ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 42 : 1.Jul '20
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 42 : 1.Jul '20  (อ่าน 8473 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1803
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 13 : 27.Sep '19
«ตอบ #30 เมื่อ27-09-2019 10:31:33 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 13 : 27.Sep '19
«ตอบ #31 เมื่อ27-09-2019 14:42:19 »

เริ่มแล้วๆ อยากอ่านอีกเยอะๆ จัง

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 13 : 27.Sep '19
«ตอบ #32 เมื่อ27-09-2019 14:49:26 »

มีแววว่าจะได้เห็นน้องม่อนลงดาบ ใครบางคนกับคู่หมั้น

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 13 : 27.Sep '19
«ตอบ #33 เมื่อ27-09-2019 19:20:11 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

กว่าพระนายจะให้ความสนใจซึ่งกันและกัน ก็ล่วงเข้าไปถึง 13 ตอน


ออฟไลน์ Brithday

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 13 : 27.Sep '19
«ตอบ #34 เมื่อ27-09-2019 23:39:22 »

สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ :sad4:

ออฟไลน์ Brithday

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 13 : 27.Sep '19
«ตอบ #35 เมื่อ29-09-2019 12:34:45 »

 :z3: มาหรือยังๆ

ออฟไลน์ Amo

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 176
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +127/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 14 : 01.Oct '19
«ตอบ #36 เมื่อ01-10-2019 21:47:25 »

14





    หลังจากที่ทัชชาได้รู้ความจริงเกี่ยวกับพัสกาญอีกทั้งยังเป็นคนที่ให้กำลังใจจนเขาผ่านพ้นเรื่องของพราววริศามาได้ พัสกาญก็อยู่ในสายตาของเขาตลอด

    ระหว่างที่ชาริศาต้องถ่ายละคร พัสกาญมักจะไปหามุมนั่งทำงานของตนอยู่เงียบ ๆ เวลาทำงานพัสกาญดูจะเป็นคนที่มุ่งมั่น และมีสมาธิอยู่กับงานจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง และเมื่อชาริศาว่างมานั่งพักหรือทบทวนบท พัสกาญก็จะคอยดูแลอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา

    “นี่นายคงเชื่อฉันแล้วสินะ” อามันต์เดินมายืนเคียงข้างเขา และมองตรงไปยังกลุ่มของพัสกาญ

    “เรื่องอะไร?”

    “อ่าว ที่นายแอบมองอยู่ ไม่ใช่เพราะจับผิดไอ้แว่นเฉิ่มนั่นเหรอ?”

    “ทำไมฉันต้องไปจับผิดเขาด้วย เขาก็แค่ทำงานของเขา ฉันไม่เห็นว่าจะมีอะไร”

    “ไม่มีอะไรที่ไหน ดูสิ เอาอกเอาใจกันเข้าไป” อามันต์พูดอย่างไม่ชอบใจเมื่อเห็นพัสกาญค่อยหยิบจับโน่นนี่ส่งให้ชาริศาราวอย่างกับว่าจะเอาใจเธอตลอดเวลา

    “ปกติฉันก็เห็นน้องดาเป็นคนทำอยู่แล้ว การที่เขาจะมาช่วยน้องดาก็ไม่เห็นแปลก”

    “ดูนายเหมือนจะพูดเข้าข้างไอ้แว่นเฉิ่มนั่นนะ”

    “ฉันก็พูดไปตามความจริง อีกอย่างเขาสองคนก็ไม่ได้อยู่กันสองต่อสอง ดูสิไหนจะน้องดา ไหนจะกะทิ ไลลา ห้อมล้อมกันเต็มไปหมด”

    “จะว่าไปก็แปลก ปกติกะทิ กับไลล่า ไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับน้องแหม่มเท่าไร ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้มารวมกลุ่มกันอยู่ที่นี่ได้”

    “ก็เพราะไอ้แว่นเฉิ่มของนายยังไงละ” ทัชชาส่ายหน้า แล้วเดินเลี่ยงออกไป การที่เขาเห็นชาริศาพูดคุยกับพัสกาญอย่างสนุกสนานและสนิทสนมแบบนี้ มันทำให้เขาหงุดหงิดยังไงชอบกล

........................................................................

    กรกฤตและชันดาสังเกตเห็นว่าทัชชาคอยจับตามองพัสกาญตลอด จึงหลบออกมาคุยกันข้างนอกสองคน ทิ้งให้พัสกาญอยู่กับกลุ่มของเอม ชาญ ส่วนชาริศากำลังเข้าซีนกับอาทิตย์

    “พี่กร ช่วงนี้ทั้งพี่ทัชและพี่มันต์คอยจับตาดูพี่ม่อนตลอดเลยค่ะ”

    “อืม วันก่อนต้อยติ่งโทรบอกพี่ว่าคุณทัชไปหาม่อนที่ร้าน”
   
    “คุณทัชรู้เรื่องพี่ม่อนได้ยังไง แล้วพี่มันต์รู้ด้วยรึเปล่า”

    “พี่ก็ยังไม่รู้ และไม่รู้ด้วยว่า ทำไมสองคนนั่นถึงสนใจเรื่องของม่อนมันนัก”

    “ถ้าเรื่องพี่มันต์ ดาพอจะรู้ค่ะ”

    “ทำไม?”

    “พี่มันต์แอบชอบพี่แหม่มอยู่ อาจจะเป็นไปได้ว่าหึงพี่ม่อน ส่วนพี่แหม่มเองก็ฟอร์มเยอะค่ะ  แต่...พี่ทัชนี่สิ... เอ้...หรือว่าพี่ทัชจะแอบชอบพี่แหม่มขึ้นมาอีกคน”

    “แอบชอบอย่างนั้นเหรอ?”

    “ใช่ค่ะ”

    “ดาไปอยู่กับแหม่มก่อน พี่จะไปคุยกับคุณทัชหน่อย”

    “เดี๋ยวๆ พี่กร พี่คงจะไม่ถามเขาตรง ๆ ใช่ไหม ว่าเขาแอบชอบพี่แหม่มนะ?”

    “พี่ไม่ถามแบบนั้นหรอกน่า”
   
    “อ่อ ก็แล้วไป แต่คุยกันดี ๆ อย่ามีเรื่องกันนะคะ” ชันดาพูดแล้วก็เดินกลับไปยังกองถ่าย ส่วนเขาก็เดินตามหาทัชชา ซึ่งทัชชาเองก็เดินตรงมาหาเขาเช่นกัน

    “คุณทัช/กร” ทั้งสองต่างพูดขึ้นมาพร้อมกัน

    “คุณ/ผม” ทั้งสองยังคงเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันอีกครั้ง

    “เชิญคุณก่อนเลยคุณทัช” กรกฤตบอกออกไป เพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าทัชชาจะคุยอะไรกับเขา

    “ผมพอจะรู้ว่าคุณกับเด็กฝึกงานคนนั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน รวมไปถึงชาริศาด้วย”

    “ใช่ แล้วทำไมล่ะ?”

    “ผมไม่รู้ว่ามีใครเตือนพวกคุณแล้วหรือยัง เรื่องที่เพื่อนของคุณว่างตัวกับน้องแหม่ม ผมเกรงว่าจะเป็นข่าว”

    “ผมเพิ่งรู้ว่าคุณสนใจเรื่องของแหม่มเขาด้วย คุณคงไม่คิดจะเป็นคู่แข่งของคุณมันต์หรอกนะ”

    “ผมพูดเพราะผมหวังดีต่างหาก ยิ่งตอนนี้มีคนแอนตี้แหม่มเพราะเข้าใจว่าเธอเป็นต้นเหตุให้พราวเลื่อนคิว”

    “คุณทัช คุณเองก็เชื่อข่าวลือพวกนั้นสินะ”

    “ผมไม่ได้เชื่อ ผมแค่ไม่อยากให้พวกคุณมีปัญหา”

    “เอาเป็นว่าผมจะคอยไปเตือนเพื่อน ๆ ของผมก็แล้วกัน ทีนี้ถึงคราวผมบ้าง”

    “ว่ามาสิ?”

    “คุณไปหาม่อนที่ร้านทำไม?”

    “ผมก็แค่ผ่านไปทางนั้นเลยแวะเข้าไปหา ว่าแต่...คุณอยากรู้ไปทำไม?”

    “คุณรู้เรื่องของม่อนมากแค่ไหน แล้วต้องการอะไรจากม่อนกันแน่?”

    “ผมก็รู้แค่ว่าม่อนเป็นเจ้าของร้านนั้น แล้วผมอยากรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับน้องแหม่ม”

    “อ่อ ที่คุณแกล้งเตือนผมก่อนหน้านี้เพราะคุณหึงแหม่ม คุณจะบอกว่าอย่างนั้น”

    “ผมไม่ได้หึงใครทั้งนั้น และผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับเธอด้วย”

    “คุณไม่คิดกับแหม่ม หรือว่าคุณคิดอะไรกับม่อน” คำถามของเขาทำให้ทัชชาอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามของเขาราวกับเพิ่งตัดสินใจอะไรบางอย่าง

    “มันก็ไม่แน่ หากเขาคือคนที่ใช่”

    “คุณทัช นี่คุณ!!!” กรกฤตพยายามสงบสติอารมณ์ “ม่อนเป็นผู้ชาย”

    “เรื่องนั้นผมรู้ และผมเองก็ไม่รู้หรอกนะกร ว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไงกันแน่ เท่าที่รู้ตอนนี้ก็มีแต่ความรู้สึกขอบคุณ ถ้าเขาเป็นคนคนนั้นจริง ๆ”

    “คุณหมายความว่ายังไง”

    “ก็อย่างที่พูด ขอบคุณ”

    ทัชชาดูอารมณ์ดีขึ้นกว่าตอนแรกจนเห็นได้ชัด แล้วก็เดินกลับไปยังส่วนพักผ่อนของเขาทันที กว่ากรกฤตจะเรียบเรียงคำพูดของทัชชาในหัวสมองได้ ทัชชาก็เดินลับสายตาเขาไปแล้ว

    “เอาไงดีว่ะกู?” เขาได้แต่บ่นกับตัวเอง ก่อนเดินกลับไปรวมกลุ่มกับพัสกาญ

.........................................................................

    ตอนนี้ข่าวที่เป็นกระแสมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นข่าวของพราววริศากับไฮโซหนุ่ม ทายาทนักธุรกิจชื่อดัง ที่ตามเอาอกเอาใจจนในที่สุดพราววริศายอมคบหาดูใจด้วย ซึ่งภาริชก็เป็นอีกหนึ่งในนักข่าวหลาย ๆ คนที่ติดตามทำข่าวของเธอ

    “น้องพราวครับ อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพราวใจอ่อนยอมคบกับคุณเตอร์ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งรู้จักกันได้เดือนกว่า ๆ เท่านั้นเอง” เขาถามคำถามที่นักข่าวหลาย ๆ คนคงจะสงสัยไม่แพ้เขา

    “พี่เตอร์เป็นคนเอาใจเก่งค่ะ แล้วเราก็เข้ากันในหลาย ๆ เรื่อง”

    “น้องพราวค่ะ คุณเตอร์ใช่เจ้าของเบลลี่สีขาวที่ขับไปเฝ้าคุณพราวที่สถานีวันที่จัดงานแฟนมิตติ้งใช่ไหมค่ะ?”

    “เรื่องนี้พี่เตอร์เขายังไม่ยอมรับค่ะ”

    “แล้วน้องพราวคิดยังไงกับเรื่องนี้ค่ะ”

    “พราวก็ต้องเชื่อพี่เตอร์สิค่ะ”

    การสัมภาษณ์ยังคงดำเนินไปในประเด็นของไฮโซหนุ่มอีกสองสามหัวข้อ จนกระทั่งน้อง นักข่าวรุ่นน้องถามคำถามที่ทำให้นักข่าวทุกคนต้องเงียบเพื่อรอคำตอบ

    “น้องพราวค่ะ ที่คุณเลื่อนคิวถ่ายเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีกระแสมาว่าน้องพราวทะเลาะกับน้องแหม่ม ไม่ทราบว่าจริงไหมค่ะ?”

    “อ่อ เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดคะ พราวกับแหม่มไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง ถึงบางทีแหม่มจะเป็นคนใจร้อนไปบ้าง” หลังจบประโยค นักข่าวต่างพากันแย่งถามคำถามเป็นการใหญ่

    “ตอบแบบนี้แสดงว่า น้องพราวกับน้องแหม่มเคยมีเรื่องทะเลาะกันใช่ไหมค่ะ?”

    “ทำงานร่วมกันก็ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันบ้าง เป็นเรืองปกติค่ะ แล้วพราวกับแหม่มเป็นเพื่อร่วมงานที่ดีต่อกัน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พราวไม่เอามาใส่ใจหรอกค่ะ”

    ภาริชฟังคำให้สัมภาษณ์แล้วรู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดของพราววริศา หากเป็นก่อนหน้านี้ที่เขายังจำชาริศาไม่ได้ เขาคงเชื่อในคำให้ข่าวของเธอ แต่คนทั้งสามต่างเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยลัยเดียวกับเขา แล้วเขาก็เป็นคนตามทำข่าวของชาริศาตั้งแต่เธอไปออดิชั่นละครที่คณะสาปัตย์ มันทำให้เขารู้สึกว่าพราววริศาพยายามจะเลี่ยงประเด็นที่เลื่อนคิวถ่ายละครให้คนไปสนใจเรื่องชาริศาแทน

........................................................................

    หลังจากวันที่ทัชชาได้พูดคุยกับกฤกฤตแล้ว เขาก็ค่อนข้างโล่งใจไปได้ส่วนหนึ่ง เมื่อรู้ว่าพัสกาญไม่ได้คบหาชอบพออยู่กับชาริศา ทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น แต่จากที่เขาสังเกตดูมาตลอดสัปดาห์ เขากลับไม่แน่ใจว่าชาริศาคิดกับพัสกาญแบบเดียวกันรึเปล่า

    “เฮ้ย ทัช มายืนหลบมุมอยู่ตรงนี้เอง ฉันตามหายนายแทบแย่” อามันต์เดินมาตบไหล่เขาจากด้านหลัง

    “ตามหาฉัน? พี่วินทร์มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันรึเปล่า”

    “ไม่มีหรอก ฉันแค่เห็นว่านายหายไปก็เท่านั้น”

    “นายกลัวฉันคิดมากเรื่องคุณเตอร์อย่างนั้นเหรอ ถึงคิดว่าฉันต้องมายืนหลบมุมเพื่อเลียแผลใจ” เขาตอบทั้งที่สายตายังคงมอไปที่พัสกาญ

    “เฮ้ย!! ทัชนายพูดอะไรระวังหน่อย เดี๋ยวใครมาได้มาได้ยินเข้า”

    “ฉันรู้ ฉันแค่จะบอกกับนายว่า ฉันไม่เป็นไร”

    “แต่แปลกนะ วันนี้พราวมารถคันเดียวกับคุณเตอร์ แต่กลับไม่ใช่รถหรูคันนั้น” เขาได้ยินอามันต์บ่นเบา ๆ

    วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายเดือนที่พราววริศากลับมามีคิวให้กับทางกองถ่าย โดยเธอได้มีสารถีส่วนตัว ค่าตัวไม่ใช่เล่น ๆ มาส่งถึงกองถ่าย แล้วไม่ได้มาส่งนางเอกสาวมือเปล่า ยังติดขนมนมเนยต่าง ๆ มาให้คนในกองถ่ายเรียกได้ว่า จ่ายหนักพอ ๆ กับสปอนเซอร์ก็ว่าได้

    “เขาคงไม่อยากให้กองทัพนักข่าวแตกตื่นก็เป็นได้”

    “นี่รู้ไหมว่าเจษฎ์รอดูรถเบลลี่คันนั้นใกล้ ๆ ให้เป็นบุญตาเลยนะ เห็นเจษฎ์ว่า ในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่คันเท่านั้น”

    “ถ้ามันมีน้อยขนาดนั้น เขาก็คงต้องถนอมรถ จะเอามาขับไปโน่นมานี่บ่อย ๆ มันคงน่าเสียงดาย”

    “คนรวยระดับคุณเตอร์ที่เอาของมาเปย์ให้ที่กอง ไม่น่าจะเสียดายได้นะ”

    “เขาคงมีเหตุผลของเขาแหละ” ทัชชาตอบอย่างขอไปที เพราะเขาไม่ได้สนใจอยู่แล้วคุณพหลไฮโซหนุ่มจะขับหรือไม่ขับรถคันไหน ตอนนี้เขาแค่รู้สึกอิจฉาคนตรงหน้ามากกว่า

    “ทัช นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

    “อืม” เขาตอบรับทั้งที่ยังไม่บะสายตาไปจากพัสกาญและชาริศา

    “นี่นายคงไม่คิดจะมีเรื่องกับคุณเตอร์เพราะเรื่องของพราวนะ” อามันต์กระซิบถามเขา

    “ทำไมฉันต้องไปมีเรื่องกับเขา”

    “ก็เรื่องของพราว...”

    “ฉันเห็นสองคนนั่นไปด้วยกันได้ดี ฉันก็ดีใจด้วย ส่วนฉัน” ทัชชาละสายตาจากคนที่มองอยู่ เพื่อหันมาสอบตากับอามันต์ “ฉันก็อยู่ของฉันแบบนี้ ฉันไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอย่างที่นายกังวลหรอกน่า”

    “อืม ๆ ฉันพยายามจะเชื่อก็แล้ว” ทัชชาได้แต่สายหน้าให้กับความไม่เชื่อถือของอามันต์ เขาหันกับมามอง ณ จุดเดิม “นายว่า ไอ้แว่นเฉิ่มนั่นมันจะทำยังไง มันจะไปประจบพราวกับคุณเตอร์ไหม เฮ้อ...ทำไมใคร ๆ ถึงไปตามห้อมล้อมมันนะ”

    “แล้วทำไมนายถึงคิดว่าม่อนจะต้องไปประจบพราวกับคุณเตอร์เขาด้วยละ?”

    “อ่าว ไอ้หมอนั่นทำงานให้กรจะได้วันละเท่าไรกันเชียว แต่ถ้าเปลี่ยนมาทำงานให้พราว ที่มีคุณเตอร์คอยหนุนหลัง ค่าตัวต่อวันอาจจะได้ไม่ใช่น้อยน้า...”

    “ม่อนเขาอาจจะไม่ได้ทำเพื่อเงินก็ได้”

    “คนเราถ้าไม่ใช่ทำเพื่อเงิน แล้วจะทำเพื่ออะไรกัน ฉันว่าดีซะอีกหากไอ้หมอนั่นมันไปทำงานที่อื่น จะได้อยู่ห่าง ๆ จากน้องแหม่มหน่อย เกาะติดเป็นปลิงเชียว”

    “ฉันไม่เห็นว่าเขาจะเกาะติดน้องแหม่มของนายตรงไหน มีแต่น้องแหม่มนั่นแหละ ที่พอได้พักหรือมีเวลาว่างก็รีบเดินกลับไปยังส่วนพักของเธอ” ทัชชาพยายามระวังคำพูดให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหาย ในเมื่อเขาเองก็ยังไม่รู้ที่มาที่ไปทั้งหมด จากนั้นเขาก็เดินกลับไปยังส่วนพักของเขาเพื่อทบทวนบทและเตรียมตัวเขาฉากต่อไป

........................................................................

    อามันต์ทั้งงงทั้งแปลกใจกับท่าทางของทัชชา เขาที่อุตส่าห์เป็นห่วงกลัวว่าทัชชาจะรู้สึกไม่ดีกับการที่คุณพหลมาส่งพราววริศาถึงกองถ่าย อีกทั้งนั่งเฝ้าราวกับเป็นผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่ปาน เมื่อเห็นทัชชามายืนหลบมุมอยู่คนเดียวเงียบ ๆ เขาก็ยิ่งเป็นห่วงคิดว่าอาการหนักซะแล้ว แต่ผิดคาด

    เรื่องของพหลและพราววริศากับกลายเป็นเรื่องที่ทัชชาไม่ใส่ใจ ทั้งที่เขาเผลอหลุดปากพูดถึงเรื่องรถของคุณพหลไป กว่าจะหาเรื่องเลี่ยงประเด็นให้ไกลตัวของพราววริศามาได้ กลับกลายเป็นว่าทัชชาไม่พอใจเพราะเรื่องของไอ้แว่นเฉิ่มนั่น

    เขาสังเกตเห็นว่า ระยะหลังมานี้ทัชชามักจะแอบซุ่มดูกลุ่มของชาริศาเงียบ ๆ อยู่บ่อยครั้ง แค่ก็คาดเดาไม่ได้ว่าทัชชาสนใจอะไรกับคนกลุ่มนั้น แต่ก่อนเขาอาจจะเห็นไอ้แว่นมักจะเกาะติดกับชาริศา โดยมีชันดาอยู่ใกล้ๆ แต่ตอนนี้กลับมีทั้งกะทิ ไลลา แล้วก็ตากล้องฝึกหัดที่เขาจำไม่ได้ว่าเด็กนั่นชื่ออะไร ไหนจะมีเอม กับชาญอีก คนกลุ่มนี้มักจะนั่งคุยหรือนั่งทานข้าวร่วมกับเสมอ แต่ก็ไม่ได้เป็นกลุ่มที่น่าสนใจและน่าจับตาเท่ากับกลุ่มของพราววริศา

To Be Continued

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 14 : 01.Oct '19
«ตอบ #37 เมื่อ01-10-2019 22:25:34 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

อิมันต์คนโง่  มองคนแค่ผิวเผิน  ทัชชายังฉลาดกว่ามากมาย

นิสัยแบบนี้นะ  บอกได้เลยว่า  นุ้งแหม่มไม่ชอบแน่นอน  เตรียมอกหักได้เลย  ชิส์

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 14 : 01.Oct '19
«ตอบ #38 เมื่อ02-10-2019 00:24:04 »

อคติมันบังตาเนอะแต่ละคน บอดหมดละ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 14 : 01.Oct '19
«ตอบ #39 เมื่อ02-10-2019 09:53:38 »

เอาแล้วๆๆ คุณทัชเริ่มยอมรับความรู้สึกตัวเองแล้ว

หึงไม่ดูตาม้าตาเรือนะอามันส์ 555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 14 : 01.Oct '19
« ตอบ #39 เมื่อ: 02-10-2019 09:53:38 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Amo

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 176
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +127/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 15 : 06.Oct '19
«ตอบ #40 เมื่อ06-10-2019 19:52:53 »

15




    เมื่อกวินทร์สั่งคัท และผ่านซีนนี้มาได้ ชาริศาก็เดินกลับเข้ามายืนเคียงข้างกับชันดาที่ยืนกางร่มคอยอยู่ ไลลารีบเข้ามาซับหน้าให้ทันที

    “หืม...เดี๋ยวนี้พี่พราวเขาทำตัวราวกับเจ้าหญิงเลยนะคะ” ไลลาพูดหลังจากซับหน้าเสร็จ “เดี๋ยวพี่ขอเติมแป้งหน่อยนะคะ” ชาริศาย่อตัวลงเพื่อให้ไลลาสามารถเติมแป้งให้กับเธอได้ถนัด “ขอบใจจ้าน้องแหม่มคนสวย” เธอยิ้มให้ไลลาเล็กน้อย “เสร็จแล้วจ้า”

    “พี่ไลลาไม่ต้องไปดูแลพราวเหรอค่ะ?” ชันดาถามหลังจากที่ไลลาเติมหน้าให้เธอเสร็จ แต่กลับไม่ไปไหน ยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ

    “ไม่หรอกจ้าน้องดา นี่น้องดาคงยังไม่เห็นสินะ ว่าน้องพราวเขาน่ะ มีช่างแต่งหน้า ช่างทำผมส่วนตัวมาด้วย นางบอกว่า ว่าที่สามีนางเป็นคนจัดการดูแลให้” ไลลากระซิบบอกไม่เบาเลย

    “ก็คุณเตอร์เขาเปย์ซะขนาดนี้ ดีออกค่ะพี่ไลลาจะได้ไม่เหนื่อย”

    “อ่ะ พี่ทัชว่างแล้ว เดี๋ยวพี่ไปดูแลพี่ทัชก่อนนะคะ” พูดไม่ทันขาดคำไลลาก็วิ่งพร้อมกับถือกระเป๋าเครื่องสำอางค์เดินตรงไปยังจุดที่ทัชชายืนอยู่

    “พี่ทัชเขามองมาทางนี้ด้วย สงสัยจะมองหาพี่ม่อนแน่ ๆ เลย” ชันดาบอกทั้งที่ยังคงกางร่มให้กับเธอ

    “พ่อพระเอกของเราก็แปลกคน ได้แต่แอบมองอยู่นั่นแหละ พี่ละสงสัยจริง ๆ ว่าเขาคิดยังไงกับม่อนของเรา”

    “จากที่พี่แหม่มเล่าเรื่องออร่าอะไรนั่น ดาเลยไปหาอ่านเรื่องสีกับอารมณ์ ดาเดาว่า เขาน่าจะชอบพี่ม่อนของเรานะ แต่ที่ดาสงสัย ทำไมอยู่ ๆ เขาถึงเกิดชอบพี่ม่อนขึ้นมาได้ล่ะ ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองคนแทบจะไม่ได้คุยกันเลย พี่ม่อนเองก็เลี่ยงเขาตลอด”

    “จะอะไรซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่พ่อพระเอกของเราใจง่าย นึกจะชอบก็ชอบ นึกจะเลิกชอบก็เลิกเอาง่าย ๆ”

    “มันก็ไม่ง่ายนะพี่ ครั้งที่แล้วที่พัทยา ก็เกือบ ๆ จะต้องเลิกกองกะทันหัน ดาว่าพี่ทัชเขาอาจจะแค่ทำใจได้เร็วกว่าคนอื่นก็ได้ อีกอย่างเขาอาจจะไม่มีอะไรลึกซึ้งกับคนคนนั้นด้วย”

    “พี่ไม่ชอบอะไรค้างคาแบบนี้เลย อยากจะเดินเข้าไปถามให้รู้แล้วรู้รอดไป”

    “พี่แหม่ม พี่ใจเย็น ๆ สิ เรายังไม่รู้อะไรแน่ชัด เข้าไปถามตรง ๆ เกิดหน้าแตกขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ”

    “เห็นแล้วมันหงุดหงิดนี่”

    “พี่แหม่ม พอก่อน ๆ สีหน้าออกแล้วนะ ดารู้ว่าพี่หงุดหงิดพี่ทัช แต่พี่แสดงออกตรงนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวใคร ๆ เขาก็คิดว่าพี่หงุดหงิดพราวหรอก เฮ้อ...แต่นี่ยังไม่เสร็จอีกเหรอเนี่ย”

    ชาริศาสังเกตรอบ ๆ ตัวก็เห็นว่านักแสดงคนอื่นเตรียมพร้อมเข้าซีนถัดไปแล้ว กล้องก็พร้อมแล้ว ทีมงานก็พร้อมแล้ว ขาดก็แต่พราววริศาที่ยังเตรียมความพร้อมไม่เสร็จ

    “พี่ ๆ” ชันดาสะกิดเธอเบา ๆ “พี่ทัช” เธอจึงมองตามสายตาของชันดาไป ทัชชากำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ “อย่ามีเรื่องนะ ถือว่าดาขอ”

    “เอ๊ะ ยัยดานี่ เธอเห็นพี่เป็นคนยังไง”

    “ก็พี่สาวดาคนนี้อารมณ์ร้อนเป็นที่หนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องพี่ม่อน”

    “พี่ไม่ไปกินหัวพ่อพระเอกหรอกน่า แค่นี้งานในกองก็ล่าช้าไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรแล้ว”

    ชันดาเหมือนจะพูดอะไรต่อหลังจากที่มองตามสายตาเธอไปยังพราววริศา แต่ก็ไม่พูด เพราะทัชชาเดินเข้ามาใกล้พวกเธอแล้ว

    “น้องแหม่ม น้องดา”

    “พี่ทัชมีอะไรเหรอค่ะ หรือว่าเบื่อรอเลยเดินมาหาเพื่อนคุย” เธอทักทายเมื่อไม่เห็นอามันต์อยู่บริเวณนี้

    “ก็ถือซะว่าพี่มาชวนแหม่มคุยระหว่างรอนักแสดงคนอื่นก็แล้วกัน”

    “ค่ะ แล้วนี่พี่มันต์ไปไหนละคะ ถึงปล่อยให้พี่ทัชยืนอยู่คนเดียว”

    “มันต์ไปเอาของที่รถให้พี่น่ะ”

    “อ่อ ค่ะ”

    “แหม่มคงรู้เรื่องกระแสข่าวเรื่องระหว่างพี่ แหม่ม กับพราว ที่มันเกิดขึ้นอยู่ช่วงหนึ่งใช่ไหม?”

    “เรื่องมือที่สามอะไรนั่นเหรอค่ะ ข่าวก็คือข่าวค่ะ ยิ่งเป็นเรื่องที่คนพากันคิดไปเองด้วย แหม่มไม่ใส่ใจหรอกคะ”

    “ดีแล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องไม่สบายใจมารกสมอง เอาเวลามาทำงานให้เต็มที่ แต่พี่ก็อยากเตือนน้องแหม่มสักนิด”

    “เตือน เรื่องอะไรอีกละค่ะ? นี่แหม่มคงไม่ได้เผลอไปเหยียบเท้าใครเขาอีกนะคะ หรือว่าการที่พี่ทัชเดินเขามาคุยกับแหม่มแบบนี้ อาจจะสร้างความไม่พอใจให้ใครรึเปล่า”

    “ใจเย็น ๆ ก่อนครับ น้องแหม่ม พี่รู้ว่าข่าวก่อน ๆ ที่เกิดขึ้น แหม่มไม่ได้เป็นคนเริ่ม แต่ที่พี่อยากให้ระวังเพราะ...เอ่อ น้องดาครับ พกโทรศัทพ์มาด้วยรึเปล่าครับ”

    “ค่ะ แต่ดาปิดเสียงไว้นะคะ”

    “พี่ขอยืมสักครู่ได้ไหม?”

    “ได้ค่ะ” ชันดาสั่งโทรศัพท์ที่ปลดล็อกหน้าจอแล้วยื่นให้ทัชชา ก่อนที่เขาจะส่งคืนมาให้

    “นี่เป็นภาพที่แฟนละครเพิ่งอัพลงทวิสเตอร์เมื่อไม่กี่นาทีหลังพักกอง ตอนแรกพี่ก็ไม่รู้จนได้ยินไลลาพูดกับกะทิ”

    ในโพสเป็นมุมถ่ายจากไกล ๆ เห็นภาพรวม ๆ ของกองถ่าย ซึ่งติดนักแสดงหลาย ๆ คน แต่คนโพสกลับเขียนแคปชั่นกล่าวถึงเธอ

    ดูนางเอกตัวปลอมมองด้วยสายตาอิจฉานางเอกตัวจริงของเราที่มีแต่คนรายล้อม

    ในภาพเป็นจังหวะที่เธอกับชันดายืนอยู่ด้วยกันเพียงสองคนและหันไปมองกลุ่มพราววริศาพอดี เรื่องเพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่นาทีมานี้

    “พี่แหม่ม” ชันดาทักขึ้นหน้าเสีย

    “ก็คงเป็นแฟนคลับของพราวนั่นแหละ แต่ก็คิดเองเออเอง ไม่เรื่องจริงสักหน่อย พี่ไม่แคร์หรอก”

    “เอาเป็นว่าทั้งน้องแหม่ม น้องดาก็รับรู้แล้วนะ พี่ก็อยากให้ระวังตัวไว้ เพราะภาพที่บรรยายด้วยข้อความจากคนที่อคติกับเรา ยังไงมันก็ออกมาในเชิงลบ”

    “ขอบคุณพี่ทัชมานะคะ ที่เข้ามาบอกพี่แหม่มกับดา”

    “แล้วนี่ม่อนกับกรไปไหนซะล่ะ ทุกทีเห็นมายืนให้กำลังใจข้าง ๆ น้องดาไม่ใช่เหรอ?”

    “พี่ม่อนไปช่วยพี่กรขนเสื้อผ้าที่รถค่ะ วันนี้พี่กรต้องออกไปหาของด่วนให้พราว ชุดที่พี่กรเตรียมมาเธอสวมไม่ได้ เห็นว่าใหญ่เกินไป” ชันดาเป็นคนตอบ

    “พี่ก็ว่าพราวคงจะผอมลง ตั้งแต่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเตอร์ให้สินค้าของคุณเตอร์”

    “คุณเตอร์นี่คือเจ้าของสินค้าตัวนั้นเหรอค่ะ?”

    “อันที่จริง ต้องบอกว่าเป็นของคุณแม่ของคุณเตอร์มากกว่า”

    ชาริศาฟังชันดากับทัชชาคุยกันไปเรื่อย ๆ และทัชชามักจะวกเขามาถามเรื่องม่อนอยู่บ่อยครั้ง ชันดาน้องสาวเธอก็สมกับเป็นผู้จัดการส่วนตัว มีลูกล่อลูกชนเลี่ยงตอบแบบซื่อๆ เนียนๆ ไปได้ตลอด จนทุกอย่างพร้อม พี่เจษฎ์เรียกทุกคนให้เตรียมพร้อม เธอและทัชชาจึงก้าวไปยังด้านหน้ากล้องพร้อมกับนักแสดงคนอื่น ๆ ในซีน

........................................................................

    วันนี้ถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างโหดอีกวันของกรกฤตและน้องๆ ในทีมก็ว่าได้ งานที่เตรียมไว้รวนไปหมด เขาและพัสกาญแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันแทบจะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพราววริศา

    วันนี้กว่าจะเลิกกองก็ล่วงเลยเข้าวันใหม่ไปหลายชั่วโมง ชาริศาและชันดากลับไปพักผ่อนตั้งแต่ห้าทุ่มกว่า ส่วนพระเอกของเรื่องยังมีถ่ายร่วมกับพราววริศาบางซีน จึงกลับไปก่อนเลิกกองไม่นาน

    “ขืนเป็นแบบนี้ทุกวัน ผมได้ตายคากองถ่ายแน่ๆ” ชาญทิ้งตัวลงนั่งหมดสภาพอยู่ข้างๆ รถของเขา โดยมีเอมเดินมานั่งลงข้างกัน

    “พรุ่งนี้ต้องมาตั้งร้านตอนตีห้าจริงเหรอค่ะ?” เอมเงยหน้าขึ้นถามเขา

    “ก็คิวงานมันเป็นอย่างนั้น”

    “อีก 2 ชั่วโมงเอง สังสัยวันนี้พวกเราคงไม่ได้นอนกันแล้ว” ชาญหันไปบ่นกับเอม

    “ถ้านั่งจนหายเหนื่อยก็กลับไปเปลี่ยนของได้แล้ว ฉันให้คนที่ร้านจัดชุดไว้ให้แล้ว แค่ขนขึ้นรถ” เขาสั่งงานลูกน้อง ทั้งสองคนก็ลุกขึ้นดินไปที่รถ ระหว่างนั้นเขาได้ยินสองคนนั้นคุยกันว่าใครจะขับรถและใครจะงีบก่อน

    พัสกาญที่เก็บของส่วนตัวเสร็จก็เดินมาสมทบกับเขาที่รถ แต่ดูสีหน้าคนที่เดินมาไม่ค่อยดีนัก
“กร มึงเห็นดินสอแท่งโปรดกูไหม?”

    “มึงทำมันหาย?”

    “กูไม่รู้ว่าไปลืมวางไว้ที่ไหน”

    “แม่ง กูโคตรดีใจเลย เอาไว้กูซื้อใหม่ให้มึงเอง กูจัดให้มึง 10 แท่งเลยเอา”

    “กร มึงก็รู้ว่าไม่เหมือนกัน”

    “เพราะกูรู้ไง กูถึงดีใจ มึงไม่ควรยึดติดกับดินสอด้ามนั้น จะได้หลุดพ้นจากยัยโมนิกสักที”

    “กูแค่ถนัดใช้ดินสอด้ามนั้น”

    “มึงอย่ามาอ้าง เดี๋ยวนี้มึงแทบจะไม่ได้ร่างงานด้วยกระดาษแล้ว ปล่อยวางเรื่องโมนิกซะ ไปได้แล้ว กูเหนื่อย”

    “เหลือเวลาไม่เท่าไร มึงจะเอาไง?”

    “กูกับมึงมีเวลาถึง 6 โมงเช้า ก่อนหน้าให้ชาญกับเอมตั้งร้านไปก่อน”

    “เอาแบบนี้ไหมมึง ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อที่บ้านกู แล้วค่อยออกไปที่กอง จอดรถนอนรอชาญกับเอม”

    “ไม่เอา กูไม่อยากเข้าบ้านมึง”

    “เวลานี้มึงจะไปเจอใคร”

    “เออ ก็จริง ถ้าอย่างนั้นก็ได้”

    เมื่อตกลงลงกันได้แล้ว กรกฤตก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านของพัสกาญ โดยระหว่างทางเขาก็ให้เพื่อนหลับพักผ่อนไป จะได้มาเปลี่ยนกันขับรถตอนออกจากบ้าน

To Be Continued

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 15 : 06.Oct '19
«ตอบ #41 เมื่อ07-10-2019 00:18:21 »

สงสารน้องกรนะ คุณแม่ทำอะไรน้องเนี่ย ฝังจิตฝังใจขนาดนี้ 5555

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 15 : 06.Oct '19
«ตอบ #42 เมื่อ07-10-2019 01:06:20 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 15 : 06.Oct '19
«ตอบ #43 เมื่อ07-10-2019 11:41:02 »

คุณทัชคะ ไม่ต้องเอาไปคืนน้องม่อนเลยนะคะ
ไอ้ดินสอแห่งความหลังที่เจ็บปวดของน้องม่อน
คุณทัชซื้อให้ใหม่ไปเลย เอาความทรงจำใหม่ๆที่ดีให้น้องมีอนด้วยนะคะ

ออฟไลน์ Amo

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 176
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +127/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 16 : 09.Oct '19
«ตอบ #44 เมื่อ09-10-2019 08:38:14 »

16







          วันนี้ทางกองถ่ายนัดคิวทัชชาช่วงบ่ายถึงดึก เนื่องจากช่วงเช้าพี่กวินทร์ต้องการถ่ายเก็บคิวงานของพราววริศา ในส่วนตอนแรก ๆ ของละคร เพราะอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ละครตอนแรกก็จะออกอากาศแล้ว

          ทัชชาตื่นแต่เช้า ลงมาออกกำลังกายที่ฟิตเนสราว 2 ชั่วโมง จากนั้นก็ขึ้นมาพักบนบนห้องพร้อมนั่งดื่มกาแฟไปด้วย ข้าง ๆ กับมีบทละครที่เขาเตรียมเอาไว้ทบทวนวางอยู่บนโต๊ะ ไม่ไกลกันนักมีดินสอด้ามหนึ่งเสียบอยู่ในแก้วกระดาษที่มีข้อความให้กำลังใจ

          เขาเช็ครูปที่ถ่ายจากร้านของพัสกาญ เทียบลายมือบนแก้วแล้วเป็นลายมือเดียวกันไม่มีผิด ไหนดินสอที่เป็นหลักฐานอย่างดี เขาควรจะทำอย่างไรกับพัสกาญดี...

          หนุ่มแว่นตาหวาน แว่นตาทรงที่ไม่เข้ากับใบหน้า ไหนจะเลนส์ที่สะท้อนแสงสีฟ้าบดบังสายตาหวาน ๆ นั่นจนมิดชิด แต่โดยรวมแล้วพัสกาญเมื่ออยู่ในกองถ่าย แทบจะไม่เป็นจุดสังเกตใดใดเลย แม้แต่เขาเองก็ไม่เคยเห็นพัสกาญในสายตา

          จนกระทั่งในตอนนี้ สิ่งที่พัสกาญทำก็ยังคงเป็นเช่นเดิม จะต่างก็ตรงที่เขาเองที่เปลี่ยนไป เขายังตกใจไม่หายเมื่อนึกถึงตอนที่กรกฤตมาคุยเรื่องพัสกาญราวกับจะกีดกันเขา ทำให้เขาหงุดหงิดจึงพูดไปแบบนั้น

          ครืน…ครืน...เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะสั่น ทำให้ทัชชาหลุดจากความคิดของตน เขาคว้าโทรศัพท์นั้นขึ้นมาแล้วกดรับสาย

          ‘ลงมาได้แล้ว’ เสียงอามันต์เร่งมาตามสาย

          “นายไปก่อนเลย วันนี้ฉันจะเอารถไปเอง”

          ‘นายแน่ใจนะ ว่าจะขับกลับไหว’

          “วันนี้มีไม่กี่ซีนที่จะต้องถ่ายนี่ ฉันเป็นแค่ตัวประกอบของกองถ่ายเท่านั้นแหละ”

          ‘คิดอย่างนั้นก็ตามใจ อ่อ ทัช พรุ่งนี้เลิกกองเร็ว นายพอจะแวะไปหาพี่รุธหน่อยได้ไหม ฉันต้องไปรับบรีฟงานเกมส์โชว์ที่ค่ายฯ หรือนายจะให้ฉันเลื่อน’

          “เรื่องอะไรที่พี่รุธจะคุย นายพอรู้ไหม?”

          ‘พี่รุธอยากให้นายช่วยเรื่องคุณพัสกาญ’

          “อืม ฉันไปเอง ไม่น่าจะมีอะไร”

          ‘ได้ ฉันจะแจ้งพี่รุธ แล้วนายก็รีบๆ ลงมาได้แล้ว อย่าสายละ เดี๋ยวเจอกันที่กอง’

          “อืม เดี๋ยวเจอกัน”

          ทัชชาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหลังจากอามันต์วางสายไปแล้ว เขาเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่นานก็เดินทางไปยังกองถ่าย

          เขาว่าเขาพอจะรู้แล้วว่าจะทำอย่างไรกับม่อน พัสกาญ ไม่ใช่ พัสกาญ หิรัญสิงหนิราศ


........................................................................


          ถึงแม้พัสกาญจะนอนไม่เต็มอิ่ม แต่ก็นับว่าพักผ่อนได้เพียงพอ หลังจากที่เขาพากรกฤตกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านของเขา ระหว่างที่จะออกมานั้น น้านิลก็กลับเข้ามาพอดี

          น้านิลกับน้ากล้าไปส่งแม่ของเขาที่สนามบิน ส่วนพ่อไปราชการทางใต้ เมื่อกรกฤตรู้ถึงกับถอนหายใจออกมาแรงๆ

          เขาได้แซนวิชกับกาแฟฝีมือน้านิลติดไม้ติดมือมาหลายชุดเผื่อแผ่ไปถึงชาริศาด้วย ส่วนน้าก็ขับรถมาส่งพวกเขาถึงกองถ่าย ทำให้เขาได้หลับกันตลอดทาง

          น้ากล้าเพิ่งจะกลับไปเมื่อสายๆ นี่เองโดยมีพี่นนท์ขวัญใจชันดามารับ ถ้าชันดารู้คงจะเสียดายแน่ๆ ที่ไม่ได้พบหนุ่มที่แอบปลื้ม

          “มึงเป็นอะไร กินไปยิ้มไป ดีใจที่พ่อกับแม่มึงไม่อยู่บ้านทั้งคู่?” กรกฤตพูดประชด

          “กูแกนึกถึงน้องดา ที่คลาดกับพี่นนท์”

          “มึงไม่พูด น้องดาก็ไม่รู้”

          “แต่ฉันรู้!!” พี่กะทิเดินมาโอบไหล่กรกฤต พ้อยท์เท้า แล้วยื่นโทรศัพท์โชว์ให้ดู ราวกับตนเองเป็นนางแบบโฆษณาโทรศัพท์เครื่องนี้

          “เฮ้ย!!” กรกฤตหันควับไปมองหน้าพี่กะทิ

          “เหลามาค่ะคุณ หนุ่มหล่อมาดพระเอกคนนี้เป็นใคร?”

          “แกนี่เรดาร์ทั้งแรง ทั้งไวเลยนะ”

          “ไม่ได้ค่ะ สำหรับกะทิ ผู้หล่อคือที่หนึ่ง ผู้ชายน่ารักเป็นที่สอง เรื่องนี้น้องม่อนคงไม่โกรธพี่นะคะ” สาวประเภทสองอย่างกะทิหันมาส่งยิ้มให้เขา

          “เขาเป็นคนรู้จักของฉันกับไอ้ม่อนมัน”

          “หืม หล่อล่ำ น่าหม่ำมากอ่ะ ว่าแต่ว่าที่สามีในอนาคตของฉันเขามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร”

          “น้อยๆ หน่อย ว่าที่สามีแกเต็มไปหมด เลือกเอาสักคนไม่ได้หรือไง”

          “จะรีบเลือกไปทำไม มีโอกาสเลือก ก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสิ เหมือนน้องพราวยังไงละ?”

          “พอเลย เดี๋ยวจะนอกเรื่องกันไปไกล แกก็อยู่เฉยๆ เถอะ”

          “รู้แล้วๆ แหม๋ จะขอเม้าส์หน่อยก็ไม่ได้ อารมณ์เสีย!!” พี่กะทิพูดเสียงสะบัดแล้วก็เดินจากไป

          “มีเรื่องอะไรอีกรึเปล่ามึง”

          “หลายคนในกองเขาหมั่นไส้น้องพราวน่ะ แต่ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่เสียหน้าช่างผม ช่างหน้าประจำกองเท่านั้น”

          “อ่อ ก็แฟนเขาจัดหามาให้นี่นะ เราจะว่าอะไรได้”

          “ไปเถอะ ป่านนี้คงเตรียมถ่ายซีนถัดไปแล้ว”

          พัสกาญและกรกฤตได้แต่เตรียมเสื้อผ้าให้นักแสดงคนอื่นๆ ที่แสดงสมทบในซีนที่มีพราววริศาเป็นตัวหลัก ส่วนของดาราสาวนั้น คุณพหลได้จ้างสไตลิสต์ส่วนตัวมาดูแลเสื้อผ้าหน้าผมให้โดยเฉพาะ


.........................................................................


          อามันต์เข้ามาในกองถ่ายพร้อมกับทัชชา เขาสังเกตเห็นถึงความผิดปกติที่ดูจะมากขึ้นกว่าเมื่อวาน

          “ดีนะที่นายตัดใจจากพราวได้แล้ว ถ้านายกับพราวคบกันไปจริงๆ ไม่รู้ว่าต้องเหนื่อยเอาใจขนาดไหน?”

          “ดูแลกันเอาใจกันขนาดนี้ พราวเขาอาจจะไม่ใช่คนเรียกร้อง แต่คุณเตอร์เขาเต็มใจให้เองก็เป็นได้”

          “อืม ก็ถือว่าเป็นโชคดีของทีมงานบางคน ที่จะได้มีเวลาหลบไปทำงานของตัวเอง” อามันต์อดที่จะพูดแขวะไอ้แว่นเฉิ่มนั่นไม่ได้

          ทัชชาหันมามองเขาด้วยสายตาละอาก่อนจะเดินไปยังมุมของตนเอง ส่วนเขาก็เดินไปทักทายกวินทร์

          “พี่วิน เดี๋ยวนี้ที่กองยกระดับจากปาท่องโก๋เป็นแซนด์วิชแล้วเหรอ” เขาทักทายเมื่อเห็นกวินทร์กำลังละเลียดทานแซนวิชร่วมกับเด็กตาล ผู้ชายตากล้อง

          “ไม่ใช่ ๆ ปาท่องโก๋น่ะดีที่สุดแล้ว แต่เนี่ยไอ้ตาลมันเอามาแบ่ง”

          “ไงไอ้ตาล มึงเบื่อปาท่องโก๋ของเฮียวินทร์แล้วเหรอ?” เขาแซวเด็กที่นั่งอยู่กับพื้น

          “ป่าวครับ ผมกินได้หมดแหละ แซนด์วิชนี่ผมก็ไม่ใช่คนซื้อมา พี่ชาญแบ่งมาให้ผม ผมเลยมาแบ่งพี่ๆ เท่านั้นเอง กินคนเดียวไม่หมดหรอก”

          “มันต์ลองกินสิ พี่ว่ารสชาติใช้ได้เลยนะ เอ่อไอ้ตาล ไว้เอ็งลองถามชาญดูว่ามันซื้อมาจากร้านไหน เผื่อกูจะสั่งไปฝากเมีย”

          “ครับ”

          “มันอร่อยถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” อามันต์ว่าแล้วก็หยิบแซนด์วิชขึ้นมาชิ้นหนึ่ง หลังจากลองชิมดูเขาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่พัทยา “ชาญเป็นคนเอามาให้เหรอ?”

          “ครับ พี่มันต์สนใจจะสั่งอีกคนเหรอ เอาไว้ผมถามพี่ชาญให้แล้วกัน ตอนนี้ต้องช่วยพี่วินทร์ก่อน”

          “เอ่อ ๆ” เขาตอบแบบขอไปทีก่อนจะพูดขึ้นกับกวินทร์ “พี่วินทร์ ผมไปดูทัชก่อนนะ คิวไม่มีปรับใช่ไหมพี่?”

          “ไม่มี เรียงตามที่คุยกันไว้เลย”

          เขาพยักหน้ารับก่อนเดินไปหาทัชชา แซนด์วิชนี้คือแซนด์วิชปริศนาที่มาพร้อมกาแฟแก้วนั้นแน่ๆ


........................................................................


          พราววริศากลับมานั่งพักที่มุมส่วนตัว หลักจากพักเบรคเพื่อเปลี่ยนซีนถัดไป 2-3 วันนี้เธอต้องเร่งงานจนแทบไม่ได้พักผ่อน แต่เมื่อคิดถึงผลตอบแทนที่ได้มาแล้วถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนไปทีเดียว

          พหลติดเธอเข้าแล้ว เธอยอมเสี่ยงเลื่อนคิวถ่ายทั้งละคร แฟชั่น และงานโชว์ตัวต่างๆ เพื่อไปดักพบพหล หลังจากที่เริ่มสนิทสนมกันแล้วเธอก็พยายามตามใจเขาทุกอย่าง มีเล่นตัวบ้าง เอาใจบ้าง ทำแต่พองาม สุดท้ายคุณพหลก็ขอคบกับเธอ พร้อมพาไปเที่ยวกับครอบครัวที่มัลดีฟ

          นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอคุณดาหลา คุณแม่ของพหล และเหมือนคุณดาหลาจะไม่ค่อยปลื้มใจเธอสักเท่าไรนัก ทำให้เธอต้องเล่นบทเพื่อนและคู่คิดที่ดีต่อไปอีกสักหน่อย

          “พราว ชาพีชจ๊ะ” หลินผู้จัดการส่วนตัวของเธอถึงแก้วชายี่ห้อดังมาให้

          “พี่เตอร์มาเหรอ?”

          “ไม่ใช่จ๊ะ แต่คุณเตอร์ให้คนส่งมาให้พราวโดยเฉพาะ”

          “แล้วคนพวกนั่นล่ะ” เธอหมายถึงช่างแต่งหน้าทำผม รวมถึงสไตลิสต์ที่คุณดาหลาส่งมาดูพฤติกรรมของเธอ

          “ไปพักทานอาหารเช้าของกองนะ แล้วพราวจะทานอะไรไหม เดี๋ยวหลินไปเอามาให้”

          “ไม่ต้อง ๆ มานั่งนี่เลย มาคุยกันก่อน ช่วงนี้ยิ่งหาเวลาคุยกันสองคนไม่ค่อยได้”

          “พราวมีเรื่องอะไรรึเปล่า?”

          “คนที่พี่เตอร์พามาเป็นคนของแม่เขา เมื่อวานฉันได้ยินยัยสไตลิสต์คนนั้นโทรรายงานคุณดาหลา”

          “จะลูกจะแม่ส่งมาก็เหมือนกันแหละ ไม่ดีหรือยังไง ที่มีคนคอยเอาใจแบบนี้ เธอชอบไม่ใช่เหรอ?”

          “มันก็ใช่ แต่ฉันอึดอัด ตอนพี่เตอร์อยู่พวกนั้นยังพอเกรงใจกันบ้าง แต่วันนี้พี่เตอร์ไม่มา ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะแกล้งอะไรฉันรึเปล่า”

          “พราว นี่เธอคิดมากไปรึเปล่า พวกเขาจะมาแกล้งอะไรเธอ”

          “ฉันก็ไม่รู้ มันเป็นลางสังหรณ์นะ เห็นคุณดาหลานิ่งๆ แบบนั้น แต่ฉันว่าเขาไม่ชอบฉัน”

          “อะไรทำให้เธอคิดแบบนั้นละ”

          “ก็หลายอย่าง ยิ่งงานแข่งรถการกุศลที่พัทยานั่นก็อีก พี่เตอร์ให้ฉันไปร่วมงานในนามของพรีเซนเตอร์ที่สนับสนุน แต่คุณดาหรากับส่งพี่เตอร์ไปทำงานที่ญี่ปุ่นแทน”

          “ก็ไม่เห็นจะแปลกนี่ ต่างคนต่างต้องทำงาน”

          “ใช่ที่ไหนละ พี่เตอร์วางแผนไว้ว่าหลังจากจบงานจะพาฉันไปร่องเรือกันต่อต่างหาก”

          “ก็น่าคิดนะ…”

          “หลิน เธอต้องช่วยฉันนะ หาโอกาสให้ฉันกับพี่เตอร์อยู่ด้วยกันสองต่อสอง”

          “อืม ฉันจะลอง…”

          “พวกนั้นมาแล้วๆ” เธอรีบสะกิดให้หลินหยุดพูด ก่อนจะหลุดเอ่ยถึงแผนการให้คนพวกนั้นได้ยิน

          การที่พราววริศาได้เข้าวงการบันเทิงมาก็เพราะมีหลินช่วยดัน ช่วยสนับสนุน และยังเป็นคนวางแผนให้เธอได้มีโอกาสคว้าบทนางเอกคู่กับทัชชาจะได้รับรางวัลคู่จิ้นแห่งปีอีกด้วย ส่วนเรื่องพหลไม่ต้องพูดถึง ถ้าเธอหมายตาใครไว้หลินจะช่วยดันให้เธอสมปรารถนาในทุกเรื่อง





To Be Continued

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 16 : 09.Oct '19
«ตอบ #45 เมื่อ09-10-2019 13:41:23 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ชิส์...ยัยเต้าไต่

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 16 : 09.Oct '19
«ตอบ #46 เมื่อ09-10-2019 16:16:41 »

พราววิสาคงจะมีสักวัน ที่กลับมาป่วนน้องม่อนของฉันแน่ๆ
ดูเหมือนจะมีเรื่องหล่อนในทุกๆตอนเลย

ออฟไลน์ tawanna

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 441
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 16 : 09.Oct '19
«ตอบ #47 เมื่อ09-10-2019 20:13:57 »

น้องม่อนขวัญใจกอง ยิ่งกว่าพระเอกอีก

ออฟไลน์ Amo

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 176
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +127/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 17 : 14.Oct '19
«ตอบ #48 เมื่อ14-10-2019 22:40:46 »

17







        คิวถ่ายของทัชชาเสร็จสิ้นช่วงเวลาบ่าย 3 โมง ซึ่งนับว่าโชคดีกว่านักแสดงคนอื่น ๆ ที่ต้องรอคิวถ่าย และที่น่าสงสารที่สุดเห็นจะเป็นพราววริศาที่แทบไม่ได้หยุดพักเลย จะมีได้พักก็ช่วงเปลี่ยนซีนไม่กี่นาทีเท่านั้น

        “วันนี้ดูพราวเครียด ๆ นะ” เขาเปรยขึ้นกับอามันต์ที่ก้มเก็บของอยู่ใกล้ ๆ

        “อืม ก็พี่วินทร์ กับเจษฎ์เล่นอัดถ่ายซะขนาดนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ ละครใกล้จะออนแอร์แล้วด้วย ยิ่งไม่รู้ว่าพราวจะเลื่อนคิวอีกรึเปล่า”

        “แล้วนี่เขาจะเลิกกองกันกี่โมงละวันนี้”

        “ได้ยินเจษฎ์คุยกับหลินว่าจะถ่ายกันถึงตอนที่ 4 ฉากที่ 18 นะ”

        “อืม…” ทัชชาได้ยินดังนั้นก็กางบทขออกมาดู และเมื่อประเมินเวลาดูแล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะเลิกกราว ๆ ทุ่ม “วันนี้ฉันไม่มีงานที่ไหนต่อใช่ไหม?”

        “อืม หมดแล้ว อ่อ! ตอนนายถ่ายซีนสุดท้ายอยู่ เลขาคุณสุพรรณษาโทรมาเชิญนายไปร่วมงานแข่งรถการกุศล นายจะว่ายังไง”

        “แข่งรถ? แล้วให้ฉันไปทำอะไร”

        “เป็นพรีเซนเตอร์ขายเสื้อยืด จะมีนัดถ่ายแบบเสื้อก่อน ถ้าฉันจำไม่ผิดน่าจะถ่ายในอาทิตย์นี้นั่นแหละ ส่วนในงานก็ไปเชียร์ขายเสื้อ”

        “ฉันมีคิวว่างให้เขา...ก็ไป”

        “งานนี้ไม่มีค่าตัวนะ”

        “อืม นายช่วยจัดการบริจาคเงินให้ด้วยแล้วกัน ใช้ชื่อแม่ฉัน”

        “ได้เดี๋ยวจัดการให้”

        “นายกลับไปก่อนนะ ฉันจะไปขับรถเล่นแถวๆ นี้สักหน่อย แล้วค่อยกลับ”

        “อย่าเถลไถลจนเสียงานพรุ่งนี้ละ แล้วขับรถระวังๆ ด้วย”

        “รู้แล้วน่า…” ทัชชาเก็บของเสร็จก็เดินไปที่รถของตนเอง โดยระหว่างทางเขาก็มองพัสกาญกำลังช่วยงานกรกฤตอย่างขยันขันแข็ง

........................................................................

        วันนี้โชคดีกว่าที่พัสกาญคิดเอาไว้ ตอนที่น้านิลโทรมาบอกว่าคุณยายจะกลับเข้าบ้านใหญ่วันนี้ และมีเรื่องให้เขาช่วยงาน เขาคิดว่าคงจะไม่ได้ไปพบท่านซะแล้ว การเลิกกองเร็วแบบนี้ทำให้เขาพอมีเวลารีบกลับไปบ้านใหญ่ได้

        “กร มึงจะว่าอะไรไหม ถ้ากูไม่ได้อยู่ช่วยเก็บของ”

        “มึงจะรีบไปไหน ยังไงมึงก็ต้องรอกูไปส่งอยู่แล้ว”

        “คุณยายท่านมีเรื่องให้กูช่วยงาน ก็เลยจะแวะเข้าไปบ้านใหญ่คืนนี้”

        “แล้วมึงจะไปยังไง รอกูก่อน เดี๋ยวกูไปส่ง งานเก็บของตรงนี้ให้ชาญมันรับผิดชอบไป”

        “เฮ้ย ไม่เป็นไร กูว่าจะวานให้น้องดาไปส่ง”

        “ไม่ ๆ กูไม่ปล่อยมึงไปขึ้นรถแหม่มเด็ดขาด มึงรอกูอยู่นี่แหละ เดี๋ยวกูมา แล้วอย่าเดินไปไหนละ ถ้ารีบก็อยู่เฉยๆ” ว่าแล้วกรกฤตก็เดินตรงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

        “โห พี่ม่อน พี่กรเป็นพ่อพี่ป่ะเนี่ย ไมโหดจัง” ตาลผู้ช่วยช่างกล้องกำลังเดินเก็บสายไฟผ่านมาได้ยินพอดี

        “กรมันก็แบบนี้แหละ ขี้บ่น”

        “นั่นสิ พี่ทิก็ว่างั้น อ่อ แล้วคุณยายพี่มาจากต่างจังหวัดเหรอ ถึงได้รีบไปเจอขนาดนั้น”

        “อืม ท่านเพิ่งมาจากเชียงราย”

        “อ่อ แม่พี่เป็นคนเหนือสินะ มิน่าละ พี่ถึงได้ดูข๊าวขาว”

        พัสการได้แต่ยิ้มให้กับคำพูดของตาล แม่เขาเป็นคนเหนือจริงๆ แต่เหนือประเทศไทยขึ้นก็เท่านั้นเอง ยืนรอไม่นานกรกฤตก็เดินกลับมา

        “ป่ะมึง”

        “อืม”

        “พี่ม่อน ถ้าคุณยายพี่มีไส้อั่วมาฝาก พี่อย่าลืมติดมาแบ่งผมบ้างนะ” เด็กตาลตะโกนไล่หลังมา ทำให้คนในกองหันมาสนใจเขาไม่น้อย

        “อะไรของไอ้ตาล” กรกฤตถามขณะพากันเดินไปที่รถ

        “ตาลเข้าใจว่ากูเป็นคนเหนือ เพราะกูบอกว่าคุณยายเพิ่งกลับมาจากเชียงราย”

        “เออดี ไอ้ตาลมันก็ช่างคิดได้”

        “ตาลมันก็น่าเอ็ดดูดี ซื่อๆ”

        “ว่าแต่มึง จะให้กูเข้าไปส่งที่บ้านใหญ่เลยใช่ไหม?”

        “อืม…ไม่ดีกว่า ยังพอมีเวลา มึงไปส่งกูที่ร้านก่อน กูจะเอาของไปฝากคุณยายสักหน่อย จากร้านเดี๋ยวกูขับรถกลับบ้านเอง”

        “ได้ ฝากกราบยายมึงด้วย ไว้สะดวกกว่านี้กูค่อยเข้าไปกราบท่าน”

        “ไว้ถ้าพรุ่งนี้เลิกกองเร็ว มึงก็ค่อยแวะมาสิ”

        “พูดแบบนี้แสดงว่าคืนนี้จะนอนที่บ้านใหญ่ละสิ”

        “อืม ที่บ้านไม่มีใครอยู่นี่ กูเลยจะไปอยู่เป็นเพื่อนท่าน”

        “เออ พรุ่งนี้เช้ากูไปรับมึงที่บ้านใหญ่ แล้วค่อยแวะไปทักทายท่านหน่อย”

        ระหว่างทางกลับมาร้าน พัสกาญกับกรกฤตก็คุยกับแต่เรื่องงาน จนกระทั่งรถมาจอดที่หน้าร้านของพัสกาญ

        “กูไปแระ มึงขับรถกลับบ้านใหญ่ดีๆ แล้วกัน”

        “ไม่ต้องห่วงกูหรอกน่า ขอบใจมากที่มาส่ง”

        พัสกาญลงจากรถแล้วเดินเข้าร้านไป กว่าจะถึงร้านก็ทุ่มเศษ ๆ ถ้าเขารีบอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อยกว่านี้ คงจะไปถึงบ้านใหญ่ในเวลาละครของคุณยายพอดี

.........................................................................

        ทัชชาเห็นรถของกรกฤตขับออกมาเป็นคันแรกๆ หลังจากเขาสังเกตเห็นว่ากองถ่ายยุติการทำงานของวันนี้แล้ว เขาจึงขับรถตามกรกฤตไปห่าง เมื่อดูจากทิศทางแล้ว พัสกาญคงจะกลับไปที่ร้านแน่นอน

        พอมานึกทบทวนการกระทำของตัวเองดูแล้ว เขาก็อดที่จะขำตัวเองไม่ได้ กับแค่จะเริ่มสานความสัมพันธ์กับใครคนหนึ่งเขาถึงขั้นต้องคอยจับตาดูอยู่เป็นสัปดาห์ อย่างวันนี้ก็เช่นกัน ที่เขาจอดรถเพื่อดักรอพัสกาญ

        พัสกาญจัดว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงสังคมเลยทีเดียว และยังค่อนข้างเก็บตัว เท่าที่เขารับรู้มาจากพี่รุธและคุณอิง การที่คนดังระดับนี้ปกปิดตัวเองเข้ามาทำงานในกองถ่ายแสดงว่าพัสกาญคงมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ ทำให้หลายต่อหลายครั้งที่พัสกาญนั่งทำงานอยู่คนเดียวแล้วเขาอยากจะเข้าไปทักทาย แต่ก็ต้องเก็บความคิดนั้นไว้

        เท่าที่ทัชชาได้ยินคนในกองถ่ายคุยกัน ฟังดูเหมือนพัสกาญมาช่วยงานกรกฤตด้วยการช่วยดูแลชาริสา แต่เมื่อสังเกตให้ดี ทั้งกรกฤต ชาริสา และชันดา ต่างช่วยกันดูแลพัสกาญเป็นอย่างดี แสดงว่าคนทั้ง 3 รู้ว่าพัสกาญเป็นใคร

        ทัชชาขับรถเข้ามาบริเวณลานจอดด้านหน้าร้านของพัสกาญ ซี่งเวลานี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะกว่าเวลาปกติ จนเขาวนหาที่จอดจนครบรอบก็ไม่มีช่องว่างให้เขาจอด ทำให้เขาต้องวนรถออกไปจอดฝั่งตรงข้าม ซึ่งสามาถจอดรถริมฟุตบาทได้ในวันที่จราจรกำหนด

        จอดรถได้ไม่นานเขาก็เห็นรถของกรกฤตเข้ามาจอดเทียบริมฟุตบาทฝั่งตรงข้าม และคนที่เขาเฝ้ารอจะพูดคุยมานานก็ลงจากรถมาแล้วเดินเขาร้านไป

        ครั้งที่แล้วที่เขามาหาพัสกาญ เขาก็ไม่ได้เจอตัว แต่วันรุ่งขึ้นกลับเป็นกรกฤตที่เข้ามาถามเขาถึงเรื่องนี้ ส่วนเจ้าตัวที่เพิ่งเดินเข้าร้านไป ไม่รู้ว่ารายนั้นคิดยังไง เขาควรตามเข้าไปทันที หรือทิ้งช่วงเวลาสักพัก ทัชชารู้สึกว่าไม่ควรจะรออีกต่อไป จึงเลือกที่จะก้าวลงจากรถและข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามทันที

........................................................................

        พัสกาญขึ้นไปหยิบของสองสามอย่างในห้องพักส่วนตัว จากนั้นก็ออกมารับของจากต้อยติ่ง เขาคิดว่าคุณยายน่าจะชอบอากาศที่รีสอร์ต ไม่นานคงจะเดินทางขึ้นไปที่นั่นอีกเป็นแน่ เขาจึงให้ต้อยติ่งเลือกผ้าพันคอและผ้าคลุมไหล่ในร้านมาอย่างละ 2-3 ผืน เพื่อนำไปฝากท่าน

        “วันนี้ผมไม่กลับนะ ปิดร้านได้เลย” เขาบอกพร้อมรับถุงของร้านมาไว้ในมือ

        “พรุ่งนี้เช้าคุณพัสจะเข้าร้านไหมค่ะ หรือจะไปทำงานพร้อมคุณกรเลย”

        “ผมคงไม่ได้เข้าร้านหลายวันหน่อย ว่าจะอยู่เป็นเพื่อนคุณยายจนกว่าคุณแม่หรือคุณพ่อจะกลับ”

        “เรื่องทางร้าน คุณพัสไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวต้อยติ่งดูแลให้เอง” ต้อยติ่งเดินมาเปิดประตูหน้าร้านให้ เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนเดินไปยังรถที่จอดไว้ข้างตึก

        พัสกาญมีที่จอดรถประจำ โดยมุมนี้จะเป็นมุมสวนย่อมเล็กๆ สำหรับนั่งพักผ่อนของยามด้วย เนื่องจากได้ร่มเงาของตึกช่วยบังแดด เมื่อเขาเดินไปจะถึงตัวรถ ยามที่นั่งปูเสื่อทานข้าวกันอยู่ก็หันมาทักทายเขา

        “วันนี้คุณพัสจะใช้รถเหรอครับ” ลุงอ๋อ ซึ่งเป็นหนึ่งในยามที่ดูแลโครงการนี้วางช้อนแล้วลุกขึ้นไปดึงผ้าคลุมรถของเขาออกและจัดการพับมันเก็บไว้

        “ครับลุงอ๋อ ขอบคุณครับ” เขาพูดพร้อมกับเปิดท้ายรถ แล้วนำถุงของต่างๆ ใส่เข้าไปด้านใน

        “นั่นเพื่อนคุณพัสรึเปล่าครับ ผมว่าเขาหน้าคุ้นๆ”

        เขาปิดท้ายรถแล้วหันมองตามสายตาของลุงอ๋อไป

        “ค...คุณ...คุณทัช” เขาเอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกมา หรืออาจจะเรียกได้ว่าแค่ขยับปากมากกว่า เพราะเสียงของเขาหายไปตั้งแต่เห็นออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวทัชชา

        “พี่เห็นม่อนเดินออกจากร้านมาทางนี้ พี่เลยเดินตามมา ม่อนกำลังจะออกไปข้างนอกเหรอ?” เขาเห็นทัชชามองมายังรถของเขา และมองไปที่ลุงอ๋อและเพื่อนยามอีก 2 คน

        “ครับ” สีของออร่าแสดงถึงความไม่มั่นใจ ผิดกับเวลาปกติที่ทัชชาทำงาน พัสกาญเองก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกไปนอกจากนี้

        ทั้งสองยิ่งเงียบไปไม่ได้พูดอะไรกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งลุงอ๋อเดินกลับไปนั่งทานข้าวกับเพื่อนต่อ พวกเขาทั้งคู่ถึงรู้สึกตัว

        “พี่ว่าจะมาดูเสื้อผ้าร้านม่อนสักหน่อย แล้วจะให้ม่อนช่วยเลือกให้พี่ด้วย แต่วันนี้ม่อนคงไม่สะดวก”

        “ครับ พอดีผมมีธุระต่อ” เขาเห็นทัชชามองไปยังท้ายรถ อีกทั้งออร่าที่แผ่ออกมายังแสดงถึงความขุ่นเคือง

        “ธุระที่ว่านี่ เกี่ยวกับถุงของฝากที่ม่อนใส่ไว้ท้ายรถรึเปล่า”

        “ครับ” พัสกาญเลือกที่จะสงวนคำพูดเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าตนเองพูดอะไรผิด ถึงทำให้คนตรงหน้าไม่พอใจ ถึงทัชชาจะเก็บสีหน้าและน้ำเสียงได้ดี แต่ออร่าที่แผ่ออกมาไม่สามารถซ่อนอารมณ์จากสายตาของเขาไปได้

        “ไว้คราวหน้าพี่แวะมาใหม่แล้วกัน” ทัชชาพูดจบก็เดินจากไป ออร่าที่พัสกาญเห็นมีทั้งขุ่นเคือง หงุดหงิด ไม่มั่นใจ ผิดหวัง หลายหลากอารมณ์จนเขานึกสับสน

        การที่ทัชชามาหาเขาที่นี่ คงเป็นเพราะวันนั้นที่เจอกันตรงหน้าลิฟต์แน่ๆ นอกจากจะรู้ว่าเขาเป็นใครแล้ว ตอนนี้ยังรู้เรื่องรถคันนี้อีก ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าภายในกองถ่ายเขาลือกันว่าคุณพหลเป็นเจ้าของรถคันนี้ ที่ตามไปเฝ้าคุณแพรววริศา

        หรือว่า!! ทัชชาจะเข้าใจว่าเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คิดจะไปขายขนมจีบให้กับดาราสาว ถึงได้แสดงอารมณ์ออกมาแบบนั้น





To Be Continued

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 17 : 14.Oct '19
«ตอบ #49 เมื่อ14-10-2019 22:51:12 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ม่อนกับพ่อแม่  มีประเด็นอะไรกันหรือเปล่า?

ถึงได้โล่งใจที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้านใหญ่

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 17 : 14.Oct '19
« ตอบ #49 เมื่อ: 14-10-2019 22:51:12 »





ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 17 : 14.Oct '19
«ตอบ #50 เมื่อ15-10-2019 03:42:21 »

ทำไมรู้สึกพระเอกของเราจะขี้งอน คิดเองเออเอง คิดไปเองแน่ๆ 5555

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 17 : 14.Oct '19
«ตอบ #51 เมื่อ15-10-2019 20:39:22 »

ไปง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอคะคุณทัช

ออฟไลน์ ipookza

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 17 : 14.Oct '19
«ตอบ #52 เมื่อ17-10-2019 18:21:17 »

มาต่อไวๆคะ

ออฟไลน์ tawanna

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 441
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 17 : 14.Oct '19
«ตอบ #53 เมื่อ17-10-2019 22:16:24 »

ปล่อยให้เข้าใจผิดไปเยอะๆๆ

ออฟไลน์ Amo

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 176
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +127/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 18 : 25.Oct '19
«ตอบ #54 เมื่อ25-10-2019 10:01:58 »

18







          เช้าวันรุ่งขึ้นกรกฤตมารับพัสกาญที่บ้านใหญ่ อีกทั้งได้มีโอกาสร่วมโต๊ะกับอาหารเช้ากับคุณสุพรรณษา หนึ่งในเจ้าของบ้านใหญ่หลังนี้

          บ้านหลังนี้ เดิมทีเป็นของคุณหญิงพรรณี แต่เมื่อท่านเสียชีวิตลง จึงได้ยกให้กับคุณสุพรรณี ลูกสาวเพียงคนเดียว อีกทั้งยังเป็นหม้าย ลูกชายก็เสียชีวิตเพราะเธอเลี้ยงดูลูกอย่างผิดๆ อีกคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของบ้านร่วมก็คือพ่อของพัสกาญ ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของคุณหญิงพรรณี

          “จริงสิ งานการกุศลคราวนี้ ม่อนชวนตากรไปด้วยสิ” คุณสุพรรณษาผู้มีศักดิ์เป็นยายของพัสกาญพูดขึ้นหลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้ว และรอของว่างที่กำลังจะเสิร์ฟ

          “งานอะไรเหรอครับคุณยาย?” เขาอดที่จะถามไม่ได้

          “คุณยายกับคนที่ไร่โน้นจัดงานแข่งรถเพื่อการกุศลขึ้นน่ะ รายได้เอาไปช่วยสร้างโรงอาหารในโรงเรียนบนเขา” พัสกาญบอกในขณะที่น้ำส้มขึ้นมาดื่มหลังทานอาการเช้าเสร็จ

          “งานช่วยโรงเรียนบนเขา ที่น้ากล้าก็จัดขึ้นทุกปีใช่ไหมครับ” เขาหันไปถามหญิงที่นั่งหัวโต๊ะ

          “ถึงกล้าจะจัดงานอาสาขึ้นทุกปี แต่ก็ไม่ได้ลงไปดูแลเองทุกครั้ง เพราะงานที่กล้าดูแลอยู่ค่อนข้างเยอะ ทำให้เงินสนับสนุนมีไม่มากนัก ยายเห็นว่าคุณภูผาอยากช่วย ยายจึงคุยกับเพื่อนๆ ดู เลยมีงานการกุศลนี้ขึ้น”

          “รายละเอียดเดี๋ยวเราเล่าให้นายฟังระหว่างทางไปกองถ่ายแล้วกันนะ” พัสกาญขัดขึ้น เมื่อน้านิลหิ้วถุงแซนวิชมารอ

          “นิล จัดหมูยอให้ม่อนไปแบ่งเพื่อนที่ทำงานด้วยก็ดีนะ” คุณสุพรรณษาหันไปบอกญาณิน

          “ค่ะ คุณษา”

          “คุณยายครับ ผมกับกรไปทำงานก่อนนะครับ ช่วงอาหารค่ำผมคงกลับมาทานด้วยไม่ทัน”

          “ไม่เป็นไร แค่อยู่ทานอาหารเข้าด้วยก็ยายก็ดีใจแล้ว พรุ่งนี้กรก็มาทานอาการเช้ากับยายอีกนะ”

          “ครับ” กรกฤตลุกขึ้นแล้วช่วยไปรับถุงขนมจากเด็กรับใช้ที่ถือตามน้านิลเข้ามา

          “ผมไปทำงานก่อนนะครับ” พัสกาญเดินเข้าไปโอบกอดผู้เป็นยายที่นั่งอยู่ที่เดิม พร้อมทั้งหอมแก้มอีกฟอดใหญ่ “ม่อนรักยายนะ”

          ท่าทางออดอ้อนของพัสกาญเรียกสายตาเอ็นดูจากคุณสุพรรณษาได้เป็นอย่างดี มีเพียงเขาที่ดูจะหมั่นไส้ ไอ้ลูกคุณหนูนี่เหลือเกิน อยู่ต่อหน้ายาย คำพูดคำจา คำหยาบคายไม่มีให้ได้ระคายหูแม้แต่น้อย

          เมื่อเอาของขึ้นรถเรียบร้อย กรกฤตจึงถามเรื่องงานการกุศลที่คุณสุพรรณษาจัดขึ้น ได้ความว่า งานที่จัดขึ้นเป็นการแข่งขันแบบแรลลี่ จุดเริ่มต้นและยังเป็นสถานที่จัดงานคือหาดพัทยาจังหวัดชลบุรี ส่วนจุดสิ้นสุดจะเป็นที่ไร่ภูผาวรารักษ์ซึ่งเป็นการรวมพื้นที่ของ 2 ตระกูลใหญ่ ที่เชียงรายนั่นเอง

          “คุณยายให้พวกเราไปช่วยขายเสื้อในงาน ส่วนเสื้อยืด ท่านให้กูช่วยออกแบบให้”

          “ไปสิ ถือว่าไปพักผ่อนด้วย”

          “แต่วันนั้นกูคงไปกับที่บ้าน คุณยายให้พ่อไปเป็นประธานร่วมเปิดงาน”

          “นักข่าวน่าจะเยอะนะ แล้วมึงจะทำยังไง”

          “กูไปด้วยกันกับท่านก็จริง แต่คงหลบคนพวกนั้นออกมาที่บูธขายเสื้อเลย”

          “เออ มีอะไรให้กูช่วยก็บอก”

          “ขอบใจมึงมาก”

          กว่าเขากับพัสกาญจะเข้ามาถึงกองถ่ายก็เกือบจะ 11 โมงแล้ว ยังดีที่วันนี้ชาริสามีคิวถ่ายช่วงบ่าย ส่วนในตอนเช้า พราววริศาก็มีสไตลิสต์ส่วนตัวดูแลอยู่ กรกฤตจึงไม่ห่วงที่ให้ชาญและเอมดูแลงานกันอยู่ 2 คน



........................................................................



          ทัชชาที่อารมณ์ไม่ดีมาตั้งแต่เมื่อวานจนอามันต์จับสังเกตได้ ยังดีที่วันนี้ซีนที่ทัชชาต้องถ่ายไม่ได้ยากมากนัก ทำให้การทำงานไม่ติดขัดอะไรจนโดนพี่กวินทร์ผู้กำกับตำหนิได้อีก

          “ทัช นายหงุดหงิดเรื่องอะไร ฉันเห็นนายเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เช้าแล้ว”

          “ไม่มีอะไร”

          “ไม่มีได้ยังไง ก็เห็นๆ อยู่ หรือว่าเมื่อวานที่นายไปขับรถเล่นแล้วเกิดเรื่องอะไรเข้า”

          “เฮ้อ… ก็นิดหน่อย”

          “นายก็รู้ใช่ไหม ว่านายคุยกับฉันได้ทุกเรื่อง”

          “อืม ฉันรู้ แต่เรื่องนี้ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน เอาไว้ฉันพร้อมเมื่อไร ฉันจะบอกนายอีกที”

          “พี่ทัช คุณมันต์ ทานอาหารเที่ยงรึยังค่ะ?” กะทิเดินเข้ามาหาเขา พร้อมด้วยตาลที่เดินถือถาดตามหลังมา

          “ยังเลย ว่าแต่วันนี้ที่กองทำอะไรไว้ให้กินละ?” อามันต์หันไปถาม

          “วันนี้มีพวกส้มตำที่คุณเจษฎ์เขาเหมามารสชาติถึงใจเลยค่ะ”

          “ทัชเอาอะไร เดี๋ยวฉันไปสั่งให้”

          “อะไรก็ได้ นายสั่งมาเถอะ”

          “เดี๋ยวก่อนนะ ก่อนจะไปสั่งอะไรเพิ่ม กะทิขอนำเสนอ” กะทิหันไปยกถ้วยโฟมที่อยู่ในถาดมาไว้ในมือ “ยำหมูยอฝีมือกะทิเองคะ” จากนั้นก็วางไว้บนโต๊ะเล็ก ข้างๆ เก้าอี้ของทัชชาและอามันต์

          “ถูกหวยรึไง ถึงได้ทำยำหมูยอเลี้ยงคนทั้งกองแบบนี้” อามันต์อดไม่ได้ที่จะแซว

          “โหย คุณมันต์ อย่างพี่ทินะ ถูกหวยเขาก็ไม่บอกใครหรอก หมูยอนี่ก็ของพี่ม่อน เครื่องยำก็จากร้านส้มตำ มีลงทุนที่ไหน ลงแรงอย่างเดียวต่างหาก”

          “หุบปากไปเลยไอ้ตาล”

          “หรือคนถูกหวยจะเป็นหมอนั่น” อามันต์ยังคงเข้าใจแบบเดิม แต่ชื่อของคนที่ได้ยินนั้น ทำให้ทัชชาหันมาสนใจฟัง

          “ไม่ใช่หรอกครับ คุณยายพี่ม่อนมาจากเหนือเมื่อวาน แล้วเอาหมูยอมาฝาก เสียดายนะที่ไม่ใช่ไส้อั่ว”

          “มีของฟรีให้กินแล้วยังเรื่องมากอีกนะไอ้ตาล”

          “กะทิ พี่ขอเพิ่มอีกถ้วยได้ไหม”

          “โอ้ย...ได้สิค่ะพี่ทัช และถ้าติดใจเสน่ห์ปลายจวักของกะทิก็ไปหากะทิที่ห้องได้นะคะ หิวเมื่อไรก็แวะมา ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ แต่เพื่อพี่ทัช น้องกะทิสะดวกทุกเวลาค่ะ” กะทิยกถ้วยยำหมูยอให้ทัชชาอีกถ้วยทั้งยังส่งให้กับมือด้วยท่าทางยั่วยวนหยอกล้อ

          เขาเข้าใจพัสกาญผิด เมื่อวานเขาคิดว่าพัสกาญคงจะรีบไปหาสาวที่ไหนสักคนพร้อมด้วยของขวัญเต็มท้ายรถ นั่นทำให้เขาหงุดหงิด แต่เมื่อได้รู้ความจริงว่าพัสกาญรีบไปหาคุณยาย มันทำให้เขาโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

          “นายไม่ค่อยชอบกินของเปรี้ยวไม่ใช่เหรอ?” อามันต์ถามอย่างแปลกใจ หลังกะทิเดินไปแยกยำหมูยอให้กับนักแสดงคนอื่นๆ ต่อ

          “ฉันเห็นว่ามันน่ากินดี อีกอย่างนายชอบกินพวกยำนี่ ไม่ดีเหรอ ฉันจะได้ไม่ต้องไปแย่งนายกินไง”

          “แล้วส้มตำละ นายยังจะกินอยู่ไหม ฉันจะได้ไปสั่งให้”

          “ไม่เอาแล้ว แค่นี้ก็พอแล้ว”

          “เออ พูดถึงของกิน ฉันนึกขึ้นมาได้ นายจำแซนด์วิชปริศนาที่พัทยาได้ไหม?”

          “นายรู้แล้วเหรอว่าเป็นของใคร” ทัชชาถามอย่างสนใจ เมื่อคิดว่าอามันต์คงจะรู้แล้วว่ามันเป็นของพัสกาญ

          “ใช่ ฉันเห็นตาลเอาไปแบ่งพี่กวินทร์เมื่อวันก่อน มันว่าชาญแบ่งมาให้ ส่วนฉันเห็นกรกฤตหิ้วถุงแซนด์วิชเข้ามาบ่อยๆ ฉันว่าน่าจะเป็นของกรกฤต”

          ทัชชาได้ยินดังนั้นจึงได้แต่ส่ายหน้าในความมั่วซั่วของอามันต์ คิดไปเองเข้าใจไปเอง เมื่อคิดดังนั้นเขาก็หลุดหัวเราะออกมา

          “นายเป็นอะไร หรือนายไม่เชื่อว่าเป็นกรกฤต”

          “เปล่า ไม่มีอะไร พอดีฉันคิดเรื่องอื่นอยู่” จะไม่ให้เขาขำได้อย่างไร ในเมื่อเขาเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คิดไปเอง ไม่ต่างจากอามันต์


.........................................................................


          ในกลุ่มที่พัสกาญนั่งอยู่ ได้มีการพูดคุยกันเรื่องงานแข่งรถการกุศลที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งผู้ที่นำข่าวนี้มาพูดคุยกันไม่ใช่พัสกาญหรือกรกฤต หากแต่เป็นกะทิกับไลลา ที่ไปได้ยินมาว่าพราววริศได้ไปร่วมงานด้วย เนื่องจากเป็นพรีเซนเตอร์ของหนึ่งในแบรนด์ที่สนับสนุนงานครั้งนี้

          “ฉันได้ยินนางโอดครวญกับคุณหลินผู้จัดการส่วนตัว ว่าคุณเตอร์ที่จะต้องไปร่วมงานนี้ด้วยกลับถูกคุณหญิงแม่ส่งให้ไปทำงานที่ประเทศไหนสักประเทศ” ไลลาพูดคุยกับกะทิอย่างออกรส

          “ดูทรงแล้ว คุณหญิงแม่ของคุณเตอร์คงจะไม่ชอบนางเท่าไร” กะทิวิจารณ์บ้าง

          “แหม๋ ก็นางออกตัวแรงขนาดนั้น เป็นธรรมดาที่ผู้หลักผู้ใหญ่จะไม่ชอบ”

          “ผมไม่เห็นพี่พราวจะออกตัวแรงตรงไหน” ตาลออกความเห็น “คนที่ออกตัวแรงน่าจะเป็นคุณเตอร์มากกว่า เห็นตามเอาอกเอาใจพี่พราวทุกอย่าง แล้วเป็นเขาไม่ใช่เหรอ ที่ขับรถหรูไปเฝ้าพี่พราวที่สถานี” ตาลถามเรื่องประเด็นรถหรู

          “แต่ที่ฉันได้ยินมานะ คุณหญิงแม่ของคุณเตอร์นะ เขาไม่ขอบให้ลูกชายขับรถแรงๆ แล้วฉันว่ามันต้องมีมูล ไม่อย่างนั้นนะ นางคงไม่ส่งลูกชายนางไปทำงานที่อื่นหรอก”

          “ถ้านางไม่ชอบพวกรถแข่ง รถแรง แล้วนางจะมาสนับสนุนงานนี้ทำไม”

          “คุณดาหราเขาเป็นเพื่อนกับคุณสุพรรณษา แล้วคุณดาหราเขาไม่ได้มีตำแหน่งเป็นคุณหญิงคุณนายอะไรสักหน่อย” พัสกาญอดไม่ได้ที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดของคนในกลุ่ม

          “น้องม่อนรู้จักคุณเขาด้วยเหรอ?” กะทิหันมาสนใจพัสกาญทันที

          “ไม่รู้จักหรอก เพียงแต่เคยได้ยินเรื่องของคุณดาหรามาบ้าง”

          “ส่งสัยพี่ม่อนจะเป็นพวกฟังแล้วเก็บข้อมูล เหมือนผมเลยใช่ไหม?”

          “ของน้องม่อนนะใช่ แต่ของแกนะไอ้ตาล แกมันซื่อบื้อ ฟังไปก็ไม่เข้าหัว ไม่ต้องเอาน้องม่อนของฉันเข้าไปเป็นพวกเลย งานดีๆ เสียของหมด”

          “โห...เจ้ทิอะ ชอบว่าผมแบบนี้ตลอด”

          ทุกคนพากันหัวเราะที่กะทิได้แกล้งตาลอย่างเคย ส่วนกรกฤตกับชาริสาก็มองมาทางเขา เหมือนต้องการจะคุยอะไรสักอย่าง สุดท้ายเขาได้แต่พยักหน้ารับอย่างขอไปที









To Be Continued

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 18 : 25.Oct '19
«ตอบ #55 เมื่อ25-10-2019 13:28:05 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ tawanna

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 441
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 18 : 25.Oct '19
«ตอบ #56 เมื่อ25-10-2019 18:39:47 »

 :hao3: ติดตามน้องม่อนต่อไป  :hao5:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 18 : 25.Oct '19
«ตอบ #57 เมื่อ25-10-2019 19:10:07 »

พระนายคุยกันกี่คำเองล่ะนี่เกือบจะ 20 ตอนแล้ว
แต่คิดอีกทีคงเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้

ออฟไลน์ binggosoda

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 18 : 25.Oct '19
«ตอบ #58 เมื่อ25-10-2019 19:32:41 »

รออ่านตอนต่อไปนะครับ  :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: ม่อนเคียงดาว : ตอนที่ 18 : 25.Oct '19
«ตอบ #59 เมื่อ31-10-2019 08:10:46 »

รออยู่นะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด