอะ ๆ เดี๋ยวก็หาย” อามันต์พูด “ลงไปได้แล้ว ถึงบ้านเธอแล้วล่ะ”

อีกฝ่ายยังนั่งเฉย อามันต์นับหนึ่งถึงสิบในใจ

“ลงไปเร็ว อย่าบอกนะว่าฉันต้องลากเธอลงมา”

วิวาห์ส่ายหน้า เอื้อมมือไปเปิดประตูรถออกแล้วต้วมเตี้ยมลงมาอย่างมึน ๆ งง ๆ อาการสะอึกทำให้เขารู้สึกแย่กว่าเดิมมาก ยังไม่ทันก้าวลงจากรถก็รู้สึกแน่นในอกตามด้วยกลิ่นเหม็นเปรี้ยวขมปาก วิวาห์อาเจียนออกมาตรงนั้นเอง เจ้าของรถเบิกตากว้างแทบจะถลนออกมาจากเบ้าด้วยความตกใจ

“เห้ย เธออ้วกใส่รถฉันเนี่ยนะ” ถ้ามีใครถามว่าอามันต์รักอะไรมากที่สุดในโลกนี้รองจากการร้องเพลงก็คงจะต้องเป็นน้องโรส...รถยนต์สุดหรูของเขาแน่ ชายหนุ่มมองซ้ายขวาหาผ้าหรืออะไรสักอย่างมาทำความสะอาด จะฉีกเสื้อตัวเองก็ทำไม่ลง สุดท้ายก็เลยดึงผ้าพันคอของวิวาห์ออกมาเช็ดเศษอาหารออกจากเบาะหนังแท้ของเขาอย่างขยะแขยง “แบบนี้กลิ่นก็ตลบหมดน่ะสิ” ชายหนุ่มคราง ลากตัววิวาห์ออกมาจากรถ ปล่อยให้นั่งกองที่พื้นก่อน

“ผม...ว่านขอโทษ” คนเมาพูดปนสะอึกไปด้วย ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดปาก “ว่านไม่ได้ตั้งใจ มันพุ่ง อึ๊ก ออกปากเอง”

“เข้าไปในบ้านได้แล้ว อย่าให้ฉันโมโหนะ”

“ไม่มีกุญแจ” อีกฝ่ายตอบอ้อแอ้

อามันต์รู้สึกเหมือนมีอะไรระเบิดบึ้มในหัว ชายหนุ่มเดินกระแทกเท้าไปทุบกำปั้นใส่ออดหน้าบ้านเต็มแรง เสียงแหลมสูงกังวานไปทั่ว สักพักก็มีแสงไฟในบ้านตามด้วยเสียงฝีเท้าเดินออกมา เป็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง แต่ยังท่าทางกระฉับกระเฉง

“ใครมา...อ้าว นั่นใครน่ะ” เธอหรี่ตามองหน้าเขาอย่างไม่ไว้ใจ อามันต์หงุดหงิด หน้าตาเขาเหมือนโจรหรือไงกัน

“ผมพาวิวาห์มาส่งครับ”

“น้องว่าน” เธออุทาน กระวีกระวาดไปไขกุญแจเปิดประตูออก “คุณเป็นใครน่ะ ทำอะไรน้องว่าน มอมเหล้าน้องเหรอ กลิ่นเหล้าหึ่งเชียว”

“มอมอะไรล่ะยาย เขาดื่มเอง แถมอ้วกใส่รถผมด้วย” อามันต์พูดอย่างโมโห “รู้มั้ยว่าเบาะหนังแบบนี้มันต้องสั่งทำพิเศษเลยนะ กว่าจะได้มานานแค่ไหน ...” ยิ่งพูดก็ยิ่งแค้น หันขวับไปมองคนที่ยังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนพื้นอย่างโกรธ ๆ วิวาห์สะอึกออกมาดังเอื้อก

“นี่เธอ...เรียกฉันยายเลยเหรอ อย่างมากฉันก็รุ่นเดียวกับแม่เธอเท่านั้นแหละย่ะ” อีกฝ่ายเท้าสะเอวพูดใส่เขา “เบาะรถแค่นี้พูดมากอยู่ได้ คนเขาไม่สบายดันมัวแต่ห่วงรถ ประสาทจริง ๆ เลยเชียว มาส่งก็ดีแล้ว ขอบใจมาก กลับได้แล้วล่ะ ถ้าอยากเรียกค่าเสียหายก็ไว้ค่อยมาคุยวันหลังนะ” เธอพูดฉอด ๆ จากนั้นก็ตรงเข้าไปพยุงตัวคนเมาให้ลุกขึ้นยืน พูดเสียงอ่อนราวกับเป็นคนละคน “น้องว่านไหวไหมคะ เดี๋ยวป้าเอิบพาเข้าไปพักข้างในนะ แข็งใจหน่อยนะลูก”

อามันต์กัดฟันกรอด เขาไม่อยากทะเลาะกับมนุษย์ป้าแบบนี้ ได้แต่ยืนเคาะปลายเท้าระบายความหงุดหงิดเดือดดาล จากนั้นก็หันกลับมาทำความสะอาดเบาะรถสุดรักสุดหวงต่อ ชายหนุ่มต้องเปิดหน้าต่างระบายกลิ่นอาเจียนออกมาตลอดทาง หมดอารมณ์จะกลับไปรับคนที่เล็งเอาไว้ที่ร้านคืนนี้ พรุ่งนี้เขาจะต้องรีบพาน้องโรสเข้าศูนย์แต่เช้า เปลี่ยนเบาะใหม่ให้หมดแถมทำความสะอาดทั้งคันล้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกให้หมดด้วย

วิวาห์ตื่นขึ้นมาตอนเช้าด้วยความปวดหัวจี๊ดเหมือนศีรษะจะระเบิด เมื่อคืนเขาจำอะไรไม่ค่อยได้ รู้สึกเหมือนมีคนมาส่งเขาหน้าบ้าน ถ้าจะไม่ผิดเหมือนจะเป็น... แก้มร้อนซู่จนต้องยกมือขึ้นนาบเอาไว้ เขินจนทิ้งตัวลงกับที่นอนอีกรอบ กลิ้งไปกลิ้งมาบนผ้าห่ม

...พี่อาร์มมาส่งเขาด้วย โอ๊ย!! ฝันหรือจริงกันแน่เนี่ย...

เขารีบออกจากห้องไปถามป้าเอิบเป็นอันดับแรก อีกฝ่ายบอกว่าคนมาส่งเขาเป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ผมยาวที่หน้าเหมือนโจร วิวาห์รีบควักเอารูปมาโชว์ให้ดูแล้วถามยืนยันว่าใช่มั้ย

“นายคนนี้แหละค่ะที่มาส่งน้องว่าน แต่พูดจาไม่ดีเลย กระโชกโฮกฮากจริง ๆ เอาแต่พูดว่าน้องว่านอ้วกใส่รถเขา แหม..ก็คนเมาไหมล่ะ จะมาโทษอะไร”

“ว่านอ้วกใส่รถเขาเหรอครับ” วิวาห์อ้าปากค้าง “แล้วเขา...โกรธมากมั้ยป้า” ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอามันต์ทั้งรักทั้งหวงรถยนต์มากแค่ไหน ก็บอกแล้วไงว่าเขาเป็นแฟนพันธุ์แท้อันดับหนึ่ง เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของอีกฝ่ายมานับไม่ถ้วน แล้วนี่เขาดันไปทำรถสุดที่รักของศิลปินคนโปรดเปื้อนเข้าเนี่ยนะ วิวาห์อยากจะกัดลิ้นตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“ก็คงโกรธอยู่” ป้าเอิบตอบไม่เต็มเสียงนัก “แต่น้องว่านไม่ต้องกังวลไปหรอก เพื่อนแบบนั้นไม่น่าคบเลย ไม่ต้องไปยุ่งด้วยน่ะดีแล้ว”

“ได้ยังไงล่ะครับป้า ว่านทำรถเขาเสียหายนะ” วิวาห์เริ่มกังวล “ว่านจะต้องไปขอโทษเขาก่อน”

“น้องว่านฟังป้าเอิบนะ น้องว่านไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมากินข้าวเช้าก่อน แล้วจะไปทำอะไรค่อยว่ากัน เข้าใจมั้ย คุณสินกับคุณณีรอน้องว่านที่โต๊ะแล้วนะ พี่วัตกับน้องวินด้วย”

“ครับป้า” วิวาห์รับคำอย่างหงอย ๆ เดินกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนตามที่พี่เลี้ยงสั่ง ป้าเอิบดูแลเขามาตั้งแต่จำความได้ นัยว่าเป็นพี่เลี้ยงของปราณี มารดาของเขาอีกทีหนึ่ง พอปราณีแต่งงานกับสารสินบิดาของเขา ย้ายถิ่นฐานมาอยู่กรุงเทพฯ ป้าเอิบก็เลยตามลงมาอยู่ด้วยตั้งแต่ตอนนั้น

“ว่านมาแล้ว หน้าซีดเชียว เมื่อคืนกลับกี่โมงลูก” มารดาของเขาถามเสียงนุ่ม ว่านอึกอัก

“ไม่ดึกมากครับ ถ่ายเสร็จก็เลยไปฉลองกับที่กองมา”

“แฮงค์ไหมน่ะ” ผู้เป็นพ่อถามต่อมาบ้าง ว่านพยักหน้าแล้วก็เปลี่ยนเป็นส่ายหน้า

“สรุปว่ายังไงกันแน่ฮึเจ้าว่าน” พี่ชายของเขาพูดขึ้นบ้าง มือก็เลื่อนชามข้าวต้มส่งมาให้ “เมาเละล่ะสิ ไม่ยอมโทรมาให้ไปรับอีกแน่ะ แล้วกลับบ้านมายังไง”

“เพื่อนมาส่งครับ” ว่านอ้อมแอ้ม

“เพื่อนพี่ว่านขับรถหรูมากเลย” วินพูดขึ้น “วินยังไม่หลับ ได้ยินเสียงออดเลยลุกมาดูตรงหน้าต่าง รถสวยอย่างงี้” เด็กหนุ่มชั้นมัธยมปลายยกนิ้วโป้งชูให้ “รวยมากแน่ ๆ”

“อืม” ว่านงึมงำ ไม่อยากเล่าต่อว่าดันทำงามหน้าเอาไว้บนรถเขา

“เพื่อนคนไหนน่ะ แม่รู้จักไหม” แม่ของเขารู้จักเพื่อนของลูก ๆ เกือบทุกคน เพราะบ้านเขามักเปิดเป็นที่ปาร์ตี้ของเพื่อน ๆ ลูกอยู่เสมอ

“ไม่รู้จักครับ เพื่อนใหม่ เพิ่งเจอกันตอนทำงาน”

คนเป็นพ่อแม่สบตากันแวบหนึ่ง ว่านรู้ว่าพ่อแม่เป็นห่วงเขามากกว่าพี่น้องคนอื่นเพราะเขาไม่ใช่คนฉลาดเอาตัวรอดมากนัก เรียนก็เฉียดตกประจำ หัวช้าคิดอะไรไม่ค่อยทันชาวบ้าน พ่อบอกว่าเป็นเพราะตอนท้องแม่ของเขาเครียดเรื่องงานมากไปหน่อยก็เลยมาตกที่ลูก ขณะที่พี่วัตสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยดังได้ เขากลับเอนท์ไม่ติด ต้องเอนท์ใหม่อีกรอบถึงได้ติดคณะฯ ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเรียนง่ายหางานยาก จบมาก็ตกงานต่อเลย ส่วนน้องชายของเขาเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งชีวะโอลิมปิกระดับโลก เพิ่งได้เหรียญเงินกลับมาหมาด ๆ

“คบใครก็ระวังด้วยนะลูก พามาให้พ่อแม่พี่น้องแสกนบ้างก็ได้” แม่พูดเนิบ ๆ

ว่านรับคำอย่างห่อเหี่ยว ตักข้าวต้มเข้าปากได้ไม่เท่าไหร่ก็อิ่ม วันนี้เป็นวันหยุด ว่านเลยไม่ต้องไปมหาวิทยาวัย...เขาต้องใจว่าจะแวะไปขอโทษพี่อาร์มเสียหน่อยที่ทำให้รถเปื้อน

วิวาห์เปิดดูตารางงานของวงแล้วก็เจอว่าวันนี้มีโชว์ตอนเย็นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งต่อด้วยงานที่ผับ เขาตั้งใจว่าจะไปดักรอเจอที่ห้าง จะได้ดูพี่อาร์มร้องสดแล้วเข้าไปขอโทษด้วยเลยทีเดียว คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

“จะไปไหนน่ะว่าน” แม่ของเขาเรียกเอาไว้ก่อนตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากบ้าน วิวาห์ชะงัก

“ไปห้างครับแม่”

“ไปกับใครน่ะ”

“คนเดียว” ลูกชายชูนิ้วชี้ขึ้นมา “แม่มีอะไรจะใช้ว่านหรือเปล่าครับ”

“เปล่าหรอก แม่ถามดูเฉย ๆ อย่าลืมกระเป๋าตังค์ โทรศัพท์ แว่นตา กุญแจรถ ยาแก้แพ้ เอาไปหรือยัง” แม่ถามเขาเหมือนเขายังเป็นเด็ก ๆ งั้นแหละ แต่ว่านก็ชินแล้ว เด็กหนุ่มเปิดกระเป๋าที่สะพายอยู่ออกมาสำรวจข้าวของ

“กุญแจรถอยู่นี่ แว่นตา ยาอยู่นี่ กระเป๋าตังค์ เอ...กระเป๋าตังค์อยู่ไหน” คิ้วเรียวขมวดมุ่น เปิดพลิกหาจนทั่วก็ยังไม่เจอ “สงสัยว่านลืมเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงครับ ขอวิ่งไปดูก่อน”

“เจ้าว่านนะ เมื่อไหร่จะโตเป็นผู้ใหญ่กับเขาเสียทีเนี่ย จะยี่สิบแล้วนะ” แม่พูดอย่างอ่อนใจ มองตามหลังลูกชายคนกลางไป วิวาห์หายเงียบไปครู่หนึ่งก็วิ่งหน้าตื่นลงมาจากชั้นสอง

“แม่ กระเป๋าสตางค์ว่านหาย หาไม่เจอเลย”

“อ้าว ไปลืมไว้ที่ไหน ลองคิดซิ” ปราณีพูด “ถ้าแม่ขึ้นไปหาแล้วเจอนี่โดนแน่ ๆ เจ้าว่าน”

“เดี๋ยวว่านไปหาอีกรอบก่อน” วิวาห์หน้าจ๋อย รีบวิ่งขึ้นไปหาที่ห้องอีกรอบ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ หรือว่าเขาทำหล่นที่ไหนเอาไว้ นึกไปนึกมาก็สงสัยว่าจะหล่นอยู่ในรถของอามันต์หรือเปล่า หรือจะเป็นที่ร้านอาหาร

“หรือว่าโดนขโมยไปแล้ว” พี่วัตเข้ามาร่วมวงด้วย หรี่ตามองน้องชายพลางส่ายหน้า “ไอ้ว่านขี้หลงขี้ลืมประจำ นี่ถ้าโจรมันได้ไป ป่านนี้เอาบัตรนายไปกดเงินหมดตัวไปแล้วมั้ง”

วิวาห์หน้าเสีย รีบโทรไปอายัติบัตรตามที่พี่ชายบอก ในกระเป๋ามีบัตรประชาชนเสียด้วย ไม่รู้จะถูกเอาไปใช้ในทางไม่ดีหรือเปล่า

“ไปแจ้งความเอาไว้ก่อนแล้วกันเพื่อความปลอดภัย” วิรัตน์ตัดสินใจให้

“พี่วัต ว่านคิดว่าตัวเองน่าจะลืมในรถของเพื่อนหรือที่ร้านอาหารเมื่อคืนครับ” วิวาห์พูดอย่างไม่แน่ใจ พี่ชายจุ๊ปาก ถามที่อยู่ของเพื่อนแต่ว่านไม่รู้ ว่านรู้แค่บริษัทค่ายเพลงต้นสังกัดของอามันต์เท่านั้น

“แต่ว่าเขาจะมีงานร้องเพลงที่ห้างเย็นนี้นะพี่ หรือเราจะไปดักรอดี” ว่านว่า วิรัตน์ส่ายหน้า

“ไม่มีทางอื่นติดต่อเขาเลยเหรอ โทรไปสิ”

“ว่านไม่มีเบอร์” วิวาห์พูดเสียงอ่อยแล้วก็นึกขึ้นได้ “เดี๋ยวว่านลองโทรหาพี่ทอยดูก่อน เผื่อเขามีเบอร์”

พี่ทอยให้เบอร์แทนใจมา ว่านเลยลองโทรไปดูปรากฏว่าฝ่ายนั้นไม่รับสาย วิวาห์เริ่มร้อนใจขึ้นมาหน่อย ๆ นั่งฟังที่พี่วัตขู่เอาไว้ต่าง ๆ นานา ว่าถ้าเกิดคนไม่ดีได้บัตรประจำตัวประชาชนของเขาไปแล้วจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นมาได้บ้างก็ยิ่งตื่นตระหนก สุดท้ายก็เลยติดรถพี่วัตไปแจ้งความที่สน.ที่ใกล้ที่สุดก่อน

ขากลับพี่วัตแวะส่งว่านที่สถานีรถไฟฟ้า ให้เงินว่านมานิดหน่อยพอติดตัวแล้วก็กำชับว่าขากลับจะมารับ ให้ว่านรีบไปถามเพื่อนดูว่าเห็นกระเป๋าสตางค์ตัวเองบ้างหรือเปล่า

ว่านรู้ว่าพี่วัตหงุดหงิดที่ไปตามนัดสาวสายไปเกือบชั่วโมงเพราะมัวแต่วุ่นวายเรื่องว่าน แต่จะปล่อยให้ว่านจัดการเรื่องทั้งหมดเอง พี่วัตก็ไม่ไว้ใจ พี่วัตไว้ใจวินมากกว่าว่านเสียอีก ทั้งที่วินเด็กกว่าว่านตั้งสองปี น่าน้อยใจชะมัด

“กรี้ด...พี่อาร์ม ทางนี้ค่ะ ทางนี้” เสียงกรี้ดดังมาจากลานน้ำพุกลางห้างที่จัดอีเว้นท์เกี่ยวกับน้ำหอมอยู่ วิวาห์เดินตรงไปทางนั้น ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีกระหึ่มบ่งบอกว่าพี่อาร์มคงขึ้นแสดงแล้ว

ใจเต้นตึก ๆ ตามจังหวะกลองหนัก ๆ ร่างสูงเด่นของพี่อาร์มอยู่บนเวทีที่แวดล้องด้วยเหล่าแฟนคลับเต็มแน่นไปหมดแทบไม่มีที่แทรก ว่านแอบเบียด ๆ แทรก ๆ เข้ามาจนเกือบถึงขอบเวที เงยหน้าขึ้นมองพี่อาร์มร้องเพลงพร้อมกับโบกมือส่งเสียงเชียร์ไปด้วยจนคอแห้ง ว่านไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวในที่แห่งนั้น พี่อาร์มมีแฟนคลับผู้ชายอยู่พอสมควรเกือบจะครึ่ง ๆ อาจจะเป็นเพราะความเท่และดนตรีที่ออกร็อคของเขา

“ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้นะครับ” พี่อาร์มพูดบนเวที ส่งยิ้มออกมานิดหนึ่ง แค่นั้นเสียงกรี้ดก็ถล่มทลายแล้ว ว่านยกมือขึ้นกดหน้าอกเอาไว้เพราะความตื่นเต้น พี่อาร์มมีเสน่ห์มากจริง ๆ “ไหนใครมากับแฟนบ้าง วันนี้ ยกมือขึ้นหน่อย เอ้า โสดกันหมดเลยเหรอ งั้นถามใหม่ ใครยังโสดอยู่บ้าง ขอมือหน่อยเร็ว”

วิวาห์ยกมือขึ้นจนสุดแขน พี่อาร์มกวาดตามาทางนี้แวบหนึ่ง ไม่รู้ว่านคิดไปเองหรือเปล่าว่าพี่อาร์มเห็นว่าน รอยยิ้มบนใบหน้าของพี่อาร์มเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ่งดูจับตา พี่อาร์มเริ่มร้องเพลงใหม่ที่เกี่ยวข้องกับความโสดที่เพิ่งถามไปเมื่อกี้ ได้ฟังเสียงพี่อาร์มชัด ๆ คลอกับดนตรี ว่านรู้สึกเหมือนตัวเองลอยได้เลยทีเดียว

อีเว้นท์ใกล้จบแล้ว ว่านเดินลัดเลาะออกมายืนด้อม ๆ มอง ๆ ที่หลังเวที พอเห็นแทนใจเข้าก็รีบโบกมือส่งเสียงเรียก แทนใจดูแปลกใจมากทีเดียว รีบเดินเข้ามาหาเขา

“น้องว่าน มาดูพวกพี่เหรอ หรือแวะมาเดินเล่นเฉย ๆ”

“ว่านทำกระเป๋าสตางค์หายเมื่อคืนครับ พี่แทนเห็นบ้างมั้ย” วิวาห์เข้าเรื่องไม่อ้อมค้อม อีกฝ่ายขมวดคิ้ว

“กระเป๋าตังค์เหรอ คุ้น ๆ นะ เห็นว่านทำตกที่ร้านแต่ก็เก็บใส่กระเป๋าแล้วนะ” แทนใจไล่เรียงเหตุการณ์ “แล้วตอนกลับ ..จริงสิ ไอ้อาร์มเป็นคนไปส่งว่านที่บ้านนี่ เดี๋ยวพี่ถามอาร์มให้นะ ..เดินมานั่นพอดี” แทนใจโบกมือเรียกนักร้องหนุ่มที่เดินดุ่ม ๆ เข้ามาหลังเวทีด้วยท่าทางเหนื่อยไม่เบา อามันต์มองมาทางพวกเขาแล้วเดินเข้ามาหา พอมาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้แล้ววิวาห์ก็มองเห็นเม็ดเหงื่อชุ่มโชกบนใบหน้าและเสื้อของอีกฝ่ายชัดเจน

“มาแล้วเหรอ กำลังรออยู่เลย” อามันต์พูดเสียงเรียบที่ทำให้คนฟังกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ วิวาห์นึกถึงความผิดของตัวเองขึ้นมาได้ทันที รีบชิงยกมือขึ้นไหว้ก่อน พูดเร็วปรื๋อ

“ผมขอโทษครับพี่อาร์ม ผมไม่ได้ตั้งใจจะอ้วกใส่รถพี่เลยนะ แต่ผมเมามาก ไม่รู้ตัวจริง ๆ” วิวาห์หน้าซีด เห็นคิ้วเข้มของคนฟังขมวดเข้าหากันดูเคร่งเครียดกว่าปกติ

“พูดเรื่องนั้นขึ้นมาด้วยก็ดี รถฉันตอนนี้มีแต่กลิ่นอาเจียนของเธอ ฉันต้องเอาเข้าศูนย์ล้างใหม่หมด”

“ผมขอโทษครับ” วิวาห์จ๋อยสนิท ยกมือขึ้นไหว้อีกรอบ “ให้ผมชดใช้ค่าเสียหายก็ได้นะครับ”

“ฉันเปลี่ยนหนังใหม่หมดทั้งคัน คิดว่าเท่าไหร่ล่ะ” อามันต์พูดเสียงโหด แทนใจรีบเบรกเพราะเห็นคนฟังเริ่มตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้

“เห้ยเอาน่า นิดหน่อยเอง น้องว่านเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำรถมึงเปื้อนเสียหน่อย”

“คออ่อนก็ต้องรู้ตัวสิ ไม่ใช่ปล่อยให้เมาเละ” อามันต์พูดต่อ ทำเป็นมองไม่เห็นดวงตากลมโตแดงเรื่อนั้น “แล้วลืมอะไรอีก รู้ตัวบ้างมั้ย”

“ว่าน..ว่านลืมกระเป๋าตังค์” วิวาห์พูดเสียงเครือ ถึงพี่วัตจะขี้บ่นแต่ก็ไม่เคยดุว่านขนาดนี้มาก่อนเลย เสียงห้าว ๆ นั้นห้วนขึ้นฟังดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ ว่านอยากวิ่งหนีจะแย่อยู่แล้ว

“ก็ยังดีที่รู้ตัว ไม่ไปรู้เอาชาติหน้า” อามันต์ว่า หยิบกระเป๋าสตางค์ใบเล็กจากเป้ขึ้นมาส่งให้ “วันหลังระวังตัวหน่อย ดีแค่ไหนแล้วที่ตกในรถฉัน ไม่ใช่ตกเรี่ยราดที่อื่น”

“ขอบคุณครับ” วิวาห์รีบรับกลับมาใส่กระเป๋าเอาไว้ เม้มปากคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้นพูดกับศิลปินที่ชอบ “ว่านจะชดใช้ค่าเสียหายให้พี่อาร์มครับ พี่อาร์มส่งบิลมาที่บ้านว่านได้เลย”

“เหอะ” อามันต์พ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ

“น่าเพื่อน ..มึงอย่าใจร้ายกับน้องเขาสิวะ นี่พระเอกเอ็มวีของเรานะเว้ย อาทิตย์หน้าก็ปล่อยเพลงแล้ว เห็นกับที่น้องเขาอุตส่าห์มาเล่นให้หน่อย” แทนใจรีบปรามเพื่อนสนิท “เอาอย่างนี้น้องว่าน พี่แทนช่วยนะ น้องว่านอ้วกใส่รถสุดรักของมันก็เป็นความผิดอยู่แหละ แต่ก็ไม่ต้องขนาดชดใช้เงินหรอก บ้านไอ้อาร์มมันรวย แค่นี้ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงแน่”

“งั้นให้ว่านทำยังไงดีครับ” วิวาห์ถามซื่อ ๆ นัยน์ตากลมโตคู่นั้นดูใสบริสุทธิ์เสียจนแทนใจก็ไม่กล้าเสนอตามที่คิดแต่แรกอีก แม้แต่อามันต์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าวิวาห์เป็นเด็กแก่แดดไวไฟสักคน เขาคงขอแลกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นง่าย ๆ แล้ว ข้อเสนอนี้ก็คงจะถูกสนองอย่างรวดเร็วสมใจทั้งผู้ให้และผู้รับแน่ ๆ

อามันต์รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนดีนักหรอก ถ้าใครเต็มใจเสนอมา เขาก็พร้อมสนองให้ไม่เคยขัด เขาไม่ใช่ศิลปินดีเด่นแห่งชาตินี่นะ

“เลี้ยงข้าวฉันซักมื้อแล้วกัน” อามันต์พูดเนิบ ๆ คนฟังดูแปลกใจตามด้วยความโล่งใจไม่น้อย วิวาห์รีบยกมือไหว้เขาอีกรอบ

“ได้เลยครับพี่อาร์ม ว่านจะเลี้ยงข้าวชดใช้ให้พี่อาร์มเองครับ” วิวาห์โล่งอกเอาจริง ๆ ดูท่าศิลปินคนโปรดก็ไม่มีท่าทีจะโกรธเขาเป็นจริงเป็นจังแล้วด้วย อามันต์ผละไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกทางหนึ่ง วิวาห์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาจะนัดอีกฝ่ายเมื่อไหร่ “พี่อาร์มจะให้ผมเลี้ยงเมื่อไหร่ครับ”

“ไว้ฉันจะติดต่อไป” อามันต์พูด ถอดเสื้อที่ชื้นเหงื่อออก แผงอกกำยำมีรอยสักพาดยาวรูปเสือตัวใหญ่ตั้งแต่อกซ้ายพาดสีข้างไปยังด้านหลังดูแปลกตา เม็ดเหงื่อเกาะพราวตามลอนกล้ามเนื้อน่าดู เขารู้ดีว่ามีตาโต ๆ คู่หนึ่งจ้องมาแทบไม่กะพริบ แถมใบหน้าเล็ก ๆ นั้นยังขึ้นสีแดงจัดสองข้างแก้ม ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก เปลี่ยนใจกะทันหัน “เอามือถือของเธอมา”

“อะไรนะครับ” วิวาห์นึกว่าหูฝาด อีกฝ่ายพูดซ้ำ ก็เลยส่งโทรศัพท์ของตัวเองไปให้ อามันต์กดเบอร์โทรศัพท์แล้วโทรออก ได้ยินเสียงรอสายดังขึ้นในกระเป๋าของนักร้องหนุ่ม จากนั้นก็ส่งคืนมาให้

“เดี๋ยวนัดกันอีกที แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องรีบไปอีกงานหนึ่งให้ทัน”

“ครับพี่อาร์ม”

วิวาห์พูดเหมือนละเมอ ยกมือขึ้นโบกตามหลังร่างสูงใหญ่ของพี่อาร์มที่สะพายกีตาร์เดินออกไปพร้อมกับเพื่อนในวง เสียงกรี้ดดังสนั่นตามหลังเป็นทางตามที่พี่อาร์มเดินผ่าน ว่านไม่ได้เดินตามไปอีกแต่เปิดโทรศัพท์ขึ้นดู เห็นเบอร์ของพี่อาร์มโชว์หราอยู่บนสุด หัวใจเต้นตึก ๆ ด้วยความดีใจปนตื่นเต้น

วิวาห์รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ เป็นแฟนคลับที่โชคดีมาก ๆ

..............................................................................................

“ว่านตื่นได้แล้ว จะถึงแล้วล่ะ” วิรัตน์เอื้อมมือไปเขย่าตัวปลุกน้องชายที่นั่งโงกหลับทันทีที่ขึ้นมาบนรถบัส วิวาห์สะดุ้งตื่น หันไปมองเห็นลูกสาวนอนซบอยู่บนตักเหมือนเดิมก็โล่งใจ

“โทษทีพี่วัต ว่านเผลองีบไปหน่อย ใกล้ถึงหรือยังครับ”

“ป้ายหน้านี่ล่ะ” วิรัตน์ตอบ มองน้องชายอย่างเป็นห่วงอยู่เงียบ ๆ เมื่อคืนเขาตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำทันเห็นวิวาห์นอนลืมตาโพลงอยู่คนเดียวเหมือนยังไม่หลับ เจ้าตัวเห็นเขาลุกก็รีบหลับตาลงทำเป็นหลับเหมือนเด็ก ๆ วิรัตน์เลยปรึกษากับบูรณาว่าจะย้ายที่พักกันคืนนี้ อย่างน้อยไม่ต้องเห็นหน้ากันแล้ว น้องชายของเขาน่าจะอาการดีขึ้น

ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าไม่มีอะไรแล้วก็เถอะ...ถ้าไม่มีอะไรจริงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับแบบนี้เหรอ เขาในฐานะพี่ชายต้องชิงตัดไฟเสียแต่ต้นลมก่อน

ไม่รู้ว่าแฟนเก่าน้องชายจะพักที่นั่นโดยบังเอิญหรือว่าอะไร วิรัตน์ก็จะไม่ปล่อยให้น้องต้องเสียใจอีกหรอก

“ทำไมจู่ ๆ บ้านพักที่เดิมก็เต็มล่ะครับ” วิวาห์ถามขึ้นขณะที่จูงมือลูกสาวเดินเข้าไปในซอยด้วยกัน “เราไม่ได้จองไว้แล้วเหรอ”

“เห็นว่ามีทัวร์มาลงน่ะ เขาบอกจองห้องเอาไว้ก่อนแล้ว” วิรัตน์ลอบไขว้นิ้วเอาไว้ในใจ เห็นน้องชายเหลือบมองมาเหมือนรู้ทันแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ วิวาห์คงเดาได้ล่ะมั้งว่าทำไมพี่ชายถึงพาเปลี่ยนที่นอนเอาในคืนสุดท้าย

“พรุ่งนี้บินกลับกรุงเทพฯ รอบดึก จัดกระเป๋าเตรียมเอาไว้เลยก็ดี เราไปเที่ยวน้ำตกกันก่อนตอนเย็นแวะกลับมาเอากระเป๋าแล้วนั่งรถไฟกลับไปสนามบิน” วิรัตน์วางแผนอย่างรอบคอบ พวกเขาต้องแวะส่งบูรณาก่อนด้วย หญิงสาวยังไม่กลับเพราะต้องทำงานต่ออีกเดือนหนึ่ง

“ยี่หวาขอจับตุ๊กตาด้วยได้มั้ยคะ” เด็กหญิงหวันยิหวารีบพูด “ตุ๊กตาน้องหมาชิบะน่ารัก ยี่หวาอยากพาน้องกลับบ้านค่ะ”

“โอเคค่ะ แวะก่อนกลับนะ...นะครับพี่วัต” วิวาห์หันไปถามหัวหน้าทริปอีกรอบ วิรัตน์ไม่คิดจะขัดใจหลานรักอยู่แล้ว สรุปคืนนั้นพวกเขาก็เลยเข้านอนกันอย่างสงบสุข โดยเฉพาะวิวาห์ที่รู้สึกดีกว่าทุกวัน

เวลาผ่านอย่างรวดเร็วเหมือนติดปีก ยี่หวาเดินกอดตุ๊กตาสุนัขพันธุ์ชิบะเอาไว้แน่น หลังจากเสียเงินเล่นไปหลายรอบเล่นเอาวิวาห์เหงื่อตก แต่ในที่สุดก็ได้ตุ๊กตามาครอบครอง เห็นรอยยิ้มดีอกดีใจยกใหญ่ของลูกสาวแล้ว วิวาห์ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มือหนึ่งจูงยี่หวาอีกมือลากกระเป๋าเดินทางขึ้นรถไฟตรงไปยังสนามบิน

“ยี่หวาไม่อยากกลับเลยค่ะ” เธอพูดหงอย ๆ “เราอยู่ต่อเลยได้มั้ยคะ”

“ป่านนี้คุณตาคุณยายคิดถึงแย่แล้วนะคะ ยายเอิบด้วยนะ” วิวาห์พูดปลอบใจ “เอาไว้เราค่อยมาเที่ยวใหม่ดีไหมคะ”

“ดีค่ะ ยี่หวาก็คิดถึงคุณตาคุณยายด้วย” เด็กหญิงพยักหน้ารับ “พายี่หวามาอีกนะคะวีว่า”

“ถ้ายี่หวาเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนล่ะก็ วีว่าจะพาไปเที่ยวบ่อย ๆ เลยดีมั้ยคะ”

“ยี่หวาเป็นเด็กดีมากเลยค่ะ” ลูกสาวพูดแล้วเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่น วิวาห์ยิ้มออกมาได้ อุ้มหวันยิหวาขึ้นมานั่งตักพูดคุยเล่นเพลิน ๆ จนถึงเวลาขึ้นเครื่องบิน

เครื่องกำลังจะบินขึ้นแล้ว วิวาห์ทอดสายตามองแสงไฟของบ้านเรือนที่เห็นอยู่ด้านล่าง ใบหน้าคมเข้มแวบเข้ามาในความคิด...คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วกระมัง ป่านนี้คงเที่ยวเล่นไปเรื่อย ๆ ตามนิสัยของเขาที่ไม่เคยจริงจังกับอะไร

ดีแล้วล่ะ ไม่ต้องเจอกันอีกน่ะดีแล้ว...ต่างคนต่างอยู่

โชคดีนะพี่อาร์ม...

“คุณกระต่าย” ลูกสาวกระตุกข้อมือของเขา วิวาห์หันไปมองก็เห็นเด็กหญิงกำลังชี้มือไปยังแถวที่นั่งที่อยู่เยื้องกันไปอีกแถวหนึ่ง ข้อมือของผู้โดยสารคนนั้นวางอยู่บนที่วางแขน รอยสักรูปกระต่ายคุ้นตาทำให้วิวาห์ขมวดคิ้วฉับ “ใช่คุณลุงกระต่ายคนนั้นมั้ยคะ ยี่หวาว่าใช่แน่ ๆ ยี่หวาจำได้”

เสียงเจื้อยแจ้วของหลานสาวปลุกวิรัตน์ที่นั่งหลับให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาบ้าง

“อะไรยี่หวา มีอะไร” พี่ชายถามงง ๆ วิวาห์รีบส่ายหน้า

“ไม่มีอะไรครับ พี่รัตน์นอนเถอะ” พี่ชายหลับตาลงไม่สนใจอะไรอีก วิวาห์รีบหันไปกระซิบข้างหูเด็กหญิงให้ลดเสียงลงหน่อย “รบกวนผู้โดยสารคนอื่นเขานะคะ”

หวันยิหวาพยักหน้ารับ พักเดียวก็หันไปสนใจอย่างอื่นต่อตามประสาเด็ก ทว่าคนเป็นแม่นี่สิที่สงบใจไม่ลง ทั้งที่เมื่อกี้อุตส่าห์บอกลาในใจเสียดิบดีแล้วแท้ ๆ

ไม่เจอกันตั้งห้าปี บทจะเจอขึ้นมาทำไมถึงเจอกันไม่เลิกนะ โลกกลมนักหรือไง..

............................................................................

มาอัพต่อนะคะ

เรื่องนี้คนละแนวกับเวฬาหยุดรักนะ ถึงจะแฟนเก่าเหมือนกัน แต่บอกเลยว่าอารมณ์ต่าง อิอิ ชอบมากเลย เรื่องนี้แปลกตรงไม่หวือหวานะ แต่เขียนแล้วรู้สึกอวล ๆ ในใจยังไงไม่รู้ (เว่อมาก5555)

เจอกันตอนหน้า

ใครชอบเรื่องนี้อย่าลืมช่วยกันโปรโมทด้วยน้า คนละไม้คนละมือค่ะ ฮ่าๆๆ

#วิวาห์อามันต์

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-1
เลิกกันไปแบบที่ไม่รู้ว่าวิวาห์ท้องได้และกำลังท้องอยู่สินะ คนมันใช่จะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังใช่ เหมือนเดิม

ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ติดตามครับ

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ tuek

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3571
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +214/-3
ติดตามค่ะ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
รักวีว่า เจ้าฟันกระต่าย

ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
อย่าใจร้ายกับวีว่าได้มั้ยย :ling1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ทำไมดูท่าจะหม่นๆ หนอ

เป็นกำลังใจให้วิวาห์และคนเขียนจ้า

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
ตัดใจให้เด็ดขาดเถอะวิวาห์


เลี้ยงลูกคนเดียวมาได้ตั้งนาน


อย่าไปคิดถึงคนอื่นอีกเลย


เจ็บแล้วจำคือคน


เจ็บแล้วทนคือควายนะรู้ใหม

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
ยังไงดีนะ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ Funnycoco

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ชอบอะไรแบบนี้ มาต่อเร็วๆน้าค้า

ออฟไลน์ bpyt

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
ทำไมถึงเลิกกันนะ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7697
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ติดตามจ้า~

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด