::: [Mpreg] Nevertheless, I still miss you. #วิวาห์อามันต์ ::อัพตอน14 16/5/63 p8
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ::: [Mpreg] Nevertheless, I still miss you. #วิวาห์อามันต์ ::อัพตอน14 16/5/63 p8  (อ่าน 26412 ครั้ง)

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ลุ้นว่าพ่อของเจ้าเด็กน้อยยี่หว่าจะรู้เมื่อไรว่าตัวเองมีลูกสาว

ออฟไลน์ kratai_rabbit

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ติดตามนะค่าบบ  :mew1:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
โห วีว่า ช้อตนับเหรียญให้น้องกินไอติมคือแบบ  :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
วิวาห์อามันต์

ตอนที่ 2











“ตรงนู้นค่ะวีว่า น้าวินอยู่ตรงนู้น” เด็กหญิงหยันยิหวากระตุกมือมารดาพลางชี้นิ้วไปยังเด็กหนุ่มร่างสูงเก้งก้างที่ยืนรออยู่ข้างนอก วิวาห์จับมือลูกสาวเอาไว้แน่นกลัวว่าลูกจะวิ่งถลาออกไปแล้วถูกคนชนเข้า

“คนเยอะยี่หวาอย่าวิ่งนะคะ จับมือวีว่าเอาไว้ก่อน”

เสียงพูดคุยโต้ตอบอย่างอ่อนหวานของชายหนุ่มหน้าอ่อนกับเด็กหญิงหน้าตาน่ารักทำให้ใครหลายคนหันไปมองอย่างเอ็นดู เดาจากอายุใบหน้าแล้วทั้งคู่น่าจะเป็นพี่น้องหรือไม่ก็อาหลาน

อามันต์จับตาดูคนทั้งคู่อยู่เช่นกัน ชายหนุ่มเดินตามหลังทุกคนออกมาเงียบ ๆ พี่ชายของวิวาห์เป็นคนเอากระเป๋าทั้งหมดไปถือเอาไว้เอง ปล่อยให้น้องชายจูงลูกสาวเดินตามต้อย ๆ ...ไม่มีเงาของผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนนั้น หรือว่าเธอจะไม่ได้กลับมาด้วยกัน...

วิวาห์กับภรรยาแยกกันอยู่งั้นเหรอ?

อามันต์เดินตามพวกเขาออกมาข้างนอก น้องชายคนเล็กของวิวาห์มารอรับอยู่ก่อนแล้ว เขาเคยเจอหน้าเด็กคนนี้เมื่อหลายปีก่อน วิรัตน์ยกกระเป๋าขึ้นรถยนต์คันใหญ่ รุนหลังหลานสาวเข้าไปนั่งข้างในตามด้วยวิวาห์และน้องชาย จากนั้นเขาก็เข้าประจำที่หลังคนขับ

รถคันนั้นแล่นออกไปจากสนามบินแล้ว อามันต์ยืนมองตามจนลับสายตา

วิวาห์ลอบถอนหายใจยาว เขาละสายตาจากกระจกมองหลังที่มีเงาร่างสูงใหญ่ปรากฏอยู่ อามันต์ยืนมองอยู่ตรงนั้นจนรถของพวกเขาขับออกมา อันที่จริง...พี่อาร์มก็เดินตามหลังออกมาตลอดตั้งแต่ลงจากเครื่อง ว่านพยายามทำเป็นไม่เห็น ไม่สบตา ขนาดปวดฉี่จะแย่ก็ยังไม่อยากหยุดเข้าห้องน้ำก่อนเพราะกลัวว่าจะจ๊ะเอ๋กันในห้องน้ำอีก

ตอนที่เจอกันที่นู่น ...ว่านยังมองโลกในแง่ดีว่าอาจจะเป็นความบังเอิญ ตอนที่มาพักที่เดียวกัน ว่านก็ยังคิดว่าโลกคงกลมมาก ๆ แต่พอขึ้นไฟล์ทกลับเที่ยวเดียวกันแล้ว ว่านก็ชักไม่แน่ใจเท่าไหร่ พี่อาร์มรวยจะตายไปจะมานั่งชั้นประหยัดทำไม คนอย่างพี่อาร์มไม่มีทางทนนั่งที่แคบ ๆ เด็ดขาด

ยกเว้นมีจุดประสงค์อะไร...

นัยน์ตากลมโตเหลือบมองเด็กหญิงที่ยังพูดจ้อคุยกับน้าชายไม่หยุด ...หรือว่าพี่อาร์มรู้เรื่องยี่หวาแล้ว... ไม่น่า นอกจากคนในครอบครัวของเขาแล้วไม่มีใครรู้ความลับเรื่องนี้อีก ทุกคนรอบตัวเข้าใจว่าวิวาห์เป็นพ่อหม้ายลูกติด ภรรยาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุไปนานแล้ว ไม่เคยมีใครสงสัย...

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างกังวลจนถึงบ้าน พอเห็นสายตาของพี่วัตที่มองมาวิวาห์ส่งยิ้มฝืน ๆ กลับไปให้ เขาไม่อยากให้พี่ชายต้องกังวลไปด้วย

ใจเย็น ๆ เอาไว้วิวาห์ ...คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

“ยี่หวาคิดถึ๊งคิดถึงคุณตาคุณยายค่ะ” เด็กหญิงพูด เข้าไปกอดญาติผู้ใหญ่พลางเอียงแก้มให้คุณตาคุณยายหอมซ้ายขวา “คุณตาคุณยายคิดถึงยี่หวามั้ยคะ” ริมฝีปากแดงสดเป็นกระจับน้อย ๆ ช่างพูดจาฉอเลาะ ไม่แปลกใจที่หลานสาวสุดที่รักไม่อยู่บ้านแค่อาทิตย์เดียวแต่ทำเอาบ้านทั้งหลังเงียบเหงา

“คิดถึงสิลูก ตากับยายรอให้ยี่หวากลับมา ไปเที่ยวสนุกมั้ยคะ”

“สนุกสุด ๆ เลยค่ะ ยี่หวามีขอมาฝากคุณตาคุณยายด้วยนะคะ” เด็กน้อยกุลีกุจอไปเปิดกระเป๋าใบใหญ่มาแจกจ่ายข้าวของที่ซื้อมาฝากทุกคน “ยี่หวาเลือก วีว่าจ่ายค่ะ” เด็กหญิงพูดอย่างภาคภูมิใจ สะบัดผ้าพันคอลายสวยในมือให้คุณยายดูไปด้วย “อันนี้ของคุณตาค่ะ ขนมถั่วแดง อร่อยมาก รสชาติหวานนุ่ม..” เธอสาธยาย

“พูดซะตานึกว่าเราเป็นคนขายเสียเองนะยี่หวา” คุณสารสินหัวเราะ รับของฝากจากหลานรักมาเปิดชิม “อร่อยจริง ๆ ด้วยแฮะ ยี่หวาไม่โม้นะเนี่ย”

หลานสาวยิ้มหน้าบาน กระโดดไปทางโน้นทีทางนี้ที แจกจ่ายของฝากให้คนในบ้านรวมถึงยายเอิบพี่เลี้ยงที่คอยดูแลยี่หวามาตั้งแต่เกิด ยายเอิบถึงกับน้ำตาไหลเมื่อเห็นของฝากของคุณหนูที่รัก

“ขนมถั่วแบบนี้ ยายเอิบไม่มีฟันจะกินยังไงล่ะคะคุณหนู”

“ไม่ยากค่ะ เดี๋ยวยี่หวาช่วยเคี้ยวเอง”

“เคี้ยวแล้วก็กลืนเลยใช่มั้ยคะ” วิวาห์นั่งเก็บของอยู่หันมาแซว ลูกสาวหัวเราะคิกที่โดนรู้ทัน “หมดเงินไปกับขนมของยี่หวานี่แหละครับ แทบจะขนมาทั้งชั้น”

“ก็ยี่หวาอยากให้คุณตาคุณยาย ยายเอิบ พี่ต๋อม พี่รุ่งได้กินกันทุกคนนี่คะ...อ้อ พี่โบ้ด้วย” ฟังลูกสาวร่ายยาวแล้ววิวาห์ก็รู้สึกเหมือนขี้หูจะไหล ชายหนุ่มลุกขึ้นจากกองข้าวของแล้วเดินขึ้นไปบนห้องนอน พอกลับมาถึงบ้านแล้วเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ไม่ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลาอีกต่อไป โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ชายคนนั้น

เสียงข้อความดังขึ้นจากพี่ที่ทำงาน ถามไถ่เรื่องการเดินทางของเขาตบท้ายด้วยของฝากและเจอกันที่ออฟฟิศพรุ่งนี้ วิวาห์ถอนหายใจเฮือก อะไรนุ่ม ๆ อย่างหนึ่งขยับชนข้อเท้าเบา ๆ ชายหนุ่มก้มลงมองก็เจอแมวขนนุ่มฟูตัวหนึ่งเดินเข้ามาคลอเคลียไม่ไปไหน

“ว่าไงพี่โบ้ ...คิดถึงกันใช่มั้ย ไม่เจอกันนาน ..คิดถึงกันล่ะซิ” วิวาห์ย่อตัวลงไปอุ้มสัตว์เลี้ยงตัวโปรดขึ้นมากอดเอาไว้ พี่โบ้หรือชื่อเต็มคือจัมโบ้ร้องครวญเหมือนออดอ้อน คงคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันนานล่ะสิ “แต่ว่านไม่คิดถึงหรอกนะ ไม่คิดถึงเลย” เขาพูดกับแมวตัวนั้น มองจ้องตาแป๋วตอบกลับมาพลางร้องเมี้ยว “ฟังรู้เรื่องด้วยเหรอ”

วิวาห์ใช้เวลาสั้น ๆ จัดการธุระส่วนตัว เขานอนแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายความเมื่อยขบและเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง บางคนชอบท่องเที่ยวแต่ไม่ใช่ว่านคนนึงล่ะ เขาชอบนอนเล่นดูหนังฟังเพลงมากกว่า อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องใช้พลังงานเยอะ ไปเที่ยวครั้งนี้เหนื่อยกว่าทุกทีเพราะว่านต้องดูแลลูกด้วย ว่านรู้สึกเหมือนโดนสูบพลังเลย

“วีว่า ยี่หวาเข้าไปได้มั้ยคะ” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นตามมารยาทที่วิวาห์อบรมลูกสาวอย่างเคร่งครัด พอมารดาอนุญาต เด็กหญิงถึงได้เปิดเข้าไป วิวาห์ยืนเช็ดผมอยู่หน้ากระจก “คุณยายให้มาเรียกไปกินข้าวค่ะ”

“ยี่หวาอาบน้ำก่อนมั้ยลูก” วิวาห์ถาม เด็กหญิงส่ายหน้าจนหางเปียแกว่งไปมา “กลับมาข้างนอกสกปรกออก”

“ยี่หวาขอกินข้าวก่อนค่ะ” เธอทำท่าเหมือนแมวพองขน เด็กหญิงหวันยิหวาไม่ชอบอาบน้ำเอาเสียเลย

บนโต๊ะอาหารวิวาห์สังเกตได้ว่าพ่อกับแม่คอยมองมาทางเขาด้วยสายตาเป็นห่วงจนเห็นได้ชัด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่วัตคงจัดการ ‘ฟ้อง’ ให้ฟังไปหมดแล้ว วิวาห์อยากบอกพ่อกับแม่เหมือนกันว่าไม่ต้องเป็นห่วง วิวาห์คนนี้โตแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก ๆ อ่อนต่อโลกโดนหลอกง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อน

วิวาห์เคยได้รับบทเรียนมาแล้ว เหนื่อยจนพอแล้วล่ะ

“ว่าน เข้ามานวดให้แม่หน่อยสิลูก” แม่ของเขาเรียกเอาไว้หลังทานข้าวเสร็จจริง ๆ ตามคาด

“ว่านขอพายี่หวาอาบน้ำเข้านอนก่อนได้มั้ยครับแม่”

แม่ตอบตกลง ว่านพาลูกสาวอาบน้ำอย่างใจลอยจนเกือบเอายาสระผมมาอาบน้ำแทน อดคิดถึงคำพูดของเพื่อนสนิทไม่ได้ว่าเขายังเป็นเด็กไม่รู้จักโตอยู่แบบนี้ก็เพราะว่ายังอยู่กับบิดามารดานี่เอง.. ขนาดโตจนอายุเบญจเพสเข้าปีนี้แล้วแถมมีลูกอีกคน ว่านก็ยังเหมือนเด็ก ๆ ที่ทำอะไรต้องคอยบอกคอยปรึกษาพ่อแม่อยู่ทุกฝีก้าว

คงเป็นเพราะว่านเคยล้มเหลวมาก่อน พ่อแม่เลยไม่อยากให้ผิดหวังอีก แต่ใครจะรู้ดีเท่าว่านว่าเขารู้สึกอึดอัดอยู่ข้างในลึก ๆ กับความเป็นห่วงเป็นใยนี้ คิดมาถึงตรงนี้...ชายหนุ่มก็รีบส่ายหน้าไล่ความไม่สบายใจออกไป วันที่ว่านเสียใจที่สุด มีคนเสียใจกว่าว่านก็คือพ่อกับแม่

“ยี่หวาหลับแล้วเหรอลูก” คุณปราณีเงยหน้าขึ้นทัก เธอกำลังปักผ้าอยู่ ถึงจะอายุมากขึ้นแต่สายตาก็ยังดี เวลาว่างก็เลยทำงานฝีมือเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปแก้เบื่อ “มานั่งตรงนี้สิ”

“พ่อเราบ่นว่าง่วงก็เลยเข้านอนก่อนน่ะ” เธอตอบเนิบ ๆ รอจนลูกชายเข้ามานั่งตรงหน้า “ไปเที่ยวสนุกมั้ย”

“ก็ดีครับ ไปเปิดหูเปิดตา ยี่หวาชอบมาก” ว่านหยิบผ้าปักของมารดามาพลิกดูเล่น “คุณแม่อยากไปเที่ยวบ้างมั้ยครับ”

“แม่แก่แล้ว พวกหนูไปกันเถอะ” คุณปราณีหัวเราะ มองลูกชายอยู่ครู่หนึ่งก็พูดขึ้นเนิบ ๆ “เห็นพี่วัตเล่าว่าว่านเจอพี่อาร์มที่นู่นเหรอลูก”

วิวาห์ยังมีสีหน้าเป็นปกติ เพราะเขาเตรียมตัวมาแล้วว่าจะต้องโดนถามแน่นอน

“ครับแม่” รับคำแล้วก็รู้สึกว่าห้วนสั้นไปหน่อย เลยเสริมต่ออีกนิดหนึ่ง “พี่อาร์มก็เหมือนเดิม ไม่ได้เจอกันนาน”

“แล้วเขาว่ายังไงบ้าง คุยกันบ้างมั้ย”

“ครับ ทักทายตามปกติ พี่อาร์มก็ไม่ได้ว่าอะไร เจอกันแป๊บเดียว ...แล้วก็เจอบนเครื่องอีกหน่อย กลับเที่ยวเดียวกัน บังเอิญไหมล่ะครับ” วิวาห์หัวเราะออกมาเบา ๆ

“เขากลับมาด้วยเหรอ” ปราณีพูดเรียบ ๆ “คงไม่ได้จะมาอะไรกับเราอีกแล้วใช่มั้ย”

“โธ่แม่ เห็นว่านเป็นคนยังไง ว่านเจ็บแล้วจำนะ”

“ก็แล้วไป แม่จะได้โล่งอก” เธอพูด “พ่อเขาก็เป็นห่วงอยู่ รายนั้นกลัวแค่เขาจะมาเอาหลานไปแค่นั้นแหละ”

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงครับ เขาจะไม่มีทางรู้เรื่องยี่หวาเด็ดขาด” วิวาห์พูดเสียงหนักแน่น “หรือถึงรู้ เขาก็เอายี่หวาไปจากว่านไม่ได้ ยี่หวาเป็นลูกของว่านคนเดียว ว่านไม่ยอมให้ใครทั้งนั้น”

คุณปราณีพยักหน้ารับ ลูกชายคนกลางของเธอถึงจะเป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย ตามใครไม่ค่อยทัน แต่ถ้าลงได้ฝังใจเรื่องอะไรเข้าแล้วล่ะก็ ไม่เคยเปลี่ยนใจเลยสักครั้งเดียว ใจแข็งเสียยิ่งกว่าบรรดาพี่น้องทั้งหมด แม้แต่วิรัตน์ที่ว่าดุก็ยังต้องยอมให้

“ได้ยินแบบนี้แม่ก็ค่อยสบายใจ”

วิวาห์นอนไม่หลับอีกหนึ่งคืน เขาตื่นมาอาบน้ำอย่างสะโหลสะเหล่ก่อนจะปลุกลูกสาวขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนบ้าง นั่งกินอาหารเช้ากันพร้อมหน้าพร้อมตา วิรัตน์ขับรถไปส่งเขากับลูกที่หน้าโรงเรียนอนุบาลก่อนจะเลยไปทำงานและแวะส่งน้องชายคนเล็กที่โรงเรียนซึ่งเป็นทางผ่าน

เด็กหญิงในชุดนักเรียนกระโปรงแดงผูกเปียเดินแกมวิ่งเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ อย่างรวดเร็ว วิวาห์มองตามหลังลูกสาวแล้วอมยิ้ม รู้สึกว่าทำภารกิจสำเร็จไปอีกวันหนึ่ง

“สวัสดีค่ะ คุณพ่อของน้องยี่หวา...วันนี้มาแต่เช้าเลย” เสียงใส ๆ ดังขึ้นข้างตัว พอหันไปดูก็เจอร่างเล็กบางของผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ยืนยิ้มให้เขาอยู่

“ครูเตยสวัสดีครับ” วิวาห์พูดทักทาย ครูเตยเป็นครูประจำชั้นของหวันยิหวา “ฝากยี่หวาด้วยนะครับ เพิ่งไปเที่ยวมาเป็นหวัดนิดหน่อย มีขนมมาฝากเพื่อนในห้องกับครูเตยด้วยนะครับ อยู่กับยี่หวา” เขาบอก

หญิงสาวอมยิ้มบอกขอบคุณ สบตาเขาแวบเดียวก็เมินหลบ ข้างแก้มเป็นสีชมพูเรื่อ วิวาห์กระแอมรีบบอกขอตัวกลับออกมา คุณครูสาวไม่ได้ปิดบังความรู้สึกเท่าไหร่ว่า ‘ปลื้ม’ เขาอยู่ แถมเคยพูดเป็นนัย ๆ ด้วยว่าไม่รังเกียจพ่อหม้าย

วิวาห์เคยคิดเรื่องหาแม่ให้หวันยิหวาอยู่เหมือนกัน เขารู้ดีว่าสถานะตอนนี้ของเขากับลูกมันแปลกประหลาด ตอนนี้ลูกยังเล็กเลยยังไม่เข้าใจ แต่อีกหน่อยถ้าลูกโตขึ้น วิวาห์ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะอธิบายให้หวันยิหวาฟังว่าตัวเองเป็นแม่หรือเป็นพ่อดี วิวาห์ไม่อยากให้ลูกรู้สึกมีปมด้อยเลย

“มาแล้วน้องว่าน ไปเที่ยวสนุกมั้ยจ๊ะ ไหนของฝาก” พอถึงที่ทำงานได้ พี่ ๆ ที่นั่นก็ทักทายพร้อมกับทวงของฝากจากเขาหน้าตาเฉย วิวาห์หยิบขนมที่ซื้อมาส่งให้ “หน้าตาผ่องใสจังนะว่าน สงสัยพักผ่อนเต็มที่ ดี ๆ” พี่อีกคนพูดยิ้ม ๆ แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มไปด้วย

ว่านรีบเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองของบริษัทที่เป็นส่วนของเขา เขารู้ว่าทุกคนออกจะหมั่นไส้ความเป็นเด็กเส้นของว่าน เพราะนอกจากจะไม่มีใบปริญญามาสมัครทำงานแล้ว วิวาห์ยังขอลาหยุดไปเที่ยวต่างประเทศได้เป็นอาทิตย์ ไม่รู้ว่าใช้อภิสิทธิ์อะไร

“คุณว่านกลับมาแล้วเหรอ” เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงาน ว่านกำลังวุ่นอยู่กับการจัดการเอกสารที่ใครต่อใครมากองทิ้งเอาไว้เต็มโต๊ะ คนที่ยืนเท้าโต๊ะของเขาอยู่นั้นส่งยิ้มมาให้ผ่านแว่นสายตา “เข้าไปคุยในห้องกันหน่อย” พูดจบร่างสูงได้สัดส่วนก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่อีกฟากของชั้น

วิวาห์รู้ว่ามีสายตามองตามหลังพร้อมกับคำซุบซิบแต่ว่านก็ชินแล้ว ชายหนุ่มหิ้วของฝากสำหรับผู้ชายคนนั้นติดมือไปด้วย คุณฟอร์ดนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มองมาที่ว่านยิ้ม ๆ

“ของฝากเหรอ ขอบคุณมากครับ” รองประธานบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ที่ว่านทำงานด้วยอยู่พูดอย่างเป็นกันเอง ราวกับว่านเป็นพนักงานระดับสูงสักคน ไม่ใช่แค่เสมียนคอยนั่งตามเก็บงานทั่วไป “นั่งก่อนสิ คุณผอมลงนะ เดินเหนื่อยแน่ ๆ” รอยยิ้มหลังแว่นตาดูจริงใจจนว่านอดยิ้มตอบกลับไปไม่ได้

“เหนื่อยเหมือนกันครับคุณฟอร์ด”

“หรือจะไม่สบาย ลาพักได้นะถ้าไม่ไหว” อีกฝ่ายเสนอ ว่านรีบปฏิเสธ แค่นี้เขาก็โดนมองค้อนทุกวันอยู่แล้ว

“ไม่เป็นไรครับ ผมสบายดี ...ขอกลับไปทำงานก่อนนะครับ”

“เย็นวันพรุ่งนี้ที่งานเลี้ยงสามสิบปีของบริษัท ผมอยากให้คุณว่านช่วยร้องเพลงให้ด้วยสักเพลงสองเพลง ได้มั้ยครับ” อีกฝ่ายพูดยิ้ม ๆ คนฟังชะงัก

“ว่านไม่ได้ร้องเพลงแล้วครับ” ...ไม่ได้ร้องนานมาก ๆ แล้ว

“นาน ๆ ทีน่ะครับ ถือว่าช่วย ๆ กัน ฝ่ายอื่นเขาก็มีโชว์เด็ด ๆ กันทั้งนั้น ของเราอุตส่าห์มีคุณว่านแล้ว ใคร ๆ ก็อยากฟังคุณว่านร้องเพลงอีกสักครั้งนะครับ” ธาดาคะยั้นคะยอ “เพลงเดียวก็ได้ ...ผมยังจำได้สมัยก่อน ตอนที่ Forearm ดัง ผมชอบคุณว่านมาก ๆ ชอบมากกว่าเสียงคุณอาร์มอีกนะ”

วิวาห์ยืนนิ่ง รู้สึกเหมือนถูกสะกิดเปิดปากแผลแรง ๆ โดยไม่ทันตั้งตัว

“ผมร้องเพลงของพวกคุณได้ทุกเพลง คุณว่านไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ผมไม่เชื่อข่าวลือพวกนั้นหรอก” ธาดาหัวเราะเบา ๆ “เรื่องตั้งหลายปีแล้ว พวกคุณยังติดต่อกันอยู่ไหมครับ”

“เปล่าครับ” วิวาห์ส่ายหน้า

ธาดาอมยิ้ม ทำท่าเหมือนอยากบอกอะไรแต่ก็เปลี่ยนใจ

“เอาเป็นว่า ..คุณว่านอย่าลืมมางานฉลองพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ชุดธีมสีเงินนะครับ”

“ครับ” วิวาห์รับคำส่ง ๆ อีกฝ่ายจะได้เลิกเซ้าซี้

วันรุ่งขึ้นพี่ ๆ ในทีมวิ่งวุ่นเตรียมงานกันใหญ่ ว่านเองก็วิ่งไปทางนู้นทีทางนี้ทีตามแต่ที่จะมีใครเรียกให้ช่วย ชายหนุ่มแอบมองนาฬิกาเป็นระยะ ตั้งใจว่าพอสี่โมงเย็นจะอ้างว่าต้องไปรับลูกสาวแล้วแวบกลับบ้านไปเลย

“ว่าน” เสียงเรียกดัง ๆ ตามด้วยมือฟาดใส่หลังเขาไม่เบานักทำให้ว่านสะดุ้ง เพื่อนสนิทของเขายืนยิ้มกว้างอยู่ตรงหน้า “กลับจากเที่ยวแล้วไม่ยอมส่งข่าวกันบ้างเลยนะ เงียบหายเข้ากลีบเมฆ”

“แป้ง” ว่านเรียกเสียงอ่อย แป้งในวันนี้ไม่ใช่เด็กสาวร่างแบบบางอีกแล้ว เธอเป็นคุณแม่ลูกสามเลยพลอยอ้วนท้วนสมบูรณ์ตามลูก ๆ ทั้งสามไปด้วย “วันนี้ไม่ไปรับเจ้ายี่หวาหรือไง”

“ว่าจะไปนี่แหละ แต่ยังไม่เสร็จงานเลย” ว่านพูด แป้งชะโงกเข้ามาดู ‘งาน’ ของเขาแล้วหัวเราะลั่น

“ไอ้การตัดแปะกระดาษเนี่ยนะ งานของเธอ ให้ใครทำต่อก็ได้น่า”

“ไม่ได้ ๆ” วิวาห์ปฏิเสธ งานจำพวกตัดแปะรวบรวมเข้ากองก็อปปี้ใส่แฟ้มนี่แหละคืองานของเขา ...งานที่ไม่ต้องใช้สมองมากนัก “ใกล้เสร็จแล้วล่ะ แป๊บนึง”

แป้งถอนหายใจเฮือก ทรุดลงนั่งขัดสมาธิข้าง ๆ เพื่อน

“เดี๋ยวฉันช่วย ว่านนะว่าน...ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะมาทนทำงานแบบนี้ทำไม แทนที่จะไปร้องเพลงต่อ หาเงินได้เยอะแยะ”

“เธอก็รู้เหตุผล” ว่านตอบเนิบ ๆ ใช้กรรไกรตัดกระดาษสีเป็นรูปต่าง ๆ แปะลงไปบนบอร์ดตกแต่ง

แป้งลดเสียงลง

“จริงสิ ฉันได้ยินมาว่าค่ายจะทำโปรเจ็กรวมนักร้องเก่ายุคทองอะไรทำนองนี้”

“แล้ว? ”

“แล้วเธอก็ควรจะเข้าร่วมนะซิ ยัยยี่หวาจะได้ไปเที่ยวอีกบ้าง ไม่ใช่แม่มันนั่งทำงานงก ๆ เงินเดือนเท่าขี้เล็บ”

“เธอหยุดดูถูกอาชีพฉันได้แล้ว” ว่านพูดเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย “ฉันทำงานที่นี่ก็มีความสุขดี..”

“เหรอ” เพื่อนสนิทยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน “โดนจิกใช้เป็นเจเนรัลเบ๊เนี่ยนะ”

“ก็มันเป็นงานฉัน” ว่านเริ่มหงุดหงิด “อย่างฉันจะไปทำงานอะไรอีกได้ มีเงินเดือนเยอะขนาดนี้ก็ดีแล้ว สวัสดิการก็มีพร้อม”

“แล้วแต่...ฉันขี้เกียจพูดแล้ว” แป้งแบมือยักไหล่ “ชวนมาทำงานด้วยกันก็ไม่เอา”

ว่านไม่โกรธแป้ง หญิงสาวหวังดีกับเขาเขารู้ แต่แป้งไม่เข้าใจเขา ชีวิตของแป้งเหมือนซินเดอเรลล่า เข้าวงการเป็นดาราหน้าใหม่ได้ไม่เท่าไหร่ก็เข้าตาเถ้าแก่เจ้าของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่ภรรยาเพิ่งตาย จากเด็กสาวเพิ่งเข้าวงการก็เลยจับพลัดจับผลูกลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยร่ำรวย มีลูกให้เถ้าแก่อีกสามคน ใช้ชีวิตมั่งมีศรีสุขอยู่บนกองเงินกองทอง สามีก็แก่เกินกว่าจะไปมีเมียน้อยคนอื่นอีก หลังจากยกบริษัทให้กับลูกชายคนโตจากภรรยาคนแรกไปดูแลแล้วก็อยู่บ้านเฉย ๆ เล่นกับลูกไปวัน ๆ

แป้งขับรถมารับหวันยิหวาด้วยกันแล้วก็เลยไปรับลูกชายของเธอทั้งสาม ปิง ปั้น ปูนเขากับยี่หวาได้ดีมากเพราะเล่นด้วยกันมาตั้งแต่ยังเล็ก เสียงหัวเราะประสานเสียงของเด็ก ๆ ทำให้ว่านเกือบไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เรียกเข้า

“ที่ทำงานโทรมา” ว่านพึมพำ

“ไม่ต้องรับหรอกน่า” แป้งพูด

“เดี๋ยวเขาไล่ว่านออกทำไง” วิวาห์กดรับสาย เสียงพี่ป้องหัวหน้ากองบรรณาธิการดังมาตามสายฟังดูเข้มงวดกว่าปกติเล็กน้อย

“ว่านอยู่ไหนแล้ว งานจะเริ่มแล้วนะ รีบมาเร็ว”

“พี่ป้อง ..ว่านติดธุระ..” ดวงตากลมโตเหลือบมองเลิ่กลั่ก ว่านโกหกใครไม่เก่งเลย

“ถ้าว่านไม่มา พี่จะตัดโบนัสเดือนนี้นะ” เสียงพี่ป้องไม่ได้พูดเล่น “คุณฟอร์ดก็ถามหาว่านอยู่ ว่านจะทำให้งานล่มเหรอ”

“ขาดว่านคนเดียวงานจะล่มได้ยังไง” วิวาห์งง

“ว่านรีบมาก่อนที่ฉันจะโดนคุณฟอร์ดว้าก” ปกป้องพูดก่อนจะวางสาย ว่านหันไปมองหน้าเพื่อนงง ๆ แป้งจุ๊ปาก

“นี่เธอเป็นเสมียนแน่เหรอว่าน ทำไมเขาต้องโทรตามด้วย หรือจะให้ไปช่วยเก็บขยะในงาน” แป้งพูด

ว่านนั่งเงียบกริบมาจนถึงงานเลี้ยง แป้งบอกว่าจะดูแลยี่หวาให้ก่อนชั่วคราวระหว่างที่เขาเข้าไปในงาน ว่านรีบบอกว่าเขาจะโผล่หน้าเข้าไปครู่เดียวแล้วจะรีบเผ่นออกมา พี่ป้องดูดีใจมากที่เห็นหน้าเขารีบตรงเข้ามาลากตัวว่านเข้าไปในห้องแต่งตัวหลังเวที

“อะไรน่ะพี่” ว่านรับเสื้อสีเงินวิบวับเหมือนพวกเสื้อลูกทุ่งหางเครื่องมาถืองง ๆ

“ก็โชว์ของเราไง ว่านออกไปร้องเพลงเดียวเท่านั้นแหละ จบ”

“ทำไมต้องเป็นว่านด้วยล่ะ พวกพี่ก็ซ้อมเต้นอะไรกันมานี่” วิวาห์ถาม ปกป้องจุ๊ปากท่าทางหงุดหงิด

“นั่นสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นนาย คุณฟอร์ดเขาสั่งมาแบบนี้ ฉันก็ต้องทำตาม เอ้า ออกไปได้”

ว่านงง ปกป้องลากเขามายืนข้างเวทีที่ตอนนี้กำลังมีโชว์ร้องเต้นจากฝ่ายบัญชีอยู่ เสียงปรบมือเป่าปากดังมาจากเหล่าคนดูข้างล่าง ปกป้องบอกชื่อเพลงที่ว่านจะร้อง มันเป็นเพลงของว่านเอง...เพลงแจ้งเกิดของว่านเมื่อหลายปีก่อน

“จำเนื้อได้อยู่แล้วเนอะ ร้องมาไม่รู้กี่ล้านรอบแล้วใช่มั้ย” ปกป้องว่า ตบหลังเขาแทนการให้กำลังใจ

“ว่านทำไม่ได้ ...ว่านร้องไม่ได้” วิวาห์พูด รู้สึกปวดมวนในท้องขึ้นมา “พี่ป้องให้คนอื่นร้องแทนเถอะนะ”

“เห้ย ได้ยังไง” ปกป้องคว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้ “ร้อง ๆ ไปเหอะ สามนาทีก็เพลงจบแล้ว นายเป็นนักร้องนะลืมหรือเปล่า นาน ๆ จะได้ทำประโยชน์ให้ทีมเสียที คุณฟอร์ดเขาก็รอฟังอยู่”

“ว่านร้องไม่ได้จริง ๆ” วิวาห์ย้ำ โชว์ก่อนหน้าเขาจบลงแล้ว เสียงปรบมือกึกก้องยิ่งทำให้วิวาห์ยิ่งปวดท้องมากขึ้น มือเย็นเฉียบ เขาก้าวถอยหลัง “ให้คนอื่นร้องเถอะ”

“ไปน่าว่าน สู้เค้า” ปกป้องกึ่งผลักกึ่งดันเขาออกไปกลางเวที แสงไฟส่องจ้าสว่างเข้าตาจนว่านต้องหรี่ตาลง เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับทำนองเพลงคุ้นหูที่เขาเคยร้องมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ..เพลงที่คน ๆ นั้นแต่งให้เขา

...เพลงนี้พี่แต่งให้ว่าน ชื่อเพลงยิ้มหวาน ภาษาอังกฤษว่า Y I’ m Wan...ว่านชอบมั้ย...

เสียงแหบ ๆ ของผู้ชายคนนั้นดังก้องอยู่ริมหู แวดล้อมด้วยเสียงอื้ออึงรอบตัว ดนตรีเข้าสู่ท่อนที่ว่านจะต้องร้องทว่าว่านกลับจำเนื้อไม่ได้เลย เหงื่อซึมออกมาทั่วตัว แว่วเหมือนเสียงตะโกนด่าทอดังขึ้นเบื้องหน้าจนว่านตื่นตระหนก

“เกาะดัง คิดจะสร้างกระแสให้ตัวเองหรือยังไง”

“คนเขาดูออก รีบ ๆ ไปให้พ้นจากเขานะ”

“ตายไปเสียเลยก็ดีเหมือนกัน รกหูรกตา ไม่เห็นจะได้เรื่อง ดีแต่ใช้หน้าตา เสียงร้องงั้น ๆ”

“เลิกจับอาร์มได้แล้ว เธอทำให้เขาตกต่ำลง”

ท่ามกลางเมฆหมอกขาวหนาทึบ ว่านมองไม่เห็นเจ้าของเสียงที่มาพวกนั้น หัวใจของเขาเต้นเร็วเสียจนเลยขีดจำกัดไปแล้ว ในอกแน่นเหมือนจะระเบิดออกมา ว่านหายใจหอบลึก พยายามสูดอากาศเข้าปอด รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายในไม่ช้า

..............................................................................................

“ตื่นแต่เช้าเชียว แต่งตัวหล่อจะไปไหนลูก” แม่ทักตอนที่ว่านเดินแกมวิ่งลงมาจากห้องนอน ว่านยิ้มกว้าง เข้าไปหอมแก้มมารดาอย่างอารมณ์ดี

“ไปกินข้าวกับเพื่อนครับ ไม่ไปนานหรอก”

“ดูแลตัวเองด้วยนะ ลืมอะไรหรือเปล่า”

“ว่านดูสามรอบแล้วน่า ไม่ลืมของเลยด้วย” วิวาห์พูดเหมือนอวดแล้วก็รีบใส่รองเท้าออกไปข้างนอก ส่วนกับพี่ชายคนโตที่เดินเข้ามางง ๆ

“ไอ้ว่านรีบไปไหนน่ะ เดี๋ยวก็สะดุดหน้าทิ่มหรอก”

“ไปก่อนนะพี่วัต บาย” ว่านโบกมือ “ว่านสายแล้ว”



ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk




วันนี้เป็นวันนัดของเขากับพี่อาร์ม ไม่ต้องบอกว่าว่านตื่นเต้นขนาดไหน เอาเป็นว่านอนไม่หลับเลยทั้งคืน ต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด ยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่เกือบชั่วโมงกว่าจะลงตัวที่ชุดที่ดีที่สุดในตู้ เซ็ตผมอย่างประณีตแถมพรมน้ำหอมมาด้วยนิดหน่อย หวังว่าพี่อาร์มจะไม่รู้สึกว่ามากเกินไปหรอกนะ

ร่างสูงใหญ่ที่แสนจะดูดีนั้นอยู่ในชุดเสื้อยืนกางเกงยีนส์ง่าย ๆ พี่อาร์มสวมหมวกกับแว่นตาเอาไว้ปิดบังใบหน้า แต่มันยิ่งกลับทำให้ดึงดูดสายตากว่าเดิม ออกมายืนรอว่านได้ไม่นานก็มีคนเดินมาด้อม ๆ มอง ๆ เต็มไปหมด สุดท้ายพี่อาร์มเลยต้องกลับไปนั่งรอว่านในรถ

ว่านยืนแอบดูอยู่ตรงหน้าสถานีรถไฟฟ้า เขากลั้นยิ้มตอนที่เห็นพี่อาร์มโบกมือปฏิเสธคนที่เข้ามาหา เดาเอาว่าคงมาถามว่าใช่พี่อาร์มหรือเปล่า ว่านรู้สึกเหมือนเท้าไม่ติดดินเลยตอนที่เดินไปหาพี่อาร์มที่รถ วันนี้พี่อาร์มไม่ได้เอารถสุดหรูคันนั้นมา ว่านไม่แน่ใจเหมือนกันว่าน้องโรสยังไม่ออกจากศูนย์หรือว่าพี่อาร์มกลัวว่านทำน้องโรสเปื้อนอีก

“จะเลี้ยงอะไรฉัน” พี่อาร์มพูดขึ้น ว่านมัวแต่มองหน้าพี่อาร์มเพลินเลยไม่ทันฟังที่พี่อาร์มพูด “วันนี้เธอจะเลี้ยงข้าวฉันไม่ใช่เหรอ” พี่อาร์มพูดซ้ำ

“อ๋อ ...ครับ ๆ ว่านจะเลี้ยงข้าวพี่อาร์ม พี่อาร์มอยากกินอะไร”

“เธอเลี้ยงอะไรฉันก็กินได้ทั้งนั้น” พี่อาร์มตอบด้วยเสียงแหบเสน่ห์ของเขา “เธอชอบกินอะไรล่ะ”

“ว่านชอบ..มีอยู่ร้านนึงว่านชอบไปกินมาก อาหารอร่อยแถมคุ้มด้วย”

อามันต์พยักหน้ารับง่าย ๆ ขับรถไปตามทางที่ว่านบอก ว่านบอกทางผิด ๆ ถูก ๆ อยู่สองรอบขนาดว่าจำแม่นแล้วนะ ต้องกลับรถยูเทิร์นใหม่จนกลัวพี่อาร์มจะไล่ลงจากรถแทบแย่ ยังดีที่พี่อาร์มไม่ว่าอะไรสักคำ กว่าจะมาถึงร้านอาหารในซอยได้ว่านก็เหนื่อย นั่งคอหดแล้วคอหดอีกกลัวโดนด่า

“พี่อาร์มใจดีจังนะครับ ถ้าเป็นพี่วัตล่ะก็ ว่านโดนอัญเชิญลงจากรถตั้งแต่ยูเทิร์นแรกแล้ว”

“รู้ตัวเหมือนกันเหรอ” คนขับพูด จอดรถดับเครื่อง “เดี๋ยวขากลับเธอมาขับเอง”

“จะดีเหรอครับ” วิวาห์อ้อมแอ้ม “ว่านไม่ค่อยชำนาญเรื่องขับรถเท่าไหร่” คราวก่อนอ้วกใส่รถพี่อาร์ม ถ้ามาคราวนี้ทำรถพี่อาร์มพังอีกมีหวัง ...ว่านไม่กล้าสู้หน้าพี่อาร์มอีกแน่

หรือว่าจะเป็นเหตุผลที่ดีในการขอเลี้ยงข้าวพี่อาร์มชดใช้อีก...ว่านขมวดคิ้ว ...แต่ถ้าพี่อาร์มไม่ใจดีขอแค่เลี้ยงข้าวล่ะ เกิดพี่อาร์มเรียกเงินขึ้นมา ว่านโดนพี่วัตถลกหนังก่อนแน่ ๆ

“เป็นอะไร หิวมากเหรอ นั่งหน้านิ่ว” พี่อาร์มพูดขึ้น ใช้ปลายนิ้วจิ้มมาที่หน้าผากของว่าน ว่านตะลึงด้วยความตกใจตามด้วยความเก้อเขินที่พุ่งขึ้นมาพร้อมกับสีแดงก่ำสองข้ามแก้ม รีบเปิดประตูลงจากรถ เดินนำหน้าพี่อาร์มเข้าไปในร้านอาหารที่ว่านภูมิใจนำเสนอ

“ร้านบุฟเฟต์ชาบูสายเนื้อกินไม่อั้น” วิวาห์พูดจบก็รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดมหันต์ พี่อาร์มมองหน้าเขาแล้วก็หันไปมองรอบ ๆ ร้าน แล้วกลับมามองหน้าเขาอีกที “เอ้อ...ถ้าพี่อาร์มไม่ชอบ เราไปกินร้านอื่นกันก็ได้นะครับ” ว่านเริ่มรู้สึกว่ามีสายตาของคนในร้านเริ่มมองมาทางพวกเขาเป็นตาเดียว แน่ล่ะ...ก็พี่อาร์มเด่นเสียขนาดนั้น เขาลืมคิดไปว่าพี่อาร์มน่าจะอยากมีความเป็นส่วนตัวมากกว่านี้

“ช่างเถอะ ฉันหิวจนกินวัวได้ทั้งตัวแล้วล่ะตอนนี้” อามันต์ตอบ เดินนำหน้าเด็กหนุ่มที่กล้าเลี้ยงบุฟเฟ่ต์เขาเข้าไปข้างในร้าน เลือกโต๊ะในสุดที่เป็นมุมอับสายตา อย่างน้อยก็คงไม่ค่อยมีใครมากวนตอนกินล่ะมั้ง

วิวาห์เห็นอามันต์ไม่ว่าอะไรอีกก็ทำท่าโล่งอก เขาทำหน้าที่แนะนำเนื้อชนิดต่าง ๆ ให้ฟังอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นบริกรกลับชาติมาเกิด อามันต์นั่งคิดในใจแล้วส่ายหน้า ...ก็เดาอยู่เล่น ๆ ว่าเด็กคนนี้จะเลี้ยงอะไรเขา ไม่นึกเลยว่าจะเลี้ยงบุฟเฟต์ เกินความคาดหมายจริง ๆ ให้ตาย...

“พี่อาร์มจุ่มเนื้อแกว่งเบา ๆ นับหนึ่งถึงสามพอแล้วเอาขึ้นมานะครับ จุ่มไข่กับน้ำซุป เอาเข้าปากเลย เป็นไงครับ อร่อยมั้ย” เห็นคนถามตาเป็นประกายอย่างคาดหวัง อามันต์ก็ดับฝันเด็กไม่ลง เขาพยักหน้ารับ

“อร่อยดี” คนอย่างอามันต์เคยกินเนื้อวัวชั้นดีที่สุดในโลกมาแล้วนักต่อนัก พอมากินเนื้อวัวเกรดธรรมดาแล้วก็รู้สึกไม่ชินเท่าไหร่ มันเหนียวจนเขาต้องออกแรงเคี้ยวมากกว่าปกติ

“เอาอีกนะครับ” วิวาห์ดูชื่นอกชื่นใจที่เห็นเขาคีบเข้าปากคำแล้วคำเล่า

วิวาห์ดีใจจริง ๆ ที่เห็นอีกฝ่ายกินเอา ๆ พี่อาร์มดูชอบอาหารมื้อนี้จริง ๆ นะ เคี้ยวตุ้ย ๆ ตลอดเลย ว่านรู้จักร้านนี้ตอนสมัยที่พี่รหัสพามาเลี้ยงครั้งแรก ตอนนั้นเขาประทับใจมากก็เลยชอบมากินบ่อย ๆ จนเจ้าของร้านจำหน้าได้แล้ว พูดถึงเจ้าของร้านเจ้าของร้านก็มา

“สวัสดีค่ะ อร่อยมั้ยคะน้องว่าน” เจ๊เจ้าของร้านเข้ามาทักทายแต่สายตาเหลือบมองผู้ชายที่นั่งกินตรงหน้าเขา

“อร่อยมากครับ” ว่านมองพี่อาร์มอย่างขลาด ๆ ไม่แน่ใจว่าพี่อาร์มอยากทักทายใครหรือเปล่า ความเป็นส่วนตัวของนักร้องดังอย่างเขาน่าจะสำคัญมาก

“คุณอาร์มใช่มั้ยคะ ดีใจจังค่ะที่ได้เจอตัวจริง” อาเจ๊เจ้าของร้านทักทายเรียบร้อย พี่อาร์มหันไปดื่มน้ำแล้วทักทายตอบสั้น ๆ “น้องว่านมาทานร้านนี้บ่อย พี่ลดให้สิบเปอร์เซ็นต์นะคะ แถมหมี่หยกสองก้อนกับไอศกรีมแล้วก็บัตรสมาชิกให้ด้วย”

“ขอบคุณครับ” วิวาห์ตอบ เขามากินตั้งหลายรอบเจ๊ไม่เคยแถม พอมากับอามันต์เท่านั้นแหละ เจ๊แถมให้รัว ๆ ..พี่อาร์มนี่สุดยอดจริง ๆ

“ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้มั้ยคะ”

อามันต์อยากปฏิเสธแต่สุดท้ายนักร้องหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนถ่ายรูปคู่กับเจ้าของร้านโดยมีวิวาห์เป็นคนถ่ายให้ พอเจ้าของร้านถ่ายได้ ครู่เดียวก็มีกลุ่มเด็กสาว ๆ มายืนรี ๆ รอ ๆ อยู่ใกล้ ๆ โต๊ะ ตามด้วยผู้ชายอีกสองคนและผู้หญิงอีกหนึ่ง ดูก็รู้ว่าต้องการถ่ายรูปกับพี่อาร์มแน่ ๆ

พี่อาร์มเริ่มหมดอร่อย ว่านเดาเอาจากท่าวางตะเกียบที่แรงกว่าปกติเล็กน้อย เลยรีบพูดเอาใจ

“เดี๋ยวไปทานขนมล้างปากกันดีไหมครับ เดี๋ยวว่านเลี้ยงเอง”

“ขนม? คงไม่ใช่บุฟเฟ่ต์อีกหรอกนะ ฉันกินไม่ไหวแล้ว” อามันต์ตอบกลับมา วิวาห์ส่ายหน้า

“ไม่ใช่ครับ เจ้านี้อร่อยมาก...จริง ๆ นะ” เหมือนกลัวคนฟังจะไม่เชื่อ วิวาห์พยักหน้ายืนยันอีกหลายที เขารีบลุกขึ้นไปจ่ายเงิน รู้สึกได้ว่าพอเขาลุก คนที่ยืนด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ก็เดินเข้าไปหาพี่อาร์ม

วิวาห์รู้สึกกังวลขึ้นมาหน่อย ๆ ความจริงเขาควรจะให้พี่อาร์มออกไปรอในรถก่อน ...ปกติดาราดังเขาทำกันยังไงนะ ว่านก็เพิ่งเข้าวงการได้หนึ่งโฆษณาเอง ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน ...

จ่ายเงินเสร็จว่านก็หันไปเจอว่าพี่อาร์มยืนรออยู่หน้าร้าน ดูเด่นกว่าเดิมเสียอีก มีคนเข้าไปขอถ่ายรูปด้วยเพียบ พี่อาร์มไม่ได้ยิ้มแต่ก็ไม่ได้บึ้ง ว่านยืนรีรออยู่ข้าง ๆ ก็ถูกไหว้วานให้มาช่วยถ่ายรูปให้

“พี่อาร์มเหนื่อยหรือเปล่า ว่านขอโทษนะ” วิวาห์พูดอย่างรู้สึกผิดตอนที่แยกจากกลุ่มสาว ๆ พวกนั้นมาได้แล้ว “ว่านไม่ทันนึกเองว่าพี่อาร์มจะลำบาก”

“ฉันชินแล้วล่ะ” อีกฝ่ายตอบกลับมา

“ว่านขับรถให้เองครับ” วิวาห์รีบบอก

“ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากเหนื่อยกว่าเดิม” เหตุผลของพี่อาร์มทำให้ว่านเงียบกริบ

ของหวานเป็นพี่อาร์มเลือกร้านแทนว่าน ว่านนึกว่าอย่างพี่อาร์มจะชอบกาแฟดำเข้ม ๆ อะไรทำนองนั้นเสียอีก แต่พี่อาร์มกลับพาว่านมาร้านขนมไทย ทองหยิบทองหยอด ฝอยทองและผองเพื่อนหวานแสบไส้วางอยู่ตรงหน้า ว่านไม่แน่ใจว่าจะบอกพี่อาร์มดีมั้ยว่าว่านไม่ชอบรสหวานแหลมของขนมพวกนี้เลย

แต่ทีว่านพาพี่อาร์มไปร้านบุฟเฟต์ชาบู พี่อาร์มก็ยังไม่บ่นสักคำเลยนี่

วิวาห์เหลือบมองผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่ชี้เลือกขนมหวานหลากสีใส่กล่องอย่างประทับใจ พี่อาร์มดูเป็นผู้ชายที่มีหลายมุมจริง ๆ ยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์

“เลือกเร็วสิ อยากกินอะไรก็เลือก” พี่อาร์มเร่ง ว่านเพิ่งเห็นว่าในมือของพี่อาร์มมีถุงหิ้วอยู่เต็มสองมือ

“พี่อาร์มกินเองหรือซื้อไปฝากน่ะ”

“ทั้งสองอย่าง”

ว่านพยักหน้าหงึก ๆ

“อะไรอร่อยที่สุดครับ”

“ทองหยิบ” พี่อาร์มตอบอย่างไม่ลังเล “ร้านนี้ขึ้นชื่อ”

“งั้นว่านเอาทองหยิบกล่องนึงครับ” วิวาห์พูด ที่บ้านเขาไม่กินของหวานจัด ซื้อไปพอชิมคนเดียวก็พอแล้ว “นั่งกินที่ไหนดีครับ” ว่านชะเง้อคอมอง ร้านขนมไทยไม่มีที่นั่ง มองออกไปก็เป็นถนนใหญ่ แต่ว่านยังไม่อยากกลับเลย อยากเห็นพี่อาร์มกินทองหยิบกับตาตัวเองสักหน่อย

“กินในรถแล้วกัน” อามันต์บอก เขาแปลความหมายในดวงตากลมใสคู่นั้นได้อย่างง่ายดาย เด็กน้อยคนนี้กำลังเสียดายเหลือเกินที่จะต้องแยกจากเขา ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก

วิวาห์แอบแลบลิ้นออกมาหลังจากส่งทองหยิบชิ้นแรกเข้าปากไป มันหวานสุด ๆ จะคายก็ไม่ได้ ก็เลยรีบ ๆ กลืนลงคอไปเลยทั้งชิ้น เห็นพี่อาร์มหยิบกินท่าทางมีความสุขก็ประหลาดใจเหมือนกัน พี่อาร์มดูไม่เหมือนสายขนมหวานเลยสักนิด ยิ่งขนมไทยยิ่งแล้วใหญ่

“พี่อาร์มชอบหวาน ๆ เหรอเนี่ย ไม่เห็นเคยรู้เลย” วิวาห์หลุดปาก อามันต์เลิกคิ้ว “ว่านหมายถึง ว่านอ่านคอลัมน์สัมภาษณ์พี่อาร์มน่ะครับ พี่อาร์มตอบพวกกาแฟตลอดเลย”

“ก็ไม่เคยมีใครถามฉันเรื่องขนมพวกนี้นี่” อามันต์ว่า “อีกอย่าง ฉันก็ไม่ค่อยได้กินบ่อยหรอกเพราะต้องเข้ายิม แต่วันนี้ไหน ๆ ก็จัดบุฟเฟต์มาแล้ว ถือเป็นวันชีทเดย์แล้วกัน”

วิวาห์พยักหน้า พี่อาร์มเป็นคนดูแลรูปร่างได้อย่างมีวินัยมาก ๆ เป็นที่มาของกล้ามเนื้อสวย ๆ ใต้เสื้อยืดพวกนั้น อามันต์เห็นสายตาของอีกฝ่ายแวะเวียนมามองแถวหน้าท้องของเขาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง

“อยากไปกินขนมต่อที่ห้องฉันมั้ย” พี่อาร์มถามต่อมา ว่านส่ายหน้าหงอย ๆ

“ว่านต้องรีบกลับไปทานข้าวเย็นกับแม่ครับ”

คนฟังดูชะงักไปนิด ๆ

“โอเค งั้นกลับกันเถอะ ฉันส่งเธอที่เดิมนะ”

“ขอบคุณครับ”

ว่านก้าวลงมาจากรถของพี่อาร์มอย่างงง ๆ รู้สึกว่าเวลาของวันนี้ทำไมมันสั้นนิดเดียวเอง แล้วหลังจากนี้เขาจะได้เจอพี่อาร์มอีกมั้ย

ว่านหิ้วขนมที่พี่อาร์มซื้อให้บอกว่าให้เอาไปฝากที่บ้านเต็มสองมือ รถไฟฟ้าคนแน่นขนัดเหมือนทุกวัน ว่านกลับถึงบ้านอย่างซึมเซา ตรงเข้าไปกอดมารดาในครัว

“อะไรเจ้าว่าน กลับมาแล้วเหรอ”

“น้องว่านซื้ออะไรมาคะนั่น ขอป้าเอิบดูหน่อยซิ” ป้าเอิบเดินเข้ามาดูห่อของในมือเขา “ขนมอะไร ทองหยิบฝอยทอง หม้อแกง น้องว่านอยากกินเหรอคะ ไม่บอกป้าเอิบได้ทำให้กิน”

“มีคนฝากมาให้ที่บ้านครับ” ว่านตอบสั้น ๆ

“ว่านกินเถอะ พ่อกับแม่ไม่ทานหวานแล้ว เดี๋ยวเบาหวานขึ้น”

“ครับแม่” ว่านส่งให้ป้าเอิบ “ป้าเอิบเอาหม้อแกงไปกินแล้วกัน ทีเหลือว่านกินเอง”

“แบ่งไปให้น้องสิ วินมันกำลังจะสอบ กินอะไรหวาน ๆ ได้สดชื่น”

“ครับแม่”

วันนั้นว่านนั่งจิ้มฝอยทองเข้าปากน้ำตาคลอ รู้สึกเหมือนจะไม่ได้เจอพี่อาร์มอีกแล้วต่อไปนี้ รู้อย่างนี้ก่อนลงมาอ้วกใส่รถพี่อาร์มอีกซักรอบก็ดี...

หรือว่าว่านควรหาวิธีอื่นติดต่อพี่อาร์มต่อ เขามีเบอร์พี่อาร์มนี่ ควรจะส่งข้อความไปหาพี่อาร์มเสียหน่อย ..ว่านลองแอดไลน์ผ่านเบอร์โทรของพี่อาร์มแต่ทำไม่ได้ สุดท้ายก็เลยได้แต่ส่งข้อความไปสั้น ๆ ว่า..ขอบคุณสำหรับของหวานและความสนุกวันนี้ครับ ... ลงชื่อว่าน

“ดูห้วนไปมั้ยนะ”

“พูดอะไรคนเดียวน่ะพี่ว่าน” น้องชายเดินมาเกาะประตูห้องนอน ดูพี่ชายที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียง กินฝอยทองไปด้วย “นอนกินแบบนั้นขอให้ติดคอ”

“ไอ้วิน อย่ามาแช่งฉันนะ” ว่านเขวี้ยงหมอนใส่ น้องชายหลบได้สบาย ๆ “จะไปอ่านหนังสือก็ไปสิ”

“อ่านจนจำได้หมดแล้ว” วิรุฬพูด ว่านเบ้ปากอย่างอิจฉา น้องชายเขาเป็นคนหัวดีอย่างหาตัวจับยาก “พี่ว่านจะให้วินติวอังกฤษให้หรือเปล่า

“ไว้วันหลังได้มั้ย วันนี้ฉันเหนื่อย” วิวาห์โอดครวญ

“ขี้เกียจ” น้องชายพูดตรงเสียจนคนเป็นพี่หน้าหงิก “เดี๋ยวก็มาบ่นว่าสอบตกต้องซ่อมอีก”

“ฉันแค่ขี้เกียจวันนี้วันเดียวเองนะ” วิวาห์ขอความเห็นใจ “วันนี้ฉันเจ็บช้ำทางใจ”

“เพราะพี่อาร์มน่ะเหรอ” วินพูด “เห็นไปกินข้าวแฮปปี้ออก ช้ำตรงไหน” คนฟังเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งตาเหลือก

“ไปเอามาจากไหนน่ะ”

“รูปว่อนเต็มเน็ต ใครจะไม่รู้บ้างพี่” น้องชายหัวเราะ “หน้าพี่เหรอหราจนวินนึกว่าเป็นพนักงานร้านชาบูจริง ๆ เสียอีก”

วิวาห์เบิกตากว้าง ขยับเข้ามาดูรูปในโทรศัพท์ของน้องชาย เห็นตัวเองยืนอยู่ตรงโต๊ะเหมือนพนักงานจริง ๆ ส่วนพี่อาร์มมีสาว ๆ ล้อมรอบเหมือนวงแหวนดาวเสาร์ แสดงว่าข่าวพี่อาร์มไปกินข้าวคงกลายเป็นข่าวดังไปแล้วแน่ ๆ

“รอให้เอ็มวีฉันออกก่อนเถอะ” วิวาห์จุ๊ปาก

“ขี้โม้ วินขี้เกียจฟัง”

“เห้ย ดังจริง ๆ นะ ดังสุด ๆ ดังทั่วบ้านทั่วเมือง” วิวาห์พูด

“เพลงพี่อาร์มน่ะดังแน่ ส่วนเอ็มวีก็คงมีคนดู ...แต่พี่คิดเหรอว่าจะมีคนจำหน้าพี่ได้น่ะ ทุกคนก็จ้องรอดูพี่อาร์มกันทั้งนั้น”

วิวาห์เริ่มคล้อยตามขึ้นมานิด ๆ

“อาชีพเต้นกินรำกิน เป็นดารานักแสดงน่ะมันไม่ยั่งยืนหรอกพี่ บทจะดังก็ดัง บทจะดับก็ดับ หาเงินได้แค่ชั่ววูบ วินว่าพี่ว่านน่าจะหาอาชีพอื่นมารองรับเอาไว้ด้วยดีกว่านะ ถ้าพี่ว่านเก่งภาษาก็จะยิ่งหางานง่ายขึ้น” น้องชายของเขาพูดราวกับไม่ใช่เด็กมัธยมงั้นแหละ ว่านกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ

“พี่วัตให้แกมาเทศน์ฉันอีกทีใช่มั้ย”

วินหัวเราะ

“เปล่าเสียหน่อย วินคิดเองไม่ได้เหรอ”

“ฉันคิดว่าถ้าดังแล้วก็น่าจะพอหาลู่ทางอะไรได้ในอนาคต ยังไงก็ไม่อดตายหรอกน่า”

“ไม่เชื่อก็ตามใจ อีกหน่อยจะมานั่งเสียใจนะ”

“ไอ้วิน ฉันเป็นพี่แกนะ”

“ก็พี่ว่านไม่โตซักทีนี่ แม่ยังชอบบ่นบ่อย ๆ”

วิวาห์ปาหมอนใส่น้องชายอีกรอบ เขาเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาหาข่าวของพี่อาร์ม มันขึ้นอันดับหนึ่งในการค้นหาของวันนี้ มีแต่คนสนใจว่าพี่อาร์มไปกินอะไรมา เท่ากับเขาช่วยโปรโมทร้านชาบูฟรี ๆ เลยนะเนี่ย วิวาห์จุ๊ปาก นั่งไล่อ่านความเห็นของแฟนคลับในหน้าเว็ปไซต์ของพี่อาร์ม

“เด็กหนุ่มคนนั้นคือใคร คนที่นั่งโต๊ะเดียวกับพี่อาร์ม” มีคนเริ่มตั้งข้อสงสัยขึ้นมาพร้อมกับวงกลมสีแดงรอบใบหน้าของวิวาห์ “ท่าทางสนิทกัน น่าจะเป็นรุ่นน้อง” วิวาห์อมยิ้ม ไล่สายตาอ่านต่อ “น่าจะบริกรในร้านมากกว่า ฉันเห็นเขายืนอยู่ที่โต๊ะ แหม...ตาไม่มีแววเลยนะครับคุณความเห็นนี้”

ข่าวเรื่องพี่อาร์มซาลงไปเพราะมีข่าวใหญ่อื่น ๆ ขึ้นมา จนกระทั่งวันที่เอ็มวีเพลงใหม่ถูกปล่อย ข่าวพี่อาร์มในร้านชาบูก็ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับข้อสังเกตว่าคนที่ไปกินด้วยกันคือพระเอกเอ็มวีเพลงใหม่นั่นเอง จากนั้นใครสักคนก็ปล่อยข่าวว่าพี่อาร์มกำลังกิ๊กกับพระเอกเอ็มวีใหม่คนนี้

ว่านไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดข่าวลือแบบนี้ขึ้นมา จู่ ๆ พอเลิกเรียนก็มีคนมาดักรออยู่ที่หน้าคณะฯ เต็มไปหมด ตอนแรกว่านนึกว่าพวกเขามาชุมนุมอะไรกัน ที่ไหนได้ พอว่านเดินลงบันไดมา ทุกคนก็กรูเข้ามาหาว่าน

“น้องว่านใช่มั้ยคะ”

“พระเอกเอ็มวีเพลงทรยศใช่มั้ยคะ”

“ขอสัมภาษณ์หน่อยได้มั้ยครับ”

“เอ่อ...พี่ ๆ ..เกิดอะไรขึ้นครับ” ว่านยืนงงเป็นไก่ตาแตก รู้ว่าเพลงดัง แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะดังข้ามคืนขนาดนี้ “สัมภาษณ์เรื่องอะไร”

“น้องว่านไปทานข้าวกับพี่อาร์มวันนั้นจริงหรือเปล่าคะ”

“วันไหนครับ”

“ที่ร้านชาบูน่ะค่ะ มีรูปออกมาเต็มเลย นี่ไงคะ ใช่น้องว่านหรือเปล่า”

“ใช่ครับ” ว่านพยักหน้ารับ “ว่านไปกับพี่อาร์ม”

“สนิทกันมากมั้ยคะ ถึงขั้นไหนแล้ว เรียกว่าแฟนได้หรือยัง”

ว่านนึกว่าตัวเองหูฝาด

“อะไรนะครับ ขออีกที”

“มีวงในบอกมาว่าน้องว่านกับพี่อาร์มกำลังคบหาดูใจกันอยู่ เป็นความจริงมั้ยคะ” กระเทยคนหนึ่งน่าจะเป็นนักข่าวถามขึ้นเสียงดัง “คบกันอยู่มั้ย ตอบแค่ใช่กับไม่ใช่ก็ได้ค่ะ”

“ไม่...ขอตัวด้วยครับ” ว่านได้สติ เขารีบยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วเดินฝ่าวงล้อมของทุกคนออกมา แต่พยายามยังไงก็ฝ่าออกไปไม่ได้ มีแต่คนยิงคำถามใส่เขารอบตัวเต็มไปหมด คอยดักหน้าดักหลังพร้อมกับรัวชัตเตอร์ไปด้วย ว่านตกใจมากจริง ๆ แล้วก็กลัวมาก เขาไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน

“ว่าน ว่านมากับพี่” เสียงคน ๆ หนึ่งดังขึ้นใกล้ตัว ว่านหันไปมองเห็นพี่แทนใจส่งมือมาให้ ว่านดีใจจนแทบร้องไห้ รีบจับมือเขาแล้วเดินตามหลังออกมา “ขอตัวก่อนนะครับ เอาไว้ค่อยมาสัมภาษณ์ใหม่นะครับ น้องว่านต้องไปพักแล้ว”

ว่านตามแทนใจมาถึงรถตู้คันหนึ่งที่ติดฟิล์มมืดทุกด้าน ประตูรถตู้เปิดออกราวกับรออยู่แล้ว ว่านรีบก้าวขึ้นนั่งหนีบรรดานักข่าวที่เดินตามหลังมา พี่แทนใจก้าวตามขึ้นมา ปิดประตูดังปังแล้วรถก็ออกวิ่ง

“................” พอประตูรถตู้ปิด ว่านก็ยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วปล่อยโฮออกมาเพราะความตกใจ

“ไม่เป็นไรแล้วน้องว่าน ใจเย็น ๆ เอาไว้” พี่แทนปลอบ มองเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาที่ยังตัวสั่นเทาด้วยความเห็นใจ “ไม่มีใครบอกน้องว่านก่อนเลยเหรอว่าจะมีคนมารอ”

ว่านส่ายหน้า

“ว่านเข้าวงการมากับทอยไม่ใช่เหรอ แล้วมันไม่ได้ดูแลว่านหรือไง” หางเสียงของพี่แทนมีแววโกรธนิด ๆ

“เปล่าครับ ว่านรับงานเอง ไม่ได้ผ่านเอเจนซี่ พี่ทอยช่วยว่านเฉย ๆ” ว่านตอบเสียงเครือ ก็เขาเพิ่งเคยเล่นโฆษณาแค่ชิ้นเดียว งานเอ็มวีเป็นงานที่สอง “ว่านไม่ได้กะจะจริงจัง” พ่อกับแม่กลัวเขาจะเรียนไม่จบมากกว่า เลยไม่อยากให้ว่านทุ่มเทกับงานวงการบันเทิงมากนัก

“ทำไมล่ะ แล้วถ้ามีงานต่อเนื่อง มีรายได้แน่นอน ว่านสนใจมั้ย”

ว่านส่ายหน้า

“ว่านต้องเรียนให้จบครับ”

คนฟังนิ่งไป ว่านเพิ่งสังเกตว่ามีคนนั่งอยู่ข้างขวาของเขา ริมติดหน้าต่าง

“พี่อาร์ม! ”

“ทำไมต้องตกใจด้วย” พี่อาร์มถามกลับมา

“ก็ว่าน...ว่านนึกว่าจะไม่ได้เจอพี่อาร์มแล้ว”

แทนใจไอออกมา

“เดี๋ยวคงได้เจอจนเบื่อเลยล่ะ”

“ทำไมเหรอครับ” ว่านถาม

มาเข้าใจตอนที่รถตู้คันนั้นวิ่งเข้าไปจอดใต้ตึกค่ายเพลงขนาดใหญ่ แทนใจกับอามันต์พาว่านขึ้นลิฟต์ไปชั้นสูงที่สุดของอาคารเพื่อพบกับเจ้าของค่ายเพลง ว่านมึนงงเหมือนโดนทุบหัวตอนที่เจ้าของค่ายเสนอให้ว่านมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง Forearm

“ผมน่ะเหรอครับ” วิวาห์ชี้นิ้วที่ตัวเองพลางขมวดคิ้ว รู้สึกเหมือนกำลังเข้าใจอะไรผิดไปซักอย่าง

“หนูนั่นแหละ ฉันกำลังมองหาความแปลกใหม่ให้กับวงอยู่พอดี กระแสของหนูจะทำให้ยอดขายถล่มทลายแน่”

“ผมไม่เข้าใจ” ว่านไม่เข้าใจจริง ๆ มองหน้าผู้ชายวัยกลางคนอย่างงุนงง

...



มาอัพต่อนะคะ

เรื่องนี้ทางเราขอเขียนแบบเนิบ ๆ ไม่มีบุกป่าเผากระท่อมปาระเบิดอย่างแน่นอน (นอกเหนือจากนี้ไม่แน่ ฮ่าๆๆ)

เจอกันตอนหน้านะคะ ใครคลิกกับเรื่องนี้ก็อย่าลืมช่วยกันโปรโมทด้วย คนละไม้คนละมือ 5555

#วิวาห์อามันต์

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-1
น้องว่านดู เอ๋อๆ อ๊องๆ  เนอะ  ถึงว่าทำไมแม่และครอบครัวห่วงกันนัก

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
เจ้านายของน้องว่านนี่ก็แปลก


คนก็บอกว่าไม่ร้อง


ยังยังคับอยู่ได้


แล้วว่านก็นะ คือโตจนมีลูกมีเต้าแล้ว


เรื่องใหนควรตึงเรื่องใหนควรหย่อน


แยกแยะไม่ออกเลยเหรอหนู


ถ้าเรื่องงานโดนบีบโดนบังคับ


แล้วเราอดทนเพราะไม่อยากหางานใหม่


ก็พอเข้าใจนะ แต่นี่เรื่องบังคับจิตใจ


ให้เราร้องเล่นในงานเลี้ยงทั่งที่เราไม่พร้อม


หนูยังมีอะไรที่ต้องทนเหรอลูก


เรื่องงานต้องทนน่ะยอมได้


แต่เรื่องบ้าๆแบบนี้ถ้ายังทนก็แหยเกินแล้วล่ะ

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ขำก๊ากเลยตอนอามันต์ชวนน้องไปกินขนมที่ห้องแล้วน้องบอกจะไปกินข้าวกับแม่ โอ๊ย อามันต์นายมันร้ายแต่น้องดันใสซื่อซะนี่  :m20:

 :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5

ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
มีแผนอะไรหรือป่าวหรือบังเอิญจริงๆ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :เฮ้อ: เหนื่อยแทนวีว่า  :katai1:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ไม่แปลกที่ใครจะห่วงวีว่า ฮือออออ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7697
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รอตอนต่อไป~

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
วิวาห์อามันต์

ตอนที่ 3











วิวาห์รู้สึกว่าทุกอย่างเหมือนฝัน ช่วงเวลาหลังจากนั้นว่านถูกติวเข้มอย่างหนักทั้งการร้องการเต้น ว่านร้องเพลงพอใช้ได้ เขามีต้นทุนทางเสียงอยู่ไม่น้อยขาดแค่เพียงเทคนิคที่ต้องมาฝึกเพิ่ม ส่วนเรื่องเต้นว่านทำได้พอสมควร ความสามารถโดยรวมของว่านอยู่ในขั้นกลาง ๆ ค่อนไปทางดี เขาเคยถามแทนใจอยู่เหมือนกันว่าคิดผิดหรือเปล่าที่เลือกว่านมาเป็นนักร้องนำร่วมวง

“ไม่ผิดหรอก เห็นว่านร้องคู่กับอาร์มแล้วพี่ก็ว่าเข้ากันได้ดีอยู่นะ ว่านเสียงใส ไอ้อาร์มันออกแหบ ๆ ...มั่นใจในตัวเองหน่อยเรา” พี่แทนพูด ตบไหล่ว่านหนัก ๆ “เก่งแล้ว ซ้อมไม่เท่าไหร่ก็ร้องเต้นได้ขนาดนี้ ตอนพี่นะซ้อมเป็นเดือน ๆ ยังทำไม่ได้เลย” ไม่รู้ว่าพี่แทนพูดชมเพื่อให้กำลังใจหรือเป็นเรื่องจริง แต่ว่านก็รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ

พี่อาร์มมองมาทางพวกเขาแล้วก็เดินเข้ามาหา หลังจากอาหารชาบูมื้อนั้นแล้วว่านกับพี่อาร์มก็ไม่ได้ไปกินข้าวที่ไหนด้วยกันสองต่อสองอีกเลย

“คุยอะไรกันอยู่” พี่อาร์มถามเนิบ ๆ มองหน้าพี่แทนแล้วหันมามองหน้าว่าน “ทำหน้ามีพิรุธนะ”

“พิรุธอะไร ...ใครจะไปพิรุธเหมือนมึงไอ้อาร์ม” แทนใจพูดขึ้น “แล้วเพลงใหม่น้องว่านไปถึงไหนแล้ว”

“คิดไม่ออก” อีกฝ่ายตอบหน้าตาย “ยังไม่มีแรงบันดาลใจ”

“เบื่อพวกอารมณ์ศิลปินจริง ๆ ว่ะ” แทนใจจุ๊ปาก “ไปดูหนังมั้ย เผื่อจะมีอารมณ์”

“เขาอยากไปดูกับกูหรือเปล่า” อามันต์พูด ปรายตามองมาทางคนที่เด็กที่สุดในวง วิวาห์เบิกตากว้าง

“หมายถึงว่านเหรอครับ” พอพี่อาร์มพยักหน้า ว่านก็ใจพองฟู “ไปครับ ว่านอยากไปดูหนัง พี่แทนไปมั้ย”

“ไปกันเถอะ พี่มีธุระ” แทนใจพูด มองหน้าเพื่อนแล้วก็พูดต่อลอย ๆ “ว่านไปชวนพวกพี่กอล์ฟดูสิ พวกเขาน่าจะว่างนะ”

“ได้ครับ” วิวาห์รับคำแข็งขัน รีบผละไปทางมือกลองมือเบสที่นั่งคุยกันอยู่อีกมุมหนึ่ง อามันต์มองหน้าเพื่อนสนิทแล้วพูดห้วน ๆ

“น่ารำคาญ”

“น้องว่านก็น่ารักดีไม่ใช่เหรอ”

“กูหมายถึงมึงนั่นแหละ ไม่ต้องมายุ่งหรอก”

“แผนโปรโมทของเสี่ยก็น่าสนุกดีนะ ขนาดแค่ข่าวลือว่าจะเปิดตัวสมาชิกใหม่ยังมีคนสนใจขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าเป็นน้องว่านล่ะก็...”

“อาจจะแป้กก็ได้” อามันต์พูด “คนต่อต้านก็มี”

“รวมถึงมึงเองด้วยใช่มั้ยที่ต่อต้าน”

“กูชอบพึ่งความสามารถของตัวเอง ไม่ชอบเล่นกับกระแส มันไม่ยั่งยืน” อามันต์ตอบ นัยน์ตามีแววเหยียดหยามเล็กน้อยวูบเดียวก็กลายเป็นปกติ วิวาห์เดินเข้ามาหาด้วยท่าทางผิดหวังนิด ๆ

“พี่กอล์ฟไม่ว่างเลยครับ ทำไงดี”

“ก็ไปกันสองคนก็ได้ ไม่เห็นเป็นอะไร” อามันต์พูด พิศดูผิวแก้มสองข้างของคนตรงหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูดเรื่อแล้วก็ยิ้มมุมปาก

“ว่านกลัวเป็นข่าวอีก”

แทนใจอยากบอกเหลือเกินว่านั่นแหละที่ต้องการไงล่ะ...แต่ก็เก็บเอาไว้ภายใต้สีหน้ายิ้ม ๆ พูดกับวิวาห์อย่างเป็นกันเอง

“ไปกันเถอะ ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็จะเปิดตัวว่านอาทิตย์หน้าอยู่แล้ว”

“ครับ” วิวาห์รับคำเสียงเบา เดินตัวลอยกลับไปซ้อมร้องเพลงต่ออย่างมีความสุข เย็นวันนี้เขาจะไปดูหนังกับพี่อาร์มสองต่อสอง ช่างเป็นอะไรที่สุดยอดจริง ๆ ว่านตื่นเต้นจนลืมแม้แต่จะถามชื่อภาพยนตร์ที่จะไปดู ขอแค่เป็นพี่อาร์มว่านก็พอใจมาก ๆ แล้ว

พี่อาร์มให้ว่านเลือกหนังด้วย ว่านเลือกการ์ตูนของวอลดิสนีย์ ว่านคิดว่าน่าจะดีกว่าเข้าไปดูหนังผีหรือหนังแอคชั่น เพราะว่านคงมัวแต่ยกมือปิดตาจนดูไม่รู้เรื่อง พี่อาร์มไม่ออกความเห็น วันนี้พี่อาร์มใส่หน้ากากอนามัยแต่ไม่ได้ใส่แว่นดำ มีคนแอบชำเลืองมาทางพี่อาร์มอยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ว่านเลยเผลอทำตัวลีบ ๆ โดยไม่รู้ตัวเพราะกลัวคนจะสังเกตเห็นว่านเข้าแล้วกลายเป็นข่าวแบบคราวก่อน

แต่ก็ดูเหมือนพี่อาร์มจะไม่ได้สนใจเลย

“ทำไมต้องเดินห่อไหล่แบบนั้น” อามันต์ทักขึ้น มองคนตัวผอมที่ยังเดินห่อไหล่จนเหลือตัวเล็กนิดเดียวอย่างน่าขันนั้น “เดินให้มันดี ๆ สิ”

“ขอโทษครับ” วิวาห์ตอบ ยืดตัวขึ้น “ว่านกลัวคนเห็น”

“เดินแบบนั้นแล้วคนจะไม่เห็นหรือไง”

“เขาคงไม่ทันสังเกต” วิวาห์งึมงำ ก้มหน้าลงกัดขนมปังกรอบในมือเพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองมา แต่ไหนแต่ไรมาแล้วเขาไม่เคยสบตาพี่อาร์มตรง ๆ ได้เกินหนึ่งนาทีเลย

“ใจคอจะกินคนเดียวเลยเหรอ”

“เอ่อ...เดี๋ยวว่านไปซื้อมาให้ใหม่นะ” วิวาห์พูด ทว่าอีกฝ่ายกลับจับมือซ้อนทับมือเขาแล้วดึงขนมปังไปกัดบ้าง วิวาห์หน้าร้อนวาบ เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านทั่วตัว พี่อาร์มทำเหมือนเป็นสิ่งที่เคยทำอยู่ปกติทุกเมื่อเชื่อวัน พอกัดจนมปังเสร็จก็ค่อยปล่อยมือว่านอย่างอ้อยอิ่ง “พี่...พี่อาร์ม ..เมื่อกี้ว่านกัดไปแล้วนะ”

“อืม ..แล้ว? ”

“พี่อาร์มไม่รังเกียจเหรอ”

“รังเกียจอะไร น้ำลายว่านเหรอ” พี่อาร์มพูดตรงเผ็งเสียจนว่านอายแทน ได้แต่อึกอัก

“ก็ใช่นะซิ เกิดว่านเป็นไวรัสตับอักเสบขึ้นมาทำไง”

พี่อาร์มมองหน้าเหมือนแปลกใจ

“ติดจากว่านก็ไม่เป็นไรหรอก”

ว่านหน้าร้อนผ่าว ตัดสินใจว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกต่อไป เขาเดินนำหน้าพี่อาร์มไปซื้อขนมเอาไว้กินในโรง พี่อาร์มยืนถือถังป๊อบคอร์นถังใหญ่เอาไว้เป็นภาพที่หาดูได้ยาก ว่านเลยหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเก็บเอาไว้ที่เป็นระลึก

...ใครจะไปรู้ว่าว่านจะได้มาดูหนังกับพี่อาร์มอีกเมื่อไหร่ นี่มันอาจจะเป็นครั้งแรกแล้วครั้งเดียวก็ได้

“ถ่ายรูปฉัน ฉันคิดค่าลิขสิทธิ์นะ” พี่อาร์มพูดลอย ๆ ว่านรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า

“ใครถ่าย เดี๋ยวว่านไปช่วยคิดค่าลิขสิทธิ์เลย” พูดจบก็เดินฉับ ๆ นำเข้าโรงหนังไปเลย ร่างสูงใหญ่ของพี่อาร์มเดินตามหลังมาพลางหัวเราะหึ ๆ

ในความมืดสลัวของโรงภาพยนตร์แห่งนั้นว่านถึงกับยืนงงไปชั่วขณะเพราะปรับสายตาไม่ชิน พี่อาร์มเอื้อมมือมาจับแขนว่านเอาไว้แล้วพาเดินลงบันไดไปยังชั้นที่นั่งที่ต้องการ สัมผัสของพี่อาร์มเป็นไปด้วยความสุภาพแต่ก็อบอุ่นเหลือเกินในความรู้สึกของว่าน พี่อาร์มให้ว่านนั่งก่อนแล้วตัวเองก็เข้ามานั่งข้าง ๆ ว่านเพิ่งสังเกตเห็นว่าพี่อาร์มจองที่แบบสวีทนั่งกันสองคนเอาไว้

นึกขึ้นได้ว่าอามันต์เคยให้สัมภาษณ์สื่อว่าเป็นคนรักความเป็นส่วนตัวมาก เวลาไปดูหนังก็ชอบนั่งดูคนเดียวเงียบ ๆ วิวาห์เลยนั่งเงียบกริบอยู่ที่มุมของเก้าอี้สวีท ไม่กล้าขยับตัวมากกลัวรบกวนสมาธิของพี่อาร์ม แถมยังไม่กล้าเอื้อมมือไปหยิบป๊อบคอร์นในถังบนตักพี่อาร์มด้วย

อามันต์เหลือบมองคนที่นั่งนิ่งผิดปกติข้างตัว เห็นนัยน์ตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายอยู่ในความมืด เจ้าตัวเหลือบมองเขาสลับกับมองจอจนอามันต์อยากถามเหมือนกันว่าดูรู้เรื่องบ้างหรือเปล่า มือเล็ก ๆ บีบประสานกันอยู่บนตักด้วยท่าทางเกร็ง ๆ

แค่มาดูหนัง ...เกร็งอะไรขนาดนั้น

“ป๊อบคอร์นมั้ย”

“ขอบคุณครับ”

ว่านล้วงมือลงไปหยิบป๊อบคอร์นในถังขึ้นมาใส่ปากเคี้ยว รู้สึกถึงมือของอีกฝ่ายที่โฉบไปโฉบมาในถังราวกับไม่ตั้งใจ ไม่รู้ว่าว่านคิดไปเองหรือเปล่าว่าที่ว่างระหว่างเราสองคนมันลดน้อยลงทุกที ลมหายใจอุ่น ๆ รดผิวแก้มของว่าน ได้กลิ่นเหมือนน้ำหอมของพี่อาร์มระเหยออกมาจาง ๆ

อามันต์หยุดตัวเองแค่นั้น เขากลัวว่าจะมีเด็กเป็นลมในโรงหนังไปเสียก่อน ท่าทางของวิวาห์ดูน่าขันแต่ก็น่าสมเพชในเวลาเดียวกัน เด็กหนุ่มดูใสซื่อเสียจนบางครั้งเขาก็นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายใส ๆ จริงมั้ย หรือว่าเป็นแค่ท่าทางข้างนอกที่หลอกให้คนเข้าใจผิด

นึกถึงสิ่งที่เสี่ยใหญ่เจ้าของค่ายเพลงพูดกับเขาขึ้นมา วิวาห์เป็นกระแสที่น่าสนใจ ข่าวของเขากับวิวาห์ขายได้มากกว่างานเพลงที่เพิ่งปล่อยไปเสียอีก อามันต์ไม่ค่อยพอใจกับความคิดนี้ของเสี่ยเท่าไหร่ เหมือนเสี่ยไม่ค่อยจะเห็นคุณค่างานเพลงของเลย กับแค่กระแสประเดี๋ยวประด๋าวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง หรือว่าจริง ๆ แล้ววิวาห์จะเป็นเด็กดันอย่างที่เคยมีคนเม้าท์กันจริง ๆ หวังจะมาเกาะกระแสความดังของเขา

อามันต์นั่งคิดกลับไปกลับมาจนหนังจบ หันไปดูอีกทีก็พบว่าเด็กหนุ่มข้าง ๆ นั่งหลับปุ๋ยไปเสียแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ไม่มีความระวังตัวอะไรทั้งนั้น นึกว่ามากับคนที่บ้านหรือไง

“วิวาห์” เขาเขย่าตัวปลุก ว่านสะดุ้งตื่นลืมตา ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดคราบน้ำลายของตัวเองอย่างลุกลน

“จบแล้วเหรอ ..ขอโทษครับ ว่านเพลีย ๆ”

“แสดงว่าการ์ตูนคงสนุกมาก ดูจนหลับ” อามันต์พูด ลุกขึ้นยืน

ว่านเพิ่งสังเกตเห็นว่าภายในโรงภาพยนตร์นั้นมีแค่ว่านกับพี่อาร์มเพียงสองคน ไม่มีคนอื่นเลย

“พี่อาร์มเหมาโรงหรือไง”

“ไม่ได้เหรอ” อามันต์ย้อนถามกลับมา ว่านส่ายหน้า

“เปล่าครับ ก็...ก็พี่อาร์มดังมาก ก็ต้องการความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว”

“ฉันอยากดูหนังกับเธอแค่สองคน” อามันต์พูดเนิบ ๆ

เป็นไปตามคาด วิวาห์อายม้วนจนแทบจะซุกหน้าลงกับเบาะรองนั่งอีกรอบ อามันต์ยิ้มในใจ ไม่เห็นจะยากตรงไหน ถ้ากระแสออกมาไม่ดีก็แค่เขี่ยทิ้งเท่านั้น

“ออกทางข้างหลังดีกว่า” อามันต์ว่า จับมือบางเอาไว้ “ข้างหน้าคงมีคนมาดักรอเต็มไปหมดแล้วล่ะ”

“ครับ”

ว่านแทบจะลอยตามมือของพี่อาร์มไปแล้ว ได้มาดูหนังกับพี่อาร์มสองต่อสองยังไม่พอ พี่อาร์มยังเหมาทั้งโรงเพื่อดูกับว่านอีก ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเห็นแต่ในหนังในละคร พอมาได้เจอกับตัวแล้วว่านรู้สึกเหมือนหัวใจจะโลดออกมานอกอกเลยแหละ

รถตู้ของพี่อาร์มจอดรออยู่ทางด้านหลังอยู่ก่อนแล้ว พอเดินออกมาไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงกรี้ดจากกลุ่มเด็กสาวกลุ่มหนึ่ง พี่อาร์มจับมือว่านแล้วพาวิ่งขึ้นเข้าไปในรถตู้ ว่านได้ยินเสียงกรี้ดดังตามหลังมาติด ๆ

“ฉิวเฉียด” อามันต์พึมพำ “กะว่าออกทางข้างหลังน่าจะไม่มีคนแล้วเชียว”

“ว่านเห็นเขาถ่ายรูปเอาไว้ด้วย จะเป็นอะไรมั้ยครับ”

“เธอคิดว่ายังไง” อามันต์ย้อนถาม ลอบสังเกตอย่างละเอียด ว่านกะพริบตาตอบกลับมาซื่อ ๆ

“ว่านไม่อยากให้พี่อาร์มมีข่าวแบบนี้อีก เดี๋ยวแฟนคลับจะไม่พอใจนะครับ”

“แฟนคลับมีหลายประเภท” อามันต์ว่า “พวกที่ชอบก็มีเหมือนกัน”

“มีด้วยเหรอครับ” ว่านงง “ใคร ๆ ก็ต้องไม่อยากให้ศิลปินที่ตัวเองชอบมีแฟนกันทั้งนั้น”

คิ้วเข้มของคนฟังขมวดเข้าหากัน

“ทำไมล่ะ เพราะหวงศิลปินเหรอ”

“ก็เพราะ...เพราะว่า...” ว่านอึกอักเพราะดันคิดเปรียบเทียบกับตัวเองที่คงไม่อยากให้พี่อาร์มมีแฟนหรือมีข่าวกิ๊กกับใครแน่ ๆ

“เพราะอะไร” เสียงพี่อาร์มเวลาได้ยินใกล้ ๆ ในที่แคบ ๆ แบบนี้มันเซ็กซี่ดีจริง ๆ ว่านคิด ใจเต้นแรงจนกลัวพี่อาร์มจะได้ยิน

“คงเป็นห่วงศิลปินมากกว่ามั้งครับ กลัวว่าจะไปเจอคนไม่ดี” ว่านหาทางออกให้ตัวเอง “แฟนคลับก็ต้องรักหวังดีกับศิลปินอยู่แล้ว”

“แล้ว..ถ้ามีแฟนคลับคนนึงได้เป็นแฟนกับศิลปินจริง ๆ ล่ะ เธอคิดว่ายังไง” อามันต์พูดช้า ๆ

วิวาห์สูดน้ำมูก

“ก็คงเป็นอะไรที่สุดยอดสุด ๆ ไปเลยครับ” วิวาห์พยายามเต็มที่แล้วที่จะวางหน้าเฉย ไม่วอกแวก ไม่แสดงพิรุธเขินอายอะไรทั้งนั้น แต่มันก็ยากเต็มทีที่จะไม่คิดว่าที่พี่อาร์มถามนั้นหมายถึงใคร สายตาของพี่อาร์มที่มองมาแฝงแววประหลาดที่ทำให้ว่านร้อน ๆ หนาว ๆ เหมือนจะจับไข้ พี่อาร์มตัวจริงมีเสน่ห์จนว่านรับไม่ไหวเลย

“นั่นสินะ” อามันต์พยักหน้า “ขอโทษที” เขาเอื้อมมือมาแตะที่ริมฝีปากของว่านเหมือนเขี่ยอะไรออก “เศษขนมติดที่ปากของเธอ”

“เอ้อ...ขอบคุณครับ”

วิวาห์นั่งตัวแข็งไปตลอดทาง พี่อาร์มยกแขนขึ้นพาดบนพนักพิงเอาไว้เลย ว่านเลยรู้สึกเหมือนกำลังถูกพี่อาร์มโอบอยู่กลาย ๆ บนตักของพี่อาร์มมีกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ บนนั้นมีลายมือตัวใหญ่ ๆ หนา ๆ เขียนเอาไว้

“เพลงใหม่เหรอครับ”

“ใช่” อีกฝ่ายบอก ฮัมเพลงในคอเบา ๆ “เพลงของเธอ”

“ของผมเหรอ” ว่านพูดเสียงสูงกว่าปกติเล็กน้อยด้วยความดีใจ ชะโงกเข้าไปดูใกล้ ๆ “ชื่อเพลงอะไรครับ”

“ยังไม่มีชื่อ” อามันต์ว่า ดึงกระดาษหลบ “ยังไม่เสร็จ อย่าเพิ่งดู เดี๋ยวถ้าเสร็จแล้วจะร้องให้ฟังคนแรก”

“ขอบคุณพี่อาร์มมาก ๆ ครับ ว่านดีใจจัง” เด็กหนุ่มพนมมือขึ้นไหว้เขา ยิ้มกว้างอวดฟันขาวเรียงเหมือนสายไข่มุก ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับจนคนมองชะงักไปเล็กน้อย “ว่านไม่รู้จะพูดยังไง การที่พี่อาร์มให้ว่านเข้าวงด้วย แถมยังแต่งเพลงให้อีก..”

“พอ ๆ ไม่ต้องไหว้นาน ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้น” อามันต์พูด จับมือที่พนมอยู่ของว่านเอาไว้ บีบเบา ๆ ครั้งหนึ่งแล้วก็ปล่อย

“ขอโทษครับ ว่านดีใจไปหน่อย” ว่านอุบอิบ กำมือเข้าหากัน สัมผัสของพี่อาร์มยังค้างอยู่ในความทรงจำแม้จะลงจากรถเดินเข้าบ้านไปแล้วก็ตาม ขนาดแม่ทักทายว่านยังไม่ได้ยินเลย เดินใจลอยขึ้นห้องนอนชั้นสองไปอย่างนั้น

ว่านเล่าเรื่องที่ไปเซ็นสัญญาเป็นนักร้องในค่ายเพลงให้ครอบครัวฟัง พี่วัตค้านออกมาทันทีเพราะเป็นห่วงกลัวว่าว่านจะเสียการเรียน วินก็ดูทำหน้าไม่เห็นด้วยเท่าไหร่แต่ไม่พูด ขณะที่พ่อกับแม่วางหน้านิ่ง ๆ

“แค่เรียนธรรมดาให้จบยังหืดจับเลย แล้วจะไปเรียนไปทำงานไปได้ยังไงฮึว่าน ฉันไม่เห็นด้วยนะ ว่านก็ไม่ได้มาทางร้องเพลงตั้งแต่แรกไม่ใช่เหรอ ตอนขอไปเล่นโฆษณาก็บอกว่าจะพอแล้ว แล้วไปเล่นเอ็มวีอีก..” พี่วัตพูดรัวเหมือนลูกกระสุน ว่านนั่งจ๋อย แอบมองพ่อกับแม่ที่ยังไม่พูดอะไรซักคำ “อย่าบอกนะว่าเซ็นสัญญาไปแล้ว”

ว่านก้มหน้า

“ครับ”

พี่วัตโกรธมาก

“เซ็นแล้วค่อยมาบอกแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร แล้วเซ็นอะไรลงไปได้ดูตาม้าตาเรือหรือเปล่า เซ็นสัญญาทาสไปนี่จะรู้มั้ย ไม่กลัวเลยเหรอไอ้ว่าน”

“วัต..พูดกับน้องดี ๆ” แม่พูดขึ้น ว่านน้ำตาร่วง

“แม่..พ่อ พี่วัต ว่านไม่ได้หลับหูหลับตาเซ็นนะ พี่ทอยกับพี่แทนเขาก็ช่วยดูให้ สัญญาสั้น ๆ แค่ห้าปีเอง ไม่มีได้ยาวอะไรเลย รายได้ก็แบ่งเปอร์เซ็นต์ยุติธรรมดีแล้ว ว่านก็เลยเซ็นไป”

“ห้าปี” วิรัตน์ตาเบิกโพลง “ตั้งห้าปีนะไอ้ว่านไม่ใช่แค่ห้าวัน ห้าปีนี่คือเพื่อนแกเรียนจบออกไปทำงานกันแล้วนะ”

“ว่านทำได้ ว่านจะแบ่งเวลาไม่ให้เสียการเรียน”

“ฉันไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว มีน้องโง่แล้วยังอวดดี เรียนธรรมดาก็ตก ๆ ซ่อม ๆ อยู่นั่น เข้าวงการคิดว่าจะเป็นยังไง มันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดหรอกนะ แกมันโลกสวยเกินไปว่าน ถึงเวลาแล้วจะรู้เอง ห้าปีเรียนก็ไม่จบงานก็ไม่รุ่งน่ะ”

“พี่วัต..” ว่านร้องไห้ เสียใจกับคำพูดของพี่ชายจริง ๆ ทำไมพี่วัตจะต้องถึงกับแช่งกันด้วย

“วัตพูดแรงไปนะลูก แม่เข้าใจน้องว่านนะ” แม่ของเขาพูดขึ้น ยกมือขึ้นลูบหลังลูกชายคนกลางเบา ๆ พลางส่งสายตาให้ลูกคนโตที่กำลังฮึดฮัดออกไปก่อน “ว่านอย่าร้องเลย โตแล้ว”

“วินขอไปข้างนอกก่อนนะแม่” น้องชายลุกออกจากห้องบ้าง

“แม่ ว่านคิดดีแล้วจริง ๆ นะ ว่านผิดเองที่ไม่ได้บอกพ่อกับแม่ก่อน เรื่องแค่นี้เอง ทำไมพี่วัตจะต้องแช่งว่านด้วย โกรธกันก็พูดกันดี ๆ สิ”

“พี่วัตเขาก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่มีอะไรหรอก ว่านแน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าอยากเป็นศิลปินจริง ๆ ทางนี้ไม่ง่ายหรอกนะลูก กลับไปเรียนเศรฐศาสตร์ต่อยังดีกว่า จบมาแล้วแม่จะฝากบริษัทคุณป้าพรให้”

“ว่านคิดดีแล้วครับ” จากที่ยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เซ็นสัญญาไปแล้ว จนไปซ้อมร้องเพลงมาแล้วด้วย แต่ว่านก็ยังไม่มั่นใจในการตัดสินใจของตัวเองนั้นเปลี่ยนเป็นความมั่นใจขึ้นมา ว่านคิดว่าตัวเองคิดไม่ผิด ถ้าค่ายเพลงเลือกว่านก็แสดงว่าว่านจะต้องมีอะไรที่ดึงดูดแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะเลือกว่านได้ยังไง “ว่านจะเป็นนักร้อง”

แม่พยักหน้ารับ

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้น แม่ไม่บังคับลูกอยู่แล้ว”

“ไม่มีใครเข้าใจว่านเท่าแม่เลย”

ช่วงเวลาหลังจากนั้นคือช่วงเวลาแห่งความสุขที่แท้จริง ว่านมีความสุขมาก เขากำลังยืนอยู่บนเวทีเคียงข้างพี่อาร์ม...ศิลปินคนโปรด ไม่ใช่ในฐานะแฟนคลับธรรมดาหรือว่าพระเอกเอ็มวีคนใหม่ แต่คือฐานะสมาชิกใหม่ในวงของพี่อาร์ม

“น้องว่านแนะนำตัวหน่อยครับ” พิธีกรบนเวทีพูดยิ้ม ๆ สปอร์ทไลท์ฉายแสงมาที่ว่านแล้ว ว่านมือเย็นเฉียบเพราะความตื่นเต้นแกมกังวล เหลือบมองคนข้างตัวแวบหนึ่ง เห็นพี่อาร์มพยักหน้าให้นิด ๆ แทนการให้กำลังใจ

งานแถลงข่าวเปิดตัวนักร้องคนใหม่ของวงจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแม้ว่าจำนวนแฟนคลับที่มารอจะมากมายก็ตาม ทุกสายตาจับจ้องมาที่วิวาห์...นักร้องคนใหม่ที่พี่อาร์มบอกว่าจะมาช่วยเสริมวงให้ดียิ่งขึ้น

เพลงใหม่ของว่านดังเปรี้ยงเพราะจังหวะที่ติดหู เนื้อเพลงน่ารัก แต่ที่ทำให้กระแสดีมากที่สุดก็คือรอยยิ้มหวาน ๆ ดูไร้เดียงสาของว่าน โดยเฉพาะตอนที่พี่อาร์มขึ้นเวทีไปร้องด้วยก็จะยิ่งยิ้มมากขึ้น ใบหน้าเรียวเล็กกลายเป็นสีชมพูอ่อน ๆ ตลอดเวลาที่อยู่บนเวทีว่านใจเต้นแรงไม่หยุดเลย ก็พี่อาร์มเอาแต่ร้องเพลงแล้วหันมามองว่าน

เวลาที่พี่อาร์มขยับเข้ามาใกล้ ๆ ว่านหรือว่ายิ้มให้ว่าน แฟนคลับข้างล่างก็จะยิ่งกรี้ดเสียงดังขึ้นจนว่านกลัวว่าเพดานจะถล่มลงมา มาคิดดูแล้วคนพวกนั้นคงอิจฉาว่านมาก ๆ ที่ว่านได้รอยยิ้มอบอุ่นจากพี่อาร์มคนเดียว

“เหนื่อยมั้ย” พี่อาร์มกระซิบถามในงานอีเว้นท์แห่งหนึ่งกลางห้างดัง “เช็ดเหงื่อหน่อย”

ว่านกวาดตามองหาผ้าขนหนูมาซับเหงื่อ ก็พอดีพี่อาร์มหยิบผ้าขึ้นมาบรรจงซับเหงื่อที่หน้าผากกับขมับให้ว่านอย่างตั้งอกตั้งใจ แววตาของพี่อาร์มในระยะใกล้ขนาดนี้ทำให้ว่านรู้สึกหวิว ๆ ไม่รู้เพราะร้องเพลงเหนื่อยหรือตื่นเต้นเกินไป พอพี่อาร์มผละออก ว่านถึงค่อยได้ยินเสียงกรีดร้องจากข้างล่างเวที

“เอ้า...เช็ดคืนให้ด้วยซิ” พี่อาร์มบอก เอียงหน้ามาให้เขา

ว่านเม้มปาก หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อให้พี่อาร์มบ้าง พี่อาร์มสูงกว่าว่านมาก ว่านเลยแค่ซับ ๆ ให้ที่ลำคอกับแถวคางเท่านั้น

“อย่าลืมยิ้มหวานด้วย” พี่อาร์มกระซิบ ยิ้มใส่ตาของว่าน “หมายถึงเจ้าของเพลง”

วิรัตน์เห็นน้องชายบนเวทีแล้วก็อยากจะกุมขมับด้วยความเครียดกว่าเดิม โอเคเขายอมรับว่าว่านดัง เพลงของว่านติดอันดับชาร์ต ว่านกลายเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่ถูกจับตามอง แต่ถ้ามันเกิดจากความสามารถเดี่ยว ๆ ของว่าน วิรัตน์จะไม่เครียดเลย เขารู้ว่ามันมีอะไรสักอย่างแอบแฝงอยู่ ยิ่งนักร้องนำสองคนบนเวทีมีท่าทางใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ เสียงของแฟนคลับรอบตัวก็เหมือนจะยิ่งดังขึ้น

คนพวกนี้มารอดูอะไรกันแน่ ...แสดงเพลงหรือว่า...ละคร?

ไม่ใช่จากทางด้านน้องชายของเขาหรอก รายนั้นปลื้มนักร้องหนุ่มจนออกนอกหน้า แต่มาจากผู้ชายหน้าคมท่าทางหยิ่งยโสที่ไอ้ว่านปลื้มนักปลื้มหนาต่างหาก เขาไม่เชื่อหรอกว่าผู้ชายคนนั้นจะคิดอะไรกับว่านหรือแม้แต่เอ็นดูว่านจริง ๆ

ชายหนุ่มรอจนจบงานเขาก็รีบพุ่งเข้าไปด้านหลังเวทีแล้วตะโกนเรียกว่าน ว่านหันมามองพอเห็นพี่ชายก็ตกใจ บอกให้การ์ดปล่อยพี่ชายเข้ามา

“พี่วัต มาได้ยังไง”

“ต้องถามแกมากกว่าว่าน ไม่ได้ไปเรียนกี่วันแล้ว บ้านก็ไม่กลับ แล้วไปนอนที่ไหน” วิรัตน์ถาม กวาดตามองน้องชายทั่วตัว ว่านดูผอมไปเล็กน้อย

“ว่านนอนที่สตูดิโอกับพวกพี่ ๆ เรื่องเรียน..ว่านให้เพื่อนส่งชีทมาให้ พี่วัตไม่ต้องเป็นห่วง”

“สตูดิโอ? ” วิรัตน์ทวนคำ หันไปมองพวกนักดนตรีที่กำลังเก็บข้าวของกันอยู่ ลดเสียงลงเหลือเพียงกระซิบ “ว่าน พี่ถามจริง ๆ นะ มันเล่นยากันมั้ย”

“เห้ย ไม่มีหรอกพี่วัต” ว่านรีบปฏิเสธ “แต่ถ้าบุหรี่มีบ้าง”

“อย่าบอกนะว่าว่านสูบ”

“เปล่า ๆ ว่านแพ้ควัน”

“แล้วจะไปทนอยู่แบบนั้นได้เหรอ กลับบ้านดีกว่า พ่อแม่คิดถึงใหญ่แล้ว”

“ว่านก็คิดถึง...แต่ช่วงนี้งานเยอะมาก มีทั้งกลางวันกลางคืน ว่านก็เลยต้องวิ่งวุ่นไม่มีเวลากลับบ้านเลย” วิวาห์พูด เสียงเหมือนเหนื่อยแต่ท่าทางสดชื่นมาก ไม่ต้องบอกวิรัตน์ก็เดาได้ว่าได้แรงใจมากจากไหน

“ฉันเห็นบนเวทีพวกแกซับเหงื่อกัน ..คบกันเหรอ”

“บ้า ไม่ใช่นะพี่วัต” ว่านหน้าแดงก่ำลงมาถึงลำคอ “เป็นพี่น้องกัน”

“พี่น้องกันเขาคงไม่ทำแบบนั้นให้คนกรี้ด ๆ เป็นบ้าเป็นหลังหรอกมั้ง ไอ้ว่าน ฉันไม่ค่อยไว้ใจพี่อาร์มนี่เท่าไหร่เลย ท่าทางไม่น่าไว้ใจ”

“พี่อาร์มเขาบุคลิกแบบนี้อยู่แล้วพี่ แต่ไม่มีอะไรหรอก เขาก็น่ารัก ใจดีกับว่านมาก ๆ คอยดูแลว่านตลอดเลย ไปไหนเขาก็ไปรับไปส่ง”

“อุ๊วะ ขนาดนี้ยังบอกพี่น้อง”

“ก็พี่น้องสิพี่ จะเป็นอย่างอื่นได้ยังไง” ว่านยืนยัน



ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk







วิรัตน์ถอยหายใจเฮือก ยอมล่าถอยกลับไป เพียงแค่สั่งอีกยาวว่าให้กลับไปบ้านบ้าง อย่าลืมสอบที่คณะฯ ด้วย ว่านเบ้ปาก ชีวิตพี่วัตมีแต่สอบ ๆ เรียน ๆ สอบ ๆ ทำงาน ๆ วนไป ไม่เห็นจะมีสีสันตรงไหน ปลายปีนี้พี่วัตจะไปเรียนต่อโทที่เมืองนอกแล้วเพราะเพิ่งสอบชิงทุนได้อีก วินน้องชายคนเล็กก็เพิ่งเอนท์เข้าแพทย์ได้หมาด ๆ

แล้วไง...ว่านเป็นนักร้องดังเลยนะ รายได้มากกว่าพี่วัตกับไอ้วินสิบเท่า

“ว่าน กลับกันเถอะ เดี๋ยวมีงานต่อคืนนี้ รีบไปพักกันก่อน” พี่อาร์มเดินเข้ามาหาเขา พูดเนิบ ๆ ไม่ได้ถามถึงผู้ชายคนที่คุยกับว่านเมื่อกี้ ว่านรู้สึกว่าพี่อาร์มเป็นคนมีมารยาทและก็ให้เกียรติคนอื่นจริง ๆ

“ครับพี่อาร์ม”

วงของพี่อาร์มชอบมีงานจ้างตอนกลางคืนด้วย ตอนแรกว่านก็ไม่ชินเท่าไหร่ จากเด็กอนามัยเข้านอนสี่ทุ่มตื่นแต่เช้าก็กลายเป็นนอนดึกเลยเที่ยงคืน กว่าจะเสร็จงานกลับที่พักเข้านอนก็ลุกไปเรียนตอนเช้าไม่ไหว ว่านขาดเรียนจนถูกอาจารย์เรียกพบ เขาก็ขอผ่อนผันตามส่งงานบ้างตามสอบบ้างเรื่อยมา เรื่องจบพร้อมเพื่อนภายในสี่ปีเป็นอันพับเก็บลงกระเป๋าไปได้เลย แค่เรียนจบว่านก็รู้สึกว่าบุญมากแล้ว

พี่อาร์มชอบถามเรื่องการเรียนกับว่านอยู่เสมอ วิวาห์รู้ประวัติของพี่อาร์มมาก่อน เขาเป็นคนหัวดีเรียนเก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร สอบเข้ามหาวิทยาลัยดังคณะเดียวกันกับพี่วัต จะเรียกว่าเป็นรุ่นพี่ของพี่วัตก็คงได้ จบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งแต่ไม่ได้ไปประกอบอาชีพตามสาขาที่เรียนมาเพราะร้องเพลงรุ่งกว่าเป็นไหน ๆ

“พรุ่งนี้มีสอบไม่ใช่เหรอ ทำไมยังไม่รีบนอน” พี่อาร์มทักว่านตอนที่ว่านเลื่อนประตูกระจกของสตูดิโอออกมายืนที่ระเบียงบ้าง “ดีกแล้วนะ”

ควันบุหรี่ในมือของพี่อาร์มลอยมาเข้าจมูก ว่านย่นหน้า

“พี่กอล์ฟให้ว่านมาถามว่าพี่อาร์มรับงานโฆษณาเบียร์เหรอ”

“รู้ได้ยังไง” คิ้วเข้มของคนฟังเลิกสูง

“มันเป็น...งานเดี่ยวใช่มั้ยครับ”

พี่อาร์มไม่ตอบแต่หันกลับไปเท้าแขนกับราวระเบียง เงียบไปครู่

“ให้กอล์ฟมาคุยกับฉันเอง ไม่ต้องผ่านนกพิราบ”

‘นกพิราบ’ เงียบกริบ รู้สึกได้ว่าพี่อาร์มโกรธ บรรยากาศรอบตัวดูกดดันอย่างน่าประหลาด จากที่ใกล้ชิดกันมาว่านพอจะจับความรู้สึกของพี่อาร์มได้บ้างแล้ว เวลาพี่อาร์มโกรธ พี่อาร์มจะเงียบ

“เธอ...เข้าไปนอนเถอะ”

“ครับ”

ว่านเกือบจะหมุนตัวกลับไปแล้วตอนที่พี่อาร์มจับแขนว่านเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัว จากนั้นริมฝีปากสีสดได้รูปนั้นก็ฉกวูบลงมาบนริมฝีปากของว่านแนบสนิท พอว่านผงะออกด้วยความตกใจ พี่อาร์มก็ใช้มือรั้งท้ายทอยของว่านเอาไว้ กัดที่ริมฝีปากของว่านเบา ๆ ให้เปิดปากออกแล้วส่งลิ้นเข้ามาในสำรวจด้านใน กลิ่นบุหรี่ที่พี่อาร์มสูบเหม็นตลบจนว่านสำลัก ยกมือขึ้นผลักออกเต็มแรง

“..........” ว่านแลบลิ้นออกมา ไอออกมาหลายครั้ง

คนที่เพิ่งจูบเขาหันกลับไปดูดบุหรี่ในมือต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เธอไม่ชอบบุหรี่เหรอ สังเกตหลายครั้งแล้ว”

“ครับ ว่านเกลียดกลิ่นบุหรี่ที่สุด” วิวาห์ตอบ ยังรู้สึกถึงกลิ่นบุหรี่ที่อวลอยู่ในปาก “ผมขอตัวก่อน” เขารีบกลับเข้าไปในห้องเพื่อบ้วนปากอย่างรวดเร็วโดยมีสายตาของพี่อาร์มมองตามหลังมา

ว่านรู้สึกผิดหวังในตัวเองอยู่ไม่น้อย พี่อาร์มอุตส่าห์จูบเขาแล้วแท้ ๆ แต่ว่าเขากลับทนกลิ่นที่ไม่ชอบไม่ไหว บรรยากาศโรแมนติกที่เคยแอบฝันเอาไว้ก็เลยพังลงไม่เป็นท่า หลังจากนี้พี่อาร์มก็คงจะไม่พยายามอีกแล้วกระมัง

หรือว่านควรจะฝืนทนไปให้ชินดี

แล้วพี่อาร์มจะจูบว่านอีกมั้ย จู่ ๆ ก็ดึงตัวว่านไปจูบแบบนั้นแปลว่าอะไรกันแน่ หรือว่าพี่อาร์มเองก็รู้สึกกับว่านเหมือนกับที่ว่านรู้สึกกับพี่อาร์ม ว่านรู้มานานแล้วว่าความรู้สึกของว่านมันไปเกินกว่าคำว่าแอบปลื้มแบบแฟนคลับหรือไอดอลทั่วไป มันลึกซึ้งหอมหวานกว่านั้นมาก ยิ่งได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อย ๆ แล้วว่านก็ยิ่งหลงรักพี่อาร์มชนิดที่ละสายตาไปไหนไม่ได้เลย พี่อาร์มอยู่ในความสนใจของว่านตลอดเวลา นิสัยความชอบส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพี่อาร์มว่านรู้หมด อะไรที่เอาใจพี่อาร์มได้ว่านก็เต็มใจจะทำ แค่ได้เห็นรอยยิ้มพี่อาร์มแม้เพียงมุมปากว่านก็ตัวลอยไปเป็นวัน

ว่านก็คิดว่าพี่อาร์มน่าจะมีใจให้ว่านเหมือนกัน เวลาพี่อาร์มมองว่าน สายตาคู่นั้นไม่เหมือนตอนที่มองคนอื่น ว่านสัมผัสได้ว่าพี่อาร์มดูแลเอาใจใส่ว่านมากกว่าเพื่อนร่วมวง ขนาดตารางสอบของว่านพี่อาร์มยังจำได้แม่นกว่าว่านเสียอีก จะเป็นเพราะอะไรถ้าไม่ใช่เพราะว่าพี่อาร์ม...

คิดมาถึงตรงนี้วิวาห์รู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดบึ้ม ยกมือขึ้นแนบแก้มทั้งสองข้าง ความรู้สึกดูดดื่มแนบชิดเมื่อครู่นี้ยังติดอยู่ในอารมณ์ ถ้าว่านไม่ผละออกมาก่อน พี่อาร์มจะจูบยังไงต่อนะ

“น้องว่านมายืนทำอะไรตรงนี้น่ะ” พี่แทนเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอน เห็นว่านยืนปิดหน้าอยู่หน้าห้องน้ำก็ทักขึ้น ว่านหันไปส่งยิ้มให้เขิน ๆ

“พี่แทน เข้าห้องน้ำเหรอครับ”

“ยังไม่ตอบพี่เลย ทำอะไรอยู่”

“คือ..ว่านไม่ได้ทำอะไรครับ” วิวาห์ปฏิเสธ แทนใจหรี่ตาลง เพ่งมองริมฝีปากบวมนิด ๆ มีรอยแตกหน่อย ๆ ของวิวาห์แล้วก็ทำหน้าครุ่นคิด

“อากาศแห้งปากแตกหมด ว่านอย่าลืมทาลิปมันก่อนนอนนะ”

“ครับ” ว่านหน้าแดงจัด แสดงพิรุธออกไปเต็มที่ รีบวิ่งกลับเข้าห้องนอนที่นอนรวมกันทั้งวงยกเว้นพี่อาร์มที่นอนชั้นสามคนเดียว สายตาของพี่แทนเหมือนจะรู้ทันจนว่านทำตัวไม่ถูก

แทนใจมองตามหลังรุ่นน้องร่วมวงแล้วเดินทอดน่องขึ้นไปบนชั้นสามที่อามันต์ครอบครองอยู่แต่เพียงผู้เดียว เห็นศิลปินหนุ่มกำลังยืนตากลมอยู่ที่ระเบียง กลิ่นบุหรี่กระจายคลุ้ง

“เมื่อไหร่จะเลิกสูบซักที ระวังกล่องเสียงพังนะมึง” แทนใจพูดทุกครั้งและคงจะพูดตลอดไปจนกว่าเพื่อนจะเลิก “เผาปอดมันเข้าไป”

“น้องว่านให้มาพูดหรือไง” อามันต์เลิกคิ้ว แทนใจจุ๊ปาก

“ช๊ะ..น้องว่าน จากเด็กคนนั้นมาเป็นน้องว่านแล้วเหรอ” แทนใจเคาะ “ได้ข่าวว่ามึงรับงานนอกไม่ปรึกษากูเหรออาร์ม”

“ก็ว่าจะบอกวันนี้”

“รายได้แบ่งกันทั้งวงหรือเปล่า” แทนใจพูดเนิบ ๆ มองหน้าเพื่อนนิดหนึ่ง “หรือจะยังไง”

“มึงคิดว่ายังไงล่ะ”

“จริง ๆ ก็เป็นงานเดี่ยวของมึง แต่ว่ามึงก็ไปในนามวงไม่ใช่เหรอ” แทนใจว่า “แต่ก็แล้วแต่มึงนะ กูไม่อะไรอยู่แล้ว”

“เดี๋ยวดูอีกทีแล้วกัน” อามันต์แบ่งรับแบ่งสู้ “อาจจะแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ให้วงด้วย”

“ขอแค่อย่าเบียดตารางงานของวงก็พอ” แทนใจพูด มองหน้าเพื่อนสนิทที่คบกันมานานตั้งแต่สมัยมัธยมจนจบมหาวิทยาลัย เขารู้นิสัยเพื่อนดี อาร์มไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวหรอก “อยากพูดเรื่องน้องว่านด้วย”

“ทำไม” พอเปลี่ยนเป็นเรื่องเด็กหนุ่มคนนั้น ท่าทางของอามันต์ก็ดูเครียดขึ้นนิด ๆ ทันที

“มึงชอบน้องเขาหรือเปล่า หรือแค่เล่น ๆ”

“น้องให้มึงมาถามกูเหรอ”

“เปล่า กูอยากรู้เอง ในฐานะที่กูก็เอ็นดูเขาเหมือนน้องชายคนนึง ไม่อยากให้เขาโดนหลอกฟันแล้วทิ้ง”

คนฟังหัวเราะห้าว ๆ

“เห็นกูเป็นคนยังไง” อามันต์ยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจ “เด็กอย่างนั้นกูไม่เอาหรอก แต่ถ้าเด็กมันมาเองก็ไม่แน่”

“เด็กอย่างว่านไม่มีชั้นเชิง ถ้าจะมาก็แปลว่าถูกหลอกให้มา กูขอนะอาร์มสำหรับเด็กคนนี้”

“มึงชอบเขาหรือไงแทน พูดนั่นพูดนี่อยู่ได้” นักร้องนำพูด ปรายตามองเพื่อนสนิทแล้วยิ้มมุมปาก

“กูจะชอบน้องเขาหรือไม่ก็ไม่เกี่ยว แต่น้องน่ะชอบมึงแน่ ๆ อาจจะถึงขั้นคลั่งไคล้เลยก็ได้ น้องว่านเห็นมึงเป็นไอดอลเขา กูไม่อยากให้มึงฉวยโอกาสที่น้องเขาชอบมึงแล้วจะหลอกน้องเค้า”

“ฟังดูดียิ่งกว่าพ่อพระอีกนะ” อามันต์พยักหน้าเนิบ ๆ “แล้วใครกันที่มันเห็นดีเห็นงามกับแผนโปรโมทของเสี่ย ไม่ใช่ว่าใช้ประโยชน์จากเด็กหรือไง”

“มันไม่เหมือนกัน ว่านเองก็ได้ประโยชน์ มีเงินมีชื่อเสียง”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่า เขาก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน การที่ศิลปินทำให้แฟนคลับสมหวังไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเหรอ”

“ไอ้อาร์ม” แทนใจพูดเสียงต่ำ จ้องหน้าเพื่อนอย่างโมโห “กูรู้ว่ามึงมีวิธีสารพัดที่จะให้น้องเขาสมยอมเอง แล้วมึงก็จะบอกว่ามึงไม่ได้หลอก แต่คนที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไรก็คือตัวมึงเองนั่นแหละ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้น้องมันออกจากวงไปซิ” อามันต์สวนกลับ “หรือว่าห่วงรายได้จนทำไม่ได้” เขาพูดจี้ใจดำผู้จัดการวงเข้าเต็ม ๆ แทนใจไม่พูดอะไรอีก เขาหันหลังกลับ ขืนอยู่ต่อมีหวังต้องวางมวยกันแน่ ๆ

“น้องว่าน! ” เด็กหนุ่มที่ถูกพูดถึงยืนนิ่งอยู่หลังประตูกระจก อามันต์หันขวับมามอง เห็นนัยน์ตากลมโตคู่นั้นมองมายังเขาอย่างสับสน “ว่านมายืนตรงนี้นานหรือยัง” แทนใจถามอย่างร้อนใจ

“ว่าน...ว่านแค่จะเอานมอุ่นมาให้พี่ ๆ ดื่มก่อนนอน” วิวาห์พูดขึ้น สายตายังจ้องมองไปที่อามันต์ตาไม่กะพริบจนคนถูกมองเริ่มอึดอัดขึ้นมา อันที่จริงต่อให้วิวาห์ได้ยินอะไรไป อามันต์ก็ไม่จำเป็นจะต้องแคร์อยู่แล้ว

“ขอบคุณมาก น้องว่านรีบไปนอนก่อนดีไหม” แทนใจรับถ้วยนมมาถือเอาไว้เองทั้งสองแก้ว รุนหลังว่านให้ถอยกลับ

“พี่แทนไปนอนก่อนเถอะครับ ว่านมีเรื่องอยากคุยกับพี่อาร์มก่อน” วิวาห์พูด ท่าทางผิดไปจากทุกทีที่เคยเห็นจนแทนใจชะงัก ว่านเหมือนไม่ใช่ว่านคนเดิมที่เคยเจอ ดูสงบนิ่งไม่เหมือนว่านที่หน้าแดงก่ำท่าทางลุกลี้ลุกลนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้เลย “โอเค ตามสบาย” เขาหันไปขมวดคิ้วใส่อามันต์แทนคำเตือน

วิวาห์ก้าวออกมายืนข้างนอก เขามองบุหรี่ในมือของพี่อาร์มแวบหนึ่ง

“พี่อาร์ม”

“มีเรื่องอะไรเหรอ” อามันต์ถาม “อยากจะถามอะไร”

“พี่อาร์มไม่ถามหน่อยเหรอว่าว่านได้ยินที่พี่พูดเมื่อกี้หรือเปล่า” วิวาห์พูดขึ้น

“แล้วได้ยิน..หรือเปล่าล่ะ”

ศีรษะทุยสวยพยักหน้ารับ อามันต์นิ่งไปบ้าง

“แต่ว่านจะไม่ออกจากวงหรอกนะ” วิวาห์พูดเนิบ ๆ “ว่านค้นพบว่าการร้องเพลงทำให้ว่านมีความสุขมาก ถึงแม้ว่าใคร..จะหลอกใช้ประโยชน์หรืออะไรจากว่าน ว่านก็จะยังอยู่ในวงต่อไป”

“เพราะว่าเธอก็ได้ประโยชน์เหมือนกันถูกไหม”

“วินวินกันทั้งคู่ไม่ใช่เหรอครับ” วิวาห์กลืนน้ำลายลงคอ “ส่วนเรื่องที่พี่อาร์มจูบว่าน พี่อาร์มชอบว่านหรือเปล่าครับ”

อามันต์เลิกคิ้ว เขาไม่นึกมาก่อนว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะกล้าถามเขาตรง ๆ

“เธอคิดว่ายังไง”

“ถ้าพี่อาร์มไม่ได้ชอบว่านแล้วจูบว่านทำไมครับ อารมณ์พาไปหรือว่าอยากแกล้งปั่นหัวว่านเล่น ๆ เพราะเห็นว่าว่านชอบพี่อาร์ม” วิวาห์พูดหน้าตาเฉย แม้ว่ามือจะเหงื่อออกจนเปียกไปหมด เขารวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายพูดต่อ “ว่านชอบพี่อาร์มมาก ๆ คิดว่าพี่อาร์มคงรู้อยู่แล้ว ถ้าพี่อาร์มชอบว่านว่านก็จะดีใจมากที่เราใจตรงกัน แต่ถ้าพี่อาร์มไม่ได้ชอบว่านแบบนั้น ก็อย่าทำอะไรให้ว่านคิดไปเองอีกเลยครับ เพราะว่านคงเสียใจมาก..” พูดออกไปแค่นั้นแล้วก็พูดต่อไม่ออก แม้ว่าจะรู้สึกโล่งใจไม่น้อย ทว่าว่านก็กลัวคำตอบที่จะได้รับเหมือนกัน

แม้ว่าว่านจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่อาร์มจะต้องตอบรับก็ตาม....

พี่อาร์มดับบุหรี่ลงกับจานแก้วแล้วเดินผ่านว่านเข้าไปในห้องเสียเฉย ๆ ราวกับว่านเป็นอากาศธาตุ ทำเอาคนที่เพิ่งรวบรวมความกล้าเมื่อกี้ใจฝ่อเหลือนิดเดียว ว่านขอบตาร้อนผ่าวเกือบจะปล่อยโฮออกมาแล้ว ทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ หรือความจริงแล้วที่พี่อาร์มทำลงไปทั้งหมดนั้นก็แค่ต้องการ ‘เล่น ๆ ’ กับว่าน

เม้มปากแน่นกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะพุ่งขึ้นมาเอาไว้ ฝีเท้าหนัก ๆ ก็เดินกลับมาหยุดตรงหน้า พี่อาร์มเชยคางของว่านขึ้นแล้วใช้ปลายนิ้วปัดหยดน้ำตาออกเบา ๆ

“ร้องไห้ทำไม เอะอะก็ร้องไห้” ลมหายใจของพี่อาร์มไม่ได้มีกลิ่นบุหรี่แล้ว แต่กลับเป็นกลิ่นหอม ๆ ของยาสีฟันกลิ่นมิ้นต์แทน อย่าบอกนะว่าที่พี่อาร์มเดินหายเข้าไปในห้องก็เพราะไปแปรงฟันมา ว่านใจเต้นแรงขึ้นนิด ๆ อย่างช่วยไม่ได้

“พี่อาร์มกลับมาตอบว่านเหรอ” ถามออกไปอย่างงุนงง พี่อาร์มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มเปิดเผยที่ว่านไม่เคยเห็นมาก่อน มันทำให้ใบหน้าของพี่อาร์มดูเด็กลงไปซักสิบปีเหมือนกับเด็กหนุ่ม มองเห็นลักยิ้มที่มุมปากด้วย

“มีคนมาสารภาพรักแล้ว ฉันก็ต้องตอบกลับสิถูกไหม”

ว่านอายจนอยากมุดหนีแต่ว่าอีกฝ่ายไม่ปล่อยให้ว่านไปไหน พี่อาร์มรวบตัวว่านเข้ามาในอ้อมแขนแล้วก้มลงจูบ สัมผัสของพี่อาร์มดูดดื่มร้อนแรงอย่างที่ว่านไม่เคยเจอมาก่อน อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบรอบตัวว่านจนว่านคล้ายจะจมหายไปในอกกว้างนั้นได้ พี่อาร์มส่งลิ้นเข้ามาทักทายหยอกเย้าจนว่านใจสั่นแทบทรงตัวไม่อยู่ รู้ตัวอีกทีพี่อาร์มก็พาว่านมาที่เตียงแล้ว

พี่อาร์มปลดกระดุมเสื้อของว่านออกตามด้วยกางเกงและชั้นใน ว่านตัวอ่อนเปลี้ยเพราะสัมผัสทั้งจากริมฝีปากและมือของพี่อาร์ม พี่อาร์มสัมผัสบางจุดอย่างช่ำชองทำให้ว่านร้อนวูบวาบเป็นระยะ ความต้องการที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็เหมือนถูกปลุกให้ลุกโพลงขึ้น

“พี่อาร์ม...ว่าน..ว่านอาย” ว่านยกมือขึ้นปิดหน้าตอนที่อีกฝ่ายสำรวจดูร่างกายของเขาอย่างละเอียดโดยเฉพาะตรงนั้น ส่วนเร้นลับที่ถูกเปิดเผยออกแก่สายตาเพราะพี่อาร์มจับขาของว่านแยกออกจากกัน ปลายนิ้วของพี่อาร์มลูบคลำแผ่วเบาตามด้วยริมฝีปากที่ทำให้ว่านบิดตัวเร้า ความทรมานข้างในทำให้เปล่งเสียงร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ อารมณ์พุ่งสูงขึ้นทุกที

พี่อาร์มเก่งจริง ๆ หรือว่าว่านอ่อนด้อยประสบการณ์เกินไปก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าคืนนั้นพี่อาร์มพาว่านไปเที่ยวถึงไหนต่อไหนจนว่านหมดแรง ความอิ่มเอมเอ่อล้นอยู่ข้างในอกกลั่นออกมาเป็นน้ำตาที่ไหลซึมหางตาจนพี่อาร์มที่กำลังขยับตัวต้องจูบซับ

“เจ็บมากเหรอ”

“เจ็บ ..แต่ทนได้” ว่านตอบ ยกมือขึ้นคล้องคอพี่อาร์มเอาไว้ “ว่านแค่ดีใจ ...ดีใจมาก ๆ”

พี่อาร์มยิ้ม ขยับตัวเข้ามาลึกขึ้นแล้วกอดว่านเอาไว้แน่น รู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่เข้ามาในร่างกาย

“เด็กดี” พี่อาร์มลูบเส้นผมของว่านแล้วจูบที่ริมฝีปาก “ว่านรักพี่ใช่มั้ย”

“พี่อาร์มรู้อยู่แล้ว” ว่านตอบพึมพำเหมือนละเมอ

“พี่ก็รัก...รัก..” ว่านคิดว่าตัวเองได้ยินชื่อตัวเองตามหลังคำว่ารัก แต่ว่าว่านเหนื่อยมากจนหลับไปก่อนเลยได้ยินไม่ชัด

...................................................................................

“ว่าน เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย โอย ใจหายใจคว่ำกันหมด” เสียงคนพูดอะไรแว่ว ๆ เหนือหัวของวิวาห์ ชายหนุ่มขยับตัวเปิดเปลือกตาขึ้นมองดูอย่างมึนงง ภาพสุดท้ายวิ่งเข้ามาในสมอง เขากำลังยืนอยู่บนเวทีท่ามกลางเสียงกรีดร้องด่าทอจากทุกทิศทาง เพียงแค่นึกถึงก็ตัวสั่นขึ้นมาอีก “เป็นอะไร หรือไม่สบาย ไข้ขึ้นหรือเปล่า” ปกป้องยื่นมือเข้ามาแตะหน้าผากเขา

“พี่ป้องครับ คุณฟอร์ดมา”

“ตายล่ะ ฉันหัวขาดแน่ ๆ” ปกป้องอุทาน

ร่างสูงสมส่วนของผู้บริหารบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์รายใหญ่ของประเทศเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเคร่งขรึม พอเห็นวิวาห์นั่งหน้าซีดอยู่บนเตียงของห้องพยาบาลก็รีบเข้าไปหา

“คุณว่าน เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นบ้างมั้ยครับ” ฟอร์ดถามเสียงอ่อน กวาดตามองอีกฝ่ายทั่วตัว “ทานข้าวหรือยัง”

ว่านส่านหน้า

“คงจะหิวแน่ ๆ”

“เดี๋ยวผมไปหาข้าวมาให้น้องเองครับ” ปกป้องรีบพูด ยังไงเขาก็จะไม่ปล่อยให้เจ้านายรู้ความจริงแน่ว่าบังคับลูกน้องขึ้นเวทีร้องเพลงจนเป็นลมเพราะอยากเอาใจนาย “คงหิวมากแน่เลย แล้วก็ไม่บอกกันก่อน ทำให้วุ่นวายกัน”

“ขอโทษครับ” ว่านพูด เขาไม่อยากพูดถึงอาการบนเวทีกับใครทั้งนั้น ให้เขาใจว่าหิวจนเป็นลมก็ดีเหมือนกัน

“ถ้าอย่างนั้นฝากหน่อยนะคุณป้อง ฝากข้าวผัดของผมด้วยอีกซักจาน จะกินเป็นเพื่อนคุณว่านเสียหน่อย”

“ครับคุณฟอร์ด” ปกป้องรีบพูด เดินแกมวิ่งออกไปจากห้องพักพยาบาลอย่างรวดเร็ว ธาดาหันมามองอดีตนักร้องดังที่ยังนั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางอ่อนล้า

“นอนพักก่อนก็ได้นะครับ ถ้ายังเวียนหัวอยู่”

“ว่าน..ผมดีขึ้นมาแล้วครับ” วิวาห์บอก รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเมื่ออยู่กับอีกฝ่ายสองต่อสอง “เชิญคุณฟอร์ดเถอะครับ งานเลี้ยงคงยังไม่จบ”

“ผมอยากกินข้าวกับคุณในนี้มากกว่า” ธาดาตอบ วิวาห์มองไปทางอื่นที่ไม่ใช่สายตาคู่นั้น “คุณว่าน เมื่อกี้..เกิดอะไรขึ้นกับคุณบนเวทีหรือเปล่า ผมเห็นคุณดูเครียดมาก ๆ แล้วก็ดูกลัวมากด้วย ..มันเหมือนไม่ใช่แค่เป็นลมธรรมดา”

“......”

“คุณไม่สะดวกเล่าก็ไม่เป็นไรครับ” ธาดาพูดยิ้ม ๆ ปกป้องวิ่งเข้ามาพร้อมข้าวสองจานและกับข้าวอีกสองอย่าง เขาจัดการตั้งโต๊ะให้เจ้านายเรียบร้อยแล้วก็ถอยกลับออกไปจากห้องอย่างรู้งาน

ว่านรู้สึกอึดอัดกว่าเดิม คราวนี้อีกฝ่ายดูเอาจริงเอาจังมากกว่าทุกครั้ง

“ทานข้าวกันก่อนดีกว่าครับ คุณว่านจะได้รู้สึกดีขึ้น เวลาท้องโล่งเรามักจะคิดอะไรไม่ออกนะครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ ส่งช้อนส้อมให้วิวาห์อย่างเป็นกันเอง วิวาห์รับมาถือเอาไว้ อดพูดอย่างกังวลไม่ได้

“คุณฟอร์ดกลับไปทานต่อในงานเลี้ยงดีไหมครับ ป่านนี้คนคงรอคุณกันใหญ่”

“คุณว่านไล่ผมเหรอ”

“คุณเป็นรองประธานบริษัทนะ ในวันครบรอบบริษัทก็ต้องทำหน้าที่ของคุณสิครับ เดี๋ยวผมก็จะทำหน้าที่ของผมเหมือนกัน”

ธาดาจุ๊ปาก มองหน้าเขาแล้วยิ้มกว้างขึ้น

“หน้าที่ของคุณคืออะไรคุณว่าน”

“ผมจะไปเตรียมของชำร่วยแจกครับ”

“งั้นผมขอใช้อำนาจในหน้าที่รองประธานบริษัทสั่งให้คุณกินข้าวกับผมก่อนค่อยไปทำงาน ตกลงไหมครับ” ธาดาพูด วิวาห์เม้มปาก แล้วก็ยอมตักข้าวเข้าปากเงียบ ๆ

ธาดาลอบสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายอย่างพึงใจ วิวาห์เป็นคนมีเสน่ห์แฝงอยู่ในบุคลิกอย่างที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน จะเป็นเวลาที่พูดหรือขยับตัว ตอนเหลือบตามองหรือว่าตอนที่ยิ้มออกมา แม้กระทั่งเวลาตักข้าวเข้าปากก็ยังดูนิ่มนวลน่ามอง ริมฝีปากบางขยับตามการเคี้ยวเป็นจังหวะไร้เสียง เม็ดข้าวไม่หกเลยแม้แต่เม็ดเดียว ตลอดมื้อนั้นธาดาแทบไม่ได้ยินเสียงช้อนส้อมกระทบจานสักครั้ง ได้แต่นึกทึ่งกับบุคลิกของอีกฝ่ายอยู่ในใจ

“อิ่มไหมครับ”

“ครับ” วิวาห์รวบช้อนเข้าหากันแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม กำลังมองหาวิธีออกจากห้องนี้ก็พอดีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ...แป้งโทรมา ...จริงสิ เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าปล่อยให้เพื่อนรออยู่ข้างหน้า

“ว่าน อยู่ไหนแล้วเนี่ย ยัยยี่หวาง่วงนอนตาจะปิดอยู่แล้ว ลืมหรือเปล่าคุณวีว่า”

...........................................................................................

มาอัพแล้วค่า

ชอบเรื่องนี้นะ มันดูมีอะไร แม้ว่าจะไม่มีอะไร หรือจริง ๆ ก็ไม่ได้ดูมีอะไร แต่คิดไปเองว่ามีอะไร สรุปอะไรกันแน่ ฮ่า ๆ มาแบบสบาย ๆ

เจอกันตอนหน้า

ใครชอบเรื่องนี้ เจอกัน ๆ

#วิวาห์อามันต์

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1090
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
น้องว่าน ความวุ่นวายมาหาแบบไม่หยุดแน่
อยากให้ผ่านพ้นเรื่องร้ายๆไป
เชียร์คุณพ่อน้องยี่หวาละกันนะ รอบนี้คุณพ่อต้องพิสูจน์ตัวเองหน่อยนะ

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
เห้อ



อึดอัด

ออฟไลน์ bpyt

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
ถ้าคุณธาดาดีจะเชียร์แล้วนะเนี่ย พี่อาร์มมันงี่เง่าก็ปล่อยมันไปเถอะ

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
พี่วัต เป็นพี่ชาย ที่ดีมากกกก

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2685
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
ว่านเป็นเด็กน้อยใสซื่อ รู้ทั้งรู้ก็ยังตกหลุมลงไปให้ลึก
คนชอบคนรักอะเนาะ ต่อให้ไม่ดีแค่ไหน เค้าปากหวานด้วย คือจบเลย
หลอกใช้น้องกันทั้งนั้น ทั้งความไว้ใจ ทั้งความซื่อตรง
ต่อให้อาร์มบอกว่ารับไม่ได้กับวิธีนี้ แต่อาร์มก็ไม่ค้านหนักๆ

สงสารว่าน กว่าจะผ่านมาได้ คงหนักมากจริง
ไม่ใช่แค่ตัวเอง มีลูกตามมาด้วย

อาร์มคือผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ได้บอกว่าแย่นะ แต่ไม่ได้ดีไปกว่าที่ว่าคนอื่นหรอก
แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นไหม แล้วยังมองว่านแบบเดิมหรือเปล่า


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
น้องว่านคือแบบน่าสงสารมาก ฮืออออ

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-1
คนซื่อๆที่โดนหลอกใช้ ถูกเอาความรู้สึก ความรัก มาเป็นเครื่องมือแบบนี้ มันเจ็บปวดจริงๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด