°•°•°Hidden Wood°•°•°•[เส้นผมบังใจเขา] #แอบลักษณ์ อัพบทที่28 22/6/60
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: °•°•°Hidden Wood°•°•°•[เส้นผมบังใจเขา] #แอบลักษณ์ อัพบทที่28 22/6/60  (อ่าน 85291 ครั้ง)

ออฟไลน์ Chise

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 449
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
อ่านตอนนี้แล้วอยากเปลี่ยนข้างทันที(โลเลมาก) สงสารลักษณ์
ไวท์ดูทำใจได้ ดูชอบนิวไปแล้ว ดูไม่แคร์ลักษณ์เหมือนเดิม
ในขณะที่ลักษณ์เพิ่งรู้ใจตัวเอง
เจ็บปวดแทน อินมากกก :hao5:

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
เปลี่ยนใจง่ายเหมือนเปลี่ยนกางเกงใน#ไวน์

ออฟไลน์ appattap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ทีมพี่รามแล้วกัน แอบหมั่นไส้ไวน์หน่อยๆ
ลักษณ์ไม่ได้เสียใจคนเดียวหรอก เราคนอ่านก็เสียใจจจจจ


ออฟไลน์ mareya.no7

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 560
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
เราเข้าใจไวน์นะ คนเราเมื่อมันเจ็บมากๆ มันจะถึงจุดๆ หนึ่ง จุดที่หยุดความรู้สึกทุกอย่าง แล้วกลไกในการรักษาตัวจะเริ่มขึ้นเอง และเมื่อเวลาผ่านกฎแห่งการแทนที่จะเริ่มมีผล เราจะมองหาบางสิ่งเพื่อทดแทน.. (ขอบอกว่าช่วงเวลาอ่อนแอนี่แหละ คนที่เข้ามาช่วยเยียวยามีอิทธิพลที่สุด) ไม่ใช่ว่าไวน์ไม่รักลักษณ์จริง แต่คนเราทุกคนมันมีขีดจำกัด ไม่มีใครทนเจ็บซ้ำๆ ซากๆ ได้หรอก

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่ 18

An eye for an eye, and a tooth for a tooth.

 

 

 

 

 

 

            ลักษณ์ใช้ปากกาลูกลื่นขีดฆ่าวันที่บนปฏิทินตั้งโต๊ะ  หมดไปอีกหนึ่งวันสำหรับการเตรียมตัวสอบกลางภาค....เหลืออีกไม่ถึงอาทิตย์ เขายังอ่านได้ไม่ถึงไหนเลย

            หยิบหนังสือเคมีขึ้นมาเปิดกางออก  ลงมือทำโจทย์อีกรอบพลางเปิดเทียบเนื้อหากับข้อสอบเก่า  เขาอยากจะยกเท้าขึ้นเกาหัว  ทำไมโจทย์พวกนี้ไม่เห็นเหมือนที่อาจารย์สอนในห้องเรียนเลยล่ะ  หรือว่าตอนที่อาจารย์สอนเขาจะมัวนั่งเหม่ออยู่

            ...ถ้ามีคนมาช่วยติวให้ก็คงดี

            ใบหน้าของคนๆหนึ่งผุดขึ้นในความคิด  ลักษณ์รีบสั่นศีรษะไล่ความคิดนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว  เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเพื่อนในกลุ่ม

            แซม เบียร์ เต้ก็กำลังประสบปัญหาเดียวกัน  ไม่มีใครสามารถช่วยใครได้  ถ้ามาติวกันเองก็คงเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม  แซมเลยเสนอไอเดียให้เพื่อนในคณะฯไม่ก็เพื่อนคณะฯอื่นมาช่วยติวให้แทน  ใครเล่าจะมีภาษีดีไปกว่าเพื่อนคณะแพทย์และทันตะ

            “ไอ้ไวน์เพื่อนมึงไงลักษณ์  ลองถามมันดูสิ  มันเทพไม่ใช่เหรอ”  แซมเปิดประเด็น หันมาทางเขาทันทีที่เรามาพร้อมหน้าพร้อมตากันที่มหาวิทยาลัยในวันถัดมา  แต่ละคนใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าคืนชีพ  เพราะไม่ใช่วิชาเคมีเท่านั้นที่อาการน่าเป็นห่วง  ยังมีเลข ชีวะ ฟิสิกส์ อังกฤษ ฯลฯ  ที่อาการร่อแร่ไม่แพ้กัน

            ลักษณ์ลอบถอนหายใจนิดหนึ่ง ตอบเพื่อนกลับไปเรียบๆ

            “ช่วงนี้มันไม่ว่าง  หาคนอื่นเถอะ”

          “อ่าวหรอ  งั้นใครดีล่ะ  เพลินตาไงเพลินตา  เราว่าเพลินตาต้องช่วยได้แน่ๆ”  แซมพูดขึ้นมาอีก

            “เกรงใจเค้ามั้ย  เราว่าหาคนในคณะฯดีกว่า ที่เก่งๆเยอะแยะ  เพื่อนของวิปไงลักษณ์  คนที่สวมแว่นตาอ่ะ”  เบียร์เสนอขึ้นมาบ้าง

            “คนไหนวะ  กูเห็นสวมแว่นกันทั้งกลุ่ม”

            “คนที่ชื่อมัดหมี่อ่ะ  ที่คราวที่แล้วท้อปควิซเคมีไง  จำได้มั้ย”

            เบียร์พยายามอธิบาย  แต่เพราะพยายามมากไปเพื่อนก็เลยจับได้ว่ามีความในใจซ่อนอยู่เข้า  พอโดนคาดคั้นหนักๆ เบียร์ก็รับสารภาพแบบจ๋อยๆว่าสนใจสาวมัดหมี่แสนเรียบร้อยอยู่

            “กูว่าแล้วไง...”  แซมลากเสียงยาว  “ซื้อหวยทำไมไม่ถูกบ้าง....ฮ่าๆ  เอางี้สิ  เราก็ชวนกลุ่มนั้นทั้งกลุ่มมานั่งติวกัน  ถือเป็นการกระชับรัก เอ๊ย  กระชับมิตร  สานสัมพันธ์เพื่อนในคณะด้วย  ดีมั้ยๆ  ไอ้ลักษณ์ก็จะได้มีโอกาสทำคะแนนกับวิปด้วย  พักหลังๆนี่ดูเงียบๆไปนี่หว่า  หรือว่าวิปปฏิเสธมึงไปแล้ววะลักษณ์”

          “เปล่า  ...พักนี้ยุ่งๆน่ะ”  ลักษณ์ตอบเลี่ยงๆ  เขายังไม่ได้เล่าให้ใครฟังทั้งนั้น  และตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่เล่าด้วย

            “งั้นตกลงตามนี้ดีมั้ย  ยังไงกลุ่มนั้นก็เทพทั้งกลุ่มอยู่แล้ว  พวกเรามีแต่ได้กับได้”

          “ว่าแต่เค้าจะยอมมาติวให้พวกเราหรอวะ”  เต้ถามขึ้นเบาๆ  ทำเอาทั้งกลุ่มหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก 

            สุดท้ายก็กรรมก็ตกลงที่ลักษณ์ผู้ที่สนิทกับสาวๆกลุ่มนั้นมากที่สุด  ลักษณ์รอจนเลิกเรียนคาบสุดท้ายจึงค่อยๆเข้าไปเลียบๆเคียงทักวิป  ส่งยิ้มนำทัพไปก่อน...รู้ดีว่าเธอคงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เขาหายหน้าหายตาไปเกือบอาทิตย์  จะทำไงได้   ก็เขาไม่มีอารมณ์จะพูดคุยหรือส่งข้อความกับใครทั้งนั้น

            “อ่า..วิป  จะกลับแล้วเหรอ”   เธอหันมามอง  แล้วก้มลงเก็บของ

            “อืม  เดี๋ยวแม่มารับแล้ว....ลักษณ์มีอะไรหรือเปล่า?”   ท่าทางของเธออ่อนลงนิดหน่อยเมื่อเห็นเขาทำท่าจะมาง้อก่อน

            “ตอนแรกเราจะมาชวนไปกินข้าวน่ะ   คือ...จะขอโทษที่ช่วงนี้...ง่า...หายๆไป  คือมันใกล้สอบแล้วที่บ้านลักษณ์ก็ยุ่งมากๆ”

          “ไม่เป็นไรหรอก  เราเข้าใจ”  วิปตอบกลับมา  ยกกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่  เพื่อนๆของเธอเก็บของกันเสร็จหมดแล้วเช่นกัน

            “เดี๋ยวก่อนๆ  คืออย่างนี้  พวกวิปสนใจจะมาติวเคมีกับพวกเรามั้ย”

          “ติวเหรอ?”

          “ใช่ๆ  พอดีไอ้แซมได้แนวข้อสอบจากรุ่นพี่มา  เผื่อว่าพวกวิปจะสนใจ...”

          “โพยข้อสอบหรอ”   เสียงถามอย่างตื่นเต้นดังขึ้นจากเพื่อนของเธอที่ชื่อเตย

            “ไม่เชิง   เป็นแนวข้อสอบเก่าอ่ะ   คือ...พวกเราลองทำดูบางส่วนแล้วไม่รู้ว่าถูกมั้ย เพราะไม่มีเฉลย  เลยอยากให้พวกเธอมาช่วยกันทำด้วย  หลายๆหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว  คำตอบออกมาจะได้ถูกที่สุดไง”  ลักษณ์ใจมาเป็นกองเมื่อเห็นเพื่อนๆของเธอเริ่มสนใจ

            ใช้เวลาโน้มน้าวอีกนิดหน่อย  มัดหมี่คนที่ไอ้เบียร์เล็งเอาไว้และก็เป็นคนที่เรียนเก่งที่สุดในกลุ่มก็ตกลงเห็นด้วย  ลักษณ์เลยจัดการนัดหมายเวลาเป็นวันเสาร์สุดสัปดาห์นี้ที่คณะฯ

            วิปโบกมือให้เขานิดนึง  เธอคงยกโทษให้เขาแล้ว...ลักษณ์ยิ้มออกมา  ยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์ว่าจะโทรไปหาคืนนี้   เธอพยักหน้ารับ

            “เยี่ยมมากครับเพื่อนลักษณ์  ที่นี่เคมีก็ปล่อยไว้ก่อน  ยังเหลืออีกหลายวิชานัก  เฮ้อ...”

            เพราะเป็นช่วงใกล้สอบ  มหาวิทยาลัยก็เลยเงียบกว่าปกติ  มองไปทางไหนก็มีแต่นักศึกษานั่งจับกลุ่มอ่านหนังสือกันตามโต๊ะใต้ต้นไม้บ้าง  ตามห้องสมุดบ้าง  กลุ่มลักษณ์ใช้โรงอาหารเพราะสามารถส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวสายตาของใคร  แถมยังมีร้านขายขนม-น้ำรอบด้านให้พักเติมกำลังระหว่างอ่านได้อีกต่างหาก

            “ยากฉิบหาย  กูไม่ไหวแล้วนะโว้ย”  แซมพูดเสียงดัง ยกมือขึ้นบิดขี้เกียจสุดแขน   ลักษณ์เงยหน้าขึ้นพักสายตาจากหนังสือเช่นกัน   พวกเขาอ่านกันมาอย่างคร่ำเคร่งตั้งแต่บ่ายกว่าๆ  มาตอนนี้ก็เกือบสี่โมงเย็นแล้ว  เรียกว่าเป็นการใช้เวลาคาบบ่ายที่ว่างได้คุ้มค่าที่สุดตั้งแต่เปิดเรียนมา

            “ไปเดินเล่นหน่อยมั้ย”  ลักษณ์เสนอ  เดินเล่นของเขาความหมายคือ  เดินไปซื้ออะไรมากินรองท้องนั่นแหละ ไม่ได้เดินไปไหนไกลเลย

            “ดีเหมือนกัน  ชักหิว”  เบียร์เห็นด้วย

            “มึงเพิ่งกินเปาะเปี๊ยะทอดไปสองจาน ยังหิวอีกเหรอวะ”  เต้ขัดคอ   ยกน้ำแดงขึ้นดูด

            “ระบบเผาผลาญกูดีโว้ย”

          “ถ้าดีจริงก็ต้องผอมสิวะ  ดูไอ้ลักษณ์มันโน่น  มันกินเยอะนะแต่ไม่อ้วนเลย”  เต้หันไปทางเพื่อนที่นั่งข้างๆ  ลักษณ์หัวเราะยกมือขึ้นทาบเอวของตัวเอง

            “กูหุ่นงี้มาตั้งแต่อนุบาลแล้ว  ตอนเด็กๆป้าเคยบอกว่ากูมีพยาธิ  ต้องกินยาถ่ายทุกหกเดือน”

            “นั่นไง กูว่าแล้วว่ามึงต้องมีพยาธิแน่ๆ  เคยดูในคลิปนะ  หมอที่จีนเค้าผ่าไส้เอาพยาธิออกมาเต็มชามเลย....ตัวแบนๆเหมือนก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่มึงกินตอนเที่ยงเลยแซม”  คนพูดหัวเราะร่วน

          “หยุดเลยนะ  พูดเรื่องอะไรไร้สาระว่ะ   มาคุยเรื่องที่มันจรรโลงใจหน่อยเหอะ...สอบเสร็จแล้วไปเที่ยวไหนดี”  แซมเปิดประเด็นเรื่องนี้อีกรอบ  มันพยายามพูดมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่เดือนก่อน   “ได้หยุดต่อกันสี่วันเลยนะเว้ย   มันต้องไปเที่ยวดิวะ”

          “ไปทะเล  กูอยากไป”

          “ไปหน้าฝนเนี่ยนะ  ไม่เอาหรอก”  เต้ส่ายหน้า  หันไปทางลักษณ์  “ลักษณ์ว่าไง  อยากไปที่ไหน”

          “กู...เอ่อ...ต้องไปสำรวจโรงเรียนกับกลุ่มสังคมฯว่ะ”  ลักษณ์พูดขึ้นมา   เกรซเพื่อนทันตะที่เป็นรองประธานกลุ่มเป็นคนโทรมาบอกเขาเองเมื่อวันก่อน   ถึงแผนที่จะไปสำรวจหาโรงเรียนที่เหมาะสมจะเข้าไปทำโครงงาน  ความจริงเขาไม่อยากไปเลยสักนิด  แค่คิดว่าต้องเห็นหน้าไอ้ไวน์ตลอดสี่วันเขาก็อยากจะบ้าตายแล้ว

            จะไม่ไปก็ไม่ได้  ในเมื่อเขาเป็นสมาชิกในกลุ่ม  แถมยังเป็นเลขาฯด้วย...

            “เห้ย  โครงงานมันทำยาวถึงเทอมหน้าเลยไม่ใช่เหรอวะ  ทำไมรีบจัง   ทำเรื่องอะไรเนี่ย”  เพื่อนสงสัย  ลักษณ์เลยเล่าให้ฟังคร่าวๆถึงโครงงานของกลุ่มตัวเอง  คนฟังทำหน้าทึ่งเล็กน้อย

            “โห  ลงทุนมาก  ดูจริงจังดี  ของกลุ่มกูทำอะไรรู้ป่ะ  หนังสือทำมือจ้า  ง่ายๆไม่ต้องไปไหน  ไม่มีใครคาดหวังกับเกรด   เพราะเกือบครึ่งนึงเป็นวิทย์กีฬา  อีกครึ่งเป็นดนตรี   ประธานเป็นวิศวะ  ตอนประชุมนี่โคตรมันส์  นั่งเดาะบอลไปด้วย  มีคนสีไวโอลินไปด้วย”  แซมเล่าอย่างครื้นเครง

            เพื่อนคนอื่นเลยเล่าขึ้นมาบ้าง  กลุ่มของเต้จะปรับปรุงห้องน้ำโรงเรียนเหมือนกัน   แต่ยังไม่มีใครอยากจะเริ่มงานตอนนี้  ส่วนของเบียร์ยังเลือกหัวข้อไม่ได้

            “เอช้วนทั้งกลุ่มแน่มึง  แต่กูยอมว่ะ   สังคมฯจะได้อะไรก็ช่างแม่งเหอะ”  แซมพูด  ยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบาๆแทนการปลอบใจ  “แล้วเค้าจะไปที่ไหนกันล่ะ  เผื่อพวกกูยกโขยงไปด้วย  หลายๆคนสนุกดี”

          “ยังไม่รู้เลย  เห็นว่าจะบอกอีกทีหลังสอบเสร็จ  ตอนนี้ทุกคนเตรียมสอบกันอยู่”  ลักษณ์บอก  รู้สึกห่อเหี่ยวกว่าเดิม

            หรือว่าเขาจะแกล้งไม่สบาย  ไปไม่ไหวดีวะ....จะมีใครเชื่อมั้ย

            ลักษณ์ตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน  เพราะยังมีสอบกลางภาคแสนดุเดือดรออยู่เบื้องหน้า

            ...

            ชายหญิงที่เดินเคียงข้างกันออกมาจากมหาวิทยาลัย  ดูๆไปแล้วมีความเหมาะสมกันอยู่มาก  ถ้าไม่ติดว่าส่วนสูงของฝ่ายชายจะน้อยไปสักนิดหนึ่ง

            ลักษณ์มองเงาของเขากับวิปที่ทอดยาวไปบนพื้นถนนด้านหน้าของมหาลัย  เงาสองเงาเคียงคู่กัน...มันเคยเป็นความฝันของเขาเมื่อนานมาแล้ว  ที่อยากจะมีใครสักคนมาเดินข้างๆ เติมเต็มที่ว่างๆข้างตัวเขา

            ครั้นพอมีเข้าจริงๆ  มันกลับไม่ยักรู้สึก ‘เต็ม’ เหมือนที่เคยจินตนาการเอาไว้

            “วันนี้ขอบคุณลักษณ์มากเลยนะที่ชวนมาติว  สนุกมากเลยอ่ะ”  วิปกอดหนังสือหลายเล่มเอาไว้แนบอก  สองแก้มแดงปลั่งเพราะความร้อนจากไอถนนที่ระเหยขึ้นมาและแสงแดดยามเย็น

            “ต้องขอบคุณพวกวิปมากกว่าที่มาช่วยกัน ถ้าไม่ได้พวกเธอ เราก็ไม่รู้ว่าจะทำโจทย์พวกนั้นยังไง”  ลักษณ์พูด ยกมือขึ้นเกาจมูกแก้เก้อ   กลุ่มวิปไม่โกรธที่พวกเขาไม่รู้เรื่องเลยแถมเต็มใจสอนให้ใหม่ก็ดีแค่ไหนแล้ว

            “รู้มั้ยว่าใครอยากมามากที่สุด”  วิปถาม เหลือบมองมาทางเขาแวบหนึ่ง

            “ใครหรอ  วิปหรือเปล่า”

          “ลักษณ์คิดว่าใช่มั้ยล่ะ”   เธอย้อนกลับมา

            “อาจจะใช่นะ....ก็วิปอยากเจอลักษณ์ไม่ใช่หรอ”

          “ใครบอก...ลักษณ์นี่หลงตัวเองชะมัด”

          “หลงตัวเองยังน้อยกว่าที่หลงเธอนะ”   ลักษณ์อยากยกมือตบปากตัวเองเหมือนกันที่เผลอต่อปากต่อคำออกไปโดยไม่ตั้งใจ

            “โอ๊ย  ฮ่าๆ  ลักษณ์....ไม่เอาน่า”

          “ขอโทษๆ  มันลืมตัว”

          “จีบใครบ่อยล่ะสิ”

          “เปล่า  ถ้านับแถวนี้ก็มีคนเดียว”

          วิปหัวเราะแล้วหยุดเดิน  เธอหันมามองหน้าเขา  เอียงคอมองอยู่อย่างนั้นนานพอสมควรจนลักษณ์เริ่มทำตัวไม่ถูก

            “มีอะไรติดหน้าลักษณ์หรือไง”

          “เปล่า...เราแค่สงสัยว่าลักษณ์เป็นคนยังไงกันแน่  ทำเหมือนจีบเรา แต่ก็ไม่เอาจริงสักที”  เสียงหวานใสพูดออกมาเบาๆเหมือนพูดกับตนเอง   “คุยกันแปบๆก็หายไป  แล้วก็กลับมาคุยใหม่…..เห้อ”  เธอถอนหายใจออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา  “..ลักษณ์จริงจังหรือเปล่า   บอกเราบ้าง  เราจะได้ทำตัวถูก”

          คนฟังอึ้งยืนนิ่ง  มือประสานกันแน่น  ลักษณ์นึกหาคำพูดเหมาะๆไปตอบเธอแต่กลับนึกไม่ออกซักคำเดียว  ครั้นจะตอบออกไปว่าเขาจริงจัง  อะไรบางอย่างในใจก็คอยผุดขึ้นมาเตือนตลอดว่าอย่าพูดออกไปอย่างนั้น   ได้แต่อึกอักอยู่นาน  อีกฝ่ายเลยหัวเราะขึ้นมาเบาๆ

          “หึๆ  ไม่เป็นไรหรอก  ยังไม่ต้องตอบเราก็ได้  ยังไงมันก็ต้องใช้เวลาอยู่แล้ว”  วิปพูด  ยกมือขึ้นเสยผมยาวระต้นคอกลับไปรวมไว้ด้านหลัง  “อย่าทำหน้าซีเรียสงั้นสิ  ไม่เอาน่า...”

            “วิป...”

          “ตั้งใจอ่านหนังสือล่ะ  แม่เราขับรถมานู่นแล้ว....ไปก่อนนะลักษณ์”  เธอยกมือขึ้นโบกให้เขาแล้วเดินฉับๆก้าวขึ้นรถของมารดาไป   ทิ้งให้ลักษณ์ยืนมองตามหลังท้ายรถคันนั้นอีกเหมือนเคย

            ....จริงจังกับวิปงั้นเหรอ....ลักษณ์ครุ่นคิดไปตลอดทาง  จะเป็นไปได้อย่างไรเล่าในเมื่อในหัวใจของเขายังมีใครอีกคนจับจองเป็นเจ้าของอยู่  ขนาดพยายามเอาน้ำยาล้างห้องน้ำที่แรงที่สุดบวกพลังขัดถูก็ยังขัดเอาคนๆนั้นออกไปจากหัวใจไม่ได้

            แววเศร้านิดๆในดวงตาของวิปที่เขาเห็นเพียงแวบเดียวก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นเสยผมนั้นทำให้เขาอึ้งไป  มันเบาบางแต่เขาก็มองเห็น..นี่เขากำลังทำร้ายเธออยู่หรือเปล่า 

            ถ้อยคำที่พูดหยอด ท่าทางที่คล้ายจีบคงทำให้เธอสับสน  จะทำไงได้ในเมื่อตอนแรกเขาตั้งใจจีบอีกฝ่ายจริงๆ ทว่าตอนนี้....พอจะบอกว่าไม่ได้จีบเธอแล้ว  มันก็พูดไม่ออก

            เขาเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า...

            ลักษณ์พยายามปล่อยวางเรื่องวุ่นวายต่างๆที่คอยแต่จะดึงเอาสมาธิออกไปจากเขา  เด็กหนุ่มนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบจนดึกดื่นทุกวันจนกระทั่งสัปดาห์แห่งการสอบมาถึง

            เขาเดินออกมาจากห้องสอบวิชาสุดท้ายอย่างเหนื่อยอ่อน   ปวดขมับด้านซ้ายตุบๆร้าวไปทั่วกระบอกตา   การสอบหลายๆวิชาต่อเนื่องดูดพลังงานไปเยอะมากจนไม่มีแก่ใจจะไปฉลองสอบเสร็จเอาเสียเลย

            “ลักษณ์ไปมั้ย  ร้านเดิม”  เพื่อนในคณะฯที่นัดกันจะไปฉลองต่างพูดคุยกันเสียงดังเหมือนนกแตกรัง   บ้างก็ชวนกันไปดูหนัง   บ้างก็ชวนไปเตะบอล

            ส่วนกลุ่มหล่อสัชชชชชชของเขานั้น  มีแพลนที่คิดกันเอาไว้แล้วตั้งแต่ก่อนสอบ

          “คืนนี้ยาวๆไปเว้ย  เดี๋ยวกูไปซื้อของก่อนแล้วแวะไปเจอกันที่บ้านไอ้เต้เหมือนเดิม  เอาคอมฯไปด้วยนะมึง  กูจะฉลองยันเช้าเลย   อดมาตั้งหลายคืน”

            “กูขอบาย  วันนี้ง่วงมาก  ไม่ไหวว่ะ”  ลักษณ์ไม่ขอร่วมศึกดอทเอครั้งนี้ด้วย  ไม่ว่าเพื่อนจะทักท้วงมาอย่างไร  จุดหมายของเขาวันนี้ต้องการการนอนหลับเท่านั้น   ขนาดวิปชวนไปกินขนมด้วยกัน เขายังปฏิเสธไปเลย

            ลักษณ์เดินออกมาจากมหาลัยคนเดียว  กำลังจะถึงป้ายรถเมล์ก็ได้ยินเสียงเรียกเอาไว้เสียก่อน  เป็นเสียงคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงกว่าเดิม  เขาหยุดเดินแล้วหันหน้าไปมองคนที่วิ่งตามหลังมานั้น

            “อ้อ...ไวน์   มีอะไรหรือเปล่า”  ช่วยไม่ได้เลยที่ลักษณ์จะเผลอมองหาร่างเล็กบางอีกคนที่พักหลังตัวติดกับฝ่ายนั้นเป็นตังเม

            “โทรไปไม่ติดเลย  ปิดเครื่องเหรอ”

          “แบตหมดอ่ะ   เมื่อคืนลืมชาร์ต”  เขาตอบกลับไปเรียบๆ  ไม่ยอมบอกว่าเขากดตัดสายเองแหละ...ไม่อยากรับ

            “อ้อ...แล้วนี่สอบเสร็จแล้วใช่มั้ย”  ไวน์ถาม  กวาดตามองอีกฝ่ายเร็วๆ  ลักษณ์พยักหน้า  “ไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อยดิ”

          จู่ๆอีกฝ่ายก็เอ่ยชวนอย่างรวดเร็วจนคนฟังตั้งตัวไม่ทัน   ลักษณ์กระพริบตาปริบๆ  กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ  ถามกลับไปว่า

            “แล้วทำไมไม่ไปดูกับแฟนล่ะ”

          “นิวไม่อยากดูเรื่องนี้อ่ะ  แต่กูอยากดู  ไปเป็นเพื่อนกันหน่อย  นะๆ”  ไวน์ย่อตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับสายตาของเขา  แววเว้าวอนแปลกๆในดวงตาคู่นั้นทำให้ลักษณ์ต้องเบือนหลบทันควัน  “เห็นแก่มิตรภาพวัยเยาว์ของเราสองคน”

            คนฟังบอกตัวเองว่า...ไปด้วยก็บ้าแล้ว...

            เขาคงบ้าไปแล้วจริงๆ....ลักษณ์ด่าตัวเอง  ถ้าทำได้เขาก็อยากเอาหัวโขกกำแพงดูเหมือนกัน  เผื่อจะไล่เอาลูกบ้าไร้สตินี้ออกไปจากความคิดได้บ้าง  ไม่ใช่เอาแต่เดินต่างร่างสูงใหญ่นี้ไปต้อยๆ โดยไม่คิดจะปฏิเสธ

            “เรื่องนี้ไง  น่าดูมากนะ”

          “หนังผีอีกแล้ว”  ลักษณ์ครางออกมา  มองดูแผ่นป้ายโฆษณาที่ติดเอาไว้อยู่หน้าโรงภาพยนตร์  คนเยอะทีเดียว  ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากมหาลัยของเขาที่เพิ่งสอบเสร็จกันนี่แหละ

            “เอาน่า  ดูเป็นเพื่อนหน่อย  กูอยากดูจริงๆ  ไม่มีใครอยากดูกับกูเลยลักษณ์...”  ไวน์ทอดเสียงอ่อน

            ....เอาอีกแล้ว  ลักษณ์ต้องทำเป็นหันไปมองทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าของเพื่อนสนิท  ลอบถอนหายใจยาวระบายความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก

            “เออๆ  แต่มึงต้องเลี้ยงนะ  กูไม่มีเงินแล้ว”

            “สบายมาก”  ไวน์ตอบกลับมาพร้อมกับยิ้มกว้าง

            ลักษณ์ใจเต้นแรงกว่าเดิมเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น  เขี้ยวแหลมๆรับกับลักยิ้มมุมปากทำให้ไวน์มีรอยยิ้มที่น่าหลงใหลได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ  เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่ารอยยิ้มเหมือนเด็กเกเรที่ดู ‘ร้าย’ นิดๆนั้นจะรับกับประกายตาวิบวับในดวงตาคมๆขนาดนี้

            เป็นยิ้มที่บาดตาเหลือเกิน  เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้มีสาวๆตามล้อมหน้าล้อมหนังมาตั้งแต่มัธยม  และยิ่งไม่แปลกใจที่ไม่เคยมีสาวคนไหนสังเกตเห็นเขาเลยสักคน  จะมีใครมองเห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ๆดวงอาทิตย์กันล่ะในเมื่อแสงของดวงอาทิตย์สว่างจ้าออกอย่างนั้น

            แม้แต่เขาเองก็ยังแสบตาเสียจนมองไม่เห็นตัวเองด้วยซ้ำ ...ถึงได้ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองหลงไปโคจรรอบดวงอาทิตย์ตั้งแต่เมื่อไหร่  รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นดาวเคราะห์แคระที่ถูกเตะโด่งออกมาจากระบบสุริยะเสียแล้ว

            ลักษณ์หัวเราะเบาๆให้กับความคิดนั้น   เขาเดินตามเพื่อนตัวสูงเข้าไปในโรงหนัง  คนแน่นเต็มโรงทีเดียวสมกับที่เจ้าตัวคุยไว้ว่าเป็นหนังที่น่าดูมาก

            ขยับแทรกเข้าไปในแถวที่นั่ง   ลักษณ์พึมพำขอโทษไปตลอดทางจนกระทั่งถึงที่ๆจองเอาไว้สองที่  ขนาบข้างด้วยผู้ใหญ่วัยทำงานทั้งสองข้าง

            ลักษณ์ทรุดตัวลงนั่ง  หยิบที่วางแขนมาวางกั้นเอาไว้ระหว่างเขากับไวน์  ไอ้ไวน์ไม่ได้พูดอะไรแม่ว่าปกจิเขาจะไม่เคยเอาลงมาเลยก็ตาม  เสียงโฆษณาหนังเรื่องใหม่ๆน่าดูดังขึ้นเป็นระยะแต่ว่าลักษณ์กลับไม่ได้ฟังเลย  เพราะมัวแต่ก้มหน้าขยับตัวทุกครั้งที่แขนของไวน์มาโดนตัวเข้า

            “นั่งไม่สบายเหรอ  เอาไอ้นี่ขึ้นสิ”  ไวน์พูด  เคาะที่วางแขนเบาๆ  ลักษณ์ส่ายหน้า  รีบเอาขวดน้ำของตัวเองมาวางเอาไว้ในช่อง

            “จะวางน้ำ”  เขาตอบกลับไป  หันไปใส่ใจตัวอย่างภาพยนตร์บนจอภาพอีกครั้ง  คนข้างๆเขาขยับตัวยุกยิกไม่อยู่นิ่งเหมือนนั่งไม่สบาย

            “เป็นอะไร”  ลักษณ์อดรนทนไม่ได้ ต้องถามขึ้นเบาๆ

            “เข่ามันติด   เกรงใจคนข้างหน้าเขา”  ไวน์ตอบกลับมาด้วยเสียงกระซิบ  พูดให้ถูกคือไวน์กระซิบตอบกลับมาข้างๆหูของเขา  ลมหายใจอุ่นๆที่รดข้างแก้มทำเอาคนฟังสะดุ้ง รีบผละออกห่าง

            “เอ้อ..เอียงมาทางนี้ก็ได้”  ลักษณ์พูดอุบอิบ  อีกฝ่ายเลยเอียงหน้ามาอีกครั้งเพราะไม่ได้ยิน

            “อะไรนะ”

          “เอียงขามาทางนี้”  ลักษณ์จำใจหันกลับไปกระซิบตอบข้างหูอีกฝ่าย  ไม่เข้าใจเลยว่าก่อนหน้านี้ทำไมถึงไม่เกิดปัญหาไอ้ไวน์ขาติดมาก่อนนะ  ทั้งๆที่โรงนี้ก็เคยเข้ามาดูหลายครั้งแล้วด้วย

            ไวน์เอี้ยวเบี่ยงขายาวๆเกะกะนั่นมาทางเขา  ถ้ายกขึ้นพาดคอเขาได้คงทำไปแล้วมั้ง...ลักษณ์คิดอย่างหงุดหงิดแกมหมั่นไส้นิดๆ  ความรู้สึกเก่าๆสมัยที่มานั่งดูหนังด้วยกันตอนเรียนมัธยมย้อนกลับมาอีกครั้ง

            “ลืมซื้อป้อปคอร์น”  ลักษณ์พึมพำออกมาเบาๆ  มัวแต่คิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่ก็เลยลืมหน้าที่ประจำของตัวเองไปเสียสนิท  ได้ยินเสียงคนนั่งข้างๆจุ๊ปาก

            “เดี๋ยวออกไปซื้อให้”  ไวน์ทำท่าจะลุกจริงๆ  เขาเลยยึดท่อนแขนข้างนั้นเอาไว้

            “ไม่เป็นไร  หนังจะฉายแล้ว”

          “กูอยากกิน”  ไวน์ตอบกลับมาสั้นๆ  แล้วลุกเดินฝ่าคนที่นั่งกันแน่นออกไปข้างนอก  ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับป้อปคอร์นสองถัง

            “เอาไปคนละถังเลย”  ลักษณ์รับมาถือกอดเอาไว้บนตัก   พึมพำขอบคุณเพื่อนเบาๆ

            หนังเริ่มฉายแล้ว  บรรยากาศมืดสลัวของเรื่องบวกกับแอร์ในโรงเย็นฉ่ำทำให้หนังตาเริ่มหนักอึ้ง  คนที่เพลียอยู่แล้วจากการหักโหมอ่านหนังสืออย่างลักษณ์ก็เลยเผลอปิดตาลงโดยไม่รู้ตัว  เขาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าคนในโรงกรี้ดกันสนั่นหวั่นไหวตอนที่ผีออกมาแค่ไหน  ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

            เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ไฟในโรงสว่างแล้วพร้อมกับรายชื่อนักแสดงฉายอยู่บนจอ  ภาพเบื้องหน้าที่เห็นดูเอียงกะเท่เร่ผิดปกติ  ดูเหมือนว่าศีรษะของเขากำลังซบอยู่บนอะไรบางอย่างที่อุ่นหนา  ลักษณ์กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรง  หน้าร้อนผ่าวไม่กล้าหันไปมองหน้าคนข้างๆที่ขยับลุกขึ้นยืน

            “หนังสนุกมั้ยล่ะ  หึๆ”  เสียงหัวเราะห้าวๆนั้นดังขึ้นเหนือศีรษะ  มือใหญ่เอื้อมมาคว้าถังป้อปคอร์นที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งบนตักของเขาไปถือเอาไว้เสียเอง  แล้วก็ค่อยๆเดินเลาะตามที่นั่งออกไป

            ลักษณ์รู้สึกตัวรีบลุกเดินตามหลังออกไปบ้าง  ความรู้สึกในตอนนั้นมีคำว่าอายผสมอยู่เป็นส่วนใหญ่  ที่เหลือก็เป็นความรู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูกเมื่อออกมายืนประจันหน้ากันที่หน้าโรงหนัง

            “เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้...แหะๆ”  เขาหัวเราะออกมาฝืดๆ  สบเข้ากัยสายตาคมเข้มที่มองมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกคู่นั้น

            “ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว  ไอ้เราก็เขย่าปลุกตั้งหลายรอบไม่ตื่น”  ไวน์ตอบกลับมา  “ไปอดหลับอดนอนที่ไหนมา  เล่นเกมหนักเหรอ”

          “เล่นเกมอะไรล่ะ  อ่านหนังสือล่ะสิไม่ว่า  โคตรเหนื่อย”  ลักษณ์หลุดปากออกมา

            “อ้าว  แล้วทำไมไม่บอก  จะได้ให้กลับไปนอน”  ไวน์อุทาน  ก้มลงมองสบตาเขาอย่างค้นคว้า....ค้นอะไรลักษณ์ก็ไม่รู้แหละ  ไม่คิดจะสบตาต่อให้ค้นด้วย  เขารีบหลบตาไปทางอื่นแล้วชี้มือไปที่ท้องฟ้าด้านนอก

            “มืดแล้ว  ฟ้าครึ้มๆเหมือนฝนจะตกด้วย  เรากละ...”  เสียงของเขาขาดหายไป   เพราะมองไปเห็นร่างเล็กแบบบางของใครคนหนึ่งยืนบิดมือมองมาที่พวกเขาเข้าพอดี  ร่างนั้นเหมือนจะเพิ่งเห็นพวกเขาสองคนเข้าเช่นกัน  จึงรีบเดินตรงเข้ามาหา

            “ลักษณ์....เป็นไงบ้าง หนังสนุกมั้ย”  นิวทักเขาทว่าสายตากลับมองไปที่คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ  ท่าทางแปลกๆนั้นทำให้ลักษณ์ขมวดคิ้ว

            “ก็ดี....มารอไวน์เหรอ”

          “อืม”

          “ลักษณ์....กูไปก่อนนะ  พรุ่งนี้เจอกันที่มหาลัยฯ  เดี๋ยวเกรซจะส่งตารางเวลาคร่าวๆไปให้ในไลน์กรุ้ป   เก็บของเตรียมชุดไปค้างสักสามวันก็พอ”

          “เห้ย...เดี๋ยวสิ”  ลักษณ์ท้วง  จะถามทั้งเรื่องทริปที่จะไปหาทำเลของโรงเรียนและเรื่องของคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าจ๋อยอยู่ข้างๆนี่ด้วย  ทว่าร่างสูงใหญ่นั้นกลับหันหลังก้าวยาวๆออกไปจากโซนเสียเฉยๆ

            “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย...โกรธกันเหรอนิว”  เขาหันมาทางคนที่ยังยืนนิ่งอยู่  นิวเอื้อมมือมาจับที่แขนของลักษณ์บีบเอาไว้แน่น  มือของนิวเย็นเฉียบ

            “ลักษณ์...ช่วยเราหน่อยนะ”

          นิวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงกระซิบ  น้ำตาคลออยู่ในดวงตากลมโตที่มองมาที่เขาอย่างอ้อนวอนและมองไปทางแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างน้อยใจแกมเสียใจ

            ............................................................................................


มาต่อนะคะ  ขอบคุณมากเลยที่เม้นท์กันมา ถกเถียงเเละวิเคราะห์กันดีมากๆ  หลายเม้นท์ค่อนข้างตรงใจ และบางเม้นท์ชี้ให้เห็นแง่คิดใหม่ๆของตัวละคร  ขอบคุณมากๆค่ะ   
ตอนหน้าจะพาไปเที่ยวนอกสถานที่บ้าง  เบื่อเที่ยวห้างเเล้วค่ะ5555
เจอกันตอนหน้า ใครเล่นทวิตใช้แทค #แอบลักษณ์ นะคะ :hao5:

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
โล้ชิงช้า แกว่งไปมา พาสนุก
ยืนนั่งลุก กระตุกไว ให้หรรษา
ใจของคน ช่างเปลี่ยนแปลง ทุกเวลา 
ใครจะบ้า ตามเมิงทัน ทุกวันคืน

เอาตัวเอง เป็นแกนกลาง ขวางขั้วโลก
ใครจะทุกข์ ใครจะโศก วิโยคฝืน
ไม่รับรู้ ขอแค่กรู ยังได้ยืน
ยิ้มระรื่น ชื่นมื่นพอ ขอทุกคน
#คนเห็นแก่ตัว#ไวน์#ลูกแกะห่มหนังสิงโต#งอนเมีย

ตาต่อตาฟันต่อฟัน
ตรงไหนอ่ะ คุณนักเขียน
แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


บวกหนึ่ง บวกเป็ดฮับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-05-2017 23:58:28 โดย broke-back »

ออฟไลน์ Naam3

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สนุกๆๆๆๆสงสารลีกษณ์ๆๆๆรอลุ้นๆๆๆ :mew2: :mew3: :z3:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
 :katai1:


หืมมมมม .. เริ่มรุงรังล่ะ

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
ลักษณ์#วันนี้มามั้ย


คืนนี้นัดกันนะ

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่ 19

It never rains but it pours.

 

 

 

 

            “เดี๋ยวพอไอ้ไวน์มันมา  นิวก็เข้าไปคุยกับมันเองละกันนะ”  ลักษณ์พูดเรียบๆ  เขาก้มลงจัดเรียงกระเป๋าใส่รถตู้ของเกรซ   เพื่อนในกลุ่มไปกันไม่ครบเพราะหลายคนมีแพลนไปเที่ยวกับครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว  อย่างเช่น วิป เป็นต้น  ไวน์เห็นว่ายังไม่จำเป็นต้องแห่ไปสำรวจโรงเรียนกันทุกคน  สุดท้ายก็เลยเหลือแค่  เขา  ไวน์  เกรซ  เจมส์  กันต์  และแพรเพื่อนคณะฯวิศวะกับเทคนิคการแพทย์อีกสามคน

            “ลักษณ์ช่วยพูดให้เราไม่ได้เหรอ  นะๆ” นิวยืนยันคำเดิมเหมือนที่พูดไปเมื่อวาน

          “ไอ้ไวน์ไม่ฟังเรามากไปกว่านิวหรอก  เชื่อดิ  เข้าไปขอโทษดีๆก็จบแล้ว  ไวน์มันเป็นพวกอารมณ์ขึ้นๆลงๆ  โกรธง่ายแต่หายเร็ว”  เขาตอบเรื่อยๆ  พยายามไม่แสดงความหงุดหงิดออกมาทางสีหน้ามากนัก

            นิวมาดักรอเจอไอ้ไวน์หน้าโรงหนังตั้งแต่เย็นวาน  พอไวน์เดินหนี  ก็เปลี่ยนแผนหันมาให้เขาช่วยแทน  นิวเล่าคร่าวๆให้ฟังแค่ว่าไวน์โกรธอะไรสักอย่างที่จนป่านนี้นิวก็ยังไม่รู้ว่าไวน์โกรธเรื่องอะไร  หรือบางทีนิวอาจจะไม่อยากลงรายละเอียดให้เขาฟัง  ลักษณ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน  เอาเป็นว่านิวอยากหาทางคุยกับไวน์อีกสักครั้ง

            ....ปรายตามองกระเป๋าเป้ที่นิวสะพายมาด้วยแล้ว  ลักษณ์คิดว่าเจ้าตัวคงอยากไปทริปนี้ด้วยมากกว่า...

            ลักษณ์ไม่ใช่พ่อพระ  เขาไม่ใช่คนจิตใจดีขนาดนั้น  เขาหงุดหงิดและหมั่นไส้ที่ต้องมานั่งฟังอีกฝ่ายพร่ำพรรณนาถึงไอ้ไวน์  บางครั้งเขายังนึกสมน้ำหน้าแกมสะใจที่คนทั้งคู่ผิดใจกันด้วยซ้ำ  แต่ครั้นจะแสดงออกไปตรงๆ  เขาก็ยังไม่อยากจะกลายเป็นตัวร้ายในละครชีวิตเรื่องนี้

            ทำได้อย่างมากก็แค่ช่วยเล็กๆน้อยๆเท่าที่เขาจะทำได้และไม่ฝืนความรู้สึกตัวเองจนเกินไปก็เท่านั้น

            “มากันครบยัง....อ้าว...”  เสียงห้าวๆดังมาแต่ไกล  ร่างสูงใหญ่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ง่ายๆ แต่ก็ดึงดูดสายตาใครต่อใครเหมือนทุกครั้ง  ลักษณ์ชะงักมือเล็กน้อยแทบไม่สังเกตแล้วก็ก้มหน้าจัดข้าวของต่อไปเหมือนไม่ได้ยิน

            “คนครบแล้วใช่มั้ย  ขึ้นรถเลย”  ไวน์กลับพูดต่อไปราวกับมองไม่เห็นนิวจนอีกฝ่ายหน้าเสีย  ลักษณ์พ่นลมหายใจออกมาแรงๆแล้วหันไปทางไวน์

            “นิวมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับมึง  มารอตั้งเเต่ตีห้าแล้ว”  ลักษณ์สัญญากับตัวเองว่าเขาจะไม่ช่วยไปมากกว่านี้อีก

            “นิวมีเรื่องอะไรเหรอ”  ไวน์พูดเสียงเรียบหลังจากปล่อยให้เกิดบรรยากาศอึมครึมจนเพื่อนหลายคนเริ่มอึดอัด  ชายหนุ่มหันไปทางเพื่อนที่เป็นรองประธานกลุ่ม  “ผมขอเวลาครู่นึงนะเกรซ”

            “ตามสบาย”  สาวทันตะลุคห้าวตอบกลับมา  เธอกับเพื่อนอีกสองคนเดินหนีไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหน้ามหาลัยแทน   ฝากให้ลักษณ์เฝ้ารถเอาไว้

            ลักษณ์ยืนมองตามหลังแผ่นหลังกว้างที่ก้าวยาวๆไปทางโรงอาหารโดยมีร่างเล็กแบบบางเดินแกมวิ่งตามไปด้วยนั้น  วูบหนึ่งที่เขานึกอยากให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกันไม่สำเร็จ

            และก็เลิกกันซะ...

            ลักษณ์ถอนหายใจยาว  ถ้าความรักจะทำให้เขามีความคิดแย่ๆแบบนี้  เขาก็ไม่อยากมี   แต่หัวใจของเขามันเหมือนจะไปไกลจนกู่ไม่กลับ

            เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงตอนที่ผู้ชายสองคนนั้นเดินกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง  รอยยิ้มที่แต้มบนใบหน้าของนิวกับท่าทางผ่อนคลายลงของไวน์ทำให้คนมองรู้ตั้งแต่ยังเดินเข้ามาไม่ถึงตัวด้วยซ้ำว่าพวกเค้าคืนดีกันแล้ว

            “ต้องขอโทษที่ให้รอนาน  พอดีมีปัญหานิดหน่อย...เอ่อ  จะว่าอะไรมั้ยถ้านิวจะไปด้วย”  ประธานกลุ่มพูดยิ้มๆ   “โอเคหรือเปล่า”

          “ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา   แล้วแต่เจ้าของที่พักเถอะ”  เกรซพูด  ทุกคนเห็นด้วย   ไวน์หันไปทางเพื่อนสนิทที่เป็นเลขาฯของกลุ่ม

            “ลักษณ์ล่ะ”

          “ดีสิ  ไปหลายๆคนสนุกดี”

          ...เขาโกหก  ลักษณ์รู้ตัวดี  เขาแทบไม่สบตาไวน์เลยด้วยซ้ำตอนที่พูดออกไป   นิวเข้ามาจับแขนของเขาแล้วส่งยิ้มกว้างมาให้อย่างประจบแกมขอบคุณ  ลักษณ์ยิ้มตอบออกไปอัตโนมัติ...บางครั้งเขาก็อดรู้สึกผิดต่อนิวไม่ได้

            “ขนของหมดแล้วเนอะ   ไปทุกคนขึ้นรถครับ  เดี๋ยวกูขับก่อน  พอเหนื่อยแล้วเดี๋ยวมึงมาขับ”  ไวน์หันไปพูดกับเพื่อนวิศวะอีกสองคน   ทุกคนขึ้นนั่งประจำที่ 

            เกรซนั่งข้างไวน์ที่เป็นคนขับ  ส่วนนิวก็ขึ้นมานั่งข้างๆลักษณ์   

            “ขอบคุณลักษณ์มากเลยนะที่ช่วยเรา”  นิวเอียงหน้าเข้ามากระซิบ

            “อืม”  ลักษณ์ตอบกลับไป   ล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลงฟัง

            “เดี๋ยวไปพักที่บ้านไวน์ใช่มั้ย”  นิวพูดต่อ  ท่าทางตื่นเต้น   ไม่ได้สังเกตท่าทางของคนฟังเอาเสียเลย   “ลักษณ์เคยไปมั้ย”

          “ไม่เคย”  ลักษณ์ตอบสั้นๆ  ความจริงแล้วเขาก็ตื่นเต้นอยู่มากเหมือนกัน   หลายปีที่คบกันมาเขารู้ว่าบ้านของไวน์มีกิจการฟาร์มโคนมประมาณนั้น  แต่ไม่เคยไปเที่ยวที่บ้านมันเลยสักครั้ง  ไวน์ไม่ค่อยเล่าเรื่องที่บ้านมากเท่าไหร่ รวมถึงพ่อแม่ด้วย  เพราะกลัวว่าเขาจะสะเทือนใจเรื่องพ่อแม่ที่เสียไปแล้วของตัวเอง   ลักษณ์เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าพ่อแม่ที่ปล่อยให้ลูกชายมาอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่จะเป็นคนแบบไหน

            “ว้าว...ตื่นเต้นชะมัด  นึกว่าจะไม่ได้ไปซะแล้วสิ  เมื่อกี้ตอนคุยกับไวน์  เรากลัวแทบแย่แน่ะ....ลักษณ์เคยรู้สึกมั้ยว่าเวลาที่ไวน์โกรธน่ะน่ากลัว”

          “อืม  นิดหน่อยมั้ง”  ไวน์ไม่ค่อยแสดงว่าโกรธให้เขาเห็นเท่าไหร่  มากสุดก็น้อยใจเท่านั้น  ถ้าไวน์จะโกรธเขาส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะเขาขัดคำสั่งแสนเผด็จการของมันนั่นแหละ   แต่ก็เห็นมันโกรธเองหายเอง ไม่เคยต้องไปง้อสักที

            “สายตาของไวน์ตอนโกรธน่ากลัวมาก  แต่ก็ดูเซ็กซี่พิลึก  ฮ่าๆ  อย่าเพิ่งเกลียดเรานะลักษณ์  เรารู้ว่าลักษณ์ไม่ได้ชอบทางนี้  ก็คิดซะว่าเราเป็นเพื่อนผู้หญิงสักคนที่กรี้ดไวน์ก็ได้”

          “ไม่เป็นไร  เราชินแล้ว”

          “เนอะๆ....เห้อ  กว่าเราจะง้อสำเร็จ  ง้อยากชะมัด”

          “แล้วง้อยังไงล่ะ”  ลักษณ์หลุดปากถามออกไป   ใบหน้าของนิวขึ้นสีแดงเรื่อทันที  เหลือบมองลักษณ์นิดนึงแล้วก้เอียงหน้าเข้ามากระซิบเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน

            “เรา...จูบน่ะ”  ท่าทางนิวจะเขินมาก

            “อ้อ…” คนฟังอุทานแล้วก็ไม่รู้จะพูดต่อว่าอะไรดี

            “ง่า...ลักษณ์เคยจูบกับใครมั้ย”

          “ก็เคยบ้าง”

          “เราไม่เคยเลย   เราไม่รู้ว่าไวน์จูบเก่งหรือว่าเราอ่อนกันแน่   มันจะแบบ...ตัวหวิวๆลอยๆ  บอกไม่ถูก”   นิวยกมือขึ้นปิดหน้า    “โอ้ย... ลักษณ์  อย่าเพิ่งหลับดิ”

          ลักษณ์ได้ยินแต่ไม่ลืมตาขึ้นมา  เขาหันหน้าไปทางหน้าต่างแล้วหลับตาลง ....ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นที่บ้านของไวน์ย้อนกลับคืนมาอีกครั้งโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม  ราวกับว่ามันกลายเป็นภาพติดตาของเขาไปแล้ว

            จูบกันงั้นเหรอ....ลักษณ์จำไม่ได้ว่าตอนที่ไวน์จูบเขาคืนนั้นมันรู้สึกอย่างไร  มันออกจะสับสนวุ่นวายมากกว่า  ที่แน่ๆไม่ใช่ความรู้สึกตัวลอยๆหวิวๆแน่นอน  เขานอนคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยจนกระทั่งเผลอหลับไปเอง

            มาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงประตูรถเปิดออก  รู้สึกหนักๆที่ไหล่ซ้ายเพราะมีศีรษะของคนที่นั่งข้างๆเอียงซบอยู่  ลักษณ์ขยับตัว  เขย่าปลุกนิวเบาๆ  อีกฝ่ายลืมตาตื่นขึ้นงัวเงีย

            “ถึงแล้วเหรอ?”

          “แวะปั้ม   ปวดฉี่หรือเปล่า”

          “ไม่อ่ะ”

          “งั้นรออยู่บนรถล่ะกัน  เดี๋ยวเราไปเข้าห้องน้ำก่อน”  ลักษณ์พูด  ลุกขึ้นเดินออกมาจากรถ  เขาบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ   แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ

            ไอ้ไวน์เดินเข้ามายืนที่โถข้างๆเขา  ลักษณ์เหลือบมองนิดนึง  ทำเป็นไม่สนใจมากนัก

            “ใกล้ถึงแล้วนะ  เดี๋ยวจะแวะที่ฟาร์มพ่อกูก่อน  จะได้เก็บของ  ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปดูโรงเรียน”

          “ทำไมไม่ไปดูโรงเรียนเลยล่ะ”

          “มาตั้งสี่วัน  จะรีบไปไหน คิดซะว่ามาพักผ่อนหลังสอบเสร็จก็ได้”  ไวน์ตอบ   “หรือว่าคิดถึงสาว....ทำไมไม่ชวนวิปมาด้วยล่ะ”

          “วิปไปหัวหินกับครอบครัว”  ลักษณ์พูด  เดินไปล้างมือที่อ่างล้างหน้า  “ไม่งั้นกูก็ชวนมาแล้ว”

          “อ้อ...มิน่าล่ะ  ปกติทริปทำคะแนนแบบนี้มึงไม่น่าพลาดอยู่แล้ว”  ร่างสูงตามมายืนล้างมือข้างๆเขา  “ยังไงก็ขอบใจมากที่ช่วยเรื่องนิว  แต่วันหลังไม่ต้องหรอก  เรื่องแฟนกูจัดการเองได้”  ไวน์พูดด้วยเสียงห้วนกว่าปกติ  ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือแล้วก็หันหลังเดินดุ่มๆออกไปจากห้องน้ำ

            ลักษณ์วักน้ำขึ้นมาล้างหน้าอีกครั้ง   เขามองเงาตัวเองในกระจกนิ่งๆแล้วหมุนตัวเดินกลับออกไปขึ้นรถ

            ..................................................................................

            “สวัสดีจ้ะ  ยินดีต้อนรับนะ  ฉันเป็นแม่ของเจ้าไวน์  ส่วนพ่อเขาทำงานอยู่นะจ้ะ   ไวน์ไปตามคนมาช่วยเพื่อนๆขนของสิ”  หญิงวัยกลางคนร่างท้วมนิดๆทว่ายังรักษาความงามบนใบหน้าเอาไว้ได้อย่างดีพูดยิ้มๆ  ลักษณ์ยกมือไหว้แม่ของเพื่อนสนิทอย่างนอบน้อม  รู้สึกได้ว่าเธอเป็นคนใจดี  และตอนสาวๆคงสวยมาก

            “นี่ลักษณ์ใช่มั้ยเอ่ย...ไวน์เคยพูดถึงให้แม่ฟังอยู่บ่อยๆ  เป็นไงบ้างจ้ะ  เรียนหนักแย่เลยสิ  แม่ว่าผอมกว่าในรูปที่ไวน์ส่งมาให้แม่ดูนะ”

            “เพิ่งสอบเสร็จครับ  คุณน้า”  ลักษณ์อึกอัก  ไม่แน่ใจว่าจะเรียกแทนอีกฝ่ายว่าอย่างไรดี

          “เรียกแม่ก็ได้  น้าอะไรกัน”  แม่ของไวน์บอกอย่างเป็นกันเอง  เธอหันไปรับไหว้นิวที่เดินเข้ามาหา

            “นี่คงเป็นน้องนิวใช่มั้ย   น่ารักกว่าในรูปเยอะเลยนี่....ไวน์”

          “แน่นอนสิครับ”  ไวน์พูดแล้วยิ้มกว้าง   นิวหน้าแดง  ก้มหน้านิดๆอย่างอายๆ  “ผมตาถึงมั้ยล่ะ  มาเดี๋ยวช่วยถือกระเป๋า”  ไวน์คว้ากระเป๋าเป้ของนิวไปถือเอาไว้เสียเอง  ลักษณ์มองภาพแม่ของไวน์กับนิวคุยกันด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก  เขาก้มหน้าก้มตายกกระเป๋าตัวเองเข้าไปในบ้านพักด้านหลังที่เตรียมเอาไว้ให้พวกเขา

            ห้องนอนมีสามห้อง  ลักษณ์อยู่กับเพื่อนวิศวะอีกสองคนนอนห้องใหญ่สุด   ส่วนเกรซอยู่กับแพร  และไวน์กับนิวอีกห้องหนึ่ง

            “มึงนอนเตียงไหนลักษณ์”  เจมส์พูด  แต่เจ้าตัวกระโดดขึ้นไปนอนแผ่อยู่บนเตียงแรกเสียแล้ว

          “กูนอนเตียงริมสุด”  ลักษณ์พูด  ชิงวางกระเป๋าที่เตียงริมสุดหน้าต่างก่อนที่กันต์  เพื่อนอีกคนจะออกมาจากห้องน้ำ   เขาอึดอัดกับเพื่อนใหม่เล็กน้อยเพราะแทบไม่เคยคุยกันมาก่อน  แต่เพียงไม่นานก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อเจมส์เริ่มเปิดประเด็นเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ

            ลักษณ์ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง  เขามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเพลินเพลิน  ข้างนอกนั้นเป็นทุ่งหญ้ากว้างๆสุดลูกหูลูกตา  ล้อมรอบด้วยภูเขาใหญ่   มองจากตรงนี้เขาเห็นคนงานในฟาร์มเดินเรียงกันเป็นแถวอยู่ทางซ้ายคล้ายๆจะไปทำงาน

            “ไอ้ลักษณ์  ลักษณ์...มึงนี่ชอบเหม่อนะ  ทำหน้าง่วงๆตลอดอีก  เมื่อคืนตีดอทดึกอ่ะดิ   กูเคยเล่นกับไอ้แซมเพื่อนกลุ่มมึงอ่ะ  ใช้ได้นี่หว่า..”  เจมส์นอนพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  ส่วนกันต์ก็จัดของเรียงเข้าตู้อย่างเป็นระเบียบ

            “ไปกินข้าวกันดีกว่า  เกรซไลน์มาตามแล้ว”  กันต์ลุกขึ้นพูดเรียบๆ

            ลักษณ์เดินตามเพื่อนอีกสองคนออกมาข้างนอก   เดินกลับไปยังเรือนใหญ่ที่เป็นบ้านของพ่อแม่ไวน์   บ้านสามชั้นที่ตกแต่งสวยงาม   รอบบ้านร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่  หน้าบ้านเป็นสวนดอกไม้คล้ายๆบ้านพักที่ลักษณ์เคยเห็นตามนิตยสารท่องเที่ยว

            เขาเดินตามกลุ่มเพื่อนๆเข้าไปภายในบ้าน  ข้างในสวยยิ่งกว่าข้างนอกเสียอีก  ลักษณ์ไม่รู้ว่ามันเรียกการตกแต่งแบบนี้ว่าอะไร  รู้แต่ว่ามันให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมือนเป็นบ้านคนจริงๆ  ไม่ใช่บ้านตามนิตยสารอีกต่อไป  หรือจะเป็นเพราะเขาเห็นไวน์ก้มลงกอดมารดาโดยมีชายร่างใหญ่วัยกลางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้านพร้อมหัวเราะร่า  ทักทายลูกชายเสียงดังล่ะมั้ง  ที่ทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้ากลายเป็น ‘บ้าน’ ที่สมบูรณ์แบบ

            สมบูรณ์แบบ...ใช่แล้ว  คำนี้ล่ะที่คือคำที่อธิบายตัวตนของ ‘ไวน์’ ได้ดีที่สุด  เขาไม่เคยเห็นใครสมบูรณ์พร้อมพรั่งขนาดนี้มาก่อน  ร่างสูงใหญ่สมส่วนแบบนักกีฬานั้นขยับเข้ากอดบิดาแน่น  พ่อแม่ของไวน์คงภูมิใจในตัวของลูกชายมาก  แววตาของทั้งคู่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจน

            ลักษณ์อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าพ่อแม่ของเขายังอยู่   พวกท่านจะรู้สึกภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้บ้างมั้ย   แต่เขาคงไม่มีวันนั้น  บางทีอาจจะดีก็ได้ เพราะเขาคงเสียใจถ้าได้เห็นแววผิดหวังในดวงตาของพวกท่านทั้งสอง 

            ไวน์แนะนำนิวให้กับพ่อของเขา  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพ่อแม่ของไวน์ถูกใจ ‘คนรัก’ ของลูกชายแค่ไหน  ฟังจากเสียงที่พูดคุยกันและท่าทางที่แสดงออก  มันบ่งบอกว่าเอ็นดูผู้ชายคนนั้นเหลือเกิน  ไม่เหมือนยามที่หันมาพูดคุยกับเพื่อนของลูกคนอื่น  แววตาและน้ำเสียงมันต่างกัน  แม้เพียงนิดเดียวแต่ลักษณ์ก็รู้สึกได้

            “พ่อแม่ก็รอเจอหน้าน้องนิวนี่แหละ  เอ้า  ไวน์  พาเพื่อนไปที่โต๊ะกินข้าวสิจ้ะ  บ่ายโมงกว่าแล้ว  หิวกันแย่เลย  ออกจากบ้านมาตั้งแต่กี่โมงล่ะ”  ลักษณ์กระพริบตา   ตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆแม่ของไวน์ก็หันมาถามเขา

            “เจ็ดโมงเช้าครับ”  เขาตอบกลับไป

            “อืม  ออกแต่เช้าเชียว  ดีแล้วล่ะ  วันหยุดยาวรถออกต่างจังหวัดเยอะ...”  แม่ของไวน์หันไปคุยกับคนอื่นๆต่อ

            แม่บ้านยกชามแกงออกมาจากในครัว  ลักษณ์ขยับเข้าไปช่วยด้วยความเคยชิน  ประกอบกับหาทางเลี่ยงจากสถานการณ์อึดอัดที่เขาไม่รู้จะทำตัวอย่างไร  เด็กหนุ่มเลยเข้าไปช่วยแม่บ้านยกจานอาหารแทน

            “อุ้ย! ไม่ต้องค่ะคุณ  เดี๋ยวป้ายกออกไปเอง  คุณไปรอข้างนอกเถอะ”  ป้าแกตกใจ

          “ไม่เป็นไรครับ  ผมอยากช่วย  ที่บ้านผมก็ขายอาหาร  เรื่องยกจานนี่ผมถนัด...ล้างจานผมก็เก่งนะครับ”  ลักษณ์พูด  หัวเราะออกมานิดหน่อย   เขาช่วยตักอาหารแล้วก็ยกจานออกมาวางอย่างรวดเร็วสมกับที่ทำมาหลายปี

            บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างฝืดเฝื่อนตามที่ลักษณ์คาดการณ์เอาไว้  คงมีแต่เขาคนเดียวกระมังที่รู้สึกไม่ค่อยอยากอาหารเท่าที่ควร  ทั้งๆที่อาหารทุกจานรสดีมาก...พอๆกับรสมือของป้าดา  ส่วนใหญ่พ่อกับแม่ของไวน์จะเป็นผู้ผูกขาดการสนทนา  พวกท่านถามเรื่องเรียน เรื่องกิจกรรมของลูกชายและสุดท้ายก็วกมาถึงเรื่อง...รัก

            “....อยู่ๆไวน์ก็โทรมาบอกแม่ว่ามีแฟนแล้วนะ  แล้วก็ส่งรูปน้องนิวมาให้ แม่ก็ตกใจใหญ่   ตอนช้าก็ช้าเป็นเต่า บทจะเร็วก็เร็วจนตามไม่ทัน”  ไวน์กับพ่อหัวเราะ

            “ขอโทษด้วยครับแม่”

          “ไม่ต้องขอโทษหรอก  น้องนิวน่ารักแบบนี้แม่ก็ดีใจแล้ว  นิวโดนเจ้าไวน์มันเป่ากระหม่อมมาหรือเปล่าลูก  ทำไมหลงมาคบกับลูกชายแม่ได้”

          “เปล่าครับ  ไวน์....น่ารักครับ”  นิวหน้าแดงจัดตอบอุบอิบ  เรียกรอยยิ้มเอ็นดูได้จากทุกคนที่เห็น  ไม่เว้นแม้แต่ลักษณ์

            ลักษณ์ก้มหน้าลงเขี่ยผักคะน้าที่เพื่อนตักใส่จานเขาไปไว้ข้างๆ  ตกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆคนที่นั่งคุยกับพ่อแม่หันมาพูดเสียงเข้มกับเขา

            “นั่นยอดผัก  ไม่ขม  กินเข้าไปสิลักษณ์  ป้าณีอุตส่าห์ทำให้กิน  เลิกทำตัวเป็นเด็กๆไม่ยอมกินผักได้แล้ว”  ลักษณ์สะดุ้ง  เงยหน้าขึ้นมองสบกับตาคมที่มองมาที่เขาดุๆ

            “อะไรกันไวน์...ดุจังฮึเราน่ะ ....ไม่เป็นไรลูก  ไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืนกินหรอกจ้ะ”  แม่ของไวน์หันมาพูดกับเขาเสียงอ่อน  แล้วขมวดคิ้วใส่ลูกชาย

            “ไม่เป็นไรครับ”  ลักษณ์ตอบเสียงเบา

            “งั้นเลื่อนหมูกรอบไปทางลักษณ์หน่อย  ชอบไม่ใช่หรือลูก”  แม่ของไวน์พูดขึ้น   “ไวน์เขาเล่าให้แม่ฟังเรื่องลักษณ์มาตั้งนานแล้วนะ  อยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่มัธยมนี่เนอะ”

          “แม่”  ไวน์ขัดขึ้น  แล้วก็เปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย  “มีใครอยากลองขี่ม้าบ้างมั้ยครับ  หลังบ้านมีคอกอยู่”  เพื่อนๆหลายคนพยักหน้าอย่างสนใจ   เกรซตื่นเต้นมากเพราะเธอเคยเป็นนักกีฬาขี่ม้ามาก่อน

            ลักษณ์ขอตัว  ไม่ร่วมกิจกรรมขี่ม้าด้วย  ความจริงคือเขากลัวตกม้า  เห็นในข่าวอยู่บ่อยๆว่าคนตกม้าแล้วกลายเป็นอัมพาต  เขาไม่มั่นใจในสกิลของตัวเองต่อให้มีครูฝึกคอยช่วยอยู่ตลอดเวลาก็เถอะ

           




ต่อด้านล่าง

 

 

           

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ต่อนะคะ





            ลักษณ์หลบมาช่วยป้าณีล้างจานอยู่ในครัวตามที่พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้   เขายืนฟังป้าแกเล่าเรื่องสมัยก่อตั้งฟาร์มใหม่ๆของพ่อกับแม่ของไวน์  ออกจะทึ่งไม่น้อยที่ทั้งสองท่านสร้างเนื้อสร้างตัวมาจากที่ดินผืนเท่ากระแบะมือที่เป็นมรดกของพ่อไวน์  กว่าจะขยายมาจนถึงขั้นนี้  มีคนงานในไร่เป็นร้อยไม่ง่ายเลย

            “คุณวิทย์น่ะแกเป็นคนขยันอดทนแล้วก็ใจดีกับพวกคนงานมาก  แต่ใครอย่าทำผิดกฎเชียวนะ  พวกเหล้ายาปลาปิ้งนี่ห้ามขาด  ถ้าถูกจับได้แกไล่ออกสถานเดียว  บทจะเด็ดขาดก็เด็ดขาด  ถึงคุมคนอยู่...  ดูๆไปคุณไวน์ก็นิสัยคล้ายๆคุณพ่ออยู่เหมือนกัน   แต่ถ้าคุณแชมเปญนี่เหมือนคุณแม่  ใจเย็น  สวย..”

          “พี่สาวของไวน์ใช่ไหมครับ”  ลักษณ์ถามเรื่อยๆ  มือก็ล้างจานอย่างคล่องแคล่ว

          “ใช่ค่ะ  แต่คุณแชมเปญไปเรียนเมืองนอกนานแล้ว  นานๆจะกลับมาสักที ...ได้ยินว่าไปมีแฟนอยู่ที่นู่น  ตอนแรกคุณวิทย์จะตามไปเมืองนอกแต่คุณปิ่นห้ามเอาไว้”

          “อ้าว...ทำไมล่ะครับ”

          “คุณปิ่นไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องแฟนของลูกๆค่ะ  แบบแฟนคุณไวน์  คุณปิ่นก็ไม่ว่าอะไรสักคำ  วุ้ย...ตายแล้ว  คุณลักษณ์นี่ล่ะก็  ป้าก็เผลอเล่าเสียเยอะแยะ”   หญิงวัยกลางคนยกมือขึ้นตบปากเบาๆแล้วหัวเราะ

            “แล้วอย่างคุณลักษณ์นี่มีแฟนหรือยังล่ะ  ลักษณะเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนแบบนี้สาวที่ไหนได้ไปสบายตายเลย”

          คนฟังนึกถึงใบหน้าของ ‘สาว’  แวบหนึ่งแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ

            “ผมยังไม่มีแฟนหรอกครับป้า  ดวงผมคงอาภัพเรื่องนี้ล่ะมั้ง”

            ดวงมณีทอดสายตามองเด็กหนุ่มที่เธอนึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น และยิ่งเอ็นดูความมีน้ำใจของเขาที่แสดงออกมาเองโดยไม่ได้เสแสร้งนั้นยิ้มๆ  เธอรอจนเขาล้างมือเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ขอมือของเขาไปดูลายมือ

            “ไหนป้าขอดูลายมือหน่อยซิ”

          “หืม?  ป้าดูลายมือได้หรอครับ  ช่วยดูเนื้อคู่ให้ผมหน่อยสิ”  ลักษณ์พูดแกมหัวเราะ  สายตาเหลือบมองไปนอกกระจก  เห็นเพื่อนๆกำลังฝึกขี่ม้ากันอยู่ในคอกม้าอย่างสนุกสนาน  เขาเห็นไวน์กำลังช่วยนิวปีนขึ้นไปนั่งบนม้าตัวใหญ่

            ปลายนิ้วของหญิงวัยกลางคนแตะลงที่ใจกลางฝ่ามือเขา  ลากเบาๆไปตามรอยลึกที่ทอดยาวกระจายอยู่เต็มฝ่ามือ  ลักษณ์อายนิดหน่อยที่มือของเขานั้นหยาบกระด้างและมีรอยลอกเป็นแผ่นๆจากการขัดห้องน้ำและล้างจานเป็นเวลานาน

            “มือคนทำงาน  จะต้องทำงานไปตลอดชีวิต  เส้นวาสนาไม่ชัด    แต่ชีวิตไม่อับจนหรอก  ลำบากตอนแรกแต่จะสบายตอนหลัง  ....อืม...อายุยืนนะ   แข็งแรงใช้ได้....เส้นสมอง....สมองพอใช้ได้  เส้นสมรส...เนื้อคู่  อืม....”  เธอเงียบไปเสียเฉยๆ  จนลักษณ์ใจไม่ดี  ต้องรีบถาม

            “เนื้อคู่ผมยังไม่เกิดหรอครับ”

          “เปล่า...เนื้อคู่เธอมี  เคยเจอกันแล้วด้วย  เธอลองดูเส้นนี้สิ....”  ลักษณ์ก้มลงมองตามนิ้วของเธอ  เขาดูไม่ออก  “เธอจะไม่ได้แต่งงาน”  ดวงมณีพูดเรียบๆ

            “อ้าว....แล้วเนื้อคู่ผมล่ะครับ”

          “ไม่รู้สิ  ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน  ....แต่เธออย่าไปจริงจังนักเลย  ป้าก็ดูเล่นๆไปอย่างนั้นเองแหละ  ดูผิดมั่งถูกมั่ง   อย่างที่เขาบอกไงล่ะว่าหมอดูคู่กับหมอเดา....ว่าแต่เธอชอบกินวุ้นกะทิมั้ย  ป้าเพิ่งทำเอาไว้น่าจะได้แล้วล่ะ”

          ลักษณ์มองตามหลังด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก   ถ้าคำทำนายของป้าณีเป็นจริงก็แปลว่าเขาจะเป็นโสดไปตลอดชีวิต....มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น   ถ้าอีกฝ่ายทักว่าเขาจะแต่งงานเร็วๆนี้  นั่นแหละเขาถึงค่อยน่าวิตกหน่อย

            เขาเดินออกมาจากห้องครัวหลังจากจัดการวุ้นกะทิไปจนหมดจานแล้ว   เดินเรื่อยๆตามไปสมทบกับเพื่อนๆที่คอกม้า  อากาศข้างนอกบ้านค่อนข้างร้อนจนลักษณ์นึกเสียดายที่ไม่แวะหยิบหมวกออกมาด้วย

            “ลักษณ์  มาขี่ม้ากันมั้ย  สนุกมากเลยล่ะ”  เสียงนิวนำมาแต่ไกล  ลักษณ์ยกมือขึ้นป้องแดด  เห็นอีกฝ่ายอยู่บนม้าตัวใหญ่สีน้ำตาลโดยมีร่างสูงใหญ่ของลูกชายเจ้าของบ้านนั่งซ้อนอยู่ด้วย

            “ไม่เอาล่ะ  ตามสบาย”  ลักษณ์ตะโกนตอบกลับไป  เขาเดินแยกไปยืนดูเกรซขี่ม้าไปรอบๆสนาม  เธอดูคล่องแคล่วเชี่ยวชาญจนเข้าต้องยกมือปรบหลายครั้งอย่างทึ่งๆ   ขณะที่แพรนั่งหัวเราะกันต์กับเจมส์ที่ถูกม้าพ่นน้ำลายใส่

            “แพรไม่ขี่บ้างเหรอ”  ลักษณ์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆหญิงสาว

          “ไม่เอาเรากลัวม้าอ่ะ”  แพรส่ายหน้า  “เราเคยขี่ตอนเด็กๆแล้วมันยกขาหน้า  กลัวแทบตาย  ตั้งแต่นั้นไม่นึกอยากขี่อีกเลย   ลักษณ์ล่ะไม่ลองขี่เล่นเหรอ”

          “เราก็กลัวเหมือนกัน”  ลักษณ์ตอบตามตรง  เขาทอดสายตามองผู้ชายสองคนที่อยู่บนหลังม้าตัวเดียวกันเงียบๆ   ไวน์พานิวขี่ม้าไปรอบๆคอกช้าๆ   ลักษณ์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพื่อนสนิทขี่ม้าเป็นด้วย

            ...ยังมีอะไรเกี่ยวกับไวน์ที่เขายังไม่รู้อีกบ้างนะ

            “ลักษณ์มาลองเถอะ  ให้ไวน์พาขี่ก็ได้  มันสนุกจริงๆนะ”  นิวลงจากม้าแล้วเดินเข้ามาหาเขา  สองข้างแก้มนั้นแดงปลั่งมีเม็ดเหงื่ออยู่เต็ม  “ไปเร็ว  ไม่น่ากลัวหรอก  จริงๆ”  นิวฉุดแขนของเขาแล้วพาลากเดินไปที่ม้าสีน้ำตาลตัวนั้นโดยไม่ให้เขาตั้งตัว   ลักษณ์พยายามขืนตัวเอาไว้เต็มที่

            “ไม่เอาๆ  เราไม่ขี่หรอกนิว”  เขาปฏิเสธ  พยายามปลดมือของอีกฝ่ายออกจากแขน

            “นิวอย่าไปเซ้าซี้เค้าเลย  คนเค้าขี้กลัวก็ดีแล้ว   เดี๋ยวเกิดเป็นลมฉี่ราดขึ้นมาทำไง  สงสารเจ้าจูดี้แย่เลย”  คนที่นั่งอยู่บนม้าตัวนั้นพูดขึ้นลอยๆ  แล้วก็เลื่อนตัวลงจากหลังม้ามายืนที่พื้นประจันหน้ากับเขา

            ลักษณ์รู้สึกโกรธที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้น  เขาขยับจะพูดเถียงทว่าอีกฝ่ายก็ชิงพูดต่อมาเสียก่อน

            “ดีแล้วลักษณ์  ขืนมึงร้องไห้แงๆออกมาอายสาวแย่เลยนะ  ...จะว่าไปแพรก็น่ารักดีนี่หว่า”  ประโยคหลังไวน์ลดเสียงลง เอียงหน้าเขามากระซิบข้างหูของเขา  “พอวิปไม่มาก็หาคนใหม่เลยเรอะ”

          “ปากอย่างมึงนี่น่าจะโดนม้ากระทืบเอาหน่อยนะ”  ลักษณ์สวนกลับ

            “อย่างมึงก็น่าจะโดนม้ากระทืบโรงเข้าสักทีเหมือนกัน”  คนฟังอ้าปากค้างตามไม่ทัน  ลักษณ์อุทานเสียงหลงเมื่อถูกคนตัวสูงกว่ารวบเอวแล้วยกลอยขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้า  พร้อมกับเจ้าตัวที่กระโดดขึ้นมานั่งซ้อนหลังด้วย   เขาขยับจะลงทว่าท่อนแขนแข็งแรงกลับคล้องเอวรัดเอาไว้แน่น  รู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เป่ารดอยู่ที่ต้นคอและซีกแก้ม

            “อย่าดิ้นนะ  ตกลงไปคอหักไม่รู้ด้วย”  เสียงห้าวๆนั้นพูดขู่ 

            “ปล่อยกูลงไปเถอะ”  ลักษณ์พูด  เหลือบมองพื้นข้างล่างอย่างหวาดเสียว  ไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวม้าจะตกใจ  “นิวๆ  ช่วยเราด้วย”  เขาหันหาเพื่อนที่ยืนหัวเราะอยู่ข้างๆ

            “ไม่ต้องกลัวลักษณ์  เอามือจับเชือกดิ  ทำตามที่ไวน์สอนอ่ะ  ไม่น่ากลัวหรอก...เดี๋ยวเราจะเข้าไปหาน้ำกินก่อน  ร้อนมากเลย”   คนพูดหันหลังเดินกลับออกไปนอกคอกซะงั้น

          “เห้ย....เดี๋ยวสินิว   เดี๋ยวๆ  ปล่อย...ปล่อยกูลงไปเถอะ”    ลักษณ์เห็นท่าไม่ดีเลยหันไปหาคนที่นั่งซ้อนหลังอีกรอบ  เห็นแต่เพียงปลายคางเขียวครึ้มกับริมฝีปากสีแดงสดเท่านั้น

            “นั่งดีๆ  ไม่ต้องหันมา  เดี๋ยววอกแวกแล้วทีนี้ตกม้าไม่รู้ด้วยนะ”  ไวน์ตอบกลับมา  ถ้าลักษณ์ฟังไม่ผิดเขาอยากจะคิดว่ามีความขบขันแฝงมากับน้ำเสียงนั้นด้วย  ...ไอ้ไวน์มันต้องรู้แน่ๆว่าเขากลัวม้า

            “รู้แล้ว  มะ..ไม่ต้องรัดแน่น  กูหายใจไม่ออก”  เขาหมายถึงท่อนแขนที่รัดอยู่รอบเอวและทำให้แผ่นหลังของเขาแนบไปกับช่วงอกของไวน์โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง

            “ก็ได้  งั้นปล่อย”  อีกฝ่ายพูด แล้วปล่อยมือออกทันที  ลักษณ์รู้สึกเสียววูบที่ท้องน้อย  เขานั่งเกร็งไม่กล้าขยับตัวขณะที่ไวน์กระตุ้นให้ม้าเริ่มออกเดินไปข้างหน้า   เหงื่อแตกพลั่กไม่กล้าขยับไปทางไหน  เหลือบตามองไปทางเพื่อนคนอื่นๆก็เห็นแต่ละคนต่างก็กำลังสนใจกิจกรรมของตัวเอง  ไม่มีใครเหลียวมาทางนี้บ้างเลย

            ม้าเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆจนลักษณ์รู้สึกได้  เขากำเชือกตรงหน้าเอาไว้แน่น  มันไม่ใช่เชือกบังคับเพราะเชือกเส้นนั้นอยู่ในมือของไวน์  ลักษณ์อยากจะคิดว่าไวน์จงใจแกล้งเขาและรู้สึกสะใจมากด้วยที่เห็นเขานั่งแข็งเป็นหินด้วยความกลัวแทบขาดใจเช่นนี้

          “พอแล้วๆ  เร็วไปแล้วๆ”  เขาพูดละล่ำละลักเมื่อคนนั่งซ้อนหลังบังคับม้าให้วิ่งเร็วขึ้นจนเกือบถึงรั้วกั้นคอก  “ไม่เอาน่าไวน์  หยุดๆ  ไม่ก็เลี้ยวก็ได้  ไม่เอาๆ  หยุดเถอะ”

            นอกจากไวน์ไม่หยุดแล้ว  ยังกลับเร่งความเร็วขึ้นอีกนิดจนถึงรั้วกั้น  ลักษณ์หลับตาปี๋นึกภาวนาในใจถึงป้าดากับพี่ราม  งานนี้เขาคงคอหักตายแหงๆ

            เสียงหัวเราะห้าวๆดังขึ้นข้างๆหู  ลักษณ์ลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองยังนั่งอยู่บนหลังม้าตัวเดิมที่กำลังวิ่งเหยาะๆไปอีกทางหนึ่ง  ออกห่างจากคอกม้ามากขึ้นทุกที  และก็กำลังจิกเล็บลงบนท่อนแขนของไวน์ที่โอบลำตัวของเขาเอาไว้แน่น

            “ฉี่ราดหรือเปล่า”  ไวน์ถามด้วยเสียงกวนประสาทเหมือนที่เคยได้ยินสมัยก่อน   “หลับตาปี๋เชียว  ฮ่าๆ  อยากถ่ายรูปหน้ามึงเมื่อกี้เก็บเอาไว้จัง” 

            “มึงแกล้งกู”  ลักษณ์เค้นเสียง  จงใจจิกเล็บลงบนท่อนแขนนั้นให้ลึกขึ้น  ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีท่าทางสะดุ้งสะเทือน  กลับพาม้าสีน้ำตาลตัวนั้นเหยาะย่างไปเบื้องหน้าอย่างสบายอารมณ์

            “เดี๋ยวจะพาไปดูอะไรแน่ะ”  ไวน์พูดเบาๆ  แล้วบังคับม้าให้เดินเร็วขึ้นอีก  ลักษณ์พยายามแกะแขนที่รัดรอบเอวตัวเองออก  แต่ไม่สำเร็จ  สุดท้ายก็เลยปล่อยเลยตามเลย  นั่งพิงอกกว้างอยู่ในอ้อมแขนนั้น  ทำเป็นไม่ใส่ใจไอตัวอุ่นๆจนเกือบร้อนที่สัมผัสแนบชิดอยู่

            ไวน์พาเขาอ้อมมาทางด้านหลังถ้าเขาจำไม่ผิด  มันเป็นทุ่งหญ้ากว้างๆโล่งๆล้อมด้วยภูเขาที่เขาเห็นจากวิวทางหน้าต่างห้องพักเมื่อเที่ยง  แดดร่มลมตกแล้ว  ไวน์พาม้าเข้าไปหยุดที่เกือบสุดเขตของไร่   

            “สวยมั้ย”

          “ก็สวยมั้ง  เอ้า....ก็กูเห็นมีแต่ทุ่งหญ้าอ่ะ”  ลักษณ์ตอบกลับไป  ได้ยินเสียงอีกฝ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่คล้ายอ่อนใจแล้วก็พยักหน้าไปทางภูเขาข้างบนเหนือทุ่งหญ้านั้น

          “มึงนี่ยังไง  เงยหน้ามองฟ้าบ้างสิ  เอาแต่ก้มหน้ามองหญ้าอยู่ได้  ชอบกินมากหรือไง”

          “เอ๊ะ...ก็กูไม่รู้นี่หว่า....”  เสียงของลักษณ์ขาดหายไปเพราะเริ่มเข้าใจสิ่งที่เพื่อนต้องการให้ดู  มันคือพระอาทิตย์ดวงโตที่กำลังลอยต่ำอยู่ระหว่างชะเงื้อมเขาลูกใหญ่ทั้งสองด้าน   แสงสีส้มอ่อนๆกระทบกับเงาของหินผาเกิดเป็นรูปร่างแปลกตา  มันสวยจนลักษณ์แทบลืมหายใจ

            เขาจ้องมองภาพนั้นอยู่นานจนกระทั่งแสงสีส้มลับหายไปจากฟากฟ้า   ลักษณ์ถึงรู้สึกว่าตัวเองถูกคนด้านหลังกอดเอาไว้ทั้งตัว   ปลายคางของไวน์วางอยู่บนไหล่ของเขา   ลมหายใจของเค้ารดอยู่ที่ข้างแก้ม....หัวใจของลักษณ์เต้นแรงจนเกรงว่าคนข้างหลังจะจับได้

            “สวยใช่มั้ย”  ไวน์ถามเหมือนกระซิบ  ลักษณ์จะไม่แปลกใจเลยถ้าริมฝีปากของอีกฝ่ายจะเคลียอยู่ที่ริมหูของเขา  “ชอบมั้ย”

          “อืม...เอ่อ...ช่วยขยับออกไปหน่อย  มัน...อึดอัด”  ลักษณ์สะกดใจที่สั่นไหว  พูดออกไปเรียบๆ  อีกฝ่ายขยับตัวถอยออกราวกับรู้ตัว

            “ขอโทษ  ไม่ได้ตั้งใจ”  ไวน์พูด

            “ไม่เป็นไร”  เขาตอบสั้นๆ  “ทำไมถึงไม่พานิวมาดูล่ะ  เขาน่าจะชอบนะ” ลักษณ์ไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกไปอย่างนั้น  แต่อารมณ์ลึกลับในใจเขาทำให้เอ่ยถามออกไป

            คนฟังเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยเสียงที่ไม่เหมือนไวน์เลย

            “เลิกพูดถึงชื่อนิวสักพักได้มั้ย”

          “ทำไมล่ะ  เค้าเป็นแฟนมึงนะ”

            “................”   อีกฝ่ายไม่ตอบ

            ไวน์พาม้าเดินแกมวิ่งกลับไปยังทางเดิม  คราวนี้เขาเพียงแต่คล้องเอวลักษณ์เอาไว้หลวมๆกันตกเท่านั้น   ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยจนกระทั่งมาถึงคอกม้า   มีเพื่อนๆยืนจับกลุ่มกันอยู่  พวกนั้นหันมาทางเขาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของม้า 

            นิวเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางโล่งใจ

            “ตกใจหมดเลย  นึกว่าเป็นอะไรหรือเปล่า.....เป็นไงบ้างลักษณ์  สนุกมั้ย   ไปเที่ยวที่ไหนมาเหรอ”  ร่างเล็กตรงเข้ามาหาเขา  ไวน์กระโดดลงจากหลังม้าแล้วปล่อยให้ลักษณ์ปีนลงมาเอง

            ลักษณ์มองตามหลังร่างสูงใหญ่ที่เดินตรงเข้าไปในบ้านนั้นเงียบๆ  แล้วหันไปยึดมือของนิวกับพี่คนเลี้ยงม้าเอาไว้แน่น  ค่อยๆกระโดดลงมาบ้าง  พอเท้าเหยียบดินเขาก็เกือบจะทรุดลงไปนั่งที่พื้นคอก  เพิ่งรู้ว่าตัวเองนั่งเกร็งมาตลอดทางขนาดไหน

            “ไหวมั้ยลักษณ์  หิวแย่เลย  เข้าไปกินข้าวเย็นกันเถอะ”  นิวช่วยพาเขาเข้าไปในบ้าน  ลักษณ์ขอขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่  เขาขอกินทีหลังเอง  ไม่ต้องให้ทุกคนรอ  เพราะอยากมีเวลาอยู่คนเดียวสักพัก

            เดินเข้าห้องน้ำ  ถอดเสื้อผ้าออกแล้วก้าวไปยืนอยู่ข้างใต้ฝักบัว ปล่อยให้น้ำเย็นๆไหลผ่านหัวใจที่ร้อนรุ่มของเขา  ...เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับความฝัน  ลักษณ์รับรู้ได้ถึงความสุขที่เขาเคยใฝ่หามานาน  มันอยู่ใกล้จนคล้ายกับว่าจะเอื้อมมือออกไปคว้าเอาไว้ได้  เหมือนปลายขนตายาวตรงของอีกฝ่ายที่อาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่เขาเห็นในระยะประชิดนั้น 

             แต่ความฝันก็ยังคงเป็นความฝัน....ลักษณ์ได้ยินเสียงหัวเราะห้าวๆดังขึ้นจากห้องนั่งเล่นข้างล่าง...สิ่งที่ไวน์ทำมันเหมือนกับการให้ความหวังกัน  ทำเหมือนว่ายังมีใจให้ทั้งๆที่เจ้าตัวก็มีแฟนอยู่แล้ว

            ให้ความหวังงั้นหรือ....ลักษณ์พูดกับตัวเองแล้วยิ้มเยาะ  ยกมือของตัวเองขึ้นลูบไปตามร่างกายที่เริ่มหนาวสั่น   ...จะเรียกว่าให้ความหวังได้อย่างไรในเมื่อไวน์ไม่เคยรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับมัน

            และเขาก็คงไม่มีหน้าไปบอกความรู้สึกกับไวน์อีกแล้วด้วย  ถึงจะอยากก็เถอะ....ลักษณ์ก็ไม่ต้องการเป็นคนที่เลวร้ายถึงขนาดทำร้ายจิตใจคนที่ไม่เกี่ยวข้องหรอกนะ  นิวเป็นคนดีและรักไวน์ด้วยใจจริง  ไม่ควรจะเข้ามาเจ็บปวดด้วย

            ถ้าจะมีใครสักคนที่เจ็บปวดก็ควรจะเป็นตัวเขาเองที่รู้ช้าเกินไป   ปล่อยให้ความรู้สึกของเขาเป็นเหมือนพระอาทิตย์ที่แผดแสงจ้าเผาหัวใจของเขาจนไหม้เกรียมและลาลับขอบฟ้าไปเถอะ

            ..................................................................................................



           มาอัพต่อนะคะ  อ่านถึงตอนนี้กันแล้วหรือยัง  อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างคะ

ใครเล่นทวิต ใช้ #แอบลักษณ์ นะคะ    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

ส่วนใครที่ถนัดเล่นเฟสบุ๊ค  ตอนนี้เรามีช่องทางใหม่ไว้ติดตามข่าวคราวกันนะคะ

Facebook Fanpageของเราเอง เพิ่งเปิดสดๆร้อนๆ คลิกเลย
 

 

ออฟไลน์ Naam3

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :ling1:รอตอนต่อไปๆๆๆสงสารลักษณ :mew6: :L1: :L2: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ยังหน่วงคงเส้นคงวา

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
จะจับมือ หรือปล่อยถือ มือกันแน่
จะให้แพ้ หรือชนะ เอาแบบไหน
จะให้เกลียด หรือว่ารัก จะเอาไง
ไม่มีใคร เดาใจใคร ใช่แน่นอน

อย่ามาเล่น ความรู้สึก ของคนอื่น
อย่ามาเล่น มุขตื้นตื้น ไฟสุมขอน
กูจะดับ ให้มันมอด เชื้อไฟฟอน
ตัดซะก่อน ไม่ให้ติด ชิดเชื้อไฟ

#คิดว่าดีก็ทำต่อไปนะ#ไวน์#เห็นแก่ตัวชิ้บ#ใครจะเจ็บใครจะเสียใจ#ช่างหัวมัน

ขอยกเลิกการเป็นพระเอก#คนแต่ง

อ่านตอนนี้แล้วหงุดหงิดแทบบ้า#คนอ่าน
ย๊ากกกกกสสสสสสสสสส อยากพ่นไฟ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ magic-moon

  • I belive I can Flyyyyyyyyyyy
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
น่าตีทั้งคู่อ่ะ หมั่นเขี้ยว

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่ 20

In wine there is truth.

 

 

 

 

 

            “เสร็จยังลักษณ์  พวกกูรอข้างล่างนะ”  เพื่อนร่วมห้องของเขาตะโกนเข้ามาบอก  ลักษณ์พยักหน้ารับ บอกเจมส์กับกันต์ว่าจะตามลงไปทีหลัง  เขารีบเก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋าเป้  วันนี้พวกเขาจะไปสำรวจโรงเรียนในละแวกนี้กัน เพื่อหาสถานที่ทำโครงงาน

            ลักษณ์ลงมากินอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว  เขารู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเพราะนอนไม่พอ  เมื่อคืนกว่านอนหลับลงไปได้ก็เลยเที่ยงคืนไปหลายชั่วโมง  คงเป็นเพราะแปลกที่  ไม่เกี่ยวกับการจินตนาการถึงภาพคนสองคนบนเตียงในห้องที่อยู่ถัดไปหรอก

            “เดี๋ยวไปโรงเรียนก่อน  ไม่ไกล  เดินทางง่าย  แต่มันเป็นวันหยุดไม่รู้ว่าจะมีครูอยู่หรือเปล่า”  ไวน์พูดขึ้นบนโต๊ะอาหาร  “นิวรอที่บ้านมั้ยล่ะ  หรือจะไปด้วยกัน  วันนี้ท่าทางจะร้อนเอาเรื่องอยู่นะ  เดี๋ยวไม่สบาย”

            “โธ่ไวน์  แค่นี้สบายมาก  ขอไปด้วยคน”

            “เรามันอยากเที่ยวตลอด”  ไวน์พูดยิ้มๆ  “มีใครเติมอะไรอีกมั้ย  เจมส์กันต์มีข้าวต้มเหลือในหม้อนะ  ส่วนคุณผู้หญิงมีผลไม้อีกนะครับ   แพรเอาส้มมั้ย....ลักษณ์  อิ่มแล้วเหรอ  กินไปนิดเดียว”

            ลักษณ์พึมพำว่าอิ่มแล้ว  รีบลุกจากโต๊ะ  เดินเข้าไปในครัว  เจอป้าณีกำลังปอกมะม่วงอยู่ก็เลยเข้าไปทักทาย

            “เอาน้ำส้มติดไปด้วยแน่ะคุณลักษณ์  ป้าคั้นใส่กระติกเอาไว้ให้” 

            เด็กหนุ่มยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณดวงมณีอย่างนอบน้อม  เธอมองตามหลังเพื่อนของลูกชายเจ้านายด้วยความเอ็นดู  ลักษณ์เป็นเด็กน่ารัก  คุยด้วยนิดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนซื่อๆ  ท่าทางเวลาเข้ามาช่วยเธอทำงานในครัวดูออกว่ามาจากความมีน้ำใจของเจ้าตัว  ไม่ใช่ประจบประแจง

            เด็กคนนี้เป็นเด็กกำพร้าแน่นอนไม่ต้องสงสัย แววเศร้าที่แฝงอยู่ในแววตาของเด็กหนุ่มตลอดเวลาบอกเธอว่าอย่างนั้น   ลักษณ์ ‘ขาด’ บางอย่าง  เขาแตกต่างจากเพื่อนๆที่มาด้วยกันอย่างชัดเจนและเจ้าตัวก็รู้ดี  มันกลายเป็นบุคลิกที่แฝงอยู่เหมือนคนไม่มั่นใจในตัวเอง

            “แดดข้างนอกร้อนมากนะคะ  คุณลักษณ์อย่าลืมสวมหมวกเอาไว้นะ” เธอเอ่ยเตือนเป็นประโยคสุดท้าย  เด็กหนุ่มส่งยิ้มแทนคำขอบคุณและพยักหน้าเร็วๆมาให้  ดวงมณีมองตามร่างเล็กที่วิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนด้านนอกอย่างเป็นห่วง

            รถขับออกมาจากเขตของบ้านไวน์   ทางเป็นทางลาดยางที่ไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้ทุกคนนั่งหัวสั่นหัวคลอนไปตลอดทางจนกระทั่งมาถึงโรงเรียนที่ไวน์บอก  สภาพโรงเรียนตรงหน้าทำให้ใครหลายๆคนในกลุ่มลงความเห็นได้ทันทีว่า เหมาะมากที่จะเข้ามาบูรณะ

            “เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูก่อนว่ามีครูอยู่หรือเปล่า”  ไวน์พูด  ก้าวยาวๆเข้าไปในอาคารโดยมีเกรซวิ่งเหยาะๆตามเข้าไปด้วย  ลักษณ์กับเพื่อนคนอื่นๆออกเดินสำรวจรอบๆสนามฟุตบอลที่ครั้งหนึ่งน่าจะเคยมีหญ้าปกคลุมอยู่

            นิวเดินมาข้างๆเขา  ก้มลงหยิบกิ่งไม้ที่ตกระเกะระกะขึ้นมาแกว่งเล่น   ลักษณ์เดินเรื่อยๆฝ่าแสงแดดเข้าไปจนถึงสนามเด็กเล่นที่อยู่ลึกเข้ามา  สภาพของมันไม่ต่างจากสนามบอลข้างนอก  ชิงช้าเก่าๆสนิมเขรอะกับม้าหมุนสีลอก  ไม้กระดานหกที่วางเอียงกระเท่เร่  และถังเหล็กบุบๆที่เอาไว้ลอดเล่น  มันเก่าจนลักษณ์ไม่แน่ใจว่าจะรับน้ำหนักใครไหวด้วยซ้ำ

            “ทำไมมันโทรมขนาดนี้ล่ะ  เด็กๆที่นี่เล่นกันได้ยังไง”  นิวพูดขึ้น   ทดลองนั่งบนชิงช้าแล้วแกว่ง  ได้ยินเสียงเอี้ยดอ้าดเหมือนโซ่จะหลุดออกมา

            ลักษณ์โบกมือเรียกเจมส์กับกันต์ให้มาช่วยกันถ่ายรูปเก็บรอบๆสถานที่เอาไว้ไปทำรายงานเสนออาจารย์อาทิตย์หน้า  พวกเขาเดินวนสำรวจอยู่พักใหญ่กว่าไวน์กับเกรซจะกลับออกมา

            “เป็นไงบ้าง  โชคที่วันนี้ครูใหญ่อยู่พอดี ท่านยินดีมากเลยถ้าพวกเราจะเข้ามาช่วย”  เกรซเล่า   มองสำรวจไปรอบๆอย่างพอใจ  “เราว่าทีนี่ก็ดีนะไวน์  ครูคุยง่าย  แถมสถานที่ก็น่าทำด้วย”

            “อืม...เพื่อนๆคนอื่นว่าไง  เห็นด้วยมั้ย  หรือเราจะลองไปดูอีกโรงเรียนนึงก่อน  อยู่ห่างจากนี่ไปประมาณ 10 กิโลเมตร”

            “กูว่าที่นี่แหละดีแล้ว  โรงเรียนก็โอเคอยู่ พอจะมาพักได้  ใกล้บ้านมึงด้วย จะได้ให้พวกผู้หญิงพักที่บ้านมึงได้”  เจมส์พูดขึ้นบ้าง 

            ไวน์หันมามองเลขาฯของกลุ่ม  เห็นใบหน้าเล็กๆนั้นแดงกว่าปกติ  เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้า  เจ้าตัวยกแขนเสื้อขึ้นปาดเช็ดลวกๆ  แล้วก็ก้มลงร่างสถานที่คร่าวๆในสมุด   คนมองรู้สึกหงุดหงิดในใจ...หมวกมีก็ไม่รู้จักใส่

            “ถ้างั้นเรารีบเก็บข้อมูลแล้วกลับบ้านดีกว่า  ลักษณ์...มึงเข้าไปหาน้ำมาหน่อยไป  ไปถามครูในโรงเรียนก็ได้  เดี๋ยวกูจดต่อเอง”  เขาดึงสมุดออกมาจากมือนั้น  เห็นอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่พอใจที่โดนใช้งาน  ไวน์ไม่ได้หันไปสนใจอีก  เขาก้าวยาวๆเข้าไปสำรวจสนามเด็กเล่นบ้าง

            ลักษณ์เม้มปาก  หันหลังเดินเข้าไปในอาคาร   เจอภารโรงกำลังทำความสะอาดระเบียงอยู่  เขาก็เลยเข้าไปถามว่ามีน้ำขายบ้างมั้ย   ลุงแกก็ใจดีพาไปเคาะกระจกร้านสหกรณ์ของโรงเรียน

            เขาซื้อน้ำเปล่ากับน้ำอัดลมมาหลายขวด  แอบยืนเป่าพัดลมพอให้รู้สึกสบายตัวขึ้นบ้างแล้วก็เดินหิ้วถุงใส่ขวดน้ำตรงไปหาเพื่อนๆที่กำลังนั่งพักกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

            “น้ำมาแล้ว”  เขาแจกจ่ายให้ทุกคน

            “ที่นี่ดีทุกอย่างนะไวน์  แต่แม่งโคตรร้อน  ร้อนเหมือนอยู่ซาฮาร่า”

            “มึงเคยไปซาฮาร่าหรอเจมส์”  เสียงของเพื่อนอีกคนขัดขึ้นเบาๆ

            ลักษณ์ไม่ได้ฟังว่าพวกนั้นเถียงอะไรกันอีก  เขาก้มหน้าก้มตาดูดน้ำในขวดจนหมด  รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยแม้ว่าจะยังมีอาการปวดศีรษะตุบๆอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

            “มะรืนนี้โรงเรียนเปิด  เราแวะมาแอบดูพวกเด็กๆเล่นเครื่องเล่นก่อนกลับกันดีมั้ย”  แพรเสนอขึ้นมา  “รูปถ่ายตอนใช้งานจริงน่าจะเห็นภาพดีนะ”

            “ต้องดูเวลาก่อนน่ะแพร  เพราะเราต้องขับรถกลับกัน  ถ้าเย็นไปเดี๋ยวรถติด  ทุกคนจะกลับถึงบ้านช้า  ถ้ายังไม่มีรูปเด็กๆเล่น ก็เอารูปพวกเราที่ถ่ายไปนี่แหละ”  ไวน์พูด

            ทุกคนเก็บข้าวของและขยะไปทิ้งให้เรียบร้อย  ขากลับไวน์ไม่ได้พาตรงกลับบ้านเลยแต่กลับพาอ้อมไปอีกทางหนึ่ง  ลักษณ์ได้ยินแว่วๆว่าจะพาไปไร่องุ่น

            “บ้านไวน์มีไร่องุ่นด้วยเหรอ”  นิวถามอย่างแปลกใจ  “นึกว่าทำฟาร์มอย่างเดียว....เอาจริงตั้งแต่มาเรายังไม่เห็นวัวสักตัวเลยนะ”

            “วัวก็อยู่ในโรงเลี้ยงสิ  ที่บ้านเราไม่ได้เลี้ยงแบบเปิดน่ะ...ไว้พรุ่งนี้จะพาไปดู  แต่วันนี้ขอพาไปเที่ยวไร่องุ่นก่อน  จริงๆเป็นธุรกิจของฝั่งแม่เรา  ตกทอดมาถึงแม่  ตอนแรกแม่กะจะขายแล้วแต่ว่าพ่อชอบดื่มไวน์ก็เลยขอเก็บเอาไว้   ไม่ได้มีกำไรมากมายหรอก”

            “อ๋อ...เป็นที่มาของชื่อ ..ไวน์ ใช่มั้ย”

            “อืม”  คนหลังพวงมาลัยพยักหน้ารับ   

            รถตู้เลี้ยวเข้าไปจอดภายในอาณาบริเวณของไร่   ไวน์จอดรถที่ด้านหน้าของบ้านเล็กๆที่เหมือนสำนักงาน  มีผู้ชายคนหนึ่งยืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว

            “สวัสดีครับ  ผมชื่อชาติเป็นคนดูแลที่นี่นะครับ  มากันพอดีกำลังรออยู่เลย  เข้าไปทานข้าวกันก่อน  ผมเตรียมอาหารเที่ยงเอาไว้ให้แล้ว”  ทุกคนเดินตามเข้าไปทางด้านในอาคาร

            อากาศร้อนจัดข้างนอกพอเข้ามาเจอแอร์เย็นฉ่ำเข้าก็ทำเอาลักษณ์รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้  เขานั่งห่อตัวอยู่ข้างๆเจมส์กับแพรด้วยความหนาวแต่ไม่ได้บอกใคร  แอบค้นหายาพาราฯที่มีติดกระเป๋าเอาไว้เสมอขึ้นมากิน  อาการปวดศีรษะตุบๆยังเป็นอยู่  กระบอกตาร้อนผ่าว  ลักษณ์ไม่รู้สึกอยากอาหารเลย  เขาฝืนกินข้าวไปได้ไม่กี่คำก็ต้องวางช้อนลงเพราะผะอืดผะอม

            “เดี๋ยวจะพาไปเดินดูไร่  แล้วก็เลยไปโรงเก็บไวน์ข้างหลังนะ...นิวครับ ลองกินพายองุ่นดูหน่อยสิ  อันนี้เป็นสูตรบ้านแม่ผม  ผมกินมาตั้งแต่เด็ก....เกรซ แพร ตักถึงไหม”  ไวน์ทำหน้าที่เจ้าบ้านได้อย่างดีไม่มีที่ติ

            นิวช่วยตักพายชินใหญ่ใส่จานให้ลักษณ์หลังจากกินข้าวเสร็จ  เขาเป็นคนแรกที่สังเกตว่าอีกฝ่ายหน้าตาเหมือนไม่สบาย

            “ลักษณ์  เป็นอะไรหรือเปล่า?  ตายล่ะตัวร้อนจังเลย  ...ไวน์  ลักษณ์เป็นไข้ล่ะ”  นิวเอื้อมมือมาจับตัวเพื่อนแล้วก็หันไปบอกคนรัก  ไวน์หันมามอง

            “กินยาหรือยัง  มียาหรือเปล่า?”

            “กินแล้ว  ไข้หวัดธรรมดาน่ะ  นอนพักเดี๋ยวก็หาย”  ลักษณ์พูดเบาๆ

            “เอาไงดี  งั้นเรากลับกันก่อนดีมั้ยไวน์  ลักษณ์จะได้พักผ่อน”  นิวเสนอ  เพื่อนหลายคนพยักหน้า

            “ไม่เป็นไรๆ  อุตส่าห์มาทั้งที  เดี๋ยวเราขอรอในนี้ล่ะกัน  พวกนายไปดูไร่เหอะ”  ลักษณ์รีบพูด  เขาไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นตัวถ่วงทำให้ทริปนี้ไม่สนุก

            ไวน์มองหน้าเขา  สบตากันแวบหนึ่ง

            “ไหวหรือเปล่า  ถ้าเป็นหนักจะได้รีบไปหาหมอ”

            คนป่วยส่ายหน้าเบาๆ  ริมฝีปากบางแดงจัดเพราะพิษไข้  ลักษณ์ดูท่าจะอยากนอนเต็มที  ไวน์เลยหันไปบอกสุชาติ  คนดูแลไร่ว่าขอให้เพื่อนของเขานอนพักที่สำนักงานไปก่อน 

            “หรือว่าจะให้ไปส่งที่บ้านใหญ่ก่อนครับคุณไวน์”

            “ไม่ต้องหรอก  ไม่น่าเป็นอะไรมาก”  ไวน์ตอบกลับไป  เขามองตามหลังร่างเล็กบางที่เดินตามสุชาติเข้าไปในสำนักงานที่มีโซฟาตัวใหญ่ไว้รับรองแขกตั้งอยู่  ดูจนลักษณ์ล้มตัวนอนลงเรียบร้อยแล้วจึงค่อยหันกลับมาหาเพื่อนๆ

            “โอเค  ไปเดินเล่นกันเถอะ”

            ลักษณ์หลับตาลง  เขาผล็อยหลับไปเพราะพิษไข้และยาที่กินเข้าไป  พอสะดุ้งตื่นอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนุ่มภายในห้องพักของตัวเองแล้ว  ลักษณ์ดันตัวลุกขึ้นนั่ง  มองไปรอบตัวอย่างมึนงง

            “.......”  คอแห้งผากเป็นผง  ยังมึนหัวอยู่ไม่น้อย  ลักษณ์ค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วเปิดประตูเดินออกมาจากห้องพัก   ทั้งบ้านเงียบสนิท  ได้ยินเสียงหัวเราะและพูดคุยกันดังมาจากบ้านใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าแว่วๆ

            เสียงกุกกักดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่นิวจะเปิดเข้ามาในบ้าน  นิวเงยหน้าขึ้นมองเขาบนบันได  แวบหนึ่งที่ลักษณ์รู้สึกแปลกๆกับแววตาของอีกฝ่าย   แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็วเหลือเพียงความห่วงใยแกมดีใจที่นิวส่งมาให้

            “ลักษณ์...เป็นยังไงบ้าง  ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย”  นิวพูด  วางกล่องบรรจุอาหารลงบนโต๊ะกินข้าว   ลักษณ์เดินลงบันไดมาช้าๆ

            “อืม  ดีขึ้นแล้วล่ะ”  เขาเทน้ำใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่ม  ทอดสายตามองนิวเปิดกล่องอาหารยื่นส่งมาให้เขา

            “โจ๊กน่ะ  ป้าณีทำมาให้ลักษณ์  กินไหวมั้ย  หรือจะเก็บไว้ก่อน”

            ชื่อของป้าณีทำให้ลักษณ์รู้สึกดีขึ้น   เขาพยักหน้ารับ เดินไปหยิบช้อนมานั่งตักกินทีละคำ   โจ๊กร้อนๆช่วยให้รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย  หางตาเห็นนิวเปิดตู้เย็นหยิบขนมเดินมานั่งด้วยที่โต๊ะอาหาร

            “เพื่อนๆคนอื่นล่ะ”  ลักษณ์ทำลายความเงียบขึ้น

            “อยู่บ้านพ่อไวน์  กำลังร้องคาราโอเกะกันอยู่”  นิวตอบกลับมา

            “เรากลับมาที่บ้านนี้ได้ยังไง”  คนป่วยถามต่อมาอีก  เดือนสังคมฯเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วตอบยิ้มๆ

            “พอพวกเราเที่ยวไร่เสร็จแล้วก็กลับไปดูลักษณ์   เห็นกำลังหลับอยู่ไวน์เลยไม่อยากปลุก  ก็เลยอุ้มนายขึ้นรถพากลับมาที่นี่น่ะ” 

            “อ้อ..”  ลักษณ์นิ่งไป  อดใจเต้นไม่ได้กับคำที่อีกฝ่ายเล่าออกมา  ไวน์..อุ้มเขางั้นเหรอ  จริงดิ

            “ไวน์กับลักษณ์เนี่ยสนิทกันดีเนอะ  ดูแลกันดีจัง  นิวอยากมีเพื่อนแบบนี้บ้าง”  อีกฝ่ายพูดขึ้นมา  “ปกติเราไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชายเท่าไหร่  พวกนั้นชอบแกล้งเรา”

            “ไวน์มันเป็นคนรักเพื่อนพ้อง”  ลักษณ์ตอบเรียบๆ  พยายามไม่สบตาคนที่นั่งตรงข้ามมากนัก  เพราะพิรุธในใจของเขาทำให้รู้สึกละอายใจเหลือเกินยามที่สบดวงตาใสซื่อคู่นั้น

          “เราชอบมิตรภาพแบบเพื่อนระหว่างนายทั้งสองคนมาก   มีคนเคยบอกว่าความรักแบบเพื่อนนี่แหละที่อยู่ยั่งยืนยง  ลักษณ์ว่าไหม..รักแบบแฟน  พอสักวันนึงเลิกกันก็กลายเป็นคนแปลกหน้า”

            “อืม”  ลักษณ์ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

            “เค้าบอกว่าถ้าเราคบใครเป็นเพื่อนนานเกิน 7 ปี  เรากับคนนั้นจะเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิต  ไวน์กับลักษณ์ก็เหมือนกันสินะ  เกือบจะ 7 ปีแล้วนี่”

            “เพิ่ง 6 ปีกว่าเอง  อาจจะเลิกคบกันเร็วๆนี้ก็ได้  ฮ่าๆ”  ลักษณ์พยายามหัวเราะ  แต่มันฟังดูฝืดเฝื่อนชอบกล

            “หึๆ ไม่หรอก  ไวน์ดูเป็นห่วงลักษณ์ออกขนาดนั้น”  ...เป็นห่วงเกินไป ....นิวขยับจะพูดต่อแต่ก็เปลี่ยนใจ  เขาทอดสายตามองเพื่อนสนิทของคนรักที่ตักโจ๊กเละๆเข้าปากนั้นนิ่ง   โจ๊กที่ไวน์เป็นคนขอให้ป้าณีทำให้ลักษณ์  แถมเจ้าตัวจะถือมาให้เองด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าเขาชิงพูดขึ้นก่อนว่าอยากมาดูลักษณ์เสียหน่อย

            แต่เหนือสิ่งอื่นใด...ภาพที่ไวน์ก้มลงอุ้มเพื่อนสนิทเมื่อบ่ายนั้นยังติดตา  มันก็ไม่แปลกหรอกถ้าเพื่อนฝูงจะดูแลกัน  แต่ที่แปลกก็คือแววตาของไวน์ยามที่มองไปยังลักษณ์  มันช่างเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและร้อนรน  แม้เจ้าตัวจะพยายามซ่อนอาการเอาไว้แค่ไหนก็ตาม  เขาก็สังเกตได้....ตั้งแต่ท่าทางอยากกลับของไวน์ตอนเดินชมไร่แล้ว  ไวน์ไม่แวะโรงเก็บไวน์ด้วยซ้ำทั้งที่ตอนแรกคุยเอาไว้อย่างดี  กลับบอกเรียบๆว่าอากาศร้อนมากกลัวว่าสาวๆจะไม่สบายไปด้วย  เลยให้กลับกันก่อน 

            เขาก็ไม่ได้อยากจะสงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่หรอกนะ....แม้จะมีหลายครั้งที่รู้สึกได้ว่าทั้งสองคนดูผูกพันกันมาก  และนั่นยิ่งแปลกเพราะยามปกติต่อหน้าคนอื่นพวกเค้ากลับแสดงท่าทางห่างเหินอยู่ในที  ยังไม่นับอากัปกิริยาของไวน์ที่แสดงต่อเขาด้วย  ไวน์จะอ่อนโยนกับเขาเป็นพิเศษในยามที่มีลักษณ์อยู่ด้วย  แต่ก่อนเขายังไม่มั่นใจทว่าเมื่อลองย้อนคิดทบทวนดูแล้ว  นิวคิดว่าเขาพบอะไรบางอย่าง

            ความผิดปกติในความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทคู่นี้

            “ไวน์มันก็ห่วงทุกคนแหละ  มันชอบยุ่ง ชอบสั่ง  ทำเหมือนคนอื่นเป็นลูกมัน”  คนตรงหน้าเขาตอบกลับมา

            “ไวน์ไม่ค่อยออกคำสั่งเรานะ  แต่ถ้าเรื่องดุนี่เราโดนบ่อยเหมือนกัน  อยู่กับไวน์แล้วเหมือนอยู่กับพี่ชาย”  นิวหลุดปากออกมาแล้วก็นึกได้....ใช่แล้ว  ไวน์ทำเหมือนเขาเป็นน้องชายมากกว่าแฟน  เขาชอบที่ไวน์ดูแลเขาอย่างดี  ให้เกียรติ  พูดจาอ่อนหวาน  แต่ไวน์กลับไม่มีความดึงดูดอย่างที่แฟนควรจะมีต่อกัน

            “อืม...ไวน์ดูแลนิวดีมั้ย  มีอะไรไม่ถูกใจบอกเราได้นะ  เดี๋ยวเราจะไปจัดการไอ้ไวน์ให้”

            “ดีมากเลยล่ะ  เราไม่เคยเจอใครน่ารักเท่าไวน์มาก่อนเลย”  เขาตอบออกไป  เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ส่งมาให้แล้วเขาก็ได้แต่นึกสงสัยว่าเจ้าของรอยยิ้มซื่อๆแบบนี้ตัวจริงจะเป็นคนซื่อจริงหรือเปล่า

            หรือว่าซับซ้อนซ่อนเงื่อน  แอบซ่อนความลับอะไรเอาไว้กันแน่ ...โดยเฉพาะ  ถ้าเป็นความลับที่เกี่ยวข้องกับคนรักของเขาล่ะก็....คนอย่างนิวก็ไม่ใช่คนใสๆยอมคนอย่างที่แสดงออกว่าเป็นหรอกนะ

         



ต่อด้านล่างจ้าา

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
 
ต่อนะคะ






            ลักษณ์ลืมตาขึ้นในเช้าวันถัดมา  รู้สึกดีขึ้นมากแล้วจนเกือบเป็นปกติ  คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาบวกกับการพักผ่อนเพียงพอก็เลยทำให้ดีขึ้นเร็ว

            เพื่อนผู้ชายสองคนที่นอนเตียงถัดไปข้างๆยังไม่ตื่น  ลักษณ์หันไปดูนาฬิกา..เพิ่งจะตีห้ากว่าๆ  นี่เขาตื่นเช้าขนาดนี้เองโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุกหรอเนี่ย   น่าประทับใจจังแฮะ

            เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ  แล้วก็ย่องลงจากบ้านออกมาเดินเล่นด้านนอก  อากาศยามเช้าของที่นี่สดชื่นดี  ละอองหมอกเบาบางยังคงเหลืออยู่ให้เห็น   กลิ่นหอมๆของดอกไม้ที่ลักษณ์ไม่รู้ว่าคือดอกอะไรลอยมาตามลม   เขาออกเดินเล่นยืดเส้นยืดสายรอบๆบ้านพัก  ไม่กล้าไปไหนไกลเพราะยังไม่คุ้นที่

            เสียงฝีเท้ากระทบพื้นลาดยางดังเป็นจังหวะเข้ามาใกล้  ร่างสูงใหญ่ของเพื่อนสนิทของเขากำลังวิ่งออกกำลังกาย  แถมกำลังตรงมาทางนี้เสียด้วย  ลักษณ์หันไปเห็นเข้าก็ตั้งท่าจะหลบเข้าบ้าน  ทว่าอีกฝ่ายเห็นเข้าก่อน

            “ลักษณ์..จะไปไหน  หายดีแล้วเหรอ”  เสียงห้าวๆนั้นดังขึ้นข้างหลัง  ลักษณ์ลอบถอนหายใจ  หันกลับไปเผชิญหน้า

            “ดีขึ้นแล้ว”  เขาทำตัวไม่ถูกเมื่อรู้สึกได้ว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจไปทั่วร่าง

            “แล้วออกมาทำไมไม่ใส่หมวก  เดี๋ยวก็ไข้กลับอีก”

            “กูไม่ได้กระหม่อมบางขนาดนั้นหรอกน่า”  ลักษณ์ตอบกลับไป  ได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ

            “กระหม่อมไม่บางแต่ผมบางใช่มั้ย  ตากแดดแปบเดียวไข้ขึ้น”

            “มันนอนไม่พอตะหาก”

            “ไปเดินเล่นกันมั้ย”  ไวน์เปลี่ยนเรื่อง  เอ่ยชวนเขาโดยไม่ทันตั้งตัว  ลักษณ์อึกอักขยับจะปฏิเสธแต่ว่าขาทั้งสองข้างกลับก้าวเดินเคียงข้างอีกฝ่ายไปก่อนที่สมองจะสั่งการเสียอีก

            พักนี้เขาบังคับตัวเองยากขึ้นทุกที...

            “เมื่อวาน...ขอบคุณมากนะ”  คนตัวเล็กกว่าพูดขึ้นเบาๆ  ระหว่างที่เดินทอดน่องไปตามทางที่ล้อมด้วยพุ่มไม้และดอกไม้  ไวน์พาเขาเดินอ้อมมาทางหน้าบ้านที่จัดเป็นสวนหย่อมเอาไว้

            “เรื่องเล็ก...กูว่าแล้วว่าต้องไข้ขึ้นแน่ๆ  เห็นตั้งแต่ที่โรงเรียนแล้ว  หน้าแดงแจ๋”  ร่างสูงใหญ่นั้นพูดขึ้นบ้าง  ไวน์หัวเราะเบาๆตอนที่พูดต่อมาว่า “นี่ยังไม่ครบสูตร ทุกทีเป็นไข้ต้องอ้วกด้วยไม่ใช่หรือไง”

            “มันก็ต้องพัฒนากันบ้าง”  คนฟังตอบกลับไป  รู้สึกอายแต่ก็ฝืนทำเป็นเฉยๆ  “วันนี้มีแพลนจะไปทำอะไรบ้างนะคุณประธาน”  ลักษณ์ชิงเปลี่ยนเรื่องไปเป็นเรื่องงานแทน

            “วันนี้พักผ่อน  ไว้เย็นๆค่อยมานั่งร่างรายงานกัน”  ประธานกลุ่มพูด  ก้มลงผูกเชือกรองเท้าที่หลุดใหม่  ลักษณ์เลยหยุดยืนรอ  “อยากลองรีดนมวัวไหม”

            “มันจะถีบเอาหรือเปล่า”  คนฟังหลุดปากถามออกไป

            “ขี้กลัวไปได้”  ไวน์ลุกขึ้นยืน  “ถ้ามันถีบมาก็ถีบกลับไปสิ  ไม่เห็นยาก”

            “ไอ้บ้า  ใครจะไปถีบวัวได้วะ  แน่จริงก็ลองถีบให้ดูหน่อยสิ”

          “เรื่องถีบกูไม่ถนัด  แต่ถ้าจีบก็ว่าไปอย่าง”  น้ำเสียงของไวน์ที่ใช้พูดทำให้คนฟังรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาอีกรอบ  ทั้งที่บอกตัวเองว่าเขาเป็นคน  ไม่ใช่วัว  และไอ้ไวน์ก็พูดไปเรื่อยไม่มีแก่นสาระใดๆทั้งนั้น

            “มึงจะจีบวัว...ฮ่าๆ  กูชักสงสารนิวแล้วสิที่มีแฟนแบบมึงเนี่ย”  ลักษณ์กัดฟันพูด  แล้วเร่งฝีเท้าเดินนำอีกฝ่ายกลับเข้าไปในบ้าน

            เช้าวันนั้น  พ่อของไวน์พาเพื่อนๆลูกชายเข้าไปชมโรงเลี้ยงวัวขนาดใหญ่ของฟาร์ม  มันเป็นโรงเลี้ยงแบบทันสมัย  มีเครื่องรีดนมวัวไม่ต้องเสียเวลานั่งรีดเอง  วัวทุกตัวอยู่ในพื้นที่ของตน  แต่ละตัวดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี           

            “ตัวนี้ชื่อแมรี่  เป็นวัวแม่พันธุ์  พ่อนำเข้ามาจากต่างประเทศ...” พ่อของไวน์อธิบายไปเรื่อยๆ  ลักษณ์เดินไปฟังไปอย่างเพลิดเพลิน  ส่วนเพื่อนๆก็แวะถ่ายรูปบ้าง  แวะให้อาหารวัวบ้าง

            ไวน์กับนิวหายตัวไปจากกลุ่ม  ลักษณ์เดาว่าคงไปสวีทกันที่ไหนสักแห่ง  เขาตามพ่อของไวน์เข้าไปในพื้นที่ที่จัดเอาไว้รีดนมวัว

            “ลองไหม  ไม่ยากหรอกเดี๋ยวพ่อสอนให้”  พ่อของไวน์หันมาชวนเด็กหนุ่มทั้งสามคนที่ยืนจ้องหน้าแม่วัวด้วยความตื่นเต้น   เจมส์อาสาขอรีดนมวัวเป็นคนแรก  ตามด้วยกันต์และลักษณ์

            ลักษณ์รู้สึกว่ามันก็สนุกดีเหมือนกัน  เขาชอบสัมผัสนิ่มๆหยุ่นๆของนมแม่วัว   ชอบตอนให้อาหารมันด้วย  โดยเฉพาะเสียงมอๆของมันฟังแล้วเหมือนกับว่ามันกำลังคุยตอบกลับมา  เขาเล่นเพลินจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงอาหารเที่ยง  พ่อของไวน์ก็ให้คนมาตามไปกินข้าว

            “พวกผู้หญิงไปไหนกันแล้วล่ะ  ไอ้ไวน์กับแฟนมันด้วย”  กันต์ถามขึ้น  เพิ่งรู้สึกตัวว่าเหลือกันอยู่สามคน  ลักษณ์มองไปรอบๆ  นอกจากลายขาวดำของวัวแล้วเขาก็ไม่เห็นเพื่อนร่วมกลุ่มที่เหลือเลย

            “สงสัยกลับบ้านไปก่อนแล้วมั้ง  ไปล้างมือเร็วๆมึง  กูหิวแล้ว”  ลักษณ์หันไปเร่งเพื่อนวิศวะอีกสองคน

            ที่โต๊ะอาหารมีเพื่อนๆผู้หญิงนั่งกันอยู่ก่อนแล้ว  พวกเธอเข้ามาช่วยกันทำอาหารมื้อเที่ยงตอบแทนพ่อแม่ของไวน์  อาหารหน้าตาน่ารับประทานหลายอย่างวางเรียงกันอยู่บนโต๊ะ  เกรซบอกว่าเกือบทั้งหมดเป็นฝีมือของแพร

            “โห สุดยอดไปเลยแพร  น่ากินมากๆ  ทำอาหารเก่งจัง”  ลักษณ์ชม  จากนั้นเพื่อนวิศวะอีกสองคนก็ชิงกันทำคะแนนกับหญิงสาว  แพรเอาแต่หัวเราะหน้าแดงเพราะขำไม่ใช่เขินอย่างที่สองคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเอง

            นั่งรอกันครู่หนึ่ง  พ่อแม่ของไวน์ก็เข้ามาร่วมวง  แต่กลับไม่เห็นเงาของลูกชายและคนรัก  พ่อของไวน์บอกให้เริ่มทานกันไปได้เลย

            ลักษณ์อดเป็นห่วงเพื่อนขึ้นมาไม่ได้  ถึงจะพอเดาได้ก็เถอะว่าสองคนนั้นคงหลบไปสวีทกันสองต่อสอง  แต่ก็ไม่น่าจะปล่อยให้เลยเวลาแบบนี้เลย  กำลังคิดอยู่นั้น  ไวน์ก็กลับเข้ามาในบ้าน  ใบหน้าคมเข้มนั้นมีความบึ้งตึงแฝงอยู่ 

            “ไปไหนมาไวน์  มากินข้าวเร็ว  แล้วน้องนิวล่ะ”

            “นิวไม่หิวครับ  เค้าอยากนอนพัก...ขอบคุณมากครับป้าณี”  เขาหันไปขอบคุณป้าแม่บ้านที่เข้ามาช่วยตักข้าวให้  ไม่มีใครซักถามอะไร  บทสนทนาบนโต๊ะดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยมีแม่ของไวน์กับแพรที่ชอบทำครัวเหมือนกันเป็นเมนหลัก   

            ลักษณ์ตักอาหารเข้าปากเงียบๆ  เขาสังเกตว่าไวน์แทบไม่กินข้าวเลย  แววตาคู่นั้นดูสับสนและครุ่นคิด  ...อยากถาม  อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่ก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา  อย่างมากก็ทำได้เพียงแค่เป็นห่วงอยู่ตรงนี้เท่านั้น...

            “เย็นนี้พ่อกับแม่จะเลี้ยงส่งพวกเราเสียหน่อย  คืนสุดท้ายแล้ว....อยากให้อยู่ต่อจัง  บ้านจะได้ไม่เงียบเหงา”  แม่ของไวน์พูดขึ้นตอนหนึ่ง  “แต่ไม่เป็นไร  เดี๋ยวก็ต้องมาอีกใช่ไหมจ้ะ  เมื่อไหร่นะ”

            “เทอมหน้าค่ะ  เทอมนี้เราทำแค่ทฤษฎี  เทอมหน้าถึงลงมือปฏิบัติ”

            “ว่างๆก็แวะมาเที่ยวได้นะ  ไวน์...ไวน์ลูก  พาเพื่อนๆแวะมาอีกนะ”  ไวน์ขมวดคิ้ว  หันไปมองหน้ามารดางงๆเพราะไม่ทันได้ฟัง  เขาพยักหน้ารับไปแกนๆ  แล้วขอตัวลุกจากโต๊ะอาหารก่อนแม้จะเพิ่งกินไปไม่ถึงครึ่ง

            ลักษณ์เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง  เขาสบตากับเพื่อนๆร่วมโต๊ะที่ต่างมองมากึ่งปรึกษาหารือ  ในฐานะที่เขาสนิทกับไวน์มากที่สุด  เขาก็เลยสั่นศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงว่าไม่ต้องสนใจ  เดี๋ยวก็หายเอง

            ตอนบ่ายวันนั้นทุกคนเลยนั่งเล่นกันในบ้านเพราะไกด์นำเที่ยวอารมณ์บ่จอย หายตัวไปเสียดื้อๆ  คุณพ่อคุณแม่ของไวน์ก็ต้องออกไปทำธุระในตัวจังหวัด  พวกเขาก็เลยใช้เวลาว่างที่เหลือไปกับการนอนเล่น  อ่านหนังสือ  ไม่ก็ไถมือถือโง่ๆ สลับกับเงยหน้าขึ้นมากินขนมที่ป้ามณีทำมาให้  และก็นั่งเม้าท์กัน

            ลักษณ์ขึ้นมาเคาะประตูห้องไวน์กับนิวตอนบ่ายจัด   เขารู้ว่านิวยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง

            “นิว  โอเคหรือเปล่า  ลักษณ์เอาแซนวิชขึ้นมาให้  กินหน่อยมั้ย”

            “ไม่เป็นไร  ขอบคุณมาก  เราไม่หิว”  เสียงคนในห้องตอบกลับมาอู้อี้  ลักษณ์ไม่เซ้าซี้อีก  เขาถือจานอาหารลงไปแบ่งกับเพื่อนๆทานกันเองจนหมด

            ตอนเย็นสาวๆเข้าครัวช่วยกันทำอาหาร  ลักษณ์ก็เลยเข้าไปช่วยบ้างเพราะเบื่อเล่นเกมกับพวกเจมส์เต็มที  เขายืนล้างผักอยู่เงียบๆตอนที่ไวน์กลับเข้ามาในครัวด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

            “คุณไวน์  ตายแล้วไปทำไรมาคะนั่น”  ป้าณีทักขึ้นก่อน   “ดูซิ ไปคลุกดินที่ไหนมา”

            “ไปล้างคอกวัวมาครับ”  ไวน์ตอบ

            “ขึ้นไปอาบน้ำก่อนค่ะ  ตรงนี้เค้าจะทำอาหารกัน  เดี๋ยวเปื้อนหมด”  ป้าณีพูด  ไล่เด็กหนุ่มที่เธอเคยเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กขึ้นไปอาบน้ำข้างบน  ไวน์หันมาทางลักษณ์แล้วถามเขาว่า

            “ขออาบห้องนายได้มั้ย”

            “บ้านนาย  จะอาบตรงไหนก็ตามสบายอยู่แล้ว”  ลักษณ์ตอบกลับไป  นึกสงสัยว่าไวน์กับนิวทะเลาะอะไรกันรุนแรงนักหนาถึงขนาดไม่ยอมเจอหน้ากันเชียวหรือ

            มื้อค่ำพร้อมแล้ว  วันนี้พิเศษกว่าทุกวันเพราะป้าณีออกมาจัดโต๊ะที่สนามหญ้านอกบ้าน  ได้บรรยากาศมาเที่ยวสุดๆ  ลักษณ์ช่วยยกจานออกไปจัดวางเรียงเอาไว้บนโต๊ะสนามที่วางต่อกันสี่ตัว   เจมส์กับกันต์ก็ช่วยกันจุดยากันยุงเตรียมเอาไว้ก่อน   เกรซกับแพรเดินไปรอบๆบริเวณช่วยกันตกแต่งสถานที่จนเหมือนงานปาร์ตี้เลี้ยงส่งจริงๆ

            พ่อแม่ของไวน์กลับมาพอดี   พวกท่านหอบเอาไวน์จากไร่มาฝากด้วย  พ่อของไวน์บอกว่าเป็นรุ่นปีที่รสชาติดีที่สุดของไร่

            ไวน์กับนิวลงมาร่วมวงด้วย  แม้จะมีท่าทางหมางเมินกันเล็กน้อยแต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศอึดอัดอะไร  ดูท่าพวกเค้าคงเคลียร์กันมาอีกรอบแล้ว  ลักษณ์นั่งห่างจากสองคนนั้นเกือบสุดโต๊ะ  เขาคอยลุกขึ้นเติมน้ำอัดลมให้เพื่อนๆที่ไม่ดื่มเป็นระยะ

            “มึงนั่งเหอะลักษณ์  เดี๋ยวกูเติมเอง  ไอ้กันต์เอาบาบีคิวให้ไอ้ลักษณ์มันหน่อย  แม่งกินน้อยเหมือนแมวดม”  เจมส์พูดขึ้น  ยกมือขึ้นพาดไหล่ของลักษณ์  อีกมือหนึ่งถือแก้วไวน์เอาไว้

            “ปล่อย  กูอึดอัด”  ลักษณ์ดันแขนที่พาดไหล่ออก  แล้วเอื้อมมือไปหยิบแก้วโค้กมาดื่ม  กันต์ฉวยแก้วจากมือของเขาไปถือเอาไว้

            “ลองนี่ดีกว่ามึง  รับรองอร่อยกว่าโค้ก”  เพื่อนวิศวะยืนแก้วทรงสูงบรรจุของเหลวสีแดงเข้มมาให้  ไวน์ที่เจ้าของไร่ภูมิใจเสนอ

            “ไม่เอา  เดี๋ยวเมา”   ลักษณ์รู้ดีว่าตัวเองคออ่อน  และถ้าเมาก็มีแนวโน้มที่เขาจะพล่ามอะไรไร้สาระออกมาก่อนที่จะหลับสนิทเหมือนซ้อมตาย

            “ไม่เมาหรอก  กูแทบไม่ได้รสแอลกอฮอล์เลย  อีกอย่างถ้าเมาก็ไม่ต้องห่วง  ยังไงเราก็อยู่บ้านอยู่แล้ว  มึงดูสองคนนั้นดิ  ไอ้เกรซกับแพร  ซัดไปตั้งเยอะยังไม่เห็นเมา”   ลักษณ์หันไปมองผู้หญิงสองคนก็เห็นยังนั่งคุยเป็นปกติ ทั้งที่ไวน์ในแก้วพร่องลงไปตั้งเยอะ

            “ก็ได้  นิดหน่อยละกัน”  ลักษณ์พูด  รับแก้วมาจากเพื่อนแล้วยกขึ้นจิบ   รสชาติของมันเฝื่อนในตอนแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็นหวานหอมนุ่มลิ้นจริงอย่างที่เพื่อนคุยเอาไว้  เขาจิบเข้าไปอีก  หางตาเห็นนิวเอียงศีรษะลงซบที่ไหล่ของไวน์และฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ปัดหรือเอียงตัวหนี  แต่กลับยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กเบาๆแทน

            ....คืนดีกันแล้วสินะ   ลักษณ์คิดในใจอย่างขมขื่น  เขาเกลียดตัวเองเหลือเกินที่กลายเป็นคนแบบนี้  อยากให้สองคนนั้นเลิกกัน  ทั้งๆที่รู้ว่าสิทธิของเขามันหมดไปแล้ว  ตั้งแต่วันที่ปฏิเสธไวน์ออกไปนั่นแหละ

            รู้ทั้งรู้ว่ามันสายไป  แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะห้ามใจ  กลับปล่อยให้ความรู้สึกข้างในหยั่งรากลึกลงไปทุกที  ยอมศิโรราบให้กับความรู้สึกที่เพิ่งค้นพบนั้นอย่างราบคาบ....

          หรือว่ามันจะถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องตัดใจ   ถอนรากถอนโคนความผูกพันทั้งหมดนั้นเสีย

            “ไอ้ลักษณ์  ไหวหรือเปล่ามึง”  เจมส์พูด  เขย่าตัวเขาเบาๆ  ลักษณ์ยังรู้สึกตัวอยู่  เพียงแต่ว่าบังคับตัวเองให้นั่งตรงๆไม่ค่อยจะได้                                                 

            “ไหวๆ  ยังดีอยู่  ไม่เมา..เมา”

            “แบบนี้เมาชัวร์  ไอ้บ้าลักษณ์  ตอนแรกบอกไม่กิน พอบทจะกินก็ซัดไม่เลิก  เป็นไงล่ะ  แบกมันกลับห้องดีมั้ย”  เขาได้ยินเสียงกันต์ปรึกษากับเจมส์แว่วๆ  ลักษณ์ใช้แรงทั้งหมดดันตัวเองลุกขึ้นยืน

            “กูกลับห้องเองไหวๆ”   ได้ยินเสียงตัวเองพูดไปแบบนั้น  กันต์มองร่างเล็กบางที่เดินเซไปมานั้นอย่างกังวล  แต่เพื่อนสนิทที่นั่งข้างกลับตบไหล่

            “แม่งไหวแหละ  กูว่าพวกเราไปช่วยสองสาวนู้นดีกว่า”  เจมส์พยักพเยิดไปทางแพรกับเกรซที่นั่งหน้าแดง หัวเราะคิกคักกันสองคน

            ลักษณ์เดินงมหาทางกลับไปยังบ้านพักที่อยู่ทางด้านหลังคนเดียว  เขาหรี่ตามองทางเบื้องหน้า  รู้สึกคุ้นๆว่าเมื่อเช้าน่าจะเดินมาทางนี้  ความรู้สึกหนักๆหัวทำให้ทรงตัวเดินลำบากกว่าที่เคย

            เซแซ่ดๆเข้าไปหาพุ่มไม้เพราะสะดุดก้อนหินที่พื้น   ลักษณ์รู้สึกโลกหมุนวูบสามตลบก่อนจะกลับมาตั้งตรงเพราะเสาต้นใหญ่ข้างทางที่เขาคว้าเอาไว้ได้ทัน  ลักษณ์เหนี่ยวเสาไฟเต็มแรงพยุงตัวเอาไว้

            เสาไฟต้นนั้นขยับตัว  มือแข็งๆจับที่ต้นแขนของเขาเอาไว้แน่น

            “ลักษณ์  ..มึงเมามาก”

            ใบหน้าเล็กๆแดงก่ำนั้นแหงนเงยขึ้นมองหน้าคนพูดด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้ม  หัวใจของลักษณ์หยุดเต้นไปวูบแล้วก็กลับเต้นแรงขึ้นเหมือนทุกครั้งที่เห็นหน้าไวน์

            มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว  และลักษณ์เกลียดตัวเองที่รู้สึกแบบนั้น

            “มึงนั่นเอง   ไอ้ไวน์...เพราะมึงคนเดียวเลย  ทำให้กูเป็นแบบนี้  ฮึก”   กระบอกตาสองข้างร้อนผ่าวพอๆกับอาการมึนงง  น้ำตาร้อนๆไหลพรากออกมาอย่างสุดกลั้น   “มึงมันแย่ไอ้ไวน์  เลว...ทิ้งให้กูอยู่คนเดียว”  เขายกมือขึ้นทุบแผ่นอกกว้างที่แนบชิดอยู่นั้นแรงๆหลายครั้งระบายความอัดอั้นในใจ

            “ขี้ขลาด...กูเอง  ผิดเอง”  ลักษณ์ยกมือขึ้นปาดน้ำตา   ไม่เหลือสติที่จะยับยั้งชั่งใจใดๆ  เขาจิกเล็บลงกับฝ่ามือตัวเองจนเจ็บไปหมด  แต่นั่นยังน้อยกว่าความรู้สึกในใจที่เขาอดทนเก็บเอาไว้มาตลอดหลายวัน   ไม่สิ...หลายเดือน    หรือว่าหลายปีแล้วกันแน่

            เขาไม่รู้เลย...ไม่รู้จริงๆว่าหลงรักเพื่อนสนิทของตัวเองมาเนิ่นนานเท่าไหร่   ไม่รู้เลยว่าตัวเองเผลอทำของมีค่าหลุดมือไปเพราะความกลัวสารพัด  กลัวเสียเพื่อน  กลัวไม่เข้าท่ากระทั่งเขา ‘เสีย’ อีกฝ่ายไปจริงๆ

            ในตอนแรกเขาก็ยังหวังว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้   แต่ว่าไม่...เลิกหลอกตัวเองได้แล้วลักษณ์  โอกาสของเขามันหมดไปแล้ว  เหมือนสายน้ำที่ไม่มีทางไหลย้อนกลับ  มิตรภาพของเรา...

            ถึงตอนนี้  แม้แต่คำว่าเพื่อนสนิท  ลักษณ์ก็ไม่รู้ว่าไวน์ยังอยากให้เขาเป็นอยู่มั้ย

            “กูไม่น่าเป็นเพื่อนมึงเลย  ฮือๆ   เมื่อไหร่มึงจะเลิกกับเค้าวะ  แล้วจะได้...เราจะได้  ฮึก...กูอิจฉา....”  ลักษณ์รู้สึกคลื่นอารมณ์มากมายที่พุ่งขึ้นมาจนพูดไม่ออก  “กูไม่อยาก...เป็นแค่เพื่อนแล้ว  ฮึก ...”

            แล้วลักษณ์ก็ทำในสิ่งที่ตัวเขาเองไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกล้าทำมาก่อน  เขายกแขนขึ้นคล้องลำคอหนาแล้วออกแรงเหนี่ยวรั้งให้ร่างสูงก้มลงมาในระดับสายตา 

            ต้องโทษไวน์ที่เขาดื่มเข้าไปเกินพิกัด  หรือไม่ก็โทษความรู้สึกของเขาเอง  ที่มันเอ่อล้นจนไม่สามารถกักเก็บควบคุมเอาไว้ใต้ท่าทางเมินเฉยได้อีกแล้ว

            ลักษณ์เขย่งขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเข้ากับริมฝีปากของเพื่อนสนิท...คนที่เขายอมรับในวันที่สายไปว่ารู้สึกมากกว่าคำว่าเพื่อนหลายเท่า  เป็นความรู้สึกกึ่งฝันกึ่งจริง  แต่ลักษณ์ก็รู้ตัวดีว่าตัวเองทำอะไรลงไป

            เขาจูบไวน์                                                           

            มันคงเป็นจูบแรกและจูบสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นจากคนขี้ขลาดคนนี้

            ไวน์...กูขอโทษ  กูรู้มันสายเกินไป  แต่มึงเห็นใจคนอย่างกูที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะมีใครมารักจริงๆเถอะ   หลังจากนี้มึงจะเกลียดกูก็ได้  กูคงไม่มีอะไรจะเสียแล้วล่ะ

            กูรู้ว่ามึงมีนิวอยู่แล้ว  รู้ว่ามึงเปลี่ยนใจไปแล้ว  แต่ตอนนี้...เวลานี้..   ต่อให้พรุ่งนี้เราจะมองหน้ากันไม่ติดอีก  ต่อให้เราต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าไปตลอดชีวิต  มันคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้วล่ะ

            ในเมื่อกูหมดหวังไปแล้ว

            “กูรักมึงนะไวน์  รักมากด้วย”

            .........................................................................................



โอ่ยยยตายเเล้วว  ตอนนี้นี่มันช่าง...55555

ถ้าใครจำได้ ก่อนหน้านี้ไวน์เป็นฝ่ายจูบลักษณ์แล้วก็คิดทำนองนี้เหมือนกัน  คราวนี้กลับกันดันเป็นลักษณ์ที่คิดบ้าง

ร้องไห้แปบ

ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่านกันมา   ขอบคุณคอมเม้นท์ด้วย  เป็นกำลังใจกันเนอะ  คนเขียนจะได้ดีใจ อิอิอิ

เจอกันตอนหน้า  ใครอ่านถึงตอนนี้เเล้วบ้าง  รุ้สึกยังไงมาเม้าท์นอกรอบกัน ได้ที่

Twitter  ติดแท็ก #แอบลักษณ์

FB fanpage  : Melenalike


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
กรรมของกรรม ของกรรม :katai1: :z3: :z3: :z3:

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
เป่ายิ้งฉุบ อุ๊บอิ๊บ หยิบคำแพ้
หรือแม้แต่ วิ่งแข่ง ก็แพ้ไหม
แต่ใจบอก ออกตัว ไม่เป็นไร
จะแพ้ใคร ก็อย่าแพ้ ใจตัวเอง

#เก่งมาจากไหนก็แพ้หัวใจของเธอ#มันจะยุ่งอิรุงตุงนัง


เก่งเนอะพยายามจนทำสำเร็จ#ไวน์

+1 ฮับ

ออฟไลน์ Naam3

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :katai2-1.ล :heaven o13 :เฮ้อ:สงสารลักษณ์ๆๆๆรอน่าๆๆๆชอบๆๆคะ❤❤:

ออฟไลน์ THiiCHA

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +211/-4
+1 ให้รัวๆเลย
 
คนเขียนนนนน ขอตอนต่อเลยได้มั้ยค้าาา
 
นอนไม่หลับ ตื่นเต้นคาใจทนไม่ไหวแล้วว

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ THiiCHA

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +211/-4
เข้ามาปูเสื่อรอออ 
 
อย่าให้เค้ารอเก้อเลยน้า  กราบบบบ

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
เวลาหวน ทวนคืน สะอื้นไห้
สายน้ำไหล ย้อนกลับ ยากนักหนา
สายตาหวาน ปานกลืน ยื่นหยิบมา
สุดไขว้คว้า ครอบครอง เป็นของตัว

มารออ่านด้วยอีกคน
นะ..นะ

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่ 21

Love is blind.

 

 

 

 

            ไวน์ พิศดูเปลือกตาบวมช้ำและปลายจมูกแดงก่ำบนใบหน้าเล็กๆรูปหัวใจที่แนบกับหมอนอยู่นั้นแล้วก็อยากจะถอนหายใจออกมาดังๆ  ....เด็กบ้า

            นี่ถ้ามันไม่ดื่มเข้าไปจนเมาเละขนาดนี้  เขาจะได้รู้ความจริงมั้ยว่ามัน...ก็แอบรักเขาอยู่เช่นกัน

            ให้ตายสิ...ไวน์ไม่อยากเชื่อเลยด้วยซ้ำ  เขาอยากจะคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความฝัน แต่สัมผัสแผ่วเบากึ่งขลาดกึ่งกล้าบนริมฝีปากของเขาทำให้ไวน์เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง  คนที่จูบเขาคือลักษณ์  ...คนที่เขาหลงรักหมดใจมาตั้งแต่สมัยมัธยม  คนที่เขาสารภาพรักด้วย   คนที่ปฏิเสธเขาเป็นคนแรก  แถมยังมีหน้ามาขอร้องให้เป็นเพื่อนกันอีกเหมือนเดิม

            ไอ้ลักษณ์ใจร้ายที่เขาพยายามหาทางตัดใจคนนั้น 

            หลังจากที่มันจูบเขา  เจ้าตัวก็ทรุดวูบลงไปกองกับพื้น  แล้วก็ทำท่าผะอืดผะอมก่อนจะอ้วกออกมา  จากนั้นก็หลับไปเฉยเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น  เหมือนทุกทีเวลามันเมาแล้วหลับพับไป

            เขาอุ้มลักษณ์เข้ามาในบ้าน  วางบนเตียงในห้องพัก  จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าทำความสะอาดให้เหมือนทุกครั้งที่มันทำเลอะเทอะ...เขาไม่เคยรังเกียจ  เพราะตอนที่เขาไม่สบายก็ได้อีกฝ่ายเป็นคนช่วยดูแลเช่นกัน  แม้แต่ตอนที่เขาท้องเสียหนักๆ  ไอ้ลักษณ์ก็เคยนั่งเฝ้าหน้าประตูห้องน้ำมาแล้ว  มันกลัวเขาจะเป็นลมวูบในห้องน้ำ

            ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดใบหน้าเล็กๆนั้นเป็นครั้งสุดท้าย  ไวน์ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆอีกฝ่าย  ยกนิ้วขึ้นดีดหน้าผากเนียนของมันแรงๆไปทีหนึ่ง  เห็นเจ้าตัวย่นหน้านิดหนึ่งแล้วก็หลับต่อ

            “ไอ้บ้าเอ๊ย  ทำให้กูเสียใจซะตั้งนาน  ช้าตลอดไม่เคยทันอะไรกับเขาบ้างเลย...”

            ความรู้สึกของเขาตอนแรกไวน์รู้ว่ามันคือความโกรธ  ลักษณ์มาบอกอะไรเขาเอาป่านนี้  ตอนที่เขากำลังจะตัดใจได้แล้ว  ตอนที่เขากำลังมีคนใหม่  อีกฝ่ายปล่อยให้เขา ‘อกหัก’ อยู่ได้ตั้งนานสองนาน  จนเขาหมดหวัง  เลือกที่จะลองคบคนอื่น  ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของเขาเกือบไปได้สวยแล้วเชียว

            ...ทว่าไวน์ก็รู้ตัวว่าเขากำลังโกหกตัวเองอยู่  เหมือนที่คนรักตะโกนใส่หน้าเขาเมื่อบ่ายนั่นแหละ

            ‘ไวน์มาคบกับเราเพราะชอบเราหรือว่าเพราะอย่างอื่นกันแน่’  นิวพูดขึ้นมาทั้งน้ำตา   ‘ไวน์ไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตาเลย  เรารู้สึกเหมือนเราพยายามอยู่คนเดียว’

          ‘พูดอะไรน่ะนิว  จะมาทะเลาะเรื่องเดิมอีกแล้วเหรอ’  ตอนนั้นเขามีแต่ความหงุดหงิด  ทำไมการเดินเล่นธรรมดาถึงได้กลายเป็นชนวนชวนทะเลาะกันไปได้

          ‘คราวก่อนไวน์โกรธนิวเพราะนิวขอมาทริปนี้ด้วย  ตอนแรกนิวแค่คิดว่าไวน์โกรธเพราะนิวมายุ่มย่ามเรื่องงาน  แต่ตอนนี้นิวรู้แล้วว่ามันไม่ใช่  ไวน์โกรธเพราะไวน์อยากมากับลักษณ์โดยไม่มีนิวตะหาก’

          ‘ไม่ใช่อย่างนั้น’

          ‘แล้วมันอย่างไหนล่ะ  ไวน์คิดว่านิวดูไม่ออกเหรอว่าไวน์รู้สึกยังไงกับลักษณ์  ตอนที่ลักษณ์ป่วย  ตอนที่ลักษณ์ยิ้มมีความสุข  ...สายตาของไวน์มันไม่เคยคลาดไปจากคนที่ไวน์บอกนิวว่าเป็นแค่เพื่อนสนิทเลย’

          ‘นิว’

          ‘ยอมรับความจริงมาสิ  ว่าไวน์รู้สึกยังไงกับเพื่อนของไวน์กันแน่’

          ‘จะให้ยอมรับอะไร  ในเมื่อมันไม่มีอะไรทั้งนั้น...ผมกับลักษณ์ เราเป็นแค่เพื่อนกัน  ถ้าคุณยังพูดไม่รู้เรื่องล่ะก็   เราก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก’

          ‘ไวน์โกหกนิว  โกหกตัวเองด้วย  คิดว่านิวจะเชื่อหรือไง’

          เมื่อตอนบ่าย  เขาทะเลาะกับนิวหนักมาก  และเลือกจะเดินหนีเพราะเขารู้ดีว่าที่อีกฝ่ายพูดมาเป็นความจริง   เขาไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลย

            ไวน์ขยับผ้าห่มให้คลุมถึงคอของลักษณ์  ได้ยินเสียงขยับตัวดังขึ้นที่หน้าประตู  ชายหนุ่มพูดโดยไม่หันไปมอง

            “ผมขอโทษ...นิว  ผมผิดเอง”  ไวน์ลุกขึ้นยืน  ถอยออกมาจากห้องนั้น  ปล่อยให้ลักษณ์ได้พักผ่อนเต็มที่  ร่างเล็กแบบบางของคนรักยืนกอดอกอยู่แล้วที่หน้าห้อง  ใบหน้าของนิวสงบนิ่งคล้ายไม่แปลกใจกับภาพคนรักดูแลคนอื่นอย่างใกล้ชิด  ไวน์จับต้นแขนของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วพูดว่า  “ไปคุยกันที่ห้องเถอะ”

            นิวเดินตามเข้ามาในห้องโดยดี   ไวน์หันมาเผชิญหน้ากับคนที่เขาเรียกว่าแฟน  เขารู้สึกเสียใจมาก  ไม่มีข้อแก้ตัวให้กับเรื่องที่เกิดขึ้น  ทั้งหมดเป็นความผิดของเขาคนเดียว

            “ผมขอโทษ...ที่นิวพูดมามันถูกทั้งหมด  ผมผิดเองนิว  ผมรักลักษณ์  ผมแอบรักเขามานานแล้ว แต่ว่าเขาปฏิเสธผม”

            “ลักษณ์เนี่ยนะจะปฏิเสธคนอย่างไวน์  อย่ามาพูดตลกดีกว่า  นิวเห็นลักษณ์ดึงไวน์เข้าไปจูบก่อนด้วยซ้ำ”  ไวน์รู้สึกไม่พอใจวิธีพูดของนิว  ไม่ใช่ครั้งแรกที่นิวพูดเหมือนเขาสูงส่งกว่าลักษณ์มากมาย  ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่

            “มันเป็นเรื่องจริง  ผมรักเขาก่อน...ส่วนเขารักผมตอนไหนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน  แต่เขาปฏิเสธผมตอนแรก”

            “แล้วไวน์ก็เลยมาคบกับนิวเพราะประชดลักษณ์หรอ”  นิวดูทั้งตกใจและเสียใจที่ปะติดปะต่อเรื่องได้  “ทำไมไวน์ทำแบบนี้  เห็นนิวเป็นอะไร”

            “ไม่ใช่นะนิว  ใจเย็นๆก่อน   ผมขอคบนิวเพราะผมชอบนิวจริงๆ  ผมอยากเริ่มต้นใหม่กับนิว”  เขาพูดจริงๆ แต่คำว่า ‘ชอบ’ กับ ‘รัก’ มันต่างกัน   เขาก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี้เอง

            “ไวน์ให้นิวเป็นตัวแทนของลักษณ์ใช่มั้ย”  นิวพูดโพล่งขึ้นมา  “นิวว่าแล้วเชียว  มะยมก็เตือนนิวแล้วว่านิวตกลงคบกับไวน์เร็วเกินไป  แต่ตอนนั้นนิวไม่เชื่อเพื่อน  นิวนึกว่า...นึกว่าไวน์รัก เหมือนที่นิวรักไวน์ตั้งแต่แรก”

            “นิว...ผมขอโทษ”  ไวน์ไม่เคยรู้สึกผิดต่อใครมากขนาดนี้มาก่อน  “จะให้ผมทำอะไรก็ได้เพื่อเป็นการไถ่โทษนิว”

            “ไวน์เห็นนิวเป็นตัวอะไร  ตุ๊กตาไม่มีความรู้สึกหรือไง  ไวน์รู้มั้ยว่ามันเจ็บ”  นิวยกมือขึ้นทุบที่หน้าอกของตัวเอง “รู้ว่าแฟนตัวเองไม่รักก็ยังไม่พอ  แถมตัวเองกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้  เหมือนหุ่นเชิดที่เขาเอาไว้บังหน้า  นิวไม่นึกเลยว่าไวน์จะเป็นคนแบบนี้”

            “ฟังก่อน  ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะตัดใจจากลักษณ์ยากเย็นขนาดนั้น  ผมนึกว่าตัวเองคงจะทำใจได้”

            “แล้วทำไมไม่บอกกันก่อนว่าไวน์จะให้นิวเป็นคนดามใจ  ทำไมต่อหน้าคนอื่นถึงทำเหมือนรักนิวมากมาย  ไวน์แค่อยากประชดเค้าใช่มั้ย”  นิวร้องไห้ออกมา  ไวน์ทำตัวไม่ถูกได้แต่ดึงร่างอีกฝ่ายเข้ามากอด  นิวสะบัดตัวแต่สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมาอีก  ซบใบหน้าลงกับหน้าอกของเขา

            “ผมขอโทษจริงๆนิว  ผมรู้ว่าผมทำให้คุณเสียใจมาก  ผมมันเลวเอง..นิว  ผม....ไม่เหมาะสมคู่ควรกับคนดีๆอย่างคุณ”

            “ไวน์!!”  นิวกรีดเสียงจนไวน์ตกใจ  “จะขอเลิกกับนิวยังต้องใช้มุขแบบนี้อีกเหรอ  ไวน์เห็นนิวเป็นคนยังไง”  นิวร้องไห้หนักมากจนเสื้อของไวน์เปียกชุ่ม  เขาได้แต่ยกมือขึ้นลูบหลังไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ  รู้สึกละอายใจต่อคนตรงหน้าจนไม่รู้จะทำยังไง

            “นิว...ขอเวลา...ขออยู่คนเดียว..ฮึก  สักพัก”  นิวดันตัวออกจากอ้อมแขนของเขา  ไวน์ถอยออกมาจากห้อง  สายตาของนิวยามที่มองเขามันเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำจนไวน์ใจหาย....นี่เขาทำร้ายจิตใจคนที่รักเขาอีกแล้วใช่มั้ย

            เพราะเขามัวแต่หลงดีใจที่ได้รับรู้ความรู้สึกของลักษณ์  ก็เลยลืมไปว่ามีใครอีกคนที่เขาลากเข้ามาในวังวนนี้ด้วยตัวเอง พอได้ประโยชน์แล้วก็กลับผลักไสไม่ไยดีเพราะความเห็นแก่ตัว   ชายหนุ่มเพิ่งจะได้สติว่าตัวเองทำอะไรลงไป   เขาทิ้งตัวลงนั่งหน้าประตูห้องนั้นแล้วซบใบหน้าลงกับท่อนแขนเนิ่นนาน

            ...

            เช้าวันรุ่งขึ้น  ลักษณ์ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงภายในห้องพัก  ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาคือความปวดหัวจนแทบระเบิด  เขาทิ้งตัวลงกับเตียงอีกรอบ

            ความทรงจำเมื่อคืนย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง...ลักษณ์ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ....เขาทำลงไปแล้วจริงๆสินะ  ร่างเล็กพลิกตัวนอนคว่ำกำมือแน่นทุบเตียงแรงๆ  เขาไม่อยากตื่นมาเจอหน้าใครด้วยซ้ำ  โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้น

            มันอายเสียจนไม่อยากจะเผชิญหน้า  ไอ้บ้าลักษณ์!  ทำไมถึงทำอะไรไร้สติได้ขนาดนั้นนะ

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นข้างหน้าห้องก่อนที่เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนจะก้าวตามเข้ามา   สองคนนั้นอยู่ในชุดเรียบร้อยพร้อมเดินทางกลับบ้านแล้ว

            “ไงครับคุณลักษณ์ แฮงค์ล่ะสิ  กูงงจริงๆเลย  มึงเมาไวน์เนี่ยนะ ฮ่าๆ”

            ไม่ใช่แค่ไวน์ขวดเมื่อคืนหรอกที่ทำให้เขาเมา  เขาเมาไวน์ที่เป็นคนต่างหาก  ลักษณ์คิดอยู่ในใจ  ดันตัวลุกขึ้นมานั่ง  เพื่อนส่งแก้วน้ำกับยามาให้

            “กินก่อน  มันช่วยได้  แล้วก็รีบเก็บของเร็วๆเข้า ให้เวลาครึ่งชั่วโมง...เราจะกลับบ้านกันแล้ว”

            “มีอะไรให้ช่วยก็เรียกนะครับเพื่อนลักษณ์”

            เด็กหนุ่มใช้เวลาจัดการธุระทั้งหมดอย่างรวดเร็ว  แล้วก็มานั่งกุมขมับอยู่ที่ปลายเตียงเพราะไม่อยากลงไปเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้านข้างล่าง   เขาจะทำยังไงดีวะ...ทำไมเมื่อคืนถึงได้กล้าบ้าบิ่นขนาดนั้น

            สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องหิ้วกระเป๋าเดินลงบันไดไปข้างล่างอย่างจำใจ  ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาหันหน้ามาทางบันไดนั้นกระทบสายตาของเขาเป็นคนแรก  ลักษณ์สบตาคมเข้มที่มองมาที่เขาแวบหนึ่งแล้วก็รีบเบือนหลบ  ก้มหน้าก้มตาหิ้วของเดินลงมาถึงชั้นล่าง         

            “เรียบร้อยทุกคนแล้ว  ลักษณ์เอาของไปใส่รถตู้ได้เลย  แล้วเดี๋ยวไปเจอกันที่บ้านใหญ่  จะได้ลาพ่อกับแม่”  ไวน์พูดเรียบๆ  น้ำเสียงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม

            ลักษณ์มองตามหลังเพื่อนที่ลุกขึ้นเดินออกไปจากบ้านด้วยท่าทางปกติ  ไม่ได้แปลกไปอย่างที่เขานึกกลัว  ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้มองหน้าเขาตรงๆตอนที่พูดก็เถอะ

            “ของแพรกับเกรซขนขึ้นรถหรือยัง”

            “ครบหมดแล้วย่ะ  เหลือแต่ของเธอน่ะลักษณ์  ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น”  เกรซตอบกลับมาแล้วหัวเราะ   เธอไม่ได้โกรธลักษณ์เป็นจริงเป็นจัง  แค่พูดไปอย่างนั้นเอง

            นิวเข้ามาช่วยลักษณ์ยกกระเป๋า  เขาส่งยิ้มมาให้บางๆ  ลักษณ์ก็ยิ้มตอบกลับไป

            “ไม่อยากกลับเลยเนอะ  ลักษณ์”

            “อืม...อยากอยู่เที่ยวต่อ  ขี้เกียจไปเรียน”  เขาตอบ  คิดถึงวันพรุ่งนี้ที่ต้องไปเรียน และเขาอาจจะต้องเจอหน้าไวน์อีก  ...เขาอาจกังวลไปไกลเกินไป  เอาใกล้ๆนี้ก่อนดีกว่า 

            เขาจะพูดอะไรกับไวน์ดี  ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดีมั้ย  จะเข้าไปขอโทษบอกว่าตัวเองเมามาก  หรือว่าเมินไปเสียเหมือนไม่เคยรู้จักกัน

            “เดินทางปลอดภัยนะลูกนะ  มีอะไรก็โทรมาได้  แวะมาเยี่ยมพ่อกับแม่ก็ได้  ไว้เจอกันจ้ะ”

            ลักษณ์ยกมือไหวเจ้าของบ้านทั้งสองแล้วถอยออกมา   เข้าไปกอดป้าณีแม่บ้านที่มาส่งเขาด้วย  หันไปมองไวน์เข้าไปกอดพ่อกับแม่เป็นคนสุดท้าย   แล้วก็เดินไปขึ้นรถ  นิวนั่งข้างเขาเหมือนเดิม แต่วันนี้เราไม่ได้คุยอะไรกันเลย

            ลักษณ์เผลอหลับไปอีกครั้ง  พอตื่นขึ้นมารถก็มาจอดที่มหาลัยแล้ว  ทุกคนขนกระเป๋าลงจากรถเตรียมตัวแยกย้ายกันกลับบ้าน  เจมส์กับกันต์และก็แพรกลับทางเดียวกัน  เกรซก็ขับรถตู้กลับ  ส่วนไวน์...ลักษณ์เห็นเดินแยกไปกับนิวตั้งแต่ขนของลงมาจากรถเสร็จ  ไวน์ไม่ได้หันมาทางเขาหรือมีท่าทางว่าอยากคุยด้วยเลย

            มันจบแล้ว

            เขาคิดว่าอย่างนั้น

            แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม  อย่างที่เคยเป็น...ลักษณ์คิด  ไม่รู้ว่าเขาควรจะดีใจหรือว่าเสียใจกันแน่ที่อีกฝ่ายทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย  ราวกับเรื่องเมื่อคืนเป็นแค่เรื่องที่เกิดขึ้นจากจินตนาการของเขาเอง  ไวน์ไม่ได้รับรู้อะไรด้วย

            บางทีนี่อาจจะดีก็ได้  ห่างหายกันไปสักพัก  เขาจะได้ทำใจเสียที  ไหนๆก็บอกออกไปแล้ว  ถือซะว่าการเงียบของฝ่ายนั้นแทนคำปฏิเสธแบบถนอมน้ำใจก็แล้วกัน

            ในเมื่อเขาก็ไม่ได้หวังอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่  จะให้ไอ้ไวน์เดินเข้ามาคุกเข่าบอกว่ายังรักเขาอยู่หรือไง  หรือบอกว่าเรื่องของไวน์กับนิวเป็นแค่เรื่องล้อเล่นกันเท่านั้นเหรอ

            ตื่นได้แล้วน่า..

ลักษณ์สะพายกระเป๋าเป้ขึ้นหลัง  เดินดุ่มๆกลับไปทางหน้ามหาวิทยาลัย  เขานั่งรถเมล์กลับมาลงหน้าปากซอย  เดินอีกนิดหน่อยก็ถึงหน้าร้านของป้าดา...บ้านที่เขาอาศัยอยู่มาชั่วชีวิต

            “กลับมาแล้วเหรอลักษณ์  เป็นไง สนุกมั้ย”  ป้าดาทักขึ้นคนแรก  ลักษณ์วางกระเป๋าเป้ลงกับพื้นแล้วเดินเข้าไปกอดป้าแท้ๆของตัวเองแน่น  อ้อมกอดของป้าทำให้ความรู้สึกที่พยายามกดเก็บมาตลอดทางนั้นพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง  น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง

            “เป็นอะไรไป  ขี้แยไปได้  ไม่เจอกันไม่กี่วัน  คิดถึงป้าเหรอลูก”  ป้าดาลูบหัวของเขาเบาๆ  ลักษณ์พยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้  สูดน้ำมูกฟืดฟาด 

            ป้าดาพาเขาเข้าไปในร้านอาหารที่ยังไม่เปิด  พี่รามหันมามองแล้วก็พูดเสียงดัง

            “ไอ้ลักษณ์  ทำตัวเป็นเด็กๆ  แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะโตสักที”

            “ก็ผม...ฮึก  คิดถึงป้ากับพี่นี่”  ลักษณ์พูด  พี่ชายถอนหายใจเฮือก  เดินเข้ามารวบตัวเขาไปกอดเอาไว้แล้วโยกตัวเบาๆ  เหมือนยามที่เขายังเป็นเด็กน้อย

            “พอแล้ว  เสื้อพี่เปียกหมดแล้วเนี่ย เห็นมั้ย”  นานๆครั้งพี่รามจะเรียกตัวเองว่า ‘พี่’ สักที  ถือว่าเป็นบุญหูไม่น้อย  “ยังไม่หยุดร้องอีก  เดี๋ยวกูจะโกรธแล้วนะ”

            “หึๆ  ค่อยเหมือนพี่รามคนเดิมหน่อย”  ลักษณ์พูดอู้อี้ เช็ดหน้ากับแขนเสื้อของพี่ชาย

            รามวางมือลงบนศีรษะของน้องรัก  แล้วขยี้เส้นผมอ่อนนุ่มนั้นเบาๆกึ่งหมั่นไส้กึ่งสงสาร  ทำไมเขาจะเดาไม่ออกว่าอะไรเป็นต้นเหตุทำให้น้องชายของเขาร้องไห้

            จะมีเรื่องอะไร...ถ้าไม่ใช่เรื่องของไอ้ไวน์  เพื่อนสนิทสุดที่รักของมันนั่นแหละ

            “ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไป  มาเหนื่อยๆ  แล้วไม่ต้องขัดห้องน้ำล่ะ  กูเพิ่งขัดไปเมื่อเช้า”  พี่ชายดักคอทำเอาลักษณ์เผลอหันไปค้อน

            เดินขึ้นมาบนห้องนอน  ทุกอย่างในห้องยังคงวางอยู่ที่เดิมเหมือนก่อนจะไปที่ฟาร์ม  แต่ความรู้สึกของลักษณ์กลับรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไป  คงเป็นหัวใจของเขาที่เปลี่ยน....เขายอมรับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น  รู้เท่าทันมันมากขึ้น

            อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า  เคลียร์ของออกจากกระเป๋าเสียใหม่  ลักษณ์รู้สึกสดชื่นขึ้นมากจนกระทั่งเดินลงบันไดมาชั้นล่างและได้ยินเสียงพูดคุยของใครบางคนเข้า

            “คิดถึงอาหารฝีมือป้าดาจังครับ”

            ...เสียงนิว?  ทำไมถึงมาหาเขาที่บ้านได้ล่ะ  ความคิดแวบไปถึงคนตัวสูงที่เป็นคนรักของอีกฝ่าย  ไอ้ไวน์มาด้วยหรือเปล่า

            “อ้อ..ลักษณ์  เพื่อนมึงมาหาแน่ะ  บอกว่ามีเรื่องคุยด้วย”  พี่รามดันหันมาเห็นเขาเข้าพอดี  ลักษณ์ขยับจะถอยกลับขึ้นไปบนห้อง  แต่อีกฝ่ายกลับเดินเข้ามายึดมือของเขาเอาไว้

            “ลักษณ์ ....เราขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ย”  เสียงใสๆนั้นพูด  ท่าทางเอาจริงจนลักษณ์ไม่กล้าสะบัดมือออก

            “ระ...เรื่องอะไรหรือ นิว”   เขาตะกุกตะกัก  ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ  นิวยิ้ม  พลิกมือเป็นฝ่ายจับมือเขาเอาไว้แน่น

            “เรามีเรื่องมาปรึกษาลักษณ์น่ะ  แต่คุยตรงนี้คงไม่ค่อยสะดวก”  นิวเหลือบตามองขึ้นไปชั้นบน  ลักษณ์เข้าใจก็เลยพาเพื่อนขึ้นมาบนห้องนอน

            หัวใจของลักษณ์เต้นถี่เร็วด้วยความกลัว...หรือว่านิวจะรู้

            “เมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง  หายเมาค้างหรือยัง”  นิวเปิดประเด็นขึ้นยิ้มๆ  นั่งลงบนเตียงของเขา  ลักษณ์ถอยไปนั่งบนเก้าอี้

            “ดีแล้วล่ะ  ได้นอนในรถตู้มาเยอะ”

            “ดีจัง...เราไม่อยากมารบกวนลักษณ์หรอก  แต่ว่าเรามีปัญหานิดนึง....เกี่ยวกับไวน์น่ะ”  นิวอึกอัก  มองหน้าเขาราวกับลำบากใจชอบกลจนลักษณ์สงสัย

            “มีอะไรหรือเปล่า”

            “คือ...เราก็ไม่ได้จะอะไรนะ  แต่ทีนี้ไวน์..เอ่อ...มาเล่า  คือมาปรึกษาน่ะ  ไวน์มาปรึกษาเราเรื่องลักษณ์”  นิวพูดตะกุกตะกัก  คนฟังลอบกำมือแน่น   อยากรู้ใจจะขาดแต่พยายามเก็บเอาไว้ในสีหน้า

            “ว่าอะไร”

            “ง่า...ลักษณ์อย่าโกรธไวน์เลยนะ  แต่ไวน์ลำบากใจจริงๆ  คือ...เรื่องเมื่อคืน  ที่สนามหน้าบ้าน...ไวน์เล่าให้เราฟังหมดแล้วล่ะ”

            ลักษณ์ตัวเย็นเฉียบ  เขาไม่นึกว่าไวน์จะเล่าให้ใครฟังต่อ  ไม่นึกด้วยซ้ำว่าเรื่องจะถึงหูของนิวด้วยปากของเจ้าตัวเอง

            “เราเข้าใจนะลักษณ์  เราก็เคยมีความรักมาก่อน...ลักษณ์ฟังก่อนนะ  อย่าเพิ่งโกรธ  ไวน์กังวลมากเลย  ไวน์ไม่รู้ว่าจะ...เอ่อ...บอกลักษณ์ยังไง  แต่ว่าไวน์...ไวน์มีเราอยู่แล้ว  ลักษณ์อย่าเสียใจหรือโกรธไวน์เลยนะ  ถ้าโกรธก็โกรธเราเถอะ”  นิวเอื้อมมือมาจับมือของเขาเอาไว้  มือของลักษณ์เย็นชื้นเหมือนน้ำแข็ง  “เราไม่รู้จริงๆว่าลักษณ์ชอบไวน์  ไม่อย่างนั้น...ไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่... เราขอโทษนะลักษณ์”

            “นิวจะขอโทษทำไม”  ลักษณ์พูดออกมาเป็นประโยคแรก หลังจากเพิ่งหาเสียงของตัวเองเจอ  “เราต่างหากที่ต้องเป็นคนขอโทษนิว  เราผิดเองนิว  เราขอโทษจริงๆ”  ลักษณ์ไม่ได้แก้ตัวว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ  เพราะเขาไม่อยากโกหก  ทุกการกระทำที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เขาตั้งใจทั้งสิ้น  แอลกอฮอล์ก็เป็นแค่เครื่องเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้เขากล้าขึ้นเท่านั้น

            “โธ่...ลักษณ์”   นิวพูด  ลุกขึ้นเดินเข้ามากอดเขาเอาไว้  ลักษณ์ลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างอึดอัด  “ทำไมไม่บอกนิวก่อน  นิวทำร้ายความรู้สึกของลักษณ์ไปขนาดไหนแล้วนี่  นิวขอโทษนะ  นิวไม่รู้จริงๆ”

            “ไม่เป็นไรนิว  ไม่เป็นไร”

            ลักษณ์ยกมือขึ้นตบที่ไหล่ของนิว  ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกลายเป็นเขาที่ต้องมาปลอบใจอีกฝ่ายว่าไม่เป็นไร

            “ลักษณ์ไม่โกรธไวน์นะ  ไวน์ยังอยากเป็นเพื่อนกับลักษณ์อยู่เหมือนเดิม   ไวน์กังวลมากเลยไม่กล้ามาบอกลักษณ์ตรงๆ”

            ...เป็นเพื่อนงั้นเหรอ....ขนาดนี้แล้วยังคิดจะเป็นเพื่อนกันได้อีกเหรอ  วูบหนึ่งที่ลักษณ์เข้าใจความรู้สึกของไวน์ขึ้นมาฉับพลัน  ตอนที่ไวน์ถูกเขาปฏิเสธ และเขาขอให้เป็นเพื่อนก็คงรู้สึกแบบนี้กระมัง

            “อืม...บอกไวน์ไปเถอะว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น”

            “ลักษณ์เข้มแข็งจัง  นิวอยากเข้มแข็งให้ได้สักครึ่งหนึ่งของลักษณ์บ้าง”  นิวกระซิบ  แล้วคลายอ้อมแขนออก  “นิวสบายใจแล้วล่ะ  ขอบคุณมากนะลักษณ์  ลักษณ์เป็นคนดีมาก  นิวเชื่อว่าสักวันนึงลักษณ์จะต้องเจอคนๆนั้น  คนที่เกิดมาเพื่อลักษณ์”

            “อืม”  เจ้าของห้องพูดไม่ออก   เขาเดินไปส่งแขกที่ชั้นล่างแล้วก็หมุนตัวเดินขึ้นบันไดกลับขึ้นมาบนห้อง  พอประตูปิดเท่านั้น  ทำนบน้ำตาที่ฝืนกลั้นเอาไว้ก็แตกออก

            ลักษณ์ยกมือขึ้นอุดปากไม่ให้เสียงสะอื้นของตัวเองดังลงไปด้านล่าง  เขากลัวว่าพี่รามกับป้าดาจะเป็นห่วงมากไปกว่านี้

            งานนี้เขาทำไปเพราะขาดสติเอง  ก็สมควรแล้วที่จะโดนแบบนี้  ที่นิวพูดออกมายังใจดีเกินไปด้วยซ้ำสำหรับคนที่มายุ่งกับคนของตน 

            ถึงลักษณ์จะรู้จักไวน์มาก่อน  และถึงไวน์จะเคยรักเขา  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีสิทธิในตัวของอีกฝ่ายมากกว่านิว  เพราะเขาปฏิเสธอีกฝ่ายไปแล้ว  ไวน์คบกับนิวทีหลัง  นิวจึงมีสิทธิที่จะโกรธเขา

           



ต่อด้านล่างนะคะ

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ต่อนะคะ





            เย็นวันนั้นลักษณ์ฝืนลงมาช่วยพี่รามกับป้าดาทำงานในร้าน  เขารับคำสั่ง คิดเงิน  เก็บโต๊ะเหมือนหุ่นยนต์  อาการของลักษณ์แย่ลงกว่าเดิมเสียอีก

            รามอดรนทนไม่ได้เลยต้องจับตัวน้องชายมานั่งคุยกันหลังจากปิดร้าน  ป้าดาเดินขึ้นห้องนอนไปแล้ว  เหลือแต่เขากับลักษณ์นั่งล้างจ้านกันอยู่หลังร้าน

            “หิวหรือเปล่า  ไอ้ลักษณ์  เดี๋ยวกูจะไปซื้อของเซเว่น  เอาอะไรมั้ย”

            “ไม่เอา”  ลักษณ์ตอบสั้นๆ  ล้างจานต่ออย่างใจลอย

            “ลักษณ์  คืนนี้ไปนอนห้องกูมั้ย”

            “ไม่...ทำไมต้องนอนห้องพี่ด้วย”

            “กูเป็นห่วง  กลัวมึงลุกขึ้นมาผูกคอตาย”  พี่รามตอบกลับมาทำเอาลักษณ์ตกใจ หันไปมองหน้างงๆ

            “ผมดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “ไปส่องกระจกดูไป....  เป็นอะไรนักหนาลักษณ์  เล่าให้พี่ฟังบ้างสิ  เรื่องไอ้ไวน์ใช่มั้ย”

            “ปละ..เปล่า”  น้องเขารีบปฏิเสธ  แต่สุดท้ายก็ก้มหน้าลง  “อืม  ใช่”  รามถอนหายใจยาว

            “เล่ามา”  เขาพูดสั้นๆ  ลักษณ์ก้มหน้าลง  ทำท่าจะไม่ยอมเล่า  แต่สุดท้ายมันก็ยอมเปิดปาก  เล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่ไอ้ไวน์มาสารภาพรักกับมันและมันก็ปฏิเสธไป  ลักษณ์เล่าทุกอย่าง  เรื่องบัดดี้  เรื่องโครงงาน  เรื่องนิว  เรื่องที่ฟาร์มเมื่อคืน..

            รามนั่งเรียงจานไปด้วยฟังน้องพูดไปด้วยโดยไม่ขัดคอ  น้องของเขาเล่าไปร้องไห้ไป  เขาไม่เคยเห็นลักษณ์เสียใจขนาดนี้มาก่อน  แค่เห็นน้ำตาของน้องรัก  คนเป็นพี่ก็พลอยเจ็บไปด้วยจนพูดอะไรไม่ออก

            “..แล้วเมื่อกี้  นิวมาหา   เขามาบอกว่า ...ฮึก   ว่าไวน์เล่าให้เขาฟังเรื่องเมื่อคืนที่สนาม  ไวน์...มีนิวอยู่แล้ว  แต่ไม่รู้  จะบอกผมยังไง  ก็เลย..ให้นิวมาบอกแทน..ฮือ”

            “นิวมาบอกเรื่องนี้แทนไอ้ไวน์เนี่ยนะ  มันไม่แปลกๆหรือไงไอ้ลักษณ์”  รามพูดขึ้นช้าๆ  จริงอยู่ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเกิดจากลักษณ์รู้ตัวช้าเกินไป  แต่ว่าไอ้ไวน์ก็มีส่วนผิดที่ยังทำเหมือนมีใจให้น้องเขาทั้งที่ตัวเองมีแฟนแล้ว  แถมการส่งแฟนตัวเองมาเคลียร์กับลักษณ์เรื่องเมื่อคืนแทน...เขาว่ามันไม่แมนเอาเสียเลย  อย่างน้อยก็เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน  ไม่ควรจะทำแบบนี้

            “เดี๋ยวกูจะไปคุยกับไอ้ไวน์ให้”  รามผุดลุกขึ้นยืน  น้องชายรีบดึงชายเสื้อเอาไว้

            “ไม่เอาพี่ราม  แค่นี้ลักษณ์ก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว”  ลักษณ์พูดแกมสะอื้น  ส่ายหน้าไปมา  “ลักษณ์ผิดเองพี่รามที่ไม่ยอมจบ  ไอ้ไวน์มันมีแฟนไปแล้วก็ยังไม่เลิก”

            “แล้วมึงจะเอายังไงต่อล่ะ  ลักษณ์”  รามเสียงอ่อนลง  โอบไหล่น้องชายเอาไว้หลวมๆ  “ถ้าให้พี่แนะนำ  ก็มีทางเดียวคือตัดใจจากมันเถอะ  รักไปก็เจ็บปวดเปล่าๆ”...คนพรรค์นั้น  รามโกรธไวน์มากที่ทำให้น้องเขาเสียใจขนาดนี้

            “มันคงยากมาก”

            “ยากยังไงมึงก็ต้องทำ  จะทนอยู่แบบนี้ได้ยังไง  มันมีแฟนแฮปปี้ไปแล้ว  มึงโง่ที่ไม่รู้ตัวว่ารักมันตั้งแต่แรก  และก็กำลังจะโง่ซ้ำสองถ้ายังขืนดื้อดึงรักมันต่อ”  รามพูดอย่างดุดัน   แต่พอเห็นหน้าจ๋อยๆของน้องก็ลดเสียงลง  “ลักษณ์...เชื่อพี่นะ  ไวน์มันไม่ได้รักน้องพี่จริงๆหรอก  ไม่อย่างนั้นมันจะเปลี่ยนไปคบไอ้นิวนั่นได้ยังไงรวดเร็วขนาดนั้น”  ....แต่น้องพี่นี่สิ  รักมันเข้าเต็มๆ  พี่กะแล้วเชียวว่าจะต้องเป็นแบบนี้  รามถอนหายใจยาว

            “พี่ราม...”  คนพูดยกมือขึ้นปิดหน้า  “ผมจะทำได้ใช่มั้ย  แล้วมันต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะทำใจได้”  คนฟังอึ้งไป  เขาทอดสายตามองออกไปข้างนอกร้าน  ทะลุประตูเหล็กกั้นราวกับมองเห็นภาพในอดีตย้อนกลับคืนมา

            “กูก็ไม่รู้  ลักษณ์...ไม่รู้เหมือนกัน”  มันอาจจะยาวนานตราบชั่วฟ้าดินสลายอย่างที่ใครบางคนเคยบอกเอาไว้ก็ได้ล่ะมั้ง  รามยิ้มเยาะให้ตัวเอง แล้วหันมาทางน้องชาย  “แต่กูเชื่อว่ามึงจะทำใจได้  ลักษณ์  น้องกูเข้มแข็งจะตายไป  ใช่มั้ย”  เขายกมือขึ้นขยี้หัวน้องชายแล้วโยกเล่นเบาๆ  “ไปเถอะ  ลุกขึ้นได้แล้วไอ้ขี้แง  ไปซื้อของหน้าปากซอยดีกว่า  เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง”

            “เย่!”  ลักษณ์ส่งเสียงแล้วฝืนยิ้มออกมา  พี่รามโอบไหล่ของเขาพาออกไปข้างนอก  เสียงผิวปากเล่นของพี่ชายกับท่าทางสบายๆเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายๆที่สามารถจัดการได้นั้นทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก  ลักษณ์เดินกินไอศกรีมแท่ง  ฟังพี่เล่าเรื่องที่ทำงานให้ฟังอย่างเพลิดเพลินจนลืมเรื่องที่กำลังทุกข์ใจไปได้บ้าง

            ....เวลาคงจะช่วยเยียวยาหัวใจของเขาได้เอง

            รามมองตามหลังร่างเล็กที่เดินขึ้นบันไดไปชั้นบนบ้านด้วยความเป็นห่วง  เขาในฐานะพี่ชายจะช่วยอะไรน้องได้มากกว่านี้มั้ยนะ  หรือว่าเขาควรจะไปหาไอ้ตัวต้นเหตุแล้วเคลียร์กันดี...แต่ว่าเขาก็เป็นคนนอก  ถ้าเข้าไปยุ่งด้วยจะยิ่งวุ่นวายหรือเปล่า

            เขาคิดไม่ตก  เดินไปปิดประตูเหล็กหน้าบ้าน  สายตามองไปเจอเงาของร่างสูงตรงที่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าร้าน  ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน

            “ไอ้ไวน์?  โผล่มาแล้วเรอะ”

            “ผมขอเข้าไปคุยกับลักษณ์ได้มั้ยครับ”

            “คุยอะไรอีก  แฟนมึงก็มาคุยไปแล้วทีนึงไง”  เขาพูด  ระวังไม่ให้เสียงดังจนน้องชายที่อยู่ชั้นบนได้ยิน

            “นิวน่ะเหรอครับ   เค้ามาคุยเรื่องอะไร”

            “ไปถามกันเอาเองสิ  มึงเป็นคนให้เค้ามาเคลียร์ไม่ใช่เหรอ”   รามถาม  โกรธแทนน้องชาย

            “ผมเปล่า...พี่ราม  ผมขอคุยกับลักษณ์หน่อย  นะครับ”

            “ทำไมมึงเพิ่งมา”  รามถามเสียงเข้ม

            “พี่ราม”

            “กูถามว่ามึงไปไหนมา”

            “ผม....นิวขอให้ผมกลับบ้านเป็นเพื่อน  แล้วทีนี้..”  คนโตกว่ายกมือขึ้นห้าม ให้หยุดพูด  ไวน์ชะงัก

            “พอ...มึงไม่ต้องพูดแล้ว  ไอ้ไวน์  กูรักมึงเหมือนน้องชายคนนึงมาตลอดนะ  แต่พฤติกรรมของมึงที่ผ่านมามันทำให้กูต้องกลับไปคิดใหม่  ถ้าตราบใดที่มึงยังเคลียร์เรื่องนิวแฟนมึงไม่ได้  ก็ไม่ต้องมายุ่งกับน้องกูอีก  กูไม่อยากเห็นมันร้องไห้แล้ว  มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย”  รามดึงประตูปิดเสียงดังปัง

            “พี่ราม  ฟังผมก่อน  เรื่องนี้ผมผิดเองที่ดึงนิวเข้ามาด้วย  พี่ราม...นิวมาพูดอะไรกับลักษณ์เหรอ  ผมไม่รู้เรื่องด้วยเลยนะ  ผมรู้สึกผิดทั้งต่อลักษณ์และนิว  พี่ราม  ลักษณ์  ได้ยินกูพูดมั้ย...ลักษณ์”

            “เลิกตะโกนได้แล้วไวน์  ยังไงมึงก็ยังเป็นเพื่อนน้องกูอยู่  อย่าให้กูโกรธไปมากกว่านี้เลยนะ  ไม่อย่างนั้นมันจะจบไม่สวย”  พี่รามกระซิบผ่านช่องลูกกรงเหล็ก  คนเด็กกว่าชะงัก  เขารู้ว่าพี่รามเอาจริงและพี่รามก็ไม่ใช่คนที่ควรจะไปมีเรื่องด้วย  ชื่อเสียงของอีกฝ่ายดังกระฉ่อนตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้ว

            ไวน์เดินคอตกกลับไป  เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างห้องของลักษณ์เห็นปิดไฟเงียบ  เจ้าตัวคงนอนไปแล้ว  ไวน์ยกมือขึ้นกุมหัว  เขาไม่น่าปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปเลย  เพราะเขามัวแต่เกรงใจนิว  มัวแต่รู้สึกผิดต่อนิว

            ‘ไวน์ ...นิวลองมาคิดดูแล้วนะ  เราก็ผิดกันทุกฝ่าย  ไม่ใช่ไวน์คนเดียวที่ผิดหรอก  นิวคิดว่า...นิวอยากเริ่มใหม่นะ  นิวจะพยายามทำใจถ้าไวน์จะกลับไปหาลักษณ์’  นิวพูดขึ้นช้าๆ  มือที่เอื้อมมาจับมือของเขาเย็นเฉียบ  นิวเป็นคนขอคุยกับไวน์เองหลังจากกลับมาถึงมหาลัย  นิวก็ดึงเขามาที่หลังโรงอาหารซึ่งปลอดคน

          ‘นิว...ผมขอโทษ’  ไวน์พูดไม่ออก  เขามองหน้าคนรักด้วยความแปลกใจแกมค้นคว้า  ‘นิวพูดจริงเหรอ’

          ‘จริง  นิวไม่อยากอยู่ในวังวนรักสามเศร้าแบบนี้  ในเมื่อไวน์รักลักษณ์และลักษณ์ก็รักไวน์เหมือนกัน  นิวก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะขวางอยู่ตรงนี้ไปทำไม  นิวจะยอมปล่อยไวน์ไปนะ  ถึงมันจะยากก็ตาม’  นิวน้ำตาคลอ  ‘แต่นิวขอเวลาหน่อยได้มั้ย  นิวยัง..ทำใจไม่ได้  ไวน์อย่าเพิ่งเลิกกับนิวได้หรือเปล่า  ช่วย..ทำตัวปกติเหมือนไวน์คนเดิมสักพัก’  ดวงตากลมหวานที่เงยขึ้นมองเขามีทั้งความเสียใจและวิงวอนจนคนมองใจอ่อนยวบด้วยความสงสารและรู้สึกผิด  ‘แล้วนิวจะเป็นคนไปเอง  นิวขอเวลาแค่ไม่นาน  แค่ให้นิวทำใจได้...แล้วนิวจะไปเองไวน์’

          นิวโผเข้ามากอดเขาแน่น  ไวน์ยกมือขึ้นลูบศีรษะนั้นเบาๆ

          ‘ผมขอโทษนะนิว  ขอโทษจริงๆ’

          ‘ไม่เป็นไร  แค่ระหว่างนี้ไวน์เป็นคนเดิมของนิวก็พอ’  ไวน์พยักหน้ารับเพื่อตัดบท  เขาชวนนิวเดินกลับออกมาเพราะอยากจะคุยกับลักษณ์เต็มที  แต่ว่าอีกฝ่ายกลับไปก่อนแล้ว

          ‘อ้าว...เกรซกลับไปแล้ว  ไม่รอนิวเลย  ว่าจะขอติดรถกลับด้วยเสียหน่อย’  นิวคราง  แล้วหันมาทางเขา “จะรบกวนไวน์มากเกินไปมั้ย  ถ้าจะช่วยกลับเป็นเพื่อนนิวหน่อย  นิวไม่กล้านั่งแท็กซี่คนเดียว ไวน์ก็รู้..’

          ‘เอ่อ..’  ไวน์อึกอัก  ขยับจะปฏิเสธ

          ‘ไม่เอาดีกว่า  ไวน์กลับไปเถอะ  นิวกลับเองได้’ นิวเปลี่ยนใจ ส่งยิ้มให้เขาบางๆ ‘ไวน์ต้องรีบไปเคลียร์กับลักษณ์นะ  จะได้เข้าใจกันเสียที’


            เพราะคำพูดของนิวเลยทำให้ไวน์ตัดสินใจไปส่งนิวก่อน  เขาเสียเวลาที่บ้านของนิวมากพอสมควรเพราะแม่ของนิวดึงตัวให้อยู่คุยด้วยไม่เลิก  ไม่ยักรู้ว่านิวหลบมาที่บ้านของลักษณ์ตอนไหน

            แล้วนิวมาคุยอะไรกับลักษณ์กันแน่...

            ชายหนุ่มอดรนทนไม่ไหวตัดสินใจกดโทรหาลักษณ์  ...เป็นดังคาด  ฝ่ายนั้นปิดเครื่อง

            ไวน์เดินกลับบ้านอย่างหัวเสีย  เขากดโทรไปหานิว อีกฝ่ายก็ปิดเครื่องเหมือนกัน  ไวน์คิดว่าถ้าเขาทิ้งเรื่องนี้เอาไว้คาราคาซังคงไม่มีทางนอนหลับแน่  เลยโบกรถแท็กซี่แล้วนั่งไปบ้านนิวอีกครั้ง

            บ้านของนิวเป็นทาวน์เฮ้าส์อยู่ไม่ไกลจากบ้านของลักษณ์กับเขาเท่าไหร่   ไฟในบ้านปิดเงียบสงสัยว่าคงจะเข้านอนกันไปแล้ว  ชายหนุ่มยืนเกาะรั้วบ้าน   กดโทรเข้าเครื่องนิวอีกทีก็ปิดเครื่อง  ไลน์ไปก็ไม่อ่าน

            เอื้อมมือไปกดออดหน้าบ้านสองครั้ง  สักพักไฟในบ้านก็สว่าง  ได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากในตัวบ้าน

            “ใครน่ะ  มาดึกๆ”

            “ผมเองนิว....ไวน์”  เขาตะโกนตอบกลับไป  อีกฝ่ายเงียบไปจนไวน์นึกว่าคงจะไม่ออกมาเสียแล้ว  แต่ร่างเล็กในชุดนอนก็ปรากฏตัวขึ้นที่หลังประตูรั้ว  ใบหน้าของนิวดูซีดเมื่ออยู่ใต้แสงไฟรั้ว

            “มีอะไรหรือเปล่าไวน์  มาดึกๆ ไม่โทรมาล่ะ”

            “ก็นิวปิดเครื่อง”

            “อ้าวเหรอ...สงสัยแบตหมดน่ะ”  อีกฝ่ายตอบกลับมา  “แล้วมีเรื่องอะไรหรือเปล่า”  นิวไม่มีทีท่าว่าจะเปิดประตูรั้ว และเขาก็ไม่ได้อยากจะเข้าไปเช่นกัน

            “เมื่อบ่ายนิวไปหาลักษณ์มาใช่มั้ย”  ไวน์เข้าประเด็นอย่างไม่รอช้า  คนฟังสีหน้าแทบไม่เปลี่ยน  ส่งยิ้มมาให้เขานิดๆ

            “อื้ม  แวะไปหามาแปบนึงตอนที่ไวน์อยู่กับคุณแม่”  นิวเงยหน้ามองเขา “ก็ไม่มีอะไรนี่  ลักษณ์ลืมของเอาไว้ที่นิว  นิวเลยเอาไปคืน”

            “ลักษณ์ลืมอะไร”

            “ไวน์เจอลักษณ์มาแล้วเหรอ”  นิวย้อนถาม

            “ลักษณ์ลืมอะไรไว้ที่นิวหรอ”  ไวน์ไม่ตอบ  ถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้ง

            “ลักษณ์...ลักษณ์ไม่อยากให้นิวเล่าให้ไวน์ฟัง  ลักษณ์อยากให้มันเป็นความลับระหว่างเราสองคน....เอ่อ...จริงๆแล้วลักษณ์เป็นคนขอให้นิวไปหาที่บ้าน”

            “พี่ชายลักษณ์บอกว่านิวเป็นคนไปที่บ้านเอง  บอกว่ามาเคลียร์กับลักษณ์แทนผม”  ไวน์พูด  คนฟังกระพริบตาแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขา  แววตาคู่นั้นมีแววเจ็บปวด

            “นิวไม่รู้ว่าไวน์ได้ยินมาว่าอะไร  แต่นิวรู้ว่าสุดท้ายไวน์จะเชื่อใคร....คงไม่ต้องให้นิวเสียเวลาอธิบายหรอก”

            “นิว...ผมไม่ใช่คนแบบนั้นนะ   ผมแค่อยากรู้ว่าลักษณ์พูดกับคุณว่าอะไร”  ไวน์เอื้อมมือลอดลูกกรงเข้าไปจับที่ต้นแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายเอาไว้  ไม่ยอมให้ฝ่ายนั้นถอยกลับไปในบ้าน

            “อย่าเลย มันไม่มีอะไรหรอก”

            “บอกมาเถอะนิว”  ไวน์สบตากลมโตที่แววหวาดหวั่นแกมเสียใจคู่นั้น  “ถือซะว่าผมขอ” 

            “นิวไม่อยากพูด  นิวไม่อยากได้ยินมันซ้ำอีก”  คนฟังยกมือขึ้นปิดหน้า  “นิวรักทั้งไวน์และลักษณ์  นิวไม่อยากให้ตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้”

            “ถ้าคุณไม่พูด  ผมจะปีนรั้วเข้าไปนะ”  ไวน์พูดเสียงเข้ม  บอกให้รู้ว่าเขาเอาจริง

            “ก็ได้”   นิวลดมือลง  ท่าทางเหมือนตัดสินใจเด็ดขาด  “นิวรู้ว่าไวน์คงไม่เชื่อที่นิวพูด  นิวรู้ว่าพูดออกไปก็มีแต่นิวที่เจ็บเอง  แต่ในเมื่อไวน์อยากรู้นักล่ะก็”  นิวเว้นช่วงนิดหนึ่งคล้ายเรียกกำลังใจ  “...ลักษณ์บอกว่าไวน์เป็นของลักษณ์มานานแล้ว  ลักษณ์มาก่อน ...บอกว่าไวน์ไม่เคยรักนิวหรอก  ที่แล้วมามันก็เป็นแค่ละครที่ไวน์ตั้งใจทำเพื่อประชดลักษณ์....ฮึก”  นิวน้ำตาร่วง  “...ลักษณ์ก็แค่พูดความจริง  ลักษณ์พูดถูกแล้ว  มันก็เป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่แรก  แต่นิวเจ็บ....เจ็บมากเลยไวน์....พอใจหรือยัง”  นิวกรีดเสียง แล้วสะบัดตัวหลุดจากมือของไวน์  วิ่งกลับเข้าไปในบ้าน 

            ทิ้งให้คนฟังยืนอึ้งพูดไม่ออก  ได้แต่มองกลับเข้าไปในบ้านอย่างมึนงง

            ...



เขียนตอนนี้เสร็จเเล้วอยากจะบ้า5555 แต่เชื่อเหอะว่าคนอย่างนิวมีจริง 

มาต่อกันรัวๆค่ะ  อัพบ่อยอย่าเพิ่งเบื่อกันน้าา

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ค่ะ  ดีจายยยย  :katai2-1:

ใครเล่นทวิต #แอบลักษณ์

ใครเล่นเฟส  F A N P A G E

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
ระหว่างคน คบหา มานานมาก
ไม่ต้องพูด เอ่ยปาก เป็นล้านแสน
ก็รู้ดี ในนิสัย ยิ่งกว่าแฟน
อยู่ด้วยกัน แน่นแฟ้น กว่าใครใคร

ระหว่างคน คบหา ไม่นานมาก
สันดานคน เข้าใจยาก หากสงสัย
อาจจะมี คำพูด ไม่ตรงใจ
ก็แล้วแต่ อยากเชื่อใคร ตามใจเมิง

#ไม่โง่นะ#ถ้าเมิงเป็นพระเอกจริง#วันเวลาที่ผ่านเลยถ้าไม่เคยก็เคยซะ


วัดใจกันตอนหน้าไปเลย
หึหึ อย่าควายยยยยยยย


พี่ขอร้อง
กร๊ากกกกกกก

บวกหนึ่ง บวกเป็ดฮับ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด