Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก >> ตอนพิเศษ 3 60% => (05/10/61) P.34 <=
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก >> ตอนพิเศษ 3 60% => (05/10/61) P.34 <=  (อ่าน 210926 ครั้ง)

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
ตอนที่ 4 ครึ่งหลัง






“ถูพื้นต้องถูสามรอบ”

“เช็ดตรงนั้นให้สะอาด”

“นั่นมันผ้าอะไร เอาใหม่ กูไม่ใช้ผ้านี้ปูเตียงนอน มันคัน”

แล้วมึงเอาเก็บไว้ทำซากอะไรวะ!

ไม่น่าเชื่อว่าอินทัชจะใช้เวลาไปกับการทำความสะอาดห้องนอนของรามินทร์ได้นานถึงสองชั่วโมงครึ่งแบบนี้ ข้าวก็ยังไม่ได้ทาน น้ำก็ไม่ได้ดื่ม ไอ้คนใจร้ายมันก็ใช้เอาใช้เอาอยู่นั่น ไอนู่นไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่พอใจ

ไม่พอใจอะไรสักอย่าง

“เฮ้อ...เสร็จสักที”

เขาจัดการเอาน้ำถูพื้นไปเททิ้งแล้วก็ล้างถังตามที่ไอ้คุณชายมันสั่งเอาไว้ก่อนที่มันจะไปทานข้าวคนเดียวเมื่อคนงานมาตามให้ไป แล้วอินทัชล่ะ

ขี้ข้าอย่างเขา...จะได้กินหรือไม่ได้กินก็ไม่มีใครสนใจเท่าไหร่นัก

“ช่างมันก็แล้วกัน เคยอดข้าวมาแล้วสองวันก็ไม่เห็นเป็นไร อดสักมื้อหนึ่งคงไม่ตายหรอกมั้ง”

อินทัชเดินเข้าไปเช็คในห้องนอนของรามินทร์อีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ออกไป เจ้าของบ้าน เจ้าของรีสอร์ทก็กับมา เข้ามาหาร่างบางด้วยสีหน้าที่เดาความคิดไม่ได้

“เสร็จแล้ว?”

“เออ”

“ช้ามาก พยายามทำให้มันเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม เพราะจากนี้ไป งานมึงก็เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่นี้หรอกจำเอาไว้ จะไปไหนก็ไป”

“อืม”

“เดี๋ยว” แต่ยังไม่ทันที่อินทัชจะเดินออกจากประตูไป เสียงทุ้มเข้มก็เรียกเอาไว้ก่อน ส่งผลให้สองเท้าชะงักอยู่กับที่

“มีอะไร”

“กูจะเตือนมึงเอาไว้”

“เตือนเหี้ยอะไรอีก”

“ไม่ว่ามึงกำลังคิดจะทำอะไร กูขอบอกเอาไว้ ว่ามันไม่มีทางที่จะสำเร็จ”

มือขาวกำแน่นอย่างโกรธที่อีกคนพูดราวกับรู้ความคิดของเขา แต่ไม่ว่าจะยังไง เขาก็ไม่มีทางถอยแน่ เขาไม่ทน แล้วไม่อยากจะทนอีกต่อไป เรื่องรับผิดชอบบ้าบออะไรนั่น ทำไมเขาต้องรับผิดชอบด้วย

เขาไม่ได้ทำอะไรผิด...

“เพราะถ้ากูไม่สะใจพอ กูก็ไม่ปล่อยมึงไป”

“เออ กูจะจำเอาไว้”

“ให้มันได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน”


อย่าคิดว่ากูดูไม่ออก อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงกำลังคิดจะหนีออกไปจากที่นี่


วันต่อมาอินทัชตื่นขึ้นมาเวลาตีสี่กว่าๆ เหมือนทุกวัน ติดที่ว่าเริ่มชินขึ้นมาเล็กน้อย เข้าไปช่วยในครัว รดน้ำผัก แล้วก็ทานข้าว จากนั้นก็ไปยกอาหารมาเพื่อเอาไปให้รามินทร์ที่บ้านพักตามที่ได้สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน

แต่มาถึงก็ไม่เห็นจะมีใครอยู่ ไปเคาะห้องนอนที่เขาทำความสะอาดไปเมื่อวานก็ไม่เจอใคร

“แล้วให้กูแบกมาทำไม มันใช่เรื่องไหมวะ” ร่างโปร่งเดินลงจากชั้นสองลงมาข้างล่าง วางข้าวไว้บนโต๊ะแล้วสำรวจรอบๆ บ้านอย่างสนใจ

ถ้าไม่ติดว่าเจ้าของที่มันทำร้ายเขาอย่างหนัก บางทีที่นี่มันก็น่าอยู่

อินทัชก็อยากจะอยู่ที่นี่นานๆ ถ้าหากว่ามันไม่ลำบากพอๆ กับการทำงานในบริษัทใหญ่ๆ

“เมื่อไหร่จะได้รับอิสระเสียที”

เพราะเป็นลูกชายคนเดียว แม้ว่าจะเป็นคนสุดท้องแต่ก็เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล ไม่ฝากฝังที่เขา จะไปฝากฝังที่ใคร พี่สาวก็หนีไปเป็นดีไซน์เนอร์อย่างที่อยากเป็น แล้วเขาล่ะ...

“เฮ้อ...แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย ไอ้คนสั่งงานไม่อยู่”

“อิน” เสียงเรียกชื่อเขาดังมาจากด้านหน้าบ้าน

“อ้าว? ขรรค์ มีอะไรหรือ อ้อ รู้ไหมว่าเจ้านายของนายไปไหน ให้ฉันมาที่นี่แต่ตัวเองกลับไม่อยู่ อยากจะฆ่าแม่งจริงๆ เลยว่ะ” ถามผู้มาใหม่ทันทีแล้วบ่นเบาๆ กับตัวเองในประโยคท้าย

“นายท่านไปจัดการรีสอร์ทที่มีปัญหาข้างล่างน่ะ”

แสดงว่ามีรีสอร์ทอยู่ด้านล่างเขาลูกนี้อีกที่สินะ

“แล้วฉันต้องทำอะไร”

“นายท่านโทรมาสั่งแล้วว่าให้นายทำความสะอาดทั้งบ้าน ฝุ่นห้ามมี หยากไย่ห้ามเหลืออยู่ และที่สำคัญ ผ้าปู ผ้าม่านให้นายเอาไปซักให้หมด” ขรรค์บอกคำสั่งของเจ้านายด้วยหน้าตาและน้ำเสียงราบเรียบ

อินทัชเบิกตากว้างอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำสั่งที่แค่ได้ยินก็เหนื่อยแล้ว สายตาสวยกวาดมองรอบๆ บ้านอย่างเครียดๆ

“ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ”

“ก็ฉันรับคำสั่งมาแบบนี้ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ช่วยอะไรไม่ได้ ฉันพยายามที่จะช่วยแล้ว แต่ว่า...”

“พอๆ ฉันรู้แล้วว่านายพยายามจะช่วยแล้ว ไม่เป็นไรหรอก ยังไงนี่มันก็เป็นสิ่งที่ฉันต้องยอมรับอยู่แล้ว ขอบใจนายมากที่มาบอก”

“อืม...งั้นฉันไปทำงานต่อ มีปัญหาอะไรก็ไปหาได้ ฉันอยู่ที่ออฟฟิศ”

“อ่าๆ ขอบใจ”

ปัญหาน่ะหรือ มีสิ มีมากๆ เลยด้วย มีตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงานเนี่ยแหละ

หลังจากที่ขรรค์ออกจากบ้านพักส่วนตัวของเจ้านายของตนไป ร่างโปร่งก้มองไปทั่วๆ แล้วถอนหายใจเสียงดัง

“ความน่าจะเป็น ควรซักผ้าก่อนสินะ” ไม่รอช้า อินทัชเดินไปถอดผ้าม่านทุกผืนมากองรวมๆ กันด้านล่าง เดินหาตะกร้ากับอุปกรณ์ซักผ้ามา ขนทั้งหมดไปที่ลำธารน้ำตก

ถ้าซักที่นี่คงจะไม่เป็นไร เพราะน้ำมันไหลตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่มีอะไรตกค้างหรอกนะ

“อยากจะบ้าตาย อยากจะบ้าตายจริงๆ เว้ย!! ฮึ่ย!!!” มือขาวขยี้ผ้าแรงๆ ให้สมกับความรู้สึกที่มีในตอนนี้ ปากก็บ่นก็ด่ารามินทร์ไปด้วย

กว่าจะซักผ้าม่านกองโตเสร็จก็ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่า กว่าจะตากผ้าเสร็จก็เอากล้ามเกือบขึ้นเลย แดดจ้าทำร้ายผิว เหงื่อไคลไหลออกมาเปียกเสื้อตัวบางที่ใส่อยู่ แต่มีงานอีกเยอะที่ต้องทำ เพราะฉะนั้นอินทัชจะพักไม่ได้เด็ดขาด แต่ใจจังหวะที่กำลังเดินเข้าบ้าน ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาอินทัช

“ข้ามาหานายท่าน” ชายคนนั้นบอกวัตถุประสงค์

“มันไม่อยู่ มีอะไรหรือเปล่า” อินทัชถามอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไรสำคัญหรอก ข้าแค่เอากุญแจรถที่นายท่านให้ซ่อมมาคืนน่ะ”

“งั้นเอามาเลย เดี๋ยวผมเอาให้เอง แล้วให้บอกว่ายังไง” ร่างโปร่งถาม

“ก็ไม่มีอะไร รถซ่อมเสร็จแล้ว ไม่มีปัญหา จอดอยู่ฝั่งโน้นนะ” ชายสูงวัยชี้ไปยังจุดที่รถจอดอยู่ ซึ่งอินทัชก็พยักหน้ารับรู้ทั้งๆ ที่มองไม่เห็นเพราะต้องขึ้นเดินไปก่อนถึงจะเห็นตัวสวนกับรีสอร์ท เพราะบ้านพักของรามินทร์ลงมามีธารน้ำตก แต่บ้านพักที่เขาอยู่มันอยู่ลึกกว่านี้ ลงต่ำกว่านี้อีก

“ได้ครับลุง”

“เอาไป ข้าไปล่ะ อย่าลืมให้นายท่านนะเว้ย”

“รู้แล้ว” ร่างโปร่งรับกุญแจรถมาอย่างงงๆ ในหัวก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ขนาดที่ว่าไม่รู้สึกว่าชายสูงวัยเดินออกจากหน้าบ้านพักของรามินทร์ไปแล้ว

“เฮ้อ...คิดไม่ออกว่ะ” ร่างสูงโปร่งทำท่าจะเอากุญแจเข้าไปเก็บ แต่ก็คิดได้ขึ้นมาทันทีว่าเขาจะทำยังไงกับมันดี

ทำไมมึงไม่ขับรถหนีออกจากที่นี่วะไอ้อิน

“ใช่! นี่เป็นทางเดียวที่มึงจะได้ออกไปจากที่นี่นะอิน อย่างน้อยก็ขับรถคันนี้ไปที่โรงแรมของ PLEUNG แล้วให้ผู้จัดการติดต่อไปหาไอ้ธีร์ แค่นี้ก็รอดแล้วไอ้อิน พอกันทีกับที่นี่ กูไม่อยู่แล้ว” คิดได้เช่นนั้น อินทัชก็วิ่งไปยังรถที่อยู่ห่างออกไปจากที่นี่ทันที

กูจะได้กลับบ้าน กูจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว...


“นายท่านจะไปที่ไหนครับ”

“กลับบ้าน ฉันจะไปตรวจงานที่นั่น” รามินทร์ตอบคนขับรถของตนที่ถามเมื่อเข้ามาถึงเขตรีสอร์ทที่เป็นบ้านพักของตน

“ครับ”

ระหว่างที่รถแล่นกำลังแล่นอยู่บนถนนเพื่อนวนไปจอดที่โรงจอดรถก่อนจะลงไปหาตัวบ้านพักของรามินทร์ ร่างสูงเห็นบุคคลคนหนึ่ง จนอดที่ถามไม่ได้

“หยุดรถตรงลุงชุ่ม”

“ครับนายท่าน”

ปิ๊นๆ
เสียงคนขับรถกดแตรเรียกชายสูงวัยที่กำลังจะเดินออกจากรีสอร์ทเขาไป ซึ่งเดินมาได้ขนาดนี้ รามินทร์ได้คำตอบแล้วว่าคงจะมาถึงนานแล้ว

“จะไปไหนลุง”

“นายท่าน...ลุงจะกลับบ้านพาเมียไปหาหมอน่ะ แต่ลุงเอารถมาให้กับนายท่านก่อนน่ะครับ ซ่อมเสร็จแล้ว ใช้ได้ดีเยี่ยมเหมือนเลิมเลยครับ”

“ดีแล้วล่ะลุง ผมไม่อยากทิ้งรถคันนี้น่ะ ขับมานาน จะเปลี่ยนใหม่ก็ไม่มีเวลาไปดูหรอก”

“รถมันยังดีอยู่ครับ ซ่อมใช้ยังคุ้มอยู่”

“ขอบคุณที่ช่วยซ่อมรถทั้งของผม ทั้งของรีสอร์ทมาตลอดนะครับ เดี๋ยวให้คนไปส่ง”

“โอ๊ย! ไม่ต้องหรอกครับ ลุงไปเองได้ จะได้เป็นการออกกำลังกายไปด้วย” รามินทร์หัวเราะน้อยๆ กับท่าทางของคนซ่อมรถของรีสอร์ท

“งั้นก็ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวให้ขรรค์มันจัดการเรื่องค่าซ่อมให้”

“ตามนั้นครับนายท่าน เดี๋ยวลุงขอตัวก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวก่อนลุง” รามินทร์เรียกไว้เมื่อคิดได้ว่าลืมถามอีกหนึ่งคำถาม

“ครับ?”

“กุญแจรถกับรถจอดไว้ที่ไหน จะได้ตามเอาถูก”

“ผมเอาไปจอดไว้ที่โรงจอดรถก่อนลงไปบ้านพักของนายท่านนั่นแหละครับ ส่วนกุญแจก็ฝากพ่อหนุ่มหน้าสวยที่อยู่ในบ้านของนายท่านเอาไว้” สิ้นคำตอบของชายสูงวัย รามินทร์ก็ตะโกนสั่งคนขับรถเสียงกร้าวทันที

“ออกรถ ไปบ้านฉันให้เร็วที่สุด!!!”

ให้ตายสิ หวังว่าจะไม่ช้าไปนะ

“คิดจะหนีกูหรือ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”

ระหว่างทางรามินทร์ร้อนใจจนตะโกนเร่งคนขับรถบ่อยๆ จนเมื่อขับมาถึงทางเลี้ยวเข้าไปนั้น สายตาของเขาก็มองไปยังรถคันสีดำที่เพิ่งซ่อมเสร็จอยู่ จะไม่โกรธ จะไม่โมโหเลยถ้าไม่เห็นว่าร่างบางนั้นขึ้นรถเข้าไปแล้ว

“ไอ้สัตว์เอ้ย!!! จอด!!!” ร่างสูงวิ่งลงจากรถทันทีเมื่อการขับรถเข้าไปจุดนั้นต้องใช้ความระมัดระวังทำให้ต้องขับช้ากว่าเดิม เขาเลยทนไม่ไหว กระโดดลงจากรถทั้งๆ ที่ยังไม่จอดนิ่งพอ เขารีบวิ่งสุดแรงไปยังรถที่กำลังออกตัวช้าๆ มาทางเขา ร่างแกร่งทั้งร่างวิ่งไปขวางหน้ารถด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความโกรธอย่างรุนแรงจนคนในรถถึงกับเบรกไม่ทัน

มือขาวรีบกดล็อกประตูทุกด้านอย่างสั่นๆ เพราะไม่คิดว่าคนที่พยายามจะหนีไปจากมันดันโผล่มายืนทำหน้าเหี้ยมอยู่ตรงหน้า

“ทำไมต้องกลับมาเดียวขนาดนี้ด้วยวะ ทำไงดีๆ”

“ลงมา!!!”

“ไม่!!” เขาตอบอย่างไม่ลังเล

“กูบอกให้ลงมา ไอ้อิน!!!”

“กูไม่ลง!!” เขายังยืนยันคำเดิม แม้ว่าคนตรงหน้าจะดูหน้ากลัวมากแค่ไหนก็ตาม อินทัชใส่เกียร์แล้วเหยียบคันเร่งหวังว่ารามินทร์จะกลัวจนต้องหลบไป แต่เปล่าเลย คนตรงหน้าเขายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกว่ากลัวอะไรเลย

“กูให้โอกาสมึงลงมาดีๆ ถ้ามึงไม่ลงมาดีๆ กูพังไอ้รถเหี้ยนี้แน่”

“กูไม่ลง กูจะไปจากที่นี่”

“มึงหนีไม่พ้นหรอกไอ้อิน”

“เออ!! มึงอยากยืนตรงนั้นก็ยืนไป แต่กูจะไปจากที่นี่ ชนมึงตายห่าอย่ามาว่ากูก็แล้วกัน” อินทัชขู่เสียงเข้ม

เป็นใครบ้างล่ะที่ไม่กลัวตาย อย่างน้อยถ้าเขาจะชนมันจริงๆ สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ต้องส่งผลให้รามินทร์หลบรถที่จะพุ่งชนตัวเองแน่ๆ

“กล้าก็ลองดูสิวะ!”

ไม่กล้า...อินทัชไม่กล้าทำ เขาทำร้ายคนโดยเจตนาไม่ได้

แม้ว่าคนๆ นั้นจะทำร้ายตัวเองขนาดไหนงั้นหรือ

คำตอบคือ...ใช่ เขาทำไม่ได้

“ไม่กล้าล่ะสิ” น้ำเสียงเย้ยหยันออกมาจากปากคนที่อินทัชเกลียดที่สุด มือกำพวงมาลัยแน่นอย่างเคียดแค้น มองไปทางไหนก็ทำไรไม่ได้

หนีไม่ได้แล้ว อินทัช มึงจะหนีไม่ได้งั้นหรือ...

“กูไม่ออก มึงอยากตากแดดให้ร้อนตายห่าก็เชิญ แต่กูไม่ลงจากรถแน่ๆ”

“งั้นมาลองดู ว่าใครจะทนได้มากกว่ากัน” รามิทร์ท้าทาย

พวกเขาสองคนนิ่งเงียบไป ร่างโปร่งนั่งตากแอร์อยู่บนรถ ส่วนรามินทร์ก็ยืนกอดอกจ้องอินทัชเขม็งที่ด้านหน้า ความร้อนของอากาศยิ่งทำให้รามินทร์หงุดหงิดจนไม่อยากจะทน

“ไอ้แสน”

“ครับนายท่าน” คนขับรถของรามินทร์ขานรับคำเรียก

“ทุบกระจกรถแล้วลากมันลงมา”

“เอ่อ แต่ว่านั่น...”

“กูบอกให้ทุบไง!!!” ตะคอกเสียงดังจนลูกน้องกลัว เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายในมุมนี้มาก่อน คนขับรถเดินไปหาก้อนหินก้อนใหญ่ที่เอาไว้จัดสวนมา เดินตรงไปยังรถสีดำด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

รถเจ้านาย ใครจะไปกล้าวะ

“ทุบ!! เร็วๆ” เร่งเสียงแข็ง อินทัชเริ่มมองหาทางหนีทีไล่

ตอนนี้รามินทร์เอาจริงแน่ เอาเขาตายแน่ๆ

“แต่ ผม...ทำไม่ได้”

“กูบอกให้ทุบไงไอ้แสน!!!” ตะโกนสั่งอีกครั้ง ร่างหนาของแสนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ แรงๆ เงื้อมือขึ้น ก่อนจะเอาก้อนหินทุบที่กระจกรถฝั่งคนขับแรงๆ สองสามทีจนมันแตกละเอียด ร่างโปร่งก็เอาแขนป้องกันหน้าตัวเองไว้อย่างกลัวมันจะเข้าตา

ตุบ ตุบ ตุบ

เพล้ง!!!

“ลงมา!!” ร่างสูงของรามินทร์เดินเข้ามาหา เอื้อมมือปลดล็อกรถจากช่องที่แตกก่อนจะเปิดประตูก่อนจะกระชากแขนขาวออกมาจากรถแรงๆ ด้วยความโมโห

“โอ๊ย! กูเจ็บ”

“เจ็บก็ดี จะได้เข็ดไม่คิดหนีอีก!!”

“มึงมีสิทธิ์อะไรมาขังกูไว้ที่นี่ กูจะออกไป กูจะกลับบ้าน ก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ กูเกลียดมึง ไอ้ราม กูเกลียดมึง!!!”

“ก็สิทธิ์ที่เป็นเจ้าชีวิตมึงไง!!!”


เกลียดกูนักใช่ไหม!! ได้ กูจะจัดให้ตามคำที่บอกกูเลย...หลังจากนี้แหละ กูจะให้มึงเกลียดกูซะให้พอเลย ไอ้อินทัช!!!






100%


 :mew3: :mew2: :mew2: :mew2:

   ในที่สุดครึ่งหลังก็แต่งได้สักที ขอโทษที่หายไปเลย หายไปนานมาก ซึ่งตอนที่ 5 ก็ไม่รับปากว่าจะมาตอนไหน งานเยอะมากจริงๆ ค่ะ อาจารย์นัดเรียนเสาร์ อาทิตย์อีก หาวันหยุด หาเวลาพักไม่ได้เลยค่ะ เข้าใจยูกิด้วยน้า

   เป็นยังไง ติชมกันได้เลยนะคะ ยูกิน้อมรับข้อผิดพลาดทั้งหมด ส่วนคำผิด ยูกิยังไม่ตรวจเช่นเคยนะคะ ใครเจอจุดไหนแจ้งได้น้า ขอบคุณมากค่า

https://www.facebook.com/sawachiyuki


ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ไอ้ไม่มีเหตุผลไปตามสืบให้รู้เรื่องจริงๆ ก่อนไป ก่อนที่จะมาทรมาณอินของเค้า  สงสารอินทัชจัง

ออฟไลน์ Paparazzi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-11
นังรามนี่มันน่าโดนจริงๆเลย
สงสารน้องอินทัช :impress2:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ Min*Jee

  • เอวรี่ติงจิงกะเบล
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-5
มาสั้นและทำร้ายจิตใจแม่ยกน้องอินมาก :z3:
นี่รอเอาคืนแบบหนักๆนะบอกเลย!!!
รอตอนต่อไปเนาะ

ออฟไลน์ yamapong

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
สวัสดีค่าาา ยูกิซังงง เราตามมาจากเรื่องเสพติดอันตรายนะ ตอนแรกเฉยๆเลยกับเพื่อนธีร์คนนี้ แต่พอมาอ่านเรื่องนี้ ชอบนางงงงงง ชอบค่ะ ชอบนิสัยอินมากๆเลย ชอบแนวนี้ด้วย อยากเห็นพระเอกเจ็บปวด ขอหนักๆนะคะ 5555 เราชอบสำนวนการแต่งมากคะ อ่านแล้วลื่นไม่สะดุด ไม่งง เป็นกำลังใจให้ รอตอนต่อไปนะคะ  :katai5:

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
จี๊ดดดดดดเลย
รามเอ้ยยย ตอนนี้อยู่เหนือเค้า อยากทำไรก้อทำได้
แต่อย่าให้อินได้เอาคืนนะ
นายจะเจ็บเจียนตายเลย
อีกอย่างนะ
ของที่เสียไปแล้ว มันเรียกคืนไม่ได้นะ
ยิ่งความรู้สึกที่เสียไปด้วยแล้วหนะ
ปล.ตบจูบจงมา ...55

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก
ตอนที่ 5
ยัดเยียด



พลัก!!!

ตุบ!!!

“โอ๊ย!!! กูเจ็บนะไอ้ราม” ร่างโปร่งบางตวาดเสียงดังเมื่อโดนจับลากมาที่บ้านพักของร่างสูง ก่อนที่จะโดนโยนเข้าไปในห้องนอนด้านบนของตน ร่างทั้งร่างกระแทกพื้นจังๆ

แกร๊ก!!

ตามด้วยเสียงล็อกประตู คนตัวสูงกว่าสาวเท้าเข้าไปหาร่างของอินทัชที่ขยับหนีเพื่อเอาตัวรอดจากใบหน้าที่แสนจะโหดร้ายของรามินทร์ และเชื่อว่าตอนนี้

มันสามารถฆ่าเขาได้แน่ๆ

“ทำไม? เริ่มกลัวหรือไง ไม่ต้องมองหาทางหนีหรอก เพราะมึงมีสิทธิ์ได้กลับบ้านก็ต่อเมื่อกูพอใจแล้วเท่านั้น” พูดเสียงเหี้ยม ทำเอาร่างโปร่งบางถึงกับรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“กูขอโทษ กูไม่คิดหนีแล้ว ปล่อยกูไปเถอะ” ลองใช้ไม้อ่อนออกไป แต่เหมือนจะลืมว่าอีกคน ไม่ว่าจะแข็งปานท่อนเล็ก หรืออ่อนราวกับขี้ผึ้งรนไฟ ก็ใช้ไม่ได้ผลหรอก

ทำอะไรก็ผิดในสายตาของผู้ชายคนนี้

“ไม่มีวัน!! มึงต้องเข็ดหลาบกับการคิดหนีในครั้งนี้”

“อะไรกันนักกันหนาวะ!!”

“อย่ามาขึ้นเสียง!!!” รามินทร์ตะคอกกลับ

“เออ...กูไม่ขึ้นเสียงก็ได้ กูจะพูดเบาๆ แบบนี้ก็แล้วกัน พอใจยัง” อีกคนว่าเสียงเบาราวกับกระซิบ ทำเอารามินทร์ถึงกับเลือดขึ้นหน้า

“ประชดประชันดีนักใช่มั้ย ได้!!” ตัวตัวสูงเดินไปหาอะไรบางอย่างจากตู้เสื้อผ้าแล้วตรงมายังที่ที่อินทัชนั่งเจ็บอยู่ กระชากแขนขาวแรงๆ แล้วมัดด้วยแขนแบบไขว้หลังด้วยเชือกที่เอามาจากตู้เสื้อผ้า

“จะทำบ้าอะไรวะ”

“มัดมึงไง”

“มันทำเหี้ยอะไร มึงจะบ้าหรือ ไม่เอาไว้ อัก” เขาถูกกดตัวด้วยร่างกายอันแสนจะใหญ่ของรามินทร์จนอินทัชไม่กล้าที่จะขยับเพราะมันเจ็บมาก จนอีกคนมันเสร็จนั่นแหละถึงได้ลุกออกไป

“จะได้เลิกซ่า”

“ไอ้สัตว์! ปล่อยกูนะ มึงทำแบบนี้กับกูไม่ได้”

“ทำไมจะทำไม่ได้”

“แม่งเอ้ย!! กูเกลียดมึงจริงๆ รังเกียจนิสัยมึงฉิบหาย ขอให้ชาติหน้าอย่าได้เกิดมาเจอะมาเจอกันอีกเลย แค่ชาตินี้ก็พอ ไอ้ควายป่าเถื่อน!!” คนที่นอนราบกับพื้นในสภาพที่คว่ำหน้ามือมัดแบบไขว้กันอยู่ด้านหลังโวยวายออกมา ทั้งก่นด่า สาปแช่ง จนรามินทร์โกรธที่อีกคนยังคงปากดีอยู่อีก

“หุบปาก!!”

“กูไม่หุบ ทำไม มึงจะเอาอะไรมามัดปากกูอีกหรือไง”

“อยู่ในท่าที่น่าสมเพชแบบนี้มึงยังทำซ่าอีกนะ”

“ก็เรื่องของกู ชีวิตของกู”

“เออ!! ชีวิตของมึง แต่ตอนนี้เป็นของกู!!!”

“อย่ามาพูดจาพล่อยๆ ไอ้ราม ถึงมึงจะมีสิทธิ์ทำบ้าบออะไรก็ได้ตอนนี้ แต่รู้ไว้ว่าชีวิตกูมันไม่ใช่ของมึง กูจะตายมันตอนนี้ก็ได้ จะได้จบเรื่องบ้าๆ นี้สักที ไหนๆ กูก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องมึงต้องตาย งั้นกูก็ขอตายเพื่อชดใช้ก็แล้วกัน!!!” ไม่มีความล้อเล่นอยู่ในน้ำเสียง ทำเอารามินทร์ถึงกับเชื่อว่าอีกคนยอมตาย

แต่เขาไม่ยอม...ทรมานเป็นๆ ดีกว่า

มันสะใจกว่าเยอะ

“หึ ถ้าคิดว่าตายได้ก็ทำดิ”

“กูว่าชาตินี้มึงคงหาคนที่รักมึงไม่ได้แน่ๆ ถ้ามึงทำตัวชั่วช้าแบบนี้” ร่างบางที่ยังคงเสียเปรียบเอ่ยขึ้น ขอแค่ได้พูดให้หายแค้นก็พอ

มีสาระ ไม่มีสาระ เกี่ยว หรือไม่เกี่ยว อะไรตอนนี้ก็ช่าง ขอแค่ได้พูดเป็นพอ

“ก็เรื่องของกู...แต่ที่แน่ๆ คนที่เข้าหากูก็มีเยอะแยะ อ้อ!! มึงก็เหมือนกันด้วยนี่ ได้ทั้งหญิงและชาย เสน่ห์แรงมาก มีเมียเยอะ แต่มึงยังไม่เคยเป็นเมียใครนี่ น่าสนเหมือนกันแฮะ!” รามินทร์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ มองร่างโปร่งที่นอนคว่ำอยู่ด้วยสายตาสำรวจก็พบว่าหุ่นของรามินทร์ก็ดีเหมือนกัน

แม้ว่าจะไม่ได้ตัวเล็กมากเหมือนที่เขาชอบ แต่ทั้งหน้าสวย และสูงผอม ก็ถือว่าโอเคสำหรับเขา ถ้ามันไม่ใช่คนที่เขาเกลียดรับรองว่าไม่ปล่อยเอาไว้แน่

“อย่ามาประสาท กูจะไปเป็นเมียชาวบ้านเขาทำไม เฮอะ!!”

เรื่องอะไรที่จะให้คนอื่นเอา ‘ไอ้นั่น’ ใส่เข้ามาในตัว ถึงไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะลอง

“มึงรู้ไหม ว่ากูน่ะชอบผู้ชาย มีแฟนเป็นผู้ชายมาโดยตลอด แต่ตอนนี้โสด ไม่ได้เอาใครมาปีกว่าแล้ว” รามินทร์พูดบอกไปเสียงเรียบ ต่อประโยคให้ตัวเองในใจ

เพราะเอาเวลาทั้งหมดไปทำทุกอย่างที่จะได้ใกล้มึงไง

“บอกกูทำไม อยากให้กูเอา? เสียใจด้วย เรื่องนี้กูคงทำไม่ลงหรอก เกลียดขี้หน้า รังเกียจ ขยะแขยง” พอเจอประโยคนี้เข้า รามินทร์ถึงกับกัดฟันด้วยความโมโห ความอยากเอาชนะ อยากเหนือกว่าตีขึ้นมา เดินไปแก้เชือกให้กับร่างที่นอนอยู่ข้างล่างแบบไม่พูดอะไร แต่แรงกระชากของมือก็ทำให้อินทัชรู้ว่า อารมณ์ของรามินทร์ยังคงรุนแรง

และเมื่อเขาเป็นอิสระก็ถูกกระชากขึ้นมาจากพื้นแล้วโดนผลักไปที่เตียงกว้างแรงๆ

“อย่างกูเนี่ยนะเป็นฝ่ายโดนเอา หึหึ...ไหนๆ มึงก็ไม่เคยมีผัว งั้นกูก็อยากจะให้มึงลองว่ามันรู้สึกยังไงก็แล้วกัน” รามินทร์ว่าแบบนั้นก็เดินขึ้นเตียงไป ขัยบไปหาอินทัชช้าๆ ใบหน้าแสดงถึงความร้ายกาจจนอินทัชอดจะเสียงสันหลังไม่ได้

“ย่ะ อย่าเข้ามานะเว้ย กูถีบจริงๆ นะ”

“หึหึ ก็ลองดูสิ แต่แน่นอนว่ากูจะทำ เพราะมึงบอกว่าเกลียดกูมากใช่ไหม รังเกียจกันมาก ขยะแขยงกูสุดๆ งั้นก็ก็จะให้มึงรู้สึกแบบนั้นไปให้สุดๆ เหมือนกัน”

พรึ่บ!!

ว่าแล้วก็กระชากขาขาวของอินทัชเข้าหาตัว จนคนที่ไม่ได้ตั้งหลักถึงกับถลาตามแรงดึง อินทัชคิดมาโดยตลอดว่าตัวเองเป็นคนที่แรงเยอะสุดๆ แล้ว

แต่พอมาเจอกับคนที่สูงกว่าเพียงเล็กน้อยนั้น ก็ทำเอาตกใจกับพละกำลังของรามินทร์ไม่น้อยเลย

“โอ้ย!!! อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ นะไอราม ก็ไม่เอาด้วยนะเว้ย” อินทัชเครียดเมื่อโดนคนตัวใหญ่กว่ากักเขาไม้ด้วยสองขาที่คร่อมทับตัวเขาอยู่

สภาพล่อแหลมมาก

ใบหน้าของรามินทร์ฉายความสะใจที่เห็นปฏิกิริยาที่แสนจะกลัวของอินทัช หัวเราะออกมาเบาๆ ถ้าทำแบบนี้ตั้งแต่แรก  ถ้าทำให้อีกคนเสียสิ่งที่รักไป ที่หวงแหนไป ก็คงจะสะใจดี

“ไอ้สัตว์ ให้ห่า ให้ควาย ไอ้ป่าเถื่อน มึงถอดเสื้อกูทำไม อึก” เมื่อมือแกร่งเริ่มถอดเสื้อผ้าที่แสนจะดูเก่าของอินทัชออกไป คนด้านล่างก็ร้องโวยวาย ทั้งดิ้น ทั้งพยายามผลักออก แต่แรงตัวเองไม่พอที่จะทำได้ เนื่องจากท่าทางที่เป็นรอง บวกกับโดนกักเอาไว้แน่นหนา

“จะ ‘เอา’ มึงไง แต่ไม่ได้ทำเมีย แค่ ‘ยัดเยียด’ ความเป็นผัวให้” รามินทร์ตอบด้วยรอยยิ้มปีศาจ อินทัชที่คิดว่าตนไม่มีทางรอดก็ได้กัดฟันอยากเจ็บใจ ปล่อยให้อีกคนถอดเสื้อผ้าตนออกไป

ใครไม่มาเจอแบบเขาไม่มีทางเข้าใจหรอก ว่าคนที่กำลังจะถูกข่มขืนรู้สึกยังไง ยิ่งรู้ว่ารามินทร์ชอบผู้ชาย ไอ้เรื่องเซ็กส์น่ะ จะกับใครก็ได้

รวมคนที่มันเกลียดอย่างเขาด้วย

“หึหึ ทำไม กลัวหรือไง อยากร้องไห้หรือ ร้องดิ ยิ่งร้องกูยิ่งสะใจ”

หัวใจมันทำด้วยอะไร...

ทำไมถึงได้เลว ต่ำช้า และใจร้ายได้ขนาดนี้

ไม่การจูบ ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีการโอบกอด ไม่มีอะไรเลย เขารู้สึกว่ามันช่างน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงที่สุด มือหยาบกร้านที่ลูบไปทั่วผิวของเขา มันร้อน... แต่อินทัชกลับเย็นเยือกถึงขั้วหัวใจ เมื่อร่างสูงถอดเสื้อผ้าคนตัวจาวที่ซ่อนผิวเรียบเนียนสมกับเป็นคุณชายไว้ด้านใน เขาก็ต้องรู้สึกตกใจ เพราะมันมีผิวที่เนียนขาวกว่าคู่นอนหรือแฟนคนก่อนๆ ของเขามาก...

“คุณชายนะมึง ผิวดีฉิบหาย”

“อย่าลูบ กูรังเกียจ” อีกคนกัดฟันบอก พยายามที่จะยกขาถีบแต่ก็ไม่ทำเพราะในร่างกายเขาไม่มีอะไรปิดบังร่างกายอีกแล้ว ส่วนที่ยังคงนอนหลับสนิทก็ไม่อยากให้มันเห็นเท่าไหร่

“หึ...รังเกียจงั้นหรือ” ถามพลางแสยะยิ้ม มือก็ลูบตามผิวสวยไปด้วยความรุนแรงทำเอาใบหน้าสวยหวานถึงกับเหยเกเพราะเจ็บและแสบ

มือมันหยาบมาก ทั้งร้อนและหยาบ บ่งบอกว่าเป็นคนที่ทำงานหนัก

“อึก...อย่าลูบ กูขยะแขยง มึงอย่าทำเหมือนพิศวาสกู”

ชีวิตนี้ไม่ต้องมารู้สึกเสียหน้า เสียศักดิ์ศรีเท่านี้มาก่อนเลย

“เอาอีก รังเกียจกูเข้าไปอีก ขยะแขยงกูให้เต็มที่ เพราะมัน...ไม่ได้ช่วยให้มึงรอด”

รามินทร์เกลียดอินทัช ทั้งแค้น ทั้งโกรธ แต่ก็ยอมรับว่าร่างกายของคนที่เกลียดก็ทำให้ส่วนนั้นของเขาตื่นตัวขึ้นมาได้ง่ายๆ

หรือนั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้นอนกับใครมาปีกว่าๆ จะอะไรก็ช่าง ยิ่งเขามีอารมณ์มากเท่าไหร่ อินทัชจะยิ่งเจ็บปวดเท่านั้น ถามว่ารามินทร์ชอบข่มเหง รังแกคนอื่นหรือ ตอบเลยว่าไม่

แต่อินทัชคือข้อยกเว้น...ต่อให้ดีแค่ไหน ก็เลวได้ถ้าปล่อยให้กิเลสครอบงำ

“มึงลองจับมันดู กูจะเอาอันนี้ ‘ยัดเยียด’ ให้กับมึง” ร่างสูงจับมือขาวที่ยื้อเอาไว้สุดแรงแต่ก็ทนต่อความเจ็บไม่ได้ต้องโอนอ่อนตามแรงดึงนั้นมือเย็นเพราะความกลัวของอินทัชสัมผัสเข้าที่ท่อนลำแข็งแร่งที่พอแตะโดนก็รู้ว่ามันใหญ่แค่ไหน แค่คิดภาพมันเข้ามาในตัวของเขา ก็เจ็บร้าวไปทั้งตัวแล้ว

เขาเคยเปิดซิงผู้ชายบริสุทธิ์มาก่อน รู้ดีว่ามันเจ็บแค่ไหน อินทัชคิดอย่างเครียดๆ ว่าคงจะเดินไม่ได้อีกหลายวัน

“หึ! เป็นไง อยากได้จนตัวสั่นเลยหรือไง” คำถามที่ดูหมิ่นของรามินทร์ทำให้ตาสวยต้องมองอย่างรังเกียจกับความคิดสกปรกแบบนั้น

แต่รามินทร์ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือว่าไม่พอใจ กลับรู้สึกสะใจที่สุดด้วย

“เอาล่ะ กูจะไม่รอเวลาแล้ว ตอนนี้น้องชายของกู มันอยากเต็มทีแล้วล่ะ” รามินทร์ว่าพลางจับบังคับคนตัวผอมให้นอนคว่ำ ซึ่งแน่นอนว่าร่างโปร่งบางไม่ยอมง่ายๆ พยายามจะดิ้นหนี แต่ก็ถูกจับไว้เหมือนเดิม กำปั้นหนาต่อยเข้าที่ท้องน้อยจนอีกคนตัวงอด้วยความจุก ในจังหวะนั้นแหละที่รามินทร์บังคบอีกคนให้นอนคว่ำได้สำเร็จ

“หึ” ที่หัวเราะไม่ได้อะไร แค่พึงพอใจที่ด้านหลังของร่างผอมนั้นก็ดูว่าจะเย้ายวนไม่แพ้ด้านหน้า ทำเอาส่วนนั้นปวดหนึบขึ้นมาทันที

“ต่อให้มึงจะเป็นคนที่กูเกลียดนะไอ้อิน แต่ซิงด้านหลังนี่กูถือว่ามึงยังสะอาดอยู่ แม้ว่าใจมึงมันจะสกปรกก็ตาม”ไม่ว่ายังไงรามินทร์ก็ยังไม่เปลี่ยนความคิดที่ว่าเขาเป็นคนที่ทำให้น้องสาวของมันตาย

คนที่ยังจุกน้ำตาเล็ดออกมา รู้สึกเจ็บเมื่อปลายนิ้วสอดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบของอินทัช

“แน่นดีนี่”

จะไม่แน่นได้อย่างไร ในเมื่อคนตัวเล็กกว่าไม่มีอารมณ์ที่จะมีเซ็กส์ และไม่มีการเล้าโลม จู่ๆ ก็ถูกนิ้วสอดแทรกเข้ามาเพื่อเบิกทาง ทำเอาคนที่เพิ่งโดนต่อยถึงกับกัดปากเพราะเจ็บ

“หึหึ กูไม่ได้จะให้มึงมีความสุขหรืออะไรหรอกนะ เพราะฉะนั้นจะมีอารมณ์หรือไม่มีอารมณ์ก็เรื่องของมึง เพราะกูแค่ได้ปลดปล่อยก็พอ”

ร่างแกร่งว่าแบบนั้นก็สอดนิ้วที่สองที่สามเข้าไปเรียกเสียงร้องในลำคอของอินทัชได้เป็นอย่างดี เห็นแบบนั้นก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางรอดแน่ รามินทร์เอาจริง มือของเขาเลยเอื้อมมาจับที่ส่วนกลางลำตัวขนาดพอดีกับร่างกายก็จะรูดรั้งมันเบาๆ เพื่อปลุกอารมณ์ อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาไม่นึกถึงสิ่งที่เกิดอยู่ด้านหลัง

คิดถึงเด็กๆ ที่เคยนอนด้วยเพื่อปลุกเร้าตนเองและก็ได้ผลมันตึงสู้มือ ประจวบเหมาะกับนิ้วที่สามของรามินทร์ที่กระแทกโดนจุดกระสันของอินทัชทำเอาคนที่นอนคว่ำหน้าเท้าแขนกำเตียง สะโพกยกสูงเพราะแรงบังคับถึงกับส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“อา”

“เสียงดี” ไม่ได้ชมแบบจากใจ แต่เย้ยหยันมากกว่า

“ย่ะ...อย่า กูไม่เอา ป่ะ ปล่อย” เมื่อหายจุก ร่างโปร่งบางก็พลิกตัวนอนหงายหลบนิ้วแกร่งนั่น เรี่ยวแรงที่มีหดหายไป เหลือเพียงแค่ความอ่อนไหวที่ถูกปลุกเท่านั้น

พรึ่บ!!

“ยังมีแรงอยู่นี่ แต่รู้เอาไว้ด้วย ไม่ว่าท่าไหนกูก็เอามึงได้”

“อ๊ากกกก” เสียงร้องอย่างแสนเจ็บปวดดังลั่นห้องนอนของรามินทร์เมื่อขาถูกแยกออกให้ห่างแล้วกายใหญ่ก็สวนเข้ามาในช่องทางคับแคบอย่างรวดเร็วและรุนแรง

“จ่ะ เจ็บ โอ้ย กูเจ็บ อึก”

“หึหึ อึก” มันแน่นมากก็จริงแต่ก็ยังสะใจมากด้วย ขาข้างหนึ่งตั้งขึ้น ถูกมือหยาบจับเอาไว้เป็นหลักแล้วก็สวนกายเข้าออกโดยไม่รอให้คนที่รองรับอารมณ์เขาตอนนี้ได้ปรับตัวเลย

เจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอก...

“อืม...แน่นมาก อา” เสียงทุ้มครางออกมาอย่างพึงพอใจ ที่เขาว่ากันว่าได้เปิดบริสุทธิ์ของคนมันทำให้รู้สึกดี และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เปิดบริสุทธิ์ของคนคู่ขา

เพียงแต่อินทัชเขาไม่เรียกว่าคู่ขา...แค่ที่ระบายอารมณ์ก็คงพอ

“จ่ะ เจ็บ อึก เจ็บ อ๊า” มันทั้งเจ็บทั้งเสียวซ่าน แต่อย่างแรกมีมากกว่า นั่นเลยทำให้เขารู้สึกว่าช่องทางด้านหลังของเขาฉีกแล้วแน่ๆ

มันทั้งแสบ มันทั้งเจ็บ ความเจ็บปวดมันร้าวไปถึงไขสันหลัง ไม่ว่าจะยังไงอีกคนก็สวนกายกระแทกกระทั้นรุนแรงจนอินทัชน้ำตาไหล ไม่นานความทรมานนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่ไม่คิดว่าจะได้สัมผัสมัน แต่ตอนนี้ก็คงจะทำได้เพียงคิดว่ามันเป็นฝันร้าย

ต่อให้รู้สึกดีกับมัน มันก็คือฝันร้าย

อินทัชหมดแรง ไม่แม้กระทั่งส่งเสียงร้อง พยายามกลั้นให้ได้มากที่สุด ทั้งกัดปากตัวเองจนเลือดออก ทั้งจิกผ้าห่มบนเตียงอย่างต้องการระบาย ความเจ็บปวดที่ถูก ‘ยัดเยียด’ ให้มันก็ไม่มีทางที่จะหายได้เลย

“อา...อืม ดีฉิบหาย”

อินทัชร้องไห้ออกมาอย่างสุดแสนจะแค้นเคือง เขาทำอะไรผิด สวรรค์ถึงลงโทษเขาแบบนี้ บอกเขาทีว่าอินทัชคนนี้ทำอะไรผิด...

ไม่รู้ว่าร่างสูงระบายอารมณ์ใคร่ที่แสนรุนแรงกับร่างกายของอินทัชไปกี่รอบ เพราะร่างโปร่งหมดสติไปตั้งแต่รอบที่สามที่อีกคนปลดปล่อยอย่างไม่ต้องการรับรู้อะไรอีก

รามินทร์ก็ใช่ว่าจะหยุดอยู่แค่นั้น...

หึ…ทรมานกว่านี้อีก มึงต้องรู้สึกตายทั้งเป็น!!!













50%

 :katai4: :katai4: :katai4:

   ปล่อยไว้ 1 เดือนเต็มๆ กับเรื่องนี้ ขอโทษด้วยนะคะ หลายคนเข้ามาทวงกันเยอะมาก ไม่ได้ทิ้ง แต่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจริงๆ ค่ะ

พอดีว่าช่วงนั้นงานเยอะมาก ไหนจะรายงานเขียนมือหลายเล่ม ไหนจะต้นฉบับน้องดรีมเล่มพิเศษ ตอนนี้หมดภาระแล้วค่ะ แค่สอบไฟนอล 14-18 นี้ แต่แน่นอนว่ามีเวลาแล้ว ไม่น่าจะหายไปแล้วล่ะค่ะ 555+ เรื่องนี้วางพล็อตสมบูรณ์แล้วนะ (แต่แต่งยังไม่ถึงไหน)

   ใครที่อ่านแล้วชอบ (?) อยากจะฆ่ารามแค่ไหน ก็บอกกล่าวกันได้ด้วยการเม้นท์ อยากให้กำลังก็เม้นท์ค่ะ ส่วนใครที่อยากคุยกับยูกิไปที่แฟนเพจค่ะ

https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2373
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
ความโหด และไม่มีเหตุผลยังคงเดิม
รอวันที่ราม ต้องตามง้อบ้าง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ Toon_TK

  • เ ด็ ก อ้ ว น
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
อยากจะด่าว่ารามโง่อยู่หรอกนะ
จะรอวันที่รามรู้ความจริงแล้วกันให้น้องอินเล่นให้หนักเลย

ออฟไลน์ pumpui

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
ขอให้ ราม เป็น คนหลงรัก อินทัช ก่อน แล้ว อินทัช ไม่เล่นด้วย ให้ราม ตามง้อ จนใกล้จบ เลย แต่ใจจริง อยากให้ อินทัช รักกับคนอื่นไปเลย แต่ ชื่อเรื่อง นำไปแบบนี้ เขาคงต้องมารัก นะซิ อยากให้ จบแบบ อินทัช ไม่ได้รัก ราม ให้ราม อกหัก ตรอมใจไปเลย 5555

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
ตอนที่ 5 ครึ่งหลัง







ตายหรือยัง...

ที่นี่คือที่ไหน สวรรค์หรือเปล่า หรือว่านรก...

อินทัชค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกตัวจากการสลบไสลเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมง จนตอนนี้คงจะเป็นเช้าวันใหม่ ความรู้สึกรวดร้าวไปทั่วทั้งช่วงล่าง ร่างกายปวดสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย

ไม่แปลกเลยที่น้ำตาเขาจะไหลอีกครั้ง มันทั้งเจ็บใจ และก็เจ็บกาย ทุกอย่างมันเลวร้ายสุดๆ จนอยากจะให้มันเป็นเพียงแค่ความฝัน อินทัชที่อยู่ในชุดเมื่อวานค่อยๆ ประคองตัวเองขึ้นมา ก็พบว่าไม่ได้อยู่ในห้องของรามินทร์แล้ว และไม่ได้อยู่ที่บ้านพักของเขาเช่นกัน

มันคือห้องเก็บของเก่าๆ ที่ฝุ่นเขรอะ ก็เดาเอาไว้ว่าคงจะนอนตรงนี้มาทั้งคืน...

“แคกๆ” ตอนนี้ร่างโปร่งที่ดูทรุดโทรมไอและจามออกมาอย่างสุดจะทน เพราะเขามีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ และแพ้ฝุ่นด้วย 

เขาเจอฝุ่นได้ โดนฝุ่นได้ แต่ต้องไม่เยอะมากขนาดนี้

“อึก...เจ็บ”

อยากจะลุกแต่เขาก็ลุกไม่ได้ รู้สึกทั้งแสบช่องทางนั้น และก็แสบตามากๆ แสบจมูกและคัดจมูกสุดๆ อาการแพ้เริ่มกำเริบออกมา หายใจแทบจะไม่ออกจนต้องตะเกียกตะกายคลานไปที่ประตูห้อง แม้เสื้อผ้าที่สวมอยู่จะทำหน้าที่เป็นผ้าขี้ริ้วเช็ดพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่น อินทัชก็หาได้สนใจ ขออกไปจากห้องนี้ ห้องที่ไม่มีแม้แต่หน้าต่างถ่ายเทอากาศ ทุกอย่างปิดทึบ

“เดินไม่ไหว ลุกไม่ขึ้น กรรมเวรอะไรของกู” เสียงสั่นเครือเพราะน้อยใจในชะตาชีวิตดังออกมาจากปากสวยที่ซีดเซียวราวกับกระดาษ

ทำไมเขาต้องมาอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเวทนาแบบนี้ด้วย

แกร๊ก!!

ยังไม่ทันที่จะคลานถึงประตู ร่างสูงของรามินทร์ก็เปิดเข้ามาในมือมีขันน้ำมาด้วย เลิกคิ้วนิดๆ เมื่อเห้นว่าคนที่เขาตั้งใจจะมาปลุกตื่นแล้ว

“ตื่นไวดีนี่ แต่ช้าไปหน่อยนะ มึงต้องตื่นตีสี่ไม่ใช่หรือไง นอนขนาดนี้ ไม่ได้ไปเลยล่ะ”

“ก็อยากอยู่เหมือนกัน” เสียงอ่อนแรงเถียงออกไป พยายามหยัดกายตัวเองเอาไว้ ไม่กล้าใช้ตรงนั้นโดนพื้นมากเพราะมันเจ็บ เจ็บจริงๆ และมันคงจะฉีกพร้อมกับอักเสบมากแน่ๆ

“หึหึ กูอุตส่าห์ใจดีให้ที่นอน ใส่เสื้อผ้ากับล้างตัวให้ ขอบคุณกูซะสิ”

“ฆ่ากูให้ตายเถอะ มึงไม่มีทางได้ยินคำว่าขอบคุณจากกูแน่”

“ปากดี ถ้าตื่นแล้ว กูจะช่วยอาบน้ำให้ก็แล้วกัน”

ซ่า...

ขันที่รามินทร์ตักน้ำเข้ามาด้วยถูกสาดไปที่ร่างของอินทัชเต็มๆ จนร่างโปร่งบางต้องหลับตาเพราะน้ำมันโดนที่หน้าเต็มๆ เชื่อเถอะว่า ถ้าเขาลุกขึ้นยืนได้ มันไม่มีทางได้กระทำเขาอยู่ฝ่ายเดียวแน่ๆ

ความรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นกลับรู้สึกหนาวขึ้นเมื่อโดนสาดน้ำมา แม้ไม่เปียกมากเพราะขันเดียว แต่คนที่ไม่สบายอยู่ก็รู้สึกหนาวได้

“ไอ้เหี้ย!!!” แม้ว่าเสียงจะเบาแต่ก็แข็งจนรามินทร์กระตุกยิ้ม

“สภาพมึงนี่ดูไม่ได้เลยนะ ทำมาเป็นเจ็บ ทำมาเป็นสำออย หึหึ แน่ล่ะก็ของกูมันใหญ่ มึงคงจะเดินไม่ไหว แต่กูไม่ใจดีหายาหาข้าวให้หรอกนะ จัดการเอง อ้อ!! ไปทำงานด้วยล่ะ”

“มึงมันสารเลว”

“แค่กับมึงนั่นแหละ เอาล่ะ ไปซะ! ทำตามที่กูสั่ง” สั่งเสียงเข้ม

“เออ!!” แม้จะตอบไปแบบอวดดี แต่มีอ่อนแรงของตนก็พยายามที่จะหยัดตัวเองขึ้น เขาใช้มือดันตามข้าวของเก่าๆ ที่กองอยู่สูงๆ เพื่อลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บที่บีบรัดที่ช่องทางนั้นก็ทำเอาอินทัชกัดปากตัวเองแรงๆ จนเลือดซิป ท่ามกลางสายตาที่เย็นชาของรามินทร์ ก็ไม่รู้เลยว่า ใจของเขามันสั่นไหวขนาดไหนที่เห็นอีกคนมีสีหนน้าเจ็บปวดและทรมาน

แน่นอนว่าคนที่ทำผิดไม่ได้สะใจอย่างเดียว แต่แต่ก็รู้สึกผิดด้วย

“หลบ” บอกคนที่อยู่ขวางหน้าประตูเสียงเบา จมูกที่แดงเด่นชัดเพราะใบหน้าขาวใสของอินทัชมันซีดเซียวเหมือนกับปาก แต่ที่เห็นว่ามันแดงจัดก็คือจมูก

“เชิญ” เขาขยับเล็กน้อยให้มีช่องทางให้เดิน ก่อนที่ร่างบางๆ นั่นจะเดินผ่านเขาไปอย่างยากลำบาก แต่เพียงแค่เดินผ่านไป รามินทร์ก็รับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา

เขาหันหลังกลับมามองคนที่เดินเกาะตามกำแพงไปด้วยความฉงน ใบหน้าเริ่มเครียดอย่างเห็นได้ชัด

รู้ตัวอีกที ก็เดินตามร่างโปร่งนั่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงที่พักซอมซ่อที่เขาเป็นคนให้อีกคนพักที่นี่เอง รามินทร์มองขาเรียวที่ก้าวขึ้นบันไดอย่างสั่นๆ มือกำราวบันได้แน่นเกร็งจนเห็นเส้นเลือด บ่งบอกว่าอีกคนเจ็บแค่ไหน เดินลำบากแค่ไหน แต่อีกคนก็ไม่มีท่าทีว่าจะร้องขอหรือเอ่ยบอกจนคนที่เป็นสาเหตุหงุดหงิด

ไม่รู้ว่าหงุดหงิดอะไร แค่หงุดหงิดก็เท่านั้น

“คงไม่ตายหรอกมั้ง” คิดแบบนั้นก็หันหลังกลับไปเพื่อไปทำงานของตัวเองทันที ปล่อยให้อินทัชจัดการตัวเองไป แม้จะรู้สึกกังวล แต่ความความโกรธความเกลียดมันบดบังจนทำให้ต้องก้าวไปแบบคนไม่รู้สึกอะไรเลย

...

...


ทางด้านอินทัชเมื่อเข้าไปถึงตัวห้องที่ใช้นอนก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเก่าๆ แล้วหยิบเสื้อผ้าแบบเดียวกับที่ใส่อยู่ตอนนี้มา ก่อนจะเดินไปที่ห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มีสีหน้าเครียดๆ

“น้ำหมดแล้ว” นั่นหมายความว่าต้องไปตักน้ำจากธารน้ำมาเติม แต่สภาพสังขารตอนนี้ไม่ไหวแน่ๆ แค่ยืนและเดินได้มาขนาดนี้ถือว่าสุดๆ แล้ว

“ช่างมัน ค่อยเดินไปอาบที่น้ำตกเอาก็ได้” พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินจากห้องน้ำเก่าๆ มา ความรู้สึกแสบร้อนที่ดวงตาทำเอาอยากจะนอนพัก ไหนจะช่องที่ใช้งานหนักจะฉีกและบวมมากอีก อินทัชแตะนิดเดียวก็แทบจะร้องไห้

แค่ยาแก้อักเสบสักเม็ดก็ได้ แล้วจะไปหามาจากที่ไหนล่ะ

“อึก...เจ็บ”

มันร้าว มันปวด มันทรมาน...เขาค่อยๆ เดินอย่างสุดแสนจะลำบาก แต่คำสั่งของรามินทร์เขาก็ไม่อาจจะเพิกเฉยได้ กลัว...กลัวว่ามันโกรธแล้วทำแบบนี้กับเขาอีก

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงจะตายจริงๆ

ตุบ!!

ร่างทั้งร่างทรุดลงที่พื้นอย่างแรงเพราะเดินต่อไปไม่ไหว มันทั้งปวดหัว เวียนหัว และหายใจไม่ออก

“ฮึก...เจ็บ” น้ำตาของเขาไหลออกมา และร้องไห้อยู่ตรงนั้นอยู่นาน ไร้เสียงร้อง ไร้เสียงสะอื้น มีเพียงน้ำตาที่ไหลรินกับมืออ่อนแรงที่พยายามกำให้แน่น

มันเวรกรรมอะไรเขานักหนา...

เขาทำอะไรผิดมากมายขนาดนั้น ถึงได้ลงโทษกันแบบนี้


ไม่เอาแล้ว...ไม่อยากอยู่แล้ว

“ฮึบ” แม้จะคิดอย่างนั้น แต่เขาก็ฝืนลุกขึ้นมาอีกครั้ง เดินไปที่บันไดอย่างค่อยๆ ช้าๆ เพื่อจะไปรดน้ำผัก แม้ว่ามันจะเลยเวลามาแล้วก็ตาม

พอมาถึงด้านล่างเขาก็แทบทรุดเพราะเหนื่อยที่สุดกับการเดินลงบันได แต่ในขณะที่เขาเจอแสงแดดทำร้าย อาการหน้ามืดก็ตีขึ้นมา พร้อมกับสติที่ดับวูบ ร่างกายล้มกระแทกพื้นอย่างแรง

ตุบ!!!

“เฮ้ย!!! อิน เป็นอะไรวะ” แต่โชคดีหน่อยที่ขรรค์มาทันเห็นภาพนั้นพอดีเลยรีบวิ่งมาดูอาการ หากแต่อินทัชก็ไม่ได้มีสติที่จะตอบใครได้ แต่พอร่างสูงใหญ่ของขรรค์แตะเข้าที่ผิวกายหวังจะอุ้มอีกคนขึ้นก็รับรู้ได้ถึงความร้อนที่ผิดปกติของร่างกาย บวกกับใบหน้าที่แสนซีดเซียว แต่จมูกแดงก่ำ มีน้ำมูก

“ไม่สบาย...ทำไงดีวะกู”

คิดอะไรไม่ออก ขรรค์เลยตัดสินใจยกร่างของอินทัชพาดบ่าแล้วตรงไปยังที่พักของคนงานทันที เนื่องจากที่นั่นจะมีที่นอนพักกับพวกยาสามัญประจำบ้านอยู่

“อ้าวเฮ้ย ขรรค์ มึงเอาใครมาวะนั่น”

“อิน...”

“ห๊ะ!!! คนของนาย?” คนที่ถามอุทานลั่น

“เออ” เขาตอบสั้นๆ พลางวางร่างของอินทัชลงบนเตียงที่ว่างอยู่ ก่อนที่คนที่ถามขรรค์จะเดินมาดูอาการ ช่วงนี้คนงานไม่ค่อยมาพักเท่าไหร่เพราะเพิ่งจะเริ่มทำงานกัน แต่ตอนพักเที่ยงก็ไม่แน่

“ไม่สบายนี่หว่า ตัวร้อนจี๋เลยไอ้ขรรค์”

“กูรู้แล้ว กำลังคิดอยู่”

“ตามหมอสิวะ อาการแบบนี้หนักมากเลยนะเว้ย”

“เออๆ กูจะไปบอกนายท่านก่อนก็แล้วกัน”

“เดี๋ยวเฝ้าให้” ร่างใหญ่รีบวิ่งออกไปทันทีเพื่อไปรายงานเรื่องนี้กับรามินทร์ที่ห้องทำงานของเจ้าของรีสอร์ท

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”

ขรรค์เปิดประตูเข้าไปหลังจากได้รับอนุญาต เจอผู้เป็นนายกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานของตนอยู่อยู่อย่างเคร่งเครียด

“อินมันไม่สบายครับนาย” รายงานออกไปทันที ทำเอาร่างสูงที่กำลังเขียนบางอย่างถึงกับมือชะงักเงยหน้ามองคนพูดทันที

“แล้ว?”

“ผมมาถามว่าจะให้ทำยังไง ให้พาไปหาหมอไหมครับ”

“ปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละ เดี๋ยวมันก็ตื่นขึ้นมาเอง”

“แต่ตัวมันร้อนมากเลยนะครับ” รามินทร์จ้องคนพูดนิ่งๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไร จนขรรค์แปลกใจกับความเย็นชาที่ไม่เคยเจอจากเจ้าชีวิตคนนี้

ปกติรามินทร์ เป็นคนที่ใส่ใจคนงานเสมอ แม้จะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยก็ยังจะให้ไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล แต่ทำไมกับอินทัช ถึงได้ไม่สนใจใยดีแบบนี้

“แค่นั้นมันไม่ตายหรอก”

“คุณรามครับ ผมไปเจออินมันสลบต่อหน้าต่อตาเลยนะครับ ผมคิดว่าถ้าไม่รักษา มันอาจจะได้ช็อกตายเพราะไข้แน่ๆ” ลูกน้องอย่างเขากล้าที่จะพูดอะไรตรงๆ ขัดคำสั่งของเจ้านายก็ครั้งแรก

ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าอินทัชจะหมดสติขนาดนั้น

“ไปตามหมอเอาก็แล้วกัน ไม่ต้องเอามันไปถึงโรงพยาบาลหรอก”

ก็แค่กลัวมันคิดหนีอีกครั้งก็เท่านั้น...

“ครับ”

“ฉันจะทำงานต่อ ฝากจัดการแล้วรายงานฉันด้วย”

“ครับ” ร่างสูงใหญ่ของลูกน้องอย่างขรรค์เดินออกจากห้องทันที ต้องกลับไปที่พักคนงานเพื่อใช้โทรศัพท์ของที่นั่นโทรตามหมอให้มาตรวจอินทัช

เมื่อมาถึงเขาก็แปลกใจที่เห็นว่าเพื่อนที่ดูแลที่พักคนงานไม่ได้อยู่คนเดียว แต่กลับอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาคาดว่าน่าจะเป็นลูกค้าเพราะการแต่งตัวดูดีมากนั่งหันหลังให้อยู่

“อ้าว นั่นครับ มันมาแล้ว” ขรรค์ขมวดคิ้วเพราะเพื่อนมันไม่ได้พูดกับเขา แต่พูดกับผู้ชายที่กำลังนั่งหันหลังให้เขาอยู่ ด้วยความไม่สังเกตจึงถามออกไป

“อะไรวะ”

“อ้อ คุณหมอเขามาถามหามึงน่ะ”

“หมอ? กูยังไม่โทรเรียกเลยนะ”

“พอดีว่ากูจะออกไปหาอะไรมาเช็ดตัวไอ้อินมัน เจอคุณหมออาสาพอดี ตอนแรกเขาถามหามึง กูก็บอกว่ามึงไปหานายท่านเพราะรายงานเรื่องไอ้อินไม่สบาย คุณหมอรูปหล่อก็เลยอาสามารักษาให้” เพื่อนสนิทที่สุดของเขาเล่า จนคนที่กำลังตรวจดูอินทัชอยู่ หันมายิ้มให้น้อยๆ

หากแต่เอาร่างหนาชะงัก แล้วตัวแข็งทื่อ

“ไม่เจอกันนานนะขรรค์”

“เงิน...” ร่างแกร่งครางชื่ออีกคนเสียงเบาเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเขาคือใคร ใบหน้า รอยยิ้มที่แสนคุ้นเคย ทำเอาร่างสูงใหญ่ทำอะไรไม่ถูก

“อะไรกัน มาหาทั้งทีทักเราแค่นี้หรือ”

“มาได้ยังไง”

“ก็นั่งรถมา” เป็นคำตอบที่เหมือนจะกวน แต่คุณหมอนามว่าเงินก็ไม่รู้จะตอบอะไรนอกจากคำตอบนี้แล้ว

“อืม”

“ขรรค์...สบายดีนะ”

“สบายดี...สบาย...ดี” พูดแบบไม่เต็มเสียงมากนัก

เขาเคยคิดว่าตัวเองสบายดี...สบายดีมาโดยตลอด จนกระทั่งได้มาเจอคนตรงหน้าอีกครั้ง เขาเลยคิดว่าสิ่งที่เขาเข้าใจมาโดยตลอดมันผิด...

มันไม่โอเคเลยจริงๆ

“ขรรค์...เงินมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”

“ก็...ได้สิ แต่ช่วงนี้เราไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ เอาเป็นว่าว่างเมื่อไหร่เราค่อยคุยกันก็ได้ แต่เงินจะกลับตอนไหนล่ะ” อาการที่คนตัวใหญ่ลนลานนั้นมันดูตลกในสายของเพื่อน เพราะไม่เคยมีครั้งไหนที่คนงานตัวโตที่แสนจะหน้านิ่งคนนี้ลนลาน แต่มันกลับทำให้ตัวต้นเหตุอย่างเงินไม่ตลกไปด้วย

“เราไม่กลับหรอก”

“…” ขรรค์ทำหน้าฉงน แต่ประโยคถัดมาทำเอาชาวาบไปทั้งตัว

“เพราะเรามาประจำโรงพยาบาลในชุมชนนี้น่ะ”

ผู้ชายตัวโตอย่างเขาไม่เคยกลัวอะไร ไม่เคยกลัวใคร ทำงานให้กับรามินทร์ด้วยความจงรักภักดีมาโดยตลอด เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สุดๆ จิตใจไม่หวั่นไหวอะไรง่ายๆ แต่สิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะหวนกลับคืนตอนนี้มันมาอยู่ตรงหน้าแล้ว

คนเดียวที่ทำให้ขรรค์ไม่เป็นตัวของตัวเอง คนเดียวที่ทำให้หัวใจแข็งแกร่งอ่อนแอ

ผู้ชายตัวใหญ่คนนี้ ไม่เคยกลัวอะไรก็จริง…

แต่ ‘แฟนเก่า’ นี่สิที่เขากลัวสุดๆ

...

...

...


เขา...อยู่ที่ไหน

“อึก...”

“ค่อยๆ ครับ คุณยังอักเสบ และเจ็บแผลอยู่”

เสียงใคร...ทำไมอ่อนโยนเหลือเกิน

เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดขึ้น สายตาปรับเข้ากับแสงยามบ่าย ภาพแรกที่เขาเห็นคือผู้ชายตัวพอๆ กับเขายืนยิ้มให้อยู่ข้างๆ เตียง

เตียง...ทำไมเราถึงได้นอนเตียง

“คุณ...เป็นใคร”

“ผมเป็นหมอครับ ตอนนี้คุณไม่สบายอยู่ ต้องพักผ่อนเอาไว้มากๆ ไหนๆ ก็ตื่นขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวผมจะจัดการหาข้าวหายามาให้กินนะครับ”

“ขอบคุณครับ แต่ผมต้องทำงาน เดี๋ยวเจ้านายว่าเอา” ร่างโปร่งพยายามลุกขึ้น แต่ก็ถูกดันไหล่เอาไว้เบาๆ จนต้องนอนลงกับที่นอนคืนอย่างช่วยไม่ได้

“อย่าเลยครับ เจ้านายคุณเองก็รู้แล้วด้วย”

ถ้างั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่เลย เขารู้จักมันไม่นาน แต่ก็รู้ดีว่าถ้าเขาพักมากเท่าไหร่ งานที่ตามมามันจะมากขึ้นเท่าตัว

“แต่ว่า...”

“ไข้ขึ้นสูง เป็นโรคภูมิแพ้ แล้วก็อักเสบ...เอ่อ...นั่นแหละครับ” คุณหมอหนุ่มมีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะมั่นใจว่าจะพูดออกมาได้ไหม เรียกเลือดมากองที่ใบหน้าขาวเนียนด้วยความอับอาย

“คุณหมอ...ช่วยเก็บเป็นความลับด้วยนะครับ” เขาขอร้องเสียงเบา

“ได้ครับ หมอไม่บอกใครอยู่แล้ว ว่าแต่ว่า...คุณอิน มาอยู่ที่นี่ ในสภาพนี้ได้ยังไงครับ ข่าวในหนังสือพิมพ์ตามหาคุณให้วุ่นวายเลย” ร่างโปร่งหัวใจเต้นแรงอย่างดีใจที่คุณหมอคนนี้รู้จักเขา

“เรื่องมันยาว และผมคงไม่สะดวกเล่าให้ใครฟังด้วย”

“ไม่เป็นไรครับ แล้วทำไมคุณถึงไม่ติดต่อไปหาครอบครัวว่าคุณอยู่ที่นี่ หรือว่า...” ยังไม่ทันที่คุณหมอหนุ่มจะพูดจบ ประตูห้องพักของพนักงานก็เปิดออก บานประตูกระทบกับผนังอย่าแรงจนทั้งคู่สะดุ้ง

ปัง!!!

“ผมว่าเรา...ต้องคุยกันหน่อยนะครับ คุณหมอ!!” รามินทร์พูดขึ้นเสียงเรียบ ทำเอาทั้งสองต่างก็มองหน้ากันเล็กน้อยเพราะความน่ากลัวของรามินทร์

“เอ่อ...ได้ครับคุณราม”


อินทัชเดาจากสายตาแข็งกร้าวนั้นได้...

ไม่ว่าใครกี่คนก็ตามจะรู้จักเขา ก็ไม่มีใคร...ช่วยเขาได้ทั้งนั้น





100%

 :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

   โอเคค่ะทุกๆ คน ตอนนี้ตัวละครสำคัญโผล่มาครบแล้วเนาะ เรื่องนี้มีสามคู่นะคะ แน่นอนว่าคู่หลักคือรามอิน คู่รอง จักรจอม แล้วก็ขรรค์เงิน อยากลองแต่งเรื่องยาวๆ หลายๆ คู่ในเรื่องเดียวดูบ้าง เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

   ทวงนิยาย พูดคุยกับยูกิที่แฟนเพจ ติดตามข่าวสารการอัพนิยายก็ที่เพจค่ะ

   https://www.facebook.com/sawachiyuki/



ออฟไลน์ ben

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-3
รามใจร้าย

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6774
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6

ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
อินน่าสงสารจัง  :mew6:

ออฟไลน์ ::UsslaJlwaJ::

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1018
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-4
อินน่าสงสารรรร อิรามแม่งโง่ รักน้องจนไร้เหตุผล ชิ

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2373
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
รามใจร้ายสุด ๆ ทำกันขนาดนี้

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
อิราม อิชั่วววว!!!!!  :z6:
แหะๆ อินไปนิดนึง รอติดตามตอนต่อไปจ้า

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
อยากตบรามรัวๆ
ตบให้มันหายตาบอดเพราะความแค้นซักที
หึ่ยยยย นี่ขึ้นมากนะ บอกเลย

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3

ออฟไลน์ bencup9443

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
แอบรู้สึกอยากได้สปอยเป็นตอนพิเศษปีใหม่ของรามอินจัง :o8: เพิ่งเข้ามาอ่าน จะกลับไปตามอ่าน สองเรื่องก่อนนี้นะ  สนุกมากเลย สมัครเป็นแฟนฟิคเรื่องนี้นะ :katai4:

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก
ตอนที่ 6
ดูแลหรือทำให้แย่กว่าเดิม




“หมอเงินคงจะรู้นะครับว่าผมจะคุยเรื่องอะไร” รามินทร์ที่เชิญร่างโปร่งของคุณหมอหนุ่มหล่อเข้ามาในห้องรับรองแขกของตนถามด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ก็พอจะทราบครับ” เงินแทบอยากจะหายไปจากที่นี่ด้วยซ้ำไป ถ้าเลือกได้คงจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไป แต่การที่เขาเห็นคนที่ถูกทรมานแบบนั้นก็ไม่อาจจะรับได้

“ถ้าอย่างนั้นผมคงไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่รบกวนแค่ช่วยคิดในใจเอาไว้ เพราะถ้าหากว่าเรื่องนี้หลุดออกไป คุณเจอผมเล่นงานหนักแน่” ร่างสูงขู่ออกมาอย่างช่วยไม่ได้

ใครๆ ก็พูดกันว่า รามินทร์เป็นคนที่ดีนักหนา สุภาพ อ่อนโยน แต่ที่เขาเจอตอนนี้มันไม่ใช่เลย ทำไมขรรค์ถึงได้ทำงานให้คนแบบนี้กัน

“แต่ทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะครับ”

“ผมรู้”

“แต่ทำไม...” แต่ทำไมคุณยังทำ

“เพราะถ้าคุณไม่มาเป็นผม คุณก็คงไม่เข้าใจ”

ภาพที่น้องสาวพยายามจะฆ่าตัวตายเข้ามาในหัว มือแกร่งบีบโซฟาแน่นอย่างต้องการระบายอารมณ์

“ผมไม่เห็นด้วยกับการทรมานคนแบบนี้”

“แต่ถ้าคุณรู้ว่ามันทำอะไรกับครอบครัวผมไว้ คุณจะไม่พูดแบบนี้”
“ถ้าเขาทำผิดจริง คุณรามก็น่าจะให้กฎหมายเป็นคนจัดการสิครับ”

“ก็เพราะว่ากฎหมายมันจัดการไม่ได้ ผมถึงได้ทำเองนี่ไง” ร่างสูงเถียง

“คุณเลยทำตัวเป็นกฎหมายสินะ แล้วถ้าเกิดว่าวันหนึ่งคุณรู้มาว่าคุณอินไม่ได้เป็นคนทำล่ะครับ คุณอินไม่ได้ผิดอะไรเลยล่ะครับ”

พอได้ยินคำถามนี้ก็ทำเอาร่างสูงชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะหน้านิ่งตามเดิม เพราะไม่มีทางที่น้องสาวเขาจะพูดโกหกแน่นอน แล้วก็น้ำตานั่น รินไม่ได้เป็นคนเจ้าน้ำตา

ยังไงน้องของเขาก็ต้องพูดความจริงแน่นอน

“ไม่มีทางหรอกครับ มันน่ะผิดเต็มๆ”

“ผมก็แค่เตือนเจ้านายของขรรค์ด้วยความหวังดี ถ้าคุณคิดว่าคุณทำถูกแล้วก็ตามสบาย แต่เมื่อไหร่ที่ผมเห็นคุณอินทนไม่ไหว...และคุณทำเกินเหตุ วันนั้น...ผมจะไม่สนใจแล้ว ผมจะพาคุณอินกลับไปส่งบ้าน”

รามินทร์นิ่งไปกับความมีน้ำใจของคนตรงหน้าที่แม้จะไม่รู้จักกับอินทัชเลย แต่เมื่อเห็นว่าใครเดือดร้อนก็ยื่นมือมาช่วยเหลือเสมอ สมกับเป็นคุณหมอ สมกับเป็นคนที่ลูกน้องของเขารัก

“ไม่แปลกใจที่ขรรค์มันรักคุณ”

“คุณรามต้องพูดว่า เคยรักครับ ตอนนี้ ขรรค์ไม่ได้รักผมอีกแล้ว” หมอเงินแย้งเสียงเศร้า จนรามินทร์ยกยิ้มอย่างนึกอะไรขึ้นได้

“แลกกับการที่คุณจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ผมมีข้อเสนอให้กับคุณ” ร่างโปร่งทำหน้าฉงน

รามินทร์ยกยิ้มมีเสน่ห์ให้กับหมอเงินก่อนจะพูดเมื่อหมอเงินถาม

“อะไรครับ”

“คุณมาที่นี่ทำไมล่ะ” หมอหนุ่มนิ่งไปกับคำถามนั้น

นั่นสิ...เขาขอย้ายมาที่นี่ทำไม

“แล้วทำไมครับ”

มันเกี่ยวอะไรกับที่คุณจะเสนอกันล่ะ เขามองรอยยิ้มของคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ

“ผมจะช่วยเรื่องคุณกับขรรค์ จะเปิดทางให้ จะเปิดโอกาสให้อยู่กันสองคน เพราะผมรู้ว่าคุณมาเพื่อขอคืนดีกับมัน แต่คุณเองก็ต้องทำเป็นไม่เห็นว่าผมจะทำอะไรกับไอ้อิน”

“คุณนี่มัน”

“ทำไมล่ะครับ ถ้าหากว่าคุณไม่ตกลง ผมก็คงจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คุณเข้าใกล้ไอ้ขรรค์เลย”

ร้ายกาจ...ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจมาก

ไหนล่ะคนที่เขาพูดว่า ใจดี สุภาพบุรุษ อ่อนโยน อบอุ่น

เงินคนนี้ ไม่เห็นจะได้รับความรู้สึกแบบนั้นเลย

“อ้อ! ผมจะบอกคุณไว้อย่างหนึ่ง ไอ้อินน่ะ ผมไม่ทำมันถึงตายหรอก ถ้ามันสาสมกับสิ่งที่มันทำแล้ว ผมก็จะปล่อยมันเองนั่นแหละ ว่าไงล่ะครับ”

ร่างโปร่งนั่งนิ่งอย่างครุ่นคิด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรื่องไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน...

“ผมตกลง”

เป็นคำตอบที่สร้างความพึงพอใจให้กับร่างสูงเป็นอย่างมาก รามินทร์กระตุกยิ้มอย่างมีชัย เพราะตอนนี้ก็เท่ากับหมดปัญหาไปได้หนึ่งเรื่อง


ไม่มีใครช่วยมึงได้หรอก...ไอ้อิน

...

...

...


“กูจะใจดีให้มึงได้พักก็แล้วกัน แต่ต้องกลับไปพักที่บ้านพักของมึง” รามินทร์ยืนกอดอกสั่งร่างโปร่งบางที่นอนป่วยหนักอยู่บนเตียง

“อือ”

“อือแล้ว? ก็ลุกสิ จะนอนหาพระแสงอะไร ที่นี่เขามีไว้ให้คนงานพักผ่อน”
แล้วกูไม่ใช่คนงานหรือไงวะ!!

“อึก...” รามินทร์เห้นคนที่พยายามจะลุกขึ้นด้วยตัวเองก็รู้สึกสมเพชเวทนาเลยต้องเป็นคนเดินเข้าไปหา จับอีกคนให้นั่งแล้วยกร่างเล็กกว่าขึ้นพาดบ่า แล้วเดินออกไปท่ามกลางความตกใจของอินทัช

“อะไร...ป่ะ ปล่อย”

“แรงไม่มีจะดิ้นแล้วยังพูดมากอีก อยู่นิ่งๆ กูไม่ได้ใจดีอะไรหรอกนะ แค่สมเพช!!”

“ไอ้เหี้ย” ร่างโปร่งด่าเบาๆ แต่ก็ยังเข้าหูของรามินทร์อยู่ดี จนร่างสูงต้องตีเข้าที่สะโพกอย่างหมั่นไส้ เพราะความเจ็บจากการกระทำของรามินทร์ ทำให้อินทัชเจ็บจนร้องออกมาเมื่อโดนตบที่สะโพก

“โอ้ย!! เจ็บ”

“หึหึ สม...กูบอกให้อยู่นิ่งๆ ถ้ามึงอยู่ไม่นิ่งกูโยนมึงให้ก้นมึงกระแทกพื้นแน่”

ด้วยความไม่อยากเจ็บ เขาเลยเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ เงียบๆ จนร่างสูงพามาถึงบ้านพักโทรมๆ ของเขาที่ไม่ได้นอนมันมาตั้งหนึ่งคืน ร่างของเขาถูกวางลงอย่างไม่เบานัก แต่ก็ถือว่ามันไม่ได้โหดร้ายขนาดโยนเขาลง

“เย็นๆ กูจะให้คนเอาอาหารมาให้ ส่วนนี่ก็ยา หมอเงินจัดไว้ให้แล้ว อ้อ...คงอ่านหนังสืออกนะ กินและทาตอนไหนก็อ่านเอา กูจะไปทำงานต่อ”

“เออ...ขอบใจ” ร่างบางไม่อยากจะพูดมันออกมาหรอก แต่มันก็ออกมาจากใจจริงๆ ที่ใครช่วยเหลือก้ต้องพูดแสดงความขอบคุณ

แต่ร่างสูงไม่อยากจะรับเท่าไหร่

“ไม่ต้องมาขอบใจ เพราะว่ากูทำไปเพราะรำคาญ และไม่อยากให้มึงมาตายที่รีสอร์ทกูด้วย ให้เวลาสามวัน มึงต้องหาย ถ้าไม่หาย กูก็ไม่ให้พักแล้ว เข้าใจใช่ไหม”

“อือ”

“หึ...” รามินทร์ไม่พูดอะไรอีกเดินออกไปจากห้องนอนของอินทัชที่ไม่มีอะไรเลย แม้กระทั่งผ้าห่มหนาๆ เพราะเป็นบ้านไม้ ช่วงหน้าร้อนก็จริงแต่บ้านหลังนี้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เลยเย็นเป็นพิเศษ แต่เพียงผ้าห่มบางๆ ตอนนี้ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับคนอย่างเขาที่เป็นแค่ทาสก็ดีแล้ว ดีดว่าไม่มีอะไรเลย

พ่อครับ แม่ครับ พี่แอน ผมหนาว ผมอยากกลับบ้าน...

ไม่บ่อยครั้งที่เสาหลักครอบครัวในวัยยี่สิบตอนต้นจะรู้สึกท้อแม้และอ่อนแอแบบนี้ มือขาวกระชับผ้าห่มผืนบางแน่นด้วยความหนาว...

เป็นอีกครั้งที่คนป่วยหลับไปเพราะพิษไข้อีกครั้งหนึ่ง...


“คุณรามคะ ให้ป้าไปดูแลคุณอินให้ไหมคะ” ป้ารีเอ่ยขอเมื่อผู้เป็นนายเดินเข้ามาสั่งข้าวต้มในช่วงเย็นๆ แบบนี้ ร่างสูงคิดนิดหนึ่งก่อนจะยิ้มอ่อนโยนไปให้

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

“แต่ป้าว่าให้ป้าไปดีกว่านะคะ คุณรามจะได้ไม่ติดไข้”

“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับป้ารี ผมจัดการเองได้”

“งั้นหรือคะ”

“ครับ” รามินทร์ยิ้มน้อยๆ

ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะทำนักหรอก แต่ไม่อยากให้คนงานเห็นว่าเขาโหดร้ายเลยเลี่ยงที่จะไม่ให้ใครรู้ใครเห็นดีกว่า ปล่อยให้ขรรค์คนเดียวที่รู้ก็พอ

ไม่สิ...หมอเงินด้วยอีกคน

ร่างแกร่งยกจานข้าวต้มร้อนๆ พร้อมกับน้ำดื่มไม่เย็นหนึ่งขวดไปที่กระท่อมของอินทัช แต่ภาพของร่างโปร่งทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วแน่น

“ให้ตายสิวะ” เขารีบวางของที่ถือมาไว้ข้างๆ แล้วเช็คอุณหภูมิของร่างกายทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น

ร่างกายที่บางกว่าเขามากสั่นสะท้านด้วยความเหน็บหนาว มือกอดตัวเองอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ปากซีด หน้าซีด และเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น

“ขรรค์ ช่วยเอาผ้าห่มหนาๆ มาสองสามผืนมาให้ฉันที่บ้านไอ้อินหน่อย” เขากดโทรศัพท์สั่งไปยังลูกน้องของตนทันที ซึ่งปลายสายก็รับคำสั่งด้วยความเคารพเชื่อฟัง

“กูไม่ได้ใจอ่อนอะไรหรอกนะ แต่กลัวมึงตายคาบ้านมากกว่า”

ร่างแกร่งพูดเพื่อปลอบใจตัวเองว่าเขาไม่ได้สงสารหรือว่ากำลังใจอ่อนอะไร หากแต่เขาก็รู้สึกผิดที่ทำให้คนๆ หนึ่งต้องป่วยแบบนี้ และป่วยหนักมากด้วย

“ไอ้อินๆ ลุก!!”

“อือ” ไม่ยอมลุกขึ้นมา และครางอย่างรำคาญออกมาด้วย

“ลุกขึ้นกินข้าวก่อนไอ้อิน”

“อื้อ...ฮือ”

ร่างโปร่งบางพยายามลืมตาขึ้นมองก่อนจะหลับลงไปอีกเพราะแสบตา แล้วก็เปิดขึ้นเมื่อปรับได้แล้วก็มองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดที่ร่างสูงอย่างไม่มีแรง

แม้จะตกใจ แต่ก็พูดอะไรไม่ออก

“กินข้าว” แม้จะห้วนๆ แต่น้ำเสียงก็อ่อนลงเหมือนเดิม

“ม่ะ...ไม่หิว”

“ไม่หิวก็ต้องกิน ลุกขึ้นมา” อินทัชส่ายศีรษะแทนคำตอบ

“อย่าดื้อไอ้อิน ลุกขึ้นมา”

“ม่ะ ไม่ไหว”

“เฮ้อ...” รามินทร์ถอนหายใจก่อนจะไปช่วยประคองร่างของอินทัชขึ้นนั่งโดยให้นั่งพิงผนังไม้ตรงศีรษะเอาไว้ ก่อนจะยกข้าวต้มร้อนๆ ขึ้นมาถือแล้วตักมันก่อนจะจ่อไปที่ปากของอีกคนอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

“ก่ะ กินเอง”

“อย่าอวดเก่ง แรงจะไม่มีจะลุกแล้วยังอยากจะกินข้าวเองอีก กินไป อย่าเรื่องมาก กูไม่ได้ใจดีบ่อยๆ นะ” ร่างโปร่งบางมองสบกับคนพูดนิดๆ ก่อนจะอ้าปากกินข้าวต้มที่อีกคนป้อนให้ ไม่มีการเป่ามันเลยลวกลิ้นจนสำลัก

“แคกๆ น่ะ น้ำ”

“ภาระกูจริงๆ เลย” ปากว่าแต่มือก็ส่งน้ำเปล่าขวดเล็กเข้าที่ปากเพื่อให้ดื่มจากขวดเนื่องจากไม่มีหลอดหรือแก้วเลย ทุลักทุเลหน่อยแต่ก็ดื่มได้

“เอ้า กินต่อ กูเป่าให้แล้ว” อินทัชไม่เข้าใจว่าอีกคนมาไม้ไหน ต้องการตบหัวแล้วลูบหลังงั้นหรือ แต่จะทำไปทำไมทั้งๆ ที่มันเกลียดเขาจะตาย

ร่างโปร่งบางกินต่อไปอย่างเงียบๆ สลับกับมองใบหน้าที่นิ่งเฉยของรามินทร์ที่ป้อนข้าวเขาไปด้วย ทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงต้องมาทำแบบนี้ หัวใจของอินทัชสันไหวอย่างรุนแรงที่ร่างสูงมาดูแลตนเองยามป่วยแบบนี้ แม้จะรู้ว่าต้องมีอะไรสักอย่าง แต่มันก็อด...หวั่นไหวไม่ได้

อยากจะต่อว่าหัวใจของตัวเอง...มันทำร้ายเขามาตั้งเท่าไหร่ มาหวั่นไหวเอาง่ายๆ ตอนที่มันมาป้อนข้าวแค่ครั้งเดียวเนี่ยนะ

“ไม่...ไม่กินแล้ว” คนตัวเล็กกว่ารู้สึกพะอืดพะอมจนแทบจะอาเจียน เพราะทานได้แค่นิดเดียวเขาก็ทานต่อไม่ไหวแล้วเลยได้แต่หันหน้าหนีช้อน และนั่นมันทำให้ร่างสูงโมโห

“ยังไม่ถึงครึ่งชามเลยไอ้อิน อย่าเรื่องมากราวกับตัวเองเป็นคุณชายเหมือนตอนที่มึงอยู่ที่บ้านนะ นี่มันที่ของกู ของที่กินอยู่ก็ของกู มึงต้องกินให้หมด ต่อให้ฝืนแค่ไหนมึงก็ต้องกินให้หมด” ว่าพลางยัดช้อนเข้าไปในปากของอินทัชจนต้องอ้ารับมันเข้ามา คนป่วยเคี้ยวแล้วกลืนอย่างอ้อยอิ่ง มองข้าวในชามแล้วอยากจะร้องไห้

“กินเข้าไป” ไม่รอให้อีกคนพักก็ส่งเข้าปากไปอีกจนแทบจะสำลัก หากแต่อินทัชก็ไม่ได้โวยวายหรือต่อต้าน ซ้ำแล้วกลับยอมให้อีกคนป้อนอยู่แบบนั้น

ไม่รู้ว่าอีกคนมาดูแล หรือทำให้อาการเขามันแย่ไปกว่าเดิมกันแน่

“อึก...”

“ห้ามอ้วก กลืนเข้าไป อย่าคาย ถ้ามึงคายออกมา มึงเห็นดีแน่” ชี้นิ้วสั่งจนร่างโปร่งต้องกลืนอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก น้ำตาใสไหลลงมาจากหางตาเพราะความทรมาน

“พ่ะ พอแล้ว กูขอร้อง อึก กูไม่ไหวจริงๆ”

“นี่มึงขอร้องกู?”

“ป่ะ เปล่า...แต่ กูไม่ไหว จริงๆ”

“เออ!! พอก็พอ งั้นกินยาซะ ไหนล่ะยา” วางชามข้าวต้มลงทั้งๆ ที่มันพร่องไปเกือบจะหมดแล้ว ก่อนจะถามหายาที่หมอเงินจัดเอาไส้ให้

“นั่น” มือขาวชี้ไปยังจุดที่วางยา ซึ่งรามินทร์ก็หยิบมาแล้วเอายาที่ร่างผอมต้องกินออกมาจากซอง ยื่นมันไปให้กับคนป่วยที่จะมีแรงถือยาหรือเปล่า และนั่นมันทำให้เขารู้ว่าอินทัช ไม่มีแรงจะทำอะไรทั้งนั้น

“อย่าปล่อยให้ยามันตกสิวะ”

“อือ...กูไม่กิน อึก ไม่เอา” คนป่วยเริ่มดื้อจนคนมาดูแลเริ่มหงุดหงิด

“ต้องกิน” สั่งเสียงเข้ม

“ไม่!”

“ไอ้สัตว์นี่ดื้อฉิบหาย”

“อึก อื้อ” ร่างสูงจับยาทั้งหมดใส่เข้าไปในปากหลังจากที่เขาบีบปากมันให้เปิดออก จากนั้นก็เทน้ำเข้าไปจนร่างบางสำลัก แต่ก็กลืนยาเข้าไปทั้งหมด หากแต่ก็สำลักอย่างทรมานเช่นกัน

“แคกๆ อึก พ่ะ พอใจยัง”

“เออ”

“ขอกูนอน”

รามินทร์ไม่พูดอะไร แต่จับร่างโปร่งให้นอนลงในท่าเดิม ประจวบเหมาะกับขรรค์ที่เอาผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาพอดี

“นี่ครับคุณราม”

“เออ ขอบใจ ไปได้แล้ว” รีบไล่ลูกน้องเพราะไม่อยากให้ต้องมาเห็นภาพเขาตอนนี้ คนที่ทำร้ายมันสารพัดแต่กลับมานั่งดูแลมันตอนป่วย

“ครับ” ขรรค์เดินออกไปตามคำสั่งแต่ก็ไม่วายมองร่างของอินทัชด้วยความเป็นห่วง ร่างสูงเอาผ้าห่มห่มให้กับอินทัชทันที ซึ่งคนที่ยังไม่หลับถึงกับรู้สึกดีขึ้นมานิดๆ

ทำไมมันต้องทำแบบนี้...ไหนว่าเกลียดนักเกลียดหนา แค่เขาป่วยก็น่าจะปล่อยๆ ไป ไม่ต้องมาสนใจ ไม่ต้องมาลำบากดูแลแบบนี้หรอก

มึงทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร






100%


 :ling1: :ling1: :ling1:

   รามอยู่ในช่วงสำนึกผิดมั้ง ฮ่าๆ เดี๋ยวรออินหายก่อนเถอะ จัดเต็มกว่านี้แน่นอน อ่านแล้วเม้นท์ให้กันด้วยนะคะ ^_^
   https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
สงสารอินจัง อินใจแข็งเข้าไว้ ใจแข็งเข้าไว้ อย่าหวั่นไหวง่ายๆ ซิ ต้องเอาคืนซักบ้างคนแบบนี้ไม่ฟังเหตุผลแถมยังไม่สืบเรื่องราวต่างๆ ให้ดีอีก คนแบบนี้ต้องโดนเอาคืนซักบ้างถึงจะสาสมนะ

ออฟไลน์ ooomukooo

  • AngieAngel
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
    • AngieAngel
อีรามโครตโหดร้าย   :angry2:
โถ่ อินลูกแม่  :m15:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ armize

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 95
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6774
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด