-- คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต...บทพิเศษ ฟันน้ำนม -- (อัพเดต 03/09/2020)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: -- คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต...บทพิเศษ ฟันน้ำนม -- (อัพเดต 03/09/2020)  (อ่าน 51425 ครั้ง)

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น่ารักและอบอุ่นมากๆเลยค่ะ  :pig4: :L1: :กอด1:

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
 :mew1:

พัฒนาขึ้นมาแล้ว

รอเวลาทั้งคู่รู้ใจตัวเอง รู้ใจกันละนะ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1950
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
ความสัมพันธ์ดีขึ้นทุกวัน  :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 80
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 16

เที่ยว

---------


   พรุ่งนี้ สกุลอหัสกรจะออกเดินทางไปเที่ยวทะเลสาบทางเหนือของเมือง ร้านยาอหัสกรจึงติดป้ายปิดให้บริการหนึ่งวัน


   รติตื่นเต้นที่สุด วิ่งวุ่นเตรียมข้าวของตลอดทั้งเย็น ผงสมุนไพรใดๆเป็นอันว่าหยุดทำไปก่อน


   หัวค่ำ อมรา รุจีและระพีแยกย้ายเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า รติยังคงหยิบๆจับๆข้าวของลงตะกร้าไม่เลิก


   จนกระทั่งตกดึก


   ตรัสเตรียมตัวเข้านอน ทว่าตอนที่ดับไฟข้างตั่งนอนของตนก็พบว่าห้องพักผ่อนข้างๆยังคงมีแสงลอดออกมาให้เห็น ป่านนี้รติจะยังไม่หลับอีกหรือ


   พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า เขานึกเป็นห่วงคนยังไม่นอนจึงเดินเข้าไปใกล้ประตูโค้งที่เชื่อมระหว่างห้องทำงานของตนและห้องพักผ่อนด้านใน


   แม้จะอยู่ในฐานะสามีภรรยา แต่ไม่ได้รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของอีกฝ่าย ใช้วิธียืนอยู่ข้างประตูแล้วส่งเสียงเรียกเข้าไป


   “รติ”


   เงียบ


   “รติ”


   ไร้เสียงตอบ


   “รติ”


   ไม่มีวี่แววว่าจะมีผู้อยู่ภายใน ตรัสตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักผ่อน แล้วพบว่านอกจากตะเกียงเทียนที่จุดให้ความสว่าง กลับปราศจากเจ้าของห้อง


   ชายหนุ่มลองเดินสำรวจรอบห้องก็ไม่พบวี่แวว จึงเดินออกจากเรือนนอน เขาเห็นแสงสว่างจากห้องโถงใหญ่จึงก้าวเท้าตรงไปที่นั่น แล้วก็พบว่าคนที่เขากำลังตามหาตัวกำลังเดินวนไปวนมาอยู่รอบตะกร้าสี่ห้าใบที่วางอยู่บนโต๊ะ


   “ทำอะไร”


   รติสะดุ้ง หันมอง พอเห็นว่าเป็นตรัส เขาจึงเอ่ย


   “ข้ากำลังดูว่ามีอะไรขาดบ้าง พรุ่งนี้เราออกแต่เช้า ข้าเตรียมอาหารเช้าง่ายๆไว้ทานบนรถม้า พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาต้มน้ำอุ่นใส่กระติกไปด้วย เดินทางขึ้นเหนือก็คงจะหนาว ข้าเตรียมผ้าห่มเอาไว้ใช้ระหว่างเดินทาง เห็นว่าจะถึงทะเลสาบตอนสายๆ ข้ามีขนมและของว่างในตะกร้านี้ ส่วนมื้อเที่ยง พรุ่งนี้จะรีบตื่นมาหุงข้าวเตรียมไปด้วย ของว่างยามบ่ายก็ตะกร้านี้ ส่วนมื้อเย็นเราจะทานกันบนรถม้าก็คงต้องเป็นของทานง่ายและไม่หกเลอะเทอะ เอ? เล่นรถเลื่อนจะหนาวและเปียกไหม ข้าต้องเตรียมเสื้อผ้าไปเปลี่ยนให้เด็กๆและท่านอมราหรือไม่”


   ตรัสมองคนพูดเจื้อยแจ้ว พลางยิ้มจาง


   “เท่าที่เจ้าเตรียมก็มากพอแล้ว แต่เตรียมเสื้อผ้าสำหรับเด็กๆไปเปลี่ยนด้วยก็ดี พรุ่งนี้อากาศน่าจะหนาวกว่านี้ หากเล่นจนตัวเย็นจะได้มีเสื้อผ้าชุดใหม่เปลี่ยน”


   “ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะ...”


ไม่ทันจะหมุนตัวไปยังห้องของน้องสาวน้องชายที่อีกปีกหนึ่ง แขนก็ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน


   “เด็กๆหลับกันหมดแล้ว เจ้าจะไปปลุกพวกเขาหรือ ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยเตรียม”


   “แต่ข้าเกรงว่าจะไม่ทัน” 


รติต้องดูแลเรื่องอาหารที่จะนำไปทานที่ทะเลสาบด้วย หากต้องวิ่งไปสั่งเรื่องเตรียมเสื้อผ้าอีกก็เกรงว่าจะยิ่งสาย


   “ข้าจะช่วยดูแลเรื่องเสื้อผ้าเด็กๆให้ มาเถอะ นอนได้แล้ว ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เราออกแต่เช้า” รติมัวแต่นิ่งงันเพราะไม่คิดว่าตรัสจะเสนอตัวรับภาระเรื่องรุจีและระพี พออีกฝ่ายเดินไปดับเทียนแล้วดึงเขาให้เดินกลับไปยังห้องพักผ่อน จึงก้าวตามโดยไม่มีเสียงโต้แย้ง


   “ไปนอน” ตรัสบอกด้วยน้ำเสียงทุ้ม ฟังอ่อนโยนกว่าทุกที


   “ถ้าเช่นนั้น...ราตรีสวัสดิ์”


พอฝ่ายหนึ่งไม่หาเรื่อง อีกฝ่ายก็ไม่กวนโทโส


   ชายหนุ่มยิ้มรับ


   “ราตรีสวัสดิ์” เขากล่าวเช่นนั้นรอจนกระทั่งรติเข้าไปยังห้องพักผ่อนแล้ว เมื่อเห็นว่าไฟในห้องถูกดับ ตรัสจึงเอนกายลงนอน


เสียงราตรีสวัสดิ์ของรติยังดังก้องอยู่ในหู น่าแปลกที่ตรัสอดไม่ได้ที่จะเอียงกายนอนตะแคงหันไปยังห้องพักผ่อน แม้จะมองไม่เห็นคนที่นอนอยู่ในนั้น แต่เขา...ก็หลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม


---------


   เช้าตรู่วันต่อมา รถม้าของสกุลอหัสกรก็ออกเดินทางไปยังทะเลสาบทางเหนือของเมือง


สามพี่น้องจากแดนใต้ตื่นเต้นกันมาก แม้จะต้องตื่นแต่เช้ามืดก็กระตือรือร้นตาลุกวาวไปตลอดการเดินทาง


   ตกสาย รถม้ามาถึงจุดหมายปลายทาง


   เขตตะวันออกนั้นหนาวเย็น ขนาดที่เรือนอหัสกรก็ยังขาวโพลนด้วยหิมะ ทะเลสาบทางตอนเหนือยิ่งหนาวเหน็บกว่า นอกจากหิมะขาวที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่แล้ว ทะเลสาบกว้างยังกลายเป็นน้ำแข็ง มีผู้คนวิ่งไถไปมาบนผิวน้ำแข็ง บ้างก็เล่นรถไถที่ทำจากไม้กันสนุก


   สามพี่น้องตื่นตาตื่นใจ ตรัสเช่ารถเลื่อนคันหนึ่ง รติออกตัวว่าเขาเป็นพี่คนโต ดังนั้นต้องคอยจับบังเหียนอยู่ตลอด มิอาจลงจากรถได้เลย แต่ใครดูก็รู้ว่าเจ้าตัวติดใจกับการไถรถเลื่อนไปมาเพียงใด ระพีและรุจีผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมานั่งรถเลื่อนกับผู้เป็นพี่ เล่นสนุกจนจมูกแดงก่ำก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อย จนอมราต้องให้ตรัสมาตามไปพักรับประทานอาหารมื้อกลางวัน รติจึงยอมลงจากรถเลื่อนได้


   มื้อกลางวันของพวกเขาทั้ง 5 ประกอบด้วยอาหารอย่างง่ายที่รติเตรียมมาจากเรือน 


ตรัสซื้ออาหารร้อนๆจากร้านชาวบ้านใกล้ๆมาเพิ่ม ยิ่งทำให้เอร็ดอร่อยเพราะร่างกายอบอุ่น นอกจากนั้นกระติกที่รติพกมาก็ช่วยเก็บน้ำร้อนได้ดี เมื่อชงกับผงสมุนไพรบำรุงร่างกายด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้กระปรี้กระเปร่า


   อิ่มจากมื้อกลางวันแล้ว สามพี่น้องก็วิ่งไปเล่นสนุกกับกองหิมะกันต่อ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเขาพลอยให้อมราและตรัสแจ่มใสไปด้วย


อมรามองสามพี่น้องเล่นปาหิมะกัน


รุจีและระพีเป็นเด็กสดใสร่าเริง ไม่ได้เรียบร้อยปานผ้าพับไว้แต่ก็มีมารยาทอย่างผู้ดี ไม่เหมือนผู้ขาดบุพการีสักนิด


ส่วนหนึ่งก็เพราะรติที่เลี้ยงดูพวกเขามาอย่างดี นางนึกขอบคุณรติเสมอที่ยอมสละทิ้งเรื่องส่วนตัว ทิ้งกระทั่งศักดิ์ศรีของความเป็นชาย ยอมแต่งงานกับตรัสก็เพื่อให้รุจีและระพีมีบ้านช่องพักพิง


   เมื่อคิดถึงหลานชาย อมราจึงหันมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่กับนาง ตรัสเองก็กำลังมองสามพี่น้องที่กำลังเล่นอย่างสนุก


   เขาเป็นลูกชายคนเดียว หลานชายคนเดียว ดังนั้นย่อมไม่เคยสัมผัสการเล่นสนุกกับพี่น้องเช่นนั้น   


อมราหยิบหิมะมาปั้นเป็นก้อนกลม จากนั้นจึงยื่นให้ตรัสแล้วบุ้ยหน้าไปยังสามพี่น้อง


   ชายหนุ่มคิดว่าผู้เป็นย่าอยากเล่นด้วย แต่ความชราทำให้นางไม่อาจทำได้ด้วยตนเอง จึงไหว้วานเขา หลานชายที่ดีจึงรับหิมะก้อนนั้นมา


แน่นอนว่าเป้าปาหิมะย่อมไม่ใช่เด็กน้อยหญิงชายอย่างรุจีและระพี


แต่เป็นรติ


   หิมะก้อนกลมถูกปาใส่หลังรติ ทำเอาคนถูกเล่นทีเผลอสะดุ้งโหยงหันกลับมามอง แล้วพอหันกลับมา อมราก็รีบชี้ไปที่หลานชายของนางทันที


   หญิงชราทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ รติก็ยิ่งเข้าใจว่าตรัสเป็นคนเล่นกับเขา


   รติก้มลงกระซิบกับน้องๆ แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็คว้าหิมะปาใส่ตรัสเป็นเป้าเดียว


   จากเล่นสนุกกันสามคนก็กลายเป็นมีเพื่อนเล่นเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง แต่มิมีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร จากสามพี่น้องเล็งตรัสเพียงคนเดียวก็กลายเป็นสองเด็กรุมปาใส่สองผู้ใหญ่


เสียงหัวเราะร่วนดังลั่น อมราทอดสายตามองหลานชายวัยยี่สิบห้าที่เล่นสนุกเป็นเด็กๆ นานเพียงใดแล้วที่นางไม่ได้เห็นตรัสยิ้มและหัวเราะได้เช่นนี้ นานเพียงใดแล้วที่อหัสกรเปล่าเปลี่ยวและว้าเหว่ ถึงเวลาเสียที...ที่สกุลของนางจะได้ชีวิตชีวาคืนกลับมา


หญิงชราเบี่ยงสายตาไปยังตัวแปรสำคัญที่ทำให้เสียงหัวเราะเกิดขึ้นในอหัสกร


...รติ...


...โชคดีเหลือเกิน ที่เป็นเจ้า...


---------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

---------

ขอบคุณทุกการอ่านนะคะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-02-2020 18:09:57 โดย THAMON926 »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ดีจังเลย

จากนี้ขอให้มีรอยยิ้มทั้งครอบครัว

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3258
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
จะมีอะไรมาให้ลุ้นอีกนะ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 80
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 17

มิทันตั้งใจ

---------


   ทะเลสาบน้ำแข็งและหิมะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แสนประทับใจของทุกคน กว่าจะยอมขึ้นรถม้ากลับก็เย็นย่ำ


สามพี่น้องมองทะเลสาบน้ำแข็งตาละห้อย รุจีและระพีนั้นสามารถแสดงออกว่าติดใจอย่างเด็กๆได้ แต่รติแม้จะติดใจแต่ไม่สามารถแสดงออกอย่างเต็มที่ ต้องฮึดหันหน้าหนีรีบต้อนน้องๆขึ้นรถม้า    


   พอรถม้าเคลื่อนตัว   สามพี่น้องก็หลับสนิท อมรามองแล้วหัวเราะเบาๆ


“เล่นจนหมดแรงทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่” ตรัสเอ่ยปาก ไม่ต้องขยายความก็รู้ว่าคำว่าผู้ใหญ่นั้นเจาะจงไปที่รติเพียงเท่านั้น


“ผู้ใหญ่ที่ไหนกัน ย่าเห็นมีแต่เด็ก...สี่คน”


ตรัสชะงัก เม้มปากอยากจะปฏิเสธว่าเขามิใช่เด็ก แต่ก็ตระหนักได้ว่าเขาเองก็เล่นสนุกเป็นเด็กๆเช่นกัน


อมราหันมองหลานชาย ยื่นมือเหี่ยวย่นไปจับมือของตรัสแล้วบีบเบาๆ


“เห็นเจ้ามีความสุข ย่าก็ดีใจ”


ตรัสไม่ปฏิเสธ เพราะเขาเองก็มีความสุขจริง ชายหนุ่มยิ้มจางบีบมือนางกลับ


รถม้าเคลื่อนตัวไปตามทางที่เริ่มมืด มีเพียงเสียงฝีเท้าและล้อที่บดไปกับพื้นถนน


จนกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท จันทร์ลอยเด่นท่ามกลางหมู่ดาวพร่างพราย รถม้าจึงจอดสนิทที่หน้าเรือนอหัสกร


ตรัสลงจากรถเป็นคนแรก ช่วยพยุงหญิงชราลงเป็นคนที่สอง รติรู้ตัวไว จึงลืมตาขึ้น พอเห็นว่าถึงที่หมายแล้วก็หันไปปลุกรุจีให้ตื่น แต่พอจะหันมาปลุกระพีที่นอนหนุนตักเขา ตรัสกลับห้ามไว้


   “ไม่ต้องปลุกหรอก ข้าอุ้มเอง”


   รติไม่ทันได้ท้วง อีกฝ่ายก็อุ้มเด็กชายออกจากรถม้าไปแล้ว เขารีบก้าวเท้าตาม มีรุจีตามติดอีกคน รติสั่งให้รุจีเข้าไปพักผ่อน ส่วนเขาจะเป็นคนดูแลน้องขายคนเล็กเอง ตรัสวางเด็กชายลงบนเตียง แล้วจึงถอยออกมาให้คนเป็นพี่ได้เข้าไปจัดแจงถอดรองเท้าและเสื้อผ้าเนื้อหนาให้น้องน้อยนอนสบาย


   “ท่านกลับเรือนไปก่อนเถอะ ข้าจัดการระพีเสร็จแล้วจะตามไป”


   “ไม่เป็นไร ข้ารอ”


คำว่า ‘รอ’ นั้นชวนให้เขินประหลาด รติไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น ก็หันไปจัดท่าน้องชายให้นอนสบาย ห่มผ้าให้แล้วจึงดับตะเกียง ก่อนจะพากันออกจากห้อง


   สองร่างเคียงข้าง เดินกลับไปยังเรือนนอนเพื่อแยกย้ายกันพักผ่อน


   แต่เรือนนั้นมีห้องผลัดผ้าและห้องสุขาเพียงห้องเดียว ต่อให้จะแบ่งอาณาเขตในการพักผ่อนกันแล้ว อย่างไรก็ต้องใช้ห้องส่วนหนึ่งร่วมกัน


   วันนี้อากาศหนาวก็จริง แต่เพราะออกไปเที่ยวมาทั้งวัน ควรล้างไม้ล้างมือผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้านอน


   “ท่าน...เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ ข้ารอแถวนี้” รติเอ่ย แล้วบุ้ยใบ้ไปยังตั่งยาวในห้องทำงาน ตรัสพยักหน้ารับ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักผ่อนด้านในซึ่งมีห้องผลัดผ้าด้วย


   พวกเขาต่างคนต่างเพลียกับการเดินทางและการเที่ยวเล่น ตรัสจึงใช้เวลาอย่างสั้นๆในการเปลี่ยนเสื้อผ้า ทว่าออกมาอีกทีก็พบว่าคนที่บอกว่าจะรออยู่ที่ห้องทำงานเพื่อให้เขาได้ใช้ห้องด้านในเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเป็นส่วนตัวนั้น กลับนอนเอนหลับสนิทบนตั่งไปแล้ว


   ดูท่าจะเหนื่อยจริง เพราะเจ้าตัวถอดรองเท้าขึ้นนอนเรียบร้อย


   เห็นแล้วก็ชวนขัน ตรัสยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปคลี่ผ้าห่มออกคลุมให้ เพราะตั่งยาวนั้นเหมาะแก่การพักผ่อน รติจึงหลับลึกไม่รู้สติสักนิด


ตรัสยืนมองอยู่อึดใจหนึ่ง แน่นอนว่าต่อให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะพัฒนาไปในทางที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะขึ้นไปนอนร่วมตั่งแคบๆได้ แต่ให้อย่างไรเขาก็ต้องพักผ่อน ครั้นจะกลับเข้าไปนอนในห้อง เตียงหลังนั้นก็ราวกับมีเจ้าของใหม่เป็นรติไปแล้ว สุดท้ายชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินไปนั่งเอนบนเก้าอี้โต๊ะทำงานแทน


   คืนนั้น...สามีภรรยาหลับสนิทในห้องเดียวกัน


---------


   รติตื่นตอนที่อากาศเย็นจัด ตั่งในห้องทำงานแม้จะยาวพอจะนอนเหยียดแต่ก็ไม่มีฟูกอุ่นให้รู้สึกสบาย ดังนั้นคนไม่คุ้นกับอากาศหนาว เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงอีกจึงนอนไม่สบายจนตื่นขึ้นมา


   แล้วพอลืมตา ก็ถึงได้รู้ตัวว่าเขายึดที่นอนใครบางคนไปเสียแล้ว


   เขาลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตกใจ แล้วก็พลันชะงักเมื่อพบว่าคนที่มักจะอาศัยตั่งนี้นอนทุกคืนกำลังนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะทำงาน


   ...แทนที่จะปลุกเขาก็ได้ แต่ก็ยังปล่อยให้นอน...


   รติลุกขึ้นหมายจะไปปลุกให้ตรัสกลับมานอนที่ตั่ง ก็พบว่าไม่เพียงแค่ตรัสปล่อยให้เขายึดที่ แต่ยังหาผ้าห่มมาคลุมให้ด้วย


   ความเอื้อเฟื้อและน้ำใจของตรัสนั้น ชวนให้หัวใจวูบไหว


   เขาลุกจากตั่ง เดินเข้าไปหาคนที่นั่งหลับ แล้วสะกิดเรียก


   “ตรัส...ตรัส...ไปนอนดีๆเถอะ”


คนหลับปรือตาขึ้นมองอย่างง่วงงุน ไม่รู้ว่าสติกลับมาครบถ้วนหรือไม่ แต่เจ้าตัวพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินอย่างโงนเงน


ทว่า...ร่างสูงไม่ได้เดินไปยังตั่ง


   รติเลิกคิ้วเมื่อเห็นคนสะลึมสะลือกลับเบี่ยงปลายเท้าก้าวลึกเข้าไปในห้องพักผ่อนด้านข้าง พอเขาตามเข้าไปก็ถึงกับตาโตเพราะคนที่เขาปลุกเมื่อครู่นี้เดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเรียบร้อย


   “เฮ้...” จะท้วงเสียงดังก็ท้วงไม่ออก รติเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียง แต่อีกฝ่ายหลับต่อไปแล้ว เขาเกาศีรษะอย่าง


ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ถ้าจะให้เขาออกไปนอนในห้องทำงานก็คงนอนไม่หลับเพราะไหนจะอากาศหนาวจัด ไหนจะตั่งเย็นชืดนั่น


   “ตรัส...” เขาลองสะกิดคนหลับดูอีกที ดวงตาปรือขึ้นอีกรอบ ในห้วงสะลึมสะลือนั้นดูมีแววหงุดหงิดที่ถูกรบกวน  รติไม่ทันได้พูด ร่างทั้งร่างถูกดึงให้ล้มลงมานอนร่วมเตียง


ตุ่บ!


คนดึงหลับสนิทต่อไป ในขณะที่รตินอนกะพริบตาปริบๆอย่างงุนงง พอหันมองคนที่นอนอยู่ข้างกายก็ไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายอย่างไร สุดท้ายเลยได้แต่ถอนหายใจเบา


   ...เอาก็เอา...นอนด้วยกันก็ได้...อย่างน้อยก็ดีกว่าออกไปนอนหนาวที่ตั่งนั่นล่ะ...


   แล้วคืนนี้...ไม่เพียงแค่ตรัสและรติจะนอนร่วมห้องกัน แต่ยังนอนร่วมเตียงกันด้วย


---------


   เช้าตรู่ รติตื่นก่อนตามปกติเพื่อออกไปดูแลโรงครัว ดังนั้นตอนที่ตรัสตื่นขึ้นมา ย่อมไม่พบคนร่วมเตียงกับเขาแล้ว


   แต่...เขาพบว่าตนเองนอนบนเตียงในห้องพักผ่อน


เตียงที่เดิมทีเป็นของเขา แต่เมื่อแต่งงานก็ตกเป็นของรติแต่เพียงผู้เดียว


ทว่า...คืนที่ผ่านมา...เขากลับมายึดมันคืน


   ได้อย่างไรกัน?


   ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องเมื่อคืน เขาจำได้ว่ารตินอนที่ตั่งในห้องทำงาน ส่วนเขานั่งหลับที่เก้าอี้ รู้สึกตัวครั้งหนึ่งเพราะมีคนสะกิดให้ไปนอน แล้วเขาก็ไป...


   ใช่...ตอนนั้นเขาจำได้ลางๆว่าเดินเข้ามานอนที่เตียง


   จากนั้นก็หลับไปอีก


   แล้ว...ก็ถูกสะกิดให้ตื่นอีก


   เขาจำไม่ได้ว่าคนสะกิดพูดอะไรหรือไม่ แต่มันน่าหงุดหงิดที่ถูกปลุกซ้ำๆ เลยดึงคนสะกิดให้ลงมานอนร่วมเตียงเสียเลย


   นอนร่วมเตียง?


   จะมีใครเล่าที่อยู่ในห้องเดียวกับเขาเมื่อคืนนี้ จะมีใครเล่าที่จะนอนร่วมเตียงกับเขาเมื่อคืนนี้ ถ้าไม่ใช่...รติ


   พอคิดถึงชื่อภรรยา ตรัสก็ทำหน้าปั้นยาก น้ำลายเหนียวหนืดขื้นมาทันที


มิใช่ว่าเขารังเกียจอีกฝ่าย ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะว่าดีกว่าเดิมก็ได้ แต่ให้อย่างไรก็เป็นสามีภรรยาที่มาจากการแต่งงานกับคนแปลกหน้า หาได้มีจิตปฏิพัทธ์แต่อย่างใด


   แต่กลับ...ร่วมเตียง


   นี่เขา...ควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรดีหนอ





---------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต
ธ ม น

THAMON926

---------

อยากจะแนะนำให้ท่านตรัสปฏิบัติตัวเหมือนเดิม เพิ่มเติมที่ทำตามหัวใจค่ะ ฮ่าฮ่า

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
นอนร่วมเตียงกันแล้ว :mew1: น่ารักมากๆเลยค่ะ ทำตามหัวใจตัวเองดีที่สุด :mew3:  :pig4: :L1:

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
แค่นอนร่วมเตียงเอง เครียดเหลือเกิน พ่อคนคิดมาก

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3258
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
ชีวิตจะเครียดอะไรขนาดนั้น555

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 80
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 18

เรื่องประดักประเดิด

---------


   ตรัสออกจากเรือนนอน แต่ไม่กล้าสู้หน้าใคร


พอเข้ามาในห้องรับประทานอาหารแล้ว ก็พบรุจีประคองอมราให้นั่งลงบนเก้าอี้ ในขณะที่รติกำลังจัดแจงให้ระพีนั่งให้เรียบร้อย คนทั้งหมดหันมามองเขา แต่ตรัสทำได้เพียงอ้อมแอ้มทักทายคำว่าอรุณสวัสดิ์แล้วก็เดินมานั่งเก้าอี้ประจำ


   ก่อนหน้านี้เขาเคยรังเกียจคนที่นั่งข้างกายในฐานะภรรยา แต่มาวันนี้หาใช่เช่นนั้น ทว่าพอรตินั่งลงข้างกัน เขากลับรู้สึกอึดอัด ไม่กล้าหันมอง


   รติเองก็รับรู้ว่าอีกฝ่ายแปลกไป แต่ก็มิได้ถามต่อหน้าผู้อื่น รอจนกระทั่งออกจากเรือนเพื่อไปยังร้านยาอหัสกรด้วยกัน จึงเอ่ยปากถาม


   “ท่าน...ไม่เป็นไรใช่ไหม”


   “เจ้าต่างหาก...” ตรัสเอ่ย ไม่กล้าหันมอง


   “หือ? ข้าหรือ? ข้าเป็นอะไร” ในขณะที่รติหันมองคนข้างกายเต็มสองตา


   “เมื่อคืน...ข้า...กับเจ้า...”


   “เมื่อคืนทำไมหรือ?”


   “ก็...เมื่อคืน...ข้านอนเตียงเดียวกับเจ้า...”


   “นอนเตียงเดียวกันแล้วทำไมหรือ” รติย้อนถาม หน้าตางุนงง


   “เอ่อ...ข้า...ข้า...”


   “ที่ท่านแปลกไปเพราะเรื่องนี้หรือ”


   “ข้า...ข้าทำให้เจ้า...” สีหน้าของตรัสยุ่งยาก แต่นั่นกลับทำให้รติหัวเราะออกมา


สีหน้ารื่นเริงสมกับเป็นเจ้าตัว ตรัสเห็นเช่นนั้นก็พอสบายใจว่าเขาคงไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ


   “โธ่เอ๋ย ท่านกังวลเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไรกัน เราต่างเป็นชาย นอนร่วมเตียงไม่ใช่เรื่องเสียหาย ท่านไม่เคยนอนร่วมกับใครเลยรึ”


   “เคย...แต่...คนเหล่านั้นเป็นเพื่อน...”


“...ส่วนเจ้า...เป็นภรรยา...”


   เสียงหัวเราะจางหาย รอยยิ้มบนใบหน้าของรติเหือดแห้ง


“แต่เรามิได้มีความสัมพันธ์สามีภรรยา” น้ำเสียงของรติก็มิได้รื่นเริง ตรัสใจหายกับคำพูดประโยคนี้ของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่รู้จะแย้งอย่างไร ในเมื่อพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์เช่นสามีภรรยาจริง


เรื่องของพวกเขาเริ่มต้นด้วยคนแปลกหน้า และกลายเป็นคู่ชีวิตอย่างรวดเร็ว มิได้ผ่านความรู้สึกลึกซึ้งแต่อย่างใด


   ...เรา...เริ่มจากความรู้สึกผิวเผินที่ค่อนไปทางติดลบด้วยซ้ำ แต่วันนี้กลับลึกซึ้งมากขึ้นทุกที


   ตรัสมองใบหน้าของอีกฝ่าย คล้ายใบหน้างดงามนั้นจะมีร่องรอยของความเศร้า แต่กระนั้นเมื่อรติหันมาเห็นสายตาของเขา เจ้าตัวก็แย้มยิ้มขึ้นมา


   “ไม่ต้องคิดมากหรอก เรื่องเมื่อคืนก็เช่นกัน ท่านมิได้ทำอะไรสักนิดนอกจากหลับสนิท ต้องขอบคุณท่านด้วยซ้ำ เมื่อวานนี้สนุกมาก รุจีและระพีพูดไม่หยุดว่ารถเลื่อนทะเลสาบน้ำแข็งสนุกที่สุดในชีวิต” รติเปลี่ยนเรื่องคุย แม้ใบหน้าจะกลับมาเปื้อนรอยยิ้มเหมือนเมื่อครู่แล้ว แต่ดวงตาหลบเลี่ยงไปทางอื่น ซุกซ่อนประกายเศร้าไม่ให้คนข้างกายเห็น 


   “แล้วเจ้าสนุกไหม”


คำถามของตรัสทำเอารตินิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตอบโดยไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย


   “สนุกซี สนุกมาก ขอบคุณ”


   “ไว้ข้าจะพาไปอีก” ประโยคนั้นของตรัส ทำเอาดวงตาที่เอาแต่หลบเลี่ยง ถึงกับต้องเหลือบกลับมามอง


   ตรัสมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาดุในคราวนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้


   มันเต็มไปด้วยแววจริงจัง และคล้ายจะมีความรู้สึกบางอย่างเจือปนมาด้วย


   “ต่อให้ไม่มีความสัมพันธ์สามีภรรยา แต่เจ้าก็เป็นภรรยาของข้า ความสุขของเจ้า ย่อมเป็นสามีเช่นข้าที่ต้องรับผิดชอบ”


   รติไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิต ว่าการแต่งงานในครั้งนี้ เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาถึงสองอย่าง


หนึ่ง...สถานะของเขา กลายมาเป็นภรรยาของ ‘ตรัส  อหัสกร’


และสอง...


หัวใจของเขา ที่คล้ายจะเปลี่ยนไป



...ไม่ใช่ของตนเองเหมือนเคย...

---------


#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต
ธ ม น

THAMON926

---------

คนนึงก็เอาจริงเอาจัง ความสุขของภรรยาเป็นหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบไปอีก ส่วนอีกคนก็คือหวั่นไหวไปแล้ว เป็นคู่สามีภรรยาที่คิดกันไปคนละทางจริงๆค่ะ ฮ่าฮ่า

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-02-2020 17:35:26 โดย THAMON926 »

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1950
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3258
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 80
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 19

 ร่วมเตียง

--------


   ‘ต่อให้ไม่มีความสัมพันธ์สามีภรรยา แต่เจ้าก็เป็นภรรยาของข้า ความสุขของเจ้า ย่อมเป็นสามีเช่นข้าที่ต้องรับผิดชอบ’


   แม้จะเพิ่งรู้จักตรัสไม่นาน แต่รติก็พอประเมินได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนตรงไปตรงมาและยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติมากเพียงใด เมื่อรับรติเข้ามาเป็นภรรยา ต่อให้จะไม่พึงใจ แต่ก็ไม่เคยกระทำการหยามหมิ่นแต่ประการใด ยกเว้นคืนแรก...


   แต่คืนนั้นก็มิได้มีสิ่งใดเกินเลย เรื่องที่เกิดก็เกิดเพราะรติปากดีด้วย


   กระนั้น แม้จะรู้ว่าต่างคนต่างมิได้มีใจให้กันในเชิงสามีภรรยาโดยแท้ แต่รติก็...


   ...ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกเช่นไรดี...


   ความสัมพันธ์ของพวกเขาในเวลานี้ไม่จัดว่าแย่ แต่ที่แย่คือรติไม่รู้ว่าควรจะจัดการความรู้สึกให้เป็นไปในทิศทางใด และไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ตนมีต่อตรัส...เป็นเช่นไร


   เกลียดขี้หน้าหรือ...มิใช่


   รู้สึกดีหรือ...เรื่องนี้ใช่


แต่ก็ต้องถามต่อว่ารู้สึกดีในด้านใด ซึ่งคำตอบนั้น รติหาไม่ได้


   คนที่มักร่าเริงอยู่เสมอเอาแต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก็พาเอาคนที่เฝ้าสังเกตอย่างเงียบๆมาตลอดนึกสงสัย


   ตอนพักกลางวัน พวกเขาเดินกลับไปรับประทานอาหารที่เรือน รติก็ยังเอาแต่เดินก้มหน้าเงียบ ทั้งที่ทุกทีมักจะสนอกสนใจข้าวของที่วางขาย ทิวทัศน์ หรือผู้คน


   ตอนรับประทานอาหารด้วยกัน รติตักข้าวคำหนึ่งแล้วก็เคี้ยวอยู่นาน กับข้าวก็ตักเฉพาะจานที่อยู่ตรงหน้า มิได้รื่นรมย์กับอาหารอีกสามอย่างที่วางถัดไป


   ตรัสตัดสินใจเอื้อมมือไปตักปลานึ่งมาให้ ทำเอาทั้งโต๊ะหันมองเขาเป็นตาเดียว


   “ปลาเนื้อหวาน...” เขาเปรยเหมือนบอกข้อดีให้รู้


   รติหลากใจ แต่ก็มิได้พูดคำใด จากนั้นในจานของเขาก็มีกับข้าวอย่างอื่นมาวางให้อยู่เนืองๆ จบมื้อกลางวัน สองสามีภรรยาต้องออกไปเปิดร้านยาอีกครั้ง


   จู่ๆ ตอนที่เดินผ่านร้านขายผลไม้ ตรัสก็เรียกคนข้างกายเอาไว้


   “ซื้อผลไม้ไปกินที่ร้านหน่อยไหม”


   “หืม? ท่านอยากหรือ”


   “เจ้าต่างหาก เมื่อครู่เห็นกินข้าวไม่หมดชาม” สายตาของตรัสนั้นห่วงใยชัดแจ้ง ไม่แน่ใจนักว่าตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขามองภรรยาด้วยสายตาเช่นนี้


   รตินิ่งงัน ไม่กล้าบอกว่าเพราะเขามัวแต่คิดเรื่องสถานะ ความสัมพันธ์ และความรู้สึกต่างหาก จึงไม่มีสติจะทำอย่างอื่น ฝ่ายสามีเห็นภรรยาไม่คัดค้าน จึงหันไปเลือกผลไม้สีเหลืองสดผลใหญ่มาสองผลแล้วจ่ายเงิน ก่อนจะหันกลับมาหาคนข้างกายอีกครั้ง


   “ผลไม้รสเปรี้ยวทำให้สดชื่น ไปถึงร้านแล้ว ข้าจะให้คนปอกให้ แล้ววันนี้ก็ไม่ต้องออกไปขายของที่หน้าร้าน ข้าจะให้คนอื่นทำแทน”


   “แต่ข้าไม่เป็นไร...”


   “ไม่เป็นอะไรก็ดี ถือว่าพักสักครึ่งวัน” ตรัสพูดเพียงเท่านั้นก็ก้าวเดินต่อ


ช่วงบ่าย บ่าวในร้านคนหนึ่งถูกสั่งให้ไปขายผงสมุนไพรที่หน้าร้านแทน ในขณะที่รติถูกสั่งให้จัดยาอยู่ภายในร้านเพียงอย่างเดียว และต้องรับประทานผลไม้ที่ตรัสซื้อมาให้หมด


   วันนี้ร้านยาอหัสกรค่อนข้างเงียบ เพราะคนที่ร่าเริงอยู่เสมอถูกสั่งให้พัก แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ความเงียบที่เย็นชาเลยสักนิด เพราะตรัสคอยเวียนออกมาถามไถ่อยู่บ่อยครั้งว่ารติเป็นเช่นไรบ้าง


   เย็นนั้น ร้านยาอหัสกรปิดเร็วกว่าเดิมเล็กน้อย สาเหตุตรงไปตรงมาของตรัสคือวันนี้อากาศเย็น ควรถึงเรือนโดยไว รติจะได้พักผ่อน


   “ข้าพักมากพอแล้ว” คนถูกสั่งให้พักบ่นอุบ เพราะตลอดช่วงบ่ายทำได้เพียงมองบ่าวขายของ ในขณะที่ตนเองนั่งแกร่ว


   “ถ้าเย็นนี้ข้าวของเจ้าหมดถ้วย จะให้ทำผงสมุนไพร” เพียงเท่านั้นดวงตาของรติก็วาววับ


   แน่นอนว่าเย็นนั้น รติรับประทานอาหารเย็นจนหมด


   ตกค่ำเป็นเวลาเตรียมสมุนไพรสำหรับขายวันพรุ่งนี้ เงื่อนไขคือรติจะทำกี่ห่อก็ได้ แต่เมื่อตรัสเข้านอน รติก็ต้องเข้าด้วย ตรัสเคร่งครัดทุกเรื่อง เรื่องเวลานอนก็เช่นกัน


   ตอนที่เดินเคียงกันกลับไปยังเรือนนอนนั้นก็ยังเป็นการเดินอย่างเงียบๆ ทว่าเมื่อเข้าไปในเรือนแล้ว รติปรายสายตาไปเห็นตั่งยาวในห้องทำงาน ก็พลันนึกถึงความหนาวเหน็บของอากาศและความเย็นชืดเพราะปราศจากฟูกยามที่เขาได้ลิ้มรสเมื่อคืนก่อน


   ตรัสนอนที่นั่นนับแต่แต่งงาน ไม่เคยปริปากบ่นเรื่องความไม่สบายหรือหนาวเย็นแต่อย่างใด ในขณะที่เตียงในห้องพักผ่อนถูกรติยึดไป


   ทั้งๆที่อากาศหนาวเช่นนี้


   ทั้งๆที่เราต่างทำงานหนักกันทั้งคู่เช่นนี้


   แต่กลับมีรติคนเดียวได้พักผ่อนสบาย ในขณะที่ตรัส...ต้องนอนบนตั่งที่ทั้งเย็นทั้งแข็ง


   หากเป็นความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ที่ทั้งเมินทั้งตึง รติคงไม่สนใจจะคิดเรื่องเหล่านี้ แต่เพราะเวลานี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดี ตรัสมิได้เพิกเฉยต่อเขา ตัวเขาเองก็ไม่ได้หาเรื่องยียวนเช่นเก่า



คนที่ปรารถนาดีต่อกันอย่างนี้ หากจะสนใจความเป็นอยู่รวมถึงการหลับนอนของอีกฝ่าย...ก็เป็นเรื่องธรรมดา


   ใช่...ออกจะเป็นเรื่องธรรมดา หากรติจะเอ่ย


   “ท่าน...จะเข้าไปนอนในห้องก็ได้”


ตรัสที่กำลังลงกลอนบานประตูหันมอง รติมีท่าทีเก้อเล็กน้อย เอาแต่ตาตกมองพื้น แต่กระนั้นก็พูดต่อ


   “ตั่งมันหนาว...ถ้าท่านอยาก...เอ่อ...อยากนอนบนฟูกก็...เข้าไปนอนกับข้าก็ได้” 


เดิมทีก็เคยเอ่ยปากว่าชายด้วยกัน นอนร่วมเตียงย่อมเป็นเรื่องธรรมดา แต่เพราะตรัสพูดเรื่องความเป็นสามีภรรยาขึ้นมา แม้พวกเขาจะไม่มีความสัมพันธ์กันในทิศทางนั้นเลยสักนิด แต่มันก็ชวนให้เขินซ่านขึ้นมาในอกไม่ได้


   รติไม่กล้าสบตา เมื่อเอ่ยปากแล้วก็ไม่รอฟังคำตอบรับหรือปฏิเสธ หมุนตัวเดินเข้าห้องพักผ่อนด้านในไป


   ชายหนุ่มได้แต่มองตาม ก่อนจะหันไปมองตั่งที่อาศัยหลับนอนมานาน 


เพราะเกิดและเติบโตที่นี่ อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องทรมานสำหรับเขา แต่ถ้าเทียบระหว่างตั่งไม้เย็นเฉียบกับเตียงที่มีฟูกอุ่นให้หลับสบายนั้น เตียงย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ


   แต่...รติก็นอนบนเตียงมิใช่หรือ


   ทั้งๆที่ตั้งคำถามเช่นนั้น แต่อะไรบางอย่างกลับทำให้ตรัสสืบเท้าเข้าไปในห้องพักผ่อนด้านใน


   ภายในห้องยังคงสว่างไสวด้วยตะเกียงที่วางตามจุดต่างๆ ทำให้มองเห็นเตียงกว้างริมห้องที่ถูกจับจองโดยรติ...แต่ก็เพียงแค่ฝั่งหนึ่งเท่านั้น


   รตินอนชิดด้านในติดกับผนัง เหลือพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งของเตียงว่างเอาไว้


   หัวใจของตรัสสั่นไหวน้อยๆ เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกของตนเองในเวลานี้เป็นเช่นไร แต่ก็ตัดสินด้วยหัวใจไปแล้ว


   ชายหนุ่มดับไฟที่ตะเกียงแต่ละจุดรอบห้อง จนเหลือเพียงไฟดวงน้อยที่ตะเกียงข้างเตียง เขานั่งลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา แล้วสอดกายเข้าไปใต้ผ้าห่ม จากนั้นจึงเอนร่างลงนอนเคียงข้างภรรยา ก่อนจะกระซิบเบากับคนที่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผนัง หันหลังให้กับเขา


   “ถ้าเช่นนั้น ขอข้านอนด้วยคน...”


    ราวกับเป็นคำบอกกล่าว ไม่แน่ใจนักว่ารติรับรู้หรือไม่ แต่ตอนที่ตรัสใกล้จะหลับ เขารับรู้ถึงการขยับเล็กน้อยจากคนข้างกาย พอพลิกตัวเข้าหา ปรือตาขึ้นข้างหนึ่งก็เห็นรติกำลังมองอยู่ ความง่วงทำให้เขาไม่ทันระมัดระวังกิริยาและคำพูด


   “หลับได้แล้ว...” เขาพึมพำเสียงเบา ขยับแขนขึ้นวางพาดบนกายอีกฝ่าย ก่อนจะหลับตาลง


   รติมองเจ้าของแขนที่พาดบนเอวของเขา ความอบอุ่นซาบซ่านอยู่ในอกจนอดยิ้มไม่ได้ เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอันเบาไม่ต่างกัน


   “ราตรีสวัสดิ์”


   บนเตียงนั้นทั้งอุ่นและนุ่มสบาย ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่สองสามีภรรยาจะพากันหลับใหลเข้าสู่นิทราอันแสนสุข


   แล้วนับตั้งแต่คืนนั้น...ตรัสกับรติก็ร่วมเตียงกันเสมอมา


---------


#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

---------


รติก็ใช่ย่อยนะคะ ยังไม่รู้ว่าจะจัดการความรู้สึกของตัวเองยังไงดี ก็ชวนเขามานอนเตียงเดียวกันแล้ว
ผู้ชายเหมือนกันเนอะ นอนเตียงเดียวกันได้ ไม่มีปัญหา (รติเคยบอก ฮ่าฮ่า)


ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2020 17:19:15 โดย THAMON926 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1950
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
เขานอนกอดกันแล้วค่ะ  :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
แหมมมม
นอนกอดกันแล้วนะ

จุดเริ่มต้นจากแค่กอดต่อไปก็....

 :katai2-1:

ออฟไลน์ Pa'veaw

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1321
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-1
ฮือออ เขินจังเลยย

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 80
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 20

สามีผู้ใส่ใจ

----------


รติเป็นคนไม่เรื่องมาก


เสื้อผ้าสีใดก็ใส่ได้ จะเก่าใหม่เพียงใดก็ใส่ได้ ขอเพียงสะอาดและให้ความอบอุ่นแก่คนขี้หนาวก็นับว่าเพียงพอ


ชีวิตไม่ใคร่จะอยากได้สิ่งใด เรื่องฟุ้งเฟ้อยิ่งแล้วใหญ่ มิสนใจเครื่องประดับหรูหราสักนิด


อาหารการกินก็เรียบง่าย มีอะไรขึ้นโต๊ะก็รับประทานได้หมด ไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด


   พอเป็นเช่นนั้น ตรัสที่เริ่มให้ความสำคัญกับความชอบหรือไม่ชอบ ความถนัดหรือไม่ถนัด รวมถึงวิถีชีวิตของภรรยา ก็ชักรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากขึ้นมาที่จะเข้าถึงตัวตนของรติ


   ไม่มีของที่ชอบเป็นพิเศษ ไม่มีอาหารที่ถูกปากเป็นพิเศษ


ลองแอบถามกับระพี ก็ได้คำตอบเพียงว่า


   “ข้าไม่เคยเห็นพี่รติอยากได้อะไรเลยขอรับ”


   พอลองถามรุจี ก็ได้คำตอบไม่ต่างกัน


   “พี่รติเป็นคนง่ายๆเจ้าค่ะ ไม่มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษ”


   “แม้กระทั่งอาหารที่ชอบที่สุดก็ไม่มีหรือ”


   “พี่รติกินได้ทุกอย่างเจ้าค่ะ ไม่ใช่คนเรื่องมากจริงๆนะเจ้าคะ”


รุจีดูจะหวั่นใจว่าพี่ชายของนางอาจทำให้ตรัสไม่พอใจเรื่องใดหรือไม่ จึงต้องย้ำข้อดีของรติให้พี่เขยรู้


   เป็นอันว่า เพียรถามน้องสองคนของรติแล้วก็ไม่ได้อะไร ตรัสจึงลองสอบถามกับบ่าวอย่างพุดกรองดู


   นางรับใช้ผู้ดูแลอาหารการกินของคนทั้งเรือนหัวเราะร่วน พลางสั่นหน้ารัว


   “ไม่ทราบหรอกเจ้าค่ะ ท่านรติเคยบอกว่าถ้าท่านอมรากับท่านตรัสรับประทานสิ่งใดได้ ท่านรติและน้องๆก็รับประทานได้เช่นกัน”


   ตรัสดูจะหมดหวังแน่แล้ว ได้แต่ทอดถอนหายใจ


ยามค่ำวันหนึ่ง หลังจากเห็นว่าวันนี้ยังมีผงสมุนไพรเหลือพอขายอยู่บ้าง และรติไม่ต้องเร่งมือนัก เขาจึงปล่อยให้ภรรยาทำเพียงผู้เดียว ส่วนตนเองเข้าไปอ่านหนังสือให้อมราฟังในห้องพักผ่อน


   แม้ผู้หนึ่งจะอยู่ในครัว อีกผู้หนึ่งอยู่กับย่า แต่ตรัสก็ยังหลุดปากถึงความคับข้องใจของเขา


   “คนเรา...จะไม่มีอาหารที่ชอบหรือไม่ชอบเลยหรือขอรับ”


   “หือ? เจ้าพูดถึงใคร”


   ตรัสเพิ่งรู้ตัว แต่ครั้นจะปฏิเสธก็ใช่ที่


   “ก็...รติ...”


   “รติบอกเจ้าหรือว่าไม่มีอาหารที่ชอบหรือไม่ชอบ”


   “ขอรับ...ทั้งรุจีและระพีก็กล่าวเช่นนั้น”


   “แต่เจ้าสงสัยว่ารติชอบอาหารอะไรหรือไม่ชอบอะไรอย่างนั้นหรือ?”


   “ก็...ใช่ขอรับ” ประโยคนี้ช่างเบาแผ่วไม่สมกับเป็นผู้นำสกุลอหัสกรเลยสักนิด


หญิงชราเลิกคิ้วเล็กน้อย กระนั้นก็ไม่หยอกล้อให้เขาเสียความมั่นใจ แต่แนะนำเรื่องหนึ่ง


   “รติเป็นคนเสียสละ หากเจ้าอยากรู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร ก็เห็นจะต้องสังเกตเอง เพราะหากไปถามเขาแล้ว เขาก็จะตอบอย่างเสียสละ คือไม่นำเรื่องของเขามาเป็นปัจจัยใดๆในชีวิตของเจ้าเป็นอันขาด”


   ตรัสรับฟังอย่างสงบ เริ่มต้นสังเกตภรรยาอย่างจริงจังตั้งแต่มื้อเช้าวันต่อมา


   มื้อเช้าวันนี้ มีอาหารสี่อย่าง ประกอบด้วย ปลานึ่งสมุนไพร ไข่เจียว ผัดเผ็ดเนื้อสัตว์รวม และตุ๋นสมุนไพรกับเครื่องใน รติตักปลานึ่งหนึ่งชิ้น ตักไข่เจียวมากที่สุด รองลงมาคือผัดเผ็ดเนื้อสัตว์และตุ๋นสมุนไพรกับเครื่องใน


   มื้อกลางวัน ตรัสและรติหิ้วอาหารมารับประทานที่ร้านยา จึงมีเพียงอาหารง่ายๆอย่างข้าวและปลาทอดกับเครื่องเคียงเป็นผักนึ่ง


   มื้อเย็นมีอาหารห้าอย่าง เนื้อสับปรุงรสทอด ผัดผักใส่เครื่องในแบบเค็ม ต้มสมุนไพรเผ็ดร้อน และไข่ต้มราดด้วยน้ำปรุงรส พร้อมด้วยเครื่องเคียงเป็นผักดองเปรี้ยว รติตักทุกอย่างอย่างละเท่าๆกัน


   “เป็นอย่างไร สังเกตอาหารของรติแล้วได้ความว่าอย่างไร” อมราหันมาถามหลานชายเมื่อรติแยกย้ายไปดูแลน้องสาวน้องชาย


   “ข้าว่าเขาชอบกินปลา”


หญิงชราเลิกคิ้ว พลางยิ้ม


   “เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น”


   “เพราะระพีก็ชอบกินปลา เขาจึงเลือกตักปลาแต่น้อย เพื่อให้น้องชายได้กินมากขึ้น”


   “ที่เขาตักแต่น้อย อาจจะเพราะไม่ชอบก็ได้”


   “ทีแรกข้าก็คิดเช่นนั้น แต่เมื่อกลางวันข้าให้พุดกรองจัดกับข้าวเป็นปลาทอด ปรากฏว่าปลาหมดเกลี้ยง เขาเลาะก้างเก่งกว่าข้าเสียอีก” ตรัสกล่าวพลางยิ้มเอ็นดู รติมีเรื่องให้เขาประหลาดใจอยู่เรื่อย กระทั่งเรื่องอาหารที่ชอบก็ตามที


   หญิงชรามองหลานชาย ดูท่าเขาจะยิ้มโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังยิ้มด้วยซ้ำ


   “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลองดู ให้พุดกรองจัดปลานึ่ง ปลาทอด ปลาต้มขึ้นโต๊ะสักพัก จะได้รู้กันว่ารติชอบอะไร ไม่ชอบอะไร”


   แล้วนับจากวันนั้น…


โต๊ะอาหารที่เรือนอหัสกรก็มีปลาขึ้นโต๊ะทุกวัน วันละหนึ่งมื้อเป็นต้นมา


---------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

---------

ทีอย่างนี้ล่ะทำเป็นสังเกตภรรยาอย่างเงียบๆ ทีตอนแต่งกับเขาแรกๆ หน้าหงิกแบบแสดงออก ฮ่าฮ่า

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-03-2020 19:25:31 โดย THAMON926 »

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 80
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต
บทที่ 21

ภรรยาช่างสังเกต

---------


   ดังที่ตรัสเคยกล่าวไว้ เรื่องเงินทองล้วนอยู่ในความดูแลของเขา เมื่อกิจการร้านยาอหัสกรที่ขายผงสมุนไพรสร้างกำไรและทำให้บัญชีรับจ่ายดูดีขึ้นแล้ว รติก็มิได้เห็นมันอีก


   กระนั้นคนช่างสังเกตก็รู้สึกว่าหมู่นี้ อาหารการกินของอหัสกรดูจะหรูหราเกินกว่าที่ควร


   ปลาที่เนื้ออร่อยที่สุดย่อมเป็นปลาฤดูหนาว เนื้อหวานมันกำลังดี แต่ฤดูนี้ที่กระทั่งทะเลสาบยังเป็นน้ำแข็ง ย่อมไม่ได้หาปลาได้ง่าย ดังนั้นปลาจึงมีราคาแพง


   แต่เรือนอหัสกรก็มีปลาขึ้นโต๊ะทุกวัน


   ระพี น้องชายคนเล็กวัยห้าปี ตาลุกวาวทุกครั้งที่เห็นปลาบนโต๊ะอาหาร คราวแรกๆขอเติมข้าวชามที่สองอย่างกระมิดกระเมี้ยนด้วยความเกรงใจ แต่พอเติมทุกมื้อที่มีปลา อมราและตรัสก็ดูจะยิ่งเอาใจเด็กชาย ยังไม่ทันที่ข้าวจะหมดถ้วย ก็ให้พุดกรองตักข้าวมาเพิ่มให้แล้ว


   รติชักเกรงใจ แต่จะห้ามน้องชายวัยกำลังโตเกี่ยวกับเรื่องข้าวปลาอาหารเขาก็ทำไม่ลง สุดท้ายจึงต้องหาทางพูดคุยกับตรัสผู้เป็นคนถือเงิน


   สองสามีภรรยาที่ร่วมหัวจมท้ายช่วยกันทำมาหากินย่อมมีเวลาด้วยกันมาก อาศัยช่วงกลางคืนของวันใดวันหนึ่งที่ต้องทำผงสมุนไพรไว้ขายวันถัดไป ก็มีเวลาพูดคุยถมเถแล้ว


   “หมู่นี้...ท่านว่าพุดกรองตั้งโต๊ะอาหารด้วยปลาบ่อยไปหรือไม่”


   “ทำไมหรือ”


   “ช่วงนี้ฤดูหนาว ปลาเนื้อหวานแต่แพง ข้าเกรงว่า...”


   “ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องใส่ใจ” ตรัสกล่าว ก้มหน้าก้มตาตักผงสมุนไพรใส่ห่อ


   “ข้าต้องใส่ใจ ท่านเห็นว่าระพีชอบกินใช่ไหม ถึงได้ตามใจให้พุดกรองซื้อปลามาทำอาหารทุกวัน” รติแย้ง วางมือจากการผสมผงสมุนไพรทั้งหลายแล้วตั้งหน้าตั้งตาคุยให้รู้เรื่อง


   ทว่า...คำถามของอีกฝ่ายกลับทำเอาชะงัก


   “แล้วเจ้าชอบไหม”


   “หือ? ข้าหรือ?”


ตรัสไม่ได้ถามซ้ำ แต่เงยหน้าจ้องราวกับจะบอกว่าถามเจ้านั่นล่ะ


   “ก็...ก็ชอบ...” ประโยคนี้ของรติเบาแผ่ว ทั้งที่เป็นคนพูดจาเสียงดังฟังชัด แต่กับเรื่องความชอบหรือไม่ชอบอะไร เขากลับพูดเสียงเบา ใจไม่อยากเบียดเบียนอหัสกรมากไปกว่าที่เป็นอยู่อีกแล้ว


   “เท่านั้นก็พอแล้ว” ตรัสกล่าว แล้วก้มหน้าเร่งมือต่อ


   “พออะไรของท่านกัน ข้าบอกว่าปลาแพง...”


   “รู้ว่าปลาแพงก็กินให้มาก ข้าให้พุดกรองทำสำรับจากปลาทุกวันเพราะเห็นว่าเจ้าชอบ หรือหากเบื่อ อยากกินอะไรก็บอกพุดกรองให้ทำให้”


   “ท่านพูดอะไรของท่าน ข้าจะ...”


   “รติ...ข้าคิดว่าเจ้ากับข้าควรพูดกันตรงๆสักเรื่อง อย่างเช่นเจ้าชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร เริ่มจากอาหารก็ได้”


   “ทำไม...จู่ๆมาถามข้า...” รติงุนงง ไม่แน่ใจนักว่าระหว่างเขากับตรัส ใครกันที่เริ่มพูดไม่รู้เรื่องก่อน


   “เพราะข้าอยากรู้เรื่องของเจ้า” ตรัสเป็นคนตรงไปตรงมา เรื่องพูดจาอ้อมค้อมจึงทำไม่เป็น กระนั้นความตรงไปตรงมาของเขากลับทำเอาหัวใจคนฟังไหววูบจนต้องเม้มปาก


   “จ...จะอยากรู้เรื่องของข้าทำไม ท่านมิต้องใส่ใจ...”


   “ข้าเคยพูดกับเจ้าแล้วครั้งหนึ่ง เจ้าเป็นภรรยาของข้า”


   “แต่เรา...”


   “ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์สามีภรรยาหรือไม่ เจ้าก็เป็นภรรยาของข้า...เรื่องนี้ผู้คนรู้กันทั้งเมือง”


   “อ้อ...” ชั่วขณะหนึ่ง รติรู้สึกผิดหวัง


...เกรงว่าจะขายหน้าหรือ...


   “...ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าระลึกถึงสถานะนั้นเสมอ จะไม่ให้ชื่อเสียงของท่านเสื่อมเสีย”


   “ข้าไม่ได้กังวลเรื่องชื่อเสียง...” ตรัสแย้ง คำพูดที่ว่าผู้คนรู้กันทั้งเมืองนั้น เขาเพียงจะกล่าวว่าทุกคนรับรู้เรื่องนี้...รวมถึงตัวเขาเองด้วย แต่...ไม่รู้จะอธิบายเช่นไร สุดท้ายจึงถอนหายใจ


“...เอาเป็นว่า ข้าเป็นสามีของเจ้า ก็ต้อง...ใส่ใจเจ้า”


รติพูดไม่ออก อารมณ์หวานซาบซ่านในอกจนรู้สึกราวกับใต้แผ่นอกมีแต่คลื่นน้ำที่ม้วนตัวไปมาระลอกแล้วระลอกเล่า เขาได้แต่เม้มปาก ทว่าพอมองอีกฝ่ายที่ยังมองตรงมาที่เขาราวกับจะไม่ปล่อยให้หนีหาย ก็ได้แต่ถอนหายใจยาว


   “ท่าน...ทำให้ข้าคิดไม่ถึงอยู่เรื่อย”


   “เจ้าต่างหากที่ทำให้ข้าคิดไม่ถึงเรื่อย”


   “ข้าน่ะหรือ?! ข้าทำอะไรให้คิดไม่ถึง”


   “เจ้าชอบกินปลามาก แต่กลับกินน้อยเพราะไม่อยากแย่งน้องชาย พอมีปลาขึ้นโต๊ะทุกวันก็เป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายของอหัสกร เมื่อครู่นี้ก็ยังห่วงเรื่องชื่อเสียงของข้าอีก”


   รติได้แต่เม้มปาก ไม่กล้าแย้งสักคำ


   “รติ...ข้ารู้ว่าการแบกทุกอย่างไว้บนบ่าเพียงลำพังมันเหนื่อยเพียงใด แต่เจ้าสอนให้ข้าวางบางอย่างลงในมือผู้อื่นบ้าง แล้วตัวเจ้าเล่า เหตุใดไม่คิดจะทำอย่างที่สอน”


   รติหันมอง ทั้งสีหน้าและสายตาของตรัสจริงจังและแน่วแน่


   “หากเจ้าไม่รู้จะปันไปให้ใคร ข้า...ในฐานะสามีของเจ้า ยินดีรับภาระจากบนบ่าของเจ้าเอง”


   

---------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

---------

ทั้งใส่ใจ ทั้งห่วงใย ทั้งขอแบ่งเบาภาระ ไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันแล้วมั้งคะ ท่านตรัส ฮ่าฮ่า

ขอบคุณทุกการอ่านนะคะ

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3258
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
เขารักกันแล้วจ้าาาาา

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ตรัสพูดถูก

รติต้องว่างลงบ้าง

แบ่งเบากัน


ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +183/-6
เค้าน่าจะเริ่มมีใจให้กันแล้วนะ.  :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด