[ครอบครัวศักดินนท์] ☁️ อาณาเขตรัก ☁️ [Mpreg] {30/07/61} ➡ ตอนพิเศษ 1 [จบแล้ว]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [ครอบครัวศักดินนท์] ☁️ อาณาเขตรัก ☁️ [Mpreg] {30/07/61} ➡ ตอนพิเศษ 1 [จบแล้ว]  (อ่าน 40544 ครั้ง)

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3658
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
น้องเขตเด็กดื้อเอาแต่ใจ

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1711
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
อ้าวววว จบเห่ รอติดตามตอนต่อไป งื้ออออออ
อยากอ่านต่อออออ

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ Sarujang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รอลุ้นต่อจ้า ติดตามตั้งแต่รุ่นพ่อกับเพื่อนแล้ว

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
07





กินเยอะชะมัด…

พออาหารทยอยมาเสิร์ฟก็ตามที่คาดเอาไว้ ร่างสูงไม่ยอมแตะจะรออาหารที่ตัวเองอยากกินจริงๆ มาถึงค่อยกิน ส่วนอาหารที่สั่งๆ มาก็วางไว้บนโต๊ะอย่างนั้นแหละ จนอาหารมาเรื่อยๆ ก็ไม่มีที่จะวาง เมฆาเลยให้พนักงานเอาไปห่อ แล้วบอกว่าที่เหลือที่กำลังทำอยู่ก็ให้ห่อเลย ไม่ต้องเอามาเสิร์ฟ

“แล้วก็สี่จานบนโต๊ะนี้ด้วยนะครับ ฝากขอโทษในครัวด้วยที่ทำให้เปลืองจาน”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะจัดการห่อรายการที่เหลือและสี่จานบนโต๊ะให้นะครับ คุณผู้ชายต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ”

“ไม่แล้วล่ะครับ”

พนักงานเดินออกไปจัดการตามที่เขาสั่งทันที ส่วนคณินทำทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กินข้าวต่อไปไม่สนใจอะไรอีก แต่ในใจกลับยิ้มอย่างสนุก

“เอาอะไรอีกไหมครับคุณชาย”

“ถ้าไม่อยากหมดเงินไปมากกว่านี้อย่าถามประโยคนี้อีก”

“แล้วสรุป?”

“เอา...แต่จะเอาขนม”

“เหอะ!”

เมฆาทานข้าวต่อเพราะหิวจนไม่อยากจะเถียงกับเด็กต่อ รู้ว่าตัวเองกำลังโดนแกล้ง แต่ก็ยอมให้แกล้งล่ะนะ อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับน้องชายอีกครั้ง…

จะว่าบ้า...ก็ยอมล่ะ


เงินสดที่มีติดกระเป๋าตอนนี้เหลือแค่แบงค์สีแดงไม่กี่ใบเท่านั้น จากแบงค์เทาที่มีสิบกว่าใบ หายไปกับอาหารและขนมของคณินเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นของใช้ เสื้อผ้า เพราะเสื้อผ้าที่มีมันลงใส่ลุยในไร่ในสวนไม่สะดวกเท่าไหร่ ก็เลยหาเสื้อผ้าแบรนด์ธรรมดา เนื้อผ้าใส่สบาย มันก็ไม่น่าจะหมดเยอะ แต่เงินหายไปไหน?

“เมื่อไหร่นายจะกลับ ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วไม่ใช่หรือไง”

“แล้วจะกลับยังไง?”

“ถามฉัน?”

“อือ...จะกลับยังไง ให้ไปส่งไหม ตอบแทนที่เลี้ยงข้าว”

“ไม่เป็นไร คนขับรถมาส่ง จะกลับตอนไหนก็แค่เรียกแกมา รีบกลับไปเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นก่อน นี่อุตส่าห์ช่วยถือไปเก็บที่รถให้แล้ว ทั้งๆ ที่จ่ายไปหลายพันเลย”

“บ่นๆ ก็จะไปส่งนี่ไง”

“ก็บอกว่าไม่เป็นไร”

“ทำไมดื้อ”

“ใครกันแน่ที่ดื้อ เด็กดื้อ!!”

“อย่ามาว่าคนอื่นเด็กนะ”

“ทำไมจะไม่ได้ ที่นายทำอยู่ตอนนี้น่ะ มันเด็กชัดๆ”

“นี่!! อยากเจอดีหรือไง”

“กลัวตายล่ะ” เมฆาไม่สนใจท่าทีนั่นของคณิน เขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา แล้วก็หากระดาษเบอร์โทรของลุงคนขับรถมาเพื่อโทรตามให้มารับ หมดอารมณ์จะเดินแล้ว เบื่อหน้าคน!

“ลุงครับ ม่ะ…”

พรึ่บ!!

“ไม่ต้องมารับแล้ว เดี๋ยวกลับเอง ลุงกลับไปก่อนเลย ติ๊ด” คณินพูดแทนแล้วตัดสายทันที แต่เขาไม่คืนโทรศัพท์ให้เจ้าของเอาใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองหน้าตาเฉย

“ทำบ้าอะไรฮะเขต”

“ก็จะไปส่งดีๆ ไม่ยอมฟัง ก็ต้องใช้ไม้นี้ล่ะ”

“เด็กนิสัยเสีย ทำไมโตมาถึงได้ไม่น่ารักแบบนี้นะ”

“อ้าว? แล้วใครจะเป็นเหมือนตอนเด็กตลอดล่ะ”

“ถึงจะนิสัยไม่เหมือนตอนที่นายเด็กๆ แต่การกระทำของนายตอนนี้มันก็ยังเด็กอยู่ดี”

คณินชักจะมีน้ำโหจริงๆ แล้วล่ะนะ ที่ต้องทนฟังอีกคนพูดคำว่าเด็กอยู่ซ้ำๆ    แบบนี้ ปากบางที่พ่นคำไม่น่าฟังออกมานั่น มันน่าทำโทษจริงๆ

หมับ!!

“เฮ้ย! เอาของๆ ฉันคืนมานะเขต”

“อยากได้คืนก็ตามมาเอา”

มีทางเลือกที่ไหนกันล่ะ…


ปัง!!!

“ปิดให้มันเบาๆ ได้ไหม เดี๋ยวก็พังหรอก” คณินหันมาต่อว่าคนข้างๆ ที่ปิดประตูรถของเขาเสียงดังจนทั้งคันสั่นสะเทือน

“...”

“ทำมาเป็นเงียบ”

ไม่ได้งอนหรอกนะ เพราะไม่สนิทกันขนาดที่จะทำเป็นงอนได้ เพียงแค่เหนื่อยที่จะเถียงด้วยแล้วก็เท่านั้น วันนี้เราหมดแรง หมดเงินไปเยอะแล้วล่ะ ขอพักเถอะ

“โกรธเหรอ” ไม่รู้ว่าเมฆาคิดไปเองหรือเปล่าที่ได้ยินเสียงของคณินดูหงอยๆ ยังไงชอบกล แต่ก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจ จนคนอายุน้อยกว่าเม้มปากแน่น

“คิดว่าสนหรือไง” คณินว่าแบบนั้นก็ขับรถออกจากที่จอดรถไปอย่างโมโหด้วยความเร็วที่เมฆาหวั่นใจว่ามันจะเกิดอันตรายอะไรขึ้นหรือเปล่า

ทำไมต้องเรียกร้องความสนใจแบบนี้นะ...ทำไมถึงเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้

“เขต ขับช้าๆ ได้ไหม ชนคนตายขึ้นมาทำยังไง”

“พูดได้แล้วเหรอ”

“เฮ้อ...โตแต่ตัวหรือเปล่า อย่าเรียกร้องความสนใจแบบนี้ มันได้ไม่คุ้มเสียนะ”

“ใครเรียกร้องความสนใจวะ”

“นายไง...เด็กเอาแต่ใจ เรียกร้องความสนใจ แล้วยังปากแข็งอีก อยากเล่นด้วย ก็บอกดีๆ สิ ไม่ได้จะว่าหรือล้อเลียนอะไรหรอกน่า” เมฆาตอบ ซึ่งก็พูดออกไปตามความรู้สึกที่ตัวเองพอจะมองการกระทำของคณินออก

เขามีน้องสาวที่ค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองหนัก ชอบโกหก ปากแข็ง ทำไมถึงจะดูคนตัวโตคนนี้ไม่ออกล่ะ

“นี่! เลิกพูดเหมือนฉันเป็นเด็กสักที!!!”

โมโหขั้นสุดแล้วสินะ ถึงได้เปลี่ยนสรรพนามแทนตัวจากผมเป็นฉันเนี่ย

“ก็นายยังเด็กจริงๆ ยอมรับเถอะ ยังไงนายก็เด็กกว่าฉัน อยู่กับคนอายุมากกว่ายังไงนายก็ดูเด็กอยู่แล้ว ถ้าไม่อยากดูเด็กก็ไปหาเพื่อนหรือรุ่นน้องนู่น”

“ทำไมต้องไล่ด้วยวะ!”

“อย่าใส่อารมณ์ตอนที่กำลังขับรถได้ไหม ฉันยังไม่อยากตายนะ”

“ช่างแม่ง…”

เมฆากัดฟันกรอด ชักจะเริ่มหมดความอดทน แต่ถ้าเขายิ่งร้อน พูดจาไม่ เข้าหูคณิน รับรองว่าคนชอบเอาชนะได้พาเขาไปเที่ยวยมโลกแน่ๆ โชคดีหน่อยก็อาจจะได้นอนเล่นที่โรงพยาบาล

ขอร้องล่ะ…แม่คุ้มครองเมฆด้วยนะ ยังมีอีกหลายอย่างที่เมฆต้องทำก่อน...แต่ถ้ามันถึงเวลาจริงๆ ก็คุ้มครองเขตด้วยนะครับ อย่าให้น้องเป็นอะไร ผมไม่อยากรู้สึกผิดอีกแล้ว…

“ร้องทำไม...กลัวเหรอ” คณินที่กำลังหงุดหงิดได้ที่ ลอบมองใบหน้าหล่อของเมฆาก็ต้องตกใจ หัวใจกระตุกวูบที่เห็นน้ำใสๆ ไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย มือแกร่งตบไฟเลี้ยวแล้วจอดเลียบข้างทาง ดีที่ออกออกเมืองมาแล้วจึงไม่มีปัญหาเรื่องการจราจร

“ขอโทษ...จะไม่ขับเร็วแล้ว”

คนอายุน้อยกว่าที่ไม่ค่อยชอบเห็นน้ำตาใครก็ได้แต่ทำอะไรไม่ถูก ขยับไปมาอย่างลนลาน  อีกคนน้ำตาไหล แต่นิ่งไม่ขยับ ตาก็ไม่กะพริบ จนคณินกลัว

“นี่...เฮ้!...เมฆ...คุณ...พี่เมฆ” ร่างสูงเอื้อมมือจับไหล่ของเมฆาแล้วเขย่าเรียกสติ ซึ่งเรียกยังไงร่างโปร่งก็ไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งเรียก ‘พี่’ ออกไป เมฆาหันมามองหน้าคณินทันที คราบน้ำตา ดวงตาที่สอดประสานกัน กับใบหน้าที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

สองร่างชะงัก มือแกร่งยังคงวางบนไหล่ของเมฆา ส่วนใบหน้าขาวใสของเมฆาก็เริ่มแดงซ่าน หัวใจเต้นแรงจนประหม่าไปหมด ไม่เคยสังเกตอย่างจริงๆ จังๆ เลยว่าคณินจะหล่อได้ขนาดนี้ และตอนนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กไปเลย อยากจะหันหน้าหนีแต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ

น่ารัก…

คณินมีแต่คำๆ นี้ในหัว มองใบหน้าขาว ดวงตาที่ชิ้นน้ำ กับปากแดงๆ ที่เจ้าตัวเผลอเลียมันอย่างประหม่า ทั้งหมดที่เมฆาแสดงออกมามันมีอิทธิพลรุนแรงต่อหัวใจของคณินมาก มากจนเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาของตนเข้าไปใกล้ จนดวงตาสวยเบิกกว้างรีบผงะไปข้างหลัง

“โทษที...ฉันนี่ขี้แยจริงๆ ว่าแต่นายเป็นเด็ก พอกลัวก็ร้องไห้เป็นเด็กไม่ต่างกัน” ใบหน้าที่คณินคิดว่าน่ารัก รีบหันไปยังด้านหน้ารถแล้วเอามือเช็ดน้ำตาแรงๆ ซึ่งมันแรงเกินไปจนคณินหงุดหงิด

ขวับ!

ออกแรงนิดเดียวใบหน้าของเมฆาก็หันกลับมาด้วยปลายนิ้วชี้กับนิ้วโป้งของคณิน มือที่วางอยู่บนไหล่ก็เอาออกมาก่อนจะใช้หลังนิ้วเช็ดน้ำตาออกให้เบาๆ

การกระทำที่แสนจะอ่อนโยนของคณินทำให้เมฆายิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง หน้าแดงเป็นลูกตำลึง หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าร่างสูงจะได้ยิน…

ทำแบบนี้ไม่ได้นะ มันไม่ดี ไม่ดีเลยสักนิด

“ข่ะ...เขต พ่ะ พอเถอะ เอ่อ เดี๋ยวทำเอง”

ตอนแรกคณินก็ทำไปเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้กลัวจนร้องไห้ แต่ปฏิกิริยาของเมฆาตอนนี้มันทำให้เขาอยากที่จะ ‘แกล้ง’ ตัวสั่นๆ หน้าแดงๆ เลียปากแล้วเลียปากอีก

ถ้าเป็นคนอื่นคงพุ่งไปจูบแล้วล่ะ ยั่วกันอยู่ได้…

ไม่ใช่ว่าตัวของคณินไม่อยากจะสัมผัสริมฝีปากนั่น แต่เขามีสติพอที่ไตร่ตรงผลที่จะตามมา ถ้าเมฆาถามหาเหตุผลที่เขาจูบล่ะ ตอบไม่ได้แน่ๆ

“ทำเองก็แดงหมด”

“เอ่อ หน้าไม่ต้องใกล้ขนาดนี้ก็ได้มั้ง”

“หึ”

ใบหน้าหล่อที่มีเค้าของพ่อเลี้ยงอาทิตย์ขยับเข้าไปจนปลายจมูกแตะกัน เมฆารีบหลับตาปี๋เม้มปากแน่น เพราะคิดว่าตัวเองต้องโดนจูบแน่ๆ แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะที่ข้างหู กับประโยคที่ชวนหงุดหงิดจนอยากเข้าไปทึ้งหัวให้หายแค้น

“ฮ่าๆ หน้าของคุณตอนนี้ตลกมากเลยว่ะ โคตรจี้เลย ฮ่าๆ”

อับอาย ขายขี้หน้าที่สุด ไอ้เด็กนี่!!!

ร่างโปร่งลืมตาจ้องมองร่างสูงกว่าด้วยความโกรธแล้วสะบัดหน้าหนีไปยังข้างทาง เสียงหัวเราะของคณินก็ยิ่งดังเข้าไปใหญ่อย่างชอบใจที่เอาชนะเขาได้

“โอ๊ย!!! จี้ว่ะ ฮ่าๆ”

คณินขับรถต่อไปอย่างอารมณ์ดี แล้วก็ลอบมองคนข้างๆ เป็นระยะๆ เมฆาไม่รู้หรอกว่าคณินก็ใจเต้นแรงไม่ต่างกัน เมื่อกี้ก็ลังเลว่าจะจูบหรือแกล้งดี อยากจูบจริงๆ ก็อยากจูบ อยากแกล้งก็อยากแกล้ง

จนกระทั่งปากจะแนบลงไปแล้ว เขาก็ตัดสินใจผละมาที่หูอย่างจำใจ…

ถ้าจูบไป...แม่งก็ต้องหลบหน้าดิ ไอ้เราจะเข้าไปหาเรื่องในไร่กเขาก็ไม่ได้ป่ะวะ

เพราะโกรธอยู่เลยทำให้เมฆาไม่ได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคณิน...




 “ช่วงนี้เห็นว่าไปท้ายไร่บ่อยๆ ไปทำอะไรงั้นเหรอ?”

คนถูกถามชะงักช้อนในมือ ก่อนจะวางมันลงแล้วมองหน้าพ่อเลี้ยงอาทิตย์ผู้เป็นบิดา สีหน้าอัดอัดจนศตคุณที่มองอยู่แอบหัวเราะเยาะ จนเขาหันไปแยกเขี้ยวใส่

“เปล่านี่พ่อ ผมก็แค่ไปเดินเล่นตอนที่เบื่อๆ เซ็งๆ เท่านั้นเอง”

“เหรอ…”

“ทำไมเสียงเหมือนไม่เชื่อล่ะพ่อ”

“ก็เชื่อ...เชื่อว่าแกโกหกไง”

“พ่อ…”

“ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนั้นเลย”

“ไรอ่ะ”

“หึหึ”

“หัวเราะไรวะ?”

“จะไปหาเรื่องหมูทำไมเนี่ยเขต พอไม่ชนะก็พาลเขาไปทั่ว ทำตัวแบบนี้ระวังจะไม่มีใครรักนะ”

พ่อพูดเหมือนรู้เลยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ รู้สึกอะไรอยู่ หรือว่าพ่อให้คนตามสืบเรื่องของเราวะ! ไหนว่าให้อิสระลูกไง ทำไมทำแบบนี้อ่ะ

“คิดอะไร คิ้วขมวดเชียวนะมึง”

“กูไม่ได้คิดถึงใครสักหน่อย!!”

ศตคุณกลอกตาไปมาอย่างเอือมๆ แล้วพูดอีกครั้ง

“ถามว่าคิดอะไร ไม่ใช่ถามว่าคิดถึงใคร ไอ้นี่ หูเพี้ยน ไม่สิ อาการแบบนี้เขาเรียกร้อนตัว แสดงว่ามีบุคคลที่สาม ใครวะ? มึงกำลังมีความรักเหรอ” นอกจากที่ศตคุณจะรู้ทันนิสัยของเพื่อนแล้ว ยังสามารถตีความได้ดีอีกด้วย

“เปล่า...ถ้ามีกูต้องบอกมึงสิ ไม่เก็บเป็นความลับหรอกน่า”

“ให้มันจริง”

“เออ”

“หึหึ กินข้าวแล้วรีบไปทำงานได้แล้วไป” พ่อเลี้ยงอาทิตย์หัวเราะเบาๆ สั่งให้ทั้งสองคนรีบกินข้าวเช้าเพื่อจะได้รีบไปทำงาน แต่ไม่วายส่งสายตาจับผิดลูกชาย ซึ่งคณินก็ได้แต่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ให้ก็เท่านั้น

รู้ดีว่าปิดพ่อไม่ได้หรอก...แต่ใครมันจะไปยอมรับล่ะ


“เมื่อวานอาหารอร่อยมากเลยน้องเขต ขอบคุณมากๆ ที่เลี้ยงพวกเรา”

“ใช่ๆ ขนมก็อร่อย นานๆ ได้กินของจากในห้างที เป็นบุญปากจริงๆ”

“ดีแล้วพี่ วันๆ อย่ากินแต่เหล้า เป็นห่วงเมียพวกพี่น่ะ กลัวจะเป็นหม้าย” คณิน  ตอบกลับไปด้วยความสนิทสนม ซึ่งคนอายุมากกว่าก็ไม่ได้ถือ ยังไงคณินก็เป็นเจ้านาย เรียกคนงานว่าพี่แล้วให้คนงานเรียกตัวเองด้วยชื่อธรรมดาหรือไม่ก็น้องนำหน้าก็นับว่าเป็นเกียรติแล้ว

พ่อเลี้ยงกับคณินเหมือนกันตรงที่ไม่สนเรื่องตำแหน่ง ทำงานกันแบบครอบครัวจริงๆ

“พี่ก็ว่าจะเพลาๆ แล้วล่ะ ตายก่อนเดี๋ยวเมียมันจะดีใจ หาผัวใหม่มาเย้ยวิญญาณ ไม่เอาหรอก เดี๋ยวมันสมหวัง ฮ่าๆ”

“โอ้ย! นี่พี่รักเมียจริงๆ ไหมเนี่ย”

“พี่จะรักเฉพาะเมียตามใจ เวลาเมียเอาแต่ใจนี่ขอเกลียดเลย” คณินส่ายหน้าก็รู้ๆ อยู่ว่าพี่ๆ คนงานน่ะปากเสียแค่ไหน แต่ก็ทำปากเก่งไปแบบนั้นแหละ ในวงนี้น่ะ กลัวเมียกันทุกคน เวลาเมียมาตามตอนกินเหล้ากันอยู่นะ แทบจะก้มกราบขอขมากัน

“แล้วนี่น้องเขตไม่คิดจะมีเมียบ้างเหรอ เป็นหนุ่มแล้วนา”

“รีบทำไมล่ะพี่ เพิ่งผ่านรั้วมอปลายได้ไม่กี่เดือนเองเนี่ย”

“ก็นึกว่าจะมีเด็กมหาลัยสวยๆ มาติด น้องเขตหล่อจะตายไป”

“ไอ้มีมันก็มีตามประสาคนหน้าตาดีน่ะพี่ แต่ไม่เอา ไม่ชอบ ไม่ใช่ว่ะพี่” ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนงานในไร่มีหวังคณินถูกกระทืบเพราะความหลงตัวเองไปแล้ว แต่นี่ได้รับเสียงโห่กลับมาแทน

พอทำงานในส่วนของตัวเองเสร็จแล้ว คณินก็ไปหาเรื่องเพื่อนอย่างศตคุณเล่น ก่อนจะเดินทางไปยังเขตตะวันเนื่องจากเขาต้องไปดูแลแขกสำคัญต่อ ทั้งๆ ที่ควรจะนอนอยู่ที่เขตตะวันแท้ๆ แต่กลับมีเรื่องให้ต้องมาไร่ตลอดเลย ไอ้จะกลับไปเขตตะวันตอนดึกๆ ดื่นๆ มันก็คงจะไม่ได้

อยากไปเจอเมฆาเหมือนกัน แต่งานก็ต้องมาก่อน…




สองอาทิตย์ผ่านไปแล้ว เมฆาก็ไม่ได้เจอเด็กขี้แกล้งอีกเลยนับตั้งแต่วันที่เจ้าตัวมาส่งเขาถึงในไร่อีก อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้พ่อของเขากลับมาจากต่างประเทศแล้วด้วย ส่วนเมฆาก็วุ่นวายกับงานที่พ่อยัดเยียดมาจนไม่มีเวลาพัก ก็เลยไม่ได้ไปนอนเล่นที่ท้ายไร่อีกเลย

แต่การที่เขาไม่ได้พักเลยมันก็มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง มันทำให้เขารู้ว่าพ่อมีห้องเอกสารลับๆ อยู่ในห้องนอนที่ประตูเป็นสมาร์ทล็อคต้องใส่รหัสเข้า แต่เขาก็ไม่ได้มีสิทธิ์เข้าไปเลย มายืนรอพ่อเอาเอกสารได้แค่ที่หน้าห้องเท่านั้น

หลักฐานสำคัญ แล้วเอกสารสัญญาที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายต้องอยู่ในนั้นแน่ๆ ทำยังไงถึงจะรู้รหัสเข้าไปได้ พ่อคงไม่ตั้งรหัสเป็นวันเดือนปีเกิดของตัวเองแน่ๆ

มันต้องเป็นหมายเลขที่สำคัญมากๆ แล้วอะไรล่ะที่สำคัญกับพ่อมากๆ

“แกกำลังคิดอะไร…”

“เอ่อ ป่ะ เปล่าครับ”

“มีสมาธิทำงานหน่อย งานฉันไม่ใช่งานราคาถูกนะ เอกสารแต่ละใบนั่นน่ะมีมูลค่าหลายล้านเลยนะ”

พ่อไม่ให้เขาแตะเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายเลยด้วย ที่ได้ทำก็มีแต่เอกสารของไร่ โรงงาน ก็แค่นั้น ตอนนี้อะไรก็มืดแปดด้านไปหมด

“ขอโทษครับ”

“ฉันใช้งานแกหนักหรือไง? แค่นี้ทำมาเป็นเหนื่อย”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้เหนื่อย แค่คิดอะไรนิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้สำคัญอะไร”

“สนใจงานฉันนี่ สำคัญกว่า ให้เงิน ให้ทุกอย่างกับแกได้”

ไม่จริง...เงินให้ความสุขได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ไม่นานแล้วมันก็หมดไป  ทั้งความรู้สึกที่เคยสุข ก็ต้องคอยเอาเงินมาบำเรอตัวเองเพื่อให้มันมีความสุขต่อไปยามมันใกล้จะหมดอย่างนั้นน่ะหรือ

ความสุขของพ่อเป็นแบบนี้หรือไง…

“ฉันจะไปญี่ปุ่นสองอาทิตย์นะ น้องแกก็จะไปด้วย”

“ไปทำไมหรือครับ”

“ไม่ต้องอยากรู้จะได้ไหมเรื่องของฉันกับน้องแกเนี่ย ไม่ต้องรู้หรอกว่ายัยมลมันจะทำอะไร ที่ไหน ให้น้องมันเที่ยวเล่นตามประสาไป ยังไงฉันก็มีเงินมากพอที่จะจ่ายให้”

“แต่…”

“ฉันไปแล้ว ทำงานไป ถ้ามีคนรายงานว่าแกอู้ ฉันทำโทษแกแน่” พ่อเลี้ยงมนัสชี้หน้าคาดโทษลูกชายเอาไว้ก่อนจะเดินปึงปังจากไป

สองอาทิตย์งั้นเหรอ...คราวนี้พาคนไหนไปล่ะ เฮ้อ...สักวันผู้หญิงของพ่อจะนำปัญหามาให้แน่ๆ

“เฮ้อ...เวรกรรมของแกเมฆ ก้มหน้าชดใช้ไปเถอะ”

บางที...การพูดประชดชีวิตของตัวเองก็คงช่วยให้รู้สึกดีขึ้นนะ จะว่าไปแล้วก็รู้สึกเหงาๆ อยู่เหมือนกัน ไม่มีเพื่อนที่นี่เลย จะพูดกับใครได้นอกจากคุยกับตัวเอง

เมฆาหอบแฟ้มทั้งหมดไปที่ห้องนั่งเล่น เขายังไม่มีโซนที่ไว้ทำงานเลย ในสำนักงานก็คงจะใช้ไม่ได้เพราะผู้จัดการคงจะไม่ให้การต้อนรับเท่าไหร่นัก ที่นั่นโต๊ะก็เต็ม พนักงานก็ประจำที่ตัวเองอยู่แล้ว แล้วก็ค่อนข้างเล็กด้วย ไปเบียดก็ไม่สะดวกใจเปล่าๆ

มีแค่ที่บ้านนี่แหละที่เมฆาจะใช้ทำงานได้ พ่อก็ไม่ค่อยอยู่ น้องสาวก็กลับบ้างไม่กลับบ้าง ถ้ากลับก็เป็นช่วงเช้ามืด ตื่นอีกทีเที่ยง กินข้าวกินอะไรเสร็จก็ไปต่อ บ้านนี้เลยเป็นพื้นที่ทำงานของเขาไปโดยปริยาย แม่บ้านหรือคนงานในบ้านก็ไม่ค่อยมายุ่งวุ่นวายกับเขาเท่าไหร่

แต่ที่ทำให้อึดอัดคือกล้องวงจรปิดที่อยู่ทุกมุมของบ้านนี่แหละ...เมฆาไม่รู้ว่าศักดินนท์มีแบบนี้หรือเปล่า หากเขาก็คิดเอาไว้แล้วว่าคงเป็นเพราะเอกสารสำคัญหรือของสำคัญของพ่อแน่ๆ เลยติดกล้องเอาไว้ตรวจเช็คยามที่ตนไม่อยู่บ้าน เวลาที่เมฆาจะทำอะไรก็ต้องระวังเอาไว้ด้วย

“นี่มันบ้านหรือที่คุมขังกันแน่นะ”

“ก็ไม่เห็นจะมีงานอะไรให้ทำนอกจากอ่านเอกสารสัญญาแล้วก็ดูบัญชีย้อนหลัง อ่านจนจะท่องได้หมดแล้ว บอกให้ทำงานก็จริงแต่ตัวเองก็ไม่ไว้ใจเรา…เฮ้อ” แม้จะบ่น แต่ตาก็ยังทำงานไป มือก็เปิดหน้าของเอกสารในแฟ้มในมือไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นจุดที่มันดูน่าสงสัยของบัญชี

หืม?

“ทำไมมันดูแปลกๆ” มือขาวรีบหยิบอีกแฟ้มขึ้นมาเทียบกันอย่างเคร่งเครียด เพราะเมื่อมองแล้วคำนวณตามคร่าวๆ ดูก็รู้สึกว่ามันแปลก

เมฆาเริ่มจริงจังกับการดูบัญชี บิล ใบเสร็จต่างๆ เพื่อหาคำตอบให้ตัวเองว่าไม่ได้คิดหรือเข้าใจผิดไปเอง จนกระทั่งผ่านไปหลายชั่วโมง เมฆาก็ได้คำตอบทุกอย่าง

“บัญชีกับบิลมันก็ตรงกัน แต่ทำไมใบสั่งซื้อมันถึงได้ดูน่าสงสัยยังไงชอบกล ยาฆ่าแมลงสั่งลงทีละเยอะมาก จำเป็นต้องใช้ขนาดนี้เลยเหรอ ดูๆ แล้วทั้งไร่ก็ไม่น่าใช้เยอะขนาดนี้ เพราะในหนึ่งปีก็สั่งบ่อยด้วย แล้วทำไมถึงต้องใช้ ไม่ปลูกแบบปลอดสารเคมีกันล่ะ เฮ้อ...ว่าแต่ โกดังเก็บยาฆ่าแมลงมันอยู่แถวไหนเนี่ย” เมฆาบ่นพึมพำกับตัวเอง เขาต้องการที่จะไปดูว่าในโกดังมียาฆ่าแมลงเก็บไว้เท่าไหร่ ถ้าได้เห็นการใบนับสต็อกของ เมฆาอาจจะได้คำตอบในความสงสัยของตัวเองก็ได้

คิดได้ดังนั้นร่างโปร่งก็ยืนขึ้น ปิดแฟ้มเอกสารแล้วจัดให้มันเรียบร้อยก่อนจะเดินออกไปยังนอกบ้าน กวาดสายตาหาคนงานเพื่อสอบถามทาง

“เดี๋ยวลุง!”

“ครับคุณเมฆ มีอะไรให้ลุงช่วยหรือเปล่าครับ”

“โกดังเก็บยาฆ่าแมลงอยู่ตรงไหน ใครเป็นคนดูแล ผมจะไปขอดูหน่อย”

“ไอ้จาครับ มันเป็นหัวหน้าคนงาน เป็นคนดูแลสต็อกของทั้งหมด โกดังอยู่ทางด้านไร่ส้มครับ”

“งั้นพาผมไปหน่อยได้ไหมครับ”

“ได้ครับคุณเมฆ เดี๋ยวผมขอตัวไปเอารถก่อนนะครับ”

“ครับ”

รอไม่นาน ร่างโปร่งก็ได้ขึ้นไปนั่งบนรถกระบะที่ใช้งานในไร่ได้สะดวกกว่ารถแบบอื่น แล้วเดินทางไปยังโกดังเก็บของในทันที ระหว่างทางเมฆาก็สำรวจพื้นที่ไปด้วย คนงานที่ตั้งใจทำงานก็มี แต่ส่วนใหญ่นั่งจับกลุ่มคุยกันเสียมากกว่า

ที่สำคัญมีการตั้งวงเหล้าในเวลาทำงาน

นี่คือพ่อปล่อยปะละเลยขนาดนี้เลยเหรอ…

“ถึงแล้วครับ”

“อ่า…”

ดงโจร?

นี่คือความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวหลังจากที่เมฆาเห็นสภาพของสถานที่ที่เรียกว่าโกดังเก็บของ มันไม่ได้ไกลเท่าไหร่ แต่เหมือนเป็นที่หลบซ่อนของโจรแบบในละครไม่มีผิด คนงานประมาณห้าหกคนนั่งกินเหล้าอยู่บนแคร่ไม้อันใหญ่ เหมือนไม่มีงานทำ

ร่างโปร่งเปิดประตูลงไปด้วยความกังวล

“ไอ้จา คุณเมฆอยากดูสต็อกเว้ย!” ลุงที่ขับรถให้เมฆาตะโกนเรียกหนึ่งในกลุ่มที่กำลังกินเหล้า ซึ่งเมฆาก็ได้จ้องมองไม่วางตา ทั้งหมดนั้นพอได้ยินก็หันพรึบมาที่พวกเขา ก่อนทุกสายตาจะจ้องที่เมฆาเป็นตาเดียว

“นี่คุณเมฆเหรอวะ”

“เออดิ!”






100%

 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:

   อ่านแล้วคอมเม้นท์ให้กำลังใจ ยูกิด้วยนะคะ ^^
   ติดตามข่าวสาร พูดคุย ทวงนิยาย ได้ทางแฟนเพจนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ jaokhwan

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ดงโจรของพ่อตัวเอง ก็น่ากลัวสุดๆ  :ling3:

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เมฆจะโดนพวกนั้นทำอะไรเอาหรือเปล่าหว่า

เล่นไปยุ่งกับการทุจริตในองค์กรเนี่ย

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1711
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
ดงโจร!!
ระวังนะเมฆ
น่ากลัว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
08




    “สวัสดีครับ ผมจา เป็นหัวหน้าคนงาน คุณเมฆอยากดูสต็อกใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ เห้ย!! เดี๋ยวกูพาเจ้านายไปดูสต็อกก่อน พวกมึงก็กินไป อย่าเสียงดังนะเว้ย”

หนึ่งในนั้นลุกมาหลังจากสั่งลูกน้องเสร็จ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูโกดังที่ล็อกเอาไว้อย่างดี ประตูเปิดออกเมฆาก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปทันที

“ผมอยากได้ใบนับสต็อกกับใบเบิกของด้วยครับ”

“คุณเมฆจะเอาไปทำอะไรหรือครับ” จาถามอย่างไม่ไว้ใจ

ปฏิกิริยาของจาทำให้เมฆาเริ่มรู้สึกตงิดๆ ในใจ

“ผมต้องเรียนรู้งานทุกอย่างของไร่ ก็แค่จะเอามาดูว่าระบบการทำงานของที่นี่เป็นยังไงก็เท่านั้น จะได้มีการปรับเปลี่ยน รวมถึงตั้งกฏในการทำงานใหม่ด้วยน่ะครับ” เมฆาบอกออกไป แต่ไม่หมด ซึ่งจาก็อิดออดเหมือนจะปฏิเสธ แต่ในฐานะที่เมฆาเป็นเจ้านายคนหนึ่ง ก็เลยจำเป็นต้องไปขนมาให้อย่างช่วยไม่ได้

“รอสักครู่นะครับ ผมขอไปเอาที่ห้องทำงานก่อน”

“ครับ”

ระหว่างที่รอ เมฆาก็เดินสำรวจรอบๆ โกดัง เห็นปริมาณของยาฆ่าแมลงที่มีอยู่น้อยเกินไป ก็ชักจะไม่ชอบมาพากลเอาเสียแล้ว รอบล่าสุดเมื่อสองเดือนก่อน ยาฆ่าแมลงสองพันแกลลอน เหลือไม่น่าจะถึงสองร้อยแกลลอน เป็นไปได้ยังไง แล้วใช้ยาบ่อยขนาดนี้เลยหรือ...

มีการคอรัปชั่นจริงๆ สินะ ที่สำคัญ ยาฆ่าแมลงที่หายไป มันอยู่ที่ไหน…นอกจากยาฆ่าแมลงก็ต้องตรวจเช็คปุ๋ยด้วยสินะ...

“ให้ตายสิ ไร่นี้มันอะไรกันเนี่ย” เมฆาบ่นเบาๆ อย่างปวดหัว

มีแต่ปัญหา...เห็นหรือเปล่าล่ะ พ่อไปโกงเขามายังไง คนใกล้ตัวของพ่อ ลูกน้องของตัวเองก็มาโกงอยู่ภายใต้ความเชื่อใจ มันคือเวรกรรมจริงๆ…


เมฆาหอบเอกสารกลับมายังบ้าน แต่ก่อนที่เขาจะกลับมานั้น ก็ได้บอกกับหัวหน้าคนงานไปแค่ว่าจะเอามาศึกษาดู ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ก็คืนเมื่อนั้น จำเป็นจะใช้ก็แค่ มาบอก

“เฮ้อ...ไม่มีห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้แล้ว”

เมฆายืนมองกองเอกสารที่เขาเอามาวางรวมกัน สลับกับมองรอบๆ ห้อง

“ในบ้านไม่ได้ มีกล้อง คงต้องไปหาพื้นที่ว่างๆ ในไร่แล้วก็เอาแบบสำเร็จรูปมาลงก็คงได้ล่ะนะ ก่อนอื่นก็ต้องส่งข้อความไปขอพ่อก่อน”

ที่ไม่โทรเพราะรู้ว่าคงจะโดนด่า หรือไม่ก็กำลังไม่ว่างหลัวจะไปขัดจังหวะอะไรเข้า เมื่อส่งเสร็จแล้ว เขาก็คิดว่าจะพัก เพราะวันนี้ใช้สมองกับตามาทั้งวัน เริ่มจะล้าแล้ว ตอนนี้ก็เย็นแล้วด้วย อยากไปผ่อนคลายที่อื่นที่ไม่ใช่ในไร่ของตัวเองจริงๆ

Rrrrrr…

“สวัสดีครับ” เมฆารับโทรศัพท์อย่างแปลกใจเพราะมันเป็นเครื่องที่เขาเพิ่งจะซื้อเพื่อใช้ในไทยโดยเฉพาะ เบอร์ใหม่ มีเพียงลุงคนขับรถ ป้า และพ่อเท่านั้นที่รู้

(...)

“ฮัลโหล ใครครับ”

โทรผิดเหรอ? เมฆาคิดพลางยกโทรศัพท์ออกจากหูมาดูว่าสายตัดไปหรือเปล่า แต่ก็ไม่...มันยังนับนาทีอยู่ แต่คนโทรมาไม่พูด หรือว่าสัญญาณมันขัดข้องกัน

“อะไรเนี่ย…นั่นใครครับ ถ้าไม่พูดจะวางแล้วนะ”

(ไปกินข้าวกัน เดี๋ยวเลี้ยง) เสียงที่ชวนไปกินข้าวดังออกมาทันทีที่เขาพูดจบ คิ้วสวยขมวดเล็กน้อย เพราะไม่รู้จักคนที่โทรมาเลยสักนิด

“โทรผิดหรือเปล่าครับ”

(ไม่ผิด...ก็โทรหาคนชื่อเมฆ ลูกพ่อเลี้ยงมนัส จะพาไปกินข้าว เดี๋ยวเลี้ยงตอบแทนที่เคยเลี้ยง)

ตอบแทนที่เคยเลี้ยง...หรือว่า…

“เขต...เหรอ”

(อือ...เขต ลูกชายพ่อเลี้ยงอาทิตย์)

ขนาดคุยผ่านโทรศัพท์ยังกวนกัน แล้วแบบนี้เขาอยากจะไปกินข้าวด้วยดีไหมเนี่ย...แต่ก็ยอมรับว่าดีใจที่คณินโทรมาหาตน จากที่รู้สึกไม่สดชื่นเพราะทำงานทั้งวัน ก็รู้สึกว่ามันสดชื่นขึ้นเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร

“ได้เบอร์มาจากไหน”

(ขอซื้อมาจากลุงจง)

ลุงจง? คนขับรถที่เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีเบอร์โทรศัพท์ของเขา แต่ไอ้ประโยคที่บอกว่าขอซื้อมานี่…

“ฉันควรหักเงินเดือนของลุงแกดีไหม”

(จะใจร้ายกับคนแก่เหรอ สรุปเอายังไง จะไปไหม เดี๋ยวไปรับหน้าไร่นะ ให้เวลาสิบนาที) แล้วก็วางสายไป ปล่อยให้ร่างโปร่งยืนถือโทรศัพท์ค้างเอาไว้อย่างนั้น แต่เมื่อตั้งสติได้ เมฆาก็ยิ้มแล้วส่ายหน้า

แบบนี้ไม่ได้จัดว่าประโยคคำถามนะเด็กบ้า…

“เขาเรียกว่าบังคับนะเขต”

แต่นั่นแหละ...ยังไงแล้วเมฆาก็อยากที่จะไป อยู่กับคณินแม้ว่าจะไม่ดีต่อตัวเองและหัวใจ แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้หายเหงาได้ มีเพียงแค่คณินเท่านั้นที่เมฆารู้จักในไทย

“บอกว่าจะเลี้ยง งั้นไม่เอากระเป๋าเงินไปก็แล้วกันนะ” ร่างโปร่งวางกระเป๋าเงินไว้ที่เดิม เดินไปเช็คหน้า ทรงผม เสื้อผ้าที่หน้ากระจกก่อนจะเดินลงไปข้างล่างคืน

เมฆาเรียกเด็กรับใช้คนหนึ่งมาบอกว่าตนจะไปเที่ยวข้างนอก ให้เฝ้าบ้านแล้วก็คอยเปิดประตูให้ด้วย แล้วก็เดินไปหาลุงจงให้แกพาไปส่งที่ด้านหน้าไร่ เมื่อไปถึงก็พบว่ามีรถคันหนึ่งจอดรออยู่แล้ว ร่างโปร่งเห็นแบบนั้นก็ยิ้ม หันไปบอกให้ลุงจงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่างบอกใคร ซึ่งลุงแกก็พยักหน้ารับ

“อย่าลืมนะครับลุง อย่าบอกใคร” กำชับอีกครั้งอย่างจริงจัง หากมีคนอื่นรู้ว่าเมฆาออกไปไหนมาไหนกับคณินล่ะก็ เรื่องต้องถึงหูพ่อเลี้ยงมนัสเร็วแน่นอน

เมฆาไว้ใจลุงจง เพราะถ้าหากว่าลุงจงไม่รู้จักกับคณินในระดับหนึ่งล่ะก็ ไม่มีทางที่ลุงจงจะพูดคุยกับคณินและให้เบอร์โทรศัพท์เขากับคณินเด็ดขาด

“ครับคุณเมฆ”

“แล้วจะโทรให้มารับที่นี่นะครับ”

“ครับ”

เมฆายิ้มให้แล้วเปิดประตูรถเดินลงไป ไม่ลืมที่จะวางสีหน้าเรียบๆ เพื่อไม่ให้คณินได้ใจคิดว่าเขาอยากจะมาจนแสดงความดีใจอย่างชัดเจน ร่างโปร่งเปิดประตูรถกระบะสีดำที่คราวก่อนก็เห็นว่าคณินก็ใช้คันนี้ ซึ่งเป็นรถที่เอาไว้ใช้งานสำหรับในไร่ คณินไม่ชอบขับรถเก๋งเท่าไหร่เพราะมันไม่เท่ ส่วนรถยุโรปคันหรูจอดอยู่ที่บ้านใหญ่ในเมืองไม่เคยเอามาใช้ในไร่อยู่แล้ว

“ช้า…”

“ช้าตรงไหน ฉันใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำ”

“แต่เกินสิบนาที”

“ใครจะบ้าเตรียมตัวเสร็จทันกัน แล้วคิดยังไงถึงมาชวนเนี่ย”

“ก็จะเลี้ยงข้าว” คณินตอบแล้วขับรถออกไป โดยมีเสียงของเมฆาพึมพำเบาๆ

“ทำมาเป็นใจดี”

คณินลอบมองใบหน้าที่ตนไม่ได้เห็นมาตลอดสองอาทิตย์เต็ม ไม่ใช่ว่าเวลาไม่มี เขาก็แค่อยากทบทวนความรู้สึกของตัวเองก็เท่านั้น ว่าอยากจะปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปแบบนี้ หรือว่าจะแก้ไขให้มันเหมือนเดิม อาทิตย์ก่อนคณินถูกพ่อตำหนิเรื่องของเมฆาเพราะคำพูดที่มันรุนแรงของเขา เขาแค่พูดออกไปเพราะความปากไม่ตรงกับใจก็เท่านั้น

‘ผมไม่ได้อยากจะความสัมพันธ์มันกลับมาดีเหมือนเดิม ก็แค่ทำให้เหยื่อตายใจเท่านั้น’

‘อย่าใช้เมฆเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น อย่าเอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาสู่วงเวียนความแค้นของแกนะเขต เพราะคนที่จะเสียใจที่สุด ก็คือแก…’

เปล่าเลย...ไม่เคยคิดใช้ใครเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น ก็จริงที่เขาแค้นมากจนอยากจะเกลียดคนข้างๆ แต่สุดท้ายแล้วมันก็ทำไม่ได้

‘อย่าทำให้ฉันผิดหวังที่มีแกเป็นลูก’

และพ่อก็ได้ฝากคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้กับเขา ซึ่งมันเป็นคำพูดที่มีอิทธิพลกับความรู้สึกของคณินมากกว่าคำพูดอย่างอื่นของพ่อ คณินกำลังพยายามต่อสู้กับตัวเองอยู่

“เป็นอะไร หน้าเครียดๆ”

“เปล่า...ไม่ได้เป็นอะไร”

“แล้วนี่จะพาไปกินข้าวที่ไหนน่ะ”

“แถวๆ นี้แหละ บรรยากาศดีมาก คิดว่าน่าจะชอบเหมือนกันก็เลยลองพามา สงสารเห็นว่าไม่มีเพื่อนเลยสักคน ไม่รู้ว่าจะได้เที่ยวกับเขาหรือเปล่า”

ยิ่งได้พูดคุยกับคณินมากขึ้น เมฆาก็ยิ่งรู้จักนิสัยของเจ้าตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คณินมักจะชอบพูดอะไรที่มันไม่ตรงกับใจของตัวเอง และบางครั้งก็ตรงจนรับไม่ได้           

เป็นแค่เด็กปากเสียคนหนึ่งที่นิสัยแท้จริงก็อ่อนโยน…

“ฉันต้องขอบคุณสินะที่นายอุตส่าห์ลำบากพาฉันมาเนี่ย” เมฆาพูดยิ้มๆ ไม่ได้น้อยใจหรือรู้สึกเสียใจกับคำพูดของคณินเลยสักนิด

“ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น”

“รู้รึเปล่า...ว่าตัวเองกำลังอยู่กับลูกชายของคนที่เกลียดนะ” ไม่ได้อยากจะทำลายบรรยากาศ เพียงแค่ต้องการเตือนคณินว่าเขาเป็นใคร

“แล้วไง...จำเป็นต้องเกลียดลูกชายด้วยเหรอ”

“พูดแบบนี้แสดงว่ามีโอกาสที่จะกลับไปเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมสินะ” ร่างโปร่งหันไปถามด้วยสีหน้าที่มีความหวัง รอยยิ้มหวานส่งไปให้กับคณินที่หันมามองด้วย          หน้ายุ่งๆ

“ใครบอก…”

“อะไรเนี่ย!” หุบยิ้มทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “จะเอายังไง!”

“เอายังไง อะไร...บอกแล้วว่าไม่เหมือนเดิม ไม่เป็นพี่น้อง…”

“เออ!!! เรื่องของนายก็แล้วกัน เด็กนิสัยเสีย! ฉันก็ไม่อยากจะมีน้องปากหมา ปากจัดแบบนี้เหมือนกัน คนอะไรไม่มีความน่ารักเอาซะเลย” เมฆาสะบัดหน้าหนีหลังจากที่ต่อว่าชายหนุ่มเสร็จ มุมปากหยักกระตุกยิ้มมุมปากพึงพอใจที่ยั่วอารมณ์ของเมฆาได้

นิ้วแกร่งเคาะพวงมาลัยอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปในร้านอาหารที่ตนตั้งใจจะพามา มันอยู่ไม่ไกลจากไร่มากนัก บรรยากาศดี...เป็นร้านอาหารบรรยากาศธรรมชาติ สงบ และส่วนตัว

สายตาของเมฆาสอดส่องไปทั่วทุกมุมของร้านอาหาร คณินจองแบบส่วนตัวแบบกระโจมกลางน้ำ ล้อมรอบสระน้ำใหญ่ นั่งพื้น มีโต๊ะเตี้ยแบบโต๊ะญี่ปุ่นสำหรับวางอาหาร แม้ว่าจะมีลูกค้าเยอะ ก็ไม่มีการรบกวนอะไรกัน เพราะแต่ละกระโจมก็อยู่ห่างกัน หลังคามุงยาวไม่สามารถเห็นจากด้านข้างได้ แต่ถ้าใช้กล้องส่องทางไกลมองจากฝั่งตรงข้ามก็สามารถเห็นได้ ส่วนฝั่งที่ติดกับบกก็เป็นประตูปิดเอาไว้ หากพนักงานจะเข้าก็จะมีการส่งเสียงเรียกก่อน

“อากาศดีจัง ช่วงเย็นๆ พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า”

อารมณ์หงุดหงิดที่มีต่อคณินของเมฆาหายไปตั้งแต่ขับรถเข้ามาในบริเวณของร้านอาหาร เมฆานั่งมองบรรยากาศไม่สนใจคณินที่กำลังสั่งอาหารอยู่ เขาปล่อยให้เป็นหน้าที่ร่างสูงจัดการไป สั่งอะไรมาก็กินได้หมด ไม่ค่อยเลือกกินอยู่แล้ว ที่สำคัญเขาไม่รู้จักอาหารไทยเท่าไหร่ อยู่ต่างประเทศเขาก็เข้าร้านอาหารไทยบ้าง แต่ก็ไม่บ่อย เพราะร้านอาหารไทยไม่ได้มีเยอะเหมือนกับร้านสะดวกซื้อ เขาเน้นทานอะไรที่มันหาง่ายๆ มากกว่า

“ชอบล่ะสิ”

“อือ...ไม่ไกลด้วย จะมาบ่อยๆ”

“มากับใคร มีเพื่อนหรือไง”

“ไม่มีก็มาคนเดียวสิ คนเรามันก็ต้องหัดเรียนรู้นั่นแหละ แค่ศึกษาเส้นทางและทำความรู้จักกับพื้นที่ที่เรากำลังอาศัยอยู่น่ะ มันไม่ยากหรอก เพราะตอนที่ฉันไปต่างประเทศแรกๆ ลำบากกว่านี้เยอะ…” เมฆาเผลอหลุดปากบอกไป สีหน้าเริ่มเหม่อลอยเมื่อคิดถึงช่วงวัยเด็กที่ไปต่างแดนครั้งแรก

เรียนกับคนที่ไม่ใช่เชื้อชาติเดียวกัน ต่างภาษากัน ต่างศาสนากัน วัฒนธรรมก็ต่างกัน กว่าเขาจะปรับตัวได้ มันก็ต้องแลกด้วยน้ำตามากมายเช่นกัน กว่าจะมีเพื่อนมากมายอย่างตอนนี้ก็ถูกแกล้งอย่างรุนแรงเหมือนกัน แม้ว่าเพื่อที่จะแกล้งเขาในตอนนั้น ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ความรู้สึกเจ็บปวดที่เคยได้รับมันไม่มีทางลืมแน่นอน

“ลำบากยังไง”

“ช่างมันเถอะ...นายสั่งอะไรมาบ้าง” เมฆาเปลี่ยนเรื่อง เขาไม่คิดจะเล่าอะไรให้กับคณินฟัง เพราะถ้าเล่าไป เขาก็ไม่รู้ว่าคณินจะเชื่อมากน้อยขนาดไหน ที่สำคัญ...มันก็ไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องเล่าเลยสักนิด

“คอยดูตอนเขามาเสิร์ฟเอา ขี้เกียจพูด”

“อ้าว?”

นี่เอาคืนที่เขาไม่ยอมเล่าเรื่องตอนที่ไปเมืองนอกใหม่ๆ ให้ฟังใช่ไหม

“อ้าวอะไร”

“นี่ถามดีๆ นะ”

“ก็ตอบดีๆ เหมือนกัน ตอบไม่ดีตรงไหน ก็บอกให้รอดูตอนที่เขามาเสิร์ฟ ประโยคนี้มันไม่ดีตรงไหนเหรอครับ?”

“เป็นอะไรอีกล่ะ ถ้าจะมากวนกัน ทีหลังไม่ต้องชวนมานะ แค่ทำงานก็เหนื่อยพอแล้ว ต้องมารับอารมณ์ของนายอีก ถามจริงๆ นะ เราจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันไม่ได้หรือไง ก็รู้ดีนะว่าฉันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะขออะไรแบบนี้ได้ แต่มันก็น่าจะเป็นเพื่อนมนุษย์กัน เพื่อนบ้านกันได้ไม่ใช่เหรอ”

“ไม่…”

ปฏิเสธไม่พอยังยักไหล่กวนๆ อีกด้วย เมฆาเลยรู้ได้ทันว่าคนอายุน้อยกว่ากำลังแกล้งเขา กวนประสาทและปั่นหัวเขาเล่นอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ

เมฆาหันหน้าไปมองบรรยากาศแทน เพราะเหนื่อยที่ต่อกรกับคณินแล้ว ร่างสูงกว่าหัวเราะนิดๆ กับชัยชนะที่ตนได้รับ

ปฏิกิริยาของเมฆามันถูกใจเขามาก...ยังไงดีล่ะ...ตรงๆ เลยก็ ‘น่ารัก’

คณินทบทวนมาหลายวันแล้ว ตัดความอคติตามที่พ่อได้บอกบ่อยๆ ถ้าเมฆาไม่ใช่ลูกชายของพ่อเลี้ยงมนัส แน่นอนว่าคำตอบที่ได้มันก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว แต่พยายามที่จะหนีมัน…หนีความจริงที่ว่า...เขาโหยหาเมฆา แต่ไม่ใช่ในแบบพี่น้องอย่าแน่นอน... ถ้าจะให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราดีกว่าเดิมก็ต้องไม่ใช่แบบเดิม

เขาไม่อยากเป็นพี่น้องกับเมฆา...ถ้าจะต้องมีเมฆาอยู่ในชีวิตก็ต้องงยืนข้างกาย

“ยิ้มอะไร แล้วมองหน้าทำไม”

“มองไม่ได้หรือไง”

“มองอย่างอื่นไปสิ”

“ก็อยากมองหน้า”

“ฉันไม่ให้มอง”

“ไม่ให้มองก็หันไปสิ”

“เออ!”

แล้วเมฆาก็หันหน้าหนีอีกครั้ง หากก็ยังรู้สึกว่าถูกจ้องอยู่ดี จากที่กำลังผ่อนคลายกลายเป็นอึดอัดหนักเข้าไปอีก ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องประหม่าทุกครั้งที่คณินมองด้วยสายตาแปลกๆ

นี่มันเด็กนะเมฆ…

“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารครับ”

เมฆารู้สึกขอบคุณที่พนักงานเข้ามาทำลายความอึดอัดนี้ให้กับเขา อย่างน้อยการเข้ามาของบุคคลที่สามมันก็ทำให้บรรยากาศมันเปลี่ยนไปได้ อาหารสองอย่างวางลงตรงหน้า พนักงานแจ้งว่าจะทยอยนำมาเสิร์ฟ ก่อนที่จะออกไปก็รินเครื่องดื่มที่คณินสั่งให้ก่อน

“รับอะไรเพิ่มเติมก็เรียกได้ตลอดนะครับ”

เมื่ออยู่กันสองคนอีกครั้ง เมฆาก็หยิบช้อนตักอาหารกินอย่างไม่สนใจใคร รสชาติแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนก็ทำให้มือขาวตักกินเรื่อยๆ ปากยิ้มน้อยๆ กับความสุขจากการกิน คณินเองก็ยิ้มพอใจที่เห็นว่าคนตัวขาวชอบ

“อร่อยจัง…”

“ไม่ต้องรีบ มีอีกเยอะน่า”

“รู้หรอก แต่มันอร่อยจริงๆ นี่ กินอาหารไทยที่ต่างประเทศนะ มันไม่ค่อยจัดจ้านแบบนี้หรอก จริงๆ ฉันกินรสจัดไม่ได้หรอก เพราะลิ้นมันกินแต่ของอ่อนๆ จืดๆ อาหารไทยที่นั่นก็ไม่จัดจ้านเท่านี้ด้วย สั่งมาเผ็ดหรือเปล่า” เงยหน้าถามร่างสูงที่ก็เริ่มลงมือทานเหมือนกัน

ตาใสๆ ของเมฆาทำให้คณินรู้สึกว่าเจ้าตัวกำลังเผยมุมเด็กๆ ออกมา

“ก็ไม่ได้สั่งอะไรเลย เขาทำแบบมาตรฐานให้แหละ”

“งั้นเหรอ...จริงๆ อยากลองเผ็ดๆ ดูจัง แต่กลัวตาย”

“ไม่มีใครตายเพราะกินเผ็ดหรอกน่า”

“รู้ได้ยังไง?”

“ก็ไม่มีที่ไหนจะออกข่าวเลยนี่”

“ไม่มีหรือไม่เคยดูกันแน่...โลกนี้มันกว้างมาก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีโอกาสเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ คนกินข้าวเหนียวติดคอตายยังมีเลย”

“โอเคๆ คราวนี้ยอมแพ้ก็ได้ ทำไมต้องทำหน้าจริงจังด้วยวะ”

“ชอบพูดไม่เพราะ...นี่อายุมากกว่านะ เป็นพี่น่ะเข้าใจไหม” เมฆาพูดใส่อารมณ์ มือก็ชี้เข้ามาที่ตัวเองขณะที่พูดออกไป

“ไม่ใช่พี่…”

“ไม่ได้หมายความว่าพี่อย่างนั้น ก็คนอายุมากกว่า ไม่ใช่พี่แล้วมันเรียกว่าอะไร”

“ลุง ป้า น้า อา ก็อายุมากกว่านะ อ้อ…เมีย ก็อายุมากกว่าได้” คณินไม่พูดเฉยๆ แต่ใช้ตาคมๆ ของตัวเองมองเข้าไปในดวงตาใสของเมฆาด้วย

ใจของเมฆากระตุกวูบก่อนที่มันจะเต้นรัวเหมือนจังหวะกลอง หน้าเห่อร้อนขึ้นมาแบบที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ หลบสายตานั่นแล้วก็กินต่อไป พยายามบังคับตัวเองไม่ให้สั่น ไม่งั้นมีหวังอายหนักกว่านี้แน่ๆ

ท่าทางเจ้าชู้แบบนี้...มีแฟนเยอะล่ะสิท่า


พอทานอาหารเย็นเสร็จ คณินก็พาเมฆาออกมาจากร้านนั้นแล้วพาไปนั่งรถเล่นก่อนจะขับไปจอดที่ที่หนึ่งซึ่งเป็นที่โล่งๆ คล้ายสนามฟุตบอล แต่ถ้าตรงไปอีกหน่อยก็เป็นเหวลึก เมฆาแปลกใจแต่ไม่หวาดกลัวอะไร

เขาไว้ใจ…

“ส่วนใหญ่วัยรุ่นชอบมารวมตัวกันที่นี่ จับกลุ่มกินเหล้าบ้าง เตะบอลบ้าง           แต่กลางคืนก็จะเป็นจุดเอาไว้ดูดาว ช่วงปีใหม่เขาก็จะมาเคาท์ดาวน์กันที่นี่ ตลาดจะมาลงทุกวันจันทร์กับพฤหัส มันสงบดี แล้ววันนี้ดาวก็เต็มฟ้า เผื่อมันช่วยผ่อนคลายได้”

“เหรอ...แต่ทำไมวันนี้มันไม่ค่อยมีคนเลยล่ะ”

“ทำไมจะไม่มี แต่เขาไม่ใช้ไฟกันเท่าไหร่”

“ทำไมล่ะ?”

“เดี๋ยวก็รู้”

คณินจอดรถเมื่อถึงจุดที่ตัวเองต้องการ โดยหันท้ายไปยังฝั่งที่เป็นเหว ดับเครื่องแล้วลงจากรถไปเปิดตัวกระบะท้ายก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่ง เมฆาเองก็ทำตามอย่างช่วยไม่ได้ พอสายตาได้เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวก็ร้องว้าวด้วยความตะลึง

“ว้าว...ดาวสวยจริงๆ แต่มืดมาก เดินทีนี่กลัวจะมีงูโผล่มาจริงๆ”

“ความสวยงามมักเต็มไปด้วยอันตราย”

“หึหึ...เจ้าบทเจ้ากลอนเหมือนกันนะ”

คณินยักไหล่ นั่งเอนไปข้างหลังโดยเอาแขนยันเอาไว้ ส่วนเมฆาก็สนใจภาพท้องฟ้าที่ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่นักต่อ วันนี้คณินพาเขามาที่ที่ชอบทั้งนั้น

เมื่อเมฆาไม่พูด คณินไม่พูด ความมืดกับความเงียบก็ทำให้มีสมาธิมากยิ่งขึ้น มากจนได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ดังขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะชัดเจนในที่สุด

“เขต!!”

“อะไร”

“เสียงอะไร”

“รู้อยู่แล้วจะถามทำไม”

“พาฉันกลับเลยนะ”

“ทำไมล่ะ ที่นี่สวยออก”

“สวย...แต่ไม่อยากอยู่แล้ว กลับเถอะ”

“อย่าไปสนใจน่า...ต่างคนต่างอยู่ ไม่เห็นกันอยู่แล้ว”

“แต่…”

“เงียบๆ น่า…”

เมฆาเม้มปากแน่น มือก็กำเพราะทำอะไรไม่ถูก ตัวเริ่มสั่น ยิ่งเงียบก็ได้ยินเสียงชัดเจน ถ้าหากว่าตอนนี้มันสว่างมากพอ คณินต้องเห็นว่าหน้าของเขาแดงซ่านมากแน่ๆ

การที่อยู่ต่างประเทศที่เปิดเผย เรื่อง ‘เซ็กส์’ เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ใช่ว่าเขาจะชินกับเสียงสักหน่อย ยิ่งเงียบแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งอันตรายสำหรับตัวเองจริงๆ

‘อ๊า...เบาๆ หน่อย มีคน อ๊า’

‘ช่างเถอะน่า อือ…’

‘เร็วๆ อ๊า อ๊ะ…’

นอกจากเป็นสนามบอล ดูดาว ตลาด นั่งกินเหล้าแล้ว มันยังเป็นสถานที่สำหรับพลอดรักของวัยรุ่นด้วย!!!







100%
 :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:
อ่านแล้วคอมเม้นท์ให้กำลังใจ ยูกิด้วยนะคะ ^^
ติดตามข่าวสาร พูดคุย ทวงนิยาย ได้ทางแฟนเพจนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/


ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
นั่งชมวิว แบบเสียงประกอบให้ฟังด้วย  :katai1:

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
หายจากเรื่องนี้ไปนานเลย ช่วงนี้เหมือนเป็นตอนที่เขตตัดสินใจว่าจะจีบเมฆรึเปล่านะ แต่พามาเดทในที่มีซาวด์ประกอบแบบนี้ไม่ได้คิดอะไรใช่ไหมเขต หืม

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เหตุผลที่คนนิยมมาเที่ยว แต่ไม่ใช้แสงสว่างกัน  อิอิ

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ jimmyjimmy

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2002
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-17
ถ้าทำแบบเดียวกันก้อไม่ได้ยินเสียงแล้วนะ555

ออฟไลน์ มะเขือม่วง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 450
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1711
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
เขิลหรอพี่เมฆ
โอ๊ย เขตมันก้อนะ
ดูมันพามา
พี่เมฆเสียเด็กหมด
65555+

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
09





“เขต กลับเถอะนะ”

“ทำไม...มีอารมณ์หรือไง”

“ไอ้บ้า! ใครมันจะไปมี แค่ไม่อยากอยู่ก็เท่านั้น นะ แกล้งอะไรก็ได้ แต่อย่าแกล้งแบบนี้เลย ฉันขอร้อง...ฉันไม่อยากอยู่แล้ว” เมฆาจับแขนแกร่งแล้วเขย่าเบาๆ เผลอส่งเสียงอ้อนออกไปจนคณินยิ้มในความมืด

ถ้าเห็นหน้าในตอนนี้คงจะดีกว่านี้นะ…

“ใครแกล้งกัน ไม่ได้แกล้งสักหน่อย” ยังคงเฉไฉไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่รู้ดีว่าตรงนี้ตอนกลางคืนมักจะมีวัยรุ่นมาพลอดรักกัน ส่วนเขาก็มาดูดาวบ่อย แต่จะเสียบหูฟังฟังเพลงไปด้วย

“เขต...พากลับเถอะนะ ถ้าไม่พากลับ ฉันไปอยู่ในรถก็ได้” เมฆาขอร้อง รู้สึกเริ่มอายทั้งๆ คนที่ควรอายคือคนที่กำลังพรอดรักไม่อายฟ้าอายดินต่างหาก

ตอนอยู่ที่นั่นก็เห็นตามที่สาธารณะบ่อยๆ แต่ก็แค่เดินผ่านไปเท่านั้น ไม่ได้มา  นั่งฟังท่ามกลางบรรยากาศมืดๆ และเงียบสงบแบบนี้

“ไม่เปิดให้หรอกนะ”

คณินสนุกที่ได้แกล้งคนตัวเล็กกว่า ตอนนี้คงจะอายเต็มที่แล้วสินะ เพราะคนข้างๆ เขาดูกระสับกระส่าย นั่งไม่นิ่งเลย ดาวก็ไม่ดูแล้ว…

“เขต…”

“เรียกอะไรนักหนาเนี่ย”

“ต้องให้กราบอ้อนวอนไหม ทำไมต้องแกล้งกันขนาดนี้ด้วย”

เมฆาไม่ชอบ...ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยจริงๆ

“ถ้าวันนี้ผ่านไปได้นะ ฉันจะไม่มาเจอนายอีกเลย จะหลบ จะหนี จะเลี่ยงทุกอย่าง ไม่คุย ไม่รู้จักอย่างที่นายเคยต้องการเลย ไม่ให้นายได้เห็นหน้าของฉันอีกอย่างที่นายต้อ...อื้อ”

คณินทนฟังไม่ได้ที่อีกคนจะหนีหน้าเขา หลบหน้า ไม่ให้เห็น เลยปิดปากบางด้วยปากของเขา ร่างเล็กกว่านิ่งไปสักพักก่อนจะเริ่มดิ้น แต่ก็ถูกมือแกร่งควบคุมไว้จนแน่น นี่แค่บดปากปิดปากเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรยังรู้สึกดีขนาดนี้ ถ้าทำมากกว่านี้ล่ะ…

“นาย…ทำบ้าอะไรเนี่ย” เปิดปากด่าทันทีที่คณินผละออกไป

“เงียบน่า...มันรบกวนเขา”

พรึ่บ!!

“โอ๊ย!!!” ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อถูกผลักในนอนราบไปกับรถก่อนที่เจ้าของรถจะขึ้นคร่อมกักตัวของเมฆาเอาไว้ ร่างขาวไม่เห็นอะไรเลยนอกจากเงาดำๆ มืดๆ ที่กำลังคร่อมตัวเขาอยู่ ความตัวใหญ่ของคณินยิ่งชัดขึ้นเมื่อมันเป็นเงาสีดำ

“จะ...จะทำอะไร”

แขนทั้งสองถูกขึงไว้เหนือหัวด้วยสองมือของคณิน มันแน่นมากจนดิ้นยังไงก็ไม่หลุด นั่นทำให้เมฆาตระหนักได้ทันทีว่าคณินมีแรงเยอะกว่าเขาหลายเท่า

“เขต...ย่ะ อย่านะ จะทำอะไร”

“อย่าอะไร” ถามเสียงแหบพร่า

ไม่เห็นสีหน้า ไม่เห็นแววตา แต่น้ำเสียงแบบนี้ เมฆารู้เลยว่าคณินกำลังรู้สึกยังไง แล้วไอ้ท่าทางแบบนี้ กับจูบเมื่อกี้อีก…ถ้าไม่แกล้งกันเล่นเหมือนตอนนั้น ก็ทำจริง…

“ลุกเถอะ...ไม่สนุกด้วยนะ” เมฆาพูดเสียงเบา

“ไม่ลุก อยากให้ลุกก็พยายามเอาเองสิ” ร่างโปร่งกัดปากตัวเอง พร้อมกับคิดไปด้วยว่าจะหลุดจากคณินได้ยังไง ทั้งมือก็โดนล็อก ตัวก็โดนเข่าของร่างสูงหนีบเอาไว้ แค่ขยับยังลำบากเลย

“อย่าแกล้งกันสิเขต ลุกเถอะ”

“ใครแกล้งกัน”

ใบหน้าคมโน้มลงไปจนปลายจมูกสัมผัสกัน เมฆาหลับตาปี๋ ใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าคณินแกล้งเล่นเหมือนตอนที่อยู่บนรถในวันนั้น แต่แล้วคณินก็ หยุดชะงักความคิดของเมฆา...ด้วยตัวเอง

สัมผัสอ่อนนุ่มที่ริมฝีปากของเมฆาทำให้เจ้าตัวลืมตาขึ้นมาอย่างตกใจ ดวงตาสบกัน แม้ว่ามันจะมืด แต่ก็มีแสงบ้างพอให้เห็นกันในระยะใกล้ ปากหนาเพิ่มแรงบดขยี้ ทั้งขบ เม้ม ร่างโปร่งเองก็หาได้หันหน้าหนีไม่ ไม่มีการต่อต้าน มีเพียงแต่อยู่นิ่งๆ ให้คณินเล่นปากของเขาไป

คณินเริ่มรุกล้ำไปอีกขั้นหนึ่งด้วยการสอดปลายลิ้นของตนเข้าไป เกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นของเมฆาที่ขยับหนีตามสัญชาตญาณ หากแต่การหลบเหมือนเป็นการตอบสนองในรสจูบ ความเร่าร้อนเริ่มเพิ่มขึ้น เมฆาเองก็เอียงหน้าตอบรับจังหวะด้วยการหันรับจูบด้วยความเต็มใจ ร้อนแรงสลับกับอ่อนโยน

ร่างสูงพึงพอใจที่คนอายุมากกว่าไม่ปฏิเสธแต่ยังให้ความร่วมมืออย่างดี เมฆาจูบเป็นก็ถือว่ามีประสบการณ์มาบ้าง ซึ่งมันทำให้คณินขัดใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจได้เพราะตนเองก็ไม่ได้อ่อนประสบการณ์เหมือนกัน

“อืม…”

คณินผละออกมาเพื่อเว้นจังหวะให้เมฆาหายใจบ้าง รู้สึกเสียดายที่มันมืดไปเลยมองไม่เห็นสีแดงๆ บนใบหน้าหล่อของเมฆา

“อยากให้ความสัมพันธ์เราดีไม่ใช่เหรอ”

“...” เมฆาไม่พูดอะไร แต่ได้ยินเสียงหายใจชัดเจน ร่างโปร่งใจเต้นแรง ขนลุกชันไปทั่วทั้งตัว รู้สึกอ่อนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

จูบกับแฟนเก่ามาหลายคน ไม่เคยจะรู้สึกเหมือนโดนสูบวิญญาณแบบนี้เลย แน่นอนว่ารสนิยมความชอบของเมฆาคือผู้หญิง ก็คบกับผู้หญิงมาตลอดแม้ว่าร่างกายจะมีความเปลี่ยนแปลง ถึงท้องได้ ไม่ได้แปลว่าตัวเองจะต้องชอบผู้ชายเสมอไป

“ก็ทำให้มันดีอยู่นี่ไง”

“ม่ะ...ไม่ใช่แบบนี้”

“แล้วต้องเป็นแบบไหน”

“พี่น้อง…” ตอบเสียงเบา

“ก็ไม่อยากเป็นพี่น้อง อยากเป็นอย่างอื่น”

“แต่…”

“ปฏิเสธฉันหรือกำลังปฏิเสธตัวเองกันแน่ อย่าบอกนะว่าเมื่อกี้ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ก็รู้ๆ กันอยู่นี่ นายชอบฉัน ชอบมากเสียด้วยนะ ‘พี่เมฆ’ หึหึ” คณินเป็นเด็กที่ร้ายกาจที่สุด มีอย่างที่ไหนพูดเองเออเอง เข้าข้างตัวเอง แล้วมากระซิบเรียกเราเสียงพร่าข้างหูแบบนั้น เสียงหัวเราะร้ายกาจนั่นอีก แต่ที่น่าเจ็บใจคือเด็กนี่มันรู้ความคิดเขา รู้ความรู้สึกที่เขาพยายามปฏิเสธมันอีกด้วย

ชอบเขต...ใช่ และไม่ได้ชอบอย่างพี่น้องด้วย ให้ตายสิเมฆ! ให้ความรู้สึกลึกๆ มันนำความคิดของแกอีกแล้วนะ

“ไม่ใช่…”

“จริงเหรอ” ไม่ถามเปล่าๆ ริมฝีปากของคณินก็จูบย้ำๆ ที่ปากบางของเมฆาด้วยความอ่อนโยนและหยอกล้อในทีด้วย เมฆากำลังรู้สึกถูกอ้อนมากกว่าถูกแกล้ง

“พ่ะ...พอ”

“คิดดีๆ นะ”

เมฆาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ เลยเงียบ และพอเงียบ หัวสมองว่างเปล่า เสียงของคนที่กำลังมีอะไรกันอยู่ก็ดังเข้ามาในหูอีกครั้ง

‘อ๊ะ...อ๊ะ อ๊า เร็วๆ’

“เขต...ก่ะ กลับเถอะ นะ ขอร้อง” ร่างสูงยิ้มนิดๆ

รุกมากไปหรือเปล่า ตอนนี้คงกลัวจะแย่แล้วล่ะมั้ง

คณินปล่อยแขนของเมฆาให้เป็นอิสระ แล้วลงมายืนข้างล่าง ส่วนเมฆาที่มือและแขนเริ่มชาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่ง เจอเงาสูงใหญ่อยู่ข้างหน้าก็ตกใจ

“พากลับก็ได้”

“งั้น...อื้อ”

ริมฝีปากหนาประทับลงมาอีกครั้ง มือหยาบประคองที่ใบหน้าของเมฆาให้แหงนมารับจูบจากเขา ปลายลิ้นสอดเข้าไปชิมความหวาน เมฆาเองก็ตอบรับกลับอย่างเคลิบเคลิ้ม แขนเรียวโอบรอบคอแกร่ง ขยับกายแนบกับร่างใหญ่ของเด็กหนุ่ม ตอนนี้ไม่สนใจอะไรแล้ว…

ทำตามความรู้สึกของตัวเองดีกว่า

“อื้อ...อืม”

เสียงครางในลำคอของทั้งสองคนดังออกมาบ่งบอกถึงความพอใจ รู้ดีว่าในตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราได้เปลี่ยนไปอีกขั้นแล้ว

กลายเป็นฝ่ายคณินเองที่ตอนนี้เริ่มจะทนไม่ไหว เมฆาน่ารักเกินไป ร้อนแรงเกินไป เก่งเกินไป หากมากกว่านี้ได้มีอะไรกันกลางแจ้งแน่ๆ เขาได้จับอีกคนทำเมียตอนนี้แน่นอน

“อ๊ะ…”

จุ๊บ!!!

“แค่นี้ก่อน...เดี๋ยวจะไม่ได้กลับ” คณินจำใจผละออกมาจนเมฆาอุทานอย่างเสียดาย แต่ไม่วายจุ๊บที่ปากบางแรงๆ อีกทีอย่างมันเขี้ยว

“...”

“ไปขึ้นรถได้แล้วไป หรือต้องให้อุ้ม”

“ไปเอง…” ร่างโปร่งบางตอบทันทีแล้วรีบลงไปเปิดประตูขึ้นไปนั่งรอคณินที่ปิดกระบะท้ายเสร็จก็ตามเข้าไป สตาร์ทเครื่องแล้วขับรถออกไป

คณินลอบมองเมฆาตลอดแต่เจ้าตัวก็หันหน้าไปข้างทางตลอด เดาว่าคงจะเขิน อายจนไม่กล้ามองหน้าหรือสบตากับเขาแน่ๆ

ผู้ใหญ่อะไร น่ารักเป็นบ้า…


เพราะมัวแต่อายนั่นแหละ เลยลืมที่จะโทรให้ลุงจงออกมารับ พอคณินขับไปถึงเขาจะได้ลงจากรถได้เลย แต่ก็มัวแต่อายคิดนั่นนี่ เลยได้มาโทรเมื่อมาจอดแอบๆ อยู่ไม่ไกลจากทางเข้าไร่เท่าไหร่นัก ตอนนี้เลยต้องนั่งรอไป ท่ามกลางความเงียบของทั้งสองคน

“พรุ่งนี้ว่างไหม” คณินถามขึ้น

“ถามทำไม”

“ตอบก่อน”

“ไม่ว่าง!!!”

“พรุ่งนี้เจอกันที่นี่เวลาเดิม ถ้าไม่มาจะบุกถึงบ้านเลย อ้อ...ถ้าคิดว่าแค่ขู่จะลองก็ได้ได้นะ”

“จะไปไหนอีก”

“ไปที่เดิม...ดูดาว…” เมฆากำหมัดแน่น เม้มปาก หน้าแดง ไม่ยอมหันไปสบตากับคนอายุน้อยกว่า แต่ก็เอ่ยออกมาเสียงเบาๆ สั่นๆ

“ไม่...ไม่ดูดาวแล้วได้ไหม ป่ะ ไปที่อื่นแทน”

“งั้น...ไป ‘ขี่ม้า’ ที่เขตตะวันไหมล่ะ”

ให้ตายสิ! จะไม่เน้นคำว่าขี่จะได้ไหม ว่าจะไม่คิดอะไรแล้วนะ!!

“ตอนกลางคืนนี่นะ ขี่ม้า”

“เอ้า! ส่วนใหญ่เขาก็ ‘ขี่ม้า’ ตอนกลางคืนไม่ใช่เหรอ”

“ไอ้บ้าเขต! เด็กแก่แดด”

“หึหึ...แล้วใครกันที่กำลังเขินเด็กแก่แดดคนนี้วะ อยากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่ใช่เหรอ ก็นี่ไง ทำให้อยู่ พี่น้องไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการหรอกน่า...ถามใจตัวเองเถอะ”

ทีตัวเองก็ปากไม่ตรงกับใจ ทำมาเป็นบอกคนอื่น

“แล้วนายล่ะ คิดยังไงกับฉัน?”
   …   




   “เฮ้อ…” 

เสียงถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ สาเหตุที่ทำให้เมฆาเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเมื่อคืนที่เขาถามคณินไปว่าคิดยังไงกับตน ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมา หันหน้าหนีกันด้วยทั้งๆ ที่เขาทำใจกล้าหันไปมอง จำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีเลย...เมฆาหน้าเสีย หัวใจก็บีบรัดจนเจ็บ

สุดท้าย...ที่คณินทำ ก็เพราะแกล้งเขา เห็นเขาเป็นแค่ของเล่นคลายเครียด หรือไม่นี่ก็เป็นการแก้แค้นอย่างหนึ่ง ทำให้เขาเจ็บปวด ชดใช้กับความสูญเสียที่คณินเคยได้รับ

“ทำงานต่อเถอะ”

เมฆาพยายามที่จะเรียกสติของตัวเองกลับมา เพราะตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่นอนไม่หลับ ตื่นเช้ามาก็ไม่รู้สึกสดชื่นเลยมานั่งทำงานอ่านเอกสารที่ไปเอามาเมื่อวานก็ไม่รู้เรื่อง

อ่า...เป็นอย่างที่คิดเลย

“สั่งซื้อมาเยอะ เบิกก็เยอะ ถ้าใช้ทั้งหมด แกลลอนทำลายที่ไหน ทำลายยังไง เฮ้อ...ต้องไปถามเรื่องนี้อีกแล้วสินะ แต่ตอนนี้สงสัยไปแล้วว่าลักลอบไปขาย”

ตัวคนเดียวมันก็ลำบากแบบนี้แหละ ทำอะไรช้าไปหมด จะหาข้อมูล จะสืบเรื่องอะไรแต่ละเรื่องก็ทำคนเดียว มันยากนะที่จะพยายามจะทำเรื่องใหญ่ๆ เพียงคนเดียวในไร่นี้ไม่มีใครพอจะเป็นมิตรกับเขาได้เลย มีเพียงแค่ลุงจงคนเดียวเท่านั้นที่ยังพอจะคุยกันอย่างจริงใจได้ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกเรื่อง

“ต้องการผู้ช่วยจัง”

จริงสิ...เขาควรมีเลขาหรือผู้ช่วย แต่ที่นี่หาไม่ได้แน่ๆ ก็ต้องหามาจากข้างนอกแล้วประเด็นคือจะหายังไง เขาไม่มีเครือข่ายกับใครเลย...นอกเสียจาก

“อาอาทิตย์”

คนที่สามารถจะช่วยเหลือเขาได้มีเพียงแค่พ่อเลี้ยงอาทิตย์คนเดียวเท่านั้น คิดได้ดังนั้นเมฆาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วหาเบอร์ที่บันทึกเอาไว้แต่ไม่เคยได้โทรเลยก่อนจะทำการโทรออก รอไม่นานปลายสายก็รับ

(สวัสดีครับ) เสียงทุ้มมีเสน่ห์ทักทาย

“สวัสดีครับอาอาทิตย์ ผมเมฆนะครับ”

(เมฆเหรอ...มีอะไรหรือเปล่า”

“ผมมีเรื่องอยากจะให้ช่วยน่ะครับ”

(ว่ามาสิ อายินดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ)

“คือว่า...ผมอยากได้คนมาเป็นผู้ช่วยหน่อยนะครับ ผมทำงานคนเดียวไม่ได้ คือที่ไร่นี้อาก็ทราบใช่ไหมครับว่าไม่มีใครจริงใจเลยสักคน”

(ใช่ อารู้ เอาเป็นว่าอาจะหาคนที่อาไว้ใจไปช่วยงานเมฆนะ คงใช้เวลาหลายวันหน่อยเพราะต้องจัดการเรื่องข้อมูลส่วนตัวไม่ให้คนของพ่อเลี้ยงมนัสตามสืบได้)

“ขอบคุณนะครับ ผมไม่รู้จะพึ่งใครจริงๆ”

(พึ่งอาได้ตลอดนะ แล้วเป็นไง ตาเขตมันไปตอแยอะไรเมฆบ้างหรือเปล่า)

“เอ่อ...ก็ไม่มีหรอกครับ”

(อารู้จักนิสัยมันดี อย่าพยายามปกป้องมันเลย มันไปกวนเรามาใช่ไหม เมื่อวานเห็นมันกลับบ้านดึก)

“อ่า...น้องพาไปกินข้าวครับ”

(แค่นั้นจริงๆ เหรอ) ที่จริงก็พาไปนั่งดูดาวด้วย แต่มันน่าอายเกินกว่าที่จะเล่าให้ใครฟังจริงๆ

“ครับ”

เมฆาคุยกับพ่อเลี้ยงอาทิตย์อีกไม่กี่เรื่อง ก็วางสายไปเนื่องจากพ่อเลี้ยงอาทิตย์มีงานต่อ ส่วนเขาเองก็สบายใจที่จะได้ผู้ช่วยมาช่วยทำงาน

ร่างโปร่งละจากเอกสารทั้งหมด ลุกขึ้นเพื่อไปสำรวจการทำงานของไร่ใหม่ แต่ยังไม่ทันได้ตรงไปที่โรงจอดรถก็มีรถเบนซ์คันหนึ่งมาจอดอยู่หน้าบ้าน ร่างโปร่งขมวดคิ้วทันทีแล้วกวักมือเรียกเด็กให้ไปต้อนรับ ถ้าไม่ใช่ผู้ชายของน้องสาวก็ต้องเป็นแขกของพ่อ แต่พ่อก็น่าจะแจ้งกับทุกคนไว้แล้วว่าตัวเองไม่อยู่ น้องสาวก็ไปด้วยนี่

ชายเจ้าของร่างสูงลงมาจากรถ ยิ้มให้กับสาวใช้ที่ไปต้อนรับ เมฆาที่มองดูอยู่ ในจุดที่แอบๆ ไม่ให้คนมาใหม่เห็น เห็นว่าเป็นใครก็ถอนหายใจยาว

‘ศรันย์’ หุ้นส่วนใหญ่ของสมรชัย ที่มีสิทธิในการบริหารจัดการไร่และธุรกิจของสมรชัยไม่ต่างกัน แต่ส่วนใหญ่เขาจะอยู่ในส่วนของโรงงานและธุรกิจอื่นๆ

วันที่พ่อเลี้ยงมนัสกลับจากต่างประเทศคราวก่อนก็พาเขาเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น แนะนำเขาเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่จะมาดูแลไร่สมรชัย วันนั้นเขาก็ได้ทำความรู้จักกับผู้ถือหุ้นทุกคน และหนึ่งในนั้นก็มีศรันย์ แต่ก็ไม่ได้มีเวลาคุยกันมากเท่าไหร่นัก จะเรียกว่าไม่ได้คุยกันเลยก็ได้

“คุณเมฆอยู่หรือเปล่า”

“อยู่ค่ะ เมื่อสักครู่คุณจะออกไปข้างนอก แต่คุณศรันย์มาก่อน สงสัยจะอยู่ในบ้านค่ะ ยังไงคุณศรันย์นั่งรอที่ห้องรับแขกก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปแจ้งคุณเมฆให้”

“ครับ…”

เมฆาที่หลบอยู่รีบเดินไปยังห้องรับแขกเพื่อจัดการกองเอกสารที่มันรกไม่เหมาะแก่การรับแขกอย่างทันที ยังไม่ทันจะได้เก็บเสร็จ แขกประจำก็เดินเข้ามาอย่างคุ้นเคย

“อ้าว? คุณเมฆ อยู่นี่เองเหรอครับ”

“คุณศรันย์ สวัสดีครับ” เมฆายกมือไหว้เพราะถือว่าอีกคนอายุมากกว่าเขาถึงสามปี

“นี่ทำอะไรอยู่เหรอครับ ให้ผมช่วยไหม” ผู้เป็นแขกเดินมาเพื่อหวังจะช่วยเมฆาเก็บกองเอกสารบนโต๊ะ แต่ร่างโปร่งก็ยิ้มให้ก่อนจะพูดบอกอีกคนไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ไม่เป็นไรครับ ผมเก็บเอกสารก่อน เชิญคุณศรันย์นั่งรอก่อนนะครับ”

“ได้ครับ” ศรันย์ยิ้มให้กับเมฆาก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาอย่างดี ไม่นานเด็กรับใช้ก็เอาน้ำดื่มกับขนมมาเสิร์ฟให้กับแขกและยังมีเพิ่มมีอีกชุดที่น่าจะเป็นของเมฆา

คนที่จะรับแขกได้ก็มีแค่เขาเท่านั้น น้องสาวตัวดีอย่าหวังว่าจะเข้าสังคมอะไรแบบนี้เป็น เข้าเป็นแต่สังคมนักเที่ยว ทำตัวไม่สมกับเป็นผู้หญิงที่ดี

“คุณเมฆกำลังทำงานอยู่หรือครับ ผมไม่ได้มากวนใช่ไหม”

“ไม่หรอกครับ ผมก็ศึกษางานจากเอกสารของไร่น่ะครับ เมื่อกี้ก็ว่าจะไปดูรอบๆ ไร่ แต่คุณศรันย์มาก่อนเลยรีบมาเก็บห้องรับแขกน่ะครับ”

เมฆาเดินมานั่งลงบนโซฟา ท่าทางสง่างามทำเอาศรันย์มองอย่างเผลอไผล เมฆายิ้มนิดๆ ไม่ได้โง่ที่จะมองไม่ออกว่าศรันย์คิดยังไง จะว่าไปก็สายตาเดียวกันกับ  คณินเลย แต่สายตาของคณินทำให้เมฆาไม่เป็นตัวของตัวเอง ในขณะที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยเมื่อสบตากับศรันย์

สายตาอาจจะบอกได้ว่ารู้สึกยังไง แต่ไม่แน่ว่าเราก็จะมองผิด ในใจใครคิดยังไง เมฆาก็ไม่รู้ได้ อย่างคณินเองก็เหมือนกัน ท่าทาง สายตา การกระทำ มันแสดงชัดว่าเจ้าตัวรู้สึกอะไรกับเขา แต่ในใจล่ะ...คิดอะไร แค่ทำให้ตายใจหรือว่ามันคือความรู้สึกจริงๆ

“คุณเมฆครับ...คุณเมฆ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“อ๊ะ...เอ่อ ขอโทษด้วยครับ ผมเหม่อนิดหน่อย” ร่างโปร่งสะดุ้งเมื่อมือของศรันย์โบกขึ้นลงตรงหน้า

“ทำงานหนักไปหรือเปล่าครับ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ”

“งานไม่หนักหรอกครับ แล้วนี่คุณศรันย์มาหาพ่อเหรอครับ ท่านไปต่างประเทศนะครับ ไม่ได้แจ้งเอาไว้เหรอ?”

“ผมไม่ได้มาหาพ่อเลี้ยงหรอกครับ มาหาคุณเมฆนั่นแหละ”

ร่างโปร่งยิ้มให้ศรันย์ ตอบรับมิตรภาพที่เขาส่งมาให้ เมฆาคิดว่าคงไม่เป็นอะไร ถ้าเราไม่ได้ให้ความหวัง เราก็เป็นเพื่อนกันได้…

“มาทำความรู้จักกันไว้น่ะครับ ยังไงเราก็คนคุ้นเคยกัน”

“ขอบคุณนะครับ”

“เมื่อกี้ได้ยินว่าคุณเมฆจะไปสำรวจไร่ ยังไงขอผมไปด้วยได้ไหมครับ แล้วผมจะขออนุญาตชวนคุณเมฆไปทานข้าวข้างนอกด้วย”

“ได้สิครับ”

ศรันย์ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เมฆาไม่มีทีท่าปฏิเสธหรือลำบากใจเลย คิดเข้าข้างตัวเองว่าคงมีใจให้กับเขาเหมือนกัน ตอนที่เจอกันวันประชุมคราวนั้น เขาได้แต่นั่งจ้องอีกคนจนไม่รู้เลยว่าประชุมอะไรไปกันบ้าง เมฆาเป็นผู้ชายที่รูปหน้าสมบูรณ์แบบจัดอยู่จำพวกหล่อ ไม่ได้หน้าสวยหรือน่ารัก ความขาว รูปร่างสูงตามมารฐาน ผอมและบุคลิกภาพดี

ตกหลุมรักเมฆาตั้งแต่แรกเห็น และคนอย่างศรันย์ หากอยากได้อะไรแล้ว ก็ต้องได้ รวมทั้งเมฆาด้วย…



เมฆากับศรันย์นั่งรถชมไร่ไป คุยกันไป แต่ก็ไม่ลืมที่เมฆาจะทำงาน เมฆาลงไปถามไถ่เรื่องงานกับคนงานในส่วนที่ตัวเองยังไม่รู้และไม่เข้าใจ โดยมีร่างสูงมองตามอย่างชื่นชม ด้านคนงานที่เห็นเจ้านายทั้งสองคนเดินมาด้วยกันแบบนั้นก็ตั้งใจทำงานกันผิดปกติ วงเหล้าก็ไม่มีให้เห็น ทั้งๆ ที่เขารู้เรื่องและเห็นประจำ

“แปลกนะครับ วันนี้ไม่ยักกะมีวงเหล้าเลย”

“หือ...วงเหล้าเหรอครับ”

“ใช่ครับ คนงานของที่นี่ วันๆ ผมไม่เคยเห็นจะทำงานอะไรมากเลย มาทีไรก็นั่งกินเหล้ากันตลอด ไม่เห็นจะเกรงกลัวผมที่เป็นเจ้านายเลย พอคุณศรันย์มาทุกอย่างเรียบร้อยมาก” เมฆาเล่าไปตามความเป็นจริง เพราะอีกคนก็มีสิทธิในการที่จะรูเรื่องราวทั้งหมดของในไร่

“จริงเหรอครับ? ไม่ได้การแล้วล่ะ ผมต้องรีบจัดการด่วนเลย”

“ฝากคุณศรันย์ด้วยนะครับ ผมอยากให้ไร่มีระบบการทำงานที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ศักยภาพของผมคงไม่เพียงพอจะทำได้เลย คนงานไม่เชื่อในตัวผม” เมฆาไม่ได้พูดออกไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอะไร เขาพูดตามความเป็นจริงที่ตนเองรู้สึกได้ หากแต่ศรันย์กลับคิดว่าเมฆากำลังเรียกร้องความสนใจ ซึ่งนั่นมันทำให้ศรันย์อยากจะทำอะไรเพื่อเมฆา อีกคนจะได้ประทับใจในตัวเขา

“ผมจะประสานงานกับผู้จัดการและเรียกประชุมให้เร็วที่สุดเลยครับ”

“ขอบคุณนะครับ” เมฆายิ้มกว้างให้อย่างดีใจ

“หิวหรือยังครับ?”

“อ่า...เลยเที่ยงแล้วสินะครับ งั้นเราไปทานข้าวเลยก็ได้ครับ วันนี้ขอรบกวนฝากท้องกับคุณศรันย์ด้วยนะครับ” ร่างโปร่งมองนาฬิการาคาแพงที่ข้อมือของตนแล้วเอ่ยกับศรันย์

เมฆารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้ทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่ใช่คณินหรือนั่งทานคนเดียวอย่างที่ผ่านมา มันเป็นสัญญาณที่ดีเลย

“งั้นเราไปกันเลยนะครับ”

“ครับ”

แล้วทั้งคู่ก็วนรถกลับไปเพื่อเปลี่ยนรถก่อนจะออกไปข้างนอก โดยที่ครั้งนี้เมฆาเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้กับศรันย์เจ้าของเบนซ์คันงาม บ่งบอกฐานะของผู้ขับเป็นอย่างดี

เพราะฟิล์มกรองแสงไม่หนามาก เลยทำให้คนที่เพิ่งออกมาจากไร่ของตัวเองซึ่งได้ขับผ่านไปก่อนที่เบนซ์คันงามจะเลี้ยวตามคณินมา มองเห็นว่าเมฆากำลังนั่งรถกับใครบางคนออกไปจากไร่

“ผู้ชายด้วย...ไปไหนวะ”

คณินมองกระจกมองหลังหวังว่าจะเห็นคนในรถแต่ก็ไม่เห็น ความรู้สึกเริ่มกระสับกระส่าย กังวลขึ้นมาเมื่อได้เห็นว่าเมฆากำลังออกไปไหนมาไหนกับผู้ชาย ทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่รู้จักใครในประเทศไทยเลย

มือแกร่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกไปยังคนที่นั่งอยู่ในรถคันด้านหลังทันที

“รับสิวะ!!!”

ชายหนุ่มตะโกนอย่างหงุดหงิดเมื่อรอเมฆารับสายแต่ก็ไม่ยอมรับ ทำไมคณินจะไม่รู้ว่าเมฆารู้แล้วว่ารถคันข้างหน้าเป็นเขา เพราะรถคันนี้คณินใช้มันไปไหนมาไหนกับเมฆาทุกครั้ง

“คิดจะเล่นอะไรวะเนี่ย”

คณินหงุดหงิดจนไม่มีสมาธิที่จะขับรถ มือก็กดโทรออกเรื่อยๆ จนกว่าอีกคนจะรับนั่นแหละ และถ้าปิดเครื่องหนีล่ะก็ จะได้รู้ทันทีว่าไม่ควรทำให้คณินโมโห









100%

 :mew2: :mew2: :mew2: :mew2: :mew2:

อ่านแล้วคอมเม้นท์ให้กำลังใจ ยูกิด้วยนะคะ ^^
ติดตามข่าวสาร พูดคุย ทวงนิยาย ได้ทางแฟนเพจนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/


ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ใครนะที่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยเมฆ  :hao4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ arissara

  • ดาดาเดเด
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 557
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-2
แหม๋ จีบแบบลูกไฟลุกเลย

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ jimmyjimmy

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2002
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-17
พี่... เค้า.. แค่ ไป ทานข้าว กับ เพื่อน... ใจเย็นๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1711
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
เขต โตหน่อยได้ไหม ห๊าาาาา
เหนื่อยแทนพี่เมฆ

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
10





เมฆามองชื่อที่โทรเข้ามาในมือถือแล้วก็กังวล สลับกับมองไปยังรถคันที่อยู่ข้างหน้า ร่างโปร่งไม่อยากรับสาย เพราะโกรธที่คณินไม่ตอบคำถามตัวเองเมื่อคืน เลยปิดเสียงโทรศัพท์ไม่ให้รบกวนศรันย์ เมฆากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เห็นสายที่ตัดไปแล้วโทรเข้ามาใหม่เป็นเบอร์เดิมๆ อยู่อย่างนั้น

ถ้าไม่ใช่เพราะความพยายามก็เพราะโมโหอยู่

“ไม่รับโทรศัพท์เหรอครับ อาจจะมีธุระสำคัญ”

“เอ่อ...ผมไว้ค่อยโทรกลับดีกว่าครับ”

“ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกนะครับ รับสายได้เลย” ศรันย์รู้ว่าเมฆาเกรงใจตนเลยบอกให้ร่างโปร่งบางรับสายที่โทรเข้ามาไม่หยุดไป ปากสวยเม้มนิดๆ ก่อนจะทำใจกล้ารับโทรศัพท์

“ฮัลโหล”

(นึกว่าต้องดักหน้ารถแล้วฉุดแล้วซะอีก) น้ำเสียงแข็งๆ ของคณินพูดออกมาเมื่อเขากรอกเสียงทักทายไป หัวใจเต้นแรง มองรถคันข้างหน้าอย่างระแวง

“มีอะไรหรือเปล่า”

(จะไปไหน...ตอบ!) เด็กนี่มันเอาแต่ใจจริงๆ

“เอาไว้ค่อยคุยกันนะ ทำธุระอยู่”

(ก็ได้...เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีเลยนะ) ปลายสายกัดฟันพูด ทำเอาร่างโปร่งขนลุกชันขึ้นมา

ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกลัว ต้องเกรงใจ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ใช่...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน แค่คำถามเมื่อคืนยังตอบไม่ได้...แล้วมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเมฆา ปากสวยยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

ถ้าไม่พูด...ฉันก็ขอคำตอบเป็นการกระทำก็แล้วกันนะเขต

(เฮ้ย!!!)

เอี๊ยด!!!

“โอ๊ย!!!” ร่างโปร่งร้องเสียงหลงเมื่อตัวเองเกือบกระแทกกับคอนโซลรถจากการเบรกกะทันหันของศรันย์ แต่นั่นมันไม่ได้ทำให้เขาคิดสนใจตัวเองเลย มือขาวทำท่าจะปลดเข็มขัดนิรภัยของตนเมื่อรู้ว่าสาเหตุมันมาจากรถคันข้างหน้า

เขตจะเป็นอะไรรึเปล่า?

แต่ยังไม่ทันที่ตัวเองจะปลดแล้วลงไปยังรถคันข้างหน้า ศรันย์ก็ถามไถ่ขึ้นมาอย่างเป็นห่วงก่อน

“คุณเมฆ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ม่ะ ไม่เป็นไรครับ”

“ไอ้รถข้างหน้านั่น บ้าเอ๊ย!! ถ้ารถฉันเป็นอะไรขึ้นมานะ”

“มันคงเป็นอบัติเหตุน่ะครับ ใจเย็นๆ นะครับ” ดวงตาสวยสั่นไหวอย่างเป็นกังวล ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่ายังไม่วางสายไป...เชื่อว่าเจ้าตัวไม่เป็นอะไรเพราะข้างหน้าเริ่มออกตัวแล้ว เมฆาถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ครับ...ผมขอโทษ พอดีใจร้อนไปหน่อย เป็นห่วงคุณ กลัวคุณจะเป็นอันตรายน่ะครับ ไหนจะรถคันนี้ที่ผมเพิ่งจะซื้อด้วย มีหวังการทานข้าวของเราล่มแน่ๆ เลย”

ร่างโปร่งยิ้มแห้งๆ พลางคิดในใจว่า ถ้าหากว่ารถคันนี้เป็นอะไรไปจริงๆ เขาเชื่อเลยว่าคณินต้องจัดการออกคันใหม่ให้เลยโดยไม่เสียดายเงิน แน่ล่ะ...ทรัพย์สมบัติของศักดินนท์ไม่ใช่น้อยๆ นี่นะ แม้ว่าศักดินนท์กับสมรชัยจะแข่งขันกันมาตลอดอย่างสูสี แต่ศักดินนท์ก็เป็นราชาอยู่ดี

“ขอบคุณนะครับ แล้วคุณล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” ถามกลับไปอย่างเป็นห่วงเช่นกัน โดยไม่รู้เลยว่าคณินกำลังฟังการสนทนาของทั้งคู่อยู่ด้วยความเดือดดาล

“ไม่ครับ ขอบคุณที่คุณเมฆเป็นห่วง”

เมฆาได้แต่ยิ้ม ก้มมองหน้าจอมือถือก็พบว่ายังไม่วางสายไป ร่างโปร่งส่ายหน้าน้อยๆ กับเด็กที่นิสัยไม่ดีชอบแอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน

“คุณเมฆกลับมาครั้งนี้ ไม่มีปัญหากับแฟนเหรอครับ”

“ผมไม่มีแฟนครับ มีแต่เพื่อน ฮะๆ ไม่มีใครอยากคบกับคนบ้างานแบบผมหรอกครับ มีทีไรเธอก็บอกเลิกผมหมด บอกว่าไม่มีเวลาให้ตลอดเลย” เมฆาตอบ แล้วก็นึกถึงเหตุผลที่พวกเธอบอกเลิกเขา จริงๆ ก็ไม่ใช่เหตุผลเพราะเขาบ้างานหรอก ผู้หญิงที่เขาเคยคบก็เป็นผู้หญิงบ้างานเหมือนกัน แต่เพียงเพราะเราเหมือนกันเกินไปนี่แหละ เลยเข้ากันไม่ได้

“แล้วมีใครที่กำลังคุยอยู่ไหมครับ” เมฆายิ้ม มองที่โทรศัพท์อีกทีแล้วก็ตอบกลับไป

“มีไหม...ไม่แน่ใจ ประมาณหมาหยอกไก่น่ะครับ ไม่ชัดเจนว่ามีจุดประสงค์อะไร บ้างก็แกล้ง บ้างก็เหมือนจะจีบ ผมก็เลยยังไม่คิดจะมีใคร”

อยากเห็นสีหน้าของคณินตอนนี้จริงๆ

“สเปคคุณเมฆเป็นแบบไหนครับ”

“ได้หมดครับ ถ้าเราคุยกันเข้าใจ แต่รู้สึกจะโอเคกับคนที่วุฒิภาวะสูงหน่อย”

“หมายถึงไม่ชอบคนที่เด็กกว่าหรือครับ”

“ฮะๆ จะหมายถึงแบบนั้นก็ได้นะครับ”

เมฆาจงใจไม่ขยายความ ทั้งที่ความหมายของเขาคือชอบคนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล ไม่จำเป็นต้องมากกว่าก็ได้ แต่ต้องมีวุฒิภาวะพอสมควร

ทั้งหมดเนี่ย...คณินไม่มีเลย แต่ใจของเมฆายกไปให้แล้วบางส่วน



(หมายถึงไม่ชอบคนที่เด็กกว่าหรือครับ...ฮะๆ จะหมายถึงแบบนั้นก็ได้นะครับ)

มือแกร่งกำพวงมาลัยแน่น หงุดหงิดกับการสนทนาแบบสนิทสนมของทั้งคู่ไม่พอ ยังจะมาหงุดหงิดกับคำถามและคำตอบน่าโมโหนั่นด้วย

ไม่ชอบเด็กเหรอ? เออดี!!! ลองมีสามีเด็กหน่อยเป็นไง

“ไอ้บ้านั่นมันเป็นใครวะ อย่าให้กูเห็นหน้ามึงนะ…”

อาการหวงรุนแรงของคณินแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก็ยิ่งหุงดหงิดเมื่อถึงทางแยกแล้วพบว่าเราไปคนละทางกัน นี่ถ้าไม่มีธุระต้องไปทำให้พ่อนะ เขาคงจะขับตามทั้งสองคนไปแล้ว

เวรเอ้ย!!

(สมมติว่าผมอยากจะจีบคุณเมฆ ก็มีสิทธิใช่ไหมครับ) เสียงของผู้ชายที่คณินอยากจะจับมากระทืบถามต่ออีก ก่อนจะมีเสียงหัวเราะจากเมฆาที่เขาไม่เคยได้ยินเลย สักครั้ง

หัวเราะกับผู้ชายคนอื่น แต่อยู่กับเขาทำหน้าเซ็ง…

หงุดหงิดแบบไม่คิดเลยว่าตัวเองนั่นแหละที่ผิด เอาแต่กวนและแกล้งเขาตลอดเวลา มันจะไปทำให้เมฆาหัวเราะได้ยังไง…

(แค่เรื่องสมมติใช่ไหมครับ ฮะๆ ถ้าแค่เรื่องสมมติคุณเองก็บางอย่างตรงสเปคอยู่นะครับ อายุมากกว่า มีความเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็ดูเป็นคนชัดเจนดี…)

ติ๊ด!!!

คณินตัดสินใจกดวางสายเพราะไม่อยากจะฟังอะไรที่ชวนให้โมโหไปมากกว่านี้ คอยจัดการตัวต้นเหตุทีเดียวเลยก็แล้วกัน วันนี้มีนัดกับเขา คอยดูสิว่าจะกลับมาทันนัดหรือเปล่า…

“ชัดเจนงั้นเหรอ หึ อยากได้ความชัดเจนนักใช่ไหม เออ! เดี๋ยวจัดให้ แล้วอย่ามาร้องอ้อนวอนทีหลังก็แล้วกัน พี่เมฆ!!!”


ทางด้านเมฆาที่เห็นว่าคณินตัดสายไปแล้วก็พูดต่อจากประโยคที่เขาได้ตอบ ศรันย์ไปจนเจ้าตัวยิ้มอย่างมีความหวัง เมฆาต้องรีบชี้แจงก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก

“แต่ทั้งนี้มันอยู่ที่ความรู้สึกครับ จะตรงสเปคหรือไม่ตรง ถ้าผมรัก...ผมก็เลือกคนที่รักมากกว่าคนที่ตรงสเปค”

“งั้นเหรอครับ”

ศรันย์ได้ยินแบบนั้นก็ไม่หมดหวัง กลับฮึกเหิมขึ้นมาอีกด้วยซ้ำ มั่นใจว่ายังไงก็ต้องทำให้เมฆารักตนให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ เขาก็มีวิธีที่จะครอบครองเมฆาอยู่ดี




สี่ทุ่มกว่าๆ เบนซ์คันงามที่พาลูกชายเจ้าของไร่ศักดินนท์ออกไปทานข้าวตั้งแต่เที่ยงก็พากลับมาส่งในช่วงเวลาที่ดึกมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ทานข้าวอย่างเดียว เมฆานั่งนิ่งอย่างหมดแรง เขาไม่ได้สนุกเท่าไหร่กับการไปกับศรันย์ในวันนี้ เพราะหุ้นส่วนหนุ่มเหมือนจะถ่วงเวลาให้นานที่สุด ตั้งแต่ทานข้าว พาไปซื้อของ แล้วก็ดูหนัง จนจบที่มื้อเย็นเมื่อตอนสามทุ่ม เมฆาไม่กล้าที่จะปฏิเสธ เลยปล่อยตามเลย

ลืมไปเลยว่ามีนัดกับคณิน...ลืมเสียสนิท

“ขอบคุณนะครับที่เที่ยวเป็นเพื่อนผมในวันนี้” ศรันย์ที่รีบวิ่งมาเปิดประตูให้กับเมฆาเอ่ยขึ้นเมื่อร่างโปร่งของเมฆายืนอยู่นอกรถแล้ว

“ขอบคุณเหมือนกันนะครับที่เลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ไหนจะซื้อของให้อีก”

“ผมยินดีอยู่แล้วครับ เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมาของคุณเมฆไง” ริมฝีปากสวยฉีกยิ้มให้นิดๆ เพราะเหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไรต่อได้อีก

“ขอบคุณครับ”

“งั้นผมไม่กวนแล้วดีกว่า ให้คุณเมฆเข้าไปพักผ่อน แล้วเราไปเที่ยวกันอีกนะครับ”

“อ่า...ครับ”

“ฝันดีนะครับ แล้วอย่าลืมฝันถึงผมด้วย” แต่แล้วศรันย์ก็ทำในสิ่งที่เมฆาไม่คาดคิด ก็คือการคว้ามือของเขาไปแล้วจูบเบาๆ ที่หลังมือ สร้างความตกใจในความรุกเร็วจนน่ากลัวของหุ้นส่วนใหญ่

จุ๊บ!

เป็นการประกาศจีบอย่างเป็นทางการจนร่างโปร่งบางยืนนิ่งค้างไปเลย แต่ก็มีสติมากพอที่จะหันมามองส่ง เมฆาฝืนยิ้มให้ร่างสูงกว่า ก่อนที่หุ้นส่วนใหญ่จะขับรถออกไป

เมฆาไม่ได้หวงเนื้อหวงตัวถ้ามันคือธรรมเนียม แต่ที่ไทยมันไม่ใช่ และนั่นมันก็คือการคุกคาม

“เฮ้อ...ชีวิตวุ่นวายอีกแล้วสินะ”

ร่างโปร่งชะงักเท้าเมื่อเห็นหัวหน้าแม่บ้านยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน “กลับมาแล้วเหรอคะคุณเมฆ แหม...คงจะสนุกมากเลยใช่ไหมคะ กลับเสียดึกเลย”

“ยังไม่นอนอีกเหรอครับพี่อ้อย”

“ยังค่ะ รอปิดบ้าน จริงๆ ก็รอคุณเมฆนั่นแหละค่ะ”

“รอผม? รอทำไมครับ”

“ก็อ้อยเป็นห่วง กลัวคุณเมฆเป็นอะไร อ้อยไม่มีเบอร์คุณเมฆก็เลยไม่รู้ว่าจะติดต่อคุณเมฆยังไง แต่คุณศรันย์มาส่งคุณเมฆถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว อ้อยก็จะได้รายงานพ่อเลี้ยงอย่างสบายใจ” คำพูดของแม่บ้านสาวทำให้เมฆาสงสัย อย่าบอกนะว่า...เธอคอยส่งข่าวเรื่องเขาตลอด

จะจำไว้...ว่าหัวหน้าแม่บ้านคนนี้ไม่น่าไว้ใจ

“ครับ...งั้นผมขอตัวไปนอนเลยนะครับ”

“ค่ะ...ฝันดีนะคะคุณเมฆ”

รอยยิ้มเคลือบยาพิษชัดๆ ผู้หญิงคนนี้


มือขาวหมุนลูกบิดประตูห้องนอนตัวเองอย่างหมดแรง มือคลำหาสวิตช์ไฟเพื่อเปิดมัน ก่อนจะเดินเอาถุงนาฬิกาที่ศรันย์ซื้อให้ไปวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป

ปัง!

เมื่อประตูห้องน้ำปิด ร่างของใครบางคนก็ออกมาจากหลังม่านที่ใช้ซ่อนตัว เดินไปล็อกประตูห้องแล้วปิดไฟ แสงสว่างจากข้างนอกช่วยให้มองเห็นในห้องได้เพราะม่านที่เปิดเอาไว้ ร่างปริศนาไม่ลืมที่เปิดเครื่องปรับอากาศ หวังว่าจะดับอารมณ์ร้อนรุ่มของตนเองได้

จริงๆ อยากจะกระโจนใส่ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว

“ใจเย็นๆ เขต...ใจเย็นๆ นะมึง”

คณินสะสมความหงุดหงิด ความโกรธ ความโมโหเอาไว้ ตั้งแต่เมื่อกลางวัน ช่วงเย็นมารอตามนัดสองชั่วโมงเต็มก็ไม่เห็นว่าเมฆาจะกลับมาสักที เลยตัดสินใจแอบเข้ามาในไร่และหลบเข้าจากด้านหลัง ใช้ความมืดหลบกล้องวงจรปิด จนเข้าไปในตัวบ้านได้ก็ยืนตัดสินใจอยู่ว่าห้องไหนคือห้องของเมฆา และโชคดีที่เดาถูก เขานอนรอบนเตียงจนได้เห็นแสงของรถสาดเข้ามาในห้อง เลยลุกพรวดไปยืนแอบหลังม่าน แอบดูทั้งคู่จากด้านบน ห้องของเมฆามันอยู่ฝั่งหน้าบ้าน นั่นจึงทำให้คณินเห็นว่าเมฆาถูกจูบมือ!!!

ความโกรธ ความโมโห ความหึงหวงยิ่งสุมในอกจนอยากจะกระทืบผู้ชายที่เห็นหน้ามันไม่ชัด ทำได้แค่อดทน กัดฟันรอเท่านั้น

สิบห้านาทีผ่านไป เมฆาในสภาพผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างก็เปิดประตูห้องน้ำ ขาชะงักอยู่กับที่ไม่กล้าก้าวออกมาจากประตูห้องน้ำ คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน มองความผิดปกติตรงหน้า สายตาสอดส่องไปรอบๆ ห้องอย่างระมัดระวัง ดวงตาสวยเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาของผู้ชายร่างใหญ่นั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง

“ใครน่ะ” ถามออกไปเสียงสั่น แต่พอปรับสายตาดีๆ จนเห็นหน้าเท่านั่นแหละ…

“เขต!!!”

“...”

“มาได้ยังไง? รีบกลับไปเลยนะ”

“ไม่มีสิทธิมาไล่ฉัน”

“ทำไมจะไม่มี นี่มันบ้านของฉันนะ นี่มันบุกรุกเลยนะเขต มีอะไรทำไมไม่รอให้ถึงพรุ่งนี้ก่อน และฉันก็เหนื่อยเกินกว่าจะมาเถียงกับนายด้วย”

“เหนื่อย? ไปทำอะไรมาถึงเหนื่อย กินข้าว ดูหนัง เที่ยว หรือ ‘ทำ’ อะไรกันแน่”

ร่างโปร่งเข้าใจในความหมายที่คณินต้องการสื่อดี เมฆาถอนหายใจ เขาเหนื่อยเกินกว่าจะอธิบายอะไรอีกแล้ว

“กลับไปเขต”

“อะไรๆ ก็ไล่ นี่เห็นว่ามีความอดทนมากเหรอวะ”

“เขต...จะทำอะไร”

ร่างโปร่งถามเสียงสั่น ก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงลุกจากเตียงแล้วย่างสามขุมมาหาเขา

แต่การถอยเข้าห้องน้ำนี่ก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี มือหยาบคว้าแขนเรียวแล้วลากเมฆาที่พยายามยื้อตัวสุดแรงไปยังเตียงแล้วผลักเจ้าของของมันลงไป

ตุบ!!!

“โอ๊ย!!!”

คณินตามขึ้นไปกักตัวของเมฆาเอาไว้ด้วยท่าเดียวกับเมื่อวาน คือตรึงแขนเรียวเอาไว้เหนือศีรษะแต่ครั้งนี้เขาจัดการมันด้วยมือข้างเดียว ดวงตาคมมองคนใต้ร่างอย่างน่ากลัว ท่าทางและสภาพตอนนี้มันน่ากลัวมาก...ปมผ้าเช็ดตัวคลายออกแต่มันยังคงปกปิดส่วนสำคัญของเขาอยู่

“วันนี้ผิดนัด…” กัดฟันพูดบอกออกไป ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างโปร่งบางนึกได้ว่าวันนี้คณินจะพาไปทานข้าว ก็ว่าอยู่ว่าเหมือนลืมอะไรบางอย่าง

ตอนนี้เมฆารู้สึกผิดมากกว่ากลัวเสียอีก

“เอ่อ...ฉันลืมน่ะ”

“มีความสุขกับสเปคจนลืมนัดของเด็กที่ไม่ชอบสินะ”

ร่างเล็กกว่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จับความรู้สึกในน้ำเสียงของคณินได้ว่ามีความน้อยใจปนอยู่ในความโกรธ

“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันไม่กล้าปฏิเสธเขา เขาเป็นหุ้นส่วนของสมรชัย”

“แต่ก็ลืมนัดจริงๆ”

“ก็ฉันมัวแต่หาทางกลับบ้าน เลยลืมนี่”

“เพราะฉันไม่ได้สำคัญอะไรใช่ไหม”

“มันไม่ใช่แบบนั้น”

“ขอบอกไว้เลยนะ ว่านายไม่มีวันหนีพ้นไปจากฉันได้ นายต้องใช้ทั้งชีวิตชดใช้ให้กับฉัน นายเป็นของฉัน!”

“คือว่า ขอโทษ ปล่อยฉันแล้วเรามาคุยกันดีๆ นะ” เมฆาขอร้องเสียงอ่อน แววตาของคณินมันน่ากลัวเกินไป เกินกว่าที่จะสบตรงๆ ได้

คาดไม่ถึงเลยสักนิดว่าเวลาที่คณินโมโหจะน่ากลัวได้ขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เมฆาสาบานเลยว่าจะระมัดระวังตัวเองไม่ให้อีกคนโกรธ…

“นะเขต...อย่าใช้อารมณ์เลย มีอะไรเรามาเคลียร์กันดีกว่า”

คณินไม่พูดอะไร ปล่อยแขนของร่างโปร่งให้เป็นอิสระ หากแต่ไม่ยอมลุกออกไป แม้ว่าจะเป็นอิสระแล้ว เมฆาก็ไม่สามารถลุกไปไหนได้ ไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวว่าผ้าจะหลุด

พรึ่บ!!!

“ข่ะ...เขต ถอดเสื้อทำไม”

คณินไม่ตอบ แต่โยนเสื้อที่ถอดออกไปข้างเตียงก่อนจะลุกมาถอดกางเกงของตน ส่วนเมฆาพอเป็นอิสระก็รีบขยับไปชิดหัวเตียงแล้วเอาผ้าห่มขึ้นคลุมกาย เมฆาเม้มปากหน้าแดง เสหน้าไปทางอื่นเมื่อเห็นหุ่นล่ำๆ ของคนอายุน้อยกว่า

ไอ้บ้า...แก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นไม่อายหรือไง

สวบ!

เตียงใหญ่ยวบลงเมื่อมีคนขึ้นมาบนเตียง ร่างโปร่งรู้ว่ายังไงตัวเองก็ไม่รอด แต่ก็คิดว่าเราน่าจะเคลียร์กันได้ หากคณินร้อน เขาจะเย็นเอง

ร่างหนาในสภาพเปลือยเปล่าขึ้นมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ยื่นมือไปบีบปากของเมฆาแล้วบังคับให้อีกคนหันมามองตน เมฆาหน้าแดง มองที่คางของร่างสูงแทนเพราะไม่กล้าสบตา ถ้าเป็นเวลาปกติ ปฏิกิริยาของเมฆามันน่ารัก น่าแกล้งมาสำหรับเขา แต่ตอนนี้มันยั่วยวนจนตบะใกล้แตกเต็มที ยิ่งคิดว่าเมฆาจะไม่ใช่ของเขา คณินก็ยิ่งบีบปากของเมฆาแรงขึ้น แล้วยื่นหน้าเข้าไป

“อยากได้ความชัดเจนไม่ใช่หรือไง”

“ห๊ะ?”

ริมฝีปากหยักหนาจู่โจมครอบครองปากบางอย่างรุนแรง บดขยี้เพื่อตอกย้ำว่าปากนี้เป็นของเขา เมฆาพยายามดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผล ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นเล็ก ดวงตาของเมฆาเริ่มปริ่มไปด้วยน้ำตา หัวใจเต้นแรง แม้หวาดกลัวแต่ก็ไม่ได้รังเกียจความจาบจ้วงรุนแรงนี้ ดวงตาแข็งกร้าวของคณินเองก็มองสบกับดวงตาสวยนิ่งๆ ปากก็ทำหน้าที่ไป สีหน้าไม่เปลี่ยน

“อื้อ...อื้ม”

พรึ่บ!!

“อ๊ะ...เขต”

คณินกระชากผ้าห่มออกไปจากร่างขาว ผละริมฝีปากออกมาแล้วปล่อยปากของเมฆาให้เป็นอิสระ ร่างแกร่งถอยหลังนิดๆ ก่อนจะจับที่ข้อเท้าของเจ้าของเตียงแล้วกระชากให้นอนราบไปกับที่นอน กายแกร่งแทรกไปตรงกลางหว่างขา บังคับให้เมฆากางขาออกจากกัน ท่าทางน่าอายที่เมฆาถูกบังคับจัดแจงจากคณิน ทำให้ใบหน้าหล่อที่บัดนี้แดงซ่านหันหนีไปด้านข้างพร้อมกับยกเอาหลังมือปิดปากตัวเอง

“อื้อ...อ๊ะ เขต จะทำอะไร ไม่นะ”

ร่างโปร่งบางร้องเสียงหลงเมื่อคณินเอาส่วนแข็งขืนของตัวเองแนบกับส่วนกลางลำตัวของเมฆา จากความวาบหวามกลายเป็นความกระสั่นจนตัวสั่น

“อยากได้ความชัดเจนใช่ไหม นี่ไง...ชัดเจนพอหรือยัง”

“อ๊ะ...เขต อื้อ อย่า” ร้องห้ามเสียงหลงเมื่อคณินเลื่อนตัวเองลงไป  จับต้นขาขาวของเมฆาให้แยกอยู่เหมือนเดิม ปลายลิ้นร้อนแตะเข้าที่ส่วนปลายความอ่อนไหวที่ลุกขึ้นสู้ตั้งแต่ตอนที่เราสัมผัสกัน เมฆายันตัวลุกขึ้น ใช้มือดึงผมของคณินอย่างแรงเพื่อให้ร่างสูงเอาปากออกจากส่วนอ่อนไหวของเขา แต่มันก็ไม่แรงมากพอ เพราะความเสียวซ่านที่ได้รับมันมากไป

“อ๊ะ อ๊า เขต อ๊า...มันจะ แล้ว อื้อ”

ใบหน้าหล่อเชิดขึ้นครางเสียงหลง มือข้างหนึ่งยันไปข้างหลังเพื่อพยุงไม่ให้ตัวเองลงไปนอน ส่วนอีกข้างก็วางอยู่บนกลุ่มผมนุ่มของคณิน จากที่ดึงทึ้งให้ออกมาก็กลายเป็นว่าช่วยกดศีรษะของชายหนุ่มให้แนบลงไปอีก

เมฆาไม่เคยมีประสบการณ์กับผู้ชายมาก่อน น่าแปลกที่ร่างกายตอบสนองสัมผัสจากคณินเป็นอย่างดี หรือนั่นอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกของเขาด้วย

“เขต อ๊ะ...ออกไป อื้อ มันจะ อ๊า”

เมื่อใกล้ถึงฝั่งเมฆาก็บอกคณินให้เอาปากออก แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดเมื่อตัวเองเด้งสะโพกตอบรับปากที่ครอบครองของของเขาอยู่ จากนั้นร่างโปร่งก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำรักออกมาใส่ปากของคณิน ร่างสูงผละออกมา ใช้หลังมือเช็ดปากตัวเองแรงๆ

ร่างโปร่งทิ้งตัวนอนลงไปอย่างหมดแรง หลับตาเพราะไม่อยากเห็นสีหน้าของคณิน ไม่อยากสบตา และก็อายกับการกระทำของตัวเอง เมฆาคิดเหตุผลของการกระทำนี้ว่าทำไมคณินจะต้องจาบจ้วง คุกคามทางเพศตนขนาดนี้ มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไม่รู้สึกอะไร ก็คงไม่แตะต้องตัวเขา

หากแค่โกรธที่ไม่ได้รับความสนใจ ก็ไม่น่าจะมาลงที่ร่างกาย คนที่โมโหขาดสติถึงขั้นมารวบรัดครอบครองร่างกายของผู้อื่น ถ้าไม่ใช่เพราะ ‘หึงหวง’ แล้วมันเป็นเพราะอะไร...เมฆาแอบยิ้มมุมปากนิดๆ

แค่ชัดเจนว่าชอบเขา แน่นอนว่าเมฆาจะยอมคณินทุกอย่างเลย จากความสนิทสนมแบบพี่น้องในวัยเด็ก ห่างไกล จนพบเจออีกครั้ง...เมฆาคิดย้อนกลับไป หากไม่มีเรื่องบาดหมางกัน และเป็นพี่น้องกันจนถึงวันนี้ ความรู้สึกของเราก็ไม่ใช่พี่น้องอยู่ดี...

มันต้องเปลี่ยนในสักวัน

“อื้ม…” สัมผัสที่อ่อนโยนหยุดชะงักความคิดของเมฆา ปลายลิ้นสอดเข้ามาในโพรงปากของเขาได้ง่ายจากที่อ้าอยู่เพื่อช่วยหายใจ ลิ้นใหญ่ตวัดลิ้นเล็กด้วยความอ่อนโยน มีชั้นเชิง สลับกับดูด ขบ เม้มริมฝีปาก ร่างโปร่งทำใจกล้าเปิดเปลือกตา ดวงตาใสจึงสบเข้ากับตาคมของคณินที่จ้องกันอยู่ เรียกเลือดให้ไปรวมอยู่ที่ใบหน้าอีกครั้ง ดวงตาพร่ามัวเพราะเขินจนน้ำตารื้น

สายตาของคณินเปลี่ยนไป เปลี่ยนจากความแข็งกร้าว เป็นออดอ้อน แล้วเมฆาจะใจแข็งได้อย่างไร ในเมื่อคนที่กำลังรุกรานร่างกายคือคนๆ เดียวกันกับคนที่อยู่ในใจมาตลอด

ลิ้นของเมฆาเริ่มตอบสนองกลับ เรียกความพึงพอใจให้กับคณินได้เป็นอย่างดี อารมณ์ของคณินเริ่มเบาลงเมื่อได้ระบายกับร่างกายของเมฆา แต่นั่นมันยังไม่พอสำหรับเขา เขาจะมั่นใจก็ต่อเมื่อได้ครอบครองเมฆา ครอบครองทั้งตัวและก็หัวใจ…

เมฆาต้องรับผิดชอบที่ทำให้เขาคลั่ง เมฆาต้องรับผิดชอบที่ทำให้เขาโหยหาความอบอุ่นของเจ้าตัว เมฆาต้องให้ทั้งชีวิตกับเขา รักเขา อยู่กับเขา เป็นแค่ของเขาเท่านั้น

“อื้อ...อ๊ะ”

คณินซุกไซ้คอขาว กลิ่นหอมของน้ำหอมแบรนด์หรูที่เมฆาชอบ ยิ่งกระตุ้นคณิน ปากหนาทำรอยตีตราความเป็นเจ้าของไว้ทั่วคอขาวเนียน เมฆากัดปากกลั้นเสียงคราง   น่าอายของตน แต่ก็รู้สึกดีเกินกว่าที่จะทน นิ้วแข็งแรงสะกิดตุ่มไตเล็กๆ ของเมฆาเพื่อกระตุ้นให้ร่างโปร่งครางออกมา และมันก็เป็นแบบนั้นจนคนถูกกระทำได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ จากคณิน

“อ๊า…”

“หึหึ…”

ส่วนแข็งขืนของคณินแนบลงกับอวัยวะเดียวกันของเมฆา ขยับขึ้นลงช้าๆ ลิ้นร้อนไล่เลียเม็ดทับทิมตรงหน้าสลับไปมา ร่างของเมฆาเลื่อนขึ้นลงไปตามจังหวะการขยับตัว ความทรมานที่คณินมอบให้ส่งผลให้เมฆายกมือมาปิดปากเพื่อปิดเสียงคราง

เมฆาอายเกินกว่าที่จะพูดออกไปว่าเขาต้องการอะไรที่มันมากกว่านี้ แต่ก็กลัวว่ามันจะเจ็บ หากก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางรอดไปแน่ๆ คณินเม้มปาก หายใจแรง คำรามต่ำในลำคอ ขยับกายเร็วและแรงขึ้น

ไม่พอ...ไม่พอ

พรึ่บ!!

“อ๊ะ เขต”









100%
- :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

อ่านแล้วคอมเม้นท์ให้กำลังใจ ยูกิด้วยนะคะ ^^
ติดตามข่าวสาร พูดคุย ทวงนิยาย ได้ทางแฟนเพจนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/


ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ขออภัย เมนต์ไม่ออก  :m25:

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 790
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
ตัดจบได้เหี้ยมโหดมาก 5555 o22

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5750
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-11
เขตตตต ทำไอะไรพี่เมฆ

ออฟไลน์ ma-prang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 489
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
จิตใจทำด้วยอะไรรรร จะทิ้งเราค้างอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ ฮือออ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด