-รักพัดหวน- ตอนพิเศษ [11/09/59]+ แจ้งข่าว หน้า14
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: -รักพัดหวน- ตอนพิเศษ [11/09/59]+ แจ้งข่าว หน้า14  (อ่าน 168781 ครั้ง)

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
เรารอเธอมาหลายวัน มาอัพบ่อยๆนะ เราชอบบบ

ออฟไลน์ me12inzy

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
เกลียดเอม เป็นพ่อเค้าเหรอจ๊ะ หืมๆๆๆๆๆๆ เพลงจะเป็นยังไงบ้างแล้ว ชะนีแป้งนี่ก็นอแทงเลยนะ

ออฟไลน์ kosmos

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 237
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
เจ้ายักษ์กับเจ้าแว่นสินะ
เพลงแอบไปหลับที่ไหนหรือเปล่า . . .
ลุ้นค่ะลุ้น รอตอนต่อไป

ออฟไลน์ yearrayoeng

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
อิ่มเอมทำตัวเป็นสาวน้อยน่ารำคาญมากค่ะ

ออฟไลน์ kdds

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
อิ่มเอม จุ้นจ้านเกินเพื่อนนะนิสัยอย่างกับผู้หญิง เข้าใจว่าสิงห์ก็เกรงๆเพื่อนเพราะเลิกราคราวก่อนก็รบกวนเพื่อนไว้เยอะ แต่ถ้าจะเดินหน้าต่อ น่าจะบอกเอมไปตรงๆ

อยากรู้ว่า ทำไมเขาเลิกกัน

ออฟไลน์ gatenutcha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 184
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
เราไม่ชอบอิ่มเอม ถึงจะหวังดี แต่ มันใช่เรื่องไหม เราเชื่อว่า เพลงต้องมีเหตุผลอะไรซักอย่าง ถึงได้เลิกกัน
แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่บอก เพราะต่างคนยังไม่ยอมรับฟังกัน อิ่มเอม อย่างยุ่งเรื่องของสองคนนี้เถอะ
เป็นเพื่อนรักกันก็จริง แต่ทำไมถึงไม่เข้าใจเพื่อนละ ว่าต้องการอะไร

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
ทำให้เขาเลิกรักกันกับยัดผู้หญิงให้เพื่อนมันคนล่ะเรื่องนะคะ ทำแบบนี้สุดท้ายใครมีความสุขกันแน่นอกจากเอมเอง

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
อย่ามามากนะอิ่มเอม

ออฟไลน์ mur@s@ki

  • อยากรัก..แต่ใจไม่กล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-5
ตอนนี้ตัวน่ารำคาญเยอะมาก มีทั้งหนอนยักษ์และเพลี้ยแป้ง //ฉีดยาฆ่าแมลงรัวๆๆๆๆๆๆ

 :m31:

ออฟไลน์ SOMCHAREE

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 969
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-2
ขอให้เพลงปลอดภัยนะ ตอนนี้เริ่มหมั่นไส้อิ่มเอมแระ กลับบ้านไปเลยไป พาแป้งกลับไปด้วยยย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MaRiTt_TCL

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1513
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-6
คีย์อย่าเป็นอะไรนะ.>< ฮืออ
อยากรู้ว่าเพราะอะไร ทำไมคีย์ถึงเลิกกับสีหราช
เพราะตอนนั้นสีหราชจน หรอ ? หรือเหตุผลอื่น บางทีเราก็รู้สึกว่าสีหราชนางน่าสงสารนะ

ออฟไลน์ •ผั๑`|nกุ้va’ด•

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-69
โอ้ววววววว จอให้ปรับความเข้าใจ กันได้นะคะ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
อิ่มเอม นายก็รู้ว่าสิงยังรักเพลงอยู่นะ

ออฟไลน์ DeJavu~ ★

  • มาเฟียแสนซน กะชีคผู้เคร่งขรึม
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 809
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-9
ยังรอย้ำนะคะเข้ามาดูทุกวันเลย

ขอสมัครเป็นแฟนคลับเรื่องนี้

ชอบมากกกทุกอย่าง

ดำเนินเรื่องดี ทุกอย่างสมเหตุสมผล.


ยังไง  จะเป็นกำลังใจให้คนเขียน.เสมอ

ชอบและรักเรื่องนี้มาก.  อยากบอกว่ารอยุนะ รีบมาไวๆนะคะ

ออฟไลน์ kkmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
รอครับ

ออฟไลน์ sine

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 321
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-3
~แมกไม้  ไอดิน  กลิ่นหมอก~
  - รักพัดหวน -

ตอนพิเศษ   ต้นลมที่เราพบกัน





“นี่นาย”  เขากำลังเหลียวซ้ายมองขวามองหาเป้าหมายก็พอดีที่ใครบางคนเอ่ยร้องทักเขาออกมา  ฝ่ายนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วใช้มือดึงสาบเสื้อเพื่อขยับให้เกิดลมไล่ความร้อน  เพราะท่าคงวิ่งมาจากที่ไหนสักที่

“ครับ?”

“นายรู้ไหมว่ากองกิจการนิสิตอยู่ตรงไหน?”  มองเครื่องแต่งกายให้ละเอียดจึงรู้ว่าคนตรงหน้านั้นอยู่ปีหนึ่งเช่นเดียวกันกับเขา   ร่างสูงก้มหน้าลงอ่านกระดาษในมือก่อนจะตอบ

“น่าจะทางนั้นนะ”

“โอ๊ะ งั้นเหรอ”  ร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายทำท่าจะผละออกไป  หากเขารั้งเอาไว้เสียก่อน

“เอ่อ  ...ฉันก็กำลังจะไปทางนั้นพอดี”

“ดีจัง   ถ้าไปหลงคนเดียวคงน่าอายแย่”  คนตรงหน้ายิ้มสดใสส่งมาให้   รอยยิ้มที่ทำให้เขานึกถึง....ดวงตะวันกลางฤดูร้อน...
...และใครบางคนในห้วงคำนึงที่แสนลางเลือน....



สีหราชไม่ค่อยเข้าใจนักถึงการเป็นตัวแทนคณะฯมาประกวดดาวเดือนอะไรนี่   ดาวอะไร  ดาวซินโดรมรึ? แล้วเดือนล่ะ  เดือนดับ?   จนเมื่อเจ้าของรอยยิ้มเมื่อเช้ามาอธิบายให้ฟังนั่นแหละเขาถึงเข้าใจความสำคัญของการประกวดครั้งนี้

“นายชื่ออะไร?”

“สีหราช  เรียกว่าสิงห์ก็ได้”

“คิก  ชื่อนายเหมือนพระเอกนิยายเลย”

“เหรอ?  แล้วนายหัวเราะทำไม?”

“หืม?”

“นายบอกว่าชื่อฉันเหมือนพระเอกนิยาย  ก็ต้องแปลว่าดีน่ะซิ  ใช่ไหม  แล้วนายหัวเราะทำไม?”  สีหราชไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหัวเราะชื่อเขาทำไม  การมีชื่อให้เรียกย่อมดีกว่าการเป็นคนไร้ชื่อไม่ใช่หรือ?

“เฮ้ย  ฉันไม่ได้หัวเราะในทางที่ไม่ดีนะ  นายอย่าคิดมาก  ที่ฉันหัวเราะน่ะเพราะมันค่อนข้างแปลก  ชื่อยาวๆเหมือนพระเอกนิยายน่ะ  เดี๋ยวนี้เขาไม่ตั้งกันแล้ว   พ่อแม่สมัยใหม่น่ะชอบตั้งชื่อลูกยากๆกันทั้งนั้น   ฉันชอบชื่อนายนะ”  ฝ่ายนั้นอธิบายเสียยืดยาว  คงเพราะกลัวเขาโกรธกระมัง

“งั้นหรือ?   ฉันก็ชอบชื่อตัวเองเหมือนกัน”  สีหราชพยักหน้าแล้วตอบกลับไปคราวนี้คนตรงหน้าไม่ได้หัวเราะแล้ว  หากเปลี่ยนเป็นยิ้ม  ยิ้มที่อบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้า...

“ส่วนฉันชื่อคีตกาลนะ  เรียกว่าเพลงก็ได้”

“อืม  เพลง...”   สีหราชทวนชื่อนั้น  ก่อนจะเหลือบตามองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้ง

..ขี้แมลงวันเม็ดเล็กๆตรงข้างแก้มซ้ายนั่น...

เขาจะเป็นคนคนเดียวกันหรือเปล่านะ?


ห้วงความคิดของเด็กหนุ่มสะดุดลงเมื่อรุ่นพี่เดินออกมาด้านหน้าแล้วอธิบายถึงสิ่งที่ต้องทำ  กิจกรรมมากมายหลังจากนี้ที่พวกเขาและพวกเธอทั้งหลายซึ่งเป็นตัวแทนคณะจะต้องทำ

“หลังเลิกเรียนทุกวัน?”

“ใช่  ทำไม?”  คีตกาลเอ่ยถามคนข้างตัวที่ทำสีหน้ายุ่งเหยิง

“ฉันไม่สะดวก”

“แต่เราก็ต้องทำนะ”  คีตกาลยังไม่เข้าใจ  คนข้างตัวเขาไม่สะดวกอะไรอย่างนั้นหรือ?

“นี่  ถ้าฉันขอตัวออกไปตอนนี้จะเป็นอะไรหรือเปล่า?”  สีหราชหันมาถาม  แล้วเงยหน้ามองหาพี่คณะของตัวเองไปพลาง
“หมายถึง   ขอตัวไปทำธุระตอนนี้?”  สีหราชพยักหน้ารับเมื่อเด็กหนุ่มหน้าใสของตัวถามอีกครั้ง  “ไม่เป็นไรหรอกมั้ง?”  ว่าเสร็จร่างสูงของสีหราชก็วิ่งตรงเข้าไปยังพี่คณะของตัวเองทันที  ฝ่ายนั้นมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด   คีตกาลเห็นพี่คณะคนนั้นเบิกตากว้างแล้วทึ้งหัวเองเป็นการใหญ่  ทำท่าเหมือนมีเรื่องคอขาดบาดตาย  แล้วนายสีหราชก็ยกมือไหว้รุ่นพี่อยู่อย่างนั้น  ใบหน้าหล่อเข้มมีแววสำนึกผิดหากไม่ยอมเอามือลง  รุ่นพี่คณะถอนหายใจก่อนจะเดินไปยังกลุ่มเพื่อนเดือนดาวคณะแล้วอธิบายอะไรยกใหญ่     คีตกาลไม่ได้เดินเข้าไปหาเพื่อนใหม่เพราะถูก  ยี่หวา  ตัวแทนดาวคณะของเขาเรียกตัวไว้  พอหันไปอีกทีเขาก็ไม่พบทั้งสีหราชและรุ่นพี่คนนั้นแล้ว

วันต่อมาคีตกาลก็เลิกคิ้วแปลกใจเมื่อไม่เห็นสีหราชมาเข้าทำกิจกรรม   หากมีใครบางคนมาแทน

“เอ่อ  หวัดดี”  ร่างโปร่งเอ่ยทักคนตัวโต   ฝ่ายนั้นหันมามองแล้วยิ้มให้

“ดี”

“นายเป็นตัวแทนเดือนคณะนิติเหรอ?”

“ใช่”

“อ้าว?”

“แปลกใจล่ะซิที่ไม่ใช่ไอ้สิงห์”

“ใช่  เมื่อวานเขายังมาเลยนี่   เกิดอะไรขึ้น”

“เฮ่อ~”  คนตัวสูงถอนหายใจ “มันมีเหตุนิดหน่อยว่ะ  สุดท้ายกูก็เลยโดนยัดเยียดมานี่ไง”  คีตกาลเหลือบมองคนที่แทนตัวได้อย่างหยาบคายก็ยิ้มแหย

“ยังไง?”

“เออน่า  มึงอย่าเสือก”

“อ้าว?”

“เออ  กูชื่อเอมนะ  ชื่อจริงอิ่มเอม  มึงล่ะชื่ออะไร”

“คีตกาล  เรียกเพลงก็ได้”  ร่างโปร่งเม้มริมฝีปากแน่นพลางนึกถึงสีหราช  เมื่อตอนเจ้าตัวถามเขาว่าต้องทำกิจกรรมหลังเลิกเรียนทุกวันใช่ไหม  ฝ่ายนั้นก็มีสีหน้าเคร่งเครียด  แล้ววันนี้ก็หายตัวไปพร้อมกับเดือนคณะคนใหม่มาแทนที่
มีปัญหาอะไรหรือเปล่านะ?



*********


ผ่านไปสองสัปดาห์แล้วกับกิจกรรมหลังเลิกเรียนที่ทำเอาคีตกาลถึงกับหมดแรงจนไม่สามารถไปเที่ยวไหนต่อได้เลย  นี่ถ้าวันนี้ไม่ใช่วันเสาร์เขาคิดว่าคงโดนตามตัวไปซ้อมนู่นนี่อีกตามเคย    ร่างโปร่งเหลือบมองประตูทางเข้าหอในหอพักของนิสิตตรงหน้าแล้วยกนาฬิกาขึ้นดู   อิ่มเอมบอกให้เขามาหาที่นี่หลังจากถูกเขารบเร้าถามว่าสีหราชหายไปไหนติดๆกันเกือบทุกวัน

“มึงติดใจอะไรมันนักหนาวะ?”  อิ่มเอมเอ่ยถามเมื่อเขาถามประโยคประจำตัวจบ  ว่า  ทำไมสีหราชถึงออกจากการเป็นเดือนคณะ

“ก็...มันน่าแปลกนี่”

“แปลกยังไง?”

“เขาหน้าตาหล่อนะ  ทำไมถึงไม่อยากเป็นเดือนล่ะ?”

“เอ้า  พูดงี้หมายความว่ากูไม่หล่อ?”

“นายก็หล่อนะ  เข้มด้วย”

“แล้วถามหามันจั๊ง  ชอบมันเหรอ?”

“เปล่า  ไม่ใช่อย่างนั้น  เอ่อ  ใช่  เอ้ย  ไม่ใช่ความหมายนั้น”

“อะไรของมึงเนี่ย  งง”

“ก็...ฉันยังไม่ได้ขอบใจเขาเลยนี่นาที่พาฉันมาวันนั้นน่ะ”

“...งั้นเอางี้ ถ้ามึงอยากเจอมันนะ  พรุ่งนี้ตอนค่ำๆมาหากูที่หอ3”

นั่นแหละจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงมาอยู่ที่นี่ทั้งๆที่เป็นค่ำวันเสาร์  คีตกาลรออยู่ครู่ใหญ่ร่างสูงของอิ่มเอมจึงลงมาจากหอพัก   เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายชัดถนัดตา

“ทำไมแต่งตัวเสียหล่อเชียว?”

“กูหล่ออยู่แล้วต่างหาก”  คีตกาลส่ายหัวกับคำตอบที่ได้รับ  อิ่มเอมบอกว่าวันนี้เขาว่าจะหาสาวสักคนมาช่วยให้ความอบอุ่น  และอาจไม่กลับเข้าหอ  จนเมื่อคีตกาลท้วงนั่นแหละว่าอิ่มเอมรับปากไว้ว่าจะพาเขาไปเจอสีหราช  ไม่ใช่ไปม่อสาวฝ่ายนั้นจึงเลิกจ้อพลางบ่นว่าเขาช่างไม่เข้าใจหัวอกของหนุ่มหล่อโสดเอาเสียเลย



ป้ายร้าน “เมารัก”  ตรงหน้าทำเอาคีตกาลชะงักเท้าแล้วดึงชายเสื้อของอิ่มเอมเอาไว้

“นี่”

“อะไรของมึง  เดินมาซิ”

“มันเป็นร้านเหล้า”

“เออ  มึงเห็นเป็นร้านนมปั่นหรือไง?”  อิ่มเอมจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ  เขาเขม่นคีตกาลไว้ในใจแล้วว่า  หมอนี่โคตรของโคตรคุณหนูมากๆ  แค่ร้านเหล้าก็ทำท่าทางไม่ชอบใจออกมาแล้ว

“ฉันไม่เข้าร้านเหล้านะ”

“โหย  ไอ้คุณหนู  ไอ้คุณชาย  หม่อมแม่มึงห้ามมารึไง?”

“ใช่”

“....”  เสือกจริงซะงั้น  กูแค่ประชดนะเนี่ย!

“แม่บอกว่าเหล้าเป็นสิ่งไม่ดี...มัน”

“หุบปากเลยไอ้คุณหนู  ถ้ามึงอยากเจอไอ้สิงห์มึงต้องเข้ามาในร้านนี้  เข้าใจ๊?”

ร้าน “เมารัก”  ตกแต่งเหมือนร้านเหล้าทั่วๆไป  เป็นร้านแบบเปิด  มีโต๊ะทั้งในพื้นที่ส่วนนอกและในตัวร้าน  จัดมุมไม่ชิดกันจนเกินไปนักทำให้บรรยากาศดูน่านั่งกว่าร้านอื่นเพราะลูกค้าไม่เบียดกัน  แสงไฟสีส้มและเสียงเพลงคลาสสิคคลอเบาๆสร้างความโรแมนติกเล็กๆได้พอสมควร  อิ่มเอมพาคีตกาลมานั่งตรงจุดใกล้ร่มไม้ที่มีน้ำพุเล็กๆ คาดว่าเป็นมุมที่ดีที่สุดของร้านและอิ่มเอมน่าจะจองไว้ล่วงหน้า  ไม่อย่างนั้นคงได้เข้าไปนั่งมุมอับใดมุมหนึ่งในร้านแน่ๆ

“มึงเอาไร?”  อิ่มเอมเปิดเมนูพลางเอ่ยถามคนตรงหน้า

“ไม่รู้ซิ  ฉันดื่มไม่เป็น”

“งั้นเอาเบาๆไปละกัน”  อิ่มเอมสั่งเครื่องดื่มที่เบาที่สุดให้คนตรงหน้า  ส่วนตัวเองเลือกที่มีดีกรีแรงขึ้นมาอีกนิด   คีตกาลเหลือบมองไปรอบร้านอย่างสนอกสนใจจึงไม่ทันเห็นอิ่มเอมว่าจดอะไรยุกยิกหลังจากสั่งเครื่องดื่ม  ครู่หนึ่งจึงมาเสิร์ฟคีตกาลจึงละสายตาหันมามอง

“สีหราช?”

“เพลง?”

“เป็นไง  หล่อไหม  ไอ้สิงห์ในมาดเด็กเสิร์ฟ”  อิ่มเอมหัวเราะร่วนเมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของเพื่อนทั้งสองคน  สีหราชนั้นร่างกายสูงใหญ่  ยิ่งมาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนกับกางเกงสแลคคาดทับด้วยผ้ากั้นเปื้อนผืนยาวที่คาดจากเอวสอบลงมาจนถึงเกือบครึ่งน่องยิ่งทำให้รูปร่างสมส่วนนั้นเด่นชัดขึ้น  ผิวสีน้ำผึ้ง  ดวงตาคมดุและเรียวคิ้วพาดเฉียงกับมาดนิ่งๆเรียกสายตาของลูกค้าทั่วร้านให้มารวมที่เขาได้เกือบทั้งหมด

“หล่อมาก”  คีตกาลยิ้มกว้างพลางยกนิ้วโป้งประกอบคำพูดทำเอาอิ่มเอมหัวเราะเสียงดัง  ส่วน
สีหราชน่ะหรือ  เขากระแอมไอแก้อาการร้อนใบผิวแก้มแล้วถามอีกฝ่ายอย่างแปลกใจที่เห็นคีตกาลที่นี่

“ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ?”

“ก็ฉันอยากเจอนาย”  คีตกาลยิ้มกว้าง  เขารับแก้วเครื่องดื่มมาจากร่างสูงแล้วจิบ

“เจอฉัน?”

“อืม”

“รบเร้าจนน่ารำคาญมาก  ขอบอก”  อิ่มเอมเอ่ยแทรกขยายความให้เพื่อนฟัง

“ทำไมล่ะ?”

“ก็วันนั้นฉันยังไม่ได้ขอบใจนายเลยนี่นา”

“ขอบใจเรื่องอะไร?”

“ก็ที่พาฉันไปกองกิจการนิสิตไง”

“...มันเป็นทางที่ฉันต้องไปพอดีต่างหาก” 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...”

“เอาไว้คุยทีหลังนะ  ฉันต้องทำงาน”   สีหราชตัดบทเมื่อเหลือบเห็นเจ้าของร้านมองมาทางนี้

/
/
/


“ทำไมถึงยังไม่กลับอีก?”  คีตกาลเงยหน้าจากแก้วเครื่องดื่มขึ้นมอง  ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทัก สีหราชถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเนื่องจากหมดเวลางาน   

ดวงตาเรียวปรือฉ่ำเนื่องจากสิ่งที่ดื่มเข้าไปตั้งแต่หัวค่ำ  ด้วยเพราะไม่ดื่มของมึนเมา   แม้จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอลน้อยแค่ไหนก็เล่นเอามึนได้พอสมควรทีเดียว

“รอ”

“แล้วนี่ไอ้เอมไปไหน?”

“ม่อสาว”

“....แล้วทำไมนายถึงยังไม่กลับ”

“รอสิงห์”

“รอฉัน?  รอทำไม?”

“ก็นายบอกว่าค่อยคุยทีหลัง  ฉันก็เลยรอนายทำงานเสร็จ”  สีหราชยกมือขึ้นกุมขมับ

“ฉันหมายถึงวันหลัง  ไม่ใช่วันนี้”  น้ำเสียงห้วนขึ้นเมื่อเขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด

“เอ้า!  แล้วก็ไม่บอก”   สีหราชคิดว่าอีกฝ่ายกำลังพูดวกไปวนมา  สงสัยจะเมาเสียแล้วกระมัง

“แล้วนี่จะกลับยังไง?”

“เอารถมา”

“...แล้วขับกลับไหวไหม?”

“...ไหว”  คีตกาลยิ้มแป้นแล้วลุกขึ้น  เพียงเท่านั้นก็เซเอียงให้สีหราชผวารับไว้แทบไม่ทัน

“เมาพั้นซ์เนี่ยนะ?”  ร่างสูงเหลือบมองแก้วเครื่องดื่มแล้วมองคนเมาในอ้อมแขนอย่างคาดไม่ถึง

“แต่....ไม่เอาๆ  ยังไม่กลับ”

“เฮ้ย  เมาแล้วป่ะเนี่ย?”

“ไม่เมาๆ”  คีตกาลโบกมือไหว ปัดไปปัดมาเอาคนที่ประคองอยู่เอียงหลบเป็นพัลวัน

“จะตบหน้ากันอยู่แล้วนะ...  กลับบ้านไปได้แล้วไป”

“ยังไม่กลับ  คุยกันก่อน”

“คุยอะไร?”

“วันนั้นขอบใจนะที่พาฉันไปกองกิจการนิสิต”

“นายพูดแล้ว”

“อืม~~ แล้วฉันก็มีเรื่องอยากจะถามด้วย”

“อะไรล่ะ?”  สีหราชประคองคนที่ปฏิเสธว่าเมาออกมานอกร้าน  พลางกวาดสายตามองหาอิ่มเอมไปด้วย  ฝ่ายนั้นพาคีตกาลมาก็น่าจะพากลับซิ  ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ได้ยังไงกัน?

“ทำไมนายถึงออกจากการเป็นเดือนคณะล่ะ?”

“...มันยุ่งยาก”

“ยุ่งยากอะไร?”  อันที่จริงคีตกาลมีสตินะ  แต่เขาควบคุมร่างกายไม่ได้เท่านั้นเอง   เขายืนตรงได้นะแต่ผิดที่พื้นโลกมันเอียงไง แล้ว ไอ้ที่บอกว่าไม่เมาน่ะเขาพูดจริงนะเขาแค่มึนเฉยๆต่างหาก 

“ก็หลายอย่าง”

“น่าเสียดายออก”

“เสียดายอะไร?”

“นายหล่อ”

“ห้ะ?”

“น่าจะได้เป็นเดือนมหาวิทยาลัยไม่ยาก”

“ไม่ได้อยากเป็น”

“ทำไมล่ะ?”

“นายเป็นเจ้าหนูจำไมหรือไง  ถามแต่คำว่าทำไมๆอยู่นั่น”

“เอ้า  ก็อยากรู้”

“อยากรู้ไปทำไม?”

“ก็เสียดายไง”

“เสียดายอะไร?”   สีหราชรู้สึกว่าเขาจะถามคำนี้รอบที่สองแล้วนะ   

“นายหล่อ”  ....โอเค  ตอนนี้สีหราชชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาหรืออีกฝ่ายกันแน่ที่เมา...

“...รถนายคันไหน?”

“คันโน้น”  โน้นที่ว่าน่ะ  สีหราชมองไปก็เห็นรถที่เหมือนๆกันหมด

“คันไหนล่ะ?”

“อืม....คันหลัง”

“ห้ะ?”

“คันหลัง”  ร่างโปร่งเริ่มขยับแขนไปเกาหลังตัวเอง  สีหราชอยากจะตบหน้าผากตัวเองเหลือเกิน  แต่ก่อนอื่น  ขอตบหน้าผากหมอนี่ก่อนได้ไหม?

เผี๊ยะ!

“โอ๊ะ!”  สีหราชอุทานตกใจ  มือไวเท่าความคิดเมื่อเขาตบแปะลงไปบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของอีกฝ่ายตามความคิดในหัวอย่างลืมตัว

“อื้อ!”  ดวงตาฉ่ำปรือจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง  ก่อนที่มือขาวจะ...  เผี๊ยะ!

“.....”  สีหราชนิ่งอึ้งในขณะที่เจ้าของฝ่ามือหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจที่ตีหน้าผากเขาคืนได้แม้จะต้องเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยก็ตาม

“หายกัน” อีกฝ่ายว่าอย่างนั้นสีหราชก็จนใจจะเถียง  ชายหนุ่มถอนหายใจ  มองคนที่เขาประคองเอาไว้แล้วพาเดินออกจากร้าน

“รถล่ะ?”

“จอดไว้นั่นแหละ”

“นายก็ขับมาให้ฉันซี่~”  มือขาวความหากุญแจรถยื่นให้อีกฝ่าย

“ฉันขับรถไม่เป็น”

“จริงดิ?  ฮ่าๆๆนายขับรถไม่เป็นเหรอ?”  ตอนนี้สีหราชแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นแล้วว่าคีตกาลเมาอย่างแน่นอน

“แล้วนี่  นายจะไว้ใจคนอื่นไปทั่วแบบนี้ไม่ได้นะ”

“ไหน   ไหนคนอื่นอ่ะ?”  ถามแล้วก็เหลียวมองไปด้วย

“ฉันที่ไง”

“นายเป็นเพื่อนนี่”

“....”

“นายเป็นเพื่อนฉัน  อิ่มเอมก็ด้วย”

“...เราเพิ่งเจอกันสองครั้ง”

“เจอครั้งเดียวก็เป็นเป็นเพื่อนกันได้”

“ถ้าฉันเป็นคนเลวกว่านี้นะ  นายแย่แน่ๆ”

“แย่ยังไงอ่ะ?”  สีหราชพยุงคนเมาเดินขึ้นบันได  แม้จะไม่ทุลักทุเลมากนักหากก็ทำเอาเขาเหนื่อยได้เหมือนกัน

“นายจะโดนขโมยรถ”

“อืม  แล้วไงอีก”

“โดนปล้น”

“หืม?”

“โดนข่มขืน”

“ฮื่อ  เป็นผู้ชายจะโดนข่มขืนได้ยังไง?”   ข้อหลังคีตกาลแย้ง

“ทำไมจะไม่ได้  นายไม่รู้หรือไงว่าโลกเราทุกวันนี้น่ากลัวมากแค่ไหน?”  สีหราชควานหากุญแจเปิดห้อง  ใช้เวลาครู่ใหญ่จึงสำเร็จ  ก่อนจะวางร่างคนเมาลงบนเตียงอย่างไม่ออมแรง  คีตกาลเบ้หน้ากับความแข็งของฟูกนอน  หากกระนั้นเขาก็ยอมนอนลงไปเพราะหัวมันหมุนไปหมด

“อืม...”

“นี่”

“....”   สีหราชเหลือบมองคนที่นอนนิ่งบนเตียงตัวเองแล้วถอนหายใจ  คืนนี้โชคดีที่รูมเมทของเขากลับบ้าน  ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะพาคนเมาไปนอนพักที่ไหน  เพราะอิ่มเอมก็หายหัวไปเลย สีหราชไม่มีมือถือไว้ติดต่อเพื่อน  เขาคิดว่าสิ่งเหล่านั้นไม่จำเป็นซ้ำยังเป็นภาระในเรื่องของค่าใช้จ่ายอีกต่างหาก  เขาไม่มีเงินพอจะมาเสียกับเรื่องพวกนี้เสียด้วย

ร่างสูงขยับเท้าเข้าใกล้ก่อนจะนั่งยองๆข้างเตียง  เฝ้ามองใบหน้าขาวใสของคนที่หลับตาพริ้มแล้วหยุดนิ่งตรงขี้แมลงวันเม็ดเล็กตรงข้ามแก้ม  ชื่อเพลงเหมือนกัน  มีตำหนิที่แก้มข้างเดียวกัน...นายเป็นเด็กคนนั้นจริงๆใช่ไหม?

สีหราชอยากเอ่ยถาม  หากเขาก็หยุดตัวเองไว้  ด้วยคำถามที่ว่า  หากเขาได้คำตอบแล้วจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือ?   ได้เป็นเพื่อนกัน?  ได้พูดคุย?  หรือหวังว่าอีกฝ่ายจะจำเขาได้?

ไม่ว่าจะถามหรือไม่ถาม...จะจำได้หรือจำไม่ได้ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...



**********


“อืม”  เปลือกตาขยับไหวเมื่อแสงของวันใหม่ไล่สาดกระทบ  คนบนเตียงบิดกายไล่ความเมื่อยขบทั้งๆที่ยังนอนอยู่อย่างนั้น  ฝ้าเพดานสีขาวหม่นไม่คุ้นตา  สภาพห้องแคบๆไม่คุ้นเคยทำเอาเขากระเด้งกายลุกขึ้นนั่งแล้วเหลียวมองรอบตัว  ก่อนจะสะดุดกับร่างหนาใหญ่ที่ขดอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม  ใบหน้าเข้มคร้ามนั้นคุ้นตาเพราะเขาเอาแต่ถามหาอยู่สองสัปดาห์กับอิ่มเอม

ใบหน้าหล่อเหลายามหลับไม่ดุเหมือนตอนเจ้าตัวตื่นเลยสักนิด  ริมฝีปากหยักเผยอผ่อนลมหายใจอย่างสม่ำเสมอ  จมูกโด่งเป็นสัน  เครื่องหน้าสมชายชาตรีเข้ากับชื่อของเจ้าตัวนัก    คีตกาลยกยิ้มก่อนจะสำรวจรอบห้องอีกครั้ง

ที่นี่น่าจะเป็นหอพักของมหาวิทยาลัย   ข้าวของเครื่องใช้มีเพียงโต๊ะเขียนหนังสือ  เตียงกับตู้เสื้อผ้าของทางมหาวิทยาลัยจัดไว้ให้  นอกนั้นมีเพียงกองหนังสือนั่นกระมังที่เป็นสมบัติจริงๆของคนที่นอนอยู่

สีหราช  วิรุณรักษ์     ปลายนิ้วเรียวไล่ตามตัวอักษรชื่อนั้น  แล้วก็...ไม่มีอะไรให้สำรวจอีก   เพราะไม่มีอะไรเลย...

“อรุณสวัสดิ์”  คีตกาลเอ่ยทักเจ้าของห้องที่กระพริบตาปริบแล้วมองมาทางเขา   สีหราชลุกขึ้นนั่งพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง  นิ่งเสียจนคีตกาลต้องกรอกตา  กลั้นหายใจเพราะกลัวอีกฝ่ายจะต่อว่า   เพราะเมื่อคืนเขาพล่ามพูดมากอะไรไปบ้างเขาจำได้หมดแหละ

“คีตกาล?”

“อ่าฮะ  นายตื่นหรือยัง?”  คีตกาลกลั้นยิ้ม  ท่าทางจ้องเขาเขม็งเมื่อครู่คงเพราะสีหราชยังตื่นไม่เต็มตาแน่ๆ

“อืม  อรุณสวัสดิ์”

“อรุณสวัสดิ์”  ผู้เป็นแขกยิ้มกว้าง  ส่งผลให้เจ้าของห้องต้องหยีตาเพราะมโนเห็นแสงระยิบระยับจากรอยยิ้มนั่น  “ห้องน้ำไปทางไหน?”  วูบ!  แสงสว่างหายวับไปกับตา   สีหราชลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กกับแปรงสีฟันที่เพิ่งซื้อมายื่นให้  ก่อนจะหยิบของตัวเองแล้วเดินนำอีกฝ่ายไปยังห้องน้ำรวมของหอพัก

“วันนี้นายมีธุระที่ไหนหรือเปล่า?”  คีตกาลถาม  มองร่างสูงของอีกฝ่ายผ่านกระจกอ่างล้างหน้า

“อืม  ทำงานพิเศษ”

“ทำงานอีกแล้วหรือ?”

“ใช่”

“อย่าบอกนะว่านายทำกลางวันทั้งเสาร์อาทิตย์แล้วก็ตอนกลางคืนด้วย?”

“ใช่”

“....แล้ววันนี้ไปทำที่ไหน?” 

“ตอนกลางวันที่เซเว่น  ตอนเย็นถึงเที่ยงคืนก็ร้านเมารัก”

“ไม่เหนื่อยแย่หรือ?”

“...เหนื่อย”

“แล้ว...”

“แปรงฟันเสร็จแล้วเดี๋ยวจะพาไปเอารถ  จอดทิ้งไว้ที่ร้านหวังว่ามันจะยังอยู่นะ”  คนถูกถามเสเปลี่ยนเรื่อง

“นี่...”

“คีตกาล  ฟังนะ”

“?”

“เราไม่ใช่เพื่อนกันหรอก  เจอกันครั้งนี้แค่ครั้งที่สองเอง  นายไม่จำเป็นต้องมาเป็นเพื่อนคนอย่างฉันก็ได้”

“ทำไมล่ะ?”

“...ก็   ..เราคงต่างกันเกินไปมั้ง”

“ยังไง?”

“...เอาเถอะ  อย่ามายุ่งกับคนอย่างฉันเลย  กลับบ้านไปซะ”

“....”  เขาครุ่นคิด  สีหราชที่เจอครั้งเหมือนคนอัธยาศัยดีทั่วไป  ถึงแม้จะไม่ยิ้มหากก็ใจดีกับคนอื่นๆ  เห็นได้จากเขาและเพื่อนหลายๆคนในวันแรกที่รวมตัวกันของตัวแทนคณะนั่น   ไม่ใช่ว่าคีตกาลไม่มีเพื่อน  เขามีเพื่อนร่วมคณะมากมายทั้งที่สนิทและไม่สนิท  เพื่อนต่างคณะก็มากเพราะทำกิจกรรมร่วมกัน  แต่กับ
สีหราช...เขาอยากเป็นเพื่อนด้วยเพราะ....ฝ่ายนั้นมักจะทำท่าเหงาอยู่ตลอดเวลา  ทั้งๆที่มีคนมากมายรายล้อมอยู่

เขาไม่ได้สงสาร  เขาก็แค่อยากเป็นเพื่อน

เท่านั้นเอง...








โปรดติดตามตอนต่อไป





แจ้งข่าว -

สวัสดีค่ะ หายไปหลายวันเลยเนอะ   ก่อนอื่นขอแจ้งนิดนึงนะคะ  ช่วงนี้อาจจะมาต่อช้าหน่อยนะคะ  เนื่องจาก
1.  เรากำลังเร่งแต่งตอนพิเศษของ  อสงไขย  เพื่อรวมเล่มอยู่ค่ะ  อาจต้องทุ่มเวลาให้ทางนั้นนิดนึง (ใครสนใจแนวพีเรียด  ดราม่า  เชิญได้เลยค่ะ  คุณพระนายกับแก้วตารออยู่ ^^)
2.หลังจากนี้ออกต่างจังหวัดหลายวันค่ะ  ...สต๊อกที่แต่งไว้  หมดแล้วค่ะ...



ปล.  เพิ่งเห็นว่ามีคน #รักพัดหวน ให้ด้วย  เขินจังเลยยยยยย :-[
ขอบคุณนะคะ  เขินจริงๆนะเนี่ย   ดีใจด้วย  ฮา  มาจูบทีหนึ่งซิ :mew1: 

ปลล. เข้าไปคุยกันได้นะคะ  จิกกัด  ตามทวง กันได้ที่ Novel By Sine @sine501 ค่ะ



ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้กันเสมอนะคะ   กอดแน่นๆ^^
 :กอด1:








ออฟไลน์ Mouse2U

  • บังเอิญ'โลกกลม'..
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-10
ทั้งสองคนเคยพบกันมาก่อนสินะคะ ^^ เพียงแต่ว่าเพลงจำไม่ได้.. แต่สมัยที่ยังเป็นเด็กเพลงน่ารักมากเลยนะคะ ดูว่าง่ายกว่าตอนนี้เยอะเลย :laugh: สงสัยว่าที่สิงห์ยอมใจอ่อนคบเพลงเป็นเพื่อน เพราะว่าแพ้ลูกตื๊อ รวมไปถึงรอยยิ้มที่กระจ่างตาด้วยสิน้าา >< แอร๊ย แบบว่าถูกดาเมจทำลายล้างงงง~

รอตอนต่อไปนะค้าา.. :กอด1:

ออฟไลน์ kdds

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ถูกบังคับให้เลิก เพราะฐานะต่างกันมากอะไรอย่างนั้นหรือเปล่า ...มโนกันไป
ความหลังสมัยยังใสๆละอ่อน คีย์พัฒนาเลเวลความดื้อมาเยอะนะเนี่ยะ

ออฟไลน์ akumapuyy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
แปะไว้ก่อนน้า เคลียร์ชีวิตลงตัวละจะเข้ามาอ่านอย่าด่วนเลย :mew1:

ออฟไลน์ feoh

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อิ่มเอมวุ่นวายไปหน่อย แต่ก็ดูห้าวๆดี ขอให้มีคู่อิ่มเอมด้วยนะคะ :mew4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1600
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ชอบเรื่องนี้ค่ะ  :กอด1:

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
ความสัมพันธ์ในอดีตตอนกลางเป็นอย่างนี้นี่เอง
ชักอยากรู้อดีตตอนต้นกับตอนปลายแล้วซิ

ออฟไลน์ SOMCHAREE

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 969
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-2
น้องเพลงช่างใสซื่อนักกก  เพิ่งรู้ว่าพี่สิงห์มีอดีตกับน้องเพลงงงง

ขอบคุณนะค่ะ รออ่านตอนต่อไปคร้าาาา

ออฟไลน์ zaturday

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
เพิ่งเข้ามาเจอค่ะ สนุกมากกกก
แต่คาใจสุดๆ ว่าทำไมเพลงถึงสลัดรักพี่สิงห์สุดหล่อ ทั้งๆที่คบกันพ่อแม่เพลงก็รับทราบ ทางฝั่งพี่สิงห์ตั้งแต่อ่านมาก็ไม่พอตอนใดที่เอ่ยถึงครอบครัวพี่สิงห์เลย ทำไมถึงเลิกอ่ะ คาใจๆๆ อ่านไปสงสัยไป แต่สนุก ชอบค่ะ และกำลังจะไปอ่านอสงขัยเพราะอ่านเรื่องนี้แล้วชอบลักษณการแต่งของคุณมาก อีกเรื่องก็น่าจะสนุกไม่แพ้กัน

ออฟไลน์ sine

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 321
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-3
~ แมกไม้ ไอดิน  กลิ่นหมอก ~


-รักพัดหวน -

ตอนที่7








คีตกาลจ้องมองโทรศัพท์ในมือพลางเขี่ยไป-มาอย่างไร้เป้าหมาย  เขาจะติดต่อใครดี?  มารดา?   ถ้ามารดาเขารู้เดี๋ยวก็ถามอีกว่าทะเลาะอะไรกัน  เขาตอบไม่ได้เพราะไม่ได้ทะเลาะน่ะซิ!   นิ้วเรียวเปิดไล่จนถึงรายชื่อหนึ่งคีตกาลก็ยกยิ้ม  เขาห่างหายจากเหล่าเพื่อนๆไปนานมาก  เพราะปกติแล้วเขาไม่ติดโซเชียลเลย  ไอ้เรื่องจะมานั่งคุยไลน์หรือเล่นเฟซบุ้คน่ะอย่าหวัง     จังหวะที่ปลายนิ้วกำลังกดแตะรายชื่อเพื่อโทร.ออก  พลันรถที่นั่งอยู่ก็พุ่งเข้าข้างทาง  คีตกาลเบิกตาแหกปากร้องลั่นอย่างตกใจ

“เฮ้ย!”   กำลังจะหันไปถามคนขับว่ารถเป็นอะไร  ปลายมีดแหลมก็เสือกเข้ามาทันที  ชายหนุ่มเอียงตัวหลบวูบรวดเร็ว

“ส่งของมา!”  สำเนียงต่างชาติไม่ชัดเจนขู่กรรโชก

“ของอะไร?”  คนขู่กระชากโทรศัพท์ยี่ห้อหรูออกจากมือก่อนจะยกอีกข้างที่มีอาวุธเงื้อขึ้นสูง   
คีตกาลเห็นท่าไม่ดีคว้าประตูเปิดแล้วออกวิ่ง  หากอีกฝ่ายก็ไวพอกัน    มันออกวิ่งตามมาแล้วเตะขัดขาให้คีตกาลถลาล้มหน้าคะมำ  ...เขารู้  หากอยู่นิ่งคงไม่รอด   ชายหนุ่มพยายามพลิกตัวศอกกลับ    มันเสียจังหวะ  ปลายมีดที่จะจ้วงแทงเลยเฉือนต้นแขนคีตกาลเลือดอาบ  กลิ่นคาวคละคลุ้งพาลให้หน้ามืด  แขนแกร่งของมันคว้าเข้าล็อกลำคอของคีตกาลให้เงยหน้าขึ้น  อีกข้างผลิกด้านคมของมีดจ่อคอ...

ทั้งๆที่เจ็บหากคีตกาลก็พยายามใช้มือทั้งสองข้างดันแขนมันออก ...จะโดนฆ่าปาดคอตายอยู่ข้างทางอย่างนี้หรือ?   จังหวะที่แขนกำลังจะหมดแรงแสงไฟสว่างวาบก็สาดเข้ามา  เสียงปืนดังเฉียดข้างหูจนอื้ออึง  พลันแรงรัดจากด้านหลังก็หายไป  คีตกาลสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองด้านหลัง  แล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้ล้มทั้งยืน...  ใบหน้าของมันอาบเลือดแดงฉาน  ดวงตาเบิกโพลง  ตรงกลางหน้าผากมีรูซึ่งเกิดจากกระสุนของใครสักคนในกลุ่มที่เพิ่งมาถึง

“เพลง!”  เสียงคุ้นหูของใครบางคนตะโกนก้อง  แล้วภาพทุกอย่างตรงหน้าก็พลันดับวูบลงพร้อมความรู้สึกอุ่นซ่านที่โอบรัดประคอง


   ********
   


สิ่งแรกที่รับรู้คือกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อ  แสงสว่างและเสียงฝีเท้าขวักไขว่  อาการเจ็บตึงตรงต้นแขนทำเอานิ่วหน้า  เขาเหลียวมองรอบตัวจึงรู้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาลและเขานอนอยู่บนเตียงสังเกตอาการมุมหนึ่งในห้องฉุกเฉินมีม่านบังอยู่  ไม่ใช่ห้องผู้ป่วย...   คีตกาลลุกขึ้นนั่งก่อนจะค่อยสำรวจร่างกายตัวเอง  เสื้อตัวนอกของเขาถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อกล้าม  ต้นแขนขวามีผ้าพันแผลพันรอบ  มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย  เอี้ยวคอแล้วมีอาการเคล็ดขัดยอกและแสบ  พอยกมือขึ้นแตะจึงรู้ว่ามีจุดหนึ่งที่โดนปิดอยู่   ...คงโดนคมมีดซินะ

“น้าว่ารอถามตาเพลงตอนตื่นไม่ดีกว่าหรือ?”   คีตกาลเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงมารดา

“ผมว่าพาเขากลับไปเลยน่าจะดีที่สุด”  อีกเสียงคือคนที่เขาจำได้ก่อนหมดสติ ....สีหราช

“แต่...”

“เจ็บตัวถึงขนาดนี้แล้ว  ผมไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี่อีก”  เขานิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน  สีหราชจะไล่เขากลับบ้านอย่างนั้นหรือ?  หมายถึงไม่ต้องอยู่ทำงานที่นี่อีกแล้ว?   พลันหัวตาก็รู้สึกร้อนผ่าว  โพรงจมูกก็แสบไปหมด

“เดี๋ยวคุยกันก็แล้วกัน   เดี๋ยวน้าไปจ่ายค่ายาก่อน”   

“คุณน้ารับโทรศัพท์เถอะครับ  เดี๋ยวผมไปจัดการเอง”   

“ฝากด้วยแล้วกัน”  เสียงมารดาของเขาตัดบทก่อนจะได้ยินเสียงเดินออกไป

คีตกาลค่อยๆแหวกม่านออกแล้วสอดส่ายสายตาว่ายังมีใครอยู่บริเวณรอบๆนี้หรือไม่  เมื่อเห็นว่ามีแค่เหล่าพยาบาลที่เดินทำงานกันให้วุ่นเขาก็เผ่นแผลวออกไปทันที

“เอาไงดี”  เขาพึมพำกับตัวเอง

“เฮ้ย!”  คีตกาลสะดุ้งโหยง  แรงปะทะกลางหลังทำเอาเกือบเซเพราะความมือหนักของอีกฝ่าย “ไงมึง?”

“ไม่ไง”  คีตกาลกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย  ก่อนจะสะดุดกับรอยช้ำตรงมุมปากของอิ่มเอม  ฝ่ายนั้นก็คงรู้ตัวถึงเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มตัวเองแล้วยักไหล่

“ไอ้สิงห์หมัดหนักโคตร!”  อิ่มเอมบ่น   คีตกาลขมวดคิ้วเมื่อได้ฟัง   สีหราชน่ะนะชกนายอิ่มเอม?  ชกทำไม?  “แล้วนี้นึกยังไงหนีมา   ปกติไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้นี่”

“ใครหนี?”

“มึงไง  กูแค่พูดให้มึงหลีกทางมึงก็หงอเก็บผ้าหนีกลับบ้านแล้วเหรอ?”

“ไม่ได้หนี”

“อ้าว?”  อิ่มเอมเลิกคิ้วมอง  คีตกาลกอดอกฉับแล้วก็ต้องเบ้หน้าเนื่องจากเจ็บแผล

“แค่จะกลับบ้าน  ไปทบทวนอะไรสักหน่อย”

“ทบทวนอะไร?  ทบทวนว่ายังรักไอ้สิงห์อยู่ไหมน่ะเหรอ?”

“......”

“ถามจริง  พวกมึงเลิกกันด้วยเรื่องอะไรเนี่ย  ถามไอ้สิงห์แม่งก็ไม่ยอมบอก”  อิ่มเอมขยี้หัว  จิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจก็ให้ต้องร้องซี้ดเพราะเจ็บปาก

“....แค่เรื่องงี่เง่า”  คีตกาลเอ่ยเสียงเบา

“เรื่องงี่เง่า?  พวกมึงเลิกกันด้วยเรื่องงี่เง่า?  ไอ้สิงห์จะเป็นจะตายเพราะเรื่องงี่เง่า?”  อิ่มเอมไม่เข้าใจ!   “อะไรคือเรื่องงี่เง่าของพวกมึ้ง!”  อิ่มเอมอยากจะทึ้งหัวคนข้างๆแต่เห็นอีกฝ่ายเจ็บอยู่เลยทึ้งหัวตัวเองแทน

“เออน่า  เรื่องงี่เง่าก็คือเรื่องงี่เง่าไง”  คีตกาลตัดบทอย่างรำคาญ

“แล้วนี่มึงจะไปไหน?”  อิ่มเอมเอ่ยท้วงคนเจ็บที่ทำท่าเดินหนี

“ไปทำงาน”

“ห้ะ?”  อิ่มเอมกำลังจะเอ่ยท้วงก็มีเสียงใครบางคนเอ่ยเรียกไว้ก่อน  คีตกาลจำได้ว่าเป็นเสียงของคุณศักดิ์  ฉะนั้นเขาขอเผ่นก่อนแล้วกัน  แต่ก่อนอื่นต้องติดต่อเพื่อนให้มาช่วยเหลือเสียก่อน
.
.


“บ้าจริง  พวกคุณทำงานกันประสาอะไรปล่อยให้คนไข้หนีไปได้!”  เสียงทุ้มโวยวายลั่นทำเอาเหล่าพยาบาลตัวลีบไปตามๆกัน  คุณยุวดีเข้ามาจับแขนชายหนุ่มเพื่อห้ามปราม  หากกระนั้นสีหราชก็โมโหเกินกว่าจะเอ่ยขอโทษพวกเธอ  ความเป็นห่วงระคนกราดเกรี้ยวตีกันยุ่งไปหมด  ดึกดื่นป่านนี้แล้วอีกฝ่ายจะไปที่ไหนกัน!   ห่วงว่าคนเจ็บหนีไปไหน  เจ็บขนาดนั้นอีกเดี๋ยวคงไข้ขึ้นแน่  โมโห  โมโหที่คนเจ็บทำให้เขาเป็นห่วงจนแทบบ้า!

“สิงห์ใจเย็น  เดี๋ยวน้าจะลองติดต่อไปที่บ้านดูก่อน  บางทีตาเพลงตื่นขึ้นมาไม่เจอใครคงตกใจน่ะ”  คุณยุวดีถึงแม้จะไม่พอใจก็ยังควบคุมอารมณ์ได้ดี   ครู่ใหญ่กว่าคุณยุวดีจะวางโทรศัพท์  สีหน้าวิตกกังวลของผู้สูงวัยทำให้สีหราชรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลับไปที่บ้านแน่ๆ  จังหวะเดียวกับที่เกียรติศักดิ์ลากอิ่มเอมเข้ามา  คนตัวโตเลิกคิ้วมองทุกคนในห้อง

“เป็นอะไรกัน?”

“เพลงหายไป”  สีหราชนวดหัวคิ้วอย่างเคร่งเครียด  เพราะโทรศัพท์ของคีตกาลพังไปแล้วตอนชุลมุนสู้กับคนร้ายตอนนี้เลยไม่รู้จะตามตัวได้อย่างไร  เขาไปจ่ายค่ายาและให้ปากคำตำรวจอยู่นาน  พอกลับมาอีกทีก็ไม่เจอคนเจ็บเสียแล้ว

“หายไป?  ก็เมื่อกี้เพิ่งคุยกับกู...”

“อะไรนะ?”  สีหราชถลาเข้ากระชากคอเสื้อเพื่อน  อิ่มเอมร้องเฮ้ยก่อนจะแกะมือสีหราชออก

“กูบอกว่าเพิ่งยืนคุยกับเพลงมันเมื่อกี้”

“แล้วตอนนี้เพลงอยู่ไหน?”

“มันบอกว่าจะกลับไปทำงาน”

“ทำงาน?”   สีหราชขมวดคิ้วคำรบสอง  ก่อนจะกดรับโทรศัพท์ที่ดังขัดจังหวะ   “ว่าไงสายใจ?  หืม  อยู่บ้าน?  ได้  ฉันจะรีบไป”  สีหราชหันไปทางคุณยุวดี  คิ้วที่ขมวดเมื่อครู่คลายลง  “เพลงอยู่ที่ฟาร์มครับคุณน้า”

“เฮ่อ  เด็กคนนี้นี่  ทำเอาวุ่นกันไปหมด”

“ถ้ายังไงคุณน้าจะไปพร้อมกันเลยไหมครับ?”

“น้าขอไปดูแลคุณพลก่อนแล้วกันจ้ะ  รู้ว่าอยู่ที่ฟาร์มของสิงห์น้าก็เบาใจ  น้าจะเข้าไปแต่เช้านะ” 
สีหราชยกมือไหว้ผู้สูงวัย   คุณยุวดีเพิ่งกลับมาจากดูงานที่สิงคโปร์  มาถึงก็เจอข่าวว่าลูกชายโดนจี้หนำซ้ำยังบาดเจ็บอีกคงจะทั้งเหนื่อยและเพลียมาก  สีหราชจึงไม่เอ่ยรั้งอีก  ย้ำให้คนขับรถขับกลับบ้านดีๆเมื่อคุณยุวดีถึงบ้านแล้วให้โทรศัพท์มาแจ้งเขาอีกครั้ง
.
.
.


สีหราชถอดเสื้อคลุมให้สายใจเพราะกลิ่นเขม่าดินปืนยังติดตัว  เขาเหลือบมองไปยังประตูห้องที่ปิดเงียบแล้วถอนหายใจ  เมื่อครู่แป้งที่นั่งรอข่าวและใครอีกคนที่เขาจำได้เลือนรางเข้ามาถามเรื่องราวกับเขา  หากแต่สีหราชเป็นห่วงใครคนเจ็บมากเกินกว่าจะตอบ  เขาทิ้งให้อิ่มเอมและเกียรติศักดิ์เป็นคนตอบคำถามแทน

“เพิ่งทานยาแก้ปวดแล้วก็หลับไปเมื่อครู่นี้เองค่ะ”  ป้าแช่มรายงานเขาพยักหน้ารับก่อนจะสาวเท้าเข้าไปในห้อง

คนบนเตียงทอดลมหายใจสม่ำเสมอหากคิ้วเรียวยังคงขมวดมุ่น  บ่งบอกว่าแม้จะหลับก็ยังไม่สุขสบายผ่อนคลายลงเพราะความเจ็บปวด  ร่างสงทรุดตัวลงนั่งขอบเตียง  เขาจ้องมองใบหน้าเนียนใสนั้นแล้วให้เจ็บแปลบในใจ

หากเขาไปช้ากว่านั้นอีกนิด....

สีหราชไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเขาตามไปช้าอีกเพียงแค่วินาทีเดียว  เขาจะได้กลับมานั่งมองอีกฝ่ายหลับอย่างนี้อยู่ไหม?  จะยังได้สัมผัสความอบอุ่นของแก้มเนียนนี้อยู่หรือเปล่า? 
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงเชื่องช้า  ปลายจมูกโด่งแตะลงบนแก้มขาวแผ่วเบา  ก่อนจะผละออกห่างเพียงนิดแล้วแนบริมฝีปากหยักลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของคนหลับ

“เพลง”   เอ่ยร้องเรียกแค่เพียงกระซิบ  อยากปลอบประโลมแต่ก็ไม่อยากรบกวน  “ขอโทษนะครับ”  สีหราชกระซิบแผ่ว  ใบหน้าเคลื่อนลงต่ำไปยังต้นแขนที่พันผ้าเอาไว้  กดจูบลงบนแผลนั้นเบาๆ

“เอ่อ?”  สีหราชเหลือบมองเด็กสายใจเมื่อฝ่ายนั้นชะงักค้างนิ่งอยู่หน้าประตู  “หนูเคาะแล้วนะคะ  แต่คุณสิงห์ไม่ตอบ...”

“มีอะไร?”  เสียงทุ้มตวัดห้วนไม่ดังมากนักเพราะกลัวคนที่หลับอยู่จะตื่น

“คือจะให้คุณศักดิ์กับคุณชาญนอนห้องไหนคะ?”  ชาญ?  อ้อ  หมอนั่นชื่อชายชาญ  เป็นเพื่อนสนิทของคีตกาลสมัยเรียน  นี่คงจะเป็นคนมาส่งคีตกาลที่ฟาร์มล่ะซินะ

“ให้นอนกับนายเอมนั่นแหละ  เอาฟูกนอนไปเสริมก็แล้วกัน”

“แล้วคุณสิงห์ล่ะคะ?”  สายใจยังถามไม่จบประโยคก็ต้องยิ้มแหยแล้วถอยหลังกลับออกไปเมื่อโดนสายตานิ่งตวัดมอง




“อืม  เจ็บ”  เสียงร้องครางทำให้สีหราชยันตัวขึ้นมอง  มือใหญ่แตะลงบนหน้าผากเนียนก็ให้ขมวดคิ้ว  ร่างสูงลุกจากเตียงฉีกยาแก้ปวดแล้วเทน้ำใส่แก้ว  สีหราชพยุงคนที่ยังหลับตาให้พิงอกตัวเองก่อนจะป้อนยาป้อมน้ำแล้วจัดท่าทางให้นอนสบายก่อนจะซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน  รอจนกระทั่งแน่ใจว่าอีกฝ่ายคลายเจ็บและหลับสนิทเขาจึงหลับตา...   
.
.





“สายใจ  ตักข้าวต้มให้คุณคีย์  ปอกผลไม้ไว้ด้วย  อ้อ  แขนข้างนั้นคุณคีย์ไม่ถนัด  เอาวางไว้ให้หยิบใกล้ๆ”

“.....”  แขกบนโต๊ะมองหน้ากันไป-มา  มีเพียงคุณยุวดีกับเกียรติศักดิ์เท่านั้นที่ยกแก้วกาแฟดื่ม  ตักอาหารเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ  คนเจ็บที่ยังมึนๆเบลอๆยกแขนเก้กังแล้วก็ถอนหายใจ

“เป็นอะไรตาเพลง?”  คุณยุวดีถามบุตรชายที่ยังคงยุกยิกไม่เลิก

“ไม่ถนัดเลย  ผมยกแขนไม่ถนัดอ่ะแม่”  ได้ทีคีตกาลก็เอ่ยอ้อนมารดา  คุณยุวดีค้อนใส่บุตรชาย

“ข้าวต้มใช้ช้อนตักแค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอก  ผลไม้นั่นสายใจก็ปลอกไว้ให้เรียบร้อย  ใช้ส้อมจิ้มๆเอาซิ”

“แม่อ่ะ!”  คนเจ็บงอแงไม่เลิกก่อนที่ชามข้าวต้มจะถูกนำมาวางตรงหน้า  สีหราชคว้ามาไว้หน้าตัวเองแล้วคนให้หายร้อน  คีตกาลเบิกตากว้างมองอีกฝ่ายแล้วประท้วง  “ไหนบอกว่าข้าวต้มฉันไง?”

“ก็เห็นงอแงตักไม่ถนัด”

“?”  คีตกาลเอียงคอมองอย่างไม่เขาใจ  เจ้าของใบหน้าเข้มคร้ามจึงยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งโต๊ะเงียบกริบ

“เลยว่าจะป้อนให้”  ไม่ว่าเปล่าสีหราชตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าแล้วจ่อริมฝีปากบาง

“จะกินเอง!”  คีตกาลคว้าหมับเข้าที่มือแกร่งของสีหราชที่ยังคงพยายามจะป้อนให้ได้

“แขนเจ็บอยู่ไง”  ชายหนุ่มยกยิ้ม 

“ยุ่ง!”   สุดท้ายสีหราชก็ปล่อยให้คีตกาลแย่งช้อนไปจนได้  หากไม่วายคอยแกล้งอยู่บ่อยๆ     อิ่มเอมที่มองอยู่กระแอมไอขัดเพราะเหลือบไปเห็บใบหน้าซีดเผือดของแป้งเข้า  หญิงสาวยิ้มแหยก่อนจะขอตัวออกไป  อิ่มเอมเห็นดังนั้นจึงลุกตาม


“เราขอโทษนะแป้ง”

“เราเองก็ผิดแหละ”

“แต่....”

“อันที่จริงแล้วเราก็พอรู้ตั้งแต่แรก  เห็นชัดก็เมื่อวานนั่นแหละ”

“.....”

“หน้าสิงห์ตอนนั้นน่ะ  ทั้งร้อนใจ  ทั้งกังวล  เป็นห่วงแล้วก็....เหมือนจะร้องไห้ตอนที่เพลงหายไป”

“.....ขอโทษที่พาแป้งเข้ามา”

“เราขอร้องเอมเอง  เอมไม่ผิดหรอก”

“แล้วแป้งจะเอาไงต่อ?”

“กลับไปทำงาน”  หญิงสาวหัวเราะ  ยิ้มกว้างให้เพื่อนตัวโตซึ่งเธอขอร้องแกมบังคับให้ช่วยเหลือเธอเข้าหาสีหราช

“แป้งไม่เป็นไรนะ?”

“เราโอเค”  หญิงสาวยิ้มอีกครั้ง  ก่อนที่สายวันนั้นเธอจะเก็บกระเป๋ากลับไปทำงาน   เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันสวยงามไว้ในใจของตัวเอง   ว่าครั้งหนึ่ง...เธอได้ลองพยายามในรักจนถึงที่สุดแล้ว  หากไม่ได้กลับมาเธอก็ไม่เสียใจ

“อ้อ  ตัวการสำคัญอยู่นี่เอง”  อิ่มเอมคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินเสียง   ผ่านมาหลายปีน้ำเสียงของอีกฝ่ายก็ยังยียวนไม่เลิกซิน่า!

“ไง  หมากระเป๋า”

“ไอ้ยักษ์!”  ชายชาญหรือหมากระเป๋าที่อิ่มเอมเรียกสูงแค่ไหล่ของคนตัวโตเท่านั้น

“ไม่เจอกันนาน  ตัวยังเตี้ยเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย”  อิ่มเอมยกยิ้มยียวน

“นายมันก็ขี้ติดตูดเพื่อนไม่เปลี่ยน”

“ปากดี!” คนตัวโตโมโหคว้าอีกฝ่ายเข้ามารัดให้ใบหน้าซุกเข้ารักแร้ของตัวเอง   ล็อกคอเอาไว้ให้ดิ้นหลุด

“เหม็นโว้ย!  ปล่อยนะไอ้ยักษ์!”

“อ่ะฮ่า  น้ำยังไม่ได้อาบกลิ่นกำลังดีเลย”  อิ่มเอมหัวเราะชอบใจเสียงดังแล้วก็เบ้หน้า  แผลแตกที่ปากยังไม่หายดีเลย!

“คุณเอม  คุณสิงห์ให้มาตาม”  น้ำเสียงเรียบนิ่งของเกียรติศักดิ์เหมือนระฆังช่วยชีวิต   ชายชาญที่หลุดจากกรงรักแร้ของอิ่มเอมโกยอากาศเข้าปอดทันทีแล้วหันมายิ้มขอบอกขอบใจเกียรติศักดิ์ยกใหญ่



“มึงเอาแฟ้มงานนี้ไปอ่านนะ  เรื่องสัญญากับหุ้นส่วนอื่นๆฝากมึงดูให้อีกทีละกัน”

“.....”

“มีอะไร?”

“มึงเรียกมาคุยเรื่องงาน?”

“ก็ใช่  แล้วมึงคิดว่ากูเรียกมาทำไม?”

“ก็เรื่องเพลง...”

“แค่นั้นก็จบแล้ว”  สีหราชชี้ยังไปยังมุมปากเพื่อนที่ยังช้ำไม่หาย

“อ่อ...”

“แต่อย่าให้มีอีกแล้วกัน”

“หูย~  หวงมาก  แม่งพวกมึงไม่กลับมาคบกันเลยล่ะวะ?”

“..........”

“เออ  ไอ้เพลงบอกพวกมึงเลิกกันด้วยเรื่องงี่เง่า”

“....”

“เรื่องงี่เง่าอะไรวะ?”

“มันก็ไม่ใช่ว่างี่เง่าเสียทีเดียวหรอก  มันมีเหตุผลอื่นที่เขาไม่ได้บอก”

“มันไม่บอกแล้วมึงรู้?”

“ก็..พอจะรู้”

“อ้อ  มีกูโง่อยู่คนเดียว  หลงเป็นห่วงเพื่อนจะเป็นจะตาย  สุดท้ายแม่งก็หมา”

“เอม...”

“กูอารมณ์เสีย  แม่ง!”  เออแน่ะ  งอนก็มีการบอกกล่าวให้รู้เสียด้วย  สีหราชส่ายหัว  อิ่มเอมพอเห็นว่าเพื่อนไม่ง้อก็หน้างอเดินสะบัดบ๊อบออกจากห้องไปทันที

คนตัวโตชะงักเท้าเมื่อเจ้าขนสีน้ำตาลตัวเขื่องที่เริ่มขยายใหญ่กว่าอาทิตย์ก่อนวิ่งมาเกาะแข้งเกาะขา  อิ่มเอมสะบัดมันกระเด็นไปไม่ห่างมากนัก  พอลุกขึ้นได้มันก็วิ่งกลับเข้ามากระดิกหางใส่ใหม่

“ไอ้ Lionไปไกลๆเลย!”

“ห้ามเหยียบมันนะ  ตัวใหญ่อย่างกับยักษ์เดี๋ยวมันก็ตายพอดีหรอก!” เกียรติศักดิ์ที่ไม่รู้ว่าเห็นตั้งแต่ตอนไหนวิ่งเข้ามาคว้าเจ้าขนปุยไปกอดแน่นเมื่อเห็นว่าคนตัวโตยกเท้าจะเหยียบเจ้าตัวเล็ก

“ไม่ได้จะเหยียบสักหน่อย”  อิ่มเอมยักไหล่แถไปข้างๆคูๆ

“ก็เห็นอยู่!”

“มีอะไรหรือคุณศักดิ์?”  คีตกาลเดินถือกล่องนมพร้อมอาหารเม็ดเข้ามามีชายชาญตามมาห่างๆ  ทั้งคู่มองคนตัวโตกับคนตัวเกือบโตอย่างขอคำตอบ

“ไม่มีอะไรหรอกครับ”  เกียรติศักดิ์ยื่นลูกหมาให้ชายชาญที่ทำอยากอุ้ม “คุณคีย์  คือ...”

“ครับ?”  ใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอมองทำเอาเกียรติศักดิ์ใจเต้น   คุณคีย์น่ารักแข่งกับเจ้า Lion ทำไม!

“คือ  ผมอยากขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้น”  ใบหน้าของเกียรติศักดิ์ซีดเผือดเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน  เขาเหลือบมองต้นแขนของคีตกาลที่มีผ้าพันแผลพันไว้ก็ให้ขอบตาแดงเรื่อ

“คุณศักดิ์ไม่ผิดเสียหน่อย”

“แต่ถ้าผมเลือกคนที่ดีกว่านี้มาทำงาน  หากผมดูให้ดีกว่านี้....”

“อ้อ  ไอ้โจรนั่นนายพามาเองเหรอ?”  ชายชาญถามเสียงสูงคล้ายไม่พอใจ  เกียรติศักดิ์พยักหน้ารับอย่างสำนึกผิดพลางก้มหน้านิ่ง

“เฮ้ย  คนซวยมันไอ้เพลงเองป่าว  หมอนี่ไม่ได้ตั้งจะพาโจรมาสักหน่อย  ใครจะไปรู้วะว่าหน้าตาอย่างนั้นจะเป็นคนไม่ดี”  อิ่มเอมที่ฟังมานานขัดขึ้นเพราะชายชาญทำท่าจะโทษเกียรติศักดิ์เต็มๆ

“อ้าว  นี่มึง?”  คนตัวเตี้ยชี้หน้าอิ่มเอมอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมถึงปกป้องคนอื่น

“คือ  อันที่จริงคนผิดคนแรกน่าจะเป็นกูไง”

“?”

“ก็กูพูดซะไอ้เพลงร้องไห้หนีกลับบ้าน...”

“ใครร้องไห้!  แล้วก็ไม่ได้หนีกลับบ้านโว้ย!”  คีตกาลที่โดนกล่าวหาว่าร้องไห้ขี้มูกโป่งหนีกลับบ้านถึงกับเต้นผาง

“อ๋อออออออ  ความผิดร่วมกันนี่เองเลยเข้าข้างกัน”  ชายชาญชี้หน้าทั้งสองคนอย่างคาดโทษ

“เฮ้ย  ชาญพอแล้ว  คุณศักดิ์จะร้องไห้แล้วเนี่ย  อีกอย่างเราก็ไม่เป็นอะไรแล้วด้วย”  อิ่มเอมที่ได้ยินว่าใครบางคนจะร้องไหถึงกับค้อมตัวลงมามองว่าจริงอย่างที่คีตกาลพูดหรือเปล่า  พอเห็นขอบตาแดงๆของอีกฝ่ายเท่านั้นแหละอิ่มเอมถึงกับกระแอมไอ

“เอาล่ะๆ  เรื่องแล้วให้แล้วไปเถอะ”

“เฮ้ย  คนพูดประโยคนี้ต้องเป็นเพลงป่ะ?”

“กูพูดแทนไง”  อิ่มเอมหน้าด้านตอบก่อนจะคว้าแขนเกียรติศักดิ์ให้เดินออกมา  ชายชาญมองทั้งสองคนแล้วจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ
.
.
.




ออฟไลน์ sine

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 321
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-3





“แล้วจะร้องไห้ทำไม?”

“ไม่ได้ร้อง!”  เออ  วันนี้มีแต่คนเถียงกันไปมา  อิ่มเอมละปวดหัว

“ตาแดงซะขนาดนี้”   คนตัวโตยื่นปากบิดปากเบี้ยวอย่างไม่เชื่อกับคำปฏิเสธนั้น  “แล้วนี้จะกลับบ้านเลยหรือ?”

“อืม”  เกียรติศักดิ์พยักก่อนไขกุญแจรถแล้วเข้านั่งประจำที่

“เออ นี่”

“?”

“เรื่องเมื่อคืนอย่าคิดมากล่ะ  ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

“....”

“เพราะฉะนั้นมันไม่มีคนผิด  เข้าใจ๊?”  คนตัวโตเท้าแขนกับขอบประตูรถ  ให้คนที่นั่งหลังเบาะเงยหน้าขึ้นมองแล้วพยักหน้ารับ  ไม่รู้ทำไมพอมองจากตรงนี้เกียรติศักดิ์ถึงมองเห็นยักษ์ตัวโตดูเท่ขึ้นมา

“ขอบคุณ”  เกียรติศักดิ์เอ่ยขอบคุณแผ่วเบา  เขาคิดไปเองหรือเปล่านะว่าแก้มตัวเองมันร้อนๆชอบกล?

“อย่าขับรถเร็ว  อย่าจอดรับคนแปลกหน้า  กลับถึงบ้านแล้วโทร.มาบอกด้วย”

“หืม?”

“เข้าใจไหม?”  อิ่มเอมกำชับให้อีกคนพยักหน้ารัว  คงเพราะเมื่อวานเกิดเรื่องกับคีตกาลไปแล้วคนหนึ่งเขาเลยรู้สึกเป็นห่วงคนตรงหน้าขึ้นมา  ไม่อยากให้มีเรื่องแบบนั้นอีก

“แต่ผมไม่มีเบอร์...”

“เอามือถือมาดิ๊”  อิ่มเอมแบมือยื่นขอ  อีกข้างเท้าเอวเร่ง  เกียรติศักดิ์ที่ยังงงไม่หายยื่นโทรศัพท์ให้คนตัวโตไปแบบมึนๆ  “เอ้า นี่เบอร์ฉัน  ถึงแล้วโทร.มาด้วย”

“...ครับ”  เกียรติศักดิ์คิดว่าตัวเองส่งเสียงตอบออกไปอย่างหนักแน่นเป็นปรกติ  แต่ความจริงแล้วมันช่างเบาหวิว...

เขาไม่เข้าใจการกระทำของยักษ์ตัวโตอย่างนายอิ่มเอมนี่เลยสักนิด  นิสัยห่าม  เถื่อนเหมือนพวกนักเลงร้ายๆ  แต่เอาเข้าจริงก็เป็นพวกแข็งนอกอ่อนใน ปากร้ายใจดี   ....ใจอ่อน  ใจดีและช่างเป็นห่วงคนอื่น...






********


“ชาญคืนนี้นอนด้วยกันอีกคืนนะ  อย่าเพิ่งรีบกลับ”  ร่างโปร่งเอ่ยรั้งเพื่อนเพราะเมื่อครู่มารดาเพิ่งจะกลับเข้ากรุงเทพฯ เพราะมีงานด่วนเข้ามา

“ได้ซิ  ว่าแต่นายนอนคนเดียวใช้ผ้าห่มสองผืนเลยหรือ?  หรือว่าเมื่อคืนไข้ขึ้น?”  ชายชาญเอ่ยเย้าเพื่อนเมื่อเห็นบนเตียงมีผ้าห่มพับเรียบร้อยวางไว้สองผืน  คีตกาลขมวดคิ้วมุ่น

“อ้าว  ก็ผ้าห่มชา...เมื่อคืนนายนอนไหนอ่ะ?”  คีตกาลเปลี่ยนคำถามทันที

“ห้องโน้น...”

“กับใคร?”  คีตกาลเหมือนจะเห็นแก้มเพื่อนขึ้นสีเรื่อ  หากฝ่ายนั้นก็เสเดินไปเท้าแขนกับหน้าต่างเพื่อชมวิวเสียก่อน

“ก็มีนายเอม  แล้วก็คุณศักดิ์”

“อ้าว  แล้วเจ้าของห้อง?”  ชายชาญเลิกคิ้วหันกลับมามองก่อนจะเหลือบสายตาไปยังกองผ้าห่มน่าสงสัยนั้นแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์

“ก็คงนอนแถวนี้ๆละมั้ง”

“แถวไหน?  กับเจ้า Lion เหรอ?”  คีตกาลรู้แล้วว่าผ้าห่มอีกผืนเป็นของใครก็พลันใจเต้นแรง  แก้มร้อนผ่าวเสียจนน่ากลัวว่าจะไหม้

“เฉไฉไปเถอะ!”  ชายชาญว่าก่อนจะหัวเราะเสียงดังแล้วเดินออกจากห้องไป


ถ้าอย่างนั้นไอ้กอดอุ่นๆนั่นไม่ใช่ของเพื่อนตัวเล็กหรอกหรือ?

คีตกาลอยากจะทึ้งหัวตัวเองนัก!  เพราะเมื่อคืนเขาจำได้เลือนรางน่ะซิว่าเผลอเบียดตัวซุกหาไออุ่นนั้นทั้งคืน ตอนที่ปวดแผลแล้วก็ร้องหาแม่  กอดอ้อนนั่นอีก  ให้ตายเถอะ  อย่าบอกนะว่าเขาอ้อนสีหราชน่ะ!

“คุณคีย์ขา”

“!”  คนที่กำลังทึ้งผมตัวเองแล้วเอาหน้าซุกหมอนสะดุ้งเฮือกเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวอย่างตกใจ “มีอะไรหรือสายใจ?”

“ได้เวลาทำแผลแล้วค่ะ”

“อ้อ  มาซิ”

“ไม่ใช่หนูค่ะ”  สายใจยิ้มเผล่เดินเอาถาดที่ใส่น้ำยาฆ่าเชื้อกับสำลีและผ้าพันแผลเข้ามาวางบนโต๊ะหัวเตียง

“ป้าแช่มหรือ?”  สายใจยิ้มหากไม่ตอบ  เจ้าหล่อนเดินออกไปแล้วกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมร่างสูงของสีหราช

“คุณคีย์ทานยาแก้ปวดก่อนนะคะ”  เขารับยามากินแล้วก็มองคนที่กอดอกยืนนิ่งตรงหน้าประตูอย่างไม่เข้าใจว่ามายืนทำไมตรงนี้  คีตกาลกำลังจะอ้าปากถามร่างสูงก็เดินเข้ามาหยิบถาดผ้าพันแผลมาวางลงบนเตียง 

สีหราชทรุดนั่งลงข้างอีกคนให้ฝ่ายนั้นขยับตัวถอยห่างอย่างไม่เข้าใจในการกระทำนั้น  มือแกร่งคว้าหมับเข้ามือขาวไม่พูดไม่จา  คีตกาลเลิกคิ้วแล้วขืนเอาไว้  แม้จะเจ็บแผลเพราะคนตัวโตรั้งข้างที่เจ็บเอาไว้ก็ตาม

“จะทำแผลให้”

“อ้าว  ไม่ใช่ป้าแช่ม?”

“หน้าฉันเหมือนป้าแช่มไหมล่ะ?”  สีหราชถอนหายใจ  กระนั้นก็ยังไม่ปล่อยมือจากแขนอีกคน  เขารั้งให้คีตกาลต้องขยับเปลี่ยนท่าหันข้างที่เจ็บมาทางเขา

“หูย  อย่าไปเทียบกับป้าเลย”

“ทำไม?”

“ป้าน่าสงสารออก  โอ้ย! ไอ้บ้า  แกล้งกันเหรอ!”  คีตกาลโวยวายเมื่อมือแกร่งลงแรงหนักมือ

“...แผลเริ่มบวมแล้ว”  สีหราชพลิกแขนขาวที่บัดนี้ไร้ริ้วรอย Tattoo ที่เจ้าตัวชอบนักหนาขึ้นดู  ก่อนจะใช้สำลีแอกอฮอล์สำเร็จรูปเช็ด

“ซี้ด~” 

“เจ็บหรือ?”

“แสบอ่ะ”  คีตกาลเบ้หน้า  เขาไม่เจ็บหรอกเพราะสีหราชมือเบามาก  ค่อยๆแตะราวกับกลัวแขนเขาจะหักเสียอย่างนั้น  แต่แอกอฮอล์เช็ดแผลน่ะซิทำพิษให้เขาสะดุ้งโหยงอยู่นี่ หยาดน้ำคลอหน่วยตา เขามองแผลตัวเองแล้วอยากจะหันหน้าหนี หากยังไม่ทันเบือนหน้าไป หางตาพลันเห็นปลายจมูกโด่งของใครบางคนเคลื่อนใกล้เข้ามา

“หายเจ็บหรือยัง?”  สีหราชก้มลงเป่าแผลให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นถาม  คีตกาลนิ่งขึ้งเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้  แก้มเนียนขึ้นสีเรื่อลามไปถึงใบหูทั้งสองข้าง “เพลง?”

“อะ  อื้อ!”  ใบหน้าขาวพยักรับรัวเร็วก่อนจะสะดุ้งอีกรอบเมื่อสีหราชแตะสำลีลงอีกครั้ง  เขากัดฟันทนไม่ร้องออกมา  ไม่อย่างนั้นสีหราชจะก้มหน้าลงมาเป่าแผลให้เขาอีก ...แล้วหน้าก็ห่างกันแค่คืบ... ถ้าทำแบบนั้นอีก...ประเดี๋ยวหัวใจเขาก็วายตายน่ะซิ!

ทำแผลแค่ไม่กี่นาทีทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันนานเหลือเกินนะ  คีตกาลเหลือบมองแพขนตาหนาที่หรุบลงของคนตรงหน้า  ปลายจมูกโด่งได้รูปสวย  ริมฝีปากหยักสีเข้ม  โครงหน้าบึกบึน...

“เสร็จแล้ว”  คีตกาลละสายตาเหลียวมองทางอื่นก่อนจะแกล้งหันมาเหมือนว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้มองอีกฝ่าย

“ขอบใจ”

“แล้วก็อีกสี่ชั่วโมงกินยาแก้ปวดใหม่  เพราะวันนี้คงระบมหนักแน่”

“อืม”

“.....ขอโทษนะ”

“ขอโทษเรื่องอะไร?”

“ที่นายเจ็บตัวแบบนี้”

“.....ฉันทำตัวเองเอง  ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น”  คีตกาลเม้มปากแน่น  คิดถึงเหตุผลที่เขาก้าวขาออกจากที่นี่เมื่อวานแล้วก็ให้รู้สึกขัดเคืองขึ้นมา  “แล้วนี่คุณแป้งล่ะ?”

“...กลับไปแล้ว”

“เอ๊ะ?”

“อยากให้เขาอยู่หรือไง?”

“....ถามตัวเองเถอะว่าอยากให้เขาอยู่หรือเปล่า”

“ไม่อยากให้อยู่”  คีตกาลหันกลับมามองใบหน้าเข้มคร้ามนั้นเมื่ออีกฝ่ายตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด

“....ก็เรื่องของนาย”

“...เอาเถอะ...”  ร่างสูงลุกขึ้นยืนคว้าถาดยาแล้วเดินออกจากห้องไป  ทิ้งให้คีตกาลที่เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดไม่ดีใส่อีกฝ่ายตบปากตัวเองเบาๆอยู่บนเตียงคนเดียว

“โอ๊ย  ทำไงดีอ่ะ~”

“เออนี่”

“!”  คีตกาลเด้งตัวออกจากหมอนรวดเร็วเพราะกลัวอีกฝ่ายเห็นท่าทางแปลกประหลาดของเขา

“.........”  สีหราชยืนนิ่งค้าง  ริมฝีปากหยักขยับนิดๆหากไม่ได้วาดขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“มีอะไร”  เสียงใสสะบัดห้วนเมื่อเห็นอย่างนั้น

“เดี๋ยวป้าแช่มจะมาเช็ดตัวให้”

“ฉันอยากอาบน้ำ”

“........”  ร่างสูงเอียงคอหรี่ตามองคนบนเตียงด้วยสายตานิ่ง

“เอ่อ  เช็ดตัวก็ได้...”  คีตกาลยิ้มแหยให้คนหน้าดุ  ขืนงอแงต่อรองอีกสงสัยจะได้อาบแห้งตัวเหม็นแน่
.
.


“ชาญ  ขอน้ำหน่อย”  คนที่โดนพิษไข้รุมจากบาดแผลหลับตาสั่งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง  เมื่อค่ำชายชาญเข้ามาอาบน้ำแล้วบอกว่าออกไปเดินเล่น  หายไปตั้งนานกว่าจะกลับคีตกาลรอไม่ไหวเลยปิดไฟนอน   

แก้วน้ำถูกเสียบหลอดยื่นให้คนที่พยายามดันตัวขึ้นลุกนั่งท่ามกลางความมืด  ผิวร้อนผ่าวถูกมือเย็นแตะประคองให้คนร้องหาน้ำลืมตาขึ้นมอง

“กินยาลดไข้อีกเม็ด”

“นาย!”  คีตกาลตกใจไม่น้อย  ไม่คิดว่าดึกขนาดนี้สีหราชจะมาอยู่ที่นี่  แล้วชายชาญเล่าไปไหน?  “ชาญล่ะ?”

“โดนอิ่มเอมลากไปนอนระลึกความหลังอยู่ห้องโน้น”  สีหราชเอ่ย  ยื่นเม็ดยาให้  คีตกาลรับมาส่งเข้าปากแล้วขยับตัวลงนอน  เขาคิดว่าหากเขาตัดบทด้วยการหลับตาลงอีกคนคงจะออกจากห้องไป   กระนั้นสีหราชก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“นายไม่ไปนอนเหรอ?”

“นอนซิ”  ร่างสูงตอบก่อนจะเดินมายังอีกฝั่งของเตียง  ตลบคลี่ผ้าห่มแล้วนั่งลง

“เฮ้ย!”  คีตกาลเด้งกายรอบที่สามของวัน  ทำเอามีเสียงวิ้งลั่นในหูกันเลยทีเดียว   เขาหลับตาข่มอาการหน้ามืดและความเจ็บอยู่ครู่หนึ่งแล้วอ้าปากมองหน้าคนที่ทำท่าจะนอนอีกฝั่งของเตียง

“เป็นอะไร  เจ็บแผลอีกหรือ?”

“ไม่  คือ  เจ็บ  แต่..ไม่ใช่เรื่องแผลฉัน!”

“...แล้ว?”

“นายจะนอนนี่?”

“ใช่”

“นายก็ไปนอนห้องนายซิ!”

“อิ่มเอมลากนายชาญไปกกเต็มเตียงแล้ว”  คีตกาลเบิกตาอ้าปากกว้าง  หมายความว่ายังที่นายเอมเอาเพื่อนเขาไปกก!  แต่...เดี๋ยวนะ!

“แต่..”

“นอนได้แล้ว  ฉันง่วง”  สีหราชตัดบท  เขาคว้าผ้าห่มขึ้นคลุมแล้วนอนหันหลังให้  คีตกาลอ้าปากพะงาบๆพูดไม่ออกจ้องมองแผ่นหลังกว้างของเจ้าบ้านก็ได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ




.
.
.


“อ้าว  ทำไมยังไม่ไปนอนอีก?”  คนตัวโตที่กำลังจะเดินกลับห้องเอ่ยถามคนที่นั่งเท้าคางมองดาวบนฟ้าอยู่ตรงระเบียง

“เดี๋ยวไป”  ชายชาญตอบทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากท้องฟ้าค่ำคืน  อิ่มเอมเหลือบมองไปทางประตูห้องของคีตกาลเห็นหลังของสีหราชผลุบหายเข้าไปก็ได้แต่ถอนหายใจ

“ยังติดดูดาวอยู่อีกหรือไง?”

“ก็แค่คิดถึง”

“หืม?”

“อยู่ในเมืองมองไม่เห็นดาว”  ชายชาญว่า  อิ่มเอมยกยิ้มเมื่อได้ยิน  จำได้ตอนสมัยเรียนว่าอีกคนจะนอนได้ก็ต้องดูดาวให้เลยเที่ยงคืนเสียก่อนถึงจะยอมให้หัวแตะหมอน

“เลยเที่ยงคืนแล้ว”  อิ่มเอมเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง

“งั้น...ฉันไปนอนแล้ว”  ชายชาญลุกขึ้นยืนบิดกายไล่ความเมื่อยขบ  หันไปบอกราตรีสวัสดิ์คนตัวโตกว่าแล้วทำท่าเดินออกไปก่อนจะอุทานร้องเสียงดัง “เฮ้ย!”

“ไปนอนด้วยกันดีกว่า”  อิ่มเอมคว้าแขนคนตัวเล็กแล้วลากอีกฝ่ายไปอีกห้องโดยไม่ถามความสมัครใจ

“ไม่เอา  ปล่อย!”

“เฮ้ย  นานๆจะได้เจอกันที  เรามานอนคุยกันให้หายคิดถึงเถอะ”

“ไม่เอา  ฉันไม่คิดถึงนาย  แล้วก็ไม่อยากคุยด้วย”

“โหย  พูดแบบนี้น้อยใจแย่  ฉันอุตส่าห์คิดถึงนาย”  อิ่มเอมเอ่ยกลั้วหัวเราะ  ในที่สุดเขาก็ลากหมากระเป๋าของเขาเข้ามาในห้องจนได้

“มึง!”  สรรพนามแปรเปลี่ยนพร้อมแก้มขาวๆแดงเรื่อ  คนตัวเล็กถลึงตามองคนตัวโตกว่าอย่างไม่พอใจ

“ปะ  นอนกันๆ”  ไมพูดเปล่า  อิ่มเอมยื่นมือกดปิดสวิตไฟแล้วจับชายชาญโยนขึ้นเตียง   ต้องเรียกว่าโยนจริงๆเพราะชายชาญถึงกับร้องแอ้กเลยทีเดียว

“ไอ้ยักษ์!”

“ชู่  อย่าเสียงดังซิ  เดี๋ยวคนอื่นก็ตื่นกันหมดหรอก”  อิ่มเอมหัวเราะ  มองคนที่ทำท่าจะลุกแล้วก็กระโดดโถมตัวเข้าทับ

“ไอ้!”  ชายชาญขู่ตะคอกลอดไรฟัน  กลัวว่าเสียงดังแล้วจะปลุกคนทั้งเรือนขึ้นมาจริงๆ  ทั้งแขนทั้งขาของเขาดิ้นตะกายไปมาเพื่อให้หลุดจากร่างหนาหนักของอิ่มเอม

คนตัวโตหัวเราะลงคออย่างชอบใจ  ก่อนมือใหญ่จะคว้าผ้าห่มขึ้นมาห่อตัวคนใต้ร่างเอาไว้  แม้จะทุลักทะเลเพราะหมากระเป๋าดิ้นไม่หยุดแต่สุดท้ายก็พันธนาการอีกฝ่ายสำเร็จ  อิ่มเอมจับก้อนผ้าห่มที่มีสิ่งมีชีวิตที่ชื่อชายชาญอยู่ด้านในมาวางตรงกลางเตียง

“นอนได้แล้ว”

“ปล่อยนะ!”

“ไม่อ่ะ”  อิ่มเอมหัวเราะอีกครั้งก่อนจะเอาแขนเอาขาก่ายก้อนผ้านั้น

“....”

“ราตรีสวัสดิ์”

“....”  ชายชาญได้แต่ถอนหายใจท่ามกลางความมืด  โดนผ้าห่มม้วนและยังแขนขาปลาหมึกนี่อีก  แล้วเขาจะหลุดไปยังไงเนี่ย!

โอ๊ย  อึดอัดชะมัด!


















แถมท้ายช่วง
“อะแฮ่ม  คุณเอมขา”  สายใจย่องเข้ามาหาคนตัวโตที่นั่งจิบกาแฟอย่างอิ่มเอมด้วยท่าทางน่าสงสัย

“มีอะไรหรือสายใจ?”  ชายหนุ่มเลิกคิ้ว   มองท่าทางเหลียวซ้ายแลขวาของเด็กสาวแล้วให้นึกขัน  เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลกันเหนื่อยๆทุกคนต่างแยกย้ายมามุมพักผ่อนกันคนละมุม  พอสายใจเห็นว่าคนอื่นๆอยู่ห่างออกไปก็เอ่ยต่อ

“คือ  หนูมีเรื่องสงสัย”

“เรื่องอะไรล่ะ?”  อิ่มเอมยกยิ้ม  สายใจชะโงกหน้าไปมองทางห้องของคีตกาลแล้วกระเถิบตัวเข้ามาเบียดกับเขา  ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วเหลียวไปมองทางห้องนั้นตาม

“คือคนเป็นเพื่อนกันเนี่ย  เขาจูบกันไหมคะ?”

“พรูด!” อิ่มเอมถึงกับสำลักกาแฟไอค่อกแค่กเสียงดัง  สายใจยืดตัวคว้ากล่องทิชชู่ส่งให้อย่างรู้หน้าที่  เกียรติศักดิ์กับชายชาญหันมามองคนตัวโตแล้วเบ้หน้ากับความซกมกนั้นแล้วหันกลับทางเดิมอย่างไม่ใส่ใจ

“สายใจว่าอะไรนะ?”  เขากระซิบถามเสียงเข้ม  แม้จะตกใจแต่ก็พอจะเข้าใจอะไรลางๆจึงกดเสียงต่ำเพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน

“ก็หนูเห็น”

“เห็นอะไร?”

“คุณสิงห์กับคุณคีย์”  สายใจเหลียวมองรอบกายอีกครั้งแล้วกระซิบต่อ  “เมื่อกี้หนูเข้าไปเรียกคุณสิงห์  หนูเห็นคุณสิงห์จูบคุณคีย์”

“.....”

“จูบตรงเนี้ย”  สายใจชี้ต้นแขนของตัวเองให้อิ่มเอมดู

“แผล?”  สายใจพยักหน้ารับ  อิ่มเอมเม้มปากแน่น  เหลือบมองประตูห้องของคนเจ็บที่มีเพื่อนของเขาอยู่ด้านในก่อนจะถอนหายใจ  “สายใจอย่าบอกใครนะรู้ไหม?”

“ค่ะ  แล้ว...คนเป็นเพื่อนทำกันแบบนี้ไหม?”  เด็กสาวยังไม่ได้รับการไขข้อข้องใจถามต่อ

“ก็....คงทำมั้ง?”

“ถ้าคุณเอมเจ็บแบบคุณคีย์  คุณสิงห์จะจูบแผลให้คุณเอมไหม?”

“อี๋~”  อิ่มเอมทำท่าจะอ้วก  มองหน้าสายใจเหมือนถามอะไรที่เขารับไม่ได้สุดๆออกมา “ไม่ทำหรอก!”

“อ้าว  ก็เพื่อนกันนี่”

“เพื่อนน่ะ  มันก็มีหลายรูปแบบนะ  แต่แบบฉันกับไอ้สิงห์น่ะไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ”

“แล้วต้องเป็นแบบไหน?”  สายใจไม่เข้าใจ  คุณสิงห์ คุณคีย์  คุณเอมแล้วก็คุณชาญเป็นเพื่อนกันทุกคน  แต่ก็เป็นเพื่อนไม่เหมือนกัน  สายใจงงหนักมาก!

“ก็...คงเป็นเพื่อนพิเศษที่สุดละมั้ง”






โปรดติดตามตอนต่อไป






สวัสดีค่ะ  มาเร็วไหม?  กลัวรอกันนาน ฮ่าๆๆ
แต่งเสร็จแล้วเอามาลงเลย  หากมีจุดผิดพลาดหรือควรแก้ไขตรงไหนบอกกันได้นะคะ  จะแก้ไขปรับปรุง  เม้นท์บอกกันได้ไม่งั้นก็ไม่รู้อ่ะว่าที่เราแต่งมาดีพอหรือยัง?  ควรทำให้ดีขึ้นไหม?  หรือดีแล้ว?
อ่านให้สนุกระคะ^^


เข้าไปคุย  จิกกัด  ตามทวง กันได้ที่ Novel By Sine @sine501 ค่ะ

ปล.ฝากเรื่องอสงไขยด้วยนะคะ  คาดว่าจะได้ทำเป็นหนังสือเร็วนี้
อ่านได้ที่   http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=34231.0

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
Re: - รักพัดหวน - ตอนที่7 หน้า4 [1 ส.ค.58]
«ตอบ #116 เมื่อ01-08-2015 01:02:33 »

อยากรู้เรื่องงี่เง่าที่ว่าจัง ขอตัวช่วยสอดหน่อยคะ 555

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
Re: - รักพัดหวน - ตอนที่7 หน้า4 [1 ส.ค.58]
«ตอบ #117 เมื่อ01-08-2015 02:17:47 »

เพลงไม่เป็นอะไรมากมาย
แล้วดูท่าว่าเพลงกับสีหราชจะงุ้งงิ้งกันด้วย
รู้สึกอยากเป็นสายใจในฉากห้องนอนซะแล้วซิ

แล้วๆๆๆๆๆๆ ชาญ - เอม - คุณศักดิ์ มีอะไรแฝงมั้ย

ออฟไลน์ ขนมโก๋

  • เป็ดหัวเน่า
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 699
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-0
Re: - รักพัดหวน - ตอนที่7 หน้า4 [1 ส.ค.58]
«ตอบ #118 เมื่อ01-08-2015 02:35:55 »

เพื่อนคนพิเศษ :-[

ออฟไลน์ mur@s@ki

  • อยากรัก..แต่ใจไม่กล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-5
Re: - รักพัดหวน - ตอนที่7 หน้า4 [1 ส.ค.58]
«ตอบ #119 เมื่อ01-08-2015 08:06:46 »

ทำไมเหมือนนายอิ่มเอมคนเสือก เอ๊ย ถูกแล้วววว จะได้ควบ2
ความรู้สึกนี้มันอะไร 555555555555555


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด