...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 18...=> หน้าที่ 31 (02/05/2019)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 18...=> หน้าที่ 31 (02/05/2019)  (อ่าน 61880 ครั้ง)

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-0
5555 สงสารคุณพิทักษ์ ทำไมจิณณะทำร้ายพี่แบบนี้
คือแย่แน่ แต่เชื่อว่าทิศเอาอยู่ค่ะ
ถึงจิณจะร้ายยังไง ไม่น่าสู้ทิศไหว
รอทิศออกโรงค่ะ  :hao7:

แต่หนักกว่าตอนนี้ คือต้องพาไปเจอคุณย่าก่อนไหม

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1671
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-1
โอ๊ยยยยชอบบบบ ปลัดตัวแสบ .. คืออ่านไม่อยากให้จบตอนเลยจริงๆ แนวนายเองลุยๆ บู๊ๆ นี่เราชอบมากเลย .. พี่ทิศอ่อนโยนกับน้องบ้าง 55555 นั่นน้องจิณ แฟนคลุมเครือของพี่ทิศเอง 5555  :laugh:

“ถ้าเป็นความลับราชการ ก็ไปให้ข้าราชการช่วยสิ” 555555  :m20:  หูยยยย 10 เต็ม 10 ไปเลยจ้าาาพี่ทิศของน้องจิณ 5555

นับวันนับคืนรอเลย อยากให้ถึงทุกวันพฤหัสฯ เร็วๆ  :mew1:

ออฟไลน์ sapphire_yaoi

  • Because A True Love Never Die
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เขามาอ่านเรื่องใหม่ของพี่บัวคร่าส <3 เปิดเรื่องมาได้น่าติดตามมาก ลุ้นน้องปลัดว่าจะแสบได้ถึงขั้นไหน 555 o13

ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
อยากให้ลงนิยายทุกวันเลยค่ะ ชอบมาก

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
่นายเอกของคุณบัวตัวแสบทั้งนั้นแหละค่า แต่ท่าทางปลัดจิณจะแสบมากกว่าใคร
ขอเตือนนะคะพี่ทิศ ระวังหลงตัวแสบจนโงหัวไม่ขึ้น

ออฟไลน์ WilpeR

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1541
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-2
วิธีแก้ปัญหาฉบับตัวแสบมากค่ะ 5555

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
เตรียมยาดมรอให้คุณย่าเลย จิณนี่แสบจริงๆ 5555555

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4
ความมันส์กำลังมา  :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ JanTi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 72
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ตาจิณนีืแสบไม่เบาแบบนี้พี่คุน้องไหวไหมน้า ตามลุ้นค่ะ :hao3:

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
แสบกว่าทุกเรื่องนะ นายเอกเรื่องนี้ ยังคิดถึงของขวัญ  พี่โต  ฝังจิต ฝังใจ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1151/-5
ไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ ทั้งจิณณะ ทั้งคุณย่า และพิทักษ์ คุณย่าก็คิดว่าตนเองมีอำนาจสามารถชักใยใช้ใครก็ได้ จิณณะเองก็คิดว่าวิธีที่ตัวเองเลือกนี้จะประสบผลสำเร็จ ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร แต่คนที่ลั่นวาจาว่าให้เรื่องจบเมื่อทุกอย่างสมตามหวังของจิณณะแล้วนั้น คือพิทักษ์ ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าถ้าพูดแบบนี้ออกไป ร้อยทั้งร้อยก็ต้องกลืนคำพูดตัวเอง เอาเป็นว่า ทุกคนอยู่ในกำมือของจิณณะทั้งนั้น

รอดูต่อไปค่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอบคุณคุณบัวสำหรับอัปเดตนี้นะคะ ^___^

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3941
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
คุณปลัดเราแสบจริงๆ

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1607
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
น้องจิณนิสัยเหมือนคุณย่ามากๆ

พี่ทิศใจดีกับน้องจิณหน่อยนะ

ออฟไลน์ PsychePie

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 272
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
นิยามสั้นๆ ตามพี่ทักเลย "ตัวแสบ"

ออฟไลน์ borntobeyours

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ถ้าคุณย่ารู้จะหัวใจวายมั้ย5555555 แต่ขำอะ อ่านแล้วได้ฟีลจอมขวัญกับพี่โต ฮื่อ คิดถึงมากๆ รอนะค้า

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14053
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +413/-25
มารอค่าาาาาา

ออฟไลน์ Tuffina

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
วิ่งตามมาอ่านนิยายคุณบัวค่ะ เรากล้าพูดได้เต็มปากเลยค่ะว่านิยายคุณบัวเป็นสิ่งเยียวยาจิตใจเราเวลาที่เราเหนื่อยได้มากๆ เราอมยิ้มทุกครั้งที่ได้อ่านนิยายดีๆสวยงามของคุณบัว เป็นกำลังใจให้นะคะ :L1:

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1367/-8
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
ตอนที่ 3


จิณณะวางสายจากมารดาแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รอยยิ้มจางปรากฏที่มุมปาก


ไม่คิดมาก่อนว่าโลกจะแคบขนาดนี้ หลังจากกระเหี้ยนกระหือรือไปทานข้าวเที่ยงกับพิทักษ์ที่สนามกอล์ฟตลอดทั้งสัปดาห์ แถมลากเอาคนหน้าตาหงุดหงิดไปงานศพของทองสุกจนกระทั่งวันเผา เรื่องก็ถึงหูคุณกอบกุลจนได้


แต่พอคิดถึงเรื่องที่มารดาโทร.มาบอกให้เขาเข้ากรุงเทพฯสุดสัปดาห์นี้ เพราะคุณย่าเรียกตัว จิณณะก็ชักคิดหนัก เขาจะกลับไปพบหน้าอย่างไรดีให้ ‘ปัง’ ที่สุด


แน่นอนว่าถ้าจะเอาให้อลังการงานสร้างก็ต้องลากเอาพิทักษ์ไปด้วย แต่รายนั้นจะร่วมมือหรือ


ไม่สิ...ประเด็นไม่ใช่ว่าพิทักษ์จะร่วมมือด้วยหรือไม่ แต่ประเด็นคือเขาจะทำอย่างไรให้พิทักษ์ยอมร่วมมือ


เสียงเคาะโต๊ะและแรงสะเทือนทำเอาคนกำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองได้สติ เขาเงยหน้ามองถึงได้เห็นเพื่อนปลัดยืนยิ้มแต้


วรชิต เป็นปลัดอำเภอ แต่อยู่ฝ่ายปกครอง วันนี้ไม่ได้ออกตรวจที่ไหนก็เลยอยู่ให้เห็นหน้า


“เที่ยงแล้วไอ้จิณ ไปกินข้าว” จิณณะเลิกคิ้วแล้วเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนัง


“หรือว่ามีนัดกินที่อื่น?” แม้จะไม่ค่อยอยู่ที่ว่าการ แต่เรื่องก็ถึงหูวรชิตอยู่ดี เขาทำหน้าล้อเลียนเพื่อนร่วมงาน ทว่าจิณณะกลับยิ้มขัน


“ก็...ช่วงโปรโมชั่น” คราวนี้คนฟังถึงกับทำตาโต


“เฮ้ย เอาจริงดิ! นี่กูได้ยินถูกใช่ไหม”


“ได้ยินอะไรมา” จิณณะย้อนถาม ควานหากุญแจรถในกระเป๋ากางเกง


“ได้ยินว่ามึงไปแดกข้าวเที่ยงที่สนามกอล์ฟกับ...เจ้าของสนาม”


“อาฮะ ก็ได้ยินมาถูก”


“แล้วที่มึงพูดเมื่อกี้...ช่วงโปรโมชั่น...นี่...หมายความว่า...”


“หมายความว่าช่วงนี้กูจะไปกินข้าวเที่ยงด้วยไม่ได้นะ ฝากบอกคนอื่นด้วย” คนพูดตาระยิบเปล่งประกาย แต่คนฟังกลับตาโตอ้าปากค้าง


“จิณ...นี่มึง...” จิณณะยิ้ม ตีหน้าใส ก่อนจะผายมือออกสองข้างเหมือนเปิดตัวเต็มที่


“มีแฟนไง” ชัดถ้อยชัดคำ ไม่ต้องถามอะไรเพิ่ม วรชิตกะพริบตาปริบๆ


“ไปล่ะ ต้องไปกินข้าวกับแฟนก่อน แล้วไว้เจอกัน” คนมีแฟนเดินผิวปากออกจากที่ว่าการอำเภอไปขึ้นรถของตนเองแล้ว แต่วรชิตเพิ่งจะได้สติ และต้องใช้เวลาอีกหลายนาทีเพื่อหาว่าลิ้นตัวเองอยู่ตรงไหนในปาก


‘มีแฟนไง’


‘ต้องไปกินข้าวกับแฟนก่อน’


‘…ฝากบอกคนอื่นด้วย’


นี่เขาควรเริ่มบอกใครก่อนดี!!!

...........................................

รถของปลัดจิณณะเลี้ยวเข้าจอดที่หน้าอาคารทรงเตี้ยซึ่งเป็นคลับของสนามกอล์ฟ เขาพยายามโทรศัพท์มาบอกพิทักษ์ก่อนแล้วว่าจะมาทานมื้อเที่ยงด้วย แต่อีกฝ่ายไม่รับ คาดเอาเองว่ารายนั้นคงติดงาน ติดประชุม แต่อย่างไรก็คงรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องมา


ชายหนุ่มในชุดเสื้อโปโลและกางเกงสแล็กก้าวเท้าเข้าไปในคลับ พนักงานที่นี่จำเขาได้แล้ว เพียงแค่ส่งยิ้มทักทายเล็กน้อย พนักงานหญิงคนหนึ่งก็เข้ามาดูแล


“คุณพิทักษ์ยังไม่ลงมาจากออฟฟิศเลยค่ะ”


“งั้นผมขึ้นไปหาเขาเอง”


จิณณะเดินเลี้ยวไปยังลิฟต์ส่วนของออฟฟิศ ชั้นบนสุดเป็นออฟฟิศของสนามกอล์ฟ ยามเที่ยงเช่นนี้ไม่มีพนักงานแล้ว เขาเดินตรงดิ่งไปยังห้องทำงานที่อยู่ด้านในสุด แต่ไม่มีเลขานุการนั่งอยู่หน้าห้อง แม้จะอยู่ในสถานะที่เหมือนจะสนิทสนมกลมเกลียว แต่ปลัดหนุ่มก็มีมารยาท


มารยาที่ว่าคือเคาะประตู 3 ทีแล้วเปิดเข้าไปทันที


แล้วก็...ชะงักอยู่แค่นั้น เมื่อพบว่าพิทักษ์ไม่ได้อยู่ในห้องเพียงลำพังอย่างที่คิด แต่มีหญิงสาวอยู่ด้วย


ชายหนึ่ง หญิงหนึ่งนั่งคุยหัวเราะยิ้มแย้มแจ่มใสกันอยู่ที่ชุดโซฟายาว ดูท่าจะคุยสนุกทีเดียวจนกระทั่งจิณณะมา สีหน้าของเจ้าของห้องทำงานก็คลายยิ้มแล้วหันมาจ้องเขม็งเขาทันที


“โทษที ผมนึกว่าพี่ทิศอยู่คนเดียว” ปลัดหนุ่มออกตัว มารยาทสากลโลกบอกให้เขาถอยออกมา แต่มารยาทของจิณณะเวลานี้คือการไม่ถอย เขายืนคาประตูอยู่อย่างนั้นจนแขกของพิทักษ์ต้องลุกขึ้นยืน


“เอ่อ...จะกลับพอดีเลยค่ะ ไปก่อนนะคะพี่ทิศ” หญิงสาวเอ่ย ก่อนจะหันไปลาชายหนุ่มเจ้าของห้อง


“ไม่ทานข้าวที่นี่หรือ” เจ้าของสถานที่ชวน ทว่าคนถูกชวนกลับรู้สึกว่าคนที่เพิ่งมาใหม่ดูจะไม่อยากให้หล่อนอยู่ร่วมมื้อมากนัก


“ไม่ดีกว่าค่ะ อรจะกลับไปทำงานด้วย”


“ขับรถดีๆ”


หญิงสาวยิ้มรับ ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินมายังประตูห้อง หล่อนส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่ยังยืนคาอยู่ที่ประตู เขายิ้มตอบ ทว่าพอหล่อนก้าวพ้นประตู เขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในพร้อมเสียงพูดที่ดังลอดประตูที่กำลังปิด


“พี่ทิศ เรื่องของเราสองคนถึงหูคุณย่าของผมแล้ว...” อรพิณหันกลับไปมองทันที ทว่าบานประตูห้องทำงานของพิทักษ์ปิดลงแล้ว หล่อนไม่ได้ยินอะไรอีก ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับมากพอที่จะทำให้หล่อนฉุกใจ


...เรื่องของเราสองคน...


เรื่องของพิทักษ์กับผู้ชายคนนั้น


เรื่องอะไร?!

.............................

พอประตูปิดลงหลังจากทิ้งประโยคให้ลอยละล่องออกไปให้คนข้างนอกได้ยินแล้ว จิณณะก็เปลี่ยนเรื่องพูดทันที


“แฟนของพี่หรือ” เขาถาม แล้วเดินไปนั่งที่โซฟาเดี่ยวอีกตัว ไม่ได้แสดงความสนิทสนมเข้าไปนั่งที่เดิมของผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้แต่อย่างใด


“มาถึงนี่มีเรื่องอะไร” พิทักษ์ไม่ตอบในสิ่งที่ถูกถาม เขายังคงไว้ตัว สีหน้าเรียบเฉย และขมวดคิ้ว แตกต่างลิบลับกับภาพที่จิณณะเปิดประตูมาเจอยามอยู่กับผู้หญิงคนนั้น


...สงสัยจะแฟนจริงๆ...


ปลัดหนุ่มยักไหล่ เมื่อคำถามของเขาไม่ถูกตอบ หนำซ้ำยังถูกถามกลับ


...แฟนก็แฟน...แฟนก็ไปเคลียร์กันมาให้เรียบร้อย เพราะหลังจากนี้เรื่องของ ‘เรา’ จะโด่งดัง...


“ผมโทร.หาพี่แล้ว แต่พี่ไม่รับ ท่าทางจะคุยสนุกล่ะสิ” คุยสนุกที่ว่าหมายถึงคุยกับผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้ พิทักษ์พ่นลมหายใจอย่างอึดอัด


“สรุปว่ามาที่นี่มีเรื่องอะไร”


จิณณะเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบาย


“คุณย่าตามตัวผมไปพบวันเสาร์นี้ ผมเลยจะมาชวน...เอ่อ...บอกให้พี่ไปด้วยกัน” ใช้คำว่าชวนไม่ดี เพราะโอกาสสูงมากที่จะไม่ตอบรับคำชวน


พิทักษ์ลุกจากโซฟา เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน


“ผมไม่ว่าง”


“วันเสาร์เนี่ยนะ?!”


“มีผู้ใหญ่จะเข้ามาตีกอล์ฟ ผมต้องมาดูแล”


ข้าราชการหนุ่มทำหน้าหน่าย


“แล้วไง พี่ต้องตามก๊วนท่านๆทั้งหลายไปถึงหลุมที่ 15 เหรอ ดูแลพอเป็นพิธีเสร็จก็ไปพบคุณย่ากับผมสิ” เจ้าของสนามกอล์ฟสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์


“ต้องไปพบกี่โมง”


“ผมว่าจะไปเย็นๆ...” พิทักษ์หันมามองคนพูดที่ดูท่าจะตามสบายเหลือเกิน


“แล้วคุณกอบกุลให้ไปพบกี่โมง” จิณณะเลิกคิ้วเล็กน้อย เกาขมับอีกหน่อย


“เอ?…เห็นแม่บอกว่าเที่ยง...” พิทักษ์ปวดหัวกับคำพูดวกไปวนมาหาจับใจความไม่ค่อยได้ ต้องถามจี้ถึงได้รู้ว่าคุณกอบกุลนัดเที่ยง แต่ตัวหลานชายจะไปเย็น!


ให้มันได้อย่างนี้สิ!


“คืนวันศุกร์ค้างที่ไหน” ปลัดหนุ่มเลิกคิ้วหันมองคนพูด


“ก็...ที่นี่”


“งั้นสิบโมง ผมจะไปรับ”


“รับ? รับที่ไหน?”


“ก็คุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปรับที่นั่น แล้วเข้าไปพบคุณกอบกุลที่กรุงเทพ!” จิณณะกะพริบตาปริบๆ ไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะพูดง่ายขนาดนี้


“แล้วบอกที่อยู่ผมด้วย จะได้ไปรับถูก” คนที่ตั้งใจจะมามัดมือชก กลับกลายเป็นฝ่ายถูกชกเสียเอง โดนพิทักษ์สั่งจนสมองตื้อได้แต่พยักหน้าอย่างไม่มีสติ รู้แต่ว่าเจรจาเสร็จแล้วแบบไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยอมง่ายดาย แล้วพอภารกิจที่ตั้งใจมาที่นี่เรียบร้อย ก็เลยพลอยเป็นลุกขึ้นเพื่อจะได้กลับ


“แล้วนั่นจะไปไหน” เสียงเจ้าของห้องเรียกเอาไว้อีก จิณณะหันกลับมามอง หน้าตางุนงงเหมือนไม่มีสติดี


“เอ่อ...ก็...ก็กลับ...” เป็นอีกครั้งที่พิทักษ์ถอนหายใจ มองหน้าตางุนงงเด๋อด๋าของอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดรำคาญใจ แต่ไหนๆก็ตกปากรับคำว่าจะช่วยแล้ว ต่อให้จะบอกกับมารดาเลี้ยงว่าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยอย่างขอไปที


“กินอะไรรึยัง”


“ย...ยัง...”


“ยังก็ไปกินข้าว” เจ้าของห้องว่าอย่างนั้นก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้ปลัดหนุ่มเดินออกจากห้อง จิณณะยังงุนงง และไม่มีสติ เขาก้าวเท้าเดิน พอพ้นประตูออกมาแล้วถึงได้รู้ว่าพิทักษ์เองก็ตามออกมาด้วย


“พี่...ก็จะไปกินข้าวกับผม?”


“นี่เที่ยงแล้ว ไม่กินตอนนี้จะกินตอนไหน” ไม่ต้องชวน ไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องหลอกล่อ วันนี้พิทักษ์ไปทานข้าวเที่ยงกับเขาแถมเป็นคน ‘ตกลงปลงใจ’ ด้วย


จิณณะมองออกไปนอกหน้าต่างกระจก ก็พบว่าวันนี้ก็ยังคงเป็นอีกวันที่ท้องฟ้าสว่างเจิดจ้า ไม่มีหิมะตกที่เมืองไทยแต่ประการใด แต่...คนข้างกายเขานี่สิ กินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่า?!


...อ้อ...ถ้าจะมีอะไรผิดสำแดงล่ะก็ คงจะเป็นเรื่องที่มีผู้หญิงมาหาถึงนี่...


“แฟนไม่ไปกินด้วย ก็เลยมาชวนผมหรือ ฟังดูผมเป็นชู้แหะ” คนอย่างจิณณะ แม้เมื่อหนึ่งนาทีที่แล้วจะยังยืนงงทำอะไรเด๋อด๋า แต่หนึ่งนาทีต่อมา เจ้าตัวก็สามารถจิกกัดแสบๆคันๆได้ง่ายๆ


“อรไม่ใช่แฟนผม” แสดงว่าผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้ชื่อ ‘อร’ ปลัดหนุ่มจดโน้ตไว้ในใจ


ดวงตาดุของเจ้าของสนามกอล์ฟเหลือบมามองคนข้างกาย


“แล้วคุณก็ไม่ใช่ชู้ของผมด้วย” ปลัดหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก ยิ้มแป้นตาหยี


“ดีครับ สบายใจขึ้นเยอะเลย” พิทักษ์ถอนหายใจเบา ไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ เขาก้าวเท้าเดินในขณะที่มีจิณณะก้าวเท้าตาม แต่ดูเหมือนคนตามจะขยันหาคำพูดมาทำให้เขาตาขวางอยู่ตลอด


“อีกหน่อยเรื่องผมกับพี่ดังจะไปทั่ว ผมจะได้ไม่ตกนรกหลายขุมนัก”


“นี่เพื่อนผมที่ที่ว่าการก็รู้แล้วนะ”


“คุณย่าก็รู้แล้ว”


“จะหยุดพูดได้รึยัง” พิทักษ์หันมาถาม จิณณะยิ้มแล้วชี้ที่มุมปากตัวเอง


“ผมมีไฝที่ปากด้วย พี่เห็นไหม” ราวกับจะบอกว่านี่คือโหวงเฮ้งของคนพูดเก่ง เจ้าของสนามกอล์ฟถึงกับพ่นลมหายใจแรง แต่กลับถูกโอบไหล่ดึงเข้าไปใกล้ ปลัดหนุ่มหัวเราะหน้าตาสดใสดูสนุกที่ทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่าน


“ทนหน่อยหน่า มี ‘แฟนอย่างผม’ ถึงจะหนวกหูแต่สนุกนะ จะบอกให้” พิทักษ์เอี้ยวตัวจะออกจากการโอบของคนพูด แต่มือของจิณณะจิกเหนียวหนึบจนเขาถอดใจ สุดท้ายก็ได้แต่ยอมถูกโอบเดินเข้าลิฟต์ไปทั้งอย่างนั้น


   จิณณะกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิด เขากวาดมองออฟฟิศของสนามกอล์ฟที่เหมือนไร้ผู้คนอีกครั้ง เงาจางๆของหญิงสาวที่แอบอยู่ข้างโต๊ะตัวหนึ่งนั้นยังสะท้อนอยู่บนหน้าต่างกระจก


   เขาเห็นหล่อนตั้งแต่ตอนดูท้องฟ้าแล้ว


   และหวังว่าหล่อนจะได้ยินในสิ่งที่เขาพูดเช่นกัน


   ...บอกแล้วไง ว่าจากนี้ ‘เรื่องของเรา’ จะโด่งดัง!!!!...

................................

   สิบโมงเช้าตามที่นัดแนะเอาไว้เมื่อวานนี้


พิทักษ์ไม่คิดว่าหลานชายของคุณกอบกุลผู้เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตในกรุงเทพฯจะอาศัยอยู่ที่บ้านพักข้าราชการเก่าแก่ของจังหวัด


ชายหนุ่มลงจากรถ แล้วเงยหน้ามองบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนขนาดสองชั้นอยู่อึดใจหนึ่ง เจ้าของบ้านก็เปิดประตูออกมาต้อนรับ


“เข้ามาก่อน ขอผมแต่งตัวแป๊บนึง” จิณณะยังอยู่ในชุดนอนอันได้แก่เสื้อบอลใส่สบายและกางเกงขาสั้นยางยืด หน้าตาผมเผ้าเหมือนเพิ่งลุกจากที่นอน ยิ่งดูยิ่งห่างไกลจากคำว่าหลานชายคุณกอบกุลนัก


คนมาเยือนยามสายก้าวเท้าเดินเข้าไปตามคำเชื้อเชิญ ภายในบ้านไม่ต่างจากภายนอกเท่าไรนัก เฟอร์นิเจอร์แทบทั้งหมดเก่า ดูแล้วเหมือนผูกติดมากับตัวบ้าน จะมีที่ดูใหม่หน่อยก็ไมโครเวฟ


“อยากกินอะไร หาในตู้เย็นได้เลยนะพี่ ขอเวลาเดี๋ยว”


แล้วเจ้าตัวก็วิ่งกลับขึ้นไปชั้นบน ปล่อยพิทักษ์ให้หาที่นั่งเองตามใจชอบ ชายหนุ่มนั่งที่เก้าอี้โต๊ะอาหาร เขากวาดตามองไปรอบๆ แม้จะเก่าแต่ก็สะอาดสะอ้าน ตอนแรกเขาคิดว่าบ้านของจิณณะจะหรูหราแต่สกปรกเสียอีก


...เป็นคนแปลกๆ...


แปลกยังไงไม่รู้ รู้แต่พิทักษ์รู้สึกว่าเขาคาดเดาอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย เป็นหลานชายของเจ้าของธุรกิจพันล้าน แต่กลับมารับราชการ เท่านั้นไม่พอ ยังอาศัยอยู่ในบ้านพักราชการที่สภาพแตกต่างลิบลับกับบ้านที่เติบโตมา ดูเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ถึงไหนถึงกัน แต่กลับไม่ใช่คนมักง่ายสกปรกเลอะเทอะ


เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ก้าวลงบันได ทำให้ชายหนุ่มดึงตัวเองออกมาจากภวังค์ ทว่าพอเขาหันไปเห็นเจ้าของบ้านก้าวเท้าลงจากบันไดมาเหยียบพื้น พิทักษ์ก็ถึงกับชะงักไปอีก


“นี่จะไปไหน”


ดวงตาคมกวาดมองตั้งแต่เสื้อแจ็กเก็ตสีแสบสัน กางเกงยีนส์ขาดวิ่น ไหนจะกระเป๋าคาดเอวแบรนด์เนมหรา อ้อ...สวมแว่นกันแดดฉาบปรอทด้วย


“ไปหาย่าผมไง” คนแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากแคทวอล์กตอบพลางยิ้มหวานเจี๊ยบ


“ไปเปลี่ยน” พิทักษ์พูดสั้นเรียบ แต่อารมณ์ชักกรุ่น นี่คือเหตุผลสนับสนุนว่าทำไมเขาถึงคิดว่าคนอย่างจิณณะเป็นมนุษย์ที่คาดเดาไม่ได้!


“เปลี่ยนทำไม ผมไม่ได้แต่งตัวโป๊นะ”


“ไปเปลี่ยน” ให้ตายเถอะ เขาไม่เคยต้องพูดซ้ำซากกับใครเท่าจิณณะเลย!


“นี่ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่นับนาฬิกาก็เกินแสนมาไกลแล้วนะ”


“บอกว่าให้ไปเปลี่ยน!” คนถูกดุทำเสียงจิ๊จ๊ะ


“เปลี่ยนก็ได้! ไม่มีรสนิยมเอาซะเลย!” แล้วคนรสนิยมดีเยี่ยมก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นบันได พิทักษ์พ่นลมหายใจหนัก พลางส่ายศีรษะ เฝ้ารออยู่อึดใจหนึ่ง คนที่เขาสั่งให้ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็กลับลงมาอีกครั้ง


ไม่มีแว่นตากันแดดฉาบปรอท ไม่มีเสื้อแจ็กเก็ตสีแสบ กางเกงขาดวิ่นและกระเป๋าคาดเอว


มีเพียงเสื้อยืดลายมิกกี้เม้าส์กับกางเกงยีนส์สีซีด ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย เหมือนเจ้าตัวดึงเสื้อตัวเดิมออกจากหัว สวมเสื้อตัวใหม่กลับเข้าไป แล้วก็ลงมาจากห้องเลย


“ผมเหลือเสื้อยืดตัวนี้ตัวเดียว!!” คนใส่เสื้อยืดมิกกี้เม้าส์ออกปากเสียงแข็งแถมตาขวาง พิทักษ์กวาดตามองสารรูปของคนพูดอีกรอบหนึ่งแล้วก็ทำใจ


เอาเถอะ...พอไปวัดไปวา


คนมารับไม่อยากพูดอะไรให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ เพราะสีหน้าของเจ้าของบ้านที่ถูกเขาสั่งให้เปลี่ยนเสื้อผ้าก็หงุดหงิดมากพออยู่แล้ว


ต่างคนต่างไม่พูดอะไร พิทักษ์เดินนำออกจากบ้าน ส่วนเจ้าของบ้านเดินตามหน้าหงิก ปิดประตูล็อกกุญแจเรียบร้อยก็ขึ้นรถ


รถเบนซ์ของพิทักษ์เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านพักราชการเก่าๆ ตลอดทางเงียบกริบไม่มีแม้แต่เสียงกวนประสาทจากคนชอบหาเรื่อง คนขับเองก็รู้ตัวว่ากำลังถูกหงุดหงิด เขาตัดสินใจเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันที่มีร้านค้าและร้านกาแฟ


“ผมจะซื้อกาแฟ จะเอาอะไรไหม” เขาปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันไปถามคนที่นั่งข้าง


“ไม่” เป็นการตอบคำถามที่ไม่มองหน้าสักนิด พิทักษ์เองก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้ เขาไม่ถามอะไรอีก เปิดประตูลงจากรถเดินเข้าร้านกาแฟ หายเข้าไปพักหนึ่งก็ออกมาพร้อมกาแฟดำ ช็อกโกแลตเย็น และแซนวิชหนึ่งกล่อง เขากลับขึ้นรถแล้วส่งแก้วช็อกโกแลตเย็นให้ จิณณะกะพริบตาปริบๆมองแก้วในมืออีกฝ่ายที่ยื่นมาตรงหน้าเขา


“ผมซื้อมาเผื่อ แล้วก็แซนวิช ตั้งแต่ตื่นยังไม่ทานอะไรไม่ใช่รึไง ทานซะ จะได้ไม่ปวดท้อง” นอกจากช็อกโกแลตแล้ว ยังมีแซนวิชด้วย ปลัดหนุ่มหยิบกล่องแซนวิชขึ้นมาดู ก่อนจะหันมองคนขับที่ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดแล้ว


“ผมไม่ทานทูน่า” พิทักษ์หันมามอง มีแววตกใจเล็กน้อย


“งั้นผมเอาไปเปลี่ยนให้” ทว่าพอจะดึงแซนวิชคืนมา เสียงหัวเราะของคนกวนก็ดังขึ้น คนที่เมื่อครู่นี้ยังถามคำตอบคำ หน้าตาหงุดหงิดที่ถูกเขาสั่งให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนนี้ยิ้มสดใสจนตาหยี


“ล้อเล่น ผมทานได้ ขอบคุณครับ” ถึงจะอยากเขกหัว แต่พอเห็นจิณณะกลับมาหัวเราะร่าเหมือนก่อนหน้านี้ พิทักษ์ก็ไม่ถือสา


“แล้วมีอะไรที่ไม่ทานรึเปล่า” เขาถามต่อ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทั้งๆที่รับปากว่าจะช่วยแสดงตัวเป็น ‘คนรักกัน’ แต่เขากลับไม่รู้เรื่องของจิณณะเลยสักนิด


ปลัดหนุ่มหันมามอง มือแกะกล่องแซนวิชไปด้วย


“ถ้าผมไม่รู้ว่าคุณทานอะไรได้ หรือทานอะไรไม่ได้ คุณกอบกุลจะเชื่อหรือว่าเรา...นั่นล่ะ...” แม้จะยอมช่วยเหลือ แต่ให้ออกปากว่าเป็นคนรักของคนอย่างจิณณะ พิทักษ์ก็รู้สึกประดักประเดิดพอสมควร ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เพราะ...เป็นจิณณะ...


ไม่รู้ทำไม...พอเป็นจิณณะ...เขากลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็น ‘ข้อยกเว้น’ ในทุกๆเรื่องสำหรับเขา


อย่างน้อยๆก็เป็นข้อยกเว้นที่ทำให้เขายอมช่วยเหลือทั้งๆที่ไม่น่าจะเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด


ปลัดหนุ่มยกยิ้มกรุมกริ่ม


“เป็นแฟนกันน่ะหรือ?” พอถูกหยอก คนขับรถก็ตีหน้าขรึมแล้วหันไปหยิบแว่นกันแดดมาสวม เห็นพิทักษ์ตีสีหน้าเข้มงวดกับเขาทีไร จิณณะยิ่งนึกสนุกอย่างประหลาด


เขาเอนหลังพิงเบาะอย่างสบายอารมณ์ กัดแซนวิชเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างอร่อย ลืมความหงุดหงิดที่ถูกสั่งให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อครู่นี้อย่างหมดสิ้น


“ไม่ยากหรอก ท่องไว้ว่าผมเป็นคนสบายๆ อะไรก็ได้ กินอะไรก็ได้ นอนที่ไหนก็ได้ ง่ายๆ”


“ไม่น่าเป็นหลานคุณกอบกุลได้เลย” พิทักษ์อดไม่ได้ เขาเข้าสู่แวดวงธุรกิจนับตั้งแต่เรียนจบ แม้กิจการของเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณกอบกุล แต่ชื่อเสียงของหล่อนก็โด่งดัง ทั้งในแง่ของความยากและความเยอะ


“ผมมันหลานนอกคอกไง” หลานนอกคอกของคุณกอบกุลเอ่ย แต่ดูเจ้าตัวจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจเท่าไรนัก พอยัดแซนวิชเข้าปากหมดชิ้น ก็ดูดช็อกโกแลตเย็นต่อ ตอนนั้นเองที่จิณณะเพิ่งนึกขึ้นได้


“เฮ่ย! ผมลืมถาม แล้วพี่กินอะไรรึยัง”


กล่องแซนวิชที่เหลือเพียงผงขนมปังนั้นบอกให้รู้ว่าจิณณะหิวจนทานหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือแบ่งคนซื้อมาให้เลยสักนิด พิทักษ์หันมามองคนถาม สีหน้าเหรอหราของคนข้างกายทำเอาหลุดหัวเราะออกมา


“กินแล้ว” เขาตอบทั้งๆที่ยังยิ้ม คนถามรู้สึกเก้อเล็กน้อย เพราะต่อให้อีกฝ่ายจะไม่ได้ทานอะไรมา ก็ไม่มีแซนวิชเหลือให้อยู่ดี


“อิ่มไหมล่ะ”


“ครับ” ท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมของคนที่มักทำหน้าตากวนประสาททำเอาพิทักษ์ต้องเหลือบมอง


...เป็นลูกหลานจากตระกูลร่ำรวย ที่มารับราชการเป็นปลัดอำเภอ พักอยู่ในบ้านพักข้าราชการเก่าๆ แต่สะอาดและมีระเบียบ เป็นคนกวนประสาท แต่พอไม่ได้ดั่งใจก็หงุดหงิดไม่พูดไม่จา ทว่า...พอท้องอิ่ม ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ...


เหมือนจะเป็นคนง่ายๆ ไม่ถือสาอะไร แต่ก็มีบรรทัดฐานของตนเอง แต่พอดูเหมือนจะเป็นคนมีบรรทัดฐานของตนเอง ก็กลับเป็นคนปุบปับ รู้สึกนึกคิดทำอะไรรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ใส่ใจคนรอบข้างและดูไม่ใช่คนเหลาะแหละโลเล


คนขับรถเลิกคิ้ว เมื่อพบว่าเขากำลังประเมินนิสัยของคนข้างกายอย่างจริงจังทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็น แต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้


...คนอย่างจิณณะเป็นคนแปลก คาดไม่ถึง และเป็นข้อยกเว้นจริงๆนั่นล่ะ...


ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆพลางส่ายศีรษะแต่ไม่พูดอะไร เหยียบคันเร่งพารถยนต์มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร

..............................


ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1367/-8



โกศลและจรรยาแทบนอนไม่หลับทั้งคืน พวกเขาไม่รู้ว่าจิณณะจะทำอะไรต่อไป แต่ที่รู้ๆคือลูกชายคนโตรับปากว่าจะกลับมาในวันนี้


“พี่จิณต้องจัดการได้ พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วง” จารีตผู้เป็นน้องชายของจิณณะซึ่งมักจะไม่ค่อยอยู่บ้านในวันสุดสัปดาห์ แต่วันนี้จำต้องอยู่ที่นี่เพราะบิดามารดาบอกว่าจิณณะจะกลับมาพบคุณย่า


โลกจะแตกหรือไม่ก็วัดกันตรงนี้ล่ะ


แล้วถ้าโลกแตก เขาก็อยากอยู่ในเหตุการณ์และรู้ตัวว่าโลกจะแตก อย่างน้อย...จะได้หายใจเฮือกสุดท้ายอย่างมีสติ


“แม่รู้ว่าจิณจัดการได้ แต่...แต่แม่ไม่รู้ว่าจิณจะจัดการยังไง...” สิ่งที่จรรยากังวลที่สุดคือความอินดี้ของลูกชายคนโต จิณณะมีวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้หล่อนปวดขมับ ยิ่งมาเจอกับคนเคร่งครัดเข้มงวดอย่างคุณกอบกุลด้วยแล้ว หล่อนนึกไม่ออกเลยว่าจะต้องมีสักกี่หัวเพื่อรองรับการปวดขมับคราวนี้


เสียงรถดังเข้ามาในบ้าน ทำเอาทั้งโกศล จรรยาและจารีตพากันหันขวับ ทว่าคนเป็นน้องชายกลับขมวดคิ้ว


“ไม่ใช่เสียงรถพี่จิณ...” เขาครวญ อึดใจเดียวจิณณะก็เดินเลี้ยวเข้ามาในห้องนั่งเล่น แต่...ไม่ได้มาคนเดียว


“สวัสดีครับ” พิทักษ์ยกมือไหว้โกศลและจรรยา ในขณะที่จารีตทำหน้างุนงงเพราะไม่รู้จัก


“นั่นจา น้องชายผม” จิณณะเป็นคนแนะนำ ตอนที่พิทักษ์เคยตามจิดาภามาเที่ยวเล่นที่นี่ จารีตยังเด็กมากนัก ไม่น่าจะจำกันได้ เพราะจิณณะก็แทบลืมพิทักษ์ไปแล้วเช่นกัน


ชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ในชุดคอวีกับกางเกงขายาวที่ดูสุภาพแต่ไม่เป็นทางการนักส่งยิ้มจางให้ จารีตยิ้มตอบแต่สายตายังสงสัย หันมองพี่ชายตัวดีที่เอาแต่ยิ้มแต้ไม่อธิบายอะไรเพิ่ม เขากำลังจะเข้าไปกระตุกแขนให้ผู้เป็นพี่พูดอะไรมากกว่านี้ ก็พอดีกับที่คนรับใช้เข้ามาแจ้ง


“คุณกอบให้มาเรียนว่าหากคุณจิณมาแล้ว ขอเชิญที่บ้านใหญ่ค่ะ”


“อื้อ! จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” ในขณะที่โกศลและจรรยามีสีหน้าปั้นยาก ลูกชายคนโตกลับยิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะหันไปทางพิทักษ์


“ไปพี่ เดี๋ยวผมพาไปพบคุณย่า” พวกเขากำลังจะออกเดิน แต่จารีตคว้าแขนพี่ชายเอาไว้ก่อน จิณณะหันมอง เห็นสายตาน้องชายที่มองเลยไปยังคนข้างกายเขาแล้วก็พอรู้ว่าน้องชายผู้ไม่ค่อยอยู่บ้านกำลังอยากรู้เรื่องอะไรมากที่สุด


แต่น่าเสียดาย...สิ่งที่เขาจะบอกจารีตจะเป็นเรื่องเดียวกับที่จะบอกคุณกอบกุล


“อ้อ...ลืมแนะนำไป นี่พี่ทิศ ลูกของน้าภาไง”


จารีตครางอ้อในลำคอ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าลูกของน้าสาวจะมาที่นี่ทำไม


“แล้ว...” เขากำลังจะออกปากถาม แต่ยังนึกคำถามไม่ออก ผู้เป็นพี่ก็พูดขึ้นมาก่อน


“เขาเป็นแฟนพี่เอง”


คนฟังตาเหลือกอ้าปากค้างหันขวับไปมองชายหนุ่มผู้เป็นลูกเลี้ยงของน้าสาวและบัดนี้เป็น ‘แฟนของพี่ชาย’


“ทำหน้าตกใจอะไร พี่ทิศเป็นแฟนพี่” จารีตพูดไม่ออกไปแล้ว ส่วนจิณณะเองก็ไม่คิดจะรอให้น้องชายพูดอะไรเช่นกัน เขาหันไปทางบิดามารดาที่พากันเม้มปากเหมือนกล้ำกลืนอะไรสักอย่าง


“ไปกันครับ พ่อแม่ ป่านนี้คุณย่ารอแล้ว ไปพี่ทิศ” แล้วตัวปัญหาก็ก้าวเท้าเดินนำทุกคนออกจากบ้าน มุ่งตรงไปสู่คฤหาสน์ด้านหน้าสุดของรั้วอาณาบริเวณของคุณกอบกุล


จารีตได้แต่มองตามแผ่นหลังพี่ชายผู้ทำแต่เรื่องพิลึก และเป็นเรื่องพิลึกที่พาให้โลกแตก


...โลกแตกแน่ๆ วันนี้โลกแตกแน่ๆ...


เตรียมตัวสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายได้เลย!

................................

“เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ?!!!” เสียงของคุณกอบกุลผู้เป็นนายใหญ่ที่สุดของคฤหาสน์วงศ์กีรติดังก้องไปทั้งห้องพักผ่อน สีหน้าของหล่อนโกรธจัด ผิดกับเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับแวววาวที่อยู่บนตัว


วันนี้หล่อนตั้งใจจะพาหลานชายนอกคอกไปพบผู้ใหญ่ซึ่งจะเกี่ยวดองกันในอนาคต แต่หลานตัวดีกลับพาใครอีกคนมาแนะนำว่าเป็นคนรัก! หนำซ้ำใครคนนั้นยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีกต่างหาก!


ในขณะที่คุณกอบกุลมีสีหน้าเหมือนจะระเบิดโลกทั้งใบทิ้ง จิณณะกลับทำหน้าสบายอารมณ์ แถมโอบไหล่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างอย่างสนิทสนม


“ผมบอกว่าพี่ทิศเป็นลูกของน้าภา น้องสาวของแม่ครับ”


“ฉันไม่ได้พูดเรื่องนั้น!!”


“อ้อ เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟด้วย แล้วก็เป็นหลานคุณเทียม คุณย่ารู้จักคุณเทียมใช่ไหมครับ แต่ก่อนแกเล่นการเมือง”


“จิณณะ!”


“ที่สำคัญคือเขาเป็นแฟนผม”


ฝ่ายหนึ่งตะเบ็งจนคอแข็ง แต่อีกฝ่ายอธิบายด้วยสีหน้าเหมือนกำลังยืนอยู่กลางทุ่งดอกไม้


“แกโกหก!!” หญิงชราผุดลุกขึ้นยืนอย่างไม่หวั่นเกรงสังขารเลยสักนิด เป็นลูกชายอย่างโกศลเสียอีกที่รีบเข้ามาพยุงมารดา


“ผมพูดจริงครับ” ยกเว้นประโยคหลังสุด อันนั้นโกหกล้วนๆไม่มีความจริงผสมสักนิด


ร่างของหญิงชราสั่นเทิ้ม ทว่าดูเหมือนหลานนอกคอกจะไม่ได้ใส่ใจความสั่นราวกับเป็นเจ้าเข้านั่นเลย เจ้าตัวทำหน้าตาเหมือนกำลังพูดเรื่องสนุกสนาน


“พวกผมเป็นแฟนกัน แต่ที่ไม่เคยพาเขามาเจอคุณย่าเลย เพราะผมคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ตอนนี้คุณย่าจะให้ผมแต่งกับใครก็ไม่รู้ ผมก็ต้องเปิดตัว คุณย่าต้องเข้าใจนะครับ ผมมีเมี...เอ่อ...มีแฟนแล้ว จะให้ไปแต่งงานหาเมียมาเพิ่มได้ยังไงกัน” เรียกเมียก็เห็นจะยังไงอยู่ เกิดผิดหูไม่ร่วมมือด้วย ได้โป๊ะแตกกันหมด


“แกหลอกฉัน!!” คุณกอบกุลตวาด แต่จิณณะไม่ได้ใส่ใจ


“ผมยินดีพิสูจน์ให้คุณย่าดูว่าพวกผมรักกันแค่ไหน...ขึ้นอยู่กับคุณย่าเถอะ จะดูการพิสูจน์ของพวกผมได้นานรึเปล่า”


“แก!!!...”


“อ่ะ! จะได้ไม่เสียเวลา พิสูจน์แรกเลยแล้วกัน” แล้วปลัดหนุ่มก็ฉกใบหน้าเข้าไปหอมแก้มคนที่เขากำลังโอบไหล่อยู่ฟอดหนึ่ง โกศลและจรรยาตาเหลือก จารีตผู้เป็นน้องถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนคนที่จู่ๆก็กลายมาเป็นเครื่องมือพิสูจน์อย่างพิทักษ์รีบเบี่ยงหน้าหนีแล้วตวัดสายตาดุหลังจากถูกหอมแก้มไปเต็มๆ


...แต่...ยังไงก็ไม่ทัน...เพราะโดนไปแล้วหนึ่งฟอด


จิณณะยิ้มกริ่ม สบตากับคนที่ดุเขาด้วยสายตา ก่อนจะหันไปยิ้มแจ่มใสกับคุณกอบกุลที่ดูจะช็อกไปแล้ว


“คุณย่าอยากดูพี่ทิศหอมแก้มผมด้วยไหมครับ” พิทักษ์รีบถองข้อศอกใส่คนออกตัวแทนเขา เรื่องพิสูจน์บ้าบออะไรแบบนี้มันใช่เรื่องเสียที่ไหน จิณณะอาจจะทำได้ แต่ไม่ใช่คนอย่างเขาแน่


หญิงชราผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรวงศ์กีรติไม่รู้จะสรรหาคำด่าอะไรมาลงกับหลานชายนอกคอกรายนี้ดี หล่อนอ้าปากพะงาบครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าแดงสลับเขียวสลับซีดจนดูน่าเห็นใจ แต่ดูเหมือนจิณณะจะไม่ได้สนใจต้นตระกูลของตัวเองเลยสักนิด เจ้าตัวทำหน้ากวนประสาทราวกับรอคอยว่าถ้าคุณย่าอยากให้พิสูจน์ เจ้าตัวก็พร้อมจะพิสูจน์...เดี๋ยวนี้


“คุณกอบกุลครับ...ผมกับ...จิณ เราคบกันอยู่จริง” กลายเป็นพิทักษ์ที่ทนไม่ไหว เรื่องโกหกก็ว่าแย่พออยู่แล้ว ยังจะให้ทำท่าจงใจหาเรื่องแบบจิณณะ ยิ่งไม่ใช่วิสัยของเขาเลย


“ที่ไม่เคยบอกใคร เพราะไม่อยากถูกเพ่งเล็ง เราต้องการจะคบกันอย่างเงียบๆ แต่...จิณมาบอกผมว่าคุณกอบกุลจะให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ผม...เลยต้องมาพบในวันนี้” พิทักษ์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ สุภาพและอ่อนน้อม ทว่าไม่ได้อ่อนข้อ โกศลกับจรรยาเลยพอจะมองหน้ากันได้อย่างโล่งอกขึ้นบ้าง


“ได้โปรด...เห็นใจเราสองคนเถอะครับ”


ไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว แต่คนที่เมื่อครู่ยอมถูกจิณณะโอบไหล่กลับกลายเป็นฝ่ายปลดแขนปลัดหนุ่มลงจากไหล่ตนเอง แล้วดึงเอามือของหลานชายคุณกอบกุลมากุมเอาไว้ให้ผู้หลักผู้ใหญ่เห็น คราวนี้กลายเป็นจิณณะที่ได้แต่กะพริบตาปริบๆ


หากจะบอกว่าเขาเล่นใหญ่ ละครเวทียังอาย ก็ต้องบอกว่าพิทักษ์เล่นเนียน สมควรแก่รางวัลนักแสดงทองคำแพลตินั่มไทเทเนียม!


“เอ้อ...จริงๆแล้ว ต่อให้คุณย่าไม่เห็นใจ ผมก็จะคบพี่อยู่ดีนะ...” แล้วคนเล่นใหญ่ที่มักจะเล่นจนก่อความหงุดหงิดให้คุณกอบกุลก็โพล่งขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ รู้สึกพิทักษ์จะเล่นเนียนจนจั๊กกะจี้หัวใจยังไงชอบกล ทว่าพอเขาพูดออกไปแบบนั้น มือที่ถูกอีกฝ่ายกุมไว้กลับถูกบีบเบาๆ


“เงียบ เดี๋ยวพี่พูดเอง” หนำซ้ำยังหันมาปรามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ออกตัวแสดงความเป็นผู้นำจนจิณณะตาโต


...นี่มันคนเดียวกับที่เขาไปตอแยจนได้มาแสดงเป็นแฟนเปล่าวะเนี่ย!...


“คุณกอบกุลครับ ผมผิดเองที่ไม่คิดจะเปิดเผยเรื่องของผมกับจิณให้เร็วกว่านี้ ผมคิดแค่ว่าไม่อยากให้ใครมองเราอย่างแปลกประหลาดเพราะเราต่างเป็นชายทั้งคู่ แต่ผมคิดน้อยเกินไป จิณอยู่ในครอบครัวใหญ่ ผู้หลักผู้ใหญ่ยังไงก็อยากเห็นลูกหลานแต่งงาน แต่ผมอยากจะขอร้อง...อย่าให้จิณแต่งงานกับใครเลยครับ”


หญิงชราได้แต่ยืนเงียบ หล่อนเม้มปากมองชายหนุ่มที่จิณณะพามาเหยียบบ้านพร้อมสถานะที่ไม่ว่ายังไงหล่อนก็ไม่คิดว่าเป็นความจริง


แฟนอย่างนั้นหรือ คนรักอย่างนั้นหรือ! อย่าว่าแต่เป็นผู้ชายด้วยกันเลย คนอย่างจิณณะ หลานนอกคอกของหล่อน ให้อย่างไรก็ไม่มีทางมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอย่างนี้ได้!!


แต่...แต่ถ้าไม่ใช่ความจริง แล้วคนอย่าง ‘พิทักษ์’ จะมาร่วมมือด้วยทำไม?


หล่อนอยู่ในแวดวงธุรกิจ แม้ไม่ใช่วงธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่หล่อนก็ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของชายหนุ่มคนนี้มาหนาหู เขาเป็นหลานผู้มีอิทธิพล ทำธุรกิจอย่างเงียบๆ ไม่กระโตกกระตากหวือหวา แต่ลอยลำ สนามกอล์ฟที่เขาดูแล ขึ้นชื่อว่าหรูหราและใหญ่โตที่สุดในภูมิภาค บางครั้งใช้เป็นสนามแข่งขันรายการสำคัญ แต่บางครั้งก็เป็นสนามเจรจาผลประโยชน์ที่สำคัญเช่นกัน


แล้วคนอย่างนี้ จะกระโดดเข้ามาร่วมมือกับคนหลักลอยแบบจิณณะได้อย่างไรกัน?


คุณกอบกุลมองเห็นช่องโหว่งของหลานชาย แต่กับชายหนุ่มอีกคน หล่อนไม่เห็นอะไรเลย พิทักษ์เป็นผู้ชายที่มีน้ำแข็งฉาบเอาไว้ทั้งตัว คำพูดของเขาเรียบเฉยไม่บอกอารมณ์ แต่บอกให้รู้ว่าต้องได้ในสิ่งที่เอื้อนเอ่ย และเขาขอไม่ให้หล่อนบังคับหลานชายแต่งงาน


เขาทำไปเพื่ออะไร


หญิงชราตวัดสายตาไปมองจิณณะที่ยังยืนอยู่ตรงหน้า แต่สายตาหลุกหลิกมองคนข้างกายตลอดเวลา ไม่ได้ยิ้มกรุ้มกริ่มกวนโทโสเหมือนในทีแรก ทว่าพอรายนั้นเห็นหล่อนจับจ้อง หลานตัวแสบก็ทำเป็นหันมายิ้มหน้าตาเหรอหราเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ในสายตาหล่อน หลานคนนี้ไม่เคยทำอะไรถูก!


“ฉันจะจับตาดูแก!!” คุณกอบกุลชี้หน้าหลานชาย แน่นอนว่าจิณณะยักไหล่เหมือนไม่แคร์


“เชิญตามไปดูที่ที่ว่าการก็ได้ครับ แต่ตอนเที่ยงผมไม่อยู่นะ เพราะแวะไปกินข้าวกับพี่ทิศ” ไม่พูดอย่างเดียว แต่ดึงมือตัวเองที่ถูกกุมเอาไว้ขึ้นมาให้หญิงชราดูเต็มสองตา เป็นฝ่ายพิทักษ์ที่ต้องกดมือดื้อด้านที่ถูกเขากุมอยู่ลงมาไว้ข้างตัวเหมือนเดิม


“ส่วนคุณ...” หญิงชราหันมาทางพิทักษ์


“ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้คุณลงมาเล่นเกมประสาทนี่! แต่ถ้าฉันจับได้คาหนังคาเขาล่ะก็ คุณไม่รอดแน่! ต่อให้เป็นหลานคุณเทียม ฉันก็ไม่เอาไว้!” คนถูกขู่ยังคงยืนเงียบ และนิ่งเฉย ทว่าสายตาของเขาไม่มีหลบเลี่ยง ยังคงมองตรงไปยังหญิงชรา จนคุณกอบกุลต้องเป็นฝ่ายเบี่ยงสายตาหนีไปทางอื่นอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน


“พวกแกไปได้แล้ว!” เจ้าของบ้านออกปากไล่ โกศลและจรรยารีบดึงลูกชายตัวดีออกจากห้องทันที มีพิทักษ์และจารีตเดินตาม พอเหลือเพียงเจ้าของบ้านและเลขานุการคู่บุญ คุณกอบกุลก็ทรุดตัวลงนั่ง หล่อนเม้มปากแน่น ก่อนจะหันไปสั่ง


“โทร.ไปแจ้งเลขาฯท่านเสรีว่าฉันจะเข้าไปพบท่าน...คนเดียว”


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

ออกตัวก่อนว่าปลัดจิณไม่ได้เป็นคนก้าวร้าวนะคะ (สปอยล์ตัวละครฝั่งใดฝั่งหนึ่งตลอดดดด ฮ่าฮ่า) แต่อย่างที่หลายๆคอมเม้นท์เห็นตรงกันว่า ปลัดกับคุณย่านิสัยเหมือนกันเดี๊ยะ ทั้งสองคนก็เลยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ฝั่งย่าสั่ง แต่ฝั่งหลานไม่ทำตาม แถมยังกวนกลับอีกต่างหาก ก็เลยทำให้คุณย่าหงุดหงิดอยู่เสมอ แต่จริงๆแล้วปลัดจิณไม่ได้ก้าวร้าวจริงๆนะคะ (ย้ำรอบที่สอง ฮ่าฮ่า)

ส่วนพี่ทิศ เริ่มเห็นคุณงามความดี(?)ของปลัดแล้วล่ะมั้ง แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ปลัดชอบหาเรื่อง พี่ทิศก็เลยเห็นทั้งความดีและความเลวของปลัดปนๆกันไป แต่ยังไงพี่ทิศก็ต้องอดทนค่ะ เพราะบัวสปอยล์ฝั่งปลัด ฮ่าฮ่า

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และพื้นที่บอร์ดค่ะ

เจอกันใหม่พฤหัสหน้า (เพราะว่าวันพฤหัสมีเรียน เลยจะมาลงดึกหน่อยนะคะ แต่จะพยายามลงให้ไวที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ)

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-9
 :z1: :z1: :z1:  โห พี่ทิศ เอารางวัลตุ๊กตาทองไปเลย คริคริ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
เอิ่ม ความร้ายของคนน้องจะไม่ขอกล่าว
แต่คุณพี่ทิศคะ คุณพี่เริ่มจะเห็นดีเห็นงามกับแฟนหลอก ๆ เร็วไปไหมคะ
ระวังคุณพี่จะถอนตัวไม่ทันเอานะคะ

ออฟไลน์ PsychePie

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 272
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
แบบน้องจิณนี่เรียกว่าเป็นตัวของตัวเอง มีจุดยืนที่ชัดเจน คิดเองเป็น จึงเลือกใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง
แทนที่จะหยวนยอมก้มหัวใช้ชีวิตตามใจผู้ใหญ่ ซึ่งขัดต่อมุมมองของคนจำนวนมากในสังคมไทย

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-19

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14053
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +413/-25
ใครจะเป็นเมีย ใครจะได้เมียก็ไม่รู้นะคะคุณปลัด

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +268/-2
พี่ทิศมานิ่ง ๆ แต่เอาซะคุณย่าอึ้งเลย

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ปลัดกวนมากกก

ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
น้องจิณจะต้องตกหลุมที่ตัวเองขุดไว้แน่ๆเลยเนี่ย

ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1520
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-1
ชอบตรงนี่ "เพราะว่า ...เป็นจิณณะ..."
พี่ทิศ กลับมาอธิบายก่อน ส่วนลึกของหัวใจเหรอ
เอาใจช่วยให้รักกันเร็วๆ ค่

ออนไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
พี่ทิศตีบทแตกหรือว่าทุกคำพูดมาจากใจกันแน่คะ ??  :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 217
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
พอพี่ทิศเอาจริง เป็นจิณเองที่จะต้องเขินล่ะ :ling1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด