Rule of secret Love “กฎของคนแอบรัก” อัพเดท แจ้งข่าว!!! (28/12/2017) P.6
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Rule of secret Love “กฎของคนแอบรัก” อัพเดท แจ้งข่าว!!! (28/12/2017) P.6  (อ่าน 191882 ครั้ง)

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-7
คิดว่าเพจชอบคิงจริงๆนะ  ถึงขนาดตามมาคุย

ทิ้งแฟนเก่าที่เคยรักนักหนาได้

ออฟไลน์ hoshinokoe

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
เศร้า เศร้าตรงที่ว่า ไม่มีความสุขแล้ว แม้จะยิ้ม เฮ้อออ

ออฟไลน์ panitanun

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1

ออฟไลน์ แม่น้องเปา

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
หน่วงมากกกกกกกก....แง๊ๆๆๆๆๆ :sad4: :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 840
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
โอยยยยยยดราม่าหน่วงมาก แต่ชอบง่ะ สนุกดี อยากรู้แล้วว่าจะเป็นไงต่อ

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
จะร้องไห้ตาม
ถ้าพี่เพจมีความลังเล สับสน กว่านี้สักหน่อย
คงเห็นด้วยกับคิงที่เริ่มถอดใจ แต่นี่พอคิงไป พี่เพจก็วิ่งตามทันที ไม่สนใจแฟนเก่าเลยอ่ะ

พอเจอแบบนั้นแล้วจุกในอกอ่ะ จริงๆก็เข้าใจทั้งสองคน
คิงเองก็คงเหนื่อยใจมากแล้ว


ออฟไลน์ MorethanMore

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ร้องไห้แปป ตอนที่แล้วเราว่าคิงงี่เง่า แต่ตอนนี้ เราว่าดีแล้วคิงคือมันไม่เหลือความมั่นใจอีกแล้วเนอะ แบบถ้าคบไป มันจะแน่ใจได้ไงว่าสุข แต่เป็นพี่เพจโคตรน่าสงสาร เพราะพี่แกมั่นคงไปไง เลยยากที่จะเชื่อว่าจะตัดใจจากแฟนเก่าได้ ลึก ๆ เราก็รู้สึกนิด ๆ ว่าพี่แกเลือกคิงมาเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ อีกอ่างคิงน่ารักและเข้าใจพี่เพจดีมาก ๆ แต่พี่เพจเองก็แค่ชอบ แต่ยังไม่ได้รักและก็ไม่รู้ด้วยจะรักหรือเปล่า พี่เพจยึดติดเกินไป เราไม่รู้อะพี่เพจ ฮืออ สงสารคิงอย่างเดียวเลยตอนนี้ เจ็บอะ แต่เราก็คิดว่าพี่เพจก็เจ็บพอ ๆ กัน


ห่าง ๆ ไปนะดีละ คิงย้ายหอด้วยนะ ไม่งั้น ทำไม่ได้นะ

ออฟไลน์ KarmaNavy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
กฎข้อที่ 14 อย่ากลับไปมอง
แม้ว่าโลกจะมีคนหลายพันล้าน แต่มันจะมีแค่คนเดียวที่รักได้เท่านี้
แต่มันดันเป็นคราวซวยของเราจริงๆ ที่คนที่เขารักไม่ใช่เรา









(สิงห์)

หลายครั้งที่ผมและแก๊งค์เพื่อนพากันมาสังสรรค์ที่ร้านเหล้าและจบลงที่การเมาชนิดลืมเลขที่บ้าน นอนที่คอนกรีตต่างเตียงและกอดหมาจรจัดต่างหมอนข้าง แต่ไม่มีครั้งใดที่ผมจะเห็นเพื่อนของผมเมาได้ถึงขนาดนี้

แต่ไม่ได้หมายความว่าเมาหมดทุกคนหรอกนะครับ คนอื่นที่ถูกลากมาน่ะ แค่กรึ่มๆ แต่ไอ้คนที่ลากคนอื่นมา ตอนนี้นอนหลับงึมงำไม่เป็นศัพท์ เฝ้าพระอินทร์ไปเรียบร้อยแล้ว

คนคนนั้นคือ ไอ้เพจนั่นเอง

ทุกคนที่ยอมตามใจมันออกมาดื่มเหล้า ทั้งที่มันเป็นคนบอกเองแท้ๆ ว่าจะดื่มเหล้าให้น้อยลง ต่างมองเพจเป็นตาเดียว เพราะมันไม่ได้แค่เมา แต่ถึงกลับร้องไห้?

คนอย่างไอ้เพจเนี่ยนะ จะเมาแล้วร้องไห้ เท่าที่รู้จักกับมันมา เคยมีครั้งไหนบ้างที่เมาแล้วร้องไห้แบบนี้ ตอนที่เลิกกับเอิร์นยังแค่ออกเที่ยวตลอด เอ...หรืออาจจะแอบร้องไห้ลับหลังพวกผมก็ได้ แต่ก็นั่นล่ะ ผมเลยไม่เคยเห็นเลยสักครั้งว่ามันร้องไห้ต่อหน้าต่อตาแบบนี้

“เพจ มึงไหวไหมเนี่ย?”

“อือ...”

“อือเชี่ยไร เป็นอะไรบอกพวกกูดิ” นินว่า พร้อมกับพยุงร่างที่แทบจะนอนราบไปกับโต๊ะที่เต็มไปด้วยขวดเหล้าว่างเปล่าของเพจขึ้นพิงกับพนักโซฟา ดวงตาของเพื่อนผมเลื่อนลอยและแดงช้ำจากน้ำตา แต่พวกผมก็มองเห็นทันเพียงไม่กี่วิ เพราะหลังจากนั้นเพจมันก็ยกแขนขึ้นบดบังดวงตาเปื้อนน้ำตาของตัวเองทันที มันดูไม่โอเคมากๆ แต่มันก็ยังคงปฏิเสธ

“กู...ไม่เป็นไรสักหน่อย”

“ไม่เป็นอะไรล่ะ เมาเป็นหมาแบบนี้ แล้วยัง...ร้องไห้? เพจ เรื่องเวรอะไรวะ ทำมึงร้องไห้เนี่ย?”

“...” มันไม่ยอมตอบอะไร แต่ผมแอบสังเกตเห็นว่ามือของมันกำแน่นขึ้น ราวกับในสมองกำลังนึกถึงสาเหตุที่ตนมานั่งดื่มแบบนี้

“หรือเพราะเอิร์นจะรีเทิร์นมึงเลยโกรธ”

“ไม่ใช่! กูจะไม่รีเทิร์นกับเอิร์น!”

“งั้นมึงเป็นอะไรวะ บอกพวกกูดิ เป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือไง” เกม

“เออ มีอะไรก็บอกกันดิวะ จะได้ช่วยๆ กัน” ทีม

คราวนี้มือที่บังสายตาตัวเองจากทุกคนของเพจก็ลดลงข้างตัว เมื่อเจ้าตัวเงียบคนอื่นที่อยู่ด้วยกันก็พลอยเงียบไปด้วย  ในที่สุดคำตอบที่พวกผมรอก็มาพร้อมกับน้ำตาสองสายที่ไหลออกมาอาบแก้มเพื่อนที่เคยร่าเริงคนนั้นของผม

“คิง...”

“คิง? น้องมันทำไม?”

“น้องไม่อยากอยู่กับกูแล้ว”

“...”

“น้องบอกว่ารักกู แต่น้องไม่มีความสุขแล้ว”

“...”

“น้องเชื่อที่กูบอกว่าชอบ แต่น้อง...อึก ไม่อยากอยู่ข้างกูแล้ว”

“...”

“กูจะทำยังไงดีวะ กูควรทำยังไงดี” เสียงสั่นสะอื้นของเพจทำให้พวกเราทุกคนทั้งสงสารและหนักใจไปกับมันด้วย ทีมเอื้อมมือไปปลดแก้วเหล้าออกจากมือของเพจ ทันทีที่มันเตรียมจะคว้าขึ้นกระดกแก้กลุ้ม ทั้งที่ตัวมันก็รู้ดีว่ากินไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ซ้ำยังทำให้ปวดหัวตอนสร่างเมาอีกต่างหาก พวกผมคอยห้ามมันไป มองตากันไป ในสมองก็ต่างกันคิดว่าจะทำยังไงกันดีเพื่อจะช่วยเพื่อนคนนี้ ช่วยในเรื่องที่ช่วยได้ยากที่สุดอย่างเรื่องของความรัก

เพราะเอาจริงๆ คนนอกแบบพวกผมมันก็ได้แค่คอยให้คำแนะนำล่ะนะ

“เอาไงดีวะ สิงห์”

“ก็ปลอบมันไปก่อน เดี๋ยวกูจะเรียกน้องมันมา”

เกมรีบห้าม “อย่า คือ...กูไม่รู้ว่ามันไม่เกี่ยวกับเอิร์นวะ เลย...”

“นี่มึงโทรตามเอิร์น?” เกมยิ้มแหยแล้วพยักหน้าให้ผมด้วยสีหน้าขอโทษที่เผลอทำอะไรตามอำเภอใจ ทันทีที่พูดจบ ไม่นานร่างระหงที่คุ้นเคยของพวกเราก็ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงเหล้าที่ดำเนินมาเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด เอิร์นทรุดตัวลงนั่งด้านข้างของเพจ คอยห้ามปราและดึงแก้วเหล้าออกจากอดีตคนรัก แต่มันก็ยากเหลือทน เมื่อเพจในเวลาที่เมานั้นค่อนข้างจะดื้อกว่าปกติเป็นล้านเท่า เรียกได้ว่าหากไม่ใช่คนที่เจ้าตัวยอม...ไม่มีทางจะห้ามหรือสั่งได้ในเวลาไร้สติเช่นนี้

“เพจ พอแล้ว ไม่ดื่มแล้วนะ”

“อย่ามายุ่ง”

“เอิร์นขอล่ะ วางแก้วเหล้าแล้วกลับห้องกันนะ เอิร์นจะไปส่ง”

“บอกว่าอย่ามายุ่งไงวะ!! ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง”

“...!!” ราวกับการที่เอิร์นและพวกผมคอยเซ้าซี้จะสะกิดต่อมโมโหของมันในที่สุด เพจตะโกนออกมาลั่นจนคนในร้านแทบจะมองมายังโต๊ะพวกผมเป็นตาเดียว จนเมื่อพวกทีมและเกมลุกขึ้นขอโทษขอโพยที่เสียงดังนั่นล่ะ บรรยากาศถึงได้กลับมาเป็นแบบเดิม สายตาของพวกทีมล้วนบอกเป็นเสียงเดียวว่า การที่ยังให้เพจนั่งดื่มอยู่ที่นี่ต่อไปนานเท่าไหร่ เปอร์เซ็นที่จะเกิดปัญหาก็จะยิ่งมากตามไปด้วย เพราะแบบนั้นผมจึงตัดสินใจโทรหาใครบางคนที่ผมมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นว่าจะช่วยได้ พอดีกับที่เอิร์นถอดใจที่จะห้ามเพจและตรงมาหาผม สีหน้าของเธอยังคงตกใจกับเสียงตวาดนั่น แต่มันก็เต็มไปด้วยคำถาม

“สิงห์รู้จักเด็กที่ชื่อคิงหรือเปล่า?”

“...” นั่นไงเขาคิดผิดเสียที่ไหน

“รู้ น้องคณะเราเอง”

“เขาเป็นอะไรกับเพจ”

“แล้วเอิร์นอยากได้ยินว่าเขาเป็นอะไรกันล่ะ”

เอิร์นเม้มปากเหมือนลำบากใจที่จะพูด “เมื่อเย็นเราตามพวกเขาไป แล้วได้ยิน...เหมือนพวกเขาจะชอบกัน”

“...”

“แต่เพจไม่ได้ชอบผู้ชายนี่...ใช่มั้ย?”

“ชอบใครสักคนมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เพศสักหน่อย”

“...”

“อย่างน้อยๆ ก็เป็นคนที่ทำให้ไอ้เพจที่เคยเศร้าอยู่กับเรื่องของเธอมาตลอดสองปีคนนั้นยิ้มได้ แค่นั้นก็เป็นเหตุผลมากพอแล้วที่ไอ้เพจจะชอบน้องมัน”

“อย่าบอกนะว่าที่เพจมาดื่มแบบนี้เพราะน้องเขา”

“หรือเอิร์นคิดว่าเป็นเพราะเอิร์นล่ะ”

สีหน้าซีดเผือดของเอิร์นตกอยู่ใต้สายตาของผม เธอดูไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ผมเพิ่งพูดออกไป

“แต่เขาบอกยังรักเอิร์น”

“เชื่อเราไหมว่า...เอิร์นยังไม่ได้ฟังต่อว่ารักในความหมายแบบไหน?”

“...”

“ถ้าเราเป็นไอ้เพจ เราคงจะตอบกลับไปว่ารักแบบคนที่เคยรัก รักที่ไม่ได้คิดว่าจะกลับไปรักได้อีกแล้วรักที่มันกลายเป็นแค่ความทรงจำ ไม่ใช่ปัจจุบัน แบบนั้นเอิร์นจะอยากฟังแล้วยอมรับความจริงไหม?”

แม้ในร้านเหล้าจะมีแสงไฟสลัวแค่ไหน แต่ผมก็ยังเห็นเงาน้ำตาบางๆ ในดวงตางดงามคู่นั้น หากเป็นแต่ก่อนที่เพื่อนผมและเธอยังรักกันดี ผมอาจจะสงสาร แต่ในตอนนี้ สิ่งที่เธอทิ้งเอาไว้ในใจของเพื่อนผม ความเจ็บปวดที่ยังส่งผลต่อตอนนี้มันทำให้เพื่อนผมยังคงจมกับความเสียใจ ทำให้ผมสงสารไม่ลงเลยจริงๆ

หากเลือกที่จะสงสารและให้ความเห็นใจ ผมต้องขอโทษที่เธอไม่ได้สำคัญเท่ากับเพื่อนของผมจนต้องแบ่งความรู้สึเหล่านั้นไปให้

“แต่เราก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมเพจถึงชอบเด็กคนนั้น”

“...”

“อาจจะฟังดูแย่ แต่เด็กคนนั้นไม่มีอะไรเหนือกว่าเราเลย”

“มันแค่ชอบคนที่ทำให้มันอยู่ด้วยแล้วสบายใจ มันมีความสุขแค่นั้นเอง”

“...”

“ใครๆ ก็รักที่จะอยู่กับสถานที่หรือใครสักคนที่สามารถวางหัวใจเอาไว้ด้วยได้อย่างมีความสุขมากกว่าจะวางเอาไว้กับคนที่ทำให้เจ็บปวด เรื่องนี้เอิร์นรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือไง? เพราะครั้งหนึ่งเธอก็เคยเลือกคนอื่นแล้วทำร้ายหัวใจของเพื่อนเราเหมือนกันนี่”

“สิงห์!”

ผมทำเป็นไม่สนใจน้ำเสียงกล่าวหานั่น มองไปยังประตูร้านที่มีเงาร่างที่กระสับกระส่ายของใครบางคนก่อนยกมือเรียก แล้วกลับมาพูดกับเอิร์นต่อ

“อยากรู้ใช่ไหม? ว่าทำไมไอ้เพจถึงชอบน้อง ก็รออยู่ตรงนี้แล้วคอยดูก็แล้วกัน”

ภาพจากตรงที่ผมและเอิร์นอยู่นั้น จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนถึงร่างของคิงในชุดไปรเวทที่คล้ายชุดนอนเสียมากกว่า เด็กคนนั้นวิ่งมายังโต๊ะของพวกผมด้วยสภาพกระเซอะกระเซิง กล่าวสวัสดีกับเพื่อนคนอื่นของผมลวกๆ แล้วค่อยก้าวไปหาคนที่นั่งเอนพนักพิงโซฟาสลับกับดื่มเหล้าคนเดียวคนนั้น

คิงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มองใบหน้าเศร้าของคนข้างกายก่อนจะรั้งแก้วให้ออกห่างจากปาก ไอ้เพจคล้ายจะฟิวส์ขาดอีกครั้ง ปากที่อ้าคล้ายจะตวาดซ้ำ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เสียงที่กำลังจะหลุดจากลำคอก็พลันหายไป

“กลับห้องกันนะครับ ไม่ดื่มแล้วนะ”

“...คิง”

“พี่เพจ อย่าดื่มอีกเลยนะครับ กลับห้องกับผมนะ”

“...”

“คิงขอล่ะ...”

“...ถ้าพี่กลับ คิงจะยอมอยู่เป็นเพื่อนไหม?”

“อืม จะอยู่จนพี่หลับเลยดีไหมครับ?”

เพจเม้มปากแน่น เหมือนกลัวและกังวลว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นแค่ภาพฝัน เพราะผมสังเกตเห็นว่าเพื่อนของผมเลื่อนมือที่สั่นน้อยๆ นั่นค่อยๆ แตะลงที่มือของน้องที่วางอยู่ข้างตัว ก่อนจะหลับตาแน่นเมื่อมือของคิงวางทาบทับคอยบีบเบาๆ คล้ายบอกว่า อีกคนอยู่ตรงนี้ข้างกายเพื่อนของผมเสมอ

สุดท้ายผมและคนอื่นๆ ก็ยืนมองส่งเพื่อนของผมและคิงขึ้นรถแท๊กซี่กลับหอไปด้วยกัน จนรถที่โดยสารหายไปจากสายตา
ผมกลับมามองคนข้างๆ เอิร์นยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ผมดูออกว่าในใจของเธอไม่ได้นิ่งเฉยเช่นที่แสดงออกมา แววตาของเอิร์นสั่นไหวตามสิ่งที่เพจแสดงออกมาในภาพไร้สติต่อคิง คาดว่าในใจของเธอคงเอาไปเปรียบกับภาพของเพจที่กระทำต่อเธอเมื่อครู่ละมั้ง

ก็ไม่ได้อยากจะซ้ำเติมอะไรนะ แต่...

“ทีนี้รู้แล้วหรือยัง ว่าทำไมเพจมันเลือกที่จะชอบเด็กคนนั้น มากกว่าจะจมอยู่กับเรื่องเก่าๆ”

“...”

“ถ้าเอิร์นยืนยันว่าชอบเพื่อนเราจริงๆ ล่ะก็ ช่วยทำตัวเป็นคนดี ยอมถอยออกไปให้เพื่อนเรามีความสุขบ้างเถอะ”

“แล้วสิงห์มั่นใจได้สักแค่ไหน ว่าการที่เพจอยู่ข้างเด็กคนนั้นจะมีความสุขจริง! ดูซิ ทะเลาะกันจนเพจเมาขนาดนี้น่ะเหรอที่เรียกว่ามีความสุข”

“แต่อย่างน้อยๆ เด็กคนนั้นก็รักเพจมันจริงๆ”

“เราก็รักเพจ”

“รักแบบไหนที่มีคนอื่นไปด้วย”

“...”

“รักแบบไหนหรือเอิร์นที่แอบไปเฟลิร์ตกับผู้ชายคนอื่น ชอบถึงขนาดยอมทิ้งเพื่อนเราเพื่อไปเรียนต่อกับผู้ชายคนใหม่”

“สิงห์! มันคนละเรื่องกันนะ เราพูดถึงตอนนี้!!”

“เราก็พูดอยู่กับตอนนี้เอิร์น!!! พูดสิว่าที่กลับมาไม่ได้เพราะทะเลาะกับผู้ชายคนนั้น แล้วอยากได้เพื่อนเราไปยั่วให้เขาโกรธ”

“...”

“พูดสิ!!!”

“...”

“ถ้าพูดออกมาไม่ได้ เพราะความจริงนี่มันแทงใจล่ะก็ ช่วยทำตามที่เราบอก ไปจากชีวิตเพื่อนเราสักที”

“...”

“ให้เรื่องของเธอกับเพจเป็นแค่อดีตจริงๆ ไปสักที!”











แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้
ต่อให้ต้องเจ็บแบบนั้นอีกครั้ง
เราก็ยังจะขอรักและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอดีตของเขาอยู่ดี












เขาไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วกับการที่พวกเขาสองคนนั่งอิงกันท่ามกลางความมืดในห้องของพี่เพจแบบนี้

อาจจะแค่ห้านาที หรืออาจจะสิบนาทีก็ได้ เขาไม่ทันได้สนใจเสียด้วยสิ

เขารู้เพียงแค่...พี่เพจร้องไห้เท่านั้น

ในตอนที่เขาหลับไปกับน้ำตา จู่ๆ เสียงโทรศัพท์จากพี่สิงห์ก็ดังขึ้น เนื้อความมีเพียงแค่สั้นๆ เกี่ยวพันกับใครคนนั้นที่เขายังคงห่วง...บอกว่ากำลังดื่มเหมือนคนบ้าและยังร้องไห้ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่พี่สิงห์เชื่อว่าจะลากเขากลับบ้านได้

เขาจึงย้อนถามกลับว่าทำไมจึงมั่นใจแบบนั้น

ได้ยินแค่พี่สิงห์ตอบกลับมาว่า ‘มันร้องไห้เพราะเรานะ’
จากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้อีก จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองได้ล๊อกห้องไหมตอนที่ออกมา ใส่รองเท้าถูกหรือเปล่า? โชคยังดีที่ยังคว้าโทรศัพท์และกระเป๋าเงินออกมาด้วย เขาจึงสามารถพาพี่เพจที่เมาแอ๋กลับมาถึงห้องปลอดภัยได้ในที่สุด

มือของพวกเขายังคงจับกันเอาไว้เช่นตลอดทางที่นั่งเคียงกันมาบนรถ แม้กระทั่งตอนที่เดินขึ้นบันไดมือของพี่เพจก็ยังบีบแน่น ราวกับไม่ยอมปล่อยมือของเขา ยึดถือเอาคำพูดที่ว่าเขาจะยอมอยู่จนกว่าอีกคนจะหลับเอาไว้อย่างหนักแน่น

เพราะแบบนั้น...

“พี่ต้องทำยังไง...”

“...”

“ทำยังไงเราถึงจะกลับไปเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ได้ครับ”

พี่เพจถึงยังไม่ยอมหลับตาลงเสียที

“ผมก็ไม่รู้”

“เรียกแทนตัวว่าคิงเหมือนเดิมได้ไหม?”

“...”

“แค่ตอนนี้ก็ได้ พี่อยากได้ยิน”

“...ครับ”

เพจยิ้มบางๆ ขณะเอนหัวที่หนักเหลือเกินซบลงที่บ่าของเด็กข้างตัว กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยมาจากตัวของคิงทำให้ใจของเขาสงบลงอย่างประหลาด เขาง่วงมากๆ เลยล่ะ แต่เขาจะหลับไม่ได้อย่างเด็ดขาด หากเขาหลับ มือที่จับกันอยู่นี่จะต้องปล่อยออก...และคิงจะหายไปอีกแน่ๆ

เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เขาอยากจับมือคิงเอาไว้แบบนี้

ไม่อยากปล่อยไปเลย

นึกมาถึงตรงนี้ น้ำตาเขาก็คลอเต็มสองตาอีกแล้ว

“ทำไมเราอยู่ด้วยกันไม่ได้อีกล่ะ”

“...”

“ทำไมถึงไม่มีความสุขแล้วล่ะคิง”

“...คิงก็ไม่รู้”

เสียงที่ตอบกลับมาอ่อนแรงเสียจนเพจจับได้ถึงกระแสความเศร้าทีเจือจางในน้ำเสียงนั้น เมื่อผละออกจากลาดไหล่ของคิง เขาก็พบว่าใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังส่งยิ้มให้ แต่มันช่างเป็นยิ้มที่เศร้าสิ้นดี โดยเฉพาะตอนที่เด็กคนนี้กำลังยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา “คิงไม่รู้ว่าทำไมมันไม่มีความสุขแล้ว”

“...”

“...”

“พี่ชอบเราจริงๆ นะ”

“อืม คิงรู้”

“ชอบเราเข้าแล้วจริงๆ”

“อืม คิงก็ชอบพี่เพจ”

“เท่าไหน?” เพจถามอย่างนึกสนุก ทั้งอยากจะเบี่ยงเบนไม่ให้พวกเขาสองคนพาลเศร้าไปมากกว่านี้

“เท่านี้” คิงว่าพร้อมกับกำมือให้เพจดู ซึ่งนั่นทำให้คนที่กำลังรอคำตอบเว่อร์ถึงกับย่นหัวคิ้ว แสดงออกถึงความไม่พอใจออกมา คิงจึงยิ้มและวางกำมือนั้นทาบลงที่อกของตัวเองที่มีหัวใจที่เต้นเบาๆ ดวงหนึ่งกำลังเต้นอยู่

แม้จะอ่อนแรงเพียงใด แต่มันก็ยังคงเต้นไปพร้อมกับความรักต่อใครบางคนยังมีชีวิตอยู่ในนั้น

“เพราะหนึ่งกำปั้นของคนเรา จะเท่ากับหัวใจของคนคนนั้น ดังนั้น...คิงเลยรักพี่เท่ากับหัวใจของคิงเอง”

“...”

“แต่เหมือนหัวใจคิงจะเล็กกว่าหัวใจพี่นิดหน่อย อย่าโกรธนะครับ”

เพจหลุดยิ้ม ทั้งที่เกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว “อืม ไม่โกรธ”

“พี่เองก็ชอบเราเท่ากำปั้นหนึ่งของตัวเองเหมือนกัน”

“...”

“ทั้งที่เป็นแบบนั้น ทั้งที่ใจตรงกันแล้วแท้ๆ”

“น่าเสียดายเนอะ”

“...”

คิงหันมายิ้มให้เขา ยิ้มที่เปื้อนน้ำตานั่น “ใจตรงกันแล้วแท้ๆ แต่ดันหมดความมั่นใจที่จะยืนข้างกันไปเสียได้”


“...”

“ฮึก...ขอโทษ คิงขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไร”

“ขอโทษครับ พี่เพจ”

“ไม่เอา อย่าร้องไห้สิ”

คิงซุกใบหน้าของตัวเองเข้ากับอ้อมกอดของอีกคนที่เปิดกว้างรับเขาเข้าไปกอด กอดของพี่เพจยังคงอุ่นเหมือนคราก่อนที่ได้กอด เช่นเดียวกันกับเพจที่สบายใจเช่นทุกทีที่มีใครคนนี้ในอ้อมกอดของตน มันพอดี...เหมือนอ้อมกอดนี้รออีกคนมาตลอด

“พี่รอได้ จริงๆ นะ”

“...”

“จะสองปีหรือห้าปีเลยก็ได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่คิงมั่นใจในตัวพี่ ค่อยกลับมาหาก็ได้”

“ไม่เอา คิงไม่อยากให้พี่รอ”

“...”

“คิงรู้ ว่าการที่ต้องรออย่างไร้จุดหมายมันเหนื่อยแค่ไหน ถ้าเพื่อคิงแล้วพี่ต้องรอแบบนั้น คิงยอมให้พี่ไม่ชอบคิงแล้วไปชอบคนอื่นดีกว่า”

“...”

“คิงยังยืนยันแบบเดิมว่าคิงอยากให้พี่มีความสุข...อยากให้เป็นแบบนั้นเสมอ”

“...”

“อย่า...ทนทรมานมารอคิงเลยนะ”

“...เราคิดว่าอีกสองปีหรือห้าปีต่อจากนี้เราจะยังชอบพี่อยู่ไหม?”

“...” คิงไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าเงียบๆ ในอกของเพจที่คอยซับน้ำตาของเขาอยู่ ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะในอกปลอบประโลมดวงใจที่บอบช้ำตัวเอง ก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีกต่อไป

“ถ้าหากว่าเรายังชอบพี่อยู่...ทำไมตอนนั้นพี่จะรอเราไม่ได้”

“พี่เพจ”

“นี่! ที่พี่บอกว่าจะรอเพราะพี่มั่นใจในตัวเรานะ ถึงได้กล้าพูดออกมา”

“...”

“เพราะพี่รู้ ว่าปลายทางของการรอคอยคือเรา พี่ถึงได้พูดมันออกมาว่าจะรอ”

“...”

“คนเราน่ะ จะรอแค่คนที่เรารู้ว่าเขาจะมาเท่านั้นแหละ”

“แต่คิงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...”

เพจใช้มือทั้งสองข้างบีบแก้มนุ่มๆ ของคิงเอาไว้ ให้อีกฝ่ายชะงักคำพูดที่จะบั่นทอนทั้งความรู้สึกของเขาและของตัวเองเอาไว้ แล้วพูดต่อ “ระหว่างที่รอ พี่ก็จะทำให้เราเห็นว่า...การที่ได้อยู่ข้างเรามันทำให้พี่มีความสุขและจะทำให้เรามีความสุขให้ได้”

“...”

“เพราะฉะนั้น ได้โปรด อย่าเอาตัวเองห่างไปจากพี่มากกว่านี้ อย่าหายไปจากสายตาพี่ อย่างน้อยๆ ขอให้พี่ได้เห็นเราบ้างนะ...”

“...”

“ขอให้นี่เป็นการเว้นระยะห่างครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเราเถอะนะ”

“...”

“...”

ทั้งๆ ที่คำพูดและน้ำเสียงที่กล่าวออกมาหนักแน่นเสียเหลือเกิน ทว่าใบหน้าของเพจไม่ได้มีความมั่นใจเลยสักนิดที่พูดคำเหล่านั้นออกมา เขาทั้งหวาดกลัวและกังวลใจมากมายเหลือเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจได้ เขากลัวว่าคิงจะหมดความมั่นใจในตัวเขาจนไม่อยากจะรอหรือรับข้อเสนอนี้ของเขา เขากลัวว่าวันพรุ่งนี้จะไม่ได้เจอกัน เขากลัว...ว่านี่จะเป็นช่วงเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกัน

ความรู้สึกของเขาที่มี อาจจะเป็นเพียงหน่อของต้นไม้เล็กๆ ที่มีเพียงรากผิวเผิน ไม่ได้หยั่งลึกเช่นในใจของคิง กระนั่นก็ไม่ได้หมายความว่า การที่มันเติบโตขึ้นมาไม่มีความหมายแต่อย่างใด

อย่างน้อยๆ มันก็เกิดขึ้นมาแล้ว อย่างน้อยๆ สำหรับเขามันก็คือความรักจริงๆ

“...พี่เพจจะรอจริงๆ เหรอ”

“อืม”

“แล้วถ้าสุดท้ายคิงไม่มีวันมั่นใจในตัวพี่ล่ะ”

“ไม่เป็นไร...ต่อให้เป็นแบบนั้น ก็ไม่เป็นไร”

คิงเม้มปาก กลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกแล้ว “พี่กำลังเลือกทางที่ทำร้ายตัวเองอยู่นะ”

“พี่ก็แค่ทำตามเราเท่านั้นเอง”

“แต่คิงชินแล้ว...”

“เดี๋ยวพี่ก็จะชินและเข้าใจความรู้สึกเราไปด้วยไง” เพจปาดน้ำตาให้เด็กขี้แยตรงหน้า ทั้งที่ตัวเองก็เผลอร้องไห้ออกมาแล้วเหมือนกัน เพราะเมื่อเขาพูดแบบนี้ออกมา นั่นหมายถึง...ครั้งต่อไปที่จะได้พบกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาจะเพิ่มมากขึ้น กระทั่งแม้แต่จะทำเช่นนี้คงทำไม่ได้

เขาก็ได้แต่หวังว่า กาลเวลาจะเยียวยาหัวใจที่ไม่มั่นคงของคิงได้

แต่ได้หวังว่ากาลเวลาจะไม่พัดพาให้ดวงใจของพวกเขาออกห่าง

“ถึงตอนนั้น พี่ก็จะได้ไม่เผลอทำร้ายความรู้สึกเราแบบนี้อีก”

“...”

“พอถึงตอนนั้นเราจะได้อยู่ด้วยกัน ด้วยความรู้สึกที่มั่นคงทั้งสองฝ่าย”

 “...”

“ถึงตอนนั้น เราจะได้มีความสุขไปด้วยกันเสียที”

ขอให้มันยังคงแนบชิดเช่นนี้

ตราบจนวันที่กายเราได้กลับมาเคียงข้างกันเช่นนี้ด้วยเถอะ










พี่เขาเมานิดหน่อย 555 ขอเวลาให้คนไม่มั่นใจหน่อยเนอะ
ภาษาเมาๆ อีกแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะคะ TT ฝากติดตามต่อไปจนจบเลยน้าาา
เจอกันตอนหน้าคับบ :) :NAVY

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1129
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
ร้องไห้ตามพี่เพจ

ออฟไลน์ แม่น้องเปา

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
 :m15: :m15: :m15: :m15: :m15:
 :m15: :m15: :m15: :m15: :m15:
เศร้าาาาาา..โฮวววววว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
น้ำตาจะไหล ซึ้งอ่ะ

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
บอกตรงว่าร้องไห้เลย มันรู้สึกจุกไปหมด
สงสารพี่เพจ ทั้งที่ใจตรงกันแล้วแท้ๆ แต่ไม่เป็นแบบที่หวัง
เหมือนห่างกันแค่เอื้อมเดียว แต่ก็อยู่ข้างกันไม่ได้ มันน่าเศร้านะ
ถ้าครั้งนี้จบลง เหมือนทั้งสองคงต้องห่างกัน
ระหว่างทางที่จะไปอยู่เคียงข้างกัน
หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาคิงนะ
อย่างน้อยพี่เพจเขารออยู่

อย่าแปลกใจทำไมผมอินกับเรื่องนี้มาก
เราเข้าใจความรู้สึกตัวละคร เพราะผมเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
ต่างกันแค่ตอนพอรู้ว่ารู้สึกยังไง อีกฝ่ายดูเย็นชา

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ MorethanMore

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อ่านแล้วหดหู่ใจ

เขารักกันแล้วนะ เขารักกัน เราเชื่อว่าพี่เพจทำได้ ขนาดรอชะนีที่ทิ้งไปสองปี โดยที่รู้ว่านางไม่กลับมายังทำได้ แล้วจะยากอะไรกับการรอใครสักคนที่รักเราสุดหัวใจ

คิงไม่ต้องรีบเชื่อพี่เพจหรอก ให้เวลามันค่อย ๆ พิสูจน์อะ ว่าถ้าในอนาคตจะมีเรื่องอะไรอีก จะก้าวข้ามผ่านมันไปได้

รู้สึก ไม่เห็นใจยัยผญนั่นเลย ทุเรศมาก กลับมาเพราะอยากเอาอีกคนไปประชดอีกคน ยุให้นางเลิกกับแฟน เพราะผชทนสันดานนางไม่ได้



ออฟไลน์ askmes

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
อ่านอยู่ดีๆน้ำตาก็ไหล

ออฟไลน์ KarmaNavy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
กฎข้อที่ 15 อย่าใจอ่อนง่ายๆ
คุณเป็นคนเดียวที่ใจผมนึกอยากจะลืมให้หมดสิ้นทั้งใจ
แต่ทั่วจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ กลับมีเพียงคุณคนเดียวที่ทำให้ผมมีความสุขได้










“พี่รอได้ จริงๆ นะ”


แม้กระทั่งในความฝันก็เหมือนว่าเสียงพี่เพจยังดังก้องในนั้นไม่จางหายไป เมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นในเช้าวันใหม่ ก็พบว่ามันก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ผมยังคงตื่นมามองแสงอาทิตย์ทีส่องจากด้านนอกหน้าต่าง ยังคงลุกไปรดน้ำต้นไม้และฉวยโอกาสตอนนั้นมองไปยังห้องข้างๆ เช่นเดิม

แต่ภาพที่เห็นกลับไม่เหมือนทุกวันแล้ว

เพราะ

“อรุณสวัสดิ์”

“...อรุณสวัสดิ์ครับ” ผมจ้องตาคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของระเบียงเพียงชั่วพริบตาก่อนจะละสายตาไปที่อื่น เพราะคงทนมองสายตายิ้มๆ แบบนั้นได้ไม่นานแน่ๆ วันนี้พี่เพจไม่ได้ออกมาชมแสงอาทิตย์ยามเช้าพร้อมกับแก้วกาแฟแก้วนั้นอีกแล้ว พี่เขาอยู่ในชุดนิสิตที่ยังไม่เรียบร้อยนั่นและกำลังรดน้ำต้นตะบองเพชรที่เกือบตายต้นนั้นเพียงเล็กน้อย หากเทียบกับเมื่อวาน ผมว่ามันค่อนข้างจะอาการดีขึ้นนะ

ส่วนต้นของผมยังคงเขียวสดและมีดอกตูมเล็กๆ ที่กำลังโตรอวันบานอยู่เช่นเดิม

“วันนี้เรียนเช้าหรือเปล่า?”

“...” ผมไม่ได้ตอบแต่พยักหน้ารับเงียบๆ และแน่นอนว่า ยังไม่กล้าสบตากับพี่เพจเหมือนเดิม ผมรู้สึกว่าระหว่างเรามันกระอักกระอ่วนขึ้นนิดหน่อย ในบรรยากาศที่คุ้นเคยเหมือนจะแทรกด้วยความสุภาพที่ไม่ค่อยพบระหว่างเรามากขึ้น คล้ายว่า...เราต่างทะนุถนอมในช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันและทะนุถนอมหัวใจของอีกฝ่ายไปด้วย

ไม่ออกแรงมากไปและไม่ปล่อยจนรู้สึกว่างเปล่า

ปล่อยให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น

“งั้น...พี่ไปก่อนนะ”

“...อืม”

“อ้อ คิงมานี่เดี๋ยวสิ”

“...?” ผมเดินเข้าไปหางงๆ ก่อนจะเหวอเมื่ออีกฝ่ายพูดต่อ

“มีหนอนบนหัวเราอ่ะ”

“เอาออกให้คิงหน่อย!!!”

“...ขยับมานี่สิ”

ผมรีบขยับเอนตัวไปหาพี่เพจด้วยความเร่งรีบ แค่คิดว่ามีตัวยึกยือเขียวอี๋กำลังไล่กระดื๊บบนหัวผมก็อดขนลุกไม่ได้แล้ว ทว่าไม่รู้ว่าตาฝาดไปเองไหม ที่ดันตาไวเห็นว่าพี่เพจ...แอบยิ้มมุมปากตอนที่ผมขยับไปหา

“เอาออกยังอ่ะ”

“แปบหนึ่ง”

“พี่เพจ! เอามันออกไปเร็วๆ คิงไม่ชอบ”

“แต่พี่ชอบนะ”

“ไอ้พี่เพจ!!”

“รู้ตัวหรือเปล่าว่าตอนนี้เราแทนตัวเองด้วยคำที่น่ารักโคตรๆ อยู่น่ะ”

“...”

“เอ้า ออกแล้ว” พี่เพจว่ายิ้มและขยับออกห่างจากใบหน้าของผมเพียงเล็กน้อย ผมเม้มปากระงับความเขินที่เผลอหลุดปากเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อ ทั้งที่เคยพูดว่าจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้วต่อหน้าพี่เพจ ก่อนจะพบว่าที่หยิบออกมาจากผมของตัวเองในมือของพี่เพจนั้น มันไม่ใช่หนอน แต่เป็นเพียงใบไม้เท่านั้นเอง

ผมกำลังจะอ้าปากโวยวายเสียอยู่แล้วเชียว หากต้องโทษที่ตัวเองเป็นคนความรู้สึกช้า ตอบสนองคนอื่นช้ากว่าชาวบ้าน เพราะแบบนั้น...พี่เพจที่ฉวยโอกาสที่ผมไม่ทันระวังชะโงกใบหน้ามาประทับริมฝีปากบนหน้าผากเบาๆ แล้วเดินหนีไปพร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่าขัดใจนั่น

มันน่าขัดใจตรงไหนน่ะหรือ? ตรงที่ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากตีอกชกลมไปเรื่อยน่ะสิ!

“ไอ้พี่เพจ!!!”

“ฮ่าๆๆ”

ให้ตายเถอะ นี่เราห่างกันจริงหรือเปล่าเนี่ย

ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเราเข้าใกล้กันมากขึ้นแทนล่ะ...-_-///












“เอาแบบเดิมหรือเปล่าคิง”

“ครับ แต่วันนี้เอาสองเลย”

“ไม่ต้องจ่ายนะ นี่ครับป้า ของผมแล้วก็ของน้อง”

ผมกำลังอ้าปากจะค้านเลย แต่พี่เพจกลับเดินหนีไปพร้อมกับที่ป้าเขาเก็บเงินไปเรียบร้อย ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่หน้าร้านป้าที่ขายแซนวิชแบบนั้นครู่ใหญ่ จนได้สตินั่นล่ะจึงก้าวขายาวๆ ตามร่างที่เดินนำไม่ไกลนั่นให้ใกล้พอจะมองเห็นแผ่นหลังกว้างได้เต็มตา

แปลกดี ผมมองความเงียบเหงาข้างกายที่เคยมีใครคนนั้นเดินข้างกัน สลับกับมองแผ่นหลังของคนคนนั้นที่ว่า ทั้งที่เป็นแบบนั้น แต่ผมก็ยังรู้สึกถึงความอบอุ่นจางๆ รอยยิ้มที่เคยหายไปเมื่อช่วงก่อน ค่อยๆ กลับมา มันยิ่งขยายกว้างเมื่อรับรู้ว่า คนด้านหน้าลดฝีเท้าลงให้ช้าพอที่ผมจะตามเขาทัน ในระยะที่ไม่ใกล้จนเกินไป แต่ก็ไม่ไกลจนเกินไปเช่นกัน

“วันนี้กินข้าวที่ไหน?” จู่ๆ พี่เพจก็พูดขึ้นมา หากไม่เพราะผมอยู่ด้านหลัง ผมคงคิดว่าพี่เขาพูดคนเดียว

“ก็...โรงอาหารแหละครับ”

“โอเค งั้นพี่จะไปนั่งกินที่โรงอาหาร”

“พี่เพจกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย? ผมงงไปหมดแล้วนะ”

“กำลังทำความเข้าใจความรู้สึกเราอยู่ไง”

“...”

พี่เพจหยุดและหันกลับมาหาผม มอบรอยยิ้มสดใส ให้มันระบายเต็มใบหน้าที่ผมหลงรัก

“พี่แค่อยากจะลองมองเราในที่ไกลๆ ดูบ้าง ลองให้ตัวเองแอบรักเราบ้าง น่าจะดีเนอะ”

“ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย พี่แค่เป็นแบบเดิมไปก็พอ”

“แล้วจะให้แต่เราอยปรับตัวเข้าหาพี่น่ะเหรอ ไม่เอาอ่ะ ไม่แฟร์เลย”

“...”

“ในเมื่อมันคือเรื่องของเรา ก็ต้องพยายามกันทั้งสองคนสิ มีคนเดียวที่พยายาม คนคนนั้นก็เหนื่อยตาย”

“...”

“เจอกันตอนเที่ยงนะคิง พี่จะรอเรานะครับ”

ผมโบกมืออย่างไร้สติไล่ตามหลังพี่เพจไป โดยที่ไม่อาจหุบยิ้มได้คล้ายคนบ้า

พี่เขาจะทำให้ผมมีความสุขจนตายไปเลยใช่ไหมนะ?














ผมรู้...ว่าหากผมรักคุณจริงๆ ผมควรปล่อยคุณไป
แต่ที่รัก... ผมทำไม่ได้จริงๆ
ผมรักคุณ...รักมากมายเหลือเกิน









“มีกำหนดบินกลับเมื่อไหร่น่ะ เอิร์น?”

เสียงทุ้มที่กล่าวถามขึ้นในเย็นวันหนึ่ง ณ หอสมุดที่แหล่งศึกษาเก่าของเธอดังขึ้นจากปากผู้ชายที่เคยตรงมาหาเธอด้วยใบหน้าแดงเรื่อคนนั้น วันนี้บนใบหน้าหล่อเหลามีเพียงความว่างเปล่าและบริสุทธิ์ใจเช่นที่เธอเคยต้องการมาตลอด

แต่ไม่ใช่อีกแล้วในตอนนี้

เธอวางหนังสือที่ฉวยเอามาเล่นๆ ฆ่าเวลาระหว่างรอเพจทำงานลงกับโต๊ะ ก่อนจะเฝ้ามองใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายเงียบๆ เขาไม่มีทีท่าว่าจะหันมาหาเธอเลยแม้แต่น้อย ยังคงทำงานต่อไปจนกว่าจะเสร็จ เธอจำได้แค่ว่าตอนที่เธอบอกว่าจะรอเป็นเพื่อน เขาพูดเหมือนกับจะไปหาใครบางคน...ที่รอเขาอยู่

คนที่เธอนึกถึงแล้วก็ได้แต่เม้มปากด้วยความไม่พอใจ

มีอะไรตรงไหนที่ดีกัน ทำไม...ทำไมถึงได้ลืมเธอแล้วหันไปหาอีกคนง่ายๆ เสียอย่างนั้น

ทำไมไม่เห็นเป็นเหมือนที่เพื่อนเธอคนอื่นเล่า ว่าเขาปักใจกับเธอจนชอบไปเมาที่ร้านเหล้าบ่อยๆ นับตั้งแต่เธอจากมา
หรือมันจะจริงอย่างที่สิงห์พูด

เพจ...ไม่ได้รักเธออีกแล้ว

“เพจ”

“หื้ม?” ใบหน้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของเธอ “ไม่รักเอิร์นแล้วเหรอ”

“...”

“จริงๆ เหรอ?”

“...อ่า ตอนนั้นยังพูดไม่เคลียร์ล่ะสินะ”

“...”

“อืม คิดว่า ไม่รักแล้ว”

“...”

ความจริงเธอตั้งใจจะพูดอีกมากมายให้เพจฟัง แม้จะได้ยินคำว่าไม่รัก เธอก็จะพยายามเค้นเอาความรู้สึกเก่าๆ กลับคืนมาให้ได้ แต่ไม่คิดเลย่า พอมาได้ฟังคำนี้จริงๆ ...มันจะทั้งจุกและพูดไม่ออกเช่นนี้

เพจเองก็คงพอจะเดาความรู้สึกเธอได้เขาจึงไม่ได้พูดอะไรอีก นอกจากก้มลงไปทำงาน จนกระทั่งจบบรรทัดสุดท้ายได้ในที่สุด ทันก่อนแสงสุดท้ายของวันจะหายไป เพจมองนาฬิกาแล้วยิ้มเล็กน้อย ยังพอมีเวลาเขาจึงรีบเก็บของแล้วลุกขึ้น เพื่อเตรียมที่จะไปหาใครบางคนที่ตอนนี้น่าจะกลับหอไปแล้ว

“งั้น เดี๋ยวเรากลับก่อนนะ ไม่ส่งนะเอิร์น”

“ไม่มีทาง...ที่จะกลับมาเป็นแบบเดิมแล้วเหรอ?”

“...”

น้ำตาที่แค่คลอขังตอนแรก ไหลรินในที่สุด “ไม่มีทางจริงๆ หรือเพจ”

“...ตั้งแต่เลิกกัน เราเหมือนคนติดยาที่อยู่ในช่วงหักดิบเพื่อรักษาตัวเองมาตลอดเลย”

“...”

“มันเจ็บมากนะ นึกถึงทีไรน้ำตามันก็ไหลทุกที แต่เราก็ทำแบบนั้นต่อหน้าเพื่อนๆ ไม่ได้ เรารู้ว่าพวกมันเป็นห่วง ทุกครั้งเลยได้แต่ยิ้มหัวเราะแล้วก็กลับมาร้องไห้คนเดียว ความรู้สึกน่าอึดอัดแบบนั้นมันแย่จริงๆ นะ”

“...”

“จนกระทั่ง...” ใบหน้าเรียบเฉยค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย ราวกับแสงสว่างท่ามกลางความมืดมนในช่วงเวลาเหล่านั้น หมายถึงใครบางคนที่มาได้ถูกที่และถูกเวลาเสียเหลือเกิน “...เราได้เจอกับใครคนหนึ่งที่เป็นเหมือนผู้รักษา”

“...”

“เขาไม่เคยบังคับให้เราลืมความรักที่มีต่อเอิร์น ไม่เคยบอกว่าอย่าไปนึกถึงความทรงจำเก่าๆ ให้เจ็บปวด แต่เขาบอกว่า ถ้าไม่อยากลืมก็ไม่ต้องลืม แต่ต้องจำเอาไว้ว่า หากเลือกที่จะไม่ลืม ก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำและความเจ็บปวดเหล่านั้นให้ได้ หากทำอย่างนั้นได้ สักวันหนึ่ง...เมื่อนึกถึงเราก็จะไม่เจ็บอีก”

“...”

“เพราะแบบนั้น พอเราได้เจอเอิร์นอีก เราถึงได้ยิ้มแบบนี้ให้เอิร์นได้ไงละ”

แล้วเพจก็ยิ้ม เป็นยิ้มที่สดใสเหลือเกินในสายตาของเธอ ยิ้มนั้นทำให้เธอหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่เหมือนมันผ่านมานานแสนนานแล้ว ครั้งที่พวกเขาเป็นคู่รักกัน ครั้งที่สายตาของเธอมองที่เขาเพียงผู้เดียว

ผู้ชายที่ทำให้เธอยิ้มและหัวเราะคนนั้น ก่อนที่จะมีใครเข้ามาเปลี่ยนเธอและเปลี่ยนคำว่าเราให้หายไป

“แต่ดูเหมือน เพราะการกลับมาของเอิร์นหรือเพราะที่ผ่านมาเราแสดงแต่ด้านอ่อนแอให้เขาเห็นมั้ง เขาเลยนึกว่าเรายังไม่หาย ตอนี้เลยกลายเป็นเราคอยรักษาเขาแทน” เพจพูดติดตลก แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าเอิร์นคงรู้ว่าเขาหมายถึงใคร แต่ในเวลาเช่นนี้ การไม่เอ่ยถึงบุคคลที่สามมันดีกว่า “โชคดีที่เขายอมให้เรารักษา ซึ่งเราจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปอีกเด็ดขาด”

“...เหมือนครั้งของเราน่ะเหรอ?”

“...”

“เพจ?”

“ไม่เหมือนหรอก”

“...”

“ตอนนั้นเอิร์นไม่ได้รักเราแล้วนี่นา”

“...”

เพจรวบข้าวของทุกอย่างเอาไว้ในมือเดียวแล้วพูดต่อ “แต่กับเขา เรารู้...ว่าถ้าเราทุ่มเททุกอย่างให้ไป เราจะไม่มีวันเสียใจ”

“...”

“อยู่กับเขาเรามีความสุข เชื่อไหม? เขาเป็นคนแรกเลยนะที่เรากล้าร้องไห้ให้เห็น ทั้งที่ไม่กล้าให้เพื่อนสนิทเห็นน่ะ ...แต่คำพูดของเขาตอนนั้น มันทำให้เราวางใจและสบายใจมากจริงๆ จนยอมปลดรอยยิ้มโง่ๆ ที่หลอกตัวเองออกแล้วร้องไห้ออกมา”

“...แล้วเขาพูดว่าอะไร” หญิงสาวรู้ดีว่าตอนนี้ก็ไม่มีคำพูดใดแล้วที่จะรั้งหัวใจผู้ชายตรงหน้าเอาไว้ได้ เธอจึงทำได้เพียงแค่เช็ดน้ำตาบนใบหน้าตัวเอง รอฟังคำพูด...ที่บางที ผู้ชายคนนี้อาจจะรอฟังจากเธอ

เพียงแต่เธอมาช้าไปและ...มีใครบางคนเห็นค่าและทะนุถนอมหัวใจเขาได้มากกว่าคนนั้นเอ่ยปากก่อน

“เขาแค่บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องฝืนแล้ว”

“...”

“บางที ตัวเราในตอนนั้นอาจจะแค่ต้องการไหล่ใครสักคนและประโยคนั้น แล้วร้องไห้ดังๆ ให้สาแก่ใจครั้งหนึ่งล่ะมั้ง”

“...”

“พอพ้นวันนั้นมา เราก็เหมือนคนที่หายป่วย มองทุกอย่างจากความเป็นจริง ไม่หลงวนอยู่แต่กลับอดีต จนมองเห็นใครคนนั้นในที่สุด”

“เพจ...มีความสุขอยู่ใช่ไหมตอนนี้”

“อืม ^^ มีความสุขสิ”

“...”

“เราเอง...ก็หวังให้เอิร์นมีความสุขเหมือนกันนะ”

“...”

“ขอบคุณสำหรับอดีตที่แสนดีนะเอิร์น...แต่ตอนนี้ เราไม่ต้องการอดีตเหล่านั้นอีกแล้ว”











พี่เขาชัดเจนแล้ววววววว มารอดูช่วงพิสูจน์ใจของพี่เพจกันนน
ฝากติดตามเช่นเคย ตอนหน้ายังคงอยู่ในห้องสมุดต่อ 555555 :) :NAVY



ออฟไลน์ tiew93

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 655
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
หมดน้ำตาไปหลายลิตร สงสารน้องคิงสุดใจ สู้นะทั้งคู่ ขอให้มีความสุขสุดๆสักที  :katai2-1:

ออฟไลน์ แม่น้องเปา

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
เป็นกำลังใจให้ทั้งพี่เพจและน้องคิงนะ...คนเขียนด้วย :กอด1:

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1129
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
พี่เพจสู้ๆ

ออฟไลน์ hoshinokoe

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
รอดดูพี่เพจทำคะแนนนนนนะคะะะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 767
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ติดตามจ้า  :L2:

ออฟไลน์ DREAM COME TRUE

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
เป็นเรื่องที่สนุกมากกกก
แอบรัก กุ๊กกิ๊ก น่ารัก จนกระทั่งหม่นๆ อึดอัด
แต่ก็ยังคงสนุกอยู่

ชอบสำนวนการแต่ง ชอบบรรยากาศ ชอบเนื้อเรื่อง
สนุกมากๆครับ

ออฟไลน์ xxSunShinexx

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ถ้าคิงไม่มั่นใจยกพี่เพจให้เราก็ได้ ท่ดๆ//โดนคิงถีบ
น้องคิงเอ้ยยย แค่ผิดหวังครั้งเดียวก็เป็นแบบนี้แล้ว เราไม่ได้อะไรแต่ขัดใจที่มันยังไม่happyทั้งๆที่ปมก็คลายแล้ว ฮ่าาาา

ออฟไลน์ KarmaNavy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
กฎข้อที่ 16 อย่าหายไป
ยังไงก็แล้วแต่
ความรักที่ดีก็ยังคงเป็นความรักที่ดีเสมอ








ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านั้น

“ได้ไปดูหรือยังคิง ว่าฝึกงานช่วงปิดเทอมครั้งนี้ได้ไปฝึกที่ไหน”

ผมเงยหน้าขึ้นจากรายงานที่ต้องส่งในวันนี้ขึ้นตอบ “ยังอ่ะ แต่เดี๋ยวเช็กรายงานแล้วจะดู ที่ไหนอ่ะ?”

“ตึกคณะเลย น่าจะชั้นสี่นะ หน้าห้องอาจารย์อ่ะ”

“โอเค ขอบใจนะ”

“ถ้าได้อยู่ที่เดียวกันก็ดีเนอะ”

ผมหัวเราะเบาๆ และพยักหน้ารับ เพราะคิดไม่ต่างกัน การที่ต้องไปฝึกงานครั้งแรกในต่างถิ่นโดยไม่มีเพื่อนสักคน มันฟังดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้สำหรับผม อย่างน้อยๆ ก็ขอให้แต้มบุญของตัวเองยังเหลือมากพอที่จะไม่ถูกส่งไปที่แปลกๆ ล่ะนะ -_-;

หลังจากเช็กเรียบร้อยว่ารายงานไม่มีจุดไนผิดลาดแล้ว ผมก็ส่งมันไปรวมกับกลุ่มเพื่อน แล้วเดินออกจากห้องเรียนเลกเชอร์เพื่อไปยังหน้าห้องอาจารย์ที่ติดประกาศบอกสถานที่ฝึกงานของพวกผม ที่บริเวณบอร์ดเต็มไปด้วยบรรดานักศึกษาคณะเดียวกันหลายๆ ชั้นปี เสียงพูดคุยนี่ดังไปจนถึงหน้าลิฟต์นู่นแน่ะ ใช้เวลาแหวกกลุ่มคนอยู่ครู่ใหญ่ ผมก็เข้ามาถึงด้านหน้าได้เสียที

“ได้ที่ไหนอ่ะคิง”

“ยังไม่เห็นชื่อตัวเองเลย”
“อ๊ะ เราไปได้ที่ศูนย์ B มีบีมด้วยอีกคน”

“เรา...” ผมชี้ไล่รายชื่อกระทั่งหยุดที่หน้าชื่อตัวเอง “...ที่ศูนย์ H “

“โห ต่างจังหวัดป่ะ ไกลเลยดิทีนี้”

ผมยิ้มแหย อดคิดถึงค่าใช้จ่ายที่จะพุ่งพรวดไม่ได้เลย ถึงจะใช้เวลาแค่เดือนเดียว แต่นั่นหมายความว่าผมจะต้องหาที่พักสำหรับที่นั่นและจ่ายเงินค่าหอที่นี่ด้วย แย่ละ “มีเราคนเดียวเหรอไป”

“เหมือนอาจารย์จะเคยพูดนะว่าเขารับแค่ไม่กี่คน มีม.อื่นไปด้วย คงราวๆ สี่ห้าคนอ่ะ ที่ไปฝึกงานที่นั่น”

“แสดงว่าม.เรา ปีนี้มีแค่เราที่ไป?”

นิ่ม เพื่อนที่มาดูประกาศด้วยกันตบบ่าให้กำลังใจ “สู้เขานะคิง”

โอ๊ยยย ให้ตายเถอะวะ ทำไมโชคร้ายแบบนี้ TT

“คิง?”

“พี่สิงห์? มาทำอะไรอ่ะครับ”

“มาหา ‘จารย์ เราอ่ะ” พี่สิงห์ในชุดนิสิตที่ไม่เรียบร้อยเช่นเคยเดินตรงเข้ามาหา เขาชะโงกหน้าไปด้านหลังผมก่อนจะหัวเราะเบาๆ เหมือนจะเดาได้ “มาดูที่ฝึกงานอ่ะดิ”

“อืม ไปไกลเลย”

“เอาน่า ที่นี่ดีนะ พี่เคยไปมีที่พักให้ฟรีด้วย”

“จริงดิ” งั้นคงเสียแค่ค่ากินสินะ”

พี่สิงห์พยักหน้าและเล่าเรื่องการฝึกงานร่วมกับนักศึกษาจากม.อื่นให้ฟังเล็กน้อย พอเป็นแนวทางให้สำหรับผม เราพูดคุยกันแบบนั้นกระทั่งหน้าห้องอาจารย์เหลือแค่เราสองคน

“...มีอะไรหรือเปล่าพี่สิงห์” ผมหยุดพูดไปเมื่อเห็นว่าพี่สิงห์ก้มมองข้อความหรืออะไรบางอย่างในโทรศัพท์แล้วมีสีหน้าแปลกๆ เขาเงยหน้ามองผมแล้วส่ายหน้า

“กับไอ้เพจเป็นยังไงบ้าง?”

“...ก็เรื่อยๆ”

“คือยังไง?”

ผมเม้มปาก มันอายนิดๆ นะที่จะมาพูดแบบนี้ กลายเป็นว่าพี่สิงห์คล้ายจะเป็นที่ปรึกษาเรื่องหัวใจของผมกับพี่เพจไปเสียแล้ว

“ก็รอมั่นใจในตัวพี่เขาก่อนล่ะ...มั้งครับ”

“...งั้นไปฟังอะไรหน่อยไหม เผื่อจะช่วยให้มั่นใจมากขึ้น”

“ครับ?”

พี่สิงห์ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยชวน “ที่หอสมุดตอนนี้มีละครดีๆ ให้ดูด้วยล่ะ ไปดูไหม?”

“ผมไม่ชอบดูละครเท่าไหร่”

“เอาเถอะน่า”

“...”

“เชื่อพี่ได้เลยว่าละครเรื่องนี้จะทำให้เราชอบมากแน่ๆ”











และคุณ
ก็คือคนที่ดีที่สุดและพอเพียงแล้วสำหรับผมเสมอเช่นกัน










หลังจากนั้น ช่วงเวลาเดียวกับตอนที่เพจอยู่ในหอสมุด


“พี่แน่ใจนะว่าไม่ได้จงใจให้ผมมาได้ยินแบบนี้น่ะ”

เสียงหนึ่งที่ซอกตู้หนังสือขนาดใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของหอสมุดยามเย็นดังขึ้น พร้อมกับที่เสียงหัวเราะในลำคออย่างถูกใจของคนข้างกายจะดังขึ้น แล้วเจ้าของเสียงหัวเราะนั่นก็เลื่อนมือไปขยี้เส้นผมนุ่มของเด็กข้างตัวที่หน้าแดงไปหมดแล้วแต่ก็ยังทำปากเก่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรเหมือนเดิม

“ไม่ได้ตั้งใจ ...จริงๆ นะ”

“เหมือนนัดกันมาเลยชัดๆ”

“ไม่ได้นัด เอ้า ไปดูเลยก็ได้ พี่โทรหา นัดไลน์ ส่งแชทอะไรไหม ไม่มี๊!”

เมื่อช่วงเย็นตอนที่เขาเลิกเรียน ยืนคุยกันที่หน้าห้องพักอาจารย์อยู่ดีๆ  จู่ๆ พี่สิงห์ก็ชวนเขาให้ไปที่หอสมุด โดยไม่บอกก่อนว่ามีเรื่องอะไร (บอกว่าจะชวนมาดูละคร เขายังงงว่าละครอะไรจะมาฉายที่หอสมุดวะ -*-) มาถึงก็ลากเขามายังโซนนี้แล้วให้รอ ซึ่งก็ยังไม่บอกอยู่ดีนั่นล่ะว่ารออะไร จนเมื่อเห็นพี่เพจและเธอคนนั้น เขาจึงเข้าใจจุดประสงค์ของพี่สิงห์ ยิ่งได้ยินคำพูดของพี่เพจที่หมายถึงตน...ทันทีที่นึกถึงแก้มของเขาก็แดงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เขาไม่ได้คิดหรอกว่าการกระทำของเขายิ่งใหญ่พอจะเปลี่ยนใครสักคนหรือไม่

เขาเพียงแค่อยากดูแลหัวใจของคนท่เขารักเท่านั้น

แค่อยากจะอยู่ข้างๆ แบบนั้นเท่านั้นเองจริงๆ

คิงเหล่มองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมองรุ่นพี่ที่ตนมักจะจดจำได้จากท่าทางเฉยชาไม่สนโลก มากกว่าใบหน้าที่มีรอยยิ้มแย้มเช่นนี้ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปเมื่อได้เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาและเขาจำได้ดีว่า ในหอสมุดโซนนี้นั้น นอกจากพวกเขาที่ทำตัวเป็นกาฝากติดตู้หนังสือเช่นนี้ ก็มีเพียงพี่เพจเท่านั้น ใจจึงอดตื่นเต้นไม่ได้

“ออกไปสิ”

“ไม่เอา จะให้คิงออกไปทำไม”

“เถอะน่า!”

เฮ้ย!!!

โครม!!!

“ไอ้พี่สิงห์!! ฟหกดเสวงวบลำดบื -O-... พี่เพจ” ท้ายเสียงของคิงอ่อนลงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคนที่เขาแอบดูและแอบฟังอย่างถือวสาสะคนนั้นกำลังนั่งลงยองๆ มองเขาพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดูอยู่

“มาทำอะไรตรงนี้น่ะคิง”

“ผม...แค่ตามพี่สิงห์มา” แต่พอหันไปหาตัวต้นเหตุ เขาก็พบเพียงความว่างเปล่า นั่นคนหรือหนู! ไวชิบเป๋ง!!

“อ่า...เพื่อนพี่เขาหลอกผมมา จริงๆ นะ”

“อืม พี่เชื่อ แต่เย็นขนาดนี้แล้วกลับหอกันเถอะ พี่จะไปหาเราพอดี”

เพจว่าพร้อมกับยื่นมือเหมือนอยากจะจูงมือ แต่นึกได้ว่าตอนนี้พวกเขายังอยู่ในช่วงที่เหมือนกับช่วงทดลองก่อนจะคบกัน การจับมือคงเร็วไปละมั้ง มือที่ยื่นไปจึงชักกลับมาลูบหลังคอตัวเองเก้อๆ

คิงมองการกระทำและความคิดของเพจออกทั้งหมด เขาจึงยิ้ม

“ผมได้ยินนะ”

“หืม?”

“ที่พี่พูดเมื่อกี้น่ะ”

“...แล้วว่ายังไง พี่พอจะได้คะแนนความน่าไว้วางใจเท่าไหร่จากเรา” แม้จะรู้สึกอายนิดหน่อย เพราะจำได้ว่าเขาพูดเรื่องน่าอายนิดๆ ทว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเขากลับไม่รู้อายเลยสักนิด มีแต่อยากจะพูดให้เข้าใจ โชคดีที่แม้จะดูเหมือนพูดด้วยยาก แต่สุดท้ายเอิร์นก็ยอมเข้าใจแต่โดยดีในที่สุด

“อืม เท่าไหร่ดีละ”

“เต็มร้อยให้เท่าไหร่”

คิงอ้าปากจะตอบ แต่แล้วก็เหมือนคิดอะไรได้ ใบหน้าจึงแดงเรื่อก่อนจะตอบเสียงค่อย

“หนึ่งคะแนน”

“อะไรกัน! แค่คะแนนเดียวจริงอ่ะ”

“ก็...ผมไม่ได้อยากให้คะแนนมันเต็มนี่”

“...”

ดวงตาขลาดอายค่อยๆ เงยสบกับคนตรงหน้า “พี่พูดเองว่าจะลองมาแอบรักผมใช่มั้ยล่ะ ผมก็แค่อยากจะรู้สึกแบบนั้นไปนานๆ อีกหน่อยเท่านั้นเอง”

“...”

“ผมอยากแอบยิ้มทำเหมือนไม่รู้ตัวตอนที่พี่แอบมองผม อยากจะรู้สึกไม่เหงาเวลาที่เงยหน้าขึ้นแล้วมีพี่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้า อยากจะรู้สึกอุ่นใจที่มีใครสักคนคอยเดินกลับห้องด้วยกัน”

“...”

“อยากจะ...รู้สึกอบอุ่น เวลามีใครสักคนคอยฟังเสียงประตูห้องเราปิด ใครคนที่รอให้เรากลับมา...ให้นานๆ เท่านั้นเอง”

“...เจ้าเล่ห์นักนะเราน่ะ” แม้จะรู้สึกล้นไปด้วยความอบอุ่นในใจที่ไหลบ่า แต่ส่วนหนึ่งในใจเขาก็นึกเสียใจที่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรับรู้ถึงเรื่องราวเหล่านี้ที่คิงทำให้เขาเลยแม้แต่น้อย

แต่เขายังมีโอกาสที่จะทำแบบนั้น...คอยเคียงข้างอีกคนบ้าง

คิงทำเพียงแค่ยิ้มเขินๆ ยอมรับคำพูดนั้นที่เพจกล่าวโดยปริยาย ก็...เจ้าเล่ห์จริงๆ นั่นล่ะ

“แสดงว่า จนกว่าจะได้ร้อยคะแนน พี่ต้องห้ามหายไปจากสายตาเราสินะ”

“อืม”

“ต้องใกล้แค่ไหนล่ะ?” เพจถาม ก้าวเท้าซ้ายหนึ่งก้าวเข้ามาหา “เท่านี้?”

“...” คิงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปอีก เมื่อใบหน้าที่ตนนั้นเฝ้าหลงรักเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ความรู้สึกที่หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงในอกนี้ ช่างยากที่จะรับมือเสียทุกครั้งเลยให้ตายสิ!

เพจกลั้นยิ้มแล้วก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว “เท่านี้”

ต่อมาเขาเลื่อนมือประคองแก้มทั้งสองข้างที่ร้อนจนเรารู้สึกได้ “หรือเท่านี้ดี?”

“...พอแล้ว”

“เอ พี่ว่ามันยังไม่พอนะ”

“พี่เพจ!”

“พี่ว่า...ใกล้เท่านี้ดีที่สุดแล้วล่ะ”

ร่างของทั้งสองคนถูกซ่อนอยู่หลังตู้หนังสือจนมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น จะเห็นก็เพียงแต่เงาของคนที่สูงกว่าค่อยๆ ก้มลงกระทั่งส่วนปลายของเงาทั้งคู่เชื่อมกันในที่สุดเท่านั้นเอง














“พี่เอิร์นละครับ”

“ได้เอกสารครบแล้ว เขาก็ต้องกลับไปเรียนสิ อีกอย่าง...เขาเองก็มีคนรอให้กลับไปอยู่ด้วย”

“...หมายถึงแฟนใหม่ของพี่เอิร์นน่ะเหรอครับ”

“อืม ที่จริงพวกเขากำลังทะเลาะกัน แล้วเอิร์นเขานึกอยากจะประชดขึ้นมา เลยฉวยโอกาสตอนกลับมานี่กลับมาหาพี่ ให้แฟนเขาหึง”

“แล้วได้ผลไหม?” เพจหัวเราะแล้วยีหัวคนข้างๆ ตอนนี้พวกเขากำลังเดินกลับหอด้วยกันอยู่ แสงสีส้มยามเย็นอาบไล้ใบหน้าที่เขาคิดถึงได้อยู่ทุกวี่ทุกวันได้ไม่รู้เบื่อ ดูแปลกตาแต่ก็ยังน่ามองเหมือนเดิม

“ไม่น่ามั้ง เหมือนเขาสองคนก็รู้ใจตัวเองกันดีอยู่แล้ว ประชดไปก็ไม่ได้ทำให้เลิกรักเสียหน่อยนี่นะ”

“เหรอ”

“เหมือนเราน่ะแหละ ฟังผิดหูไปหน่อยก็ประชดซะใหญ่โต ดูดิ๊ พี่เลยต้องมาคอยตามเอาใจเราแทนเลย”

แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดเล่นแต่เขาก็อดน้อยใจไม่ได้ “ผมไม่ได้ขอ”

“รอไม่ได้ก็ไปเลยไป๊!”

“เฮ้ย พี่ล้อเล่นเฉยๆ”

“...”

“โกรธจริงดิ” แม้จะแอบหวั่นๆ ที่ปากพาซวย แต่เพจก็ค่อนข้างมั่นใจในเสน่ห์ (?) ที่ตัวเองมีต่อเด็กคนนี้ไม่น้อย จึงฉวยโอกาสที่คนข้างกายเอาแต่งอนตุ๊บป่องสะบัดหน้าหนีไม่ยอมมองหน้ากัน โถมเข้ากอดจากด้านข้าง โอบจนร่างที่เล็กกว่าไม่เท่าไหร่นั่นแทบจะจมมิดไปในอ้อมกอดของเขา คิงร้องโวยวาย เต็มไปด้วยความโมโหและอายไม่ใช่น้อย จริงอยู่ที่ในสายตาคนอื่นอาจจะเป็นการหยอกล้อธรรมดาของเพื่อนผู้ชาย แต่ในใจพวกเขาต่างรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่นั้นนี่นา การทำแบบนี้ในที่สาธารณะน่าอายน้อยเสียเมื่อไหร่กันล่ะ!

“พี่เพจ! ไม่เล่นนะ”

“แล้วใครว่าพี่กำลังเล่นละ หายโกรธพี่เถอะนะ”

“ฮึ!”

เพจยิ้มออกมาบางๆ จะหายไม่หาย เขาก็ได้กำไรอยู่ดีนี่นะ จึงเพิ่มแรงกอดยิ่งขึ้น

“จะหายไหม ไม่หายก็กอดแบบนี้จนกว่าจะถึงหอเลย!”

“ไอ้พี่เพจ บ้า! ปล่อยผมนะ”

“บ้าก็ยอม เอ้า! พูดออกมาสิว่าหายโกรธแล้ว”

“หายแล้ว หายแล้วก็ได้ ปล่อยก่อนนะ นะๆๆ”

“ก็แค่เนี้ย” เพจพูดด้วยน้ำเสียงยานคางที่แสนจะกวนประสาท ไม่มองใบหน้าบึ้งตึงที่เจือสีแดงเรื่อของความอายของเด็กที่ตนเพิ่งแกล้ง กลับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉวยโอกาสลักหอมได้หนึ่งครั้ง ก่อนจะวิ่งหนีไปทั้งเสียงหัวเราะ ยิ่งได้ยินเสียงก่นด่าและฝีเท้าที่วิ่งตามหลังมา เสียงหัวเราะก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาเหล่าบรรดานิสิตนักศึกษาหรือคนทั่วไปที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นอดมองตามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่เห็นก็มีแต่นักศึกษาสองคนวิ่งไล่กันไปมาเหมือนกับเด็กๆ ก่อนที่คนที่ตัวโตกว่าจะเลื่อนมือไปโอบคอคนที่ตัวเตี้ยกว่า รั้งเดินไปยังเส้นทางสายเดิมที่ตั้งใจจะเดิน เสียงทะเลาะค่อยๆ เบาลงจนกระทั่งหายไปในที่สุด

ก่อนที่เงาร่างของทั้งสองคนจะหายไปจากความสนใจของกลุ่มคน คล้ายจะมีใครบางคนเห็นรอยยิ้มที่ไม่หายไปใบหน้าของคนที่ใช้กำลังโอบอีกคนและอาการยอมลงเอนซบไหล่อีกฝ่ายของคนที่เตี้ยกว่า

สุดท้าย คนที่ชอบมากกว่าจะเป็นฝ่ายแพ้ คิงเคยได้ยินแบบนี้

แต่ตอนนี้ เขารู้แค่...พวกเขาต่างคนต่างแพ้...หรืออาจจะแค่อยากยอมแพ้ให้อีกคนชนะไปเท่านั้นเอง :)













หลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาของคนมีคู่ 555555 คิงจะไปฝึกงานแล้ว พี่เพจก็จะมีงานทำ จะเจอกับอะไรไหมน้อออ -.-
ฝากติดตามเช่นเคยค่ะ ขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้ลงนะคะ ไปวัดมาค่ะ 5555
เจอกันตอนหน้าค่ะ  :) : NAVY
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-07-2017 16:47:35 โดย KarmaNavy »

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 840
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
หลังจากดราม่ามาสักพัก จะหวานแล้วใช่ม้ายยยย เย่

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-7
รอช่วงเวลาคนมีคู่ค่ะ  :mew1:

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1129
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
รอคนเป็นแฟนกันค่ะ

ออฟไลน์ hoshinokoe

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
พี่เพจสู้ๆจ้าาาาา.
ละมุนๆดีๆ

ออฟไลน์ Readyaoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
พึ่งตามอ่านทัน(นานไปไหม??) เรื่องนี้ทำให้เราร้องไห้หนักมาก ตาบวมเลย บรรยายดีมากอ่ะ ความรู้สึกเดียวกับที่เราแอบชอบใครสักคนเลย ตอนต่อๆไปหวานกันแล้วช่ายม้ายเนี้ยยย จะได้ไม่ต้องเตรียมน้ำแข็ง :mew4:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด