...ระบบอุปถัมภ์...ตอนพิเศษ คริสต์มาส...=> หน้าที่ 48 (24/12/2021)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนพิเศษ คริสต์มาส...=> หน้าที่ 48 (24/12/2021)  (อ่าน 263881 ครั้ง)

ออฟไลน์ Rubyrain

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
เนี่ยยยย พี่ทิศเล่นดีอ่ะ คุณย่าเชื่อเลยว่าคบกัน
แล้วมีการครุ่นคิดเป็นห่วงน้องนิดหน่อย น่ารักกกก
ระวังตกหลุมความแสบของจิณนะคะ อิอิ

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
กรี๊ดพี่ทิศหนักมาก พี่คะแงงงงงง

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
พี่ทิศคนจริง  o13 o13

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
ถึงจิณจะแสบ จะดื้อ หรือเอาแต่ใจ เล่นใหญ่ไฟกะพริบ แต่คนที่มาวินของตอนนี้สุด ๆ คือพี่ทิศ คนนี้เขาพูดน้อยต่อยหนัก โยนแท่งน้ำแข็งใส่คุณกอบกุลจนต้องยอมตาม แม้แต่จิณเองมาเจอแบบนี้ยังต้องเงียบ ตอนที่บอกกับคุณกอบกุลไปด้วยเสียงเรียบ ๆ แต่มั่นคงว่าคบหากันอยู่ก็ดี หรือตอนที่จับมือเอาไว้โดยทำได้อย่างเป็นธรรมชาติก็ดี ล้วนบ่งบอกว่าพี่ทิศแกตีบทแตก ไม่แสดงพิรุธอะไรให้เห็น มีแต่จิณที่เป็นคนต้นคิดพอเจอพี่ทิศแกเล่นใหญ่บ้าง กลับเหวอเสียเอง เราเชียร์พี่ทิศนะเออ

ขอบคุณคุณบัวสำหรับอัปเดตนี้นะคะ ^____^

ออฟไลน์ psyfer

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ดูๆ ไปพี่ทิศจะเนียนกว่าละ

ออฟไลน์ WilpeR

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-2
ว้าวๆ พี่ทิศเก่งมากเลย แต่จิณนี่แสบจริงๆ ทำแต่ละอย่าง

ออฟไลน์ borntobeyours

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เข้ามารอฮะ ฮี่ๆๆๆๆ คิดถึงพี่ทิศกับน้องจิณมากๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1542/-8
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
ตอนที่ 4


หลังจากวันนั้น จิณณะก็ยิ่งทำตัวเป็นแฟนที่ดี ไปมาหาสู่พิทักษ์อย่างสม่ำเสมอ


ไปมาหาสู่ในที่นี่หมายความว่าแวะเวียนไปที่สนามกอล์ฟของพิทักษ์ทุกๆวัน วันละหลายครั้ง ช่วงเที่ยงนั่นแน่นอนอยู่แล้วที่จะต้องโผล่หน้าไปทานข้าวด้วย แต่บางวันก็เพิ่มช่วงเช้าพร้อมด้วยของติดไม้ติดมือไปฝากทั้งเจ้าของสนามและพนักงาน


การแวะเวียนมาพร้อมกับของฝากเช่นนี้ ไม่เกิน 3 ครั้ง คนทั้งสนามกอล์ฟก็คุ้นหน้าคุ้นตาจำชื่อแซ่ ‘ปลัดจิณ’ กันได้ทุกคน


“สวัสดีค่ะ ปลัด วันนี้มาแต่เช้าเลย” เสียงทักทายดังขึ้นอย่างเป็นกันเอง เมื่อจิณณะผลักประตูเข้าไปในอาคารของสนามกอล์ฟ ปลัดหนุ่มยิ้มแล้วชูปาท่องโก๋ถุงใหญ่ในมือให้ดู


“พอดีอยากกินปาท่องโก๋ เลยซื้อมาฝากที่นี่ด้วยครับ” พูดแล้วก็กวาดตามองไปรอบๆอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ต้องพูดอะไร พนักงานที่เข้ามาทักทายเขาก็ดูจะรู้ใจ


“คุณทิศมานู่นแล้วค่ะ” พนักงานเอ่ยพลางบุ้ยหน้าไปด้านหลังของจิณณะ เขาหันมอง พอดีกับที่เจ้าของสนามกอล์ฟแห่งนี้เพิ่งจะผลักประตูกระจกเข้ามา ฝ่ายนั้นขมวดคิ้วฉับทันทีที่สบตา แต่ฝ่ายคนมาก่อนกลับยิ้มหวานหยด


“อรุณสวัสดิ์ พี่ทิศ” น้ำเสียงหวานเยิ้มไม่ต่างจากรอยยิ้มเท่าไร


นับตั้งแต่พิทักษ์ไปช่วยแสดงตัวแถมตีบทแตกต่อหน้าคุณกอบกุล จิณณะก็เริ่มได้คืบเอาศอก ไม่เพียงแวะมาทานมื้อเที่ยงที่นี่เพื่อประกาศสถานะสนิทสนม แต่ท่าทีที่มีต่อพิทักษ์ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ช่าง ‘เล่นใหญ่’ มากขึ้นทุกที


อย่างเช่นตอนนี้


จริงอยู่ว่าแค่การยิ้ม การพูด ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เพราะเจ้าตัวแสดงออกต่อหน้าธารกำนัล ชนิดที่ต่อให้เป็นเด็กอนุบาลมาเห็นก็คงดูความสัมพันธ์ของพวกเขาออก ซึ่งมันทำให้พิทักษ์หงุดหงิด


“มาทำไมแต่เช้า” เขาถาม น้ำเสียงแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย แน่นอนว่าจิณณะไม่ได้สนิทสนมกับพิทักษ์จริงอย่างที่อ้างกับใครๆ เขาจึงไม่ทันใส่ใจความกระด้างในน้ำเสียงของคนตรงหน้า


ปลัดหนุ่มทำหน้าตาเหรอหรา แล้วชูถุงในมือให้ดู


“ผมซื้อปาท่องโก๋มาฝากพี่ ฝากพนักงานข้างล่าง พนักงานข้างบน แล้วก็แคดดี้...” พูดแล้วก็เดินเข้าไปหา พิทักษ์ยังยืนเฉย ไม่ขยับถอยห่างแต่จ้องตาไม่กะพริบ จิณณะเลยเว้นระยะห่างเอาไว้ให้สักหน่อย ซึ่งการเว้นระยะเช่นนี้ เจ้าตัวเลยถือวิสาสะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดัง...กว่าปกติ


“อีกอย่างคือคิดถึง”


พนักงานที่อยู่แถวนั้นพากันทำตาโตวิบวับ ข่าวลือที่ว่าปลัดอำเภอคนนี้เป็นคนรักของเจ้าของสนามกอล์ฟผ่านมาจากปากใครสักคน แต่เรื่องแบบนี้เข้าหูแล้ว ย่อมไม่ทะลุไปไหน ต่อให้จะเป็นแค่ข่าวลือก็ตามที


บางคนว่าก็แค่ข่าวลือ บางคนว่าข่าวลือคือข่าวจริงที่มาก่อนเวลาอันสมควร และในกรณีนี้ เห็นทีข่าวลือที่ว่าจะเป็นอย่างหลัง


ข่าวจริงที่มาก่อน


ข่าวจริงที่ว่าคือปลัดอำเภอที่หมู่นี้แวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ เป็นคนรักของเจ้าของสนาม!


พิทักษ์รับรู้ถึงสายตาและความสนอกสนใจของพนักงานรอบตัว เห็นทีเขาควรจะต้องทำข้อตกลงกับจิณณะเสียใหม่ ก่อนที่เจ้าตัวทำเรื่องบานปลายกว่านี้


“มาคุยกับผม” เขาสั่งเสียงเฉียบ กำลังจะก้าวเท้าเดินนำ คนเล่นใหญ่ก็เลยเอ่ยปากอีกครั้ง


“คิดถึงผมเหมือนกันหรือ”


คราวนี้เกิดเป็นเสียงวี๊ดว้าย แต่ก็เงียบลงฉับพลันเมื่อพิทักษ์กวาดสายตามอง พนักงานคนไหนสบตาเขาก็พากันหลบวูบ บางคนรีบเดินหนีหรือไม่ก็ก้มหน้าก้มตาทำเป็นยุ่งทั้งๆที่ยังไม่เริ่มเวลาทำงาน ทว่าเมื่อสายตาของพิทักษ์มาหยุดที่เจ้าของคำพูด รายนั้นกลับทำเป็นยกไหล่ไม่สะทกสะท้าน


“ตามผมมา!” เขาสั่งเสียงเข้มกว่าเดิม ก้าวเท้าฉับๆตรงไปยังโถงลิฟต์ แน่นอนว่าจิณณะไม่ได้ก้าวตามคำสั่งในวินาทีนั้น แต่ยังทำเป็นมองซ้ายขวา พอสบตากับพนักงานคนหนึ่ง ก็กวักมือเรียก แล้วส่งถุงปาท่องโก๋ให้


“แบ่งให้ผมกับพี่ทิศ 4-5 ตัวก็พอ นอกนั้นเอาไปแบ่งกันนะ อ้อ ผมขอกาแฟดำด้วย ส่วนพี่ทิศ...”


พูดแล้วก็เหลือบไปมองคนที่ยืนรออยู่ที่หน้าลิฟต์แต่จ้องเขม็งมาที่เขา ปลัดหนุ่มไม่ได้สนใจสายตาดุดันคมกริบที่เหมือนจะตัดร่างเขาเป็นสองท่อนเลย เพราะยังมีแก่ใจหันไปพูดเล่นกับพนักงานคนเดิม แต่น้ำเสียงเบาลงกว่าเดิมมากราวกับต้องการให้ได้ยินเพียงสองคน


“นางเอกต้องกินน้ำส้มคั้นใช่ไหม ขอน้ำส้มคั้นให้พี่ทิศแล้วกัน” พูดจบก็ถึงได้ก้าวเท้าไปหาคนที่ยืนรอ จิณณะไม่ได้แสดงอาการถึงเนื้อถึงตัวในที่สาธารณะ แต่ก็ยังไม่วายเอาข้อศอกตนเองไปชนกับแขนของอีกฝ่าย


ไม่ถึงเนื้อถึงตัว แต่...ต่อหน้าธารกำนัลอีกครั้ง


พนักงานแถวนั้นโดยเฉพาะคนที่ถูกเรียกไปรับถุงปาท่องโก๋ย่อมเห็นกับตาว่าระหว่างจิณณะและพิทักษ์มีการ ‘สะกิด’ เกิดขึ้น ไหนจะคำพูดประโยคสุดท้ายเมื่อครู่นี้อีก


‘นางเอกต้องกินน้ำส้มคั้นใช่ไหม ขอน้ำส้มคั้นให้พี่ทิศแล้วกัน’


เมื่อชายหนุ่มสองคนหายเข้าไปลิฟต์แล้ว ก็เกิดเป็นเสียงอื้ออึงนินทาเจ้านายและแขกผู้มาเยือนยามเช้า


“เมื่อกี้เห็นรึเปล่า?! ปลัดเอาศอกถูคุณทิศด้วย!”


“ที่เขาว่าปลัดกับคุณทิศเป็นแฟนกันก็เรื่องจริงน่ะสิ!”


“อ้าว! นึกว่าผู้หญิงคนนั้นที่เคยมาที่นี่เป็นแฟนคุณทิศเสียอีก”


“แล้วเมื่อกี้ปลัดพูดอะไรตอนส่งปาท่องโก๋ให้น่ะ”


พนักงานหนุ่มที่ถือถุงปาท่องโก๋ซึ่งเป็นคนเดียวที่ได้ยินประโยคเด็ดของปลัดจิณณะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใช้เวลาอยู่อึดใจใหญ่ๆถึงจะหาลิ้นตัวเองเจอ แล้วพูดออกมาเป็นคำ


“ป...ปลัด...ปลัดบอกว่า...คุณทิศเป็น...เป็นนางเอกของปลัด...”


แล้วเสียงอื้ออึงก็กลายเป็นความเงียบงัน


...คุณทิศ...เป็นนางเอกของปลัดจิณ...

………………………

พิทักษ์สงบสติอารมณ์ด้วยการจับจ้องตัวเลขที่เปลี่ยนบนลิฟต์ จนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออก เขาก็ยังก้าวเดินไปห้องทำงานของตนเองพร้อมด้วยการท่องตัวเลข เสียงทักทายดังขึ้นรอบตัว ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ แต่คนที่เดินตามหลังของเขาช่างมีอัธยาศัยเป็นเลิศ เพราะส่งเสียงตอบรับ


“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์”


ไม่ต้องหันไปมอง พิทักษ์ก็เดาได้ว่าจิณณะพูดไปยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ทุกข์ร้อนใดๆไปด้วย เขาไม่ควรจะนับความอัธยาศัยดีของคนตามหลังเป็นเรื่องกวนโมโห แต่เพราะเป็นจิณณะ...การกระทำของเจ้าตัวแทบทั้งหมด กวนโมโหเขาสิ้นดี! 


ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรงโดยพิทักษ์ แต่ก็ถูกปิดอย่างเบามือโดยจิณณะ คนหนึ่งหงุดหงิดแต่เช้า ในขณะที่อีกคน...อารมณ์ดีชนิดฮัมเพลงสบายอารมณ์


เจ้าของห้องตวัดสายตามามอง แต่สีหน้าไม่เดือดเนื้อร้อนใจของข้าราชการหนุ่มทำให้เขาต้องถอนหายใจแรงแล้วกรอกตามองไปรอบตัวเพื่อไม่ให้เคืองสายตากับใบหน้าที่นอกจากจะมีรอยยิ้มกริ่มแล้ว สายตายังระยิบระยับอีกต่างหาก


“มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิครับ” จิณณะกระตุ้นด้วยท่าทีสบายอารมณ์เหมือนเคย


“เราต้องมีข้อตกลงร่วมกัน ผมจะช่วยคุณ ถ้าคุณไม่ล้ำเส้น” เจ้าของห้องพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด


คราวนี้จิณณะเลิกคิ้วอย่างสงสัยกับคำว่าล้ำเส้นของคนพูด


พิทักษ์กระดากปากเล็กน้อย แต่ถ้าไม่พูดออกไป เขาก็คิดว่าคนอย่างจิณณะคงถือเป็นความเคยชิน


“ตั้งแต่เรื่องวันที่ผมไปพบคุณกอบกุล ที่...คุณหอมแก้มผม”


ปลัดหนุ่มทำตาโต ร้องถามเสียงหลง


“นั่นมันเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอ เราเป็นแฟนกันนะ”


พิทักษ์อยากบอกว่าเป็นแฟนหลอกๆ แต่แค่สายตาที่จ้องคนพูด ก็ทำเอาจิณณะถอนหายใจเฮือกใหญ่


“ก็ได้ๆ แล้วผมทำอะไรพี่ได้มั่ง”


“ไม่ได้เลย!” นี่ไงล่ะ พิทักษ์ถึงได้ต้องรีบสร้างข้อตกลง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว คนอย่างจิณณะจะต้องคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่อง...เคยชิน


แต่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาของคนที่อุปโลกน์มาเป็นคนรักกันอย่างพวกเขา!


คนถูกดุถอนหายใจอีกเฮือก คราวนี้เฮือกใหญ่พอดูเพราะไหล่ถึงกับลู่ลงตามไปด้วย


“แล้วมันจะเนียนหรือ”


“ผมรับผิดชอบความเนียนเอง คุณอยู่เฉยๆ”


“ผมอยู่เฉยสิยิ่งไม่เนียน ไม่เอาหน่า พี่ก็ผู้ชาย ผมก็ผู้ชาย ไม่เสียหาย แถมผมไม่เคยหอมแก้มผู้ชายคนไหนเลยนะ พี่เองก็ไม่น่าเคยถูกผู้ชายหอมแก้มใช่ไหมล่ะ วินวินซะอีก” กลายเป็นผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างได้ พิทักษ์คิดไม่ออกเลยว่าคนอย่างจิณณะถูกหล่อหลอมมาด้วยอะไร ตรรกะถึงได้ประหลาดขนาดนี้


“เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องวินวิน”


“ก็ได้ๆ แล้วผมจับมือพี่ได้ไหม กอดได้รึเปล่า ผมว่าสองอย่างนี้มันมาตรฐานมากแล้วนะ”


นี่น่าจะเป็นการเจรจาที่ยากที่สุดเท่าที่พิทักษ์เคยทำมา เขาไม่รู้จะพูดอะไรกับคนอย่างจิณณะ รายนี้มีข้อต่อรองได้ในทุกๆเรื่อง ไม่ได้อย่างหนึ่งก็ต้องเอาอีกอย่างหนึ่ง


“อ้อ แต่ตอนนั้น...ต่อหน้าคุณย่า พี่จับมือผมไปแล้วนะ”


ไม่พูดอย่างเดียว แต่จิณณะชูมือตัวเองขึ้นมาข้างหนึ่ง เป็นข้างที่พิทักษ์กุมเอาไว้ให้คุณกอบกุลดู คนถูกต่อรองได้แต่ถอนหายใจอีกเฮือก


“เออ...” เขารับคำอย่างจำนน “...แต่ต้องสมเหตุสมผล”


ถ้าจิณณะคือคนที่ต่อรองได้ในทุกโอกาส พิทักษ์ก็มีข้อแม้ได้ในทุกเรื่องเช่นกัน


“ไม่ต้องห่วง ผมเป็นคนมีเหตุผลเสมออยู่แล้ว” เหตุผลแบบจิณณะสิที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด


“แล้วเรื่องที่คุณมาที่นี่ก็ด้วย” นอกจากการประกาศสถานะของพิทักษ์ต่อหน้าคุณกอบกุล ตอนนี้ใครๆในสนามกอล์ฟก็เริ่มสงสัยเหตุผลของการปรากฏตัวถี่ยิบของปลัดอำเภอที่ชื่อจิณณะ


“พี่จะห้ามไม่ให้ผมมาไม่ได้นะ ผมเป็นแฟนพี่ ผมต้องมาสิ”


“ไม่ได้ห้ามไม่ให้มา แต่จะทำอะไร จะพูดอะไร ให้คิดก่อน”


“ผมก็คิดแล้วไง”


“ที่พูดให้คนอื่นได้ยินว่าคิดถึง นั่นคือคิดแล้วหรือ? ตอนคุณมาขอให้ผมช่วยคุณ คุณพูดเองว่าสถานะของผมกับคุณจะคลุมเครือ แต่สิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ตรงไหนที่คลุมเครือ”


จิณณะเงียบ ไม่ตอบโต้ไม่ใช่เพราะเถียงไม่ออก แต่เพราะเขา ‘เผลอ’ แกล้งยัดเยียดความชัดเจนบางประการของพิทักษ์ให้พนักงานที่นี่รับรู้ไปเสียแล้ว


‘นางเอกต้องกินน้ำส้มคั้นใช่ไหม ขอน้ำส้มคั้นให้พี่ทิศแล้วกัน’


ถ้าไม่โง่จนเกินไป และถ้ามีนิสัยแบบปุถุชนธรรมดา ป่านนี้พนักงานตั้งแต่ในคลับกอล์ฟไปจนถึงแคดดี้ในสนามก็คงรู้กันถ้วนหน้าว่าพิทักษ์เป็น ‘นางเอก’


ก็ใครใช้ให้ชอบตีหน้าเคร่งทำเป็นดุใส่เขาตลอดเวลาเล่า? เห็นแบบนี้คนอย่างจิณณะก็อดไม่ได้น่ะสิ...


“เงียบหมายความว่ายังไง เข้าหูซ้ายออกหูขวา หรือว่าเถียงไม่ออก”


ปลัดหนุ่มทำเป็นถอนหายใจเสียงดัง


“ขี้บ่นจริงๆ เอาเป็นว่าคราวนี้ผมขอโทษ” ได้แต่ขอโทษทว่าไม่กล้ารับปากว่าจะยับยั้งชั่งใจได้หรือไม่ ก็บอกแล้วว่าพิทักษ์ผิดที่น่าแกล้งเกินไป


พิทักษ์ไม่ใช่คนขุดคุ้ย แม้จะยังหงุดหงิดและดูออกว่าเจ้าตัวไม่ได้สำนึกผิดท่วมท้น แต่ก็ดูรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น คำขอโทษก็ไม่ได้ทำอย่างขอไปที เขาจึงไม่อยากถือสาหาความให้เสียอารมณ์ตนเอง


“เอาเถอะ คราวหน้าก็ระวังคำพูดด้วย” จบเรื่องสั่งสอน ก็หวนคิดถึงเรื่องเกิดขึ้นที่คฤหาสน์วงศ์กีรติ นับตั้งแต่วันนั้น เขาไม่ได้ยินข่าวคราวของคุณกอบกุลอีกเลย


“แล้วคุณกอบกุลว่าอย่างไรบ้าง”


“ก็ไม่เห็นว่าอะไร”


“ไม่ว่าอะไร หรือคุณไม่รับรู้ว่าคุณกอบกุลว่า”


จิณณะยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ ทำเอาคนพูดถึงกับถอนหายใจ


“คุณควรจะกลับไปขอโทษ” คำแนะนำของพิทักษ์ ทำเอาอีกฝ่ายขมวดคิ้วฉับ ถูกดุก็กวนอารมณ์ให้ขุ่นพออยู่แล้ว ยังถูกรื้อฟื้นเรื่องคราวก่อนแถมยังถูกสั่งให้ไปขอโทษอีกต่างหาก อารมณ์ของปลัดหนุ่มก็ชักแกว่งแล้วเช่นกัน


“ขอโทษเรื่องอะไร”


“คุณคิดว่าวันนั้น คุณพูดจาดีหรือ”


“ก็ไม่เห็นร้ายตรงไหน”


“แล้วมันได้ผลไหม” เป็นคำถามที่ทำเอาจิณณะนิ่งงัน ไม่ต้องให้ใครบอก ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นต่างก็รู้กันดีว่าคนที่ทำให้คฤหาสน์วงศ์กีรติไม่พังพินาศเพราะแรงอารมณ์หญิงชราและการกวนประสาทของหลานนอกคอก ก็คือพิทักษ์


“ผมขอบคุณพี่แล้วกัน ที่ทำให้วันนั้นมันได้ผล แต่ถ้าจะให้ผมไปขอโทษคุณย่า ผมไม่ไป! พี่ก็เห็นว่าเขาไม่ได้ดีกับผมสักเท่าไร สิ่งที่ผมทำก็ถือซะว่าเจ๊ากับสิ่งที่เขาทำกับผม!” ปลัดหนุ่มพูดเสียงแข็ง ท่าทีขี้เล่นยิ้มกริ่มหายวับแตกต่างจากคนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง


“พี่มีเรื่องจะคุยกับผมแค่นี้ใช่ไหม ผมต้องไปทำงานแล้ว แล้วไว้ค่อยเจอกัน” จิณณะพูดแล้วหมุนตัวจะเดินออกทันที แต่เสียงของคนเบื้องหลังกลับรั้งขาของเขาไว้


“แล้วเรื่องคดีของทองสุกล่ะ” จิณณะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาอง


“ให้เป็นหน้าที่ตำรวจสิ”


“แน่ใจนะว่าจะไม่เข้าไปยุ่ง”


“ปลัดตัวเล็กๆอย่างผมที่ยังต้องให้พี่คุ้มกะลาหัวจะไปยุ่งอะไรได้” พิทักษ์มองตามแผ่นหลังของคนที่เดินออกจากห้อง


ทำไมเขาถึงไม่คิดว่าคำว่าปลัดตัวเล็กๆจะเป็นคำที่แสดงถึงความสงบเสงี่ยมของเจ้าตัวเลยสักนิด


คนอย่างจิณณะ...ทำเรื่องใหญ่เสมอ

............................

‘…สิ่งที่ผมทำก็ถือซะว่าเจ๊ากับสิ่งที่เขาทำกับผม’


สิ่งที่คุณกอบกุลแสดงออกต่อหลานนอกคอกอย่างจิณณะมาตลอดหลายปี ฝังลงไปในความนึกคิดและความทรงจำ ในสมองของจิณณะ


หากคิดถึงหญิงชราผู้อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์หลังแรกสุดในพื้นที่ของตระกูลวงศ์กีรติ ย่อมมีแต่สีหน้า โกรธขึง ดวงตาจ้องเขม็งและรังเกียจเดียดฉัน ริมฝีปากบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยคำก่นด่า คุณกอบกุลอาจจะเคยใจดีกับจิณณะ แต่ก็คงนานมากแล้ว นานจนหายไปจากความทรงจำของเขาแล้ว


ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่หลานนอกคอกคนนี้ปฏิบัติต่อผู้เป็นย่า แม้จะไม่เนรคุณอกตัญญูถึงขั้นตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่ก็เป็นการตอบโต้พอให้แสบๆคันๆในฐานะย่าหลาน


แต่สำหรับพิทักษ์ สิ่งที่เขาทำคงขัดหูขัดตาน่าดู ถึงได้ออกปาก


พอคิดถึงพิทักษ์ จิณณะก็ได้แต่เลิกคิ้วกับตนเอง อีกฝ่ายดูนิ่งขรึมและเมินเฉยต่อความเป็นไปของสิ่งรอบตัว แต่เอาเข้าจริงก็ใจดีให้ความช่วยเหลือ ทั้งๆที่เขาเป็นเพียงหลานของแม่เลี้ยง หากจะละเลยหรือช่วยอย่างขอไปทีก็ทำได้ แต่...ก็ยังใส่ใจและไม่ปล่อยผ่าน หนำซ้ำยังเสนอแนะให้เขาทำตัวเป็นหลานที่ดี เข้าไปขอโทษคุณย่าเสียอีก


หากพิทักษ์เป็นผู้หญิง เขาคงออกปากว่าอีกฝ่าย ‘น่ารัก’ ได้ไม่ยาก แต่พอดีรายนั้นเป็นผู้ชายอกสามศอก การชมแม้เพียงในใจว่า ‘น่ารัก’ ก็ออกจะ...


...เอ้า! น่ารักก็น่ารัก!...


คนที่ใส่ใจคนรอบข้าง ต่อให้เป็นชายหรือหญิง ก็น่ารักจริงๆนั่นล่ะ


“สงสัยวันนี้ปลัดจิณอารมณ์ดี นอกจากจะซื้อปาท่องโก๋มาฝากแล้วยังนั่งยิ้มคนเดียวได้ด้วย” เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกสติ จิณณะหันมองก็พบวรชิตยืนยิ้มแต้ มือหนึ่งถือปาท่องโก๋ราดนมข้น ปากมันแผล่บ


คนถูกทักว่านั่งยิ้มคนเดียวฉีกยิ้มกว้างทับรอยยิ้มเดิมของตนเอง ลืมฉุกใจเสียสนิทว่าสิ่งที่ทำให้เขานั่งยิ้มคนเดียว คือความคิดที่ว่า...พิทักษ์น่ารัก


“ซื้อไปฝากแฟน เลยซื้อมาฝากที่นี่ด้วย” พูดแล้วเอนหลังพิงพนักอย่างสบายๆ เพื่อนร่วมงานถึงกับทำปากเบ้


“รู้แล้วว่ามีแฟน พูดอยู่ได้ หมั่นไส้เว้ย”


“อ้าว เผื่อมีคนไม่รู้” คนอยากให้เรื่องโด่งดังทำเป็นเปรยขำๆ เรื่องนี้จะให้รู้ถึงหูคนที่สนามกอล์ฟไม่ได้เด็ดขาดว่าเขาเผลอ ‘ชัดเจน’ ในการระบุความสัมพันธ์ไปอีกแล้ว


วรชิตมองซ้ายมองขวา เห็นว่าไม่มีใครสนใจ จึงเดินวนมานั่งที่โต๊ะทำงานของเพื่อนแล้วพูดเสียงเบา


“มึงเอาจริงเหรอ จิณ เรื่องแฟนมึงน่ะ”


“มันทำให้เป็นเรื่องเอาไม่จริงได้ด้วยหรือ” จิณณะย้อนถามหน้าตาเหรอหรา


“แฟนมึงที่ว่าน่ะเป็นผู้ชายนะ...แล้ว...แล้วใครๆก็รู้กันว่าเป็นหลานคุณเทียม...”


“เรื่องนั้นกูรู้ แล้วยังไง”


“ก็...ข้าราชการอย่างเราๆ...อ่า นี่กูจะพูดยังไงดี ประเด็นมันเซนซิทีฟ...เฮ้ย!!” จู่ๆคนพูดก็ตาเหลือกร้องขึ้นมาแล้วผลุบตัวลงนั่งลงกับพื้น จิณณะมองเพื่อนอย่างงุนงง เขามองไปรอบตัวก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ นอกจาก...ที่นอกหน้าต่างกระจกซึ่งเยื้องกับโต๊ะทำงานของเขา มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับวนไปมาก่อนจะขับออกจากหน้าที่ว่าการไป


เขาหันกลับมามองวรชิตที่ยังคงนั่งหลบอยู่ข้างโต๊ะทำงาน หน้าตาซีดเผือด ปาท่องโก๋ที่เมื่อกี้ถืออยู่ในมือตกแหมะอยู่บนพื้น แต่พอรู้สึกตัวว่าถูกเขามอง มันก็กะพริบตาถี่ๆ เอื้อมมือไปคว้าปาท่องโก๋บนพื้นมาถือ แล้วค่อยๆลุกขึ้นโดยเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา


“ช...ช่วงนี้กูไม่ค่อยถูกโรคกับมอ’ไซค์” วรชิตออกตัว


“มึงขี่มอ’ไซค์เป็น จะไม่ถูกโรคกับมอ’ไซค์ได้ยังไง” จิณณะย้อน เพียงเท่านั้น คนไม่ถูกโรคกับมอเตอร์ไซค์ก็ถึงกับพูดไม่ออก มองซ้ายมองขวา ก่อนจะยอมพูดเสียงเบากว่าเดิม


“ก...กูรู้สึกว่ากูกำลังถูกตาม...” คนฟังชะงักกึก


“มีมอ’ไซค์มาวนแถวหน้าบ้านกูหลายวันแล้ว บางวันกูลงพื้นที่ก็รู้สึกว่ามีคนตาม กู...กูไม่รู้ว่า...ว่ามันทำเพื่ออะไร...” จิณณะรู้สึกปากคอแห้งผาด วรชิตอาจจะไม่รู้ แต่เขาคิดว่าเขารู้


...พวกมันกำลังตามหาคนที่อยู่กับทองสุกในคืนนั้น...


“ก...กูกลัวว่ะ...” คำว่ากลัวของวรชิตทำเอาจิณณะยิ่งพูดไม่ออกเข้าไปใหญ่ เขาได้แต่ตบบ่า


“คงไม่มีอะไร อาจมีเรื่องเข้าใจผิด เดี๋ยวก็เลิกไปเอง”


“กูก็หวังอย่างนั้น” วรชิตได้แต่ครวญเสียงแผ่ว ก่อนจะรีบเดินกลับไปที่ฝ่ายของตนเอง ทิ้งให้จิณณะได้แต่มองตามหลัง หัวคิ้วขมวดชิดไตร่ตรอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาใครบางคน เขาเม้มปาก สงบสติอารมณ์ที่กำลังกระวนกระวาย สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปรับความรู้สึกนึกคิดให้กลับมาเป็นจิณณะคนเดิม


‘เมื่อไรพี่จะพาผมไปเปิดตัวกับลุงของพี่สักที’


ไม่ต้องรอให้คู่สนทนาอ่านข้อความใดๆ จิณณะก็ส่งข้อความเพิ่ม


‘เย็นนี้คุณเทียมว่างไหม ผมอยากชวนทานข้าว จะแนะนำตัวในฐานะแฟนพี่’


ไม่ใช่แค่พิทักษ์ต้องคุ้มกะลาหัวเขาแล้ว แต่ต้องช่วยให้เขารู้ว่าเรื่องพวกนี้เกิดจากอะไร


จะมีใครต้องลำบากเพราะเรื่องของเขาไม่ได้อีกแล้ว!

..............................


โทรศัพท์มือถือถูกโยนลงบนโต๊ะทำงาน ในขณะที่เจ้าของพ่นลมหายใจแรงๆแล้วกระแทกหลังกับพนักพิง ข้อความล่าสุดจากคนที่ ‘เช้าถึงเย็นถึง’ นั้นชวนให้หงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว


หลังจากเพิ่งทำข้อตกลงกันไป คนที่ขอโทษและรับปากว่าจะคิดก่อนพูดและทำ ก็หาเรื่องกวนประสาทเขาด้วยการส่งข้อความมาสั่ง


เสียงเคาะประตูขออนุญาต ทำให้ชายหนุ่มขยับตัวนั่งตรง เขาพยายามระงับอารมณ์ที่เกิดจากความได้คืบจะเอาศอกของเจ้าของข้อความ อึดใจเดียวบานประตูถูกเปิดเข้ามาโดยประไพ แม่บ้านที่คอยดูแลเรื่องอาหารการกินของเขา ปกติหล่อนมักจะดูแลอาหารกลางวันของเขาด้วย แต่เดี๋ยวนี้มีคนโผล่หน้ามาทุกเที่ยง เลยเบางานไปเยอะ


ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เมื่อแม่บ้านวางถ้วยกาแฟและจานปาท่องโก๋ลงบนโต๊ะทำงานของเขา ปาท่องโก๋ชิ้นเล็กๆที่ถูกตัดพอดีคำนั้น ดูก็รู้ว่าจากไหน


“เห็นเด็กข้างล่างบอกว่าคุณจิณซื้อปาท่องโก๋มาฝาก แล้วยังสั่งน้ำส้มให้คุณทิศ แต่ป้าเห็นว่ายังเช้าอยู่ ดื่มน้ำส้มแต่เช้าจะปวดท้อง”


พนักงานซึ่งเป็น ‘เด็กข้างล่าง’ ย่อมไม่กล้าพูดว่าปลัดจิณณะสั่งน้ำส้มให้พิทักษ์เพราะพิทักษ์เป็นนางเอกของปลัด แต่เรื่องนี้กลายเป็นข่าวลือในหมู่พนักงานเรียบร้อยแล้ว ประไพเป็นแม่บ้านดูแลในส่วนของออฟฟิศชั้นบนและดูแลพิทักษ์ จึงยังไม่ได้ยินข่าวลือนี้


หล่อนมองจานปาท่องโก๋แล้วก็คิดถึงปาท่องโก๋ถุงใหญ่ที่ถูกแบ่งขึ้นมาข้างบนด้วยความเอ็นดูคนมีน้ำใจ


“คุณจิณไม่เปลี่ยนไปเลยนะคะ สมัยเด็กๆก็อย่างนี้” ประไพเอ่ยปากตามประสาคนเก่าแก่ที่อยู่กับครอบครัวของพิทักษ์มานาน หล่อนอยู่มาตั้งแต่ตอนที่มารดาของพิทักษ์ยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งจิดาภากลายมาเป็นมารดาเลี้ยง และเคยพาหลานชายอย่างจิณณะและจารีตมาที่บ้านให้ ‘เด็กๆ’ ได้รู้จักกัน


“สมัยเด็กๆเขาเป็นยังไง”


ประไพหัวเราะเบาๆ หน้าตาสดใสเมื่อได้คิดเรื่องเก่าๆ


“ซนอย่างหาตัวจับยากเลยค่ะ เคยกระโดดลงน้ำตามไปเอาผ้าพันคอคุณภาที่ปลิว ตอนนั้นคุณยาร้องเสียงหลง ปรากฏคุณจิณว่ายมาขึ้นฝั่งตัวเปียกมะล่อกมะแล่กพร้อมผ้าพันคอ โดนดุยกใหญ่ แต่เจ้าตัวบอกว่าเห็นคุณภาชอบผ้าพันคอผืนนี้มาก ถ้าปล่อยให้หายไปต่อหน้าคงรู้สึกแย่”


ชายหนุ่มฟังแล้วทำเสียงหึในคออย่างหมั่นไส้


“เขาคิดถึงคนอื่นขนาดนั้นเชียวหรือ”


“คุณจิณเป็นเด็กดีออกนะคะ” 


“แต่ดื้อมาก” เขาอุตส่าห์แนะนำให้ไปขอโทษคุณกอบกุล แต่เจ้าตัวกลับเสียงแข็งนอกจากจะไม่ไปแล้ว ยังบอกว่าสิ่งที่ทำเหมาะสมกับสิ่งที่คุณกอบกุลทำต่อตนเองอีกต่างหาก


“คนเราจะดื้อหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับหลายอย่าง คุณทิศบอกว่าคุณจิณดื้อมาก แสดงว่าเจอแต่เรื่องที่คุณจิณดื้อ ลองเป็นเรื่องที่แกไม่ดื้อสิคะ คุณทิศอาจจะบอกว่าคุณจิณว่าง่าย น่าเอ็นดูก็ได้นะคะ”


พิทักษ์หัวเราะในคอราวกับไม่เชื่อ


“ป้าไพเคยเจอเวลาเขาไม่ดื้อหรือครับ”


“ตอนเด็กๆ คุณจิณเคยมาช่วยคุณภาทำขนม สอนให้ปั้นแป้งแบบไหนก็ทำตามว่าง่าย หน้าตามุ่งมั่นน่ารักเชียวค่ะ”


“แต่ตอนนี้เขาโตแล้ว” พิทักษ์แย้ง ทว่าประไพยังยิ้ม ก้มลงมองจานปาท่องโก๋


“คนเราโตขึ้นก็มีทั้งเรื่องที่เปลี่ยนไปและไม่เปลี่ยนไปนี่คะ แต่ป้าว่า...คุณจิณยังเหมือนเดิม อาจจะดื้อไปบ้าง แต่แกไม่ใช่เด็กไม่ดีหรอก”


แม่บ้านร่างอวบหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาออกไปแล้ว แต่ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้อง ยังคงนั่งมองโทรศัพท์มือถือของตนเองแล้วเหลือบไปมองปาท่องโก๋ที่วางอยู่ข้างแก้วกาแฟ


เขาเอื้อมมือไปหยิบปาท่องโก๋มาเข้าปากหนึ่งคำ


ไม่ใช่ปาท่องโก๋ดาษดื่นที่มีขายในตลาด แต่นี่คือเจ้าที่ดังที่สุดในจังหวัดนี้


...ตั้งใจซื้อ...


ชายหนุ่มเพิ่งนึกออกว่าคนที่เขาบ่นว่าดื้อแสนสาหัส ไม่ยอมแม้แต่จะไปขอโทษคุณกอบกุล แต่คนคนเดียวกันนี้ กลับขอโทษเขาอย่างง่ายดายตอนที่เขาดุเรื่องที่เจ้าตัวแสดงความชัดเจนเรื่องสถานะของพวกเขาต่อหน้าธารกำนัล


ไม่ได้ทำอย่างขอไปที เขาดูออก ปาท่องโก๋ที่ซื้อมาเผื่อแผ่พนักงานในสนามกอล์ฟก็เช่นกัน


พิทักษ์ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขากดหาเบอร์ของคุณเทียมผู้เป็นลุง


“ลุงเทียม วันนี้ตอนเย็นว่างไหม”


“คือ...ผมจะเข้าไปพบ...แล้ว...จะพา...จิณ...ไปพบด้วย”


“ครับ ปลัดจิณณะ...” พอมาถึงตรงนี้ พิทักษ์รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ เขาคิดว่าการอธิบายอะไรตรงนี้ผ่านทางสัญญาณโทรศัพท์เป็นเรื่องที่ไม่ควรนัก เรื่องบางเรื่องก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และ...ควรพูดต่อหน้า


“ขอผมเข้าไปพูดต่อหน้าลุงแล้วกันครับ” เขาเอ่ยเรียบๆ รอจนคุณเทียมเช็คเวลาเรียบร้อยแล้ว เขาถึงได้นัดแนะเวลาที่จะเข้าไปพบ จากนั้นจึงวางสายแล้วส่งข้อความไปบอกคนที่ส่งข้อความมากระตุ้นให้เขาพาเข้าไปพบกับครอบครัว


‘เย็นนี้จะไปรับที่ที่ว่าการ’

.....................................


ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1542/-8

จิณณะดูนิ่งขรึม และเอาแต่มองกระจกข้าง


ถึงแม้จะกลับมารู้จักกันได้ไม่นานนัก แต่พิทักษ์ก็พอจะบอกได้ว่าเวลานี้คนที่นั่งข้างกายเขาดูไม่เหมือนเคย


ตอนที่เลี้ยวรถเข้าไปรับ จิณณะยิ้มแย้มให้เขาเหมือนทุกที แต่พอขึ้นรถมาได้ รอยยิ้มเหล่านั้นก็หายไป เจ้าตัวนิ่งเงียบ จนเขาหันมอง แต่พอเห็นว่าเขามอง ปลัดหนุ่มก็ฉีกยิ้มเลิ่กคิ้วทำหน้าตากวนๆ


“มองหน้าผมทำไม มองถนนสิพี่”


พิทักษ์หันกลับไปมองถนนต่อ แต่ก็ยังเห็นทางหางตาว่าคนที่พูดจายียวนเมื่อครู่นี้หันหน้าออกไปทางหน้าต่างรถแล้ว เขาไม่เห็นสีหน้าของจิณณะอีก แต่รู้สึกได้ถึงความอึดอัดและกดดันลอยเคว้ง


“เป็นอะไรไป” เขาเอ่ยปากถาม เหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อย จิณณะหันกลับมามองเขาแล้ว


“หือ?”


“วันนี้ดูเงียบๆ”


“อ้อ...” มีแค่การรับคำ แต่ไม่มีการอธิบายอะไรเพิ่มเติม


“หรือเรื่องที่จะไปพบลุงของผม?” ปลัดหนุ่มกะพริบตาปริบๆ


“ลุงเป็นคนใจกว้าง รับฟังเหตุผลเสมอ แล้วลุงก็ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องของผม” จิณณะเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่พิทักษ์พูดคือเรื่องอะไร


“เดี๋ยวๆ นี่พี่คิดว่าผมเครียดเรื่องจะไปพบคุณเทียมหรือ” เขาท้วงพลางหัวเราะพรืด


“ผมไม่ใช่หนุ่มน้อยนะ ที่แฟนพาไปพบพ่อแม่ผู้ปกครองแล้วต้องเครียด”


“ถ้าไม่ใช่แล้วเป็นอะไร” พิทักษ์หันมาถามตรง ตอนนั้นเองที่เสียงหัวเราะของจิณณะหยุดชะงัก ชักรู้ตัวว่าเขาถูกเจ้าของรถโยนหินถามทางเข้าให้ ที่ทำเป็นพูดเรื่องคุณเทียมขึ้นมาก่อน ก็เพื่อทำให้เขาหลุดปากพูดเรื่องที่กำลังคาใจในตอนนี้


จิณณะขบริมฝีปากที่เสียรู้ แต่คนอย่างเขาก็ไม่เคยถูกใครต้อนให้ติดกำแพงเสียด้วย


“อาหารไม่ย่อยน่ะ เมื่อกลางวันกินเยอะเกินไป” ปลัดหนุ่มพูดแล้วทำเป็นลูบท้องตัวเอง


เมื่อกลางวันเขาไม่ได้แวะไปทานข้าวกับพิทักษ์เหมือนทุกวัน โดยอ้างว่าจะต้องเคลียร์งาน แต่อันที่จริง เมื่อกลางวันเขานั่งเฝ้าอยู่ที่โต๊ะทำงาน สายตามองออกไปแต่นอกหน้าต่างเพื่อดูว่ามีใครน่าสงสัยป้วนเปี้ยนแถวนี้หรือไม่ ในท้องจึงไม่มีอะไรนอกจากกาแฟและน้ำเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็เครียดและเป็นกังวลจนไม่หิวเลยสักนิด


“แล้วกินยารึยัง” จิณณะนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบเรียบๆ


“กินแล้วสิ”


พิทักษ์เลี้ยวรถเข้าจอดริมถนน เปิดไฟขอทาง


“กินเมื่อไร”


“ก็...ก่อนพี่มาถึง”


“ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะหาย หรือที่ยังไม่หายเพราะไม่ได้เป็นอย่างที่พูด” เป็นอีกครั้งที่ถูกจี้ถาม ปลัดหนุ่มกลอกตาไปมาอย่างหมดความอดทน


“เออๆ! ผมเครียดเรื่องงาน! เรื่องราชการน่ะ! พี่ไม่ต้องรู้ก็ได้มั้ง!”


“เรื่องราชการที่ว่าเกี่ยวกับที่มีคนขับรถตามมารึเปล่า” เพียงเท่านั้น ใบหน้าของคนฟังก็ถึงกับซีดเผือด ตาเหลือกรีบหันมองกระจกข้างทันที แต่ถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่วิ่งเข้าสู่ตัวเมือง มีรถราสัญจรจำนวนมาก เขาไม่รู้ว่าคันไหนขับตามพวกเขามาหรือไม่...หรือ...อาจจะไม่มีคันไหนขับตามมาตั้งแต่แรก...


พอคิดได้อย่างนั้น จิณณะก็รีบหันกลับไปมองคนขับรถทันที พิทักษ์กำลังจ้องเขาอยู่ราวกับจับพิรุธเขามานานแล้ว


“จะบอกตรงนี้ หรือจะไปบอกต่อหน้าลุงผม”


ไม่มีทางเลือกไหนดีสำหรับจิณณะเลย


“พี่หลอกผมหรือ?! จริงๆแล้วไม่มีรถขับตามมาตั้งแต่แรกใช่ไหม?!” พิทักษ์ไม่ตอบ แต่จ้องมองนิ่ง นิ่งเสียจนปลัดหนุ่มหงุดหงิด


“ตอบสิวะ!! มีคนตามไหม?!” คนขับรถมองอาการกระวนกระวายของคนตรงหน้าแล้วก็ยิ่งแน่ใจ เขาไม่ได้คิดไปเองว่าจิณณะเอาแต่มองกระจกข้าง เจ้าตัวมองจริงเพราะกำลังกลัว


กลัวจะมีคนสะกดรอยตาม


“ผมถามว่ามีคนตาม!...” จิณณะขึ้นเสียงตะเบ็งถาม ทว่าไม่ทันพูดจบ พิทักษ์ก็เอ่ยตอบเรียบๆ


“มี...” เขาโกหก ความจริงแล้วไม่มีใครตามมาทั้งนั้น แต่เพราะสังเกตความผิดปกติของจิณณะมาตั้งแต่ขึ้นรถ ไหนจะอากัปกิริยาหวาดหวั่นนั่นอีก ยิ่งเขาตอกย้ำว่า ‘มี’ สีหน้าของปลัดหนุ่มก็ยิ่งทั้งซีดทั้งขาว


จิณณะเลียริมฝีปากแล้วหันกลับไปนั่งพิงเบาะ จมร่างตัวเองเข้ากับพนักราวกับมันจะช่วยปกป้องเขาได้


“พ...พี่รู้เรื่องไหนแล้วบ้าง...”


“ตอบในสิ่งที่ผมถามก่อน ไม่ต้องมาย้อนถามผม” พิทักษ์ยังคงนิ่งสงบ ในขณะที่ปลัดจิณณะว้าวุ่นใจ ขยี้หัวตัวเองซ้ำๆหลายครั้ง เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี


“พี่ทองสุก...คนที่ถูกยิงตาย...เขาเป็นสาย...”


“เรื่องนั้นผมรู้แล้ว” จิณณะหันมองคนพูด แล้วได้แต่เม้มปาก เขาน่าจะรู้ดีว่าคนอย่างพิทักษ์มีหนทางสืบหาเรื่องที่เขาหมกเม็ด ข้ออ้างเรื่องความลับราชการอะไรนั่น ให้อย่างไรก็ปิดไม่ได้


“ที่ผมอยากรู้คือคุณเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องคืนนั้นได้ยังไง”


ปลัดหนุ่มอ้าปากพะงาบแต่แล้วก็หุบปากลง แล้วก็อ้าขึ้นอีกครั้ง ทำซ้ำๆราวกับไม่รู้จะพูดดีหรือไม่ ทว่าพิทักษ์ยังจ้องเขาอยู่อย่างนั้น ความเงียบระหว่างพวกเขากลายเป็นแรงกดดันชั้นดีที่ทำให้จิณณะต้องตัดสินใจ


“ผ...ผม...ผมอยู่ที่นั่น...”


คนฟังพ่นลมหายใจแรง แผลที่เขาช่วยใส่ยาติดผ้าก๊อซให้เกิดจากการที่เจ้าตัวอยู่ในที่เกิดเหตุคืนนั้นจริงๆ


“แล้วเห็นคนทำรึเปล่า”


“ไม่เห็น มันมืด...ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้านพี่สุก แกออกไปดูแล้ววิ่งกลับมาบอกให้หนี แล้วจากนั้น...จากนั้นผมก็ได้ยินแต่เสียงปืน...” เสียงดังรัวยังคงสะท้อนก้องอยู่ในสมองของจิณณะ มันดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า มันรัวยิ่งกว่าเสียงกลองหนักๆ และอานุภาพของมัน...ร้ายแรงถึงขั้นปลิดชีวิตทองสุก


จิณณะซุกตัวกับเบาะรถยนต์ ทั้งหวาดหวั่น ทั้งอับจนหนทาง


“แล้วคุณไปที่นั่นคืนนั้นทำไม”


“พี่สุกชวนผมไปกินข้าวที่บ้าน...” จิณณะกระแทกศีรษะกับเบาะ นวดขมับตัวเองแรงๆ หากจะบอกว่าเขาซวยที่ไปอยู่ที่นั่นในวันที่เกิดเหตุก็คงเป็นการโยนความผิดให้คนตาย แต่...เขาเองก็ไม่เคยมีเรื่องราวบาดหมางกับใครจนถึงขั้นต้องถูกตามเก็บ เหตุผลเดียวของเรื่องในคืนนั้นคือทองสุกถูกหมายหัวแต่แรก ส่วนเขาคือคนที่ถูกลูกหลง และกำลังจะกลายเป็นรายต่อไป หากยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทองสุกถูกเก็บเพราะอะไร และใครเป็นคนบงการ


“มีใครรู้อีกบ้างว่าคืนนั้นคุณอยู่กับทองสุก”


“ไม่มีใครรู้...แต่...คนที่ยิงพี่สุกรู้ว่ามีคนอื่นอยู่กับแก เพื่อนผมที่เป็นปลัดด้วยกันมันโดนตามไปถึงบ้าน...”


พิทักษ์ฟังแล้วใจโหวง เพราะการที่มีคนในที่ว่าการถูกจับตา ก็แสดงว่าอีกไม่นาน จิณณะก็อาจะถูกตามเช่นกัน และความจริงที่ว่าเจ้าตัวอยู่ในเหตุการณ์ก็อาจถูกเปิดเผย ต่อให้จะยืนกรานหนักแน่นว่าไม่รู้ไม่เห็นว่าใครเป็นคนฆ่าทองสุก พวกมันก็คงปิดปากจิณณะอยู่ดี


เขามองคนที่นั่งหน้าทุกข์ระทมอยู่ข้างกายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเปลี่ยนเกียร์พารถเคลื่อนตัวอีกครั้ง จิณณะรั้งแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ สายตายังหลุกหลิกมองออกไปนอกรถ สีหน้ายังซีดขาว และที่สำคัญคือเจ้าตัวยังพูดไม่ออก


“ไม่มีใครตามมาหรอก ไม่ต้องกังวล” สีหน้าของจิณณะเปลี่ยนเป็นเรียบตึงฉับพลัน


“หมายความว่าไง?! นี่พี่โกหกผมหรือ?!”


“ถ้าไม่ทำแบบนี้ คุณก็ไม่พูดความจริงน่ะสิ” ปลัดอ้าปากค้าง แล้วหุบลง อยากด่าอีกฝ่ายสักที แต่ก็ด่าไม่ออก...ใช่ ถ้าพิทักษ์ไม่โกหก เขาก็ไม่มีวันพูด...


“ผมจะไม่ทำอีก” คนโกหกเมื่อครู่เอ่ยปาก ทำเอาคนอยากด่าแต่ได้แค่พะงาบปากขึ้นๆลงๆถึงกับต้องหันมอง


“แต่คุณก็ต้องรับปากว่าจะไม่ปิดบังผม”


ดวงตาสองคู่สบกัน ทั้งๆที่พิทักษ์เป็นเพียงญาติห่างๆไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่อย่างใด หนำซ้ำยังเพิ่งกลับมาคลุกคลีเพราะปัญหาที่จิณณะหิ้วไปขอความช่วยเหลือ เขาไม่มีอะไรวิเศษวิโสที่จะทำให้จิณณะต้องรับปากว่าจะไม่ปกปิดเลย


แต่...ถึงอย่างนั้น อะไรบางอย่างในตัวคนมากปัญหาก็บอกว่าพิทักษ์คือคนที่ไว้ใจได้ วางใจได้ และไม่จำเป็นต้องปกปิดอะไรทั้งนั้น


“ผม...รับปาก”


พิทักษ์ตบมือตัวเองลงกับมือของจิณณะที่จับแขนของเขาอยู่


“ผมเองก็สัญญาเหมือนกัน”


“พี่สัญญาแล้วนะว่าจะไม่หลอกผมอีก” ดวงตาคมดุคู่นั้นทอดมองอย่างจริงจัง


“สัญญา...” มือที่ตบลงบนมือของจิณณะกลายเป็นบีบเบาๆ ทำเอาเจ้าของมือที่ถูกบีบต้องก้มลงมอง ในขณะที่เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้ง


“....และผมสัญญาว่าจะช่วยคุณ”


มือที่อยู่ในสายตาของจิณณะก็ถูกดึงกลับไปจับพวงมาลัยรถแล้ว ทว่าสายตาของปลัดยังคงอยู่บนมือของตนเอง ไอร้อนจากมือของอีกฝ่ายยังคงหลงเหลืออยู่บนหลังมือของเขา ในขณะที่มือของเขาก็ยังจับที่แขนของพิทักษ์


อะไรบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย จิณณะได้แต่เม้มปาก ก่อนจะค่อยๆปลดมือตัวเองออกมาจากแขนของคนข้างกาย


เขากลับไปนั่งพิงเบาะตัวเองอีกครั้ง ความกังวลที่เมื่อครู่ยังลอยเคว้งอยู่ในหัวใจราวกับถูกปัดเป่าจนเหลือเพียงแค่ควันจางๆ


‘ผมสัญญาว่าจะช่วยคุณ’


ประโยคนี้ของพิทักษ์มีอำนาจเหลือเกิน


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

มีการสัญญิงสัญญา (อยากจะแหมมมม...ใส่ปลัดมากๆเลยค่ะ ฮ่าฮ่า)

ตอนที่แล้วพี่ทิศออกมาทำหน้าที่หน่อยเดียว มีแต่คนอวยพี่ทิศกันยกใหญ่ บอกว่าพี่ทิศเล่นดี เล่นเนียน พี่ทิศอาจจะสุขุมนุ่มลึกน่าเชื่อถือ แต่ในสายตาปลัด พี่ทิศคือนางเอกค่ะ ฮ่าฮ่า (ตอนนี้ให้แอร์ไทม์ปลัดไปค่ะ ให้ออกตัวแรงแซงทุกโค้งไปเลย เราจะไม่เถียง เดี่ยวให้พี่ทิศเถียงแทน กร๊ากๆ)

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตามและเป็นกำลังใจให้พี่ทิศกับปลัด ขอบคุณพื้นที่บอร์ดด้วยค่ะ

เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ



ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
โอ๊ยยน พี่ทิศเท่ห์สุดๆ

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
เดี๋ยวจิณก็คงได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นนางเอก 55555

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
เอ็นดูคุณปลัด    :L2: :L2: :L2:

ออฟไลน์ borntobeyours

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เขินนนนนน พี่ทิศละมุนมากกกก อย่างที่จิณว่า พี่ทิศน่ารักมากๆ ตกหลุมรักแล้ว คนอะไรความคิดความอ่านดูเป็นผู้ใหญ่มากๆ พึ่งพาได้ อบอุ่นสุดๆ หวังว่าพี่ทิศจะหลงเสน่ห์น้องจิณเร็วๆ ฮืออออ

ออฟไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 710
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-0
นางเอกจะปกป้องพระเอกเอง !!! :m20: :m20:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ทำไมละมุนขนาดนี้ล่ะคะ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-1
เอาแล้ว พี่ทิศเริ่มเอฟเฟคคุณปาหลัดแล้ว 555
จะรอดูใครกันแน่ที่เหมาะกับน้ำนางเอก
ยังไง ระวังตัวกันด้วยนะ

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
พี่ทิศถือว่าเป็นผู้ชายเงียบครึมแต่อบอุ่นได้มั้ยเนี่ยยย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
 o18 นางเอก ไม่นางเอก รอดูตอนแทงจ้ะ

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
‘ผมสัญญาว่าจะช่วยคุณ’

งื้อออ  :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
เขินอะไรไม่รู้

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
พี่ทิศมีความอ่อนโยน อีกไม่นานน่าจะดีกัน

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
พีีทิศน่ารักกกกก
พระเอกนิยายคุณบัวน่ารักตลอด ยกเว้นโจ๊ก ก๊าก

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-1
ปลัด นี่ปลัดมั่นใจมากไปนะที่ประกาศว่าพี่ทิศเป็นนางเอกของปลัดอ่ะ ถามไถ่สุขภาพใจพี่ทิศแล้วยัง? 55555

พี่ทิศโชว์เหนือมาก หลอกปลัดจอดสนิทเลย / รักดอกจึงหลอกถามน้าาา  :hao3:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ชื่อพิทักษ์ พิทักษ์สมชื่อเลยค่ะ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
นี่แค่แฟนหลอก ๆ พี่ทิศยังช่วยซะขนาดนี้ เป็นแฟนจริงสงสัยแทบจะอุ้มใส่เอว
ชอบป้าไพ ยกตำแหน่งผู้ช่วยนางเอกให้เลยค่ะ

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
พี่ทิศนี่มาเหนือตลอด :-[

ออฟไลน์ 2pmui

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
นางเอกกกกก ฮ่าๆๆๆ
ค่ะ นางเอกเรื่องนี้ดุแต่ใจดีมากเลยค่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด