°•°•°Hidden Wood°•°•°•[เส้นผมบังใจเขา] #แอบลักษณ์ อัพบทที่28 22/6/60
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: °•°•°Hidden Wood°•°•°•[เส้นผมบังใจเขา] #แอบลักษณ์ อัพบทที่28 22/6/60  (อ่าน 85290 ครั้ง)

ออฟไลน์ fsbeentaken

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ทำอย่างนี้ดีแล้วแหละไวน์ ให้ลักษณ์มันรู้ตัวซะบ้าง ว่าอะไรเป็นอะไร  :hao6: :katai4:

ออฟไลน์ appattap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
อ่านไปน้ำตาซึมไป ทั้งโมโหทั้งสารในเวลาเดียวกัน
เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะคะ  อ่านแล้วอินมากกกกกกกก

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
อ่านแล้วหนุกมาก มีให้ได้ลุ้นทุกตอนเลย

#ตอนที่ 14
ก็ยังเห็นใจไวน์เหมือนเดิม คนแอบรักเพื่อนมันอึดอัดมากนะ
แต่ถ้าไวน์ไปคบกับนิวแบบเล่นๆ ก็น่าสงสารนิว ที่ต้องมาเป็นแค่คนคั่นเวลา
อย่าเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้เลย มันไม่ดีหรอกไวน์
เพราะจะได้รับความเจ็บปวดกันถ้วนหน้า ทั้งไวน์ ลักษณ์ และก็นิว

วิธียืมมือฆ่าคน..มันบาปมากกกกกกกกก

+1 ฮับ

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่15

He who hesitates is lost.

 

 

 

 

            “เย็นนี้มึงไปซื้อของด้วยกันหรือเปล่าไอ้ลักษณ์  ของขวัญเฉลยบัดดี้อ่ะ  พรุ่งนี้แล้วนะ”   เบียร์ถามขึ้นหลังจากหมดคาบเคมีคาบสุดท้ายของวัน   เพื่อนๆในคณะพากันก้มหน้าก้มตาเก็บของเพื่อออกจากห้องเลคเชอร์ให้เร็วที่สุด

          “ไปๆ  ว่าจะดูกระเป๋าสตางค์ใหม่ด้วย”   เขาเพิ่งเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟังเมื่อเช้าว่าถูกโจรวิ่งราวกระเป๋าไป  ทุกคนต่างสรรเสริญไอ้ไวน์และด่าเขาซ้ำจนหูชามาทั้งวัน

          “เห้ย...พอดีเลย  งั้นเดี๋ยวมึงไปเลือก  กูซื้อให้เอง  ถือว่าเป็นของขวัญขอบคุณบัดดี้ไปเลยไง”  เต้รีบพูดขึ้นมา  ลักษณ์พยักหน้าเห็นด้วย

            “โอเค  ดีเหมือนกันกูจะได้ถูกใจ”

          “เลือกแพงๆเลยมึง  ถล่มให้มันหมดตูด”  แซมกระซิบแล้วแล้วหัวเราะลั่น

            พวกเขาตรงดิ่งออกมาขึ้นแท็กซี่หน้ามหาวิทยาลัย  เพราะยังไม่มีใครในกลุ่มมีรถกันสักคน  พอมาถึงห้างต่างคนต่างก็แยกย้ายไปหาของที่ตัวเองต้องการ   ลักษณ์กับเต้ก็เดินแยกออกมาด้วยกันเพื่อไปดูกระเป๋าสตางค์

            “มีงบแค่ไหน”  ลักษณ์หันไปถาม

            “เลือกมาเลย  สำหรับบัดดี้อย่างมึง กูพร้อมควักเต็มที่”  เต้ตอบกลับมา พลางหัวเราะหึๆ 

          “โอ้โห  เสี่ยเต้มาเอง”

            เต้พาเขาเข้าไปในร้านกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อหนึ่ง   ตอนแรกลักษณ์ก็นึกว่ามันคงพูดเล่น  ที่ไหนได้ พอเขาหยิบกระเป๋าสตางค์หนังใบสีน้ำตาลอ่อนทรงสวยขึ้นมาดู  พลิกไปพลิกมาหลายรอบด้วยความถูกใจ  เต้กลับบอกคนขายที่เข้ามายืนรออยู่แล้วให้ห่อให้เลย

            “เห้ยมึง...กูดูเล่นๆเพราะมันสวย  ไม่ได้อยากได้จริงๆ”  เขาดึงกระเป๋าในมือเอาไว้ไม่ให้พนักงานรับไป  เต้หันมามองหน้าแล้วพูดกลับมาเสียงขึงขัง

            “เงินกู  กูอยากซื้อให้บัดดี้กู  มึงมีปัญหาอะไรลักษณ์”

          “จะบ้าเหรอมึง  แพงขนาดนี้กูไม่เอาหรอก  นี่มันเท่าเงินเดือนที่กูใช้ทั้งเดือนเลยนะ”

          “งั้นมึงก็เป็นคนประหยัดมาก ลักษณ์”  เต้ตอบกลับมาแล้วหัวเราะ  ส่งบัตรเครดิตในมือให้พนักงานไป

            “ถ้ามึงซื้อมา กูโกรธ และกูก็จะไม่ยอมใช้ด้วย”

          “ลักษณ์....เอางี้  งั้นมันจะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่กูจะให้มึงเลย ดีมั้ย  แล้วต่อจากนี้ทุกวันเกิดของมึง  กูจะไม่ซื้ออะไรให้”  เต้พูดด้วยเสียงจริงจัง  ยื่นมือไปรับถุงจากพนักงานมาถือเอาไว้  “กูซื้อมาแล้วด้วย  คืนไม่ได้แล้วล่ะ”

            ลักษณ์ยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสั้นๆของตัวเองให้ยุ่งหนักกว่าเดิมแล้วเดินตามหลังเพื่อนออกมาข้างนอกร้าน  ....ก็พอรู้อยู่หรอกว่าบ้านเพื่อนมีเงิน  แต่ไม่นึกว่าจะใจป้ำซื้อของแพงขนาดนี้ให้

            …กะอีแค่เล่นบัดดี้

          “มึงจริงจังไปหรือเปล่าวะไอ้เต้  แค่ของขวัญแต้งค์บัดดี้เอง”  ลักษณ์พูดขึ้น

            “สำหรับมึงอาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย  แต่สำหรับคนอื่นอาจเป็นความหวังที่เขาเฝ้ารอโอกาสมาตลอดก็ได้นะ”  เต้พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย  “ดูอย่างวิป บัดดี้ของมึงสิ  ถ้าไม่ได้เกมโง่ๆอย่างบัดดี้  พวกมึงจะได้คุยกันเหรอ”  ลักษณ์ขมวดคิ้ว  ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกประหลาดกับคำพูดประโยคแรกของอีกฝ่าย  ทว่าเต้ก็ชิงเปลี่ยนเรื่องจนเขาทักไม่ทัน  สุดท้ายก็เลยลืมไปเสียสนิท

            เต้ขอกลับก่อนเพราะต้องกลับไปทานมื้อเย็นกับครอบครัว   ยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงถึงจะถึงเวลานัดเจอกันที่ร้านอาหารของกลุ่ม  ลักษณ์ก็เลยเดินดูของต่อคนเดียว

          ....วิปบอกว่าอะไรนะ  สมุดปากกาสวยๆงั้นเหรอ....ทำไมพวกผู้หญิงถึงชอบอะไรพวกนี้กันนัก  หรือว่าจะเป็นเพราะว่าวิปชอบวาดรูปอยู่แล้ว  ชายหนุ่มคิดขณะที่เดินเลี้ยวเข้าไปในล็อคเครื่องเขียน   กวาดสายตาไล่ดูปากกาชนิดต่างๆอย่างเพลิดเพลิน  รู้ตัวอีกทีก็โดนสะกิดที่แขนเบาๆ

            “เธอ”

          “อ้าว ...มะยม”  เด็กสาวที่สวมแว่นตาทรงสี่เหลี่ยม  ส่งสายตาดุๆลอดแว่นมาให้เขาก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้เธอดูใจดี

            “มาซื้อของหรอ”

          “อื้ม  มะยมล่ะ”

          “มาเดินเล่นน่ะ  เราชอบเดินร้านเครื่องเขียน”  เธอตอบกลับมา  เอื้อมมือไปหยิบปากกาหน้าตาประหลาดแต่ก็เข้ากันดีกับท่าทางของเธอมาลองขีดเล่น

            “แปลกดี”  ลักษณ์พูด  แล้วรีบเปลี่ยนเป็นคำถาม  “มาคนเดียวหรอ”  กวาดสายตาไปรอบๆเผื่อจะเจอเพื่อนคนอื่นของมะยม  อย่างเช่นคนตัวเล็กๆสักคน 

          ทำไมเขาถึงอยากต้องอยากเจอนิวด้วยล่ะ....

            “มากับนิว  มันเดินไปซื้อกระดาษอะไรสักอย่างข้างหลังร้านน่ะ”  มะยมตอบกลับมา  “ลักษณ์ล่ะ  มาคนเดียวหรอ”

          “เปล่า...มากับเพื่อน  แต่ว่าแยกกันซื้อของก่อน”

          ลักษณ์ตอบ  มือก็เลือกเอาปากกาที่คิดว่าสวยที่สุดมาถือเอาไว้   เขาเดินไปที่ชั้นวางสมุดหลายหลายรูปแบบ  เลือกอยู่นานสุดท้ายก็หยิบเอาแบบเรียบๆมา  กะว่าจะไปวาดรูปลงสีเองคืนนี้

            ...ที่เต้พูดมาก็ถูก  เฉลยบัดดี้ทั้งทีนี่นะ...

            “ลักษณ์  เป็นไงบ้าง  หายดีหรือยัง”  เสียงที่เขาเริ่มจำได้ทักขึ้นหลังจากที่เขาเอาของไปจ่ายเงินเสร็จแล้ว  ...เดือนนี้เสียเงินไปมากจริงๆ  ไหนจะที่โดนขโมยไป  คงเหลือไม่ถึงสิ้นเดือนแน่ๆ  แถมยังต้องเสียเวลาวิ่งวุ่นทำสารพัดบัตรใหม่อีก

            “หายแล้วล่ะ  นิวล่ะเป็นยังไงบ้าง”  เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังคุยกับเพื่อนผู้หญิงสักคน  ไม่ใช่เพื่อนผู้ชายรุ่นเดียวกัน  คงเป็นเพราะท่าทางของอีกฝ่ายดูนุ่มนิ่ม แถมรอยยิ้มหวานๆบนใบหน้านั้นก็ดูเข้ากับเพศหญิงมากกว่า

            “ไอ้นิวมันกำลังอินเลิฟ  ไม่ต้องไปถามมันหรอก  ไม่ต้องถามเรื่องแฟนมันด้วย  เดี๋ยวมันเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาจะยาว”

          “แหม...ก็เวอร์ไปมั้ยมะยม  เราไม่ได้พูดอะไรขนาดนั้นสักหน่อย”

          “ค่า  ก็แค่พูดถึงหมอไวน์สามเวลาหลังอาหาร  หมอไวน์อย่างนั้น  หมอไวน์อย่างนี้”   มะยมพูดเสียงดัง  นิวหน้าแดงก่ำ  ตีแขนเพื่อนอย่างแรงไปหลายทีจนเธอฟาดกลับ

            “ไม่ใช่อย่างนั้น  ดูซิ  ลักษณ์งงใหญ่แล้ว”

          “ลักษณ์จำคนที่ได้เป็นเดือนมอได้มั้ย  ที่สูงๆอ่ะ  นั่นแหละ..ผัว  เอ๊ย  แฟนไอ้นิวมัน”

          “อ้อ  เรารู้จัก  ยินดีด้วยนะ” ลักษณ์เลือกตอบกลับไปสั้นๆ

            “ขอบคุณนะ”  นิวยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลึกข้างแก้ม  ยิ่งทำให้ใบหน้านั้นน่าเอ็นดูยิ่งกว่าเดิม  แม้แต่มะยมเองก็เถอะ...ลักษณ์สังเกตว่าถึงจะคอยจิกกัดนิวตลอด  ทว่าสายตาที่มองไปยังเพื่อนชายตัวเล็กก็เต็มไปด้วยความเอ็นดู

            “เราต้องไปแล้วล่ะ  เพื่อนรออยู่”  เขาพูด  โบกมือลาสองคู่หูนั้น  เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นบนที่มีร้านอาหารเรียงรายให้เลือกอยู่เต็ม  ไปหยุดที่หน้าร้านอาหารไทยราคานักเรียนนักศึกษารอเพื่อนอีกสองคนที่ยังไม่มา

            “มาแล้วๆ หิวเหรอมึง  กูมาช้าไปไม่ถึงห้านาทีทำให้เหมือนตูด”  แซมตบไหล่ของเขาดังป้าบ  ขณะที่ไอ้เบียร์หัวเราะร่า  พวกเราเดินเข้าไปภายในร้านอาหารที่แวะมากินบ่อยเพราะอร่อย  ราคาถูก

          หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน  ไอ้เบียร์กับแซมไปแท็กซี่เพราะบ้านอยู่ทางเดียวกัน  ส่วนลักษณ์ก็เดินเรื่อยๆออกมารอรถเมล์ข้างหน้าห้าง  พลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว  คงกลับบ้านไปทันช่วยป้าดาเก็บร้านพอดี

            “ลักษณ์  เจอกันอีกแล้ว”  ลักษณ์หันไปตามเสียงทัก  เห็นหนึ่งในสองคู่ซี้ที่เขาเจอในร้านขายเครื่องเขียนเดินยิ้มโบกมือมาให้แต่ไกล  จนกระทั่งนิวเดินมาหยุดยืนที่ป้ายรถเมล์ข้างเขา

            “กลับยังไง/กลับไงอ่ะ” พวกเขาพูดออกมาพร้อมกัน แล้วต่างหัวเราะออกมาเก้อๆ

            “เรากลับรถเมล์  นั่งไปนิดเดียวก็ถึงบ้านแล้ว  นิวล่ะ”  ลักษณ์เป็นฝ่ายตอบออกมาก่อน  อีกฝ่ายอมยิ้ม  นิ่งไปนิดนึงอย่างมีเลศนัย     

            “ห้ามบอกมะยมเด็ดขาดนะ  เราบอกมะยมไปว่าจะกลับเอง  แต่ว่า...”  นัยน์ตากลมหวานคู่นั้นมีแววซุกซน  “เดี๋ยวหมอไวน์มารับ”  ฝ่ายนั้นจบประโยคแบบเขินๆ

            “อ้อ”  ลักษณ์ครุ่นคิดหาคำพูดอื่นมาต่อท้ายเสียงอุทานของตัวเองไม่ให้มันดูแปลก  ก็พอดีร่างสูงโปร่งของคนที่กำลังพูดถึงอยู่นั้น เดินฝ่าฝูงชนตรงมาที่พวกเขาสองคน

            “ทางนี้ไวน์”  คนข้างเขายกมือขึ้นโบกเรียก   อีกฝ่ายก็โบกตอบแล้วเดินเข้ามาหา  นัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นไม่ได้เหลือบมองมาทางเขาเลยสักนิดตอนที่เอ่ยทักนิวด้วยเสียงอ่อนกว่าปกติ

            “รอนานหรือเปล่า  ขอโทษทีนะ”

          “ไม่นานหรอก...”

ไวน์หันมามองเขา หน้าตาประหลาดใจราวกับเพิ่งสังเกตเห็น

            “อ้าว....ลักษณ์”  ฝ่ายนั้นทักสั้นๆ  แล้วทำท่าจะพานิวเดินไปทางอื่น ทว่าคนตัวเล็กสุดกับรั้งแขนเอาไว้เสียก่อน

            “รู้จักกันหรอ  โลกกลมจัง  นี่ไงคนที่นิวบอกว่าน่ารักอ่ะ….ขนาดมะยมไม่เคยชมใครยังบอกว่าลักษณ์น่ารักเลย”  คนที่โดนชมซึ่งๆหน้ากลับทำหน้าไม่ถูก  ทั้งที่ปกติแล้วเขาคงดีใจมากเพราะนานทีปีหนจะมีสาวชมสักครั้ง

            ถึงจะเป็นคำว่าน่ารักแทนหล่อก็เถอะ..

          “หึๆ  เพื่อนเราเอง  รู้จักกันตั้งแต่มัธยมแล้ว”  ไวน์พูด

            “ว้าว จริงเหรอ  ดีล่ะ  งั้นวันหลังนิวต้องไปแอบถามลักษณ์หน่อยแล้วว่าสมัยก่อนไวน์เป็นยังไงบ้าง  ต้องเฮี้ยวมากแน่เลย ใช่มั้ย”  นิวหันมาถามเขา

            ลักษณ์เงยหน้าขึ้นสบตาผู้ชายร่างสูงแวบหนึ่งแล้วก็เมินไปทางอื่น  ตอบด้วยเสียงปกติ

            “มาก...ไว้จะเล่าให้ฟัง”

          “งั้นไว้เจอกันนะลักษณ์  กลับบ้านดีๆนะ”  นิวร่ำลา  ยกมือขึ้นโบกเหมือนทุกที   ส่วน ‘แฟน’ ของเจ้าตัวนั้นหมุนตัวเดินนำลิ่วไปก่อนแล้ว  ลักษณ์มองตามหลังเห็นนิววิ่งตามไปเกาะท่อนแขนล่ำสันนั้น  ไวน์ชะลอฝีเท้าลงและก็เปลี่ยนเป็นจับมือของอีกฝ่ายพาจูงข้ามถนน

            ลักษณ์หุบยิ้มเมื่อรู้สึกว่ายกมุมปากค้างเอาไว้นานเกินไปจนเริ่มรู้สึกเมื่อยหน้า  ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการยิ้มต้องใช้พลังงานมากมายขนาดนี้ 

แต่ภาพของเพื่อนสนิทกับ ‘แฟน’ ก็ทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้ด้วยความปลื้มใจแทน  ต่อไปนี้ไวน์คงมีคนให้ดูแลแทนแล้ว   ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับสารพัดปัญหาที่เขาสรรหาก่อขึ้นมาให้อีกฝ่ายตามแก้ไม่เว้นแต่ละวัน   และเขาก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการช่วยมันสับหลีกรางรถไฟและช่วยกันบรรดาแฟนคลับของมันด้วย

ก็ดีนี่...

เสียงบีบแตรของรถใกล้ๆทำให้ลักษณ์สะดุ้ง  หันไปมองเห็นรถเมล์คันที่เขายืนรออยู่นั้นกำลังจะออกจากป้าย  เด็กเภสัชรีบตะโกนลั่นให้รอก่อนแล้วเดินแกมวิ่งโหนขึ้นไปบนรถเมล์ที่คนแน่นเอียดเป็นปลากระป๋องเหมือนทุกวัน

ต่างกันตรงที่...เขามองลอดซอกคอของคุณตาที่ยืนชิดอยู่นั้นออกไปยังหน้าต่าง  เห็นร่างสูงสง่าของไอ้ไวน์กำลังเปิดประตูรถแท็กซี่ให้คนรักก้าวขึ้นไปนั่ง  ก่อนที่ตัวเองจะก้าวตามขึ้นไป  จากนั้นรถแท็กซี่คันนั้นก็แล่นฉิวเหลือแต่ไฟท้ายสีแดงๆ

ลักษณ์ถอนหายใจยาว  เกร็งข้อมือที่ยึดราวเหนือศีรษะเอาไว้แน่นเมื่อรถออกตัว

...ต่างกันตรงที่วันนี้รถเมล์ขับนิ่มกว่าปกติมั้ง

......................................................................

“เราเป็นบัดดี้ของเธอเองแหละ.....ลักษณ์”   

ไม่มีพลิกโผใดๆ  คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของลักษณ์และพูดประโยคนี้คือ วิป  หญิงสาวหน้าใสสวมแว่นตาที่เขากำลัง ‘คุย’ ด้วยอยู่   วิปดูเขินเล็กน้อยตอนที่บอก

“กะเอาไว้อยู่แล้วล่ะ”  ลักษณ์พูดยิ้มๆ  ยื่นกล่องของขวัญสีเงินที่เขาบรรจงห่อเองไปให้เธอ  “ขอบคุณมากนะที่ดูแลเรามาตลอดเดือน  ขอบคุณบ๊วยเค็ม น้ำ ขนมอื่นๆ แล้วก็...ร่มของเธอวันนั้นด้วย”  หญิงสาวหัวเราะ

“บ๊วยคืนชีพกับขนมน่ะของเราเอง  แต่ร่มไม่ใช่ของเราหรอก”

“อ้าว...”

“มีคนให้ยืมมาน่ะ  ตอนที่เราตามหาร่มมาให้เธออยู่”

“แล้วต้องเอาไปคืนมั้ย”  ลักษณ์ถามกลับงงๆ

“ไม่ต้อง เขาบอกว่าได้ฟรีมาอีกที  ให้เลย”  วิปตอบ  แล้วก้มลงแกะกระดาษห่อของขวัญอย่างตั้งใจ  ลักษณ์เลยถามขึ้นเบาๆ

“Wishmeluck นี่มีความหมายอะไรพิเศษหรือเปล่า หืม?”

“อะไรนะลักษณ์   Wishmeluckหรอ   คือชื่ออะไรน่ะ”

คนฟังเงียบไปในทันที  ทว่าวิปไม่ทันสังเกต  เธอก้มลงแกะกระดาษออกทีละชั้นจนถึงกล่องคุ้กกี้ด้านใน  พอใช้คัทเตอร์กรีดออกก็พบว่าของขวัญของลักษณ์เป็นปากกาลายน่ารักกับสมุดบันทึกที่มีภาพสเก็ตช์รูปเธออยู่บนหน้าปก

“โอ้ย  น่ารักมากๆเลย  ขอบคุณมากนะลักษณ์”  หญิงสาวหันมาบอกคนให้  เธอขมวดคิ้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าซีดๆพิกล  “เป็นอะไรหรือเปล่า  หรือว่าไม่สบาย”

“ปละ..เปล่า  คือ...เดี๋ยวเรามานะวิป  ขอตัวครู่เดียว”

ลักษณ์พูดตะกุกตะกักแล้วรีบเดินเร็วๆฝ่าเพื่อนในห้องที่ยืนพูดคุยแกะของขวัญกันออกมาจากห้องเลคเชอร์   เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงต้องเดินแกมวิ่งตรงไปยังตึกคณะแพทย์ตอนนี้ด้วย  ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงไม่เอะใจเรื่องนี้ทั้งๆที่มันไม่ยากเลยสักนิดเดียว  ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไรชื่อที่ผุดขึ้นมาในหัว ถึงมีเพียงแค่อีกฝ่ายคนเดียวเท่านั้น 

Wishmeluck…WineiloveU

ให้ตายสิ....ถ้าใช่ล่ะก็....บทสนทนาที่ผ่านมา  เรื่องราวที่เขาเล่าให้อีกฝ่ายฟังทั้งหมด  ความเห็นของฝ่ายนั้นที่เคยบอกเขา  ลักษณ์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโปรแกรมไลน์   เข้าไปที่หน้าแชทระหว่างเขากับคนที่ใช่ชื่อ Wishmeluck  ...คนที่บอกกับเขาว่าเป็นบัดดี้   คนที่...พูดคุยกันได้อย่างถูกคอเหลือเกิน

“ลักษณ์  มาหาไวน์หรอ  มันยังอยู่บนตึกอยู่เลย”   เขาเจอเพลินตาเป็นคนแรก  เธอทำหน้าแปลกใจอย่างไม่ปิดบัง  ลักษณ์ไม่ได้เล่าอะไรมาก  แค่บอกว่ามาขอพบไวน์เฉยๆ

เด็กคณะเภสัชฯเดินขึ้นบันไดไปยังห้องเรียนชั้นสองของอาคารเรียนรวม  หัวใจยังเต้นรัวเร็วเพราะออกแรงวิ่งมาบวกกับความตื่นเต้นในใจ  เขาเดินไปหยุดหน้าห้องๆหนึ่งที่เห็นเพื่อนเด็กแพทย์เดินออกมาทีละคนสองคน

ไวน์ยังอยู่ข้างในนั้นจริงๆด้วย  ร่างสูงกำลังก้มๆเงยๆอยู่แถวเก้าอี้ที่นั่งเรียนเลคเชอร์โดยมีเพื่อนอีกคนเดินด้อมๆมองคล้ายหาอะไรสักอย่างไปตามพื้นด้วย

“ไวน์”  ลักษณ์ส่งเสียงเรียก  อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองแล้วโบกมือให้

“มึงกลับก่อนก็ได้นพ  แต้งค์กิ้วมาก  เดี๋ยวกูหาต่อเอง”

นพพยักหน้าให้ลักษณ์นิดหนึ่งแทนคำทักทาย  แล้วก็คว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องไป  เพื่อนๆที่ยังเหลือในห้องอีกสองสามคนก็ทยอยลุกขึ้นเดินออก  เหลือเพียงเขากับไวน์ยืนประจันหน้ากันโดยมีโต๊ะเลคเชอร์นับสิบกั้นเอาไว้

“มีอะไรหรือเปล่า?”  ไวน์ถาม

“Wishmeluck  มึงคือ Wishmeluck ใช่มั้ย?”  ลักษณ์ถามโพล่งออกไปโดยไม่มีการเกริ่นใดๆ  อีกฝ่ายชะงัก  คิ้วเข้มๆนั้นเลิกขึ้นเล็กน้อย

“คืออะไร”

“ชื่อในไลน์  มึงแกล้งหลอกกูว่าเป็นบัดดี้  แล้วก็ใช้ชื่อ Wishmeluck มาคุยกับกูอยู่ตั้งนาน  สนุกมากใช่มั้ยหลอกกูเนี่ย”  ลักษณ์พูด  เสียงสั่นจนตัวเองยังรู้สึก  แม้จะพยายามฝืนเอาไว้มากแค่ไหนก็ตาม

สีหน้าของไวน์เปลี่ยนจากตกใจในตอนแรกกลายเป็นนิ่งเฉยเหมือนใส่หน้ากาก  ไม่มีอารมณ์ในน้ำเสียงที่ตอบกลับมาเรียบๆเลยว่า

“ไม่สนุกหรอก”

“แล้วมึงทำทำไมไวน์   รู้มั้ยว่ากู...กู...เสียใจนะเว้ย”  คำว่า ‘เสียใจ’ หลุดออกมาจากปากลักษณ์อย่างง่ายดายจนแม้แต่เจ้าตัวยังแปลกใจ  ...นี่เขารู้สึกเสียใจงั้นเหรอ?

“เสียใจที่เป็นกู  ไม่ใช่วิปคนที่มึงตามจีบอยู่ใช่มั้ย”  ไวน์สวนกลับ  “กูก็คิดเอาไว้อยู่แล้ว”

ลักษณ์ขยับจะตอบว่าไม่ใช่...ทว่าความคิดอย่างหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว....ถ้าเขาไม่ได้เสียใจ  ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เขารู้สึกอะไรอยู่ล่ะ   ไอ้ความรู้สึกตื้อๆในอกนี้หมายความว่าอย่างไรกัน

“ไวน์...”

“กูเข้าใจว่ามึงคงผิดหวัง  ลักษณ์....กูขอโทษ  ตอนนั้นมันจนปัญญาจริงๆ  ไม่รู้จะหาทางคุยกับมึงยังไง  ....อ้ะ  เจอแล้ว!”  จู่ๆ ไวน์ก็อุทานแล้วก้มลงหยิบอะไรสักอย่างที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมา   “หาตั้งนาน  นึกว่าทำหาย”

ลักษณ์เพ่งมองของในมือที่อีกฝ่ายก้มลงเก็บ  มันเป็นพวงกุญแจอันเล็กๆรูปขวดไวน์  คล้องด้วยตัวอักษรรูปตัวเอ็น   อีกฝ่ายตอบกลับมาโดยไม่ต้องรอให้เขาถาม

“พวกกุญแจของนิวน่ะ  เค้าเพิ่งเอามาให้เมื่อเช้า  แต่กูดันทำหล่นหายตอนเรียน  นึกว่าจะโดนโกรธแล้วเนี่ย”  ไวน์บอก  หยิบพวกกุญแจพวงนั้นขึ้นมาร้อยกับกุญแจบ้านของตน  ปากก็พูดต่อโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง   “ถึงไหนแล้วนะ....อ้อ  ถ้ามึงโกรธที่กูหลอกมึง  ก็ยกโทษให้กูเถอะ  เห็นแก่คนที่มึงไม่เคยคิดจะรักแล้วกัน...”

ห้องเงียบกว่าปกติ  ไวน์เงยหน้าขึ้นมอง  ปรากฏว่าร่างผอมบางที่ควรจะยืนอยู่หน้าห้องนั้นหายตัวไปแล้ว  ชายหนุ่มถอนหายใจยาวแล้วโยนพวงกุญแจพวงนั้นลงบนโต๊ะ  เหยียดขายาวพาดเก้าอี้ตัวข้างหน้าแล้ววางคอลงบนพนักพิงหลับตานิ่งอยู่อย่างนั้น

................................................................................

         

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ต่อนะคะ


 


           “หายไปไหนมาน่ะลักษณ์  ให้เรารออยู่ตั้งนาน”  วิปถามอย่างโกรธๆตอนที่ลักษณ์เดินกลับคณะฯเข้าไปถึงห้อง  เพื่อนๆพากันทยอยกลับกันเกือบหมดแล้ว  “โทรไปก็ไม่รับ  ตอนแรกเราว่าจะกลับแล้วเนี่ย”

          “ขอโทษทีนะ...พอดีเรา...”  เขาเงียบไปเสียเฉยๆ  นึกคำพูดแก้ตัวไม่ออก

            “ช่างเถอะ  ไม่เป็นไรหรอก  เย็นแล้วด้วย...วันนี้ลักษณ์บอกจะพาเราไปกินที่ร้านคุณป้าไม่ใช่เหรอ”  วิปทวนความจำอย่างแม่นยำ 

            ลักษณ์กระพริบตาถี่ๆ แล้วยิ้ม

          “อื้ม  ใช่....ไปกันเถอะ”  เขาถือวิสาสะจับแขนของเธอเดินออกมาจากห้องเรียน  ไม่ลืมหยิบถุงของขวัญที่ไอ้เต้ให้เขามาติดมือมาด้วย   พวกเขาออกมาจากห้องเรียนเกือบเป็นคู่สุดท้าย 

            เดินตรงออกมายังหน้ามหาวิทยาลัย  วิปพูดอะไรเจื้อยแจ้ว  ลักษณ์ก็เออออตามไม่ได้ฟังเท่าไหร่   ความคิดในหัวเอาแต่วนเวียนกลับไปกลับมาถึงคนๆเดียวเท่านั้น

            ไวน์...

            ทำไมเขาถึงดีใจที่ไม่ใช่วิป  ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนตัวเองรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่  เขาถึงไม่ได้โกรธที่คนๆนั้นคือไวน์   แถมรู้สึกตัวเบาหวิวตอนที่รู้ว่าทั้งหมดนี่เป็นความพยายามของอีกฝ่ายที่จะคุยกับเขา  แล้วความรู้สึกจุกแน่นตอนที่อีกฝ่ายหยิบพวงกุญแจนั่นขึ้นมา  มันคืออะไร

            ทำไมถึงรู้สึก...มากขนาดนี้ในเวลาเพียงชั่วครู่เดียว

            ทำไมกัน

            “ลักษณ์  ร้านนี้หรอ...เราว่าเราเคยแวะมากินนะ  สมัยเรียนม.ปลายล่ะ”

            พวกเขาลงจากรถเมล์  เดินมาจนถึงหน้าร้านของป้าดาตั้งแต่เมื่อไหร่ลักษณ์ก็ไม่ทันรู้ตัว  เด็กหนุ่มพาเพื่อนเข้าไปแนะนำกับป้าของเขา  ป้าดาลอบหรี่ตามองเขาอย่างมีเลศนัย  แต่ลักษณ์ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้  พาวิปมาเลือกอาหารแล้วก็ตักเข้าไปเสิร์ฟด้วยตัวเอง

            “น่ารักดีนี่...แม่หนูคนนั้น   ร้อยวันพันปีไม่เคยพาเพื่อนผู้หญิงมาบ้าน  หรือว่าคนนี้จะเป็นคนพิเศษ  หืมลักษณ์”  ป้ารั้งต้นแขนของเขาเอาไว้แล้วกระซิบ

            “ป้าว่าผ่านไหมล่ะครับ”  ลักษณ์ตอบกลับไป

            “หลานรักใครป้าก็รักด้วยทั้งนั้นแหละ”  เธอตอบกลับมา

            ลักษณ์ไม่ได้ตอบกลับไปว่าอะไร  เขาตรงไปนั่งตรงข้ามกับหญิงสาวที่ก้มลงตักข้าวในจานทานเงียบๆ

            “เอาน้ำอะไร  เก๊กฮวยที่นี่อร่อยนะ”  ลักษณ์พูด   

            “มันหวานไปอ่ะ  เราขอน้ำเปล่าได้มั้ย”

          “ได้เลย”  เขาลุกไปหยิบน้ำขวดมาเปิดให้  พี่รามแวะเข้ามาทักทายด้วยเมื่อลูกค้าในร้านเริ่มว่าง  พี่ชายของลักษณ์ท่าทางจะชอบวิปมากทีเดียว  หันมาพยักหน้าให้เขาตั้งหลายรอบ

            “คนนี้ดีนะ  ท่าทางเรียบร้อย น่าจะเป็นแม่บ้านแม่เรือน”

          “โห พี่รามคิดไกลไปหรือเปล่า”

          “เอ้า  ก็มึงถึงขั้นพามาบ้าน  กูก็ต้องคิดเอาไว้ไกลๆหน่อยสิวะ  แล้วคบกันนานยัง”

          “ยังไม่ได้คบเลย  แค่คุยๆกันเฉยๆ”

          “เห้ย...แล้วพามาบ้านเนี่ยนะ”

          “เค้าอยากกินข้าวแกงฝีมือป้าดา  ก็เลยพามา”  ลักษณ์ตอบกลับไป  พี่รามก็เลยพยักหน้า  ลุกไปคิดตังค์ต่อ  ปล่อยให้พวกเขานั่งด้วยกันสองคน

            ลักษณ์หยิบถ้วยน้ำเก๊กฮวยขึ้นมาดูดรวดเดียวจนหมดแก้ว  รสชาติหวานจัดนั้นไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเหมือนเคย  เผลอๆมันกลับทำให้แย่ลงกว่าเดิมอีก  เขารินน้ำเปล่าลงไปแทน

            “แกงส้มอร่อยมาก   ปลาดุกผัดเผ็ดก็อร่อย  ต้มยำเห็ดคือดีงาม  ป้าของลักษณ์มีฝีมือจัง”  วิปพูดขึ้นหลังจากที่ทานจนหมด  เธอรวบช้อน  ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม  “ลักษณ์โชคดีมากเลยได้กินอาหารอร่อยๆทุกวัน”

          ...เธอลองมากินกับข้าวแบบนี้ทุกวันสักสิบปีสิ อาจจะไม่รู้สึกแบบนี้  ลักษณ์คิดในใจ แต่กลับเอ่ยออกไปเพียงคำขอบคุณเท่านั้น

            “ไว้วันหลังเรามาอีกนะ  ติดใจรสมือคุณป้ามากค่ะ”  ประโยคหลังวิปหันไปบอกป้าดาที่วันนี้ลุกจากฐานที่มั่นหน้าร้านเดินมาถึงโต๊ะของหลานชาย

            “ยินดีเลยจ้ะ  ให้ลักษณ์หิ้วไปฝากที่บ้านก็ได้นะ  หรือหนูวิปอยากกินอะไรพิเศษบอกป้า  ป้าจะทำให้กิน”

          “ขอบคุณมากๆเลยค่ะคุณป้า”

            วิปดูเข้ากับป้าดาได้ดี  อันที่จริงไม่ว่าใครที่เขาพามารู้จักกับป้า  ก็เข้ากันกับป้าได้ดีด้วยกันหมดทั้งนั้น  มีแต่ไอ้ไวน์ล่ะมั้งที่ป้าไม่ได้พูดดีๆด้วยเหมือนเวลาพูดกับแขกของหลาน  หากแต่ใช้คำและน้ำเสียงเหมือนเวลาที่คุยกับเขาที่เป็นหลานแท้ๆ แถมบางครั้งไวน์ทำผิดก็โดนดุโดนตีเหมือนๆกันกับเขานี่แหละ

            “ไว้มาใหม่นะจ้ะ   ป้าจะทำไก่ผัดขิงเอาไว้รอ”   ป้าดาพูดหลังจากรู้ว่าเพื่อนของลักษณ์อยากกินเมนูนี้เป็นพิเศษ   เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะกลับมากินไก่ผัดขิงตามที่พูดหรือเปล่า

            “วันนี้ขอบคุณลักษณ์มากนะ  สำหรับของขวัญบัดดี้แล้วก็มื้อเย็นด้วย”  วิปหยุดพูดกับเขาหน้าร้าน  ลักษณ์เอื้อมมือไปหยิบแมลงตัวเล็กๆที่ติดอยู่บนเส้นผมของเธอออกให้  สังเกตเห็นว่าซีกแก้มของเธอแดงเล็กน้อย

            เธอหลบตาเขา

            “ชอบหรือเปล่า”

          “หมายถึงของหรอ...ชอบสิ  น่ารักมากเลย”

            “หมายถึงคนให้”   เขาพูดออกไป  คนฟังยิ้ม

            “ไม่บอก”

            นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่วิปพูด  พวกเขาเดินออกมาจนถึงปากซอย  แม่ของเธอขับรถมาจอดรับพอดี  ชายหนุ่มยกมือไหว้ทว่าอีกฝ่ายคงไม่ทันเห็น  เพราะรถเก๋งคันนั้นขับออกไปทันทีที่ลูกสาวของเธอขึ้นรถ

            เขาแวะซื้อน้ำเต้าหู้จากรถเข็นเจ้าประจำ  คนขายแถมเม็ดแมงลักให้เป็นพิเศษเพราะจำเขาได้  ลักษณ์เดินถือถุงน้ำเต้าหู้เดินกลับเข้าไปในซอย  บรรยากาศในซอยวันนี้ไม่พลุกพล่านเหมือนเคย  คงเป็นเพราะคืนนี้มีละครดังตอนจบ  ชาวบ้านร้านตลาดเลยกลับเข้าบ้านนั่งรอดูหน้าทีวีกันหมด  เสียงโทรทัศน์ดังแว่วๆออกจากประตูเหล็กที่ปิดสนิทแต่ยังเห็นแสงไฟลอดออกมาจากด้านใน

            เสียงเด็กหนุ่มสองคนในชุดนักเรียนดังขึ้นโหวกเหวกถัดจากหน้าร้านป้าดาไปนิดหนึ่ง  ลักษณ์เห็นสองคนนั้นไล่ต่อยกัน  หลังจากนั้นเสียงหัวเราะห้าวๆก็ดังลั่นไปทั่วทั้งซอย  ขับไล่บรรยากาศอึมครึมให้สดใสขึ้นอย่างน่าประหลาด

            ลักษณ์ยืนมองพวกเขาสองคนเงียบๆ  คนหนึ่งยกมือขึ้นกอดคออีกคนแล้วก็พากันเดินดุ่มๆหายลับเข้าไปในซอย  เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะยังได้ยินอยู่แว่วๆ

            ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้...

            ชายหนุ่มสั่นศีรษะเบาๆไล่ความคิดไร้สาระ  ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้  เขาก็ไม่ย้อนกลับไปหรอก   จะย้อนกลับไปเพื่ออะไรล่ะ  แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว  เขากำลังจะมี ‘แฟน’ คนแรก  อีกไม่นานจะได้ขายไร่แห้วทิ้งเสียที

            ถุงพลาสติกถุงหนึ่งห้อยอยู่ที่ขอบตู้กระจกหน้าร้าน ลักษณ์ก้าวเข้าหยิบขึ้นมาดู  คงมีลูกค้าสักคนมาลืมทิ้งเอาไว้เป็นแน่   เปิดดูของข้างใน....กระเป๋าสตางค์ใบเก่าของเขาวางนิ่งอยู่ในนั้น

            ลักษณ์อุทานอย่างดีใจ  รีบหยิบขึ้นมาเปิดออกดู....ไม่เหลือเงินสักบาท  แต่บัตรสำคัญอื่นๆครบหมด ยกเว้นบัตรเอทีเอ็มที่เขาชิงอายัดไปแล้วตั้งแต่วันนั้น 

            ....ขอบคุณโจรวิ่งราวที่ยังอุตส่าห์มีจิตสำนึกเอากระเป๋ามาคืนนะครับ

            เขาเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บไว้แล้วก็เข้าไปช่วยป้าดากับพี่รามเก็บร้านเหมือนทุกวัน  ป้าดาจับเขาซักใหญ่เรื่องของวิป  เขาก็ได้แต่ตอบเลี่ยงๆไปก่อน  ไม่อยากลงรายละเอียดตอนนี้  รอให้มั่นใจกว่านี้อีกสักนิด

            เดินกลับขึ้นมาบนห้องนอนอย่างเหนื่อยอ่อน  ลักษณ์หยิบกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ที่เพื่อนให้มาวางเอาไว้ข้างๆใบเก่าที่สีซีดลงตามกาลเวลา   ใบนี้เขาไปเลือกกับไอ้ไวน์ตอนม.3  มันเป็นวันเกิดของเขา... จำได้ว่าเดินวนอยู่นานมากเพราะชอบกันคนละแบบ  ทะเลาะกันไปครึ่งวันจนในที่สุดไวน์ก็เป็นฝ่ายตามใจเขาเพราะเป็นเจ้าของวันเกิด

            เหอะ..ทำเหมือนมันเป็นคนซื้อให้งั้นแหละ  ป้าดาตะหากที่เป็นคนออกเงินให้   เขาย่นจมูกนิดๆ หยิบกระเป๋าสตางค์ใบเก่าขึ้นมาเปิดดู  แล้วก็ค่อยๆหยิบบรรดาบัตรต่างๆออกมากองเอาไว้บนเตียง

            รูปถ่ายหน้าตรงของตัวเองสมัยม.ปลายหัวเกรียนมองตอบกลับมาอย่างเด๋อด๋าในช่องใส่บัตร  ลักษณ์ยกมือลูบเส้นผมที่เริ่มยาวขึ้นแล้วของตัวเองแล้วหันไปมองกระจก...หล่อขึ้นเยอะแฮะเรา

            รูปใบที่สองที่ซ้อนอยู่เป็นรูปถ่ายคู่ของพ่อกับแม่  รูปนี้ป้าดาเป็นคนให้เขาและเป็นรูปที่เขาชอบมากที่สุดแม้ไม่เห็นหน้าของเขาเลย   เพราะเขาอยู่ในท้องของแม่  และพ่อก็กำลังร้องไห้ด้วยความดีใจอยู่ข้างๆแม่ที่ยิ้มร่า  ไม่รู้ว่าใครเป็นคนถ่ายรูปใบนี้เอาไว้แต่มันเป็นเหมือนบันทึกความทรงจำอย่างดีที่บอกเขาว่าพวกท่านดีใจแค่ไหนที่มีลูกชาย

            รูปใบสุดท้ายที่ถูกซ้อนทับอยู่จนมองไม่เห็นหล่นลงมาที่ตัก  เขาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นใบหน้าเด๋อๆของคนในรูปมองตรงมาที่เขา...รูปหนึ่งนิ้วครึ่งหน้าตรงของไอ้ไวน์รูปนี้มาอยู่ที่เขาเพราะเหลือจากการไล่ติดใบสมัครสอบกับใบต่างๆนานาที่เด็กม.6ต้องใช้กันตอนเรียนจบ  จริงๆก็ควรจะคืนมันไปตั้งนานแล้วไม่รู้จะเก็บเอาไว้ทำไม

            เจอกันก็ลืมคืนให้ทุกที  คงลืมไปแล้วล่ะมั้ง....ช่างมันเถอะ

          ลักษณ์สรุปกับตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วรีบย้ายของจากประเป๋าเดิมมายังกระเป๋าใหม่  สอดรูปถ่ายติดบัตรทั้งของเขาและไวน์ลงไปในซอกมุมที่ลึกที่สุดของกระเป๋า  ปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น  เผื่อสักวันเขานึกขึ้นมาได้จะได้ควักออกมาคืนไวน์ไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

            ความทรงจำเก่าๆพวกนั้นน่ะ...

            ..........................................................................................


มาต่อนะคะ   ขอบคุณที่เม้นท์กันมานะคะ  มีกำลังใจเขียนต่อ ฮึบๆ
ถ้าใครอ่านแล้วชอบก็อย่าลืมเม้นท์เป็นกำลังใจกันบ้างน้าา หรือใครเล่นทวิตเตอร์ติดแทค #แอบลักษณ์ มาก็ได้ค่ะ  อย่าเป็นนักอ่านเงาเลยนะ  เค้าใจบ่ดี5555

กล่าวถึงตอนนี้สักนิด ลักษณ์รู้ความจริงแล้วว่าไวน์ลงทุนไลน์ปลอมตัวเป็นสาวบัดดี้มาจีบนาง555   นี่ถ้าคนอย่างไวน์มีจริงนะ เหอะ ไม่หลุดมาถึงลักษณ์หรอกค่ะ  น่ารักขนาดเน้ชั้นนี่แหละจะสกัดดาวรุ่งเก็บไว้กินเอง555

เบื่อคนปากแข็งเนอะ  ขนาดนี้เเล้วยังไม่ยอมรับอีก  มีเพื่อนที่ไหนเขาพกรูปกันไว้ในกระเป๋าสตางค์ด้วยหรอ  บ้าบอที่สุด  คิดถึงเค้าตลอดเวลาขนาดนี้เนี่ย  แค่เพื่อนมากค่ะ  โว้ะหงุดหงิด  เขียนเองก็หงิดเอง5555 ไปค่ะ ไปขัดห้องน้ำ555

พาร์ทหน้าเราจะพาทุกคนดำดิ่ง  ไปค้นหัวใจคนปากแข็งกัน

โอ๊ะโหห ขี้โม้ตลอด5555  ไม่ขนาดนั้นหรอก55 :katai2-1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ appattap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
คนนึงไม่รู้ตัวอีกคนไม่รู้คบคนอื่นประชดหรือยังไง
คนอ่านปวดใจมากค่ะ มันอึนๆ หน่วงๆไปหมดดดด

ออฟไลน์ xxxspai

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ถึงกับต้องไปค้นหารหัสล็อกอิน สมัครไว้นานมากและไม่ได้เม้นซะทีเพราะชอบลืมรหัส แต่เรื่องนี้ไม่ได้ ขอเข้ามาบ่นหน่อย ไม่น่าเข้ามาอ่านเลยยยยยย.  หน่วงสุด... เจ็บทุกคน


ทำไมไวน์ทำแบบนี้ ไปดึงคนอื่นมาเจ็บด้วยแบบนี้ได้ไง. คือถ้าชอบเขาจริงๆจะไม่ว่าอะไรเลย. แต่นี่เข้าไปจีบ ไปแทคแคร์ ไปทำให้เขารัก.  แล้วถ้าสุดท้ายตัวเองสมหวัง. ลักษณ์ใจอ่อน ความรู้สึกทิวจะเป็นยังไงก็ช่างใช่มั้ย


ตัวเองก็เจ็บมา. น่าจะรู้ว่ามันหนักแค่ไหน ไปทำกับคนอื่นได้ยังไง.

แล้วยิ่งตอนที่แกล้งทำเหมือนว่าพวงกุญแจของนิวสำคัญซะมากมาย ทั้งๆที่ทำประชดไปงั้นอีก.    โอ้ยยย ขัดใจ

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
ตอนแรกก็คิดว่าจะสงสารไวน์
แต่มาคิดดูอีกทีน่าจะสงสารลักษณ์

ตกลงตูสงสารทั้งสองคนเลยหรือนี่
เอ้าาาาาา..ทั้งสองคนหน่วงใจกันต่อไป

แต่คนอ่านหน่วงกว่าอีก
ซิกซิก

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Chise

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 449
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ทรมานทั้งคู่แต่คนนึงไม่รู้ตัวสักที
หลอกตัวเองอยู่เรื่อย ปวดใจแทนไวท์จริงๆ
ถ้าจบแบบแบดเอนท์ก็คิดว่าคงเข้าใจได้
เอาแบบไวท์ตัดใจได้แล้วตอนที่ลักษณ์รู้ตัวว่าจริงๆชอบไวท์ คงสาแก่ใจดี(ไม่ค่อยลำเอียงเลยตรู)

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
จึ๊กแรงมอง ตอนพวงกุญแจ คือทะเลาะกันอยุ่ไง

แต่เปลี่ยนประเด็นไปคุยเรื่องคนอื่นเฉย

เป็นนี่ก็เดินหนีเหมือยกัน

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่ 16

Some people cannot see the wood for the trees.

 

 



 

            “.... 82 83 84 85 86  เยส  กูได้ 86 ข้อแล้วโว้ย  ไอ้ไวน์  มึงได้เท่าไหร่เอามาดูซิ”  ภาพเด็กหนุ่มสองคนนั่งสุมหัวกันอยู่ที่โต๊ะหลังสุดในร้านอาหารตามสั่งของป้าดากลายเป็นภาพที่คุ้นตาของบรรดาลูกค้าที่แวะเวียนกันเข้ามากินที่ร้านไปแล้ว

          นับตั้งแต่พวกเขาสองคนตั้งใจว่าจะสอบเข้าคณะฯแพทย์  ลักษณ์ก็เป็นคนร่างตารางเตรียมตัวสอบขึ้นมา   เด็กหนุ่มทั้งคู่ตัวติดกันยิ่งกว่าปาท่องโก๋  หลายครั้งที่ไวน์ค้างที่บ้านของลักษณ์เพื่อติวหนังสือต่อยามดึก  อย่างเช่นในขณะนี้ที่ร้านของป้าปิดเงียบ  ชั้นล่างที่พวกเขานั่งติวกันนั้นมีแค่ไฟสองดวงเปิดเอาไว้  ได้ยินเสียงละครโทรทัศน์ดังมาจากชั้นบนที่เป็นห้องนอนของป้าดาแว่วๆ

          “โห...90  ทำไมมึงเก่งจังวะ  นี่กูทำตั้งหลายรอบแล้วคะแนนไม่เห็นขึ้นพรวดๆแบบมึงเลย”  ลักษณ์ที่คว้ากระดาษคำตอบของอีกฝ่ายไปดูถึงกับครางออกมา  ทั้งทึ่งทั้งอิจฉาในความหัวดีของเพื่อนสนิท

          “เอาน่า  คะแนนมึงก็ดีขึ้นตั้งเยอะนี่  บางข้อกูก็บังเอิญเดาถูกเฉยๆ”  ไวน์ตอบกลับมา  ยกมือขึ้นตบที่ไหล่ของเขาเบาๆแทนการปลอบใจ  “ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำซ้ำอีกรอบก็ได้  ข้อสอบเก่าปีนี้มันยากจริงๆ”

          “อืม..”        ลักษณ์หน้ายู่  คิ้วเรียวยังขมวดนิดๆ

          “ไปหาอะไรกินกันดีกว่า  หิวแล้วเนี่ย   เดี๋ยวค่อยกลับมาทวนคำตอบกัน”  ไวน์เสนอขึ้นเหมือนทุกครั้งที่เริ่มเห็นเพื่อนหน้าจ๋อย  เจ้าตัวรู้ดีหลังจากเป็นเพื่อนกันมาหลายปีว่าถ้าท้องอิ่ม อารมณ์ของเพื่อนรักจะกลับมาดีเหมือนปกติในเวลารวดเร็ว

          พวกเขาเดินไปที่หน้าปากซอย  ลักษณ์แวะซื้อน้ำเต้าหูมารองท้องรอบดึก แล้วก็ยืนรอเพื่อนซี้เดินเข้าไปซื้อไส้กรอก  ขนมจีบ ซาลาเปา  ฯลฯ  แล้วแต่มันจะสรรหามาได้จากเซเว่น  จากนั้นพวกเขาก็จะพากันไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายกันที่สนามเด็กเล่นที่ซอยข้างๆ  ซึ่งมีทางเดินทะลุถึงกันได้

          “....เมื่อวานกูไปเจอหนังสือเทคนิควาดสีน้ำที่ห้องสมุดโรงเรียนมา  แต่ยังไม่ได้ยืม  ว่าจะเอามาลองอ่านเล่นๆดูซักหน่อย  น่าสนใจดีเหมือนกัน  ช่วงนี้กูเบื่อสเก็ตช์แล้ว”  ลักษณ์นั่งโยกชิงช้าเล่น  ปากก็พูดเรื่อยเปื่อยจากเรื่องนั้นไปเรื่องนี้  จนกระทั่งมาถึงเรื่องของการวาดรูปที่เป็นงานอดิเรกของเจ้าตัวมาตั้งแต่สมัยประถม

          เพื่อนสนิทร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆเหลือบมามองแล้วถาม

          “ทำไมมึงไม่เอนท์เข้าคณะศิลป์วะ  จะได้วาดรูประบายสีแบบที่มึงชอบไง”

          “กูเคยบอกมึงตั้งแต่ม.3แล้วไม่ใช่เหรอว่ากูอยากเป็นหมอ” ลักษณ์ตอบกลับไป  “วาดรูปมันก็แค่งานอดิเรก  แต่กูอยากมีอาชีพที่มั่นคง  เลี้ยงตัวเองกับครอบครัวได้  กูอยากให้ป้าดาสบาย”

          “มึงจะมีความสุขหรอวะ  หมอมันเรียนตั้งหกปีเลยนะเว้ย”

          “ถ้างั้นมึงจะเอนท์หมอทำไม”

          “ก็กูอยากเรียนคณะเดียวกับมึงอ่ะ”  ไวน์ยังคงยืนยันคำตอบเดิม  คนฟังหัวเราะ

          “มึงนี่เด็กจริงๆไอ้ไวน์  ฮ่าๆ  มึงจะเอาอนาคตของมึงมาผูกติดกับกูได้ไง”  ลักษณ์ยังแปลกใจไม่หายที่อีกฝ่ายเลือกเอนทรานซ์ตามเขาทั้งๆที่บุคลิกของไวน์ไม่ใช่คนที่จะทำตามใครเลย

          “เออเรื่องของกูเถอะน่ะ  ต้องให้ติดที่เดียวกันนะเว้ย...ไปๆลุกได้แล้วไอ้ลักษณ์  มีติวอังกฤษต่อคืนนี้  ใครทำได้น้อยกว่านอนพื้นนะ”

          “เรื่องอะไร  ห้องก็ห้องกู  เตียงก็เตียงกู  กูไม่ยอมลงไปนอนพื้นหรอกโว้ย”  ลักษณ์ตะเบ็งเสียงตามหลังร่างสูงโปร่งที่ลุกขึ้นจากชิงช้าเดินนำกลับไปยังบ้านของลักษณ์

          เวลาเกือบสี่เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนลมพัด  ในที่สุดก็ถึงคืนสุดท้ายก่อนเอนทรานซ์  คืนนั้นไวน์มาค้างบ้านเพื่อนรักอีกเหมือนเคย  แตกต่างกันตรงที่คืนนี้ไม่มีเสียงท่องศัพท์จ้อยๆ  หรือว่าเสียงโหวกเหวกทะเลาะกันเรื่องสูตรคำนวณอีก

          ทั้งคู่นอนเคียงกันอยู่บนเตียงของลักษณ์  มันแคบจนต้องนอนนิ่งๆไม่ขยับ  ไม่อย่างนั้นอาจจะตกเตียง  ไม่ก็ได้ปีนขึ้นไปนอนทับบนตัวของเพื่อนได้  ลักษณ์นอนมองเพดานห้องอยู่เงียบๆนานแล้วตั้งแต่ลุกไปปิดไฟนอนตั้งแต่สามทุ่ม  แล้วก็พบว่าตัวเองนอนไม่หลับ

          เขาถอนหายใจเฮือก  พลิกตะแคงข้างหันไปมองเพื่อนสนิทที่นอนกอดอกขาเหยียดยาวเลยขอบเตียงเพราะความสูง   เสี้ยวหน้าคมที่เห็นอยู่ในเงาสลัวรางบวกกับเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบอกให้เขารู้ว่าเจ้าตัวคงจะหลับสนิทไปก่อนนานแล้ว

          ....จะเป็นยังไงถ้าพรุ่งนี้เราคนใดคนหนึ่งเกิดสอบไม่ติดขึ้นมา  มันจะรู้สึกแย่แค่ไหนถ้าคนๆนั้นเกิดเป็น..เขา  ไอ้ไวน์เป็นคนที่หัวดีมาแต่ไหนแต่ไร  เค้าสอบได้คะแนนดีโดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากมายเมื่อเทียบกับคนหัวปานกลางแบบเขา  ไอ้ไวน์น่าจะสอบติดแพทย์แบบนอนมาด้วยซ้ำ

          แต่เขานี่สิ...จะออกหัวออกก้อยก็ยังไม่รู้เลย  คะแนนที่ทำข้อสอบเก่าถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีมาก  แต่ถ้าเกิดข้อสอบออกไม่เหมือนเดิม เขาก็คงแย่เหมือนกัน

          เสียงโทรศัพท์สั่นครืดๆที่โต๊ะหัวเตียงฝั่งไอ้ไวน์   มันสั่นอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด  ทว่าเจ้าของของมันกลับนอนเงียบไม่ไหวติงราวกับถอดวิญญาณขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์แบบไร้หนทางกลับ  ลักษณ์ถอนหายใจเฮือก  ดันตัวขึ้นแล้วชะโงกผ่านคนหลับด้วยความขี้เกียจลุกจากที่นอน  เอื้อมมือไปสุดแขนจนปลายนิ้วเขี่ยถึงขอบสี่เหลี่ยมของโทรศัพท์มือถือ  ลักษณ์เกร็งตัวเต็มที่ระวังไม่ให้ตัวเองทับลงไปบนตัวเพื่อน

          พรืด..

“เห้ย!”  โทรศัพท์เครื่องนั้นเลื่อนตกโต๊ะลงไปกระแทกพื้นดังปึก  ลักษณ์อุทานออกมาพร้อมกับขยับตัวอย่างเร็วทำให้ศอกไปกระทุ้งเข้าที่หน้าอกของคนที่หลับอยู่จนอีกฝ่ายตกใจตื่นขึ้น

ตาคมกริบลืมขึ้นสบตาเขาอย่างงงๆ  ไวน์คงตกใจที่จู่ๆก็ตื่นมาเจอเพื่อนสนิทนอนพังพาบเกยอยู่บนตัวของเค้าเช่นนี้   ใบหน้าของไวน์อยู่ห่างจากเขาไปไม่ถึงคืบ  มันใกล้มากจนเขารู้สึกถึงลมหายใจที่ลอยมาปะทะหน้าพร้อมกับกลิ่นหอมๆของยาสีฟันรสมิ้นท์

“โทษๆ พอดีกูแค่จะเอื้อมไปรับโทรศัพท์มึงอ่ะ”  ลักษณ์พูด  พยายามจะดันตัวออกจากร่างของอีกฝ่ายทว่ากลับยากกว่าที่คิด  คล้ายกับว่ามีอะไรสักอย่างกดทับอยู่ที่หลังเอวของเขา  อะไรอย่างนั้นคือท่อนแขนแข็งแรงของเพื่อนสนิทที่พาดเอวของเขาเอาไว้อยู่  “เอ่อ...กูขอลุกหน่อย”  คงเป็นเพราะความตกใจเลยทำให้เขารู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ

ไวน์กระพริบตาแล้วก็ปล่อยเขาออกเป็นอิสระ  ลักษณ์รีบพลิกตัวมาทางฝั่งตัวเองแล้วลุกขึ้นยืน เดินอ้อมไปอีกฝั่งนึงเพื่อมาดูความเสียหายของโทรศัพท์มือถือของเพื่อน  ไวน์ก้มลงเก็บมันขึ้นมา  เขาเลยแย่งมาถือเอาไว้เสียเอง

“เดี๋ยวกูดูให้ๆ  ขอโทษจริงๆ  โชคดีนะหน้าจอไม่แตก....นี่ไง  ยังเปิดติดอยู่ๆ  มีมิสคอลเมื่อกี้กับข้อความค้างไว้...เอ่อ   ของน้องแพรว…”  มือใหญ่เอื้อมมาคว้าโทรศัพท์ไปจากมือของเขา  ใบหน้าของไวน์ขึ้นสีเล็กน้อย  ท่าทางนั้นทำให้ลักษณ์ยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นชี้หน้าล้อ

“อันแน่ะ...ไหนบอกช่วงนี้ไม่มีคนคุยไง  แล้วน้องแพรวคือใคร...  คนไหนวะไม่เห็นเล่าให้ฟังกันบ้าง”

“น้องเพื่อน  ไม่มีอะไรหรอก”  ไวน์บอกปัด ไม่สบตาเขา

“สู้ๆนะคะพี่ไวน์  แพรวเป็นกำลังใจให้ค่ะ”  ลักษณ์แกล้งพูดเสียงเล็กแหลม  “น้องเค้ารุกขนาดนี้มึงไม่จัดซักหน่อยล่ะวะ”

“ก็ว่าจะจัดอยู่  เดี๋ยวรอสอบพรุ่งนี้เสร็จก่อน”  ไอ้ไวน์พูดออกมาในที่สุด  “มึงไม่ต้องรู้หรอกน่า  กลับไปนอนได้แล้วไป  เช็คอีกทีด้วยว่านาฬิกาปลุกยังตั้งอยู่มั้ย  ถ้าพรุ่งนี้เรียกไม่ตื่นนะ  กูจะเอาตีนเหยียบหน้า”

“ครับผม  สั่งกูอย่างกับพ่อ  เดี๋ยวสอบเสร็จเมื่อไหร่จะไปบอกน้องแพรวว่ามึงเจ้าชู้แค่ไหน”

“กูไม่ใช่คนเจ้าชู้  กูรักใครรักจริง”  ไวน์สวนกลับมาทันควัน   “มึงทำแบบนี้  เหมือนเวลาเมียจับได้ว่าผัวมีชู้เลยลักษณ์  รู้ตัวหรือเปล่า”  ไวน์พูดแล้วหัวเราะหึๆ

“ไอ้บ้า  กูแค่สงสารน้องแพรวเขาโว้ย  ต้องมาเจอคาซาโนว่าอย่างมึง  เรื่องน้องเตยม.4 คราวที่แล้วอย่าคิดว่ากูไม่รู้นะ”

“น้องเค้ามาจีบกูเอง  กูอยู่หล่อๆเฉยๆ  ไม่ได้ทำอะไรเลยสาบานได้”

“กูเชื่อมึงมากครับ  ดีล่ะงั้นพรุ่งนี้มึงก็เตรียมแก้ตัวกับน้องแพรวเค้าล่ะกัน”

“ไอ้ลักษณ์  อย่านะเว้ย  ถ้ามึงบอกน้องเค้ากูโกรธ”  ไอ้ไวน์พูดด้วยเสียงจริงจังจนลักษณ์ชะงัก

“คนนี้มึงเอาจริง?”  เขาถามกลับ  อีกฝ่ายยิ้มมุมปากไม่ยอมตอบ  กลับไปทิ้งตัวนอนหงายบนเตียงเหมือนเดิมแล้วหลับตาลง

“ง่วงแล้ว  รีบๆนอน  เดี๋ยวพรุ่งนี้ง่วงในห้องสอบไม่รู้ด้วยนะ”  เสียงห้าวๆลอยตามลมมาจากคนที่หลับตาไปแล้ว  ไม่นานก็ได้ยินเสียงกรนดังขึ้นเบาๆ 

ลักษณ์เบ้ปากใส่เพื่อนสนิทตัวใหญ่  แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่เดิม  เขายกมือขึ้นก่ายหน้าผาก  ความสับสนวุ่นวายใจดูจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อกี้เสียอีก  มีเรื่องน้องแพรว เด็กใหม่ของเพื่อนที่เขาอยากเห็นหน้าเพิ่มเข้ามาอีกเรื่อง  เด็กหนุ่มข่มตาอยู่นานจนกระทั่งผล็อยหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้นเขาตื่นขึ้นด้วยความสะโหลสะเหลเหมือนคนนอนไม่พอ  รู้สึกไม่สดชื่นอย่างที่คนพร้อมสอบควรจะเป็น  ป้าดากับพี่รามเข้ามาอวยพรเขากับไวน์ยกใหญ่ก่อนที่พวกเขาจะออกมาจากร้านแล้วขึ้นรถแท็กซี่ตรงไปสนามสอบ

“สอบเสร็จแล้วเจอที่ไหน”   เขาถามไวน์เมื่อไปถึงสนามสอบ  คนเยอะแยะเดินกันขวักไขว่จนเขาเริ่มตาลาย  ไวน์เลยต้องพาเขามายืนแอบอยู่ที่มุมหนึ่งของซอกตึกที่คนน้อยหน่อย

“หน้าโรงอาหารแล้วกัน  ยังไม่ได้เช็ครอบหนังเลย”  ไวน์ตอบกลับมา  สายตาสอดส่ายคล้ายมองหาใครอยู่

“กูเช็คมาแล้ว  มีรอบหกโมงเย็น...”  ลักษณ์ยังพูดไม่ทันจบ  ก็มีสาวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเดินเข้ามาทักไวน์  ได้ยินแว่วๆว่าคือน้องแพรว  คนที่โทรมาเมื่อคืนนั่นแหละ  เขาเงี่ยหูแอบฟังทั้งคู่คุยกันด้วยความสนใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เพื่อนในห้องอีกสองคนที่สอบสนามสอบเดียวกันจะเดินเข้ามาทักเขา

ลักษณ์ยืนคุยกับเพื่อนจนกระทั่งสาวน้อยคนนั้นแยกไป  ไวน์จึงเดินกลับมาหาเขาด้วยท่าทางไม่ค่อยสบายใจนัก

“ลักษณ์  หนังต้องเลื่อนไปก่อนว่ะ  ขอโทษที  พอดีน้องแพรวเค้ามีเรื่องสำคัญอยากให้กูช่วย  คือว่า...”

“เออไม่เป็นไรหรอก  ไม่ซีเรียสอยู่แล้ว  เดี๋ยวกูไปกินข้าวกับไอ้ตี๋ไอ้ก้องก็ได้”  ลักษณ์รีบขัดขึ้นไม่ปล่อยให้ไวน์พูดต่อจนจบ  “มึงไปเหอะ....ขอให้โชคดีล่ะกัน”

“ไม่โกรธนะ”

“อืม”  เขาตอบกลับออกไปสั้นๆ ด้วยความหงุดหงิด  เขาไม่ชอบอารมณ์แบบนี้ของตัวเองเลย  มันเกิดขึ้นทุกครั้งที่ไอ้ไวน์มีสาวสวยๆน่ารักมาติดพัน  เขาคิดว่ามันคือความอิจฉา....อิจฉาเพื่อนสนิทที่เกิดมารูปหล่อ บ้านรวย  เรียนดี  กีฬาเด่น  เพื่อนเยอะ  สาวติดตรึม  แค่โปรยยิ้ม พูดด้วยเสียงห้าวๆนั้นผู้หญิงก็พร้อมที่จะศิโรราบวิ่งตามกันมาเป็นพรวน  ขณะที่เขาต้องใช้สารพัดวิธีกว่าพวกเธอจะหันมามองหรือแม้แต่ยิ้มให้สักครั้ง

ทำไมโลกมันไม่ยุติธรรมกับเขาเลยวะ....

เขารู้สึกไม่มีสมาธิกับการทำข้อสอบเอาเสียเลย  ลักษณ์รู้ตั้งแต่ยังไม่ออกจากห้องสอบด้วยซ้ำว่าคณะแพทย์ที่ใฝ่ฝันก็คงจะเป็นได้แค่ฝันอยู่อย่างนั้น  อารมณ์ของเขาตอนที่ออกมาจากห้องสอบช่างตรงข้ามกับเพื่อนสนิทที่เดินยิ้มร่าเข้ามาหาหลังสอบเสร็จ

“ทำได้ไหมมึง  เห็นมั้ยฟิสิกส์ที่กูติวไป ตรงเผ็ง แม่นเหมือนจับวาง  อังกฤษยากอยู่แต่โชคดีที่มึงให้กูท่องศัพท์ชุดนั้น.....” ไวน์พูดเร็วปรื๋อแต่ลักษณ์ไม่มีกะจิตกะใจจะฟัง  เขารู้สึกเซ็งจนอยากจะเดินหนีออกมาเสียดื้อๆ    “ทำไมทำหน้าแบบนั้น  ทำไม่ได้เหรอ?”  ไวน์ก้มลงถาม  เสียงเปลี่ยนไปจนลักษณ์สัมผัสได้  ท่าทางไวน์ออกจะตกใจไม่น้อยที่เขาเงียบ

“ก็ทำได้บ้าง”  เขาตอบออกไป  ไม่อยากพูดเรื่องข้อสอบอีก  พอดีกับที่น้องแพรวเดินแกมวิ่งเข้ามาหาพี่ไวน์  ไอ้ไวน์ก็เลยหันไปสนใจเธอแทน

“กินเสร็จแล้วก็รออยู่ที่ห้างนั่นแหละ  กูจะกลับด้วย”  ไวน์หันมาบอกเขาเสียงเข้ม

“มึงไม่ไปส่งน้องแพรวล่ะ”

“ก็อยากไปเหมือนกัน แต่มึงก็รู้ว่ากูจำทางไม่ได้  มึงรอกูนะ  เดี๋ยวกูกลับด้วย  ห้ามทิ้งกลับเองคนเดียวล่ะ”  ไวน์กำชับอีกหลายครั้งจนเขาต้องรับปากไปเพื่อตัดความรำคาญ...โตจนป่านนี้ยังจำทางกลับบ้านไม่ได้   เหอะ...ยังมีหน้าไปจีบสาวอีก  ไม่พาสาวหลงทางไปไหนต่อไหนเหรอ

เย็นวันนั้นลักษณ์ไปกินข้าวฉลองสอบเสร็จกับเพื่อนด้วยความหดหู่  เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเอนท์ติดหรือเปล่า  หรือจะติดคณะที่ตัวเองไม่ได้ชอบ  เขาควรจะเตรียมอ่านหนังสือเพื่อซิ่วเลยดีไหม  หรือว่ารอผลสอบประกาศก่อนดี  เขาได้แต่ครุ่นคิดกลับไปกลับมาด้วยความกังวลอยู่อย่างนั้น  แม้กระทั่งตอนที่กลับมาที่บ้านพร้อมกับเพื่อนสนิทแล้วก็ตาม

อาการวิตกกังวลของเขาเป็นหนักขึ้นตามช่วงเวลาที่ผ่านไป  ใกล้ถึงวันประกาศผลสอบเต็มที  ลักษณ์ก็ยิ่งจิตตกจนไม่อยากจะกินข้าวด้วยซ้ำ  ร้อนถึงเพื่อนสนิทอย่างไวน์ต้องมาลากพาไปเที่ยวเพื่อให้จิตใจเบิกบานขึ้นบ้าง

สุดท้ายวันที่เขารอคอยอย่างหวาดกลัวก็มาถึง  วันนั้นเขากำลังช่วยป้าดาเก็บจานตอนที่ไอ้ไวน์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาที่ร้าน   ในมือของมันกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่น

“ออกแล้วลักษณ์  ประกาศแล้ว”

“ติดมั้ย  ดูหรือยัง”  ลักษณ์มือสั่นจนเกือบทำจานแตก  ป้าดารีบกระวีกรวาดเข้ามารับจานไปจากเขา

“ยังไม่ได้ดู  พอรู้ว่าประกาศก็รีบมาหามึง”  ไวน์พูดเสียงสั่น  พวกเขาพุ่งขึ้นไปบนชั้นสอง เปิดคอมพิวเตอร์ในห้องนอนของลักษณ์  ลักษณ์หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกตอนที่กวาดสายตาไล่ดูรายชื่อที่ประกาศ

“.....ศตวรรษ  ไอ้ไวน์!  นี่ไงชื่อมึง โอ้ยมึงติดแล้วเพื่อน”  ลักษณ์ร้องเสียงดัง ดีใจที่เห็นชื่อของเพื่อนเด่นหราอยู่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์  ไวน์ดึงเข้าเข้าไปกอดแน่นแล้วปล่อยออก

“ตามึงแล้ว  ไหนชื่อมึง เลื่อนเม้าส์ช้าๆหน่อย”  ไวน์พูด

พวกเขากวาดสายตาไล่หาหลายรอบ  เวลาผ่านไปพร้อมกับหัวใจของลักษณ์ที่เริ่มจะเต้นช้าลงด้วยความผิดหวัง...ไม่มีชื่อของเขาติดอยู่ในคณะแพทยศาสตร์  ไม่ว่าจะสถาบันไหนในประเทศไทย

ไวน์เงียบกริบ  เอาแต่เลื่อนเม้าส์ขึ้นลง  กดรีเฟรชหลายครั้งทว่าชื่อของลักษณ์ก็ยังไม่ปรากฏขึ้นมา

“ไม่เป็นไรเว้ยมึง  ไม่เป็นไรหรอก  กูก็ว่าตัวเองคงไม่ติดแหละ.... กะเอาไว้อยู่แล้ว”  ลักษณ์พูด  พยายามยิ้มออกมา  เอื้อมมือไปตบไหล่กว้างของเพื่อน  “มึงเก่งมากไวน์  กูดีใจด้วย  แบบนี้กูก็อวดใครๆได้แล้วสิว่ามีเพื่อนเป็นหมอ  ฮ่าๆ”  เสียงหัวเราะของเขามันฝืดเฝื่อนเสียจนตัวเองยังรู้สึก  ไวน์ยังคงคลิกเม้าส์เสียงดังคลิ้กๆต่อไปไม่ยอมหยุด

“ไวน์  พอเหอะ....มึงรีเฟรชจนเว็ปค้างก็ไม่มีชื่อกูหรอก   ไม่เป็นไรเว้ยเพื่อน  กูไม่ได้เสียใจขนาดนั้น”  ลักษณ์พูดขึ้นมาอีก 

“กูว่าต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง  เค้าอาจจะตรวจข้อสอบผิด  เครื่องตรวจพัง  หรือไม่มึงก็รันข้อผิด  ใช่มั้ยลักษณ์  กูบอกแล้วไงว่าให้นับข้อดีๆ  หรือมึงข้ามข้อไหนไปฮึ”  ไอ้ไวน์พูดเร็วปรื๋อ  สีหน้าของมันทำให้เขารู้สึกตื้นตันในอก  รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเสียใจไม่น้อยไปกว่าเขาเลย

“ไอ้ไวน์...กูทำไม่ได้เอง  ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก  สงสัยกูจะต้องไปวาดรูปขายอย่างที่มึงเชียร์นั่นแหละ  ดีเหมือนกันจะได้ทำงานที่ชอบด้วย”

“ลักษณ์....งั้นกูจะสละสิทธิ์  กูจะไปเรียนศิลป์กับมึงด้วย”

“จะบ้าหรือไง  มึงพยายามแค่ไหนกว่าจะเอนท์ติด  นี่หมอจริงๆนะเว้ย  ไม่ใช่หมอดูจะได้สละสิทธิกันง่ายๆ  ถ้ามึงทำอย่างนั้นกูจะโกรธจริงๆด้วย”

“แต่มึง...”

“เออน่า...กูมีทางไปแหละ  กูคงยื่นคะแนนใหม่ ได้ที่ไหนก็เอาที่นั่น  หยุดทำหน้าเหมือนใครตายได้มั้ย  เดี๋ยวปีหน้ากูก็ซิ่วไปอยู่กับมึงเองแหละ”

“โธ่...ไอ้ลักษณ์เอ๊ย  มานี่มา”  ไอ้ไวน์ดึงเขาเข้าไปกอดอีกรอบ  เขาซบหน้าลงกับอกกว้างแล้วถอนหายใจยาว  ระบายความรู้สึกอัดอั้นนี้ออกไปช้าๆ  ไม่ใช่ว่าไม่เสียใจ...ความจริงแล้วมันยิ่งกว่าเสียใจเสียอีก

มันคือความผิดหวัง

มือใหญ่ลูบที่หลังแล้วตบเบาๆเหมือนเวลาผู้ใหญ่ปลอบเด็ก  ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงได้ด่าไอ้ไวน์เข้าให้แล้ว  แต่คราวนี้ต้องยอมรับว่ามันทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ  ขอบตาของเขาร้อนผ่าวแต่สู้กลั้นเอาไว้กลัวจะถูกเพื่อนล้อเอาว่าขี้แยอีก 

เขาใช้เวลาสองเดือนเรียกกำลังใจให้กลับมาสู้ใหม่  ต้องยอมรับว่าไอ้ไวน์เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขามีแรงฮึดขึ้นมา  สุดท้ายลักษณ์ก็เอนท์ติดคณะเภสัชฯ จนได้   ไอ้ไวน์ดีใจกับเขาเสียใหญ่โตราวกับเป็นคนเอนท์ติดเสียเอง  ส่วนความรู้สึกของเขานั้น  บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าดีใจหรือเปล่า....





ต่อด้านล่าง

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ต่อนะคะ







               ลักษณ์พิศดูรูปในอัลบั้มที่มีรูปเขากับไอ้ไวน์ในชุดนักเรียนม.ปลายวันสุดท้ายเนิ่นนาน  เสื้อสีขาวสะอาดถูกปากกาเมจิกสารพัดสีเขียนฝากข้อความเอาไว้จนลายพร้อยเต็มตัวไปหมด  ในมือของไอ้ไวน์มีกุหลาบอยู่หลายดอกจากบรรดาแฟนคลับทั้งในโรงเรียนและต่างโรงเรียนของมัน  ส่วนในมือของลักษณ์มีกล่องของขวัญเล็กๆที่น้องห้องให้มา

รอยยิ้มกว้างนั้นดูสดใสจนเหมือนไม่ใช่เขาตัวจริงเลย  ตอนนั้นเขากำลังเครียดหนักเพราะต้องตัดสินใจว่าจะเรียนเภสัชหรือว่าจะรอซิ่วหมอใหม่ดี   ไอ้ไวน์เชียร์ให้เขาซิ่วหมอใหม่อีกรอบ  มาเป็นรุ่นน้องของมัน  เขาก็เลยตัดสินใจได้ว่าจะเรียนเภสัชซะเลย

ให้ไปเป็นรุ่นน้องมัน...ไม่เอาดีกว่า

เขาหันไปมองนาฬิกาบนฝาผนังห้อง....เกือบตีสี่แล้ว  นี่เขานอนไม่หลับจนต้องลุกขึ้นมานั่งไล่ดูของเก่าๆฆ่าเวลา กะว่าพอเริ่มง่วงเมื่อไหร่จะได้รีบนอนอีกรอบ  แต่ผ่านมาเกือบสองชั่วโมงเขาก็ยังตาสว่างโพลงอยู่เหมือนเดิม 

เก็บของเก่าๆสมัยวันวานกลับลงกล่องเหมือนเดิม แล้วก็ยัดเอาไว้ใต้เตียง  พักนี้เขาคิดถึงชีวิตม.ปลายบ่อยขึ้น  ทั้งๆที่หลายคนบอกว่าชีวิตนักศึกษาสนุกกว่าชีวิตนักเรียนหลายเท่า  แต่เขากลับเห็นต่าง ... ลักษณ์รู้สึกว่าช่วงเวลาเกือบหกปีในโรงเรียนแห่งนั้นเป็นความทรงจำที่มีความสุขมาก  มันมากจนเขารู้สึกโหยหาแปลกๆ   หลายครั้งที่เขาคิดถึงเสียงหัวเราะของเพื่อนๆในห้อง  คิดถึงวิธีทำโทษสารพัดแบบของครูฝ่ายปกครอง  คิดถึงสาวๆข้างห้องที่เขาชอบไปแอบนั่งมอง  คิดถึงเพื่อนเก่าๆที่แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง

คิดถึง...เพื่อนตัวสูงใหญ่ที่คอยตามเขาเป็นเงาตามตัว  คิดถึงเสียงห้าวๆที่ชอบพูดแหย่ให้เขาโกรธแล้วก็ค่อยมาง้อทีหลังด้วยวิธีบ๊องๆแต่ก็ทำให้เขาหายโกรธทุกที  คิดถึงคำแนะนำในการจีบสาวต่างๆนานาที่มันสรรหามาเล่าให้เขาฟัง  คิดถึงรอยยิ้มกวนๆกับดวงตาคมๆคู่นั้นเวลาที่มองมา......ก็ได้  เขายอมรับก็ได้ว่าเขาคิดถึง...ไวน์  ในฐานะเพื่อนเก่าคนหนึ่ง

ตั้งแต่วันที่เขาไปหาไวน์ที่คณะฯเรื่องบัดดี้  พวกเขาก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยมาเกือบสองอาทิตย์ ทั้งๆที่เข้าเรียนคาบเดียวกันอยู่บ่อยครั้ง  ทว่าไวน์กลับทำมากที่สุดแค่ยกมือขึ้นทักเขาหรือพยักหน้าให้  เผลอๆอีกฝ่ายยังพูดคุยกับเพื่อนของเขามากกว่าคุยกับเขาด้วยซ้ำ

และเขา...คนอย่างลักษณ์ก็ไม่คิดจะเข้าไปคุยกับอีกฝ่ายก่อนหรอก   เขาจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของเราค่อยๆตายไปอย่างช้าๆ   และเขาจะยืนกอดอกมองมันสูญสลายหายไปอย่างสงบ  ไม่เหนี่ยวรั้งหรือยื้อใดๆทั้งนั้น   ในเมื่ออีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดจะเก็บมันเอาไว้เช่นกัน

ถ้าเปรียบความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไวน์เป็นแม่น้ำก็คงจะเป็นแม่น้ำหรือคลองเล็กๆที่อยู่ในช่วงหน้าแล้ง  น้ำแห้งขอดจนเห็นตอผุดขึ้นเต็ม  ตรงข้ามกับความสัมพันธ์ของไวน์กับนิว  ซึ่งดูจะเย็นฉ่ำชื่นหวานราวกับแหวกว่ายอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

เขาไม่ได้อิจฉา  ลักษณ์สาบานกับตัวเองเป็นรอบที่ร้อยเมื่อความคิดแบบนั้นผุดขึ้นมาทุกครั้งยามที่เขาเห็นคนทั้งคู่เดินอยู่ด้วยกัน  เขาจะอิจฉาไวน์เรื่องที่ได้แฟนหล่อน่ารักเหรอ  ฝันไปแล้วมั้ง...หรือจะอิจฉาที่นิวได้ความรักความเอาใจใส่จากไวน์ไปทั้งหมด....นั่นยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่   เป็นความคิดที่ไร้สาระที่สุด

หรือว่าจะเป็นความน้อยใจ  ลักษณ์คิดว่าคงใกล้เคียงกับความรู้สึกของตัวเองอยู่หน่อยๆ  เขาคิดว่ามันคงเป็นกันได้ ลองถ้าใครมีเพื่อนสนิทที่ซี้กันมากๆแล้วจู่ๆเพื่อนคนนั้นก็หันไปซี้กับคนอื่นแทน  ใครๆก็ต้องรู้สึกน้อยใจกันทั้งนั้นแหละ  ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอก  และไม่ใช่เพราะเขารู้สึก ‘พิเศษ’ กับไอ้ไวน์ด้วย

            เขาไม่มีทางรู้สึก ‘แบบนั้น’ กับไอ้ไวน์  เหมือนที่ไอ้ไวน์เคยบอกว่ารู้สึกกับเขาหรอก

            นาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า  ลักษณ์เอื้อมมือไปกดปิด...สรุปเขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดอะไรก็ไม่รู้จนนอนไม่หลับ  เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวลุกขึ้นเก็บที่นอนแล้วเข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัว  เขาฝืนไปมหาวิทยาลัยทั้งที่ไม่พร้อมเรียนเลยสักนิด

            “ไงลักษณ์  หน้าตาเหมือนซอมบี้  อ่านหนักล่ะสิ  อย่าลืมช่วยกูด้วยนะ  ควิซท้ายคาบอ่ะ”  ไอ้แซมทักเสียงดังก่อนจะลดเสียงลงเปลี่ยนเป็นกระซิบ 

            “เย็นนี้กูไม่ไปแล้วนะ พี่ชมรมกูจะพาไปเลี้ยง”  เบียร์ที่ตามเข้ามาสมทบทีหลังพูดขึ้นบ้าง   ความจริงวันนี้พวกเขามีนัดไปเล่นเกมกันที่บ้านของเต้   

          “กูก็ขอบาย  เย็นนี้วิปชวนไปวิ่ง”   ลักษณ์พูดขึ้นบ้าง  หญิงสาวไลน์มาชวนเขาเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเย็นวาน   เขาลืมไปเสียสนิท  ไม่ได้เข้าไปตอบไลน์ของเธอจนกระทั่งเธอโทรมาหาเมื่อเช้า

            ถึงเขาจะไม่อยากไปเพราะง่วงเพลีย  แต่ด้วยความเกรงใจ ‘ว่าที่’ แฟน ก็เลยตอบตกลงไป 

            “ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมันวิ่ง  พอสาวชวนเท่านั้นแหละ...”

          “อะไรๆ  กูเป็นนักวิ่งมาก่อนโว้ย....”  เสียงของลักษณ์ขาดหายไปเมื่อร่างสูงของเดือนมหาลัยเดินผ่านแถวที่พวกเขานั่ง  ไวน์เหลือบมองมานิดนึง  เสี้ยววินาทีที่พวกเขาสบตากันกลับทำให้ลักษณ์ลืมเรื่องที่จะพูดไปเสียสนิท

            “แล้วไง...เอ้า ไอ้ลักษณ์  มึงหลับในเหรอวะ”  แซมยกมือขึ้นโบกตรงหน้าเขา  ลักษณ์กระพริบตาปัดมือของเพื่อนออก  เขาแทบไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยหลังจากนั้น 

            ตอนเย็นลักษณ์ขอแยกกลับไปเปลี่ยนชุดก่อน  ส่วนวิปเตรียมชุดมาแล้วก็เลยตามเขามารอที่หน้าร้านป้าดา  ป้าดาชวนวิปกินข้าวเย็นด้วยกันอีก  ทว่าคราวนี้เธอปฏิเสธ  บอกว่าต้องไปกินกับมารดา

            ลักษณ์พาเธอย้อนกลับมาที่สวนสาธารณะข้างๆมหาวิทยาลัย  เวลาเย็นๆแดดร่มลมตกแบบนี้มีหนุ่มสาวมาวิ่งออกกำลังกันอยู่เยอะทีเดียว  บ้างก็มาเดินเล่นชมวิวกับเพื่อนๆ  บ้างก็มาปูเสื่อนั่งกินข้าวกินขนมกัน

            “คนเยอะเหมือนกันนะวันนี้  ลักษณ์เคยมาหรือเปล่า”

          “ไม่เคยเลย  ครั้งแรก”  ลักษณ์ตอบ  ก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้แน่นกระชับขึ้น   “วิปมาบ่อยเหรอ”

          “นี่ครั้งที่สาม  ปกติมากับเพื่อนในกลุ่ม”  เธอตอบกลับมา  วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้นอวดเรียวขาสวย   ลักษณ์ลอบมองผิวขาวเนียนนั้นอย่างพอใจทีเดียว ....ต้องแบบนี้สิ  ถึงจะถูกใจ

            เขากับวิปวอร์มร่างกายแล้วก็ออกวิ่งเหยาะๆไปตามทางที่ทอดยาวคดเคี้ยวไปมา  ลัดเลาะไปตามสุมทุมพุ่มไม้และไม้ยืนต้นสูงใหญ่  ลมเย็นๆพัดมาไม่ขาดระยะ  อากาศดีเสียจนไม่น่าเชื่อว่าถัดไปไม่กี่ร้อยเมตรมีรถติดอยู่เต็มท้องถนน

            “ดีจังเลยนะ  ผมชอบ”  ลักษณ์พูด  ส่งยิ้มให้หญิงสาวที่วิ่งอยู่เคียงข้าง    เธอยิ้มตอบกลับมา  เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้านั้น  วันนี้วิปถอดแว่นตาออก  เลยมองเห็นดวงตากลมโตของเธอได้ชัดเจนกว่าทุกวัน

            ลักษณ์คิดว่าตัวเองคงไม่ได้คิดไปเองหรอกว่าวันนี้วิปสวยน่ารักมาก

            “ไว้มาวิ่งอีกนะ  แก้เครียดด้วยไง  พักนี้ลักษณ์ดูเครียดๆ   คิดเรื่องอะไรอยู่   เล่าให้เราฟังได้นะ”  หญิงสาวพูดยิ้มๆ

            “ก็เรื่องทั่วๆไปนั่นแหละ   เรื่องเรียน เรื่องสอบ  เรื่องที่บ้าน...แล้วก็เรื่องวิป”

            “หืม?  วิปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ”   เธอถาม

            “เกี่ยวดิ   ก็เราคิดถึงวิปไง”

          “พูดแบบนี้เดี๋ยวจะฟ้องแม่”

          “พอดีเลย  ลักษณ์จะได้ฝากเนื้อฝากตัว”

          “กะจะเอาทุกดอกเลยหรอ”  วิปพูดแล้วหัวเราะเบาๆ

            “ก็จนกว่าวิปจะใจอ่อน”  เขาสวนกลับไป   แล้วยิ้มกว้าง  กำลังจะหยอดต่ออีกหน่อย  สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นร่างสูงๆคุ้นตากำลังวิ่งมาทางนี้เข้าพอดี   

            หัวใจของลักษณ์กระตุกไปวูบโดยไม่ทันตั้งตัวก่อนที่จะกลับมาเต้นแรงขึ้น   เขาเกือบหลุดปากเรียกชื่ออีกฝ่ายไปแล้วแต่กลั้นเอาไว้ทันเมื่อเห็นร่างเล็กบางที่วิ่งตามหลังเข้ามาในระยะสายตา ...เพื่อนสนิทของเขาไม่ได้มาวิ่งคนเดียว       ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไรในเมื่อสองคนนั้นก็ทำตัวติดกันเป็นบี1บี2อยู่แล้ว

            ลักษณ์หันกลับมา  เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอหยุดยืนอยู่กับที่จนทำให้หญิงสาวมองมาที่เขาอย่างฉงน

            “เพื่อนลักษณ์ใช่มั้ย  จะเข้าไปทักก็ได้นะ”  เธอพูดขึ้น

            “ไม่ล่ะ  มันมากับแฟน  เราไม่อยากรบกวน”  ลักษณ์ตอบ  เริ่มออกวิ่งอีกครั้ง   “แล้วเราก็ไม่อยากให้มันมารบกวนเหมือนกัน”   เหลือบมองคนวิ่งข้างๆก็เห็นพวงแก้มสีชมพูด้วยเลือดฝาดนั้นแดงเรื่อขึ้นกว่าเดิม

            “ทำไมล่ะ”

          เขารู้ว่าวิปรู้ว่าเขาจงใจสื่อว่าอะไร  และเธอก็แกล้งถามกลับมาอย่างนั้นเอง  หลังจากที่คุยกันมาเกือบเดือน  ลักษณ์เริ่มจับทางได้ว่าผู้หญิงอย่างวิปไม่ได้ฉลาดแต่เรื่องเรียนเท่านั้น

            “ก็...วิปอยากให้เราพูดตรงๆหรือเปล่าล่ะ”    คนฟังหัวเราะเสียงใส   ส่ายหน้าไปมาอย่างน่าเอ็นดู  ลักษณ์เลยยิ้มตาม  ความรู้สึกหม่นๆเมื่อครู่จางหายไปเล็กน้อย

            “งั้นเราจะเก็บเอาไว้ก่อน  เรารอได้จนกว่าวิปจะพร้อม”

          “บางทีอาจจะเป็นเราที่ต้องพูดประโยคนั้นนะลักษณ์”  วิปตอบกลับมาน้ำเสียงทีเล่นทีจริงจนเขาเอะใจเงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอ  ทว่าเธอกลับชวนเปลี่ยนเรื่อง  ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเสีย

            ท้องฟ้ามืดแล้วตอนที่เขาโบกมือให้วิปที่เดินไปขึ้นรถของมารดาที่มาจอดรอรับ  มารดาของเธอไม่รับไหว้เขาอีกตามเคย  ลักษณ์คิดว่าฟิล์มติดกระจกรถยนต์ของเธอคงจะมืดเกินไปเลยมองไม่เห็น

            ชายหนุ่มเดินช้าๆย้อนกลับมาตามทางเดิม   ผู้คนที่เดินสวนทางผ่านมาบางตาลงจากเดิมมาก  คงกลับบ้านไปหาคนที่รักกันหมดแล้ว  ลักษณ์ยิ้มนิดๆเมื่อนึกถึงบทสนทนาระหว่างเขากับวิปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

            ...ถ้าเขาไม่คิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป  เขาก็คิดว่าคงใกล้ถึงเวลาเผาไร่แห้วร้อยไร่ของตัวเองแล้วล่ะ...

             เท้าเดินมาจนเกือบถึงใจกลางของสวนสาธารณะที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และเต็มไปด้วยมุมลับตา   ลักษณ์เดินเลี้ยวหลบชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งพลอดรักกันอยู่ข้างพุ่มไม้ไปอีกด้านที่สว่างกว่า   เขาก้มหน้าก้มตาเดินจนเห็นเงาของคนสองคนทอดยาวจากเสาไฟต้นเล็กๆข้างหน้า....ร่างหนึ่งสูงใหญ่คุ้นตาขณะที่อีกร่างเล็กบางกว่ามาก

ลักษณ์ชะงักฝีเท้าลงจนกลายเป็นหยุดนิ่งเมื่อเห็นคนร่างสูงยกมือขึ้นประคองใบหน้าของคนที่แนบชิดเอาไว้  เขารู้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทำจริงๆเสียอีกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้

และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

ลักษณ์รู้สึกเหมือนตัวเองยืนดูภาพสโลวโมชั่นอยู่ตอนที่เสี้ยวหน้าคมก้มลงประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากบางของคนในอ้อมแขน  มันเชื่องช้าและเนิ่นนานจนเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้  ลักษณ์อยากเดินหนีทว่ากลับขยับตัวไม่ได้  เขาได้แต่ยืนเบิกตามองสองคนนั้นเหมือนไม่เคยเห็นคนจูบกันมาก่อน 

            หัวใจเต้นแรงอยู่ในอกราวกับบ้าคลั่ง  ภาพผู้ชายสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกดูดวิญญาณออกไปด้วย  แข้งขาอ่อนเหมือนจะทรงตัวไม่ไหว  ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเค้าเลยสักนิดเดียว

            นานจนลักษณ์เกือบลืมวิธีหายใจไปแล้ว  ตอนที่สองคนนั้นผละออกจากกันก่อนที่ร่างสูงๆนั้นจะโอบไหล่คนตัวเล็กกว่าเอาไว้แล้วพาเดินหายออกไปอีกทาง  ไม่มีทีท่าว่าจะสังเกตเห็นใครอีกคนที่ดันมาเห็นช็อตเด็ดเข้า

            ....ไวน์  กับคนๆนั้น  ....จูบกัน

            พวกเค้าจูบกัน....อย่างดูดดื่ม

            ลักษณ์ครุ่นคิดอย่างมึนงง  เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร  ทุกส่วนในร่างกายรวมถึงสมองมึนชาเหมือนเพิ่งโดนสายฟ้าฟาดลงมากลางศีรษะ   ภาพเมื่อครู่ฉายย้อนกลับมาชัดเจน  เขาเห็นแม้แต่ขนตายาวตรงของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ  ฉากนั้นมันฉายกลับไปกลับมาในหัวเหมือนเป็นฉากเด็ดติดตาของภาพยนตร์คลาสสิกสักเรื่องที่เขาชอบ

            ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าใกล้ๆนั้นเอง  เขาไม่มีแรงเดินกลับบ้านตอนนี้  มือสั่นยกขึ้นแตะที่แผ่นอกข้างซ้าย  สัมผัสได้ถึงก้อนเนื้อข้างในที่เต้นเป็นจังหวะรัวเร็วเหมือนกลองจนเจ็บร้าวไปหมดทั้งอก

          อะไรกัน...ความรู้สึกนี้

            น้ำตาร้อนๆไหลลงมาจากขอบตา  เขายกมือขึ้นแตะอย่างมึนงง  มันไหลลงมาเป็นทางจนเขาตกใจ   ลักษณ์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอารมณ์มากมายที่พุ่งขึ้นมาพร้อมกันอย่างฉับพลันนี้มันมาจากไหน   ราวกับว่ามันถูกเก็บกักเอาไว้นานแล้วโดยที่เขาไม่รู้ตัว...ไม่เคยสนใจ

            เหมือนคลื่นใต้น้ำที่ไหลวนอยู่ใต้ผืนน้ำที่ราบเรียบ  จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดมีมือดีมาเขย่าแผ่นดินข้างใต้จนเกิดรอยแยกแตกออก  รอยแยกลึกดำมืดนั้นดูดกลืนเอาน้ำทะเลลงไปข้างใต้ก่อนจะส่งกลับขึ้นมาเป็นคลื่นยักษ์ที่ใหญ่กว่าตึกสิบชั้น

            ลักษณ์ได้ยินเสียงคลื่นยักษ์นั้นพัดถล่มอย่างรุนแรงและรวดเร็ว   มันทำลายเมืองทั้งเมืองจนราบเป็นหน้ากลองในพริบตา  รวมถึงกำแพงใหญ่ๆล้อมรอบหัวใจที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่

            เขาปีนขึ้นไปบนซากปรักหักพังของกำแพงเหล่านั้น  ทอดสายตามองซากเมืองที่พังทลายไม่เหลือชิ้นดี  แว่วเสียงคล้ายสะอื้นดังออกมาจากซอกมุมหนึ่งใต้กองอิฐแดงๆที่ครั้งหนึ่งเคยมีกำแพงล้อมทึบเอาไว้ทุกด้านจนเขาไม่เคยมองเห็นด้านใน   ลักษณ์ก้าวเดินตามเสียงเข้าไปช้าๆ

....เด็กคนหนึ่งในชุดมัธยมต้นนั่งกอดเข่าก้มหน้าร้องไห้อยู่ใจกลางซากกำแพงนั้น     

.........................................................................................









มาอัพต่อจบตอนนะคะ  อ่านกันเข้าใจหรือเปล่าอ่ะ5555

ถ้าใครงงก็สรุปว่าลักษณ์เพิ่งค้นพบความรู้สึกของตัวเองที่แอบซ่อนอยู่มานานมากแล้วหลังจากเจอไวน์จูบกับคนอื่นนั่นเอง  และดูเหมือนว่าความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นตั้งเเต่สมัยม.ต้นเเล้วด้วยนะเออ  เฮ้ออออวงวารรร ความรู้สึกช้าจริมๆ

งานนี้คน #แอบลักษณ์ ตัวจริงจะทำไงต่อ    โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ด้วยน้าา  ในเล้าเป็ดด้วย ในทวิตเตอร์ด้วย  ขอบคุณมากๆค่ะ   :hao5:


ออฟไลน์ libra82

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +235/-5
โอ๊ย ไม่ได้อ่านนิยายรวดเดียวอย่างนี้มานานแล้ว หน่วงเหลือเกิน และเป็นครั้งแรกที่สงสารพระเอกจับใจ อีน้องลักษณ์ ห่วงแต่ความรู้สึกของตัวเอง กลัวจะเสียเพื่อน เสียดายมิตรภาพ แต่กลับไม่คิดถึงความรู้สึกของพี่ไวน์เลย ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง โอ๊ย หงุดหงิดดดดดดดดด สงสารพี่ไวน์จนน้ำตาซึม มาต่อไวๆ นะคะ ชอบความหน่วงแบบนี้ที่สู๊ดดดดดดดดด

ออฟไลน์ appattap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เฮ้อออออ!! ถอนหายใจยาวๆ สู้ๆเค้านะลักษณ์ ตบบ่าปุๆ
 :katai1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
 :hao4:


เหลือ* จ้ะ ... กลับบ้าน

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
#ลักษณ์

มันเจ็บหน่วง ทั้งช่วงอก ตกสะเก็ด
น้ำตาเล็ด รินไหล ใจหวิดหวิว
อารมณ์พุ่ง สูงสุด หลุดปลิดปลิว
ทั้งห้านิ้ว ปาดน้ำตา หน้าเปียกปอน

ใจเจ้าเอ๋ย ไม่เคยรู้ อยู่กับเพื่อน
ใจเจ้าเอ๋ย เลอะเลือน เตือนสุดถอน
ใจเจ้าเอ๋ย ไม่หยุดฟัง เว้าอ้อนวอน
มาถึงตอน ใจเจ้าเหน็บ เจ็บเพราะใคร
 :L3:

โป้งไวน์ ไม่เชียร์แล้ว
ทีมลักษณ์ หึหึ

+1 ฮับ

ป้อล่อ..วันนี้รีเฟรชเรื่องนี้ทั้งวันตั้งแต่เช้า อิอิ

ออฟไลน์ THiiCHA

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +211/-4
เราพลาดเรื่องนี้ไปได้ยังไง !!!
สนุกมากกกกกกก ขอบคุณที่แต่งให้ได้อ่านน้า
ตอนนี้เรื่องกำลังหน่วงได้ที่เลย
สารภาพว่าไม่สงสารลักษณ์เลย ทำตัวเองทั้งนั้น แอบชอบเวลาหน่วงด้วย สะใจดี 555555555
ว่าแต่เจ็บขนาดนี้น่ารู้ใจตัวเองได้แล้วยังน้าาา 
ชอบฉากกำแพงอิฐในใจถล่มตอนท้าย บรรยายได้อินเว่อ 
..... สงสารก็แต่วิปกับนิวที่ต้องมาอยู่ในวังวนของสองคนนี้

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 806
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
รัก(ลักษณ์)
อย่าไปเข้าทางคนขี้ประชด
ยิ่งทำแบบนี้จะยิ่งหนีห่าง

เชื่อเหอะจงใจจูบกันให้เห็นๆ
ล้านเปอร์

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่ 17

It’s a long lane that has no turning.

 

 

 

 

 

            เสียงขัดห้องน้ำแต่เช้าทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ  ไอ้ลักษณ์น้องชายเขามันเป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย  จะว่าดีก็ดีอยู่หรอกที่น้องชายดันมีนิสัยแปลกประหลาด  ชอบขัดห้องน้ำเวลาไม่สบายใจ  อย่างน้อยเขาก็มีห้องน้ำที่สะอาดเอี่ยมเหมือนอยู่โรงแรมห้าดาวให้ใช้ตลอด

            แต่หลังๆมานี่มันขัดถี่ไปหน่อยมั้ยวะครับ

            “ไอ้ลักษณ์  ใกล้เสร็จหรือยัง  กูได้ยินเสียงมึงขัดตั้งแต่ตีสี่ นี่หกโมงเช้าแล้ว  สะอาดแล้วมึง  ออกมาเหอะ”  เขายกมือขึ้นเคาะประตูเรียก  เสียงขัดพื้นหยุดไปชั่วครู่  แล้วก็เริ่มขัดใหม่

            “พี่รามไปอาบห้องป้าดาก่อนได้มั้ย”  เสียงอู้อี้นั้นตอบกลับมา   และถ้ารามหูไม่ฝาด  เขาคิดว่าได้ยินเสียงสูดน้ำมูกดังฟืดฟาดผสมมาด้วย

            “เดี๋ยวก็เป็นหวัดกันพอดี   ออกมาเดี๋ยวนี้นะลักษณ์  อย่าให้กูอารมณ์เสีย  ไม่งั้นจะพังประตูเข้าไปนะ”  รามพูดเสียงดังขึ้น  ได้ยินเสียงราดน้ำดังโครมแล้วกลอนประตูก็ถูกถอดออก

            ใบหน้าที่โผล่พ้นบานประตูออกมานั้นทำให้คนเป็นพี่อุทานออกมา

            “เห้ย  มึงเป็นบ้าอะไร  ลักษณ์”

          ลักษณ์สูดน้ำมูก  จมูกบวมแดงนั่นยังไม่เท่ากับเปลือกตาที่บวมช้ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก  ลักษณ์ส่ายหน้า

            “ไม่มีอะไร   พี่จะอาบน้ำใช่มั้ย  เอาเลย”  เจ้าตัวพูดแล้วก็เดินออกมาจากห้องน้ำ  มุดเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว   ทิ้งให้พี่ชายได้แต่มองตามหลังด้วยความสงสัย   เขาเดินไปเคาะประตูห้องน้องชาย

            “ลักษณ์  สภาพนั้นมึงไปเรียนไหวเหรอ  วันนี้ไม่ต้องไปหรอก  อยู่บ้านช่วยป้าดาไป”  รามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

          “ไม่ได้  วันนี้ผมมีควิซ”  เสียงอู้อี้นั้นตอบกลับมา

            “งั้นก็ตามใจ”  คนเป็นพี่ไม่เซ้าซี้อีก  ไม่ใช่นิสัยของรามอยู่แล้วที่จะไปซักไซ้หรือยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร  แม้คนๆนั้นจะเป็นน้องชายแท้ๆของเขาเอง  ลักษณ์โตจนเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ต้องหัดคิด หัดจัดการปัญหาชีวิตเอา  เขามีหน้าที่แค่คอยยืนอยู่ห่างๆในระยะที่มันจะหันมาปรึกษาได้ก็พอ

            ชายหนุ่มทอดสายตามองร่างเล็กบางในชุดนักศึกษาที่สะพายกระเป๋าเป้  เดินออกไปจากร้านอาหารตามสั่งที่ยังไม่เปิดร้านด้วยความเป็นห่วง  ใบหน้าเล็กรูปหัวใจนั้นก้มงุดมีหน้ากากอนามัยคาดปิดเอาไว้เกือบหมด  ไม่นับแว่นตากรอบใหญ่ที่วันนี้น้องชายของเขาขุดขึ้นมาใส่ด้วย   คงไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นใบหน้าของตัวเองที่เด็กสามขวบก็บอกได้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง

            ....ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นอะไร  แต่เขาก็เชื่อว่ามันจะผ่านไปได้

            ความคิดของพี่ชายตรงกับของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดินไปขึ้นรถเมล์โดยบังเอิญ  ลักษณ์บอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาเหมือนสะกดจิตว่ามันจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี  แม้ว่าวันนี้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับคนๆนั้นตลอดทั้งคาบบ่ายก็ตาม

            ....ไอ้ไวน์

            ชื่อบุคคลที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้า  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนสาธารณะเมื่อคืนทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกไม้หน้าสามฟาดหัวจนสลบแล้วตื่นขึ้นมาใหม่กลายเป็นใครอีกคนหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน  มันช่างรุนแรงและรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน

            เมื่อคืนเขากลับมาที่ร้านของป้าได้ยังไงลักษณ์ก็จำไม่ได้เหมือนกัน  รู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ในห้องน้ำ  มือขวามีแปรงขัดส้วมถือเอาไว้  ส่วนในมือซ้ายมีเป็ดโปรเป็นอาวุธคู่กาย  สองมือแดงก่ำเพราะกำด้ามพลาสติกเอาไว้เป็นเวลานาน  ฝ่าเท้าทั้งสองข้างเริ่มชาและคันยิบๆ  เดี๋ยวก็คงจะลอกออกมาเป็นแผ่นๆเหมือนเคย

            ...เขาคงต้องเปลี่ยนยี่ห้อน้ำยาล้างห้องน้ำเสียใหม่  มาจิคลีนหรือมิสเตอร์มัสเซิลอาจจะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเขามากกว่า  ...เย็นนี้คงต้องแวะซื้อกลับเข้าไป

            ลักษณ์คิดอย่างใจลอย  เขาเดินสวนทางกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่เขาจำได้ว่าเรียนแพทย์   ลักษณ์หลบวูบเปลี่ยนเส้นทางไปยังอีกด้านหนึ่งแทน

            อย่าเรียกว่าเขาขี้ขลาด...เขาไม่ได้ขี้ขลาด  ก็แค่ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้าไวน์ตอนนี้  ในตอนที่เขายังจัดการความรู้สึกของตัวเองไม่ได้  ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตกลงที่เป็นน้ำตาไหลไม่หยุดเป็นเพราะแพ้ฝุ่นควันรถหรือว่าแพ้เกสรดอกไม้ในสวนสาธารณะกันแน่....โอเค  ก็ได้  เขาจะเลิกแถ  เลิกเบี่ยงประเด็นเสียที

            เมื่อคืนนี้ตอนที่เห็นไวน์จูบกับนิว  หัวใจของเขาเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นล้วงเข้ามาในอกแล้วบีบก้อนเนื้อของเขาเอาไว้แน่น  มันแน่นมากจนลักษณ์รู้สึกเหมือนจะตายเอา  ความเจ็บปวดนั้นร้าวไปทั่วทั้งอก  ลักษณ์เคยมีประสบการณ์อกหักมาแล้วหลายครั้งก็จริง  แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขารู้สึกเหมือนครั้งนี้เลย  เพิ่งเข้าในคำว่าอกหักในนาทีนั้นเองว่ามันหมายความว่าอย่างไร

            แม่งเจ็บ  เจ็บฉิบหาย  เจ็บทีเดียวตื่น   พอกันทีกับความอยากเป็นแค่เพื่อนบ้าๆนั่น  มันก็เป็นเพียงแค่ข้ออ้างเพื่ออะไรก็ไม่รู้  เขารู้สึกเหมือนคนเพิ่งได้สติหลังจากงมอยู่ใต้น้ำอยู่นาน ...ความรู้สึกของเขาที่มีต่อไอ้ไวน์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ...สิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขา  แอบซ่อนเก็บงำเอาไว้เนิ่นนานทั้งจากไอ้ไวน์และตัวเขาเอง  โดยมีคำว่า ‘เพื่อน’ เป็นเกราะกำบังชั้นดีปกปิดมิดเม้น...

          “ไอ้ลักษณ์  มายืนลับๆล่อๆอะไรตรงนี้”  มือหนักๆจบเข้าที่หลังของเขา   ลักษณ์สะดุ้งจากภวังค์หันขวับไปมองเห็นเพื่อนกลุ่มหล่อสัช  ยืนมองเขาอยู่อย่างสงสัย

          “แล้วทำไมต้องใส่หน้ากาก  ไม่สบายเหรอ”  เพื่อนเริ่มหรี่ตามองอย่างสงสัย  เต้ขยับเข้ามาชิดแล้วจ้องหน้าเขา

            “ตามึงบวมมากลักษณ์”  เต้พูดเรียบๆ    ลักษณ์เลยดันแว่นตาขึ้นอีกนิดแล้วตอบกลับไปโดยไม่มองหน้าใคร

            “เมื่อคืนกูนั่งดูหนังดึก   ไม่มีอะไร”

          “หนังจบเศร้าหรอวะ   เรื่องอะไรอ่ะ”  แซมถามขึ้นมาอีก  ไม่รู้ว่าอยากรู้จริงๆหรือว่าต้องการต้อนเขากันแน่   ลักษณ์พูดชื่อหนังที่พระเอกตายตอนจบไปเรื่องหนึ่ง  นึกดีใจที่เพื่อนๆหันไปสนใจวิจารณ์เรื่องหนังแทนที่จะสนใจหนังหน้าของเขา

            คาบเช้าหมดไปอย่างรวดเร็ว  ลักษณ์ฟังบ้างไม่ฟังบ้างจนอดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเขาจะสอบผ่านกลางภาคไปได้มั้ย   มื้อกลางวันผ่านไปแบบไม่รู้รสชาติ  ในที่สุดก็มาถึงคาบบ่ายที่ทำให้เขารู้สึกปวดมวนท้องทุกครั้งที่นึกถึง

            “เจอกันเว้ย   กลุ่มกูเลิกก่อนบ่ายสามชัวร์ๆ”  เบียร์พูดอย่างมั่นใจ  เดินตรงไปยังห้องทางซ้ายมือซึ่งเป็นคนละห้องกับลักษณ์

            เพราะเป็นวิชาสังคมและการพัฒนามนุษย์  นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ก็เลยถูกจับแยกออกเป็นกลุ่มๆคละกันหลายๆคณะฯ  เพื่อทำโครงงานอะไรสักอย่างเพื่อเป็นประโยชน์แก่สังคมและเหล่ามนุษยชาติ  ลักษณ์เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องของกลุ่มเรียนของเขาด้วยความซังกะตาย  แอบแง้มประตูมองเข้าไปในห้องก็เห็นคนในกลุ่มมากันเกือบครบแล้ว

          “ลักษณ์  หายไปไหนมาน่ะ  เราโทรหาก็ไม่รับ”  เสียงเรียกทักดังขึ้นด้านหลังก่อนที่เขาจะเปิดประตู  ลักษณ์หันไปมอง  เขาลืมไปสนิทว่าวิปก็อยู่กลุ่มเดียวกับเขาเช่นกัน

            หญิงสาวเดินเข้ามาหา  ท่าทางคล้ายแง่งอนน้อยๆนั้นทำให้ลักษณ์ต้องฝืนยิ้มออกมา

            “ขอโทษที  เมื่อเช้าๆยุ่งๆกับควิซน่ะ  วิปทานข้าวแล้วหรือยัง”

          “ทานแล้วสิ  นี่บ่ายโมงกว่าแล้วนะ....เพื่อนๆมากันครบแล้วมั้ง” วิปพูดขำๆแล้วเป็นฝ่ายผลักประตูก้าวเข้าไปในห้องก่อน

            ลักษณ์เดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน  ร่างสูงใหญ่ที่นั่งเอนๆอยู่หัวโต๊ะสะดุดสายตาของเขาเข้าเป็นอันดับแรก  ลักษณ์หลบตาคมกริบคู่นั้นทันควัน  เดินอ้อมไปนั่งอีกที่เก้าอี้ว่างเกือบสุดปลายโต๊ะ  ห่างจากผู้ชายคนนั้นเป็นโยชน์  วิปก็เดินตามมานั่งข้างๆกัน

            “ลักษณ์มานั่งข้างไวน์มั้ย  เป็นเลขาฯจะได้จดงานสะดวกหน่อย”  เพื่อนทันตะที่เป็นรองประธานพูดยิ้มๆ  ยกมือขึ้นตบเก้าอี้เปล่าๆข้างตัวเธอดังปุๆ

            ลักษณ์อึกอักขยับจะปฏิเสธ

            “เค้าอาจจะอยากนั่งกับแฟนหรือเปล่า”  ประธานกลุ่มพูดขึ้นเรียบๆ ดูเผินๆคล้ายแซวทว่าดวงตาคมคู่นั้นกลับไม่มีแววยิ้มอยู่เลย

          คนมาใหม่มองหน้ากัน  วิปหน้าแดงเล็กน้อยพูดพึมพำว่าไม่ใช่แฟน  ขณะที่ลักษณ์เม้มปากแล้วลุกขึ้นยืน  ย้ายไปนั่งข้างๆ(อดีต)เพื่อนสนิทโดยไม่พูดอะไร

            “เอาล่ะ  มากันครบแล้วเนอะ  งั้นเดี๋ยวเราจะให้ทุกคนอ่านแผนของรายวิชานี้กันก่อน  แล้วค่อยเสนอหัวข้อโครงงานที่คราวที่แล้วเราแบ่งกันไปคิดมาคนละเรื่อง  ดีมั้ย”  ไวน์ที่ถูกเลือกเป็นประธานกลุ่มพูดขึ้น  เพื่อนในกลุ่มต่างพยักหน้า  ก้มลงอ่านเอกสารที่เพิ่งแจกให้

            ลักษณ์รู้สึกแปลกๆ  ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขานั่งข้างๆอีกฝ่ายแบบนี้  ทว่ากลับเป็นครั้งแรกที่เขา ‘รู้สึก’ ยามที่ท่อนแขนแข็งแรงนั้นขยับโดนแม้ฝ่ายนั้นจะไม่ตั้งใจก็ตาม

            เสี้ยวหน้าคมกริบที่เขาเห็นนั้นอยู่ห่างออกไปไม่ถึงช่วงแขน  เพียงแค่เอื้อมมือก็คงจะสัมผัสใบหน้านั้นได้  ลักษณ์สังเกตว่าวันนี้ไวน์ไม่ได้โกนหนวดเรียบร้อยเหมือนทุกที  แต่เคราเขียวๆนั้นกลับทำให้อีกฝ่ายดูเข้มคมกว่าเดิมเสียอีก..

            “อ่านจบแล้วเหรอ”  จู่ๆเสียงห้าวๆนั้นก็ดังขึ้นพร้อมกับดวงตาคมเข้มที่เงยขึ้นมองเขาอย่างฉับพลัน   ทำเอาคนที่เผลอนั่งมองเพลินสะดุ้ง  หลบตาไปทางอื่น

            “จะจบแล้ว”

          “ดี....เดี๋ยวฝากจดหัวข้อที่เพื่อนเสนอหน่อยนะ  แล้วเราจะได้มาโหวตกันว่าเอาเรื่องไหนดี”  ไวน์พูดกับเขาจากนั้นก็หันไปบอกเพื่อนๆทุกคนให้เสนอหัวข้อโครงงานที่สนใจขึ้นมา

            ลักษณ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ  เขาฟังแต่เสียงที่ทุกคนพูดแล้วก็ก้มหน้าก้มตาจดจนกระทั่งเพื่อนทันตะทักขึ้นว่าเขายังไม่ได้เสนอไอเดียอะไรเลย

            ทุกคนหันมามองหน้าเขาจนลักษณ์รู้สึกอึกอัก  อันที่จริงเขาลืมเรื่องโครงงานอะไรนี่ไปเสียสนิท  เฟรชชีเภสัชรีบกวาดตามองรายชื่อหัวข้อโครงงานต่างๆที่เพื่อนคนก่อนหน้านี้เสนอขึ้นมา  ....ช่วยทำหนังสือให้คนตาบอด  จัดกิจกรรมที่บ้านเด็กกำพร้า  ทำความสะอาดห้องน้ำวัด   สร้างฝายชะลอน้ำ   ปลูกป่า   ทำห้องน้ำ....

            ....ภาพชิงช้ากับม้าหมุนเล็กๆแวบกลับเข้ามาในความคิด

            “เอ่อ....ทำสนามเด็กเล่นให้โรงเรียนที่ห่างไกล...เราเสนออันนี้ล่ะกัน”  เขาพูด  ยกมือขึ้นเกาจมูก  เกิดความเงียบขึ้นนิดนึงก่อนที่ไวน์จะพูดขึ้น

            “เป็นไอเดียที่ดี   โอเค...ครบทุกคนแล้วนะ  งั้นเราจะมาโหวตกัน  ลักษณ์ช่วยไล่ให้ฟังหน่อยว่ามีอะไรบ้าง”

            สุดท้ายโครงงานที่เข้ารอบก็เหลือแค่สามโครงการ  พวกเขาเห็นไปในทางเดียวกันว่าควรจะออกต่างจังหวัด  และก็เห็นผลงานเป็นรูปธรรมหน่อยเพื่อคะแนนและเกรดปลายเทอมที่ดีกว่า 

            หลังจากให้โหวตกันรอบสุดท้าย  ลักษณ์แปลกใจมากทีเดียวที่โครงงานของเขากลับได้รับการโหวตให้ไปต่อมากที่สุด

          “เราว่ามันน่าจะไม่ยากนะ  แต่ไม่น่าถึงขั้นต้องไปสร้างสนามเด็กเล่นใหม่  อาจจะแค่ทาสี  ปรับปรุงซ่อมแซมไรงี้”  เพื่อนที่เรียนวิทย์กีฬาพูดขึ้น

            “แต่เราจะทำกันเป็นเหรอ”

          “หรือจะทำฝาย  แต่อันนี้ต้องเข้าป่า  เราว่ายากกว่า  ถ้าไปทำสนามน่าจะนอนที่โรงเรียนได้” 

            พวกเขาถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียดจนถึงเลยเวลาเลิกเรียนไปมาก  ไวน์เลยสรุปให้ทุกคนช่วยกันไปหาโรงเรียนที่ดูเหมาะสมจะเข้าไปทำมากที่สุด   เพื่อจะได้มาร่างเสนออาจารย์ที่ปรึกษาอาทิตย์หน้า

            “ลักษณ์เรากลับก่อนนะ  พอดีแม่มารอแล้วอ่ะ”  วิปพูดเสียงดังแล้วโบกมือให้เขาพลางเดินแกมวิ่งออกไปนอกห้องเป็นคนแรก  จากนั้นเพื่อนๆก็ทยอยกันเดินออกจากห้องกันเกือบหมด  เหลือแต่ประธานกลุ่มกับเลขาฯที่ก้มหน้าก้มตาจดอะไรยุกยิกลงในสมุด 

            “เสร็จหรือยัง  จะปิดห้องแล้ว”  คนร่างสูงพูดขึ้นลอยๆ  เดินมาหยุดยืนข้างๆคนที่วันนี้นั่งเงียบที่สุดในกลุ่มทั้งๆที่เป็นคนเสนอหัวข้อที่เข้าท่าที่สุด

            “กลับไปก่อนเลย  เดี๋ยวปิดเอง”  ฝ่ายนั้นพูดโดยไม่เงยหน้า  มือยังจับปากกาเขียนอะไรยืดยาวไม่มีทีท่าว่าจะหยุด   ไวน์เลยดึงสมุดเล่มนั้นขึ้นจากโต๊ะ

            “ไปเขียนต่อที่บ้าน  ต้องปิดห้องแล้ว  เดี๋ยวคืนกุญแจไม่ทัน”  เขาพูด  แล้วพับสมุดเล่มนั้นลงกระเป๋าตัวเอง   หันหลังเดินไปที่ประตู  ได้ยินเสียงอีกฝ่ายบ่นพึมพำพร้อมกับก้มลงเก็บของกุกกัก

            ชายหนุ่มยกมือขึ้นดึงประตูไม้ทว่ากลับเปิดไม่ออก  ไวน์ตกใจเล็กน้อย   เขากระชากประตูแรงๆจนเกิดเสียงดังทว่าบานประตูนั้นดูเหมือนจะติดอะไรสักอย่างจากด้านนอก

            “เกิดอะไรขึ้นน่ะ  เปิดประตูไม่ออกหรอ”  ลักษณ์เดินมาจนถึงหน้าห้อง   เขาขยับเข้าไปลองดึงประตูบ้าง  ลูกบิดหมุนได้แต่กลับเปิดไม่ออก

          “ช่วยเปิดด้วยครับ  มีใครอยู่ข้างนอกมั้ยครับ   ช่วยด้วย  มีคนติดอยู่ข้างในครับ”  ลักษณ์ทุบประตูแรงๆแล้วเริ่มตะโกนขอความช่วยเหลือ

            “น่าจะโดนล็อคจากข้างนอก”  นักศึกษาแพทย์พึมพำ  ยกมือขึ้นกดที่สันคิ้ว  จากนั้นก็ล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดโทรออก  รอสายไม่นานปลายสายก็กดรับ

            “นพหรอ  กลับบ้านยัง  อืม....กูติดอยู่ในห้องเรียนว่ะ  ชั้นสี่  ห้อง 401....อืม....น่าจะติดกุญแจ  ฝากตามป้าแม่บ้านหน่อยดิ .....ได้  ขอบใจมากเพื่อน”  เขากดวางสาย  หันไปมองคนที่ยังทุบประตูไม่เลิก

            ไวน์เอื้อมมือไปจับข้อมือเล็กบางนั้นเอาไว้

          “เลิกทุบได้แล้ว  เจ็บมือเปล่าๆ”  เขาบอก  เห็นอีกฝ่ายรีบดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาแถมเขยิบถอยไปหลายก้าวก็อดรู้สึกเสียใจขึ้นมาวูบหนึ่งไม่ได้

          ร่างเล็กเหลือเกินในสายตาของเขาเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆประตู  ใบหน้าที่มีหน้ากากอนามัยปิดอยู่เกือบครึ่งนั้นก้มลงน้อยๆ  ไวน์เดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ

            “ไม่สบายเหรอ  ว่าจะถามตั้งแต่เข้ามาล่ะ  เห็นใส่หน้ากาก”

          “อืม...นิดหน่อย”  อีกฝ่ายตอบกลับมา  แว่นสายตาอันโตที่เขาไม่เคยชอบนั้นหล่นลงมาบนดั้งจมูกเล็กๆ  อีกฝ่ายก็ใช้นิ้วดันกลับเข้าที่เดิม  ...เขาไม่ชอบเวลาที่ลักษณ์ใส่แว่น  เพราะมันจะบดบังดวงตากลมโตที่สวยที่สุดในสายตาของเขาเอาไว้เสียหมด  แต่บางทีก็ดีเหมือนกันเพราะคนอื่นก็จะไม่มีทางได้เห็นด้วยเช่นกัน

            “กับวิป...ไปถึงไหนกันแล้ว  กูแสดงความยินดีด้วยได้หรือยัง”  เขาถามขึ้นเรียบๆ  ตั้งแต่เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเด็กสาวคนนั้น  เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเสียเฉยๆ  แม้จะบอกตัวเองเป็นล้านรอบแล้วว่าไม่มีสิทธิก็ตาม

            ทอดสายตามองอีกฝ่ายหยิบยางลบขึ้นมาลบรอยดินสอบนโต๊ะเล่นแล้วก็เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ  ถ้าความรู้สึกมันลบออกไปจากหัวใจได้ง่ายๆเหมือนรอยดินสอเหล่านั้นก็คงดี

            “ใกล้แล้วล่ะ”  ลักษณ์ตอบกลับมา  เงยหน้าขึ้นสบตาเขาแวบหนึ่ง  ไวน์ขมวดคิ้ว  เพิ่งสังเกตเห็นว่าเปลือกตาของอีกฝ่ายบวมกว่าปกติ

            นักศึกษาแพทย์หนุ่มเอื้อมมือไปจับที่ปลายคางของเพื่อนสนิทแล้วเชยขึ้น  บีบเอาไว้ไม่ยอมให้อีกฝ่ายหันหน้าหนี

            “อยู่นิ่งๆ ....กูไม่ทำอะไรหรอก  ...ทำไมตาบวม  ร้องไห้?”

          “เปล่า...เออ  ร้อง...ดูหนังแล้วมันจบเศร้า”  ลักษณ์ตอบกลับมา  ยกมือขึ้นปัดมือของเขาออก

            “อ้อ...”  เขาอุทานแล้วเงียบไป 

            ไวน์คงไม่รู้หรอกว่าการกระทำเมื่อครู่นี้มันทำให้หัวใจของใครสั่นไหวแค่ไหน  ลักษณ์ยกมือขึ้นกดที่หน้าอกของตัวเองแน่น  กลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเขา...และจะหัวเราะเยาะเอา

            ....มันสายไปมาก  เขารู้ดี  มันคงสายไปแล้ว

            เสียงริงโทนดังขึ้นในความเงียบที่แสนอึดอัด  ไวน์ขยับตัวล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับ  ลักษณ์ไม่ได้ชะโงกดูว่าใครโทรมาแต่ก็รู้ดีว่าใครที่อยู่ปลายสายนั้น

            “โทษทีครับ  รอนิดนึงได้มั้ย  พอได้ไวน์ติดอยู่ในห้องเรียนอ่ะ ....ครับ  ไม่ต้องห่วง  เพื่อนไวน์ตามป้าแม่บ้านให้แล้ว  อืม...อยู่กับเพื่อนอีกคนครับ  ..ครับ  หิ้วท้องรอหน่อยนะคนดี..”

          ไวน์ทอดเสียงอ่อนลงในประโยคสุดท้าย  ลักษณ์จะไม่แปลกใจเลยถ้าจะได้ยินเสียง ‘จุ้บ’ ดังขึ้นส่งให้ปลายสายก่อนกดวางทว่าก็..ไม่มี  ไวน์วางสายแล้วยกมือขึ้นเหยียดขาออกเหมือนบิดขี้เกียจ

            “ถ้าเลือกโครงการสนามเด็กเล่นนั่นต้องไปหาโรงเรียนที่น่าทำหน่อยนะ  พวกโรงเรียนที่ชนบทๆหน่อย”  ไวน์พูดขึ้นมาลอยๆ  “คงต้องเรี่ยไรหางบด้วย  เรื่องใหญ่เหมือนกันแต่มันก็น่าทำ  ปีก่อนนู้นพี่กูก็ทำ  ได้เอกันยกกลุ่มด้วย  อาจารย์คงชอบแนวนี้”

          “อืม...”

            “หรือจะไปจังหวัดบ้านกู  แถวฟาร์มพ่อมีโรงเรียนอยู่เหมือนกัน.....ก็ดีนะ  จะได้เกณฑ์คนงานที่ไร่มาช่วยได้ด้วย  มึงคิดว่าไงลักษณ์”

          “ก็น่าจะดีมั้ง”  ลักษณ์ตอบกลับไป  เขากำลังนึกภาวนาว่าเมื่อไหร่ป้าแม่บ้านจะมาไขเปิดประตูห้องให้เสียที 

            ภาพของไอ้ไวน์กับคนรักเมื่อคืนยังตามมาหลอกหลอนอยู่ทุกขณะจิต   ลักษณ์พยายามตั้งสมาธิอยู่กับการลบรอยดินสอบนโต๊ะเล่น  ไม่วอกแวกไปทางอื่น   จู่ๆมือใหญ่ก็ฉวยเอายางลบก้อนเล็กๆจากมือเขาไปลบโต๊ะตัวเองบ้าง  ลักษณ์อยากแย่งยางลบก้อนนั้นคืนมาก่อนที่อีกฝ่ายจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

            “นี่อะไร”  ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว  เพราะสายตาคมเข้มจับจ้องไปที่รอยดินสอที่เขียนเอาไว้บนยางลบก้อนเล็ก....มันเป็นรูปขวดทรงสูง...ขวดไวน์ที่ปากขวดแหว่งไปเล็กน้อยเพราะเนื้อยางลบที่หายไป

            “เอ่อ...”  ลักษณ์อึกอัก  นึกโกรธตัวเองที่มือบอนไม่เข้าท่า  เผลอวาดรูปนั้นลงไป....อันที่จริงรอยดินสอนั่นมันฝังอยู่ในเนื้อยางลบตั้งแต่ม.6เทอมปลายแล้ว  ใช้ไม่หมดก้อนสักที

            “เดี๋ยวนี้มึงหมกมุ่นกับเรื่องนี้ขนาดนี้เลยเหรอ”  อีกฝ่ายถามเสียงเข้ม  คนฟังเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ  “กูเคยบอกแล้วไงว่าแอลกอฮอล์มันไม่ดี  มึงก็ยังกินอีก  หรือว่าพวกเพื่อนที่คณะฯ ไอ้กลุ่มหล่อสัชนั่นมันชวนใช่มั้ย...”

            “ไม่ใช่...”

          “หรือจะเป็นรุ่นพี่ชวนไป  กูขอเตือนมึงอีกรอบ  ไอ้ลักษณ์...กินเหล้ามันไม่ดีต่อสุขภาพหรอกนะ  ไม่ได้ดูเท่ด้วย   แถมพอเมาก็ไร้สติ  ทีนี้ใครจะทำอะไรก็ได้ล่ะมึงไม่รู้ตัวหรอก  ลักษณ์...เลิกเลยนะ”

          “กูไม่ได้กิน  กูวาดเล่นเฉยๆ  นี่มึงเป็นเพื่อนหรือเป็นพ่อเนี่ย”  ลักษณ์ตอบเสียงดัง  แย่งยางลบคืนมาจากอีกฝ่ายจนได้  เหลือบตามองคนที่ดุเขาอย่างโกรธๆ

            “ก็ดูมึงทำตัวดิ   แล้วจะไม่ให้กูห่วงได้ไง”  ไวน์พูด   ขมวดคิ้วกลับ  อยากเอานิ้วจิ้มที่แก้มใสๆป่องๆนั้นแรงๆเข้าสักที  จะได้เลิกดื้อ  เลิกเถียง

            “ไวน์...”  ลักษณ์เรียกชื่อเขาแล้วกลับเงียบไปอีก

            “ทำไม  โกรธหรอ  โอ๋นะ”  เขายกมือขึ้นยีหัวทุยๆที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสั้นๆนั้นเล่น  ลักษณ์เบี่ยงหัวหลบ ปัดมือของเขาออกอีกรอบ

            ท่าทางของลักษณ์เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง  ไวน์เห็นริมฝีปากบางคู่นั้นขยับขึ้นลง อ้า-หุบเหมือนปลาสำลักน้ำ  ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจกับดวงตาที่จ้องมองตรงมาที่เขาผ่านแว่นสายตาอันใหญ่  มันมีแววอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากทุกที   เขาไม่เคยถูกลักษณ์มองด้วยสายตาเช่นนี้มาก่อน

            “มีอะไรหรือปละ...”  ยังไม่ทันถามจนจบก็พอดีได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้นที่หน้าประตู  ลักษณ์ลุกพรวดเดินไปที่ประตูทันที    เขาเลยลุกเดินตามหลังไป

         




ต่อด้านล่างค่ะ

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ต่อนะคะ

 



            “รอนิดนึงน่ะลูก  ป้าขอโทษที   ไม่ทันดูนึกว่าออกจากห้องกันมาหมดแล้ว”  เสียงสาวใหญ่ที่ดูแลตึกเรียนดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก

            ข้างนอกนั่นมีเพื่อนสนิทของเขา...ไอ้นพยืนอยู่ข้างๆกับนิว  คนรัก  ไวน์ยกมือขึ้นตบบ่าเพื่อนแทนคำขอบคุณ  แล้วหันไปจับมือนิวที่เดินตรงเข้ามาหา  ท่าทางตกใจไม่น้อย

            “เป็นยังไงบ้างไวน์  นิวตกใจแทบแย่แหนะ  ดีนะเจอนพก่อน”  นิวพูด  กวาดตาสำรวจตัวเขาราวกับเขาเพิ่งกลับจากสนามรบ

            “ไม่ได้เป็นอะไร  แค่ร้อนนิดหน่อย”  เขาตอบ  ยกมือขึ้นโอบไหล่ของนิวเอาไว้ด้วยความเคยชิน

            “อ้าว...ลักษณ์   อ๋อ  เพื่อนที่ไวน์บอกคือลักษณ์เองหรอ   ดีใจจังที่เป็นลักษณ์  นี่ถ้าเป็นคนอื่นนิวอาจจะคิดว่ามีคนวางแผนอยากติดอยู่ในห้องกับไวน์สองคนแหงๆ”  นิวพูดพลางยิ้มกว้างมาให้ลักษณ์ที่เพิ่งยกมือไหว้ขอบคุณป้าแม่บ้าน

            “ดูซีรี่ส์มากไปแล้วเราน่ะ”  ไวน์พูดกลั้วหัวเราะ  ยกมือขึ้นจับศีรษะเล็กๆของคนพูดโยกเล่นอย่างเอ็นดู

            “แหม  คิดว่านิวไม่รู้หรอว่าแฟนตัวเองฮอตขนาดไหน”  นิวพึมพำ  “หิวแย่เลยสิ  เราไปกินข้าวกันเถอะ  ไปด้วยกันมั้ยลักษณ์  นพ”

            “เรากลับไปกินที่บ้านน่ะ”  ลักษณ์ตอบเรียบๆ

            “บ้านลักษณ์เป็นร้านข้าวแกง”  ไวน์เอ่ยขึ้น  “อยากไปลองมั้ยล่ะ  อาหารฝีมือป้าของลักษณ์อร่อยมากๆเลยล่ะ  ไวน์กินมาตั้งแต่มอต้นแน่ะ”

          “โหย  จริงดิ  งั้นวันนี้เราขอไปกินที่ร้านป้าลักษณ์ด้วยได้มั้ย”  นิวพูดอย่างยินดี

            ลักษณ์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้ารับอย่างแกนๆ  ทั้งๆที่อยากหนีกลับบ้านเต็มทนแล้ว 

            พวกเขาขึ้นรถแท็กซี่ตรงมาจอดที่หน้าบ้านของลักษณ์  ป้าดาตื่นเต้นดีใจใหญ่ที่เพื่อนหลานคนโปรดกลับมาเยี่ยมร้านเสียทีหลังจากหายหน้าหายตาไปพักใหญ่  แถมยังพาเพื่อนคนใหม่มาแนะนำให้รู้จักอีกด้วย

            “ป้าก็ถามไอ้ลักษณ์มันทุกวันว่าไวน์หายไปไหน  เรียนหนักหรอลูก”

          “ครับป้าดา  นิดหน่อย”

          “ป้าคิดถึงแรงงานทาสน่ะ  ไม่มีมึงมาช่วยแล้วกูกับไอ้ลักษณ์โคตรเหนื่อยเลย”  พี่รามพูดเสียงดังมาจากอีกด้านของร้าน   ป้าดาหัวเราะร่วน

            “แหม  หลานฉันได้เป็นคุณหมอแล้วนะ  จะให้มาช่วยแบกของเสิร์ฟอาหารได้ไง  เอ้า...นั่งๆลูกนั่ง  แล้วคนนี้ใคร  หน้าตาน่าเอ็นดู”

          “นิวครับ  เป็นแฟนผมเอง”  ไวน์แนะนำ  ทำเอาคนฟังอึ้งไปทั้งสามคน  ก่อนที่ป้าดาจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนด้วยท่าทางเป็นมิตร

            “โอ้โห  วันนี้วันดีนะ  ไวน์พาแฟนมาเปิดตัวกับป้า  เอ้า  เข้ามาเลยลูก...น้องนิวใช่มั้ย   อยากกินอะไรเป็นพิเศษ วันนี้ป้าดาเลี้ยง  บอกมาเลยป้าทำเป็นทุกอย่าง”   ป้าดาเลื่อนโต๊ะให้ไวน์กับนิวนั่งด้วยกันใกล้ๆหน้าร้าน  ไวน์พูดแนะนำเมนูเด็ดในร้านให้อีกฝ่ายฟังอย่างคล่องแคล่ว

          ลักษณ์มองภาพเบื้องหน้าเงียบๆ  เขาถอยไปช่วยพี่รามเก็บเงินเหมือนที่ทำทุกที  พี่ชายไม่พูดอะไรกับเขาเลยนอกจากส่งย่ามกระเป๋าเงินมาให้

            “ฝากหน่อย  กูจะไปฉี่”  พี่รามพูดแล้วก็เดินหายไปด้านหลังร้าน

            ลักษณ์ทำงานไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งไวน์กวักมือเรียกเข้าไปหา  เขาเดินเข้าไปที่โต๊ะที่ตอนนี้มีอาหารวางเรียงอยู่เต็มนั้นช้าๆ

            “พักกินข้าวก่อน  ตั้งแต่มายังไม่เห็นมึงกินข้าวเลยลักษณ์”  ไวน์พูดขึ้น

            “ยังไม่หิว  ไว้กินตอนเก็บร้านทีเดียว”  ลักษณ์ตอบกลับไป มีลูกค้ายกมือเรียก  เขาเลยฉวยโอกาสนั้นเดินหนีจากไป  หูยังได้ยินเสียงพูดคุยกันแว่วๆดังมาจากโต๊ะนั้น   ดูเหมือนไวน์จะเล่าเรื่องความหลังอะไรสักอย่างเกี่ยวกับร้านนี้ให้คนรักฟัง

            “จริงหรอ  ฮ่าๆ  ตลกจัง  นี่นิวไม่คิดเลยว่าลักษณ์กับไวน์สนิทกันขนาดนี้  ตอนแรกนึกว่ามาจากโรงเรียนเดียวกันเฉยๆเสียอีก   ลักษณ์ๆ  เสร็จยัง มาเผาไวน์ให้นิวฟังบ้าง  ไวน์เผาลักษณ์จนไม่เหลือแล้ว  ฮ่าๆ”  นิวกวักมือเรียกมาแต่ไกล   ลักษณ์ลอบถอนหายใจยาวอย่างอึดอัดแล้วเดินเข้าไปร่วมวงด้วย

            “ไวน์เผาอะไรเราไปบ้าง”  เขาถามเป็นประโยคแรก  พยายามไม่สบตาคมๆของคนที่นั่งทางซ้ายมือมากเกินไป   นิวหัวเราะร่วน  เล่าเรื่องสมัยที่เขาริจีบสาวครั้งแรกออกมา  คนฟังหน้าแดงก่ำ  หันไปถลึงตาใส่คนปากมากอย่างลืมตัว

            “ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนเอาขนมกับการ์ดไปไว้ใต้โต๊ะด้วย”  นิวเหมือนจะไม่ได้สังเกตอาการของผู้ร่วมวงทั้งคู่  ยังคงหัวเราะอย่างสนุกสนาน   ยกมือขึ้นตบไหล่ลักษณ์เบาๆแทนการปลอบใจ “ไม่เป็นไรนะลักษณ์  แต่เสียดายขนมผิงแย่เลย”

          “อืม  รู้งี้เก็บไว้กินเองเสียก็ดี  เจ้าอร่อยด้วย”  ลักษณ์เออออตามไป   นั่งฟังนิวกับไวน์ผลัดกันเล่าเรื่องตลกๆของตัวเองบ้าง ของเพื่อนๆบ้างออกมา

            “แล้วไวน์ล่ะ  ไวน์เคยแห้วบ้างมั้ยลักษณ์”  มีอยู่ตอนหนึ่งที่อีกฝ่ายหันมาถามเขา  ลักษณ์เหลือบมองหน้าคนชื่อไวน์แวบหนึ่งแล้วส่ายหน้า

            “ไม่มีหรอก  ดูจากหน้ามันก็รู้แล้ว  ถ้าหน้าอย่างมันยังรับประทานแห้ว  อย่างเราคงไม่ต้องไปจีบใครแล้วล่ะ”

          “อะไรกัน  เราว่าลักษณ์น่ารักออก ....แล้วว่าแต่ไวน์มีแฟนมากี่คนแล้วเหรอลักษณ์”  ท่าทางนิวจะอยากรู้เรื่องความรักเก่าๆของไอ้ไวน์มันจริงๆแฮะ...ลักษณ์คิดอย่างหงุดหงิด

            “ไม่รู้สิ  ต้องถามเจ้าตัว  แต่สงสัยจะนับไม่หวาดไม่ไหวมั้ง”  เขาโยนกลับไปให้คนที่นั่งอมยิ้มมองแฟนตัวเองอยู่นั้น

            “หืม  กี่คนน่ะไวน์  หรือนับไม่ถ้วนจริงๆ”  นิวหันไปเอียงคอถาม   ไวน์ยิ้มนิ้วชี้ขึ้นชูแทนสัญลักษณ์ตัวเลข

            “1 คน?  จริงหรอลักษณ์”

          ลักษณ์ยักไหล่  ความจริงแล้วเขากำลังนึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน  ก็ที่ผ่านมาเขาก็เห็นมันคบผู้หญิงออกเยอะแยะ  ทั้งที่รู้และไม่รู้   ไอ้ไวน์ถือเป็นหนุ่มป๊อบของโรงเรียนเลยนะ

            “มีคุยบ้างแต่ไม่ถูกใจ  นิวเป็นแฟนคนแรกของผม”  ไวน์พูดยิ้มๆ

            ลักษณ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนฟัง แต่ก็พอเดาได้ว่าเจ้าตัวคงจะกำลังยิ้มหวานด้วยความปลาบปลื้มอยู่แน่ๆ  ขนาดเขาเองยังอดรู้สึกประทับใจไม่ได้เลย....เป็นแฟนคนแรกงั้นเหรอ   ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าแต่คงได้ใจคนรักไปเต็มๆ   ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนกะทันหัน

            “โต๊ะนั้นเรียกเก็บตังค์  ขอไปทำงานก่อนนะ”  หางตาเห็นมือใหญ่กำลังเลื่อนไปกุมมือน้อยที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้  ลักษณ์บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมตัวเองจะต้องรีบพรวดพราดเดินเข้าไปที่โต๊ะหลังร้านด้วยทั้งๆที่พี่รามก็กำลังยืนคิดเงินอยู่ก่อนแล้ว

            “อะไรของมึงไอ้ลักษณ์  กูคิดไปแล้ว”

          “ผมช่วยทอนให้  เท่าไหร่”  ลักษณ์แย่งเอาย่ามเงินมาสะพายอีกรอบ  หลังจากนั้นเขาก็ไม่เฉียดกรายเข้าไปใกล้โต๊ะของสองคนนั้นอีกเลยจนกระทั่งทั้งคู่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาเองก่อนกลับบ้าน

            “วันนี้ขอบใจมากเลยนะลักษณ์  โทษทีไม่ได้ช่วยเลย  ไว้วันหลังให้เรามาช่วยเสิร์ฟบ้างนะ  ดูน่าสนุกดี”  นิวพูด  แล้วโบกมือให้เขา   ป้าดาเข้ามาร่วมวงด้วย  เธอยิ้มกว้างเมื่อได้ยินแขกของหลานชายชมรสชาติอาหารของเธอแถมบอกจะกลับมากินอีกด้วย

            ลักษณ์ไม่ได้ฟังว่าป้าดาพูดอะไรอีกบ้าง  เขากำลังยืนจ้องหน้าเพื่อนสนิท  อดีตเด็ก(ช่วย)เสิร์ฟที่ร้านที่กำลังยืนมองหน้าเขาอยู่เช่นกัน

            “ร้านลูกค้าเยอะขึ้น  ทำไมไม่บอกป้าดาให้จ้างคนเพิ่ม”  เสียงห้าวๆนั้นพูดขึ้น

            “กูกับพี่รามช่วยกันยังไหวอยู่  ไม่ต้องห่วง”

          “ไว้กูว่างๆจะมาช่วยเสิร์ฟให้เหมือนเดิม”

          “ไม่ต้องหรอก  อย่ารบกวนเลย”  ลักษณ์ตอบกลับไป  ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวทั้งที่ไม่มีสาเหตุเลยสักนิด...เขาคงเป็นบ้าไปเอง  “มึง...ต้องดูแลนิว   แถมใกล้สอบแล้วด้วย  อ่านหนังสือเถอะ”  เขากัดฟันพูดเร็วปรื๋อ

            “แล้วมึงมีเวลาอ่านเหรอลักษณ์  กลับมาก็ต้องมาทำงานงกๆแบบนี้”

          “กูแบ่งเวลาได้น่า  กูรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้อยู่แล้ว”  ...มึงไม่ต้องยุ่ง  เขากลืนคำพูดนั้นลงไป  ไม่ได้พูดต่อ  แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนสนิทของเขาจะเดาได้  ร่างสูงใหญ่นั้นยักไหล่  ไม่พูดอะไรอีก

            ไวน์ยกมือไหว้ลาป้าดากับพี่รามแล้วก็เดินเคียงข้างคนรักกลับออกไปจากร้าน  ลักษณ์หันหลังกลับพึมพำว่าปวดฉี่ เดินแกมวิ่งเข้าไปหลังร้าน

            รามมองตาม  เขาหันไปเห็นป้าดากำลังมองอยู่ด้วยเช่นกัน  ป้าของเขายิ้มออกมานิดๆ แล้วสั่นศีรษะเบาๆเป็นเชิงห้ามไม่ให้ตามไป  ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก ก้มลงเก็บจานต่อด้วยความกลัดกลุ้ม

            ....มันเล่นอะไรกัน  สงครามประสาทหรือไง  งานนี้น้องเขาคงจะแพ้ตั้งแต่ยังอยู่ในมุ้งเลยมั้ง

            ไอ้ไวน์...กูเคยบอกมึงว่ายังไงยังจำได้มั้ย?

            ...

         

มาอัพต่อนะคะ  ช่วงนี้อัพบ่อยนิดนึงไม่ว่ากันนะ  กำลังมันส์กับเรื่องนี้มาก555555 อยู่ทีมใครคะ  เชียร์ลักษณ์หรือไวน์555  ถ้าคิดไม่ออก เชียร์คนเเต่งก็ได้นะคะ อิอิ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะ  ขอบคุณที่เม้นท์กันมาด้วย  ดีใจมากๆค่ะ  ขอบคุณสำหรับกลอนด้วยนะคะ  เราจำได้ว่าเคยเเต่งให้อีกเรื่องนึงด้วย  ปลื้มมากอ่ะ5555
สำหรับคนที่เล่น  ทวิต #แอบลักษณ์ นะคะ


เจอกันตอนหน้าค่ะ  :katai4:

 

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
บวกเป็ด บวกหนึ่ง


น้ำตาใส ไหลกระฉอก ออกเป็นเล่น
น้ำตาใส ไหลเยียบเย็น เค้นนักหนา
น้ำตาใส ไหลต่อเนื่อง เปลื้องดวงตา
น้ำตาไหล ทุกเวลา ว่าบ้าบอ

ถ้ากรูเจ็บ แล้วมาง้อ ว่าขอโทษ
ที่ทำไป ไม่ให้โกรธ พิโรธขอ
อย่าสำคัญ ตัวเองผิด คิดว่ารอ
คนอย่างกรู แค่นี้พอ ไม่ท้อนาน

อย่าทำร้ายด้วยคำว่า"รัก"กันเลย
หึหึ

ออฟไลน์ THiiCHA

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +211/-4
โอ้ยยยย ยินดีค่ะ อัพบ่อยๆได้เลยตามที่ใจต้องการ
คนอ่านยินดีอย่างยิ่งเพราะเรื่องกำลังสนุกได้ที่เลย 555555
เลือกไม่ถูกว่าจะอยู่ทีมลักษณ์หรือไวน์ดี  ดีใจที่ลักษณ์รู้ใจตัวเองแล้ว
แต่หน่วงใจที่ไวน์ดูรักกันดีกับนิว
เอาเป็นว่าอยู่ทีมคนเขียนดีกว่า  ฮ่าๆๆ   
 
ปล.  พออ่านเรื่องนี้ฉากขัดห้องน้ำแล้วทั้งสงสาร ทั้งขำ ทั้งเอ็นดู  55555555
เรามีเพื่อนสนิทคนนึงที่เวลาเครียดๆมันจะขัดห้องน้ำแบบลักษณ์นี่เลย


ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
หึ ไวน์ โดนพี่รามจัดการแน่ :hao3: #ทีมลักษณ์

ออฟไลน์ Abella

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ไวท์นี่ยังไง บอกว่ารักแต่จีบอยู่แปปนึงก็ไปหาคนอื่นมาเป็นเอามาควงเฉยถึงจะแอบชอบมานานก็เถอะดูยอมแพ้ง่ายไป รักแบบนี้ก็ไปเถอะ ลักษณ์ก็นะรู้ใจช้าไปถ้าไม่ทันก็ทำใจหาใหม่ดีกว่าอย่าไปรักเลยไวท์น่ะ เชิญไวท์รักนิวให้สบายไปเลยจ้า เท

ออฟไลน์ โอ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
 :m16:เปลี่ยนใจง่ายดีนะทำเหมือนรักมากพอไม่สมหวังแป๊ปเดียวได้แฟนใหม่แล้วเชื่อได้มั้ยคำว่ารักจากคนแบบนี้หาคนใหม่เถอะ :m31:

ออฟไลน์ Naam3

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :katai2-1: :hao5: :hao3: :katai1:
สงสารลักษณ์ๆๆๆๆรอๆๆๆ :hao7: :L2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด