At Dawn : แล้วพบกันใหม่....ตอน43 (12-07-17) ​p.23 ตอนจบ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: At Dawn : แล้วพบกันใหม่....ตอน43 (12-07-17) ​p.23 ตอนจบ  (อ่าน 188885 ครั้ง)

ออฟไลน์ ๐๐ตะวัน๐๐

  • ๐๐๐ลูกตาล๐๐๐
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน10(14-04-15)
«ตอบ #120 เมื่อ15-04-2015 17:46:58 »

ฮ่าๆๆๆพี่โป๊ะมโนไปเองสิน่ะ

เวลาวินอยู่กับพี่โป๊ะแล้วกลายเป็นคนกวนตีนขึ้นมาเลย

ออฟไลน์ envylover

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน10(14-04-15)
«ตอบ #121 เมื่อ25-04-2015 22:31:51 »

โอมจะไม่อยู่แล้ว วินไม่เหงาแย่เหรอเนี่ย เหมือนคนในโลกของวินจะห่างไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ออกมาเผชิญโลก มันจะเหงามากน้าวินนน

ส่วนพี่โป๊ะปล่อยมันไปเถอะ สมงสมองไปหมดละ ให้นางอยู่กับลูกแพร์ไปจนตายเถอะ แบบนี้คบกันไปใจช้ำเปล่าๆ ไม่มีคนรักคนไหนเอาชนะคนตายได้หรอกนะ

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +249/-3
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #122 เมื่อ03-05-2015 17:56:19 »

Title :  At Dawn
วารินทร์ x วิณณ์
*********
ตอนที่ 11



เช้านี้เสียงนกร้องกลับมามีความหมายกับผมอีกครั้งหลังจากที่หมางเมินธรรมชาติอยู่หลายอาทิตย์ ต้นเหตุที่ทำให้ธรรมชาติสิ้นฤทธิ์ในการเยียวยาโรคปฏิเสธสังคมของผมก็คือมนุษย์ประหลาดคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าผมข้ามหัวเขามาได้แล้วครับ
ไม่ว่าเขาจะเอายังไงกับร้านกาแฟเฮงซวยของเขา ผมก็จะเดินหน้าไปตามทางของผม
แต่แย่หน่อย ที่จุดหมายระยะใกล้ระยะแรกของผม ก็คือการนำเสนอเทอมโปรเจคที่มนุษย์ประหลาดคนนั้นเป็นคนมอบหมายไว้ให้ แต่วันที่ผมจะปะทะกับจุดหมายระยะใกล้ระยะแรก ก็คือบ่ายวันนี้
ให้ตายสิ! ไม่ค่อยพร้อมแฮะ

เมื่อเช้าวันนี้ แม่ครัวมือหนึ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา...อืม เวอร์ไปสินะครับ โอเค แม่ครัวมือหนึ่งของป้าผมที่บริหารโรงแรมระดับหกดาว ติดแม่น้ำเจ้าพระยา จัดสรรบันดาลไว้เป็นอย่างดีเชียว และป้าแกก็จัดไว้ให้ 2 ที่ ตามที่ผมบอกผ่านป้าสุไป

ที่แรกเป็นของผมแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนอาหารเช้าอีกที่ สำหรับโอมครับ เพราะตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ มันมาขลุกใช้ชีวิตอยู่บ้านผม ข้ออ้างแรกของโอมคือ อยากอยู่กับผมเยอะๆ เพราะเดี๋ยวเรียนจบก็ห่างกันแล้ว ข้ออ้างที่สองคือ มันต้องช่วยผมทำเทอมโปรเจค ฟังครั้งแรกชื่นใจครับ แต่ภายใต้สีหน้าเทพบุตรไม่โกนไรหนวดของมันนั้นต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ หลอกถามหนักเข้าผมก็ได้รู้แก่นใจของมัน
มันหลบแฟนเก่ามันครับ เหตุผลทุเรศชิบหาย แล้วทำไมต้องลากบ้านกูไปเกี่ยวข้องกับส้นตีนพี่ชายแฟนเก่ามึงด้วยวะ? ไหนจะเรื่องที่มันกิ๊กอยู่กับทรายทั้งที่แฟนเก่าทรายก็กำลังง้อสาวสุดชีวิตนั่นอีก สงสัยโอมจะเป็นคนที่ปล่อยให้กายหยาบว่างไม่ได้

น่าเสียดายที่เช้าวันนี้ อาหารเช้าอีกที่จะต้องจากโลกไปอย่างเดียวดาย เพราะโอมกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ แม้ว่ามันจะบอกไว้ว่าจะส่งนักกินข้าวเช้าตัวสำรองมากินส่วนของมันก็เถอะ ผมไม่คิดว่าเขา....

ปิ๊งป่อง

...จะมา...

หือ? มาจริงหรอเนี่ย?
ธุระก็แค่เรื่องกินข้าวเช้า จะถ่อมาถึงบ้านผมเลยหรอ? เช้าขนาดนี้เนี่ยนะ?!

ผมย่องไปเกาะขอบประตูแล้วโผล่หัวไปดูที่รั้ว

มาจริงๆ ด้วย นายมือโปร
แล้วทำไมผมต้องใจเต้นด้วยวะ? ทำไมรู้สึกได้ชัดแจ่มเลยว่าตัวผมเองกำลังยิ้ม
บ้าน่า!
ผมโมโหเขาอยู่นะ ข้อหาก็ใหญ่หลวงด้วย! เขากล่าวหาว่าผมขายตัว!
แต่ก็นั่นแหละ ผมบิดเบือนความเป็นจริงที่ว่าผมดีใจที่เขามาหาไม่ได้หรอก ผมไม่ได้เก่งเรื่องหลอกลวงตัวเองนี่นา
เฮ้อ!


“ไอ้ยุ่ง พี่เข้าไปเลยนะ” เราสบตากันแล้วเขาถึงได้ตะโกนบอกมา นี่เรียกว่าขออนุญาตหรือแค่บอกให้รู้ผมก็ไม่เข้าใจความต้องการการสื่อสารของเขานัก

ผู้ชายตัวสูงมุดรั้วแล้วก็ยืนตัวยืนตรงอีกครั้ง ในมือเขามีถุงกระดาษที่มีแบรนด์ตีตราอยู่ด้วย ถ้าเดาไม่ผิดก็คงไม่พ้นเสื้อผ้าล่ะมั้ง สงสัยหิ้วมาให้ไอ้โอม

“กินข้าวเช้ารึยังวิน”

“เกี่ยวกับคุณมือโปรด้วยหรอครับ” ผมแกล้งยียวนเขานิดหน่อย ดูเหมือนแดดอ่อนยามเช้าจะขัดเกลาจิตใจนายมือโปรได้พอสมควร เขาไม่โกรธผม กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ
นายคนนี้ตรงรี่มาหาผมด้วยจังหวะการเดินที่นุ่มนวล มือเขาหรือสายลมกันแน่นะ ที่ลูบเส้นผมของผมอย่างอ่อนโยนในตอนนี้

“กินข้าวกัน!” ก็แค่ชวนกินข้าว ไม่เห็นต้องยิ้มอบอุ่นขนาดนั้นเลย ไอ้บ้านี่!

กินก็ได้วะ!


#### @ D A W N  #####


ผมกำลังรู้สึกเหมือนกำลังลักลอบทำอะไรบางอย่างที่ไม่ควร ทั้งที่สิ่งที่ผมทำจริงๆ ก็แค่การร่วมรถกับเขามาที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น อีกอย่าง นี่มันก็รถผม ก็แค่เขาเป็นคนขับให้เท่านั้นแหละ เหตุผลก็ไม่ได้หน่อมแน้มน่าหยิกแก้มก้นหรอกครับ เขาก็แค่ “วินขับช้า เดี๋ยวพี่ขับเอง” อยากจะเถียงเหลือเกินว่ากูไม่ได้ขับรถช้า คุณมึงนั่นแหละที่ขับรถเร็วเกินไปเอง

แต่วันนี้ผมไม่คิดเถียงอะไรเขาหรอกครับ เพราะวันนี้ผมต้องพรีเซนท์เทอมโปรเจค แล้วเขาก็เป็นอาจารย์ที่เป็นคนให้คะแนนหลักๆ ใครจะโง่ไปเถียงคนที่ชี้ชะตากันเล่า

“อ้าว ไปไหน”

“ขึ้นอาคารสิครับ ต้องเตรียมพรีเซนท์”

“แล้วร้านล่ะ?” ทำไมเขาถึงคิดว่าผมจะให้ความสำคัญกับร้านกาแฟของผู้หญิงในใจเขามากกว่าการเรียนของตัวเอง อยากบ้ารักก็บ้าไป ผมไม่เอาด้วยหรอก

“ไม่ไปแล้วครับ”

“ก็พี่จ้างแล้วไง”

“ลาออก”

“โอเค งั้นทำให้ถึงสิ้นเดือนนี้ก่อน หาคนไม่ทัน” เอาจริงดิ? อืม ไม่ต้องเป็นผมก็ได้ เป็นใครก็ได้สินะ คนที่จะมาช่วยดูแลร้านกาแฟน่ะ

“ครับ จะทำให้ถึงสิ้นเดือน แต่ตอนนี้ต้องเตรียมพรีเซนท์ คุณมือโปรห่วงร้านนักก็เดินไปดูเองแล้วกัน ผมไม่ว่าง” ผมมองหน้าเขานิ่งเพื่อบังคับให้เขายอมรับหรือปฎิเสธเงื่อนไขของผมออกมาตรงๆ

ดูเหมือนเขาจะเข้าใจภาษาตาของผมได้ดี เขาจึงได้พยักหน้ารับแล้วก็ดับเครื่องยนต์

หน้าเขานิ่ง หน้าผมก็นิ่งเหมือนกัน
แต่หน้าเขาเศร้าลง ผมก็เลยหันหลังให้ เพื่อไม่ให้เขารู้ว่าเราเสมอกัน



13.30
การพรีเซนท์เทอมโปรเจคของผมกำลังตจะเริ่มต้นขึ้นแล้วครับ ปกติแล้วรุ่นผมมีเรียนกันอยู่ราว 50 คน จำนวนคนที่เข้าเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 30 คน  แน่นอนว่าผมเป็นพวก 20 คนที่มาบ้างไม่มาบ้าง อาศัยว่ามีคนอาสาเซ็นชื่อให้ เป็นน้องผู้หญิงในห้องที่เพิ่งเรียนจบป.ตรี นี่แหละครับ ไม่รู้หลงสเน่ห์ส่วนไหนของไอ้โอมถึงได้ดูแลเผื่อแผ่มาถึงผมด้วย

แต่เวลานี้ ในห้องที่มักจะมีเพียง 30 คนโดยเฉลี่ย จอแจไปด้วยคน 50 คน และแต่ละคนก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ เพื่อสุมหัวเตรียมตัวนำเสนอรายงานที่มีสัดส่วนคะแนนเกิน 50% ของวิชา

พวกเราตั้งใจกันมากๆ ครับ  อย่างน้อยผมก็จำลำดับเวลาการกดเปลี่ยนสไลด์ได้ก็แล้วกัน

10 นาทีผ่านไปแล้ว อาจารย์วารินทร์ วณิคพันธุ์ ถึงได้เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าแช่มชื่น
หลังจากที่แยกกันเมื่อสายๆ ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหน แต่ผมตรงดิ่งมายังห้องนี้ และพบว่าไม่มีใครมาเลย ผมเลือกลงไปตามหาที่โรงอาหาร และก็ได้เจอสมาชิกของกลุ่มรายงานรวมตัวกินข้าวและเตรียมเนื้อหากันอยู่ ผมได้กินข้าวกลางวันแล้ว ทำใจให้สบายแล้ว เจอเพื่อนแล้ว ยิ้มแล้ว หัวเราะก็แล้ว เยี่ยวก็แล้ว ไม่รู้ว่าเขาทำเรื่องจำเป็นกับชีวิตเหล่านี้รึยัง เกรงว่าจะเอาแต่นั่งคร่ำครึรอวันตายเพื่อไปพบกับหญิงสาวอันเป็นที่รักนั่นแหละ แบบนั้นมันดีเสียที่ไหนกันเล่า?

“วันนี้เฮียขรึมโคตร หล่อเข้มแบบนี้ไม่คิดว่าจะโง่คิดว่ามึงขายตัวเนอะ” ไอ้โอมเอียงตัวมากระซิบผมแล้วก็หัวเราะคิกคัก ผมได้แต่พยักหน้าเออออและหัวเราะตามนิดหน่อย สายตามองจับจ้องมองหน้าเขา แต่เขากลับไม่สบตาผมแม้เสี้ยววินาที

“โอเคครับ ดูเหมือนจะพร้อมกันทุกๆ กลุ่ม”
“แต่ก่อนเริ่มพรีเซนท์....” อาจารย์วารินทร์เริ่มพูด ขณะที่เสียงจอแจในห้องก็เริ่มเงียบลง
“เรามากำหนดกติกาการให้คะแนนกันดีกว่า”

“แต่ว่าอาจารย์กำหนดไว้แล้วนี่คะ ว่าหลักๆ จะดูเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน ชิ้นงานโฆษณาไม่ดู”

“ใช่ครับ นั่นคือวัตถุประสงค์หลักของการเรียนวิชานี้ แต่ที่พูดถึงเรื่องเกณฑ์การให้คะแนน ก็เพราะว่า พวกคุณทุกกลุ่มทีเนื้อหาที่แน่นพออยู่แล้ว แล้วอะไรจะเป็นตัวเปรียบเทียบล่ะครับ”
“ผมให้คะแนนทุกกลุ่มเท่ากันไม่ได้ แม้ว่าจะพอใจเนื้อหาที่คุณนำเสนอมากเท่ากันก็ตาม”
“เพราะฉะนั้น ก็มาช่วยกันกำหนดดีกว่านะ  15 นาทีก็เหลือแหล่”
“เริ่มจากผมก็แล้วกันนะครับ”
“สัดส่วน 100% ผมขอให้คะแนนเกี่ยวกับเนื้อหาที่พวกคุณทำมา 50%”
“สัดส่วนต่อไป เชิญกลุ่มที่ 1”

ตัวแทนกลุ่มแรก เสนอให้คะแนนความพร้อมของกลุ่ม 20% แปลเป็นภาษาคนง่ายๆ ก็คือกลุ่มไหนที่ทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการนำเสนองาน จะได้ไป 20%

“ครับ กลุ่มที่ 2 เห็นด้วยมั้ยครับ หรือจะปรับสัดส่วนแล้วเสนอการให้คะแนนส่วนอื่นมา”

เงียบครับ

“งั้นกลุ่มที่ 3” กลุ่มผมเอง เฮียยกมือแล้วก็เสนอการให้คะแนนที่แสนประหลาด

“เสนอให้คะแนนความบันเทิง 20% ครับ”

“นิยามความบันเทิงได้มั้ยครับ” อาจารย์วารินทร์ตามติดประเด็นทันที ผมเห็นเขาแอบยิ้มนิดนึงด้วย

“ความบันเทิงในที่นี้ หมายถึง เพื่อนๆ ดูพรีเซนท์แล้วชอบใจ อารมณ์ดี มีความสุข เฮฮา ไม่เครียด”

“โอเค พอครับ งั้น ความบันเทิง 20% นี้ เพื่อนในห้องเป็นคนให้คะแนนก็แล้วกัน แต่ละคนให้คะแนนเพื่อนตามกลุ่มด้วยนะครับ ไม่งงนะ แต่ละคน ต้องให้คะแนนเพื่อนรายกลุ่ม”

“กลุ่มที่ 4 เห็นด้วยมั้ยครับ หรือจะปรับสัดส่วน”

“เห็นด้วยค่ะ แล้วก็อีก 10% เสนอให้เป็นคะแนนการบริหารจัดการเวลาพรีเซนท์ค่ะ”

“อืม พวกคุณต้องการเวลาพรีเซนท์กลุ่มละกี่นาที”

เกิดเสียงอื้ออึงนิดหน่อย แล้วตัวแทนกลุ่มสุดท้ายก็เคาะกติกา

“จารย์ขา ตัวแทนกลุ่ม 5 ขอเสนอให้เวลาในการพรีเซนท์กลุ่มละไม่เกิน 40 นาทีค่ะ อีก 10 นาที ยกให้อาจารย์สำหรับซักถามข้อสงสัย”

“โอเค ครบ 5 กลุ่มนะครับ งั้นกลุ่มที่ 1 เห็นด้วยเรื่องเวลามั้ยครับ”

เห็นด้วยคร้าบบบบบบบบบบบบบบบ

เป็นอันว่า กติกาในการนำเสนอเทอมโปรเจคจบลงด้วยดี
ทั้งที่มันก็ไม่ใช่เหตุการณ์อะไรพิเศษเลย แต่ทำไมผมถึงได้ยิ้มไม่หยุดกับกิจกรรมที่เขาสร้างขึ้นกันนะ?


“วินๆ” เสียงกระซิบจากนรกรึไง? น่ารำคาญจริงๆ ผมหันไปเหล่เฮียที่เอาตีนเตะขาเก้าอี้ผม

“ไร”

“มึงจดรายละเอียดกลุ่มอื่นไว้ด้วยนะ แบ่งเป็นหัวข้อพรีเซนท์ เอาไว้เปรียบเทียบกับงานเรา อันไหนขาดมึงก็เติมตอนพรีเซนท์ด้วย จารย์น่าจะให้เอาเล่มไปแก้แล้วส่งอีกรอบแบบสมบูรณ์กว่าเดิมไรงี้ พี่ก็เดาๆ เอา”

“อ่อ โอเค” ผมรับคำแล้วเปิดสมุดสำหรับจดทุกสิ่งบนโลกใบนี้ หยิบดินสอกดคู่ใจขึ้นจดหัวข้อพรีเซนท์ของกลุ่มที่ 1 ทันที

กลุ่มผมคือกลุ่มที่ 3 เลยมีเวลามองหาข้อผิดพลาด หรือจุดบอดเล็กๆ น้อยๆ ของกลุ่ม 1  ได้ แต่ไม่มีเวลาพอสำหรับกลุ่ม 2 หรอกครับ พวกผมประชุมกันในไลน์ เฮียเป็นคนเติมประเด็นที่กลุ่มเราขาด และแบ่งงานให้แต่ละคนรับผิดชอบ ผมเองก็โดนเหมือนกัน ตอนแรกผมทำแค่กดสไลด์ตามการรายงานของเพื่อน เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าใครทำอะไร ตรงไหน ส่วนไหน พูดอะไร ยังไง ก็แหงหละ ไอ้โอมเป็นคนรวมเนื้อหาแล้วทำพรีเซนท์ ทำอยู่กับผม ที่บ้านผมนี่แหละ

แต่เมื่อเร็วๆ นี้เองที่หน้าที่ผมเพิ่ม ผมต้องช่วยพูดเสริมในส่วนของกระบวนการช่วงPro ด้วยครับ เพราะผมเป็นคนถ่ายภาพการทำงานของการสร้างภาพยนตร์โฆษณานี้เองกับมือ

กลุ่ม 1 และ 2 ใช้เวลาพรีเซนท์ตามเวลาเป๊ะเลยแฮะ สงสัยจะโกยคะแนนเต็มแน่ๆ
เสียงปรบมือให้กับการรายงานของกลุ่ม 2 เบาลงในจังหวะที่พวกผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเซ็ทอุปกรณ์อาทิคอมพิวเตอร์ ตัวเชื่อม และไมโครโฟน ระหว่างเตรียมตัว อาจารย์วารินทร์อนุญาตให้เบรกสั้นๆ ได้ แต่ขอความร่วมมืออย่าผ่อนคลายกันถึงขนาดซื้อข้าวมานั่งกิน ในรุ่นผมไม่มีใครทำแบบนั้นหรอกครับ ส่วนมากกินแต่หมูทอดกันอย่างเดียว ไม่เน้นแป้ง

และแล้ว เวลาในการพรีเซนท์ของผมก็เริ่มต้นขึ้น

การถูกผู้ชายอายุ 30 ต้นๆ นั่งกอดอกมองตาไม่กระพริบ มันไม่ได้รู้สึกดีนักหรอกครับ ผมบอกไว้เลย

35 นาทีเท่านั้นสำหรับการพรีเซนท์ของกลุ่มผม
ภาพกระบวนการทำงานทั้ง pre pro post ฝีมือผมถูกนำเสนอออกมาเป็นลำดับเรื่องราวคร่าวๆ แต่เรื่องรายละเอียดด้านการความคิด โดยเฉพาะการตกผลึก การระดมสมอง ถูกเล่าผ่านภาพการ์ตูนที่ถอดคาแรคเตอร์มาจากคนในกลุ่มผมเป็นส่วนมาก
พวกเราใช้ภาพเล่าเรื่องเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือจริงๆจึงเบาบางมาก และเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ แล้ว พวกเราก็ไม่คิดว่าจะเทียบความเข้มข้นกันทางด้านข้อมูลได้

แต่....

“ผมชอบ” แล้วไอ้คำว่า ‘ชอบ’ มองหน้าผมทำไม?

“ชอบก็ดีเลยครับ ให้พวกผมเต็ม 100 ไปเลยครับ” ไอ้เฮียนี่ก็ฉวยโอกาสได้ดีจริงๆ ในห้องหัวเราะกันตามประสาแหละครับ หรืออาจจะมีคนไม่พอใจแต่ถ้าไม่พูดหรือแสดงออกมา ผมก็ไม่สามารถล่วงรู้

อาจารย์วารินทร์ไม่พูดอะไร เขาแค่ยิ้มๆ แล้วก็ลุกขึ้นมาหน้าห้องเรียนเหมือนที่เขาทำกับกลุ่มอื่นๆ

“อืม ไอเดียดีนะครับ บอกเล่าลำดับขั้นทางความคิดด้วยการ์ตูน มีเรื่องราว แล้วก็ภาพถ่ายจากการทำงานจริงๆ มาด้วย สินค้าก็ออกมาดีเลย ทั้งที่เป็นแค่ปากกาลูกลื่นแต่ก็สร้างสตอรี่มาอินไลน์ได้ นับว่าใช้ได้”
“เรื่องตินิดนึง”
“ทฤษฎีอ้างอิงหลักการสร้างทีมเวิร์คพวกคุณไม่ค่อยมี”
“ความเป็นผู้นำ ผู้ตาม ของคนในทีมพวกคุณยังไม่ชัด”
“มันโอเคที่มีการกระจายอำนาจในการตัดสินใจทำงาน แต่มันทำให้ขาดคนรับผิดชอบ ขาดคนที่เป็นศูนย์รวมทางความคิด”
“ผมสังเกตว่าพวกคุณไม่มีการเผชิญปัญหาและการแก้ปัญหา ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่การทำงานจะไม่มีปัญหาเลย”

“อ่อ ถ้าเกิดปัญหาอะไร หรือมีอะไรไม่เป็นตามแผน ผมจะเป็นคนตัดสินใจครับ” เฮียแสดงตัวเป็นผู้นำของทีมนี้ เขาได้รับความสนใจจากอาจารย์วารินทร์นิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ ครับ เพราะเวลาส่วนใหญ่ของอาจารย์วารินทร์แช่ตาไว้ที่หน้าผม

“งั้นก็ช่วยเพิ่มส่วนการใช้แนวคิดหรือทฤษฎีการบริหารองค์การมาเพิ่มด้วย แล้วก็เรื่องการบริหารภาวะความเป็นผู้นำนะครับ คุณนำทีมแบบไหนก็เพิ่มมาแบบนั้นแหละ ออกแบบได้ตามสบาย นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเพิ่ม”
“เว้นแต่....”

“ครับ?” เพื่อนอีกคนในกลุ่มเป็นคนอยากรู้อยากเห็นตามทางที่อาจารย์วารินทร์โปรยไว้ ผมเห็นอาจารย์ยิ้มมุมปาก เขาสบตาผมแล้วก็หันมองทางอื่นก่อนจะพูดต่อให้จบ

“คนเปลี่ยนสไลด์แม่นเวลาดีนะครับ”

จะชมกูเรื่องนี้ก็หยุดเถอะ อาย!

การพรีเซนท์ของอีก 2 กลุ่มผ่านไปอย่างเข้มข้น ผมได้เห็นความตั้งใจทำงานของกลุ่มพี่ๆ พวกนี้แล้วอยากให้พวกเธอได้คะแนนเต็ม 100 เหตุผลแรก เพราะไม่มีใครในกลุ่มที่อยู่ในวงการทีวีหรือโฆษณาเลย เหตุผลที่สอง งานโฆษณาออกมาไก่กามาก แต่ก็รู้ว่าแต่ละองค์ประกอบของโฆษณาสื่ออะไรบ้าง ซ่อนความคิดอะไรบ้าง และชี้นำความคิดอย่างไรบ้าง
ผมชอบจัง

“ผมชอบนะ” อีกครั้งที่ผมได้ยินคำนี้จากปากอาจารย์วารินทร์ เขาเดินไปหน้าห้องเรียนเมื่อกลุ่มที่ 5 เก็บอุปกร์แล้วเสร็จ ผู้ชายสูง 180 กว่าๆ ในชุดเสื้อเชิต กางเกงแสสก ถือไมค์ไว้ในมืออีกครั้ง เขายิ้มให้กับทุกคนในห้อง แต่ผมรู้สึกได้ว่าเขาแช่สายตาที่หน้าผมนานกว่าคนอื่นมาก

“อืมมม รุ่นนี่ใจร้ายจังนะครับ” รุ่นนี้หรอ? แสดงว่าสอนมาหลายรุ่น
“เทอมโปรเจคดีมากเลย”
“อีก 2 อาทิตย์ก็สอบกันแล้วใช่มั้ยครับ” พวกเราขานรับกันยานคาง อาจารย์มาดเท่คนนี้ถึงกับหัวเราะออกมา
“อา ผมไม่ได้ออกข้อสอบซะด้วยสิ รับผิดชอบแค่เทอมโปรเจคเท่านั้น”
“แต่มันก็กินสัดส่วนเกิน 50% แล้วละนะ”
“ที่เหลือก็น่าจะมีคะแนนเข้าห้อง รายงานเดี่ยว และสอบ”
“เพราะงั้นก็...ขอให้โชคดีก็แล้วกัน”
“ผมสอนคุณวันนี้วันสุดท้าย มีอะไรจะถามให้หรืออยากถกเถียงกันประเด็นไหนเกี่ยวกับงานโฆษณามั้ยครับ”

ปกติแล้ว ห้องนี้ไม่ค่อยมีปากเสียงอะไรหรอกครับ ไม่ว่าจะได้รับคำถามว่ามีอะไรจะถามเพิ่มหรือสนใจให้ขยายความเรื่องไหนเพิ่มจากอาจารย์ท่านใดก็ตาม คำตอบคือความเงียบเสมอแหละครับ แต่วันนี้กลับแปลกไป
พวกเรายกมือกันให้พรึ่บ!
ไอ้โอมนี่ยก 2 มือเลย ... ห่านี่ เหม็นเหงื่อเว้ย!
ผมถองศอกใส่สีข้างมัน เตือนให้รู้ว่าสำรวมหน่อยเถอะไอ้เหี้ย มันก็เลยยอมยกมือข้างเดียว โดยยกข้างที่หันจั๊กแร้มาใส่หน้าผม ไอ้เวร

อาจารย์วารินทร์เรียกรายบุคคลเลยครับ เขาเลือกจะรู้ก่อนว่าประเด็นคำถามแต่ละคนคืออะไร ซึ่งข้อมูลที่ได้อาจจะทำให้เขาอึ้งอยู่มาก
ก็เพราะว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวิชาที่เรียนเลยน่ะสิ ที่สลอนยกมือกันนั่นน่ะ อยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขาทั้งนั้น

“งั้นก็ ขอปิดคลาสของผมตอนนี้เลยแล้วกันนะครับ ที่เหลือมาคุยนอกรอบ”
“แล้วก็ นี่ facebook ผม แอดได้แต่อยากแปะร้านขายของนะครับ” ทำหน้าขอความเห็นใจด้วย เสียงปรบมือดังขึ้นเท่าที่มือจะทนเจ็บได้เกิดขึ้นระหว่างที่นายวารินทร์เรียกหน้าจอปกติของคอมพิวเตอร์ขึ้นมาจอโปรเจคเตอร์ เขาเปิด facebook ของตัวเองให้นักศึกษาได้ดูข้อมูลที่เขาฟีด เพื่อตัดสินใจว่าจะขอเป็นเพื่อนหรือไม่ ผมไม่ได้ขยับทำอะไรระหว่างที่ใครต่อใครก้มกดโทรศัพท์กันยุกยิก ผมแค่จ้องหน้า facebook นั้น
ทั้งที่แค่มอง แต่ผมกลับจำชื่อ facebook เขาได้แม่นเลย


#### @ D A W N  #####


Rrrrrrrrrrrrrr
เสียงโทรศัทพ์ดังลั่นบ้านในเวลา 7 โมงเช้า ผมถอนหายใจก่อนจะลืมตาเสียอีก เพราะว่าผมเพิ่งนอนไปได้แค่ 3 ชั่วโมงเอง ทั้งคืนที่ผ่านมาผมทำอะไรน่ะหรอ? ผมอ่านหนังสือครับ เห็นนิ่งกับทุกสิ่งบนโลกแบบนี้ ผมก็ตื่นตัวเวลาต้องสอบเหมือนกันแหละน่า

ว่าแต่ ทำไมเสียงโทรศัพท์ยังไม่หยุดอีกวะ?

เมื่อทนรำคาญไม่ไหว ผมเลยตัดสินใจลงไปรับสาย แต่เดินได้แค่กลางทางบันได เสียงก็เงียบลง แต่โทรศัพท์มือถือกลับส่งเสียงแทน แบบนี้มันไม่ปกติแล้ว
ผมรีบวิ่งกลับไปรับโทรศัพท์ที่นอนร่วมเตียงกัน กระโดดตะครุบโทรศัพท์ด้วยท่าทางสง่างาม....อืม จริงๆ ก็แค่ตะกายขึ้นเตียงแล้วกดรับเพื่อระงับเสียงน่ารำคาญเท่านั้นแหล่ะ

“ครับ” เสียงผมแหบขนาดนี้เชียวหรอ? การนอนไม่พอนี่บั่นทอนทุกอย่างจริงๆ
“หือ? ลุงสมานหรอครับ มีอะไร โทรหาวินทำไม” ผมถามปลายสายเมื่อแกรายงานตัวเสร็จ และเมื่อได้ฟังแกพูดแบบเต็มๆ หู โทรศัพท์ผมก็แทบร่วงจากมือ

“คุณสุประสบอุบัติเหตุครับ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลxxx”
แสงตะวันเช้าวันนี้ ไม่น่ามองเอาเสียเลย

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงผมก็มาถึงหน้าโรงพยาบาล แม้ว่าลุงสมานบอกว่าจะมารับแต่ผมก็ดื้อดึงจะลำบากมาเอง มาถึงก็เจอแกนั่งรออยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“ลุงครับ”

“คุณวิน มาแล้วหรอครับ ทานข้าวเช้ามารึยังครับเนี่ย”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องวินหรอกครับ ป้าสุล่ะครับ เป็นอะไรมากมั้ย”

“เอ่ออ”

“นี่อยู่ห้องไหนครับเนี่ย หรือว่าต้องผ่าตัด อยู่ห้องฉุกเฉินหรอ? ใครมันทำร้ายป้าสุของวินวะเนี่ย!”

“คุณวิน”

“แล้วป้าสุอยู่ไหนครับ?” ผมคั้นความจริงด้วยสีหน้า แววตาและน้ำเสียง ลุงสมานดึงมือผมไปจับแล้วเงยหน้าสบตาผมอย่างเป็นกังวล

“คุณสุปลอดภัยแล้วครับ ตอนนี้พักอยู่ในห้อง เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อคืนครับ”

“เกิดอะไรขึ้นหรอครับ”

“ก็....คุณสุลื่นตกบันได ขาแพลงนิดหน่อย”

ป้าผมขาแพลง...นิดหน่อยด้วย
อืม ดีจังเนอะไอ้กระต่ายวิน นี่ผมตื่นตูมเพื่ออะไร?
ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วก็ยิ้มให้กับลุงสมาน และตั้งใจจะเอ่ยลา แต่ก็ถูกแกจูงแขนลากเข้าลิฟท์ และลากมาถึงห้องที่ป้าสุนอนรักษาตัวอยู่

“มาแล้วก็แวะเจอหน่อยสิครับ คุณสุเธอคิดถึง”

“ครับ รู้แล้วรู้แล้ว”
“วินยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลย รบกวนลุงสมาน”

“ได้ครับ!”  นั่น! ได้ครับแล้วก็เดินจากไป ฟังก่อนสิครับว่าผมอยากจะกินอะไร เฮ้อ!

ผมเปิดประตูเข้าห้องไป ใจหวังจะได้เห็นป้าผมนอนสีหน้าแช่มชื่น หรือไม่ก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แต่ที่ได้เจอกลับเป็นคนที่ผมไม่พึงปรารถนาจะพบหน้าเป็นที่สุด

“ลุงสันต์”

“เอ้าวิน ไม่เจอนานเลย เมื่อไหร่จะกลับมาอยู่บ้านเรา ยังโกรธลุงอยู่อีกหรอ” 

ถ้านี่แปลความหมายได้ว่า ลุงขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น กลับมาอยู่ที่บ้านเราเถอะนะ ผมก็คงแปลคำพูดคนที่ห่วยแตกสุดในโลกนี้แน่ๆ เพราะผมไม่คิดว่าลุงสันต์จะสื่อความหมายโลกสวยขนาดนั้น

“ป้าสุครับ ลุงสมานบอกวินแล้วว่าขาแพลง จะดีขึ้นเมื่อไหร่ครับเนี่ย” ผมหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง และไปคุยกับอีกคนหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าลุงสันต์ทำสีหน้าแบบไหนและไม่นึกอยากรู้

“ใช่ แม่ตกบันได ไม่กี่ขั้นหรอก เป็นห่วงแม่หรอ?”

“ก็ต้องห่วงสิครับ ไม่ห่วงป้าสุแล้ววินจะห่วงใคร” ผมลากเก้าอี้มานั่งอ้อนป้าผมที่กึ่งนอนกึ่งนั่งบนเตียงคนเจ็บ ประจ๋อประแจกับป้าสุราวกับว่าทั้งห้องนี้มีเราเพียงแค่ 2 คน ทั้งที่คนสำคัญในตระกูลอีกคนก็ยืนค้ำหัวผมอยู่ไม่ห่าง

ดูเหมือนป้าสุจะรู้ว่าบรรยากาศกำลังมาคุ แล้วผมก็ไม่ใช่เด็กผู้ชายที่เพิ่งจบปริญญาตรีวัยใสซื่อเหมาะแก่การจูงจมูกอีกต่อไป ป้าถึงได้ออกปากให้ลุงสันต์ไปทำสิ่งที่ควรทำเสียที ป้าอยากอยู่กับผม 2 คน

“พี่สันต์ไปทำงานเถอะ เดี๋ยวทางนี้เจ้าวินดูแลเอง เนอะลูกเนอะ”

“ครับ”

“งั้น....กลับบ้านบ้างก็ดีนะวิน”

ผมพยายามไม่รับรู้อะไร แม้ว่าคำพูดนั้นจะวิ่งมากระแทกหูผมเต็มๆ ก็เถอะ


“กินข้าวเช้ารึยังลูก แล้วนี่มายังไง อาบน้ำอาบท่ารึยังเนี่ย มาดมหัวสิ”
“เหม็นเชียวลูกหมา”
“กินข้าวกับแม่นะ”

ป้าของผมเป็นผู้หญิงที่แมนแบบอ่อนโยนมากๆ ครับ

กลายเป็นว่าผมไม่ได้กลับบ้านริมน้ำเลย เพราะป้าสุจุดแจงให้แม่บ้านไปเอาสัมภาระจำเป็นของผมมาไว้ที่โรงพยาบาลแทน และให้ผมพักในห้องเล็กอีกห้องที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยใหญ่โต ชีวิตผมก็เลยกินๆ นอนๆ อ่านหนังสือ คุยกับป้า แล้วก็กลับมากิน นอน จบด้วยการอ่านหนังสือ

สุดสัปดาห์นี้ผมก็จะสอบแล้ว เลยไม่มีเหตุผลมาหักล้างแผนการจับกระต่ายมัดหูห้อยเป็นโมบายประดับหน้าต่างโรงพยาบาล  ผมคงทนถูกจับวางนิ่งๆ ได้จนกว่าป้าผมจะออกจากโรงพยาบาลแหละ ถ้าไม่เกิดเรื่องประหลาดขึ้นในบ่ายวันก่อนสอบ 1 วัน

“อื้อวิน” เสียงเรียกแว่วเข้าหู ผมเลยละจากการจุ่มหน้ายัดเส้นใหญ่ราดหน้าและเงยหน้ามองป้าตัวเอง

“ครับ”

“สอบเสร็จแล้วยังไงล่ะเนี่ย”

“ก็....พัก..ล่ะมั้ง”
“เทอมหน้าไมม่ที่ต้องเรียนแล้วครับ เป็นวิชาไอเอสแล้ว วินบอกป้าสุแล้วนี่ครับว่าเลือกทำแค่ไอเอส ไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์”

“บอกแล้ว แม่จำได้ แล้วจากนั้นยังไงต่อ เราต้องใช้เวลากับการเรียนนี่อีกกี่เดือน รับปริญญาเมื่อไหร่”

“อ่อ” ถามแบบนี้ ขออย่าให้สังหรณ์ผมเป็นจริงเลยน้า

“ไงล่ะ เราก็ได้เลือกเรียนตามที่ขอแม่ไว้ ถึงเวลาแม่ขอให้วินรับผิดชอบอะไรเพิ่มแล้วนี่ ถูกมั้ยจ้ะ”

ก็ถูกล่ะครับคุณสุชาดา ผมล่ะคิดประชดในใจ
“ประมาณปลายปีนี้ครับ”
“สอบเสร็จก็ปิดเทอมราว 2 อาทิตย์ ลงทะเบียนแล้วก็เริ่มทำไอเอส 4 เดือน”

“งั้น....แม่คิดว่าระหว่างที่วินทำไอเอส ก็น่าจะเริ่มเข้าทำธุรกิจได้แล้วล่ะนะ”

“เห้ย! ธุ... ธุรกิจหรอครับ!”
“วินว่า!”

“ใจเย็นสิจ๊ะ นี่ก็หนี่ก็ตลอดเลย หื้ม?”
“แม่ไม่ฝืนนิสัยหรอกน่า แม่เลี้ยงมากับมือนี่นา” ยิ้มหวานด้วยครับ แต่ผมนี่เสียวสันหลังวูบเลย
“คืองี้ เมื่อสัก 2-3 เดือน คนรู้จักกันเขาเอาโปรเจคมาเสนอน่ะ ธุรกิจภาพยนตร์นี่แหล่ะ”

“อ่า...ครับ”

“จริงๆ เขามากู้แบงก์ แต่แม่ฟังโปรเจคเขาแล้ว แม่ว่าน่าสนใจมากเลย อยากให้วิน....”

“ถ้าเขาต้องการเงิน ก็ปล่อยกู้สิครับ เราเป็นธนาคารนี่นา”

“แหม แหม แต่ว่าธนาคารก็มีธุรกิจลงทุนนะจ๊ะ”
“เอาเป็นว่า แม่จะนัดเขามาคุยหลังจากวินสอบเสร็จ จะได้ไม่กังวล”
“แม่จะลงทุนในโปรเจคนั้นด้วย จะขอถือหุ้น 25% เท่ากับว่าได้บอร์ดซีท 1 บอร์ด”
“แม่จะส่งวินไปนั่งเป็นกรรมการและให้ร่วมบริหาร”
“คิดว่าไหวมั้ย”

ถ้าตามที่คิดจริงๆ ก็ไม่ไหวหรอกครับ แต่คำตอบว่าไม่ได้ ไม่เคยได้รับการยอมรับในตระกูลนี้อยู่แล้วนี่ อีกอย่าง ถ้าผมไม่รับข้อเสนอนี้ไว้ ผมก็ต้องเริ่มหางานเอง หาเงินเลี้ยงตัวเองจริงๆ แล้วหละ ตอนนี้ป้าสุยังเลี้ยงดูเพราะมีข้ออ้างว่าผมยังเรียนอยู่ แต่ถ้าเรียนจบเมื่อไหร่ ทางตระกูลนี้ก็คงไม่ยอมให้ผมงอมืองอเท้าให้ป้าสุเลี้ยงหรอก แม้ว่าป้าสุจะเต็มใจอย่างยิ่งก็ตาม

“ว่าไงวิน”

“ครับ ก็ต้องลองดู”

“พยายามหน่อยน้า”
“แม่เชื่อว่าวินทำได้ เพราะมันเป็นธุรกิจที่เอี่ยวกับสิ่งที่วินชอบ”
“ธุรกิจสื่อ แม้จะไม่ใช่งานถ่ายภาพ แต่ก็น่าจะมีสิ่งที่ทำให้วินทำงานได้อย่างมีความสุข มากกว่าธุรกิจการเงินละนะ”

“ครับ” เท่านี้ป้าสุของผมก็ช่วยผมสุดๆ แล้ว
“อื้อ ป้าสุครับ” ผมเช็ดปากเบาๆ ก่อนจะลุกมามองป้าใกล้ๆ
“บริษัทที่จะให้วินไปนั่งบอร์ดกับร่วมบริหารนี่....”

“อ๋อ”
“วินน่าจะเข้ากับเอ็มดีได้นะ ไม่ใช่คนแก่เลย”
“ลองหาแบ็คกราวน์ดูก็ได้นะจ๊ะ คุณวารินทร์ วณิคพันธุ์"
“ชื่อเล่นเก๋ด้วยนะ ชื่อมือโปร

ตายโหงชิบหายล่ะครับ งานนี้


Cut



ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
น้องวินนนน สู้ๆ นะลูก
จำนวนตอนขึ้นเลข 2 หลักแล้ว เรื่องยังไม่คืบไปถึงจุดพีคเลย พี่เลยต้องเร่งจังหวะหน่อย น้องวินคงเข้าใจพี่นะ ^0^

เจอกันตอนหน้าค่ะ

อ้อ! สำหรับผู้จอง Hear,Me (ที่หนึ่ง-เจม) ไป ตอนนี้ ทางสนพ. อยู่ระหว่างการตรวจสอบความสมบูรณ์ของเล่ม เพื่อจะจัดส่งนะคะ
ตื่นเต้น หวังว่าคนที่ได้ไปครอบครองจะชอบ อ่านตอนพิเศษกันด้วยน้า

ส่วนคนที่...อื่มมมม เราก็ไม่ใช่เซเลบนะ แต่ก็มีทวิตเตอร์อยู่บ้างไรบ้าง ถ้าจะคีพคอนแทคไว้ก็หลังไมค์นะคะ จำได้ว่าที่นี่ห้ามพีอาร์ข้อมูลส่วนบุคคล แฮ่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-05-2015 18:37:35 โดย kajidrid »

ออฟไลน์ patchylove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1585
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-4
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #123 เมื่อ03-05-2015 18:23:53 »

 :กอด1: เค้ารอหมาเจม กะพี่หนึ่งมาส่งอยู่ :hao7:นะเนี่ย... อยากอ่านตอนพิเศษด้วย

ออฟไลน์ envylover

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #124 เมื่อ03-05-2015 19:09:08 »

อา แล้วแบบนี้พี่โป๊ะจะได้รู้ซักทีว่าน้องไม่ได้ขายตัวนะ!!

ไอ้เราก็ลุ้นไป เมื่อไรตอนใหม่จะมา

แนะนำให้ตั้งเพจด้วยน้าาคนเขียนนนน เวลาตอนใหม่มาจะได้รู้ค่า เล้าเป็ดนิยายอัพตลอด กระทู้ตกเร็วมากค่ะ ถ้าไม่เข้ามาเช็คบ่อยๆ ตามไม่ทันจริงๆ

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9404
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #125 เมื่อ03-05-2015 19:20:16 »

เอาล่ะสิน้องวิน จะได้เป้นกรรมการบริหารบอร์ดด้วย อิอิ
อิพี่โปรจะดีใจหรือจะงอนกันแน่ถ้ารู้ความจริง แต่พี่แกก็ประสาทเองนี่นา :laugh:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #126 เมื่อ03-05-2015 20:39:27 »

เสร็จแน่วิน งานนี้ 555

ออฟไลน์ sunakai

  • *~CrAzY_KiLL~*
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 867
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #127 เมื่อ03-05-2015 21:52:46 »

นั่นปะไร ความลับไม่มีในโลก 5555  :laugh:

น้องวินขวัญใจตัวเหี้ยหน้าหล่อจะทำอย่างไรต่อไปอยากรู้จัง

ปูลู..คือแบบ ตอนนี้เค้างอนกันอยู่ใช่ไหม ทำไมน้องวินทำตัวน่ารัก
จนอิชั้นยกยิ้มโหนกกระเพื่อมตลอดเลยอ่ะ อิอิอิ

ปูลูลู .. ปัดกวาดเช็ดถูชั้นหนังสือรอพี่หนึ่งน้องเจมอยู่ทู้กกกวัน...ไม่ค่อยจะเห่อเลยจ่ะ  :a3:

ออฟไลน์ beautifuldead

  • wandered lonely as a cloud..
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 497
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #128 เมื่อ04-05-2015 11:41:32 »

งุ้ยๆๆ มาต่อแล้ว ไม่รู้เรื่องเบยยย รีบตามมาอ่านอย่างรวดเร็ววว
รอตอนต่อไปแทบไม่ไหวววว อะไรยังไงๆ พี่โป๊ะจะยังไงต่อไป

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #129 เมื่อ04-05-2015 13:34:36 »

หนีอิพี่มือโปรไม่พ้นจริงๆค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
« ตอบ #129 เมื่อ: 04-05-2015 13:34:36 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ milkteabeige

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #130 เมื่อ04-05-2015 14:43:57 »

แถวบ้านพี่เค้าเรียกว่า เนื้องอก เอ้ย "เนื้อคู่" จ๊ะน้องวิน

ต่อไปก็คงแซ่บ ได้เจอกันบ่อยๆ แน่!!! หึหึ

ออฟไลน์ ๐๐ตะวัน๐๐

  • ๐๐๐ลูกตาล๐๐๐
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #131 เมื่อ04-05-2015 14:57:54 »

หนีกันไม่พ้นจริงๆสองคนนี้ ฮ่าๆ

ออฟไลน์ Solar cell

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 817
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #132 เมื่อ04-05-2015 15:53:10 »

ติดตามอ่านเงียบ ๆ มาตั้งกะพี่หนึ่งกะเจม พี่หมอกะน้องไทม์
ยอมรับว่าแอบเกลียดอิเ ห รี้ ยพี่โป๊ะ เพราะบุคลิก คำพูดและการกระทำ
มาถึงคราวพี่โป๊ะเป็นพระเอกบ้าง
สารภาพว่าผิดหวังมาก :ling3:
พี่โป๊ะใน 2 เรื่องที่ผ่านมามันยิ่งกว่ากวนตรีน ใช่ที่น้องเจมเรียก มันคือคุณค่าที่คุณคู่ควร :z2:
แต่ในเรื่องนี้เรายังไม่เห็นมุมนั้นของพี่โป๊ะเลยสักนิด ทำไม? แฟนคลับแอบผิดหวังนะรู้ยัง :ling3:
นอกจากเรื่องที่จ้างน้องให้มาทำงานในร้านแบบมึน ๆ แล้วนอกนั้นยังไร้วี่แววพี่โป๊ะคนเดิม
หรือว่าภาคนี้เป็นพระเอกภาพลักษณ์จึงต้องนุ่มลึกมากกว่า 2 เรื่องนั้น
แต่ยังไงก็ติดตามอ่านต่อแม้จะไม่ค่อยพอใจอิพี่โป๊ะเวอร์ชั่นนี้สักเท่าไหร่
แต่รักคนเขียนค่ะ จึงขอติดตามต่อไป :mew1:

ออฟไลน์ kautumn

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #133 เมื่อ04-05-2015 18:38:35 »

รอลุ้นวินกับพี่โป๊ะจะได้ร่วมงานทางธุรกิจแล้นอิอ

ออฟไลน์ oss_tw

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #134 เมื่อ04-05-2015 19:09:46 »

 o13

รอดูต่อไปว่าน้องวินจะทำเช่นไรต่อไป

 :mew4:  :mew4:

ออฟไลน์ powl-the-2nd

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 71
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #135 เมื่อ05-05-2015 00:25:15 »

เหมือนจะเพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาเม้นครั้งแรก (หรือเม้นซ้ำก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ลืมจริงๆ55)
มีช่วงนึงที่อ่านเรื่องนี้บนรถไฟฟ้าตลอดเลยไม่ได้คอมเม้นสักที
คราวนี้ตั้งใจเปิดคอมพ์มาเม้นเลยนะะ รู้กติดค้างมากถ้าไม่ได้มาเม้นยาวๆ หลังจบโปรเจกต์5555

อยากชื่นชมหลายอย่างมากในเรื่องนี้
โดยเฉพาะสำนวน ชอบการเขียนที่เหมือนพูดอ้อมๆ หรือแฝงอะไรไว้ในเนื้อความตลอด
มันดูมีเบื้องหลัง มีความนัย น่าค้นหาติดตามและคิดตามอยู่ตลอด ทำให้ไม่เคยอ่านข้ามเลยในเรื่องนี้
นี่ยอมรับเลยว่าถูกชะตามากๆๆ 555 มีหลายประโยคมากที่รู้สึกติดใจ แต่ไม่สามารถยกมาตรงนี้ได้หมด

คาแรคเตอร์ก็ดีอ่ะ แบบนายเอกนิสัยเหมือนเข้าใจยากนะ แต่อ่านไปอ่านมา เออ เข้าใจว่ะ เหมือนอินไปกับวินด้วย กลายเป็นเข้าถึงได้เฉยเลย อาจเพราะรู้สึกว่าปมในจิตใจของวินมันเป็นเหตุเป็นผลกับการแสดงออกดี
ส่วนพี่โป๊ะนี่จนถึงตอนนี้ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่เลย ถ้าเป็นคนจริงๆก็จะมองว่าเป็นคนแปลกอ่ะ ถถถถถ น่าสนใจ รอดูนิสัยพี่โป๊ะต่อไป

ยาวเกินไปละ เอาเป็นว่าติดตามค่ะ เป็นเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องในลิสต์ของเราเลย เป็นกำลังใจให้คนเขียนค่า :กอด1:

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน11(03-05-15)
«ตอบ #136 เมื่อ11-05-2015 18:19:15 »

คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน  :z2:
+1 ให้เป็นกำลังใจครับ  :L2:

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +249/-3
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #137 เมื่อ11-05-2015 23:25:52 »

Title :  At Dawn
วารินทร์ x วิณณ์
*********
ตอนที่ 12


เช้านี้มีเซอร์ไพรส์
มีติวเตอร์มาหาผมถึงที่บ้าน
ไม่ใช่คนอื่นคนไกลหรอกครับ แต่จะให้เรียกว่าคนใกล้ชิด ก็คงจะไม่ใช่
เขาก็คือนายมือโปรนั่นแหล่ะ
ไอ้โอมลากเขามาครับ เพื่อ “เฮียต้องรู้ดิว่าตอบยังไงให้ได้เอ”
ผมถอนหายใจแทนนายมือโปรที่วางสีหน้าไม่ถูก ถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่รู้จะทำตัวยังไงเหมือนกัน เขาเป็นถึงอาจารย์ ถึงจะเป็นอาจารย์พิเศษ แต่สถานะทางสังคมของเขาก็คือผู้ประเมินระดับความรู้ของนักศึกษา จะให้มาบอกนักศึกษา 2 คนว่าตอบแบบนี้สิ จะได้ได้เกรดเอ มันใช่เรื่องที่ควรทำเสียที่ไหน ไอ้โอมนี่ก็คิดอะไรตื้นๆ

“โอม มึงทำพี่โป๊ะลำบากใจนะเว้ย”

“มึงปกป้องเฮียหรอไอ้คุณชาย”

“คุณชายพ่อมึงสิ เดี๋ยวกูถีบตกน้ำ”

“ไม่รักกูแล้วสินะ ใช่สิ มึงได้อ่านหนังสือเต็มที่ แต่กูสิ กู!”

“มึงทำไม” ผมถามหาเหตุผลที่ทำให้มันทำตัวตีรวนแบบนี้ ไอ้โอมเหล่มองเฮียที่เคารพแล้วก็ชี้เป้าทันที

“กูนะ ทำงานให้เฮียทุกวันเลย ทั้งผับ ทั้งบริษัท ทั้งร้านกาแฟ เฮียแม่งคิดว่ากูเป็นขนจั๊กกะแร้เฮียไง ไม่ปล่อยกูไปไหนเลย เพราอะไรมึงรู้มั้ย” ผมส่ายหัวทันที สายตามองไปทางนายมือโปรที่เริ่มหน้าแดงแล้วก็หันหนีไปลูบหัวเกาหูตัวเอง
“เพราะมึง!”
“มึงแหล่ะไอ้วิน มึงไม่ไปทำงานร้านกาแฟ เฮียแม่งก็ไม่หาคนมาใหม่สักที บอกว่าเผื่อมึงเปลี่ยนใจ กรรมแม่งก็ตกที่กูไง ห่านี่!” คำสุดท้ายนี่ด่าผมล่ะมั้ง แต่แปลกที่ผมไม่ระคายหนังหน้าเลยสักนิด ผมมองนายมือโปรอีกคน เขาก้าวยาวๆ หนีเข้าบ้านไปแล้วครับ 

“เฮ้ยเฮีย! เฮียมาติวเลย บอกเดี๋ยวนี้ ผมไม่ได้ทวนวิชาเฮียเลยนะเว้ย เร็วๆๆๆ” ไอ้ลูกหมาโอมวิ่งตามเจ้านายมันไปด้วยอารมณ์อยากกัดตูดล่ะมั้ง แต่ผมยังยืนอยู่ทีเดิม มองแสงส้มๆ ของพระอาทิตย์ยาวเช้าตรู่ ฟังเสียงแม่นกสั่งเสียลูกๆ ก่อนบินออกไปหาอาหาร

วันนี้เป็นวันที่ดี ผมรู้สึกแบบนั้น

ทว่า.....
เมื่อเช้านี้ผมคงครึ้มอกครึ้มใจไปหน่อย บ่ายนี้ก็เลยหงอยชิบหาย
ผมสอบเสร็จแล้วครับ วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายแล้ว ผมทำข้อสอบเสร็จตั้งแต่บ่ายสองโมงครึ่ง ทั้งที่เขาให้เวลาเขียนมหากาพย์ถึงสี่โมงเย็นนู่นแน่ะ ตอนนี้ก็เลยนั่งเตร่อยู่ที่ร้านกาแฟข้างมหาวิทยาลัย แต่ไม่ใช่ร้านที่ผมเคยทำงานพิเศษหรอกนะครับ อยู่คนละฟากประตูกันเลย

คนที่นั่งเสียเวลาเปล่าอยู่กับผมก็คือไอ้โอมครับ
มันตามก้นผมออกมาจากห้องสอบ เจอตัวผมกำลังเก็บของลงกระเป๋ามันก็ลากคอผมมานั่งจิบกาแฟ ตากแอร์ ทำตัวฮิปสเตอร์กันที่ร้านนี้

“วันสุดท้ายแล้วนะมึง”

“อื้อ กูฟังเป็นรอบที่สิบห้าแล้วโอม” ผมรับคำไอ้คนที่พูดประโยคเดิมซ้ำๆ

“สี่เดือน มึงทำไอเอสมึงถึงไหนแล้ว”

“ก็ส่งคัดกรองแล้ว อาทิตย์หน้าก็มาตามเรื่องที่ห้องโครงการว่าผ่านไม่ผ่าน ผ่านก็เริ่มทำเลย มึงล่ะ”

“ก็ยังไม่ได้ยื่นคัดกรอง แต่เร็วๆ นี้แหละ ที่ปรึกษามึงมึรึยัง”

“มีแล้วสิไอ้เวร ไม่ต้องห่วงกูหรอก กูตามติดเรื่องอยู่ แอดไวเซอร์กูก็ดี เข้าใจเรื่องกูดีด้วย” ผมบอกรายละเอียดไอเอสของผมเพิ่มเพื่อให้มันเบาใจ

“อื้อ มึงทำเรื่องไร สื่อไหนวะ”

“ภาพยนตร์”

“งั้นให้เฮีย”

“โอม...มึงหยุดให้เฮียมึงมาช่วยกูเถอะว่ะ ขอร้อง”

“ไมอ่ะ” ถามด้วยน้ำเสียงหงอยๆ ส่วนผมก็ได้แต่อึกอัก เพราะผมรู้และต้องเผชิญกับสิ่งที่มันไม่รู้และไม่มีวันได้เผชิญ

ผมจะหน้าด้านให้เขาช่วยนั่นนี่อีกได้ยังไง ในเมื่ออีกไม่กี่สัปดาห์ เผลอๆ อาจจะพรุ่งนี้แล้วก็ได้ ที่ป้าจะพาผมไปประชุมคณะกรรมการบริษัทเขา เพื่อเจรจาเรื่องร่วมทุน ขอส่งตัวแทนเข้าร่วมบริหารและเป็นกรรมการภายใน

กูเอง กูนี่แหล่ะโอมที่จะทำให้เขาไม่อยากช่วยเหลืออะไรกูอีกไปตลอดชีวิต
ถึงผมจะไม่ได้หลอกอะไรเขา แต่ผมก็ไม่เคยพูดความจริงทั้งที่มีโอกาสหลายต่อหลายครั้ง
ส่วนหนึ่งผมรู้สึกว่าผมเป็นคนผิด แต่พอคิดๆดูอีกที เขาก็ผิดเหมือนกันที่ด่วนสรุป
ปัญหามันอยู่ที่ว่า ถ้าความจริงมันแกรนด์โอเพนนิ่งขึ้นมา เขาก็ไตร่ตรองจนมองเห็นความผิดของตัวเขาเองบ้างมั้ย? หรือจะตั้งหน้าตั้งตาเกลียดผม และแผนร่วมทุนของป้าผมก็อาจจะล่มไม่เป็นท่า
ทั้งที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้กับป้าสุเลย ผมอาจจะสร้างเรื่องเดือดร้อนให้ป้าเพิ่มก็ได้ ผมนี่มันไร้ประโยชน์ชะมัด

“ปวดขี้หรอวิน”

“หือ? เปล่านี่”

“ก็มึงทำหน้าเหมือนจะตายเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ได้ขี้”

“ไอ้บ้า” ผมด่าเท่านี้แล้วก็ยกกาแฟร้อนขึ้นจิบ อย่าคิดว่าผมดัดจริตเลยครับ ก็นี่มันเมืองป๊อบ ไอ้โอมนั่งนิ่งๆ มองหน้าผมบ้าง จิบกาแฟบ้าง มันเอาซองบุหรี่มาวางบนโต๊ะ แต่ก็ไม่ได้หยิบมาสูบ ผมไม่ชอบให้มันสูบหรอกครับ แต่ชีวิตมันนี่ ปากมัน ปอดมัน จะไปเสือกทำไม แต่ถ้ามันถามความเห็นผมเมื่อไหร่ ผมก็จะพร้อมจะสวดยับให้มันรู้ว่าเลิกสูบซะทีเถอะ กูเหม็น
“แล้วมึงล่ะโอม”
“สี่เดือน มึงทำไอเอสที่นี่ หรือส่งจากเมืองนอก”

“อีก 2 เดือนกูจะบินไปดูบ้านอพาร์ทเม้นท์ที่นู่น”
“ป้ากูเขาหย่า ลูกพี่ลูกน้องกูก็ออกไปอยู่บ้านตัวเองกับเมียเขาแล้ว”
“ป้ากูก็แก่แล้วนะ แก่กว่าป้ามึงอีก เขาส่งเสียให้กูเรียน ลากตัวไปเรียนซัมเมอร์ที่นู่นด้วย กูต้องไปดูแลว่ะ”
“เรื่องงานก็หาๆ ดูที่นู่นเอา น่าจะทำอะไรได้บ้าง”

“อืม มีไรให้ช่วยก็บอกกูนะ”

“เยอะเลยมึง มึงได้ช่วยกูแน่ ฮ่าๆๆ” ไอ้ห่านี่หัวเราะส่งท้ายแต่สายตากลับไม่ได้บอกความรู้สึกสนุกสนานเลย

“ไม่ต้องห่วงกูหรอกน่า” ผมบอกอย่างรู้ใจ ชีวิตไอ้โอมไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก นอกจากการสับรางผู้หญิงแล้ว ก็มีเรื่องผมนี่แหล่ะที่ทำให้มันตายตาไม่หลับ
“กูรู้ว่ากูต้องทำอะไรต่อไป รู้ว่าโลกนี้เป็นไง และต้องใช้ชีวิตแบบไหน กูอยู่ได้”
“ไอ้ที่ว่าอยู่อย่างมีความสุขที่มึงพูดถึงบ่อยๆ น่ะ อาจจะคนละนิยามกัน แต่กูก็มีความสุขของกู มึงไม่ต้องห่วงมากหรอก”
“ไม่ต้องหาใครมาดูแลกูเพิ่ม เดี๋ยวประวัติกูได้กลายเป็นเด็กขายตัว เป็นผู้ชายได้ผัวได้เมียผรั่งเลี้ยงไรงี้อีก ลำบากกูนะ” ครั้งนี้มันหัวเราะทั้งหน้าทั้งแววตาครับ

ผมกับโอมคงได้ใช้เวลาร่วมกันวันนี้เป็นวันสุดท้าย
จากนี้ไปเราจะเดินไปตามเส้นทางที่พวกเราเลือกเอง

#### @ D A W N  #####

แม้ว่าข้าวของส่วนตัวของผมจะอยู่ที่บ้านไม้ริมน้ำ แต่ตัวผมตอนนี้กลับบ้านไม่ได้เลยครับ ต้นเรื่องก็คือความต้องการของป้าผม เหตุผลของป้าผม ความเหมาะสมตามความคิดของป้าผม ชีวิตผมเหมือนถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงเข้าสู่วงจรน่าเบื่อของมันอีกครา พูดง่ายๆ ก็คือ ผมกลับเป็นใช้ชีวิตแบบที่คนอื่นวาดภาพไว้ว่าควรจะเป็น

ห้องนอนโอ่อ่า อากาศเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศ กลิ่นหอมอโรมาสูตรไหนก็สุดจะแยกแยะด้วยจมูกตัวเอง
หมอนก็นุ่ม ผ้าปูที่นอนก็นุ่ม แน่ล่ะสิ ก็ชุดเครื่องนอนนี่ก็ราคาเกินหมื่นบาท และก็สมน้ำสมเนื้อกับกายหยาบร่างนี้มากครับ เพราะร่างนี้เป็นร่างของหลานผู้บริหารและเจ้าของธนาคารพาณิชยักษ์ใหญ่ของประเทศ จะนอนเสื่อก็จะอายโลกเกินไปล่ะมั้ง

ผมตื่นด้วยความรู้สึกเหงา ผมคิดถึงเสียเครื่องยนต์เรือด่วน คิดถึงกลิ่นน้ำกร่อย แม้ว่าบ้านไม้ริมน้ำของผมจะสามารถมองเห็นได้ผ่านหน้าต่างห้องชุดบนชั้น 18 แห่งนี้ แต่มันก็ไม่ให้ความคิดถึงเจือจาง

ผมไม่รู้ว่าจะมีใครเข้าใจผมมั้ย แต่ผมเบื่อหน่ายความสมบูรณ์แบบทุกอย่างพวกนี้มาก

“ตาวิน พร้อมรึยังลูก”
“แม่ให้จัดมื้อเช้าบนห้องเลย เราไม่ต้องลงไปห้องอาหาร”

“ครับ”

“ไหน แม่ดูสภาพหน่อย” แปลว่าห้ามซอมซ่อ ห้ามดูไม่ดี ห้ามมีจุดน่าตำหนิมาดึงดูดสายตา

สีหน้าป้าสุแช่มชื่นเมื่อเห็นผมอยู่ในชุดสูทตามที่แกต้องการ เดินมาจับจีบให้คมกริบกว่าเดิมดังใจหวังแล้วก็ขยับถอยห่างไม่กี่ก้าวเพื่อกวาดตามองภาพรวม

“หล่อจริงๆ เลยลูกแม่สุเนี่ย”

“ครับ”

“เกร็งมั้ยจ๊ะ ไปคุยธุรกิจครั้งแรก”

“ไม่ครับ ก็ป้าสุไปด้วย วินจะคิดเสียว่าป้าสุพาไปฝากฝึกงาน”

“คิดแบบนั้นแล้วไม่เครียดก็ดี”
“แม่อยากให้วินคิดซะว่ามันคือธุรกิจเรา จะได้มีส่วนร่วมเต็มที่”

“อ่อ ครับ” นั่นแหล่ะที่น่าเครียดกว่าเดิม

การไปเจรจาทางธุรกิจครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นมิตร แต่จริงๆ แล้วไม่เป็นมิตรหรอกครับ เรียกว่าปลาใหญ่กินปลาเล็กก็ได้
ผมเอง แม้ไม่รู้รายละเอียดของโปรเจคทางฝั่งโน้นทั้งหมด และไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ป้าของผมเห็นผลอันเย้ายวนจากเมล็ดพันธุ์ที่เพิ่งโยนลงดิน แต่ที่รู้แน่ชัดคือ ป้าสุต้องได้ครอบครองครับ
ตระกูลผมไม่ได้ทำธุรกิจโหดร้าย แต่ก็มีหลักคิดง่ายๆอยู่ว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องทำอย่างยักษ์เสมอ
เพราะฉะนั้น ไอ้การเป็นผู้ถือหุ้นเงียบๆ ไม่มีสิทธิเสียงในการกำหนดทิศทาง หรือนโยบายบริหารงานนั้น เป็นไปไม่ได้ครับ

“ป้าสุครับ”

“จ้ะ ว่ายังไง”

“แล้วถ้าคุณมือโปรนี่เขาไม่ยอมให้เราถือหุ้นตามสัดส่วนล่ะครับ”

“ทำไมจะไม่ยอมล่ะจ๊ะ”

“ก็เราถือในนามธนาคาร 25% ก็จริง แต่เอกสารที่ป้าให้วินมาอ่านไว้ก่อน มันบอกว่าทางนั้นต้องเพิ่มทุนเพื่อเปิดทางให้คนนอกเข้ามาถือเพิ่มอีก และคนนอกนั้น ทางธนาคารก็จะเป็นคนหา”
“แบบนี้ก็นอมินีเราไม่ใช่หรอครับ”
“ถ้าเค้ายอมเพิ่มทุนพีพี(*)ให้คนที่เราจัดไว้ หลังเพิ่มทุนสัดส่วนฝั่งเราก็เกิน 50%”
“โฮสไทล์ (**) นะครับ”

“หัวไวขึ้นมาเชียวเรา”
“ป้าบอกแล้วว่าให้เรียนบริหารธุรกิจหรือบัญชี”

“วินไม่ชอบนี่ครับ”
“ป้าตอบสิ เรากำลังเทคโอเวอร์ไม่เป็นมิตรอยู่ใช่มั้ย”
“ทำร้ายเขารึเปล่าครับ อย่าไปเอาของของคนอื่นแบบเอาเปรียบเลยครับ”

“ตาวิน ดีลนี้วินวิน”
“แล้วอะไรที่แม่ให้เราอ่าน คุณมือโปรเขาก็ได้อ่านเหมือนกัน”
“เขาไม่ใช่คนโง่ ถ้ารู้จักฮุบเหยื่อแล้วติดเบ็ดแต่ก็ได้ขึ้นแท่นเป็นปลาเลี้ยงในตู้หรูหรา กลายร่างเป็นเสือนอนกินตลอดชาติ ใครจะไม่เอา”

“เสือนอนกิน ก็ท้องแตกตายได้นี่ครับ ไม่มีอะไรการันตีว่าจะเป็นเสืออมตะ”
“ป้าก็พูดเองว่าเสือ ไม่มีเสือที่ไหนชอบนอนกินหรอกครับ เสือต้องล่า”
“นี่ป้าจะเอาไส้กรอกหมาล่อเสือให้มันมานอนกินในกรง แล้วเราเก็บค่าปาหี่ ผมว่าคนที่ยอมเรา ต้องเรียกโง่เท่านั้นแหล่ะครับ”

“แม่ถึงต้องพึ่งวินไงจ๊ะ”
“แม่ตกปลาด้วยเหยื่อที่เหมาะสม แม่เอาปลามาเลี้ยงโชว์หารายได้ แม่มีวินเป็นคนเก็บเงินค่าดู ดูแลปลาให้อย่างดี แม่ว่าวินคุยกับปลาตัวนี้รู้เรื่อง”

“จะปลาหรือเสือ วินก็คุยกับมันไม่รู้เรื่องหรอกครับ”

“ไม่ชอบวิธีการแม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าวินจะไม่ทำงานนี้ก็ได้หรอกนะ”
“โตแล้ว เราตกลงกันไว้แล้วทุกอย่าง แม่ทำตามคำพูดแม่ จากนี้คือคำพูดวินแล้วล่ะที่จะขีดเส้นทางให้วินเดิน”

ผมพลาดเอง เพราะฉะนั้นผมคงบ่นอะไรอีกไม่ได้
ก็ไม่อยากคิดแบบนี้หรอกนะครับ เพราะรู้ว่าเสียเวลาคิดเปล่า แต่ว่า...เวลานี้ผมอยากย้อนกลับไปตบปากตัวเองในคืนที่อ้อนวอนขอป้าสุออกไปอยู่คนเดียว และเรียนต่อในทางที่ผมชอบ ผมลั่นคำพูดไปว่า เรียนจบแล้วจะตามใจป้าทุกอย่าง
แม้จะย้อนเวลาไปแก้ไขคำพูดทั้งหมดไม่ได้ ผมขอแก้แค่คำสุดท้ายก็ยังดี เพราะการยอมทำทุกอย่างมันก็เหมือนการยกลมหายใจให้ป้าสุไปแล้วนั่นแหล่ะ

อย่าคิดว่าป้าโหดร้าย หรือใจดำนะครับ
ป้าสุของผมก็แค่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เวียนวนอยู่ในคำว่า “ทุนนิยม” ก็เท่านั้น


 สถานที่ที่คุยธุรกิจกันไม่ไกลครับ แต่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ผมจะไปถึงได้โดยการเดินเท้า ไม่ครับ การเป็นอยู่ในตระกูลนี้มันต้องทำเรื่องไม่จำเป็นให้เยอะเข้าไว้ เรื่องที่จำเป็นจริงๆ ยังไงก็ต้องได้ทำอยู่ดี
ผมต้องนั่งรถมากับป้าสุ จากห้องชุดส่วนตัวมา มายังโรงแรงที่ผ่านกันไม่ถึง 20 เมตร ให้ตายเถอะ!

จะอธิบายคร่าวๆ ก็แล้วกันนะครับ พื้นที่ทั้งหมดในเวิ้งติดแม่น้ำเจ้าพระยานี่เป็นของโรงแรมป้าผม มีทั้งหมด 3 อาคารสูง 2 อาคารที่ติดริมเจ้าพระยาคือพื้นที่โรงแรมครับ ส่วนอาคารที่ขยับถอยหลังมานิดเดียวคือส่วนเรสซิเดนท์เชียล เอาไว้ให้เช่าระยะยาว 1-3 หรือ 5 ปี ทำนองนี้ครับ ลูกค้าที่มาจองส่วนมากจะมาทำธุรกิจในไทย มักเป็นระดับท้อปแมเนจเม้นท์

จากห้องชุดส่วนตัวที่ผมใช้ชีวิตอยู่มาหลายปีก่อนจะย้ายไปอยู่บ้านไม้คนเดียว มายังโรงแรม ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีหรอกครับ แต่ป้าสุสามารถเสริมสร้างระยะการเดินทางให้มันดูไกลและจำเป็นต้องใช้รถ เก่งเสียจริงครับป้า

ป้าสุนัดนายมือโปรมาคุยธุรกิจที่ห้องประชุมของโรงแรม เราทั้งคู่ลงจากรถส่วนตัวของป้าสุ ซึ่งมีลุงสมานเป็นคนขับรถมาส่ง และก็เป็นตามคาด พนักงานยกมือไหว้ผมกันเกรียว แม้จริงๆแล้วจะไหว้าป้าผมก็เถอะ แต่พวกเขาคงเอามือลงไม่ทันรัศมีการเดินของผมที่ขนาบข้างป้าตัวเองหรอกครับ

“มาจ๊ะ ตาวิน อีก 10 นาทีถึงเวลานัด”

“ครับ”
“ป้าสุครับ มีใครร่วมประชุมบ้างหรอครับ”

“มีแม่ วิน แล้วก็ฝ่ายการเงิน”
“ฝั่งนั้นมีคุณมือโปร กับฝ่ายกฎหมายแล้วก็การเงิน”

“อ่อ ครับ” ถ้าผมพูดว่าชิล โลกนี้คงมีเรื่องไม่สมเหตุสมผลมากมายเลยครับ
ผมลอบถอนหายใจ ขยับสูทที่ไม่คุ้นเคยแต่มันกลับพอดีรูปร่างของผมราวกับพระเจ้าจับวาง อ่อ ไม่สิ! ช่างตัดสูทฝีมือดีต่างหากที่ควรได้เครดิตเรื่องนี้

ป้าสุผลุบหายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ส่วนผมรอที่ห้องรับรอง สบตากับพี่ฟ้าซึ่งเป็นเลขาส่วนตัวของป้าสุที่ส่งยิ้มให้ผมอย่างประหลาดใจ

“ทานขนมมั้ยคะน้องวิน”

“ไม่ครับ ขอบคุณ” แล้วก็เงียบ ผมเดาว่าถ้าเป็นคนอื่นนอกจักรวาลแคบๆ ของผมได้รับคำตอบสั้นๆ ห้วนๆ และใบหน้าไร้รอยยิ้ม คงนึกด่าผมในใจว่าหยิ่งแน่นอน แต่พี่ฟ้ารู้จักผมมาประมาณหนึ่ง หมายถึง รู้ว่าผมก็เป็นแบบนี้แหละ เพราะฉะนั้นเธอคงไม่ใส่ใจกับปฏิกิริยาไม่สนโลกของผมเมื่อครู่

“ไปกันเถอะตาวิน”
“ชั้น 9 นะฟ้า”

“ค่ะ คุณสุ”
“ฟ้าจัดกาแฟรังรองทั้ง 3 ไปแล้ว”
“นี่เจอครั้งแรกคิดว่าเราเปิดออดิชั่นนักร้องวงร็อกเพื่อมาเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ซะอีก หล่อมากกกกกกกกกกกค่ะ”

“อาการจ้ะ อาการ เก็บด้วย” ป้าสุติง แต่ใบหน้าและน้ำเสียงแต้มด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะสาธยายต่อ
“ก็ต้องหล่อสิจ๊ะ ลูกชายนายทุนสายหนังกับนางเอกเก่า”

โอ้! ถ้าหมายถึงนายมือโปรล่ะก็....ผมรู้สึกว่าสมองเริ่มได้รับคำตอบแล้วว่าทำไมเขาถึงได้หล่อนัก

“มัวแต่คุย ดูสิ ลูกชายพี่ยืนเมื่อแล้วฟ้า”
“ไปจ้ะ ตาวิน” แล้วผมก็โดนลากไปโดยที่ใบหน้ายังไร้อารมณ์เช่นเดิม แต่ถ้าฟังอัตราการเต้นของเสียงหัวใจแล้ว ผมบอกได้เลยว่าผมตื่นเต้นมาก!


ประตูห้องประชุมปิดไม่สนิทนัก ช่องว่าระหว่างประตูแบบเลื่อนเปิดโอกาสให้ผมได้ยินเสียงสนทนาของคนที่นั่งด้านใน ผมไม่รู้ว่าเสียงอีก 2 คนคือใคร แต่มีเสียงหนึ่งที่ผมจำได้ติดหู เสียงของเขา

ครืดดดดดดดดด
ป้าสุเลื่อนประตูแล้วก้าวเข้าไปยืนแทนที่ประตู แผ่นหลังของป้าคือผนังห้องแข็งแรงที่ผมใช้ซุกซ่อนความรู้สึกส่วนตัวจากโลกใบกว้าง....แต่ผมก็รู้ว่าดีว่าซุกอยู่ใต้ปีกป้าตลอดไปไม่ได้

“สวัสดีครับ คุณสุชาดา”

“บอกให้เรียกอาสุไงคะ”
“รอนานมั้ยคะ ขอโทษด้วยนะ พอดีอาแวะไปรับเด็กฝึกงานมา”
“จะฝากคุณโปรช่วยสอนงานในบริษัทใหม่ของเราด้วย”

“อ๋อ ก็...ได้สิครับ”
“มาด้วยใช่มั้ยครับ อยู่ไหนล่ะครับ”

“ตาวิน มารู้จักพี่มือโปรเขาไว้สิลูก”
“วินค่ะ หลานอาเอง”
“นี่จะเรียนจบปริญญาโทแล้ว อาก็เลยดึงให้มาเริ่มงานเลย”
“ตาวินเขาชอบด้านภาพถ่าย ภาพยนตร์ คิดว่าน่าจะเหมาะกับบริษัทด้านสื่อมากกว่าแบงก์”
“เอ้า! มาสิตาวิน”

หลังจากยืนฟังสรรพคุณตัวเองอยู่นาน ผมก็สะดุ้งเพราะป้าสุหันมาเรียกเสียงดังกว่าปกติ ป้าเอียงตัวนิดเดียวเพื่อให้ผมก้าวขึ้นไปยืนเทียบเคียงกัน ซึ่งผมก็ทำตามที่ป้าสุบอกเสมอ

“สวัสดีครับ คุณมือโปร”


ผู้ชาย 3 คนลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้  2 คนทางด้านซ้ายไม่อาจสร้างอาการอยากรู้จักกันให้เกิดขึ้นในหัวผมได้ เพราะผู้ชายด้านขวาสุดหยุดสายตาผมไว้ราวกับสั่งสาป

เขามองหน้าผม มองการแต่งตัว ขมวดคิ้วใส่ แล้วก็มองป้าสุ ผมเห็นเค้าเม้มปากแน่น ก้มหน้าหนีสายตาผม ถอนหายใจแล้วก็นั่งลงอย่างสงบ

“สวัสดีครับ วิน”


เขาไม่ได้ด่าผม ไมได้โวยวายใส่หรือเดินมาตบกะบาลดังโป๊ะ
เขาแค่เงยหน้ามองผมอีกครั้ง ยิ้มให้บางๆ แล้วคุยธุรกิจกับป้าผมโดยไม่หันมองผมอีกเลย

ผมเจ็บนะ ข้างในหน้าอกนั่น...


Cut


(*) พีพี = หุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PRIVATE PLACEMENT)
(**) โฮสไทล์ = การซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร (hostile takeover)



สวัสดีค่าาา

อ่า....ไม่รู้จะทักทายอะไรเพิ่มดี
ช่วงนี้ยุ่งกันมั้ยคะ?
อืม...เรายุ่ง (บอกทำไม)
อ้อ! ที่หนึ่ง-เจม เริ่มจัดส่งแล้วสำหรับคนที่พรีออเดอร์ ใครยังไม่ได้อ่าน ที่หนึ่ง-เจม หรือ Hear, Me ลองหาอ่านนะคะ ถ้าชอบก็มีรูปเล่มให้หามาครอบครองค่ะ

แล้วก็ หมอนำ-ธาม มี Ep.2 แล้วค่ะ
ฝากติดตามด้วยนะคะ

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #138 เมื่อ11-05-2015 23:38:13 »

พี่โปรจะระเบิดลงตอนไหนเนี่ย แอบกลัวแทน ฮ่าๆ

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #139 เมื่อ11-05-2015 23:49:30 »

 :pig4 :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
« ตอบ #139 เมื่อ: 11-05-2015 23:49:30 »





ออฟไลน์ patchylove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1585
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-4
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #140 เมื่อ12-05-2015 00:30:27 »

พี่โป๊ะรู้อยู่แต่แรกแล้วป่าวหว่า ? :katai2-1:

ออฟไลน์ beautifuldead

  • wandered lonely as a cloud..
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 497
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #141 เมื่อ12-05-2015 02:08:58 »

เฮือกกก ยังไงคะ ยังไง แววอึมครึม จากความเงียบสงบของพี่โป๊ะคนมโน >< หรือไม่มโนก็ไม่รู้
แล้วความรู้สึกของน้องวินตอนท้ายยย หน่วงได้อีก ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดราม่าอะไรเลยย


ปล. ชอบความสัมพันธ์ของโอมและวินมาก รู้สึกว่าวินโชคดีที่เจอโอม และโอมโชคดีที่เป็นเพื่อนวินเช่นกัน

ออฟไลน์ oss_tw

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #142 เมื่อ12-05-2015 06:48:14 »

 :เฮ้อ:

อึดอัดแทนน้องวินกับพี่มือโปร

รอตอนต่อไปนะคะ
 :mew6:

ออฟไลน์ milkteabeige

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #143 เมื่อ12-05-2015 09:44:14 »

จากนี้ความสัมพันธ์คงคืบหน้ากันแล้ว
แต่จะเป็นแบบไหนหนอ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความบิดเบี้ยว

งืออออ ควรให้กำลังใจใครดี????
แต่ที่แน่ๆ ลุ้นตั้งนาน นึกว่าพี่ที่หนึ่งจะมาเป็นเพื่อน 55555

รอตอนต่อไปค่ะ
พี่ซาสู้ๆ นะ

ออฟไลน์ TrebleBass

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #144 เมื่อ12-05-2015 12:16:12 »

มาแล้วๆ  เจอกันแบบเป็นทางการแล้ววว  รู้สึแปล่บๆ

ออฟไลน์ Raiwyn

  • - ไรวิน -
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #145 เมื่อ12-05-2015 12:52:23 »

สงสารวิน  :mew6:
แต่ให่เฮียรู้สักทีก็ดี จะได้เลิกคิดว่าวินมีแม่ยกเลี้ยง  :jul3:

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #146 เมื่อ12-05-2015 16:45:23 »

นายมือโปร คงรู้สึกเหมือนถูกหลอกมาตลอด ...... :z3:
มาลุ้นกันต่อว่า เรื่องการดิวธุรกิจจะลุล่วงแบบไหน แล้วทั้งสองจะปั้นหน้ากันอย่างไร
+1 ให้เป็นกำลังใจครับ  :L2:

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9404
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #147 เมื่อ12-05-2015 18:40:00 »

ก็อย่างที่วินว่า ผิดกันคนละครึ่งทาง พี่โป๊ะอย่างอนน้องเลย ตัวเองก็ด่วนสรุปไป ส่วนน้องวิน ถ้ารู้ตัวว่าผิดก็ขอโทษพี่เค้าซะ
ว่าแต่เป็นอะไรกัน? ยังไม่ได้ชอบกันเลยนี่นา แอร๊ยยย คนเชียร์ใจจะขาดอ่ะ :katai1:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #148 เมื่อ12-05-2015 19:14:43 »

ความจริงเปิดเผยแระ. พี่โปรจะว่าไงมั่งเนี่ยะะะะะะะะ.

ออฟไลน์ sunakai

  • *~CrAzY_KiLL~*
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 867
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-0
Re: At Dawn : แล้วพบกันใหม่.... ตอน12(11-05-15)
«ตอบ #149 เมื่อ13-05-2015 00:48:27 »

บางคาบ บางคราว...การเป็นเพียงคนธรรมดากลับเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน

วินรู้สึกผิด แล้วนายมือโปรเล่า กำลังรู้สึกอย่างไร? ....แอบสงสารนางอ่ะ

โอ๋เอ๋นะตัวเหี้ยน้อยๆ ของติ่ง ฮึบไว้ลูก ฮึบไว้ ไม่ร้องนะครับ #พี่โป๊ะอย่าเตะหนู

โอมไปแล้วด้วยอ่ะวิน เหลือตัวคนเดียวแล้ว....ทำไงดี....

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด