Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก >> ตอนพิเศษ 3 60% => (05/10/61) P.34 <=
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก >> ตอนพิเศษ 3 60% => (05/10/61) P.34 <=  (อ่าน 210928 ครั้ง)

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
น้ำตาคลอเบ้า
อิราม แม่งเลว
เข้าใจเลย ไอ้พยายามจะยัดข้าวเข้าปากทั้งที่กลืมไม่ลงเนี่ย
แม่มมมมมม เปลียดมัน..สงสารอินทัชของน้องงงง

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
สงสารอิน  :o12: :o12: :o12:

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
ตอนที่ 6 ครึ่งหลัง




“หลับเร็วชะมัด” คนตัวสูงพึมพำเมื่อเห็นว่าอินทัชนอนหลับไปแล้ว คงเพราะจะเหนื่อยและทรมานกับพิษไข้เลยทำให้หลับไปอย่างง่ายดาย ร่างสูงนั่งลงพิงกับผนังไม้บางๆ มองร่างสูงโปร่งด้วยสายตาเรียบนิ่งหากแต่ใจก็รู้สึกว้าวุ่นแปลกๆ

โชคดีที่มันไม่ถามว่าเขาทำแบบนี้ทำไม เพราะถ้ามันถาม เขาเองก็ไม่รู้จะตอบแบบไหนเหมือนกัน

“ห้ามใจอ่อนเด็ดขาดไอ้ราม”

ลุกขึ้นสิ กลับบ้านพักของมึงซะไอ้ราม อย่าอยู่ตรงนี้ ถ้ามันจะเป็นอะไร ก็ปล่อยมันไป ไม่ต้องไปห่วง ไม่ต้องไปกลัว มึงก็เห็นว่ามันไม่เป็นอะไรแล้ว

“เฮ้อออ...” มือแกร่งหยิบถุงยาขึ้นมาดู อ่านดูว่ามีอะไรบ้างก่อนจะสะดุดอยู่กับยาทาภายนอก ที่เอาไว้แก้อักเสบ ซึ่งร่างสูงก้มองคนที่นอนหลับอยู่ทันที

“มันยังไม่ได้ทานี่”

รามินทร์ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินกลับไปยังบ้านพักของตน แล้วกลับมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กและกะละมังใบพอดี เขาเข้าไปตักน้ำมาแล้วมานั่งข้างกับอินทัชอีกครั้ง ลงมือเช็ดตัวให้กับอินทัชทันที

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน...จะไม่ทำก็ไม่ได้ ให้คนอื่นทำ เดี๋ยวก็รู้กันหมด

“กูไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อนแต่ต้องมาทำให้มึงเนี่ยนะ เฮ้อ...”

อย่าตื่นขึ้นมาตอนนี้ก็แล้วกัน กูไม่พร้อมให้มึงเห็นกูตอนนี้

รามินทร์ทายาที่ส่วนนั้นให้กับอินทัช ก็เพิ่งจะรู้ด้วยตาตัวเองเนี่ยแหละว่ามันแดงช้ำแค่ไหน และแผลนั่นก็บวมจนน่ากลัวด้วย พอเห็นแบบนั้นก็คิดถึงตอนที่เขาบังคับให้มันทำงานต่อ

“กูชั่วได้ขนาดนี้เพราะมึงเลยนะไอ้อิน”

“ฮือ...ย่ะ อยากกลับบ้าน” เสียงของคนนอนหลับดังขึ้นจนร่างสูงที่นั่งมองนิ่งๆ หลังจากเชดตัวทายาให้อินทัชเสร็จถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ

“หึ...ทรมานงั้นสิ”

ทรมานทั้งกาย ทรมานทั้งใจ...

“จนกว่ากูจะพอใจ มึงก็ต้องทนไปก่อนล่ะนะ”

ถ้าถามว่าตอนไหน...ก็คงจะตอบในทันทีไม่ได้หรอกว่าเมื่อไหร่ แต่ขอให้สบายใจ เขาไม่ให้มันอยู่ที่นี่ไปตลอดไปแน่ๆ

...

...

...



เช้าวันใหม่มาถึง อินทัชที่ได้พักผ่อนเต็มที่ก็รู้สึกดีขึ้นหน่อยๆ ลืมตามองเพดานบ้านไม้โทรมแห่งนี้หน่อยๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ ถ้าถามว่าหายหรือยัง ก็ตอบได้ทันทีว่ายัง


แต่ก็พอลุกขึ้นนั่งได้แล้ว

“มึง...” อุทานเสียงเบา เมื่อสายตามองเห็นคนที่นอนหลับอยู่ตรงผนังไม้อีกฝั่งหนึ่งใกล้ๆ กับเขา คนที่ไม่คิดว่ามันจะอยู่ที่นี่

“ไอ้ราม...มันดูแลเรา ทั้งคืน...หรือวะ” ถามตัวเองเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจสักอย่าง แต่พอมองไปยังร่างสูงนั่นอีกครั้งก็พบว่ามันไม่ใช้ภาพลวงตา

รามินทร์ ตัวเป็นๆ นอนพิงเสาไม้อยู่

มองไปรอบๆ ทั้งกะละมัง ผ้า ยา ชามข้าว ก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ารามินทร์เป็นคนดูแลเขาทุกอย่าง

“งั้นที่เมื่อวานกินข้าวนั่น ไม่ได้ฝันสินะ”

ขนาดป้อนข้าวมันก็แทบจะฆ่าเขา...

อินทัชลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ไข้ลดลงแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกรุมๆ และยังเวียนศีรษะอยู่บ้าง ส่วนช่วงล่างยังคงเจ็บอยู่ไม่ดีไปกว่าเดิมเท่าไหร่

“อึก..จ่ะ เจ็บ”

“จะไปไหน!!” เสียงทุ้มถามเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าร่างโปร่งบางกำลังพยายามลุกขึ้นยืน คนตัวขาวสะดุ้งสุดตัวเพราะไม่คิดว่าคนที่หลับอยู่จะตื่นเร็วขนาดนี้

“ห้องน้ำ” ตอบเสียงพร่า ไม่สบตาคนตัวสูงกว่า

“อวดเก่ง”

“แล้วไง ถ้ากูไม่ไปเอง ใครจะพากูไป” หันมาเถียงเสียงแหบ บางคำก็เอ่ยไม่เต็มเสียงเพราะเจ็บคอหน่อยๆ

“กูไง” ตอบสั้นๆ ใบหน้าเรียบเฉยไม่บอกถึงอารมณ์อะไรเลย แต่ประโยคที่ดูเหมือนจะช่วยเหลือทำเอาอินทัชมองด้วยความไม่เข้าใจแล้วก็สับสนสุดๆ หากแต่หัวใจก็กลับเต้นแรงด้วยความหวั่นไหว

“อะไรของมึง”

“มา...จะเข้าห้องน้ำก็ลุก” ร่างสูงยืนขึ้นแล้วเดินตรงไปยังอินทัชที่นั่งอยู่ ฉุดแขนอีกคนแรงๆ จนร่างโปร่งต้องพยายามลุกตามแรงดึง

“โอ๊ย!! เบาๆ หน่อยได้ไหม”

“ทำไมต้องเบา”

“กูเจ็บ”

“แล้วไง กูไม่เจ็บนี่”

“อึก” ทำอะไรไม่ได้ เลยได้แต่เดินตามคนที่ลากเอาลากเอาไปอย่างยากลำบาก

“มึงควรจะขอบคุณกูนะ เพราะกูอุตส่าห์มาดูแลมึงทั้งคืน”

“เหรอ…”

ดูแล...หรือกำลังจะทำให้แย่กว่าเดิมกันแน่

คนที่ป่วยอยู่ไม่รู้หรอกว่าตลอดทั้งคืนรามินทร์คอยดูแล เช็ดตัวลดไข้ให้กว่าตัวเขาจะได้นอนก็ปาไปเกือบเช้าเพราะคนที่กำลังทำธุระอยู่ในห้องน้ำตอนนี้เพ้อหนักมาก หนักมากเสียจนเขารู้สึกว่าจะปล่อยให้นอนคนเดียวไม่ได้แน่ๆ เลยได้แต่นั่งเฝ้า ดูแลทั้งคืน

คิดแล้วก็สมเพชตัวเอง เป็นคนทำร้ายเขา แต่กลับต้องมานั่งดูแลเพราะกลัวว่ามันจะตายเสียเอง


‘ม่ะ ไม่ ย่ะ อย่าทำ อึก อย่าทำ’ คนที่นอนละเมอเพ้ออกมาอย่างกลัวๆ ทำเอาร่างสูงที่เตรียมจะออกจากห้องถึงกับหยุดชะงัก หันมามองร่างโปร่งที่นอนกระสับกระส่ายอย่างทรมาน

ฝันร้าย...นี่คือความคิดของรามินทร์

‘ฮึก...จ่ะ เจ็บ กูเจ็บ ฮือ ไม่เอา ย่ะ อย่านะ’ น้ำตาใสกลิ้งลงจากหางตาลงมา บ่งบอกว่ากำลังฝันสิ่งที่น่ากลัวที่สุดจนทนไม่ไหว รามินทร์เดินมานั่งข้างๆ ร่างบางที่นอนอยู่บนฟูกเก่าๆ เพื่อจับใจความคำพูดพวกนั้น

บางที...อาจจะมีเรื่องที่เขาจะเอาไว้พูดทำร้ายจิตใจมันได้

‘ไอ้...อึก ราม อย่า’

ร่างสูงตกใจไม่คิดว่าคนที่ทำร้ายอีกคนในฝันจะเป็นเขาเสียเอง นั่นทำให้ร่างสูงฉุกคิดขึ้นมาว่าการกระทำของเขาคงจะเลวร้ายมาก มากเสียจนคนตัวขาวกลัวจนเก็บไปฝัน

‘ม่ะ ไม่ แม่ แม่ครับ...ช่วยด้วย ฮือ เจ็บ’

ภาพตรงหน้ามันช่างบาดลึกเข้าไปในหัวใจของรามินทร์เป็นอย่างมาก ความสะใจที่คิดว่าอยากจะได้รับมันไม่มีอยู่เลยนอกเสียจากคำว่าเสียใจ...

‘กูยังไม่ทำอะไรมึงเลย’

‘ม่ะ ไม่ พ่ะ พอแล้ว...เจ็บ’

‘ไอ้อิน กูไม่ได้ทำอะไร’ รามินทร์พยายามที่จะปลุกอีกคนให้มีสติ เพราะกลัวว่าถ้าฝันมากไปกว่านี้ เพ้อไปกว่านี้ ร้องไห้หนักกว่านี้ คนตัวขาวอาจจะช็อกขึ้นมาก็ได้

ร่างสูงไม่รู้จะทำวิธีไหนให้อีกคนหายเพ้อ เลยคว้ามือขาวที่เย็นเฉียบมาจับไว้ ซึ่งร่างบางก็กระชับมือเอาไว้แนบแน่นราวกับเป็นที่พึ่งพิง

หารู้ไม่ว่ามือที่ตัวเองจับก็คือมือของคนที่ทำร้ายตัวเอง

‘อึก’

น่าแปลกที่ว่าอีกคนสงบลงทันที แต่ด้วยอะไรดลใจก็ไม่รู้ทำให้รามินทร์เอ่ยประโยคนี้ออกไปทันทีเบาๆ พร้อมกับลูบมือขาวราวกับกล่อมให้หลับ

‘นอนซะ กูไม่ทำอะไรมึงแล้ว’


 “เสร็จแล้วใช่ไหม” ถามคนที่ออกจากห้องน้ำทันที

“อือ” มือแกร่งเอื้อมไปจับแขนเรียวไว้แล้วบังคับให้อีกคนเดินตามมาที่ห้องนอนเหมือนเดิม

“กูจะไปทำงาน”

“ใครสั่ง” ถามเสียงเข้ม

“มึงไง”

“ตอนไหน”

“เมื่อวาน”

“นั่นมันส่วนเมื่อวาน วันนี้กูจะให้มึงพัก” เงยหน้ามองผู้พูดแบบไม่เชื่อสายตา แต่ก็กลับไม่เจอคำตอบใดๆ ผ่านทางสีหน้าและแววตาเลยสักนิด

“อะไรของมึง”

“มีหน้าที่ทำตามที่กูสั่งก็พอแล้ว และมึงหายดีเมื่อไหร่ กูจะใช้งานมึงหนักกว่าเดิมแน่ๆ”

“หึ...ไม่บอกก็รู้”

“รู้ก็ดี กูจะไปทำงาน ส่วนมึงกูจะให้ไอ้ขรรค์มันเอาข้าวเช้า ข้าวเที่ยงมาให้ กินยาตามคำสั่ง แล้วอย่าออกจากที่นี่เด็ดขาด ถ้ากูเห็นว่ามึงไม่ทำที่สั่ง เจ็บหนักกว่าเดิมแน่”

“เออ” ร่างโปร่งรับคำสั่งด้วยความอ่อนเพลีย ทางรามินทร์ที่เห็นว่าอีกคนเข้าใจก็เดินออกจากห้องนี้ไป ไม่วายหันไปมองอินทัชที่กำลังจะนอนลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วเดินยิ้มมุมปากจากไป

อินทัชที่นอนลงแล้วมองตามแผ่นหลัวกว้างจนหายไปจากสายตา หัวใจเต้นแรงจนไม่อยากจะยอมรับอะไรทั้งนั้น อินทัชไม่ใช่คนที่ใสซื่อหรืออินโนเซ้นท์เรื่องแบบนี้

ทำไมจะไม่รู้ ว่าไอ้หัวใจที่เต้นแรงนี้น่ะ มันเป็นเพราะอะไร รู้...รู้ดีด้วยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่เขาไม่ยอมรับ

“ทำร้ายกูมาตั้งเท่าไหร่ ย่ำยีกูจนฝันร้ายทุกคืน แค่มันดูแลแค่นิดหน่อย ทำไมมึงถึงใจง่ายแบบนี้”

กูจะไม่มีวันให้ใจมึง

เพรารู้ดีว่ามันมีแต่เจ็บกับเจ็บ


“ขอร้อง...ให้เจ็บแค่กายก็พอ”

ใจอย่าได้เจ็บเลย...

...

...

...


“อ้าว? หมอ มากับขรรค์ได้ยังไงครับ” อินทัชถามเมื่อเห็นว่าร่างสูงใหญ่อย่างขรรค์ไม่ได้มาคนเดียวแต่พ่วงด้วยคุณหมอสุดหล่อที่ตัวเล็กน่ารักเมื่อยืนอยู่กับคนที่ตัวใหญ่เกินมาตรฐานอย่างขรรค์

แสดงว่าที่เรายืนกับขรรค์ ก็ให้ความรู้สึกเดียวกันสินะ

“พอดีว่าผมจะมาดูอาการคุณอินน่ะครับ”

“ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้ครับ เราน่าจะอายุเท่ากัน” อินทัชพยายามลุกนั่งโดยที่หมอเงินเข้ามาช่วยประคอง

“ผม 26 ครับ แล้วคุณ...เอ่อ อินล่ะ” หมอเงินรีบเปลี่ยนจากเรียกว่าคุณเป็นเรียกชื่อเฉยๆ ทันทีที่เห็นสายตาคาดโทษจากอินทัช

“24ครับ งั้นผมต้องเรียกหมอว่าพี่ไหมเนี่ย”

“ไม่ต้องหรอกครับ เราก็เป็นเพื่อนกันได้” หมอเงินว่ายิ้มๆ

“เอ่อ...ฉันขอตัวก่อนนะ นี่ข้าวกับน้ำ นายท่านสั่งมาว่าห้ามลืมกินยา” ขรรค์พูดแทรกขึ้นมา มองทั้งสองสลับกันไปมาแล้วให้ความรู้สึกแปลกๆ

“อือ ขอบคุณนายมากนะ”

“ไม่เป็นไร อ้อ...พี่จักรถามหานายด้วย” ขรรค์พูดถึงเพื่อนของอินทัชที่ไซต์งานก่อสร้าง

“บอกมันไปยังไง”

“ไม่สบาย”

“โอเคๆ ก็ตามนั้นแหละ” ร่างโปร่งพยักหน้าเข้าใจ

“ฉันขอตัว”

“ขอบใจนะ” อินทัชตะโกนไล่หลังขรรค์ที่เดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้แค่อินทัชกับหมอเงินกันตามลำพัง ซึ่งนั่นทำให้อินทัชรู้สึกดีหน่อย เพราะอย่างน้อยก็มีหมอเงินคนหนึ่งที่รู้ว่าเขาเป็นใคร

 แม้ว่าจะช่วยเหลือเขาไม่ได้...อย่างน้อยก็ต้องมีสักคนที่เข้าใจว่าเขาไม่ผิดอะไร

“เมื่อวาน ไอ้รามมันพูดอะไรกับหมอ” ถามออกไปด้วยความอยากรู้ทันที

“เดี๋ยวผมป้อนข้าวให้นะครับ” หมอสุดหล่อพยายามบ่ายเบี่ยงและเปลี่ยนเรื่อง ยกชามโจ๊กขึ้นมาแล้วตักป้อนอินทัชทันที

คนตัวขาวกว่ามองหน้าหมอเงินน้อยๆ ก่อนจะยอมรับโจ๊กเข้ามาในปาก

“คงไม่ได้โดนขู่ใช่ไหม”

“อินครับ ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ช่วยอะไรไม่ได้ มันไม่ใช่ว่าคุณรามขู่อะไรผมหรอก”

“มีข้อแลกเปลี่ยนกันสินะครับ” ถามออกไป

“รู้? ได้ยังไงครับ” ถามทึ่งๆ ไม่คิดว่าอินทัชจะเดาได้ถูกจุดแบบนี้

“ผมพอจะมองสายตาที่คุณมองขรรค์ออก” สิ้นคำตอบ คุณหมอสุดหล่อก็เขินจนหน้าแดงซ่านทันที เพราะไม่คิดว่าตนจะเปิดเผยมากขนาดนี้

“ผม...แสดงออกขนาดนั้นเลยหรือ”

“ถ้าคนอื่นผมไม่รู้ แต่ผม...มองเห็นถึงความปรารถนาได้อย่างชัดเจนเลยล่ะครับ”

อึ้ง...อึ้งจริงๆ

“คุณเป็นคนฉลาดนะครับอิน ผมนี่ทึ่งจริงๆ ก็อย่างที่คุณพูดแหละครับ ข้อแลกเปลี่ยนของผมคือขรรค์ ที่จริงเราสองคนเคยรักกัน เราเคยเป็นแฟนกัน แต่มันก็มีปัญหาจนทำให้เลิกกัน ผมยังรักเขามาตลอด แต่สำหรับขรรค์ เขาไม่รักผมแล้วล่ะครับ”

“หมอก็เลยมาที่นี่ เพื่อทำทุกอย่างให้ขรรค์รักคุณเหมือนเดิม”

“ครับ”

อินทัชพยักหน้าน้อยๆ แล้วยิ้มออกมาบางๆ

“ผมอยากจะแลกเปลี่ยนกับหมอบ้างได้ไหมครับ ไม่ต้องช่วยผมออกจากที่นี่ แต่ขออย่างเดียว คือช่วยเป็นเพื่อนกับผม รับฟังผม แลกกับการที่ผมจะช่วยเรื่องคุณกับขรรค์” อินทัชเอ่ยออกมา หมอเงินมองหน้าคนหน้าสวยน้อยๆ อย่าทึ่งกับคำขอของเพื่อนใหม่

อินทัชเป็นคนที่ซื่อสัตย์และรักษาคำพูด

ทั้งๆ ที่เขาช่วยได้ แต่กลับไม่ขอร้องให้เขาช่วยพาออกไป หรือให้ใครมารับ

“ดีลไหมครับ”

“ตกลงครับ”

“ขอบคุณนะหมอ” อินทัชยิ้มอย่างสดชื่นเป็นครั้งแรก ทำเอาร่างโปร่งของหมอหนุ่มถึงกับอึ้งในความสวยงามของผู้ชายตรงหน้าไปเลย

ผมจะเป็นเพื่อนคุณเอง อินทัช...

ใครไม่ยืนข้างคุณ ผมจะยืนข้างคุณเอง...




 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

100%

รามอินตอนสุดท้ายของปีค่ะ เจอกันปีหน้านะคะ กลับมาหวังว่าจะมีคนเม้นท์ให้กำลังใจยูกิน้า ส่วนยูกิจะขอไปเที่ยวระบายความเหนื่อยล้าทั้งปีก่อน สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ

https://www.facebook.com/sawachiyuki/


ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6774
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
 :sad11:    อย่าใจอ่อนนะอิน

ให้เขารักเราข้างเดียวบ้าง
ยูกิ.   :กอด1: 

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 :laugh:

อินทัช เก่ง

ออฟไลน์ sanri

  • เวลาไม่ใช่ตัวพิสูจน์ทุกสิ่งเสมอไป
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1553
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-9
รอคอยวันที่อินจะมาแก้แค้นอีราม  :m31:
HNY จ้าคนแต่งจ๋า  :L2:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
สวัสดีปีใหม่

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
อินจำเอาไว้ไอ้รามมันบังคับขืนใจเอ็งนะ อย่าหวั่นไหวง่ายๆ ซิ กะอีกแค่มาดูแลตอนไม่สบายเพราะมันรู้สึกว่าทำเกินไปแต่ไม่รู้ว่ามันจะรู้สึกผิดหรือเปล่าเนี่ย

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2373
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
อินอย่าใจอ่อนง่าย ๆ ต้องให้อีกคนรู้สึกผิดให้มาก ๆ ที่ทำเรื่องเลวร้ายอย่างนี้

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
หมอมาได้ถูกที่ถูกเวลามากค่ะ
อน่าน้อย ก็อยากให้อินไม่รู้สึกว่ายู่ตัวคนเดียว
ก้อรามหน่ะ .. ใจร้ายจะตาย
อินทัช อย่าเพิ่งให้รามรู้นะ เอาคืนมันให้หนักก่อน
....
ปล ติดตามอ่านต่อเนื่องเลยค่า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ben

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-3
สงสารอินนนนนนน!

ออฟไลน์ aom2529

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
 :กอด1: :กอด1: :กอด1: อินสู้ ๆ นะ.. :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
อินสู้เค้าน๊า !!!
รอติดตามตอนต่อไปค่า

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก
ตอนที่ 7
เปลี่ยนไป



“เฮ้ย!! ไอ้จักร นี่มึงนั่งอู้หรือวะ” เสียงของชายฉกรรจ์วัยกลางคนตะโกนลั่นไซต์งานเมื่อเห็นว่าคนงานจากรีสอร์ท ของรามินทร์กำลังนั่งอู้งานอยู่เฉยๆ

“อะไรกันพี่ ขอฉันพักสักแป๊บไม่ได้หรือไง” คนหน้าโหดที่เต็มไปด้วยเคราแหละหนวด มองไม่เห็นถึงหน้าตาที่แท้จริงอย่างจุลจักรตะโกนกลับไป

“ไม่ได้โว้ย!! มาทำงานก็ต้องทำงานสิวะ”

“นี่มันงานของพี่หรือเปล่า คุณรามให้ฉันมาช่วยดูความเรียบร้อยเท่านั้นนะพี่”

“ถึงมึงจะไม่ได้เป็นคนงานของกู แต่คุณรามเขาก็ส่งมึงมาให้ช่วยงานเพราะเห็นว่ามึงชำนาญด้านนี้ไม่ใช่หรือไง อย่าอู้ๆ ลุกมาเลยไอ้จักร” หัวหน้าคนงานก่อสร้างจากบริษัทรับเหมารายใหญ่ของจังหวัดเอ่ยเรียกร่างสูงอย่างสนิทสนมทั้งๆ ที่เขาแค่มารับจ๊อบพิเศษก็เท่านั้น

“ไปก็ได้วะ พี่แม่งหงุดหงิดเมียไม่ให้เอาก็มาลงที่ฉันเนอะ”

“ปากมึงนี่มัน”

“คร้าบๆ ไปแล้ว ฮึ่ย! ไอ้อินนะไอ้อิน หายหน้าไปหลายวันเลยนะมึง กูรู้อยู่ว่ามึงไม่สบาย แต่ก็น่าจะให้กูไปเยี่ยมบ้างดิวะ คุณจอมแม่งก็ไม่สนใจกูอย่างที่มึงบอกเลย”

คิดเรื่องนี้แล้วปวดใจ ไปทำงานย้อมใจดีกว่ากู

วันทั้งวันจักรทำงานอย่างหนักและตั้งใจเหมือนกับทุกวันเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านกับเรื่องของคนที่ตนแอบรักมาสองปี ดอกฟ้าที่หมาวัดอย่างเขาอยากจะเด็ดมาไว้ข้างกาย หากแต่เขามันก็แค่คนงานตำแหน่งไม่สูง จน มีเงินแค่พอประทังชีวิตตัวเอง หน้าตาเต็มไปด้วยหนวดเครา เสื้อผ้าเก่าๆ ที่ใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ่งบอกเลยว่าไม่มีอะไรดีที่จะทำให้เจ้าจอมคนนั้นสนใจเลยสักนิด

แต่คนอย่างเขามันก็มีสิทธิ์หวังป่ะวะ?

“หวังลมๆ แล้งๆ”

“นาย...” เสียงหวานที่แสนจะคุ้นหูดังมาจากด้านหลังของร่างสูงจนเขานึกว่าตัวเองคงหูฝาดที่ได้ยินเสียงของคนที่แอบรักมาเรียกแบบนี้

“ถ้าทางหูจะเพี้ยนว่ะ”

“บ่นบ้าอะไร ฉันเรียกอยู่นะ” เสียงนั้นดังขึ้นอีกเขาจึงหันร่างโทรมๆ เหม็นเหงื่อของตนไปมอง เบิกตากว้างอย่างตกใจ ที่ไม่คิดว่าเจ้าจอมจะมาคุยกับเขา

“เอ่อ...”

“แล้วอ้ำอึ้งทำไม ทีเมื่อก่อนล่ะแซวเอาแซวเอา” คนตัวเหล็กหน้าหวานว่า

นั่นมันจีบครับ แต่ให้พูดกันตรงๆ เขาก็ไม่กล้าอยู่ดี

“มีอะไรหรือเปล่าคุณจอม”

“เปล่า...พี่อินล่ะ” พอร่างเล็กถามหาใครอีกคนที่เพิ่งมาใหม่ก็พาลทำให้หัวใจของเขารู้สึกเจ็บปวด

“มัน...ป่วย”

“แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า” ยิ่งเห็นท่าทีเป็นห่วงที่เขาไม่เคยรับ มันก็ยิ่งรู้สึกถึงความพ่ายแพ้แบบไม่ทันได้เริ่ม

“ถ้าคุณจอมเป็นห่วงมันมากก็ไปเยี่ยมเถอะ ถามนายท่านดูก็ได้นี่ครับ ไม่ต้องมาถามผมหรอก บอกตามตรงถ้าคุณจอมไม่คิดสนใจใยดีในตัวของไอ้จักรอย่าได้เข้ามาคุยเลยครับ เพราะการที่คุณจอมเข้ามาเพื่อถามไถ่เรื่องคนอื่นกับไอ้จักรคนนี้ ผมเจ็บ ที่ผ่านมาคุณอาจจะเห็นว่าผมแซวไปจนคิดว่าผมทำเล่นๆ แต่อยากยืนยัน ไอ้จักรคิดจริงและเจ็บเป็น ขอตัวก่อนครับ” เป็นครั้งแรกที่เจ้าจอมเห็นถึงความจริงจังและเคร่งขรึมของร่างแกร่ง ทำเอาตกใจจนก้าวเท้าให้ตามไปอย่างใจคิดไม่ได้

เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว...

แต่นั่นแหละ เจ้าจอมผิดเองทั้งนั้น...

“2 ปีงั้นหรือ คงพอแล้วล่ะมั้ง” เสียงหวานพึมพำเบาๆ มองตามแผ่นหลังกว้างด้วยสายตาที่อีกคนไม่มีทางได้เห็น...


1 อาทิตย์ผ่านไปนับจากวันนั้น

“มองหน้า?”

“เออ...ก็แข็งแรงดีนี่หว่า มีแรงหาเรื่องกูตั้งแต่เจอหน้าแบบนี้มึงคงจะหายดีแล้วสินะไอ้อิน”

“ถ้ากูยังไม่หายดีคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้หรอก” ร่างเล็กกว่าตอบเสียงกวนๆ

“ไอ้อิน มึงนี่มัน...ว่าแต่ว่า คุณจอม…” จักทำท่าจะถามแต่ก็อึกอักไม่ยอมพูดออกไป

“คุณจอมทำไม”

“ได้ไปเยี่ยมมึงหรือเปล่า”

“เปล่า ไม่ได้ไป”

“อ้าว?” ร่างแกร่งส่งเสียงร้องอย่างไม่เข้าใจ

แล้วทำไมคราวที่แล้วเจ้าจอมถึงมาถามเขาแบบนั้น และตอนนั้นก็น่าจะไปเยี่ยมตามที่เขาแนะนำแล้วนี่ เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจอมจะไม่ไปเยี่ยม

“ทำไม คุณจอมมาถามถึงกูหรือวะ”

“เออ!!”

“หึหึ อะไรกัน เสียงแข็งๆ แบบนั้น” อินทัชหัวเราะในลำคอ

“อย่ามาหัวเราะไอ้สัตว์”

“ด่ากูอีก แต่เอาเถอะ มึงจะเชื่อกูไหมล่ะ รับประกัน มึงได้คุณจอมมานอนกอดทั้งชาติแน่ๆ”

“อย่ามาเวอร์ เขาไม่สนใจกูหรอก”

“ไอ้ป๊อด!!”

“ชิ!! อย่ามาด่ากู” จักรหันหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์

“จะเอาไง จะทำตามที่กูบอกไหมล่ะ”

จักรนิ่งคิดไป มองหน้าของอินทัชที่นิ่งเฉยแบบพิจารณาว่าจะฝากความหวังไว้ที่เพื่อนใหม่คนนี้ได้หรือเปล่า หากแต่ตอนนี้เขาก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

สองปีที่ผ่านมา มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จะลองดูอีกสักหน่อย ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

“เออ!! ลองดู”

“งั้นอย่างแรกที่มึงต้องทำก็คือ สารรูป”

“หมายความว่ายังไง”

“โกนหนวด โกนเคราออกซะ”

“หา!!!”

“ตกใจอะไร หรือว่ามึงไม่มั่นในหน้าตาของตัวเอง กูจะบอกอะไรให้นะไอ้จักร หน้าเป็นส่วนหนึ่งของการยอมรับ ถ้าไม่ทำให้หนังหน้าตัวเองดีขึ้น”

“หนอย...”

เจ็บใจจริงๆ มึงคอยดูหน้ากูก็แล้วกัน

“ปากมึงนี่มัน”

“อะไรไอ้จักร แค่นี้ทำโกรธเหรอ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ช่วยโกนหนวดมาให้ดูหน่อยก็แล้วกัน”

“เออ! ได้!! พรุ่งนี้มึงก็คอยกันพวกผู้หญิงให้กูด้วยก็แล้วกัน” ระเบิดความโกรธแล้วก็เดินไปทำงานของตนทันที ทิ้งให้อินทัชยืนกอดอกยิ้มๆ

“ท่าทางของมันก็ไม่ได้โม้ล่ะนะ” อินทัชพึมพำก่อนจะเดินตามร่างสูงไปทำงานของตนทันที

ถ้าผู้หญิงเยอะจริง นั่นก็เข้าทางเลยล่ะ...


เช้าวันรุ่งขึ้น

“นั่นใครน่ะ คนงานใหม่หรือ”

“ไม่รู้สิ แต่หล่อจังเลย”

“โอ้ย!! ดูแบดบอยจังเลย ฉันล่ะอยากทำความรู้จักจัง”

เสียงของคนแถวนั้นที่ต่างพากันมาดูชายคนหนึ่งที่นั่งกระดิกเท้าด้วยความหงุดหงิดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่รอเวลาทำงานอย่างชื่นชม

“ชิ เมื่อไหร่มันจะมาวะ”

จักรที่ตอนนี้กลายเป็นคนละคนจากที่ผ่านมา ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไม่มีหนวดเคราขวางหูขวางตา กับใบหน้าที่ดูโหดๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ทำให้คนจำไม่ได้ว่าเขาคือใคร

“ไอ้อิน มึงนะมึง”

“อะไร มึงโวยวายอะไร” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำเอาจักรสะดุ้ง พอหันไปก็เจอร่างโปร่งบางของอินทัชยืนยิ้มอยู่ด้วยสภาพที่เหงื่อชโลมไปทั้งกาย

“มึงมาช้า ว่าแต่มึงไปทำอะไรมา ทำไมถึงดูเหนื่อยแบบนี้วะ” จักรถาม

“หืม...หล่อนี่หว่า” อินทัชยกมือของตนลูบไปที่ใบหน้าคมแล้วชมยิ้มๆ ทำเอาจักรถึงกับชะงักไปนิดๆ เพราะตนเห็นว่าเพื่อนใหม่คนนี้ทั้งสวยและเซ็กซี่ เลยทำให้เคลิ้มไป

แต่เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นั้นก็ทำเอาจักรสะดุ้ง แต่อินทัชกลับยิ้มอย่างชอบใจ

“ทำอะไรกันน่ะ!!!”

เฮือก!!

“คุณ...จอม” จักรเรียกชื่อคนน่ารักของตนเสียงเบา

“สวัสดีครับคุณจอม”

“เรียกผมว่าจอมเฉยๆ เถอะครับ แต่ว่า...พี่อิน เมื่อกี้ทำอะไรครับ” เสียงของเจ้าจอมดูไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก บวกกับหน้าตาที่บ่งบอกว่าโกรธสุดๆ ก็ทำเอาอินทัชยิ้มกว้างเข้าไปอีก

“เปล่า พี่ไม่ได้ทำอะไร แค่คิดว่าจักรมันหล่อดีน่ะสิ”

“แล้วไงครับ ว่าแต่นายเถอะ โกนหนวดทำไม!!” ถามอีกคนเสียงเขียว จนคนที่ทำตัวหล่อถึงกับอึกอัก พูดอะไรไม่ถูก มองหน้าเพื่อนอย่างอินทัชอย่างต้องการความช่วยเหลือ

หากแต่คนอย่างเจ้าจอมกลับคิดว่าตัวเองโดนเมิน

“นายจักร!!!” ตะโกนเสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว

“น้องจอมตะโกนทำไมครับเนี่ย ทุกคนมองกันใหญ่แล้ว”

“พี่อินคิดจะทำอะไร เข้ามายุ่งแบบนี้จอมไม่ยอมนะครับ”

“หึหึ พี่ทำอะไรครับ” ถามอย่างเจ้าเล่ห์

“ก็...เชอะ จอมบอกไว้เลยนะ ว่าถ้าเข้ามายุ่งเรื่องนี้ จอมจะไม่อยู่เฉยแน่”

นั่นแหละที่พี่ต้องการ... ร่างโปร่งคิดในใจ

จักรมองทั้งคู่ที่กำลังโต้กันไปมาอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจสถานการณ์กันเท่าไหร่ ร่างสูงใหญ่มองเจ้าจอมที่มองเพื่อนของเขาอย่างโกรธๆ แบบที่เลิกคิดได้เลยว่าคนที่ตัวเองชอบจะชอบอินทัช ท่าทางแบบนี้ไม่มีเค้าว่าชอบในสายตาหรือจากอะไรเลยของเจ้าจอม

คิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมเนี่ย

“พี่ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ครับ”

“พี่อิน!!!”

“คุณจอม...อย่างแสดงกิริยาเอาแต่ใจตรงนี้นะครับ” สิ้นเสียง ร่างบางของเจ้าจอมกับอินทัชก็หันมองคนพูดทันทีด้วยความแปลกใจกับตกใจ

เจ้าจอมน่ะตกใจ และรู้สึกจี๊ดๆ ในใจไปด้วย ส่วนอินทัชก็มองอย่างแปลกใจเพราะไม่คิดว่าคนที่คลั่งเจ้าจอมสุดๆ จะกล้าตำหนิคนที่ตัวเองรักแบบนี้

“นาย...”

“คุณจอมกลับไปเถอะครับ อย่ามาหาเรื่องไอ้อินมัน ผมไม่รู้หรอกว่ามันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจ แต่นี่มันเพื่อนผม ถึงผมจะรักคุณใช่ว่าผมจะชอบทุกอย่างที่คุณจอมทำนะ”

จุก...จุกทั้งอินทัชกับเจ้าจอมเลย

“นายจักร ไอ้บ้า นายว่าฉันขนาดนี้ ฉันจะเลิกยุ่งกับนายแล้วนะ คนอุตส่าห์กล้าเข้ามาคุย แต่ก็โดนนายว่า นายไม่สนใจแบบนี้ บ้าที่สุดเลย!!!” เจ้าจอมระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างโมโห แล้ววิ่งหนีจากตรงนั้นท่ามกลางบรรยากาศดูเหมือนจะตกใจของจักรที่นิ่งสนิทเพราะคิดตามไม่ทัน

“หึ...หึหึ ฮะฮะ ฮ่าๆ” ร่างโปร่งหน้าสวยระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง จนจักรหันมามองอย่างเครียดๆ เพราะเขาผิดอะไร ทำไมเจ้าจอมถึงได้ดูโกรธขนาดนั้น

“กู...ทำอะไรผิดหรือเปล่าวะ”

“ฮ่าๆ มึงนี่มันมีดีแค่ทำงานเก่งกับหน้าตาดีจริงๆ สินะ”

มีสมอง แต่โง่ฉิบหาย แค่นี้ก็มองไม่ออกว่าเจ้าจอมเขาสนใจในตัวเองขนาดไหน

“อะไรวะ”

“ไม่คิดบ้างหรือไงว่าที่น้องจอมโกรธเพราะมึงปกป้องกู”

“แล้วจะโกรธ...ทำไมวะ?”

“นี่มึงโง่ขนาดนี้เลยหรือวะ” อินทัชเริ่มจะยิ้มไม่ออก เพราะถ้าไม่ทำให้ร่างสูงฉลาดมากกว่านี้ล่ะก็ คงจะสมหวังกันช้าแน่ๆ

“ไอ้สัตว์อิน มึงว่ากูมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” ใบหน้าคมคร้ามแสดงสีหน้าไม่พอใจให้กับเพื่อนหน้าสวย

“ก็มันจริงนี่หว่า”

“แล้วสรุปมันยังไง ทำไมคุณจอมเขาโกรธกู”

“ก็โกรธที่มึงปกป้องกูไง แล้วก็โกรธที่มึงด่าเขาไง”

“แล้ว?”

“การที่โดนคนที่ตัวเองชอบด่า นอกจากจะโกรธแล้ว กูว่าน้อยใจสุดๆ เลยว่ะ”

“เอ๊ะ!! กูยังไม่ได้โดนคุณจอมด่านี่”

โง่บรมเลยว่ะ

“ก็คุณจอมโดนมึงด่าไง ถ้าแค่นี้มึงยังคิดอะไรไม่ออกอีก กูไม่รู้จะบอกยังไงแล้ว ขอตัวไปทำงานก่อนละกัน พี่คมแกมองเราตาขวางแล้ว” พออินทัชเดินจากไป ร่างแกร่งก็ยืนนิ่งคิดไปอีกสักพัก ก่อนจะหัวใจเต้นแรงอย่างมีความหวัง

คุณจอม...ชอบกู

จริงๆ ใช่ไหมวะ... นี่กูเชื่อไอ้อินได้ไหมเนี่ย เอาเถอะ ถ้าไม่ใช่ก็แค่อกหักซ้ำซาก

“คราวนี้ผมจะตื๊อจริงๆ แล้วนะครับ”






50%


 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

   รอกันนานเลย ขอโทษด้วยนะคะ จะพยายามมาให้เร็วที่สุด แต่ก็ทำได้เท่านี้จริงๆ ยังไงก็อย่าทิ้งกันนะคะ เม้นท์ๆ ด้วยน้า มีอะไรก็ติ แนะนำได้ จะนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุงงานเขียนของตนเองให้ออกมาดีที่สุดค่ะ

https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
คู่นี้น่ารักน่าลุ้นแฮะ
เจ้าจอมคงละลายรัวๆถ้าจักรไปง้ออะ
ก้อรายนั้นเค้าเปิดใจแล้วหนิ
555+
อินคะ เรื่องของคนอื่นนี่รู้ดี เรื่องตัวเองว่าไงคะหนูอิน

ออฟไลน์ mam.nalok

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
มาต่อบ่อยๆนะคะ สนุกดี  o13

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
จอมกับจักร จะได้ลงเอยกันแระ อิอิ

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
ตอนที่ 7 ครึ่งหลัง





ตกเย็น

เจ้าจอมมาจ่ายเงินให้กับเหล่าคนงานของรีสอร์ทของรามินทร์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทรับเหมาที่จ้างมาด้วยใบหน้าที่แสนจะบึ้งตึงพอจัรเดินเข้าไปไกล้ๆ ด้วยรอยยิ้มมีความสุขข้างๆ มีร่างโปร่งบางของอินทัชเดินมาด้วยก็ยิ่งแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่

“ดีครับน้องจอม”

“ครับ”

“โกรธอะไรพี่หรือเปล่าครับ” อินทัชถาม

“เปล่าครับ เอานี่ครับ ส่วนของพี่อิน อ้อ! พี่รามฝากบอกให้รีบไปที่โรงครัวน่ะครับ” บอกคำสั่งของพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องให้กับอินทัชได้รับรู้ ซึ่งเป็นไปอย่างที่รามินทร์บอกกับเขา ใบหน้าสวยแสดงถึงความหงุดหงิดออกมา แต่ก็ยังยิ้มให้ร่างเล็กอยู่ดี

“งั้นพี่ไปก่อนนะครับ กูไปก่อนนะไอ้จักร พยายามเข้าล่ะ”

“เออ ขอบใจมาก”

ร่างโปร่งของอินทัชเดินห่างออกไปจนลับสายตา ตอนนี้ก็เลยเหลือเพียงแค่จักรกับจอมสองคน เพราะจักรกับอินทัชมักจะมาเข้าคิวเป็นลำดับหลังๆ คนอื่นๆ เลยทยอยกลับกันหมดแล้ว

“เอ้า! เงินของนาย”

“คุณจอมครับ” มือแกร่งเอื้อมไปหยิบเงินจากมือขาวบางแล้วค้างจับเอาไว้แบบนั้น จนคนตัวเล็กต้องมองสบอย่างไม่พอใจ

“ปล่อยฉัน”

“ไม่ครับ” เขาจับเอาไว้แน่นกว่าเดิมจนสลัดไม่หลุด

“ฉันบอกให้ปล่อย”

“ผมขอโทษนะครับเรื่องเมื่อเช้านี้”

“เรื่อง?”

“ที่ผมว่าคุณไง”

“ช่างมันเถอะ ฉันไม่ถือสา ปล่อยได้แล้ว ฉันจะกลับบ้าน”

“งั้นให้ผมไปส่งได้ไหมครับ”

ร่างเล็กมองใบหน้าหล่อเหลาที่คมคร้ามของจักรอย่างพิจารณา เมื่อรับรู้ได้ว่าร่างสูงแกร่งยังไม่ได้เปลี่ยนใจไปจากเขา ก็แอบยิ้มขึ้นมานิดๆ

“ตามใจก็แล้วกัน”

“งั้นเดี๋ยวผมเก็บของให้”

“อือ...ฝากด้วย”

ว่าแล้วจักรก็จัดการเก็บของของเจ้าจอมลงกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนจะเป็นฝ่ายถือกระเป๋าให้กับเจ้าจอม ร่างเล็กเดินนำคนตัวใหญ่ไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เดินตามเจ้าจอมแบบนี้ นี่เป็นครั้งได้ที่ได้คุยกันยาวและเยอะขนาดนี้ แบบนี้ มันก็พอจะมีหวังบ้างล่ะน่า

“คุณจอมทำไมถึงมาทำงานที่นี่ล่ะครับ ได้ข่าวมาว่าคุณจอมเรียนจบบัญชีมา แต่คุณรามก็เสนอให้ทำงานอยู่ในสาขาใหญ่ในตัวเมืองนี่ครับ ทำไมถึงเลือกอยู่ที่นี่ล่ะ”

“แล้วไม่ดีหรือไงที่ฉันอยู่ที่นี่”

“ดีสิครับ ดีมากๆ เลย”

“งั้นก็ไม่ต้องรู้เหตุผลหรอก”

“อ้าว? ซะงั้น”

“ทำไม...อยากรู้ไปทำไม” คนที่ยังเดินนำอยู่ข้างหน้าถามขณะที่เดินไปด้วย

“เปล่า ผมก็แค่อยากรู้ไปงั้นๆ แหละครับ ว่าแต่ทำไมคุณจอมถึงยอมให้ผมมาส่งล่ะ หรือว่าจะเริ่มเปิดใจให้ผมแล้ว” ถามตรงๆ แบบมีความหวังมากๆ

กึก!

คนตัวเล็กชะงักกึก ใบหน้าแดงซ่านอย่างเขินๆ จะบอกได้ยังไงว่าเขาเองก็ชอบอีกคนตั้งแต่วันที่มาที่นี่แรกๆ แล้วเจอจักรแล้ว จักรอาจจะชอบเขาเมื่อสองปีที่แล้ว ที่เขาเรียนจบใหม่ๆ แล้วเข้ามาทำงานบัญชีให้รามินทร์ แต่สำหรับเขาแล้ว เขารู้จักจักรก่อนที่จักรจะรู้จักเขาอีก

แต่เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นความลับ

“แล้วนายอยากให้เป็นแบบไหน”

“ก็อยากได้โอกาส” ตอบเสียงอ่อย ซึ่งเจ้าจอมก็หันมามองสบตาผู้ชายตัวใหญ่โต หน้าโหดๆ แต่ถ้ารู้จักจริงๆ จะรู้ว่าคนตัวโตคนนี้เป็นคนที่ซื่อขนาดไหน

ซื่อสัตย์ ซื่อตรง นี่แหละคือคนที่เจ้าจอมหลงรักมาสามปี ใช่แล้ว... สามปี สามปีที่เขาหลงรักจักรมาตลอดโยไม่ลงมือทำอะไรเลย แต่นั่นแหละ เขาจะไม่รออีกต่อไปแล้ว

“อยากได้ขนาดนั้นเลย มั่นใจหรือไงว่าจะชนะใจฉันให้ได้น่ะ”

“ไม่มั่นใจหรอกครับ ก็คุณจอมทั้งน่ารัก ทั้งนิสัยดี ฐานะสูงส่งกว่าผมอีก การที่จะลดตัวลงมาคบกับผมน่ะมันไม่มีทางแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมก็อยากสู้ เพราะอย่างน้อย ก็ขอสู้ให้ถึงที่สุด แม้ว่าผลมันจะเป็นยังไงก็ตาม”

เจ้าจอมมองหน้าคนหน้าโหดๆ ท่าทางเถื่อนๆ แต่มีความจริงจังและจริงใจเต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกตื้นตัน

“ก็เอาสิ อยากทำอะไรก็เชิญ”

“จริงหรือครับ”

“อือ ฉันให้โอกาสนาย”

“คือ...จ่ะ จริงหรือเนี่ย”

“อะไรเนี่ย เดินตามมาได้แล้ว ฉันหิว”

“ครับๆ” รีบเดินตามไปอย่างอึ้งๆ สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่เพราะคิดว่าตัวเองกำลังฝันไปหรือเปล่า แต่มองด้านหลังของคนที่ตนรักมาสองปีเพ้อๆ

เมื่อเดินมาถึงบ้านพักส่วนตัวที่รามินทร์สร้างให้กับเจ้าจอม ร่างสูงก็ทำหน้าเสียดายที่เวลาอยู่ด้วยกันกับเจ้าจอมหมดลงแล้ว เขาวางของไว้ตรงโต๊ะ หันมองเจ้าของบ้านที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

“เดี๋ยว”

“ครับ”

“ทำอาหารเป็นไหม”

“ห๊ะ!!” อ้าปากค้างเหวอ

“ผม...ทำไม่เป็นหรอกครับ แต่ทำไข่เจียวได้นะครับ อยากกินไหมครับ” ถามออกไปอย่างนิ่งๆ ซื่อๆ จนเจ้าจอมหัวเราะออกมานิดๆ จนคนหน้าดุที่ไม่มีอารมณ์อะไรเลยบนใบหน้าก็มองคนตัวเล็กอย่างสงสัย

“เหมือนกันนะ แต่โชคดีที่ฉันพอทำอะไรง่ายๆ เป็น”

“ครับ?”

“จะกินไหมล่ะ” ถามไป

“กิน...ฝีมือของคุณจอม”

“ใช่”

“กินครับ กิน ผมอยากกิน” ตอบกลับอย่างกระตือรือร้น พอเห็นคนหล่อๆ ที่มีบุคลิกเป็นคนดิบเถื่อน แสดงสีหน้าดีอกดีใจ เจ้าจอมก็เลยรู้สึกดีขึ้นมาที่ปฏิกิริยาแบบนี้ เขาได้รับมันคนเดียว

“งั้นก็นั่งรอตรงนี้ไป ดูทีวีก็ได้”

“ให้ผมกลับไปอาบน้ำก่อนไหมครับ เหม็นเหงื่อหมด”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ถือ แล้วบ้านนายก็ไกลด้วยนี่ นั่งรอไปเถอะ”

“ให้ผมช่วยไหมครับ”

“ช่วยนั่งรอ”

“เอ่อ...โอเคครับ”

ร่างสูงรับปากอย่างจำยอมก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่เมื่อร่างเล็กของเจ้าจอมหายไปในห้องครัวของบ้านหลังเล็กแห่งนี้ ถึงจะบอกว่าเป็นบ้านหลังเล็ก แต่การตกแต่งถือว่าดูดีมาก บ่งบอกว่าเจ้าของมีสไตล์เป็นตัวของตัวเอง

“ความฝันหรือเปล่าวะเนี่ย กูเนี่ยนะได้เข้ามาในบ้านคุณจอม”

เพี๊ยะ!!!

ว่าแล้วก็ตบหน้าตัวเองดูหนึ่งทีแรงๆ จนตัวเองร้องเจ็บออกมา

“ไม่ฝันนี่หว่า เรื่องจริงนี่หว่า ย้ะฮู้!!! คุณจอมให้โอกาสกูแล้วโว้ย สองปีเต็มที่กูรอคอย ในที่สุดมันก็เป็นผล แล้วตอนนี้ ในบ้านของคุณจอม...”

เกินกว่าที่วาดฝันไว้เสียอีก...

ชั่วโมงผ่านไป บรรยากาศโดยรอบมืดลง เขายืนมองเจ้าจอมจัดโต๊ะอาหารแบบที่ทำตัวไม่ถูก ความรู้เหมือนมีภรรยาคอยทำอาหารรอสามีกลับบ้านมากิน แค่คิดก็รู้สึกฟินไปสิบชาติ

“นั่งสิ มัวแต่ทำหน้าพิลึกอยู่ได้”

“อ่ะ ครับๆ”

“หึหึ” ร่างบางหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเริ่มทานอาหารง่ายๆ สองสามอย่างที่ตัวเองทำอย่างไม่รอคนตัวใหญ่ที่ไม่กล้าแม้แต่จะจับช้อน

“จะกินไม่กิน”

“ครับๆ กินแล้วนะครับ”

พวกเขาทั้งสองลงมือทานอาหารด้วยกันเป็นครั้งแรกอย่างรู้สึกประหม่า ร่างสูงลอบมองใบหน้าน่ารักของเจ้าจอมเป็นระยะๆ ส่วนเจ้าจอมเองในจังหวะที่อีกคนไม่มองเขาก็มองกลับ

สลับกันไปมาจนทานเสร็จนั่นแหละ

“เดี๋ยวผมล้างจานให้”

“ก็ดีเหมือนกัน”

“ขอบคุณสำหรับข้าวเย็นอร่อยๆ นะครับ”

“อือ ไม่เป็นไร ล้างเสร็จแล้วนายช่วยล็อกบ้านให้ก่อนกลับนะ ฉันจะไปอาบน้ำพักผ่อนแล้ว”

“ครับคุณจอม”

“ขอบคุณ”

ร่างเล็กเดินเข้าไปข้างในอีก ซึ่งเป็นห้องนอนเนื่องจากเป็นบ้านชั้นเดียว เลยไม่ค่อยมีห้องมากนัก ฟากจักรเองก็ล้างจานเสร็จ เดินตรวจรอบๆ บ้าน แล้วล็อกประตูให้ก่อนจะเดินกลับบ้านก็ตนไป ซึ่งมันอยู่ไกลจากนี้ประมาณห้ากิโลได้ แต่เขาก็ชอบเดินหรือปั่นจักรยานมา หากแต่วันนี้เขาเดินมาเพราะจักรยานยางแตกยังไม่ได้เปลี่ยน

“วันนี้ ก็นอนหลับฝันดีแล้วสิ”








“เป็นไงบ้าง”

“คุณจอมให้โอกาสกูว่ะ” จักรเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวานตอนเย็นให้กับอินทัชฟังในวันถัดมา ซึ่งร่างโปร่งก็ยืนฟังนิ่งๆ เมื่อจบแล้วก็เอ่ยเบาๆ อย่างแปลกใจ

“แปลก...”

“แปลกอะไรวะ”

“ไม่น่ารอด”

“มึงพูดอะไรเนี่ย” จักรชักมีน้ำโห

“มีแค่นี้จริงๆ หรือวะ” ถามกลับอย่างไม่แน่ใจเพราะสิ่งที่จักรเล่ามันไม่เป็นไปตามที่เขาคิดสักเท่าไหร่

“ก็เออน่ะสิ มึงคิดว่ามันจะมีอะไรอีก?”

“สงสัยกูจะวิเคราะห์พลาด”

“วิเคราะห์...กูว่านะอิน ขอร้องเลยเหอะ เลิกพูดอะไรที่กูเข้าใจยากจะได้ไหม ฟังมึงพูดทีไร กูไม่เคยจะเข้าใจเลยว่ะ”

จักรทำหน้าเหม็นเบื่อใส่หน้าอินทัช ซึ่งร่างโปร่งบางก็ทำได้แค่หัวเราะ

“หึหึ เอาเถอะ ก็ดีแล้วนี่ คราวนี้มึงก็เดินหน้าจีบไปเลย”

“เอ่อ...คือว่า” ร่างแกร่งแสดงความอึกอักออกมา จนร่างสูงโปร่งขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

“อะไร”

“แบบว่า...กู จีบใคร ไม่เป็นว่ะ” ตอบแบบไม่ค่อยอยากจะตอบเท่าไหร่ไป

“รู้อยู่แล้วล่ะ”

“มึงไม่ตลกหรือวะ”

“อยากให้กูหัวเราะหรือไง”

“เปล่า กูเคยบอกคนอื่นเขาก็พากันหัวเราะน่ะ กูเลย...ไม่ชินมั้งที่มึงไม่หัวเราะ”

พอดีกูแอบหัวเราะในใจอ่ะนะ...อินทัชคิดในใจ

“งั้นเดี๋ยวกูหัวเราะให้”

“เอ้ย! ไม่ต้องๆ เอาเวลามาช่วยกูคิดวิธีจีบดีกว่า”

“เฮอะ!! ไม่ต้องจีบหรอก กูมีวิธีที่เด็ดกว่านั้น”

“อะไรวะ” ถามไปอย่างสงสัยระคนไม่เชื่อใจกับีหน้าเจ้าเล่ห์ของอินทัช

“เอาหูมา”

“ทำไมต้องกระซิบด้วย”

“จะฟังไหม”

“เออๆ ฟังก็ฟัง”

ร่างแกร่งยื่นหูเข้าไปหาร่างโปร่งของเพื่อน และจากนั้น อินทัชก็กระซิบแผนการต่อไปให้กับร่างสูงรับรู้ซึ่งสร้างความตกใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก

“มันเสี่ยงนะมึง”

“อือ เสี่ยงไง”

“แล้วถ้าคุณจอมโกรธ ไม่ยอมให้โอกาสกูล่ะ ทำไง”

“ไม่มีทางหรอกน่า คุณจอมเขาชอบมึง ใจพวกมึงน่ะตรงกันแล้ว แต่มัวมาพิรี้พิไร น่ารำคาญลูกกะตาจริงๆ จัดการตามที่กูว่านั่นแหละ เดี๋ยวกูจะเป็นคนเริ่มแผนการเอง มึงมีหน้าที่เล่นตามเนื้อกูเท่านั้น บอกไว้ก่อนไม่ว่ากูจะเล่นอะไรมึงต้องเล่นตาม” สั่งเสียงเข้ม

“เออๆ กูจะทำตาม”

“ดีมาก รับรองว่าไม่ถึงสองอาทิตย์ มึงได้นอนกอดคุณจอมแน่”

“กูก็หวังให้เป็นแบบนั้น”

“แน่นอนอยู่แล้ว ระดับกูสักอย่าง” อินทัชเดินหนีไปอย่างอวดดี แต่ก็ทำให้จักรเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ก่อนจะไปทำงานก่อนได้เหมือนกัน

หมั่นไส้มึงจริงๆ ไอ้อิน…

“ช่างเถอะ ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไป และกำลังไปได้สวยด้วย”

บางที...ถ้าไม่มีไอ้อิน เขาจะได้โอกาสแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้

“ฮ่าๆ ก็ต้องขอบใจมึงล่ะนะ ไอ้อิน”


ต่อให้ผลข้างหน้าจะเป็นยังไง เขาก็ยอมรับทั้งนั้น

เพราะเขา สู้เต็มที่แล้วจริงๆ

...






100%

 :katai4: :katai4: :katai4:

   ครบ 100% แล้วนะคะ ^_^ ก็บอกว่ามี 3 คู่ไง ตอนนี้เป็นของจักรจอม ตอนหน้าก็เป็นขรรค์เงินนะคะ อยากลองดูว่าตัวเองจะเขียน 3 คู่ในเรื่องเดียวจบในกี่เดือน หรือปี ฮ่าๆ มีอะไรสอบถาม พูดคุย ติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจเลยนะคะ

https://www.facebook.com/sawachiyuki/

เม้นท์ๆ ด้วยนะคะ รักทุกคนเลยยยยยย


ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
อื้อออ มาแล้ววว ดีใจ
อินวางแผนให้คนอื่นนี่ดิบดีเชียวนะ
เห้อ....ไปเจอรามเลย แอบคิดถึงรามอินเบาๆนะเนี่ย
ปล แอบลุ้นขรรค์เงินเบาๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
ชอบคู่นี้ >///<
คุณจอมแอบชอบจักรก่อน แอร๊ยย ฟินตัวแตก
ทำเอาว่าอยากรู้เลยค่ะ เพราะอะไรทำให้จอมเริ่มแอบชอบจักร
 :-[

ออฟไลน์ boommerang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
โหสามคู่จะยาวนานขนาดไหนนี่. คนเขียนมาต่อบ่อยป่ะนะ

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก
ตอนที่ 8
หลีกเลี่ยง



“อินครับ เห็นขรรค์หรือเปล่า”

“อ้าว...หมอเงิน มาแต่เช้าเลยนะครับ” ร่างโปร่งของอินทัชที่กำลังรดน้ำผักอยู่หันมาทักทายก่อนจะทำงานของตนให้เสร็จ

“มาหาขรรค์น่ะครับ”

“ทำแต้มน่าดูเลย”

“ไม่เรียกว่าทำแต้มหรอกครับอิน เพียงแค่จะเอาขรรค์คนเดิมคืนมาก็เท่านั้น”

“ถ้างั้นก็สู้ๆ นะ ขรรค์ไปดูห้องพักที่ต้องซ่อมแซมน่ะ ลองตามไปดู” ตอบยิ้มๆ แต่สีหน้าดูเหนื่อยอย่างมากจนหมอเงินเป็นห่วง

“อิน เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าตาไม่สู้ดีเลย”

“เปล่าหรอก รู้สึกเหนื่อยๆ น่ะ”

“จริงสิ อินต้องตื่นกี่โมงในทุกๆ วันหรือครับ” ถามเสียงอ่อนโยน

“ก็ตีสี่น่ะ”

“นอนล่ะครับ”

“มาแรกๆ ก็นอนสองสามทุ่มน่ะ แต่เดี๋ยวนี้ไอ้รามมันใช้งานหนัก ห้าทุ่มน่ะถึงได้นอน”

“พักผ่อนน้อยมากเลยนะครับ อินก็รักษาสุขภาพบ้างเดี๋ยวผมจะจัดวิตามินบำรุงมาให้เดี๋ยวร่างกายจะแย่เอา ตอนนี้ก็คงทำได้แค่นี้ จะหวังให้คุณรามลดงานคงเป็นได้ยาก” หมอเงินบอกยิ้มๆ ใบหน้าสวยยิ้มรับอย่างเหนื่อยๆ แต่ก็ยังมีแววความจริงใจอยู่ในดวงตา

“ยังมีความโชคดีในความโชคร้ายสินะ นอกจากไอ้รามแล้ว ทุกคนที่นี่ดีกับผมมากจริงๆ”

“หรือครับ แบบนั้นก็ดีแล้วล่ะอิน นอกจากผมกับขรรค์ อินมีเพื่อนอีกไหมครับ”

“ก็มีไอ้จักรน่ะ เจอที่งานก่อสร้าง”

“อ๋อ ดีแล้วล่ะครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปหาขรรค์ก่อน แล้วจะมาหาใหม่นะอิน”

“โอเคหมอเงิน”

ร่างโปร่งของหมอเงินเดินจากสวนผักของอินทัชมาแล้วตรงไปหาขรรค์ทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อมองหาผู้ชายร่างสูงใหญ่อย่างตั้งใจ เพราะก่อนจะไปเข้าเวรก็ขอเจอก่อนเถอะ

“เอ๊ะ! เห็นหลังไวๆ อยู่นะ”

ว่าแล้วก็วิ่งทันที่เห็นเงาของคนตัวสูงที่ดูเหมือนจะหนีเขาไปแล้ว

“ขรรค์ อยู่ไหนเนี่ย เรามาหาน่ะ ออกมาเจอกันหน่อยสิ”

เงียบ...ไม่ออกมา แต่ร่างโปร่งของหมอเงินก็รู้ว่าร่างสูงอยู่แถวๆ นี้แน่นอน เพราะเห็นเงานผ่านไปไวๆ เมื่อกี้ แม้ว่าจะรู้ว่าคนตัวใหญ่พยายามที่จะเลี่ยงเขาเท่าไหนแต่เงินก็ไม่ยอมแพ้

เพราะครั้งนี้ ถ้าเขาไม่ได้หัวใจขรรค์คืนมา เขาจะไม่ยอมแพ้

“ขรรค์ ถ้าขรรค์ไม่ออกมานะ เราจะไม่ไปทำงานจริงๆ ด้วย” ร่างโปร่งขู่ออกมา รู้ว่าขรรค์เป็นคนยังไง และแน่นอนว่ามันก็เป็นไปตามที่ร่างผอมต้องการในเมื่อสิ้นเสียง คนที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ก็ออกมาหาหมอเงินที่ยืนยิ้มๆ มองอยู่

“เงินมีธุระอะไรกับเราหรือเปล่า”

“ทำไมล่ะ ไม่มีธุระอะไรเรามาหาขรรค์ไม่ได้หรือ” แสร้งทำหน้าเศร้าถามออกไป

“เปล่า แต่ว่าเรายุ่งน่ะ ไม่ค่อยมีเวลานักหรอก เงินมีอะไรจะพูดหรือเปล่า”

“ทำไมขรรค์ถึงได้ดูเย็นชาจัง”

“เราก็เหมือนเดิม”

“สำหรับคนอื่นน่ะเราไม่รู้ แต่สำหรับเรา ขรรค์ไม่เหมือนเดิม แต่ช่างเถอะ เราเป็นคนผิดนี่นะ สมควรแล้วที่ขรรค์จะโกรธเงิน”

“เงินต้องการอะไรน่ะ อย่ารื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาใหม่เลยนะ” เสียงทุ้มใหญ่ขอร้องออกมา แววตามีความเจ็บปวดฉายชัดอย่างชัดเจน

“ก็ได้ เราจะไม่รื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ แต่เงินจะเริ่มใหม่ ให้โอกาสกับเงินหน่อยนะ”

“ไม่ได้หรอก เราสองคนมันเป็นไม่ได้” ร่างใหญ่กัดฟันบอก

“ทำไมล่ะขรรค์ ความผิดที่เงินทำมันรุนแรงขนาดที่ให้อภัยกันไม่ได้เชียวหรือ” ถามด้วยใบหน้าที่เศร้าสลดจนบุคคลที่แกร่งอย่างหินผาใจอ่อนยวบ

“มันไม่ใช่อย่างนั้นเงิน ต่อให้ไม่มีเรื่องนั้น ขรรค์ก็ต้องรู้สึกได้ถึงความต่างของเราอยู่ดี” ร่างสูงหลุดแทนตัวเองเหมือนกับที่เคยแทนตัวเมื่อที่ผ่านๆ มา

“ขรรค์...”

“มันไม่มีประโยชน์จริงๆ เงิน ต่อให้ขรรค์ยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่เหมือนเดิมคือเรา...ไม่มีทางเป็นไปได้” สิ้นเสียงร่างสูงก็เดินหนีออกไป ทิ้งให้ร่างโปร่งก้มหน้ากำหมัดแน่นด้วยท้อแท้ใจ แต่ก็ไม่สิ้นหวังมาก

ขรรค์พูดเหมือนกับว่ายังรักเราอยู่...

แค่นี้ก็พอเป็นกำลังใจได้แล้วล่ะ

“จนกว่าจะหมดแรงจริงๆ ขอเราสู้ก่อนนะขรรค์”

ว่าแล้วก็เดินออกจากตรงนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าร่างสูงใหญ่ยังคงยืนนิ่งอยู่หลังผนังกว้าง กำแพงนั่นบังร่างของเขาจนมิด และสิ่งที่คนรักเก่าพูดทิ้งท้ายก่อนกลับไป มันก็ทำให้ขรรค์รู้สึกหวั่น หวั่นกลัวต่อความรู้ของตัวเอง

“ขอโทษนะเงิน...มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ”

เราจะไม่กลับไปแบบวันวานอีกแล้ว แม้ว่าที่ผ่านมามันจะมีความสุขแค่ไหน แต่ท้ายที่สุด มันก็เจ็บปวดที่สุดอยู่ดี ต่อให้รักมากแค่ไหน สุดท้าย...มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี

ความห่างชั้นของเรา ช่องว่างของเรา มันมากเกินไป


“เป็นอะไรครับหมอเงิน”

“อิน...ผมจะทำยังไง ขรรค์เขาหนีหน้าผมมาสามวันแล้วนะครับ ผมมาก็ไม่อยู่ วันก่อนก็ไปข้างนอก เมื่อวานก็บอกว่างานยุ่ง เห็นทีว่าผมจะไม่มีความหวังแล้วล่ะครับ”

“อะไรกัน น้ำเสียงเหมือนจะท้อแท้แต่หน้านี่ยิ้มน่ากลัวจริงๆ”

“อะไรครับอิน”

“จะวางแผนอะไรล่ะ” อินทัชถามอย่างรู้ทัน “มีเวลาพักแค่ยี่สิบนาทีผมจะฟังแผนการก็แล้วกัน” คนหน้าสวยว่าพลางนั่งลงตรงหน้าคุณหมอหนุ่มตรงม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่

“เบื่อจริงๆ เลย แค่อินมองตาผมก็รู้แล้วสินะว่าคิดอะไรอยู่”

อินทัชฉลาดจนน่ากลัวจริงๆ แต่ก็แบบนี้แหละที่เป็นเสน่ห์ของนักธุรกิจหนุ่มอย่างอินทัชนั่นแหละ

“ก็ไม่เชิงหรอก ความรู้สึกมันบอกน่ะ”

“ความรู้สึกของอินนี่มันเหมือนกับมานั่งในใจของผมเลยนะครับ”

“ก็นะ ผมต้องฝึกอ่านตา อ่านใจเข้าไว้น่ะ แต่ก่อนเป็นคนเชื่อคนง่าย โดนหลอกอยู่บ่อยๆ พอตัวเองเป็นลูกชายคนเดียว ผมก็เลยจำเป็นต้องแบกรับกิจการของครอบครัวเอาไว้ การจะให้ใครมาหลอกง่ายๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีน่ะสิ แล้วคนที่สอนก็เป็นพี่สาวของผมที่ตอนนี้ออกไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วล่ะครับ”

“ก็หมายความว่า ต้นตำรับของความน่ากลัวคือพี่สาวสินะครับ”

“หมอเงินก็ใช้คำเวอร์เกินไป น่ากลัวอะไรกันล่ะ”

นี่คงไม่รู้หรอกใช่ไหม ว่าการที่ตัวเองรู้ทันใครต่อใครมันเป็นเรื่องที่ทำให้คู่สนทนากลัวที่สุดล่ะ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ เขาน่ะ...ไม่มีอะไรจะปิดกับอินทัชแล้วล่ะ

จะบอก...ให้หมดเปลือกเลย

...

...

...


สามวันผ่านไปหลังจากวันนั้นที่เขาเล่าแผนการทั้งให้กับอินทัชฟังก็ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดี แต่ที่เจ็บใจสุดๆ นั่นคือเงินไม่สามารถช่วยอะไรอินทัชได้เลย

“คุณรามไม่คิดว่าทำมากไปหรือครับ”

“มากไป? อะไรที่ว่ามากไปหรือครับ” ถามกลับด้วยรอยยิ้มเทพบุตรที่ไม่ว่าใครๆ ก็ตกหลุมพรางมาให้เขาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการกระทำที่ดูโหดร้ายของตนเลย

“ก็การที่ใช้ให้อินทำงานหนักๆ ไม่พักนี่แหละครับ ผมขอร้องในฐานะหมอที่ดูแลอินอยู่ ร่างกายของเขาเพิ่งจะฟื้นตัว จะทำอะไร ให้มันอยู่ในขอบเขตความเป็นคนด้วยนะครับ ขอตัวก่อน” พูดออกไปตามที่คิดแล้วก็เดินออกมาจากตรงนั้นทันที เพราะทนเห็นภาพของเพื่อนใหม่อย่างอินทัชในสภาพนั้นไม่ได้

และอินทัชเอง ก็คงไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพตอนที่เขาดูน่าสมเพชแบบนี้แน่ๆ

“มันสนุกหรือไง กับการย่ำยีศักดิ์ศรีของคนอื่น” เงินพึมพำเบาๆ จากที่คิดว่าจะมาหาขรรค์เพื่อทำคะแนนกลับกลายเป็นว่าอารมณ์เหล่านั้นมันหายไปหมดแล้ว

ยังไงก็...กลับไปทำงานดีกว่า ขรรค์คงจะเลี่ยงเราเหมือนเดิมล่ะนะ

“เฮ้อ...พรุ่งนี้ต้องเข้าไปในตัวเมืองด้วยสิ มะรืนก็ไปประชุมอีก วันถัดไปอีกก็ออกไปในชุมชน สรุปว่าอาทิตย์นี้ ก็คงต้องปล่อยให้ขรรค์ลอยนวลไปสินะ”

“ช่วยไม่ได้แฮะ”

แล้วอาทิตย์หน้า เจอกันนะขรรค์...

ทันทีที่ร่างโปร่งเดินหันหลังกลับไปยังทางเดิมก็ทำให้ร่างสูงที่ซุ่มดูอยู่ถึงกับใจกระตุกไปเพราะไม่คิดว่าหมอเงินจะกลับไปแบบไม่หาตัวเขาแบบนี้

มัน...อะไรกัน

“จงใจ...เข้ามาปั่นหัวเล่นหรือเปล่านะ”

ถ้าเป็นแบบนั้น ก็มีทางเดียวที่จะสู้ได้ นั่นก็คือต้องใจแข็งเข้าไว้ ไม่ว่าเงินจะมาลูกไหน เราก็ต้องห้ามใจตัวเองเอาไว้ให้ได้


1 อาทิตย์ผ่านไปโดยที่ร่างสูงใหญ่ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนรักเก่าเลยสักนิด ไม่ได้ยินเสียง ไม่มีรอยยิ้มหวานๆ ไม่มี...มันก็แค่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่อยากจะยอมรับว่าสองอาทิตย์กว่าที่เงินกลับเข้ามาในชีวิต จิตสำนึกภายในก็ตอบสนองขึ้นมาทันที หัวใจที่เค้าคนนั้นเคยเป็นเจ้าของ พอห่างหายมันก็แทบขาดใจ พออยู่ได้ก็เหมือนขาดหาย แต่พอกลับเข้ามา...หัวใจที่เคยเป็นของใคร มันก็ตอบสนองเพื่อคนๆ นั้น

ขรรค์ยังรอ...รออยู่เสมอ

แต่พอสิ่งที่ตนรอมาอยู่ตรงหน้า เขากลับ...หนี

หนีออกไปจากความกลัวเหล่านี้ ความกลัวที่เขาหนีมาตลอด และไม่เคยสู้กับมันสักครั้ง

“สู้งั้นหรือ...เพื่ออะไรล่ะ”

“คำตอบมันก็แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง...ก็เพื่อความสุข” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ขรรค์หมุนไปหาอย่างตกใจ

“เงิน...”

“ขรรค์กำลังสงสัยอยู่ใช่ไหมว่าทำไมเงินถึงต้องสู้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าขรรค์ไม่มีทางใจอ่อนกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ที่เงินทำตอนนี้ก็แค่...ลองดู ถ้าสำเร็จมันก็มีความสุข แต่ถ้าไม่...ก็แค่เจ็บอีกครั้ง”

เขาไม่ได้สงสัยในตัวของอีกคน แต่สงสัยตัวเองมากกว่าว่าทำไมถึงไม่คิดจะสู้...

“เจ็บตอนนี้ มันดีกว่านะ”

“เงินรู้” ใบหน้าหล่อเศร้าลงซ้ำยังมีแววอ่อนล้าให้ขรรค์กังวลอีก “แต่ก็อยากจะลองดู อีกสักครั้ง ไม่ต้องห่วงหรอกว่าเงินจะทำให้ขรรค์ลำบาก เพราะถ้าวันไหนที่ขรรค์สุดจะทนจริงๆ เราก็จะไป”

“เรายังยืนยัน...”

“อือๆ เรารู้แล้ว เอ้า!!! ของฝากจากในเมือง เอาไปให้อินด้วยนะ เราจะกลับไปนอนพักสักหน่อยน่ะ” ร่างโปร่งขัดตอนที่ร่างสูงกำลังจะพ่นคำที่ไม่อยากฟังออกมาโดยการยื่นของฝากให้กับมือหยาบกร้านของขรรค์ด้วยความเร่งรีบ

“ขรรค์ไม่ต้องห่วงหรอกนะ มันเป็น...ครั้งสุดท้ายจริงๆ แต่ว่า...เงินก็ถามหน่อยได้ไหม”

“ได้”

“เวลา 7 ปีที่คบกัน ขรรค์...รักเราจริงๆ หรือเปล่า” ถามเสียงแผ่วเบา มองต่ำลงที่แผ่นอกแกร่ง ใจหนึ่งอยากจะฟังคำตอบ อีกใจหนึ่งก็กลัวคำตอบจะเป็นในสิ่งที่ไม่อยากฟัง

“รักสิ...แต่รักอย่างเดียว มันไม่พอหรอกนะเงิน”

“งั้น 3 ปีที่เลิกกันนี้ ขรรค์ยังรักเราอยู่หรือเปล่า” ถามออกไปราวกับสิ่งที่ได้ยินมันไม่พอ

ไม่พอจริงๆ แต่คำตอบที่จะได้รับต่อไปนี้ มันจะตัดสินความเป็นไปได้ ว่าเขาจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนในการเอาหัวใจของขรรค์คืนมา

“เงินกลับไปนอนพักเถอะนะ”

“ทำไมไม่ตอบล่ะ”

“เราไม่รู้ เงินพักผ่อนก่อนเถอะ เป็นหมอแต่ไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะ”

“ขรรค์ก็มาดูแลเราสิ” รู้อยู่ว่ากำลังเอาแต่ใจ

อาจจะทำให้ขรรค์ไม่พอใจ รำคาญหรือไม่ชอบใจก็ได้...

“ไม่ได้หรอกเงิน เราไม่ควรเจอกันอีกแล้วจริงๆ”

“ทำไมล่ะ ฮึก...เรารักขรรค์นะ รักมากเหมือนเดิม 10 ปีที่ผ่านมา เคยรักยังไงก็ยังรักอย่างนั้น ในขณะที่เงินทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอยู่กับขรรค์ อึก...แต่ขรรค์กลับบอกเลิกเราแล้วมาที่นี่ ทิ้งเรา ให้เราอยู่คนเดียว มันเพราะอะไร ทำไม ฮึก ถึงให้เหตุผลกับเราไม่ได้” คุณหมอหนุ่มร้องไห้ออกมาก่อนจะระบายถามอย่างอัดอั้นปนเสียงสะอื้นไห้

ไหล่เล็กไหวอย่างน่าสงสาร แต่คนตัวสูงใหญ่ก็กำมือแน่นราวกับพยายามหักห้ามตัวเองไม่ให้เอามือไปคว้าอีกคนมากอด

ไม่เช่นนั้น...ทุกอย่างที่ทำมา มันต้องสูญเปล่า สูญเปล่าแน่ๆ

“กลับไปเถอะ” ขรรค์ขอร้อง...

หมอเงินเงยหน้ามองร่างสูงทั้งน้ำตา ปากบางสั่นระริกเอ่ยคำพูดที่ฉุดรั้งความรู้สึกของเขาให้หน่วงไปทั่วทั้งอกแบนี้ ก่อนจะเดินจากไปราวกับจะหมดแรงเดินทุกขณะ

“เราจะมาใหม่ ฮึก”

แผ่นหลังนั่นลับสายตาไปแล้ว เหลือเพียงเขาที่กำลังยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่กับแสงแดดยามเย็นที่ใกล้จะลับขอบฟ้าเต็มทีด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน

รักสิ!!! ขรรค์ยังรักเงินมาก รักไม่เปลี่ยนแปลง

รัก...จนไม่สามารถจะรักใครได้อีกแล้ว แต่คนอย่างขรรค์ไม่คู่ควรเลย ไม่คู่ควรกับความรักของคนที่สูงค่าอย่างเงินเลยสักนิด

“เพราะฉะนั้น...ช่วยกลับไปที เข้าใจขรรค์ด้วย”


หนึ่งคนเจ็บปวดเพราะรัก...พยายามเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล

หนึ่งคนเจ็บปวดเพราะรัก...แต่ไม่อาจจะเก็บรักนั้นไว้ได้

หนึ่งคนสู้ อีกหนึ่งคนหลีกเลี่ยง ใครแพ้ใจตัวเองก่อน...มันก็จะได้ผลที่ต่างกัน ถ้าเงินสู้จนชนะ ทั้งสองก็จะมีความสุข แต่ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคในภายภาคหน้า แต่ถ้าหากขรรค์ชนะ...ทุกอย่างจะจบ ต่างคนต่างก็ทุกข์และเสียใจกับมันอีกครั้งเหมือนเมื่อสามปีที่ผ่านมา...

“อย่าจมปลัก อยู่กับขรรค์เลยนะ”












50%


 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

   มาช้าไป จะบอกเหตุผลเดิมๆ ก็ไม่อยากพูดมาก แหะๆ อ่านแล้วเม้นท์ให้ด้วยนะคะ ขอกำลังใจหน่อย แม้ว่าจะหายไปบ้างแต่ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามกันมานะคะ

   สามารถพูดคุย สอบถาม ทวงนิยายกับยูกิได้ที่แฟนเพจนะคะ https://www.facebook.com/sawachiyuki/

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
เฮ้อออ. แต่ละคู่

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
หน่วงมากกกกกด ขรรค์เงินหน่วงมากกกกก ณ ตอนนี้
รามแม่งก้อนะ ช่วยมีความเป็นคนหน่อย
อินมันจะเป็นยังไงเนี่ย โธ่ๆชั้นเป็นห่วงอิน
รออ่านต่อน้า

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
3 คู่ เจ้มจ้น รู้สึกคู่จักรนี่จะดูราบรื่นสุด(รึเปล่า?)
รามอิน คู่นี้นี่ก็เห็นแต่ความงี่เง่าไร้เหตุผลของอิราม
ส่วนขรรค์เงิน นี่หน่วงค่ะ ไอความรู้สึกที่ใจตรงกัน รักกัน แต่มันเป็นไปไม่ได้นี่มันหน่วงแท้

เป็นกำลังใจให้ทั้งสามคู่ เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยค่ะ
รอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ SawachiYuki

  • แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +261/-38
    • Fanpage
ตอนที่ 8 ครึ่งหลัง





เช้าวันใหม่ เงินมาตามที่บอกไว้เมื่อวานจริงๆ และหาเขาเจอได้อย่างง่าย จนขรรค์สงสัยว่าผู้ที่ให้ความร่วมมือกับเรื่องแบบนี้ต้องเป็นอินทัชไม่ผิดแน่นอน

คนที่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน มีเพียงอินทัชกับคนงานบางคนเท่านั้น

เฮ้อ...ไม่รู้หรือไงว่าเขาอึดอัดใจ

“ขรรค์ กินข้าวหรือยัง เราซื้อข้าวต้มมาจากตลาดแหน่ะ”

“เรากินที่โรงครัวแล้ว เงินไม่เห็นต้องลำบาก” ร่างสูงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ และใบหน้าที่แสนจะเย็นชา จนคนที่ถือข้าวต้มมายิ้มเก้อ

“งั้นเอาไว้อุ่นกินตอนกลางวันก็ได้นะ”

“ที่นี่มีโรงครัวนะ เงินไม่ต้องซื้อของกินมาฝากเรานะ”

“ใจร้ายจัง เราก็แค่อยากทำให้” ว่าแบบไม่จริงจังมากนัก ใจก็ไม่คิดอะไรมากเท่าเมื่อวานแล้ว เนื่องจากเขาพักผ่อนไม่เพียงพอ เหนื่อยกายเลยพาลทำให้น้อยใจไปหมดทุกๆ อย่างก็เท่านั้น

“มันเปลือง”

“เข้าใจแล้วๆ เราจะเลิกซื้อของกินมาให้ก็แล้วกัน”

“อย่างอื่นก็ไม่ต้องซื้อ”

“ก็ได้ งั้นเรามาแต่ตัวกับหัวใจก็พอนะ”

“…” ขรรค์เงียบ เพราะถ้าตอบออกออกไปก็อาจจะดูแรงไป

ยังไงซะ เขาก็ทำร้ายคนที่ตัวเองรักไม่หลงหรอกน่า

“ขรรค์ นายหยุดวันไหนน่ะ”

“ไม่มีตายตัวหรอก แต่ส่วนใหญ่ก็วันอาทิตย์” ตอบไปตามความจริง

“งั้นอาทิตย์นี้เราไปเที่ยวกับไหม เราอยากไปน่ะ ไม่เคยเที่ยวแถวนี้เลย เป็นไกด์ให้หน่อยสิ”

“อาทิตย์นี้เราไม่ว่างน่ะ” รีบออกปากปฏิเสธทันที

“อ้าว? ไปไหนล่ะ เราไปด้วยได้ไหม”

“ไม่ได้หรอก เราไม่ได้ไปเที่ยว”

“งานหรือ เราช่วยได้นะ” เสนอตัวอย่างกระตือรือร้นจนร่างใหญ่มองใบหน้าหล่อเหลาของหมอเงินด้วยความรู้สึกหนักใจไม่รู้จะเอาอะไรมาอ้างอีกคนแล้ว

“เงินทำงานไปเถอะ ไม่ใช่ว่าเงินมาที่โรงพยาบาลนี้เพราะหมอขาดหรือ”

“นั่นสินะ เรานี่แย่จัง”

“เปล่าว่าเงินนะ”

“ฮ่าๆ ไม่เอาน่า เงินไม่คิดมากอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะ วันนี้มีนัดเยี่ยมบ้านคนไข้น่ะ” ร่างโปร่งหัวเราะออกมาเสียงสดใส ใบหน้าบ่งบอกว่าไม่ได้คิดมากอย่างที่พูด

ขรรค์อยากจะใจร้ายให้มากกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่เพียงเย็นชาใส่เท่านั้น

“อืม...”

“บ๊ายบาย”

ร่างโปร่งเดินหันหลังให้เขา และขรรค์ก็เดินออกจากตรงนั้นเพื่อไปทำงานต่อทันที แต่ก่อนที่จะไปทำงาน มีอะไรต้องไปจัดการสักหน่อยแล้ว

“อินทัช!!”

“อ้าว? ว่าไงขรรค์ นายมีอะไรกับฉันงั้นหรือ แล้วหมอเงินล่ะ”

“กลับไปแล้ว ว่าแต่...นายช่วยกันเงินออกจากฉันทีได้ไหม” ขอร้องเสียงเรียบ นอกจากใบหน้าและน้ำเสียงจะนิ่งๆ เหมือนไม่ใช่การขอร้องแล้ว อินทัชก็สัมผัสได้จากดวงตาคมที่มีความกลัวกังวลอยู่

“ทำไมฉันต้องทำ”

“ขอร้อง”

“นายบอกฉันช้าไปนะ ฉันตกลงกับหมอเงินไว้แล้วว่าจะช่วยน่ะ โทษทีนะ แต่เห็นทีว่าฉันจะรับปากนายไม่ได้” อินทัชพูดบอกยิ้มๆ

“ทำไม?”

“เพราะหมอเงินรักนายไง รักมาก ฉันเองก็อยากจะเห็นนายสองคนลงเอยกัน”

“มันเป็นไปไม่ได้” เถียงเสียงแข็งจนร่างโปร่งสวนกลับทันควัน

“แล้วลองหรือยัง! สู้ดูหรือยัง!! หรือเอาแต่หนีกันแน่!!!” ยิ่งเพิ่มเสียงขึ้นเรื่อยๆ

คนประเภทไหนที่อินทัชเกลียดมากที่สุด คำตอบคือ พวกที่ตัวใหญ่แต่ใจเสาะแบบขรรค์นี่แหละ

“นายมันจะไปรู้อะไร ต่อให้สู้ไปแล้วได้อะไร ยังไงคนในครอบครัวของเงินก็ไม่ยอมรับอยู่ดี!!” คนตัวใหญ่ระบายออกมาอย่างโมโห และเจ็บปวดกับความรู้สึกตลอด 3 ปีที่เขาจมอยู่กับมัน

ไม่ใช่ว่าเขาไม่สู้ แต่สู้แล้วต่างหาก...ผลที่ได้คือไร้ความหมาย

“ก็เลยเลือกทิ้งหมอเงินสินะ”

“ฉันไม่ได้ทิ้ง แค่ปล่อยมือ...” ตอบไม่เต็มเสียง แววตามีแต่ความเศร้าเสียใจจนอินทัชรู้สึกเห็นใจ เรื่องที่หมอเงินเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความรักของเงินกับขรรค์บวกกับประโยคที่ขรรค์ระเบิดออกมา ปะติปะต่อเรื่องราวได้แค่ว่า ครอบครัวของเงินไม่ยอมรับ ขรรค์เลยถอยออกมา...

แต่ถอยออกมา ในขณะที่เงินก็สู้แบบเต็มที่เพื่อให้ทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันต่อไป แต่ก็เปล่าเลย เขาจบความสัมพันธ์ไว้ที่ปีที่ 7 แล้วหนีออกจากกรุงเทพมา

“ปล่อยได้ก็จับใหม่ได้”

“ไม่มีทาง”

“มีสิ มันมีทางแน่ๆ”

“ไม่!!!”

“นายโกรธที่หมอเงินเคยแต่งงานใช่ไหม” ถามออกมาได้ตรงจุดสุดๆ ทำเอาร่างใหญ่โตสะอึกไปเลย มองหน้าอินทัชอย่างสงสัย แต่ก็รู้ได้โดยเร็วว่า เงินคงเล่าเรื่องราวให้อินทัชฟังหมดแล้ว

“...”

“นายโกรธที่เขาบอกว่าสู้เพื่อพวกเรา แต่กลับตกลงกับแม่ว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่หามาให้ใช่ไหม และนายเองก็ต้องถูกแม่ของหมอเงินพูดอะไรบางอย่าง ที่ทำให้นายตัดสินใจหนีมาที่นี่สินะ”

ฉลาดเกินไปแล้ว…

อินทัชน่ากลัวเกินไป

“ฉันรู้มากกว่านี้ แต่อยากให้นายฟังจากปากของหมอเงินเองมากกว่า”

“อืม...”

“ให้โอกาสให้เขาได้พูด ได้อธิบาย อย่ามัวแต่คิดเองเออเอง”

“มันก็ถูกแล้ว ทุกอย่างที่ผ่านมา ไม่มีอะไรที่ฉันเข้าใจผิดแน่ๆ”

‘เงินรักขรรค์นะ รักมากๆ แต่เงินจำเป็นต้องแต่งงานกับคุณสา เพื่ออนาคตของเรานะขรรค์’

ประโยคนี้คอยตามหลอกหลอนเขามาตลอด

‘ปล่อยลูกชายฉันไปซะ นายมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง แถมยังเป็นผู้ชายอีกต่างหาก เงินเป็นหมอ เขามีหน้ามีตาที่ต้องรักษา จะให้ใครมารู้ว่าลูกฉันคบผู้ชายไม่ได้ อ้อ! ตอนนี้ฉันก็หาคนที่เหมาะกับลูกชายฉันมาแล้ว และเงินกับหนูสาก็จะแต่งงานกัน ไอ้บ้านนอกอย่างนายก็ควรหายไปซะ!!!’

คิดถึงวันนั้นเมื่อไหร่ ก็รู้สึกแรงบีบรัดที่หัวใจมากเท่านั้น

ความเจ็บที่ไม่มีวันหาย...

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องทุกเรื่องมันจะจริงมากน้อยแค่ไหน ที่ฉันรับรู้ได้ คือ รักที่มีให้นายน่ะ ของจริงเลยล่ะ อาจจะจริงที่หมอเงินเคยแต่งงาน แต่เขาก็รักนายหมดหัวใจอยู่ดี อ้อ!! ดูเหมือนเขาจะหย่ากันแล้วล่ะนะ” อินทัชพูดจบก็เดินไปหยิบตะกร้าผ้าแล้วลงไปที่ธารน้ำทันทีเพื่อซักผ้ากองโตต่อไป ทิ้งให้ร่างแกร่งยืนชะงักอยู่กับที่

ยอมรับว่ากำลังดีใจ เพราะสิ่งที่เขารู้ คือสิ่งที่เขาไม่กล้าถาม

ตั้งแต่เจอหน้าของเงิน ขรรค์มีแต่คำถามนี้อยู่เต็มหัวใจ

เงิน...หย่ากับภรรยาหรือยัง? ตอนนี้ได้คำตอบแล้ว หากแต่มัน ก็ไม่อาจจะทำให้เรื่องของเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกอยู่ดี


“มึงว่างขนาดนี้เลยหรือไง ถึงได้คอยวุ่นวายกับชาวบ้านเขาแบบนี้ ทั้งจอม ทั้งไอ้ขรรค์ หึหึ กูคงให้งานมึงน้อยไปสินะ” เสียงเข้มดังมาจากด้านหลังของอินทัชที่กำลังซักผ้าอยู่อย่างตั้งใจ โดยที่ขรรค์เดินจากไปแล้ว

“หึหึ กูแค่ช่วยคนที่ดีกับกู ทำความดีเอาไว้ เผื่อว่าความดีที่กูทำมันจะได้ส่งผลให้กูหลุดพ้นจากความชั่วช้าของมึง” ร่างโปร่งตอบแบบไม่หันมามองคนด้านหลังเลยสักนิด

“ปากดีตลอดเลยนะมึง”

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“ถ้ามึงทำงานได้ดีเหมือนปากก็จะดีกว่านี้ล่ะนะ”

“อ้าว? นี่กูมีสิทธิ์เข้าใกล้คำว่า ‘ดี’ของมึงด้วยหรือวะ” อินทัชประชดประชัน มือขาวที่แดงเถือเนื่องจากแพ้ผงซักฟอกก็ยังคงขยี้ผ้าอยู่แบบนั้น

“อย่ายั่วโมโห”

“หึหึ แล้วมึงมีอะไรจะสั่งกูอีกหรือไง”

“ไม่มีกูก็คงไม่มาหรอก ไม่อยากจะลดตัวมาคุยกับมึงเท่าไหร่” รามินทร์ว่า กอดอกมองแผ่นหลังที่เล็กกว่าเขาอย่างเหยียดหยาม

“ลดตัว...ตายแล้ว กูเพิ่งรู้ว่ามึงสูงส่ง เอาตรงไหนวัดกัน?”

“ทั้งๆ ที่มึงก็ว่า ด่ากูสารพัด ทำร้ายร่างกาย โขกสับทุกอย่าง ไหนจะเรื่องที่ให้กิน ให้พัก ทรมานอย่างกับทาสสมัยยังไม่เลิกทาสอีก ในสมองมีแต่ความโกรธแค้น ไม่ต้องพูดถึงการศึกษากับฐานะ...เด็กอนุบาลยังดูออกว่าใครมันสูงส่งกว่ากัน” อินทัชพูดต่อไปอีกเมื่อไม่ได้ยินว่ารามินทร์จะตอบอะไรกลับมา

แม้ว่าสภาพเขาดูไม่ได้ แต่กล้าพูดอย่างหลงตัวเองเลยว่า ความคิดของเขาสูงส่งกว่ามันเป็นร้อยเท่า

“มึง!!”

“ทำไม โกรธ? ฟังความจริงไม่ได้”

“เออ อยากพูดอะไรก็พูดไป ซักเสร็จแล้วช่วยไปตัดหญ้าที่สวนด้วย กูเห็นหญ้ามันเริ่มขึ้นยาว รำคาญลูกตา!!”

“รับทราบครับ”

รามินทร์เดินจากตรงนั้นอย่างไม่สบอารมณ์ที่โดนอินทัชยั่วโมโหอีกแล้ว ทั้งๆ ที่มันควรเป็นอินทัชมากกว่าที่รู้สึกหัวปั่น แต่กลับกายเป็นเขาไปได้

คงต้องระวังมากขึ้น เพราะอินทัชมีเพื่อนถึงสองคนเลยทีเดียว ทั้งจุลจักร และหมอเงิน...


“อินครับ เห็นขรรค์ไหม”

“จะมีวันไหนบ้างไหมที่เวลาหมอเงินมา จะไม่ถามสารทุกข์สุกดิบของผมก่อนถามหาว่าขรรค์มันอยู่ไหน” อินทัชที่กำลังพรวนดินและใส่ปุ๋ยต้นไม้ ผักต่างๆ แขวะและค่อนขอดอย่างไม่จริงจังนัก

“เฮ้ย!! หน้าไปโดนอะไรมา” ถามอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าขาวใสของอินทัชที่มุมปากช้ำมาก

“ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรล่ะ คุณรามทำอะไรอ่ะ”

“ก็แค่ยั่วโมโหมันหน่อยๆ เลยโดนต่อยมาน่ะ หมอเงินอย่าได้สนใจเลย ถามหาขรรค์หรือ”

“ผมช่วยอินไม่ได้เลย”

“อย่าดราม่าน่ะหมอ”

“อินก็ทำเป็นไม่ใส่ใจไปได้ ตั้งแต่เรื่องโดนจับมา ถ้าเป็นคนอื่นคงจะหาโอกาสหนีทุกวินาที แต่นี่อินกลับอยู่เฉยและยอม” หมอเงินบ่น

“ใครว่าผมไม่คิดหนี...” ร่างโปร่งพึมพำเสียงเบา “แต่มันทำไม่ได้ต่างหาก”

“ผมอยากช่วยอินเหมือนที่อินช่วยผมจัง แต่ก็รู้ว่าถ้าทำไป คุณรามต้องขวางผมกับขรรค์แน่ๆ”

“ถามจริงเถอะหมอ ทำไมถึงต้องตามตื๊อขรรค์ขนาดนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ผมก็ดูแล้วมันก็เป็นแค่คนขี้ขลาดคนหนึ่งเท่านั้น ไม่คิดจะสู้อะไรเลย” อินทัชถามอย่างจริงจัง

หมอเงินหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาส่อประกายความรักอย่างเต็มเปี่ยมเมื่อนึกถึงอีกคน

“ผมเชื่อว่าขรรค์มีเหตุผล เพราะตลอด 7 ปีที่คบกัน ขรรค์เป็นคนที่พึ่งพาได้และออกรับหน้าแทนผมมาโดยตลอด แต่ผมก็ผิดเองที่แต่งงานกับคนอื่นตามที่แม่ต้องการเพื่อที่จะ...” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดต่อไป อินทัชก็แทรกขึ้นมาก่อน

“พอๆ เล่าแล้วๆ ผมไม่อยากฟังบ่อยๆ หรอกนะ”

“ฮะๆ ขอบคุณนะ”

“มันเข้าไปในป่า เห็นว่าทุกวันหยุดจะไปพักผ่อนที่นั่น หมอนนั่นมีบ้านที่แยกโดดๆ ไปจากที่นี่ 2 กิโลน่ะ ไอ้รามมันยกที่ให้ ถามจากป้ารีในครัวแล้ว แกบอกว่าที่นั่นเหมือนกับสวรรค์เลยล่ะ ผมก็ไม่เคยไป แต่ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น” อินทัชเล่าบอกเท่าที่ตัวเองรู้

“แล้วทำไมขรรค์ถึงไม่พักที่นั่น ทำไมต้องไปเฉพาะวันหยุดด้วย”

“คงจะขี้เกียจมั้งเพราะมันต้องเดินไป”

“แค่ 2 กิโลเอง”

“ทางมันเปลี่ยวน่ะ เดินทางกลางวันมันไม่มีปัญหา แต่ถ้าไปกลับแล้วต้องเดินกลับดึกๆ มันก็อันตราย เพราะตลอดทางก็ไม่มีไฟมากนัก ขนาดที่ผมพักยังไม่มีไฟเลย” อดจะบ่นบ้านพักตัวเองไม่ได้

“งั้นผมจะไปยังไงล่ะ อินก็ไม่รู้เส้นทางด้วย”

“หมอว่างหรือไง ต้องทำงานไม่ใช่หรือ” ถามนิ่งๆ จนคนเป็นหมอถึงกับเบิกตากว้าง เพราะตัวเองมีงานต่อตามที่อินทัชถามมาจริงๆ

“นั่นสินะ แย่จัง”

ก็ไหนบอกว่ามีงานไง นี่หนีกันเข้าป่าไปนี่ ยังไงเขาก็ต้องหาทางตามร่างใหญ่ไปให้ได้ อาทิตย์นี้ไม่รู้ แต่อาทิตย์หน้าเขาจะเปลี่ยนวันหยุด จะหยุดวันเดียวกับขรรค์เลยคอยดู

“ไปทำงานก่อนเถอะหมอ ผมเองก็ต้องไปตามที่คุณชายบัญชาต่อ”

“อินจะไปหาคุณรามหรือ”

“อือ มันใช้ให้ไปทำความสะอาดบ้านน่ะ”

“งั้นก็สู้ๆ นะ อย่าไปกวนอารมณ์เขาอีกล่ะ เดี๋ยวจะหมดสวย” แอบแซวใบหน้าที่สวยกว่าผู้หญิงของอินทัชไปนิดๆ หวังจะยั่วอารมณ์ของอินทัช และก็เป็นไปตามนั้น

“หมอ!!!”

“ฮ่าๆ” ร่างสูงกว่าเพียงเล็กน้อยของหมอเงินเดินจากสวนผักตรงนี้ไปอย่างอารมณ์ดี แต่ก็มีผิดหวังที่ไม่ได้เจอคนที่ตัวเองอยากเจอก็ตาม...




100%

 :katai4: :katai4: :katai4:

   อันนี้ลืมของจริงค่ะ คิดว่าตัวเองลงครึ่งหลังแล้วนะเนี่ย ขอโทษจริงๆ แหะๆ ไปหมดแล้วสมงสมอง รู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองโง่มาก จากที่โง่อยู่แล้ว พักนี้มักจะดูสมองช้าแปลกๆ แบบรู้สึกได้ ป้าถาม 50+50 เป็นเท่าไหร่ ยูกิยังสตั๊นอ่ะ ใครมีวิธีบริหารสมองมาบอกกันที่แฟนเพจได้นะคะ ไม่ไหวกับความช้าของตัวเองจริงๆ

   เม้นท์ ติชมกันด้วยนะคะ ยูกิจะได้ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น อยากพูดคุย อยากจะระบายไปหายูกิที่เพจได้ ช่วงนี้เพจเงียบไป กลัวทุกคนลืมกัน แหะๆ https://www.facebook.com/sawachiyuki/


ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
อินนี่ถูกกระทำตลอด อื้อออน่าสงสาร :hao5:
คะแนนอิรามก็ยังคงติดลบอยุ่ ทำตัวงี่เง่าน่าโดดถีบ
 :z6:

รอตอนต่อไปค่า

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด