Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล | นิยาย Y ตอนที่ 34 P.11 @08/07/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล | นิยาย Y ตอนที่ 34 P.11 @08/07/63  (อ่าน 15114 ครั้ง)

ออฟไลน์ JanTi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 144
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • จากต้นจนอวสาน
Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล

ตอนที่ 33. เอกภพเหลืออดแล้วนะ

             เช้าวันแต่ง ผมรู้สึกดีมากๆที่คุณต่อเป็นเพื่อนฝั่งเจ้าบ่าว เพราะธีมงานมันมี 2 แบบแยกกันระหว่างญาติและเพื่อนฝูงฝั่งเจ้าบ่าวที่ขอความร่วมมือใส่ชุดสีเขียว และฝั่งเจ้าสาวนั้นคือชุดสีโอโรส (ที่ออกไปทางเกือบส้ม) ซึ่งถ้าเอกภพ ใบบุญคนนี้ใส่สีนั้นแล้วล่ะก็ หึหึหึ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะอนาถขนาดไหน

             ซุ้มดอกไม้ที่มีแต่เหล็กเมื่อวานกลับถูกประดับประดาเต็มไปหมด มีดอกหลากหลายชนิดปักลงโอเอซิสและมัดประกบไว้จนเต็มพื้นที่ ไอ้กระผมมันคนบ้านๆ รู้จักแค่ ดอกกุหลาบ กล้วยไม้ แค่นั้น ที่เหลืออย่ามาถามเชียวนะว่ามีดอกอะไรบ้าง นี่ถ้าทางโรงแรมจัดซุ้มด้วย ดอกเข็ม ดาวเรือง เฟื่องฟ้า หน้าวัว เชยชม ดอกรัก ดอกโสน ค่อยจะพอรู้หน่อย

“พี่เอกหิวเหรอ”

“คระ ครับ” ผมสะดุ้งตอนที่โดนกระทุ้งเบาๆ สงสัยจะเหม่ออ้าปากหวอจนคุณต่อจับอาการได้

“เดี๋ยวก็ได้กินแล้ว รอพระฉันเสร็จ” จะบอกดีไหมว่าไม่ได้หิว แค่เหม่อมองซุ้มดอกไม้เพลินไปหน่อยเท่านั้นเองแหละ

             พิธีแต่งงานนั้นเรียบง่าย แขกเหรื่อมีไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ แบ่งเป็น ญาติสนิท เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงานของคุณกรแค่นั้น ไม่ได้เชิญพี่สาวของอาเขยของพี่ชายน้าสะใภ้ลูกของลุงของปู่มาให้มากความ (ว่าแต่ลำดับญาติที่พูดไปเนี่ยใครอ่านแล้วไม่งง กระผมขอกราบสามที) เมื่อหน้าผากถูกเจิมแล้วก็มีการคล้องพวงมาลัย และเริ่มรดน้ำสังข์ ผมเป็นคนท้ายๆเพราะต้องรอคุณต่อที่ยืนหล่อกลบรัศมีอยู่ข้างหลังในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวส่งสัญญาณเรียกก่อน พอจบงานรดน้ำก็มีการทำบุญเลี้ยงพระ ทุกอย่างดูเรียบง่ายแต่กินใจ

...ที่ผมไม่บ่นเรื่องอากาศเพราะบ่นไปแล้วนะครับ ขออนุญาตข้าม

             พอส่งตัวเข้าหอเสร็จก็จะเป็นเวลาว่าง ถ้าถามว่าผมอยากทำอะไร บอกได้เลยครับว่าอยากนอน เนื่องจากเมื่อคืนมีการดื่มไปเล็กน้อย เมื่อเช้าก็ตื่นกันแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อไปเตรียมตัว จริงๆแล้วคุณต่อต่างหากที่จะต้องตื่นและออกไป แต่จะให้ไปคนเดียวก็ไม่สมเป็นต่อพงษ์ผู้ติดแฟนหรอก ต้องหนีบผมไปด้วยทุกที่ ตอนเช้าเลยได้ง่วง เหม่อลอยไร้สติ

“ไปนะพี่เอก ผมอยากไป” นั่งไง ไอ้เด็กโข่งออกอาการอีกละ

“ไม่เอา ผมขี้เกียจขับรถ ง่วงด้วย” ผมงอแง นึกกร่นด่าเจ้าบ่าว(ผู้เป็นคนในพื้นที่)ที่เล่าเรื่องหาดคุ้งทรายตรงแถวเขากะโหลกจนไอ้คุณแฟนนึกอยากไป ถ้ามันเป็นแค่ชายหาดสวยๆผมก็ไม่ขัดหรอก แต่มันเป็นชายหาดที่ต้องเดินลัดเลาะขึ้นเขาอีกเกือบกิโล นึกถึงตอนที่เขาหลวงแล้วก็ไม่อยากคิดอคติไปก่อนว่าภาระจะตกที่ไอ้เอกภพคนนี้เป็นแน่ เมื่อบวกกับความเหนื่อยล้าและง่วงงัน งานนี้ต้องเซย์โนอย่างเดียว

“ชิ ผมไปเองก็ได้” ไปเถอะ พ่อคุณ มันไม่ได้ไกลจากที่พักหรอกนะครับ แต่มันร้อน มันเหนื่อย ยอมรับแบบแมนๆเลยว่าขี้เกียจ พอเสียงประตูเปิดออกยังไม่ทันปิด บทสนทนาก็แว่วเข้ามากระทบโสตประสาททันที

“พี่ต่อจะไปไหนเหรอ” เสียงคุ้นๆ เรียกพี่ด้วย คุณตงก็ไม่ใช่ คู่นี้ไม่ได้คุยกันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานมารยาเยอะแบบนี้หรอก

“ไปเดินเล่นน่ะ”

“อุ๊ย ดีจัง เนี่ยผมก็เบื่อๆ ให้ผมไปด้วยนะ”

“อืม ตามใจสิ” ไอ้คนของผมไม่ได้คิดจะปฏิเสธเลยว่างั้น ชิชะ

“ปะ พร้อมแล้ว ไปกัน” นี่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพุ่งตัวออกมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีคือออกมาคว้าแขนล่ำๆของแฟนเดินจ้ำไปที่รถอย่างไม่สนใจนังยิ่งเทพที่คอยตามติดพ่อเจ้าประคุณไม่ห่าง ไม่ได้หึงนะครับ แค่ไม่ชอบใจที่คนของเรายังพัวพันกับคนเก่าในอดีตชาติ

“อ้าวไหนพี่เอกบอกว่าเหนื่อย” ผมล่ะเกลียดน้ำเสียงของผู้ชนะจากไอ้แฟนตัวดีมากๆ

“พูดมาก” ผมส่งเสียงดุ เวลานี้ไม่ควรถามมั้ย ให้เกียรติกันบ้าง นึกแล้วยังอายตัวเองอยู่เลยที่พุ่งมาขวางลำแบบนี้

             สุดท้ายเราก็เลยจบกันที่ไปเดินเล่นเลียบชายหาดแถวบ้านเขากะโหลก หลังจากนั้นก็หาซื้อของฝากอันได้แก่ ปลาหมึกตากแห้ง ปลาแห้งและอาหารทะเลอื่นๆ คุณต่อซื้อมาเกือบเต็มกระโปรงรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูคันเก่งที่ผมลงทุนขับมาไกลถึงนี่



[ต่อพงษ์]

             ใบหน้าเคร่งเครียดของพี่เอกตอนที่มาปรึกษาเรื่องเทพบดินทร์นั้นชวนให้ขำมากกว่าจะต้องเครียดตามแก แต่เพราะเป็นพี่เอกนี่แหละผมเลยต้องวางท่าขรึม ไม่อย่างนั้นก็จะมีการงอนเกิดขึ้น อาการมันก็ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่เอกแกงอนแล้วจะบอกตรงๆว่าไม่ชอบ โกรธ หรือแสดงออกโจ่งแจ้งว่าไม่พอใจนั่นแหละ การที่แกเป็นคนแบบนี้ดันกลายเป็นเสน่ห์ส่วนตัวที่ทำให้ผมไปไหนไม่รอดอยู่ร่ำไป ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าเป็นเรื่องของพวกเรา พี่เอกจะมาคุยเพื่อหาทางออกเสมอ

“เอาแบบนี้นะครับ” หลังจากซักซ้อมเรื่องวิธีการรับมือเทพบดินทร์ ผมก็ปล่อยให้พี่เอกออกโรงไปก่อน เนื่องจากผมแว้บออกจากห้องประชุมมาเกือบครึ่งชั่วโมงได้ละ เรื่องที่เคร่งเครียดไม่ใช่เพราะเราไม่ได้พื้นที่จัดแสดงตามที่จองไว้ แต่มันมีเรื่องอื่นที่สำคัญมากกว่านั้น แต่พี่เอกกลับเข้าใจว่าเป็นเพราะเรื่องนี้ ผมก็ต้องตามน้ำ ท่าทางขึงขังของคนที่นั่งจดจ่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำให้ไมกล้าขัด

             แล้วพี่เอกก็ทำแบบที่ซักซ้อมกันมาเป๊ะๆ หลังจากประชุมผมก็รีบตามไปที่ร้านกาแฟแทบจะทันที มันก็จริงดังว่า บริษัทไม่มีผลกระทบอะไรหากไม่ได้จัดงานนี้ เพราะสินค้าของเราติดลมบนไปแล้ว การส่งออกยังไปได้สวย ลูกค้าแต่ละประเทศนั้นมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวสินค้าใหม่สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพางานออกร้านอีกต่อไป

             ผมไม่เคยเห็นอาการหึงหวงจากพี่เอกเลยสักครั้ง จนมาวันนี้นี่แหละ ช่วงพักของงานแต่งไอ้กรกับวีณาที่ปราณบุรีทำให้พวกเราสามารถหาที่เที่ยวได้ตามอัธยาศัยเกือบครึ่งวัน เดิมพี่เอกไม่อยากไปไหนเพราะความเหนื่อย แต่พอเจอยิ่งเทพ รุ่นน้องสมัยที่ผมเรียนอเมริกา ท่าทางฟึดฟัดของแกนั้นแสดงออกชัดเจนมากจนผมรู้สึกดีและอยากจะแกล้ง ทั้งที่ความจริงแล้วผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับยิ่งเทพเลย ไม่ว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนนี้ หรือในอนาคต

“เทพชิมนี่สิ” ผมตักยำใบชะครามกุ้งสดบนจานข้าวของรุ่นน้อง พลางลอบสังเกตอาการพี่เอกที่กำลังหงุดหงิดจนเห็นได้ชัด

“อร่อยดีครับ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าใบชะครามจะทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้” พออีกคนตอบมา ปากพี่เอกเบ้อย่างคนโดนขัดใจ ผมนึกขำแต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการไว้ คนที่ปากแข็งไม่ยอมบอกรัก ไม่เคยจะบอกว่าหวงหรือห่วงแบบพี่เอกมันต้องเจอแบบนี้

“งั้นเทพกินเยอะๆเลยนะ นี่ด้วย” ผมตักแกงส้มของโปรดพี่เอกใส่จาน รายนั้นวางช้อนกับส้อมกระแทกจานตัวเองโครมใหญ่อย่างไม่พอใจ แต่ก็พยายามอวดเบ่งไม่บอกว่ากำลังหึง

“พี่ต่อก็ด้วยนะครับ” ยิ่งเทพเกือบจะป้อนอาหารเข้าปาก แต่คนอยู่ตรงหน้าลุกหนีออกไปนอกร้านแล้ว ผมยกมือบอกว่าไม่ให้กับคนที่ตั้งใจจะป้อนก่อนเดินตามคนตัวโตไป

             ร้านอาหารที่มากันวันนี้เป็นร้านท้องถิ่น แต่รสมือเยี่ยมจนลูกค้าเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ต้องขอบคุณเจ้าถิ่นอย่างไอ้กรที่แนะนำมา หลังจากไหว้พระที่วัดหุบตาโคตรแล้วก็ขับมาในทางตรงกันข้ามกับวัดเกือบสองกิโลเมตรก็จะเจอร้านนี้ที่ด้านหน้าเป็นเพิงและครัว มีทางเข้าพอให้รถขับเข้าไปจอดด้านในร้านได้โล่งโปร่ง รอบร้านคือคลองน้ำกร่อยที่เต็มไปด้วยต้นโกงกางใบใหญ่ที่รากงอกเงยเกาะเกี่ยวเป็นพุ่มรอบคลองน้ำสีเขียวขุ่น พี่เอกมองด้วยสายตาไม่พอใจปนขัดใจจนอดสงสารไม่ได้ แต่ให้ตายเถอะ ผมกลับมองว่าน่ารักจนอยากแกล้งให้แก้มป่องมากกว่านี้

             แล้วความสุขก็หมดไปเมื่อไอ้น้องชายตัวดีดันตามมาที่ร้านอย่างไม่ได้นัดหมาย ตงฉินเป็นน้องคนสุดท้องที่ชอบคิดว่าพ่อไม่รัก รายนั้นโดนตามใจหนักมาตั้งแต่เด็ก พ่อไม่ยอมให้ไปเรียนต่างประเทศเพราะห่วงและอยากให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่ใกล้ๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนหัวโบราณหน่อยๆ วิธีการพูดกับลูกเลยห้วนสั้นจนเจ้าตัวดีไม่รู้เลยว่าที่พ่อทำน่ะ เพราะรัก

“มาแล้วครับ รอนานมั้ย”

“ไม่นานครับ” พี่เอกแสยะยิ้ม ผมมั่นใจมากว่าเป็นอย่างนั้นเนื่องจากรอยยิ้มนั้นเจาะจงให้ผมเห็นเต็มตา น้องชายตัวดีนั่งข้างๆแฟนผมที่ยิ้มร่าผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ “หายากมั้ย”

“ไม่ยากเลย ดีที่พี่เอกแชร์โลเคชั่นให้” นั่นไง ว่าละ อยากจะตบกบาลตัวเองที่สุดที่ไปสอนให้พี่เอกใช้งานพวกโซเชี่ยลจนคล่อง

“ร้านนี้อาหารอร่อยๆทั้งนั้นเลยนะ คุณกรแนะนำมา โดยเฉพาะนี่” แล้วพี่เอกก็ตักหอยนางรมทรงเครื่องให้พร้อมยิ้มหวาน มันเป็นรอยยิ้มที่พี่เอกจะส่งให้ผมตอนที่เรากอดกัน จูบกันหรือไม่ก็กำลังออดอ้อนกัน

เพล้ง!

“อุ๊ย พี่ต่อเป็นอะไรครับ” ผมสะดุ้งเมื่อเผลอปัดจานข้าวจนตกแตก พี่เอกไม่มองมาทางผมด้วยซ้ำตอนที่ยิ่งเทพใช้ทิชชู่เช็ดคราบตามเสื้อและกางเกงให้

“ซุ่มซ่ามจังเลยพี่ต่อ” ไอ้ตงได้ทีเยาะเย้ยแต่ก็ไม่มีทีท่าจะเข้ามาช่วย มันยักคิ้วให้และตักหอยนางรมเข้าปากเคี้ยวเหมือนอร่อยมากจนน้ำตาจะไหล ผมได้แต่หน้าตึงๆด้วยความไม่พอใจซึ่งผิดกับใบหน้าของพี่เอกที่ทำท่าสะใจที่เอาคืนผมได้

ไม่ชอบเลย...ไม่แกล้งแล้วก็ได้...



[เอกภพ]

             สุดท้ายพวกเราก็กลับมานอนพักที่โรงแรมตามที่ผมต้องการ หลังจากจบมื้ออาหารแสนอร่อยด้วยใบหน้าหม่นหมองของคุณต่อ แผนการท่องเที่ยวปราณบุรี-สามร้อยยอดก็ต้องจบลง ผมโดนพ่อตัวดีฉุดแขนขึ้นรถและขับปาดซ้ายปาดขวาจนมาถึงโรงแรม เราไม่พูดอะไรกันเลยตลอดทางจนกลับมาทิ้งตัวที่ห้องแบบนี้

             ถ้าเป็นแต่ก่อน ผมคงจะเป็นฝ่ายเข้าไปงอนง้อ พออยู่กันนานเข้าก็เริ่มซึมซับนิสัยไม่ดีของคุณต่อเข้ามาเรื่อยๆ นั่นคือการชอบแกล้งและเอาคืน มันเป็นนิสัยเหมือนเด็กน้อย แต่ผมน่ะโดนแกล้งไม่รู้กี่ครั้ง ทุกครั้งผมก็ต้องเป็นคนงอนเองหายเอง วันนี้ล่ะไม่มีทางเกิดขึ้นเพราะจะเอาคืนบ้าง ไม่อย่างนั้นไม่หลาบจำหรอก คิดจะมาเงียบใส่เล่นสงครามประสาทเหรอ ยิ่งเข้าทางเลย เพราะตอนนี้ผมง่วงจนตาปิดแล้ว

             ผมสะดุ้งตื่นก็มืดแล้ว บรรยากาศเงียบสงบ ในห้องนอนมืดมิด แอร์เย็นฉ่ำทำงานอย่างดีเยี่ยมแต่ผมกลับอุ่นไปทั่วตัว พอสลัดความง่วงงุนออกไปหมดก็พบว่ามีคนร่างใหญ่นอนกอดไว้ ลมหายใจราบเรียบบอกว่าอยู่ในห้วงนิทราเช่นกัน กล้ามอกแน่นกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงลมเข้าออก เสียงหัวใจเต้นตึกตักที่คุ้นเคยทำให้ผมสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ความงอนที่เคยมีมันก็อันตรธานไปหมดสิ้น กลิ่นกายหอมที่คุ้นเคยส่งผ่านมาให้ผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ คนเราจะแพ้ทางคนอื่นได้สักกี่คนในชีวิตนี้ นอกจากผู้ชายชื่อต่อพงษ์ ผมก็ไม่เคยใจเต้นระส่ำแบบนี้เลยสักครั้ง มันฟังดูบ้าบอ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมตกหลุมรักแฟนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ... แล้วแบบนี้จะโกรธต่อไปทำไม

“ถ้าจะจ้องกันขนาดนี้ มาจูบกันเลยดีกว่า” ห๊ะ...มืดขนาดนี้ยังจะมองเห็นอีกเหรอว่าผมทำอะไร

“คิดเองตลอด” ผมแก้เก้อ

“ผมไม่ได้หลับนะพี่เอก แล้วสายตาผมก็ชินกับความมืดแล้วด้วย” อ้าว นึกว่าหลับอยู่ ที่แท้นอนเฝ้าเรานี่เอง ผมพลิกตัวแก้เขิน แต่ก็ถูกแขนใหญ่โอบกระชับไม่ให้ดิ้นไปไหนได้

“ปล่อย” ทำไมเสียงมันค่อยจนแทบไม่ได้ยินเลยวะ

“ไม่ปล่อย ผมจะกอดแฟนผม”

“ไปกอดคุณยิ่งเทพสิ” ได้ที ขอยั่วก่อน

“ไม่เอา ผมอยากกอดพี่เอกคนเดียว นะนะนะ” เอาแล้วไง น้ำเสียงออดอ้อน เป็นโทนเสียงที่ผมพ่ายแพ้ราบคาบมาตลอดเวลา

“หึ”

“พี่เอกงอนผมเหรอ ผมขอโทษษษษษษษ” แน่ะ มีลากเสียง ตอนทำล่ะไม่คิด

“เปล๊า” เสียงสูงซะหน่อย ดูซิ จะง้อยังไง

“พี่เอกอะ” น้ำเสียงน้อยใจต้องมา “ผมไม่ได้คิดอะไรกับยิ่งเทพจริงๆนะ”

“...”

“พี่เอกกกกกกก”

“เหวอออออ” เมื่อเห็นผมไม่ตอบ คนตัวใหญ่ก็คลุกวงในคร่อมตัวผมไว้แล้วใช้ริมฝีปากประกบลงมาอย่างหนักหน่วง ไอ้เราไม่ทันได้ตั้งตัวก็เลยต้องเล่นตามน้ำ ลิ้นสากสอดเลื้อยกระหวัดเข้ามาจนผมตัวอ่อนไปหมด ลมหายใจหอบพร่าสอดรับกับแรงกอดรัดของพวกเราทำให้อุณหภูมิในห้องร้อนแรงมากขึ้น ปากเยิ้มฉ่ำไหลเลื้อยไปที่ลำคอและดูดเม้มจนผมสะดุ้งตัวโยน แม้จะโดนยั่วยวนแบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแต่ก็ไม่ชินเสียที

ก๊อกๆๆๆๆ

“พี่ต่อ พี่เอก แต่งตัวเสร็จยัง งานจะเริ่มแล้วนะ” เสียงคุณตงเคาะประตูและตะโกนเข้ามาทำให้จังหวะดีๆต้องหยุดชะงัก เมื่อวานก็โดนเปิดประตูเข้ามาครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ก็ไม่อยากให้ใครมาเป็นสักขีพยานอีกครั้ง

“เออ เดี๋ยวตามไป” คุณต่อตะโกนตอบและเปิดไฟที่หัวเตียง ใบหน้าแดงก่ำและแววตาหวานเยิ้มบ่งบอกอารมณ์ที่ครุกรุ่น ยิ่งมองไปที่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวบางที่ตุงจนล้นแล้วก็ยิ่งรู้เลยว่ามันพร้อมรบแค่ไหน

“ออกไปก่อน” ผมผลักคนที่ทับตัวให้พ้น

“ไม่ออกจนกว่าพี่เอกจะหายงอน” รู้ด้วยสินะว่างอน

“สมควรงอนมั้ยล่ะ” ผมขอสั่งสอนอีกหน่อย

“ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่แกล้งพี่เอกแบบนี้อีก”

“คุณต่อรู้ว่าผมไม่ชอบ แต่คุณต่อก็ยังทำ” ทำเสียงน้อยใจหน่อย แต่ทำไมเสียงมันสั่นวะ

“ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ” ใบหน้าหล่อเจื่อนลงเรื่อยๆ ยิ่งเห็นว่าผมเริ่มน้ำตาเอ่อก็ยิ่งลนลาน .. บ้าจริง ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะเป็นมากได้ขนาดนี้ จากที่ไม่เคยจะต้องมาหวั่นไหวก็ต้องเป็น ความรักมันทำให้คนถึกเถื่อนอย่างผมมีด้านอ่อนแอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ความอัดอั้นที่เห็นแฟนตัวเองไปอ้อร้อกับผู้ชายคนอื่นมันเสียดแทงในอกแต่ก็ไม่สามารถพูดหรือด่าอะไรได้ มองภาพของคนสองคนที่หน้าตาดี มีการศึกษาและฐานะเหมาะสมกันจนเราเอื้อมไม่ถึงแล้วก็ได้แต่ต้องยอมจำนน จากที่เคยหลงระเริงว่าได้ความรักจากเขาก็ต้องกลับมาคิดใหม่ ดึงความหลงระเริงให้กลับมาขบคิดเงียบๆจนกลายเป็นมีดกรีดในใจอย่างเจ็บปวดเมื่อคิดว่าเราไม่ได้เหมาะสมกับเขาเลยสักนิด

...น้ำตามันไหลออกมาเอง ผมไม่ได้ร้องไห้

“พี่เอก...” ร่างใหญ่ดึงผมไปกอด ผมเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ ผมไม่เคยอ่อนแอ ไม่อยากร้องไห้ ไอ้คนแมนๆอย่างเอกภพจะต้องไม่อ่อนแอ แต่ไม่ใช่กับผู้ชายคนนี้ “ผมขอโทษ ผมขอโทษ” คุณต่อพูดคำเดิมซ้ำๆโดยมีผมปล่อยความเสียใจอย่างเงียบเชียบในอ้อมอกที่แสนอบอุ่น

##### #####

             พวกเราเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานของคุณกรกับคุณวีณาพร้อมกับบรรดาแขกเหรื่อที่ร่วมงานเช้า เนื่องจากด้านนอกฝนตกและลมแรง งานเลี้ยงเลยถูกเนรมิตให้จัดในห้องประชุมขนาดใหญ่แทน เสียงเพลงในงานหวานโรแมนติกเหมาะสมกับคู่แต่งงานใหม่ อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ที่เต็มไปด้วยของคาวหวานหลากหลายชนิด บรรยากาศเป็นกันเอง มีโต๊ะนั่งสำหรับผู้ร่วมงานครบครัย ในงานไม่มีเวที ไม่มีพิธีกร มีแต่เสียงคุยแสดงความยินดี แสงแฟลชจากการถ่ายรูป

“พี่เอกเป็นอะไรรึเปล่าครับ ทำไมไม่ร่าเริงเลย” คุณตงฉินปรี่เข้ามาทัก ผมเลยส่งยิ้มหวานๆให้หนึ่งที

“ยุ่ง” คุณต่อกันท่า

“พี่ต่อรังแกอะไรพี่เอกอีก อย่าให้รู้นะ ผมแย่งมาจริงๆด้วย” นั่นไง เริ่มตีกันอีกละ

“พี่ต่อครับ ได้เครื่องดื่มหรือยัง เดี๋ยวผมไปเอาให้นะครับ” นังยิ่งเทพก็โผล่มาราวกับสัมภเวสี

“ไม่เป็นไรครับ พี่มีแล้ว” คุณต่อบอกปัดจนคนถามหน้าเสีย

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผม...”

“พี่ไม่ได้เกรงใจเรา พี่เกรงใจแฟนพี่” แขนล่ำโอบไหล่แสดงความเป็นเจ้าของ ผมมองใบหน้าหล่อที่ทำตามคำพูดของตัวเองตอนที่ง้อแฟนอย่างตั้งใจ

“พี่ต่อ...” ยิ่งเทพหน้าเจื่อน เป็นใครได้ยินก็ต้องสำนึกได้บ้างแหละ

“พี่ขอโทษนะที่ทำให้เราคิดเลยเถิดหรืออะไรก็แล้วแต่กับพี่ แต่พี่มีแฟนแล้ว และรักแฟนพี่มาก พี่คงไม่มองใครอีกแล้ว” ยิ้มทำไมครับ เอกภพจะยิ้มทำไม

“...” อึ้งเลยสินะ นังยิ่งเทพ

“พี่เอกเป็นแฟนพี่ เป็นคนที่พี่รัก ไม่ว่ายังไงพี่ก็ไม่ยอมเสียพี่เอกไปหรอก ขอโทษด้วยนะครับที่พี่ต้องพูดตรงๆ และพี่ขอร้องว่าเราอย่าเข้ามาในชีวิตพี่หรือพี่เอกอีกเลยนะครับ” หงายเงิบไปเลยจ้า ... พ่อตัวดีไม่ได้สนใจใบหน้าเจื่อนของยิ่งเทพ และหน้าตาตกใจของคุณตงฉิน ได้แต่พาตัวผมไปอยู่อีกมุมหนึ่งแทน

“พูดได้ดีนี่”

“ผมไม่ได้มีดีแค่พูดหรอก”

“จะรอดู” ผมตอบกวนๆ นี่ถ้าไม่ร้องไห้ก่อนจะไม่สำนึกใช่มั้ยพ่อคุณ แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้พวกเราต่างก็เรียนรู้แล้วว่าอย่าแกล้งกันแบบนั้นอีก เพราะมันไม่ได้ทำให้อะไรๆดีขึ้น บางครั้งการทะเลาะกันก็ทำให้รู้ว่าเรารักกันมากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่อยากทะเลาะกันอีกแล้ว มันบั่นทอนจิตใจ และริดรอนเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันเสียเปล่าๆ

             ตัดภาพมากลางดึก ต่อพงษ์ ตงฉินเมาปลิ้นทั้งคู่ พี่น้องสองคนนี้ไม่รู้ทำไมจะต้องเล่นเป็นเด็กกันตลอด นี่ก็พากันดวลเหล้าเพื่อหาคนที่คอแข็งกว่า ใครชนะจะได้ผมไปครอบครอง ไอ้เราก็รู้อยู่ว่าไม่ไหนไม่ได้หรอก แต่คุณตงฉินนี่ก็บ้าจี้เล่นด้วยนะ ผมได้แต่เอือมระอา มองสองคนชนแก้วกันไปมา จะโกรธก็ทำไม่ลงนอกจากปลงและขำเสียมากกว่า คุณตงฉินน่ะผมไม่ห่วงหรอก รายนั้นน่าจะคอแข็ง แต่ไอ้คุณแฟนนี่สิ แค่สามแก้วก็เมาปลิ้นแล้ว นี่ชนเอาชนเอาจนคิดว่ากำลังดื่มน้ำเปล่า

             สุดท้ายก็ต้องพาทั้งสองคนไปนอนที่ห้องอย่างรีบๆ คุณตงห้อง 6 และผมห้อง 9 หลังจากลากสังขารทั้งสองคนไปเก็บแล้วผมก็กลับมาละเลียดบลูฮาวายของโปรดต่อ เพราะงานเลี้ยงยังไม่มีวี่แววจะเลิก ถึงแม้คู่บ่าวสาวจะกลับไปแล้วเนื่องจากเจ้าบ่าวเมาเละไม่ได้สติ พนักงานบริษัทที่รู้จักผมต่างเข้ามาชนแก้วไม่ขาดสาย เพลงก็กำลังมันได้ที่เลยครับ มีเหรอว่าไอ้เอกจะยอมทิ้งงานแบบนี้ไปง่ายๆ

“ชนหน่อยมั้ย” ผมมองไปตามเสียง ยิ่งเทพยืนโงนเงนเมาปลิ้น

“อืม” ผมยื่นแก้วออกไปชนก่อนยกมาจิบ

“พี่เอกรู้ตัวมั้ย เอิ๊ก ว่าพี่เอกโชคดีมาก” อาการท่าจะหนัก

“ครับ”

“ดูแลให้ดีนะ อย่าเผลอแล้วกัน” เมาขนาดนี้ยังไม่วายจะร้ายนะ ผมไม่ได้ต่อความอะไร ไม่อยากถือสาคนเมา อีกอย่างคนของเราก็ชัดเจนแล้วว่าไม่เอาเขา จะทำท่าทางสมน้ำหน้าหรือว่าพูดจาตอกกลับไปก็ใช่เรื่อง ผมไม่อยากทำตัวเป็นผู้ชายปากจัด จีบปากจีบคอลงไปเล่นเกมอะไรแบบนี้ แค่การร้องไห้ตอนเย็นก็น่าอายพอแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งกระดาก จู่ๆก็น้ำตาก็ไหลเพราะความหึง ผมต้องกอบกู้ภาพลักษณ์มาดแมน เถื่อนถึกของตัวเองกลับมาให้ได้

             นังยิ่งเทพเดินนวยนาดหายไปกับฝูงชน ผมได้แต่สนุกกับงานเลี้ยงจนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง สายตาผมก็กวาดไปทั่วงาน แปลก...ยิ่งเทพไม่อยู่ ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังจะมาระรานผมอยู่เลย

หรือว่า....บ้าเอ๊ย ทำไมความคิดอกุศลต้องเข้ามาในหัวตอนนี้ด้วยวะ

อย่าให้อะไรๆเป็นอย่างที่คิดเลย... ผมวางแก้วและรีบปรี่ออกไป

   ทางเดินจากห้องจัดเลี้ยงมาที่ห้องพักค่อนข้างมืด แม้จะมีโคมไฟประดับประดาอยู่แทบจะทุก 50 เมตรก็ตาม หรืออาจเป็นเพราะว่าผมกำลังเมาได้ที่ก็ไม่รู้ ก่อนหน้านี้แฟนหนุ่มสุดหล่อก็อาการร่อแร่ไม่ต่างกัน หลังจากโหมงานหนักมาสักระยะแล้วมาที่นี่ก็เรียกได้ว่าแทบจะหมดสิ้นพลังงานชีวิต ดีหน่อยที่ไม่ต้องขับรถเอง ตอนที่นั่งมาจากกรุงเทพก็ฟุบหลับตลอดทาง ยังดีนะที่สมัยนี้มีกูเกิ้ลแมพ ไม่อย่างนั้นคงจะหลงอยู่แถวๆหัวหินนานพอดู

             รีสอร์ทหรูนี้อยู่แถวปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นรีสอร์ทระดับสี่ดาวที่ตกแต่งหรูหราสมกับใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งแบบกลางแจ้ง ช่วงเช้าเราเหงื่อไหลไคลย้อยก็มาฉลองพิธีสมรสกันต่อช่วงเย็นในห้องจัดเลี้ยง ดื่มเต็มที่ไม่มีอั้น ใครจะฟุบหลับก็ไม่มีใครว่า ... ว่าได้ไงล่ะ แฟนเราก็หนึ่งในนั้น ผมเลยต้องมาตามดูอาการหน่อยว่าสภาพเละเทะแค่ไหน

“ห้อง 9 ห้อง 9” ผมต้องพึมพำกับตัวเองเพื่อไม่ให้ลืมหมายเลขห้อง คราวที่แล้วก็หลงไปห้องหมายเลข 6 ทีนึงละเพราะตัวเลขมันหลุดกลับหัว พยายามเอากุญแจมาไขก็เปิดไม่ออก สุดท้ายเจ้าของห้องเปิดมาด้วยสีหน้างวยงง

แกร็ก.... ไฟมืดสนิท

พรึ่บ...

“พี่เอก” ผมตาเบิกโพลง มองร่างใหญ่ที่เปลือยช่วงอกโดยมีร่างสูงใหญ่ของผู้ชายอีกคนคร่อมอยู่ เสียงนั้นบ่งบอกว่าตกใจมากที่ผมมาเห็นเข้าจนได้

“คุณยิ่งเทพ” ผมสูดลมหายใจลึกๆ มองเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนที่ถูกเอ่ยชื่ออย่างไม่ชอบใจ

“พี่เอกมาได้ไง” น้ำเสียงที่สุดแสนตอแหลนั้นขัดกับท่าที่เห็นตอนนี้ลิบลับ

“เดินมา” ผมก็ยังเล่นด้วยนะ พอสายตาปรับสภาพแสงจ้าในห้องได้ผมก็มองร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองคน นึกว่าเปลือยแค่อก

“พี่เอก คือว่า...” นังยิ่งเทพทำน้ำเสียงแบบรู้สึกผิด ผมได้แต่ระอา ทำไมจะต้องมาเจอคนแบบนี้ก็ไม่รู้นะ หน้าตารึก็ใช่ว่าจะขี้เหร่ แต่นิสัยอัปลักษณ์มากๆ ห้องพักของนังยิ่งเทพไม่ใช่ห้องนี้แน่นอน การเข้ามาก่ายกอดคนเมาและถอดเสื้อผ้าออกหมดเนี่ยไม่ใช่นิสัยที่คนเจริญแล้วพึงกระทำกันหรอกนะ ยิ่งกับคนที่ไม่ใช่แฟนตัวเองด้วยแล้ว

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ”

“แต่ผม...” ยังจะพยายามอีกเนาะ ผมได้แต่กลอกตาบนกอดอกโดยไม่เข้าไปข้างใน

“แต่งตัวก่อนเถอะครับคุณยิ่งเทพ ใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี”

“เอ่อ ...” คงจะเห็นว่าผมสงบผิดคาดเลยหาคำพูดมาตอบไม่ได้ สีหน้างุนงงนั้นมีคำถามแปะหน้าผากนับร้อย แต่ก็ต้องแต่งตัวแบบเงียบๆ

             ร่างใหญ่บนเตียงขยับ ยิ่งเทพมองใบหน้าหล่อเหลานั้น ตาเบิกโพลง และเสื้อที่ถือในมือก็หลุดไปกองกับพื้น ผมกอดอกและมองภาพที่น่าสมเพชอย่างไม่เห็นใจ ถ้าคนเรามันจะร้ายกาจได้ขนาดนี้ ก็ต้องปล่อยให้มันรับผลกรรมแบบนี้แหละครับ ผมถอยออกมามองเลขห้องที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝนที่ปรอยปราย ลมแรงเมื่อตอนเย็นคงทำให้เลขห้องมันหลุดร่วง ... ห้องนี้คือห้อง 9 เป็นห้องผมแน่นอนครับ แต่คนที่นอนอยู่ไม่ใช่คุณต่อพงษ์ แต่ดันเป็นคุณตงฉิน !!!

             ผมได้แต่นึกขำ เพราะตอนที่พาสองหนุ่มมาส่งนั้นสติก็ไม่ได้เต็มร้อย พอเห็นห้อง 6 ที่ป้ายเลขห้องกลับหัว ผมก็ยัดร่างแฟนหนุ่มตัวเองเข้าไปก่อน แล้วค่อยลากคุณตงฉินมาไว้ห้องตัวเองแทน ไม่คิดเลยว่าความผิดพลาดของตัวเองจะส่งผลดีขนาดนี้ ยิ่งเทพได้แต่อึ้งเข่าอ่อนที่เข้ามานัวเนียกับคุณตงฉินคนน้องแทน ดีนะที่เมาและไม่ได้เปิดไฟ ผมไม่รู้เหมือนกันว่านังตัวดีจะทำอะไรลงไปบ้าง แต่จากสภาพที่เห็นก็พอจะเดาได้ ผมไม่ได้อยากทะลึ่งหรอกนะ แต่ไอ้ที่กำลังโด่ไม่รู้ล้มของคุณตงก็ทำให้รู้ล่ะว่ามันไม่ธรรมดา

แชะ!

   ผมถ่ายรูปไว้ (พยายามเลี่ยงความใหญ่โตของน้องชายแฟนไปแล้วนะ) ตอนที่ยิ่งเทพเผลอ ก่อนจะเดินผิวปากออกไปจากตรงนี้

“ถ้าไม่อยากให้ภาพนี้หลุดออกไป อย่ามายุ่งกับพวกเราอีก” อย่าให้เอกภพต้องร้ายนะ ผมจะเอาคืนให้จนไม่กล้าสู้หน้าใครได้อีก

ภาพคนนอนเปลือยบนเตียงเห็นแค่แว้บๆ แต่คนที่ยืนเข่าอ่อนใส่แต่กางเกงในด้วยหน้าตาผิดหวังและตกใจสุดชีวิตนั้นชัดเจนว่าเป็นผู้ชายที่มีหน้าตาทางสังคมที่ชื่อ ยิ่งเทพ

...วันนี้เอกภพเหลืออดแล้ว อย่าให้ผมต้องร้ายบ้างนะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1809
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อยากเห็น ลุงเอกร้ายอ่ะ

ออฟไลน์ gotcha

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
โธ่ธ่ธ่ธ่ ไอ้เราก็นึกว่าจะดราม่า น้ำตาเล็ด ที่ไหนได้โดนคนแต่งสับขาหลอกจนหงายเงิบไปเลย ร้ายนะเราหนะ  :z6: :z6: :z6: :z6: :z6: :z6:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ความผิดพลาดเล็ก ๆ  กลับส่งผลดีอันยิ่งใหญ่

ป.ล. โรงแรมหรูหรา แต่ทำไมป้ายเลขห้องไม่ยอมซ่อมแซม?

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • GIFFARINE ORDER สั่งง่าย ส่งฟรี
บางครั้งความเมาก็มีผลดีกับบางเรื่องเหมือนกันนะครับ :oo1:

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • จากต้นจนอวสาน
Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล
[/size]

ตอนที่ 34. บรรยากาศมันพาไป

             เรื่องเมื่อคืนถึงหูคุณต่อในช่วงเที่ยงของอีกวันโดยการเล่าขานจากคุณตง น้องชายผู้เสียหายจากการถูกผู้ชายบุกเข้าหาถึงห้องนอนนั่นเอง แฟนตัวดีของผมดูเหมือนจะสาแก่ใจมากกว่าจะสงสารที่น้องชายเมาไม่ได้สติถึงขั้นโดนคนอื่นประชิดตัวได้อย่างง่ายดาย

“ไม่ขำนะพี่เอก แม่ม ผมล่ะอยากจะเอาหน้ามุดทรายให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าเพื่อนๆผมรู้เข้ามันคงจะเอาไปแซวยันเรียนจบ” คุณตงฉินผู้หัวเสียเล่าอย่างออกรส ปล่อยให้ทั้งคุณต่อและผู้อยูในเหตุการณ์อย่างผมกลั้นหัวเราะกันแทบไม่อยู่ ในขณะที่ผู้เสียหายกำลังเล่าเรื่องเมื่อคืนอย่างถึงพริกถึงขิง ผู้ก่อเหตุก็ได้ชิงขับรถออกจากที่พักตั้งแต่เช้ามืด ใจผมล่ะไม่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องที่ผ่านไปแล้วเท่าไรหรอก แต่เจ้าทุกข์ดันไม่ยอม โทษทุกอย่างตั้งแต่แอลกอฮอล์ที่ตัวเองท้าดวลกับพี่ชายจนเมาไม่ได้สติ โทษที่ผมลากเข้าผิดห้อง โทษทางรีสอร์ตว่าไม่ยอมซ่อมเลขห้องพักจนเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา โทษนังยิ่งเทพที่หน้ามืดตามัวขาดสติ ... โทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง ... นี่แหละคุณตงตัวจริงล่ะ

“ก็อย่าไปเล่าให้ใครฟังสิ” คุณต่อแหย่

“ผมน่ะไม่เล่าหรอก ขายหน้าชิบ อยู่ดีๆโดนคนพรรค์นั้นลักหลับ แค่คิดก็สยอง” ผมพอจะเดาได้จากการพูดจาของคุณตงฉิน แรกเริ่มเดิมทีผมก็คิดว่าจะเป็นเต้าเสียบ แต่ไหงคุณตงกลายเป็นเต้ารับไปได้วะเนี่ย ... อยากรู้จังว่าผลิตสองหมูท่าไหน เพราะคนคลอดคงจะทำหน้าที่เป็นเต้าเสียบไม่ได้แน่ๆ (เต้ารับ เต้าเสียบ = คิดถึงปลั๊กไฟเอานะครับทุกคน)

“สมน้ำหน้า” รอบที่ห้าร้อยแล้วมั้งครับที่คุณต่อพูดคำนี้

“พี่ต้องขอบคุณผมน่ะที่เป็นไม้กันหมา ไม่งั้นพี่นั่นแหละจะเป็นคนเสียตัว” คุณตงยังคงทวงบุญคุณ แต่ฝั่งผมนั้นได้แต่ยักไหล่ทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว แถมทำสีหน้ากวนโอ๊ยเข้าไปอีก “พี่เอกก็ด้วย ผมช่วยปกป้องครอบครัวพี่นะ”

“ครับ” ผมได้แต่อ้อมแอ้มตอบรับ นาทีนี้คงไม่อยากเอาน้ำมันไปราดกองไฟหรอก ได้แต่เออออให้จบๆ

“แล้วนี่ทางนั้นเอาไง”

“เอาไงเหรอ แจ้นกลับกรุงเทพตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยมั้ง ส่งข้อความมาว่า ‘ขอโทษนะครับ ช่วยลืมเรื่องนี้ไปได้ไหม’ คนแบบนี้ก็มีด้วยเหรอวะ” น้องชายที่หน้าตายับย่นชูหน้าจอมือถือให้คนพี่อ่าน ผมชะเง้อมองอย่างตั้งใจและอดขำไม่ได้

“ก็ดีแล้วไง ไม่ผูกมัด” ผมได้แต่แอบหยิกคุณต่อที่ไปสุมไฟ

“ดีอะไรล่ะ อี๋ เสียสถาบันดาราดังอย่างผมหมด” ไม่รู้ว่าทำไมรายนี้ต้องรังเกียจคุณยิ่งเทพนักหนา ทั้งที่รูปร่างหน้าตาของคนนั้นเข้าขั้นหล่อเหลาไม่น้อย

“แล้วทำไมคุณตงถึงทำท่าแขยงคุณยิ่งเทพจังเลยครับ” ผมเลยถามด้วยน้ำเสียงเบาบาง ใจหนึ่งก็ไม่กล้า แต่อีกใจก็อยากรู้ สุดท้าย ความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะ “เขาก็ออกจะดูดี”

“ตรงไหนครับพี่เอก” แววตาไม่เป็นมิตรส่งมาแล้วครับ ผมต้องปรับท่านั่งให้แนบโซฟาในห้องนอนตัวเองจนแทบจะฝังร่างลงไปแล้ว

“เออ นั่นสิ ทำไมวะ” คุณต่อช่วยชีวิตผมเอาไว้

“พี่ต่อ ถามจริงว่าพี่ไม่แหยงเหรอตอนที่...”

“เดี๋ยวๆๆๆ อย่าวกไปตอนนั้นดิวะ” คุณต่อรีบปรามเมื่อน้องชายกำลังจะฟื้นความทรงจำในอดีตขึ้นมา ท่าทางร้อนตัวเนี่ยยิ่งทำให้น่าสงสัย แต่เอาเถอะ เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว แม้ตอนนี้รู้สึกฉุนเล็กๆก็ตาม

“อ้าว” คุณตงค้างอย่างสงสัยแต่ก็ไม่รื้อฟื้นเรื่องเก่า “เอาตรงๆนะพี่ ผมไม่ชอบนิสัยไอ้คุณยิ่งเทพอะไรนี่เท่าไหร่ เหมือนไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกอะ ตอนที่พี่ต่อไม่ติดต่อไป เขาก็พยายามมาสืบข้อมูลเรื่องพี่จากผม ทำตัวน่ารำคาญจนไม่อยากสุงสิงด้วย”

“แค่นี้น่ะเหรอ” คุณต่อถาม

“แค่นี้แหละ ไม่ถูกชะตา” เป็นอันจบบทสนทนาของพวกเรา

             พอคุณตงฉินออกไปผมก็เลยลุกไปจัดกระเป๋าเพื่อกลับกรุงเทพด้วย คู่บ่าวสาวคงจะถึงสนามบินแล้ว เห็นว่าจะไปฮันนีมูนที่อเมริกาเพื่อรำลึกความหลังครั้งยังอยู่ที่โน่น คุณต่อถอดเสื้อออกปล่อยให้ความขาวของท่อนบนมายั่วสายตาก่อนจะพุ่งมากอดผมแน่นและลากไปจบที่เตียง นอกจากจะจับตัวผมกดลงกับที่นอนแล้วยังเอาใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครามาถูไถทั่วคางและใบหน้า

“อื้อ ไม่เอาคุณต่อ เก็บของก่อน”

“พี่เอกจะรีบเก็บไปทำไมครับ” พ่อตัวดีเอาหน้าซุกที่ซอกคอจนขนแขนสแตนด์อัพไปหมด

“กะ ก็ ตะ ต้อง ชะ เช็ก อะ เอ๊าท์ งะ ไง คระ ครับ” ใครไม่โดนไซร้ซอกคอไม่รู้หรอกว่ามันจี๊ดแค่ไหน ยิ่งหน้าหล่อๆของแฟนตัวเองด้วยแล้ว งานนี้มีแต่ละลายในอ้อมแขน

“ไม่ต้องรีบหรอกพี่เอก เรายังไม่ได้เที่ยวกันเลยนะ”

“หืม อ๊า” ผมได้แต่สงสัย แต่ก็ต้องครางเพราะริมฝีปากสวยขบที่เม็ดกลมที่หน้าอกจนเสียวไปหมด

“ผมลางานไว้แล้ว”

“อื๊อ...” ตอบอะไรไม่ได้เลยเมื่อกางเกงตัวบางถูกถอดออกพร้อมกางเกงในตัวเก่ง ใบหน้าหล่อส่งสายตาหวานเยิ้มชวนให้เคลิ้มระทวยมาให้อย่างมีความหมาย เวลาเช่นนี้ผมมักจะถูกคุณต่อจัดการจนไร้เรี่ยวแรง มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลวนเวียนไปทั่วตัว และเกิดอาการช็อตหนักตรงจุดที่ลิ้นสากลากผ่าน วีเชฟของผมถูกเม้มขบก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะดอมดมเข้ากับตรงกลางลำตัวที่ขยายตัวใหญ่โต

“ซี้ดดดด คุณต่อ...” ผมได้แต่ร้องในลำคอเมื่อถูกความเย็นเยียบของโพรงปากโอบอุ้มของสงวน แรงรูดเฟ้นของผู้เชี่ยวชาญทำให้ต้องแอ่นบั้นท้ายและร่อนไปมาเหมือนจะขาดใจเสียให้ได้ ความเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นและร้อนเร่าในที่สุด ลิ้นฉกฉวยโลมเลียส่วนอ่อนไหวอย่างชำนาญจนเผลอไปจิกเส้นผมของคุณต่ออย่างแรง ทึ้งไปมาเพื่อหวังจะให้ความรู้สึกคล้ายคนใจหวิวจะขาดใจตายผ่อนคลายลงบ้าง

“อื๊อ คะ คุณ ตะ ต่อ อ๊า...” ไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน แต่แรงรูดเฟ้นไปมาแผ่วเบาสลับเร็วแรงก็ส่งผมให้ถึงฝั่งฝัน บั้นท้ายที่แอ่นโยกกระตุกโดยที่ริมฝีปากยังคงครอบงำน้องชายสุดที่รักของผมไว้ แรงดูดเฟ้นทำเอาปริ่มจะขาดใจเสียให้ได้ ก่อนที่จะผละออกและปล่อยให้แข้งขาของผมอ่อนยวบวางเกะกะไร้ทิศทาง

“ชอบมั้ย” ใบหน้าหล่อเลื่อนมาประชิด ลมหายใจหอบพร่าของพวกเราประสานกันอยู่อย่างนั้น ร่างใหญ่ที่อยู่ด้านบนส่งยิ้มหวานชวนละลายมาให้ กลิ่นคาวคลุ้งที่ถูกดูดกลืนไปไม่ทำให้ผมรังเกียจ จังหวะหัวใจเต้นรัวยิ่งกว่าจังหวะตีกลองเสียอีก จมูกโด่งเป็นสันชวนให้ลูบไล้อย่างลืมตัว ที่ผ่านมาเราผลัดเปลี่ยนช่วยเหลือกันเท่านั้น ไม่เคยจะมากเกินไปกว่านี้ อาจะเป็นเพราะตัวผมเองที่ยังหวาดหวั่นกับเรื่องบนดอยตอนนั้นเลยพยายามบ่ายเบี่ยง แต่มาวันนี้ หลังเหตุการณ์ที่มีคนพยายามแย่งคนรักของผมแล้ว ก็ยิ่งทำให้รู้ว่า ลึกๆแล้วผมทั้งโคตรหึงและโคตรหวง ยิ่งตอนที่รับรู้ว่าพวกเขาเคยมีอะไรกันมาก่อน อาการหึงย้อนหลังก็กำเริบ อยากจะใช้แม่ไม้มวยไทยที่เรียนมาประเคนเข่าเข้ากับใบหน้าเย่อหยิ่งของนังยิ่งเทพให้ยับเยินจนหายหล่อไปเลย

“ไม่ชอบ”

“จริงอะ” ถ้าตอบแล้วไม่เชื่อจะถามทำไมฟะ... แต่เอาเถอะ รายนั้นน่ะรู้ว่าผมปากแข็ง ปากว่าไม่ แต่ใจก็โอนอ่อนไปให้จนหมดแล้วนี่นาให้ทำไงได้ เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลย้อยชวนอึดอัด แต่กลับรู้สึกซาบซ่านที่ได้มานอนก่ายกอดกันเช่นนี้ ยิ่งสบตาก็ยิ่งพบความหมายที่แฝงไว้ แววตาหวานฉ่ำส่งผ่านความรู้สึกที่ครุกรุ่นแต่ถูกสะกดกลั้นมาตลอด ผมจับจ้องลึกลงไปจนตกในห้วงของความหลงระเริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ริมฝีปากสวยได้รูปนั้นคลี่ยิ้มเมื่อสองแขนของผมก่ายกอดที่คอหนาและโน้มใบหน้าให้ประชิด

             รสจูบที่แสนหวาบหวามชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด สมองขาวโพลนไม่มีความหวาดหวั่นใดๆมากั้นขวาง มีเพียงความอบอุ่นที่พัวพันกันไปมาอยู่อย่างนั้น ส่งผ่านความอบอุ่นที่โหยหา เรือนร่างของเราประชิดกันแนบแน่น กล้ามเนื้อแน่นขนัดเสียดสีไปมายิ่งทำให้อารมณ์ปะทุจนไม่อาจย้อนกลับไปได้อีก

“พี่เอกพร้อมแล้วเหรอ” น้ำเสียงหวานหอบพร่าถามแผ่วเบาเมื่อผละริมฝีปากออก ผมเขินจนอยากจะมุดหน้าเข้ากับทรวงอกหนาและหายตัวไปจากตรงนี้ แต่ก็ถูกตรึงให้ต้องสบตาที่เว้าวอนอย่างน่าสงสาร ...

“คระ ครับ” ผมไม่รู้หรอกว่าจะต้องห้ามใจตัวเองอย่างไรไม่ให้ลุ่มหลงในตัวผู้ชายคนนี้ ยิ่งอยู่ด้วยกันนานขึ้นก็ยิ่งรับรู้ถึงความรักและความจริงใจที่มีให้ แฟนที่แสนดี ให้เกียรติและดูแลกันอย่างไม่ขาดตกบกพร่องทั้งๆที่ผมมาจากต่างชนชั้น หากวันหนึ่งผมจะต้องเสียใจที่เขาไปเจอคนใหม่ก็ตาม ผมก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก คนเราถ้าหมดรักมันก็คือหมดรัก แต่ในวันนี้เราเป็นแฟนกัน เขาเป็นคนแรกและคนเดียวที่ทำให้หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ เป็นคนเดียวที่ให้ความรักและสอนให้ผมเรียนรู้ที่จะรักคนอื่นนอกเหนือคนในครอบครัว แค่วันนี้เรารักกัน ทำไมผมจะต้องคิดถึงเรื่องที่ยังมาไม่ถึงล่ะ

             ใบหน้าหล่อโลมเลียทุกสัดส่วนร่างกาย ไม่มีจุดไหนที่เขาไม่สัมผัส แม้แต่ฝ่าเท้าหรือจุดซ่อนเร้น มันอาจจะดูน้ำเน่าที่ต้องมาพรรณาถึงบทรักอันแสนหวานราวกับตัวเองแปรสภาพเป็นเจ้าหญิงร่างเล็ก แต่จังหวะที่ไม่รีบร้อนปลุกอารมณ์ให้ผมอัดอั้นอยากเร่งเร้าทุกอย่างให้รวดเร็วกว่านี้ อยากให้คุณต่อครอบครองร่างกายนี้ ถึงแม้มันจะต้องแลกมากับความเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม

             ผมหลับตาแน่นเมื่อสองขาถูกยกพาดกับลำคอแกร่ง บั้นท้ายที่ปวดระบมเพราะถูกนิ้วแหวกว่ายก่อนหน้านี้เกือบชั่วโมงทำให้ชาและน่าอายไปพร้อมๆกัน

“พี่เอก ลืมตาก่อน มองผม มองหน้าผม”

“ไม่เอา พี่อาย”

“ไม่อายสิ มองหน้าผม ผมอยากเห็นแววตาพี่เอก”

“อื้อออออ” ผมจุกจนสะดุ้ง จากความโรแมนติกที่ได้รับมาก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความโหดร้ายอย่างที่สุด ไม่อยากลืมตาก็ต้องเบิ่งค้างเมื่อส่วนแรกทะยานเข้ามาในร่าง ถ้าเห็นใบหน้าตัวเองตอนนี้คงไม่พ้นจะอ้าปากค้างและน้ำลายไหลยืด คุณต่อก็ยังจับจ้องผมอยู่อย่างนั้น วินาทีนี้คงจะต้องเลิกอายไปก่อน เพราะมันเจ็บมากจนร้องไม่ออก

“พี่เอก อย่าเพิ่งขมิบสิครับ มันแน่น”

“อื้อออออ” ผมพูดไม่ออก อยากจะตะโกนบอกว่าลองมาโดนเองไหมแต่ก็ทำไม่ได้ ตอนที่โดนนิ้วสอดเข้ามาว่าเจ็บแล้ว แต่มันไม่เจ็บเท่าตอนนี้ รู้สึกเหมือนมีอะไรฉีกขาดไปหมดด้วยแรงไหลครูดเข้ามา แข้งขาอ่อนแรงสั่นไปหมด หน้าร้อนและหายใจถี่คล้ายจะเป็นลม เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลจากหน้าผากลงไปที่ติ่งหู ผมหุบขาแต่ก็ถูกแยกด้วยอะไรก็ไม่รู้ นึกอยากให้ไอ้แข็งๆที่กำลังแทงมาเนี่ยออกไปพ้นๆ

“อึ๊ก” เจ็บบบบบบบ... ทำไมมันเจ็บขนาดนี้วะ ทีในหนังที่เคยดู ฝ่ายรับมันยังชิลๆไม่ว่าจะเจอขนาดไหน ผมก็คิดเองเออเองว่าคงไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก (ถึงแม้จะรู้ว่ามันเจ็บมากตอนที่อยู่บนเขาหลวงก็ตาม) คิดว่าถ้าค่อยๆทำ ค่อยๆเล้าโลมก็คงพอทนได้ แต่นี่

“อ๊าาาาาาา คุณต่อ โอว๊” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ว่าส่วนแรกที่รูปร่างเหมือนหัวเห็ดบานทะโร่มุดเข้ามาจนสำเร็จ น้ำตาไหลพรากเลยสิทีนี้ แถมไอ้ข้างในมันก็ขมิบยิบๆๆๆๆๆจนแสบไปหมด อึดอัดและแน่นคับจนดิ้นไม่ได้

“พี่เอก ผมรักพี่เอกนะครับ อื้อ”

“ย่ะ อย่าเพิ่งขยับ อ๊า” แน่นโว้ย จุกโว้ย เจ็บโว้ย “อะ เอาออกก่อนได้ไหม พะ พี่ จุก”

“พี่เอกไหวมั้ยครับ” ยังมีหน้ามาถามอีก ถ้าไหวจะขอให้เอาออกเหรอวะ

...ผมทำได้แค่ส่ายหัว รู้สึกว่าตรงนั้นมันบวมระบมไปแล้ว

“ผมขอโทษ ผมจะเอาออกให้” น้ำเสียงร้อนรนชวนให้สงสาร แต่ผมก็เจ็บจนแทบทนไม่ได้ ไอ้เจลหล่อลื่นที่เทแทบจะหมดขวดเหมือนไม่ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย แข้งขาที่แหกจนแทบจะแยกเป็นนักกายกรรมก็ตึงไปหมด ไม่รู้ว่ากล้ามเนื้อจะอักเสบด้วยอีกไหม

“อ๊าๆๆๆๆๆ” ผมสะดุ้งและร้องเสียงหลงเมื่อคุณต่อถอนตัวออก แต่...มันไม่ออก มันเหมือนโดนวงแหวนล็อกไว้ คุณต่อก็คงตกใจไม่แพ้กันเพราะเล่นดันตัวพรวดมาจนแน่นหนึบไปหมด

“ครึ่งนึงแล้ว” พ่อง... จะบรรยายทำไมไม่ได้อยากรู้มั้ย จะขาดใจตายแล้ว ยิ่งไอ้หัวเห็ดมันครูดๆเข้ามายิ่งหน่วงๆ ตึงไปหมดที่ปากทางเข้า ผมพยายามผงกหัวมองไปทางตรงข้าม

“เจ็บมากมั้ยครับ” จะให้ตอบไงดี สนุกมากเลย พี่ช๊อบชอบ งี้ปะ... ตอนนี้อยากจะให้มันจบๆไปเลย ลองสูดลมหายใจลึกๆแล้วพูดออกไปว่า

“ใส่เข้ามาเลยครับ”

“หะ”

“เร็วๆสิ เอามาให้หมด” ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอตายในหน้าทีก็แล้วกัน

             ผมเคยบรรยายรูปร่างคุณต่อแล้วใช่ไหม ว่าเป็นคนร่างสูงใหญ่ส่วนสูงน่าจะใกล้แตะ 190 อีกไม่กี่เซ็น แต่โชคดีที่หยุดสูงไปก่อน ด้วยความที่เป็นคนมีเงิน เลยสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างไม่ลำบาก กิจกรรมที่โปรดปราณอย่างหนึ่งคือการว่ายน้ำ ทำให้ช่วงบนของคุณแฟนแผ่กว้างอกสามศอก ด้วยสรีระที่สูงชะลูด บวกกับการดูแลตัวเองเสมอ ทำให้กล้ามเนื้อเรียงตัวสวยงาม ยิ่งกล้ามหน้าท้องไม่ต้องพูดถึง ซิกซ์แพ็กแน่นๆทั้งนั้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่ได้มีแต่ร่างกายที่กำยำใหญ่โตเท่านั้น ทุกอย่างของเขาดันมหึมาไปด้วยนี่สิ ผมเลยต้องทนนอนหายใจรวยรินอยู่อย่างนี้ ... ถ้ามัวแต่ปล่อยให้อะไรๆมันค้างคาครึ่งๆกลางๆต่อไป ผมนี่แหละคงจะชำรุดเข้าเสียก่อน

“พี่เอก” คุณต่อดูลังเล มองสลับไปมาระหว่างหน้าผมและหว่างขา

“จะเข้าไม่เข้า” มันจุกจนเหลืออดแล้วครับ เจ็บเกินทนแล้ว ขืนปล่อยนานไปคงหุบขาไม่ลงแน่ๆ ไอ้เอกภพเลยใช้แรงฮึดส่งสองแขนไปจับบั้นท้ายแน่นๆ ท่านี้มันพอจะให้ผมลุกขึ้นคล้ายจะนั่ง ยังดีที่พ่อเจ้าประคุณเอาหมอนมารองไว้เป็นตัวช่วย พอชันตัวมาแค่นั้นแหละลมแทบจับ ไอ้ที่เห็นมาตลอดว่าใหญ่โตมันดูน่ากลัวและเหมือนจะขยายใหญ่กว่าที่ผ่านมาเสียอีก ภาพน่าหวาดเสียวที่มันคาในตัวเราไว้ก็กลายเป็นภาพติดตาไปหลายวัน เมื่อทนมองไม่ไหวก็ต้องหลับตาและกระชับร่างคุณแฟนไว้ก่อนจะดึงให้ส่วนที่เหลืออัดเข้ามา

“อ๊อก....” ตาเหลือกเลยครับ ทั้งน้ำตาเอย น้ำลายเอยไหลเป็นสาย หน้าคงบิดเบี้ยวไร้จนขี้เหร่ไปหมด แต่มองใบหน้าที่เสียวซ่านและแดงก่ำของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นผัว(กระดากปากชิบ)แล้ว ผมก็ต้องใจอ่อนและยอมทน

...ถ้าไม่รักเนี่ย ไม่ยอมเจ็บตัวขนาดนี้นะ พูดไว้เลย....

“พี่เอก อ๊า ผมขยับนะครับ”

“จะทำอะไรก็ทำเถอะ” จุกแน่นไส้จะขาดแล้วโว้ย มันจะยาวไปไหน ทะลุไส้ติ่งแล้วมั้งป่านนี้

“ครับ” น้ำเสียงดีใจปิดไม่มิดรับคำก่อนจะโน้มตัวมาจูบ จังหวะนี้ทำให้สองขาผมโดนกดโน้มมาชิดลำตัวอีกพอสมควร บั้นท้ายเลยเหมือนเปิดทางมากขึ้น ไอ้ที่ปักทิ้งไว้ก็เหมือนจะเคลื่อนตัวเข้ามาอีกนิด

“อื้อ อื้อ อื้อ” ไอ้คุณต่อไม่รู้ไปตายอดตายอยากมาจากไหน พอผมเคลิ้มจากรสจูบก็เร่งจังหวะพุ่งกระสวยไม่ยั้งจนตาพร่า ร่างกายผมเหมือนโดนตรึงจนขยับไม่ได้ ทั้งแขนล่ำที่ช้อนมาใต้รักแร้และสองขาที่โดนจับพาดที่ไหล่ ตัวหนาที่เคลื่อนมาประชิดขโมยจูบก็เหมือนเป็นเชือกมัดให้ผมต้องอยู่ท่านี้โดยมีเสียงเนื้อกระทบกันเข้าออกหนักหน่วง จะร้องห้ามก็ไม่ได้เพราะปากถูกปิดไว้ ได้แต่หลับตาแน่นปล่อยให้ร่างกายโยกไปมาตามจังหวะของท่านผู้นำ

“อื๊อ อื๊อออออออออออออ” ผมสะดุ้ง รู้สึกไหววูบเมื่อถูกความใหญ่โตทะยานเข้ามาสำรวจโลกลึกลับจนทะลุปรุโปร่ง เสียงครวญครางของพวกเราถูกกดไว้ในลำคอก่อนที่จะผละริมฝีปากจากกันโดยมีน้ำลายไหลเยิ้มหนืดคอยประท้วงไม่ให้จากไปไหน

“พี่เอก ผมเสียว พี่เอกแม่งโคตรดี”

“ดะ ดี พะ...” จะพูดว่า พ่อง ก็เกรงจะไม่เหมาะ ผมเลยต้องเงียบ แต่จังหวะเร่งเร้ามันทำให้อยู่นิ่งไม่ได้จริงๆ

“อ๊า คุณต่อ อ๊า พี่ อ๊า...”

“เสียวเหรอครับ” เกลียด...เกลียดน้ำเสียงและหน้าตาที่ดีใจจนเกินเหตุ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้ชายก็สามารถเสียวได้จากการถูกทำประตูแบบนี้ ยิ่งจังหวะที่คุณต่อจิ้มเข้าตรงจุดนั้นผมใจหวิวแทบจะร้องหวีด มันเหมือนใจจะขาดพ่วงด้วยอาการปวดฉี่ ยิ่งโดนย้ำๆก็ทำให้หน้ามืดไปหมด สติหล่นวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แถมเจ้าตัวก็เหมือนรู้ เน้นที่เดิมหนักๆจนบั้นท้ายอยู่เฉยไม่ได้ ต้องร่อนไปมาอย่างไม่กลัวจะตายในสนามรบ

“คุณต่อ อ๊า พี่ อ๊า...” ผมเสียวจี๊ด ความแน่นหนึบยังมีอยู่ แต่ความเจ็บมันลดลงเพราะความรู้สึกดีเข้ามาแทนที่ จะว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่น่าเชื่อถือ ให้ตายเถอะโรบิ้น... นี่คุณต่อจะเก่งไปซะทุกอย่างไม่ได้นะ เหลือพื้นที่ให้คนอื่นได้แจ้งเกิดบ้างเถอะ ผมล่ะเกลียดตัวเองที่รู้สึกดีจนต้องขยับบั้นท้ายไปไปมาตามจังหวะของคนรัก ยิ่งตอกย้ำ ยิ่งหนักหน่วง ยิ่งวาบหวามวูบวาบ

             แล้วทุกอย่างมันก็รัดทึ้ง แนบแน่น ซ่านสยิวจนสะกดกลั้นไม่ไหว คุณต่อลดเหลือจังหวะถี่ยิบก่อนจะดันแก่นกายที่แข็งขืนไว้ข้างในจนสุด ผมได้แต่ครางอย่างตกใจเมื่อไอร้อนพวยพุ่งฉีดพ่นความสุขสมเข้ามาในตัวอย่างกะเปิดก๊อกน้ำ บั้นท้ายหน่วงหนึบเหมือนมันดิ้นได้ พอทุกอย่างสงบคุณต่อก็ค่อยๆถอนกายออก

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา” ผมร้องครางยาวด้วยความเสียวปนเจ็บ ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเสียหายมากแค่ไหน ถ้ารู้ว่าจะเจ็บขนาดนี้นะ ผมคงห้ามทัพไว้แล้วล่ะ

พึ่บ...

“โอว๊ๆๆๆๆ” ผมร้องลั่นเพราะมันโล่งที่บั้นท้าย สองขาถูกวางชันไว้ เรี่ยวแรงจะหายใจแทบจะไม่มี ได้แต่มองคนร่างสูงเช็ดคราบที่ไอ้หัวเห็ดอย่างน่าตัดทิ้ง นอกจากจะไม่ก่อประโยชน์แล้วยังมาทำร้ายกันจนยับเยินไปหมด บั้นเอวผมปวดหนึบจากแรงอัดมหาศาลเมื่อกี้ ใจคอคุณต่อจะไม่ออมแรงเลยรึไง ผมน่ะสามสิบจะสามสิบเอ็ดแล้วนะ ตัวเองน่ะเพิ่ง 26 เรี่ยวแรงก็เลยยังมีเยอะ มีเท่าไหร่ใส่ไม่ยั้ง นึกว่าทหารกำลังซ้อมรบ จังหวะส่งแรงเข้ามาเหมือนกับดันพื้นจังหวะชะชะช่า... เป็นไงล่ะไอ้เอกเอ๊ย

“มองอะไร” ผมถามเมื่อสามีหมาดๆของตัวเองกำลังด้อมๆมองๆ

“สำรวจความเสียหาย”

“ไม่ต้อง” ผมอายจนหน้าแดง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขว้างหมอนใส่ ซึ่งพ่อตัวดีก็รับได้และยัดมันเข้าที่ใต้ก้น

“อูยยยย”

“ขอโทษครับ เจ็บเหรอครับพี่เอก”

“อื้อ” ผมไม่วางท่าแล้ว มันเจ็บจริง จุกจริง มองใบหน้าหล่อๆที่กำลังก้มๆเงยๆสำรวจตรงนั้นอย่างปลงตก

“ยังไม่หุบเลย” พูดแล้วทำหน้าทะเล้น

“คุณต่อ!” ผมเสียงดัง มันใช่เรื่องมั้ยเนี่ย คนยิ่งอายๆอยู่

“สวยดีด้วย”

“ไอ้คุณต่อ พี่จะโมโหแล้วนะ” เกลียดจริงๆนิสัยชอบแกล้งเราเนี่ย

“โอ๋ๆๆๆ ผมขอโทษ งั้นผมขอไถ่โทษละกัน”

“ห๊ะ ไถ่โทษ อะไร ยะ....อ๊า” ผมน้ำตาเล็ด เพราะการไถ่โทษของไอ้คุณต่อคือการจับผมแยกขาและใส่ความหนุ่มแน่นของตัวเองกลับไปที่เดิม

...จุกจนไม่รู้จะจุกยังไงแล้ว

ช่วยเอกภพด้วยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

T____T

### ###

             ผมสะดุ้งตื่นอีกทีทุกอย่างก็มืดมิดไปหมดแล้ว ความปวดปร่าเล่นงานทั่วตัวตั้งแต่ซอกคอที่โดนเม้มดูดจนไปถึงก้นกบที่แทบจะไม่รู้สึกถึงมันอีกแล้ว ร่างใหญ่นอนกอดผมไว้อย่างทะนุถนอมราวกับว่ากลัวผมจะหนีไปอย่างงั้นแหละ ไออุ่นส่งผ่านมาพอให้ใจชื้นว่าไม่โดนฟันแล้วทิ้ง ผมขยับตัวเพราะอึดอัดแต่ก็ต้องหยุดเพราะตรงซอกน้อยมันฟ้องว่าบาดเจ็บสาหัส

“ตื่นแล้วเหรอครับพี่เอก จุ๊บ” ริมฝีปากเย็นๆขโมยจูบผมอย่างไม่ให้ได้ตั้งตัว

“ยัง หลับอยู่ หลับลึกด้วย”

“จริงเหรอ ลึกแค่ไหนครับ ลึกเท่าผมรึเปล่า”

“อะ ไอ้คุณต่อ” ผมได้แต่เขิน นึกถึงตอนที่มันลึกแล้วใจคอไม่ดีเลยครับ “อูยยยยยยย”

“พี่เอกเป็นอะไร”

“เจ็บสิถามมาได้ ใครใช้ให้ไถ่โทษมาตั้งสามยก” หมดกันตัวเรา โดนครั้งแรกผัวก็จัดหนักจนคุ้ม (ใช้คำว่าผัวทีไรก็กระดากปากทุกครั้ง)

“ก็พี่เอกน่ารักเอง ช่วยไม่ได้”

“ตรงไหน อูยยย”

“ทุกตรงแหละ แถมยัง...”

“พอ” ผมเอามือปิดปาก ไม่อย่างนั้นไอ้คุณแฟนคงสาธยายมาหมดเปลือกแน่ๆ

“เจ็บมากมั้ยครับ ผมขอโทษน้าาาาาาาา” ทีนี้ล่ะมาออดอ้อน ตอนทำล่ะไม่คิด ... คิดในใจครับ ไม่กล้าด่าหรอก

“ทนได้ โอ๊ย” นั่นไง ปากดี แค่ขยับก็เท่ากับเจ็บเจียนตายละ

“นอนเฉยๆก่อนครับ เดี๋ยวผมดูให้ว่าเป็นยังไงบ้าง”

“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวพี่โดนอีก” ดูจากหน้าตาแล้วเหมือนจะไม่ได้ห่วงเราจริงๆ

“เบื่อคนรู้ทันจัง ใครใช้ให้พี่เอกเล่นตัวอยู่ได้ตั้งนานกันล่ะ ผมต้องจัดให้คุ้มสิ” แหม...ใช้คำว่าเล่นตัวเหมือนเราเป็นสาวน้อย

“ชิ” ไม่รู้จะต่อปากต่อคำยังไงครับ มันตึงๆไปหมด แถมเมื่อยขบไปทั้งตัวอีก

“หิวมั้ยครับ เดี๋ยวผมไปสั่งอะไรมาให้กินเอามั้ย”

“ไม่ต้องหรอก” ผมรีบห้ามและผุดมานั่ง ไม่ใช่เจ้าหญิงนะที่มีผัวแล้วจะกลายเป็นง่อยให้ผัวช่วยเหลือ

“โอ๊ยยยยย” เชี่ย...เจ็บ ทำไมมันเจ็บขนาดนี้

“พี่เอก” น้ำเสียงร้อนรนทำให้ผมตกใจไม่แพ้กัน ท่าทางคุณต่อที่บอกว่าเป็นห่วงและห้ามดื้อทำให้ผมต้องนอนลงไปช้าๆ สองแขนล่ำคอยประคอง ... เออ ยอมเป็นเจ้าหญิงก็ได้วะถ้ามันจะเจ็บปวดเบอร์นี้ “นอนลงก่อนนะครับ อย่าเพิ่งขยับ เดี๋ยวผมไปหาข้าวและยามาให้”

“ยา” ผมงง “เอามาทำไมครับ”

“พี่เอกไม่รู้จริงดิ” ผมส่ายหัว ไม่มีใครป่วยซะหน่อย จะเอายามาทำไม “ก็ @#$%^&*(I*&^^%”

“อะ ไอ้คุณต่อ!” ผมได้แต่หน้าแดงตอนที่เจ้าตัวดึงใบหน้าที่โน้มมากระซิบกลับไปนั่งตัวตรงข้างเตียง หูแดงจนร้อนไปหมดแล้ว ไอ้การที่เขารู้มันก็ไม่แปลกหรอก แต่ทำใจไม่ได้จริงๆที่จะต้องโดนป้ายยาหรือกินยาไม่ให้มันระบมไปมากกว่านี้ อย่าว่าผมสำออยเลย พอคุณต่อออกห้องไปปุ๊บ ผมได้แต่ครางในลำคอเอาใบหน้าซุกหมอนด้วยความอาย แต่นั่นยังไม่ใช่เหตุผลหลัก ที่ต้องร้องเพราะมันเจ็บปวดมากจริงๆ ตอนนี้นอนคว่ำเป็นชีเปลือยให้ไอเย็นของแอร์เป่าหวังบรรเทาความเจ็บ มันไม่ได้ผลหรอก แต่ก็ยังรู้สึกเย็นๆมากกว่าจะร้อนวูบวาบเหมือนคุณต่อยังไม่ได้ดึงออก

....คิดแค่นี้ทำไมจะต้องหน้าแดงด้วยวะ!

             รูมเซอร์วิสนำอาหารมาส่งโดยมีมนุษย์แฟนจัดแจงทุกอย่าง ผมได้แต่นอนนิ่งเป็นผักให้เขาจับใส่เสื้อผ้า ป้อนข้าวป้อนยาก่อนจะเอามากอดราวกับตุ๊กตาหมีสีน้ำตาล ใบหน้าผมร้อนผ่าวซึ่งมันไม่ได้เกิดจากความเขินอายเป็นแน่ เพราะตอนนี้ปวดหัวหนึบแถมยังเพลียกว่าที่ควรจะเป็นเสียอีก ท่าทางจะจับไข้ซะแล้วไอ้เอกภพเอ๋ย คุ้มมั้ยเนี่ย ทั้งเสียตัว ทั้งเจ็บแถมยังต้องมาป่วยอีก

“ผมขอโทษนะครับพี่เอก” คุณต่อเช็ดตัวให้ปากก็พร่ำไม่หยุด ได้ยินเสียงสำนึกผิดแล้วก็โกรธไม่ลง ก็เพราะรักไปแล้วนี่

“พี่ไม่เป็นไร” ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง รู้สึกหนาวจนตัวสั่นเทาจนคุณแฟนต้องกลับมากอด ไออุ่นทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่อาการยังถือว่าหนัก

“นอนนะครับคนดี ผมอยู่กับพี่ตรงนี้นะครับ”

“อื้อ” ผมตอบรับด้วยสติที่เริ่มเลือนลาง “คุณต่อ ผมขออะไรอย่างหนึ่งสิครับ”

“ขออะไรครับคนดี” รู้แหละว่าแพ้ความอ้อนของเรา

“ผมอยาก” หนาวจัง ง่วงสุดๆด้วย เปลือกตาหนักจนลืมไม่ขึ้นแล้ว “ผมอยากเป็นผัวคุณต่อบ้าง...” แล้วสติผมก็หลุดลอยไป

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-6
โถๆๆๆ พี่เอกโดนครั้งแรกคุณต่อก็จัดหนักเลย คงอดกลั้นมานาน

แต่เรื่องอยากเสียบคุณต่อบ้าง น่าจะกดไม่ลงนะบอกเลย  :laugh:

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • จากต้นจนอวสาน
โถๆๆๆ พี่เอกโดนครั้งแรกคุณต่อก็จัดหนักเลย คงอดกลั้นมานาน

แต่เรื่องอยากเสียบคุณต่อบ้าง น่าจะกดไม่ลงนะบอกเลย  :laugh:


คุณต่อเก็บกด ฮ่าๆๆๆๆ


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
คิดไปเองว่า

ลุงเอก จะเทเล้าเป็ดเสียแล้ว หายไปนาน

พอกลับมา ลุงยอมตายในหน้าที่(ที่ชอบ)

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-2
    • จากต้นจนอวสาน
คิดไปเองว่า

ลุงเอก จะเทเล้าเป็ดเสียแล้ว หายไปนาน

พอกลับมา ลุงยอมตายในหน้าที่(ที่ชอบ)


ลุงแกไม่ได้หายไปไหนครับ อาจจะยุ่งๆกับการดูแลสามีอยู่  :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด