{ yaoi } • ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี - ( แจ้งข่าวตีพิมพ์ หน้า8 ) - 9.12.61
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: { yaoi } • ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี - ( แจ้งข่าวตีพิมพ์ หน้า8 ) - 9.12.61  (อ่าน 152195 ครั้ง)

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
  คุณหญิงป้าจะรู้ไหมเนี่ยเปิดช่องให้คนเจ้าเล่ห์ฉวยโอกาสมัดน้องเอ็นดู  ชายโปรดนั่งเงียบๆ รอจังหวะและโอกาสจากความหัวโบราณของคุณหญิงป้า  ร้ายจริงๆ :5555:

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0








05



ความรู้สึกที่ชัดเจนกว่าใช้กล้องส่องทางไกล

ส่องใจแล้วเจอแต่หน้าคุณ




“สร้อยข้อมือเส้นนี้ขาด ผมอยากซ่อมให้ใช้ได้อีกนานๆ”



“มันขึ้นอยู่กับการใช้งานของคนใส่ ถ้าใส่แล้วเกี่ยวนู่นเกี่ยวนี่แป๊บเดียวก็ขาดอีก”



ทรงโปรดพิงสะโพกบนโต๊ะทำงานสีน้ำตาลเข้ม กอดอกใช้ลิ้นดุนแก้ม



“เดี๋ยวพี่ส่งซ่อมให้ ว่าแต่นี่สร้อยโปรดเหรอ”



“เปล่าครับพี่คุณ ไม่ใช่ของผม”



หม่อมราชวงศ์ทรงคุณที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เงยหน้ามองน้องชาย ก่อนคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่ามุมปากของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดกำลังยกยิ้ม



ทรงคุณหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องดูเนื้อสร้อยข้อมือ แค่สัมผัสเขาก็รู้สึกถึงความนิ่มของสร้อย ไม่แข็งบาดเนื้อ แต่ถนอมผิวของคนที่ใส่...สร้อยเส้นนี้ราคาไม่ต่ำกว่าหลักแสนแน่นอน



และเขาก็ต้องขมวดคิ้ว เงยหน้ามองน้องชายอีกครั้งเมื่อเห็นว่าสร้อยเส้นนี้มีป้ายสลักชื่อเจ้าของเอาไว้



♥ เอ็นดู



“อ่อ ของว่าที่คู่หมั้น”



เขาหยอกน้องชายที่เคยพูดไว้ว่าจะไม่แต่งงานก่อนพี่ๆ ทั้งสามคน แต่ไปๆ มาๆ ก็กลับได้ยินข่าวว่าผู้ใหญ่กำลังหาฤกษ์หมั้นหมายซะแล้ว



และปกติคุณชายทรงโปรดไม่ค่อยกลับวัง จะมาที่นี่เฉพาะเวลาที่คุณแม่บอกให้มาเท่านั้น แต่คืนนี้ทรงโปรดโผล่หน้าโผล่ตาให้ทรงคุณเห็นที่วัง พร้อมเอาสร้อยข้อมือของว่าที่คู่หมั้นติดตัวมาด้วย...



มาทำธุระสำคัญให้คนในหัวใจ



“พี่ถามจริงเถอะโปรด ไปคบกับน้องตอนไหน ทำไมถึงปิดเงียบ”



“ยังไม่ได้คบครับพี่โปรด แต่จะคบในอนาคตเร็วๆ นี้”



“อ้าว ไม่ได้คบกันแล้วไปหมั้นกันทำไม”



“พี่คุณเคยรู้สึกรักใครตั้งแต่แรกเจอมั้ยครับ”



“พรหมลิขิตหรือไง”



ทรงโปรดก้มหน้าหัวเราะเบาๆ เขาจะบอกเรื่องนี้กับพี่ชายยังไงดี บอกว่าเป็นพรหมลิขิตตั้งแรกเจอ พรหมลิขิตที่พาเขามาพบกับเอ็นดูอีกครั้งในงานเลี้ยงวันนั้น



แล้วทรงโปรดก็ล็อกคนคนนี้ไว้กับสายตา บอกตัวเองว่าอีกไม่นาน…



หัวใจของเขาดวงนี้จะมีเจ้าของที่ชื่อว่าเอ็นดูมาครอบครอง



“โปรดพูดคำว่ารักออกมาเองนะ”



“ครับ ผมพูดเอง”



“ถ้าโปรดรู้สึกแบบนั้นก็ดี พี่นึกว่าคลุมถุงชนซะอีก”



สำหรับหรับเขา ความรู้สึกที่ก่อตัวรวดเร็วกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้ถือว่าเป็นการคลุมถุงชน แต่เป็นทางชี้แนะของผู้ใหญ่ที่เขาเองก็เห็นว่ามันดีและไม่ผิดอะไร ถ้าหมั้นกันแล้วก็กลายเป็นคนรัก จากนี้เขาจะได้ไปมาหาสู่ห้องน้องได้โดยไม่ต้องกังวลว่าน้องจะเสียหาย



แต่เอ็นดูเถอะ คิดเหมือนกันหรือเปล่า



ไม่ใช่ว่าป่านนี้นอนร้องไห้ตาบวมไปแล้วเหรอ



ทรงโปรดมองนาฬิกาข้อมือ Rolex เลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มเศษ ตั้งแต่กลับจากคอนโดของเอ็นดูตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอหน้าเจ้าคนน่ารักอีกเลย



นี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว



คิดถึงจะแย่



ร่างสูงหยิบโทรศัพท์มือถือก่อนปลดล็อกแล้วกดเข้าแอพพลิเคชั่นแชต เลื่อนดูรายชื่อเพื่อนที่เพิ่งเพิ่มล่าสุดเมื่อวามวันที่แล้ว หลุดยิ้มออกมาทันทีที่ตาคมเห็นรูปโปรไฟล์ที่เป็นรูปเซลฟี่ของเจ้าตัว



N-Doo



เขายังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี หลังจากที่คุกเข่าเล่าความเท็จให้ผู้ใหญ่ฟัง คุณหญิงลักขณานัดแนะเชิญครอบครัวของเขาเข้าเยี่ยมวังวงศ์ประดิษฐ์ที่เขาใหญ่ จุดประสงค์หลักก็เพื่อหาฤกษ์ยามดีๆ เพื่อทำพิธีหมั้น และอยากให้เขาเห็นชีวิตการเป็นอยู่ของเอ็นดูสมัยยังอยู่ในวังด้วย



ก่อนกลับ ทรงโปรดรีบปลีกตัวไปคุยกับเจ้ากระต่ายน้อยของเขาที่เอาแต่ทำหน้ามู่ทู่ เขาสนใจสีหน้าที่แสดงออกว่าไม่พอใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้น…แต่เอ็นดูก็พูดอะไรออกมาไม่ได้ เลยได้แต่ทำหน้าตาน่าหยิกแบบนี้



เขายื่นไอโฟนให้น้อง เปิดไลน์พร้อมกับเข้าหน้าต่างค้นหาเพื่อน



‘อะไรครับ’

‘ขอไลน์’

‘...’

‘เบอร์โทรด้วย’

‘เอาไปทำไมครับ’

‘อัพเดตเรื่องสร้อยข้อมือ’

‘ไม่เป็นไรครับ ถ้าซ่อมเสร็จแล้ว...คุณค่อยเอามาให้ผมก็ได้’

‘เอามาให้ที่คอนโดเราใช่มั้ย’

‘เอ่อ...’

‘อยากชวนขึ้นห้องอีกใช่มั้ยล่ะ เลยไม่ยอมให้ไลน์’

‘นี่คุณ พูดเบาๆ สิครับ เดี๋ยวคุณหญิงป้าได้ยิน’



เขายกยิ้ม สนที่ไหนล่ะ ยังไงก็ต้องได้หมั้นกันอยู่แล้ว ถ้าคุณหญิงลักขณาได้ยินคงไม่เสียหายอะไร



‘ได้ แต่ถ้าไม่ให้ไลน์ ต้องบอกเรื่องที่ผับ--’

‘ผมก็จะบอกคุณหญิงป้าว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน คุณก็แค่โกหก’

‘เชื่อได้เหรอ หลักฐานคาตาขนาดนั้น’



เอ็นดูหน้าง้ำงอ ขมวดคิ้วชนกันในขณะที่เขาเลิกคิ้วกระตุกยิ้มร้ายส่งให้



‘ไม่เป็นไร ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร’



เขาทำท่าจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง แต่จู่ๆ เจ้ากระต่ายน้อยก็เดินมาดักหน้า เอ็นดูเม้มปาก ก้มหน้าประหม่า ก่อนแบมือขอโทรศัพท์จากเขา



‘เอามาสิครับ ผมจะได้แอดไอดี’



ทรงโปรดทำหน้านิ่งก่อนยื่นโทรศัพท์ให้เอ็นดู ปลายนิ้วนุ่มสัมผัสกับมือหนาตอนที่น้องหยิบโทรศัพท์ไปครอบครองไว้ เอ็นดูก้มหน้าพิมพ์ไอดีของตัวเอง กดแอดเองเสร็จสรรพแล้วส่งคืนทรงโปรด



ตั้งแต่วันที่ได้ช่องทางการติดต่อมา ทรงโปรดก็เอาแต่เปิดดูรูปโปรไฟล์ของน้อง สลับกับโพสต์ในไทม์ไลน์ เขาหลุดยิ้มทุกครั้งที่เห็นว่าไทม์ไลน์ของเจ้าคนน่ารักมีแต่รูปที่โชว์รอยยิ้มสวยๆ ไว้พิฆาตคนมอง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทรงโปรดหลงเครื่องหน้าที่น่ารักของน้องไปแล้ว



และเอ็นดูยิ้มสวยมาก แต่ไม่เคยที่จะฉีกยิ้มสวยๆ ให้เขาสักครั้ง



ทรงโปรดไม่ได้ทักแชตน้องไปเพราะเอาแต่ส่องรูป ส่วนเอ็นดูก็ไม่ได้ทักแชตเขาเหมือนกัน แล้ววันนี้เขาก็เพิ่งได้มีโอกาสกลับวังตอนดึกเพื่อเอาสร้อยข้อมือมาส่งให้พี่ชายไปซ่อม



เขาเลิกงานตอนสามทุ่ม พอเสร็จงานก็รีบตรงมาที่วังทั้งที่ฝนยังตก



“กลับก่อนนะครับพี่คุณ ดึกแล้ว”



“โอเค ขับรถกลับดีๆ ล่ะ”



“ครับพี่คุณ ผมฝากสร้อยข้อมือด้วยนะครับ”



“ได้เลย พี่จะหาช่างฝีมือดีๆ ให้”



เขายกมือไหว้ลาพี่ชาย รบกวนเวลาพักผ่อนของหม่อมราชวงศ์ทรงคุณแล้วก็รีบเดินออกจากวังภัสร์ฤทัย ทรงโปรดกดรีโมทรถกับรีโมทประตูวังพร้อมกัน เขาเคลื่อนตัวเข้าไปนั่งในเบนซ์คันหรูที่ไม่เคยให้คนอื่นขึ้นมาโดยสารนอกคุณแม่และเอ็นดู ดึงเบลท์คาดลำตัว กำลังจะเข้าเกียร์ D แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าก็ดังขึ้นซะก่อน



ปกติคุณชายทรงโปรดไม่ค่อยสนใจเสียงไลน์เท่าไหร่ แต่ตอนนี้เขากลับหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วเข้าหน้าแชต ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาเพอร์เฟ็กต์ของทรงโปรด



จะไม่ให้ยิ้มได้ยังไง ก็คนที่เขาคิดถึงดันส่งแชตมาหา



ไม่รู้ว่ามือลั่นหรือเปล่า แต่หลังจากที่อ่านข้อความแล้วน่าจะไม่ คงไม่มีใครลั่นออกมาเป็นข้อความยาวๆ


มันคือกระแสของพรหมลิขิตเปล่าวะ

กระแสที่คิดถึงปุ๊บ ทักแชตมาปั๊บ

 



N-Doo: คุณ สร้อยข้อมือเป็นยังไงบ้างครับ ซ่อมได้หรือเปล่า

N-Doo: ขอโทษนะครับที่ทักมาดึกๆ ผมไม่รู้ว่าคุณนอนหรือยัง ถ้านอนแล้วขอโทษด้วยนะครับ

Prod: สร้อยเพิ่งส่งให้พี่คุณซ่อม พอดีเพิ่งว่าง ขอโทษที่ตอบช้า

Prod: พี่ยังไม่นอน ยังไม่ถึงบ้านเลย

 



ขึ้น Read เร็วจนอดคิดไม่ได้ว่าเจ้ากระต่ายน่ารักของเขาอาจจะจดๆ จ้องๆ หรือรอการตอบกลับอยู่ ทรงโปรดกำลังจะทิ้งโทรศัพท์ไว้บนเบาะข้างคนขับ แต่ไลน์ก็เด้งข้อความของน้องขึ้นมาอีก

 



N-Doo: อ่า ครับ

N-Doo: คุณจะไปผับเหรอครับ

 



นั่นแหละ ทรงโปรดต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถือไว้อีกครั้ง

 



Prod: เห็นพี่เป็นคนชอบเที่ยวหรือไง

N-Doo: ครับ

N-Doo: เอ้ย

Prod: เพิ่งทำงานเสร็จ แล้วก็แวะมาหาพี่คุณ เอาสร้อยมาให้ซ่อม

Prod: ตอนนี้กำลังจะกลับแล้ว กำลังจะขับรถกลับแต่มาตอบแชตเราก่อน

Prod: ไม่ได้แวะผับหรือเที่ยวที่ไหน

 



ปกติเขาไม่ชอบพิมพ์อะไรยาวๆ แต่เพราะกลัวว่าเอ็นดูจะเข้าใจผิดเลยอธิบายยาวเหยียดไป



ขนาดยังไม่คบ ยังไม่หมั้น เขายังทำขนาดนี้



ถ้าได้เป็นเจ้าของใจน้องขึ้นมาจริงๆ ไม่ต้องรายงานสามเวลาเลยเหรอวะ

 



N-Doo: ขับรถดีๆ นะครับ ถนนมันลื่น

N-Doo: ฝันดีนะครับคุณ

Prod: จะนอนแล้วเหรอ

N-Doo: ยังครับ

Prod: ทำอะไรอยู่ ทำไมนอนดึก

N-Doo: กำลังท่องบทพรีเซนต์งานพรุ่งนี้อยู่ครับ

Prod: นอนได้แล้ว

N-Doo: ยังจำไม่ได้เลยครับ เดี๋ยวค่อยนอนตอนห้าทุ่มครึ่ง

Prod: อืม

Prod: พี่ก็น่าจะถึงห้องตอนนั้นพอดี

N-Doo: อ่า

Prod: รอมั้ย

N-Doo: รออะไรครับ

Prod: รอกลับถึงห้องก่อน เดี๋ยวมาคุยด้วยใหม่

N-Doo: ทพ

 



ทรงโปรดยิ้มกว้างให้กับตัวอักษร ทพ ไม่รู้ว่าทำไมเอ็นดูถึงตอบมาแบบนั้น แต่ถ้าให้เดา ขอเดาว่าน้องคงจะเขินจนมือสั่นแล้วเผลอพิมพ์ผิด

 



N-Doo: ทำไมต้องรอด้วย

Prod: ไม่อยากรอก็ไม่ต้องรอ

Prod: ฝันดีล่วงหน้าครับ

 



เอ็นดูส่งสติ๊กเกอร์รูปหมีที่มีข้อความว่า ‘ขับรถดีๆ นะ’ มาให้

ทรงโปรดวางโทรศัพท์ลงบนเบาะอีกครั้ง จากที่ตั้งใจว่าจะเหยียบคันเร่งสักหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อให้กลับถึงเพนต์เฮ้าส์ก่อนห้าทุ่มครึ่ง เห็นทีคงต้องขับสักแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงแทน

 



*****





00:00 am



สารภาพว่ารอ เกือบจะรัวข้อความไปถามตั้งแต่ห้าทุ่มครึ่งแล้ว



เอ็นดูปิดสคริปต์บนหน้าจอแล็ปท็อป พับฝาจอลงเมื่อมันไม่มีความหมาย ท่องเท่าไหร่ก็ไม่จำใส่ใจ เพราะสมองมัวแต่กระวนกระวายคิดแต่เรื่องคนอื่น



ฝนตกหนักอีกแล้ว และคืนนี้ควรจะเป็นคืนที่เอ็นดูสามารถเดินไปล้มนอนลงบนเตียงนุ่มๆ ได้อย่างสบายใจ แต่กลับมานั่งขมวดคิ้ววุ่นวายเพราะห่วงเขา



เป็นห่วงจริงๆ



เอ็นดูยังถามตัวเองอยู่เลยว่าทำไมต้องเป็นห่วงคนที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่กี่วัน แถมคนที่ห่วงอยู่นี่ยังชอบแกล้งตัวเองอีกด้วย



เอ็นดูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง สติ๊กเกอร์หมีขับรถดีๆ นะ ที่ส่งไป ทรงโปรดก็แค่อ่านแต่ไม่ได้ตอบกลับ



คนผิวขาวหลับตาลงช้าๆ กำลังทะเลาะกับความคิดของตัวเองอยู่ว่าจะเอายังไงดี...จะทักไปก่อน หรือรออีกสักหน่อย



ไม่รู้แหละ ตอนนี้เอ็นดูปิดไฟที่ห้องนั่งเล่นแล้วพาตัวเองเดินเข้าห้องนอนแล้ว ไปนอนกลิ้งบนเตียงคงดีกว่านั่งหลังแข็งแบบนี้



แต่พอล้มตัวนอนบนเตียง มือก็เผลอไปกดโดนปุ่มคอลล์ในแอพแชต เอ็นดูมองตาค้างอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งปลายสายกดรับถึงได้เอื้อมมือกดตัดสายอย่างตกใจ



เมื่อกี้เอ็นดูได้ยินเสียงทุ้มๆ ของทรงโปรดดังลอดผ่านลำโพงด้วย



ฮือ ทำไงดี ไม่ได้ตั้งใจโทรหาเขานะ



คนตัวเล็กหยิบหมอนขึ้นมาปิดหน้า เอ็นดูคลี่ยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าปลายสายคงไม่ได้เกิดอันตราย



แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงแชตดังขึ้น เอ็นดูดึงหมอนออกจากหน้า เหลือบมองโทรศัพท์ก่อนจะรีบหยิบมันขึ้นมากดตอบเมื่อตัวเองถูกกล่าวหา



 

Prod: ไง คิดเหรอถึงคอลล์มา

N-Doo: เปล่านะครับ นิ้วไปโดนต่างหาก

Prod: เหรอ



 

เอ็นดูยู่ปาก พูดความจริงเนี่ยไม่ค่อยจะเชื่อกันเลย



 

N-Doo: ไหนคุณบอกว่าจะถึงห้องห้าทุ่มครึ่ง

N-Doo: นี่เที่ยงคืนแล้วนะครับ

Prod: มีคนแถวนี้บอกให้ขับรถดีๆ เลยถึงห้องช้าไปหน่อย

N-Doo: คุณขับรถเร็ว คนนั่งด้วยหัวใจจะวายตาย

Prod: มีอยู่สองคนเท่านั้นแหละที่พี่ขับรถให้นั่ง

 



เอ็นดูกะพริบตาปริบๆ ไม่ได้พิมพ์อะไรกลับไป แต่กำลังคิดอยู่ ที่ทรงโปรดบอกแบบนั้น พูดเล่นหรือพูดจริง

 



Prod: สรุปรออยู่ใช่มั้ย

 



คนผิวขาวสะดุ้งเบาๆ เมื่อหน้าจอไอโฟนเด้งแชตต่อมา

 



N-Doo: เพิ่งท่องสคริปต์เสร็จต่างหาก

Prod: ดึกๆ แบบนี้ท่องไปจะจำอะไรได้

 



ก็จริงอย่างที่เขาบอกนั่นแหละ ดึกๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับการท่องจำอะไรเลย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวด้วย ท่องสิบครั้งก็ลืมสิบครั้ง



เอ็นดูบอกตัวเองแล้วแหละ...พรุ่งนี้เช้าค่อยเริ่มใหม่

 



N-Doo: ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนี่ครับ

 



เอ็นดูเม้มปาก หลังจากข้อความนั้นที่พิมพ์ลงไปทรงโปรดเพียงแค่อ่าน เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเลย คนผิวขาวก้มมองข้อมือของตัวเอง ข้อมือข้างซ้ายที่เคยมีสร้อยของคุณพ่อสวมอยู่ตอนนี้มันว่างเปล่า เอ็นดูไม่ชินเลยจริงๆ

 



N-Doo: คุณ ผมขอถามเรื่องสร้อยอีกได้มั้ยครับ

N-Doo: คุณพอจะบอกได้มั้ยว่าสร้อยจะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่

Prod: คิดถึงสร้อยแล้วเหรอ

Prod: พี่ขอซ่อมด่วนที่สุด น่าจะไม่เกินสามวัน

N-Doo: อ่า ขอบคุณนะครับ



 

ค่อยเบาใจหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ต้องรอสร้อยข้อมือเป็นเดือนเหมือนที่เคยส่งซ่อม



 

N-Doo: ถ้าอย่างนั้นฝันดีนะครับ

Prod: เดี๋ยวสิ

Prod: เพิ่งถึงห้อง ยังไม่ได้อาบน้ำเลย

Prod: ข้าวก็ยังไม่ได้กิน

 



คนที่นอนอ่านแชตอยู่ขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าทรงโปรดจะบอกทำไม แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาเรียวก็จดจ่ออยู่กับหน้าแชตของเขามากๆ



เอ็นดูแค่รู้สึกว่า



การได้คุยกับทรงโปรดทำให้รู้สึกสบายใจ

 



N-Doo: ครับ

Prod: อะไรคือครับ

N-Doo: ก็รับรู้ไงครับ

Prod: รับรู้แล้วยังไงต่อ

Prod: ยังไม่ได้กินข้าว มาทำกับข้าวให้กินหน่อย

N-Doo: ดึกแล้วนะคุณ

N-Doo: หาอย่างอื่นรองท้องไปก่อนสิครับ

Prod: แสดงว่าถ้าไม่ดึกจะมาทำให้กินใช่มั้ย

N-Doo: เฮ้อ

N-Doo: แล้วแต่คุณจะคิดเลย

N-Doo: ไปนอนแล้วนะครับ

Prod: เอ็นดู

Prod: พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง

N-Doo: ถามทำไมครับ

Prod: อยากรู้

 



ทำหน้ามู่ทู่ กำลังจะวางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียง เอ็นดูไม่อยากสนใจว่าเขาจะพิมพ์อะไรต่อ ตอนนี้ตาเริ่มปรือ แล้วเอ็นดูก็ง่วงมาก ยิ่งฝนตกหนักแบบนี้ยิ่งเหมาะกับการนอนเพื่อที่จะตื่นเช้าๆ มาท่องสคริปต์อีกรอบ



เอ็นดูขยับตัวบนเตียงให้อยู่ในท่าที่สบาย เอื้อมมือปิดไฟบนหัวเตียง แล้วก็ต้องหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นข้อความของทรงโปรดเด้งขึ้น



 

Prod: เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าไปหาที่คอนโด

Prod: อย่าเพิ่งหนีไปเรียนก่อน

Prod: ไม่งั้นจะโดนตี

“ชอบแกล้ง”



คนผิวขาวพึมพำ นอนตะแคงมองโทรศัพท์ของตัวเองที่มีแสงสว่างบนหน้าจอ ก่อนที่มันจะดับลง

ถ้าเป็นคืนก่อนๆ ในชีวิตปกติของเอ็นดู ก็คงจะนอนมองเพดานสีครีมที่อยู่ในความมืด หลับตาแล้วหลับไป แต่ผิดกันกับคืนนี้ เป็นคืนแรกที่เอ็นดูนอนมองแชตของทรงโปรดเป็นสิ่งสุดท้าย แล้วค่อยหลับตาลง



แล้วแต่เขาก็แล้วกัน อยากมาก็มา



ยังไงเอ็นดูก็ต้อนรับอยู่แล้ว







*****





 

พอรู้ว่าตู้เย็นไม่มีของสดสำหรับทำกับข้าวมื้อเช้า เจ้าของห้องก็รีบคว้ากุญแจรถแล้วขับออกไป Foodland ที่อยู่ใกล้ๆ คอนโดตั้งแต่ตีห้าครึ่งท่ามกลางฝนในกรุงเทพฯ ที่ยังพรำลงมา



เอ็นดูคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรให้ทรงโปรดกินดี



และไม่รู้ด้วยว่าทำไมตัวเองต้องตื่นเต้นกับการมาของเขาด้วย



แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้อาหารมื้อเช้าที่เอ็นดูตื่นขึ้นมาทำก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว



ตลกตัวเองเหมือนกันที่ดันตื่นมาเตรียมทุกอย่างให้เขาซะพร้อมไปหมด กับไอ้แค่ประโยคหนึ่งๆ ที่บอกว่าเช้านี้จะมาหาก็ทำให้เอ็นดูมีแรงกระตุ้นขึ้นมา ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ ภาพที่เขากระตุกยิ้มต่อหน้าจะปรากฏขึ้นในหัว สามวันที่ไม่ได้เจอกัน...คุณชายทรงโปรดวนเวียนในความคิดของเอ็นดูตลอดเลย



เป็นสามวันที่เอ็นดูเปิดดูรูปโปรไฟล์ของเขาแทบทุกเวลาที่ว่าง



รูปโปรไฟล์ของทรงโปรดดูดีเหมือนตัวจริง ทรงโปรดใส่สูทดำ เขายกยิ้มให้กล้อง และรอยยิ้มร้ายๆ ของเขาก็ทำเอาคนมองไม่อยากจะละสายตา



เอ็นดูไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าสามวันที่ผ่านมานี้ นอกจากจะส่องโปรไฟล์ของเขา ยังเผลอกดเข้าหน้าไทม์ไลน์ของทรงโปรดที่ไม่มีอะไรอัพเดตเลยสักอย่าง



และครั้งสุดท้ายก็คือเมื่อคืน กว่าจะรวบรวมความกล้าทักแชตถามเรื่องสร้อยข้อมือได้ก็เสียเวลาไปตั้งหลายชั่วโมง สารภาพเลยว่าที่ท่องสคริปต์ไม่จำขึ้นใจสักที ก็เพราะในหัวดันมีเรื่องของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดวนอยู่เต็มไปหมด



เอ็นดูส่ายหน้าเบาๆ เงยหน้ามองนาฬิกาดิจิตอลที่ติดอยู่บนผนังในครัว เขาใช้เวลาสำหรับเช้านี้ในการทำอาหารเพื่อรอคนที่บอกว่าจะมาหาราวสามชั่วโมง ตอนนี้แปดโมงกว่าแล้วยังไม่เห็นวี่แววของทรงโปรดเลยสักนิด



ไม่รู้ว่าจะต้องรอจนอาหารเย็นชืดไปเลยหรือเปล่า



จนกระทั่งเสียงกริ่งที่ประตูดังขึ้น คนที่ยืนพิงกำแพงห้องรีบหันมองก่อนสาวเท้าไปที่ประตู แล้วก็ต้องหลุดยิ้มออกมาทันทีเมื่อจอสี่เหลี่ยมที่ติดอยู่ข้างประตูแสดงใบหน้าของคนที่เอ็นดูกำลังรอ



เอ็นดูกลืนน้ำลายเบาๆ เป่าลมออกปาก แล้วเม้มริมฝีปากกลั้นรอยยิ้มของตัวเองไว้ไม่ให้เขาเห็นก่อนจะเอื้อมมือเปิดประตูห้องเข้าหาตัว



“สวัสดีครับ”



“สวัสดีครับ” เอ็นดูพึมพำสวัสดีกลับเมื่อคนตัวสูงทักทายขึ้นมาก่อนพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก มือขาวจับประตูไว้ ก่อนจะดันมันปิดสนิทเมื่อทรงโปรดเดินเข้ามาในห้อง



“โทรหาก็ไม่ยอมรับสาย”



“ปิดเสียงไว้เลยไม่ได้ยินครับ”



ทรงโปรดระบายยิ้มกว้างเมื่อเดินนำเจ้าของห้องมาถึงแพนทรี่แล้วพบกับอาหารเช้าหอมกรุ่นหน้าตาหน้าทานวางอยู่บนเคาน์เตอร์ประมาณสามอย่าง เขาคิดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำว่าเอ็นดูจะทำอาหารเช้ารอจริงๆ



มือหนายกขึ้นลูบหน้าท้องแกร่งที่มีกล้ามเนื้อจางๆ อยู่บนนั้นก่อนจะหันมามองเจ้าของห้องที่ยืนทำหน้านิ่ง



“ทานข้าวเลยมั้ยครับ หรือคุณจะดื่มกาแฟก่อน”



“มีกาแฟด้วยเหรอ”



“ผมเพิ่งซื้อเครื่องทำกาแฟมา”



“...”



“จริงๆ มันชงชาเขียวกับโกโก้ได้ด้วย ทำได้หลายอย่างดีเลยซื้อมาน่ะครับ”



เจ้าเด็กน่ารักเดินไปกอดเครื่องชงกาแฟสีดำที่วางใกล้ๆ กับไมโครเวฟ ท่าทางเลิ่กลั่กที่ดูก็รู้ว่าน้องไม่ได้ซื้อเครื่องชงกาแฟมาเพื่อชงชาเขียวหรือชงโกโก้อย่างเดียวหรอก



ชื่อมันก็บอกอยู่ว่าชงกาแฟ



และทรงโปรดก็ชอบดื่มกาแฟ



เข้าข้างตัวเองได้มั้ยว่าน้องซื้อเครื่องนี้มาเพื่อชงกาแฟให้โดยเฉพาะ



“กินข้าวก่อนดีกว่า ส่วนกาแฟค่อยดื่มตอนกินข้าวเสร็จ”



“คุณดื่มกาแฟหลังกินข้าวประจำเหรอครับ”



“เปล่า ปกติไม่กินข้าวเช้า”



“...”



“ดื่มแต่กาแฟกับขนมปังก็อยู่ได้ยันเย็นแล้ว”



“ระวังปวดท้องนะคุณ”



“ทำไงได้ ไม่มีคนทำมื้อเช้าให้กิน”



“ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย คุณแวะซื้ออะไรกินก่อนทำงานก็ได้นี่ครับ”



ทรงโปรดอมยิ้ม ยืนมองคนน่ารักที่ค้านการอดมื้อเช้าของเขา



“ถ้าไม่อยากปวดท้อง ต่อจากนี้ก็กินอาหารเช้าด้วยนะครับ มื้อเช้าสำคัญที่สุด”



“งั้นเอ็นดูก็ทำมื้อเช้าให้พี่กินทุกวันสิ”



คนน่ารักช้อนตามอง เอ็นดูเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากจิ้มลิ้มเหมือนจะยกยิ้มแต่ก็ไม่...ทรงโปรดเห็นอาการประหม่าของเอ็นดูเต็มสองตา และเขาก็ชอบอาการประหม่านี้มากๆ



เพราะมันทำให้ทรงโปรดมั่นใจว่า...เอ็นดูกำลังหวั่นไหวไปกับเขา



“เรื่องอะไรล่ะครับ”



“เรื่องของว่าที่คู่หมั้น”



ทรงโปรดหย่อนกายลงบนเก้าอี้สตูลบาร์หน้าเคาน์เตอร์ เขาทิ้งประโยคให้อีกคนขมวดคิ้ว ส่วนตัวเองก็นั่งเท้าคางมองอาหารน่ากินที่เอ็นดูทำ



“นี่คุณ ผมไม่หมั้นกับคุณนะ”



ทรงโปรดหัวเราะหึในลำคอ คิดไว้แล้วว่าเอ็นดูคงไม่ยอม



“แล้วจะทำยังไง คุณหญิงป้าของเราดูเชื่อในสิ่งที่เห็นขนาดนั้น”



“เป็นเพราะคุณดันไปบอกกับคุณหญิงป้าว่าเราเป็น--” น้องกัดริมฝีปากเบาๆ ถอนหายใจก่อนพูดต่อให้จบ “เป็นแฟนกัน”



“แล้วไม่ใช่เหรอ”



“ไม่ใช่ครับ”



“ที่นอนเตียงเดียวกัน กอดกันคืนนั้น...หมายความว่าไง”



“ผม...คืนนั้น คุณอยากแย่งหมอนข้างผมไปทำไมล่ะ”



“รู้มั้ย พี่ได้หอมแก้มเราด้วยนะ”



“นี่คุณ”



ทรงโปรดยังจำสัมผัสนุ่มนิ่มกับกลิ่นหอมๆ ของน้องได้อยู่เลย คืนนั้นที่เขาขับรถมาส่งเอ็นดูถึงห้องและนอนร่วมเตียงเดียวกัน เอ็นดูหยิบหมอนข้างมาวางแบ่งเขตไว้ตรงกลาง แต่เขาก็หยิบออกแล้วเอาไปก่ายแทน พอตกดึกขึ้นมาหน่อย คนที่นอนแทบติดขอบเตียงในตอนแรกก็ขยับตัวมาพาดแขนบนตัวของเขา



ไม่พอแค่นั้น น้องยังขยับตัวซุกอกของเขาอีกต่างหาก มั่นใจว่าคนหลับปุ๋ยไม่รู้ตัวและคิดว่าเขาคงเป็นหมอนข้างไปแล้วแน่ๆ



แต่หมอนข้างใบนี้มีมือมีแขนที่สามารถกอดรัดน้องไว้ในอ้อมกอดได้



ทรงโปรดยอมรับว่าเขาแอบฉวยโอกาสด้วยการหอมเบาๆ บนหน้าผาก ตอนแรกเขาจะยับยั้งชั่งใจ แต่กลิ่นหอมของเอ็นดูยั่วยวนอารมณ์เขาเหลือเกิน จากหน้าผากก็เลื่อนไปที่จมูก ทรงโปรดพรมจูบเบาๆ บนแก้มนุ่มของน้อง จูบย้ำอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเลื่อนมาหยุดตรงริมฝีปากเอิบอิ่ม



ตรงนี้เขาละไว้ อดใจไว้ก่อน



รอสัมผัสตอนที่น้องรู้สึกตัว ตอนที่น้องสามารถตอบสนองได้ดีกว่า



“อย่าทำแบบนี้เลยครับ คุณกับผมไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”



“ไม่รู้สึกอะไรกับพี่เลยจริงๆ เหรอ”



“ไม่เลยครับ”



“มีคนบอกว่าเวลาพูดโกหกมักจะหลบตา”



“...”



“เอ็นดูหลบตาพี่”



ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปหาคนที่เอาแต่ก้มหน้าขมวดคิ้วอยู่ตรงเครื่องชงกาแฟ พอน้องเห็นว่าเขาเดินมาก็ทำท่าจะถอยหนี แต่แขนแกร่งของทรงโปรดรวบเอาตัวของคนน่ารักไว้ให้ตกอยู่ในอ้อมกอด เอ็นดูร้องฮือ พยายามดันไหล่กว้างให้ออกห่าง แต่ยิ่งน้องดิ้น เขาก็ยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม



“ปล่อยเลยนะคุณ”



“สบตาก่อน แล้วบอกว่าไม่รู้สึกอะไรกับพี่เลย”



คนในอ้อมกอดไม่ยอมเงยหน้าขึ้นแม้แต่องศาเดียว แต่กลับก้มหน้า แนบแก้มกลมบนอกของเขาเพื่อหลีกหนีการสบตาพูดความจริง มือขาวที่เคยผลักไหล่เปลี่ยนเป็นกำแน่นแล้ววางทาบไว้นิ่งๆ แทน เอ็นดูส่ายหน้าช้าๆ



“คุณขี้โกง”



ขี้โกงมากๆ ด้วย



“ขี้โกงยังไง”



“คุณได้เปรียบ แต่ผมเสียเปรียบตลอด”



เสียเปรียบที่ตัวเองยอมตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาง่ายๆ



และยังรู้สึกดีกับกอดอุ่นๆ ของเขา



“ถ้าเงยหน้าแล้วตอบคำถามตามความรู้สึก พี่คิดว่าเราน่าจะเป็นคนที่ได้เปรียบมากกว่า”



“แล้วถ้าไม่ตอบล่ะครับ”



“ก็จะทำให้ตอบจนได้ แล้วต้องตอบว่ารู้สึกดีกับพี่ด้วย”



“การกระทำคุณเหมือนจีบ แต่คำพูดคุณเหมือนจะง้างปากผม”



“รู้ด้วยเหรอว่าพี่จีบ” เสียงทุ้มนุ่มเปล่งขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ



รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังถาม



“ก็ คุณแสดงออกขนาดนั้น”



“แสดงว่าพี่ชัดเจนใช่มั้ย”



ขนาดนี้แล้ว...เป็นใครก็ต้องดูออก



“ผมไม่รู้...”



แต่น้องก็ยังทำปากแข็ง



ทำเป็นไม่รู้



“เอ็นดู เงยหน้ามองกันหน่อย...แล้วรู้ไว้ด้วย”



เขาผละตัวออกเล็กน้อยให้มีระยะห่างเพื่อที่จะก้มมองหน้าคนตัวเล็กกว่า ทรงโปรดอมยิ้มเมื่อเห็นว่าแก้มสองข้างของน้องแดงระเรื่อ เอ็นดูกัดริมฝีปากแน่น หันหน้าหนีเมื่อมือหนาเชยคาง แต่สุดท้ายก็เสียเปรียบเมื่อทรงโปรดล็อกใบหน้าหวานๆ ไว้ด้วยมือของเขา



“พี่กำลังจีบเรา”



“...”



“ถ้าตอนนี้เอ็นดูไม่รู้สึกอะไรอย่างที่พูด”



“...”



“พี่จะทำให้เรารู้สึกเอง”



เตรียมตัวไว้เลยหม่อมหลวงจิราคนน่ารัก : )









#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี

                         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 










ออฟไลน์ MmBb

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 180
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เจอเรื่องนี้ในเด็กดีเมื่อเช้าเองสะดุดตาเพราะชื่อเรื่องเลยพอมาเจอในนี้ด้วยแล้วก็อัพไวมากๆด้วยยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก ดีแล้วที่พี่โปรดพูดออกไปตรงๆว่ารู้สึกยังไงกับน้อง ไม่งั้นน้องก็คงคิดแค่ว่าพี่เป็นคนชอบแกล้งแค่นั้นเอง ชอบค่ะรอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6781
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
ขอถังออกซิเจนด่วนค่า แอ้กๆ

ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
เขินมากกก

ออฟไลน์ momonuke

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
น่ารักกก ฮืออออ ชายโปรดน่ารักไม่แพ้น้องเลยยยย คนบ้าาาา
น้องเอ็นดูน่ารักกกก แงงงง นุหลงน้องงงงงง :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ TheBig

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
งื้ออออออออออ น่ารักมากๆเลยค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ  :mew2: :mew1: :mew3:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ดูทรงแล้ว  คงฟีลกู๊ด  ไม่น่าจะมีเสริฟมาม่าให้ทานกัน

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 930
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ :a2: :katai2-1: o13

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0









06



คุณเหมือนยา

ค่อยๆ ซึมเข้ามาในหัวใจ สุดท้ายก็เสพติดไม่รู้ตัว



 

ฝนที่ตกตลอดทั้งวันในกรุงเทพฯ หายไปจากสายตาเมื่อรถตู้คันหรูเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา มีเพียงท้องฟ้ามืดครึ้มกับเสียงฟ้าร้องที่ทำท่าเหมือนฝนจะตกเท่านั้น



เอ็นดูมองรถเบนซ์คันหรูสีดำที่วิ่งนำรถตู้คันนี้พร้อมกับความรู้สึกหลากหลายที่ซึมเข้ามาในหัวใจ รถที่ทรงโปรดขับนำทางเพื่อไปยังวังวงศ์ประดิษฐ์ที่ตั้งบนพื้นที่ดินเขาใหญ่ แล่นห่างจากรถที่เอ็นดูนั่งอยู่หลายเมตร ก่อนจะละสายตามามองธรรมชาติที่อยู่รอบข้างเพื่อกลบอาการว้าวุ่น



“นี่ไงจ๊ะเอ็นดู รีสอร์ตหนึ่งในสามโครงการที่ชายโปรดเป็นเจ้าของ”



หม่อมราชวงศ์รฐาชี้นิ้วเรียวยาวของเธอไปทางขวามือ เอ็นดูผงกศีรษะช้าๆ ใช้สายตาประกายวับวาวของตัวเองมองดูโครงการบ้านและคอนโดที่ทรงโปรดลงทุน



“สวยมั้ยจ๊ะ อีกสองที่จะอยู่ไกลจากวังไปหน่อย ที่เห็นออกแบบให้เป็นสไตล์ยุโรป ความคิดพี่ทั้งนั้นเลยจ้ะ”



“สวยมากเลยครับพี่ฐา” เอ็นดูคลี่ยิ้มให้



ในรถที่เขาโดยสารกลับบ้านเป็นรถของวังภัสร์ฤทัย มีคุณปนัดดา หม่อมราชวงศ์รฐากับลูกชายวัยสามขวบนั่งมาด้วย ตอนแรกเอ็นดูเกือบต้องไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถข้างๆ ทรงโปรดแล้ว แต่ก็พูดจนคนตัวโตจนใจอ่อนยอมให้มานั่งรถตู้คันเดียวกับคุณแม่



จะไม่ใจอ่อนยังไงไหว ก็เอ็นดูเล่นอ้อนซะขนาดนั้น



เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ทรงโปรดบอกว่านั่นเป็นการอ้อน



แค่ทำหน้างอ ใช้ปลายนิ้วแตะท่อนแขนแกร่งแล้วเขย่าเบาๆ...แค่นี้ก็อ้อนแล้วเหรอ



“ไว้วันไหนเอ็นดูว่างๆ ให้ชายโปรดพาไปเที่ยววังที่กรุงเทพฯ ด้วยนะจ๊ะ” คุณแม่ของทรงโปรดลูบผมนุ่มสีน้ำตาลของเอ็นดูเบาๆ



เอ็นดูเพิ่งรู้จากปากหม่อมราชวงศ์รฐาก่อนที่รถจะออกจากกรุงเทพฯ ว่าทรงโปรดทำอสังหาริมทรัพย์ใกล้ๆ วังวงศ์ประดิษฐ์มาได้สี่ปีแล้ว โดยมีเธอเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ใช้เวลาสร้างตั้งแต่เอ็นดูอยู่มัธยมปลาย กระทั่งไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ถึงได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดตัวอลังการ



และบริเวณที่รถกำลังขับผ่านอยู่ตอนนี้ ก็เป็นรีสอร์ตที่ชื่อ Ozone life Khao Yai หนึ่งในโครงการบ้านและคอนโดที่ทรงโปรดลงทุนสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง



ไม่ทันไรรถตู้คันหรูก็เลี้ยวเข้าไปในรีสอร์ตของทรงโปรดก่อนจะจอดเทียบอยู่หน้ารีสอร์ต พนักงานรีบวิ่งกรูกันเข้ามาเปิดท้ายรถรับกระเป๋าเดินทางของคุณปนัดดากับหม่อมราชวงศ์รฐาขึ้นรถเข็นกระเป๋า เอ็นดูมองตามเลิ่กลั่กเมื่อประตูรถเปิดออกโดยคุณแม่ของทรงโปรด



“เดี๋ยวเอ็นดูกลับวังไปพักผ่อนนะคะ พอดีว่าแม่นัดคุณหญิงลักขณาที่นี่ อยากให้ท่านเยี่ยมชมธุรกิจของชายโปรดเขาก่อนน่ะจ้ะ...นี่แม่ไม่ได้บอกชายโปรดไว้ล่วงหน้าเลยนะ”



“ให้ผมลงไปด้วยได้มั้ยครับ”



“กลับเข้าวังดีกว่าจ้ะ มีเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องคุยกันเยอะแยะเลย ไว้เจอกันอีกทีตอนมื้อค่ำนะคะ”



คุณแมของทรงโปรดลูบผมเอ็นดูอีกครั้งก่อนจะก้าวลงจากรถพร้อมกับหม่อมราชวงศ์รฐา



ลับลมคมในอะไรเยอะแยะ



เอ็นดูเหมือนเด็กที่โดนห้ามไม่ให้ลงจากรถ มือขาวเกาะประตูรถตู้ไว้ตอนที่รถคันนี้เคลื่อนออกจากรีสอร์ต ชะเง้อมองตามผู้ใหญ่ทั้งสองที่เพิ่งลงจากรถจนกระทั่งสุดสายตาก่อนจะยอมแพ้ นั่งเอนกายอยู่บนเบาะหนังสีดำแล้วหลับตาลงช้าๆ



และไม่นานก็ต้องปรือตาขึ้นเมื่อรถตู้คันนี้แล่นเข้าสู่รั้วของวังวงศ์ประดิษฐ์ เอ็นดูเปิดกระจกแง้มรับกลิ่นของธรรมชาติที่ห่างหายไปนานถึงสามปี วังวงศ์ประดิษฐ์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ นอกจากจะมีภูเขาสวยๆ กับพื้นหญ้าแล้ว คุณหญิงป้ายังปลูกดาวเรืองกับกุหลาบไว้อีกด้วย



พุ่มดอกกุหลาบที่สมัยเด็กๆ เอ็นดูเคยมาเด็ดไปให้คุณพ่อยังอยู่ดีและสวยงามเหมือนเก่า เอ็นดูมองข้างถนนที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ แล้วก็คลี่ยิ้มออกมา



เริ่มอยากเรียนจบเร็วๆ แล้วกลับมาอยู่ที่นี่จัง



แต่กลับกันกับเอ็นดูเมื่อสามปีที่แล้ว เขาอยากเข้ากรุงเทพฯ ใช้ชีวิตวัยรุ่นคนเดียว และมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอด เอ็นดูไม่มีเพื่อนเลย มีแต่พี่รหัสที่สนิทมากที่สุด ตอนแรกคิดว่าสันโดษดี แต่ไปๆ มาๆ ก็เหงา



เหงามาตั้งสามปีแหนะ



เอ็นดูระบายยิ้มเล็กน้อยเมื่อรถจอดเทียบที่หน้าวัง เขาขอบคุณคนขับรถก่อนเลื่อนประตูรถตู้ไปทางซ้ายเพื่อเปิดออก จังหวะที่กำลังก้าวเท้าซ้ายลงจากรถ จู่ๆ ประตูรถที่เลื่อนออกไปก็ทำท่าจะเลื่อนปิดเอง เอ็นดูที่ไม่ทันระวังต้องโดนประตูรถหนีบตัวแล้วถ้าไม่ได้มือหนาของคนที่ขับรถนำมาก่อนช่วยเลื่อนประตูกลับไปทางเดิม



“ลงดีๆ พื้นมันลื่น”



มือหนาข้างขวาจับประตูไม่ให้เลื่อนกลับ ส่วนมือซ้ายกุมมือขาวนวลของน้องไว้แน่น ทรงโปรดเป็นหลักสำคัญให้เอ็นดูยึดเพื่อก้าวลงจากรถอย่างปลอดภัย น้องเงยหน้าสบกับตาคมของร่างสูงแต่ยังไม่ได้เคลื่อนตัวลงจากรถ ดวงตาสวยหวานเหลือบมองมือซ้ายของตัวเองที่ถูกกุมเอาไว้



ความนุ่มนวล อบอุ่น อ่อนโยน แผ่ออกจากตัวทรงโปรดแล้วซึมผ่านฝ่ามือของเอ็นดู เหมือนมีกระแสบางอย่างที่ทำให้คนผิวขาวต้องหยุดชะงักแล้วมองหน้าเขา มองความเพอร์เฟ็กต์บนเครื่องหน้าของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรด



แต่เมื่อได้สติน้องก็ก้มหน้างุด ค่อยๆ เคลื่อนตัวลงจากรถภายใต้การช่วงเหลือของทรงโปรดจนกระทั่งยืนบนพื้นด้วยความปลอดภัย มือหนาถึงได้ดึงประตูรถตู้ให้ปิดดังเดิม



“ขอบคุณนะครับ”



“เมื่อกี้เห็นคุณแม่กับพี่ฐาลงที่รีสอร์ต” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นใกล้ๆ เอ็นดูผงกศีรษะ ยกมือขึ้นเกาใบหูเบาๆ



“ครับ คุณป้านัดบอกว่านัดพบผู้ใหญ่ฝั่งผมที่นั่น”



“ไม่เอา เรียกใหม่”



“อะไรครับ”



“คุณแม่ เรียกใหม่ ไม่ใช่คุณป้า”



“ผมเรียกของผมอย่างนั้นตั้งนานแล้ว”



“เปลี่ยนซะ ต่อจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”



“...”



“เรียกแม่คู่หมั้นว่าคุณป้าได้ยังไง”



“คุณขี้ตู่ที่สุดเลย”



คนตัวโตก้าวขายาวตามคนน่ารักที่หันหน้าหนีเดินนำเข้าไปในวัง ทรงโปรดมองแผ่นหลังบางของน้อง มองเอ็นดูที่เอื้อมมือเปิดประตูวังออกก่อนจะพบกับความเงียบ



“สวัสดีค่ะคุณเอ็นดู”



“สวัสดีครับพี่สา...ไม่มีใครอยู่เลยเหรอครับ”



เอ็นดูหันไปทักทายกับคนที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องความสะอาดของวัง เขาโทรศัพท์คุยกับพี่สาบ่อยที่สุดตั้งแต่ไปอยู่กรุงเทพฯ การเจอหน้ากันในรอบหลายปีเลยไม่ทำให้เกิดความเคอะเขินเท่าไหร่



“อยู่ที่รีสอร์ตโอโซนกันหมดเลยค่ะ เห็นว่าเชิญอาจารย์ที่ดูดวงแม่นๆ ไปหาฤกษ์หมั้นให้คุณเอ็นดูนะคะ”



“...”



“แหะๆ นั่น...ว่าที่คู่หมั้นคุณเอ็นดูหรือเปล่าคะ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดยกยิ้มให้พี่สา ยกมือสวัสดีคนแก่กว่าแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงคนใช้แต่ทรงโปรดก็ไม่ได้ถือตัว ตรงกันข้าม เขาสุภาพเรียบร้อยกับทุกคน ทุกฐานะ



เอ็นดูไม่ได้แนะนำทรงโปรดให้พี่สารู้จัก ขณะเดียวกันก็ไม่ได้แนะนำพี่สาให้ทรงโปรดรู้จักเช่นกัน คนตัวเล็กหันซ้ายหันขวา ตามองทุกอย่างในบ้านที่คงยังคงสภาพเดิมทุกอย่าง



พี่สาเดินหายไปในครัวหลังจากที่สาวใช้อีกคนนำน้ำมาเสิร์ฟให้เอ็นดูกับแขกที่มาเยือน กระทั่งตอนนี้เหลือเพียงเขากับน้อง ทรงโปรดขยับตัวสำรวจความสวยงามของวังใหญ่หลังนี้



“ชอบ Versace เหรอ” เดาจากเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแบรนด์ Versace เกือบทั้งหมด



“คุณพ่อกับคุณหญิงป้าชอบครับ” เอ็นดูเงยหน้ามองร่างสูงที่กำลังจิบน้ำเปล่าในแก้ว “คุณแม่เคยเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ Versace ด้วยครับ”



“พาแขกชมวังหน่อยสิ”



“คุณไม่เมื่อยเหรอครับ ขับรถมาตั้งไกล”



“ทำไม จะนวดให้เหรอ”



“...”



“เอางั้นก็ได้”



“เดินดีกว่าครับ จะได้ยืดเส้นยืดสาย”



เงยหน้ามองเขาครู่เดียวก็หลบตาแล้วสาวเท้าเดินนำ พาแขกตัวสูงเยี่ยมชมวังวงศ์ประดิษฐ์ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เอ็นดูเริ่มจากบริเวณนอกก่อน ที่นี่มีสระว่ายน้ำ สวนดอกไม้ สนามเล็กๆ ไว้สำหรับตีกอล์ฟ



“ผมชอบออกมาปั่นจักรยานเล่นแถวนี้ครับ” เอ็นดูใช้ถนนเส้นเล็กๆ ภายในวังสำหรับปั่นจักรยานออกกำลังกาย หรือถ้าเบื่อวิวในวังเมื่อไหร่ก็จะปั่นออกไปข้างนอก เอ็นดูมักจะปั่นจักรยานผ่านพื้นที่โครงการของทรงโปรดเสมอเลย



ไม่น่าเชื่อว่า เขากับทรงโปรดจะอยู่ใกล้กันมาตลอด



“ปั่นออกไปถึงรีสอร์ตด้วยหรือเปล่า” ทรงโปรดวางแก้วน้ำไว้บนโต๊ะสีขาว ก่อนยืนเอามือล้วงกระเป๋าแล้วสูดกลิ่นอายของธรรมชาติเข้าปอด



“บางครั้งครับ ผมจำได้ว่าตอนนั้นรีสอร์ตของคุณยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย”



“ติดปัญหานิดหน่อย โครงสร้างกับก็แบบไม่ลงตัว”



“แต่ก็ผ่านมาได้แล้วนะครับ รีสอร์ตคุณสวยมากๆ ด้วย”



ทรงโปรดยกยิ้ม หันหน้ามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ



“อยากเป็นเจ้าของรีสอร์ตมั้ย”



“อยากครับ ผมเคยฝันอยู่นะว่าอยากทำธุรกิจแบบนี้บ้าง แต่คงต้องใช้เงินเยอะมากแน่ๆ เลย”



“มีอีกวิธี ง่ายกว่า”



“ยังไงครับ” คนตัวเล็กเงยหน้ามอง ก่อนเม้มปากเมื่อเห็นรอยยิ้มร้ายๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของทรงโปรด



รอยยิ้มร้ายๆ ของเขาทำให้เอ็นดูหน้าแดง



“เป็นเมียพี่”



ยิ่งเจอคำพูดของเขาด้วย หน้ายิ่งแดงเข้าไปใหญ่



“จะโอนทุกโครงการให้เราเลย”



เพล้ง!



“ตกใจจนทำแก้วหลุดเลยเหรอ”



เอ็นดูผงะเมื่อเสียงแก้วแตกดังขึ้นก่อนก้มมองเศษแก้วกับน้ำเปล่าที่เจิ่งนองบนพื้นกระเบื้อง อยู่ในมือตัวเองแท้ๆ แต่ดันเผลอทำหลุดมือซะได้



น้องส่ายหน้าช้าๆ ทำท่าจะโน้มตัวเก็บเศษแก้วขึ้นมาแต่ก็ถูกคนตัวสูงห้ามไว้ ทรงโปรดไม่ได้พูดอะไร แต่เขาปรามเอ็นดูด้วยสายตาและก้มลงเก็บเศษแก้วขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะด้วยตัวเอง



“คุณ ผมทำเองครับ คุณเป็นแขกนะ”



“ดูมือตัวเองก่อน ถ้าเก็บเองได้บาดมือพอดี”



มือเอ็นดูสั่นมาก สั่นตามหัวใจดวงน้อยๆ ที่อยู่ในอกข้างซ้าย มันเต้นโครมครามจนเอ็นดูไม่สามารถควบคุมได้



เพราะคำพูดของทรงโปรดคนเดียวเลย



“เขินขนาดนั้นเลยเหรอ”



“อะไรครับ”



“แสดงว่าหวั่นไหวกับคำพูดของพี่”



“ไม่สักหน่อย”



ทรงโปรดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหลังจากที่เขาเก็บเศษแก้วขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะครบทุกชิ้น ยืนกอดอกมองคนตัวบางที่ทำหน้าทำตาเลิ่กลั่กน่าแกล้ง



เป็นกระต่ายตื่นตูมของทรงโปรดอีกครั้ง



“แล้วหน้าแดงทำไม” เสียงนุ่มทุ้มถามปนเสียงหัวเราะ



“ก็อากาศมัน...” เอ็นดูอึกอัก ลนลาน ไปไม่เป็น เขากำลังพูดคำว่าอากาศร้อนหน้าเลยแดง แต่ก็พูดออกไปไม่ได้เพราะตอนนี้อากาศไม่ได้ร้อน ออกจะเย็นเพราะฝนกำลังตก



“อากาศมันทำไม”



เอ็นดูเม้มปาก ส่ายหน้าไม่ยอมพูดต่อ กำลังจะหมุนตัวเดินหนีทรงโปรดแต่กลับถูกรั้งไว้ด้วยมือหนา



“ถ้าอยากมีรีสอร์ตเป็นของตัวเองอย่าลืมนึกถึงพี่นะครับ”



“เลิกพูดไปเลยนะคุณ”



แล้วก็...



เลิกทำให้หัวใจของเอ็นดูเต้นแรงผิดปกติด้วย



สงสารกันหน่อยเถอะ







*****





 

“ฤกษ์หมั้นที่ป้าดูไว้เป็นวันที่ยี่สิบอีกสองเดือนหน้า เสียดายจริง ป้านึกว่าจะได้ฤกษ์ภายในอาทิตย์นี้ซะอีก”



ถึงจะไม่ได้ฤกษ์หมั้นภายในอาทิตย์นี้ แต่ข้อมือของทรงโปรดกับเอ็นดูก็เต็มไปด้วยสายสิญจน์สีขาว



มันเกิดขึ้นหลังจากที่เอ็นดูพาเขาเยี่ยมชมวังเสร็จแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายเขากับฝ่ายน้องก็กลับจากรีสอร์ตของเขาพอดี พวกท่านไม่พูดอะไร มีแต่รอยยิ้มแล้วควักมือเรียกให้ทรงโปรดกับเอ็นดูเข้าไปหาภายในห้องรับแขก ก่อนจะถูกผูกสายสิญจน์เข้ากับข้อมือซ้าย



ตอนแรกทรงโปรดนึกว่าน้องจะตกใจและไม่ยอมให้ผู้ใหญ่ผูกข้อไม้ข้อมือซะอีก แต่กลับกัน เอ็นดูไม่ค้านอะไรสักอย่าง ยอมคลานเข่าเข้าหาผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม ยกข้อมือข้างซ้ายให้พวกท่านผูกข้อมือพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า



‘รักกันชอบกันก็ทำให้ถูกต้องตามประเพณีดีกว่านะลูก จากนี้ดูแลกันดีๆ นะจ๊ะ’



เขายังจำเสียงนุ่มนิ่มของน้องที่ขานรับคำอวยพรจากคุณหญิงลักขณาได้ดี น้องใจเย็นดูต่างจากคนที่ไม่ยอมรับงานหมั้นหมายหรืองานผูกข้อไม้ข้อมือเลยสักนิด



เอ็นดูทำให้ทรงโปรดแปลกใจ



หรือน้องจะยอมเป็นเมียเราจริงๆ แล้ววะ



“อาหารถูกปากเหรอชายโปรด ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว”



คุณแม่แซวเขากลางโต๊ะอาหาร และมันก็ทำให้ทรงโปรดหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนผิวขาวข้างกายกำลังหันหน้ามองเขา



“ได้ทานขนมหวานเลยอารมณ์ดีครับ อร่อยด้วย”



“บัวลอยไข่หวานที่ชายโปรดกินอยู่ เอ็นดูทำจ้ะ ป้าสอนเองกับมือ”



“หวานเหมือนคนทำเลยครับ”



“นี่คุณ พูดแบบนี้ได้ยังไง”



ต่อหน้าผู้ใหญ่อย่าหวังว่าเขาจะเว้น



อะไรที่เร่งต้อนเร่งจีบได้เขาทำหมด แล้วผลลัพธ์ของการจีบน้องไม่เลือกสถานที่ก็คือแก้มกับจมูกที่ขึ้นสีแดงนั่นแหละ



น้องจับช้อนแน่นมาก ทำปากยู่ตอนที่เขายกยิ้มให้ ก่อนจะก้มหน้างุดเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ดังขึ้น



ดูท่าว่าคนที่วงศ์ประดิษฐ์จะชอบหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเอามากๆ



ทรงโปรดรวบช้อนสั้นวางไว้บนจานที่ใช้รองถ้วยบัวลอยไข่หวานหลังจากที่กินจนหมด นั่งจิบน้ำเปล่าอยู่พักหนึ่งคุณแม่ก็เอ่ยปากขอตัวกลับที่พักเพราะเจ้าหลานชายตัวดีดันงอแงขึ้นมา



“คุณนัดน่าจะพักที่วังนะคะ” คุณแม่ของเอ็นดูทำหน้าเสียดาย



“อยากพักเหมือนกันค่ะคุณแอ้ แต่เจ้าตัวเล็กชอบงอแงตอนดึก เกรงใจน่ะค่ะ กลัวจะร้องเสียงดังรบกวน”



คุณแม่หมายถึงลูกชายของพี่สาวเขาเอง เด็กวัยกำลังซุกซนน่าบีบแก้มคนนี้ชอบงอแงกลางดึก แล้วร้องไห้เสียงดังลั่นวังเลยทีเดียว ทรงโปรดเคยเจอกับตัวเองตอนกลับไปค้างที่วัง



“กลับก่อนนะคะคุณแอ้ เจอกันพรุ่งนี้เช้านะคะ”



“ค่ะคุณนัด”



คนตัวสูงลุกขึ้นยืนก่อนยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับเอ็นดูที่ยืนขึ้นรอส่งแขก น้องยกมือไหว้ลาคุณแม่กับพี่สาวของเขา ชะงักเล็กน้อยเมื่อต้องก้มศีรษะไหว้ทรงโปรดอีกคน



“ไม่ต้องก็ได้”



“สวัสดีครับ”



อ่าว



บอกว่าไม่ต้อง แต่ก็ยังยกมือไหว้เขาหน้าตาเฉย ทรงโปรดเลยรับไหว้น้องด้วยการใช้มือหนารองมือขาวที่พนมไว้ตรงอก แล้วใช้มืออีกข้างลูบผมสีน้ำตาลนุ่มของน้องเบาๆ



น้องนิ่งไปเลยว่ะ



“น่ารักจริงๆ เลยนะคะคู่นี้”



เอ็นดูผงะตัวออกเมื่อเสียงของหม่อมราชวงศ์รฐาดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของคนรอบข้าง น้องทำหน้ามู่ทู่ ปากจิ้มลิ้มง้ำงอ ก้มหน้าซ่อนแก้มแดงๆ ของตัวเองจนคางแทบชิดอก



“ถึงรีสอร์ตแล้วเดี๋ยวไลน์บอก”



“ไม่ต้องหรอกครับ ช่วงนี้ผมขี้เกียจตอบแชต”



“ขี้เกียจตอบแชตใช่มั้ย”



“ครับ”



“โอเคครับ พี่จะได้เปลี่ยนเป็นโทรไปหาแทน”



นี่แหละคือเขา



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรด ภัสร์ฤทัย



คนที่จะทำให้เอ็นดูต้องขาดอากาศหายใจเข้าสักวัน







*****







เอ็นดูยืนเม้มปากใช้สายตามองท้องฟ้าที่มีแต่เมฆบดบังจนไม่เห็นดาวสักดวง มือข้างซ้ายถือโทรศัพท์ราคาแพงของตัวเองแนบเข้ากับใบหู ก้มหน้ามองกุญแจรถเบนซ์ในมือขาวข้างขวา ก่อนจะเอนกายพิงกรอบประตูระเบียง



[สะดวกขับมาคืนพี่มั้ยครับ พรุ่งนี้เช้าพี่ต้องใช้รถด้วย]



“พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาใส่บาตรที่วังเหรอครับ”



[อืม...ใส่บาตรหกโมง แต่พี่ต้องไปอีกที่ตอนตีสี่ครึ่ง]



“...”



[หรือจะให้พี่เดินไปเอากุญแจรถที่วังก็ได้]



“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมไปคืนให้”



[ขับรถพี่มานะ]



“รู้แล้วครับ”



ทรงโปรดทำกุญแจรถเบนซ์หายที่วัง ไม่รู้ว่าหายเองหรือจงใจให้หาย แล้วเขาก็ดันเป็นคนหาเจอซะด้วย



มันหล่นอยู่ที่สวนดอกไม้นี่เอง เอ็นดูเปิดไฟให้สว่างทั่วทั้งบริเวณรั้ววังแล้วเดินออกไปหาตอนสองทุ่มครึ่ง พอเจอแล้วก็รีบส่งข่าวบอกคนอื่นๆ ที่กำลังหากันให้วุ่น เอ็นดูขอบคุณคนงานในวังทุกคนที่อุตส่าห์มาช่วยหา



“อีกห้านาทีผมไปถึงนะครับ”



[...]



เอ็นดูชะงักตอนที่กำลังเอื้อมมือเปิดประตูห้อง ลดมือข้างที่ถือโทรศัพท์ มองหน้าจอให้แน่ใจว่าสายไม่ได้หลุด แต่ปลายสายแค่เงียบไป



“คุณ ผมจะวางสายแล้วนะ”



[ไม่ต้องวาง]



“เดี๋ยวผมต้องขับรถนะครับ”



[วางโทรศัพท์ไว้บนเบาะก็ได้ แต่ไม่ต้องวางสาย]



“เปลืองค่าโทรนะคุณ”



[ไม่เป็นไร รวย]



แอบเบะปากให้กับสกิลการอวยตัวเองของทรงโปรด รู้แล้วว่าเขารวย แถมคนรวยคนนี้ยังเป็นฝ่ายโทรมาหาเอ็นดูก่อนอีกด้วย



พอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อเอ็นดูเลยเงียบ แต่มือก็ยังถือโทรศัพท์แนบใบหูฟังเสียงลมหายใจของเขาที่เล็ดลอดดังผ่านโทรศัพท์ เอ็นดูก้าวเท้าลงบันไดพลางกระชับเสื้อคลุมแขนยาวที่สวมทับชุดนอนสีครีม เดินผ่านห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องโถงของวังเพื่อออกไปยังลานจอดรถ



เอ็นดูแง้มประตูวังเบาๆ แทรกตัวออกก่อนปิดลงเบาๆ เช่นกัน นิ้วโป้งกดปุ่มปลดล็อกประตูรถเบนซ์คันหรูผ่านรีโมทรถที่ตัวเองถืออยู่ ไฟหน้าและไฟท้ายของรถคันหรูกะพริบสองครั้ง เอ็นดูก้าวเท้าเดินตรงไปก่อนจะเปิดประตูรถแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่ง



[เราเป็นคนแรกที่ได้ขับรถพี่]



“เหรอครับ ต้องดีใจมั้ย”



ชะงักเล็กน้อยตอนที่รู้ว่าตัวเองเป็นคนแรกที่ได้ขับรถของทรงโปรด เอ็นดูเหยียบเบรกพร้อมกับกดปุ่มสตาร์ท เปิดไฟหน้า เปิดแอร์ เข้าเกียร์แล้วเปลี่ยนเป็นเหยียบคันเร่งก่อนที่จะหมุนพวงมาลัยไปทางขวาด้วยมือข้างเดียวของตัวเอง



[ดีใจหน่อย ปกติพี่เป็นคนหวงรถนะ]



“...”



[มีแค่คุณแม่กับเราที่ได้นั่งรถพี่]



“เป็นความโชคดีหรือโชคร้ายครับ”



ทรงโปรดหัวเราะเสียงเบาผ่านโทรศัพท์ เสียงหัวเราะทุ้มนุ่มของเขาทำเอาคนฟังหลุดยิ้ม



“นี่คุณรออยู่ตรงไหน ผมต้องขับเข้าไปในรีสอร์ตเลยหรือเปล่า”



[ขับเข้ามาเลย แล้วเลี้ยวซ้าย]



“อ่า...ครับ”



[พี่รออยู่ในสวน]



“รอให้ยุงมากัดเหรอครับ”



[รอให้เรามากัดแทนได้มั้ย]



ไม่อยากคุยกับเขาต่อแล้ว อยากจะตัดสายทิ้งไปด้วยซ้ำ แต่มือมันไม่ยอมทำตามที่ใจสั่งสักที เอ็นดูเลยได้แต่กลั้นยิ้มตอนที่รถกำลังเคลื่อนไปตามถนนเส้นเล็กๆ ในบริเวณของเขาใหญ่ พอใกล้ถึงหน้ารีสอร์ตเลยตบไฟเลี้ยวซ้าย หมุนพวงมาลัยอย่างใจเย็น



“กำลังเลี้ยวเข้าไปในสวนแล้วครับ”



[โอเค จอดรถไว้แถวๆ นั้นแล้วมาหาหน่อยครับ พี่รออยู่ตรงสระว่ายน้ำ]



“คุณจะแกล้งอะไรผมหรือเปล่าเนี่ย”



[ไม่ได้แกล้ง แต่ตรงนี้วิวสวย พี่อยากให้มาดูด้วยกัน]



“ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กจนโต เห็นวิวครบทุกมุมแล้ว”



[ทำไมดื้อแบบนี้] น้ำเสียงไม่จริงจังทำเอาคนที่กำลังจอดรถหลุดยิ้มกว้าง



“ผมกำลังจอดรถอยู่ครับ เดี๋ยวเดินไปหา”



[น่ารัก]



เอ็นดูเม้มปาก ค่อยๆ ก้าวลงจากรถเบนซ์ก่อนจะยืนก้มหน้า พยายามทำให้ตัวเองสงบ ไม่หลงยิ้มไปกับคำพูดของทรงโปรด



“เมื่อกี้คุณยังบอกว่าผมดื้ออยู่เลย”



[ดื้อจริงมั้ยล่ะ เราไม่ยอมทำตามที่พี่บอก]



“เป็นอะไรกับผมเหรอครับ ทำไมต้องทำตามที่คุณบอกทุกอย่างด้วย”



[อยากให้พูดจริงๆ เหรอ]



“เอ่อ ไม่ต้องพูดก็ได้”



อยากตีปากตัวเองแต่ก็ต้องทำตัวปกติไว้ก่อน เพราะตอนนี้เอ็นดูเดินมาเรื่อยๆ ตามทางที่เขาบอกจนกระทั่งเห็นแผ่นหลังกว้างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ริมสระว่ายน้ำ



ให้เห็นไม่ได้หรอกว่าตัวเองกำลัง...เขินไปกับคำพูดทุกคำของเขา



“ถึงแล้วครับ”



ทรงโปรดหันหน้ามองก่อนจะตัดสายทิ้ง ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินมาหาคนตัวเล็กที่ยื่นกุญแจรถรออยู่ก่อนแล้ว



“ขอบคุณครับ”



“นี่คุณ เอากุญแจคืนไปแล้วปล่อยมือผมด้วย”



“ขอเวลาแป๊บเดียว”



คนตัวสูงไม่ได้หยิบกุญแจรถของตัวเอง แต่กลับยกมือขึ้นกุมมือขาวที่ถือกุญแจรถของเขาอยู่ ทรงโปรดพาเอ็นดูเดินมาใกล้ๆ เก้าอี้ตัวเดิมที่เขานั่งเมื่อกี้ ผายมือให้น้องนั่งลงแต่กลับถูกส่ายหน้าปฏิเสธ



“คุณมีอะไรก็ว่ามาเลย” น้องพึมพำ “มันดึกแล้วนะครับ”



จากใบหน้าหล่อเหลาของทรงโปรดที่กำลังคลี่ยิ้มก็เปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมจริงจัง จากเดิมที่เคยกุมมือขวาของเอ็นดูไว้แค่ข้างเดียวก็ยกมือซ้ายขึ้นมากุมไว้ด้วยกัน เอ็นดูก้มหน้ามองมือหนาเล็กน้อยก่อนจะเงยมองคนตัวสูง



“ไหนบอกว่าไม่ยอมหมั้นกับพี่” ทรงโปรดเลิกคิ้ว “ทำไมจู่ๆ ถึงยอมให้ผู้ใหญ่ผูกข้อมือง่ายๆ”



“คุณพูดอะไรไว้ล่ะครับ”



คราวนี้ทรงโปรดขมวดคิ้ว ไล้ปลายนิ้วโป้งบนหลังมือขาวของเอ็นดูเบาๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก



“พี่กำลังจีบเรา”



คำนี้ขอซื้อได้มั้ย



ได้ยินทีไร...หน้าร้อนทุกทีเลย



“แสดงว่าให้โอกาสพี่?”



กำลังจะอ้าปากเปล่งคำตอบ แต่เสียงฟ้าร้องกลับดังขึ้นพร้อมกับฝนที่โปรยลงมาอย่างรวดเร็ว ทรงโปรดใช้มือหนาบังศีรษะของน้องไม่ให้โดนฝน ก่อนจะพาวิ่งเข้าไปหลบข้างๆ สระว่ายน้ำ เป็นที่ที่มีหลังคายื่นออกมาแค่หนึ่งเมตรเท่านั้น



เอ็นดูยืนหลังชิดกำแพงโดยมีคนตัวสูงใช้ร่างหนาของตัวเองบังละอองฝนให้ ทรงโปรดเท้าแขนซ้ายไว้กับผนังกำแพง ส่วนมือขวาวางหลวมๆ บนเอวบางของน้อง



“ขยับเข้ามาอีกก็ได้ครับ หลังคุณโดนฝน”



มือขาวกำเสื้อยืดบริเวณอกไว้แน่น กลั้นหายใจเมื่อเขาขยับแนบชิดตามที่บอกจนไม่เหลือพื้นที่ว่างระหว่างกัน



ถึงฝนจะตก ฟ้าจะร้องกังวาน



แต่ทำไมเอ็นดูถึงได้ยินเสียงหัวใจของทรงโปรดเต้นดังก็ไม่รู้



“เอ็นดู เมื่อกี้ที่ถาม ยังรอคำตอบอยู่นะครับ”



ทรงโปรดโน้มใบหน้าลงมา คลอเคลียใบหูขาวสะอาดของน้องด้วยปลายจมูกโด่งจนอยากขยับหนีแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะทุกส่วนของร่างกายมันชิดกันไปหมด



“คุณ ข...ขยับออกไปหน่อยได้มั้ยครับ”



เอ็นดูไม่ชอบแบบนี้เลย ใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา



“ตอบมาก่อน”



“คุณ...”



“ให้โอกาสพี่ใช่มั้ย”



น้องกัดริมฝีปากเอิบอิ่มเบาๆ โครงหน้าหวานเงยมองทรงโปรดที่เลิกคิ้วรอคำตอบอยู่



แต่ยังไม่ทันที่ขยับปากเปล่งคำตอบออกมา ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูก็ถูกทาบลงแผ่วเบาด้วยปากของคนตัวสูง คางเรียวถูกล็อกด้วยมือหนา ทรงโปรดบีบคลึงปลายคางของน้องเบาๆ ค่อยๆ ขยับริมฝีปากลงบนความนุ่มนิ่มอวบตึงของกลีบปาก



ทรงโปรดยกยิ้มทั้งที่ยังแนบชิดริมฝีปาก เขาถือว่าการที่มือของน้องคลายออกจากเสื้อแล้วยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเป็นคำตอบที่ถามไปเมื่อกี้ ถือว่าการที่เอ็นดูขยับปากจูบตอบ เป็นการแสดงความรู้สึกที่เอ่อล้นเต็มอกให้เขารับทราบ



ว่าน้องเองก็รู้สึกดีๆ กับเขาไม่แพ้กัน



แหงสิ ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลย



จะยอมให้จูบแบบนี้ได้ยังไง

 









#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี











เอ็นดูใครมากกว่ากันคะ

ระหว่างคุณชายโปรดกับน้องเอ็นดู ><




 

 

 

 

 

 

 

 

 





CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

หวานกันซะ

ป.ล.  คงไม่คิดจะเสริฟมาม่าให้ทานนะ

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6781
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
อะไรจะกร๊าวใจเบอร์นี้คะ. ทั้งคู่น่ารักแบบนี้รีบๆแต่งเลยค่ะ

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
 :hao7: หวานนนนนนนมากกกกกก ชอบบบบบบบบค่ะ  o13 มาต่อเร็วนะค่ะ  :call:

ออฟไลน์ momonuke

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดีเหรอคะ แต่งแบบนี้ก็ขาดอากาศหายใจพอดีเหมือนกันค่ะ
นุเขินนนนน ไม่ไหวแล้ววว นุจะตายยยยยย ชายโปรดกับน้องน่ารักเวอร์ๆๆๆ :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
หมันไส้ชายโปรด มีความเจ้าเล่ห์

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0






07



ในแต่ละวันของชีวิต

ถูกเติมเต็มด้วยรอยยิ้มของคุณ

 





เป็นเช้าแรกที่ได้มีโอกาสตักบาตรในรอบหลายเดือน คนผิวขาวย่นจมูกฟุดฟิดเมื่อกลิ่นหญ้าชื้นโชยขึ้นมา เอ็นดูหลับตาลงรับกลิ่นอายของธรรมชาติ



“อายุวรรณโณ สุขัง พลัง”



มือที่พนมอยู่ตรงอกยกขึ้นรับพร เอ็นดูพึมพำสาธุเบาๆ แบมือลูบผมตัวเองก่อนหันไปพยุงคุณหญิงลักขณาให้ลุกขึ้น ส่วนคุณแม่ของเขาน่ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของอดีตนางงามก่อนใครเพื่อนแล้ว



เลยรีสอร์ตของคุณชายทรงโปรดไปหน่อยจะมีพระเดินบิณฑบาตตอนเช้า เมื่อคืนที่ผู้ใหญ่นัดแนะกันไว้ว่าจะทำบุญตักบาตรร่วมกันทรงโปรดเองก็รับทราบ แต่เช้านี้ก็ไร้เงาเจ้าของร่างสูงอยู่ดี



“เดี๋ยวเข้าไปทานอาหารเช้าด้วยกันนะคะน้องนัด พี่ให้เด็กทำข้าวต้มกุ้งไว้ เห็นน้องฐาบอกว่าเจ้าตัวเล็กชอบทาน”



เคล้ากับเสียงคุณหญิงลักขณาก็เป็นเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากของเจ้าตัวเล็กที่กำลังวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้า



“ชายโปรดก็ชอบข้าวต้มกุ้งเหมือนกันค่ะคุณพี่ น้าหลานนิสัยการกินเหมือนกันเป๊ะเลยค่ะ”



“ทานง่ายดีนะคะ” คุณหญิงลักขณายิ้ม



“ใช่ค่ะคุณพี่ เสียดายจัง...ชายโปรดน่าจะกลับมาไม่ทันมื้อเช้า”



คุณนัดพูดขึ้นเพราะลูกชายสุดที่รักตื่นตั้งแต่ตีสี่แล้วขับรถออกไปดูงานอีกโครงการในพื้นที่บริเวณเขาใหญ่ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากวังวงศ์ประดิษฐ์เท่าไหร่ แต่ทรงโปรดก็แชตมาบอกเอ็นดูตั้งแต่หกโมงแล้วว่าคงจะกลับไปไม่ทันไปใส่บาตรด้วย



คนอะไรทำงานแม้กระทั่งวันหยุด



เอ็นดูยกเก้าอี้ที่ใช้วางของใส่บาตรวางไว้ท้ายรถตู้ ก่อนจะเดินตรงไปยังจักรยานของพี่แม่บ้านที่ตัวเองยืมมาปั่น เอ็นดูหันไปฉีกยิ้มแฉ่งให้คุณแม่ เป็นอันรู้ว่าเขาจะขอปั่นจักรยานกลับเข้าวังไปก่อน



คนตัวบางขึ้นคร่อมจักกรยาน กำลังจะใช้เท้าปั่นแต่เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้ากลับดังขึ้น ปากจิ้มลิ้มยู่เล็กน้อยก่อนจะล้วงมือหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วก็ต้องคลี่ยิ้มทันทีเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนที่ส่งแชตเข้ามา



 

Prod: เอาบุญมาฝาก

Prod: (Sent a photo)



 

เอ็นดูมองรูปที่เขาส่งมาให้ เป็นรูปที่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดให้ใครสักคนถ่ายตอนที่เขากำลังย่อตัวนั่งพนมมือรับพรจากพระ วิวรอบๆ เป็นหญ้า ทางเดิน และภูเขา เอ็นดูคาดว่าคงเป็นพื้นที่โครงการรีสอร์ตของทรงโปรด



 

N-Doo: สาธุครับ

Prod: เสียดายกลับไม่ทันทำบุญด้วย

Prod: ชาติหน้าได้เจอกันช้าแน่ๆ เลย

N-Doo: เว่อร์แล้วครับ



 

“เอ็นดู รีบกลับเข้าบ้านนะลูก”



เสียงคุณแม่แว่วดังขึ้น เอ็นดูทำมือโอเคพยักหน้างึกตอบรับคุณแม่ก่อนก้มหน้ารัวนิ้วโป้งพิมพ์ข้อความ



 

N-Doo: คุณได้กินข้าวเช้าหรือยังครับ



 

พิมพ์ไปตามความคิดนั่นแหละ เอ็นดูอยากรู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่ อยากรู้ว่าเขาได้หาอะไรรองท้องหรือยัง



แล้วก็อยากบอกด้วยว่า เช้านี้ที่บ้านเขามีข้าวต้มกุ้ง...ของโปรดของใครบางคนด้วย



 

Prod: ถ้ายัง เราจะทำให้กินเหรอ

N-Doo: ไม่ครับ แต่ว่า

N-Doo: เช้านี้ที่บ้านมีข้าวต้มกุ้งนะครับ             

N-Doo: กินข้าวเช้าบ้างนะคุณ ผมก็จะไปกินแล้วเหมือนกัน

Prod: พิมพ์มาเลยก็ได้ว่าอยากให้พี่กลับไปกินข้าวต้มกุ้งด้วย

N-Doo: หลงตัวเอง



 

แต่ก็อยากพิมพ์ไปตามที่เขาบอกจริงๆ นั่นแหละ



เอ็นดูเม้มปาก ไหล่กลมไหวเล็กน้อยเมื่อตัวเองเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ คนนั่งคร่อมจักรยานกระชับเสื้อคลุมที่ใส่ป้องกันอากาศเย็น ปกติที่เขาใหญ่ช่วงเช้าอากาศดีอยู่แล้ว พอเมื่อคืนฝนตกตลอดเลยทำให้เช้านี้อากาศดีกว่าเดิม



เขายกมือขึ้นเกาหัวเบาๆ กัดปากเล็กน้อยก่อนจะแตะนิ้วโป้งลงบนหน้าจอเพื่อพิมพ์ข้อความตอบกลับ



 

N-Doo: เพิ่งรู้ว่าคุณชอบกินข้าวต้มกุ้ง

Prod: คุณแม่บอกใช่มั้ย

N-Doo: ครับ ผมได้ยินคุณแม่คุณคุยกับคุณหญิงป้า

Prod: อือ หิวข้าวแล้ว

N-Doo: บอกผมแล้วจะหายหิวเหรอครับ

Prod: ก็ไม่แน่

N-Doo: นี่คุณ ถ้าหิวก็รีบกลับนะครับ

N-Doo: เดี๋ยวผมตักข้าวต้มกุ้งใส่ชามไว้ให้

 



ข้าวต้มไม่ได้อร่อยที่สุดในโลกหรอก



แต่เพราะมีคนหน้าตาน่ารักนั่งร่วมโต๊ะแถมยังตักข้าวต้มให้กินด้วยนี่สิ คุณชายทรงโปรดถึงได้เจริญอาหารมากกว่าเดิม



และตอนนี้เขาก็นั่งตรงข้ามกับคนน่ารัก เอียงหน้ามองหมอกที่ลอยเหนือภูเขาอยู่ที่ริมระเบียง ทรงโปรดไขว้ขา ยกยิ้มมุมปากอารมณ์ดีเมื่ออาหารเช้ามื้อนี้เขาสามารถอ้อนขอเจ้าของห้องให้ช่วยหิ้วขึ้นมากินบนนี้ได้



“กินสิคุณ มองหน้าอยู่ได้” เจ้าของห้องพึมพำ ตักข้าวต้มเข้าปาก ขมวดคิ้วมองคนตัวโต



ไหล่กว้างของทรงโปรดสั่นไหวจากการหัวเราะในลำคอ



อยากน่ามองเองทำไมล่ะ



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดรีบขับรถมาที่วังวงศ์ประดิษฐ์หลังจากที่เจ้าของวังบอกว่าจะตักข้าวต้มรอ พอมาถึงเขาก็รีบก้าวเท้ายาวตรงเข้ามาที่ห้องอาหารทันที ทั้งที่รีบแล้วก็ยังไม่ทันมื้อเช้า เพราะตอนนั้นเขาเห็นว่าโต๊ะอาหารกำลังถูกเก็บทำความสะอาดโดยสาวใช้



แต่จู่ๆ เอ็นดูก็เดินเข้ามา น้องบอกว่าเดี๋ยวให้คนเคลียร์โต๊ะเพื่อที่เขาจะได้นั่งทาน ส่วนผู้ใหญ่ที่ทานจนเสร็จแล้วออกไปเที่ยวแถวโบนันซ่า และคงจะไปที่อื่นต่ออีกด้วย



แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ...เอ็นดูเองก็ยังไม่ได้กินมื้อเช้าเพราะรอเขาอยู่



‘โต๊ะใหญ่เกินไป’

‘ทำไมครับ’

‘โต๊ะทานอาหารใหญ่ๆ ต้องนั่งกินกันหลายคนถึงจะอร่อย’

‘…’

‘ขึ้นไปกินบนห้องเราได้มั้ย เมื่อคืนพี่เห็นที่ระเบียงห้องเรามีโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่’

‘ห้องผมไม่ได้ที่กินข้าวนะคุณ’

‘ถ้านั่งตรงนี้เหมือนจะกินไม่ลง’

‘เมื่อคืนก็เห็นกินได้ปกตินี่ครับ’

‘เมื่อคืนคนเยอะ เลยนั่งตรงนี้ได้’

‘คุณนี่...’

‘...’

‘ก็ได้ครับ งั้นคุณช่วยยกขึ้นไปด้วยแล้วกัน’



ทรงโปรดยกช้อนที่มีข้าวต้มตักเข้าปาก ใช้ตาคมเหลือบมองคนตัวเล็กที่ยกแก้วน้ำขึ้นจิบเบาๆ เอ็นดูนั่งห่อไหล่แย้มยิ้มบางให้ธรรมชาติ



อย่างนี้ก็ได้เหรอวะ ยิ้มให้อะไรอยู่ไม่รู้ แต่ไม่ยิ้มให้เขา



ก๊อกๆ



ข้อนิ้วหนาเคาะลงบนโต๊ะทำเอาคนที่กำลังจิบน้ำอยู่ชะงักแล้วเหลือบตามอง เอ็นดูเลิกคิ้วก่อนจะวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ถูกใจหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเมื่อดวงตาประกายวับวาวสบกับตาคมของเขา



“มีอะไรครับ”



“เงียบเกินไป”



“ให้เปิดเพลงมั้ยครับ”



“ไม่เอา”



เอ็นดูเม้มปาก…



“คุยด้วยก็พอ”



“ไม่มีอะไรจะคุยนี่นา”



ไม่รู้ว่าเพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างไปทางหนาวเย็น หรือเพราะน้องเขินอะไรกันแน่ จมูกโด่งสวยถึงได้ระเรื่อสีแดงขึ้นมา...ทรงโปรดหัวเราะเบาๆ ก่อนตักข้าวต้มกุ้งคำสุดท้ายเข้าปาก



คนอะไรน่าบีบขนาดนี้



“ออกไปเที่ยวกันมั้ย”



“คุณไม่เหนื่อยบ้างเหรอครับ ตื่นมาทำงานแต่เช้า...ยังจะหาเรื่องเที่ยวอีก” น้องที่กินข้าวหมดก่อนเขาไปนานแล้วพูดขึ้น เจ้าคนน่ารักทำหน้าทำตาสงสัย “อ้อ...คุณมันคนถึก”



“รู้ได้ไงว่าถึก”



“เช้าทำงาน เย็นเที่ยวผับ แล้วก็ตื่นเช้าไปทำงานอีก...ไม่ถึกแล้วเรียกว่าอะไรครับ”



“ใส่ใจเรื่องพี่ด้วยเหรอ”



“...”



“อยากพิสูจน์มั้ยว่าถึกจริงหรือเปล่า”



แปะ



เพราะยักคิ้วทำหน้าทำตาเจ้าเล่ห์ใส่น้องเลยถูกมือนุ่มตีลงบนต้นแขนแกร่ง ถึงมือเอ็นดูจะนุ่ม เสียงที่ตีแขนเขาฟังดูไม่แรงเท่าไหร่ แต่เจ็บเอาเรื่องจนมือหนาต้องยกขึ้นลูบต้นแขนเบาๆ



“ถ้ากินหมดแล้วก็กลับไปได้แล้วครับ”



“ยังไม่หมด”



“เกลี้ยงถ้วยขนาดนั้นยังบอกว่าไม่หมดอีกเหรอคุณ”



“เหลือของหวาน...” เขาลากเสียงยาว



ส่งสายตาเจ้าเล่ห์พร้อมกับปลายนิ้วชี้แกร่งที่จิ้มลงบนแก้มกลมของน้อง เอ็นดูสะดุ้งโหยง ถอยหลังหนีทั้งที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ คิ้วขมวดทำสีหน้าวุ่นวายตกใจให้ทรงโปรดเห็น แถมยังยกมือขึ้นจับแก้มข้างที่ถูกจิ้มเหมือนเด็กหวงของอีกด้วย



“อย่าทำแบบนี้อีกนะคุณ” ทำหน้ามู่ทู่ตอบเสียงเบา



“ทำไม กลัวผิดผีหรือไง”



เอ็นดูชูแขนข้างที่มีสายสิญจน์ขึ้น ยู่ปากจิ้มลิ้มน่ารัก “คงไม่ผิดแล้วมั้งครับ”



“จับนิดจับหน่อยไม่ได้”



“นั่งเฉยๆ ไม่ได้เลยเหรอครับ ทำไมต้องหาเรื่องแกล้งผมบ่อยๆ ด้วย”



“ไม่ได้แกล้ง”



“แกล้งชัดๆ”



แล้วเอ็นดูก็ทำตัวเป็นกระต่ายตาแดงที่ดุๆ ใส่หม่อมราชวงศ์ที่แสนเจ้าเล่ห์



แต่ทรงโปรดก็ไม่ใส่ใจ เขาทำท่าจะเอื้อมมือไปจิ้มแก้มน้องอีกครั้งแต่เจ้าตัวกลับลุกขึ้นยืน คนตัวบางมองค้อนหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่ชอบทำตัวรุ่มร่ามใส่กันก่อนจะสาวเท้าเดินหนีเข้าไปในห้องแต่ก็ต้องส่งเสียงร้องเมื่อเอวบางถูกรวบไว้ด้วยแขนแกร่ง



“นี่คุณ ปล่อยเลยนะ”



“จะไปไหน” กระซิบใกล้ใบหูขาว รั้งแผ่นหลังบางแนบชิดอกแกร่ง เอ็นดูรีบยกมือปิดปากตอนที่เห็นคนสวนนั่งพรวนดินอยู่ข้างล่าง



“ปล่อยครับ”



“บอกมาก่อนว่าจะไปไหน”



“ผมจะลงไปข้างล่าง ส่วนคุณก็กลับไปได้แล้ว”



น้องเอียงหน้าหลบจมูกโด่งของคนตัวสูง กระซิบเสียงนุ่มนิ่มบอกให้ปล่อย ก่อนเม้มปากเมื่อคนสวนที่อยู่ข้างล่างลุกขึ้นเดินไปมา



“ทำไมถึงชอบไล่”



“...”



“อยู่กรุงเทพฯ ก็ไล่ มาเขาใหญ่ยังไล่อีก”



“ไม่ได้ไล่ครับ แต่ทำไมคุณไม่กลับไปสักที”



“ก็ไม่ได้อยากจะกลับ”



“ฮึ่ย”



คุณชายทรงโปรดหัวเราะ แกล้งใช้จมูกโด่งถูลงบนลำคอขาวเบาๆ ล็อกน้องไว้ในอ้อมกอดทั้งๆ ที่ยังดิ้นและหดคอถอยหนี



“หยุดเลยนะคุณ เมื่อคืนยังไม่พอหรือไง”



แล้วทรงโปรดก็ต้องหลุดขำออกมาอีกครั้งเมื่อคนที่เพิ่งพ่นประโยคเมื่อกี้รีบยกมือปิดปาก เอ็นดูทำหน้าเลิ่กลั่กก่อนลดมือที่ปิดปากมาตีแขนแกร่งของเขาแทน



ลนแบบนี้ เขินแน่นอน



ทรงโปรดกระชับกอด ก้มหน้าวางคางบนไหล่แคบของน้อง เขาหลับตาแล้วยิ้มกว้าง เปล่งเสียงทุ้มตอบคำถามให้คนในอ้อมกอดฟัง



“ถ้าบอกว่าไม่พอจะยอมให้ทำอีกมั้ย”



“ม...ไม่ คุณโลภมากเกินไป”



“นิดเดียวก็ได้ ขอแตะปากให้ชื่นใจหน่อย”



เอ็นดูซบหน้าลงบนฝ่ามือนุ่มของตัวเอง ส่ายหน้ารัวจนเส้นผมสีน้ำตาลฟูกระจาย



“พอเถอะครับ เดี๋ยวคนอื่นเห็น”



ไม่เห็นใจกันเลย เขามีแต่ได้ ส่วนเราได้อะไรนอกจากหน้าร้อนๆ



แถมหัวใจยังเต้นแรงมากอีกต่างหาก



“กลัวคนอื่นเห็นเหรอ”



“ฮื่อ” เอ็นดูส่ายหน้า ไม่อยากได้ยินเสียงของเขาแล้ว



“งั้นเข้าไปจูบในห้องก็ได้”







[ต่อด้านล่างค่ะ]






ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0


10:08 pm



เพราะว่าพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ เอ็นดูเลยต้องกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นของวันอาทิตย์



และเพราะว่าพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ เอ็นดูเลยต้องนั่งรถเบนซ์สีดำคันหรูของทรงโปรดกลับกรุงเทพฯ เพราะเจ้าของรถคันนี้ก็ต้องกลับไปทำงานเช่นกัน



ตอนแรกเอ็นดูคิดว่าจะได้นั่งรถกลับพร้อมกับคุณแม่ของทรงโปรดและหม่อมราชวงศ์รฐาซะอีก แต่ก็ไม่ เพราะพวกท่านบอกว่าจะอยู่พักผ่อนต่อที่เขาใหญ่อีกสักสองสามวัน อยู่สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชื่นใจก่อน



 ตอนนี้เข้าสู่กรุงเทพฯ แล้ว อีกไม่กี่นาทีจะถึงคอนโดของเอ็นดู



จำได้ว่าตัวเองนั่งนิ่งๆ อยู่ในรถ ไม่ได้คุยอะไรกับทรงโปรดสักคำ อ้อ ได้คุยตอนที่ทรงโปรดแวะปั๊ม แล้วเอ็นดูก็ถามเขาว่าอยากดื่มกาแฟหรือเปล่า ทรงโปรดพยักหน้าบอกว่าตัวเองอยากดื่มอะไร แล้วเขาก็แค่ทำหน้าที่ลงไปซื้อให้เท่านั้น



พอขึ้นรถอีกครั้ง เอ็นดูก็หลับยาวจนกระทั่งถึงกรุงเทพฯ...เพิ่งจะตื่นเมื่อกี้นี้แหละ



“คุณจะขึ้นไปดื่มน้ำก่อนมั้ย”



เสียงปลดสายเบลท์ดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงนุ่มนิ่มของเอ็นดู น้องเอียงหน้ามองคนตัวสูงที่กำลังหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าสู่บริเวณคอนโด



“อยากให้ขึ้นไปมั้ย”



“ก็...แล้วแต่คุณสิครับ”



แต่ดูท่าว่าเขาจะไม่ขึ้นไป



เพราะตอนนี้ทรงโปรดขับรถมาจอดตรงหน้าคอนโดแทน ไม่ได้ขึ้นไปจอดบนลานจอดรถเหมือนเดิม น้องผ่อนลมหายใจเบาๆ เม้มริมฝีปากอวบอิ่มเล็กน้อย  จู่ๆ ก็รู้สึกใจแป้วที่หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดจะไม่ขึ้นไปพักดื่มน้ำก่อน



จนกระทั่งรถเบนซ์หรูคันนี้จอดสนิทเทียบหน้าคอนโด



เอ็นดูคลายริมฝีปากที่เม้มไว้ ดวงตาเรียวรีประกายวิบวับจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาครบเครื่องของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่เห็นเพียงด้านข้าง เขายกยิ้มมุมปากก่อนหันมองเจ้าเด็กน่ารักที่นั่งจ้องหน้าเขาอยู่



“เดี๋ยวต้องไปธุระต่อ” ทรงโปรดพูดด้วยโทนเสียงปกติ



เอ็นดูเหลือบมองนาฬิกา Rolex บนข้อมือแกร่งของทรงโปรดพร้อมทำหน้าสงสัย...ไม่รู้เลยว่าเขามีธุระอะไรช่วงดึกๆ แบบนี้



ถ้าไม่ขึ้นไปดื่มน้ำบนห้องของเอ็นดู ก็ควรกลับไปพักผ่อนมากกว่า



“ครับ” น้องเม้มปากอีกครั้ง ขยับตัวหยิบกระเป๋าเป้ที่ใส่เสื้อผ้ามากอดแนบอก “ขอบคุณนะครับที่มาส่ง”



“เดี๋ยวโทรหา”



“โทรมาทำไมครับ”



“มีเรื่องจะคุยด้วย”



“คุยตอนนี้ไม่ได้เหรอคุณ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดอมยิ้มก่อนจะเอื้อมมือหนามาลูบผมนุ่มของคนตัวเล็ก เจ้ากระต่ายน้อยช้อนตามอง ค้อนเล็กน้อยเพราะเขาส่ายหน้าไปมา



“คุยตอนนี้ไม่ได้”



“คุณนี่...จริงๆ เลย”



เขาเอาแต่อมยิ้มและลูบผมนุ่มเล่น เอ็นดูไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับเขาต่อ เลยเบี่ยงตัวหลบมือหนาที่กำลังวุ่นวายกับเส้นผมของตัวเองอยู่ ยกมือไหว้ขอบคุณคนตัวโตที่มาส่งก่อนจะเปิดประตูรถออกแล้วเดินหนีหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่ชอบทำตัวให้...



ให้รู้สึกวุ่นวายหัวใจ จนต้องคิดถึงตลอดเวลา







*****







11:11 pm



เอ็นดูก้าวเท้าเดินอยู่ในล็อบบี้ของคอนโดหลังจากที่เพิ่งซื้อของในซุปเปอร์เสร็จ เอื้อมมือขาวกดปุ่มลิฟต์แล้วยืนรอ พยายามไล่สิ่งที่วนเวียนอยู่ในความคิดออกไป...แต่ก็ทำไม่ได้สักที



เอ็นดูคิดถึงคุณชายทรงโปรด



คิดถึงมากๆ ด้วย



ตึ๊ง



เสียงลิฟต์ดังขึ้นเรียกให้เอ็นดูก้าวเท้าเข้าลิฟต์ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท เอื้อมมือกดเลือกชั้นห้าสิบสองพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลาว่างๆ



หาอะไรทำเพื่อไม่ให้คิดถึงเขามากไป



เรียวนิ้วโป้งเลื่อนหน้าจอไล่ดูแชตตั้งแต่วันเสาร์ เอ็นดูไม่ได้อ่านแชตใครเลย ใช่ ผลของการไม่อ่านแชตนั่นแหละ ที่ทำให้ตัวเลขแจ้งเตือนจำนวนข้อความพุ่งสูงถึงหลักพัน



ส่วนใหญ่เป็นแชตของกลุ่มคนร่วมคณะกัน เอ็นดูไม่ใส่ใจเลยปัดทิ้งเพราะส่วนใหญ่ไม่มีอะไรสำคัญให้อ่านนอกจากคนในคณะไปร้านเหล้าแล้วถ่ายแอลกอฮอล์อวดกัน บางคนก็ไปเที่ยวทะเลแล้วถ่ายรูปส่งก็เท่านั้น



เอ็นดูเลือกที่จะเข้าไปอ่านและตอบแชตของพี่รหัสมากกว่า คนที่ก้มหน้ามองจอโทรศัพท์ระบายยิ้มเมื่อเห็นว่าพี่รหัสของตัวเองส่งข้อความมาล่าสุดก็เมื่อห้านาทีที่แล้ว แชตที่ส่งมาไม่มีอะไรมาก แค่ถามว่าเอ็นดูหายไปไหน รัวมาแบบนี้หลายข้อความติดจนคนอ่านหัวเราะออกมาเบาๆ



 

N-Doo: ใจเย็นๆ นะพี่ปัน

N-Doo: เอ็นเพิ่งถึงคอนโด นี่กำลังขึ้นลิฟต์อยู่เลย

Pun: เฮ้ย ไปไหนมาทำไมกลับดึกแบบนี้

N-Doo: เพิ่งกลับจากบ้านที่เขาใหญ่ง่ะพี่ปัน

N-Doo: ไปทำนี่มา



 

เอ็นดูถ่ายรูปแขนข้างที่มีสายสิญจน์สีขาวผูกข้อมือแล้วกดส่งให้พี่รหัส ก้าวเท้าเดินออกจากลิฟต์เมื่อประตูเลื่อนเปิดออก เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าห้อง เขาใส่รหัสอันล็อกก่อนใช้แผ่นหลังดันประตูก่อนแทรกตัวเข้าห้อง

 

Pun: เฮ้ยยยย มันคืออะไร

Pun: โดนรับขวัญเหรอ ที่วังมีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ

N-Doo: บอกแล้วห้ามตกใจนะ

Pun: งั้นอย่าเพิ่ง คอลล์ได้ป่ะ

N-Doo: ได้ๆ

 



เอ็นดูวางของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์ลงบนโต๊ะ รีบหยิบหูฟังออกจากกระเป๋าแล้วเสียบเข้ากับโทรศัพท์ของตัวเองทันที ไม่นานนักจากหน้าแชตก็เปลี่ยนเป็นสายเรียกเข้าของพี่รหัส



ปันคือคนเดียวที่เอ็นดูไว้ใจ เคารพ นับถือเหมือนพี่ชายจริงๆ พี่รหัสคนนี้ก็ดูแลเขาไม่ต่างจากน้องชายแท้ๆ เวลาที่เอ็นดูมีเรื่องไม่สบายใจ หรืออยากเล่าอะไรสักอย่าง ปันนี่แหละคือคนแรกที่จะได้รับรู้ความรู้สึกของเอ็นดู



“ทำไมเสียงดังจังพี่ปัน” ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงของปัน แต่เป็นเสียงเพลงที่ดังกึกก้อง “พี่ปันอยู่ที่ไหนครับ”



[แป๊บๆ]



ระหว่างที่รอ เอ็นดูก็เคลื่อนตัวเข้าไปในห้องนอน หย่อนสะโพกนั่งบนเตียงนุ่มของตัวเอง ถอนหายใจเบาๆ เมื่อเหมือนจะเดาได้ว่าพี่รหัสคนนี้น่าจะไปสิงอยู่ในผับที่ไหนสักที่อีกแน่ๆ



[โอเค มาละ]



“พี่ปันอยู่ที่ไหน...ไปเที่ยวอีกแล้วใช่มั้ยครับ”



[อือออออ คลายเครียดนิดหน่อย วันนี้วันเกิดเจ้าของร้านด้วยอ่ะ เลยมาหนุกๆ]



“ร้านไหนครับ พี่ปันรู้จักกับเจ้าของร้านเหรอ” เอาเป็นว่า...รู้กันว่าตอนนี้ปันอยู่ที่ไหน มีอยู่ที่เดียวแหละที่พี่รหัสชอบไปบ่อยๆ นั่นก็คือผับ



[พี่ไม่รู้จัก แต่เพื่อนๆ พี่มันจักไง ร้านที่เอ็นดูไปแบกพี่กลับวันนั้นแหละ]



“เฮ้อ นี่เอ็นไม่ต้องไปแบกพี่กลับอีกแล้วใช่มั้ย”



[อย่าพูดเรื่องพี่เลย เอาเรื่องเราเหอะ สายสิญจน์นี่ยังไง แค่กลับวังต้องผูกขนาดนี้เลยเหรอ]



ปันเข้าไม่ถึงเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ไม่รู้ว่าในวังมีอะไรแปลกๆ เหมือนบ้านคนธรรมดามั้ย ปันชอบให้เอ็นดูเล่าเรื่องในวังให้ฟัง ชอบฟังชีวิตการเป็นอยู่ของเอ็นดูในนั้น



“เอ็นกลับไปผูกข้อมือมา”



[อืมมมม ผูกข้อมือแบบไหนอ่ะ รับขวัญกลับบ้าน หรือผูกข้อมือจองตัวแต่งงานงี้ป่ะ]



“ไม่ใช่แต่งงานครับ แค่หมั้น”



[เอ๋า นี่พี่พูดเล่นนะเว้ย จะไปหมั้นกับใครอ่ะ]



เสียงปลายสายตกใจสุดๆ เอ็นดูเดาหน้าพี่รหัสออกเลย ป่านนี้ต้องทำตาโตตื่นเต้นรออยู่แน่ๆ



“พี่ปันจำคนที่ไปรับเอ็นเมื่อหลายวันก่อนได้มั้ย หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดน่ะครับ”



[คนนั้นอ่ะเหรอ เฮ้ยๆๆ ไม่ได้โกหกพี่ใช่เปล่าเนี่ย]



“ครับพี่ปัน คนนั้นเลย”



พอพูดถึงคนนั้น รอยยิ้มมุมปากของทรงโปรดก็ลอยอยู่ในหัวของเอ็นดูทันที ไม่ใช่แค่รอยยิ้ม แต่ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ ของเขาอีกด้วย



ทำไมจู่ๆ ก็มาอยู่ในความคิด



แล้วทำไมเอ็นดูต้องไปเก็บเรื่องราวของเขามาไว้ในความทรงจำด้วยก็ไม่รู้



แต่ที่มากกว่าน้ำเสียง รอยยิ้ม ก็คือสัมผัส



นิ้วชี้เผลอยกแตะริมฝีปากเมื่อความนุ่มนวล อ่อนโยน ละมุน กลับเข้ามาในความรู้สึกอีกครั้ง ทรงโปรดเหมือนผ้าห่มในวันที่ฝนตกหรือในวันที่อากาศหนาว เขาห่มเอ็นดูไว้ให้ผ่อนคลาย ในขณะเดียวกันก็ทำให้เอ็นดูสับสน มึนงง ตาพร่ามัวไปหมด



แต่ไม่น่าเชื่อ ว่าสัมผัสของเขาจะทำให้เอ็นดูอบอุ่นไปทั้งหัวใจได้ขนาดนี้



[เดี๋ยวนะ แล้วทำไมถึงไปผูกข้อมือกันได้อ่ะ แล้วไหนจะหมั้นอีก คือยังไงเนี่ยน้อง]



“อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ”



[อุบัติเหตุแบบไหนถึงต้องหมั้น นี่ไม่ใช่ว่า...]



“ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่หมั้นให้ผู้ใหญ่สบายใจเท่านั้นเอง”



[แล้วเอ็นดูก็ยอมเนี่ยนะ ไม่ดิ คุณชายเขาก็ยอมหมั้นด้วยเหรอ มันแปลกๆ นะเอ็นดู คิดว่าพี่จะเชื่อเราเหรอ]



คนผิวขาวอมยิ้มให้กับความรู้ทันของพี่รหัส คนผิวขาวเอนตัวพิงหัวเตียงก่อนใช้นิ้วชี้เกาแก้มกลมเบาๆ



[เล่ามาให้หมด แล้วพี่จะบอกว่าตอนนี้พี่เจออะไร]



แต่จู่ๆ เสียงที่เคยตื่นเต้นตกใจก็เปลี่ยนเป็นนิ่งเรียบ เอ็นดูเกาหัวเบาๆ เมื่อพี่รหัสมีข้อแลกเปลี่ยนซะงั้น



“อะไรครับ”



[เล่าไม่เล่า]



“เล่าๆ แต่พี่ปันเกริ่นมาก่อนได้มั้ยว่าเจออะไร”



[ถามก่อนได้เปล่า เราได้คิดอะไรกับคุณชายทรงโปรดมั้ยอ่ะ]



“...ทำไมเหรอครับพี่ปัน”



[พี่ไม่มั่นใจเลยว่าคุณชายทรงโปรดเขามีแฟนหรือยัง...]



“...”



[พี่เห็นเขากำลังนั่งดื่มอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งอ่ะ ดูสวยดีนะ]



“อ่า เหรอครับ”



[แต่ตอนนี้คุณชายเขาลุกหนีไปแล้ว อืมมมม ไม่น่าจะใช่แฟน...]



คนฟังก้มหน้าพลางส่ายหัว



อย่าถามเลยว่าอีกฝ่ายมีใครแล้วหรือยัง เพราะตัวเขาเองยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดมากเท่าไหร่



รู้แค่ว่าทุกเวลาที่ได้อยู่ใกล้กัน เขาทำให้เอ็นดูกลายเป็นคนที่ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกกับอัตราการเต้นของหัวใจได้เลยสักครั้ง



ทรงโปรดทำให้เอ็นดูต้องยอมแพ้อยู่เรื่อย



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเล่นหูเล่นตาเก่ง ดูเจ้าชู้เสน่ห์แพรวพราว สามารถใช้สายตา คำพูด หว่านล้อมคนให้ตกอยู่ในห้วงของเขาได้



นิสัยของทรงโปรดคงเป็นแบบนั้นมานานแล้ว…นิสัยที่มักทำให้ใครต่อใครหลงใหลในตัวเขา



ไม่รู้เลยว่าการที่เปิดใจให้ทรงโปรดเป็นเรื่องดีหรือเปล่า



ที่รู้ตอนนี้เอ็นดูกำลังขมวดคิ้ว วุ่นวายใจเพราะแค่รู้ว่าเขากำลังอยู่กับคนอื่น



ที่รู้ตอนนี้...เหมือนกับว่าหัวใจของเอ็นดูมันวูบลงเดี๋ยวนั้นเลย

 





*****







ประชุมเช้านี้บรรยากาศอึมครึมกว่าทุกวัน เพราะหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดหน้านิ่ง อารมณ์ไม่ดี แถมยังสั่งแก้แบบเฟอร์นิเจอร์ล็อตใหม่ของบริษัทยกชุด อารมณ์แปรปรวนของบอสทำเอาพนักงานที่นั่งอยู่ในห้องประชุมถึงกับเกร็งกันทั่วหน้า



ทรงโปรดเหลือบมองโทรศัพท์ของตัวเอง เขายังเปิดหน้าแชตของเอ็นดูค้างเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน รายนั้นไม่รับสาย ไม่ตอบแชต เมื่อเช้าไปหาถึงห้องก็ไม่เจอ เห็นแต่แม่บ้านที่ทำความสะอาดห้องของน้องอยู่แล้วบอกว่าเจ้าของห้องนี้ออกไปเรียนตั้งแต่ตีห้าครึ่งแล้ว



ไปเรียนตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เป็นไปได้ไงวะ



มีอาจารย์ที่ไหนลุกขึ้นมาสอนตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนั้น แต่สิ่งที่เขาหงุดหงิดไม่ใช่เรื่องที่เอ็นดูไปเรียนเร็วหรอก เพราะว่าเขาติดต่อน้องไม่ได้เลยมากกว่า



ลงทุนขนาดที่ว่าตามถึงห้องไม่เจอเลยไปตามถึงมหาวิทยาลัย เอ็นดูเรียนคณะบริหารธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ภาคอินเตอร์ แน่นอนว่าการตามหาตัวน้องในคณะเป็นอะไรที่ง่ายมาก



มันง่ายจริงๆ เพราะแค่เขาถามเด็กๆ ในคณะว่ารู้จักคนที่ชื่อเอ็นดูมั้ย ทุกคนก็พยักหน้าหงึกๆ พร้อมกันหมด แต่พอถามต่อว่าเอ็นดูอยู่ที่ไหน ทุกคนกลับชี้นิ้วไปกันคนละทิศทาง



‘พี่ลองไปถามคนที่เรียนปีสามมั้ยคะ แต่ว่าวันนี้ปีสามไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ’

‘ปีสามว่างนะวันนี้ รุ่นพี่เพิ่งไลน์มาบอกเมื่อกี้อ่ะครับ’



เขาต้องขอบใจน้องคณะนี้จริงๆ ที่ให้ความร่วมมืออย่างดี



ทรงโปรดหาเพื่อนร่วมคณะของเอ็นดูไม่ได้สักคน เพราะวันนี้ปีสามไม่มีเรียน คงนอนอยู่บ้านกันหมด



แล้วที่แม่บ้านบอกว่าน้องออกไปเรียนตั้งแต่ตีห้าครึ่งนี่มันยังไงวะ



“คุณชายจะแก้แบบตรงไหนอีกมั้ยคะ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเหลือบมองเสียงไพเราะของเลขาที่นั่งหลังตรงอยู่ข้างเขา ปานวาดเลิกคิ้วเชิงถามอีกครั้งเมื่อถูกจ้องหน้า



“ไม่ครับ”



“งั้นพี่ให้ดีไซน์เนอร์คอนเฟิร์มแบบตามนี้เลยนะคะ”     



เขาแค่พยักหน้าแล้วหยิบเอกสารยืนยันการ Revise แบบมาเซ็นคอนเฟิร์มให้ ปานวาดเหลือบมองเจ้านายของตัวเอง พอเห็นว่าเขานิ่งไป ไม่มีอะไรพูดต่อเลยกระแอมไออีกครั้ง



“คุณชายมีอะไรจะคุยต่อมั้ยคะ”



“ไม่ครับ”



“งั้น...ทุกคนกลับไปทำงานได้แล้วใช่มั้ยคะ”



“ครับ”



ไม่ได้ตั้งใจตอบสั้นๆ หรือคีพลุคคุณชายเย็นชาอะไรหรอก แต่เพราะทรงโปรดกำลังใช้นิ้วโป้งของเขาพิมพ์ข้อความหาคนที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนอยู่ เลยไม่ได้เงยหน้ามองคนรอบตัว



เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน งานก็คืองาน ที่ผ่านมาทรงโปรดไม่เคยเก็บเรื่องของใครมาใส่ใจให้เสียงานแบบนี้ แต่กับเจ้าคนตัวขาวน่ารักน่าบีบนั่น...ยอมรับว่าเขาแพ้ราบคาบ



ร่างสูงรอจนกระทั่งพนักงานทุกคนเดินออกจากห้องประชุมแล้วเหลือเขาแค่คนเดียว ทรงโปรดถอนหายใจยาว เอนหลังไปกับพนักพิงเก้าอี้ เปิดดูรูปโปรไฟล์ของคนที่ไม่ยอมตอบไลน์



เหมือนคนบ้าเลยว่ะ



บ้าคิดถึงน้องอยู่คนเดียว



ถอนหายใจอีกครั้งแล้วใช้นิ้วโป้งพิมพ์ข้อความบอกน้องไปว่าเป็นห่วง เขาคงมานั่งจ้องโทรศัพท์ทุกวินาทีไม่ได้เหมือนเดิมเพราะตัวเองก็มีงานการต้องทำ หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเลยตั้งใจว่าข้อความนี้จะเป็นข้อความสุดท้ายของชั่วโมงนี้แล้วแหละ ชั่วโมงถัดไปค่อยแชตหาอีกที



 

Prod: ถ้าว่างแล้วตอบกลับด้วย

Prod: เป็นห่วง กลัวเราเป็นอะไรไป



 

ร่างสูงลุกขึ้นยืนหลังจากที่กดส่งข้อความเสร็จแล้ว ทรงโปรดพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ขุ่นมัวเหมือนตอนแรก ยอมรับว่าอาการที่เขาแสดงออกตอนประชุมทำให้พนักงานหลายคนที่ร่วมงานกันขนลุกซู่



แต่จังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าเอื้อมมือเพื่อเปิดประตูห้องประชุม จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนบ่งบอกว่ามีข้อความเข้าดังขึ้น หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดรีบยกมือข้างที่จับโทรศัพท์ขึ้นมาดู คลี่ยิ้มทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่ทำให้เขาคิดถึงจนแทบเป็นบ้าตอบแชตกลับมาแล้ว



 

N-Doo: เพิ่งว่างครับ

N-Doo: คุณจะรัวแชตมาขนาดนี้ทำไมเนี่ย

 



คนตัวสูงหัวเราะในลำคอ เขานึกสีหน้าของเอ็นดูออกทันทีเมื่อไล่สายตาอ่านแชตจบ กระต่ายน้อยของเขาคงทำหน้ายุ่งๆ ขมวดคิ้ว อมลมจนแก้มฟูอยู่แน่ๆ



 

Prod: คิดถึง

Prod: เป็นห่วงด้วย

N-Doo: ขอบคุณครับที่เป็นห่วง ผมสบายดี

 



ปลายนิ้วโป้งกำลังจะพิมพ์ข้อความอะไรบางอย่างลงไป แต่ก็ชะงักเมื่อทรงโปรดคิดว่าถ้าพิมพ์มันไม่ทันใจเท่าได้ยินเสียง เขาเลยออกจากหน้าต่างแชตก่อนจะกดโทรหาคนที่เพิ่งคุยกันเมื่อกี้แทน



ทรงโปรดหมุนตัวก่อนสาวเท้าเดินไปตรงกระจกใสบานใหญ่ที่อยู่ตรงข้าม เขาก้มหน้าเล็กน้อย มือหนาเกี่ยวม่านที่บังกระจกใสออกเพื่อให้มองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ และเป็นจังหวะเดียวกับที่เอ็นดูกดรับสายพร้อมเปล่งเสียงนุ่มนิ่มพอดี



[สวัสดีครับ]



“คิดถึง”



[เอ่อ...ครับ] เสียงพึมพำแผ่วเบาทำเอาทรงโปรดยิ้มกว้าง ถ้าให้เดาน้องคงหน้าแดงอยู่แน่ๆ



“ไม่คิดถึงกันบ้างเหรอ”



[ไม่ครับ]



ทรงโปรดหัวเราะให้ปลายสายได้ยิน เป็นเสียงหัวเราะทุ้มนุ่มที่เขาเชื่อหมดใจว่าถ้าเจ้าน้อยกระต่ายน่ารักตัวนี้ได้ยินต้องอมยิ้มมีความสุขเหมือนๆ กับเขา



“ปากแข็ง”



[คุณมีอะไรพูดมาเลยได้มั้ยครับ ผมจะไม่ว่างแล้ว]



ถ้าหูไม่ได้ฝาด หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดมั่นใจว่าได้ยินเสียงหัวเราะปนเสียงร้องของเด็กกลุ่มหนึ่งดังมาจากปลายสาย เขาขมวดคิ้วตั้งใจฟังอีกครั้ง



เอ็นดูอยู่ที่ไหน?



“เหมือนได้ยินเสียงเด็ก”



[ครับ ผมมาทำบุญกับพี่ปัน]



“ทำบุญที่ไหน”



[ถามทำไมครับ คุณจะมาเหรอ]



มือหนาข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดชอบน้ำเสียงที่ฟังดูรั้นๆ ของเอ็นดูจนอยากขับรถไปหาเจ้าตัวแล้วตีปากเอิบอิ่มสักทีสองทีให้หายมันเขี้ยว



“เผื่อไปหาได้”



[อยู่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นนทบุรีครับ]



ทรงโปรดยกยิ้ม จากตอนแรกที่ไม่มีแรงทำงานก็กลายเป็นว่าเหมือนได้ชาร์จพลังเกือบเต็มร้อย แค่น้ำเสียงใสๆ นุ่มนิ่มของเอ็นดูก็ทำเอาทรงโปรดกระชุ่มกระชวยขึ้นมาแล้ว



แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมาจริงๆ เขาไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายเท่านี้มาก่อน การได้ยินเสียง ได้คุย ได้เจอหน้าน้องก็ทำให้ชีวิตของทรงโปรดไม่น่าเบื่อ



 ชีวิตที่ไร้สีสันของเขาหายไปตั้งแต่วันที่ได้เจอหม่อมหลวงจิรา วงศ์ประดิษฐ์



“เดี๋ยวไปหา”



[จะมาทำไมครับ]



“อยากทำบุญ”



[ทำบุญที่ไหนก็ได้มั้งคุณ ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่เลย]



“อยากทำบุญร่วมกับเรา”



[เฮ้อ คุณนี่...]



“ส่งโลเคชั่นให้ด้วย เดี๋ยวไปหา”



ต้องรีบไปหาเดี๋ยวนี้เลย...



ก็คนมันคิดถึงจะตายอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี

 

 









พี่ชายโปรดคะ งานเข้าแล้วค่ะ

ง้อด่วนๆ เลย ._.



ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6781
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
น้อนนนนน
แต่งเลยๆ

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0


08



ไม่มีใครที่ทำให้รู้สึกสับสนเท่าคุณ

 



เสียงล้อรถบดเม็ดหินขึ้นพร้อมเสียงฟ้าร้อง หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีฟ้าสว่างเป็นสีเทา เขาดับเครื่องยนต์ของเบนซ์สีดำหลังจากที่จอดเรียบร้อยแล้ว มือหนาปลดกระดุมสูทออกก่อนโยนมันไว้ที่เบาะข้างๆ ก่อนที่จะก้าวลงจากรถคันหรูของตัวเองที่จอดคู่กับ Lexus สีขาวของคนที่เขาคิดถึง



ร่างสูงสง่าสาวเท้าเหยียบหินกรวด หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดไร้ที่ติทุกสัดส่วน เครื่องหน้าหล่อเหลาหนึ่งเดียวของเขาสะดุดตาใครหลายคนให้มาหมายปองอยากเป็นเจ้าของหัวใจ



แต่ทรงโปรดแปลกใจจริงๆ ในเมื่อเขาเพอร์เฟ็กต์ขนาดนี้ ทำไมเอ็นดูถึงยังมีท่าทีเฉยชาใส่แทบทุกครั้ง



รวมทั้งตอนนี้ด้วย



คนตัวสูงสบตากับคนเด็กกว่าที่เหลือบมองทรงโปรดแค่แวบเดียว ก่อนจะหันไปคุยกับเด็กคนหนึ่งในบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ มือขาวๆ ของน้องลูบผมเด็กที่ร้องไห้สะอื้นงอแง คนผิวขาวย่อตัวนั่งยองเพื่อให้เหลือส่วนสูงเทียบเท่ากับเด็กคนนั้น ท่าทางของเอ็นดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เขาเห็น



น่ารัก น่าเอ็นดูอีกแล้ว



ทรงโปรดได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ว่าเอ็นดูกำลังพูดอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังงอแงอยู่ แต่เด็กคนนั้นพยักหน้ารัวก่อนจะหันหน้ามาทางเขาแล้วยกสองมือที่ถือถุงขนมขึ้นไหว้ ก่อนเดินหนีเข้าไปนั่งในหอประชุมที่มีพี่รหัสของเอ็นดูกำลังอ่านนิทานให้เด็กๆ คนอื่นฟังอยู่



“ทำเด็กร้องไห้เหรอ”



“มาถึงก็หาเรื่องกันเลยเหรอครับ”



เจ้าคนน่ารักทำหน้าหงิกตั้งแต่เด็กคนนั้นเดินกลับไป ทำให้ทรงโปรดเกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีว่าถ้าอยากได้ความอ่อนโยนจากน้องบ้างต้องร้องไห้งอแงแบบเด็กคนนั้นหรือเปล่า



แต่ก็โตเกินจะร้องไห้แล้วเปล่าวะ เดี๋ยวหาว่าปัญญาอ่อนพอดี



“คิดถึง หายไปไหนมา โทรไปก็ไม่รับสาย ไม่ตอบไลน์ ไม่อะไรเลย”



ทรงโปรดรัวจนคนฟังกะพริบตาปริบ เขาก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อมองสีหน้าของคนตรงหน้า น้องยังหน้ามุ่ยอยู่เลย ไม่รู้ไปโดนใครทำอะไรให้ไม่ถูกใจเข้าหรือเปล่า



“ก็รับสายแล้วนี่ครับ ไลน์ก็ตอบแล้วด้วย”



“หมายถึงเมื่อคืน กับเมื่อเช้าก่อนที่เราจะตอบแชต”



คนตัวขาวเงยหน้ามองคนสูงกว่าเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้ว ทรงโปรดมั่นใจ และสิ่งที่เขามั่นใจต้องไม่ผิดแน่ๆ...เหมือนน้องกำลังมีคำถาม กำลังงอนเขาอยู่



“ผมนอนอยู่ครับ อยากพักผ่อนเลยไม่สนใจโทรศัพท์”



พยักหน้าตามน้ำคนขี้งอนสักหน่อย ทำให้น้องรู้ว่าเขาเหมือนจะเชื่อในสิ่งที่น้องพูดให้ฟัง ทั้งที่ความจริงทรงโปรดไม่ได้เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว



ตอนพูดไม่สบตา แถมมือที่กุมประสานกันไว้ยังบีบแน่นอีกต่างหาก



เก็บอาการไม่ค่อยอยู่เลยสักครั้ง เขารู้ทันทุกที



“นึกยังไงถึงมาทำบุญที่นี่”



น้องดูอึดอัดเขาเลยเปลี่ยนเรื่องให้คนตรงหน้าผ่อนคลาย อย่างน้อยก็รู้แล้วแหละว่าเอ็นดูกำลังงอนอะไรเขาอยู่สักอย่าง



“มาทุกเดือนอยู่แล้วครับ”



“รู้จักที่นี่ได้ยังไง”



“ผมสนิทกับพี่ปันครับ แม่พี่ปันมาที่นี่บ่อย พี่ปันเลยชวนมาทำบุญด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่ง”



ดูผิวเผินไอ้เด็กที่เมาแอ๋วันนั้นไม่น่าจะใช่สายนักบุญเท่าไหร่ น่าจะเป็นพวกหนักเข้าผับเน้นแอลกอฮอล์มากกว่า



ดูคนที่ภายนอกไม่ได้จริงๆ



“เด็กที่นี่น่าสงสารครับ ผมอยากมาบ่อยๆ ให้พวกเขารู้สึกว่ายังมีคนที่รักเขาอยู่”



“น่ารัก”



“ครับ?”



“น่ารักไม่พอยังใจดีอีกด้วย”



ปกติถ้าโดนเขาต้อนแบบนี้เอ็นดูคงต้องหน้าแดงหรือจมูกแดงไปแล้ว แต่ไม่ น้องแค่ใช้นิ้วชี้ถูปลายจมูกโด่งเบาๆ เงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉย



งอนอะไรมาวะเนี่ย



“คุณมาเพื่อพูดแค่นี้ใช่มั้ย” แล้วคนที่เงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้านิ่งเมื่อกี้ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าง้ำงอนิดหน่อย “ผมจะได้เลิกสนใจคุณแล้วเข้าไปหาเด็กๆ”



“เดี๋ยวสิ” ทรงโปรดคว้ามือนุ่มๆ ของน้องมากุมเอาไว้ “อย่าใจดีแค่กับเด็ก ใจดีกับคนที่กำลังจีบตัวเองด้วย”



“คุณมีคนใจดีด้วยเยอะแล้วไม่ใช่เหรอครับ”



เสียงพึมพำกลับจมูกฟึดฟัดทำให้คิ้วของทรงโปรดเลิกขึ้น อยากจะเค้นถามตรงนี้ว่างอนอะไร เขาทำผิดอะไรหรือเปล่าแต่ร่างสูงก็ยังอดทนใจเย็น



เอ็นดูมีจุดอ่อนอยู่หลายอย่าง



อย่างแรกที่เขาจับจุดอ่อนนั้นได้ก็คือ น้องโกหกไม่เก่งเลยสักนิด



ตะล่อมถามไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้คำตอบที่คาใจแล้ว



“ไม่มีใครใจดีกับพี่เลย เข้าใจผิดแล้ว”



“งั้นคุณก็คงชอบใจดีกับคนอื่น”



ชอบจริงๆ เลย ปากจิ้มลิ้มที่ยื่นๆ ยู่ๆ เวลาพูดอะไรออกมาพร้อมกับอารมณ์ไม่พอใจของน้องเนี่ย โคตรจะน่ารัก



เจ้าตัวคงไม่รู้เลยว่าท่าทางของตัวเองตอนนี้ ยิ่งกว่าเด็กที่กำลังร้องไห้งอแงซะอีก



“ใจดีกับเราคนเดียว”



“ไม่จริง เมื่อคืนคุณยังใจดีกับผู้หญิง--เอ้ย ไม่ๆ” คนผิวขาวรีบยกมือข้างหนึ่งปิดปาก เบิกตากว้างก่อนส่ายหน้ารัวไปมาก่อนจะก้มหน้างุด พอหลุดปากพูดออกมาก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินหนี แต่คนที่กุมมือไว้กระชับมือไว้แน่นเลยไม่สามารถหนีไปไหนได้



ทรงโปรดก้มหน้ามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้หน้าแดงหูแดง เมื่อกี้น้องพูดถึงผู้หญิง และยังพูดถึงเมื่อคืนอีกด้วย คนตัวโตร้องอ้อในใจทันที เมื่อคืนเขาไปงานวันเกิดของพีชที่ผับ และเขาก็เห็นว่าพี่รหัสของเอ็นดูเองก็ไปร่วมงานนี้ด้วยเหมือนกัน



แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาเจอใครหรอก เจ้าคนน่ารักขี้งอนนี่มากกว่าที่ทำท่าเหมือนคนหลุดปากพ่นความในใจคำโตออกมา



“เอ็นดู เงยหน้ามองพี่หน่อย”



ถ้าไม่ได้เข้าใจอะไรผิดไปเอง หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดพอจะรู้สาเหตุที่น้องบึ้งตึงใส่ ไม่ยอมรับสายเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ



“ผมจะเข้าไปเล่นกับเด็กๆ ต่อแล้วครับ”



“คุยกันก่อน”



“ไม่มีอะไรจะคุยครับ”



“แต่พี่มี”



“ผมไม่มี”



“ปันบอกเหรอว่าพี่ใจดีกับผู้หญิงคนอื่น”



“พี่ปันไม่ได้บอกครับ เขาแค่บังเอิญเห็นคุณอยู่ในผับกับผู้หญิงคนอื่น”



ยิ้มออกเลยว่ะ



คราวนี้เอ็นดูเลิ่กลั่กกว่าเดิม หันซ้ายหันขวาหลังจากพูดจบ ทรงโปรดเดาว่าน้องคงหลุดปากระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมาก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองไม่ควรพูดถึงได้ลนลานแบบนี้



ร่างสูงผงกศีรษะเข้าใจฟีลของคนขี้หึง จะมีอาการหงุดหงิด งุ่นง่าน รำคาญ ไม่อยากรับสายคนที่เป็นต้นเหตุทำให้หึง...น้องคงวุ่นวายใจน่าดู



ดีใจนะเนี่ยที่โดนหึงแบบนี้



“แล้วพี่ปันของเราได้บอกหรือเปล่าว่าพี่ทำอะไรกับผู้หญิงคนนั้นต่อ” พอเห็นน้องวุ่นวายเขาก็ยิ่งแกล้ง



“...พี่ปันบอกแค่ว่า คุณคุยกับผู้หญิงคนนั้น”



คนผิวขาวหลุดปากบอกสาเหตุของอาการทั้งหมดพึมพำเสียงเบา ตอนนี้เอ็นดูยอมเขาแล้ว ในเมื่อหลุดพูดทุกอย่างออกมาหมดขนาดนี้คงปั้นหน้าตึงบอกคนตัวสูงต่อไปว่าไม่ได้เป็นอะไรเขาคงไม่เชื่อ



“แล้วคุณได้ทำอะไรกับผู้หญิงคนนั้นต่อหรือเปล่าล่ะครับ”



คนถามไม่ได้เงยหน้ามอง แต่ก้มหน้ายู่ปาก มือข้างที่ไม่ได้ถูกทรงโปรดกุมก็ยกขึ้นเกาปลายจมูกเบาๆ



แต่ก้มหน้าได้ไม่นานก็ต้องเงยขึ้นเมื่อถูกมือหนาเชยคาง ตาคมมองกลีบปากจิ้มลิ้มที่เม้มแน่น เขาชอบอาการที่แสดงออกถึงความประหม่าของน้อง



ชอบดวงตาเรียวรีกับนัยน์ตาที่วาวฉ่ำประกายระยิบระยับเหมือนได้มองดาวตอนกลางคืน ชอบจมูกโด่งสวยที่มักจะฟึดฟัดเวลาถูกเขาแกล้ง ชอบปากกับแก้มกลมๆ ของน้อง หอมหวาน มีรสชาติ อยากสัมผัสอยากลิ้มลองทุกครั้ง



ชอบน้องจริงๆ ว่ะ



พอตาคมสบกับตาวาววับของคนเด็กกว่า ทรงโปรดเลยค่อยๆ ขยับปากบอกในสิ่งที่เอ็นดูกำลังคาใจ



“ไม่ได้ทำอะไรเลย ผู้หญิงคนนั้นแค่มาถามว่าทำไมข้อมือถึงมีสายสิญจน์...” ปกติทรงโปรดไม่ชอบใส่เครื่องประดับอะไรนอกจากนาฬิกาเพื่อดูเวลา เขาไม่ชอบให้มีอะไรบางอย่างมารุงรังที่ข้อมือ



แต่พอเป็นสายสิญจน์ที่ผูกไว้เพื่อจองตัว เป็นสายสิญจน์ที่เอ็นดูเองก็ถูกผูกเหมือนกัน เขาเลยเต็มใจผูก



“เลยบอกไปว่าผูกข้อมือ...เตรียมหมั้นกับแฟน”



แปะ



“ขี้ตู่อีกแล้ว” คนผิวขาวตีแขนแกร่งของคนโตกว่า ส่งสายตามองค้อนทรงโปรดที่เอาแต่โมเมคนเดียว



“ไม่ได้ขี้ตู่ ก็เป็นแฟนกันแล้วไม่ใช่เหรอ”



“ผมยังไม่ได้เป็นอะไรกับคุณนะครับ”



“เป็นแล้ว”



“ตอนไหนครับ”



“ตั้งแต่ตอนที่เราหึงพี่”



“...”



“หึงพี่วันไหนก็เป็นแฟนวันนั้นแหละ”



“คุณนี่...”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู แก้มกลมๆ นิ่มๆ นี่แดงปลั่ง จากที่หน้างอตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นกลั้นยิ้มเขิน



“เชื่อที่พี่พูดหรือเปล่า”



“...”



“คราวหลังถ้าสงสัยอะไร โกรธอะไรก็บอกกันหน่อย อย่าหายไปแบบนี้อีก”



“ผมไม่ได้โกรธคุณนะครับ”



“ไม่โกรธแต่หึง”



“แล้วแต่คุณเลยก็แล้วกัน”



หันหน้าหนีให้หลุดจากมือหนาที่จับคางมนอยู่ ทรงโปรดยอมปล่อยคนผิวขาวให้เป็นอิสระเพราะตอนนี้เด็กๆ บางส่วนกำลังมองมาที่พวกเขาถึงแม้จะว่ามีต้นไม้สูงบังอยู่ก็ตาม แต่ก็มีช่องว่างที่สายตาอื่นสามารถมองลอดออกมาได้



“คุณเอาแต่เข้าผับ เปลี่ยนมาเข้าวัดทำบุญบ้างนะครับ”



น้ำเสียงนิ่มนุ่มกับสายตาที่ยังค้อนเขาอยู่ทำเอาหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดหัวเราะในลำคอจนไหล่สั่น คนโตกว่าเอื้อมมือขยี้ผมนุ่มเบาๆ ก่อนผละออกเมื่อได้ยินเสียงคนกำลังเดินมาตรงนี้



“ขอโทษที่รบกวนนะคะ น้องเอ็นดูหิวหรือยังคะ พอดีพี่กับคุณภาเพิ่งทำมื้อเที่ยงเมื่อกี้นี้เองค่ะ”



เสียงพี่กาญเจ้าหน้าที่ของบ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้าดังขึ้น เธอพยายามเหยียบก้อนกรวดให้เบาที่สุดเพราะเห็นว่าเอ็นดูกำลังคุยกับแขกอยู่



“ไม่เป็นไรครับพี่กาญ วันนี้คุณป้าเข้าครัวด้วยเหรอครับ” ทรงโปรดมองเจ้าคนน่ารักที่แย้มยิ้มให้คนอื่น



รอยยิ้มสวยๆ เนี่ย สงวนไว้ให้เขาคนเดียวก็ไม่ได้



“คุณภาบอกว่าคันไม้คันมือน่ะค่ะ ก็เลยขอเข้าครัวเอง” คุณภาคือแม่ของปัน คนที่พาเอ็นดูมาหาเด็กๆ ที่นี่ “อ้าว...คุณชายโปรดใช่มั้ยคะ”



ถึงจะหันหลังให้แต่เธอก็จำทรงโปรดได้เป็นอย่างดี คนถูกทักหันหน้าพร้อมส่งรอยยิ้ม ทรงโปรดยกมือสวัสดีคนอายุมากกว่าพร้อมกับส่งยิ้มให้



“สวัสดีครับพี่กาญ”



พอเห็นเขายิ้มทักทายกันเหมือนคนรู้จักเอ็นดูก็เลิกคิ้วสงสัยทันที ยืนมองทรงโปรดกับพี่กาญที่คุยกันว่าไม่ได้เจอกันนาน นู่นนี่นั่นเยอะแยะจนเอ็นดูจับใจความไม่ได้



“น้องเอ็นดูคะ นี่คุณชายทรงโปรด เป็นคนที่บริจาคเงินช่วยเหลือบำรุงตึกนอนและสร้างโรงเรียนให้เด็กที่นี่ค่ะ...แต่เอ เมื่อกี้เห็นยืนคุยกัน น่าจะรู้จักกันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ”



ทรงโปรดมองคนที่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อว่าเขาเป็นคนบริจาคเงินช่วยเหลือบ้านกำพร้าที่นี่ น้องยกมือขึ้นเกาหัวเบาๆ เหลือบตามองเขาเล็กน้อยก่อนจะหันไปยิ้มแหยให้พี่กาญ แล้วน้องก็ต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มของคนตัวสูงเปล่งประโยคหนึ่งออกมา



ประโยคที่ทำให้เอ็นดูหน้าแดงก่ำ เขินอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีไปเลย



“ว่าที่คู่หมั้นผมเองครับพี่กาญ”



“จริงเหรอคะ”



“นี่คุณ”



คนพูดลอยหน้าลอยตา ยกยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์จนเอ็นดูไม่อยากมอง ดูท่าทรงโปรดจะมีความสุขมากๆ กับการประกาศให้ใครต่อใครรู้ว่าพวกเขากำลังหมั้นหมายกันเร็วๆ นี้



“พี่ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ น้องเอ็นดูกับคุณชายโปรดเหมาะสมกันจริงๆ เลยค่ะ”



เอ็นดูได้แต่ยิ้มเจื่อน ส่วนทรงโปรดน่ะคลี่ยิ้มกว้างชอบใจไปแล้ว



ก็ปล่อยให้เขาชอบใจต่อไปเถอะ เอ็นดูห้ามไม่ให้เขายิ้มไม่ได้อยู่แล้ว



และอีกอย่าง



สิ่งที่เขาพูด...ก็เป็นความจริงทั้งนั้น







*****







หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดละมือจากงานในบริษัทมาช่วยงานบุญคุณภา ปัน และเอ็นดู ที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า หลังจากที่อาหารมื้อเที่ยงสิ้นสุดลง เด็กที่คุ้นเคยกับทรงโปรดก็แทบกรูเข้ามาหา ตะโกนเรียกชื่อ ‘พี่โปรดๆ’ โบกมือหยอยๆ แย่งกันร้องให้พี่โปรด (ของเด็กๆ) มาเล่นด้วยกัน



ไม่น่าเชื่อว่าทรงโปรดจะรักเด็ก และไม่น่าเชื่อว่าเด็กๆ จะรักทรงโปรดขนาดนี้



เอ็นดูใช้นิ้วชี้เลื่อนภาพบนหน้าจอไอโฟน มันเป็นรูปเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ทรงโปรดเข้ามาดูการก่อสร้างบำรุงตึกนอนของเด็กๆ ที่นั่น เขารู้เกี่ยวกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์ แน่นอนว่าผู้ชายคนนี้ต้องรู้จักผู้รับเหมาก่อสร้างฝีมือดีๆ ใช่ ทรงโปรดให้ผู้รับเหมาก่อสร้างมารีโนเวทสถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าใหม่ทั้งหมด แถมยังมาคุมงานด้วยตัวเองจนมันสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี



ที่เอ็นดูรู้เพราะพี่ปันบอก แล้วก็ดูเหมือนว่าพี่ปันจะไปถามพี่กาญมาอีกทีด้วย



“อิ่มแล้วเหรอ”



คนที่กำลังไถโทรศัพท์อยู่สะดุ้งเล็กน้อย เอ็นดูกำลังเพลินกับการดูรูปเมื่อหลายปีก่อนของคนตรงหน้า มือขาวรีบกดล็อกโทรศัพท์ให้หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีดำ กำมันไว้ในมือแน่นแล้วทำเป็นก้มหน้าก้มตาตักน้ำซุปเข้าปาก



เหลือบมองคนตัวโตถึงได้เห็นว่าเขากำลังเลิกคิ้วและใช้ตาคมจ้องมองเอ็นดูอยู่ คนผิวขาวชะงักเล็กน้อย ค่อยๆ ปล่อยช้อนวางลงในถ้วยน้ำซุป



มองแบบนี้ใครจะไปกินลง



“มีอะไรหรือเปล่าคุณ”



เอาแต่จ้องหน้าอยู่ได้



“เราดูอะไรอยู่”



เอ็นดูยกมือขึ้นเกาลำคอขาวเบาๆ ส่ายหน้าแล้วพึมพำตอบ “ดูแชตพี่ปันอยู่ครับ”



“อ่อ อือ”



จู่ๆ ก็ทำขรึมใส่ เอ็นดูตามอารมณ์คนตรงหน้าไม่ทันจริงๆ



ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ห้างในกรุงเทพฯ หลังจากเยี่ยมน้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าเสร็จ ทรงโปรดก็คะยั้นคะยอให้ไปที่ห้างด้วยกัน แล้วเอ็นดูจะทำอะไรได้...ขนาดขับรถมาคนละคันแท้ๆ ทรงโปรดยังตื๊อให้เขานั่งรถเบนซ์กลับแทน ส่วน Lexus ของตัวเองพี่ปันก็อาสาขับกลับให้



“เป็นอะไรครับ อาหารไม่อร่อยเหรอ”



เพราะใส่ใจเลยถาม เห็นทรงโปรดทำหน้านิ่งตั้งแต่ตอนที่เอ็นดูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแล้ว



จากตอนแรกที่หัวใจรู้สึกวูบดิ่งเพราะพี่ปันบอกว่าเห็นทรงโปรดอยู่กับคนอื่นก็กลับมาพองโตอีกครั้งตอนที่เขาอธิบายทุกอย่างให้เอ็นดูฟัง



บอกตามตรงแค่เห็นหน้าหล่อเหลาของเขามือไม้ก็สั่น แข้งขาอ่อนแรง แถมใจยังอ่อนยวบอีกต่างหาก ยิ่งพอเปิดใจฟังเขา ฟังเสียงทุ้มนุ่มของทรงโปรดเอ็นดูยิ่งอาการหนักเข้าไปกันใหญ่



ไม่รู้ว่าแบบนี้เรียกว่าแพ้หมดใจหรือเปล่า



แต่เอ็นดูดีใจจริงๆ ที่เขามาหา ดีใจที่เขาเล่าทุกอย่างแบบไม่ปิดบังอะไร



“เห็นเราเอาแต่สนใจโทรศัพท์”



“...”



“คนในนั้นคงสำคัญกว่าพี่”



เอ็นดูชะงักพลางกัดริมฝีปากเบาๆ ก้มหน้ามองถ้วยน้ำซุปเล็กน้อย จะบอกยังไงดี คนในโทรศัพท์ที่เอ็นดูเพิ่งละสายตาเมื่อกี้ก็คือทรงโปรด



มันหมายความว่า...ทรงโปรดสำคัญสำหรับเอ็นดูใช่มั้ย



“ทำไมคุณคิดมากจังครับ”



“อือ ก็เพิ่งมาคิดมากกับเรานี่แหละ”



“งั้นเลิกคิดไปเถอะครับ ปวดหัวเปล่าๆ”



“เรื่องใจร้ายใส่พี่เนี่ย ถนัดนัก”



เอ็นดูเอียงหน้าเล็กน้อย ขำให้กับอาการงอแงของทรงโปรด มือข้างที่กำโทรศัพท์อยู่ยกขึ้นมา เอ็นดูตั้งโทรศัพท์ให้เห็นช่วงใบหน้าเพื่อสแกนปลดล็อก ก่อนหน้าจอโทรศัพท์จะเด้งหน้าแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้เมื่อกี้ขึ้นมาอีกครั้ง



และมันก็เด้งเป็นรูปถ่ายของทรงโปรด รูปเมื่อหลายปีก่อนที่พี่ปันส่งมา



รูปที่เอ็นดูนั่งมองแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวจนทรงโปรดคิดว่าเขากำลังคุยกับคนอื่น



“ผมไม่ได้ใจร้ายเลยนะครับ” น้องวางโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าทรงโปรด ให้เขาดูว่าเมื่อกี้นี้เอ็นดูกำลังให้ความสำคัญกับรูปภาพของใครอยู่



คนผิวขาวกุมมือไว้บนตัก ก้มหน้าพลางเหลือบตามองคนตัวสูงที่กำลังก้มมองโทรศัพท์ของเอ็นดู น้องคลี่ยิ้มพร้อมกับทรงโปรดที่ยกยิ้มพอดี



“เลิกคิดมากได้แล้วใช่มั้ยครับ”



“เปลี่ยนเป็นหึงคนในรูปแทนได้มั้ย”



“จะหึงตัวเองได้ด้วยเหรอครับ”



“หึงหมด”



แปลกแล้ว...คนอะไรหึงตัวเองได้ด้วย



“แสดงว่าคนในรูปน่าสนใจถึงได้มอง”



“ครับ”



“...”



“ก็...น่าสนใจดี”



เอ็นดูหลบสายตาคมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เหมือนจะหลงอยู่ในวังวนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขา อยากให้หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดช่วยลดความน่ามองลงสักหน่อย อยากให้เขาน่าสนใจน้อยลงกว่านี้



อย่างน้อย หัวใจของเอ็นดูจะได้ไม่เต้นแรงจนเกินไป



อย่างน้อย จะได้มีแรงหายใจทัน



ไม่ใช่เหมือนกับขาดอากาศหายใจเพราะเขาแบบนี้















#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี

 

 

 

 


ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

มดเต็มไปหมด

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
โอ๊ยยย เขินมากอ่ะ
คุณชายโปรดกับน้องเอ็นดูน่ารักมาก

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6781
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
รอเขาเข้าหอนะคะ ตอนนั้นคงขาดอากาศหายใจยกเล้า

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 930
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ :a2: :katai2-1: o13

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
คนอ่านก็กำลังขาดอากาศหายใจด้วยเนี่ย  อะไรจะน่ารักขนาดนี้น้องเอ็นดู

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1961
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4

ออฟไลน์ TheBig

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ PandP

  • Déjame vivir esa fantasía.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +137/-0
    • http://www.facebook.com/iAMpingPINGping
รอตอนต่อไปจ้าาา

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0

09



แค่ท้องฟ้าครึ้มใจก็เผลอไปนึกถึงคุณ

สำคัญขนาดไหนคิดดูแล้วกัน

: )

 





“ไม่เอาแล้วนะคุณ ผมอาย”



[เราไม่เชื่อไม่ใช่เหรอ ให้เพื่อนพี่บอกอีกรอบก็ได้]



“ผมเชื่อๆ ฮื่อ ไม่เอาแล้วคุณ”



เสียงอู้อี้ดังขึ้นเมื่อหน้าหวานๆ ซุกอยู่บนหมอน เอ็นดูสั่นศีรษะรัวตอนที่ทรงโปรดทำท่าจะแพลนกล้องให้พี่พีช เพื่อนของเขาที่เป็นเจ้าของผับ



ไม่มีอะไรหรอก แค่เอ็นดูถามด้วยความสงสัยว่าไม่ได้ไปเที่ยวกลางคืนแล้วเหรอ เพื่อนถึงต้องมาหาถึงห้อง ทรงโปรดก็หาว่าเอ็นดูยังคาใจเรื่องผู้หญิงคนอื่นซะงั้น



คุณชายเขาเลยแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจอีกครั้งด้วยการลากพี่พีชมาตอบคำถาม



“คุณอย่าทำแบบนี้สิครับ”



เสียงหัวเราะทุ้มนุ่มทำเอาเอ็นดูแทบอยากจะเงยหน้ามองค้อนเขาเดี๋ยวนั้น แต่ก็กลัวว่าพี่พีชจะยังอยู่ในกล้องคอยมองเอ็นดูอยู่เหมือนกันเลยสู้เอาหน้ามุดหมอนไปเลยดีกว่า



[เอ็นดู ไอ้พีชมันไปแล้ว]



“กลับไปแล้วเหรอครับ”



[ยังไม่กลับ ไปเข้าห้องน้ำเฉยๆ]



เอ็นดูอยากกดตัดสายหลายครั้งแล้ว เพราะพี่พีชชอบแซวอะไรที่ทำให้ม้วนตลอด จริงๆ พี่เขาแซวทรงโปรดนั่นแหละ แต่ทำไมคนเขินต้องเป็นเอ็นดูด้วยก็ไม่รู้



ส่วนคนที่ถูกแซวก็ดูท่าจะชอบใจ ถึงได้ยกยิ้มมุมปากส่งสายตาเจ้าเล่ห์ผ่านกล้องแบบนั้น



หนึ่งสัปดาห์แล้วที่เอ็นดูไม่ได้เจอเขา ทรงโปรดติดงาน ส่วนเอ็นดูก็เรื่อยๆ เหมือนทุกวัน ทรงโปรดมักจะวิดีโอคอลล์มาหาเอ็นดูบ่อยๆ ตอนแรกคุณชายเขาเล่นวิดีโอคอลล์มาสามเวลา เช้า กลางวัน เย็น จนเอ็นดูแทบไม่มีสมาธิทำอะไรเลยสักอย่าง เลยบอกให้เขาเพลาๆ ลงบ้าง คุยกันตอนเย็นหรือตอนที่ทรงโปรดว่างก็พอ



อีกฝ่ายทำท่าจะไม่ยอม เอาแต่บอกว่าคิดถึง ไม่ได้เจอหน้าก็ขอมองผ่านโทรศัพท์แทน เอ็นดูเกือบใจอ่อนแล้วด้วยซ้ำ ไม่ได้เลย...ถ้าให้เอาแต่จ้องหน้ากันผ่านโทรศัพท์ถี่ขนาดนี้ งานการไม่เสร็จกันพอดี



แต่สุดท้ายทรงโปรดก็ยอมนะ



เอ็นดูถอนหายใจเบาๆ ใช้ดวงตาเรียวรีที่ทรงโปรดชอบบอกว่าสวย น่ามอง จ้องคนโตกว่าที่ยังอยู่ในเชิ้ตขาว ทรงโปรดเพิ่งถึงเพนต์เฮ้าส์ใกล้บริษัทของเขาเมื่อสิบห้านาทีนี้เอง และสาเหตุที่ทำให้เขาต้องแพลนกล้องไปที่พี่พีช ก็เพราะเอ็นดูดันหลุดปากเรื่องผับนั่นแหละ



เพิ่งรู้เหมือนกันว่าหลังจากคืนวันเกิดของพี่พีชทรงโปรดก็ไม่เที่ยวกลางคืนอีกเลย ด้วยความที่คิดถึงเพื่อนมาก เจ้าของผับเลยหอบแอลกอฮอล์มานั่งดื่มที่เพนต์เฮ้าส์ของทรงโปรดแทน เรียกได้ว่าแทบจะเนรมิตเพนต์เฮ้าส์ให้เป็นผับไปแล้วด้วยซ้ำ



ถึงไม่อยากให้เขาดื่มมาก แต่ก็ห้ามอะไรไม่ได้หรอก



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดไม่ได้เป็นอะไรกับเอ็นดูเลยนี่นา



มากสุดก็แค่ว่าที่คู่หมั้น



และอีกอย่าง ถ้าเกิดหลุดปากห้ามไป...เดี๋ยวเขาก็รู้หมดว่าเอ็นดูกำลังคิดอะไรกับเขาอยู่



[คืนนี้มันจะนอนที่นี่]



“เรียกเพื่อนดีๆ หน่อยสิครับ”



เอ็นดูหัวเราะเพราะทรงโปรดขมวดคิ้ว นิ้วเรียวของทรงโปรดกำลังปลดกระดุมสามเม็ดบนออก และพอแผงอกขาวแกร่งน่าซบของเขาเผยให้เห็นแบบหมิ่นเหม่ เอ็นดูก็หลบสายตาทันที



เขาทำแบบนี้ประจำ ทุกครั้งที่คุยกันไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ทรงโปรดจะไม่ทำให้เอ็นดูหน้าร้อนผ่าว



“คุณน่าจะไปอาบน้ำได้แล้วนะครับ”



[...]



“จะสี่ทุ่มแล้วนะคุณ”



[ขอนั่งพักก่อน]



เอ็นดูบอกให้เขาไปอาบน้ำตั้งแต่เริ่มคุยกัน และทรงโปรดก็พูดแบบนี้ทุกครั้งเลย...จะทำยังไงได้ในเมื่อเขายืนยันว่าจะนั่งพักก่อน



คนผิวขาวก้มหน้าเล็กน้อยมองสายสิญจน์ผูกข้อมือที่ยังไม่ได้แกะออก ตามความเชื่อของบ้านเอ็นดู ถ้าเป็นการผูกข้อไม้ข้อมือแบบนี้จะไม่สามารถถอดออกเองได้ ต้องให้คู่ที่อีกฝ่ายที่ผูกข้อไม้ข้อมือด้วยกันมาถอดสายสิญจน์ออกให้เท่านั้น



คนที่จะสามารถถอดสายสิญจน์ให้เอ็นดูได้ก็คือทรงโปรด



แต่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าบ้านของเอ็นดูมีความเชื่ออะไรบ้าง ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเขาจะตัดสายสิญจน์ออกไปเองหรือยัง



[ทำอะไรอยู่]



เสียงทุ้มดังขึ้น เอ็นดูก็เงยหน้ามอง



“กำลังจะนอนครับ”



[ทำไมวันนี้นอนเร็ว]



“ก็ปกตินะครับ วันนี้อากาศดีด้วย”



ความจริงอากาศก็ดีน่านอนแทบทุกวันนั่นแหละ แต่เห็นว่าวันนี้เพื่อนของทรงโปรดมาหาเลยไม่อยากจะรบกวนเวลาส่วนนั้นของเขาเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันศุกร์ วันที่เอ็นดูสามารถนอนดึกและตื่นสายได้ในวันพรุ่งนี้ก็ตาม



[วันนี้ไม่ยุ่งใช่มั้ย]



“ไม่ยุ่งนะครับ ไม่มีอะไรเลย”



[ไปหาได้หรือเปล่า]



“...”



คนผิวขาวเม้มปาก ยังไม่ได้ตอบเขาเดี๋ยวนั้นแต่กำลังคิดอยู่ว่า...เขาจะมาหาทำไม



[คิดถึง]



“...”



[ไม่ได้เจอกันตั้งอาทิตย์หนึ่ง ไม่มีแรงทำงานเลย]



“แล้วพี่พีชล่ะครับ”



[เรื่องของมัน]



“คุณจะไล่เพื่อนกลับ แล้วมาหาผมเหรอ...นิสัยไม่ดีเลย”



[ไม่ได้จะไล่ ก็ให้มันนอนอยู่ที่นี่ เดี๋ยวไอ้ภพก็มาอยู่เป็นเพื่อน]



นัดปาร์ตี้กันขนาดนั้นแล้วยังจะอุตส่าห์หนีเพื่อนมาหาคนอื่น ดูเขาเถอะ…



[ได้มั้ย]



“...”



[คิดถึงไม่ไหวแล้ว]



“ขนาดนั้นเลยเหรอคุณ” เอ็นดูหลุดขำ อาการของคนโตกว่าตอนนี้ดูงอแงเอาเรื่องเลย ทรงโปรดไม่ได้เบะปาก ทำจมูกย่น หรือทำอะไรเหมือนที่เอ็นดูเคยงอแงใส่เขาหรอก แต่เขาเลิกคิ้ว นัยน์ตาคมหม่นหน่อยๆ นี่ก็คืองอแงของทรงโปรดแล้ว



[มากกว่านั้นอีก]



“คุณนี่ เว่อร์ตลอด”



[ไม่คิดถึงกันบ้างเหรอ]



คำถามที่เขาถามออกมาส่งผลให้เอ็นดูร้อนผ่าวไปทั้งตัว หัวใจที่เต้นปกติอยู่ดีๆ ก็เต้นแรงอีกครั้งเพราะความรู้สึกมันประท้วงขึ้นมา



ประท้วงให้เจ้าตัวยอมรับสักทีว่าที่กระวนกระวายเพราะไม่ได้เจอหน้าเขาแบบนี้



มันคือความรู้สึกที่เรียกว่าอะไร



“อยากมาก็มาสิครับ”



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดระบายยิ้มกว้าง เขาหันไปคว้ากุยแจรถกับกระเป๋าสตางค์สีดำไว้ในมือ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหันมาพูดกับกล้อง



[อยากกินอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวแวะซื้อเข้าไป]



“ไม่เป็นไรครับ”



แค่เขามา



“นี่คุณ”



แค่ได้เจอหน้า



“ขับรถดีๆ ไม่ต้องรีบนะครับ”



แค่นี้...ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว :- )







[ต่อด้านล่าง]


















 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-11-2018 09:44:15 โดย Swanlee »

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0



[ไอ้หม่อมชั่ว มีเมียแล้วทิ้งเพื่อน]



[กูอุตส่าห์วนรถหาซื้อถังแตกของโปรดของมึงนะเนี่ยไอ้คุณชาย]



[บังอาจมากที่หนีกูไป กูกำลังอาบน้ำอยู่นะมึงงง]



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดกดปิดแอพพลิเคชั่นไลน์หลังจากที่ได้ยินเสียงโหยหวนของเพื่อนสองคนที่ส่ง Voice message มาให้



เพื่อนหรือเมียวะ งอแงกันฉิบหาย



ขนาดว่าที่เมีย...เอ้ย! ว่าที่คู่หมั้นยังไม่งอแงเท่าไอ้เพื่อนสองคนนี้เลย



นิ้วโป้งกดล็อกโทรศัพท์ก่อนวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง วางคู่โทรศัพท์ราคาแพงรุ่นเดียวกับเจ้าของห้อง ตอนนี้เจ้าคนน่ารักกำลังอาบน้ำ ส่วนเขาก็นอนแกว่งเท้าสบายใจ ยึดห้องของเอ็นดูไว้นี่แหละ



ใช่ คืนนี้เขาจะนอนค้างที่นี่ อาจจะรวมไปถึงคืนพรุ่งนี้ด้วย



ทรงโปรดใช้แขนรองคอตัวเองแทนหมอน รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อหวนคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้านั้น เรื่องที่เขาบอกกับเจ้าห้องห้องนี้ว่าคืนนี้จะขอเป็นแขกมาพักด้วย พอนึกถึงใบหน้ามู่ทู่กับเสียงนุ่มนิ่มน่ารัก หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดก็ชักอยากให้เอ็นดูอาบเสร็จเร็วๆ แล้วมานอนด้วยกันตรงนี้สักที



ตอนนี้เที่ยงคืนเศษแล้ว ไอ้พวกเพื่อนๆ เขาก็ยึดพื้นที่ในเพนต์เฮ้าส์ไปเรียบร้อยแล้วล่ะ ยิ่งดึกฝนยิ่งตกหนัก จะโทรไปไล่ให้พวกนั้นกลับบ้านกลับช่องก็ไม่ใช่เรื่อง ดีซะอีก มีคนเฝ้าห้องให้



ทรงโปรดคว้ารีโมทโทรทัศน์ขึ้นมากดเปิดหน้าจอ ตอนแรกเขากะว่าจะกดเปลี่ยนช่องแต่พอเห็นว่ามันเป็นช่องที่กำลังฉายภาพยนตร์อยู่เลยวางรีโมทลง เป็นภาพยนตร์ดังที่เขาชอบและตั้งใจว่าจะไปดูภาคนี้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปดูเพราะติดงาน ติดภารกิจอะไรหลายอย่างจนลืมมาถึงวันนี้



แต่ภาพยนตร์ที่ชอบนักหนาก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของทรงโปรดเท่าเจ้าของร่างขาวนวลเอิบอิ่มที่ค่อยๆ แง้มประตูแล้วแทรกตัวเองเข้ามาในห้องนอนนี้หรอก



 ทรงโปรดสงสัยมาตลอดเลยว่าเอ็นดูมีพลังพิเศษอะไรหรือเปล่า ถึงได้ทำให้ภาพรอบตัวเขามันเบลอไปหมด น้องทำให้เขาต้องโฟกัสสายตาไปแค่ที่น้องคนเดียว เพราะดวงตา จมูก ริมฝีปาก ลำคอ ทุกๆ อย่างที่เป็นเอ็นดูนั้นชัดเจนมากที่สุด



“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ”



เสียงของน้องก็ชัดมากกว่าเสียงตัวละครในทีวีที่กำลังคุยกันอยู่ด้วย



“รอเราไง”



“รอผมทำไม...” คนผิวขาวยู่ปาก “ผมคุณยังไม่แห้งนี่นา ทำไมไม่เป่าก่อนละครับ”



คนที่มุ่ยหน้าบอกเขาผมเผ้ายังไม่แห้งดีเหมือนกัน ทรงโปรดก้มหน้าก่อนสะบัดผมเบาๆ ก่อนจะได้ยินเสียงร้องของน้องดังขึ้นเมื่อหยดน้ำมันกระจายไปทั่ว



“คุณ ที่นอนเปียกหมดแล้วมั้งครับ ลุกขึ้นมาเป่าผมก่อนเลย”



“พี่ไม่ชอบใช้ไดร์เป่าผม”



“...”



“มันร้อน”



“ปรับให้เป็นลมเย็นได้ครับ”



“พี่ไม่ชอบเสียงมัน ดังเกิน”



“เฮ้อ”



“เช็ดให้หน่อยได้มั้ย”



ทรงโปรดชี้นิ้วไปบนผ้าขนหูที่น้องกำลังถือเช็ดเส้นผมนุ่มของตัวเอง...เขาอยากใช้ผ้าผืนนั้นร่วมกับน้อง



“ผมให้ผ้าขนหนูไปต่างหากแล้วนี่คุณ”



“หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้”



“...”



“น่าจะลืมอยู่ข้างนอก”



“เดี๋ยวออกไปหยิบให้ใหม่นะครับ”



พอเห็นว่าเจ้าของห้องกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปข้างนอก ทรงโปรดก็รีบดีดตัวขึ้นแล้วลงจากเตียงก้าวเข้าประชิดตัวน้องไว้ทันที มือหนาเอื้อมจับไหล่กลมไว้หลวมๆ ออกแรงดึงนิดเดียวน้องก็เข้ามาอยู่ในห้องพร้อมกับประตูที่ถูกปิดโดยเขา



“เช็ดให้หน่อย”



“ทำไมงอแงแบบนี้ครับ”



“ไม่ได้งอแง นี่อ้อนอยู่”



“แบบนี้เรียกงอแงครับ”



ทรงโปรดเลิกคิ้วเมื่อคนเด็กกว่าเอาแต่มองเลยหน้าเขาขึ้นไป ก่อนที่มือเล็กๆ ขาวๆ ของน้องจะขึ้นหยิบสักอย่างบนหัวของเขา แต่เพราะความสูงที่ห่างกันหลายเซ็นต์ทำให้น้องต้องเขย่งปลายเท้าขึ้น ส่วนคนที่สูงกว่าน่ะไม่ให้ความร่วมมือหรอก เขาแกล้งเอ็นดูด้วยการยืนตัวตรงอยู่อย่างนั้นจนเสียงนิ่มๆ ดังขึ้น



“ก้มลงหน่อยได้มั้ยครับ อะไรติดผมคุณก็ไม่รู้”



น้องมองค้อนตอนที่บอกให้เขาก้ม แต่ทรงโปรดกลับใช้มือหนาทั้งสองข้างวางทาบไว้กับเอวบางของน้องแทน หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดคลี่ยิ้มดึงร่างคนน่ารักให้แนบชิดกับตัวของเขา



“คุณ!”



ตัวน้องนุ่มมาก



“อย่าซนได้มั้ยครับ” จากที่ยกมือขึ้นจะหยิบอะไรสักอย่างบนผมของเขาก็เปลี่ยนเป็นวางไว้บนไหล่กว้างแทน



“มีอะไรติดบนผมพี่เหรอ”



“ไม่รู้ครับ คุณเล่นกอดแบบนี้จะไปเห็นได้ยังไง...”



ทรงโปรดหัวเราะ ค่อยๆ ออกแรงดันให้น้องก้าวเท้าถอยหลัง น้องทำท่าจะเซล้มแต่โชคดีที่ยังมีแขนแกร่งโอบหลังไว้อยู่ตลอด ทรงโปรดก้าวขาไปข้างหน้าขณะที่เอ็นดูถอยหลัง จนกระทั่งเรียวขาของคนผิวขาวสัมผัสกับขอบเตียงร่างสูงถึงได้หยุดเคลื่อนไหว



“นั่งลงครับ” กระซิบบอกเบาๆ ให้อีกคนเต็มใจทำตาม



เอ็นดูเม้มปากก่อนย่อตัวนั่งบนเตียง มือขาวยังเกาะไหล่กว้างแน่นไม่ยอมปล่อย จังหวะที่น้องค่อยๆ นั่งลง ทรงโปรดเองก็ย่อตัวตามน้องเหมือนกัน...เขารัดน้องไว้ในอ้อมกอดไม่ยอมปล่อย สัมผัสความนุ่มนิ่ม อบอุ่นจากตัวของเอ็นดู



“ขึ้นมานั่งข้างบนสิคุณ ลงไปนั่งบนพื้นทำไมครับ”



ตอนที่สะโพกกลมสัมผัสลงบนเตียงเป็นเวลาเดียวกับที่เข่าของทรงโปรดสัมผัสลงบนพื้นของห้องนอนห้องนี้



เขาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของเอ็นดู



แม้ว่าน้องจะนั่งอยู่บนเตียงซึ่งสูงกว่า และเขาก็ลดระดับความสูงของตัวเองให้แล้ว แต่ทรงโปรดก็ยังสูงกว่าเอ็นดูนิดหน่อยอยู่ดี



“ดูให้หน่อย อะไรติดผมอยู่”



ทรงโปรดโน้มตัวกอดคนผิวขาวไว้แน่นก่อนทาบใบหน้าเข้ากับอกข้างซ้ายของน้อง เอ็นดูชะงัก กัดริมปากอวบเบาๆ กลั้นลมหายใจทันทีเมื่อใบหูของคนที่กำลังคุกเข่าแนบเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้น



“หายใจสิครับ”



เขารู้ว่าน้องเกร็ง



“กลั้นไว้แบบนั้นเดี๋ยวหายใจไม่ออกพอดี”



มือหนาลูบแผ่นหลังบอบบางของน้องเบาๆ พยายามให้น้องผ่อนคลายมากที่สุดแต่ดูเหมือนว่าคนที่นั่งอยู่บนเตียงจะไม่รับรู้ ไม่ได้ยินเสียงของเขาไปแล้ว



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดหัวเราะในลำคอ เงยหน้ามองคนผิวขาวที่ไม่ตอบรับอะไรสักอย่าง พอเห็นใบหน้าหวานที่แสดงอาการเลิ่กลั่กก็อดไม่ได้ที่จะใช้มือบีบจมูกโด่งรั้นนั่นเบาๆ



“สรุปมีอะไรติดผมพี่มั้ย”



“คุณ”



“ครับ”



“อย่าทำแบบนี้อีกนะ”



“...”



“ผมเหมือนจะ หายใจไม่ออกเลย”



ก็อยากจะบอกเหมือนกัน



ถ้าเอ็นดูยังขยันทำตัวแบบนี้บ่อยๆ สักวันทรงโปรดคงสำลักความน่ารักของน้อง



คงได้ขาดอากาศขาดใจเพราะน้องแน่ๆ







*****





 

ริมหน้าต่างของห้องที่ตั้งอยู่บนชั้นห้าสิบสองของคอนโดไม่มีนกมาเกาะแล้วส่งเสียงร้องจิ๊บๆ เหมือนที่วังวงศ์ประดิษฐ์ ไม่มีภูเขาสวยๆ หรือหมอกในยามเช้าให้เอ็นดูไปยืนมองพร้อมกับจิบชาอุ่นๆ ด้วยเหมือนกัน



แต่มีแผ่นหลังกว้างของหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดที่กำลังยืนอยู่ตรงระเบียง ในมือหนาถือโทรศัพท์กำลังวิดีโอคอลล์กับหลานชายวัยสามขวบของตัวเองอยู่



แค่เห็นเสี้ยวหน้าก็รับรู้ได้ว่าทรงโปรดยิ้มแย้มให้กับเด็กน้อยน่ารักในกล้อง เสียงเล็กๆ ร้องเรียก ‘คุณอาโปรด’ ทำเอาเอ็นดูเองก็หลุดยิ้มไปด้วย แต่เสียงที่ทำให้เอ็นดูรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ คือเสียงทุ้มของคนตัวสูงที่คุยกับหลานชายอยู่



“น้องเล็กครับ ฝนเพิ่งหยุดตกออกไปวิ่งที่สนามหญ้าไม่ได้นะครับ”



เอ็นดูเดาว่าทรงโปรดคงกำลังปรามเจ้าหลานชายที่อยากออกไปวิ่งเล่นบนสนามหญ้าตามประสาเด็ก แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏบนมุมปากของเอ็นดูทันทีเมื่อแผ่นหลังของเขาทำให้นึกถึงเรื่องเมื่อคืน



อย่าคิดว่าจะมีอะไรเกินเลย แม้กระทั่งจูบเล็กๆ น้อยๆ ทรงโปรดก็ไม่ได้ทำเลยสักนิด



แค่กอดกันเท่านั้น



แต่เป็นกอดที่กล่อมให้เอ็นดูหลับฝันดีจนวันนี้ตื่นสายไปเลย



“ยิ้มอะไร” ทรงโปรดที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาในห้องยกยิ้ม เอ็นดูเผลอสะดุ้งโหยงตอนที่เสียงทุ้มดังขึ้น



กำลังใจลอยอยู่แท้ๆ เลย



“เปล่านี่ครับ”



อ้อมแอ้มตอบเขาไปพร้อมกับก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม เอ็นดูมองโทรศัพท์ในมือของตัวเอง เช้านี้ยังไม่มีอาหารรองท้องเลยสักอย่าง พอเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงครึ่งเอ็นดูก็ได้แต่ลูบท้องตัวเองเบาๆ



“หลานงอแงอยากเจอหน้า”



จู่ๆ เสียงทุ้มก็ดังขึ้นอีกครั้ง ดึงความสนใจให้เอ็นดูเงยหน้ามองคนตัวสูงที่ยืนอยู่



“พี่ต้องกลับบ้านก่อน”



เอ็นดูผงกศีรษะเล็กน้อย จู่ๆ หัวคิ้วของตัวเองก็ขมวดเป็นปม พอได้ยินว่าเขาจะต้องกลับแล้ว เอ็นดูก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาทันทีเลย



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดน่าจะอยู่กินข้าวเช้าด้วยกันก่อน



แต่เสียดาย...ในตู้เย็นไม่มีของสดสำหรับทำอาหารอะไรได้เลย



“ทำไมทำหน้าหงอยขนาดนั้น ไม่อยากให้ไปเหรอ”



“ผมทำหน้าแบบนั้นเหรอครับ”



คนถูกทักว่าหน้าหงอยรีบหาพื้นที่ที่สะท้อนเงามองตัวเองได้ทันที อยู่ใกล้สุดๆ ตอนนี้ก็เป็นโทรศัพท์แล้วล่ะ เอ็นดูยกมันขึ้นมาส่อง แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะของทรงโปรดก็ทำเอาแทบลดโทรศัพท์ลงไม่ทัน



โดนแกล้งอีกแล้ว



“นี่คุณ”



“ร้อนตัวนะเรา”



“กลับบ้านคุณไปเลย ไม่ต้องมายิ้มแบบนี้ด้วย”



เกลียดจริงรอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นหน่อยๆ แบบนี้ ทรงโปรดควรจะรู้ตัวสักทีว่าการที่เขายิ้มแบบนั้นบ่อยๆ มันทำให้คนมองเผลอยิ้มตาม



แต่จะยิ้มให้เขาเห็นไม่ได้ คนผิวขาวเลยก้มหน้าซ่อนยิ้มเขินไว้



“อยากไปเที่ยวบ้านพี่มั้ย”



“อยากครับ เอ้ย! คือ...” คนหลุดปากเลิ่กลั่ก เลิกตากว้างทำท่าทางลุกลี้ลุกลน “คุณอ่ะ”



“อะไรอีก พี่ทำไม” ทรงโปรดเลิกคิ้ว พูดไปหัวเราะไป



เอ็นดูนี่น่าเอ็นดูจริงๆ



“ไม่มีอะไรครับ คุณกลับไปเถอะ”



“เมื่อกี้ใครบอกว่าอยากไปเที่ยวบ้านพี่”



“...”



“จู่ๆ ก็มาไล่กันเฉย”



“โอเค ผมอยากไปเที่ยวบ้านคุณเองแหละครับ...พอใจหรือยัง”



ก็ยอมแพ้แล้ว จะทำปากแข็งบอกว่าไม่อยากไปคงไม่ได้



“แต่...วันนี้วันหยุด ผมกลัวว่าจะไปรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณ”



“ไม่รบกวน”



“...”



“พี่ยกเวลาส่วนตัวให้เราหมดแล้ว”



 



เช้านี้เอ็นดูฝากท้องไว้กับครัวของวังภัสร์ฤทัย



แม้จะมาถึงในช่วงสายแล้ว แต่ที่นี่ก็มีอาหารรับรองแขกอยู่เสมอ แตกต่างจากบ้านของเอ็นดูเอง คุณป้าลักขณาเคร่งในเรื่องการกินมาก ต้องเป๊ะตรงเวลาและพร้อมหน้า ถ้าเกิดไม่ทันมื้อเช้าก็ต้องรออีกทีมื้อเที่ยงไปเลย



ทรงโปรดพาเอ็นดูเดินสำรวจรอบๆ บ้านหลังจากที่ทานมื้อเช้าเสร็จ ที่นี่ร่มรื่นแม้อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ วังสไตล์อิตาเลี่ยนตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา



จุดที่เอ็นดูยืนอยู่ตรงนี้คือสวนหย่อมที่มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาชัดที่สุด เสียงเรือ เสียงคลื่น ทำให้รอยยิ้มผุดบนใบหน้าหวานๆ ของเอ็นดู



“ทำไมคุณถึงไม่อยู่ที่นี่ล่ะครับ”



น้องกอดอกพลางเงยหน้าถาม กะพริบตาปริบตอนที่มือหนายกแก้วไวน์ขึ้นจิบเบาๆ



ฟ้ายังไม่มืดแต่ทรงโปรดก็หาเวลาดื่มไวน์ซะแล้ว



“บริษัทกับบ้านไกลกัน พี่เลยซื้อห้องอยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงาน ไปกลับสะดวกกว่า”



“อ่า...น่าเสียดายนะครับ ที่นี่สวยมากๆ เลย”



“วังของเราก็สวย เรายังหนีมาอยู่กรุงเทพฯ เลย”



“ผมต้องเรียนนี่คุณ”



“เสียดายที่มหา’ลัยเราอยู่ไกลกับห้องพี่”



“...”



“ไม่งั้นจะชวนมาอยู่ด้วยกันสักหน่อย”



“พูดอย่างกับผมจะยอมไปอยู่ด้วยง่ายๆ”



“แล้วยอมมั้ย”



“ตลกแล้วคุณ”



แล้วก็ต้องมองค้อนอีกครั้งเมื่อคนตัวสูงหัวเราะชอบใจ เอ็นดูไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าทรงโปรดเมาแล้วหรือเปล่า เขาเพิ่งจิบไวน์หมดไปสองแก้ว แล้วแก้วนี้ก็เป็นแก้วที่สาม



แต่คนคอแข็งอย่างหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดคงไม่เมาไวน์แค่สามแก้วง่ายๆ หรอกมั้ง



“น่าจะเป็นเสียงรถของพี่คุณ”



เจ้าของวังภัสร์ฤทัยเปล่งเสียงทุ้มนุ่มออกมา เอ็นดูเอี้ยวหลังมองตามแค่ครู่เดียวก็หันกลับมามองเสี้ยวหน้าของทรงโปรดต่อ



คนจิบไวน์อยู่หน้าแดงจมูกแดงหมดแล้ว



“ไปสวัสดีพี่คุณได้มั้ยครับ”



“อืม เดี๋ยวพาไป”



เขาจิบไวน์ลงคออีกครั้งก่อนวางแก้วไว้บนโต๊ะ ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมกับเอ็นดู ในช่วงที่เรียวขาขาวใต้กางเกงสีดำกำลังก้าวไปข้างหน้า ทรงโปรดก็ชะงักเอ็นดูไว้ด้วยการจับมือของน้องมาประสานเข้ากับนิ้วแกร่ง



“ต้องจับมือด้วยเหรอครับ”



“กลัวหาย”



“ผมก็อยู่ตรงนี้ จะหายไปไหนได้ล่ะครับ”



“ตัวไม่หาย แต่กลัวใจเราหายไปอยู่กับคนอื่น”



คนฟังเงยหน้ามองคนสูงกว่าพลางเอียงคอพร้อมกับทำหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าทรงโปรดคงจะเมาแล้วถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกมา



“ที่นี่มีคนอื่นด้วยเหรอครับ”



“...”



“คนในครอบครัวครัวคุณทั้งนั้นเลยนะ”



“ถ้าไม่ใช่พี่ คนอื่นก็คือคนอื่น”



“...”



“พี่คุณก็คือคนอื่น”



อาการที่ทรงโปรดกำลังเป็นอยู่ตอนนี้



เรียกว่าหึง



เอ็นดูคลี่ยิ้ม ทรงโปรดในโหมดแบบนี้น่ากลัวอยู่เหมือนกัน หน้าของเขาไม่ยิ้มแย้ม แถมยังจ้องเอ็นดูตาเขม็งอีกต่างหาก



หึงแม้กระทั่งพี่ชายตัวเองก็ได้เหรอ



“แค่ไปสวัสดีเองครับ”



ไม่รู้จะพูดยังไงให้เขาเลิกทำหน้าดุ พอสิ้นเสียงนั้นทรงโปรดก็สาวเท้าพาเอ็นดูไปหน้าบ้าน ตลอดทางน้องไม่ได้มองอย่างอื่นเลยนอกจากก้มมองมือข้างหนึ่งของตัวเองที่ถูกเขากุมไว้ แล้วก็ต้องคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามือของทรงโปรดมีขนาดใหญ่กว่ามือของตัวเองเยอะเลย



“สวัสดีครับพี่คุณ”



“อ้าว สวัสดีโปรด นั่น...น้องเอ็นดูใช่มั้ยครับ”



เอ็นดูเงยหน้าทันทีที่เสียงสองเสียงดังขึ้น กำลังจะฉีกยิ้มและเตรียมยกมือไหว้หม่อมราชวงศ์ทรงคุณแต่กลับชะงักค้างเมื่อดวงตาเรียวรีเห็นผู้ชายตัวสูงอีกคนที่กำลังก้าวลงจากแลมโบกินี่สีดำคันหรู



“ภูผา” พึมพำเบาๆ แต่ร่างสูงข้างกายหันมองขวับ ทรงโปรดเลิกคิ้วมองสลับระหว่างภูผากับเอ็นดู



รู้จักกันมาก่อนเหรอวะ



“เอ็นดูนี่เอง” ภูผาทัก



“สวัสดีครับพี่คุณ” คนผิวขาวยิ้มให้ภูผาก่อนหันมายกมือไหว้ทรงคุณทั้งๆ ที่มืออีกข้างของตัวเองยังถูกกุมไว้



“ภูผารู้จักกับน้องเอ็นดูมาก่อนเหรอ” รับไหว้เสร็จสรรพหม่อมราชวงศ์ทรงคุณก็ฉีกยิ้มถามภูผาที่มีศักดิ์เป็นน้องชายของสามีหม่อมราชวงศ์รฐา



ภูผาดุนลิ้นข้างแก้ม ใช้สายตาเจ้าเล่ห์เจ้าชู้มองมาที่กระต่ายน้อยของทรงโปรด เอ็นดูเม้มปากก่อนเงยหน้ามองทรงโปรดที่ออกแรงบีบมือเขาแน่นกว่าเดิม



“รู้จักครับพี่คุณ”



“...”



“ไม่ได้เจอกันนาน น่ารักขึ้นเยอะเลยนะเอ็นดู”



ไม่รู้จะตอบอะไร และไม่คิดจะตอบอะไรภูผาด้วย เพราะตอนนี้มือหนาของทรงโปรดที่กุมมือเอ็นดูไว้ร้อนและชื้นเหงื่อ เขาไม่ได้หันหน้ามองเอ็นดูเพราะเอาแต่จ้องภูผาอยู่



“คุณครับ...” ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนแขนแกร่ง ทรงโปรดเลยยอมละตาคมจากภูผา แล้วหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ แทน



“หน้าคุณแดงหมดแล้ว”



“อือ สงสัยตรงนี้ร้อน”



“...”



“ไปหาที่เย็นๆ นั่งคุยกันดีกว่า” ทรงโปรดถอนหายใจก่อนหันไปมองพี่ชายของเขา “ขอตัวครับพี่คุณ”



ทันทีที่ลาหม่อมราชวงศ์ทรงคุณ ท่อนแขนแกร่งก็ยกขึ้นโอบไหล่ของคนผิวขาวทันที ทรงโปรดพาเอ็นดูเดินผ่านหน้าหม่อมราชวงศ์ภูผาโดยที่พวกเขาทั้งสองยังไม่มีคำทักทายอะไรต่อกันเลยสักประโยค



ก่อนที่กลิ่นชื้นแฉะจากพื้นหญ้าจะเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมของเครื่องปรับอากาศ แม้ว่าจะมีสาวใช้ยืนอยู่แถวนั้นแต่ทรงโปรดก็ไม่ยอมปล่อยเอ็นดูให้ออกจากอ้อมกอดสักที ซ้ำยังกอดแน่นกว่าเดิมจนน้องหลบสายตาของสาวใช้แทบไม่ทัน



แล้วไอ้หน้าบึ้งๆ ของเขาเนี่ย เอ็นดูขอซื้อได้มั้ย



ทำหน้าแบบนี้แล้วน่ากลัวบอกไม่ถูกเลย



“ดื่มน้ำมั้ยครับ ตัวคุณร้อนไปหมดแล้ว”



เอ็นดูเดาว่าเป็นเพราะทรงโปรดดื่มไวน์เข้าไป หน้าและมือของเขาเลยแดงก่ำ แถมตัวยังร้อนอีกด้วย



เดานะ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับไวน์หรือเปล่า



ตาเรียวรีสำรวจห้องที่ทรงโปรดพาเดินเข้ามา ลักษณะมันเป็นกระจกใสทั้งหมด ในนี้มีโซฟา ทีวี ดูแล้วเหมือนห้องนั่งเล่น



เจ้าของวังภัสร์ฤทัยเลื่อนประตูกระจกใสปิดหลังจากเปิดเครื่องปรับอากาศให้ทำงาน เปลี่ยนจากโอบไหล่คนตัวบางมาเป็นจับมือนุ่มนิ่มก่อนพาแขกคนสำคัญเดินไปนั่งบนโซฟาตัวยาว



เอ็นดูทำปากมุบมิบตอนที่เห็นทรงโปรดเอนหลังแล้วถอนหายใจยาวออกมา



ขนาดเปิดแอร์แต่เหงื่อยังออก ไม่รู้จะร้อนอะไรนักหนา



เพราะคนตัวสูงไม่ตอบว่าจะดื่มน้ำหรือเปล่า เขานิ่งและหอบหายใจเหมือนคนเหนื่อยเอ็นดูเลยไม่กล้าขยับตัวไปไหน ใช้ดวงตาพินิจอาการของคนตรงหน้าไปพลางๆ มือหนาที่กุมมือของเอ็นดูร้อนผ่าวจริงๆ



“รู้จักกับภูผาเหรอ”



“ครับ?” ทรงโปรดพึมพำออกมาเอ็นดูเลยได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ “ถามอีกทีได้มั้ยครับ”



คราวนี้เอ็นดูยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ คนตัวสูง



“รู้จักกับภูผาเหรอ”



“อ่อ...” ลากเสียงยาว “ก็...เคยสนิทกันครับ”



“สนิทขนาดไหน”



ตาคมจ้องคนผิวขาว เอ็นดูคลี่ยิ้มก่อนวางมืออีกข้างไว้บนหลังมือหนาข้างที่กุมมือกันอยู่



“สนิทพอสมควรครับ เคยคบกันตอนเรียนที่อังกฤษ”



“แฟนเก่าว่างั้น”



“...ครับ”



ทรงโปรดนิ่งกว่าเดิมตอนที่เอ็นดูบอกความสัมพันธ์ครั้งเก่าระหว่างเขากับหม่อมราชวงศ์ภูผา เครื่องหน้าหล่อเหลาของเขาแสดงอาการไม่พอใจชัดเจนจนเอ็นดูต้องลูบหลังมือหนาด้วยปลายนิ้วโป้งเบาๆ



หม่อมราชวงศ์ทรงโปรดเนี่ย ชอบคิดมากและขี้หึงเก่งที่หนึ่งเลย



“พี่ไม่ชอบ”



“ไม่ชอบผมเหรอครับ”



“ไม่ชอบภูผา”



“อ่า”



“เราอย่าไปยุ่งกับมันได้มั้ย”



“เรียกเขาดีๆ สิคุณ”



“อือ อย่าไปยุ่งกับไอ้คุณชายภูผาได้มั้ย”



เอ็นดูหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเม้มปากแล้วผงกศีรษะ “ผมไม่เคยยุ่งกับเขาอยู่แล้วครับ”



“กลัวมันจะมายุ่งกับเรา”



“คุณหึงเหรอครับ”



“ใช่ หึงมาก”



คำตอบทำเอาเอ็นดูก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม ไม่ใช่แค่ส่งเสียงตอบ แต่ทรงโปรพยักหน้ายืนยันด้วย



“ทำให้หายหึงหน่อยได้มั้ย”



“อะไรกันคุณ หึงเองก็ต้องหายเองได้สิครับ”



“เราเป็นต้นเหตุ”



“ผมอยู่เฉยๆ ตั้งแต่แรก”



“เราน่ารักเกินไป เห็นสายตาไอ้ภูผามั้ย ถ้ามันจับเรากินได้มันคง--”



เสียงทุ้มที่พ่นอารมณ์หึงออกมาเป็นคำพูดขาดหายไปทันทีเมื่อคนผิวขาวแนบริมฝีปากลงบนปากของคนตัวสูง เอ็นดูขยับตัวขึ้นคร่อมร่างทรงโปรดที่นั่งเอนกายอยู่บนโซฟา มือขาวที่ถูกกุมไว้ถูกปล่อยเป็นอิสระ น้องเลยใช้สองฝ่ามือนุ่มประคองโครงหน้าหล่อเหลาของทรงโปรดแทน



ทำให้ให้คนขี้หึงคลายความหึงลงไปหน่อย เอ็นดูไม่รู้วิธีนี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน แต่การที่แขนแกร่งโอบเอวบางเอาไว้แล้วรัดแน่น...ทำให้เอ็นดูอยากผละกลีบปากตัวเองออกจริงๆ



เอ็นดูแค่ก้มหน้าแนบริมฝีปากไว้เฉยๆ ไม่ได้รุกล้ำหรือขยับบดเบียด แต่เหมือนแค่นี้จะไม่พอใจคนที่เอ็นดูนั่งทับอยู่สักเท่าไหร่ เพราะหลังจากนั้นไม่กี่วินาที ทรงโปรดก็เอียงหน้าปรับองศาให้ริมฝีปากของพวกเขาแนบแน่นกว่าเดิม



แล้วเอ็นดูก็ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายเดินเกมเมื่อปากของคนใต้ร่างขยับเบาๆ ทรงโปรดอ้ากลีบปากครองครองริมฝีปากเอิบอิ่มแล้วดูดจนเกิดเสียง น้องสะดุ้งตัวกระตุก มือนุ่มที่ประคองใบหน้าของทรงโปรดเลื่อนจับไหล่กว้างไว้แน่น สะโพกกลมที่บดเบียดตักแกร่งค่อยๆ ยกหนี พยายามจะดันตัวเองออกแต่ก็ถูกแขนแกร่งล็อกไว้กับตัวแน่น



จะหนีก็หนีไม่ได้ ทั้งที่เป็นคนเริ่มจูบเอง



แต่คงต้องรอให้ทรงโปรดเป็นฝ่ายสิ้นสุด



แล้วจะให้ทำยังไง นอกจาก...ตกอยู่ในอ้อมกอดและรับสัมผัสของคนขี้หึงต่อไปจนกว่าหม่อมราชวงศ์ทรงโปรดจะพอใจ

 





*****







Khun: โปรด

Khun: คุณแม่ให้คนทำความสะอาดห้องน้องทุกวันนะ

Khun: ย้ายไปสวีทกันบนห้องเราดีมั้ย

Khun: หรือว่าจงใจทำให้คนที่ไม่มีแฟนอย่างพี่ตาร้อน

Khun: 5555

Plerng: เกิดอะไรที่บ้านเหรอครับ

Khun: โปรดจูบคู่หมั้นอยู่ในห้องนั่งเล่น

Khun: ดูดดื่มกันน่าดูเลยเพลิง

Plerng: อ่า 55555

Plerng: อีกห้านาทีผมจะถึงบ้านครับพี่คุณ

Plerng: หวังว่าจะทันเห็นช็อตเด็ดนะ





















#ทำแบบนี้ขาดอากาศหายใจพอดี


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด