Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก >> ตอนพิเศษ 3 60% => (05/10/61) P.34 <=
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก >> ตอนพิเศษ 3 60% => (05/10/61) P.34 <=  (อ่าน 211440 ครั้ง)

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก
ตอนพิเศษ 1
หึง...หวง




ในรุ่นเดียวกันของคณะ จุลจักรอายุมากที่สุด ทุกคนในคณะรวมถึงปีสูงอย่างปีที่ห้าก็เรียกจุลจักรว่าเฮีย และทุกคนก็นับถือจุลจักรเป็นพี่แม้ว่าจะเป็นรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยก็ตาม เพราะจุลจักรมาเรียนเพื่อเอาวุฒิเฉยๆ เขาทำงานจริงอยู่แล้ว และทุกคนก็รู้ อาจจะมีบ้างที่ไม่รู้เพราะจุลจักรไม่เคยประกาศ แต่เวลาเรียนคนในเซคชั่นเดียวกันจะรู้เนื่องจากจุลจักรจะรับโทรศัพท์ตลอดเวลา เรื่องนี้ทางบริษัทได้ขออนุญาตกับทางมหาวิทยาลัยเอาไว้แล้ว เลยไม่เป็นปัญหา ผลการเรียนของจุลจักรก็ยังรักษามาตรฐาน เอทุกวิชาจนกลุ่มคนที่ไม่ชอบคิดว่าเขาใช้เส้น

จุลจักรใช้เส้นแค่ตอนเข้ามาเรียนเท่านั้น แต่นอกนั้นก็ความสามารถของเขาล้วนๆ เลย

จุลจักรอยู่ปีสามแล้ว แป๊บๆ เวลาก็ผ่านไปเร็วเหลือเกิน ปัญหาเรื่องงาน เรื่องเรียนไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเหนื่อยตอนปั่นงานส่งกับตอนสอบเพราะงานที่บริษัทก็ชนมาอีก

ส่วนความรัก...กับเจ้าจอมก็ยังมีความสุขดีอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร

ตอนนี้เจ้าจอมทำงานให้กับโรงแรมของพี่ชายหลังจากจบปริญญาโทก็เข้ามาเป็นผู้จัดการโรงแรมทันที ชีวิตของทั้งคู่ดีมาก ไม่มีอุปสรรคอะไร...

“วันนี้นายมีเรียนบ่ายใช่ไหม จะเข้าบริษัทก่อนเหรอ” เจ้าจอมที่กำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมเข้าโรงแรมถามคนรักที่เห็นคนรักแต่งตัวเข้าบริษัทไม่ใช่แต่งไปเรียน เพราะแต่งไปเรียนร่างสูงจะใส่แต่ช็อป ชุดนักศึกษาจะเห็นช่วงสอบเท่านั้น
เห็นคนรักใส่ช็อปแล้วดูเท่ดีนะ แม้ว่าจะอายุมากกว่าคนอื่นๆ แต่ก็ดูกลมกลืน ไม่ใช่หน้าเด็กนะ แต่ก็ไม่ได้แก่มากขนาดนั้น...

“ครับ...ต้องไปดูงานใหญ่น่ะครับ มีคุยกับวิศวกรและสถาปนิกด้วย”

“งั้นเหรอ ตั้งใจทำงานนะ อ้อ ก่อนออกไปอย่าลืมกินข้าวล่ะ ฉันทำเอาไว้ให้แล้ว”

“ขอบคุณนะครับ”

“งั้นฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวเข้าประชุมสาย”

“ครับคุณจอม โชคดีนะครับ”

จุ๊บ!!

ร่างเล็กเดินมาแล้วเขย่งเท้าจุ๊บที่ปากของจุลจักรเบาๆ ก่อนจะสะพายกระเป๋าออกจากห้องไป ส่วนจุลจักรก็ยิ้มอารมณ์ดีอย่างทุกวัน แต่งตัวเสร็จก็ไปกินข้าวฝีมือของคนรัก ก่อนจะล้างจานแล้วออกจากห้องไปอีกคน



“สวัสดีครับพี่ จริงสิพี่จักร วันนี้ไม่มีเรียนเหรอพี่” ลูกน้องในแผนกทักทายก่อนจะถามขึ้นเมื่อสงสัย

“อาจารย์ยกคลาส พี่ก็เลยมาประชุมก่อน ตอนบ่ายค่อยไปเรียน”

“พี่นี่เก่งเนอะ ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย คงจะเหนื่อยน่าดูเลย”

“ก็ประมาณหนึ่ง แต่เพื่ออนาคตนี่หว่า ต้องสู้สิ ไปๆ ทำงานได้แล้ว ลูกค้าจะดูแบบไม่ใช่หรือไง” จุลจักรถามลูกน้องของตน

“จริงด้วย งั้นผมขอตัวนะพี่จักร”

“อืม...”

ร่างสูงเดินเข้าห้องประชุมไปเพราะทุกคนคงจะรออยู่แล้ว...และเมื่อประชุมเสร็จเขาก็เปลี่ยนชุดเพื่อที่จะไปมหาวิทยาลัยต่อเพื่อเรียนวิชาภาคบ่าย แต่ก่อนจะไปมหาวิทยาลัย เขาจะผ่านโรงแรมที่คนรักทำงานอยู่ แล้วจะกินข้าวเที่ยงด้วยกันทุกครั้ง
และครั้งนี้ก็เช่นกัน…

“มาหาคุณเจ้าจอมครับ”

“คุณจอมรับลูกค้าอยู่ค่ะ ไม่ทราบว่ามีธุระด่วนหรือเปล่าคะ” พนักงานต้อนรับถามกลับมา ซึ่งจุลจักรก็ทำหน้าเสียดายออกมาเล็กน้อยที่คนรักติดธุระอยู่แต่ไม่เป็นไรหรอก...เขาเข้าใจ

“งั้นไม่เป็นไรครับ ผมไม่มีธุระอะไร”

“งั้นเดี๋ยวดิฉันจะแจ้งคุณจอมให้นะคะว่าคุณจักรมาพบ”

“ขอบคุณครับ”

ร่างสูงทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับ ถ้าไม่ได้ยินเสียงของคนรักเดินคุยมากับใครสักคนก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงได้หาที่หลบ ทั้งๆ ที่ตรงนั่นเป็นคนรักของเขาเอง

“สรุปวันที่มาให้ไวที่สุดยิ่งดีนะครับ ทางโรงแรมจะได้เตรียมห้องไว้ให้กับคณะของคุณสนไม่ขาดตกบกพร่องอะไร ถึงโรงแรมของเราจะไม่ใช่ระดับห้าดาวแต่การบริการของเรายิ่งกว่าระดับห้าดาวอีกนะครับ”

“ฮ่าๆ คุณจอมพูดแบบนี้ เห็นทีว่าผมจะต้องมาใช้บริการบ่อยๆ แล้วล่ะครับ”

“ด้วยความยินดีเลยครับคุณสน”

เจ้าจอมเดินมาหยุดอยู่ตรงเคาท์เตอร์ พนักงานต้อนรับที่คุยอยู่กับจุลจักรเมื่อกี้นี้ก็รีบแจ้งเจ้านายทันทีเพราะทุกครั้งที่มีแขกมาหาผู้เป็นเจ้านาย เธอจำเป็นต้องรีบรายงานเพราะถ้าหากว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอะไร เธอจะได้ไม่ต้องถูกตำหนิถ้าหากว่าเธอทำผิดพลาด

“คุณจอมคะ เมื่อกี้นี้คุณจักรมาหาค่ะ”

“อ้าว? แล้วทำไมไม่บอกเขาล่ะครับว่าให้รอผมก่อน ผมบอกไว้แล้วไงว่าจะคุยกับลูกค้าถึงเที่ยงเท่านั้น แล้วนี่คุณจักรเขากลับไป
นานหรือยัง” เจ้าจอมถามกลับ สีหน้าชักจะไม่พอใจเท่าไหร่

เขาบอกเอาไว้แล้วว่าจุลจักรมาให้รอไว้ก่อน

“ดิฉันขอโทษค่ะ ดิฉันลืมค่ะคุณจอม”

“คุณนี่จริงๆ เลยนะครับ กี่ครั้งแล้วที่คุณลืมแบบนี้”

“คุณจอมครับ...เอ่อ ผมว่าเธอคงจะลืมจริงๆ อย่าตำหนิเธอเลยครับ” ลูกค้าที่เจ้าจอมคุยธุระเพิ่งเสร็จเอ่ยปรามอย่างมีมารยาท ซึ่งเจ้าจอมพอรู้ตัวว่าทำกิริยาไม่เหมาะสมต่อหน้าลูกค้าก็เลยหันมาขอโทษขอโพยใหญ่เลย

“ขอโทษคุณสนด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ว่าแต่คุณจักรนี่ใครหรือครับ” เขาถามเจ้าจอมกลับไปโดยหารู้ไม่ว่ากำลังก้าวล้ำความเป็นส่วนตัวของเจ้าจอมอยู่

เจ้าจอมที่ได้ยินคำถามแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว ไม่ใช่ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้คิดยังไงกับตน แต่ว่าเขาก็พยายามมองข้ามและทำตัวกลางๆ สุดๆ ไม่ได้ให้ความสนใจหรือบริการเป็นพิเศษไปจากลูกค้าคนอื่นๆ

“แฟน...คนรักของผมน่ะครับ”

จุลจักรที่แอบยืนฟังอยู่หลังเสาได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มอย่างดีใจที่คนรักพูดออกไปตามความจริง ไม่ได้โกหกหรือหลีกเลี่ยงแบบที่เขาเคยคิดมาตลอด

เขานึกว่าเจ้าจอมจะไม่กล้าบอกใครว่าเราเป็นอะไรกันเสียอีก เปล่าเลย เจ้าจอมต่างหากที่เป็นฝ่ายประกาศ มาตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่ตอนที่จุลจักรกำลังตามจีบอย่างบ้าคลั่ง

“คุณจอมน่ารัก...”

ร่างสูงยังคงยืนแอบฟังอยู่แบบนั้น

“คุณจอมมีแฟนแล้วหรือครับเนี่ย จริงสิ น่ารักๆ อย่างคุณจอมก็ต้องมีอยู่แล้วสินะครับ ผมนี่ก็พูดอะไรแปลกๆ”

“ครับ...ผมมีแฟนแล้วคบกันมานานแล้วด้วยครับ แล้วนี่คุณสนจะกลับเลยหรือเปล่าครับ” เจ้าจอมพยายามหลีกเลี่ยงและปฏิเสธทุกคนแบบนี้เสมอ

เจ้าจอมไม่อยากให้ชีวิตคู่ของเขามีปัญหา...แม้ว่าเขาจะไม่ได้เล่นก็ตามแต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อาจจะมีปัญหาในอนาคตด้วย เขาไม่อยากที่จะเป็นต้นเหตุให้รักของเราสั่นคลอน

“ถ้าไม่รังเกียจ คุณจอมไปกินข้าวกับผมได้หรือเปล่าครับ”

“เอ่อ...จะดีเหรอครับ”

“คุณจอมไม่สะดวกหรือครับ” สนถาม ซึ่งเขาเป็นลูกค้ามั่นใจว่ายังไงเจ้าจอมก็ไม่กล้าปฏิเสธแน่ๆ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้น เจ้าจอมตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก ร่างสูงยิ้มอย่างดีใจ

“ก็ได้ครับ”

จุลจักรไม่พอใจเท่าไหร่ แต่ก็เข้าใจว่าคนรักไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะอีกคนเป็นลูกค้าและน่าจะตกลงธุรกิจกันเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย หากทำอะไรที่มันไม่ดีออกไป ชื่อเสียงของโรงแรมเสียแน่ๆ

ร่างเล็กหันไปสั่งงานกับพนักงานเล็กน้อยก่อนที่ตัวเองจะเดินตามสนไป ร่างสูงเองก็มองนาฬิกาข้อมือสลับกับมองตามหลังคนรักไปด้วย เรียนก็ต้องไป เป็นห่วงคนรักก็เป็นห่วง...

“เอาไงดีวะจักร”

ถ้าคุณจอมรู้ว่ามึงไม่ไปเรียนต้องโดนโกรธแน่ๆ เลยว่ะ เฮ้อ...เชื่อใจคุณจอมนะ แต่ไม่ไว้ใจไอ้หมอนั่นยังไงก็ไม่รู้...

“เรียนก็เรียนวะ!!!”

ร่างสูงตรงดิ่งไปเรียนด้วยความหงุดหงิด ขนาดที่นั่งเรียนอยู่น้องๆ เซคเดียวกันยังไม่กล้าถามไถ่หรือพูดคุยอะไรเลยเพราะอารมณ์ของจุลจักรดูไม่ดีและไม่มีสมาธิเรียนเอาเสียเลย แต่เวลาทำงานส่งก็ทำออกมาได้ดีไม่มีที่ติเหมือนเดิม แต่ระหว่างที่อาจารย์ปล่อยให้ทำงานส่งนั้น โทรศัพท์ของเขาก็สั่นจนต้องรีบเปิดมาดู

ดวงตาคมเบิกกว้าง กำหมัดแน่นวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเสียงดัง เรียกความสนใจจากเพื่อนๆ ทันที

ปัง!!

“เฮ้ย!! เฮีย เป็นไรอ่ะ ตกใจหมดเลย รู้ไหมว่าทุกคนต้องใช้สมาธิเนี่ย” เพื่อนคนหนึ่งโวยวายขึ้นมา

“เออนั่นดิ ทำเหมือนกับเมียมีกิ๊ก”

ขวับ!!

คนที่พูดโดนสายตาพิฆาตจากร่างสูงทันที ทำเอาคนๆ นั้นหน้าซีดไปเลย

“อุย…ขอโทษคร้าบเฮีย ไม่ใช่หรอกเนอะ”

พอทุกคนไม่กล้ายุ่งหรือสนใจจุลจักร ร่างสูงก็มองแผ่นกระดาษงานของตนอย่างคับแค้น นึกถึงหน้าไอ้คนเมื่อตอนเที่ยงที่คนรักของเขาไปกินข้าวด้วยทันที

เห็นทีว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว...

“ไอ้เหี้ยนั่น...อยากลองดีกับกูหรือไง” ร่างสูงพูดกัดฟันออกมาด้วยความโกรธ ร่างสูงใช้เวลาทำงานส่งไม่นานนักพอเสร็จแล้วก็ขอตัวกลับก่อนทันที

สาเหตุที่ทำให้จุลจักรโกรธมากขนาดนั้นเป็นเพราะว่ามีเบอร์แปลกส่งภาพที่ลูกค้าคนนั้นจับมือของเจ้าจอมตอนอยู่ร้านอาหารโดยที่คนรักของเขาก็ยิ้มด้วย...


ดูยังไงก็รู้ว่าจงใจถ่ายส่งมาหาเขาโดยเฉพาะ และถ้าเดาไม่ผิด เบอร์ที่ส่งมาก็ต้องเป็นเบอร์ของผู้ชายคนนั้นแน่ๆ


ทางด้านเจ้าจอมที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ออกจากร้านอาหารเพราะถูกชวนคุยอยู่แบบนั้น งานที่รอไปเคลียร์ก็ยังกองอยู่แบบนั้น เป็นแบบนี้โดนรามินทร์ดุแน่ๆ

“โอ้ย!! มาเข้าห้องน้ำนานแบบนี้จะโดนสงสัยไหมวะโทรศัพท์ก็ลืมไว้บนโต๊ะอีก ฮือ...จักร ช่วยฉันด้วย ฉันอึดอัดอ่า อยากออกไปจากที่นี่”

คนตัวเล็กยืนทำใจอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำของร้านอาหารหรูก่อนจะตัดสินใจออกจากห้องน้ำกลับไปที่โต๊ะที่มีสนนั่งรออยู่ พอเห็นเจ้าจอมก็ยิ้มให้

“ของหวานมาพอดีเลยครับ”

“เหรอครับ”

ใช่...นี่ก็ปาไปเกือบสองชั่วโมงแล้วที่เขายังอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้ อาหารคาวเสร็จก็ตามด้วยของหวาน เป็นลูกค้าที่ไม่มีความเกรงใจเอาเสียเลย

รบกวนเวลาซะจนเสียการเสียงานหมดแล้วเนี่ย

พอทานของหวานเสร็จแล้วก็ยังนั่งคุยอยู่อย่างนั้น เจ้าจอมมีความอดทนที่พอจะทนได้อยู่ แต่ถ้ามันมากเกินไปเมื่อไหร่ เขาก็คงจะไม่ทนแล้วเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ต้องทนในระดับสูงสุด เพราะลูกค้าเป็นถึงรายใหญ่ของโรงแรมที่ใช้บริการบ่อยสุดๆ ถึงแม้ว่าสนจะรับคำสั่งจากบริษัทมาอีกที แต่ก็ถือว่าเป็นลูกค้าเหมือนกัน

ทนไว้...เจ้าจอม

“คุณจอมครับ พอดีว่าผมชอบแหวนที่นิ้วของคุณจอมมากเลย สวยดีนะครับ” สนชวนคุยเมื่อเห็นว่าบรรยากาศมันเงียบๆ

“อ๋อ...แฟนให้น่ะครับ”

“เหรอครับ สวยดีนะครับ ขอดูใกล้ๆ ได้หรือเปล่า”

เจ้าจอมทำตัวไม่ถูก จะให้ดูดีหรือเปล่า รู้ทั้งรู้ว่าอีกคนหาเรื่องแต๊ะอั๋งเขาก็เท่านั้น...ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาจะวีนให้ร้านอาหารนี้แตกไปเลยล่ะ

แต่จอมทำไม่ได้อ้า

“ได้สิครับ”

ร่างบางทำท่าจะถอดแหวนออกแต่มันดันซวยถอดไม่ออก ก็เลยยิ้มแห้งให้กับคนตรงหน้าที่ยังคงนั่งมองเขาด้วยรอยยิ้มแปลกๆ

“ขอโทษด้วยครับคุณสน มันถอดไม่ได้ เอาไว้เดี๋ยวผมส่งภาพให้นะครับ”

“ผมขอดูแป๊บเดียวเองครับ หรือว่าคุณจอมรังเกียจผม”
แล้วแบบนี้เจ้าจอมจะทำอะไรได้นอกจากยื่นมือไปด้วยรอยยิ้มที่ฝืนยิ้มออกไปเต็มที...โดยไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าให้พนักงานบริการคอยถ่ายภาพนี้เอาไว้อยู่ และไม่มีทางรู้เลยว่าตอนที่เจ้าจอมไปเข้าห้องน้ำ คนตรงหน้าก็ถือวิสาสะดูโทรศัพท์ของตน...


ประมาณเกือบบ่ายสามโมงที่สนมาส่งเจ้าจอมที่โรงแรมคืน พอสนกลับไปเจ้าจอมก็กระทืบเท้าอย่างต้องการระบายความรู้สึกไม่สนใจเลยว่าพนักงานจะมองตนเองอยู่

“คุณจอมคะ คุณจักรมารอที่ห้องทำงานค่ะ”

“ห๊ะ! ห้องทำงาน?”

“ใช่ค่ะ ดูท่าทางโมโหมากๆ ด้วยนะคะ”

ซวยแล้ว...จักรต้องรู้แล้วแน่ๆ รายนี้ยิ่งหึงแรง หวงแรงอยู่ด้วย แม้ว่าจะไว้ใจเราขนาดไหน แต่ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ยังไงจักรก็หึงแน่นอน

“โอเคๆ ถ้ามีปัญหาอะไรก็จัดการกันเองเลย ไม่ต้องรบกวน ไม่ต้องเรียก ถ้าพวกเธอทำอะไรผิดพลาดฉันรับผิดชอบเอง”

“ได้ค่ะคุณจอม”

เจ้าจอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วเดินอ้อมไปด้านหลังที่เป็นห้องทำงานของตน โชคดีที่โรงแรมนี้เขาจะมีห้องผู้จัดการแยกจากห้องของพนักงานที่อยู่หลังเคาท์เตอร์

แกร็ก!!!

“ล็อกประตูด้วยครับ” เสียงเย็นๆ ของคนรักดังขึ้นทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน

“คือ...เอ่อ”

ที่ผ่านมามีเพียงแค่จุลจักรที่เป็นฝ่ายกลัวเจ้าจอม แต่ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ทีไรคนที่น่ากลัวที่สุดคือจุลจักร ที่เดาไม่ได้ว่าจะทำอะไรกับเขา จะมากจะน้อยแล้วตอนนี้อารมณ์อยู่ที่ระดับไหน เพราะฉะนั้นเขาก็เลยต้องล็อกประตูตามที่จุลจักรบอก ไม่งั้นถ้ามีคนไม่รู้เข้ามา อาจจะเห็นภาพที่ไม่ควรเห็นก็เป็นได้...

“วันนี้เลิกเรียนไวจัง”

“ไปเที่ยวมาสนุกไหมครับ” สวนกลับด้วยคำถามเช่นกัน น้ำเสียงเรียบเย็นของจุลจักรทำให้เขารู้สึกขนลุกจนทำอะไรไม่ถูก

“คือ...ฉันไม่ได้ไปเที่ยวนะจักร ฉันไปกินข้าวกับลูกค้ามา”

“ตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนนี้เหรอครับ”

“ก็มันเลี่ยงไม่ได้นี่นา”

“เลี่ยงไม่ได้หรือไม่อยากเลี่ยงครับ” จุลจักรยังคงซักไม่ยอมฟังเหตุผลของเจ้าจอมเลย แต่เจ้าจอมก็ไม่ได้น้อยใจอะไร เข้าใจมากกว่าว่าคนรักตัวเองเป็นยังไง

“ไว้ใจกันหน่อยซี่”

“เรื่องไว้ใจมันก็ไว้ใจครับ แต่ถ้าใครเห็นแบบผมมันก็ต้องโกรธเหมือนกัน”

ประโยคที่คนรักพูดออกมาทำให้เจ้าจอมรู้สึกสงสัยว่าจุลจักรไปเห็นอะไรมา

“เห็น...เห็นอะไร”

“นี่ไงครับ” จุลจักรตอบพลางยื่นโทรศัพท์เครื่องหรูของตนให้กับร่างเล็ก เจ้าจอมก็หยิบมันมาเปิดดู ดวงตาสวยเบิกกว้างมองหน้าคนรักอย่างไม่รู้จริงๆ

“ไม่รู้เรื่องนะ ตอนนั้นเขาขอดูแหวนที่นายให้ แต่ฉันจะถอดแล้ว มันถอดไม่ออก ฉันก็เลยให้เขาดูทั้งมือนั่นแหละ มันไม่มีอะไรจริงๆ นะจักร”

“ผมโมโหมากรู้ไหมครับ”






50%
 :hao5: :hao5: :hao5: :hao5:

อ่านไปก่อนครึ่งแรกนะคะ แล้วจะมาลงต่อให้ค่ะ ยูกิว่ายูกิตัดแบบไม่ทำร้ายเท่าไหร่ แหะๆ ไม่ค้างคาหรอกน่อ ติดตามข่าวสารการอัพเดท ต้องการพูดคุย ก็ทักได้ที่แฟนเพจเน่อ https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
ไม่ค้างอะไรคะยูกิ
ค้างตัวโตๆเลย
จักรโครตหึงอะ
เป็นห่วงคุณจอม 55+

ออฟไลน์ airicha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 858
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
ตอนพิเศษ 1 (ครึ่งหลัง)



“ผมโมโหมากรู้ไหมครับ”
“ฉันรู้ แต่ฉันไม่คิดอะไรกับเขา ฉันรำคาญเขาจะตายไป แต่เราเพิ่งทำสัญญาเสร็จ นายจะให้ฉันทำเสียเรื่องหรือไงล่ะ พี่รามด่าตายเลย” ร่างเล็กบ่นอุบอิบ มองร่างสูงที่จ้องตาขวางแล้วหลบตาหนี ไม่กล้าที่จะสบตากับคนรักเท่าไหร่นัก
“แต่ผมไม่ชอบใจนี่ครับ”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”
“จากนี้ไปถ้าอะไรที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ คุณจอมก็มีมาตรการขั้นเด็ดขาดเลยว่าจะไม่นัดกับลูกค้าหากไม่เกี่ยวกับงาน เหมือนที่ไอ้อินทำอยู่ตอนนี้” จุลจักรพาดพิงถึงเพื่อนสนิทและพ่วงด้วยตำแหน่งเจ้านายของตนด้วย จะหาว่าเขางี่เง่าก็ได้ แต่มันห้ามความรู้สึกกลัวไม่ได้จริงๆ
“ก็ได้ๆ ฉันจะทำแบบนั้นก็ได้นะ สบายใจหรือยัง”
“มันแค่จับมือใช่ไหมครับ”
“อือ...แค่นั้นแหละ และแป๊บเดียวด้วย”
“มันกล้าดียังไง ทั้งๆ ที่คุณจอมบอกว่ามีแฟนแล้วแท้ๆ เลย” จุลจักรส่ายหน้าไปมาคว้ามือขอองคนรักข้างซ้ายมาแล้วก็ลูบๆ
“นายรู้ได้ไงว่าฉันบอกเขาไปว่าฉันมีแฟนแล้ว”
“ก็ตอนนั้นผมยังอยู่”
“แล้วทำไมไม่ออกมา นายรู้ไหมว่าถ้านายออกมา ฉันก็ไม่ต้องไปกินข้าวกับไอ้บ้านั่นหรอก นายนั่นแหละผิด ผิดเต็มๆ เลยด้วย
อ้าว? คดีพลิก...
ร่างสูงคิดตามก็เห็นด้วยที่ว่า ถ้าเขาเข้าไปเมื่อเที่ยงคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แน่ๆ โง่จริงๆ เลยไอ้จักรเอ้ย!!! ผิดที่มึงนั่นแหละ...
“จริงด้วยสิ”
“โง่!! นายนั่นแหละ ไม่มีสิทธิมาโกรธฉันแล้วนะ นั่งลงเลย ฉันจะนั่งเคลียร์งานต่อ”
ในจังหวะที่เจ้าจอมกำลังเดินผ่านจุลจักรไป แขนแกร่งของคนรักก็ฉุดให้คนตัวเล็กมานั่งทับตักหนาของเขา แล้วก็โอบรัดร่างของเจ้าจอมเอาไว้อย่าง้องอน ออดอ้อน
“ขอโทษนะครับ”
“ไม่ต้องเลย ปล่อย...”
“คุณจอมโกรธหรือเปล่าครับ” จุลจักรถามคนรักเสียงอ่อนลง
“โกรธดิ นายก็ชอบใจร้อนแบบนี้ อยากให้ใช้วิธีแบบเดียวกับที่พี่อินใช้กับพี่รามไหม” เจ้าจอมถาม น้ำเสียงและสีหน้าของเขาจริงจัง
จุลจักคิดภาพตามก่อนจะส่ายหน้ากลัวๆ ถ้าต้องให้ห่างจากคุณจอมอีก เขาคงจะรับไม่ได้ อยู่ไม่ได้แน่ๆ ทุกวันนี้ทั้งงานทั้งเรียนก็เหนื่อยพอแรงอยู่แล้ว ไม่มีคนคอยให้กำลังใจเขาต้องเป็นบ้าตายแน่ๆ
ตายจริงๆ
“ไม่เอานะครับ นะครับคุณจอม”
“ฉันล้อเล่นน่า ฉันเองก็อยู่ห่างจากนายไม่ได้หรอก”
พอได้ยินแบบนั้นจุลจักรก็ยอมปล่อยร่างบางให้ไปทำงานต่อ ซึ่งเขาก็หยิบแท็ปเล็ตของตัวเองขึ้นมาทำงานรอคนรักเช่นกัน
สรุปแล้วที่ให้ล็อกห้อง ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการพูดคุยเคลียร์กัน เจ้าจอมก็ได้แต่แอบโล่งใจ...
...
...
...

วันนี้จุลจักรมารอรับคนรักกลับบ้านเพราะเรียนเสร็จก็ตรงดิ่งมานี่เลยทันที ระหว่างที่นั่งรอเจ้าจอมคุยกับลูกค้า เจ้าเก่าเจ้าเดิมอย่างสนอยู่
“วันนี้คุณจอมไม่ไปทานข้าวกับผมหรือครับ”
“อ๋อ...วันนี้แฟนผมมารอรับกลับน่ะครับ”
“ว้า...เสียดายจัง คุยกับคุณจอมสนุกดีนะครับ ผมชอบ” คำว่าชอบสนจงใจมองร่างเล็กกว่าอย่างจาบจ้วงซะจนเก็บความรู้สึกรังเกียจเอาไว้ไม่อยู่
“ฮะๆ อ๊ะ! คนรักของผมมานั่งนั่งรอแล้วล่ะครับ จักร!!” เจ้าจอมตะโกนเรียกชื่อคนรักของตนที่กำลังนั่งหันหลังให้อยู่ จุลจักรลุกขึ้นแล้วเดินมาหาทั้งสองคนทันที สนมองการแต่งตัวของจุลจักรตั้งแต่หัวจรดเท้า...
เสื้อยืดสีดำทับด้วยช็อป สะพายกระเป๋าเป้ กางเกงยืนสีซีด
ดูยังไงก็ไม่น่าจะดีไปกว่าเรา ไม่สิ สู้เราไม่ได้ด้วยซ้ำ
“คุณจอม เสร็จแล้วหรือครับ”
“อื้อ เสร็จแล้ว นายล่ะ รอนานไหม”
“ไม่นานครับ” จุลจักรยิ้มหวานให้คนรัก
“อ๊ะ! จริงสิ นี่คุณสน...”
“สวัสดีครับ ผมสน เป็นลูกค้าคำสำคัญของคุณจอมน่ะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณ...” สนทำเป็นไม่รู้จักชื่อทั้งๆ ที่เจ้าจอมก็เคยพูดถึง และก็เรียกเสียงดังเมื่อกี้นี้อีก
“ผมจักรครับ...ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะครับ”
“ว่าแต่คุณจักรยังเรียนอยู่หรือครับ?”
“ครับ...ยังเรียนอยู่” เขาตอบแค่นี้ ส่วนคนที่ฟังอยากจะเข้าใจยังไงก็ปล่อยให้เข้าใจไป
“งั้นเหรอครับ”
“ว่าแต่คุณสนหน้าคุ้นๆ นะครับ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย” จุลจักรพูดขึ้นมา พยายามทำเหมือนกับคิดอยู่ว่าเคยเจอคนๆ นี้ที่ไหน
“งั้นเหรอครับ แต่เราไม่เคยเจอกันนะครับคุณจักร”
“อ๋อ...หน้าของคุณคงมีคนซ้ำเยอะมั้งครับ ผมเลยอาจจะจำคนผิด” เจ้าจอมหันข้างไปแอบยิ้มคนเดียว เมื่อได้เห็นมุมแบบนี้ของคนรัก
“นี่คุณ...ว่าผมหรือเปล่าครับ”
“เปล่านี่ครับ มีตรงไหนที่ผมว่าคุณกัน?” จุลจักรทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้จากคนที่ดูมึนๆ อยู่แล้ว เวลาตั้งใจทำให้ดูมึนยิ่งเหมือนเข้าไปอีก
“เอ่อ...ต้องขอโทษแทนจักรด้วยนะครับคุณสน”
“พวกเราขอตัวนะครับคุณสน ถ้ามีงานอะไรติดต่อทางพนักงานได้เลย”
“เอ่อ...ครับ”
“ไปกันเถอะจักร หิวมากแล้วล่ะ”
“ครับ”
จุลจักรหันไปยิ้มเยาะเย้ยสนเล็กน้อยก่อนจะโอบเอวคนรักออกไปจากโรงแรม...ส่วนสนเองก็ได้แต่ยืนฟึดฟัดไม่พอใจที่โดนยิ้มเยาะเย้ย แต่ถ้าคิดว่าเขาจะหยุด ไม่มีทางหรอก
ต่อให้มีเจ้าของแล้วก็ตามที…
หมับ!!
ในขณะที่เจ้าจอมกำลังจะเปิดประตูรถเพื่อเข้าไปนั่ง ต้นแขนของเขาก็ถูกใครบางคนรั้งเอาไว้ พอหันกลับไปก็เห็นว่าเป็นสน เจ้าจอมแสดงสีหน้าไม่พอใจทันที
“อะไรของคุณเนี่ย ผมไม่ชอบนะครับ”
“ขอโทษครับคุณจอม ผมแค่จะเรียกคุณจอม”
“ถ้าเรียกก็ตะโกนสิครับ ทำแบบนี้ผมไม่ชอบ” เจ้าจอมรั้งแขนกลับมา ส่วนจุลจักรที่นั่งอยู่ในรถก็เปิดประตูออกมาคืน จ้องคนที่บังอาจมาแตะต้องตัวของเจ้าจอมอย่างโมโห
“คือว่ารถของผมยางแตกน่ะครับ จะเป็นไรไหมถ้าผมจะขอติดรถไปด้วย”
“ให้ผมเรียกแท็กซี่ให้ไหมล่ะครับ พอดีพวกเราจะไปทานข้าวกันก่อน นานด้วยนะครับ” เจ้าจอมตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ จ้องหน้าคนเป็นลูกค้าอย่างเย็นชา
“ถ้าไม่เป็นการรบกวน ผมขอไปทานข้าวด้วยได้ไหมครับ”
“ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาท ผมขอปฏิเสธได้หรือเปล่าครับ” เจ้าจอมพูดเสียงเย็นทำเอาสนหน้าเจื่อนไปเลยเพราะไม่คิดว่าตนจะโดนเจ้าจอมปฏิเสธ เห็นที่ผ่านมาร่างเล็กเกรงใจเขามากๆ
“คุณจอมพูดแบบนี้แน่ใจแล้วหรือครับ”
“จะขู่ผมเหรอครับ”
“เปล่าครับ แต่ว่าโรงแรมคุณจอมได้ยอดจากเราไม่น้อยเลยนะครับในแต่ละครั้งน่ะ” 
เจ้าจอมนิ่ง...ต่อปากต่อคำไปไม่เป็นเลยทีเดียว ส่วนจุลจักรก็ยืนมองเงียบๆ อยากจะเข้ามาช่วยคนรัก แต่ว่ากลัวจะทำให้เรื่องมันเสียไปมากกว่านี้...
“คิดดีๆ นะครับ”
“งั้นเดี๋ยวผมจะคุยกับเจ้านายคุณเอง”
สนหน้าเสีย ไม่คิดว่าเจ้าจอมจะเล่นแบบนี้ ส่วนจุลจักรก็กระตุกยิ้มสะใจ
“ผมมีสิทธิที่จะพูดเพราะคุณก้าวล้ำเวลาส่วนตัวของผมมากเกินไป เป็นใครก็ไม่ชอบใจ แล้วนี่ผมจะใช้เวลากับคนรักของผม มันนอกเหนือเวลางานแล้ว คุณก็ยังพูดไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ถึงหูเจ้านายของคุณก็ช่วยหยุดพฤติกรรมแบบนี้ด้วยนะครับ”
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
เจ้าจอมตามร่างของลูกค้าไปยังรถของเขา แล้วก็ขับออกไป
“ไหนว่ายางแตกไงวะ” จุลจักรตะโกนไล่หลังอย่างไม่พอใจ “คุณจอม ขึ้นรถเถอะครับ”
“พี่รามต้องด่าฉันแน่ๆ”
“ไม่หรอกครับ ถ้าคุณจอมบอกเหตุผลที่แท้จริง คุณรามก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ คุณรามรักคุณจอมมากนะครับ เชื่อเถอะว่าถ้าเป็นคุณราม คุณรามก็ไม่คิดจะต้อนรับคนแบบนี้ และที่สำคัญเขาก็แค่คนติดต่อนี่ครับ ไม่ใช่เจ้าของบริษัทสักหน่อย”
“อือ...ไปเถอะ กลับบ้านกินมาม่าดีกว่า หมดอารมณ์”
“เอาแบบนั้นเหรอครับ”
“อื้อ...”
ร่างแกร่งพาเจ้าจอมกลับคอนโดทันทีไม่พาแวะทานข้าวอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก...
...
...
...

“อืม...ใจเย็นๆ ครับ”
จุลจักรห้ามปรามคนรัก เพราะเมื่อมาถึงคอนโดเจ้าจอมก็ปล้ำจูบเขาทันทีที่ประตูห้องปิดลง คนตัวเล็กจู่โจมเสียจนเขาไม่อาจจะห้ามปรามแรงกลัวว่าเจ้าจอมจะล้ม ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้คนรักทำ แต่ร่างกายของจุลจักรมันมีแต่เหงื่อไคล สกปรกอีกด้วย อยากอาบน้ำให้สะอาดก่อน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สำคัญสำหรับเจ้าจอมเท่าไหร่
“ไม่เอาสิครับคุณจอม ไม่หงุดหงิดสิ”
ถ้าวันไหนที่เจ้าจอมเริ่มก่อนแบบนี้แสดงว่าโกรธ หงุดหงิด โมโห เลยหาที่ระบาย แต่เจ้าจอมก็เป็นฝ่ายเริ่มเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องสังเกตอารมณ์ตอนที่เริ่มเอาว่าเจ้าจอมจะอยู่ในอารมณ์ไหน ซึ่งมันต่างจากจากทุกครั้ง เพราะคราวนี้เจ้าจอมหงุดหงิดมากๆ
“ฉันขยะแขยงมือที่มันจับฉันอ่ะ”
“ผมทราบครับ”
“ลบมันที”
“ครับ”
ร่างสูงยกร่างบอบบางขึ้นมาอุ้มแนบอก ตรงดิ่งไปยังห้องนอนห้องใหญ่ทันที เขาวางร่างคนรักลงบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะคร่อมทับร่างกายบอบาง จู่โจมด้วยมือและปาก...
เสื้อผ้าของทั้งสองคนค่อยๆ หลุดออกไปทีละชิ้น ทีละชิ้นจนกระทั่งเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งสองคน  ฝ่ามือหยาบของจุลจักรลูบไล้ไปทั่วร่างกายเนียน เจ้าจอมเองก็ลูบตามกล้ามหน้าท้องและแผ่นอกแกร่ง เชิดหน้าขึ้นครางลั่นเมื่อปลายลิ้นสัมผัสที่ยอดอกสวยของเขา
“อ๊า...อื้อ ดีจัง”
“ผมรู้...ว่าคุณจอมชอบให้เล่นตรงนี้” ว่าแล้วก็เลียสลับข้างกันไปมา เรียกเสียงครางหวานจากเจ้าจอมอย่างต่อเนื่อง ร่างแกร่งชอบที่จะฟังเสียงแบบนี้ของเจ้าจอมเพราะมันยิ่งไปกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างให้มันประทุขึ้นอีก ยิ่งเวลาเจ้าจอมทำสีหน้าเสียวซ่านและกัดริมฝีปากอย่างตอนนี้ เขาก็ยิ่งทนไม่ไหวแล้ว
“อ๊ะ...แรงๆ อื้อ”
“ผมจะเข้าไปแล้วนะครับ”
เจ้าจอมตอบโดยการพยักหน้าน้อยๆ และโดยไม่ทันตั้งตัว แก่นกลางลำตัวของจุลจักรก็สอดแทรกเข้ามาในช่องทางอ่อนนุ่มของเจ้าจอม
ร่างเล็กผวาเฮือกกอดร่างคนตัวใหญ่กว่าที่อยู่ด้านบน ก่อนจะโน้มคอแกร่งมาบดจูบอย่างร้อนแรงส่วนด้านล่างร่างแกร่งก็กระแทกกระทั้นเน้นๆ เสียงอื้ออึงจากคำคอสวยก็ดังขึ้นเป็นระยะๆ
“อ๊า...อ๊ะ”
“รัดแน่นมากครับ อืม”
“เร็วๆ จักร เร็วกว่านี้”
จากตอนแรกที่บอกจะกลับมากินข้าวที่บ้านก็กลายเป็นว่าตอนนี้กินกันเองเสียอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าจอมหายหงุดหงิดแล้วจุลจักรก็มีส่วนได้แบบนี้ก็ถือว่าแฟร์กันทั้งสองฝ่าย
ไม่ได้มีอะไรที่มันไม่ดี ยังไงเราสองคนก็เป็นคนรักกันอยู่แล้ว
“อืม...อ๊า” เสียงทุ้มต่ำของจุลจักรดังออกมาอย่างพึงพอใจในรสรักครั้งนี้เป้นอย่างมาก แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะไม่พอใจกับการร่วมรักกับคนรัก
“ดีไหมครับคุณจอม แบบนี้ อื้อ...ดีหรือเปล่า” ถามพลางสวนสะโพกสอบเข้าออกอย่างหนักหน่วงกระแทกโดนจุดกระสันด้านในทำเอาร่างบอบางครางไม่ได้ศัพท์ แต่มองสีหน้าที่เสียวซ่านปนมีความสุขของเจ้าจอมก็ยิ่งทำให้จุลจักรทำรุนแรงมากขึ้นอีกเท่านั้น
เมื่อใกล้ถึงสวรรค์รำไรก็ยิ่งเร่งจังหวะเพื่อให้ไปถึงฝั่งฝัน และไม่นานร่างของทั้งคู่ก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำสีขุ่นออกมาโดยที่ร่างเล็กปลดปล่อยก่อน ตามด้วยร่างสูงที่สวนกายเข้าออกอีกสองสามทีแล้วแช่ตัวอยู่ข้างในนานๆ
เจ้าจอมรู้สึกได้ถึงบางอย่างฉีดเข้ามาในร่างกาย แต่มันก็ให้ความรู้ดีอย่างประหลาดแม้ว่าจะทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวยามนอนก็ตาม
“ดีขึ้นยังครับ” จุลจักรถามคนรักที่นอนหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย
“อืม...ดีขึ้นแล้วล่ะ”
“อารมณ์ดีแบบนี้แล้วดีจังเลยครับ”
“ทำไม?”
“ผมจะพาคุณจอมไปอาบน้ำนะครับ” สีหน้าของคนพูดไม่ได้สื่อความหมายแค่นั่นน่ะสิ ร่างเล็กก็เลยรีบขยับตัวออกห่างจนแก่นกายของคนรักหลุดออกจากร่างกาย
“ไม่ต้องเลย รอบเดียวพอ”
“แต่ผมไม่พอ ป่ะครับ”
“เฮ้ย!! ก็บอกว่าไม่ไง!!! ม่ายยย”
ร่างเล็กถูกอุ้มเข้าห้องน้ำไป โดยที่เจ้าจอมร้องโวยวายลั่นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางระงมทั่วห้อง...





100%

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ลงครบ 100% แล้วนะคะ แล้วเจอกันกับคู่ต่อไปจ้า ฝากคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันด้วยน้า ใครคิดถึงเรื่องนี้บ้าง ก็ระบายความคิดถึงมาได้เลย หรือต้องการพูดคุย ก็ทักได้ที่แฟนเพจเน่อ https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
จักรไม่ได้เริ่มก่อน แต่ไม่เคยจบที่รอบเดียวสินะ

ออฟไลน์ AgotoZ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
หงุดหงิดบ่อยๆ ก็ดีนะเจ้าจอม อิอิอิ
 :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก
ตอนพิเศษ 2
เซอร์ไพรส์ (ล่มไหม?)



“อีกหนึ่งอาทิตย์เอง ใกล้แล้วสินะ”

ขรรค์พึมพำขณะที่ตนกำลังนั่งมองปฏิทินที่ได้ขีดวงกลมสีแดงล้อมรอบวันที่ยี่สิบห้ามีนาคมที่จะถึงนี้เอาไว้...มันเป็นวันเกิดของหิรัญ คนรักของเขาเอง

วันเกิดครบรอบสามสิบปี…ที่ขรรค์อยากจะให้มันพิเศษกว่าปีก่อนๆ หน่อย

“ทำอะไรน่ะพี่ขรรค์”

ร่างแกร่งสะดุ้ง

“ชะเอม...มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย พี่ตกใจหมด” เด็กสาวหัวเราะลั่นที่เห็นท่าทีของเจ้านาย

“ก็เห็นพี่ขรรค์นั่งบ่นอะไรคนเดียวก็ไม่รู้ หนูก็เลยย่องเบามา”

“ปากเก่งจังเลยนะเรา มาทำอะไรล่ะ ก็ไปทำงานเถอะ”

“ค่า...ชะเอมรับทราบค่า”

ร่างสูงมองตามร่างเล็กๆ ของอดีตเด็กหญิงที่ตอนนี้เป็นนางสาวไปแล้ว แต่มองยังไง ชะเอมก็ยังเป็นเด็กกะโปโลคนเดิมที่ไม่ดูเป็นสาวตามเพื่อนๆ เลยสักนิด

“ชะเอม!! มานี่ก่อน พี่มีเรื่องอยากจะให้ช่วยหน่วย”

“ห๊ะ! หนูเนี่ยนะ?” ชะเอมชี้มาที่ตัวเองงงๆ ที่โดนเรียกเอาไว้

“ใช่...เรื่องนี้ชะเอมช่วยพี่ได้แน่ๆ”

“ทำไมเหรอ จะให้หนูช่วยอะไร”

“มานี่ๆ มาคุยกันเงียบๆ”

“อะไรกันเนี่ย ทำไมต้องมีลับลมคมในด้วย” ถึงจะบ่นแบบนั้น หญิงสาวก็เดินมาหาขรรค์แต่โดยดีแถมยังตั้งใจฟังสิ่งที่ขรรค์ขอความช่วยเหลืออย่างตื่นเต้น ดวงตาโตวาววับอย่างชอบใจ

“ก็ตามนี้แหละ แค่ทำตามนี้เท่านั้น เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง”

“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการให้!!”

พูดจบแล้ว ชะเอมก็วิ่งออกไปด้วยความดีใจที่ตัวเองได้รับคำสั่งให้ทำงานใหญ่

ขรรค์ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาแต่ก็เอ็นดูเห็นเหมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่งของตนที่หลายปีมานี้ช่วยทำงานแบ่งเบาภาระป้าน้อยได้เยอะเลยล่ะ

เดือนนี้ทั้งเดือนหิรัญเข้าเวรเช้า เขาก็เลยสามารถที่จะเตรียมอะไรบางอย่างได้ในช่วงนี้


หิรัญรู้สึกว่าช่วงนี้คนรักตัวเองทำตัวแปลกๆ มีความลับ ทำตัวลับลมคมในจนเขารู้สึกสงสัยและอยากจะรู้มากๆ แถมยังชอบกระซิบกระซาบกับชะเอมอีกด้วย พอเขาแอบถามเอาจากชะเอม หญิงสาวก็ไม่ตอบแล้วก็ยิ้มแปลกๆ อีกด้วย

“เงินไปทำงานก่อนนะขรรค์”

“ครับ...ขอโทษด้วยนะที่ช่วงนี้ไม่ได้ไปส่งเลย”

“ไม่เป็นไรหรอก เงินเข้าใจว่าขรรค์คงจะมีธุระ ‘สำคัญ’ กว่า” หิรัญแอบประชดประชันด้วยความน้อยใจ ที่เหมือนคนรักกำลังทำอะไรบางอย่างลับหลังเขา

“ใช่ ขรรค์มีธุระที่สำคัญกว่านั้นต้องทำน่ะ โชคดีนะครับ” ไม่ใช่ว่าขรรค์ไม่รู้ว่าคนรักกำลังน้อยใจ แต่ให้ทำยังไงได้ บอกไปตอนนี้ก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิ

“อื้อ…น้องรักษ์ เสร็จหรือยังลูก จะได้ไปเรียนกัน” หิรัญตะโกนถามลูกชายวัยห้าขวบที่ตอนนี้กำลังเรียนอนุบาลหนึ่งอยู่ที่โรงเรียนใกล้ๆ แถวนี้ ซึ่งหิรัญผ่านทุกวันก็จะไปส่งลูกชายด้วย

“เสร็จแล้วค้าบ”

เด็กน้อยในชุดอนุบาลวิ่งมาหาเขา น้องรักษ์เป็นเด็กดี ร่าเริงแจ่มใส เป็นที่รักของเพื่อน และไม่เคยงอแงไม่ไปโรงเรียนเลยสักครั้ง

“ไปกันเลยไหมครับ”

“ไปกันเล้ย!!!”

“ไปแล้วนะขรรค์ เอ้า! น้องรักษ์ทำไงเอ่ย”

“รักษ์ไปโรงเรียนก่อนนะฮับพ่อขรรค์ สวัสดีคับ” เด็กชายรักษ์ยกมือน้อยๆ ไหว้พ่ออีกคนของตน ส่วนขรรค์เองก็ยิ้มแล้วลูบผมของน้องรักษ์อย่างเอ็นดู

“โชคดีนะครับสุดหล่อ”

หิรัญยิ้มให้กับขรรค์เล็กน้อยก่อนจะพาลูกชายขึ้นรถแล้วออกจากบ้านไป ส่วนขรรค์ที่มองคนรักไปจนลับสายก็หมุนตัวกลับ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนที่เป็นตัวช่วยให้กับเขา

“มาได้เลยครับ ผมรออยู่ที่บ้าน”


ระหว่างวัน หิรัญรู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ กับการกระทำที่ดูแปลกไปของขรรค์ ก็เลยขอลากลับครึ่งวัน เขาเลือกที่จะจอดรถไว้ไกลๆ เพื่อเดินเข้าบ้าน ไม่อยากให้คนรักรู้ แต่เมื่อมาถึงประตูบ้าน ก็เห็นร้องเท้าที่ดูยังไงก็ของผู้หญิงแน่ๆ อยู่หน้าบ้าน ใจของหิรัญเริ่มรู้สึกไม่ดี แทบจะไม่กล้าก้าวขาเข้าบ้าน แต่ยังไงวันนี้เขาก็รู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนรักถึงได้ทำตัวมีความลับ
สองเท้าก้าวเข้าไปในบ้าน มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของขรรค์แล้วก็ผู้หญิงคนนั้น แต่เสียงหัวเราะของหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักแน่ๆ ดังขึ้นมาจากทางห้องครัว หิรัญรีบตรงไปทางนั้นทันที

“ดีไหมครับ”

“แบบนั้นแหละค่ะ”

“แล้วยังไงต่อดีครับ”

“ก็ตีให้เข้ากันค่ะ น้องว่าน้องสอนมาหลายวันแล้วนะคะ ทำไมถึงทำไม่ได้สักทีเนี่ย”

“ก็มันลืมนี่ครับ”

หญิงสาวที่แทนตัวเองว่าน้องหัวเราะเบาๆ หิรัญยื่นหน้าแอบดูอยู่จากทางด้านหลัง ได้เห็นและได้ยินทุกอย่าง หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ใบหน้าไม่ได้สวยมากกำลังยืนประชิดกับคนรักของเขาที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่

“แล้วทำลับๆ แบบนี้หมอเงินจะไม่สงสัยเอาเหรอคะ”

หืม...

โชคดีที่หิรัญเป็นคนใจเย็น ประสบการณ์ที่ผ่านมาค่อยๆ สอนให้เขาเรียนรู้อะไรหลายๆ เรื่อง อย่างเช่นเรื่องที่มันอาจจะเป็นแค่เรื่องคิดไปเองแบบนี้เหมือนกัน

“สงสัยครับ เงินเป็นคนฉลาดจะตาย อะไรที่ผิดปกตินิดเดียวก็เริ่มสงสัยแล้ว”

“อ้าว? แล้วจะไม่ผิดแผนเหรอคะ”

“ไม่รู้สิครับ แต่ผมว่ามันจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ ผมก็อยากให้เงินได้เห็นความตั้งใจของผมมากกว่า”

“น้องว่าหมอเงินต้องดีใจมากๆ ที่คนรักของเขาทำเพื่อตัวเองขนาดนี้ ขนาดสามีของน้องยังไม่ทำอะไรแบบนี้ให้เลย อิจฉาหมอเงินจัง”

“แต่เขาก็รักคุณน้องไม่ใช่เหรอครับ”

“ฮ่าๆ นั่นสินะคะ”

“แล้วยังไงต่อครับ”

“ต่อไปก็ใส่...”

หิรัญที่แอบดูและแอบฟังอยู่ก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว ยกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ พอคิดดีๆ แล้วก็ใกล้จะถึงวันเกิดเราแล้วนี่นา...

“อ่า...น่ารักจัง จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกันนะ”

ร่างโปร่งรู้สึกขอบคุณที่ตัวเองไม่ใช่คนใจร้อน วู่วาม เพราะมันจะไม่ทำให้คนรักผิดความตั้งใจที่อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเขา แต่อยู่ในครัวแบบนี้ก็คงจะเป็นของกิน แล้วคนชื่อน้องนี้ก็มีสามีอยู่แล้วด้วย ก็หมดห่วง ไม่มีอะไรทีไม่น่าไว้ใจและกังวล
ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสินะ...

หิรัญกลับออกไป แต่ไม่ได้ไปทำงานเพราะเขาลาไปแล้ว แต่สถานที่ที่เขาไปก็คือรีสอร์ทของรามินทร์

“หมอเงิน มีอะไรครับ ไม่ได้ทำงานเหรอ?” เจ้าของรีสอร์ทถามอย่างแปลกใจ

“พอดีว่า...”

ร่างโปร่งบางเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับคนรักของเพื่อนฟัง ซึ่งร่างสูงก็หัวเราะออกมาเมื่อฟังจบแล้ว

“ฮ่าๆ สรุปว่าหมอเงินลางานมาเพื่อมาแอบดูไอ้ขรรค์เนี่ยนะครับ”

“ครับ”

“แล้วตอนนี้ก็ไม่มีที่ไป เลยมาอยู่ที่นี่”

“ใช่ครับ...ที่จริงแล้วผมก็รู้เพลียๆ ไม่สบายยังไงก็ไม่รู้” หิรัญพูด ไม่ได้โกหกหรอกนะ เขารู้สึกไม่ดีจริงๆ ก็เลยอยากจะมาขอ
ที่นอนพักสักหน่อย

“อ้าว? งั้นเดี๋ยวผมหาห้องให้นอนพักก็แล้วกันนะครับ สิทธิพิเศษสำหรับคนรักของลูกน้องคนสนิทแล้วก็เป็นเพื่อนของแฟนผมด้วย”

หิรัญหัวเราะออกมาน้อยๆ

“งั้นผมขอพาราด้วยสองเม็ดนะครับ”

“ได้ครับ เดี๋ยวจะจัดให้เลย”

หิรัญยกยิ้มอย่างเพลียๆ ช่วงนี้เขาทำงานควบเวรบ้าง ถูกขอแลกเวรบ้าง ร่างกายเลยอ่อนเพลียแบบนี้ แต่ถ้าบอกคนรักก็อาจจะเป็นห่วงแล้วเดี๋ยวขรรค์จะเตรียมของขวัญไม่ทันวันเกิดของเขาด้วย

...

...

...


“ทำไมวันนี้เงินกลับค่ำจัง” ขรรค์ถามเมื่อคนรักเดินเข้าในบ้านด้วยท่าทางที่ดูเพลียสุดๆ ทั้งๆ ที่ก็นอนมาทั้งวันแล้ว สงสัยว่าไข้จะขึ้นล่ะมั้ง

“พอดีวันนี้มีเคสน่ะ”

“แต่ขรรค์โทรถามทางโรงพยาบาล เขาบอกว่าเงินกลับตั้งแต่ก่อนเที่ยง”

“เอ่อ...” ร่างโปร่งอึกอัก ลืมเตี๊ยมกับทางนั้นเอาไว้เลย หันหน้าหนีคนรัก แล้วก็ทำท่าจะเดินผ่านไปด้วย หากแต่ร่างแกร่งก็จับข้อมือเอาไว้แน่น

หมับ!!

“เงิน...เงินตัวร้อนมากเลยนะ รู้ตัวหรือเปล่า”

“เหรอ...สงสัยตากแดดล่ะมั้ง”

“ตากแดดอะไรล่ะเงิน นี่มันสามทุ่มแล้วนะ มันกี่ชั่วโมงแล้วที่แดดมันหมดน่ะ”

“เงินรู้สึกไม่บายนิดหน่อย ขรรค์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

“แล้วเงินไปที่ไหนมา ถ้าไม่ได้ทำงาน”

ขรรค์ยังคงคาดคั้นคนรักเพราะเป็นห่วง

“เงินไปนอนที่รีสอร์ทคุณรามมาน่ะ”

“แล้วทำไมไม่กลับบ้าน?” ร่างสูงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“ขรรค์อยากให้เงินกลับบ้านจริงๆ เหรอ?”

“แล้วมีเหตุผลอะไรที่ขรรค์จะไม่อยาก” ขรรค์เริ่มที่จะไม่พอใจในสิ่งที่คนรักพูดออกมา...

นี่มันบ้านของเรานะ...ทำไมเงินจะกลับมาไม่ได้

“ไม่รู้สิ เห็นช่วงนี้มีความลับ เพราะเงินตั้งใจไปหาขรรค์ที่รีสอร์ท แต่คุณรามบอกว่าขรรค์ลาหยุดหนึ่งอาทิตย์ เงินก็เลยไม่กลับมาบ้านไง คิดว่าขรรค์คงอยากจะมีความเป็นส่วนตัว เพราะขนาดขรรค์หยุด ขรรค์ยังไม่บอกเงินเลย” หิรัญพูด แต่พูดออกมาไม่หมด และอาจจะเปลี่ยนความจริงไปบ้าง

ร่างโปร่งควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะความอ่อนเพลียและไข้ที่ขึ้นมาก็ได้เลยควบคุมอารมณ์ตัวเองยาก ทั้งๆ ที่เข้าใจคนรักแล้วว่าตั้งใจจะทำอะไรให้เขา

“เงิน...มันไม่ใช่นะ”

“ช่างมันเถอะ เงินอยากนอนน่ะ”

“แต่ว่า”

“น้องรักษ์หลับแล้วใช่ไหม” ร่างโปร่งเปลี่ยนเรื่อง ถามถึงลูกชายที่ตนไม่ได้เห็น

“หลับแล้ว ในห้องนั่นแหละ”

“ขรรค์ปล่อยเงินเถอะ เงินจะไปนอน ส่วนขรรค์อยากทำอะไรก็ทำไป เงินจะไม่ยุ่ง จะไม่สนใจ” ขรรค์ทำหน้าเครียด กังวลว่าคนรักจะรู้สึกไม่ดี ยอมปล่อยให้คนรักเดินขึ้นข้างบนไป ส่วนตัวเองก็ยืนคิดทุกอย่างใหม่

มันจะดีแล้วเหรอ...ถ้าการที่เราอยากจะเซอร์ไพรส์คนรัก แต่ทำให้คนรักรู้สึกไม่ดีแบบนี้ คนรักไม่สบายแต่เขากลับไม่ได้ดูแล ปล่อยปะละเลย

มันดีจริงๆ น่ะหรือ...มันควรจะทำต่อไปอยู่หรือเปล่า...






50%
+++++++++++++++++++++

มาแล้วค่า ตอนที่ 2 เป็นคู่ ขรรค์เงินเน่อ เจอกันครึ่งหลังในวันเสาร์นะคะ
มีอะไรก็พูดคุย สอบถามข้อมูล หรือติดตามการอัพเดทได้ที่แฟนเพจนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
ตอนพิเศษ 2
ครึ่งหลัง





สุดท้าย...ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ขรรค์ต้องการ เพราะในวันเกิดของหิรัญในปีนี้ เจ้าของวันเกิดดันป่วยหนัก แม้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาจะเลิกทำทุกอย่างเพื่อมาดูแลคนรักแต่หิรัญก็ไม่สามารถหายทันในวันนี้ พาไปโรงพยาบาลหมอก็บอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แพ้อากาศด้วย ตอนนี้เลยเป็นหนักมาก

ของที่ตั้งใจทำให้คนรักก็ยกเลิกตั้งแต่วันที่หิรัญเริ่มป่วยแล้ว

“เงิน...เป็นยังไงบ้าง”

“อื้อ...เวียนหัว”

“กินข้าว กินยาก่อนนะ”

หิรัญมองหน้าคนรักระหว่างที่ถูกป้อนข้าวเข้าปาก ความรู้สึกยิ่งอ่อนไหวง่ายเมื่อไม่สบาย พอเห็นหน้าของขรรค์แล้ว เขาก็อยากจะร้องไห้

“เงิน! ร้องไห้ทำไม ปวดตรงไหน”

“เงินขอโทษนะ”

“ขอโทษ? ขอโทษเรื่องอะไร”

“ก็ที่ทำแผนเซอร์ไพรส์วันเกิดของขรรค์พังไง เงินดันมาป่วยซะงั้น จริงๆ ก็อยากกินเค้กที่ขรรค์ทำนะ” คนไม่สบายพูดบอกคนรักยิ้มๆ

ร่างสูงนั่งนิ่งไปเลยเพราะไม่คิดว่าคนรักจะรู้ แต่พอตั้งสติได้ก็สบตากับคนรัก ชะงักช้อนในมือที่กำลังป้อนข้าวต้มอยู่กับที่

“เงินรู้...”

“รู้สิ...ทำไมเงินจะไม่รู้ว่าคนรักของเงินกำลังคิดทำอะไร”

“แต่ถ้าการที่ขรรค์เซอร์ไพรส์เงินแต่ไม่ได้ดูแลเงิน มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร วันนั้นขรรค์รู้สึกผิดมากๆ”

หิรัญส่ายหน้าไปมา ยิ้มให้กับคนรัก ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมแก้มของขรรค์เบาๆ ความร้อนจากร่างกายของเขาถ่ายทอดไปถึงคนรัก ขรรค์อยากจะเป็นคนที่ป่วยแทนจริงๆ แต่ถ้าเป็นแบบนั้น หิรัญก็ต้องเป็นฝ่ายมาดูแลเขา

มันก็ไม่ต่างอะไรกันมากนักหรอก

“เงินดีใจนะ ที่ขรรค์คิดจะทำอะไรเพื่อเงิน แต่ในวันเกิดเงินน่ะ แค่มีขรรค์อยู่ด้วย เงินก็มีความสุขมากพอแล้วล่ะ ไม่ต้องมีงาน ไม่ต้องมีเซอร์ไพรส์ แค่เราอยู่ด้วยกัน เงินก็พอใจแล้วล่ะ”

“ขอโทษนะเงิน ขรรค์ไม่น่าเลย”

“ไม่หรอก...ถ้าเงินหายแล้ว เรามาทำเค้กด้วยกันนะ”

“ได้สิ ได้เลย เรามาทำด้วยกันนะเงิน”

“อื้อ...”

ขรรค์ยิ้ม วางชามข้าวต้มเอาไว้ก่อน แล้วโน้มใบหน้าตัวเองลงไปหาคนรักของตน จูบริมฝีปากซีดๆ ของคนรักเบาๆ

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขรรค์รักเงินมากนะ”

“อื้อ...ขอบคุณนะ”








“ขรรค์ อย่าเล่นแป้งสิ เลอะเงินหมดแล้วเห็นไหม”

“ก็เห็นว่าหน้าของเงินมันๆ เลยจะทาแป้งให้”

“แต่ต้องไม่ใช่แป้งเค้กสิขรรค์ ขอบคุณในความหวังดีนะ แต่ทีหลังไม่ต้องดีกว่า เงินเกรงใจ”

“ขรรค์ก็แค่เป็นห่วงเท่านั้นเอง”

“ไม่ต้องห่วงเลย แล้วนี่จะช่วยกันทำไหมเนี่ย มาแกล้งเงินอยู่ได้”

“ช่วยครับๆ”

ทั้งสองมาขลุกตัวอยู่ในครัวกันในวันหยุดซึ่งหลังจากที่หิรัญหายดีก็ทำงานตามปกติ พอวันนี้เป็นวันหยุด ทั้งสองก็เลยไปหาซื้อของมาทำอะไรเลี้ยงวันเกิดย้อนหลัง และหนึ่งในนั้นก็มีเค้กที่ร่างสูงตั้งใจจะทำให้คนรักแต่มันก็ล่มไปเสียก่อน แต่ก็ช่างเถอะ ทำด้วยกันมันก็ดีกว่าที่จะต้องทำคนเดียวอยู่แล้ว

เป็นการความทรงจำดีๆ เอาไว้

“ว้าย…นี่ครัวหรืออะไรเนี่ย ทำไมมันเลอะแบบนี้ล่ะคะพี่หมอ พี่ขรรค์”

“จริงด้วย น้องรักษ์กลัวจนไม่กล้าเข้าไปแล้วนะคับ”

ชะเอมที่ทำหน้าที่เล่นกับน้องรักษ์ส่งเสียงร้องอย่างตกใจเพราะเธอแค่พาน้องรักษ์มาดูคุณพ่อทั้งสองทำขนมกัน ไม่คิดว่าครัวจะมีสภาพเต็มไปด้วยแป้งแบบนี้

แล้วแบบนี้จะได้กินเค้กไหมเนี่ย

“โถ่ลูก...มาทำอะไรล่ะครับ” หิรัญเดินมาถามลูก

“คุณพ่อแป้งเต็มหน้าเลย ฮิฮิ ตลกจังเลย เนอะพี่เอมเนอะ” น้องรักษ์หันไปขอความเห็นจากพี่เลี้ยงสาว ซึ่งชะเอมก็ยืนหัวเราะสภาพของขรรค์กับหิรัญอยู่แบบนั้น

มันทั้งตลก และรู้สึกงานเข้าตัวเองสุดๆ เหมือนกัน

ก็หลังจากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ชะเอมต้องเป็นคนทำความสะอาดครัวนี่นา

“ใช่ๆ พี่หมอเปื้อนน่ะไม่เท่าไหร่ แต่พี่ขรรค์นี่สิ สีตัดกันเลย ฮ่าๆ”

“ชะเอม” ขรรค์เรียกชื่อหญิงสาวเสียงเข้ม แต่เธอก็ไม่สะทกสะท้านอะไรกลับหัวเราะหนักเขาไปอีก น้องรักษ์ก้เป็นลูกคู่ที่ดีหัวเราะตามพี่เลี้ยงไปด้วย ส่วนหิรัญก็แค่มองลูกชายด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

ความสุขของครอบครัว...มันก็ดีแบบนี้นั่นแหละ

“ก็มันจริงนี่พี่ขรรค์ แล้ววันนี้หนูสองคนจะได้กินเค้กไหม เห็นจากสภาพครัวแล้วทำไม่เป็นแหงๆ เลย บอกแล้วให้เอมตามครูน้องมาช่วยก็ไม่ยอม”

“รบกวนครูน้องทำไมล่ะชะเอม พวกพี่มีกูเกิล”

“โห...จะกินได้ไหมเนี่ย”

“ดูถูกๆ ถ้าเสร็จแล้วไม่ต้องมากินเลยนะเรา” หิรัญคาดโทษเอาไว้

“ไม่เอาๆ เอมกินด้วย แต่พี่หมอกับพี่ขรรค์ช่วยทำแบบดีๆ หน่อยได้ไหม หนูเป็นคนเก็บครัวน้า...เห็นสภาพตอนนี้แล้วเหนื่อยเลย”

“หึหึ อย่าบ่นน่า ทำงานสบายมาตั้งนาน นานๆ ทีถึงจะมีหรอก แล้วนี้น้องรักษ์ทำการบ้านเสร็จแล้วหรือครับ” ขรรค์หันไปถามลูกชาย

“รักษ์ทำเสร็จแล้วฮับ พี่เอมสอนรักษ์ดีมากเลย” พอน้องรักษ์พูดจบ ชะเอมก็หันมายกนิ้วโป้งให้ น้องรักษ์หัวเราะแล้วตบมืออย่างชอบใจ

“บังคับเด็กให้พูดสิเรา”

“ไม่ช่าย...หนูเก่งต่างหาก” เชิดหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ

หิรัญกับขรรค์หัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูชะเอม เพราะเด็กสาวแม้จะแก่นเซี้ยว พูดมาก แต่ก็กตัญญู ทำงานเรียบร้อย เป็นเด็กที่อยู่ในโอวาทของยาย เชื่อฟังคำสั่งดี

“โอเคๆ เอมเก่ง แต่ตอนนี้พาน้องไปเล่นไป เล่นแถวนี้นะ ห้ามพาออกไปข้างนอก เพราะถ้าเค้กเสร็จแล้ว พี่จะไปตามให้มากิน โอเคไหมครับน้องรักษ์ของพ่อ”

“โอเคฮับคุณพ่อ”

“ดีมากลูก”

“พ่อขรรค์ ทำอร่อยๆ เลยน้า”

“ได้เลยลูก พ่อจะทำสุดความสามารถ”

“ป่ะ น้องรักษ์ วิ่งจับพี่ให้ได้น้า ฮ่าๆ” ชะเอมวิ่งหนีน้องรักษ์ทันทีที่พูดจบ ส่วนน้องรักษ์ก็รีบวิ่งตามไป

“ขี้โกงนี่นา...”

หิรัญกับขรรค์มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา มองความซนของเด็กๆ แล้วก็รู้สึกปวดหัวแต่มันก็มีความสุขมากกว่า...

“ไม่ต้องกลัวเลยว่าลูกเราจะติดนิสัยผู้หญิง เพราะชะเอมนี่ผู้ชายในร่างผู้หญิงชัดๆ” หิรัญพูดกลั้วเสียงหัวเราะ ขรรค์พนักหน้าเห็นด้วย

“นั่นน่ะสิ”

“ฮ่าๆ”

ระเบิดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นหน้าของกันและกันแบบชัดเจน ทั้งสองคนเริ่มลงมือทำเค้กกันอีกครั้งแต่ก็ยังคงแกล้งกันไปมา ปาดครีมใส่กันบ้างล่ะ เป็นการทำขนมที่วุ่นวายและเลอะเทอะที่สุดเลย

เมื่อถึงเวลาแต่งหน้าเค้ก ร่างสูงก็มายืนซ้อนด้านหลังของร่างโปร่งบาง มือข้างหนึ่งโอบเอวบาง อีกข้างจับมือของหิรัญที่กำลังตกแต่งหน้าเค้ก เหมือนว่าเรากำลังตกแต่งมันไปด้วยกัน เค้กที่เกิดจากความรัก เกิดจากความตั้งใจ ต่อให้จะอร่อยไม่หรือไม่อร่อย แต่คนทานมันก็น่าจะรับความรู้สึกอบอุ่นได้แน่ๆ

“ทำไรน่ะขรรค์”

“ทำด้วยกันไง”

“หึหึ...มีมุมนี้ด้วยเหรอ”

“อะไรที่ขรรค์อยากทำกับเงิน ขรรค์ก็จะทำมันทั้งหมดเลย จะไม่เก็บมันเอาไว้ ให้เสียดายทีหลังหรอก”

“ก็ดี...”

“จะว่าไปเราก็ทำเค้กได้เหมือนกันนะเนี่ย”

“จะไม่ได้ได้ยังไงล่ะขรรค์ ก็เล่นเปิดดูซ้ำไปซ้ำมา ลองจนพังไปหลายก้อนแล้วด้วย” พอหันไปมองก้อนเค้กที่มันไหม้ บางอันก็เสียก่อนที่จะได้อบเสียอีก กว่าจะทำปอนด์นี้ก็ทำเอาเหนื่อยไปเลย

“ฮ่าๆ แต่ก็ทำสำเร็จนี่นาเงิน”

“ก็จริงอ่ะแหละ แต่ดูสภาพครัวก่อนสิ เห็นแล้วสงสารชะเอมขึ้นมาเลย”

“เงินก็ช่วยน้องทำสิ”

“ขรรค์ต้องพูดว่า เราต้องช่วยกันทำสิ เดี๋ยวกินเสร็จค่อยพากันมาเก็บครัวเนอะ”

“ก็ได้ครับ ตามใจเจ้าของวันเกิดเลย”

“ดีมาก อ่ะ เยลลี่ อ้าปาก” ขรรค์อ้าปากรับเยลลี่เข้าปากแล้วก็ช่วยหิรัญแต่งเค้กต่อไป


Happy birthday to you, Happy birthday to you

Happy birthday Happy birthday

Happy birthday to you.

Happy birthday to you, Happy birthday to you

Happy birthday Happy birthday

Happy birthday to you.


“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยูววววฮับคุณพ่อ”

“สุขสันต์วันเกิดอีกรอบนะคะพี่หมอ”

“อธิษฐานแล้วเป่าเค้กสิ”

แม้ว่าจะได้ของขวัญวันเกิดจากเพื่อนร่วมงานที่โรงพยาบาล จากอาจารย์ จากคนไข้ ก็ไม่ได้ดีใจไปกว่าความสุขที่อยู่ตรงนี้ที่เขาได้รับ เจ้าของวันเกิดยิ้มออกมา

“ขอให้น้องรักษ์เป็นเด็กดีของพ่อและพ่อขรรค์ เป็นเด็กดีของทุกๆ คน ขอให้ชะเอมเรียนเก่งๆ แล้วก็กตัญญูแบบนี้ตลอดไป และขอให้ขรรค์มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงนะ น้องรักษ์ เป่าพร้อมพ่อไหม”

“ฮับ”

“หนึ่ง สอง สาม!!”

ฟู่ว!!!

“เย้ๆ กินเค้ก กินเค้ก”

สองพ่อลูกช่วยกันเป่าเทียนจนดับครบทุกเล่ม จากนั้นก็ตัดแบ่งกันกินกับน้ำผลไม้อย่างเอร็ดอร่อย แม้ว่าจะหวานไปนิด แต่เด็กๆ ทุกคนก็ว่ามันอร่อยและกินได้ เวลาทำคราวหน้าก็จะได้จำสูตรเอาไว้ว่ามันทำยังไง เผื่อทำให้เด็กๆ กินบ่อยๆ แม้ว่ามันอาจจะเปลืองและเสียงเวลากว่าซื้อมากินก็ตามที แต่ได้ทำกิจกรรมครอบครัวร่วมกัน ก็ยอมที่จะเสียเงินตรงนั้นไปไม่ดีกว่าหรือ

เป็นการสร้างสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัว

“น้องรักษ์รักคุณพ่อที่สุดในโลกเลยคับ รักพ่อขรรค์มากๆ เหมือนกัน แต่น้อยกว่าคุณพ่อหน่อยหนึ่งเพราะพ่อขรรค์ชอบแกล้งรักษ์”

“อ้าวๆ ทำไมอ้วนพูดกับพ่อแบบนี้ล่ะครับ พ่อเสียใจนะ”

“เนี่ยๆ พ่อขรรค์ชอบว่ารักษ์อ่า ไม่รักพ่อขรรค์แล้ว”

“โห...พองอนก็ยิ่งดูอ้วนเลยเนี่ย สาวๆ ที่ไหนจะชอบ ใช่ไหมชะเอม” ขรรค์หันไปถามชะเอมที่นั่งกินเค้กแล้วก็มองพ่อลูกเถียงกันไปด้วย

รายนี้แม้เป็นพี่เลี้ยงของน้องรักษ์ก็จริงแต่ก็ชอบแกล้งเจ้าอ้วนไม่ต่างจากที่ขรรค์แกล้งนัก สองคนนี้ก็เคยเข้ากันได้ดี ยิ่งเรื่องแกล้งน้องรักษ์นี่ยิ่งไปกันได้สุดๆ

“ใช่ๆ ไม่มีใครชอบคนขี้งอนหรอกนะ มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

“น้องรักษ์จะโกรธทุกคนแล้วนะ”

“มาหาพ่อมาน้องรักษ์ ให้ไม่รักก็ช่างเขาเนอะ แต่พ่อรักน้องรักษ์คนเดียวก็พอ ใช่ไหมครับ”

หิรัญที่อยากแกล้งคนรักกลับคืนบ้างก็อุ้มลูกชายมานั่งตักแล้วก็กอดไว้

“ช่าย...ช่างพ่อขรรค์กับพี่เอมเนอะ น้องรักษ์สนแค่คุณพ่อก็ได้”

“ดีมากครับ มา...พ่อป้อนเค้กน้องรักษ์ดีกว่า”

“คุณพ่อใจดี ไม่เหมือนพ่อขรรค์หรอก เชอะ!”

ขรรค์ยิ้มบางๆ ส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดู ไม่ได้เครียดหรอกที่น้องรักษ์งอน เพราะรายนี้ง้อง่าย เอาของกินมาล่อก็หายแล้ว...
แล้วแบบนี้จะไม่ให้เรียกเจ้าอ้วนหรือหมูตอนได้ยังไงล่ะ...


“น้องรักษ์หลับแล้วเหรอขรรค์”

“เรียบร้อย เหนื่อยน่าดูเลย”

“ก็วิ่งเล่นทั้งวันซะขนาดนั้น”

“หึหึ เจ้าหมูอ้วนนั่น พอพาวิ่งเล่นก็ลืมแล้วว่างอนขรรค์” ร่างสูงหัวเราะพลางแทรกกายขึ้นนอนบนเตียง ร่างโปร่งก็ขยับตัวมานอนซบบนหน้าอกแข็งแกร่ง

หิรัญมักจะทำแบบนี้ก็ต่อเมื่ออยากออดอ้อนก็เท่านั้นแหละ

“อยากได้อะไรหืม” ร่างแกร่งถามคนรักเสียงอ่อนโยน มือหยาบก็ลูบผมนุ่มของคนรักเบาๆ

“เปล่า...เงินแค่มีความสุข”

“ขรรค์ก็มีความสุข”

“ขรรค์...เงินอายุสามสิบปีแล้วนะ เลขสามแล้ว ขรรค์คิดว่าเงินจะทำอะไรดี บ้านก็มีแล้ว รถก็มีแล้ว...”

“เงินอยากทำอะไรล่ะ”

“เงินอยากทำคลินิกอยู่แถวๆ นี้ เพราะกว่าที่คนจะเดินทางไปถึงเมืองก็นานมาก แถวๆ นี้ก็ไม่ค่อยมีคลินิกเท่าไหร่ เวลาคนไม่สบายเงินสงสารอ่ะ”

“อืม...ขรรค์ก็เห็นด้วยนะ ถ้าเงินอยากทำก็ทำเลย ขรรค์รู้ว่าเงินเก็บเงินเอาไว้เพื่อทำคลินิก ขรรค์ก็พร้อมจะสนับสนุนนะ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านกับน้องรักษ์ เงินไม่ต้องเป็นห่วงเลย”

“ขอบคุณนะครับ”

ขรรค์หัวเราะ จนร่างโปร่งบางของหิรัญพลิกขึ้นมานอนทับบนตัวของขรรค์ เขานอนทาบทับอยู่บนตัวของคนรักมองใบหน้าคมที่หิรัญชอบเพราะมันหล่อมากสำหรับเขา

จริงๆ ขรรค์เป็นคนหล่อ แต่เพราะหน้าที่ไม่รับแขกเลยทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาหา และขรรค์ไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืน ก็เลยไม่มีผู้หญิงเข้ามาติดพัน เพราะผู้หญิงในสถานที่แบบนั้นมักจะกล้าได้กล้าเสีย

จุ๊บ!

มองๆ กันไปก็จูบกันไป สักพักก็เหมือนมีแรงดึงดูดให้ทั้งคู่เริ่มเข้าหากัน...จากแค่จุ๊บกันเบาๆ ก็กลายเป็นดูดดื่ม สักพักเสื้อผ้าของทั้งคู่ก็หลุดออกจากร่างกายไป...






100%
+++++++++++++++++++++

จบไปแล้วจ้ากับคู่นี้ ตอนหน้าเป็นคู่หลักนะคะ มาตอนไหนอันนี้ไม่รู้เหมือนกัน ตัวเองยังเดาอารมณ์ของตัวเองไม่ได้เลย

มีอะไรก็พูดคุย สอบถามข้อมูล หรือติดตามการอัพเดทได้ที่แฟนเพจนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ● MaYa~Boy ●

  • ฉันมันคนขี้อิจฉา
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-2
สนุกมากครับ เดี๋ยวมารออ่านตอนพิเศษอีก

ออฟไลน์ lovewannabe

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Wow. ละมุนมากๆ นึกไม่ออก คู่หลักจะมาแนวไหน แซ่บๆ หรือ บู๊ หรือหวาน :katai2-1:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
อื้ออออ หวานอะ

ออฟไลน์ mickeyz.min

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 769
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
จำเลยรัก.....  :hao7:

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก
ตอนพิเศษ 3
แก้ไขสิ่งที่เคยพลาด




(เดือนนี้ว่างไหมวะ) ทันทีที่อินทัชรับโทรศัพท์ ปลายสายก็ถามทันทีไม่คิดจะทักทายหรือสอบถามสารทุกข์สุขดิบของคนที่ไม่เจอกันมาสองเดือนกว่าเลยสักนิด

“ถ้าจะมาก็มาสิวะ ทำไมต้องรอให้ไปหาด้วย งอนอะไรถามจริงๆ”

อินทัชหยุดงานทุกอย่างลงเพื่อคุยโทรศัพท์กับคนรักที่ทำเสียงหงุดหงิดอยู่รามินทร์มีอาการแบบนี้มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว จนตอนนี้ก็ยังไม่หายหงุดหงิด แม้ว่าเราจะคุยโทรศัพท์กันทุกวันก็ตามที

หรือว่าเขาลืมอะไรสักอย่างแล้วมันก็โกรธกันนะ

(ไม่มีอะไรนี่ มึงคิดไปเอง)

“เสียงแบบนี้เขาเรียกว่างอน”

(กูจะไปงอนมึงทำไม กะอีแค่มึงไม่ยอมมางานเปิดสำนักงานบริษัททัวร์กู)

“หึหึ”

ในที่สุดก็ได้รู้แล้วว่ามันโกรธเรื่องอะไร เมื่อเดือนที่แล้วมีงานทำบุญและเปิดธุรกิจอย่างเป็นทางการของสำนักงานธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวของรามินทร์ที่เพิ่งเสร็จ นับมาถึงวันนี้ก็ประมาณหนึ่งเดือนได้

(หัวเราะอะไร กูอุตส่าห์รอมึง แต่มึงก็ไม่มา แม่ง...น้อยใจว่ะ ทำไมเมียทำกับผัวแบบนี้วะ)

“ขอโทษ...ก็กูไม่ว่างนี่ กูอยู่ต่างประเทศ เห็นข้อความมึงก็วันงานแล้ว”

(แล้วทำไมมึงไม่ติดต่อมาบอกกันบ้างล่ะ กูเกลียดเวลามึงไปต่างประเทศว่ะอิน มึงติดต่อไม่เคยได้เลย กูน้อยใจ กูเสียใจ ตอนนี้กูรู้สึกไม่มีกำลังใจทำอะไรเลยว่ะอิน)

“ไอ้ขี้น้อยใจ อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงกำลังแสดงละครอยู่นะ”

(กูไม่ได้เล่น กูน้อยใจจริงๆ)

“ขอโทษ...อ่ะ จะให้ไถ่โทษยังไงว่ามา”

(มาหากูสิ)

“งานกูเยอะ”

(กูถามคุณวัลย์แล้ว มึงมีวันว่างสามวันในเดือนนี้ เพราะฉะนั้นมาหากูเลยนะอิน)

เขาทำได้แต่หัวเราะแล้วก็วางสายหนีไป เมื่อมันโทรกลับมาอีกเขาก็ปิดเครื่องส่วนตัวหนีไป การกระทำนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ไปหาร่างสูงนะ แค่อยากทำให้มันโกรธเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

ก็มันชอบกวนประสาทเขา เวลาไหนเอาคืนได้เขาก็จะทำ


สามวันผ่านไป

อินทัชเดินทางมาถึงเขาค้อโดยที่ไม้ได้บอกใครแม้กระทั่งรามินทร์เองก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะมา แต่อินทัชรู้ว่ารามินทร์จะต้องคิดว่าเขามาแน่นอน

“คุณอิน...มาหาคุณรามหรือครับ”

“ใช่...มันงอแงน่ะคุณภพ”

“ฮ่าๆ ขนาดนั้นเลยหรือครับ” พิภพหัวเราะที่ได้ยินแบบนั้นจากอินทัช ส่วนร่างสูงโปร่งก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ช่วยให้คนเอากระเป๋าไปเก็บที่บ้านไอ้รามให้หน่อยนะครับ”

“ได้ครับ”

“รามมันอยู่ที่ไหน”

“อยู่ที่สำนักงานทัวร์ครับ”

“ไปทำอะไรที่นั่น”

“จะมีกรุ๊ปใหญ่มาลงน่ะครับ ก็เลยไปพบลูกค้าที่นั่น”

“อ๋อ...ทำงานนี่เอง ถ้าอย่างนั้น ผมไปหาที่นั่นได้หรือเปล่าครับ”

“ได้สิครับ เดี๋ยวจะให้คนไปส่ง นั่งมอเตอร์ไซด์ได้หรือเปล่าล่ะครับ” พิภพถามอินทัช

“ได้สิครับ เรื่องแค่นี้เอง”

“งั้นเดี๋ยวให้พนักงานไปส่งครับ”


อินทัชซ้อนมอเตอร์ไซด์มาหยุดที่สำนักงานบริษัททัวร์ท่องเที่ยวของรามินทร์ซึ่งอยู่ห่างจากรีสอร์ทประมาณห้ากิโลเมตรได้
ร่างโปร่งมายืนที่ด้านหน้าสำนักงานที่เป็นเหมือนอาคารพาณิชย์ขนาดสองชั้น แต่นี่มันเป็นสำนักงานของบริษัทที่ทั้งสวย มีร้านกาแฟด้วยเพราะอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ก็เลยมีร้านขายของอยู่

“ออกแบบได้ดีนี่”

ขาเรียวก้าวเข้าไปด้านในซึ่งก็มีพนักงานต้อนรับเหมือนกับรีสอร์ทคอยต้อนรับเขาอยู่ เธอสอบถามเขาตามหน้าที่

“สวัสดีค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรคะ สอบถามได้นะคะ”

“ผมมาพบคุณรามินทร์ครับ”

“ตอนนี้คุณรามกำลังคุยธุระกับลูกค้าน่ะค่ะ ยังไม่เสร็จเลย สะดวกที่จะรอไหมคะ”

“รอก็ได้ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นเชิญที่ห้องรับรองเลยค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

อินทัชเดินตามพนักงานไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขก ระหว่างนี้ก็นั่งเล่นโทรศัพท์เช็คโซเชียลมีเดียที่ไม่ได้ดูมันมาหลายวันแล้วเพราะมัวแต่เคลียร์งานเพื่อมาหาคนขี้งอน

“รับน้ำอะไรดีคะ”

“จริงๆ แล้วให้ผมไปรอที่ห้องทำงานของมันก็ได้นะครับ”

“เอ๋...คือว่า” เธอตกใจที่เขาเรียกเจ้านายของหล่อนอย่างสนิทสนมสุดๆ

“ไม่เป็นไรครับ รอที่นี่ก็ได้ เอาน้ำเปล่าก็ได้ครับ แล้วถามมันให้ผมหน่อยนะครับว่ามันจะคุยงานเสร็จกี่โมง อุตส่าห์มาหาแล้ว ถ้าให้รอนานจะกลับกรุงเทพ บอกมันตามนี้นะครับ ขอบคุณมาก”

“เอ่อ...ค่ะ ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

หญิงสาวรีบออกจากห้องรับรองแล้วไปหาเจ้านายที่อยู่ห้องคุยงานทันที เห็นเจ้านายกำลังคุยงานอยู่กับลูกค้าด้วยสีหน้าจริงจังแล้วไม่อยากจะเข้าไปเลย แต่ก็ต้องทำ

“ขออนุญาตค่ะ”

“มีอะไรเหรอหญิง” รามินทร์หันมาถามยิ้มๆ

“คือว่า มีแขกมาขอพบคุณรามน่ะค่ะ”

“ตอนนี้ฉันกำลังคุยงานอยู่ยังไม่เสร็จเลย บอกให้รอไปก่อนได้ไหมหรือไม่ก็ขอนัดวันอื่น”

“เอ่อ...เขาบอกว่าถ้านานเขาจะกลับกรุงเทพน่ะค่ะ”

“หืม? ใคร ได้ถามชื่อไหม” รามินทร์ถามอย่างแปลกใจ

“ไม่ได้สอบถามค่ะ แต่คุณเขาบอกให้หญิงมาถามคุณรามว่า จะเสร็จกี่โมง อุตส่าห์มาจากกรุงเทพ ถ้านาน คุณจะกลับกรุงเทพค่ะ”

รามินทร์เบิกตากว้าง ยิ้มกว้างอย่างดีใจ มีความหวัง หัวใจเต้นแรง

“เป็นผู้ชายสูงๆ ขาวๆ ผอม แล้วก็หน้าสวยใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ คุณเขาสวยมาก” หญิงสาวตอบแบบเอ๋อๆ ถึงแม้ว่าเจ้านายเธอจะใจดี ยิ้มตลอดเวลาแต่ก็ใช่ว่าจะเคยเห็นแบบดีใจสุดๆ แบบนี้

เจ้านายของเธอดูมีความสุขราวกับว่าคนที่มาหามีความพิเศษสุดๆ

“ตอนนี้เขาอยู่ไหน”

“ห้องรับรองแขกค่ะ”

“พาเขาไปรอที่ห้องทำงานของฉัน นั่นคุณอิน เป็นคนรักของฉันเอง ต้อนรับและดูแลเขาดีๆ ด้วยนะ ประมานสิบนาทีพี่จะตามไป”
หญิงสาวอ้าปากค้างอย่างตกใจ แต่ก็รับคำสั่งแบบงงๆ เดินออกจากห้องคุยงานไป ส่วนรามินทร์ก็ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขหันมาคุยงานต่อ

“ขอโทษด้วยนะครับ เรามาคุยกันต่อเถอะครับ”

“โอเคครับ แต่แหม...พอแฟนมานี่อารมณ์ดีเชียวนะครับ” ลูกค้าแซวรามินทร์

“ฮะๆ พอดีเราเจอกันไม่ค่อยบ่อยน่ะครับ”

“ถ้าอย่างนั้นตกลงตามนี้เลยก็ได้ครับ ผมโอเคแล้ว ส่วนกิจกรรมตรงนี้ผมขอกลับไปคิดก่อนว่าอยากจะให้มันเป็นอะไร จะได้เข้ากับพนักงานของผมมากที่สุด คุณรามจะได้มีเวลาอยู่กับแฟน” รามินทร์ยิ้มรับอย่างขอบคุณ

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นแจ้งมาทางฝ่ายขายได้เลยนะครับ”

“โอเคครับ งั้นผมขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ”

“ครับ เชิญเลยครับ”

รามินทร์เดินไปส่งลูกค้าก่อนจะรีบวิ่งที่ไปที่ห้องทำงานของตน ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มดีใจ แต่พอหยุดอยู่หน้าประตูห้องก็ปั้นหน้าให้นิ่งๆ

เปิดประตูเข้าไปเห็นคนรักกำลังนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือสลับดูโทรศัพท์อยู่ ไม่สนใจหันมามองกันเลย ทำให้รามินทร์รู้สึกหงุดหงิด อยากเรียกร้องความสนใจ

“มาได้แล้วเหรอ”

“ก็อย่างที่เห็น”

“สนใจกันหน่อยได้ไหม พอมาก็นั่งเล่นแต่โทรศัพท์”

“อ้าว? ก็มึงให้กูมา กูก็มา พอมาก็เอาอีกอย่าง อยากให้กูทำยังไงล่ะครับ” ใบหน้าสวยละจากโทรศัพท์มามองหน้าคนรักที่กำลังนั่งนั่งกอดอกอยู่ข้างๆ

“ชิ!”

อินทัชหัวเราะ มองสีหน้างอนๆ ของคนรักที่เอาแต่ทำงานประชดประชันเขาเป็นเด็กๆ ร่างโปร่งบางลุกขึ้นยืนไปหยุดอยู่ตรงหน้าของรามินทร์ ก่อนจะนั่งลงคร่อมทับบนตักแกร่ง จ้องตากับตาคมที่กำลังมองสู้กลับมาอย่างร้อนแรง รามินทร์กระตุกยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ ใช้แขนโอบรอบเอวบางของอินทัชเอาไว้

ไม่บ่อยนักหรอกที่อินทัชจะเป็นฝ่ายง้อ และนี่ก็คือวิธีง้อที่รามินทร์ชอบมากที่สุด

“จะดีกันยัง”

“ไม่ดี”

“แล้วต้องทำไงอีก”

“มึงก็รู้ๆ อยู่นี่อิน” ยักคิ้วท้าทายคนที่นั่งทับ ซึ่งอินทัชไม่ชอบที่จะให้ใครมาท้าทายด้วยสิ ก็เลยยิ้มรับออกไป ก่อนจะโน้มใบหน้าสวยหวานของตนเข้าไปปากของเราใกล้กันจนแทบจะประกบกันแต่ก็ขยับศีรษะออกมาเมื่อร่างสูงขยับหน้าเข้าหาหวังจะจูบ

“หึหึ ไม่ง่าย”

“มึงอยู่ตรงนี้ คิดว่าจะหลบได้นานหรือไง”

“โอเคๆ ยอมก็ได้” อินทัชพูดแล้วยื่นหน้าเข้าไปหาอีกครั้ง แต่พอรามินทร์ขยับเข้าหาก็หลบอีกครั้งหนึ่ง แล้วหัวเราะอย่างสนุกที่ได้แกล้ง

รามินทร์หมั่นเขี้ยว ยกมือกดศีรษะของคนรักให้เข้ามาแล้วประกบริมฝีปากที่ปากแดง บดขยี้รุนแรง รามินทร์ใช้ฟันขบเบาๆ ที่ริมฝีปากของอินทัช ตอนแรกร่างเล็กกว่าก็ไม่ได้รู้สึกอะไรจนกระทั่งตอนนี้เริ่มรู้สึกเขิน เพราะมันรุนแรงจนอยากจะได้อะไรที่มันมากกว่าจูบ

ลิ้นใหญ่สอดเข้าไปในโพรงปากร้อน เกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นเล็กกว่าจนทำให้รู้สึกปั่นป่วน มืออีกข้างสัมผัสไปทั่วทั้งร่างกายขาวเนียน สอดเข้าไปใต้ผ้า ลูบไล้มันไปทั่ว

ลิ้นร้อนจู่โจมอย่างดุดัน รุนแรงและร้อนแรง จูบครั้งนี้ล้ำลึกเหมือนกับครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา เรียวลิ้นสอดไล่กันและกัน สร้างความรู้สึกรัญจวนใจให้กับทั้งคู่ สมองของอินทัชพร่าเลือนเพราะเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสที่กำลังแลกเปลี่ยนกันอยู่ คอขาวเอียงตามกับเปลี่ยนจังหวะ นิ้วมือของอินทัชสอดแทรกเข้ากับกลุ่มผมของรามินทร์แล้วขยำระบายตามความรู้สึกที่ได้รับ

“อืม...อือ”

“พอแล้ว...นี่มันที่ทำงานมึงนะ”

“ช่างมันเถอะน่า ไม่มีใครเข้ามาหรอก”

ริมฝีปากร้อนไล่จูบไปตามคอขาว ซึ่งอินทัชก็พยายามเบี่ยงหนี หากแต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้รามินทร์สัมผัสได้ง่ายขึ้น หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างตื่นเต้นเพราะไม่รู้ว่าจะมีคนเข้ามาหรือเปล่า ถ้ามีคนอื่นเข้ามานะ อินทัชไม่งั้นจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเลย
อาย...แต่ตอนนี้เขากำลังหลับตาพริ้มรับสัมผัสเชิดหน้าให้คนรักลวนลาม ซุกไซ้ต่อไป กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกสองสามเม็ดเผยแผ่นอกขาวที่น่าลงรอยไม่รอช้าริมฝีปากของรามินทร์ก็จู่โจมที่หน้าอกของเขาทันที

“ราม...อ่ะ กูจริงจังนะ ที่นี่ไม่ได้”

“แต่กูคิดถึงมึงนี่”

“ก็อดทนสิวะ อ๊ะ!” อินทัชอุทานเสียงหลงเมื่อถูกปลายลิ้นร้อนแตะที่เม็ดทับทิมสีหวานของตน ทั้งหนักหน่วงทั้งรัวเร็ว ทำเอาคนตัวเล็กกว่าร้องครางออกมา พยายามที่จะระงับเสียงของตนให้ได้มากที่สุดแต่มันก็รู้สึกมากเกินไป ได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครเข้ามา เพราะรามินทร์ทำท่าจะเอาจริง...

ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆ กูน่าจะรอง้อมันตอนอยู่บ้านแล้ว

“อ๊ะ...อื้อ...อื้อ” เอามือมาปิดปากตัวเองแน่นหนาทำให้เสียงที่เล็ดลอดออกเป็นเพียงเสียงที่อื้ออึงในลำคอเท่านั้น รามินทร์ก็กระตุกยิ้มอย่างสะใจที่ได้แกล้งคนรักคืน

“ไง...กูรู้ว่ามึงชอบ” พูดทั้งๆ ที่ปลายลิ้นก็สัมผัสที่ยอดอกข้างหนึ่งอยู่ อีกข้างมือแกร่งก็ทั้งบีบ ทั้งขยี้มัน จนร่างบางรู้สึกเสียวซ่าน

“ราม หยุดเถอะ กูซีเรียส”

“ไม่มีจริงๆ น่า”

“อะไรก็เกิดขึ้นได้”

รามินทร์จิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ที่โดนขัดใจ แต่ก็เข้าใจเพราะรามินทร์รู้ว่าอินทัชไม่ชอบทำในที่ที่เสี่ยงต่อการถูกคนมาเจอ อย่างที่นี่ถ้าล็อกประตูเขาก็โอเคนะ

“ครับๆ ยอมแล้วครับ”

“ดีมาก” ร่างโปร่งยิ้มหวานให้ มือก็ตบหน้าของรามินทร์เบาๆ

“งั้นกลับบ้านเนอะ”

“อย่าหื่น ขอร้อง”

“เอ้า!! ก็จะกลับไปทำที่บ้านไง มึงไม่ชอบทำที่นี่ก็กลับบ้าน ผิดอะไรวะ”

“กูเหนื่อย อยากพักผ่อน กลับไปนอน”

“งั้นเอากันที่นี่ก่อนก็แล้วกันถ้าจะกลับไปนอนน่ะ” ร่างสูงซุกไซ้ซอกคอของอินทัชอีกครั้ง ขบเม้มรุนแรงจนห้อเลือดเป็นรอยคิสมาร์ก

“เจ็บ...กูเจ็บนะเว้ยราม”

“ก็แสดงความเป็นเจ้าของไง”

“อ้าว? การแสดงความเป็นเจ้าของมันต้องฉี่ใส่ไม่ใช่เหรอวะ?” หน้าตาไร้เดียงสาของอินทัชทำให้รามินทร์รู้สึกหมั่นไส้สุดๆ จนต้องฟัดแก้มใสแรงๆ

ฟอด!!

“นั่นมันหมา”

“เหรอ?”

“เออ!!”

รามินทร์จูบเข้าที่ริมฝีปากบางอีกครั้งเพราะทนไม่ได้ที่มันล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า

แกร็ก...

“คุณรามคะ ว้าย!!”

พรึ่บ!!!

อินทัชลุกขึ้นจากตักแกร่งแล้วหันหลังไม่ให้ผู้หญิงที่เข้ามาในห้องทำงานของรามินทร์เห็นว่าเขาเป็นใคร ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้ เพราะเขาก็เห็นๆ กันอยู่ว่าอินทัชเข้ามาที่นี่และยังไม่ออกไป และคนที่เข้ามาก็เป็นหญิงสาวคนเดียวกับที่พาเขามาที่นี่ด้วย

“ข่ะ โทษค่ะคุณราม ดิฉันไม่ทราบ…” เธอขอโทษอย่างรู้สึกผิดและหวาดกลัวไม่กล้ามองหน้าผู้เป็นเจ้านาย

“รู้หรือไม่รู้ทีหลังต้องเคาะประตูนะ” รามินทร์ไม่ได้ตำหนิ แต่บอกลูกน้องดีๆ ด้วยรอยยิ้มเพราะแค่นี้เธอก็กลัวจะแย่อยู่แล้ว ที่สำคัญ รามินทร์ไม่ได้โกรธที่โดนเห็น ส่วนเรื่องเคาะประตูก็เข้าใจว่าคงจะมีเรื่องด่วน

“ค่ะ...ขอโทษอีกครั้งค่ะ”

“ว่าแต่มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”

“คือว่า...ไกด์ที่นัดให้มาสัมภาษณ์มาถึงแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าจะให้เข้ามาเลยหรือเปล่าคะ”

ร่างสูงนาฬิกาที่ข้อมือก็พบว่าตอนนี้เกือบจะบ่ายโมงแล้ว คุยงานจนลืมไปเลยว่ายังไม่ได้กินข้าว เพราะฉะนั้นรีบสัมภาษณ์แล้วพาอินทัชไปกินข้าวดีกว่า

“มึงหิวยังอิน”

“อือ...นิดหนึ่ง”

“ถ้าอย่างนั้นรอกูสัมภาษณ์ไกด์ก่อนนะ ไม่นานหรอก...ประมาณกี่คนน่ะหญิง” รามินทร์หันไปถามหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง

“ภาษาอังกฤษห้าคนค่ะ บางคนก็พูดได้หลายภาษาเลย”

“โอเคๆ ตามทั้งหมดมาเลย ให้เข้ามาทีละคน หาที่นั่งแล้วก็น้ำดื่มบริการพวกเขาด้วยก็แล้วกัน”

“ค่ะคุณราม”

อินทัชหันกลับมามองร่างสูงตาขวาง ก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์ ได้แต่หวังว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่เอาไปพูด แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ มนุษย์ผู้หญิงกับเรื่องเมาท์ นินทามักจะมาเป็นของคู่กันเสมอ

“มึงก็ช่วยกูสัมภาษณ์ด้วยนะ ภาษากูไม่เก่งเท่ามึง”

“เรื่องอะไรล่ะ จัดการเองสิ จริงๆ เหมือนคนมีชาวต่างชาติที่เขาเป็นเจ้าของภาษามานั่งด้วยนะ เราจะได้รู้ว่าไกด์คนไหนพูดดี
อธิบายดี”

“ก็ถึงจะให้มึงช่วยไง”

“วุ่นวายว่ะราม กูไปรอที่บ้านก็แล้วกันนะ”

“ไม่ได้ อยู่กับกูเนี่ยแหละ”

“เฮ้อ...เอาแต่ใจจริงๆ”

ร่างสูงยักไหล่ ไม่สะทกสะท้านอะไรกับคำพูดของอินทัชเลยสักนิด...

...

...

...





60%

 :mew2: :mew2: :mew2: :mew2:

พอดีว่าตัดที่ 50 ไม่ได้ เลยตัดที่ 60 เปอร์เซ็นต์ อ่านแล้วคิดถึงกันยังไงบ้างก็คอมเม้นท์กันได้นะคะ หนังสือเรื่องนี้เปิดรีปริ้นท์อยู่พร้อมกับจองเล่มพิเศษด้วย ใครชอบก็ฝากเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยนะคะ

https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
5555 อินทัชก็ยังเหมือนเดิม

ออฟไลน์ Nobodylove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
 :hao5: จบแล้ว อยากได้อีก  :z3: :z3: ชอบบบบบบบ มากกกก โหดดี :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
อร๊ายยย ครึ่งๆ กลางๆ คนอ่านหงุดหงิด มาต่อเร็วๆ นะ
 :katai4: :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ lovewannabe

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
สวัสดีปีใหม่นะคะคุณยูกิ :L1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
โอ๊ยย อีกนิดก้อได้นัวแล้ว ... 555+
บอกเลยว่าnc เรื่องนี้มันหวามใจเหลือเกิน
ชอบที่สุดเลย
มันละมุน
รามอินเนี่ย...ในดวงใจเลย

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1785
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5

ออฟไลน์ nOn†ღ

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +502/-6

ออฟไลน์ Musashi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 497
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-12

ไม่แปลกใจเลยที่น้องสาวของเขาจะตกหลุมรัก จนต้องร้องห่มร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเพราะถูกปฏิเสธ

“หึ! หน้าตาก็ดี แต่ไม่น่าชั่วเลย”

เขามองคนที่ยืนพูดอะไรสักอย่างที่เขาไม่ตั้งใจฟังเท่าไหร่นักด้วยความโกรธ ความแค้น ในฐานะที่เป็นพี่ชายของคนที่มันทำร้าย จนเขาเกือบจะเสียเธอไป




แค่เขาไม่รับรักน้องสาว ก็กล่าวหาว่าเขาชั่ว ใครกันแน่ที่ชั่ว

ออฟไลน์ Freezz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 237
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น่ารักที่สุดเลยย

ออฟไลน์ samsung009

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 542
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด