{ :: พยศรัก :: } + END | *เปลี่ยนชื่อเรื่อง (เดิม : เล่ห์รัก)*
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: { :: พยศรัก :: } + END | *เปลี่ยนชื่อเรื่อง (เดิม : เล่ห์รัก)*  (อ่าน 195784 ครั้ง)

ออฟไลน์ kimjuy_o

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-2
พันเอกมันไม่มีหัวใจจริงๆสินะ
รอดูวันที่มันล้ม เมื่อนั้นละมันส์แน่ๆ
แต่อย่างว่า ดีกรีพระเอก ยังไงก็เป็นพระเอกอยู่วันยังค่ำ  :serius2:
รอดูตอนต่อไปนะคะ ว่าจะเป็นยังไง
เป็นกำลังให้คนแต่งค่ะ

ออฟไลน์ Lovecartoon1996

  • ชอบกินมาม่า
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
    • -
เลวได้อีก...

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ตั้งแต่อ่านนิยายในเล้ามา บอกตรงๆเลยว่า
พระเอกคนนี้เลวสุดๆ  :katai1: :katai1:
โอยยย!!! ไมเกรนขึ้น

ออฟไลน์ AoMSiN555

  • กรูบ้า.....อย่าทักกรู
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
ยังรออ่านอยู่นะ.. :katai5: :katai5: :katai5:

hanahana

  • บุคคลทั่วไป
เพิ่งได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ค่ะ ดาร์กจริงอะไรจริง ต่อจากนี้คือคำชื่นชมพระเอกเรื่องนี้โดยเฉพาะ5555
เราอินมากอ่านไปนี่นึกว่านั่งอยู่กับนาวากับพันเอกในบ้านด้วย :katai1:
อิเฮียพันเอกนี่ความจริงเป็นผู้ร้ายปลอมตัวมาเป็นพระเอกใช่มั๊ย
หาความดีที่มียังไม่ได้เลยที่อ่านมาเลวตั้งแต่เปิดเรื่องยันตอนนี้
เลวโดยกมลสันดารใช่มั๊ย เรื่องพ่อกับแม่คือตรวจสอบละเอียดยิ๊บๆอีกทีได้มั๊ยพ่อคุณ
แค้นมากแต่มาลงกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ชั่วได้อีก
เหมือนจะทำอะไรเพื่อสนองความต้องการของตัวเองจนชีวิตคนอื่นเหมือนผักเหมือนปลา
นี่ขนาดพี่แกคิดได้แล้วน่ะว่าบ้านเมืองมีกฎหมายยังขนาดนี้ บังคับทุกคนที่สามารถทำให้ตัวเองสมใจ
สารเลวได้ใจจริงๆเหยียบทุกคนจมดินหมด แล้วคำพูดอิตาพันเอกแต่ล่ะคำอย่าพูดได้มั๊ย
อย่าเอ่ยปากออกมาเลยแม่งหาคำดีดีไม่มีเลย เสียดแทงทำร้ายจิตใจทุกคำ
น้องนุ่งก็ไม่เว้น ความเลวทุกสิ่งอย่างรวมอยู่ในตัวมาก ยังมีด้านที่ดีซักนิดติดตัวอยู่บ้างมั๊ย
ถ้ามีรีบเอาออกมาโชว์น่ะพันเอก ก่อนที่จะไม่ได้โชว์ เพราะทั้งน้องทั้งนาวาจะไม่มีใครอยู่ดู(ว๊ากกกอินเวอร์)
ก็หวังว่าเรื่องที่ทำจะไม่หักมุมว่าแม่งคิดผิดมาตั้งแต่ต้นน่ะอิคุณพระเอก ทำไปแล้วมาเสียใจทีหลังคาดว่าจะไม่ทันล่ะน่ะ  :m16:
อ่านไปก็สาปพระเอกไป เขียนได้เข้าถึงมากค่ะ สนุกมากเราชอบ5555 o13
อ่านแล้วความอินเราพุงทะลุเพดานมาก เป็นกำลังใจให้น๊าคุณMarch. Marcia  มาต่ออีกน่ะค่ะ จะรอจ้า :mew1:

ออฟไลน์ tepzakiku

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 72
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
บีบหัวใจได้อีก ชอบมากนิยายแนวนี้

พระเอกเลวๆแบบนี้ถูกใจ    :hao6:แต่ก็แอบสงสารนายเอก

พระเอกจะเลวแค่ไหนแต่ขออย่างให้เศร้ามากไปนะ(กลัวน้ำตาไหล) :z3:

ปล.คนแต่งนิยายเก่งมากคะขอบคุณนะคะที่แต่งมาสนองความต้องการคนอ่าน 5555

รอตอนต่อไปอยู่นะคะ :oo1:


ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5

“วันนี้ไม่มีสอนเหรอคะคุณพาย ทำไมมานั่งเหม่ออยู่ตรงนี้ได้” เสียงคุ้นเคยของหญิงสูงวัยที่พระพายนับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่ดังขึ้นด้านหลัง ร่างโปร่งหันไปหาเอื้องคำพร้อมกับยกยิ้ม ดวงหน้าได้รูปส่ายไปมาเบาๆ

“ไม่ครับป้า มีอีกทีวันมะรืน” พระพายตอบพร้อมกับขยับกายให้หญิงตรงหน้านั่งข้างกัน

“ป้าเอื้องครับ บอกผมได้ไหม พ่อกับแม่ตายเพราะทรยศคนตระกูลกลทีบ์จริงๆ เหรอครับ” พระพายถามในสิ่งที่ตนสงสัยมาเนิ่นนานแต่ไม่เคยได้รับคำตอบ คำถามของเขาทำเอาอีกฝ่ายชะงัก ใบหน้าโรยราเบนหลบไปอีกทางก่อนจะถอนหายใจ

“ป้าเองก็ไม่รู้อะไรมากนักหรอกนะคะ จริงๆ แล้วเมื่อก่อนน่ะคุณท่านกับคุณลักษณ์...ป้าหมายถึงพ่อของคุณรามน่ะค่ะ เมื่อก่อนท่านทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน แล้วก็จะมีเพื่อนอีกสองคนจากบ้านพรหมพิริยะแล้วก็อัศม์เดช”

“...”

“สี่คนนี้สนิทกันมาเพราะรุ่นก่อนๆ เขาก็ทำธุรกิจร่วมกัน อย่างฝั่งคุณลักษณ์ก็มีหอยมุกแล้วก็รีสอร์ทที่ภูเก็ต บ้านเราก็จะเป็นเครือโรงเเรมที่พักและทัวร์ท่องเที่ยว ส่วนคุณสิบทิศพ่อของคุณสิบตรีก็ทำหน้าที่ส่งเครื่องประดับไปนอกประเทศ จะมีก็แต่ฝั่งพรหมพิริยะนั่นแหละค่ะที่แปลกหน่อยเพราะเป็นหมอกันหมด แต่ก็เหมือนเป็นหมอประจำตระกูลสามตระกูลนี้”

“ครับ เรื่องนี้ผมก็พอรู้มาอยู่บ้าง”

“ค่ะ สมัยก่อนสี่บ้านนี้ก็เกื้อกูลกันดี พวกคุณๆ เขาก็เฮไหนเฮนั่น สนุกกันตามประสาหนุ่มๆ จนกระทั่งเจอคุณบุษบา...”

บุษบา

“แม่ของคุณราม” พระพายพูดเสียงแผ่ว ป้าเอื้องพยักหน้า ยกมือขึ้นลูบเส้นผมนุ่มของพระพายด้วยความรักใคร่

“คุณๆ เขาถูกใจคุณบุษกันมาก แย่งกันจีบอุตลุตไปหมดจนผู้ใหญ่ปวดหัว แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ความใจแข็งเด็ดเดี่ยวของเธอล่าถอยกันไป เห็นแต่คุณลักษณ์กับคุณพัฒพงษ์เท่านั้นล่ะค่ะที่ยังไม่ยอมเลิก” ป้าเอื้องพูดขึ้น พระพายยกยิ้มเมื่อคิดภาพพ่อของเขากับพ่อของรามแข่งกันจีบผู้หญิง

“แต่สุดท้ายลุงลักษณ์ก็ได้หัวใจอาบุษไปครองใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ช่วงนั้นคุณพัฒแกเสียใจยกใหญ่ ไม่หลับไม่นอนเอาแต่เพ้อถึงคุณบุษตลอด จนคุณปู่ของคุณหนูต้องเรียกตัวคุณประกายเดือนกลับมาจากเมืองนอกและบังคับให้คุณเดือนกับคุณพัฒแต่งงานกัน” เอื้องคำเล่าถึงตรงนี้ก็เงียบไป พระพายผ่อนลมหายใจยาวก่อนจะยกยิ้มขืนๆ

“พ่อกับแม่ไม่ได้แต่งงานกันเพราะรักจริงๆ ด้วย” เอ่ยพูดกับคนตรงหน้า หญิงสูงวัยพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะดึงตัวคุณหนูของเธอเข้ามากอด เมื่อก่อนพระพายถามเธอเสมอเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เอื้องคำก็ไม่ได้เล่าให้ฟังเพราะพันเอกกำชับเอาไว้ ชายหนุ่มไม่อยากให้ภาพครอบครัวในแบบที่พระพายฝันเอาไว้พังทลายลง แต่เอื้องคำคิดว่าตอนนี้คุณหนูพระพายของเธอเติบโตพอที่จะรับรู้เรื่องราวเหล่านี้แล้ว

“ผมพอเดาออกตั้งนานแล้วล่ะ”

“คุณเอกกำชับป้าไม่ให้บอกคุณพายน่ะค่ะ คุณเขาไม่อยากให้คุณพายเสียใจที่รู้ว่าพ่อแม่แต่งงานกันเพราะถูกบังคับ กลัวคุณพายคิดว่าตัวเองไม่ควรจะเกิดมา”

“...”

“คุณเขาไม่อยากให้คุณพายคิดว่าตัวเองเป็นเด็กที่เกิดมาจากหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องมีลูกเอาไว้สืบสกุล ไม่อยากให้คุณพายคิดว่าตัวเองเป็นเด็กที่ไม่ได้เกิดมาเพราะความรัก ไม่อยากให้คิดเหมือนที่คุณเขาเคยคิดน่ะค่ะ” เอื้องคำลูบหัวชายหนุ่มตัวขาวที่กำลังซุกอกเธอนิ่งๆ

“ป้าเองก็ไม่อยากให้คุณพายคิดมากนะคะ อย่าคิดว่าไม่มีใครรักไม่มีใครต้องการ คุณพายยังมีคุณเอกที่รักคุณมากยิ่งกว่าใครๆ ยังมีคุณจักร คุณพายุ มีมีน มีป้าอยู่”

“ครับ ผมไม่เป็นไร แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมอยู่ๆ เราถึงแตกหักกับสามบ้านนั้น” พระพายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย

“คงเพราะรักมากเกินไปล่ะมั้งคะ”

“...”

“คุณพัฒรักคุณบุษมากเกินไปจนละเลยคุณเดือน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเดือนกำลังท้องคุณพันเอกอยู่ ก็ตามประสานั่นแหละค่ะ ผู้หญิงที่ไหนจะชอบคนที่สามีเรารักจริงไหมคะ”

“ครับ พอนึกออก”

“นั่นล่ะค่ะ คุณเดือนเธอเลยไม่ชอบคุณบุษนัก ยิ่งคุณพัฒท่านเผลอทำสาวใช้ท้องเพราะเมาคุณเดือนเธอยิ่งโกรธหนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงใจหน้าตาของครอบครัว ทนอยู่มาจนคุณเอกเข้าชั้นประถม ช่วงนั้นคุณพัฒไปมาหาสู่ที่บ้านกลทีบ์บ่อยจนคุณเดือนเธอไม่พอใจ คุณเขาก็ทะเลาะกันตั้งแต่นั้นจนเรื่องมาเกิดตอนคุณเอกกำลังจะจบม.หกพอดิบพอดี”

“...”

“ทางนั้นเขาบอกว่าคุณเดือนไปโกงเงินเกี่ยวกับฟาร์มมุกที่จะร่วมลงทุนกัน ประจวบเหมาะกับที่คุณลักษณ์กับคุณบุษเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วย คุณรามเลยส่งคนมาตัดสายเบรกรถของคุณพัฒกับคุณเดือนจนรถคว่ำน่ะค่ะ”

“ไม่สมเหตุสมผลเลย แค่เรื่องเงินเล็กๆ น้อยๆ ทำไมต้องฆ่าแกงกันขนาดนี้ละครับ” พระพายพูดกลางป้องขึ้นมาด้วยความคลางแคลงใจ นี่น่ะหรือเหตุผลที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นฆ่าพ่อแม่ของเขา

“เอ่อ...อันนี้ป้าเองก็ไม่ทราบค่ะ” เอื้องคำพูดขึ้น พระพายขมวดคิ้วฉับทันทีก่อนจะหันมามองหน้าเธอพร้อมกับยิงคำถาม

“มันไม่ใช่แค่นี้หรอกใช่ไหมครับ”

“ป้าไม่ทราบจริงๆ ค่ะคุณหนู เรื่องนี้ป้าบอกคุณเอกแกไปแล้วว่าป้าไม่ขอยุ่ง ไม่ว่าจะเป็นยังไงมันเป็นเรื่องของพวกคุณๆ เอง คุณเอกเป็นคนไม่ฟังใครนอกจากตัวเอง ป้าพูดป้าเตือนอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ คุณรามเองก็ใจร้อน ต่างคนต่างก็แรงใส่กันทั้งคู่ ปล่อยไปตามเวรตามกรรมเถอะค่ะคุณพาย” เอื้องคำบอก เธอแก่เกินจะวิ่งตามความแค้นของหนุ่มสาวแล้ว อีกทั้งยังเป็นผู้น้อย และพันเอกเองในตอนนี้ก็มาเกินครึ่งทางเสียแล้ว

“ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ความจริงมันจะเป็นเพราะอะไร อนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น คุณพายสัญญากับป้าได้ไหมคะว่าคุณจะเข้มแข็งและมีสติ อย่าเป็นเหมือนคุณเอกไปอีกคนเลยนะคะ ป้าต้องใจสลายแน่ๆ หากคุณหนูของป้ากลายเป็นคนเลวร้ายแบบนั้น” เอื้องคำลูบแก้มของพระพายแผ่วเบาด้วยความหวงแหน คุณหนูเล็กของกฤตภาสนั้นอ่อนเดียงสานัก หากถูกดึงลงไปแปดเปื้อนเธอคงใจสลาย พระพายไม่เหมาะกับสิ่งเหล่านี้ เธอไม่อยากเห็นบ้านหลังนี้ร้อนเป็นไฟขึ้นมาอีก แค่พันเอกก็พอแล้ว พันเอกคนเดียวก็เพียงพอแล้ว

“สัญญากับป้านะคะ อย่าให้ความโกรธความเกลียดทำลายความดีของคุณเด็ดขาด นะคะคุณพาย” หญิงสูงวัยกำชับ พระพายยกยิ้ม สวมกอดหญิงตรงหน้าแน่นพร้อมกับพยักหน้าแผ่วเบา

“ครับป้า ผมสัญญา”




บนโต๊ะอาหารภายในภัตตาคารสุดหรูของโรงแรมชื่อดังเต็มไปด้วยอาหารราคาแพงมากมายที่ยังไม่ถูกตักเลยแม้แต่จานเดียว นาวานั่งนิ่งลอบมองร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านตรงข้าม ก่อนจะหันกลับมามองคนข้างกายที่กำลังจิบกาแฟด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน บรรยากาศบนโต๊ะคุกรุ่น ชายหนุ่มสองคนผู้มีใบหน้าหล่อเหลาทำเพียงแค่ทักทายกันเล็กน้อยก่อนจะนั่งเงียบ พันเอกยื่นเอกสารไปให้อีกฝ่ายเปิดอ่านก่อนจะนั่งจิบกาแฟไปพลางๆ ส่วนอีกฝ่าย...พอเปิดอ่านไปได้สักพักก็ปรายตาขึ้นมามองหน้าเขาก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นขึ้นด้วยใบหน้าราบเรียบ

“ที่นัดมาวันนี้ ถ้าให้เดาคงเกี่ยวกับเกาะนาคาใช่ไหม” สิ้นประโยค คนถูกถามก็ยกยิ้ม ในขณะที่นาวาได้แต่นั่งนิ่งข้างกายของพันเอกด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าจะลากเขามาด้วยเพราะเหตุใด

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน ผมอยากจะขอซื้อที่บนเกาะนั่นทั้งหมด ได้ข่าวว่าเจ้าของเกาะยังนอนใกล้ตายอยู่ที่โรงพยาบาล มันคงไม่มีปัญญาฟื้นขึ้นมาดูแลเกาะหรอกใช่ไหม” พันเอกยกยิ้ม จ้องใบหน้าหล่อเหลาของคนที่นั่งตรงข้ามนิ่ง นาวาเม้มปากแน่นเมื่อเริ่มจะเดาได้ว่าเจ้าของเกาะแห่งนั้นเป็นใคร หันไปมองปฏิกิริยาของอีกคนอย่างเงียบๆ

“ถามมาตรงๆ ผมก็ตอบตรงๆ เลยว่าไม่ได้ ผมเป็นแค่คนดูแลความเรียบร้อยภายในเกาะแทนเขา ไม่มีอำนาจที่จะขายเกาะให้ใคร ถ้าคุณอยากได้ก็ต้องติดต่อขอซื้อกับเจ้าของตัวจริง” คนตรงหน้าตอบกลับมาอย่างรวดเร็วและหนักแน่น พันเอกยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้พลางจ้องคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม แขนแกร่งวาดพาดไปยังเก้าอี้ของนาวาก่อนจะโอบร่างโปร่งเข้ามาใกล้ ใบหน้ายิ้มแย้มค่อยๆ เคร่งขรึมก่อนจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นดุดัน สรรพนามที่เคยไพเราะเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

“อย่าให้กูต้องพูดซ้ำเลยไอ้สิบ ขายเกาะให้กูซะ มึงคิดว่าไอ้รามมันจะดวงแข็งรอดอีกเป็นครั้งที่สองงั้นเหรอ”

พันเอกพูดอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทำเอา ‘สิบตรี อัศม์เดช’ กัดฟันกรอด หันไปมองนาวาที่กำลังมองพวกเขาอย่างไม่เข้าใจก่อนจะพูดเสียงรอดไรฟัน

“มึงคิดว่ากูกับไอ้นายไม่รู้เหรอว่ามึงส่งน้องเทียนไปฆ่าไอ้ราม มึงมันระยำไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ” สิบตรีพูดจบก็ได้รับรอยยิ้มเย้ยหยันจากพันเอก ในขณะที่นาวาหันขวับไปมองคนข้างกายด้วยความตกใจ กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องร้องอุทานเมื่อพันเอกเปลี่ยนมือที่โอบไหล่เขาเอาไว้มาบีบท้ายทอยเต็มแรงจนนาวาเบ้หน้า

“คุณเอก ผมเจ็บ” นาวาประท้วง สิบตรีกัดฟันกรอดก่อนจะจ้องพันเอกด้วยแววตาดุดัน

“ปล่อยคุณวาซะเอก” ร่างสูงตรงข้ามเอ่ยขึ้น พันเอกทำเพียงแค่แค่นหัวเราะก่อนจะตวัดสายตาไปมองนาวาที่กำลังเบ้หน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้

“เมียกู กูจะทำอะไรยังไงก็ได้ ทำไมต้องฟังมึง”

“ถ้ามึงคิดว่าการทำร้ายคุณวาแล้วจะทำให้กูยอมขายเกาะล่ะก็นะ กูขอบอกว่ามึงคิดผิด” สิบตรีพูดขึ้น ใช่ว่าอยากจะเห็นนาวาโดนทำร้าย แต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะขายเกาะให้กับพันเอกจริงๆ และถึงรามยังอยู่เขาก็เชื่อว่าเพื่อนเขาไม่ยอมขายสิ่งที่เจ้าตัวรักเท่าชีวิตนั่นหรอก

ด้านพันเอกเองที่พอใช้นาวาขู่ไม่ได้ผลก็พ่นลมหายใจออกอย่างหงุดหงิด รู้ดีอยู่แล้วตั้งแต่แรกว่าสิบตรีไม่ได้แคร์นาวาเหมือนกับราม แต่ที่พานาวามาด้วยเพราะอยากให้พวกมันได้รู้ว่านาวาทุกข์ทรมานแค่ไหนตอนที่อยู่กับเขา เป็นการกระตุ้นกลายๆ ให้อีกฝ่ายร้อนรนหาทางทำอะไรสักอย่างเพียงเท่านั้น

“หึ กูก็แค่ลองมาถามมึงเล่นๆ ดู เผื่อมึงจะเห็นเศษเงินดีกว่าเศษสวะที่นอนพะงาบอยู่บนเตียง แต่ก็นะ...ไม่นึกเลยว่าพวกมึงจะยังยึดมั่นในความเป็นเพื่อนโง่ๆ แบบนั้นอยู่อีก ระวังจะทำอะไรแล้วไม่เจริญล่ะ” พันเอกเย้ย นาวาขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ หันไปมองร่างสูงด้วยอารมณ์คุกรุ่น คนคนนี้ช่างเป็นผู้ชายที่มีทัศนคติที่แย่ยิ่งนักในสายตาเขา พันเอกเหมือนคนบกพร่องทางอารมณ์และการมองโลก ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีคนคิดแบบนี้หลงเหลืออยู่บนโลก

“เมื่อก่อนมึงก็เคยมีเอก เพียงแต่มึงเลือกให้ความแค้นอยู่เหนือทุกอย่างและทิ้งมันไป กูยังหวังให้มึงกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม”

สิบตรีพูดเสียงเรียบ ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆ แล้วเขาไม่ได้โกรธที่พันเอกเป็นแบบนี้ ก่อนจะเกิดเรื่องพวกเขาทั้งสี่คนรักกันยิ่งกว่าอะไรดี โดยเฉพาะรามกับพันเอก ไม่นึกไม่ฝันว่าทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้ เหมือนโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้า เหมือนหมอกขุ่นมัวที่บดบังหนทางแห่งชีวิตจนมองไม่เห็นอนาคต

“พวกกูพร้อมจะให้อภัยมึงเสมอนะเอก”

ปึง!

“หุบปาก! อย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร พ่อแม่มึงไม่ได้ถูกฆ่าตายนี่!” พันเอกตะคอกราวกับคนสิ้นสุดความอดทนหลังจากที่ใช้สองมือแกร่งทุบโต๊ะเสียงดังจนแขกในภัตตาคารคนอื่นๆ หันมามอง พอเห็นว่าเป็นใครคนเหล่านั้นก็รีบก้มหน้าหลบเสียแทบไม่ทัน นาวาเองก็ได้แต่เม้มปาก ยกมือขึ้นลูบแขนแกร่งของพันเอกอย่างลืมตัว มันเป็นไปตามสัญชาตญาณ ร่างกายมักจะไวกว่าความคิดเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน จริงๆ ควรจะนั่งนิ่งๆ แต่เขากลับขยับตัวไปลูบแขนพันเอกให้อีกฝ่ายใจเย็นเสียแล้ว

“กูอยากให้มึงลองสืบดูให้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือไม่ก็เปิดอกคุยกับรามมันจริงๆ จังๆ ดีกว่ามาคิดเองเออเองแบบนี้” สิบตรียังคงสงบ ไม่มีอาการตกใจให้เห็น พันเอกตาวาวโรจน์ แค่นหัวเราะก่อนจะยกยิ้มอย่างนึกสมเพช สมเพชทั้งตัวเองและอีกฝ่าย

“ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง ไอ้เพื่อนทรยศนั่นก็เป็นคนฆ่าพ่อแม่กู มันทำพระพายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเล็ก น้องกูเพิ่งจะสิบปีตอนต้องมาเสียพ่อเสียแม่ เด็กตัวแค่นั้นต้องถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อว่าไม่มีพ่อไม่มีแม่มาจนขึ้นมัธยม พวกกูทำผิดอะไรมันถึงมาตัดสินแบบนี้” พันเอกระเบิดอารมณ์ ดวงตาแดงก่ำ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนในขณะที่นาวาได้แต่นิ่งเงียบ สิบตรีถอนหายใจ เบือนหน้าหนี

“กูต้องแบกรับทุกอย่าง ต้องเลี้ยงน้องมาคนเดียว หึ...จะว่าไปกูเลี้ยงน้องเองมาตั้งแต่น้องเกิดแล้ว เพราะแม่มัน แม่ไอ้เหี้ยรามไง ตัวที่หว่านเสน่ห์ทำลายครอบครัวของคนอื่นไปทั่ว!”

“มึงบ้าไปแล้วเอก มึงก็รู้ว่าอาบุษไม่ได้เป็นคนแบบนั้น!” สิบตรีเถียงแทนมารดาของเพื่อน ไม่ชอบใจที่พันเอกโยงเรื่องเองและคิดเองเสร็จสรรพ นี่เพื่อนเขากำลังถลำลึกมากเกินไปแล้ว พันเอกกำลังจะกลายเป็นใครก็ไม่รู้ที่เขาไม่เคยรู้จัก

“พวกมึงต่างหากที่บ้า บ้าไปอยู่ข้างมันแทนที่จะเป็นกูไอ้สิบ มันฆ่าพ่อแม่กูแต่มึงกลับมองว่ากูผิด หึ ด่ากูเลวชาตินัก ถามตัวเองดูก่อนไหมว่าใครที่ใจดำแล้วก็เลือดเย็นกว่ากัน!” พันเอกทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก็หุนหันเดินจากไป นาวามองตามหลังแผ่นหลังกว้างไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกก่อนจะหันมามองสิบตรีที่ก็มองตามพันเอกไปเช่นกัน

“ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ตกใจ” สิบตรีพูดเสียงสุภาพ นาวายกยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า

“ผมต่างหากครับที่ต้องขอโทษคุณ เอ่อ...คุณจะรังเกียจไหมครับถ้าผมจะถามอาการของคุณราม” นาวาพูดขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อม สิบตรียกยิ้ม ไม่แปลกใจว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงหลงรักคนคนนี้ นาวาเป็นคนมีเสน่ห์ ยิ้มสวยและมีดวงตาที่น่ามอง

“ตอนนี้ก็รอดูอาการอยู่ครับ หมอบอกว่าอาการดีขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย”

“ครับ...ผม...ขอโทษนะครับที่เป็นต้นเหตุให้คุณรามเป็นแบบนี้” นาวาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด สิบตรีรีบส่ายหน้าหวือก่อนจะพูดขึ้น

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณแทนไอ้รามมัน คุณไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแต่ต้องมารับกรรมแทนเพื่อนผม ไอ้เอกมันบ้า ไอ้รามแคร์อะไรหรือรักใครมันก็ชิงทำร้ายให้ไอ้รามเจ็บตลอด ไม่สนว่าจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว แค่ให้รามมันเจ็บเอกมันพร้อมจะทำทุกอย่าง” สิบตรีพูดขึ้น นาวาถอนหายใจอย่างอ่อนล้าก่อนจะยกยิ้มขืนๆ

“ผมชินแล้วละครับ ไม่มีอะไรหนักหนาเกินกว่าการเสียครอบครัวหรอก” นาวาพูดขึ้น ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะต่างคนต่างเงียบ สิบตรีมองจานข้าวนิ่งๆ ราวกับคนกำลังใช้ความคิดในขณะที่นาวาเองก็ได้แต่จมอยู่กับอดีต ก่อนจะโพล่งขึ้นมาเมื่อนึกได้ถึงบทสนทนาของพันเอกและสิบตรีเมื่อก่อนหน้านี้

“จริงสิ! เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณเอกส่งคนไปฆ่าคุณรามเหรอครับ”

“อ๋อ...ครับ ไอ้เอกมันส่งน้องชายต่างแม่ไปทำงานที่โรงพยาบาลภูเก็ตเพื่อให้ฆ่ารามมันน่ะ คุณรู้จักไหม ที่ชื่อเทียนน่ะ”

“เคยได้ยินชื่อน่ะครับ”

“...”

“แล้ว...” นาวากำลังจะเอ่ยถามว่าคนคนนั้นทำสำเร็จไหม สิบตรียกยิ้มอย่างรู้ว่าร่างโปร่งจะถามอะไรก่อนจะยิ้มบางๆ

“ไม่ต้องห่วงครับ รามปลอดภัยดี ส่วนเด็กคนนั้นเองก็ถูกทำโทษเล็กๆ น้อยๆ โทษฐานทำตัวไม่น่ารัก” ร่างสูงพูดพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นาวาได้แต่ยิ้มแหยๆ อย่างนึกห่วง และแล้วบรรยากาศระหว่างพวกเขาก็เงียบลงไปอีกครั้ง นาวาอยากจะลุกไปตามพันเอกแต่ก็กลัวจะเสียมารยาท พวกเขาทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบโอบล้อมรอบตัวอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเป็นสิบตรีที่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทำเอานาวาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

“คุณวาครับ หนีไปกับผมไหม...”

“!!!!”

“ไปซะตอนนี้ ตอนที่ยังมีโอกาส ไม่อย่างนั้นไอ้เอกอาจจะทำร้ายคุณมากกว่านี้ก็ได้ รามมันใจสลายแน่ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเห็นคุณทุกข์ทรมานแบบนี้”

“คุณ...ผม...”

“ไปกับผม ไปอยู่ในที่ที่ไอ้เอกมันจะตามไม่เจอ คุณไม่จำเป็นต้องเจอเรื่องแบบนี้...นะครับ”

“ผม...ไม่รู้”

“ไปเถอะครับ ก่อนที่คุณจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะออกจากห้องนอนของมัน”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2016 14:39:05 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-04-2016 00:29:24 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ Maytbb

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1763
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
 :เฮ้อ:  จะไปก็ติดนะโมอีก ถ้าเอานะโมไป การเรียนอีก

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4
พระเอกเรื่องนี้มันทั้งเลวทั้งโง่ :เฮ้อ: 

อ่านทีไรแอบสาปส่งทุกที พระเอกหรือตัวโกงนะนี่ :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6774
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
 :katai1:  พระเอกนี่เสมอต้นเสมอปลายมากไปป้ะ
เพลียแทนนาวา

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
เรื่องการตายของพ่อแม่พันเอกอาจจะมีเงื่อนงำอย่างอื่นมากกว่านี้นะ

ออฟไลน์ PoPuAr

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-2
เลวได้สม่ำเสมอจริงๆนะพันเอก

นาวาก็คิดบวกเข้าไว้นะ ถึงจะเจ็บก็ต้องทน ทนจนมันชินไปเอง

คิดเอาไว้ว่าน้องสำคัญที่สุด

ตอนนี้สงสารพระพายมากกกกก

ออฟไลน์ Isunn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
 :hao5: พระเอกเลวได้ใจ  :hao7:

ออฟไลน์ black sakura

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-8
คุณสิบไปช่วยน้องโมก่อน

ออฟไลน์ minyjae

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 60
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
พันเอกเลว แต่เราชอบมาก  :hao7:
อยากรู้ว่าพันเอกจะรักนาวายังไง ตื่นเต้นๆ :hao5:

ออฟไลน์ Viewonohm

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-5
เหมือนทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นนะ   :mew4:

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
วันนึงที่พันเอกไม่เหลือใครรักนั่นแหละถึงจะรู้สึกตัว
เอ้ะ!! หรือว่ามันไม่มีความรู้สึก  :katai1:

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
คือ เครียดอ้ะ แบบบบย ไม่รุจะด่าอิตาพันเอกยังไงดี

ออฟไลน์ Mookkun

  • magKapleVE
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
    • Consensual free relationships
หนีไหมมม นาวาาา

มาต่อน้าาา อยากอ่านแล้วว 555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3322
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
ไปไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นน้องโม จัเป็นยังไงละ

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
ตอนที่ ๑๑ : โง่



เนิ่นนานที่ร่างสูงของสิบตรีนั่งเงียบจ้องหน้าเขาอย่างรอคอยคำตอบ นาวาคิดไม่ตก คิ้วขมวดอย่างสับสน ใจหนึ่งไม่อยากกลับไปทุกข์ทรมานกับคนอย่างพันเอกอีกแล้ว แต่อีกใจกลับต่อต้านอยู่เนืองๆ เฝ้าเตือนสติเขาว่าณะโมล่ะ น้องชายจะเป็นเช่นไรหากเขาเอาตัวรอดไปเพียงลำพัง พันเอกจะหันไปทำอะไรน้องแทนเขาหรือเปล่า พระพายจะช่วยอะไรได้ไหม เรื่องราวมันจะเลวร้ายลงไปมากกว่าเดิมหรือเปล่า

ไม่ได้หรอก เขาทิ้งณะโมไปไม่ได้ นาวาบอกกับตัวเองแบบนั้น

“ผม...ผมไปกับคุณไม่ได้ครับ”

“...”

“ผมทิ้งน้องไปไม่ได้ ณะโมยังอยู่ที่บ้าน ถ้าผมไปผมไม่รู้เลยว่าพันเอกจะทำอะไรน้องชายของผม อีกอย่าง มันคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าสิ่งที่ผมเคยผ่านมันมาแล้วหรอกครับ แค่นี้ผมทนได้” นาวาพูดขึ้น สิบตรีหัวเราะออกมาเบาๆ นั่นสินะ เขาลืมไปได้ยังไงกันว่านาวามีน้องชายอยู่หนึ่งคน ทั้งรักทั้งหวงแหนเด็กคนนั้นอย่างกับอะไรดี และตัวเขาเองก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยทั้งนาวาและน้องชายได้พร้อมกันหรอก

“ครับ...ผมเข้าใจ” สิบตรีเอ่ยขึ้น นาวามองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้านิ่งๆก่อนจะยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม

“ยังไงผมก็ต้องขอบคุณคุณมากนะครับที่ให้การช่วยเหลือ ถึงผมจะรับมันไว้ไม่ได้ก็ตามที” ร่างโปร่งพูดขึ้น สิบตรีเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจกับคนตรงหน้าก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหลุดยิ้มอย่างนึกเอ็นดู ชายหนุ่มพิจารณาใบหน้าของนาวาและกริยาต่างๆแล้วก็ได้แต่นั่งยิ้ม

นาวาเป็นคนที่เหนือความคาดหมาย

“คุณเป็นคนดีมาก ไม่แปลกใจเลยทำไมไอ้รามมันถึงเอาแต่เพ้อ” อดเอ่ยแซวขึ้นมาไม่ได้ นาวาหัวเราะแหยๆออกมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นแก้มแดงระเรื่อเมื่อสิบตรีหลุดพูดประโยคหนึ่งซึ่งทำเอานาวาถึงกับใจกระตุก

“บางทีความดีของคุณอาจจะเปลี่ยนใจไอ้เอกได้ ผมไม่เคยได้ยินเอกมันเรียกใครว่าเมียมาก่อนเลยคุณรู้ไหม”

“เอ่อ...”

“ถึงจะยังไงก็เถอะ นี่เป็นเบอร์ติดต่อของผม ถ้าคุณมีอะไรอยากให้ผมช่วยก็โทรหาได้เลยนะครับ” สิบตรียื่นนามบัตรให้กับร่างโปร่งตรงหน้า นาวารับมันไปถือเอาไว้ก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ทั้งคู่คุยอะไรกันอีกเล็กน้อยก่อนต่างฝ่ายต่างจะแยกย้ายกัน ก่อนไปสิบตรีก็ยังไม่วายกำชับนาวาเรื่องของพันเอกด้วยความเป็นห่วง

“มันอาจจะดูแปลกไปสักหน่อย แต่ถ้าคุณเลือกที่จะอยู่กับมัน ยังไงผมฝากมันด้วยนะครับคุณวา ไอ้เอกมันเป็นคนใจร้อนไม่ฟังใคร อาจจะดูเลวก็จริงแต่มันก็น่าสงสาร ผมว่าที่มันทำร้ายคุณก็แค่เพราะคุณเป็นคนที่ไอ้รามรัก ลึกๆมันคงไม่อยากจะทำแบบนี้หรอก ผมเองก็คงช่วยอะไรมันไม่ได้เพราะตอนนี้ก็เหมือนเป็นศัตรูมันกลายๆไปแล้ว”

“...”

“คุณคงสงสัยว่าทำไมผมถึงเข้าข้างคนที่ฆ่าพ่อแม่ของคนอื่นอย่างไอ้รามใช่ไหม” สิบตรีถามขึ้น นาวาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยืนนิ่งอย่างรอคอยคำตอบ

“พวกผมไม่ได้เข้าข้างรามมันหรอก ผมกับไอ้นายเราอยู่ตรงกลางมาตลอด คิดว่าให้มันจัดการกันเอาเอง พวกผมจะไม่เข้าไปยุ่งด้วย ได้แค่ให้ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ ถ้ารามเดือดร้อนผมก็พร้อมช่วย ไอ้เอกเดือดร้อนผมก็จะไม่นิ่งเฉยแต่ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความแค้นบ้าๆนี่น้อยที่สุดและต้องแน่ใจว่าไม่กระทบอีกฝ่าย แต่เป็นไอ้เอกเองที่คิดไปว่าเราสองคนไม่ดูดำดูดีมันจนแยกตัวออกไป...”

“คุณรามฆ่าพ่อแม่คุณพันเอกจริงๆเหรอครับ” นาวาถามขึ้น สิบตรีพยักหน้ารับก่อนจะขยายความ

“ครับ รามมันบอกแบบนั้น แต่มันก็บอกพวกผมแค่นั้น ไม่ได้บอกอะไรเพิ่ม ไอ้นี่ก็เอาแต่อมพะนำจนเรื่องมันเลวร้ายแบบนี้นี่แหละ เชื่อผมเถอะ ถ้ามันฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่มันมาชิงตัวคุณกลับแน่ๆ” สิบตรีพูดอย่างที่ใจคิด

“ผมดูโง่มากไหมครับที่มีโอกาสแต่ไม่คิดจะหนี” นาวาตัดสินใจถามขึ้นมาในที่สุด สิบตรียกยิ้ม ยกมือขึ้นลูบผมนุ่มของนาวาอย่างนึกเอ็นดูก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“คุณไม่ได้โง่หรอก คุณแค่ยังมีห่วงอยู่และมีความอดทนมากพอกับสิ่งที่ไอ้เอกมันทำ ตอนนี้ เวลานี้มันเป็นเรื่องของคุณ ไอ้เอกแล้วก็ไอ้รามสามคน ผมก็ได้แต่คอยมองอยู่ห่างๆ เพราะงั้นถ้าคุณอยากให้เรื่องมันจบก็เปลี่ยนใจพวกมันและทำให้พวกมันหันมานั่งคุยกันดีๆให้ได้”

“...”

“ผมเชื่อว่าถ้าเป็นคุณ ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นแน่นอน” สิบตรีทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก็ขอตัวเดินจากไป นาวายืนเคว้งอยู่บริเวณหน้าโรงแรมพลางคิดถึงคำพูดของคนที่เพิ่งจะเดินไป เขาน่ะเหรอจะสามารถทำให้พันเอกกับรามหันมาคุยกันดีๆได้ คนอย่าง นาวา ชนกันต์ คนนี้น่ะเหรอ ไม่มีทางหรอก ยิ่งกับพันเอกแล้วยิ่งไม่มีทางเข้าไปใหญ่ เห็นๆ กันอยู่ว่าพันเอกมองเขาเป็นเพียงเครื่องมือในการแก้แค้นรามและของเอาไว้เล่นแก้เบื่อ นาวาไม่มีความสำคัญอะไรขนาดจะไปบงการพันเอกได้แน่นอน ชายหนุ่มคิดพลางถอนหายใจก่อนจะได้สติและพบว่าตอนนี้เขายืนอยู่เพียงลำพังโดยไร้เงาของพันเอก จะว่าไปพันเอกก็หุนหันออกมาจากร้านอาหารตั้งนานสองนานแล้วนี่นา คิดได้แบบนั้นร่างโปร่งก็มองซ้ายมองขวาเพื่อหาใครอีกคน เพียงไม่กี่วินาทีก็เห็นรถยนต์ของพันเอกจอดอยู่พร้อมกับร่างสูงของจักรที่กำลังโยกหัวพายุเล่นแล้วยกยิ้ม นาวารีบสาวเท้าเข้าไปใกล้คนทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นทันที

“คุณจักรคุณยุ คุณเอกละครับ”

“อ้าว นายไม่ได้อยู่กับคุณวาหรอกเหรอครับ” พายุหันมาถามตาโต นาวาส่ายหน้าหวือก่อนจะตอบ

“ไม่ครับ ออกมาก่อนผมสักพักแล้วล่ะ ผมนึกว่านั่งรออยู่บนรถแล้วซะอีก”

“อ่า...งั้นนายก็คงไปเดินแถวๆ นี้ละมั้งครับ พี่จักร...โทรตามนายดิ้” ท้ายประโยคพายุหันไปสั่งร่างสูงของจักรด้วยใบหน้าติดจะยุ่งนิดหน่อย จักรล้วงเอามือถือขึ้นมากดตามอย่างว่าง่าย ต่อสายหาพันเอกสักพักเจ้าตัวก็ส่ายหน้า

“ปิดเครื่องครับ”

“ปกตินายไม่ปิดเครื่องนะ...มีเรื่องอะไรกันรึเปล่าครับคุณวา” พายุหันมาถามนาวา

“ก็...เหมือนว่าคนที่คุยงานด้วยจะเป็นเพื่อนเก่าของคุณเอกเขาน่ะครับ แล้วก็ทะเลาะกันนิดๆ หน่อยๆ แล้วเขาก็หุนหันเดินออกมาเลย”

“เอาไงดีพี่ ถ้านายปิดเครื่องแบบนี้มีทางเดียวคือรอแค่นั้นแหละ”

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น เอาอย่างนี้...แกขับรถไปส่งคุณวาที่บ้านไป แวะรับน้องณะที่โรงเรียนด้วย เดี๋ยวฉันจะรอนายอยู่นี่ จะลองเดินๆดูแถวนี้ด้วย” จักรพูดขึ้น พายุพยักหน้าก่อนจะหันมาหานาวาที่ยืนมองซ้ายมองขวาด้วยแววตาเป็นกังวล

“คุณวาครับ กลับไปรอที่บ้านก่อนดีกว่า ไปครับขึ้นรถ”

“แต่...จะดีเหรอครับ ผมว่าเราช่วยกันเดินดูแถวๆนี้ก่อนไหม”

“โถ่คุณวา นายน่ะยี่สิบแปดยี่สิบเก้าแล้วนะครับ โตเป็นควายแล้วไม่ต้องห่วงหรอกครับ กลับบ้านถูกแน่นอนรายนั้น” พายุพูดขึ้นเมื่อนาวายังยืนละล้าละหลังอยู่กับที่ แอบอมยิ้มน้อยๆกับใบหน้าฉายแววเป็นห่วงจนปิดไม่มิดของอีกคน สงสัยจริงๆว่าโลกนี้จะมีคนดีแบบนาวาอีกสักกี่คน นายเขาทั้งร้ายใส่สารพัดแต่ก็ยังมีกะจิตกะใจเป็นห่วงกันแบบนี้

“เอางั้นเหรอครับคุณพายุ” นาวาถามด้วยความไม่แน่ใจก่อนจะยอมก้าวขาขึ้นรถเมื่อลูกน้องของพันเอกยืนยันว่าพันเอกจะไม่เป็นอะไร เมื่อชายหนุ่มขึ้นไปนั่งแหมะอยู่บนรถแล้วพายุก็รีบวิ่งปุเลงๆไปประจำที่คนขับก่อนจะออกรถไปอย่างนิ่มนวล ดูไม่สะทกสะท้านผิดกับคนที่นั่งด้านหลังที่ยังขมวดคิ้วอย่างคิดไม่ตก

“คุณพันเอก คุณไปอยู่ที่ไหน”





23.47 น.

เข็มนาฬิกาบนผนังชี้บอกเวลาดึกดื่นใกล้เที่ยงคืนเต็มทีหากแต่นาวากลับไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ ร่างโปร่งมองที่ว่างข้างเตียงด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวาย พันเอกยังไม่กลับบ้าน นี่มันก็ห้าทุ่มจวนจะหกทุ่มเข้าไปแล้วแต่จักรและพายุก็ยังไม่ติดต่อมา อันที่จริงก็ถูกแล้วที่ฝ่ายนั้นจะไม่ได้แจ้งอะไรเขา มันไม่จำเป็นเลยและนาวาเองก็ไม่มีมือถือติดตัว การจะโทรเข้าบ้านในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ก็รังแต่จะทำให้คนอื่นๆแตกตื่นกันไปหมดเสียเปล่าๆ

หลังจากที่พายุแวะรับณะโมที่โรงเรียนและมาส่งเขาที่บ้านเจ้าตัวก็ขับรถออกไป เห็นบอกว่าจะไปรอพันเอกเป็นเพื่อนจักรแล้วก็หายกันไปตั้งแต่นั้น พอบอกให้ป้าเอื้องและพระพายฟังสองคนนั้นก็ได้แต่ยักไหล่แล้วบอกว่าช่างเถอะ เมื่อก่อนพันเอกก็เป็นแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ก็คงหลบไปดื่มเหล้าที่ไหนสักแห่งนั่นแหละ แต่ถึงทุกคนจะบอกไม่ให้นาวาห่วงแต่เขารู้ดี ลึกๆในใจนาวาก็อดเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี จะว่าเป็นห่วงมันก็ใช่ ทั้งๆที่พันเอกทำร้ายเขาเอาไว้สารพัดแท้ๆแต่นาวาก็ยังนึกห่วงคนใจร้ายแบบนั้น นึกหงุดหงิดกับตัวเองเหลือเกินแต่ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายเลยเลือกที่จะขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างในห้องนอนของพันเอกเสีย

อย่าถามเชียวว่าทำไมต้องมานอนห้องของพันเอก ก็ณะโมน่ะสิ เผลอล็อคห้องแถมยังหลับไปแล้ว นาวาเคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด สุดท้ายเลยต้องพาตัวเองเข้ามานั่งแหมะอยู่ในห้องพันเอกและเอาแต่จ้องนาฬิกาสลับกับที่นอนของผู้ชายคนนั้นด้วยความเป็นห่วงอยู่แบบนี้

น่าโมโหจริงๆ ทำไมต้องไปห่วงคนพรรค์นั้นด้วยก็ไม่รู้สิน่า

แกร้ก.

“อ้าวคุณวา นึกว่านอนอยู่ห้องน้องซะอีก” เสียงของพายุดังขึ้นหลังจากที่ประตูห้องนอนถูกเปิดออกโดยฝีมือของเจ้าตัว นาวาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียง พลันดวงตากลมก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อพบว่าข้างๆพายุเป็นพันเอกที่เมาอ้อแอ้คอพับคออ่อนไม่ได้สติ

“อะไรกันครับคุณยุ ทำไมเขาถึงเมาแบบนั้นล่ะ” นาวาถามขึ้น ผวาตัวเข้าไปหาพายุแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าอีกคนจวนเจียนจะล้มอยู่ร่อมร่อ พายุไม่ใช่คนตัวโตมากนัก แต่ก็ไม่ได้ดูตัวเล็กจนเกินไป เพียงแต่พอมาอยู่ใกล้พันเอกซึ่งตัวสูงใหญ่กำยำเลยดูเหมือนหนูกำลังแบกราชสีห์ก็ไม่ปาน

“แอบไปนั่งกินเหล้าที่ร้านประจำน่ะครับ คงเครียด คุณวาช่วยผมพยุงนายไปนอนบนเตียงหน่อย” พายุเอ่ย เขากำลังจะวูบแล้ว ก็เจ้านายน่ะตัวหนักน้อยเสียเมื่อไหร่ พาขึ้นบันไดมาได้ก็ถือว่าเป็นโชคมากเต็มที

“อ่า...ผมฝากคุณวารับช่วงต่อได้ไหม ผมโคตรง่วงเลยง่ะ” พายุพูดขอขึ้นอย่างเกรงๆ นาวาหันไปมองตาปรือๆของบอดี้การ์ดคนเก่งแล้วก็ยกยิ้มละไมพลางพยักหน้า พายุหัวเราะแหยๆก่อนจะขอโทษเล็กน้อยแล้วก็รีบเดินขยี้หูขยี้ตาเป็นเด็กๆออกจากห้องไป

ทั้งห้องเข้าสู่ความเงียบเมื่อประตูห้องนอนปิดลง นาวามองคนที่นอนหลับอยู่ตรงหน้าก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมกับผ้าชุบน้ำหมาดๆและนำมันมาซับใบหน้าและลำคอของพันเอกเบาๆพอให้อีกคนได้หลับสบาย นาวาคิดว่าพันเอกหลับสนิทไปแล้วหากแต่เขาคิดผิด เพราะทันทีที่ผ้าชุบน้ำแตะลงบนแก้มของอีกคนร่างสูงที่เขานึกว่าหลับก็ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะกระชากร่างของเขาลงไปนอนราบกับเตียงนอนพลางเคลื่อนกายขึ้นมาคร่อมทับนาวาเอาไว้ทั้งตัว

“ค...คุณ!!” นาวาอุทานเสียงหลงขณะจ้องตากับคนเมาตรงหน้า พันเอกกดข้อมือขาวลงจนแทบจะจมกับเตียงนอนก่อนจะหอบหายใจอย่างรุนแรง ลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นฉุนจัดของแอลกอฮอล์บอกได้เป็นอย่างดีว่าพันเอกนั้นดื่มหนักมากแค่ไหน

“คุณเอก ปล่อยผมแล้วนอนลงดีๆ” ร่างโปร่งพูดขึ้น พยายามจะดิ้นหนีหากแต่แรงของคนด้านบนก็มีมากเกินกว่าที่เขาจะสามารถพาตัวเองให้หลุดพ้นออกมาได้ นาวามองเครื่องหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่นก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทางเมื่อพันเอกก้มลงแตะจมูกลงบนซอกคอของเขา

“คุณเอก! ปล่อย คุณเมามากแล้วนะครับ” ร่างโปร่งเอ่ยประท้วงก่อนจะเริ่มดิ้นหากแต่ก็ถูกพันเอกออกแรงตรึงร่างเอาไว้แน่นพร้อมกับเสียงคำรามในลำคอของคนเมา

“หยุดทำตัวน่ารำคาญเสียที!” พันเอกบริภาษดวงตาวาวโรจน์แดงก่ำ นาวาขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

“คุณเอก คุณเมามากแล้วนะ สติคุณไม่มีแล้ว นอนเถอะ”

“หุบปาก!”

“...”

“เกลียด ไอ้พวกกลทีบ์ ไอ้เลวระยำ แม่งชั่วกันหมด หักหลังฉัน ได้ยินไหมนาวา! มันหักหลังฉัน” พันเอกตะโกนกร้าวอย่างไร้สติ นาวาเม้มปากแน่นกับดวงตาฉายแววเจ็บปวดนั้น แม้ว่าน้ำเสียงและถ้อยคำจะดูหวาดหวั่นน่ากริ่งเกรงแค่ไหนหากแต่ดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้าของเขาฉายชัดทุกความรู้สึก เปิดเปลือยทุกความเจ็บปวดจนนาวาใจกระตุก

พันเอกก็คงไม่ต่างอะไรไปจากเขา สูญเสียครอบครัว ต้องเป็นหัวหลักดูแลน้องๆ แต่ที่แย่กว่าคือพ่อแม่ของคนตรงหน้าถูกเพื่อนสนิทฆ่าตาย ขนาดนาวาที่ถูกอุบัติเหตุพรากครอบครัวไปยังใจแทบขาด แล้วคนที่พ่อแม่ถูกฆ่าจะรู้สึกยังไง

พันเอกเติบโตมาได้ยังไง พระพายเติบโตมาในรูปแบบไหน

ลึกๆ แล้วแก่นแท้ของผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไรกันแน่ จะเป็นเพียงชายหนุ่มขี้เหงาผู้สูญเสียทุกๆสิ่งในชีวิตไป สูญสิ้นซึ่งศรัทธา หรือจริงๆแล้วเป็นพันเอกผู้ร้ายกาจอย่างที่แสดงออก ไม่รู้ นาวาไม่รู้และมองไม่ออกเลยสักนิด

แต่สิ่งเดียวที่เขารู้ในตอนนี้คือบาดแผลในใจของพันเอกถูกสะกิดเข้าเสียแล้ว

“ฉันจะทำให้ไอ้รามมันลืมไม่ลงเลยว่าความทรมานเจียนตายมันเป็นยังไง ฉันจะทำให้นายเป็นของฉัน ทั้งตัวและหัวใจ จะแย่งมันมาให้หมด นายเป็นของฉัน ของของฉัน คนของฉัน...ของฉันแค่คนเดียวนาวา เป็นของฉันแค่คนเดียว” พันเอกประกาศกร้าวต่อหน้าเขาก่อนจะโฉบใบหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากของนาวาเต็มแรง ร่างโปร่งครางอื้ออึงพลางดิ้นหนี สองมือยกขึ้นผลักไสกำแพงเนื้อตรงหน้า

“อื้อ...คุ...อย่า” นาวาวอนเสียงแผ่วหากแต่อีกฝ่ายกลับจู่โจมเขาด้วยความรุนแรงราวกับพายุโหมกระหน่ำ พันเอกถูกฤทธิ์สุรากลืนกินสติสัมปชัญญะไปจนแทบหมดสิ้น เขาว่ากันว่าน้ำเมาสามารถปลุกจิตสำนึกของคนได้ดูท่าจะจริง ตอนนี้ชายหนุ่มพรั่งพรูความเจ็บแค้นและอดีตอันทุกข์ทรมานออกมาจนหมดก่อนจะระบายทุกอย่างลงบนร่างโปร่งของนาวาอย่างไร้ความปราณี นาวากรีดร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ แต่เขาก็ชินกับมันเสียแล้ว ครั้งแรกที่ถูกทำร้ายมันเจ็บกว่านี้หลายเท่านัก ร่างโปร่งนอนนิ่งขณะจ้องโครงหน้าได้รูปของคนที่กำลังเหยียบย่ำความเป็นคนของเขาอย่างรุนแรงก่อนจะหลับตาลงและเบือนหน้าหนี

ทำซะให้พอพันเอก ทำร้ายเขาเสียให้พอ ก่อนที่ความอดทนของเขาจะหมดสิ้นลง...
.
.
.
.
.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-01-2015 18:18:54 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5

ร่างสูงโปร่งพลิกตัวหันหลังทันทีที่พันเอกถอนร่างออกไปจากกาย นาวาไม่พูดอะไรนอกเสียจากถอนหายใจก่อนจะนิ่วหน้า รู้สึกชาไปทั่วทั้งเชิงกรานและสะโพก พันเอกไม่ยั้งแรงกับร่างกายของเขาเลยแม้แต่น้อย กลับกันผู้ชายคนนี้กลับทำเหมือนนาวาเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิตที่เจ็บปวดไม่เป็นเสียอย่างนั้น

“นายนี่มันโง่กว่าที่ฉันคิดเอาไว้เยอะเลยนาวา มีโอกาสหนีแท้ๆแต่ก็ยังกลับมา” พันเอกเอ่ยขึ้นหลังจากระบายความกรุ่นโกรธจนพอใจแล้ว นาวาถูกมือของอีกคนพลิกให้กลับไปสบตาด้วย ร่างโปร่งหลบสายตาของอีกคนก่อนจะตอบเสียงแหบแห้ง

“ผม...ทิ้งณะโมไปไหนไม่ได้ คุณก็รู้”

“หึ โง่เอ๊ย” ร่างสูงแค่นหัวเราะก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป นาวามองตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าแกร่งกำยำของอีกคนพลางเม้มปากแน่น จะให้เขาบอกยังไงว่านอกจากจะทิ้งน้องไม่ลงแล้ว นาวากลับรู้สึกว่าเขาปล่อยให้พันเอกเจ็บปวดกับความแค้นครั้งนี้เพียงลำพังไม่ได้ พันเอกเลวร้าย ข้อนี้นาวารับรู้ดี พันเอกเลือดเย็นและไร้ความปราณี ข้อนี้นาวาเองก็พบเจอมากับตัวแล้ว ถูกอีกฝ่ายทำร้ายจิตใจและร่างกายสารพัดจนแทบจะทนไม่ไหวในบางครั้ง สิ่งเหล่านี้ที่นาวาเจอควรทำให้เขาเกลียดพันเอกสิ เขาควรจะเกลียดชังคนที่เห็นเขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในการแก้แค้น แต่ทว่านาวากลับรู้สึกต่อพันเอกมากกว่านั้น มันเป็นความรู้สึกที่ถูกจุดขึ้นมาควบคู่กับความหวาดกลัวและเกลียดชัง

ความสงสารเห็นใจ

พันเอกเองใช่ว่าจะไม่เคยมีอดีตที่แสนเจ็บปวด ชายคนนั้นเจอความเลวร้ายมากกว่าที่นาวาเจอมาหลายเท่าตัวนัก แต่เพราะเจ้าตัวเลือกที่จะแสดงออกแบบผิดๆโดยใช้การแก้แค้นแทนการปล่อยวางและใช้เหตุผลจึงทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้

หากถามว่านาวาเกลียดพันเอกมากไหม เขาตอบได้เลยว่าเกลียด แต่หากถามว่าเกลียดมากแค่ไหน มากพอที่จะแช่งชักหักกระดูกหรือไม่ใยดีเลยรึเปล่า ข้อนี้เขาตอบไม่ได้

ทางด้านพันเอกเองหลังจากที่พ่นวาจาหยาบคายว่าร้ายใส่ร่างที่นอนอยู่บนเตียงเขาก็เดินหลบเข้ามาในห้องน้ำ ไม่อยากจะอยู่มองหน้านาวาให้หงุดหงิดมากกว่าเดิมสักเท่าใดนัก เขาไม่เข้าใจนาวาเลยสิน่า ทำไม...ทั้งๆที่แน่ใจว่าสิบตรีต้องยื่นข้อเสนอพานาวาหนีแต่ทำไมเจ้าตัวถึงยังอยู่ ทำไมถึงยังกลับมาแถมยังมาอยู่ในห้องนอนของเขา เกลียดเขามากไม่ใช่หรอกหรือ ขยะแขยงและอยากจะอยู่ห่างๆเขามากแล้วทำไมถึงยังมาดูแลกันแบบนี้ บอกตามตรงว่าพันเอกสับสน ยังมีคนแบบนาวาอยู่อีกงั้นหรือ

“เหี้ยเอ๊ย...” ชายหนุ่มสบถเสียงเบากับตัวเอง มือข้างหนึ่งยกขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิดและสับสน นึกไม่ถึงจริงๆว่านาวาจะทนไม้ทนมือเขาขนาดนี้ แน่ล่ะพอมาคิดดูดีๆแล้วเขาก็พอจะเข้าใจ เหตุผลหลักๆที่เจ้าตัวยังไม่ไปไหนก็เพราะณะโมยังอยู่บ้านเขา นาวารักน้องชายมากเสียจนทิ้งไปไหนไม่ได้ หวงแหนน้องจนยอมสละความสุขของตัวเอง ข้อนี้พันเอกพอเข้าใจ แต่การตามมาดูแลเขาแบบนี้ทำไมต้องทำ นั่นละที่เขาไม่เข้าใจ หากเป็นเขาถ้าโดนทำร้ายสารพัดแน่นอนว่าพันเอกไม่มีวันเข้าใกล้คนที่ทำให้ตนเจ็บปวดเจียนตายหรอก

ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว สุดท้ายจึงเลือกที่จะอาบน้ำชำระร่างกายให้สร่างเมาและไล่ความหงุดหงิดงุ่นง่านออกจากหัวใจ ปล่อยให้สายน้ำเย็นๆไหลชโลมไปทั่วร่าง ขับไล่ความร้อนรุ่มออกไปก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันเอวและก้าวออกจากห้องน้ำ เมื่ออกมาก็พบว่านาวากำลังค่อยๆตวัดกายลงนั่งข้างเตียง แผ่นหลังขาวผ่องสะท้อนแสงไฟพาให้คนมองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ยามเมามายพันเอกเซ็กซ์จัดมากกว่าปกติเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว ยิ่งมีอารมณ์กรุ่นโกรธผสมปนเปอยู่ในนั้นการร่วมรักเพียงรอบเดียวมันจึงไม่เพียงพอ แต่กระนั้นเขาก็ไม่คิดจะทารุณร่างโปร่งตรงหน้าไปมากกว่านี้

“จะไปไหน” พันเอกเอ่ยถาม เดินตรงเข้าไปหาร่างเปล่าเปลือยที่กำลังยืนขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะรีบคว้าเอวของอีกคนเอาไว้เมื่อนาวาผวาจะล้มลงไปนั่งจุ้มปุ๊กกับเตียงอีกรอบ

“ฉันถามว่าจะไปไหน หูหนวกหรือไง” ร่างสูงถามย้ำเสียงดุ นาวาเบนหน้าหนีก่อนจะตอบเสียงเบา

“อาบน้ำครับ”

“งั้นกอดคอ”

“เอ๋?”

“กอดคอฉันเอาไว้” พันเอกสั่งเสียงเข้มหากแต่อีกคนยังทำหน้างุนงงจนร่างสูงขัดใจ ชายหนุ่มชักสีหน้าใส่นาวาก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยและช้อนร่างโปร่งขึ้นอุ้มและเดินตรงไปยังห้องน้ำในขณะที่นาวาผวากอดคออีกคนเอาไว้แทบไม่ทัน

“ค...คุณเอก! ผมเดินเองได้”

“ปากดี” ร่างสูงพูดเพียงเท่านั้นนาวาก็หุบปากฉับ พันเอกพาร่างโปร่งเข้ามาภายในห้องน้ำก่อนจะปล่อยนาวาลงช้าๆพร้อมกับคอยพยุงร่างโปร่งตลอดเวลาที่นาวาล้างตัว นาวาทำหน้าไม่ถูกเมื่อเจอสายตาคมคอยจ้องมองทุกการกระทำ ในใจบอกตัวเองว่าไม่ต้องอายอะไรอีกแล้วเพราะพันเอกทำมากกว่าเห็นเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดจะหน้าร้อนผ่าวไม่ได้ ยิ่งเมื่อร่างกำยำของอีกคนขยับเข้ามาประชิดพร้อมกับกระชับเอวของเขาเอาไว้แน่นพลางสอดนิ้วเข้ามาในช่องทางด้านหลังเพื่อทำความสะอาดร่างโปร่งก็ยิ่งอายหนัก

“อ่ะ...คุณเอก...เบาหน่อยครับผมเจ็บ” นาวาประท้วงเสียงเบาเมื่อถูกอีกฝ่ายกระแทกนิ้วเข้าหาอย่างแรง พันเอกก้มมองคนที่กำลังหน้าแดงก่ำพลางจุดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะควานนิ้วไปทั่วโพรงอ่อนนุ่มของอีกคนและกวาดเอาน้ำรักของเขาออกมา นาวาร้องฮือในลำคอเมื่อถูกแกล้ง ขาขาวชาไปทั้งแถบในขณะที่ร่างกายสั่นระริก ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจข้างใบหูก่อนพันเอกจะหยุดแกล้งเขาและปล่อยให้นาวาล้างตัวอีกรอบอย่างสงบก่อนจะออกจากห้องไป ไม่นานนาวาก็ตามออกมาพบว่าพันเอกนอนคว่ำหน้าผล็อยหลับไปแล้ว ร่างโปร่งเดินไปแต่งตัวอย่างเงียบๆก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงและปีนขึ้นไปล้มตัวลงนอน หันหลังและขยับให้ห่างจากเจ้าของเตียงมากที่สุดก่อนจะหลับตาลง

แต่เพียงไม่นานนาวาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเขาถูกวงแขนแกร่งของพันเอกคว้าเอวเอาไว้และดึงเข้าไปใกล้ แผ่นหลังของนาวาแนบติดอยู่กับแผ่นอกของอีกคน ร่างสูงกอดนาวาแน่นก่อนจะขยับใบหน้าเข้าคลอเคลียอยู่บริเวณหลังคอพลางกระซิบเสียงเบาหวิว

“หลับซะ”

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้พันเอกเลือกที่จะพูดกับเขาแบบนี้ เพียงสองคำกับน้ำเสียงราบเรียบก็ทำเอานาวาสั่นสะท้านในอก อ้อมกอดของพันเอกไม่อบอุ่น นาวาปฏิเสธมันมาตลอดแต่ในวันนี้กลับยอมให้อีกคนดึงไปกอดง่ายๆ เพียงแค่ได้รู้อดีตบางส่วนของคนคนนี้กลับทำเอานาวาใจอ่อนยวบ

ไม่ดี...แบบนี้มันไม่ดีเลย

ดูท่าว่าตอนนี้หัวใจของเขา...เริ่มจะทรยศเจ้าของมันเสียแล้ว





แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านส่องเข้ามากระทบลงบนใบหน้าขาวของคนที่กำลังหลับใหล ท่าทางราวกับเด็กน้อยดูน่าเอ็นดูยิ่งนักในความคิดของคนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน พันเอกนอนมองคนในอ้อมกอดเงียบๆ ไล่สายตาไปตามโครงหน้ากึ่งหล่อเหลาและกึ่งหวานสวยที่ผสมเข้ากันอย่างลงตัวของอีกคน แพขนตาเรียงตัวสวยกับเปลือกตาปิดสนิทพาให้ชายหนุ่มก้มตัวลงแตะริมฝีปากลงบนเปลือกตาข้างหนึ่งของนาวาอย่างลืมตัว คลอเคลียกลีบปากสีชาดกับผิวเนื้อบนเปลือกตาของอีกคนด้วยความเผลอไผลก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงครางอืออาดังลอดออกมาจากร่างของคนที่นอนหลับอยู่

“อื้อ...”

พันเอกละใบหน้าออกห่างทันทีเมื่อตั้งสติได้ก่อนจะขมวดคิ้วพลางถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ชายหนุ่มมองใบหน้าของคนข้างกายด้วยแววตาอ่านไม่ออกอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจ ขยับตัวก้าวขาลงจากเตียงแล้วเดินหายลับเข้าไปในห้องน้ำในที่สุด

คล้อยหลังร่างสูงของพันเอกไปได้ไม่นานนาวาก็ลืมตาตื่น ร่างโปร่งบิดขี้เกียจเล็กน้อยพลางมองที่ว่างข้างเตียงก่อนจะโล่งอกที่เห็นว่าอีกคนลุกออกไปแล้ว นาวาก้าวลงจากเตียงพลางนิ่วใบหน้าด้วยความเจ็บเสียดไปทั่วร่างเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก สองร่างสบตากันนิ่งๆก่อนที่พันเอกจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีและเดินเลี่ยงไปยังห้องแต่งตัว นาวามองตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นความเงียบงันที่อีกฝ่ายส่งมาให้ก่อนจะเม้มปากอย่างครุ่นคิด นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้วก็หน้าร้อนวูบ พันเอกยังคงรุนแรงกับร่างของเขาไม่เปลี่ยนหากแต่กลับมีบางสิ่งบางอย่างแปลกไป

แปลกทั้งตัวเขาและตัวพันเอกเองด้วย

“นาวา...”

“...”

“นาวา”

“...”

“นาวา”

“...”

“วา!!!”

“ค...ครับ!” ร่างโปร่งสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงตะโกนดังออกมาจากห้องแต่งตัว

“มานี่หน่อย” เสียงของพันเอกดังขึ้นราบเรียบ นาวาจึงลุกขึ้นเดินไปคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำขึ้นมาสวมก่อนจะเดินไปหาอีกคนที่ห้องแต่งตัว พันเอกปรายตามองร่างโปร่งเพียงชั่วครู่ก่อนจะยื่นเน็คไทด์ไปตรงหน้า

“แต่งตัวให้ฉันหน่อย” ร่างสูงพูดเสียงราบเรียบ นาวาอึกอักทันที ดวงตากลมล่อกแล่กเสียจนพันเอกเริ่มจะหงุดหงิด

“เอ่อ”

“ได้ไหม?” ชายหนุ่มถามย้ำก่อนจะสบตากับร่างโปร่งนิ่ง นาวาพยักหน้าแผ่วเบาก่อนจะรับเน็คไทด์มาพาดเอาไว้ที่แขนขาว ขาเรียวก้าวเข้าไปประจันหน้ากับร่างสูงแกร่งกำยำก่อนที่มือทั้งสองข้างจะยกขึ้นมาแตะลงที่รังดุมของเสื้อเชิ้ตที่ยังไม่ทันได้ติด พันเอกก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังค่อยๆติดกระดุมให้เขาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ใบหน้าของนาวาจดจ่ออยู่กับเสื้อเชิ้ตบนตัวของเขา จนเมื่อกระดุมเม็ดบนสุดถูกติดเรียบร้อยร่างโปร่งจึงถอยหลังเล็กน้อยและคว้าเน็คไทด์ขึ้นมาคล้องคอของอีกฝ่ายเอาไว้และเริ่มต้นผูกด้วยใบหน้าราบเรียบ ไม่นานกลีบปากสีเนื้อก็ขยับเอ่ยออกมาเป็นคำพูดเรียกสติของพันเอกให้หวนคืน

“เสร็จแล้วครับ”

“อะ...อืม”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ” นาวาพูดขึ้นเร็วๆพร้อมกับหมุนตัวเดินหนี ใบหน้าสีซีดขาวร้อนผ่าว ยังรับรู้ได้ถึงลมหายใจของพันเอกที่เป่ารดใบหน้า ชายหนุ่มคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วรีบตรงดิ่งเข้าห้องน้ำก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันทีที่ประตูปิดลงพร้อมกับถอนหายใจ

ให้ตายเถอะนาวา เขาแค่ทำดีด้วยนิดๆหน่อยๆก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟแบบนี้อีกไม่นานต้องแย่แน่ๆ สิ่งที่พันเอกพูดเอาไว้นั้นไม่ผิดเลย เขาโง่มาก ทั้งๆที่มีโอกาสหนีแล้วแต่ก็ยังอยู่ แบบนี้มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำกัน

โง่...นาวาโง่มากจริงๆ



โปรดติดตามตอนต่อไป


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-01-2015 18:19:24 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6774
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
 :katai2-1:  โล่งอกขึ้นมานืดนึง หวั่นไหวกันบ้างเนาะ

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
หวั่นไหว ไหวหวั่น :hao3:

ออฟไลน์ Viewonohm

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-5
หวานแบบเถื่อนๆ  เขิลจุงงง  :impress2:

ออฟไลน์ NY_JK

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
แอบหวาน  :o8: เฮียเอกก็ลดความโหดลงหน่อย เค้ากลัวแทนนาวา  :sad4:

hanahana

  • บุคคลทั่วไป
เหมือนจะแอบหวานกันแบบ  หลบๆ หน่วงๆหนักๆ บีบใจดี เหมือนจะสุขก็ยังสุขไม่สุด55
พันเอกเหมือนจะคิดได้แล้วหน่อยนึง ดีใจด้วยน่ะนายอย่างน้อยก็ยังคิดได้บ้างนิดนึงก็ยังดี
อยู่ในช่วงต่างคนก็ต่างหวั่นไหว สู้กับหัวใจกันต่อไป จะเอาใจช่วยอยู่ตรงมุมนี้น่ะ55555

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
หวั่นไหวด้วยคน  :o8:

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
มารอกัน อิตาพันเอกจะคิดได้กี่ตอนนนนน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด