*-*-*-*-*-*-INTERNAL LOVE-*-*-*-*-*-* #แฟนหมอแมน (Mpreg)เปิดพรี 2/12/61 p86
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: *-*-*-*-*-*-INTERNAL LOVE-*-*-*-*-*-* #แฟนหมอแมน (Mpreg)เปิดพรี 2/12/61 p86  (อ่าน 558039 ครั้ง)

ออฟไลน์ Yarkrak

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
เรื่องนี้่น่าสนุกแต่ทำไมผู้เขียนชอบบอกท้ายเรื่องถึงตอนต่อไปกันจัง
มันทำให้คนอ่านเดาเรื่องออก ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นทำให้เสียอรรถรสในการอ่าน
พูดคุยได้แต่ไม่อยากให้บอกถึงตอนต่อไปอ่ะ ขอโทษนะนี่คือความคิดเห็นของเรา
เราไม่อยากเว้นทุกข้อความหรือทุกตัวอักษรที่ผู้เขียนได้ตั้งใจเขียนให้ได้อ่าน

ขอบคุณที่เขียนเรื่องมาให้ได้อ่าน

อ้อ! ขออภัยอีกทีที่เราใช้คำว่า ผู้เขียน กับ คนอ่าน เพราะแต่ก่อนเล้าเขาจะรณรงค์ไม่อยากให้ใช้
คำว่า "ไรเตอร์" กับ "รีดเดอร์" เราเลยติดมาจนถึงเดี๋ยวนี้
ขออภัยนักอ่านท่านอื่นด้วยที่อาจไม่ชอบใจความคิดเห็นของเรา อิอิ อย่าด่าเรานะ

ออฟไลน์ SM_day

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 89
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2
โอ้ยยย มาตอนแรกก็สนุกแล้ว ขอให้อิเพลิงกลับไปเจอผี บ้าดีนะ คนแต่ง มาต่อบ่อยๆเด้อจ้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-08-2018 21:20:53 โดย oaw_eang »

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เหอะๆ.....หมั่นไส้เพลิง ลุกลี้ลุกลน กลัวเมืองแมนปล้ำตัวเอง
ไม่ใช่ตัวเองจับกดเมืองแมนแล้ว
เหมือนต่างฝ่ายต่างจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ เป็นเรื่องแล้วสิ

น้ำเมา ก็ช่วยได้ ช่วยทำให้เมืองแมนลืมเจมส์
แต่ได้คนแอนตี้เกย์มา  :z3: :z3: :z3:
อยากอ่านตอนใหม่แล้ว  :ling1: :ling1: :ling1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
เกิดอะไรขึ้นกับหมอแมน หมอเพลิงทำอะไรหมอแมนรึป่าวเนี่ย

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
Internal Love

ตอนที่ 2

Silence speaks when words can't.

 

 

 

          “ผลักกูทำไม”  เพลิงกัลป์ถาม  มองคนที่นั่งแปะอยู่ที่พื้นอย่างงุนงง  ใบหน้าเล็กๆรูปหัวใจนั้นเบือนไปทางอื่น  ริมฝีปากเม้มแน่นราวกับข่มกลั้นอะไรบางอย่างอยู่

            “ขอโทษ  มัน...ไม่ได้ตั้งใจ”   เมืองแมนตอบกลับมา  “กู..ไม่ค่อยสบาย”

            “แล้วลุกไหวหรือเปล่า  ปวดหัวมั้ย”  วิญญาณหมอเริ่มกลับเข้ามา  เพลิงกัลป์ขยับเข้าไปนั่งยองๆถามอีกคนพลางยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากและซอกคอ  “ตัวรุมๆแฮะ  กูว่ามึงนอนพักก่อนดีกว่า  มากูช่วย”  เขาหิ้วปีกอีกฝ่ายพยุงให้ยืนขึ้น  พาเดินไปที่เตียง

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง  คราวนี้เพลิงกัลป์เป็นคนเดินไปเปิดประตูเอง

            “อ้าว...แล้วแมนล่ะ”  คนที่มาเคาะห้องคือป๊อก  เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมห้องในทริปนี้ของเมืองแมน  ฝ่ายนั้นมองหน้าเพลิงกัลป์อย่างงงๆที่จู่ๆเจ้าตัวก็มาปรากฎตัวในห้องของเพื่อนเสียอย่างนั้น

            “ไม่สบาย  เข้ามาก่อนสิ”  ชายหนุ่มตอบเรียบๆ  เบี่ยงตัวหลบให้ฝ่ายนั้นเข้ามาในห้อง  ป๊อกเห็นสภาพเพื่อนรักนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงก็ตกใจ

            “เห้ย...เป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย  กูบอกแล้วว่าอย่าดื่มๆ  มึงเมาแล้วนอนตากแอร์ล่ะสิเลยไข้จับ   ประจำเลยนะไอ้แมน   กินพาราฯหรือยัง  เดี๋ยวกูดูก่อนว่าติดมาหรือเปล่า”  ป๊อกเดินไปค้นกระเป๋าหยิบเอายาลดไข้มาให้เพื่อนสองเม็ด  เมืองแมนรับมากลืนลงคอแบบไม่ต้องกินน้ำตาม

            “ไม่เป็นไร”  เขาบอกเพื่อน

            “งั้นมึงนอนไปก่อนระหว่างกูเก็บของ  แล้วว่าแต่....มึง  เอ๊ย  นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”  ป๊อกหันไปถามเพื่อนใหม่ที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ในห้อง  แถมยังอยู่ในชุดนอนของเพื่อนสนิทของเขาอีกต่างหาก 

          “กูก็ไม่รู้เหมือนกัน  ตื่นขึ้นมาก็อยู่ในห้องนี้แล้ว”  เพลิงกัลป์จะไม่มีวันเล่าให้ใครฟังเด็ดขาดว่าเขาตื่นขึ้นมาในสภาพล่อแหลมขนาดไหน  “ถ้างั้นมึงดูแลเพื่อนมึงด้วยนะ  กูไปก่อน  ไว้เจอกันพรุ่งนี้ที่โรงพยาบาลนะไอ้แมน”  ประโยหลังเขาหันไปบอกคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

            เมืองแมนไม่ตอบ

            ประตูห้องปิดสนิทลงแล้วพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ออกไปจากห้อง  ป๊อกมองตามหลังแล้วหันมาถามเพื่อนสนิทที่นอนเงียบ

            “แมน...มันทำอะไรมึงหรือเปล่า”

            “ทำอะไร”

            “ก็แบบ...อย่างว่า”  ป๊อกถามอย่างไม่แน่ใจ  ความจริงตั้งแต่สมัยเรียน  เมืองแมนก็เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ชอบมีหนุ่มๆมาคุยด้วย  ทำให้เจ้าตัวหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา  ทั้งๆที่บุคลิกของเค้าก็ไม่ใช่คนนุ่มนิ่มอะไรเลย  เป็นผู้ชายแมนๆเหมือนชื่อนั่นแหละ  คงต้องโทษสภาพร่างกายที่ผอมบางและใบหน้าที่ค่อนไปทางหวาน  เลยทำให้ลุคของเจ้าตัวดูเหมือนทอมมากกว่าจะเป็นผู้ชาย 

            “ประสาท”  เสียงอ่อนเบานั้นตอบกลับมาทันควัน  “กูปวดหัว มีไข้  ไอเจ็บคอ  ปวดเมื่อยไปทั้งตัว  ประวัติแค่นี้มึง diag ได้มั้ย” 

            “โอเค   กูแค่ถามเพราะเป็นห่วง  จู่ๆเจอไอ้หมอนั่นในห้อง กูก็ต้องเป็นห่วงมึงเป็นธรรมดา  ก็มันเป็นเสือขึ้นชื่อจะตายไป  ชื่อแม่งฉาวโฉ่ไปทั้งเชียงใหม่ว่าคั่วสาวอาทิตย์ละคน  ฉายาเจ้าพ่อวันไนท์แสตนด์   กูก็กลัวมันทำอะไรมึงน่ะสิ”

            “กูเป็นผู้ชายนะ  เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว”   เมืองแมนตัดบท

            เขาไม่อยากยอมรับ  พูดให้ถูกคือไม่อยากรับรู้...ความเจ็บปวดที่แล่นมาเป็นริ้วจากช่องทางหลังที่เริ่มบวมและปวดร้าวไปทั่วทั้งเชิงกรานชนิดที่ไม่ต้องบอกก็รู้ได้เองว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง  ตั้งแต่ลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อเช้าอย่างยากลำบาก  พอปลดกางเกงออกเมืองแมนก็พบว่ามีบางสิ่งผิดปกติไปจากที่เคย  ของเหลวที่ไม่ใช่ของเขาแน่ๆเปรอะเปื้อนเต็มช่วงล่างไปหมดแถมยังมีรอยแดงที่เริ่มเขียวเป็นจ้ำๆตามหน้าขาและทรวงอกที่เคยเรียบเนียน

            ความรู้สึกข้างในแน่นอยู่ในอก  ยิ่งเห็นหน้าคนที่น่าจะเป็นต้นเหตุของอาการทั้งหมดเขาก็ยิ่งพูดไม่ออก  จะให้เขาบอกอีกฝ่ายไปหรือไง  หรือว่าถามเอาโต้งๆเหมือนเด็กสาวเพิ่งเสียตัวครั้งแรกในละคร  ทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะจดจำเรื่องเมื่อคืนได้เลยด้วยซ้ำ

            และที่ร้ายกว่าก็คือ...เขาเอง  ก็จำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน  เหลือแค่ความรู้สึกหวามไหวในช่องท้องที่ติดค้างอยู่เท่านั้น

            “เก็บของเสร็จแล้ว  มึงลุกไหวมั้ยแมน”

            “ไหวๆ  แต่ว่ากูปวด...ปวดกล้ามเนื้อ”  เขาเลี่ยงไป  เพื่อนสนิทก็ไม่มีทีท่าว่าจะสงสัย

            “เดี๋ยวกูช่วยพยุง”  ป๊อกเป็นเพื่อนที่ดีเหมือนเดิมเข้ามาช่วยเขา  พอเดินลงลิฟต์ออกมาชั้นล่างก็พบว่ามีร่างสูงใหญ่ของคนที่กลับออกไปจากห้องก่อนนั้นยืนพิงเคาท์เตอร์รับรองอยู่แล้ว 

            ฝ่ายนั้นพอเห็นเขากับป๊อกออกมาจากลิฟต์ก็เดินเข้ามาหาราวกับกำลังรออยู่

            “กูเปลี่ยนใจ  เดี๋ยวให้มันกลับกะกูเนี่ยแหละ  อยู่แฟลตเดียวกัน  มึงได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา”  เพลิงกัลป์พูดกับป๊อกเพราะรู้ว่าป๊อกใช้ทุนคนละจังหวัดกับพวกเขา

            “เอ่อ..”  ป๊อกลังเล  รู้สึกไม่ไว้ใจคนตรงหน้าชอบกล

            “กูกลับกับเพื่อนได้  มึงไปเถอะ”  เมืองแมนเป็นคนตอบ 

            คนฟังพิศดูใบหน้าซีดเซียวของคนตัวเล็กกว่าแล้วเลิกคิ้ว

            “มึงจะให้เพื่อนมึงลำบากขับย้อนไปย้อนมาทำไม  ทางก็ไม่ใช่ง่ายๆ ขึ้นเขาโค้งเยอะนะเว้ย  เพื่อนมึงไม่ชินทางเดี๋ยวก็รถคว่ำตายห่ากันพอดี”

            “เอ้าไอ้นี่  อวยพรกูซะงั้น”  ป๊อกชักขวาง  แต่ก็เห็นด้วยกับที่อีกฝ่ายพูดอยู่บ้าง

            เมืองแมนนิ่งไปนิด  ก่อนจะพยักหน้าคล้ายไม่เต็มใจ

            “ก็ได้  ป๊อกมึงกลับโรงบาลมึงเหอะ  เดี๋ยวกูกลับกับมัน  ไว้นัดเที่ยวกันนะ”  เขาร่ำลาเพื่อนจนเรียบร้อยแล้วก็กัดฟันเดินแบกเป้ตามหลังร่างสูงใหญ่ที่เดินลิ่วๆไปที่รถญี่ปุ่นคันเล็กที่จอดอยู่หน้าโรงแรม

            “รถพี่กุล  เขาทิ้งเอาไว้ให้  ส่วนพี่เขากับพวกแพทกลับกับรถตู้ไปตั้งแต่เช้าแล้ว”  เพลิงกัลป์อธิบายเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองมาแทนคำถาม

            เมืองแมนพยักหน้ารับ  เปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ  ไม่รู้เพราะรถมันเล็กหรือว่าคนข้างๆเขาตัวโตกันแน่  พออีกฝ่ายขึ้นมานั่งก็เลยรู้สึกว่าภายในรถแคบไปถนัดแทบไม่มีที่หายใจ

            เพลิงกัลป์เลื่อนเบาะถอยหลังจนเกือบสุดเพราะติดแข้งขายาวๆของตัวเอง  เมืองแมนนั่งรออีกฝ่ายปรับกระจกกับเบาะอย่างอดทนจนได้ฤกษ์สตาร์ทรถในที่สุด

            “กินอะไรหรือยัง”  จู่ๆคนขับก็ถามขึ้นลอยๆเหมือนพูดกับลมกับแล้ง

            “กินแล้ว”

            “กินอะไร”  ฝ่ายนั้นถามต่อเหมือนซักประวัติคนไข้

            “กินน้ำกับยา”   นั่นก็เรียกว่ากินนี่นะ

            “มันใช่อาหารมั้ย   มิน่าล่ะถึงตัวกระเปี๊ยกเหมือนกุ้งฝอยขนาดนี้”   เสียงห้าวๆพูดขึ้น  เมืองแมนเผลอเบ้ปากอย่างรำคาญ  “มีขนมปังกับนมอยู่ข้างหลัง  กูซื้อมาแล้วกินไม่หมด”  ประโยคหลังเจ้าตัวพูดด้วยเสียงรัวเร็วกว่าปกติ  “จะกินก็ได้  ถ้าไม่รังเกียจว่าแดกของเหลือของกู”

            เมืองแมนไม่ตอบ แต่เอี้ยวตัวไปด้านหลัง  หยิบถุงจากร้านสะดวกซื้อ  ที่พึ่งยามยากของชีวิตหมออย่างพวกเขาขึ้นมาเปิดดู  ข้างในมีขนมปังไส้หมูหยองกับนมช็อคโกแลตอยู่  ยังไม่ได้แกะห่อ

            เขาหยิบนมขึ้นมาเจาะหลอดดูด

            “ไม่กินหนมปังล่ะ   แค่นมมันจะอยู่ท้องเหรอ”  อีกฝ่ายยังเจ้ากี้เจ้าการเขาไม่เลิก

            “ไม่ชอบหมูหยอง”  เมืองแมนตอบออกไปเรียบๆ

            “หรอ?  เหมือนกันเลย”  ฝ่ายนั้นตอบกลับมาอย่างแปลกใจนิดๆ  “ไข้มึงลงยังล่ะ  พรุ่งนี้โอเรียนเตทศัลยกรรมแปดโมงที่ห้องประชุมภาคนะ”

            “อืม”   เมืองแมนพึมพำในลำคอพร้อมกับหลับตาลง 

            อีกฝ่ายเอื้อมมือไปเปิดวิทยุ  เสียงเพลงเก่ายุค’90 ดังขึ้นผ่านลำโพงของรถ  บางเพลงเขาก็ได้ยินเสียงห้าวๆร้องงึมงำดำน้ำไปตลอดทางจนผล็อยหลับไปเอง   มาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนที่อีกฝ่ายเขย่าตัวปลุกแรงๆ

            ไอ้หมอนี่นี่ชอบทำอะไรรุนแรงชะมัด...เมืองแมนคิดในใจขณะที่ก้าวลงจากรถคันเล็กที่มาจอดหน้าอาคารผู้ป่วยนอก 

            อาการไข้ของเขายังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่  พอมารวมกับอาการปวดตามตัวแล้วก็ทำให้เมืองแมนอยากจะทิ้งตัวลงนอนเสียตรงนี้

            เขากลั้นใจแบกกระเป๋าหนักอึ้งเดินตามหลงอีกฝ่ายไปทางด้านหลังโรงพยาบาลที่กั้นเอาไว้เป็นเขตที่พักของเจ้าหน้าที่  ทางลาดชันแบบขึ้นเขานิดๆนั้นทำให้สองขาของเมืองแมนสั่นระริกไปหมด  แต่เขาก็กัดฟันลากขาขึ้นมาจนถึงแฟลตที่ตั้งอยู่บนเนินจนได้

            หลังจากเก็บของเสร็จแล้ว  เขาก็เตรียมจะหมุนตัวเข้าห้องนอนทันที  ตรงข้ามกับรูมเมทที่ดูเหมือนว่าจะมีพลังงานเหลือล้นเหลือเกิน

            “มึงจะกินข้าวเย็นหรือเปล่า”  เพลิงกัลป์เหลียวมาถามก่อนออกจากห้องคล้ายนึกได้

            “ไม่กิน”

            “งั้นไว้เจอกัน  คืนนี้กูกลับค่ำๆ  มีนัดกับเพื่อน  อย่าเพิ่งใส่กลอนนะ”  คนพูดพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องพร้อมกับผิวปากอย่างสบายอารมณ์

            เมืองแมนล้มตัวลงนอน เขาหลับเป็นตายแทบไม่รู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายกลับเข้าห้องมาตอนไหน  มาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนที่นาฬิกาปลุกเรียก

            “หกโมงเช้า?”  นี่เขานอนไปนานแค่ไหนกันนะ

            เมืองแมนเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนของตัวเองเพื่อมาเข้าห้องน้ำ  ที่ห้องกลางติดกับห้องน้ำมีถุงข้าวต้มวางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะ  มันเย็นชืดจนเขาเดาว่าคงทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน  น่าจะเป็นของรูมเมทที่ซื้อกลับมากินต่อยามดึกล่ะมั้ง

            อาบน้ำเสร็จแล้วเมืองแมนก็รู้สึกดีขึ้นมาก  อาการปวดเมื่อยทุเลาลงแทบไม่เหลือ  ไข้ก็ไม่มีแล้ว  เขาเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อแต่งตัว   หูก็ได้ยินเสียงประตูหน้าแฟลตเปิดออก 

            เสียงผิวปากดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้า  เมืองแมนแหวกผ้าม่านออกดูก็เห็นเพื่อนร่วมห้องอยู่ในชุดเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้น  เนื้อตัวชุ่มเหงื่อกำลังก้มลงถอดรองเท้ากีฬาออก

            ...ตื่นไปวิ่งด้วยแฮะ  เฮลตี้ไม่เบา...

            “แมน  มึงตื่นหรือยัง”   เสียงห้าวถามดังลั่นราวกับจะปลุกคนทั้งแฟลต   แมนรีบกลัดกระดุมจนเสร็จแล้วเปิดประตูห้องออก

            “ตื่นแล้ว  มีอะไร”  เขาถามเสียงเรียบ  ใบหน้าก็คงจะเรียบนิ่งตามไปด้วยเพราะเขาเห็นอีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย

            “มึงใส่แว่นด้วย?”  ฝ่ายนั้นกลับถามไปคนละเรื่อง   คนฟังขยับแว่นสายตาที่ตกลงมาบนดั้งจมูก

            “อืม  ใส่ตอนทำงาน”

            “แล้วตอนอื่นไม่ใส่เหรอ” 

            “ไม่  สายตากูไม่ได้สั้นเท่าไหร่  แต่ใส่ไว้เพื่อเพิ่มความภูมิฐานเฉยๆ”   คำตอบของเขาคงดูแปลกไม่น้อยเพราะอีกฝ่ายอ้าปากค้างแล้วพยักหน้าหงึกหงักเหมือนคิดตาม

            “ก็จริงนะ   มึงเวลาไม่มีแว่นหน้าเหมือนเด็กปัญญาอ่อนขาดสารอาหาร”  เพลิงกัลป์พูดหน้าตาเฉย  “เดี๋ยวกูไปหาแว่นมาใส่บ้างดีกว่า  ไม่งั้นชอบมีคนคิดว่ากูเป็นดารามากกว่าเป็นหมออยู่เรื่อย”

            “แล้วแต่มึงเลย  แต่กูว่าถ้ามึงใส่อาจจะหน้าเหมือนเช กูวารา”

            คิ้วเข้มขมวดนิดๆ

            “คือดีใช่มั้ย”

            “ดีสิ  อยู่ตามท้ายรถสิบล้อไง  ไม่เคยเห็นเหรอ”  เมืองแมนตอบแล้วก้มลงหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย

            “มึงจะไปไหน  ไม่กินข้าวก่อนเหรอ  กูมีข้าวต้ม  ซื้อมาแดกเมื่อคืนแต่เสือกกินไม่ลง  เอาป่ะ”

            “มันเน่าหมดแล้วมั้ง  ข้าวต้มค้างคืนมึงก็กินเองสิวะ  คนดีจริงๆให้เพื่อนกินแทน”  เมืองแมนเบ้ปาก   “กูจะไปซื้อของเช้าที่ตลาด”

            “งั้นไว้เจอที่ตึก  กูอาบน้ำก่อน”  เพลิงกัลป์ตอบ

            อีกฝ่ายกลับออกไปจากห้องแล้ว  เขาหิ้วถุงข้าวต้มที่ความจริงซื้อมาฝากอีกคนนึงตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาส่องดูใกล้ๆด้วยความเสียดาย....รู้งี้เคาะประตูเรียกออกมากินเสียก็ดี

            ช่างเหอะ..

            ..........................................................................

            “วันนี้เป็นวันแรกที่จะเริ่มทำงานกัน  พี่ชื่อคม  เป็นหมอศัลยกรรมของที่นี่  มีอีกคนชื่อพี่ทิพย์ แต่แกลาคลอดลูก  ตอนนี้ก็เลยมีพี่ผ่าอยู่คนเดียว  เคสไหนที่จะแอทมิทแล้วต้องผ่าให้โทรconsult พี่ก่อนทุกเคส  เพราะบางเคสพี่ก็ผ่าไม่ไหว  เพราะทีมไม่พร้อม  หมอดมยาเราไม่มี  ที่นี่มีแต่พยาบาลดมยา  ฉะนั้นบางเคสที่complicate มากๆพี่ก็จะให้ refer ไปเลย”

          คนพูดอายุประมาณ 40 ปีได้แต่ดูหนุ่มกว่าวัยเพราะร่างกายแข็งแรงมีมัดกล้ามน้อยๆแบบคนออกกำลังกายเป็นประจำ

            “โรนี้มีสามคนเองเหรอ”   อาจารย์คมศักดิ์ถามอย่างประหลาดใจ   กวาดตาดูอินเทินใหม่ที่วนวอร์ดศัลยกรรมเป็นวอร์ดแรก  “คราวที่แล้วมีสี่”

            “มีสี่ครับ  แต่กำลังมา”  เมืองแมนตอบ  ถัดจากเขาไปเป็นผู้หญิงทั้งคู่  คนหนึ่งรู้จักแล้วชื่อแพท  เธอมาดเหมือนนางแบบ  ส่วนอีกคนเขาเพิ่งเคยเห็นหน้า  เธอชื่อเมย์  มาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับรูมเมทของเขาที่ยังไม่โผล่หัวมาสักที

            “โทรตามหน่อยสิ  นี่กี่โมงแล้ว”

            “ครับ”  เมืองแมนถอนหายใจเฮือก  เปิดโทรศัพท์ขึ้นมากดไล่หาชื่อของเพลิงกัลป์ที่เพิ่งเมมไปเมื่อวาน   พอเจอก็กดโทรออก  อีกฝ่ายไม่รับสายแต่ประตูห้องถูกเปิดออกพอดี

            “มาแล้วครับ  ขอโทษที่สายครับ”  เพลิงกัลป์ตอบ  ยกมือไหว้ขอโทษอาจารย์ที่มีท่าทางอ่อนลงเมื่อเห็นเด็กแสดงท่าทางนอบน้อม

            “วันหลังอย่าสายอีก  อาชีพเราต้องตรงต่อเวลา  มาสายไม่ได้  อย่างที่เขาบอกว่า ห้ามสาย ห้ามป่วย  ห้ามลา  ห้ามตาย  นั่นเป็นเรื่องจริง  พวกเธอเพิ่งออกมาจากรั้วโรงเรียนแพทย์คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักหน่อย  มีปัญหาอะไรก็ถามพี่ๆได้หมดทุกคน  อย่าเก็บปัญหาเอาไว้กับตัวคนเดียว  ทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือ”  สายตาของอาจารย์มาหยุดที่เมืองแมน  “...ขอแค่บอกมาตามตรง”

            “ครับ”  เมืองแมนรับคำแล้วเบือนสายตาหลบไปทางอื่น  รู้สึกแปลกๆกับสายตาของผู้สูงวัยกว่าชอบกล

            “ทุกคนคงได้ตารางการวนวอร์ดแล้ว  ตารางเวรก็แปะอยู่หน้าห้องไปดูได้  วันนี้เริ่มอยู่เวรได้เลย  ศัลยกรรมมีโทรศัพท์เวรด้วยให้ไปขอที่วอร์ดชาย  ตอนกลางวันมีข้าวเลี้ยงที่ห้องประชุมทุกวัน  มาทานได้  ขอให้สนุกกับศัลยกรรมครับน้องๆ”  อาจารย์พูดยิ้มๆแล้วก็เดินออกไปจากห้อง

            “โอ๊ย  เราต้องราวน์ไอซียูก่อนเลย”  เสียงโอดครวญดังขึ้นจากเพื่อนสาวตัวสูงเพรียว  “ทำไมของเมย์ไม่ต้องผ่านไอซียูวะ  แม่งไม่เท่าเทียม  ไหนขอดูของแมนกับเพลิงหน่อย”  เธอฉวยเอาตารางของเมืองแมนไปดูเทียบ

            พวกเขาเทียบตารางกันอีกพักหนึ่งก็ต่างแยกย้ายออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง  เมืองแมนดูแลวอร์ดชายที่อยู่ชั้นสาม  ส่วนเพลิงกัลป์ดูวอร์ดหญิงที่ชั้นสอง  เมย์สบายกว่าเพื่อนได้ดูคนไข้วอร์ดเด็กและห้องพิเศษ

            วันแรกของเมืองแมนผ่านไปอย่างยากลำบากพอสมควร  เพราะเขาไม่ถนัดเคสศัลยกรรมเท่าไหร่บวกกับเป็นการราวน์วันแรก  ก็เลยต้องใช้เวลายาวนานมากกว่าปกติ  กว่าจะราวน์เสร็จทั้งวอร์ดก็ปาไปบ่ายสามโมง  ไม่ต้องพูดถึงข้าวกลางวัน  เขาไม่รู้สึกหิวเลยด้วยซ้ำ

            “หมอคะ  เหลืออีกเตียงนึงนะคะ  รับใหม่ค่ะ เป็นคุณลุงอายุ 70 ปีมาด้วยปวดท้อง”  คุณพยาบาลสาวใหญ่ที่ชื่อพี่แพรวพูดขึ้น  ส่งยิ้มให้เขาแทนการให้กำลังใจ  “หมอพักทานข้าวก่อนมั้ยคะ  พี่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว”

            เมืองแมนเดินตามหลังพี่พยาบาลเข้าไปข้างในห้องพักเพื่อทานอาหารก่อน  เสียงพูดคุยดังจากด้านในห้องพักพยาบาลลอดมาให้ได้ยินเป็นระยะ

            “ชื่อหมอเพลิง  หล้อหล่อแก  เห็นว่าเคยเป็นเดือนที่มอ...มาก่อนด้วย  เก่งด้วยนะ  ราวน์อยู่ชั้นสอง”   เสียงแหลมๆของใครสักคนดังขึ้น  “ไม่รู้มีแฟนหรือยัง”

            “ชั้นรู้จ้า  เรื่องนี้เขาปิดกันให้แซ่ดว่าหมอเพลิงมีแฟนตัวจริงที่หมั้นกันแล้วด้วย  แต่ว่าอยู่คนละจังหวัดกัน  ชื่อฟ้าหรืออะไรนี่แหละ”

            “แน่ะ..รู้ลึกรู้จริงไปอีก  ไหนว่าเขาเจ้าชู้  ควงไม่ซ้ำหน้าไม่ใช่เหรอ”

            “ใครบอก...เขาว่า..”  คนพูดลดเสียงลงจนแทบไม่ได้ยิน  จากนั้นก็ตามด้วยเสียงกรี้ดเบาๆก่อนที่ทั้งกลุ่มจะแตกฮือเพราะคุณหัวหน้าพยาบาลเข้าไปจัดการ

            “เม้าท์อะไรเสียงดังออกไปถึงข้างนอก  เกรงใจหมอบ้างสิ”  พี่แพรวพูดเสียงเข้ม

            เมืองแมนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้  ก้มหน้าก้มตาตักข้าวใส่ปากจนหมดชามในพริบตา   เขากลับไปราวน์ต่อจนเสร็จงานสี่โมงเย็นพอดีก็ลงจากวอร์ดด้วยความเหนื่อยอ่อน

            อาการป่วยของเขายังไม่หายสนิทดีนัก  เมืองแมนเริ่มคิดถึงเตียงนอนอุ่นๆนิ่มๆที่ห้องจนเผลอเดินชนเข้ากับใครอีกคนที่เลี้ยวมุมผ่านมา




ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk





           “โอ๊ะ...เป็นอะไรมั้ยครับ  ขอโทษทีผมไม่ทันเห็น”  เสียงทุ้มๆดังขึ้นเหนือหัว  เมืองแมนยกมือขึ้นกุมหน้าผากที่กระแทกเข้ากับหัวไหล่แข็งๆของอีกฝ่าย 

            คนที่เขาชนเข้าเป็นผู้ชายตัวสูงกว่าเขาเกือบสองคืบ  หุ่นสูงใหญ่ไหล่กว้างเหมือนนักกีฬาแถมยังอยู่ในชุดเสื้อกาวน์สั้นเช่นเดียวกันกับเขาอีกด้วย  ใบหน้าขาวค่อนไปทางตี๋เหมือนลูกหลานคนจีนนั้นกำลังส่งยิ้มมาให้เขาอย่างเป็นมิตร

            “เป็นอินเทิน1เหมือนกันหรือเปล่า  เราชื่อเต้ยนะ  เป็นโอดอท”

            “เราชื่อแมน”  เขาตอบสั้นๆ 

            “ยินดีที่ได้รู้จัก   ราวน์ที่ไหน  เราราวน์อยู่เมด(อายุรกรรม)”

            “เราอยู่ศัลย์”

            “เย็นนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับอินเทินหนึ่งทั้งหมด   นายไปหรือเปล่า”  เต้ยถามต่อมาอีก  เมืองแมนขมวดคิ้ว  เขาไม่เห็นจะรู้เรื่องงานเลี้ยงอะไรนี่มาก่อนเลย

            “อาจจะ...เราไม่ค่อยสบายน่ะ”   เขาแบ่งรับแบ่งสู้

            “ไปเถอะน่า  จะได้แนะนำตัว  รู้จักเพื่อนๆให้ครบทุกคนด้วย  ตอนไปเข้าค่ายยังจำกันไม่หมดเลย  แต่ว่าเราคุ้นหน้านายนะ  นายโดดหอคนแรกใช่มั้ย”

            คนฟังอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

            “อือ”

            “นายกล้ามากเลยนะ  เรายังกลัวฉี่แทบแตก  ฮ่าๆ”  คำพูดของอีกฝ่ายทำให้เมืองแมนเงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจ  ท่าทางเหมือนนักกีฬาขนาดนั้นไม่น่าจะกลัวการโดดหอเลยนะ  จะว่าพูดเพื่อปลอบใจเขาก็กระไรอยู่   “เราโดดคนสุดท้ายเลยล่ะ  หลบไปทำใจในห้องน้ำตั้งนาน”  ความจริงใจที่ส่งออกมาผ่านสีหน้าแววตาทำให้เมืองแมนยิ้มรับ

            “ตอนแรกเราก็กะว่าจะหลบทำใจก่อน  แต่ดันโดนเพื่อนดันออกไปอยู่คนแรกของแถว”  แมนเล่าออกมาบ้าง  พวกเขาเดินกลับแฟลตไปด้วยกัน   ชั่วเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่เดินกลับไปถึงที่พัก  เมืองแมนก็รู้สึกว่าเขาได้พบกับเพื่อนใหม่ที่น่าคบเข้าแล้ว

            “งั้นนายนอนพักก่อนก็ได้  แล้วสักหกโมงค่อยไปกัน  เดี๋ยวไปรถเรา  นายจะได้ไม่เหนื่อย" 

            เมืองแมนพยักหน้ารับน้ำใจของเพื่อน  เต้ยอยู่แฟลตชั้นสองเดินแยกไปอีกทางขณะที่เขาขึ้นบันไดไปต่ออีกชั้น   พอไขประตูเปิดเข้าไปในห้อง  เมืองแมนก็ชะงักไปนิดเมื่อเห็นรูมเมทกำลังซิทอัพอยู่ที่พื้นกลางห้อง

            “อ้าว..”  เขาอุทานแล้วเงียบไป  นึกสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ฟิตนัก  ตอนเช้าออกวิ่ง ตอนบ่ายยังมีแรงมาซิทอัพไหวอีก  พิศดูเนื้อตัวท่อนบนเปลือยเปล่าอวดแผงอกกว้างที่มีมัดกล้ามเรียงตัวสวยเป็นมันปลาบไปด้วยเหงื่ออย่างเผลอตัว

            คนที่ซิทอัพอยู่เหลือบมองขึ้นสบตาเขาแล้วเจ้าตัวก็รีบลุกขึ้นไปหยิบเสื้อกล้ามมาสวมทันควัน  ทำราวกับหญิงสาวที่กลัวสายตาชายหนุ่มงั้นแหละ  เมืองแมนคิดอย่างหมั่นไส้แกมเจ็บใจเพราะความจริงบางอย่างที่ค้ำคออยู่

            “กลับมาแล้วหรอ  ทำไมเสร็จช้าจัง”

            “เคสเยอะ”   เขาตอบเรียบๆ

            “เย็นนี้มีกินเลี้ยงนะ  รู้หรือยัง”  ฝ่ายนั้นพูดลอยๆ  มือก็หยิบดัมเบลขึ้นมายกสลับข้างอย่างคล่องแคล่ว  “หกโมงเย็นที่ร้านป้าแจ๋ว”

            “รู้แล้ว”

            “ไปรถกูมั้ย”  คำถามของอีกฝ่ายทำให้เมืองแมนนิ่งไปนิด

            “ไม่ล่ะ  ว่าจะไปรถเต้ย”

            “รู้จักมันแล้วเหรอ”  หางเสียงของคนพูดดูไม่พอใจชอบกล  “แม่งไวตลอด”

            “หมายถึงใคร”  เมืองแมนขมวดคิ้ว

            “หมายถึงมึงมั้งครับ   ก็ต้องมันน่ะสิ  หึ...”  เพลิงกัลป์พ่นลมออกมาแรงๆ  ขณะที่คนฟังยืนมองอย่างงุนงง  ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายไปแค้นเคืองกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน  “ขาไปจะไปกับมันก็ตามใจ  แต่ขากลับกลับกับกูถ้าไม่อยากเสียตัว”

            “ทำไมกูต้องเชื่อฟังมึงด้วยล่ะ”

            “ก็แล้วแต่มึงเลย  ถ้าอยาก...นักล่ะก็”

            เมืองแมนมองตามหลังอีกฝ่ายที่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างฉุนเฉียวนั้นอย่างสงสัยแกมขุ่นข้อง  เย็นวันนั้นเขาลงจากแฟลตมาขึ้นรถเต้ยโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เต้ยเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเป็นชุดลำลองที่โคตรดูดี  ดวงตายาวรีคู่นั้นมองมาที่เขายิ้มๆ

            ...ดูไม่มีพิษมีภัยเลยสักนิด

            สงสัยไอ้หมอนั่นคงนึกว่าผู้ชายคนอื่นมีนิสัยน่ารังเกียจเหมือนตัวเองน่ะสิ...

            “เดี๋ยวรอตุ๊กตาแปบนึงนะ  แมนเจอตุ๊กตาหรือยัง”  เต้ยถาม  เขาส่ายหน้า  “เธอเป็นโอดอทเหมือนเรานี่แหละ  ราวน์เด็กอยู่  นั่นไงมาแล้ว”

            หญิงสาวตัวเล็กบางนั้นสวยสมกับชื่อตุ๊กตา  เธอเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบชั้นดีที่ดูเปราะบางและสูงค่า   เสียงของเธอก็ใสไพเราะ

            “ชื่อเมืองแมนหรอ  เพราะจัง  มาคนเดียวเลยเหรอแมน”

            “ใช่แล้ว  ตุ๊กตาเป็นคนที่นี่หรอ”

            “ใช่จ้ะ  บ้านเราอยู่ซอยหลังโรงพยาบาลนี่เอง  บ้านเราอยู่ตรงข้ามกับบ้านเต้ยน่ะ” 

            เมืองแมนนั่งข้างหลัง  เขาลอบสังเกตท่าทางของเต้ยกับตุ๊กตาก็พบว่าทั้งสองคนคงจะเป็นเพื่อนสนิทกันธรรมดา  เต้ยให้เกียรติตุ๊กตามากทีเดียว  ไม่มีท่าทางเจ้าชู้แพรวพราวอะไรเลย  แม้แต่ตอนที่ไปถึงงานเลี้ยงและพบเจอเพื่อนอินเทินคนอื่นๆ

            รูมเมทของเขามาถึงก่อนแล้ว  ร่างสูงใหญ่ดูโดดเด่นท่ามกลางสาวๆที่ยืนรายรอบเหมือนดาวล้อมเดือน  เมืองแมนเห็นฝ่ายนั้นเงยหน้าขึ้นเหลียวมองมาทางเขาแค่แวบเดียวเท่านั้นก่อนจะเมินไปทางอื่น  เขาไม่ได้คุยกับเพลิงกัลป์เลยจนกระทั่งจบงาน

            “อินเทินใหม่ทั้ง 12  คน  เดี๋ยวถ่ายรูปรวมกันก่อนกลับนะคะ”  เสียงพี่กุลที่วุ่นวายอยู่คนเดียวตลอดงานดังขึ้น เรียกให้ทุกคนเข้าไปรวมกันข้างหน้าร้านอาหาร  เมืองแมนยืนอยู่ริมสุดทางขวาติดกับเต้ย

            “แมนขยับเข้ามาอีกก็ได้นะ  เดี๋ยวตกกล้อง”  เต้ยยกมือขึ้นโอบไหล่ของเขาดึงเข้าไปชิด  จากนั้นก็ปล่อยมือออกอย่างสุภาพ   “หวาน  ขยับทางซ้ายหน่อยมั้ยครับ”  เต้ยยังส่งเสียงบอกหญิงสาวข้างหน้าให้เธอขยับด้วย             

            “ครบทุกคนหรือยัง”

            “ขาดเพลิง  ไปเข้าห้องน้ำ”  เสียงแพทดังขึ้น  พอดีกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาหยุดยืนข้างเมืองแมน  ไอตัวร้อนๆยืนซ้อนอยู่ข้างหลังชิดจนคนตัวเล็กกว่าต้องขยับตัว

            “เป็นอะไรหรือเปล่าแมน”   เต้ยรู้สึกได้เลยหันมาถาม

            “เปล่าๆ”  แมนตอบ

            พอถ่ายรูปเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ  เมืองแมนจะเดินตามหลังเต้ยไปที่รถแต่ติดตรงที่มือแข็งๆของใครบางคนกลับคว้าต้นแขนเอาไว้

            “อะไร”   เขาหันไปถามอย่างไม่พอใจ

            “กลับรถกู”   เพลิงกัลป์ตอบห้วนๆ

            เต้ยเหลียวมาเห็นเข้าก็เลยเดินเข้ามาหา  มองไปทางเพลิงด้วยท่าทางงุนงง

            “มีอะไรหรือเปล่า  อ้อ...เพลิง  ไม่ได้เจอกันนานเลย  เมื่อกี้ในงานก็ว่าจะเข้าไปทัก”

            “กูไม่อยากทักมึง”   อีกฝ่ายตอบหน้าตาเฉย  “แมนจะกลับกับกู  มึงกลับก่อนเลย”

            “หืม?  ทำไมงั้นล่ะ”  เต้ยตามต่อยิ้มๆ  “มาด้วยกันก็กลับด้วยกันสิ   หรือว่าแมนโกรธอะไรเราหรอ”  เต้ยหันมาถามเขาเสียงอ่อน   “อึดอัดอะไรหรือเปล่า  บอกกันได้นะ”

            “เรา...”  แมนขยับตัวทว่ามือแข็งๆที่จับที่ไหล่ของเขาอยู่นั้นก็กลับกดลงน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนเริ่มเจ็บ   

            “มึงกลับเลยเต้ย  อย่าให้กูต้องพูดซ้ำ  หรือว่าคราวที่แล้วมึงยังไม่เข็ดก็บอก  กูจะได้ซ้ำให้”  เพลิงกัลป์พูดอย่างดุดัน   “แมนเป็น ‘เพื่อน’ กู  กูจะดูแลมันเอง”   เขาเน้นคำบางคำ

            เตชินมีสีหน้าเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง  หันมามองคนกลางที่เม้มปากแน่นคล้ายสะกดกลั้นอารมณ์

            “ปล่อยกู  เพลิง”  เมืองแมนปัดมือของอีกฝ่ายออกจากไหล่  “กูจะกลับกับเต้ย”  เจ้าตัวพูดสั้นๆแล้วก็ก้าวยาวๆตามหลังตุ๊กตาไป  เต้ยยิ้มนิดๆหมุนตัวเดินตามหลังอีกฝ่ายไปติดๆ  ทิ้งให้เพลิงกัลป์มองตามหลังด้วยความรู้สึกหัวเสีย

            เมืองแมนนั่งเงียบมาตลอดทาง  เต้ยแวะส่งตุ๊กตาที่บ้านก่อนจะขับพาเขามาส่งที่แฟลต  ในรถเงียบมากจนรู้สึกเหมือนเสียงแอร์ดังกว่าปกติ

             “วันนี้ขอโทษด้วยนะแมน  ไม่รู้เพลิงเป็นอะไรถึงได้โวยวายแบบนั้น”   เสียงนุ่มๆพูดขึ้น  “หรือว่าแมนกับเพลิง...คบกันอยู่หรือเปล่า”

            “เปล่า”  เมืองแมนตอบห้วนๆก่อนขยายความเมื่อรู้สึกตัว  “เพิ่งรู้จักกันตอนเป็นรูมเมทเนี่ยแหละ”

            “เราก็ว่าอย่างนั้น..คือว่า  แมนคงดูออกอยู่แล้วว่าเราเป็น...”  เต้ยพูดออกมาในที่สุด  “เพลิงเขาเกลียดคนแบบเรามากน่ะ  จะเรียกว่ารังเกียจก็คงได้มั้ง   แต่มันผิดมากงั้นหรือที่ความรักของเราไม่ใช่ผู้หญิง”

            คนฟังลอบถอนหายใจแผ่วเบา

            “แล้วแมนล่ะ  รังเกียจเราหรือเปล่า”

            “เราไม่ได้รังเกียจอะไร  แต่เราก็ไม่ได้ชอบผู้ชาย”   เมืองแมนคิดว่าตัวเองไม่ได้โกหก   ก็เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบผู้ชาย  แค่คนที่เขาชอบดันเป็นผู้ชาย  ก็เท่านั้น   

            คนฟังอึ้งไปนิดหนึ่งคล้ายผิดคาด

            “งั้นก็ดีแล้ว  ค่อยโล่งใจหน่อย  นึกว่าแมนจะพลอยเกลียดเราตามเพลิงไปอีกคน”  เต้ยพูดต่อ  “เราอยากเป็นเพื่อนกับแมนนะ”

            “อืม”  เมืองแมนพยักหน้า  “ขอบคุณมากที่ให้ติดรถมา  ไว้เจอกันนะ”  เขาพูด  ก้าวลงจากรถโดยไม่ได้หันไปมองอีกฝ่ายอีก

            เมืองแมนเดินขึ้นบันไดมาจนถึงแฟลตที่พัก  รองเท้าที่วางอยู่หน้าห้องแสดงว่ารูมเมทของเขาคงจะกลับมาแล้ว  เขาเปิดประตูเข้าไปข้างใน  ก็เจอร่างสูงใหญ่ยืนพิงกำแพง  ทอดสายตามองมาที่เขาราวกับรออยู่

            “กลับมาแล้วเหรอ”

            “ใช่”  เขาตอบ  “ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนอย่างที่มึงขู่ด้วย”

            “มันจะทำให้มึงตายใจไงล่ะแมน”  เสียงห้าวๆพูดขึ้น แล้วนิ่งไป  เรายืนประจันหน้ากันอยู่ในความเงียบ  ดวงตาคู่นั้นลุกวาวคล้ายมีเปลวไฟอยู่ด้านใน   “มึงไม่เชื่อที่กูพูดหรอแมน  ว่าไอ้เต้ยมันเลว”

            “กูไม่รู้ว่าเต้ยเลวหรือเปล่า  แต่ว่ามึงก็ไม่ได้ดีไปกว่ามันแน่”

            “ชื่อเสียงกูอาจจะไม่ค่อยดีเรื่องผู้หญิง แต่กูก็ไม่เคยบังคับขืนใจใครอย่างมัน”   คำบอกเล่าของอีกฝ่ายทำให้เมืองแมนชะงัก  “มันข่มขืนเพื่อนกูนะแมน   ถึงเพื่อนกูจะเป็นผู้ชาย  ท้องไม่ได้ก็จริงแต่ว่ามันก็เลวอยู่ดี”

            “....................”  คนฟังขยับจะพูดแต่ก็กลับเปลี่ยนใจ

            “มึงไม่เชื่อกูละสิ  กูรู้สึกว่ามึงไม่ค่อยชอบหน้ากูเท่าไหร่”

“...................”   คนฟังยังเงียบ

“ถึงกูจะทำตัวเพลย์บอยแต่ไม่ได้เลวเหมือนมันหรอกนะ  กูไม่เคยบังคับฝืนใจใคร”  คนพูดเดินเข้ามาใกล้เมืองแมน  ยกมือขึ้นแตะที่บ่า  “กูเห็นมึงเป็นเพื่อนก็เลยเตือนเอาไว้  แต่ถ้ามึงไม่เชื่อก็ตามใจ”

“หึ....หึๆ  ฮะ  ฮ่าๆ”  จู่ๆ คนที่นิ่งฟังอยู่นานก็เริ่มหัวเราะออกมา    เสียงหัวเราะของเมืองแมนก้องไปทั่วห้อง  น่าแปลกที่คนฟังกลับไม่รู้สึกถึงความรื่นรมย์ใดๆที่แฝงมากับกระแสเสียงนั้นเลยสักนิด  ตรงข้าม..มันกลับฟังแปร่งปร่าชอบกล

“ขำอะไร”

“ขอบคุณมากสำหรับคำเตือน”  ประโยคเรียบๆจากอีกฝ่ายทำเอาเพลิงกัลป์ชะงัก   ท่าทางของเมืองแมนดูแปลกไป   แววตาที่เงยขึ้นมองเขามีอะไรบางอย่างที่เขาแปรไม่ออก   “กูแค่ขำตลกร้ายที่บังเอิญนึกขึ้นมาได้”

“หมายความว่ายังไง”

“มึงคั่วแต่ผู้หญิงใช่มั้ย”  จู่ๆอีกคนก็เปลี่ยนเรื่อง  เพลิงกัลป์พยักหน้า  ตอบอย่างไม่ปิดบัง

“ใช่  กูไม่เคยนึกพิศสวาทผู้ชาย  สเป็คกูต้องเอสไลน์นมตู้มๆหน่อย  อย่ามองอย่างนั้น   กูป้องกันอย่างดีทุกครั้ง  ไม่เคยพลาด”  เรื่องนี้เขามั่นใจมาก  เพราะทางบ้านสั่งเอาไว้ว่ารักสนุกได้แต่ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง  ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นทุกข์ถนัด  ยิ่งพอมาเรียนหมอด้วยแล้ว  ความรู้ที่มีก็ยิ่งทำให้เขาดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ

อีกฝ่ายมองหน้าเขาคล้ายจะพูดอะไรออกมา

“...ไปนอนเถอะ  พรุ่งนี้ต้องทำงาน”  เสี้ยววินาทีนั้นเพลิงกัลป์คิดว่าอีกคนจะบอกอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่การไล่เขาไปนอน  ทว่าเจ้าตัวกลับเปลี่ยนใจฉับพลัน 

“เมื่อกี้..จะพูดอะไร”

เมืองแมนยักไหล่  หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวของตนเอง  พูดข้ามไหล่กลับมาเสียงเบาหวิวราวกับเสียงลม

“เปล่า  ไม่มีอะไร”

ทำไมคำว่า ‘ไม่มีอะไร’ ของอีกฝ่าย   ถึงได้สร้างความไม่สบายใจให้กับเขาอย่างนี้นะ  ชายหนุ่มครุ่นคิด พลิกตัวไปมาบนเตียงเดี่ยวภายในห้องพัก  เงี่ยหูฟังเสียงห้องข้างๆก็เงียบกริบ  เดาว่าเจ้าตัวคงหลับไปแล้ว

อะไรกันนะ...สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ  ไม่สิ...อยู่ในความรู้สึก  ตั้งแต่เช้าวันก่อนที่เขาออกมาจากห้องในโรงแรมนั่น  เขาก็รู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองลืมอะไรสักอย่าง  สิ่งนั้นมันค้างคาอยู่จนเขาถึงกับเปลี่ยนใจรอกลับพร้อมกับอีกฝ่าย  ทว่าความรู้สึกนั้นก็ยังไม่หายไปจนถึงตอนนี้

ทุกครั้งที่สบตาคู่นั้น  เขาก็รู้สึกตงิดๆในใจ  เหมือนเขาหลงลืมอะไรบางอย่างไป  แต่ก็นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก  ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ได้อยากเข้าใกล้หรือว่ายุ่งเกี่ยวอะไรกับอีกฝ่ายมากนัก  แต่กลับต้องมานอนนึกถึงทุกครั้งที่หลับตาลง

อะไรวะ ...หงุดหงิดโว้ย

เสียงหัวเราะใสเหมือนระฆังแก้วดังพลิ้วในบรรยากาศ  ทว่ากลับไม่มีมนุษย์ผู้ใดได้ยิน  แม้ว่าเธอจะอยู่ห่างจากเขาไปเพียงช่วงแขนเดียวก็ตาม  หญิงสาวเงี่ยหู ‘ฟัง’ ความคิดคำนึงของชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นพลางยิ้มมุมปาก  เธอเดินผ่านบานประตูที่ปิดสนิทอยู่มายังอีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกันอย่างง่ายดาย  ร่างโปร่งระหงเบาบางเหมือนฝุ่นควันที่พร้อมจะสลายหายไปได้ทุกเมื่อนั้นปรากฏขึ้นตรงหน้าของชายหนุ่มอีกคนที่นอนหลับตาอยู่ในห้องที่เปิดไฟสว่าง

เธอพิศดูใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วยกมือขึ้นปาดหยดน้ำตาที่ค้างอยู่ที่ผิวแก้มของเขาให้  นิ่งฟังความคิดที่ลอยวนอยู่รอบตัวก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆอย่างพอใจ 

จะต้องเป็นเขาแน่ๆ ....คนที่เธอรอคอยมานานถึง 7 ปี  บุคคลที่มีโชคชะตาเช่นเดียวกันกับเธอ

...

 

ขอบคุณสำหรับเสียงตอบรับ  สำหรับเรื่องนี้มันก็จะเหนือธรรมชาติหน่อยๆ  (ไม่หน่อยอ่ะมากเลย)  เป็นแนวที่ไม่เคยแต่งมาก่อน  ขอฝาก #แฟนหมอแมน  เอาไว้ด้วยนะคะ

ลองเดาเนื้อเรื่องดูนะ  อยากรู้ว่าจะมีคนทายถูกมั้ย  อิอิ  เรื่องนี้อาจจะไม่ได้สนุกมาก  แต่ก็ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ55

Melenalike

           

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
เดี๋ยววววววว สรุปว่ามีผีผู้หญิงจริงดิ แล้วที่บอกว่าหมอแมนมีชะตาเดียวกันคืออะไรรรรรร :a5:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ฮึยยย เอาแล้วว

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
กลัวนะเนี่ย

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เพลิงลืมอะไร  :hao3:
แล้วบอกแมนว่าเรื่องเต้ย ตัวเองไม่เคยขืนใจใคร    :z6: :z6: :z6:
ก็แล้วแต่เพลิงละกัน เอาที่เพลิงสบายใจ
แล้วทำไมหงุดหงิดคิดอะไรไม่ออกล่ะ  o18

มันตลกร้ายจริงๆ เพลิงขยาดเกย์ แต่กดเกย์
นี่ถ้าไม่เมาทั้งคู่ เหอะะะะะ

ออกมาอีกแล้ว หญิงที่เคยมาหาแมน
ชะตากรรมเหมือนกับแมนเหรอ
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ พัดลม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 542
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
สรุปมีผู้ช่วยเป็นผีด้วยหรือนี่ :ling3:

ออฟไลน์ SM_day

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 89
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2
รอตอนต่อไปเลย

ออฟไลน์ zuu_zaa

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2004
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

ออฟไลน์ crazydoii

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 858
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
รอตอนต่อไป,,,

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
เรื่องนี้่น่าสนุกแต่ทำไมผู้เขียนชอบบอกท้ายเรื่องถึงตอนต่อไปกันจัง
มันทำให้คนอ่านเดาเรื่องออก ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นทำให้เสียอรรถรสในการอ่าน
พูดคุยได้แต่ไม่อยากให้บอกถึงตอนต่อไปอ่ะ ขอโทษนะนี่คือความคิดเห็นของเรา
เราไม่อยากเว้นทุกข้อความหรือทุกตัวอักษรที่ผู้เขียนได้ตั้งใจเขียนให้ได้อ่าน

ขอบคุณที่เขียนเรื่องมาให้ได้อ่าน

อ้อ! ขออภัยอีกทีที่เราใช้คำว่า ผู้เขียน กับ คนอ่าน เพราะแต่ก่อนเล้าเขาจะรณรงค์ไม่อยากให้ใช้
คำว่า "ไรเตอร์" กับ "รีดเดอร์" เราเลยติดมาจนถึงเดี๋ยวนี้
ขออภัยนักอ่านท่านอื่นด้วยที่อาจไม่ชอบใจความคิดเห็นของเรา อิอิ อย่าด่าเรานะ

ขนาดละครยังมีตัวอย่างตอนต่อไปให้ดูเลยค่ะ สำหรับเราๆว่ามันทำให้น่าติดตามนะ ต่อให้จะเดาเรื่องออกหรือไม่ออกก็เถอะ แต่พอมีแล้วมันทำให้อยากอ่านตอนหน้าเร็วๆน่ะ

ออฟไลน์ Shonteen

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
เอาน้ำมนต์สาดคะ..... แล้วป้าจะสิงน้องแมนเองงง

ออฟไลน์ Shonteen

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
เดาเรื่องคะ

ผีสาวบ้ากามหลงหนุ่มหล่อแต่ผิดหวังในรัก เลยฆ่าตัวตายก่อนตึกนี้สร้าง ทีนี้นางจับกลิ่นเมืองแมนได้เลยมาสิงแล้วปล้ำเพลิงคะ.....

ออฟไลน์ o4u0n7

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :sad4: เริ่มออกแนวตื่นเต้นแล้วหล่ะสิ

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
Internal love

ตอนที่ 3

Imagination is more important than knowledge.

 

 

 







            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            เสียงเคาะประตูหน้าห้องนอนของเพลิงดังขึ้นอีกแล้ว  มันดังติดต่อกันมาสี่คืน  แถมยังเวลาเดิมอีกด้วย...เวลาที่เขากำลังหลับสนิทได้ที่

            ชายหนุ่มดึงตัวลุกขึ้นมานั่ง  ยกมือขึ้นขยี้หัวอย่างหงุดหงิด  เดินไปเปิดประตูห้องนอน

            “มีอะไรอีก  อย่าบอกนะว่าผีหลอกอีกแล้ว  เมื่อวันก่อนก็แลกห้องนอนกันแล้วไง  กูเหนื่อยนะแมน  เมื่อคืนกูอยู่เวรไม่ได้นอนเลย”   เขาใส่เป็นชุด

            “มีคน...เดินในห้องนอนกู”  คนที่ใส่เสื้อกันหนาวทับชุดนอนลายหมีกอดหมอนใบโตเหมือนเด็กปัญญาอ่อนในสายตาของเพลิงตอบกลับมาเบาๆ  “มึงช่วยเข้าไปดูให้หน่อย”  เสียงเรียบบอกสั้นๆ

            คนฟังหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด

            “กูเข้าไปดูให้มึงกี่รอบแล้วแมน  ไม่เห็นเคยมีเลย  อยากนอนห้องเดียวกับกูก็บอกกันดีๆก็ได้  ไม่ต้องเล่นมุขนี้หรอก”  เขาพูดเสียงห้วน  ความหงุดหงิดหลังโพสเวรที่เยินมากจนไม่ได้นอนสักวินาทีแล้วยังต้องมาเจอรูมเมทมาเคาะปลุกด้วยเรื่องที่ไร้สาระแบบนี้อีก   มันเกินจะทานทนจริงๆ

            “งั้นก็...ขอโทษ  นายนอนเถอะ”  อีกฝ่ายเงียบไปนิดก่อนจะตอบกลับมา

            เมืองแมนหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนอนที่ขอแลกกับเพลิงกัลป์แล้วตั้งแต่คืนที่สองที่เขา ‘ได้ยิน’ เสียงของเธอคนนั้น   นึกเอาเองว่าเขาคงไปทำผิดอะไรต่อเจ้าที่เจ้าทางเข้า  วันรุ่งขึ้นก็เลยไปหาพวงมาลัยมากราบขอขมา  แถมยังอัญเชิญพระพุทธรูปมาตั้งไว้หัวเตียงอีก

            ปรากฎว่าคืนถัดมาที่รูมเมทไม่อยู่  เมืองแมนก็ได้ยินเสียงฝีเท้า บวกกับกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ที่เขายังไม่แน่ใจว่าคืออะไรลอยมาเข้าจมูก  ทำเอาตาสว่างไม่เหลือความง่วงใดๆทั้งๆที่เพิ่งลงเวรมาเมื่อคืน   เมืองแมนเก็บข้าวของย้ายนิวาสถานไปนอนที่ห้องพักแพทย์เวร

            กะว่าคืนนี้มีรูมเมทอยู่ด้วยจะได้ช่วยกันสักหน่อย  ดันถูกปฏิเสธกลับมาแบบไม่ไยดี

            ...อยากนอนห้องเดียวกันงั้นหรือ  หึ...ถ้าทำได้เขาไม่อยากเห็นหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

            เมืองแมนกระชับเสื้อกันหนาวเข้าหาตัว  เขาปวดหัวปวดตัวไปหมด  พิษไข้ที่นึกว่าดีขึ้นแล้วเมื่อวันก่อนกลับกลายเป็นทรุดลงอีกเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ  แถมเขายังไม่ได้กินยาอะไรนอกจากพาราฯเลยด้วย

            ชายหนุ่มกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองที่เปิดไฟสว่าง   ทิ้งตัวลงพิงหัวเตียงเอาไว้  เขาไม่กล้าหลับตากลัวว่าจะ ‘เจอ’ อีก

            ปกติเขาก็ไม่ได้กลัวภูตผีวิญญาณ  ไม่ได้เชื่อเรื่องลี้ลับมหัศจรรย์อะไรมากมาย   ก็แค่ฟังหูไว้หูไม่เคยคิดลบหลู่  แต่ว่าคราวนี้พอเจอกันติดๆหลายๆคืนเข้า  จากที่สงสัยคลางแคลงก็เริ่มมั่นใจขึ้นทุกที

            ...ที่นี่มีผีผู้หญิง

            ไม่เข้าใจว่าทำไมรูมเมทของเขาถึงไม่เจอเข้าบ้าง  ทั้งที่คนแบบนั้นน่าจะเจอให้เข็ด...หรือจะเป็นเพราะว่าผีเป็นผู้หญิง

            ลมกรรโชกเข้าที่หน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดเอาไว้  แมนขนลุกซู่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมขาจนถึงคอ  ขมับยังปวดตุบๆพอๆกับสะโพกที่ยังยอกเวลาขยับตัวเร็วๆโดยไม่ระวัง  ลมหยุดพัดไปแล้ว  เมืองแมนได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นแทน

            “นะโมตัสสะ ภะขะวะโต อาราหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ...”

            มาถึงจุดที่ต้องควักเอาพระห้อยคอขึ้นมาสวดมนต์  เมืองแมนจ้องไปที่บานประตูเขม็ง  เสียงฝีเท้าดังวนอยู่ข้างนอกพักหนึ่งจากนั้นก็ตามด้วยเสียงเคาะประตู

            ก๊อก  ก๊อก

            “มึง...หลับหรือยัง”   เสียงห้าวๆดังขึ้นหลังประตู  เพลิงกัลป์คงไม่รู้ว่าคนด้านในถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอก  เมืองแมนลุกไปเปิดประตูห้องให้เพื่อน

            ร่างสูงใหญ่ยืนพิงกรอบประตูเอาไว้  ทอดสายตามองเข้ามาในห้องที่เปิดทั้งไฟเพดาน ไฟโคมอ่านหนังสือพลางเบ้ปาก

            “ไง...เจอผีอีกเหรอ”  ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบห้องจนทั่ว  “ไม่เห็นมี  เห็นบอกว่าผีผู้หญิงใช่มั้ย  ดีเลยถ้าเจอจะได้จัดซักหน่อย”

            “เห้ย”  แมนอุทาน  “อย่าพูดอย่างนั้น  จะบ้าหรือไง  ไปลบหลู่เขาเดี๋ยวก็โดนจับหักคอหรอก”

            “หักได้ก็มาหักซิ   หรือว่ากูหักคอมึงก่อนดี  เซ่นถวายผีซะเลย  โทษฐานปลุกกูอยู่ได้  คนจะนอนก็ไม่ได้นอน”  มือใหญ่เอื้อมมาจับที่ลำคอเล็กเขย่าเบาๆก่อนจะชะงัก  “ทำไมคอร้อนจัง  ไม่สิ...ร้อนทั้งตัวเลย  นี่มึงป่วยอีกแล้วหรือเนี่ย  ป่วยบ่อยชิบ  ไม่รู้จักดูแลตัวเองหรือไง”

            “คนที่กินเหล้าแทนน้ำกับคั่วผู้หญิงไม่เลือกนี่ไม่น่าพูดประโยคนี้ออกมาได้เลยนะ”  อีกฝ่ายสวนกลับ  ปัดมือที่ยุ่มย่ามอยู่แถวซอกคอตัวเองออก  “กูแค่ยังไม่หายหวัดเฉยๆ”

            “มึงมียาหรือยังล่ะ ไอเสมหะหรอ  หรือท้องเสีย”  เพลิงเริ่มซักประวัติอีกรอบ

            “เออ มีแล้ว” เมืองแมนตัดบทเพราะไม่อยากตอบ  จะให้บอกออกไปมั้ยล่ะว่าตัวเอง ‘อักเสบ’ ที่ตรงบริเวณไหนของร่างกายและเพราะอะไร

            “งั้นมึงมานอนห้องกู  เดี๋ยวกูนอนห้องนี้เอง”   เพลิงกัลป์พูด  เขาง่วงนอนเต็มทีแล้ว  “อะไรอีก”  สีหน้าคนฟังเหมือนจะค้าน

            “ก็...เราเคยแลกห้องกันแล้วนี่  ยังเจออยู่เลย”  ดวงตากลมโตจ้องมองมาที่เขามีหยาดน้ำตาคลออยู่เล็กน้อย  นี่ถ้าอีกฝ่ายอายุสามขวบ  เพลิงกัลป์ก็พร้อมจะเชื่อว่าอีกไม่เกินสองวินาที เด็กสามขวบตรงหน้าจะต้องร้องไห้จ้า  แต่นี่เป็นผู้ชายวัยยี่สิบสี่ปี   ฝ่ายนั้นเลยทำได้แค่เบะปากนิดๆแล้วสูดน้ำมูกเท่านั้น

            “แล้วจะให้เอาไง  ไปหาที่นอนข้างนอกตอนตีสามนี่ก็ออกจะบ้าเกินไปหน่อย  เรื่องย้ายห้องพี่กุลก็บอกเองว่าไม่ได้  เหลืออยู่ทางเดียวแล้วมั้งคือย้ายมานอนห้องด้วยกัน”  หางเสียงของเพลิงกัลป์มีแววเยาะนิดๆ

            ถึงอย่างไรเขาก็ยังระแวงอีกฝ่ายอยู่นั่นเอง

            “ไม่เอา”  เมืองแมนตอบทันควัน  คนฟังยิ้มมุมปาก

            “อย่าเล่นตัวน่า  ต้องการแบบนี้ตั้งแต่แรกก็บอกกันดีๆก็ได้  หรือว่าอยากมากจริงๆ...ลองไปถามไอ้เต้ยดูก็คงได้มั้ง...โอ๊ะ!”

            คนพูดอุทานเพราะแรงจากกำปั้นของอีกฝ่ายที่ลอยมากระทบปากโดยไม่มีการเตือนก่อนทำเอาเพลิงกัลป์เซไปนิด   ร่างเล็กที่สูงแค่อกของเขายืนจังก้าจ้องมาด้วยดวงตาวาววับ

            “ปากหมาจริงๆ  คนอย่างมึงนี่นอกจากพวกผู้หญิงสิ้นคิดแล้วก็คงไม่มีใครอยากเอาแล้วล่ะ”  เมืองแมนพูดเสียงห้วน   “ออกไปจากห้องกู  กูอยู่คนเดียวได้  เจอผียังดีกว่าเห็นหน้ามึงเลย”  เขาผลักร่างสูงใหญ่นั้นเต็มแรงจนฝ่ายนั้นถอยออกไปจากห้อง  เมืองแมนปิดประตูห้องดังปัง  ถอยกลับไปนั่งคู้อยู่บนเตียงตามเดิม

            เพลิงกัลป์มองบานประตูที่ปิดสนิทนิ่ง   พอพูดออกไปแล้วเขาก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้  เป็นเพราะนิสัยเสียๆของเขาเองที่ปากไว  ชอบพูดไม่คิด แถมยังมีความคิดติดลบกับคนแบบนั้นอยู่ก่อนแล้วด้วย  พอมารวมกับความหงุดหงิดที่ถูกปลุกกลางดึก  มันก็ยิ่งไปกันใหญ่

            คนในห้องเงียบกริบ  ชายหนุ่มแนบหูกับบานประตูก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย  ช่างเหอะ...ชายหนุ่มยักไหล่  หมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง  เขาผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายโดยไม่มีใครมารบกวนอีก

            เช้าวันรุ่งขึ้นเพลิงกัลป์ตื่นสาย  เขารีบวิ่งผ่านน้ำไปทำงานอย่างรวดเร็ว  ลืมเรื่องรูมเมทของตัวเองไปเสียสนิทจนกระทั่งแพทเดินมาถึงวอร์ด

            “เพลิง  เห็นแมนมั้ย  วันนี้แมนลาหรอ  ยังไม่เห็นมาราวน์เลย” 

            คนฟังขมวดคิ้ว  พลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลา...เกือบสิบโมงแล้ว  ไอ้บ้านั่นคงมัวแต่กลัวผีเลยนอนตื่นสายโด่งล่ะสิ

            “ลองโทรไปตามหรือยัง”

            “โทรไปหลายรอบแล้ว  พี่พยาบาลก็โทร  ไม่มีคนรับเลย   เมื่อเช้าได้เจอกันมั้ย  แมนออกมาหรือยัง”

            “ไม่ได้สังเกตอ่ะ  งั้นเดี๋ยวเราไปตามที่หอให้  ฝากวอร์ดก่อนนะ”

            เพลิงกัลป์เดินย้อนกลับไปที่แฟลตพลางก่นด่าเพื่อนในใจไปพลางว่าไม่มีความรับผิดชอบ  ขนาดเขาไม่ว่าจะเที่ยวดึกดื่มหนักขนาดไหนก็ยังขุดตัวเองขึ้นมาราวน์เช้าได้ทุกวันไม่เคยขาด

            แฟลตเงียบเชียบเพราะทุกคนไปทำงานกันหมดแล้ว  เพลิงกัลป์เดินขึ้นบันไดไปจนถึงหน้าห้องพักของตัวเอง  เขาไขกุญแจประตูหน้าห้องแล้วเดินเข้าไป  ห้องของรูมเมทยังปิดเงียบ  มีไอเย็นของเครื่องปรับอากาศลอดออกจากช่องใต้บานประตู

            “แมน  ไอ้เมืองแมน...ตื่นได้แล้ว   มึงไม่ไปราวน์หรือไงวะครับ   คนไข้ครึ่งร้อยรอมึงอยู่บนวอร์ดนะครับ”  เขาเคาะประตูแรงๆ

            ...เงียบ

            คิ้วเข้มขมวดฉับ  เพลิงกัลป์เคาะเรียกอยู่สักพักพอเห็นว่าไม่เปิดแน่แล้ว  ลูกบิดก็ล็อคอยู่  ชายหนุ่มยกขาขึ้นเตรียมถีบประตูแต่ก็นึกขึ้นมาได้เสียก่อนว่ามันเป็นของหลวงที่เขาไม่ควรทำลาย

            “พี่กุลหรอครับ  ผมอยากขอกุญแจเข้าห้องนอนหน่อย   คือ...เมืองแมนมันติดอยู่ข้างในไม่ออกมา”  เขาตัดสินใจโทรหาพี่กุลที่เป็นคนดูแลพวกเขา   ฝ่ายนั้นรีบบอกว่าจะมาหาที่ห้อง

            ไม่ถึงสิบนาทีพี่กุลก็มาพร้อมกับกุญแจในมือ  เธอดูตกอกตกใจทีเดียว

            “หมอแมนเป็นอะไรหรือเปล่าคะ  ไม่ยอมเปิดเลยหรือคะ”

            “ผมขอกุญแจก่อนแล้วกันครับ”

            เพลิงกัลป์ตัดบท  รับกุญแจมาไขเปิดประตูห้อง  พอเปิดเข้าไปได้  เขาก็พบว่าเจ้าของห้องนอนขดตัวงอเป็นกุ้งอยู่บนเตียง  มีผ้าห่มพันรอบตัวเหมือนมัมมี่  ใบหน้าเล็กๆรูปหัวใจซีดเผือดไร้สีเลือด  เสียงครางฮือเบาๆดังลอดออกมาจากริมฝีปากบางเป็นระยะ

            คุณหมอหนุ่มปราดเข้าไปถึงตัวเพื่อน  จับชีพจรดูก็พบว่ามันทั้งเบาและรัวเร็ว  เนื้อตัวร้อนผ่าวราวกับผิงไฟ  เพลิงเขย่าเรียกอีกฝ่ายให้ลืมตาขึ้น

            “แมน  เป็นขนาดนี้ทำไมไม่บอกกู”

            “อือ”  ฝ่ายนั้นลืมตาขึ้นมองเขาแต่คล้ายไม่รับรู้

            เพลิงกัลป์เม้มปากแน่น  ก้มลงช้อนตัวอุ้มอีกฝ่ายติดวงแขนขึ้นมา  หันไปบอกพี่กุลให้ช่วยตามทีมให้  ไม่ถึงสองนาทีทีมพยาบาลก็มาถึง  เขาวางอีกฝ่ายลงบนเปลคนไข้

            “Septic shockครับ  ผมฝากเปิดเส้น....”  นายแพทย์หนุ่มร้องบอกพี่พยาบาลที่เข้ามาแทงน้ำเกลือให้อีกฝ่ายอย่างคล่องแคล่ว

            กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางก็ผ่านไปเกือบชั่วโมง  เมืองแมนถูกส่งขึ้นมานอนที่ห้องพิเศษวอร์ดอายุรกรรม  อาจารย์ตวงพร  หัวหน้าภาคเข้ามาดูแลด้วยตนเอง  เธอรูดม่านปิดรอบเตียงขณะตรวจร่างกายคนป่วยอย่างละเอียด

            “พี่ว่าน่าจะดีแล้ว ความดันก็ขึ้นแล้วล่ะ”  เธอยกมือขึ้นจับปลายคางคล้ายครุ่นคิดแล้วเหลือบมองหน้าเขา  “ถามหน่อยสิ  ...เมืองแมนเขามีแฟนมั้ย”

            “ผมเพิ่งรู้จักเค้าที่นี่เอง  ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ  เขาไม่ได้เล่าให้ฟัง”  เพลิงกัลป์ตอบ  อาจารย์พยักหน้าเนิบๆ

            “นั่นสินะ... ไม่เป็นไร  ขอบใจมาก  พี่ถามไปอย่างนั้นเอง”

            “เอ่อ...อาจารย์ครับ”  เขาเรียกเธอเอาไว้ 

เพลิงกัลป์ตัดสินใจเล่าเรื่องที่เพื่อนเจอผีที่แฟลตให้อาจารย์ฟัง  เธอมีท่าทางแปลกใจ

            “เธอจะบอกว่าเพื่อนเธอถูกผีหลอกเลยไข้ขึ้นเหรอ   พี่ว่าไม่น่าใช่นะ”  แพทย์หญิงเอื้อมมือไปจับที่ข้อมือผอมๆของคนป่วยที่นอนเงียบอยู่  “แต่ถ้าสาเหตุมาจากนอนไม่พออะไรแบบนี้ร่วมด้วยก็เป็นไปได้ค่ะ”

            “ขอบคุณมากครับอาจารย์”

            เธอรับไหว้เขาแล้วเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วย  เพลิงกัลป์หันไปมองเพื่อนร่วมห้องที่นอนซมอยู่บนเตียงอย่างรู้สึกผิดนิดๆ

            คนบนเตียงทำท่าจะพลิกตัวแต่แล้วก็กลับนิ่วหน้าราวกับเจ็บปวด   เพลิงกัลป์เลยขยับเข้าไปช่วยพลิกให้   มือใหญ่ช้อนที่สะโพกทว่าฝ่ายนั้นกลับร้องออกมา

            “โอ๊ย...เจ็บ”

            อะไรบางอย่างสะกิดใจเขา    ชายหนุ่มเม้มปากแน่น  เหลือบมองที่บานประตูห้องที่ปิดสนิท  เขาครุ่นคิดอยู่อึดใจหนึ่งก็เอื้อมมือไปดึงสายรัดเอวกางเกงของอีกฝ่ายออก  เงยหน้าขึ้นมองคนที่หลับตานิ่วหน้าอยู่แทนคำขอโทษ

            ...กูแค่จะหา source ไข้เฉยๆเอง

            ปลดกางเกงบางๆแบบคนป่วยลงพ้นสะโพก  เขาสังเกตเห็นว่ามีของเหลวไหลซึมออกมาจากช่องทางหลังที่บวมแดงอักเสบอย่างเห็นได้ชัด

            ..ฉิบหาย

            รอยสีม่วงๆคล้ายรอยจิกนิ้วตามต้นขาและรอยเหมือนฟันกัดที่สะโพกทำเอาเพลิงกัลป์เม้มปากแน่น  สังหรณ์บางอย่างวูบขึ้นมาจนเขาขนลุก  ชายหนุ่มเอื้อมมือไปดึงคอเสื้อด้านหลังของอีกฝ่ายลง         รอยฟันปรากฏขึ้นชัดเจนที่หลังต้นคอ  เยื้องไปทางซ้าย....ตำแหน่งที่เขาชอบทำเวลาที่มีอะไรกับสาวๆ

            มันเริ่มตกเป็นสะเก็ดเห็นได้ชัดเพราะอีกฝ่ายขาวมากเกินไป

            คุณหมอหนุ่มรู้สึกเข่าอ่อน  เขาดึงกางเกงของอีกฝ่ายขึ้นตามเดิมแล้วถอยไปนั่งสูดลมหายใจลึกๆที่เก้าอี้ข้างเตียง...หรือว่า  จะเป็นคืนนั้น

            ไม่น่าใช่...ปกติเขาไม่เคยมีรสนิยมทางเพศแบบนั้น

            แต่ว่า...ร่องรอยเหล่านั้นมัน..

            ไหนจะอะไรบางอย่างที่รู้สึกเหมือนลืมเลือนไปอีก

            “โว้ย!!”  ชายหนุ่มอุทาน ยกมือขึ้นกุมศีรษะ  “เป็นไปไม่ได้  ต่อให้เมาขนาดไหนกูก็ไม่เอาผู้ชายแน่ๆ”

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องพัก  แพทกับเมย์และเพื่อนอินเทินคนอื่นๆทยอยกันเข้ามาเยี่ยมเมืองแมนตลอดทั้งวันที่เพลิงกัลป์อยู่และไม่อยู่

            พอเขาเสร็จจากงานกลับมาที่พ้องพักคนป่วยอีกครั้ง  ก็พบว่าฝ่ายนั้นกำลังนั่งกินแอปเปิ้ลที่เมย์ปลอกให้อยู่บนเตียง  สีหน้าดูสดใสขึ้นกว่าเดิมมาก

            “เพลิงมาแล้ว  มากินของเยี่ยมกันเร็ว  เจ้าของเขาอนุญาตแล้วแน่ะ”  เมย์เรียกเขาอย่างน่ารัก  ตรงข้ามกับคนบนเตียงที่มองเมินไปทางอื่นราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ

            “ขอบคุณครับ”  เพลิงกัลป์รับแอปเปิ้ลจากเพื่อนสาวมากิน  รสชาติหวานฉ่ำของมันทำให้อารมณ์สับสนของเขาสงบลงเล็กน้อย  “ดีขึ้นหรือยัง”  เขาถามลอยๆไม่เจาะจง

            “ดีขึ้นมากแล้วล่ะ  เมื่อเย็นก็กินข้าวต้มได้ตั้งครึ่งชาม”  เมย์เป็นคนตอบแทนให้อีกฝ่ายตามเคย   ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สังเกตถึงบรรยากาศอึมครึมระหว่างเพื่อนชายทั้งสองคน   “งั้นฝากเพลิงดูต่อนะ  เมย์ต้องไปรับเคส   วันนี้อยู่เวร”  เธอบอกยิ้มๆ  ลุกขึ้นยืนส่งชามแอปเปิ้ลในมือให้เขา

            หญิงสาวออกไปจากห้องแล้ว  เหลือแต่เพียงความเงียบที่แสนอึดอัดเข้ามาแทนที่  เพลิงกัลป์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยแทนเมย์ช้าๆ

            “กินอีกมั้ย”  เขายกจานแอปเปิ้ลไปตรงหน้า

            “.............”

            “ไม่ตอบ  งั้นกูกินนะ”   ชายหนุ่มหยิบแอปเปิ้ลชิ้นสุดท้ายเข้าปากเคี้ยว  สมองก็ครุ่นคิดหาทางวิธีเริ่มสนทนากับอีกฝ่ายไปด้วย   “หายปวดหัวหรือยัง”

            “.............”

            “กูถามดีๆทำไมไม่ตอบล่ะ  จะเล่นสงครามเย็นกันหรือไง”

            คราวนี้คนป่วยกลับทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแถมยังพลิกหนีไปอีกฝั่งแทนคำตอบอีกด้วย

            เพลิงกัลป์คิ้วกระตุก  เขาชักจะฉุนนิดๆ  แต่ก็ยังต้องบอกตัวเองว่าใจเย็นๆ  หายใจเข้าออกลึกๆช้าๆ  ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ได้ฟาดปากกันอีกยกพอดี

            ความรู้สึกเจ็บนิดๆที่โดนต่อยยังคงติดอยู่ที่มุมปาก

            “มึง...มีอะไรจะบอกกูมั้ย”  เขาเริ่มด้วยประโยคคำถามสุดคลาสสิค  อีกฝ่ายนอกจากไม่ตอบแล้ว  ยังไม่หันมามองด้วยซ้ำ  เมืองแมนทำเหมือนกับว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น  “เมืองแมน...มึงอย่าแกล้งหลับ  กูรู้ว่ามึงตื่นอยู่”

            ไม่มีคำตอบจากฝ่ายนั้น   ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเอื้อมมือไปจับไหล่ผอมๆบังคับให้พลิกตัวหันกลับมา  เมืองแมนนิ่วหน้า  ยกมือขึ้นปัดมืออีกฝ่ายออก

            “อย่ามายุ่ง”  ประโยคแรกหลุดออกมาจากปากคนเจ็บ  “อยากอยู่คนเดียว”

            “กูมีเรื่องจะถาม”  เพลิงกัลป์สวนกลับ  เดินอ้อมมาอีกฟากของเตียงเพื่อนเผชิญหน้ากับคนป่วยที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม  ใบหน้าเล็กๆนั่นแนบอยู่กับหมอนดูเรียบเฉยค่อนไปทางบึ้งตึง   “มึงจำคืนสุดท้ายที่ค่ายได้มั้ย” 

            ดวงตากลมโตเหลือบขึ้นสบตาเขาแวบเดียวแล้วก็เมินไปทางอื่น

            “ทำไม”

            “จำได้หรือเปล่า”

            “จะถามทำไม”

            “กูอยากรู้  บอกมาตามตรงเถอะ”  เพลิงกัลป์เหลือบมองไปทางหน้าประตูยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครโผล่เข้ามาในห้อง  เขากลั้นใจถามออกไปตรงๆ  “คืนนั้น...เรา  มีอะไรกันหรือเปล่า?”

          คนฟังหน้าเผือดสีไปถนัด   เห็นได้ชัดในสายตาที่เฝ้าจับสังเกตอยู่  ริมฝีปากบางเม้มนิดๆ เสมองไปทางอื่นก่อนจะตวัดสายตาขึ้นสบตาคมเข้มที่มองอยู่อย่างรอคำตอบ




ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
 




            “ทำไมจู่ๆถึงมาถาม”

            “ตอบมาก่อน”

            “กูไม่ได้ปล้ำมึง  กูรู้แค่นั้น”  เมืองแมนตอบ  “ถ้ามึงกลัวว่าตัวเองจะโดนล่ะก็  สบายใจได้”

            “แล้วกู...”  เพลิงกัลป์กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ  “...ทำมึงหรือเปล่า?”  คำถามที่ออกมาจากปากทำเอาอีกฝ่ายนิ่งไปนาน  หัวใจของคนรอเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ  เขายอมรับว่าตัวเองกลัวคำตอบที่จะได้รับ  เพราะนั่นเท่ากับว่าเขาประพฤติตัวเป็นพวกเกลียดตัวกินไข่  เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง  ปากบอกเกลียดเกย์แต่ดันไปมีเซ็กส์กับเกย์   ....แต่ให้ตายเหอะ  สิ่งที่เขากลัวมากกว่าการได้รับคำตอบก็คือความไม่รู้

            เขาครุ่นคิดมาตลอดทั้งบ่ายว่าจะเป็นอย่างไรถ้าคำตอบที่ว่าคือ  ใช่  ...มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเขาทำเป็นเฉยๆ  ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นปริศนาไปโดยไม่ไปค้นหาคำตอบ  ไม่นานเขาก็คงจะลืมเรืองนี้ไป  เหมือนๆกับเรื่องอื่น

            ทว่าทุกครั้งที่เขาเห็นหน้าเมืองแมน  เขาก็ต้องสงสัยขึ้นมาอีกแน่ๆว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น  และไม่ใช่นิสัยของเขาอยู่แล้วที่จะทำแล้วไม่รับ  ..คนอย่างเพลิงกัลป์  กล้าทำกล้ารับเสมอ

            ถึงจะนึกภาพแล้วรู้สึกรับไม่ได้  แต่ถ้าตัวเขาเองเป็นสาเหตุที่ทำให้อีกคนต้องป่วยหนักขนาดนี้ล่ะก็...

            “หึๆ”   จู่ๆคนบนเตียงก็หัวเราะออกมา  “มึงอยากได้คำตอบแบบไหน”

            “ตอบตามตรง”

            “กูไม่รู้”  เมืองแมนตอบ  “กูจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”

            “มันจะเป็นไปได้ไงที่จำไม่ได้”

            “แล้วมึงจำได้ไหมล่ะ” 

            คนฟังอึ้ง  ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม  ยกมือขึ้นกุมศีรษะ

            “จำไม่ได้”  เสียงห้าวลอดริมฝีปากออกมา  “ปกติถึงกูจะเมาแค่ไหน  แต่เวลามีเซ็กส์กับใครตื่นมาก็จะต้องพอจำได้บ้าง  แต่นี่มัน...จำอะไรไม่ได้เลย  อย่างกับว่า...โดนลบความจำ”

            เมืองแมนถอนหายใจยาว

            “กูไม่ใช่ผู้หญิง”  เขาพูดเบาๆ  ทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้า  “มึงไม่ต้องทำหน้าเหมือนทำกูท้องหรอก...เพลิง”  ชื่อของอีกฝ่ายหลุดออกมาจากปากของคนพูดเป็นครั้งแรก

            เพลิงกัลป์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกคน

            “กูจำไม่ได้จริงๆว่ะ”  เขาสารภาพ   “แต่ถ้ากูทำอะไรมึงจริงๆ  กูก็ต้องขอโทษด้วยนะแมน  ที่มึงป่วยคราวนี้ก็เพราะเรื่องนี้ใช่มั้ย  ทำไมมึงไม่ถามกูตั้งแต่เช้าวันนั้นวะ  เก็บเงียบทำไม”

            “จะให้กูถามว่าอะไร  ให้ถามว่าเมื่อคืนมึงเอากูหรือเปล่างั้นหรือ  ทั้งๆที่ต่างคนต่างก็จำไม่ได้ด้วยกันทั้งคู่”  คนป่วยพูด  “ตอนแรกกูก็โกรธมึงหรอกนะ  แต่มาคิดดูอีกที  มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร   ยังไงเรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นแค่ความผิดพลาดที่โทษใครไม่ได้เท่านั้น”

            “แล้วหลังจากนี้”

            “ก็ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีก”  เมืองแมนพูดเสียงแข็ง  “ลืมมันไปซะ”

            “แต่ว่า..”

            “ทำไม...มึงจะรับผิดชอบกูด้วยการแต่งงานหรือไง  ประสาทหรือเปล่า  แค่มีเซ็กส์กันครั้งเดียว  มีด้วยกันจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้  กูไม่ใช่สาวที่ต้องหวงพรหมจรรย์หรอกนะ  กูไม่ได้แคร์เรื่องนี้หรอก”  เมืองแมนพูดเสียงห้วนจัด  “แค่อีกสองอาทิตย์มึงไปตรวจเลือดแล้วเอาผลมาให้กูดูด้วยเท่านั้นแหละ   จะได้สบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย  มั่วอย่างมึงกูกลัวติดเอดส์”

            สีหน้าของคนฟังดีขึ้น  เพลิงกัลป์หัวเราะออกมาเบาๆ  ยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่าย

            “แมนสมชื่อเลยนะมึงน่ะ  กูขอโทษที่ตอนแรกด่ามึงว่าไม่แมนนะ”   คนป่วยโยกหัวหลบ

            “เออ  กูแมนกว่ามึงก็แล้วกัน”

            “กูไม่เถียง”  เพลิงกัลป์ตอบ  เงียบไปอึดใจหนึ่ง  “ถึงกูจะจำไม่ได้  แต่กูก็ต้องขอโทษมึงด้วย....กูรู้สึกผิดต่อมึงจริงๆ” 

            “................”

            คนป่วยไม่ตอบ  แต่กลับพลิกตัวไปอีกทาง

            คืนนั้นเพลิงกัลป์ยกเลิกนัดกับเพื่อนในก๊วนที่จะไปเที่ยวด้วยกัน  เขาอยู่เฝ้ารูมเมทจนเช้าถึงได้ตื่นไปทำงานต่อ  จากนั้นก็จะเข้ามาเยี่ยมบ้างตอนเย็นๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันเกินความจำเป็น  จะว่าไปแล้ว...ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูเหินห่างกว่าตอนแรกรู้จักกันเสียอีก

            เมืองแมนกลับไปทำงานได้ในอีกห้าวันถัดมา  เขารู้จากแพทกับเมย์ด้วยความแปลกใจว่าเพลิงกัลป์เป็นคนอาสาอยู่เวรและราวน์วอร์ดแทนเขาทุกวัน  ชายหนุ่มเลยตัดสินใจเดินไปหาเพื่อนร่วมห้องที่แทบไม่ได้เจอหน้าเพื่อขอบคุณ

            ร่างสูงใหญ่กำลังถือชาร์ตยืนอยู่ปลายเตียง  พูดคุยกับคนไข้บนเตียงอย่างอารมณ์ดี  เพลิงกัลป์เหลียวมาเห็นเขาเข้า  ฝ่ายนั้นชะงักเล็กน้อยก่อนจะฝากแฟ้มกับพี่พยาบาลเอาไว้แล้วเดินเข้ามาหาเขา

            “ไง...กลับมาทำงานแล้วเหรอ”

            “อืม”   เมืองแมนตอบ  สังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายมีรอยคล้ำใต้ตามากกว่าปกติ  คงล้าจากการต้องอยู่เวรติดๆกันเพราะอยู่แทนเขา   “ขอบคุณนะที่ราวน์แทนให้”

            คนฟังยักไหล่ราวกับเป็นเรื่องปกติ

            “ก็ต้องเป็นกูอยู่แล้ว  จะให้แพทหรือเมย์ราวน์ก็จะหนักไป”    อีกฝ่ายพยักหน้าเนิบๆ  ทำท่าจะผละจากไป  “เดี๋ยวก่อน..”  เพลิงกัลป์เรียกเอาไว้

            “ว่า?”

            “หายแล้วเหรอ...หมายถึง...แผล”  เขาอึกอัก

            “หายหมดแล้ว”  คนตอบหน้านิ่ง  “อาจารย์ให้ยามาทั้งกินทั้งทา”

            “คือ...”  ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบท้ายทอย  เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าต้องการจะพูดอะไรกันแน่  เป็นความรู้สึกอึดอัดประดักประเดิดที่เพลิงไม่ชอบเลยสักนิด

            “มีอะไรหรือเปล่า”

            “เพลิงเสร็จยัง  อ้าว....แมนหายแล้วหรอจ้ะ”  เสียงใสๆดังขึ้นทางด้านหลัง  ทั้งคู่เหลียวไปมองก็เจอตุ๊กตายืนส่งยิ้มมาให้  เธอเดินเรื่อยๆแต่เหมือนลอยได้เข้ามาหา  ใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตากระเบื้องมีรอยยิ้มแต่งแต้ม  สวยจนเมืองแมนไม่แปลกใจที่เห็นรูมเมทของเขามองไม่วางตา

            “หายแล้ว  ตุ๊กตามาคอนซัลท์ศัลย์หรอ”  เขาถาม   เธอหัวเราะเบาๆ  ใบหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อ

            “เปล่าจ้ะ..แค่จะมาชวนเพลิงไปทานข้าว  แมนไปด้วยกันสิ  ฉลองที่หายดีไง”

            เมืองแมนขมวดคิ้วแวบเดียวก็คลายออก  ห้าวันที่ผ่านมาเขาตกข่าวเรื่องอะไรไปหรือเปล่า  เหลือบมองเพื่อนร่วมห้องก็เห็นทำหน้าเฉยๆ

            “ไปกันเถอะ  เราต้องเคลียร์งานก่อน  หยุดห้าวันงานกองเท่าภูเขา”  เขาตอบกลั้วหัวเราะ

            “งั้นก็ได้จ้ะ  แต่อย่าหักโหมมากนะ  ตุ๊กตาเป็นห่วง”  หญิงสาวตอบกลับมา   แล้วหันไปทางเพลิงกัลป์  “เพลิงอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม  ถ้าไม่...ตุ๊กตามีร้านที่อยากพาไปกินค่ะ”

            “ตุ๊กตาเลือกเลยครับ”  เสียงห้าวๆนั้นตอบ

            เมืองแมนไม่ได้สนใจอะไรกับคนคู่นี้อีก  เขามาได้ยินเพื่อนๆอินเทินผู้ชายพูดกันอย่างเสียดายว่าอินเทินที่สวยที่สุดของรุ่นถูกเพลิงกัลป์ชิงไปเสียแล้ว

            “เราก็ไม่นึกว่าตุ๊กตากับเพลิงจะไปคบกันได้  เร็วชะมัด  ไม่รู้ไปคุยกันตอนไหน”  เต้ยพูดขึ้น  เหลือบมองมาทางเมืองแมนที่นั่งเงียบมาตั้งแต่แรก  “แมนล่ะรู้ไหม  อ้อ...ลืมไปแมนเพิ่งหายป่วยนี่”

            “เพลิงมันร้ายตั้งแต่เรียนแล้ว  ดาวคณะฯคนไหนที่ว่าสวยๆมันกินเรียบหมด  ที่ร้ายกว่านั้นคือสาวๆของมันไม่เคยทะเลาะตบตีกันเลยนะ  ไม่รู้ว่ามันจัดการยังไง”  โย่ง  เพื่อนอีกคนที่มาจากมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือพูดขึ้นมาบ้าง  “ชื่อเสียงมันดังมาถึงมอกูเลย”

            “ชื่อเสียงหรือชื่อเสียวะ”  ปิงพูดลอยๆ

            คนในโต๊ะหัวเราะ  หัวข้อสนทนาหมุนเวียนไปเป็นเรื่องอื่น  เมืองแมนฟังบ้างไม่ได้ฟังบ้าง  เขากำลังกังวลถึงคืนนี้ที่จะต้องกลับไปนอนที่แฟลต

            ยอมรับว่าตัวเองกลัวผีมาก   ไม่อยากได้ยินเสียงหรือได้กลิ่นอะไรอีกแล้ว

            “แมนเงียบจัง  หรือว่าไข้ขึ้นอีก”  มือใหญ่ยกขึ้นทาบที่หน้าผากของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว  เต้ยดึงมือออกท่ามกลางเสียงโห่แซ็วของเพื่อนๆ

            “เห้ยๆ  คู่นี้นี่ยังไงๆหรือเปล่าวะ”  โย่งพูด  “ก็ว่าเห็นเต้ยไปเฝ้าทุกวัน  นี่ถ้าจะเปิดตัวก็บอกพวกกูบ้างนะ”

            “สงสารคนโสดบ้างเหอะ”  หวานที่เป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวของโต๊ะโอดครวญ  “อย่านะแมน...เหลือผู้ชายแท้ๆให้เราได้มีความหวังบ้าง”

            แมนยิ้มบางๆ  ไม่ได้ตอบอะไร  ส่วนเต้ยก็ยกมือปฏิเสธพลางหัวเราะ  ชวนเปลี่ยนเรื่องอย่างนิ่มนวล   กว่าจะกลับมาถึงที่แฟลตก็เกือบสามทุ่ม  เมืองแมนเปิดประตูเข้าไปในห้องพัก  รูมเมทของเขายังไม่กลับมา  เดาว่าคงไปเที่ยวอีกตามเคย

            เขาจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย  แล้วก็มานั่งสวดมนต์อยู่บนเตียง   แค่เห็นเงาอะไรวอบแวบ  หัวใจก็หล่นวูบเป็นระยะ  เมืองแมนเริ่มรู้สึกว่าเขาคิดผิดที่ไม่ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ที่ห้องพักแพทย์ให้รู้แล้วรู้รอด  หรือไม่ก็ไปเช่าโรงแรมอยู่ซะ

            กึก...กึก...กึก

            มาแล้ว...ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฝีเท้าที่ได้ยิน  พอเขาลืมตาขึ้น  เสียงนั้นก็หายไป  เมืองแมนเหลือบมองนาฬิกาเห็นเวลาผ่านไปเกือบตีสองแล้ว   

            “หึๆ”

            ขนอ่อนลุกซู่ทั้งตัว  คราวนี้ถึงแม้จะลืมตาอยู่โต้งๆ  แต่หูกลับได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆใสกังวานมาจากมุมหนึ่งของห้อง  ราวกับมีใครสักคนอยู่ในห้องด้วยนอกเหนือจากเขา

            มือสั่นรีบคว้าโทรศัพท์มือถือกับกุญแจห้องมาถือเอาไว้  เมืองแมนเผ่นพรวดเดียวออกมาจากห้องนอน  พุ่งตัวออกไปที่ประตูอย่างรวดเร็วกระชากเปิดออก

            เขากระแทกเข้ากำแพงหนาๆดังปึกจนตัวกระเด้งถอยกลับเข้ามาในห้อง  ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง  ‘กำแพง’ อย่างงงๆ

            “โอ๊ะ!  จะรีบไปไหนของมึง”  เสียงอุทานดังขึ้นหน้าห้อง  รูมเมทของเขากลับมาแล้วในสภาพเสื้อแสงหลุดลุ่ยเล็กน้อย  กลิ่นแอลกอฮออล์ปนออกมากับลมหายใจจางๆ

            “กูจะไปหาเต้ย”  แมนตอบแบบไม่ต้องคิดซ้ำ  ขยับจะเบี่ยงตัวหลบอีกฝ่ายเพื่อออกไปจากห้องทว่ามือแข็งๆกลับคว้าที่ต้นแขนของเขาเอาไว้บีบแน่น

            “จะไปทำไม  ดึกดื่นป่านนี้”  เสียงของเพลิงกัลป์ฟังเหมือนคุณพ่อดุๆสักคนที่ดุลูกชายออกเที่ยว

            “กูกลัวผี”  เมืองแมนตอบตามจริง  “กูอยู่ห้องนี้ไม่ได้แล้ว  คืนนี้กูจะไปนอนห้องเต้ยก่อน”

            “จะบ้าหรือไง”  อีกฝ่ายตอบกลับมา  “ไหนผี  กูจะไปจัดการเอง  แต่มึงห้ามไปห้องเต้ย  โดยเฉพาะเวลากลางคืนแบบนี้”   เพลิงกัลป์ตอบเสียงเข้ม  ออกแรง ‘ลาก’ อีกฝ่ายกลับเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู

            “มึงเนี่ยนะจะไปจัดการผีให้กู  ไม่เอาล่ะ  เดี๋ยวมึงก็โกรธกูอีก  กูไปหาเต้ยดีกว่า  กูเล่าเรื่องนี้ให้เค้าฟังแล้ว  เต้ยบอกว่าถ้านอนไม่ได้ก็ให้ไปนอนห้องเค้า”

            “มึงคิดว่ากูจะปล่อยให้มึงทิ้งกูอยู่ในห้องที่มีผีคนเดียวหรือไง”  เพลิงกัลป์ขมวดคิ้ว  “อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน  กูก็กลัวผีหักคอเหมือนกันนะโว้ย”

            “อย่างมึง  ผีมันไม่หักคอให้เสียมือหรอก”  เมืองแมนหลุดปากออกไปแล้วก็รีบพูดต่อเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าหงิก  “กูหมายถึงว่า...เออ  มึงรีบๆอาบน้ำเลยแล้วไปนอนห้องเต้ยกัน”

            “กูจะไม่ย่างเท้าเข้าไปในห้องของมันเด็ดขาด”  ฝ่ายนั้นประกาศกร้าว  “และจะไม่ยอมให้มึงทิ้งกูอยู่คนเดียวด้วย  มานี่เลย” 

            มือแข็งแรงลากเขาตรงไปที่ห้องนอนของตนเพื่อหยิบผ้าเช็ดตัว  จากนั้นก็ลากเมืองแมนต่อไปยังห้องน้ำ  ชายหนุ่มร่างเล็กโวยวายลั่น

            “มึงทำบ้าอะไร  ปล่อยกูนะ”

            “ไม่....กูกลัวมึงทิ้งกูอยู่กับผี”

            “แต่กูไม่อยากอยู่ในห้องน้ำกับมึงนะ”

            “ถ้ามึงดิ้น กูจะปล้ำจริงๆด้วย”  เสียงเข้มๆนั้นทำเอาคนฟังชะงักกึก

            “มึงไม่กล้าหรอก  กูเป็นผู้ชายนะ  ไม่ใช่สาวเอสไลน์”

            “แล้วไง  กูก็เคยแล้วนี่”  ...ถึงจะจำไม่ได้ก็เหอะ...เพลิงกัลป์ต่อประโยคในใจ  ซ่อนยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ของอีกฝ่าย

            ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ใช่คนกลัวผี  ไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วย  แต่เขาแค่หงุดหงิดที่เห็นอีกฝ่ายจะไปหาไอ้เต้ยสารเลวนั่นก็เท่านั้น   ไม่เข้าใจว่าเมืองแมนไปเห็นดีเห็นงามอะไรกับมันนัก  เห็นหน้าโง่ๆเซ่อๆคงโดนฝ่ายนั้นหลอกกินตับเข้าสักวัน

            เพื่อนร่วมห้องของเขาเดินไปนั่งกอดอกหน้างออยู่บนชักโครก  ขณะที่เขาก้มลงแปรงฟันที่อ่างล้างหน้า   ได้ยินเสียงอีกฝ่ายบ่นพึมพำเหมือนสาปแช่งเขาก็อดหัวเราะในคอไม่ได้  ก้มลงบ้วนปากเป็นครั้งสุดท้าย  เพลิงกัลป์เงยหน้าขึ้นมองกระจก

            เขาใจหายวาบ...ชายกระโปรงสีน้ำเงินเข้มกับเรียวขาสวยขาวผ่องของผู้หญิงปรากฏขึ้นข้างหลังเขาในกระจก   ชายหนุ่มหันขวับไปมองข้างหลังก็เห็นเพียงบานประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท

            ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น

            ..................................................................................

 

            มาต่อกันแล้วคร่า  ไม่น่าเขียนตอนกลางคืนเลย  นี่อยู่หอคนเดียว กลัวอ่ะงืออออ 5555555  เรื่องนี้ค่อนข้างเหนือธรรมชาติมากๆ  เตือนเอาไว้ก่อนนะคะ  เป็นเรื่องที่ชอบพล็อตตัวเองมาก  แบบสนุกอ่ะ  (สนุกอยู่คนเดียว55)  ใครสนุกกับเราก็ช่วยกันเม้นท์หรือโปรโมทหน่อยนะ

            ใครเล่นทวิต #แฟนหมอแมน นะคะ  :katai2-1: :katai2-1:

             

           

           
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-12-2017 12:05:19 โดย ็Hollyk »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
เอาแล้วเพลิง ทีนี้จะเชื่อแมนได้รึยังว่ามีผี 5555
ว่าแต่ผีต้องการอะไรอ่ะ ข้องใจจริงๆ

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
สนุกจ้า

รอตอนต่อไปจ้า   :L2:

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
ลุ้นแทนสองคนในห้อง สนุกจ้า รอติดตามตอนต่อไป

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ พัดลม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 542
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
ค้างค่ะ มาต่อเร็วๆนะ :L2:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ดีใจ มีความสุขได้อ่านต่อ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

คราวนี้เพลิงก็รู้เรื่องที่ทำกับแมนด้วยตัวเอง
ดีนะที่มีหลักฐานชัดเจน เป็นซิกเนเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเอง
เลยเป็นพยานยืนยัน ไม่ต้องใช้หลักฐานอื่น
พูดคุยกันรู้เรื่องกับแมน ที่แมนมาก ไม่สนใจเพลิงแบบนั้นเลย

เพลิง ดูดีขึ้นที่รับผิดชอบงานของแมนแทนด้วย
เหมือนเพลิง หวงๆแมนนะ ไม่ยอมให้ไปนอนกับเต้ย
แล้วเพลิงเองก็เห็นด้วยตาตนเองแล้วว่ามีผีจริงอย่างที่แมนว่า  o22 o22 o22
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:



ออฟไลน์ SM_day

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 89
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2
โอ้ยยย อยากรู้เรื่องผีแล้ววว รีบๆมาต่อน้า

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
เรื่องนี้ยิ่งอ่านยิ่งสนุก ยังไม่รู้จุดประสงค์ของคุณผีเลยว่ามาหลอกหมอแมนทำไม แถมหมอแมนยังเป็นคนเดียวที่เจออีกแล้วเรื่องที่เกิดที่สัมมนานี่ไม่ใช่ว่าเป็นฝีมือของคุณผีด้วยหรอกนะและดูเหมือนว่าอิคุณเพลิงจะเริ่มหวงหมอแมนนิดๆแล้วรึเปล่านะ

คำผิด เขาใจหายวาย --> เขาใจหายวาบ

ออฟไลน์ MayuYume

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เรื่องคืนนั้นกระจ่างแล้วแต่ยังไม่สุดกลัวจะหักมุมเหมือนกันนะเนี่ย---
เหมือนแม่ผีอ่านใจนายเพลงได้ปรากฏมาให้เห็นผ่านกระจกเลย แต่อ่านเองก็กลัวเองขนาดตอนสายๆนะเนี่ย  :ling3:
 :pig4:

ออฟไลน์ aommyga40

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ค้างงงงงงง อยากรู้แล้ว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด