【✦ Sea Spec ✦】#เด็กทะเล 【CH 30 | P.80 | 16.6.18】ll END ll
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: 【✦ Sea Spec ✦】#เด็กทะเล 【CH 30 | P.80 | 16.6.18】ll END ll  (อ่าน 521053 ครั้ง)

ออฟไลน์ ppreaww

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบมากค่ะ  :hao5:

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
มารอค่ะ กว่าจะมาโฮกกก

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 663
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
เราตามไปเซ็บนู้นนมา อ่านทันละ
อัพเป็ดให้กันไวๆเน้อ นี่เข้าไปดูเว็บนู้นทุกวัน
เน็ตเรากาก โหลดช้า

ออฟไลน์ THiiCHA

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1950
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +209/-4
ตามมาจากเว็บเด็กดีค่ะ  เพิ่งอ่านเมื่อคืนรวดเดียวเลย > <
อยากบอกว่าชอบมากกกกกกกกกกก 
ชอบภาษาในการเขียน ชอบจังหวะการแทรกมุกตลก
ชอบสาระต่างๆที่แทรกในเรื่อง   
ทะเลเหมือนเด็กน้อยซุกซนอยากออกไปแตะขอบฟ้าแบบพี่ตูนบอดี้แสลม ฮ่าาา
ชอบความสัมพันธ์ระหว่างทะเล กับพ่อ มันอุ่นมันละมุนแบบแมนๆอยู่ในดงเถื่อน 5555
( ที่เด็กดีค้างไว้ 40% ฉากในห้องทำงาน ) 
พ่อลูกคู่นี้กำลังเรียนรู้กันและกัน อยากรู้ว่าทะเลจะช่วยอะไรพ่อ ลุ้นๆๆ
ส่วนพี่เม่นพระเอกของเรา ดูโหดเหมือนยักษ์แต่ก็ใจดีจนน่าซบ 
ปากร้าย แต่ใจดีแบบนี้โกนหนวดโกนเคราละคนอ่านขอนะ // พลั่ก โดนตบ 55555 
ยังมีเดอะแก๊งทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ในเรื่องนี่ตัวฮา โผล่ตอนไหนเหมือนคณะตลกมาเอง
ขำท้องแข็งทุกที 5555555555555555
 
ติดตามอยู่นะ รออ่านต่ออย่างใจจดใจจ่อ อิอิ ^____^V

ออฟไลน์ Cloudnine

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 750
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ติดตามด้วยคน อ่านแค่ตอนแรกก็ชอบแล้ว
 :pig4: :กอด1: o13

ออฟไลน์ วันเวย์

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 75
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-2
    • https://www.facebook.com/onewayy17/
บทที่ 8
ยามอาทิตย์อัสดง




เรือสองลำเข้าฝั่งมาเมื่อเวลาอาทิตย์อัสดง...

แสงสีส้มสาดส่องเต็มท้องฟ้า นกเล็กๆ บินถลาส่งเสียงร้องคลอเคล้าเสียงคลื่น

ขณะนี้เป็นเวลาห้าโมงกว่าเกือบหกโมงเย็น ล่วงเลยมาป่านนี้ ใครๆ ก็คงอยากเลิกงานกลับบ้านด้วยกันทั้งนั้น หากวันนี้ท่าน้ำของชาญทะเลคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน คนงานประมาณสิบกว่าคนยืนจับกลุ่มคุยกันบนสะพานไม้เก่าๆ ณ ริมฝั่งทะเล

หนุ่มเมืองกรุงก้าวลงจากเรือเมื่อลุงอินจอดเทียบท่า เขายืนมองนายช่างลากเรือลำที่เสียไปผูกกับหลักยึดให้เรียบร้อย จากนั้นชายชราผู้เป็นฮีโร่จึงขอตัวเอาเรือของตนไปเก็บบ้าง ทยากรมองรอบด้าน สองตาสำรวจเหตุการณ์ไม่ปกติอย่างสนใจ ท่ามกลางผู้คนมากมาย ชายหนุ่มเห็นร่างสูงใหญ่ยืนเด่นเป็นสง่า นายหัวชาญหันหน้ามองน่านน้ำ ราศีของคนเป็นนายฉายโดดเด่นออกมาจากคนงานทุกคน

คนต่างถิ่นไม่รอช้า ก้าวเข้าหาบิดาอย่างว่องไว ลืมเสียแล้วว่าต้องรอใครบางคนผูกเรือให้เสร็จก่อน

“นายหัว”

“อ้าว! ไอ้ทะเล” ร่างสูงใหญ่หันกลับมามอง พอเห็นว่าเป็นใครเท่านั้น มุมปากก็ขยับยกเป็นรอยยิ้ม “ไปไหนมาล่ะเอ็ง ไม่เห็นหน้าเห็นตาทั้งวัน”

คนถูกถามชะงัก คันปากนึกอยากเล่าวีรกรรมที่ไปตกระกำลำบาก แต่คิดไปคิดมา... ครั้นจะบอกว่าไปลอยเท้งเต้งกลางน้ำหมดเวลาเป็นวันๆ ก็ขายขี้หน้าพ่อแปลกๆ

“อยู่กับนายช่างครับ” ทยากรเลือกตอบแค่นั้น จังหวะเดียวกัน คนถูกยกมาอ้างก็ปรากฏตัวด้านหลัง ยืนยันคำพูดให้

ร่างสูงใหญ่แสดงสีหน้าบูดบึ้งไม่เลิกรา นายช่างเดินเข้ามาสมทบกับเขาและนายหัว คนตัวโตหันมามองเขา ตาดุๆ นั่นคล้ายจะไม่สบอารมณ์อะไรสักอย่าง ตอนนี้เองที่ทยากรเพิ่งนึกได้ เขาเสียมารยาทเดินมาหาพ่อโดยไม่ได้รอนายช่าง

“ไงไอ้เม่น งานหนักหรือวันนี้ ทำหน้าเหมือนอยากจะหักคอใคร” คนเป็นนายเอ่ยถาม น้ำเสียงหยอกล้ออารมณ์ดี ผิดกับคนก่อคดีไว้เยอะบางคน... ทยากรร้อนๆ หนาวๆ ชอบกล เสียวสันหลังไปหมดด้วยเป็นวัวสันหลังหวะ

“หักคอมันน้อยไป ไอ้พวกดื้อด้านบางตัวมันน่าจับถ่วงน้ำดัดนิสัย”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ‘บางตัว’ ที่ว่านั่นคือใคร

นายหัวแห่งท่าเรือใหญ่มองการตีกันทางวาจาของไอ้คู่นี้แล้วนึกขำ เจ้านายกับลูกน้อง ไอ้เรื่องสันดานไม่ยอมคน เห็นจะสะสมไว้ในตัวมากพอกัน... อุตส่าห์จับผูกติดไว้ด้วยกันเสียหลายวัน พวกมันก็ยังหาวิธีสมานฉันท์กันไม่ได้

ยักษ์ปักหลั่นเห็นหน้าเจือนๆ ของคนที่ทำเขาหงุดหงิดแล้วถอนหายใจ ต่อหน้านายหัวชาญ อย่าว่าแต่จะหักคอเลย แตะต้องตัวมันแม้เพียงนิดก็ให้รู้สึกกระดากใจ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าความเป็นคนโปรดของไอ้ทะเลมีอิทธิพลเพียงไหน

แค่เจ้านายเห็นหน้ามัน ผู้ชายคนนั้นก็อารมณ์ดีเสียแล้ว...

“เรือยังไม่เข้าอีกหรือพี่ชาญ” คนหงุดหงิดตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุย เขาปัดไอ้เด็กตัวขาววอกนั่นออกไปจากความสนใจ ร่างสูงใหญ่หันมองไปในทิศทางเดียวกับนายหัวชาญ เงาดำของสองร่างยืนหยัดเคียงกัน ท่ามกลางความมืดที่เริ่มยึดพื้นที่ทีละน้อย

“ยัง แต่ใกล้เต็มที” คนเป็นพี่เลิกคิ้วฉงน “ว่าแต่มึงรู้ได้ยังไงล่ะ”

“เพิ่งกลับเข้าฝั่ง เห็นคลื่นน้ำแปลกไปเลยเดาได้” ระลอกคลื่นตกกระทบโขดหินรุนแรงขึ้นทุกขณะ  ตะกอนน้ำข้างใต้ขุ่นมัว คนอยู่ทะเลมาตั้งแต่ตัวเท่าฝาหอยสิบฝา เจอสภาวะการเปลี่ยนแปลงของน้ำมาแล้วทุกรูปแบบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอนุมานการเข้าเทียบท่าของเรือได้

“หึ! มึงนี่มันลูกน้ำเค็มของแท้” นายหัวชาญชื่นชมจากใจ...

หากจะมีใครผูกพันกับชาญทะเลลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ นอกจากตัวเขาแล้ว ก็เห็นจะมีแค่มัน...

ท่าเรือที่ก่อตั้งมานานนับสิบปี ล้มลุกคลุกคลานจนเป็นปึกแผ่นถึงทุกวันนี้ แม้จะมีคนงานที่สนิทสนม หยอกล้อเล่นหัวกันได้มากมาย แต่คนที่เขาสามารถวางใจได้ สุดท้ายก็ยังเป็นน้องชายต่างสายโลหิตคนนี้เท่านั้น

“เข้าท่าช้าไปครึ่งค่อนวันอย่างนี้ เข้าเนื้อมากไหม” ใบหน้ารกครึ้มหนวดเคราหันมาถาม ถึงทำงานเป็นนายช่าง วันทั้งวันอยู่กับเครื่องยนต์เป็นส่วนใหญ่ หากใครบ้างจะไม่รู้...รายได้มหาศาลที่ต้องเสียไปกับเรื่องสุดวิสัยเช่นนี้

ที่น่าหนักใจคือค่าแรงคนงาน...

เรือใหญ่ไม่เทียบท่า กว่าร้อยชีวิตไม่มีงานทำ... ถึงวันนี้จะนั่งว่างกันเกือบทั้งวัน แต่ทุกบาททุกสตางค์ยังคงเป็นภาระรับผิดชอบของคนเป็นนาย

“พอตัวล่ะวะ แต่ถ้าได้ปลามาเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ถือว่าชดเชยกันได้”

คนอ่อนวัยยืนฟัง ‘คนแก่’ ทั้งสองสนทนากันเงียบๆ บรรยากาศรอบตัวของนายช่างและนายหัว คล้ายมีละอองแห่งความกังวลลอยวนอยู่ หนุ่มเมืองกรุงขยับตัวมายืนเบื้องหลัง ทำตัวเป็นประหนึ่งลมฟ้าอากาศ ไม่รู้จะพูดอะไรกับใครดี เรื่องพวกนี้... ในชีวิตของเขาไม่เคยได้สัมผัสกับมันมาก่อน ทยากรไม่รู้เลยว่าอาชีพประมงนั้นเขาทำกันอย่างไร แม้แต่เรือลำใหญ่ ยามเคลื่อนเข้าฝั่งจะบรรทุกปลาแบบไหนกลับมาบ้าง เขายังไม่สามารถนึกภาพได้

“รอบที่แล้วก็น่าพอใจไม่ใช่หรือ”

“เออ แต่เทียบปีนี้กับปีที่แล้ว ปูปลามันลดลงไปมากโข” นายหัวชาญถอนใจ “รอบนี้มันหน้ามรสุม เจ้าเล็กๆ เขาไม่ออกมากัน ตัวหารมีไม่มาก กูเลยลองเสี่ยงส่งเรือออกไป เผื่อจะได้กลับมาเต็มลำเหมือนปีก่อนๆ บ้าง”

คู่สนทนาพยักหน้ารับฟัง ทอดสายตาจากชายฝั่งมองไกลออกไปสุดเวิ้งน้ำ คนงานที่สมัครใจทำงานล่วงเวลาให้นายหัวรวมตัวกันหนาแน่นขึ้น นายช่างหรี่ตาจับจ้อง 'จุด' เล็กๆ กลางทะเลไกลๆ คนสายตาดีคล้ายมองเห็นหัวเรือใหญ่ แม้แสงสลัวยามโพล้เพล้จะไม่อำนวยมากนัก

“นาย! นายหัว...”

เสียงไอ้ชาติโหวกเหวกมาแต่ไกล ร่างสูงสักยันต์เต็มแขนวิ่งพรวดพราดเข้ามาหา ที่ตามหลังมาติดๆ คือไอ้หิน คู่หู คู่ซี้ อยู่ข้างกายกันไม่เคยห่าง “อ้าว! พี่เม่น... มึงด้วยไอ้ทะเล มาเมื่อไหร่วะ”

“เมื่อกี้”

คำตอบเหมือนกัน แถมหลุดจากปากในเวลาเดียวกัน ราวกับนัดไว้

ทยากรมองหน้าคนตัวใหญ่ งุนงงเล็กน้อยกับอาการใจตรงกันไม่เลือกเวร่ำเวลา หนุ่มเมืองกรุงเบือนหน้าหนีจากสายตาดุๆ ของนายช่าง เป็นความผิดของไอ้ชาติทีเดียว ทำไมมันไม่เจาะจงเล่าว่าคำถามเมื่อกี้ ถามใคร!

คนมาใหม่หัวเราะในลำคอ เห็นอาการแปลกๆ ระหว่างผู้ชายสองคนแล้วตลกฉิบหาย

คนหนึ่งตัวใหญ่ยังกะยักษ์ แก้ผ้าแก้ผ่อนโชว์ลอนกล้ามเนื้อหน้าท้อง ปล่อยให้อีสาวใจแตกทั้งหลายแอบลักกินขโมยกินกันทางสายตา ส่วนอีกคนหรือก็ดูตัวกระจ้อยเพราะเสื้อย้วยๆ มันหลวมเหมือนเด็กขโมยใส่เสื้อพ่อ... พอคิดมาถึงตรงนี้ คนไอเดียโลดแล่นเริ่มเห็นความผิดปกติบางอย่าง เมื่อมองนายช่างกับไอ้ทะเลสลับกัน ดวงตาของไอ้ชาติก็พลันเบิกโพล่ง

ไอ้พี่เม่นมันเป็นผู้ชาย...เทรนแฟชั่นเปลือยท่อนบน ถอดเสื้อเดินโทงๆ ทั้งวันคงไม่มีใครคิดว่าแปลก แต่ที่มันประหลาดคือเสื้อมันย้ายไปอยู่บนร่างอีกคนต่างหากล่ะโว้ย อีแบบนี้ช่างชวนให้สงสัย คนชอบเสือกเรื่องชาวบ้านอย่างไอ้ชาติ ย่อมจำได้แน่นอนว่าเสื้อผ้าใครเป็นของใคร

เจ้าของเสื้อดั๊นไม่ได้ใส่ ส่วนไอ้คนใส่ก็ไม่ใช่เจ้าของเสื้อ...

เอาล่ะหนอ...ช่างเป็นเรื่องโอละพ่อ ชวนให้คิดอกุศลกันได้ตามอัธยาศัย แต่พอดีคนอย่างพี่ชาติมันซื่อใส มันจึงไม่ได้คิดอะไรเลย จริงจริ๊ง!

“มีอะไรไอ้ชาติ เรียกกูซะดังแล้วก็เสือกเงียบไป”

เมื่อรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลา หมาในปากจึงต้องบำเพ็ญตบะ สงบกายสงบจิตเอาไว้ก่อน ชาติจำใจละสายตาจาก ‘เรื่องสนุก’ มาสู่ ‘เรื่องงาน’ นายหัวชาญจ้องมันเขม็ง ขืนทำเป็นเล่นมีหวังได้กินตีนนายแทนข้าวเย็น

“เรือเข้าแล้วนาย ส่งสัญญาณมาแล้ว” พูดจบ ไอ้คนชอบอึกทึกก็ชี้ไม้ชี้มือไป “นั่นไง! นั่นไงนาย หัวเรือมาโน่นแล้ว!”

“เออ กูเห็นแล้ว เรือกูจะเข้าท่าไม่ได้จะล่ม มึงจะเอ็ดตะโรทำห่าอะไร” คนเป็นนายส่ายหน้า เอือมระอานัก “พวกมึงก็ไปเตรียมตัวให้พร้อม เกณฑ์ไอ้พวกแรงดีๆ มาคอยขนของลงจากเรือ ว่าแต่ตอนนี้เหลือกันอยู่กี่คนวะไอ้หิน”

“เกินสิบอยู่หรอกนายหัว พวกแรงงานส่วนใหญ่ยังอยู่กัน” หินตอบตามจริง

“งั้นก็ดี มึงสองคนไปคอยคุมไว้ จัดระเบียบพวกมันด้วย จะได้ไม่วุ่นวาย” นายใหญ่ของชาญทะเลสั่งการ เงยหน้าขึ้นมองดินฟ้าอากาศ จากนั้นจึงกำชับลูกน้อง “บอกพวกมันเร่งทำเวลากันหน่อยล่ะ กูกลัวไม่ทันพายุมา”

“ได้เลยนาย ฉันกับไอ้หินจัดการได้ นายไม่ต้องห่วง” ไอ้ชาติตอบรับแข็งขัน เผลอสอพลอไปนิดหน่อยตามนิสัยกะล่อนของมัน ลูกน้องคนสนิททั้งสองพากันปลีกตัวไปทำงานตามหน้าที่ สายลมเย็นพัดแรงขึ้นทุกที เป็นสัญญาณว่าความกังวลของนายหัวชาญอาจมาเร็วกว่าที่คาดไว้

คืนนี้จะมีมรสุมลูกใหญ่...

ทยากรจำได้ ลุงอินเพิ่งบอกไว้เมื่อครู่นี้ ชายหนุ่มเงยหน้ามองฟ้า เวลาหกโมงเย็นของที่นี่ ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิทดี ยังมีแสงธรรมชาติให้ได้ใช้โดยไม่ต้องพึ่งหลอดไฟ

คลื่นน้ำกระทบฝั่งแรงขึ้นตามการเคลื่อนที่ของเรือใหญ่ ตอนนี้เองที่คนกรุงเทพฯ เพิ่งได้เห็นเรือประมงลำยักษ์ประจักษ์แจ้งแก่สายตา เรือลำนั้นทาสีน้ำเงินคาดแถบขาว หัวเรือมีตัวอักษรชาญทะเลประดับโดดเด่น ตลอดลำเรือเต็มไปด้วยเส้นสายระโยง เสากระโดงเรือสูงตระหง่าน... มองแล้วช่างเหมือนเรือโจรสลัดในการ์ตูนเรื่องโปรดของเขาเสียเหลือเกิน

คนตัวขาวตื่นตาตื่นใจจนอยู่ไม่สุข ร่างสูงโปร่งขยับไปยืนชะเง้อคอยืดยาวอยู่ข้างนายช่าง ขณะพยายามเข้าใกล้เรือมากกว่านั้น มือของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อ

“อย่าเข้าไปใกล้” ยักษ์หน้าโหดออกคำสั่ง ดวงตาดุดันถลึงมองมา “เดี๋ยวก็ตกน้ำตกท่า”

ทยากรหน้าบูด เขาสะบัดตัวออกจากรัศมีมือหนักๆ ของนายช่าง นึกเคืองอยู่เหมือนกันที่อีกฝ่ายทำราวกับเขาเป็นเด็กประถม เขาโตแล้ว! เล่าเรียนจนจบ แถมอายุยี่สิบกว่าๆ บรรลุนิติภาวะขนาดนี้แล้ว ใครมันจะทะเล่อทะล่าตกน้ำตกท่าง่ายดายอย่างนั้น

หนุ่มเมืองกรุงขยับตัวเข้าใกล้เจ้านายอีกคน มือขาวเขย่าแรงๆ ที่ชายเสื้อ

“นายหัว...”

“หือ?” เมื่อถูกเรียกด้วยวิธีที่กระตุ้นสัญชาติญาณคนเป็นพ่อ นายหัวแห่งท่าเรือใหญ่จึงไม่อาจละเลยไปได้ ใบหน้าคร้ามหันกลับมา เห็นหน้าตาไอ้คนเรียกเจือความอยากรู้อยากเห็นก็เอ็นดู

“เรือลำนี้...ใช่ที่เคยเล่าให้ฟังวันก่อนหรือเปล่าครับ”

“ใช่สิ เป็นลำที่ข้าบอกว่ามันออกทะเลไปก่อนที่เอ็งจะมาไงล่ะ” นายหัวชาญอธิบายต่อ “ความจริงมันต้องเข้าท่าตั้งแต่เมื่อเช้ามืด แต่น่ากลัวจะเจอมรสุมเข้ากลางทางเลยเพิ่งจะเข้าเอาตอนนี้”

“แล้วจะมีปลาหมึกยักษ์หรือเปล่า”

“หึ... มีสิวะ” พอพูดถึงหัว... มือใหญ่จึงขยี้ศีรษะมัน “แต่จะตัวเท่ายักษ์หรือเท่าขี้ตาก็ต้องลุ้นกันอีกที”

หนุ่มกรุงเทพฯ พยักหน้ารับรู้ ตั้งใจฟังบุพการีเสียทุกคำ แววตาเหมือนสัตว์เชื่องๆ เชื่อฟังนายหัวแต่เพียงผู้เดียวนั้น กระตุ้นต่อมหมั่นไส้ของใครบางคนเข้าโดยไม่รู้ตัว

“นายหัวครับ”

“อะไรอีก” นายหัวชาญละสายตาจากเรือใหญ่ จ้องหน้าไอ้ตัวปัญหาอย่างสงสัย ท่าทางมันตอนนี้เหมือนเด็กกำลังอ้อนขอให้พ่อซื้อของเล่นให้ไม่มีผิด

“ขอ...ขอขึ้นไปบนเรือได้ไหม”

คำขอของลูกชายทำเอาเจ้าของเรือครุ่นคิดอยู่เป็นนาน นายหัวชาญมองแววตาเหมือนลูกหมาอยากออกไปเล่นซน คนมันยังอยู่ในวัยรักสนุก มีของเล่นใหม่แปลกตาแปลกใจมาตรงหน้า ถึงสั่งให้มันอยู่เฉยๆ ก็จะหาทางแอบไปอยู่นั่นเอง

“ก็ได้” นั่นปะไร! ทยากรคิดอยู่แล้วว่าพ่อต้องใจดี สปอร์ต สตูล...พึ่งพาได้ ไม่เหมือนยักษ์ใจร้ายบางคน... “แต่เอ็งต้องไปกับไอ้เม่นนะ”

ทยากรยิ้มค้าง อารมณ์เหมือนคนกำลังจะจุดประทัดฉลอง แต่มันกลับด้านขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ร่างสูงโปร่งเหล่มองคนหน้าโหดอย่างไม่สบอัธยาศัย ขณะที่คนถูกโยนขี้มาให้หน่ายใจจนอยากจับมันถ่วงน้ำเป็นจริงเป็นจัง

นายหัวชาญมองอาการของทั้งสองแล้วลอบขำ... ไอ้ทะเลมันขอร้องทั้งที คนเป็นพ่ออย่างเขาก็อยากทำหน้าที่พามันไปเดินทัวร์เองอยู่หรอก ทว่าหน้าที่การงานของชาญทะเลมันค้ำคอ เขาต้องคอยสั่งงานลูกน้องอยู่บนท่า ไม่มีเวลาปลีกตัวพาใครไปทัศนาจรที่ไหนได้ จึงต้องฝากลูกชายไว้กับคนที่ไว้ใจ อย่างน้อยไอ้เม่นมันก็คนคุ้นเคยกัน

“เดี๋ยวมึงต้องขึ้นไปเช็กเครื่องบนเรือใช่ไหมไอ้เม่น กูฝากมันไปด้วยแล้วกัน” คนรับฝากของสำคัญพยักหน้าแกนๆ ด้วยขัดคำสั่งเจ้านายไม่เคยได้ ดวงตาคมกริบจ้องมองมัน ประสบการณ์ก่อนหน้านั้น ทำให้เขานึกหวาดหวั่นกับความเป็น ‘ตัวซวย’ ของมันขึ้นมา

“น่ากลัวจะขึ้นไปทำเรือเจ๊งคามือเสียอีกลำ”

“มึงว่าอะไรนะไอ้เม่น” คนเป็นผู้ปกครองขมวดคิ้ว ได้ยินไม่ถนัดว่าอีกฝ่ายสื่อสารใจความใด

“เปล่า” นายช่างใหญ่บอกปัด ร่างยักษ์หันไปกระชากเสียงสั่ง ขัดใจพี่ชาญไม่ได้ ก็เอาอารมณ์มาลงกับคนโปรดอย่างมัน สาสมแก่ใจดี “จะไปก็เตรียมตัว!”

จบประโยคมะนาวไม่มีน้ำนั้น ร่างสูงใหญ่ก็ออกนำ เดินทิ้งห่างไปไกล...

คนจะได้ขึ้นเรือใหญ่ดีใจถึงขีดสุด แม้จะถูกค่อนแคะ แต่นาทีนี้ทยากรอารมณ์ดีเกินกว่าจะถือสากับสิ่งใด ดวงตาสดใสมองตามหลังนายช่างใหญ่ เห็นเขายังหยุดรออยู่บนสะพานก็วางใจ หนุ่มเมืองกรุงหันหน้าไปหานายหัวชาญ ฟังการเทศนาของพ่อเป็นครั้งสุดท้าย

“ไปดูอย่างเดียวนะเข้าใจไหม อย่าไปเดินเกะกะชาวบ้านเขาทำงานกัน”

“ครับ”

แน่นอนว่าจะไม่ไปหาเรื่องงัดเครื่องยนต์หัก ทำเรือเสียสองลำในวันเดียวเป็นสถิติที่น่ากลัวจะตายชัก เขาไม่กล้าลองดีอีกแล้ว

“แล้วก็อย่าดื้อกับไอ้เม่นล่ะ มันสั่งอะไรต้องเชื่อฟัง” เห็นจะเป็นคำสั่งนี้ล่ะนะที่มันทำยากเสียเหลือเกิน... “เดินดูจนพอใจแล้วก็รีบพากันกลับลงมา”

ทยากรพยักหน้าหงึกหงัก

“รู้แล้วครับ” คนตอบรับยิ้มกว้าง “ผมจะรีบไปรีบมา” พูดจบ ไอ้ตัวซนก็เริงร่า ดวงตาเป็นประกายสนุกสนาน ร่างสูงโปร่งเงยหน้าขึ้นมองเรือลำใหญ่ ยิ่งเรือมาจอดเทียบท่าอยู่ใกล้ๆ ความใหญ่โตของมันก็ทำเขาตื่นเต้นได้มากกว่าเดิม

เรือประมงลำยักษ์กับเรือโจรสลัดในการ์ตูน...

ประเดี๋ยวจะได้รู้กันล่ะว่าอะไรเจ๋งกว่า







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-12-2016 20:36:14 โดย วันเวย์ »

ออฟไลน์ วันเวย์

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 75
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-2
    • https://www.facebook.com/onewayy17/



ก่อนจะขึ้นเรือมา ทยากรวาดภาพไว้ว่าบนนี้ต้องมีเรื่องสนุกรออยู่อย่างแน่นอน ทว่าในความเป็นจริง นอกจากตัวเขาแล้ว ไม่มีใครทำสีหน้าหรรษาเลยสักคน บนเรือลำนี้มีลูกเรือทั้งสิ้นสิบสองชีวิต ลอยลำกลางทะเลมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ทุกคนมีท่าทีเมื่อยล้า ทุกดวงหน้าเหน็ดเหนื่อยกันเสียจนหนุ่มเมืองกรุงไม่กล้าเข้าไปกวนใจใครสักคนเดียว

คนไม่เคยสัมผัสกับเรือประมงกวาดตามองสำรวจถ้วนทั่ว หลายคราที่เกือบสะดุดเข้ากับสารพัดอุปกรณ์ระเกะระกะ ชายหนุ่มสูดลมหายใจสั้นๆ กลิ่นคาวของสดคลุ้งกระจาย ทำลายเยื่อจมูกอย่างร้ายกาจ เหม็นเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาไปเป็นเด็กคัดปลาสักสามเท่า รองเท้าแตะที่สวมใส่แทบยึดเกาะพื้นไม่ไหว เมื่อกลื่นๆ จากน้ำคาวปลาทำให้ต้องเดินอย่างมีสติตลอดเวลา หากถามหาเรื่องความสะอาด ทยากรบอกได้แต่เพียงว่า หาพื้นที่ปราศจากคราบเปรอะเปื้อนไม่เจอสักตารางนิ้ว

ลูกชายนายหัวชาญพิจารณาโครงเหล็กต่อขึ้นสูงสองชั้น ด้านบนเต็มไปด้วยเข่งและลัง บรรทุกผลิตภัณฑ์จากห้องทะเลกลับมาเป็นอาหารผู้คนบนฝั่ง ระยะห่างระหว่างแผงราวเหล็กตลอดสองข้างห้อยห่วงยางเอาไว้ เตรียมพร้อมใช้งานยามพบพานสถานการณ์อันตราย

ชายหนุ่มย้ายสายตามองตามเส้นสีดำเหนือศีรษะ พวกมันผูกระโยงจากเสากระโดงต้นหนึ่งไปยังต้นที่ใหญ่กว่า ปลายทางของสายยาวๆ เหล่านั้น หายลับเข้าไปในแผงเครื่องยนต์เรือ คนช่างสังเกตจึงเดาว่านั่นคือสายไฟ

ทยากรมัวแต่มองของสูงจนลืมพื้นข้างล่าง... เท้าทั้งสองข้างเกี่ยวกระหวัดพันเข้ากับเชือกขดใหญ่ ร่างของชายหนุ่มเซถลาเกือบล้มหน้าคว่ำ ดีที่ยังพอมีบุญเก่ากับเขาอยู่บ้าง...

“เดินให้มันดูทาง!” เสียงดุๆ มาพร้อมมือหนาดึงแขนเขาไว้

คนงานแบกลังใหญ่เทินไว้บนบ่า เขาเดินสวนมารวดเร็วจนทยากรเกือบประสานงาเข้าให้เสียแล้ว ดีที่นายช่างว่องไว ดึงเขาหลบได้ทัน

“อย่าไปขวางทางเขา”

“ขอโทษครับ” เพราะลืมตัว นึกว่าอยู่กับนายหัวชาญ... คนอ่อนวัยกว่าจึงหันไปเอ่ยปาก ท่าทีสุภาพนั้นกระตุกใจคนฟัง น้ำเสียงของนายช่างอ่อนโยนลง ความหงุดหงิดที่ยังติดค้าง บัดนี้เบาบางลงจนเกือบกลายเป็นอารมณ์ดี

“เดี๋ยวจะพาเดินดูตอนเขาขนลังลงหมดแล้ว เดินไปเดินมาตอนนี้มันเกะกะพวกคนงาน” ไททั่นตัวใหญ่ปล่อยแขนขาวๆ นั้นไปเมื่ออีกฝ่ายยืนได้มั่นคง

ทยากรฟังคำพูดของเขาแล้วพยักหน้า ก่อนจะมาพ่อสั่งนักสั่งหนาว่าให้เชื่อฟัง จะว่าไปนายช่างก็คงไม่ได้อยากพาเขามาสักเท่าไหร่ หากเขายังดื้อด้าน สร้างความหนักใจ คราวนี้คงได้โดนจับถ่วงน้ำแล้วจริงๆ

“เขาขนของกันนานไหม” หนุ่มเมืองกรุงถามขณะเดินตามคนตัวใหญ่ต้อยๆ

นายช่างก้าวขึ้นบันไดไปยังที่เก็บลังปลา มือหนาเปิดฝาลังพลาสติกออกดู ทยากรพบว่าในนั้นมีปลาตัวใหญ่แช่น้ำแข็งไว้แน่นถัง น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ มองไม่ออกว่ามันเป็นปลาอะไร

“ถ้าเยอะอย่างนี้คงขนกันเป็นชั่วโมง”

คนขยันถามขยับตัวไปยืนข้างปรมาจารย์ลุ่มน้ำเค็ม ทยากรสังเกตเห็นว่า คนงานแถวนั้นหันมามองเขาไม่วางตา เหตุเพราะเป็นคนแปลกหน้า ไม่คุ้นเคยกัน จนกระทั่งคนมีอำนาจส่งสายตาเป็นทำนองให้ทำงานกันต่อไป คนพวกนั้นจึงยกลังขึ้นเทินไหล่ ทยอยลงชั้นล่างไปอย่างรวดเร็ว

“เราช่วยเขายกดีไหม จะได้เสร็จเร็วๆ”

...เสร็จเร็วก็หมายความว่าจะได้เดินเล่นเร็วขึ้นอีกสักหน่อย

“มึงยกไม่ไหวหรอก จะทำของเสียหายซะเปล่าๆ” 

คนใช้แรงงานส่วนใหญ่ แต่ละคนทั้งแขนทั้งขา กล้ามเนื้อทรหดทนทานกันทั้งนั้น ทั้งเนื้อทั้งตัวของพวกมันล้วนผ่านงานหนักจนกลายเป็นความแข็งแกร่ง พอย้อนกลับมามองไอ้คนที่มันร้องแง๊วๆ จะไปแบกลังปลากับเขา... นายช่างใหญ่ก็คิดว่าตนทำถูกแล้วที่ห้ามมัน

“รู้ได้ไงว่าไม่ไหว จะหนักสักเท่าไหร่กันเชียว” ไอ้คนไม่เจียมตัวถลาไปลูบๆ คลำๆ ลังใหญ่

เห็นคนอื่นยกเอาๆ ท่าทางเบายังกะยกปุยนุ่น หนุ่มกรุงเทพฯ จึงกระหยิ่มยิ้มย่อง แขนสองข้างลองกำลัง ออกแรงยกมันอย่างตั้งใจ ทว่าผลที่ได้... อย่าว่าแต่จะเอาขึ้นบ่าแล้วเดินลงไปข้างล่างเลย แค่ทำให้มันลอยพ้นจากพื้นยังไม่ได้

“กูบอกอยู่หยกๆ ว่ามันหนัก” คนย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่ให้ทำส่ายหน้า

“หนักขนาดนี้ยกกันไหวได้ไง”

ทยากรไม่เข้าใจ... เขามั่นใจมาตลอดว่าตนไม่ใช่คนบอบบาง แต่เมื่อลองหลายรอบแล้วก็ยังยกไม่ขึ้น เหมือนเขากำลังแบกหินยังไงยังงั้น ลานสมองของชายหนุ่มหมุนเร็วจี๋ สิ่งที่คิดออกตอนนี้คือการคาดเดาว่าคนงานเหล่านี้คงเล่นของ

อาจจะสักยันต์ลงอาคมช่วยเสริมกำลังวังชา...

เอ... หรือว่าจะมีเคล็ดลับ ใช้สำหรับแบกของหนักโดยเฉพาะก็ไม่รู้...

“คนไม่เคยแบกหามอย่างมึง ขยับเขยื้อนลังได้ก็เก่งแล้ว”

เหมือนคำพูดนั้นจะปลอบใจ แต่ทำไมทยากรไม่ดีใจก็ไม่รู้...

“นายช่างลองยกมาวางบนหลังผมสิ เผื่อจะไหว”

“มึงอยากหลังหักหรือไง” คนถูกใช้ทำตาดุ “หลีกไปยืนห่างๆ เลยไป”

ว่าแล้วก็ใช้ท่อนแขนใหญ่ๆ ดันไอ้ตัวยุ่งออกไป มันจะได้ไม่หาหนทางจบชีวิตตัวเองก่อนวัยอันควร

“น่า...แค่ลองเฉยๆ เอง หรือนายช่างก็ยกไม่ได้...” คำสบประมาทมาพร้อมสายตาเคลือบแคลงสงสัย คนตัวใหญ่ถอนหายใจ นึกรู้ทันทีว่าไอ้เด็กนี่มันกำลังหลอกล่อให้เขาบ้าจี้ไปตามเกมปัญญาอ่อนนั่น

“คนอายุเยอะๆ ไขข้อมันก็ต้องเสื่อมเป็นธรรมดาอ่ะเนอะ ยกไม่ไหวก็ไม่น่าแปลกใจ”

เส้นประสาทของนายช่างใหญ่ลั่นดังเปรี๊ยะ ฟังวาจากวนอวัยวะเบื้องล่างแล้วอยากหาขี้เถ้ายัดปากมันให้รู้แล้วรู้รอด คนอยู่มาจนป่านนี้ ไม่มีสักนาทีที่จะรู้สึกว่าตัวเองสูงวัย จนกระทั่งได้ฟังน้ำคำจากมัน ‘คนอายุเยอะ’ กลับหัวร้อนขึ้นมาได้

ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเข้าใกล้ลังปลา สองมืออยู่ในตำแหน่งเตรียมยกของหนัก แค่ท่าทางตอนเริ่มต้นก็ดูเชี่ยวชาญ ไม่ต่างจากคนงานแบกหามพวกนั้นเลย หนุ่มกรุงเทพฯ กระตุกยิ้มกว้าง มองคนยุขึ้นด้วยความบันเทิงใจ ทว่าก่อนที่ไททั่นตัวใหญ่จะทันได้ประกาศศักดาในพละกำลัง หยดน้ำจากฟากฟ้าตกลงมากระทบผิวหน้า...

“ฉิบหาย!” เสียงสบถจากคนข้างกายทำเอาตัวหนุ่มเมืองกรุงตกใจ

คนตัวใหญ่ปล่อยมือจากลังปลา สองขาก้าวฉับๆ ไปยังที่โล่ง ตะโกนลงไปส่งสัญญาณให้คนบนฝั่งรับรู้สถานการณ์ “พี่ชาญ! ฝนมา”

“เฮ้ย! พายุจะมาแล้ว เร่งมือกันหน่อย!”

เสียงตะโกนของนายหัวชาญแผดลั่น คำสั่งนั้นหนักแน่น ทรงพลัง คนใต้อาณัติจึงยอมทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไข

ความชุลมุนบังเกิดในตอนนั้น...

ไอ้หนุ่มจับกังพากันเร่งขนย้ายสุดฝีเท้า จากที่เคยเดินกันเป็นแถวเป็นแนวเป็นระเบียบ สถานการณ์บังคับให้ต้องออกแรงวิ่งกันวุ่นวาย นายใหญ่แห่งชาญทะเลยืนสั่งการอยู่บนท่า... แสงสว่างโรยราจนคนบนเรือมองเห็นพ่อได้ไม่ชัด

ยามใดที่สิ้นแสงอาทิตย์ การกิจทุกชนิดจะทำได้ยาก

ทยากรเพิ่งเข้าใจความกังวลของพวกผู้ใหญ่ก็ตอนนี้... เมื่อท้องฟ้ามืด เมื่อพายุมา มิหนำซ้ำภารกิจการงานยังไม่ลุล่วง หายนะคล้ายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ช้าๆ คนอ่อนวัยกวาดสายตามองข้าวของทั้งหลายที่ยังไม่ถูกขนลงท่า ตอนนี้เองที่เขามองเห็นความไร้ค่าในตัวตน ทยากรมองลังปลาเป็นสิบๆ ลังแล้วถอนหายใจ

ทั้งหมดนี่เป็นเงินของพ่อทั้งนั้น แต่เขาไม่มีปัญญาจะช่วยรักษาไว้ได้

ฝนเม็ดใหญ่หล่นลงมามากมายขึ้นทุกที...

นายช่างใหญ่ละล้าละลัง อยากกระโจนไปช่วยคนอื่นแบกของเข้าท่า ทว่าใจยังห่วงไอ้คนที่เกาะติดเขามาด้านหลัง ครั้นจะปล่อยมันไว้ในเรือคนเดียวก็เกรงจะไม่ปลอดภัย จะให้มันเดินลงจากเรือไปเองหรือก็กลัวจะซุ่มซ่าม เดินไปชนคนงานคนอื่นเข้า มีเรื่องมีราวชกกันหน้าแหกอีกก็เท่านั้น

คนตัวใหญ่หันไปมองคนในความรับผิดชอบของตน ทันใดนั้น... ตาคมก็แลเห็นเด็กรุ่นหลานสามสหายสุมหัวรวมกันอยู่ท้ายเรือ...

“ไอ้มืด! ไอ้ขวัญ! ไอ้หน่อย!” คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือก หน้าตาเลิกลั่กกันถ้วนหน้า

“พวกมึงขึ้นมานี่”

...แม้จะหงุดหงิดอยากแพ่นกบาลมันเรียงตัว ข้อหาเป็นเด็กไม่อยู่ส่วนเด็ก เสือกพากันแอบขึ้นเรือมาโดยไม่ได้รับอนุญาต หากตอนนี้ทุกความไม่พอใจ เขาจำต้องเก็บเอาไว้ก่อน

ไอ้พวกแก๊งตัวจี๊ดค่อยๆ ไต่บันไดขึ้นมาหานายช่าง สีหน้าสามคนนั้นเหมือนลูกหมูที่รู้ตัวว่ากำลังจะโดนเชือดยังไงยังงั้น หนุ่มกรุงเทพฯ มองตามเจ้าเมฆ เด็กตัวดำช่างจ้อที่เขาคุ้นเคย ก่อนจะมองเลยไปยังสองคนหลัง... เด็กหนุ่มแรกรุ่น แขนขายาวเก้งก้างตามประสาคนยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ คนหนึ่งผอมสูงเหมือนเสาไฟ ส่วนอีกคนตัวกระจ้อยร่อย สูงเลยไหล่ทยากรมานิดเดียว

“พะ...พี่เม่น ระ...เรียกพวกฉันเหรอจ๊ะ” ไอ้คนพูดป่วยเป็นโรคติดอ่างกะทันหัน เจ้าเมฆยิ้มหวานให้พี่ทะเลของมัน แต่พอหันมาเห็นหน้าตาถมึงทึงของใครอีกคนก็ลนลาน คนกลัวความผิดรีบปากสว่าง คายทุกอย่างออกมาจนหมด “ไอ้หน่อยจ้ะ... ไอ้หน่อยมันชวนพวกฉันขึ้นมา บอกว่าจะแอบจิ๊กหมึกไปย่างกิน ฉันกับไอ้ขวัญไม่เกี่ยวนะพี่”

“ไอ้มืด! ไอ้เหี้ยนี่...ไอ้ขี้ป๊อด! มึงนั่นแหละตัววางแผน” เจ้าทุกข์ที่ถูกปัดสวะมาให้ พุ่งเข้าไปตบหัวไอ้เพื่อนทรยศสองป้าบ ‘ไอ้หน่อย’ เด็กผิวคล้ำ โครงหน้าได้รูป มีเค้าความคมคายฉายบนใบหน้า คนมองพิจารณาเจ้าเด็กตัวโย่งนั่น นึกพยากรณ์ในใจได้ว่าโตมาคงหน้าตาดีไม่แพ้ใคร

ทยากรหลุดขำ เห็นเด็กสองคนตีกัน แถมแฉกันหมดเนื้อหมดตัวก็อ่อนใจ

เด็กต่างจังหวัดนี่มันซื่อใส... ทำอะไรผิดมาก็ยอมรับสารภาพกันแบบซื่อตรง ไม่มีพิษมีภัยจนกลายเป็นน่าเอ็นดู

เสียงหัวเราะของคนแปลกหน้าเรียกสายตาของเจ้าตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม เด็กที่ชื่อ ‘ขวัญ’ มองเขาไม่พูดไม่จา ตาโตๆ ดำขลับจ้องหน้าทยากรค้างอยู่อย่างนั้น ขณะที่คนถูกมองก็ลอบสังเกตอีกฝ่ายเช่นกัน เด็กคนนี้ผิวน้ำผึ้ง นัยน์ตาเหมือนกระต่าย ผมสั้นเกรียนเสียจนติดหนังศีรษะ ไม่ได้เข้ากับหน้าตาน่ารักของเจ้าตัวเอาเสียเลย

“เดี๋ยวกูจะชำระความพวกมึงทีหลัง” คำคาดโทษนั้นดึงความสนใจของทุกคนไป ร่างสูงใหญ่ยืนปักหลักท่ามกลางความชุลมุน เหลือบมองสายฝนเบื้องบนเป็นระยะ “พวกมึงสามคนรีบลงจากเรือกันให้ไว กูฝากเอาไอ้ทะเลไปด้วย”

คำสั่งนั้นทำเอาเด็กสามคนหันมาจ้องเขาเป็นตาเดียว ทยากรเงยหน้ามองนายช่าง เห็นหน้าตากังวล นึกรู้ว่าวันนี้ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมสำหรับการทัศนะศึกษา

“แล้วนายช่างล่ะ”

“กูจะอยู่ช่วยขนของ...” คนตัวใหญ่เอ่ยตอบ “ฝากบอกพี่ชาญไม่ต้องขึ้นมา ทางนี้กูดูให้เอง”

หนุ่มเมืองกรุงพยักหน้าว่าง่าย มองร่างสูงใหญ่สลับกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาแล้วนึกเห็นใจ

“ไอ้มืด พวกมึงไปกันทางด้านหลังจะได้ไม่เกะกะชาวบ้าน”

“จ้ะพี่ อันที่จริงตอนขึ้นมา เราก็ขึ้นด้านหลังนั่นแหละจ้ะ” พูดจบ ไอ้เด็กซนก็หัวเราะคิกคัก ไม่ได้สำนึกเลยว่าคายความลับออกไปอีกอย่างแล้ว

“รีบไปกันซะ ฝนตกพื้นลื่น เดินให้ระวัง...”

...สั่งเสียยังกับว่าจะพากันไปไหนไกล

ไอ้มืดเกาหัวยกใหญ่ ปากเจ้ากรรมทำงานไวจนเพื่อนร่วมแก๊งกุมขมับ

“โหยยย พี่เม่นไม่ต้องห่วงจ้ะ แอบขึ้นมากันตั้งหลายทีแล้ว ไม่เคยลื่นเลยสักที”

พลัวะ!

เสียงฝ่ามือตบกบาลดังสนั่น เด็กเสาไฟฟ้าทนความขายหน้าไม่ไหว ไอ้หน่อยขอตั้งตนเป็นศาลเตี้ย ฟาดเตือนสติมันอีกสักครั้ง “พี่เม่นเขาไม่ได้บอกมึง เขาบอกพี่คนนี้”

‘พี่คนนี้’ ที่ว่ากลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดง เด็กพวกนี้เหมือนคณะตลก บุคลิกแต่ละคนดูไปคนละทาง ทว่าเมื่อมาอยู่รวมกัน กลับกลายเป็นความลงตัวอย่างน่าประหลาด ถ้านี่เป็นสถานการณ์ปกติ... เจ้าเมฆแอนด์เดอะแก๊งจะต้องโดนมาตรการโหด ลงโทษให้เข็ดหลาบกันไปแล้ว โชคดีของพวกเด็กๆ ที่พายุกำลังจะมา นายช่างจึงหลับหูหลับตาปล่อยลูกหมาเข้าป่าไป

“ไอ้หน่อย มึงรีบลากเพื่อนมึงไปก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจลงโทษพวกมึงทุกตัว”

“ได้ยินไหม รีบเผ่นกันสิวะ! จะรอให้พ่อมึงเฆี่ยนหรือไง” ไอ้คนพูดลากเด็กตัวเล็กหนีไปก่อนใครเพื่อน หน่อยกับขวัญเดินนำไปทางกาบเรือด้านซ้าย ท่าทีคล่องแคล่วว่องไว สมเป็นเด็กที่เกิดมากับท้องทะเล

ทยากรหันมองนายช่าง คนหน้าดุพยักหน้าเป็นเชิงให้เขารีบไป

“ไปจ้ะพี่เล ฝนตกใหญ่แล้ว” เจ้าเด็กดำลากแขนเขาถูลู่ถูกังไปตามทางเดินคับแคบบนเรือ ความชำนาญของเด็กๆ สมคำคุยที่ว่า...แอบขึ้นเรือมาหลายรอบแล้ว เพียงสามนาทีทยากรก็มายืนอยู่บนฝั่ง ท่าเรือของชาญทะเลยามนี้ไม่มีคนงานคนไหนตัวแห้งเลยสักราย

“นายหัวครับ” เขาเดินไปสมทบกับพ่อ

นายหัวชาญเดินลุยสั่งงานแข็งขัน ร่างสูงโดดเด่นอยู่ท่ามกลางเหล่าคนงาน เส้นผมสีดำเปียกแนบไปกับใบหน้า เมื่อหันมาเห็นลูกชาย ใบหน้าเคร่งขรึมจึงผ่อนคลายลง

“ไอ้ทะเล! เอ็งลงมาเมื่อไหร่ แล้วไอ้เม่นล่ะ”

“ยังอยู่บนเรือครับ” คนตอบชี้ไปบนเรือใหญ่ นายหัวชาญมองตามขึ้นไป เห็นความชุลมุนวุ่นวาย ไม่รู้ใครเป็นใครกันแล้ว

“ของยังเหลืออีกเยอะไหม”

“เยอะอยู่ครับ” หนุ่มกรุงเทพฯ พยักหน้า เมื่อเห็นท่าว่านายหัวชาญจะบุกขึ้นไปแบกของเสียเอง เขาจึงรีบถ่ายทอดคำพูดของที่รับฝากมา “นายช่างฝากบอกว่านายหัวไม่ต้องขึ้นไปหรอกครับ ทางนั้นนายช่างจะดูให้”

ได้ยินดังนั้น นายใหญ่แห่งชาญทะเลก็ผ่อนลมหายใจ

การทำงานกลางฝน เหน็ดเหนื่อยลำบากลำบน ต้องอดทนสารพัด อุบัติเหตุเกิดง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย ยิ่งฟ้ามืดฝนตกหนัก เดินธรรมดายังมองอะไรไม่ชัด นับประสาอะไรกับการแบกของหนักเดินลงจากเรือ... บ่อเกิดของความหงุดหงิดมีมากเสียจนเขานึกหวั่น คนงานแบกหามส่วนใหญ่อายุไม่มาก ขาดซึ่งความยับยั้งชั่งใจ เดินสะกิดกันนิดเดียวเกิดเลือดร้อนขึ้นมา ซัดกันหัวร้างข้างแตกได้ง่ายๆ

คนที่จะคุมพวกมันได้จึงต้องมีบารมีพอตัว นายหัวชาญเชื่อมั่นเสมอว่า ตำแหน่ง ‘นายช่าง’ ไม่ได้ตั้งกันเพียงเพราะความสนิทใจ ไม่ว่าตอนนี้บนเรือจะโกลาหลขนาดไหน แต่ถ้ามีมัน... เขารู้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี

“เอ็งไปหาที่หลบฝนไป เดี๋ยวไม่สบาย” มองเลยไปยังเบื้องหลังลูกชาย เห็นลูกหลานของชาญทะเลรุ่นใหม่ๆ ยืนกันหน้าสลอน เปียกปอนกันถ้วนหน้า “พวกมึงด้วยไอ้สามตัวแสบ มากันครบแก๊งเชียวนะมึง”

พวกเด็กๆ ยิ้มแหย ไม่แยแสกับคำสั่งนั้นเท่าไหร่ ความเป็นเด็กซุกซนมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น เรื่องตัวเปียกหรือกลัวจะไม่สบายนั้นจึงไม่เคยอยู่ในสมอง

“ไอ้มืดมันชวนมาดูเรือลุงชาญ แต่ฝนดันตกซะก่อนเลยกลับบ้านไม่ทันเลยลุง” เด็กตัวสูงโย่งร้องบอก มันแอบตัดใจความสำคัญอย่าง ‘มาขโมยปลาหมึก’ ออกไปอย่างแนบเนียน ไอ้พวกที่เหลือก็พยักหน้าเอออกห่อหมกไปตามกัน เป็นอันว่าสกิลเอาตัวรอดนั้นสูงส่งกันทุกราย

“รอเสร็จงานก่อนแล้วกัน ประเดี๋ยวจะพาไปส่งเรียงตัว” นายหัวแห่งท่าเรือใหญ่ถอนใจ

ไอ้พวกนี้... ไม่ใช่ลูกใช่หลานก็เหมือนใช่...

จ่ายเงินค่าแรงให้พ่อแม่มันอยู่ทุกวี่วัน ครั้นจะช่วยดูช่วยแลมาถึงลูกหลานรุ่นนี้บ้าง สำหรับนายหัวชาญก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง

ทยากรมองพ่อสลับกับมองเจ้าพวกตัวแสบด้านหลัง ยิ้มน้อยๆ ให้กับความสัมพันธ์ระหว่างคนสองเจเนอเรชั่น คำพูดไม่กี่ประโยคแสดงถึงความอบอุ่นค้ำจุนกัน คนเป็นเด็กเคารพเชื่อฟัง ฝ่ายผู้ใหญ่นั้น...น้ำใจกว้างขวางไม่ต่างจากท้องทะเล

ฝนที่ตกปรอยๆ มาสักพักบัดนี้เทโครมหนัก หากไม่มีสักคนคิดหาที่หลบให้พ้นหยดน้ำ คนงานนับสิบยังคงปักหลักแบกหามกันเต็มที่ เสียงตะโกนของนายหัวชาญสั่งการเป็นระยะตามหน้าที่ผู้นำ ท่ามกลางความชุลมุนนั้น หนุ่มเมืองกรุงมองเห็นคนตัวสูงโดดเด่นจากคนงานทุกคนบนเรือ...

รูปร่างกำยำเปลือยท่อนบน สองแขนแบกลังหนักๆ ที่ทยากรยกไม่ขึ้นสองลังซ้อน

คนมองอ้าปากค้าง... มองการสวมบทบาทเป็นคนงานแบกหามของนายช่าง รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงอย่างบอกไม่ถูก ไอ้ที่เคยท้าทายเขาไว้ ปรากฏว่าคนตัวใหญ่ทำได้มากกว่าที่ถูกสบประมาทไว้สองเท่าตัว เส้นเลือดตามแขนของนายช่างปูดขึ้นเด่นชัด กล้ามเนื้อแขนเกร็งแน่นรองรับน้ำหนักของลังปลา เพียงลังเดียวที่ทยากรลองยกขึ้นมา แขนเขายังสัมผัสได้ถึงความตึงล้าจากข้อมือถึงหัวไหล่ แล้วไอ้คนที่แบกไปสองลังซ้อนกันแล้วยังทำหน้าเฉยๆ หลุดจากความเป็นมนุษย์ไปแล้วหรือไร

“พี่เม่นโคตรเท่!”

“โหยยย แบกได้ทีละตั้งสองลัง มึงดูสิไอ้หน่อย คนอื่นแบกได้ทีละลังเองโว้ย มึงดูๆ...”

“กูเห็นแล้ว ไอ้เหี้ย!”

‘นักพากย์’ รุ่นเยาว์ด้านหลังของเขาชื่นชมกันไม่มีหยุด เมฆกับหน่อยโวยวายดังลั่นสลับกับหันไปตบตีกัน ส่วนน้องขวัญเด็กพูดน้อยยืนปรบมือรัวๆ เหมือนเชียร์มวยงานวัด

“พี่เม่นเป็นจอมพลัง เหมือนเดอะฮัคยักษ์ตัวเขียวเลยว่ะ เมื่อวานนี้กูเพิ่งดูทีวีมา” เจ้าเด็กดำตื่นเต้นเป็นนักหนา

“เออว่ะ พี่เม่นเป็นเดอะฮัค แต่ไม่ใช่ยักษ์เขียวว่ะ น่าจะเป็นยักษ์ดำ”

คำพูดนั้นทำเอาทยากรหลุดขำพรืด ชายหนุ่มมองท่าทางของนายช่าง ทุกย่างก้าวนั้นมั่นคง ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด ร่างสูงวางลังปลาที่ยกมาให้ถึงบนฝั่ง ปล่อยหน้าที่ลำเลียงลังนั้นให้คนบนท่าจัดการต่อไป คนตัวใหญ่ย้อนกลับขึ้นเรือไปอีกครั้ง ยกมาทีละสองลัง... คนคนเดียวทำเทียบเท่าถึงสองแรง

“ไอ้ห่าเม่น ล้มไปล่ะมึงเอ๊ย! เจ็บหนักแน่ไอ้บ้าพลัง” นายใหญ่ที่ยืนเป็นหลักชัยอยู่บนท่าเรือ มองลูกน้องคนสำคัญแบกหามไม่ปริปากบ่น ความห่วงใยมาพร้อมกับความชื่นชม... นายหัวชาญหันมองคนข้างตัว ได้ยินเสียงมันพึมพำ

“ลงมาได้แล้วมั้ง...” คนพูดพูดสั้นๆ หากคนตอบนั้น ร่ายมาเสียยืดยาว

“มันไม่ลงมาง่ายๆ หรอก” คนเป็นพ่อออกปาก... “ไอ้เม่นมันไม่เคยเลิกงานก่อนใคร ถ้าไม่เหลือมันเป็นคนสุดท้าย มันจะไม่ลงมา”

ทยากรฟังคำพ่อแล้วนิ่งคิด งานแบบนี้... อันที่จริงแล้วไม่ใช่หน้าที่อะไรของ ‘นายช่าง’ เขาจะไม่มาดูดำดูดี ทำทีดูดายไปเสียเฉยๆ ก็ย่อมได้ แต่ผู้ชายคนนี้กลับทุ่มเทแรงกายแรงใจ รักษาผลประโยชน์ของชาญทะเลเอาไว้อย่างเต็มกำลัง

กระทั่งงานจบ... ลังปลาถูกขนย้ายจนครบ ไม่มีความผิดพลาดใดๆ

คนที่ลงจากเรือเป็นคนสุดท้าย...

เป็นคนเดียวกับที่นายหัวชาญพยากรณ์ไว้ไม่ผิดเพี้ยน




-----

TBC


พี่เม่นเดอะฮัค  :m31: :fire:
ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ค่า ขอบคุณคนที่ไปอ่านในเด็กดีด้วย
อิอิ เดี๋ยวก็ทันกันและ อีกนิดนึงๆ
สภาพตอนนั่งอ่านคอมเม้นต์ ----->  :z2: 5555555+

ออฟไลน์ magic-moon

  • I belive I can Flyyyyyyyyyyy
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
แวะมาให้กะลุงใจ นิยายดีๆ

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
พี่เม่นสุดคูล
อย่าเพิ่งหมั่นไส้หนูทะเลนะพี่เม่น นั่นเหมือนลูกเหมือนหลาน ฮ่าๆๆๆ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย   :impress2: :impress2: :impress2: :impress2: :impress2:
เท่มากกกก
 :mew1: :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
สนุกมากค่ะ หายากค่ะ นิยายที่มี setting เป็นการงานที่ต่างไปจากงานในเมือง คนเขียนเป็นลูกทะเลเหรอคะ

ออฟไลน์ pigarea

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
ฮันแน่....แอบรู้สึกอะไรๆ ล่ะซี่

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
เข้าใจเรื่องเรือดข้าท่าตอนเย็นแล้ว
พี่เม่นเก่งอ่ะ  แบกทีเดียวสอง

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2862
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
พี่เม่นมีความคูล

เก๋ไก๋แปกปลาสองลัง

ออฟไลน์ Peung002

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 887
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
เข้ามาเชียร์ พี่เม่นเดอะฮัค กะ น้องทะเลจอมวุ่นวาย  :hao3:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
สนุกมากค่ะ หายากค่ะ นิยายที่มี setting เป็นการงานที่ต่างไปจากงานในเมือง คนเขียนเป็นลูกทะเลเหรอคะ
คิดเหมือนกัน สนุกมากๆ :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
อ่านเท่าไรไม่พอ อยากอ่านอีก
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ nolirin

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2788
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +274/-4
พี่เม่นตัวใหญ่แข็งแรง
แทบรอตอนถอดรูปเงาะไม่ไหว :-[ ( คิดข้ามช็อตไปมาก)555

ออฟไลน์ วันเวย์

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 75
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-2
    • https://www.facebook.com/onewayy17/
สนุกมากค่ะ หายากค่ะ นิยายที่มี setting เป็นการงานที่ต่างไปจากงานในเมือง คนเขียนเป็นลูกทะเลเหรอคะ
คิดเหมือนกัน สนุกมากๆ :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
อ่านเท่าไรไม่พอ อยากอ่านอีก
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:



เป็นเด็กเมืองกรุงเหมือนคุณทยากรเนี่ยแหละค่า 555555
พยายามถ่ายทอดออกมาให้สมจริงมากที่สุด
หากลูกทะเลตัวจริงมาเจอว่ามีผิดพลาดตรงไหน บอกกล่าวกันได้นะคะ
ดีใจที่ทุกคนชอบกันนะ  :o8: :-[

ออฟไลน์ SiHong

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
ชอบแก็งสามแสบนั้นมาก 555555

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
นายช่างเท่มาก 

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Seilong2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 376
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
ต่ออีกได้มั้ยยยย  :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ PetitDragon

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +342/-5
ดีขนาดนี้ นายหัวต้องยกลูกชายให้แล้วล่ะ

ออฟไลน์ Pakeleiei

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 889
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
เมื่อไรจะใจอ่อนให้กัน :katai1:

แต่ที่อยากรู้สุดคือตอนที่ทุกคนรู้ว่าทะเลคือลูกนายหัว
ทุกคนจะงงตาแตกแค่ไหน5555555555555

ออฟไลน์ Isomer005

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
โหวววว  สนุกๆ เดินเรื่องน่าติดตามมากค่ะ
อ่านตอนนี้แล้วเหมือนไปยืนตากฝนที่ท่าเรือมองดู พี่เม่น"เดอะยักษ์"
 แบกปลาทีละ 2ลัง แล้วตอนที่ทะเลได้กลิ่นคาวปลาบนเรือนั่นอีก โอ้ววววว นึกออกเลยว่ากลิ่นมันจะร้ายกาจมากขนาดไหน ความทรงจำเมื่อครั้งไปเที่ยวหมู่บ้านชาวประมง ตอนโน้นนนนน  ย้อนกลับมาทันที  :ling3: เพราะเราต่างถิ่น  เป็นลูกชาวนา  มิใช่ชาวเล ไม่คุ้นกลิ่นแบบที่บรรยายเปี๊ยบเลย  :katai2-1:  มีความเข้าถึง เยี่ยมมมมม

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
มารอ

ออฟไลน์ bluerose

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
พี่เม่น เท่มากกก โซ คูลลลลลล

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
พี่เม่นแม่งเดอะฮัคของจริงอ่ะ จอมพลังมาก แล้วถ้านี่น้องทำให้โกรธจะไม่มาหักคอน้องเลเหรอจ๊ะเนี่ย

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7705
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
เริ่มปลื้มๆ

ออฟไลน์ imetvxq

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
โง้ยยยยย พี่เม่นเท่มาก โคตรเท่
ลงเรือคนสุดท้าย เลิกหลังชาวบ้านเขาแบบนี้ ไม่แปลกใจที่นายหัวไว้ใจพี่เม่นและให้ทำงานด้วยมาหลายปีทั้งๆที่ก็เกือบเสียคนไปตอนเสียเมียและลูก

ออฟไลน์ Grey Twilight

  • Moderator
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +170/-17
ถ้าเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชนแบบที่ไม่มีเรื่องรักๆใคร่ๆก็น่าจะเป็นนิยายที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลยนะครับ

ผมจั่วหัวแบบนี้ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้เขียนไม่ดีครับ ตรงกันข้ามนะ การบรรยายเรื่องนี้ใช้ได้ บุคลิกและรูปลักษณ์ตัวละครดูอุดมคติไปหน่อย แต่สภาพแวดล้อมและเนื้อเรื่องพื้นหลังของตัวละครแต่ละตัวออกแบบมาดีมาก ดีจนสำหรับผม มันเอื้อให้เป็นวรรณกรรมเยาวชนอ่านสนุก ได้ข้อคิด มากกว่าจะเน้นเรื่องรักๆใคร่ๆเสียอีกนะครับ ตัวปมเชิงครอบครัวของตัวนายหัวชาญกับทยากร ความสนิทสนมที่ไม่เคยมีและกำลังจะมี การพัฒนาความสัมพันธ์ของพ่อลูก ปมเรื่องการสูญเสียลูกไปของนายช่าง ความเหมือนและน่าเอ็นดูของทยากรที่จะทำให้นายช่างเปิดใจให้กับสิ่งต่างๆใหม่ๆอีกครั้ง ทั้งหมดนี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่าถ่ายทอดและติดตาม

ประเด็นของนายช่างใหญ่ผมไม่ได้มองด้านความโรแมนติกหรือความรักเลยนะครับ เนื่องจากเรื่องมี Age Gap เยอะ(เป็นสิบปี) ผมเลยมองความสัมพันธ์ระหว่างทยากรกับนายช่าง เป็นภาพของความเอ็นดูระหว่างเด็กวัยรุ่นเพิ่งจบ กับผู้ใหญ่ที่เคยมีครอบครัว แล้วผิดหวังจนต้องจมอยู่กับความทุกข์ไปตลอดชีวิต ซึ่งส่วนตัว ผมกลับมองในมุมที่ว่า ถ้าทยากรสามารถเปิดใจให้นายช่างสามารถกลับใจให้ความรักกับคนอื่นๆได้อีกครั้ง กลับมาร่าเริงและเอาชนะปมความ ‘กลัว’ และ ‘เสียใจ’ ในการสูญเสียของตัวเองได้ มันจะทำให้ผู้ชายคนนี้กล้าที่จะมีชีวิตใหม่อีกครั้ง สุภาพขึ้น หาแฟนใหม่ที่ดี มีคนดูแลที่จะไม่ทรยศ และ ‘กล้า’ พอที่จะมีลูกใหม่อีกครั้ง กลับมามีครอบครัวที่สมบูรณ์ได้อีก และทั้งหมดมันก็อาจมาจากเด็กวิศวะเมืองกรุงตัวขาวนี้แหละ ที่จะเปิดใจของนายช่างคนนี้ได้อีก

แต่สิ่งที่ต้องติก็มีนิดหนึ่งครับ คือความไม่แน่นในการหาข้อมูล ประเด็นนึงที่ผมสังเกตเห็นตอนนี้คือเราสร้างให้ทยากรเรียนเครื่องกล (ผมอนุมานจากสถาบันที่ดังที่สุดนะ) แต่ความสมจริงมันน้อยไปนิดหนึ่ง ปกติวิศวะภาคเครื่องกลจะต้องดูได้หมดทุกแบบครับ แต่ไม่เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าด้านยานยนต์ก็จะมีภาคยานยนต์ ถ้าเรื่องเรือก็จะมีภาคเรือ ภาคเครื่องกลจะแสดงศักยภาพได้เต็มที่ต่อเมื่อคุณมีแปลนเครื่องจักรแบบดิจิตอล มีกระดาษและโต๊ะดราฟ อุปกรณ์ตรวจซ่อม และคุณมีความต้องการกับซอฟต์แวร์เขียนแบบ เมื่อนั้นแหละครับ คุณจะเห็นภาคเครื่องกลแสดงฝีมือได้ดีที่สุด เพราะคำนวณภาคนี้แน่นที่สุด เขาสร้างเครื่องจักรจากความว่างเปล่าได้เพื่อตอบรับความต้องการของคน และถ้ามีแบบ เขาสามารถแก้ปัญหาเครื่องจักรได้ตรงจุดเป๊ะๆครับ

ในเมื่อทยากรไม่มีสิ่งที่กล่าวมาเป็นทรัพยากร อันนี้ผมว่าเมคเซนส์ที่ทยากรจะไม่ได้แสดงฝีมือ เรื่องออกแบบไม่ต้องพูดถึง เพราะออกแบบเครื่องจักรนี่เฉพาะทางครับ ภาคเครื่องทั่วๆไปจะเน้นการออกแบบเครื่องจักรในอุตสาหกรรม ส่วนภาคยานยนต์และเรือก็เฉพาะทางของแต่ละคนกันไป แต่ที่น่าสนใจว่ามันไม่ค่อยสมจริงในสายตาเด็กวิศวะ คือเรื่องการซ่อมเครื่องจักร

เพราะปกติแล้วสามภาคนี้จะสนิทกันครับ เนื่องจากมันเรียนในสายเดียวกัน ต้องแชร์เซกเรียนกันเป็นประจำ ดังนั้นถ้ามีอะไรที่ไม่แน่ใจ เขาสามารถโทรหากันได้ครับ ดังนั้นถึงแม้ว่าทยากรจะไม่แม่นเรื่องเครื่องจักรเรือ แต่ถ้าถามเพื่อนที่เรียนภาคเรือให้อธิบายอย่างคร่าวๆ กลไกมันไม่ต่างกันมากนักหรอกครับ ยิ่งเป็นเรือไม้โดดๆที่ใส่แต่เครื่องจักรเข้ามาเป็นบางส่วนเพื่อให้มันเดินเรือได้ อันนี้ของเบสิคของภาคเรือเลย ซึ่งเด็กเครื่องกลที่เก่งๆส่วนมากไม่มีปัญหาในการเข้าใจ ตัวเฉพาะทางของภาคนี้ที่ภาคอื่นจะเข้าใจไม่ได้ ส่วนมากจะเป็นพวกเรือยอร์ช หรือเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้อะไหล่รวมกันหมดและทุกอย่างเชื่อมกัน (แบบเรือไททานิคครับ)

PS. ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะ edit เพิ่มในกระทู้นี้นะครับ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด