Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน : UP Chapter 23 (The end) 25/02/2015
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน : UP Chapter 23 (The end) 25/02/2015  (อ่าน 47095 ครั้ง)

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
โห  มาแล้วๆ

อยากอ่านผ่านมุมมองคีย์นะ  จะได้เข้าใจตัวตนของคีย์มากขึ้น

ถ้าหากว่าแต่งเสร็จแล้วแสดงว่าไม่พลิกโผสินะคะ  :hao3:

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
สงสารโรมจัง ญาติพ่อช่างเลวร้าย  :ling1:
หวังว่าอีพี่คีย์นี่จะไม่มาทำร้ายโรมอีก

ออฟไลน์ milky way

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
เรื่องสนุกมากเลยค่ะ
จากประสบการณ์ที่อ่านนิยายมา
เราว่า พี่คีย์นี่แหละพระเอก 555
แถมคนเขียนบอกว่า พี่คีย์น่าสงสาร
อยากอ่านจากมุมมองพี่คีย์จัง

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10
 :katai1: :katai1: :katai1: :katai1: :katai1:

บรรยากาศมันอึดอัดไปหมดเลย เฮ้อออออออ

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
ไม่เข้าใจพี่คีย์ พูดทุกอย่างออกมาเหมือนโรมเป็นคนผิดทั้งๆที่ตัวเองไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น -*-
รอสเปพี่คีย์ค่ะ

ออฟไลน์ praewp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
สงสารน้องโรมมม

รออ่านสเปอิพี่คีย์นะคะ 555+

เป็นกำลังใจให้คนเขียนค่ะ

 :man1:

ออฟไลน์ blanchet

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 515
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
รออ่านนะคะ สนุกมากเลยย พี่คีย์มาเล่าด่วนนน

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
เจ็บปวด

ออฟไลน์ jamelovelove

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 123
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-5
สงงงสารน้องโณมมมมมมากกกกกค่ะ
อิอิ

ออฟไลน์ Pnomsod

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
เฮ้อออ แค่เพราะเรื่ิองปัญญาอ่อนเหรอ เห็นคนที่รักมีอะไรกับคนอื่น มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หรอกนะ ไม่ว่าคีย์จะทำอะไร อย่ายกโทษให้ง่ายๆ ถ้าคีย์ยังไม่ได้บทเรียน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cher7343

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1


Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter 4 : until you kissed my lips and you saved me [Special Key’s part]


                                                                                   ....3 ปี...

          ไม่ใช่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน รู้มาตลอด.. แต่ไม่กล้าไปหา ไม่ว่าเวลา 3 ปีจะนานแค่ไหน แต่ผมก็รออยู่ตลอด ถ้าอีกฝ่ายพร้อมจะกลับมาก็ยังพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่  แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดที่สุดคือ เขาไม่เคยคิดจะกลับมา

          ถ้าวันนั้นไม่ปิดโทรศัพท์ วันนี้ก็อาจจะได้ยืนคู่กัน ความผิดเพียงอย่างเดียวของโรมคือ เขาไม่น่าหนีไปแบบนั้น  ผมไม่เคยคิดที่จะโทษเขา มันสมเหตุสมผลสำหรับเขาแล้วที่จะหนีไป

          แต่มันแค่ไม่ยุติธรรมสำหรับผม .. ไม่กล้าพูดว่าความจริงมันเป็นยังไง ไม่อยากพูดถึงความจริง.. ความจริงที่ว่าคืนนั้นทั้งคืน ผมไม่ได้อยู่ในคอนโด 

          ไม่เคยคิดจะนอกใจแม้แต่ครั้งเดียว เพราะรักเขาคนเดียวมาตลอด จึงไม่อยากทำให้เจ็บ แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เคยเข้าข้างใคร เมื่อถึงเวลาที่มีความสุขที่สุด ท่านกลับพรากทุกสิ่งคืนไปอย่างง่ายดาย ราวกับไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน


           เอกสารสมัครงานที่ยื่นเข้ามาเกือบร้อยคน คัดเหลือแค่ชื่อ ตุลท์ กุลชาต คนเดียว หลายต่อหลายครั้งที่เขาเมินเฉยกัน จนทำให้ผมหงุดหงิดใจ ไม่ชอบให้เขาทำเป็นไม่รู้จักกัน

          ผมรู้ตัวดีว่าตัวเองโง่เกินกว่าจะได้รับการให้อภัยจากโรม แต่ผมไม่อยากให้เขาทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

                                                                             ความเย็นชา

                                                                            ความหมางเมิน

          มันทำให้ผมเจ็บปวดซะจนไม่อยากมองหน้าเขาอีก แต่ผมก็ไม่อยากเสียเขาไปอีกเหมือนกัน


          ผมทรุดตัวนั่งลงพิงประตูหน้าห้องของอีกฝ่าย ได้ยินเสียงสะอื้นแว่วออกมา อยากเข้าไปปลอบ อยากเข้าไปหา แต่ทำไม่ได้.. ผมมันก็แค่คนขี้ขลาด 

          “พี่ขอโทษนะ..”

          ผมรู้ว่ามันเห็นแก่ตัวที่ไม่ยอมบอกความจริงแก่เขา แต่ถ้าบอกแล้วเขาจะหนีไปอีก มันมีอีกหลายเรื่องที่ผมยังบอกเขาตอนนี้ไม่ได้  อยากให้เวลามันเป็นตัวพิสูจน์เราสองคน

                                         ผมรู้ว่าทั้งคืนเข้าไม่ได้นอน หน้าตาที่ทรุดโทรมขนาดนั้น ไม่รู้เขาจะรู้ตัวบ้างรึเปล่า

           “เอ่อ / นี่” ผมสังเกตเห็นเขาก้มหน้าลง เมื่อเรามีบางสิ่งที่จะพูดพร้อมกัน

          “คุณพูดก่อนก็ได้ครับ”

          ถึงจะไม่ชอบที่เขาใช้คำพูดที่เป็นทางการกับผม แต่มันก็ดีกว่าเขาไม่พูดกับผมเลย

          “ขอโทษนะ.. ”

          “..”

          “ที่ตบเมื่อวาน”

          “...อือ”

          ผมไม่หวังที่จะได้ยินคำยกโทษ เพราะรู้จักคนอย่างโรมดี แค่เขารับฟังคำขอโทษผมมันก็มากเกินพอแล้วละ
 

          ผมกับโรมเข้าทำงานสายเกือบ 3 ชั่วโมง เพราะต่างคนต่างก็ทำเรื่องของตัวเองจนลืมดูเวลา พนักงานหลายคนที่ก้มหัวให้ผม และมองมาด้วยความสงสัย เมื่อเห็นคนที่เดินเคียงข้างผม

          วันนี้ไม่มีนัดอะไร มันทำให้ผมนั่งมองเขาทำงานได้ตลอดทั้งวัน และดูเหมือนเขาจะเกร็ง จนผมแทบหลุดขำ

          “คุณ .. เมื่อไหร่จะเลิกจ้องผมครับ ผมไม่มีสมาธิจะทำงานก็เพราะคุณนั่นแหละ”

          ใบหน้าของเขาบึ้งตึง จนผมอดไม่ได้ที่จะขำออกมา จนใบหน้านั่นดูจะบึ้งตึงมากกว่าเดิม

          “ไปหาอะไรกินกันเหอะ กูหิว”

           “ผมยังทำงานไม่เสร็จครับ ”

         “ช่างมันเหอะ”

          “...”  โรมไม่พูดอะไรตอบ ถึงเขาจะดูงงๆ แต่ก็ยอมเก็บของและตามผมออกมา

          ผมเลือกที่จะในห้างแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับบริษัท เราเลือกกินอาหารง่ายๆที่ไม่ต้องรอนานในนี้ ต่างคนต่างสั่ง ต่างคนต่างกิน โดยไม่มีใครพูดอะไร

          มันอาจต้องใช้เวลา กว่าจะทำให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม.. แต่ก็แค่อาจจะ

          ผมไม่เคยหวังให้มันกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน ถ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้..

                                                                    ก็เริ่มต้นมันใหม่ซะ

          ครืด.. ครืด

          ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนที่จะถอนหายใจอย่างหน่ายๆ เมื่อหน้าจอขึ้นชื่อของใครบางคนที่ผมไม่อยากเห็นหน้า

                   ‘ สีคราม ’

          ผมเลื่อนมือไปกดรับสายของอีกฝ่าย  ถึงจะไม่ชอบยังไง แต่เพราะมันจำเป็น ผมจึงจำใจต้องคุยกับสีครามอย่างเลี่ยงไม่ได้

          “มีอะไร ?”

          “พี่อยู่ไหนครับ ”

          “ทำไมเหรอ ?”

          “พี่อยู่บริษัทรึเปล่าครับ ? พี่รินดาจะเข้าไปหาพี่ พี่ว่างรึเปล่า ?”

          “ไม่ว่าง”

          “ไม่ว่างนี่คือทำอะไรเหรอครับ ?”

          “ทำไมพี่ต้องบอกนาย ?”

          “อ้อ.. ไม่ใช่ว่าพี่กำลังเดทกับเลขาเหรอครับ ? พี่ไม่ชอบผมแต่กลับไปเลือกคนแบบนั้นเหรอ ? เฮ้อ...ผมละผิดหวังกับพี่จริงๆเลย....”

          เพราะไม่อยากคุย จึงเลือกที่จะตัดสายอีกฝ่าย หลังจากที่ตัดสายสีคราม ผมกับโรมเดินออกมาเลือกของใช้หลายๆอย่างที่เขายังไม่มี 


          “พี่คีย์ครับ !”

          ผมหันไปมองด้านหลัง ก่อนจะพบกับสีครามที่ใส่ชุดลำลองสบายๆเดินเข้ามาหาผม  ผมเหลือบมองโรม ผมรู้ว่าโรมไม่ชอบคนแบบไหน และดูเหมือนสีครามจะไม่ใช่คนที่น่าชอบเท่าไหร่

         “เดี๋ยวผมไปเลือกของต่อก็ได้ คุณก็อยู่กับสีครามนะครับ”

          พูดจบก็เดินแยกออกไป จนผมต้องเดินตามไปเงียบๆ สีครามเดินตามผมเงียบๆด้วยเช่นกัน จนกลายเป็นว่าพวกเราต่างก็ไม่พูดอะไร และสีครามเหมือนจะเป็นคนสุดท้ายที่ทนกับความเงียบแบบนี้ไม่ได้

          “พี่รินดากลับมาตั้งเกือบเดือนแล้วนะครับ พี่ไม่ไปหาเธอบ้างเหรอ”

          “ไม่ใช่เรื่องจำเป็น”

          “เหรอครับ ? ไม่จำเป็นจริงๆเหรอครับ แล้วเรื่อง..”


          ผมกระชากแขนของสีครามออกมาคุยกันที่ๆห่างจากโรมพอสมควร

          “จะพูดอะไรกันแน่”

          “พี่นั่นแหละ จะหนีความจริงไปถึงเมื่อไหร่ ยังไงสักวันนึงเขาก็ต้องรู้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ”

          “เหอะ..ใครกันแน่ที่หนีความจริง นายไม่รู้จริงๆเหรอ...ว่าความจริงมันเป็นยังไง ?”

          “...”

          “อย่าว่าแต่พี่ที่หนีความจริง นายเองก็กำลังหนีความจริงอยู่เหมือนกัน”




--------------------------------------------
คือมันสั้นไหม.. 555  เดี๋ยว ตอนหน้าจะเพิ่มให้เยอะๆนะคะ
ถ้าเกิดว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาอัพเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าติดสอบเนอะ
หยุดปีใหม่สัปดาห์หน้าคงได้อัพยาวเลย ถ้าไม่ได้ไปไหน 555 ใครที่ไปเที่ยว ก็ขับรถดีๆนะคะ
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้

ออฟไลน์ SrimindSrimind

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สงสารโรม รอตอนต่อไปค่ะ :m15:

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
ติดตามนะคะ  :mew1: จะรอนะคะ สู้ๆค่ะ  :impress2:

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
คือยังงายยยยย

ออฟไลน์ เกริด้า(๐-*-๐)v

  • ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแหละ
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +349/-29
ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง คนที่ไม่เคยคิดอธิบายอะไรเลยก็เป็นคนผิดอยู่ดี
จะมาบอกว่าเขาไม่กลับมาหา รออยู่ตลอด
แล้วตอนเขามีปัญหา เคยคิดช่วยบ้างไหม ก็เห็นเอาแต่มองเฉยๆจนเขาหมดสิ้นหนทาง
คนปากดีและทำตัวเลวๆ ไม่ควรได้รับสิ่งดีๆ
แผลในใจมันลึกนะ ยากนักที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ กลับมารักกันไม่ได้แล้วแหละ
#เปลี่ยนพระเอกเถอะ#

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
รออีกหน่อยแล้วกันก่อนจะด่าพระเอก แต่ท่าทางสีครามนี่ท่าจะเป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน

อ้างถึง
ความจริงที่ว่าคืนนั้นทั้งคืน ผมไม่ได้อยู่ในคอนโด 
ผู้ชายคนนั้น เจ้าของรอยสักบนเตียงไม่ใช่คีย์หรือ? ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายใด?

รอดูว่าความจริงคืออะไร ใครทำอะไร เรึ่องเป็นไง  รออาทิตย์หน้าค่ะ กะอ่านยาวๆ  กดดันไปไหมเนี่ย? :hao3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-12-2014 22:47:20 โดย Kano Jou »

ออฟไลน์ praewp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 203
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
เมื่อไรเมื่อไรโรมจะรู้ความจริงที่เป็นความจริงล่ะ

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1


Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter 5 : My hands, they're strong but my knees were far too weak


นับตั้งแต่วันที่เขาคุยกับสีคราม คีย์ก็ดูเครียดขึ้น จนผมไม่อยากจะพูดอะไรมากมาย วันนี้ผมต้องเก็บของ เพราะตอนเย็นผมกับเขาต้องนั่งรถไปเชียงใหม่ ทั้งๆที่ผมบอกว่าให้นั่งเครื่องไป มันจะเหนื่อยน้อยกว่า แต่เขาก็เลือกที่จะขับรถไปอยู่ดี

“มึงอยู่จัดของไปก็ได้ กุญแจสำรองตั้งอยู่บนโต๊ะ เดี๋ยวกูเข้าไปดูงานในบริษัทก่อน”

ผมก้มหน้านิ่งจัดกระเป๋าต่อไป จนเขาเลิกสนใจและเดินออกไป

ผมแค่กำลังคิด.. คิดและตัดสินใจบางอย่าง


เพราะผมไม่ได้ขนอะไรออกมามากมายตอนที่ออกมาจากบ้าน มันทำให้ผมแทบไม่ต้องเก็บอะไรมากมายด้วยเช่นกัน ผมเดินไปหยิบกุญแจสำรองที่ตั้งอยู่บนโต๊ะที่เขาบอก ก่อนจะออกจากห้องไป

ผมเลือกนั่งแท็กซี่มาลงที่ร้านทำแหวนร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดสักเท่าไหร่

 “สวัสดีครับ มาทำอะไรเหรอครับ ?”

ผมไม่แน่ใจว่าผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าเคาเตอร์ เขาเป็นเจ้าของร้านหรือเป็นพนักงานกันแน่

“มาขายแหวนครับ”

“อ้อ งั้นขอดูแหวนก่อนได้ไหมครับ ?”

ผมยื่นแหวนสีขาวสะอาดไปให้เขา ยืนมองเขาก้มๆมองๆแหวนวงนั้นอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะทำตาโตและหันมาพูดกับผม

“โห.. จะขายจริงๆเหรอครับ ผมคิดว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าขายมันจะดีกว่านะครับ เพราะแหวนวงนี้คงเป็นแหวนสั่งทำที่หาได้ยากมากเลยนะครับ” 

“..ราคามันเท่าไหร่เหรอครับ ?”

“อันนี้มันแล้วแต่คุณลูกค้านะครับ เพราะว่าทางร้านเรามีโปรโมชั่นให้เลือก ถ้าเกิดว่าคุณลูกค้าจะรับเงินครึ่งนึง ก็จะมาผ่อนแหวนคืนทีหลังได้ครับ แต่ถ้าเกิดว่าจะรับเงินเต็มจำนวน ทางร้านเราก็จะขายแหวนต่อให้กับคนอื่นเลยครับ”

“งั้นผมรับเงินแค่ครึ่งนึง แล้วค่อยมาผ่อนคืนทีหลังนะครับ”

“ได้เลยครับ ส่วนราคาครึ่งนึงก็ประมาณห้าหมื่นบาทนะครับ”

 ผมนั่งรอเขาเก็บแบงค์สีเทาจำนวนหนึ่งลงในห่อกระดาษสีน้ำตาล ก่อนจะยื่นมันให้ผม  ผมรับไว้ใส่ในกระเป๋า และเดินออกจากร้านไปทันที เดินไปยังร้านโทรศัพท์ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่

“มาซ่อมโทรศัพท์ครับ”

“เป็นยังไงเหรอครับ?”

“จู่ๆก็เปิดไม่ติด”

“งั้นเดี๋ยวรอสักครึ่งชั่วโมงนะครับ ถ้ามีธุระ ก็ค่อยกลับมาเอาก็ได้นะครับ”

“งั้นไว้ผมกลับมาเอาตอนเย็นนะครับ”

ทางร้านเขียนใบเสร็จให้ผม  เมื่อทำธุระทุกอย่างหมดแล้ว ผมถึงได้กลับมายังคอนโดของคีย์ และพบว่าเขากลับมาถึงก่อนผมซะอีก


“ไปไหนมา ?”

“ไปซ่อมโทรศัพท์ครับ”

“มึงจะกินอะไรก่อนออกไปไหม ? ”

“ยังไงก็ได้ครับ”

เขาดูหน่ายๆกับคำตอบของผม ผมนั่งดูทีวีในห้องรับแขก ส่วนเขาก็เข้าไปทำอาหารในครัว เราต่างก็อยู่ในห้วงความคิดของตัวเองอีกครั้ง


ผมไม่ได้สนใจรายการที่ปรากฏอยู่บนทีวีมากนัก  รู้สึกล้าๆจนไม่อยากจะทำอะไร พักหลังมานี้ผมแทบไม่ได้นอนครบ 3 ชั่วโมงเลย เพราะความรู้สึกเมื่อยล้าเริ่มเข้าเล่นงาน บวกกับน่าจะอีกนานกว่าคีย์จะเริ่มเดินทาง ผมจึงค่อยๆเอนตัวลงนอนบนโซฟา ปิดเปลือกตาที่เริ่มหนักอึ้งเต็มที ก่อนจะหลับไปอย่างง่ายดาย

......


เย็น..

เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดขึ้น เมื่อรับรู้ถึงไอเย็นของบางสิ่งที่แตะลงบนแก้ม ผมปัดสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บนหน้าออกไป ก่อนจะพบว่ามันเป็นกระป๋องเบียร์ของคีย์ เขายื่นมันมาแตะหน้าผม พร้อมส่งยิ้มมาให้ ...ผมเบือนหน้าหนี ... ไม่อยากเห็น..

 “ไปกันได้ยัง ?”

“ อือ ”

คีย์เดินออกไป โดยที่มีผมเดินตามหลัง เกือบ 2 ชั่วโมงเต็มที่ผมหลับไป ระหว่างนั้นคีย์ก็คงยกระเป๋ามาใส่ในรถแล้ว

 “เดี๋ยวช่วยวนรถไปเอาโทรศัพท์ตรงร้านที่อยู่ข้างคอนโดให้หน่อยได้ไหมครับ ?” ผมพูดเมื่อนึกขึ้นได้ ให้ตาย.. เพราะหลับจนลืมเวลาแท้ๆ ถึงได้ลืมเรื่องโทรศัพท์ไปได้

“อืม ก็ได้นะ แต่มึงน่าจะบอกกูก่อน เพราะร้านนั้นซ่อมโทรศัพท์แล้วมีปัญหาบ่อย”

เขาวนรถกลับมาอีกรอบ ผมลงไปเอาโทรศัพท์ ถึงจะรู้สึกว่าโทรศัพท์มันแปลกๆ แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไร อาจจะคิดมากไปเพราะคำพูดของคีย์


จากชั่วโมง วนเวียนไปเรื่อยๆ จนเกือบครบ 8 ชั่วโมงเต็ม กว่าจะถึงปลายทาง ผมล้าไปหมดแทบทั้งตัว ถึงโรงแรมก็เช็คอินเข้านอนแทบจะทันที เพราะเวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืนแล้ว

“มาทำงาน”

“จะตามมาทำไม”

“พี่ว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆนะ”

“รินไปสงบตัวเองก่อนแล้วค่อยมาคุยกับพี่”

 “..อย่าสร้างปัญหาให้พี่ไปมากกว่านี้เลยนะ ถือว่าพี่ขอ”


เสียงคุยโทรศัพท์ปลุกผมให้ตื่นขึ้นมา  ผมบิดตัวไล่ความขี้เกียจออกไป สายตาปะทะเข้ากับคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่นอกระเบียง  ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ว่าทำให้ผมตื่น

ผมลุกไปเข้าห้องน้ำ เพิ่งรู้ตัวว่าตื่นมานอนในห้องเดียวกับเขา เมื่อคืนผมแทบไม่ได้คุยกับเขาสักประโยค  มาถึงก็หลับอย่างเอาเป็นเอาตาย

                                                                               ติ๊ด

‘ หมายเลข 099-xxx-xxx พยายามติดต่อคุณเวลา...’

ข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเลื่อนหน้าจอเพื่อดูข้อความทั้งหมด

346 missed call

400 ข้อความ


คงไม่มีใครบ้าติดต่อผมมากขนาดนี้  เบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอเป็นเบอร์ของอาผม อาคนนี้เขาเป็นคนนิสัยดีนะ และคงเป็นคนนิสัยดีคนแรกที่ไล่ผมออกมาจากบ้าน 

“เหอะ..”

ผมวางโทรศัพท์ลง อาบน้ำและชำระร่างกาย ก่อนจะออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดลำลองที่ดูเป็นทางการมากกว่าปกติ วันนี้ผมคงต้องไปคุยงานกับคีย์ แต่ดูเขาไม่ค่อยจะกระตือรือร้นที่จะทำงานนี้เท่าไหร่นัก

เรากินข้าวกันภายในโรงแรม  ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่าว่าคีย์ดูเครียดๆมากกว่าปกติ  แต่เขาก็ดูเครียดทุกวันอยู่แล้วมั้ง  เราออกจากโรงแรมเพื่อไปคุยงานตอนเกือบแปดโมง

หน้าที่ของผมก็ไม่มีอะไรมาก แค่จดๆจำๆบางสิ่ง และเตรียมเอกสาร ความจริงงานวันนี้มันแค่มาคุยงานกันครึ่งวัน ก็กลับได้เลย แต่ผมก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่า ทำไมคีย์ต้องให้มาค้างคืนอีกหลายๆคืน

“มึงหิวรึยัง ?”

“ก็ไม่เท่าไหร่นะครับ”

“อืม..งั้นค่อยกลับไปกินข้าวที่โรงแรมนะ”

“ครับ”

ที่โรงแรมดูเหมือนจะมีงาน สวนด้านหน้าถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้ต่างๆ  จัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆให้เดินเล่น บรรยากาศที่นี่ได้กลิ่นอายของล้านนาจนน่าขนลุก ความสวยงามตามความเก่าแก่ของโรงแรม มันทำให้โรงแรมแห่งนี้ดูมีคุณค่าบางอย่างขึ้นมา

“ที่นี่เขามีงานอะไรกันเหรอครับ ?” ผมเอ่ยถามพนักงานผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนต้อนรับลูกค้าอยู่

“เป็นงานที่ลูกค้าท่านหนึ่งได้ขอให้จัดเอาไว้นะคะ น่าจะเป็นดินเนอร์คู่รักนะคะ”  พนักงานส่งยิ้มให้ผมทันทีที่พูดจบ ผมแค่พยักหน้ารับรู้ แล้วก็เดินขึ้นห้องไป   

“ดูเหมือนข้างล่างจะมีงานคู่รักนะครับ”

“เหรอ ? เขาบอกมึงอย่างงั้นเหรอ”
ผมได้ยินคีย์หัวเราะ แต่ไม่เข้าใจว่าเขาจะหัวเราะทำไม มันไม่มีอะไรน่าขำสักนิด หรือเขาจะประสาทเสียเรื่องความรัก

“ไปหาอะไรกินกันเหอะ”

“ที่ไหนเหรอครับ ?”

“ชั้นล่างไง”

“ก็พวกเขาจะจัดงานให้คู่รักไม่ใช่เหรอครับ”

“ไปเหอะ”

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ แต่ผมก็เลือกจะเดินตามเขามา ดีกว่าให้เขาอารมณ์เสียมากกว่าที่ผมไม่ทำตาม

อาหารที่ถูกจัดเอาไว้ ไม่รู้ว่าใช้ต้อนรับพวกเรารึเปล่า แต่คีย์ก็เดินเข้าไปนั่งอย่างไม่เกรงใจใคร นี่เขาได้ฟังที่ผมพูดจริงๆรึเปล่า ว่ามันมีงาน

“คุณจะกินที่นี่จริงๆเหรอครับ”

“ถ้ามึงไม่อยากกิน ก็ไม่ต้องกินก็ได้นะ”

ทำไมผมถึงรู้สึกว่าวันนี้เขาจะพูดจากวนมากกว่าปกติ ให้ตาย..เขาคงเครียดเรื่องงานจนประสาทกลับจริงๆ

“ไปเดินเล่นตรงนั้นกันเหอะ”

“หา ?”
 
เขาไม่พูดซ้ำ แต่จับมือผมเดินไป จนผมต้องสะบัดมือออก.. จู่ๆ..ผมก็รู้สึกไม่ดี มันหน่วงๆในใจ เหมือนหายใจไม่ออก ภาพที่เขาเดินจับมือผมในวันนี้ ผมไม่อยากให้มันซ้ำกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ใช่ไม่อยากลืม.. แต่อยากเก็บเอาไว้ จะได้จำว่าครั้งนึงการถูกหักหลังมันรู้สึกยังไง ..

และผมเกลียดที่เขาทำเหมือนไม่รู้สึกผิดอะไร
[/b]


“ผมว่าเรากลับขึ้นไปบนห้องกันเถอะครับ”

“ไม่อยากฟังจริงๆเหรอ”

“อะไรเหรอครับ ?”

“คิดว่าพี่พามาถึงเชียงใหม่แค่มาคุยงานครึ่งวันแล้วก็กลับงั้นเหรอ”

“...แล้วจะให้ผมถามอะไร  อยากให้ผมถามว่านอนกับผู้หญิงคนนั้นแล้วรู้สึกยังไงเหรอ ?”

แววตาของเขามันฉายแววความเจ็บปวด.. แล้วคิดว่าผมรู้สึกดีรึไง เขามันบ้านะ ที่ไม่ตัดขาดจากผม ...จะทรมานผมไปถึงไหนกัน ...

“..งั้นถ้าพี่บอกนายว่าวันนั้นพี่ไม่ได้นอนกับผู้หญิงคนนั้นละ ?”

“พี่คิดว่าผมโง่เหรอ.. ”

“แล้วนายไม่อยากรู้จริงๆเหรอ ไม่อยากฟังคำอธิบายสักนิดเลยเหรอ”

“พี่ลองพูดมาสิ..  คนอย่างพี่ไม่เคยอธิบายอะไรเลย.. ทิ้งผมไว้กับความเจ็บปวดแบบนั้น..ฮึก..ผมกับพี่...เราไม่น่ามาเจอกันอีกเลย..”

ทุกอย่างตรงหน้ามันเริ่มพร่ามัวไปหมด จำไม่ได้แล้วว่าผมเป็นคนร้องไห้ง่ายๆแบบนี้ตอนไหน .. และการที่ผมเป็นแบบนี้มันทำให้ผมเริ่มเกลียดตัวเอง ..

“ขอโทษ..”

“ขอโทษแล้วมันลบความรู้สึกตอนนั้นออกไปได้เหรอ...พี่คิดว่ามันลดความเจ็บปวดของผมได้เหรอ !? ”

“...”

“...”

“แค่ตอนนี้ .. ถ้าพี่ขอเป็นคนเห็นแก่ตัวสักครั้ง..นายจะให้โอกาสพี่ไหม ? ”

“..”

“..ขอโทษ..ขอโทษที่ทำให้เจ็บ..”

“..พี่มันเลวที่สุดเลย...”

ผมเกลียดคนอย่างพี่... ไม่กล้าพูด.. คนอย่างผมไม่กล้าพูดแบบนั้นหรอก ถึงจะเจ็บเจียนตายผมก็ไม่กล้าพูดว่าเกลียดเขา เพราะวันนึง..ถ้าเขาเกลียดผมขึ้นมาเหมือนกัน.. ผมก็ไม่กล้าคิดว่าตอนนั้นผมจะรู้สึกยังไง


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ฝัullล้วlv

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 243
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
ฟังหน่อยเถอะ T T

ออฟไลน์ Guill

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4

ออฟไลน์ dekzappp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 271
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
T T หน่วงดีแท้

ฟังพี่เขาพูดหน่อยนะ อย่างน้อยจะได้รู้เรื่องในมุมมองของพี่เขาบ้าง

จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายแล้วละ

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10

ออฟไลน์ kkmm

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
 :katai1:ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
 :sad4:งื้ออออ พยายามเข้าใจกันนะ สู้ๆเราเอาใจช่วย

เจอเมนท์ก่อนหน้าไปถึงกับอึ้งค่ะ  :laugh: น่าร๊ากกกก  :jul3:

ออฟไลน์ twenty8

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 285
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
ชอบเรื่องนี้ค่ะ เป็นกำลังใจให้คนเขียนค่าา สู้ๆๆ

 :กอด1:

ออฟไลน์ สองโซ่แซ่กุญแจมือ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1

Once again ถ้าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน
Chapter 6 : To stand in your arms


เขากำลังร้องไห้..

ไม่ได้ร้องไห้แบบฟูมฟาย แต่แค่ปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมา ยิ่งเห็นแบบนั้น ทำไมผมต้องเจ็บปวดด้วย.. ผมยังรักเขาอยู่เหรอ หรือแค่สงสาร

ผมแค่อยากให้เขารู้สึกผิดบ้าง เจ็บปวดบ้าง แต่ทำไมพอมันเกิดขึ้นจริงๆ ผมถึงกลับต้องเป็นคนที่เจ็บปวดมากกว่าด้วย

เมื่อไหร่เรื่องบ้าๆแบบนี้มันจะจบสักที


“ถ้าผมให้โอกาสพี่อีกครั้ง ..ผมขอให้มันเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม ผมไม่อยากเจ็บอีกแล้ว”

“...”

เขากระชากผมเข้าไปกอด ผมทำได้แค่ยิ้ม ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกรึเปล่า เพียงวันนี้ผมขอลืมเรื่องทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นไปก่อน ผมคงไม่ดูน่าสมเพชเกินไปใช่ไหม


คนเรามันมีผิดพลาดกันได้..ใช่.. ผมรู้ และเพราะผมรู้ว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างของพวกคนเห็นแก่ตัวที่ไม่ซื่อสัตย์ในความรัก มันทำให้
ผมเกลียดพวกมักมาก แต่พอผมได้สัมผัสความรักเข้าจริงๆ ผมกลับได้รู้อีกอย่างหนึ่ง ว่าต่อให้คนที่เรารักเขาทำผิดพลาดอีกสักกี่ครั้ง.. มันก็ไม่ง่ายเลยจริงๆที่จะเกลียดเขาได้

“..ขอบคุณนะ ”

“.อือ..”


เราสองคนเดินกลับขึ้นไปบนห้อง ระหว่างทางเขาบอกผมว่างานที่จัด เขาจัดมันให้ผมเพื่อจะขอคืนดี  ผมเห็นเขายิ้มไม่หยุดตั้งแต่เดินมาจนถึงห้อง ไม่รู้สิ..เห็นเขายิ้มแล้วผมทำตัวไม่ถูก.. มันเขินๆนะ
ไม่ว่าต่อจากนี้ ผมอาจจะเสียใจในสิ่งที่ผมเลือก แต่ผมก็ดีใจนะ..ที่เคยได้รักเขา



“พี่ว่าเราน่าจะเที่ยวกันก่อนแล้วค่อยกลับ นายว่าไง ?”

“ก็ดีนะ”

                               ติ๊ด ติ๊ด..

 ผมยกโทรศัพท์ขึ้นดู และเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอมันทำให้ใจผมเต้นแรง ก่อนจะกดรับโทรศัพท์

“..”

“โรมเหรอ !!? นี่อาเองนะ.. อา..”

“อายังมีสมองอยู่รึเปล่า ..วันหลังอย่าเอาโทรศัพท์ของพ่อแม่ผมมาใช้แบบนี้อีก หันคิดซะบ้างนะครับ” พูดจบผมก็วางสายทันที
รู้สึกแปลกๆตั้งแต่เห็นชื่อเบอร์เป็นเบอร์ของพ่อผมแล้ว..ครั้งนี้อาเล่นแรงไปจริงๆนะ

“อาโทรมาเหรอ”

“อืม”

“จะไม่คุยกับเขาหน่อยเหรอ.. บางทีมันอาจเป็นเรื่องจำเป็นก็ได้นะ”

ผมไม่ได้ฟังที่เขาพูดหรอก.. แต่ผมรู้สึกว่าโทรศัพท์ในมือมันร้อนมากขึ้นนะ ตั้งแต่ตอนที่คุยอยู่แล้วละ ผมมองโทรศัพท์ในมือที่
ร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ..

“มีอะไรรึเปล่า ?”

“ผมว่าโทรศัพท์มันแปลกๆนะ.. ”

“ขอพี่ดูหน่อย”

ผมยื่นโทรศัพท์ให้เขา..และผมเพิ่งรู้ว่าผมไม่น่ายื่นให้เขาเลย..

                ปัง !

“เฮ้ยย..!!”

“เหี้ยเอ้ย.. !”

“พี่ ! ”

เลือดสีแดงฉานไหลหยดลงบนพื้น.. มือผมสั่นไปหมด แผลเหวอะหวะสีแดงบนแขนของเขา กลิ่นคาวเลือดที่ผสมกับกลิ่นไหม้อบอวนอยู่ในอากาศ สีหน้าที่บิดเบ้เพราะความเจ็บปวดของเขา มันทำให้ผมรู้สึกกลัวและสับสนไปหมด ..

“พ..พี่..”

“โทรเรียกพนักงานด้านล่าง ...เร็ว !”
 

ตลอดเส้นทางที่ผมนั่งรถของโรงแรมมายังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในตัวเมืองมันทำให้ผมรู้สึกว้าวุ่นไปหมด.. คีย์ใช้มือที่ไม่เป็นอะไรกุมมือผมไว้หลวมๆ พลางบอกว่าไม่เป็นไรมาตลอดทาง แต่เพราะผมกลัวเกินไป . .ผมเลยแทบไม่มีสติอยู่กับตัวเลยด้วยซ้ำ

 พอถึงโรงพยาบาล นางพยาบาลหลายคนที่กรูเข้ามาเพื่อจะนำตัวเขาไปทำแผล แต่ผมกลับฉุดมือเขาไว้ จนเขาหันกลับมามอง

“..พี่อย่าเป็นอะไรนะ ”

“..แผลแค่นี้เอง.. พี่ไม่ตายง่ายๆหรอก”

เขาส่งยิ้มให้ผมอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าห้องทำแผลไป.. เพราะความโง่ของผมแท้ๆที่ไปซ่อมโทรศัพท์กับร้านแบบนั้น


      ครืด.. ครืด

ผมล้วงโทรศัพท์ของคีย์ที่อยู่ในกระเป๋าออกมา เผลอหยิบมันออกมาด้วยตอนที่รีบออกมาจากโรงแรม

                                         ‘ รินดา ’

ผมเคยได้ยินคีย์คุยโทรศัพท์กับผู้หญิงที่ชื่อรินดาบ่อยๆ  โทรศัพท์สั่นจนหยุดนิ่งไป .. ผมกลัวจะเสียมารยาทเกินไปที่จะรับมัน แต่ดูเหมือนผู้หญฺงคนนี้จะมีความพยายามที่จะโทร จนผมต้องกดรับ

“คีย์พักอยู่โรงแรมไหนคะ ?”

“ขอโทษนะครับ แต่ผมไม่ใช่คีย์..ผมเป็นเลขาของของเขานะครับ”

“อ้อ...แล้วไม่ทราบว่าคีย์อยู่ไหนเหรอคะ ?”

“คือมันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนิดหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมกับเขาเลยอยู่ที่โรงพยาบาล..”

“ฉันกำลังจะผ่านโรงพยาบาลแถวนั้นพอดี เดี๋ยวจะเข้าไปหานะคะ”

“เอ่อ..แล้วคุณเป็นลูกค้าของคีย์เหรอครับ”

“...ไม่ต้องรู้หรอกคะ”

เธอวางสายไปเมื่อพูดจบ มีเพียงผมที่ยืนนิ่งค้างราวกับโดนด่า แต่คงดูเหมือนผมยุ่งเกินไปจริงๆนั่นแหละ พวกเขาจะเป็นลูกค้ากันหรือเป็นอย่างอื่น ..ผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปถามเธอแบบนั้น


เกือบครึ่งชั่วโมงที่ผมนั่งรออยู่ด้านนอกด้วยความกระวนกระวายใจ ไม่รู้ว่าแผลมันลึกขนาดไหน พวกเขาถึงต้องทำแผลกันนานขนาดนี้ ผ่านไปสักพักสายตาของผมก็ไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินมาพร้อมกับสีคราม ซึ่งในมือของเธอจูงมือของเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนึงมาด้วย..

ผมจำเธอได้นะ.. เธอเป็นผู้หญิงที่สวย สง่า และผมเคยเจอเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง ..

ในคอนโดคีย์คืนนั้นไง

“พี่คีย์เป็นไงบ้างเหรอครับ ??” สีครามดูมีสีหน้าที่เป็นกังวลอยู่พอสมควร ..จนมันมากเกินกว่าแค่คนรู้จักจะเป็นกังวลกันได้

“สีครามไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ..ผมคิดว่าน่าจะไม่เป็นไรมาก”

“คุณ..”

“ครับ ?”

“เรียกผมว่าคุณสีครามสิครับ เราไม่ได้สนิทกันในแบบที่คุณจะเรียกชื่อผมเฉยๆได้นะครับ” สีหน้าของสีครามดูเรียบตึง..

                                               นิสัยของสีครามเป็นนิสัยของคนที่ไม่น่าคบหาด้วยเอาซะเลย ..

“ไง.. ”

“...”

“ไม่เจอกันนานนะคะ ยังสบายดีอยู่ไหม”

หัวใจผมเต้นแรงไปหมด เมื่อได้ยินคำทักทายจากปากของผู้หญิงคนนั้น รวมถึงเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ดูจะไม่ค่อยคบหาคนซะเท่าไหร่

นี่มันบ้าอะไรกัน ?

“ผมคิดว่าคุณคงเข้าใจอะไรบ้างอย่างที่พี่คีย์เขาปกปิดคุณไว้แล้วสินะ .. อย่าทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกเพราะคุณคนเดียวเลย.. ยังไงก็สงสารเด็กที่ไม่รู้เรื่องบ้างนะครับ” สีครามพูดกับผม แต่ดูเหมือนคำพูดของเขามันไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทของผมสักเท่าไหร่.. 

เพราะสายตาของผมจดจ้องอยู่แค่บนใบหน้าของเด็กน้อยตัวเล็ก หน้าของเธอฉายแววบางอย่างที่เหมือนกับคีย์นะ แต่บางอย่างก็ไม่เหมือน..

“พวกคุณมีลูกด้วยกันเหรอ ?” อยากถามให้ชัด.. จะได้ตัดสินใจสักทีว่าจะทำยังไงกับคนที่ไม่ยอมพูดความจริงอะไรเลย

“คะ.. ”

“ชื่ออะไรเหรอครับ ?”

“...น้องคินรดาคะ...”

 “เธอสวยนะครับ..เหมือนคุณเลย”

ผมส่งยิ้มให้เธอ..เหมือนที่เคยส่งยิ้มให้เธอคืนนั้น เพียงแต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ส่งยิ้มกลับมา.. สีหน้าของเธอมันฉายแววตื่นตระหนกและกังวลอย่างชัดเจน .. ผมไม่รู้หรอกนะว่าสิ่งที่เธอกำลังกังวลอยู่มันคืออะไร เพราะผมคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรู้แล้วละ

“คุณชื่อรินดาใช่ไหมครับ ?”

“คะ”

“ผมได้ยินชื่อคุณจากคีย์บ่อยนะ .. ขอให้คุณมีความสุขนะครับ”


เปล่า..

ในใจผมไม่ได้คิดแบบนั้นเหรอก

ใจจริงผมอยากให้พวกเขาพังพินาศไปทั้งครอบครัวเลยด้วยซ้ำ

แต่เพราะเคยรู้ว่าความรู้สึกหลังจากที่ตัวเองพังพินาศมันเป็นยังไง ผมจึงอวยพรให้พวกเขามีความสุข เพราะผมเชื่อว่าความสุขของพวกเขามันไม่ยั่งยืนนักหรอก..




------------------------------------------------------
หายตัวเข้ากรีบเมฆไปหลังสอบเสร็จ 555555
คิดๆดูเเล้ว..นิยายเรื่องนี้มันจะมีความสุขตอนไหนบ้างวะ
แต่งดราม่าได้ แต่พอแต่งฉากที่อบอุ่นเเล้วขนลุกแปลกๆ
นิยายเรื่องนี้จบแฮปปี้แน่นอน (น่าจะนะคะ คือแบบที่อยู่ในหัวเรา เราคิดว่ามันจบเเฮปปี้นะ..)
มีฉากอบอุ่นและซึ้งๆ (ก็ซึ้งในแบบของผู้เขียนเองนั่นเเหละ 5555)
ขอบคุณนะคะสำหรับคนที่ติดตามมาตลอด ไม่ว่าจะเม้นไม่เม้นนะคะ
มีอะไรติชมได้นะคะ ยินดีรับฟังเสมอ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-12-2014 15:49:21 โดย SpoilerNo.2 »

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
ซึ้งแบบคนเขียนนี่ ซึ้งแบบน้ำตาอาบแก้ม หมดม่าม่าไปสองลังรึป่วคะ?  :hao4:

ออฟไลน์ arigatozung

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
แฮปปี้แบบต่างคนต่างอยู่รึเปล่า พระนายไม่ได้คู่กันตอนจบ ระแวงเบาๆ  :hao4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด