" หลงละเมอเพ้อรัก " [YAOI][#47 ความรักของครอบครัว][END](25/6/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: " หลงละเมอเพ้อรัก " [YAOI][#47 ความรักของครอบครัว][END](25/6/63)  (อ่าน 29501 ครั้ง)

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม



******************************************************************************


หลงละเมอเพ้อรัก

 

คุณเคยไหม เวลาที่ได้มองใครสักคนแล้วรู้สึกว่าตัวเรานั้น มันช่างต่ำต้อย ไร้ค่า ไม่มีอะไรดีสักอย่าง

ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลย แม้เพียงสักนิด...


ได้แต่ใจเต้นไปเองคนเดียว และเฝ้ามองแผ่นหลังของเขาที่เดินผ่านไป

และถึงแม้หากมีสักวันหนึ่ง ที่เขาเผลอสบตาเราเข้า เราก็จะรีบหลบสายตา ก้มลงมองพื้นและคิดแต่เพียงว่า

เราไม่คู่ควรที่จะสบตาคู่นั้น...

 
ซึ่งจริงๆ แล้ว เขาอาจจะแค่มองผ่านไปด้านหลัง ไปยังจุดที่เขาสนใจจริงๆ ซึ่งไม่ใช่ตัวเรา

และคงไม่มีวันเป็นตัวเรา...


แต่เราก็ยังคงเฝ้ามองคนคนนั้น ได้แต่คิดฝัน ได้แต่แอบมองเขาอยู่อย่างนั้นต่อไป...



 

****************************************************



          PS. นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของไรท์เท่านั้น โปรดใช้จักรยานในการอ่าน หุหุ

          PS. เป็นแนวโรแมนติก ดราม่า ความรุนแรง NC 20+ 

          PS. กดถูกใจหรือคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์บ้างนะคะ ขอบคุณค่ะ

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2020 12:26:36 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 1 คนที่แอบหลงรัก


"อิน ต่อไปวิชาอะไรนะ" เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ผมสะดุ้งตื่นจากการงีบหลับ ภายในสวนเล็กๆ ที่ร่มรื่นแห่งนี้ เป็นสถานที่ชั้นดีที่จะมานั่งรอ เพื่อจะเรียนวิชาต่อไป

"อังกฤษน่ะ" ผมพูดตอบคนที่เดินเข้ามา พลางเก็บของใส่กระเป๋าสะพายของผม

"ถือให้ด้วยนะ" ผมมองกระเป๋าถือสีแดงที่ถูกยื่นมาให้ นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดาในชีวิตประจำวันของผม

มัดหมี่ เธอเป็นคนสวยที่นับว่าสวยที่สุดในมหา'ลัย เป็นดาวคณะนิเทศศาสตร์ที่พวกเราเรียนอยู่ รูปร่างสมส่วน ผิวขาวที่ขาวราวหิมะ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง และชุดนักศึกษาที่ดูรัดรูปซะเหลือเกิน แต่ไม่ว่ายังไง คนที่หน้าตาดี ทำอะไรก็เป็นจุดเด่น มีแต่คนชื่นชม มากกว่าจะต่อว่าเธอ

ส่วนผมนั้นเป็นแค่นักศึกษาปีสอง หน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น นอกจากแว่นตากรอบหนาอันใหญ่ที่ใช้มานาน

"แล้วเย็นนี้ให้ป้าหอมเอาผ้าในห้องไปซักให้หน่อยนะ เสื้อผ้าไม่มีจะใส่แล้วเนี่ย" หมี่ถอนหายใจและทำหน้าบูดต่อไป

ใช่แล้วล่ะ ที่ผมมายืนอยู่ข้างๆ คุณหนูคนสวย คนที่ไม่น่าจะอยู่ใกล้ๆ ผมได้ ก็เพราะว่าพวกเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะว่าเธอเป็นเหมือนเจ้านายของแม่ผม ที่เป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านของเธอ ผมที่เป็นลูกชาย ก็พลอยอยู่ในบ้านไปด้วย แถมเรายังอายุเท่ากัน จึงทำให้คุณลุง พ่อของหมี่เอ็นดูผมและช่วยส่งเสียให้ผมได้เล่าเรียน เพื่อมาคอยเป็นเพื่อน คอยดูแลลูกสาวคนเดียวของบ้าน

"อื้อ เดี๋ยวอินขึ้นไปเอาเอง ช่วงนี้แม่เขาไม่ค่อยสบายน่ะ" ผมบอกเธอและเดินตามเธอเพื่อจะได้ไปเข้าเรียนวิชาต่อไป

ตลอดเส้นทางที่เดินผ่าน ผู้คนต่างจ้องมองเธอตาเป็นมัน และผมก็มองดูเธอส่งยิ้มหวานอย่างเป็นมิตรไปทั่ว ซึ่งถ้าเป็นกับคนอื่น เธอจะพูดเพราะและดูน่ารักมาก แต่กับผมนั้น เธอจะเป็นตัวของตัวเองและพูดไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ซึ่งผมไม่ถือหรอก บ้านเธอมีบุญคุณกับแม่ผมมาก ผมทนได้ทุกอย่าง ถ้าเพื่อแม่แล้วละก็

"อินๆ" อยู่ๆ หมี่ก็หยุดเดิน เธอหันมาหาผม ทำหน้าตาตื่นเต้นกับอะไรสักอย่าง

"อะไรเหรอ" ผมถามพลางขมวดคิ้ว

"คนนั้นอ่ะ คนนั้นไง ที่กำลังเดินมา อินรู้จักป่ะ" เธอกระซิบบอกกับผมพลางส่งสายตาให้ผมมองไปข้างหน้า ผมเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ และมองตามสิ่งที่เธออยากให้ผมเห็น และภาพที่ผมเห็นตรงหน้า ก็ทำให้ผมปั่นป่วนในหัวใจ

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินมาเรื่อยๆ ถือหนังสือด้วยมือข้างหนึ่ง เสื้อนักศึกษาที่หลุดออกจากกางเกงยีนสีซีด ผิวที่ขาวจนดูเปร่งแสง ดวงตาเรียวสวย คิ้วเข้ม และจมูกที่โด่งรับกับคิ้วนั้น ทุกอย่างในตัวผู้ชายคนนี้ทำให้ผมหัวใจสั่น ผมยิ้มน้อยๆ ให้หมี่ และทำทีเหมือนกับว่าไม่ได้สนใจผู้ชายคนนั้น ทั้งๆ ที่หัวใจของผมมันเหมือนจะหลุดออกมาจากอก

ผู้ชายคนนั้น ก็คือพี่หมอก เป็นนายแบบและดาราที่กำลังดังอยู่ตอนนี้ แต่ก็ไม่แปลกที่หมี่จะไม่รู้จัก เพราะว่าพี่หมอกนั้น มีผลงานหลักเป็นนักแสดง โดยส่วนมากจะเป็นแนวชายรักชาย ผู้หญิงที่สนใจแต่เรื่องแฟชั่นและเครื่องสำอางแบบหมี่ จึงไม่มีทางรู้ได้

"พี่เขาชื่อหมอก เป็นดาราหน้าใหม่น่ะ" ผมบอกให้หมี่ฟัง พี่หมอกนั้นหน้าตาดีมากๆ ไม่ว่าใครที่เห็นพี่เขา ก็ต้องสนใจทั้งนั้น

"เหรอ น่าสนใจแฮะ" หมี่มองพี่หมอกแบบไม่ละสายตา เธอที่เป็นผู้หญิงสวย ถ้าเธอชอบพี่เขาละก็ บางที เธออาจสมหวังก็ได้ ก็เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิง ผู้หญิงที่เกิดมาคู่กับผู้ชาย ผมได้แต่คิดอย่างนั้น และเศร้าหมองอยู่คนเดียวในหัวใจ

ตลอดเวลาในคาบเรียน ผมเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงคนคนนั้น ผมได้ติดตามพี่หมอกมาตั้งแต่พี่เขายังไม่ได้เป็นนักแสดง ผมบังเอิญไปเจอพี่เขาในงานงานหนึ่ง ผมไม่เคยคิดเลยว่า บนโลกใบนี้จะมีคนที่ดูดีและดึงดูดสายตาผมได้ถึงขนาดนี้ และพี่เขาก็ร้องเพลงเพราะมาก ผมแปลกใจมากที่พี่เขาไม่ได้เป็นนักร้อง เป็นคนที่ดูราวกับมีตัวตนอยู่แค่ในจินตนาการ คนที่ผมไม่เคยรู้เลยว่า จะมีอยู่จริง

วันนี้ช่างโชคดีเหลือเกินที่พี่หมอกมาเรียน และผมก็ได้เห็นพี่เขาในระยะที่ใกล้ขนาดนี้ เพราะช่วงนี้พี่เขากำลังมีถ่ายละคร เลยอาจจะไม่ค่อยได้มาเรียนเท่าไหร่ ต้องเรียกได้ว่าหาได้ยากสุดๆ ที่จะเจอพี่เขา ผมแอบปลื้มพี่หมอกมาก มันเป็นรักแรกพบแสนงี่เง่า ที่ผมได้แต่เก็บมันเอาไว้ในหัวใจ

"ไปกินข้าวไหม" ผมที่มัวแต่เหม่อก็พบว่าหมี่กำลังสะกิดเรียกผมอยู่

"ชวนมันไปทำไม" ผมชะงักทันทีที่เห็นเพื่อนผู้หญิงของหมี่มองผมอย่างไม่พอใจ

"คือ หมี่ไปกินเถอะ ผมไม่ค่อยหิว" ผมพูดและหลบตาผู้หญิงพวกนั้น จริงๆ หมี่ก็ไม่ได้อยากไปกับผมหรอก ถ้าไม่ติดว่าชอบให้ผมถือของให้ หรือใช้ผมไปซื้อข้าวให้ก็เท่านั้นแหละ

ผมมองกลุ่มหมี่ที่เดินออกไปจากห้อง และค่อยๆ ลุกเดินตามออกไปห่างๆ ผมนั้นไม่ค่อยมีเพื่อนในเอกเท่าไหร่ เพราะว่าผมอยู่กับหมี่บ่อยครั้ง และคนในเอกก็ไม่ค่อยชอบเธอ แถมผมยังไม่ค่อยเข้าหาหรือชวนใครคุยก่อน นี่แหละที่ทำให้ผมมีเพื่อนน้อย แต่ถึงผมจะอยู่ใกล้หมี่เสมอ ก็ไม่มีใครคิดว่าผมกับหมี่เป็นแฟนกันหรอก สภาพผมกับหมี่นั้นช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

เมื่อลงมาจากชั้นบน ในที่สุดก็มาถึงโรงอาหารของคณะที่อยู่ใต้ถุนตึก ในช่วงพักกลางวัน มีผู้คนมากมายจากหลายคณะแวะเวียนมาที่นี่ เพราะว่าเป็นตึกเรียนรวม อาหารอร่อยแถมราคาก็ไม่แพง ผมเดินไปเรื่อยๆ มองหาที่นั่งที่พอจะมีว่าง ซึ่งช่วงเวลานี้ก็อาจจะหายากสักหน่อย หรือผมควรจะไปกินที่คณะอื่น...

แต่ผมที่ไล่สายตามองหาที่นั่งนั้น ก็ต้องหยุดชะงัก ผมมองกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวใจกลางโรงอาหาร คนกลุ่มนั้นกำลังหัวเราะและคุยกันอย่างร่าเริง ผมมองพี่หมอก ที่นั่งเด่นเป็นตระหง่านอยู่ตรงนั้น อยู่กับเพื่อนๆ อีกสองสามคน

ผมหัวใจสั่นไหว เดินหลบเลี่ยงผู้คน และหาที่นั่งที่จะสามารถมองคนคนนั้นโดยไม่ถูกจับได้ แต่ก็นะ จะกลัวอะไรกันล่ะ ยังไงพี่เขาก็ไม่ได้รับรู้ การมีตัวตนของผมอยู่แล้ว

ผมยิ้มเศร้าๆ ให้กับตัวเอง หยิบมือถือขึ้นมา ทำทีเป็นมองหน้าจอและแอบถ่ายรูปพี่เขาไว้ ผมมีความสุขมากที่ได้เฝ้ามองพี่เขาแบบนี้ อยู่ในที่ ที่ผมสมควรอยู่ ผมขยับแว่นเล็กน้อยและมองเพื่อนคนหนึ่งของพี่หมอกที่ดูจะสนิทสนมกันมาก เพราะตอนนี้ทั้งสองคนกำลังกอดคอกัน เพื่อนของพี่หมอกก็หน้าตาดีด้วย สมแล้วล่ะที่เป็นเพื่อนกัน

แต่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ผมที่ยังคงแอบมองพี่หมอกผ่านหน้าจอมือถือ ก็สังเกตเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินเข้าไปหากลุ่มพี่หมอก และพี่หมอกก็หยุดพูดคุยกับเพื่อนทันที และเมื่อผมเพ่งมองดูดีๆ ก็พบว่า ผู้หญิงคนนั้น ก็คือหมี่นั่นเอง

ผมมองหมี่ที่กำลังยื่นแก้วน้ำหวานแก้วหนึ่งให้พี่หมอก และพี่หมอกก็รับน้ำแก้วนั้นไว้...

ผมลดมือถือลง ภายในหัวใจของผม รู้สึกราวกับถูกบาดลึก อ่อนล้าและสิ้นหวัง ขอให้โชคดีนะหมี่ ถ้าหมี่เป็นแฟนพี่หมอก บางที ก็อาจจะดีก็ได้ ผมอาจจะได้เข้าใกล้พี่มากกว่านี้ ผมคิดแบบนั้น แต่ในหัวใจกลับเจ็บปวดเหลือเกิน

"เหอะ แม่งโคตรหยิ่ง เล่นตัวน่าดู" ผมที่มัวแต่เหม่อ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเดินผ่านมาใกล้ๆ

ผมมองหมี่ที่เดินมากับกลุ่มเพื่อนและกำลังหน้ามุ่ยแบบไม่พอใจ ผมเห็นพี่หมอกก็ยิ้มๆ นี่นา ไม่ได้ไปได้สวยหรอกเหรอ แบบนี้มันก็ดีใช่ไหม แต่ว่า มีความคิดหนึ่งผุดอยู่ในหัวของผม ต้องยอมเจ็บปวดแค่ไหนกัน ถึงจะทำแบบนี้ได้

"หมี่" ผมเรียกหมี่ที่กำลังเดินผ่านโต๊ะผม

"อะไร" หมี่หงุดหงิด และเดินมาหาผม ทำมือให้เพื่อนคนอื่นเดินไปก่อน

"คือ หงุดหงิดอะไรเหรอ" ผมถามไปอย่างนั้น ถึงจะรู้อยู่แล้วก็เถอะ

"เหอะ จำคนตอนเช้าได้ไหม ไอ้พี่หมอกน่ะ แม่งเมื่อกี้อุตส่าห์ทำหน้าด้านไปขอไลน์มา แต่ไม่ยอมให้ น่าโมโหชะมัด" หมี่หน้าบึ้งและดูโมโหสุดๆ ไปเลย เป็นเพราะไม่เคยมีใครปฏิเสธเธอมาก่อน ผมเข้าใจได้

"พี่เขาไม่ชอบพวกน้ำหวานน่ะ น่าจะชอบน้ำแร่หรือน้ำเปล่ามากกว่า ลองดูอีกครั้งสิ" ผมพูดและยิ้มให้เพื่อน

"เหรอ เรื่องมากชะมัด ถ้าคราวนี้ไม่เล่นด้วยอีก ก็ช่างแม่งละ"

ผมมองหมี่ที่กำลังปรับอารมณ์และสีหน้า พลางเดินไปซื้อน้ำแร่ที่ร้านใกล้ๆ ผมว่าเธอก็พยายามดีนะ ปกติก็ไม่ยอมเข้าหาใครก่อนเลยแท้ๆ

ผมมองหมี่ที่เข้าไปทักพี่หมอกอีกครั้ง และครั้งนี้สีหน้าพี่หมอกดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล้กน้อย พี่หมอกรับน้ำดื่มนั่นไว้ และจ้องมองหมี่ ยิ้มให้หมี่มากขึ้นกว่าเดิม

แต่ว่า สิ่งที่คิดไว้ก็ดูจะไม่เป็นผลอีกเช่นเคย ผมมองหมี่ที่เดินกระทืบเท้ากลับมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง พี่หมอกนี่อาจจะเข้าหายากกว่าที่ผมคิดใช่ไหม

"แม่ง! ก็ยังไม่ให้เหมือนเดิม" ผมมองหมี่ที่นั่งลงตรงข้ามผมและฟึดฟัดอารมณ์เสีย

"เอาน่า พี่เขาเป็นดารานะ" ผมปลอบใจเธอ ทั้งรู้สึกเสียดาย และมีความสุขในเวลาเดียวกัน

"ดาราแล้วไง! ฉันเป็นดาวมหา'ลัยนะ ไม่รู้สึกว่าคู่ควร..."

"ขอโทษนะครับ"

แต่พวกเราที่นั่งอยู่นั้น ก็มีเสียงเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา และทันทีที่ผมรู้สึกว่ามีคนนั่งลงข้างๆ ตัวของผมก็แข็งทื่อ ราวกับขอนไม้ที่ถูกทิ้งลงขั้วโลกเหนือ และถูกหมีขาวแทะเล่นอีกที ผมรู้สึกเหมือนจะตาย แค่หางตา เพียงแค่หางตาผมก็รู้ดีว่าใคร...

ผมค่อยๆ หันไปช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวจะหลุดออกจากอก ใกล้ขนาดนี้ นี่ผมกำลังฝันอยู่งั้นเหรอ

"โทษที เมื่อกี้อยู่กับเพื่อน จะทำอะไรก็ไม่สะดวก" ผมมองใบหน้าด้านข้างของพี่หมอก พี่เขากำลังจ้องมองหมี่ ด้วยแววตาที่เป็นประกาย

"อ๋อ เหรอคะ"

"ไม่อยากให้พวกมันแซวน่ะ" พี่หมอกส่งยิ้มหวานให้เพื่อนสาวของผม

นี่เป็นสิ่งที่ผมรู้ดีอยู่แล้ว ถึงผมจะนั่งอยู่ตรงนี้ ข้างๆ พี่

ทั้งๆ ที่พวกเรา...ใกล้กันขนาดนี้ แต่พี่ ก็จะไม่มีวัน หันมามองผมแน่นอน...

"พอจะมีเวลาไหม ไปเดินเล่นกัน" พี่หมอก กำลังออกปากชวนหมี่ และทั้งสองก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะ ราวกับไม่เคยมีผมอยู่ตรงนี้

รอยยิ้มที่แสนเศร้าผุดขึ้นบนใบหน้าของผม นี่เป็นเรื่องที่ผมรู้ดี คนแบบผม ไม่เคยอยู่ในสายตาของพี่อยู่แล้ว

"เอ่อ น้อง เมื่อกี้เห็นเพื่อนพี่ไหม ตัวสูงๆ ขาวๆ" เสียงเรียกที่ดังขึ้น ทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย และเมื่อลองมองดูคนที่เรียกดีๆ แล้ว ก็พบว่าคนคนนี้ก็คือเพื่อนของพี่หมอกนั่นเอง

"พี่หมายถึง พี่หมอกใช่ไหม"

"ใช่ๆ เรารู้จักมันด้วยเหรอ" ผมพยักหน้าตอบรับและยิ้มน้อยๆ

"เอ่อ...ก็ ดารานี่ครับ"

"ใช่ นั่นแหละๆ เห็นมันไหม มันแอบหนีพี่ไป เห็นแว๊บๆ ว่ามาแถวนี้" เพื่อนพี่หมอกทำไม้ทำมือส่องมองหาเพื่อน ดูท่าทางเป็นคนร่าเริง สูง ขาว หน้าตาดี แต่การแต่งกายต่างจากพี่หมอกเรียกว่าคนละแนว ทั้งเจาะหู เสยผมขึ้นไป และเสื้อช็อปแบบนี้ คงเป็นรุ่นพี่คณะวิศวะสินะ

"คือ เขาไปแล้วครับ ทางนั้น" ผมชี้ให้พี่เขาดูทางที่พี่หมอกเดินไป

"ขอบใจมาก ไอ้น้อง" เพื่อนพี่หมอกจับไหล่ผม และเดินไปตามที่ผมบอก เป็นคนแปลกๆ ดีนะ

หลังจากเลิกเรียนแล้ว ผมเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ปกติผมนั้นเป็นเหมือนคนขับรถให้หมี่ แต่วันนี้ผมคงต้องขึ้นรถเมล์นั่นแหละ เพราะหมี่ไม่ได้มาเข้าเรียนในคาบบ่าย คงจะอยู่...กับพี่หมอกละมั้ง เดี๋ยวเขาก็คงจะมาเอารถเอง ไม่เป็นไร แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

ผมที่คิดแบบนั้นก็เดินมาที่หน้ามหา'ลัย และโบกรถเมล์กลับบ้าน คนส่วนใหญ่อาจจะเช่าหอ อาจจะซื้อคอนโด หรืออยู่หอใน แต่ผมนั้นทำไม่ได้ เพราะผมต้องดูแลแม่ ช่วยแม่ทำงานแบ่งเบาภาระ

ผมนั่งอยู่บนรถ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพื่อเข้าสู่โลกโซเชียล ผมเข้าไปในอินสตาแกรม เพื่อดูคนที่ผมเฝ้าติดตาม ผมเข้ามาเป็นประจำ เพื่อดูรูปถ่าย ดูการเคลื่อนไหวของชีวิตพี่หมอก คนที่ผมเฝ้ามองมานานแสนนาน

ถูกใจ 25,456 คน

Mok77 เมื่อไหร่จะจบ...

ผมมองดูรูปพี่หมอกที่กำลังฟุบหน้าเอียงลงกับโต๊ะ ทำหน้าหงอยๆ เหมือนคนง่วงนอน ผมยิ้มทันทีที่เห็นแบบนั้น คนคนนี้จะทำอะไรก็ดูดีไปหมดจริงๆ

ผมเลื่อนจอมองดูรูปถ่ายต่างๆ ของพี่หมอก ที่บ้างกำลังยิ้ม บ้างก็กำลังทำหน้านิ่งๆ เวลาที่ผมรู้สึกเหงาหรือมีช่วงเวลาที่รู้สึกเศร้าใจ ถ้าหากผมได้มองเห็นรอยยิ้มของพี่ ผมก็เหมือนกับได้เติมพลัง มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป

ถูกใจ 34,687 คน

Mok77 รู้สึก...ตกหลุมรัก

ผมเลื่อนมือไปเรื่อยๆ และก็เจอเข้ากับโพสๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นโพสล่าสุดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผมลดมือถือลงและมองออกไปนอกหน้าต่างของรถเมล์ในยามเย็น ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า แสงสีส้มที่ตัดกับสีฟ้าจางๆ

แบบนี้น่ะดีแล้วใช่ไหม...

แต่ทำไมกันนะ ทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 15:51:09 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
แล้วจะต่อกันติดไปเนี่ย หมอกกับอิน  :hao3:

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 923
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
หน่วงตั้งแค่เริ่มเลยแง้

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
งืมๆๆๆ ยังเดาทิศทางไม่ออกแฮะ

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
สงสารน้องอินอ่ะ แต่เพื่อนพี่หมอเท่ห์ดีนะน้องอิน จะยังไงต่อหล่ะเนี่ย

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 2 ตัวตนที่ซ่อนเร้น


ในช่วงดึกของวัน ผมเดินมาที่หน้าบ้านใหญ่เพื่อช่วยแม่เอาขยะมาทิ้ง ภายในใจคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับหมี่และพี่หมอก ทั้งสองคนไปไหนกันนะ เพราะเมื่อมองดูลานจอดรถของบ้านที่ยังคงว่างเปล่า ก็รู้ได้ทันทีว่าหมี่ยังไม่ได้กลับมา แต่อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของผม ที่สองคนนั้น จะอยู่ด้วยกัน...

เมื่อคิดแบบนั้นผมก็ได้แต่เดินกลับเข้าบ้าน บ้านของผมอยู่ในสวนหลังบ้านหมี่ พวกเราสองแม่ลูกอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก เป็นเพราะความเมตตาของคุณลุงคุณป้าพ่อแม่ของหมี่ จึงทำให้ผมและแม่ที่ถูกพ่อทิ้งไป ได้มีที่อยู่อาศัย มีเงินเดือน มีข้าวกิน เพียงแค่ช่วยดูแลบ้าน ซึ่งไม่ได้หนักหนาอะไร นี่เป็นพระคุณใหญ่หลวงที่ผมกับแม่จะไม่มีวันลืม

"อิน" ผมที่กำลังเดินกลับเข้าบ้านอยู่นั้น จู่ๆ ก็ถูกดึงที่ด้านหลัง และเมื่อหันไป ก็พบว่าคนที่เรียกผมก็คือหมี่นั่นเอง เธอยังคงใส่ชุดนักศึกษา แต่ว่ามันช่างยับเหลือเกิน

"ไปไหนมา ทำไมถึงกลับดึกขนาดนี้" ผมถามเธอด้วยความเป็นห่วง

"ไม่มีอะไรหรอก แต่ขอบใจเรื่องเมื่อกลางวันนะ" หมี่ยิ้มหน้าบาน ดูมีความสุขมาก

"แล้วตกลง ไปไหนกันมาเหรอ" บางที ผมก็คิดว่าไม่ควรจะถาม แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ

"ก็ ตอนแรกก็กะว่าจะแค่ไปหาอะไรกินกัน แต่ไปๆ มาๆ ก็..." คำพูดของเธอ ทำให้ผมอยากเขกกะโหลกตัวเองสักครั้ง ทำไมถึงถาม ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องปวดใจแบบนี้

"อือๆ ไปอาบน้ำนอนเถอะ" หัวใจของผมสั่นไหวอยู่ภายใน นี่เป็นสิ่งที่ผมรู้ดีว่ามันอาจเกิดขึ้น ไม่ได้แปลกอะไร ชีวิตพี่หมอกนั้น คงได้พบกับผู้คนมากมาย และผมไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะไปวิจารณ์การใช้ชีวิตของเขา การเลือกคบคนของเขา ผมไม่มีสิทธิ์อะไร ในตัวพี่เขาเลย และคงไม่มีทางมีวันนั้น

"อืม อิน ห้ามบอกคุณพ่อกับคุณแม่นะ" หมี่หันมากำชับผมก่อนที่จะเดินกลับไปที่บ้านใหญ่ ผมคงไม่พูดอะไรหรอก ไม่อยากจะพูดอะไรทั้งนั้น ชีวิตของใคร คนนั้นก็ต้องเลือกเอง


ในรุ่งเช้านั้น ผมขับรถมากับหมี่เพราะว่าเธอไม่ค่อยอยากขับเอง ผมจึงเป็นคนขับรถให้เธอเป็นประจำ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมผมยังประหยัดค่ารถได้อีก นี่ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่มีข้อเสียอยู่นิดหน่อย ตรงที่เธอมักจะนินทาคนอื่นให้ผมฟังเป็นประจำ

"เอออิน แกรู้ได้ไงว่าพี่หมอกชอบอะไร" เธอถามและจ้องมองผมอย่างสงสัย แต่ว่าผมก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร

"ก็ดูในเน็ตเอา"

"เหรอ เพิ่งรู้นะว่าพี่เขาดังเหมือนกัน แล้วรู้อะไรอีกบอกหน่อย" หมี่เขย่าถามผมด้วยความสนใจ "เมื่อวานพี่เขาชวนดูหนังอ่ะ แต่ไม่รู้จะดูเรื่องอะไรดี"

"อืมม...ขอคิดก่อนนะ รู้สึกเหมือนจะชอบแนวไซไฟละมั้ง ถ้ามีแนวนั้นก็ลองดูละกัน" ผมทำท่าครุ่นคิด และบอกเธอเหมือนเดาสุ่ม

"เหอะ ไม่เอาอ่ะ ไม่เห็นน่าดูเลย แนวนั้นเข้าใจยากจะตาย" หมี่ทำหน้าบูด ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมบอกเธอ

"แต่พี่เขาน่าจะชอบนะ"

"แล้วไงล่ะ พอคิดดูอีกที ความจริงพี่เขาต้องตามใจฉันต่างหาก" ผมถอนหายใจเล็กน้อย แบบนี้ก็คงต้องแล้วแต่เธอ ผมคงแนะนำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ

ในที่สุดพวกเราก็มาถึงมหาวิทยาลัย ผมเดินตามหมี่ที่เดินฉิวเข้าไปยังตึกเรียน แต่ระหว่างทางที่พวกเราเดินอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ของหมี่ก็ดังขึ้น

"ฮัลโหลค่ะพี่หมอก" เหมือนกับพลังงานในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว เท้าของผมเดินช้าลง แต่คนตรงหน้าก็คุยเสียงดังมากขึ้น

"ค่ะๆ ตอนบ่ายนะคะ แล้วจะดูเรื่องอะไรดี" ผมมองหญิงสาวตรงหน้าที่ยิ้มหน้าบานและเดินกลับไปกลับมาขณะคุย

"แนวไซไฟดีไหมคะ หมี่ชอบ" ผมเลิกคิ้วมองเธอที่พูดแบบนั้น ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนหน้านี้ยังพูดอีกแบบอยู่เลย

"จริงเหรอคะ หมี่ก็เพิ่งรู้ว่าชอบเหมือนกัน" ผมตัดสินใจเดินผ่านเธอไป ตอนนี้ผมรู้สึกไม่อยากได้ยินสิ่งที่เธอกำลังพูดอีกแล้ว ผมไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น

ในตอนกลางวัน ผมก็ยังคงแยกตัวออกมาจากหมี่และนั่งกินข้าวเงียบๆ คนเดียว ผมครุ่นคิดอะไรหลายอย่างอยู่ในใจ คิดว่าผมไม่ควรบอกอะไรหมี่หรือเปล่านะ ผมอยากให้ทั้งสอง แยกออกจากกันงั้นเหรอ แต่ว่าแบบนั้น มันจะมีประโยชน์กับผมยังไง บางทีถ้าพี่หมอกได้พบคนที่รู้ใจ ได้พบคนที่ทำให้พี่เขามีความสุขได้ ผมก็ควรต้องยินดีไม่ใช่เหรอ ผมอยากทำให้พี่หมอกยิ้ม ผมอยากให้พี่เขามีความสุข นั่นเป็นสิ่งที่ผมควรจะทำ

"อิน" คนที่เรียกผมกำลังเดินปรี่เข้ามาหา "ขับรถให้หน่อย" ผมมองกุญแจรถหมี่ที่ถูกวางลงตรงหน้าผม

"ไปไหนเหรอ แต่ตอนบ่ายมีเรียนนะ"

"พี่หมอกบอกจะรออยู่ที่โรงหนัง ช่วยไปส่งหน่อย" แค่เพียงได้ยินชื่อ ผมก็ไม่ต้องลังเลอีกต่อไป

"อืม ไปกันเถอะ" ผมห้ามตัวเองไม่ได้ ผมอยากเจอพี่หมอก ถึงแม้ว่าพี่เขาจะไม่ได้อยากเจอผมเลยก็ตาม

ผมขับรถออกจากมหา'ลัยไปกับหมี่ ไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ๆ ผมเหลือบมองคนข้างๆ ที่ดูตื่นเต้น แต่เมื่อคืนเธอก็น่าจะเจอเรื่องที่ตื่นเต้นยิ่งกว่านี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ ผมคิดแบบนั้นและก็ต้องเจ็บปวดในหัวใจทุกที

เวลาผ่านไปสักพัก ในที่สุดพวกเราก็มาถึง ผมกับหมี่เดินไปที่ชั้นบนสุดของห้างฯ เพื่อไปยังหน้าโรงภาพยนตร์ที่พี่หมอกรออยู่ ถึงหมี่จะบอกให้ผมกลับไปก่อนได้เลย แต่ผมก็บอกว่าผมอยากมาเดินเล่นดูของเหมือนกัน ผมก็เลยเดินตามมาด้วย

"มาช้านะ" ขาของผมก้าวช้าลงทันทีที่เห็นผู้ชายตรงหน้า หัวใจเต้นระส่ำอยู่ในอก พี่หมอกสวมผ้าปิดปากสีดำเอาไว้ ใส่เสื้อเชิ๊ตสีเข้มที่ปล่อยชายด้านหนึ่งออกมา กลิ่นหอมฟุ้ง ทั้งๆ อยู่ไม่ได้อยู่ใกล้ และกางเกงยีนสีซีด ที่เข้ากับผิวพรรณที่สะอาดผุดผ่อง

"ขอโทษนะคะ ยกโทษให้หมี่น้า" หมี่ทำเสียงสองอย่างออดอ้อน

ผมมองดูคนสองคนตรงหน้าที่กำลังมีความรัก มองดูพี่หมอกที่กำลังโอบกอดเธอเอาไว้ และก็เหมือนเดิม พี่หมอกไม่ได้มองหรือสนใจผมเลยแม้แต่น้อย ผมมันไม่เคย อยู่ในสายตาของพี่จริงๆ

"ถูกทิ้งเหมือนกันสินะ เฮ้อ พอเจอสาวแล้วก็แบบนี้ เพื่อนก็ไร้ความหมาย" ผมสะดุ้ง และมองดูผู้ชายคนหนึ่งที่โอบกอดรอบคอของผมเอาไว้ ผมไม่ได้สังเกตเลยว่าพี่เขาก็อยู่ตรงนี้ด้วย

"ฮ่ะๆ ตกใจเหรอ ทำหน้าอย่างกับเห็นผี" คนที่กอดคอผมหัวเราะชอบใจ ผมจำได้ทันทีว่าคนคนนี้คือเพื่อนของพี่หมอก พี่เขาตัวสูง ใส่เสื้อคลุมตัวใหญ่ที่ดูเท่มาก ใบหน้าคมคายและผมที่เซตขึ้นไปมันช่างเหมาะกับพี่เขาจริงๆ

"พี่ชื่อเปอร์ แล้วเรา...อ๋อออ คนนั้นนั่นเอง" พี่เขายังไม่เลิกกอดคอผม และก็ดูเหมือนจะจำผมได้

"ผมอินครับ" ผมพูดเบาๆ และพยายามแกะแขนหนักๆ นี่ออกจากคอ

"โอเคอิน ขับรถมาใช่ไหม กลับไปมหา'ลัยหรือเปล่า พี่ขอติดรถไปด้วยนะ" พี่เปอร์ที่กอดคอผมอยู่นั้น ก็กึ่งเดินกึ่งลากให้ผมเดินออกมา "ขอโทษนะที่ต้องพูดอะไรแบบนี้ แต่เราเป็นเพื่อนของแม่สาวนั่นใช่ไหม บอกให้เพื่อนทำใจไว้มั่งก็ดี ไอ้หมอกมันเจ้าชู้จะตาย แปบๆ มันก็เบื่อแล้ว พี่เสียดายสาวๆ ที่รักมันจริงๆ สันดานแก้ไม่หาย" ผมอยู่ในลิฟต์และมองพี่เปอร์ที่ยืนพิงผนังด้วยท่าทางเหนื่อยๆ

"นี่เรา เป็นใบ้หรืออะไรแบบนั้นหรือเปล่า" พี่เปอร์เหล่มองผมและยิ้มขำ

"เปล่า ผมแค่ไม่ค่อยได้คุย กับคนแปลกหน้า"

"ฮ่าๆ ถ้างั้น ไอ้น้อง มองหน้าพี่ไว้ดีๆ" ผมตกใจมากที่จู่ๆ พี่เปอร์ก็จับหน้าผมและยื่นหน้ามาใกล้ๆ

"เอาล่ะ คุ้นแล้วหรือยัง" ผมพยักๆ หน้ารัวๆ ด้วยความตกใจ และถอยหลังออกมา

"ขี้อายเหรอเรา" พี่เปอร์หัวเราะในลำคอเหมือนถูกใจที่ได้แกล้ง "เรียนคณะอะไร" พี่เปอร์ถามผมตอนที่พวกเราเดินไปที่ลานจอดรถ ผมชั่งใจเล็กน้อยว่าจะตอบดีไหม แต่ความจริงก็ไม่ได้มีอะไรต้องปิดบัง

"นิเทศครับ" ผมพูดและเดินนำพี่เปอร์ไปที่รถ

"หืมมมม เดี๋ยวก่อน" คนที่เดินตามผมรีบเดินมาดักหน้าและจ้องผมใกล้ๆ อีก "เราเนี่ยนะเรียนนิเทศ" ผมเริ่มหน้าบึ้งทันทีที่คนตรงหน้าเริ่มสำรวจมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เอกอะไร" ผมเริ่มมีน้ำโห ไอ้พี่บ้านี่กำลังดูถูกผมสินะ

"การแสดง" ผมตอบเสียงเย็นและลงไปนั่งที่คนขับ ส่วนคนที่ได้รับคำตอบกำลังยืนอึ้ง และตามเข้ามานั่งที่ด้านข้าง

"เหลือเชื่อ" ผมพ่นลมหายใจออกจมูก ก็ไม่แปลกที่จะคิดแบบนั้น อาจจะเป็นเพราะท่าทางกับการแต่งตัวของผม

"จะลองไปดูไหมล่ะครับ ผมมีซ้อมละครเวทีที่โรงละครเย็นนี้" ผมพูดและเริ่มขับรถออกมา

"บทอะไร ต้นไม้หรือก้อนหิน" ผมยกยิ้มมุมปาก ชอบนักเวลาที่มีคนดูถูกผมเรื่องการแสดง

"ถ้ามาดู ก็จะรู้เอง"

"ได้เลย พี่จะไปชมนะจ๊ะน้องก้อนหิน ใบหญ้า"

"ยินดีอย่างยิ่ง" ผมยิ้มและขับรถต่อไป ดูท่าแล้ว ผมกับไอ้พี่เปอร์นี่จะเข้ากันได้ดี และถ้าเป็นอย่างนั้น ผมอาจจะได้ เข้าใกล้พี่หมอกอีกหรือเปล่านะ ผมคิดและคาดหวังแบบนั้น

ผมขับรถมาถึงที่มหาวิทยาลัย แวะส่งพี่เปอร์ที่คณะวิศวะ และนำรถมาจอดที่เดิมที่ตึกนิเทศ คณะของผมส่วนมากจะมีแต่คนหน้าตาดีๆ ผมคงเป็นคนไม่กี่คนที่ดูธรรมดาเหลือเกิน พี่เปอร์ก็เลยทำใจเชื่อลำบาก แต่มันก็ไม่ใช่กับการเรียนหรือความสามารถของผม มันคนละส่วนกัน

ผมรู้สึกว่าผมคงเข้าเรียนไม่ทันคาบบ่ายซะแล้ว เลยเดินไปที่โรงละครที่รุ่นพี่คณะผมกำลังซ้อมละครเวทีกันอยู่ ผมเรียนการแสดง เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมชอบ หมี่นั้นก็เรียนการแสดงเช่นกัน แต่เธอก็ไม่เคยได้รับเลือกให้ได้เล่นบทดีๆ หรือได้เข้าร่วมการแสดงของพี่ๆ เลยสักครั้ง เพราะเธอไม่ได้สนใจด้านนี้อยู่แล้ว ก็แค่เรียนตามเพื่อน แบบนั้นน่ะ ทำไม่ได้หรอก

"อ้าว อิน มาไวนะวันนี้" รุ่นพี่สาวสวยเอ่ยทักผม

"ครับ วันนี้โดดคาบบ่ายมา" ผมพูดและถูกพี่แก้วฟาดเข้าให้ทันที

"ไอ้เด็กไม่ดี" ผมยิ้มและเดินหนีพี่แก้วไปหาพี่คนอื่นๆ ในคณะ เวลาที่ผมได้อยู่ที่นี่นั้น ผมรู้สึกว่ามันเหมือนกับบ้าน มันเป็นสิ่งที่ผมชอบ และผมมีเพื่อนที่สามารถพูดคุยได้

ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ผมช่วยพวกพี่ๆ หยิบจับ ทำฉาก วาดรูปกันอย่างสนุกสนาน งานแสดงละครเวทีจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ ช่วงนี้ผมจึงมาที่นี่เกือบทุกวันหลังเลิกเรียน ฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่องานที่จะถึงนี้

"โอเค ซ้อมใหญ่ก่อนกลับ อิน ไปเตรียมตัว" ผมที่ถูกเรียกก็รีบเข้าไปที่หลังเวทีทันที ผมโดนลุมแต่งตัวอยู่สักพักจากพวกพี่ๆ ในชมรม ไม่นานก็ถึงเวลาที่ผมต้องขึ้นไปแสดง ผมไม่ได้ตื่นเต้นหรือกังวลอะไรมากมาย ก็แค่พูดเหมือนที่ผมฝึกซ้อมอยู่เสมอ มันง่ายมาก เพราะผมชอบที่จะทำมัน

ผมยังคงซ้อมละครกับพี่ๆ อย่างสนุกสนาน ผมคิดว่าผมทำได้ดีเวลาอยู่บนเวที ผมรู้สึกเหมือนได้ปล่อยตัวตนของผม ตัวตนที่ผมเก็บซ่อนไว้

"เอ้า โอเค เยี่ยมมาก!" ผมได้ยินพี่ๆ ปรบมือและบอกให้เลิกซ้อมได้ แต่ไม่รู้ทำไม เพราะว่าเสียงปรบมือยังคงดังอยู่ ถึงแม้ว่าทุกคนบนเวทีจะหยุดแล้ว และเมื่อผมมองลงไปยังที่นั่งคนดู ก็พบว่ามีคนคนหนึ่งอยู่ตรงนั้น ผมมองดูพี่เปอร์ที่กำลังค่อยๆ ยืนขึ้นด้วยสีหน้าอึ้งๆ และยังคงปรบมือเสียงดังสนั่นโรงละคร

"หนุ่มหล่อนั่นใครน่ะ" พี่ในชมรมต่างพากันถามอย่างแปลกใจ ซึ่งผมไม่อยากจะพูดออกไปเลยจริงๆ ว่าผมเป็นคนชวนหมอนั่นมาเอง และลืมไปแล้ว

หลังจากนั้น ผมเก็บของเปลี่ยนเสื้อผ้า และบอกลาพี่ๆ เพื่อกลับบ้าน และแน่นอนว่าไอ้พี่เปอร์นี่ก็เดินตามผมมาทุกฝีก้าว

"เอ่อ ผมนึกว่าพี่จะไม่มาดูจริงๆ ซะอีก" ผมพูดพลางเดินไปเรื่อยๆ เพื่อจะไปขึ้นรถเมล์หน้ามหา'ลัย รถของหมี่นั้นผมจอดเอาไว้ให้หมี่ตามคำสั่งของเธอ

ผมยังเดินไปเรื่อยๆ และได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาอยู่ข้างหลัง แต่ที่น่าอึดอัดก็คือ ผมรู้สึกว่าพี่เปอร์ดูแปลกๆ ไป พี่เขาเงียบ แทบจะไม่พูดอะไรออกมา ทำเพียงแค่เดินตามและจ้องผมตาไม่กะพริบ ปกติจะจ้อตลอดแท้ๆ

"เอ่อ พี่มีอะไรหรือเปล่า" ผมตัดสินใจหยุดเดิน และหันกลับไปขมวดคิ้วใส่คนที่ทำตัวเหมือนพวกโรคจิต

"แปลกมาก" คำคำนั้นยิ่งทำให้ผมขมวดคิ้วสงสัย หมายความว่ายังไงกันนะ

"แปลกยังไงเหรอครับ" ผมถามด้วยความสงสัย

"เปล่า ไม่มีอะไรหรอก" ผมเอียงคอมองไอ้พี่เปอร์ที่กำลังยิ้มแบบแปลกๆ อะไรของเขากันนะ เริ่มกลัวแล้วเนี่ย

"งั้นผมกลับก่อนนะ" ผมพูดและก้มหัวลงเป็นเชิงลา

"กลับดีๆ นะ" ผมเหลือบมองพี่เปอร์ที่ยังคงส่งยิ้มมาให้พลางเดินต่อไปยังหน้ามหา'ลัย ตลอดเวลาที่เดิน ผมยังคงรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองอยู่ไกลๆ ผมว่าพี่นั่นแหละที่แปลกยิ่งกว่าผมซะอีก

ผมกลับมาถึงบ้านในช่วงค่ำ และช่วยแม่ทำงานบ้านที่ยังคงคั่งค้าง เป็นลูกมือช่วยแม่ทำงานในครัว ทำอาหารค่ำ ผมตั้งใจว่าถ้าหากผมเรียนจบและเป็นนักแสดงอย่างที่ฝัน มันคงจะดีไม่น้อย แม่นั้นก็เริ่มอายุมากแล้ว ผมอยากให้ท่านได้พัก อยากทำให้ท่านที่เหนื่อยมาทั้งชีวิต ได้สุขสบายกับเขาบ้าง

"อินลูก ช่วงนี้คุณหมี่เขาไม่ได้กลับกับเราเหรอ แม่เป็นห่วงเขา" แม่ถามผมด้วยสีหน้าเป็นกังวล แต่ถึงอย่างนั้น คุณลุงคุณป้าพ่อแม่ของหมี่ก็ไม่เคยรู้เลยว่าลูกสาวทำตัวเช่นไร เพราะพวกท่านแทบจะไม่อยู่บ้าน ต้องไปทำงานต่างประเทศกันทั้งสองคน ทำให้หมี่มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่พวกท่านไม่รู้

"หมี่เขาโตแล้ว เขาดูแลตัวเองได้น่ะแม่" ผมพูดและช่วยแม่หั่นผัก

"หรือว่าเขาจะมีแฟน ยังไงก็ดูแลเขาด้วยนะลูก เขาเป็นผู้หญิง" ผมถอนหายใจเล็กน้อย ถ้าทำแบบนั้นมีแต่จะโดนด่า ผมรู้นิสัยหมี่ดี เธอไม่อยากให้ผมยุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอมากเกินไป "แล้วอินล่ะ ไม่มีสาวๆ บ้างเลยเหรอ อยู่มหา'ลัย แม่ก็คิดว่าจะมีคนหลงมาบ้าง" ผมทำได้แต่ยิ้มกับคำถามนั้น แม่คงผิดหวังมากถ้ารู้ว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง ผมบอกท่านไม่ได้ เพราะผมกลัวเหลือเกิน

ตกดึก ผมออกมานั่งเล่นในสวน เพราะคืนนี้อากาศดี ผมถือบทละครในมือ และนั่งมองพระจันทร์ที่กลมโตสวยงามนัก มันคงจะดีไม่น้อย ถ้าได้มองมันกับคนที่ผมรัก

"ไม่เอานะคะ เดี๋ยวใครมาเห็น"

ผมขมวดคิ้ว เงี่ยหูฟังเสียงแผ่วๆ ที่ลอยมาตามสายลม ผมค่อยๆ ลุกจากที่นั่ง เดินลัดเลาะสวนหลังบ้าน ไปยังทางเข้าสวนที่เปิดไฟสลัวๆ เอาไว้ ดึกป่านนี้แล้ว สงสัยหมี่คงจะเพิ่งกลับมา

แต่เมื่อเดินตามเสียงมาเรื่อยๆ นั้น เท้าของผมหยุดชะงัก ภาพตรงหน้า ผมมองดูคนสองคนที่กำลัง...จูบกัน มองดูหมี่กับพี่หมอก ทั้งสองคนดูรักกันมาก ผมมองรอยยิ้มบนใบหน้าของพี่หมอก แววตาที่เขาจ้องมองเธอ ผมไม่รู้ว่าผมอยู่ตรงนี้ทำไม แต่ผมก็ไม่อาจฝืนเดินต่อไปได้ ทำได้แค่เพียงยืนอยู่ตรงนั้น

ซ่อนอยู่ในเงามืด ในเงาที่ไม่มีใครสนใจ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 15:50:55 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ทำไงดี คนแก่ชอบเปอร์อ่ะ อยากได้ ๆ  :ling1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ิอินชอบหมอก

หมอกไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษ

เปอร์น่าจะถูกชะตากับอิน

ถ้าเปอร์อินจะดีมาก

แต่เกริ่นว่าดราม่า งั้นคงไม่ใช่

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
เชียร์เปอร์ได้มั้ยย

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3149
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
เริ่มไม่ชอบหมอกแล้วได้ไหมเนี่ย ฮือออออ

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
#เปอร์อิน ได้มั้ย อยากได้แบบนี้จริมๆ

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 663
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
ยังงายยยยย ติดตามๆ

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 3 คำบอก'รัก'ที่ไร้ความหมาย


ผมตื่นนอนในตอนเช้า ช่วยแม่ทำงานบ้านเล็กน้อยก่อนไปมหา'ลัยเหมือนทุกวัน และวันนี้ผมก็ไม่ต้องไปส่งหมี่อีกแล้ว เพราะว่าเขามีคนมารับมาส่งเป็นของตัวเองเรียบร้อย

ผมขึ้นรถเมล์มาที่มหาวิทยาลัย เดินเข้าไปยังตึกเรียนเหมือนทุกวัน ไม่รู้ว่าทำไมทุกสิ่งถึงดูเงียบเหงานัก หรืออาจเป็นเพราะชีวิตผมที่มันเงียบเหงา ผมได้แต่ทอดถอนใจถึงความเดียวดายของตัวเอง

คนถูกใจ 31,656 คน

Mok77 จะเป็นเธอไหม ที่ทำให้โลกเปลี่ยนไป

ผมมองหน้าจอโทรศัพท์และเก็บมันลงในกระเป๋า ถ้าพี่มีความสุขขนาดนั้นแล้วละก็ ผมก็คงจะมัวหมองเศร้าไม่ได้ ยังมีอะไรที่ผมต้องทำอีกเยอะ ผมจะพยายามคิดถึงพี่ให้น้อยลง เพราะผมว่า พี่คงมีคนที่พี่คิดถึงเขามากๆ อยู่แล้ว

"อิน" ผมหลุดออกจากภวังค์ในคาบเรียนที่สอง และหันไปหาคนที่กำลังเรียกผมอยู่

"ว่าไง หน้าตาสดใสเลยนะ" ผมแซวหมี่ที่กำลังยิ้มกว้าง

"ก็แน่สิ คนกำลังอินเลิฟ" เธอพูดอย่างหน้าชื่นตาบาน

"เหรอ ก็ดีนี่ แล้วมีอะไรหรือเปล่า"

"อือ พอดีมีเรื่องอยากปรึกษา วันหยุดนี้ฉันว่าจะชวนพี่หมอกไปทะเลอ่ะ อินว่าพี่เขาจะชอบทะเลไหม" หมี่ยิ้มแบบเคลิ้มฝัน

"อืมมม ไม่รู้สิ" ผมลังเลที่จะพูดบอกความจริงว่าพี่หมอกชอบเที่ยวภูเขา ผมอยากให้เธอขวนขวายเรียนรู้สิ่งที่พี่เขาชอบเองบ้าง

"เหรอ งั้นก็ทะเลแหละ เพราะถึงพี่หมอกจะชอบภูเขา ฉันก็ไม่ไปหรอก ยุงก็เยอะ ทำอะไรก็ลำบาก" ผมแอบถอนหายใจเบาๆ แบบนี้ก็เหมือนต้องตามใจเธอนั่นแหละ หวังว่าพี่หมอกจะไม่คิดมากละกัน

"เอาตามที่ทั้งสองตกลงใจเถอะ มาถามอินก็ไม่ได้อะไรหรอก" ผมบอกหมี่และหันกลับไปทำงานในมือต่อ

"เฮ้ยหมี่ ได้ข่าวแฟนเป็นดาราเหรอ" เสียงคุยกันที่ด้านหลังผม ทำให้รู้ว่าพวกเพื่อนของหมี่กำลังถามเธอ

"พี่หมอกปี 4 นั่นเหรอ"

"ไปอ่อยอีท่าไหนมาห๊ะ"

ผมพยายามไม่สนใจเสียงที่กำลังซุบซิบนินทากันสนุกปาก

"ก็รู้นี่ว่าคนอย่างฉัน จะเอาใครก็ไม่เคยมีใครปฏิเสธ"

"แหม หมั่นไส้ แต่ได้ข่าวพี่หมอกเจ้าชู้ไม่ใช่เหรอ แกระวังไว้เถอะ"

"เหอะ แล้วไง ผู้ชายหาง่ายจะตาย"

"แหม ใช่สิ หนุ่มออฟฟิศคนนั้นแกก็ยังควงอยู่นี่"

"เงียบน่ะ คนนั้นเลิกไปแล้ว"

ผมคิ้วกระตุกเล็กๆ รู้สึกไม่สบายใจแทนพี่หมอก แต่ว่าผมจะทำอะไรได้

"แล้วแกกับพี่หมอก...ได้กันยัง"

ผมลุกขึ้นเปลี่ยนที่นั่งทันทีที่ได้ยินคำถาม ไม่อยากได้ยินได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้นอีกแล้ว บางทีก็น่ากลัวเหมือนกันนะ พวกผู้หญิงสมัยนี้

เมื่อถึงเวลากลางวัน ผมเก็บของใส่กระเป๋าเสร็จเรียบร้อย และเดินลงไปยังโรงอาหารรวมของตึกเพื่อหาอะไรกิน ซึ่งวันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม ผู้คนมากมายหลั่งไหลมาที่นี่ ทำให้หาที่นั่งได้ยาก แต่ผมก็ยังคงไม่ลดละ มองหาที่ที่ผมพอจะแทรกตัวไปนั่งได้ เดินไปเดินมา สอดส่ายสายตา จนไม่รู้ตัวว่ามีใครกำลังเดินตามมาข้างหลัง

"เอ้าๆ มองหาอะไร ให้พี่ช่วยหาไหม" ผมสะดุ้งทันทีที่อยู่ดีๆ ก็มีแขนมาโอบรอบคอผม ซึ่งไม่บอกก็รู้ว่าใคร เหตุการณ์เพิ่งผ่านมาไม่นาน ผมทำหน้าเหม็นเบื่อ และยกแขนหนักๆ นั่นออกทันที "นี่อย่าบอกนะว่าพี่ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่" พี่เปอร์ชี้หน้าตัวเองและเริ่มหัวเราะเสียงดัง

"เปล่า แต่อย่าทำให้ผมตกใจได้ไหม" ผมละเหี่ยใจที่คนโดนว่าดูอารมณ์ดีซะเหลือเกิน พี่เปอร์วันนี้ใส่ช็อปสีกรม ใส่เสื้อยืดข้างในสีดำ ทำผมเสยๆ เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมก็คือเหมือนจะไปเจาะหูมาเพิ่มอีก

"โอเครับทราบ ถ้างั้นป่ะ ไปกินข้าวกัน" และพูดยังไม่ทันขาดคำ ไอ้พี่เปอร์รวบคอผมเข้าไปกอดอีกแล้ว ผมที่ไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกพาเดินออกไปจากบริเวณนั้น

"เดี๋ยวก่อน ปล่อยก่อน จะพาผมไปไหน"

"ก็ไปกินข้าวกับพี่ไง ไปเร็ว เพื่อนพี่รออยู่" คำตอบของพี่เปอร์ ทำเอาผมขาแข็งทันทีที่รู้ว่ากำลังถูกลากไปที่ไหน เย็นไว้ไอ้อิน ทำตัวธรรมชาติ หายใจเข้าออกลึกๆ และเมื่อเดินมาไม่ไกลนัก ผมถูกไอ้พี่เปอร์กดไหล่ให้นั่งลง ซึ่งมันจะไม่เป็นอะไรเลย ถ้าไม่ใช่ว่า...

ตรงหน้าของผมในตอนนี้นั้น คือพี่หมอก...

ผมตัวเกร็งและหลบสายตาก้มลงมองโต๊ะสีขาวตรงหน้า หัวใจเต้นรัวราวจะหลุดออกจากอก ใกล้มาก นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อยู่ใกล้ที่สุด อยู่ตรงนี้ ตรงหน้าพี่หมอก อยู่ตรงหน้าคนที่ผมเฝ้าฝันถึงทุกค่ำคืน

"ใคร" ผมเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงของคนที่ผมเฝ้ามองมานานแสนนาน

"ฮ่าๆ น้องกูเอง" พี่เปอร์นั่งลงและขยี้หัวผมจนชี้ฟูไปหมด

"ไม่รู้ทำไมหมี่ช้าจัง" ผมเหลือบมองพี่หมอกที่ไม่ได้สนใจมองผมเลยสักนิด และกำลังชะเง้อหาคนรักของตัวเอง

"ผู้หญิงก็งี้ มัวแต่แวะส่องกระจกอยู่มั้ง" พี่เปอร์พูดและหันมายิ้มให้ผม ไม่สนใจพี่หมอกที่ดูสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์

"ยังไงก็ยังดีกว่าผู้ชาย" ผมขมวดคิ้วมองพี่หมอกที่พูดแบบนั้น หมายความว่าอะไรกันนะ

"ถ้ามึงได้ลอง มึงจะคิดใหม่" ผมมองคนสองคนสลับไปมา เหมือนกำลังโต้เถียงกัน

"จะอ้วก" พี่หมอกพูดและทำสีหน้าขยะแขยงชัดเจน ผมไม่ควร อยู่ตรงนี้หรือเปล่านะ

ผมแอบมองพี่หมอกที่นั่งอยู่ตรงข้ามผม ถึงพวกเราจะอยู่ใกล้กันขนาดนี้ แต่พี่ ก็ยังคงไม่มองมาที่ผมเหมือนเช่นเดิม ผมมองพี่หมอก ที่กำลังมองไปที่อื่น ที่ที่ไม่ใช่ตัวผม

"หมี่กำลังลงมาครับ" ผมพูดบอกพี่หมอกที่กำลังดูร้อนใจ ซึ่งพี่หมอกที่ได้ยินแบบนั้น ก็หันมามองผมทันที

"รู้ได้ยังไง" สายตาของพี่หมอกที่มองผม เต็มไปด้วยสายตาที่ไม่พอใจ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ผมก็ดีใจเหลือเกิน

"เฮ้ยๆ อย่าเข้าใจผิด น้องมันเรียนด้วยกัน นี่มึงไม่เห็นเหรอ เมื่อวานน้องเขาก็ไปส่งแฟนมึงนะ" พี่เปอร์กอดคอผมและแย่งตอบปกป้องผม

"เรียนด้วยกัน การแสดงเนี่ยนะ" พี่หมอกมองผมด้วยสายตาไม่เชื่อ

"มึงนี่เพื่อนกูจริงๆ ทำหน้าโง่เหมือนกูตอนแรกเป๊ะ" ผมมองไอ้พี่เปอร์ที่หัวเราะขำคำพูดของเพื่อน พี่จะเส้นตื้นเกินไปไหม

"หมี่" และคนที่พี่หมอกรอก็มาถึง พี่หมอกยกมือขึ้นเรียกหมี่ ซึ่งเมื่อหมี่เดินเข้ามาใกล้และมองเห็นผมนั้น เธอก็ทำหน้าประหลาดใจเหลือเกิน

"มาได้ไง" หมี่รีบเดินมาและถามผมด้วยน้ำเสียงสงสัย

"ไม่มีอะไร เดี๋ยวจะไปแล้ว" ผมคิดว่าเธอคงไม่ค่อยพอใจนัก ผมควรจะไปดีกว่า

"เฮ้ยๆ ไม่ได้ นั่งลง" แต่เมื่อผมทำท่าจะลุกขึ้น พี่เปอร์ก็จับไหล่ผมเอาไว้ และกดให้นั่งลงตามเดิม "น้องหมี่ครับ พี่เป็นคนชวนเพื่อนน้องมานั่งเอง ไม่ต้องสนใจไปนะ"

"อ๋อ เหรอคะ รู้จักกันด้วยเหรอ" หมี่นั่งลงและทำหน้าแบบแปลกใจ

"ไม่รู้จักหรอก" ผมส่ายหน้ารีบตอบทันที

"เอ้า ซะงั้น น้องอินครับ ยังจำหน้าพี่ไม่ได้อีกเหรอ" ผมกระเถิบถอยหลังทันทีเพราะไอ้พี่เปอร์นี่กำลังเอาหน้ามาร่อนอยู่ตรงหน้าผม พี่ไม่เต็มใช่ไหมเนี่ย

"พี่หมอก แล้ววันหยุดตกลงเอาไงคะ ไปดูทะเลกันเนอะ ช่วงนี้อากาศน่าจะดี" หมี่เกาะแขนพี่หมอกและพูดเสียงใส ผมมองพี่หมอกที่ตอนแรกก็ดูสีหน้ายิ้มๆ แต่เมื่อได้ยินหมี่พูดก็เริ่มหุบยิ้มลง "เอ่อ หมี่หมายถึงทะเลหมอกอ่าค่ะ อากาศเย็นๆ วิวสวยๆ พี่หมอกน่าจะชอบ"

ผมต้องยกนิ้วให้กับความพยายามและช่างสังเกตของเธอ พี่หมอกเริ่มกลับมายิ้มอีกครั้ง สีหน้าดูอ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิม

"อืม รู้ใจจังเลยนะ" ผมมองพี่หมอกที่ส่งยิ้มให้เธอ หัวใจของผมมันเริ่มที่จะไม่รู้สึกอะไร มันอาจจะชินชา หรือจริงๆ ผมอาจจะภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าพี่ ถึงพี่จะไม่ได้มองผมเลยก็ตาม ผมมาไกลมากเกินพอแล้ว แค่นี่ก็ดีแค่ไหนแล้ว

"แต่ช่วงนี้พี่ไปไหนไม่ได้หรอก พี่ต้องซ้อมบทหนักมาก จะถ่ายอาทิตย์นี้แต่พี่ยังไม่โอเคเลย" หมี่เริ่มหุบยิ้มลงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

"โธ่ ทำแต่งานนะคะ"

"ขอแค่ช่วงนี้แหละ เดี๋ยวถ่ายเสร็จแล้วเราค่อยไปกัน"

"เออไอ้หมอก เห็นมึงกำลังหาคู่ซ้อมไม่ใช่เหรอ" พี่เปอร์แทรกขึ้นมา และผมก็งงทันทีที่พี่เปอร์จับไหล่ผม เหมือนกำลังทำท่านำเสนอสินค้าแปลกใหม่ "แต่นแต๊นน ดวงดาวแห่งการละคร น้องอินนนน คนนี้เลย" ผมถึงกับสำลักลมทันที พี่พูดอะไรเนี่ย

และเมื่อเป็นแบบนั้นผมก็แทบจะกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เพราะว่าตอนนี้ พี่หมอกที่กำลังจ้องมองผม ตายล่ะ พี่หมอกกำลังจ้องมองผมจริงๆ ทำเอาผมแทบจะไม่กล้าหายใจไปเลย

"ก็ดี น่าจะเหมาะ" ผมตาโตมองพี่หมอก เมื่อกี้พี่ว่าอะไรนะ ผมเหรอ ผมน่ะเหรอเหมาะ ผมดีใจมาก นี่มัน เหมือนฝันไปเลย

"เอ๊ะ อะไรกันคะ ถ้าอ่านบทหมี่ก็ช่วยได้น้า" หมี่ที่รู้สึกว่าพี่หมอกไม่สนใจเธอก็เริ่มเขย่าตัวพี่หมอกเบาๆ แบบงอนๆ

"พี่อยากได้ผู้ชายน่ะ เพราะว่าในบท พี่ต้องเล่นคู่กับผู้ชาย" ผมหัวใจเต้นตึกตัก วันนี้มันวันดีสุดๆ ทำไมผมถึงได้โชคดีแบบนี้ ผมรอเวลาแบบนี้มานานแค่ไหน พี่รู้ไหม

"ถ้าซ้อมกับผู้หญิงสวยๆ มันก็จะเข้าไม่ถึงบทน่ะ ถ้าเป็นผู้ชายแบบ..." รอยยิ้มที่มีเริ่มค่อยๆ จางหาย พี่หมอกมองผมด้วยสายตาที่กำลังเหยียดหยาม "พี่เกลียดไอ้ละครเกย์นี่จะตาย แต่ทำไงได้" ผมมองพี่หมอก สิ่งที่ผมได้ยินนั้นมันทำให้หัวใจของผมจมดิ่งลงในความมืดมิด นี่เป็นเรื่องจริงที่ผมควรจะยอมรับ จะมีผู้ชายแท้ๆ ที่ไหน ที่จะอยากยุ่งกับผู้ชาย

"ถ้างั้นอินก็คงเหมาะแหละค่ะ" หมี่ที่หัวเราะและเหลือบมองผม

"ทำได้ใช่ไหม แค่อ่านบท ไม่มีอะไรมากหรอก" พี่หมอกหันมาพูดกับผม

"ครับ ได้ครับ แต่ต้องตอนมืดหน่อยนะครับ ผมมีซ้อมละครเหมือนกัน" ผมบอกพี่หมอก ที่เริ่มทำสีหน้าประหลาดใจอีกแล้ว

"ซ้อมละคร? ที่ไหน เล่นเป็นอะไร ก้อนหิน หรือต้นไม้" ผมเริ่มยิ้มน้อยๆ ทันทีที่พี่หมอกพูดแบบนั้น และไอ้พี่เปอร์ก็หัวเราะลั่นเสียงดังอยู่ข้างๆ

"สมกับเป็นเพื่อนกู ควายเหมือนกันเป๊ะ" พี่หมอกขมวดคิ้วมองพี่เปอร์ที่กำลังหัวเราะตัวงอ เอ่อ เคลียร์กันเองละกันนะ อันนี้ผมไม่เกี่ยว

และกลางวันนี้ผมก็ได้นั่งกินข้าวพร้อมพี่หมอก ผมยิ้มในใจเล็กๆ และเหลือบมองพี่หมอกที่กำลังก้มลงกินข้าวเหมือนกัน พี่ครับ พี่คงไม่รู้ใช่ไหม ว่าผมเฝ้ามองพี่มานานแค่ไหน พี่เคยสังเกตเห็นผมมั่งไหม ผมมักจะอยู่รอบๆ ตัวพี่เสมอ และคงไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

ในคาบบ่ายนั้น ผมนั่งเหม่ออย่างใจลอยตลอดคาบ ผมก้มลงจ้องมองมือถือของผม ที่ในตอนนี้มีเบอร์โทรพี่หมอกปรากฏอยู่ ผมที่เคยคอยแต่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ นั้น ตอนนี้ผมได้เบอร์โทรแล้วนะ ถึงจะเพราะเรื่องซ้อมบทละครก็เถอะ แต่ผมก็ไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย

ผมเลื่อนมือถือไปเปิดอินสตาแกรมขึ้นมา เลื่อนดูไดเรคข้อความที่ผมเคยส่งไปหาพี่หมอก ไม่เคยมีสักครั้งที่พี่เขาจะตอบกลับมา ไม่สิ ไม่อ่านเลยด้วยซ้ำ แต่ผมก็ยังคงทักพี่เขาไปเสมอ คอยให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา มันน่าตลกนะ ผมที่ตอนนั้นยังคงได้แต่ส่งข้อความโง่ๆ พวกนี้ไป บัดนี้กลับได้พูดคุยกับตัวจริงแล้ว มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน

ตกเย็นวันนั้นหลังผมซ้อมละครเวทีกับพี่ๆ ที่ชมรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมมือสั่นน้อยๆ ทันทีที่กดเบอร์โทรออกหาพี่หมอก บ้าเอ้ย ใจเย็นๆ ไอ้อิน พี่เขาเป็นคนบอกให้โทรไปเองนะ

ผมกดโทรออก และฟังเสียงเพลงรอสายสักพักด้วยหัวใจที่เต้นระรัว และไม่นานก็มีคนกดรับสาย

"ฮัลโหลครับพี่..."

"ฮัลโหลนั่นใคร" ผมหุบยิ้มทันทีที่ได้ยินเสียงผู้หญิงตอบกลับมาแทนที่จะเป็นเจ้าของเบอร์

"คือ พี่หมอก อยู่ไหมครับ"

"อ๋อ หมอกเหรอ นอนอยู่ มีอะไร" ผมหัวใจสั่นไหว เสียงนี้ไม่ใช่เสียงหมี่ ผู้หญิงอีกคนงั้นเหรอ

"ฮัลโหล ไม่มีอะไร รีบมาที่คอนโดxxx" ผมฟังเสียงที่เหมือนกับพี่หมอกรีบมารับสายแทน และบอกที่อยู่คอนโดให้ผม

"ครับ" ผมตอบรับ และฟังเสียงที่เหมือนกับพี่หมอกกำลังต่อว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ ในหัวใจของผมตอนนี้มันสับสนนัก นี่พี่เป็นอย่างที่คนเขาว่ากันจริงๆ สินะ แต่ถ้าจะให้พูดอีกที ก็คงเหมือนกับหมี่ละมั้ง เพราะว่าหมี่ก็มีผู้ชายคนอื่นเหมือนกัน

ผมโบกรถเมล์และเดินเท้าต่อไป เข้าไปยังซอยที่ตั้งของคอนโดนั้น ผมคิดอะไรหลายๆ อย่างขณะที่ก้าวเดินต่อไป ผมนั้นไม่มีสิทธิ์อะไรไปโกรธพี่หมอกหรอก ผมแค่รู้สึกผิดหวังเล็กๆ ที่พี่เขาไม่ได้เป็นคนจริงใจเท่าที่ควร แต่ผมที่รักไปแล้ว ก็ยากที่จะหักห้ามใจ แต่ผมไม่ได้หวังว่าพี่เขาจะต้องมารักผมหรอก ผมแค่อยากให้พี่เขามีความสุข แค่นั้นก็คงเพียงพอแล้ว

ผมเดินเข้าไปยังคอนโดหรูและบอกนิติผู้ดูแลว่าผมมาหาใคร และเขาก็เปิดประตูให้ทันที คงเพราะพี่หมอกบอกเอาไว้

ผมขึ้นลิฟต์ กดไปยังชั้นสูงสุดของที่นี่ และก้าวเดินไปหยุดลงที่หน้าประตูห้องของพี่หมอก ตามที่ได้คุยกันไว้

ผมยื่นมือออกไปกดกริ่งสีดำตรงหน้า และรอคอย

แกร่ก! เสียงประตูเปิดออกเบาๆ แต่กลับไม่มีใครโผล่ออกมา ผมยืนชั่งใจอยู่สักพัก และตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป

ห้องพี่หมอกนั้นสวยมาก เป็นโถงที่วางรองเท้า และทางเดินไม้ขัดเงาที่ประดับไฟบนพื้น ปูทางไปจนถึงโถงด้านหน้าที่กว้างขวางและมองเห็นวิวด้านล่าง มองขึ้นไปทางขวาเห็นชั้นลอยอยู่ด้านบน และด้านซ้ายที่เป็นทางเดินต่างระดับ นำไปสู่โถงนั่งเล่นและครัวที่อยู่ด้านในสุด

"นั่งเล่นไปก่อน" ผมสะดุ้งทันทีที่เห็นพี่หมอกเดินออกมาจากห้องที่น่าจะเป็นห้องน้ำ พี่หมอกสวมชุดคลุมอาบน้ำและเดินมาดื่มน้ำที่เคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ใกล้ๆ

"ค.คือสวัสดีครับ" ผมที่อยู่กับพี่หมอกสองต่อสองนั้นก็เกิดอาการสั่นซะได้ ประหม่าเกินไปแล้ว

"เรื่องที่โทรมาเมื่อกี้..." พี่หมอกเดินเข้ามานั่งลงที่โซฟา แต่ก็ไม่ใกล้ผมมากนัก "อย่าบอกหมี่นะ ทำได้ใช่ไหม" พี่หมอกพูดและจ้องมองผมจริงจัง

"ผมไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวหรอกครับ" ผมหลบตาไม่กล้ามองคนตรงหน้าตรงๆ

"ก็ดี จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปคิดมากเลย ผู้ชายก็แบบนี้แหละ" ผมพยักหน้าน้อยๆ และมองไปรอบๆ ห้องพี่หมอกแทน

"ห้องสวยมากเลยครับ" ผมเปลี่ยนเรื่องคุย หวังให้พี่หมอกหายกังวลใจ

"ใช่ไหมล่ะ ข้างบนก็..."

"เป็นห้องอัดเสียงใช่ไหมครับ" ผมพูดก่อนที่พี่หมอกจะพูดจบ ทำให้พี่หมอกขมวดคิ้วสงสัย

"รู้ได้ยังไง" แย่ล่ะ ผมเผลอพูดออกไปซะงั้น ผมไม่ควรทำตัวรู้ดีเกินไป

"คือ ผมเคยเห็นในรายการที่มาถ่ายห้องของพี่น่ะครับ ดูผ่านๆ" ผมไม่กล้าพูดหรอกว่าผมเป็นแฟนคลับพี่ พี่คงตกใจน่าดู

"นี่อย่าบอกนะว่าดูละครเกย์ที่พี่เล่นด้วยน่ะ" พี่หมอกชี้ผมและทำท่าเหมือนจะหัวเราะ พี่เขาคงไม่ชอบเกย์มากๆ ถึงได้ใช้คำพูดแบบนี้

"ดูผ่านๆ ครับ แต่พี่เล่นดีมากนะครับ" ผมยกนิ้วชื่นชม แต่ดูพี่หมอกจะไม่ได้ดีใจอะไร

"เหรอ" พี่หมอกดูเหม่อลอยเล็กน้อย เหมือนพี่เขากำลังคิดอะไรในใจ "เป็นไปไม่ได้หรอก" คำพูดของพี่หมอกเบามากราวกับพูดกับตัวเอง ดูพี่เขาไม่ได้มีความสุขเมื่อได้รับการชื่นชมนั้น

"มา มาเริ่มเลยดีกว่า เดี๋ยวจะดึก" พี่หมอกพูดบอก พลางลุกขึ้นถอดเสื้อคลุมอาบน้ำออก

ผมรีบหันหน้าหนีทันที แต่ก็ยังคงเหลือบเห็นพี่เขาเดินผ่านไป พี่เขาใส่กางเกงชั้นในแบบบ็อกเซอร์เอาไว้ และก็เป็นอย่างที่เคยเห็นในทีวี พี่เขาหุ่นดีและผิวพรรณดีมาก ตัวสูง มีกล้ามเนื้อและซิกแพคชัดเจน คนอะไรจะเพอร์เฟคขนาดนี้

"โทษทีๆ โอเคละ" พี่เขาเดินกลับมาพร้อมใส่กางเกงขายาวกับเสื้อยืดแล้ว โล่งไปที

พี่หมอกเรียกผมไปที่กระจกใสบานใหญ่ ที่ที่สามารถมองลงไปเห็นวิวแสงไฟด้านล่างได้อย่างชัดเจน ยืนตรงนี้ก็ดีเหมือนกัน

ผมรับเล่มบทละครมาจากพี่หมอก และเปิดดูด้านในคร่าวๆ

"หน้าที่ 107 ขอตรงนี้นิดนึง รู้สึกว่าเข้าถึงอารมณ์ตรงนี้ไม่ได้สักที" พี่หมอกชี้ให้ดูในหนังสือบทละคร

"ครับ ถ้าพร้อมก็เริ่มได้เลยครับ ผมจะต่อบทให้" ผมมองพี่หมอกที่กำลังดูบทของตัวเอง และเงยหน้าขึ้นมา จ้องมองผมนิ่งๆ ด้วยแววตาและสีหน้าที่เปลี่ยนไป

"ขอโทษที่ทำให้เธอผิดหวัง ฉันมันขี้ขลาด ฉันไม่ได้เข้มแข็งเหมือนที่เธอคิด"

ผมหัวใจเต้นรัว มองพี่หมอกที่กำลังพูดบทละคร ด้วยสีหน้าที่ดูหมองเศร้า พี่หมอกพูดเสียงเบาเหมือนเป็นบทรำพึงรำพัน และดูทรมานในหัวใจมาก

ผมมองพี่หมอกที่กำลังปล่อยอารมณ์ไปตามบทประพันธ์ แววตาเว้าวอนและจ้องมองเข้ามาในแววตาของผม

"ฉันรักเธอ เพราะว่าฉันรักเธอมาก ได้โปรด ให้อภัยฉันด้วย"

ผมชะงัก และจ้องมองกลับไปยังแววตาที่แสนเศร้านั้น มันเหมือนกับทุกสิ่งได้หยุดนิ่งไป ความรู้สึกภายในของผมกำลังเอ่อล้นออกมา ผมน้ำตาไหลออกมาช้าๆ อย่างควบคุมไม่ได้

พี่หมอกที่กำลังก้มลงอ่านบทต่อไปนั้น ก็เงยหน้าขึ้น และขมวดคิ้วจ้องมองผมด้วยสีหน้าแปลกใจ

"เป็นอะไรไป" พี่หมอกถามผมด้วยความสงสัย

ผมสะดุ้งทันทีและรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา

"เอ่อ ผมขอเข้าห้องน้ำแปบนะครับ" ผมรีบหันหลังเดินออกจากพี่หมอกและเข้าไปในห้องน้ำที่ติดกับโถงครัว

ผมผลักประตูเข้ามาและยืนนิ่งอยู่ที่อ่างล้างหน้า ผมมือสั่นเปิดน้ำและวักน้ำล้างหน้าซ้ำๆ จนเสื้อเปียกปอน

ผมรู้ว่ามันเป็นแค่บทละคร ผมรู้ว่าสิ่งที่พี่พูดออกมานั้นมันก็แค่ สิ่งที่พี่จำเป็นต้องพูดมันออกมา มันเป็นคำลวง มันเป็นคำที่ไร้ความหมายสำหรับพี่

แต่สำหรับผมนั้น ผมฝันว่าจะได้ยินคำคำนี้จากพี่มาตลอด ผมได้แต่โกหกตัวเองเท่านั้น ว่าผมไม่ต้องการพี่ แต่ในความจริงนั้น ผมรักพี่มาก และรักมาตลอด คำว่ารักจอมปลอมที่พี่พูดออกมา มันถึงได้สะท้อนก้องเข้าไปในหัวใจของผม ทำให้ผมไม่อาจกลั้นน้ำตาได้

ผมร้องไห้อย่างเจ็บปวดหัวใจ จมอยู่กับคำบอกรักที่ไร้ความหมาย คำรักที่ผมจะไม่มีวันได้ยินมันจากหัวใจของพี่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 15:52:13 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
และก็ยังคงเหมือนเดิม #เปอร์อิน ได้มั้ย555
 สงสารน้องงง

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
อยากรู้เปอร์ร้ายอย่างไร   :hao4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

จากบทสนทนาที่ผ่านมา  หมอกน่าจะแค่อึ้งและชื่นชมในอินเนอร์ที่ออกมาของอิน  แต่ไม่น่าจะชอบในเชิงชู้ชาย

ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
งืออออออออตอนแรกไม่กล้าอ่านกลัวหน่วงมากกกกกกกตอนนี้ชอบสุดๆค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
พี่เปอร์แลดูมีอะไรๆนะ

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 4 หลงละเมอคอย


เวลาผ่านไปสักพัก ผมเช็ดหน้าเช็ดตาและเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมมองพี่หมอกที่กำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ ผมจะถูกดุไหมนะ เล่นหนีไปดื้อๆ แบบนั้น

"ท้องเสียหรือไง" ผมรู้สึกโล่งใจ เพราะพี่หมอกไม่ได้ดูหงุดหงิดอะไร

"คือ...ขอโทษครับ" ผมก้มลงหยิบบทละครขึ้นมาอ่านอีกรอบ "เมื่อกี้เล่นดีแล้วนะครับ" ผมยิ้มให้พี่หมอก

"ดีจนคนบางคนอินจนหลั่งน้ำตาเลยใช่ไหม" ผมอึกอักทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

"คือ ผม..."

"ทำไม มีปัญหาความรักหรือไง" ผมไม่ได้ตอบคำถาม แต่พี่หมอกก็ยังดูสงสัยอยู่ "ขอแนะนำอย่างนึงนะ อย่าไปยุ่งกับไอ้เปอร์มาก มันไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรอก" พี่หมอกพูดและก้มลงอ่านบทต่อไป

"จะเป็นยังไง ก็ไม่เลวร้ายเท่าพี่หรอกมั้ง" ผมพูดออกแนวล้อเล่น และพี่หมอกก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองผม

"ก็คงจะอย่างนั้นล่ะมั้ง" ผมมองพี่หมอกที่กำลังหัวเราะชอบใจ นี่ผมด่านะ ไม่ได้ชมสักหน่อย

"โอเค มาต่อกัน" พี่หมอกพูดและเปิดบทไปมา

ผมก้มลงอ่านบทต่อไปตามที่พี่หมอกบอก ผมไล่สายตาอย่างรวดเร็ว และปิดบทหน้านั้นลง

"จำได้แล้วเหรอ" พี่หมอกถามผมด้วยสีหน้างงงวย

"พี่หมอกครับ" ผมพูดเรียกพี่หมอกเบาๆ และพี่หมอกก็มองผมเหมือนกำลังรอฟัง

"ผมขอโทษล่วงหน้าไว้เลยนะครับ" ผมพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆ ซึ่งทำให้พี่หมอกเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน

ผมเริ่มหุบยิ้มลง และเริ่มทำหน้านิ่งๆ ดึงอารมณ์ตามบทละครนั้น อย่างรวดเร็ว

"ทำไมถึงทำแบบนี้เหรอครับ" ผมพูดบทตามที่ได้อ่าน มันเป็นช่วงเวลาที่ผมดำดิ่งสู่ความเสียใจขั้นสุดตามตัวละคร

"ฉันขอโทษ"

พี่หมอกพูดบทของตัวเอง แต่ดูเหมือนจะหลุดคาแรคเตอร์ตัวเองไปแล้ว เพราะมัวแต่อึ้งจ้องมองผม

"พี่ลำบากมากไหมครับ ที่ต้องทำแบบนี้"

ผมพูดพลางกัดกรามแน่น ตอนนี้ตัวละครนี้กำลังเจ็บปวดมาก ซึ่งมันช่างคล้ายกับผมตอนนี้ซะเหลือเกิน

"ไม่ ฉัน...เธอเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า"

พี่หมอกพูดและทำท่าเดินเข้ามาใกล้ แสดงท่าทีห่วงใย

"ใช่ครับ ผมเจ็บ แล้วพี่ละครับ เจ็บหรือเปล่า"

ผมยังคงกัดฟันพูดด้วยแววตาสั่นระริก ตัวสั่นน้อยๆ อย่างสะกดอารมณ์

"แล้วพี่รู้ไหมว่า ทำยังไง พวกเราถึงจะไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป"

ผมพูดและกัดปากตัวเองอย่างเจ็บปวด

"เราเลิกกันเถอะ"

ผมพูดคำนี้ออกไปด้วยเสียงที่สั่นเทา แต่ก็แน่วแน่ น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาอาบสองแก้ม

"ไม่ใช่สิ พวกเรายังไม่ได้คบกันด้วยซ้ำ!"

ผมที่ร้องไห้นั้นก็เริ่มหัวเราะทั้งน้ำตาอย่างเจ็บปวด

"ถ้าพูดให้ถูกก็คือ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าผมเป็นอะไรสำหรับพี่กันแน่!!!"

ผมตะโกนก้องด้วยแรงอารมณ์และจ้องมองพี่หมอกที่นิ่งค้างอยู่อย่างนั้น

ผมค่อยๆ ผ่อนคลายลงและมองพี่หมอกที่ยังคงจ้องมองผมแบบอึ้งๆ และไม่ยอมพูดบทตัวเองต่อไป

"คือ..พี่หมอก" ผมพูดและยื่นมือโบกไปมาตรงหน้าพี่หมอก

"เอ่อ..." พี่หมอกยังคงมองผมแบบไม่อยากจะเชื่อ

"ขอโทษครับ" ผมพูดและมองพี่หมอกที่ยังคงนิ่งค้าง

"ใช้ได้เลยนะ แค่โดนบอกเลิก แต่ความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า" พี่หมอกพูดพลางเริ่มหัวเราะน้อยๆ ผมรู้สึกโล่งใจ และดีใจมากที่พี่หมอกเอ่ยชม

"ผมชอบการแสดง" ผมบอกพี่หมอก ดีใจที่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าพี่

"เหรอ เพราะอะไร" ผมรู้สึกอึ้งเล็กน้อย ไม่คิดว่าพี่เขาจะสนใจถาม

"คือ..." ผมอึกอักไม่กล้าตอบ หัวใจเต้นรัว ความจริงพี่หมอกนั้นมีส่วนทำให้ผมอยากเป็นนักแสดง แต่ผมพูดออกไปไม่ได้ "เวลาที่ได้ทำสิ่งที่รัก คนเรามักเป็นอิสระ" ผมพูดตอบและจ้องมองพี่หมอก ตัวผมนั้นมีสิ่งที่ต้องการปิดบัง และสิ่งเหล่านั้นก็เหมือนกับกำลังกักขังผมเอาไว้ การแสดงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมมีอิสระ ผมสามารถแสดงออกได้ทุกสิ่งที่ผมต้องการ สิ่งที่เป็นทั้งตัวเอง และไม่ใช่ ไม่ต้องเก็บซ่อนไว้

"อิสระ งั้นเหรอ" พี่หมอกดูครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผมกำลังพูด ผมเริ่มรู้สึกเขินเล็กน้อยที่ถูกพี่หมอกจ้องมองอย่างจริงจัง "แล้วจะทำยังไง ถ้าการทำสิ่งที่รัก มันไม่เป็นอิสระ" ผมขมวดคิ้วทันทีกับคำถามนั้น เหมือนกับพวกเรากำลังคุยอะไรที่คนอื่นไม่เข้าใจ

"ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมคงต้องหาทางดู มันต้องมีสักทางที่ได้ทำสิ่งที่รักและเป็นอิสระ"

พวกเราเงียบกันอยู่สักพัก ผมมองดูพี่หมอกที่ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรในใจ บางทีการที่เราได้พูดคุยกันวันนี้ อาจจะทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น ผมดีใจ ที่ได้รู้จักพี่ และอยากรู้จักมากขึ้นกว่านี้

แต่เวลาก็ช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ผมมองนาฬิกาที่บนผนัง ที่บอกเวลาว่าผมควรจะกลับได้แล้ว ช่วงเวลาที่ผมได้อยู่กับพี่นั้น ช่างสั้นนัก ตอนนี้ ผมคงต้องไปจริงๆ แล้ว

"คือ ถ้าวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ" ผมพูดพลางเดินไปหยิบกระเป๋า ความจริงผมไม่ได้อยากกลับเลย ผมอยากอยู่กับพี่หมอก แต่ผมก็เป็นห่วงแม่ ยังไงก็อยู่ต่อไม่ได้แล้วล่ะ

ผมบอกลาพี่หมอก และขอโทษที่ตะโกนใส่อีกรอบ พี่หมอกนั้น ไม่ได้พูดว่าอะไรผม ไม่ได้พูด..อะไรเลยด้วยซ้ำ

ผมเดินออกนอกประตูห้องพี่หมอก และหันกลับไปมองบานประตูสีดำนั่นอีกครั้ง วันนี้ ผมได้เข้าใกล้พี่หมอกมากขึ้นอีกนิดแล้วนะ

และมันเป็นวันที่ผม ต้องจดจำไปอีกนานแสนนาน

หลังจากกลับมานั้น ผมก็จัดการงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ และรดน้ำต้นไม้อยู่ในสวนหลังบ้าน ผมครุ่นคิดถึงพี่หมอก ไม่รู้ว่าพี่เขาจะคิดยังไงกับวันนี้บ้างนะ พี่เขาจะให้ผมไปช่วยซ้อมบทอีกไหม ผมอยากรู้จัง

Rrrr Rrrr

เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น หัวใจของผมเต้นรัวอย่างอดคิดไม่ได้ว่า บางที อาจจะเป็นพี่หมอกหรือเปล่านะ

ผมที่คิดแบบนั้นก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ว่าก็ต้องผิดหวัง เพราะเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอตอนนี้ เป็นเบอร์โทรแปลกๆ ที่ผมไม่รู้จัก ผมกดรับสายและแนบหูลงบนโทรศัพท์

"ไงน้องอิน" ผมขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินเสียงผู้ชายพูดขึ้น

"ใครครับ" ผมลองถามดู เพราะเสียงไม่คุ้นเลย

"ไปนั่งรถเล่นกันไหม"

"ขอโทษนะครับ แต่ว่าใครครับ"

"พี่เปอร์เอง น้องอินทำลืมอีกแล้ว" อ๋อ ไอ้พี่เปอร์นั่นเอง แต่เดี๋ยวก่อนนะ

"พี่เอาเบอร์ผมมาจากไหน"

"ขอไอ้หมอกมา แอบให้เบอร์กันไม่บอกพี่ได้ไง" ผมเลิกคิ้วขึ้นแบบมึนๆ อะไรของพี่เขานะ

"เอาไว้ติดต่อซ้อมบทครับ แค่นั้น" ผมพูดพลางถอนหายใจเหนื่อย

"โอเค งั้น ออกมาเจอกันที่ไหนดี"

"ออกไปอะไรครับ ผมจะนอนแล้ว แค่นี้นะ" ผมกดวางสายทันที หนอย แบบนี้คงโทรมาป่วนอีกแหงๆ ปิดเครื่องซะเลยดีไหม

ผมที่คิดแบบนั้น ก็กดปิดเครื่องจริงๆ เพราะว่าจะเข้านอนแล้ว ซึ่งผมนั้นนอนกับแม่มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แถมบ้านหลังเล็กๆ ของเราก็มีเนื้อที่เพียงนิดเดียวจริงๆ ไม่ใช่ว่าเจ้าของบ้านใจไม้ไส้ระกำอะไรหรอกนะ เพียงแค่เราสองแม่ลูกต้องการแค่นี้จริงๆ ผมไม่ได้คิดมากอะไร


ผมตื่นนอนในตอนเช้า ช่วยแม่ทำงานบ้านทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนออกเดินทางไปมหา'ลัยเหมือนอย่างปกติ แต่วันนี้ผมนั่งรถเมล์มา เพราะหมี่บอกว่าพี่หมอกจะมารับ และให้ผมออกไปก่อนได้เลย

ผมถอนหายใจ เรื่องเมื่อคืนที่ผมได้อยู่กับพี่หมอกนั้น มันเหมือนกับความฝันจริงๆ และสุดท้ายนั้น ผมก็ต้องตื่นจากฝันอยู่ดี

ผมนั่งอยู่บนรถเมล์ และนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนผมปิดมือถือเอาไว้ ผมจึงดึงมันออกมา และกดเปิดเครื่อง เผื่อว่าพวกพี่ๆ จะโทรหาผม เพราะวันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย และพรุ่งนี้ก็จะต้องแสดงจริงๆ ในงานวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย

และทันทีที่ผมเปิดมือถือขึ้นมานั้น ผมก็พบว่าโทรศัพท์ของผมกำลังสั่นระรัวเพราะข้อความที่ถูกส่งเข้ามา ผมขมวดคิ้วมองดูข้อความเหล่านั้น ผมคิดถูกจริงๆ ที่ปิดเครื่อง

[ใจร้ายยยย น้องอินใจร้ายยยย]

[อย่าให้เจอที่มหา'ลัยนะ ต้องเลี้ยงข้าวพี่ด้วยยย]

[น้องอิน ทำกับพี่แบบนี้ได้งายยย]

ผมหัวเราะเบาๆ ไอ้พี่เปอร์นี่ยังไง จะสนิทกับคนอื่นง่ายไปแล้วมั้ง แค่ได้คุยกันนิดหน่อยก็ติดผมแจเลยทีเดียว แต่แบบนี้ก็ดีนั่นแหละ ผมจะได้มีเหตุผล เข้าใกล้พี่หมอก ผ่านพี่เปอร์เพื่อนสนิท

แต่ผมที่นั่งอ่านข้อความตัดพ้อของพี่เปอร์นั้น ก็สะดุดตาเข้ากับข้อความอีกข้อความหนึ่ง และสายที่ไม่ได้รับจาก...

ผมหัวใจเต้นระทึก พี่หมอกงั้นเหรอ...

ผมรีบเอามือถือเข้ามาใกล้ เพื่อจะได้เห็นข้อความชัดขึ้น

[พรุ่งนี้เวลาเดิมนะ]

ผมลูบหน้าจอมือถือของผมเบาๆ และไม่อาจสะกดกั้นความสุขในหัวใจไว้ได้ ผมยิ้มออกมาเหมือนกับโลกมันช่าง สดใสสวยงามเหลือเกิน

วันนี้ผมคงจะมาเช้าเกินไป ผมเดินไปมาใต้ตึกคณะ และนั่งลงที่โต๊ะไม้หินอ่อนใต้ร่มไม้ใกล้ๆ ช่วงบ่ายผมคงจะยุ่งมาก แต่ขอให้ทันหัวค่ำทีเถอะ ผมอยากซ้อมบทให้พี่หมอกด้วย

ผมนั่งอยู่สักพัก เพื่อรอเวลาเข้าเรียน ผมปัดจอมือถือไปมาเฝ้ามองแต่ข้อความที่พี่หมอกส่งให้ นี่มันเรื่องเหลือเชื่อไปเลย เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมยังคงทำได้แค่เฝ้ามองพี่จากที่ไกลๆ เท่านั้น แต่ตอนนี้ ผมได้เข้าไปในห้องของพี่หมอก ได้รับข้อความของพี่หมอก นี่เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ผมกดหน้าจอมือถือเข้าไปในอินสตาแกรม มองไดเรคข้อความที่ผมส่งถึงพี่หมอก ทุกๆ ข้อความยังไม่ได้รับการอ่าน หรือตอบกลับใดๆ เช่นเดิม แต่ใครจะสนล่ะ ในเมื่อผมนั้นสามารถคุยกับตัวจริงได้แล้ว

"ไอ้หมอก ช่วงนี้มาเรียนบ่อยนะมึง"

"ติดเรียนหรือติดอะไรแน่"

ผมหูผึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ใกล้ๆ ผมใจเต้นตึกตักอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะตอนนี้ พี่หมอกกำลังจะเดินผ่านมา พี่หมอกที่ใส่ชุดนักศึกษา กำลังเดินอยู่กับเพื่อนอีกคนที่ไม่ใช่พี่เปอร์ ทั้งสองกำลังเดินเข้ามาตามทางเดิน และเข้าใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ

"ห.หวัดดีครับ" ผมตัดสินใจส่งเสียงทักพี่หมอกทันทีที่พี่หมอกกำลังเดินผ่านมาตรงหน้า สงสัยคงเพิ่งจะเดินไปส่งหมี่ที่ตึก เลยผ่านมาทางนี้

แต่ผมที่ส่งเสียงออกไปนั้น ก็พบว่าพี่หมอกแค่ปรายตามองมาทางผมเล็กน้อย พยักหน้าลงและเดินผ่านไป เหมือนกับไม่ได้ใส่ใจ

ผมค่อยๆ หันมองตามแผ่นหลังนั้น และยิ้มให้กับตัวเอง ผมมันโง่นักที่คิดว่าพี่เขาจะสนใจ พี่หมอกก็ยังคงเป็นพี่หมอก เป็นคนที่ไม่คิดจะใส่ใจผมตั้งแต่แรกแล้ว

"ไอ้เด็กนิสัยเสีย" ผมสะดุ้งทันทีที่รู้สึกว่ามีอะไรมาจิ้มที่เอว หนอย

ผมหันขวับไปมองพี่เปอร์ที่กำลังซุ่มอยู่ในพุ่มไม้และเอาไม้ยาวๆ มาเขี่ยผม

"ทำตัวเป็นเด็กไปได้" ผมลุกขึ้นเดินหนี

"โถ น้องอินครับ พี่มาดีนะ" ผมเหลือบมองพี่เปอร์ที่เดินตามมาไม่ห่าง

"ทำไมไม่ไปอยู่กับเพื่อนพี่ละครับ" ผมทำหน้ามุ่ย ผมยังคงรู้สึกเฟลไม่หาย ที่เมื่อกี้พี่หมอกเมินผม

"พี่อยู่วิศวะ มันอยู่ศิลปกรรม พี่ไม่ได้ตัวติดมันซะหน่อย" ผมหยุดเดินและหันไปมองพี่เปอร์ วันนี้ไอ้พี่เปอร์ก็แต่งผมซะหล่อเฟี้ยวเชียว รู้สึกหมั่นไส้เล็กๆ แต่คนแบบนี้ทำไมถึงไม่เคยเห็นควงสาวๆ เลยนะ

"พี่ไม่มีแฟนเหรอ" ผมถามสิ่งที่กำลังสงสัย

"มีก็เห็นแล้วสิ" พี่เปอร์พูดและเดินเข้ามาใกล้ "แล้วเราล่ะอยากมีไหม แฟนน่ะ" ผมชะงักทันทีที่พี่เปอร์พูดและยื่นหน้ามาใกล้มากขึ้นไปอีก

"เอ่อ ผมไปเรียนดีกว่า เดี๋ยวสาย" ผมรีบเดินหนีทันที ผมเหลือบมองไปด้านหลังอีกครั้ง และเห็นพี่เปอร์ยังคงโบกมือไปมาให้ผม ไอ้พี่บ้านั่นอะไรของเขากันนะ

ช่วงบ่ายของวันนี้ก็เป็นไปตามคาด ผมถูกเรียกตัวจากพี่ๆ ในชมรมให้เข้าไปที่โรงละครด่วน เพราะมีซ้อมหลายรอบ ผมนั่งแต่งหน้าทำผมอยู่หน้ากระจก ทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ล้วนเสมือนจริง ผมมองความวุ่นวายในห้องแต่งตัวที่ตอนนี้ทุกคนต่างกำลังวุ่นอยู่กับเสื้อผ้า หน้าผมของตัวเอง พวกเรานั้นซ้อมกันมาเป็นเดือนๆ แล้ว และวันพรุ่งนี้ก็จะได้แสดงจริงสักที

ละครที่พวกเราเล่นนั้นเป็นละครคลาสสิค โรมิโอกับจูเลียต ในเวอร์ชั่นที่ถูกดัดแปลงไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ถึงผมจะชินกับการแสดงมากเพียงใด แต่ใจผมนั้นก็ยังคงตื่นเต้นเสมอที่คิดว่า ถ้าหากพี่หมอกเข้ามาดูล่ะ ผมจะดีใจแค่ไหนกันนะ

ผมที่คิดแบบนั้นก็ชั่งใจอยู่ชั่วครู่ และตัดสินใจกดข้อความส่งหาพี่หมอก ป่านนี้พี่จะทำอะไรอยู่กันนะ พี่จะตอบรับคำเชิญของผมไหม

[พี่หมอกครับ วันนี้ผมมีซ้อมใหญ่ที่โรงละคร แสดงจริงวันพรุ่งนี้ครับ ถ้าไม่รังเกียจ ถ้ามีเวลาว่างก็เข้ามาดูได้นะครับ ระบบแสงสีเสียงเหมือนจริงเลยครับ]

ผมหัวใจเต้นรัว และกดส่งข้อความนั้นออกไป ผมวางโทรศัพท์มือถือลงที่บนโต๊ะแต่งหน้า และลุกขึ้นแต่งตัวตามที่พี่ในชมรมเรียกไป

Trrr

ไม่นานสักพัก เสียงโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่บนโต๊ะก็ทำให้ผมรู้สึกมีความหวัง ผมค่อยๆ เดินไป และหยิบมันขึ้นมา หลับตาภาวนา ขอให้เป็นข้อความของพี่หมอก ขอให้พี่เขา มาดูด้วยเถอะ ช่วยตอบรับผมด้วยเถอะ...

[อืม ว่างอยู่พอดี]

ผมชะงักค้าง จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่อย่างนั้น เดี๋ยวก่อน นี่มันจริงเหรอ นี่ผมกำลังฝันไปเหรอ ผมมือสั่นและยิ้มกว้างอย่างดีใจ พี่หมอกจะมาดูผมแสดง นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขมาก

ผมแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ผมมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม วันนี่ผมต้องทำได้ดี และพรุ่งนี้ต้องดียิ่งกว่า

ผมมองดูสัญญาณจากพี่ๆ และฟังเสียงเพลงบรรเลง เสียงผู้บรรยาย และรอที่จะถึงตาผมออกโรง

"มีมาดูซ้อมเยอะเหมือนกันนะ"

"คนนั้นใครน่ะ เหมือนเคยเห็น"

"หล่อมากอ่ะ แฟนใครในนี่เปล่า"

ผมใจเต้นตึกตัก เมื่อได้ยินเสียงพวกพี่ๆ พากันชี้ชวนให้มองดูกลุ่มคนที่เข้ามานั่งดูการซ้อม ถ้าพูดแบบนี้แล้วละก็ แปลว่าพี่หมอกมาแล้วสินะ

ผมกำมือตัวเองแน่นอย่างตื่นเต้น ใจเย็นๆ ผมทำได้ ผมต้องทำให้ได้ดีที่สุด ผมหายใจเข้าออกลึกๆ สงบอารมณ์ตัวเองและพยายามจะไม่ยิ้มหน้าบานมากเกินไป ทุกอย่างเป็นเพราะพี่หมอก ผมเข้าเรียนที่คณะนี้ ชมรมนี้ก็เพราะพี่ เพราะผมหวังว่าสักวัน ผมจะได้เล่นละครคู่กับพี่ นั่นเป็น ความฝันสูงสุดของผม

"อิน เต็มที่" พี่แก้ว รุ่นพี่ในชมรมจับบ่าผมและบีบเบาๆ ให้กำลังใจ ผมพยักหน้าและก้าวเดินออกไปหน้าเวที

แสงสีจากสปอตไลต์กำลังส่องมาที่ผม ผมเดินออกมาออกท่าทางและกวาดตามองไปทางผู้ชมที่กำลังชมอยู่ ผมเริ่มปล่อยอารมณ์เล่นไปตามบทละครที่ได้ฝึกซ้อมมาอย่างหนัก และเมื่อได้โอกาส ก็จะมองลงไปยังฝูงชนอย่างเป็นธรรมชาติ

ผมยิ้มอยู่ในใจเสมอที่มองลงไป พี่หมอกครับ พี่นั่งตรงไหนกัน พี่เห็นผมไหม ผมเก่งใช่ไหมครับ ถ้าอยู่ตรงนั้นก็ยกมือให้ผมเห็นหน่อย

แต่ผมที่พยายามมองลงไปครั้งแล้วครั้งเล่านั้น ก็ยังคงไม่เห็นบุคคลที่ผมเฝ้ารออยู่ ผมเริ่มขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด เริ่มหลุดออกจากคาแรคเตอร์บทละคร

ผมมองไปมาตามฝูงชน และในที่สุด ผมก็มองเห็นแล้ว เห็นผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนั้น...

ผมรู้สึกราวกับภาพรอบๆ ตัว กำลังเคลื่อนไหวช้าลง ผมมองไปตรงนั้น ตรงที่ที่ควรจะเป็นพี่หมอก แต่มันกลับไม่ใช่...

ผมมองพี่เปอร์ที่กำลังยืนส่งยิ้มให้ผมและโบกมือไปมาอย่างร่าเริง ผมได้แต่หลบสายตาลงและพยายามตั้งใจอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ผมต้องตั้งสติ ผมต้องอย่าไปสนใจ ผม...

"อิน" ผมมองพี่ที่เล่นบทคู่กับผมที่กำลังส่งเสียงเรียกผมเบาๆ

ผมมองไปรอบๆ และรีบต่อบทละครที่ต้องเล่นทันที ผมกำลังทำอะไร นี่มันไม่ใช่ผมเลย

"อิน ไม่สบายหรือเปล่า ซ้อมมาเป็นร้อยครั้ง อินไม่เคยพลาดสักครั้ง แต่วันนี้..."

"ผมขอโทษครับ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก" หลังจากจบการซ้อม ผมก้มหัวขอโทษพี่ๆ ทุกคน รู้สึกผิดหวังกับตัวเอง

"อินทำดีแล้ว จริงๆ ที่ขัดไปก็แค่ 5 วิเองมั้ง ใจเย็นๆ และพรุ่งนี้ ทุ่มเททุกอย่างลงไป ทำได้ใช่ไหม ทุกคน ทำได้ใช่ไหม" ผมมองพี่หนึ่งหัวหน้าชมรมที่กำลังส่งเสียงดังและบอกทุกคนให้มีกำลังใจ ผมรู้สึกแย่มาก ผมทำให้ทุกอย่างมันแย่

"อินมีเรื่องในใจใช่ไหม" หลังจากการประชุมชมรมจบลงแล้ว พี่แก้วที่สังเกตตัวผมตลอดเวลา ก็เดินเข้ามาหาผมและจับไหล่ผมเอาไว้ "ลืมทุกอย่างในหัวใจไปก่อน และมุ่งมั่นอยู่ที่ตัวละครของเรา ในวันพรุ่งนี้ อินจะไม่ใช่ตัวอิน จำไว้ให้ดี และหลังจากนั้น ค่อยสู้ใหม่ โอเคไหม" ผมพยักหน้าและยิ้มให้พี่แก้ว ผมจะทำให้พวกพี่ๆ ผิดหวังไม่ได้

ผมเดินไปตามทางเดินที่ว่างเปล่า เดินขึ้นไปยังที่นั่งคนดูที่มืดสนิท เพื่อออกไปอีกด้านของประตูที่อยู่ด้านบน ผมส่งข้อความบอกพี่หมอกทันทีหลังจบการซ้อมว่า ผมไปที่คอนโดพี่ไม่ได้แล้ว ขอโทษด้วย เพราะผมเลิกดึกเกินไป

ผมรู้สึกอ้างว้าง ผมผิดหวังเหลือเกิน จริงๆ ผมก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าพี่หมอกจะไม่มีทางมา ผมหัวเราะเยาะตัวเองที่ดันไปตั้งความหวังลมๆ แล้งๆ แบบนั้น ผมมันโง่หลงตัวเอง ผมมันงี่เง่าจริงๆ

"เล่นดีมากเลยนะ" ผมหันมองไปตามเสียงพูดที่ดังขึ้น และก็พบว่ายังมีคนที่นั่งอยู่ในความมืดนั้น

"ขอบคุณที่มาดูนะครับ" ผมยิ้มให้พี่เปอร์

"ไปนั่งรถเล่นกันไหม" พี่เปอร์ส่งยิ้มและยื่นหมอกกันน็อคใบใหญ่ให้ผม

"ไปส่งที่บ้านดีกว่าครับ ผมเหนื่อยแล้ว" ผมรับหมวกนั้นมาและมองคนตรงหน้าที่ดูหน้าบานเหลือเกิน

ผมเดินตามพี่เปอร์ที่เดินนำผมไปที่ลานจอดรถหน้าคณะ ผมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ลานจอดมอเตอร์ไซค์งั้นเหรอ นึกว่าขับรถยนต์มาซะอีก แต่ทันทีพี่เปอร์หยุดเดินและยืนอยู่ข้างๆ รถคันหนึ่งนั้น ผมเลิกคิ้วขึ้นและตาโตทันทีที่รู้ว่าผมจะต้องนั่งอะไรกลับบ้าน

"เปลี่ยนใจยังทันไหม" ผมมองรถมอเตอร์ไซค์สุดเท่คันใหญ่สีดำสนิทที่พี่เปอร์กำลังคร่อมมันอยู่ มันคือดูคาติ รถที่แพงแสนแพงทั้งๆ ที่ไม่มีหลังคาเลยสักนิด

"ขึ้นมา" พี่เปอร์เปิดกระจกหมวกกันน็อคขึ้นและยักคิ้วเรียกผม

ผมยืนช่างใจอยู่สักพักและก้าวขาขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย โอ้ยย เบาะมันชันจนผมไหลลงไปกองกับหลังไอ้พี่เปอร์ซะงั้นอีก จะแนบแน่นไปไหน

"เกาะแน่นๆ" ผมแทบจะกรี๊ดแตกทันทีที่ไอ้บ้านี่มันยกล้อหน้าตอนออกตัว แบบนี้จะมีชีวิตรอดไปถึงบ้านไหม

"เบาๆ หน่อย!" ผมตะโกนฝ่าสายลมและเคาะหมวกกันน็อคไอ้คนขับรัวๆ โอ้ยย จะขับดีๆ เป็นไหมเนี่ย

"อะไรนะ! ไม่ทันใจเหรอ!" ไอ้พี่เปอร์ตะโกนตอบกลับมาและบิดเพิ่มความเร็วมากขึ้นอีก ผมที่กลัวตกก็กอดเอวพี่เปอร์ไว้แน่น ผมสัญญากับตัวเองเลยทีเดียวว่าผมจะไม่มีวันมากับไอ้พี่บ้านี่อีก

และในที่สุดพวกเราก็มาถึงหน้าบ้านของผม ผมรีบลงจากรถ และถอดหมวกกันน็อคออกแทบจะโยนใส่มือไอ้พี่เปอร์ที่กำลังหัวเราะผมที่หัวฟูฟ่อง

"ขับรถแบบนี้ไม่อยากแก่ตายหรือไง" ผมบอกพี่เปอร์ด้วยสีหน้าไม่สนุกด้วย

"จ้าๆ ขอโทษจ้า แต่ชอบไหม" พี่เปอร์ถอดหมวกออกและยิ้มชอบใจ

"ไม่ชอบ!" ผมทำหน้าบูด

"แต่พี่ชอบ" พี่เปอร์จ้องมองผมด้วยรอยยิ้มกวน

"ไม่รู้แหละ ไม่ต้องมาชวนแล้วนะ ผมกลัวตาย" ผมพูดและทำท่าจะหันกลับเข้าบ้าน แต่ภาพที่ผมเห็นตรงหน้าก็ทำให้ผมหยุดเท้าลงทันที

"มึงมาทำอะไรที่นี่วะ" พี่เปอร์ที่เห็นเหมือนกับผมก็จอดรถ และลุกขึ้นเดินไปหาพี่หมอกที่ยืนมองพวกเราอยู่

"กูมาส่งหมี่ มึงนั่นแหละมาทำไม" พี่หมอกพูดและเหลือบมองผมด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ

"กูมาส่งอิน" ผมก้มหน้าลงกับพื้น ความคิดที่ให้พี่เปอร์มาส่งนั้นแย่มาก และยิ่งดันมาเจอพี่หมอกนี่อีก นี่มันซวยของแท้

"มีอะไรกันเหรอคะ" ผมมองหมี่ที่เดินออกมาและทำตาขวางใส่ผมทันที ผมไม่รู้เลยว่าดึกขนาดนี้พี่หมอกจะยังอยู่ที่นี่ หมี่มักบอกผม ว่าอย่าให้ใครรู้ว่าพวกเราอยู่บ้านเดียวกัน

"ทำไมบ้านหมี่กับบ้านอินถึงเป็นที่เดียวกัน" พี่เปอร์ถามด้วยความสงสัย ส่วนพี่หมอกนั้นไม่ได้พูดอะไร แต่มองผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ และผมรู้ว่าทำไม พี่กำลังคิดว่าผมเป็นชู้กับแฟนตัวเองอะไรแบบนั้นใช่ไหม ผมอยากหัวเราะให้กรามหัก

"คือ อินเป็น..."

"ผมเป็นคนใช้ของบ้านนี้" ผมพูดแทรกหมี่และยิ้มออกมา

"จบเรื่องแล้วนะ ผมจะกลับไปหลังบ้านแล้ว" ผมมองพี่เปอร์ที่กำลังทำหน้าหม่นลงแบบสงสารเวทนา หึ และมองพี่หมอกที่ยังคงขมวดคิ้วสงสัย พี่ไม่ต้องห่วงนะ ผมไม่ได้ชอบแฟนของพี่หรอก ผมชอบพี่ต่างหาก พี่ได้ยินไหมครับ

ผมได้แต่พูดอยู่ในใจ และเดินหนีออกไปให้ไกลจากตรงนั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 15:58:47 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ึจริงๆเราแอบเชียร์พี่เปอร์นะต่อให้อนาคตพี่เปอร์จะร้ายเราก็จะอยู่ทีมพี่เปอร์

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
อินก็มีดีและมั่นใจในตัวเอง

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ตอนนี้ที่รู้จักตัวละคร

ก็ยังรู้สึกว่า "เปอร์" สนใจ "อิน"
"อิน" ชอบ "หมอก"

ส่วน หมอก ยังไม่มีข้อมูลว่าชอบใคร

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
เปอร์  :กอด1:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
แล้วยังอยากยืนยันว่าขอเป็นเปอร์ได้ไหม :katai1:

ออฟไลน์ gungchan

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
พี่เปอร์น่ารัก อ่ะ เป็นพี่เปอร์จะดีต่อใจมากเลย :hao3:

ออฟไลน์ Gloomy Sunday

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +215/-3
    • Fanpage : Gloomy Sunday Tk.
เพ้อ บทที่ 5 ตัวเอกที่แสนเจิดจรัส


ผมเข้านอนอย่างรวดเร็วจนแม่ยังแปลกใจ ผมปิดทุกอย่าง ปิดโทรศัพท์ และปิดหัวใจของผม ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ผมต้องกดมันไว้ เก็บทุกอย่างไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ เพราะว่าวันพรุ่งนี้มันสำคัญสำหรับผมนัก และผมจะไม่มีทางทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง

ในตอนเช้า ผมรีบไปที่มหา'ลัย และหมกตัวอยู่ที่โรงละครซึ่งตอนนี้รอบๆ ตึกนั้น กำลังมีงานกิจกรรมกันอย่างคึกคัก มีร้านรวงขายของ และซุ้มอาหารต่างๆ ที่นักศึกษาแต่ละคณะช่วยกันจัดขึ้น

"อิน มาทำอะไรตรงนี้ ไปเดินเล่นในงานสิ" พี่แก้วที่เห็นผมนั่งฟุบอยู่กับโต๊ะในห้องแต่งตัว ก็เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

"อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมอยากเตรียมตัว" ผมพูดพลางหยิบบทขึ้นมาอ่านอีกครั้ง

"พี่ว่า ขืนเราเป็นแบบนี้ มีแต่จะทำให้เสียสมาธินะ" พี่แก้วพูดและนั่งลงข้างๆ ผม

"ผมไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ขอผมอยู่ในนี้เถอะ" ผมพูดและยิ้มให้พี่แก้ว

"โอเค งั้นพี่ไปซื้อขนมให้นะ"

"เกรงใจจังเลยครับ งั้นเอาเครปละกัน แล้วก็นมปั่น ซูชิ..."

"หนอยยย ไอ้เด็กคนนี้" ผมหัวเราะและหลบมือพี่แก้วที่กำลังจะหยิกแก้มผม

"ล้อเล่นครับ เอาอะไรก็ได้"

"โอเค เดี๋ยวพี่มา" พี่แก้วบอกผมและเดินออกไปจากห้อง

ผมมองไปรอบๆ ห้องแต่งตัวที่ว่างเปล่า จริงๆ ผมก็อยากออกไปเที่ยวเล่นดูนะ แต่ผมกลัว ผมกลัวว่าจะเจอกับคนที่ผมไม่อยากเห็นตอนนี้ ผมกลัวผมจะยิ่งเสียสมาธิไปใหญ่ จนถึงป่านนี้ ผมก็ยังไม่กล้าเปิดโทรศัพท์เลย ผมอยากให้การแสดงวันนี้มันผ่านไปก่อน ถึงจะเริ่มคิดฟุ้งซ่านได้

ผมนั่งอยู่ในนี้เกือบสองชั่วโมง โดยที่พี่แก้วก็ยังคงไม่กลับเข้ามา หนอยย มาหลอกน้องซะได้ ผมที่เริ่มจะหิวแล้ว ก็กำลังคิดหาทางว่าจะออกไปข้างนอกยังไงดีแบบที่ไม่ต้องเจอใคร และเมื่อผมมองไปรอบๆ ห้องนั้น ผมก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา

ผมมองชุดน้องกระต่ายสีขาวตัวโตที่วางหลบอยู่ตรงมุมห้อง วันนี้อากาศก็ไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ เอาล่ะ ออกไปแบบนั้นน่าจะดีกว่า ถ้าไม่มีใครรู้ว่าเป็นผมก็โอเคละนะ

ผมจัดการสวมชุดน้องต่ายนุ่มนิ่มและสวมหัวอันใหญ่ที่แสนหนักอึ้ง โอ้ยย พอคิดดูอีกทีนี่ผมกำลังสร้างภาระให้ตัวเองมากกว่ามั้ง ผมค่อยๆ เดินคลำทางไปมา ไอ้ช่องที่มองนี่ก็มองยากชะมัด ถ้าไม่เดินไปเตะอะไรก็คงจะดี

ผมค่อยๆ เดินกระดึ้บออกไปนอกโรงละครทางประตูหลัง และทันทีที่ตัวผมโผล่ออกไปนั้น ก็เป็นไปตามคาด ผู้คนมากมายที่อยู่ในสวนที่จัดงานต่างมองผมและเข้ามาถ่ายรูปผมกันใหญ่ และไอ้ความที่ผมเป็นนักแสดง ผมก็ทำท่าทางต่างๆ ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู เพื่อให้ทุกคนที่เห็น มีความสุขสนุกสนาน ซึ่งพวกสาวๆ ก็ดูจะชอบเป็นพิเศษ และเดินเข้ามากอดผมและเซลฟี่กันเป็นว่าเล่น

"เอ้า น้องต่าย เอาไปเลยฟรีๆ" สาวน่ารักคนหนึ่งยื่นช่อดอกไม้มาให้ ซึ่งจริงๆ มันเป็นของขายครับ ผมโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แต่เธอก็ยัดมันมาใส่มือให้ผม

ผมทำท่าก้มหัวขอบคุณ และเต้นระบำโชว์ไปหนึ่งรอบ อะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่ผมชอบมาก ถึงผมจะดูเงียบๆ แต่ผมก็เอนเตอร์เทรนคนเก่ง ทุกคนที่กำลังเดินในงานต่างพากันสนใจผม และชี้ชวนกันดูความน่ารักของเจ้าต่ายตัวนี้

"พี่หมอก มานี่เร็ว ถ่ายรูปให้หมี่หน่อยค่ะ" เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ผมหยุดชะงักทันที ผมหันไปช้าๆ มองสาวสวยคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามากอดผม และชายหนุ่มรูปหล่อที่กำลังยิ้มอ่อนโยน พลางย่อตัวลงถ่ายรูปแฟนสาวของเขา

ทำไมกันนะ ทำไมผมต้องพาตัวเองออกมาเจอกับอะไรแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก็รู้ดี และอยากหลบเลี่ยงเสมอมา

"คู่นี้เนี่ย เปิดตัวกับสื่อไปเลยก็ได้นะ" ผมมองคนหลายคนที่อยู่แถวๆ นี้ ที่กำลังแซวคู่รักคู่ใหม่

"แต่เรตติ้งอาจจะตกได้นะไอ้หมอก สาวๆ แฟนคลับมึงใจสลายตายห่า"

"แฟนคลับเขาชอบผลงาน ไม่ได้มายุ่งเรื่องส่วนตัวหรอก" พี่หมอกตอบกลับและกำลังยิ้มแบบไม่ยี่หระอะไร

"น้องหมี่สวยมาก อิจฉามึงว่ะ"

ผมยังคงยืนอยู่นิ่งๆ มองพี่หมอกที่กำลังเดินเข้ามา และจ้องมองผมผ่านชุดกระต่ายตัวใหญ่ พี่เขาเดินเข้ามาใกล้ตัวผม กอดไหล่หมี่และเอื้อมแขนชูขึ้นไปถ่ายรูปพวกเราสามคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"เอาละนะ 1 2 3"

แช่ะ!

"เอาใหม่ค่ะ เมื่อกี้หมี่หลับตา" ผมมองทั้งสองคนที่กำลังหัวเราะและหยอกล้อกัน

"สวยแล้วครับ ไม่มีใครสวยกว่านี้แล้ว" ผมยิ้มให้ภาพตรงหน้า ยิ้มให้กับรอยยิ้มของคนที่ผมรัก

และผมที่ยืนอยู่ข้างหลังสองคนนั้น ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมทำแบบนั้น ผมค่อยๆ ยื่นแขนที่ขนฟูขึ้น และยื่นช่อดอกไม้ในมือ ให้พี่หมอก

ซึ่งเมื่อเป็นแบบนั้น พี่หมอกก็หันมามองผมด้วยความแปลกใจ แต่ก็รับช่อดอกไม้ในมือของผมเอาไว้

"ขอบคุณ" พี่หมอกพูดและพยายามจ้องมองเข้ามาในดวงตาของกระต่ายผู้แสนเศร้า

และก็แน่นอน ผมมองพี่หมอกที่ยื่นดอกไม้ช่อนั้น ส่งต่อให้กับคนที่เขารัก แบบนี้มันคงดีแล้ว ผมนั้นทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว หัวใจของคน ไม่ใช่สิ่งที่จะบังคับกันได้ ขอให้มีความสุขนะ พี่มีความสุข ผมก็ดีใจด้วย

"เจ้าอิน! ใช่แน่ๆ" ผมสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงแหลมๆ อยู่ข้างหลัง โอ้ยพี่แก้ว รู้ได้ไงเนี่ย

ผมเหลือบมองพี่หมอก ตอนนี้พี่หมอกพี่เขากำลังจ้องมองพี่แก้ว สลับกับมองผมด้วยสีหน้าสงสัย แย่ล่ะ ผมรีบไปดีกว่า

ผมรีบหันหลังกลับ และผลักพี่แก้วให้เดินไปตามทางเดิมที่ผมออกมา มุ่งหน้าสู่โรงละคร และเมื่อมาถึงในห้องแต่งตัวแล้ว ผมก็รีบถอดหัวกระต่ายออก เหงื่อไหลซกจนเปียกไปทั้งไรผม

"ใส่เข้าไปได้ยังไง ร้อนก็ร้อน ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กินใช่ไหม" พี่แก้วมองผมด้วยความไม่เข้าใจ

"ก็ผมเบื่อนี่นา" ผมพูดพลางทำหน้ามุ่ย

"เอ้า ไปกินซะ พี่ซื้อมาเยอะมาก กินเสร็จก็เริ่มแต่งตัวกันเลย" ผมยิ้มแป้นทันทีที่เห็นของกินอลังการวางอยู่บนโต๊ะ ถึงว่าไปนานจัง

ผมที่หิวจัดก็จัดการสวาปามทุกสิ่งที่พี่แก้วซื้อมาให้ เฮ้อ แบบนี้ค่อยสมองโล่งหน่อย เลิกคิดมาก และตั้งสมาธิอยู่ที่การกินนี่แหละดีที่สุด

"เอ่ออิน เหมือนมีคนตามหาอยู่นะ เมื่อกี้ก็เข้ามาในนี้ด้วย" ผมที่กำลังกินก็หันไปมองพี่หนึ่งหัวหน้าชมรมที่เพิ่งเข้ามา

"ใครเหรอครับ" ผมถามด้วยสีหน้าสงสัย

"ตัวสูงๆ หน้าตาหล่อๆ ใส่ช็อป" ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็สำลักทันที ไอ้พี่เปอร์ ไอ้บ้านั่น ดีนะที่คลาดกัน ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกและกินต่อไป

เมื่อทุกคนในชมรมมากันพร้อมแล้ว พวกเราก็ประชุมคุยกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มแต่งหน้าแต่งตัวกัน ผมตั้งใจมาก ผมนั่งหลับตาอธิษฐานขอพรให้วันนี้การแสดงของผมผ่านไปได้ด้วยดี

ผมไม่สนใจอีกแล้วว่าพี่หมอกจะมาดูผมไหม ผมจะไม่เอาใจไปอยู่ที่ตรงนั้น เพราะมันทำให้ผมเสียสมาธิ ผมคิดแค่เพียงว่า ทุกคนที่อยู่ที่นี่ และทุกคนที่กำลังรอดูพวกเราอยู่ข้างนอกนั้น พวกเขาสำคัญ และผมจะทำทุกอย่างพังไม่ได้ พี่ๆ ทุกคนมอบบทนี้ให้แก่ผม วางใจให้ผมเป็นตัวสำคัญ ทุกสิ่งที่ผมได้ฝึกซ้อม ผมจะทำมันให้เต็มที่ วันนี้ทุกคนจะต้องมีความสุขที่ได้ดูการแสดงของพวกเรา


หมอก

มัดหมี่ เธอเป็นผู้หญิงสวย รูปร่างหน้าตาล้วนแล้วแต่ชวนเชิญให้มอง แต่ว่าเธอก็เหมือนกับผู้หญิงหลายๆ คนที่ผ่านเข้ามา ในความรู้สึก ในหัวใจลึกๆ มันบอกว่าเธอยังไม่ใช่ แต่ว่าในบางครั้ง เธอก็ดูเหมือนจะรู้ใจ ทำไมกันนะ หรือว่าควรให้โอกาสเธอ อีกสักหน่อย

"หมี่"

"คะพี่หมอก"

"ไปโรงละครกันเถอะ พี่อยากนั่ง" สิ่งที่พูดบอกเธอนั้น สำหรับผมมันก็แค่ข้ออ้าง การไปโรงละครนั้น ไม่ใช่ว่าแค่อยากหาที่นั่ง แต่ไป เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง

"แต่หมี่อยากเดินเล่นนี่คะ" ผมถอนหายใจเล็กน้อย บางทีแบบนี้ก็น่ารำคาญเหมือนกัน หรือจะทิ้งเธอไว้ที่นี่...

ผมคิดพลางมองไปรอบๆ งาน และบังเอิญจริงๆ ที่เห็นคนคนหนึ่งกำลังเดินตรงดิ่งไปยังโรงละครใกล้ๆ เหอะ ช่วงนี้ไอ้เปอร์มันกำลังยุ่งวุ่นวายกับเด็กอินนั่นเหลือเกิน น่าแปลกที่เด็กหน้าบ้านๆ นั่น ไม่ใช่สเปคมันซะหน่อย ถึงเมื่อคืนก่อนจะทำให้ผมตกใจบ้างก็เถอะ เหมือนจะมีพรสวรรค์ด้านการแสดง แต่ก็แค่นั้นแหละ วงการนี้ใครหน้าตาไม่ดีก็ไม่ได้เกิดหรอก ถึงจะเก่งแค่ไหนก็ตาม ขอโทษนะ แต่มันไม่ใช่ที่สำหรับนาย

ผมค่อยๆ เดินตามเพื่อนไปที่โรงละครนั้น โดยทิ้งหมี่ที่กำลังเลือกของอยู่ พวกผู้หญิงนี่ถ้าไม่ใช่บนเตียง ก็ดูเหมือนจะน่าเบื่อทุกคน

"มึงมาด้วยเหรอ" ไอ้เปอร์ทักผมทันทีที่เห็นผมเดินตามมา ดูเหมือนมันกำลังมองหาที่นั่งเหมาะๆ ที่จะสามารถดูการแสดงได้ถนัด

"เมื่อยขา ก็เลยมาหาที่นั่ง" ผมพูดและกอดอกเดินตามเพื่อนไป

ผมกับมันนั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ผมเลยสนิทกับมันมากกว่าคนไหนๆ และสิ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับตัวมันก็คือ มันเป็นเกย์ ซึ่งถ้ามันไม่ใช่เพื่อนสนิทผมละก็ ผมคงไม่ยอมอยู่ใกล้มันแน่

"รู้สึกมึงจะสนใจเด็กนี่จังเลยนะ" ผมพูดถามมันและนั่งลงข้างๆ "หน้าตาก็งั้นๆ รสนิยมมึงไม่ใช่แบบนี้นี่"

"คนนี้ ไม่เหมือนคนอื่น" ผมที่ได้ยินแบบนั้น ก็ได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ

ผู้ชายกับผู้ชาย เรื่องน่าขยะแขยงแบบนั้น ผมละไม่เข้าใจจริงๆ แค่ผมต้องเล่นละคร ต้องทำเป็นรัก ต้องแตะตัวผู้ชาย ต้องกอด ต้องจูบ นี่ก็สุดจะทนแล้ว เมื่อไหร่ไอ้เรื่องแบบนี้จะจบลงสักที แต่ผมก็ไม่มีทางเลือก ผมต้องการมีชื่อเสียงมากกว่านี้ ต้องประสบความสำเร็จมากกว่านี้ ต้องไต่ขึ้นไป ให้สูงกว่านี้

ภายในโรงละครเริ่มดับไฟมืดลง ผมเท้าแขนลงกับที่นั่งด้วยความเบื่อหน่าย ไหน เอาล่ะ ก้อนหินก้อนไหน หรือจะเป็นต้นไม้ต้นนั้น เด็กแบบนายจะได้รับบทสำคัญมันคงเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อมีพวกพี่ปีสี่ที่เก่งๆ ก็อยู่กันครบแบบนั้น

การแสดงเริ่มต้นขึ้น และดำเนินไปเรื่อยๆ อยู่สักพัก ผมแค่นหัวเราะอย่างรู้สึกชอบใจ มองดูเหล่าตัวละครบนเวทีที่กำลังร้องเล่นเต้นแสดง เพียงแต่ว่า...ไหนละอิน ผมไม่เห็นใคร ที่ดูเหมือนจะเป็นเด็กคนนั้น นี่นางเอกก็ออกมาแล้วนะ นายล่ะไปอยู่ไหน หรือสงสัยจะถูกคัดตัวออกแล้วละมั้ง

"โรมิโอ..."

แต่ผมที่กำลังนั่งสบายๆ แค่นหัวเราะ ก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรงทันที ผมเพ่งมองออกไปยังกลางเวทีที่มีแสงไฟสาดส่อง ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ตัวละครเอกจะต้องออกโรง ไม่จริงน่า นี่ล้อกันเล่นเหรอ ไม่ใช่ก้อนหิน ไม่ใช่ต้นไม้ และไม่ใช่ตัวละครทั่วไป แต่เป็น พระเอก...

ผมมองโรมิโอที่รับบทโดยอิน เด็กหน้าตาบ้านๆ ไม่สิ ไม่ใช่ เด็กนั่นมันใครกัน ผมขยับตัวขึ้นอีกเพื่อมองดูเด็กคนนั้นให้ชัดๆ นั่นไม่น่าใช่เด็กอิน แต่เมื่อมองไปรอบๆ เวทีแล้วก็ไม่น่าจะมีใครที่ใช่อีก

"อิน อย่างหล่อเลยวันนี้" ไอ้เปอร์จ้องมองเด็กคนนั้นด้วยความสนใจเต็มที่ ดวงตาของมันเป็นประกาย ไม่อาจละสายตาไปที่ใดอีกได้

"พระเอกเล่นดีมาก"

"หล่อมากเลย"

ผมมองผู้คนรอบๆ ที่จมดิ่งลงไปกับการแสดงตรงหน้า และคนที่ทำให้ทุกๆ คนเป็นแบบนั้น คนที่ทำให้การแสดงละครเวทีนี้ดูมีสีสัน

นั่นก็คือพระเอกของเรื่องนั่นเอง

​​
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2020 16:03:41 โดย Gloomy Sunday »

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5681
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
หมอกอิจฉาอินหรือไม่ถูกชะตา

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด