STEP by STEP ทีละก้าว {MewSN} - ก้าวที่สิบเอ็ด P.3 15-04-2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: STEP by STEP ทีละก้าว {MewSN} - ก้าวที่สิบเอ็ด P.3 15-04-2019  (อ่าน 7125 ครั้ง)

ออฟไลน์ MewSN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม






***********************************************






[- ทีละก้าว -]

- M E W S N -


- C O N T E N T S -


หากเริ่มนับไปทีละก้าว เขาไม่รู้ว่าเท้าขวาหรือซ้ายของตัวเองที่จะไปถึงจุดหมายก่อน
แต่นั่นสำคัญด้วยเหรอ ?
หากว่าก้าวสุดท้ายของเขาจะไม่ได้ยืนอยู่เบื้องหน้ามัน





***********************************************
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-04-2019 20:01:27 โดย MewSN »

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
Re: STEP by STEP ทีละก้าว {MewSN} - บทนำ 09-11-2018
«ตอบ #1 เมื่อ09-11-2018 20:47:27 »

รอติดตามจ้า

ออฟไลน์ MewSN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3
Re: STEP by STEP ทีละก้าว {MewSN} - บทนำ 09-11-2018
«ตอบ #2 เมื่อ09-11-2018 20:52:13 »

บทนำ


โปรดเตรียมใจก่อนอ่าน...




                  เขากระชับกระเป๋าผ้าสีขาวใบเก่งข้างกายแน่น หวังให้การขย้ำแรงๆมันช่วยลดความประหม่านี้ลงได้
                  เท้าซ้ายของเขาเคลื่อนไปข้างหน้า มีใครบางคนที่เขารู้จักเคยบอกว่า ก้าวแรกมักน่ากลัวเสมอ แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกว่าก้าวที่สองกลับน่ากลัวยิ่งกว่า
                  ไม่สิ ยิ่งก้าวต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งน่ากลัวทุกขณะ ยิ่งใจหาย หายใจไม่คล่อง มันหน้ามืด มันตาลาย มันคล้ายจะเป็นลม
                  ใจเขาเต้นแรงตึกตักบอกให้รู้ว่าเลือดเริ่มสูบฉีดเพราะความตื่นเต้นอย่างหนัก
                  ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวาดกลัว ทั้งประหม่า ทั้งอะไรก็ไม่รู้ในความคิดเต็มไปหมด
                  อะไรกัน
                  นี่มันก็แค่ทำตามคำสั่งของรุ่นพี่ ชีวิตปีหนึ่งก็เท่านี้ ต้องอยู่ในกฎระเบียบ เคารพรุ่น นอบน้อมถ่อมตนเห็นว่าตัวเองเป็นผู้น้อยเสมอ แล้วอะไรอีกก็ช่างแม่งไปก่อนเถอะ ตอนนี้ในหัวที่ยุ่งเหยิงด้วยระบบความคิดมีเพียงคำสั่งเดียวที่ชัดเจน
                  นั่นเพราะมันไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือความรู้สึก สิ่งที่ถูกจดจำด้วยความรู้สึก มันชัดเจนเสมอ
                  มันก็เป็นแค่คำสั่งง่ายๆ ธรรมดาๆ ซ้ำๆเหมือนกับของใครๆ แต่ไม่ว่าผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ก็ทำให้ผู้รับคำสั่งต้องเป็นบ้าเป็นหลังแบบเขาตอนนี้ทุกที
   
                  บอกรักเดือนคณะ
   
                  บอกรักเดือนคณะ?
   
                  โอเคมันอาจจะเป็นคำสั่งที่ผสมความอยากแกล้งรุ่นน้องของรุ่นพี่ หรือความฟินของรุ่นพี่หลายคนที่ยืมมือน้องรหัสตัวเองเป็นสะพานเชื่อมสายสัมพันธ์
                  แต่ขอโทษเถอะ จะไม่คิดหน่อยเหรอว่า เขาเองจะไม่ได้แอบชอบเดือนคณะอยู่จริงๆ
                  เฮ้อออออออออออออออออออ
                  ขอถอนหายใจยาวๆกับประโยคข้างบน เพราะว่า…
                  โอเค เขายกมือยอมแพ้ในเรื่องที่ว่า มัน เป็นบุคคลที่เขาแอบชอบอยู่เงียบๆ มาตั้งแต่ทำกิจกรรมรับน้องของคณะแล้ว
                  ทั้งที่ละอายใจเรื่องที่แอบชอบเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นผู้ชายที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเดือนมาตั้งแต่วันแรกยังไม่พอ มัน ที่ว่ายังมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วอีกด้วย
                  แฟนตัวจริง ที่เป็นผู้หญิง ที่ทั้งสวย รวย และเก่ง ครบเครื่องฉบับเขาเทียบไม่ได้แถมเทียบแล้วไม่ติดฝุ่นเลยล่ะ
                  
                  อย่าลืมกฎธรรมชาติที่ว่า…
                  ผู้ชายยังไงก็ชอบผู้หญิงอยู่วันยังค่ำ แล้วถ้าถามเขาล่ะ ว่าเขาไปชอบมันตอนไหน
   
                  ไม่รู้สิ แต่ที่เขารู้ อย่างน้อย เขาก็ไม่เคยมองใครอีกเลยนอกจากมัน แม้เราจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ทำงานสาขาด้วยกัน โดนว้ากมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือน แต่เป็นเขาเองที่ไม่กล้าคุยกับมัน ทฤษฎีการกดดันของพวกรุ่นพี่อาจใช้ได้ผลกับเพื่อนร่วมรุ่นทุกคน เราสนิทกันค่อนข้างเร็วและไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ไม่ใช่กับมัน
   
                  มันเท่านั้น ที่เขาประหม่าทุกครั้งที่เจอ
                  มันเท่านั้นที่เขาหลีกหนี และไม่ยอมขอความช่วยเหลือใดๆ
                  แล้วมันผิดอะไร ทำไมเขาต้องทำเป็นเมิน เดินหนี มองไม่เห็น หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้มันเองก็ไม่กล้าทักเขาอีกเลย
                  เปล่า มันไม่ผิด แต่เป็นเขานั่นเองที่โคตรผิดมหันต์
         
                  มีกฎข้อหนึ่งที่รุ่นพี่เคยบอกเล่นๆว่า…
                  ห้ามแอบชอบเพื่อนร่วมรุ่น
                  ตอนนี้เขารู้ซึ้งเลยล่ะว่ากฎเกณฑ์ที่เหมือนเรื่องเล่นๆ พอเจอเข้ากับตัวกลับนึกขำไม่ออก
                  มันให้ความรู้สึกแบบนี้เองสินะ สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนและเขาไม่อยากยอมรับ คือเขาแทบมองหน้ามันไม่ติด มันไม่สนิทใจที่จะเป็นเพื่อนในเมื่อเราก็รู้อยู่แก่ใจตัวเอง
   
                  ยิ่งกว่านั้น เขายังมีของแถม
   
                  แอบชอบเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นผู้ชายยังไม่พอ ของแถมก็คือเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนว่ามันยังมีแฟนที่เป็นผู้หญิงอยู่แล้วด้วย
                  ดังนั้นคงไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าความฝันเขาได้ดับลงตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
                  แค่คิดจะเปิดเผย ใจเขาเองยังไม่กล้าเลย
   
                  แต่วันนี้ ตอนนี้ นาทีนี้ เขาค่อยๆก้าวเท้าช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายก็คงคิดว่าเป็นแค่เกมล้อเลียนของรุ่นพี่ แต่สำคัญที่สุดมันอยู่ที่ใจเราต่างหาก ที่ไม่คิดแบบนั้น
                  จะให้คิดว่าแกล้งชอบ ทั้งๆที่แอบชอบจริงๆไปแล้วมันทำไม่ได้นะเว้ย
                  สายตาเขาทอดยาวไปยังม้านั่งใต้คณะ ที่มีแต่เด็กสถาปัตย์นั่งเรียงราย หนึ่งในหลายสิบคนคือรุ่นของเขาเอง มีทั้งรู้จักชื่อ และคุ้นหน้า
                  ครั้งนี้พี่รหัสผู้อยู่ในเงามืดและยังเป็นปริศนาให้เด็กปีหนึ่งตามหาต่อไปของเขาทำเขาแสบจริงๆ
   
                  ฮึ่ย
                  ถ้าพี่แกชอบเดือนปีหนึ่งคณะเราก็มาบอกมันเองดิ
                  ใช้น้องรหัสเป็นเครื่องมือแบบนี้
                  มันไม่ดีเลยจริงๆ
                  ไม่ดีต่อหัวใจมากๆเลย
   

                  “มดเหรอวะ”
   

                  พอเท้าเหยียบเข้าไปใกล้อาณาเขตที่สายตาของผองเพื่อนชาวสถาปัตย์จะมองเห็น ชื่อของเขาก็ถูกพ่นออกมาจากเพื่อนร่วมรุ่นที่จำได้ หรือมันสายตาดีอ่านจากป้ายที่ห้อยคอเขาไว้ก็ไม่แน่ใจ
                  ปกติเขาไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และกับใครที่ว่าส่วนใหญ่ได้เหมารวมผู้ชายทั้งหมดของคณะไว้
                  ตั้งแต่จำความได้ เพื่อนของเขาก็มีแต่ผู้หญิงทั้งหมดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่เพื่อนๆชอบล้อว่าเขาเป็นเกย์
                  จะเรียกว่าเกย์ก็ได้นะ และถ้าเป็นเกย์แล้วชอบแค่มัน เขาคงต้องยอมเป็นเกย์
                  และตอนนี้มันที่ว่าก็หันมามองทางเขาเช่นเดียวกัน
                  ถอยกลับตอนนี้ยังทันมั้ยนะ
                  พี่รหัสบ้าๆ กับคำสั่งบ้าๆ ถ้าเขาไม่ทำจะไม่นับเป็นน้องเหรอ ไม่เป็นก็ได้เว้ย
   

                  ได้ที่ไหนกันล่ะ
   

                  “เอ่อ…”
   

                  อยากตบปากให้หายตะกุกตะกัก
   

                  “ขอคุยกับนายหน่อยดิ”
   

                  โอ๊ย ถ้าเขาบอกไม่รู้ว่าควรใช้สรรพนามไหนทักผู้ชายดีใครพอจะช่วยได้ไหม
                  มันเป็นจริงๆนะ การไม่มีเพื่อนผู้ชาย ก็เท่ากับว่าคำพูดคำจาแบบผู้ชายเขาก็ไม่เคยฟัง ดูมาจากในหนัง อ่านจากนิยาย ก็มีแต่ เรากับนายนี่ล่ะ กับเพื่อนผู้หญิงยิ่งแล้วใหญ่ แทนตัวเองด้วยชื่อน่ารักกิ๊บเก๋ไปอีก ซึ่งบอกเลยว่าไม่เหมาะกับหน้าเขาอย่างยิ่ง
   

                  “กับใครวะ”
   

                  ทั้งรุ่นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ทันทีที่มืออันสั่นเทาของเขาชี้ไปที่มัน เท่านั้นล่ะ…
                  ฮิ้วววววววววววววว
                  แล้วจะโห่แซวทำหอกอะไรวะ


                  “โอ๊ย มดคนดีทำใจเราเจ็บ คนนี้เล็งมานาน เสร็จไอ้ป่านจนได้”
                  “ใจพี่เจ็บ เมื่อน้องมดเลือกแล้ว”
                  “น้องมดคนงามของพี่”
   

                  ถุยยยยยย
                  คำพูดไม่มีมูล ไร้สาระ แค่จะแกล้งให้เขาอาย เสียใจด้วยนะ แบบนั้นมันใช้ได้กับเพื่อนผู้หญิงกลุ่มเขาเท่านั้นล่ะ
                  ยกเว้นคำพูดของใครบางคน
   

                  “อยากคุยกับกูเหรอ”
   

                  ที่แค่พูดก็ทำให้หัวใจเขาเต้นรุนแรง
                  มันลุกขึ้นยืน ป้ายชื่อที่พลิกกลับถูกมือหนาจัดเข้าระเบียบ จึงเผยนามของคนห้อยออกมา
   

                  ‘ป่าน 291’
   

                   “คุยตรงนี้สิ”
   

                  เสียงมันราบเรียบแต่ไม่ได้เย็นชาจนคนฟังใจห่อเหี่ยวเท่าไหร่ อย่างน้อยก็เป็นน้ำเสียงปกติที่เพื่อนร่วมรุ่นจะมีให้กันได้
                  ผิด เพื่อนร่วมรุ่น ที่ไม่เคยคุยกันเลยสักคำ จนกระทั่งตอนนี้ เขาก็ไม่รู้จะไปต่อยังไง
                  เอาไงดี
                  ใจหนึ่งก็อยากแยกมันออกไปจากกลุ่มเพื่อน ใจหนึ่งก็ไม่กล้ายืนคุยกับมันสองต่อสองเพราะเขินอายเกินกว่าที่จะจ้องดวงตาคมกริบสีดำนั่นตรงๆ สำหรับมันแล้ว ภูมิต้านทานของเขาพร้อมที่จะต่ำลงได้ทุกเมื่อ
                  แต่…
                  เอาไงเอากันวะ
                  ถ้าหากฟ้าจะถล่มวันนี้ ก็ขอให้พังลงมาตอนนี้ด้วยเถอะ
                  แต่เขาจะคาดหวังอุปสรรคแบบนั้นให้มาขัดขวางการทำตามคำสั่งของพี่รหัสได้อย่างไรในเมื่อท้องฟ้ากลับไม่มีเมฆหมอก แถมปลอดโปร่งตลอดวัน พ่วงท้ายด้วยการยืนยันจากพยากรณ์อากาศในข่าวเช้าที่เขาเพิ่งฟังก่อนออกจากหอมา
                  โถ ช่างเป็นใจเหลือเกินเนอะเบื้องบน
                  เขาเดินไปหามัน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทำอย่างที่เตี๊ยมมากับเพื่อนสาวทั้งสี่
   
                  ‘แค่เดินไปกระซิบว่าเราทำตามคำสั่งของพี่รหัส นายอย่าคิดมากนะ’
                  ก็จบแล้ว
   
                  เขาทวนคำพูดของจิ๊บในใจอีกรอบ ก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบาจนกลายเป็นกระซิบให้ได้ยินแค่เราสองคน
   

                  “เราทำตามคำสั่งพี่รหัสนะ…” ประโยคที่เตี๊ยมมาถูกเขาสื่อออกไป แต่เตี๊ยมก็คือเตี๊ยม เพราะของจริงมันคนละอย่างแบบบอกไม่ถูกเลยล่ะ จำใจกล้า…
   

                  ยื่นกระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็กสีเขียวอ่อนที่เขียนตามคำบอกกึ่งบังคับของพี่รหัสลงไปว่า…
   


                  เรา รัก นาย
   


                  และเขาหวังอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นไปตามแผนเป๊ะๆ ที่เขาเตรียมไว้ ถึงกับอดหลับอดนอนทำใจเลยทีเดียว กว่าทุกอย่างจะออกมาเป็นแบบวันนี้นะ
                  แค่มันอ่านกระดาษอย่างเงียบๆ นั่นแปลว่าเขาได้ทำตามคำสั่งของพี่รหัสสำเร็จแล้ว พี่แกก็จะรับเป็นน้องรหัส ทุกคนเบิกบาน แถมเขายังไม่ต้องอายพ่นคำว่ารักออกมาจากปากให้คนอื่นได้ยินจนต้องอายม้วนหนักกว่าเดิมหลายเท่า หรือแม้กระทั่งพูดให้มันได้ยินเพียงสองคนเขายังไม่กล้า
                  ทุกอย่างแฮปปี้
                  ชีวิตดี๊ดี
   
                  ถ้าเพียงแต่…
                  ถ้าเพียงแต่ว่า…
   

                  มันจะไม่อ่านลายมือเรียบสวยของเขาเสียงดังฟังชัดว่า…
   

                  “มึงแอบชอบกูมานานเท่าไหร่แล้ว”
                  ป้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
                  เสียงปืนดังระงม และคนที่ถูกยิงคือเขาเอง
                  พัง พังหมดทั้งแผนทั้งหนังหน้า
                  เขาถลึงตามองมัน
                  ไอ้สายป่าน รหัส291 ไอ้คนกวนตีนที่สุดในโลก
   

                  “จริงเหรอวะ”
   

                  เพื่อนๆต่างแย่งกระดาษจากมือมันเอาไปดู
   

                  “เปล่านะ เราทำตามคำสั่งของรุ่นพี่”
   

                  เขารีบแก้ต่างให้ตัวเองก่อนภัยจะมาถึงตัว
   

                  “เมื่อกี้มึงไม่ได้บอกแบบนี้”
   

                  แต่มารผจญกลับเข้มแข็งกว่า ยักคิ้วหลิ่วตา ดีใจที่ได้แกล้งคนไม่มีทางสู้อย่างเขาที่ตอนนี้สติอะไรไปหมดแล้ว
                  คำพูดของมันสองแง่สองง่าม จนพาลให้คนฟังคิดแตกประเด็นเป็นตุเป็นตะ
                  แต่ก่อนที่อะไรจะเลยเถิด และมันดูจะโคตรสมใจที่ได้แกล้งให้เขาได้อายไปมากกว่านี้นั้น ตัวละครที่ใครหลายคนต้องอิจฉาแม้กระทั่งตัวเขาเองก็ปรากฏตัวขึ้น
   


                  “ป่าน รีบหน่อยสิ นิวหิวแล้วนะ”
   


                  น้ำเสียงหงุดหงิดระดับสิบแต่ก็ยังหวานจับใจสำหรับคนฟังเรียกให้สายป่านรีบถลาเข้าไปหาแฟนตัวเองทันที
                  นั่นไง ตัวจริงของเขามา และตัวประกอบอย่างเขาก็ต้องถอยหลบฉากไปแบบเงียบๆสินะ
                  สายป่านหันมามองเขาแวบหนึ่ง
   

                  “เฮ้ยมึง กูไปก่อนนะ แล้วเจอกันเว้ย”
   

                  บอกประโยคข้างบนเสร็จ แล้วมันก็จากไป แบบ ง่ายๆ?
   

                  “ทำใจนะมด ตัวจริงมาว่ะ”
                  “ตัดใจเถอะมึง คนนี้มันรักจริงว่ะ”
                  “น้องมดเลิกสนใจไอ้ป่านแล้วซบอกพี่ก็ได้นะ”
   

                  ทิ้งเขาไว้ให้เพื่อนๆปลอบโยน ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าทุกคนเห็นเป็นเรื่องเล่นๆ จะมีสักกี่คนที่ไม่รู้ล่ะ ว่าคำสั่งใจกล้าบ้าบิ่นแบบนี้ล้วนมาจากพวกรุ่นพี่ทั้งนั้น ที่โห่แซว จิ้นกันไปต่างๆนานาก็เพื่อความสนุกปากของพวกมัน
                  เขาก็รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองสถาปัตย์อยู่แล้ว
                  เพียงแต่เป็นเขาเอง ที่เก็บคำปลอบโยนเหล่านั้นมาคิดจริงๆ จนอยากร้องไห้
                  ตัดใจมึง
                  เขามีแฟนแล้ว…





- T B C . -




H E L L O มิวเอสเอ็นเองค่า
ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-11-2018 09:25:55 โดย MewSN »

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
Re: STEP by STEP ทีละก้าว {MewSN} - บทนำ 09-11-2018
«ตอบ #3 เมื่อ09-11-2018 22:05:58 »

ยังรออ่านเรื่องของพัดลมกับปลาสเตอร์อยู่เน้อ  ยังไงก็อยากให้ปั่นให้จบ

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2852
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-0
Re: STEP by STEP ทีละก้าว {MewSN} - บทนำ 09-11-2018
«ตอบ #4 เมื่อ10-11-2018 07:52:19 »

เหมือนจะดราม่า แต่คงไม่
สายป่านแลดูร้ายกาจนะคะ
มดน้อยถึงกับเซเลย

อย่ามาหลงเค้าทีหลังล่ะ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: STEP by STEP ทีละก้าว {MewSN} - บทนำ 09-11-2018
«ตอบ #5 เมื่อ10-11-2018 08:05:24 »

อ้าว ไงพี่รหัสทำร้ายจิตใจน้องแบบนี้ล่ะ  :hao5:

ออฟไลน์ MewSN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3
ก้าวที่หนึ่ง
ความบังเอิญที่ไม่มีจริง


โปรดเตรียมใจก่อนอ่าน...




                  ในทุกๆความบังเอิญ อาจเป็นความตั้งใจของโชคชะตา
   
                  เขาว่าเขาเคยเจอประโยคแสนคุ้นทำนองนี้ในหน้าหนังสือของนิยายเล่มไหนสักเล่ม แต่เขาลืมไปแล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงวัยใส ติดนิยายแจ่มมืด(นามสมมุติ)งอมแงมแทบไม่หลับไม่นอน แต่ช่วงเวลาแบบนั้นมันก็ผ่านมานานมาก เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง ยกเว้นความมั่นคงในหัวใจที่ยังมอบให้มันคนเดิม
   
                  เรื่องราวความรักของใครบางคนที่แอบเก็บงำไว้คนเดียวได้ผ่านมาเกือบปีแล้ว และชีวิตของเขาเองช่างเหมือนนิยายน้ำเน่า แอบรักเขาข้างเดียวไปวันๆ มีชีวิตอยู่ก็แค่มีความสุขกับการได้แอบมองเขาสวีทหวานกับแฟน ส่วนตัวเราก็เก็บภาพเหล่านั้นไปเศร้าคนเดียวในห้องบ้าง ระบายออกกับเพื่อนสนิทบ้าง หรือบางครั้งถ้าจำเป็นก็ต้องนั่งระบายกับน้องหมาข้างห้อง ดูสิ มีพล็อตนิยายน้ำเน่าที่ชีวิตตัวเอกอย่างเขาต้องเหงาจับใจขนาดนี้มั้ยล่ะ
   
                  หนึ่งปีกับการที่ต้องทนเห็นมันกับแฟนตัวติดกันตลอดเวลา แต่อาจเป็นความโชคดีในความโชคร้าย หรืออาจจะพูดกลับกันว่าเป็นเรื่องร้ายในความโชคดีก็ได้ที่ว่า…
   
                  ถึงแม้เราจะเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เหมือนกัน แต่เขากับมันอยู่คนละภาควิชา ทำให้ในช่วงชีวิตปีสองที่กำลังจะเปิดเทอมเร็วๆนี้ของเขา อาจไม่ต้องเจอมันอีกเลย
   
                  เป็นเรื่องโชคดีที่ไม่ต้องทนเห็นมันหวานกับแฟน แต่ช่างโชคร้ายที่แค่คิดก็ใจหายว่าเขาจะไม่ได้แอบมองมันแบบตอนปีหนึ่งอีกต่อไปกลับทำให้ใจมันโหวงๆ
   
                  ไอ้คำที่ว่าทฤษฎีโลกกลมน่ะ อย่าได้บังอาจเอามาใช้กับพวกเขาเลย เพราะตลอดหนึ่งปีการศึกษาที่พวกเราอยู่ในสถานะเฟรชชี่วัยใส แม้ว่าเราจะลงเรียนวิชาจำพวกพื้นฐานของนักศึกษาปีหนึ่งที่เป็นตัวบังคับต้องลงเรียนทั้งมหา’ลัย แต่พระเจ้าก็ไม่เคยดลบันดาลให้เราได้เดินสวนกันสักครั้ง มิหนำซ้ำเรายังไม่เคยเรียนเซคเดียวกันด้วยซ้ำ เพียงแค่รหัสเขาห่างจากมันไปแค่สองตัว
   
                  มีเพียงรุ่นพี่ปีว้ากเท่านั้นที่ทำให้เขาได้สมหวังจะด้วยความขมขื่นก็ดีหรือความลำบากก็ดี อย่างน้อยถึงเราทั้งรุ่นจะโดนเรียกมาด่าในวันตรวจงาน แต่มันก็ทำให้เขาได้รู้ความเป็นไปของมันอย่างเงียบๆ
   
                  เฮ้ออออออออออออออ
   
                  มาถึงตรงนี้แล้วก็ขอถอนหายใจยาวๆกับวาสนาของตัวเองแบบไม่อายเลยแล้วกัน
   
                  นี่สินะโบราณท่านว่าแข่งอะไรก็แข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งกันไม่ได้
   
                  ไอ้เขาก็เป็นคนที่เชื่อคำท่านสอนอยู่เสมอ มาเจอแบบนี้ยิ่งเชื่อจนงมงายแล้ว ใจมันก็รั้นอยากจะแข่งอยู่หรอกนะ อยากจะไฟท์กับความรักครั้งนี้ของเขาเหลือเกิน แต่อย่าลืมว่าเพศสภาพเขาเป็นผู้ชาย แข่งยังไงก็ไม่ชนะผู้หญิงหรอก แถมมองๆแล้วไอ้สายป่านก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะชอบผู้ชาย หรือเป็นไบเลยสักนิด นั่นยิ่งทำให้คะแนนเขาติดลบไปหลายตัวเลข ทำให้คู่แข่งชนะไปอย่างขาดลอยเห็นๆ
   
                  ไม่สิ ที่จริงเขาน่ะแพ้มาตั้งนานแล้ว เขาควรจะยอมรับตั้งแต่วันที่เดินเอากระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็กที่เขียนคำบอกรักมันเพราะโดนพี่รหัสสั่งให้ทำแต่ลึกๆแล้วใครจะรู้ ว่าคำตอบในใจเขาก็คือประโยคที่ถูกเขียนลงบนกระดาษแผ่นนั้น เหตุผลเพียงข้อเดียวที่ตอกหน้าเขาหงายชนิดยังไม่ได้ลงแข่งก็แพ้ตั้งแต่เริ่มนั่นก็คือ เขาชอบมัน แต่มันไม่ได้ชอบเขา ก็เท่านั้นเอง
   
                  เป็นข้อเท็จจริงที่ยากจะยอมรับจริงๆ


                  ❤

   




                  {เสร็จหรือยังจ๊ะ พี่เขามารอเราแล้วนะ}
   
                  เวลาเช้าที่สดใสของเขาในวันจันทร์ถูกปลุกจากเสียงสั่นครืดๆของไอโฟนลูกรักที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียง เป็นสายเข้าจากจิ๊บหนึ่งในเพื่อนสนิทที่คบกันมาจากตอนปีหนึ่ง เพราะเมื่อคืนมันถูกเขาใช้งานจนดึกดื่น เพียงเพราะประโยคสามคำจากในกลุ่มแชทของเพื่อนที่ส่งมาว่า…
   
                  เล่น เกม กัน
   
                  จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงถูกทิ้งให้นอนอยู่บนเตียง เพราะเขาเล่นเกมจนหลับคาหมอนต้องติดแค่ไหนถามใจดูอ่ะ แถมเมื่อคืนเขานอนดิ้นจนเผลอทับมันไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ พอตอนเช้าจะตื่นมาเช็กดูก็ไม่ทัน เพราะสายเรียกเข้าจากคุณจิ๊บราวกับหมายศาลเรียกตัวไปคณะ ตอนนี้ทั้งตัวเขายังถูกสวมด้วยชุดนอนลายลูกหมีอยู่เลย เหล่ดูเวลาบนขวาสุดของหน้าจอ
   
                  7.25 น.
   
                  ยังทันอยู่
   
                  ขออาบน้ำสักสิบห้านาที เป็น 7.40 นาฬิกา แล้วมาลงแร้งค์(ลงแร้งค์ = การเล่นเกมที่มีการจัดอันดับ ถ้าชนะก็จะได้เลื่อนไปขั้นต่อไป)อีกสักตาเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเองวันนี้แล้วกัน เพราะต้องไปคอยดูแลน้องๆปีหนึ่งทั้งวันมันก็จะเหนื่อยๆหน่อย น้องไม่ได้พัก เราคนเป็นพี่ก็จะไม่พักเอาเปรียบน้องเหมือนกัน
   
                  เมื่อก่อนตอนเขาอยู่ปีหนึ่งยังไม่เข้าใจหัวอกปีสองดีพอ แต่เดี๋ยวนี้พอก้าวเข้ามาเป็นพี่เต็มตัว ความรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่างมันก็มาตกอยู่กับเรา โดยเฉพาะงานแรกอย่างกิจกรรมรับน้องของคณะสถาปัตย์ซึ่งเป็นงานใหญ่ชิ้นแรกที่ปีสองได้รับผิดชอบที่อาจเรียกได้ว่าพวกเราปีสองแทบอดหลับอดนอนเตรียมงานกันมาทั้งเดือนก่อนน้องเข้ามอ
   
                  ถือคติ เบื้องหน้างานคุณภาพ เบื้องหลังจะอะไรก็ช่างแม่ง
   
                  แม้ว่าพวกพี่ๆจะตายเพราะงานเกือบไม่ทัน บางคนตื่นเช้ามาสภาพโทรมแทบรับไม่ได้เพราะไม่ได้นอน แต่ต้องลุกขึ้นมาแต่งหน้าสวมบทบาทเป็นเอ็มซีต่อ นับถือจริงๆกับคนที่หลอกให้ตัวเองดูเฟรชแม้ว่าร่างกายข้างในแทบพัง
   
                  อย่างเช่นคนปลายสายอย่างจิ๊บ เป็นต้น
   

                  {ได้ยินที่กูพูดมั้ยเนี่ย กูเป็นพิธีกรงานเช้านะคะ น้องต้องได้เห็นกูถือไมค์ตะโกนแหกปากปาวๆก่อนแปดโมงครึ่ง}
   

                  ชาตินี้เขาคงจะไม่ได้ยินคำว่าเรากับเธอออกมาจากปากจิ๊บอีกแล้ว บวกด้วยคนอื่นๆในกลุ่มด้วย ลาก่อนความสุภาพของพวกเราตอนปีหนึ่ง จะด้วยสภาพแวดล้อมหรือยังเกรงๆกันอยู่ก็ตาม แต่วันเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า…
   
                  ไม่มีมารยาทที่ยั่งยืนในหมู่เราชาวสถาปัตย์
   

                  “เพิ่งตื่นอ่ะ เจอกันแปดโมงสิบห้านะ”
   

                  เขาพูดเสียงเนือยๆ ขยี้ตาสองสามทีพอเป็นพิธี แล้วบิดขี้เกียจซ้ายขวา
   

                  {หยุดพูดเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วรีบมาคณะ พี่ตามแล้ว ถ้าคนไม่ครบตามจำนวนพี่เขาจะไม่เปิดประชุม นั่นไม่เท่าไหร่ คะแนนกิจกรรมห้าคะแนนมึงจะยอมเสียเหรอ คนมาช้าเท่ากับหมดสิทธิ์นะคะ}
                  “พักเหนื่อยก่อนมั้ย”
   

                  เขาแหย่มันเล่นอีกประโยค จนเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูดังวี๊ดๆมาตามสาย รีบยกไอโฟนออกห่างหูแทบไม่ทัน
   
                  ตื่นเลยเรา
   

                  {รีบบบบบบ เจอกันอีกสิบห้านาที}
   

                  และคำประกาศิตสุดท้ายถือเป็นการจบบทสนทนาก่อนปลายสายจะวางไปอย่างไม่ไยดี เรียกให้เขารีบเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอน
   
                  สิบห้านาที แค่อาบน้ำก็กินเวลาไปหมดแล้ววววววววว
                  เขากดเข้าเฟซบุ๊ก แล้วแชทไปขอต่อรองเวลาเป็นแปดโมงตรง
                  ข้อความขึ้นว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์
                  เขารออย่างใจจดจ่อ ก่อนเสียงแจ้งเตือนจะดังขึ้น และถ้าเป็นไปได้ เขาว่าเขาจะไม่อ่านมัน…
                  


                  สายหนึ่งนาที กูไล่บอกคนที่มึงชอบกับเพื่อนหนึ่งคน
                  สายสิบนาที สิบคน
                  สิบห้านาที สิบห้าคน
                  ยิ่งสาย คนยิ่งรู้เยอะ
                  ตกลงมั้ยงับ

   


                  งับพ่อง
                  เพื่อนสนิทนี่รู้มากจริงๆ
   
   
                  ❤

   




                  “โห นึกว่าตายคาเตียงแล้วเสียอีก พ่อคู๊ณณณณณณณณ”
   
               
                  เสียงแรกที่ทักทายเขาแบบเจ็บแสบคือจิ๊บคนดีคนเดิม คนที่โทรมาปลุกเขาตอนเช้านั่นเอง
   
                  และตามมาด้วยเสียงอื่นๆ ของเพื่อนที่ขึ้นชื่อว่าโคตรจะสนิทกันที่สุดแล้ว แม้ว่าเราจะเพิ่งมาเริ่มคบกันตอนปีหนึ่ง แต่เพราะเราผ่านอะไรมามากมายด้วยกันอีกนั่นล่ะ จึงเป็นสาเหตุให้พวกเราคบกันยืดยาว จะเลิกก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครคบแล้วนอกจากคบกันเอง อิอิ มุกเดิมประโยคเดิม แต่เป็นแบบนั้นจริงๆ
   

                  “ยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ พอได้เวลาพักก่อนรับน้องสองอาทิตย์ แหม รีบหายหัวกลับบ้านนอกกลัวเพื่อนจะติดสอยห้อยตามไปด้วย”
                  “มายด์ก็ เราก็มาแล้วนี่ไง”
                  “อย่ามาแอ๊บใส่กู คบกันจนรู้สันดานหมดแล้ว”
   

                  ทั้งกลุ่มหัวเราะคำพูดมายด์ เพื่อนสาวที่มักสร้างสีสันให้กลุ่มได้เป็นอย่างดี และมันชอบแกล้งเขาเป็นที่สุด
   

                  “อ๊ะๆ หรือว่าตัดใจจากหนุ่มเมืองกรุงเสียแล้ว ว้า อย่างนี้ก็มีคนต้องเศร้าอ่ะดิ”
                  “ฟ้า!”
   

                  เขาร้องท้วงแทบไม่ทัน
   

                  “อะไรสายๆน้า อ้ออออออออ…”
   

                  ปากมายด์ขยับเป็นคำว่าสาย…ป่าน เขาถลึงตามองรีบบล็อกเพื่อนไม่ให้หลุดพูดคำนั้นออกมา
   

                  “อ้อ มาสายนี่เอง เอาไงดีพวกมึง คนมาสายก็ต้องเลี้ยงน้ำปั่นหรือเปล่าวะ”
   

                  ฟ้าและจิ๊บพยักหน้าเห็นดีเห็นงามตามมายด์ ส่วนเขาจะท้วงอะไรได้ล่ะ นอกจากอุทานว่า เออ เอาไงเอากัน ตังค์ในกระเป๋าไม่หมดวันนี้ก็ให้มันรู้ไป
   

                  “คือ เลี้ยงแก้วสิบบาทได้มั้ยง่า”
   

                  แต่อย่างน้อยก่อนเงินจะหาย ขอต่อรองสักหน่อยก็ยังดี
   

                  “กล้า!!!”
   

                  พวกมันประสานเสียงพูดพร้อมกัน
                  ฮืออออออ ทำไมเหมือนเห็นเงินในกระเป๋าปลิวออกไปลับสายตา
   
   





                  “น้องๆที่ยังไม่ได้เซ็นชื่อเชิญทางนี้นะคะ อย่าเพิ่งแอบเข้าไปในห้องน้า แค่ลงชื่อไว้ก็มีสิทธิ์ลุ้นของรางวัล โดยเราจะสุ่มรายชื่อผู้โชคดีเป็นระยะๆในห้องประชุม ไม่แน่ผู้โชคดีอาจเป็นคุณนะคะ มาค่ามา”
   

                  การลงทะเบียนต้อนรับน้องๆคณะสถาปัตย์หรือเรียกว่าการปฐมนิเทศปีหนึ่งเป็นไปอย่างครึกครื้นในช่วงเช้าเวลาเก้าโมง ปีนี้คณะของเขาเปิดสาขาใหม่จึงมีนักศึกษาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมและเนื่องจากนโยบายของแต่ละสาขาที่ประสงค์จะรับเพิ่มอยู่แล้ว จึงทำให้ปีสองดูเหมือนบางตาไปเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับน้องๆหน้าใหม่ที่เริ่มแจกความสดใสพูดคุยทักทายกันแล้ว
   
                  เขาก็เคยรู้สึกแบบนี้ สิ่งแปลกใหม่ ความตื่นเต้นในต่างที่ และเพื่อนใหม่ที่เข้ามาทักทาย
   
                  ทุกๆอย่างดูแปลกใหม่ไปหมด ราวกับว่าตัวเขาอยู่ผิดที่ แล้วความรู้สึกเช่นนี้จะหมดไปจนกลายเป็นความเคยชินเมื่อเราขึ้นปีสอง เพราะฉะนั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า ชีวิตเฟรชชี่มีครั้งเดียว ใช้ให้คุ้ม เพราะถึงแม้ลาออกแล้วซิ่วมาใหม่ ประสบการณ์ ความรู้สึก และสิ่งใหม่ๆ จะเป็นภาพคุ้นเคยในความทรงจำ
   
                  จิ๊บ มายด์ และฟ้าต่างแยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่ของตน เขาเองก็มีหน้าที่นะ เขาเป็นฝ่ายประสานงาน ที่คอยวิ่งวุ่นทำตัววุ่นวาย บางครั้งก็มียกวิทยุสื่อสารที่ถืออยู่ในมือขึ้นมาพูดกรอกสารที่ได้รับมาลงไปที่มัน เพื่อกระจายต่อให้ฝ่ายอื่นๆรับทราบ พูดแบบไม่อวยว่าหน้าที่ของเขาสำคัญที่สุดแล้ว และขาดไปไม่ได้เลย ดังจะเห็นความสำคัญได้จากตัวอย่างต่อไปนี้…
   

                  {จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีน้องจำนวนหนึ่งหลงทางอยู่ที่ประตูศึกษา แจ้งให้ฝ่ายสถานที่ดูแลด้วยค่ะ}
   

                  สารของฝ่ายอื่นๆจะถูกส่งมาที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ซึ่งมีวิทยุสื่อสารเป็นตัวกลางคอยรับไว้ แล้วกระจายต่อไป…
   

                  {ฝ่ายสถานที่ มีน้องหลงทางหน้าประตูศึกษา จัดคนไปรับด้วยนะครับ}
   

                  และเมื่อหมดหน้าที่ เขาก็จะมายืนอยู่ข้างแถวน้องๆเพื่อมาให้กำลังใจปีหนึ่ง ที่นั่งฟังอาจารย์บรรยายความรู้ทั่วไปและข้อควรรู้แถมด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆเกี่ยวกับมหา’ลัย และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
   
                  เป็นงานง่ายๆแต่ก็เรียกเหงื่อได้หลายหยดเลยทีเดียว
   

                  “มด นี่น้ำจ้า”
   

                  เพื่อนที่เป็นสวัสดิการเอาน้ำมาให้เขา คิ้วเขาขมวดมุ่น ไม่แขวนป้ายแล้วจำชื่อเพื่อนไม่ได้เลยแฮะ แต่ก็คุ้นๆหน้าอยู่ เลยเลี่ยงที่จะพูดชื่อเพราะกลัวจำผิดพูดตอบเป็นคำขอบคุณเฉยๆแทน ให้คนที่เอาน้ำมาเสิร์ฟยิ้มแก้มปริพึงพอใจในผลงานของตน
   

                  “สวัสดีค่า ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงสันทนาการนะคะน้องๆ หลายคนนั่งฟังอาจารย์จนง่วงเหงาหาวนอน อย่ามาเถียงเจ้าพวกเด็กขี้โม้ พี่แอบเห็นว่ามีคนหลับน้ำลายยืดนะคะ”
   

                  เมื่อพิธีกรพูดจบบางส่วนก็เริ่มชี้กันไปมา ว่าใครกันที่หลับน้ำลายยืดอย่างพี่เขาว่า เป็นภาพที่ชวนให้เขายิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้
   
                  นี่สินะ สีสันของเฟรชชี่ ปีหนึ่งเจ้าเด็กหัวอ่อนเอ๊ย เป็นความน่ารักในแบบที่ปีอื่นๆเลียนแบบไม่ได้จริงๆ ใครพูดอะไรเชื่อไปหมดทุกอย่าง และเขาก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
   

                  “อ่ะๆ ไม่ต้องชี้กันไปมาค่ะ พี่พูดเล่นพอให้คนที่หลับสะดุ้งตื่นตกใจ”   
                  .”…”
                  “วันนี้น้องๆได้พบปะกับอาจารย์หลายท่านของคณะเราและได้รับความรู้มากมาย แม้ว่าจะกึ่งหลับกึ่งตื่นฟังก็ตามที ไม่ต้องหัวเราะ พี่พูดจริงมั้ยล่ะ”
                  “…”
                  “และช่วงนี้ เราก็อยากจะให้น้องๆได้พบป่ะกับบุคคลสำคัญอีกสองคนที่ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาให้กับคณะเรามาตลอด และที่สำคัญ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาค่า ความสามารถยังเลอเลิศแบบดิฉันเทียบไม่ติด…”
                  “…”
                  “ขอเชิญพบกับตัวแทนทูตกิจกรรมของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้เลยค่า!!!”



- มี ต่อ นะ . -
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-11-2018 09:33:23 โดย MewSN »

ออฟไลน์ MewSN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3
- ต่อ ตรง นี้ . -




                  สิ้นเสียงพิธีกรทั้งห้องปรบมือเกรียวกราว ไม่รู้ดีใจที่จะได้เจอดาวเดือนของคณะเรา หรือปรบมือให้กับความเล่นใหญ่ของพิธีกรจนหอบแฮ่กๆกันแน่
   
                  ไฟในห้องถูกปิด ก่อนไฟฟอลโล่ว์สีขาวจะเคลื่อนไปรวมกันที่กลางเวที มีคนสองคนเคลื่อนออกมาจากหลังม่านสีดำ แล้วไฟในห้องก็เปิดสว่างจ้า
   
                  และบุคคลที่ทั้งห้องรอคอยก็ปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางเสียงโห่…
   

                  “โห่หหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห”
   

                  เป็นเสียงโห่จริงๆครับ
                  เพราะว่าอะไรน่ะเหรอ…
   

                  “ต้องขอโทษที่ดาวเดือนของเราติดภารกิจใหญ่หลวง พี่เลยต้องใช้สแตนอินช่วยนิดหน่อย”
                  
                  สแตนอิน?
                  สแตนอินบ้าอะไร นี่มันก็แค่ยืมตัวใครสักคนมา แล้วปริ๊นหน้าดาวเดือนของคณะเราแปะเอาไว้
                  เขาไม่น่าบ้าจี้เชื่อคำพิธีกรของสันทนาการเล้ยยยยยยยยยยย
                  หลอกคนทั้งห้องให้เป็นควายได้ถือว่านางแน่มาก
                  แต่ยังไงก็แล้วแต่…
                  ชั่ววินาทีที่ไฟเปิดเขาเชื่อจริงๆนะว่ากำลังจะได้เจอมัน
   
                  เขาไม่มีวันลืมวันสุดท้ายของการเป็นนักศึกษาปีหนึ่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพราะนั่นหมายความถึงวันสุดท้ายที่เขาเองจะได้เจอมัน
   
                  ช่วงปิดเทอมเขาคิดไปต่างๆนานา กลัวมันซิ่วบ้าง กลัวมันย้ายคณะบ้าง แต่ข่าวดีที่ได้รับรู้ก็ทำให้รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
   
                  ถึงมันจะไม่รับรู้ว่าเขามีตัวตน แต่เพียงแค่เขารู้ว่าจากนี้อีกสามปีจะมีมันวนเวียนอยู่ในคณะ แค่รู้เพียงเท่านี้ เขาก็รู้สึกดีใจมากพอแล้วล่ะ
   
                  แม้วันนี้… เขาจะยังไม่ได้เจอมันก็ตาม   
   
                   แค่ที่ประชุมเรียกชื่อมันและบอกว่าไม่มา แค่รายชื่อมันยังมีอยู่ในคณะแห่งนี้ ในกระดาษรายชื่อรุ่น เขาก็โคตรจะดีใจมากๆแล้วล่ะ
                  ไม่ว่าตอนนี้มันจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
                  ยังไงเราก็จะได้เจอกันเร็วๆนี้อยู่ดี มั้ง
               

                  ครืด ครืด
   

                  เสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้น
   

                  {มีใครพอจะว่างมั้ย ฝ่ายอะไรก็มาเหอะ มาช่วยถอดมาสคอตออกที}
                  “ที่ไหนครับ”
                  {หน้าตึกสี่}
   

                  ตึกสี่คณะสถาปัตย์เป็นที่รวมพลของเหล่าปีสองที่ว่างงานแล้ว และอยู่คอยช่วยฝ่ายสวัสดิการที่นั่น
   
                  ตัวมาสคอตเป็นอีกหนึ่งสีสันแปลกใหม่ที่ปีนี้รุ่นพี่บอกว่าอยากให้มีคนใส่มันมายืนต้อนรับน้องๆ เมื่อเช้าเห็นมีหลายตัวมากแถวๆทางเข้าหน้าคณะ ยืนทักทายแจกใบปลิวแนะนำคณะสถาปัตย์ให้เด็กปีหนึ่งที่ผ่านไปมา เขาก็ลืมคิดไปเลยว่าคนที่ใส่พวกนี้อยู่ฝ่ายพิเศษและขาดคนดูแล
   

                  “มีแค่คนเดียวใช่มั้ยครับ ที่ให้ไปช่วยถอด”
                  {ครับๆ มาเหอะครับเพื่อน}
   
   





                  “มด ตรงโน้นเรียบร้อยแล้วเหรอ”
   
                  
                  ฟ้าเดินเข้ามาหาเขาที่กำลังมองหาคนแจ้งเข้ามาในวิทยุสื่อสารเมื่อครู่ เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องสวมชุดมาสคอตธีมสัตว์อะไรสักตัว แต่ตอนนี้เขาไม่มั่นใจว่าอยู่ตรงไหน เพราะสารที่ได้รับรู้มาบอกแค่ว่าอยู่หน้าตึกสี่ แต่ส่วนไหนของตึกสี่ นั่นเป็นสิ่งที่เขายังต้องควานหาอีกที
   

                  “อื้อ ไม่มีอะไรแล้ว ฟ้าเห็น…”
   

                  เขาเอ่ยตอบฟ้า และกำลังจะถามเพื่อนสนิทว่าเห็นมาสคอตเดินเพ่นพ่านอยู่แถวนี้บ้างมั้ย พอดีกับสายตาเหลือบไปเห็นมาสคอตหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่นั่งพิงฝาผนังตึกตรงบันไดทางขึ้นชั้นสอง ท่าทางเงอะๆงะๆกำลังพยายามถอดส่วนหัวออกมา แต่เหมือนจะเกิดอุปสรรค
   

                  “ว่าไงมด”
                  “ไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวเราไปช่วยงานฝั่งโน้นนะ”
   

                  เขาแยกกับฟ้าตรงไปทางมาสคอตตัวนั้น
   

                  “เอ่อ คือ เรามาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ ที่นายต้องการคนช่วย ใช่มั้ย”
   

                  เขาต้องถามก่อน เพราะตัวเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใช่มาสคอตตัวเดียวกับที่ส่งสารหาเขามั้ย
   
                  หัวหมีที่ถูกอุ้งตีนนุ่มพยายามดึงออกหยุดการกระทำ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขา เดี๋ยวนะ ทำไมน่ารักขนาดนี้วะ โอ๊ยยยยยยยยยย น้ำเสียงกับรูปลักษณ์มันคนละเรื่องกันเลย ถึงแม้จะรู้ก็เถอะว่ามันเป็นเพราะมาสคอตที่เจ้าตัวสวมอยู่
   

                  “ยืนนิ่งทำไมครับ ช่วยกูหน่อย”
                  “โอเคๆ”
   

                  เขารีบเข้าไปช่วยดึงส่วนหัวของมันให้หลุดออก
   

                  “แรงมึงมีแค่นี้เหรอวะ”
   

                  มันช่วยไม่ได้นี่ที่แรงเขาจะมีเท่านี้
   

                  “ร้อนจะตายอยู่แล้ว”
   

                  ก็อยากจะรีบถอดให้หรอกนะ แต่มันไม่ออกจะให้ทำยังไง
                  ผลุบ!
                  อ๊ะ ออกแล้ววววววววว
   

                  “ออกแล้ว…”
   

                  ทันทีที่เขาหันเหความสนใจจากหัวมาสคอตหมีสีน้ำตาลที่หลุดติดมือก้มลงมองคนที่เมื่อครู่สวมใส่มันอยู่…
   

                  “นะ”
   

                  พูดได้แค่นะ แล้วไปต่อไม่ถูกจริงๆ
                  มันกะทันหันเกินไป
                  มันมาถึงเร็วเกินไป
                  และมัน…บังเอิญเกินไปแล้ว
   
                  ตอนนี้ในหัวของเขากำลังตีกันระหว่างรูปลักษณ์สุดเท่ห์ ใส่ชุดสูทเดินบนเวที ในวันประกวดดาวเดือนมันห้อยสายสะพายมากมายจากรางวัลต่างๆที่การันตีความสามารถของเจ้าตัว กับวันนี้ในชุดมาสคอตหมีสีน้ำตาล
   

                  สายป่าน 291
   

                  เป็นได้มากกว่าเดือนจริงๆ
                  แต่เหนื่อสิ่งอื่นใดในความสับสนของระบบความคิดในหัว
                  ความรู้สึกบางอย่างกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ…
                  ดวงตาคมกริบที่จ้องมองมาทำให้เขาไม่กล้าสบตาตรงๆ
                  ใบหน้าหล่อเหลาที่มองเมื่อไหร่ก็ใจเต้นตึกตัก
                  และเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้คนมองต้องหลงใหล
                  ทั้งหมดนี้คือตัวมัน เป็นตัวมันที่เขาคุ้นเคยมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปี
                  และเป็นตัวมันนั่นล่ะ…ที่เขาโคตรจะคิดถึงเลยจริงๆ


                  ❤

   




                  “แก เดาซิฉันเจออะไร”
                  “อะไรยะ คนมีงานมีการทำ รีบๆเล่ามา เดี๋ยวจะไปดูน้องตั้งแถว”
                  “แหม แอ๊บทำงานเก่งจริงๆ แปลว่าไม่อยากรู้”
                  “เล่า!!!”
                  “เมื่อกี้ฉันไปห้องน้ำมา แล้วเจอคนรู้ดัง เดาซิเป็นใคร”
                  “สายป่านเหรอ”
                  “วี๊ด รู้ได้ไง”
                  “ก็โน่นไง ยืนอยู่หน้าแถวปีหนึ่ง โดนอิเจ๊ลากไปข่มขืนให้น้องดู”
                  “กรี๊ดดดดด สายป่านของฉันนนนนน”
   

                   เป็นจริงตามที่บทสนทนาข้างต้นกล่าวไว้ หลังจากที่ไอ้สายป่านถอดมาสคอตออก เหล่านางฟ้าซึ่งเป็นคำที่พวกเราชาวสถาปัตย์ใช้เรียกเพื่อนๆพี่ๆสาวประเภทสองที่คอยสร้างสีสันให้คณะเราในทุกๆงาน ถือเป็นคำเรียกที่ยกย่องและไม่ได้มีเจตนาแบ่งแยกหรือเหยียด
   
                  คำว่านางฟ้าที่เราใช้เรียก ยกย่องตามความหมายแบบนั้นจริงๆ เพราะหากไม่มีพวกเธอ งานและกิจกรรมดีๆแบบนี้คงไร้ซึ่งเสียงหัวเราะและคงกร่อยไปเลยล่ะ
      
                  ซึ่งถ้าอยากจะให้พวกเธอเต็มที่และกระชุ่มกระชวยกับงาน ก็ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยน อย่างเช่น เดือนคณะที่ตกถูกพวกเธอลวนลามให้หายเหนื่อย ฮ่าๆ
   
                  เป็นภาพที่สร้างสีสันและเสียงหัวเราะให้ทุกคนจริงๆนะ
   

                  “ไง มายืนพิงผนังทำไมคนเดียว”
                  “…”
                  “หรือว่ากำลังแอบมองใครบางคนน้า”
   

                  เขายังไม่ทันได้ตอบ มายด์ที่ตั้งใจจะเดินมาแซวอยู่แล้วก็ชงเองตอบเองเฉย
   

                  “บ้าเปล่า กูก็มองทุกคน”
                  “เหรอ”
   

                  ลากยาวเลยนะ เปิดช่องโหว่หน่อยไม่ได้เลย รัวกระหน่ำแซวให้เขาไปไม่เป็นเนี่ยชอบนักนะ
   

                  “ไม่ลองจีบหน่อยเหรอ รุกบ้าง มองมานานแล้วนะ”
   

                  เขาหันไปมองเพื่อนรัก มันยักไหล่
   

                  “ก็…บังเอิญว่าคนที่ชอบเขามีแฟนแล้ว”
                  “ก็…บังเอิญรู้มาว่าเขาเลิกกันแล้ว”
   

                  เขาขมวดคิ้วมุ่น มายด์หันมายิ้มให้กำลังใจเขา
                  มันยกมือขึ้นมาตบไหล่เขาเบาๆ
   

                  “ไม่ลองดูหน่อยเหรอ ค่อยๆก้าวทีละก้าวก็ได้”
   

                  เพื่อนสนิทเดินจากไปแล้ว ทิ้งเข้าไว้ให้จมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเอง และการลอบมองใครบางคนอยู่ห่างๆ
                  หรือว่าควรจะถึงเวลา ที่ต้องก้าวออกมาจากมุมมืด
                  แล้วเหรอ?

   





                  “วันนี้ขอบคุณเพื่อนๆปีสองทุกคนมากนะครับที่มาช่วยงานกันจนผ่านพ้นไปด้วยดี คืนนี้ใครอยากเมา เมา ไม่เมาเราไม่คบนะคร้าบบบบบบ”
   

                  สิ้นคำกล่าวของประธานรุ่นปีสอง เสียงเฮก็ดังตามมา ก่อนงานเลี้ยงเล็กๆจะเริ่มขึ้น เป็นปาร์ตี้ส่งท้ายที่พวกเราทำงานหนักกันมาตลอดช่วงเวลาทั้งก่อนเริ่มต้นกิจกรรมรับน้อง มาจนถึงวันนี้ที่มันลุล่วงผ่านพ้นไปด้วยดี แม้ว่าจะมีปัญหาติดขัด แต่ทั้งรุ่นก็ช่วยกันแก้ไขจนกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย และงานนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความไว้วางใจที่เราจะได้รับจากรุ่นพี่ให้ทำงานชิ้นใหญ่ของรุ่นต่อไปและถือว่าเรามีวุฒิภาวะมากพอที่จะดูแลน้องรุ่นต่อๆไปได้
      
                  เขาเองก็ดีใจ ที่มันจบลงด้วยน้ำตาแห่งความยินดีของทุกคน
   
                  แม้ว่าที่ผ่านมาพวกเราอาจจะมีผิดใจกันบ้างในช่วงทำงาน เหวี่ยงวีนใส่กันบ้างตามอารมณ์กดดัน แต่วันนี้เขาก็ดีใจที่ได้เห็นทั้งรุ่นยิ้มให้กันด้วยความยินดี
   

                  “มึง โน่นนนนน”
   

                  ฟ้ากระแซะไหล่เขาให้มองดูสายป่านที่ถือแก้วเหล้าขึ้นดื่ม พิงเสาเต็นท์อยู่คนเดียวที่มุมหนึ่ง
   

                  “อะไร”
                  “ไปชนแก้วสิ รออะไรคะ”
                  “ไม่อ่ะ”
   

                  แค่ได้มองตรงนี้ก็พอแล้ว
   

                  “เหวยๆ มีคนมาชนแก้วกับเขาว่ะ”
   

                  มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปชวนมันคุย
   

                  “ก็น้า เขาเลิกกับแฟนแล้วนี่ ต่อไปนี้ใครจะจีบก็ได้ ถ้าคนแถวนี้ไม่รีบ ก็รอเขามีใหม่อีกสักคนดีไหมน้า”
   

                  เขาหูตึง แม้จะรู้ว่ามายด์กำลังปั่นให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้
   

                  “เฮ้ยๆ เขาเดินออกไปด้วยกันว่ะมึง”
   

                  เขาหันไปมองอีกทีก็เห็นเพียงแผ่นหลังมันที่แวบหายไปกับฝูงชน
   

                  “อย่าเครียดมึง พวกกูแค่ปั่นเล่น”
                  “โอ๋ๆ อย่าทำหน้าหมาหงอยแบบนั้นสิงับ”
   


                  ❤

   





                  งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา แต่ใจคนเราทำไมยังดื้อด้านเช่นเดิม แม้จะรู้ว่ายังไงก็ไม่สมหวัง แต่เขาก็ยังหวัง
                  เขานั่งจ้องรูปถ่ายรวมรุ่นตอนปีหนึ่งมาได้สักพักแล้วล่ะ เขารู้สึกชอบรูปใบนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง
   
                  วันนั้นทั้งรุ่นตัดสินใจกันว่าจะเข้าแถวหน้ากระดานเรียงตามรหัส แต่ด้วยความที่เขาตื่นสาย โชคยังเข้าข้างที่เขามาทันถ่ายภาพเซตสุดท้าย และมันกลายเป็นภาพเซตที่ดีที่สุดในความทรงจำของปีหนึ่ง
   
                  รหัสของเขาคือ 289 แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้ยืนยิ้มถ่ายรูปข้างๆมัน อย่างน้อยๆก็ต้องมีคนขั้นกลางระหว่างเราอีกสามคน
                  แต่มันก็เป็นไปแล้ว จนอยากขอบคุณหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ที่ทำให้มีรูปใบนี้
   

                  ขอบคุณ….ที่วันนั้นเพื่อนรหัส 292 ซึ่งเป็นรหัสต่อจากสายป่านที่รหัส 291 ป่วยไม่สบาย ทำให้มันกลายเป็นคนสุดท้ายของแถว
                  ขอบคุณ… ช่างกล้องที่บอกให้เขาไปต่อแถวคนสุดท้าย โดยพี่เขาให้เหตุผลว่าถ้ามีการแทรกแถวอาจทำให้คิวถ่ายล่าช้า
                  ขอบคุณ… ช่วงเวลาที่เดินเป็นปกติของมัน แต่ทำให้เขาตื่นสายในวันนั้น
                  ขอบคุณในทุกๆความบังเอิญ ที่เขาเชื่อว่าไม่มีอยู่จริง
   
                  
                  เพียงแต่วันนั้น อาจเป็นความตั้งใจของพี่ช่างกล้อง ความตั้งใจของเพื่อนรหัส 292 หรือความตั้งใจของเวลา ที่ทำให้เขากับมันได้ยืนถ่ายรูปข้างๆกันแบบนั้น
   

                  ก๊อกๆ
   

                  เขาละความสนใจจากรูป เพราะเสียงเคาะประตูหน้าห้อง
   

                  “รบกวนหน่อยครับ”
   

                  ก๊อกๆ
   

                  “มีคนอยู่ในห้องมั้ยครับ”
   

                  เขาลุกเดินไปเปิดประตู
   

                  “สายป่าน 291”
                  “มึง”
   

                  แล้วตอนนี้ล่ะ เป็นความตั้งใจของใครกัน





- T B C . -


เรื่อยๆ แบบเต่าคลานนะคะ งื้อ ความรักแบบก้าวกระโดด
ขอพักเก็บไว้ให้แค่หมอคนเดียวพอนะคะ 555

แจ้งนิดนึงนะคะ มิวได้แก้คำผิดบางส่วนแล้วแต่ถ้าคนอ่านพบเห็น
และทำให้การอ่านไม่สมูท แจ้งมิวเลยนะคะ ด้วยรัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-11-2018 09:38:46 โดย MewSN »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ความใกล้ชิดมีน้อยมาก ไหวไหมมด  :hao5:

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
    • -
ติดตามจ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ma-prang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 540
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
มดสู้ๆ

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +245/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ o13

ออฟไลน์ MewSN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3
ก้าวที่สอง
ความยากของการเป็นแค่เพื่อน


โปรดเตรียมใจก่อนอ่าน...




                  “สายป่าน 291”
                  “มึง”
   

                  แล้วตอนนี้ล่ะ เป็นความตั้งใจของใครกัน
   

                  “มึงอยู่ห้องนี้เหรอวะ เฮ้ย ตกใจเหมือนกันนะ มึงบอกในกลุ่มแชทว่าจะย้ายห้อง แม่ง เสือกมาอยู่ห้องใกล้กูซะงั้น”
   

                  เขาแง้มประตูเล็กน้อย มองผ่านรอยแยกออกไป ทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด เพื่อที่จะเฝ้าดูคนสองคนคุยกันนอกห้อง
                  หนึ่งคือสายป่าน รหัสสองเก้าหนึ่ง เพื่อนร่วมรุ่นของเขา กับใครอีกคนที่เขาคุ้นหน้าแต่จำชื่อไม่ได้ คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอกันไม่บ่อยครั้ง แต่คงจะเป็นรุ่นเดียวกับเขานี่แหละ
   

                  “กูเข้าห้องไม่ได้ ลืมกุญแจว่ะ ขอปีนระเบียงห้องมึงดิ๊ มันติดกัน”
   

                  แบบนี้ก็ได้เหรอ มึงลงไปถามที่เคาน์เตอร์ชั้นล่างไม่ง่ายกว่าเหรอวะ
                  เพื่อนอีกคนเกาหัวแกรกๆ แต่ก็ไม่เอ่ยคำคัดค้าน หนำซ้ำยัง “เออ มึงมานอนห้องกูก่อนก็ได้ ไม่ต้องลำบากปีน”
   

                  “เอางั้นเหรอวะ อือ พรุ่งนี้ออกเช้า งั้น ขอรบกวนด้วยนะ”
   

                  มันแปลว่าข้อตกลงบรรลุเป้าหมายแล้วใช่มั้ย
   

                  ปัง
   

                  เสียงประตูห้องข้างๆปิดลง พร้อมกับเขาที่ค่อยๆปิดประตูห้องตัวเองให้สนิท
                  เหม่อมองนาฬิกาที่มุมห้องตรงผนังฝั่งซ้ายสุด ติดกับตู้ปลา บ่งบอกเวลาที่เข็มนาฬิกาเพิ่งจะเลยเลขเก้ามานิดๆ
                  อืม คืนนี้ยังอีกยาวไกล
                  แต่เขามั่นใจว่าจะฝันดี เพราะอะไรรู้มั้ย…
                  เขาไม่ใช่สตอร์คเกอร์ฝึกหัด หรือมืออาชีพ และเขาจะไม่มีวันเป็นด้วย
                  ก็แค่ดีใจ ที่ตรงข้ามห้องถัดไปจากเขา มันคือห้องของสายป่าน 291 ก็เท่านั้นเอง




   

                  เขาไม่ใช่สตอร์คเกอร์
                  เขาไม่ใช่
                  จริงๆนะ…
   

                  “สายป่าน 291 พักอยู่คอนโดเดียวกับมึง แถมอยู่ตรงข้ามห้องถัดไปจากห้องมึง”
                  “…”
                  “แล้วยังไง มีอะไรน่าตื่นเต้นวะ”
   

                  มายด์ยักไหล่สองทีแล้วนั่งลงเท้าคางจ้องมองเขาจริงจัง
   

                  “มันจะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยถ้ามึงก็ยังเป็นแบบเมื่อก่อน”
   

                  เมื่อก่อน… ตอนที่เขาอยู่หอใน
                  ไม่ใช่เพียงแค่เราอยู่หอเดียวกัน หากแต่ห้องยังติดกันชนิดที่เวลารุ่นพี่เรียกไปคณะเปิดประตูห้องมานี่เจอกันทุกรอบ
   
                  แต่เขา ก็ไม่เคยทักทายมันทุกครั้งเช่นเดียวกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ช่วยไม่ได้ ถ้ามันจะคิดว่าเขาไม่อยากคุยกับมัน และโคตรหยิ่ง
   
                  แต่ในความเป็นจริงถ้ามันมองมุมกลับ เขาเป็นแค่เพื่อนร่วมรุ่นที่ไร้ตัวตน แต่มันมีคนรู้จักมากมาย หลายคนอาจเถียงว่านั่นไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่ในความคิดของเขา มันโคตรจะเป็นอุปสรรคที่ใหญ่พอๆกับมีเทือกเขาหิมาลัยมากั้นกลางระหว่างเราสองคน
   
                  หรือคุณไม่เคยรู้สึกล่ะ คนที่มีใครเข้าหามากมายขนาดนั้น เขาจะยอมลดตัวลงมาคุยหรือทักทายเราทุกครั้งที่เจอ หรือบังเอิญสวนทางกันหรือเปล่า นั่นเป็นคำถามที่เขาเฝ้าถามมันในใจมาตลอดหนึ่งปี และยังไม่ได้คำตอบ
   
                  หรือคำตอบนั้น เขาจะไม่มีทางค้นเจอ
                  หรือจนกว่า…
   

                  “กล้าๆหน่อยเพื่อนรัก อาศัยความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นหน้าด้านเข้าไปคุยกับมันเลย มันเฟรนด์ลี่จะตายไป จากที่ได้ยินมาอ่ะนะ”
   

                  ฟ้าเสริมทัพ ด้วยคำแนะนำแกมล่อลวงกับคำเชิญชวนที่น่าลอง
   
                  ใครๆก็บอกว่ามันเป็นมิตร คุยเก่ง ยิ้มง่าย และที่สำคัญมีเสน่ห์ เขาก็คิดแบบนั้น เพียงแต่เหตุผลเท่านี้ ไม่พอให้เขารวบรวมความกล้า บวกความบ้าบิ่นเหมือนตอนปีหนึ่งที่บุกทะลวงเข้าไปสารภาพรักเจ้าตัวหรอกนะ แม้มันจะเป็นคำสั่งของรุ่นพี่ แต่นั่นเขาถือว่าได้บอกความในใจกับมันไปแล้ว
                  และมัน… ไม่ตอบรับ แถมทิ้งไปกับแฟนอย่างไม่ไยดี
                  ความรู้สึกแบบนั้น เขาไม่อยากรับรู้มันอีกแล้ว
   

                  “แถมคอนเฟิร์ม ความสด เอ๊ย ความโสดร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ไม่สดแล้วก็ตาม”
   

                  มายด์พูดติดตลก ทำทั้งกลุ่มหลุดยิ้มตาม นี่ถ้าเจ้าตัวมาได้ยินจะมีเขกหัวพวกเราคนละทีแก้แค้นมั้ยเนี่ย เผาเพื่อนร่วมรุ่นเก่งพอๆกับทำงานเก่งก็กลุ่มของพวกเรานี่แหละนะ
   

                  “แต่กูกลัวนี่” เขาท้วงหน้างอง้ำ
                  “มันจะอะไรนักหนา มึงเดินเข้าไป พูดทักทายคำสองคำ”
                  “แต่กูไม่เคยพูดกับมันเลยนะ อยู่ๆจะให้เข้าไปหาแล้วบอก สวัสดีครับ เหรอ”
                  “แหม แล้วที่เดินไปบอกรักเขาตอนปีหนึ่งนั่นอะไร ไม่รู้ล่ะ ถือว่าเคยคุยกันแล้ว”
   

                  ไม่มีอะไรจะถียงกลับ นอกจากขมวดคิ้วมุ่น
   

                  “เอาน่า ยังไงก็ถือว่าได้ลอง ไม่ลองไม่รู้ มันไม่คุยด้วยก็ค่อยช่างแม่ง”
                  เป็นจิ๊บก็พูดง่ายสิ เป็นเขานี่ถ้ามันไม่คุยด้วยมีน้ำตาซึมอ่ะ ก็นะ ไม่เคยเป็นกันเหรอ คนแอบชอบไม่คุยด้วยเนี่ย มันจะช่างแม่งได้ไง ในเมื่อเราชอบเขามากๆอ่ะ
                  ถ้ามันตัดใจง่ายๆแบบนั้นก็ดีน่ะสิ ไม่คุยไม่สน แต่เขาทำไม่ได้ไง
   

                  “มึงอย่าคิดไปก่อน เป็นกระต่ายตื่นตูมมันไม่น่ารักหรอกนะ”
   

                  ฟ้าปลอบเขา เพื่อนทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
                  เขาที่ถูกหว่านล้อมเต็มที่เริ่มมีความหวัง… เอาวะ
                  เอาไงเอากัน
                  เอาก็เอา
   

                  “แล้วกูต้องเริ่มด้วยการแนะนำตัวใหม่มั้ย”
                  “ฮ่วย!!!”
   

                  หือ
                  แปลว่าไม่ควรสินะ






                  “นี่คือขั้นแรกเหรอ”
   

                  เขาจ้องมองหน้าจอไอโฟนที่เพื่อนมายด์ยกขึ้นมาตรงหน้า ในจอแสดงภาพฟีดข่าวที่คุ้นเคย ใช่ มันคือหน้าฟีดของแอพสีฟ้ารูปตัวเอฟที่มีชื่อเต็มๆว่าเฟซบุ๊กของคุณมาร์คนั่นเอง แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจว่า คำว่าขั้นแรกที่เพื่อนๆหมายถึง มันคือยังไงกันแน่
   

                  “มึงอ้างนักหนาว่าสนใจเค้า แอบชอบเค้า หลงรักเค้า”
                  “อือฮึ”
   

                  เป็นลูกรับส่งกันดีเหลือเกิน คนนี้พูดประโยคหนึ่ง อีกคนก็รับอีกประโยคหนึ่ง มายด์ส่งจิ๊บรับ หรือ มายด์รับจิ๊บส่ง ฟ้าชง โอ้โห ครบเครื่อง
   

                  “มึงจะให้กูแอดมันเหรอ ไม่อาวววววว”
   

                  เขารู้แล้วล่ะว่าเพื่อนยกเฟซบุ๊กขึ้นมาเป็นประเด็นทำไม ไม่ ยังไงก็ไม่ ขอค้านหัวชนฝาว่าไม่ทำ และจะไม่มีวันแอดด้วย แหม ถ้าแอดไปเขาก็รู้หมดสิ ว่าบนไทม์ไลน์เฟซของตัวเองเนี่ย เพ้อพกมโนถึงใคร
                  ถึงจะโพสต์ลอยๆแบบไม่เจาะจงใครบางคนก็เถอะ แต่มันเสี่ยงเกินไป
   

                  “ไม่จร่ะ เพื่อนรัก แบบนั้นมันเป็นมุกที่เชยและนายเอกสมัยนี้เขาไม่ทำกันแล้ว เราจะไม่มานั่งแอดผู้ชายให้ราคาตกต่ำ เราแค่จะทำแบบนี้…”
   

                  ว่าแล้วมันก็เลื่อนมือไปกดจึ๊กที่ปุ่มติดตาม ซึ่งกลายเป็นว่าตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในล้านคนที่กำลังติดตามสายป่านอยู่
   

                  “เราจะทำให้ตัวเองดูไฮ และไม่รุกอีกฝ่ายจนเกินไป ด้วยการไม่แอดเฟรนด์ให้เขาเห็นโต้งๆ เพราะเสี่ยงที่อีกฝ่ายจะไม่รับ แถมเสียความรู้สึกเราอีก”
   

                  เขาพยักหน้าเออออ ทั้งทียังงงและไม่เข้าใจว่ามันจะให้ทำอะไรกันแน่ แค่กดติดตามแน่เหรอ
   

                  “เพราะฉะนั้น มึงต้องให้เขามาเห็นเราเอง โดยการกดไลค์ทุกสเตตัสของอีกฝ่าย ตามทฤษฎีกฎของมายด์ เชื่อว่าจะเกิดคลื่นใต้น้ำ หรือปฏิกิริยารีแอคด้วยตัวมันเอง กล่าวคือ พอมึงไลค์รัวๆจนมันขึ้นแจ้งเตือนบนเฟซอิสายป่าน เดี๋ยวอิสายป่านก็จะหันมาสนใจมึง จบสวย เพื่อนกูหล่อ แต่กำลังจะมีผัวค่ะ”
   
                  พอฟังมันพูดจบ เขาต้องถามตัวเองไหมว่าต้องยกมือขึ้นก่ายหน้าผากดีมั้ย หรือควรชินได้แล้วกับการเอาดีทางด้านเรื่องไร้สาระของเพื่อนตัวเองดี
                  มายด์ ผู้ไปไกลเกินกว่าโลกจะจินตนาการถึง ขอไว้อาลัยสิบแปดวินาทีให้กับเธอ
   

                  “ไหนลองกดไลค์สักโพสต์ซิ”
                  “เฮ้ยยยยย”
   

                  ไม่ทันแล้วครับ ระหว่างที่เขากำลังปลงใจกับความคิดแบบเป็นไปไม่ได้ของมายด์ เพื่อนฟ้าก็ได้จิ้มนิ้วไปจรดที่หน้าจอไอโฟน และจึ๊ก กดไลค์โพสต์ของสายป่านด้วยการกด รักเลย แบบใช้โพสต์เขาที่ล็อกอินอยู่ก่อนแล้ว
                  และสักโพสต์ของไอ้สายป่านที่ว่าก็คือ…
                  


                  สุ่มแอดเพื่อนครับ ใครมีใจกดหัวใจมาน้อง
                  


                  หืมมมมมมม
                  แล้วตอนนี้เขา ไม่สิ เพื่อนฟ้าไปกดหัวใจที่แสดงความรู้สึกว่ารักเลยให้มันไป
                  จะสุ่มได้เขามั้ยนะ เอ๊ย ไม่ช่ายยยยยย
                  แต่ก็นะ…คนกดไลค์โพสต์นี้ 1.2K โอกาสที่มันจะสุ่มแอดเพื่อนเขานี่ควรคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ดีล่ะ
   
                  ไม่แน่ว่ามันอาจจะติดลบอยู่ก็เป็นได้ ก็คิดดูนะ เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ทำงานมาด้วยกัน แต่ไม่เคยคุยกัน มองหน้ากันก็ไม่ติดเพราะเขามันคิดไปไกล แม้แต่เพื่อนในเฟซยังไม่ได้เป็นเลย เหตุผลส่วนหนึ่งคือเขาไม่กล้าแอด และอีกส่วนคือกลัวแอดไปแล้วมันไม่รับจะเสียใจกว่ามากๆ
   
                  TSHIRT ใครแกล้งแม่งวะ 555 เล่นแรง
                     สายป่าน 291 แหลไร๊หนิ
                     มาร์ค สายปั่น ไอ้สัดครับ แหล่งใต้เก่ง ใครทำออกมารับผิดชอบครับ สงสารเพื่อนกู
                     สายป่าน 291 มึงครับตัวดีเพื่อน เอาเฟซกูไปโพสต์เล่น
                     Why Viransinee กดหัวใจให้แล้วนะคะ เมื่อไหร่จะแอดมา
                     สายป่าน 291 Why Viransinee ผัวโหดขอผ่านครับคนนี้
                     Why Viransinee โห ไอ้สัด 555
   
                  งื้อๆ พี่สายป่านสุ่มแอดเฟรนด์ วันนี้ที่รอคอย 555 #แม้จะรู้ว่าเพื่อนแกล้ง
                  ใครจะเป็นผู้โชคดีว้า มาว่ะ พี่สายป่านเหนือเดือน
                  ทำไมลูกแม่มาเนื้อหอมตอนปีสองวะ พลาดตำแหน่งเดือนมอได้ไง ยั่วเยขนาดนี้
                  โอ๊ย ถ้ามึงหล่อเหมือนตอนนี้ปีหนึ่งมึงได้เป็นเดือนมอไปแล้ว
                  กดรักเลยแล้วจะได้เป็นผัวป่ะ
                     เอ่อ เม้นนี้ #ขอฮาได้มั้ย
                  ใครไม่รัก เรารัก กดรักเลยรัวๆค่ะ พลาดเดือนมอได้ไง น่าเด้าเป้าเริ่ดขนาดนี้
                  มึ๊ง เขาโพสต์แค่ข้อความ ไม่มีรูป 555 ทำไมกูขำ
                  ไม่มีรูปก็เสียวได้
                  ขออนุญาตเม้นบนควบคุมสติ 555
                  ไป รอพี่เค้าขึ้นปกนิตยสาร 18+ สักเล่ม อยากเห็นกล้ามขาวๆเป็นบุญตา
   

                  ตึ๊ง
   

                  แจ้งเตือนเฟซบุ๊กเขาเด้งขึ้นมา
   


                  กดว้าว ระวังหัวใจร้าวนะครับ
   


                  สดๆร้อนๆ เมื่อสิบสามวินาทีก่อนหน้านี้ คราวนี้มาพร้อมรูปภาพมันกับผองเพื่อนที่ร้านกาแฟของคณะรัฐศาสตร์ ที่เขาจำโลเคชั่นได้ดีเพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านโปรดที่เขาไปกินบ่อยที่สุด
                  ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกนะ แต่ของเขาอร่อยจริง ต้องไปลอง
   

                  “รออะไรล่ะคะ ไลค์โลด”
   

                  ฟ้าดึงมือเขาไปจิ้ม กดหัวใจให้โพสต์ล่าสุดบนไทม์ไลน์ของสายป่าน
                  เฮ้ยยยยยย เขารีบแย่งไอโฟนของตัวเองมาจากมือเพื่อน
                  แต่หลังจากนั้นไม่นาน
                  ปรากฏการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
   

                  ตึ๊ง
                  ตึ๊ง
                  ตึ๊ง
   

                  และอีกกี่ตึ๊งไม่รู้ที่เฟซบุ๊กแจ้งเตือนเขา
                  ช่องแชทของเขาเด้งขึ้นมา ด้วยชื่อของคนทักทายที่รู้จักเป็นอย่างดี
   


                  สายป่าน 291…
   


                  ชื่อไรครับ
                  รูปโปรน่ารักจัง
                  กดหัวใจเหรอ
                  ชอบเราป่ะ
                  มีแฟนยัง
                  จะขอจีบ
                  ได้ป๊ะ

                  เฮ้ย เพื่อนแกล้งๆ
                  น้องน่ามน คนน่าเอา
                  โทษๆ เพื่อนแกล้ง
                  ชื่อมดใช่ป่ะ
                  เห็นแล้วโคตรชอบ
                  ตกลงมั้ยเราจะจีบ
                  ยังไงดี

                  


                  และข้อความสุดท้ายที่คนพิมพ์หายไปประมาณสามสิบวินาที
   


                  ขอโทษนะ เพื่อนแกล้ง
   


                  “ใครส่งอะไรมาวะมึง ดังถี่ยิบตลอดทุกวินาที”
   

                  มายด์ถามด้วยความสงสัย นั่นทำให้เขารีบเอาหน้าจอไอโฟนแนบอกทันที พร้อมส่ายหัวบอกปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แต่ท่าทางนี่เต็มไปด้วยพิรุธจนดูรู้
   

                  “เปล่า เพื่อนกลุ่มคอนเซอเวชั่นส่งงานเข้ามา”
                  “เออๆ ไหนเอาโทรศัพท์มาไว้ตรงกลางสิ ถึงไหนแล้วเนี่ย มึงกดไลค์สเตตัสสายป่านครบยังวะ”
   

                  เขารีบยกโทรศัพท์หนีมือมายด์ที่จะเอื้อมมาเอาไป
   

                  “ไว้วันหลังค่อยมาทำต่อแล้วกัน สงสัยเพื่อนกลุ่มจะตามงาน แชทเข้ารัวๆแล้วเนี่ย”
   

                  เขารีบเก็บข้าวของที่วางเกลื่อนกลาดบนโต๊ะ ลงกระเป๋าผ้าสีขาวใบเก่งของตัวเอง แล้วลุกขึ้น
   

                  “กูไปก่อนนะ เดี๋ยวเย็นทักไปกินข้าว”
   

                  พอเดินออกมาไกลพอที่คิดว่าเพื่อนๆจะไม่เห็นแล้วเขาก็หยุด หยิบไอโฟนขึ้นมาเปิดอ่านแชทเดิมซ้ำอีกรอบ
                  แล้วยิ้มกับหน้าจอเหมือนคนบ้า กับข้อความบ้าๆที่ไม่น่าจะทำให้ยิ้มได้
                  ขอโทษนะ เพื่อนแกล้ง
                  ถึงจะรู้แบบนั้น แต่มันก็หุบยิ้มไม่ได้จริงๆ
   





                  ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิด ที่ตอนนี้ชีวิตเหมือนหนีเสือปะจระเข้
                  หลังจากที่เขาต้องย้ายก้นตัวเองออกมาจากกลุ่มเพื่อนสนิท และไม่มีที่ไป เลยกะมานั่งอ่านหนังสือชิลๆที่คณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งมีร้านกาแฟแต่เปิดให้มานั่งอ่านหนังสือได้
                  แต่เขาไม่ได้คิดเลยสักนิด ว่าจะบังเอิญมาเจอมันที่นี่
   
                  สายป่าน 291…
                  ทำไมขึ้นปีสองแล้วเราเจอกันบ่อยเหลือเกิน ใช่สิ แค่สองครั้งก็ถือว่าบ่อยแล้ว
   

                  “ไอ้เหี้ยป่าน มึงโกรธกูเหรอวะ”
   

                  เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังหรอกนะ แต่โต๊ะเราอยู่ใกล้กันแบบนี้มันก็ช่วยไม่ได้ที่จะแว่วเข้าหูอ่ะนะ
                  ความจริงคือเข้าหูมาเต็มๆ แบบชัดทุกน้ำเสียงเลยล่ะ
                  คงมีไม่บ่อยนัก ที่พวกสถาปัตย์จะเร่ร่อนระหกระเหินมาถึงที่นี่ ประกอบกับความหน้าตาดีเกินไปของทั้งกลุ่ม จึงเป็นที่จับตามองของฝูงชนได้โดยง่าย
                  และไม่เว้นเขา
                  จากที่เขาเหล่ๆดู เพื่อนกลุ่มนี้ของสายป่านน่าจะมาจากคนละคณะ เพราะเขาไม่คุ้นหน้าเลยสักคน
                  สายป่านเป็นคนมีเพื่อนเยอะ จึงไม่น่าแปลกใจหากจะพบมันอยู่อีกกลุ่มในเวลาอื่น
                  มีเพื่อนเยอะไม่ได้ดีเสมอไป เพียงแต่ใครจะโชคดีเท่ามันที่ถึงแม้เพื่อนจะมากมายเท่าไหร่ ก็มีแต่คนจริงใจที่เข้ามาหาทั้งนั้น
   

                  “ไม่เลิกแกล้งกูงอนอ่ะ” สายป่านกอดอก หน้างอง้ำ แล้วมันกงการอะไรที่เขาต้องละจากหนังสือหันไปแอบมองมันด้วยเนี่ย
   

                  เอาเถอะนะ ห้ามอะไรก็ห้ามได้ แต่ห้ามให้มองมันคงทำไม่ได้
                  ยิ่งอยู่ใกล้กันแค่โต๊ะถัดไปเท่านั้น จะให้เขาทำเป็นมองไม่เห็นมัน และทำสมาธินั่งอ่านหนังสือต่อไปคงเป็นไปไม่ได้
   

                  “แม่งใจตุ๊ดวะ” เพื่อนอีกคนแกล้งบ้าง
                  “ลองมั้ยล่ะนาย” เฮ้ย แบบนี้ก็ได้เหรอ
                  “มึงอย่าเอาโทรศัพท์กูไปเล่นดิ๊ เอาคืนมาไอ้สัด”
   

                  ดูเหมือนว่าตอนนี้สายป่านก็ยังไม่ได้ไอโฟนของมันคืนมาจากเพื่อนคนใดคนหนึ่งในกลุ่ม
   

                  ตึ๊ง
   

                  “เฮ้ยมึง ทำเหี้ยไรวะ”
   

                  พร้อมๆกับเสียงห้าวๆของมัน เสียงเฟซบุ๊กของเขาเองก็แจ้งเตือนขึ้น
   


                  สายป่าน 291 ได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนถึงคุณ
                  …
   


                  “แอดเหี้ยอะไรชื่อนี้วะ”
                  “ทำไม”
                  “เพื่อนคณะกู ไอ้เหี้ย”
   

                  เขาต้องมีภูมิต้านทานแค่ไหน ถึงจะไม่ให้สะดุ้งกับคำว่าเพื่อนคณะกู โอ้โห ประเด็นคือ เพื่อนคณะมึง ดันอยู่โต๊ะใกล้ๆมึง แต่มันโง่ไม่รู้ว่ามีเขาอยู่ไง
                  หรืออีกนัยคือมันไม่ได้ให้ความสนใจเลยไม่สังเกตเห็นเขาก็เท่านั้นเอง
   

                  “เพื่อนคณะจริงเหรอ แม่ง… อุ๊บส์ ไอ้เหี้ย อากอึงเอ็มสัด(ปากมึงเค็มสัด)”
                  “เชี่ยไร ไม่ต้องพูดถึง ก็แค่เพื่อนคณะ”
   

                  ก็แค่เพื่อนคณะ แม้แต่คำว่าเพื่อนเฉยๆ มันยังไม่รู้สึกห่างเหินเท่าเพื่อนคณะเลยโว้ย
                  คนแอบฟังมันช้ำใจนะเว้ย ไม่รู้รึไง
                  แบบนี้แล้วเขาไม่แน่ใจว่าควรจะรับแอดมันดีมั้ย หากจะมีเฟซบุ๊กของมันไว้เพื่อทำร้ายหัวใจตัวเอง
                  แต่ความคิดกับการกระทำ มักสวนทางกันเสมอ
   

                  “คืนไอโฟนลูกรักกูมาได้ยัง ช้ำหมดละ มือพวกมึงยิ่งหยาบๆ”
                  “หยาบคายมาก”
   

                  ตึ๊ง
   

                  นั่นไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนเฟซบุ๊กของเขา
   

                  “มึ๊งงงงงงง เพื่อนร่วมคณะมึงรับแอดด้วยว่ะ”
                  “แหม เพื่อนจริงป่ะวะ ยิ้มกริ่มดีใจอย่างกับมองสาว”
   

                  เขาแอบเหล่ตามอง มันกำลังยิ้มอยู่จริงๆด้วย
   

                  “ยิ้มไม่ได้เหรอวะ ก็สาวมองอยู่”
   

                  และเป็นอีกครั้งที่มันพูดถูก เมื่อสาวกำลังมองมันอยู่จริงๆด้วย
   

                  “โห คนรับแอดมึงไม่เสียใจแย่วะ”
   

                  เกี่ยวอะไรกับเขา แต่เขาก็กำลังโคตรน้อยใจอยู่จริงๆ จะใช้คำว่าเสียใจก็กระดากปาก เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย
                  อย่างน้อยถ้าคนอื่นถาม ก็ยังตอบได้ว่าน้อยใจที่เห็นสาวดีกว่าเพื่อน…
                  ร่วมคณะ
   

                  “มึงมันเหี้ย เพื่อนก็คือเพื่อนครับไอ้สัด”
   

                  ถูกต้องแล้ว
                  เพื่อนร่วมรุ่นก็เป็นได้แค่เพื่อนร่วมรุ่น
                  มันไม่มีทางเป็นอย่างอื่น
                  ไม่มีวัน…
   





                  เขานั่งอ่านเพลินจนเกินไป…
                  นี่มันเย็นย่ำแล้ว เพราะร่างกายสัมผัสถึงลมหนาว เขาที่ย้ายจากร้านกาแฟคณะศึกษาศาสตร์ ย้ายเอาใจพังๆ กลับมานั่งพักอ่านหนังสือชิลๆที่ใต้ตึกของคณะตัวเอง
                  แต่นั่งอ่านเพลินไปหน่อยเท่านั้นเอง จนเงยหน้าขึ้นมาอีกที คนที่นั่งอยู่โต๊ะรอบๆหายไปหมดแล้ว
                  ก็แค่เหลือคนเดียว ที่ใต้ตึกคณะสถาปัตย์เท่านั้นเอง
   
                  ไม่รอช้า รีบโกยของทั้งหมดบนโต๊ะหินอ่อนลงในกระเป๋าผ้าสีขาว เพราะหากมืดกว่านี้ เขาคงต้องขอนอนที่คณะสักคืน เคยได้ยินตำนานเรื่องผีของคณะสถาปัตย์มอนี้มั้ยล่ะ นักศึกษาที่นี่รู้จักดีกันทุกคน ช่วงทำงานคนมันเยอะไง แต่ช่วงนี้เป็นช่วงร้างช่วงหนึ่งของคณะ เพราะฉะนั้นแนะนำ ควรออกจากตึกนี้ก่อนเวลาสามทุ่มเป็นต้นไป เหตุผลคือมันจะยังมีคนเดินสวนทางเรามา แบบคนที่เป็นคน หากดึกกว่านั้น…
                  เกรงว่ามันจะไม่ใช่คน!!!
                  ตำนานทางเดินแคบมอนี้ ติดอันดับความน่ากลัวลำดับที่ต้นๆในเว็บบอร์ดเลยนะ
   

                  กึก!
   

                  เอาแล้วไง
                  มีเสียงดังกุกกักจากโต๊ะข้างหลัง เขาไม่กล้าหันไปมอง
                  อยู่มาหนึ่งปี จะมาเจอดีปีสองไม่ได้นะ
   

                  “ฮื่อออออออออ”
   

                  เสียงครางเย็นเยือกดังขึ้นเบื้องหลัง ฮือ อย่ามาหากันเลย อย่าทำลูกช้างตัวน้อยๆคนนี้เลยนะ แล้วจะทำบุญกรวดน้ำไปให้
                  ฮือออออออออออ
   

                  “แม่ง เผลองีบแป๊บเดียว เพื่อนกูหนีหมด”
   

                  ระหว่างที่เขากำลังท่องมนต์ในใจ เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้น
   

                  “เฮ้ยมึง มีบัตรนักศึกษาใช่มั้ย กูออกไปด้วยดิ”
   

                  จะผ่านประตูทางเข้าของที่นี่ ต้องใช้บัตรนักศึกษาที่แสดงตัวตนว่าเป็นคนของมหา’ลัยนี้ ตอนออกก็เช่นเดียวกัน
   

                  “ไอ้มด รหัส 289 ใช่มั้ย”
                  “อะ อืม”
   

                  บางทีความยากของการเป็นแค่เพื่อนอาจจะอยู่ที่ตรงนี้
                  ตรงที่เขา…ไม่รู้จะทำตัวยังไง ให้เหมือนเป็นเพื่อนกับมันมากที่สุด
                  เพราะว่าตอนนี้ หัวใจเจ้ากรรม เต้นเสียงดังโครมครามเหลือเกิน




- T B C . -


เมื่อไหร่น้อ จากเพื่อนจะขยับไปเป็นอย่างอื่น

เจอกันใหม่ตอนหน้าค่า พรุ่งนี้.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-12-2018 23:13:27 โดย MewSN »

ออฟไลน์ เพียงเพื่อน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
นี่แหละน้า สถานะคนแอบรัก เจ็บคนเดียวอึดอัดคนเดียว เฮ้อออ พุดแล้วก็นึกถึงตัวเอง  :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-1
อืมม เพื่อนร่วมคณะที่หัวใจต่างเต้นโครมครามๆ

สนุกดีค่ะ

ออฟไลน์ CHOIGYK_

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
แงงงง น้องมด สู้ๆนะลูกกก

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
น้องมด สู้ๆ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ยังไม่เห็นแววเลย ซักกะติ้ด  :ling1:

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2059
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
    • -
ติดตามจ้า

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
น้องมด  :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ MewSN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3
ก้าวที่สาม
จุดอ่อน


โปรดเตรียมใจก่อนอ่าน...




                  ความมืดยามค่ำคืนของคณะสถาปัตย์เป็นที่เลื่องลือแต่ยามนี้กลับน่ากลัวน้อยกว่าคนข้างๆ
                  …ที่ทำให้เขาประหม่าได้มากพอๆกับเพิ่งรู้ว่าจะต้องสอบในรายวิชาที่ไม่ถนัด
                  เฉกเช่นเดียวกัน การสอบมีคำตอบเป็นตัวเลือก และเวลานี้เขามีเพียงสองตัวเลือกที่จะต้องทำคือ…
                  ชวนคุย หรือเงียบต่อไปดี
                  แต่ถ้าหากสถานะตอนนี้กำลังเอ่ยเตือนว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของมันอยู่ล่ะก็ เขาคงจะต้องหาเรื่องมาคุยกับมันอย่างช่วยไม่ได้
                  แล้วควรคุย…
                  เรื่องอะไร?
   

                  “เอ่อ…”
                  “หนาวเนอะ”
   

                  ความกล้าที่รวบรวมมาเกือบสิบวินาทีถูกร่างสูงเบรคดังเอี๊ยด เมื่อสายป่านเป็นคนทำลายความเงียบด้วยการเริ่มบทสนทนาก่อน
   

                  “เอาผ้าคลุมเรามั้ย”
   

                  พูดออกไปด้วยความเป็นห่วง แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าเขาไม่ได้พกผ้าคลุมไหล่มาเสียหน่อย มันยังคงถูกตากไว้หลังห้องตรงระเบียงตอนนี้และคงรับลมหนาวจนเย็นเยือกถ้าหากมันมีความรู้สึก
   

                  “ไม่เป็นไรๆ”
   

                  โชคยังดีที่มันปฏิเสธ
                  เฮ้อ เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าเกิดร่างสูงบ้าจี้ขอยืมขึ้นมาจริงๆ เขาก็ไม่รู้จะไปเอามาจากที่ไหน
   

                  “อีกอย่างนะ”
                  “ฮะ ว่าไง…ครับ”
   

                  คำว่าครับถูกเปล่งออกมาด้วยความลังเล นั่นเป็นเพราะเขาไม่แน่ใจว่าควรจะใส่มันไว้ท้ายประโยคดีหรือไม่
                  เขารู้ว่าปกติเพื่อนร่วมรุ่นต้องคุยกันแบบไหน แต่เขาไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่เคยคุยกันจริงจังเลยแบบมัน ต้องคุยแบบไหนต่างหาก
   

                  “เวลาพูดกับกู พูดปกติเหมือนพูดกับเพื่อนมึงเถอะ เรารุ่นเดียวกัน”
   

                  ปกติแบบที่เขาพูดคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆสินะ อืม
   

                  “โอเค เราจะพูดปกตินะ”
   

                  แต่สายตาที่จ้องเขม็งมาแม่งบอกว่าคงไม่โอเค
   

                  “เพื่อนสนิทมึงดิ” มันว่า
                  “อ๋อ ไม่ต้องสุภาพแล้ว”
   

                  เป๊าะ มันดีดนิ้วตรงหน้าเขา พร้อมขยิบตาหนึ่งข้างโชว์เท่ห์
   

                  “เอ่อ มีอะไรติดหน้ากูป่ะ”
   

                  เขาไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ เมื่อเห็นร่างสูงจ้องเขานิ่งอยู่นานเกือบสามสิบวินาที จนเขาต้องร้องท้วง
   

                  “เปล่า เอาจริงๆกูรู้จักชื่อมึงนะ แต่แม่งไม่รู้สึกคุ้นหน้ามึงเลยว่ะ”
   

                  เขาไม่แปลกใจหรอกที่มันจะพูดแบบนั้น และไม่เสียใจด้วย ไม่ๆ ไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆนะ เปล่าสักหน่อย หัวใจแฟบๆนี้มันไม่ได้เฉาลงเพราะคำพูดของมันเมื่อครู่หรอกนะ
   

                  “กูก็ไม่คุ้นหน้ามึงเหมือนกันล่ะ”
   

                  เขาว่าเสียงห้วนด้วยอารมณ์ผสมปนเป ทั้งโกรธ น้อยใจ และตื่นเต้น พร้อมแอบเอานิ้วไขว้กันข้างหลัง โกหกจะตกนรกมั้ยเนี่ย
                  ถ้าเขาไม่คุ้นหน้ามัน ก็ไม่มีใครให้เขาคุ้นเคยอีกแล้วล่ะในคณะนี้ ยกเว้นกลุ่มเพื่อนสนิทที่จำชนิดไฝติดบนหน้าก็จำได้
   

                  “ที่กูจำข้อมูลมึงได้ เพราะแม่งโดนบังคับให้ท่อง”
   

                  พอมันพูดประโยคนี้มา ความทรงจำเก่าๆก็กลับมาทักทายในหัวเลย ตอนนั้นเป็นช่วงรับน้อง อยู่ในกระบวนการที่เรียกว่าการขัดเกลาสู่สังคมใหม่ อันนี้รุ่นพี่เรียกให้สวยหรูเท่านั้น แต่จริงๆแล้วมันก็คือการว้ากซึ่งเป็นระบบควบคุมคนให้มาทำงานก็เท่านั้นเอง พวกเราทั้งรุ่นถูกสั่งให้ไปจำข้อมูลเพื่อนในรุ่น ซึ่งมีทั้งหมดสามร้อยยี่สิบแปดคน ที่ข้อมูลเป๊ะขนาดนี้เพราะพวกเราใช้ใจจำ มันถึงจำได้ทุกคน เอาจริงๆมั้ย โห โดนว้ากไม่รู้กี่รอบเพราะจำข้อมูลไม่ได้ ทั้งลงโทษ ทั้งสั่งให้ไปทำภารกิจตามคำสั่ง เพื่อแลกกับการขอโอกาสจำใหม่ บลาๆ
   
                  จนสุดท้าย ก็ผ่านกันมาได้ ความสำเร็จก็คือช็อปสีน้ำตาลที่เรียกกันว่าผ้าคลุมไหล่เด็กสถาปัตย์ เป็นทั้งสัญลักษณ์แสดงถึงความอดทน รักเพื่อน และเสียสละ และความรับผิดชอบที่จะต้องแบกไว้กับรุ่นในปีที่ขึ้นเป็นปีว้าก
                  ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง แม้เขาจะได้มันมา แต่ก็ไม่ทั้งหมดที่เขาเห็นด้วย หรืออาจไม่ยอมรับไปเลยก็ได้
                  แต่เขาเชื่อว่า ระบบทุกอย่างมันจะค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบใหม่และพัฒนาจากรุ่นสู่รุ่นให้เหมาะสมตามยุคสมัย เขาก็แค่อยากรอดูการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็เท่านั้นเอง
   

                  “แม่ง มึงชวนคุยหน่อยดิ อย่าเงียบเหมือนกูพูดอยู่คนเดียวได้มั้ยวะ บรรยากาศน่าขนลุกชะมัดคณะเรา”
   

                  เขาเห็นด้วยกับสายป่านที่ว่าคณะเราโคตรน่ากลัว นี่ขนาดยังไม่ถึงสี่ทุ่มนะ ยังวังเวงได้ขนาดนี้ เงาต้นไม้ใหญ่พาดทับลงมาที่หลังคาเหมือนปีศาจร้าย แล้วพอลมพัดมาทีก็ปลิวไสวแบบไม่กลัวพวกเราสองคนจะหัวใจวายตายเลย
   

                  “งั้น ระหว่างเดินลงบันได ลองมาทวนข้อมูลเก่าๆของเราสองคนดูดีมั้ย”
   

                  บันไดทางลงคณะเป็นบันไดยาวสุดลูกหูลูกตา และระหว่างสองข้างทาง ถ้าคิดว่าทางเดินอื่นๆน่ากลัวแล้ว ต้องลองมาเดินชมธรรมชาติยามเย็นย่ำค่ำคืนที่บันไดทางลงนี้ดู ทางที่ดีที่สุดที่จะไม่ต้องมองมันคือหันเหความสนใจไปคุยกับคนที่มาด้วย และเพราะเป็นสายป่านที่เขาโคตรไม่สนิทและไม่รู้จะคุยอะไร เลยหยิบเรื่องข้อมูลเพื่อนขึ้นมาเล่นแล้วกัน
                  เขามั่นใจว่าตัวเองจำของมันได้ทั้งหมด และจำเป็นอย่างดีด้วย เหมือนเขาเพิ่งเปิดอ่านข้อมูลทั้งหมดเมื่อวันวานยังไงยังงั้นเลยล่ะ
   

                  “เล่นเฉยๆแม่งน่าเบื่อ ใครแพ้เลี้ยงข้าวนะ ตกลงป่ะ”
                  “…”
                  “เริ่มจากรหัสนะ มึง รหัส 289”
   

                  เฮ้ย เขายังไม่ทันตอบตกลงข้อกติกาเลย
                  แต่ไม่ว่าใครจะแพ้ ถ้อยคำก็ได้สัญญากับเราแล้วว่า ในเร็วๆนี้เขากับสายป่านจะได้เจอกันอีกครั้ง
                  ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เขาโคตรดีใจ
   

                  “สายป่าน 291”
                  “สายหน้าตาดี”
   

                  พอได้คุยจริงๆแล้ว เขาขอถอนคำพูดที่เคยบริภาษมันไว้ตอนปีหนึ่งว่ามันกวนตีน
                  เป็นว่ามันโคตรหลงตัวเองแทน
                  และเขา โคตรหลงมันเลยในเวลานี้
                  รอยยิ้มเล็กๆที่ปรากฏตรงมุมปากเวลามันเผยยิ้มชวนให้ต้องจ้องมองอย่างไม่อาจหันหนีไปไหนได้
   

                  “อืม”
   

                  จนเผลอตอบรับเบาๆในลำคอตามคำมันว่า โชคดีที่เสียงมันแผ่วเบาจนไม่มีใครได้ยิน
   

                  “เอาโรงเรียนเดิมที่จบมาบ้าง”
   

                  แน่นอนว่าพวกเราทั้งคู่ตอบมันได้ แต่ไม่มีใครสงสัยในตัวของกันและกันเลยว่า ทำไมพวกเราถึงยังจดจำสิ่งที่ผ่านมานานเกือบหนึ่งปีเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันก่อนได้แบบชัดเจนขนาดนี้
                  หรือเพียงเพราะว่า เรานำข้ออ้างที่ไม่มีอยู่ตั้งแต่ต้นมาให้เหตุผลไปแล้ว
                  ความจริงแล้วเขาคนหนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อว่าเพราะคำสั่งรุ่นพี่เขาถึงยังจดจำมันได้ เพราะเขาหลงลืมข้อมูลรายชื่อเพื่อนคนอื่นๆในรุ่นไปหมดสิ้นแล้ว บางคนที่ยังพอจำได้ก็ช่างเลือนรางเหลือเกิน
                  แม้ปากเขาจะพูดว่าเห็นด้วยกับสายป่านที่ว่าเราท่องจำมันมาเกือบร้อยรอบจนจำได้ และผ่านการทดสอบจากรุ่นพี่
                  แต่ลึกๆแล้ว เป็นเพราะเขาอยากจำต่างหาก ถึงได้จำได้ และจำจนขึ้นใจ
                  เหตุผลข้อนี้เขารู้ดีที่สุด
   

                  กึก!
   

                  เท้าของเราสองคนหยุดลง และเบื้องหน้าคือประตูทางออก ที่ๆเขาทั้งสองจะต้องแยกจากกันตรงนี้
                  และคำถามสุดท้ายจะตัดสินผู้แพ้ชนะของเกมส์
   

                  “ข้อสุดท้ายแล้ว ข้อมูลหอพัก”
   

                  โจทย์ที่ใช้ตัดสินมาจากปากของสายป่าน โดยไม่ต้องคิด เขาตอบอย่างมั่นใจ
   

                  “หอหกชาย ชั้นสอง ห้อง 219”
   

                  พร้อมกับร่างสูงที่สวนกลับมาทันที
   

                  “ผิด”
                  “…”
                  “ผิดแล้วล่ะ”
   

                  มือหนาถือวิสาสะจับมือเขาขึ้นมาแบตรงหน้ามัน แล้วยัดกระดาษสีขาวใบเล็กใส่มา
   

                  “นี่ที่อยู่ปัจจุบันกู”
                  “…”
                  “เผื่อมึงอยากเลี้ยงข้าวเมื่อไหร่ ก็นัดมาละกัน”
   

                  เดี๋ยวนะ สรุปว่าเขาแพ้เหรอ
                  นี่มันไม่แฟร์นี่ มันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าถามที่อยู่ปัจจุบัน เขาเลยตอบที่อยู่ตอนปีหนึ่งออกไป


                  พรึบ!
   

                  โดยไม่รู้ตัว บัตรนักศึกษาของเขาที่หยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงก็ถูกมันฉวยเอาไปไว้ในมือ พร้อมกับโชว์ขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้า
   

                  “บัตรนักศึกษา เป็นค่าประกัน”
                  “เฮ้ย เดี๋ยว”
   

                  ไม่ทันแล้ว มันหนีไปพร้อมกับบัตรนักศึกษาที่สำคัญที่สุดและมีเพียงใบเดียวของเขา
                  ทิ้งเขาไว้กับความเงียบสงัด ความหนาวเย็นของลมที่พัดมา และประตูทางเข้าที่กำลังจะปิดลง
                  เดี๋ยวนะ นี่เขา ต้องรีบวิ่งออกไปใช่มั้ย
                  ก็เขาไม่มีบัตรให้สแกนออกไปแล้วนี่ เฮ้ยยยยยยยยยยย
   


                  



                  ตอนดึกคืนนั้นเขากลับมานั่งคิดย้อนถึงเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนี้
                  เหมือนกับคำถามที่เขาเฝ้าถามตัวเองมาตลอดชีวิตปีหนึ่งว่าเมื่อไหร่ และจะมีสักครั้งมั้ยที่เขากับมันจะได้คุยกันสักหนึ่งประโยค
                  มาวันนี้คำถามนั้นได้รับคำตอบแล้ว
                  คำตอบไม่ได้ช่วยให้เขาหายสงสัย ดังเช่นคำตอบทั่วไปในคำถามทั่วไป
                  กลับกัน มันยิ่งทำให้เขาอยากถามมากขึ้นเรื่อยๆ
                  จากเมื่อก่อนเขาเฝ้าถามว่าจะมีสักประโยคมั้ยที่เราจะได้คุยกัน
                  ตอนนี้กลับยิ่งละโมบ และกลายเป็นคำถามใหม่ว่า เราจะได้คุยกันแบบนี้ไปอีกเรื่อยๆมั้ย
                   คงมีสิ่งเดียวมั้งที่เขายังไม่โลภมากขนาดที่ว่าอยากคุยกันไปเรื่อยๆแบบ…คนรู้ใจ
                  เขาก็กล้าจะคิดเนอะ
                  ขอก้าวออกมาจากโลกในมโนทัศน์แล้วมามองความวุ่นวายของโลกแห่งความเป็นจริงก่อนนะ ที่ตอนนี้เดือดได้ที่แล้ว จากการเปิดประเด็นของมายด์ในแชทกลุ่ม
   

                  My Mine มันยังไงอ่ะ เด็กนี่คือต้องการอะไรจากสังคมวะ
                  และคนที่มาปั่นต่อคือฟ้า…
                  NAMEPHA นี่มึงยังไม่รู้อีกเหรอว่ามันหวังอะไร
                  ตามมาด้วยจิ๊บ…
                  จิ๊บ. หวังอะไรก็หวังได้ แต่อย่ามาหวังได้แฟนเพื่อนกูไปแดก
   

                  จากที่คบกันมา ไม่ต้องตื่นตกใจ พอรู้สันดานกันแล้วต้องบอกได้เลยว่า มองหน้าแล้วไม่ใช่คนดีสักคน
                  แม้เราจะเคยพูดแทนชื่อเล่นกับกลุ่มและคนนอกฟังแล้วดูน่ารัก
                  แม้ยุคหนึ่งเราจะเคยพูดแทนสรรพนาม เรากับเธอ จนอาจกระดากปากบ้างในบางที
                  และแม้บางครั้งในสายตาเพื่อนร่วมรุ่นเราอาจจะเคยดูเป็นกลุ่มคนที่สุภาพที่สุด
                  แต่อย่าได้ถามหาความสุภาพตลอดไป เพราะพอขึ้นปีสอง แต่ละคนก็เหมือนลืมมันไว้ที่บ้านกันหมด
                  ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาเอง
   

                  My Mine คือไม่ใช่อยากมีเรื่องเว้ยมึง แต่มาเม้นใต้โพสต์กูทุกโพสต์ มาเม้นแซะ คืออะไรวะ ออกตัวแรงไปมั้ย
      

                  เขารีบกดเข้าไปดูกลัวตามเพื่อนไม่ทัน ไม่ใช่อะไร เรียกว่าเสือกนั่นเอง
                  และโพสต์ล่าสุดของมายด์ก็ตอบโจทย์ความเผือกของเขาได้เป็นอย่างดี
                  มันเป็นภาพบรรยากาศในมอ ที่มีต้นไม้ และท้องฟ้าสีคราม พร้อมแคปชั่นธรรมดาๆของเพื่อนเขาว่า…
   

                  ต้นไม้ ท้องฟ้า แสงแดด
   

                  คนกดไลค์ก็ปกติธรรมดา และมันจะไม่มีอะไรเลยถ้าหากว่าไม่มีเม้นหนึ่งที่อ่านแล้วค่อนไปทางลบแบบสุดๆ
                  

                  บางอย่างก็เหมือนกับ ต้นไม้ที่ขึ้นทั่วไปนะคะ ที่แม้จะเอาชื่อไปเขียนติดไว้ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่ของใครอยู่ดี
                  

                  พบคนเชื่อมโยงเก่งแบบผิดๆหนึ่งอัตรา
   

                  ตึ๊ง
   

                  และในขณะที่เขากำลังจะเข้ากลุ่มแชทไปปั่นไฟให้โหมกระหน่ำเป็นประเด็นต่อความยาวสาวความยืด ร่วมด้วยช่วยกันกระพือลมให้ไฟลุกท่วมกลุ่ม ก็มีบางสิ่งบางอย่างดึงความสนใจไป
                  ไม่ใช่ใครที่ไหน
                  ไม่มีอะไรน่าสนใจพอให้เขาออกมาจากแชทกลุ่มได้ ยกเว้น…
                  สายป่าน 291 ที่ขึ้นแจ้งเตือนว่ากำลังไลฟ์ในเฟซบุ๊กอยู่
   

                  “ไอ้เหี้ยป่าน แม่ง เมาแล้วเรื้อนค้นกระเป๋าตัวเองว่ะ”
   

                  เป็นภาพที่ต้องขึ้นแจ้งเตือนว่าเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำ ปกติคนกินเหล้ามันไม่มีใครเข้ามาดูหรอก เว้นเสียแต่ว่ามันจะเป็นไอ้สายป่านที่หน้าตาดีโคตรๆ เพราะแม้ลึกๆจะรู้ว่าเป็นเรื่องเหลวไหลแต่เราก็ปฏิเสธตรรกะที่ว่าคนหล่อทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดไม่ได้อยู่ดี
                  ก็คนหล่อ เมาแล้วโคตรน่ารัก
   

                  “เฮ้ยๆ มึงจะควักเงินออกมาเปย์สาวเหรอวะ”
   

                  เพื่อนแทบห้ามไม่ทันเมื่อสายป่านทำท่าจะหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ออกมาโปรยเล่น
                  โชคยังดีที่เพื่อนของมันเก็บไปไว้ได้ก่อน ไม่งั้นเสียป่านก็เสี่ยป่านเถอะ ตื่นมาขนหน้าแข้งร่วงแน่ๆ ไม่รู้เงินทั้งกระเป๋าหายไปไหน
                  ใครจะหาว่ามันอวดรวยแกล้งเมาโชว์เงินในไลฟ์ยังไง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราทั้งรุ่นต่างรู้ดีถึงกิตติศัพท์ของฉายาเสี่ยป่าน ที่เพื่อนร่วมรุ่นทุกคนต่างมอบมงและเรียกขานด้วยความภาคภูมิใจที่มีคนแบบนี้ในรุ่นเพราะเท่ากับว่าหากเราหาสปอนเซอร์ที่ไหนไม่ได้ สปอนเซอร์วงในก็พร้อมซัพพอร์ตตลอดเวลา นั่นคือเสียป่าน เสี่ยที่แท้ทรู คนรวยสองพันสิบแปดที่แท้จริงของเราชาวสถาปัตย์นั่นเอง
   

                  “เดี๋ยวๆ แม่งจับมือมันไว้ดิ๊ เลื้อยไปนั่นมานี่”
   

                  ในเมื่อผองเพื่อนไม่ยอมให้มันค้นกระเป๋าตัวเอง มันเลยหันไปหยิบกระเป๋าผ้าสีเทาที่ข้างๆเก้าอี้นั่งขึ้นมา
                  และเริ่มเอาของแต่ละชิ้นในกระเป๋า ออกมาตั้งโชว์ในวงเหล้า
                  อาจเป็นของที่ดูธรรมดาเช่น กระเป๋าดินสอ ปากกา แต่รวมๆแล้วราคาเหยียบหมื่น
   

                  “ได้ มึงจะทำอะไรก็ทำเลย กูยอมแพ้”
                  “นี่ของกู”
   

                  สายป่านเริ่มหยิบของในกระเป๋าดินสอออกมาแล้วชูขึ้นหากล้อง
                  อันแรกเป็นยางลบ
   

                  “นี่ของกู”
   

                  ต่อมาคือบัตรนักศึกษาของมัน
                  และตามมาด้วยบัตรประชาชนที่แม่งคิดได้ไงเอาทั้งสองไปไว้ในกระเป๋าดินสอวะ
                  ไหน เขาจะรอดูว่ามันจะเอาอะไรพีคๆไปยัดไว้ในกระเป๋าดินสอได้อีก
                  อาจจะเป็น แว่นตาแฟชั่นมั้ย หรือประติมากรรมนูนสูงรูปปั้นเทพีเสรีภาพขนาดเล็กมั้ย หรือจะเป็น…
   

                  “นี่ก็ของกู”
   

                  บัตรนักศึกษาของเขาที่มันยึดไปได้เมื่อตอนค่ำ
                  งั้นเหรอ
                  !!!
   

                  “เดี๋ยวนะ นี่มึงไปฉกบัตรใครมาวะ”
      

                  สายป่านไม่ตอบ แต่กลับหันมาหากล้อง แล้วย้ำประโยคเมื่อครู่ที่ออกมาจากปากมันอีกรอบว่า…
   

                  “นี่ของกู”
   

                  แล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างชี้นิ้วเป็นการบอกว่าหมายถึงบัตรนักศึกษาของเขาที่มันถือโชว์อยู่
   

                  “เดี๋ยวๆ ไอ้ฉิบหาย”
                  “แม่งไปเอาบัตรใครมาวะ”
                  “ของกูๆๆๆๆๆๆๆ”
   

                  ภาพในจอสั่น เหตุเพราะสายป่านกำลังยื้อแย่งกล้องไอโฟนของมันจากคนที่ถืออยู่
                  แล้วภาพก็ดำสนิท กับข้อความสีขาวที่ปรากฏขึ้น…
                  สิ้นสุดการไลฟ์
                  มันไปแล้ว…
                  แต่หัวใจที่ยังเต้นแรงไม่เป็นส่ำบอกกับเขาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่ชั่วฝันตื่น
                  ชั่ววูบหนึ่งเขาหลงดีใจกับคำว่าของกู ที่อีกฝ่ายพูด
                  เพราะเขามั่นใจมานานแล้วว่าหัวใจดวงนี้เป็นของสายป่าน
                  และตัวเขาเองก็เป็นของสายป่าน
                  เป็นของสายป่านคนเดียว
                  ใช่แล้วล่ะ มันไม่ใช่ความฝันก็จริง แต่มันก็ไม่อาจเป็นความจริงได้เช่นเดียวกัน
                  บางครั้งคนเมาก็พูดสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึก
                  แต่บางครั้ง คนเมาก็ไม่ได้พูดความจริง
   

                  My Mine สรุปจะเอายังไงพูด
                  แชทกลุ่มเด้งขึ้นมา เขาเกือบลืมไปเลยว่าเพื่อนกำลังมีประเด็น
                  Mod Kittikun ยังไม่จบเรื่องแย่งแฟนอีกเหรอ
                  My Mine มึงน่ะสิแย่งแฟน ใครแย่งใคร เขาเคลียร์กันจบไปตั้งแต่ข้อความไหนแล้ว
                  Mod Kittikun อ้าว
                  จิ๊บ. งดเรื่องไร้สาระก่อน ตอนนี้วิชา 205 เซคของอาจารย์ประภาภรจะเอาไงอ่ะ ย้ายมั้ย หรือจะไม่ลงตัวเมเจอร์แล้ว เวลามันชนกัน
                  อ๋อ เปิดประเด็นใหม่แล้วว่างั้น
                  Mod Kittikun กูว่าลงตัวเดิมแหละ กลัวย้ายแล้วไม่ติดอีกแย่เลยนะ
   

                  ระบบมอนี้จะแปลกๆหน่อย ตรงที่ประมวลผลเป็นแบบสุ่ม คือไม่ว่าใครจะลงก่อนหรือลงหลัง ก็มีสิทธิ์ลงเรียนติดในกระบวนวิชานั้นๆเท่าๆกัน
                  และเขายังไม่พร้อมจะเสี่ยงโชคในเทอมนี้
   

                  NAMEPHA ช้าไปแล้ว กูไปเม้นชื่อเราในกลุ่มรุ่นแล้ว
                  ฟ้ากลับมาพร้อมรูปที่แคปเอาไว้
   

                  มีใครจะลงตัวเมเจอร์มั้ยครับ อาจารย์ขอรายชื่อเพื่อเปิดเซคให้เราเรียน
   

                  เขาเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ แต่เลื่อนผ่านๆไป พอวันนี้มาดูชัดๆอีกที มันเป็นโพสต์ที่โพสต์โดยสายป่าน
                  และเม้นตอบล่าสุดคือคอมเม้นของฟ้าที่ไปเม้นตอบชื่อของพวกเรา
                  เท่านั้นล่ะ แชทกลุ่มก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายจากการแย่งกันพิมพ์แซวใครบางคนที่อ่านดูก็รู้ว่ามันคนนั้นคือเขาเอง
   

                  My Mine ฮั่นนนนนน มีคนเงียบไปว่ะ มันเกิดอะไรกับหัวจายยยยยยยย
                  NAMEPHA เฮ้ยไม่ต้องเขิน จะได้เรียนเซคเดียวกันแล้ว
                  จิ๊บ. วี๊ดดดด กูเขินแทนได้มั้ย ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าไว้มั้ย แต่มีคนคิดจะจองที่นั่งคู่กันว่ะ
                  Mod Kittikun พวกมึงคิดกันไปเอง
   

                  นั่งแชทกันอยู่คนละที่นะ แต่ไหงกลับตอบมาพร้อมกันได้ว่า
   

                  เหรออออออออออออออออออออ !!!



                  

   

                  ตอนเช้าเขามีเรียนสองวิชา แต่เป็นสองวิชาที่แม่งทำไมต้องมีสามชั่วโมงเป็นกึ่งกลางขั้นไว้ด้วย จะกลับไปหลับที่ห้องก็ยังไงอยู่ ขี้เหนียวด้วยแหละเปลืองน้ำมัน แต่ความขี้เกียจขี่รถกลับมันมีมากกว่า ไม่อยากคิดเลยว่าท้องถนนเวลาเร่งรีบแบบนี้คงเต็มไปด้วยรถราที่เบียดกันแน่น ถ้าขับรถกลับหอ พอไปถึงคงจวนจะหมดเวลาพักแล้วล่ะ
                  เลยตัดสินใจมานั่งที่ใต้ตึกคณะ กินลมชมวิว เจอคนรู้จักผ่านมาก็ทักทายกันตามประสา
                  แล้วก็พบว่าตัวเองคิดผิดจริงๆที่ไม่กลับหอ
   

                  “มดดดดดดดดดดด”
   

                  เพราะงานวุ่นๆกับเรื่องหนักใจได้ตามมาหลอกหลอนถึงที่นี่แล้ว
   

                  “ฮาโหลววววววว ทำหน้าเหนื่อยหน่ายแบบนั้นทักทายเพื่อนเหรอคะมึง”
   

                  พร้อมๆกับการปรากฏตัวของเพื่อนสาวประเภทสอง ที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในรั้วมหา’ลัย
   

                  “ดูว่างๆเนอะปีสอง มีเรียนกี่ตัวอ่ะ”
   

                  มาถึงมันไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบถามตารางเรียนเขาก่อนเลย และเขารู้ว่ามันหมายถึงอะไร
   

                  “สองตัว แค่วันนี้ วันอื่นๆตารางแน่นเอี๊ยด รีบเก็บหน่วยกิต กลัวไม่จบ”
                  “แหม แต่วันพุธ เสาร์ และอาทิตย์ก็ว่างเหมือนเดิมใช่มั้ยล่ะ”
   

                  มันเบียดกระแซะเขาเข้ามา พร้อมทำเสียงอ้อนี่เขาฟังแล้วลงความเห็นว่าอ้อนตีนที่สุดในโลก
   

                  “ไม่เอา ไม่ทำอีกแล้ว เหนื่อย”
                  “เฮ้ยย่ะ อย่าตัดรอนกันแบบนี้สิพ่อ”
   

                  มันเอานิ้วชี้จิ้มจึ๊กๆที่แขนเขา ขนาดกระเถิบหนีมันยังตามมาจนเขาจะตกม้านั่งอยู่แล้ว
   

                  “ให้ปีหนึ่งทำ งานของปีหนึ่ง”
   

                  เขาเหนื่อยจริงๆนะ และไม่อยากทำงานนั้นอีกแล้ว มันไม่มีเวลาว่างทำเหี้ยอะไรเลย ตกเย็นซ้อม ซ้อมจนดึก เช้าก็เข้าเรียนตามปกติ เพราะไม่อยากโดดกลัวเสียการเรียน ชีวิตวนเวียนแบบนี้ จนไม่มีเวลาไหนที่เรียกว่าเฟรชชี่จริงๆเลย
                  ชีวิตเด็กกิจกรรมในรั้วมหา’ลัยมันแตกต่างจากตอนมัธยมแบบสุดขั้ว ทั้งกดดันจากรุ่นพี่ กดดันจากผลงานว่าจะทำออกมาได้ดีมั้ย รองรับอารมณ์คนมากมาย
                  และสุดท้ายออกมาร้องไห้คนเดียวที่หน้าตึก
                  เขายังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีเลยล่ะ
                  มันโคตรท้อ เหนื่อย แล้วก็ย้ำถามตัวเองหลายๆรอบว่าเขามาที่นี่เพื่อมาทำอะไร มานั่งร้องไห้แบบนี้เหรอ สภาพดูไม่ได้ เหมือนศพ โทรมก็โทรม
                  แถมยังมาโดนด่าถ้างานออกมาไม่ดีพออีก
   

                  “แต่ละครเวทีจะขาดผู้ช่วยผู้กำกับไม่ได้นะ”
   

                  ใช่ ใช่แล้วล่ะ
                  งานที่เขาหลวมตัวไปทำตอนปีหนึ่งคืองานละครเวทีที่จัดประกวดในนามของคณะกรรมการหอพักนักศึกษา หรือก็คือหอพักอาศัยที่จัดไว้ให้นักศึกษาที่เราเรียกว่าหอใน เป็นผู้ส่งเสริมโครงการ และรณรงค์ให้เด็กๆกล้าคิด กล้าทำ ด้วยการแสดงต่อหน้าสื่อผ่านละครเวทีที่จะสามารถแสดงศักยภาพของนักศึกษาออกมาผ่านทุกบทบาท เรื่องราว และความคิดที่ใส่ไว้ในละครเวที
                  ฟังดูสนุกมากๆนะ แต่คนทำเบื้องหลังมันทั้งเหนื่อย แล้วก็โคตรท้อใจ แต่พอเห็นว่ากระแสตอบรับ และฟีดแบคที่ส่งกลับมาดีจนถึงดีมากๆ แค่นี้ก็พอทำให้เขาลืมว่าตลอดวันเวลากว่าจะมาเป็นละครเวทีเรื่องๆหนึ่งที่แสดงออกมาให้คนดูได้ชื่นชม มันต้องผ่านอะไรมาบ้าง
                  รอยยิ้ม หยาดเหงื่อ หยดน้ำตา
                  ที่พูดมาไม่มีอะไรเกินจริงเลย
                  ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาได้เพื่อนได้พี่ก็เพราะงานนี้นั่นแหละ
                  รวมทั้งเพื่อนที่แสนดีต่างคณะ และตลกโปกฮาแม้จะมีช่วงเวลาที่ทำให้เขารำคาญไปบ้างอย่างโฟร์ ศึกษา ด้วย
   

                  “งั้นก็ช่วยไม่ได้สินะ ในเมื่อมึงยืนกรานหนักแน่นขนาดนี้”
   

                  มันปล่อยแขนเขาให้เป็นอิสระ แล้วก้มลงกดไอโฟนจึ๊กๆ ปากก็พึมพำเบาๆ แต่ดังพอให้เขาได้ยินว่า…
   

                  “ทำยังไงดีว้า แล้วจะเข้าทางเดือนคณะสถาปัตย์ยังไงดี”
                  “อะ อะไรนะ”
   

                  หูผึ่งทันที เมื่อได้ยินคำว่าเดือนคณะสถาปัตย์
   

                  “ก็ปีนี้ ว่าจะชวนสายป่านมาเป็นเกสต์ของเราน่ะสิ กะว่าถ้าชวนมึงมาทำละครด้วยกันได้ ก็ให้มึงไปโน้มน้าวสายป่านมา”
         

                  มันจีบปากจีบคอพูด นึกว่าเขาไม่รู้กลลวงของมันเหรอ
   

                  “ตกลงจะเอาสายป่านเป็นเกสต์ปีนี้จริงๆใช่มั้ย”
   

                  แม้จะรู้ว่าเขากำลังตกหลุมพราง แต่มันก็ช่วยไม่ได้ถ้าเป็นเรื่องของสายป่าน
   

                  “อือ ว่าไงจ๊ะ เปลี่ยนใจมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้พวกเราหรือยัง”
   

                  เอาสายป่านมาล่อเขาให้ตอบตกลง
                  เพื่อนโฟร์ มึงร้ายกาจจริงๆ
   

                  “ขอสวัสดิการดีๆก็แล้วกัน”
   

                  แล้วเขาจะไปไหนรอด
                  นอกจากก้าวลงหลุมที่มันขุดไว้ด้วยความจำยอม
                  ยิ่งมีคนรู้จุดอ่อนของเรามากเท่าไหร่ มันยิ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ





- T B C . -

พอโดนล่อด้วยสายป่านนี่ใครจูงไปไหนไปหมดเลยนะมด 555

พบกันอาทิตย์หน้าหน้า นะคะ เพราะมิวติดสอบ แง้ววววววว

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
อะไร ๆ ก็ของ "กู" จริงหรอ ป่าน  :hao3:

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
มดสู้ๆ พิชิตใจสายป่านให้ได้นะ

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ฮือยังไงเนี่ย ป่านชอบด้วยหรอ รอตอนต่อไป :z2:

สอบสู้นะคะ o13 FIGHTING !!

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ฮือยังไงเนี่ย ป่านชอบด้วยหรอ รอตอนต่อไป :z2:

สอบสู้นะคะ o13 FIGHTING !!

ออฟไลน์ เพียงเพื่อน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
หล่อนมีพิรุธอีกแล้วนะ //เสียงเจ้แต๋วหอแต๋วแตก ฝากบอก สายป่าน  :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ SHmnex

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สู้ๆ ❤️

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
พอมีป่านให้ทำอะไรก็ทำเลยลูกกก 555555555555

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-6
น้องมดสู้ ๆ 
สายป่านคิดยังไงกับมดกันนะ
อยากอ่านพาทป่านแล้วซิ

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +245/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด