ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนพิเศษและแจ้งข่าวดี 100 เปอร์ 20/12/2562
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนพิเศษและแจ้งข่าวดี 100 เปอร์ 20/12/2562  (อ่าน 68161 ครั้ง)

ออฟไลน์ Letter123

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
























ผลงานที่แล้วมา
Love Diary รักที่แอบมอง
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=54878.0
ไร่สายลม
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=59812.0

Half an hour ช่วงเวลาแห่งความสุข
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=66116.msg3785385#msg3785385

ซ่อนรัก

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68958.msg3962274#msg3962274
 และอีกสองเรื่องไม่ได้ลงในเล้านะคะ
สามารถเข้าไปติดตามข่าวสาร ทวงนิยายได้ที่
https://www.facebook.com/letter123.writer/
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2019 11:59:56 โดย Letter123 »

ออฟไลน์ Letter123

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-2
บทนำ (สั้นๆ)


บทนำ



“ข้าไม่แต่ง!! ให้ตายข้าก็ไม่แต่ง”

ปัง!!

“หลิงเอ๋อร์!! เจ้าเป็นฝ่ายเรียกร้องที่จะแต่งตอนนี้จะยกเลิกได้เยี่ยงไร”

ใบหน้าหวานราวสตรีแก้มขาวเต็มไปด้วยหยาดน้ำตารีมฝีปากที่ยังขาวซีดชวนให้สงสารยิ่งนัก

“ข้าไม่อยากแต่ง ตอนนี้ข้าได้สติแล้ว ข้าไม่อยากแต่งท่านพ่อ”

“ไม่ได้!! พระราชทานสมรสเจ้าคิดว่ามันยกเลิกได้งั้นเหรอ”

ฮึก

น้ำใสเอ่อคลอดวงตาลูกท้อแม้กระทั่งตอนร้องไห้ก็ยังงาม แต่ใครจะรู้ว่า “หลิงเอ๋อร์” ในตอนนี้อยากจะกัดลิ้นตาย อะไรคือการตื่นขึ้นมาแล้วต้องรับรู้ว่าตัวเองต้องแต่งงาน

แถมยังต้องแต่กับ ผู้ชาย!!

เพ้ย!!

ข้าไม่แต่ง หมื่นไม่แต่ง พันไม่แต่ง ตายก็ไม่อยากแต่ง



**********************************************************

เปิดเรื่องไว้ก่อนนะคะ ผลโหวตออกมาแล้วน้องได้ลงก่อนเลยฮ่าๆๆ
หลังน้องไคล์แต่งจบจะมาลงเรื่องนี้ให้

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • ขอบคุณนักเขียนที่คนที่สร้างทุกตัวละครขึ้นมานะคะ(♡˙︶˙♡)
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ Letter123

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-2
บทนำ

ทำไมชีวิตนายเป็นหนึ่งถึงได้อนาถขนาดนี้ วันๆ หนึ่งต้องดิ้นรนหาเงินไม่พอยังต้องมาตายเพราะทำงานหนักเกินไป แถมพอตายก็ไม่ได้หลุดพ้นต้องมาอยู่ในร่างของคุณชายน้อย บุตรชายของราชครู แถมพอตื่นขึ้นมาความจริงก็ฟาดหน้าเข้าอย่างจัง ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้นเขาต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสบ้าบอนั่น อยากจะถามไป๋อวี้หลิงเจ้าของร่างที่เขาข้ามภพข้ามมิติมาอยู่จริงๆ ว่ากินอะไรเข้าไปถึงได้กล้าไปอ้อนวอนขอบิดาว่าอยากแต่งงานกับเจ้าอ๋องบ้านั่น ให้ตายเถอะ แต่ที่สำคัญบิดาก็ทำตามคำขอของบุตรชายคนเล็ก หากแต่ก่อนที่จะเกิดงานแต่ง อวี้หลิงกลับหัวใจแหลกสลายเมื่อถูกครหาและไอ้อ๋องนั่นพูดจากต่อว่ากลางตลอด ทำให้คุณชายน้อยของบ้านเศร้าโศกตรอมใจอย่างหนักจนเขาต้องมาอยู่ในร่างนี้ไงเล่า

“อวี้หลิง หนออวี้หลิง” ถึงจะบอกว่าอวี้หลิงงอมงายในความรักก็เถอะ แต่คนอย่างหมอนั่นก็ไม่น่าจะทำร้ายความรักของอวี้หลิง แค่รักคนผิดก็เท่านั้นเอง ในเมื่ออวี้หลิงจากไปแล้ว และตอนนี้ร่างนี้เป็นของเป็นหนึ่ง ฉันจะดูแลครอบครัวนายให้นะอวี้หลิง” คล้ายได้ยินเสียงขอบคุณแว่วมากับสายลม

การเป็นคุณชายน้อยในจวนราชครูก็ไม่ได้ออกจะดีกว่าชีวิตเก่าของเขาเสียอีก ไม่ต้องทำงานหนัก ไม่ต้องกังวัลว่าพรุ่งนี้จะมีกินหรือเปล่า เพียงแต่อุปสรรคใหญ่ในการใช้ชีวิตใหม่ของเขาดันเป็นการที่ต้องแต่งงานให้กับผู้ชาย อยากจะโวยวายแต่ต้องคีพลุคคุณชายน้อยผู้เรียบร้อย

ซื่อจูนั่งขมวดคิ้วมองคุณชายน้อยถอนหายใจอย่างกับมีเรื่องหนักอกหนักใจเหลือคณา หลังจากฟื้นขึ้นมาคุณชายน้อยของซื่อจูเปลี่ยนไป ที่เปลี่ยนไปที่สุดและทำให้คนต้องจวนต้องแตกตื่นก็คือการที่คุณชายน้อยไปโวยวายที่จะล้มเลิกงานแต่งงานจนเป็นลมล้มพับในห้องหนังสือของนายท่าน

“นายน้อยขอรับ กลับเข้าเรือนเถอะขอรับ ร่างกายนายน้อยยังไม่แข็งแรง” แต่นายน้อยก็มานั่งตากลมที่หน้าเรือนหากนายท่านมาเห็นเข้าไม่แคล้วที่จะโดนลงโทษ

“เฮ้อ ซื่อจู เจ้าว่าถ้าหากข้าหนีการแต่งงาน ...ข้าจะหนีรอดไหม” เมื่อสักครู่นี้ข้าไม่ได้ฟังอะไรผิดไปใช่หรือไม่ เป็นหนึ่งมองใบหน้าทึมทื่อของคนสินิทที่ทำหน้าตื่น เมื่อได้ยินแผนการสิ้นคิดของตัวเอง เอาจริงๆ ผมไม่คิดว่าจะรอดหรอกนะ

“นะ..นายน้อยล้อบ่าวเล่นใช่ไหมขอรับ”

“อืม ข้าล้อเล่น เข้าเรือนกันเถอะ” พอได้ยินว่าเป็นเรื่องล้อเล่นซื่อจูก็ทำสีหน้าโล่งอกอย่างไม่ปิดบัง แค่คิดจะหนีงานแต่งจะเครียดอะไรขนาดนั้น ซื่อจูประคองผมกลับเข้าเรือน เมื่อปรนนิบัติผมขึ้นนอนบนเตียงเรียบร้อย ผมก็ไล่ซื่อจูออกไปโดยการอ้างว่าจะพักผ่อน เมื่อบานประตูปิดลง

ตุบๆ

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” ผมก็ระบายความอัดอั้นลงกับหมอน พอโล่งค่อยลุกลงไปนั่งที่ตั่งรินน้ำชาแก้กระหายเพราะเมื่อกี้นี้ร้องอัดหมอนดังไปนิด แล้วนั่งประมวลผลข้อมูลที่ถามจากซื่อจู

โลกที่ผมฟื้นขึ้นมาได้สามวัน เขาเรียกว่าอะไรนะ...น่าจะโลกคู่ขนานเหมือนที่อ่านในนิยายเพราะไม่ใช่จีนยุคโบราณแต่ก็คล้ายกับจีนโบราณ ยังคงมีฮ่องเต้ ราชสำนักและวิชายุทธ์ มีแคว้นใหญ่อยู่สามแคว้น ที่ต่างสมานสันท์ ไม่มีเรื่องราวสงคราม และที่แปลกที่สุดคือการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน ตอนแรกที่ได้ยินว่าต้องแต่งงานกับผู้ชายผมก็คิดแปลกใจแต่ทุกคนก็พูดคุยราวกับไม่ใช่เรื่องราวผิดแปลก เพียงแต่คนที่ผมต้องแต่งด้วยนั้นมีบรรดาศักดิ์เป็นอ๋อง ในความทรงจำของอวี้หลิงกลับไม่มีความทรงจำเลยสักนิด มีเพียงเรื่องเดียวที่ผมเห็นคือตอนที่อวี้หลิงโดนต่อว่าต่อหน้าธารกำนัล พอเรียบๆ เคียงๆ ถามข้อมูลจากซื่อจูได้อย่างละนิดอย่างละหน่อย

อ๋องหยางเฉียงเป็นพระอนุชาคนที่สองขององค์ฮ่องเต้ และจากที่ซื่อจูเล่าให้ฟัง

ท่านอ๋องทรงมีรูปลักษณ์ที่งดงาม...ก็นะไม่อย่างนั้นอวี้หลิงจะชอบรึ

ท่านอ๋องนั้นเป็นบุรุษที่เชี่ยวชาญปรัญญาวาดภาพ ....อ้อ เป็นอ๋องบัณฑิตสินะ มิน่าถึงได้ต่อว่าจนอวี้หลิงคนก่อนต้องตรอมใจแถมยังไม่ใยดีกับตัวคู่หมั้นด้วยซ้ำ หมอนั่นมีดีตรงไหนกัน อยากจะจับอวี้หลิงมาเขย่าถามหาเหตุผลที่ชอบหมอนี่จริงๆ

อะไร เพราะอะไรถึงอยากจะไปแต่งงานกับไอ้อ๋องเย็นชานั่น

ไม่ยอมหรอกนะ ในเมื่อร่างนี้เป็นของผมแล้ว ผมจะไม่ยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก ตอนนี้ได้ชิวิตใหม่และเป็นชีวติที่ดีกว่าชาติที่แล้ว จะให้ผมแต่งไปอยู่กับคนที่ทำร้ายตัวเอง (ในอดีต) ไม่มีทางซะหรอก

อันดับแรกต้องดึงพี่ชายมาเป็นพวก

สิ่งที่ได้รู้อีกอย่างคือพี่ชายทั้งสองคนของอวี้หลิงนั้นเป็นพวกบราค่อนมาก (เพิ่มก.ไก่อีกล้านตัว) เพราะวันที่ราชโองการออกมา พี่ชายทั้งสองคนถึงขั้นทะเลาะกับท่านพ่อ ถึงขั้นยืนยันที่จะไปยู่ชายแดนจนกว่าจะไม่มีงานแต่งงานครั้งนี้ ทั้งราชสำนักและท่านพ่อต่างเดือดร้อนนะสิ คนหนึ่งก็แม่ทัพใหญ่อีกคนก็เป็นถึงที่ปรึกษาของฮ่องเต้ เอาจริงๆ ถ้าแผนนี้ไม่ได้ผลผมก็จะหนีไปกับพี่ใหญ่ ไปอยู่ชายแดน วันพรุ่งนี้พี่ชายทั้งสองของอวี้หลิงก็จะกลับมาเพราะการล้มป่วยของผม

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมจะถอนหมั้นหนีงานแต่งมันก็เพราะอีกฝ่ายไม่เต็มใจนะสิ ทำให้อวี้หลิงเสียใจไม่พอ พอผมหายป่วยก็ยังไม่มีการมาเยี่ยมหรือถามไถ่ คนที่ผมควรใส่ใจคือคนในจวนนี้ต่างหาก

.

.

“ซื่อจูข้าอยากได้หนังสือ”

“บ่าวจะไปเอาให้ขอรับ” เพราะโดนห้ามไม่ให้ออกไปตากลมข้างนอกเลยต้องอุดอู้อยู่เพียงแต่ในห้อง น่าเบื่อจริงๆ ยังดีที่มีซื่อจูคอยคุยด้วย

ปัง

หมับ

“หลิงเอ๋อร์น้องรักของพี่” ยังไม่ทันได้เงยหน้ามองผู้ที่พังประตูเข้ามาเป็นใครร่างของผมก็ถูกรวบเข้าไปกอดโดยบุรุษร่างใหญ่กล้ามแขนที่โอบรัดตัวแทบหักแต่คำเรียกขานคงจะเป็นพี่ใหญ่??

“พี่ใหญ่ ท่านปล่อยหลิงเอ๋อร์ก่อนเถอะ” เสียงนุ่มรื่นหูพูดในสิ่งที่ผมต้องรีบพยักหน้ายืนยันเพราะตอนนี้กระดูกผมแทบแตกแล้ว พอเป็นอิสระผมก็รีบเงยหน้ามองบุรุษที่อยู่ในห้อง คนหนึ่งร่างกายสูงใหญ่ร่างกายกำยำท่าทางดุดันน่าเกรงขาม ส่วนผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นใบหน้าคล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วนเพียงแต่กลิ่นอายนั้นให้บรรยากาศทรงภูมิความรู้ ร่างสูงเพรียวใบหน้าเรียวมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา

“หลิงเอ๋อร์พี่ใหญ่ขอโทษเจ้าเจ็บหรือไม่” มือใหญ่ที่ลูบตามเนื้อตัวผมอย่างแผ่วเบา ส่วนอีกคนก็ยกมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆ พร้อมกับมองสำรวจร่างกาย

“อึก...พี่ใหญ่ พี่รอง ฮืออออออออออออ” เพราะได้รับความอบอุ่นและความหวังสุดท้ายที่จะได้รับอิสระจากการแต่งงานผมก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ อีกอย่างไม่ใช่แค่รู้สึกผมเพียงคนเดียว

“หลิงเอ๋อร์เจ้าร้องไห้ทำไม” ไป๋อวี้จิ้งที่เห็นน้องชายร่ำไห้ถึงกับทำอะไรไม่ถูก มือใหญ่ที่จับดาบบุกทลายรังโจร เข่นฆ่าอริสัตรูมามากมายกับพ่ายแพ้ให้กับน้ำตาของน้องชาย

“น้องรักของพี่เจ้าเลิกร้องเสียเถิด” ไป๋อวี้เฟิ่งรีบเข้าไปปลอบพร้อมกับลูบหน้าเช็ดน้ำตาให้น้องรัก พวกเขาสองคนเลี้ยงและดูแลน้องชายมาอย่างทะนุถนอมไม่เคยได้ร่ำไห้จนตาแดงก่ำเยี่ยงนี้ ใครกันที่กล้าทำน้องชายของพวกเขาต้องเสียใจแบบนี้

เนินนานกว่าที่ร่างบางจะหยุดร้อง มีพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ใบหน้าหวานซบบนแผ่นอกกว้างของพี่ชายคนโต มือเรียวถูกจับไว้จากพี่ชายคนรองที่นั่งอยู่ข้างๆ

“หลิงเอ๋อร์เจ้าทุกข์ใจเรื่องอะไร บอกพี่ใหญ่ของเจ้าเถอะ”

“พี่รองจะช่วย (กำจัด) เรื่องทุกข์ของน้องเอง” ดวงตาผลดอกชิ่งที่ตอนนี้แดงก่ำ เรียวปากบางสั่นระริกอย่างน่าสงสารก่อนที่จะเอ่ยบอกเล่าความรู้สึกทั้งหมดให้แก่พี่ชายของตนเองฟัง

“พี่ใหญ่..พี่รอง..ข้าไม่อยากแต่งงาน ข้าไม่แต่ง” พี่ชายทั้งสองเมื่อได้ยินสิ่งที่น้องรักกล่าวออกมาแววตาฉายแววยินดีอยู่วูบหนึ่ง

“เจ้ารักท่านอ๋องมิใช่หรือ” อวี้เฟิ่งเอ่ยถาม ที่พวกเขาไม่สามารถค้านได้เต็มปากก็เพราะความรู้สึกของน้องน้อยแต่จะให้ยินดีกับน้องก็เป็นไปมิได้

“อึก..ข้าไม่รักแล้ว..ข้าไม่รักเขาอีกแล้ว” สิ้นคำน้องน้อยของพวกเขาก็ร่ำไห้ออกมาอีกครา ครานี้ถึงขั้นร้องจนหลับคาแผ่นอกกว้างของอวี้จิ้ง พี่ชายคนโตก็ประคองน้องรักนอนบนเตียงอย่างทะนุถนอมราวกับเครื่องแก้วเปราะบาง

“น้องรักของพี่” นิ้วเรียวเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาที่แก้มเนียน จมูกโด่งรั้นแดงก่ำอย่างน่าสงสาร

“พี่ใหญ่”

“เข้าวัง!! ” เพียงได้ยินคำนี้รอยยิ้มบนใบหน้าอวี้เฟิ่งก็ดูเปลี่ยนทันทีจากที่เคยอบอุ่นกลับเยียบเย็น หลังชายผ้าคลุมของคุณชายใหญ่ และคุณชายรองหายลับ ข้ารับใช้ในจวนต่างจับกลุ่มคุยรวมทั้งซื่อจูคนสนิทของคุณชายน้อย แม้จะโดนซักถามซื่อจูก็ตอบเพียงว่าไม่รู้เรื่องอะไร แต่ในใจของซื่อจูนั้นเดาผลลัพธ์ออกตั้งแต่ได้ยินเสียงนายน้อยร่ำไห้แล้ว มีหรือคุณชายทั้งสองจะยอมปล่อยให้ดวงใจของตนเองเสียน้ำตา

อ่า

จวนนี้ต้องเปลี่ยนแปลงอีกแล้วกระมัง

บุรุษร่างสูงทั้งสองที่ยังอยู่ในชุดคลุมกันลมเดินก้าวเข้าไปยังพระราชวัง หลังจากชูป้ายพระราชธารก็ผ่านเข้าพระราชวังชั้นในได้ในทันที

“อวี้เฟิ่ง เจ้ากลับมาแล้ว เจิ้นดีใจมากที่เจ้ากลับมาเสียที” เมื่อถวายพระพรเสร็จองค์เหนือหัวก็ทรงทักบุตรชายคนรองของท่านอาจารย์ก่อน

“กระหม่อมไม่ด้กลับมา..เพียงแต่จะมาทวงสัญญาจากฝ่าบาท” บุตรมังกร หยางฉินหลงเมื่อได้ยินที่ปรึกษาเอ่ยถึงสัญญาดวงตาคมดุจเหยี่ยวกับจ้องยังร่างบางที่ยืนอยู่หน้าพระพักตร์

“เจ้าพูดจริงหรือ”

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำตามเงื่อนไขหากแต่พระองค์จะทรงยกเลิกงานอภิเษกสมรสระหว่างเฉียงอ๋องและน้องชายของกระหม่อม”

“เฟิ่งเอ๋อร์ เจ้าจะทำอะไร” อวี้จิ้งแม้จะไม่รู้ว่าสัญญาระหว่างนายเหนือหัวกับน้องชายตนคืออะไรแต่เขาก็ไม่คิดที่จะให้ใครเสียสละ มือหนาดึงตัวน้องชายมาหลับด้านหลังเบื้อหนาคือฮ่องเต้ผู้เป็นนายเหนือหัวด้านหลังคือครอบครัว อวี้จิ้งไม่คิดที่จะสละครอบครัวตอนเองแน่ๆ

“กระหม่อมและอวี้จิ้งขอออกจากตำแหน่งพ่ะย่ะค่ะ”

ปัง!!

“พวกเจ้าคิดจะยกเรื่องนี้มาขู่เจิ้นรึ” สุรเสียงตะหวาดก้อง บรรดากงกงที่ถวายการรับใช้ต่างคุกเข่าลงกับพื้นด้วยกลัวโทสะจากนายเหนือหัว

“ไม่เพียงแต่ลูกๆ แต่กระหม่อมก็ขอออกจากราชการเช่นกัน” ขณะที่ต่างฝ่ายต่างนิ่งดูเชิงอยู่นั้นก็มีผู้มาขัดไว้

“ท่านราชครู”

ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลไป๋และบุตรมังกรหากจะกล่าวถึงคงต้องย้อนกลับเมื่อครั้งพระองค์ยังทรงพระเยาว์พระบิดาได้ส่งให้พระองค์ไปร่ำเรียบกับสหายสนิทซึ่งก็คือราชครูไป๋ในเวลานั้นยังไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โต ราชครูไป๋เปรียบเสมือนทั้งอาจารย์และบิดาบุญธรรม ความสนิทสนมระหว่างอวี้จิ้งและอวี้เฟิ่งคงต้องกล่าวว่าเป็นสหายวิ่งเล่นตั้งแต่ทรงพระเยาว์

“กระหม่อมแก่ชรามากแล้วขอฝ่าบาททรงเมตตาให้กระหม่อมและลูกไปใช้ชีวิตบั้นปรายที่บ้านเกิดด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ไป๋อิงหลานประสานมือโค้งเคารพต่อหน้าบุตรมังกร

“ท่านกำลังบีบคั้นเจิ้น”

“กระหม่อมมิบังอาจ..เพียงแต่กระหม่อมไม่อาจทนให้ดวงใจกระหม่อมต้องเสียใจ” เมื่อคิดถึงบุตรชายคนเล็กที่ร่ำไห้จนล้มป่วยเมื่อสืบถามความจริงกับบ่าวคนสนิทหลงจากที่หลิงเอ๋อร์มาขอยกเลิกงานอภิเษกก็ได้รู้ความจริงนั่นยิ่งทำให้คนเป็นบิดาอย่างเขาไม่พอใจต่อเฉียงอ๋องเป็นอย่างยิ่ง

“เจิ้นก็พอรู้ข่าวมาบ้าง หลิงเอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง”

“อาการทุเลามากแล้วกระหม่อม เพียงแต่หลิงเอ๋อร์เสียใจมากจนต้องการที่จะยกเลิกงานอภิเษกพ่ะย่ะค่ะ” บุตรมังกรเมื่อได้ฟังคำตอบของราชครูไป๋ก็ทรงหนักพระทัย เพราะราชโองการก็ประกาศไปเสียแล้ว แต่น้องชายของพระองค์ก็ทำผิดต่อหลิงเอ๋อร์จริงๆ

“เจิ้นจะหาวิธี เอาเป็นว่าเจิ้นรับปากเพียงแต่หากจะออกจากราชการก็ให้เพียงท่านราชครู” แม้จะรับสั่งหากแต่ในสายตาของบุตรมังกรก็จ้องเพียงคนผู้เดียว คนเดียวที่อยู่ในสายตาพระองค์โดยตลอด

“น้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ”

“เอาล่ะออกไปก่อน ส่วนอวี้เฟิ่งเจ้าอยู่กับเจิ้นก่อน” คนที่ถูกรั้งให้อยู่พ่นลมหายใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง ราชครูไป๋และไป๋อวี้จิ้งเมื่อทรงรับปากแล้วเรื่องยกเลิกคงมีราชโองการออกมา

ราชครูไป๋และบุตรชายคนโตรีบกลับจวนเพื่อที่จะแจ้งข่าวดีกับบุตรชายคนเล็ก เมื่อถึงจวนสองบุรุษต่างรีบสาวเท้าเร่งไปยังเรือนของคุณชายน้อยเป็นภาพที่คุ้นตาของบรรดาบ่าว

“ซื่อจูลูกข้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง”

“นายน้อยยังไม่ตื่นขอรับ” ซื่อจูเฝ้าหน้าห้องอยู่นานตั้งแต่ที่คุณชายทั้งสองออกจากจวนไป จนถึงตอนนี้ในห้องก็ยังคงเงียบ

“ไปเตรียมยาเถอะพวกข้าจะดูแลหลิงเอ๋อร์เอง” ซื่อจูโค้งคำนับแล้วรีบไปต้มยาให้นายน้อยตามที่นายท่าสั่งราชครูไป๋ค่อยๆ เดินเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นว่าบุตรชายคนเล็กยัคงหลับสนิทก็นั่งลงที่เตียง

“พ่อผิดต่อเจ้าจริงๆ”

“ท่านพ่อได้โปรดอย่าโทษตัวเองเลย ไว้เราพาหลิงเอ๋องณ์กลับไปอยู่ที่บ้านเกิดดีไหมท่านพ่อ” อวี้จิ้งทนเห็นบิตาโทนตนเองก็เอ่ยขึ้น หากจะผิดก็คงผิดกันทุกคน

“พ่อก็คิดเช่นนั้น หลิงเอ๋อร์คงจะชอบ ไว้เฟิ่งกลับมา เราค่อยปรึกษากันอีกที” ราชครูไป๋พยักหน้าเห็นด้วย การอยู่ในเมืองหลวงต่อไปคงไม่มีอะไรดีขึ้นและเมื่อฮ่องเต้พระราชทานโองการออกมาหลิงเอ๋อร์จะต้องโดนครหามากมายเพียงใด ไปอยุ่ที่บ้านเกิดคงจะดีต่อหลิงเอ๋อร์ไม่ใช่น้อย

“ท่านพ่อ..พี่ใหญ่”

“ตื่นแล้วหรือ เจ้าหิวรึเปล่าลูกรัก” มือใหญลูบผมลื่นดังแพรไหมชั้นดี

“หิวขอรับท่านพ่อแล้วพี่รองล่ะขอรับ” ดวงตากลมกวาดสายตามองหาพี่ชายคนรอง

“ประเดี๋ยวก็คงตามมา พี่ว่าเอาออกไปทานมื้อเย็นที่สวนกันดีไหม” อวี้จิ้งเสนอเอาใจน้องรัก

“ดีขอรับ น้องคิดถึงพี่ใหญ่เหลือเกิน” ในชีวิตที่แล้วเขาไม่มีครอบครัว ไม่มีความอบอุ่นจากผู้ให้กำเนิด ชีวิตต้องปากกัดตีนถีบดิ้นรนเอาตัวรอดไปวันๆ ในตอนนี้เขามีพร้อมทั้งครอบครัวและชีวิตไม่ต้องลำบากอะไรอีกต่อไปแล้วเมื่อล้มการแต่งงานได้แล้วผมจะใช้ชีวิตในฐานะไป๋อวี้หลิง ดูแลครอบครัวใหม่ของตัวเองให้ดีที่สุด

******************************************

อันนี้เป็นตัวรีไรท์นะคะ อาจจะแจ้งเตือนบ่อยนะคะ

ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-06-2019 11:07:04 โดย Letter123 »

ออฟไลน์ Letter123

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-2
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
«ตอบ #6 เมื่อ12-05-2019 13:15:30 »

1

หากจะกล่าวถึงตระกูลไป๋ว่าเหตุใดถึงได้สนิทสนมกับองค์ฮ่องเต้คงจะต้องกล่าวถึงบิดาที่เป็นสหายสนิทของอดีตองค์ฮ่องเต้เมื่อครั้งยังเป็นองค์ไท่จือแล้วเสด็จหนีออกท่องเที่ยวเมื่อได้เจอกันก็เหมือนเป็นสหายกันมาเนิ่นนาน และอดีตองค์ฮ่องเต้ทรงเห็นว่าสหายใหม่มีความรู้กว้างขวางจึงชวนท่านสหายสนิทซึ่งก็คือท่านพ่อมายังเมืองหลวงพร้อมกับมารดา หลังจากที่องค์ฮ่องเต้ได้ครองราชย์เมื่อมีบุตรก็ให้มาร่ำเรียนที่จวนตระกูลไป๋ องค์ฮ่องเต้องปัจจุบันก็เป็นผลผลิตจากการสอนของบิดา พระองค์มีพระชนมายุเท่ากับพี่ใหญ่ เรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน เมื่อครั้งขึ้นครองราชย์ก็พระราชทานตำแหน่งราชครู ตระกูลไป๋ก็มีเรื่องประหลาดที่ภายในตระกูลจะมีเพียงบุตรชาย เมื่อถึงรุ่นไป๋อิงหลาน บุตรชายทั้งสามต่างเกิดมาโดดเด่น บุตรชายคนโดดเป็นแม่ทัพองค์อาจแม้ข่าวลือจะบอกว่าเป็นบุรุษเย็นชาและเลือดเย็นแต่เมื่ออยู่กลับครอบครัวกลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ บุตรชายคนรองเป็นผู้ปราดเปรื่อง รอบรู้ทั้งบุ๋นและบู้ โดนดึงตัวไปทำงานตั้งแต่องค์ฮ่องเต้ยังคงเป็นไท่จือ

ส่วนผู้ที่ต้องกล่าวถึงคือบุตรชายคนเล็กที่เมื่อเกิดมาก็สูญเสียมารดาเพราะฮูหยินร่างกายแต่ก็ยังอยากที่จะเก็บครรภ์นี้ไว้ ดวงใจของทุกคนในจวนเติบโตขึ้นด้วยความรักและตามใจ มีดวงหน้าคล้ายคลึงมารดาถึงเจ็ดส่วน นั่นยิ่งทำให้บุรุษตระกูลไป๋หวงเสียยิ่งกว่ามังกรหวงไข่ หากคิดจะยลโฉมก็เปรียบเสมือนบุกถ้ำเสือรังมังกร หากแต่การถูกรักก็ปลูกฝังนิสัยบางอย่างที่ไม่ชวนพิสมัย

คุณชายน้อยเติบโตอย่างงดงามด้วยอายุ 16 หนาวแต่นิสัยการเอาแต่ใจตัวนั้นก็หนักหนาเช่นกับการร้องขอหมั้นหมายจนถึงการอภิเษกสมรสและการโมโหร้ายเมื่อได้ดั่งใจ แม้รูปงามแต่นิสัยนั้นไม่ได้งดงามอย่างรูป เพราะการรักอย่างผิดวิธีทำให้คุณชายน้อยนั้นไม่รู้ตัว แต่พอหลังจากการตรอมใจคุณชายน้อยก็เปลี่ยนไป

“ซื่อจู ข้าเบือ” เสียงหวานจากร่างงามระหงที่นั่งรับลม ช่อดอกปทุมมาไหวเอนตามแรงลมเอื่อยพากลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้ผ่อนคลาย เป็นหนึ่งรู้สึกเบือมาก อยากจะลากกอไก้ให้ยาวถึงภพหน้า หลังจากที่ทั้งท่านพ่อและพี่ใหญ่ให้คำยืนยันว่าจะมีการถอนหมั้นและล้มเลิกงานแต่ง แม้จะโล่งใจแต่ผมก็ไม่ได้ออกไปไหนอยู่ดี ฮืออชีวิตในกรงทองชัดๆ

“บ่าวทราบขอรับคุณชายแต่ว่า..คุณชายใหญ่สั่งห้ามไว้” เฮ้อ...ใบหน้าหวานผินมองดอกบัวที่ชูช่อ อ่า อากาศแบบนี้กินอะไรเปรี้ยวๆ ก็น่าจะดี

“เอาล่ะ”

“คุณชาย!! คุณชายจะทำอะไรนะขอรับ” ซื่อจูรู้สึกเหมือนว่าหัวใจหล่นหายเมื่อจู่ๆ คุณชายน้อยก็ลุกขึ้นถกแขนเสื้อแถมยังถอดรองเท้าอีก

“อ้อ จะเก็บดอกบัวไง” ใบหน้าหวานหันมาบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง ไม่ได้สนใจใบหน้าของบ่าวรับใช้เลยว่าตกใจแค่ไหน

“คุณชายไม่ต้องเก็บเองเลยขอรับ บ่าวจะให้คนไปเก็บให้” ซื่อจูรีบจับข้อมือแล้วหยิบรองเท้ามาวางให้คุณชายน้อยก่อนที่จะนึกลงไปเก็บดอกบัวเอง แม้ใบหน้างามล้ำของคุณชายจะงอง้ำก็ตามแต่ ซื่อจูแม้จะไม่ชินกับนายน้อยคนใหม่แต่อดคิดไม่ได้ว่านายน้อยที่เป็นแบบนี้ดีแล้ว

“เอาดอกที่พึ่งบานนะ ดอกนั้นแก่ไปไม่เอานะ” เสียงหวานสั่งการบ่าวผู้ชายให้ลงไปเก็บดอกบัวเรียกความสงใสให้แก่บรรดาบ่าวในจวน

“พอรึไม่ขอรับคุณชาย” นิ้วเรียวราวกับหยกรับดอกบัวทั้งหมดมาในอ้อมอก พยักหน้ารัว มากพอเลยทีเดียว

“ขอบคุณมากนะ” ว่าจบก็หมุนกายเดินลิ่วไปทางห้องครัว ทิ้งไว้เพียงเหล่าบ่าวที่ตกตะลึงกับคำขอบคุณของคุณชายน้อย ร่างระหงกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังห้องครัวที่อยู่ห่างกันออกไป

“คุณชายน้อยเข้ามาทำไมนะเจ้าคะ” ผมไม่สนน้ำเสียงแตกตื่นของหัวหน้าแม่ครัวหรือสายตาแปลกๆ ของเหล่าแม่ครัว

“อ่า..พอดีผม..ไม่สิ พอดีข้าอยากกินยำ” แม้จะอยู่มาเป็นอาทิตย์แล้วแค่บางครั้งผมก็หลุดคำแทนตัวจากที่ที่ผมจากมา พอบอกสิ่งที่ต้องการไป หัวหน้าแม่ครัวก็มีสีหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด

“ยำ..มันคือสิ่งใดเจ้าคะ” ผมยิ้มเป็นคำตอบแล้วเดินเข้าไปยังโต๊ะวางดอกบัวลง สั่งให้พี่สาวที่ยืนข้างหลังไปนำอ่างใส่น้ำมา พอดีกลับซื่อจูที่วิ่งตามเข้ามา ในห้องครัวตอนนี้ทุกสายตามองตามร่างบางที่เคลื่อนไหวทำโน้นนี่ด้วยความคล่องตัว แม้จะแปลกใจที่คุณชายน้อยทำครัวได้อย่างคล่องแคล่ว

ผมเด็ดกลีบบัวแช่น้ำส่วนเกสรผมแยกไว้ต่างหากเพราะสามารถเอาไปตากทำชาได้บำรุงหัวใจได้ เมื่อเด็ดกลีบบัวเสร็จผมก็มองหาเนื้อสัตว์เพราะไม่รู้ว่าเก็บไว้ไหน

“หาอะไรหรือคะคุณชาย”

“ข้าอยากได้เนื้อหมู” พอบอกไปป้ามู่หัวหน้าแม่ครัวก็เดินไปหยิบเนื้อหมูมาให้

“จะให้บ่าวช่วยอะไรหรือไม่เจ้าคะ”

“ดีเลย ป้ามู่ช่วยสับหมูให้ข้าหน่อย”

“เจ้าค่ะ” เมื่อมีคนช่วยผมก็หันมาทำกลีบบัวหันเป็นเส้น แช่น้ำเกลือไว้แล้วมาสับพริกกับกระเทียมใส่ถ้วยเล็กๆ ไว้ ทำน้ำเชื่อมกับบีบน้ำมะนาวไว้ เมื่อเสร็จป้ามู่ก็สับหมูเสร็จพอดี

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”

“ขอบคุณป้ามู่” รับหมูมาเทใจกระทะใบใหญ่รวนให้หมูสุขผมตักพักไว้ แล้วหันมาปรุงน้ำยำอย่างที่ผมชอบ มือขาวหยิบจับคล่องแคล่วไม่นานยำกลีบบัวอย่างที่เขาชอบก็ถูกตักใส่จาน

“ซื่อจูยกไปไว้ที่เก๋งนะ ส่วนที่เหลือป้ามู่กับพวกพี่ๆ ก็ลองชิมดูนะ” เช็ดมือเรียบร้อยผมก็เดินตัวปลิวกลับไปยังเก๋งริมน้ำ ซื่อจูก็เตรียมไว้ถ้วยและตะเกียบไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

“ซื่อจูแล้วของเจ้าล่ะ”

“มะ..ไม่ได้หรอกนะขอรับ บ่าวไม่กล้า” ได้แต่ถอนหายใจกับเจียมตนและกดตัวเองของผู้คนในสมัยนี้

“ข้าสั่ง ไปหยิบถ้วยชามของเจ้ามาแล้วมานั่นทานกับข้า” เมื่อเห็นผมทำท่าจริงจังซื่อจูถึงได้วิ่งฉิวไปไปหยิบมาเพิ่ม ผมคีบยำกินอย่างเอร็ดอร่อยแถมยังคีบให้ซื่อจูอีกไม่อย่างนั้นก็คงไม่กล้ากิน

“ฮูว เผ็ดแต่อร่อยมากขอรับ” ผมยิ้มรับคำชม เห็นอย่างนี้ก็เคยไปเป็นลูกมือแม่ครัวใหญ่ในภัตตาคารนะครับ เมื่อทานเสร็จผมก็ให้ซื่อจูไปเอาเกสรดอกบัวที่เก็บไว้มาตากรวมกับกุหลาบที่สวน เรียงใส่ถาดแล้วให้ซื่อจูนำไปตาก

“ซื่อจูไปหยิบตำราในห้องหนังสือมาให้ข้าสักสองสามเล่มที” เพราะโดนห้ามก็ไม่รู้จะทำอะไร โชคดีที่ความสามารถของเจ้าของร่างไม่ได้หายไปไหนจะหายไปก็มีเพียงความทรงจำช่วงนั้น ช่างเถอะ ในเมื่อจะย้ายแล้วผมก็ขอใช้ชีวิตตามแบบของผมดีกว่า

เมื่อซื่อจูเอาหนังสือมาให้ผมให้ซื่อจูออกไปเพราะอยากที่จะอยู่เงียบๆ คนเดียว ผมเอนกายอิงหมอนอ่านหนังสือที่ทำให้ผมเข้าใจโลกนี้มากกว่าที่อวี้หลิงเคยเข้าใจ ยิ่งอ่านยิ่งสนุกจนวางไม่ลง ถึงว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ไม่น้อย มีการติดต่อกับชาวต่างชาติ อ่า อยากไปดูเมืองท่าจังเลยนะ ยิ่งอ่านผมยิ่งอยากออกไปสำรวจโลกใหม่ให้มากกว่านี้ ท่วงท่าระหงเอนกายอ่านหนังสืออย่างเกลียดคร้าน ริมฝีปากประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาดอกท้อเปล่งประวาววับ บรรดาบ่าวชายหญิงเมื่อเห็นภาพนี้ต่างหน้าแดงรีบหลบลี้ความงามอย่างเทพเซียนนี้ โดยไม่มีใครรู้ว่าทุกการกระทำถูกจ้องมองโดยใครบางคน

เมื่อใกล้ถึงมื้อเย็นผมก็ให้ซื่อจูไปบอกป้ามู่ทำยำให้เพราะเมื่อกลางวันผมสอนวิธีการทำให้แล้ว เพียงแต่ลดความจัดจ้านลง มื้อเย็นนี้ทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตา พี่รองก็กลับมาจากการโดนรั้งตัวไว้ในวัง

“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง ขออภัยที่มาช้า” เพราะมัวกำชับซื่อจูให้เก็บดอกไม้ตากแห้งถึงได้มาที่เรือนใหญ่

“นั่งเถอะลูกรัก”

“ขออภัยเจ้าค่ะ นี่ค่ะคุณชายน้อย” หันไปรับจานที่สาวใช้นำมา วางบนโต๊ะ อาหารแปลกใหม่เรียกความสนใจจากผู้ร่วมโต๊ะได้เป็นอย่างดี

“อันนี้อะไรหรือหลิงเอ๋อร์”

“ยำกลีบบัวขอรับท่านพ่อ วันนี้ลูกเห็นดอกบัวในสระมีแต่ดอกงามๆ เลยเก็บมาลองทำให้ท่านพ่อและพี่ใหญ่พี่รองทาน”

“ฝีมือเจ้ารึ ไม่รู้ว่าเจ้ามีฝีมือทำครัว” ก็หลิงเอ๋อร์นะไม่มีแต่เป็นหนึ่งมีไงครับ ผมยิ้มกว้างตอบ เมื่อบิดายกตะเกียบคีบทุกคนถึงลงมือทาน

“อือ ฝีมือน้องรักอร่อยมาก” เมื่อพี่รองพูดทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย แค่นี้ผมก็ปลื้มแล้วครับ

“ถ้าชอบไว้ข้าจะทำอย่างอื่นให้ทานอีกดีไหมขอรับ”

“อย่าทำจนเกินตัวไปล่ะ” มือใหญ่ของบิดายกขึ้นลูบผมดำขลับดังแพรไหมอย่างเบามือ ความอบอุ่นทำให้ผมน้ำตาคลอ

“ช่วงนี้เจ้าอยู่แต่ในจวน พรุ่งนี่พี่ใหญ่ว่างอยากไปไหนหรือไม่” พอได้ยินว่าจะมีคนพาออกไปดวงตาก็เปล่งประกายวาววับ

“น้องอยากไปเที่ยวตลาด พี่ใหญ่พาน้องไปนะขอรับ” ใจพยัคฆ์ตระกูลไป๋อ่อนเป็นเต้าหู้เมื่อน้องชายหันมาออดอ้อน

“ได้พี่ใหญ่จะพาเจ้าไป”

“ขอบคุณขอรับ” ในที่สุดก็จะได้ออกไปดูโลกภายนอกแล้ว มื้อเย็นแสนสุขสันต์ก็ผ่านพ้นไป เมื่อกลับมาถึงเรือนผมก็ไล่ซื่อจูไปพักผ่อน เพราะไม่ชินต่อให้อยู่ที่นี่นานผมก็ไม่ชินแน่ๆ กับการที่ถูกผู้ชายด้วยกันมาถูหลังหรือแต่งตัวให้

“อวี้หลิงนายนี่เกิดมาพร้อมพรจริงๆ นะ” เห็นหน้าตัวเองในกระจกทองเหลืองทีไรก็อดอิจฉาไม่ได้เกิดมาพร้อมรูปโฉมและทรัพย์สมบัติ ผมถอดเสื้อผ้าออกแล้วก้าวลงไปแช่น้ำในถัง

“อ่า..สบายจัง” แช่น้ำไปก็คิดถึงการใช้ชีวิตในยุคนี้ จะให้อยู่แบบหายใจทิ้งไปวันๆ ก็คงไม่ใช่ผม และตอนนี้ผมมีพร้อมทุกอย่างแล้ว จะทำอะไรดีนะ

.

.

สายวันต่อมาพี่ใหญ่ก็กลับมาจวนหลังจากที่ออกไปที่ค่ายตั้งแต่เช้ามืด แต่ทำไมพอเห็นหน้าคิ้วเฉียงนั่นถึงได้ขมวดอย่างนั้นเล่า ผมก้มลงสำรวจตัวเองว่ามีอะไรไม่ถูกต้องหรือเปล่า

ไป๋อวี้จิ้งอยากจะยกเลิกการพาน้องชายตัวน้อยของตน ที่หลังจากหายป่วยรูปลักษณ์ที่เคยเย่อหยิ่งเปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวานั่นยิ่งทำให้หลิงเอ๋อร์ดูน่ามอง วันนี้พวกบุรุษน่าตายจะต้องมองน้องรักของเขาแน่ ไม่ได้การล่ะข้าต้องหาคนช่วย

“พี่ใหญ่มีปัญหาอะไรหรือ” ผมถามเพราะพี่อวี้จิ้งมองหน้าแล้วก็คิ้วขมวดแถมยังถอนหายใจแรงอีก

“มิมีอะไรเราไปกันเถอะ” ผมกระโดดเกาะแขนพี่ชายเดินออกไปที่หน้าจวนมีรถม้าจอดรออยู่แล้ว มือใหญ่ประคองผมขึ้นบนรถม้าเพราะไม่ชิน ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ของผมเลยทีเดียวแม้จะโคลงเคลงไปนิดแต่ก็สนุกดี

“ถึงแล้วครับคุณชาย” รถม้าคันใหญ่ที่มาหยุดตรงตลาด พี่อวี้จิ้งลงจากรถ คุณชายใหญ่แห่งตระกูลไป๋ร่างสูงสง่าแถมยังหล่อเหลาเรียกสายตาได้รอบทิศทางโดยเฉพาะบรรดาคุณหนูทั้งหลาย หากแต่ทุกสายตากลับมองไปที่มือขาวที่คุณชายใหญ่ประคองลงมา

ผมรีบลงมาจากรถม้ากวาดสายตามองความครึกครื้น มือเรียวยังเกาะกุมมือใหญ่ไว้ ฮืออออ ได้ออกนอกจวนแล้วเว้ยยยยย อยากจะร้องนะครับแต่คงจะเป็นการทำให้ทุกคนแตกตื่น

“เจ้าจะไปที่ใดก่อนหรือไม่พี่จะได้พาไป”

“ไม่ขอรับ ข้าอยากเดินชมตลาด ข้าอยากลองกินถังหูลู่” เคยได้ยินจากในซีรี่ย์อยากจะรู้ว่ามันอร่อยไหม

“ได้สิ พวกเจ้าไม่ต้องตาม ไปรอพวกข้าที่โรงเตี๊ยมเมฆา” พี่ใหญ่หันไปสั่งบ่าวติดตามแล้วจูงมือผมเดินเข้าตลาด สองข้างทางมีร้านค้าและแผงลอย กลิ่นหอมของร้านอาหารแผงลอยโชยมาตลอด อ่า หิวจัง

“พี่ใหญ่ข้าอยากกินนี่” เมื่อเห็นร้านอาหารแผงลอยด้านหน้าผมก็ลากพี่ชายให้ตามมา เป็นร้านซาลาเปาและน้ำเต้าหูแต่ที่ผมสนใจ

“ท่านป้าข้าขอซาลาเปาหนึ่งจาน พี่ใหญ่เคยทานร้านนี้ไหม” อวี้จิ้งไม่อยากให้น้องชายผิดหวังแต่ร้านแบบนี้นะหรือเขาจะเคยนั่งอย่าว่าแต่เขาเลยทั้งตระกูลยังไม่มีใครมานั่ง

“ไม่เคย แต่หลิงเอ๋อร์อยากทานพี่ก็จะทานกับเจ้า” ฮือ พี่ชายใครทำไมใจดี ตามใจผมจริงๆ

“ซาลาเปามาแล้วเจ้าค่ะคุณชาย” เจ้าของแผงลอยไม่เคยคิดเลยว่าชั่วชีวิตนี้ร้านของเธอจะได้ต้อนรับคุณชายสูงศักดิ์ แถมยังรูปงามทั้งสองท่านอีก ผมหยิบซาลาเปาขึ้นมากัด

อืม อร่อย แป้งนุ่ม ใส้หอมและกลมกล่อม ถ้าอยู่ในโลกเก่าฝีมือแบบนี้ได้อยู่ในภัตตาคาร อ่า ผมรู้แล้วล่ะว่าจะทำอะไร หลังจากทานเสร็จผมก็ขอไปจ่ายเงินเอง

“ท่านป้าซาลาเปาท่านอร่อยมาก เท่าไหร่หรือ”

“ห้าอีแปะเจ้าค่ะ” ทำไมมันถูกแบบนี้เนี้ย ให้ตายเถอะของอร่อยๆ

“อร่อยมากเลยท่านป้า ไว้ข้าจะให้บ่าวมาซื้อ”

“ขอบคุณคุณชายมากเจ้าค่ะ” ท่านป้าโค้งให้แม้อยากจะโค้งรับแต่ด้วยต้องคีพลุคคุณชายสูงศักดิ์ไว้เลยทำได้เพียงยกยิ้มให้

ร่างสูงใหญ่และร่างระหงของบุตรชายตระกูลไป๋เดินเคียงคู่หยอกล้อ เสียงหัวเราะจากคุณชายน้อยแถมยังแจกจ่ายรอยยิ้มงดงามให้ผู้คนได้ยลจนต้องเก็บไปเพ้อฝัน

“นี่ถังหูลู่ที่เจ้าอยากกิน” ถังหูลู่คือผลไม้เคลือบน้ำเชื่อม แข็งๆ หวานๆ อ่า ก็อร่อยดีแฮะ เมื่อทานได้ไม่กี่ลูกผมก็ยกไปจ่อริมฝีปากพี่ชาย

“ช่วยน้องหน่อย ทานไม่หมด” เงยหน้าสบตาคมดุจเหยี่ยว แถมกระพริบตาปริบๆ ให้อีกสองที ท่าไม้ตายนี้รับรองว่าบราค่อนอย่างพี่ใหญ่ต้องยอมผมแน่ๆ แม้คิ้วหนาจะขมวดแต่ริมฝีปากหยักก็ยอมที่อ้าปากรับถังหูลู่จนหมด

“คิกๆ ขอบคุณนะขอรับไว้กลับจวนน้องจะเข้าครัวทำอาหารให้ทาน”

“แค่พี่ผู้เดียว” กับข้าวก็ยังหวง คงต้องยอมให้ท่านพ่อกับพี่รองงอนไปก่อนแล้วค่อยทำของง้อทีหลัง

“เดี่ยวน้องทำจานใหญ่ให้เลย แต่ตอนนี้น้องหิวแล้ว”

“ไปที่หอเมฆาเถอะพี่สั่งให้คนจองที่ไว้ให้แล้ว”

“ขอรับ”

หอเมฆาที่พี่ใหญ่พาผมมาเป็นโรงเตี๊ยมใหญ่ใจกลางตลาด ทันทีที่เดินเข้ามาเสี่ยวเอ๋อร์ก็รีบนำทางขึ้นไปยังหอชั้นสองที่นั่งที่ตรงนี้สามารถมองเห็นถนนเบื้องล่างและบรรยากาศโดยรอบได้เป็นอย่างดี

“เอาอาหารขึ้นชื่อมาสี่ห้าอย่างและชาหนึ่งกา” ปล่อยให้พี่ใหญ่เป็นคนสั่งไปครับเพราะผมกำลังเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้า ผู้คนเดินขวักไขว่ ไม่นานอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

“ทานนี่สิหลิงเอ๋อร์”

“ขอบคุณขอรับ พี่ใหญ่ทานด้วยสิครับ” ผมคีบเนื้อใส่ถ้วยให้พี่ชาย รสชาติดีมากเลยทีเดียวสมแล้วที่มีลูกค้าแน่นขนาดนี้ ขณะที่พวกเรานั่งทานอาหารกันอย่างมีความสุขอยู่นั้นพี่ใหญ่ก็เงียบขรึมทันที

“มีอะไรหรือพี่ใหญ่”

“ไม่คิดจะทักทายกับเปิ่นหวางหน่อยหรือ” เสียงทุ้มที่ทำให้ผมรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

“ฉิงเอ๋อร์คาราวะคุณชายใหญ่ คุณชายเล็กเจ้าค่ะ” อีกเสียงที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว อ่า ฉิงเอ๋อร์ คุณหนูจางลี่ฉิง คุณหนูสกุลจางคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น และผู้ชายที่อยู่ด้านหลังผมคงเป็นใครไม่ได้นอกจากอ๋องหยางเฉียงนั่น นิ้วเรียววางตะเกียบลง ความอยากอาหารและความรื่นรมย์ก่อนหน้านี้ถูกก่อกวนไปหมดแล้ว ร่างระหงลุกขึ้นจากเก้าอี้หมุนกายเผชิญหน้าหนึ่งคืออดีตคู่หมั้น อีกหนึ่งคือหญิงที่ต้องเห็นอยู่ข้างกันเสมอ ผมประสานมือโค้งคำนับผู้สูงศักดิ์

“ถวายพระพรอ๋องหยางเฉียงพะยะค่ะ” ถวายพระพรเสร็จผมก็ขยับไปยืนใกล้พี่ใหญ่พร้อมกับกุมมือหนาไว้แน่น

“ต้องขออภัยท่านอ๋องแต่ว่าน้องชายกระหม่อมยังไม่หายดีคงต้องขอตัวกลับจวนก่อน” อวี้จิ้งที่กำลังจะจูงมือน้องชายเดินออกไปก็ต้องหยุดชะงักเมื่อน้องชายรั้งไม่เดินตามมา หรือว่าน้องชายของเขายังคงอาลัยอาวรณ์กับอดีตคู่หมั้นอยู่อีกหรือ อวี้จิ้งหันกลับไปมอง

“พี่ใหญ่ข้าเสียดายกับข้า ห่อกลับได้หรือไม่ขอรับ” กินทิ้งกินขว้างไม่ใช่นิสัยผมแถมยังรสชาติดีขนาดนี้ยังไม่ทันได้ทานครบทุกจานเลย

“ได้พี่ใหญ่จะจัดการให้เจ้า”

“งั้นกลับกันเถอะขอรับ” อวี้จิ้งไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกมาดี เมื่อน้องชายของเขานั้นห่วงอาหารมากกว่าอดีตคู่หมั้น

.

นั่นนะเหรออดีตคู่หมั้นของอวี้หลิง ยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าสมกับที่อวี้หลิงหลงรักเพราะใบหน้าหล่อแหลา หากอยู่ในอีกภพคงเป็นดารานายแบบระดับโลกได้แน่ๆ แต่ใบหน้านั้นคงจะสลักมาจากน้ำแข็งสินะถึงได้นิ่งขนาดนั้น อวี้หลิงนายไม่น่ารักคนจากหน้าตาเลยนะ ผมส่ายหน้าไปมา

“เจ้ารู้สึกไม่ดีหรือไม่หลิงเอ๋อร์”

“ข้ามิเป็นไรพี่ใหญ่ อดีตที่ผ่านไปข้าจะไม่ยึดติด แค่มีท่านพ่อ และพี่ๆ ข้าก็พอใจแล้ว” เพราะครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมแล้ว เรื่องคู่ครองและคนรักก็ปล่อยให้จากไปพร้อมกับอวี้หลิงคนเดิม





*************************************************

กลายเป็นนิยายรายสัปดาห์เรียบร้อยฮ่าๆๆ 

อ่านแล้วรู้สึกติดขัดหรือไม่ถูกต้องสามารถบอกได้นะคะ เพราะพึ่งเคยเขียนแนวนี้เป็นครั้งแรก

ขอบคุณทุกการต้อนรับน้องหลิง 

อ่านแล้วเป็นยังไงอย่าลืมบอกเรานะคะ 

รัก

จุ๊บๆ

RW  17/6/2562
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-06-2019 13:06:48 โดย Letter123 »

ออฟไลน์ BBChin JungBB

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
«ตอบ #7 เมื่อ12-05-2019 14:36:27 »

'ฉิงเอ๋อร์'  กลิ่นตัวร้ายลอยมากระทบ

ต้องมีส่วนกับเรื่องที่เกิดขึ้นแน่ๆ

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
«ตอบ #8 เมื่อ12-05-2019 23:06:37 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
«ตอบ #9 เมื่อ13-05-2019 01:57:21 »

 :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
« ตอบ #9 เมื่อ: 13-05-2019 01:57:21 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
«ตอบ #10 เมื่อ13-05-2019 07:37:48 »

สนุกกกกกกก  ชอบบบบบบบบบ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
ขอแก้คำผิดนะ
เกลียดคร้าน  ------- เกียจคร้าน
สงใส ------- สงสัย
ใส้หอมและกลมกล่อม ------- ไส้หอม
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2034
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
«ตอบ #11 เมื่อ13-05-2019 08:53:21 »

 :pig4:
 :katai2-1:
ติดตามค่ะ
 :3123:

ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-2
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
«ตอบ #12 เมื่อ13-05-2019 10:21:06 »

ติดตามค่ะ

ออฟไลน์ shiroinu

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 308
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 2 12/5/2562
«ตอบ #13 เมื่อ14-05-2019 13:36:57 »

สนุกค่ะะะะ ปูเสื่อรอ :3123:

ออฟไลน์ Letter123

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-2
3

เมื่อฮ่องเต้ทรงรับปากหลังจากผ่านพ้นวันที่ทุกคนเข้าวังถึงเจ็ดวัน ฉีกงกงก็ถือราชโองการมาถึงจวน ทุกคนในจวนต่างมาอยู่ลานกลางบ้าน

“ไป๋อวี้หลิงรับราชโองการ”

“ข้าไป๋อวี้หลิงรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”

“เนื่องจากราชครูไป๋แก่ชราจึงขอกลับไปใช้ชีวิตยังบ้านเกิดเจิ้นเห็นแก่ความดีความชอบที่มีมาช้านานจึงอนุญาตทำตามความตั้งใจของท่านราชครู อีกทั้งการหมั้นหมายและการอภิเษกสมรสเจิ้นยังเห็นว่าไป๋อวี้หลิงยังเยาว์วัยเจิ้นจึงให้ดูแลบิดาที่แก่ชรายังบ้านเกิด เจิ้นจึงยกเลิกการหมั้นหมายและงานอภิเษกสมรส จบราชโองการ”

“ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นๆ ปีหมื่นๆ ปี” ทุกคนถวายพระพร ท่านพ่อรับราชโองการจากมือฉีกงกงแล้วส่งงถุงกำนัลให้ฉีกงกง แอบขำกับราชโองการหน่อยๆ ที่ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะเน้นย้ำคำว่า ‘แก่ชรา’ อยู่หลายรอบไม่รู้ว่าการเกษียรราชการของท่านพ่อเกิดจากการไปข่มขู่อะไรฝ่าบาทรึเปล่าก็ไม่รู้ เมื่อกงกงจากไปแล้วผมก็มอบยิ้มกว้างให้แก่ครอบครัว เมื่อมีราชโองการออกมาก็ถือว่าโซ่ตรวจของผมได้ขาดออกแล้ว

อีสระ!!!

ชีวิตอิสระของผม

“ท่านพ่อจะออกเดินทางวันไหนรึขอรับ” ผมถามพร้อมกับรินชาที่ชงจากเกสรดอกบัว แค่คิดว่าจะได้ออกไปสำรวจโลกภายนอกผมก็ตื่นเต้นแทบทนไม่ไหว เมื่อมีราชโองการออกมาท่านพ่อก็คงจะเตรียมออกเดินทาง

“คงต้องรอพี่ใหญ่เจ้าก่อน เพราะต้องกองพยัคฆ์กลับไปรายงานตัวที่ค่ายและย้ายไปประจำการที่นั่น” ผมพยักหน้าเบาๆ เห็นว่าเป็นเมืองท่าและนั่นก็ดีเพราะคงจะมีอะไรให้ผมทำ พี่ใหญ่ย้ายไปประจำการที่ค่ายทหารที่นั่นส่วนที่รองคงต้องอยู่โยงที่เมืองหลวง

“ดียิ่งขอรับ เสียดายที่พี่รองไปด้วยไม่ได้”

“หึ มังกรไม่ปล่อยลูกแก้วของตัวเองไปหรอกนะ” โอ้ว ผมทำตาโต องค์ฮ่องเต้กับพี่รองมีซัมติงกันหรือนี่ เพราะสัญญากับพี่ใหญ่ว่าจะทำอาหารมื้อกลางวันให้เลยขอตัวไปเข้าครัวเพื่อทำตามสัญญาไม่อย่างนั้นพี่ใหญ่คงจะต้องงอนผมแน่ๆ ตลอดยี่สามปีในชีวิตเป็นหนึ่งที่ไม่มีทั้งพี่ไม่มีพ่อแม่ ชีวิตไม่ได้อยู่ดีกินดีแบบนี้ ลึกๆ แล้วผมโหยหาสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว วันนี้พี่ใหญ่ไปที่ค่าย หากจะขออนุญาตท่านพ่อออกไปหาพี่ใหญ่ที่ค่ายจะได้หรือไม่นะ จับโน่นหั่นนี่ผัดๆ ไม่นานอาหารมื้อพิเศษก็เสร็จเรียบร้อย ทั้งก๋วยเตี๋ยวลุยสวนและเนื้อตุ๋นสมุนไพร พี่ใหญ่ต้องใช้แรงงานเยอะกินเนื้อเยอะหน่อยจะได้หล่อล่ำมาดแมน

“ท่านพ่อข้าขอไปส่งข้างให้พี่ใหญ่ได้ไหมขอรับ” กอดแขนบิดาไว้พร้อมกับช้อนสายตามองอ้อนๆ หากเป็นร่างเก่าคงไม่ได้ผลแบบนี้หรอกแถมผมก็คงไม่กล้าทำด้วย ราชครูไป๋ทำหน้าหนักใจชั่วครู่แต่เมื่อลูกชายคนเล็กอ้อนขออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนก็อดตามใจไม่ได้

“ขอรับท่านพ่อ ข้ารับปาก” ผมแทบจะวิ่งไปขึ้นรถม้าแต่ด้วยความเป็นคุณชายจึงต้องสาวเท้าเร็วๆ พร้อมกับลากซื่อจูไปด้วย ที่ค่ายจะเหมือนในซีรี่ย์ที่ผมเคยดูไหมนะ บนตักมีตระกล้าที่ใส่อาหารไว้ วันนี้ร่างบางสวมใส่อาภรณ์สีขาวมุกยิ่งขับให้คุณชายน้อยดูสง่างาม รถมาวิ่งมายังทิศเหนือของเมืองหลวงเดินทางอยู่ครึ่งชั่วยาม ก็มาถึงค่ายกำแพงสูงใหญ่แสดงความเกรงขามได้เป็นอย่างดี

“หยุด” เสียงทหารยามตะโกนให้คนขับรถม้าหยุด นิ้วเรียวเกี่ยวม่านเพื่อดูภายนอก “พวกเจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่”

“ขออภัยด้วย ข้าไป๋อวี้หลิง ข้ามาหาพี่ชาย” ผมส่งป้ายหยกให้ซื่อจูเอาไปส่งให้นายทหารยาม ซื่อจูลงจากรถม้าแล้วส่งให้นายทหาร

“ขออภัยด้วยคุณชายไป๋ ข้าจะให้คนนำทางท่านไป”

“ขอบคุณท่านมาก” เสียงหวานตอบกลับ ซื่อจูรับหยกแล้วกลับขึ้นมาบนรถม้า รอไม่นานรถม้าก็เคลื่อนออกไป ผมแอบมองผ่านผ้าม่านอย่างสนอกสนใจ มีทหารเดินกันขวักไขว่ บางส่วนอยู่บนลานคงจะเป็นลานฝึก ไกลลิบออกไปคงเป็นการฝึกม้ารถม้ามาจอดหน้าเรือนหลังใหญ่คงจะเป็นเรือนหลัก

“ถึงแล้วขอรับคุณชายไป๋”

“ขอบคุณท่านมาก” ซื่อจูรีบลงจากรถม้าแล้วรออยู่ข้างๆ ผมเอื้อมไปจับมือซื่อจูช่วยประคองให้ลงจากรถม้า เพราะไม่ชินเลยต้องค่อยๆ ลง หากแต่ภาพที่นายทหารทุกคนเห็นนั้นคือภาพร่างบางที่ลงจากรถม้ามีความงดงามและสง่าเสียจนทุกคนตกภวังค์ลืมกระทั่งการซ้อมส่วนตัวต้นเหตุนั้นนะหรือไม่ได้รู้สึกตัวเพราะสิ่งที่อวี้หลิงสนใจคือตระกล้ามื้อกลางวันของพี่ชาย

“ซื่อจูเราต้องไปทางไหน” หันไปถามคนสนิทด้วยน้ำเสียงร่าเริง รอยยิ้มบางถูกประดับบนใบหน้างดงามเป็นอาหารตาให้แก่เหล่าทหาร

“พวกเจ้าไม่ฝึกกันรึไง ทหารทุกคน วิ่งรอบค่ายสิบรอบ”

“ขอรับ!!” เสียงกัมปนาทของรองแม่ทัพทำให้ทาหารทุกคนในลานแตกกระเจิง อวี้จิ่งเลือดขึ้นหน้าทันทีเมื่อเดินออกจากเรือนบัญชาการแล้วเห็นพวกทหารน่าตายพวกนั้นจ้องมองน้องชายของเขาอย่างไม่วางตาไหนจะหน้าตาเคลิบเคลิ้มนั่นอีก มันน่าสั่งให้วิ่งอีกสักสิบรอบ

“พี่ใหญ่ ข้าทำอาหารมาส่ง” จากใบหน้าทะมึงดุจยักษ์ก็เปลี่ยนทันทีเมื่อก้มลงคุยกับน้องชาย

“พี่หิวอยู่พอดีเลย ตามพี่มาเถอะ” อวี้จิ่งฉวยตระกล้ามาถือเองพร้อมกับโอบไหล่เล็กของน้องชายให้เดินตามมา นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองรอบๆ อย่างสนอกสนใจ ข้างในดูโอโถงและกว้างขวางมีเพียงห้องกว้างๆ คงเป็นไว้หารือ พี่ใหญ่พาเดินเลี้ยวซ้ายผ่านห้องอีกสองห้องจึงพาเข้าห้องซ้ายมือ คงเป็นห้องทำงานของพี่ใหญ่ ด้านหลังมีม้วนไม้ไผ่อยู่มากมายบนชั้นจนอัดแน่น บนโต๊ะทำงานก็เต็มไปด้วยเอกสารที่กองอยู่ พี่ใหญ่นั่งลงที่โต๊ะกลมกลางห้อง

“ไม่เห็นเจ้าต้องมาด้วยตนเองเลย ให้คนมาส่งก็ได้”

“ข้าอยากมาหาพี่ใหญ่ด้วยขอรับ งานพี่ใหญ่หนักมาหรือไม่” ผมถามพร้อมกับเปิดตระกล้าหยิบอาหารขึ้นมาจัดบนโต๊ะ

“แล้วเจ้าทานรึยัง”

“ยังขอรับพี่ใหญ่”

“งั้นทานกับพี่ที่นี่ แล้วค่อยกลับบ้านพร้อมกัน” พอได้ยินว่าจะกลับพร้อมกัน ผมดีใจจนไม่เก็บอาการรีบส่งตะเกียบให้พร้อมกับคีบเนื้อส่งให้อย่างเอาอกเอาใจ แอบเห็นพี่ใหญ่ส่ายหัวเบาๆ น้องไม่ได้ทำอะไรผิดนะแค่อยากอยู่เล่นที่นี่

“จานนี้อร่อยมากมันคืออะไรหรือ” อวี้จิ่งชี้ตะเกียบไปยังจานที่เป็นแป้งห่อผักและเนื้อสัตว์ไว้ข้างๆ มีน้ำจิ้มรสจัดวางข้างๆ

“ก๋วยเตี๋ยวลุยสวยขอรับ พี่ใหญ่ชอบหรือ”

“อืมรสชาติดีแถมพี่ยังไม่เคยเห็นเสียด้วย” ในใจผมนี่อุทานว่าแย่แล้ว ผมส่งยิ้มกว้างให้พี่ชายแล้วคีบเนื้อตุ๋นใส่ถ้วย ทำเนียนลืมๆ คำถามของพี่ชาย จะให้บอกว่าอะไรล่ะเพราะอาหารที่ทำก็เป็นอาหารไทยทั้งนั้น หลังจากทานเสร็จผมก็เก็บทุกอย่างใส่ตระกล้าแล้วส่งซื่อจูนำกลับบ้านไปก่อน พี่ใหญ่ไปทำงานที่โต๊ะใบหน้าหล่อเหลานั้นเคร่งเครียดคิ้วหนาขมวดแน่น ดูจริงจังคงเป็นงานที่เครียดมาก ผมหยิบเอาถุงชาเดินออกจากห้อง แล้วคว้าตัวนายทหารคนหนึ่งว่าอยากได้กาน้ำชาแต่ขอแค่น้ำร้อนเท่านั้น

“นี่ขอรับ”

“ขอบคุณมาก” ผมรับถาดมาแล้วเดินกลับเข้าห้อง นำถุงที่เก็บไว้ในแขนเสื้อออกมา แกะห่อผ้าเล็กๆ ออกมา ผมหยิบดอกไม้แห้งลงสองหยิบและใบไม้แห้งอีกหนึ่งหยิบห่อใสถุงใส่ชาที่เย็บไว้แล้วแช่ลงในกาน้ำชา ทิ้งไว้ประมาณหกนาทีแล้วค่อยเทชาลงใส่ถ้วยชา กลิ่นหอมของดอกคาโมมายล์และมิ้นต์ ที่ผมเก็บแล้วตากแห้งไว้

“พี่ใหญ่ ข้าชงชามาให้” เพราะเห็นท่าทางเครียดหวังว่าชาที่ผมทำจะช่วยให้พี่ใหญ่ไม่เครียดจนเกินไป

“หอมมาก” สีหน้าดูผ่อนคลายลง ผมก็กลับไปนั่งที่เดิมจิบชาไปด้วย เห็นเอกสารงานเยอะผมไม่อยากยุ่งและอยากรู้อยากเห็น

“กลิ่นอะไรกัน หอมจริงว่าอย่างนั้นหรือไม่ พี่สาม”

“อืม” เสียงทุ้มพูดคุยภายนอกห้องเรียกความสนใจของทั้งผมและพี่ใหญ่ ไม่นานร่างสูงใหญ่สองคนก็มาอยู่ในครรลองสายตา บุรุษผู้หนึ่งสูงสง่าสวมชุดสีครามใบหน้าประดับรอยยิ้มตลอดเวลาเพียงแต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา ส่วนอีกผู้หนึ่งนั้นสูงกว่าเล็กน้อยร่างใหญ่กว่าหากแต่ใบหน้านั้นเย็นชาแต่ยังไม่สู้แววตาดุจเหยี่ยวคู่นั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ

ทำไมใส่ชุดสีเดียวกันกับผมเลยล่ะ

“ถวายพระพรชินอ๋อง เว่ยอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อพี่ใหญ่ลุกขึ้นทั้งยังนามที่เอ่ยออกมาทำให้ผมต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นถวายพระพรทั้งสองพระองค์

“นั่งลงเถอะ เปิ่นหวางแค่ได้กลิ่นหอมเลยตามเข้ามา กลิ่นอะไรหรือท่าแม่ทัพ” เว่ยอ๋องพูดถึงกลิ่นหอม ผมก็ก้มมองถ้วยชาในมือ

“เป็นชาที่น้องชายกระหม่อมชงพ่ะย่ะค่ะ” ปล่อยให้ผมนั่งเงียบๆ ได้ไหม แต่เมื่อพี่ใหญ่แนะนำว่าเป็นฝีมือของผมก็เลยต้องอธิบาย

“เป็นชาที่กระหม่อมชงเอกพ่ะย่ะค่ะ ชงจากดอกคาโมมายล์และใบ ป้อเหอ (ใบมิ้นต์) พ่ะย่ะค่ะ”

“ใบป้อเหอรึ”

“ใช่แล้วพะยะค่ะแถมยังรสชาติดียิ่ง” โอ๊ยพี่ใหญ่ท่านอย่าพึ่งอวยน้องตอนนี้ได้ไหม เมื่อเว่ยอ๋องได้ยินว่ารสชาติดีก็หันมาทางร่างบาง ที่ในความทรงจำของพระองค์นั้นยังจำได้ว่าบุตรชายคนเล็กของราชครูไป๋ยังตัวน้อยอยู่เลยไม่คิดว่าจะโตขึ้นมางดงามเยี่ยงนี้

“หลิงเอ๋อร์ เปิ่นหวางยังจำสมัยเจ้ายังเยาว์วัยได้อยู่ ไม่คิดว่าเจ้าจะเติบโตถึงเพียงนี้และยังมีความรู้เรื่องชา” ยิ่งเห็นอาการลุกลี้ลุกลนของเด็กน้อยตรงหน้า เว่ยหลงรู้สึกเอ็นดูเพราะเมื่อครั้งยังเด็กเคยได้เล่นกับน้องชายเพื่อนคนนี้

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้เพียงเล็กน้อย หากพระองค์ไม่ถือสาความรู้น้อยนิด กระหม่อมจะชงถวายพ่ะย่ะค่ะ” เว่ยอ๋องพยักหน้าอนุญาต ร่างบางเลยวานนายทหารที่ยืนอยู่หน้าประตู ว่าขอชุดชามาอีกชุดไม่นานทหารก็เอาชุดมาให้

“นี่พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อวางถ้วยชาให้เว่ยอ๋องเสร็จพอหันมาเจอบุรุษที่นั่งข้างๆ ทำไมต้องทำหน้านิ่งหน้าตาน่ากลัวขนาดนั้นด้วยเล่า เพราะในร่างนี้คือเป็นหนึ่ง หากเป็นอวี้หลิงคนเดิมคงไม่กล้าสบตากับสายตาดุแบบนี้

“ชาพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อถวายชาเสร็จผมก็กลับไปนั่งที่ปล่อยให้บุรุษสูงศักดิ์ทั้งสองคนแล้วกลับไปนั่งทียกถ้วยชาจิบ ดวงตากลมชำเลืองมองเมื่อทั้งสองคนจิบชา เว่ยอ๋องนั้นดูพอใจแต่กับชินอ๋องนั้น.....ผมดูไม่ออก

“รสดีอย่างที่อวี้จิ่งว่า”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ หากพระองค์ชอบไว้กระหม่อมจะทำแล้วฝากพี่ใหญ่ให้นำมาถวาย”

“ดียิ่ง” ผมยิ้มกว้างเมื่อมีคนชอบสิ่งที่เราทำแล้ว แต่เมื่อพี่ใหญ่เห็นก็เอ่ยลาแล้วลุกขึ้นลากตัวผมกลับทันทีโชคดีที่ยังได้ทำความเคารพก่อนที่จะโดนลากออกมา ไม่มีรถม้าแล้วจะกลับยังไงอย่าบอกนะว่าขึ้นม้าความสูงเกือบสองเมตรนั่นเหรอ

“พี่ใหญ่อย่าบอกข้านะว่าท่านจะ..”

“ใช่พี่จะพาเจ้าขี่ม้ากลับ” โอ้วพระเจ้าผมจะมีชีวิตรอดไหมหากจะขึ้นม้าแบบนี้ ตัดสินใจพยักหน้าให้กับพี่ชายว่าตัดสินใจแล้ว พี่ใหญ่อุ้มผมขึ้นนั่งบนหลังม้าก่อนที่พี่ใหญ่จะขึ้นหลังม้า ผมนั่งเกร็งบนหลังม้าจนพี่ใหญ่รั้งเอวให้ผมพิงแผ่นอกกว้าง เมื่อเริ่มชินแล้วผมก็รู้สึกสนุกกับการนั่งชมวิวบนหลังม้าจนมาถึงหน้าจวนพี่ใหญ่ลงจากหลังม้าแล้วอุ้มผมลงอ่า ปวดเอวชะมัดเลยต้องเดินเกาะแขนใหญ่เจ้าจวน

สาบานต่อพระเจ้าเลยว่าผมจะไม่ขึ้นนั่งบนหลังม้าอีกแล้ว

.

.

หลังจากการไปส่งมื้อกลางวันพี่ใหญ่ก็ติดใจจนผมต้องเข้าครัวทุกมื้อเที่ยงเพื่อส่งให้กับพี่ชายและเมื่อพี่รองกับท่านพ่อรู้ก็เรียกร้องแถมยังประท้วงด้วยการงอนผมอีก ผมเลยต้องง้อด้วยการทำให้ทั้งสามคนเพราะอย่างนั้นการอยู่ในจวนก็ไม่หน้าเบื่ออีกต่อไป และการได้ทำอะไรให้กับครอบครัวทำให้ผมมีความสุข

“ซื่อจูอันนี้ให้คนไปส่งให้พี่ใหญ่ อ่า อย่าลืมกล่องสองกล่องนี้แจ้งกับพี่ใหญ่ว่าข้าฝากมอบให้เว่ยอ๋องและชินอ๋อง” จัดแจงอาหารใส่ตระกล้าและกล่องไม้บุผ้าขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือที่ผมสั่งให้คนทำข้างในบรรจุถุงชาไว้จำนวนยี่สิบถุงโดยกำชับว่ากล่องชาสีครามนั้นเป็นของเว่ยอ๋องและสีมุกนั้นเป็นของชินอ๋อง และให้องครักษ์แยกนำไปส่งให้ทั้งท่านพ่อและพี่รองเพราะผมคงจะเข้าในวังไม่ได้ แค่ทำอาหารให้กับทุกคนในทุกมื้อชีวิตผมก็ไม่ว่างแล้ว

อ่า

ชักคิดถึงชีวิตว่างๆ จิบชาอ่านหนังสือแล้วสิ

.

.

นิ้วเรียวลูบกล่องไม้บุผ้าไหมสีมุกไพล่คิดไปถึงดวงตากลมโตที่กล้าสบตาอย่างไม่หวาดกลัวอย่างที่ทุกคนเคยเป็น ช่างแตกต่างจากคนในความทรงจำเมื่อครั้งได้เจอเมื่องานชมดอกไม้ เมื่อเปิดกล่องออกมากลิ่นหอมก็ลอยออกมา

“อี้กงกง น้ำร้อนหนึ่งกา” อี้กงกงเปิดประตูสั่งขันทีไปนำน้ำร้อนมาให้ ในวังชินอ๋องไม่มีสาวใช้เพราะความยุ่งยากในอดีตไม่นานชาก็ถูกนำมาในห้องหนังสือ

“ให้กระหม่อมชงให้ไหมพะยะค่ะ”

“ไม่ต้อง” โบกมือให้ออกไป เพราะต้องการอยู่คนเดียว ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นมองในกล่องชาในนั้นมีกระดาษขึ้นเล็กกั้นอยู่คงเป็นชาที่แตกต่างกันสินะ เขาหยิบถุงชามาใส่ลงไปในกาแล้วรออย่างที่ไป๋อวี้หลิงเคยทำ ไม่นานกลิ่นหอมก็โชยออกมา เทชาลงถ้วยแล้วจิบเบาๆ เป็นชาคนละอย่างที่เคยได้ทานเมื่อวันนั้น

อืม

รสดีจริงๆ

ช่างเป็นคนที่ชวนให้สนใจจริงๆ

.

.

หลังจากที่ราชโองการออกมาผ่านไปได้หนึ่งเดือนท่านพ่อก็ไม่ต้องเข้าวังแต่เช้าเพื่อเข้าร่วมประชุมตอนเช้า พี่ใหญ่ก็เตรียมตัวที่จะไปประจำที่บ้านเกิด พี่รองวันนี้กลับมาที่จวนเพราะต้องมาช่วยขนย้าย จวนนี้พี่รองยังคงกลับมาอยู่ดูแล เมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทางพร้อมกับขบวนทหารจากค่ายพยัคฆ์ที่ไปพร้อมกับพี่ใหญ่

“ซื่อจูข้าคงคิดถึงที่นี่” ผมยืนที่ระเบียงเรือนที่อาศัยอยู่มาเดือนกว่าๆ นี้ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมก็ผูกพันกับมันเสียแล้ว เมื่อถึงเวลาผมก็ขึ้นรถม้า ท่านพ่ออยู่อีกคันส่วนพี่ใหญ่จะไปสมทบกันที่ประตูเมืองหลวง ที่น่าตกใจคือเมื่อวันก่อนพี่รองนำของที่ได้รับมาจากเว่ยอ๋อง เป็นม้วนผ้าไหมชั้นดีหลายพับโดยบอกกับพี่รองมาว่าตอบแทนชารสดีที่ผมฝากไปให้ทุกๆ อาทิตย์ ซึ่งมันก็ดูเป็นการตอบแทนที่มากมายเหลือเกิน ส่วนอีกคนนั้นนะเหรอช่างเถอะ ผมไม่ได้ทวงบุญคุณอะไรแต่ก็ฝากไปคู่กันทุกๆ สองอาทิตย์ ส่วนอดีตคู่หมั้นนะเหรอครับเห็นว่าทีแรกก็ไปโวยวายกับองค์ฮ่องเต้แต่ว่าเมื่อราชโองการออกมาแล้วก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องอะไร อันนี้พี่รองแอบกระซิบผมมา

ขณะที่คิดอะไรเพลินๆ รถม้าหยุดซื่อจูที่ลงมาจากด้านหน้าแล้วเปิดม่านรถม้าแล้วแจ้งว่าผมต้องลงจากรถม้าเมื่อลงมาผมก็เห็นขบวนคนที่มาส่ง พี่รองยืนเยื้องกับบุรุษผู้หนึ่งที่มีรัศมีที่ทำให้รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา ข้างซ้ายยังมีเว่ยอ๋องถัดมาเป็นอดีตคู่หมั้น ผมขยับไปยืนข้างๆ ท่านพ่อ

“ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ”

“เจิ้นมาส่ง แม้จะเสียดายที่ต้องให้ท่านกลับบ้านก็เถอะ” ผมก้มหน้าลงแอบยิ้มมุมปาก

“พระองค์ก็ทรงยึดลูกชายคนรองของกระหม่อมไปแล้ว แค่นี้จะทำให้หม่อมฉันหน่อยไม่ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ” อยากจะหลุดขำกับการที่บิดาทำตัวเหมือนหวงพี่รองแต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรจริงจังพระองค์ทรงพูดคุยกับท่านพ่ออีกสองสามประโยคก่อนที่จะหันมาทักผม

“หลิงเอ๋อร์ เจิ้นไม่ได้เจอเจ้านานมาก”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“อ้อ ชาที่เจ้าทำรสดีมาก เจ้าไปไกลเจิ้นคงไม่ได้มีโอกาสได้ชิมอีกแล้ว” พระองค์ยกยิ้มเอ็นดู พระองค์ยังดูหนุ่มและหล่อมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อยากจะลากก.ไก่ยาวเท่ากำแพงเมืองจีน

“ทรงให้พี่รองทำถวายได้พ่ะย่ะค่ะ” ยกยิ้มล้อๆ ส่งให้ซึ่งพระองค์ทรงหัวเราะเสียงดัง แล้วหันไปพูดคุยกับบิดาเป็นการเว่ยหลงถึงได้โอกาสมาคุยกับอวี้หลิง

“ที่นั่นหน้าหนาวหนาวกว่าเมืองหลวงเจ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ”

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเป็นห่วงหม่อมฉันจะเตรียมตัวให้พร้อม”

“ดียิ่ง”

“สำหรับผ้าไหมหม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาทมากพ่ะย่ะค่ะ”

“เปิ่นหวางดีใจที่เจ้าชอบ” หลังจากนั้นเว่ยอ๋องก็หันไปคุยอับฉินอ๋อง แม้อีกฝ่ายจะอยากเข้ามาคุยกับผมก็ตาม พี่รองเดินมาหาพร้อมกับดึงตัวผมเข้าไปกอด

“ไปอยู่ที่โน้นดูแลตัวเองให้ดีนะและดูแลท่านพ่อด้วย”

“พี่รองก็เช่นกันหากพระองค์ทรงใช้งานหนัก พี่รองก็หนีไปหาข้าเลยนะขอรับ” ผมเย้าพี่รองเล่นและก็ได้รอยบีบบนแก้มเป็นการตอบแทน ล่ำลาจนเสร็จก็ถึงเวลาเดินทางผมขึ้นนั่งบนรถม้าเปิดม่านมองกำแพงเมืองจนลับสายตา



RW 18/6/2562
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-06-2019 13:17:54 โดย Letter123 »

ออฟไลน์ lovenine

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #15 เมื่อ18-05-2019 19:49:30 »

สนุกจร้า ติดตามๆ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3380
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #16 เมื่อ18-05-2019 19:55:44 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-2
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #17 เมื่อ18-05-2019 21:18:57 »

ชีวิตน้องได้เริ่มต้นใหม่แล้ว~

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #18 เมื่อ19-05-2019 03:33:15 »

ติดตามจ้า อ่านแล้วสนุกมาก รอติดตามชีวิตในภพนี้ของน้อง

ออฟไลน์ patee

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3732
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-3
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #19 เมื่อ19-05-2019 22:15:57 »

สนุกมากค่ะ  :L2: :L2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
« ตอบ #19 เมื่อ: 19-05-2019 22:15:57 »





ออฟไลน์ shiroinu

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 308
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #20 เมื่อ20-05-2019 06:35:35 »

อ่านๆไปแล้วก็เริ่มคิด ใครเป็นพระเอก :m28: อิพี่ๆหวงน้องขนาดนี้เป็นพระเอกไปเลย55555 :laugh:

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #21 เมื่อ20-05-2019 23:17:47 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #22 เมื่อ21-05-2019 08:34:19 »

 :L2: :pig4:
+1 ไปเลย :mew1:

ออฟไลน์ noozzz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-2
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #23 เมื่อ21-05-2019 11:43:34 »

ช่วยลำดับหน่อย
เจิ้น=ฮ่องเต้
องค์ไทจือ=น้องฮ่องเต้คนแรก
ชินอ๋อง=น้องฮ่องเต้คนที่2
ใช่ไหมเอ่ย?

ออฟไลน์ greenapple

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1117
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-5
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #24 เมื่อ21-05-2019 11:54:20 »



เพิ่งเข้ามาอ่านๆรวดเดียวจบเลยค่ะ

ชอบมาก มาต่อไวๆนะคะ

 :mew1:

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #25 เมื่อ21-05-2019 12:45:07 »

สนุกค่ะ
ติดตามต่อ

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ shiroinu

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 308
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #26 เมื่อ21-05-2019 13:27:42 »

ช่วยลำดับหน่อย
เจิ้น=ฮ่องเต้
องค์ไทจือ=น้องฮ่องเต้คนแรก
ชินอ๋อง=น้องฮ่องเต้คนที่2
ใช่ไหมเอ่ย?
เจิ้นคือคำเรียกแทนตัวของกษัตริย์ค่ะ
ส่วนองค์ไทจื่อน่าจะเป็นองค์รัชทายาทหรือลูกชายของฮ่องเต้หรือเปล่าคะ น่าจะเป็นหลานของชินอ๋อง เพราะเห็นมีประโยคที่พูดว่า ท่านอา ได้กลิ่นหอมหรือไม่

ออฟไลน์ yochiki1404

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #27 เมื่อ22-05-2019 01:53:11 »

เพิ่งมีโอกาสได้ตามอ่าน สนุกมากค่ะมาต่อเร็ว :mew1:

ออฟไลน์ อิ๊อ๊ะชะเอิงเอย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #28 เมื่อ23-05-2019 00:00:40 »

เป็นคนไทยหลงไปโลกคล้ายๆจีนแล้วพูดไทยหรือจีนคะ
ถ้าพูดจีนนายเอกพูดได้อยู่แล้วหรือว่ายังไง
คือเคยอ่านแต่จีนย้อนไปจีนไม่ก้ไทยย้อนไปไทย
แต่ย้อนข้ามประเทศแบบนี้เพิ่งเคยอ่านค่ะ
อันนี้สงสัยมากค่ะ :ruready

ออฟไลน์ Letter123

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-2
Re: ข้าไม่อยากแต่ง!!! ตอนที่ 3 18/5/2562
«ตอบ #29 เมื่อ23-05-2019 06:31:30 »

เป็นคนไทยหลงไปโลกคล้ายๆจีนแล้วพูดไทยหรือจีนคะ
ถ้าพูดจีนนายเอกพูดได้อยู่แล้วหรือว่ายังไง
คือเคยอ่านแต่จีนย้อนไปจีนไม่ก้ไทยย้อนไปไทย
แต่ย้อนข้ามประเทศแบบนี้เพิ่งเคยอ่านค่ะ
อันนี้สงสัยมากค่ะ :ruready

ใช้ความสามารถของเจ้าของร่างค่ะ​ อีกอย่างที่นี่เหมือนเป็น​โลกคู่ขนานมากกว่าค่ะ​ 

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด