°•°•°Hidden Wood°•°•°•[เส้นผมบังใจเขา] #แอบลักษณ์ อัพบทที่28 22/6/60
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: °•°•°Hidden Wood°•°•°•[เส้นผมบังใจเขา] #แอบลักษณ์ อัพบทที่28 22/6/60  (อ่าน 85292 ครั้ง)

ออฟไลน์ THiiCHA

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1921
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +211/-4
มีความตอแหล
นิวคนเดิมคนดีหายไปไหน  =[]= 
ตอนแรกสงสารนิว แต่ตอนนี้ไม่สงสารแล้ว 
สงสารตัวเองนี่แหละต้องมาปวดตับกับรักสองสามคนนี้ 5555555+


 
 

 

ออฟไลน์ fsbeentaken

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
จริงๆที่สองคนนี้ทำอยู่มันไม่ได้ถูกซะทีเดียว เพราะคนที่จะเสียใจที่สุดคือคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ออฟไลน์ Naam3

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สงสารลักษณ์ๆๆๆๆๆแค่ความรู้ช้าเองๆๆๆนะๆๆๆรอๆๆต่อๆๆๆลุ้นๆๆๆนิวร้ายลึกนะเนี่ยยยๆๆ :mew4: :hao7: :เฮ้อ: :3123: :mew1:

ออฟไลน์ mareya.no7

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 560
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
อีนิวนี่โคตรตอแหลเลย ถ้าไวน์เชื่อก็เสียดายเวลาที่เป็นเพื่อนกันมา เพราะไวน์น่าจะรู้จักลักษณ์ดีที่สุด

ออฟไลน์ yamapong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
โหหหหห ตอแหลขั้นสุด

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
อีลุงตุงนังมาก :katai1: :serius2:

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
อ่านระขึ้น ละครมากจ๊ะ

เอาตรงๆปะ นี่นิวไปคุยกับไปลักษณ์แล้วรักเชื่อนี่เป็นไปได้เพราะลักษณ์ทำตัวเอง ตอนเค้าชอบไม่ชอบ ตอนเค้ามีอื่นค่อยมาสนใจ มันช้าไปแล้ว ลักษณ์เป็นพวกหัวอ่อน อยู่ด้วย ลึกๆก็รู้สึกผิดพอมาได้ยินอะไรแบบนี้ คิดถี่ถ้วนไม่ออกหรอก เชื่อแน่นอน


แต่ไวน์ คิดดีๆนะ เอ็งแอบรักเพื่อนสนิทมากี่ปี คิดดูดีๆว่า ลักษณ์เนี่ยนะจะพูดแบบนี้ โคตรเป็นไปไม่ได้ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันนี่จะไม่หลุดสันดานเสียเลยหรอ



คนเราเวลารักใครแมร่งเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้เลยหรอ อีรุงตุงนังมากทุกฝ่ายเลย


ทุกคนล้วนมีด้านดิบอยู่ในใจ แต่จะทำตามไหม มันอยุ่ที่ตัวเองแล้วละ



นิวเอ้ยย เสียแรงที่เอ็นดู :katai4:

ออฟไลน์ kaokorn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 955
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
อืมม์ เพิ่งได้เข้ามาอ่าน เศร้าเหมือนกันนะ แต่ไปๆมาๆตามอ่านจนทันเลย อยากรู้ว่าจะเป็นไงต่อ
สงสารไวน์นะ แต่เอานิวมาเป็นแฟนเร็วไปป่ะ ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย แถมอกหักอีก ไม่มีเหตุผลไปหน่อย
รู้ก็รู้ว่าลักษณ์ซื่อบื้อ ต้องใช้เวลาปรับตัวสักพัก นี่สองอาทิตย์เอง มีแฟนแล้ว ทั้งๆที่รักมา 7 ปีนี่นะ ไม่ชอบเลยจุดนี้
แล้วถ้านิวพูดแบบนี้แล้วเชื่ออีกนี่ก็ไม่รู้จะพูดไงดี ลักษณ์ซิ่วไปเรียนที่อื่นให้กาลเวลาช่วยไปเลย สวยๆ อยู่ไปก็เครียดเปล่าๆ
555+ เขียนยาวเหยียดเพราะอ่านต่อเนื่อง กำลังอินเลย ได้แต่รอตอนหน้าว่าเหรียญจะออกด้านไหน
ขอบคุณคนแต่งที่แต่งเรื่องสนุกให้ได้ติดตามอ่านด้วยนะคร้าบบบบ  :L2:

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 338
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3
มันหน่วงจนอยากจะเลิกอ่านกลางทางเลย ฮรึกก แต่ก็อยากจะรู้ว่าทั้งสองคนจะเข้าหากันยังไง ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ฝ่าฟันมันไปให้ได้นะะะ  :ling3:

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
จะมาต่ออีกหรือเปล่า
แต่คืนนี้คงจะอยู่ไม่ดึก
เพราะเหมือนจะง่วงๆแล้วอ่ะ

ฝนตกอากาศน่านอนม่อก


#ยังไม่ปลื้มไวน์#ตัวก่อเรื่องขึ้นมา#มันยุ่งพันกันเป็นฝอยรุย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ libra82

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +235/-5
อ้าว อีน้องนิว ทำไมเป็นเด็กตอแหลแบบนี้ล่ะลูก อุตส่าห์น่ารักมาตั้งนาน เดี๋ยวก็เชียร์พี่รามจัดการซะหรอก

ออฟไลน์ ไป๋ไป๋

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ความหวังยุที่เอ็งแล้วไวน์ อย่าโง่นะแกรรรรร๊

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่ 22

Rain cats and dogs.

 

 

 

 

            “เพื่อนลักษณ์....เป็นไงบ้างครับมึง  เที่ยวฟาร์ม เอ๊ย...งานสังคมกลุ่มมึง สนุกมั้ย”  เสียงแซมดังนำหน้ามาแต่ไกล  ลักษณ์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กางเอาไว้บนโต๊ะ  ตอบกลับเรียบๆ

            “ก็ดี  ได้สถานที่ที่จะไปทำโครงงานล่ะ  แล้วพวกมึงอ่ะเป็นไงบ้าง  ทริปขึ้นเขา เวิร์คมั้ย”  ท่าทางอยากเล่าเต็มแก่ของแซมทำให้เขาต้องถามกลับบ้าง  ทั้งที่ยังไม่มีอารมณ์อยากฟังเรื่องสนุกของใครทั้งนั้น

            “เวิร์คโคตรๆ  สนุกมากมึง  เดี๋ยวรอให้ไอ้เบียร์กับไอ้เต้มาก่อน  กูจะเล่าให้ฟัง....ไม่เอา  กูเล่าเลยดีกว่า  คืองี้เว้ย  ตอนแรกก็นั่งรถขึ้นเขากัน  นั่งๆอยู่ปรากฏรถเครื่องดับ  ไอ้เชี่ย  แล้วดันดับตอนอยู่กลางเขา  แล้วมึงลองคิดดูภาพรถค่อยๆไหลลงเขาอ่ะ  สยองมาก  ตอนนั้นกูก็นั่งภาวนาอยู่กับไอ้สองตัวนั้น  แล้วรู้มั้ยว่ามีนางฟ้าที่ไหนมาช่วย....นางฟ้าจริงๆมึง สวยเซ็กซี่ นมตู้ม..”

            ลักษณ์ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง  คอยพยักหน้าอือๆออๆตาม  ชะโงกมองรูปของสาวที่เพื่อนแซมเก็บเอามาเพ้อถึงนิดนึง  แต่ความสวยเย้ายวนที่เขาเคยชอบเช่นกันนั้นกลับไม่ทำให้ลักษณ์อารมณ์ดีขึ้นเหมือนทุกที

            ความรู้สึกของเขามันเบลอๆ  เหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากการนอนหลับอันยาวนาน  ถ้าเปรียบเทียบเหตุการณ์ที่ฟาร์มเหมือนอยู่ในความฝัน   การที่นิวมาหาเขาที่บ้านก็เหมือนการเขย่าปลุกตัวเขาแรงๆให้สะดุ้งตื่น       

            พอกันทีกับความรักที่รู้ตัวเมื่อสายไป...ลักษณ์นอนคิดกลับไปกลับมาทั้งคืน  ฟังเสียงฝนตกพรำนอกหน้าต่าง  มันเป็นคืนที่ทรมานมากในความรู้สึกของเขา  แต่พี่รามพูดถูก...เขาเคยโง่มาครั้งหนึ่งแล้วที่รักเพื่อนโดยไม่รู้ตัว  เขาไม่ควรจะโง่เป็นครั้งที่สองด้วยการทู่ซี้รักมันต่อ  ทั้งที่มันมีแฟนแล้ว  แถมแฟนยังเป็นคนดี...เหมาะสมคู่ควรกันทุกอย่าง

            ลักษณ์นึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเอาอะไรไปสู้กับนิวได้  นอกจากความจริงในใจที่ไวน์ไม่ต้องการแล้ว

            การตัดใจคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่เขาคิดออก

            ลักษณ์เก็บรวบรวมของไม่กี่อย่างที่อยากให้ไวน์ใส่ถุงผ้าเล็กๆ  เขาเอามันติดกระเป๋าเป้มาเรียนด้วยวันนี้  กะว่าหลังเลิกเรียนจะรวบรวมความกล้าอีกสักครั้ง  เดินเข้าไปหาไวน์และจบเรื่องทุกอย่างนี้ซะ

            แม้แต่ความเป็นเพื่อน...ลักษณ์ก็คิดว่ามันคงไม่จำเป็นสำหรับเราอีก

            คาบเช้าวันนั้นไวน์ไม่มาเข้าเรียน  ลักษณ์พยายามมองหาแล้วแต่ก็ไม่เห็น  เขาเดินไปกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนๆในกลุ่มด้วยใจที่ห่อเหี่ยวกว่าปกติ

            “ลักษณ์...ไปเที่ยวสนุกมั้ย  ไม่เห็นอัพรูปบ้างเลย”  วิปเข้ามาทักเขาก่อน   ลักษณ์รู้สึกแปลกใจเพราะสี่วันที่ผ่านมาเธอกับเขาไม่ได้ติดต่อกันเลย  “เราเอาของฝากมาให้น่ะ  พวงกุญแจปะการัง...ไว้เผื่อห้อยกระเป๋าได้”  เธอส่งพวงกุญแจสีแดงที่ทำจากเปลือกหอยมาให้  มันก็สวยดีอยู่หรอก

            “ขอบคุณนะวิป....เราไม่ได้มีของมาฝากเลย  ที่เราไปมีแต่...กองฟางกับขี้วัว”

            “ก็เธอไปทำงานนี่  ฮ่าๆ  ไว้วันหลังเราไปเที่ยวด้วยกันนะ”  วิปพูดยิ้มๆ แล้วขอตัวเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆของเธอ

            เบียร์เอื้อมมือมาพาดไหล่ของเขา  พูดแกมหัวเราะ

            “แบบนี้สงสัยจะได้การ  ไอ้ลักษณ์เชื่อกู  วิปสนใจมึงจริงๆนะเนี่ย  รุกเลยมึง”

            “เห้ย...เพื่อนกัน”  ลักษณ์พูดออกไป  แต่ในใจอดคิดตามที่เพื่อนบอกไม่ได้  หรือว่าวิปจะเป็นคนนั้น....คนที่จะช่วยให้เขาผ่านความเจ็บปวดนี้ไปได้  มันจะดีหรือเปล่านะ

            โทรศัพท์มือถือสั่นครืด   ลักษณ์หยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นชื่อของคนที่โดดคาบเช้า  เขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ลังเล  ฝ่ายนั้นโทรกลับมาอีก  โทรศัพท์ของลักษณ์สั่นจนเพื่อนๆที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันเงยหน้าขึ้นมอง

            “ใครวะ  มึงก็กดรับไปสิลักษณ์”  แซมพูดอย่างหงุดหงิด

            “ถ้าไม่อยากคุยก็ปิดเครื่องไปเลย  ไม่ก็บล็อกเบอร์”  เต้เสนอขึ้นมาบ้าง

            ลักษณ์เลยกดปิดเครื่อง  ตัดปัญหาไปซะ...เขาไม่อยากรู้ว่าไอ้ไวน์จะมาพูดว่าอะไรอีก  เขาไม่สนใจ

            “คาบบ่ายแลปไบโอ   เบื่อจริงๆ จะนอนก็ไม่ได้”  เพื่อนๆเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น  ลักษณ์พยายามร่วมวงสนทนาด้วย  อย่างน้อยเขาจะได้ไม่เอาแต่ครุ่นคิดเรื่องเดิมๆ

            กินข้าวเสร็จพวกเขาก็เตรียมตัวเข้าเรียนต่อคาบบ่าย  ร่างสูงโปร่งของพี่สิงห์  พี่รหัสของลักษณ์ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าห้องเรียน  ลักษณ์แปลกใจมาก  เดินเข้าไปยกมือไหว้ทักทาย

            “ไงลักษณ์  สอบกลางภาคเป็นไงบ้าง  วันนี้พี่น้ำหวานให้มาบอกว่าจะเลี้ยงตอนเย็น  พี่ไลน์ไปบอกเราแล้วแต่เราไม่อ่านเลย  มือถือก็ติดต่อไม่ได้เลยมาดักรออยู่นี่แหละ”

            “พี่น้ำหวานเหรอครับ”  ลักษณ์ทวน  นึกถึงใบหน้าสวยหวานของพี่รหัสปีสาม

            “เออ  จะได้มาอัพเดทชีวิตกันหน่อย ผ่านมาครึ่งเทอมแล้ว  ...เจอกันใต้คณะห้าโมงนะ  เราไปกับพี่  ไปเจอพี่น้ำหวานที่ร้านเลย  ส่วนพี่เค้าเดี๋ยวไปกับแฟนเอง”

            “ร้านอะไรเหรอครับ”

            “เดี๋ยวพี่หวานไลน์มาบอก  ยังตกลงเรื่องร้านกันไม่ได้”  พี่สิงห์ตอบยิ้มๆ  โบกมือให้เขาแล้วก็เดินจากไป  ลักษณ์ขยับจะเรียกเอาไว้..  เขาไม่อยากไปเท่าไหร่  อยากจะเปลี่ยนใจปฏิเสธแต่อีกฝ่ายก็เดินลับมุมตึกไปแล้ว  เขาถอนหายใจยาว  หมุนตัวจะเข้าห้องเรียน  แต่ก็มีเสียงเรียกเอาไว้ก่อน

            “ลักษณ์”

            เสียงห้าวๆที่เคยคุ้นทำให้ลักษณ์ใจเต้น  เขาสะกดใจหันกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเรียบเฉย  ซ่อนอารมณ์ต่างๆเอาไว้มิดเม้น

            “อ้อ...ไวน์”

            “ขอคุยด้วยหน่อยดิ”  เสียงไอ้ไวน์แหบมากเหมือนคนไม่สบาย  ดวงตาที่มองมาที่เขาแดงนิดๆ  “เรื่องสำคัญมาก”

            “ถึงเวลาเรียนแล้ว  อาจารย์เช็คชื่อ  มึงก็ต้องรีบไปเข้าเรียนไม่ใช่เหรอ”

            “วันนี้กูลาป่วย”  อีกฝ่ายตอบกลับมา  ลักษณ์พิศดูริมฝีปากแดงสดที่แห้งผากของไวน์แล้วก็อดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้

            “งั้นก็กลับไปนอนพักเถอะ  ไว้ค่อยคุยกัน”

            “เรื่องของเรานะ”  ไวน์พูด  เอื้อมมือมาจับที่แขนของลักษณ์  มือของไวน์ร้อนจัด  ลักษณ์ชะงักไปครู่  “ขอเวลาแปบเดียว”

            ลักษณ์เหลือบมองเข้าไปในห้องเรียน  เห็นอาจารย์เริ่มเขียนลงบนกระดานแล้ว  เขาปัดมือของไวน์ออก  พูดออกไปโดยไม่มองหน้า

            “ไม่ได้...ต้องเข้าเรียนแล้ว  ไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะ”

            ...ไว้กูพอทำใจได้แล้ว  เราค่อยคุยกันนะ... ลักษณ์รีบเดินเข้าห้องเรียนอย่างรวดเร็ว  หางตาเห็นร่างสูงใหญ่นั้นยืนเกาะกระจกอยู่ด้านนอกพักหนึ่ง  พอเขาเงยหน้าขึ้นมาจากขากบอีกที  ไวน์ก็หายตัวไปแล้ว

            เย็นวันนั้นหลังเลิกเรียน  ลักษณ์มานั่งรอพี่รหัสที่ใต้ตึกคณะฯ  ไม่นานพี่สิงห์ก็เดินมาหา  ในมือแกว่งกุญแจรถมาด้วย

            “รอนานหรือเปล่า โทษทีพี่เพิ่งเลิกเรียนน่ะ”

            “ไม่นานครับ....ตกลงไปร้านไหนเหรอครับ”  เขาลุกเดินตามหลังพี่รหัสไปที่รถยนต์ที่จอดเอาไว้หน้าตึก

            “เอาน่า...เดี๋ยวพาไป  รับรองไม่เคยไปมาก่อน”  พี่ปีสองพูด  แล้วสตาร์ทรถ  พาขับออกไปจากคณะโดยมีลักษณ์นั่งคู่ไปด้วย

            สายตาสองคู่มองตามหลังรถคันนั้นไปอย่างพอใจ  คนหนึ่งตัวเล็กแบบบางยืนกอดอกมีรอยยิ้มประดับอยู่ในหน้า  ส่วนอีกคนหนึ่งตัวสูงกว่ามาก  ยืนพิงกำแพงล้วงกระเป๋าอยู่

            “ขอบคุณมากนะพี่เนิร์ด  นิวจะไม่ลืมพระคุณเลย”  นิวหันไปยกมือไหว้ลูกพี่ลูกน้องของเขาอย่างดีใจ

            “กูไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย  ไอ้สิงห์มันทำของมันเอง”  เนิร์ดตอบ  “ถึงกูไม่ขอให้ช่วย  มันก็อยากได้เด็กคนนั้นอยู่แล้ว”

            “ยังไงนิวก็ติดหนี้บุญคุณพี่อยู่ดี  แล้วนิวจะบอกน้าจอยให้ว่าพี่ช่วยดูแลนิวดีแค่ไหน”

            “ดีมาก  แม่จะได้เลิกตัดเงินเดือนกูสักที   กูไปล่ะ....มึงก็อย่ามัวแต่เลินเล่อ  ดูแลแฟนตัวเองให้ดีๆด้วยล่ะ  ที่กูช่วยเพราะสงสาร เห็นว่ามึงมาร้องห่มร้องไห้โดนแฟนหลอกสวมเขาหรอกนะ”

            “หลังจากนี้จะไม่มีแล้วล่ะ  นิวจะไม่ยอมโดนหลอกอีกแล้ว”

            “ให้เลิกก็ไม่เลิก”  คนพูดยักไหล่  “ก็ทนต่อไปล่ะกัน”  คนพูดเดินจากไป

            นิวมองตามหลังแล้วหันไปมองถนนที่ทอดยาวเบื้องหน้า  เขารู้ว่าที่ทำมันผิด....แต่เขาไม่เหลือทางอื่นแล้วจริงๆ  ความรู้สึกของเขาที่มีต่อไวน์มันทั้งรักทั้งแค้น  เขาไม่อยากเสียไวน์ไป  เจ็บใจที่กลายเป็นคนโง่ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือประชดรัก  เสียใจที่ตัวเองดันหลงรักอีกฝ่ายหัวปักหัวปำ  เชื่อทุกอย่างที่ไวน์พูด  แถมยังหลงผูกมิตรกับคนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างลักษณ์

            แอบรักเพื่อนอย่างไวน์  เหอะ...เขาไม่แปลกใจเลย  คนอย่างไวน์ใครลองได้อยู่ใกล้ก็เป็นต้องหลงรักกันทั้งนั้น  แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแกล้งทำเป็นคนดีกับเขาด้วย  เขาไม่เชื่อหรอกว่าลักษณ์จะหวังดีกับเขาด้วยใจจริง  หรือที่พักนี้เขาทะเลาะกับไวน์บ่อยๆจะเป็นเพราะมีอีกฝ่ายคอยยุยงอยู่เงียบๆก็เป็นได้

            ถึงเวลากรรมตามสนองแล้วล่ะ...

            นิวกดโทรไปหาไวน์  อีกฝ่ายกดตัดสายทิ้ง  เขาไม่ละความพยายาม  เดินไปจนถึงคณะแพทย์  เจอเพื่อนสนิทของไวน์ที่เขาไม่เคยชอบหน้าเธอ  และเธอก็คงไม่ชอบเขาเช่นกัน

            “เพลินตา  ดีใจจังที่เจอเธอ  เห็นไวน์บ้างไหม”

            “มันไม่สบาย นอนอยู่ในห้องพยาบาล  เราจะให้ไปโรงพยาบาลก็ไม่ยอมไป”  เพลินพูด  “เธอลองเข้าไปดูหน่อยสิ  ไวน์คงจะเชื่อเธอมากกว่า”

          นิวยิ้มรับแล้วเดินเข้าไปในห้องพยาบาลขนาดเล็ก  มีเตียงนอนเพียงสองเตียง  ร่างสูงใหญ่นอนหลับอยู่บนนั้นเพราะพิษไข้   เมื่อวานไวน์คงเดินตากฝนกลับบ้านกระมังถ้าเขาเดาไม่ผิด  คงจะช็อคที่รู้ความจริงของเพื่อนสนิทจากปากของเขาเข้า

            “ไวน์  เป็นยังไงบ้าง”  เขาแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย  รู้สึกได้ว่ามันร้อนจัดจนเขาตกใจ  นิวเขย่าไหล่ของไวน์เบาๆ  “ไวน์  ทำไมเป็นหนักงี้ล่ะ  นิวว่าต้องไปรพ.แล้วนะ  ไวน์”  เขาพูด  ขยับจะออกไปตามเพื่อนข้างนอก  แต่ว่ามือร้อนของคนป่วยคว้าข้อมือของเขาเอาไว้เสียก่อน   ไวน์พยายามดันตัวลุกขึ้นมานั่ง

            “ผมไม่ไป  นิว  ผมโทรหาคุณทำไมไม่รับสาย  นิวจงใจหลบหน้าผมเหรอ”

            “เปล่านะ  ....ใช่  นิวก็ต้องการเวลาทำใจเหมือนกันนะไวน์”  นิวปฏิเสธในตอนแรกแล้วก็ยอมรับ  “นิวไม่ใช่พ่อพระนะจะได้ปล่อยให้ไวน์ไปหาลักษณ์ได้โดยที่นิวไม่เสียใจเลย”

            “นิวก็เลยโกหกผมใช่มั้ย”  เสียงแหบห้าวของคนป่วยทำเอาคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆเตียงชะงักกึก  หันกลับมามองอีกฝ่าย

            “นั่นไง  นิวนึกแล้วเชียวว่าสุดท้ายไวน์จะเลือกเชื่อใคร  ทำไม่นิวไม่แปลกใจนะ”

            “ผมไม่ได้เชื่อใคร  ผมเชื่อหัวใจของผมเองนิว...”  ไวน์หอบเล็กน้อย  สบตาเขาด้วยแววเจ็บปวดแกมผิดหวัง  “แต่ก่อนผมก็คิดว่าตัวเองเป็นคนฉลาด แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าตัวเองมันโง่บัดซบเลยที่ดูคนไม่ออก”

            “ไวน์หมายความว่าอะไร”  นิวพูดไปอย่างนั้นเอง  เขารู้แล้วว่าไวน์คงรู้ความจริงแล้ว  จะเป็นเพราะลักษณ์บอกหรือว่าคิดเองได้ก็แล้วแต่  เอาเป็นว่าไวน์โกรธมาก  แถมไม่ยอมปล่อยมือเขาด้วย

            “ผมรู้จักลักษณ์มาเกือบ 7 ปี  ผมรู้ว่าเค้าคิดอะไรก่อนที่เค้าจะพูดออกมาด้วยซ้ำ  แล้วคิดเหรอว่าผมจะเชื่อว่าคนอย่างลักษณ์  จะพูดอะไรเหมือนที่คุณบอกผม”  คนฟังใจหายวูบ  “คนแบบลักษณ์...”  ไวน์เค้นเสียง  “ถ้าลักษณ์ไม่เมา  ผมก็คงไม่มีวันรู้เลยว่าเค้าก็รักผมเหมือนกัน”

            “หึ....ไหนว่ารู้จักกันดี  ไวน์ก็ยังไม่รู้เลยไม่ใช่เหรอว่าลักษณ์ก็ชอบไวน์”  นิวเถียงกลับ  “เราไม่มีทางพูดได้เต็มปากหรอกว่ารู้จักใครดี   ทุกคนก็มีด้านมืดกันทั้งนั้น”

            “เหมือนที่คุณกำลังแสดงให้ผมเห็นใช่มั้ยนิว”  สายตาของไวน์ที่มองมาทำให้นิวรู้สึกเหมือนนักโทษที่กำลังโดนเฆี่ยน  ทั้งๆที่ไวน์ไม่ได้ด่าว่าหรือทำร้ายเขา  แต่ว่านิวกลับเจ็บแสบยิ่งกว่าเสียอีก  มันคือความผิดหวังและสมเพช

            “อย่ามองนิวอย่างนั้นนะ”  เขาตวาด  “ไวน์ไม่รู้หรอกว่าตัวจริงของลักษณ์เป็นยังไง  เค้าไม่ได้หน้าซื่อเหมือนที่แสดงออกหรอก  เค้าจ้องรอโอกาสจะแย่งไวน์ไปจากนิว  เค้าจงใจ..”

            “คุณเลิกพาลเถอะ  ก่อนหน้านี้ผมยังเหลือความรู้สึกผิดต่อคุณอยู่นะ...นิว  แต่ตอนนี้มัน....นิวที่ผมรู้จักตอนประกวดเดือนหายไปไหนแล้ว”  ไวน์หลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่  “เป็นเพราะผมเหรอ  ผมเสียใจ”  คนป่วยรู้สึกปวดร้าวไปทั่วศีรษะจนอยากจะล้มตัวลงนอนต่อแต่ก็ฝืนเอาไว้

            วันนี้เขาต้องเคลียร์เรื่องทุกอย่างให้จบ

            “ไวน์ไม่ต้องมาเสียใจ”  นิวกระซิบ  “ตอนที่ไวน์ขอคบกับนิว  รู้มั้ยว่านิวมีความสุขมากแค่ไหน  แต่ตอนนี้มัน...เหมือนตกนรก   ไวน์ทำให้นิวต้องทำอะไรที่นิวเคยรังเกียจ  มันไม่ใช่ตัวนิวเลย”

            “ถ้างั้นก็หยุดสิ  กลับมาเป็นนิวคนเดิม”  ไวน์พูดเสียงแหบโหย

            “คนดีที่ไวน์ไม่รักน่ะเหรอ”  นิวยิ้มนิดๆ  “ความจริง  นิวก็อยากปล่อยให้ไวน์ได้คู่กับลักษณ์อยู่หรอกนะ  แต่ว่ามันสายไป  ไวน์ทำนิวเจ็บมาก  มาหลอกให้รักแล้วก็ทิ้งกันไปแบบนี้...”

            “ผมขอโทษ”

            “เก็บไว้ขอโทษลักษณ์เถอะ  เพราะว่าลักษณ์ก็คงจะ...เจ็บมาก”  รอยยิ้มของนิวทำให้คนมองตัวเย็นเหมือนตกลงไปในถังน้ำแข็ง  ไวน์ผุดลุกขึ้นก้าวไปหาร่างเล็กที่ถอยหลังไปที่ประตู

            “หมายความว่ายังไง  ลักษณ์อยู่ที่ไหน”

            “นิวก็ไม่รู้เหมือนกัน”  นิวถอยหลังผลุบออกมาจากห้อง

“นี่ไม่ใช่ละครนะนิว  เกิดอะไรขึ้น  กลับมาก่อน”  ไวน์ตามออกมา  แต่คว้าตัวอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ทัน  นิวหันมามองแล้วออกวิ่งไปทางอื่น   ทิ้งคำพูดลอยลมเอาไว้ว่า

“ก็เพราะมันไม่ใช่ละครไง  ...สาสมกันแล้วกับที่ไวน์หลอกใช้นิวเป็นเครื่องมือ”

ไวน์ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาลักษณ์มือสั่น  เขาไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อน  หรือว่าเพราะป่วยด้วยก็เลยทำให้จิตใจอ่อนแอกว่าปกติ  เพลินตากับนพลุกจากโต๊ะอ่านหนังสือเดินเข้ามาหางงๆ

            “เกิดอะไรขึ้นไวน์  มีอะไรเหรอ  ทะเลาะกับนิวอีกหรือไง”  เพลินตาถาม

            “ผมเลิกกับเค้าไปแล้ว  นิวโกรธมาก  โทษว่าลักษณ์เป็นต้นเหตุ  แล้วก็พูดอะไรแปลกๆออกมา”  ไวน์เล่าให้เพื่อนฟังสั้นๆ  เพลินตากับนพอุทานออกมาเสียงดัง

            “บ้าไปแล้ว  ใจเย็นๆก่อนนะไวน์  นิวน่าจะแค่พูดไปอย่างนั้นเอง  อาจจะไม่มีอะไรก็ได้”  หญิงสาวพูดเสียงสั่น  ยกมือขึ้นแตะตัวเพื่อน  เธอไม่เคยเห็นไวน์สติแตกแบบนี้มาก่อน

            “ไม่...เธอไม่เข้าใจเพลิน  เราเห็นแววตาของนิว  เรารู้ว่านิวต้องทำอะไรสักอย่างกับลักษณ์  เรารู้”

            “ใจเย็นๆก่อน  มึงลองติดต่อหาลักษณ์  ส่วนกูจะโทรหาพวกแซม  เพลินเธอมีเบอร์เพื่อนเภสัชบ้างมั้ย”  นพดูจะเป็นคนที่คุมสติได้ดีที่สุด

            ไวน์โทรหาลักษณ์หลายครั้ง  แต่ก็เหมือนเดิม  ลักษณ์ปิดเครื่อง  เขาโทรไปหาพี่รามที่ร้านป้าดา  พี่รามกระแทกเสียงบอกว่าลักษณ์ยังไม่กลับมา 

            นพโทรไล่หาพวกแซม  พวกนั้นไม่รับโทรศัพท์  เขาโทรอยู่หลายครั้งจนกระทั่งไอ้เบียร์กดรับ

            “ฮัลโหล  ว่าไงยุ่งอยู่”  เดาไม่ยากว่าพวกนั้นคงกำลังเล่นเกมกันอยู่แน่ๆ

            “กูนพนะ  ลักษณ์อยู่กับพวกมึงหรือเปล่า”

            “เปล่า  มันไปกับพี่รหัส  วันนี้พี่มันเลี้ยงสาย”  นพรีบถามต่อว่าที่ไหน  แต่เบียร์ปฏิเสธ  เขาเลยบอกขอบใจแล้วกดวางสาย  หันมาเล่าให้เพื่อนฟัง  เกือบสะดุ้งเมื่อเห็นแววตาของเพื่อนสนิท  ดวงตาคมเข้มคู่นั้นลุกวาบราวกับมีใครไปจุดเพลิงเอาไว้ภายใน

            “ไอ้สิงหา  ต้องเป็นมันแน่ๆ”

            ....................................................................................

         



ต่อด้านล่างค่ะ

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
 
ต่อนะคะ






              ร้านที่พี่สิงห์พาเขามาอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยเกือบจะคนละมุมเมือง  ลักษณ์เดินตามหลังร่างสูงโปร่งเข้าไปภายในร้านอาหารกึ่งผับที่ค่อนข้างมืดสลัว  ดนตรีดังแผ่วๆออกมาจากมุมร้านสร้างบรรยากาศให้ดูโรแมนติกชอบกล  แขกที่มาต่างนั่งในมุมมืดกันเป็นคู่ๆ  ลักษณ์รีบดึงชายเสื้อของพี่รหัสเอาไว้

            “ร้านนี้แน่เหรอพี่  ผมว่ามันดูแปลกๆ”

            “ร้านนี้แหละ  นี่ไง ดูในไลน์ดิ”  อีกฝ่ายส่งโทรศัพท์มาให้เขาดู  ก็เห็นว่าเป็นชื่อร้านเดียวกันกับที่พี่น้ำหวานส่งมาให้จริงๆ

            “พี่น้ำหวานมาหรือยังครับ”

            “น่าจะมาแล้วนะ  เดี๋ยวลองถามบ๋อยก่อน....”  พี่สิงห์ชะโงกเข้าไปถามบริกรที่เดินนำหน้า  “จองเอาไว้ชื่อ นริศรา  สี่คนครับ”  บริกรคนนั้นเปิดสมุดดูแล้วพยักหน้า  พาเดินเลี้ยวไปอีกทางที่สว่างกว่าเมื่อครู่นี่นิดหน่อย  เดินมาจนถึงโซนที่มีโซฟาตัวโค้งยาววางเอาไว้เป็นมุม  มันถูกตกแต่งอย่างดีจนดูเป็นส่วนตัว

            ลักษณ์ทรุดตัวลงนั่งตัวลีบ  รู้สึกแปลกๆกับบรรยากาศเหลือเกิน  แต่ว่าคนพามากลับมีท่าทางสบายๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “เป็นอะไรไปลักษณ์  กลัวหรอ?  กลัวอะไรไอ้บ๊อง   เอ้า...นี่เมนู  สั่งอาหารรอก่อนเลย  พี่น้ำหวานน่าจะใกล้ถึงแล้ว”

            “ผมไม่เคยมาร้านแบบนี้”  ลักษณ์พูดงึมงำ

            “งั้นก็เคยซะ  มากับพี่ไม่ต้องกลัว  เดี๋ยวพี่พากลับไปส่งบ้านเอง”  พี่สิงห์พูดยิ้มๆ  ยกมือขึ้นมายีหัวเขาคล้ายเอ็นดู  แล้วก็หันไปสั่งอาหารกับบริกร

            “เปิดเหล้ามั้ย”

            “ผมไม่ดื่มครับ”  ….เมาครั้งที่แล้วยังเคลียร์ไม่จบ  เขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเพิ่มหรอกนะ...

            “เด็กดี  ...งั้นพี่ขอสักนิดนะ  น้องครับ..”  รุ่นพี่หันไปสั่งเหล้า   ส่วนลักษณ์ขอเป็นน้ำผลไม้ปั่นธรรมดา 

            พี่สิงห์ชวนเขาคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้จนลักษณ์เริ่มผ่อนคลายลง  อาหารของที่นี่ก็รสชาติดีไม่น้อย  ลักษณ์นั่งกินไปเรื่อย  สายตาก็คอยมองนาฬิกาที่ข้อมือของอีกฝ่าย

            “พี่น้ำหวานยังไม่มาอีกหรอครับ”  เขาถามขึ้น  สังเกตเห็นท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้ดูเดือดเนื้อร้อนใจเท่าที่ควร

            “ไลน์มาว่าเจอรถติดน่ะ  โชคดีที่เรารีบออกมาก่อน  ไม่งั้นคงเจอรถติดเหมือนกัน   แถมฝนตกด้วยยิ่งหนัก”

            “ทำไมพี่น้ำหวานถึงต้องนัดร้านไกลขนาดนี้ด้วยล่ะครับ”  ลักษณ์ค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเอง  “เดินทางลำบาก  แต่จริงๆบรรยากาศก็ดีนะครับ”

            “ชอบมั้ยล่ะ”  ลักษณ์เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าอีกฝ่ายขยับเข้ามานั่งจนชิดเขาทั้งที่โซฟาก็ออกกว้าง  มือใหญ่วางลงบนตักของเขาตอนที่อีกฝ่ายเอื้อมไปจิ้มไส้กรอกในจานข้างหน้าเข้าปากคล้ายไม่ตั้งใจ  “พี่เคยมาครั้งนึงยังติดใจ  เป็นส่วนตัวดี”

            “ที่นี้ห้องน้ำดีมั้ยครับ”  ลักษณ์ถาม  “ผมปวดขี้อ่ะพี่”  เขากระซิบอายๆ

            อีกฝ่ายหัวเราะก้อง

            “จัดว่าดีอยู่  ไปทางโน้นแน่ะ  เลี้ยวซ้ายมือ...ให้พี่ไปเป็นเพื่อนมั้ย”

            “เห้ย...ไม่เป็นไรครับ  ผมไปเองได้  งั้นเดี๋ยวผมกลับมานะพี่”  ลักษณ์พูด  แล้วลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าเป้มาด้วย  ยังไม่ทันเดินพ้นโต๊ะ  อีกฝ่ายก็คว้าสายกระเป๋าของเขาเอาไว้

            “วางกระเป๋าเอาไว้ที่โต๊ะก็ได้  เดี๋ยวพี่เฝ้าให้”

            ลักษณ์ชะงักนิดหนึ่ง  แล้วก็ยอมส่งกระเป๋าให้อีกฝ่ายโดยดี  บอกขอบคุณยิ้มๆแล้วก็รีบเดินออกมาตามทางไปห้องน้ำ  พอพ้นระยะสายตาเขาก็เร่งฝีเท้าเดินอ้อมไปอีกทาง

            เดินแกมวิ่งมาถึงประตูทางออก  ลักษณ์เดินออกจากร้านอย่างรวดเร็วไปที่ริมถนน  สายฝนเทซู่ลงมาฉับพลันจนเปียกไปทั้งตัวในพริบตา  เด็กหนุ่มยกมือขึ้นโบกแท็กซี่มือสั่น  โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ทิ้งเอาไว้ในเป้หมดเลย  ลักษณ์เหลียวมองไปทางร้านอีกรอบยังไม่เห็นร่างของพี่รหัสตามออกมา  เขาเปลี่ยนใจออกเดินไปตามฟุตบาท  ผ่านหน้าร้านขายของชำข้างทาง  เจอรถแท็กซี่จอดส่งผู้โดยสารเข้าพอดี

            ลักษณ์ถลาเข้าไปเรียกเอาไว้ได้ทันก่อนที่รถจะออก  เขารีบบอกจุดหมายปลายทางเป็นร้านของป้าดาแล้วก้าวขึ้นไปนั่ง  พอประตูรถปิด  ลักษณ์ก็ถอนหายใจยาวด้วยความกลัวแกมตื่นเต้น

            เขาไม่รู้ว่าสิงห์มีจุดประสงค์อื่นหรือเปล่า  ไม่แน่ว่าความจริงมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้  แค่พี่น้ำหวานรถติดตามที่อีกฝ่ายพูด  เขาอาจจะตื่นตูมไปเอง...เขาได้แต่หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น

            เสียดายกระเป๋าเป้กับของในกระเป๋าชะมัด...ถุงเล็กๆที่เขาใส่ของที่อยากจะเอามาคืนไอ้ไวน์   ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่โยนทิ้งเสีย

            ลักษณ์กำมือเข้าหากันเพราะความหนาว  เขาบอกลุงคนขับให้ช่วยเบาแอร์ลงหน่อย  แล้วก็นั่งมองสายฝนที่เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตานั้น  เม็ดฝนตกกระทบกระจกรถเสียงดัง  ภาพข้างนอกพร่าเบลอเพราะละอองน้ำที่เกาะกระจก

            นึกถึงเหตุการณ์คราวที่แล้วที่เขามาดื่มกับพี่สิงห์  จำได้ว่าคราวนั้นไอ้ไวน์โกรธเขามากที่ไม่ยอมบอกก่อน  สุดท้ายเขาก็เมาพับจำอะไรไม่ค่อยได้  รู้แค่ว่าคืนนั้น...ไอ้ไวน์จูบเขา  เป็นจูบแรกระหว่างเรา  มันจูบเพราะคิดว่าเขาหลับไม่รู้สึกตัว  แต่เขาดันตื่น  ให้ตายสิ  ถ้าคืนนั้นเขาหลับเป็นตายเหมือนทุกที  เรื่องราวก็คงจะไม่วุ่นวายอย่างนี้

            ป่านนี้มันจะเป็นยังไงบ้างนะ....ลักษณ์พิงศีรษะลงกับพนัก  จะรู้หรือเปล่าว่าเขาน่าจะโดนพี่รหัสตัวเองหลอกพามามอมเหล้าอีกแล้ว  คราวนี้เขารู้ว่าไม่มีไอ้ไวน์คอยช่วยอยู่อีก  ต้องช่วยเหลือตัวเอง  ลักษณ์ขอบตาร้อนผ่าว...วูบหนึ่งที่เขาสงสัยว่าถ้าตัวเองเกิดพลาดท่าเสียทีขึ้นมาจริงๆ  ไวน์จะเสียใจไหม

            คิดถึงตรงนั้นแล้วลักษณ์ก็ต้องรีบส่ายศีรษะไล่ความคิดนั้นออกไป  ทำไมเขาถึงต้องทำอะไรประชดไวน์ด้วย ในเมื่อมันเป็นชีวิตของเขา  เขาควรจะรักตัวเองมากกว่าไวน์ไม่ใช่หรือ  ไหนจะมีพี่รามกับป้าดาที่คอยเป็นห่วงเขาอยู่อีก  ต่อให้ไม่มีไอ้ไวน์ในชีวิต  เขาก็ยังมีคนอีกอย่างน้อยสองคนที่รักเขาอย่างจริงใจ

            รถติดจริงๆเมื่อฝนตกลงมา  ลักษณ์นั่งห่อตัวด้วยความหนาวสั่นอยู่ในรถแท็กซี่  ตรงข้ามกับใครอีกคนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองและกำลังร้อนรนเหมือนอยู่กลางเพลิงเผาผลาญ

            “เจอแล้ว  นั่นไงพวกพี่เนิร์ด  แต่ไม่มีพี่สิงห์อยู่ด้วย”  นพพูดขึ้นเบาๆ เหลือบตามองเข้าไปภายในร้านอาหารกึ่งผับหลังมอที่พวกเขามาเดินสำรวจตามหาลักษณ์  นพหันไปมองเพื่อนที่เดินกลับไปกลับมาราวกับเสือติดจั่นอีกครั้งด้วยความสงสารแกมกังวล  ไวน์โทรหาทุกคนที่นึกออกแต่ว่าไม่มีใครเห็นสิงห์กับลักษณ์เลย  เขาเพิ่งลงประกาศตามหาในเฟสบุ๊คไปเมื่อครู่  และยังไม่มีใครเม้นท์ตอบกลับมา

            “ใจเย็นๆก่อนไวน์  อาจจะไม่มีอะไรก็ได้”  เพลินพูดประโยคเดิมซ้ำๆคล้ายย้ำให้ตัวเองเชื่อไปด้วย  “เธอเองก็นั่งพักหน่อย  กำลังไข้ขึ้นอยู่นะ  เดี๋ยวก็ทรุดหนักหรอก”  หญิงสาวเอื้อมมือไปจับแขนเพื่อนเอาไว้  ดึงให้นั่งลง

            ไวน์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้  หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรอีกครั้ง  ลักษณ์ยังปิดเครื่องอยู่เหมือนเดิม

            “ถ้าเมื่อตอนบ่ายเราดึงลักษณ์ออกมาคุยให้รู้เรื่อง  มันก็คงไม่เป็นแบบนี้”  ไวน์ยกมือขึ้นกุมหัว  เขาปวดร้าวไปทั่วศีรษะเหมือนมันจะระเบิดออกมา  “ถ้ากูไม่ดึงนิวเข้ามาด้วย  ลักษณ์ก็คงไม่ต้องเจออะไรแบบนี้”  ไวน์พูดอย่างเสียใจ  เขาเพิ่งรู้เมื่อกี้นี้เองว่านิวเป็นญาติกับเนิร์ด  นพเป็นคนเข้าไปถามมาได้  เพียงเท่านั้นเขาก็ต่อจิกซอว์ติด  ไม่นึกเลยว่านิวจะทำได้เจ็บแสบขนาดนี้

            ...เพราะเขาเอง  ลักษณ์  ถ้ามึงเป็นอะไรไปก็เพราะความโง่และเห็นแก่ตัวของกูเอง ...ลักษณ์  มึงอยู่ที่ไหนกันแน่

            “คิดว่านิวจะรู้มั้ย”  เพลินพูดขึ้น  “ไม่แน่ว่านิวอาจจะรู้ก็ได้นะ”

            “งั้นไปบ้านนิวกัน”  นพตัดสินใจ

            ไวน์ขึ้นรถตามไปด้วยแม้ว่าเขาจะค่อนข้างมั่นใจว่านิวคงไม่รู้หรอก  แต่ก็ดีกว่าการเดินกางร่มไล่ถามไปทีละร้านหรือว่าโทรหาเพื่อนทีละคนอย่างที่พวกเขาทำมาแล้ว

            พอรถขับมาจนถึงซอยบ้านของนิว  นพก็อุทานออกมาอย่างหัวเสีย

            “น้ำท่วมว่ะ  ทำไงดี”

            “เดินลุยเข้าไปมั้ย”  ไวน์พูด  เพื่อนทั้งสองคนรีบคว้าแขนของเขาเอาไว้คนละข้าง

            “บ้าเหรอไวน์  เธอป่วยอยู่นะ”

            “เดี๋ยวกูลุยเข้าไปเอง”  นพเสนอตัว  “แค่เข่าเอง   สบายมาก”  นพขยับจะลงจากรถแต่ว่าไวน์รั้งเอาไว้

            “ไม่ต้องหรอก ดูนั่นสิ  บ้านปิดไฟเงียบ  ไม่มีรถจอดอยู่ในโรงรถเลย  หน้าต่างก็ปิดหมด  พื้นกระเบื้องนั่นก็แห้ง  กูว่าไม่มีใครอยู่บ้านหรอก”  เพื่อนทั้งสองคนมองตามแล้วก็ออกจะเห็นด้วยกับไวน์

            “หรือว่านิวจะอยู่กับลักษณ์?”

          “แจ้งตำรวจยังไม่ได้ใช่มั้ย  งั้นกูแจ้งลูกตำรวจแทนดีมั้ย”  นพพูดขึ้นบ้าง  ไวน์มองหน้าเพื่อนอย่างขอบคุณ  เขากดโทรหาลักษณ์อีกรอบทั้งที่รู้ดีกว่าอีกฝ่ายปิดเครื่อง

            ทว่าคราวนี้กลับมีคนกดรับ

            “ฮัลโหล”  เสียงทุ้มๆรับสาย  เพลินกับนพหันมามองเป็นตาเดียว  ไวน์เปิดลำโพงแล้วรีบกรอกเสียงลงไป

            “นั่นใคร พี่สิงห์ใช่มั้ย”

          “อ้อ...นึกว่าใคร  เพื่อนรักของน้องรหัสกูนี่เอง”  เสียงนั้นดังมาตามสาย

            “มึงพาลักษณ์ไปไหน”  ไวน์ถามเสียงเข้ม  ปลายสายเงียบไปนิด  แล้วก็ตอบกลับมา

            “หลงกับเพื่อนเหรอครับน้องไวน์  แหม ปล่อยให้คลาดสายตาไปได้ยังไงล่ะครับ”

            “ตอบกูมา  ลักษณ์อยู่ที่ไหน”

            “โทรมาถามแค่นี้เองเหรอ”

            “ลักษณ์...ลักษณ์ได้ยินหรือเปล่า  อยู่แถวนั้นหรือเปล่า”  ไวน์ตะโกนเสียงดัง หวังให้คนปลายสายได้ยิน

            “เสียเวลาเปล่า  ไม่ต้องตะโกนหรอก  ลักษณ์ไม่มีทางได้ยิน”

            “มึงทำอะไรเพื่อนกู  กูจะไปเอาเลือดหัวมึงออก”  ไวน์สติหลุดไปแล้วตอนนั้น  เขาตะโกนใส่โทรศัพท์  อีกฝ่ายกดตัดสาย  ไวน์ร้องออกมาเสียงดัง  “โธ่เว้ย!”  เขาสบถด่าออกมาหลายคำ   เพลินรอจนไวน์เริ่มสงบลงเล็กน้อยรีบถาม

            “ไวน์  เครื่องลักษณ์มีแอพฟายด์มายโฟนหรือเปล่า”

            “จริงด้วย  ขอบคุณมากนะเพลิน”  ไวน์รีบเปิดแอพที่เขาจัดการติดตั้งให้อีกฝ่ายเองตั้งแต่วันที่ฝ่ายนั้นโดนมอมเหล้าครั้งแรก  เขามัวแต่โกรธก็เลยลืมไปเสียสนิท

            สัญญาณขึ้นที่อีกฟากของเมือง  นพรีบออกรถขับไปตามสัญญาณที่ขึ้นแล้วก็วูบหายไป  ไม่รู้ว่าสัญญาณขัดข้องหรือเพราะอะไรกันแน่   

          ไวน์นั่งบีบมือไปตัวเองไปตลอดทาง  เขาภาวนาให้สิ่งที่ตัวเองคิดไม่เป็นความจริง  ถึงตอนนี้เขายอมแลกอะไรก็ได้เพื่อให้ลักษณ์ปลอดภัย  ได้โปรด....ถ้าหากย้อนเวลาได้

            อีกฟากหนึ่งของเมือง  รถแท็กซี่คันนั้นขยับไปได้ทีละนิดเพราะรถติด แถมน่าจะมีอุบัติเหตุข้างหน้าด้วย  ลักษณ์ยกมือขึ้นลูบแขนขาของตัวเอง  เขาเริ่มรู้สึกประหลาด  มันไม่ได้หนาวสั่นเหมือนตอนแรกแต่กลับเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาทีละน้อยคล้ายมีไฟมาสุมอยู่ข้างในตัว

            หัวใจเต้นเร็วขึ้น  เร็วขึ้น  ตามเวลาที่ผ่านไป  เหงื่อเริ่มแตกพลั่ก  ลักษณ์ใช้มือถูขาของตัวเองไม่หยุด

            “เป็นอะไรหรือเปล่าไอ้หนุ่ม  ร้อนเหรอเหงื่อแตกเชียว  เมื่อกี้ลุงเห็นว่าเปียกฝนตัวสั่นก็เลยเปิดแอร์เบาสุดแล้วนะ”

            “ร้อน...ร้อนมากครับลุง”   เขาตอบกลับไปพลางกระพือเสื้อตัวเองเรียกลม  พยายามสะกดใจให้นิ่งแต่มันยากเหลือเกิน  ในท้องของเขาบิดมวนเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงท้องน้อย  รู้สึกวูบวาบจนเขาไม่สามารถนั่งอยู่นิ่งๆได้

            ลักษณ์ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร  แต่คนที่เพิ่งกดวางสายจากเดือนแพทย์รู้ดี  สิงห์เดินตามน้องรหัสเข้ามาในห้องน้ำเพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายหายเข้ามานานเกินไป  เขาออกจะตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะพอจะคำนวณได้ว่าน่าจะใกล้เวลาที่ยาจะออกฤทธ์แล้ว

            แต่ห้องน้ำที่ว่างเปล่าทำให้เขาหัวเสียแทบคลั่ง  โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาพอดีทำให้เขารู้ว่าไวน์ยังไม่เจอลักษณ์  งั้นก็แปลว่าลักษณ์เพิ่งกลับออกไปได้ไม่นาน

            ............................................................................................

            นพใช้เวลาเกือบชั่วโมงขับมาจนถึงแถวๆจุดที่สัญญาณมือถือของลักษณ์แสดงขึ้น  ฝนยังเทหนักเหมือนฟ้ารั่ว  ไวน์ที่นั่งเงียบมาตลอดทางพยายามสอดส่ายสายตาหาสถานที่ๆน่าจะเป็นไปได้

            “ข้างหน้ามีร้านอาหาร  เหมือนจะกึ่งๆบาร์  ลองเข้าไปดูหน่อย”  ไวน์บอกเพื่อน   เขารีบเปิดประตูรถทันทีที่รถจอดแต่ว่าเพลินดึงไหล่แล้วยัดร่มใส่มือของเขาเสียก่อน

            “อย่าเปียกไปมากกว่านี้  แค่นี้เราก็กลัวแกน๊อคจะแย่อยู่แล้ว”

            “ขอบใจมากเพื่อน”  ไวน์พึมพำรับร่มมากางออก  เขาเดินแกมวิ่งเข้าไปในร้านด้านใน  ยืนปรับสายตากับความมืดสลัวภายในร้านครู่หนึ่ง  พนักงานก็เดินมาต้อนรับ

            “ผมนัดคนไว้ครับ  คนนึงตัวสูงใส่แว่น  อีกคนตัวเล็กประมาณไหล่ผม  หน้าเด็กๆ”

            “อ๋อ...คุณลูกค้าเพิ่งกลับออกไปไม่นานเองครับ  เค้าฝากของเอาไว้ให้ด้วย  บอกว่าจะมีคนตามมารับของทีหลัง   คุณชื่ออะไรครับ”   พนักงานถามกลับมา  ไวน์ขมวดคิ้ว  เหลือบมองไปทางกระเป๋าที่วางแอบเอาไว้ในเคาน์เตอร์  เห็นแค่แวบเดียวเขาก็จำได้

            หัวใจเต้นแรง  ไวน์รีบตอบ

            “ชื่อลักษณ์”

            “งั้นนี่ครับ กระเป๋าของคุณ”  ไวน์รับกระเป๋าใบนั้นมาถือเอาไว้

            “แล้วคนที่ฝากกระเป๋าเอาไว้ล่ะ”

            “ออกไปสักพักแล้วครับผม”  ไวน์รีบหันหลังออกมาจากร้าน  เขาก้าวยาวๆกลับไปขึ้นรถ  เทข้าวของในกระเป๋านั้นออกมา  กระเป๋าสตางค์  โทรศัพท์ที่ปิดเครื่อง  ปากกา  สมุดเลคเชอร์  ชีทเรียน  กล่องแว่นตา ...และถุงผ้าที่มีเชือกมัดเอาไว้แน่น   

            “เห้ย  ลักษณ์ไปโดยไม่มีกระเป๋าตังค์ติดตัวเนี่ยนะ  โทรศัพท์ด้วย ...เราว่าต้องรีบหาลักษณ์ให้เจอจริงๆแล้วล่ะ”  นพพูด

            ไวน์หยิบร่มคันที่เขาเป็นคนให้วิปยืมไปให้บัดดี้นั้นขึ้นมาดูราวกับไม่เคยเห็น  เขาแกะถุงผ้าใบเล็กนั้นออก  รูปถ่ายติดบัตรขนาดนิ้วครึ่งของเขาหล่นลงมาบนตัก  ใบหน้าตัวเองสมัยมัธยมมองตอบกลับมาอย่างเด๋อด๋า   ตามด้วยพวงกุญแจรูปลูกบาส  กับการ์ดใบหนึ่ง

            ไวน์หยิบการ์ดขึ้นมาดู  ลายมือตัวใหญ่ๆที่คล้ายกับของเขาราวกับแกะนั้นเขียนเอาไว้...

 

            ‘ถึง...ลักษณ์

          กูอยากบอกว่ากูแอบชอบมึงมานานแล้ว  น่าจะตั้งแต่ ม.2  มึงเป็นคนหล่อ  เรียนเก่ง  บ้านรวย  จีบสาวเก่ง   ปากหมา  ชอบกวนประสาทกูตลอด  แต่มึงก็คอยอยู่ดูแลกู  ในยามที่กูทุกข์  มึงก็ทุกข์ด้วย  ยามที่กูสุข  มึงก็สุขด้วย  กูไม่รู้จะบอกมึงยังไงว่ากูชอบมึงมาก  กูรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับมึง  ดีได้ไม่เท่ากับแฟนของมึง  กูมันโง่และขี้ขลาด  ไม่เคยตามอะไรทัน  กูถึงประทับใจในความเก่งกล้าของมึงไง  กูรู้ว่าตัวเองไม่คู่ควรกับมึง  กูทำได้แค่แอบมองมึงอยู่ตรงนี้  หวังว่าสักวันมึงจะหันมาเห็น  แล้วก็ยกโทษให้กูที่เคยทำร้ายจิตใจมึงด้วยความไม่รู้  กูหวังมากเกินไปหรือเปล่า...  กูรู้ว่ามันสายไปหน่อย  แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้  กูก็ยังอยากบอกว่ากูรักมึง  ดูแลแฟนมึงดีๆนะ...ลักษณ์’

         


          “นี่มึงเคยทำเขียนอะไรแบบนี้ด้วยเหรอวะไอ้ไวน์”  นพพูดขึ้น   ชะโงกเข้ามาอ่านข้อความบนการ์ดในมือของเขา  ไวน์พลิกดูอีกด้านหนึ่งเป็นภาพสเก็ตช์คร่าวๆของใครคนหนึ่งที่กำลังกระโดดขึ้นชู้ตบาส  ร่างสูงสมส่วนและใบหน้าที่แรเงาเอาไว้นั้นดูคล้ายกับเขาเอง

          “เลี่ยนชิบหายเลยใช่มั้ยล่ะ”  ไวน์พูด  หัวเราะเบาๆ  มันแปร่งปร่าจนเพื่อนขมวดคิ้ว  แต่เขาไม่สนใจ  รู้สึกขอบตาทั้งสองข้างร้อนผ่าว  ไวน์เงยหน้าขึ้นเพื่อให้น้ำตาไหลย้อนกลับลงไป 

            หัวใจของเขาเต้นถี่แรงแล้วกลับเต้นช้าลง

            ไอ้ลักษณ์...มึงอยู่ที่ไหนเนี่ย 

            รู้หรือเปล่าว่ากูเป็นห่วงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว

            ...........................................................................................





มาอัพต่อนะคะ  ขอบคุณทุกคอมเม้นท์มากค่ะ  อ่านแล้วปลื้มปริ่ม   :katai2-1:  ชื่อตอนนี้จะชุ่มฉ่ำหน่อย  เหมือนที่ไรท์เพิ่งตากฝนกลับบ้านมา แหมะ  จะตกอะไรกันนักกันหนาคะ555

ติชมคอมเม้นท์กันมาได้เลยค่ะ 

ทวิต #แอบลักษณ์ 

เฟส F A N P A G E

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
 :hao7:



นิว นี่ได้ใจจริงๆ

ออฟไลน์ Chise

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 449
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ที่ไวน์ทำมันผิดแน่ แต่สิ่งที่นิวทำเรียกว่าเลว การกระทำส่อถึงจิตใจจริงๆ
อยากเห็นนิวได้รับผลที่ตัวเองทำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-05-2017 01:43:21 โดย Chise »

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
 :ling3:

จะเป็นไง ก็เป็นกัน บากบั่นหา
จะติดตาม เจ้าแก้วตา เพื่อนยาเอ๋ย
จะกอดไว้ ให้มั่นคง จงเหมือนเคย
ไม่ทอดทิ้ง ไม่ละเลย เผยหัวใจ

กลับมาหา อ้อมกอด ทอดสนิท
กลับมาหา คู่คิด ได้ชิดใกล้
กลับมาหา คนรัก ให้พักใจ
สงบนื่ง ไม่ติงไหว ใจผูกกัน

 :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-05-2017 22:19:14 โดย broke-back »

ออฟไลน์ Naam3

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ลุ้นๆๆๆๆๆอย่าเป็นไรน่าาๆๆๆขอให้ไวท์หาเจอๆๆๆๆไม่ม่าน่าาๆๆๆสนุกๆๆๆรอๆๆๆ :ling1: :katai5: :o12: :sad4: :hao5: :3123:

ออฟไลน์ kaokorn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 955
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
โหยยยย ลุ้นมากตอนนี้
โชคดีที่ไวน์ไม่งี่เง่า แต่ลักษณ์งี่เง่าแทน แทนที่จะคุยกันให้จบๆ เบื่อพวกคิดไปเองจริงๆเลย
ยังดีที่ลักษณ์ยังมีไหวพริบ ไม่ขี้เกรงใจไอ้พี่รหัสเลวๆ ทำกันแบบนี้ น่าจะเอาให้นายสิงห์เสียอนาคตไปเลย
ลุ้นๆว่าทั้งคู่จะลงเอยยังไง แต่หวังว่าฟ้าหลังฝนจะแจ่มใสนะฮะ ได้โปรดดดดดดด

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ appattap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เรื่องความรักนี่ไม่มีใครผิดใครถูก
แต่ผิดที่นิว ลำไยมากกกกกกก เลวด้วย
เค้าไม่รักทำยังไงเค้าก็ไม่รักค่ะลูก

ออฟไลน์ zombi

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-5
ขอให้ปลอดภัยนะ

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6006
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +842/-16
รอมาสองคืนแล้ว
คิดถึงนะ


เอามาเสริฟเลย
จะคลั่งแว๊ววววววว

ออฟไลน์ Naam3

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 97
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
ตอนที่ 23

Some people are worth melting for.

 

 

 

 

 

            “ข้างหน้าต้องมีรถชนกันแน่ๆ  ถึงได้ติดแหงกขนาดนี้”  นพพูด  พวกเขาติดอยู่บนถนนสามเลนที่ไม่ขยับมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว  ไวน์ที่นั่งข้างหลังก็เริ่มร้อนใจมากขึ้นทุกทีตามเวลาที่ผ่านไป  เขาพยายามโทรติดต่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆของตัวเองและของลักษณ์  ใช้โซเชียลตามหาก็แล้ว  ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอ

            ในหัวของเขามีแต่ภาพร้ายๆเกิดขึ้นเต็มไปหมด  ภาพลักษณ์โดนทำร้าย  ถูกขัง หรือแม้แต่ถูกไอ้บ้าสิงห์นั่นมัน... เขายกมือขึ้นปิดหน้า   รู้สึกเส้นประสาทตัวเองขมวดขึงจนแทบจะขาดได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง

            “กูลงไปเดินอาจจะเร็วกว่า”

            “ไอ้บ้าไวน์  ใจเย็นๆดิวะ  ขืนมึงลงไปเดินตากฝนอีกคงได้ตายพอดี   มึงนอนพักไปก่อนดีกว่า”

            “กูจะนอนพักยังไงไหวในเมื่อไอ้ลักษณ์ไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้เนี่ย   ไม่รู้ละ  ถ้ารถมันติดมาตั้งนานแล้ว ก็แปลว่าลักษณ์มันต้องอยู่ในรถที่จอดติดอยู่ข้างหน้านั่น”

            “มึงจะไปเคาะกระจกรถส่องดูทีละคันหรือไง”

            “ก็ดีกว่านั่งหงิกอยู่บนนี้ล่ะวะ”  ไวน์ทำท่าจะเปิดประตูลงไปจริงๆ  แต่นพกดล็อคประตู

            “คนที่ลงไปเดินตอนฝนตกขนาดนี้  ถ้าไม่ใช่คนบ้าก็เมาแล้ว  มึงนั่งอยู่บนนี้แหละ  เดี๋ยวรถก็ขยับ”  นพพูดเสียงดังด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

            “เราว่ามีคนบ้าคนนึงนะนพ  ดูนั่นดิ”  เพลินชี้ไปทางซ้ายมือแล้วหัวเราะ  เห็นเงาของร่างคนๆหนึ่งเดินท่อมๆกลางสายฝนย้อนกลับมาทางรถของพวกเขา  ฝนที่ตกแรงมากนั้นทำให้มองเห็นไม่ชัด  รู้แต่ว่าร่างนั้นเซไปเซมาไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมพายุหรือทรงตัวไม่อยู่เองกันแน่

            ไวน์จ้องมองภาพเงาตะคุ่มๆที่เดินตรงมานั้นเขม็ง  สังหรณ์บางอย่างทำให้เขาจ้องมันตาไม่กระพริบ  ไม่ได้แลเลยไปทางอื่นอย่างเพื่อนสนิททั้งสองคนที่เปลี่ยนไปคุยเรื่องรถชนแทน

            เงานั้นเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกทีจนเห็นเค้าโครงรูปร่างได้ถนัด  ไวน์ใจเต้นรัวแรง  เขาปลดล็อคประตูรถยนต์ของเพื่อนแล้วเปิดประตูพรวดลงไปจากรถโดยที่เพื่อนหันมาห้ามไม่ทัน

            “เชี่ยไวน์  ทำไรวะ!”

            ไวน์ไม่ตอบ  เขาปิดประตูรถดังปัง  สายฝนที่เทลงมาทำให้เสื้อนักศึกษาของเขาเปียกในพริบตา  ไวน์ก้าวยาวๆเบี่ยงหลบมอเตอร์ไซต์และท้ายรถกระบะตรงเข้าไปหาร่างเพรียวบางที่เดินกอดอกตัวสั่นกึกอยู่ริมถนนนั้น

            พอเข้ามาเห็นถนัด  ไวน์ก็แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

            “ลักษณ์...ลักษณ์”  ไวน์พูดไม่ออก  ส่งเสียงเรียกชื่อออกไป  อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นทันที  ใบหน้าเล็กๆนั้นมีหยาดน้ำอยู่เต็ม  ไม่รู้ว่าเป็นหยดน้ำฝนหรือน้ำตากันแน่  แต่ว่าที่อยู่บนหน้าของเขานั้น  ไวน์รู้ดีว่าคือน้ำตาล้วนๆ

            ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาแล้วดึงร่างผอมบางมากอดเอาไว้แน่น  ความรู้สึกของคนที่เคยทำของสำคัญหายไปแล้วได้กลับคืนมานั้นทะลักเข้าท่วมล้นในอก  ไวน์ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร  ซบหน้าลงกับศีรษะทุยและเส้นผมเปียกลู่แนบศีรษะนั้น   มือลูบไปตามหลังไหล่ของคนในอ้อมแขนให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป

            “ไม่เป็นไรใช่มั้ย  ปลอดภัยใช่มั้ยลักษณ์  ไอ้สิงห์มันอยู่ไหน  กูจะไปจัดการมัน”  พอหายตกใจ ไวน์ก็นึกขึ้นมาได้  เขารีบถามเร็วปรื๋อ  สังเกตว่าอีกฝ่ายตัวสั่นเทาเหมือนบังคับตัวเองไม่อยู่ก็ยิ่งสงสาร

            “มะ...ไม่  คือ...คือว่า”  ลักษณ์พูดไม่เป็นคำ  ยิ่งแววตาคู่นั้นแสดงความดีใจที่เห็นไวน์แค่ไหน ไวน์ก็ยิ่งแค้นใจ  เขาจับร่างที่สั่นเทาของอีกฝ่ายเอาไว้  พาเดินกลับไปที่รถ

            “กลับไปที่รถก่อน เรื่องไอ้สิงห์ค่อยว่ากัน”  ไวน์ป้องมือกันน้ำฝนให้แม้มันจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่  เพิ่งสังเกตว่าเนื้อตัวของลักษณ์ร้อนผิดปกติตอนที่เดินมาถึงรถแล้ว

            “มึงไข้ขึ้นด้วยหรอเนี่ย”  ไวน์อุทาน ดันตัวลักษณ์เข้าไปในรถ  แต่ว่าอีกฝ่ายกลับพยายามขืนตัวเอาไว้  ลักษณ์พูดอย่างยากเย็นฟังแทบไม่เป็นคำ

            “ระ..ร้อน  กูร้อน..ไม่ขึ้น....ตากฝน”

            “ใช่มึงตัวร้อนมากลักษณ์  ขึ้นไปบนรถ”  ไวน์ใช้แรงที่มากกว่าดันตัวเพื่อนขึ้นไปนั่งในรถจนได้  เพลินกับนพทักทายด้วยความดีใจ   ไวน์ขอโทษนพที่ทำรถเปียกหมด

            “ไม่เป็นไรเว้ยเพื่อน  แค่เจอไอ้ลักษณ์กูก็ดีใจแล้ว  มึงตาดีชิบหายเลย ฝนตกหนักขนาดนี้มองเห็นได้ยังไง”   นพพูดอย่างประทับใจ  ส่วนเพลินค้นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กมาส่งให้ไวน์

            “ไม่มีผ้าขนหนูเลย  เอาอันนี้เช็ดหน้าไปก่อนล่ะกัน  นพ..เบาแอร์ลงหน่อย  หนาวแย่เลยดูสิลักษณ์ตัวสั่นแย่แล้ว  นี่เดินตากฝนมาจากตรงไหนเนี่ย  แล้วเจอไอ้พี่สิงห์มั้ยไวน์”

            “ไม่เจอ...”  ไวน์ขมวดคิ้ว  เขาเริ่มรู้สึกว่าท่าทางของลักษณ์ดูแปลกกว่าคนเป็นไข้หรือหนาวทั่วไป  พอมองใกล้ๆแล้วลักษณ์กำลังเหงื่อแตกท่วมตัวราวกับร้อนหนักหนา  ทั้งที่เนื้อตัวสั่นกึกๆและปลายนิ้วเหี่ยวย่นเพราะตากฝน   ริมฝีปากแดงสดคู่นั้นพึมพำว่าร้อน  มือไม้ก็ลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของตัวเองและบิดตัวไปมาเหมือนไม่สบายตัว

            “ลักษณ์  มึงเป็นอะไรเนี่ย  บอกกูมาสิ  ไอ้สิงห์ทำอะไรมึง”  ไวน์เอื้อมมือไปจับที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเพื่อน เขย่าแรงๆให้สายตาเลื่อนลอยคู่นั้นหันมามองหน้าเขา  ลักษณ์มองเขาตาเยิ้ม  ยกมือเล็กๆนั่นจับที่ใบหน้าของเขา

            “ช่วย...ช่วยด้วย  มัน..ร้อน  ร้อนนะ..ในนี้”   ลักษณ์จับมือของเขาไปวางที่หน้าอกของตัวเองแล้วถูไปมา   ไวน์เบิกตาโพลงตกใจกับการกระทำของเพื่อน

            “มึงเป็นอะไรไปลักษณ์  ทำไมเหมือน...”

            “โดนยา”  นพช่วยต่อให้  “กูว่าใช่แน่ๆ”   ไวน์ก็คิดอยู่เหมือนกัน  เขาเคยได้ยินเรื่องยานรกพวกนี้มาบ้าง  แต่ว่าไม่เคยเห็นของจริงเลยสักครั้ง

            “ไอ้สิงห์!  อย่าให้กูเจอนะ”  ไวน์คำราม  ดึงมือออกจากมือของลักษณ์ที่พยายามบังคับมือของเขาให้ลูบไล้เนื้อตัวของตัวเองไปมาไม่หยุด  “ลักษณ์  จำกูได้หรือเปล่า  นี่กูไวน์นะ จำได้ใช่มั้ย”

            อีกฝ่ายพยักหน้า  แต่ทำท่าเหมือนอยากพูดออกมาแต่ก็ไม่พูด  เนื้อตัวบิดไปมาสลับกับสั่นสะท้านเป็นระยะ  นิ้วเรียวเริ่มแกะกระดุมเสื้อของตัวเองออกเพราะต้องการระบายความร้อนในตัวที่ไม่รู้มาจากไหน

            “เราต้องพาลักษณ์ไปโรงพยาบาลนะ  นพ โรงบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน”

            “อีกสองป้ายรถเมล์  ไม่เกินสิบนาที  แต่รถติดขนาดนี้คงไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง”  นพตอบ  เขากับเพลินพยายามเปิดหาข้อมูลของยาที่เดาว่าลักษณ์คงโดนมา  เพลินตัดสินใจโทรหาญาติผู้พี่ที่เป็นหมอแทน

            “....ค่ะพี่....  เพลินไม่ทราบเหมือนกันว่าโดนมาตั้งแต่เมื่อไหร่  ตอนนี้ก็....กำลังแย่เลยค่ะ  ทำยังไงดีคะ”  เพลินถามเสียงสั่น  ตาก็มองไวน์พยายามปลอบลักษณ์ให้อยู่นิ่งๆไปด้วย  “มีค่ะ มีรพ.ใกล้ๆ  แต่ตอนนี้รถติด  ค่ะพี่เพลิง....ยานอนหลับหรอคะ  เพลินไม่มีหรอก  น้ำเย็นหรอคะ  เพลินจะไปเอามาจากไหนล่ะ...ค่ะๆ ดื่มน้ำใช่มั้ยคะ  ขอบคุณมากค่ะ”

            “ยังไงเพลิน  พี่ว่าไงบ้าง”  ไวน์รีบถาม  เห็นหญิงสาวเอื้อมหยิบขวดน้ำเปล่าในรถมาส่งให้

            “พี่บอกต้องไปรพ.ก่อน  ดื่มน้ำเยอะๆด้วย  เอ้า...นี่ไวน์  ให้ลักษณ์กินเข้าไป  พี่เพลิงบอกมันขับออกทางฉี่” ไวน์รับขวดน้ำมาเปิดฝาออกแล้วประคองใบหน้าของลักษณ์ขึ้น  จ่อขวดให้ที่ริมผีปาก  ลักษณ์พยายามให้ความร่วมมือเต็มที่แม้จะทำได้ยากก็ตาม   ดื่มไปได้เกือบครึ่งขวดเจ้าตัวก็สำลักออกมา

            “ไหวมั้ยลักษณ์  อดทนอีกนิดนะ  ดื่มให้หมด”  ไวน์กัดฟันพูด  เขาสงสารอีกฝ่ายที่สำลักจนหน้าดำหน้าแดงแต่ก็ยังพยายามดื่มน้ำต่อจนหมดขวด

            ร่างเล็กตัวสั่นเทาสลับกับบิดเกร็งไปหมดทั้งตัว  หน้าตาของลักษณ์บ่งบอกความทรมานจนไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด  ริมฝีปากบางพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือฟังไม่ได้ศัพท์  ไวน์กอดร่างนั้นเอาไว้แนบอก  เขาไม่เคยรู้สึกอะไรอย่างนี้มาก่อน   มันเป็นความรู้สึกที่อยากจะรับความทุกข์ทรมานที่อีกฝ่ายได้รับอยู่นั้นมาไว้เสียเอง  เขายอมแล้ว  ยอมหมดทุกอย่างเลยขอแค่ให้ลักษณ์หายกลับมาเป็นปกติ  นาทีนี้ถ้ามีใครถามเขาว่ายอมตายแทนได้มั้ย ไวน์คงตอบว่าได้โดยไม่ลังเล

            “มีน้ำอีกมั้ย  ให้ลักษณ์ดื่มอีก”  ไวน์พูด  เพื่อนสองคนช่วยกันค้นจนทั่วได้น้ำมาอีกขวด  ไวน์ช่วยให้ลักษณ์ดื่มเข้าไปอีกจนหมด

            “หมดแล้วไวน์   ...เมื่อกี้พี่เพลินบอกให้ลงไปแช่น้ำเย็นจะช่วยได้”

            “น้ำเย็นเหรอ”  ไวน์มองออกไปข้างนอกรถ  ฝ่าสายฝนที่ตกหนักไม่ทีท่าว่าจะหยุด  เขาเห็นคลองประปาที่อยู่ริมถนน  นพเห็นสายตาของเพื่อนก็รีบบอก

            “อย่านะมึง  ไม่ได้นะ”

            “เปิดประตูหน่อยนพ”  ไวน์พูดเรียบๆ  เพื่อนสนิทไม่ยอมปลดล็อคให้  ไวน์ก็เลยจะกดเปิดเองเหมือนเมื่อครู่  “กูไม่ได้จะลงไปแช่คลอง  แต่จะพาไปตากฝนนี่แหละ น่าจะช่วยได้  เมื่อกี้ตอนลักษณ์อยู่กลางฝนก็ดูสงบกว่าตอนนี้”  ไวน์พูดเสียงแหบ  กระชับอ้อมแขนโอบกอดคนตัวเล็กแน่นเข้า  ลักษณ์เม้มปากเอาไว้ หน้าแดงก่ำ

            “ตากฝน?  เดี๋ยวก็ปอดบวมตายกันทั้งคู่หรอก  ไอ้ไวน์ใจเย็นๆนะมึง   ก่อนถึงแยกหน้าก็ถึงรพ.แล้ว”

            “มึงไม่เห็นไอ้รถเก๋งที่นอนแอ้งแม้งขวางอยู่นั่นหรือไง  เลนมันไปไม่ได้แล้ว  กว่ารถจะมาลากไป”  ไวน์ชี้ให้เพื่อนดูอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถกระบะข้างหน้า  เป็นสาเหตุที่ทำให้รถติดเป็นทางยาวขนาดนี้นอกจากฝนตกที่เป็นสาเหตุหลัก  “เมื่อกี้บอกก่อนถึงแยกหน้าใช่มั้ย  เห็นแล้วที่มีป้าย...งั้นเดี๋ยวกูพาลักษณ์ไปเอง”  ไวน์กะระยะด้วยสายตาแล้วน่าจะพอเดินไหวแน่ๆ

            “มึงจะพาไปยังไง”

            “เลาะฟุตบาทไป”   ไวน์ตอบ  เขาก้มลงมองใบหน้าบิดเบ้ของคนในอ้อมแขน  แตะริมฝีปากเข้ากับหน้าผากอุ่นชื้นนั้น  ไม่แคร์สายตาของเพื่อนที่มองมา

            “ลักษณ์  เดี๋ยวกูจะพาไปโรงพยาบาลนะ  มึงพอเดินไหวมั้ย”   ลักษณ์พยักหน้ารับ

            “ไอ้ไวน์  อันตรายเถอะ”

            “ไม่เป็นไรหรอก  กูอุ้มไหว...ให้กูได้ทำอะไรบ้าง  มึงดูหน้ามันสินพ..  กูทนไม่ไหวหรอก”   ไวน์พูด  เขากัดริมฝีปากของตัวเองจนห้อเลือด  แต่ความรู้สึกเจ็บยังน้อยกว่ายามทอดสายตามองลักษณ์แล้วเห็นแววตาหวาดกลัวทว่าเปี่ยมไปด้วยความต้องการนั้น  ลักษณ์บังคับตัวเองไม่ได้เลย  มือเล็กๆนั้นพยายามเลิกเสื้อขึ้นและสอดเข้าไปในกางเกงของตัวเอง  ลูบคลำปาดป่ายไปทั่วพลางบิดเกร็ง

นี่ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนเจอลักษณ์  ถ้าเป็นไอ้สิงห์หรือว่าคนใจชั่วคนอื่นเจอเข้าก่อน  ....ไวน์ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนสนิท...เขาคงรู้สึกผิดและเสียใจไปจนตาย

ไวน์ยึดมือของลักษณ์มากำเอาไว้หลวมๆ  ลักษณ์หายใจถี่เร็ว ดูเหนื่อยมากเหมือนคนวิ่งมาหลายกิโล  น้ำตาคลออยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความสดใส  แต่ว่าในระยะหลังกลับมีหมอกบางเบาปกคลุมอยู่ตลอด  ไวน์รู้แล้วว่ามันเป็นเพราะเขา  และที่มันเปลี่ยนเป็นหวานหยาดเยิ้มแกมหวาดหวั่นนี้ต้นเหตุก็เป็นเพราะเขาอีกเช่นกัน

เพราะเขาเอง...ลักษณ์  ถ้ามึงเป็นอะไรไปนะ 

“ช่วยด้วย...ช่วยหน่อย”  เสียงแหบพร่าของลักษณ์ที่กระซิบอยู่ข้างหู  กลิ่นกายหอมอ่อนๆปนกับกลิ่นน้ำฝน  สัมผัสร้อนรุ่มที่แนบชิด  และความรู้สึกในใจของเขา...ช่วยไม่ได้เลยที่ทุกอย่างทำให้ไวน์รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาบ้างเช่นกัน  ไวน์เม้มปากแน่นสะกดกลั้นความรู้สึกของตัวเองที่เริ่มพลุ่งพล่าน

“อื้อ...ฮือ   อึก..”  ลักษณ์ล้วงมือของตัวเองเข้าไปในกางเกง  บางส่วนของลักษณ์กำลังถูกปลุกเร้าด้วยฤทธิ์ยาที่ได้รับทำให้ยากจะต้านทานได้   ร่างเล็กบิดเกร็งขยับมือรัวเร็ว

“เพลินอย่าหันมานะ”  ไวน์ใช้หมอนช่วยปิดพลางกอดลักษณ์เอาไว้แน่น  เขาไม่สามารถหยุดอีกฝ่ายได้ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถ ‘ช่วย’ อีกฝ่ายได้เช่นกัน  ใบหน้าเล็กแดงจัดลามลงมาถึงลำคอ  เหงื่อแตกพลั่ก  ลักษณ์เงยหน้าขึ้นเห็นเส้นเลือดที่คอเต้นตุบเป็นจังหวะรัวแรง  เสื้อสีขาวชุ่มน้ำฝนบางแนบเนื้อเห็นไปถึงไหนต่อไหน  กางเกงแบะออกเลื่อนลงไปต่ำเกือบหลุดสะโพก  ไวน์จิกมือลงกับหน้าขาตัวเองแรงๆเป็นการเตือนตัวเองไม่ให้สติแตกตามไปด้วย  แม้ว่าภาพเบื้องหน้ามันจะกระตุ้นอารมณ์ของเขามากมายขนาดไหนก็ตาม

สัญชาตญาณในตัวร้องเตือนดังลั่นว่าเขาไม่หยุดตอนนี้  ก็อาจจะหยุดยั้งตัวเองไม่ได้อีก

“อ่า ...ชะ..ช่วยด้วย”

“ไอ้ไวน์  ทำไงดีวะ  สงสารมัน”  นพพูดกลบเสียงครางของลักษณ์  ขณะที่เพลินหน้าแดงยกมือขึ้นปิดหูปิดตา 

ไวน์จับมือของลักษณ์ให้เลิกขยับ  ใบหน้าลักษณ์เหยเกด้วยความเจ็บแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ต้องการปลดปล่อย  ของเหลวสีขุ่นเปื้อนเลอะเทอะที่กางเกงและหน้าตักของเขา  ชายหนุ่มจัดการดึงกางเกงของอีกฝ่ายขึ้นสวมจนเรียบร้อย  หันไปสบตาไอ้นพผ่านกระจกมองหลังแล้วก็กดปลดล็อคประตูข้าง

            “ไอ้ไวน์!”  นพกับเพลินตะโกนเรียกแต่ไม่ทัน  อีกฝ่ายเปิดประตูออกแล้วดึงลักษณ์ตามออกมาด้วย   ไวน์ไม่พูดพร่ำทำเพลง   ก้มลงช้อนร่างของลักษณ์ขึ้นมาอุ้มแล้วก็พาเดินฝ่าสายฝนเย็นฉ่ำนั้นไปตามฟุตบาท  มือเรียวคล้องอยู่รอบลำคอหนา  ปลายเล็บจิกที่ผิวหลังคอของเขาจนแสบไปหมด  นัยน์ตาของลักษณ์มองจับมาแล้วก็เบือนหลบไปซุกใบหน้าที่ซอกไหล่   ได้ยินเสียงพึมพำเบาจนต้องก้มลงไปฟังว่าให้ปล่อย

            “อดทนหน่อยนะลักษณ์”  ไวน์ตอบ  กระชับอ้อมแขนขึ้นอีก  “ไม่ไกลแล้ว  ให้หมอดู...มึงก็จะได้หายนะลักษณ์”   สายฝนเริ่มเบาลงเล็กน้อย  ลักษณ์สูดหายใจเข้าออกช้าๆตามที่เขาบอก  เนื้อตัวยังสั่นสะท้านอยู่เป็นระยะ  แต่อาการก็ดีขึ้น  เช่นเดียวกับบางส่วนในร่างกายของเขาที่เริ่มสงบลงเช่นกัน  ไวน์กัดฟันพาเพื่อนสนิทมาถึงรพ.จนได้

            เขาวางร่างของเพื่อนลงหน้าห้องฉุกเฉิน  พูดปากคอสั่นกับเจ้าหน้าที่ว่าเพื่อนเขาโดนวางยา  ลักษณ์ถูกพาเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที  เขายืนรอ พยายามจะชะเง้อมองเข้าไปภายในห้องนั้นอย่างเป็นห่วง  แต่เจ้าหน้าที่ก็บอกให้เขาไปติดต่อทำบัตรโรงพยาบาลก่อน  ไวน์ยืนจับปากกาอ่านเอกสาร  ตัวอักษรเบื้องหน้าเริ่มพร่าเบลอ  เขามือสั่น  ความเหนื่อยอ่อนและปวดร้าวไปทั่วทั้งตัวเข้าจู่โจมขึ้นมาฉับพลันราวกับรอจังหวะอยู่  ชายหนุ่มเริ่มยืนโงนเงน

            “คุณคะ ...รักษาใช้สิทธิที่ไหนคะ  คุณ... อ้าว... มีคนเป็นลม  ช่วยหน่อยค่ะ”   คุณพยาบาลร้องเรียก  แล้วร่างสูงใหญ่นั้นก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินด้วยอีกคน

            “ผม...ไม่เป็นไร... ช่วยเพื่อนผม ลักษณ์”  เขาพูดเบาๆ  รู้สึกว่าตัวเองถูกอุ้มลอยขึ้นนอนบนเปล  มีอะไรสักอย่างรัดที่ต้นแขนจนรู้สึกอึดอัดไปหมด  แล้วภาพเพดานกับแสงไฟด้านบนก็เริ่มหมุนติ้วจนเขาคลื่นไส้

            ภาพที่ไวน์เห็นก่อนที่ตัวเองจะหมดสติไปคือร่างผอมบางของเพื่อนสนิทที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงแคบๆภายในห้องที่แสนวุ่นวายนั้น  มีผู้หญิงใส่ชุดสีฟ้าๆและขาวล้อมรอบ   เขาเห็นลักษณ์ตัวสั่นเป็นระยะแต่อย่างน้อยลักษณ์ก็อยู่ในมือหมอแล้ว

            มึงต้องหายดี...ลักษณ์  มึงต้องไม่เป็นอะไร  แล้วก็ต้องตื่นขึ้นมาฟังกูพูด  เข้าใจมั้ย   กูมีอะไรจะบอก  ความผิดของกูเอง  อย่าเป็นอะไรนะเพื่อนรัก

            ............................................................................................

            “มันบ้าไปแล้ว   เราว่าต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุดนะ  แจ้งตำรวจดีกว่า”  นพพูดขึ้นมา  มองหน้าเพื่อนสนิทสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่ใกล้ๆ  แล้วเปลี่ยนสายตาไปมองร่างสูงใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงภายในห้องพักพิเศษของโรงพยาบาล

            “เราไม่มีหลักฐานอะไรเลยนะ  มีแค่ผลตรวจของลักษณ์  จะไปเอาผิดไอ้สิงหานั่นได้ยังไง” เพลินตาแย้งขึ้นมา

            “แต่เราจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวลแบบนี้เหรอ  ไม่ไหวล่ะ  เราว่ามันไม่ถูกต้อง  ไอ้ไวน์ก็คงไม่ปล่อยเหมือนกัน...”   คนฟังลุกขึ้นดินไปหาร่างคนป่วยที่นอนหลับอยู่บนเตียงบ้าง  ไวน์นอนอยู่ที่นี่ล่วงเข้าวันที่สามแล้วนับจากวันที่มันน็อคที่ห้องฉุกเฉิน  เธอกับนพที่ตามมาถึงทีหลังก็ตกใจเกือบช็อคไปอีกคนเมื่อหมอบอกว่ามันป่วยเป็นปอดอักเสบ  อาการหนักพอสมควร  ถ้ามาช้ากว่านี้ก็คงแย่  โชคดีที่เป็นคนหนุ่มแข็งแรงมาก่อนก็เลยพอจะฟื้นตัวได้

            “เราว่าให้ลักษณ์กับไวน์ตัดสินใจกันเองดีกว่า”

            “แต่ถ้าช้ามันก็จะยิ่งลอยนวลนะเพลิน”

            “นพพูดถูก”  เสียงแหบๆของคนป่วยพูดขึ้น  เพลินอุทาน

            “ไวน์  นึกว่าหลับอยู่เสียอีก”

            “นอนฟังพวกเธอคุยกัน   นพ...แจ้งความเถอะ  อย่างน้อยก็เป็นการขู่มันไม่ให้มายุ่งกับลักษณ์อีก  มึงมีวิธีหาหลักฐานไม่ใช่เหรอ”  นพเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างรู้กัน  บังเอิญนพมีเพื่อนเป็นลูกนายตำรวจใหญ่ที่แค่เอ่ยชื่อออกไปทุกคนก็ต้องร้องอ๋อ 

            “ได้เลย  รอคำนี้มานานแล้ว”  นพผิวปากแล้วลุกขึ้นยืน  เดินเข้ามาเกาะขอบเตียงบ้าง  “แล้วมึงเป็นไงบ้าง  ดีขึ้นแล้วสิ พูดได้ขนาดนี้”

            “อืม  ดีขึ้นแล้ว  ...กูขอไปเยี่ยมลักษณ์ได้มั้ย”  เพื่อนสองคนสบตากันแวบหนึ่ง  เพลินเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน

            “ลักษณ์กลับบ้านไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน  ไวน์  พี่ชายกับป้าของลักษณ์เป็นคนมารับ”

            “อ้าว  แล้วทำไมเมื่อวานเธอไม่บอกเรา  เธอให้เรารอวันนี้ทำไม”  ไวน์โมโห

            “เอ่อ...พะ  พี่ชายลักษณ์ไม่ยอมให้เธอเยี่ยมน่ะ”

            “พี่รามคงโกรธกูมาก”  ไวน์ครางออกมา  “แล้วลักษณ์มาเยี่ยมกูบ้างมั้ย”  เพื่อนอึ้งไปแล้วก็ส่ายหน้าช้าๆ  ทำเอาคนป่วยเงียบไปนานด้วยความเสียใจ

            “มึงอย่าเพิ่งคิดเรื่องลักษณ์เลย  รักษาตัวเองให้หายก่อนเถอะ  แล้วค่อยว่ากัน”  นพตัดสินใจพูดขึ้นมา  “เรื่องลักษณ์มึงยังใจเย็นรอมาได้ตั้งหลายปี  รออีกไม่กี่วัน  รักษาตัวให้หายแล้วจะไปตามง้อก็ยังไม่สายนะเว้ย”

            “มันไม่เหมือนกัน  เรื่องลักษณ์กูยังไม่ห่วงเท่าเรื่องพี่รามเลย”

            “เอ่อ...จริงๆเรื่องลักษณ์ก็น่าห่วงอยู่เหมือนกันนะ”  เพลินพูดแทรกขึ้นมา  “คือ...ลักษณ์ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงที่โดนยาไปน่ะ”  หญิงสาวพูดขึ้นมาแล้วกัดปาก  ไวน์อ้าปากค้าง  เธอเลยรีบขยายความต่อ  “คือหมอบอกว่าน่าจะเป็นผลข้างเคียงของยาทำให้ลืมช่วงเวลานั้นไป  หมอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแค่ชั่วคราวหรือจะลืมไปตลอด”

            “แล้วมีใครเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลักษณ์ฟังหรือยัง”

            “พี่ชายของลักษณ์...คนที่น่ากลัวๆน่ะเล่าไปแล้ว  บอกว่าลักษณ์ไม่สบายมากก็เลยพามาส่งรพ. พี่เค้ากำชับด้วยว่าให้ทุกคนพูดตรงกันให้หมด  ลักษณ์จะได้เชื่อตามนั้นแล้วก็ลืมๆเรื่องนี้ไปซะ”

            ไวน์นิ่งงัน  เขาเม้มปากแน่นหลับตานิ่งไปนานจนเพื่อนนึกว่าหลับไปแล้ว จนกระทั่งเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง

            “ก็ดีเหมือนกัน   ให้ลักษณ์ลืมเรื่องแย่ๆไปก็ดีแล้ว”





ต่อ

ออฟไลน์ ็Hollyk

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +535/-22
    • FanPage Melenalike//Hollyk
  ต่อนะคะ







              “เค้าก็จะลืมเรื่องที่มึงไปช่วยเค้าเอาไว้ด้วยล่ะสิ  นี่มึงเสี่ยงชีวิตเพื่อเค้าเลยนะ”  นพท้วง

            “เสี่ยงชีวิตอะไร  กูป่วยของกูอยู่เอง  ไม่ได้เสี่ยงอะไรทั้งนั้น”  ไวน์พูด  “ลักษณ์ต่างหากที่เสี่ยงชีวิต  ไอ้ยานั่นอาจจะทำให้เค้าเสียผู้เสียคนได้เลยนะ”

            “ไอ้ไวน์  มึงช่วยหยุดพูดเรื่องลักษณ์หน่อยเหอะ  ที่มึงเกือบตายอยู่เนี่ยไม่ใช่เพราะแบกมันตากฝนมาถึงที่นี่เรอะ”  นพพูดเพราะเป็นห่วงเขามาก  ไวน์เข้าใจ  เขายิ้มออกมานิดๆ

            “ถ้ากูจะตายเพราะโง่เดินตากฝนพามันมารพ.ก็สมควรแล้ว”  เขาพูด  แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคอ  “กูขอนอนต่ออีกหน่อย  เดี๋ยวพ่อกับแม่กูจะลงมาวันนี้ใช่มั้ย”

            “ใช่  แม่มึงเป็นห่วงมาก โทรหากูวันละสามเวลาหลังอาหารเพราะลูกชายไม่ยอมรับโทรศัพท์  ไม่รู้ว่าปิดเครื่องหรือมัวยุ่งเรื่องอื่นอยู่”  นพกระแทกเสียง  สายตามองไปยังโทรศัพท์สองเครื่องที่วางอยู่บนหัวเตียงของคนไข้  ไวน์หัวเราะเบาๆ

            “ขอบคุณมากนพ  เพลินด้วย...กูโชคดีที่มีเพื่อนอย่างพวกมึง”

            “เออ  กูไปล่ะ  เพลิน...ปล่อยให้มันนอนหงิกอยู่ที่นี่แล้วเราไปกินข้าวกันดีกว่า  วันนี้เรามีร้านเด็ดอยากแนะนำด้วยนะ”

            “ไปเหอะ  อย่าลืมบอกเด็กเสิร์ฟว่ากูคิดถึงด้วยล่ะ”  ไวน์พูด แล้วไอออกมาหลายครั้ง

            “กูจะเอาไปบอกพี่ชายเค้าแทนล่ะกัน”  นพตอบกลับมาแว่วๆก่อนจะปิดประตูห้องคนไข้

            รอยยิ้มบนใบหน้าของคนป่วยจางลง  เขาถอนหายใจยาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู...ข้อความในไลน์ที่เขาส่งไปหาลักษณ์ตั้งแต่เมื่อคืน  อีกฝ่ายยังไม่ได้กดอ่านด้วยซ้ำ   เป็นไปได้ว่าอาจจะบล็อกเขาไปแล้ว   ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ที่ใช้ประจำนั้นลงแล้วหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องที่เขาซื้อมาถูกๆเพื่อเอาไว้คุยกับใครบางคนโดยเฉพาะขึ้นมา   ...เขาขอให้ไอ้นพกลับไปเอาให้ที่บ้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ไม่รู้เหมือนกันว่าลักษณ์จะบล็อกไอดีนี้ไปด้วยหรือเปล่า

            Wishmeluck:  ลักษณ์

            Wishmeluck:  นี่กูเองนะ  ไวน์

            Wishmeluck:  มึงคงรู้อยู่แล้วล่ะว่าเป็นกู  กูมีเรื่องอยากคุยกับมึงหลายอย่าง  กูไม่รู้ว่าตอนนี้มึงเข้าใจว่ายังไง  ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนอยู่ที่ตรงไหนแล้ว   ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่เหมือนเดิมหรือว่ากลายเป็นแค่คนแปลกหน้า   แต่กูก็ไม่สนใจแล้ว  กูมีเรื่องอยากจะบอกมึง

            Wishmeluck:  ลักษณ์...กูรักมึงนะ  รักเหมือนเดิม  เหมือนวันแรกที่กูรู้สึกตัวว่าหลงรักเพื่อนสนิทตัวเอง  เหมือนวันสุดท้ายที่มึงปฏิเสธกูและกูก็พยายามตัดใจ   กูพยายามตัดใจจากมึงลักษณ์  นิวคือคนที่กูคิดว่าเค้าจะช่วยกูได้ แต่ก็เปล่าเลย...คืนนั้นในสนามที่มึงจูบกู  มันทำให้กูรู้ทันทีว่าไม่มีทางตัดใจจากมึงได้  กูยังรักมึงอยู่เต็มหัวใจ   มึงรู้หรือเปล่าลักษณ์ว่ากูดีใจมากแค่ไหนที่มึงก็มีใจให้กูเหมือนกัน

            Wishmeluck:  กูรอวันนี้มานานมากลักษณ์  มันนานจนเหมือนไม่มีวันมาถึง  นานจนกูถอดใจไปแล้ว  แต่สุดท้ายมันก็มาถึงจนได้ ทว่าเรากลับไม่เข้าใจกันอีก  กูไม่รู้ว่านิวไปพูดกับมึงว่าอะไรบ้าง  แต่คงไม่เหมือนกับที่กูอยากจะพูดกับมึงแน่ๆ  ถ้ามึงอ่านถึงบรรทัดนี้  ถ้ามึงยังรักกูอยู่  ก็ได้โปรดเถอะลักษณ์  ช่วยตอบกลับมา  ไม่ก็รับโทรศัพท์กูที  กูจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะลักษณ์

            ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลงที่เดิมหลังจากจ้องหน้าจอที่มีข้อความของตัวเองปรากฏอยู่ฝ่ายเดียวนั้นอยู่นานมากค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงบล็อกเขาไปแล้ว

            เขาทิ้งตัวลงนอนก่ายหน้าผาก  รู้สึกเจ็บนิดๆตรงข้อพับแขนที่มีเข็มน้ำเกลือคาอยู่   ใจจริงอยากจะโลดออกไปนอกรพ.เสียตั้งแต่ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ  แต่ว่าคงทำไม่ได้  และถึงทำได้  พี่รามก็คงไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้น้องชายอีกแล้ว

            เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นเบาๆตามด้วยร่างของพ่อกับแม่ของเขาก้าวเข้ามาในห้อง  แม่ร้องไห้ใหญ่ตอนที่เห็นหน้าเขา  ส่วนพ่อก็ตาแดงๆยกมือขึ้นลูบศีรษะของเขาเบาๆ  ไวน์กอดแม่เอาไว้แน่น

            “ผมขอโทษนะครับที่ทำให้เป็นห่วง”

            “รู้ตัวเหมือนกันเหรอเราน่ะ”  แม่เขาพูด  “ตอนเพื่อนลูกโทรไปแม่เกือบเป็นลมแน่ะ  ไปทำอะไรมาฮึไวน์  ถึงได้เป็นขนาดนี้”

            “อกหักมั้งครั้บ”  ไวน์พูดแกมหัวเราะ เสียงแปร่งจนผู้ผ่านโลกมาแล้วทั้งสองคนต้องเงยขึ้นมองหน้า

            “อะไรกัน  ..เลิกกับนิวแล้วเหรอ”  แม่ของเขาคราง

            “ครับ  แต่ไม่ได้อกหักเพราะนิว”  ไวน์ตอบ  “ผมอกหักเพราะ..คนเดิมอีกแล้วครับ”

          “เจ้าลักษณ์น่ะเรอะ”  พ่อของเขาพูดเสียงดัง  เพราะเมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งเผ่นกลับบ้านไปรักษาแผลใจเพราะถูกเพื่อนสนิทหักอกมาหยกๆ  โดนพ่อไล่กลับมาเรียนแทบไม่ทัน  หนนี้เอาอีกแล้ว  “ไหนว่าตัดใจแล้วไง  พ่อก็เห็นมาคบกับเจ้านิวก็น่าเอ็นดูดีออก”

            “ลักษณ์บอกรักผมครับ  แต่ว่ามันมีเรื่องเข้าใจผิดกัน”  ไวน์อึกอัก ไม่แน่ใจว่าจะเล่าดีมั้ย  สุดท้ายก็เล่าออกไป เพราะถึงอย่างไรพวกท่านก็ร่วมรับรู้ทุกอย่างมาตั้งแต่แรก

            “ตายแล้ว แล้วลักษณ์เป็นอะไรมากหรือเปล่า”  แม่ตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อเขาเล่าถึงตอนที่ลักษณ์โดนวางยา

            “ไม่ครับ  หมอบอกว่าไม่มีอะไร  โดนวางยาแค่นั้น”  ถ้าไม่ ‘แค่นั้น’ ล่ะก็  ไวน์สาบานกับตัวเองเลยว่าเขาจะทำทุกวิถีทางให้ไอ้สิงห์โดนยิ่งกว่านั้น

            “ฟาดเคราะห์จริงๆ โถ่เอ๊ย  ตัวเล็กแค่นั้นเอง”

            “แบบนี้ไม่เรียกฟาดเคราะห์นะคุณ  ต้องเรียกว่าซวยกลายเป็นเหยื่อของคนโรคจิตมากกว่า   นี่พ่อไม่คิดเลยนะว่านิวจะบ้าได้ขนาดนี้  แล้วลูกมีแผนจะจัดการยังไงอีก  แจ้งตำรวจดีมั้ย”

            “แจ้งแล้วครับ  ผมขอให้นพช่วย”

            “เดี๋ยวพ่อจะช่วยอีกแรง จะได้เข็ดๆ  ไม่มายุ่งกับคนของเราอีก”

            “แน่ะ  จะทำอะไรคะพ่อลูก เจอคนชั่วทำผิดกฎหมายเราก็อย่าไปทำตามเค้าสิคะ”

            “แล้วจะปล่อยไปแบบนี้เหรอครับแม่”  ไวน์ท้วง

            “สักวันบาปกรรมก็ตามทันเอง  เดี๋ยวนี้กรรมติดจรวดด้วยนะ   เอ๊ะ  หรือติดเรือดำน้ำ”   เธอหัวเราะออกมา  “เอาอย่างนี้  เรื่องนิวกับรุ่นพี่ลักษณ์อะไรเนี่ยก็ปล่อยไปก่อน  ตอนนี้รักษาตัวก่อนนะลูกนะ  ส่วนเรื่องลักษณ์แม่ว่าน่าจะเข้าใจกันได้แหละ  ไม่น่ายากหรอก  ในเมื่อคนมันใจตรงกัน  โบราณว่าคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน  มันก็คงจะจริงตามนั้นล่ะนะ”  แม่ของไวน์ทอดเสียงอ่อน   เธอเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นอย่างนุ่มนวล  ไม่นานลูกชายก็มีสีหน้าสดชื่นขึ้นมาบ้าง

            อยู่คุยด้วยได้ไม่นาน พ่อแม่ของไวน์ก็ต้องเดินทางกลับบ้านเพราะมีธุระที่ฟาร์มต่อ  ทิ้งให้คนป่วยต้องนั่งๆนอนๆอยู่ในรพ.คนเดียว

            เพื่อนๆก็ต่างมีเรียนกัน  เขาเลยได้แต่นอนดูทีวีสลับกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนานๆครั้ง  หรือไม่ก็ชวนคุณพยาบาลที่เข้ามาวัดไข้คุยแก้เบื่อ

            “พรุ่งนี้ผมจะกลับได้หรือยังครับ”  เขาถามคุณพยาบาลซ้ำไม่รู้กี่รอบ  และเธอก็ตอบกลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง

            “รอคุณหมอมาก่อนนะคะ”

            เขาเผลอหลับไปอีกครั้ง  สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีตอนที่นายแพทย์เจ้าของไข้มาเยี่ยม  พี่หมอคนนั้นบังเอิญเป็นเพื่อนกับพี่สายของไวน์  เคยไปเลี้ยงรวมกันเมื่อตอนเปิดสายใหม่ๆ  ก็เลยคุยกันง่ายหน่อย  พี่หมอบอกว่าจะให้เขากลับบ้านมะรืนนี้ถ้าไม่มีไข้อีก

            คืนนั้นไวน์ย้ายจากเตียง  ลากเสาน้ำเกลือมานั่งอยู่ริมหน้าต่าง  ห้องเดี่ยวพิเศษมันดีอย่างนี้นี่เอง  เพลินตากับนพเพิ่งจะกลับไปไม่นานหลังจากที่เอาขนมกับผลไม้มาให้กินเล่นๆ  นพบอกว่าสิงหาไม่โผล่หัวไปเรียนอีกเลยนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง  ส่วนลักษณ์ก็ยังไม่มาเหมือนกัน

            เพลินกับนพไปเยี่ยมลักษณ์ที่ร้านอาหารป้าดามา  ลักษณ์ไม่ได้ลงมาช่วยเสิร์ฟ  ไม่ได้ลงมาเจอหน้าสองคนนั้นด้วยซ้ำ  พี่รามบอกว่าลักษณ์ไม่ค่อยสบาย  นอนหลับอยู่  แต่ความจริงแล้วไวน์คิดว่าฝ่ายนั้นคงกลัวว่าเพื่อนของเขาจะมาเป่าหูน้องชายมากกว่า  พี่รามคงโกรธเขามากจริงๆ  ส่วนตัวลักษณ์เองนั้นจะรู้สึกอย่างไรนั้น  เขาเดาไม่ถูกเลย

            ลักษณ์อาจจะโกรธเขาก็ได้ที่นำพาปัญหามาให้  หรือไม่ก็อาจจะน้อยใจ  เสียใจ  หรือไม่รู้สึกอะไรเลย?  โว้ย...ดันติดแหงกอยู่ที่นี่เสียได้  ไม่งั้นจะได้ตามไปพูดกันเสียให้รู้เรื่อง

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  ไวน์รีบเอื้อมมือไปรับ  เขาถอนหายใจด้วยความผิดหวังเมื่อคนที่โทรไม่ใช่คนที่รอคอย  แต่กลับเป็นคนที่เขารู้สึกรังเกียจจนไม่อยากจะเห็นหน้าหรือได้ยินเสียงด้วยซ้ำ…ชายหนุ่มกดตัดสายทิ้ง   ปลายสายก็โทรกลับมาใหม่อีกสองรอบจนในที่สุดไวน์ก็รำคาญ  เขากดรับสาย  กรอกเสียงลงไปห้วนๆ

            “ฮัลโหล”

            “ไวน์  นี่นิวเองนะ”      เสียงนิวดังขึ้น  แกมสะอื้นเล็กน้อย

            “คุณยังมีหน้าโทรหาผมอีกเหรอ”

            “นิวขอโทษ  ไวน์...นิวเพิ่งรู้ข่าวว่าไวน์ป่วยเข้ารพ.  นิวเสียใจ”

          “ผมว่าเราพูดกันตรงๆดีกว่า  คุณโทรมาทำไม”  ไวน์ไม่หลงกลสำเนียงซื่อๆ  ดูไม่มีพิษมีภัยนั้นอีกแล้ว

            “เพราะเป็นห่วงไวน์  ดีขึ้นหรือยัง...แล้วลักษณ์ล่ะ  เป็นอย่างไรบ้าง”

            “คุณยังกล้าถามถึงลักษณ์....นี่จิตใจคุณทำด้วยอะไรเนี่ย  หรือว่าคุณเป็นโรคจิตฮึนิว  ที่คุณทำลงไปมันเกือบทำลายอนาคตของคนๆนึงเลยนะ  คุณรู้ตัวหรือเปล่า”

            “นิวไม่รู้จริงๆว่าพี่สิงห์จะทำถึงขั้นนั้น”  นิวหลุดปากพูดออกมา   “ไวน์  นึกว่าเห็นแก่ความสัมพันธ์ของเราเมื่อก่อน  ช่วยถอนแจ้งความได้มั้ย”  ในที่สุดอีกฝ่ายก็บอกจุดประสงค์หลักที่โทรมาวันนี้  ไวน์หัวเราะในลำคอ  “ได้โปรดเถอะไวน์  อย่างน้อยไวน์ก็เคยทำร้ายจิตใจนิวนะ”

            “สิงหาเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย”

            “ไม่เกี่ยว  แต่เค้าเกี่ยวกับพี่เนิร์ด  พี่ชายของนิวเอง  ...นิวรู้ว่าพี่สิงห์คงซัดทอดแน่ๆ  ไวน์  ช่วยหน่อยนะ  แม่ของพี่เนิร์ดตั้งความหวังกับลูกชายเอาไว้มาก  นิวไม่อยากให้ท่านเสียใจที่ลูกโดนไทร์”

            “ก็สมควรแล้วนี่  ใครทำอะไรก็ต้องได้อย่างนั้น”

            “ไวน์ไม่กลัวว่าลักษณ์จะตกอยู่ในอันตรายหรือไงถ้าอยู่ในฐานะพยาน  เรื่องนี้เกี่ยวพันกับหลายคนนะไวน์  เราว่าไวน์อย่าเข้ามายุ่งเลยดีกว่า”

            “นี่นิวขู่ผมเหรอ   ผมไม่สนใจหรอกว่างานนี้จะดึงใครติดร่างแหเข้ามาเกี่ยวบ้าง  ผมสนใจแต่ว่าลักษณ์จะต้องปลอดภัยเท่านั้น  ถ้าคุณคิดจะทำอะไรลักษณ์อีกล่ะก็....”  เขาพูดเสียงเย็น  “คุณเองก็เตรียมตัวหาที่เรียนใหม่ได้เลย  เพราะมหาวิทยาลัยคงไม่ปล่อยให้คนที่เกี่ยวพันกับคดียาเสพติดลอยนวล”

            “ไวน์...”

            นิวกรีดร้องมาตามสายแต่ว่าเขาชิงกดตัดสายทิ้งไปเสียก่อน  ไวน์เอนหลังพิงพนัก  ยกมือขึ้นนวดที่ต้นคอของตัวเอง  ปลายนิ้วสะดุดเข้ากับสะเก็ดเล็กๆเป็นทางยาวที่หลังคอที่เกิดจากรอยเล็บของใครบางคน  มันยังหลงเหลือความรู้สึกแสบๆเอาไว้

            บางครั้งเขาก็คิดขึ้นมาเหมือนกันว่าถ้าวันนั้นไม่มีเพลินตากับนพอยู่ในรถด้วย  เหตุการณ์จะเป็นอย่างนี้หรือเปล่า  หรือว่าจะจบลงที่เขาตบะแตก  พาลักษณ์เลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรงสักแห่งข้างทางที่มีอยู่มากมายนั้นแทนที่จะพามารพ.อย่างที่ควรจะเป็น   และถ้ามันเป็นอย่างนั้น   เรื่องราวของเราจะเป็นอย่างไรต่อ

            จะดีกว่าที่เป็นอยู่นี้มั้ย...

            เขาหยิบการ์ดกับพวงกุญแจรูปลูกบาสขึ้นมาดูอีกครั้ง  เขาพกติดตัวเอาไว้ตลอดราวกับเป็นเครื่องราง  หยิบมาดูทุกครั้งที่คิดถึงอีกฝ่าย  ลักษณ์ก็ยังเป็นลักษณ์คนเดิมกับเมื่อหลายปีก่อน....เขียนการ์ดบอกรัก  หึ...ยังจำได้เมื่อตอนม.ต้น  ที่มันเขียนการ์ดเสียหวานหยดย้อยแล้วก็เอาไปไว้ใต้โต๊ะเรียนสาวที่มันชอบ  พร้อมขนมชื่อเดียวกับสาวคนนั้น   จะว่าตลกก็ตลก  แต่ตอนนั้นเขาก็ยังอดรู้สึกอิจฉาเด็กคนนั้นไม่ได้

            มาถึงตอนนี้  เขาว่าเขารู้สึกอิจฉาตัวเองในอดีต  ที่สามารถใกล้ชิดกับคนที่ชอบได้โดยไม่ต้องห่วงกังวลอะไร  ถ้าเขาไม่เปิดเผยความรู้สึกของตัวเอง  ไม่แน่ว่าตอนนี้เขากับลักษณ์อาจจะกำลังนั่งกินขนม  เดินเล่นในสวนสาธารณะ  ดูหนังด้วยกันเหมือนทุกทีก็เป็นได้  ทุกอย่างอาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่ 

            เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้น  ไวน์ขยับลุก  เอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาเพื่อกดปิดเสียงอย่างเชื่องช้า  คงเป็นไลน์กลุ่มคณะอีกตามเคย  ไม่รู้จะคุยอะไรกันนักหนาเป็นร้อยๆข้อความ  หลายครั้งที่เขากดอ่านผ่านๆให้มันเลิกแจ้งเตือนสีแดงๆเฉยๆ

            ทว่าตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทำให้เขาเบิกตากว้าง  มือสั่นด้วยความตื่นเต้น  เลื่อนสายตาจากข้อความของตัวเองที่ส่งไปยาวเป็นพรืดเต็มหน้าจอ  ใครคนนั้นตอบกลับมาสั้นๆด้วยถ้อยคำที่ไม่เคยมีใครรู้ว่ามีความรู้สึกใดซ่อนอยู่บ้าง

 

            GoodLuck: อืม

.....................................................................

             

             มาต่อนะคะ  ช้านิดนึงนะ55555ช่วงนี้ไรท์ติดธุระยุ่งเหยิงหน่อย  ต้องอาศัยแต่งเก็บเอาไว้ทีละเล็กละน้อย    เอาละ  มาถึงตอนนี้เเล้ว   ถ้าใครเดาว่าจะมีncละก็ เป็นอันต้องผิดหวัง555555แหม  นายเอกโดนวางยา พระเอกก็ป่วย  ไรท์คิดว่าที่เขียนน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดเเล้ว  เเต่ถ้าใครมีไอเดียดีๆเด็ดเสนอได้เผื่อรีไรท์555555555

หลายคนคงเดาได้ว่าใกล้จะถึงตอนจบเเล้ว  ใช่แล้วค่ะ5555

เร็วๆนี้จะเปิดเรื่องใหม่นะคะ  เป็นเรื่องที่สองในซี่รี่ส์แอบรัก  (เซตนี้มีสามเรื่องนะคะ เรื่องสุดท้ายใครชอบพี่รามก็โปรดติดตามค่ะ)

ขอบคุณมากๆนะคะที่ติดตามอ่าน   

ทวิตเด้อ #แอบลักษณ์

FB 
FANPAGE
Melenalike

 

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
TT

อืมแล้วยังไงต่อค่ะลูกกกกก

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
 :z3:


จัดการนิวให้ถึงที่สุด

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5

ออฟไลน์ Chise

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 449
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
คนแต่งแต่งเก่ง เรารู้สึกว่ามันเรียลมาก ความหน่วงมาทุกตอน
ขอให้จบดีๆ ให้ลักษณ์กับไวน์เข้าใจกันซะที T T

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด