*-*-*-*-*-*-INTERNAL LOVE-*-*-*-*-*-* #แฟนหมอแมน (Mpreg)เปิดพรี 2/12/61 p86
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: *-*-*-*-*-*-INTERNAL LOVE-*-*-*-*-*-* #แฟนหมอแมน (Mpreg)เปิดพรี 2/12/61 p86  (อ่าน 558038 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
สงสัยจะแพ้ท้องแทนภรรยานะเพลิง

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
Internal Love

ตอนที่ 6

If you don’t fight for what you want, don’t cry for what you lost.

 

 

 

 

 

            “อะไร?”

            เมืองแมนเงยหน้าขึ้นถามเมื่อจู่ๆรูมเมทก็ส่งกระดาษใบหนึ่งพรวดมาให้จนเกือบทิ่มตา  อีกฝ่ายไม่พูดไม่จา  ยื่นกระดาษให้เขารับไปอ่านเอาเอง

            Anti-HIV = negative (ผลตรวจเลือด เชื้อ HIV ให้ผลเป็นลบ)

            “ที่มึงขอเอาไว้ไง”  เพลิงกัลป์พูด  เขาอุตส่าห์แอบไปตรวจเงียบๆ ไม่ให้ใครรู้แล้วเชียว

            “ขอบใจมาก”  เมืองแมนเงยหน้าขึ้นบอก  รอยยิ้มปรากฏขึ้นทั้งปากและดวงตา  “กูนึกว่ามึงจะลืมไปแล้วเสียอีก”

            “กูจะลืมได้ยังไง  บอกแล้วว่ากูคนจริง  ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ”  อีกฝ่ายพูดแต่กลับไม่สบตาเขา   “กูไปละ  ยังเคลียร์งานที่วอร์ดไม่เสร็จ  ไว้เจอกันตอนเย็น”

            พูดจบเพลิงกัลป์ก็รีบเดินเลี่ยงออกมาทันที  เพราะการอยู่ใกล้ๆผู้ชายคนนั้นเริ่มเป็นปัญหาสำหรับเขา  มันเป็นอาการที่แม้แต่หมออย่างเขาก็ยังหาสาเหตุไม่ได้

            อาการที่ว่านี่มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อต้นอาทิตย์  หลังจากที่เขากลับจากทานข้าวเย็นกับเมืองแมนแล้วดันได้กลิ่นประหลาดๆเข้า...กลิ่นหอมอบอวลที่คล้ายกับกลิ่นไวน์ที่ผ่านการหมักบ่มจนรสได้รสชาตินุ่มลึก  ให้ตายสิ แค่ได้กลิ่นเขาก็สามารถจินตนาการถึงรสชาติละมุนที่ปลายลิ้นสัมผัสได้  พอนึกถึงตรงนี้  หัวใจก็พลอยเต้นแรงราวกับดื่มไปแล้วสักสามแก้ว

            แต่นั่นยังไม่ร้ายเท่ากับกลิ่นที่ว่านั่นมันดันไปกระตุ้นอารมณ์บางอย่างของเขาให้ตื่นขึ้น  ทั้งๆที่ไม่ใช่เวลาเลยสักนิด  คืนนั้นเขาใช้เวลาจัดการตัวเองในห้องน้ำอยู่นานโดยที่เพื่อนที่นอนอยู่ชั่วกำแพงกั้นไม่ได้รับรู้ถึงความต้องการที่พุ่งพล่านของเขาเลย           

            หลังจากนั้น  เขาก็ลอง ‘พิสูจน์กลิ่น’ อยู่อีกสองสามครั้ง  ผลปรากฏว่ามีอาการเหมือนเดิมทุกครั้ง  แถมเผลอๆมันกลับแย่ลงอีกเพราะเขาเริ่มต้องการสูดกลิ่นหอมๆเหมือนผลไม้สุกจัดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆราวกับเสพติด

            ถึงขั้นแอบยืมเสื้อของเพื่อนมาดมที่ห้องราวกับเป็นโรคจิต

            เคยได้ยินแต่คนดมกาว  แต่นี่เขากลายเป็นพวกดมกาว(น์)

            ถ้าเมืองแมนรู้ อาจจะรีบส่งเขาไปปรึกษาจิตแพทย์แทบไม่ทัน

            “ตกลงเรื่องทริปวันเสาร์นี้  เพลิงว่าไงคะ  ยังไปอยู่หรือเปล่า  ตุ๊กตาจะได้จองห้องพักเอาไว้ให้”  เสียงใสๆของหญิงสาวปลุกเขาตื่นจากภวังค์  เพลิงกัลป์กระพริบตา

            “ห้องพัก?  อ๋อ....ผมว่าจะชวนตุ๊กตานอนแคมป์ กางเต็นท์กันสนุกๆน่ะครับ”

            “ว้าว...น่าสนใจจังค่ะ  แบบนี้เราก็ต้องเตรียมของไปปิคนิกถูกมั้ยคะ...”  เธอหยิบกระดาษขึ้นมาจดรายการของที่จะต้องเตรียมเอาไปด้วย  ส่วนชายหนุ่มก็นั่งฟังบ้างไม่ฟังบ้าง  ได้แต่เออออครับๆไปพร้อมกับจิบน้ำเปล่าแก้คอแห้ง...นี่ก็เป็นอีกอาการที่เขายังหาสาเหตุไม่ได้

            เขาเหม็นกลิ่นเหล้าเบียร์ทุกชนิด  เหม็นชนิดที่ว่าแค่ได้กลิ่นก็เริ่มคลื่นไส้  ถ้าฝืนกลืนเข้าไปไม่ถึงสองอึกก็เป็นอันต้องอาเจียนพุ่ง  ต้องรีบหาน้ำเปล่ามาล้างคอแทบไม่ทัน  สร้างความประหลาดใจให้กับตัวเองและเพื่อนๆเป็นอย่างมาก

            มนุษย์คอทอแดงอย่างเพลิงกัลป์เนี่ยนะ...ไม่อยากจะเชื่อเลย

            “เพลิง...เพลิงคะ  ฟังตุ๊กตาอยู่หรือเปล่าเนี่ย  ตุ๊กตาถามว่าเราจะเอารถใครไปบ้าง”

            “ครับ  อืม...ก็มีรถผมที่ขับขึ้นเขาได้  รถโย่งก็น่าจะไหวแต่รถแมนไม่น่าไหวนะ คันนั้นเก่าไปหน่อย  เดี๋ยวไปตายกลางทางละยุ่งเลย”

            “งั้นเอารถเพลิงกับโย่งไปนะคะ  แบ่งสองคันแล้วกัน”

            “แล้วแต่ตุ๊กตาเลยครับ”

            หญิงสาวยิ้มอย่างถูกใจ  เพลิงกัลป์เป็นชายหนุ่มในฝันของสาวๆมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่  ชื่อเสียงของเขาดังกระฉ่อนมาถึงมหาลัยของเธอ  ทั้งความหล่อเหลามีเสน่ห์และความเจ้าชู้เปลี่ยนแฟนตลอด

            จะว่าไป..ตั้งแต่เราตกลงเป็นแฟนกัน  เพลิงกัลป์ก็เที่ยวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด  อาทิตย์นี้ชายหนุ่มไม่ได้ออกไปสนุกที่ไหนเลยด้วยซ้ำนอกจากอยู่กับเธอ   ไม่แน่ว่าบางทีเธออาจจะจับเสือตัวนี้ได้อยู่หมัดก็เป็นได้

            “เย็นนี้เราแวะไปซื้อของกันก่อนดีไหมคะ  ชวนแมนกับโย่งไปด้วยจะได้ซื้อทีเดียวให้ครบ”  เธอเลือกที่จะชวนแมนกับโย่งที่เป็นผู้ชายทั้งคู่ให้ไปด้วยกัน  แทนที่จะชวนหวานที่เป็นผู้หญิง  แม้ว่าหวานจะไปทริปนี้ด้วยก็ตาม

            ถึงอย่างไรเธอก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนมีโอกาสมาดึงความสนใจของเพลิงกัลป์ที่มีต่อเธอไป  ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สวยเท่าไหร่อย่างหวานก็เถอะ

            “ได้ครับ”  เพลิงกัลป์ตอบสั้นๆ  อดคิดแวบไปถึงเจ้าของกลิ่นประหลาดนั้นไม่ได้ ...บางทีเขาอาจจะหาทางทำอะไรสักอย่าง

            ..........................................................................................

            “ไม่สบายหรอมึงอ่ะ  ทำไมต้องใส่หน้ากากด้วย  ลงจากวอร์ดแล้วก็ถอดสิ”  เมืองแมนทักคนแรกเมื่อเห็นรูมเมทสวมหน้ากากอนามัยสีเขียวเอาไว้  ปิดบังใบหน้าของเจ้าตัวไปเกือบครึ่ง

            ฝ่ายนั้นกลับดึงหน้ากากขึ้นอีก  ตอบเสียงอู้อี้

            “กูเป็นหวัดนิดหน่อย”

            “แล้วจะไปเที่ยวไหวมั้ยเนี่ย  ไปเป็นไข้อยู่บนโน้นมึงได้หนาวตายแน่”  โย่งพูดขึ้นมาบ้าง  พลางมองหาเพื่อนสาวอีกคนที่ยังไม่มา  “ตุ๊กตาเสร็จหรือยัง  บอกจะไปเปลี่ยนชุดสิบนาที  นี่เกือบยี่สิบนาทีละยังไม่มา”

            “อย่าว่าแฟนกู  มึงจะไปก็ไปกันก่อนเลย  กูรอตุ๊กตาเอง”  เพลิงกัลป์พูดขึ้น 

            “มีโกรธแทนแฟนเว้ย”  โย่งหัวเราะเบาๆ  “ไปแมน  มึงไปรถกูก่อน  ให้คู่รักเขาไปกันเองแล้วกัน  เจอที่ห้างนะ”  โย่งยกแขนขึ้นพาดไหล่เมืองแมนแล้วพาออกเดินไปที่รถของตนที่จอดอยู่ไม่ไกล

            เมืองแมนเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งบนรถของโย่งเงียบๆ  เขารู้สึกหงุดหงิดชอบกล  จู่ๆก็รู้สึกหงุดหงิดอะไรสักอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้  ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังอารมณ์ดีอยู่เลย

            สงสัยจะเครียดเรื่องงานมากไป...

            “เป็นไรมึง  หิวข้าวแล้วล่ะสิ   แล้วไอ้เต้ยไม่ไปด้วยหรอทริปนี้น่ะ”

          “เต้ยอยู่เวร  หาแลกไม่ทัน”  เขาตอบเรียบๆ

            “เสียดายจังแฮะ  ไม่งั้นก็ได้ไปครบคู่ล่ะ  กูก็กะจะจีบหวานซะหน่อย  จะใช้โอกาสนี้แหละทำคะแนน”  โย่งพูด  “มึงว่าหวานมีแฟนยังวะ  ห้าวขนาดนั้นน่าจะยังไม่มีนะ”

            “มึงก็สืบเอาสิ”

            “สืบแล้ว  กูไล่ดูทั้งเฟสบุ๊ค  อินสตาแกรม   แอบถามพวกเมย์  ก็ว่ามันยังโสดสนิท  จริงหรอวะ น่ารักซะขนาดนั้น”  โย่งออกจะเพ้อหน่อยๆ จนเมืองแมนขี้เกียจขัดคอว่าเขามองไม่เห็นความน่ารักของเพื่อนผู้หญิงที่ชื่อหวานเลย  ถ้าบอกว่าความหล่อล่ะก็ว่าไปอย่าง

            ถ้ามันเป็นทอมเขาก็คงจะไม่แปลกใจ

            “งั้นก็รีบๆเข้า  บนเขาบรรยากาศดี  มึงก็รีบๆทำคะแนน”

          “มึงต้องช่วยกูนะแมน   โชคดีไปอย่างที่ไอ้เพลิงมีตุ๊กตาไปด้วย  ไม่งั้นนิสัยอย่างมันก็ไว้ใจไม่ได้หรอก  เห็นว่าเป็นผู้หญิงแม่งเอาหมด”

            “ไม่ขนาดนั้นมั้ง”

            “แต่ยิ่งกว่านั้นเลยล่ะ  จริงๆเพื่อนกูเคยเล่าว่ามันเคยถึงขั้นทำผู้หญิงท้องแล้วให้ไปทำแท้งด้วยซ้ำ  ผู้หญิงมาร้องห่มร้องไห้ที่หน้าคณะฯ  ทำเอาฉาวไปทั้งมอเลย”

            “................”  เมืองแมนไม่รู้จะพูดว่าอะไร  ได้แต่นึกถึงผลตรวจเลือดที่อีกฝ่ายเอามาให้อย่างครุ่นคิด  ...คนที่ประกาศว่ากล้าทำก็กล้ารับจะเป็นได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ

            “อึ้งล่ะสิ  กูก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางหรอก  ได้ยินยังไงมาก็ว่าไปตามนั้น  ถ้าไม่ติดเรื่องผู้หญิงของมันแล้วมันก็เป็นเพื่อนที่นิสัยดีมากคนนึง”

            “มึงยังไม่รู้เรื่องจริงเลย  แต่กลับเอามาพูดให้คนอื่นฟังเนี่ยนะ”   เมืองแมนพูดออกมาเป็นประโยคแรก

            “กูก็แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ  ไม่เห็นมึงจะต้องโกรธเลย  อ้อ...ลืมไปว่ามึงเป็นรูมเมทมัน  ก็ต้องสนิทกับมันมากที่สุด”

            “กูไม่ได้โกรธ  แล้วก็ไม่ได้สนิทกับมันมากที่สุดด้วย  กูก็แค่คิดว่าเรื่องของมัน ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของมันเถอะ”   เมืองแมนกลืนบางคำลงคอไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธ  นึกสงสัยกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของตัวเอง

            เมื่อตอนบ่ายวันนี้ก็ทีนึงแล้ว  เขายืนอธิบายอาการของคนไข้ให้ญาติฟัง  แต่อธิบายเท่าไหร่ญาติก็ไม่เข้าใจเสียทีจนเขารู้สึกเหมือนมีลมตีขึ้นหน้า  เกือบจะว้ากออกไปแล้ว  ดีที่พี่พยาบาลเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเข้ามาไกล่เกลี่ยได้ทัน   แล้วพอกลับมานั่งในห้องแอร์เย็นๆ  จิบน้ำหวานที่พี่พยาบาลเตรียมเอาไว้ให้  อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นแบบฉับพลัน

            “ก็จริงของมึง”  โย่งพูดอย่างไม่ถือสา  “ถึงห้างละ  เข้าไปเดินเล่นรอก่อนแล้วกัน”

            โย่งจอดรถเอาไว้ตรงที่จอดรถหน้าห้างสรรพสินค้าหนึ่งเดียวในจังหวัดที่ขายทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบในราคาย่อมเยา  เมืองแมนทำใจให้ชินได้แล้วตั้งแต่สองสัปดาห์แรกที่มาอยู่ที่นี่  ถึงจะคิดถึงห้างอย่างสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิร์ลมากก็ตามที

            เพลิงกัลป์กับตุ๊กตาตามมาทีหลัง

            วันนั้นพวกเขาซื้อของเตรียมไปแคมป์กันจนครบถ้วนและจบลงด้วยการหาข้าวกินเป็นมื้อเย็น

            “หมูกระทะมั้ย  กูอยากกิน”  โย่งเสนอ

          “กูโหวต”  เมืองแมนพอได้ยินก็น้ำลายสอขึ้นมาทันที

            “วันก่อนมึงเพิ่งกินหมูกระทะไปไม่ใช่เหรอ”  เพลิงกัลป์พูดขัดคอ  “แดกเยอะอย่างกับรถถัง”

            “เรื่องของกูน่า  กูกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนหรอก”  เป็นแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่เขาเรียนมัธยม   ต่อให้กินมากแค่ไหน  น้ำหนักก็ไม่เคยเพิ่มขึ้นเลย

            “แต่เราว่าแมนอ้วนขึ้นนะ”  กลายเป็นตุ๊กตาที่เป็นคนทัก  “แต่ก่อนเสื้อหลวมกว่านี้นะเธอ”

            “เสื้อคงหดน่ะ”  เมืองแมนตอบ  ก้มลงดึงชายเสื้อตัวเองก็เห็นว่ายังเหลือที่อีกเยอะ  “เราอยากกิน  ตุ๊กตากลัวอ้วนก็กินแต่ผักต้มก็ได้”

            “เรื่องอะไรล่ะคะ”   หญิงสาวตวัดเสียงอย่างน่ารัก  “ให้เพลิงนู่นกินผักกินหญ้า ช่วงนี้เป็นมังสวิรัติไม่ใช่หรอคะ”

            “มันกินแต่ยอดหญ้าหรือเปล่าครับตุ๊กตา”  โย่งพูดกลั้วหัวเราะ

            “ไม่ค่ะ  ช่วงนี้เพลิงไม่ดื่มเลยนะ  ตุ๊กตาเห็นวันๆกินแต่ส้มกับน้ำเปล่า”

            “ส้ม?  มึงรักสุขภาพขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

            แม้แต่เมืองแมนยังแปลกใจกับพฤติกรรมของรูมเมทที่เขาไม่ได้สังเกตมาก่อน   คนแบบเพลิงกัลป์เนี่ยนะ..

            “ญาติคนไข้ให้ส้มกูมา  กูก็ต้องกินสิ  รักษาน้ำใจเขา”  เพลิงกัลป์ตอบอุบอิบใต้หน้ากาก   “พวกมึงจะกินหมูกระทะใช่มั้ย  งั้นก็ไปกันเลย”   เขารีบเปลี่ยนเรื่อง

            อาหารมื้อนั้นเสร็จเมืองแมนไปเกือบครึ่ง  ที่เหลือเป็นของโย่ง  ตุ๊กตาแทบจะกินนับชิ้นได้เพราะกลัวอ้วน  ส่วนเพลิงกัลป์นั้นตักแต่วุ้นเส้นกับผักต้มกินคู่กับน้ำซุป  แทบไม่แตะหมูในกระทะเลย

            “มึงกินมังสวิรัติจริงๆหรอวะ”  เมืองแมนถึงกับทักเพื่อน

            “เปล่า  กูแค่ไม่ค่อยอยากอาหาร”   เพลิงกัลป์ตอบ  “มันคลื่นไส้”

            “ปวดท้องหรือเปล่า  หรือว่ามีไข้”  พอได้ยินว่าเพื่อนป่วย  วิญญาณหมอของทุกคนก็เข้าสิง  รีบหันมาถามอย่างพร้อมเพรียงกัน

            “ไม่ๆ  กูคงนอนไม่พอ  พักนี้ซื้อเวรเพิ่มด้วยเลยเหนื่อยๆ”

            “จะไปเที่ยวกับเค้าไหวมั้ยวะเนี่ย”  โย่งพูด  “ถ้ามึงไม่ไหว  เลื่อนไปก่อนก็ได้นะ”

            “ไหวสิวะ  แค่นี้  นอนพักเดียวก็หาย”   เพลิงกัลป์ตอบ

            แน่นอนว่าเขาคิดผิด  เพราะอาการคลื่นเหียน วิงเวียนนั้นกลับเป็นมากขึ้นทุกทีในวันที่ออกเดินทางกันจนเจ้าตัวขับรถไม่ไหวหลังจากขับไปแล้วครึ่งทาง  เลยต้องเปลี่ยนให้เมืองแมนมาขับคันของเพลิงกัลป์แทนโดยตุ๊กตานั่งไปด้วย  ส่วนรถอีกคันเป็นโย่งกับหวานไปด้วยกัน

            “กูบอกแล้วให้นอนพัก  มึงก็ยังจะดื้อมาเที่ยวอีก”  เมืองแมนพูด  เหลือบมองกระจกหลังที่มีร่างสูงใหญ่นอนกุมขมับอยู่  “ตีรถกลับไปโรงพยาบาลยังทันนะ”

            “กูแค่เมารถเฉยๆ  มึงขับไปเถอะน่า  เดี๋ยวถึงก็หาย”  เสียงห้าวๆนั้นตอบกลับมาอู้อี้เพราะมีหน้ากากกั้นอยู่     

            “เพลิงเอายาแก้เมารถมั้ย  ตุ๊กตาเอามาเผื่อด้วย”

            “ดีเหมือนกันครับ”  ชายหนุ่มรับไปกลืนพร้อมกับน้ำเปล่า   “ทุกทีไม่เคยเมารถเลยนะ”

            “ทางมันโค้งเยอะ  ก็แบบนี้ล่ะ”  เมืองแมนพูดพลางขับอย่างระมัดระวัง

            ผ่านไปเกือบชั่วโมงท้องเขาก็ร้องดังโครกครากจนแม้แต่หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆยังได้ยิน  ตุ๊กตาหัวเราะเสียงใส  หันมาถามเขายิ้มๆ

            “แมนหิวแล้วเหรอ  เพิ่งกินข้าวไปเอง”

            เมืองแมนหันมายิ้มแห้งๆ

            “สงสัยใช้พลังงานเยอะน่ะครับ”

            “งั้นแวะปั้มข้างหน้า  ซื้อของกินหน่อยแล้วกันนะคะ”  ตุ๊กตาชี้นิ้วไปที่ปั้มน้ำมันข้างทาง  เมืองแมนเห็นดีด้วยก็เลี้ยวเข้าไป

            เขาแวะซื้อซาลาเปามาหลายลูก  แบ่งให้คนที่นอนหลับตานิ่งอยู่เบาะหลังลูกหนึ่ง  ทว่าฝ่ายนั้นกลับส่ายหน้า

            “กินหน่อยสิ  จะได้มีแรง”

            “จะอ้วกน่ะ  มึงกินเถอะ”

            “งั้นกินอะไรเปรี้ยวๆมั้ยล่ะ  มันแก้คลื่นไส้ได้นะเพลิง”  ตุ๊กตาเสนอ  “เอามั้ยคะ  เดี๋ยวตุ๊กตาไปซื้อพวกบ๊วยคืนชีพมาให้  หรือว่าเพลิงอยากกินอะไร”

            “บ๊วยก็ได้ครับ”  เพลิงกัลป์ตอบกลับมา

            จากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางกันต่อ  เส้นทางที่เริ่มขึ้นเขาสูงขึ้นเรื่อยๆทำเอาหูอื้อ  ทางก็คดเคี้ยวหักศอกขับลำบากจนเมืองแมนต้องตั้งสมาธิเต็มที่ไม่ให้วอกแวก  เพราะแค่เผลอมองวิวสวยๆข้างทางแวบเดียวก็อาจจะพารถทั้งคันลงไปกองยับที่ตีนเขาได้

            “สวยจังเลยค่ะ  แมนดูสิ  หมอกเต็มเลย  เพลิงตื่นเร็ว  ลุกขึ้นมาดูหมอกสิคะ  นี่ขนาดยังไปไม่ถึงยอดเลยนะ”  ตุ๊กตาดูจะตื่นเต้นมากที่สุด  เธอชี้ชวนให้คนรักลุกขึ้นมาดูสายหมอกที่พัดเข้ามาในรถผ่านหน้าต่างที่เปิดเอาไว้

            แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ชายหนุ่มอาการแย่ลง

            เพลิงกัลป์คว้าถุงพลาสติกมาอาเจียนคายเอาบ๊วยที่กินเข้าไปออกมาจนหมด  เสียงโก่งคอของชายหนุ่มทำเอาคนในรถขมปากไปตามๆกัน   เมืองแมนเหลือบมองเพื่อนแวบนึงอย่างเป็นห่วง

            “ไหวหรือเปล่า  บนนี้ไม่มีโรงพยาบาลนะเว้ย”

            “กูมากับหมอ  ตัวกูก็เป็นหมอจะไปกลัวอะไรวะ”

            “คิดแบบนี้เห็นตายมาเยอะแล้ว”  เพื่อนพูดเหมือนอวยพร

            “มึงขับรถดูทางไปเถอะ”  เพลิงกัลป์แยกเขี้ยว  “กูไม่ตายเพราะเมารถหรอก  แต่จะตายเพราะลงข้างทางเนี่ยแหละ”

            “ปากอย่างมึงนี่น่าไล่ลงจากรถจริงๆ”

            “รถกูนะ”

            “หยุดทะเลาะกันสักทีเถอะค่ะ  ตุ๊กตาขอ”  หญิงสาวพูด  “เสียบรรยากาศหมดนะคะทุกคน   เพลิงไม่ไหวก็นอนไปก่อนนะคะ  แมนก็สู้ๆค่ะใกล้ถึงแล้ว”

            ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันอีกจนกระทั่งมาถึงจุดชมวิวที่ให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์นอนได้   เมืองแมนกับโย่งช่วยกันขนของลงมาจากรถ  ตรงไปที่เต็นท์ที่ได้จองเอาไว้แล้วตรงทำเลที่ดีที่สุด





ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk







            “ไอ้เพลิงเป็นไงบ้าง  อ้วกไปกี่รอบ”  โย่งพูดกลั้วหัวเราะ  “เมารถเฉย  อ่อนจริงๆเลยมึง”

            คนฟังหน้าบึ้ง  ตอบเสียงห้วน

            “กูนอนน้อยโว้ย  นี่ก็ดีขึ้นมากแล้ว”   ชายหนุ่มรู้สึกเซ็งที่ตัวเองดันมาป่วยซะงั้น  เหลียวมองซ้ายขวาสายตาก็ดันบังเอิญไปเห็นเด็กชาวเขาหิ้วสตรอเบอร์รี่มาเป็นถุงๆ   เพลิงกัลป์กวักมือเรียกโดยไม่ต้องคิด   “ถุงละเท่าไหร่”

            “หาของกินได้คงหายแล้วล่ะมั้ง”  เมืองแมนพูดลอยๆ

            “เออ  อูอ๋ายแอ้ว”  คนพูดมีสตรอเบอร์รี่สีแดงสดอยู่เต็มปาก

            แชะ!

          เสียงลั่นชัตเตอร์ดังขึ้น   หวานเดินมาสมทบด้วยใบหน้าสดใสและกล้องตัวใหญ่ในมือ

            “ภาพสวยจัง”  เธอบอก  ก้มลงดูภาพในกล้อง  “ไปหาที่ถ่ายรูปกันต่อดีกว่า”

            “เตรียมที่หลับที่นอนก่อนมั้ยครับคุณ  ใจคอจะถ่ายรูปอย่างเดียวเลยหรือไง”  โย่งขัดคอ  “เย็นนี้กินอะไรดี”

            “เหมือนพวกเราคิดแต่เรื่องกินเลยเนอะ”  ตุ๊กตาพูดขึ้นบ้าง  “มาเที่ยวแบบนี้ไม่น่าถาม  ก็ต้องเมนูประจำชาติอยู่แล้ว”

            “ข้าวเหนียวส้มตำ”  เมืองแมนกับหวานพูดขึ้นพร้อมกันแล้วก็หัวเราะ

            พวกเขาแยกย้ายกันไปเดินซื้อของกินของใช้เพิ่ม  จากนั้นก็ออกเดินหาที่ถ่ายรูปเล่นตามจุดชมวิวต่างๆข้างบน  วันนี้มีหมอกค่อนข้างหนา  อากาศก็เลยขมุกขมัวชวนให้หนังตาหนักกว่าปกติ

            “ง่วงล่ะสิ”  เสียงห้าวๆทักขึ้นข้างตัว

            เมืองแมนเหลียวไปมองก็เห็นเพลิงกัลป์เดินมาหยุดยืนเยื้องไปทางข้างหลัง  สองมือล้วงกระเป๋าเอาไว้

            “หายดีแล้วหรอมึงอ่ะ”

            “ดีขึ้นมากแล้ว”  เพลิงกัลป์ตอบเรียบๆ  ลอบดึงหน้ากากอนามัยลงนิดหนึ่งจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆของอีกฝ่ายที่พัดมาตามลม  ชายหนุ่มเผลอสูดหายใจเอากลิ่นนั้นเข้าไปเต็มปอด

            ความรู้สึกคลื่นเหียนที่เป็นมาทั้งวันก็พลันจางลงไปราวกับมีมนต์วิเศษ  กลายเป็นความรู้สึกสงบอย่างประหลาด  บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าที่ตรงนี้มีเพียงเขากับเมืองแมนยืนอยู่ด้วยกันสองคน  ส่วนตุ๊กตากำลังยืนแอ็คท่าให้หวานถ่ายรูปอยู่ข้างล่างโดยมีโย่งคอยแซ็วเป็นระยะ

            “แล้วไป  นึกว่าจะต้องมาให้น้ำเกลือกันบนเขาซะแล้ว”

            “เวอร์ไปนะ  กูไม่ได้เป็นขนาดนั้นซักหน่อย”  เพลิงกัลป์ตอบ  หยิบสตรอเบอร์รี่ที่ยังเหลือในถุงส่งให้เพื่อน  “กินมั้ย  จะหมดแล้วนะ”

            เมืองแมนรับมาใส่ปาก  รสเปรี้ยวนำทำเอาเขานิ่วหน้า

            “นึกว่าหวาน  เห็นมึงกินเอาๆ”

            “กินแล้วหายคลื่นไส้ดี”  เพลิงกัลป์ตอบ

            “อีกนิดกูจะนึกว่ามึงแพ้ท้องแล้วนะ ฮ่าๆ”  เขาพูดแล้วหัวเราะ  “ขาดแต่ลุกมาอ้วกตอนเช้าเนี่ยล่ะ”

            “มึงรู้ได้ไง”

            “ห้ะ?”  คนฟังอุทาน

            “เมื่อเช้ากูก็ลุกมาอ้วก”  เพลิงกัลป์รับหน้าตาเฉย  “กูว่าอาหารเป็นพิษแน่ๆ  พอมาเจอทางโค้งอีกเลยเกือบตายเลย  สงสัยหมูกระทะแหงๆ”

            “พวกกินไม่เลือก  เอ๊ย  กินไม่ล้างมือก็เป็นแบบนี้ล่ะ  คนอื่นเขากินกันไม่เห็นเป็นอะไร”

            “เห็นแบบนี้กูก็เลือกนะครับ”

            “เลือกอะไรกันคะ  เพลิง.. แมน”   เสียงใสๆดังขึ้นข้างหลัง  ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร  เมืองแมนส่งยิ้มให้หญิงสาวกับเพื่อนอีกสองคนที่เดินตามขึ้นมา   “จะชวนไปดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน  ไปกันเถอะค่ะเพลิง  เดี๋ยวไม่ทันนะ”

            เจ้าตัวพูดจบก็ควงแขนคนรักพาออกเดินไปยังจุดชมพระอาทิตย์ตกทันที  โย่งกับหวานเดินตามหลังไปโดยมีเมืองแมนเดินปิดท้าย  ที่จุดชมวิวมีนักท่องเที่ยวมานั่งรอยืนรอกันค่อนข้างแน่น  แต่โย่งบอกว่าวันนี้คนน้อยกว่าทุกที

            “มุมนี้เลยครับ  วิวสวยสุด  หวานถ่ายเราให้หล่อๆนะ”

            “เราคงไม่สามารถพอน่ะ”  หวานตอบ

            “มึงแน่ะแมน  ถ่ายให้กูกับหวานหน่อย”  โย่งโยนให้เพื่อนหน้าตาเฉย  เมืองแมนเลยต้องรับกล้องตัวใหญ่มาถือเอาไว้  เล็งไปที่เพื่อนทั้งสองคนที่คนนึงยิ้มกว้างปากแทบฉีก  ส่วนอีกคนหน้าตึงเหมือนฉีดโบทอกซ์มา

            “ถ่ายให้เรากับเพลิงบ้างสิแมน”   ตุ๊กตาพูดขึ้นบ้าง  เธอควงแขนเพลิงกัลป์เอาไว้  ส่งยิ้มหวานมาให้กล้อง   “เพลิงยิ้มหน่อยสิคะ”  เธอหันไปบอกคนข้างกายที่ยืนนิ่ง  “เอาหน้ากากลงด้วย  เปิดหน้าหน่อยสิคะ”

            ชายหนุ่มยอมถอดหน้ากากอนามัยออกเพราะขี้เกียจโดนเซ้าซี้   เขาหันไปส่งยิ้มเบื่อๆให้ตากล้องที่ยกกล้องขึ้นเล็งมาที่พวกเขาสองคน

            ร่างผอมบางนั้นก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยเพื่อหาระยะที่พอดี   กล้องบดบังดวงหน้าอ่อนใสไว้เกือบครึ่ง  เห็นเพียงริมฝีปากสีสดที่มีรอยยิ้มนิดๆแต้มอยู่เท่านั้น 

            เพลิงกัลป์มองไปที่เลนส์  เขารู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังสบตาสีน้ำตาลของคนหลังกล้องอยู่  รอยยิ้มของคนถ่ายเพิ่มมากขึ้น  แล้วเขาก็เผลอยิ้มตาม         

            “สวยมาก”  เมืองแมนพูด  ลดกล้องลงดูรูปข้างใน   “แสงกำลังสวยพอดี”

            “มึงไปยืนบ้างไป  เดี๋ยวกูถ่ายให้”  โย่งคว้ากล้องของหวานมาถือเอาไว้  ไล่เมืองแมนให้ไปยืนตรงตำแหน่งถ่ายรูปนั้น 

            ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋า  ทำท่าที่คิดว่าเท่สุดๆให้กล้อง  โย่งถ่ายให้สองสามรูป  รูมเมทของเขาก็เดินมาหยุดเคียงข้างด้วย     

            “ถ่ายด้วยคนดิ”

            เมืองแมนไม่ได้ตอบ  แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี  เขายืนนิ่งๆส่งยิ้มให้กล้อง  รับรู้ได้ว่าคนข้างตัวก็อมยิ้มนิดๆในหน้าอยู่เหมือนกัน

            ภาพสุดท้ายเพลิงกัลป์เหลียวไปดูวิวเลยเอื้อมแขนไปเท้าระเบียงเอาไว้  ขณะที่เมืองแมนหันไปมองข้างๆเพราะกลัวหงายหลังลงไปพอดี  ภาพที่ได้ออกมาเลยดูผิดเพี้ยนจากความจริงไปสักหน่อย

            “รูปนี้เหมือนพวกมึงเป็นแฟนกันเลยว่ะ   ไอ้เพลิงก้มนิดๆเหมือนกำลังจะหอมแก้มไอ้แมนเลย  โคตรโรแมนติกไปอีก”   คนถ่ายพูดแล้วหัวเราะ  ส่งให้หวานกับตุ๊กตาดู

            “เพลิงวางแขนแบบนี้เหมือนโอบเอวแมนอยู่เลยนะ”  หวานออกความเห็น

            “อยากได้แบบนี้บ้าง  โย่งถ่ายให้เรากับเพลิงอีกรูปนะ”  แฟนตัวจริงของเพลิงกัลป์ลุกขึ้นยืนเดินฉับๆเข้าไปหาคนรัก  ส่วนเมืองแมนก็เดินกลับเข้ามารวมกลุ่มกับเพื่อน

            “ตุ๊กตาเป็นอะไร”

            “หึงมั้ง”

            “หึงอะไร”  เมืองแมนงง  โย่งไม่ตอบแต่กลับอมยิ้ม   มองรูปในกล้องที่เขาไม่ได้พูดออกไปว่าความจริงแล้ว  สิ่งที่ทำให้คนสองคนในภาพดูเหมือน ‘แฟน’ กันมากที่สุด  หาใช่ท่าทางของคนทั้งสองไม่  แต่กลับเป็นสายตาของผู้ชายตัวสูงที่ก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าต่างหาก

            สายตาแบบที่ผู้ชายอย่างเขาเห็นแล้วรู้สึกจักจี้ยังไงไม่รู้   ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะแสงหรือว่าอะไรกันแน่  ยังไม่รวมรอยยิ้มมุมปากที่เปลี่ยนผู้ชายหน้าหล่อร้ายให้ดูอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ

            “โย่งถ่ายให้หน่อยค่ะ”

            โย่งสะดุ้ง  หันไปเล็งกล้องถ่ายรูปหนุ่มสาวทั้งสอง ....สายตาเมื่อกี้เขาคงดูผิดไปแน่ๆ  เพราะตอนนี้เพลิงกัลป์กำลังโอบเอวคนรักเข้ามาแนบชิดแทบจะสนิทเป็นเนื้อเดียวแบบอายใคร  แถมยังมองเธอด้วยสายตาร้อนแรงบอกอารมณ์ชัดเจน

            “ไอ้เพลิงใจเย็น  นี่มันที่สาธารณะโว้ย”  เขาตะโกนบอกเพื่อน

            อีกฝ่ายหันมายักคิ้วให้ชนิดที่เขาได้ยินเสียงกรีดร้องเบาๆจากกลุ่มเด็กสาวที่อยู่ใกล้ๆกันเลยทีเดียว

            เมืองแมนเคยเห็นพระอาทิตย์ตกดินมาหลายครั้งแล้ว  แต่ไม่เคยรู้สึกประทับใจกับพระอาทิตย์ตกดินครั้งไหนมากเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย  แสงสีส้มที่สะท้อนกับไอหมอกและท้องฟ้า  ดวงอาทิตย์กลมโตที่ค่อยๆลอยลับหายไปในกลีบเมฆ   เปลี่ยนเป็นสีฟ้าให้กลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม  ก่อนจะกลายเป็นดำสนิทราวกับกำมะหยี่

            “ดาวสวยจังเลยค่ะเพลิง”  เสียงตุ๊กตาดังขึ้นถัดไปจากที่เมืองแมนนั่งอยู่โดยมีเต็นท์บังตัวเขาเอาไว้จากคนทั้งคู่   

            “ผมว่ามีสิ่งที่สวยกว่าดาวคืนนี้อีกนะ”  เสียงห้าวๆตอบกลับไป

            คนลอบฟังเบ้ปาก....มุขเก่าชิบเป๋ง  ฟังแล้วเลี่ยนจริงๆ

            “อะไรหรอคะ”  หญิงสาวแกล้งถามต่อราวกับเดาไม่ถูก

            “..............”  เขาไม่ได้ยินคำตอบเพราะอีกฝ่ายคงกระซิบข้างหูคนรัก

            เมืองแมนย่นหน้า  เอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำชาอุ่นๆมากุมเอาไว้ในฝ่ามือ  พอดวงอาทิตย์ลับหาย  อากาศที่เย็นอยู่แล้วก็ลดอุณหภูมิลงเฉียบพลัน  โชคดีที่เขาเตรียมเสื้อกันหนาวมาพร้อม  ขาดก็แต่ถุงมือที่ลืมเอามาเนี่ยแหละ

            เขาหมดความสนใจกับคู่รักที่นั่งพลอดรักกันหลังเต็นท์  หันไปมองครอบครัวเล็กๆพ่อแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวกันในเต็นท์ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างออกไปแทน  เหลือบมองนาฬิกานิดหนึ่ง...เกือบห้าทุ่มแล้ว  พวกโย่งกับหวานที่บอกจะไปซื้อของข้างล่างยังไม่กลับมาเลย

            ไปด้วยกันคงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกมั้ง...

            เขายกถ้วยชาในมือขึ้นจิบ

            โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นเบาๆแทนสัญญาณว่ามีสายเรียกเข้า  เมืองแมนหยิบขึ้นมาดู...พอเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่ที่หน้าจอ  หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาเนิ่นนานก็หยุดเต้นไปวูบหนึ่ง

            จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเต้นรัวแรง

            ...เจมส์

            “ทำไมไม่กดรับล่ะ”  เสียงห้าวๆของคนที่นั่งคุยกับแฟนอยู่หลังเต็นท์เมื่อกี้ดังขึ้น  ทำเอาเมืองแมนสะดุ้ง  ฝ่ายนั้นเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สนามตรงข้ามกับเขา

            เมืองแมนเม้มปาก  กดตัดสายทิ้ง

            “โทรผิด”   เขาพูด

            มีสายเรียกเข้ามาอีก  ชื่อเดิมปรากฏขึ้นบนหน้าจอ  โทรศัพท์มือถือสั่นเป็นเจ้าเข้าในมือของเขา  เมืองแมนเหลือบตาขึ้นมองคนที่นั่งนิ่งไม่ขยับนั้นแล้วตัดสินใจกดรับ

            “ฮัลโหล”

            “ไอ้แมนเพื่อนรัก  หายหัวไปเลยนะมึง  รับโคตรช้าเลย  คุยได้หรือเปล่าเนี่ย  หรือว่ายุ่งๆอยู่”  เสียงเพื่อนสนิทดังมาตามสาย

            “คุยได้”  เขาตอบกลับไปสั้นๆ

            “โคตรคิดถึงมึงเลยแมน   กูว่าจะโทรมาคุยหลายทีแล้วแต่มัวยุ่งๆ  มึงคิดถึงกูบ้างมั้ยหรือว่าได้เพื่อนใหม่แล้วลืมเพื่อนเก่าอย่างกู”   เสียงคนในสายดังออกมาจากโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบที่ได้ยินเพียงแค่เสียงไฟปะทุจากกองฟืนที่สุมไฟอยู่

            “กูก็คิดถึงมึง”   เมืองแมนตอบหลังจากเงียบไปนาน

            ดวงตาสองคู่สานสบกันโดยมีเปลวไฟกั้นกลาง

            “งั้นก็ตอบไลน์เพื่อนบ้างสิครับ  นี่กูโทรมาถามเรื่องนัดรวมตัวที่กรุงเทพฯเดือนหน้า  มึงลงไปได้หรือเปล่า  ลาได้มั้ย  มึงเล่นอ่านไม่ตอบนี่หว่า”

            “กูยังไม่รู้เลย  ตารางเวรเดือนหน้ายังไม่ออก”  เมืองแมนตอบกลับไป  เบือนหลบสายตาคมเข้มคู่นั้น

            “งั้นมึงรับปากกูก่อนว่ามึงจะมา”

            “ไว้ใกล้ๆกูจะบอกอีกที”

            “มาเจอกันเถอะแมน  ไม่เจอมึงเป็นเดือนๆกูจะลงแดงตายแล้ว”  ประโยคนั้นทำให้คนฟังเม้มปากแน่น   “ขาดมึงกูเหมือนคนขาดออกซิเจน”

            “เลิกพูดเล่นซะทีเหอะ”  แมนตัดบท  “แล้วน้ำไปไหน”

            “น้ำเหรอ..”  เสียงของเพื่อนผิดปกติไปนิดหนึ่ง  ต่อให้เล็กน้อยแค่ไหน  ทว่าเมืองแมนก็จับหางเสียงนั้นได้  “น้ำกลับบ้าน  ไม่ได้อยู่เวร”

            “มีอะไรหรือเปล่า”

            “ไม่มี  จะมีอะไรได้”  เพื่อนปฏิเสธตามที่แมนคาดเอาไว้  “กูวางสายก่อนนะ  โดนเรียกตัวล่ะ  ไว้โทรคุยกันใหม่  คิดถึงมึงนะแมน”

            “อืม  ไว้คุยกัน”

            เมืองแมนตอบก่อนที่อีกฝ่ายจะวางสายไป

            ลมพัดมาวูบหนึ่ง  หอบเอากลิ่นไอดินและหญ้ามาด้วย  เมืองแมนถอนหายใจแผ่วเบา  เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง  คนตรงข้ามยังคงนั่งมองเขาอยู่เงียบๆ ไม่ได้ขยับตัวไปไหน

            “แฟนเก่าหรอ”

            “เพื่อน”

            คนฟังเลิกคิ้ว

            “อกหัก?”

          “ไม่ใช่เรื่องของมึง”  เมืองแมนสวนกลับ

            ฝ่ายนั้นหัวเราะเบาๆ

            “อ่อนหัดจังนะ   คนอย่างมึงเก็บความรู้สึกเป็นบ้างหรือเปล่า”  เพลิงกัลป์พูด   แค่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย  ต่อให้เขาไม่ได้ยินบนสนทนานี้เลยก็เดาได้ว่าคนปลายสายคงไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาแน่ๆ

            แต่ความสัมพันธ์จะเป็นถึงขั้นไหนนั้น...ทำไมเขาจะต้องไปสนใจด้วยล่ะ

            “ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของคนอื่นหรอก”

            “เพื่อนมึงใช้ทุนที่ไหน  ทำไมไม่ไปด้วยกันล่ะ”

            “ภาคใต้”

            “ขอเดาว่าเค้าไปใช้ทุนกับแฟน”   หางเสียงของฝ่ายนั้นมีแววเยาะนิดๆ

            “ใช่...พูดจบหรือยัง”  เมืองแมนผุดลุกขึ้นยืน  วางถ้วยชาอุ่นๆเอาไว้บนขอนไม้ตามเดิม  บรรยากาศสุขสงบในตอนแรกถูกอีกฝ่ายทำลายจนไม่มีเหลือ 

            “จะไปไหน”

            “..............”  เขาไม่ตอบ  แต่ก้าวเร็วๆไปบนพื้นดินปนกรวดทราย

            ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามหลังมา  ชายหนุ่มเลยเร่งฝีเท้าขึ้นอีก  ก้อนหินก้อนใหญ่ๆขรุขระที่ฝังอยู่ในพื้นทรายร่วนๆทำให้ยากแก่การเดิน  ยิ่งเขาเดินเร็วๆแบบนี้ด้วยแล้วล่ะก็

            “ระวังสะดุด”  คนข้างหลังเตือน  แต่ตอนนี้เมืองแมนอารมณ์พลุ่งพล่านเกินกว่าจะสนใจ

            แล้วเขาก็ก้าวพลาดจนได้   ข้อเท้าพลิกตัวเอียงวูบเสียหลัก  เมืองแมนใจหายวาบ  ความรู้สึกเจ็บปลาบที่ข้อเท้าพุ่งขึ้นมาพร้อมกับเนื้อตัวที่คะมำลงไป

            คนข้างหลังก้าวพรวดเดียวเข้ามาช้อนรับเขาเอาไว้   วงแขนแข็งแรงโอบรัดรอบเอวพยุงไม่ให้ลงไปกองกับพื้น  เมืองแมนสะเทือนไปทั้งตัว  ไออุ่นที่แนบชิดทางด้านหลังทำให้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว

            “ปล่อยกู”            เขาพูดเสียงสั่น

            อีกฝ่ายไม่ตอบ  แต่กลับกดปลายจมูกและริมฝีปากลงมาที่ซอกคอของเขาโดยไม่บอกกล่าว

            ............................................................................................

 

            มาอัพต่อแล้วจ้า

            รู้สึกตกใจกับคอมเม้นท์5555  มีคนอ่านด้วยเหวย  ดีใจๆๆ  ไปๆเขียนต่อค่ะ  มีกำลังใจ55555

            เรื่องนี้อาจจะแปลกๆหน่อย  เนื้อเรื่องแปลกๆ บทสนทนาแปลกๆ  เป็น Mpreg แบบแปลกๆ

เวลาเขียนฉากผีตอนกลางคืนนี่เขียนไม่ได้เพราะคนเขียนก็กลัวผี555

เจอกันตอนหน้า

#แฟนหมอแมน

 

 

 :katai2-1:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
รู้สึกว่าเพลิงจะแพ้ท้องหนักขึ้นนะ 555555

ออฟไลน์ appattap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
อ่านแล้วชอบมากๆเลยค่ะ รอติดตามตอนต่อไปอยูน้าา
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ตอนนี้ไม่มีผี อ่านแล้วโคตรร้อนเลย ต้องไปอาบน้ำกลางดึกอีกรอบแหละ  :seng2ped:

ออฟไลน์ mylittle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบมากๆค่ะ ติดตามต่อ :hao3:
เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ :mew1:

ออฟไลน์ PAiPEiPEi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-3
เข้ามารีเฟชทุกวันเลยค่ะ  รอติดตามน๊าาค๊าา   จริงเราก็ว่าเรื่องนี้แปลกดีแต่ชอบค่ะ 

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
เฮ้อ ... เมื่อไรจะรู้ใจกันเสียทีนะ

ออฟไลน์ netich

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
รำคาญตุ๊กตามากอ่ะ ทำเหมือนอยากจะจับเพลิงเป็นสามีตลอดเวลา

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
ชอบบรรยากาศดีบนเขาดีมากๆ อ่านแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวด้วย
ว่าแต่เพลิงแพ้ท้องหนักมากเลยนะ ส่วนตุ๊กตาก็น่าสงสารนะ
เพลิงทำให้เชื่อขนาดนั้นว่าเป็นแฟนกัน แต่เราสงสารแมนมากว่า

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
กว่าเพลิงจะรู้ใจตัวเอง ถึงตอนนั้นอาจจะกินตับตุ๊กตาไปจนพรุนแล้วก็ได้
จะมีใครมากระตุ้นให้เพลิงรู้ใจตัวเองเร็วๆไหม ขนาดมีเต้ยเพลิงก็ยังแค่หงุดหงิดเอง

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ โอ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
รำคาญชะนีอ่ะปล่อยเข้าป่าไม่ก็ถีบลงเหวไปเลยได้ :z6:ป่ะ

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
คือถ้าตามปกติอาการของเพลิงมันก็คงเรียกได้ว่าแพ้ท้องแทนเมียนั่นแหละนะ คิดว่าตอนนี้แมนคงจะท้องแล้วแหละแต่เนื่องจากมีเพลิงแพ้ท้องแทนแล้วแมนเลยไม่มีอาการ แต่!!!เพราะมันเป็น mpreg แบบแปลกๆนี่แหละใจนึงเลยอยากให้หวยไปออกที่เพลิงแบบเพลิงเป็นคนท้องไม่ใช่แมน แบบนั้นคงตลกดีนะ ฮ่าๆๆ

ปล.ปกติจะเฉยๆกับตัวละครหญิงนะแต่นี่หมั่นไส้ตุ๊กตามากอะ หมั่นหน้าไปนะบางทีมีแอบว่าเพื่อนอีก นิสัยไม่ดีเลย

ออฟไลน์ คุณจัตวา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ขัดใจและอยากตบอีตุ๊กตาผีมากคะตอนนี้     ขัดขวางความรักผัวเมียเขา

ออฟไลน์ cheezett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ที่มาของคำว่าอยากได้ผัวจนตัวสั่น นังตุ๊กตา วงวารชีจังเลยค่ะ

อยากอ่านเรื่องนี้ทุกวัน คนเขียนมาต่อบ่อยๆหน่อยสิ อิอิ

ออฟไลน์ พัดลม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 542
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
เพลิงแพ้ท้องหรือเปล่า

มาต่อเร็วๆนะ :กอด1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ท่าทางเจมส์ จะผิดปกติ :L1:
มีเรื่องทะเลาะกับน้ำแน่ๆ
แล้วที่ทะเลาะเพราะเจมส์เอาแต่คิดถึงแมน พูดถึงแมนหรือเปล่า

ตุ๊กตา เหมือนแสดงออกกับเพลิงเกินหน้าเกินตาเกินไปป่ะ
แค่ถ่ายรูปกับเพื่อนชายยังแสดงความหึงออกมา
นี่ถ้าเรื่องเพลิงกับแมนแดงออกมา มิออกท่าตุ๊กตายักษ์รึ
       :L1:  :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3380
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
น่ารักกกก

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
หมั่นไส้เพลิงอ่ะ ขอตีสักแปะเหอะ!
แฟนก็มีเป็นตัวเป็นตนแล้วยังมาพันแข้งพันขาน้องแมนอีก เอ๊ะ!!!

ออฟไลน์ Shonteen

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
คือถ้าตามปกติอาการของเพลิงมันก็คงเรียกได้ว่าแพ้ท้องแทนเมียนั่นแหละนะ คิดว่าตอนนี้แมนคงจะท้องแล้วแหละแต่เนื่องจากมีเพลิงแพ้ท้องแทนแล้วแมนเลยไม่มีอาการ แต่!!!เพราะมันเป็น mpreg แบบแปลกๆนี่แหละใจนึงเลยอยากให้หวยไปออกที่เพลิงแบบเพลิงเป็นคนท้องไม่ใช่แมน แบบนั้นคงตลกดีนะ ฮ่าๆๆ

ปล.ปกติจะเฉยๆกับตัวละครหญิงนะแต่นี่หมั่นไส้ตุ๊กตามากอะ หมั่นหน้าไปนะบางทีมีแอบว่าเพื่อนอีก นิสัยไม่ดีเลย
ใจตรงกันเลยคะ

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3322
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
แพ้ท้องแทนเมียใช่ไหม

แอบคิดไม่ได้ว่าเพลิงท้องเอง ถ้าไม่โดนทักว่าแมนดูอ้วนขึ้น





เราตามมาจาก ยักษ์ยอกรัก ค่ะ  เราชอบคุณเขียนนิยายเลยตามมา เป็นกำลังใจให้นะคะ

ออฟไลน์ pedchara

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
ชอบมากค่ะ อ่านแล้วติดเลย รู้สึกว่ามีปมเยอะดี
กดติดตามมม

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
เพลิงรู้ใจตัวเองสักทีเหอะ
 :katai5: :pig4:

ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
ตายๆนี้แพ้ท้องแทนละถูกมั้ยเพลิง
กว่าจะรักกันคลอดก่อนมั้ยเนี่ย

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด