" หลงละเมอเพ้อรัก " [YAOI][#47 ความรักของครอบครัว][END](25/6/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: " หลงละเมอเพ้อรัก " [YAOI][#47 ความรักของครอบครัว][END](25/6/63)  (อ่าน 29208 ครั้ง)

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 14 สายหมอกที่แปรปรวน


ภายในห้องที่มืดมิด ผมลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ ด้วยร่างกายที่ปวดระบมไปหมด ดวงตาที่เจ็บแสบจากการร้องไห้ คอที่แหบแห้งจากการส่งเสียงร้อง และหัวใจของผมราวกับแตกสลาย เพราะผมรู้ดีว่า พี่หมอกนั้นไม่ได้กอดผมด้วยความรักเลยสักนิด พี่แค่เพียงมีความต้องการ พี่แค่เพียงอยากรู้ และทดลองมันกับตัวผม แต่ผมก็ไม่โทษพี่หรอก ผมมันโง่เอง เข้ามาหาเขาเอง ขึ้นเตียงเขาเอง แล้วจะให้เรียกร้องอะไร

ผมค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้นช้าๆ พลางมองภายในห้องนอนที่ว่างเปล่า พี่หมอกหายไป นั่นแหละดีแล้ว ผมจะต้องกลับบ้าน ป่านนี้แม่คงเห็นห่วงแย่แล้ว

ผมคว้าหยิบเสื้อเชิ๊ตขึ้นมาคลุมตัวไว้ และลากร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยช้ำลงจากเตียงอย่างช้าๆ ค่อยๆ เดินเกาะนั่นเกาะนี่ไปเรื่อยๆ เพื่อไปยังโถงที่ผมวางกระเป๋าเอาไว้ ทุกย่างก้าวที่เดินนั้น เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และอ่อนล้า ผมรู้สึกปวดหัวราวกับมันจะระเบิดออกมา

"ในฐานะพิธีกรดัง รู้สึกยังไงบ้างคะที่มีลูกชายเก่งๆ ทั้ง 2 คน"

ผมที่กำลังค่อยๆ เดินไปที่โซฟานั้น ก็พลันได้ยินเสียงที่เหมือนกับทีวีกำลังดังอยู่ ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย และเดินต่อไปยังโถงรับแขก เดินช้าๆ และหลบอยู่หลังชั้นวางของขนาดใหญ่ที่อยู่ริมผนัง

พี่หมอกยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ใส่ชุดคลุมสีดำ สายตาจับจ้องอยู่ที่ทีวีจอใหญ่ ผมไม่ค่อยมองเห็นสีหน้าของพี่หมอกมากนัก แต่ก็เห็นว่าในมือของพี่หมอกถือแก้วเหล้าไว้อีกแล้ว พี่ดื่มมันอีกแล้ว

"ลูกชายผมเป็นนักแสดงอยู่ที่ต่างประเทศผมภูมิใจในตัวเขามาก ผมเลี้ยงเขามาดีจริงๆ" คนในทีวียังคงให้สัมภาษณ์ และพี่หมอกก็ยังคงจ้องมองดูอย่างไม่ละสายตา

"ลูกชายคนเล็กก็เป็นนักแสดงที่กำลังโด่งดังมากๆ อยู่ตอนนี้ คุณพ่อภูมิใจไหมคะ" ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็ขยับตัวมองพี่หมอกด้วยความสนใจ ผมมองพี่หมอกที่ตอนนี้แทบจะสิงเข้าไปในทีวีนั้น และถือแก้วเหล้าที่สั่นไว้ในมือ

"ผมขอไม่พูดถึงแล้วกัน"

เพล้ง!!

ผมสะดุ้งทันทีที่เห็นพี่หมอกขว้างแก้วเหล้าในมือใส่ทีวีอย่างสุดแรง ผมค่อยๆ ถอยหลังออกมาจากตรงนั้น และพยายามจะหลบกลับไปที่เดิม

แกร่กๆ

แต่ผมที่รีบเกินไปนั้น ก็เผลอไปปัดโดนของในชั้นเข้าและของพวกนั้นก็ร่วงกระจายลงที่พื้น ซึ่งแน่นอน พี่หมอกหันมามองผม และรีบเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

"ตื่นแล้วก็กลับไป!" พี่หมอกเหมือนกำลังโมโหและชี้ทางออกให้ หยาดน้ำตาเริ่มปริ่มที่ดวงตาอีกครั้ง ไม่ต้องไล่ผมหรอก ผมต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว

ผมเบี่ยงตัวหนีจากพี่หมอกและเดินช้าๆ ไปที่โซฟาข้างหน้า ผมตัวสั่นน้อยๆ และพยายามใส่เสื้อผ้าตัวเก่าที่กองไว้ ผมร้องไห้เงียบๆ อย่างเจ็บปวดใจ ผมก็เป็นได้แค่นี้แหละ ได้แค่นี้ตลอดไป

"อย่าร้อง" พี่หมอกเดินตามมาใกล้ๆ ผม และยังคงพูดเสียงดังใส่ ผมว่าพี่หมอกในตอนนี้ดูเกรี้ยวกราดมากกว่าทุกที เพราะอะไรกัน เพราะเกลียดผมงั้นเหรอ แล้วทำไม ทำไมพี่ถึงทำผม "เอากับคนที่ชอบ แทนที่จะดีใจ มันน่าโมโหจริงๆ" พี่หมอกพูด และเดินไปเดินมารอบๆ ตัวผม

"ในใจก็ต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือไง" พี่หมอกยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงออกแนวเย้ยหยัน

"ไม่ใช่"

"ว่าอะไรนะ" พี่หมอกจับแขนผมแรงๆ ด้วยใบหน้าไม่พอใจ

"ผมบอกว่า ไม่ใช่" ผมกัดฟันพูดและตวัดสายตามองพี่หมอก ผมนั้นเริ่มรู้สึกโกรธมากขึ้นทุกที แค่นี้ยังทำร้ายผมไม่พออีกเหรอ ต้องการมากกว่านี้ใช่ไหม

"เหอะ ปากบอกว่าไม่ใช่ แต่ก็เห็นร้องครวญครางมีความสุขขนาดนั้น อย่าไปบอกใครนะว่าถูกข่มขืน อายเขา"

พลั่ก!

ผมใช้แรงที่มีอยู่ทั้งหมดผลักพี่หมอกออกไปจนพี่หมอกถึงกับเซ ผมตัวสั่นด้วยความโกรธ และน้ำตาก็ไหลออกมานองสองแก้ม

พี่หมอกที่ตั้งหลักได้นั้นก็พุ่งเข้ามา และดึงคอเสื้อของผม เอาสิ อยากทำให้ผมเจ็บอีกใช่ไหม แต่เสียใจด้วยนะ ผมไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว เพราะผมเจ็บจนด้านหมดแล้ว

ผมเงยหน้ามองพี่หมอกอย่างท้าทาย พี่หมอกง้างมือขึ้นสูงเหมือนจะต่อยผม แต่ก็ค้างไว้แค่นั้น

"บ้าเอ๊ย" ผมทำหน้านิ่งๆ และมองพี่หมอกที่สบถเบาๆ รอให้พี่หมอกทำร้ายผม แต่ผลลัพธ์ก็กลับไม่ใช่

พี่หมอกปล่อยคอเสื้อผมและเดินช้าๆ ทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาเหมือนคนหมดแรง ผมมองพี่หมอกที่ก้มหน้าลงกับฝ่ามือเงียบๆ และนิ่งค้างอยู่แบบนั้น ผมไม่เข้าใจคนคนนั้นจริงๆ คนใจร้ายนั่น

"จะกลับก็ไปสิ" พี่หมอกเงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือ และจ้องมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ ไม่ต้องไล่หลายรอบผมก็จะไปอยู่แล้ว ผมไม่สนอีกแล้ว ผมจะกลับบ้าน ผมพอแล้วกับคนแบบนี้

ผมค่อยๆ หยิบกางเกงมาใส่ช้าๆ อีกครั้ง และพยายามไม่สนใจพี่หมอกที่ยังคงนั่งอยู่เงียบๆ ผมยังคงรักพี่หมอกอยู่ไหม ในตอนนี้นั้นผมไม่รู้เลย ไม่รู้อะไรเลย ผมไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว

แต่ผมที่พยายามทรงตัวนั้นก็ล้มลงทันทีด้วยความมึนหัว ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ และลุกขึ้นอีกครั้งอย่างทุลักทุเล ร่างกายของผมมันไม่ไหวเอาซะเลย แต่ผมก็ต้องไป ผมต้องออกไปจากที่นี่

"ตัวร้อนเหมือนไฟ" ผมที่ยืนเซอยู่นั้นก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นพี่หมอกอยู่ข้างๆ พี่หมอกดูใจเย็นลงและแตะหลังมือลงที่คอของผม

"ปล่อยผม" ผมพูดและปัดมือพี่หมอกออก อย่ามาทำเป็นเห็นใจผม ผมไม่หลงไปกับพี่อีกแล้ว

"ไปก็ไปตาย กลับไปนอนไป" พี่หมอกจิ๊ปากรำคาญ และเดินกลับไปที่โซฟาตามเดิม ผมไม่อยู่หรอก ผมจะกลับ

"ฮัลโหลครับคุณแม่ ครับ ผมหมอกรุ่นพี่น้องอินครับ" แต่ผมที่กำลังใส่เสื้อผ้าต่อนั้นก็ต้องตกใจทันที ผมมองพี่หมอกที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่กระจกและถ้าดูไม่ผิด นั่นมันโทรศัพท์ผม

"เอามานี่นะ" ผมที่เห็นแบบนั้นก็รีบเดินอย่างทุลักทุเลไปหาพี่หมอกทันทีเพื่อหมายแย่งโทรศัพท์ ทำอะไรของพี่กันนะ ชักจะมากไปแล้ว

พี่หมอกที่เห็นผมมายืนอยู่ข้างๆ หมายจะแย่งโทรศัพท์ในมือก็หันหน้ามาดุผม และทำมือบอกผมให้หยุดส่งเสียงดัง

"ครับ พอดีน้องไม่สบายก็เลยอยู่ที่คอนโดผม ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมพาไปส่งครับ ไม่เป็นไรมากครับ น้องกินยาหลับไปแล้ว" ผมมองพี่หมอกที่คุยกับแม่ผมด้วยรอยยิ้ม เป็นคนตีสองหน้าที่น่ากลัวมาก เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยทีเดียว

ผมมองพี่หมอกที่กดวางสาย และโยนโทรศัพท์ของผมไปที่โซฟาอย่างไม่ใส่ใจ ผมยืนอยู่ตรงนั้น จ้องหน้าพี่หมอกด้วยอาการที่บอกว่ายังไงผมก็จะกลับ ถึงพี่จะพูดแบบนั้นก็เถอะ

"ผมจะกลับ" ผมพูดและหันหลังหนีพี่หมอก เตรียมตัวที่จะแบกกระเป๋าขึ้นหลัง

"แรงดีแบบนี้สงสัยต้องเอาต่อ" ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบทิ้งกระเป๋าไว้ที่เดิม และเดินเลี่ยงพี่หมอกทันที คนใจร้ายนั่นกำลังยิ้มมุมปากอย่างพอใจ และเดินไปค้นอะไรสักอย่างในชั้นใกล้ๆ

"นับ 1" ผมที่ยังคงยืนชั่งใจอยู่นั้นก็ตัดสินใจรีบเดินอย่างทุลักทุเลกลับไปที่ห้องนอนทันที ผมไม่มีทางเลือกนอกจากตามใจพี่หมอก พี่เขาก็แค่สมเพชผมและกลัวผมจะตายพราะความผิดของตัวเองนั่นแหละ คงไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้

ผมนอนลงที่เตียง และรีบคลุมผ้าห่มปิด ผมรู้สึกไม่สบายตัวเลยสักนิด คราบเหงื่อและคราบอะไรต่อมิอะไรยังคงอยู่บนตัวผม และแห้งเกรอะกรังไปหมด น่าขยะแขยงจริงๆ

"กิน กิน แล้วก็กิน" ผมมองพี่หมอกที่โยนยาเป็นแผงๆ ใส่ผม แต่ก็วางแก้วน้ำลงเบาๆ ที่หัวเตียง ผมขยับตัวลุกขึ้นกินยาที่พี่หมอกให้อย่างว่าง่าย เพราะผมอยากหาย ผมอยากไปจากที่นี่

"ตัวแม่งโคตรโสโครก" ผมดื่มน้ำ และมองพี่หมอกที่ยืนกอดอกจ้องมองผม ก็ใครกันล่ะที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้

พี่หมอกถอนหายใจยาวๆ และเดินออกไปจากห้องนอน ผมค่อยๆ ขยับตัวนอนลงอีกครั้ง และพยายามจะหลับตา ผมรู้สึกสบายใจขึ้นที่อย่างน้อยแม่ผมก็รับรู้แล้ว ผมจะได้หลับลงได้บ้าง หวังว่าพี่หมอกจะไม่ทำอะไรผมอีกนะ

แสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาในยามเช้าทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้น ผมค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งช้าๆ และใช้หลังมือแตะลงที่ลำคอของตัวเอง ผมรู้สึกดีขึ้นมาก และตัวก็ไม่ร้อนอีกแล้ว ถึงจะยังมึนหัวอยู่เล็กน้อย แต่แบบนี้ก็คงกลับบ้านได้แล้ว

ผมเช็คตัวเองเรียบร้อย และหันไปมองที่ข้างตัวของผมที่ว่างเปล่า เมื่อคืนพี่หมอกคงไม่ได้กลับเข้ามานอนบนเตียง คงเป็นเพราะมีผมอยู่ ตัวผมที่สกปรก...

แต่ว่าเมื่อคิดแบบนั้นก็พบว่ามีอะไรหลายๆ สิ่งบนตัวผมเปลี่ยนไป ผมแตะไปตามเนื้อตัวและใบหน้าของผมที่ผิวเรียบเนียน ไม่มีคราบแปลกๆ ใดๆ ชุดที่ผมใส่อยู่นั้นก็ถูกเปลี่ยนไปด้วย เป็นชุดนอนตัวโคร่ง ที่ผมจำได้ทันทีว่าเป็นของพี่หมอก

ผมค่อยๆ ลงจากเตียงด้วยความงุนงง และเดินลากขาไปยังโถงด้านนอก และเมื่อเดินมาถึงนั้น ผมก็เริ่มมองเห็นคนที่กำลังมองหาอยู่

ผมมองขายาวๆ ของพี่หมอกที่ต้องงอเมื่อนอนอยู่บนโซฟา ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้พี่ตัดสินใจแบบนั้น พี่ไม่อยากนอนอยู่ข้างๆ ผมใช่ไหม แต่ว่าทำไม พี่ถึงได้ เช็ดตัวให้ผม ทำไมถึงได้ดูแลผมกันล่ะ

ผมคิดและนั่งลงคุกเข่าจ้องมองคนที่กำลังหลับใหล ผมไม่แน่ใจว่าผมควรรู้สึกยังไง พี่หมอกยังคงนอนหลับสนิท หายใจเข้าออกช้าๆ เหมือนกำลังหลับฝันดี เวลาที่พี่ไม่มีปากมีเสียงแบบนี้ก็เหมือนรูปสลักที่วิจิตรงดงามๆ แต่พอเมื่อได้เปิดปากพูดเมื่อไหร่ ก็มีแต่สิ่งร้ายๆ ทั้งนั้น

ผมจ้องมองคนตรงหน้าอีกสักพัก และมองนาฬิกาที่เป็นเวลาช่วงสายแล้ว แต่พี่หมอกไม่ใช่ว่ามีถ่ายละครวันนี้หรอกเหรอ ทำไมพี่เขายังนอนอยู่กันนะ หรือว่าผมควรจะปลุกดี หึ ไม่ดีกว่า ปล่อยให้โดนด่านั่นแหละน่าจะดี

ผมละจากพี่หมอก ลากสังขารเข้าไปอาบน้ำด้วยความทุลักทุเล ความเจ็บปวดจากช่องทางด้านหลังนั้นยังคงแล่นริ้วทุกการเคลื่อนไหว แถมเวลาโดนน้ำยังแสบสุดๆ ผมไม่เคยรู้เลยว่าการมีเซ็กส์จะรุนแรงและทำให้เจ็บปวดได้ขนาดนี้ แล้วก็พี่หมอกก็เหมือนกับไม่รู้ว่าต้องผ่อนแรงแค่ไหนสำหรับคนที่ไม่เคยผ่านอะไรมาก่อนแบบผม

และเมื่อนึกถึงสิ่งที่พี่หมอกพูด นั่นก็ถูกส่วนหนึ่ง ถึงผมจะไม่ได้เต็มใจกับการมีเซ็กส์ครั้งนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างกายของผมก็ตอบสนองพี่หมอกเช่นกัน พี่เขาเลยคิดว่าผมสมยอม และจะไปบอกใครว่าถูกข่มขืนก็คงไม่มีใครเชื่อผมหรอก เพราะพี่หมอกนั้นดูแล้วไม่จำเป็นต้องข่มขืนใคร ทุกคนอยากพลีกายถวายชีวิตให้พี่เขาทั้งนั้น นี่มันน่าขำจริงๆ

ผมยืนคิดอะไรไปเรื่อย อาบน้ำจัดการตัวเองทุกอย่างและใส่เสื้อผ้าของผมชุดเดิมเตรียมตัวกลับบ้าน ผมค่อยๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ และมองเห็นพี่หมอกที่ยังคงนอนหลับอยู่ ผมค่อยๆ เดินเบาๆ และหยิบกระเป๋าของผมสะพายที่ไหล่ เตรียมตัวจะเดินออกไป

แต่ผมที่เดินไปถึงทางเดินหน้าประตูนั้น ก็เปลี่ยนใจหันหลังกลับไปอีก เสียงในใจตะโกนด่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมรู้ว่าผมมันโง่นัก แต่ผมก็ยังคงลากขาต่อไปยังโซฟาที่พี่หมอกนอนอยู่ ผมค่อยๆ นั่งลงตรงหน้าพี่หมอกที่ยังคงหลับใหล ยื่นมือช้าๆ เข้าไปหาพี่หมอก และแตะลงที่แก้มนั้นอย่างแผ่วเบา

"ตื่นได้แล้วนะครับ พี่ต้องไปทำงาน" ผมพูดเบาๆ และเช็ดน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาตัวเอง ถึงผมจะโกรธมาก แต่ผมก็ยังคงรักพี่หมอก แต่จากนี้ ผมจะพยายามเข้มแข็งขึ้น และตัดพี่ออกไปจากหัวใจให้ได้ ผมต้องทำมันให้ได้

"อ้าวอินลูก เป็นยังไงบ้าง แม่เป็นห่วงทั้งคืน" หลังจากที่ผมโผล่หน้ากลับไปที่บ้าน แม่ที่เห็นผมนั้นก็รีบเข้ามาหาทันทีด้วยความเป็นห่วง ผมพยายามฝืนยิ้ม และทำท่าทางเหมือนผมสบายดี ผมไม่ต้องการให้ใครต้องมาเป็นห่วงผม เพราะผมทำตัวเองทั้งนั้น

"ดีขึ้นแล้วครับ นอนอีกนิดก็คงดีขึ้นอีก" ผมบอกแม่และเดินกลับไปที่บ้านหลังน้อยของผม วางของลงและทิ้งตัวนอนบนเตียง

"กินอะไรมาหรือยัง แล้วคุณหมอกเขามาส่งอินหรือเปล่า" แม่ถามผมและนั่งลงข้างๆ

"คือ ผมรบกวนพี่เขามากแล้ว ก็เลยขอกลับเอง แถมพี่เขายังมีงานต่ออีก"

"คุณหมอกนี่ ใช่แฟนคุณหมี่หรือเปล่าลูก" ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ใช่แล้วล่ะ พี่หมอกเป็นแฟนหมี่ เขาเป็นคนที่มีเจ้าของแล้ว

"ใช่ครับ"

"เคยเห็นเขามากับคุณหมี่ หน้าตาดีมากๆ เลยนะ อย่างกับลูกครึ่งแน่ะ ผิวพรรณดีมาก"

"ครับ พี่เขาเป็นดารา ก็ต้องดูดีอยู่แล้วล่ะ"

"อ๋อ แบบนี้นี่เอง ถึงว่าแม่คุ้นหน้าอยู่"

 เมื่อได้คุยกับแม่ ผมก็เริ่มคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ตอนที่พี่หมอกดูโมโหกับการให้สัมภาษณ์ของคนคนหนึ่ง คนคนนั้นเป็นใครกันนะ เกี่ยวข้องกับพี่หมอกยังไง แล้วทำไมพี่หมอกถึงได้ดูโกรธและเศร้าขนาดนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 16:54:49 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 516
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
คนในทีวีใช่พ่อหมอกรึเปล่า จำไม่ได้แล้วพ่อหมอกไปไหน เดี๋ยวกลับไปอ่านใหม่
อินเข้มแข็งนะ เห้อ หมอกก็น่าสงสารอะแหละ แต่จำเป็นต้องมาร้ายกับอินมั้ย

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ตัดใจซะที อิน  :angry2: :angry2: :angry2:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

รู้สึกว่า อิหมอกนี่คงเก็บกดจากครอบครัวน่าดู

มีพี่  พี่ก็เด่นและดังกว่า

ส่วนอิพ่อ ก็คงไม่ชอบเพศที่สาม จนทำให้อิหมอกปิดกั้นตัวตนแม้จะรู้สึกต่ออินมากขนาดไหนก็ตาม

ป.ล.  คนเกลียดเพศที่สาม  เขาคงไม่สามารถทำแบบนั้นกับคนที่เป็นเพศที่สามได้หรอก

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
มีความอยากกกกกกกก สกายคิกนังหมอกสักที สองที  :z6:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 15 คนที่รักกับคนที่เลือก


ผมที่เหนื่อยล้าสุดๆ นั้น ก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง ในความฝัน ผมมองเห็นพี่หมอกที่กำลังดีดกีตาร์ๆ พลางร้องเพลงให้ผมด้วยรอยยิ้ม ผมเฝ้ามองพี่หมอก ความโกรธเคือง ความผิดหวังเสียใจ ทำไมผมถึงลืมมันไปง่ายดาย กับคนที่ทำร้ายกันขนาดนี้

"พี่หมอก" ผมจ้องมองรอยยิ้มที่สว่างไสวนั้น และยื่นมือออกไปราวกับจะไขว่คว้า แต่พี่หมอกก็เหมือนกลับยิ่งไกลห่างออกไป และใบหน้าที่ดูอ่อนโยนนั้นก็แปรเปลี่ยนไปเป็นความเศร้าหมองที่ดูปวดร้าวเหลือเกิน

"ตื่นก็มองหา หลับตาก็ยังฝันถึง" ผมที่กำลังนอนอยู่นั้นก็สะดุ้งทันทีที่รู้สึกเหมือนมีคนกำลังสัมผัสตัว ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ และก็ต้องลุกพรวดขึ้นทันทีที่เห็นว่าใครกำลังยืนมองอยู่

ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ความตกใจทำให้ผมขยับตัวไวเกินไปและทำให้เจ็บแผลเหลือเกิน ผมมองคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเตียงนอนและกำลังกวาดตามองไปรอบๆ ห้องนอนของผม

"อยู่เข้าไปได้ยังไง" พี่หมอกพูดพลางยังหยิบดูเหล่าตุ๊กตาข้างๆ ตัวผม

"พี่เข้ามาได้ยังไง ออกไปเถอะ" ผมขยับตัวลงจากเตียง สอดส่ายสายตามองไปทั่วบ้าน ผมไม่อยากให้ใครเห็นว่าพี่หมอกมาที่นี่

"อะไร เมื่อกี้ยังเรียกหาอยู่เลย ทำเป็นมาไล่" พี่หมอกพูดพลางทำหน้าเหมือนได้ใจ แปลว่าเมื่อกี้ ผมเผลอเรียกพี่หมอกออกมางั้นเหรอ อินนะอิน

ผมมองพี่หมอกที่ยังคงไม่ยอมออกไป พี่หมอกน่าจะเพิ่งกลับมาจากถ่ายละคร เพราะยังคงใส่เสื้อผ้าที่ดูดีมากๆ เป็นเสื้อเชิ๊ตสีดำและกางเกงยีนสีซีดตัดกับผิวที่ขาวมากๆ ของพี่หมอก จนเหมือนตัวจะเรืองแสงได้

"พี่หมอกคะ อยู่ไหนคะ" ผมสะดุ้งตัวอีกครั้งทันทีที่ได้ยินเสียงของคนอีกคนที่กำลังใกล้เข้ามา ผมร้อนรนทันทีด้วยความกลัว แต่ดูพี่หมอกจะไม่รู้สึกอะไรเลย และกำลังมองผมเหมือนจะรู้ทันความคิด

"กำลังคิดอะไรโง่ๆ อยู่ละสิ" พี่หมอกพูด และมองผมเหมือนกำลังขบขัน ก็ใช่สินะ คนแบบพี่หมอกกับผมงั้นเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน

พี่หมอกยืนพับแขนเสื้อสักพัก และก็เดินออกไปจากห้อง ผมได้แต่ถอนหายใจ ผมรู้สึกกลัว ผมไม่อยากให้หมี่รู้เรื่องนี้ ถ้าหมี่รู้ หมี่ต้องโกรธผมและบอกแม่แน่ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจทำเรื่องแบบนั้นนะ ผมไม่ได้อยากทำจริงๆ

"อ้าว ตื่นแล้วเหรอลูก เดี๋ยวช่วยแม่ยกสำรับเข้าไปให้คุณหมี่เขาหน่อยนะ แล้วอินค่อยไปกินข้าวในครัวนะ แม่เตรียมไว้ให้แล้ว" ผมพยักหน้าให้แม่ และเดินไปที่ครัวตามที่แม่บอก ยกไปให้หมี่งั้นเหรอ แปลว่าพี่หมอกก็อยู่กินข้าวที่นี่สินะ ผมไม่อยากเจอพี่หมอกเลย แต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้

ผมที่ไม่มีทางเลือกนั้นก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป ผมยกถาดอาหารเข้าไปและจัดเรียงไว้ที่โต๊ะอาหารตัวยาวของบ้าน ผมรีบทำ และหวังอย่างยิ่งว่าจะทันก่อนที่ทั้งสองคนจะเข้ามา แต่สิ่งที่คาดหวังไว้ ก็ไม่เป็นไปตามความคิด ผมมองคนสองคนที่ควงแขนกันเข้ามา พลางนั่งลงอิงซบกันด้วยความเอาใจ

"คิดถึงจังเลยค่ะ ดีใจจังที่พี่หมอกโทรมา หมี่กะว่าจะไปหาอยู่แล้วเชียว" หมี่พูดและกอดแขนพี่หมอกแน่นเหมือนกลัวพี่หมอกจะระเหยหายไป

"พี่ชอบกับข้าวบ้านหมี่นะ มากินด้วยบ่อยๆ จะได้ไหม" พี่หมอกพูด และไม่ได้สนใจมองผมที่กำลังตักข้าวให้ทั้งสองคน ผมอยากจะรีบออกไปจากตรงนี้ ผมอึดอัดเหลือเกิน

"ก็ดีสิคะ มาทุกวันเลยนะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่หมี่กลับมาจากต่างประเทศหมี่จะรีบพาไปหาท่านเลยค่ะ" ผมที่ทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็รีบหันหลังทำท่าจะเดินกลับทันที

"น้ำล่ะ ขอน้ำหน่อย" แต่ผมที่กำลังจะเดินไปนั้นก็ถูกเรียกไว้อีกครั้ง ผมมองพี่หมอกที่กำลังจ้องมองผม และชูแก้วเปล่าๆ ไปมา

"ขอโทษครับ" ผมพูดและเดินกลับไปรินน้ำให้คนทั้งสอง และเมื่อรินน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ตั้งเหยือกไว้ใกล้ๆ และรีบเดินออกมาจากตรงนั้นอีกครั้ง

เพล้ง!

เสียงแก้วน้ำที่แตกกระจายลงกับพื้นทำให้ผมตกใจพลางหันกลับไปมอง และสิ่งที่เห็นนั้นก็คือแก้วน้ำของพี่หมอกที่ตกแตกอยู่ที่พื้น

"โทษทีนะ มือมันลื่น" พี่หมอกพูดและจ้องมองผมพลางยกยิ้มมุมปาก เหมือนกับจงใจแกล้งผม

ผมก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกอย่างช้าๆ และไม่สนใจพี่หมอกที่กำลังดูอารมณ์ดีเหลือเกิน ผมก็แค่ทำหน้าที่ของผม ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง

"อาทิตย์หน้าก็ปิดกล้องแล้ว เราไปเที่ยวทะเลดีไหม" ผมที่กำลังเช็ดพื้นนั้นก็ได้ยินเสียงพี่หมอกพูดขึ้น และหมี่ก็แทบจะกรี๊ดทันทีที่ได้ยิน

"จริงเหรอคะ ดีใจจังเลยค่ะ เราสองคนจะได้ไปเที่ยวไกลๆ กันบ้างสักที" ผมค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น และมองคู่รักทั้งสองที่กำลังโอบกอดกันพลางตักอาหารให้กัน ดูมีความสุขดีนะ ดีแล้วล่ะ ผมไม่มีอะไรที่พี่สนใจหรอก ผมเป็นแค่ผู้ชาย ไม่ได้หน้าตาสวย ไม่ได้มีอะไรที่พี่ชอบเลยสักนิด

ผมลากขาออกมาจากห้องอาหารนั้นด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า แล้วพี่มาที่ห้องผมทำไมกันนะ บางทีผมก็ไม่เข้าใจพี่เลย พี่คงจะแค่สะใจที่เห็นผมทรมาน ผมคิดว่าเป็นแบบนั้นแหละ มันคงเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของพี่ ที่เห็นผมกำลังเสียใจ

ผมเดินมาที่สวนด้านหลังของบ้านและนั่งลงอย่างเลื่อนลอย ผมนั้นกำลังคิดถึงสิ่งที่ผมกำลังจะทำต่อไป ผมมีวิธี ที่จะตัดพี่ออกไปจากหัวใจแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นทางเดียวที่ผมจะได้มีความสุข เวลาจะช่วยเยียวยาผม จะทำให้ผมลืมทุกสิ่งที่อยู่ในหัวใจ เกี่ยวกับพี่หมอก

Rrrr Rrrr

ผมก้มมองโทรศัพท์ของผมที่กำลังดังอยู่ และคนที่เป็นกุญแจสำคัญของผมก็บังเอิญโทรเข้ามาพอดี แบบนี้แหละดีแล้ว คนคนนี้คงจะเหมาะกับผมมากกว่า

"ครับพี่เปอร์"

"อิน วันนี้ทำไมพี่ติดต่อเราไม่ได้เลย เรื่องที่จะพาไปกองถ่ายไอ้หมอกพี่ขอโทษนะ ผิดคำพูดซะได้" พี่เปอร์พูดอย่างรวดเร็วจนผมแทบฟังไม่ทัน

"คือ ผมไม่ค่อยสบายนิดหน่อย ดีแล้วที่ไม่ได้ไป ไม่เป็นไรครับ" ผมยิ้มน้อยๆ ผมรู้สึกสบายใจขึ้นเพียงเพราะแค่ได้ยินเสียงพี่เขาเท่านั้น

"แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง พี่ไปหาได้ไหม ไม่ก็ออกมาหาพี่หน้าบ้านหน่อย"

"ไม่เอาครับ ห้ามมา ผมจะนอนแล้ว" ผมพูดและหัวเราะน้อยๆ พี่เขาเป็นแบบนี้ล่ะ ขืนให้มาก็จะมาลากผมไปแว๊นละสิ เรื่องอะไรจะให้มา

"พี่เป็นห่วงนะ"

"รู้สึก คลื่นไส้หน่อยๆ แฮะ"

"อะไรเนี่ย ท้องลูกพี่แล้วเหรอ"

"บ้า พูดอะไรน่ะ" ผมรู้สึกเริ่มอยากต่อยไอ้พี่บ้านี่

"ก็อยากทำให้ท้องจริงๆ นี่นา" ผมเริ่มหน้าแดงขึ้นทันที เริ่มปากดีมากขึ้นทุกวันจริงๆ

"ทะลึ่ง วางสายดีกว่า" ผมพูดแบบแหย่ๆ และพี่เปอร์ก็ดูร้อนรนทันที

"พี่ขอโทษ พี่พูดเล่นอ่ะ ยกโทษให้นะ" พี่เปอร์พูดแบบอ้อนๆ และผมก็ไม่ได้จริงจังอะไรหรอก

"แล้วโทรมาจะพูดแค่นี้ใช่ไหม" ผมถามพี่เปอร์ที่เงียบไปสักพักหนึ่ง

"อ่อนึกออกละ พี่มีเรื่องจะบอก อาทิตย์หน้าไปทะเลกันนะ" ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็หุบยิ้มทันที อาทิตย์หน้างั้นเหรอพวกพี่หมอกก็ไปด้วยใช่ไหม ผมคิดว่าสองคนนั้นจะไปด้วยกันแค่สองคนซะอีก

"เมื่อกี้ไอ้หมอกมันโทรหาพี่ พี่ก็เลย ลองชวนเราดู"

"พี่ดีกันแล้วเหรอ" ผมพูดถามพี่เปอร์ เพราะพี่หมอกกับพี่เปอร์นั้นดูระหองระแหงกันอยู่

"มันกับพี่ก็แบบนี้แหละ เคยต่อยกันมาหลายรอบแล้ว แต่ยังไงก็เพื่อนกันละนะ พี่ไม่เคยทะเลาะกับมันนานหรอก" พี่เปอร์พูดและหัวเราะน้อยๆ "ไปเถอะนะอิน ถ้าอินไม่ไปพี่ก็ไร้คู่สิ" พี่เปอร์ยังคงพูดอย่างออดอ้อนต่อไป

"ครับ ผมจะไป" ผมพูดและพี่เปอร์ก็ทำเสียงตื่นเต้นทันที

"รับปากพี่แล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจนะ" พี่เปอร์พูดเสียงดัง

"ผมจะโกหกทำไมอ่ะ" ผมพูดและยิ้มน้อยๆ อาทิตย์หน้างั้นเหรอ งั้นก็เหมาะเลยนะ มีสิ่งที่ผมอยากบอกพี่อยู่แล้ว และที่นั่น ก็น่าจะเหมาะที่สุด

"พี่คิดว่าอินจะปฏิเสธ นี่กำลังนั่งนึกว่าจะอ้อนยังไงดีให้อินไป ไม่คิดว่าจะยอมตกลงง่ายๆ ดีจังเลยน้า"

"เอ๊ะๆ หรือจะไม่ไปดีน้า" ผมพูด และหัวเราะน้อยๆ อย่างกวนๆ

"ไม่เอาสิอิน อย่าแกล้งพี่สิ" พี่เปอร์พูดและทำเสียงงอแง ทำเอาผมเผลอหลุดหัวเราะออกมาอีก

"งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับ ฝันดีนะ" ผมพูดและคิดว่าผมควรจะวางสายแล้ว ผมเริ่มหิวข้าวแล้ว

"วันนี้น่ารักจัง แล้วเจอกันครับที่รัก"

"ใครที่รักพี่ เดี๋ยวเถอะ ไปละ" ผมหัวเราะและกดวางสายทันที พูดดีด้วยทำได้ใจเดี๋ยวเถอะ

"มีความสุขจังเลยนะ"

เสียงที่ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้โทรศัพท์ของผมแทบจะกระเด็นหลุดจากมือด้วยความตกใจ ผมรีบหันกลับไป และก็พบว่าพี่หมอกกำลังยืนอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก

มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ได้ยินอะไรไปมากแค่ไหน แล้วหมี่ล่ะ ผมคิดและมองไปรอบๆ ตัวอย่างหวาดวิตก ผมว่าผมควรจะเลี่ยงไปทางอื่นดีกว่า พี่หมอกคงจะอารมณ์ไม่ดี และผมก็ไม่อยากให้ใครเจอพวกเรา

"ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า" คำพูดของพี่หมอกนั้น ทำให้ผมหยุดเท้าลงทันที

ผมหันกลับไปหาพี่หมอกที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ผมหูฝาดไปหรือเปล่านะ พี่หมอกกำลังเป็นห่วงผมงั้นเหรอ

"เจ็บ" ผมพูดและหลบสายตาพี่หมอก แต่ผมว่าผมไปดีกว่า เอาจริงๆ ผมไม่ควรยุ่งวุ่นวายกับพี่หมอกอีกแล้ว แต่ผมก็อดดีใจไม่ได้ที่พี่หมอกมาคุยกับผม และเหมือนกำลังเป็นห่วงผม ทั้งๆ ที่พี่หมอกทำกับผมขนาดนั้น ทำไมหัวใจผมมันไม่รักดีเลยนะ

"สำออย เรียกร้องความสนใจ" แต่ถ้อยคำที่ผมได้ยินต่อจากนั้น มันก็ทำให้ความฝันเฟื่องของผมพังทลายลง พี่หมอก ยังไงก็ยังคงเป็นพี่หมอก ผมเพ้ออะไรของผมกันนะ เป็นห่วงเหรอ กับคนแบบนี้เนี่ยนะ "เจ็บแต่ก็คุ้มใช่ไหม เซอร์วิสจัดให้เป็นพิเศษสำหรับแฟนคลับเลยนะ"

พี่หมอกยกยิ้มมุมปากน้อยๆ อย่างพอใจ ขณะที่ก้าวเดินเข้ามาหาผม คำพูดพวกนั้นทำเอาผมมือสั่นด้วยความโกรธ แต่ผมจะทำอะไรได้ มีแต่ทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ

"เชิญพี่หลงตัวเองไปแล้วกัน" ผมพูดเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเอง และตัดสินใจเดินเลี่ยงไปอีกทาง ผมขี้เกียจต้อร้อต่อเถียงกับคนแบบนี้ ทำไปก็ไม่ชนะหรอก

หมับ!

แต่ผมที่กำลังเดินไปนั้น แขนข้างหนึ่งของผมก็ถูกจับและดึงกลับ ผมเซถลาและล้มลงกับผืนหญ้าทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บตอนนั่งกระแทกกับพื้น จนน้ำตาแทบไหลออกมา

ผมเงยหน้ามองพี่หมอก จะทำให้ผมเจ็บอีกแค่ไหนกัน แค่นี้ยังไม่พอใช่ไหม ยังต้องการอะไรจากผมอีกกันแน่ ในแววตาของผมที่มองพี่หมอกนั้นเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธเคือง แต่พี่หมอกก็ยังคงทำแค่สีหน้าเรียบเฉย เหมือนกับไม่แคร์อะไรใดๆ ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยผมไปสักทีได้ไหม ผมเหนื่อยแล้วจริงๆ

ผมถอนหายใจเงียบๆ และพยายามจะลุกขึ้นจากพื้น เอวและหลังของผมมันเจ็บมาก ทำให้ลุกขึ้นได้ยากลำบากเหลือเกิน และไม่ต้องหวังว่าคนข้างๆ จะช่วย เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ผมที่กำลังจะลุกขึ้นนั้นก็ต้องชะงักทันทีที่พี่หมอกยื่นมือมาให้ ผมขมวดคิ้วและจ้องมองพี่หมอก สำนึกเป็นด้วยเหรอ นึกว่าพี่จะเป็นพวกใจดำจนหยดสุดท้ายซะอีก

แต่ผมที่คิดแบบนั้นก็รู้สึกว่ามันจะถูกต้อง ผมมองมือพี่หมอกที่ยื่นออกมา แต่ไม่ได้เพื่อพยุงตัวผม พี่หมอกวางมือลงบนไหล่ของผม และกดไม่ให้ผมลุกขึ้น

"ทำอะไร ปล่อยผมนะ" ผมพูดและพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ได้ พี่หมอกยังคงกดผมให้คุกเข่าลงกับพื้น และค่อยๆ เดินเข้ามาชิดตัวผม

ผมเริ่มตกใจและพยายามดันมือพี่หมอกออกไป นี่มันบ้านหมี่นะ และก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านของผมกับแม่ด้วย พี่กำลังทำอะไร นี่มันบ้าชัดๆ

"อย่านะ" ผมพูด และหันหน้าหนีพี่หมอกที่กำลังบีบคางผมแรงๆ ให้หันกลับมา

"ปากไม่ได้เจ็บไม่ใช่เหรอ ถ้างั้นก็ใช้ได้" พี่หมอกใช้มือข้างที่ว่างปลดเข็มขัด และกระดุมของกางเกงตัวเอง

ผมเริ่มสั่นกลัว และมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง ถึงตรงนี้จะค่อนข้างมืด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครเดินผ่านได้ แล้วหมี่ไปไหนกัน ทำไมพี่หมอกถึงออกมาเดินคนเดียวได้ ผมอยากหนีไป แต่ผมคงสู้พี่หมอกไม่ไหว แล้วถ้าแม่มาเห็นล่ะ ผมตายแน่ๆ

"พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือไง ผมตายแน่ถ้าใครมาเห็น" ผมส่งเสียงที่บอกว่าทั้งโกรธและกลัว แต่พี่หมอกก็แค่หันมองไปรอบๆ และหันกลับมามองผมตามเดิม

"ถ้าอย่างนั้น ก็รีบเข้าสิ" พี่หมอกพูด และล้วงมือเข้าไปในกางเกงยีนของตัวเองพลางงัดเอาสิ่งที่กำลังแข็งตึงออกมา

ผมหลับตาแน่น ภาวนาขอให้แม่ยังคงทำงานอยู่ และไม่ได้เดินผ่านมาทางนี้ ขอให้หมี่ยังคงอยู่บนบ้าน ขอให้อย่ามีใครเห็นเลย

"เร็วๆ อยากให้คนอื่นรู้ว่าโรคจิตหรือไง" พี่หมอกพูด และจับหลังคอของผมให้ใบหน้าของผมชิดเข้าหาตัวเองมากขึ้นอีกนิด

ผมรู้สึกถึงความอุ่น และความเปียกชื้นที่ข้างแก้ม ผมยังคงไม่กล้าลืมตา ผมค่อยๆ คลำมือสัมผัสท่อนกายนั้น ค่อยๆ เลียเบาๆ อย่างไม่ประสา ผมนั้นทำไม่เป็น และไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน

"พี่นั่นแหละโรคจิต" ผมกัดฟันพูด และก็ได้ยินพี่หมอกหัวเราะเบาๆ ออกมา

"ผัวเมียคู่ไหนเขาก็ทำ" ผมเผลอลืมตาตอนที่พี่หมอกพูดแบบนั้น และก็ต้องหลับตาปี๋ลงตามเดิม พี่หมอกเริ่มดันด้านหลังคอของผม ให้ปากจรดเข้ากับส่วนปลายของท่อนกายนั้น

ผมค่อยๆ อ้าปากขึ้น และพยายามครอบครองส่วนที่แข็งขืนนั้นเข้าไปอย่างยากลำบาก สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ขนาดที่จะเอาเข้าปากได้หมด ทำให้สภาพของผมในตอนนี้นั้นคงดูไม่ได้ ผมอายจนหน้าแดงจัด จะไม่ทำก็ไม่ได้ จะทำก็ทำไม่ถูก

"โคตรห่วย" พี่หมอกพูดและเริ่มใช้มือประคองให้ผมขยับตามที่ต้องการ

ผมเริ่มฝืนตัวไว้ ไม่ให้ส่วนแข็งขืนนั้นเข้ามาลึกในลำคอมากขึ้น พลางเลื่อนปากครอบครองไปตามความยาวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผมดูดเม้มและเร่งจังหวะ ทำให้คนด้านบนเริ่มรู้สึกพอใจ

พี่หมอกยังคงบดเบียดท่อนกายเข้ามาในลำคออุ่น พลางลูบไล้ไปตามริ้วไรผมที่เปียกชื้นของผมอย่างลืมตัว ผมกลั้นหายใจอดทนและรับรู้ว่าคงอีกไม่นานแล้ว เพราะพี่หมอกเริ่มเร่งมากขึ้น และปากของผมมันก็เริ่มที่จะรับไม่ไหวอีกแล้ว

หลังจากผ่านไปสักพัก ในที่สุดลำคอของผมก็รู้สึกถึงความร้อนที่ไหลรินออกมา ผมแทบสำลักและหอบหายใจอย่างยากลำบาก พี่หมอกยังคงกดหลังคอของผม ทำให้ผมกลืนน้ำรักเข้าไป และปลดปล่อยส่วนหนึ่งออกมา เปรอะเลอะใบหน้าของผม

แค่กๆๆๆ

ผมก้มลงกับพื้นและไอสำลักน้ำตาไหล ใบหน้าของผมในตอนนี้มันแดงไปหมด และเปรอะเปื้อนจนดูไม่ได้ พี่หมอกดึงผมให้เงยหน้าขึ้นพลางหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ

"หน้าตาดูไม่ได้เลย" ผมหน้ามุ่ยด้วยความโกรธ พี่หมอกใช้มือลูบแก้มที่เลอะเทอะของผม แต่ผมก็ปัดมือนั้นออก พี่เป็นบ้าหรือไง ถึงทำอะไรแบบนี้ ในที่แบบนี้

"พี่หมอกคะ ไปไหนนะ" แต่ผมที่ยังคงนั่งหน้ามุ่ยนั้นก็สะดุ้งทันที ผมได้ยินเสียงหมี่ที่ใกล้เข้ามาและกำลังเรียกหาพี่หมอกอยู่ ผมรีบเช็ดหน้าด้วยเสื้อ ใช้ตัวพี่หมอกเพื่อดึงตัวเองขึ้นมา ไม่ลืมส่งสายตาอาฆาตให้พี่หมอก และรีบเดินหนีไปให้ไกลจากตรงนั้น

"พี่หมอกกก หมี่ก็หาตั้งนาน มาทำอะไรตรงนี้คะ" ผมแอบนั่งลงใกล้ๆ พุ่มไม้ และมองหมี่ที่แต่งตัวสวย เดินมาเกาะแขนพี่หมอกที่กำลังยืนนิ่งอยู่

"เดินเล่น แล้วก็ จะกลับแล้ว" ผมแอบมองพี่หมอกที่ดึงแขนตัวเองออกจากหมี่เบาๆ

"อ้าว ไหนบอกจะพาหมี่ไปเที่ยวแล้วให้หมี่อาบน้ำไงคะ" ผมมองหมี่ที่ดูอารมณ์เสีย และเขย่าตัวพี่หมอกไปมาอย่างไม่เข้าใจ

"พี่ลืมไปว่าพรุ่งนี้มีงานเช้า ไว้วันหลังนะ" พี่หมอกพูด และเดินดิ่งกลับไปที่หน้าบ้าน ผมมองหมี่ที่ไม่ได้เดินตามไป แต่กำลังจ้องมองพี่หมอกด้วยความโกรธเคือง

"ไอ้คนบ้านี่ ไปกับคนอื่นก็ได้" หมี่พูดกับตัวเอง และเดินปึงปังออกไปจากสวน

ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย และเดินไปหาสายยางเพื่อล้างหน้าในสวน ผมยังคงหัวใจเต้นรัว เรื่องเมื่อกี้มันบ้ามากและเสี่ยงมากจริงๆ ผมเกลียดที่พี่หมอกเห็นมันเป็นเรื่องสนุก เห็นผมเป็นของเล่น ไม่นึกถึงจิตใจของผม

พี่คงเห็นผมเป็นเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ของพี่ แต่ก็คงพิเศษกว่าคนอื่นๆ ตรงที่พี่จะทำให้ผมเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ได้ ทั้งร่างกายและหัวใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 16:56:41 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
โอ๊ยย อีหมอกโรคจิต จริงๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

อิหมอก  อิไบโพลาร์

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 979
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
รักรึหลงอ่ะ​ เสียงมากเลยทำกลางแจ้งในบ้านแบบนี้​ หมอกชอบอินใช่มั้ยทำตัวแบบนี้อ่ะ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
เหนื่อยใจจัง

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
 :fcuk: นังหมอก นังเด็กมีปัญหา  :m16:

ออฟไลน์ P_Methayot

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 516
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เราว่าหมอกเป็นซาดิสม์รึเปล่า สังเกตหลายทีแล้วชอบทำอะไรที่ทำร้ายจิตใจอิน แล้วกับหมี่ก็คงแค่แสดงต่อหน้าอิน ไว้หาเรื่องมาที่บ้านเพื่อเจออินด้วยรึปะ  :katai1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-09-2018 11:08:00 โดย palmiers »

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 16 ตุ๊กตาหมาป่าที่หายไป


ในเช้าวันถัดมา ผมตื่นแต่เช้าและทำงานบ้านช่วยแม่เหมือนเช่นทุกวัน ผมยืนเหม่อลอยขณะที่รดน้ำต้นไม้ในสวน วันนี้นั้นอาจารย์งดสอน ทำให้ผมมีเวลาว่าง แต่ผมก็คิดว่าผมควรจะไปที่ชมรมในช่วงบ่ายสักหน่อย ตอนนี้พวกเรากำลังจะจัดงานแสดงอีกแล้ว และกำลังเริ่มวางแผนกัน แต่ถึงหัวใจของผมจะกำลังคิดเรื่องนั้น เรื่องของพี่หมอกก็คอยแต่จะแทรกขึ้นมา

ผมปิดน้ำ และนั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวในสวน ล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาด้วยความเคยชิน ผมมองบนหน้าจอนั้น เลื่อนมือไปมาด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า ทำไมถึงยังเฝ้ามองเขาอยู่ ทั้งๆ ที่เขาทำให้ต้องเสียใจขนาดนี้

ถูกใจ 35,553 คน

Mok77 ไม่ใช่คนที่สมควรถูกรัก...

ผมมองดูอัปเดตของพี่หมอก รูปถ่ายที่มองเห็นแค่เพียงแผ่นหลังของพี่หมอก ข้อความที่พี่หมอกโพสลงไป พี่หมายความว่ายังไงกัน พี่หมายถึงตัวพี่ หรือว่าใครกัน แต่ว่า ทำไมผมจะต้องไปสนใจด้วย

ผมปิดหน้าจอลง พร้อมๆ กับลุกขึ้นยืนเดินกลับเข้าห้องไป ผมรู้สึกอ่อนล้า และยังคงเหมือนกับเมื่อยตัวนิดๆ ผมไม่อยากนึกถึงค่ำคืนนั้น ค่ำคืนที่พวกเรามีความสัมพันธ์กัน ทำไมพี่ถึงตัดสินใจทำแบบนั้นกันนะ ผมสงสัยจริงๆ

"อินลูก วันนี้ไม่ไปไหนเหรอ" แม่ที่ทำงานบ้านนั้นก็เดินเข้ามา และนั่งลงที่ข้างเตียง ผมส่ายหน้าน้อยๆ อุตส่าห์ได้มีโอกาสอยู่บ้านทั้งที ผมอยากจะช่วยงานแม่มากกว่าไปเที่ยวเล่น

"วันนี้ไม่อยากไปไหนเลย" ผมพูดอ้อนแม่นอนหนุนตักอุ่น ถึงผมจะยิ้มให้แม่ แต่ในหัวใจนั้นกลับรู้สึกผิดอยู่เสมอ ทำไมผมถึงเป็นแบบนี้นะ ทำไมถึงไม่เป็นลูกผู้ชายอย่างที่แม่หวังไว้

"ผมขอโทษนะครับ" ผมพูดเบาๆ และหลบสายตาแม่ที่กำลังมองมา

"พูดอะไรน่ะลูก ไหน ไม่สบายตรงไหน ให้แม่ดูซิ" แม่ไม่พูดเปล่าแต่กำลังจี้เอวของผมจนผมหัวเราะและลุกขึ้นนั่ง

"โธ่ แม่ ไม่เล่นแล้ว" ผมพูดและจับมือแม่ไว้

"เห็นยิ้มได้แม่ก็ค่อยสบายใจหน่อย"

"ผมไม่เป็นไรสักหน่อย" ผมยิ้มและกอดแม่เอาไว้

"งั้นก็ไปทำอะไรที่เราอยากทำเถอะ อย่ามานอนกลิ้งไปกลิ้งมาเลย" แม่พูดและดึงแก้มผมเบาๆ

"ไม่อยากไปไหนจริงๆ นะ" ผมยังคงทำท่าดื้อต่อไป

"งั้นก็ไปซื้อของเข้าบ้านให้แม่ โอเคไหม" ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าทันที ซื้อของงั้นเหรอ มีแต่ของหนักๆ ทั้งนั้น ผมไปนี่แหละดีแล้ว

"งั้น เดี๋ยวอินกลับมากินข้าวเที่ยงนะ"

"ไม่ต้องรีบ ขากลับก็ขึ้นแท็กซี่นะลูก จะได้ไม่หนัก"

"ครับ"

หลังจากคุยกับแม่ และจดรายการข้าวของเรียบร้อย ผมเดินออกจากบ้านด้วยชุดลำลองที่สบายๆ สะพายกระเป๋าไว้ที่ไหล่ ผมเดินออกไปหน้าซอย และโบกรถเมล์ที่แล่นผ่านมา

ใช้เวลาไม่นานนัก ผมก็มาถึงห้างสรรพสินค้าที่เป็นแหล่งรวมข้าวของเครื่องใช้ ทุกอย่างก็หาซื้อได้ง่ายๆ ในนี้ ซึ่งผมว่ามันดีกว่าตลาดสดตรงที่มีใบเสร็จยืนยันทุกสิ่งที่ซื้อ ทั้งตรวจสอบง่าย และสะดวกรวดเร็วดี

" กรี๊ดดดดด!! "

แต่ทันทีที่ผมเดินผ่านลานจัดงานที่กลางห้างนั้น ผมก็ได้ยินแต่เสียงกรีดร้องของพวกผู้หญิงที่ทั้งดันทั้งผลักกันเพื่อจะได้มองเห็นเวทีตรงหน้า ผมขมวดคิ้วน้อยๆ และเดินถอยห่างออกมาจากตรงนั้น งานอะไรกันนะ คนเยอะมาก มากจนทางเดินที่ผมจะไปถูกปิดจนคนล้นออกมา

"พี่หมอก กับพี่เจมส์แม่งน่ารัก มึงดูเขาจับมือกันด้วย"

ผมมองผู้หญิงคนหนึ่งที่หันมาพูดกับเพื่อนด้วยความตื่นเต้น พี่หมอกงั้นเหรอ...

ผมมองหาป้ายโฆษณาที่อยู่บนเสาข้างๆ และก็ชัดเจน นี่ผมพาตัวเองมาที่นี่ มาหาคนที่ผมไม่อยากเห็นหน้าอีกจนได้ ให้ตายเถอะ

แต่ถึงผมจะคิดแบบนั้น แต่ขาของผมก็เหมือนกับก้าวเดินไปเองโดยอัตโนมัติ ผมเบียดเสียดผู้คนที่กำลังส่งเสียงกรี๊ด ผมลืมไปได้ยังไงกันนะ ว่าวันนี้มีงานที่พี่หมอกกับทีมนักแสดงทุกคนมาร่วมงานด้วย

ผมเดินเบียดแทรกผู้คนมาจนถึงด้านหน้าด้วยความลำบากเล็กน้อย ผมมองไปที่ด้านบนเวทีที่พี่หมอก และทีมนักแสดงกำลังนั่งอยู่ ใบหน้าของพี่หมอกตอนนี้กำลังส่งยิ้ม และตอบคำถามของพิธีกรที่ยื่นไมค์เข้ามา

"ขอบคุณที่ทุกคนสนับสนุน และมาเป็นกำลังใจให้..." ผมมองพี่หมอกที่วันนี้ใส่เสื้อเชิ๊ตสีน้ำเงินตัดกับผิวขาวๆ ใบหน้าที่ดูดีแม้ไม่ต้องแต่งเติมใดๆ และสิ่งที่ทำให้ผมยังคงไม่อาจละสายตาจากพี่ไปได้ นั่นก็คือรอยยิ้มของพี่ แต่รอยยิ้มที่พี่ยิ้มออกมานั้น เป็นรอยยิ้มจอมปลอมของพี่สินะ

"แหม ที่ดีใจนี่เพราะมาเจอคนข้างๆ หรือเปล่าคะ" ผมมองพิธีกรที่พูดแซวพยายามชงพี่หมอกกับคนที่แสดงเป็นนายเอก และทั้งคู่ก็หันหน้าสบตากัน ยิ้มให้กัน ทำเอาบรรดาสาวๆ กรี๊ดจนคอแทบพัง พี่ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ เมื่อก่อนพี่หมอกแทบจะไม่ยิ้มเลยที่ถูกจับคู่กับคนอื่น และชอบทำเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้คู่จิ้นตัวเอง

ผมนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าของผมในตอนนี้กำลังเป็นแบบไหน ผมจ้องมองใบหน้าของพี่หมอกที่กำลังยิ้ม ใบหน้าของผมมันกำลังยิ้ม ผมยิ้มตามรอยยิ้มของพี่ ดีจังเลยนะ ถ้าพี่กำลังมีความสุขจริงๆ

"พี่หมอกแม่งหล่อโคตรอ่ะ กูจะตายแล้ว"

"มึงๆ ลองเขียนเบอร์ให้พี่เขาดิตอนให้ของ เพื่อนกูเคยลอง ได้กินพี่เขาด้วยนะเว้ย" ผมที่กำลังเผลอยิ้มนั้นก็หุบยิ้มลงทันที ผมมองพวกผู้หญิงที่จ้องมองพี่หมอก ก็แน่ล่ะ พี่หมอกน่ะ คงจะชอบและเลือกผู้หญิงไปนอนด้วยบ่อยๆ จากพวกแบบนี้ คนนิสัยเสียนั่น ผมไม่ยุ่งด้วยดีกว่า

ผมเริ่มรู้สึกว่าผมควรจะออกไปจากตรงนี้ได้แล้ว ผมพยายามหันหลังแทรกตัวกลับ แต่ก็ลำบากเหลือเกิน ผมรู้สึกเหมือนตัวผมกำลังถูกดันไปข้างหน้าแทน เพราะในตอนนี้เหล่าบรรดานักแสดงกำลังลุกขึ้น และลงมาจากเวทีเพื่อถ่ายรูปร่วมกับแฟนคลับ

ผมละความพยายามที่จะหนีออกและไหลไปตามฝูงชนที่แย่งกันไปอยู่ด้านหน้าพระเอกคนดัง ผมย่อตัวน้อยๆ มองพี่หมอกที่เดินลงมาและยื่นมือมาให้แฟนคลับได้แตะต้อง ใบหน้าของพี่หมอกมีเหงื่อซึมเหมือนกำลังร้อนและเหนื่อย แต่รอยยิ้มก็ยังคงไม่จางหายไป

"พี่หมอกกคะ ทำมินิฮาร์ทให้หน่อยค่ะ" ผมมองพี่หมอกที่กระตุกยิ้ม และทำมือตามที่แฟนคลับต้องการ ผมจ้องมองพี่หมอก ถึงตัวพี่นั้นจะเพอร์เฟคแค่ไหน แต่ก็นั่นแหละ ผมรู้ดีถึงความโหดร้ายของพี่ ใบหน้าเกรี้ยวกราดที่อยู่ภายใต้รอยยิ้ม คำพูดที่พี่คอยพูดบอกผม ล้วนมีแต่คำดูถูกเหยียดหยาม ทำไมกันนะ ทำไมถึงเป็นผมที่พี่เผยสิ่งเหล่านั้นออกมา

แต่ผมที่ยืนมองพี่หมอกอยู่นิ่งๆ นั้น สายตาของพวกเราก็บังเอิญประสานกัน ผมรีบหลุบตาต่ำเสมองไปทางอื่นเหมือนกำลังทำเป็นไม่สนใจ โดยไม่รู้เลยว่า รอยยิ้มที่พี่หมอกมองผมนั้น เป็นรอยยิ้มที่แปลกออกไป

"ขอบคุณที่มานะครับ ขอบคุณมากครับ" ผมค่อยๆ หันหน้าไปมองพี่หมอกอีกครั้ง พี่หมอกในตอนนี้ยังคงเดินวนเวียนอยู่ด้านหน้าบรรดาแฟนคลับ สายตาของพี่ไม่ได้จ้องมองผม แต่กำลังยื่นมือรับของที่ผู้คนยื่นมาให้ ผมคิดไปเองสินะว่าเมื่อกี้พี่มองผม คิดไปเองจริงๆ

หลังจากงานนั้นสิ้นสุดลง ผมทำหน้าที่ของผมโดยการเดินซื้อของที่ต้องซื้อให้เสร็จ และนั่งแท็กซี่กลับมาบ้าน ผมช่วยแม่จัดเรียงข้าวของเช็คทุกสิ่งที่ผมซื้อกลับเข้ามา

ตอนนี้นาฬิกาบอกว่าเกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว ผมจัดการกินข้าว และแต่งตัวอีกครั้งเพื่อไปที่มหา'ลัย ไปประชุมชมรม

Rrrr Rrrr

"ครับพี่หนึ่ง" ผมกดรับโทรศัพท์ด้วยความรวดเร็วขณะที่นั่งรถเมล์ออกมา ผมว่าผมไม่ได้ไปช้านะ แต่พี่หนึ่งหัวหน้าชมรมก็โทรตามผมจนได้

"อิน อย่าลืมกุญตู้เสื้อผ้านะ พี่จะเช็คชุดหน่อย" พี่หนึ่งพูดบอกเตือนผมที่เป็นคนถือกุญแจของตู้นั้น

"ครับพี่ ผมกำลังไป"

ผมกดวางสาย และเปิดกระเป๋าดูกุญแจพวงที่พี่หนึ่งเตือนผม ผมนั้นเก็บมันเอาไว้เสมอในกระเป๋าไม่เคยหายไปไหน มันเป็นพวงกุญแจสำคัญที่มีกุญแจหลายๆ อย่างผูกเอาไว้

แต่ผมที่ล้วงมือเข้าไปนั้นก็ต้องใจหายทันที เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อน อะไร อยู่ไหนกัน ผมเริ่มควานมือไปทั่วกระเป๋า และเททุกอย่างออกมาบนตัก แย่แล้วแบบนี้แย่แน่ๆ มันหายไปจริงๆ หายไปไหน

ผมเริ่มคิดเรียบเรียงทุกอย่างในหัว อาจจะตกอยู่ที่บ้านหรือเปล่านะ ผมที่คิดแบบนั้นก็โทรออกหาแม่ทันที และเมื่อคุยกันสักพักแม่ก็บอกว่าภายในห้องนั้นไม่มีอะไรที่หน้าตาเหมือนพวงกุญแจเลย

ผมกลับมาคิดใหม่และคิดย้อนไปก่อนหน้าที่ผมจะกลับบ้าน ยังมีที่ไหนอีกที่ผมไปและวางกระเป๋าไว้ ที่ที่น่าจะเสี่ยงทำของตกได้ และเมื่อนึกไปนึกมานั้น ผมก็เริ่มที่จะคิดว่าอาจเป็นที่นั่น แย่แล้วสิ ผมไม่อยากไปเลย แต่ว่ายังไงก็ต้องไปเช็คดูหน่อย

ผมคิด และต้องขยี้หัวตัวเองด้วยความเหนื่อยใจ ผมรู้แล้วว่ามันน่าจะตกอยู่ที่ไหน และนั่นเป็นที่สุดท้ายที่ผมควรจะเหยียบเข้าไป

ผมกดกริ่งลงจากรถเมล์ทันที และโบกแท็กซี่แทนด้วยความร้อนรน ผมไม่อยากไปที่นั่นเลยสักนิด แต่ว่าสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ผมจะต้องไปเอาคืนมา ไม่จำเป็นต้องพูดคุยอะไร แค่มาหาของที่ทำตกไว้ ก็เท่านั้นเอง

ผมลงจากแท็กซี่ตรงหน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ผมใช้จังหวะตอนที่คนอื่นเปิดประตูเข้าไป และเดินเนียนตามเข้าไปด้วย ผมนั้นจำชั้นของพี่หมอกได้ และขึ้นลิฟต์ เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูบานเก่า ห้องที่ผมเคยมา

ผมยืนชั่งใจอยู่สักพัก และตัดสินใจยื่นมือไปกดกริ่งสีดำที่ข้างประตูนั้น แต่ขณะที่มือของผมกำลังจะกดกริ่ง ประตูที่ปิดสนิทอยู่ๆ ก็เปิดออกมา

"อุ๊ย ขอโทษค่ะ" ผมชะงัก และจ้องมองผู้หญิงคนหนึ่งที่โผล่ออกมา และชนเข้ากับผม เธอทำท่าร้อนรนรีบเดินออกไป

ผมกำมือแน่น และเงยหน้าจ้องมองเพดานตรงทางเดินด้วยหัวใจที่เจ็บปวดอีกครั้ง นี่แหละพี่หมอก จำใส่หัวไว้อิน ว่าตัวเองนั้นก็ไม่ต่างจากผู้หญิงพวกนี้ ไม่ต่างเลยจริงๆ

ผมยืนนิ่งๆ โง่ๆ อยู่ตรงนั้นอีกสักพัก เก็บทุกอย่างในหัวใจเอาไว้ และเอื้อมมือไปเปิดประตูตรงหน้าออก ผมค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องนั้น เดินไปตามทางเดิน ผมเดินไปข้างหน้าด้วยเท้าที่คิดว่าเบาที่สุด หวังแค่จะเข้าไปหากุญแจที่น่าจะร่วงอยู่แถวๆ โซฟาเท่านั้น และผมจะรีบกลับทันที กลับไปในที่ของผม ที่ที่ผมควรอยู่

แต่ผมที่ก้าวเท้าเข้ามาจนสุดทางเดินนั้น ก็พลันได้ยินเสียงเสียงหนึ่งแว่วเข้ามา ผมค่อยๆ ก้าวเท้าช้าลงมากขึ้นอีกนิด และแอบเหลือบมองไปตามเสียงที่ได้ยิน

ผมมองพี่หมอกที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ติดชิดริมกระจก ในอ้อมแขนของพี่หมอกนั้นกำลังกอดกีตาร์สีน้ำตาลตัวหนึ่งไว้ และกำลังขยับนิ้วเล่นมันเบาๆ สายตาจับจ้องมองไปบนท้องฟ้าด้านนอก

นี่เป็นภาพที่หายากมาก ผมจ้องมองใบหน้าด้านข้างของพี่หมอกที่กำลังเหม่อมองออกไปในที่ไกลแสนไกล พี่กำลังคิดอะไรอยู่กันนะ ทำไมพี่ถึงดูเหมือนกำลังเศร้า ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ ก็ยังดูมีความสุขดี มีรอยยิ้ม มีทุกอย่างที่พี่น่าจะทำให้พี่สุขใจ

แต่ผมที่มัวแต่ฟังเสียงเพลงที่พี่หมอกกำลังเล่นนั้นก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเท้าของผมกำลังเดินออกไป ผมชะงัก และรีบเดินกลับถอยหลังทันที แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว

"เมื่อกี้บอกว่าให้ออกไปไง!" พี่หมอกนั้นไม่ได้หันมามองผม แต่ก็ตะโกนไล่เสียงดังเหมือนไม่พอใจ

"ข.ขอโทษ ผมแค่มาเอาของ" ผมพูดละล่ำละลัก และรีบเดินเลี่ยงพี่หมอกไปที่โซฟา ผมก้มต่ำลงกับพื้นด้วยความรีบร้อน อยู่ไหนกันนะ ถ้าเจอแล้วผมจะได้รีบไป ไม่ต้องอยู่ให้พี่ไล่แบบนี้

"ทำอะไร" ผมที่ก้มลงคลานหาพวงกุญแจของผมนั้นก็ต้องชะงักทันที ผมมองเท้าของพี่หมอกที่เดินวนมาที่หลังโซฟา และหยุดยืนอยู่ด้านหลังผม เสียงของพี่หมอกดูเบาลงไม่เหมือนกับที่ตะโกนใส่ผมเมื่อกี้นี้

"พวงกุญแจผม" ผมพูดและหยุดคลานหา ผมเงยหน้ามองพี่หมอกที่ยืนกอดอกมองผมนิ่งๆ พี่จะด่าผมอีกสินะ ก็ไม่เป็นไรหรอก ผมชินแล้วล่ะ

"พวงที่ทำหล่นไว้ใช่ไหม" แต่สิ่งที่พี่หมอกพูดก็ผิดคาด ผมนึกว่าจะโดนดุ และไล่ให้ออกไปซะอีก

"พี่เจอมันเหรอ ขอคืนให้ผมนะ" ผมลุกขึ้นจากพื้น และมองพี่หมอกที่ยังคงยืนกอดอกนิ่งๆ ตามเดิม ผมไม่ค่อยกล้าสบตาพี่หมอกเท่าไหร่ ผมไม่อยากใจอ่อน ถึงยังไงผมก็ยังคงอ่อนแอเหลือเกิน

"มาเอาสิ" คำพูดของพี่หมอกนั้น ทำเอาผมขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ผมมองพี่หมอกที่ส่งสายตาต่ำลงมาที่กางเกงของตัวเอง เหมือนจะบอกว่ามันอยู่ที่ไหน แล้วทำไมพี่ถึงไม่เอาออกมาล่ะ ต้องการให้ผมทำอะไรอีก

"ยืนบื้ออยู่ได้ มาสิ" ผมสะดุ้งน้อยๆ ทันทีที่พี่หมอกพูดเสียงดังขึ้น แต่ว่า แล้วทำไมพี่ถึงไม่เป็นคนเอาออกมาเองล่ะ

ผมนั้นไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับพี่หมอก ผมค่อยๆ เดินเข้าไปหาพลางยื่นมือออกไป และแตะเบาๆ ที่กระเป๋ากางเกงของคนตรงหน้า ผมค่อยๆ เลื่อนมือเข้าไปในนั้น

ผมหลบสายตาพี่หมอกที่กำลังจ้องมองผม ทำไมมันอยู่ลึกนักนะ พวงกุญแจของผมมีตุ๊กตาหมาห้อยอยู่ด้วย จริงๆ ไม่น่าจะอยู่ในกางเกงแน่นๆ แบบนี้ได้ด้วยซ้ำ

"ล้วงดีๆ นะ" ผมมือกระตุกน้อยๆ และมองพี่หมอกที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มกวนๆ

และผมที่กำลังล้วงมือเข้าไปนั้นก็ต้องตกใจทันที เพราะพี่หมอกอยู่ดีๆ ก็ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาด้านหลังพร้อมๆ กับดึงแขนผมให้ล้มลงไปด้วยกัน ผมล้มลงทับตัวพี่หมอก และเซถลาเข้าไปชิดจนหน้าพวกเราแทบจะชนกัน ผมลนลาน และมองหน้าพี่หมอกที่กำลังหัวเราะเบาๆ

"พูดมาเถอะน่า ที่มาหานี่เพราะอยากให้กอดใช่ไหม" ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็ขืนตัวทันที และพยายามจะดันตัวลุกขึ้น

"ไม่ใช่"

"โกหก วันนี้ก็ไปหาไม่ใช่เหรอ" พี่หมอกยังคงดึงผมเอาไว้ไม่ให้ลุกขึ้น และกำลังมองผมแบบคนหลงตัวเอง

"ผมแค่มาหาพวงกุญแจจริงๆ" ผมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้พี่หมอกเริ่มหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย "ผมไม่จำเป็นต้องมาหาพี่หรอก มีคนมาหาพี่อยู่แล้วเยอะแยะ อย่างผู้หญิงเมื่อกี้"

ผมพูดเหมือนพูดกับตัวเองและหลบสายตาพี่หมอก ผมพูดความจริง เมื่อกี้ผู้หญิงนั้นก็คงมาเสนอตัวให้แน่ๆ แต่ไม่ใช่ผมแน่นอน

"หึงหรือไง" ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที ผมจะมีสิทธ์อะไรไปหึง ผมไม่ใช่เจ้าของพี่ซะหน่อย

"ปล่อยผมได้หรือยัง" พี่หมอกถอนหายใจพลางปล่อยผมให้ลุกขึ้น "ขอกุญแจของผมด้วยครับ" ผมแบมือขอของของ ผมคืน

พี่หมอกตอนนี้ไม่ได้ยิ้มแย้มเหมือนเก่าแต่กำลังหันหน้าหนีผมเหมือนกำลังสะกดตัวเองไว้ ทำไมพวกเราถึงคุยกันดีๆ ไม่ได้เลยนะ ทำไมพวกเราถึงเป็นแบบนี้อยู่เรื่อย

"เหอะ น่าโมโหชะมัด" พี่หมอกพูดเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเองพลางลุกขึ้นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า และปาพวงกุญแจเล็กๆ ออกไป ผมมองตามพวงกุญแจนั้นและเดินตามไปเก็บมันขึ้นมา แต่ว่า...มันมีบางสิ่งหายไป

"ตุ๊กตาหมาป่าของผม..."

"ได้แล้วก็ออกไป" พี่หมอกพูดใส่ผม และเดินหนีไปนั่งไกลๆ ผมมองพวงกุญแจสีเงินในมือ ตุ๊กตาหมาป่าของผมที่ห้อยไว้ด้วยนั้นมันหายไปแล้ว ทำไมมันถึงหายไปนะ

ผมมองพี่หมอกที่ทำเป็นไม่สนใจผม หรือว่าผมจะทำมันหลุดหายไปก่อนที่จะทำตกไว้ที่นี่ เสียดายจัง ผมชอบมันมาก จะหาซื้อก็คงไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว

"ถ้าพี่เห็นตุ๊กตาของผม ก็เก็บไว้ให้ผมหน่อยนะครับ" ผมยังคงไม่ยอมแพ้ และค่อยๆ เดินไปหาพี่หมอกที่กำลังนั่งหัวเสียอยู่ หรือพี่หมอกจะแกล้งเอาไปทิ้งแล้ว อยากร้องไห้จริงๆ ผมถอนหายใจน้อยๆ และตัดสินใจเดินหันหลังออกไปที่ตรงทางเดิน แต่ก็ยังคงแอบเหลือบมองกลับมา มองพี่หมอกและกีตาร์ที่วางไว้อยู่ข้างกระจก

"คือ..." ผมหยุดเท้าลง ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำแบบนี้ไปทำไม แต่ผมอยากบอกให้พี่หมอกรู้ไว้ พี่หมอกเอาแต่ทำหน้ามุ่ย และไม่ยอมมองผม ไม่รู้ว่าจะได้ยินผมไหม "เพลงเมื่อกี้ ผมชอบนะครับ เพลงที่พี่เล่น" ผมพูด และมองพี่หมอกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆ เดินไปออกไป

 ผมนั้นยังคงโกรธพี่มาก และรู้สึกผิดหวังน้อยใจอยู่ในส่วนลึกเสมอ แต่ถึงเป็นแบบนั้น ผมก็ยังคงเผลอใจเต้นไปกับรอยยิ้ม ไปกับเสียงเพลงของพี่ ผมชอบสิ่งเหล่านั้นมากจริงๆ และมันทำให้ผมลืมพี่ไม่ได้สักที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 16:57:39 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 516
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เย้ มาต่อแล้ววววววว   :katai2-1:
เหมือนหมอกคงกำลังสับสนอะ น่าจะสนใจอินแล้วก็ แล้วก็อยากให้อินสนใจแต่ตัวเองละสิ ดูทำตัวแต่ละอย่างใส่อิน น่ารักตายล่ะ ตุ๊กตาที่หายไปนี่ก็เก็บไว้เองใช่มั้ยล่ะ เหอะ :hao3:
อินใจแข็งไว้นะ ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น ตอนนี้หน่วงๆไปกับอิน
มาต่อเร็วๆนะคะ  รอเสมอ :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

อิหมอก   อิคนแสดงความรู้สึกต่อคนที่ตัวเองชอบไม่เป็น

ทีกับคนที่ไม่ได้ชอบดันแสดงความรู้สึกเสแสร้งออกมาได้แนบเนียนเหลือหลาย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
อิณเริ่มลำไยกับความสัมพันธ์แล้วนะ จะถอยหรือจะเจ็บ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ใครเอาตุ๊กตาของอินไป เอามาคืนซะดี ๆ หมอกหรือเปล่าที่เอาไป  :katai1:

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 979
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
หมอก​ อยากได้อะไรจากอินก็แสดงออกชัดๆไปเลยอยากให้อินสนใจก็พูดดีๆแสดงออกดีๆ​ เอาตุ๊กตา​หมาป่าอินไว้ดูต่างหน้าหรือไง

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 17 พ่อหมาป่าหนุ่ม


สองสามวันมานี้ ผมได้แต่ทำตัวปกติ มาเรียน และซ้อมละครที่ชมรมเหมือนเช่นที่ผ่านมา ในเวลาแบบนี้ เวลาที่ในหัวของผมมีสิ่งที่ต้องทำ นี่แหละดีที่สุดแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านถึงคนที่ไม่สมควรจะคิดถึง ผมพยายามหลบเลี่ยงพี่หมอก รวมไปถึงพี่เปอร์ และเริ่มคิดว่า ผมไม่น่าไปรับปากเรื่องไปทะเลเลย

"พี่อิน" ผมที่นั่งอ่านบทละครเรื่องใหม่อยู่ที่ข้างเวทีนั้น ก็หันไปตามเสียงที่ถูกเรียกเบาๆ ผมยิ้มทันทีที่รู้ว่าใคร ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลย

"ยุ่งอยู่หรือเปล่า ขอคุยด้วยได้ไหม"

"มาสิ มานั่งนี่" ผมยิ้มให้มิว และเรียกให้มานั่งใกล้ๆ วันนี้มิวก็ยังคงน่ารักเหมือนเดิม แก้มใสๆ และ...

"มิว ที่แก้มนั่นรอยอะไรเหรอ" ผมที่เห็นมิวเดินเข้ามานั่งลงใกล้ๆ ก็พลันได้เห็นรอยแดงจางๆ บนแก้มใสนั้น

"ไม่มีอะไรหรอกครับ ได้ข่าวว่าพี่จะไปทะเลเหรอ ผมไปด้วยได้ไหม" ผมเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ มิวรู้ได้ยังไงนะ

"ดีเลย ไปด้วยกันนะ" ผมรู้สึกสงสัยในใจเล็กๆ แต่ก็เลือกที่จะมองข้ามมันไป แบบนี้สิดี ถ้ามีเพื่อนไปแบบนี้ ผมจะได้ไม่รู้สึกเกร็งเวลาที่ต้องอยู่กับคนพวกนั้น

"อิน พี่ก็ตามหาแทบ..." แต่ผมที่กำลังจับมือมิวเขย่าเบาๆ คนที่ผมคอยหลบเลี่ยงก็โผล่หน้าเข้ามาทันที จริงๆ ที่ผมหลบพี่เปอร์นั้นไม่ใช่อะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะช่วงนี้พี่หมอกกับพี่เปอร์ตัวติดกันอีกแล้ว ทำให้ผมไม่อยากเข้าไปหา กลัวโดนลากไปประจันหน้ากับพี่หมอกน่ะสิ ก็เลยเป็นแบบนี้ไง "หลบหน้าพี่ทำไม"

ผมมองพี่เปอร์ที่ดูหุบยิ้มลง และเดินเข้ามาหาผม เมื่อกี้ยังหน้าบานอยู่เลย เป็นอะไรของเขาอีก

"ผมเปล่านะ ผมแค่ยุ่งๆ ช่วงนี้" ผมชูบทละครในมือให้ดู

"งั้นผมไปก่อนนะ แล้วเดี๋ยวใกล้ถึงวัน ผมจะโทรหา" ผมมองมิวที่ลุกขึ้นอย่างรีบร้อน อะไรกันเพิ่งมาเมื่อกี้นี้เอง

"รีบไปไหนล่ะ อยู่กับพี่ก่อนก็ได้นี่"

"มิวนัดเพื่อนไว้ แล้วเจอกันนะพี่อิน" ผมมองมิวที่ยิ้มให้ผม และรีบเดินเลี่ยงออกไปทันที

"คุย อะไรกันเหรอ" ผมขมวดคิ้วมองพี่เปอร์ที่ค่อยๆ เดินเข้ามาหาผม และนั่งลงข้างๆ

"ผมกับมิวเหรอ"

"ใช่ สนิทกันเหรอ" พี่เปอร์ถามผม และยิ้มเหมือนปกติ

"ก็ไม่รู้นะ แต่ผมชอบ" ผมพูดและทำเป็นสนใจบทในมือต่อ

"อินน่ะ ไม่เหมาะจะรุกหรอก" ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็หันขวับไปมองพี่เปอร์ทันที ไอ้บ้านี่ พูดอะไรเนี่ย "ปฏิกิริยาแบบนี้แหละ ที่พี่ชอบ"

"พูดมากน่ะ" ผมเริ่มแก้มเป็นสีชมพูจางๆ เบื่อจะฟังคนปากดีคนนี้ชะมัด แล้วถ้าผมจะรุก ก็ไม่เกี่ยวกับพี่สักหน่อย

"ช่วงนี้ไม่ค่อยเจออินเลย คิดถึงจัง พี่มองหาอินทั้งวันเลยนะ" พี่เปอร์ไม่พูดเปล่าแต่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ นั่นไงล่ะ มาหยอดคำหวานอีกแล้ว

"ช่วยเงียบลงหน่อยครับ ผมไม่มีสมาธินะ" ผมอมยิ้มและทำเป็นอ่านบทต่อไป

"เรื่องทะเล ยังไม่ลืมใช่ไหม"

"ไม่ไปแล้วได้ไหม"

"โธ่อิน ไม่เอาน่า รับปากพี่แล้วนะ" ผมหัวเราะน้อยๆ และมองพี่เปอร์ที่ทำท่างอแง ตัวอย่างกับยักษ์ทำมาอ้อน

"โอเคครับ ผมล้อเล่น" พี่เปอร์ยิ้มกว้างทันที

"น่ารักจัง"

พี่เปอร์ไม่พูดเปล่าอีกแล้ว พี่เขายื่นมือมาจับแก้มผมทั้งสองข้างและดึงเบาๆ

"ทำอะไรเนี่ย เจ็บนะ"

"นิดเดียวเอง พี่ให้จับคืนก็ได้" ผมเอียงหน้าหลบพี่เปอร์ที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

"ใครบอกจะจับกัน" ผมพูดและยิ่งขยับถอยหลังไปอีก ไม่จับหรอกแก้ม แต่ถ้าให้ทุบก็จะทุบให้

พวกเราคุยกันเล่นกันอยู่อีกสักพัก พี่เปอร์นั้นก็เป็นแบบนี้เสมอ ชอบมายุ่งวุ่นวายกับผม ชอบมองผมด้วยสายตาแปลกๆ ทำเอาผมเริ่มประหม่านิดๆ เพราะไม่เคยมีใครทำเหมือนชอบผมขนาดนี้

"กลับกันดีไหม แถวนี้ยุงน่าจะเยอะนะ"

ผมขมวดคิ้วน้อยๆ ทันทีที่พี่เปอร์ถาม ตั้งแต่นั่งก็ไม่มียุงกัดผมนะ หรือว่าพี่เปอร์จะโดนกัด

แต่ผมที่หันไปมองพี่เปอร์นั้น ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าพี่เปอร์กำลังขมวดคิ้วน้อยๆ จ้องมองผมอยู่ แต่ไม่ใช่ที่ใบหน้าของผม แต่เป็น...

และทันทีที่คิดได้ ผมรีบหดคอลง และใช้แขนบังคอของผมเอาไว้เพื่อบังสายตา ผมไม่แน่ใจว่ามีไหม ลืมดูไปเลย แต่หลายวันแล้วก็น่าจะหายสิ ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ แบบนี้แม่ก็เห็นด้วยใช่ไหม

"คือ...มันแดงมากเลยเหรอครับ" ผมพูดให้ดูเป็นธรรมชาติ และทำเป็นเกากลบเกลื่อน

"พี่เห็นยุงเกาะแขนเราด้วยนะ ทำไมถึงไม่รู้ตัวเลยเนี่ย"

"จริงเหรอครับ ผมสงสัยจะตายด้าน" ผมพูดและหัวเราะน้อยๆ แบบนี้คงเป็นยุงจริงๆ สินะ ตกใจหมด

"กลับกันนะ พี่ไปส่ง" พี่เปอร์ที่มองผมด้วยรอยยิ้ม ที่จริงก็อยากจะปฏิเสธแหละนะ แต่นานๆ ทีก็น่าจะพอไหว

"ครับ"

หลังจากรับปากพี่เปอร์แล้ว ผมก็เก็บข้าวของ เข้าไปบอกลาพวกพี่ๆ และขอตัวกลับ ผมเดินตามพี่เปอร์จากโรงละครไปที่ลานจอดรถด้านหน้า และทันทีที่เห็นว่าวันนี้พี่เปอร์เอารถคันไหนมา ผมก็แทบจะอยากถอยหลังกลับ ถึงจะทำใจไว้แล้วแต่ไอ้สองล้อสุดเท่คันนี้ก็ไม่ถูกกับผมเอาซะเลย

"โทษทีนะอิน พี่ชอบ มันคล่องตัวกว่าเอา 4 ล้อมาน่ะ" พี่เปอร์พูดพลางสวมหมอกกันน็อคใบใหญ่ และขึ้นไปคร่อมบนรถนั้น

"ถ้าคราวนี้พี่ขับไวอีก ผมจะไม่ไปด้วยจริงๆ นะ" ผมพูด และทำหน้างอ ประสบการณ์เสี่ยงตายที่ผ่านมามันทำเอาผมกลัวจริงๆ

"เฮ้ย! ไอ้เปอร์ ไปส่งเด็กเหรอ" แต่ผมที่กำลังยืนทำใจนั้น อยู่ๆ ก็มีพวกวิศวะกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมา และแซวพี่เปอร์ที่กำลังหน้าบานอยู่ ยิ่งอายเข้าไปใหญ่เลยทีนี้ "วันนี้เปลี่ยนคนเหรอวะ คนน่ารักคนนั้นไปไหน"

ผมเหลือบมองพี่เปอร์ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น คนนั้นนี่คนไหนกันอีกล่ะ

"พูดห่าอะไร มีที่ไหน" ผมมองพี่เปอร์ที่ดูหน้าเสียทันทีที่โดนทัก "อย่าไปฟังนะ พวกมันล้อเล่น" พี่เปอร์รีบหันมาหาผม และพูดด้วยสีหน้าจริงจังมาก

"เออ แล้วไอ้หมอกอ่ะ คืนนี้ไม่พามันมาด้วยเหรอ" ผมหัวใจกระตุกน้อยๆ ทันทีที่ได้ยินชื่อพี่หมอก พวกนี้ก็เป็นเพื่อนพี่หมอกด้วยสินะ "เอามันไปด้วยดิ มันไปทีไรสาวเยอะทุกที"

"มันบอกมันติดธุระ กูไปละ เดี๋ยวค่อยโทรหา" พี่เปอร์โบกมือไล่เพื่อนให้เดินไป เหมือนไม่อยากให้ผมได้ยินอะไรมากกว่านี้ และพี่เขาก็คงสังเกตได้ว่าผมกำลังสงสัย "กินเหล้าน่ะ ตามประสาชายโสด" พี่เปอร์หันมาบอกผมเหมือนกำลังสารภาพผิด

"กินเหล้า แล้วก็ต้องมีสาวๆ ด้วยใช่ไหมครับ" ผมพูดและยิ้มน้อยๆ

"พี่ไม่สนผู้หญิงสักหน่อย"

"งั้นก็คงมีหนุ่มๆ น่ารักเยอะด้วย"

"โธ่อิน พี่มีแค่อินคนเดียว จริงๆ นะ" พี่เปอร์พูดและยื่นมือมาจับมือผม เดี๋ยวนะ

"คือ..."

"แต่อินพูดเหมือนอินหึงพี่แบบนี้ พี่ดีใจนะ" ผมมองพี่เปอร์ที่กำลังดีใจ ผมกำลังหึงพี่งั้นเหรอ ผมเป็นแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม แต่ทำไมกันนะ ทำไมความรู้สึกของผมในตอนนี้ มันถึงไม่เหมือนกับตอนที่ผมเห็นผู้หญิงออกมาจากห้องของพี่หมอก ความเจ็บปวดนั้น เทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ

"ไปกันเถอะครับ" ผมดึงมือตัวเองออกจากพี่เปอร์ และขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายบนรถคันสวยนั้น รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านออกไป สายลมเย็นในยามที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้ม มันช่างดูสวยงามและทำให้จิตใจของผมสงบลง ผมนั้นเลือกถูกแล้วใช่ไหม ผมจะพักหัวใจดวงนี้ไว้ที่พี่ได้จริงๆ หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ แต่ก็อยากจะลองเปิดใจดู เผื่อชีวิตของผม ความรักของผม จะมีแต่รอยยิ้มเหมือนคนอื่นเขาบ้าง

แต่ผมที่นั่งรถมากับพี่เปอร์นั้นก็ต้องเริ่มขมวดคิ้วน้อยๆ ทันทีที่วิวด้านข้างเป็นวิวที่ผมไม่คุ้นตา ทางนี้ ทางที่พี่มานั้นมันไม่ใช่ทางกลับบ้านของผม พี่จะพาผมไปไหนกัน

"พี่เปอร์!" ผมทุบหลังพี่เปอร์เบาๆ และตะโกนแทรกผ่านสายลม

"ไปเดินเล่นกัน" ผมถอนหายใจเล็กน้อย และมองพี่เปอร์ที่หันกลับไปมองทางข้างหน้าตามเดิม นี่ล่ะผลของการมากับไอ้พี่บ้านี่ ไม่ถามอะไรผมสักคำ มัดมือชกกันนี่นา

ไม่นานนักรถของพี่เปอร์ก็จอดลงที่ริมฟุตบาท ริมแม่น้ำในยามเย็น ผมมองแสงไฟ และร้านค้าต่างๆ ที่กำลังขายของกันอย่างคึกคัก นานๆ มาที่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันมั้ง ผู้คนมากมายเดินเลือกดูสินค้า มีคู่รักหลายคู่เดินจูงมือกัน บรรยากาศมันช่างดีจริงๆ

"อยากกินอะไร อยากได้อะไร ก็บอกพี่นะ" ผมเหลือบมองพี่เปอร์ที่ยังคงนั่งเท้าคางอยู่บนรถ แหม ใจดีสปอร์ตจริงๆ รอยยิ้มก็น่าหมั่นไส้แท้ๆ

"ผมซื้อเองได้" ผมพูดและยิ้มน้อยๆ ทำเป็นมองไปทางอื่น

"คนนั้นหล่อเนอะ"

"โคตรเท่"

ผมมองสาวๆ ที่เดินผ่าน และจ้องมองพี่เปอร์ตาเป็นมัน ก็แน่ล่ะ แต่สาวๆ อย่าโดนหลอกได้นะ ไอ้พี่บ้านี่สติไม่เต็มเต็ง ขี้เก๊ก แล้วก็ ไม่ชอบผู้หญิงอีกต่างหาก

"อ้าวๆ ไม่สนใจพี่สาวคาบไปกินไม่รู้นะ" พี่เปอร์ลงจากรถและเดินมายืนอยู่ข้างๆ ผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมยังเนียนจับมือผมอีก

"จับมือกันไว้นะ พี่กลัวเด็กหลง"

"ไม่หลงหรอกครับ" ผมพูดและดึงมือตัวเองออก ไม่เอาหรอกเดินจับมือกับผู้ชายในที่แบบนี้ คนอื่นเขาจะนินทาเอา

"ใจร้ายจัง"

"รีบเดินเถอะครับ" ผมทำเป็นไม่สนใจคำบ่นของพี่เปอร์ และผลักหลังพี่เขาให้เดินนำไปข้างหน้า พวกเราเริ่มเดินไปด้วยกัน มองร้านขนม และร้านน้ำที่มีอยู่เรียงราย ผมเดินไปเรื่อยๆ สายตาจ้องมองพวกเครื่องประดับและพวงกุญแจด้วยสายตาละห้อย เฮ้อ ไม่น่าเลยอิน หมาป่าตัวนั้นคิดถึงมันจัง

"เพลงเพราะเนอะ"

"ใครร้องนะ ไปดูกัน"

แต่ผมที่เดินไปมาด้วยแววตาแสนเศร้านั้น หูของผมก็เริ่มได้ยินเสียงเสียงหนึ่งที่ดังอยู่ไม่ไกล ในตลาดนัดแบบนี้ คงจะมีนักดนตรีมาเปิดหมวกร้องเพลงสินะ แต่ว่า เสียงทำนองที่ได้ฟังนั้นมันไพเราะเหลือเกิน เป็นเพลงเศร้าที่ทำให้ภายในหัวใจสั่นไหวอย่างง่ายดาย

ผมเดินไปเรื่อยๆ ตามเสียงดนตรีนั้น โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวผมกำลังทิ้งพี่เปอร์ไว้ข้างหลัง เสียงเพลงยังคงดังทั้งๆ ที่ไม่มีเสียงคนร้อง อยู่ไหนกันนะ ผมอยากจะเห็นคนที่บรรเลงมันออกมา คงจะเป็นคนที่รักเสียงดนตรีจริงๆ

ผมเดินมาถึงลานกว้างที่มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ผู้คนหลายคนก็คงเหมือนกับผมที่เดินตามเสียงดนตรีมาเพื่อดูว่าคนที่เล่นมันอยู่นั้นคือใคร ผมเบียดแทรกผู้คนเล็กน้อย เพื่อจะได้ไปอยู่ที่ด้านหน้า เพื่อจะมองคนคนนั้นให้ชัดขึ้น ผมอยู่ไม่ไกลแล้ว และแทรกผ่านจนไปยืนอยู่ตรงกลางด้านหน้าสุดจนได้

และทันทีที่ผมได้เห็นภาพตรงหน้านั้น ใบหน้าของผมก็เริ่มฉีกยิ้มกว้างทันที ผมมองนักดนตรีตรงหน้า คนที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้สูง ในอ้อมแขนกอดกีตาร์สีดำลายสวยเอาไว้ และไม่ใช่แค่นั้น คนตรงหน้าแต่งตัวปิดมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนสีดำ รองเท้าบูธสีดำ ใส่แม้กระทั่งถุงมือแต่ก็เว้นช่วงนิ้วเอาไว้ และส่วนที่ผมต้องยิ้มกว้างก็คือ หน้ากากที่คนคนนั้นใส่นั้นอยู่เพื่อปิดบังหน้าตา เป็นหน้ากากหมาป่าที่เท่มากๆ มันคล้ายกับพวงกุญแจที่ผมทำหายไป ผมชอบจัง

และผมที่ยืนจ้องมองหมาป่าหนุ่มอยู่นั้นก็ต้องรู้สึกหัวใจสั่นไหวทันที เสียงเพลงที่คนตรงหน้าเล่นนั้น เริ่มผสมผสานเข้ากับเสียง เป็นเสียงร้องที่ทำให้ผมขนลุกไปทั้งตัว ผมเคยได้ยินอะไรที่คล้ายๆ กันนี้เมื่อครั้งหนึ่ง แต่คนคนนั้นไม่มีทางที่จะทำแบบนี้ได้ พี่หมอกนั้นไม่มีวันอยู่ตรงนี้

ผมยืนฟังเสียงเพลงไพเราะราวกับอยู่ในห้วงความฝัน เป็นเสียงที่เพราะมากจริงๆ การเล่นดนตรีนั้นก็ดูลื่นไหลและมีเสน่ห์ ทุกๆ คนที่อยู่บริเวณนี้ต่างก็ต้องหยุดยืนดูและตั้งใจฟัง ความรู้สึกอิ่มเอมข้างในหัวใจ รู้สึกถึงความรู้สึกของคนตรงหน้าที่ขับร้องออกมา มันทำให้ผมได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้น ตกอยู่ในภวังค์ และยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

"อิน พี่ก็หาซะทั่ว" ผมที่กำลังจ้องมองคนตรงหน้านั้นก็สะดุ้งน้อยๆ ทันที พี่เปอร์ดูหน้ามุ่ยเล็กน้อย และจับไหล่ผมเอาไว้

"ไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่ต้องไปธุระต่อ" พี่เปอร์พูดและเริ่มดึงมือผมให้เดินหันหลังกลับไป แต่ผมก็รั้งตัวเอาไว้

"พี่กลับไปก่อนก็ได้ครับ ผมอยากอยู่ต่ออีกสักพัก" ผมดึงมือออกจากพี่เปอร์ และมองพี่เปอร์ที่ทำสีหน้าไม่พอใจนิดๆ เสียงเพลงยังคงบรรเลงอยู่ แต่เสียงร้องกลับเงียบไปแล้ว

"อิน ถ้าอยากเที่ยวเดี๋ยวพี่พามาใหม่นะ ตอนนี้ไปกันเถอะ" พี่เปอร์พูดเสียงทำนองขอร้องและจับมือผมไว้อีกครั้ง แต่ผมไม่อยากกลับเลย ผมยังอยากฟังเพลงต่อ

"พี่ไปก่อนได้เลยครับ นะ ผมไม่เป็นไร แล้วผมจะโทรหา" ผมพูดและยิ้มให้พี่เปอร์ที่ดูเหมือนจะใจอ่อนลง

"แต่...พี่เป็นห่วง"

"ผมไม่ใช่เด็กซะหน่อย เดี๋ยวอีกสักพักผมก็กลับแล้ว" ผมพูดและยังคงยิ้มต่อไป

"พี่ขอโทษนะที่อยู่นานไม่ได้ ถึงบ้านแล้วโทรหาพี่ด้วย"

"ครับ" กว่าพี่เปอร์จะยอมเดินกลับไปจริงๆ ก็อีกสักพัก ผมโบกมือน้อยๆ บอกลาพี่เปอร์ และกลับเดินมาสนใจการแสดงตรงหน้าอีก

ผมยิ้มกว้าง และยกมือถือของผมขึ้นมาถ่ายภาพตรงหน้าไว้ ทำไมต้องเป็นหมาป่ากันนะ หน้ากากนั่นน่ารักจัง ซื้อที่ไหนกันนะ แต่ผมที่จ้องมองคนตรงหน้าผ่านกล้องก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า คนตรงหน้าดูเป็นคนตัวสูงมาก ขายาวๆ นั้น ภายใต้หน้ากากนั่นคงจะหน้าตาดีไม่ใช่น้อย ผมใช้สัญชาตญาณเอาน่ะ

"ว้าจบแล้วอ่ะ ทำไมเขาเลิกเร็วจังนะ" ผมมองผู้คนที่เริ่มบ่นเสียดายเมื่อนักดนตรีตรงหน้าเริ่มลุกขึ้น ผู้คนหลายคนเริ่มเดินออกจากบริเวณนี้จนกลายเป็นที่โล่ง แต่ผมก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม จ้องมองหมาป่านั้น และเดินเข้าไปหาด้วยความสนใจ

"คือ...เพลงเพราะมากเลยครับ" ผมเดินไปยืนอยู่ด้านหลังคนคนนั้นที่กำลังเหมือนเตรียมจะเก็บของ ผมพยายามจ้องมองหน้ากากที่เขาใส่อยู่ใกล้ๆ แบบนี้สั่งทำแน่ๆ เหมือนเป็นขนจริงๆ เลยล่ะ

แต่ผมที่พูดชมพูดทักออกไปนั้น คนตรงหน้าก็ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจฟังผมเท่าไหร่ และยังคงก้มถอดเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง แบบนี้หรือว่า... น่าจะใช่ เพราะไม่เห็นเขาร้องเพลงไทยเลย มีแต่เพลงสากลทั้งนั้น

"เอ่อ I..." แย่ล่ะ ไอ้ตอนเรียนก็พอได้นะ แต่พอมาพูดจริงๆ คือเขินอ่ะ

"I like your music" ผมพูดและยิ้มหน้าบานอยู่ตรงหน้า มองคนที่ค่อยๆ หันมามองผม นั่นไงล่ะ เป็นต่างชาติจริงๆด้วย

"เอ่อ..." ผมที่ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า และดึงกระเป๋าตังค์ออกมา จริงๆ ก็ไม่ค่อยมีเลยนะ แต่อยากให้จริงๆ อ่ะ ชอบมาก

แต่ผมที่ดึงกระเป๋าตังค์ออกมานั้น คนตรงหน้าก็ยื่นมือมาให้ผมชะงักทันที ผมมองคนตรงหน้าที่ทำมือเหมือนห้ามผม และชี้ไปที่ป้ายเล็กๆ ป้ายหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ มันเป็นป้ายที่เป็นรูปสัญลักษณ์เหมือนเงิน และมีขีดสีแดงทับบนนั้น

ผมทำหน้างง นี่ไม่ได้เล่นเปิดหมวกอะไรแบบนั้นเหรอ แปลกจังเลยนะ แบบนี้ผมคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากชื่นชมเขา

"โอเค" ผมพูด และเก็บกระเป๋าตังค์ใส่กระเป๋าตามเดิม ผมมองหมาป่าหนุ่มตรงหน้าที่กำลังเก็บของต่อ คือแบบว่า ผมเอาแต่จ้องมองและไม่ยอมเดินไปไหน ผมรอที่คนคนนี้จะถอดหน้ากากออก คืออยากรู้จริงๆ ว่าเป็นคนแบบไหน แต่จนแล้วจนรอด จนเขาเก็บของเสร็จ ก็ไม่ยอมถอดออกเลย

"เอ่อ Tomorrow you will come again ?" ผมพูดและมองดูคนตรงหน้าที่หยุดชะงักและหันมาหาผมอีกครั้ง และแทนคำตอบนั้น คนตรงหน้าส่ายหัวช้าๆ และหันหลังให้ผมต่อไป

"Why คือ ผมอยากดูอีก มาอีกได้ไหม Please" ผมตกใจกับคำตอบนั้น และเดินไปยืนตรงหน้า ทำเอาหมาป่าหนุ่มยิ่งหยุดชะงักมากขึ้นไปอีก ผมจ้องมองคนตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย คือเพลงก็ส่วนหนึ่งละนะ แต่จริงๆ ที่ผมชอบมากอีกอย่างก็คือ หน้ากากที่นายใส่อยู่นั่นน่ะ

"Please come again" ผมพูด และจ้องมองคนที่เหมือนจะมองผมอยู่เช่นกัน

"เอ่อแล้วก็ Can i ?" ผมพูดต่อและยกมือถือขึ้นทำท่าเชิงขอถ่ายรูปด้วย

ผมมองคนตรงหน้าที่ยืนนิ่งเหมือนจ้องมองผม และผมคิดว่าแบบนี้หมายความว่าอนุญาตใช่ไหม ผมค่อยๆ เดินไปยืนข้างๆ คนคนนั้นและยกมือถือขึ้นพยายามถ่าย แต่ว่าตัวสูงจังเลยนะ แบบนี้ลำบากหน่อย...

แต่ผมที่กำลังชูมือถือขึ้นนั้น คนข้างๆ ก็ดึงมันออกไปจากมือผม และเป็นคนถือมันให้ ผมยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ และมองภาพในกล้องด้วยสีหน้าที่มีความสุขจริงๆ

"คือ...Thank you"

เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้ว ผมพูดและรู้สึกเขินน้อยๆ ผมรู้สึกถึงมือของคนข้างๆ ที่กำลังกอดเอวผมตอนที่ถ่าย แบบนี้คือปกติใช่ไหม หรือผมจะรู้สึกไปเอง

"งั้นผม เอ่อ บายๆ ครับ" ผมพูดและยิ้มให้คนตรงหน้า ที่จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังคงไม่เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากนั่น คงจะขี้อายละมั้ง แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์จะไปก้าวก่ายเรื่องของเขา ผมได้แต่ยืนมอง และแอบส่งยิ้มอยู่ตรงนี้ บายๆ นะ พ่อหมาป่าของผม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 16:58:34 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
เอาแล้ววววว อิพี่เปอร์ก็จับปลาสองมือเหมือนเดิม

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

หมอก... ถึงกับต้องไปสั่งทำหน้ากากหมาป่าเลยเหรอ?

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 979
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
พ่อหมาป่า​ ของผม​ พรุ่งนี้​บอกหมาป่าให้มารอ​ ต้องมาตามนัดด้วยนะเปอร์ตบน้องน่ารักแน่ๆเลย​

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
อิน หลงละเมอเพ้อรักจริงๆ  :z3: :serius2: :really2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด