Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน : UP Chapter 23 (The end) 25/02/2015
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน : UP Chapter 23 (The end) 25/02/2015  (อ่าน 47096 ครั้ง)

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
เราว่ารินดานี่ไม่ใช่ศัตรูใหญ่นะ สีครามนี่สิที่ท่าทางจะร้ายได้โล่ห์

เหตุคืนนั้นกับรินดานี่เป็น คนในครอบครัวหรือเปล่า? พ่อ พี่ชาย น้องชาย หรือว่าแฝดของคีย์? ถ้าหากว่าคีย์ไม่ได้อยู่ที่คอนโดในคินนั้น  ที่รินดากังวลอาจจะเป็นคีย์ที่อาละวาดก็ได้นะ

คนแกร่งได้ตามเวลา สู้ๆนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-12-2014 07:47:31 โดย Kano Jou »

ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 780
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
อะไรยังไง ไม่ได้อยู่ที่คอนโดแสดงว่าก็ไม่ได้นอนกับผู้ญอื่น
แต่เอ๊ะละน้องคินรดาเป็นใคร ใครโกหก งงและสงสัยค่ะ  :z3:

เหมือนจะหวานมาจึ๋งนึง จึ๋งจริงๆ  :เฮ้อ:

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1

Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter  7 : Without falling to your feet


ซ่า..

ไม่รู้ว่าเริ่มเข้าหน้าฝนตั้งแต่เมื่อไหร่ ..บางทีผมอาจจะมีเวลาอยู่กับตัวเองน้อยไป จนไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมต้องการจริงๆตอนนี้มันคืออะไรกันแน่

ที่อยู่ ?

เงิน ?

ความรัก ?

หรืออาจเป็นทั้งหมด ?

ก็ยังดีที่ผมไม่ลืมจะเอาเงินห้าหมื่นจากการขายแหวนติดตัวมาด้วย  มันทำให้ผมไม่ต้องเดินกลับบ้านโดยอนาถนัก ผมเลือกพักที่โรงแรมชั่วคราวแห่งหนึ่งในตัวเมือง ก่อนจะเริ่มคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิต

โทรศัพท์คีย์ที่ผมเผลอเอามาด้วย มันมีเบอร์แปลกโทรเข้ามานะ .. แต่ผมก็กดปิดไป ยังไงแค่โทรศัพท์เครื่องเดียว.. ผมขอละกันนะ เพราะผมคงไม่กลับไปหาคีย์ เพียงเพราะจะคืนโทรศัพท์เครื่องเดียวแน่..


บางทีโลกก็น่าตลกเกินไปนะ เมื่อประมาณสองชั่วโมงที่แล้ว ผมยังเพิ่งยกโทษให้เขาไป แค่เวลาผ่านไปไม่นาน ผมก็หนีเขามาอีก..

ผมคงเป็นคนขี้ขลาดจริงๆนั่นแหละ

“เฮ้อ...”

ผมกดเบอร์ลงในโทรศัพท์ และกดโทรออก รอไม่นานก็มีเสียงปลายสายตอบรับกลับมา

“คุณคีย์มีอะไรเหรอครับ ?” ใจผมกระตุกวูบ ... พวกเขารู้จักกันได้ไง ? ...

อากับคีย์.. พวกเขารู้จักกันได้ไง

“อารู้จักคีย์เหรอ ?”

“โรม !? นั่นโรมเหรอ ?” เสียงอีกฝ่ายที่ดูตื่นตระหนกมันทำให้ผมยิ่งกว่ามั่นใจว่าพวกเขาสองคนรู้จักกัน

“อารู้จักเขาได้ไง ?...”

“...”

“ถ้าอาไม่คิดจะพูด..ผมก็คงไม่มีอะไรจะพูดกับอาแล้วเหมือนกันนะครับ..”

“..ความจริง อากับคีย์รู้จักกันมานานแล้วละ คงจะเป็นก่อนที่เขาจะเจอกับโรมด้วยซ้ำ..”

ความรู้สึกชาๆมันเกาะกุมทั้งใบหน้าและหัวใจของผมไปหมด.. รู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก

พวกเขารู้จักกันจริงๆสินะ

“ทำไมอาไม่บอกผม ?”

“..เรากลับมาคุยกันที่บ้านได้ไหม ?”

“เหอะ อาไล่ผมออกมาเองนะ.. จะให้ผมกลับไปเหยียบที่นั้นอีกจริงๆเหรอ”

“โรม.... อาขอโทษ..”

“ช่วงนี้มีคนขอโทษผมบ่อยนะครับ จนผมไม่รู้จะเอาคำขอโทษพวกนี้ไปไหนดี..”

“แล้วโรมจะให้อาทำยังไง ?”

“อธิบายมาสิครับ.. เรื่องของคีย์กับอา”

.....


5 เดือน ...

จะว่าเร็ว ก็เร็วนะ ผมมาทำงานอยู่ที่ลำปาง โดยอาศัยเงินที่มาจากการขายแหวนนั้นแหละ ผมไม่ได้ติดต่ออาไปอีก เพราะคิดว่ามันคงไม่จำเป็น

อาเล่าให้ฟังว่า เขากับคีย์เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก โตมาด้วยกัน จนกระทั่งคีย์เขาไปเจอผมในงานวันนั้น เขาถึงได้รู้ว่าผมเป็นหลานอา อาจเพราะอาเป็นลูกติด บวกกับที่พ่อทำแม่ท้องแบบไม่ตั้งใจ ผมกับอาเลยอายุห่างกันแค่ 4 ปี และพอผมถามว่าทำไมต้องทำกับผมแบบนี้ เขาก็เงียบ.. ในเมื่อเขาไม่คิดจะพูด ผมก็ไม่คาดคั้นอะไร


ผมทิ้งเรื่องทุกอย่างไว้ด้านหลัง และเริ่มต้นใหม่ที่ลำปาง ผมชอบบรรยากาศที่นี่นะ..  มันช่วยเยียวยาบาดแผลในใจผมได้เยอะเลยละ ผมได้งานเป็นแคชเชียร์อยู่ที่มินิมาร์ท 24 ชั่วโมงแห่งนึงนอกตัวเมือง อาอยากจะชดเชยในสิ่งที่เขาทำผิด เขาอยากจะโอนเงินมาให้ผมใช้ทุกอาทิตย์ ผมคิดว่ามันทดแทนกันไม่ได้เลยปฏิเสธไป 

ก่อนทำไม่คิด มาสำนึกผิดหลังทำ

ผมคงช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากมองพวกเขาอยู่ห่างๆ

และคอยซ้ำเติมเมื่อพวกเขาสะดุดล้ม

ไม่รู้หรอกว่าคีย์จะเป็นยังไงหลังจากที่ผมมาอยู่ที่นี่.. และผมได้เรียนรู้หลายๆอย่าง รู้ว่าถ้าคนเราโดนหักหลังซ้ำๆ.. เราจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเหมือนตอนแรก เพราะมันจะชาชินไปเอง..

ผมเก็บกวาดห้องเช่าเล็กๆ กะว่าถ้ายังไม่ดึกจนเกินไปนัก ก็จะไปเดินเที่ยวที่ตลาดใกล้ๆกับแถวนี้

ส่วนโทรศัพท์คีย์ ผมขายไปแล้วละ เงินที่ได้ก็เอาไปบริจาคให้มูลนิธิเด็กที่นี่ ผมจะได้ไม่รู้สึกว่ามันมีอะไรติดค้างกันอีก


ตลาดที่นี่คนพลุกพล่านเต็มไปหมด จนผมเดินชนใครต่อใครมากมาย โดยไม่ได้หันหลังกลับไปขอโทษ

“ป้าครับ อันนี้เท่าไหร่เหรอครับ” ผมถามป้าที่นั่งปู่เสื่อขายของอยู่ ถึงราคาของรูปภาพของทุ่งดอกบัวตองที่ตั้งขายอยู่รวมกับของเก่าอื่นๆ

“อันนี้ป้าขาย 100 ก็พอจ๊ะ .... 80 ก็ได้นะจ๊ะ” ผมส่งยิ้มให้ป้า พร้อมกับยื่นใบห้าร้อยในมือให้

“ไม่ต้องทอนนะครับ ขอบคุณมาก”

ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ ว่าทำไมผมถึงให้เงินป้าเขาไปแบบนั้น ถ้าคุณเห็นเด็กที่นอนอยู่บนพื้นกับป้าอีกสองคน คุณอาจจะทำแบบเดียวกันกับผมก็ได้

คนที่นี่บางส่วนไม่ได้สุขสบายหรอกนะครับ อะไรเล็กๆน้อยๆที่ผมทำให้ได้ ผมก็อยากทำให้ เพราะสิ่งที่พวกเขาให้ผม มันมากกว่าด้วยซ้ำ พวกเขาทำให้ผมรู้ถึงคุณค่าของชีวิตที่ควรจะมีอยู่ต่อไป ทำให้ผมรู้ว่ายังมีอีกหลายชีวิตที่พบเจอความลำบากมากกว่าที่ผมพบเจอมา


“เฮ้อ..  ”  ผมขจัดความคิดหลายๆอย่างออกไป เลือกซื้อเสื้อผ้ากับของใช้อีกนิดหน่อย ก่อนจะกลับห้องเช่า
 ช่วงนี้มีอะไรเหนื่อยๆเข้ามา จนผมอยากจะอาบน้ำแล้วล้มตัวลงนอนเร็วๆ ผมมีเวรตอนเที่ยงคืนที่ต้องไปเป็นแคชเชียร์ที่ร้านอีก


                 กึก..

ผมชะงักมือที่กำลังไขกุญแจ ก่อนจะลองหมุนลูกกุญแจดูอีกครั้ง ผมไม่ได้ล็อคห้องเหรอ.. จำได้ว่าก่อนออกไป ผมลองหมุดลูกบิดประตูดูแล้วนะ

ผมเข้ามาในห้องที่มือสนิท จัดการล็อคประตู และลองเช็คความเสียหายดู ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งเปิดไฟนั่นแหละ.. ผมถึงได้รู้ว่าลูกบิดมันไม่ได้ผิดปกติ หรือชำรุดตรงไหนหรอก .. คนที่อยู่ในห้องต่างหากที่มันไม่ปกติ

“ไง ? ไม่เจอกันนานนะ คิดถึงกูบ้างไหม ?”

“..พี่มาได้ไง ..”

“ตามหาที่อยู่มึงไม่เห็นยากเลย”

“...”

“เฮ้อ.. มึงไม่น่าทำให้กูโกรธเอาซะเลยนะ.. ”

“ปล่อยผมสักทีเหอะ.. ”

“ปล่อย ? ปล่อยเหรอ มึงหนีกูกี่ครั้งแล้วละ..”

“....”

“อืม...ถ้าอยู่โดยที่รักกันไม่ได้ งั้นก็อยู่แบบเกลียดกันไปเลยละกันนะ” 

เหงื่อผมเริ่มซึม เกือบลืมหายใจ เมื่อเห็นใบหน้าที่เกรี้ยวโกรธของเขา..

เขาดูน่ากลัวมากจริงๆนะ




--------------------------------------------
เฮ้อออ.. แต่งเอง เหนื่องเอง.. จะรักกันได้ตอนไหน
ยิ่งแต่งยิ่งคิดเยอะ 55555 อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เปลี่ยนพ.ศ. แล้วนะคะ
ใครที่ยังไม่ทำอะไรในปีนี้ ก็รีบทำซะนะ
Happy New Year คะ มีความสุขกันทุกๆคนนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-12-2014 21:02:49 โดย SpoilerNo.2 »

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
โรมก็หนี คีย์ก็ตาม เป็นหนังอินเดียเลยอะ :hao3:
แฮปปี้นิวเยียร์ค่าาาา  :L2: :กอด1:

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1



Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter 8 : But there's a side to you

“พี่ต้องการอะไร ..ผมเหนื่อยนะ บางทีพี่ก็ไม่เคยอธิบายอะไรให้มันชัดๆ แล้วจะให้ผมคิดยังไง จู่ๆก็มีผู้หญิงเดินหอบลูกมาบอกผมว่าเขาเป็นเมียพี่ ..”

“แล้วทำไมต้องเอาอดีตมาเกี่ยววะ”

“อดีตบ้าอะไร.. เขายังอยู่ข้างพี่นะ และพี่ก็มีลูกกับเขาแล้วด้วย.. จะให้ผมเป็นชู้เหรอ อยากให้ผมเป็นมือที่ 3 นักรึไง ??”

“อืม ใช่ ถ้าเกิดว่าเป็นคนรักกันไม่ได้ ก็ไม่ต้องเป็น”

“เหอะ..เห็นแก่ตัว”

ผมอยากจะตบหน้าเขาแรงๆสักครั้ง อยากให้เขามีสติซะบ้าง ก่อนจะมาพูดอะไรที่มันเห็นแก่ตัวแบบนั้นใส่ผม .. คำพูดที่เขายิ่งพ่นออกมามันยิ่งน่ารังเกียจเข้าไปทุกวัน

“ใช่ ถ้าเห็นแก่ตัวแล้วมึงจะไม่หนีกูไปไหนอีก ”

“..เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วละ”

“มึงขายชีวิตที่เหลือให้กูแล้วนะ ”

“งั้นผมขอซื้อมันกลับมาละกัน พี่อยากจะให้ผมจ่ายคืนเท่าไหร่ ทุกอย่างที่ทำแล้วพี่จะออกไปจากชีวิตผม ..แล้วเราไม่ต้องมาเจอกันอีก”

“พูดง่ายดีนะ.. แต่กูไม่ให้วะ ยังไงเมื่อก่อนมึงก็เป็นของกูอยู่แล้วนิ ตอนนี้ก็เป็นของๆกูอีกจะเป็นไรไป”

เพี๊ยะ !

หน้าเขาหันไปตามแรงมือผม ผมอยากจะตบซ้ำให้เขาเลือดกบปากไปเลยด้วยซ้ำ  ให้สาสมกับคำพูดที่เขาพูดออกมาง่ายๆ  คำพูดเห็นแก่ตัวน่ารังเกียจพวกนั้น .. . มันน่าขยะแขยง

"จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับผม”

“จะเอาอย่างงั้นจริงๆเหรอ อืม..งั้นเรื่องที่บริษัทมึงทำเรื่องกู้เงินจากกูก็คงยกเลิกไปนะ อย่างมากบริษัทมึงก็แค่ล้มละลาย”

“พี่พูดว่าไงนะ ?”

ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังสั่นเพราะความโกรธ เพราะผมไม่ชอบเป็นรองใครและไม่ชอบให้ใครมามัดมือชกแบบนี้

“อามึงเพิ่งขอทำเรื่องกู้เงินจากกูอยู่นะ ทั้งๆที่เงินที่ยืมไปครั้งที่แล้วก็ยังไม่คืน ถ้ามึงไม่มากับกู บริษัทที่พ่อมึงสร้าง กูขอนะ”
เกลียด.. เกลียดรอยยิ้มที่คิดว่าตัวเองจะชนะแบบนั้นที่สุด มันทำให้ผมอยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายๆไปซะ

“ก็เอาไปสิ.. อยากได้นักก็เอาไป ยังไงผมก็ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับบริษัทนั้นอยู่แล้ว”

“อืม.. มึงนี่ก็ดื้อด้านกว่าที่กูคิดนะ ถ้าจะเอาอย่างงั้นก็ตามใจ อยากให้บริษัทที่ตระกูลมึงสร้างมาตั้งนานมาพังเพราะความโง่เง่าของมึงคนเดียว ก็แล้วแต่มึง”

“....แค่ผมไปอยู่กับพี่ใช่ไหม ? แค่นั้นก็พอใช่ไหม”

ผมกำหมัดแน่นจนเจ็บมือไปหมด ก่อนจะมองหน้าเขาด้วยความเจ็บปวดเป็นครั้งสุดท้าย ยังไงซะ.. ต่อให้ผมต้องอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต แต่ผมก็ขอสาบานกับตัวเองว่าจะเกลียดเขาให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะเกลียดได้

จะไม่มีวันโง่รักคนอย่างเขาอีกตลอดชีวิต

คีย์เขานั่งเครื่องบินมา และดูเหมือนเขาจะมั่นใจเอาซะมากๆว่าผมจะกลับไปด้วย เขาถึงได้จองเครื่องบินขากลับไว้ 2 ใบ ระหว่างที่รอเครื่องขึ้น ก็มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาหาเขา ในมือจูงเด็กผู้หญิงมาด้วย ...คินรดา .. ผมจำเธอได้เพราะสีหน้าเธอมันไม่ค่อยต้อนรับผู้คนสักเท่าไหร่นัก

“พ่อคะ .. . คนนี้ใครเหรอ”

“เพื่อนพ่อเองแหละ เดี๋ยวน้องดาไปรอพ่อตรงนั้นก่อนนะ”

ผู้ชายที่มากับเด็กคนนั้น อุ้มเด็กคนนั้นออกไป ผมมองหน้าคีย์ด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินเมื่อเขาคุยกับลูก ... .. ยิ่งพอคิดว่าเขามีลูกกับผู้หญิงคนนั้น ผมยิ่งเกลียดเขา จู่ๆผมก็อึดอัดจนไม่อยากพูดคุยกับเขา

“มึงควรจะทำความรู้จักเธอเอาไว้นะ .. .”

“ไม่จำเป็น”

“มันจำเป็นแน่ เพราะนับจากนี้มึงคงต้องเป็นพี่เลี้ยงคินรดา”

“หะ ? ผมพูดตอนไหนว่าผมจะเป็น ”

“มันก็ช่วยไม่ได้นะ”

“...พี่น่าจะตายไปซะจริงๆนะ”

“หึ... ถ้ากูตายจริงๆ ก็อย่าเสียใจละกัน”

“ไม่มีวัน”

คุณคงไม่มีทางจินตนาการได้แน่ ว่าการที่ต้องมานั่งเลี้ยงลูกของคนที่หักหลังตัวเองมันสนุกแค่ไหน แค่คิดผมก็อยากจะตายแล้วละ
วันนี้ผมได้ยินคีย์พูดกับคนที่มากับเด็กคนนั้นว่า ให้พาคินรดากลับพร้อมกับรินดา และฝากบอกให้พารินดาอยู่เที่ยวที่นี่กับคินรดาก่อน

ดีจังนะ มากันทั้งครอบครัวเลย เหอะ คนที่น่าสมเพชก็คงไม่พ้นผมอีกนั้นแหละ

มันคงไม่ผิดใช่ไหม ถ้าผมจะเกลียดเขาทั้งครอบครัว

.............

เมื่อมาถึงสนามบิน คีย์ให้คนขับรถขับไปอีกทางที่ไม่ใช่คอนโดที่เขาเคยอยู่ ผมแค่เก็บคำถามไว้ในใจ ไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งถึงที่หมายนั่นแหละ ผมถึงได้รู้ว่าเขาพามาที่ไหน

คอนโดที่เขาเคยนอนกับผู้หญิงคนนั้นไง

ผมยิ้มสมเพชตัวเองในใจ .. .เขาคงอยากตอกย้ำมากสินะ ดีเหมือนกัน .. ผมก็ไม่ได้อยากลืมนักหรอก ก็เอาสิ..อยากเจ็บปวดกันนักก็เจ็บปวดไปให้ถึงที่สุดเลยละกัน

“หาที่อื่นที่ดีกว่านี้ไม่ได้รึไง”

“กูอยากให้มึงจมอยู่กับอดีต ในเมื่อมึงไม่ลืม ก็ไม่ต้องลืม”

“ใครกันแน่.. ใครกันแน่ที่ผิด พี่ชอบพูดเหมือนกับว่าผมเป็นคนผิด ทั้งที่คนที่มันเห็นแก่ตัวน่ะ พี่ไม่ใช่เหรอ..” คีย์ไม่ได้พูดอะไรตอบผม ส่วนผมก็ไม่อยากจะคุยกับเขาแล้วละ

“คินรดาจะมาอยู่นี่ 3 วัน น่าจะมาพรุ่งนี้ มึงก็ดูแลเธอดีๆระหว่างที่กูไปทำงาน” เขาพูด แต่ผมไม่ได้ฟังหรอก
ยิ่งผมเห็นเตียงที่ตั้งอยู่ที่เดิม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ที่นี่เคยเป็นที่ที่ผมกับเขามีช่วงเวลาที่มีความสุขด้วยกัน และมีเพียงผมคนเดียวที่ทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่เช่นกัน ส่วนเขานะเหรอ.. เสพสุขกับผู้หญิง  ในห้องนี้มันชวนให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆนะ..ถ้าไม่ติดซะว่ามันมีรูปครอบครัวของพวกเขาแขวนอยู่บนผนัง ..

“เฮ้อ.. ทำไมวะ ผมไม่เข้าใจพี่เลย”

“อะไร ? ”

“ก็พี่มีลูกแล้วนะ .. .ยิ่งพี่ทำแบบนี้ มันยิ่งเห็นแก่ตัวกับครอบครัวพี่นะ ถึงพี่ไม่สงสารผม ก็สงสารเด็กที่กำลังจะโตบ้างเหอะ”

“ถ้ามึงรู้ในสิ่งที่คนอื่นเขาเห็นแก่ตัวกับกู มึงอาจจะไม่พูดอย่างนี้ก็ได้”

“แต่ตอนนี้พี่กำลังเห็นแก่ตัวกับผมอยู่นะ ผมอยากให้พี่รู้ว่าผมเหนื่อย..ยิ่งเจอพี่ ผมรู้สึกว่าชีวิตผมมันยิ่งยุ่งยาก”

“กูไม่สน”

พูดจบเขาก็ออกไปจากห้อง ทิ้งผมไว้ในห้อง ผมลองเดินดูรอบๆ มันไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก ทุกอย่างยังอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ และสิ่งที่ทำให้ผมคิดไม่ตกอีกอย่างนึงก็คือ เท่าที่ผมจำได้ห้องนี้มีห้องนอนแค่ห้องเดียว และผมคงไม่นอนกับเขาแน่ ..

   01.30 น.

ถึงเวลาจะล่วงมามากจนผมง่วงนอนมากแค่ไหน แต่ผมก็ยังไม่ได้นอนหรอก จนกระทั่งเขากลับมานั่นแหละ

“หิวเหรอ”

“เปล่า”

“งั้นก็ไปนอนได้แล้ว มันดึกแล้วนะ”

“ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่”

“เรื่อง ?”

“อาผมกู้เงินพี่ไปเท่าไหร่”

“จะรู้ไปทำไม รู้ไปมึงก็ช่วยอะไรไม่ได้”

“....”

“มากกว่าร้อยล้าน..รู้แค่นั้นก็พอ”

“พรุ่งนี้ผมจะไปหางานทำนะ”

“...อย่าอวดเก่งให้มันมากนักเลย”

“แล้วพี่ยุ่งอะไรด้วย”

ผมตกใจเมื่อจู่ๆเขาก็เดินมาหาผม พร้อมกับก้มลงกระซิบที่ข้างหู

“อย่าลืมนะ มึงก็ไม่ต่างกับขายตัวให้กูแล้วในตอนนี้



------------------------------------------------------
เป็นพระเอกที่น่ารักอะไรอย่างงี้... น่ารักจริงๆ.. TT
คงหวังอะไรไม่ได้เเล้วละคะ อย่าหวังอะไรที่มันดีเกินความสามารถคีย์เลยนะคะ
55555
ขอบคุณนะคะที่ติดตามนิยายเรื่องนี้

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
เดาว่าคงไม่ใช่ลูก แต่ก็ควรจะบอกหรือพูดหรืออธิบายอะไรบ้าง คนที่ไม่รู้อะไรเลยแล้วต้องมาทนอยู่สักวันมันทนไม่ไหวขึ้นมามันจะไม่ไหวเอานะ

ออฟไลน์ Melonlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
เอิ่ม.....เมื่อไหร่จะเข้าใจกัน  พี่คีย์ไม่ยอมอธิบายแล้วให้โรมคิดเอง เออเอง   ขัดจัยยยยย   :m16:    อิตาพี่คีย์ปากร้ายยย :angry2:

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
 :hao5: คียยยยยยยยยยยยยยยยยย์ นายทำแบบนี้ทามายยยยยยยยยยยยยยยย :o12:
ฮื่อออออออออออ โรมมมมมมมมมมมม :o12:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8217
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ pooinfinity

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +140/-3
อึดอัดมากกกกก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
โห คีย์เป็นพระเอกที่มึนตึงมากๆ  ไม่อธิบายอะไรเลยสักอย่าง ปากร้ายเอาแต่ใจ

ให้โรมจัดการดูแลกับรินดาก็ดีเหมือนกันเพราะว่าโรมน่าจะสามารถเก็บรายละเอียดข้อมูลเล็กน้อยๆจากรินดาได้

เดาเอาว่าลูกสาวนั่นอาจจะเป็นหลานหรือน้องของคีย์ก็ได้ คีย์ไม่น่าจะมีแฝดนะ

ชอบโรมนะ คือโลกของโรมนี่เจอมาสารพัด บิดเบี้ยวตามสถานะ แต่ไม่ได้ดาร์กหรือเลว โลกของโรมไม่ได้สวยแต่ก้ไม่ได้เลวร้าย

เสียจนทนไม่ได้ ดูสมจริงดี

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1



Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter 9 : That I never knew, never knew

ตืดดดดดด

เสียงกดออดที่ประตูปลุกผมให้ตื่นขึ้น  ก่อนจะบิดตัวขับไล่ความเมื่อย จำได้ว่าเมื่อคืนผมเผลอหลับไปคาโซฟา เพราะไม่ได้เดินไปนอนในห้องกับคีย์ แต่มันก็ดีแล้วละ ผมยอมนอนตากแอร์ในห้องนี้ไปทั้งคืน ดีกว่าไปนอนห้องเดียวกับคีย์

นาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาเกือบ 7 โมง คีย์น่าจะยังไม่ตื่น ปกติเขาก็ไม่ใช่คนที่จะตื่นเช้าขนาดนี้อยู่แล้ว ผมเดินไปเปิดประตูแทนเจ้าของห้องที่ยังคงหลับอยู่

“..ฉันเอาคินรดามาให้นะคะ.. .” รินดาบอกกับผม

เพราะอะไรไม่รู้ที่ทำให้ผมจับความผิดสังเกตบนหน้าของเธอได้ เธอดูกังวลมากเกินไปนะ.. มากจนผมคิดว่าบางทีมันมีอะไรมากกว่าแค่เธอมาฝากลูกไว้กับคนที่เป็นพ่อ

“ครับ.. ขอโทษนะ แต่คุณโอเครึเปล่า”

“อ้อ... ฉันไม่เป็นไรหรอกคะ ฝากแกด้วยนะคะ เรียกแกว่าน้องดาก็ได้คะ ” ผมแค่พยักหน้ารับ รินดายื่นแขนเด็กน้อยมาให้ผมจับแทนเธอ สีหน้าเธอดูไม่ดีเลยจริงๆนะ

“คุณไหวแน่เหรอครับ”

ผมตกใจอย่างมาก เมื่อจู่ๆเธอก็ทรุดลงไปร้องไห้บนพื้น พยายามถามเธอว่าเป็นอะไรมากรึเปล่า แต่เธอก็แค่ส่ายหน้ากลับมา

“ฮึก... ฝาก..ฝากแกด้วยนะคะ.. ได้โปรด ดูแลแกให้ดี.. ฮือออ.. ”

“ผมว่าคุณเข้ามาข้างในก่อนดีกว่าไหม คุณดูไม่ดีจริงๆนะ..” รินดาส่ายหน้า เธอเช็ดน้ำตา ก่อนจะดึงคินรดาเข้ามากอด หอมแก้มเด็กน้อยทั้งสองข้างและลุกขึ้นยืน 

“ฉัน..กลับก่อนนะคะ”

“ครับ  ดูแลตัวเองดีๆนะ”

“..น้องดา แม่ไปก่อนนะคะ” พูดจบเธอก็เดินออกไปทันที

และตอนนี้มันเริ่มแย่กว่าเดิมเมื่อหนูน้อยที่อยู่กับผม เธอเริ่มสะอื้น.. อ่า.. ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้แต่เช้าเลยนะ บางทีผมก็รู้สึกเจ็บปวดกับการจากลาของสองคนนี้นะ ถ้ารินดาจะเจ็บปวดขนาดนั้น เธอจะเอาลูกมาฝากไว้กับคีย์ทำไมกัน

“...ฮือออออออออออ.. แม่ !!”

เมื่อคินรดาเริ่มที่จะวิ่งตามทางที่รินดาเดินออกไป มันทำให้ผมต้องวิ่งไปคว้าแขนเธอไว้ แต่คินรดาก็พยายามสะบัดตัวออกจากผม จนกลายเป็นว่าตอนนี้ผมต้องกอดเธอเอาไว้แทน เพื่อให้ให้เธอดิ้นไปมากกว่านี้ ..

".. เดี๋ยวแม่ก็กลับมานะครับ..”

“อึก..ฮือออ .. . .”

ผมลูบหลังเธอเบาๆ พยายามปลอบโลกไม่ให้เธอร้องไห้ไปมากกว่านี้ .. . เพราะผมไม่ชอบเห็นผู้หญิงร้องไห้  ต่อให้พวกเธอจะนิสัยยังไง พวกเธอก็เป็นเพศแม่ของผม .. พวกเธอไม่ควรเสียน้ำตากับเรื่องแบบนี้เลย

“ถ้าน้องดาไม่หยุดร้องไห้ แม่ก็จะไม่มารับนะครับ.. เพราะงั้นเลิกร้องเถอะนะ มันดูไม่สวยเอาซะเลยนะครับ”

เด็กน้อยก็ยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ หลงเชื่อคำพูดปลอบโลมธรรมดาๆ แต่เพราะพวกเธอเป็นเด็กนี่แหละมั้ง มันทำให้ผมไม่รู้สึกว่าพวกเธองี่เง่า . . .

“..แล้วถ้าแม่ไม่กลับมาละคะ.. .”

“ทำไมน้องดาคิดแบบนั้นละครับ”

“  . . .เมื่อคืน.. แม่ร้องไห้ วันนี้แม่ก็ร้องไห้..”

“มันไม่มีวันที่แม่จะทิ้งน้องดาหรอกครับ” 

ผมจูงมือเด็กน้อยเข้าห้อง อะไรกันนะ ..ที่มันทำให้ความคิดของเด็กแค่นี้บิดเบี้ยวไป พวกเขากระทำทุกอย่างต่อหน้าลูก โดยไม่คำนึงถึงความคิดของเด็กได้ยังไงกัน

“เฮ้อ..” ผมถอนหายใจเมื่อคินรดานอนหลับไป

ไม่รู้ว่าโชคดี หรือโชคร้ายที่ต้องมาเลี้ยงดูเด็กตัวแค่นี้ ผมชอบนะ .. เลี้ยงเด็กที่ยังไม่รู้จักอะไร เด็กที่ยังเป็นเหมือนผ้าขาว แต่ถ้าเกิดว่า เด็กคนนั้นเป็นเด็กที่เกิดมาจากคีย์กับรินดา

ผมก็ไม่รู้หรอกว่าผมจะชอบได้ไหม

ความรู้สึกหลายๆอย่างมันตีกันจนยุ่งไปหมด ผมแค่สับสนกับตัวเองว่าตอนนี้กำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่  ยิ่งคิดยิ่งสับสน ผมถอนหายใจซ้ำๆกับตัวเอง

“ตื่นนานแล้วเหรอ”

“อือ.. แขนพี่เป็นไงบ้าง” ผมเอ่ยถาม เมื่อนึกขึ้นได้ เห็นเขาใส่เสื้อแขนยาวอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ผมลืมนึกไปซะสนิท

ต่อไป ผมคงเลิกใช้โทรศัพท์ไปเลย มันคงไม่มีความจำเป็นอะไรกับผมขนาดนั้นแล้วละ

“ก็ดี หมอแค่ให้ดูแลอย่าให้มันติดเชื้อ”

“....”

“เมื่อกี้เจอรินดาแล้วเหรอ ..”

“...อืม..”

....อ่า..ให้ตายสิ ทั้งๆที่คิดไว้แล้วแท้ๆว่าจะเลิกรู้สึกแบบนี้สักที แต่ผมก็ห้ามมันไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาเอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้น ทำไมลึกๆแล้วผมต้องรู้สึกไม่ดีด้วยนะ

ยังไงพวกเขาสองคนก็รักกัน

เฮ้อ..

“แล้วน้องดาเป็นไงบ้าง” เขาพูด พร้อมกับเดินไปหอมแก้มเด็กที่นอนอยู่บนโซฟา ผมแกล้งมองไปทางอื่น พยายามทำเป็นไม่สนใจ

“เธอเพิ่งหลับไปนะ..”

คีย์อุ้มคินรดาไปนอนบนเตียง เขาปาดคราบน้ำตาบนหน้าของเด็กน้อยออก เขาดูเศร้าลงไปทันที ผมพยายามทำความเข้าใจกับเขา เป็นผม..ผมก็ยิ้มไม่ออกนักหรอก ลูกสาวทั้งคนร้องไห้ขนาดนั้น

เขาเข้าไปในครัว ส่วนผมก็นั่งดูข่าวในทีวีไปเรื่อยๆ เกือบๆแปดโมงคีย์ก็เข้าไปอาบน้ำและเตรียมตัวออกไปทำงาน ผมไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่นัก จนกระทั่งเขาเดินมาคุยกับผมก่อนที่จะออกไปทำงาน

“กูฝากลูกกูด้วยนะ ด้านล่างมีมินิมาร์ทอยู่ ถ้ามึงต้องการอะไร ก็ไปซื้อเอาละกัน คีย์การ์ดวางอยู่ในห้องนอน ..ข้าวเช้ากูทำไว้ให้ในครัวนะ”

พูดจบ เขาก็ออกไปทันที ผมได้แค่ถอนหายใจกับตัวเองเบาๆ เพิ่งรู้นะว่า เขาทำตัวเหมือนพ่อผมเลย เป็นพวกเอาตัวเองเป็นที่ตั้งและไม่ชอบให้ใครมาเถียง

บนทีวีก็ยังคงฉายข่าวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงข่าวธุรกิจ อาผมปรากฏตัวอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยม พร้อมกับเหล่านักข่าวมากมาย สัมภาษณ์ข่าวก็เกี่ยวกับเรื่องทั่วไป จนกระทั่งมาถึงเรื่องครอบครัว

“ได้ยินมาว่า พี่ของคุณดนัยเพิ่งเสียชีวิตพร้อมกับภรรยาเมื่อต้นปี ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”

“ขอบคุณครับ”

“จะเป็นการเสียมารยาทไปไหมครับ ถ้าผมขอถามว่าลูกชายคนเดียวของพี่คุณ ตอนนี้เป็นยังไง”

“อ้อ .. ผมรับเป็นลูกบุญธรรมไว้นะครับ โชคดีที่เขาเรียนจบมาแล้ว เลยได้ทำงานภายในบริษัทเลย”

มีบทสนทนาอีกสองสามประโยคที่ผมไม่ได้สนใจ เลือกที่จะกดปิดทีวีทิ้งไป ผมอยากจะรู้จริงๆว่านักธุรกิจส่วนใหญ่ พวกเขามีหัวใจไว้แค่หลอกลวงคนอื่นรึเปล่า หรือแค่มีไว้เหยียบย่ำคนที่ต่ำต้อยกว่า

..ไม่รู้หรอกนะ ว่าอาเขาต้องการจะสูงกว่าคนอื่นสักแค่ไหน แต่เขาคงไม่มีความสุขไปจนกว่าเขาจะเลิกหลอกคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี

“พ่อคะ...”  ผมหันไปมองตามเสียง พบกับร่างของคินรดายืนอยู่ เธอเดินเข้ามาหาผม และนั่งลงข้างๆ

“พ่อไปทำงานเหรอคะ..”

“ครับ น้องดาหิวรึเปล่า” เด็กน้อยขยี้ตาของเธอ ผมห้ามคินรดาก่อนที่ตาของเธอจะแดงไปหมด

“..พี่ชื่ออะไรเหรอคะ... .”

“..พี่ชื่อโรมครับ”
แววตาที่สั่นไหวของเธอ มันทำให้ผมเกิดความสงสัย นอกจากคินรดาจะไม่ร่าเริงอย่างที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็น เธอยังเหมือนกับแบกรับอะไรไว้มากมาย จนผมอยากรู้เหลือเกินว่าพวกเขาเลี้ยงลูกกันยังไง เด็กถึงได้เป็นแบบนี้..

“หนูไว้ใจพี่ได้ไหมคะ..” ผมขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

“ทำไมเหรอครับ”

“... พี่รู้ไหมว่า .. .ดีเอ็นเคคืออะไร..”

“ดีเอ็นเค ?”

คินรดาก้มหน้านิ่ง.. ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา

“ ฮือ.. หนูเห็นแม่ร้องไห้ ... .ฮึก..ต.. ตอนที่ผู้ชายคนนั้นบอกแม่ว่าจะพาหนูไปตรวจดีเอ็นเค..” 

เขาเรียกว่า.. ..ดีเอ็นเอต่างหากละ ... เด็กโง่

ความรู้สึกแย่ที่ถาโถมใส่ผมมันมีมากมายอย่างนับไม่ถ้วน.. ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้วละว่าเธอจะเป็นลูกใคร จะเป็นลูกคีย์กับใครก็ช่าง.. แต่เด็กอย่างเธอต้องมารับรู้เรื่องเลวๆที่ผู้ใหญ่ทำเอาไว้ มันไม่ยุติธรรมกับเธอเลยนะ..

“ไม่มีอะไรหรอกครับ.. มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร...”

“..ต..แต่..แม่..”

ผมคว้าเธอมากอดไว้.. ให้ตายเหอะ..สาบานว่านี่คือเด็กจริงๆเหรอ ทำไมเธอถึงคิดได้เยอะมากกว่าผู้ใหญ่บางคนซะอีกนะ

“..ฮือ...พี่...พี่สัญญากับหนูนะ... ..พี่ต้องช่วยแม่หนูนะ...”

เพราะไม่รู้จะปลอบเธอยังไง จึงทำได้แค่พยักหน้า.. ถึงผมจะไม่รู้ก็เถอะว่าผมจะสามารถช่วยเธอได้อย่างบริสุทธิ์ใจรึเปล่า..
 




-------------------------------------------
- .. - มันดูแปลกๆปรึเปล่า หลังจากใช้อารมณ์บีบคั้นอยู่นาน ..
อาจจะต้มมาม่ามากขึ้นเรื่อยๆ..
คนเขียนจะไม่อัพนิยายในวันอังคารและวันพุธนะคะ ^^
ขอบคุณมากนะคะ ที่ติดตามนิยายที่มีมาม่าหลายลังเรื่องนี้
สุขสันต์วันเด็กล่วงหน้าคะ 5555

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
 :sad4: :o12: น้องดาาาาาาา สงสารน้องดาอะ โรมด้วยยยย  :hao5:

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
ต้มน้ำรอ  คีย์นี่เป็นพระเอกที่ค่าตัวแพงใช่ไหมคะ? ออกมาจี๊กเดียว

แล้วอาโรมนี่มันอะไรกัน ตอแหลสุดๆ โกงบริษัทของพี่ชายของหลานไปหรือเปล่า?

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1



Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter 9 : All the things you'd say

กว่าจะจัดการกับคินรดาได้ เล่นเอาซะผมแทบบ้า  นอกจากเธอจะไม่ยอมหยุดร้องไห้แล้วเธอยิ่งโวยวายเป็นเด็กๆ แต่มันก็ดีแล้วละ ผมจะได้รู้บ้างว่าเธอรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่ 

ในครัวมีอาหารเช้าที่คีย์ทำเอาไว้ให้เป็นข้าวพัดง่ายๆที่รสชาติไม่ได้แย่อะไรจนกินไม่ได้ ตอนที่กำลังกินข้าวอยู่ ผมนึกขึ้นได้ว่ามีกระเป๋าเล็กๆที่คินรดาสะพายอยู่ด้วยตอนที่เดินเข้ามา

ผมเก็บจานและล้างมันให้สะอาด ก่อนจะเดินเข้าไปหาคินรดาที่นั่งดูการ์ตูนอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอดูดีขึ้นมากกว่าเมื่อเช้าเยอะ ดูเหมือนเธอจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยพูดอะไรไว้กับผม

“พี่โรมมมมมมมมม”

“ครับ มีอะไรครับ” ใบหน้าเล็กๆยิ้มจนตาหยีไปหมด เห็นอย่างนั้นแล้วผมก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้  ทั้งๆที่ผมไม่ใช่คนที่ยิ้มง่ายสักเท่าไหร่นัก

“หนูหิวแล้วคะ ”

“อืม.. จะให้พี่ลงไปซื้อนมให้ไหม หรือน้องดาอยากจะกินอย่างอื่นรึเปล่า”

“แม่บอกว่า ถ้าหิวให้กินของที่อยู่ในกระเป๋าคะ แม่บอกให้พี่โรมเอาให้” เธอพูดพร้อมกับยื่นกระเป๋าสีฟ้ามาให้ผม

ผมรับเอาไว้และลองค้นดูด้านใน มีแค่นมกับลูกอมอีกสองสามอย่าง .. อืม แค่นี้คงไม่อิ่มหรอกมั้ง

“พี่ว่าเดี๋ยวพี่ทำข้าวต้มให้ดีกว่านะ” คิรดาแค่พยักหน้าตอบรับ และหันไปสนใจกับตัวการ์ตูนบนจอสี่เหลี่ยมเหมือนเดิม

ระหว่างที่ผมกำลังต้มน้ำ มันมีเสียงโทรศัพท์ในคอนโดคีย์ดังขึ้น ผมหรี่ไฟบนเตาแก๊สให้อ่อนลง ก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์

“สวัสดีครับ”

“นี่กูเองนะ”

“ครับ มีอะไรรึเปล่า”

“แค่จะโทรมาบอกว่าให้ทำอาหารให้น้องดาด้วยนะ กูยุ่งๆตอนเช้าก็เลยลืมบอกมึง...”

“อืม กำลังทำอยู่แล้วพี่มีอะไรอีกรึเปล่า”

“...แล้วมึงกินข้าวยัง..”

“...”

“..เอ่อ”

“กินแล้ว.. พี่รีบกลับไปทำงานเหอะ พนักงานคงด่าพี่ในใจแล้วมั้ง” ผมได้ยินเสียงหัวเราะของคีย์ดังมาตามสาย ก่อนจะวางสายไป
ความรู้สึกที่วิ่งวนอยู่ในหัวตอนนี้เป็นสิ่งที่ผมอธิบายไม่ได้ ..  มันแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร  บางทีผมอาจจะชอบมันด้วยซ้ำนะ.. ความรู้สึกปั่นป่วนแบบนี้น่ะ

“พี่โรมคะ มีน้ำพุ่งมาจากหม้อด้วยค่า..!”

ฉิบหา..

ผมรีบวิ่งไปปิดเตาแก๊ส มองคินรดาที่หัวเราะอย่างน่าเอ็นดู และพบว่าผมโดนเด็กหลอกเข้าให้แล้วละ  เธอหัวเราะหนักกว่าเดิม เมื่อผมวิ่งไปจับตัวเธออุ้มขึ้นและเหวี่ยงไปรอบๆ

“พอแล้วค่า ฮ่าๆ ..พี่โรมหลอกง่ายจัง”

“ไม่หิวแล้วเหรอครับ ถึงได้แกล้งพี่อย่างนี้”

“หิวค่า”

“งั้นก็ห้ามแกล้งพี่อีกนะ ไม่งั้นพี่จะไม่ทำให้น้องดาแล้วนะ..”

“...ขอโทษคะ..”

สีหน้าที่สลดลงของเด็กน้อย ทำให้ผมอดอมยิ้มไม่ได้จริงๆ เลยแกล้งยีหัวเธอจนฟูไปหมด

“พี่แกล้งเล่นนะเด็กโง่”

ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ผมก็ทำข้าวต้มเสร็จ ไม่รู้ว่ารสชาติมันจะเป็นยังไง เพราะผมไม่ค่อยชอบเข้าครัวสักเท่าไหร่

“เป็นไงบ้างครับ” เธอส่งยิ้มจนหน้าบานมาให้ผม

“ไม่รู้สิคะ ต้องกินให้หมดก่อนถึงจะให้คำตอบได้”

อ่า...นี่ผมกำลังจะตกหลุมรักเด็กรึเปล่าเนี้ย

ผมนึกขำกับความคิดของตัวเอง  มองดูเด็กน้อยที่นั่งกินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งเธอกินหมด คินรดาส่งยิ้มมาให้ผมอีกรอบ นี่เธอจะยิ้มบ่อยเกินไปแล้วนะ ไม่รู้จะให้ผมหลงรักเธอสักกี่ครั้งกัน..
 
“หมดแล้วค่า”

“แล้วตกลงมันเป็นไงบ้างเหรอครับ”

“ก็อร่อยสิคะ ไม่งั้นหนูจะกินหมดเหรอคะ”

“อืม.. ปกติหนูดาอยู่กับพ่อบ่อยไหมครับ”

“ไม่บ่อยหรอกค่า พ่อจะมาหาหนูมากกว่า” 

“แล้วแม่น้องดาไม่ทำงานเหรอครับ”

“ม่ายยยยยคะ พ่อบอกว่าไม่อยากให้แม่เหนื่อย..”

นี่ผมกำลังทำบ้าอะไรอยู่เนี้ย .. นั่งถามเรื่องครอบครัวอดีตคนรักกับลูกเขาเนี้ยนะ จู่ๆสีหน้าที่สดใสของคินรดาก็หม่นหมองลง

“...แต่ผู้ชายคนนั้น ชอบทำให้แม่บ่นว่าเหนื่อย.. ”

“ผู้ชายคนนั้นเหรอครับ ?” ผมรู้สึกแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้คินรดาก็เคยพูดถึงผู้ชายคนนึงเหมือนกัน

“ช่ายคะ ผู้ชายที่เหมือนพ่อ..หนูไม่ชอบเขาเลย” มันยิ่งเพิ่มความแปลกใจให้ผมมากไปอีก ..

ผู้ชายที่เหมือนคีย์งั้นเหรอ

อาจจะเป็นน้องชายเขารึเปล่า .. ผมจำได้ว่าคีย์เคยบอกผมว่าเขามีน้องชายคนนึง แล้วน้องชายคีย์เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย..

“แล้วน้องดาชอบกินอะไรเหรอครับ”

ผมเปลี่ยนเรื่องคุยซะดื้อๆ .. รู้สึกไม่ชอบสีหน้าที่ดูเศร้าลงไปของคินรดา แต่เรื่องที่เธอเพิ่งพูดออกมา มันกลับติดอยู่ในใจของผม .. ผมเลือกที่จะเลิกคิดเรื่องนี้ ถ้ายิ่งคิดมากเท่าไหร่ ผมก็จะคิดเลวร้ายมากขึ้นไปอีก จนอาจถึงขนาดที่ว่าคินรดาอาจไม่ใช่ลูกของคีย์

มันเป็นไปไม่ได้หรอก...ใช่ไหม?

“น้องดาชอบกินทุกอย่างเลยค่า”
รอยยิ้มที่ส่งมาอย่างจริงใจของเด็กคนนี้...  พวกเขาคงไม่ทำเรื่องเลวๆอย่างที่ผมกำลังคิดจริงๆใช่ไหม .. เพราะถ้าพวกเขาทำมันจริงๆ พวกเขาก็คงไม่ใช่คนแล้วละ


18.43

เวลามันหมุนไปเร็วนะ แปปเดียวก็เกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว คินรดากำลังนอนหลับอยู่บนตักผม.. เด็กนี่จะน่ารักเกินไปแล้วนะ ผมไม่กล้าจะเดินไปปิดการ์ตูนที่กำลังฉายอยู่บนหน้าจอทีวีด้วยซ้ำ กลัวว่าคนที่กำลังนอนหลับสบายจะตื่นซะก่อน
 
ตื๊ด

คีย์น่าจะกลับมาแล้ว ผมได้ยินเสียงรูดคีย์การ์ดเข้ามา และดูเหมือนเขาไม่ได้กลับมาคนเดียวซะด้วยสิ ..

“ไงครับ ไม่เจอกันนานเลยนะโรม” ผมจ้องหน้าสีครามนิ่งๆ เขาใช้สายตาที่ไม่จริงใจเลยแบบนั้นมองผมได้ไงนะ .. ไม่ละอายบ้างรึไง ..ผมเกลียดพวกปากอย่างใจอย่างจริงๆเลย

“ก็ดี”

“วันนี้สีครามจะมากินข้าวเย็นด้วย ..มึงคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

“อืม.. แต่ผมคงไม่กินแล้วนะ ไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่” คีย์ดูเหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับผม แต่ผมไม่อยากสนใจนักหรอก อยากอุ้มคินรดาไปนอนบนเตียงมากกว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้ให้ตกเป็นเป้าสายตา

“ออกมากินข้าวด้วย”
 
ไม่รู้ว่าทำไม ผมถึงรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าขึ้นมา จู่ๆผมก็ไม่ชอบที่เขาสั่งผม.. ทั้งที่เมื่อก่อนเขาก็สั่ง แต่ตอนนี้ความรู้สึกมันต่างกันนะ และผมก็ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เอาซะเลย

“ถ้าโรมเขาไม่อยากกินก็ไม่เป็นไรเลยนี่ครับ ยังไงสีครามก็อยู่เป็นเพื่อนคีย์อยู่แล้ว”

“มึงออกมากินข้าวด้วยนะ”

ผมไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ อุ้มคินรดาไปนอนในห้องและหรี่แอร์ให้เธอ แอบหอมแก้มเธอเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว เป็นเด็กนี่ดีจริงๆเลยนะ  แค่แปปเดียวก็เลิกคิดเรื่องแย่ๆได้แล้ว ผมชักจะอิจฉาคินรดาซะแล้วสิ

“วันนี้คินรดาเป็นไงบ้าง” ผมหันไปมองตามต้นเสียง เจอคีย์กำลังยืนพิงประตูอยู่

..แววตาแบบนั้นมันอะไรกัน แววตาที่เขามองคินรดาอย่างอบอุ่น .. ผมจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายมันเมื่อไหร่กันที่เขาเคยมีแววตาแบบนั้น  .. .

“ก็ดี เธอน่ารักดีนะ ฉลาดแล้วก็สวย..”
 
“...แล้วมึง.. เป็นไงบ้าง”

“..ปกติดี ”

“อืม ..”

“....แล้วพี่ยังเจ็บแขนอยู่รึเปล่า”

“ผ่านมาตั้งนานแล้ว จะเจ็บอยู่ได้ไง”

“..”

“ขอบคุณนะ.. ที่เป็นห่วง”


ตึก..ตึก ตึกตึกตึก..

 อ่า.. เสียงหัวใจแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกสับสนอีกแล้วนะ เฮ้อ..ก็เพราะไอ้เสียงหัวใจแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้ผมอยากเห็นแก่ตัว..
......

ผมไม่อยากจะพูดบรรยายภาพบรรยากาศตอนนี้มากนัก .. มีเพียงความน่าอึดอัดอยู่รอบๆตัวไปหมด ทั้งๆที่บนโต๊ะมีอาหารหรูหราที่ดูน่ากินอยู่หลายอย่าง แต่มันกลับเหมือนมีหมอกบางๆคั่นกลางระหว่างพวกเราเอาไว้

คีย์นั่งตรงหัวโต๊ะ ซ้ายมือของเขาเป็นผม และตรงกันข้ามกับผมก็เป็นสีคราม ซึ่งสีครามคงเป็นคนเดียวที่ดูมีสีสันต์ขึ้นมาผิดปกติ

“พี่คีย์ลองกินอันนี้ดูสิ ผมทำให้พี่เลยนะ”

งั้นผมคงคิดผิดแล้วมั้งที่มานั่งร่วมโต๊ะด้วยแบบนี้ สีครามคงไม่อยากให้ผมมานั่งด้วยมากนัก หลายครั้งนะที่สีครามเผลอทำท่าทีแปลกๆใส่ผม มันทำให้อาหารมื้อนี้ดูจืดชืดขึ้นมาทันทีเลยละ

“..งั้น..” ผมกำลังจะลุกขึ้น และเก็บจานในส่วนของผมออกไป แต่ก็มีเสียงขัดขึ้นมาซะก่อน

“อย่าลุกไปไหนนะ อย่างน้อยก็กินสักครึ่งนึงก็ยังดี กูไม่ค่อยเห็นมึงกินอะไรเลยช่วงนี้”

แอร์ในห้องนี้มันเสียเหรอ .. จู่ๆมันถึงร้อนขึ้นมาแบบนี้ คำพูดของเขามันมีอิทธิพลกับผมมากจนผมต้องยอมนั่งลงนิ่งๆ แวบนึงที่สีครามชะงักค้างไป ก่อนจะทำราวกับเมื่อกี้ไม่ได้มีใครพูดอะไร

“กูบอกให้สีครามทำของที่มึงชอบด้วย ลองกินดูดิ”

เขาพูดพร้อมกับตักของหลายๆอย่างมาไว้บนจานผม .. ถ้าหูผมไม่เพี้ยนผมได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆของสีครามด้วยนะ..

เขาชอบคีย์ ?

“งั้นสีครามกลับก่อนนะครับ แล้วเรื่องที่เราตกลงกันเอาไว้ ผมหวังว่าพี่จะไม่ลืม !” พูดจบ สีครามก็เดินออกไปจากโต๊ะทันที

“..มึงไม่ต้องสนใจสีครามมากนักหรอก นิสัยเขาก็เป็นแบบนั้นมานานแล้วละ”

“ผมว่าเขาชอบพี่นะ.. ”

“แต่กูไม่ได้ชอบเขานี่”

สรุปแล้วอาหารมื้อนี้ มันมีทั้งความรู้สึกแปลกๆผสมกับความรู้สึกดี .. ความรู้สึกดีเนี้ยนะ ? พอยิ่งคิดแบบนี้ ผมก็ยิ่งหวั่นไหว.. เริ่มกลัวตัวเองจะเป็นคนที่เจ็บไม่จำซะจริงๆ

“เดี๋ยวกูอาบน้ำก่อนนะ ”

“ครับ”

“..วันนี้มึงเข้ามานอนในห้องก็ได้นะ ..”

“พี่นอนกับคินรดาไปเหอะ มันจะอึดอัดซะเปล่าๆ..”

“ไม่เป็นไรหรอก .. เตียงมันใหญ่พอ”

ให้ตายสิ.. ผมเริ่มจะบ้าแล้วนะ ทำไมแค่คำพูดเล็กๆน้อยๆผมต้องเก็บมาคิดด้วยนะ แล้วไอ้หน้าที่มันกำลังร้อนฉ่าอยู่ตอนนี้อีก .. ผมคงกำลังจะบ้าแล้วจริงๆสินะ

“เฮ้ย .. ลืมเอาผ้าเช็ดตัวเข้ามาวะ หยิบมาให้หน่อยดิ”

“..แค่กๆ .. หะ ? พี่ว่าอะไรนะ” ผมสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่พอดี
นี่เขาตั้งใจจะแกล้งผมรึเปล่าเนี้ย วันนี้มันหลายครั้งแล้วนะที่เขาทำตัวแปลกๆใส่ผม

“เร็วดิวะ กูหนาว”

“ห้ะ !? ”

“หรือจะให้กูเดินออกไปเอา..”

“ไม่ต้อง ! เดี๋ยวผมเอาไปให้เอง”

ผมแทบจะวิ่งไปหาผ้าเช็ดตัวให้เขา ..คนบ้าแบบไหนกันแน่ที่เขาเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่เอาผ้าเช็ดตัวเข้าไป

 “อยู่นี่” ประตูห้องน้ำโดนเปิดแค่ครึ่งนึง ก่อนที่คีย์จะโผล่ตัวออกมาแค่ครึ่งเดียว

และสีหน้าเขาดูกวนตีนผมเอาซะมากๆเลยละ
“ทำไมหน้ามึงแดงไปถึงหูอย่างงั้นวะ”

“แดงบ้าอะไร พี่อย่ามามั่ว”

“ทำไม ? เขินเหรอ”

“เหอะๆ ..เขินพี่เนี้ยนะ”

“อืม..ไม่เขินก็แล้วไป แอร์ 25 องศาคงทำให้อากาศในห้องร้อนละมั้ง หึ..”

“..” 

. . .. แล้วใครจะโง่บอกว่าตัวเองเขินบ้างละ..







---------------------------------
ฟินไปดิ 555555  -   - แต่ความฟินแบบนี้..
มักจะมาพร้อมกับมาม่าห่อใหญ่..
..อย่าหวังอะไรมากมายเลยคะ มันยังมีเรื่องราวอีกมากมาย..
 555 สุดท้ายก็ยังคงขอขอบคุณเสมอนะคะที่ยังคงติดตามนิยายเรื่องนี้อยู่
ขอบคุณจริงๆค่าา

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
ว่าแล้วต้องมีคนที่หน้าตาคล้ายคีย์ แม่คินรดาอาจจะนอนกับทั้งคู่ไม่คีย์ก็รับเป็นพ่อให้คินรดา ไม่งั้นคีย์ก็น่าจะรับเฉยๆว่าตัวเองผิดที่ไปนอนกับหญิงแล้วทำเขาท้อง

ไม่อยากได้มาม่า แต่ก็ทำใจไว้แล้ว จะฟินก็ฟินได้ประมาณ 30วิมังเนี่ย

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
คีย์มีแฝด?

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1



Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter 11 : They were never true, never true


 หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จก็คงเป็นผมที่ต้องอาบน้ำต่อไป เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคินรดาก็ไม่ได้อาบน้ำเหมือนกัน

“ลูกพี่ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ ”  ผมพูดกับคนที่กำลังเช็ดผมให้แห้ง

“เดี๋ยวกูอาบให้ก็ได้ มึงไปอาบเหอะ”

ใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำ ผมแต่งตัวในห้องน้ำและเดินออกไป พบกับคีย์ที่นั่งอยู่ขอบเตียงกำลังนั่งเกลี่ยผมของคินรดาให้เข้าที่ และดูเหมือนว่าคินรดาจะงอแงเอาซะมากๆ  แต่ผมก็เข้าใจนะ ตอนผมเด็กๆผมก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

“ดูเหมือนเธอจะไม่อยากอาบน้ำแล้วนะครับ”

“อืม คงเป็นอย่างงั้น”

“ไม่ต้องอาบก็ได้นะ ผมว่าน้องดาไม่ได้ออกไปเล่นที่ที่มันสกปรกมากสักหน่อย เดี๋ยวผมนอนข้างล่างก็ได้ พี่นอนบนเตียงกับคินรดาไปเถอะ”

“ได้ไง ? ก็มานอนด้วยกันดิ”

“ลูกพี่จะอึดอัดเอานะ”

“เดี๋ยวกูนอนข้างล่างเองก็ได้”

“เฮ้ย ไม่เป็นไร ผมนอนได้”

“..พ่อคะ..”

ระหว่างที่ผมกับคีย์กำลังเถียงกันเรื่องที่นอน คินรดาก็กำลังตื่นพอดี เธออ้าปากหาว จนผมเอ็นดู เธอน่ารักมากเลยนะ .. ความน่ารักของเธอทำให้ผมลืมแทบทุกเรื่องได้เลย

“ว่าไงครับ นอนเยอะนะเรา ” คีย์บิดจมูกเล็กๆของคินรดาแล้วส่ายไปมา 

ใครจะคิดละ ว่าภาพนักธุรกิจที่แสนน่ากลัวจะมีมุมแบบนี้กับครอบครัว.. ครอบครัวงั้นเหรอ ผมลืมอะไรไปรึเปล่า

.. ผม.. กำลังทำให้ครอบครัวของเขาแตกแยกรึเปล่า  ถ้าคินรดารู้ว่าผมเคยเป็นอะไรกับคีย์มาก่อน เธอก็คงเกลียดผม  แล้วนี่ผมอยู่กับเธอแค่วันเดียว ผมยังรักเธอได้ขนาดนี้ ถ้าผมต้องอยู่กับเธอไปนานมากกว่านี้ ผมจะไม่เจ็บปวดมากขึ้นเหรอ

“เป็นอะไรเหรอ สีหน้ามึงดูไม่ดีเลยนะ”

“..เปล่า พี่นอนกับคินรดาเถอะนะ ถือว่าผมขอ..”

“ไม่เอา .. หนูอยากนอนกับพี่โรมด้วย”

“ครับ ? กับพี่เนี้ยนะ”

“ช่าย  อยากนอนทั้งกับพ่อและพี่โรมด้วย” ผมหันไปมองหน้าคีย์เพื่อขอคำตอบ

“.. ...ก็ได้ครับ”

“พ่อคะ ให้น้องดานอนตรงกลางได้ไหมคะ..”

“ได้อยู่แล้วครับ”

“ให้พี่โรมอ่านหนังสือให้ฟังด้วยได้ไหมคะ..”

“ทำไมไม่ลองถามพี่โรมดูละครับ..”

“..ได้ไหมคะ พี่โรม..” กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ สายตาอ้อนวอนของหนูน้อยจ้องมาที่ผมแทน  ทำให้ผมจำใจต้องพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้
 
“ครับ.. ได้ครับ”

“น้องดาไม่อาบน้ำได้ไหมคะ.. ”

“ถ้าน้องดาตื่นแล้ว ไม่อาบไม่ได้ครับ .. เดี๋ยวพ่ออาบน้ำให้นะ”

“ก็ได้คะ”

คีย์อุ้มคินรดาไปในห้องน้ำ ผมได้ยินเสียงฝักบัวและเสียงพูดคุยหยอกล้อกันระหว่างสองพ่อลูก .. .ได้ยินแบบนั้นแล้วทำให้ผมคิดมากเข้าไปอีก.. พวกเขาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจริงๆนะ ขาดก็แค่รินดาคนเดียว .. และเหตุผลที่เธอยู่ที่นี่ด้วยไม่ได้ ก็อาจจะเพราะผมอยู่ที่นี่ด้วย

“เฮ้อ..” ผมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เอนพิงไปข้างหลังและหลับตาลง.. มันช่วยให้ผมไม่คิดมาก และมันจะช่วยให้สมองผมปลอดโปร่งขึ้น

ผ่านไปราวสิบนาที คีย์ก็ยังอาบน้ำให้คินรดาไม่เสร็จ ระหว่างนั้นผมเลยเปิดดูข่าวทั่วไป แต่ก็ไปสะดุดกับคำพูดรายงานของนักข่าว

“สำหรับวันนี้นะครับ ข่างก็คงไม่พ้นเรื่องของคุณดนัยนะครับ ที่ตอนนี้กำลังวางแผนจะขายหุ้นบางส่วนให้กับเจ้าของบริษัท K&R ”

“...K&R..?” มันชื่อบริษัทของคีย์ไม่ใช่เหรอ

นักข่าวไม่ได้อธิบายรายละเอียดอะไรเพิ่มมากนัก จู่ๆจอทีวีก็กลับมาเป็นสีดำสนิท ผมมองหารีโมท เพราะคิดว่าเผลอไปนั่งทับมัน ก่อนจะเห็นมันอยู่ในมือของคีย์

“..เขาขายหุ้นให้พี่เหรอ”

“..มึงอย่าไปสนใจเลย”

“พี่บอกไม่ให้ผมสนใจ.. นั่นมันบริษัทพ่อผมนะ ..ถ้าพี่เป็นผมพี่ไม่พูดแบบนี้แน่” ผมมองหน้าเขาอย่างตัดเพ้อ จนเขาเบือนหน้าหนี

“กูแค่ไม่อยากให้มึงเครียด..”

“แล้วพี่ซื้อจริงๆรึเปล่า” คีย์ดูเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ร่างเล็กของคินรดาในชุดสีชมพูวิ่งเข้ามาซะก่อน ทั้งผมและเขาเลยเงียบกันทั้งคู่  มันไม่ใช่เรื่องดีนักหรอกที่จะมาทะเลาะกันต่อหน้าเด็ก

“พี่โรมขาาา”

“ครับ”

“ไปนอนกันเถอะคะ น้องดาง่วงแล้ว”

“ครับ..” ผมกำลังจะอุ้มคินรดา แต่โดนคีย์ตัดหน้าไปซะก่อน จนผมต้องเดินตามหลังเขาไปเงียบๆ มีเพียงคินรดาที่พูดจาถามโน่นถามนี่ตามประสาเด็กไปเรื่อย

“พี่โรมอ่านหนังสือเล่มนี้ให้หน่อยนะคะ หนูอยากฟัง”

“ได้ครับ”

“เดี๋ยวนี้อะไรๆก็พี่โรม ลืมพ่อไปรึยังครับเนี้ย”

“ยังหรอกค่า .. น้องดาเจอพ่อเยอะแล้ว เพิ่งเคยเจอพี่โรมแค่วันเดียวเอง..”

ผมลองเปิดหนังสือและอ่านคร่าวๆในใจดู ก่อนจะเริ่มอ่าน

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.. มีเจ้าชายและเจ้าหญิงที่แต่งงานและอยู่ด้วยกันภายในปราสาท ภายนอกดูเหมือนทั้งสองจะหลงรักซึ่งกันและกัน .. แต่ความจริงนั้น ทั้งสองเพียงแค่โดนจับคลุมถุงชนเพียงเท่านั้น .. เจ้าหญิงเป็นฝ่ายทนไม่ไหวที่ต้องทนแสร้งทำว่ารักเจ้าชายมาก จึงได้เอ่ยปากพูดกับเจ้าชายในวันหนึ่ง”

“เจ้าชายคะ..ฉันขอ..” ผมหยุดเล่าไป.. เพราะรู้สึกกระดากปากนิดหน่อยที่ต้องพูดบทผู้หญิง

“พูดต่อสิคะ..” ผมมองหน้าคินรดา ก่อนจะลอบถอนหายใจ ..

“เจ้าชายคะ ฉันขอยกเลิกสัญญาที่ทำกับท่านไว้ได้ไหม..”

“บทต่อไปให้พ่อพูดสิคะ.. จะได้พูดตอบกัน” เด็กตัวน้อยขัดขึ้นอีกเมื่อผมกำลังจะพูดประโยคต่อไป

“..”

“นะนะ..นะคะ”

คีย์พยักหน้าเล็กน้อย  ผมเลยต้องวางหนังสือลงตรงกลางเพื่อที่เขาจะได้อ่านมันอย่างถนัด

“พี่อ่านต่อจากที่ผมอ่าน อยู่ตรงบรรทัดที่สาม” 

“...ถ้าข้าไม่อนุญาต เจ้าก็ห้ามขอที่ไปจากข้า”

“พี่พูดให้มันง่ายๆหน่อยสิ เด็กจะเข้าใจได้ไงถ้าพี่พูดแบบนั้น”  ถ้าขืนเขาอ่านตามหนังสือหมดทุกอย่าง อย่าว่าแต่คินรดาเลย ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก

“ถ้าผมไม่อนุญาต คุณก็ห้ามไปจากผม”

“แต่ฉันไม่ไหวแล้วที่ต้องทนแบบนี้”

“...”

“อ่านต่อสิพี่ จะหยุดทำไม”

“ก็..ฉากต่อไปมันติดเรทนะ”

“ห้ะ ?”

สายตาผมไล่อ่านตามที่เขาบอก ..นี่เขาซื้อนิยายอย่างนี้มาไว้ในห้องเหรอ แล้วถ้าเกิดว่าวันนึงคินรดาโตขึ้นแล้วมาเจอนิยายแบบนี้ .. จะไม่คิดว่าพ่อตัวเองเป็นคนแปลกๆเหรอ

“อย่าคิดอะไรบ้าๆนะ กูไม่ได้ซื้อมา”

“แล้วมันจะอยู่ในห้องพี่ได้ไง”

“ไม่รู้ดิ รินดาอาจลืมไว้มั้ง..”

“..อ้อ... ..”

หนังสือเล่มหนาถูกผมปิดลง ส่วนคินรดาก็หลับไปแล้ว.. พอไม่มีเสียงของคินรดาที่คอยทำให้รอบตัวไม่เงียบเหงาจนเกินไป ก็กลายเป็นบรรยากาศน่าอึดอัดระหว่างผมกับคีย์ซะงั้น เขาไม่ได้พูดอะไร ผมก็ไม่อยากพูดเหมือนกันเลยตัดสินใจล้มตัวลงนอน สักพักคีย์ก็ปิดไฟและล้มตัวลงนอนเช่นกัน

“..นอนยัง..”

“..  ยัง” ผมรู้แค่ว่าเขาหันหน้ามาหาผมท่ามกลางความมืด อาจะเพราะมองไม่เห็นสีหน้าของเขา ผมถึงได้กล้าจดจ้องใบหน้าของเขา

“.. รินดาไม่เคยมานอนที่ห้องกูนะ .. .”

“จะบอกทำไม.. ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย”

“..ก็อยากบอก ..”

“ อือ ” 

“...”

“..”

“ ฝันดีนะ ” นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ได้ผมได้ยิน ก่อนที่จะหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน

....


“อาโรมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!”

ผมแทบจะสะดุ้งตื่นเพราะความตกใจ จู่ๆคินรดาก็มาตะโกนใส่หูผมแบบนี้  เธอฉีกยิ้มและหัวเราะ จนผมนึกขำกับท่าทางแบบนั้น

“กี่โมงแล้วครับเนี้ย”

“เกือบ 10 โมงแล้วค่า”

“10 โมง !?”

“ค่า พี่โรมหลับไปนานมากเลย พ่อฝากบอกว่าถ้าพี่โรมตื่นแล้ว ให้กินข้าวที่อยู่ในครัวด้วยคะ”

“แล้วพ่อน้องดาไปทำงานแล้วเหรอครับ”

“ค่า ..ไปตั้งแต่ 9 โมงเลย”

“แล้วน้องดากินอะไรยังครับ”

“กินแล้วคะ พ่อทำให้แล้ว”

คินรดาวิ่งออกไปดูการ์ตูนที่กำลังฉายต่อบนทีวีด้านนอก ส่วนผมก็ยังคงนั่งมึนๆอยู่บนเตียง เดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เสร็จแล้วจึงเดินมาหาคินรดาที่นั่งเล่นอยู่บนโซฟา

“อยากกินอะไรเพิ่มไหมครับ”

“อยากกินนมคะ หนูยังไม่ได้กินนมเลย”

“งั้นเดี๋ยวพี่เอานมไปใส่แก้วให้นะครับ”

ผมรับกล่องนมของเมื่อวานจากคินรดามา ตรวจดูวันหมดอายุและเทลงในแก้ว ก่อนจะส่งมันให้กับคินรดา

“..สีครามกับรินดานี่เป็นอะไรกันเหรอครับ”

“แม่เรียกพี่สีครามว่าน้องคะ..”

“อ้อ...แล้วนี่กินนมเลอะหมดแล้วนะครับ เดี๋ยวพี่ไปหาผ้ามาเช็ดให้นะ”

เพียงแค่ไม่กี่ก้าวที่ผมเดินจากไป เสียงเหมือนอะไรบางอย่างตกลงพื้น ตามด้วยเสียงของคนล้มลงไป

เพล้ง !


“เฮ้ย !”

“..พ..พี่”

เศษแก้วที่ปะปนกับสีขาวของนมสร้างความตะลึงให้ผมเป็นอย่างมาก.. แค่ชั่ววูบเดียวที่ผมยืนอึ้ง ก่อนจะรีบไปอุ้มคินรดาที่พยายามจะลุกขึ้นหนีจากเศษแก้วที่แตกหักอยู่รอบๆตัวเธอ แต่กลับกลายเป็นว่าผมยิ่งช็อคมากกว่าเดิมเมื่อสังเกตเห็นว่าที่แก้มของเธอมีบาดแผลขนาดใหญ่ฝากไว้ ..

ผมห้ามแขนตัวเองที่กำลังอุ้มเธอด้วยความสั่นเทาไม่ได้เลย.. ยิ่งเห็นหยดเลือดสีแดงเข้มที่ไหลตามพื้นทางแล้ว .. .ใจผมก็แทบจะหยุดเต้น


“พี่โรม..”

“..ค.ครับ.. ไม่เป็นไรนะ..”

“..หนูเจ็บ..”

ผมรีบพาเธอไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด .. ระหว่างทางมันมีแต่ความรู้สึกชาไปหมด ยิ่งเห็นเธอพูดว่าเจ็บตลอดทาง ..ผมแทบอยากจะเอาเศษแก้วพวกนั้นมากรีดแขนตัวเองซะ ถ้าเกิดมันจะช่วยให้เธอรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง

“..ผมขอโทรศัพท์หน่อยได้ไหมครับ” ผมพูดกับนางพยาบาลนางหนึ่ง แม้จิตใจจะพะวงอยู่กับเด็กน้อยที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน แต่ผมก็ต้องคุมสติตัวเองให้อยู่ ถ้าหากผมสติแตกไป ผมกลัวว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอแล้วผมไม่ได้อยู่ด้วย .... ..ผมคงเสียใจไปตลอดชีวิต

“ได้คะ เชิญทางด้านนี้เลยคะ” ผมกดตัวเลขลงไปด้วยความสบสน ภาวนาขอให้หมายเลขนี้ยังเป็นเบอร์ของคีย์อยู่

“สวัสดีครับ”

“คีย์ ! ”

“โรมเหรอ .. เกิดอะไรขึ้นวะ แล้วมึงอยู่ไหน ?”

“อยู่โรงพยาบาล.. .”

“ทำไม ! เกิดอะไรขึ้น ?!”

“..คินรดา.. พี่..ช่วยรีบมาหน่อยได้ไหม..”

“เดี๋ยวกูไป !”

เขาตัดสายโทรศัพท์ไปแล้ว ..แต่ผมยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ส่งโทรศัพท์คืนพยาบาลไป และกลับไปนั่งหน้าห้องฉุกเฉินด้วยจิตใจที่ปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม .. จะเรียกว่ากลัวจนไม่กล้าขยับไปไหนเลยก็ได้


“เกิดอะไรขึ้นวะ !!” 

“..เธอล้ม และทำแก้วแตก.. ” พอพูดถึงตอนนี้ ความรู้สึกแย่ๆมันถาโถมเข้ามาจนผมต้องก้มหน้าลง

“แล้วอะไรอีก !”

“แก้ว..มันบาด.. .ตัวเธอ”

 “แล้วทำไมมึงไม่ระวังวะ !?”

“....”

“กูให้มึงมาเลี้ยงลูกกูนะ ไม่ได้ให้มาทิ้งๆขว้างๆ !”

“...”

“..แม่ง !”

“พี่ใจเย็นๆนะครับ โรมเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้นะ”

ผมเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง และพบว่าเป็นเสียงของสีคราม ด้านหลังของเขามีรินดายืนหลบอยู่.. .และขอบตาแดงๆนั่นทำให้ผมรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก.. ไม่รู้หรอกนะว่าคนเป็นแม่จะรู้สึกยังไง แต่ผมคิดว่ามันต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ.. เพราะผมที่เป็นแค่คนนอกยังไม่อยากเจอภาพแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

“คุณโรมออกไปก่อนไหมครับ...” ผมมองหน้าสีครามตรงๆ

“ให้มันอยู่นี้แหละ”

“พี่พูดว่าอะไรนะ ?”

“...”

“พี่เรียกผมว่ามันเหรอ ? ”

ทำไมไม่รู้..แต่ผมรู้สึกเจ็บจัง ทั้งที่คิดว่ามันจะชินชาไปแล้วซะอีก รู้สึกราวกับผมโดนตัดออกจากโลกรอบตัวโดยสมบูรณ์..

คุณหมอในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ก่อนจะรายงานผลของคินรดา รินดารีบถลาเข้าไปฟัง ต่างกับผมที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ

“เด็กไม่ได้ลื่นล้มนะครับ แต่มีอาการแพ้น้ำนมอย่างรุนแรงจนทำให้ช็อค โชคดีนะครับที่พามาโรงพยาบาลทัน ..ช่วยระวังเรื่องนี้ให้มากเป็นพิเศษด้วยนะครับ เพราะครั้งต่อไปเธออาจไม่โชคดีแบบนี้อีก..”

“ข..ขอบคุณนะคะหมอ..ฮึก..ขอบคุณมากจริงๆ..ฮือ”

ผมจ้องมองรินดาที่ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร .. ถึงผมจะสงสารเธอมากแค่ไหน..แต่มันมีบางอย่างที่คาใจของผมอยู่...

“..เธอแพ้นมงั้นเหรอครับ..” ผมถามออกไป รินดาพยักหน้ารับ ก่อนจะปิดหน้าปิดตาร้องไห้เหมือนเดิม..
 
“แล้ว..คุณไม่ได้เป็นคนใส่นมนั่นมาให้เธอเองเหรอครับ”

สาบานได้ว่าเมื่อกี้ผมเห็นรินดาชะงักไปจริงๆ เธอไม่ได้ตอบอะไรผม แต่ปล่อยโฮหนักกว่าเดิม ..

“พูดบ้าอะไรของคุณ รินดาเธอเป็นแม่คินรดานะ ..แม่ที่ไหนจะทำแบบนั้น ทำไมคุณต้องป้ายความผิดให้คนอื่นด้วย”

ความมึนงงจู่โจมผมทันทีที่สีครามพูดแบบนั้น .. นี่เขาพูดบ้าอะไรกันอยู่เนี้ย

“ผมไม่ได้ทำ ก็คินรดาบอกผมเองว่ารินดาเธอเป็นคนใส่นมมาให้...ผมก็แค่..”

“หุบปากสักทีเหอะ !”

ผมหันไปมองหน้าคีย์ ความโกรธของผมมันเริ่มพุ่งขึ้นมา เมื่อจู่ๆเขาก็กลายเป็นคนไม่ฟังอะไรขึ้นมา

“พี่พูดบ้าอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหม !? ผมก็แค่ถาม ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่ารินดาจะเป็นคนทำ”

“เงียบได้ไหม ?”

“พี่นั่นแหละ เงียบและหัดฟังคนอื่นพูดซะบ้าง !”

เพี๊ยะ !!




------------------------------------
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

ออฟไลน์ BBChin JungBB

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
สงสารโรม คีย์ก็นะ เฮ้ออออ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  แล้วจ้า

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
ใอ้เพี๊ยะที่ได้ยินสุดท้ายนี่ ขอให้เป็นโรมที่ตบคีย์นะ   เบื่อแล้วที่เอะอะอะไรก็ตบโรม

เกลียดที่สุดเลยรุกกระบือนี่  แถมมีอิสีครามพ่วงมาด้วยอีก เชือดเฉือนด้วยคำพูดกับรอยยิ้มนี่

ท่าทางคนเป็นแม่จะเกลียดลูกสาวหรือเปล่า

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
เบื่อคีย์ที่เป็นแบบนี้ ถ้าจะเอาโรมมาให้ทรมานแบบ ปล่อยโรมไปนะ  :fire:

ออฟไลน์ IsDeer

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-8
ไม่ใช่ลูกแน่เหรอ หวงซะยังกะลูกตัวเองแถมโคตรปกป้องรินดา
ไม่เคยอธิบาย

รอวันที่ โรมจะได้จากไปอีกรอบแล้วกัน
คิดๆดูนะ ถ้าเรื่องนี้โรมโดนรถชนตายไปเลย จะเศร้าน้อยกว่านี้อีก
เจอทั้งอาทั้งอิคีย์

อิคีย์ก็นะทำกันขนาดนี้ โรมจะกลับมารักลงมั้ย
โคตรเถื่อนอ่ะ ด่าเสียๆหายๆ อารมณ์มาเต็ม
ที่ทำหยาบคายกับโรมก็แสดงว่ารู้สึกอย่างนั้นจากจิตใจเบื้องลึกด้วยน่ะสิ

ถ้าต้องกลับมาคบกันขอฉากดราม่าให้อิคีย์มันทนทุกข์ทรมานเป็นสิบๆตอนด้วยเถอะ
ไม่อยากให้อิคีย์มาสบายแบบพระเอกเรื่องอื่นที่เจออุบัติเหตุเกือบตายแล้วนายเอกก็ให้อภัย
ร้องไห้จนเป็นสายเลือดไปเลยอิคีย์

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8217
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
สงสารโรมอะ.  :sad4: :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
เป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วมันอึนๆ หายใจไม่ออก น่าเหนื่อยหน่ายทั้งตัวละคร ตลอดทั้งเรื่องเลย :z3: :z3: ทั้งโรมทั้งคีย์นี่อยากจะจับตัวมาเขย่าๆๆๆๆๆๆจริงๆเผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้นมาบ้าง :เฮ้อ:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2015 05:16:12 โดย ammchun »

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1



Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter 12 : And the games you play


.....

..เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ความจริงผมไม่ใช่คนที่จะโกรธใครง่ายๆนะ ..แต่ตอนนี้ผมกำลังโกรธ คนไร้เหตุผลและดีแต่ใช้กำลัง.. ผมเกลียดคนประเภทนี้มากที่สุด

“..ถุย !”  คุณต้องไม่เชื่อแน่ว่าผมกล้าพ่นน้ำลายใส่หน้าเขา

คีย์ใช้มือปาดน้ำลายผมออกไป แววตาเขาดูโกรธเอาซะมากๆ แต่ผมก็โกรธเหมือนกัน เหอะ..เขากับผมมันไม่ต่างกันนักหรอก

“พี่เข้าใจความรู้สึกผมรึยัง ! เหอะ.. คนดีแต่ใช้กำลังอย่างพี่ ไม่น่ามาเจอผมเลยจริงๆนะ”

“เลิกทำบ้าๆสักที !”

“แล้วพี่เคยโทษตัวเองบ้างไหม !? ถ้าพี่ไม่ตามผมมาอยู่ที่นี่ คินรดาก็คงไม่ต้องมานอนอยู่แบบนี้มั้ง ! พี่จะตามผมไปทำไม ! ”

“เมื่อไหร่มึงจะหุบปากวะ !”

“แล้วเมื่อไหร่พี่จะฟังสักที  เลิกเอาตัวเองเป็นที่ตั้งสักที !”

“เอ่อ..ขอโทษนะคะ..”

พวกเราหยุดทะเลาะกัน เมื่อมีนางพยาบาลท่านหนึ่งเดินเข้ามาขัด มันไม่ใช่เรื่องดีนักหรอกที่จะทะเลาะกันต่อหน้าคนอื่น

“ใช่ญาติของน้องคินรดาไหมคะ ? ”

“ครับ”
 
“ช่วยเซ็นย้ายน้องไปห้องพิเศษด้วยนะคะ ตอนนี้น้องโดนย้ายไปห้อง 308 นะคะ”

เพราะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา ผมจึงเดินเลี่ยงออกมา ส่วนคีย์ต้องกลับบริษัทก่อน เพราะมีปัญหาเกิดขึ้น มีเพียงสีครามและรินดาที่เดินตามนางพยาบาลไปยังห้องของคินรดาก่อน

พอทำธุระส่วนตัวเสร็จผมจึงเดินไปตามหมายเลขห้องที่พยาบาลได้บอกไว้ .. ในขณะที่ผมกำลังจะผลักประตูเข้าไป ..ก็ต้องชะงักตัวเอาไว้เมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันปะปนกับเสียงสะอื้น..

“พี่ไม่ไหวนะ..อึก..ฮือ..เลิกเถอะนะ สีคราม..พี่ไม่อยากทำแล้ว”

“พี่มายกเลิกอะไรตอนนี้ ! มากันครึ่งทางแล้วพี่จะทิ้งผมเหรอ.. เอาน่าพี่ ยังไงเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย”

“หลานแกทั้งคนนะ ! แกจะแลกกับแค่ผู้ชายคนเดียวเหรอ.. พี่ไม่เอาแล้ว.. พอสักทีเถอะสีคราม.. ยังไงเขาก็ไม่ได้รักนายอยู่แล้ว”

“พี่เลิกพูดมากสักทีเหอะ ! ผมไม่ได้เหมือนพี่นะ !!”

สีครามขึ้นเสียงใส่รินดาจนผมตกใจ.. คำพูดและการกระทำหลายๆอย่างของพวกเขาทำให้ผมเข้าใจ แต่ทำไมพวกเขาต้องทำขนาดนี้ด้วย ..เอาชีวิตคนมาเล่นมันสนุกมากนักรึไง

      ก๊อก ก๊อก

ผมเคาะเบาๆ เพื่อให้พวกเขารู้ว่าผมกำลังจะเข้าไป.. มันไม่ได้ดีนักหรอกนะที่คนอื่นจะรู้ว่าเราแอบฟัง

“เธอเป็นไงบ้างเหรอครับ”

“โชคดีจริงๆนะครับ ที่เธอไม่ได้เป็นอะไรไปอย่างที่ใครบางคนต้องการ” นี่สีครามกำลังพูดกระแทกตัวเองอยู่รึเปล่า ถึงเขาจะดูเหน็บผม แต่คำพูดเขามันเข้าตัวเองชัดๆ

“ระวังนะ..อย่าเป็นคนที่โง่งมในความรักมากนัก.. มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คุณคิดหรอก”

เวลาตอนนี้น่าจะเกือบๆหนึ่งทุ่ม .. ก็ถือว่าผ่านมาหลายชั่วโมง หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล ผมก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ไม่ได้มีเงินติดตัวมาสักบาทผมคงได้แค่เตะฝุ่นอยู่แถวนี้

นี่ผมเรียนจบบริหารมาเพื่ออะไรกันแน่ ?

เป็นคำถามที่อยากถามตัวเองวันละหลายๆรอบ ตอนนี้ผมอายุ 24 เกือบ 25 แล้ว ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ชีวิตแหลกเหลวน้ำเน่ายิ่งกว่าอะไรดี  ถ้าจะลงทุนทำอะไรสักอย่าง แน่นอนผมต้องมีทุน แต่จะไปหาทุนนั้นมาจากไหนละ ..ทางเลือกในชีวิตมันไม่ได้มีมากเหมือนในละครหรอกนะ


ปรี๊นนนนน ปริ๊นนนนนนนนน

ผมหันไปมองรถสีดำข้างทางที่คุ้นตาเป็นอย่างดี ..  แค่ผมทำเป็นเฉยเมยและมองไม่เห็น คนในรถก็เปิดประตูลงมาทันที มันแสดงให้เห็นถึงความอดทนที่มีเพียงแค่น้อยนิดของเขา

“จะออกมาทำไมไม่บอกรินดาก่อนวะ” 

“แล้วทำไมต้องบอก ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมสักหน่อย ”

“มึงทำลูกเขาเกือบตายนะ หัดสำนึกซะบ้าง !”

“จะให้ผมสำนึกอะไร ต่อให้ผมถูกยังไง ผมก็ผิดอยู่ดีถ้าพี่บอกว่าผิด..”

“ทำไมไม่ขอโทษรินดา”

“ขอโทษทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“ทำไมเถียงคำไม่ตกฟากเลยวะ ! โตแล้วนะ หัดฟังคนอื่นซะบ้าง”

“แล้วพี่อ่ะ โตรึยัง ถึงได้ยังตามตอแยผมเหมือนเด็ก ไม่ได้รักกันแล้วก็อย่ามาทำแบบนี้ดิวะ”

“แล้วใครบอกไม่ได้รัก ?”

“พี่อย่ามาทำให้ผมขำหน่อยเหอะ นี่คือสิ่งที่คนที่เขารักกันจะทำเหรอ หัดคิดซะบ้างนะพี่..เป็นนักธุรกิจอย่ามาตายเพราะเรื่องโง่ๆแบบนี้ ”   

“มึงคิดว่าที่กูรักมึงเป็นเรื่องโง่ๆเหรอ”

“ใช่ ! เพราะความเป็นจริงคือผมไม่ได้รักพี่ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองสักที !!”

“...”

“แล้วถ้าพี่อยากให้ผมมีความสุข ได้โปรดปล่....อื้อออ !!!”

ดวงตาผมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆเขาก็กระชากตัวผมเข้าไปหา และประกบริมฝีปากลงมาทันที มันมีเพียงแค่ความรุนแรง เถื่อน และสถุลที่สุด   

“อื้อออ !!”

พลั่ก !

ทันทีที่ผมผลักเขาออกไปได้ ผมก็ต่อยเขาเต็มแรง.. ปกติผมไม่ใช่คนที่จะใช้กำลัง แต่เรื่องบางเรื่อง ..มันก็สมควรแล้วที่จะใช้ ผมใช้หลังมือถูปากอย่างแรง ความรังเกียจมันมีเพิ่มขึ้นมากมาย นับวันเขามันยิ่งน่ารังเกียจขึ้นทุกที !

“อย่ามาทำรุ่มร่ามกับผมนะ !! ถ้าอยากก็ไปเอากับอีตัวข้างถนน !”

“หึ... ”

“ขำอะไร !!?”

“มึงยังไม่ได้จูบใครเลยนับจากตอนที่เราจากกันใช่ป่ะ”

“พูดบ้าอะไร ! เลิกทำตัวโรคจิตแบบนี้สักทีเหอะ”

“..ก็จูบมึงมันยัง...เห่ยเหมือนเดิม”


พลั่ก !!

ขอบตาผมร่อนผ่าว ผมต่อยหน้าเขาเต็มแรงอีกรอบ หวังว่ามันจะช่วยเรียกสติของเขากลับคืนมาได้บ้าง  คีย์ปาดเลือดมุมปากทิ้งไป แววตาเขาฉายแววความไม่พอใจอย่างชัดเจน  ..แล้วใครจะแคร์ ? เขาผิดเองนะ ที่พูดจาไม่ดีกับผมก่อน

“...มึงต่อยกูสองรอบแล้วนะ”

“พี่ก็ตบผมสองครั้งเหมือนกัน ”

“อืม..มึงต่อย กูตบ ก็แฟร์ดีนะ เมื่อกี้กูจูบมึง มึงก็จูบกูกลับด้วยดิ จะได้เท่าเทียมกัน ”

“จะบ้าเหรอ ?! พี่คิดบ้าอะไรอยู่ ที่ผมพูดไปมันเข้าหูพี่บ้างไหม”

“เหอะ.. บังเอิญว่ากูเป็นคนไม่ชอบฟังใครวะ โดยเฉพาะคนอย่างมึง”

ผมแทบจะหมดความอดทนหลายรอบกับคำพูดคำจาของเขา มันกระตุกต่อมโมโหของผมได้อย่างดีเลยละ ทำไมเขาต้องทำให้ผมเกลียดเขามากขึ้นด้วย ทำไมไม่ปล่อยให้เหลือความทรงจำดีๆเอาไว้บ้าง

“งั้นอยากทำอะไรก็เชิญ พี่อยากจะจูบอยากจะทำอะไรผมก็ทำ ..พี่จ่ายค่าตัวผมมาแพงนี่.. แค่จูบมันยังน้อยไปมั้งสำหรับนักธุรกิจอย่างพี่ !”

“โรม.. อย่าดูถูกตัวเองให้มาก ถึงมึงไม่เหลืออะไรเลย แต่เหลือศักดิ์ศรีไว้บ้างก็ดี”

"ศักดิ์ศรีผม.. มันคงไม่มีเหลือแล้วสำหรับคนอย่างพี่”




-------------------------------
ตอนแรกจะเเต่งให้มันหนักกว่านี้ แต่อย่าเลยเนอะ
เดี๋ยวจะอิ่มมาม่าไปซะก่อน 5555

ออฟไลน์ Melonlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
อืดแล้วอ่ะ ปิดหูปิดไม่ยอมฟัง โทษแต่โรมฝ่ายเดียว  เอาเข้าจริงๆว่าจะหันกลับมารักกันได้ยังงัย  แค่ขอโทษรู้สึกมันไม่พอน่ะ ขอหนักๆเอาให้รู้ว่าโรมมีค่าขนาดใหนไม่ใช่ รั้งเพื่อทำร้ายอ่ะ มันม่ายยยพอ #ทีมรักโรม  :angry2::angry2:

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
บางทีก็คิดว่า คีย์งี่เง่า  :hao3: :hao3: #ทีมโรม

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
อาจจะคิดได้ตอนโรมฆ่าตัวตายต่อหน้ามั้ง

เราว่าพระเอกมันโง่เกินคนปกติไปหน่อยนะ  มีปํญหาเรื่องควบคุมอารมณ์ระดับควรได้รับยาแล้วนะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด