✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๒๓ [๑๐.๐๖.๒๕๖๒]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๒๓ [๑๐.๐๖.๒๕๖๒]  (อ่าน 151719 ครั้ง)

ออฟไลน์ Veesi3

  • coHon3 {ต้นฝ้าย}
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 887
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๒ [๐๑.๐๒.๒๕๕๘]
«ตอบ #30 เมื่อ02-02-2015 08:43:42 »

ไม่แปลกหรอกที่หลงจะไม่เปิดใจให้กับคนในครอบครัวใหม่ เพราะเห็น ตย. มาแม่คนที่ใกล้ตัวที่สุดยังไม่รักตัวเองเลย
แต่แบบ...ถ้าคุณกรณ์กับคุณวุฒิออกตัวปกป้องหลงมากกว่านี้ แม่อาจจะไม่กล้าทำไรหลงก็ได้ แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน
เพราะอาจจะทำไรลับหลังที่น่ากลัวกว่านี้อีกเค้าถึงไม่กล้าว่าอะไร แต่แบบคุณพฤทธิ์นี่สิจะเป็นไงในอนาคตน้อออ
รออ่านนะคะ เขียนสนุกชวนติดตามมาก เห็นคุณพฤทธิ์ทั้งเย็นชาและไม่ชอบหลงขนาดนี้
เป็นไงมาไงทำไมนางเหมือนจะมีส่วนเข้ามาพัวพันมากขึ้นในอนาคต อยากรู้เรื่องนี้มากๆ  :really2:

ออฟไลน์ i c u

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๒ [๐๑.๐๒.๒๕๕๘]
«ตอบ #31 เมื่อ03-02-2015 01:05:24 »

 :laugh:  เห็นชื่อคนแต่ง ....... รีบตาลีตาเหลือกเข้ามาเลยทีเดียว หลังจากที่วนอ่านพี่เสือไป10 ตลบ ในที่สุดก็มีเรื่องใหม่แล้วววววววววว คิดถึงนะคะ มาต่อเร็วๆนะ

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +137/-1
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๒ [๐๑.๐๒.๒๕๕๘]
«ตอบ #32 เมื่อ03-02-2015 19:13:02 »

น่าสงสารหลงนะมีแม่ก็ไม่ค่อยจะรักไม่เอาใจใส่ทั้งๆที่ตอนนี้ตัวเองก็มีความสุข มีสามีดี มีเงินมีทอง แทนที่จะแบ่งปันความรักให้ลูกบ้าง กลับกลายเป็นอีกฝ่ายที่ดูจะรักลูกรักน้องมากกว่า แต่หลงควรจะตอบแทนความดีพ่อกับพี่ถึงจะไม่แท้แต่ก็รักและเอ็นดู ส่วนแม่ถ้าเจอแล้วไม่มีอะไรดีขึ้นก็ควรจะเลี่ยงหรืออดทนไม่ตอบโต้ เช่นในฉากกินข้าวหลงไม่ควรแสดงกิริยาแบบนั้น



อินไปหน่อย อิอิ

ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๒ [๐๑.๐๒.๒๕๕๘]
«ตอบ #33 เมื่อ03-02-2015 20:53:41 »

ชอบเรื่องแนวนี้มาก  ภาษาก็ดีมาก ติดตามต่อไปนะคะ  รออยู่นะ

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9767
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๒ [๐๑.๐๒.๒๕๕๘]
«ตอบ #34 เมื่อ03-02-2015 21:34:59 »

บางทีก็ทรมานที่ต้องรอตอนต่อไป แต่ก็อยากรอ เพราะอยากรู้ว่าน้องหลงจะหายดื้อเมื่อไหร่ :mew2:
ครอบครัวเราอาจมีปัญหา แต่เราอย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเลยนะน้องหลง  :กอด1:

ออฟไลน์ Ellette

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-3
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #35 เมื่อ15-03-2015 20:49:54 »

ซ่อนรัก
บทที่ ๓


พฤทธิ์มองนาฬิกา เวลาเกือบสี่โมงเย็นเป็นเวลาคาบสุดท้ายที่เขาสอนในวันนี้
   

“มีใครอยากถามหรือเสนอแนะอะไรไหมครับ” เขาเอ่ยปากขึ้นเมื่อจบการบรรยาย “เหลืออีกสิบนาทีพอจะให้พวกคุณได้มีส่วนร่วมกับผมนะ”


   เด็กผู้หญิงข้างล่างยกมือถามเป็นคนแรก จากนั้นต่างคนก็ต่างหยิบยกประเด็นต่างๆ ขึ้นมาพูดคุยกันจนเกินเวลา


   “ผมว่าน่าจะพอกันแค่นี้ ถ้าครั้งหน้ายังพอมีเวลาเหลือ เรามาพูดคุยกันใหม่นะครับ..เชิญครับ”


   นิสิตหลายคนเริ่มทยอยเดินออกจากห้องจนหมด เขาจึงได้เวลาออกจากห้องบรรยายบ้าง หากไม่ผิดพลาดหรือมีธุระ..มันก็คงเป็นเวลาที่เขาจะกลับไปพักผ่อนที่คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย


   แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็เป็นสัญญาณว่าเย็นนี้พฤทธิ์คงไม่ได้ทำตามที่หวัง


   “สวัสดีครับ”


   ‘คุณพฤทธิ์สอนเสร็จแล้วหรือคะ’


   “แม่ได้ตารางสอนผมไปแล้วนี่ครับ” เขาหยิบกระเป๋าเอกสารก่อนเดินออกจากห้องบรรยาย “แม่โทรมามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”


   ‘วันศุกร์คุณพฤทธิ์ว่างตอนบ่าย’


   “ครับ”


   ‘แม่อยากให้พาอาจารย์ขวัญมาหาแม่หน่อยค่ะ’ น้ำเสียงของหล่อนสดใสเวลาที่พูดถึง ‘ฉลองขวัญ’ และเขารู้เหตุผลดีว่าทำไมแม่ถึงดีใจนัก เพราะหล่อนหมายมั่นว่าฉลองขวัญกับเขาจะต้องแต่งงานกันในไม่ช้า ทว่าสำหรับพฤทธิ์แล้ว..เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัว


   จริงอยู่ที่เขากับหล่อนมีความสัมพันธ์กันเกินเพื่อนแต่ไม่ได้คบหาดูใจกันอย่างเปิดเผย แต่คนทั่วไปก็เข้าใจว่าพวกเขาคือคนรักกัน ทั้งที่สำหรับพฤทธิ์หล่อนก็เป็นได้แค่คนรู้ใจชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น


   “ทำไมครับ”


   ‘แม่ก็อยากรู้จักเพื่อนที่ทำงานคุณพฤทธิ์บ้าง’


   พฤทธิ์ขมวดคิ้ว “ผมกลัวว่าเธอจะไม่ว่าง”


   ‘แม่รู้ว่าคุณพฤทธิ์สามารถพาเธอมาเยี่ยมแม่ได้ใช่ไหมคะ’   


   “นั่นเป็นประโยคคำถามหรือเปล่าครับ” พฤทธิ์รู้ว่ามันไม่ใช่ประโยคคำถาม จุดประสงค์ที่แท้จริงของหล่อนคือคำประกาศิต แม้เขาอยากจะต่อต้านเต็มทน แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของหล่อนแล้วก็ทำใจแข็งไม่ลงจริงๆ


   ‘แล้วแต่จะคิดค่ะ’


   ชายหนุ่มถอนหายใจพลางนึกถึงใบหน้าของฉลองขวัญ หล่อนคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เปิดตัวกับแม่ของเขาสักที เพราะช่วงหลังๆ ทุกครั้งที่ใช้เวลาร่วมกันเจ้าตัวก็มักเปรยขึ้นมาเฉยๆ ส่วนเขาก็นิ่งเงียบตามระเบียบ


   “แล้วเจอกันวันศุกร์นี้นะครับ”


   ‘ค่ะ’


   ในช่วงที่อายุใกล้สามสิบ เพื่อนของเขาทยอยแต่งงานกันไปหลายคู่แล้วและเขาก็ได้รับการ์ดเชิญอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งที่ไปร่วมงานพฤทธิ์มักไปคนเดียวและมีคำถามตามมาว่า ‘เมื่อไหร่จะหาคนมาดูแลสักที เพื่อนคนอื่นเขามีแฟนกันตั้งหลายคนแล้ว’ สำหรับพฤทธิ์เขาแทบไม่ฟังด้วยซ้ำ


   เขาเป็นผู้ชาย แน่นอนว่าสนใจผู้หญิงเป็นธรรมดา แต่คนที่อยู่กับเขานานที่สุดคือฉลองขวัญเพื่อนร่วมรุ่นของเขา ความสัมพันธ์บิดเบี้ยวเกิดขึ้นเพราะหล่อนอกหักและเขาอยากลอง มันไม่ได้มีความรักเจือปนในความรู้สึก แต่กับหล่อน..กาลเวลานำพาให้ต้องหาที่พึ่งพิงและถลำลึกจนยากจะถอนตัว เขารู้ดีว่าหล่อนหลงรักเขาแต่สำหรับพฤทธิ์แล้วฉลองขวัญแทบไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น


   “ขวัญ วันศุกร์นี้คุณแม่อยากเจอคุณ” เขากรอกน้ำเสียงราบเรียบผ่านโทรศัพท์


   ‘รับทราบค่ะ’


   น้ำเสียงของหล่อนเย้ยหยันเขาอยู่ในที เพราะครั้งหนึ่งฉลองขวัญเคยพูดกับเขาเรื่องแต่งงานและบอกว่าพวกเขาเข้ากันได้ในทุกๆ เรื่อง ทว่าพฤทธิ์กับปฏิเสธอย่างไม่เหลือเยื่อใย เพราะระหว่างเขากับหล่อนมันก็ไม่มีทางเกินกว่าเพื่อนหรอก


   
   สภาพของหลงมอมแมมไม่ต่างอะไรจากลูกหมาตกน้ำ ทั้งกลิ่นเหงื่อและกลิ่นควันรถอบอวลทั่วร่างกายของเขาจนอดเบ้หน้าไม่ได้


   “กลับมาแล้วหรือคะ” คุณป้าแม่บ้านถามเขาพลางยื่นแก้วน้ำให้


   “ครับ” ความจริงเขาหมดเรี่ยวแรงจนไม่อยากเปิดปากพูดด้วยซ้ำ หากเป็นไปได้หลงอยากจะล้มตัวนอนตรงนี้แทนที่จะเดินขึ้นไปในห้อง


   “ป้าไม่อยากจะคิดว่าตอนคุณหลงไปเรียนจะมีสภาพแบบไหนจริงๆ ค่ะ”


   เขาดื่มน้ำจนหมดแล้วยื่นแก้วน้ำให้หล่อน “หล่อแน่นอนครับ”


   “ความจริงคุณน่าจะไปพร้อมกับคุณกรณ์นะคะ ไปที่เดียวกันแท้ๆ” หล่อนบ่นทุกครั้งที่ ‘คุณหนูคนเล็ก’ กลับมาจากมหาวิทยาลัย ความจริงมันก็ตั้งแต่ช่วงมัธยมแล้วที่หลงไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง แม้ว่ากรณ์จะลงทุนขับไปทางเดียวกัน ทว่าทุกครั้งก็ถูกปฏิเสธกลับมาอย่างไร้เยื่อใย


   “ช่างมันเถอะครับ หลงไปของหลงเองได้”


   “ตามใจแล้วกันค่ะ อ้อ..คุณวุฒิให้คนหลงมากินข้าวพร้อมกันนะคะ รีบไปอาบน้ำลงมาเลยค่ะ”


   เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกแล้วรีบวิ่งขึ้นไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องนอน การได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกันก็คงถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกทางหนึ่ง แต่ทว่ามันก็ผ่านมาหลายปีที่หลงถูกบังคับให้ปฏิบัติแบบนี้ แล้วอย่างไรเล่า..ผลมันก็ยังเหมือนเดิม เขาเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น กระด้างและไม่ใส่ใจใครทั้งสิ้น


   “เรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้างหลง ดีหรือเปล่า”


   “ก็ดีครับ” เขาตอบห้วนๆ อย่างไม่สบอารมณ์ จะให้บอกได้อย่างไรว่าวันแรกก็สร้างวีรกรรมน่าอายกับคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม


   “ได้ยินว่าอาจารย์พฤทธิ์สอนด้วยใช่ไหม ได้สอนน้องหรือเปล่าล่ะ”


   “ครับ” พฤทธิ์ตอบ


   “ลูกชายของอาตั้งใจเรียนไหม”


   พฤทธิ์หวนคิดไปถึงตอนแปดโมงกว่าๆ ครั้งนั้นเป็นครั้งที่เขาเจอนิสิตในชั้นเรียนตัวเองและมันก็เป็นเหตุบังเอิญที่ได้พบหลงแอบขึ้นลิฟต์สำหรับอาจารย์


   เขายังจำแววตาตื่นตระหนกของหลงได้ดี ก่อนเจ้าตัวดึงสติลับมาพร้อมปั้นหน้าเฉยชาราวกับไม่รู้สึกผิด ถึงหลายคนจะมองว่ามันควรเป็นสิทธิ์ที่ใครๆ ก็ใช้ลิฟต์ได้ทั้งนั้น แต่ในเมื่อมีการเขียนประกาศไว้ใช้สำหรับอาจารย์แล้วก็ไม่ควรมีใครคิดฝ่าฝืน แต่เด็กคนนี้..ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันวันแรกของการเรียนกลับทำให้เขาหงุดหงิดเสียจนอยากดุขึ้นมา


   แต่เหตุผลแค่นั้นไม่ทำให้คนอย่างอาจารย์พฤทธิ์เปิดปากตำหนิใครง่ายๆ หรอก


   “ตั้งใจประมาณหนึ่งครับ”


   เขาเป็นอาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างหน้านิสิตร่วมร้อยคน ต่อให้จำนวนมากกว่านี้พฤติกรรมต่างๆ ก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของพฤทธิ์ แต่มันอยู่กับว่าเขาฉวยขึ้นมาพูดหรือทำเป็นมองไม่เห็นเท่านั้น ทว่าหลง..คนที่มาสายเกือบสิบนาทีและนั่งอยู่แถวแรกกลับหลับคอพับไม่รู้ตัวหลายครั้ง 


   เขาควรจะโกรธหลงหรือโทษตัวเองว่าทำหน้าที่บกพร่องดี..


   “พฤทธิ์พูดแบบนี้นี้ อาว่าหลงคงเผลอหลับหลายรอบแน่ๆ” ใบหน้าหลงเห่อร้อนด้วยความอับอาย เขาไม่ได้ตั้งใจหลับในห้องเรียนเสียหน่อย แต่ใครจะตารางให้เริ่มเรียนตอนแปดโมงเล่า..แล้วไหนจะแอร์เย็นๆ ที่ปะทะหลังคออีก คนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกับเขา แต่ทำไมอาจารย์พฤทธิ์ถึงจ้องจับผิดเขาคนเดียว


   คนที่เกลียดแค่หายใจยังบอกว่าผิด นับประสาอะไรกับหลงที่พฤทธิ์ไม่ชอบหน้า..


   พฤทธิ์ยิ้มบางๆ เขาไม่อยากทำให้คุณอาเสียใจแต่ก็อดนึกถึงช่วงเวลาในคาบเรียนไม่ได้ สายตาของเขากวาดมองนิสิตทั่วห้องอย่างเท่าเทียม แต่ต้องมาสะดุดกับใครบางคนที่สัปหงกอยู่ตรงหน้าพร้อมกลิ่นบางอย่างที่เจือในอากาศ เขาไม่อยากคิดก็ต้องคิดว่า..หลงคงไม่ได้ติดรถของกรณ์มาเรียนด้วย


   “คงเหนื่อยก็เลยเผลอหลับบ้างครับ”


   “อาบอกหลงหลายรอบให้ไปพร้อมกับกรณ์ก็ไม่ยอมฟัง เอาแต่จะไปเองท่าเดียวทั้งที่บ้านเราก็มีสารถีจำเป็นแท้ๆ”


   “งั้นคุณพ่อก็บอกหลงสิครับว่าอย่าดื้อเวลาให้ติดรถไปด้วยกันน่ะ”


   “ผมอยากไปเอง ไม่อยากรบกวน” ความหงุดหงิดตีรวนขึ้นมาจนหลงนึกอยากวางช้อนแล้วเดินขึ้นไปบนห้อง เขาไม่เข้าใจพ่อเลี้ยงกับกรณ์เลยว่าทำไมต้องทำดีกับเขาด้วย ทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด รักหรือ..หลายคนอาจจะพูดอย่างนั้น แต่จะเป็นไปได้อย่างไรกับคนแปลกหน้าอย่างหลงที่จะได้รับความรักดีๆ แบบนี้


   มื้ออาหารเย็นเสร็จสิ้นลงหลงจึงกลับขึ้นไปทำงานบนห้อง ความจริงเขาก็พูดไปอย่างนั้นเพราะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ขืนนั่งอยู่แบบนี้ต่อไปมีหวังหัวทิ่มจานข้าวแน่ๆ


   ใครไม่เป็นหลงคงไม่มีทางเข้าใจ ถึงไม่อยากลำบาก แต่ไม่อยากให้ใครมองเป็นภาระเหมือนที่แม่เคยพูด


   ‘แกมันก็แค่ภาระเท่านั้นแหละ ใครจะรักได้ลง’


   
   หลงยังใช้ชีวิตแบบปกติทุกวัน ตื่นเช้า นั่งรถสาธารณะไปเรียน เวลาเจอกรณ์ในบ้านก็ต้องรีบเดินหนีไปก่อนที่อีกฝ่ายจะมีโอกาสได้พูด เอาเข้าจริงพอเห็นหน้าพี่ชายต่างสายเลือดบ่อยๆ ทำขนาดนี้ก็อดใจอ่อนไม่ได้ แต่หลงก็ยังเป็นหลงวันยังค่ำ เขาไม่ต้องการให้ใครเห็นอกเห็นใจ


   แต่คงมีจะอยู่คนหนึ่งที่ถูกยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ..


   หลังเลิกเรียนตอนหกโมงเย็น ตะวันเคลื่อนคล้อย ท้องฟ้าฤดูร้อนเป็นส้มอมฟ้า พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับคล้ายจะช่วงชิงความหวังและความฝันของหลงไปทุกขณะ แต่เขาก็ควรจะชินได้สักที ทว่าวันนั้นอาจจะเป็นทั้งโชคดีและโชคร้ายของหลง โชคดีที่ว่าคือเขาไม่ต้องฝ่าฝุ่นควันและฝูงคนไปขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์ แต่โชคร้ายคือคนๆ นั้นกลับเป็นคนที่หลงไม่อยากเจอมากที่สุด


   อาจารย์พฤทธิ์..


   เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าตามฟุตบาท ทว่ารถที่เคลื่อนขยับขับตามทุกฝีก้าว ทั้งที่หลงรู้ดีว่าต่อให้วิ่งเต็มกำลังก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงรถสัญชาติเยอรมันคันนี้ได้


   กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลง ปรากฏใบหน้าของคนที่หลงคิดว่าไม่อาจจะรู้สึกดีด้วยได้


   “ขึ้นรถสิ”


   เสียงทุ้มต่ำคล้ายขู่บังคับให้หลงจำยอม แต่สำหรับคนอย่างเขาแค่นี้มีหรือจะทำอะไรได้ เด็กหนุ่มเชิดใบหน้าขึ้นพร้อมจะอ้าปากปฏิเสธ “ผม..”


   “จะกลับบ้านไม่ใช่หรือ” อีกฝ่ายพูดไม่กี่คำแท้ๆ น้ำเสียงกลับหนักแน่นจนแทบจะกดหลงให้แบนติดกับที่


   “เปล่าครับ” เขาตอบ พลางคิดว่าควรจะไปที่ไหนดีก่อนกลับบ้าน ทั้งที่ความจริง..หลงก็จะกลับบ้านนั่นแหละ “ผมจะไปแวะร้านหนังสือก่อน”


   อาจารย์พฤทธิ์ยังนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้ขยับรถแต่อย่างใด นั่นยิ่งทำให้หลงรู้สึกร้อนใจแทบขาด บางทีอีกฝ่ายอาจจับได้ว่าหลงโกหกอยู่


   หลงไม่มีทางเลือกเมื่อดวงตาสีเข้มตวัดมองอย่างรู้ทัน เขาเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถก่อนอีกฝ่ายจะเลื่อนกระจกขึ้นและขับรถออกไป


   ชั่วขณะหนึ่งที่หลงคิดถึงกรณ์ แม้ว่าเขาจะอึดอัดกับการนั่งรถร่วมเจ้าตัวบ่อยครั้ง แต่ถ้าเทียบกับคนข้างๆ อย่างอาจารย์พฤทธิ์แล้ว หลงคิดว่าติดรถมากับกรณ์ดีกว่าด้วยซ้ำ


   “ครับ” พฤทธิ์กดรับโทรศัพท์ “ผมขับรถอยู่”


   กรณ์ไม่ฟังเอาแต่ถามถึงน้องตัวเอง ‘พี่ได้รับน้องผมมาด้วยหรือเปล่า’


   “รับ”


   ‘ค่อยยังชั่วหน่อย นี่กับผมนะไม่ยอมกลับพร้อมกัน แต่พอเป็นพี่นี่อยู่หมัดเลยนะ’


   “ไว้กลับถึงบ้านค่อยคุยกัน”


   ‘ขอบคุณครับ ขับรถดีๆ นะครับอาจารย์พฤทธิ์’


   พฤทธิ์ไม่ตอบกลับ เขาตัดสายทิ้งพลางมองไปข้างหน้าอย่างมั่นคง หน้าที่เขาก็ไม่ใช่แต่เพราะผู้เป็นญาติขอร้องไว้ ถ้าไม่เช่นนั้นมีหรือเขาจะยอมทำ แค่ปรายตามองเด็กไม่มีกาลเทศะคนนี้ก็มากเกินพอแล้ว


   “อาจารย์ส่งผมตรงป้ายรถเมล์ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับบ้านเอง”


   “ผมจะไปบ้านคุณวุฒิอยู่พอดี ไม่ต้องให้คุณลำบากกลับรถสาธารณะหรอก” น้ำเสียงของพฤทธิ์ไม่เหมือนกับตอนที่สอน แต่เขาก็ยังตระหนักว่าตัวเองควรทำอย่างไร “ถือว่าเป็นน้ำใจจากอาจารย์ก็แล้วกัน”


   พฤทธิ์มาถึงบ้านหลังใหญ่เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง พอเขาจอดรถเทียบหน้าประตูบ้านเท่านั้นก็เห็นกรณ์เดินออกมายืนรออยู่แล้ว ส่วนหลงพอรถจอดสนิทก็ยังมือไหว้เขาแล้วรีบพุ่งตัวออกจากรถทันที จริงๆ..เขาก็สงสารกรณ์อยู่เหมือนกันที่เด็กคนนี้เอาแต่หมางเมิน แต่ถ้าเขาเป็นกรณ์..คงไม่มีวันเป็นแบบนี้แน่ๆ


   “เขาเกลียดผมหรืออย่างไรนะ ทำไมช่วงนี้เขาแทบจะวิ่งหนีผมทันทีที่เจอหน้า”


   “ถ้ารู้อย่างนั้นจะไปยุ่งทำไม”


   “ผมรู้ว่าอาจารย์พฤทธิ์ไม่ชอบหลง แต่เขาน่าสงสารนะครับ อีกอย่าง..ผมอยากมีน้องชายด้วย ถ้าได้เขามาเป็นน้องคงจะไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้แน่ๆ แล้วที่สำคัญ..ผมไม่อยากให้คุณพฤทธิ์เกลียดหลง แต่น่าจะเห็นใจเขาแทนนะครับ”


   “ลองเล่ามาสิ เผื่อผมจะพิจารณา”


   “อืม..เริ่มแรกผมก็หวงรักคุณพ่อเหมือนกัน แต่พอเห็นหน้านัยน์ตาของหลง ความคิดมันเลยเปลี่ยน..” กรณ์คล้ายจะหยุดตัวเองไม่อยู่ พอได้เล่าเรื่องในอดีตก็เหมือนม้วนฟิล์มที่เล่นไปเรื่อยๆ แม้ว่าเรื่องที่เล่าไม่ใช่เรื่องหน้าจดจำอย่างหลงเกลียดกรณ์เสียจนไม่อยากเห็นหน้า


   สำหรับอาจารย์เขาควรจะนึกสงสารอยู่บ้าง แต่ตัวตนที่แท้จริงของพฤทธิ์..กลับรู้สึกเฉยชาเสียมากกว่า คนทุกคนย่อมแตกต่างและเกิดมาไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีคนแบบเดียวกันจนล้นโลก


   “เพราะอย่างนั้นพี่ควรจะช่วยผมดูแลเขาอีกแรงนะครับอาจารย์พฤทธิ์”


   “ไว้คิดดูอีกทีแล้วกัน”


   “พี่เป็นอาจารย์นะ ต้องช่วยผมสิ!” กรณ์รู้ว่าแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้ อีกอย่างเขาดูออกว่าพี่พฤทธิ์เอ็นดูคนแบบไหนและไม่ชอบคนแบบไหน ซึ่งหลงอยู่ในกลุ่มที่สอง


   “ผมสอนแค่บางวิชา คุณก็รู้”


   กรณ์แค่ไม่อยากให้ใครเกลียดหลงมากขึ้นเท่านั้น..


   เพราะวันพรุ่งนี้เป็นเขาไม่มีสอนตอนเช้า เย็นนี้พฤทธิ์จึงอยู่บ้านกรณ์ค่ำเสียหน่อย พวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการสอนและเรื่องชีวิตส่วนตัว


   “ที่จริง..ผมไม่ได้ฟังพี่เล่นเปียโนมาหลายปีแล้วนะตั้งแต่พี่ไปเป็นอาจารย์น่ะ” กรณ์นึกถึงสมัยยังเด็ก เวลามาบ้านทีไรเขาจะบอกว่าพฤทธิ์เล่นเปียโนให้ฟัง


   เขาเองก็ไม่ขัดศรัทธา ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงวางลงก่อนเริ่มบรรเลงเพลงที่ยังอยู่ในความทรงจำ


   “พี่ยังเล่นเก่งเหมือนเดิมเลยนะ”


   “คุณกรณ์เองก็เล่นเป็นไม่ใช่หรือ” เขาย้อนถาม


   “ผมคืนครูไปหมดแล้วล่ะ” กรณ์เงียบไปสักพักก่อนจะเหลือบมองทางประตูห้องครัว ร่างน้อยๆ วูบไหวไปเมื่อสักครู่ทำให้อดอมยิ้มไม่ได้ หลง..ไม่ว่าเวลาผ่านไปกี่ปีก็ยังไม่เปลี่ยน เวลาเห็นใครเล่นเปียโนทีไรก็คอยแอบมองอยู่เสมอ พอจับได้ก็วิ่งหนีไปเสียทุกที “อ้อ..มีคนยืนดูพี่พฤทธิ์ตั้งนานสองสองนาน สงสัยจะอยากเรียนด้วย”


   หลงหลบอยู่ข้างประตูแล้วสะดุ้งก่อนจะทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเขาวิ่งหนีก็แสดงว่าเขาทำจริง แต่ถ้าเขาอยู่กับที่..ก็แล้วแต่อีกฝ่ายจะคิด


   กรณ์เห็นน้องจะหนีก็รีบตะโกนเรียกทันควัน “หลง!..เขามาสิ”


   สองครั้งสองคราที่เขาโดนจับได้ว่าทำผิด


   “ผมแค่ผ่านมาได้ยินเลยหยุดฟัง”


   “อยากเรียนหรือเปล่าล่ะ” พฤทธิ์ถามเมื่อเห็นสีหน้ากรณ์ ดูท่าอยากให้เขาร่วมมือด้วยเต็มที่


   เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว นึกย้อนไปตอนยังเด็ก ตอนนั้นหลงได้แต่แอบมองเด็กรุ่นเดียวกันเรียนเปียโนอยู่ แต่คำพูดของแม่กลับสะท้อนก้องในหัวสมอง


   ‘โง่เหมือนพ่อแกนั่นแหละ จะเอาอะไรไปเทียบคนอื่น!’


   ‘อย่างแกมีหรือจะไปเรียนกับคุณกรณ์ ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ!’


   หลงเม้มปากพลางหวนคิดไปถึงช่วงเวลาที่ยังเด็ก ครั้งหนึ่งพ่อเลี้ยงเคยอยากพาเขาไปเรียนแต่แม่แท้ๆ กลับปล่อยโอกาสนั้นหลุดลอยไปทั้งที่รู้ว่าหลงปรารถนาจะเรียนแค่ไหน บางครั้ง..เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงต้องจำเรื่องไม่ดีด้วย เอาเข้าจริง..เขาก็ยังนึกไม่ออกว่านอกจากแม่คลอดเขาแล้ว ยังเคยทำอะไรดีๆ กับเขาบ้างหรือเปล่า


   “ผมอยู่ไปก็สอนน้องไม่ได้ ขอตัวไปตรวจงานนะครับ” กรณ์เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ภายในโถงจึงเหลือเพียงเปีย หลง และอาจารย์พฤทธิ์


   “มาสิ ผมจะสอนให้”


   หลงลังเล แต่แกรนด์เปียโนสีน้ำตาลเข้มก็ดึงดูดเขาเหลือเกิน เด็กหนุ่มเดินไปหาอีกฝ่ายพลางนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมอย่างว่าง่าย


   “วางมือลงไป” พฤทธิ์บอกสั้นๆ “อยากเล่นเพลงอะไร”


   เด็กหนุ่มร่างผอมเอาแต่เงียบ พฤทธิ์เลยวางนิ้วทับหลงพร้อมความร้อนจากปลายนิ้วแล่นลามไปทั่วผิวเนื้อขณะอีกฝ่ายที่กดปลายนิ้วลงมา


   นั่นสิ..เด็กคนนี้จะรู้อะไรบ้างล่ะในเมื่อแทบไม่เคยแตะเปียโน..


   ชั่วขณะหนึ่งหลงรู้สึกว่าหากมีใครบางคนอ่อนโยนกับเขาได้สักที ชีวิตคงเหมือนมีดอกไม้เบ่งบานในทุกฤดู


   
   “อาจารย์ขวัญเขาเป็นคู่หมั้นกับอาจารย์พฤทธิ์หรือเปล่า ใครรู้บ้าง” เด็กสาวคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา


   “เคยได้ยินว่าอย่างนั้น แต่ไม่เคยเห็นไปไหนด้วยกันเลย” อีกคนเสริมให้คล้ายจะเห็นความหวังอยู่รำไร


   “แกก็จะได้เห็นแล้วนั่นไง เขาเดินมาคู่กัน” หล่อนพูดขึ้นเมื่อเพื่อนทั้งกลุ่มรวมทั้งหลงหันหลังไปมองเป็นตาเดียว “ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นคู่หมั้น ไม่อย่างนั้นคนทั้งห้องคงอกหักกันระนาว”


   “อาจารย์ไม่เคยส่งสัญญาณอะไรเลย ออกจะเย็นชาด้วยซ้ำ อย่ามโน”


   หลงมองหันมองออกไปข้างนอก รถยนต์สีดำขลับจอดไว้ข้างถนนพร้อมกับอาจารย์พฤทธิ์ที่เดินออกมารับใครบางคน เจ้าตัวไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอาจารย์ฉลองขวัญ..อาจารย์ที่ปรึกษาของเขา


   ที่จริงหลงไม่ควรรู้สึกอะไรกับอาจารย์พฤทธิ์ แต่บางอย่างกลับตีรวนขึ้นมาจนหลงอยากจะตบหน้าตัวเองสักร้อยที มันก็แค่ความรู้สึกแปลกปลอมเวลามีใครมาทำดีด้วยเท่านั้นแหละ


   เขามองอยู่นาน..นานเกินไปที่พอจะทำให้อาจารย์พฤทธิ์สบตาบ้าง ทั้งที่ควรจะหลุบตามองไปที่อื่นแต่หลงกลับสู้สายตานั้นอย่างเอาเรื่อง ด้วยหวังว่าจะพอเห็นอะไรเจืออยู่บ้าง ทว่ากลับเป็นเพียงความเย็นชาจนรู้สึกบาดใจ


   บาดใจ..มันควรจะถูกเรียกว่าเจ็บใจมากกว่า ทั้งที่เมื่อวานหลงคิดว่าอีกฝ่ายคงจะมองเขาใหม่ในทางที่ดีขึ้น ทว่าความจริงก็คงเป็นบทบาทที่เจ้าตัวแสร้งทำขึ้นมาเท่านั้น


   คนสอนเปียโนให้หลงเมื่อหลายวันก่อนกับคนที่อยู่อีกฟากถนนเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า หลงสับสน..


   “น่าอิจฉา แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะเป็นแฟนกัน”


   “เลิกเพ้อถึงอาจารย์แล้วรีบทำงานเถอะ กลับบ้านจะได้นอนเต็มอิ่มสักคืน”


   เพื่อนของเขาพูดต่ออีกสองสามประโยค แต่มันไม่เข้าหูของหลงแล้ว ถูกล่ะ..ใครๆ ก็ต่างหมายปองคนแบบ ‘อาจารย์พฤทธิ์’ ไม่เห็นแปลกที่อีกฝ่ายจะเลือกมองหาคนที่เหมาะสมจริงๆ


   หลงก็แค่เผลอดีใจที่อาจารย์พฤทธิ์ทำดีด้วยเท่านั้นเอง


   
   ฉลองขวัญเป็นคนที่จัดว่าหน้าตาดีทีเดียว เพียงแค่หล่อนใส่สูทเหมือนคนอื่นๆ กลับน่ามองอย่างไม่น่าเชื่อ ครั้งแรกที่รู้จักกันเขาคิดอย่างนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเคยชินเข้าแทนที่จนมองหล่อนเหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปที่แค่สวยกว่าคนอื่นก็เท่านั้น


   “นึกว่าคุณจะไม่มาแล้ว”


   พฤทธิ์มองฉลองขวัญ วันนี้อีกฝ่ายสวยผิดปกติ “ไม่เห็นต้องตั้งใจขนาดนี้เลย”


   “ก็ไปพบแม่สามีไม่ใช่หรือคะ จะให้ธรรมดาได้อย่างไร”


   เขาขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์เมื่อหล่อนพูด “คุณก็รู้ว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้น ผมไม่คิดอะไรเกินไปกว่านี้จริงๆ”


   สายตาหลายคู่มองพวกเขาอย่างสนอกสนใจ เขารู้แต่เลือกจะนิ่งเฉย ทว่าเมื่อเหลือบไปมองดีๆ ใครบางคนกลับจ้องชนิดที่ตาแทบถลนออกจากเบ้า


   หลง..คนที่เขานึกชังแต่แรก..


   หลายคนทำให้เขาประทับใจจนจดจำ แต่บางคนกลับทำให้เขาไม่ชอบจนจดจำด้วยเช่นกัน


   “รีบไปเถอะ ผมไม่มีเวลามาก” ความหงุดหงิดไม่อาจทำให้เขามองใครได้อย่างปกติจริงๆ พฤทธิ์จึงเลือกเร่งให้ใครอีกคนขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งชนิดที่ไม่ทิ้งฝุ่น


   เขาตรงเวลาอย่างที่นัดกับแม่ไว้จริงๆ ไม่ทันได้จอดรถสนิท ฉลองขวัญก็รู้หน้าที่ตัวเองเสียเหลือเกิน เจ้าตัวไม่รอให้เขาเป็นสุภาพบุรุษเปิดประตูอย่างทุกครั้ง กลับเปิดเองพร้อมกับเข้าไปกอดแม่ของเขาราวกับเป็นลูกในไส้


   “แม่ดีใจที่พฤทธิ์พาขวัญมาเยี่ยมแม่”


   “หนูก็ดีใจที่พฤทธิ์พามาค่ะ” หล่อนวาดยิ้ม เป็นยิ้มที่สวยเสียจนต้องเหลียวหลัง แต่สำหรับพฤทธิ์..หล่อนยิ้มให้เขาแบบนี้ร้อยครั้งได้ แต่เขาก็ยังเฉยชาร้อยครั้งเช่นกัน


   “เข้าบ้านนะคะ วันนี้แม่เตรียมอาหารให้โดยเฉพาะเลยค่ะ”


   ฉลองขวัญประคองแม่ของเขาเดินเข้าไปในบ้านพร้อมหันหลังมองด้วยสายตาถือดี ถือดี..นั่นมันเขาต่างหากไม่ใช่หล่อน!


   แม้พฤทธิ์จะรู้ทั้งรู้ว่าแม่อยากจับคู่ให้เขากับฉลองขวัญ ทว่าสำหรับพฤทธิ์การสร้างครอบครัวยังไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ มื้อค่ำมือนี้จึงเต็มไปด้วยเสียงของผู้หญิงสองคนมากกว่า ส่วนเขาก็แค่ตอบรับสั้นๆ กระทั่งเวลาเกือบสองทุ่มนั่นแหละคุณแขถึงเรียกเขาไปคุย


   “คุณพฤทธิ์ใกล้สามสิบแล้วนะคะ”


   “ครับ” เขาเหลือบตามองฉลองขวัญ หล่อนนั่งดูทีวีคนเดียว พอเห็นเขามองมาก่อนจึงโปรยยิ้มหวานให้พฤทธิ์ ทว่า..เขากลับเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ของอีกฝ่ายเหลือเกิน


   “แม่รู้ว่าคุณพฤทธิ์รู้ที่แม่คิด ฉลองขวัญไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณพฤทธิ์ไม่ขอแต่งงานสักที”


   อย่าว่าแต่แต่งงานเลย แค่รัก..เขายังให้หล่อนไม่ได้นับประสาอะไรกับการสร้างครอบครัว ความเหมาะสม ความสงสารมันไม่พอใจสร้างครอบครัวที่อบอุ่นได้


   ตัวอย่างจากครอบครัวของเขา พ่อกับแม่แต่งงานกันเพราะความเหมาะสม แต่สิ่งที่เกิดหลังจากนั้นไม่กี่ปีคือความร้าวฉาน ทั้งที่พ่อพยายามเต็มที่และแม่ก็พยายามไม่น้อย


   “ฉลองขวัญเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง” เขาพูดพลางมอบสีหน้าของแม่ แววตานั้นเจือด้วยความหวังอย่างล้นหลาม แล้วคนอย่างเขามีหรือจะทำลายความหวังของหล่อนได้ลงคอ “ผมจะพยายามมากกว่านี้”


   “คุณพฤทธิ์ไม่ทำให้แม่ผิดหวังสักครั้ง”


   เขาโตขึ้นมากับผู้หญิงเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือกิจกรรมเขาไม่เคยทำให้หล่อนผิดหวัง..แต่มันกลับพ่วงด้วยความรู้สึกหนักอึ้งคล้ายก้อนหินที่แบกรับไว้เริ่มจะกดทับลงมาทุกทีและดูเหมือนหินก้อนนี้จะหนักเกินไปจริงๆ


   “ผมจะไปส่งขวัญที่บ้านและกลับไปที่คอนโดเลยนะครับ”


   “เดินทางปลอดภัยนะคะ”


   คืนนั้นฉลองขวัญนอนค้างที่คอนโดของเขา อยากรู้นักว่าหล่อนเป็นตามที่แม่เขาบอกตรงไหนในเมื่อพฤทธิ์รู้ไส้รู้พุงหล่อนหมดแล้ว


   ความหงุดหงิดที่สั่งสมมานานราวกับพายุร้ายถูกระบายลงใส่ใครคนหนึ่งจนเกือบรุ่งเช้า ก่อนที่เขาจะย้ายตัวเองลงจากเตียงและไปนอนข้างนอกในที่สุด แม้ว่าฉลองขวัญพยายามจะรั้งกันเหมือนทุกครั้งแต่ไม่เคยสำเร็จ พฤทธิ์ไม่เคยนอนร่วมเตียงกับหล่อนแม้ว่าจะเหนื่อยจนแทบลืมตาไม่ขึ้นก็ตาม


   “เรารู้จักกันมานานหลายปี ทำแบบนี้มาหลายปี ทำไมเราไม่..”


   “อย่างที่ผมบอกไปแต่แรก เพราะเรารู้จักกันมานาน นานจนเกินคำว่ารักไปแล้ว” พฤทธิ์กำลังลุกจากเตียงพลางบอกหล่อนอย่างเย็นชา เย็นจนบาดใจผู้หญิงคนหนึ่งได้เป็นเสี่ยงๆ “ผมไม่เคยมองคุณแบบคนรัก คุณเองก็ไม่เคยมองผมแบบคนรักเช่นกัน เพราะฉะนั้นหยุดพยายามเสียทีเถอะ”
   
   






ขอโทษที่หายไปหนึ่งเดือนกว่าๆ ค่ะ อยากลงนิยายให้ได้ทุกทีอาทิตย์ แต่งานเยอะมากกกกกกกกกกกกกก   :katai1:  เยอะจนอยากเป็นบ้าไปเลยค่ะะะ โฮฮฮ สงสัยจะไม่ได้ลงตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แน่ๆ เลย TwT ขอบคุณทุกคอมเม้นท์เลยนะคะ แต่อย่าว่าอาจารย์ของคนเขียนนะคะะะ แต่จริงๆ อาจารย์น่าหมั่นไส้อยู่นะ 55555 ส่วนหลงก็น่าหมั่นไส้ น่าหมั่นไส้ทั้งคู่เลยค่ะ  :hao7: แล้วเจอกันตอนหน้านะคะะะ ขอบคุณมากค่ะะะ ~

Fanpage: https://www.facebook.com/AUTHOR.ELLETTE
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2015 15:19:37 โดย Ellette »

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +158/-16
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #36 เมื่อ15-03-2015 21:21:04 »

จะว่าไปคุณพฤทธิ์ก็เหมือนเราๆนี่ล่ะ ใส่หน้ากากเข้าหาอีกฝาย

แต่ดูเหมือนเด็กหลงจะอ่อนไหวกับคำที่แม่ใช้ด่าว่าจนมีนิสัยแบบนี้ (แต่สองพ่อลูกก็ไม่ห้ามคุณแม่เล้ยยย ทั้งๆที่รู้ว่าหลงโดนอะไรบ้าง)

 :katai2-1:

รอตอนต่อไปค้าาา

 :pig4:

ออฟไลน์ MK

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-4
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #37 เมื่อ15-03-2015 21:50:46 »

เรานี่ลืมไปแล้ว  แต่ก็กลับไปอ่านใหม่อีกรอบ 

ถ้าเรียนเปียโนจริงๆ  หวังว่าจะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นนะ   หลงมืดมนมากอ่ะ  เพราะแม่นี่แหละ ตัวดีเลย  เฮ้อออออ


ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6974
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-2
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #38 เมื่อ15-03-2015 21:53:49 »

คุณพฤทธิ์แรงมากกกก
แอบสงสารกรณ์นะ ทั้งๆ ที่อยากมีน้อง แต่น้องไม่เปิดใจเลย เห้ออออ

ออฟไลน์ zeroj

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 622
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #39 เมื่อ15-03-2015 21:57:08 »

อาจารย์พฤทธิ์  น่าหมั่นไส้มากกกกกกกกกกกกกกก     :m16: :m16: :m16:

ทะนงตนอะไรขนาดนั่น  พ่อคู๊นนนนนนนนนนนนนนนนนน          :fire: :fire: :fire:

สงสารหลงที่สุดล่ะเรื่องนี้    :sad11: :sad11: :sad11:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
« ตอบ #39 เมื่อ: 15-03-2015 21:57:08 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #40 เมื่อ15-03-2015 22:29:55 »

เอาจริงนะ อ. แบบเย็นชาบาดไส้ติ่ง อิฉันมาก  หลงนี่นางน่าสงสารนะ ถูกแม่กดจนทำให้ไม่กล้าจะทำในสิ่งที่ต้องการ  กลัวที่จะไว้ใจ ดีหน่อยที่ครอบครัวพ่อเลี้้ยงเอ็นดูและเข้าใจ

ออฟไลน์ Zliezen

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #41 เมื่อ15-03-2015 23:31:01 »

ตัวเอกเรื่องนี้คุยกันแทบนับคำได้เลยนะเนี่ย แต่การกระทำสำคัญกว่าคำพูดนะ

พฤทธิ์นี้ในใจบอกว่าไม่ชอบหลง แต่พอเผลอตัว สายตาก็เอาแต่จับจ้องหลงอยู่ตลอด แถมยังจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้อีก เห็นว่าหลับในคาบที่ตัวเองสอนบ่อยๆ ถ้าไม่มองอยู่ตลอดจะเห็นได้ไงกัน อย่ามาอ้างว่าเพราะหลงนั่งหน้าห้องเลย ถ้าคนนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของตัวเอง ต่อให้นั่งอยู่ข้างๆตัวก็เหมือนไม่มีตัวตน อย่างขวัญนั้นไง รู้ตัวได้แล้วนะเธอว่าไม่มีความสำคัญกับพฤทธิ์น่ะ อยู่ในรถด้วยกันเข้ายังไม่แลเธอเลย เขาสนใจหนุ่มนอกรถต่างหาก โถๆ เลิกมโนได้แล้วค่ะ

หลงตอนนี้ก็เริ่มมองพฤทธิ์ดีขึ้นนิดหน่อย ส่วนหนึ่งคงเพราะพฤทธิ์ไม่เคยมองตนเองด้วยความสงสารเหมือนคนอื่นๆสินะ เลยรู้สึกแปลกใจและติดใจ พอได้รับความอ่อนโยนเล็กๆน้อยๆ ได้แตะเนื้อต้องตัวกันเพราะสอนเปียโนก็เลยรู้สึกดีๆให้นิดนึง

แต่ตอนนี้พฤทธิ์เริ่ม 'หลง' หลงขึ้นมาแล้วนะ เอาแต่คิดถึงเด็กดื้ออยู่เรื่อย คนไม่เคยรักใคร ไม่เชื่อในความรัก พอเกิดความรักขึ้นมาจริงๆจะรับมือยังไงล่ะเนี่ย หลงก็ไม่ง่ายซะด้วย รายนี้เรียกว่าหมดศรัทธาในความรักไปตั้งแต่แม่ผู้ให้กำเนิดรังเกียจตัวเองแล้ว

อยากให้เรื่องเดินไปเร็วๆจัง อยากรู้ว่าจะรักกันได้ไง แต่พฤทธิ์ห้ามแกล้งหลงนะ หลงยิ่งไม่มีใครอยู่แล้วด้วย เสียใจทีก็ไม่มีใครให้วิ่งไปหา เดี๋ยวจะเตลิดไปใกล้ซะอีก ขอให้ตอนหน้ามาไวๆ นะคะ

ออฟไลน์ Veesi3

  • coHon3 {ต้นฝ้าย}
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 887
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #42 เมื่อ15-03-2015 23:53:29 »

อ๋าา ว่าแล้วซื่อเรื่องมันคุ้นๆ เหมือนเคยอ่าน  :impress3: อัพตอนก่อนวันที่ 1 เดือน 2 ไม่เป็นไรค่ะ ติดตามกันต่อปายยยยย ย ย  :pig4:
อยากอ่านโมเม้นทั้งสองคนอีกอ่ะ เมื่อไหร่จะได้คุยดันอีกนะ ตอนนี้ใจหลงชอบไปแล้วด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2015 00:17:28 โดย Veesi3 »

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2600
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +143/-4
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #43 เมื่อ16-03-2015 03:37:48 »

รู้สึกเหมือนกับว่าต่างฝ่ายต่างจี้จุดกัน
พฤษณ์นี่เหมือนกับว่าเกลียดผู้หญิงเลย

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9767
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #44 เมื่อ16-03-2015 06:27:11 »

รู้สึกเสียใจแทนหลงรัก :z3:
คนเราใครจะไม่ชอบให้คนอื่นทำดีด้วยล่ะ ไม่เกลียดอาจารย์แสนจะเย็นชาหรอกค่ะ แต่เกลียดแม่ของหลงอ่ะ ผู้หญิงร้ายกาจ :katai1:

ออฟไลน์ Maytbb

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #45 เมื่อ16-03-2015 11:01:59 »

อาจารย์ตายด้านไปแล้วแหละ   :katai1:

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1634
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #46 เมื่อ16-03-2015 14:46:34 »

สนุกค่ะ ชอบบบบบบ ต่อช้าได้ไม่เป็นไรค่ะเรารอได้สบาย :mew2: ขอเพียงอย่างเดียว ขอให้ลงจนจบเรื่องนะคะ

ออฟไลน์ liza sarin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2907
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-14
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #47 เมื่อ16-03-2015 15:21:05 »

มันหน่วงๆนะ

ออฟไลน์ pachth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 490
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-5
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #48 เมื่อ16-03-2015 19:38:39 »

ชอบเรื่องนี้จังเลยค่ะ
ตอนหน้ามาต่อเร็วๆนะ

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #49 เมื่อ16-03-2015 21:37:59 »

สงสารหลงจัง มาต่อเร็วๆน้า :katai4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๓ [๑๕.๐๓.๒๕๕๘]
« ตอบ #49 เมื่อ: 16-03-2015 21:37:59 »





ออฟไลน์ Ellette

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-3
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #50 เมื่อ26-03-2015 20:50:45 »

ซ่อนรัก
   บทที่ ๔
   


ข่าวร้ายในรอบหลายปีของหลงคือพ่อเลี้ยงกับพี่ชายต่างสายเลือดของเขากำลังจะเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นเวลาหนึ่งเดือน


   ถึงหลงแทบไม่พูดกับคนทั้งสองแต่การมีอยู่ย่อมดีกว่าการไม่มีอยู่แล้ว..


   ตอนเช้าเขาเลยตื่นเร็วกว่าปกติมารออยู่หน้าบ้าน ทั้งที่ความจริงควรจะนอนทำใจได้แล้วว่าเขาต้องอยู่ตัวคนเดียวอย่างแท้จริงในวันต่อมา


   “ตื่นแต่เช้าเชียวหลง มาส่งฉันหรือ” วุฒิสวมเสื้อยืดสบายๆ พร้อมรอยยิ้มละมุนใบหน้า


   หลงเงียบ เขามองด้านหลังของพ่อเลี้ยง เห็นกระเป๋าใบใหญ่ห้าถึงหกใบถูกขนมาจากข้างบนบ้าน ถ้าไม่บอกว่าไปหนึ่งเดือน หลงคิดว่าคงไปหลายปีทีเดียว


   “จะกลับมาเมื่อไหร่” เขาเผลอถามออกไป พอรู้ตัวก็รีบเสมองไปทางอื่น


   “เดี๋ยวก็กลับแล้วถ้าทำธุระเสร็จ” มือใหญ่ลูบหัวหลงอย่างเอ็นดู ความอบอุ่นแผ่ซ่านชโลมใจจนเขาอยากยึดทุกอย่างไว้เป็นคนตัวเองคนเดียว ทว่าเมื่อเหลือบมองรอบกายอีกครั้ง กรณ์ก็ลงมาจากข้างล่างพร้อมสีหน้าสดชื่นที่สุด..คนนี้สิลูกชายตัวจริง ไม่ใช่เขาที่เป็นลูกทางพฤตินัย


   “หลงมารอส่ง พวกเราต้องโชคดีแน่ๆ ครับพ่อ”


   “ไม่ใช่สักหน่อย” เด็กหนุ่มบ่นงึมงำในลำคอพลางขมวดคิ้วแน่น “ผมมีเรียนแต่เช้าเลยตื่นเช้า”


   “วันนี้วันเสาร์นะหลง ปกติไม่มีเรียนนี่”


   ใบหน้าอ่อนเยาว์เห่อร้อน ก่อนเขาจะโกรธไปมากกว่านี้ กรณ์ก็รีบเข้ามาพูดกับหลง “หลงครับ พี่มีอะไรจะให้”


   “ไม่เอา” เด็กหนุ่มตอบเสียงเข้มพร้อมทำท่าจะเดินหนี แต่มือพี่กลับไวกว่า คว้าข้อมือน้องไว้แล้วดึงตัวมากระซิบ “มีอะไรให้โทรศัพท์หาเบอร์นี้นะครับ”


   หลงเม้มปากแน่น พยายามดึงแขนกลับคืน จนแล้วจนรอดก็ยังไม่พ้นมือแข็งแรงของกรณ์


   ฝ่ายพี่เห็นน้องดื้อดึง ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้คงไม่มีวันที่อีกฝ่ายจะรับกระดาษใบน้อยแน่ๆ เขายึดมือเล็กแน่นก่อนยัดกระดาษใส่พร้อมกำชับเจ้าตัว “อย่าลืมนะ”


   กรณ์ปล่อยมือน้องพลางส่งยิ้มให้อย่างเคย


   หลงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมใครๆ ถึงบอกว่าคุณกรณ์ยิ้มสวย..


   เด็กหนุ่มร่างเล็กหันหลังให้ทันทีที่รถยุโรปเคลื่อนตัวออกจากบ้านช้าๆ อากาศในบ้านกำลังจะหมดหรืออย่างไร ทำไมหลงรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดบางอย่างในชีวิตไป


   กระดาษแผ่นน้อยถูกยัดใส่ในกระเป๋ากางเกงโดยที่เขาไม่มีวันได้เปิดดูอีกเลย



   หลงเข้าใจมาตลอดว่าชีวิตของเขาคือการอยู่ตัวคนเดียว แม้คนรอบข้างจะเต็มไปด้วยคนที่เรียกตัวเองว่าครอบครัวก็ตาม ทว่าหลายวันนี้มานี้..มันคือการอยู่คนเดียวจริงๆ


   เขามีแม่แต่หล่อนก็ไม่ได้สนใจเขาอย่างที่รับปากวุฒิไว้ เมื่อเจ้าของบ้านไม่อยู่..คนอย่างหล่อนก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่เฝ้าบ้านเหมือนสุนัข หล่อนออกไปข้างนอกทุกวันและบางครั้งไม่ได้กลับมานอนที่บ้านเช่นเคย หลงอยากบอกวุฒิแต่ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กขี้ฟ้อง


   เขายังใช้ชีวิตตามปกติ ตื่นเช้าไปเรียน กลับบ้านดึกดื่น กินข้าวคนเดียว แล้วทบทวนหนังสือก่อนนอน แต่วันนั้นกลับเป็นวันที่แตกต่างออกไป..ทั้งหัวใจและความรู้สึกของเขา


   ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาตลอดทั้งสัปดาห์คล้ายจะดึงดูดให้เขาเหนื่อยล้ากว่าปกติ แต่วันนั้นกลับมีงานต้องทำจนต้องกลับบ้านดึกกว่าที่เคย


   หลงกลับถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม ปกติแล้วเวลานี้ก็มีเพียงแสงไฟไม่กี่ดวงส่องสว่าง แต่มันกลับต่างจากเดิม..ไฟในห้องรับแขกยังสว่างโร่พร้อมเสียงทีวีที่น้อยครั้งจะถูกเปิด


   เสียงหัวเราะดังกึกก้อง ดังพอจะปลุกให้คนที่หลับใหลตื่นขึ้นมาด้วยความสงสัย ภาพตรงหน้าปรากฏสองชายหญิงกอดจูบกันไม่อายฟ้าดิน หากเป็นคนอื่นเขาคงมองแบบผ่านเลย แต่หล่อนเป็นแม่ของเขา..คุณลดาที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมายกับเจ้าของบ้าน


   “ทำอะไร!” เสียงของหลงดังลั่น เขาทั้งตกใจและเสียใจกับพฤติกรรมของแม่ ถึงหล่อนไม่รักเขาก็ไม่เป็นไร แต่การทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรจากเนรคุณวุฒิ


   แม่กับผู้ชายแปลกหน้าผละออกจากการด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “แกจะไปทำอะไรก็ไปสิ มายืนมองคนจู๋จี๋กันทำไม”


   “นี่มันในบ้านนะ!”


   “บ้านของฉันนี่ ฉันมีสิทธิ์” แม่ไม่ยี่หระอะไรทั้งสิ้น หล่อนมองมาทางเขาคล้ายจะเย้ยหยันอยู่ในทีก่อนหันไปพลอดรักกับผู้ชายคนนั้นต่อ


   หลงเคยคิดว่าแม่ไม่รักเขา แต่แม่คงจะรักคนอื่น เปล่าเลย..หล่อนไม่รักใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง    


   “จะทำก็ทำที่อื่นสิ มาทำอะไรที่นี่ หน้าไม่อาย!”


   “พูดให้ดีๆ หน่อย ฉันเป็นแม่แกนะไอ้หลง”


   เด็กหนุ่มยืนกำหมัดแน่น ถ้าหล่อนไม่ใช่แม่ของเขา..เขาคงไม่แค่ยืนดูทั้งสองพลอดรักกัน “หยุดเดี๋ยวนี้! แม่มีสิทธิ์อะไรมาทำทุเรศในบ้านคนอื่น”


   “แล้วแกมีสิทธิ์อะไรมาด่าฉันไอ้หลง! ไอ้เด็กเหลือขอ ไปให้พ้น!” ลดาตวาดกลับมาอย่างเหลืออด มันเป็นลูกของหล่อน ไม่มีสิทธิ์มาด่าหล่อนเสียๆ หายๆ ถึงหล่อนจะทำทุเรศในบ้าน..แล้วใครจะสนในเมื่อมันเป็นความพอใจ


   “แม่อยากทำก็ออกไปทำข้างสิ มาทำตัวแบบนี้ไม่คิดว่าคนอื่นเขารังเกียจหรือไง น่ารังเกียจที่สุด!”


   แจกันใบน้อยลอยลิ่วมาจากอีกฟาก ภาพที่หลงเห็นมันช้าเหมือนมันค่อยๆ ขยับ แต่เมื่อความเจ็บแปลบแล่นปลาบไปทั่วศีรษะ..เขาก็รู้ว่ามันเร็วเพราะอีกฝ่ายก็ขว้างเต็มแรงเหมือนกัน


   เจ็บ..


   เด็กหนุ่มยกมือขึ้นจับศีรษะตัวเอง เลือดสีสดไหลซึมออกมาช้าๆ


   สุดท้ายแม่ก็ไม่ได้เลือกเขาอย่างที่หวัง..


   “คุณหลง!” เสียงของคุณป้าแม่บ้านดังขึ้น หล่อนปรี่เข้ามาหาหลงที่ยืนมองเลือดของตัวเองอยู่ ว่าแล้ว..การไม่มีเจ้าบ้านตัวจริงอยู่ต้องเกิดเรื่อง ถึงแม้ว่าคนงานจะเป็นคนเก่าคนแก่แต่ก็ไม่มีใครกล้าสู้คุณผู้หญิงคนใหม่ได้ ขนาดหล่อนเอาผู้ชายเข้ามาในบ้าน พวกที่เหลือยังทำตัวเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่ใครจะคิดว่าหล่อนจะกล้าทำลูกแท้ๆ ของตัวเองได้ลงคอ


   “ทำไมเป็นแบบนี้คะ”


   “เจ็บ” หลงเปรยเบาๆ เขาเจ็บทั้งตัวและหัวใจ เวลามองแม่ที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรก็ยิ่งเจ็บ “พาหลงไปทำแผลหน่อยนะครับ”


   
   ผ้าชุบน้ำอุ่นถูกซับบริเวณศีรษะอย่างเบามือ


   “ไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าลงมือขนาดนี้”


   หลงไม่อยากคิดเรื่องของแม่อีกต่อไปแล้ว เขาเลยฟังเงียบๆ โดยไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น


   “นี่ถ้าคุณวุฒิกับคุณกรณ์รู้เรื่องเข้าต้องไล่เธอออกจากบ้านแน่ๆ”


   “อย่างนั้นหลงก็ถูกไล่ออกจากบ้านด้วยสิ” ถ้าไล่แม่ออกจากบ้าน หลงก็เหมือนกัน..เขาไม่ได้เป็นคนในครอบครัวนี้ แต่เป็นเพราะแม่ต่างหากที่พาภาระอย่างเขามาอยู่ด้วย


   “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ”


   เด็กหนุ่มลูบคลำแผล ขอให้อย่าเป็นแผลเป็นก็พอ..เขาไม่ต้องการให้รอยแผลตอกย้ำความทรงจำเลวร้ายที่เกิดขึ้นวันนี้พอๆ กับไม่อยากจำเรื่องที่แม่เป็นคนสร้างมันขึ้นมา


   “กินอะไรมาหรือยังคะ”


   “ยังครับ แต่หลงไม่หิว” แน่นอนว่าเขาหิวตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว แต่พอมาถึงบ้านเกิดเรื่องที่ว่าขึ้น ความหิวก็คล้ายมลายหายไปกับอารมณ์เกรี้ยวกราดเมื่อครู่


   “คุณผอมเกินไปแล้ว ต้องกินเยอะๆ นะคะ เดี๋ยวคนบ้านอื่นว่าบ้านเราดูแลไม่ดี”


   วันนี้เขายังนั่นกินข้าวคนเดียวเหมือนเดิม แต่โชคดีหน่อยที่ในครัวมีทีวีเครื่องเล็กให้ดูเป็นเพื่อนบอก แต่หากเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว..หลงยอมกลับไปนั่งกินบนโต๊ะในห้องอาหารดีกว่า ถึงเขาแทบไม่พูดอะไร แต่อย่างน้อยก็ยังมีคนอยู่รอบกายบ้าง


   ดึกแล้ว..บรรยากาศในบ้านเงียบผิดปกติ เขาเผลอเหลือบมองไปยังห้องรับแขกที่ยังเปิดไฟสว่างอยู่ คิดไม่ผิดเลยจริงๆ..หล่อนกำลังทำเรื่องเสื่อมเสียกับคนแปลกหน้านั่น


   “ง่วงหรือยังคะ”


   “ยังครับ..ป้าไปนอนก่อนก็ได้”


   “ป้าไม่อยากให้คุณอยู่คนเดียวนี่คะ” หล่อนพูดยิ้มๆ พลางมองออกไปข้างนอก ไม่นานนักรอยยิ้มน้อยๆ ของหล่อนก็กลายเป็นยิ้มกว้างชวนสงสัย


   มีเรื่องอะไรน่ายินดีนักหรือ..


   “อะไรครับ”


   “เทพบุตรมาแล้วสิคะ”


   เด็กหนุ่มเลิกคิ้วพลางมองตามสายตาหล่อน ข้างนอกมีรถยุโรปสีดำขับเข้ามา จะว่าเหมือนรถใครบางคนก็ใช่ แต่อีกฝ่ายจะมีความจำเป็นอะไรต้องมาบ้านที่ไม่มีวุฒิกับกรณ์ค่ำๆ มืดๆ แบบนี้


   “ใครครับ”


   “อ้าว! ก็คุณพฤทธิ์สิคะ ป้าโทรไปหาเธอตั้งแต่คุณกินข้าวแล้ว”   


   “ป้าจะโทรหาเขาทำไม เดี๋ยวหลงก็โดนว่าก่อเรื่องอีก” เขาไม่คิดว่าพฤทธิ์จะมาที่นี่เพราะเป็นห่วงเขา อย่างมากก็แค่มาดูว่าในบ้านได้รับความเสียหายหรือเปล่า แจกันใบนั้นเป็นมูลค่าที่หลงต้องชดใช้เท่าไหร่มากกว่า


   “อย่ามาโลกแง่ร้ายนักสิคะ เธอเป็นอาจารย์ต้องมีใจรักลูกศิษย์อยู่แล้ว” หญิงสูงวัยลูบหัวเขาอย่างเอ็นดูก่อนหล่อนจะเดินออกไปข้างนอก “ป้าไปรับคุณพฤทธิ์ก่อนนะคะ ไม่อยากให้เธอเห็นภาพน่าเกลียดน่ะค่ะ”


   “ครับ”


   คนอย่างอาจารย์พฤทธิ์น่ะหรือจะคิดเป็นอย่างอื่นได้..


   อาจารย์พฤทธิ์เดินเข้ามาในห้องครัวด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่รังสีความไม่พอใจยังแผ่ซ่านรอบกายอีกฝ่ายอยู่ดี


   “ป้าดีใจที่คุณพฤทธิ์มาค่ะ”


   “ผมมีนัดกินเลี้ยงเลยมาช้าไปหน่อย ขอโทษที่ให้รอนะครับ” พฤทธิ์พูดน้ำเสียงนุ่ม ทว่าสายตาที่มองมาทางหลงกลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง อีกฝ่ายคงกำลังตำหนิเขาในใจอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนนั่นแหละ


   “เกิดอะไรขึ้น”


   “หัวแตก” หลงตอบสั้นๆ “ผมขอตัวทำธุระส่วนตัวก่อน”


   “เดี๋ยวสิคะ คุณพฤทธิ์มีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ” คุณป้าแม่บ้านพูดจบก็เดินออกไป ปล่อยให้หลงอยู่กับยักษ์จำแลง ที่จริง..หลงพอจะรู้ตัวว่ากลายเป็นพวกขัดความสุขของใครหลายคน


   “อาจารย์มีอะไรครับ”


   “ไปเก็บซื้อผ้ากับข้าวของที่จำเป็นแล้วตามไปที่รถ”   


   “เดี๋ยวครับ!”


   พฤทธิ์ขมวดคิ้ว “ผมไม่มีเวลาอธิบายขยายความให้คุณฟังเหมือนในชั้นเรียนนะครับ”


   เด็กหนุ่มไม่รอช้า เขาไม่อยากให้อาจารย์พฤทธิ์ที่อุตส่าห์มาถึงบ้างต้องโมโหหรือเกลียดเขามากกว่าเดิม หลงหยิบเสื้อผ้ากับของที่จำเป็นใส่กระเป๋าเป้พร้อมวิ่งออกจากบ้านโดยไม่หันหลังกลับมาอีกเลย


   ต่อให้แม่ทำเรื่องเลวร้ายกว่านี้..เขาก็เหนื่อยเกินกว่าจะสนใจแล้ว


   “คุณหลงคะ!”


   “ครับ”


   “อย่าดื้อกับคุณพฤทธิ์นะคะ”


   อย่างอาจารย์พฤทธิ์มีหรือใครจะกล้าดื้อ แค่ขยับปากเถียงเขายังไม่กล้าทำเลย..


   “ครับ”


   เป็นครั้งที่สองที่หลงมีโอกาสนั่งรถกับอาจารย์พฤทธิ์ ครั้งแรกเขาถูกบังคับให้ขึ้นมาและครั้งที่สองก็เช่นเดียวกัน จนบางครั้งหลงก็สงสัยว่า..แค่มองนิ่งๆ คนๆ นี้ก็สามารถบังคับจิตใจคนอื่นได้ขนาดนั้นเชียวหรือ


   หลงลอบมองอาจารย์พฤทธิ์เป็นครั้งคราว ขนาดว่าเพิ่งทำงานเสร็จอีกฝ่ายยังดูดีทุกระเบียบนิ้ว แตกต่างจากเขาที่ไม่ว่าจะไปเรียนหรือกลับบ้านสภาพก็ยิ่งแย่กว่าเดิมทุกครั้ง


   “คุณมีคำถาม”


   “ผม..”


   “แต่ผมไม่จำเป็นต้องตอบคุณ”


   ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อน วันที่พฤทธิ์คิดว่าเขาคงได้ทำงานที่ตัวเองรักอย่างเต็มที่โดยไม่มีเรื่องใดมารบกวน


   อาจารย์พฤทธิ์จรดปากกาเซ็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเหลือบมองข้างนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าทอแสงสีส้มพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่ใกล้ลาลับขอบฟ้า เขาหันมองหน้าปัดนาฬิกาข้างฝาผนัง มันบอกเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว


   “อาจารย์ผมกลับก่อนนะครับ”


   “ครับ” เขายกมือไหว้อาจารย์ร่วมคณะคนหนึ่งก่อนเก็บเอกสารบนโต๊ะของตัวเอง


   ความขุ่นมัวเมื่อหลายวันก่อนยังตกตะกอนในจิตใจของเขาไม่จางหาย หนึ่งเพราะแม่ของเขาและสองเพราะผู้หญิงที่ชื่อฉลองขวัญ การระบายอารมณ์ที่ดีที่สุดคงเป็นการโหมทำงานเพื่อปัดเป่าอารมณ์ที่ยังคงเหลือ ทว่าเมื่อสมองว่างเปล่า..เรื่องเดิมๆ กลับย้อนกลับมาให้คิดเช่นเคย


   แต่งงาน..สิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากสร้างครอบครัว แต่พฤทธิ์รู้ตัวเองดีว่าไม่อาจให้ความสุขใครได้ในฐานะของคนรัก เพราะเขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ทำอะไรตามใจต้องการเท่านั้น ไม่ใช่คนเสียสละแบบที่ผู้หญิงหลายคนต้องการแน่นอน


   ไม่นานที่เขาปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นดึงเขาออกจากภวังค์


   “สวัสดีครับ”


   ‘พี่พฤทธิ์ ผมกรณ์เองครับ’


   “รู้แล้ว มีอะไร” เขาถามสั้นๆ พลางวางปากกาลง


   ‘อีกสามวันผมกับพ่อต้องไปต่างประเทศ ผมเลยอยากจะรบกวนพี่เรื่องหนึ่ง’


   “เรื่องอะไร ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงผมยินดีช่วย”


   ปลายสายเงียบไประยะหนึ่งจนพฤทธิ์คิดว่าสายหลุดไปแล้ว “ถ้าไม่พูดผมจะวางแล้วนะครับ”


   ‘เดี๋ยวสิครับ! เรื่องที่อยากให้ช่วยคือช่วงที่พ่อกับผมไม่อยู่ ฝากพี่พฤทธิ์ดูแลน้องชายของผมหน่อย’


   อาจารย์พฤทธิ์ถึงบางอ้อ เขาขมวดคิ้วพลางมองออกไปข้างนอกอย่างไม่สบอารมณ์ เด็กคนนั้นน่ะหรือจะไม่มีทางดูแลตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ต่อต้านคนในครอบครัวขนาดนั้นก็แสดงว่าปีกกล้าขาแข็งไม่น้อย “ถ้าผมไม่รับปากล่ะ”


   ‘ถือว่าช่วยเหลือลูกศิษย์ของอาจารย์ก็ได้นะครับ’


   “ถ้าแบบนั้นคุณต้องบอกอาจารย์ฉลองขวัญแล้วล่ะ รายนั้นเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาน่าจะช่วยได้มากกว่าผม” น้ำเสียงของเขาขุ่นขึ้นเมื่อเอ่ยถึงหล่อน แต่ถ้าเทียบกันกับการรับผิดชอบเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เขายอมโยนภาระให้หล่อนดีกว่า


   ‘โธ่..พี่พฤทธิ์ อย่าใจร้ายนักเลย ขืนปล่อยหลงอยู่ในบ้านคนเดียว ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง’


   เขาถอนหายใจด้วยความระอา หลง..คนที่คอยทำลายความสงบสุขของเขาพอๆ กับฉลองขวัญ


   ‘ถือว่าช่วยญาติพี่น้องนะครับ ผมขอร้อง’


   พฤทธิ์ยังเงียบ เมื่อนึกถึงใบหน้าของใครอีกคน อารมณ์ขุ่นมัวของเขาก็ดูจะเพิ่มขึ้น ถูกล่ะ..เขาอยากได้ความสงบ อยากอยู่คนเดียวโดยไม่ต้องห่วงว่าต้องดูแลใครเพิ่มขึ้น


   ‘อาจารย์พฤทธิ์’


   “ตกลง”


   ‘ขอบคุณครับ’


   เขาตัดสายพลางหลับตาลงอย่างเหนื่อยหน่าย เวลาผ่านมาไม่นานแต่เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเยอะเกินไปจนทำให้เขารู้สึกแก่ขึ้นอีกหลายปี


   
   “มีสองห้องนอน คุณไปใช้ห้องนั้น มีห้องน้ำในตัว..อยากกินอะไรไปใช้ห้องครัวได้” พฤทธิ์มองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งร่างกายคงมีส่วนเพียงเส้นผมที่น่ามองอย่างเดียว นอกนั้นออกจะมอมแมมเลอะเทอะ ไหนจะคราบเลือดแห้งกรังบนเสื้อนิสิตอีก


   ดูไม่ได้เลยจริงๆ..


   “มีซูเปอร์อยู่ข้างล่าง” เขายื่นแบงก์พันให้เด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเอือมระอา บ้านของวุฒิใหญ่โตกว่าบ้านของเขาเสียอีก แล้วไหนเลยจะไม่มีปัญญาเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้โตตามมาตรฐานได้ “ตู้เย็นคงไม่มีอะไรที่เด็กกินได้ คุณไปซื้อมาเองก็แล้วกัน”


   “แล้วนี่ก็กุญแจ” พฤทธิ์วางคีย์การ์ดไว้บนโต๊ะด้วยท่าทีเหนื่อยๆ


   เด็กหนุ่มยกมือไหว้ แต่อีกคนกลับเดินหันหลังไปอย่างไม่สนใจอะไรเลย


   เขาคงเป็นภาระให้อีกตามเคย..


   ถ้าไม่นับเรื่องที่อาจารย์พฤทธิ์เป็นผู้ปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย..ไม่ชอบหน้าหลงเสมอต้นเสมอปลาย อย่างอื่นก็ถือว่าอีกฝ่ายยังพอมีน้ำใจกับเขาบ้าง


   วันที่หลงไปเรียน..อาจารย์พฤทธิ์ก็ ‘สั่ง’ ให้หลงติดรถไปด้วย ซึ่งเขาก็ไม่กล้าขัดใจอีกฝ่ายอยู่แล้ว


   ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงทำให้หลงกลัวได้ขนาดนี้นะ..


   “เรียนตึกไหน”


   “อาจารย์ส่งผมแค่ตรงนี้ก็ได้ครับ ผมเดินไปเองได้”


   อาจารย์พฤทธิ์เงียบเป็นสัญญาณว่าจะไม่ถามซ้ำอีกรอบ


   “ตึกม..” ยังไม่ที่หลงจะพูดจบ คนขับรถจำเป็นก็เหยียบคันเร่งชนิดไม่ทิ้งฝุ่น สงสัยคงเบื่อความเอื่อยของหลงอีกตามเคย เพราะเป็นแบบนี้เขาถึงไม่อยากรบกวนใครแม้กระทั่งกรณ์ก็ตาม


   เด็กหนุ่มนั่งแนบประตูรถราวกับจะรวมเป็นเนื้อเดียว..



   ในระหว่างที่หลงเป็นผู้อาศัยที่นี่พฤทธิ์มักจะคอยกำชับให้เขากลับพร้อมกัน บางครั้งเวลาอีกฝ่ายเลิกประชุมดึกหลงก็รู้ตัวว่าเขาต้องกลับเองโดยไม่มีเงื่อนไข นั่นก็เป็นเรื่องดีที่เขาได้อิสระกลับคืนมาบ้าง


   การได้ใช้ชีวิตอยู่กับอาจารย์ทำให้หลงเห็นว่าอีกฝ่ายยุ่งแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการสอนนิสิตที่ไม่ค่อยตั้งใจเรียนแบบเขา การทำวิจัย หรือแม้กระทั่งการตรวจเรียงความ..ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาจารย์พฤทธิ์ถึงไม่ค่อยมีเวลาว่าง


   แบบนี้เรื่องเป็นพระคุณหรือเปล่าที่เจียดเวลามาดูแลเขา จะว่าดูแลก็ไม่เชิงเพราะหลงก็แค่อาศัยร่วมชายคาเท่านั้นแหละ
   ประเด็นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เมื่อเพื่อนในกลุ่มเห็นว่าเขากับอาจารย์พฤทธิ์สนิทกันคงหนีไม่พ้น ‘อาจารย์โสดหรือเปล่า’ ‘ใช่ไหมที่อาจารย์ฉลองขวัญเป็นแฟนอาจารย์พฤทธิ์’


   หลงแทบไม่รู้อะไรเลย แต่มีเพียงสองครั้งที่ฉลองขวัญมาหาอาจารย์ที่คอนโด พออีกฝ่ายเห็นเขาก็ไม่ได้ทำสีหน้าอะไร สงสัยจะจำไม่ได้ว่าหล่อนเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของหลงเหมือนกัน ทว่าพอสังเกตดีๆ..ความไม่พอใจก็เห็นจะมีเพียงประปรายเท่านั้นก่อนมลายหายไปราวกับฉลองขวัญไม่ได้เห็นว่าหลงเป็นตัวเกะกะ


   ถึงไม่พูดเขาก็รู้ดี..


   ส่วนอาจารย์หน้าดุก็ไม่แสดงท่าทีอะไรเมื่อเห็นหล่อน ออกจากทำหน้าเฉยชาตามปกติเสียด้วยซ้ำ


   “ผมต้องไปสิงคโปร์สี่วัน”


   “ครับ” ในใจของหลงนึกอิจฉาทั้งพฤทธิ์และกรณ์ที่อีกฝ่ายไปดูงานต่างประเทศบ่อยเหลือเกิน ส่วนหลงแม้จะอยากไปแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์จะพูดใดๆ ทั้งสิ้น การถูกเลี้ยงดูมาขนาดนี้นับว่ามากโขสำหรับเด็กอย่างเขาแล้วจริงๆ


   พฤทธิ์เดินเข้าห้องโดยไม่พูดอะไรอีกเลย

   
   เอาล่ะ..เขาควรดีใจใช่ไหมที่จะเป็นอิสระสี่วัน..


   ในช่วงระยะเวลาที่พฤทธิ์ไปต่างประเทศ ที่นี่ก็กลายเป็นของหลงโดยปริยาย ปกติแล้วอาจารย์ปิดโทรทัศน์หลงข่าวจบ ซึ่งบางครั้งหลงก็อยากดูหนังต่อตามประสาเด็ก แต่พอสบตามกับสายตาเข้มๆ นั่นแล้วเขาก็ไม่กล้าประท้วงอะไรเลยนอกจากเดินเข้าห้องนอนไปเงียบๆ   


   ทุกคืน..หลงได้ดูหนังสมใจอยากจนกลายเป็นว่าเขาตื่นเกือบไม่ทันเข้าเรียนในช่วงเช้า
   


   อาจารย์พฤทธิ์กลับมาจากสิงคโปร์โดยไม่มีคำทักทายใดๆ ทั้งสิ้น


   ตอนเช้าที่หลงควรตื่นไปมหาวิทยาลัยพร้อมอาจารย์พฤทธิ์กลับกลายเป็นว่ารอจนเกือบแปดโมงอีกฝ่ายก็ยังไม่ออกจากห้องนอน เขาพอจะรู้ดีว่าที่นี่คือที่ส่วนตัวของพฤทธิ์ พอหลงเข้ามาอยู่ พื้นที่ที่ว่าก็ย่อมถูกลดขนาดลงเหลือเพียงห้องนอนที่ห้ามใครยุ่งเด็ดขาด


   เด็กหนุ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับเขาทั้งที่ปกติแล้วหลงแทบไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น


   เขายืนอยู่หน้าประตู ยกมือขึ้นเตรียมส่งสัญญาณ แต่แล้วก็ลดมือลงกลับไปนั่งบนโซฟาพลางมองนาฬิกาอย่างกระวนกระวาย
   ใกล้เวลาเรียน ใกล้เวลาสอนของอาจารย์พฤทธิ์เหมือนกัน


   เรื่องแบบนี้หลงไม่ควรมานั่งคิดว่าอีกฝ่ายจะโกรธหรือไม่ เพราะน่าที่ของพวกเขาสำคัญกว่า


   ในที่สุดหลงก็ส่งเสียงหน้าประตูจนได้ “อาจารย์..”


   ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ทั้งสิ้นจากคนในห้อง


   “อาจารย์ครับ ใกล้เวลาสอนแล้ว”


   ถึงพฤทธิ์จะเกลียดเขา แต่แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่เคยไม่ตอบ จะตอบมากตอบน้อยแค่นั้นเอง


   “ผมเข้าไปแล้วนะครับ” หลงจับลูกบิดแน่นก่อนหมุนมันด้วยใจระทึก


   แต่สิ่งที่หลงเห็นกับตรงกันข้ามกับที่เขาคิด อาจารย์นอนหลับอยู่บนเตียงพร้อมกับผ้านวมห่มถึงคอ จะเป็นไปได้หรือที่คนมีความรับผิดชอบสูงอย่างอาจารย์พฤทธิ์นอนหลับจนไม่ได้ยินเสียงของเขา


   “อาจารย์” หลงเรียกอีกครั้ง อีกฝ่ายก็ยังไม่ขยับเหมือนเดิม เด็กหนุ่มทำใจกล้าเดินเข้าหาอาจารย์และพบว่าอีกฝ่ายขมวดคิ้วและกัดฟันแน่นราวกับอดกลั้นอะไรบางอย่าง


   “คุณป่วยหรือเปล่า” หลังมือเล็กทาบทับหน้าผากร้อนจัด เป็นอย่างที่เขาคิด..อาจารย์พฤทธิ์คนเหล็กล้มป่วย แต่ถึงรู้แบบนั้นหลงจะทำอะไรได้ในเมื่อเขาเติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว ถูกล่ะ..ตั้งแต่เข้ามาอยู่บ้านของพ่อเลี้ยงทุกคนก็ให้ความสำคัญเขาเท่าเทียมกับคนในครอบครัว แต่หลงก็ยังเลือกจะดูแลตัวเองและแน่นอนว่าเขาไม่เคยดูแลคนอื่นเช่นกัน


   การดูแลคนป่วยมันเป็นอย่างไร ตั้งแต่จำความได้..เขาไม่เคยมีความรู้สึกนั้นเลย


   เด็กหนุ่มยืนมองกระทั่งพฤทธิ์ปรือตามองเขา ไม่อยากเชื่อว่าสายตาของคนเพิ่งตื่นนอนจะคมกริบได้ขนาดนี้


   “เข้ามาทำไม” พฤทธิ์ถามเสียงแห้ง


   “ผมเห็นคุณไม่ตอบเลยเข้ามา”


   “ไปเรียนสิ รออะไร”


   แม้เสียงของพฤทธิ์จะแหบแห้งแทบไม่ได้ยิน แต่สายตาอีกฝ่ายกลับมองอย่างเชือดเฉือนราวกับหลงกำลังทำผิดอยู่


   “ผมไม่เห็นอาจารย์อยู่ข้างนอก” หลงทำท่าจะพูดอะไรบ้างอย่าง แต่แล้วเขาก็เลือกเดินออกจากห้องของพฤทธิ์ “ผมไปเรียนล่ะครับ”


   อาจารย์จ้องเขาเขม็งก่อนหลงจะเดินออกไป


   พระคุณหรอก..เขาถึงกระวนกระวายอยู่หน้าห้องนอนน่ะ!


   เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์ขุ่นมัว คนถามดีๆ ทำไมต้องทำสีหน้าไม่พอใจด้วย


   เขานั่งรถรับส่งได้เพียงครึ่งทางก็ขอลงก่อนและเดินกลับมาที่ห้องเพราะความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจขจัดไปได้ ที่สำคัญหลงไม่ลืมซื้อยาไปปฐมพยาบาลผู้ป่วยด้วย


   “อาจารย์ผมเข้าไปนะครับ” หลงยืนมองประตูบานใหญ่ด้วยใจระทึก เขาอาจจะโดนตวาดกลับมาหรือโดนหาว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องก็ได้ แต่ใครจะสนล่ะ


   พฤทธิ์ยังนอนหลับสนิทอยู่ พอหลงเดินเข้าไปใกล้เท่านั้นอีกฝ่ายก็ลืมตาโพลงขึ้นมาอย่างหงุดหงิด “มีอะไร”


   “ผมเลิกเรียนแล้ว” เขาโกหก


   “เรียนไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ วิชาอะไรของคุณ”


   “อาจารย์ไปประชุมเลยปล่อยเร็วครับ” เด็กหนุ่มมองตาอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่ เพราะเชื่อว่า..การมองตาแสดงถึงความซื่อสัตย์ แต่เหมือนหลงจะทำบางอย่างพลาดไป..อาจารย์พฤทธิ์เลยถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วเสมองไปที่อื่นแทน


   ถือว่าพฤทธิ์ไม่รู้แล้วกันว่าอีกฝ่ายกำลังโกหกอยู่..


   “คุณป่วย..ผมเลยซื้อยามา”


   “ก่อนอาหารหรือหลังอาหาร”


   “หลังครับ” เขาตอบเบาๆ พลางยื่นถุงยาสีขาวให้


   “ทีหลังไม่ต้องซื้อมาถ้าไม่มีอาหารมาก่อน”


   หลงเพิ่งรู้เหมือนกันว่าการดูแลคนป่วยมันยากขนาดนี้ โดยเฉพาะคนป่วยทำเอาแต่ทำสีหน้าดุดันพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย








สวัสดีค่าาาาาา  :mew1: หายไปนานอีกเช่นเคยยย หลังจากปั่นนิยายเสร็จก็ป่วยตามอาจารย์เลยค่ะ เชื้อรุนแรงมาก ฮ่าๆๆๆ ฝากอาจารย์ด้วยนะคะ คนเขียนชอบอาจารย์เลยลำเอียงนิดหน่อย ส่วนน้องหลงก็ชอบนะคะแต่ชอบน้อยกว่า  ขอบคุณทุกคอมเม้นท์นะคะ เห็นแล้วฟินสุดๆ อิอิ อาจารย์กับน้องหลงนี่ยังไม่รักกันง่ายๆ หรือไม่รักเลยดีหว่า เอ๊ะ! ดูต่อไปแล้วกันเนาะ ส่วนฉลองขวัญเป็นตัวแม่ (?) เลยนะคะ ได้โปรดปราณีด้วยค่ะ

ขอบคุณทุกคนนะคะ

Fanpage: https://www.facebook.com/AUTHOR.ELLETTE

   
   
   

ออฟไลน์ Veesi3

  • coHon3 {ต้นฝ้าย}
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 887
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #51 เมื่อ26-03-2015 21:17:58 »

 :hao7: :hao7: อร๊ายยยย ได้มาอยู่ด้วยกันแล้ววว

ออฟไลน์ BlueCherries

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +158/-16
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #52 เมื่อ26-03-2015 21:28:45 »

แต่ละคน...เป็นตัวของตัวดีจริงๆ

ว่าแต่แม่หลงพาผชเข้าบ้านเนี่ย คุณเจ้าของบ้านช่วยกรุณาเฉดหัวเธอออกไปจากบ้านเถิดค่ะ

 :hao5:

รอๆตอนต่อไปนะค้าาา

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 650
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #53 เมื่อ26-03-2015 21:52:13 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1958
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #54 เมื่อ26-03-2015 21:54:59 »

อาจารย์พฤทธิ์เนี่ยดุจริงๆ  :hao3:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6974
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-2
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #55 เมื่อ26-03-2015 21:55:49 »

แม่แย่มากกกกก
ดีนะที่พี่กรณ์ฝากหลงไว้กับอาจารย์ก่อน
แต่ฉลองขวัญสงสัยเดี๋ยวคงเปิดตัวแบบจัดเต็มแน่ๆ

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #56 เมื่อ26-03-2015 22:07:27 »

เซ็งกับพระเอกจริง ขอถีบที ปากดีจริงๆนะ :z6:

ออฟไลน์ kms

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1320
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-14
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #57 เมื่อ26-03-2015 22:08:39 »

น้องหลงสู้ๆ
อาจาร์ยเล่นตัวชะมัด 55555555555

ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #58 เมื่อ26-03-2015 23:14:38 »

ป้าล่ะหลงน้องแล้ววววว  ใสๆแหม แต่แม่น้องนี่แม่จริงๆรึเปล่า ทำกับน้องยิ่งกว่าลูกเลี้ยงอีก

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +118/-0
Re: ✾ ซ่อนรัก ✾ บทที่ ๔ [๒๖.๐๓.๒๕๕๘]
«ตอบ #59 เมื่อ26-03-2015 23:17:55 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด