OWAZA ตอนที่ 9 (27/6/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: OWAZA ตอนที่ 9 (27/6/63)  (อ่าน 3830 ครั้ง)

ออฟไลน์ MyTeaMeJive

  • MyTeaMeJive
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3280/-9
OWAZA ตอนที่ 9 (27/6/63)
« เมื่อ05-12-2019 08:09:35 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

**************************************************************************************
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-06-2020 11:11:17 โดย MyTeaMeJive »

ออฟไลน์ MyTeaMeJive

  • MyTeaMeJive
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3280/-9
OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #1 เมื่อ05-12-2019 08:15:15 »

OWAZA
เริ่มเรื่อง

ยุโรปยุคกลาง
เมื่อยุคแห่งการไล่ล่าแม่มดมีความรุนแรงในระดับสูงสุด ในปี ค.ศ.1484 ศาสนจักรออกกฎหมายลงโทษผู้ที่ออกนอกรีตและฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ทั้งออกหนังสือคู่มือล่าแม่มด รวบรวมวิธีการจับกุม ทรมาน และประหารเหล่าแม่มดทั้งหลาย หลายประเทศในยุโรปยึดถือหนังสือเล่มนี้เป็นแนวทางกำจัดแม่มดอยู่นานกว่า 200 ปี
ในปี ค.ศ.1610 เนเธอร์แลนด์ประกาศยุติการประหารแม่มด เมื่อล่วงเข้าศตวรรษที่ 17 การล่าแม่มดจึงลดความรุนแรงลง แต่ถึงอย่างนั้นจำนวนผู้ที่ถูกประหารชีวิตเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดก็มีจำนวนหลายแสนคน เฉพาะในเยอรมนีมีจำนวนมากกว่า 100,000 คน ฝรั่งเศสกับแคว้นสกอตแลนด์มีจำนวนประมาณ 10,000 คน และแคว้นอังกฤษอีกมากกว่า 1,000 คน

ตอนที่ 1
ค.ศ.1597
หมู่บ้านร็อคไซด์ ชุมชนเล็กๆ ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทของเมืองเบ๊ตตี้ สกอตแลนด์ 
บ้านของครอบครัวไร้ท์ เป็นหนึ่งในบ้านไม่กี่หลังที่ตั้งอยู่ห่างจากเขตชุมชน เพราะพวกเขามีอาชีพปลูกผัก ทั้งแบ่งขายจากสวน นำไปขายที่หมู่บ้าน และส่งให้กับพ่อค้าในเมือง
ในครอบครัวเล็ก ๆ นี้ ประกอบไปด้วย จอร์จที่เป็นบิดาและแอนนามารดา
โอเวนลูกชายและเกรซลูกสาว
ตอนที่โอเวนอายุได้ 5 ขวบเขาออกไปช่วยงานบิดาในสวน พบลูกนกฮูกตัวหนึ่งอยู่ในพุ่มไม้ ปีกของมันบาดเจ็บจึงนำมาใส่กรงและรักษาจนหายดี แต่เมื่อปล่อยออกมาจากกรงเจ้านกฮูกตัวนี้ก็ไม่ได้บินหนีไปไหน
ในตอนที่เก็บมา จอร์จบอกกับลูกชายว่านกฮูกตัวนี้คือนกฮูกหิมะสแกนดิเนเวีย
ขนสีขาว ปีกกว้าง ดวงตาสีฟ้ากลมโต เงียบขรึม และหากินในเวลากลางวัน
"แสดงว่าพลัดหลงจากครอบครัวน่ะสิ น่าสงสารจริง" แอนนาลูบปีกสีขาวเบา ๆ
"นกฮูกตัวนี้ตาสีฟ้า" โอเวนบอก "ชื่อบลูได้ไหมครับ"
เมื่อพ่อและแม่พยักหน้าเห็นด้วย เกรซซึ่งในตอนนั้นอายุเพียง 3 ขวบก็ถามต่อ
"บลูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะ"
"เป็นตัวผู้" จอร์จชี้ที่ปีก "ตัวผู้จะสีขาวล้วนและตัวเล็ก ถ้าตัวเมียจะมีจุดสีน้ำตาล แล้วก็ตัวใหญ่กว่า"
“ถึงตอนนี้บลูจะตัวเล็กแต่บลูก็เป็นนกฮูกที่หล่อที่สุด เก่งที่สุดเข้มแข็งที่สุด" เกรซบอกและไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปี บลูก็ยังคงเป็นนกฮูกที่หล่อที่สุดในสายตาของเกรซเสมอ
บลูรักครอบครัวนี้มากเช่นกัน ตอนเล็ก ๆ ยังนอนอยู่ในห้องเดียวกับโอเวน หรือไม่ก็เกรซ แต่เมื่อตัวโตขึ้นก็เปลี่ยนออกมาเกาะขอนไม้นอกบ้าน
จอร์จบอกว่า “บลูเป็นนักล่า ก็ต้องเลี้ยงเขาแบบนักล่าเข้าใจไหม”
“ถ้าวันหนึ่ง พ่อหรือแม่ของบลูมารับไปแบบในนิทาน หนูคงคิดถึงบลูมาก” เกรซบอก
“แต่นั่นหมายความว่า บลูได้อยู่กับพ่อแม่ของเขาไงจ๊ะ” แอนนาบอกขณะที่ถักเปียให้ลูกสาว
เกรซพยักหน้า แล้วยื่นเม็ดถั่วให้นกฮูกตาสีฟ้า “เมื่อถึงตอนนั้น บลูก็ต้องคิดถึงฉันเหมือนกันนะ รู้ไหม“
บลูเป็นนกฮูกที่ไม่ชอบอยู่บ้าน มักจะตามจอร์จกับโอเวนออกไปอยู่ที่สวนด้วยเสมอ แต่ไม่เคยตามไปถึงตลาดเวลาที่ 2 คนพ่อลูกเอาผักไปส่ง บลูก็จะกลับมาเกาะขอนไม้อยู่หลังครัวคอยเป็นเพื่อนกับแอนนาและเกรซ
จอร์จอธิบายว่า บลูอาจคิดว่าตนเองมีหน้าที่ให้ความคุ้มครองสาว ๆ ในระหว่างที่พ่อไม่อยู่ ซึ่งทุกคนก็เชื่ออย่างนั้นจนกระทั่งเช้าวันหนึ่งแอนนาพบซากหนู วางอยู่ที่หน้าประตูบ้าน โดยมีบลูยืนยืดคอท่าทางภูมิใจสุด ๆ อยู่ด้านข้าง
“พ่อจ๊ะ บลูกำลังอวดว่าเขาล่าหนูที่มากินผักในสวนได้ใช่ไหม”
“ก็คงอย่างนั้น”
แอนนาชมเชยนกแสนรู้ “บลู เก่งมากเลยจ้ะ”
หลังจากที่ได้รับคำชม ก็จะมีทั้งซากหนู และงูมาวางไว้ที่หน้าครัวเป็นระยะ
"บลู ขอบใจมากนะ ฉันรู้ว่าเธอเก่งมาก แต่เราไม่กินหนู และก็ไม่กินงูด้วย เธอเก็บไว้กินเองเถอะนะ" แอนนาบอก
บลูเอียงคอมองสาวงาม แล้วบินไปเกาะคบไม้หันหลังให้
"เกิดอะไรขึ้นคะแม่" เกรซได้ยินเสียงแม่พูดก็เลยเดินออกมาดูแล้วก็กลายเป็นหยุดชะงักมองซากหนูที่หน้าครัว "ถึงจะไม่ใช่ตัวแรกที่บลูเอามาฝาก แต่หนูก็ตกใจอยู่ดี"
แอนนาชี้มือบอกลูกสาว "เกรซดูสิ บลูกำลังงอนแม่"
เกรซเดินเลี่ยงซากหนูที่หน้าประตู เดินไปหาบลู
"บลู ขอบใจมากนะ ให้แม่จัดการของขวัญที่เธอเอามาให้ ระหว่างที่เราไปหาพ่อกับโอเวนกันดีไหม"
บลูหันมามองสาวน้อยแล้วบินลงมาเกาะไหล่
เกรซส่งสัญญาณมือให้แม่จัดการเรื่องที่หน้าประตู ขณะที่เธอเดินไปหาพ่อกับพี่ชายในสวน
"พ่อคะ พี่คะ ใกล้เที่ยงแล้วนะ กลับบ้านไปกินมื้อเที่ยงกันดีกว่า"
พ่อเงยหน้าขึ้นมามอง แล้วเช็ดมือกับชายเสื้อ "ใกล้เที่ยงแล้วพาบลูออกมาทำไมล่ะลูกสาว บลูเป็นนกฮูกหิมะนะ เขาชอบอากาศเย็น"
"บลูกำลังงอนแม่อยู่ค่ะ"
บลูเปลี่ยนไปเกาะไหล่โอเวน ที่กำลังเก็บรวบรวมถังน้ำ
"ทำไมถึงงอนแม่ล่ะ"
"บลูเอาของขวัญมาให้แม่ แต่แม่ไม่รับน่ะ"
3 คนพ่อลูกหัวเราะ 
โอเวนแกะเม็ดถั่วให้บลู "ผู้หญิงนี่ช่างไม่รู้ถึงความตั้งใจของผู้ชายอย่างเรา ๆเสียเลย"
บลูส่งเสียงตอบรับเบาก่อนที่จะก้มลงกินถั่วจากมือของโอเวน
"ผู้ชายนี่ช่างเข้าใจกันดีจริงนะ" เกรซค้อนทั้งพี่ชายทั้งบลูที่เข้ากันได้ดีกว่าเธอ
"ก็เพราะพวกผู้หญิงน่าเบื่อไงเนอะ อย่าไปสนใจเลย" โอเวนแกล้งน้องสาว
เกรซแกล้งคืนด้วยการสะบัดผมเปียใส่
“โหย อะไรกัน วิธีการตีคนแบบใหม่หรือไง คันชะมัด”
2 คนพี่น้องเดินไปพลางทะเลาะกันไปพลาง โดยมีพ่อเดินตามหลัง
“จะคันได้ไง ผมหนูน่ะสะอาดกว่ามือของพี่เสียอีก”
“จะสะอาดกว่าได้ไง พี่ล้างมือตลอดนะ”
“อี๋” เกรซชี้มือที่เต็มไปด้วยคราบดิน “แบบนี้น่ะนะ”
“แบบนี้แหละ”
พี่ชายพยายามจะคว้าจับผมเปียของน้องสาว ทำให้เกรซรีบวิ่งหนีไปซ่อนอยู่ข้างหลังของพ่อ พลางตะโกนฟ้อง จากนั้นก็รีบวิ่งนำเข้ามาในบ้านก่อน
ทันทีที่เข้ามาในบ้าน บลูก็ผละจากไหล่ของโอเวนไปเกาะขอนไม้ที่จอร์จผูกไว้ให้ที่มุมห้อง
เวลาที่เข้ามาอยู่ในบ้านระดับเสียงของ 2 คนพี่น้องก็ลดลงไปด้วย
แม้นกฮูกสีขาว ดวงตาสีฟ้าจะหลับอยู่นิ่ง ๆ แต่ยังคงได้ยินเสียงพูดคุย และการเคลื่อนไหวทุกอย่างภายในบ้าน รอบบ้าน ครอบคลุมไปจนถึงแปลงผัก
โอเวนหันไปถามพ่อ “บลูได้ยินไกลไหมครับพ่อ”
“ก็ต้องไกลอยู่เหมือนกัน เพราะเขาเป็นนักล่า” พ่อบอกขณะที่ชี้ไปที่แม่
“อย่าเชียวนะ บลูยังงอนแม่อยู่” แม่รีบบอก
“ก็จริงนี่ครับ บลูอุตส่าห์เอาของขวัญมาให้แม่ทั้งที”
แม่ส่งค้อนมาให้สามีกับลูกชาย แล้วตักซุบใส่ถ้วยมาวางไว้ให้ข้างหน้าพร้อมด้วยพายชิ้นใหญ่ “ช่างพูดกันจริงนะ พ่อลูก”
โอเวนหันไปหาน้องสาว “ว่าไงครับเจ้าหญิง ทำไมวันนี้ไม่กินพาย”
เกรซหัวเราะคิกคัก แล้วลุกไปหยิบพาย 2 ชิ้นที่มีขนาดเล็กกว่ามาจากเตาอบ
“หนูมีพายไก่ 2 ชิ้นด้วย”
“อะไรกัน” โอเวนร้องขึ้นมาทันที แต่พอมองเห็นขนาดของพายที่เล็กกว่ากันก็ถาม “อิ่มไหมเนี่ย”
“พี่โอเวน!” เกรซโวยวาย “พี่หยาบคายมาก!”
   
ในตอนเช้าตรู่โอเวนถือกล่องอาหารไปที่กระท่อมหลังเล็ก ทรุดโทรม ที่แทบไม่เคยมีใครในหมู่บ้านมาที่นี่
“คุณย่าครับ” โอเวนเคาะประตูกระท่อม ก่อนที่จะเดินเข้าไป
กระท่อมหลังนี้ไม่เคยปิดล็อก ช่องหน้าต่างก็ผุพัง เนื่องจากคุณย่ามาร์ธาเจ้าของบ้านมีอายุมากกว่า 90 ปีแล้ว หลังจากที่สามีเสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 40 ปีก่อนเธอก็อาศัยอยู่ตามลำพังมาโดยตลอด
แอนนาเคยเสนอให้จอร์จกับโอเวน 2 พ่อลูกมาช่วยซ่อมบ้านให้ แต่เธอก็ปฏิเสธ บอกว่ามีอายุมากแล้วอีกไม่นานก็คงออกเดินทางไปพบกับสามี จึงขอแค่มีที่พักที่พออยู่ได้เท่านั้น
“คุณย่าครับ ผมเอาอาหารมาให้ครับ”
มีเสียงกุกกักจากในห้องนอน ทำให้โอเวนผ่อนลมหายใจยาว
“ตื่นหรือยังเอ่ย”
เสียงหัวเราะอ่อนล้าดังมาจากในห้องนอน จากนั้นก็เป็นเสียงเปิดประตูออกมา
แม้มาร์ธาจะมีอายุมากและดวงตาก็ฝ้าฟาง แต่หากไม่สนใจเรื่องนั้นเธอจะดูเหมือนคนอายุ 60 เศษเท่านั้น
“ตื่นแล้ว ออกมาล้างหน้าแล้วรอบหนึ่ง พอกลับเข้าไปในห้อง เธอก็มาพอดี”
“จะกลับเข้าไปนอนต่อละสิ”
“เจ้าเด็กไม่น่ารัก รู้ทันจริงเชียว” หญิงชราหันไปทางอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ “อาหารเช้าหรือ บอกว่าไม่ต้องเตรียมมาให้ พวกเธอก็ยังเตรียมมา”
“ถ้าแม่ไม่เตรียมมาให้ แล้วคุณย่าจะกินอาหารเช้าไหมครับ” โอเวนรู้ทัน
“ฉันเกลียดเธอ เจ้าเด็กไม่น่ารัก รวมถึงพ่อกับแม่แล้วก็น้องสาวของเธอด้วย” มาร์ธากล่าวด้วยรอยยิ้มขณะที่เดินลากขาช้า ๆ ไปที่โต๊ะอาหาร
โอเวนจะเข้าไปพยุงแต่หญิงชรายกมือห้าม
“ฉันจะนั่งลง และกินมัน เพราะมันคืออาหารจากครอบครัวที่วุ่นวาย น่ารำคาญ แล้วช่วยเก็บจานอาหารของพวกเธอเมื่อวันก่อนกลับไปด้วย” หญิงชรานั่งลง “แล้วก็อย่ามาที่นี่บ่อยนัก ถึงฉันจะไม่ได้ออกไปพบกับใครที่ไหน แต่ก็พอจะรู้เรื่องการล่าแม่มดนั่น ฉันไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวที่ไม่น่ารักต้องเดือดร้อน”
โอเวนเดินไปหยิบจานที่ล้างสะอาด แต่ยังไม่กลับไป
“คุณย่าได้ยินเรื่องล่าแม่มดจากใครหรือครับ”
หญิงชราไม่ตอบ แต่ไล่ให้โอเวนกลับไป “ถ้าเธอไม่กลับไป ฉันก็จะไม่กินอาหารรสชาติไม่เอาไหนพวกนี้”
โอเวนกลอกตา
“ได้ครับ งั้นผมจะเก็บจานกลับไป แล้วบอกแม่ว่า อาหารของแม่อร่อยมาก คุณย่าทานหมดไม่เหลือเลย”
หญิงชราโบกมือไล่ให้โอเวนออกไปก่อน รอจนได้ยินเสียงประตูบ้านปิดลง เธอจึงลงมือกินอาหารนั้น

อีก 2 วันต่อมาจอร์จและโอเวน 2 คนพ่อลูกจะต้องเอาผักไปส่งที่ตลาด ขณะที่แอนนากับเกรซรับหน้าที่เฝ้าบ้านเหมือนเคย
เพราะข่าวเรื่องการไล่ล่าแม่มดที่ใกล้เข้ามาสร้างความกังวลให้กับทุกคนในหมู่บ้าน แม้ว่าผู้ที่ถูกควบคุมตัวส่วนใหญ่จะเป็นหญิงชราที่อยู่บ้านตามลำพัง หรือหญิงม่าย แต่จอร์จก็ยังคงเฝ้าระวังภรรยาและลูกสาว หากไม่จำเป็นจริง ๆ จะไม่ยอมให้ทั้งคู่ออกจากบ้านอย่างเด็ดขาด
ลำพังเรื่องการสงสัยผู้ที่เป็นแม่มดนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่จอร์จรู้ดีว่า ยังมีผู้ที่ถูกจับกุมตัวไปอีกหลายคนไม่ได้มีพฤติกรรมอะไรที่ส่อเค้าว่าจะเป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นเพราะการขัดผลประโยชน์บางอย่างกับผู้มีอำนาจจึงทำให้ถูกจับกุมตัวไปแล้วตั้งข้อกล่าวหาเป็นแม่มด ถูกทรมานจนต้องยอมรับสารภาพ และสุดท้ายคือการถูกเผาทั้งเป็น
ความหวาดกลัวถูกลงโทษอย่างไม่มีเหตุผลนั้น เป็นความหวาดกลัวที่รุนแรงกว่าการเผชิญหน้ากับแม่มดที่แท้จริงเสียอีก
2 คนพ่อลูกส่งผักเสร็จแล้วและกำลังเข็นรถเปล่าเดินกลับบ้าน รถม้าของเจ้าเมืองแล่นผ่านมา ทำให้ทุกคนบนถนนต้องหยุดให้รถม้าผ่านไปก่อน
ม่านหน้าต่างรถม้าเปิดออกขณะที่รถแล่นผ่าน
หญิงสาวดวงตาสีดำเข้มมอง 2 พ่อลูกจนเหลียวหลัง
“พ่อรู้จักเธอหรือครับ” โอเวนถาม
“คาร่า ฟอกซ์ ภริยาคนใหม่ของเจ้าเมืองไง”
“อ่อ...”
เวลานี้โอเวนอายุ 17 ปีแล้ว รู้จักคนมากมาย ทั้งหมู่บ้านนี้และละแวกใกล้เคียง  และเคยได้ยินมาว่าไบรเดน เมอร์ฟี เจ้าเมืองเบ๊ตตี้ มีภริยาลับอยู่หลายคน โอเวนเคยเห็นสาวสวยเหล่านี้จากที่ไกล ๆ
อาจเพราะนี่เป็นเรื่องบันเทิงเพียงเรื่องเดียวในหมู่บ้าน มีตัวละครหลายตัว เรื่องราวซับซ้อน และช่างมีสีสันหลากหลาย แม้ว่าโอเวนจะจำชื่อตัวละครส่วนใหญ่ไม่ได้ และมากกว่าครึ่งหนึ่งก็ไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน รวมถึงคาร่า ฟอกซ์คนที่นั่งรถม้าผ่านไปเมื่อครู่นี้ด้วย
เมื่อสักปีก่อนเคยมีข่าวที่ไม่มีการยืนยันว่า ภริยาลับคนหนึ่งของเจ้าเมืองที่มาจากอีกหมู่บ้านหนึ่งเป็นแม่มด ทุกคนในตลาดต่างไต่ถามกันว่าเธอเป็นใครมาจากไหน แต่ยังไม่ทันจะได้รู้ว่าตกลงเธอชื่อเบลหรือบาร์บาร่ากันแน่ เธอก็ถูกควบคุมตัวไปลงโทษแล้ว
และไม่มีใครได้ข่าวของเธออีกเลย
ส่วนเจนนิเฟอร์ภริยาของเจ้าเมือง คนที่ได้รับการรับรองจากศาสนจักรของเจ้าเมือง เพิ่งเสียชีวิตไปได้ไม่ถึงเดือน ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนกลมคนนั้นก็สมรสภริยาใหม่แล้ว
นี่ก็เป็นเรื่องที่ชาวบ้านให้ความสนใจกันมาก ตั้งแต่การที่เธอเป็นใครมาจากไหน และทำไมถึงได้รับการรับรองให้สมรสเร็วนัก
เจนนิเฟอร์ ภริยาผู้ล่วงลับของเจ้าเมืองมีลูกชาย 2 คน คนโตคือลุค อายุ 20 ปีกับเชส อายุ 19 ปี
ตั้งแต่ตอนที่แม่ของพวกเขาป่วยจนถึงพ่อสมรสใหม่ ทั้ง 2 คนไม่ได้อยู่บ้าน
โอเวนเคยเห็นบุตรชายของเจ้าเมืองทั้ง 2 คนมาแล้วหลายครั้ง คือในตอนที่พวกเขายังเด็ก เพราะว่าทั้งคู่ย้ายไปเรียนต่อที่เกาะอังกฤษตั้งแต่ 10 ขวบ นานเป็นปีถึงจะกลับบ้านสักครั้งหนึ่ง
ชั่วชีวิตของโอเวนไม่เคยไปไหนไกลว่าคฤหาสน์ของเจ้าเมือง
โอเวนกับเกรซเรียกที่นั่นว่าปราสาท ซึ่งทำให้พ่อกับแม่หัวเราะให้กัน และบอกว่าปราสาทที่แท้จริงหลังใหญ่โตกว่าคฤหาสน์ของเจ้าเมืองมากนัก ผู้คนมากมายแต่งตัวสวยงาม งานเลี้ยงหรูหราที่จะดำเนินไปข้ามวันข้ามคืน เป็นความร่ำรวยที่มากเกินกว่าชาวสวนผักอย่างเราจะจินตนาการได้
2 วันถัดมาขณะที่โอเวนกำลังถางหญ้าที่ขึ้นรกทางเดินเข้าบ้าน เด็กหนุ่มก็พบกับคาร่า ฟอกซ์คนนั้นอีกครั้ง ในรถม้าที่แล่นผ่านหน้าบ้านไป
แต่วันถัดมา เธอมาที่บ้านตามลำพัง
แม่กระซิบบอกให้ 2 คนพี่น้องออกไปอยู่ในสวนกับพ่อ จากนั้นเธอก็นั่งลงคุยกับคาร่า
“พ่อคะ ภริยาเจ้าเมืองมาหาแม่” สาวน้อยเกรซรีบไปบอกพ่อ
จอร์จสั่งให้ 2 คนพี่น้องช่วยกันรดน้ำผักต่อ และอย่าเพิ่งกลับเข้าบ้านจนกว่าพ่อจะมาเรียก จากนั้นพ่อก็เดินไปที่บ้านหลังเล็กของพวกเขา
บลูเกาะกิ่งไม้มองความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เงี่ยหูฟังเสียงจากที่ห่างไกล แล้วขยับซ่อนตัวอยู่ภายใต้กิ่งไม้ที่ทับซ้อนกัน
“ต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ ๆ” เกรซบอก
โอเวนก็คิดอย่างนั้น “พวกเราช่วยกันทำงานเถอะ พรุ่งนี้จะได้มีผักไปส่ง”
“พี่ไม่อยากรู้หรือ”
“อยากรู้สิ แต่ทั้งพ่อและแม่สั่งเราเหมือนกันแบบนี้ เราก็ควรเชื่อฟัง อีกอย่างพอภริยาเจ้าเมืองกลับไป เราค่อยถามพ่อกับแม่ก็ได้”
“แต่หนูอยากรู้ตอนนี้”
“ถ้าเราไปแอบฟังตอนนี้ แล้วเราจะรู้เรื่องไหมว่าเขาคุยกันเรื่องอะไร เอาไว้ไปซักถามให้เข้าใจตอนหลังดีกว่า”
เกรซอยากรู้ แต่ก็ยอมคล้อยตามพี่ชาย “หนูว่าภริยาของเจ้าเมืองคนนี้ดูน่ากลัวมาก”
โอเวนรีบหันไปดุน้องสาวพลางเหลียวมองไปรอบตัว “อย่าพูดเสียงดังไป”
“ทำไมล่ะ หนูก็แค่บอกว่าน่ากลัว”
โอเวนดุน้องอีกครั้ง “อย่าพูดเสียงดัง” พี่ชายลดเสียงลงมาเป็นกระซิบ “พี่รู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร แต่เราพูดเรื่องนี้นอกบ้านไม่ได้”
“เพราะอะไร”
“เพราะนี่เป็นเรื่องที่เราไม่มีหลักฐานไง”
น้องสาวทำหน้าตาไม่เข้าใจ โอเวนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านใกล้เคียงให้น้องสาวฟัง
เรื่องที่เริ่มขึ้นจากการโต้เถียงกันระหว่างผู้หญิง 2 คน คือลูซี่กับมอลลี่ ที่แย่งกันซื้อเครื่องประดับชิ้นเดียวกันในตลาด แต่ในการโต้เถียงกันในครั้งนั้น ทั้งคู่ต่างเรียกอีกฝ่ายว่าแม่มด และต่างก็ยกเรื่องความแตกต่างจากคนอื่นมาพูดถึง สีผม สีตา ท่าทางในการเดิน ลูซี่บอกว่ามอลลี่เป็นแม่มดที่ดื่มเลือดแมว ขณะที่มอลลี่ก็ว่าลูซี่เลี้ยงภูตผีเป็นผู้รับใช้
“มันเป็นไปไม่ได้”
“ใช่ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ในครั้งถัดมาที่พี่เอาผักไปส่ง พ่อค้าในตลาดบอกว่าทั้งคู่ถูกจับตัวไปสอบสวน ว่าเป็นแม่มดอย่างที่อีกฝ่ายบอกหรือเปล่า”
“ก็ต้องไม่ใช่แน่นอนอยู่แล้ว พวกเขาก็แค่ทะเลาะกัน ก็พูดไปเรื่อย”
“ตอนแรกทั้งคู่ก็ยอมรับว่าพูดไปเรื่อย เจ้าหน้าที่จึงจะลงโทษ ฐานที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด พวกเขาก็เลยยืนยันว่าอีกคนหนึ่งเป็นแม่มดจริง ๆ”
และยังต้องถูกทรมาน กระทั่งยอมรับว่าตนเองเป็นแม่มด สุดท้ายคือถูกควบคุมตัวนำไปประหารด้วยการเผาที่หน้าเรือนจำนั่นเอง
เกรซเคยได้ยินเรื่องการจับกุมคนที่พอจะมีเบาะแสบางอย่างที่ทำให้น่าเชื่อว่าเป็นแม่มดจริง ๆ อย่างหญิงชราที่พักอยู่ตามลำพัง หรือไม่ก็เป็นคนที่ป่วยหนักแล้วจู่ ๆ ก็หายป่วย บางทีก็เป็นคนที่ท้าทายอำนาจของศาสนจักร แต่เรื่องของหญิงสาว 2 คนนี้ออกจะไร้เหตุผลอยู่มาก
“ไม่มีหลักฐานพยานอะไรเลย แค่คำพูดจากการทะเลาะกันก็เชื่อ”
หากเป็นในเขตเมืองใหญ่ผู้พิจารณาความผิดย่อมเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
แต่ที่นี่เป็นชนบท อำนาจจึงอยู่ที่เจ้าเมืองและนักบวช ซึ่งเห็นว่าการเอาใจผู้ปกครองจากส่วนกลางสำคัญกว่าชีวิตของชาวบ้าน ยิ่งหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องแม่มด พวกเขาก็จะเลือกที่จะสรุปข้อสงสัยให้เร็วที่สุด
“พี่ได้ยินเรื่องการล่าแม่มดทุกครั้งที่เอาของไปส่งที่ตลาด หลายครั้งที่ชาวบ้านรู้ว่าคนที่ถูกจับไปก็เป็นชาวบ้านธรรมดาเหมือนเรา แต่กลับถูกกล่าวหาด้วยสาเหตุที่มาจากการกลั่นแกล้งกัน ผลประโยชน์ แม้แต่ความหึงหวง ถึงต้องบอกเธอว่าอย่าได้พูดเสียงดังไป”
เกรซเป็นน้องสาวที่น่ารัก คือแก้วตาดวงใจของครอบครัว โอเวนที่รู้ข่าวร้ายมากมายข้างนอกจึงไม่อยากเล่าให้น้องสาวฟังเพราะไม่อยากให้หวาดกลัว และรู้สึกระแวง
เกรซเข้าใจ “กลัวว่า ถ้าพูดโดยไม่ระวัง แล้วจะทำให้เรื่องบานปลายแบบเรื่องลูซี่กับมอลลี่ใช่ไหม”
“ใช่” พี่ชายบอก “บางทีพ่อก็กังวลว่า เราปลูกผัก ค้าขายแล้วไปทำให้ใครเสียหายหรือเปล่า เขาอาจเขียนเรื่องร้องเรียนพวกเรากับทางเจ้าเมืองก็ได้”
น้องสาวส่ายหน้า “พวกเราปลูกผัก ขายผัก ส่งทั้งเงินทั้งผักให้เจ้าเมืองอยู่ตลอด หนูว่า เจ้าเมืองเขาก็ต้องเห็นประโยชน์ของพวกเราอยู่บ้าง” เกรซนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “พี่เคยเห็นภริยาเจ้าเมืองคนที่มาบ้านเราวันนี้ไหม”
“เคยเห็นตอนที่เขานั่งอยู่ในรถม้าผ่านไปน่ะ”
น้องสาวดูผิดหวัง “หนูคิดว่าพี่เคยเห็นเขาที่ปราสาทของเจ้าเมือง”
พี่ชายส่ายหน้า น้องสาวก็ชวนคุยต่อ “ลุค กับ เชส เมอร์ฟี ลูกชายของเจ้าเมืองกลับมาบ้างไหม”
โอเวนทำเสียงขึ้นจมูกก่อนตอบ “ถามถึงทำไม พวกเขาไม่กลับมาเมืองเล็ก ๆ แบบนี้หรอก”
สาวน้อยไม่ปิดบังความผิดหวัง “ถึงที่นี่จะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ก็เป็นบ้านเกิดของพวกเขานะ”
โอเวนทำหน้าตาล้อเลียนน้องสาว 2 คนพี่น้องคุยกันจนได้ยินเสียงรถม้าของภริยาคนใหม่ของเจ้าเมืองขับออกไปถึงได้ชวนกันกลับเข้าบ้าน

หลายวันถัดมาจอร์จกับโอเวนต้องเอาผักไปส่งที่คฤหาสน์ของเจ้าเมือง และพ่อแยกไปหาพ่อบ้านเพื่อจ่ายเงินค่าเช่าที่ปลูกผัก
เพราะที่ดินทั้งเมืองนี้เป็นของไบรเดน เมอร์ฟี ทุกคนถึงได้กลัวเขา
แต่นั่นมันคนละเรื่องกับลูกชายของเจ้าเมือง
โอเวนนั่งอยู่บนหลังรถส่งผักที่ตอนนี้ว่างเปล่า มองเห็น 2 คนพี่น้องที่ควบม้าอยู่ท่ามกลางกลุ่มทหารจากระยะไกล จากนั้นพวกทหารก็แยกไปทางคอกม้า แต่ 2 คนพี่น้องกลับควบม้ามาทางนี้
การย้ายจากชนบทไปอยู่ในเมืองใหญ่ ทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
“ไง โอเวน ไม่เจอกันหลายปี นายก็ยังเป็นเด็ก 7 ขวบอยู่เหมือนเดิม” เชสทัก
...ในบางเรื่องนะ เพราะเรื่องปากไม่ดี ก็ยังเหมือนเดิม
“มีอะไรหรือเปล่า”
“เฮ้ พวกเราอายุมากกว่านายนะ อย่างน้อยก็น่าจะแสดงความเคารพกันบ้าง” เชสพูดยิ้ม ๆ
โอเวนมีสีหน้าเบื่อหน่าย “ไฮ ลุค และเชส เมอร์ฟี ลูกชายเจ้าเมืองเบ๊ตตี้ สบายดีไหม การใช้ชีวิตที่ลอนดอนเป็นอย่างไรบ้าง ฉันหวังว่านายจะสุขสบาย แล้วพวกนายมีธุระอะไรหรือถึงได้กลับมาที่นี่ ที่พวกนายตรงดิ่งมาตรงนี้มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าฉันจอดรถส่งของนี่เกะกะนาย อย่างนั้นฉันจะเลื่อนมันไปทางอื่น...”
“โว้ว โอเวนน้อยของฉัน ใจเย็นหน่อย” ลุคที่มีท่าทีสุขุม จริงจังยังต้องร้องห้าม ขณะที่เชสหัวเราะสนุกสนานที่ถูกโอเวนกวนกลับไป
พี่น้องคู่นี้มันโรคจิต!
“มีอะไร”
เชสหัวเราะเสียงดังกว่าเดิม จนโอเวนอยากขว้างด้วยหัวผักกาดสักหัว ถ้ายังมีเหลืออยู่นะ
“ก็เห็นว่ายังรอจอร์จอยู่ไม่ใช่หรือไง ก็เลยเข้ามาทักทาย”
“ทักแล้วใช่ไหม ไปได้แล้ว”
เชสชี้หน้าทั้งที่ยังหยุดหัวเราะไม่ได้ “เจ้าตัวเล็กนี่ยังซ่าเหมือนเดิม”
โอเวนไม่ได้เป็นคนตัวเล็ก ยิ่งเมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกันในหมู่บ้าน เขาจัดอยู่ในกลุ่มคนตัวสูงด้วยซ้ำ แต่ 2 คนพี่น้องคู่นี้ต่างหากที่สูงกว่า 6 ฟุตแล้ว
ถึงได้เด่นมาก รู้ว่าเป็นใครทั้งที่อยู่ตั้งไกล
“ไม่คิดว่าเราควรจะผูกมิตรพูดดีต่อกันไว้สักนิดหรือไง” เชสบอก
“นี่ก็ดีแล้วไง”
ลุคพยักหนัก “ยังไงรออยู่ที่นี่ก่อน มีของฝากให้นายกับน้องสาวด้วย แต่อยู่บนห้อง”
“ไม่เอาหรอก เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” โอเวนปฏิเสธทันที
2 คนพี่น้องที่กำลังอารมณ์ดีหยุดชะงัก
“มีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างที่เราไม่อยู่หรือเปล่า” เชสถามขึ้น
โอเวนมอง 2 คนพี่น้อง “ก็เป็นผู้ใหญ่แล้วไง”
“นายน่ะนะ เป็นผู้ใหญ่” เชสเถียง แต่พอหันไปเห็นว่า จอร์จเดินออกมาจากอาคารของพ่อบ้านก็หันมาบอกกับพี่ชาย
“ไว้คุยกันวันหลังก็แล้วกัน”
จากนั้นทั้งคู่ก็กลับไปทางคอกม้า
ตัวเองก็มีเรื่องที่เป็นความลับ พูดไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ
วันถัดมา 2 คนพี่น้องถือของฝากที่เป็นผ้าตัดชุดกระโปรงสำหรับแอนนา และเกรซมาให้ถึงที่บ้าน ส่วนจอร์จ ได้ยาสูบ 1 กล่อง ขณะที่โอเวนได้สร้อยคอแบบสั้น 1 เส้นพร้อมจี้ห้อยคอที่เป็นนกฮูกทำด้วยเงินแท้
เกรซตื่นเต้นที่เห็นสร้อยเส้นนี้ รีบร้องบอก “นี่ถ้าตัวกลม ๆ กว่านี้ก็จะบอกว่าเป็นบลูแล้วนะ”
ลุคกับเชสสงสัย เกรซก็เลยเปิดหน้าต่างบ้าน เรียกบลูให้มาหา เจ้านกฮูกสแกนดิเนเวียก็บินมาหาเกาะไหล่
“ตัวกลมขึ้นจริง ๆ ด้วย” เชสหัวเราะ
จอร์จพิจารณานกฮูกที่สร้อย “นี่น่าจะเป็นนกฮูกแบบที่อยู่นอกเกาะอังกฤษ พ่อเคยเห็นแต่ในหนังสือ”
“ก็พยายามจะหาที่เหมือนบลูที่สุดอยู่เหมือนกัน แต่ว่าไม่มี อันนี้ใกล้เคียงที่สุดแล้ว” ลุคอธิบาย
ส่วนเชสพูดคุยกับบลู “กินแต่ถั่วจนตัวอ้วนกลมไปหมดแล้วบลู”
บลูส่งเสียงตอบรับต่ำ ๆ แต่เกรซไม่เห็นด้วย
“ไม่อ้วนสักหน่อย บลูหล่อมาก เก่งมากด้วย บางวันก็จับหนู บางวันก็จับงูมาให้แม่”
แอนนารีบห้าม “โอ้ย เกรซ อย่าเพิ่งชมมาก เดี๋ยวไปจับมาให้แม่อีก”
เชสยังพยายามจะเล่นกับบลู “บลู มาเกาะเราได้ไหม”
“ไม่ได้ บลูเป็นเพื่อนหนูก็ต้องอยู่กับหนูสิ” เกรซหวง
ระหว่างที่ทุกคนหันไปให้ความสนใจบลู ลุคก็เดินไปหยิบสร้อยคอจากมือของโอเวนแล้วสวมให้
“ทำไมถึงซื้อสร้อยมาให้ฉัน” หนุ่มตัวเล็กถาม
ลุคยิ้ม “เพราะฉันคิดว่าสร้อยนี้เหมาะกับนายมาก” ดวงตาสีเข้มมองมือที่จับจี้รูปนกฮูกขึ้นมาดู “เกิดอะไรขึ้น ทำไมเมื่อวันก่อนนายถึงพูดอย่างนั้นกับฉัน”
โอเวนทำหน้ามุ่ย “นี่ถึงกับต้องตามมาถามถึงบ้านเลยหรือ”
“ถึงไม่มีคำถามนี้ ฉันก็ต้องเอาของฝากมาให้นายที่บ้านอยู่แล้ว”
“โอเค ฉันชอบมัน”
“โอเวน”
โอเวนกลอกตา “ฉันแค่เบื่อ รำคาญที่จะต้องตอบคำถามของนาย”
“อย่างนั้นนายก็เป็นฝ่ายถามฉันสิ ฉันอยากตอบ”
ขณะที่ลุคไม่ได้สนใจความผิดปกติรอบตัว แต่โอเวนสนใจ และหันไปมองทุกคนในบ้านที่หยุดคุยกัน ทั้งหันมามองทางนี้
“ไม่มีคำถาม”
“พี่เกเร” เกรซช่วยบอก
โอเวนรู้สึกขอบใจน้องสาวที่ช่วยพาผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ แต่พอลุคและเชสจะกลับไป ลุคก็ยังกระซิบถามโอเวนอีกครั้ง
“ไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายกับนายใช่ไหม”
“ไม่มีหรอก”
เป็นคำตอบที่อย่าว่าแต่ลุคจะไม่เชื่อเลย โอเวนก็ยังไม่เชื่อคำตอบของตนเองเหมือนกัน
หลังจากที่ 2 คนพี่น้องกลับไปแล้วโอเวนจึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานนี้ยังปฏิเสธไม่รับของฝากของพวกเขาอยู่แท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับได้รับของฝากมากมาย
เราสนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ก็แค่เคยเห็นพวกเขาที่คฤหาสน์บ้าง ในเมืองบ้าง ที่โบสถ์บ้างในตอนที่ยังเป็นเด็กก่อนที่เขาจะไปเรียนที่ลอนดอน ตอนที่พวกเขากลับมาบ้าน ตอนที่พวกเขามาหาที่บ้าน
เห็นไหมว่าไม่ค่อยได้เจอกัน แล้วก็ไม่สนิทกันด้วย

(มีต่อครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-12-2019 20:51:22 โดย MyTeaMeJive »

ออฟไลน์ MyTeaMeJive

  • MyTeaMeJive
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3280/-9
OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #2 เมื่อ05-12-2019 08:19:31 »

(ต่อครับ)

เช้ามืดวันถัดมา โอเวนเอาขนมปังกับอาหารไปให้มาร์ธาตั้งแต่เช้ามืด
อากาศที่เริ่มชื้นทำให้หญิงชรามีอาการไอ โอเวนจึงต้มน้ำอุ่นไว้ให้ และรอจนหญิงชรากินอาหารเช้าจนเสร็จ จึงได้กลับมาที่กระท่อม แต่ต้องแอบบอกกับจอร์จเบา ๆ ว่ามาร์ธาไม่สบาย กะว่าตอนเย็นจะกลับไปดูอาการอีกครั้ง
“มาร์ธามียาหรือเปล่า”
โอเวนส่ายหน้า จอร์จจึงออกไปเตรียมสมุนไพรพื้นบ้านไว้ให้ลูกชายเอาไปให้มาร์ธาในตอนเย็น
แต่ในระหว่างที่จอร์จออกไปข้างนอก ลุคก็เดินเข้ามาที่บ้าน พร้อมด้วยตะกร้าขนมปังและผลไม้แห้ง พอโอเวนจะไม่รับไว้ ลุคก็อ้างว่านี่คืออาหารมื้อเช้าของเขาเอง แต่รู้สึกเบื่อไม่อยากกินก็เลยเอาใส่ห่อผ้ามาด้วย แล้วบังเอิญว่าบ้านหลังนี้เป็นทางผ่านก็เลยแวะเอามาให้
“ระหว่างทางมีบ้านตั้งหลายหลัง เอาไปให้เขาสิ”
“ถ้านายไม่อยากกินก็แค่ทิ้งไปเท่านั้น” ลุคทำหน้าตึง วางห่อผ้าที่ใส่ของกินไว้ แล้วขี่ม้าออกไป
“อะไรน่ะ โอเวน แม่เห็นคุยกันตั้งนาน”
แอนนาเดินเข้ามาดูห่อผ้า ข้างในมีทั้งขนมปังและผลไม้แห้งหลายชนิดบรรจุในขวดโหล
“นั่นแหละ” ลูกชายคนโตบอกสั้น ๆ “ผมจะไปช่วยพ่อรดน้ำผักแล้วนะ”
“อ้าว แล้วของพวกนี้ล่ะ”
“แล้วแต่แม่แล้วกัน”
พอถึงวันถัดมา คนที่เอาขนมปังกับผลไม้มาให้ในตอนเช้า คือคนงานคนหนึ่งในครัวที่บ้านของลุค บอกว่า ลุคต้องเดินทางไปทำงานที่อีกเมืองหนึ่ง และสั่งไว้ว่าให้เอาขนมปังกับผลไม้มาให้ทุกวัน
โอเวนปฏิเสธ แต่คนงานก็ขอให้รับไว้ ไม่อย่างนั้นจะต้องถูกลงโทษ
“แล้วเชสล่ะ”
“คุณเชสไม่สบาย คุณพ่อบ้านไปตามหมอมาดูแลตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว”
แต่ในวันถัดมา หลังจากคนที่รับใช้แวะเอาขนมปังมาให้และบอกว่า อาการของเชสแย่ลงกว่าเดิม แล้วกลับไป โบรดี้หัวหน้าของหน่วยทหารของเจ้าเมืองก็มาที่บ้านแล้วคุมตัวทั้ง 4 คนไว้ขณะที่พวกเขาค้นหาของบางอย่าง
“หาอะไรอยู่หรือ” จอร์จถาม
ทหารคนหนึ่งรื้อของในครัว แล้วหยิบขวดเครื่องเทศของแม่ออกมาวางเรียง
“อาจเป็นของพวกนี้ก็ได้นะครับหัวหน้า”
“นั่นเป็นเครื่องเทศ ก็มีใช้กันอยู่ทุกบ้าน มันมีอะไรพิเศษหรือ” แอนนาถาม ความกังวลว่าจะถูกกล่าวโทษเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
หัวหน้าของกลุ่มหันไปพยักหน้าให้ค้นหาต่อไป
แต่ทั้งที่หาของที่ต้องการไม่พบ แต่โบรดี้กลับออกคำสั่งให้ควบคุมตัวทั้งหมดไปที่เรือนจำ
“อะไรกัน ควบคุมตัวพวกเราด้วยเรื่องอะไร” จอร์จถามขึ้น
โบรดี้ หันมาบอก “คุณเชสมาที่นี่ เมื่อกลับไปก็ป่วยหนัก แม้แต่หมอในเมืองก็ยังไม่รู้วิธีรักษา นั่นเพราะพวกแกใช้เวทย์มนตร์กับเขา”
“เวทย์มนตร์อะไร พวกเราเป็นแค่คนปลูกผักเท่านั้น” จอร์จโต้เถียง แต่ทหารที่หยาบคายหันไปคว้าแขนเล็ก ๆ ของเกรซ ทำให้โอเวนเข้าไปผลักออก เมื่อต้องยื้อยุดกัน ทำให้จี้เงินรูปนกฮูกพ้นจากคอเสื้อออกมา
โบรดี้ตรงเข้ามากระชากสร้อยคอจนขาด
“ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง”
“อะ อะไร”
“พวกแกเลี้ยงนกฮูกใช่ไหม”
ทหารคนหนึ่ง ร้องถามคนที่อยู่ข้างนอกว่าเจอหรือไม่ แต่คนที่ข้างนอกตอบมาว่ายังไม่พบ โบรดี้ก็สั่งให้เผา
“พอเจอไฟ เจ้านกฮูกนั่นก็ต้องออกมาเอง”
ทั้ง 4 คนถูกลากออกมาจากบ้าน มองดูบ้านและแปลงผักที่กำลังถูกราดด้วยน้ำมัน แล้วจุดไฟเผา บลูที่ซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ด้านหลังของสวนได้ยินทุกถ้อยคำ และพยายามที่จะไม่ออกมา เพราะอาจกลายเป็นอีก 1 หลักฐานที่ชี้ว่าครอบครัวนี้เป็นแม่มด
ไฟเผาไหม้บ้านหลังเล็กนั่นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ไฟที่เผาทำลายแปลงผักลุกลามไปอย่างช้า ๆ เพราะมีความชื้นมากกว่า
โบรดี้สั่งให้ทหารคุมตัวทั้ง 4 คนออกไปก่อนและสั่งให้ทหารอีก 5 คนเอาน้ำมันมาราดที่แปลงผักเพื่อเร่งให้ไฟเผาไหม้ทุกอย่างให้หมด  และรออยู่ที่นี่จนกว่าจะเจอนกฮูกตัวนั้น 
แต่ทหาร 5 คนนี้ไม่ได้เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดแบบนั้น เมื่อโบรดี้ควบคุมตัวทั้ง 4 คนกลับไปได้ไม่นาน พวกเขาก็ล่าถอยออกมา
บลูจึงแฝงตัวท่ามกลางกลุ่มควันหลบหนีออกมาอีกทางหนึ่ง

ต่อหน้าเจ้าเมือง และคณะตุลาการ คาร่า ฟ็อกซ์ มองจี้เงินรูปนกฮูกที่โบรดี้นำมาเป็นหลักฐาน แล้วยืนยันกับเจ้าเมืองอีกครั้ง ว่าเธอเคยเห็นนกฮูกตัวหนึ่งที่บ้านของครอบครัวไร้ท์
“เป็นนกฮูกสีขาว ที่มีตาสีฟ้า”
ชาวบ้านหลายคนก็ยืนยันว่าเห็นเคยเห็นนกฮูกตัวนี้
“จอร์จและแอนนารู้เรื่องสมุนไพรหลายอย่าง”
ทั้งคู่มีความสามารถในการรักษาอาการเจ็บป่วยบางอย่างได้
“ทั้งแอนนา เกรซ และโอเวนต่างก็มีรูปร่างใบหน้าที่สวยงามผิดจากคนอื่น”
โดยเฉพาะโอเวนที่ยังถือว่ามีใบหน้าแบบผู้หญิง
แอนนา และเกรซถูกตัดสินให้เผาทั้งเป็นในค่ำวันนั้นเอง ขณะที่จอร์จ และโอเวนถูกทรมานด้วยการถูกทุบตีด้วยท่อนไม้
...เพราะพ่อมด และแม่มดจะไม่ตายด้วยการฆ่าแบบธรรมดา
โอเวนมองไฟที่ลุกท่วมแม่และน้องสาว ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความทรมานจนกระทั่งเสียงนั้นเงียบลง
ส่วนพ่อไม่ต้องทรมานนานขนาดนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่คนหนึ่งฟาดไม้เข้ามาที่ท้ายทอย ทำให้พ่อขาดใจในทันที
แต่สำหรับโอเวน ช่วงเวลานับจากนั้นสมควรเรียกว่าเหลือเพียงแค่ลมหายใจ เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าจอร์จเสียชีวิตเร็วเกินไป ก็เปลี่ยนมาใช้สารพัดวิธีที่จะทรมาน และสร้างความเจ็บปวด...
ความเจ็บปวด เมื่อมาถึงจุดหนึ่งก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป
ภายในห้องใต้ดินปิดทึบที่มีช่องหน้าต่างเล็ก ๆ ใกล้เพดานสูง
เด็กหนุ่มมองเห็นแสงพร่ามัวด้วยดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียว แต่ภายในดวงตาข้างนั้นยังเห็นภาพของพ่อ แม่ และเกรซอย่างชัดเจน แม้จะไม่มีใบหูทั้ง 2 ข้างเหลืออยู่อีก แต่ก็ยังได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความทรมานยาวนาน จมูกที่ถูกทุบหักยังได้กลิ่นเนื้อมนุษย์ยามที่ถูกเผาไหม้
2 แขน ข้างหนึ่งเหลือเพียงข้อมือ อีกข้างหนึ่งก็แตกหักจนไม่สามารถยกขึ้นได้อีก
2 ขาที่เหลือเพียงเข่า
ลำตัวที่มีแต่ริ้วรอยจากการถูกโบย
ทำไมยังไม่ตาย หรือเราจะเป็นพ่อมดจริง ๆ
ข้อกล่าวหานี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
นี่เป็น 2 คำถามที่โอเวนถามตัวเองตลอดเวลา แต่เรื่องนี้มันต้องเกี่ยวข้องกับจี้ห้อยคอรูปนกฮูกนั่น
ลุค คือคนที่เอาจี้ห้อยคอมาให้แล้วหายไป
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
“บลู...” น้ำเสียงที่เปล่งออกจากคอแหบพร่า และไม่ชัดเจน เพราะถูกตัดลิ้นไปแล้ว
เด็กหนุ่มมองเห็นนกฮูกสีขาวดวงตาสีฟ้าปรากฏขึ้นข้างหน้า แน่ใจว่าการมองเห็นนี้ไม่ได้เกิดจากดวงตา
“บลู...” แค่คำเดียวก็เหนื่อยหอบ เจ็บร้าวไปทั้งอก “ฉัน...ต้องการ...คำตอบ...” และยังตายไม่ได้ จะกว่าจะได้ “...แก้แค้น...”
ดวงตาสีฟ้าสว่างที่มองมา ช่วยให้ความเจ็บปวดทั้งหมดจางหายไป
ในอีก 1 ชั่วโมงถัดมา ทหารยามเดินผ่านมาตรวจห้องขังนักโทษ แต่ไม่พบร่างของโอเวน ไรท์ อยู่ในห้องขังแล้ว

...จบตอนที่ 1...

เริ่มเรื่องใหม่ในแบบที่คาดหวังจากใจว่าคุณผู้อ่านจะชอบ
แต่จะชอบหรือไม่ชอบติชมกันได้นะครับ
MyTeaMeJive


สารบัญเรื่อง
ตอนที่ 1 / ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5 / ตอนที่ 6 / ตอนที่ 7ตอนที่ 8 / ตอนที่ 9
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-06-2020 11:16:33 โดย MyTeaMeJive »

ออฟไลน์ Yarkrak

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #3 เมื่อ05-12-2019 09:02:46 »

 :mc4:
ต้อนรับก่อนเดี๋ยวเข้าไปอ่านครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-12-2019 20:03:44 โดย Yarkrak »

ออฟไลน์ uniko

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #4 เมื่อ05-12-2019 09:12:17 »

เรื่องใหม่มาแล้วว :mc4:
สงสารครอบครัวโอเว่นจัง :m15:
โอ๊ยลุ้นๆ โอเว่นหายไปไหน
สนุกค่ะ รอติดตามตอนต่อไป

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #5 เมื่อ05-12-2019 09:26:13 »

 :pig4:
 :pig4:
 o13

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #6 เมื่อ05-12-2019 09:37:59 »

เดี๋ยวมาอ่านนะคะแป๊บนึงตั้งเตือนไว้แล้วค่ะ

ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #7 เมื่อ05-12-2019 09:56:26 »

 
ก่อนอื่นต้องเข้ามาขอบคุณที่มีเรื่องใหม่มาให้ติดตามนะคะ  :pig4:

ส่วนเนื้อเรื่องเปิดตัวมาก็แฟนตาซีแบบอลังกันเลยทีเดียว ยังลุ้นว่าจะเป็นพ่อมดน้อยหรือเปล่า

ที่แน่ๆ บลูไม่ธรรมดาจริงๆ  รอตอนต่อไปค่ะ   :mew1:

ออฟไลน์ noteno

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #8 เมื่อ05-12-2019 10:34:18 »

 :mew4: นี่เตรียมใจเรื่องการจากไปของตัวละครของนักเขียนคู่นี้....เเต่ก็ไม่คิดว่าจะมาตั้งเเต่ต้นเรื่องเเบบเน้!!! :katai1:

อ่านไปก็นึกคิดตามว่าต่อไปจะเป็นยังไง ไม่คิดว่าจะมาโดนกับครอบครัวโอเวน นี่เดาว่าคุณยายข้างบ้านอาจจะมาช่วย เเต่หวยมาออกที่บลูจ้า...เดาว่าบลูน่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงของเเม่มดอีกที เดาไปเรื่อยๆจนกว่าตอนใหม่จะมาหล่ะกันนน

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1777
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #9 เมื่อ05-12-2019 10:42:33 »

ล้างแค้นมัน


ฆ่ามันให้ตายอย่างทรมาณ


ทุกผู้ทุกคน


ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้


อย่าใจอ่อน


ฆ่ามันทุกคน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
« ตอบ #9 เมื่อ: 05-12-2019 10:42:33 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-3
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #10 เมื่อ05-12-2019 11:01:50 »

โหดมาก

ออฟไลน์ Yarkrak

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #11 เมื่อ05-12-2019 20:16:37 »

ขอบคุณผู้เขียนที่เรียกเพศสัตว์ได้ถูกต้อง
ไม่ใช่เรียกสัตว์เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเหมือนคนสมัยนี้ ทำให้คนอ่านรุ่นหลังสับสน

สงสารครอบครัวของโอเวนมาก ๆ โหดร้ายเกินไป
ขอให้โอเวนจงเข้มแข็งนะ

 :hao7:

ออฟไลน์ Ornon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #12 เมื่อ07-12-2019 20:21:51 »

 :monkeysad:

ออฟไลน์ noteno

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #13 เมื่อ07-12-2019 20:39:38 »

 :z13:  รอตอนใหม่อยู่น๊าาา

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1175/-5
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #14 เมื่อ09-12-2019 13:33:27 »

มีความลึกลับมากมายจริงๆ เชสกับลุคเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ บลูต้องเป็นมากกว่านกฮูกธรรมดาๆ อยู่แล้ว
โอเวนจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แล้วเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร โชคชะตาที่มาพร้อมกับบลูจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปมากเท่าไรกันนะ

ขอบคุณน้องทีกับคุณไจฟ์ที่เอาเรื่องใหม่มาแบ่งปันกันอ่านนะคะ
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ
ป.ล. เรื่องการล่าแม่มดนี่เป็นตัวอย่างของความดวงตามืดบอดของมนุษย์อย่างหนึ่งจริงๆ ประวัติศาสตร์ช่วงนั้นน่ากลัวมากๆ เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ชอบเรื่องนี้นะคะ อยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป

ออฟไลน์ HappyYaoi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 180
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #15 เมื่อ11-12-2019 22:00:46 »

เปิดเรื่องมาได้น่าสนใจมาก ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #16 เมื่อ12-12-2019 16:15:15 »


 นับวันรออออออ  :L2:   :L2:   :L2:



ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1895
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #17 เมื่อ12-12-2019 21:12:40 »

 :undecided: :undecided:

ออฟไลน์ uniko

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #18 เมื่อ20-12-2019 19:30:24 »

อ่านตอนแรกจบแล้วยังฉงนกับชื่อเรื่อง OWAZA  :hao4:
มันแปลว่าอะไรเหรอคะน้องน้ำชา

รอตอนต่อไปอยู่น๊าาา o18

ออฟไลน์ noteno

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #19 เมื่อ20-12-2019 19:51:34 »

 :ling1: ตอนใหม่อยู่หนายยยย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
« ตอบ #19 เมื่อ: 20-12-2019 19:51:34 »





ออฟไลน์ KOWPOON

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #20 เมื่อ20-12-2019 19:58:34 »


ออฟไลน์ jeab12

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #21 เมื่อ21-12-2019 20:44:09 »

มาให้กำลังใจ น้ำชา จ๊ะ

ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #22 เมื่อ23-12-2019 11:22:21 »


 ก๊อก ก๊อก ก๊อก  รออยู่จ้า




ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #23 เมื่อ24-12-2019 15:04:07 »



  ยู้ฮู้วววววววววว   แปะที่รอจ้า






ออฟไลน์ YouandMe

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #24 เมื่อ30-12-2019 19:16:27 »

มาช่วยดัน...ฮึบ!!!!

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #25 เมื่อ30-12-2019 19:49:32 »

มาส่งท้ายปีใหม่สักหนึ่งตอนนะคะ

ออฟไลน์ noteno

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #26 เมื่อ30-12-2019 20:14:38 »

 :z13: อย่ามัวเเต่กินเค้กปีใหม่เพลินน๊าาาา...เค้ารอตอนใหม่อยู่จ้าาา

ออฟไลน์ noteno

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
Re: OWAZA ตอนที่1 (5/12/2562)
«ตอบ #27 เมื่อ03-01-2020 21:01:00 »

 :z13:วางชานมไข่มุกในมือได้เเล้วน๊าาา

ออฟไลน์ MyTeaMeJive

  • MyTeaMeJive
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3280/-9
OWAZA ตอนที่ 2 (4/1/2563)
«ตอบ #28 เมื่อ04-01-2020 06:28:27 »

ตอนที่ 2

ค.ศ.1813
สงครามนโปเลียนดำเนินมานาน 10 ปีแล้ว โลกกำลังแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายสัมพันธมิตร กับฝ่ายของจักรวรรดิฝรั่งเศสและพันธมิตร
ระบบการเกณฑ์ทหารแบบใหม่ทำให้กองทัพฝรั่งเศสมีกำลังทหารจำนวนมาก และได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงเมื่อปีที่แล้วนี่เองที่กองทัพแห่งนโปเลียนพ่ายแพ้จากการรุกรานเข้าสู่ดินแดนของรัสเซีย
ในสมรภูมิ เหล่าวิญญาณ และยมทูตลอยตัวอยู่เหนือทหารแนวหน้า....
ปีศาจสีขาวผู้มีดวงตาสีฟ้า ผลักร่างของโบรดี้เข้าไปในกองไฟ...
 
ต้นไม้ใหญ่ภายในสุสาน มีพุ่มใบหนาทึบเหมาะสำหรับการหลบซ่อนและเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย
คลอรีน เด็กผู้หญิงผมสีดำเข้มคนนั้นคือลูกสาวของคนเฝ้าสุสานแห่งนี้ เธอต้องรับหน้าที่ช่วยบิดานับตั้งแต่พี่ชาย 2 คนถูกเกณฑ์ทหาร และเมื่อทั้งคู่เสียชีวิตในสนามรบ มารดาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจก็เริ่มล้มป่วยและจากไป
บลูอยากเห็นชีวิตที่ยากลำบากของคลอรีนต่ออีกสักปีสองปี แต่ที่ต้องรีบลงมือก็เพราะเมื่อวันก่อนระหว่างงานศพของลูกชายเศรษฐีของเมืองนี้ มีผู้ที่มาร่วมงานคนหนึ่งสังเกตเห็นนกฮูกสแกนดิเนเวียอยู่ตามลำพังภายในสุสาน
การถูกพบเห็น หมายถึงการที่จะถูกผู้ติดตามพบเจอในเร็ว ๆ นี้
ค่ำลง กลุ่มโจรขุดศพลอบเข้ามาที่สุสาน บลูส่งเสียงร้องขึ้นครั้งหนึ่ง ผู้เป็นพ่อก็รีบคว้าอาวุธ ส่วนคลอรีนคว้าตะเกียงตามพ่อออกมาที่สุสาน
เมื่อเห็นกลุ่มโจรกำลังช่วยกันขุดหลุมศพใหม่ คนเฝ้าสุสานก็ยิงปืนออกไป 1 นัด พวกโจรพากันทิ้งเครื่องมือต่าง ๆ แล้ววิ่งหนีไป แต่คลอรีนที่วิ่งตามพ่อมา จู่ ๆ กลับมองเห็นภาพข้างหน้าไม่ชัดเจน สะดุดจอบที่ถูกวางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ตะเกียงในมือถูกหมุนเหวี่ยงขึ้น น้ำมันในตะเกียงไหลลงมาที่ข้อมือ แขนและเสื้อ เปลวไฟลุกลามลงมาตามน้ำมันในตะเกียง แล้วติดเสื้อผ้า
เด็กหญิงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ โดยที่บิดาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย จนกระทั่งเธอสิ้นใจ
เรื่องการทำหน้าที่ของคนเฝ้าสุสาน บลูก็แค่ส่งเสียงเรียกให้ออกมา
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นกับคลอรีน แน่นอนว่า มันคือฝีมือของนกฮูกตาสีฟ้าตัวนี้!
...
เวลาเดินหน้าต่อไป นกฮูกตาสีฟ้าไล่ตามหาวิญญาณของคาร่าและพรรคพวกของเธอที่ทำร้ายครอบครัวไร้ท์ และมอบความตายในกองไฟแบบเดียวกัน
ท่ามกลางวันเวลาแห่งการแก้แค้น นกฮูกตาสีฟ้าได้พบกับแอนนา และเกรซ 2 แม่ลูกอีกหลายครั้ง
เมื่อได้พบก็จะเฝ้าคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ จนกว่าทั้ง 2 คนจะจากไปด้วยอายุขัย
เว้นแต่ในครั้งนี้ ที่นกฮูกตาสีฟ้า ไม่สามารถที่จะคอยเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เหมือนที่ผ่านมา
ชายหนุ่มในเครื่องแบบนักศึกษาคนนั้น ดูโดดเด่นกว่าคนอื่น ต่อให้อยู่ไกลกว่านี้ก็รู้ว่านี่คือใคร แม้ว่าไอชีวิตที่เป็นละอองสีชมพูที่ล้อมรอบอยู่จะมีสีอ่อนจางก็ตาม
“เบส” จุ๊บจิ๊บเพื่อนร่วมชั้นปีที่ 2  ร้องเรียกแล้ววิ่งนำกลุ่มเพื่อนเข้ามาหา ปรัตถ์ ยิ่งพลวัฒน์ หรือ เบส หนุ่มตัวผอม ผิวขาวแล้วสอดมือคล้องแขนไว้
สาว ๆหลายคนในคณะเดียวกันมักจะคล้องแขนแบบนี้ โดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนแรกเบสก็ตกใจในความมือไวของบรรดาหญิงสาว แต่พอหลังจากการรับน้องซ้อมเชียร์ผ่านไปได้ 1 เดือนก็ไม่รู้สึกตกใจแล้ว
“จะกลับแล้วหรือ ข้าวโพดไม่ได้บอกหรือว่าวันนี้พวกเราไปชาบูกัน”
“บอก แต่วันนี้ไปไม่ได้ เพราะแม่กลับมาแล้ว” เบสตอบ
“เครื่องลงกี่โมง” จุ๊บจิ๊บถามต่อระหว่างรอกลุ่มเพื่อนที่เดินตามมา
“ลงตั้งนานแล้ว อยู่ที่บ้านแล้วเนี่ย”
“เบสรักแม่มากเลยเนอะ” จุ๊บจิ๊บชื่นชม ทำให้เพื่อน ๆ พากันแซว
“ที่มาออเซาะเบสเนี่ย ขออนุญาตข้าวโพดหรือยัง”
“แหมพวกแกพูดซะเสียหาย” จุ๊บจิ๊บหันไปต่อว่า “ฉันรู้หรอกน่าว่าอะไรเป็นอะไรน่ะ”
“เป็นอะไรล่ะ เพื่อนกันทั้งนั้น” เบสบอกด้วยสีหน้าที่ค่อนไปทางไม่พอใจสักเท่าไหร่
เป็นการตัดบทที่ทำให้เพื่อนรู้สึกเพลียใจแทนคนที่ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก
“พวกเธอจะให้ขับรถไปส่งหน้าห้างใช่ไหม”
“ก็เออ” จิรกร คุณสิริกร หรือ ข้าวโพดเพื่อนหน้าตาดีที่เดินรั้งท้ายกลุ่มเป็นคนตอบ “ฝากไปหน่อย ทีแรกก็ว่าจะแบ่งอัดไปรถกูกับนานาก็น่าจะได้ แต่ถ้าถูกเรียกตรวจตรงสี่แยกขึ้นมามันจะไม่คุ้ม กูฝากไปกับมึง 5 คนนะ”
ข้าง ๆของข้าวโพดคือแหม่ม เพื่อนผู้หญิงที่เบสรู้มาระยะหนึ่งแล้วว่าเธอชอบข้าวโพด ไม่ใช่เพราะว่าเธอสารภาพกับข้าวโพด หรือมาบอกกับเบสหรอก แต่เพราะการกระทำของเธอต่อข้าวโพดมันชัดเจนว่าเธอมีความรู้สึกพิเศษ แต่สำหรับข้าวโพดแล้วแหม่มก็เหมือนเพื่อนทุกคนในคณะ   
เธอเป็นเพื่อนสนิทของนานาซึ่งเป็นทั้งนักกิจกรรมและดาวคณะ แต่แทนที่เธอจะไปขึ้นรถของนานา เธอกลับมายืนเกาะแขนข้าวโพด
แหม่มที่เกาะแขนข้าวโพดให้ความรู้สึกว่า เธอคือเจ้าของ
แต่จุ๊บจิ๊บที่เกาะแขนเบสอยู่ให้ความรู้สึกว่านี่คือเพื่อนสนิท และออกจะเร่งอยู่หน่อย ๆว่าเมื่อไหร่จะขึ้นรถสักที
เมื่อเบสมองมือของแหม่มที่เกาะแขนของข้าวโพดอยู่ ข้าวโพดก็แกะมือของเธอออก
   พอสบตากันกับข้าวโพด เบสก็หันไปมองทางอื่น
   ถ้าแหม่มปฏิบัติกับข้าวโพดแบบคนพิเศษแบบใคร ๆ ก็รู้ การปฏิบัติของข้าวโพดต่อเบสก็พิเศษชนิดที่ใครเห็นก็รู้ว่านี่คือคนพิเศษเหมือนกัน
“นี่แยกไปรถนานา 6 คนแล้วแต่ยังไม่หมด” บอลเพื่อนตัวสูงไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติ ยังคงอธิบายกับหนุ่มตัวขาวที่จะไม่ได้ไปกินชาบูกับทุกคนต่อไป 
ทั้งกลุ่มที่กำลังวุ่นวายกันอยู่หน้าอาคารเรียนในเวลานี้ คือเพื่อนร่วมชั้นปีที่ 2 ของคณะบริหารธุรกิจ ที่อาศัยว่าวันนี้ไม่มีกิจกรรมคณะถึงได้นัดกันไปกินชาบูหลังเลิกเรียน
ในกลุ่มเพื่อนจำนวนเกือบ 20 คน คนที่เบสสนิทที่สุดก็คือ ข้าวโพด หนุ่มหล่อประจำคณะคนที่ทุกคนมักพูดพาดพิงไปถึงตลอดเวลาคนนั้น
เบสเดินนำกลุ่มเพื่อนไปที่รถ หันไปอีกทีเห็นเพื่อน 5 คนเดินตามมา ถัดไปทางด้านหลังคือข้าวโพดที่กำลังมองอยู่ แต่ก็หันหน้าไปทางอื่นอีกครั้งในทันทีที่สบตากัน
“อะไรของมันวะ” เบสบ่นทั้งที่ตัวเองเป็นคนหลบตา ทำเป็นกดรีโมทเปิดประตูให้เพื่อนขึ้นรถ
“ตัวขาว” นทีเพื่อนผิวเข้มแทรกตัวเข้ามาเรียกเบส “มึงอย่ารีบออกรถนะ” ชายหนุ่มถือวิสาสะดันหลังจุ๊บจิ๊บไปนั่งเบาะหลัง ส่วนตัวเองรีบเข้ามานั่งข้างคนขับ
“ทำไมล่ะ มีอะไรหรือ”
“มึงส่งพวกกูแค่หน้าห้าง แต่ข้าวโพดมันต้องไปวนรถหาที่จอดอีก กูขี้เกียจไปรอ”
“โทรไปบอกให้พวกที่อยู่ในรถข้าวโพดลงจากรถหน้าห้างพร้อมกันสิ ปล่อยข้าวโพดหาที่จอดรถคนเดียวก็ได้” เพื่อนคนหนึ่งบอกแล้วกดโทรศัพท์หา 1 ในคนที่อยู่ในรถของข้าวโพด
“โห อีเพื่อนแสนดี เกาะรถเขาไปยังทิ้งให้เขาหาที่จอดรถคนเดียวอีก แทนที่จะไปช่วยมองหาที่ว่าง หรือช่วยเข็นรถ”
ตลอดทางที่เบสขับรถตามรถข้าวโพดมาจนถึงหน้าห้าง เพื่อน ๆ ก็คุยกันไปทะเลาะกันไปตลอดทาง ทำให้พอทุกคนลงจากรถไปแล้วทำให้รู้สึกได้ว่า รถ ‘เบา’ ลงไปมาก ทั้งด้วยจำนวนคนและเสียง
แต่ขับรถต่อมายังไม่ทันจะถึงหน้าปากซอยบ้าน ข้าวโพดก็ส่งข้อความมาบอกให้ขับรถกลับบ้านดี ๆ แล้วช่วยเก็บของฝากจากยุโรปไว้ให้ด้วย
“เชยชะมัด ส่งข้อความมาแทนที่จะส่งไลน์” เบสพูดกับโทรศัพท์ แต่ยังไม่ส่งข้อความกลับไป
ผกา ยิ่งพลวัฒน์ กับกลุ่มญาติพี่น้องของเธอซึ่งทุกคนมีอายุมากกว่า 50 ปี เดินทางไปสวีเดนเพื่อร่วมงานแต่งงานของหลานสาวคนหนึ่ง เสร็จงานก็พากันตระเวนเที่ยวหลายประเทศในยุโรปนานถึง 1 เดือนเพราะเป็นการเที่ยวแบบไม่รีบร้อน และเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านในวันนี้
ส่วนบรรดาข้าวของที่ ‘คุณผกา’ ส่งพัสดุกลับมาก่อน รวมถึงที่ถือกลับมาเอง ประมาณ 1 ใน 4 คือสินค้าประจำชาติแบบที่ใครไปก็ต้องซื้อ อย่างม้าไม้สีแดงสวีเดน หน้ากากคาร์นิวัล หมวกและกรอบรูป ซึ่งเธอจะนำมาจัดวางเพื่อตกแต่งบ้าน
อีก 1 ใน 4 เป็นของประเภทที่จะซื้อมาเพื่อเก็บลงกล่องแล้วก็นำไปเก็บไว้ในตู้นิรภัยไม่ยอมให้ใครได้เห็น ส่วนที่เหลือคือเครื่องสำอาง และข้าวของเครื่องใช้ของเธอเอง
ส่วนลูกชายได้เสื้อแบรนด์เนมมา 1 ตัว
“แม่ครับ แม่ซื้อเสื้อแบรนด์นี้ สีเดียวกันนี้ให้เบสเมื่อตอนที่แม่ไปติดต่องานที่ฝรั่งเศส 3 เดือนก่อนนะครับ”
“อ้าว งั้นหรือ” แม่นึกไม่ออก “แม่เห็นว่าเสื้อสีอ่อน ๆ แบบนี้เหมาะกับเบสน่ะก็เลยซื้อมา” แม่หันไปมองข้าวของต่าง ๆ รอบตัว “อย่างนั้นเบสมาเลือกใหม่ไหมลูก กระเป๋าไหม”
หลุยส์งั้นหรือ ไม่ละ
ลูกชายหันไปหยิบเสื้อตัวที่แม่ซื้อมาฝาก “เสื้อก็ได้ครับ” แต่พอเห็นกระดาษและถุงที่กระจายอยู่ทั่วห้องลูกชายก็ต้องวางเสื้อไว้ที่โต๊ะเตี้ยตัวหนึ่งก่อน แล้วเข้ามาช่วยแม่เก็บของ
ที่จริงควรเรียกว่าแยกขยะมากกว่า
“พอเบสบอกว่า ไม่ต้องซื้ออะไรมาฝาก แม่ก็ได้แต่หยิบแล้ววางไปเสียทุกร้าน จะไม่ซื้อเลยก็ทำไม่ได้ แต่สุดท้ายกลับซื้อของมาซ้ำเสียได้”
ลูกชายหัวเราะนึกภาพเมื่อนึกภาพ ‘คุณแม่นักช้อป’ ตามที่แม่บอกมา “ไปกับพี่น้องหลายคน สนุกไหมครับ”
“ก็สนุกดี เดี๋ยวคุยเรื่องเมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็ก เดี๋ยวก็คุยเรื่องงาน แล้วก็เปลี่ยนมาเถียงกันว่า มื้อนี้จะไปกินที่ร้านไหน หันมาอีกทีพ่อเจ้าสาว” ลุงกมล ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของแม่ “ก็เดินไปหาที่นั่ง บอกว่าขอพักขาครึ่งชั่วโมง”
ผกาเก็บรองเท้าลวดลายสวยงามแบบสแกนดิเนเวียลงกล่อง แล้วหันมาบอกกับลูกชาย
“พอแม่เจอไอวี เธอก็ถามคำแรกเลยว่าทำไมเบสไม่มาด้วย ยังโกรธที่โดนแกล้งเมื่อตอนเด็ก ๆ อยู่หรือไง”
เบสขำพลางส่ายหน้า
ไอวี ยิ่งพลวัฒน์ ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลโอลอฟซันตามสามีชาวสวีเดนไปแล้ว
เธอเป็นญาติผู้พี่ ที่มีความสามารถพิเศษคือการตอกย้ำจุดอ่อนของคนอื่น เมื่อเธอรู้ว่าแนนซี่ ญาติผู้น้องคนหนึ่งกลัวจิ้งจก เธอก็จะไปหาจิ้งจกของจริงบ้าง ของปลอมบ้างมาใส่ไว้ในกระเป๋า หรือไม่ก็โยนใส่หน้า ต่อให้ไม่มีจิ้งจกให้แกล้ง เวลาที่เจอกันเธอก็จะร้องว่าจิ้งจกทุกครั้ง
ดังนั้น เมื่อเธอรู้ว่าเบสกลัวความสูงแม้แต่เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นก็ยังไม่กล้าเล่น เธอก็มักนำเรื่องนี้มาท้าทายและล้อเลียนอยู่เสมอ
หลายคนที่เห็นว่า ‘ความกลัวเป็นเรื่องตลก’ ก็จะเอามาพูดย้ำและช่วยไอวีแกล้งทั้ง 2 คน
ซึ่งทั้งแนนซี่และเบสไม่เคยเห็นว่าเป็นเรื่องตลก สุดท้ายทั้ง 2 คนจึงทำเหมือนกันคือจะอยู่ห่างจากพี่สาวคนนี้ให้มากที่สุด และทั้งคู่ต่างก็มีบทเรียนสำคัญคือ จะไม่บอกใครว่ากลัวอะไร
ดังนั้น ไอวี จึงไม่ได้เป็นพี่สาวที่ชวนให้คิดถึงสักเท่าไหร่ และเริ่มห่างออกไปเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ตอนที่เธอย้ายไปเรียนต่อที่อเมริกา แล้วก็ย้ายไปทำงานที่สวีเดนจนกระทั่งแต่งงาน
“แล้วแม่คิดว่าที่เบสไม่ไปด้วย ก็เพราะว่ายังโกรธเขาอยู่จริง ๆ หรือเปล่าล่ะ” เบสถาม
“ไม่หรอก แม่ก็รู้ว่าเบสไม่ได้เป็นคนฝังใจขนาดนั้น แต่แม่คิดว่าการที่เขาถามขึ้นมาในทันทีที่เจอกัน นั่นก็เพราะเขาคือคนที่ฝังใจ ว่าทำไม่ดีกับพี่น้องไว้มาก”
เบสพยักหน้าไม่ได้พูดอะไร ผกาจึงหยุดมือหันมามองหน้าลูกชาย “ยังโกรธอยู่หรือเปล่า”
“เบสไม่สนุก” ลูกชายยอมรับ “ทุกครั้งที่ถึงตอนนั้น เบสก็มักจะสงสัยว่าการที่บอกและแสดงออกว่ากลัวคือความผิดปกติ และสมควรที่จะถูกแกล้ง”
ผกาลูบผมลูกชาย เธอรู้ว่าเบสกลัวความสูงมาก ขนาดแค่ระเบียงบ้านที่ชั้น 2 เบสยังออกมายืนที่ระเบียงไม่ได้เลย ตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่เขาพยายามแก้ไขความกลัวของลูกชายด้วยการพาปีนต้นไม้ แต่เบสก็ปีนขึ้นไปได้แค่ระดับไหล่ของพ่อก็ไม่ยอมไปต่อ
สามีของเธอใช้สารพัดวิธี ทั้งขู่และปลอบ แต่เบสก็ยังกลัวอยู่เหมือนเดิม
เป็นความกลัวที่ทำให้พ่อของเบสเคยคิดว่าจะพาลูกชายไปหาจิตแพทย์ แต่ผกาท้วงไว้ว่า เมื่อโตขึ้นและถึงช่วงวัยที่เล่นซนแบบเด็กผู้ชายทั่วไป เบสก็น่าจะเลิกกลัวความสูงไปเอง
แต่ไม่ใช่เลย เบสเคยกลัวอย่างไรก็ยังคงกลัวแบบนั้น
นอกจากนี้แล้วเบสยังกลัวไฟ แต่ผกาคิดว่าเบสอาจเหมือนเธอ และก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่กลัวไฟกองใหญ่
เพราะเป็นแม่ เธอจึงไม่ย้ำเรื่องความกลัว แต่มองเป็นเรื่องดี ‘อย่างน้อยแม่ก็แน่ใจว่าเบสจะไม่ปีนระเบียงบ้านหนีออกไปเที่ยวตอนกลางคืน’
และเธอก็เห็นมาตลอดว่า บรรดาน้อง ๆ ที่ถูกไอวีแกล้งมักจะรวมกลุ่มเล่นด้วยกัน และพยายามอยู่ห่างจากพี่สาวคนนี้
“ทุกคนก็มีเรื่องที่กลัวด้วยกันทั้งนั้น ไอวีเองพอเป็นผู้ใหญ่ พบเจอผู้คนมากขึ้น ก็คงคิดได้”
ผกามักจะสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นแบบนั้น
...สักพักก็จะดีขึ้นเอง
“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี แต่สำหรับเบส เบสคิดว่าไม่เจอกันก็ดีแล้ว ต่อไปนี้ก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วละครับ” ลูกชายหันมาย้ำกับแม่ “เบสไม่ได้โกรธพี่เขานะแม่ แต่ในฐานะคนที่ถูกแกล้ง ขอไม่เจอดีกว่า”
กำลังคุยกัน เสียงโทรศัพท์ของลูกชายดังขึ้น
เบสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วกดรับ พอวางสายก็หันมาบอกแม่ “ข้าวโพดโทรมา บอกว่า แม่ของเขามีของมาฝากแม่”
ผกาคอแข็งขึ้นมาทันที “อย่างยายอัจฉราจะเอาของจากไหนมาฝากเรา ส่งลูกชายมาเอาของฝากจากแม่น่ะสิไม่ว่า”
“เบสว่าไม่ใช่แม่เขาฝากมาหรอก เพราะว่าเมื่อบ่าย ข้าวโพดกับแก๊งค์เขาไปเดินห้างกินชาบูกัน พอรู้ว่าแม่กลับมาแล้ว ก็คงซื้อของมาฝาก”
“แล้วทำไมข้าวโพดต้องซื้อของมาฝากเบส”
“เขาซื้อของมาฝากแม่ต่างหาก” ในใจของเบสมีความขุ่นมัวอยู่หน่อย ๆ “อีกอย่างเมื่อเย็นมันฝากเพื่อนมาขึ้นรถเบส 5 คนมาลงหน้าห้างด้วย”
ผกาพยักหน้าแบบหยิ่ง ๆ “ข้าวโพดเนี่ยเป็นคนดีกว่าแม่ของเขานิดหน่อย เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่า ควรตอบแทนคนที่ให้ความช่วยเหลือ”
“เพื่อนกัน แล้วก็ทางผ่าน”
“แล้วทำไมเบสไม่ไปเดินห้างกับเขาล่ะ”
“ก็รีบกลับมาหาแม่ไง” เบสกอดเอวแม่ “ไปตั้งหลายวัน คิดถึง”
ผกาหันมาหอมหน้าผากลูกชาย “แม่ก็คิดถึงเบส”
“แม่ครับ” ลูกชายหันไปหยิบเสื้อสีอ่อน “เบสเอาเสื้อที่แม่ซื้อมา ไปให้ข้าวโพดต่อแล้วกัน คุณอัจฉราเขาคงไม่เอาไปใส่เองหรอก”
แม่ยังมีสีหน้าเสียดาย “เอาช็อกโกแลตที่แม่ซื้อที่สนามบินไปให้เขาดีกว่า ถูกหน่อย”
“แม่ครับ” นั่นเป็นของฝากสำหรับกรณีที่มีญาติหรือเพื่อนคนไหนพาเด็ก ๆ มาเที่ยวที่บ้าน แต่ส่วนใหญ่แล้วพอผ่านไป 1 เดือนแม่ก็จะบังคับให้คนรับใช้ในบ้านช่วยกันกินให้หมด
ลูกชายจะขัดใจแต่แม่เรียกแม่บ้านให้ไปหยิบช็อกโกแลต
“กัลย์ ไปเอากล่องช็อกโกแลตที่เป็นแบบเม็ดมาหน่อย จะเอาให้ข้าวโพด”
แม่บ้านซึ่งเป็นสตรีที่มีอาวุโสมากกว่าผกาพยักหน้ารับคำสั่งแล้วก็ออกไปเอาของโดยที่ไม่ต้องบอกต้องถามซ้ำ
“แม่ เอาจริงหรือ”
“จริงสิ ช็อกโกแลตเม็ด ๆ เนี่ยแหละดีแล้ว”
“ข้าวโพดมันไม่กินช็อกโกแลตแล้วมั๊งแม่”
“ไม่ได้ให้ข้าวโพด” ผกาย้ำ “ก็เบสจะเอาเสื้อให้ข้าวโพด อย่างนั้นช็อกโกแลตก็ต้องเป็นของฝากแม่ของข้าวโพด”
“คุณอัจฉราเขาก็ไม่น่าจะกินช็อกโกแลตแล้วนะ”
“แม่รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่กิน เพราะกลัวอ้วน กลัวน้ำตาล ไขมันอะไรของนางพวกนั้น” ผกามีสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “แล้วนางต้องโมโห เพราะนางจะอยากกินมาก แต่กินไม่ได้”
ประโยคนี้อาจเหมือนสาววัยรุ่น 2 คนที่ไม่ถูกกัน ทะเลาะกันไปแบบขำ ๆ แต่ในความเป็นจริงก็คือผกาเกลียดอัจฉราโดยไม่มีสาเหตุตั้งแต่เจอกันครั้งแรกในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของโครงการพันล้าน โดยที่ยังไม่ได้คุยกันสักคำ จากนั้นก็ได้พบกันอยู่เรื่อย ๆ และเธอก็แสดงความเกลียดชังโดยไม่มีการปิดบังมาโดยตลอด
อัจฉราไม่ได้เกลียดชังอีกฝ่ายรุนแรง แต่เป็นการตอบสนองจากการที่ถูกเสียดสีอย่างไม่มีเหตุผล
พอถูกกระแนะกระแหนรุนแรง เธอก็จะตอบโต้กลับไปสักครั้ง พอให้ผกาถอยออกไปนิดหน่อย แล้วพอต้องมาพบเจอกันในงานเลี้ยงครั้งต่อไป ก็ค่อยมารับมือกับการเชิดหน้า จิกตาใส่กันอีกรอบ
แล้วก็เหมือนคนบนฟ้าจะกลั่นแกล้ง เพราะว่าลูกชายของทั้งคู่กลับมาเรียนในคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ตั้งแต่วันแรกที่เบสกับข้าวโพดเจอกันที่มหาวิทยาลัยแล้วรู้ว่าแม่ของอีกฝ่ายเป็นใครก็คิดตรงกันว่าถ้าแม่รู้เรื่องนี้ จะเกิดอะไรขึ้น
อัจฉรารู้น่ะไม่เท่าไหร่เพราะเธอไม่ได้เป็นคนเริ่ม แต่เมื่อผการู้เรื่อง คนที่จะถูกกดดันอย่างหนักหน่วงย่อมต้องเป็นเบส
ช่วงแรกต่างคนต่างก็คอยจะถามว่าลูกชายของอีกคนเป็นอย่างไรบ้างอัจฉราถามในเชิงเป็นห่วง ส่วนผกาจะถามในเชิงแข่งขัน เธอและลูกต้องดี และเด่นกว่าอีกฝ่าย
 จนกระทั่งข้าวโพดทำไม่รู้ไม่ชี้ถือกระเช้าผลไม้มาสวัสดีผกาแม่ของเบส และเบสก็ถือกระเช้าของขวัญไปสวัสดีอัจฉราแม่ของข้าวโพด เรื่องก็กลายเป็นว่า แม่ของตนเองกลับเป็นห่วงลูกของอีกคนมากกว่าลูกของตัวเอง
ตอนที่ข้าวโพดยังมาไม่ถึง ผกาก็นินทาอัจฉราไปเรื่อย แต่พอข้าวโพดเลี้ยวรถเข้ามาในเขตรั้วบ้าน เธอก็อารมณ์ดีแล้วชวนกินมื้อเย็นด้วยกัน ทั้งชื่นชมของฝากที่ข้าวโพดซื้อมาฝาก
“ผมจำได้ว่า คุณน้าชอบคัพเค้กร้านนี้ แล้วนี่เป็นแอปเปิ้ลเกรดเอเชียวนะครับ” ข้าวโพดมีสีหน้าแบบคนที่รู้สึกผิด “ตอนที่กำลังขับรถออกมาจากห้องยังคิดอยู่เลยว่าคุณน้าเพิ่งกลับมาจากยุโรป ของที่ผมซื้อมาจะทำให้คุณน้ารู้สึกเบื่อหรือเปล่า”
“จะเบื่อหรือไม่เบื่อมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับของฝากหรอก แค่แวะมากินข้าวเย็นด้วยกัน น้าก็หายเบื่อแล้ว”
เบสมองหน้าเพื่อนที่พยักหน้าตอบรับคำชวนกินอาหารเย็นในทันที
“กินชาบูมาแล้วไม่ใช่หรือ”
“ใช่” ข้าวโพดบอกเพื่อนแล้วหันไปหาแม่เพื่อน “แต่พอรู้ว่าวันนี้คุณน้ากลับมา ผมก็เลยกินมานิดหน่อย เพราะอยากมากินข้าวกับคุณน้ามากกว่า ขอรบกวนด้วยนะครับ”
ผกายิ้มกว้างอารมณ์ดีตามคาด และทำให้อาหารมื้อนี้ กลายเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนอารมณ์ดีมาก
“ข้าวโพดนี่ปากหวาน เอาใจคนเก่ง”
“ผมพูดความจริงครับ”
“อย่างนั้นก็แวะมากินข้าวเย็นด้วยกันบ่อย ๆ”
ข้าวโพดยิ้มจนดวงตาเป็นเส้นโค้ง “ผมถือว่านี่คือคำสั่งของคุณน้า ที่เด็กอย่างผมต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนะครับ”
   เบสไม่ได้อิจฉาที่แม่พูดดี และแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพอใจข้าวโพด
   แต่เบสกำลังอิจฉาที่ข้าวโพดช่างสามารถสรรหาคำพูดหวานมาพูดกับทุกคนได้แบบเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ ก็แบบคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี...นอกไปจากการที่เป็นคนหน้าตาดีมาก

เกือบ 1 ทุ่มข้าวโพดถึงได้ขอตัวกลับ ผกาก็ไม่ลืมที่จะย้ำอีกครั้งว่าให้แวะมากินข้าวที่บ้านบ่อย ๆ
เบสถือของฝากเดินตามข้าวโพดมาส่งถึงรถบีเอ็มปี 2006 สีน้ำตาล สภาพดีเยี่ยม ที่จอดอยู่ข้างรถฟอร์ด เอคโคสปอร์ตของเบส
“เมื่อไหร่ข้าวโพดจะเปลี่ยนรถ รถรุ่นนี้ราคาตกไปเยอะแล้ว”
“รถพ่อกูน่ะ”  พ่อของข้าวโพดป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดและเสียไปเมื่อ 5 ปีก่อน
“อ้าว เราไม่รู้ว่าเป็นรถของพ่อข้าวโพด ขอโทษนะ”
“ไม่เป็นไร แม่กูก็บอกอยู่เหมือนกันว่าอยากให้เปลี่ยนรถใหม่ แต่กูมันคนถ้าชอบแล้วก็จะชอบอยู่อย่างนั้น”
เบสไม่มีท่าทีว่าจะเข้าใจความหมายที่แฝงมาในคำพูดของข้าวโพด ยื่นเสื้อกับกล่องช็อกโกแลตให้
“เอาเสื้อกับช็อกโกแลตกลับไปด้วย”
ข้าวโพดมองดูเสื้อสีหวานที่เบสส่งให้ “สีชมพูอมส้มแบบนี้เหมาะกับมึงมากกว่า มึงเอาของมึงมาให้กูหรือเปล่า”
เบสหัวเราะ “แม่เราซื้อมาซ้ำน่ะ พอข้าวโพดบอกว่าจะมา เราก็เลยฉวยโอกาสส่งต่อเสียเลย”
“แบบนี้ ถ้าใส่พร้อมกันก็เป็นเสื้อคู่น่ะสิ”
“เสื้อคู่อะไรกัน” เบสดึงเสื้อคืนมา “จะเอาหรือไม่เอา”
“เอาสิ มึงให้ทั้งที แล้วจะใส่วันไหนบอกด้วยนะ จะได้ใส่คู่”
“จะใส่ไปไหนได้ นอกจากเก็บเข้าตู้” เบสยืนยัน เสื้อตัวก่อนที่แม่ซื้อมาให้ก็ยังอยู่ในตู้อยู่เลย “กลับไปได้แล้ว”
“ไล่กูอีกละ”
“ทุ่มกว่าแล้ว เราอยากอาบน้ำ อยากเล่นเกมบ้างเหมือนกัน”
“มึงเล่นเกมอะไร” ข้าวโพดอยากรู้ขึ้นมาทันที
เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ไม่เคยเห็นว่าเบสจะเล่นเกมอะไรจริงจัง
“คนละเกมกับข้าวโพดแล้วกัน”
“อย่าบอกนะว่ามึงเล่นเกมผู้หญิง ทำขนม ปลูกผักแบบนั้น” ข้าวโพดทาย “หรือไม่มึงก็ยัง Minecraft อยู่น่ะ ถึงไม่ยอมบอกกู”
เบสไม่หลงกล “ไป กลับได้แล้ว พี่เขาเปิดประตูบ้านรอข้าวโพดนานแล้วนะ”
“เบส” จู่ ๆ ข้าวโพดก็มีสีหน้าจริงจัง “เมื่อเย็น ที่มึงไม่ได้ไปชาบู เพราะมึงอยากกลับมาหาแม่จริง ๆหรือ”
“จริงสิ”
“เรื่องเดียว?”
เบสเอียงคอด้วยความสงสัย แล้วก็ยิ้มกว้าง “เรื่องที่เรากลัวไฟ กับกลัวความสูงน่ะหรือ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
ชาบูในร้านอาหารไม่ใช่ไฟกองใหญ่ที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัวโดยไม่รู้สาเหตุ
เรื่องกลัวไฟน่ะไม่เท่าไหร่ หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเบสกลัว แต่เรื่องกลัวความสูงนี่ เบสกลัวถึงขั้นที่ขับรถขึ้นอาคารจอดรถไม่ได้ เวลานัดกันไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ เบสจึงมักเดินทางไปด้วยรถแท็กซี่ ถ้าจะขึ้นบันไดเลื่อนในห้าง เบสจะทำเป็นเดินเล่น แต่แท้จริงคือเดินหาลิฟท์ เพื่อนหลายคนไม่รู้สึกผิดสังเกต แต่ข้าวโพดที่เฝ้ามองมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน รู้ว่านี่คือความผิดปกติ จึงถามเบสในวันหนึ่ง เบสก็บอก
ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่บอกกับใคร แต่เบสก็บอกเรื่องนี้กับข้าวโพด ทั้งเป็นเพียงคนเดียวที่บอก โดยที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น
หลังจากนั้นเวลาที่จะไปเที่ยวด้วยกัน ข้าวโพดก็มักจะเอารถมารับเบสเสมอ และเลี่ยงบันไดเลื่อนด้วยการใช้ลิฟท์ แต่ถ้ามันสุดวิสัย ข้าวโพดจะให้เบสยืนด้านในแล้วคอยจับมือไว้
“อันที่จริง เวลาจะขึ้นที่สูง เราก็คอยบังคับตัวเองให้มองขึ้นไป แทนที่จะมองลงมา มันก็ไม่เท่าไหร่” แต่ตอนที่จะลงบันไดเลื่อนแล้วต้องมองลงมานี่แหละที่คือปัญหา
การแก้ปัญหาของข้าวโพดคือชวนคุย ชวนมองป้ายโฆษณาไปตามเรื่อง
“คราวหน้า มึงให้ไอ้บอลขับรถให้มึงก็ได้นะ”
“บอลรู้หรือ” เบสดูตกใจ ข้าวโพดก็เลยรีบบอก
“ไม่รู้หรอก แต่มันขับรถได้ แล้วให้มันนั่งข้างมึง ปลอดภัยกว่าให้คนอื่นมานั่งข้างมึง”
เบสเรียบเรียงประโยคของข้าวโพดอยู่ 1 วินาทีแล้วดันไหล่คนพูดให้ขึ้นรถ “ข้าวโพดชอบพูดไปเรื่อย ทำให้คนเข้าใจผิด กลับบ้านได้แล้ว”
เป็นการปฏิเสธในแบบของเบส ที่ข้าวโพดเจอแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
แต่อาการเจ็บลึกเวลาที่ถูกปฏิเสธมันก็ยังทำให้เจ็บอยู่เหมือนเดิม ไม่ชินสักที...
หนุ่มตัวสูงโบกมือ “เออ กูกลับละ พรุ่งนี้เจอกันที่คณะ” แต่พอขึ้นรถก็ลดกระจกลงมาบอกกับเจ้าของบ้าน “ถ้าคืนนี้นอนไม่หลับ โทรศัพท์มาให้กูร้องเพลง หรือเล่านิทานกล่อมนอนได้นะ”
เบสยิ้มขำแล้วโบกมือให้ข้าวโพดรีบออกรถ
เมื่อประตูบ้านปิดลง เบสก็หันหลังกลับเดินเข้าบ้าน
ภายใต้พุ่มไม้หนาทึบของต้นไม้ใหญ่ในบ้าน นกฮูกสีขาวดวงตาสีฟ้าจับตามองการเคลื่อนไหวของคนในบ้านอยู่ครู่หนึ่งก็ลับหายไป แล้วไปปรากฏตัวอีกครั้งภายในพุ่มไม้ของบ้านอีกหลัง
เฝ้ารอจนประตูอัตโนมัติส่งเสียงขึ้นแล้วเคลื่อนเปิดประตูช้า ๆ นกฮูกสีขาวจึงลืมตาขึ้น เฝ้ามองรถสีน้ำตาลที่ขับช้า ๆ เข้ามาจอดที่โรงรถ แล้วสตรีวัยกลางคนเดินออกมารับลูกชายเข้าบ้าน
“ทำไมวันนี้กลับเร็ว”
“โหย แม่ครับ” ลูกชายโอบเอวของผู้เป็นแม่ “พูดซะรู้สึกผิดเลยนะเนี่ย”
“เห็นบอกว่าจะไปกินชาบู แม่ก็คิดว่าจะไปดูหนัง หรือไปไหนต่อ” แม่มองถุงในมือลูก “แล้วนี่อะไร”
“ไปกินข้าวบ้านเบส แล้วเบสให้นี่มา”
“แม่ดูได้ไหม”
ข้าวโพดพยักหน้า แม่ก็เปิดถุงออกมาดู “เสื้อสีสวย เหมาะกับเบส แต่ไม่เหมาะกับเราสักเท่าไหร่ แม่เขาซื้อของมาผิดอีกละสิ”
ข้าวโพดหัวเราะ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง
อัจฉราส่ายหน้า “ผู้หญิงคนนี้แปลก เธอแสดงออกว่ารักลูกมาก แต่ลงท้ายก็ไม่ใช่” เธอมองเสื้อในมือ “แล้วเสื้อตัวนี้จะซักเลยไหม หรือใส่ห่อไว้ก่อน”
“ซักเลยก็ได้ครับ”
อัจฉราหันไปเรียกคนรับใช้ให้มารับเสื้อไป แล้วหันมาบอกกับลูกชาย “ไว้ชวนเบสมากินข้าวที่บ้านอีกนะ”
บทสนทนาระหว่างแม่ลูกคู่นี้มีแต่เรื่องของเบส โดยที่ไม่ได้สนใจช็อกโกแลตกล่องนั้นเลยสักนิด
นกฮูกตาสีฟ้าคอยมองตามจนกระทั่งเธอกลับขึ้นไปที่ห้องนอน ก็เปลี่ยนที่ไปอยู่ตรงคบไม้ที่เห็นห้องนอนได้ถนัดขึ้นแล้วหายไปเมื่อใกล้รุ่งสาง

(มีต่อครับ)

ออฟไลน์ MyTeaMeJive

  • MyTeaMeJive
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3280/-9
OWAZA ตอนที่ 2 (4/1/2563)
«ตอบ #29 เมื่อ04-01-2020 06:36:00 »

(ต่อครับ)

ในห้องพักที่ปิดม่านหน้าต่างหนาทึบ ชายหนุ่มในชุดสีขาวหยิบหนังสือหนาเล่มหนึ่งจากหลังชั้นวางหนังสือมานั่งอ่านที่เก้าอี้สีดำ
จริงอยู่ที่เวลานี้เป็นตอนกลางวัน แต่แสงสว่างในห้องน้อยเกินไปสำหรับการอ่านหนังสือ
ชายหนุ่มยังคงพลิกหน้าหนังสือต่อไปเรื่อย ๆ สักพักหนึ่งก็เงยหน้าขึ้น วางหนังสือ แล้วเปิดประตูออกมาจากห้องนอน
ชายหนุ่มรูปร่างหนาในชุดสีดำคนหนึ่งกำลังมองสำรวจห้องคอนโดฯ ที่มีเครื่องเรือนเพียงโซฟาเบดเพียงตัวเดียวกับชั้นวางหนังสือ
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูก็หันมามอง
ต่างฝ่ายต่างหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
“บลู”
“ใช่”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเป่าปากด้วยความผิดหวัง ทำให้บลูกระตุกยิ้มมุมปาก
“ผิดหวังขนาดนั้นเลยหรือ”
ชายหนุ่มยกมือ “ฉันเห็นนายไปหาเชส”
“ใช่”
“นายก็รู้ว่าเชสไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
“เกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ฉันจะตัดสินมันเอง”
“บลู เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับเชสจริง ๆ ถ้านายจะแค้น ก็ควรแค้นฉัน”
บลูเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงเข้าหาแล้วผลักคนที่ตัวสูงใหญ่กว่ากันเป็นคืบไปชนผนังอีกด้านหนึ่งของห้อง
มือที่ผอมเกร็งกดแน่นอยู่ที่อกหนา
น้ำเสียงยามที่กล่าวคำเต็มไปด้วยความโกรธ “ฉันตามหามันมานานกว่า 400 ปี จู่ ๆ นายที่หายไปไหนก็ไม่รู้ในเวลาที่เกิดเรื่องขึ้น ก็มาบอกให้ฉันไม่ฆ่ามัน ง่ายไปหรือเปล่าลุค เมอร์ฟี”
“ไม่ ฉันไม่ได้หายไป ฉันอยู่ที่วาติกัน กว่าที่จะได้รับจดหมายว่าเกิดอะไรขึ้นก็คือทุกอย่างจบลงแล้ว”
มือผอมเกร็งกระชากคอเสื้อแล้วเหวี่ยงคนตัวใหญ่ไปชนกับผนังห้องแล้วรูดลงมานั่งพิงผนังห้อง บลูตามเข้าไปเตะซ้ำ
“ไม่ จบ โว้ย!”
ครอบครัวไร้ท์เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้ายและฆ่าอย่างโหดเหี้ยมด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นแม่มด แล้วจะมาพูดง่าย ๆ ว่าทุกอย่างจบแล้วได้อย่างไร!
“อยากให้แค้นนายหรือ! ใช่! ฉันแค้นนายมาก! แค้นมาตลอดเวลามากกว่า 400 ปี เพราะนาย! ครอบครัวไร้ท์ถึงพบจุดจบอย่างน่าอนาถ! ไอ้คนสารเลว!”
บลูร้องด่าไปพลาง เตะอัดอีกฝ่ายไปพลาง เห็นชัด ๆ ว่าปลายรองเท้าเตะเข้าที่หน้าผากทำให้มีเลือดซึม
แต่ว่า...
คนตัวเล็กคุกเข่าลงจ้องมองบาดแผลที่ค่อย ๆ จางหายไป
“ไม่ยุติธรรมเลย” บลูผิดหวังมาก “ทำไมนายถึงไม่ตาย ทำไมถึงยังอยู่ ถ้านายไม่ตาย ฉันก็ฆ่านายไม่ได้”
ลุคไม่ใช่คน และไม่ใช่ปีศาจ
แต่เป็นเพราะการเข้าสู่การทดลองทางการแพทย์ จนทำให้เขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถฟื้นฟูและซ่อมแซมร่างกายของตัวเองได้ รักษาอาการบาดเจ็บได้เอง...จึงไม่ตาย
แม้ว่าเวลานี้บาดแผลภายนอกจะจางหายไปแล้ว แต่อาการเจ็บภายในจะฟื้นฟูได้ช้ากว่า ทำให้ทุกครั้งที่พูดออกมายังรู้สึกเจ็บทั้งภายในศีรษะ และในอกที่ถูกเตะไปหลายครั้ง
“แล้ว โอเวน เขา อยู่ที่ไหน”
ดวงตาสีฟ้าวาววับ “ฉันไม่มีวันบอกนาย”
“บลู ได้โปรด การที่โอเวนหายไปจากภายในห้องขังที่ปิดตาย มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาคือพ่อมด”
“ไม่ว่าเขาจะใช่หรือไม่ใช่ มันก็ไม่สำคัญแล้ว!” บลูชกหน้าลุคอีกครั้ง
“สำคัญสิ มันสำคัญมาก”
“ไม่! ทุกคนตายหมดแล้ว! ไม่มีอะไรเหลือแล้ว และนายก็ไม่มีวันจะได้พบกับเขาอีก”
ลุคยันตัวขึ้นนั่ง บลู-นกฮูกตาสีฟ้าตัวนั้นพาโอเวนออกมาจากห้องขังอย่างที่หลายคนคาดไว้
“บลู ถ้านายรักโอเวน นายต้องปล่อยเขาออกมา”
“ไม่”
“บลู”
“เพื่ออะไร ปล่อยออกมา เพื่อให้เกิดใหม่ แล้วก็ตายอย่างทรมานครั้งแล้วครั้งเล่าน่ะหรือไม่ มี วัน”
“บลู” ลุคจับที่ศีรษะเล็ก ๆ จะดึงเข้ามากอด แต่ถูกผลักเต็มแรง
“ครอบครัวไร้ท์เชื่อนาย แล้วพวกเขาก็ตาย ฉัน ไม่ ใช่ พวกเขา ฉันไม่มีวันเชื่อนาย”
บลูขยับจะลุกขึ้น แต่ลุคคว้ามือไว้
“จะไปไหน”
ดวงตาสีฟ้าหันมามอง ไม่ต้องพูดออกมา ลุคก็พูดขึ้น “ฉันรู้ว่านายจัดการเชสได้ แต่คิดดูสิ ตอนนั้นเชสป่วยหนัก เขาเองก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไร คนที่นายแค้นที่สุดคือฉัน ในเมื่อฉันอยู่ตรงนี้ นายสามารถลงโทษฉัน หรือใช้งานฉันได้ ให้ฉันได้ชดใช้” 
บลูหัวเราะ เป็นเวลายาวนานเหลือเกินที่ไม่ได้หัวเราะแบบนี้
“นายช่างเป็นพี่ที่รักน้องเสียเหลือเกิน แต่เพราะนายไม่ตาย และฉันไม่ได้ต้องการให้นายมาทำอะไรให้ นายจึงไม่มีประโยชน์”
“ฉันต้องมีประโยชน์สิ นายไม่สงสัยหรือไง ว่าทำไมฉันถึงยังอยู่ และนายไม่อยากรู้หรือไงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ความจริงมันคืออะไร”
บลูตอบตามตรง “ไม่อยากรู้”
“บลู เพราะโอเวนหายไป ทำให้มีบางคนในวาติกัน และพวกพ่อมดตามหาโอเวนมาตลอด”
บลูลุกขึ้นยืน ทำให้อีกคนเท้าผนังเพื่อพยุงตัวยืนขึ้นตาม
“บลู”
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดอีก”
บลูเดินไปนั่งที่โซฟาเบด เฟอร์นิเจอร์เพียงชิ้นเดียวในห้อง แต่เมื่อลุคเดินเข้าไปใกล้ คนที่ตัวเล็กกว่าก็พูดขึ้น
“นายบอกว่านายไปวาติกัน” ดวงตาสีฟ้าต้องมองมา “แล้วมีบางคนในวาติกันตามหาโอเวน”
“ฉันตามหาโอเวนด้วยเหตุผลที่ฉันจะบอกกับเขาเอง ที่สามารถบอกนายได้ในเวลานี้ก็คือ ฉันไม่ได้คิดร้าย แต่มีหลายคนที่คิดร้ายกับเขา” ลุคก้าวเข้ามาหา แล้วนั่งลงข้าง ๆ “นายไม่อยากรู้หรือไง ว่าทำไมฉันถึงไม่ตาย”
“ไม่อยากรู้” บลูตอบทันที ทำให้อีกคนพยักหน้ายอมแพ้
“ก็ได้” ลุคพยายามหว่านล้อมอย่างเต็มที่ “ในเมื่อนายเกลียดฉันมากขนาดนี้ เพราะว่าฉันคือคนที่เป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมด แล้วฉันก็กำลังพยายาม...” ดวงตาสีฟ้าหันมามอง ทำให้ต้องเปลี่ยนเรื่องพูด “อย่าเพิ่งทำอะไรกับเชส เพราะเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้จริง ๆ”
“ฉันต้องจัดการพวกที่กำลังตามหาโอเวนก่อน” ไม่ว่าจะมีอยู่กี่กลุ่มก็ตาม

หลังจากที่เกิดเรื่อง บลูออกจากสกอตแลนด์ แล้วมาหลบซ่อนตัวอยู่ในยุโรปตะวัน
นกฮูกไม่ใช่สัตว์อายุยืน ยิ่งมีอายุมากกว่า 400 ปียิ่งเป็นไม่ได้
ดังนั้นในภาษาของคนที่ไล่ล่าพ่อมด จะเรียกบลูว่านกฮูกปีศาจ
แต่สำหรับกลุ่มที่ยกย่องโอเวน พวกเขาเรียกว่านกฮูกปีศาจของพ่อมด
ตลอดเวลาที่ยาวนานของการตามล่าคนที่ทำร้ายครอบครัวไร้ท์ บลูรู้ดีว่าตนเองก็ตกเป็นเป้าหมายของการไล่ล่าเช่นกัน จึงต้องพยายามหลบซ่อนตัว และรีบลงมือให้เร็วที่สุด

มีเสียงกระพือปีกของนกตัวใหญ่ที่ด้านนอกบ้าน บลูหันกลับไปมองทิศทางของเสียงแล้วหันมาถีบคนที่ยืนอยู่ใกล้กันจนกระเด็นไปติดที่ผนังห้องอีกครั้ง
“ไม่ ใช่ ฉัน”

...จบตอนที่ 2...
คติประจำใจของพระเอกเรื่องนี้ก็คือ "จะเป็นพระเอกของโอวาต้องอดทน"
ส่วนโอวาซา คือชื่อผสมของ Owen กับ Owe เจ้าตัวสีขาวตาสีฟ้า ที่เดิมก็ซ่าพอตัวอยู่แล้ว พอมารวมกันแล้วมันซ่ามากขึ้นไปคูณ 2 และเป็นคาถาของเจ้าตัวนี้ด้วย
อยากบอกมากกว่านี้ แต่แค่นี้ก็สปอยไปเยอะแล้ว
หากชอบใจอยากคุยกันก็ตามไปคุยกันที่เฟสบุ๊กเพจ กดไลค์กดแชร์กันได้นะครับ
น้ำชาครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2020 06:39:57 โดย MyTeaMeJive »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด