{ yaoi } • ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี - ( แจ้งข่าวตีพิมพ์ หน้า8 ) - 9.12.61
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: { yaoi } • ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี - ( แจ้งข่าวตีพิมพ์ หน้า8 ) - 9.12.61  (อ่าน 152237 ครั้ง)

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0


15



พอได้นึกถึงความสวยงาม

ในหัวก็มีแต่ใบหน้าของคุณ



 



“ตอนนี้งานเดินไปเกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับคุณชาย ผมคิดว่ายังไงก็สามารถเปิดตัวรีสอร์ตทันปลายปีหน้าแน่นอนครับ”



ฝนตกพรำๆ ในช่วงเย็นของเชียงรายกับพื้นดินเฉอะแฉะทำให้เอ็นดูต้องยืนถูปลายรองเท้ากับขอบปูนซีเมนต์เพื่อให้ก้อนดินก้อนหินที่ติดพื้นรองเท้าหลุดออก



ถึงจะจดจ่อกับการขูดดินออกจากรองเท้าแต่หูก็ยังฟังเสียงสนทนาของผู้ชายสองคนที่คุยกับเรื่องความคืบหน้าของงาน



“เดินไปตรงเต็นท์คนงานมั้ยครับคุณเอ็นดู ตรงนั้นมีก๊อกน้ำ ล้างรองเท้าได้นะครับ”



เอ็นดูเงยหน้าส่งยิ้มให้พี่บอลซึ่งเป็นคนของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่ถูกส่งให้มาดูแลรีสอร์ตที่เชียงราย คนผิวขาวเลิกขูดดินออกจากรองเท้า ยิ้มแหยให้ทรงโปรดที่ยืนกางร่มให้อยู่ข้างๆ



“เดินได้หรือเปล่า” ถามด้วยความเป็นห่วงเพราะน้องไม่ทันระวัง เพิ่งเดินเหยียบโคลนเกือบลื่นเมื่อกี้นี้เอง



เอ็นดูคิดว่าเดินตามรอยเท้าพี่บอลกับทรงโปรดแล้วจะปลอดภัยนี่นา ที่ไหนได้ล่ะ ได้โคลนติดรองเท้าเยอะกว่าคนตัวสูงทั้งสองคนอีก



คนผิวขาวผงกศีรษะเบาๆ ก่อนที่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดจะจับหมับเข้าที่ต้นแขน มือซ้ายของคนสูงกว่าถือร่ม มือขวาก็คอยเป็นหลักประคองไม่ให้เอ็นดูลื่นล้ม



“เดินลำบากนิดหนึ่งนะครับ พอดีตรงนี้รอทำถนนตอนที่สร้างตัวรีสอร์ตเสร็จแล้ว” พี่บอลอธิบายตอนที่ทรงโปรดก้าวเท้านำเอ็นดูไปหนึ่งก้าว พี่บอลชี้นิ้วไปทางข้างหน้าที่เป็นบ้านของคนงานก่อสร้าง



“ก๊อกน้ำอยู่ข้างหน้าครับคุณชาย”



“คุณ...ผมเดินเองได้ครับ” กระซิบบอกคนตัวสูง



“อย่าดิ้น เดี๋ยวก็ลื่นอีก” เขาก็กระซิบกลับ



จากที่จับต้นแขนเอ็นดูอยู่ดีๆ ตอนนี้ก็เปลี่ยนไปโอบไหล่แล้วรั้งให้อยู่ในอ้อมกอดไปซะแล้ว



เอ็นดูไม่กล้ามองหน้าพี่บอลเลย เพราะเมื่อกี้เห็นว่าพี่เขากลั้นยิ้มด้วย แถมยังเปิดทางให้ทรงโปรดกอดเอ็นดูได้ง่ายขึ้นด้วยการขอร่มไปถือเองอีกต่างหาก ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเอ็นดูตกอยู่ในอ้อมกอดของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเต็มๆ



เอ็นดูเลยได้แต่จำใจให้เขากอดแล้วพาเดินไปที่ก๊อกน้ำ แต่เพราะทางตรงนี้มันลื่นมากๆ เอ็นดูเลยวางเเขนไว้กับเอวของคนตัวสูง ใช่ หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดยกยิ้มพอใจกับท่อนแขนเล็กๆ ที่คล้องเอวเขา คนตัวสูงก้มหน้าลง กระซิบเสียงทุ้มนุ่มใกล้ใบหูของคนผิวขาว



“กอดแน่นกว่าที่พี่กอดอีก”



เอ็นดูเงยหน้ามองค้อน เกลียดรอยยิ้มมุมปากแสนเจ้าเล่ห์ของคุณชายทรงโปรดจริงๆ นะ ไม่รู้ว่ามีใครเคยบอกหรือเปล่าว่ามันเป็นยิ้มที่เหมือนจะชวนหาเรื่องทุกครั้งที่มองเลย



หาเรื่องชวนให้ยิ้ม ชวนให้ใจสั่นจนต้องก้มหน้าซ่อนแก้มแดงๆ



“หิวหรือยังล่ะเรา”



“นิดหน่อยครับ”



“เดี๋ยวกลับไปหาอะไรกินที่โรงแรมเลยแล้วกัน”



ชะลอเท้าตอนที่เดินมาถึงก๊อกน้ำ เอ็นดูมองซ้ายมองขวา บริเวณเชิงเขาตรงนี้เป็นเต็นท์คนงานก่อสร้างกับบ้านชั่วคราวของผู้รับเหมา สร้างใกล้ๆ กับพื้นที่ของรีสอร์ต จมูกโด่งสวยฟุดฟิดสูดกลิ่นอาหารหอมๆ ที่คนงานก่อสร้างทำเพื่อเป็นมื้อเย็นของวันนี้...เอ็นดูหิวข้าวขึ้นมาทันทีเลย



“เอ็นดู นั่งลง”



“คุณ! ไม่เอาครับ...ลุกขึ้นเลยนะ”



ทรงโปรดที่ลงไปนั่งยองใกล้ๆ กับก๊อกน้ำพลางกระตุกมือขาวให้ลงมานั่งบนตักของเขา เอ็นดูส่ายหน้ารัว เป็นฝ่ายดึงคนโตกว่าให้ลุกขึ้นยืน แต่มีเหรอที่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดจะยอม เขาเองก็ส่ายหน้า แถมยังพเยิดหน้าไปทางพี่บอลที่ยืนกางร่มให้



“นั่งเร็ว เดี๋ยวพี่บอลยืนรอจนเมื่อยนะ”



“คุณอ่ะ...”



“เร็วๆ เอ็นดู จะได้รีบล้างรองเท้ารีบกลับโรงแรม”



“ไม่เอาครับ คุณลุกขึ้นมาเลย--เฮ้ย!”



สุดท้ายก็เป็นตัวเองที่ตัวปลิวนั่งจุมปุ๊กบนตักของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรด คนตัวสูงเกือบเซล้มเพราะน้องดิ้นขัดขืน แต่เพราะว่าต้นขาแกร่งของทรงโปรดแข็งแรงพอที่จะประคองตัวเองไว้ได้ เอ็นดูกับเขาเลยไม่ล้มลงไปกองบนพื้น



“อยู่นิ่งๆ”



“พอเลยคุณ ผมทำเองได้ครับ”



เอ็นดูตีมือหนาเมื่อคนที่ให้ยืมตักนั่งเอื้อมมือทำท่าจะถอดรองเท้าให้ แต่สุดท้ายก็ถูกดุด้วยตาคม เอ็นดูเลยต้องนั่งทำหน้ามู่ทู่ ปล่อยให้คุณชายทรงโปรดถอดรองเท้าราคาแพงของตัวเองออกจากเท้า



คนผิวขาวนั่งมองหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่จัดการขูดดินโคลนออกจากพื้นรองเท้าให้ทั้งสองข้าง มือหนาจับรองเท้ามาถูขณะที่เปิดให้น้ำไหลออกจากก๊อก คนสูงกว่าขยับหนีละอองน้ำที่กระเด็นโดนเอ็นดู แขนแกร่งของเขาโอบเอวน้องอยู่ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้การทำความสะอาดพื้นรองเท้าเป็นอุปสรรคสำหรับทรงโปรดเลยสักนิด



“ลำบากเกินไปมั้ยคุณ”



เอ็นดูไม่ได้เบาเหมือนปุยนุ่นสักหน่อย หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดยังให้เอ็นดูนั่งทับตักทั้งที่เขายังนั่งยองๆ อยู่



“ไม่เห็นจะลำบากตรงไหน”



“แล้วเมื่อยมั้ยครับ ให้ผมลุกขึ้นดีกว่า”



“ยกเท้าขึ้นอีกหน่อย เดี๋ยวถุงเท้าจะเปื้อนโคลน”



สนใจที่เอ็นดูพูดซะที่ไหน



ในเมื่อทรงโปรดเลือกที่จะเมิน เอ็นดูเลยแกล้งเขาด้วยการทิ้งน้ำหนักตัวลงบนตักไปเต็มๆ...คนตัวสูงเหลือบมองเจ้าเด็กน่ารักที่นั่งลอยหน้าลอยตา ทรงโปรดยกมุมปากก่อนยื่นหน้ากระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน



“เดี๋ยวคืนนี้เจอดี”



“ไม่เจอดีอะไรทั้งนั้นแหละครับ...เพราะนอนกันคนละห้อง”



เอ็นดูกระซิบตอบเบาๆ แถมยังแกล้งเป่าลมใส่ใบหูของทรงโปรดอีกด้วย



คนขี้แกล้งเลยถูกมือหนาตีเข้าที่ต้นขา เอ็นดูจิ๊ปาก ทำหน้ามุ่ยก่อนก้มลงใส่รองเท้าข้างที่ล้างโคลนออกหมดแล้ว



“ขอบคุณครับ”



“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นหอมแก้มดีกว่า”



“คุณนี่จริงๆ เลย”



พอรองเท้าข้างที่สองล้างโคลนเสร็จเรียบร้อย เอ็นดูก็รีบหยิบมาสวมแล้วเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที คนผิวขาวฉีกยิ้ม โน้มตัวยื่นมือขวาส่งให้หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดพยุงเพื่อลุกขึ้นยืนบ้าง



“ถึงกับลุกไม่ขึ้นเลยเหรอคุณ”



“แค่นี้จิ๊บๆ”



ทรงโปรดแข็งแรงจะตาย เอ็นดูนั่งทับไม่กี่นาที...ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก



“คุณชายกับคุณเอ็นดูรอตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมขับรถมารับ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดพยักหน้ารับ เอื้อมมือจับด้ามร่มมาถือไว้เอง เอ็นดูพยายามยืนให้พ้นดินโคลนมากที่สุด



ไม่ได้กลัวดินนะ รองเท้าของเอ็นดูจะกลับไปเปื้อนดินอีกครั้งยังได้เลย แต่เอ็นดูกลัวว่าทรงโปรดจะจับเขานั่งลงบนตักแล้วถอดรองเท้าไปล้างโคลนออกให้อีกต่างหาก เจ้าตัวเลยพยายามเลี่ยงๆ โคลนเข้าไว้



“คุณไม่อายพี่บอลเหรอครับ”



“อายอะไร”



“ก็...ที่คุณล้างรองเท้าให้ผม”



“น่าอายตรงไหน”



คนเด็กกว่าช้อนตามองคนตัวสูง เอ็นดูเอียงหน้าเล็กน้อยก่อนขยับปากเปล่งเสียงนุ่มๆ



“คุณเป็นถึงเจ้าของรีสอร์ต ต้องทำเก๊กๆ ขรึมๆ ต่อหน้าลูกน้องไม่ใช่เหรอครับ”



“แล้วยังไง...” ทรงโปรดหัวเราะเบาๆ



“คุณมานั่งล้างรองเท้าให้ผม...ก็ไม่ขรึมกันพอดี”



จบประโยคปลายจมูกโด่งของเอ็นดูก็ถูกข้อนิ้วแกร่งบีบเบาๆ น้องยู่ปากยืนกอดอกพลางหันหน้าหนีมือของคนตัวสูง แต่หนียังไงก็หนีไม่พ้น สุดท้ายจมูกของเอ็นดูก็ถูกบีบไว้แบบนั้น



“เราอยู่ด้วยจะขรึมไปทำไม”



“คีพลุคเจ้าของรีสอร์ตไงคุณ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดส่ายหน้า ยกยิ้มก่อนรั้งเอวคนตัวขาวเข้ามากอด มือหนายกขึ้นยีผมนุ่มเบาๆ คนตัวสูงอาศัยช่วงที่ตรงนี้ไม่มีใครก้มหน้าหอมหัวน้องฟอดใหญ่



“คุณ...”



“ว่าไงครับ”



“ขอบคุณนะครับ”



“ขอบคุณเรื่องอะไร” ทรงโปรดก้มหน้ามองคนน่ารัก กระตุกยิ้มเมื่อเห็นว่าเอ็นดูไม่ได้ก้มหน้างุดหนีสายตาของเขา



“ขอบคุณทุกเรื่องเลยครับ”



“พี่ก็ขอบคุณเราเหมือนกัน”



“...เรื่องอะไรเหรอครับ นี่ๆๆ ห้ามตอบเหมือนผมนะ”



“ขอบคุณที่รักพี่”



“ใครรักคุณครับ”



“เอ็นดูไง”



“มั่ว...”



“เอ็นดูรักพี่โปรดไม่ใช่เหรอ”



“ม ไม่ใช่นะครับ”



“อ้าว...”



“คุณมั่วเก่งตลอดเลย”



เอ็นดูเลิ่กลั่กเหมือนคนถูกจับได้ โชคดีที่พี่บอลขับรถกระบะมารับถึงที่ซะก่อน เจ้าคนตัวขาวเลยพาแก้มกลมๆ ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงวิ่งขึ้นรถไปนู่นแล้ว



อือ...ก็ถูกจับได้จริงๆ นั่นแหละ







*****





 

หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดมองเอ็นดูที่นั่งตักอาหารมื้อเย็นเข้าปาก



เขาต้องขอบคุณอะไรดีที่ทำให้น้องเปลี่ยนใจยอมมาเชียงรายด้วยกัน



จริงๆ แล้วตอนนี้น้องอยู่ในช่วงเตรียมสอบไฟนอล คนเด็กกว่าตั้งใจจะเก็บตัวอ่านหนังสือแล้วอยู่แต่ในห้อง แต่ก็ถูกทรงโปรดรบเร้าจนได้มาอยู่ที่เชียงรายด้วยกัน



เขาอยากให้น้องพักสมองก่อนสอบ



“พรุ่งนี้พี่จะออกไปคุยกับหัวหน้าที่รับเหมาก่อสร้าง เราจะไปด้วยมั้ย”



“ไปครับ”



น้องพยักหน้าหงึกๆ ปากจิ้มลิ้มยังเคี้ยวอาหารจนแก้มป่อง



น่ารักจริงๆ เหมือนกระต่ายตอนกินแครอทเลย



“กินข้าวสิคุณ มองอยู่ได้...”



“อยากมอง” ทรงโปรดหัวเราะ



เขาชอบเวลาที่เอ็นดูเบ้ปากใส่มันทำให้ดูรั้นๆ ดื้อๆ อยากลองดีกับเขายังไงก็ไม่รู้



ตาคมมองสร้อยข้อมือของน้อง เอ็นดูใส่มันไว้ตลอด และเหมือนว่าที่ส่งให้หม่อมราชวงศ์ทรงคุณซ่อมคราวนั้นสร้อยดูแข็งแรงดีไม่ขาดง่ายเหมือนเมื่อก่อน



ใช่ เพราะว่าตอนที่เขากับน้องจูบกัน...กอดกันแน่นๆ แขนกับมือของพวกเขาพันกันยุ่งไปหมด สร้อยข้อมือของเอ็นดูขูดผิวเนื้อของทรงโปรดจนเลือดซิบก็ยังไม่เห็นว่าสร้อยของน้องจะขาดเหมือนที่ผ่านๆ มาเลยสักครั้ง



“ตอนไปดูที่ไซต์งานผมเห็นแบบรีสอร์ตตั้งอยู่ในออฟฟิศน่ะครับ” ทรงโปรดจ้องคนเสียงนุ่ม “แบบรีสอร์ตสวยดี...พี่บอลบอกว่าคุณเป็นคนนั่งทำเองเหรอครับ”



ทรงโปรดขมวดคิ้วพลางคลายออกแล้วผงกศีรษะเบาๆ ก่อนจะได้เข้าไปสำรวจงานเขาแวะออฟฟิศที่พี่บอลประจำอยู่เพื่อเซ็นเอกสาร เดาว่าเอ็นดูคงเห็นแบบจำลองรีสอร์ตที่ตั้งอยู่กลางออฟฟิศแล้ว...แต่ไม่รู้ว่าเอ็นดูแอบไปคุยกับพี่บอลตอนไหน



ถึงพี่บอลจะมีลูกมีเมียแล้ว แต่คุณชายทรงโปรดก็ไม่อยากให้เอ็นดูคุยกับใครทั้งนั้น



หึงได้มั้ยวะแบบนี้



 “ใช่ พี่ทำเอง”



แต่เพราะวันนี้น้องน่ารักมาก และเขาชวนน้องมาที่นี่เอง...ฉะนั้นหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเลยพักเรื่องหึงหวงไว้ก่อน



“คุณสอนผมทำบ้างได้มั้ย...ผมอยากทำโมเดลบ้านเป็นบ้าง”



“ทำไมจู่ๆ ถึงอยากทำ”



“ก็...ผมอยากทำเอาไว้ดูเล่น เวลาไปเดินงานแฟร์แล้วเจอโมเดลบ้านก็ชอบคิดตามตลอดเลยครับ ว่าถ้าวันหนึ่งได้สร้างโมเดลตามแบบในฝันได้ก็คงดี”



หม่อมราชวงศ์พยักหน้าเบาๆ



คนอย่างหม่อมหลวงจิรามีวังที่ใหญ่กว่าวังภัสร์ฤทัยตั้งหลายเท่า แถมยังตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สงบโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ไม่น่าเชื่อว่าเอ็นดูจะมีแบบบ้านในฝันที่นอกเหนือจากวังวงศ์ประดิษฐ์ ซึ่งนั่นก็เป็นบ้านในฝันของใครหลายๆ คนอยู่แล้ว



“วังวงศ์ประดิษฐ์ยังไม่ใช่บ้านในฝันเหรอ”



เอ็นดูชะงักเมื่อเสียงทุ้มกับคำถามของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดดังขึ้น น้องคลี่ยิ้มพลางส่ายหน้า แน่นอนว่าการที่อีกฝ่ายส่ายหน้าทำให้ทรงโปรดเลิกคิ้วสงสัย



“ที่นั่นใหญ่ไปครับ”



“แล้วเราอยากได้บ้านแบบไหน”



“บ้านเดี่ยวสองชั้นทั่วไปครับ”



ทรงโปรดระบายยิ้มเมื่อนึกขนาดบ้านในฝันตามเอ็นดู คนผิวขาวเองก็ยิ้มออกมาก่อนก้มหน้าตักอาหารในจานเข้าปาก



“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วผมจะเปิดรูปในอินเตอร์เน็ตให้ดูนะครับ”



“ได้ แต่ว่าอุปกรณ์ทำโมเดลบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ นะ”



“อ่า...ที่วังเหรอครับ”



“เปล่า”



“...”



“ที่ห้องพี่”



“จะชวนผมไปห้องคุณหรือไงครับ” มุมปากของเอ็นดูยกยิ้ม เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นเยอะ น้องรู้ทันเขาหลายอย่างแล้ว



“ถ้าชวนแล้วเราจะไปหรือเปล่า”



คุณชายวางช้อนลงบนจาน ก่อนประสานมือหนาสองข้างไว้ด้วยกันแล้วใช้เป็นที่พักคางของเขา ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับคนผิวขาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม พอเอ็นดูช้อนตามองน้องก็เขินจนต้องกลั้นยิ้มก้มหน้าซ่อนแก้มสีชมพู



เขาไม่ได้รอเอาคำตอบจากน้องหรอก รายนั้นคงเขินจนพูดไม่ออก แต่จู่ๆ เสียงนุ่มนิ่มที่หม่อมราชวงศ์มักจะตั้งใจฟังทุกครั้งที่ได้ยินก็ดังขึ้น



“ไปครับ”



ทรงโปรดหัวเราะในลำคอ เขานึกว่าน้องคงตอบว่าไม่ หรือทำเป็นเฉไฉไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเมื่อกี้นี้ซะอีก



“ไปเพื่อเรียนทำโมเดลบ้านนะครับ ทำไมต้องยิ้มแบบนั้นด้วย”



“พี่ยิ้มแบบไหน?”



“ส่องกระจกเอาสิคุณ”



หม่อมราชวงศ์ก็ทำตามที่ว่าที่คู่หมั้นบอก เพราะในห้องอาหารของโรงแรมมีกระจกใสอยู่ พอแสงไฟจากเพดานกระทบโดนมันก็เกิดเป็นเงาสะท้อนเลยพอเป็นกระจกเงาให้คนตัวสูงส่องดูใบหน้าหล่อเหลาของตัวเองได้



พอทรงโปรดเห็นรอยยิ้มของตัวเอง เขาก็ถามเอ็นดูอีกครั้ง



“ยิ้มหล่อ?”



“เปล่าครับ”



“ถ้าไม่ใช่แล้วพี่ยิ้มแบบไหน”



“ยิ้มแบบคนเจ้าชู้”



แล้วคนที่บอกว่าเขายิ้มเจ้าชู้ก็คลายยิ้มกว้างเมื่อแก้มกลมๆ ถูกมือหนาบีบ...หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดมือหนักจะตาย ใครจะพูดว่าเขาแตะๆ จับๆ นิดเดียวก็เหมือนคนออกแรงบีบให้แหลกคามือแล้ว แต่นั่นกับคนอื่นไง ถ้าเป็นเอ็นดูเขาต้องจับแบบทะนุถนอมเต็มที่



ถนอมแล้วนะ แต่พอปล่อยมือออก แก้มน้องนี่แดงเป็นรอยบีบเลย



“เจ็บมั้ย” คนตัวสูงเปลี่ยนจากบีบแก้มเป็นใช้นิ้วโป้งแกร่งเกลี่ยตามรอยแดงเบาๆ



“ไม่ครับ...” น้องยิ้มตาหยี ส่ายหน้าไปมาแล้วสุดท้ายก็แนบแก้มลงบนฝ่ามือหนาของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรด



โคตรจะขี้อ้อน



อือ แบบนี้ไงถึงห้ามใจไม่ค่อยได้...เผลอทำให้น้องมีรอยบนตัวทุกที



แต่คนที่กำลังแนบแก้มบนฝ่ามือหนาอยู่ต้องชะงักเมื่อเสียงริงโทนจากโทรศัพท์ของทรงโปรดดังขึ้น ปากจิ้มลิ้มมุบมิบเล็กน้อยก่อนที่เอ็นดูจะยกแก้มของตัวเองออกจากมือหนาแล้วก้มหน้างุดจัดการกับอาหารที่ตัวเองยังกินไม่เสร็จอีกครั้ง



ส่วนหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดน่ะเหรอ เขาก่นด่าคนที่โทรเข้ามาไปหลายคำ กระทั้งเหลือบตามองชื่อของคนที่โทรเข้ามาก็ต้องส่ายหน้าแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ คนตัวสูงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย



ถึงแม้ว่าโทรศัพท์จะแนบใบหูเขาแล้ว แต่เชื่อเถอะ ตาคมของคุณชายทรงโปรดละออกจากใบหน้าน่ารักของเอ็นดูไม่ได้เลย



“ครับพี่บอล”



[ตอนนี้คุณชายพักผ่อนอยู่ใช่มั้ยครับ]



“ครับ ผมกำลังกินข้าวอยู่”



[ผมขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณชาย แต่ตอนนี้ที่ไซต์งานเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ]



เสียงพี่บอลหอบหายใจทำให้ทรงโปรดขมวดคิ้ว



“มีอะไรครับพี่บอล”



และน้ำเสียงทุ้มที่ไม่ได้นุ่มนวลก็ทำให้เอ็นดูเงยหน้าขึ้นมอง



[คนงานก่อสร้างจุดไฟเผาหนังสือพิมพ์ในที่พักครับ แล้วในบ้านก็มียางรถยนต์ด้วย ตอนนี้ไฟลุกถึงตัวรีสอร์ตใกล้ๆ กับที่พักคนงาน เสียหายไปหนึ่งหลังแล้วครับคุณชาย]



“แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง” เขาขมวดคิ้ว หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดขบกราม



[ยังดับไฟไม่ได้เลยครับคุณชาย ผมให้คนโทรเรียกรถดับเพลิงมาแล้ว แต่บ้านคนงานมียางรถยนต์เยอะมากไฟเลยรุก ตอนนี้กำลังช่วยเอาน้ำมาดับไฟอยู่ครับ]



“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” เอ็นดูวางช้อนลงบนจาน น้องเงยหน้ามองหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง



[คนงานที่จุดไฟน่าจะเมายาครับคุณชาย ตอนนี้ผมยังหาตัวมันไม่เจอเลย]



“ไม่มีใครเป็นอะไรใช่มั้ยครับ”



[ตอนนี้ทุกคนปลอดภัยครับ]



“ขอบคุณครับพี่บอล ผมจะไปที่รีสอร์ตเดี๋ยวนี้ครับ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดกดวางสาย คนตัวสูงที่ขมวดคิ้วแน่นสบตากับคนผิวขาวที่ยืนทำหน้าเครียดไม่แพ้กัน เอ็นดูเลิกคิ้วเชิงถามว่าเกิดอะไรขึ้น ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูขยับเล็กน้อยคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายน้องก็เม้มปาก



“ที่รีสอร์ตไฟไหม้ เดี๋ยวพี่ต้องไปหน้างาน เราอยู่โรงแรมคนเดียวได้ใช่มั้ย”



“ไฟไหม้เหรอครับ แล้ว...ตอนนี้ไฟดับหรือยังครับ”



“ยัง แต่พี่บอลเรียกรถดับเพลิงแล้ว”



“อ่อ...” ดวงตาเรียวรีของเอ็นดูหรี่ลง คนผิวขาวค่อยๆ สาวเท้าเดินมาหยุดอยู่หน้าหม่อมราชวงศ์ทรงโปรด “ผมขอไปด้วยได้มั้ยครับ...เผื่อจะช่วยอะไรได้”



“อยู่โรงแรมดีกว่าเอ็นดู ที่นั่นมันอันตราย” มือหนาวางลงบนศีรษะกลมพร้อมกับลูบผมสีน้ำตาลนุ่มเบาๆ



“...”



“พี่กลัวว่าเราจะเป็นอะไรไป พี่เป็นห่วงเรา”



“ผมก็เป็นห่วงคุณเหมือนกันครับ”



“...”



“...เป็นห่วงรีสอร์ต แล้วก็คนอื่นๆ ด้วย”



มุมปากของคุณชายทรงโปรดยกยิ้มทันที เพราะเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาที่มีปัญหาแล้วเขาไม่รู้สึกว่าต้องเผชิญกับปัญหานั้นเพียงลำพัง ทรงโปรดรับรู้ได้ถึงความวุ่นวานใจและเครียดไม่แพ้กันผ่านปลายนิ้วมือเรียวของเอ็นดูที่แตะอยู่บนท่อนแขนแกร่ง



“ให้ผมช่วยเหลือคุณบ้างนะครับ”



ขอบคุณเอ็นดูจริงๆ



ขอบคุณที่ในเวลาแบบนี้น้องยังไม่ทิ้งกัน



ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าหัวใจของเขาที่ฝากไว้กับเอ็นดู



เขาฝากไว้ถูกคนแล้ว







*****







“คุณบอลเข้าไปในบ้านหลังนั้นยังไม่ออกมาเลยค่ะคุณชาย”



“พี่บอลเข้าไปทำอะไรครับ”



“เข้าไปยกแจกันดอกไม้ที่แพงๆ ออกน่ะค่ะ เห็นคุณบอลเคยเล่าให้ฟังว่าคุณชายไปประมูลมาแพง เลยไม่อยากให้มันไหม้ไปกับไฟค่ะคุณชาย”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดอยากทึ้งหัวตัวเอง ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจแจกันโบราณที่ไปประมูลมาหลักล้านเลยสักนิด แต่ที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดก็คือชีวิตของทุกคน



พอมาถึงไซต์งาน คนแรกที่เขาถามถึงก็คือพี่บอล แต่เลขาฯ ของพี่บอลกลับบอกว่าอีกฝ่ายวิ่งเข้าไปในบ้านหลังที่ถูกไฟไหม้เพื่อเอาของราคาแพงของเขาออกมา ในรีสอร์ตนี้มีบ้านห้าหลังที่สร้างเสร็จและเอาเฟอร์นิเจอร์เข้าไปวางเรียบร้อยแล้ว หนึ่งในนั้นโดนไฟไหม้เพราะตั้งอยู่ใกล้กับบ้านพักคนงานมากที่สุด



“รถดับเพลิงยังไม่มาอีกเหรอครับพี่เปิ้ล” หันไปถามเลขาฯ ของพี่บอลที่ยืนทำหน้าว้าวุ่น



“อีกสิบนาทีจะถึงค่ะคุณชาย”



“ไม่ทัน...”



ไฟลุกโชนแรงกว่าเดิม ทั้งยังไม่มีวี่แววของพี่บอลเลยสักนิด หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดมองซ้าย-ขวา พอเห็นถังน้ำสีดำที่บรรจุน้ำอยู่ก็รีบยกขึ้นมาราดจนเปียกไปทั้งตัว



“คุณทำอะไรครับ เอาน้ำมาราดตัวทำไม”



คนผิวขาวที่ยืนอยู่ข้างๆ หันมาถามหน้าเครียด เหมือนว่าหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดกำลังจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เอ็นดูคาดไม่ถึง



คนตัวสูงจับไหล่แคบของเอ็นดู หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดบีบไหล่กลมเบาๆ พลางใช้ตาคมที่แสดงถึงความอ่อนโยนจับจ้องใบหน้าหวานฉ่ำ



“รอพี่อยู่ตรงนี้ เข้าใจมั้ยครับ”



“คุณจะไปไหน” เอ็นดูขมวดคิ้วแน่น ยกมือขึ้นจับท่อนแขนแกร่งของทรงโปรดไว้ “คุณจะเข้าไปข้างในเหรอครับ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดพยักหน้า แต่ฉับพลันเอ็นดูกลับสั่นศีรษะรัว



“มันอันตราย ผมไม่ให้คุณเข้าไปนะครับ”



“รอพี่อยู่ตรงนี้ พี่จะรีบออกมา”



“คุณ!”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดจูบหน้าผากว่าที่คู่หมั้น เอ็นดูไม่ทันได้พูดอะไรเขาก็ถือถังน้ำที่บรรจุน้ำจนเต็ม สาวเท้าวิ่งเข้าไปในบ้านหลังที่ปกคลุมไปด้วยเพลิงไฟ



เอ็นดูอ้าปากค้าง แทบล้มลงกองบนพื้นเดี๋ยวนั้นเลย...



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดย้ำนักย้ำหนาว่าให้เขารออยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่กลับเป็นเจ้าของร่างสูงเองที่เสี่ยงอันตรายเข้าไปแบบนั้น



ยืนกระวนกระวายใจไม่ถึงนาที เสียงไซเลนของรถดับเพลิงและรถตำรวจก็ร้องดังทั้งบริเวณพร้อมๆ กับร่างของพี่บอลที่หอบเอาแจกันออกมาจากบ้าน เอ็นดูเกือบจะเบาใจแล้วถ้าพี่บอลออกมาพร้อมกับ...คนที่เพิ่งหายเข้าไป



เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งวิ่งเข้าไปพยุงพี่บอลที่ยิ้มเจื่อน เอ็นดูก้าวเท้าฉับๆ ตามไปติดๆ ตาเรียวรีสำรวจคนของทรงโปรดว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า แต่พี่บอลส่ายหน้าเหมือนรู้ว่าเอ็นดูกำลังตั้งคำถาม



“ผมไม่เป็นอะไรครับคุณ--”



“แล้วคุณชายโปรดล่ะครับ”



“คุณชาย? ทำไมครับ”



“เขาเข้าไปตามพี่บอลออกมา พี่บอลเห็นเขามั้ยครับ”



คนตรงหน้าถูกหิ้วปีกส่ายหน้าพร้อมขมวดคิ้วแน่น นั่นยิ่งทำให้เอ็นดูอยากจะร้องไห้ออกมาเดี๋ยวนั้นเลย คนผิวขาวมองเข้าไปในบ้านก่อนจะหันไปมองรถดับเพลิงที่ต่อสายเตรียมดับไฟ เอ็นดูกำมือแน่น สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนวิ่งฝ่าเพลิงเข้าไปในบ้านพร้อมกับเสียงร้องเรียกของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น



พอเข้ามาแล้วเอ็นดูก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัว แสบผิวไปหมด เอ็นดูสำลักควันทั้งๆ ที่ยังเดินเข้ามาไม่ถึงไหน คนผิวขาวในเพลิงไหม้น้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่รู้เลยว่าเป็นเพราะแสบตา หรือเพราะหาทรงโปรดไม่เจอ



“คุณอยู่ไหน ได้ยินผมมั้ย โอ๊ย!”



เอ็นดูล้มลงเมื่ออะไรบางอย่างหล่นทับหลัง มันหนัก และร้อน ร้อนจนแสบ อยากลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ไหว เขานอนคว่ำอยู่บนพื้นกระเบื้องที่ร้อนพอกัน พยายามคลานหนีแต่ก็ต้องทรุดลงบนพื้นเหมือนเดิมเมื่อตัวเองเกิดสำลักควันไฟ



“คุณ...อยู่ไหน”



“เอ็นดู! เอ็นดู!”



เจ้าของชื่อตาพร่ามัว เอ็นดูได้ยินแต่เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยตะโกนออกมา แม้พยายามลืมตามองก็ลำบาก ตอนนี้เอ็นดูแสบตามากจริงๆ



“เอ็นดู ลืมตามองพี่”



กระทั้งอะไรบางอย่างที่ทับแผ่นหลังถูกยกออก เอ็นดูได้ยินเสียงแต่ทำตามที่ทรงโปรดบอกไม่ได้



“คุณ...”



ทรงโปรดพยุงตัวน้องขึ้น สอดแขนแกร่งใต้ท้ายทอย น้ำในกระป๋องที่ถือเข้ามาด้วยถูกราดใส่ตัวของเอ็นดูจนเปียก มือหนาควักน้ำที่เหลือลูบหน้าลูบตาน้อง



“อย่าหลับนะครับ เอ็นดู ได้ยินเสียงพี่มั้ย”



ทรงโปรดเสียงสั่น เขารีบช้อนตัวน้องแนบอก คนตัวสูงหรี่ตาหลบควันไฟ เขามองหาประตูทางออก และเมื่อเจอแล้วทรงโปรดก็รีบสาวเท้าหลบหลีกไฟที่ลุกโชนออกไปทันที



“เอ็นดู อย่าหลับ”



พอพ้นเขตอันตราย ทรงโปรดทรุดนั่งบนหญ้า ในอ้อมแขนของเขามีคนผิวขาวที่นอนหมดสติอยู่ มือหนาตบแก้มนุ่มของเอ็นดูเบาๆ ปลุกให้น้องตื่น แต่ไม่ ตอนนี้เอ็นดูหลับลึกจนเขาปลุกไม่ได้



“พาคนเจ็บขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาลเร็ว”



ทรงโปรดไม่รู้แล้วว่านั่นเป็นเสียงของใคร แต่เขาเห็นเตียงหามคนป่วยตรงมาทางนี้



“เอ็นดู พี่อยู่นี่แล้วครับ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเขย่าตัวเอ็นดู แต่น้องหลับไม่ตอบสนองอะไรสักอย่าง



คนตัวสูงแนบหน้าลงบนหน้าผากของคนที่หมดสติ เขารู้สึกว่าขอบตาของตัวเองมันร้อนผ่าวและปวดหนึบ...และรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่น้ำจากดวงตาไหลหยดลงบนแก้มกลมของน้อง



“เอ็นดู ตื่นเถอะ พี่โปรดอยู่นี่แล้ว”



ในชีวิตนี้หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดไม่เคยเสียน้ำตาให้ใคร



“เด็กดี...ลืมตามองพี่โปรดหน่อยสิครับ”



แต่ตอนนี้...ทรงโปรดเสียน้ำตาให้กับเด็กที่นอนหน้าซีดตัวร้อนผ่าวในอ้อมกอด



น้ำตาของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรด มีไว้ร้องไห้กับเรื่องของเอ็นดูเท่านั้น



“คุณชาย อุ้มน้องขึ้นเตียงไปส่งโรงพยาบาลเร็ว” ชาวบ้านสะกิดไหล่



ทรงโปรดพยักหน้า เขาค่อยๆ อุ้มน้องขึ้นไปนอนบนเตียงเล็กๆ สำหรับแบกคนป่วย รัดนิรภัยอย่างดีเพื่อไม่น้องกลิ้งตกลงมา มือหนาจับมือขาวไว้แน่น



ทรงโปรดไม่สนอะไรแล้ว ไม่สนว่ารีสอร์ตจะไหม้กี่หลัง เสียหายเท่าไหร่



เขาสนใจแต่เอ็นดูเท่านั้น



“เอ็นดู...พี่โปรดรักเอ็นดูนะครับ” ทรงโปรดสาวเท้าพลางก้มหน้าแนบริมฝีปากลงบนแก้มขาวขณะที่ชาวบ้านกำลังช่วยหามเอ็นดูขึ้นรถ



เขารักเอ็นดูมาก



รักมากจนคิดว่าชีวิตนี้ทรงโปรดคงขาดเอ็นดูไปไม่ได้













#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี

 

 

 

 

 

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2018 09:29:25 โดย Swanlee »

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3403
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ตอนนี้จะขาดอากาศจริง ๆ แล้ว เอ็นดูลูกอย่าเป็นอะไรไปนะ

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3029
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
เอ็นดู ลูกกกก
ขอให้อย่าเป็นอะไรหนักเลยนะ

ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
เอ็นดูอย่าเป็นอะไรนะลูก

ออฟไลน์ TheWanFah

  • ความใกล้ชิด บางครั้ง ทำให้เราเผลอคิดไปเอง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1129
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
เอ็นดูลูก
อย่าเป็นอะไรนะ

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0


16



รู้แล้วว่าการมีคุณอยู่ในหัวใจ

มันทำให้ทุกอย่างๆ ผ่อนคลายได้ทันที



 

“ขวัญเอ๋ยขวัญมา อยู่กับเนื้อกับตัวนะลูก” ลูบผมนุ่มๆ ของคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงสีขาว เรียวนิ้วสวยของอดีตนางงามไล้ตามโครงหน้าหวานฉ่ำของลูกชายคนเดียวที่ใครๆ ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าตาของเอ็นดูถอดแบบมารดามาเป๊ะๆ



ใช่ คนป่วยเพิ่งฟื้นขึ้นมาเมื่อกี้นี้เอง...ตอนที่หลับตาอยู่ เอ็นดูรู้สึกปวดเมื่อยตามตัวและเจ็บที่แผ่นหลังกับขาขวา รู้สึกขัดๆ ไปหมด เลยลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยแบบ VIP ซะแล้ว



เอ็นดูเห็นเพดานสีขาวเป็นอย่างแรก พอกวาดตามองก็พบกับคุณแม่ที่นั่งอ่านนิตยาสารอยู่บนโซฟา จะเปล่งเสียงเรียกท่านแต่คอแหบแห้งไปหมด โชคดีที่คุณแม่เงยหน้ามอง ไม่อย่างนั้นเอ็นดูคงนอนคอแห้งต่อไปอีกสักพักเลย



“แม่เรียกคุณหมอแล้ว...ดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนนะลูก”



“พอแล้วครับคุณแม่ เมื่อกี้ก็ดื่มไปแล้วตั้งแก้วหนึ่งนะครับ”



“แม่กลัวหนูหิวนี่นา”



“ไม่หิวแล้วครับคุณแม่ ขอบคุณนะครับ”



คุณแม่กะให้เขาดื่มน้ำสักสามสี่แก้ว แต่คนป่วยอย่างเอ็นดูดื่มไปแก้วหนึ่งเต็มๆ ก็ถือว่าเยอะแล้ว ตอนนี้คอไม่แห้ง เสียงกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม คนป่วยเลยส่ายหน้าไม่ขอดื่มน้ำต่อ



ดวงตาเรียวรีกวาดมองรอบห้อง ในนี้ไม่มีคนอื่นนอกจากเอ็นดูกับคุณแม่ เขาเห็นกระเป๋าเดินทางสีโรสโกลด์ของคุณแม่ที่วางอยู่ใกล้ๆ โซฟา เดาว่าท่านคงจะรีบเก็บกระเป๋าแล้วบินมาที่เชียงรายทันทีที่รู้ข่าว



“ลำบากคุณแม่แย่เลย...ขอโทษด้วยนะครับ”



“พูดอะไรแบบนั้น ทำอย่างกับแม่ไม่เคยบินมาเฝ้าหนูที่โรงพยาบาลไปได้” อดีตนางงามหัวเราะขณะที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนระบายยิ้มกว้าง



นั่นแหละ มันเคยเกิดเหตุการณ์ประมาณนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเอ็นดูอยู่มอต้น ไปเข้าค่ายอาสากับโรงเรียน แล้วก็เป็นไข้ป่าจนถูกหามขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ตอนนั้นค่อนข้างแย่ โรงพยาบาลที่ใกล้เป็นแค่โรงพยาบาลเล็กๆ ที่ไม่มีอุปกรณ์ในการรักษาอาการของเอ็นดู เลยต้องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลในเมืองอีกที



“คุณแม่ครับ แล้วคุณชายเขา...”



“ชายโปรดเพิ่งกลับไปก่อนที่เอ็นดูจะตื่นได้ห้านาทีเองจ้ะ...รู้มั้ย ชายโปรดจับมือหนูไว้ตลอดเลยนะ ไม่ยอมกินข้าวกินปลา ไม่ยอมพักผ่อน หน้าตาอิดโรยยิ่งกว่าหนูตอนนี้อีก”



คุณแม่จับมืออีกข้างที่ไม่มีเข็มน้ำเกลือเจาะ บีบๆ คลึงๆ ให้รู้ว่ามือข้างนี้แหละที่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดจับไว้ตลอดไม่ยอมปล่อย



“เขาปลอดภัยใช่มั้ยครับคุณแม่”



หลังตัวเองน่ะเจ็บแสนเจ็บ แต่เอ็นดูยังไม่ห่วงตัวเองเท่าหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยลูกน้อง ยอมรับว่าจำเหตุการณ์หลังจากที่เข้าในบ้านหลังนั้นไม่ได้ เอ็นดูรู้แค่ว่า...ตัวเองมองหาทรงโปรดผ่านควันดำ กลั้นหายใจแทบตาย และสุดท้ายก็เหมือนกับหลับไปแค่นั้นเอง



“ปลอดภัยกว่าหนูเยอะเลยค่ะ ชายโปรดเอาแต่ขอโทษแม่” อดีตนางงามผ่อนลมหายใจ ภาพที่ชายร่างสูงนั่งคุกเข่าก้มหน้าพร่ำขอโทษต่อหน้ายังติดตา



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดสูงส่งกว่าเธอมาก ทั้งในเรื่องยศศักดิ์ ฐานะ ผิดกับเธอที่เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา มันไม่เหมาะไม่ควรเลยที่คุณชายจะมานั่งคุกเข่าก้มหน้าต่อหน้าคนธรรมดา...เธอกลัวหากใครผ่านมาเห็นภาพนนั้น ทรงโปรดจะถูกมองไม่ดี



...คุณนภัสราพยุงคนตัวสูงให้ลุกขึ้นแทบทันที แต่เชื่อเขาเลย...หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดส่ายหน้าและคุกเข่าอยู่อย่างนั้นจนกว่าเธอจะพูดให้อภัย



แต่เรื่องก็จบโดยการที่อดีตนางงามย่อตัวลงนั่งในท่าเดียวกับหม่อมราชวงศ์ทรงโปรด เธอบอกว่าเขาไม่ผิดเลยไม่รู้ว่าพูดให้อภัยยังไงในเมื่อเรื่องนี้ทรงโปรดไม่ได้ตั้งใจทำให้เอ็นดูเจ็บตัว...



ทรงโปรดคงกลัวว่าคุณแม่ของเอ็นดูจะเมื่อยเข่าเมื่อยขา เขาเลยยอมลุกขึ้นยืน แต่ก็ยังไม่เลิกขอโทษคุณนภัสรา



“ยิ้มออกเลยเหรอคะลูกแม่...ไม่ต้องกังวล ชายโปรดไม่เป็นอะไรจ้ะ ห่วงตัวเองก่อนดีมั้ย”



เอ็นดูหัวเราะเมื่อถูกนิ้วชี้เรียวสวยจิ้มลงบนหน้าผาก คนผิวขาวเอาแต่ยิ้ม รู้สึกสบายใจโล่งใจบอกไม่ถูก พอรู้ว่าคุณชายทรงโปรดไม่เป็นอะไร เอ็นดูก็หายเจ็บหายป่วยแล้วแหละ



“หมอมาแล้ว...งั้นเดี๋ยวแม่ออกไปหาอะไรทานก่อนนะคะ” คุณแม่ของเอ็นดูหันมองเสียงเคาะประตู พอรู้ว่าเป็นคุณหมอที่ดูอาการของลูกชายคนนี้ก็รู้เบาใจขึ้นมาทันที เธอหันกลับมาลูบโครงหน้าเนียนคนที่นอนยิ้มระรื่น “อยากได้อะไรเพิ่งโทรบอกแม่ได้เลยนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่ซื้อมาให้”



“ได้ครับคุณแม่ ขอบคุณนะครับ”



อือ นี่ก็ยิ้มตลอดเลย

ยิ้มให้คุณหมอกับพยาบาลที่เดินเข้ามาดูอาการหลังฟื้น

ยิ้มให้สายน้ำเกลือที่เอ็นดูไม่ชอบเอามากๆ



เอ็นดูยินดีกับความเจ็บครั้งนี้นะ เจ็บตัวแต่สบายใจ...คนป่วยยกมือขาวข้างที่ยังหลงเหลือความอุ่นจากมือหนาขึ้นมามอง เขาดูแลเอ็นดูจริงๆ ถึงแม้ว่าเอ็นดูจะไม่ได้รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมามองสถานการณ์ตอนนั้น แต่ก็รับรู้ได้ถึงความห่วงใย



คิดไม่ผิดแล้วจริงๆ ที่เลือกเปิดใจให้เขา

หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่ใครต่อใครบอกว่าเจ้าชู้...ดูเหมือนจะหยุดหัวใจไว้ที่เอ็นดูคนเดียวแล้วแหละ : )







*****







คนที่ร่างกายป่วยนอนเล่นโทรศัพท์มือถือตั้งแต่คุณหมอตรวจร่างกายเสร็จ เอ็นดูเบื่อเข็มที่เจาะบนหลังมือมาก เข็มนั้นทำให้เขาขยับมือไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่



แต่ทำไงได้ คุณหมอบอกว่าเอ็นดูยังไม่แข็งแรงพอ ต้องหยอดน้ำเกลือไปก่อน



เอ็นดูอยากออกไปเดินเล่นบ้าง แต่ขายังเจ็บอยู่ จริงๆ มันไม่ได้หนักหนาอะไรมากหรอก แต่คุณแม่ดันส่งสายตาดุๆ บอกให้เอ็นดูนอนพักอยู่บนเตียงนี่น่ะสิ คนผิวขาวเลยต้องหยิบโทรศัพท์มาเล่นแก้เบื่อแทน



จริงๆ แล้วต้องให้คนป่วยสูดอากาศสดชื่น อือ นั่นแหละ พอเอ็นดูอยากสูดอากาศดีๆ คุณแม่ก็ให้คนขนดอกไม้สดที่ซื้อจากร้านมาตกแต่งใส่แจกัน ฉีดสเปรย์กลิ่นธรรมชาติดับกลิ่นฉุนของยา แทบเนรมิตห้องพักคนป่วยวีไอพีห้องนี้ให้เป็นสวนหย่อม



“ได้เวลาทานข้าวเย็นแล้วจ้ะ” คุณอดีตนางงามคนสวยสวมร่างเป็นพยาบาล คุณแม่เดินตามหลังพยาบาลตัวจริงที่ถือถาดข้าวมาให้ เอ็นดูทำหน้ามู่ทู่ยู่ปาก...เขาเบื่ออาหารโรงพยาบาลที่สุดในโลก



“ตอนเที่ยงข้าวต้มกับหมูหยอง” คนป่วยชะโงกหน้ามองของที่อยู่ในถ้วย “...นี่ก็ข้าวต้มกับหมูกรอบ อีกแล้วเหรอครับ”



ช้อนตากลมๆ มองคุณแม่ที่ยืนกอดอกเอียงหน้าฉีกยิ้มให้ลูกชาย คุณหมอบอกว่าเอ็นดูสูดควันไฟเข้าไปเยอะพอสมควร เลยทำให้มีอาการแสบคอแสบจมูก อาหารอ่อนๆ นี่แหละเหมาะกับคนป่วยมากกว่า เอ็นดูเลยได้กินข้าวต้มกับหมูที่ละลายน้ำแล้วเหลว...กับผัดต้มที่มันไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่มาสองมื้อแล้ว



“ก็หนูยังป่วยอยู่นี่นา ทานแบบนี้จะได้โล่งคอ”



คนป่วยแทบมือไม้อ่อน เอ็นดูจะทำตัวเป็นเด็กๆ อ้อนขอคุณแม่ให้หาอาหารอย่างอื่นมาให้ก็ทำไม่ได้ แค่นี้ก็ลำบากคุณแม่มากๆ แล้ว ตั้งแต่เอ็นดูเข้าโรงพยาบาลคุณแม่ก็ทำนู่นทำนี่จนเอ็นดูอยากลุกไปช่วย ท่านพยายามทำให้เอ็นดูผ่อนคลายเพราะรู้ว่าลูกชายคนนี้ไม่ชอบโรงพยาบาล พยายามทำให้ห้องพักห้องนี้เหมือนห้องนอนของเอ็นดูมากที่สุด



เอ็นดูกลัวคุณแม่จะเหนื่อย



“ทานด้วยกันมั้ยครับคุณแม่”



อดีตงามงามส่ายหน้ารัว “แม่เห็นหนูกินข้าวต้มติดกันสองมื้อก็เบื่อแทนแล้วล่ะ”



“เห็นมั้ยครับ คุณแม่ยังเบื่อเลย”



“แต่หนูเป็นคนป่วยไงจ๊ะ อดทนทานเข้าไปจะได้หายไวๆ”



คนตัวเล็กไหล่ลู่ลง รู้สึกคาวปากยังไงบอกไม่ถูก อาจเพราะอาหารโรงพยาบาลไม่อร่อยทั้งสองมื้อด้วยแหละมั้ง แต่ยังดีนะที่มีส้มสองผล มีอะไรเปรี้ยวๆ ให้เอ็นดูไม่พะอืดพะอมบ้าง



เอ็นดูแกะช้อนกับส้อมออกจากซองพลาสติกขณะที่คุณแม่ยืนแกะเปลือกส้มอยู่ข้างเตียง คนผิวขาวจุ่มช้อนลงในถ้วยข้าวต้ม โรยหมูกรอบลงไปสองแผ่น ใช้ช้อนคนให้มันนิ่มจนแทบเหลวไปกับข้าวต้มก่อนจะตักเข้าปาก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆ เสียงประตูเปิดเข้ามาพร้อมกับเสียงนุ่มทุ้มคุ้นหูดังขึ้น



“สวัสดีครับคุณแม่”



“อ้าว...สวัสดีจ้ะชายโปรด”



ชายโปรดของคุณแม่ส่งยิ้มให้คนป่วยที่นั่งถือช้อนข้าวค้างกลางอากาศ ก็ดูสิ...ปากบอกสวัสดีผู้ใหญ่ แต่ตาคมนี่จ้องน้องตาไม่กะพริบ



อือ หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดรู้ว่าเอ็นดูฟื้นแล้ว แต่ไม่รู้ว่าน้องจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดใสเปล่งปลั่งขนาดนี้



เอ็นดูเองก็จับจ้องใบหน้าอิดโรยของทรงโปรดไม่วางตาเหมือนกัน คนผิวขาวเกิดอาการคอแห้งอีกครั้งทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ดื่มน้ำไปแล้ว



คิดถึงเขาจัง…



“เดี๋ยวแม่ลงไปซื้อกาแฟที่ช็อปก่อนดีกว่า เย็นแล้วเดี๋ยวร้านปิด” ทนอยู่ในสถานการณ์ที่เห็นคนสองคนจ้องตากันไม่ได้ ไม่สิ คุณแม่เอ็นดูไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางเด็กสองคนนี้มากกว่า



อดีตนางงามเอาผมทัดใบหู อมยิ้มเล็กน้อยก่อนเดินผ่านหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดออกจากห้องไปในที่สุด



ปล่อยให้คนรักกันเขาได้คุยกัน ได้ดูแลกันดีกว่า



คนตัวสูงปิดประตูหลังจากที่คุณแม่ของเอ็นดูเดินออกไปแล้ว หนำซ้ำยังกดล็อกลูกบิดอีกต่างหาก แต่เอ็นดูไม่รู้หรอกว่าเขาล็อกประตู เพราะดวงตาคู่สวยๆ เอาแต่จับจ้องโครงหน้าหล่อเหลาของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดอยู่



“เอ็นดู กะพริบตาบ้างก็ได้” คนพูดหลุดขำ



นั่นแหละ ไหล่กว้างที่สั่นเพราะขำส่งผลให้เอ็นดูกะพริบตาปริบ



“คุณ...” กำลังจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่างออกไป แต่กลับต้องกลืนคำพวกนั้นลงคอเมื่อตัวของเอ็นดูถูกรวบเข้าสู่อ้อมกอดอบอุ่น แขนแกร่งโอบกายคนตัวขาวอย่างทะนุถนอม เขารู้ว่าเอ็นดูเจ็บตรงส่วนไหนบ้าง และถึงแม้ว่าจะเป็นห่วง คิดถึงมากแค่ไหนก็ตาม หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดก็ไม่กล้ากอดน้องแรงๆ



“พี่ขอโทษ”



เอ็นดูคิดถึงเสียงของเขา



“ขอโทษอะไรครับ” ถามเสียงอู้อี้เพราะซบหน้าบนอกแกร่ง



“ขอโทษที่ทำให้เราเจ็บตัว” มือหนาลูบผมนุ่มสีน้ำตาลเข้ม เสียงของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดสั่นเครือจนเอ็นดูต้องคล้องแขนกอดเขากลับ มือขาวลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ ส่ายหน้าไปมาบนอกแกร่ง “คนที่ต้องมานอนบนนี้ควรเป็นพี่มากกว่า”



“ไม่นะครับ”



เอ็นดูเสี่ยงชีวิตเข้าไปตามหาทรงโปรดแบบนั้น



“ถ้าคุณเป็นอะไรไป”



ก็เพราะอยากให้เขาปลอดภัย

แต่ถ้าหม่อมรางวงศ์ทรงโปรดเป็นอะไรไป



“ผมต้องแย่แน่ๆ เลย”



เอ็นดูคงอยู่ไม่ได้ คงร้องไห้ขาดใจ...

อือ นั่นแหละ เอ็นดูต้องแย่แน่ๆ







*****







เชียงรายฝนตกหนักกว่ากรุงเทพฯ หลายเท่า



ขนาดปิดหน้าต่างมิดชิด ยังได้ยินเสียงฝนกระหน่ำกระทบระเบียง...อย่างนี้คุณแม่ก็กลับมาเปลี่ยนเวรผลัดกันเฝ้าเอ็นดูกับทรงโปรดไม่ได้แน่ๆ



ใช่ ก่อนหน้านั้นคุณแม่กลับขึ้นมาบนห้อง ท่านบอกว่าจะขอกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่โรงแรมและขอฝากเอ็นดูไว้กับทรงโปรดไม่เกินหนึ่งชั่วโมง แต่นี่สองชั่วโมงผ่านไปแล้ว...คืนนี้เอ็นดูคงได้อยู่กับหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดจริงๆ



“ครับคุณแม่ สบายใจได้ครับ เดี๋ยวผมดูแลเอ็นดูให้เอง”



เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ดังขึ้น เรียกให้ดวงตาคู่สวยหันมองคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ หม่อมราชวงศ์อยู่ในชุดเหมือนตอนไปทำงาน แค่ไม่มีสูทดำทับเชิ้ตขาว...แค่นี้เขาก็ดูดีมากแล้ว



แขนเสื้อถูกพับเกือบถึงศอก เผยให้เห็นลำแขนแกร่งขาวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกับเส้นเลือดหลังมือ ทรงโปรดปลดกระดุมเสื้อสามเม็ด จงใจโชว์อกหนั่นน่าซบ



ชายเสื้อหลุดลุ่ยออกจากกางเกงสีดำ หลุดบ้างไม่หลุดบ้าง ดูเหมือนชายหนุ่มที่วุ่นกับงานจนลืมจัดการตัวเอง...แต่ในความเป็นจริงแล้วทรงโปรดวุ่นกับเอ็นดูมากกว่า



ก็เขาเล่นเทคแคร์เหมือนเอ็นดูเดินไม่ได้หยิบไม่ได้ แทบอุ้มเอ็นดูเข้าห้องน้ำ...แทบจะ ยืนเฝ้าเอ็นดูทำธุระด้วยซ้ำ



“ทานไม่ยากครับ พอทานซุปเสร็จก็ทานยาเลย”



เอ็นดูมองคนที่สวมสลิปเปอร์สีขาวของโรงพยาบาลกำลังสาวเท้ามายังเตียงคนป่วย คนผิวขาวไหล่สั่นเล็กน้อยเพราะหลุดขำ เมื่อกี้คุณแม่ต้องคุยกับทรงโปรดเรื่องที่เอ็นดูกินยายากแน่ๆ



“ครับ สวัสดีครับคุณแม่” ร่างสูงลดโทรศัพท์ลงก่อนใส่ในกระเป๋ากางเกง เขาเลิกคิ้วมองเอ็นดู ยกยิ้มเมื่อเห็นว่าแก้มกลมๆ อมลมไว้ “ฟูแล้ว”



“อะไรฟูครับ”



“นี่ไง” นิ้วชี้จิ้มลงบนแก้ม “แก้มฟูแล้ว”



เอ็นดูเอียงหน้าหนีนิ้วชี้แกร่ง เหลือบตามองอย่างอื่นที่ไม่ใช่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรด อยู่ๆ ก็มาบอกว่าแก้มฟงแก้มฟู



ฟูขนาดนี้ยังไม่ยอมหอมกันเลย



“ง่วงหรือยัง”



“ไม่เลยครับ...คุณง่วงเเล้วเหรอ”



ทรงโปรดส่ายหน้า ขยับตัวนั่งข้างคนป่วยที่อยู่ในชุดสีเทาอ่อนของโรงพยาบาล เอ็นดูนั่งจุมปุ๊กขัดสมาธิ เป็นกระต่ายตัวกลมๆ แสนน่ารัก



“เมื่อไหร่จะได้เอาเข็มออกเหรอครับ”



“เราแข็งแรงแล้ว พรุ่งนี้หมอคงเอาออกให้”



คนฟังคว่ำปากหน้ามุ่ย...เอาจริงๆ เลยนะ ถ้านอนโรงพยาบาลโดยไม่เจาะน้ำเกลือเอ็นดูโอเคมากกว่านี้อีก



“ที่รีสอร์ตเป็นยังไงบ้างเหรอคุณ...ที่โดนไฟไหม้ต้องสร้างใหม่ใช่มั้ยครับ”



เอ็นดูเปลี่ยนเรื่องคุย และถามเรื่องที่อยากรู้ คนป่วยคนนี้เป็นห่วงรีสอร์ตไม่แพ้เจ้าของโครงการ



“ใช่ ผู้รับเหมารับผิดชอบทั้งหมด เพราะคนงานของเขาทำให้เกิดความเสียหาย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”



“แต่สีหน้าคุณเหมือนยังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่นะครับ”



“ทำไมเดี๋ยวนี้ช่างสังเกต”



“ผมก็ช่างสังเกตมาตั้งนานแล้วนะครับ”



“แล้วสังเกตหรือยังว่าพี่รักเรามากแค่ไหน”



“อ...อะไรครับ”



จู่ๆ ก็พูด...

ฮื่อ หน้าร้อนเลยเนี่ย



“ไง คนช่างสังเกต ไม่รู้เหรอว่าพี่รักเราขนาดไหน”



“...ไม่รู้ครับ”



ทรงโปรดทำให้เอ็นดูสบตาได้ไม่กี่นาทีก็ต้องก้มหน้างุดหนีตาคมเพราะประโยคของคนเจ้าชู้ที่มีไว้จีบสาวให้ระทวย



ถึงเอ็นดูจะไม่ใช่ผู้หญิง แต่เนี่ย...ก็แทบม้วนตัวเกลียวแล้ว



“คุณนี่นอกเรื่องอยู่เรื่อย”



ทรงโปรดหัวเราะเบาๆ รั้งไหล่แคบให้ขยับซบลงบนอกแกร่ง ตอนนี้เอ็นดูใช้กายหนาเป็นที่อิงแทนหัวแล้วเตียง



“ที่เหมือนไม่สบายใจเพราะเป็นห่วงเรา เรื่องรีสอร์ตพี่อยู่ในหัวพี่น้อยมาก”



“...”



“พี่พาเอ็นดูมาลำบากหรือเปล่า”



“ไม่เลยครับ” ส่ายหัวบนอกแกร่ง เงยหน้ามองทรงโปรดพร้อมฉีกยิ้มกว้าง “ผมหายแล้ว...คุณสบายใจได้แล้วนะ”



“ยังเจ็บขาอยู่เลย หายที่ไหน”



“หายแล้วครับ มีหมอดูแลดี”



“ชอบหมอหรือไง”



นั่นไง เสียงเข้มเชียว



หึงเก่งจริงๆ เลย



“ครับ...ชอบ”



“เอ็นดู” หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดดุเจ้าของชื่อด้วยตาคมและเสียงทุ้มที่เข้มกว่าเดิม เขากดหน้ามองเจ้าคนน่ารักที่อมยิ้ม ปากจิ้มลิ้มมุบมิบนี่น่าตีนัก



“หมอคนเนี้ยใจดีมากเลย รู้ว่าผมไม่ชอบกินข้าวของโรงพยาบาลก็ออกไปซื้อซุปมาให้”



มือขาววางลงบนฝ่ามือหนา สอดนิ้วทั้งหมดเข้ากับนิ้วเรียวยาวของคนตัวสูง เอ็นดูก้มมองมือของตัวเองที่มีขนาดเล็กผิดกับมือของทรงโปรด



“ฝนก็ตกแต่ยังออกไปหาซื้อให้...ผมไม่อยากให้คุณหมอออกไปไหนเลยครับ เป็นห่วง”



ยิ้มแล้ว คุณชายทรงโปรดคนขี้น้อยใจยกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาแล้ว



“เหรอ...คุณหมอได้ยินคงดีใจมาก”



“ดีใจก็ยิ้มกว้างๆ สิครับ”



“เอ็นดู”



“ครับ”



“เมื่อกี้บอกว่าชอบหมอ”



“...”



“ลองจีบดูมั้ย พี่ว่าหมอก็ชอบเอ็นดูเหมือนกัน”



“...จะดีเหรอครับ”



เงยหน้าช้อนตามองคนตัวสูงที่นั่งอยู่ด้านหลัง “เดี๋ยวคุณก็โกรธผมอีก”



“จีบได้”



“...”



“ถ้าเป็นคุณหมอทรงโปรด พี่ไม่โกรธ”



“...”



“...



“งั้นขอจีบนะครับ”



ประหม่าจนกัดปากสีชมพู



“แต่...ผมจีบใครไม่เป็นนะ”



“ไม่เป็นไร”



“...”



“แค่นี้ก็ถือว่าจีบหมอติดแล้วเอ็นดู”



ต่างคนต่างสบตา ยิ้มให้จนแก้มแทบปริ



นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เอ็นดูแสดงความรู้สึกชัดเจนผ่านคำพูด อือ...มันก็ไม่ชัดเจนมากขนาดนั้น แต่เขารับรู้ได้ว่าเอ็นดูรู้สึกยังไงก็พอแล้ว



นี่ถ้าใครมาเห็นสองคนนี้ยิ้มให้กัน เอาหน้าผากชนกัน หัวเราะคิกคักทั้งๆ ที่ยังไม่ได้พูดอะไร...คงเหม็นความรักน่าดู



เอ็นดูหยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ของตัวเองขึ้นมาถือ กดเข้าแอพพลิเคชั่นที่เพิ่งโหลดมาเมื่อช่วงบ่าย มันคือแอพพลิเคชั่นออกแบบบ้าน ทำแปลน สร้างพื้นที่ ตกแต่งห้องต่างๆ  บอกตามตรง...เพราะว่าไฟไหม้ที่รีสอร์ตนั่นแหละ เอ็นดูเลยโหลดแอพนี้มาออกแบบรีสอร์ตเอาไว้



ไม่ได้จะแช่งให้รีสอร์ตของทรงโปรดไหม้หมดนะ แต่เผื่อไว้ไง..เผื่อว่าในอนาคตทรงโปรดเกิดคิดแบบรีสอร์ตไม่ออกแล้ว...เอ็นดูอาจจะเอาแบบที่ทำขึ้นมาเองไปเสนอเขาก็ได้



 “ขอพี่ดูหน่อย มันคืออะไร”



“รีสอร์ตครับ...ผมทำเล่นๆ นะ”



“ทำเล่นๆ ซะสวยขนาดนี้เลยเหรอ”



ทรงโปรดถือวิสาสะวางคางบนไหล่แคบ มือหนาประคองมือนุ่มข้างที่ถือโทรศัพท์ ตาคมจ้องมองแบบรีสอร์ตที่เจ้าตัวบอกว่าทำเล่นๆ



“อยากได้รีสอร์ตแบบนี้เหรอ”



“ครับ แต่ว่าคุณอย่าสนใจเลย เดี๋ยวผมก็ลบทิ้งแล้ว”



“ลบทำไม”



“ก็...”



เอ็นดูกลืนคำที่จะพูดลงคอก่อนเม้มปากเมื่อมือหนากดส่งแบบรีสอร์ตเข้าไลน์ของเขาเอง ไม่ถึงนาทีเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าในโทรศัพท์ของทรงโปรดก็ดังขึ้น



“อะไรกัน...จะขโมยไอเดียร์รีสอร์ตของผมไปสร้างเองเหรอคุณ”



“อือ ขโมยไปเป็นแบบสร้างรีสอร์ตให้ว่าที่คู่หมั้น”



“...”



“ตอนแรกว่าจะให้เป็นของขวัญวันหมั้น แต่คงสร้างไม่ทัน...เอางี้มั้ย”



“...”



“รีสอร์ตนี้ พี่สร้างให้เป็นสินสอดไปสู่ขอเราวันแต่งงานแล้วกัน”



ถ้าเขาจะทำแบบนี้ เอ็นดูก็ขอไม่รับรู้อะไรแล้วนะ ขอนอนจมกองเลือดสีชมพูเพราะมีความสุข...นี่ก็กลั้นยิ้มจนเมื่อยแก้มแล้ว



เอาเลย ตามใจคุณชายทรงโปรดเลย

ยังไงเอ็นดูก็ขัดใจเขาไม่ได้อยู่แล้ว









#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี













คุณชายยยยยย >,,,,<

ออฟไลน์ benceii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 60
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
โอยยยยย น่ารักกกกกก

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
โอ๊ยยยย เบาหวานขึ้นตาอ่ะ  :-[ :-[ :-[


 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0

17



ได้จ้องตาไม่กี่วินาทีก็แพ้แล้ว

ขอร้องได้มั้ย...อย่าทำให้แพ้ไปมากกว่านี้เลย



 



เอ็นดูนั่งอมยิ้มอยู่บนวีลแชร์ระหว่างกำลังรอรถตู้มารับ ฟังเสียงคนสองคนคุยกัน เสียงหนึ่งเป็นของคุณนภัสราคุณแม่ของเอ็นดูเอง...ส่วนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงของคุณปนัดดา คุณแม่ของหม่อมราชวงศ์ราชวงศ์ทรงโปรด



ตอนนี้ก็อยู่ในโรงพยาบาลเอกชนของเชียงรายนั่นแหละ สามวันกับการอยู่ในห้องผู้ป่วยแบบวีไอพีสิ้นสุดลงแล้วเมื่อหมอบอกว่าเอ็นดูแข็งแรงดี และสามารถกลับบ้านได้



ส่วนหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดยืนประจำตำแหน่งคนเข็นวีลแชร์ให้เอ็นดู เขาเองก็ฟังคุณแม่ทั้งสองท่านยืนคุยกันอย่างออกรสด้วยเช่นกัน ระหว่างรอรถตู้เนี่ย...คุณปนัดดาเผาเขาไปหลายเรื่องแล้ว



“ชายโปรดเนี่ยสูงหล่อดีจริงๆ นะคะคุณนัด”



“ได้ความสูงจากท่านพ่อของเขากันหมดเลยค่ะ”



เผาลูกชายเสร็จแล้วตบท้ายด้วยการชมอย่างภูมิใจ ถึงจะยืนห่างกันไม่กี่เมตรแต่ทรงโปรดก็ได้ยินที่คุณแม่ของเขาเม้ามอยกับคุณแม่ของแฟนอยู่



อือ นั่นแหละ มาถึงขั้นนี้แล้ว เรียกว่าแฟนคงไม่ผิด



ถึงจะยังไม่ได้ขอเป็นแฟนแบบทางการก็เถอะ



“หัวเราะอะไร”



คนผิวขาวนี่ก็นั่งหัวเราะตั้งแต่ที่คุณแม่ของพวกเขาเริ่มเม้าเรื่องลูกชาย เรื่องหลักๆ ก็มีแต่เรื่องของทรงโปรดทั้งนั้น ส่วนเอ็นดูถูกพูดถึงเหมือนกัน แต่เรื่องที่ถูกเผาไม่เยอะเท่าเรื่องของทรงโปรดหรอก



“หัวเราะก็ไม่ได้เหรอครับ”



คนป่วยที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลเงยหน้ามองคนตัวสูง เอ็นดูอมยิ้มทำปากมุบมิบใส่คุณชาย เล่นหูเล่นตาจนเขาอดใจไม่ไหวต้องโน้มตัวก้มหน้าฝังจมูกบนแก้มเจ้าคนผิวขาวบนวีลแชร์



“คุณ!” กัดฟันกรอดมองค้อนคนที่กล้าก้มหน้าหอมแก้มในที่สาธารณะแบบนี้



เขาเคยอายที่ไหน ให้กอดเอ็นดูแน่นๆ ตรงนี้ยังได้เลย น้องอยากทำตัวน่ารักน่าฟัดให้เห็นเอง เอ็นดูรู้อยู่แล้วว่าหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดไม่ค่อยมีความอดทนกับความน่ารักของน้องเท่าไหร่



ยิ่งชอบยิ่งยั่ว ยิ่งรักยิ่งทำให้หลง



แค่นี้ก็โงหัวไม่ขึ้นแล้ว



“เปลี่ยนจากงานหมั้นเป็นงานแต่งเลยมั้ยคะคุณแอ้” คุณแม่เขาก็ชงเก่ง



“ตอนแรกแอ้ติดเรื่องที่เอ็นดูยังไม่จบค่ะคุณนัด แต่ดูสิคะ...เด็กเขารักกันขนาดนั้น แอ้วางใจฝากชีวิตเอ็นดูไว้กับชายโปรดแล้วล่ะค่ะ”



หม่อมหลวงจิราก้มหน้ายู่ปาก สองมือขาวที่วางบนตักบีบนวดให้กำลังใจตัวเอง...ดูดิ ยังไม่ทันหมั้นคุณแม่ของเขาก็เห็นตรงกันว่าควรแต่ง...



เข้าทางเลยว่ะ



“แต่งเลยมั้ย”



“แต่งอะไรของคุณครับ”



“แต่งงานไง”



“...”



“ไม่ต้องหมั้นแล้ว กินลูกชายเขาไปแล้ว”



“ม...ไม่รู้ครับ รถมาแล้วด้วย…โอ๊ย”



เขินจนทำอะไรไม่ถูก คนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ลืมตัวว่าขาเจ็บอยู่รีบลุกขึ้นยืน เอ็นดูทิ้งน้ำหนักลงบนขาข้างขวาที่ยังไม่หายดีเพื่อพยุงตัว แล้วสุดท้ายแทบเซล้มลงพื้นเพราะความเจ็บ...ดีนะที่คุณชายทรงโปรดไวกว่า รีบคว้าเจ้าคนผิวขาวเข้ามากอดไว้แน่น



“ระวังหน่อยเอ็นดู”



“เจ็บครับ...” ก้มหน้าพึมพำใส่อกแกร่ง จะเขย่งเป็นกระต่ายขาเดียวแล้วนั่งลงบนวีลแชร์ต่อแต่ก็ไม่ทันคนตัวสูงที่ช้อนร่างน้องตัวปลิวในท่าเจ้าสาว “ปล่อยเลยนะคุณ เดินเองได้ครับ”



ฟังซะที่ไหน



ทรงโปรดพาเจ้าคนน่ารักขึ้นไปนั่งบนรถตู้คันหรูท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของคุณแม่ทั้งสองท่าน คนที่ดี๊ด๊ามากที่สุดก็คือพวกท่านนั่นแหละ แต่ดูท่าคุณแม่ของทรงโปรดจะชอบอกชอบใจมากกว่าใคร



คนเจ็บขานั่งจุมปุ๊กบนเบาะสีครีมในตอนที่คุณปนัดดากับคุณนภัสราเลื่อนประตูอีกฝั่งแล้วขึ้นนั่งบนเบาะด้านหลัง ทรงโปรดขึ้นไปนั่งข้างเอ็นดูทันทีที่ผู้ใหญ่ประจำที่เรียบร้อยแล้ว



“น่าเสียดายจริงๆ นะคะ นัดกะว่าจะได้อยู่สูดอากาศภาคเหนือต่ออีกสักหน่อย”



“ไว้คราวหน้าค่อยมาพักผ่อนกันก็ดีนะคุณนัด สมัยที่แอ้มาเก็บตัวกับกองประกวดที่นี่ เขาพาไปเที่ยวที่สวยๆ ด้วยค่ะ...ไว้แอ้จะพาคุณนัดไปเที่ยวเอง”



“ต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่ต้องทำให้กลับกรุงเทพฯ กะทันหันแบบนี้...ท่านพี่เขาร้อนใจอยากเจอว่าที่คู่หมั้นของชายโปรดน่ะค่ะ”



“แอ้เข้าใจค่ะคุณนัด”



อือ นั่นแหละ คุณหมออนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลก็ต้องกลับกรุงเทพฯ ทันที



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเคลียร์งานที่รีสอร์ตเสร็จแล้ว ส่วนที่เสียหายเขาได้รับการรับผิดชอบ มันไม่ได้เสียหายเยอะเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเปอร์เซ็นต์งานที่เดินหน้าไปเยอะพอสมควร



เขาคิดเอาไว้ว่าจะอยู่พักผ่อนกับเอ็นดูตามประสาว่าที่คู่หมั้น แต่กลับถูกตามตัวกลับกรุงเทพฯ เมื่อคุณแม่บอกว่าหม่อมเจ้าทรงยศ ภัสร์ฤทัย หรือท่านพ่อของเขาบินจากอังกฤษและอยู่ที่วังรอเจอหน้าว่าที่คู่หมั้นของทรงโปรด



ปกติหม่อมเจ้าทรงยศอาศัยอยู่กับคุณแม่ที่วังนั่นแหละ แต่ท่านสามเดือนที่ผ่านมาท่านออกทริปเที่ยวรอบโลกกับกลุ่มเพื่อนที่โตมาด้วยกัน ล่าสุดท่านส่งรูปมาให้ดูว่าอยู่อังกฤษ ที่ที่ทรงโปรดคุ้นเคยเป็นอย่างดี อีกไม่กี่วันต่อมาก็ได้รับข่าวว่าตอนนี้ท่านอยู่กรุงเทพฯ ซะแล้ว



เอ็นดูไม่เคยเจอท่านพ่อของเขา ตอนนี้น้องเลยดูประหม่า



“มือเป็นอะไร” เห็นบีบจัง บีบๆ คลึงๆ วนอยู่อย่างนี้หลายรอบจนทรงโปรดอดไม่ได้ที่จะยื่นมือหนาไปกุมมือขาวเอาไว้ “หนาวเหรอ”



“ไม่ครับ”



พวกเขาไม่ได้คุยกันเสียงดังเพราะคุณแม่ที่นั่งอยู่เบาะหลังกำลังสนุกสนานกับการสนทนากันอยู่ หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดใช้โทนเสียงทุ้มต่ำ ก้มหน้าเข้าใกล้ใบหูขาวแล้วเปล่งเสียงออกไป



“เห็นบีบมือซะแน่น นึกว่าหนาว”



น้องส่ายหน้าพลางคลายมือที่บีบกันไว้ออกช้าๆ แล้วประสานนิ้วมือเข้ากับนิ้วแกร่งของทรงโปรดแทน เบาะที่เขานั่งติดกับเบาะของเอ็นดู ไม่มีช่องโหว่ให้คุณแม่ที่นั่งด้านหลังเห็นว่าตอนนี้มือของเขากำลังกุมกันไว้



เพราะคุณแม่ไม่เห็นนี่แหละ เอ็นดูเลยกล้าจับมือทรงโปรด



“ท่านพ่อดุมั้ยครับ”



“ดุ”



คนฟังหน้าจ๋อย ขมวดคิ้วจนทรงโปรดหลุดขำ



รู้ทันทีว่าที่น้องแสดงอาการประหม่าสาเหตุมาจากอะไร แต่ถึงรู้แล้วทรงโปรดก็ยังไม่วายแกล้งให้เอ็นดูตัวสั่น



“แล้วผมต้องทำตัวยังไงครับ ต้องใช้ราชาศัพท์กับท่านพ่อของคุณหรือเปล่า...” คนพูดเขย่าแขนแกร่งของทรงโปรดเบาๆ “ผมใช้ราชาศัพท์ไม่เป็นนะครับ”



เขาขำเมื่อน้องกระซิบเบาๆ จนต้องก้มหน้าลงไปฟังน้ำเสียงนุ่มนิ่มกับมือน้อยๆ ที่บีบมือหนาเป็นระยะ



“เดี๋ยวเย็นนี้ก็รู้”



“บอกหน่อยไม่ได้เหรอครับ ผมจะได้ทำตัวถูก”



“บอกไปเดี๋ยวไม่สนุก”



“ผมไม่ได้จะสนุกกับคุณด้วยสักหน่อย” คนผิวขาวยู่ปากหน้างอ “เครียดจะตายแล้วคุณ”



“มาตายบนอกพี่มา” ทรงโปรดตบอกแกร่งปักๆ



“นอกเรื่องเก่งจังนะครับ”



แค่เล่นมุกให้เอ็นดูยิ้มหวานๆ ให้ดูก็เท่านั้นเอง ไม่อยากเห็นความเครียดหรือความกังวลใจบนใบหน้าสวยๆ นี้เลย



เห็นเอ็นดูนิ่งๆ ไม่ค่อยหืออือกับอะไรเท่าไหร่แบบนี้ เหมือนถูกชักจูงง่าย ซึ่งก็ใช่ ถึงจะดูเป็นคนยังไงก็ได้ แต่ความจริงเด็กคนนี้คิดมากเป็นที่หนึ่ง ทรงโปรดเดาว่าน้องเป็นเด็กที่ชอบเก็บอะไรไว้ในใจคนเดียว เครียด มีความสุข หรืออยากจะร้องไห้ยังไงก็ไม่ค่อยแสดงให้ใครเห็น



จะมีแต่เขานี่แหละที่ได้เห็นแทบทุกมุมของเอ็นดู



“ผมไม่เก่งราชาศัพท์นะครับ” น้องช้อนตาขยับปากบอก สีหน้ากังวลหน่อยๆ ของเอ็นดูทำให้เขาต้องวางมือลงบนศีรษะกลมของคนเด็กกว่า



“เครียดอะไรขนาดนั้น”



“ก็...ผมทำตัวไม่ถูกนี่ครับ จำได้ว่าตอนเด็กเคยใช้ราชาศัพท์แค่สองสามครั้งเอง...”



“ใช้กับใคร”



“ท่านปู่ครับ”



“ได้ยินมาว่าท่านปู่เราดุมาก”



ได้ยินมาจากคุณนภัสราตอนคุยกันเรื่องหม่อมเจ้าทรงยศอยากพบหน้าลูกสะใภ้นั่นแหละ คุณแม่ของเอ็นดูเล่าให้คุณแม่ของเขาฟังว่าสมัยที่ท่านปู่ของเอ็นดูยังมีชีวิตอยู่ที่วังเคร่งครัดเรื่องระเบียบและการใช้ราชาศัพท์มากกว่านี้เยอะมาก



ทรงโปรดเลยเดาว่าที่เอ็นดูเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทของคุณหญิงลักขณาคงเพราะเป็นว่าคุณหญิงป้าได้เชื้อความเจ้าระเบียบมาจากท่านพ่อของตัวเอง เลยมาเข้มงวดใส่หลานชายที่น่ารักคนนี้



“ตอนเด็กๆ ท่านปู่บังคับให้ผมนั่งคัดคำราชาศัพท์ด้วยนะครับ” พอได้ยินผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ด้านหลังคุยเรื่องความหลัง เอ็นดูก็พูดบ้าง



ชอบสุดๆ ก็คือตอนที่เริ่มเล่าเรื่องของตัวเองออกมาโดยที่เขาได้ขอให้เล่า



เอ็นดูทำแบบนี้กับคนที่สนิทใจด้วยเท่านั้น



“จำได้ว่านั่งคัดไปก็ร้องไห้ไปด้วย แล้วจากนั้นก็กลัวราชาศัพท์ไปเลยครับ”



“เดี๋ยวนี้ยังกลัวอยู่มั้ย”



“ไม่ได้ใช้เลยไม่กลัวครับ แต่ตอนนี้เริ่มกลัวแล้ว”



“ไม่น่ากลัวหรอก อย่าคิดมาก”



“แสดงว่าคุณใช้ราชาศัพท์เก่งมากเลยสินะครับ”



“เปล่า” หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดหัวเราะ



ตัวเขาเองไปอยู่อังกฤษตั้งแต่เด็กแทบไม่ได้ใช้ภาษาไทยด้วยซ้ำ ราชาศัพท์ไม่ต้องพูดถึง ถ้าทรงโปรดไม่ดูข่าวราชสำนักหรือพวกละครหลังข่าวเขาก็ไม่มีวันรู้เลยว่าคำพวกนี้มันต้องใช้ยังไงและต้องใช้กับใคร



กับกลุ่มเพื่อนก็เหมือนกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่กลับไทย ทรงโปรด จอมภพ และพีช ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกันตลอด ก่อนจะเปลี่ยนมาพูดภาษาบ้านเกิดกันก็ตอนที่เริ่มทำงาน



“สรุปคุณจะช่วยอะไรผมได้บ้างเนี่ย...”



คนตัวเล็กตัดพ้อไม่จริงจังก่อนทิ้งศีรษะไว้กับพนักพิงของเบาะสีครีม เหลือบตามองคนตัวสูงข้างกาย เช่นเดียวกับหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่กำลังใช้ตาคมจับจ้องใบหน้าของว่าที่คู่หมั้น



ต่างคนต่างระบายยิ้มให้กัน สองมือสอดประสานไม่ยอมปล่อย เสียงกระซิบของพวกเขาเงียบลงแล้ว เหลือแต่เสียงพูดคุยของคุณแม่ของทั้งสองคนนั่นแหละ ที่ทำให้รอยยิ้มจางๆ ระหว่างหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดกับหม่อมหลวงจิราเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่กว้างขึ้น



“คุณแอ้ขัดข้องอะไรมั้ยคะ ถ้าหลังจบงานหมั้นพวกเราจะมาคุยกันเรื่องงานแต่งต่อเลย”



“ยินดีมากเลยค่ะคุณนัด เห็นเด็กๆ รักกันขนาดนี้...จบงานหมั้นแล้วเราสองคนคงต้องได้จัดการงานแต่งต่อแน่ๆ เลยค่ะ”







*****







วังภัสร์ฤทัยที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักเป็นพิเศษเพราะแขกคนสำคัญของเจ้าบ้านเพิ่งลงจากรถพร้อมกับทายาทวังใหญ่หลังนี้ที่ประคองว่าที่คู่หมั้นลงจากรถตู้คันหรู



รถยนต์หลายคันจอดอยู่ในโรงรถ เอ็นดูปลายตามองตอนที่ลงจากรถเรียบร้อยแล้ว...เท่าที่เห็นไม่ต่ำกว่าห้าคัน แต่ราคารวมๆ เกือบร้อยล้าน หนึ่งในนั้นคือเบนซ์คันหรูของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่จอดสนิทตั้งแต่ไปเชียงราย แลมโบกินี่ของหม่อมราชวงศ์ภูผา อาวดี้สองคันกับแอสตันมาร์ตินที่เอ็นดูไม่รู้เป็นของใคร และเบนท์ลีย์คันหรูสีน้ำตาลที่ราคาน่าจะเกินหกสิบล้านไปแล้ว



เอ็นดูถึงขั้นก้มหน้ากัดริมฝีปาก จากที่ได้กำลังใจจากหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดตั้งแต่บนเครื่องบินแล้วว่าไม่มีอะไรต้องกังวล ตอนนี้ไม่เลย เอ็นดูทั้งประหม่า กังวล เครียดจนไม่อยากก้าวขาเดินเข้าวังภัสร์ฤทัย



“คุณ ทำไมรถจอดเยอะจังเลยครับ”



“ปกติของวันรวมญาติ”



ปกติของเขาแต่ไม่ปกติสำหรับเอ็นดูเลยสักนิด รถคันหรูไม่ทำให้เอ็นดูตื่นตาตื่นใจหรอก เพราะที่วังของเจ้าตัวก็มีแบบนี้ไม่ต่ำกว่าสิบคัน มันถูกจอดไว้ในห้องใต้ดินของโรงจอดรถ เป็นรถที่เหมาะกับการขับเล่น ขับออกงานหรูๆ มากกว่าใช้ในชีวิตประจำวัน หม่อมราชวงศ์ลักขณาเลยให้จอดไว้ในห้องใต้ดินเผื่อรักษารถไว้และไม่ให้มันดูเอิกเกริกเกินไป



“ไม่มีคนอื่นหรอก คนในครอบครัวทั้งนั้น”



“เดี๋ยวนี้นับภูผาเป็นญาติแล้วเหรอครับ”



“ตอนแรกก็ว่าจะนับ แต่พอนึกได้ว่ามันเป็นแฟนเก่าเรา...ไม่นับเลยดีมั้ย”



“ผมล้อเล่นครับ”



ย่นคิ้วใส่คนตัวสูงที่ยิ้มกริ่มทีเล่นทีจริง กับภูผาเคลียร์จบตั้งแต่บล็อกทุกอย่างไปแล้ว รายนั้นโตพอที่จะรู้ว่าเอ็นดูไม่เล่นด้วย และภูผาก็ไม่หน้าด้านพอมาเล่นกับคนที่มีเจ้าของแล้ว (ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นภูผาจะมาก่อกวนเอ็นดูเพราะรู้ว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นของทรงโปรดก็เถอะ)



จริงๆ แล้วภูผาเป็นคนดีนะ เรียนเก่งแถมเรียนทันตแพทยศาสตร์อีกต่างหาก แต่ติดที่เจ้าชู้ไม่แพ้ทรงโปรด แสบซ่าตามประสาวัยรุ่น ในเมื่อตอนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับภูผาแล้ว...เอ็นดูก็ได้แต่ภาวนาให้ฝ่ายนั้นเลิกเจ้าชู้แล้วจริงจังกับใครสักคนสักที



“เข้าบ้านกัน”



พอได้ยินน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่พาให้อบอุ่นไปทั้งหัวใจ ประกอบกับมือหนาที่กุมมือขาวแล้วบีบนวดให้กำลังใจเบาๆ ก็เหมือนกับว่าเขาเติมความกล้าให้เอ็นดูไปแล้ว คนสูงกว่าโน้มตัวจูบผมสีน้ำตาลนุ่ม พาดแขนแกร่งโอบเอวคนที่เพิ่งหายป่วยให้เดินเข้าไปในวังหลังใหญ่นี้ด้วยกัน



เสียงเพลงแจ๊สประกอบกับกลิ่นหอมของสเปรย์ปรับอากาศอบอวลภายโถงทางเดินของวังทำให้เอ็นดูผ่อนคลายขึ้นเป็นกอง พอมองเข้าไปในห้องรับแขกขนาดกว้างที่ประตูถูกเปิดเอาไว้ เห็นคุณแม่ของทรงโปรดกับคุณแม่ของเอ็นดูที่ลงจากรถและนั่งอยู่ในห้องนั้นก่อนแล้วก็รู้สึกอุ่นใจเพิ่มมากขึ้น



“ให้ดิฉันเอาวีลแชร์มาให้มั้ยคะ คุณเอ็นดูน่าจะเดินไม่ค่อยถนัด”



“ไม่เป็นไรครับ ผมเดินไหว” คนเจ็บขาค่อยๆ วางปลายเท้าสัมผัสพื้นพรม “ไม่ค่อยปวดเท่าไหร่แล้วครับ”



“ถ้าปวดจะได้อุ้ม วีลแชร์ไม่จำเป็นเหรอก”



“ห้ามทำรุ่มร่ามต่อหน้าผู้ใหญ่เด็ดขาดนะครับ”



“ไม่รู้ ขอดูความประพฤติก่อน”



“นี่คุณ...”



“เด็กดี เข้าเฝ้าท่านพ่อกันครับ”



ทรงโปรดไม่สนอะไรแล้ว เขาค่อยๆ ประคองเอ็นดูให้เดินเข้าไปในห้องรับแขก และเมื่อพวกเขาก้าวผ่านกรอบประตูสวยงามเข้าไปยังด้านในของห้องรับแขก เอ็นดูก็พลันหายใจไม่ทั่วท้องทันทีเมื่อเห็นทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันจริงๆ



ทุกคนนั่งพับเพียบบนพื้นหลบไปซ้ายบ้างขวาบ้าง ในขณะที่เอ็นดูกับทรงโปรดยืนอยู่กลางห้อง เอ็นดูรีบยกมือขึ้นสวัสดีหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงและหม่อมราชวงศ์ทรงคุณ ตามด้วยหม่อมราชวงศ์รฐา หม่อมราชวงศ์ภูมินทร์ที่เป็นสามี ชำเลืองมองภูผาที่นั่งยักไหล่ให้ก่อนจะเบนสายตาและยกมือไหว้หม่อมราชวงศ์ลักขณาที่ฉีกยิ้มกว้างป้องปากคุยกับคุณแม่ของทรงโปรดอยู่



เอ็นดูแทบจะย่อตัวนั่งลงบนพื้นตอนนั้นหากไม่มีเสียงทุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังซะก่อน



“อ้าว หายไปแป๊บเดียว ทำไมลงไปนั่งบนพื้นกันหมด”



เสียงๆ นั้นทำเอาคนที่นั่งอยู่บนพื้นลุกขึ้นโค้งคำนับ เช่นเดียวกับเอ็นดูกับคนตัวสูงข้างกายที่หันหลังขวับ



เข่าแทบทรุดเลย โชคดีที่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดประคองเอ็นดูไว้



“โค้งคำนับก็พอ ไม่ต้องนั่งลง” ทรงโปรดบอกพลางรั้งคนที่ทำท่าจะทรุดตัวนั่งเพื่อทำความเคารพต่อหน้าท่านพ่อของเขา



“...ครับ” น้องชะงักก่อนพยักหน้าตอบรับทรงโปรด



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดและว่าที่คู่หมั้นโค้งกายคำนับหม่อมเจ้าทรงยศพร้อมกัน ใจดวงน้อยๆ ของเอ็นดูเต้นแรง เต้นแบบคนที่ตื่นเต้นจนเลือดสูบฉีด หน้ากับมือนี่ร้อนจนเหงื่อผุด



“กราบถวาย--”



“สวัสดีครับท่านพ่อ”



คนที่กำลังจะเปล่งราชาศัพท์ชะงัก เอ็นดูเม้มปากเมื่อเห็นว่าทรงโปรดใช้คำสามัญกับหม่อมเจ้าทรงยศ



“สวัสดีครับ...ท่านพ่อ” เลยพูดสามัญตามทรงโปรด



คนผิวขาวกัดริมฝีปากสวยๆ ของตัวเองแน่น ก็ขนาดอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ทุกคนทรงโปรดยังกอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อยสักที ทั้งที่บอกว่าอย่ารุ่มร่าม...คุณชายเขาฟังซะที่ไหนล่ะ



“หมดทุกหมดโศกนะลูก ครั้งนี้ถือว่าฟาดเคราะห์ไป”



เอ็นดูยืนตัวเกร็งเมื่อมือหนาของหม่อมเจ้าทรงยศวางลงบนศีรษะกลมแล้วลูบเบาๆ คล้ายปลอบประโลมว่าที่คู่หมั้นของลูกชายคนเล็กให้หายตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น



ท่าทางนุ่มนวล เป็นกันเองของท่านพ่อทำเอาเอ็นดูทำอะไรไม่ถูก



“ไหนดูสิ คนที่ชายโปรดบอกว่าน่ารักเหมือนกระต่าย...เงยหน้าให้พ่อมองหน่อยเร็ว”



ปลายคางถูกเชยขึ้น เอ็นดูไม่กล้าสบตาท่านหรอกนะ แต่เพราะไม่สามารถเหลือบตาหนีได้เลยจำเป็นต้องยิ้มเจื่อนสบตาหวานกับท่านพ่อของคุณชายทรงโปรด



“น่ารักสมกับที่ชายโปรดอวดไว้”



“...”



“อืม...ลูกนี่เหมือนกระต่ายจริงๆ”



หม่อมเจ้าทรงยศปล่อยมือออกจากคางของเอ็นดู เปลี่ยนตำแหน่งไปลูบผมนุ่มเหมือนเดิม



ไม่เห็นว่าท่านจะดุเลย เอ็นดูโดนคุณชายโปรดหลอกแล้วมั้งเนี่ย



แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่...ไม่รู้ทำไม...อยู่ๆ เอ็นดูก็รู้สึกว่าสายตาของท่านอบอุ่น เหมือนสายตาคุณพ่อของเอ็นดูที่มองลูกชายคนนี้ด้วยความเอ็นดูตลอด



คุณพ่อตั้งชื่อเล่นนี้ให้ เพราะเอ็นดูเป็นเด็กน่าเอ็นดูสมชื่อตั้งแต่แรกเกิด



‘ตอนหนูเกิดแก้มก็ป่อง ผิวขาวน่าฟัด เลี้ยงง่ายไม่ร้องงอแง เป็นขวัญใจของพี่ๆ พยาบาลทุกคนเพราะตาใสแจ๋วน่าเอ็นดูของหนู...พ่อคิดชื่อเล่นไว้ให้หนูสองชื่อ แก้มป่องกับเอ็นดู แต่พ่อคิดว่าจะเก็บชื่อแก้มป่องไว้ให้น้องหนูมากกว่า เสียดาย...ที่น้องเขาไม่ยอมมาเกิดกับครอบครัวเราสักที’



แล้วก็รู้สึกคิดถึงจนต้องกุมข้อมือข้างที่สร้อยคล้องประดับไว้ แต่กลับต้องเบิกตากว้าง ขมวดคิ้วยุ่งเมื่อไม่พบกับสิ่งที่เป็นของแทนใจของคุณพ่อ



“นั่งคุยกันดีกว่าลูก ชายโปรด ประคองน้องไปนั่งเร็ว”



หม่อมเจ้าทรงยศขยับตัวนั่งลงบนโซฟาที่ประจำพร้อมกับคนอื่นที่นั่งลงบนโซฟาเหมือนกัน



บรรยากาศผ่อนคลายลงกว่าเดิมเพราะเอ็นดูไล่ความประหม่าออกได้แล้ว ทุกคนแย้มยิ้ม ทรงโปรดก็เช่นกัน คนตัวสูงประคองให้น้องนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับตัวเองที่ขยับตัวนั่งข้างน้อง



“คุณ...สร้อยข้อมือผมหายอีกแล้วครับ” คนผิวขาวอาศัยจังหวะที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน เสียงหัวเราะของหม่อมเจ้าทรงยศดังกลบเสียงอื่น ยิ่งประสานกับเสียงหัวเราะของหม่อมราชวงศ์ลักขณาด้วยแล้ว ในห้องนี้ก็ไม่ได้ยินเสียงคุยของใครเลยถ้าไม่กระซิบกระซาบกัน



“ขยันหายทำหายนะเรา”



“ไม่ได้ตั้งใจนี่ครับ” พูดพลางลูบข้อมือปอยๆ “หายที่เชียงรายแน่ๆ เลย”



พึมพำคนเดียวเพราะหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเอาแต่แจกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อยู่ได้



คนที่มัวแต่เครียดเรื่องสร้อยไม่ทันสังเกตว่าว่าที่คู่หมั้นร่างสูงกำลังใช้มือล้วงกระเป๋าเสื้อเชิ้ตสีดำอยู่ กว่าจะรู้ตัวว่าทรงโปรดทำอะไรก็ตอนที่วัตถุเย็นๆ สัมผัสโดนผิวขาว



“คุณ สร้อยของผมนี่ครับ อยู่กับคุณเองเหรอครับ” คนเครียดยิ้มแฉ่ง เงยหน้ามองทรงโปรดที่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย



“รู้ว่าเป็นของสำคัญ จะปล่อยให้หายไปกับกองเพลิงได้ยังไง” เขาพูดขณะก้มหน้าสวมสร้อยลงบนข้อมือขาว



“หมายความว่ายังไงนะครับ”



“สร้อยเราหลุดอยู่ในบ้านที่ไฟไหม้ พี่รู้ตั้งแต่อุ้มเราออกจากบ้านแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสกลับไปเอา”



“...”



“พอคุณแม่บินมาหาเราถึงที่ พี่เลยกลับไปหาสร้อยให้ เกือบหาไม่เจอ”



“ทำไมคุณต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนั้นด้วยล่ะครับ”



เพลิงที่มอดไปแล้ว มีวันกลับมาลุกโชนอีกครั้ง เอ็นดูดูจากรูปถ่ายรีสอร์ตหลังที่ถูกไหม้ เจ้าหน้าที่กั้นเป็นรั้วเขตอันตรายห้ามเข้า แต่หม่อมราชวงศ์ก็ยังจะเข้าไปหาสร้อยให้เอ็นดูอีก



“ทีเอ็นดูยังเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยพี่โปรดได้เลยนี่ครับ”



“...”



เอาอีกแล้ว



เขารู้ว่าเอ็นดูแพ้อะไรแบบนี้ก็ยังพูดออกมา ไม่ใช่แค่น้ำเสียงทุ้มๆ ที่ทำให้เอ็นดูตื้นตันใจ แต่สายตาอบอุ่นกับความจริงใจที่แสดงออกมานั่นแหละ...ที่ทำให้เอ็นดูกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้เลยจริงๆ



“ผมเต็มใจช่วยครับ”



“เหมือนกัน”



“ขอบคุณนะครับ”



“ขอบคุณที่ช่วย?”



“ครับ แล้วก็อีกอย่าง...”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเลิกคิ้ว เอียงคอมองคนตัวขาวที่ตอนนี้หน้าแดงระเรื่อ



“ขอบคุณนะครับ...ที่รักผม”



“อันนี้เต็มใจมากๆ” ทรงโปรดยิ้มกว้าง “แต่ต้องสลับคำหน่อย”



“ครับ?”



“เปลี่ยนจากที่รักผม เป็นที่รักของผม”



ไม่สนแล้วว่าสายตาของใครกำลังจับจ้องอยู่บ้าง เอ็นดูสนใจแค่สายตาของทรงโปรดคนเดียวก็พอแล้ว



แล้วเขาก็ยังเป็นคนที่เดินหน้าทำแต้มอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ทางกายจะเกินเลยไปถึงไหนต่อไหนก็ตาม



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดยังเหมือนเดิม...ไม่เคยเปลี่ยน



เป็นคนที่จีบเอ็นดูอยู่เสมอ และไม่มีท่าทีว่าจะเบื่อหน่ายเอ็นดูเลยสักนิด



ตอนนี้เอ็นดูมั่นใจแล้วแหละ



“ครับ ที่รักของผม”



มั่นใจที่ให้คนคนนี้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจ

 

 

 

 

#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี








CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3403
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
โอ๊ยยยยยยย เหม็นความรักจริงๆ เลยคู่นี้

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1164
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
หวานละมุน อบอุ่นมากๆ

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0






18



I like you

No, actually i adore you





 

วางกระเป๋าลงบนเตียงพร้อมกับทิ้งตัวลงนอนบนความนุ่มบนที่นอน ตาเรียวสวยมองเพดานห้องที่ไม่เห็นมาหลายวัน เครื่องปรับอากาศเย็นๆ กับเสียงสายฝนพรำที่ได้ยินจากชั้นห้าสิบสองทำให้เอ็นดูรู้สึกผ่อนคลายจนต้องคลี่ยิ้มออกมา



ยอมรับว่าเหนื่อย การทานข้าวกับผู้ใหญ่เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก



เหนื่อยแต่มีความสุข



สุขที่เหมือนกับว่าได้กอดคุณพ่อ ได้ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง



คนผิวขาวในห้องที่เปิดไฟสลัวจับเข็มกลัดที่ติดอยู่บนอกซ้าย สัมผัสเบาๆ ด้วยการลูบ เพชรหลายสิบเม็ดถูกฝังประดับบนเข็มกลัด มูลค่าของมันเกือบล้าน เป็นเข็มกลัดที่ท่านพ่อของทรงโปรดตั้งใจทำให้เป็นของหมั้น



ไม่ใช่ของแรร์ไอเท็มนะ เพราะหม่อมเจ้าทรงยศทำขึ้นมาจำนวนสี่ชิ้น ชิ้นแรกหม่อมราชวงศ์ภูมินทร์ สามีของหม่อมราชวงศ์รฐาได้ไป อีกชิ้นอยู่กับเอ็นดู ท่านพ่อของทรงโปรดเพิ่งกลัดเข้ากับเนื้อผ้าบนอกด้านซ้ายให้เมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมา



ส่วนอีกสองชิ้นที่เหลือ...เอ็นดูเดาว่าก็คงอยู่ในตู้เซฟของหม่อมเจ้าทรงยศ เก็บรักษาไว้อย่างดีเพื่อรอวันที่จะได้มอบให้กับคนที่ตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกับหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิง และหม่อมราชวงศ์ทรงคุณ



ยังจำความอบอุ่นของท่านพ่อได้อยู่เลย หม่อมเจ้าทรงยศทำให้เอ็นดูแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ตอนที่ถูกท่านสวมกอด ท่านรู้เรื่องที่คุณพ่อของเอ็นดูจากไป ไม่ได้ตอกย้ำ แต่เติมเต็มให้เอ็นดูรู้สึกเหมือนกับว่าได้อยู่ใกล้ๆ คุณพ่ออีกครั้ง



ท่านกอด ลูบผม มองด้วยสายตาอ่อนโยนเหมือนที่คุณพ่อเคยมอง ตอนนั้นเอ็นดูไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลอะไรเลยสักนิด แต่กลับตื้นตันมากๆ จนต้องก้มลงกราบตักงามๆ ที่หม่อมเจ้าทรงยศเมตตาเอ็นดูขนาดนี้



พอได้อยู่เงียบๆ คนเดียวหางตาสวยก็เปื้อนน้ำตา มุมหนึ่งที่ไม่มีใครรู้คือเอ็นดูร้องไห้เก่ง...พอตกดึกเขามักจะร้องไห้เพราะคิดถึงคุณพอแทบทุกคืน แต่อาการเหล่านี้มันหายไปตั้งแต่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเข้ามาวนเวียนในหัวใจ



เขาทำให้เอ็นดูลืมความเศร้าหลายๆ อย่าง ทำให้เอ็นดูมีชีวิตชีวา



นี่ก็เพิ่งร้องไห้เป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกับคุณชายเขาเลยนะ



“เอ็นดู”



“คุณ...”



จู่ๆ คนที่เอ็นดูเพิ่งบอกให้กลับไปพักผ่อนก็ปรากฏตัวตรงหน้า ร่างสูงยืนบดบังดวงไฟสลัวที่เอ็นดูตั้งใจเปิดไว้แค่ดวงเดียว คนผิวขาวค่อยๆ ขยับตัวขึ้นนั่ง กำลังจะยกมือปาดน้ำตาที่ซึมออกมา แต่กลับไม่ทันมือหนาที่ยื่นมาเกลี่ยน้ำใสๆ



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดขยับตัวนั่งลงข้างๆ เจ้าของห้อง ประคองกรอบหน้าเนียนใสน่าทะนุถนอมเบาๆ เช่นเดียวกันปลายนิ้วโป้งแกร่งที่เกลี่ยเช็ดน้ำตาให้



“ไล่พี่กลับ แต่ตัวเองมานอนร้องไห้แบบนี้เหรอ”



“...ไม่ได้ไล่นะครับ” เอ็นดูไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา เขาเลยเม้มปาก กลืนก้อนแข็งๆ บางอย่างลงคอ “ผมให้คุณกลับไปพักผ่อนต่างหาก”



“เอ็นดู เราเป็นแบบนี้พี่จะปล่อยให้อยู่คนเดียวได้ยังไง”



“ผมหายดีแล้วนะคุณ”



“หายดีแล้วทำไมยังดูซึมๆ”



“...”



“คิดถึงคุณพ่อใช่มั้ย”



เอ็นดูจ้องตาคมทั้งที่ยังรู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว ยู่ปากพลางส่ายหน้าเบาๆ กำลังจะปฏิเสธแต่กลับถูกรวบตัวด้วยแขนแกร่งให้ชิดกับแผ่นอกอุ่นๆ



“คุณรู้ได้ยังไงครับ”



“มองหน้าก็รู้แล้ว” ทรงโปรดลูบผมนุ่มสลับกับลูบหลังให้



คนถูกจับได้ยิ้มกว้าง แค่กอดเบาๆ กับมือหนาที่คอยลูบประโลมก็ทำให้เอ็นดูหยุดเลิกร้องไห้ได้ และจากที่เคยร้องไห้คิดถึงคุณพ่อคนเดียว ไม่มีใครเคยเห็นน้ำตาของเอ็นดูเลยสักคน...มันเปลี่ยนไปหมดในตอนที่คุณชายทรงโปรดเดินเข้ามา



เขาเป็นคนที่เห็นเอ็นดูร้องไห้ เป็นคนที่เข้ามาปลอบอย่างอ่อนโยน



เป้นคนที่รับรู้เรื่องราวของเอ็นดู



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเห็นทุกด้านของเอ็นดูครบแล้วนะ : )



“ตอนที่ท่านพ่อกอด...ผมก็คิดถึงคุณพ่อขึ้นมาเลยครับ”



เป็นคนแรกที่เอ็นดูกล้าเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง



“ตอนที่ผมหลับไป คุณพ่อมาปลุกผมด้วยนะครับ ตอนนั้นผมคิดถึงคุณแม่ คิดถึงคุณหญิงป้า...คิดถึงคุณด้วย อยากลืมตาแต่ก็ลืมไม่ได้เลย”



ทรงโปรดกระชับแขนกอดคนในอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม วางคางบนศีรษะกลมที่มีกลิ่นหอมของแชมพูสระผม กดจูบเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงนุ่มนิ่มกำลังเล่าเหตุการณ์ที่ตัวเองหลับอยู่ในโรงพยาบาลให้ฟัง



“แต่พอได้ยินเสียงคุณพ่อผมก็พยายามลืมตาขึ้นมา ผมคิดว่าตัวเองหูฟาด...แต่ในห้องไม่มีใครเลยนอกจากคุณแม่”



“ถ้าคุณพ่อไม่มาปลุกเราก็ไม่ยอมตื่นใช่มั้ย” ถามน้ำเสียงงอแงจนเอ็นดูหลุดขำ



“ตื่นสิครับ ผมยังไม่อยากตายสักหน่อย”



“ไม่ยอมให้เราตายหรอก”



“ผมคงไม่อายุสั้นขนาดนั้นหรอกมั้งคุณ”



“เปลี่ยนเรื่องคุยดีมั้ย”



เงยหน้ามองหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่จูบผมนุ่มซ้ำไปซ้ำมา พอเขาเห็นใบหน้าขาวๆ เลยเปลี่ยนมาจูบแก้มแทน



“ไม่ร้องไห้แล้วนะ เด็กดี”



ดูวิธีปลอบของเขาสิ หม่อมราชวงศ์โยกตัวเอ็นดูเบาๆ เหมือนกำลังกล่อมให้เด็กที่ร้องไห้งอแงหลับคาอก แต่ตัวเองยังตักตวงความสุขโดยการพรมจูบทั่วใบหน้าเอ็นดูอยู่เลย คนตัวขาวร้องฮือเมื่อฟันซี่คมงับปลายจมูกเบาๆ



“กัดทำไมครับ”



“มันเขี้ยว”



“เดี๋ยวผมก็ร้องไห้อีกหรอก”



“ร้องสิ เดี๋ยวปลอบเอง”



น้องซุกหน้าหนีริมฝีปาก...ทรงโปรดคลายความเศร้าของเอ็นดูทีละนิดจนกระทั่งมันจางหายไป ความคิดถึงคุณพ่อยังตราตรึงอยู่ในหัวใจตลอด แต่เอ็นดูแค่ไม่ร้องไห้แล้ว...ไม่ร้องไห้เพราะได้หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดช่วยปลอบ



เอ็นดูอยู่คนเดียวมาตลอด ร้องไห้คนเดียว มีความสุขคนเดียว



แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะมีอีกคนคอยรับฟังเอ็นดูทุกอย่าง



คุณชายทรงโปรดคือคนที่มาเติมเต็มชีวิตของเอ็นดูจริงๆ







*****





 

“...ตื่นแล้วเหรอครับ” งัวเงียผงกศีรษะขึ้นเล็กน้อย ปรือตามองร่างสูงที่อยู่ในเชิ้ตขาวกำลังกลัดกระดุมตรงปลายเตียง “ตีสี่เองนะคุณ”



แล้วก็ทิ้งศีรษะลงบนหมอนอีกครั้งเมื่อพบว่านี่ยังไม่ใช่เวลาตื่นของตัวเอง เอ็นดูหลับตาปี๋ แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะกับเตียงที่ยวบลงเลยต้องลืมตาขึ้น ยู่ปากมองคนที่แต่งตัวหล่อตั้งแต่เช้าตรู่กำลังขึ้นคร่อมร่างตัวเอง



“วันนี้มีประชุมเช้า เรื่องรีสอร์ตที่เชียงราย”



ถึงแม้ว่าเอ็นดูจะไม่ใช่คนในบริษัทของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรด แต่คุณชายเขาก็เต็มใจบอกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของการประชุมให้ฟัง หลักๆ ก็เรื่องที่เกิดเพลิงไหม้ และระยะเวลาในการสร้างกับขนย้ายเฟอร์นิเจอร์จาก supplier เข้าไปวางไว้ในรีสอร์ตตามฮวงจุ้ยที่อินทีเรียแนะนำ



เอ็นดูไม่จำต้องรู้ แต่ทำไงได้ หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดบอกหมดแล้ว



แต่คนเพิ่งตื่นกลับทำหน้ามุ่ย ขยับแก้มซบกับฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นลูบโครงหน้า



“แล้วใครจะไปส่งผมที่มหา’ลัยล่ะครับ”



“ขายังไม่หายเจ็บ หยุดเรียนไปก่อน”



“ใกล้สอบแล้วครับ”



อีกอึดใจเดียวเอ็นดูจะจบปีสาม เมื่อคืนก่อนนอนเขาเข้าไปเช็กไลน์กลุ่มของสาขาบริหารการค้าระหว่างประเทศภาคอินเตอร์ที่ตัวเองไม่ค่อยมีบทบาทในนั้นสักเท่าไหร่ เห็นเพื่อนคนหนึ่งบอกว่าพรุ่งนี้อาจารย์จะแนะแนวข้อสอบไฟนอลนี้ด้วย



“เดี๋ยวพี่ให้คนขับรถที่บริษัทมารับ มีเรียนกี่โมงล่ะเรา”



“แปดโมงครึ่งครับ”



“โอเค…”



“แต่ผมไม่อยากรบกวนคนอื่นเลย”



“…”



“ผมขอขับรถของคุณไปเรียนได้มั้ยครับ” เม้มปากกลั้นยิ้ม กะพริบตาปริบๆ เมื่อหม่อมราชวงศ์ขมวดคิ้ว



“เจ็บขาอยู่จะขับรถยังไง”



“หายแล้วครับ วันนี้เดินเองได้แล้ว กินยาไปแล้วสบายมากเลย”



“ถ้าใช้รถพี่ แล้วพี่จะไปทำงานยังไง”



“เดี๋ยวผมไปส่ง”



“มันไกล”



“นะครับ...พี่โปรด”



คนถูกเรียกว่า ‘พี่โปรด’ ชะงัก ส่วนคนที่เปล่งเสียงนุ่มนิ่มออกมาตอนนี้ก็ทำตาแป๋วอ้อนคนโตกว่า



ทรงโปรดสบถในใจ เขายิ่งแพ้คนขี้อ้อนอยู่ด้วย…อือ ก็นั่นแหละ พอโดนเอ็นดูร่ายมนต์ใส่ ริมฝีปากก็แห้งจนต้องใช้ลิ้นเลีย



อ้อนได้น่ารักขนาดนี้ รถที่วังมีกี่คันพี่โปรดคนนี้ก็ให้เอ็นดูได้หมด



“คิดว่าจะใจอ่อนเหรอ” ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนจมูกของคนใต้ร่าง หม่อมราชวงศ์เอียงคอมองคนน่ารักที่กลั้นยิ้มและพยักหน้าเบาๆ



เฮ้อ ทำไงได้ ในเมื่อเอ็นดูยืนยันว่าตัวเองหายดีแล้วด้วยการกระแทกเท้าลงเตียง แถมยังผงกหัวจูบแก้มซ้ายขวาของเขาอีกต่างหาก อยากยืมรถของทรงโปรดถึงขั้นลงทุนทำตัวน่ารักขนาดนี้ ถ้าใจร้ายก็กลัวว่าน้องจะงอนใส่



หม่อมราชวงศ์เลยก้มหน้าจูบริมฝีปากอวบเบาๆ ก่อนขยับจุมพิตบนหน้าผากของเอ็นดู



“ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวผมให้พี่ปันมารับก็ได้”



เห็นว่าเขาเงียบไปเอ็นดูเลยไม่อยากรบเร้าอะไรมาก รู้แหละว่าหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดรักรถมาก...เอ็นดูก็แค่อยากขับรถของเขาไปเรียนเท่านั้นเอง



เหมือนเด็กที่อยากขับรถของพ่อแม่ไปเรียนนั่นแหละ พอมีเพื่อนมาถามว่านี่รถใครก็ยืดอกตอบแบบภูมิใจว่านี่รถพ่อรถแม่เอง แต่เอ็นดูไม่ได้อยากขับไปอวดใครหรอกนะ ไม่ได้มีความรู้สึกอยากอวดอะไรเลยสักอย่าง



แค่วันนี้อยากขับรถของคุณชายทรงโปรดเท่านั้น ไม่อยากให้ใครมารับ ไม่อยากให้ทรงโปรดไปส่ง อยากขับรถไปส่งเจ้าของรถเบนซ์คันหรูคันนั้นด้วยตัวเอง แล้วก็อยากขับไปรับเจ้าของรถกลับบ้านด้วยกัน



มันคงเป็นความรู้สึกที่อยากทำอะไรเพื่อเขาบ้าง ยอมรับเลย ตั้งแต่รู้จักหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดมา เอ็นดูยังไม่เคยเทคแคร์คนตัวสูงได้ถึงครึ่งเท่าที่เขาทำให้ คุณชายทรงโปรดใส่ใจเอ็นดูทุกเรื่อง ไม่ว่าจะกิน นอน เดิน หรือแม้กระทั่งขยับตัวซ้ายขวา ชีวิตของเอ็นดูเปลี่ยนไปมากจากเดิมก็เพราะเขา



ถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เอ็นดูอยากทำให้ก็ตาม ทรงโปรดจะรับรู้หรือไม่ก็ช่าง นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เอ็นดูต้องการ ที่ต้องการก็คือ...อยากดูแลคุณชายทรงโปรด อยากตอบแทนสิ่งดีๆ ในชีวิตที่ผู้ชายตัวสูงคนนี้มอบให้



ทรงโปรดไม่จำเป็นต้องรู้หรอก...ถ้ารู้ก็เขินแย่เลย



คนตัวสูงขยับตัวเอื้อมมือไปตรงโต๊ะข้างหัวเตียง เอ็นดูหลับตาปี๋เมื่ออกแกร่งของเขาลอยอยู่ตรงหน้า ถึงจะอยู่ในเชิ้ตสีขาวแล้วก็เถอะ แต่อกหนั่นแน่นของเขาน่ามองน่าซบจะตาย



แล้วก็ต้องลืมตาอีกครั้งเมื่อวัตถุเย็นๆ วางลงบนหน้าผาก คนตาแป๋วใช้มือหยิบมันออก คลี่ยิ้มเมื่อพบว่ามันคือรีโมทรถยนต์ของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรด



“ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว” มือหนาลูบแก้มกลมเบาๆ



“อะไรคุณ...ตอนแรกทำท่าเหมือนจะไม่ให้ยืม”



“คิดไปคิดมา ให้เราไปส่งไปรับก็ดีเหมือนกัน”



“...”



“คนที่บริษัทจะได้รู้ว่าพี่มีเมียแล้ว”



แปะ



แขนแกร่งของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดถูกมือน้อยๆ ของเอ็นดูตีเข้าให้ ดูเขาพูดสิ...เข้าท่าซะที่ไหน บอกให้เลิกพูดคำนี้เป็นสิบรอบแล้ก็ไม่ฟัง แถมยังลอยหน้าลอยตาไม่สนใจแก้มแดงปลั่งของเอ็นดูอีกต่างหาก



“นอนต่อมั้ย ตีห้าครึ่งค่อยตื่นมาอาบน้ำ”



“ไม่เอาครับ ผมไปทำอาหารเช้าให้คุณดีกว่า”



“ทำไว้ให้แล้ว”



พูดไปก็พรมจูบแก้มกลมๆ ไป เอ็นดูเอียงหน้าหลบปากอุ่นๆ ของเขาไม่ทันเลยต้องยอมมอบแก้มของตัวเองให้ทรงโปรดหอมต่อไปอย่างนั้น



“เด็กดี เดี๋ยวตีห้าครึ่งพี่โปรดมาปลุกนะครับ”



“อื้อ...ผมจะนอนแล้ว”



โดนมือหนารุ่มร่ามใส่ตรงช่วงเอวคอดแต่เอ็นดูก็ไม่ได้ปัดมือเขาออกหรอก กลับประคองกรอบหน้าของคุณชายทรงโปรดที่หล่อเหลาจนบางทีเอ็นดูก็อิจฉา และรู้สึกหวงใบหน้าของคนคนนี้ในหลายๆ ครั้งด้วย



ต่างคนต่างยิ้มกว้างให้กัน ตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่โผล่ขึ้นจากขอบฟ้า แต่รอยยิ้มแสนหล่อของทรงโปรดก็เป็นเหมือนพระอาทิตย์ในเช้าที่มีฝนพรำ



“อย่าไปยิ้มแบบนี้ให้ใครดูนะคุณ”



“เอ็นดูมีสิทธิ์ดูคนเดียวอยู่แล้ว”



คนที่ทำให้เอ็นดูหวั่นไหวใจสั่นทุกครั้ง ก็หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดคนนี้นี่แหละ







*****







“สรุปการประชุมอยู่ในแฟ้มนะคะคุณชาย”



“ขอบคุณครับ”



ปานวาดมองคุณชายทรงโปรดที่นั่งมุ่งมั่นขมวดคิ้วอยู่หน้า iMac สีเทา ก่อนเหลือบมองแม่บ้านประจำออฟฟิศที่กำลังเดินตามเลขาฯ พร้อมกับถือกาแฟรอบบ่ายของทรงโปรดเข้ามาเสิร์ฟ



“คิ้วขมวดเลยเหรอคะคุณชาย มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ยคะ”



ท่าทางเครียดแบบนี้เดาว่าบอสของเธอคงเครียดกับงาน หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเป็นคนจริงจังกับงานมาก งานต้องออกมาเป๊ะ คุณชายเขาละเอียดเนี้ยบกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก



“ตอนที่วาดแต่งงาน สามีพี่วาดเซอร์ไพรส์ของขวัญวันแต่งยังไงเหรอครับ” พอเห็นว่าบอสถามอย่างสนอกสนใจเธอก็ยิ้มเขิน ปานวาดแต่งงานกับสามีมาสิบปีแล้ว แต่ความรักยังหวานฉ่ำเหมือนคู่หนุ่มสาวที่แต่งงานกันใหม่ๆ



“ก่อนแต่งงานสามวันนะคะ เขาก็พาพี่ไปหมู่บ้านที่พี่ชอบแอบมองบ่อยๆ เวลาขับรถผ่าน สามีพี่ปิดตาพี่ด้วยค่ะ พอเปิดมาอีกทีก็เห็นบ้านหลังโตกับรถยนต์หนึ่งคันจอดอยู่”



คนฟังคลี่ยิ้ม สามีปานวาดไม่ใช่คนอื่นคนไกล ก็หัวหน้าบอร์ดบริหารของบริษัทเขานี่แหละ สามีปานวาดเป็นคนที่ดูทาทางขึงขัง ดุดัน...ทรงโปรดเองก็ไม่อยากเชื่อว่าหัวหน้าบอร์ดบริหารคนนี้จะทำให้ภรรยาที่แต่งงานกันมานานนับสิบปียืนยิ้มเขินได้



“ตอนแรกพี่ก็นึกว่าต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่ของเขา พี่เคยบ่นๆ ค่ะว่าอยากอยู่แบบส่วนตัวครอบครัวเล็กๆ มากกว่า...ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณชัชจะซื้อเรือนหอให้...ว่าแต่ คุณชายถามทำไมเหรอคะ จะเซอร์ไพรส์อะไรคุณเอ็นดูวันหมั้นหรือเปล่าคะเนี่ย”



“นิดหน่อยครับพี่วาด คนนั้นเขาอยากมีรีสอร์ตเป็นของตัวเองบ้าง”



“หูย ถ้าให้รีสอร์ตก็ไม่นิดเลยนะคะคุณชาย”



นิดหน่อยของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดคือการสร้างรีสอร์ตที่มูลค่านับร้อยล้านให้ว่าที่คู่หมั้น ปานวาดยกมือกุมอกเมื่อเห็นรอยยิ้มของบอส รอยยิ้มหล่อๆ ที่มีเจ้าของครอบครองไว้แล้ว



คิ้วที่ขมวดในตอนแรกคลายออกเมื่อหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดได้คนคุยคลายเครียด เขาเรียกปานวาดมาช่วยดูแบบเพราะเธอจบคณะสถาปัตยกรรมด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แน่นอนว่าฝีมือและประสบการณ์เหนือกว่าทรงโปรดอยู่แล้ว



 “เดี๋ยวคุณเอ็นดูจะขึ้นมาข้างบนครับพี่วาด ยังไงผมฝากพี่วาดดูแลหน่อยนะครับ” ทรงโปรดพูดขึ้นหลังจากที่ปรึกษารายละเอียดแบบของรีสอร์ตเรียบร้อยแล้ว



“ค่ะคุณชาย” เธอวาดยิ้มสวยๆ ก่อนหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงาน



คนที่ยืมรถเบนซ์ของเขาไปเพิ่งแชตมาบอกเมื่อกี้นี้เองว่าถึงบริษัทเรียบร้อยแล้ว เอ็นดูเคยมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง เขาไม่แน่ใจว่าน้องจะขึ้นมาบนห้องทำงานถูกหรือเปล่า



 

N-Doo: ลิฟต์ตัวไหนครับ



 

ทรงโปรดกดดูรูปที่เอ็นดูถ่าย ลิฟต์ตรงลานจอดรถชั้นใต้ดินจะมีอยู่หนึ่งตัวที่ทรงโปรดสงวนไว้ใช้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เรียกอีกอย่างว่าเป็นลิฟต์ส่วนตัวของเขานั่นแหละ



 

Prod: ซ้ายมือครับ กดมาชั้น 19 ได้เลย

N-Doo: งั้นผมกดชั้น 11 นะครับ

Prod: ก็ได้

Prod: พี่จะได้ลงไปรับเราขึ้นมา

Prod: ชั้นนั้นเซลล์ทำงานอยู่ด้วย จะได้เปิดตัวไปเลยว่านี่เมียพี่

N-Doo: โหยคุณ ล้อเล่นนิดหน่อยเอง

N-Doo: นี่ครับๆ กดชั้น 19 แล้ว

 



คุณชายทรงโปรดส่งสติ๊กเกอร์ดุ๊กดิ๊กเสือตีก้นกระต่าย พอกระต่ายโดนตีแล้วก็ยืนร้องไห้น้ำตาไหล อือ มันเหมาะกับคนคูลๆ อย่างเขาดี



ทรงโปรดไม่เคยซื้อสติ๊กเกอร์มาใช้สำหรับแชตเลยจริงๆ เขาไม่ชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ปกติทรงโปรดไม่ค่อยอินกับการใช้สติ๊กเกอร์เท่าไหร่ ไม่เหมือนคุณหญิงรฐาพี่สาวของเขาหรอก ที่มีสติ๊กเกอร์แทบทุกแบบ



แต่ไอ้ตัวนี้มันน่ารักดี เอ็นดูส่งมาให้เขาดูแล้วบอกว่าสติ๊กเกอร์ที่เป็นเสือน่ะเหมือนเขามากๆ เลย ส่วนเขาบอกว่ากระต่ายก็เหมือนเอ็นดู จากนั้นไม่นานหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดก็ทำการซื้อสติ๊กเกอร์มาใช้ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยซื้อมาก่อน



อือ นั่นแหละ แล้วครั้งแรกที่ส่งสติ๊กเกอร์นี้ให้น้อง เอ็นดูหัวเราะกลั้วจนแทบหายใจไม่ทัน หน้านี่แดงไปหมดเลย

 



N-Doo: เลยชั้น 11 มาแล้วครับ

Prod: อยู่ชั้นไหนแล้ว

N-Doo: 13 ครับ

N-Doo: 15 แล้วครับ

 



เอ็นดูเป็น Power ให้เขาเหลือเกิน



ปกติแล้วหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดไม่จับโทรศัพท์บ่อย ใครแชตมาทีกว่าจะตอบก็นู้น ข้ามวัน ไม่ก็หลายชั่วโมงต่อมา แต่เอ็นดูทำให้เขาติดโทรศัพท์มากกว่าเดิม



แต่น่าจะติดคนในโทรศัพท์มากกว่าติดโทรศัพท์



 

Prod: เอ็นดู อยู่ไหนแล้ว



 

“คุณชายคะ คุณเอ็นดูมาถึงแล้วค่ะ”



เสียงปานวาดดังผ่านอินเตอร์คอมทำให้เขาหลุดยิ้ม เจ้าตัวดีที่ไม่ตอบไลน์ตอนนี้อยู่หน้าห้องเขาแล้ว หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดไม่ได้ตอบกลับแต่เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนสาวเท้าตรงไปยังประตูห้องทำงาน แล้วก็ต้องยกยิ้มเมื่อเห็นคนน่ารักยืนโน้มตัวรอฟังเสียงตอบจากอินเตอร์คอม



“หัวจะทิ่มโต๊ะอยู่แล้วเอ็นดู”



“อ้าว...สวัสดีครับ”



เจ้าของชื่อสะดุ้ง ยกมือขาวเกาท้ายทอยยิ้มเก้อ



“คืนครับ”



เอ็นดูยื่นรีโมทรถคืนคนตัวสูงเมื่อทรงโปรดพาเดินเข้ามาในห้อง เขาปิดประตูมิดชิดแถมยังล็อกกลอนอีกด้วย เมื่อกี้ก่อนเข้ามาคุณชายทรงโปรดกำชับกับเลขาฯ ว่าวันนี้เขาไม่รับแขกอีกแล้ว



ที่ไม่รับแล้วเพราะว่าเขาจะสูดเอาพลังกายพลังใจจากน้องนี่ไง



“คุณนี่...จริงๆ เลย ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยนี่ครับ”



พูดกันไม่กี่คำเอ็นดูก็ถูกหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดจับกดลงบนโซฟาแล้วระดมจูบจนหายใจแทบไม่ทัน แต่ดีนะที่เขาไม่รุ่มร่ามถึงขั้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตกับถอดเข็มขัดกางเกงของเอ็นดูออก...ไม่งั้นแย่แน่ๆ



หม่อมราชวงศ์ไหวไหล่ เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนลุกขึ้นนั่งบนโซฟาโดยไม่ลืมที่จะประคองว่าที่คู่หมั้นที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้นนั่งด้วยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่านั่งเฉยๆ ซะเมื่อไหร่ ตอนนี้ทรงโปรดรั้งเอ็นดูเข้าไปกอดไว้แน่นเลยแหละ



“ไกลมั้ย”



“จากมหา’ลัย มาที่บริษัทเหรอครับ”



“อือ”



“แล้วคุณว่าไกลมั้ยล่ะ”



“สำหรับพี่ไม่”



“สำหรับผมก็ไม่เหมือนกันครับ”



ถึงจะอยู่กันคนละฝั่ง แต่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดขับรถไปกลับแบบนี้เป็นประจำเขาเลยคิดว่ามันไม่ไกล ที่ไหนมีเอ็นดู ที่นั่นเขาไปได้หมด



“นี่คุณดื่มกาแฟตอนบ่ายอีกแล้วเหรอครับ”



“มันชิน”



“งั้นก็หัดดื่มแค่ตอนเช้าให้ชินบ้างสิครับ”



“ไปหยิบมาให้พี่ดื่มหน่อยสิ เริ่มปวดหัวแล้ว”



ขนาดบอกไปหยกๆ หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดยังไม่ฟังเลย แต่ก็นั่นแหละ คนมันเคยแล้ว ถ้าให้เลิกดื่มเขาคงจะปวดหัวแย่



เอ็นดูเลยแกะมือหนาที่คล้องเอวออกก่อนลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน เอ็นดูเดินอ้อมไปตรงจุดที่ใกล้กับแก้วกาแฟมากที่สุด ซึ่งแก้วกาแฟของคุณชายเขาก็ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ iMac ราคาร่วมแสนนั่น



จังหวะที่กำลังจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมา สายตาของเอ็นดูเหลือบเห็นแบบรีสอร์ตบนหน้าจอที่ถูกสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมอะไรสักอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้จัก เอ็นดูไม่ได้อยากละลาบละล้วงเรื่องงานของเขา แต่แบบรีสอร์ตที่เห็นมันคุ้นตา เหมือนกับว่า...มันเป็นแบบที่เอ็นดูเคยให้เขาดูเลยต้องหยุดมอง



“ชอบมั้ย”



แล้วเจ้าของห้องที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ขยับตัวเดินตรงเข้ามาหา หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดนั่งประจำบนเก้าอี้ทำงานของตัวเอง รั้งเอวบางๆ ของเอ็นดูให้นั่งลงบนตัก มือหนาจับเมาส์ขยับแบบรีสอร์ตบนหน้าจอให้เอ็นดูเห็นรายละเอียดต่างๆ



“พี่เอาแบบรีสอร์ตที่เราทำไว้ในแอพมาใส่รายละเอียดเพิ่มเติม ถ้าไม่ชอบตรงไหนบอกได้เลย เดี๋ยวแก้แบบให้”



“คุณ...เอาจริงเหรอครับ”



“พี่พูดจริงทำจริง”



“แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะคุณ”



“ไม่ได้เล่นสักหน่อยเอ็นดู พี่จริงจัง”



คนที่นั่งหันหลังให้หน้าจอกลั้นยิ้มจนแก้มป่อง เอ็นดูเอนหลังพิงอกกว้าง จับมือหนาของเขาขึ้นมาประสานนิ้วเรียวไว้ด้วยกันก่อนประคองมือหนาขึ้นมาจูบเบาๆ



“ชอบหมดเลยครับ สวยมากๆ เลย...ขอบคุณนะครับ”



คนตัวบางถูกกระชับกอดแน่นขึ้น แผ่นหลังของเอ็นดูแนบแน่นไปกับอกกว้าง ทรงโปรดวางคางบนไหล่แคบ



มากกว่านี้ก็ทำให้ได้ อะไรที่เอ็นดูอยากได้เขาจะหามาให้ทุกอย่าง



เอ็นดูเก่งจริงๆ ที่ทำให้เขาทั้งรักทั้งหลงได้มากขนาดนี้



“เปลี่ยนจากคำขอบคุณมาเป็นคบกับพี่แทนดีมั้ย”



คนถูกถามชะงัก ทำหน้าเลิ่กลั่ก หัวเราะเบาๆ



“คือ...คุณจะขอผมเป็นแฟน?”



“อือ ข้ามขั้นมาตั้งเยอะแล้วเพิ่งจะขอ ไม่โกรธพี่ใช่มั้ย”



“จีบติดแล้วเหรอครับ”



“นี่ยังไม่ติดอีกเหรอ”



“คุณพูดเองเออเองหมดเลย...ชอบขี้ตู่ด้วย”



“เอ็นดู...”



“ครับพี่โปรด”



ชอบพูดจังไอ้พี่โปรดเนี้ย แล้วไม่รู้ทำไมเวลาที่น้องพูดชื่อเขาต้องทำเสียงหวานๆ มากกว่าปกติด้วย



ทรงโปรดอดใจไม่ไหวจนต้องจูบท้ายทอยหอมๆ ของคนที่นั่งอยู่บนตัก เดี๋ยวนี้น่ะอ้อนเก่งนัก พออ้อนแล้วก็ทำมึนไม่รู้ไม่ชี้ ทำเหมือนกับว่าเมื่อกี้ตัวเองไม่ได้เรียกเขาว่าพี่โปรด



“พี่จีบเอ็นดูติดหรือยัง”



“คิดว่าไงล่ะครับ”



“คิดว่าจีบติดแล้ว”



“...”



“...”



“ครับ...จีบผมติดแล้ว”



น้องขยับตัวลุกขึ้นจากตัก หันหน้าหาคนตัวสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ขยับตัวนั่งคร่อมคุณชายทรงโปรดที่ใช้มือหนาๆ จับเอวไว้ก่อน



“แล้วเป็นแฟนกันได้หรือยัง”



เกลียดสายตาเจ้าเล่ห์ของเขาจริงๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย



สายตาแบบนี้เป็นเอกลักษณ์ของคุณชายทรงโปรดไปแล้ว



“อันนี้คิดว่ายังไงล่ะครับ”



“คิดว่าได้”



“ครับ”



“ครับอะไร”



“อื้อออ คุณอ่ะ”



“บอกมาเร็วๆ”



“...”



“...”



“ก็เป็นแฟนคุณได้แล้วนี่ไง เป็นแล้วเนี่ย”



คนเขินแก้มแดงปลั่งพูดจบแล้วก็รีบซบหน้าลงบนอกแกร่งทันที เอ็นดูกลั้นยิ้มเขินร้องฮือเพราะถูกคุณชายหอมแก้มซ้ายทีขวาที ฟัดซะจนเอ็นดูแทบช้ำไปหมด



ทรงโปรดไม่รู้มาก่อนเลยว่ากระต่ายน้อยในวันนั้นจะทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่ในทุ่งสวยๆ คอยมองกระต่ายตัวขาววิ่งเล่นแบบสุขใจได้ขนาดนี้ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาจะใช้หัวใจรักใครคนหนึ่งได้มากมายขนาดนี้



แต่ตอนนี้ที่รู้...หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดขาดหม่อมหลวงจิราไม่ได้เลย



จะขาดไปได้ยังไง ในเมื่อเอ็นดูเป็นหัวใจของเขา เป็นลมหายใจบริสุทธิ์ที่ต่อเติมให้ชีวิตของทรงโปรดมีสีสัน



คนที่ทำให้หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดหยุดทุกอย่างได้...

หยุดแล้วมองแต่เอ็นดูคนเดียว

หยุดแล้วรักแค่เอ็นดูคนเดียว

















 

 

 

 

 
#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2018 08:26:14 โดย Swanlee »

ออฟไลน์ momonuke

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจกันพอดี!!!!!! :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
หวานเวอร์ เขินอ่ะ :-[

ออฟไลน์ momonuke

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
เขินนน แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3403
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
อ่านสะใจ คนเขียนขยันมว้ากกกก ^^

เป็นนิยายฮีลใจในวันเหนื่อยๆ ไม่มีดราม่าให้ปวดหัวเพิ่ม 555 ดีงามมากค่ะ

ไม่ต้องหมั้นแล้วม้างงงง แต่งเล้ยยยย อิอิ

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
ขาดอากาศหายใจกันทุกตอนค่ะ  :hao5:

มีคำผิดข้างบน ไฟลุก เป็น ล นะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ Mafiaziip

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
น้องน่ารักมากจริง ๆ เหมาะสมกันมากเลย คนน้องขี้อ้อน คนพี่ก็ขี้หยอด

 :impress2: :กอด1: :impress2: :กอด1:

 :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ チイ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 39
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ไม่เคยอ่านเรื่องไหนหวานกันได้ทุกตอนขนาดนี้เลยค่ะ
ทั้งที่เป็นแค่เรื่องราวความหวานของคน2คนไม่มีประเด็น
อื่นให้หนักใจแต่รู้สึกได้เลยว่าเรื่องมีน้ำหนักทีพอดีแล้ว
ไม่น่าเบื่อไม่หว่องอ่านไปอิจฉาไปเบ้ปากให้ความเลี่ยนไป
อรรถรสมากค่ะ :mew2:


ออฟไลน์ kungverrycool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :o8:โอ๊ยย เขินแทนน้อง

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3029
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
คนอ่านก็เขินจนจะขาดใจตายเหมือนกันค่ะ ฮืออออออ

ออฟไลน์ Stmmltww

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ขอบคุณค่า เขินกับคู่นี้มากๆเลย :z3: :z3:

ออฟไลน์ benceii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 60
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 อยากมีน้องเอ็นดูเป็นของตัวเองบ้าง น้องงงงงงง น่ารักใจพังมาก ๆ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ TheWanFah

  • ความใกล้ชิด บางครั้ง ทำให้เราเผลอคิดไปเอง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1129
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
ชายโปรดดีอะไรแบบนี้
เขินทุกตอนเลยค่ะ

ออฟไลน์ nulsdd

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบมาก อ่านแบบฟีลกู๊ด พระเอกนายเอกไม่งี่เง่า ไม่มีตัวร้าย อ่านได้เรื่อยๆ อ่านแบบไม่อยากรู้ตอนจบ nc 18+ฮอตมาก

ออฟไลน์ มนุษย์บิน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
 :ling1: หน่องจะสำลักความหวานตรัยยยยยยสสสส์sssss

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
หวานไม่เห็นใจคนอ่านบ้างเลยคู่นี้  :-[

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด