-- คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต...บทพิเศษ ดีสมกัน -- (อัพเดต 03/12/2020) หน้า 20
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: -- คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต...บทพิเศษ ดีสมกัน -- (อัพเดต 03/12/2020) หน้า 20  (อ่าน 62230 ครั้ง)

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 34

สามเส้า

---------


บ่าวคนหนึ่งของเรือนอหัสกรวิ่งไปแจ้งกับรติที่เพิ่งออกจากห้องของระพีว่ามีแขกมาหา เมื่อเขาออกไปดูก็พบว่าแขกที่บุกมาถึงเรือนอหัสกรในเวลาก่อนเที่ยงเช่นนี้คือแขกที่เขาไม่อยากพบหน้าที่สุด


“ตรัสอยู่ที่ร้าน” เขาแจ้งเรียบ


รสนาพยักหน้า


“ข้ามาหาเจ้า”


“หาข้า?”


“มีเรื่องจะคุยด้วย”


นางพูดแล้วหมุนตัวจะเดินนำให้ตามไป รติจึงเอ่ยขึ้นมา


“ถ้าจะคุยกับข้า ก็ต้องมากับข้า” พูดแล้วก็เป็นฝ่ายหมุนตัวเดินไปยังด้านหลังเรือน ท่าทางนิ่งสงบและเยือกเย็นนั้น ทำเอารสนานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยอมก้าวเท้าตาม


สวนด้านหลังเรือนที่เงียบสงบ นอกจากรติและรสนาแล้วก็ปราศจากผู้อื่น แม้เจ้าของเรือนจะเป็นตรัส แต่เวลานี้ เมื่อตรัสไม่อยู่ รติจึงไม่ต่างจากตัวแทน แม้จะอายุน้อยกว่ารสนาหลายปี แต่น่าแปลกที่เยือกเย็นและดูน่าเคารพ


...เหมาะกันดี...


คิดเพียงเท่านั้น รสนาก็ตัดเรื่องรกสมองทิ้ง แล้วพูดขึ้นมา


   “ตอนแรกที่ได้ยินว่าตรัสแต่งงาน ข้าตกใจมากทีเดียว เจ้ารู้ไหม”


   เงียบ ไม่มีคำตอบ ราวกับรสนาพูดคนเดียว แต่เรื่องนั้นหาใช่เรื่องที่นางต้องใส่ใจ


   “พอรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นชาย ข้ายิ่งตกใจเข้าไปกันใหญ่”


   เป็นอีกครั้งที่เงียบ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่รสนาไม่ได้ใส่ใจ


   “ตรัสเป็นคนไม่พูด แต่ถ้าเจ้าเป็นภรรยาของเขามาพักหนึ่งก็คงพอจะรู้นิสัยใจคอของเขา เขารักท่านย่า รักสกุล ที่สำคัญคือยึดติด เรื่องหนึ่งที่เขายึดติดคือความคิดของเขาต่อการสร้างครอบครัว...ที่มีลูก”


   เรื่องนี้ไม่ใช่ไม่รู้ อย่างน้อยๆ แม้รติจะไม่สอบถาม ก็พอประเมินได้จากความเคร่งธรรมเนียมปฏิบัติและความยึดติดที่ตรัสมีต่อสกุลอหัสกร ช่วงที่สถานะการเงินของสกุลร่อแร่ ตรัสยอมแม้กระทั่งไม่เจียดเงินสักเหรียญให้ตนเอง เพื่อพยุงทั้งคนในสกุลและกิจการของสกุล คนเช่นนี้...จะไม่อยากมีทายาทเพื่อสืบต่ออหัสกรได้อย่างไร


   แต่...ทายาทเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อมีภรรยาเป็นชาย


   กลับกัน...หากภรรยาเป็นรสนา เรื่องทายาทย่อมไม่ใช่เรื่องยาก


   รติหันมองคนพูด เดิมทีเป็นคนยียวน แต่ที่ยอมนิ่งเงียบมานานก็เพราะอ่อนล้ากับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและตรัส แต่อ่อนล้าก็เรื่องหนึ่ง การถูกกระทบกระเทียบในเรื่องที่เขามิอาจแก้ไขได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง


   “ถ้าเจ้าอยากเป็นแม่ของลูกเขา ก็จงไปบอกเขา ไม่ใช่บอกข้า”


   รสนาเลิกคิ้ว


   “พูดอย่างกับยินยอมที่จะให้ข้าเป็นภรรยาของตรัสอีกคน? เอ๊ะ หรือหมายความว่าจะหย่าให้ตรัสแต่งงานใหม่กับภรรยาที่เป็นสตรี?”


   รติถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย หากเขาไม่พูดกับนางให้เข้าใจ ชีวิตนี้เห็นทีจะอยู่สงบไม่ได้


   “ตรัสบอกว่าเจ้าเป็นสหายเก่าของเขา แต่งงานแล้วย้ายไปอยู่เมืองอื่น เวลานี้หย่าขาดกลับมาบ้านเกิด ข้าขอถามเพียงอย่างเดียว เจ้าต้องการแต่งงานใหม่กับตรัสใช่หรือไม่”


   “ถ้าข้าตอบว่าใช่”


   “ก็จงไปบอกตรัส ทางข้าจะรับรู้เอาไว้” รติพูดแล้วก็หมุนตัวหมายจะเดินเข้าเรือนราวกับเสร็จธุระของเขา


รสนากะพริบตาปริบๆอย่างงงงัน พอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งไปดักหน้า


   “ทำแค่นี้หรือ?! รับรู้แล้วอย่างไรต่อ?”


   “คนที่ต้องตัดสินใจว่าจะแต่งงานกับเจ้าไม่ใช่ข้า แต่เป็นตรัส เจ้าต้องไปคุยกับเขา”


   “แล้วเจ้าล่ะ? เอ่อ...ในฐานะที่เป็นภรรยาของตรัส ก็ควรจะแสดงออกไม่ใช่หรือว่ายินยอมหรือไม่”


รสนาไม่เคยเจอใครเช่นนี้ อย่าว่าแต่ตรัสซึมกระทือเลย ภรรยาก็กิ่งทองใบหยกโดยแท้ ซื่อบื้ออะไรขนาดนี้ นี่นางกำลังจะแย่งสามีอยู่ ไม่เห็นรึไร?


   “ไม่ใช่ข้าคนเดียวที่ต้องตัดสินว่าจะยินยอมหรือไม่ แต่ตรัสก็ต้องตัดสินใจเช่นกันว่าจะแต่งกับเจ้าไหม”


   “แล้วถ้าเขาคิดจะรับข้าเป็นอนุ โดยไม่แต่งล่ะ”


   “เจ้าไม่ยอมหรอก” รติย้อน เพียงเท่านั้นรสนาก็ถึงกับอ้าปากค้าง


   “รู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไม่ยอม”


   “ถ้าเจ้ายอม เจ้าจะไม่แสดงตัวถึงเพียงนี้ คงกลับมาอย่างเงียบๆ อยู่อย่างเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก” หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ดูเหมือนนางจะดูคนผิดไป ที่คิดว่ารติช่างซึมกระทือ ซื่อบื้อและไม่รู้ร้อนรู้หนาว


แท้จริงแล้ว เขารู้ร้อนรู้หนาว เขาอ่านนางออก และอ่านนิสัยตรัสออกด้วย ฉลาดเฉลียวไม่พอยังรู้จักควบคุมอารมณ์ ควบคุมสถานการณ์ นางหาญกล้ามาเหยียบจมูกถึงบ้าน เขากลับไม่ตีโพยตีพายสักนิดเดียว


   “หมดเรื่องจะพูดแล้วใช่ไหม ข้ามีงานต้องทำอีก”


   “มีอีกเรื่องที่ข้าอยากรู้...หากตรัสต้องการมีลูก จะทำเช่นไร”


   รติหันมามอง ตอบเรียบ


   “หย่าจากกันโดยมีเงื่อนไข”


   “เงื่อนไขอะไร”


   “นั่นเรื่องของข้ากับเขา ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”


   “เจ้าพูดเรื่องเงื่อนไข ราวกับ...ไร้ความรู้สึก? แต่งงานคลุมถุงชนนี่ดีจริง ตอนแต่งก็ไร้ความรัก ตอนหย่าจึงเป็นไปโดยง่าย”


   รสนายิ้มเยาะ แต่รติกลับนิ่งเฉย ในดวงตาของเขาซุกซ่อนความรู้สึกมากมาย ยามแต่งไร้รักนั้นถูกต้อง แต่ตอนหย่า...หาใช่ไร้ความรู้สึกอีกแล้ว


   “เพราะมีความรู้สึกต่างหาก จึงเลือกที่จะหย่าจากกันโดยดี”


   คนยิ้มเยาะกลายเป็นฝ่ายนิ่งงันแทน


   “เพราะอยากรักษาความรู้สึก อย่างน้อยก็ความสัมพันธ์ที่รู้จักกัน อย่างน้อยก็เพราะครั้งหนึ่งเคยอยู่ข้างกัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหล่านั้น เป็นสิ่งสวยงาม คนเราพบเจอแล้วจาก มีทั้งจากเป็น มีทั้งจากตาย น่าแปลกที่จากตายกลับเป็นความทรงจำและสูญเสีย แต่จากเป็นกลับกลายเป็นความเจ็บปวดที่น่าลืมเลือน ทั้งๆที่จากเป็น อาจจะได้กลับมาพบกันใหม่ แล้วเหตุใดจึงต้องจากกันด้วยข้อพิพาท”


   “แล้วถ้าเรื่องที่ทำให้เกิดข้อพิพาทไม่ใช่ความผิดของเจ้า แต่เป็นความผิดของตรัสเล่า?!” รสนาย้อน หน้าตาชิงชัง เมื่อเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตคู่ของตนเองกับคำพูดของรติ


   รักษาความรู้สึก รักษาความทรงจำ อย่างน้อยก็เพราะครั้งหนึ่งเคยเคียงข้างกันอย่างนั้นหรือ?


   แล้วใครทำลายสิ่งสวยงามเหล่านั้นลงก่อน?!


   ไม่ใช่ความผิดของนาง! ในเมื่อฝ่ายอดีตสามีและครอบครัวของอดีตสามีทำร้ายความรู้สึก ทำร้ายความทรงจำของนาง!!


   “ไม่มีข้อพิพาทใดเป็นความผิดของใครแต่เพียงฝ่ายเดียว ถ้าตรัสต้องการแต่งงานใหม่เพื่อมีลูก ความผิดของข้าก็คือมีลูกให้แก่เขาไม่ได้ ในขณะที่ความผิดของเขาก็คือเขาต้องการสร้างครอบครัวที่มีลูก ถ้าตรัสต้องการแต่งงานเพราะอยากเคียงข้างเจ้า ความผิดของข้าคือข้าทำให้เขารู้สึกอยากเคียงข้างไม่ได้ ในขณะที่ความผิดของเขาคืออยากเคียงข้างผู้อื่นที่ไม่ใช่ภรรยา ความผิดเหล่านั้น ไม่ว่าจะเกิดมาตั้งแต่แรก หรือเพิ่งเกิดขึ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความทรงจำที่เคยมี”


   “...แม้ข้าจะเพิ่งรู้จักตรัสไม่นาน แต่ข้ามั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนเสแสร้ง สิ่งที่เขาเคยทำให้ข้า ล้วนเกิดขึ้นอย่างจริงใจ สิ่งเหล่านั้นคือความทรงจำที่งดงามและข้าไม่ต้องการทำลายมัน”


   รสนานิ่งงัน คล้ายภาพจำยามนางเคียงข้างอดีตสามีลอยวนอยู่ในหัว


   อดีตสามีของนางเสแสร้งหรือไม่? หากเสแสร้งแต่แรก นางจะดูไม่ออกเชียวหรือ ความรักที่เขามอบให้นาง หากจอมปลอม นางจะดูไม่ออกเชียวหรือ


ความรู้สึกของเขาเป็นของแท้...เขารักนาง แต่นางมิได้เรียนรู้ว่าเขาช่างหูเบาหัวอ่อน ถูกชักจูงโดยง่าย ในขณะที่นางก็รักเขา แต่เขาก็มิได้เรียนรู้ว่านางเป็นพวกถูกโทสะโมหะมัวเมาได้ง่าย เมื่อฝ่ายอดีตสามีทำลายความเชื่อใจ ฝ่ายอดีตภรรยาก็ทำลายความสัมพันธ์ ต่างคนต่างมิได้เรียนรู้กัน ชีวิตคู่ของนางจึงพังพินาศ


แต่...ทั้งที่รติเองก็กำลังพบเจอสถานการณ์คล้ายกับนาง เขากลับ...เลือกสิ่งตรงข้ามกับนาง


ส่วนหนึ่งก็เพราะตรัสช่างหัวแข็ง...ไม่สิ ทั้งที่เขาหัวแข็ง เขาถูกบังคับให้แต่งงาน แต่ลงท้าย...เวลานี้เขากลับไม่ดื้อดึงจะแยกจากภรรยาผู้ถูกจับแต่งงานกับเขา


ยามนี้เอง ที่รสนาเพิ่งรู้สึกตัว


ไม่มีชีวิตใครก้าวเดินบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชีวิตคู่ของนางก็เช่นกัน ชีวิตคู่ของตรัสและรติก็เช่นกัน แตกต่างที่เมื่อนางเหยียบลงบนหนามแหลมคมแล้ว นางก็โทษผู้อื่นไปหมดทุกสิ่ง ในขณะที่ชีวิตคู่ของตรัสและรติ เริ่มต้นเส้นทางด้วยหนามแหลม แน่นอนว่าต่อให้ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่พวกเขาเริ่มต้นชีวิตคู่ รสนาก็นึกภาพออกว่าพวกเขาคงเหยียบลงบนหนามเหล่านั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งเจ็บทั้งปวด แต่เพราะอะไรเล่า...วันนี้ รติจึงกล้าพูดว่าเส้นทางชีวิตของพวกตนที่ผ่านมานั้นเป็นความทรงจำที่สวยงาม?


หากไม่ใช่เพราะมองโลกในแง่ดีเหลือเกิน ก็เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน จากชีวิตคู่ที่ถูกบังคับ กลับกลายเป็นชีวิตคู่ที่...น่าอิจฉา


น่าอิจฉาไม่ใช่เพราะพวกเขารักกันมาก แต่น่าอิจฉาเพราะพวกเขารู้จักเรียนรู้กัน ต่างกับชีวิตคู่ของรสนา แรกเริ่มนั้นน่าอิจฉาเพราะรักกันมาก แต่ลงท้ายแล้วน่าเวทนาเพราะรักกันเพียงอย่างเดียว หาได้เรียนรู้กัน


   “เจ้า...รักตรัสขนาดนี้เลยหรือ” คำถามของรสนาหาได้มีแววเย้ยหยัน รตินิ่งไป ไม่ทันได้พูดอะไร ตรัสก็เร่งฝีเท้าเข้ามาที่เรือน


“รติ...รสนา...” เสียงเรียกของเขา ทำให้ทั้งสองหันมอง


เพราะมีคนไปบอกว่าหญิงสาวมาที่นี่ ตรัสจึงรีบออกจากร้านยาเพราะกลัวว่านางจะทำอะไรไร้สติ



แต่สิ่งที่เห็น คือรติกำลังยืนคุยอยู่กับนาง ยิ่งเมื่อหันมาเห็นว่าเจ้าของเรือนกลับมาแล้ว รติย่อมไม่อยากพบหน้า เพียงหันไปพูดกับตรัสเรียบๆ


   “นางมาพบท่าน”


แล้วจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าเรือน แต่รสนาเรียกเอาไว้เสียก่อน


   “รติ...ขอให้โชคดี”


ไม่แน่ใจนักว่าประโยคนี้ของนางหมายความเช่นไร แต่พอหันกลับไปมอง ตรัสยังยืนเคียงสตรีผู้นั้น รติก็แน่ใจ


   คนโชคดี...ไม่ใช่เขา


----------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

---------

ใครรอเขาคุยกัน ก็บอกเลยว่าตอนหน้าคุยกันแน่ๆค่ะ

คุยกันแบบไม่มีมือที่สามแล้ว คุยกันเองแบบไม่ฝากใครไปคุยด้วยค่ะ ฮ่าฮ่า

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านนะคะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-04-2020 15:40:16 โดย THAMON926 »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :m16: ทุบใครก่อนดี ตรัส รติ หรือรสนา

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
ขัดใจ..หวังว่ารสนาจะได้เรียนรู้  :ling1:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1930
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0

ออฟไลน์ PKT

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เดี๋ยวคือรติ รอก่อนลูกก รอก่อน รีบมาก
รสนาคืออะไรรร ทำให้แย่กว่าเดิมอี้กกกก
ส่วนตรัสส ต้องหาอะไรมาง้างปาก

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 35

หันหน้าเข้าหากัน   

---------


ตรัสไม่รู้ว่าก่อนเขาจะมาถึง รติและรสนาพูดคุยกันนานเพียงใดและพูดคุยกันเรื่องอะไร แต่เมื่อเขาถามหญิงสาว นางก็เพียงทำสีหน้าเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โต


   “เรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่ใช่เรื่องที่ท่านต้องใส่ใจ เรื่องที่ท่านควรใส่ใจคือครอบครัวของท่าน ตัดสินใจดีแล้วหรือที่จะมีภรรยาเป็นชาย”


   “นั่นคือการตัดสินใจของข้า ไม่เกี่ยวกับเจ้า”


   “มีภรรยาเป็นชาย ย่อมหมายความว่าจะมีลูกไม่ได้ สกุลอหัสกรจะสิ้นสุดที่ท่าน”


   “ตลอดชีวิตของข้า ทำเพื่ออหัสกรเสมอมา หากสุดท้ายต้องสิ้นสุดเพราะไร้ทายาท บรรพชนก็คงไม่โมโหนัก”


   “ความคิดนี้จะอยู่ได้อีกสักกี่ปีกันหนอ ตรัส”


   “นั่นมันเรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”


   รสนามองสหายสมัยยังเยาว์ที่บัดนี้เติบใหญ่ เขาไม่เพียงเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังมุ่งมั่นและแน่วแน่


   “รติโชคดี”


   หญิงสาวพึมพำแล้วยิ้มจางกับตนเอง พยักหน้าคล้ายยอมรับ


   “เอาเถอะ ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเรื่องของท่านกับภรรยาของท่าน ข้าไม่เกี่ยวจริงๆ มาที่นี่ก็เพราะตั้งใจจะมาลา...”


   “ลา?”


   “อืม...ไปเที่ยว คงไม่กลับมาสักระยะ ระหว่างนี้ก็ขอให้ง้อภรรยาให้สำเร็จด้วย”


   ตรัสนิ่งไปเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไร ทว่าท่าทีของเขากลับทำให้หญิงสาวฉุกใจ


   “อะไร ท่าทางเช่นนั้น อย่าบอกนะว่า...ไม่เคยได้เสียกัน?”


   คนนิ่งถึงกับตาเหลือก แต่คนตาเหลือกยิ่งกว่าคือรสนา นางร้องเสียงสูง


   “ท่านบ้าไปแล้วหรือ?! ยังไม่ได้เสียกันอีก?!”


   “ไม่ใช่เรื่องของเจ้า” ตรัสอาศัยท่าทีเคร่งขรึมหมายจะให้สหายหยุดพูดเรื่องนี้ แต่คนเยี่ยงรสนา เรื่องที่นางอยากพูด มีหรือจะไม่พูด


   “ก็เพราะมันเรื่องของท่านน่ะซี! ตรัส ท่านแต่งงานแล้วนะ แล้วรติก็ไม่ใช่สตรีแรกรุ่นต้องถือพรหมจรรย์”


   “ข้าบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่อง...”


   “เรื่องของท่านแต่ท่านนิ่งเฉยแบบนี้น่ะสิ เรื่องถึงเลยเถิด”



ตรัสกะพริบตาปริบๆ จู่ๆก็รู้สึกว่าตนเองเป็นคนผิดขึ้นมาชอบกล


   “ท่านกับภรรยาแต่งงานกันแล้ว ถึงจะแต่งงานคลุมถุงชน ตอนแต่งไม่รัก แต่ตอนนี้ฝ่ายนั้นหึงหวงอย่างกับอะไร ฝ่ายท่านก็มั่นคงไม่วอกแวกไปไหน เป็นเช่นนี้แล้ว ยังจะปล่อยให้แยกย้ายกันนอนอีกรึ?!”


   “เจ้า...” ตรัสพูดไม่ออก รสนาก็คร้านจะหงุดหงิด นางโบกมือไปมา เชื่อแล้วว่าท่านอมราช่างหูตามีแวว จับแต่งงานได้ถูกคู่เสียจริง กิ่งทองใบหยกโดยเนื้อแท้ ซึมกะทือซื่อบื้อพอกันทั้งสามีภรรยา


   “เอาเถอะ! ข้าจะแนะนำเรื่องดีๆในฐานะที่แต่งงานก่อนและหย่าก่อน บางทีคำพูดก็สำคัญกว่าการกระทำ บางทีการกระทำก็สำคัญกว่าคำพูด บางทีก็ต้องใช้ทั้งคำพูดทั้งการกระทำ ท่านต้องพิจารณาให้ดีว่าเวลาใดควรใช้อะไร อ้อ...แล้วอย่าซื่อคิดว่าการกระทำแปลว่าทำเรื่องดีๆให้แก่กัน นั่นก็ใช่ แต่การกระทำในความหมายของข้าคือ...การร่วมหลับนอน”


   “รสนา!”


   “ไม่เห็นต้องดุ ข้ามีผัวมาแล้วถึงได้กล้าพูด แล้วตอนนี้ก็หย่าผัวแล้วถึงได้กล้าแนะ ถ้าท่านไม่เชื่อ ก็ปล่อยเอาไว้เช่นนี้ต่อไป แล้วถ้าข้ากลับมาอีกทีเห็นท่านกับภรรยาแยกกันอยู่ จะหัวเราะให้”


   หญิงสาวหมุนตัวจากไปแล้ว แต่ตรัสยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม


---------


   แม้จะรู้สึกกระดากกับคำแนะนำของสหายเก่า แต่เมื่อเห็นภรรยายังคงเงียบซึม ตรัสก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาควรทำอะไรสักอย่าง ไหนจะเรื่องที่รสนาและรติคุยกันก่อนที่เขาจะมาถึงอีก ไม่รู้คุยกันเรื่องอะไร แต่ลงท้ายแล้วคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร


   รสนาชอบปั่นหัวคนอื่นเพื่อความสนุก แม้ไม่มีใครสนุกกับนางเลยสักคนเดียว


   ค่ำนั้น สองสามีภรรยาใช้เวลาด้วยกันที่โรงครัวเพื่อทำผงสมุนไพรสำหรับขายในวันรุ่งขึ้น ตรัสคิดว่านี่น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พูดคุยกัน แต่รติกลับมีท่าทีมุ่งมั่นอยู่กับการผสมสมุนไพรจนเขาไม่กล้าพูดสักคำ


   จนพระจันทร์ลอยเด่นขึ้นกลางท้องฟ้า ถึงเวลาเข้านอน รติกำลังจะขอตัวไปนอนที่ห้องของน้องชาย แต่ตรัสฉวยข้อมือจับจูงเชิงบังคับให้กลับมาที่เรือนพักผ่อนของพวกเขา


   “ระพีโตแล้ว หากฝันร้ายก็ต้องรู้จักแก้ฝันร้ายด้วยตนเอง”


   อีกนัยหนึ่งคือ พวกเขาก็โตแล้ว หากมีเรื่องขัดข้องหมองใจก็ควรแก้ไขด้วยตนเอง มิใช่หนีปัญหา


   เมื่อถูกพูดเช่นนี้ รติย่อมได้แต่เม้มปาก ไม่ดื้อรั้นจะขอแยกไปนอนห้องของน้องชาย แต่พอเข้าเรือนพักผ่อนได้ เขาก็บิดข้อมือออกจากการเกาะกุมแล้วเดินหนีเข้าไปด้านใน ตรัสต้องรีบก้าวเท้าตามไปดักหน้าไว้


   “รติ...คุยกับข้าก่อน”


   “ข้าง่วงแล้ว”


   “คุยไม่นาน”


   รตินิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า ทว่าก็ยืนอยู่กับที่ราวกับพร้อมจะเข้านอนทุกเมื่อที่คุยเสร็จ


   “รสนาคุยอะไรกับเจ้า”


   “ไม่ใช่เรื่องใหญ่”


   “ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เจ้าจะเป็นเช่นนี้หรือ...อยู่กับข้า ใยทำหน้าไม่มีความสุข”


   ...เพราะว่าสุขต่างหาก เพราะว่าเคยสุข วันนี้จึงทุกข์แสนสาหัส...


   รติไม่อยากฟื้นฝอย เขากลืนก้อนสากในคอ แล้วเอ่ยพร่า


   “ตรัส...หากท่านต้องการแต่งภรรยาใหม่ หรือต้องการมีลูก...ข้าไม่ใช่อุปสรรคของท่าน”


   ฝ่ายสามีขมวดคิ้วฉับ ย้อนถามน้ำเสียงติดหงุดหงิด “รสนาพูดกับเจ้าเรื่องนี้หรือ”


   “ข้าเพียงขอให้เราแยกจากกันแต่โดยดี มีเงื่อนไขเพียงเรื่องเดียวคือรุจีและระพี ขอให้พวกเขาได้เรียนหนังสืออย่างที่ท่านเคยบอกข้า ส่วนเรื่องการหย่า หากกังวลเรื่องชื่อเสียงของอหัสกร ข้ายินดีไม่ทำเอกสารในเวลานี้ แต่ขอไม่ร่วมเรือนด้วย จะให้ข้าย้ายออกไปปลูกเรือนที่ไหนก็ได้”


   “ข้าไม่ให้เจ้าย้ายไปไหนทั้งนั้น!”


   “แต่ข้าไม่อยากอยู่ร่วมกับครอบครัวใหม่ของท่าน”


   “ข้าไม่เคยคิดจะมีครอบครัวใหม่”


   รติถอนหายใจ เหนื่อยเกินกว่าจะเหนี่ยวรั้งสิ่งใด


ภรรยาที่เป็นชาย ไม่สามารถมอบทายาทให้ได้


อีกทั้งภรรยาที่มาจากการคลุมถุงชน ย่อมไม่อาจสู้ภรรยาที่เลือกด้วยหัวใจ


ทางเลือกเดียวของรติคือการถอยออกมา


   “แต่ข้าไม่ใช่ภรรยาที่เกิดจากความพึงใจของท่าน ตรัส...ถ้าท่านต้องการสร้างครอบครัวใหม่ ข้ายืนยันตามที่เคยพูดไปแล้ว ข้าตามใจท่าน”


น้ำเสียงเรียบเฉย สีหน้าก็เรียบเฉย แต่ใครจะรู้ว่าหัวใจเจ็บปวดเพียงใด


   ยิ่งเจ็บ...ก็ยิ่งไม่อยากอยู่ต่อให้นานกว่านี้


รติพูดแล้วก็หมุนตัวจะเดินออกจากห้อง แต่อีกฝ่ายดึงแขนเอาไว้


   ดึงอย่างเดียวไม่พอ ตรัสกวาดแขนรั้งร่างของภรรยาเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากกับกลีบปากซีดนั่น


   รติตะลึงงัน ตกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย พอรู้สติจะถอยห่าง สองแขนของตรัสก็โอบรวบร่างของเขาแนบชิด ดิ้นไม่หลุด


   “อื้อ!!”


สองแขนทั้งผลักทั้งดัน ใบหน้าพยายามเบี่ยงหนี หากแต่ก็หลุดจากจูบจาบจ้วงนั่นเพราะตรัสเป็นคนยอมปล่อยเอง


   “ท่าน!...” รติไม่รู้จะพูดเช่นไร มองสบเข้าไปในดวงตาของคนที่ยังกอดเขาแนบชิดแล้วก็ยิ่งงุนงง เขาไม่รู้ว่าตรัสเป็นอะไร อยู่ๆถึงได้ถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้


   “จากนี้ ถ้าเจ้าพูดกับข้า ถามคำถามข้า แล้วไม่รอฟังคำตอบจากข้า ข้าจะจูบเจ้า”


   “ท่าน!...เพี้ยนไปแล้ว!” รติดุ ผลักอีกฝ่ายออกห่างแล้วหมุนตัวหนี แต่แขนของตรัสรวบกลับมาอยู่ในอ้อมกอดเช่นเดิมแล้วมอบรสจูบหนักหน่วงลงกับริมฝีปากที่เริ่มขึ้นสีเรื่อนั่นอีก


   “อื้อ!” รติได้แต่ร้องเครือในคอ สองมือของเขาขวางกลางระหว่างอกของเขาและร่างสูง แต่เพราะอ้อมกอดนี้ช่างแนบแน่น สองมือย่อมทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าพยายามดันอกอีกฝ่าย...แต่ไม่เป็นผล


   สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายตรัสที่ปล่อยริมฝีปากออกเอง


   “ท่านทำบ้าอะไร!” ทั้งไม่เข้าใจทั้งโมโห รติไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรไปแล้ว


   “เจ้าไม่ฟังข้าพูด”


   รติอ้าปากพะงาบ ไม่เข้าใจคนที่ยังกอดเขาแนบแน่นเลยสักนิด


   “ท่าน...ท่านจะให้ข้าฟังอะไร”


   “ฟังในสิ่งที่ข้าจะพูด” ดูเหมือนรติจะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการพูดอะไร จึงไม่ยอมหันมอง เป็นฝ่ายตรัสที่ต้องแตะปลายคางเบี่ยงใบหน้าคนที่เอาแต่มองทางอื่นให้หันกลับมามองตรงที่เขา ทีแรกไม่ยินยอม แต่เมื่อเขาดื้อดึง สุดท้ายใบหน้าของภรรยาก็หันกลับมา


ตาสบตา ในดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ดูเหมือนเจ้าตัวจะเข้าใจไปแล้วว่าเขาต้องการแต่งงานใหม่และมีทายาท


   “เป็นความจริง...ที่ข้าไม่คิดจะแต่งงานกับเจ้า”


รติเงียบ ดวงตาหลบลงมองพื้น


   “และก็เป็นความจริง...ที่ข้าอยากมีลูก”


   “ถ้าเช่นนั้น...ก็แต่งงานกับคนที่ท่านอยากแต่ง มีลูกอย่างที่ท่านอยากมี”


ไม่อาจทนฟังได้อีกแล้ว เพียงเท่านี้ก็เข้าใจแล้ว ไม่สิ...เข้าใจมาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก


พวกเขาไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรัก อีกทั้งยังเป็นชาย ชีวิตคู่หาได้มีความสุขไม่ ลูกก็มีไม่ได้เช่นกัน


   ร่างโปร่งหมุนตัวจะเดินหนีอีกครั้ง แต่ก็ถูกคว้ากลับเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนอีก ตรัสก้มลงมาหมายจะทำจริงอย่างที่เปรยเอาไว้ว่าถ้าหนีเขา ไม่ฟังคำพูดเขา จะจูบเสียให้เข็ด


   “ไม่ต้องจูบแล้ว!” รติรีบยกสองมือปิดปากอีกฝ่าย แต่ตรัสนั้นแข็งแรงกว่า เขารวบร่างภรรยาผู้แสนพยศด้วยมือข้างเดียว มืออีกข้างดึงมือของรติออกจากปากเขา


   “เจ้าไม่ฟังที่ข้าจะพูด”


   “ก็ได้ๆ! ฟังแล้วๆ!” รติต้องก้มหน้าหลบ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะถูกจูบอีกกี่ครั้ง


   “นึกว่าจะให้ข้าจูบจนปากบวมเสียก่อน จึงจะยอมฟัง” รติเงยหน้าพลัน ดวงตาเบิกโตคิดไม่ถึงว่าคนเงียบขรึมอย่างตรัสจะพูดจาเช่นนี้ แล้วพอเงยหน้าขึ้น ฝ่ายสามีก็ถึงได้เห็นว่าริมฝีปากของคนในอ้อมแขนบวมน้อยๆ


   “บวมจริงๆด้วย”


   “ก็...ก็ท่าน...บดลงมาได้...” พูดแล้วก็หลบสายตา ทั้งอายทั้งโกรธ อายเพราะแม้จะเป็นสามีภรรยา แต่ไม่เคยมีความสัมพันธ์กันเช่นนั้น โกรธเพราะอีกฝ่ายตั้งเงื่อนไขอย่างเอาแต่ใจ ‘ไม่ฟังจะจูบ’  โดยไม่ถามถึงความรู้สึกของเขาเลย


   เพราะอีกฝ่ายก้มหน้าหนี ตรัสจึงต้องเชยปลายคางขึ้นมา ในดวงตาของภรรยามีทั้งแววโกรธเคือง เสียใจ น้อยใจ เห็นแล้วสะท้อนหัวใจจนเย็นวาบไปทั้งอก


   “รติ...ข้าขอโทษ...เจ็บรึเปล่า”


รติไม่กล้าบอกว่าต่อให้จะเจ็บ ก็ยังเจ็บไม่สู้ที่ใจ ไม่เข้าใจว่าตรัสทำเช่นนี้ทำไม ในเมื่อว่าอยากแต่งงานมีภรรยาเป็นคนอื่น


   “...เจ็บก็บอกข้า อยากให้ข้าทำอะไรก็บอกข้า ได้โปรด...อย่าเงียบเช่นนี้”


   รติยังเงียบ ไม่พูดอะไรสักคำ กลายเป็นฝ่ายตรัสผู้เงียบขรึมรู้สึกร้อนผ่าวจนอยากพูดให้มากกว่านี้


   “เจ้าก็รู้ว่าเราแต่งงานเพราะถูกบังคับ เป็นความจริงที่ข้าไม่คิดจะแต่งงานกับเจ้าตั้งแต่แรก แต่ในเมื่อแต่งแล้ว ข้าก็ไม่คิดจะแต่งกับใครอีก ส่วนหนึ่งเพราะข้า...เคยสาบานกับตนเองเอาไว้ว่าจะแต่งงานเพียงครั้งเดียว แต่นั่นก็เพียงช่วงแรกเท่านั้น นานวันเข้า ไม่ใช่คำสาบานต่อตนเองที่ทำให้ข้าไม่คิดแต่งงานกับใครอีก แต่เป็นเพราะเจ้า”


   “...เพราะเจ้า...การมีเจ้าเป็นคู่ชีวิต ข้ารู้สึกว่าครบถ้วนแล้ว ไม่อยากแต่งงานใหม่ เรื่องลูกก็ไม่จำเป็นสำหรับข้าแล้วเช่นกัน ข้าอยากย้อนเวลากลับไปในคืนแต่งงานด้วยซ้ำ คืนนั้นข้าไม่ได้ดื่มสุรามงคลสักอึก น่าเสียดาย”


   “ท่าน...ท่านพูดอย่างกับ...ดีใจที่แต่งงานกับข้า...”


   “ความหมายข้าเป็นเช่นนั้น”


   “...เพราะฉะนั้น...อย่าเข้าใจว่าข้าต้องการแต่งงานใหม่กับใครอีก อย่าคิดว่าข้าอยากมีลูกอีก และอย่าขับไสไล่ส่งข้าไปกับใคร ข้าพอใจที่ภรรยาของข้าผู้นี้...พอใจที่เป็นเจ้า”


สิ้นประโยคนั้น รสสัมผัสที่บอกถึงความพอใจ ความพึงใจก็ประทับลงมาอีก



รตินิ่งตะลึงในคราแรก จุมพิตนี้แตกต่างจากจุมพิตก่อนหน้านี้ มันอ่อนโยน เต็มไปด้วยความรู้สึกรักใคร่ ไม่จำเป็นต้องต่อต้านให้กับสัมผัสที่แสนหวานซาบซ่านเช่นนี้ทั้งๆที่หัวใจก็เรียกร้อง


เขาหลับตาลงรับรสหวานละมุนนั้นอย่างเต็มใจ อึดใจต่อมา สัมผัสแสนอ่อนโยนนั้นก็ผละออกห่างเล็กน้อย ก่อนที่ประโยคหนึ่งจะดังขึ้น


“ถ้าเจ้า...พอใจที่ข้า...คืนนี้กลับมานอนกับข้าได้ไหม...”


“...กลับมานอนด้วยกันนะ รติ”


ช่างเป็นคำอ้อนวอนที่ทำเอาหัวใจของคนถูกขอร้องสั่นสะท้าน


“ข้า...ข้าจะไปบอกระพีก่อน...”


“ถ้าเช่นนั้นข้าไปด้วย”


สองสามีภรรยาออกจากเรือนพักผ่อนไปยังห้องของระพี เพื่อแจ้งข่าวแก่เด็กชายว่าคืนนี้ รติจะกลับไปนอนกับตรัส


และคืนนี้ ระพี...ต้องนอนคนเดียวเหมือนเคย


---------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

---------
เหมือนจ่ายค่าตัวตรัสมากกว่า 30 กว่าตอนแรกทั้งหมดรวมกันเลยค่ะ เป็นตอนที่ตรัสพูดเยอะที่สุดแล้ว

หวังว่าพอจะให้อภัยตรัสได้บ้างนะคะ ถึงแม้ว่าจะจู่โจม เอาแต่ใจไปสักหน่อย แต่ทั้งหมดนั่นก็เพราะตรัสที่เคยใจเย็น กลายเป็นเดือดเนื้อร้อนใจทำอะไรไม่ถูก (คนไม่เคยมีความรัก มันก็...ไร้ชั้นเชิงอย่างนี้//รสนาฝากบอกมาค่ะ ฮ่าฮ่า)

ขอบคุณสำหรับการอ่านเสมอมาค่ะ

ออฟไลน์ Austin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รสนา  ชั้นให้อภัยเธอ 55555555

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
จุดปะทัดฉลองเลย..ยยยยยย   :mc4:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คืนดีกันแล้วจูบกันแล้วด้วย :z3: :-[ ดีใจมากๆ ตอนตรัสพูดว่าาชีวิตของรสนาพังแล้วยังอยากให้คนอื่นพังด้วยหรอคือชอบมากๆ มันโดนใจมาก ดีที่รสนาพูดให้ตรัสสคิดได้ สนุกมากๆค่า :pig4: :L1:

ออฟไลน์ Tassanee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1930
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
หันหน้าเข้าหากันแรงไปหน่อยปากชนเลย :-[

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
สองคนนี้ควรให้กินไวอากร้าแล้วจับขังอยู่ด้วยกัน
เผื่อจะได้หายปากแข็ง5555

ออฟไลน์ Caramel Syrup

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 481
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
คู่นี้เริ่มพัฒนาแล้ว  :mew4:

ออฟไลน์ Duangjai

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 703
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
.....


นั่นนนน. กว่าจะได้คุยกันเนาะ. 

การกระทำต้องทำพร้อมกับคำพูดนะตรัส

....


 :mew1:  :mew3:  :mew4:  :mew1:  :mew3:  :mew4:


...

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 36

พอใจที่เจ้า พอใจที่ข้า


---------


   ทั้งๆที่เรือนพักผ่อนหลังนี้ อยู่อาศัยมาจนคุ้นชิน แต่รติกลับพบว่าวันนี้ ให้ความรู้สึกแตกต่าง


   อาจจะเพราะเดิมทีอยู่ที่นี่อย่างไร้ละอาย อาศัยฐานะภรรยาของตรัสเข้ามาโดยมิได้รับความเห็นชอบจากผู้เป็นเจ้าของ ทว่าวันนี้...แม้จะอยู่ในฐานะภรรยาเช่นเดิม แต่เป็นเพราะเจ้าของชวน


   ‘คืนนี้กลับมานอนกับข้าได้ไหม’


   พอคิดถึงประโยคนี้ รติก็ร้อนวูบไปทั้งร่าง เหลือบมองคนที่หันกลับไปลงกลอนบานประตูแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขาในค่ำคืนนี้ชวนให้หัวใจสั่นอย่างประหลาด


   “ข้า...ข้าขอ...เปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่”


   ความหมายและความนัยเป็นเพียงบอกกล่าวว่าขอใช้เวลาในห้องพักผ่อนเพียงลำพัง และขอให้ตรัสรออยู่ที่ห้องทำงานก่อน กระนั้น ทั้งคนพูดคนฟังกลับคิดลึกไปไกลกว่านั้น


รติหน้าแดงก้มหน้าต่ำ ในขณะที่ตรัสหูคอแดงก่ำหันหน้าหนีไปทางอื่น


   “อือ...เสร็จแล้ว...มาเรียกแล้วกัน”


   ภรรยาเดินหายเข้าไปในห้องด้านในพักหนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาอีกครั้งในเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับใส่นอน ตรัสสงบจิตสงบใจด้วยการดูบัญชีรับจ่าย เนื้อแท้เป็นคนชอบทำงาน เมื่อมีงานตรงหน้า ท่าทางของเขาจึงเคร่งขรึมอย่างที่ทำเอาคนออกมาตามยังนิ่งมอง


   จนกระทั่งคนถูกมองรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้น


   ตาสบตา


   ทั้งๆที่ไม่ใช่การสบตากันครั้งแรก แต่ครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกหวานซ่านในอกทั้งคู่


   “เสร็จแล้วหรือ”


   “อืม แต่ถ้าท่านจะทำงาน...”


ตรัสส่ายหน้า ลุกขึ้นเดินเข้าหา


   “เราสัญญากันแล้วว่าจะเข้านอนพร้อมกัน”


ช่างเป็นการย้ำคำสัญญาที่ทำเอาคนฟังใจสั่น รติได้แต่พยักหน้าสั้นๆ แล้วกล่าวโดยไม่มองหน้า


   “หากท่านจะใช้ห้องน้ำ...ข้าจะรอที่นี่”


   เขาได้ยินสียงสามีรับคำเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงจะหายเข้าไปในห้องพักผ่อนด้านใน คราวนี้เป็นฝ่ายรติที่ต้องสงบใจด้วยการนั่งรออยู่ที่ตั่ง เอาแต่กุมมือตนเองไปมา


   ทั้งๆที่เข้านอนด้วยกันมาไม่รู้กี่ครั้ง ร่วมเตียงกันมาไม่รู้กี่คืน แต่คืนนี้...ให้ความรู้สึกแตกต่าง


   ไม่รู้ต่างอย่างไร แต่มันซาบซ่านไปหมด แม้กระทั่งเมื่อครู่ตอนเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ยัง...ชำระล้างผิวกายทุกสัดส่วนมากกว่าทุกที


   คิดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้ว ก็แดงก่ำขึ้นอีกเท่าตัว ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับหนาวเหน็บ หากแต่แท้จริงเพราะใจสั่นจนเกรงว่าจะกระเด้งกระดอนออกมานอกอกเลยต้องห่อไหล่เข้าหากันต่างหาก


   “รติ...” เสียงเรียกดังขึ้น ทำเอาคนคิดสะระตะต้องเงยหน้ามอง


   ตรัสเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ออกมาตามภรรยาเข้าไปนอนก็เห็นรตินั่งห่อไหล่ตัวสั่นจนน่ากลัวว่าจะไม่สบาย


   “เป็นอะไร หนาวหรือ?”


   “ป...เปล่า...”


   คนตอบสะท้านขึ้นอีกวูบหนึ่งเมื่อตรัสก้าวเข้าหา แล้วแนบหลังมือลงกับหน้าผากของเขาราวกับจะวัดอุณหภูมิเนื้อตัว


   “ไม่มีไข้...หรือเจ็บปวดตรงใด”


   “ป...เปล่า...ร...เรา...เราเข้านอนกันเถอะ...เอ่อ...”


พอหลุดปากเปลี่ยนเรื่องด้วยการชวนเข้านอน รติก็หน้าแดงขึ้นมาอีก ท่าทางเก้อเขินของภรรยา ไม่อาจรอดพ้นสายตาของสามี กระนั้นตรัสก็ไม่พูดอะไร


   สองสามีภรรยาเดินเข้าไปในห้องพักผ่อนอย่างเงียบๆ


   เตียงหลังเดิมนั้นเคยนอนเคียงกันมาไม่รู้กี่คืน มีเพียงไม่กี่คืนก่อนหน้านี้ที่รติไม่ได้นอน ทว่าพอกลับมาอีกครั้งกลับให้ความรู้สึกทั้งเขินทั้งหวั่น เขาเม้มปากแน่น แต่ก็ยังใจกล้าขึ้นเตียงกลับขึ้นไปนอนชิดริมในเช่นเดิม ทว่าพอเห็นร่างสูงทรุดตัวลงตามแล้ว รติก็รีบพลิกกายตะแคงหันหลังให้อีกฝ่าย หัวใจเต้นตุบจนแทบจะออกมานอกอก


   มิใช่เพียงภรรยาเท่านั้นที่ตื่นเต้นกับค่ำคืนนี้ สามีก็เช่นกัน


   แม้เตียงหลังนี้ ตรัสจะอาศัยหลับนอนมาตั้งแต่เด็กจนโต จนกระทั่งเปลี่ยนผันจากการนอนเพียงลำพังเป็นมีคนเคียงข้าง แต่ค่ำคืนนี้ให้ความรู้สึกแปลกไป


   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นแผ่นหลังของคนที่นอนตะแคงหันหลังให้เขา


   มือเอื้อมไปแตะไหล่ของรติแผ่วเบา รั้งเล็กน้อย อีกฝ่ายก็ยอมหันกลับมา ยิ่งสบตา ก็ยิ่งพาให้ความรู้สึกในอกยิ่งท่วมท้น


   ใบหน้าขาวจัดก้มลงหา พอริมฝีปากแนบลงมามอบรสจูบอุ่นร้อน รติก็ทำได้เพียงหลับตาลงรับสัมผัสนั้นด้วยหัวใจที่เต้นถี่


แสงสลัวยามค่ำคืนเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงหาคนที่นอนราบกับเตียง เสื้อผ้าที่ขวางกั้นสองร่างถูกปัดป่ายให้พ้นทาง ต่างคนต่างสอดมือลูบไล้ตามเนื้อตัว ล่วงล้ำสัมผัสกันและกันทั้งตื่นเต้นทั้งสยิวซ่าน กายเบียดชิดกายจนไอผิวร้อนผะผ่าว เรียกเสียงเครือดังแผ่ว


   ค่ำคืนนี้...ความสัมพันธ์สามีภรรยา...ไม่เหมือนเดิม


--------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926

---------

ตอนหน้าก็คือ...สามีภรรยาก็คือสามีภรรยาค่ะ ฮ่าฮ่า

เจอกันวันจันทร์ กับตอนที่รสนาจะหัวเราะเยาะตรัสไม่ได้อีกเลย

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านนะคะ


ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2638
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1

ออฟไลน์ Caramel Syrup

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 481
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ Tassanee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :o8: :-[ :-[

อยากได้อีกๆๆๆๆๆๆๆๆ คร่าาา

ออฟไลน์ JUST_M

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 506
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
คุยกันด้วยภาษากายเลยนะ

อรุ่มมม

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1930
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
 :jul1: :-[ เขาเป็นสามีภรรยากันแล้วจริงๆค่าแงง :L1: :pig4:

ออฟไลน์ THAMON926

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

บทที่ 37

สามีภรรยา

---------


   ริมฝีปากร้อนของตรัสแนบประทับลงกับกลีบปากชุ่มชื้น ไล้ลงสู่ลำคอและลาดไหล่ ฝ่ามือฟอนเฟ้นเข้าไปใต้เสื้อผ้า


ผิวเนื้อของรติมิได้นุ่มนวลอย่างสตรี แต่เรียบลื่นและอุ่น ยิ่งถูกไล้ลูบลงน้ำหนัก เลือดกายก็ยิ่งสูบฉีดไปทั่ว จนเจ้าของผิวยังส่งเสียงครางเครือในลำคอ


   รสจูบและสัมผัสที่ลากไล้ทำให้สติพร่าเบลอ ไม่ทันรู้ตัว สองขาก็ถูกแยกออก ตรัสขยับกายลงสู่แผ่นอกของภรรยา แนบริมฝีปากลงกับยอดอกข้างหนึ่ง อีกข้างสะกิดด้วยปลายเล็บแผ่วเบา


   “อ๊ะ...อื้อ...” รติยกหลังมือขึ้นปิดปาก แต่มิอาจทนต่อรสสัมผัสที่อีกฝ่ายปรนเปรอได้เลย


ใบหน้าแหงนเงยไปเบื้องหลัง ยิ่งทำให้แผ่นอกเดาะขึ้นป้อนยอดอกเข้าสู่ปากของอีกฝ่าย ตรัสดูดดึงจนพอใจ จึงลากไล้ริมฝีปากลงสู่หน้าท้องแบนราบ


   สาบเสื้อนอนถูกปัดออกให้พ้นทาง เปิดเผยทั้งหน้าท้องและส่วนที่อยู่ต่ำลงไปกว่านั้น ตรัสเงยหน้ามองเจ้าของเรือนกายที่เผยแก่สายตาของเขา สายตาของเขาส่อแววปรารถนา ในขณะที่รติทั้งตื่นเต้นทั้งหวั่นเกรง


   “อ๊ะ...” ฝ่ามือของตรัสสัมผัสแก่นกาย ทำเอารติสะดุ้งเฮือก ไม่ทันได้ออกปากห้าม ริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ครอบครองแก่นกายของเขาแล้ว


   “อื้อ!” การครอบครองด้วยความร้อนผ่าวและชุ่มชื้นกับส่วนที่อ่อนไหวนั้นทำเอาซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย รติสั่นสะท้าน เกร็งเฮือกสองมือจิกเกร็งหมอนหนุน


   “ต...ตรัส...ม...ไม่...ย...อื้อ...”


   ตรัสคล้ายจะฟังเสียงครวญ แต่ยิ่งเสียงครางเครือดังเพียงใด เขาก็ยิ่งเพิ่มความหนักหน่วงของการสัมผัสมากเพียงนั้น รติหอบสะท้าน อารมณ์พุ่งสูง ร้องห้ามสลับครางราวใจจะขาด ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลง


หยุด...ทั้งๆที่ความปรารถนาเกือบจะทะลักทลายอยู่แล้ว


ดวงตาคู่สวยของรติมีแววไม่เข้าใจปนเว้าวอน แต่ผู้มอบความร้อนผ่าวด้วยโพรงปากกลับขยับกายขึ้นมาเสมอกัน


ไม่ทันได้ออกปากถามอะไร ฝ่ามือของตรัสก็เข้ากอบกุมความเหยียดเกร็งของภรรยา


รติสะท้านเฮือก ฝ่ามือร้อนไม่ได้ให้สัมผัสเช่นเดียวกับโพรงปาก ไม่นุ่มนวล ไม่ชุ่มชื้น แต่สากระคายและหนักหน่วง ใบหน้าของรติแหงนเงยไปเบื้องหลัง สองมือจิกเกร็งกับฟูก ขาข้างหนึ่งชันเข่า อารมณ์หวามไหลซ่านไปทั้งร่าง


ฝ่ามือเร่งความเร็วขึ้นอีก เรียกเสียงครางเครือกังวาล ตรัสจูบซับตามผิวแก้มราวกับปลอบประโลมคนที่กำลังถูกคลื่นความต้องการโจมตีไปทุกอณูเนื้อ


จนกระทั่ง...ร่างทั้งร่างเกร็งเฮือก


ตรัสรับรู้ความอุ่นร้อนและชุ่มขื้นที่ทะลักทลายในฝ่ามือของเขา


“อื้อ!!!” รติพยายามกลั้นเสียงร้อง แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกอีกรอบ เมื่อรับรู้ถึงการบุกรุกที่ปากทางเบื้องหลัง ดวงตาเหลือกโตมองคนที่ทาบทับอยู่เบื้องบน ไม่ทันได้ออกปากห้าม อีกฝ่ายก็ก้มลงมอบรสจูบให้แก่เขาอีกครั้ง


   เบื้องหลังถูกชำแรกทีละน้อย ในขณะที่ริมฝีปากของตรัสจูบซับราวกับปลอบประโลม แม้จะหวั่นกลัว แต่รติพยายามทำความคุ้นเคย


   ตรัสอดใจเอาไว้อย่างยากลำบาก แทรกสอดนิ้วที่ชุ่มชื้นด้วยหยาดรักของภรรยาเข้าไปได้หนึ่งนิ้วแล้ว ก็ค่อยเพิ่มเป็นสองและสาม


   เนิ่นนาน จนแทบขาดใจ นิ้วของตรัสก็แทรกเข้าลึกจนสุดโคนถึงสามนิ้ว


   “อะ...อือ...”


   “ไหวไหม” ตรัสเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาฉ่ำปรือของคนใต้ร่าง


รติเม้มริมฝีปากด้วยความอึดอัด แต่ไม่วายยังพยักหน้ารับ


   ภายในนั้นคับแน่นและร้อนผ่าว ตรัสขยับนิ้วอย่างเชื่องช้า ดึงออกเพียงเล็กน้อย ร่างของรติก็สั่นสะท้าน ดูแล้วไม่น่าจะไหวอย่างที่เจ้าตัวพยักหน้าเลย


   ผู้เป็นสามีเห็นท่าทีนั้นแล้วก็ทั้งรักทั้งสงสาร


   “เจ้าไม่ไหว...”


   “ม...ไม่...ข้าไหว...” ปากว่าไหว แต่ดวงตาชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำใส ตรัสก้มลงหา ปลายนิ้วที่แทรกสอดอยู่ในกายของภรรยาขยับเข้าออกจนร่างสะท้าน


   “เจ้ารู้ไหม ว่าถ้าไม่ใช่นิ้ว จะเป็นอะไร”


ใบหน้าของรติแดงซ่าน


   “...ถ้าไม่ใช่นิ้ว จะเป็นอย่างไร”


หัวใจของรติเต้นถี่ ทั้งหวาดกลัวทั้งตื่นเต้น


   “...ถ้าไม่ใช่นิ้ว...”


   “ต...แต่เป็นท่าน...” ริมฝีปากที่สั่นระริกตอบกลับอย่างตะกุกตะกัก


   “...อย่างไรก็เป็นท่าน...ถ...ถ้าเป็นท่าน...ข้า...ข้ายินดี...”


   หมดแล้ว ความยับยั้งช่างใจของตรัส


   สามีก้มลงชิด วางหน้าผากลงกับหน้าผากของภรรยา พึมพำเสียงเบากับริมฝีปากนั้น


   “เพราะเป็นเจ้าเช่นกัน ข้าถึงได้เป็นข้าเช่นนี้...”


   ริมฝีปากบดเบียดเข้าหากัน พัดพาอารมณ์ให้เคลิบเคลิ้ม ตอนที่ริมฝีปากของตรัสถอดถอนออกไป รติก็เพิ่งรู้ตัวว่าเบื้องหลังกำลังถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ไม่ใช่นิ้ว


   “อ๊ะ...” เขาไม่กล้ามอง ได้แต่หลับตาหันหน้าหนีไปทางอื่น ตรัสไม่เร่งเร้า แทรกสอดอย่างเชื่องช้า สลับกับปลุกเร้าอารมณ์ด้วยริมฝีปากที่คอยวนเวียนมอบแต่รสจูบ ปลายนิ้วข้างหนึ่งบดบี้ยอดอกตึงเขม็ง มืออีกข้างปลุกปั่นตัวตนของภรรยาให้เกร็งขึงขึ้นอีกครั้ง


   จวบจนสองร่างแนบสนิท เนื้อตัวร้อนผะผ่าวจนแทบจะหลอมละลายกันและกัน รติอึดอัดราวกับร่างกำลังถูกแยกออกเป็นสองส่วน แต่ไม่กล้าร้องไห้เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะยุติทุกอย่างลงในเวลานี้


ดูเหมือนตรัสจะรับรู้ความพยายามของภรรยา เขาโอบรัดร่างข้างใต้ ให้สองแขนของรติโอบล้อมรอบคอเขาไว้ ให้ลาดไหล่เป็นที่ซุกซบของใบหน้าของรติ ในขณะที่ริมฝีปากของเขาคอยแต่จูบซับตามใบหูลงมาที่ลำคอ


   ยอมหยุดทุกการเคลื่อนไหว จนกระทั่งร่างที่สั่นน้อยๆในอ้อมแขนของเขาเริ่มคุ้นชินกับสิ่งที่ฝากฝัง ปลายนิ้วที่จิกเกร็งกับแผ่นหลังของเขาเริ่มคลายลง ลมหายใจที่หอบกระชั้นเริ่มช้าลง เมื่อนั้น ตรัสจึงขยับกายเข้าออกอย่างช้าๆ


   “อื้อ...” รติสะท้าน ช่องทางตอดรัดกับสิ่งใหญ่โตที่ฝากฝังเข้ามาแล้วถอดถอนออกไป


   ความสัมพันธ์ทางร่างกายของสามีภรรยานั้นจะว่าเจ็บปวดก็ใช่ แต่ก็แทรกด้วยความสุขสมไปทุกปลายประสาท มันซาบซ่านจนกลายเป็นส่งเสียงครางหวานหู และการขยับกายสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว


ยามบดเบียดเชื่องช้าหนักแน่นก็พาให้รัญจวน หวิวหวาม จนครางเครือเสียงสั่น ยามกระแทกกระทั้นหนักหน่วง เร่งเร้า ก็ซาบซ่านถึงใจ จนต้องเพรียกหาชื่อของอีกฝ่าย




อากาศหนาวยามค่ำคืนแต่บนเตียงในห้องพักผ่อนกลับร้อนผ่าวราวกับสุมไฟ เนื้อตัวชุ่มชื้นด้วยเหงื่อซึม แต่ไหนเลยจะใส่ใจ



ยามนี้อารมณ์รักของพวกเขาโหมกระพือ สองสามีภรรยาพากันโจนทะยานไปในห้วงปรารถนา ริมฝีปากจูบตะโปมราวกับดูดกลืนวิญญาน เชื่อมกายแทรกสอดกระแทกลึกเกี่ยวพันไม่แยกจาก



รติสั่นสะท้านไปทั้งร่าง กรีดเล็บลงกับแผ่นหลังของอีกฝ่าย ตอดรัดความแข็งแกร่งที่จ้วงเข้ามาในกาย แต่ยามอีกฝ่ายจะถอนถอยก็กลับติดตามไม่อยากแยกจาก การตอบสนองของรติชวนให้ยิ่งสยิวซ่าน


ตรัสเป็นชายหนุ่มมีเลือดเนื้อ เมื่อได้รับความรักจากร่างกายของภรรยาเช่นนั้นก็ยิ่งไม่อาจทานทน เขาเร่งกายกระแทกกระทั้นหยาบโลน มือร้อนขยี้ขย้ำเนินสะโพกสองข้างจนเป็นรอยนิ้ว เสียงครางของรติดังอยู่ข้างหู คล้ายจะห้ามปรามผสมเร่งเร้า ยิ่งทำให้ตรัสไม่อาจห้ามความรู้สึกตัวเองได้อีก เขาโหมกายจ้วงลึกและแรง ร่างของรติไหวโยก ก่อนจะสะท้านเฮือกขึ้นอีกครั้งเมื่ออารมณ์กำหนัดพุ่งพล่านไปทั้งร่าง


   “อ๊ะ! ตรัส! อื้อ!!”


ร่างของภรรยากระตุกด้วยความซาบซ่าน ความต้องการกลั่นเป็นหยาดข้นพุ่งเลอะขึ้นมาเต็มหน้าท้อง ตรัสเร่งจังหวะเร็วขึ้นอีก ฉุดกระชากอารมณ์ของตนให้พุ่งทะยานจนไปถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ เขากดกายแนบสนิทแล้วปลดปล่อยหยาดรักเข้าไปในร่างกายของคนข้างใต้จนหมด


   สามีทาบทับลงบนร่างของภรรยา สองร่างอ่อนเปลี้ยหอบหายใจหนัก จวบจนกระทั่งลมหายใจกลับมาสงบลงแล้ว ตรัสก็ยังไม่วายบดเบียดริมฝีปากกับผิวเนื้อของรติราวกับไม่รู้จักพอ ไม่กกหูก็ลำคอ วนเวียนกลับมาที่ข้างแก้ม แล้วก็วกไปหาริมฝีปากแดงก่ำนั่น ดวงตาทอดมองใบหน้าของภรรยาอย่างแสนรัก


“รติ...”


เจ้าของชื่อเพียงเลิกคิ้วน้อยเป็นเชิงถาม แต่แล้วก็เบิกตาเมื่อรู้สึกว่าบางสิ่งที่อยู่ในร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลง


เมื่อครู่นี้อ่อนตัว ตอนนี้กลับแข็งขืน


   “ให้ข้า...อีกครั้งได้ไหม”


   คนถูกถามเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง ทว่าไม่ทันได้ค้านสิ่งใด ริมฝีปากของเขาก็ถูกประทับ ร่างกายถูกบดเบียดแนบชิด เนื้อตัวถูกลูบไล้จนร้อนผ่าว เสียงครางอื้ออึงดังขึ้นอีก...ไปจนเกือบรุ่งสาง


----------

#คนแปลกหน้าคือคู่ชีวิต

ธ ม น

THAMON926
---------

ถูกต้องตามนิตินัย พฤตินัย แล้วก็ดูเหมือนจะถูกใจตรัสและรติด้วยค่ะ ฮ่าฮ่า

ขอบคุณสำหรับทุกการอ่านเสมอมาค่ะ

สวัสดีวันสงกรานต์นะคะ



ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
เห็นตรัสเงียบๆ นิ่งๆ แท้จริงแล้วเสือซ่อนเล็บอ่ะ  :hao6:

ออฟไลน์ Tassanee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อ้ากกกกกกกก  ละลายแล้ววววววว :jul3: :jul1:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ Caramel Syrup

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 481
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
เรียบร้อยโรงเรียนตรัส  :katai2-1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด