{ :: พยศรัก :: } + END | *เปลี่ยนชื่อเรื่อง (เดิม : เล่ห์รัก)*
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: { :: พยศรัก :: } + END | *เปลี่ยนชื่อเรื่อง (เดิม : เล่ห์รัก)*  (อ่าน 195765 ครั้ง)

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ









บทนำ

ความวุ่นวายและการจราจรที่แออัดบนถนนบริเวณใกล้เคียงกับสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงสายทำเอา ‘พันเอก กฤตภาส’ ถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างกำยำสมส่วนในชุดลำลองสะอาดตาขยับตัวเล็กน้อย ไล่อาการอ่อนล้าจากการนั่งเครื่องบินมาเป็นเวลานาน ก่อนใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาจะหันไปมองร่างเล็กกว่าข้างกายพลางยกแขนขึ้นไปรั้งร่างแน่งน้อยที่นั่งสัปหงกให้เอนกายลงมาซบที่แผ่นอกกว้าง

“อือ...พี่เอก” เสียงผะแผ่วของ ‘พระพาย กฤตภาส’ ดังขึ้นงัวเงีย ดวงตาคู่สวยปรือขึ้นเล็กน้อย และเมื่อเห็นว่าตัวเองถูกพี่ชายโอบเข้าหาตัวจึงได้แต่ยกยิ้ม ขยับตัวนอนราบลงกับตักแกร่งของพันเอกพร้อมกับปิดเปลือกตาลง

“ได้คืบจะเอาศอก เด็กคนนี้นี่” คนเป็นพี่ส่ายหน้าระอา ทว่ากลีบปากหยักกลับแต้มไปด้วยรอยยิ้มมุมปากอย่างนึกเอ็นดู

ใช้เวลาเพียงไม่นาน คนบนตักก็ผ่อนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังจมลึกเข้าสู่ห้วงนิทรา พันเอกวางมือลงบนกลุ่มผมสีดำขลับ ลูบไล้ไปมาแผ่วเบา ก่อนจะตวัดสายตาไปยังร่างสูงโปร่งของลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจ

“ยุ”

“ครับคุณเอก”

“เรื่องที่สั่งเอาไว้ไปถึงไหนแล้ว” พันเอกทวงถามถึงงานที่เขาสั่งเอาไว้ตั้งแต่ช่วงที่ยังเรียนอยู่ต่างประเทศ

“อ่า...เรื่อง ‘คุณคนนั้น’ ใช่ไหมครับ” พายุเอ่ยขึ้น “วางใจได้เลยครับ ผมจัดการเรียบร้อยตามที่คุณเอกสั่งทุกอย่างแล้ว อาทิตย์หน้าคุณจะเห็นพวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่บ้านแน่นอน” คำตอบของลูกน้องทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

“แล้วทำไมไม่เป็นวันพรุ่งนี้?”

“เอ่อ...พอดีผมเห็นว่าคุณเอกเพิ่งกลับมา กลัวว่าคุณจะยังล้าจากเรื่องที่อเมริกาอยู่เลยอยากให้พักผ่อนก่อนน่ะครับ” พายุยิ้มแหย หดคอลงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหงุดหงิดที่ฉายชัดออกมาของเจ้านายหนุ่ม

“ผมขอโทษ...”

“ช่างมันเถอะ ดีเหมือนกัน จะได้เคลียร์อะไรๆ ให้มันเรียบร้อยด้วย” ร่างสูงเอ่ยขึ้น ก้มลงมองน้องชายที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่บนตัก ดวงตาคมดุพินิจมองเค้าโครงเครื่องหน้าได้รูปของคนอายุน้อยกว่า ทั้งริมฝีปากสีอ่อนระเรื่อ ผิวแก้มสีนวลจางๆ ตัดกับสีผิวขาวสะอาดตา จมูกเล็กโด่งรั้นขึ้นเพียงเล็กน้อยแสดงออกถึงความดื้อดึง แพขนตาสีดำขลับและคิ้วที่มีเฉดสีเดียวกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นพระพายนั้นน่าทะนุถนอมยิ่งกว่าสิ่งใด

เป็นเหมือนอัญมณีล้ำค่าของตระกูล ตระกูลที่หลงเหลือทายาทเพียงแค่สองคน

เป็นอัญมณี...ที่ถูกทำให้มีตำหนิ

พระพายถูกทำให้มีตำหนิ ด้วยฝีมือของคนที่เขาให้ความไว้วางใจมากที่สุด

น้องชายของเขาถูกทำร้าย จากไอ้สารเลวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกมันว่า ‘เพื่อน’

เพื่อนที่เขาจำชื่อของมันได้ขึ้นใจ ยังจดจำใบหน้าที่ส่งยิ้มเย้ยหยันมาให้ขณะลงมือย่ำยีพระพายอย่างเลือดเย็นได้ขึ้นสมอง

เขาจำมันได้ จำทุกเหตุการณ์ในครั้งอดีตได้หมดทุกวินาที และในวันนี้ วันที่เขามีทุกอย่าง ทั้งอำนาจ ทั้งเงินตรา

พันเอกจะใช้ทุกสิ่งที่มีเอาคืนไอ้ชาติชั่วนั่น เขาพาน้องชายกลับมาเพื่อเรียกคืนทุกสิ่งทุกอย่างและพรากสิ่งที่มันรักและหวงแหนมากที่สุดมา ให้มันได้ชดใช้ ให้มันได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดยามเห็นสิ่งล้ำค่าแตกสลายลงไปต่อหน้าต่อตา

ให้มันสาสมกัน...


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-01-2017 12:03:22 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
สารบัญ

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖

ตอนที่ ๗

ตอนที่ ๘

ตอนที่ ๙

ตอนที่ ๑๐

ตอนที่ ๑๑

ตอนที่ ๑๒

ตอนที่ ๑๓

ตอนที่ ๑๔

ตอนที่ ๑๕

ตอนที่ ๑๖

ตอนที่ ๑๗

ตอนที่ ๑๘

ตอนที่ ๑๙

ตอนที่ ๒๐

ตอนที่ ๒๑

ตอนที่ ๒๒

ตอนที่ ๒๓

ตอนที่ ๒๔

ตอนที่ ๒๕ [จบ]

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2016 11:03:41 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ LYNN

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
ยังไม่ได้อ่านนะคะมาแปะไว้ก่อน บอกเลยว่าเข้ามาแปะเพราะชื่อเรื่อง...
พอดีตอนนี้กำลังติดซีรีส์ที่มันเทวดาๆอยู่ค่ะ 55555555+

ออฟไลน์ Homepage

  • 520 - 我爱你
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 243
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-1
ขอนอกเรื่องถามคนเขียนหน่อยครับ
ทำตัวหนังสือแบบ Cordia New ยังไงเหรอครับ ? ผมอยากทำเป็นบ้าง ^ ^

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
ขอนอกเรื่องถามคนเขียนหน่อยครับ
ทำตัวหนังสือแบบ Cordia New ยังไงเหรอครับ ? ผมอยากทำเป็นบ้าง ^ ^

เมื่อพิมพ์นิยายมาลงแล้วให้เลือกที่แถบเครื่องมือ 'แบบตัวอักษร' ด้านบนค่ะ สมมมิเราเลือก courier โค้ดก็จะขึ้นเป็น >> [font=courier]...ข้อความ...[/font] << ให้เปลี่ยน courier เป็นตัวอักษรที่ต้องการค่ะ อย่างเช่นเราจะเปลี่ยนเป็น Cordia New ก็วางชื่อฟอนต์ลงไปแทนได้เลยค่ะ จะได้ >> [font=Cordia New]...ข้อความ...[/font] << แบบนี้จ้า ^^

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
ดราม่ากระจาย



น่าติดตามคร้าบ

ออฟไลน์ supermyrainbow

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 138
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ชอบดราม่า  เนื้อเรื่องน่าสนใจมาก ติดตามนะ

พ่อแม่นายเอกกับพระเอก ตายพร้อมกันหรือเปล่านะ

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
ตอนที่ ๑


1 อาทิตย์ต่อมา

บนถนนสายหลักในเวลาเกือบเที่ยงคืนปรากฏยานพาหนะสี่ล้อคันหนึ่งที่แล่นด้วยความเร็วคงที่สม่ำเสมอ ภายในรถคันหรูมีร่างสูงโปร่งของ ‘นาวา ชนกันต์’ และร่างเล็กบอบบางของนะโมผู้เป็นน้องชายนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง สองพี่น้องนั่งกุมมือกันเอาไว้แน่น วิวทิวทัศน์ข้างทางที่ไม่คุ้นเคยยิ่งทำให้หัวใจสองดวงว้าวุ่นเป็นกังวล ใบหน้าหวานของนะโมงอง้ำพลางกวาดสายตามองบรรยากาศโดยรอบด้วยความรู้สึกอึดอัด ในขณะที่ผู้เป็นพี่ยังคงเก็บอาการหวาดหวั่นเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

“พี่วา นะกลัว” ร่างเล็กเอ่ยบอกพี่ชายด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น นาวาหันหน้าไปมองน้องชายเพียงคนเดียวก่อนจะบีบมือเล็กเอาไว้แล้วเอ่ยปลอบน้องด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“กลัวอะไรกันหือ? เรากำลังจะมีที่อยู่ใหม่ พี่กำลังจะได้งานใหม่ นะเองก็กำลังจะได้เรียน ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย”

“โธ่พี่วา พี่ไว้ใจคุณพันเอกอะไรนั่นเหรอ เขาเป็นใครมาจากไหนเราก็ไม่รู้ หน้าตาก็ไม่เคยเห็น อยู่ๆ มาบอกว่าอยากได้คนทำงานที่บ้านแบบนี้จะให้ไว้ใจได้ยังไงล่ะ” คนเป็นน้องพูดพร้อมกับขดตัวเข้าสู่อ้อมกอดของนาวาอย่างต้องการหาที่พึ่ง นาวายกมือโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอก เขาลอบถอนหายใจพลางตอบคำถามของนะโมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เรามีทางเลือกไม่มากหรอกนะ ถ้าไม่รับข้อเสนอของคุณพันเอก เราจะไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน นะอย่าลืมสิว่าพี่มีเงินเก็บไม่มากพอที่จะหาห้องเช่าดีๆ ให้เราอยู่ได้ อีกอย่าง แม่วรรณท่านก็พูดเองว่าคนในตระกูลนี้ไว้ใจได้ เขาดูแลเด็กๆ มาตั้งแต่สร้างที่นี่ขึ้นใหม่ๆ เลยด้วยซ้ำ”

“แต่...”

“จะให้พี่ปฏิเสธเขาก็น่าเกลียดนะนะโม ถ้าไม่ทำงานกับคุณเอกเราจะไปอยู่ไหนล่ะ อีกอย่างนะต้องเรียนหนังสือด้วย ถ้าทำงานกับเขาพี่ก็จะมีเงินมากพอส่งนะเรียนไง ไม่อยากเรียนแล้วเหรอ หืม?” นาวายกเรื่องเรียนขึ้นมาอ้าง รู้ดีว่าน้องชายอยากเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นมากแค่ไหน และมันก็ได้ผล นะโมเงียบลงไปทันทีหลังจากจบประโยคนั้น คนตัวเล็กกว่ากระชับกอดร่างของพี่ชายแน่นอย่างหวงแหน เสียงเล็กเอื้อนเอ่ยขึ้นบางเบาจนแทบจะจับใจความไม่ได้ หากแต่นาวากลับได้ยินมันเต็มสองหู

“แล้วงานที่เราต้องทำคืออะไร ไม่ใช่งานผิดกฎหมายใช่ไหม”

“เพ้อเจ้อนะเราน่ะ ก็คงงานทั่วๆ ไปนั่นแหละ งานบ้าน ทำอาหาร ทำความสะอาด ทำสวน อะไรทำนองนี้มั้ง อย่าคิดมากเลยน่า นอนพักเถอะ ถึงแล้วพี่จะปลุก” นาวาเอ่ยขึ้นพลางดันร่างของน้องชายให้ขยับนอนลงบนตัก ไม่นานเด็กหนุ่มก็หลับลงไปด้วยความเหนื่อยล้า ในขณะที่รถยังคงแล่นไปตามถนนที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ก็คงหนีไม่พ้น ‘บ้านกฤตภาส’ ... บ้านของคนที่ยื่นข้อเสนอให้กับนาวาเมื่อหลายเดือนก่อนแลกกับอนาคตของเขาและน้องชาย

เนื่องจากบ้านเด็กกำพร้าที่พวกเขาทั้งคู่อาศัยอยู่ มีกฎเอาไว้ว่าจะรับเฉพาะเด็กกำพร้าที่อายุไม่เกินสิบแปดปีเพียงเท่านั้น เพราะเหตุนี้ทั้งนาวาและนะโมที่มีอายุเกินจึงต้องเร่งหาที่อยู่ใหม่ ลำพังตัวนาวาเองก็มีเงินเก็บเพียงน้อยนิด แม้จะเช่าห้องอยู่ได้แต่ก็คงอยู่ได้เพียงไม่นาน งานที่ทำอยู่ก็ได้เงินไม่มากพอจะแบ่งจ่ายอะไรหลายๆอย่าง อีกทั้งเขายังอยากให้น้องชายได้เรียนให้จบชั้นมัธยมและต่อไปจนถึงระดับปริญญาตรี นาวาอยากให้น้องชายได้ในสิ่งที่เขาไม่ได้ ได้เรียน ได้กิน ได้มีบ้าน มีที่นอนดีๆ แบบที่คนอื่นมี

ใช่ว่าตัวเขาจะไว้ใจคนแปลกหน้า แต่เพราะแม่วรรณซึ่งคนดูแลบ้านนภาวัลย์เองก็เอ่ยว่าตระกูลกฤตภาสนั้นคอยให้ความช่วยเหลือบ้านเด็กกำพร้าที่เขาอยู่มาตั้งแต่ก่อตั้งใหม่ๆ แม้จะมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในช่วงหลายสิบปีมานี้ แต่คนของกฤตภาสก็ยังคงดูแลเด็กๆ ในบ้านนภาวัลย์อยู่เสมอ

และเพราะแม่วรรณบอกกับเขาว่าพวกกฤตภาสนั้นไว้ใจได้ เป็นเหมือนผู้มีพระคุณ นาวาจึงไม่ลังเลที่จะตอบตกลงทันทีที่ลูกน้องของพันเอกเดินเข้ามายื่นข้อเสนอให้

ชีวิตของคนที่สูญเสียครอบครัวอย่างเขา มันไม่มีทางเดินชีวิตให้เลือกมากมายนักหรอก

“ถึงแล้วครับคุณนาวา”

เสียงของคนขับรถดังขึ้นเรียกสติสัมปชัญญะของร่างโปร่งให้หวนคืน นาวาปลุกน้องชายก่อนจะเปิดประตูรถ ช่วงขาเพรียวก้าวลงมาหยุดยืนอยู่บนพื้น ตามด้วยร่างเล็กของอีกคนที่ยืนโงนเงนงัวเงียพลางอ้าปากหาวหวอดๆ ก่อนจะชะงักกับภาพที่ได้เห็นอยู่ตรงหน้า

สิ่งแรกที่ทั้งคู่มองเห็นคือบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าน่าเกรงขาม ความงดงามของสถาปัตยกรรมบ่งบอกถึงฐานะของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี นะโมอ้าปากค้าง นึกทึ่งกับความใหญ่โตตรงหน้า ในขณะที่นาวาทำเพียงแค่ยืนทำหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ ใช่ว่าจะไม่ตื่นเต้น แต่เขาไม่อยากจะแสดงอาการอะไรมากมายนัก

“เดินเข้าไปในบ้านได้เลยครับ คุณเอกรอพวกคุณอยู่ ส่วนข้าวของเครื่องใช้เดี๋ยวผมจะให้คนมายกขึ้นไปบนห้องให้เอง ตามสบายนะครับ” เสียงของคนขับรถคนเดิมพูดขึ้น นาวาพยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มอย่างมีไมตรีจิตไปให้ ก่อนจะคว้าข้อมือของน้องชาย จูงร่างเล็กเข้าไปในบ้านทันทีเพราะไม่อยากให้เจ้าบ้านต้องรอนาน

ทันทีที่เข้ามาภายในก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินยิ้มแย้มเข้ามาหา ก่อนจะเดินนำพวกเขาไปหาผู้เป็นนาย นาวาและนะโมเดินตามเธอไปอย่างเงียบๆ ไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงส่วนของห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่กว้างขวาง หญิงสาวผายมือไปยังโซฟาตัวยาวตรงข้ามกับชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่อย่างเงียบๆ

“คุณเอกคะ คุณนาวากับคุณนะโมมาถึงแล้วค่ะ” หญิงสาวบอกกับผู้เป็นเจ้านาย ทันทีที่จบประโยค หนังสือพิมพ์ก็ค่อยๆ ถูกพับเก็บและถูกวางลงบนโต๊ะในเวลาต่อมา ภาพที่เห็นทำเอาลมหายใจของนาวาขาดห้วง ร่างแกร่งกำยำของบุรุษตรงหน้าให้ความรู้สึกน่าหวั่นเกรงจนเขาต้องกระชับมือที่จับอยู่กับมือของนะโมเอาไว้แน่นด้วยความหวาดหวั่น

แต่ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ยังมีสติมากพอที่จะส่งยิ้มน้อยๆ ไปให้และทักทายพันเอกด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“เอ่อ...สวัสดีครับคุณพันเอก” นาวาพูดขึ้น ก้มหัวลงเล็กน้อยและยกมือไหว้คนตรงหน้า ในขณะที่ร่างสูงจ้องใบหน้าขาวซีดอย่างคนขาดสารอาหารของนาวานิ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปยังร่างเล็กของนะโมพลางกระตุกยิ้ม พันเอกจ้องมองนะโมอยู่เนิ่นนานด้วยสายตาที่นาวาอ่านไม่ออก ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ

“ขอโทษที่ไปรับมาดึกๆ ดื่นๆ พอดีฉันเพิ่งจะเคลียร์งานเสร็จน่ะ ไม่ว่ากันนะ” พันเอกเอ่ยขึ้น นาวาส่ายหน้าเป็นพัลวันก่อนจะตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

“ไม่เป็นไรครับ ดึกขนาดไหนผมก็รอได้”

“อืม”

“คือ...ผมอยากจะขอบคุณที่คุณให้โอกาส แล้วก็ขอบคุณที่รับผมกับน้องเข้ามาอยู่ในความดูแล ขอบคุณมากๆ นะครับ ถ้าหากคุณอยากให้ผมทำอะไรให้ ผมทำให้ได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ” นาวาว่าพลางยกมือไหว้อีกครั้ง แต่กลับถูกอีกฝ่ายโบกไม้โบกมือให้เขาลดมือลง

“เลิกไหว้เถอะ กับแค่เด็กกำพร้าคนสองคนมันไม่เหลือบ่ากว่าแรงนักหรอก ฉันกับน้องชายเพิ่งกลับมาจากอเมริกา อะไรหลายๆ อย่างมันก็วุ่นวายไปหมด มีคนมาช่วยทำงานเพิ่มมันก็ดีแล้ว”

“ครับ...”

“ดึกมากแล้ว ไปนอนเถอะไป เดี๋ยวมินตราจะพานายสองคนขึ้นไปดูห้องพักด้านบน ขาดเหลืออะไรก็บอกเธอ เดี๋ยวเธอจะจัดการให้” พันเอกเอ่ยขึ้นก่อนจะยกกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบ นาวารับคำพร้อมกับค้อมหัวลงเบาๆ อีกครั้ง เรียกรอยยิ้มผุดพรายขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาได้เป็นอย่างดี

“ครับคุณพันเอก”

“เรียกเอกเฉยๆ ก็ได้ ไม่ต้องเรียกชื่อจริงขนาดนั้นหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น นาวาพาดวงตากลมขึ้นไปสบตากับดวงตาคมเข้มดุดันของอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะหลบตาพันเอกอย่างรวดเร็ว

“ครับ...คุณเอก”

“อืม แยกย้ายกันขึ้นไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยคุยเรื่องงานกันทีหลัง” ร่างสูงสั่งเสียงราบเรียบก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้แก่ร่างเล็กที่อยู่เยื้องไปด้านหลังของนาวา คนถูกมองสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มกลับไปให้พันเอกเบาๆ ตามมารยาท จากนั้นจึงกระตุกแขนเรียวของพี่ชายพร้อมกับอ้อนเสียงหวาน

“ไปกันเถอะพี่วา นะอยากอาบน้ำ ง่วง”

“อืม...ไปสิ เอ่อ...ฝันดีนะครับคุณเอก” นาวาเอ่ยขึ้นก่อนจะหันหลังเดินตามสาวใช้ไปเมื่อถูกประมุขของบ้านโบกไม้โบกมือเป็นเชิงไล่ คล้อยหลังการเผชิญหน้ากับร่างสูง ชายหนุ่มก็ได้แต่ลอบถอนหายใจเพื่อระบายความอึดอัด ใบหน้าขาวซีดหันไปมองน้องชายที่กำลังตื่นเต้นกับความหรูหราของบ้านหลังโตแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม

“พี่มินตราครับ ผมถามอะไรได้รึเปล่า” นะโมพูดขึ้น เรียกให้สาวใช้ใบหน้าสวยหวานหันกลับมามองพร้อมกับยกยิ้ม

“เรียกมีนเฉยๆ ก็ได้ค่ะคุณนะโม ว่าแต่จะถามอะไรคะ”

“เอ่อ...คุณพันเอกเขาอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอครับ” เด็กหนุ่มถามขึ้น นาวาหันไปเอ็ดน้องชายเสียงเบาที่เสียมารยาทก่อนจะยิ้มแหยๆ กลีบปากได้รูปเอ่ยขอโทษที่ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเจ้าของบ้าน ซึ่งมินตราก็ทำเพียงแค่ยิ้มกลับมาก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะคุณวา ไม่ใช่คำถามร้ายแรงอะไร เมื่อก่อนตอนมีนยังเด็กๆ ที่นี่ก็มีสมาชิกพร้อมหน้าพร้อมตากันนั่นแหละค่ะ มีคุณผู้หญิง คุณท่าน คุณพันเอก แล้วก็คุณพระพายน้องชายของคุณเอกเขา อ้อ...แล้วก็มีคุณเทียน น้องชายอีกคนของคุณพันเอกด้วย” มินตราเอ่ยขึ้นขณะเดินนำสองร่างขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของตัวบ้าน

“แต่เมื่อหลายสิบปีก่อน คุณท่านกับคุณหญิงก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หลังจากนั้นคุณๆ ทั้งสองก็ไปอยู่กับญาติที่อเมริกา คุณเทียนเองก็ออกไปอยู่กับน้าปาน...แม่ของคุณเขาน่ะค่ะ”

“เอ๋?”

“จะว่ายังไงดีล่ะคะ คือคุณเทียนเขาเป็นน้องชายต่างแม่ของคุณเอกน่ะค่ะ พอแม่คุณเทียนแต่งงานใหม่และย้ายออกไป คุณเทียนก็ตามออกไปด้วย บ้านหลังนี้เลยเหมือนร้างไปเป็นสิบปี มีแค่พวกแม่บ้านพ่อบ้านเก่าแก่กับคนทำความสะอาดคอยมาดู จนคุณๆ เขากลับมาอยู่เป็นจริงเป็นจังเพราะคุณเอกถูกส่งให้มาคุมบริษัทที่นี่เมื่ออาทิตย์ก่อนเนี่ยแหละค่ะ ทำใจหน่อยนะคะ บ้านหลังนี้ร้างคนอยู่ไปนานมันเลยยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่”

“อ่า...ครับ”

“จริงๆ ที่นี่มีแค่คุณเอกกับคุณพายเท่านั้นแหละค่ะที่อยู่ ส่วนมีนและคนใช้คนอื่นๆ จะพักอยู่ที่เรือนด้านหลังแทน หลังบ้านมีต้นมะม่วงด้วยนะคะ ว่างๆ ไปปีนเก็บมะม่วงได้ค่ะ กำลังดกเลยเชียว” มินตราพูดติดตลกพร้อมกับนำนาวาและนะโมมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนห้องหนึ่ง หญิงสาวเปิดประตูให้ก่อนจะผายมือเข้าไปด้านในโดยที่ใบหน้ายังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

“ขาดเหลืออะไรกดเลขศูนย์ที่โทรศัพท์ข้างหัวเตียงแล้วเรียกมีนได้ตลอดนะคะ นี่ก็ดึกมากแล้ว มีนขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ คุณๆ จะได้พักผ่อนเสียที” หญิงสาวเอ่ยขึ้นและทำท่าจะเดินจากไป หากแต่ก็ถูกนาวาคว้าแขนขาวเอาไว้ได้ก่อน

“คะ?”

“เอ่อ...ทำไมเราไม่ได้พักที่เรือนด้านหลังแบบพวกคุณมีนล่ะครับ นี่มันห้องนอนบนบ้านใหญ่นี่” นาวาเอ่ยขึ้นทันทีที่รู้ว่าตนจะได้นอนที่ไหน

“พักที่นี่น่ะดีแล้วค่ะ บ้านหลังนี้ใหญ่เกินกว่าจะอยู่กันแค่สองคน มีคุณกับคุณนะโมเพิ่มมาอีกคงทำให้มันแคบๆ ลงไปบ้าง”

“เอ่อ ฮะๆ ครับๆ ยังไงผมก็ต้องขอบคุณคุณมีนมากนะครับ ผมไม่รบกวนแล้วดีกว่า ราตรีสวัสดิ์นะครับ” นาวาเอ่ยขึ้นก่อนจะปล่อยให้หญิงสาวได้เดินจากไป เมื่อลับร่างของสาวใช้ไปแล้วสองพี่น้องก็เดินเข้าไปภายในห้อง ก่อนที่นะโมจะอุทานออกมาเมื่อเห็นห้องนอนใหญ่เต็มตา

“โห พี่วา นี่คือห้องเราจริงๆ เหรอ ใหญ่มากเลยอ่ะ!” เด็กหนุ่มถามขึ้นด้วยความอึ้ง นาวาเองก็อึ้งไม่ต่างกันนัก ตั้งแต่สูญเสียบ้านและครอบครัว พวกเขาทั้งคู่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสกับห้องนอนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเช่นนี้อีกเลย นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่สองพี่น้องจะได้นอนหลับบนที่นอนดีๆ อย่างที่ใฝ่ฝันมาตลอด ร่างโปร่งหันไปมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนเป็นน้องที่กำลังเดินสำรวจเฟอร์นิเจอร์ไปทั่วห้องแล้วก็ได้แต่อมยิ้มตาม

ขอแค่นะโมมีความสุขและมีชีวิตที่ดี แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว

และแน่นอน ชายหนุ่มไม่ได้เคลือบแคลงถึงความง่ายดายในสิ่งที่ตนได้มา ไม่ได้ฉุกคิดถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ไม่ได้เอะใจเลยแม้แต่น้อยว่าเพราะเหตุใดพวกเขาถึงได้ความเป็นอยู่ที่ดีขนาดนี้มาได้โดยง่าย

นาวา ชนกันต์ คงลืมคำกล่าวที่ว่า

‘ไม่มีสิ่งใดบนโลกที่จะได้มาง่ายๆ โดยไร้ซึ่งข้อแลกเปลี่ยน’

ไม่มี…



ท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณของห้องนอนกว้าง ร่างโปร่งของนาวาลืมตาโพลงจ้องมองเพดานห้องที่ต้องแสงไฟจากด้านนอกให้เห็นเพียงเลือนราง โสตประสาทและความนึกคิดทั้งหมดจมจ่อมอยู่กับการตัดสินใจของตน คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวให้เขาได้เครียดเล่นๆ

พันเอกเป็นคนยังไง?

เขาทำถูกหรือเปล่าที่ตอบรับความช่วยเหลือของผู้ชายคนนั้น?

หรือแม้แต่ความคิดที่ว่าหลังจากนี้ในอนาคตชีวิตของเขาจะเป็นยังไงต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างประเดประดังเข้ามาในหัวเสียจนนาวาไม่สามารถข่มตาลงได้

แต่พอเหลือบมองร่างเล็กที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างกายแล้วก็ได้แต่จุดยิ้มขึ้นที่ริมฝีปากบาง ความเครียดและความวิตกกังวลทั้งหมดเจือจางลงจนแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง นะโมเป็นเทวดาตัวน้อยๆ ในชีวิตของเขา เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้นาวายังคงต่อสู้อยู่บนโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้ อยู่เพื่อปกป้องแก้วตาดวงใจของเขาให้พ้นภัย อยู่เพื่อรอวันที่จะได้เห็นนะโมมีความสุขและมีชีวิตที่ดี

แต่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงอนาคต ไม่มีมนุษย์คนไหนรู้ว่าอะไรกำลังรออยู่ข้างหน้า เช่นเดียวกับตัวนาวาและนะโมเอง ทั้งคู่ไม่มีวันรู้...ว่าความสุขที่พวกเขาเฝ้าถวิลหานั้น กว่าจะได้มันมาต้องแลกด้วยความเจ็บปวดเจียนตายมากแค่ไหน กว่าจะถึงวันที่ทุกอย่างจบลง หัวใจดวงน้อยๆ ของพวกเขาทั้งคู่จะขาดวิ่นเกินเยียวยามากเพียงใด

ไม่มีใครรู้...ว่าความงดงามของสรรพสิ่งรอบกายนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเหยื่อที่คอยหลอกล่อให้สกุณาตัวน้อยสองตัวหลงบินเข้ามาอยู่ยังกรงทองแห่งนี้ด้วยความเต็มใจ

เงินตรา อนาคต สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่กับดักที่ถูกวางเอาไว้ก็เท่านั้น



รุ่งเช้า

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมาด้วยเสียงอนุญาตของคนที่อยู่ด้านในทำให้นาวาค่อยๆเปิดประตูห้องทำงานก่อนจะพาตัวเองเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูง พันเอกเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย กลีบปากสีธรรมชาติขยับเอ่ยเป็นคำพูดในขณะที่สายตามองสำรวจนาวาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“นายเองเหรอ มีธุระอะไรหรือเปล่า”

“เอ่อ...ผมจะมาคุยเรื่องงานที่คุณจะให้ผมทำน่ะครับ ไม่ทราบว่าคุณเอกสะดวกคุยตอนนี้หรือเปล่า” นาวาเอ่ยขึ้นเสียงนิ่ง คำตอบของร่างโปร่งเรียกรอยยิ้มบางเบาให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าได้รูป ก่อนที่พันเอกจะปิดแฟ้มงานและวางปากกาลงกับโต๊ะ

“อืม คุยได้ ว่ามาสิ” ชายหนุ่มเอนหลังลงกับเก้าอี้ทำงานตัวโตก่อนจะพยักเพยิดให้นาวาเปิดประเด็น

“คุณจะให้ผมทำงานอะไรครับ ถ้างานบ้านและงานครัวผมทำได้ แต่งานเอกสารผมเกรงว่าจะไม่ไหว” นาวาพูดขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา ร่างโปร่งถือวิสาสะนั่งลงกับเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของอีกคน พันเอกขมวดคิ้วครู่หนึ่งกับประโยคที่เพิ่งจบลงก่อนจะเอ่ยถามนาวาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ทำไมถึงทำงานเอกสารไม่ได้”

“ผม...เรียนจบแค่ชั้นมัธยมเท่านั้นครับ ตอนนี้กำลังเรียนมหาลัยที่รามคำแหงอยู่เลย ให้ทำงานเอกสารคงไม่ได้ ผมไม่มีความสามารถมากพอ ต้องขอโทษด้วยครับ” ร่างโปร่งตอบคำถามเสียงแผ่วเบา พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ได้แต่หลบดวงตาคมดุของพันเอก ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอดังมาจากคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“งานของนายไม่จำเป็นต้องใช้สมองขนาดนั้นหรอก”

“ครับ?”

“ฉันบอกว่างานของนายไม่จำเป็นต้องใช้สมองมากนักหรอก” พันเอกพูดขึ้นพร้อมกับเปิดลิ้นชักพลางหยิบแฟ้มบางอย่างขึ้นมา เขายื่นมันให้กับร่างโปร่งตรงหน้า นาวารับแฟ้มมาเปิดอย่างรวดเร็วก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจเมื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นรูปถ่ายของผู้ชายคนหนึ่ง

“ราม กลทีบ์?” ร่างโปร่งอ่านชื่อของคนในรูปด้วยความฉงน ก่อนจะเงยหน้ามองพันเอกด้วยความไม่เข้าใจ คนถูกมองแสยะยิ้มกลับมาให้จนนาวาต้องหลบตาก่อนจะถามเสียงอ้อมแอ้ม

“งานของผม เกี่ยวอะไรกับคุณรามคนนี้หรือเปล่าครับ”

“แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ”

“เอ่อ...ผม ผมไม่รู้ คุณเขาเป็นใครเหรอครับ”

“อย่าเรียกชื่อมันเพราะๆ ให้ฉันได้ยิน ถ้าไม่อยากทำให้ฉันหงุดหงิด” พันเอกพูดเสียงดุดันด้วยความหงุดหงิด ทำเอานาวาต้องรีบขอโทษเสียแทบไม่ทัน ร่างโปร่งปิดปากเงียบเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าฉายแววไม่พอใจ ดวงตาคมดุวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว น้ำเสียงแข็งกร้าวที่พูดกับเขาเมื่อครู่ทำเอานาวาแทบนั่งไม่ติดที่ด้วยความกลัว

“ผมขอโทษครับคุณเอก ผมไม่ทราบว่าคุณกับเขา...เหมือนจะไม่ลงรอยกัน”

“ฉันเกลียดมัน” พันเอกสวนขึ้นแทบจะทันที ทำเอานาวาถึงกับต้องรีบปิดปากฉับเพราะกลัวพูดอะไรไม่เข้าหูคนตรงหน้าเข้า

“อย่างที่คิดนั่นแหละ งานของนายเกี่ยวกับไอ้สารเลวนั่น” ร่างสูงพูดขึ้นหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมบรรยากาศโดยรอบชั่วระยะเวลาหนึ่ง นาวาก้มลงมองรูปในมืออีกครั้ง อดทึ่งกับรูปลักษณ์ของผู้ชายที่ชื่อรามคนนี้ไม่ได้ จมูกโด่งเป็นสันรับกับโครงหน้าได้รูป ดวงตาคมดุดันมีเสน่ห์น่ามอง รูปร่างแกร่งกำยำพาลให้รู้สึกว่าคนในรูปนั้นทรงอำนาจ ขนาดเห็นเพียงแค่รูปถ่ายผู้ชายด้วยกันอย่างนาวายังเผลอเคลิ้ม แน่นอนว่าตัวจริงผู้ชายคนนี้คงมีหญิงสาวล้อมหน้าล้อมหลังไม่น้อยเป็นแน่

“มันแอบรักนายอยู่”

“อะไรนะ?”  ใบหน้าขาวซีดเงยขึ้นไปทวนประโยคของพันเอกด้วยความตกใจระคนแปลกใจ เหมือนเมื่อสักครู่นาวาจะได้ยินพันเอกพูดว่ารามแอบรักเขาอยู่...ใช่ไหมนะ

“ฉันบอกว่าไอ้รามมันแอบรักนายอยู่ ไม่รู้หรอกเหรอ” พันเอกทวนประโยคนั้นให้ นาวาตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะส่ายหน้าไปมา หัวใจดวงน้อยที่ฝังอยู่บนอกข้างซ้ายเต้นระรัวเมื่อเจอสายตาเย็นเยียบของคนตรงหน้า

“ไม่ ไม่รู้ครับ เขาจะมารักผมได้ยังไง เราไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ” นาวาพูดขึ้นเร็วๆพลางทิ้งแฟ้มประวัติของรามลงบนโต๊ะทำงานแทบจะในทันที ฝ่ายเจ้าของโต๊ะทำเพียงแค่แค่นยิ้มอย่างนึกสมเพช ก่อนจะโต้ตอบประโยคของนาวากลับไป

“ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันรักนายไปได้ยังไง แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ งานของนายก็คือทำให้มันทุรนทุรายอย่างถึงที่สุด ให้มันตายห่าไปเลยยิ่งดี!"

“หมายความว่ายังไง คุณจะให้ผมทำอะไร” นาวาถามด้วยความหวั่นใจพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนดูยุ่งเหยิง ในขณะที่ดวงตากลมจ้องมองโครงหน้าของพันเอกด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

ลางสังหรณ์ของนาวาบอกว่าสิ่งที่พันเอกจะให้เขาทำมันไม่ใช่เรื่องดี

และลางสังหรณ์ของเขามักถูกเสมอ...

“ไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า งานของนายน่ะง่ายนิดเดียว” พันเอกเอ่ยบอกกับร่างโปร่งพลางลุกเดินออกมาหานาวาที่ตอนนี้ก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ ใบหน้าขาวที่ซีดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วซีดลงมากไปอีกจนดูน่าสงสาร ขายาวก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็เข้าประชิดกับร่างโปร่งของนาวาที่ดูเล็กลงถนัดตาเมื่อเทียบกับร่างแกร่งกำยำของพันเอก สองมือคว้าร่างของนาวาเอาไว้ในอุ้งมือหนาก่อนจะออกแรงดึงให้คนตัวเล็กกว่าลอยหวือเข้ามาประชิดกับอกกว้าง นาวาสะดุ้งสุดตัว ออกปากร้องเสียงหลงพลางยกมือขึ้นยันอกแกร่งของพันเอกเอาไว้

“คุณเอก!”

“หึ เป็นเพราะตัวหอมๆ หน้าหวานๆ แบบนี้หรือเปล่าที่ทำเอาไอ้สารเลวนั่นมันหลงหัวปักหัวปำน่ะ หืม” ร่างสูงกระซิบข้างใบหูขาวเสียงแผ่วเบาทำเอาอีกคนขนลุกซู่ นาวาตัวสั่นขึ้นกับการคุกคามที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนจะเอ่ยปรามพันเอกเสียงสั่น

“คุณเอก อย่า...ปล่อยผม”

“ตอบคำถามของฉันมาก่อน นายไม่รู้จักอะไรกับไอ้รามมันแน่ๆ ใช่ไหม” พันเอกถามข้างใบหูเล็ก นาวาพยักหน้าพลางขืนตัวออกเล็กน้อย แต่ก็โดนอีกคนดึงร่างกลับเข้าหาดังเดิม

“อย่าโกหกฉันนะนาวา”

“ไม่ครับ ผมไม่รู้จักเขาจริงๆนะ ให้สาบานได้” นาวายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พันเอกได้ฟังก็ยกยิ้มขึ้นอย่างชอบใจก่อนจะเชยคางเล็กของอีกคนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาคมดุของเขา ร่างสูงก้มหน้าลงไปพูดกับนาวาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ก็ดี ไม่รู้จักอะไรกันก็ดี อะไรๆ จะได้ง่ายขึ้น”

“คุณพูดอะไร”

“ขนาดนี้ก็น่าจะรู้ได้แล้วนะพ่อคนสวย คิดว่าฉันลงทุนรับเอาเด็กกำพร้าหน้าโง่สองคนมาเลี้ยงทำไมถ้ามันใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ คิดว่าฉันใจดีงั้นเหรอ หึ! คิดผิดแล้วนาวา ที่นายได้รับเศษเงินจากฉันเพราะนายดันบังเอิญเป็นคนที่ไอ้นั่นมันหลงหัวปักหัวปำไง และฉันก็จะใช้นายทำให้ไอ้ชั่วนั่นกระอักเลือด เอาให้มันตายห่าไปเลยก็ยิ่งดี!! ในเมื่อมันเลวขนาดกล้าทำร้ายคนที่ฉันรัก ฉันก็จะกระทืบมันให้จมดินด้วยคนที่มันรักนักหนาเหมือนกัน!!!”

“คุณ!!!!!”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2016 11:04:23 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ anuruk97

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-4

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
เอกใจร้ายมาก
เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ rinny

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
ทำไมพันเอกมันชั่วร้ายเลวทรามเกินมนุษย์งี้อ่ะ? เลวสุดๆ
น่าเอาm16ยิงให้พรุนจริงๆเลย สงสารนาวา ไม่น่าสวยจนรามชอบเลย
เฮ้อ~ เศร้าแท้ แอบรำคาญณะโมเบาๆ ทำไมเด็กขนาดนี้นะ?
ไม่มีณะโมนาวาก็ไม่ต้องซวยแบบนี้แล้ว เฮ้อ สู้ต่อไปนะ มาต่อไวๆนะ

snow_blizzard2343

  • บุคคลทั่วไป
อ้ากกก สนุกๆ มาต่อเรวๆนะ > < เปนกำลังใจให้คะ   :katai2-1:

ออฟไลน์ minibusez

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 75
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
กดเข้ามาอ่านเพราะเห็นชื่อเดียวกับ http://www.youtube.com/watch?v=9YuO6np8Ma8 เลย
สนุกดีค่ะ รอตอนต่อไปน้า  :m4:

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
ตอนที่ ๒


 “ที่นายได้รับเศษเงินจากฉันเพราะนายดันบังเอิญเป็นคนที่ไอ้นั่นมันหลงหัวปักหัวปำไง และฉันก็จะใช้นายทำให้ไอ้ชั่วนั่นกระอักเลือด เอาให้มันตายห่าไปเลยก็ยิ่งดี!! ในเมื่อมันเลวขนาดกล้าทำร้ายคนที่ฉันรัก ฉันก็จะกระทืบมันให้จมดินด้วยคนที่มันรักนักหนาเหมือนกัน!!!”

“คุณ!!!!!”

พลั่ก!

“โอ๊ย!” เสียงประท้วงของนาวาดังขึ้นเมื่อพันเอกใช้ความได้เปรียบทางด้านร่างกายและพละกำลังผลักดันอย่างแรงเสียจนคนตัวเล็กกว่ากระแทกเข้ากับผนังห้อง แผ่นหลังบางกระทบเข้ากับความแข็งของผนังจนเจ็บร้าวไปทั่ว แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความตกใจระคนหวาดกลัวที่ก่อตัวขึ้นภายในใจ ร่างโปร่งจ้องดวงตาวาวโรจน์ของพันเอกพลางเม้มปากแน่นก่อนจะเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

“ปล่อยผมนะคุณเอก อึ่ก...คุณ...หลอกผม!”

“เปล่าเลยนาวา นายมันโง่ให้ฉันหลอกเอง!” พันเอกพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน

ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว...ตั้งแต่เมื่อคืนที่เขาต้องระงับอารมณ์ไม่กระโจนเข้าไปฉีกทึ้งร่างของนาวาให้แหลกเป็นชิ้นๆ แค่เห็นใบหน้าขาวซีดและร่างกายซูบผอมของคนคนนี้ ใบหน้าของคนที่พันเอกเกลียดนักเกลียดหนาก็ลอยขึ้นมาซ้อนทับจนทำให้สติแทบจะขาดผึง

เขารอวันนี้มาเกือบทั้งชีวิต รอมาเนิ่นนานตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน เฝ้ารอวันที่คนสารเลวอย่าง ‘ราม กลทีบ์’ มีจุดอ่อน! และจุดอ่อนของมันก็มาอยู่ตรงหน้าของพันเอกแล้วในตอนนี้ ได้มาอย่างง่ายดายจนแทบจะไม่ต้องลงแรงอะไรเลยแม้แต่น้อย

“ความจริงฉันอยากจะฆ่านายกับน้องชายที่ของนายให้ตายๆ ไปซะ จากนั้นก็ส่งร่างไร้วิญญาณของนายไปให้ไอ้รามมันดูเล่น คงจะสนุกน่าดูนายว่างั้นไหม” พันเอกพูดขึ้นทำเอาคนฟังตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมสีเข้มจ้องใบหน้าหล่อเหลาก่อนจะพยายามขืนตัวเองออกจากพันธนาการ สิ่งเดียวที่คิดออกในตอนนี้คือต้องพานะโมออกจากที่นี่ ต้องหนีจากคนคนนี้

แต่นาวาก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น แน่นอนว่าหากก้าวเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว นั่นก็เท่ากับว่าตอนนี้เขาตกอยู่ใต้อำนาจของพันเอกอย่างเต็มตัว ต่อให้อยากหนีหายไปมากแค่ไหนก็คงทำไม่ได้ ดูจากรูปการแล้ว ผู้ชายคนนี้คงไม่ยอมให้เขากับน้องชายหลุดมือไปได้ง่ายๆ เป็นแน่

นี่สินะ ผลของการโลภอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง ช่างโง่ดีแท้นาวาเอ๋ย

“นะ...น้องผม อย่าทำอะไรน้องผมเลย ผมขอร้อง จะทำอะไรกับผมก็ได้ แต่ปล่อยน้องผมไป” ร่างโปร่งเอ่ยขอร้องเสียงแผ่ว ใจนึกห่วงนะโมขึ้นมาไม่ได้ แต่พันเอกกลับทำเพียงแค่ยกยิ้ม ไม่ได้แยแสกับคำขอของคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

“ฉันปล่อยน้องนายไปแน่...” ร่างสูงเอ่ยขึ้นเรียกรอยยิ้มจากนาวาได้เป็นอย่างดี กลีบปากอิ่มสีซีดกำลังจะเอ่ยคำขอบคุณไปให้ หากแต่ประโยคต่อมาของพันเอกกลับทำให้นาวาต้องกรีดร้องออกมาสุดเสียง

“แต่ต้องหลังจากที่ฉันใช้งานทั้งนายแล้วก็ไอ้เด็กนะโมนั่นจนคุ้มซะก่อน”

“คุณเอก! คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ ผมไม่ทำ ผมขอยกเลิกข้อตกลง ผมจะพาน้องออกไปจากที่นี่ ปล่อย!!”

“ช้าไปแล้วนาวา นายพลาดตั้งแต่ตอบรับข้อเสนอของฉันแล้วเด็กน้อย” พันเอกเอ่ยพลางยกยิ้มชอบใจ นาวาคำรามในลำคอเสียงกร้าวพลางออกแรงดิ้นเต็มกำลัง หากแต่ร่างผอมบางไร้เรี่ยวแรงอย่างเขาหรือจะสู้กายแกร่งกำยำของคนตรงหน้าได้ สุดท้ายคนตัวบางจึงได้แต่หอบหายใจอยู่ภายใต้พันธนาการแข็งแรงของพันเอก ในขณะที่ดวงตากลมจดจ้องไปยังใบหน้าหล่อเหลาด้วยความไม่พอใจ

“เมื่อไหร่ที่คุณเผลอ ผมจะหนีออกไปจากที่นี่” คนเสียเปรียบเอ่ยขึ้น พันเอกได้ฟังก็แสยะยิ้ม ก่อนจะเบียดร่างแกร่งเข้าหาคนตรงหน้าพลางเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปประชิดกับโครงหน้าขาวซีดของอีกคน

“ถ้าคิดว่าหนีพ้นก็ลองดูสิ ลองหนีไปตอนนี้เลยก็ได้ หนีให้พ้นนะ เพราะถ้าฉันเจอพวกนายเมื่อไหร่ น้องชายของนายได้ลูกน้องฉันเป็นผัวแน่”

“คุณ!”

“เลือกเอา ยอมเป็นหมากให้ฉันใช้แก้แค้นไอ้ราม แลกกับการศึกษาของเด็กนั่น กับหนีฉันหัวซุกหัวซุนไปตลอดชีวิต แบบไหนมันดีกว่ากัน จะหนีไปขอความช่วยเหลือจากไอ้เวรนั่นก็ได้นะ แต่กว่าจะหลุดไปถึงมือมันได้ นายกับน้องคงเหลือแค่วิญญาณ” พันเอกเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

นาวาเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำขณะจ้องโครงหน้าได้รูปของพันเอกเขม็ง สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ เพราะในหัวไม่สามารถคิดหาทางออกไปจากกับดักนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

“ก็ได้ ผมจะยอมทำในสิ่งที่คุณต้องการ”

“หึ เลือกได้ดี”

“แต่คุณต้องสัญญากับผมว่าจะไม่แตะต้องนะโม คุณจะทำอะไรกับผมก็ได้ แต่นะโมจะต้องไม่รู้และไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เขาต้องได้เรียนจนจบปริญญาตรี แค่นี้คุณให้ผมได้ไหม” นาวาต่อรอง เรียกรอยยิ้มหยันจากคนตรงหน้าให้ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก พันเอกกวาดสายตามองไปทั่วใบหน้าซูบผอมก่อนจะยกยิ้มเย็นเยียบกลับไปให้

“ได้ ตราบใดที่นายไม่พยศ ไม่ทำให้ฉันหงุดหงิด เด็กนั่นก็จะปลอดภัย เอาเป็นว่าเรื่องเรียนฉันจะจัดการให้ก็แล้วกัน”

“ไม่ เรื่องนี้ผมจัดการเอง ผมอยากให้นะโมย้ายออกไปอยู่ข้างนอก อยู่โรงเรียนประจำก็ได้” อยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บ้านหลังนี้ หากยังให้น้องชายอยู่ที่นี่มันคงไม่ปลอดภัยเเน่

“ทำไม ไม่ไว้ใจฉันงั้นเหรอ จะบอกอะไรให้นะนาวา ต่อให้เด็กนั่นไปไกลถึงเมืองนอก ถ้าฉันอยากจะทำอะไรมันขึ้นมาจริงๆ มันก็ไม่รอดหรอก อย่ามาเล่นสงครามประสาทกับฉัน นายไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น อยู่เงียบๆ และรอทำหน้าที่ของตัวเองก็พอ” พันเอกพูดขึ้นอย่างรู้ทัน ทำเอาอีกคนต้องมองสบตากับชายหนุ่มอย่างสิ้นหวัง นาวาไม่พูดอะไรอีกเมื่อรับรู้ว่าต่อรองอะไรไม่ได้ ใบหน้าขาวก้มลงจนคางชิดอกก่อนจะเม้มปากแน่น นึกน้อยใจในโชคชะตาและความโง่เง่าของตนอยู่ที่ต้องมาประสบพบเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้

ทางด้านพันเอก เมื่อเห็นอีกคนก้มหน้าก้มตาไม่ปริปากก็หัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ ชายหนุ่มผละกายแกร่งออกจากร่างโปร่งของนาวา ก่อนจะดึงแขนเล็กและเหวี่ยงอีกคนขึ้นไปนอนราบอยู่บนโต๊ะทำงาน นาวาร้องเสียงหลงเมื่อมือแกร่งเอื้อมออกมาดึงรั้งกางเกงขายาวของเขาออกอย่างแรงจนมันร่นลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้าเล็ก เรียวขาขาวทั้งสองข้างหุบเข้าหากันอัตโนมัติแต่กลับถูกมือแกร่งกระชากมันออกจากกันจนอ้ากว้าง

“คุณเอก ทำอะไร ปล่อยผมนะ!” คนตัวเล็กกว่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ตอนนี้ท่อนล่างของนาวามีเพียงชั้นในสีขาวที่ทำหน้าที่ปิดกั้นร่างกายของเขาจากสายตาคมดุของพันเอกเอาไว้ สองมือเล็กดันแผ่นอกกว้างของอีกคนแทบไม่ทันเมื่อพันเอกก้าวขาเข้ามาแทรกตัวอยู่ตรงกลางระหว่างขาขาว

“อย่าดิ้นน่า แค่อยากส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไปให้ไอ้เวรนั่นสักหน่อย” พันเอกยียวนพลางกดสะโพกสอบเข้าถูเน้นไปที่หว่างขาของนาวาอย่างยั่วเย้า

“อ๊ะ!...ยะ...หยุดนะ”

“ไอ้รามมันคงใจแทบขาดที่เห็นคนที่มันรักมานอนอ้าขาให้ฉันแบบนี้” พันเอกเอ่ยก่อนจะคว้าหมับเข้าที่คางเล็กของคนใต้ร่าง มือแกร่งออกแรงรั้งใบหน้าของนาวาให้เงยขึ้นด้านบน ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นกล้องวงจรปิดติดอยู่ทั้งสี่มุมของห้องทำงาน กลีบปากเล็กขบเม้มเข้าหากันก่อนจะร้องออกมาเบาๆ เมื่อพันเอกล้วงมือเข้าไปในชั้นในสีขาวพลางลูบไล้ช่องทางด้านหลังของนาวาอย่างจาบจ้วง

“มองกล้องหน่อยสิ”

“อ๊ะ! ค...คุณเอก อย่า” นาวาใช้สองแขนกรีดทึ้งร่างของพันเอกด้วยความกลัว หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำ พันเอกแลบลิ้นเลียริมฝีปากขณะมองใบหน้าขาวของคนใต้ร่าง นิ้วเรียวสอดจ้วงเข้าไปในจีบพับสีอ่อนของนาวาอย่างรวดเร็วทำเอาอีกคนสะท้านเฮือก ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้ามาภายใน ความไม่คุ้นชินส่งผลให้ความรู้สึกเจ็บแสบตีตื้นขึ้นมาจนน้ำตาเอ่อคลอที่ดวงตาคู่สวย

“อึ่ก คุณ...ฮึก เจ็บ” นาวาเอ่ยเสียงแหบแห้งก่อนจะต้องอ้าปากค้างเมื่อพันเอกแทรกนิ้วที่สองตามเข้ามาติดๆ ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึงกับความฝืดเคืองด้านล่างก่อนจะสบถเสียงดุดันสั่นพร่า

“แน่นเป็นบ้า” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางดึงดันกดนิ้วเข้าไปในร่างของนาวาจนสุดความยาว คนโดนรุกล้ำร้องเสียงหลง ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดนิ้วเรียวยาวของพันเอกถี่ๆ ความเจ็บปวดจุกเสียดแล่นพล่าน สองขาขาวสั่นระริกในขณะที่ใบหน้าขาวซีดเหยเกด้วยความเจ็บปวด

พันเอกจ้องร่างโปร่งที่นอนหอบมองเขาด้วยความสิ้นหวังระคนเจ็บปวดด้วยสายตาเร่าร้อน ร่างสูงเริ่มขยับนิ้วกระแทกเข้าออกแรงๆ อย่างไม่ปราณี เสียงนิ้วมือกระทบกับร่างกายของนาวาดังขึ้นแผ่วเบาก่อนจะเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพันเอกเร่งมือกระแทกนิ้วเข้าออกอย่างรุนแรง

ปึ่ก!

“อึ่ก! อ๊ะ!!”

“นั่นแหละนาวา อย่างนั้น” ร่างสูงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานเชิดรั้น นาวาหลับตาแน่นพลางกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงร้อง ในขณะที่คนตัวโตกว่ายังคงส่งนิ้วเข้าออกร่างของเขาไม่หยุด

“คุณเอก พอเถอะ ผมเจ็บ” ชายหนุ่มร้องขออย่างทรมาน มันไม่ได้มีความรู้สึกวูบวาบหวามไหวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน...นิ้วของร่างสูงตรงหน้านี้กำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับนาวาเสียมากกว่า แค่นิ้วของคนคนนี้ยังเจ็บเสียดเจียนขาดใจขนาดนี้ หากต้องมารองรับตัวตนของพันเอกเล่า มันจะเจ็บปวดขนาดไหน

ไม่รู้ นาวาไม่รู้เลย...

“รัดมันแน่นๆ สิ แล้วฉันจะยอมปล่อย” พันเอกเคลื่อนตัวต่ำลงมากระซิบชิดริมฝีปากสีซีด ลิ้นร้อนแลบออกมาไล้เลียกลีบปากของคนใต้ร่าง นาวาไม่รีรอ รีบทำตามคำสั่งของพันเอกทันทีเพราะอยากหลุดจากสถานการณ์ในตอนนี้ ร่างโปร่งเกร็งกายจนช่องทางอุ่นร้อนขยับรัดนิ้วของร่างสูงทันที พันเอกถึงกับครางต่ำในลำคออย่างชอบใจ ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะยอมถอนนิ้วออกจากร่างของนาวาและผละกายออกห่าง ร่างสูงจ้องนาวาที่นอนหอบอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะ

“จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วจะไปไหนก็ไป” ประมุขของบ้านพูดขึ้นเสียงราบเรียบ สองมือเอื้อมไปหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดมือของตนเองก่อนจะก้าวเดินทำท่าว่าจะออกจากห้องทำงานไป แต่ในขณะที่พันเอกกำลังจะเปิดประตู ใบหน้าหล่อเหลาก็หันมาหานาวาที่กำลังสวมกางเกงพลางเอ่ยเสียงราบเรียบ

“ถ้าอยากให้น้องปลอดภัย อย่าหือกับฉัน อย่าแม้แต่จะคิดทำเรื่องวุ่นวาย ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ชายหนุ่มทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก็เดินจากไป ทิ้งร่างนาวาที่กำลังยืนขาสั่นระริกเอาไว้เพียงลำพัง



23.30 น.

สถานเริงรมย์ขนาดย่อมแห่งหนึ่งเปิดให้บริการมานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว บรรยากาศโดยรอบครึกครื้นเหมือนทุกๆ วัน ผู้คนมากหน้าหลายตาวนเวียนขวักไขว่ไปมาตามโต๊ะต่างๆ เหล่าพนักงานและนักร้องนักเต้นต่างก็ทำหน้าที่กันอย่างขยันขันแข็ง ทุกอย่างยังคงปกติเหมือนอย่างที่เคยเป็น หากแต่มันกลับไม่ได้ช่วยดับอารมณ์ของคนอย่าง ‘ราม กลทีบ์’ ได้เลยแม้แต่น้อย

ทุกๆ เดือน รามจะขึ้นมาที่กรุงเทพเพื่อมานั่งดื่มเหล้าที่นี่ เหตุผลก็เพียงเพราะอยากมานั่งมองใครบางคน ใครบางคนที่ทำเอาคนอย่างเขาถึงกับไปไม่เป็นเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าขาวซีด ร่างกายซูบผอมซ่อนเสน่ห์ที่เจ้าตัวมีเอาไว้ไม่มิด ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอไผลไปกับคนที่ไม่รู้จักไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หากแต่พอรู้ตัวอีกที สายตาของเขาก็มักจะคอยมองหาและตามสืบเรื่องราวประวัติของนาวาไปเสียแล้ว

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นายหัวหนุ่มเจ้าของเกาะนาคาที่มีคนมาให้เลือกมากหน้าหลายตา ท้ายที่สุดกลับหลงรักเด็กกำพร้าจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบริเวณใกล้เคียงไปเสียได้

น่าตลกสิ้นดี

และสิ่งที่ทำให้รามหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในขณะนี้ ก็คงเป็นเพราะในวันนี้เขาไม่เห็นร่างขาวของนาวาเหมือนอย่างเคย พอสอบถามจากคนที่นี่ก็ได้คำตอบว่านาวาและน้องชายย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าสองพี่น้องไปอยู่ที่ไหน รู้เพียงแค่ว่านาวาได้งานกับนักธุรกิจคนหนึ่งเพียงเท่านั้น

สังหรณ์บางอย่างบอกกับรามว่าการหายไปของนาวามันผิดปกติ ในอกของนายหัวหนุ่มร้อนรุ่ม ขณะที่มือแกร่งยกแก้วเหล้าขึ้นซดอย่างไม่กลัวฤทธิ์บาดคอของมันเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีเข้มกวาดมองบรรยากาศโดยรอบที่ปราศจากร่างของนาวาก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับร่างโปร่งของใครคนหนึ่งเข้า

และแน่นอน รามจำคนคนนี้ได้ดี ใบหน้าหวานกับรูปร่างสูงโปร่งที่เขาเห็นมาตั้งแต่วัยเยาว์ ผิวขาวนวลกับริมฝีปากสีระเรื่อ ท่าทีทะเล้นแฝงความดุดันดื้อดึงเอาไว้ ส่งผลให้นักท่องราตรีทั้งชายและหญิงที่เดินผ่านไปผ่านมามองเหลียวหลังกันอยู่ไม่น้อย ใบหน้าแบบนี้ ลักษณะท่าทางและเสน่ห์ดึงดูดผู้คนรอบข้างเช่นนี้ ไม่ผิดแน่...

ผู้ชายคนนั้นคือ ‘พายุ กฤตภาส’ หนึ่งในลูกน้องคนสนิทของพันเอก เด็กกำพร้าที่ตระกูลกฤตภาสรับไปอุปการะเลี้ยงดู

เป็นเหมือนหมารับใช้ของพวกมัน

และแน่นอนว่ามันจะต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การที่คนของพันเอกอย่างพายุจะมาป้วนเปี้ยนอยู่ในสถานที่แบบนี้ มันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น

สองพี่น้องนั่นกลับมาจากอเมริกาแล้วอย่างนั้นหรือ?

“สวัสดีครับคุณราม พอจะสละเวลาคุยกับผมสักหน่อยได้ไหม” ร่างโปร่งของพายุเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รามสาบานว่าถ้าทำได้เขาอยากจะเขวี้ยงขวดเหล้าใส่คนตรงหน้าซะเดี๋ยวนั้น ความหงุดหงิดของร่างสูงปะทุขึ้นตั้งแต่เห็นว่าอีกคนก้าวเดินมาหาด้วยท่าทีมั่นคงพร้อมกับอะไรบางอย่างในมือ รอยยิ้มการค้าผุดขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวพูดจบ ก่อนจะถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับเขาอย่างรวดเร็ว รามสบถกับตัวเองทันทีพร้อมกับมองผู้มาใหม่ตาขวาง

“ให้เวลาสิบนาที แล้วหลังจากนั้นก็ช่วยไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะยิงนายทิ้ง” รามเอ่ยกับอีกคนเสียงแข็งกร้าว พายุแค่นยิ้มอย่างนึกสมเพชคนตรงหน้า ก่อนจะโยนซองสีน้ำตาลในมือไปให้ชายหนุ่มที่นั่งจ้องเขาด้วยแววตาไม่เป็นมิตร

“คุณพันเอกฝากของขวัญมาให้คุณน่ะ” พายุเอ่ยขึ้น นายหัวหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีก่อนจะมองซองตรงหน้าด้วยความไม่ไว้ใจ

“จะไม่รับก็ได้นะครับ แต่คุณอาจจะต้องมานั่งเสียใจทีหลังก็ได้” พายุเอ่ยขึ้นพลางสบดวงตาทรงอำนาจของรามอย่างท้าทาย ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ก่อนจะถือวิสาสะหยิบแก้วเหล้าของอีกฝ่ายขึ้นมาดื่มจนหมดแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และก่อนจะเดินจากไป ร่างสูงโปร่งก็ทิ้งคำพูดเอาไว้ให้รามได้ร้อนใจเล่นๆ

มันเป็นคำพูด...ที่ทำเอาคนฟังถึงกับสบถออกมาอย่างควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้

คำพูด...ที่ทำให้คนอย่างรามถึงกับต้องเขวี้ยงแก้วลงกับพื้นจนแตกละเอียดด้วยโทสะทั้งหมดที่มี

“คุณพันเอกฝากมาบอกด้วยนะครับว่า คุณนาวา ชนกันต์คนนั้นน่ะ...เด็ดอย่าบอกใครเชียวล่ะ”

เพล้ง!

“ไอ้ระยำ!!!!!”

เป็นพันเอกจริงๆ เป็นมันจริงๆ มันกลับมา กลับมาพร้อมกับการท้าทายเขาด้วยการแตะคนที่เขาเฝ้าถนอมมานานนับปี

มือแกร่งคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดเบอร์โทรออกอย่างรวดเร็ว รอเพียงไม่นานปลายสายก็กดรับและส่งเสียงหัวเราะให้รามได้แค้นใจจนต้องกัดฟันกรอด

[ว่าไง เห็นของขวัญที่กูฝากพายุส่งไปให้มึงแล้วสินะ]

“ถ้ามึงแตะนาวาแม้แต่ปลายเล็บนะพันเอก ถ้ามึงทำ...กูจะส่งมึงไปลงนรกตามพ่อแม่มึงแน่ กูขอสาบาน!” รามเอ่ยเสียงกร้าว พันเอกส่งคำเย้ยหยันกลับมาก่อนจะยั่วโมโหรามด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

[พูดแบบนี้แสดงว่ายังไม่เห็นของที่ส่งไปให้งั้นสิ ไม่คิดจะเปิดดูหน่อยเหรอ จะได้รู้ว่ากูแตะนาวาของมึงมากกว่าปลายเล็บแล้วซะอีก]

“!!!”

[ถ้าจะพูดให้ถูก...ก็คงต้องบอกว่ากูกดจนมิดนิ้วเลยแหละว่ะ]

“ไอ้!!!!!!”

[หึ ผิดที่มึงเองนั่นแหละที่มาแตะคนที่กูรักก่อน สำนึกบาปของตัวเองแล้วก็รอดูตอนนาวาเป็นของกูได้เลย กูจะทำจนกว่ามันจะขาดใจตาย ทำจนกว่ากูจะพอใจ ถึงตอนนั้นมึงก็รอรับศพมันได้เลยแล้วกัน!!!!]

“ไอ้สัส!! ไอ้เลว!!! แม่ง...โว้ยยยยยยย!!!!” ร่างสูงสบถออกมาอย่างร้อนรนเมื่อพันเอกตัดสายไป ชายหนุ่มกำหมัดแน่นก่อนจะคว้าซองสีน้ำตาลบนโต๊ะขึ้นมาถือเอาไว้ รามลุกขึ้นก้าวเดินออกจากผับอย่างรวดเร็ว ร่างสูงหันไปสั่งลูกน้องที่เดินตามมาด้วยน้ำเสียงดุดัน

“โทรหารุ่งฟ้ากับสิงห์ บอกให้ขึ้นมาที่กรุงเทพเดี๋ยวนี้ ส่งคนไปดูที่บ้านไอ้พันเอกด้วย ดูว่านาวาอยูที่นั่นไหม ฉันต้องการคำตอบภายในวันพรุ่งนี้ ไป!”

“ครับนายหัว” เสียงตอบรับหนักแน่นดังขึ้นก่อนที่ลูกน้องของเขาจะแยกตัวออกไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย รามเดินขึ้นรถของตัวเองอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาหวั่นเกรงของคนรอบข้าง ชายหนุ่มกัดฟันแน่นขณะกระชากรถให้ออกตัวอย่างรวดเร็วตามอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจ

“มึงเริ่มเรื่องนี้เองนะพันเอก มึงเริ่มเอง อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!!!!”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2016 11:09:03 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
ตอนที่ ๓


เช้าวันใหม่มาเยือนบ้านกฤตภาสพร้อมกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ พันเอกจ้องร่างสะบักสะบอมของคนที่ถูกลูกน้องเขาลากมาคุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยสายตาราบเรียบ โชคยังดีที่ตอนนี้ยังไม่มีใครตื่น เพราะเขายังไม่อยากตอบคำถามน้องหรือใครใดๆ ทั้งสิ้น

“ผมเห็นด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ” พายุเอ่ยขึ้น ข้างกายมี ‘จักรกฤต’ คู่หูตัวสูงยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ

“คนของไอ้รามมันใช่ไหม” ประมุขของบ้านเอ่ยถาม ทว่าคนถูกถามกลับเอาแต่ก้มหน้า ผ่อนลมหายใจฟึดฟัดเนื่องจากถูกกำปั้นอัดเข้าที่จมูกอยู่หลายครา จนพายุต้องตอบแทน

“ครับ”

“อืม...ไม่ต้องเช็คก็คงรู้ๆ กันอยู่” พันเอกเอ่ยขึ้น ก่อนจะแค่นยิ้ม พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายส่งลูกน้องมาที่บ้านเขาทำไม

“กลับไปบอกมันว่าคนที่มันรักอยู่กับฉัน นอนหลับอยู่บนห้อง คงเหนื่อยมากเพราะเมื่อคืนหมอนั่นไม่ได้นอนทั้งคืน ฉันสานต่อจากรูปที่ส่งไปให้เมื่อวานจนสลบคาอกไปตั้งแต่รุ่งสาง” ร่างสูงโป้ปดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะสั่งให้จักรและพายุถีบหัวมันออกจากบ้าน ยืนมองท้ายรถที่แล่นไปจากบริเวณจนลับสายตา

“จักร”

“ครับ”

“กันเด็กนะโมออกไปจากบ้าน พาไปจัดการเรื่องเอกสารและโรงเรียนพร้อมกับพระพาย ถ้าจะให้ดีฉันอยากให้สองคนนั้นอยู่ที่เดียวกัน แล้วขากลับก็ทำให้หลับให้ลึกที่สุด อย่าให้เรื่องพวกนี้หลุดไปให้เด็กมันรู้ เข้าใจที่สั่งใช่ไหม”

“ครับคุณเอก”

“ส่วนแกไอ้ยุ บอกให้คนของเราเตรียมตัวเอาไว้ เดี๋ยวอีกสักหน่อยไอ้เหี้ยนั่นก็คงจะบุกมาอาละวาด”

“ต้องใช้คนเยอะแค่ไหนครับ” พายุเอ่ยถาม บอดี้การ์ดของที่นี่ก็ใช่ว่าจะมีมากมาย ถ้าให้เทียบกับคนของทางนั้นแล้ว...จำนวนน้อยกว่าเป็นเท่าตัว

“ฝั่งนั้นได้ข่าวว่าคนเยอะเอาเรื่อง” พายุบ่นพึมพำ แต่ผู้เป็นนายกลับเหยียดยิ้ม

“เยอะแต่พวกกรรมกรกับคนหาปลาเท่านั้นแหละ ถ้าให้เทียบคนที่มีฝีมือจริงๆ น่ะไม่มีหรอก เอาเฉพาะคนที่เก่งจริงและมีแรงเยอะมาก็พอ”

“ครับ”

เมื่อลูกน้องคนสนิททั้งสองรับคำ ร่างสูงของพันเอกก็หมุนตัวกลับเข้าไปในบ้านก่อนจะชะงักเมื่อเห็นนาวากับนะโมเดินลงมาจากชั้นบน ด้านหลังมีร่างแน่งน้อยของพระพายที่จ้องเขาด้วยแววตาเอาเรื่อง

“นะโม” คนถูกเรียกสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงทรงอำนาจ นาวาตวัดมองพันเอกด้วยสายตาหวาดระแวงก่อนจะขยับตัวเข้าไปรวบเอวน้องชายเอาไว้หลวมๆอย่างหวงแหน

“ค...ครับ คุณเอกมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”

“ไม่มี แค่จะบอกว่าให้รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉันจะให้คนพาไปจัดการเรื่องเรียนพร้อมกับพระพาย รายนั้นเขาจะออกไปสมัครงานพอดี ส่วนนาย...จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วไปหาฉันที่ห้องทำงาน มีเอกสารให้ช่วยเรียงหน่อย” พันเอกสั่งยาวเหยียดก่อนจะยิ้มมุมปากเมื่อเห็นใบหน้าของนาวาซีดเผือดลง

“แต่ผมอยากไปดูโรงเรียนกับน้อง” นาวาทำทีสู้ ทุ่มเถียงกับประมุขของบ้าน เขาเป็นห่วงน้อง รวมถึงห่วงตัวเขาเอง มันไม่ปลอดภัย การอยู่ลำพังกับพันเอกนั้นไม่ปลอดภัย

“ผมขอไปกับน้...”

“ไม่ต้องห่วงหรอก น้องชายฉันดูแลน้องนายได้ดีแน่” พันเอกสวนขึ้นทั้งที่ร่างสูงโปร่งยังพูดไม่ทันจบประโยค ชายหนุ่มเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายซูบผอม ก่อนจะเอียงหน้าเข้าไปใกล้พลางกระซิบเสียงเย็นเยียบบางเบาข้างใบหูของคนตัวเล็กกว่า

“...เผลอๆ พระพายจะดูแลนะโมดีกว่าคนเป็นพี่ที่ไม่มีอะไรเลยอย่างนายด้วยซ้ำ”

กึก.

นาวาชะงัก ยืนเม้มปากแน่นขณะเลื่อนสายตาไปปะทะกับดวงตาคมดุของคนตัวสูง พันเอกไม่รอให้อีกคนโต้ตอบ ชายหนุ่มเดินผ่านร่างของสองพี่น้องขึ้นไปชั้นสองของบ้าน ก่อนจะสืบเท้าเข้าหาร่างขาวของพระพายที่ยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ที่หัวบันได

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน!” พระพายกระซิบเสียงดุเมื่อพี่ชายเดินเข้ามาใกล้ สองแขนเล็กยกขึ้นเกี่ยวรอบท่อนแขนกร่งของพันเอก ออกแรงดึงกึ่งกระชากให้พี่ชายตัวโตเดินตามเข้ามาในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู

“อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะพี่เอก สองคนนั้นเป็นใคร มาอยู่บ้านเราได้ยังไง มาตั้งแต่เมื่อไหร่!”

พันเอกถอนหายใจ มองสภาพของน้องชายตัวขาวที่ตายังบวมเป่ง ใบหน้าเจือแววสะลืมสะลือแล้วก็ได้แต่ปิดปากเงียบ

“พี่เอก! อย่าเงียบแบบนี้สิ” คนตัวเล็กกว่าแหวขึ้น ใบหน้าขึงขังดุดันทว่าไม่ได้มีความน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย มันเหมือนลูกแมวตัวอ้วนตากลมขนฟูกำลังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อเสียมากกว่า

“แกคงไม่อยากฟังนักหรอก อย่ารู้เลย”

“อย่ามาเฉไฉ พี่คิดจะทำอะไรกันแน่ บอกผมมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” พระพายคาดคั้น ใบหน้าหวานที่เจ้าตัวได้เค้าโครงของมารดามาเต็มเปี่ยมฉายแววกังวล

พันเอกจ้องคนอายุน้อยกว่าที่ยืนทำหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะลดระดับสายตาลงไปยังแสงวาววับที่ส่องประกายอยู่บนลำคอขาว ร่างสูงหลับตาลง ผ่อนลมหายใจหนักอึ้งกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ก่อนพระพายจะถามเขา เขาเองก็อยากจะถามอะไรบางอย่างกับน้องเหมือนกัน

“แล้วแกล่ะพาย ทำไมถึงยังเก็บของพรรคนั้นเอาไว้อีก”

“ข ของอะไร” ร่างเล็กละล่ำละลั่ก ตากลมหลุกหลิกขณะยกมือขึ้นขยุ้มคอเสื้อเอาไว้แน่น

“ของที่ห้อยคออยู่ อย่าคิดว่าพี่ไม่เห็นนะพาย...”

“...”

“ทำไมถึงยังเก็บเอาไว้ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเจ้าของมันทำระยำอะไรเอาไว้บ้าง”

“ผม...”

“ลืมไปแล้วเหรอว่าที่ผ่านมาเราสองคนต้องเจออะไรบ้าง ทั้งๆ ที่มันชั่วขนาดนั้น ทำไมถึงยังไม่ตัดใจสักที” ร่างสูงเอ่ยเสียงราบเรียบ รั้งใบหน้าได้รูปขึ้นสบตากับคนเป็นพี่ด้วยแววตาวูบไหว

“พี่เอก เจ็บ” พระพายเริ่มท้วงเมื่อคนตรงหน้าลงแรงกับร่างของเขามากจนเกินความจำเป็น

“แกเจ็บ พี่ก็เจ็บ พี่เจ็บยิ่งกว่าที่เห็นน้องตัวเองถูกทำร้ายต่อหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้”

พันเอกดึงร่างของพระพายมากอดเอาไว้แน่น ซบหน้าลงกับลาดไหล่เล็ก สองแขนกระชับแผ่นหลังบางเอาไว้อย่างหวงแหนก่อนจะกระซิบชิดผิวกายของคนเป็นน้อง

“เลิกอาลัยอาวรณ์มันสักทีพาย เลิกคิดถึงคนเลวๆ แบบนั้นได้แล้ว”

“ผม...”

“เห็นไหมว่ามันไม่ได้แคร์อะไรแกเลย พอมันได้ในสิ่งที่ต้องการมันก็ไป ทิ้งแกไว้ข้างหลัง ทิ้งให้เจ็บซ้ำๆ ทรมานซ้ำๆ ในขณะที่ตัวต้นเหตุมันเสือกไปรักไปชอบคนอื่น”

“...”

“ตัดใจสักทีพาย ตัดใจได้แล้ว เลิกรักมันได้แล้ว”

เลิกรักมันสักที

เขาจะได้ทรมานมันโดยไม่ต้องลังเลอะไรอีก

...



นาวายืนบีบมือตัวเองแน่นขณะมองแผ่นหลังของนะโมที่เดินขึ้นรถไปตามแรงจับจูงของคุณหนูคนเล็กของบ้าน ร่างสูงโปร่งสบตากับน้องชายของพันเอกพลางเม้มปากแน่น ในขณะที่พระพายเองก็ปั้นหน้าไม่ถูกกับสายตาของนาวาที่มองมาเช่นเดียวกัน

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลนะโมเป็นอย่างดี” พระพายบอกกับเขา ซ้ำยังส่งยิ้มบางเบากลับมาให้จนคนมองอดไม่ได้ต้องยิ้มตอบ

พวกเขาสองพี่น้องเพิ่งเจอกับพระพายวันนี้ น้องชายของพันเอกเป็นคนตัวเล็ก ผิวขาว หน้าหวานและดูใจดี แต่กระนั้นนาวาก็ยังไม่ไว้ใจ สิ่งที่เกิดขึ้นสอนให้เขารู้ว่าคนพวกนี้มีหน้ากากเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น

“ฝากน้องชายผมด้วยนะครับ ผมเหลือเขาแค่คนเดียวแล้ว” นาวาเอ่ยเสียงราบเรียบ ก้มหัวลงเล็กน้อยขณะมองร่างเล็กของพระพายที่กำลังก้าวขึ้นรถ ตามด้วยนะโมที่สิ่งยิ้มสดใสแล้วโบกมือไปมาอย่างอารมณ์ดี

“เดี๋ยวจะซื้อขนมมาฝากนะพี่” เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคัก ก่อนจะปิดประตูรถและหันไปคุยเจื้อยแจ้วกับพระพายกระทั่งรถเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณบ้าน

คนเป็นพี่ถอนหายใจหนักหน่วง ใบหน้าขาวฉายแววเป็นกังวล เขาห่วงน้อง อยากจะไปด้วยกัน อยากอยู่กับน้องตลอดเวลาแต่ก็ทำไม่ได้

“จะยืนมองฝุ่นมองควันอีกนานไหม งานน่ะจะทำรึเปล่า”

ยืนเหม่อได้เพียงไม่นาน เสียงทรงอำนาจของพันเอกก็ดังขึ้นแหวกม่านความคิดจนร่างโปร่งสะดุ้งโหยง นาวาหันกลับไปมองคนตัวสูงที่ยืนกอดอกมองมาที่เขาด้วยสายตาเย็นเยียบแล้วก็ได้แต่ข่มความกลัวเอาไว้ในใจ

“นำไปสิครับ” หลังจากบอกไปแบบนั้น สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือสายตาดุดันของคนตัวสูงกว่า ก่อนที่พันเอกจะหมุนกายเดินกลับเข้าไปในบ้าน ตรงดิ่งไปยังห้องทำงานและโยนเอกสารปึกใหญ่ลงตรงหน้า

ปึง!

“แยกเอกสารพวกนี้ตามวันเดือนปีแล้วก็เรียงลำดับตามตัวอักษร ไม่เสร็จไม่ต้องกินข้าว”

นาวามองงานตรงหน้าก่อนจะช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าสะใจของพันเอกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เอกสารมากมายก่ายกองขนาดนี้ ต่อให้มีสี่ห้าคนก็คงไม่เสร็จภายในสองสามชั่วโมงอยู่ดี

“เฉยอยู่ทำไมล่ะ อย่าบอกนะว่าโง่ขนาดนับเลขไม่ถูก ท่องกอไก่ถึงฮอนกฮูกไม่ได้น่ะ” ร่างสูงไม่วายแขวะ

“ผมท่องได้” นาวาสวน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นภายในห้องทำงานและเริ่มคัดแยกเอกสารตามคำสั่งของประมุขของบ้านอย่างเงียบๆ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายว่านอนสอนง่ายไม่มีทีท่าว่าจะสร้างความเดือดร้อน พันเอกจึงหันกลับไปทำงานของตัวเองบ้าง ร่างสูงกำยำก้าวเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนโต๊ะทำงาน หยิบแว่นตาสำหรับใส่เมื่อต้องใช้คอมเป็นเวลานานขึ้นมาสวมและเริ่มเคลียร์งานที่คั่งค้างอยู่เต็มโต๊ะ

ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณห้อง มีเพียงเสียงทำงานของเครื่องปรับอากาศที่ติดอยู่บนเพดาน เสียงหยิบจับกระดาษจากนาวา และเสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ถูกพันเอกรัวกดดังขึ้นเคล้าคลอกันไปมาอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่

เมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ ร่างกายซูบผอมที่นั่งอยู่บนพื้นแข็งก็เริ่มประท้วง นาวารู้สึกไม่สบายตัว บั้นท้ายเจ็บแปลบในขณะที่สองขาสลับกันชาจนเขาต้องหอบเอางานขึ้นไปทำอยู่บนโซฟาตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของพันเอก เจ้าของห้องทำเพียงแค่ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมามองเพียงชั่วครู่ แสยะยิ้มในความโง่เขลาของนาวาที่เพิ่งจะนึกได้ว่าควรย้ายตัวเองไปนั่งให้สบายเสียตั้งแต่แรก ก่อนจะหันกลับไปสนใจงานของตัวเอง ต่างคนต่างก็ง่วนอยู่กับงานของตัวเองอีกครั้ง

กระทั่งมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นเลือนรางด้านนอก ก่อนที่พายุจะเปิดประตูพรวดเข้ามาพลางเอ่ยกับผู้เป็นนายเสียงหอบ

“รามมาครับคุณเอก อาละวาดหาคุณวาอยู่ที่หน้าบ้าน”

-(มีต่อด้านล่างค่ะ)-
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2016 11:46:48 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
“หึ” พันเอกแสยะยิ้ม ปรายตามองนาฬิกาตั้งโต๊ะก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “มาเร็วกว่าที่คิด”

“จะให้ทำยังไงต่อดีครับ” พายุเอ่ยถาม ร่างโปร่งหันไปมองนาวาที่นั่งนิ่งใบหน้าเครียดขึงบนโซฟาชั่วครู่ก่อนจะกลับมาสนใจพันเอกอีกครั้งเพื่อรับคำสั่ง

“จัดการมันซะ แต่อย่าให้ถึงตาย เดี๋ยวฉันจะเอาของสวยๆ งามๆ ไปให้มันดู”

“ครับ”

พายุรับคำก่อนจะก้าวออกไปจากห้อง เมื่อประตูปิดลง ร่างสูงของพันเอกก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหานาวาที่เพิ่งจะรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย

“นั่นคุณจะทำอะไร...คุณเอก!” ร่างโปร่งแหวลั่นเมื่อพันเอกกวาดเอาเอกสารที่นาวาจัดเอาไว้ลงกับพื้น สองแขนคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่เล็ก ออกแรงกดให้ร่างขาวซีดนอนราบลงไปกับโซฟาก่อนจะใช้มือแกร่งฉีกทึ้งเสื้อผ้าบนตัวของนาวาจนขาดวิ่น

แคว่กกก!

“อ๊ะ! คุณเอก ปล่อย!! หยุดนะ!!”

“ถึงเวลาทำหน้าที่แล้วพ่อคนสวย” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม ตรึงสองแขนของคนใต้ร่างเอาไว้เหนือหัวแล้วโถมกายทาบทับนาวาเต็มแรง กักกันให้ร่างเล็กกว่านอนนิ่งอยู่ภายใต้พันธนาการเหล็กที่แข็งแรงยิ่งกว่าหินผา

“มาระบายสีให้ผิวนายแล้วเอาไปอวดไอ้เวรนั่นกันดีกว่า อยากจะรู้นักว่าถ้าผิวขาวๆ มีรอยกัดรอยดูดประดับอยู่มันจะสวยแค่ไหน” ไม่พูดเปล่า พันเอกก้มลงครอบปากกับผิวเนื้อของนาวาอย่างรวดเร็ว ฟันคมขบเอาเนื้อหนังของคนใต้ร่างจนเจ้าตัวหลุดเสียงร้อง นาวาตัวสั่นงันงก ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นประปรายในขณะที่พันเอกยังคงแต้มรอยฟันและรอยดูดทั่วแผ่นอกของเขา

“โอ๊ย!” นาวาตาแดงก่ำ กลีบปากคู่สวยเม้มแน่นขณะกวาดสายตามองพันเอกที่มัวเมาอยู่กับการกัดเขาจนจมเขี้ยว ร่างโปร่งสะท้านไหวครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อริมฝีปากร้อนชื้นของอีกคนลากผ่านผิวกาย หยุดอยู่ที่หนึ่งแล้วตวัดลิ้นแลบไล้ก่อนจะกัดอย่างไม่คิดถนอม ตบท้ายด้วยการดูดดึงจนผิวช้ำชิดริมฝีปากได้รูปนั่น แล้วจึงย้ายไปฝังรอยแดงก่ำด้วยฟันคมที่ใหม่ ซ้ำไปซ้ำมา จากหน้าท้องแบบราบลามขึ้นไปถึงหัวไหล่มน ซอกคอขาวผ่อง และเคลื่อนริมฝีปากขึ้นมาถึงกลีบปากอวบอิ่มที่เม้มเข้าหากันจนแน่นสนิทของคนใต้ร่าง

ดวงตาคมดุจ้องลึกลงไปในแก้วตาคู่สวยที่ไหวระริก แววตาขลาดกลัวชอกช้ำฉายชัดเป็นประกายเจิดจ้า พันเอกแสยะยิ้ม แลบลิ้นเลียริมฝีปากราวกับคลั่งไคล้หื่นกระหายคนตรงหน้าเสียเต็มประดา ก่อนจะก้มลงฉกฉวยริมฝีปากอวบอิ่มของนาวาอย่างกระแทกกระทั้น กดแรงย้ำลึกและสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากอุ่นร้อนของคนใต้ร่าง เกี่ยวรัดลิ้นเล็กของนาวาไปมา พัวพันอย่างเร่าร้อน แลกเปลี่ยนความดิบเถื่อนผ่านน้ำสีใส ก่อนจะใช้ฟันคมกัดลงบนกลีบปากของคนใต้ร่างจนได้กลิ่นคาวของเลือดคละคลุ้ง

นาวานอนหอบ อ่อนระทดระทวยอยู่ใต้พันธนาการแกร่งของพันเอก ใบหน้าขาวขึ้นสีระเรื่อน่ามอง ดวงตาแดงก่ำฉ่ำน้ำ ร่างเกือบเปลือยพร่างพรายไปด้วยรอยขบกัดสีสด ริมฝีปากบวมเจ่อเคล้าสีแดงของเลือดที่มุมปาก ภาพตรงหน้าสร้างความพึงพอใจให้แก่คนมอง ประมุขของบ้านยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ช้อนร่างโปร่งขึ้นมาอยู่ในวงแขน ก้าวเดินไปเปิดประตูห้องก่อนจะพาร่างอ่อนแรงของคนตัวเล็กกว่าไปยังห้องรับแขกของบ้าน ที่ซึ่งใครอีกคนกำลังถูกลูกน้องของเขาเล่นงานจนลงไปนอนกองกับพื้น

“แฮ่ก ปล่อยกู!” เสียงสบถดังลั่นขึ้นเป็นอันดับแรก ตามมาตุบตับของหมัดที่กระทบกับร่างกาย เมื่อเดินไปถึง สิ่งแรกที่เห็นคือภาพที่ร่างสูงใหญ่กำยำของใครคนหนึ่งถูกลูกน้องของเขากดให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น

พันเอกทรุดตัวลงบนโซฟาตัวยาวโดยมีร่างของนาวาอยู่บนตัก ทันทีที่อีกฝ่ายเห็นสภาพของนาวาเจ้าตัวก็สบถดังลั่น ขยับตัวดิ้นขลุกขลักหวังจะกระโจนเข้าหาพันเอกที่ตอนนี้ก้มลงดูดดึงผิวเนื้อบนลำคอของนาวาต่อหน้าต่อตา

“ไอ้เหี้ย! มึงมันเหี้ย! เขาไม่เกี่ยว นาวาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย!”

“ไม่เกี่ยวกูก็ทำให้มันเกี่ยวได้ ยิ่งเห็นมึงทุรนทุรายกูยิ่งอยากให้มันเกี่ยวกว่านี้อีกว่ะ” พันเอกแสยะยิ้ม ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกางเกงของนาวาจนเจ้าตัวหวีดร้องเสียงหลง

“อ๊ะ ยะ อย่า!”

“ระยำ มึงหยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้ชาติชั่ว!” เสียงก่นด่าแข็งกร้าวดังขึ้นแทบจะในทันที พันเอกแค่นหัวเราะ สบตากับคนที่ถูกกระทืบอยู่เป็นระยะด้วยแววตาวาวโรจน์ มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือของนาวาเอาไว้ ในขณะที่มืออีกข้างล้วงลึกผลุบหายเข้าไปในกางเกงของคนบนตัก

“คุณเอก ฮึก หยุด หยุดนะ อ๊ะ!” นาวาครางฮือ ความอับอายแล่นปราดจนร่างทั้งร่างสะท้านวาบ พันเอกกระทำการอุกอาจกับร่างกายของเขาท่ามกลางสายตาหลายคู่ บีบเค้นเคล้าคลึงใจกลางความรู้สึกด้วยมือแกร่ง ก่อนจะเคลื่อนไปลูบไล้ช่องทางด้านหลังอย่างยั่วเย้า ทำเอาคนที่ไวต่อความรู้สึกสะดุ้งจนตัวโยน ขยับตัวขัดขืนไปมาทว่ากลับไร้ประโยชน์

“คุณ อึ่ก ได้โปรด พอที...นะครับ” นาวาเอียงหน้าเข้าหาร่างสูงที่เขาซุกซบ นัยน์ตาแดงก่ำเว้าวอน ส่งสายตาอ้อนขอให้พันเอกเลิกทำอะไรน่าอับอาย ริมฝีปากสีระเรื่ออ้าเล็กน้อย พ่นลมหายใจเข้าออกถี่ๆ จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่สันกรามของพันเอก ขยับไปมาหวังให้ประมุขของบ้านพึงพอใจและยอมฟังคำขอ

“พอแล้ว ปล่อยผมเถอะ...นะ”

พันเอกหัวเราะเย้ยหยัน มองอาการคลอเคลียยั่วยวนของคนบนตักก่อนจะหันไปมองคนที่ถูกลูกน้องเขาซ้อมอีกครั้ง รามจ้องเขาด้วยใบหน้าคลั่งแค้น ยิ่งพันเอกลวนลามนาวามากเท่าไหร่ ร่างสะบักสะบอมของรามก็ยิ่งเครียดเกร็งมากขึ้นเท่านั้น

“มึงจำสิ่งที่มึงทำกับกูได้ไหม” ร่างสูงเอ่ยกับคนที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบก่อนจะปล่อยนาวาให้เป็นอิสระ แต่กระนั้นคนตัวเล็กกว่ากลับเอาแต่นอนนิ่ง หอบหายใจแรงซบอกแกร่งของพันเอกอย่างเงียบๆ

“ยังจำเรื่องวันนั้นได้อยู่ไหม ยังจำความเลวของมึงที่ทำเอาไว้ได้ไหม”

“...”

“มัดกูเอาไว้ ลากพระพายเข้ามาแล้วทำระยำต่อหน้าต่อตากู จำได้รึเปล่า หืม”

“แค่กๆ หึ” รามแค่นหัวเราะกับคำถามเย็นเยียบที่พันเอกส่งมา นัยน์ตาอ่อนแรงตวัดมองใบหน้าคมดุดันก่อนจะแสยะยิ้ม

“ฮ่ะๆ ฮ่าๆๆ มึงรู้อะไรไหมไอ้เอก”

“...”

“น้องมึงแม่งอึ๊บมันส์ฉิบหายเลยว่ะ”

พลั่ก!

“อั่ก! แค่กๆ”

“เดี๋ยวมึงก็จะได้รู้ ว่าเด็กของมึงเองก็อึ๊บสนุกไม่แพ้กันหรอก ไอ้ระยำ”

“อึ่ก แฮ่ก”

“ลากมันตามลงมาหาฉัน” พันเอกสั่งเสียงเย็นเยียบ ยืนหยัดขึ้นเต็มความสูงก่อนจะอุ้มร่างของนาวาไปยังชั้นใต้ดินของบ้านโดยมีร่างของรามที่ถูกหิ้วปีกตามมาอย่างไม่ลดละ

ห้องใต้ดินของบ้านกฤตภาสถูกจัดเป็นห้องโล่งๆ ตรงมุมมีเก้าอี้อยู่หนึ่งตัว บนเพดานมีไฟสีขาวเจิดจ้า นาวาถูกร่างสูงวางลงกับพื้นก่อนจะเดินออกไปด้านนอกและกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับของบางอย่าง

“กินซะ” มือแกร่งยื่นเม็ดยามาตรงหน้า นาวาขมวดคิ้วพลางส่ายหน้าหวือ ทำเอาประมุขของบ้านกัดฟันกรอด จับคางเล็กเอาไว้แล้วบีบอย่างแรงจนนาวาต้องเปิดปาก ร่างโปร่งร้องเสียงอื้ออึงเมื่อพันเอกกรอกยาเม็ดนั้นลงไปในปากของเขา

“แค่ก แค่ก…คุณเอายาอะไรให้ผมกิน” เอ่ยถามเสียงกระท่อนกระแท่น พันเอกแสยะยิ้ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะหยันก่อนจะกวาดสายตามองร่างขาวตรงหน้าด้วยสายตาหยาบโลน

“ยาปลุกเซ็กซ์”

“!!!!!” นาวาเบิกตากว้าง หลุดร้องในลำคอเมื่อสังเกตเห็นร่างของรามที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอมถูกจับมัดอยู่กับเก้าอี้และถูกล่ามโซ่เส้นใหญ่เอาไว้อย่างแน่นหนา ริมฝีปากไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาได้เพราะถูกผ้าพันเอาไว้ สิ่งเดียวที่ประจักษ์ตรงหน้าของนาวาคือแววตาแข็งกร้าวที่จ้องไปยังร่างสูงของพันเอกด้วยความชิงชัง

“ไม่ต้องมองกูแบบนั้นหรอก เดี๋ยวมึงได้เห็นของดีต่อจากนี้แน่ๆ” พันเอกเย้ยหยันพลางกดนาวาลงให้นอนราบกับพื้นอีกครั้ง เสื้อผ้าที่ถูกทึ้งจนหลุดหลุ่ยก่อนหน้านี้เผยให้เห็นผิวขาวผ่องต้องแสงไฟบนเพดานของเจ้าตัว นาวาเม้มปากแน่นยามที่อีกคนทาบทับกายแกร่งลงมา สองมือที่ค่อยๆ ลูบไล้เรียวขาขาวอย่างช้าๆ ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำ แม้จะอยากต่อต้านแต่นาวาทำไม่ได้ เขาไม่อยากให้พันเอกหงุดหงิด สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาต่อจากนี้คือสิ่งที่ใช้แลกกับอนาคตของผู้เป็นน้องชาย มันเป็นข้อตกลงที่นาวาทำร่วมกับพันเอกไปแล้ว

เขาขายตัวเองให้คนคนนี้ไปแล้ว ยินยอมให้อีกฝ่ายจับขังอยู่ในกรง เพื่อแลกกับอิสรภาพและอนาคตของใครอีกคนที่นาวารักยิ่งกว่าชีวิต

“ขาวเป็นบ้า” พันเอกเอ่ยขึ้นเสียงพร่า ดวงตาคมเจิดจ้าตวัดมองคนที่ดิ้นพล่านอยู่อีกมุมของห้องด้วยความสะใจ ร่างสูงเอื้อมมือไปกระชากกางเกงและชั้นในของนาวาออกอย่างแรงจนขาดวิ่นติดมือแกร่ง พันเอกยกยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นอีกคนคำรามเสียงกร้าว มองมาที่เขาด้วยสายตาเคียดแค้นดุดัน

“คุณเอก...อื้อ” นาวาร้องเสียงแผ่ว ร่างกายเริ่มร้อนวูบวาบด้วยฤทธิ์ยาที่อีกคนจับกรอกปากไปก่อนหน้านี้ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มกระชั้นถี่ขึ้นมากทุกที สองขาเปลือยเปล่าถูกอีกคนจับแยกออกกว้าง ช่องทางอ่อนนุ่มสีสวยปรากฏต่อหน้าชายทั้งสองภายในห้องอย่างน่าอาย

“หึ...สีสวยดี” พันเอกพูดขึ้น ใช้น้ำเสียงเย้ยหยันท้าทายไปถึงรามที่กำลังจ้องมาด้วยความอาฆาต นายหัวหนุ่มพยายามขยับกายให้พ้นจากพันธนาการเหล็กแต่ก็เหมือนจะไร้ประโยชน์ รามส่งเสียงอื้ออึงผ่านผ้าที่มัดปาก ดวงตายังคงจ้องมองร่างขาวของนาวาที่กำลังจะถูกใครอีกคนย่ำยีจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

เจ็บ ไม่เคยเจ็บขนาดนี้

“ดูซะให้เต็มตานะไอ้ชาติชั่ว ดูสิ่งที่มันจะโดน กูจะเอาคืนในสิ่งที่มึงเคยทำเอาไว้กับพวกกูมาให้หมด!” พันเอกเอ่ยเสียงทรงอำนาจ สองมือกระชากเอวนาวาจนร่างขาวถลาเข้ามาแนบชิดกับร่างสูง ชายหนุ่มปลดซิปกางเกงของตนลง ปลดเปลื้องปราการออกจนความแข็งขืนดีดตัวออกมาภายนอก

“คุณเอก ฮึก...ผมกลัว อย่า...ผมกลัว”

นาวาร้องเรียกอีกคนเสียงพร่า รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่อีกคนจดจ่อเข้ามาใกล้ แผ่นอกบางขยับขึ้นลงถี่ๆ ตามแรงหอบหายใจ กลางกายเริ่มแข็งขืนเมื่อความร้อนภายในพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะยั้งตัวเองไม่อยู่ แต่ถึงจะมีความต้องการมากแค่ไหน นาวาก็มีสำนึกและสติมากพอที่จะรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดหลังจากนี้มันเลวร้ายมากเพียงใด

รามยังนั่งอยู่ตรงนั้น บนเก้าอี้ตัวนั้น ถูกมัดเอาไว้และถูกบังคับให้มองเขาที่กำลังจะถูกพันเอกทำเรื่องอย่างว่า!

“มองกันเข้าไป จะจินตนาการว่าเป็นมันที่กำลังจะเอานายฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ” พันเอกพูดขึ้นเมื่อเห็นคนใต้ร่างหันไปมองอีกคนด้วยแววตาเจ็บปวด ชายหนุ่มหันไปท้าทายรามที่กำลังมองมาเช่นกัน ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย มือหนาประคองความต้องการเอาไว้พลางกดมันเข้าไปในร่างของนาวาทันทีโดยไร้การเบิกทาง

“อ๊ะ โอ๊ยยยย!!!!” คนตัวขาวร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ สองมือกำแน่นในขณะที่พันเอกยังคงดันกายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“ค...คุณเอก...เจ็บ อื้อ!”

“อาา แน่นชิบ” พันเอกสบถเสียงพร่า เขาดันร่างเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียว ทว่าความใหญ่โตของมันกลับทำให้นาวาถึงกับขาสั่นระริก ร่างขาวซีดหอบหายใจถี่ ผนังนุ่มภายในบีบรัดตัวตนของพันเอกจนรู้สึกเจ็บกันทั้งคู่

ปึ่ก!

“อ๊าาาาาาาาาาาาา!” คนตัวขาวร้องเสียงหลง เชิดใบหน้าขึ้นเมื่ออีกคนดึงกายออกห่างก่อนจะกระแทกกลับเข้ามาใหม่เต็มแรง พันเอกไม่รอให้นาวาได้คุ้นเคยกับความเจ็บปวดหรือความใหญ่โตของเขา เมื่อร่างกายส่วนล่างหลอมรวมเข้าสู่ช่องทางอ่อนนุ่มจนสุดความยาว ชายหนุ่มก็ไม่รีรอที่จะขยับกายกระแทกเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่ทว่าลึกล้ำและหนักแน่น

เสียงเนื้อกระทบกันดังขึ้นผะแผ่ว ในขณะที่เสียงครางระโหยโรยแรงของนาวาเองก็ดังขึ้นเป็นระยะๆ รามหลับตาแน่น ไม่คิดจะมองภาพตรงหน้า หากแต่ทุกสรรพเสียงกลับลอยเข้าหูจนเขาแทบจะขาดใจ

เสียงครางหวีดหวิวของนาวา เสียงกายทั้งสองยามที่พันเอกอัดร่างแกร่งเข้าหานาวาเป็นจังหวะ โรมรันอย่างรุนแรงเร่าร้อน เสียงครางสุขสมของพันเอกที่ดังกระหึ่ม ไม่ว่าจะเป็นเสียงอะไรในตอนนี้มันก็กรีดหัวใจของรามจนพังยับเยินแทบทั้งสิ้น

“หึ” พันเอกเย้ยอีกคนขณะควบกายขย่มเข้าออกบนร่างขาว ความอ่อนนุ่มบีบรัดแก่นกายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างสูงตอกร่างเข้าหาร่างขาวข้างใต้อย่างรุนแรง นาวาครางเสียงแหบพร่าด้วยความเจ็บระคนเสียวซ่าน ฤทธิ์ยาปลุกเซ็กซ์ส่งผลให้ร่างกายไร้แรงต่อต้าน ซ้ำยังแยกเรียวขาออกกว้างให้อีกคนทำตามอำเภอใจเสียอีก

แต่ถึงร่างกายจะตอบรับยังไง ภายในใจของนาวาในตอนนี้กลับร่ำไห้จนแทบขาดไม่ต่างจากอีกคนที่ถูกล่ามโซ่อยู่อีกมุมหนึ่ง

“อ๊ะ...ฮึก อ๊ะ อ๊า เจ็บ!! ลึกไป มันลึกไป!”

ร่างขาวร้องเสียงหลงเมื่ออีกคนพลิกกายของเขาให้คว่ำลง พันเอกรั้งสะโพกเล็กให้ลอยเด่น โดยไม่รีรอ กายแกร่งถูกเจ้าของสอดลึกเข้าไปในร่างบางทันทีในคราวเดียว นาวาขาสั่นระริกขณะโดนชายหนุ่มกระแทกกายเข้าหาซ้ำๆ ร่างขาวซีดโยกไหวขึ้นลงบนพื้นกว้าง พันเอกหันไปมองรามที่ยังหลับตาแน่นก่อนจะยกยิ้มเย้ยหยัน สองมือเลื่อนไปกระชับที่สะโพกสวย ออกแรงบีบจนนวลเนื้อขาวขึ้นรอยนิ้ว สะโพกสอบเร่งจังหวะแทรกร่างเข้าหา เสียดสีท่อนเนื้อแข็งขืนกับช่องทางแดงช้ำ อัดกายเข้าหาเต็มแรงกำลัง ท้าทายแรงบีบรัดแน่นหนาของผนังอุ่นร้อนที่โอบกระชับไปทั่ว เมื่อส่งร่างเข้าหาลึกล้ำจนสุดความยาว พันเอกก็ดึงกายออกมาจนเกือบจะหลุดจากการเชื่อมต่อ ก่อนจะตบสะโพกอัดแรงกำลังเข้าไปใหม่จนเกิดเสียงกระทบกันระหว่างสะโพกหนั่นแน่นกับเนินเนื้อของบั้นท้ายงามงอน

ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างสุขสม ส่งเสียงครางทุ้มต่ำในลำคอ ความสุขสมยามส่งแรงกระแทกใส่ร่างของนาวาทำเอาใบหน้าหล่อเหลาเชิดรั้น เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มวงหน้าคมคาย ร่างสูงเร่งจังหวะเมื่ออารมณ์ดิบเถื่อนลุกโชน ดวงตาคมกริบตวัดไปมองรามที่กำลังดิ้นพล่าน ส่งยิ้มเยาะเย้ยอย่างผู้มีชัยไปให้อีกฝ่าย ก่อนจะลงแรงชำเรารักกับนาวาจนผู้ถูกกระทำครางลั่นห้อง

“อ๊า อ๊ะ...อ๊า!”

“จะว่าไปแล้ว...สนุกสองคนมันก็คงจะเห็นแก่ตัวเกินไปสินะ” พันเอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ร่างสูงถอนกายออกพลางเหวี่ยงนาวาให้ลงไปคุกเข่าตรงหน้าราม ร่างโปร่งหอบหายใจไม่เป็นจังหวะกับบทรักก่อนหน้านี้ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับรามที่ยอมหันมามองที่เขาด้วยดวงตาแดงก่ำ

“อมให้มันซะสิ” พันเอกเอ่ยขึ้น ทำเอาทั้งรามและนาวาเบิกตากว้าง ชายหนุ่มแสยะยิ้มพลางคุกเข่าลงด้านหลังของคนตัวขาว ก่อนจะคว้าสะโพกเล็กมาจับเอาไว้แน่นในท่าคลาน นิ้วแข็งถูกสอดเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มของอีกคนเต็มแรงจนนาวาหลุดร้องในลำคอ

“อ๊ะ!”

“เร็ว ทำให้มันซะ!” ร่างสูงตวาดกร้าว นาวามองรามด้วยแววตาสำนึกผิดก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะขอบกางเกงและปลดมันออกอย่างช้าๆ รามส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงห้าม หากแต่พันเอกกลับดันร่างโปร่งให้ขยับไปแนบชิดกับคนบนเก้าอี้มากขึ้นพลางแสยะยิ้ม

รามจ้องใบหน้าที่แสนชิงชังก่อนจะกัดฟันกรอด นายหัวหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่อลิ้นร้อนของคนตัวขาวด้านล่างแตะลงที่กลางกายของเขา ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าโซ่ที่พันธนาการตนไว้จะกระทบโดนใบหน้าของคนตัวเล็กกว่า รามก้มลงมองนาวาที่กำลังครอบปากลงกับกลางกายของเขาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหลับตาแน่น เบือนหน้าหนีภาพตรงหน้าอีกครั้ง

“อื้อ”

“อึ่ก!”

“หึ” พันเอกส่งกายร้อนเข้าไปในช่องทางด้านหลังของนาวาพร้อมกับเริ่มขยับร่างถี่ยิบหนักหน่วง ร่างขาวซีดโยกตัวไปตามแรงกระแทกจนความใหญ่โตของรามสวนลึกเข้าไปในปาก นาวาร้องเสียงหลงด้วยความจุกทั้งบริเวณลำคอและช่องทางด้านหลัง ในขณะที่รามเองก็หลุดเสียงร้องออกมาเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มจ้องมองคนที่กำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่เขารักด้วยความคลั่งแค้นก่อนจะก้มลงมองนาวาอีกครั้ง ใบหน้าซูบซีดเเดงก่ำ ริมฝีปากสีสดรูดรั้งร่างกายใหญ่โตของรามในขณะที่ดวงตาสองข้างแดงก่ำ

อยากจะกอดปลอบและบอกว่าไม่เป็นไร อยากจะคว้าร่างซูบผอมมาไว้แนบอกและบอกให้หยุด อยากฆ่าคนที่กำลังเสพสมรสกามบนร่างของนาวาให้ตายคามือแต่ก็ทำไม่ได้ รามได้แต่มองคนที่รักถูกเหยียบย่ำความเป็นคนอย่างเลือดเย็น โดยที่เขาได้แต่นั่งอยู่ตรงนี้ นั่งอยู่และมองดูพันเอกทำร้ายหัวใจของเขาอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปราณี

เขาทำได้แค่นี้จริงๆ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2016 11:47:18 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ PoppyPrince

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
พันเกเลวมาก!! นาวาน่าสงสาร  พันเอกนี่จะคู่กับนาวาใช่ไหมครับ ถ้าใช่ ก่อนได้รักกัน ขอให้พันเอกเจ็บจี๊ดๆาักครั้งก่อนนะครับ

SummerValentine

  • บุคคลทั่วไป
เห็นชื่อเรื่องคลิกเข้ามาแทบไม่ทันเพราะชอบเพลงนี้มาก (ออกทะเล)
และชื่อเรื่องภาษาไทยก็ดึงดูดเราแบบสุดๆ
ภาษาที่ใช้สวยมากค่ะ
แต่ตอนนี้ขอไปดักยิงพระเอกก่อน T^T สงสารนาวาซิกๆ

ติดตามรอตอนต่อไป

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
ตอนที่ ๔


ทุกอย่างจบลงในตอนที่นาวาหมดสติทรุดตัวลงกับพื้น รามแสดงอาการร้อนรนจนเห็นได้ชัด ในขณะที่พันเอกทำเพียงใช้สองมือกระชับสะโพกมนพลางหยัดกายเข้าออกอย่างรุนแรง ปลดปล่อยความใคร่เข้าสู่โพรงอุ่นร้อนพร้อมกับเชิดหน้าครางเสียงทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจ

ประมุขของบ้านแสยะยิ้ม ก้มลงมองร่างโปร่งที่นอนนิ่งตรงหน้าก่อนจะสบตากับรามที่มองมาด้วยดวงตาวาวโรจน์

“อ่อนแอชะมัด” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะพลิกกายขาวซีดของนาวาให้นอนหงาย มือแกร่งคว้าข้อเท้าเล็กเอาไว้มั่นพลางแยกออกกว้าง กระแทกร่างเข้าหาคนที่สลบไสลอีกครั้งอย่างรุนแรง ลงมือชำเราร่างตรงหน้าอีกครั้งท่ามกลางเสียงร้องในลำคอของรามที่พยายามจะพาตัวเองออกมาทำร้ายเขา พันเอกแสยะยิ้ม ส่งสายตาวาวโรจน์เจือแววเย้ยหยันไปให้นายหัวหนุ่มขณะระบายความต้องการลงบนร่างของนาวาอย่างเอาแต่ใจ

“มองเอาไว้ มองตัวขาวๆ ของเด็กนี่เอาไว้ให้ดี” พันเอกเอ่ยเสียงเย็นเยียบ สองมือจิกเนื้อนวลของนาวาเต็มแรงก่อนจะออกแรงกรีดบั้นท้ายขาวด้วยเล็บที่ยาวออกมาเพียงเล็กน้อย

“หลังจากวันนี้ กูจะยัดเยียดสิ่งที่มึงเคยทำกับพวกกูลงบนตัวมันจนกว่ามันจะตาย จำเอาไว้!”

!!!!



23 : 25 น.

“อ้าวคุณพาย มาทำอะไรในครัวดึกๆ ดื่นๆ ครับ” ร่างสูงของจักรเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเดินผ่านมาเห็นร่างเล็กของพระพายกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าตู้เย็น มือขาวหยิบจับอะไรต่อมิอะไรออกมากองเอาไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะผงกหัวขึ้นมาส่งยิ้มแหยๆ ให้กับคนสนิทของพี่ชาย

“ผมเตรียมแผนการสอนอยู่แล้วรู้สึกหิว เลยกะว่าจะลงมาหาอะไรกินสักหน่อยน่ะ แต่ในตู้เย็นมีแต่ของสดทั้งนั้นเลย”

“บนชั้นด้านหลังมีมาม่าอยู่ เอาไหมครับเดี๋ยวผมทำให้” จักรอาสา พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงักก็เดินไปหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาจากชั้นและเริ่มตั้งหม้ออย่างเงียบๆ

“พี่จักร ผมถามอะไรหน่อยได้ไหม” จู่ๆ คนตัวเล็กก็ทำลายความเงียบด้วยการตั้งคำถาม จักรพยักหน้าอย่างไม่คิดอะไรก่อนจะชะงักเมื่อคุณหนูคนเล็กของบ้านเอ่ยออกมา

“รถที่จอดอยู่หน้าบ้านเป็นรถของใครครับ”

“รถของเพื่อนคุณเอกน่ะครับ คุณพายอย่าใส่ใจเลย” ร่างสูงบอกปัด แต่คนตัวเล็กกว่ากลับยังไม่ยอมแพ้

“แต่ตอนที่ผมกลับมาผมผมไม่เห็นใครในบ้านนี้เลย พี่เอกกับคุณวาก็ไม่เห็น...”

“...”

“อีกอย่าง ผมว่าผมจำป้ายทะเบียนรถคันนั้นได้”

พระพายเสียงเข้มขึ้น ดวงตาคู่สวยจ้องมองคนสนิทของพี่ชายอย่างคาดคั้นจนคนถูกมองต้องรีบเบี่ยงเบนความสนใจ

“ผมว่าคุณพายขึ้นไปรอบนห้องก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวถ้ามาม่าสุกแล้วผมจะยกขึ้นไปใ-”

“รถคันนั้นเป็นรถของคุณรามใช่ไหมครับ” ร่างแน่งน้อยโพล่งขึ้นขัดประโยคของอีกคน จักรตีสีหน้าราบเรียบ ไม่ยอมตอบคำถามของคนข้างกายทำเอาคนถามอย่างพระพายเม้มปากแน่น ในอกสั่นไหวอย่างรุนแรง ยิ่งเห็นว่าร่างสูงตรงหน้าปิดปากเงียบก็ยิ่งทำให้มั่นใจ

วันนี้เขาออกไปสมัครงาน ทั้งยังพานะโมไปจัดการเรื่องเรียน กว่าจะกลับมาถึงก็ย่ำค่ำ คราแรกที่เห็นรถคันนั้นพระพายยังไม่แน่ใจนัก เขาเดินเข้าบ้านอาบน้ำกินข้าวตามปกติ แต่อะไรบางอย่างสั่งให้เดินลงมาดูอีกรอบ และทันทีที่เห็นป้ายทะเบียนเขาก็มั่นใจ

รถคันนั้นเป็นรถของราม รถของผู้ชายคนนั้น

เขาจำได้ รู้และจำข้อมูลต่างๆ ของผู้ชายคนนั้นได้ทั้งหมด แม้แต่ตอนที่ยังอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศก็ยังแอบจ้างให้คนตามสืบความเป็นไปของรามอย่างลับๆ เขาเห็นรถคันนี้ผ่านทางรูปถ่ายบ่อยๆ จดจำทั้งลักษณะและป้ายทะเบียนได้ขึ้นใจ

แล้วถ้ารถอยู่ที่นี่ เจ้าของรถล่ะ...เจ้าของรถไปอยู่ที่ไหน?

ไวเท่าความคิด สองเท้าก็พาตัวเองออกจากห้องครัว ร่างแน่งน้อยวิ่งไปยังทิศทางของชั้นใต้ดิน ตรงดิ่งไปยังห้องที่มีพายุยืนสูบบุหรี่เฝ้าอยู่ด้านหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“พี่ยุ เปิดประตู”

“คุณหนู!”

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” ร่างเล็กตะคอก ดวงตาแดงก่ำแข็งกร้าว ทว่าพายุกลับส่ายหน้าไปมา

“ไม่ได้ครับ คุณเอกสั่งไว้ว่าห้ามเปิดประตูจนกว่าจะได้รับอนุญาต”

“เปิดประตู พี่ยุ...ผมขอร้อง เปิดประตูให้ผม”

“ไม่ครับ ผมเปิดไม่...”

“ขอร้อง พายขอร้อง” พระพายเอ่ยเสียงเบาหวิว ส่งสายตาเว้าวอนจนคนมองต้องเบือนหน้าหนี ร่างโปร่งตั้งท่าจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงกุกกักหลังบานประตูก็ดังขัดขึ้น

พระพายชะงัก ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงแหบแห้งของนาวาดังเล็ดรอดออกมาจากอีกฝั่ง

“นะ...โม...”

“คุณวา!” ร่างเล็กผวาเข้าไปเปิดประตูอย่างรวดเร็วจนพายุห้ามไม่ทัน และเมื่อบานประตูถูกกระชากออก พระพายก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของนาวาโถมตัวลงมาหาเขาอย่างอ่อนแรง

“คุณวา!! ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับ...อ๊ะ ตัวร้อนจี๋เลย พี่ยุขอเสื้อมาคลุมตัวคุณวาหน่อย” คุณหนูคนเล็กหันไปบอกร่างโปร่งข้างกาย ก่อนจะยื่นมือไปรับเสื้อสูทที่พายุถอดส่งมาให้

“คุณ...พาย” นาวาเค้นเสียงก่อนจะนิ่วหน้าเมื่ออีกคนพยุงร่างของเขาขึ้นช้าๆ การขยับกายเพียงเล็กน้อยหลังจากถูกทำร้ายทำเอาความเจ็บแล่นปราดทั่วร่าง ขาเรียวสั่นระริกจนพระพายเองยังสังเกตได้ พอก้มลงมองก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นคราบคาวขาวขุ่นไหลย้อนลงมาตามแรงโน้มถ่วง ชายหนุ่มได้แต่สบถในลำคอ คิ้วเข้มขมวดเป็นปม

“คุณวายืนไหวไหม ค่อยๆ ลุกนะครับ” พระพายพูดกับคนที่สติเริ่มเลือนราง นาวายันตัวขึ้นด้วยแรงเสริมจากแขนขาวของคนตัวเล็กอีกคน แต่ความเจ็บแปลบที่ช่องทางด้านหลังทำเอาขาเพรียวสั่นระริก แทบจะทรุดกายลงไปอีกรอบ

“ฮึก...ค่อยๆ นะครับ” พระพายสะอื้นฮัก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่เป็นฝีมือของพี่ชายเขา

ทำไมพี่เอกถึงยังไม่จบ ทำไมถึงต้องดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาย่ำยีจนยับเยินเช่นนี้

ทำไม

...

“ปล่อยนาวาเดี๋ยวนี้!”

!!!!

เสียงตะโกนแข็งกร้าวดังขึ้นฝ่าความเงียบพาให้ร่างขาวสะดุ้งโหยง พระพายผินหน้ามองเข้าไปภายในห้อง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพของคนด้านในเต็มตา

“คุณ...”

“อย่าเอามือสกปรกนั่นมาแตะคนของฉัน!” รามเอ่ยเสียงดุดัน ดวงตาคมดุเอาแต่จ้องมองทุกความเคลื่อนไหวไม่วางตา นับว่าเป็นโชคดีที่การขยับใบหน้าไปมาส่งผลให้ผ้าที่ใช้ปิดปากของชายหนุ่มค่อยๆ ร่นลงจนตกลงไปอยู่ที่ลำคอ นายหัวหนุ่มกัดฟันกรอด ส่งสายตาเคียดแค้นชิงชังไปให้ร่างแน่งน้อยที่ยืนตัวเกร็งหน้าประตู

“ปล่อยนาวาเดี๋ยวนี้!” นายหัวหนุ่มเอ่ยเสียงดุดันด้วยความโกรธ จ้องใบหน้าหวานของพระพายเขม็ง คนถูกมองเม้มปากแน่น ลมหายใจสะดุดไปชั่วครู่กับการประจันหน้าทั้งที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างแน่งน้อยพยายามข่มความอัดอั้นและความหวาดหวั่นในใจ ก่อนจะตีสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์กลับไป

“ผมจะพาคุณวาไปพักผ่อน” พระพายพูดขึ้น พอได้เห็นสภาพของรามชัดเต็มตาน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ที่ขอบตาก็ร่วงหล่น ร่างเล็กเบือนหน้าหนี แสร้งทำเป็นไม่สนใจอีกคนก่อนจะหันไปมองนาวาด้วยสายตาเป็นห่วงแทน

 “ไม่ต้องมาเสแสร้งทำตัวเป็นคนดี นายมันก็เลวเหมือนไอ้พี่สารเลวนั่นไม่มีผิด ถ้าฉันหลุดไปได้เมื่อไหร่ฉันจะพังกฤตภาสให้ยับและพานาวากับนะโมออกไปจากที่นี่! บอกไอ้เวรนั่นให้เตรียมตัวตายได้เลยพระพาย ฉันไม่ปล่อยให้มันหน้าระรื่นได้นานนักหรอก!” รามเองถ่มน้ำลายใส่พื้นบริเวณที่พระพายยืนอยู่ก่อนจะเอ่ยเสียงดุดัน

“ไม่ว่าจะยังไงฉันก็จะพานาวาออกไปจากที่นี่ ต่อให้วาเขาเจออะไรมาฉันก็ยังรักเขา ถ้าคิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ฉันเจ็บจนล้มบอกเลยว่าพวกนายคิดผิด ไอ้พวกเดนตายไร้หัวใจอย่างพวกนายไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าเรื่องแค่นี้มันทำอะไรฉันไม่ได้!”

พระพายไม่ตอบ ชายหนุ่มเมินคำพูดของรามพลางหันกลับมาพยุงร่างของนาวาที่อ่อนระโหยโรยแรงอยู่ภายในอ้อมแขน เขาพาคนตัวขาวออกมาจากห้องด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะหยุดยืนอยู่กับที่เมื่อเจอพันเอกยืนนิ่งอยู่หน้าประตู

“ทำไมพี่ทำแบบนี้” คนเป็นน้องเอ่ยเสียงตัดพ้อ พันเอกไม่ตอบอะไร ร่างสูงเลื่อนสายตาไปมองนาวาที่ปรือตามองเขา ก่อนจะเดินเข้าไปรับร่างอ่อนเปลี้ยจากวงแขนเล็กของคนเป็นน้องแล้วช้อนตัวนาวาขึ้นมาอุ้มแนบอกจนอีกคนครางฮือด้วยความตกใจ

“อ๊ะ!”

“ไปนอนห้องฉันก่อนก็แล้วกัน” ร่างสูงพูดเสียงราบเรียบ แต่คนฟังถึงกับส่ายหน้าหวือ

“ไม่ ผมจะไปนอนกับน้อง” นาวาปฏิเสธเสียงแหบแห้ง พันเอกหัวเราะในลำคอพลางหันหลังเดินขึ้นห้องของตัวเองก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“อยากให้น้องรู้หรือไงว่าโดนทำอะไรมา”

“...”

“อยู่เงียบๆ อย่าขัดคำสั่งฉัน งานของนายยังไม่จบง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับพาร่างของนาวาขึ้นห้อง เมื่อเข้ามาภายในห้องนอน ร่างสูงก็ตรงดิ่งเข้าห้องน้ำก่อนจะปล่อยนาวาให้ลงไปยืนกับพื้น

“ล้างหน้าแปรงฟันเอาเสนียดออกจากปากซะ” ประมุขของบ้านออกคำสั่ง ออกแรงจับร่างเล็กกว่าหมุนตัวไปยังอ่างล้างหน้าที่มีแปรงสีฟันอันใหม่แกะกล่องวางเอาไว้ นาวาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาและทำตามคำสั่งของอีกคนอย่างว่าง่าย ในขณะที่พันเอกใช้มือแกร่งดึงเสื้อที่ใช้คลุมร่างของอีกคนออกก่อนจะเหวี่ยงทิ้งไปที่มุมห้อง

พรึ่บ!

“ฮื่อ อุนอำอะไอ!” นาวาหันมาถามเสียงตื่นทั้งๆ ที่ยังแปรงฟันอยู่ ดวงตากลมเบิกกว้างพลางขืนตัวหนีแต่พันเอกกลับกระชับบั้นท้ายขาวเอาไว้และสั่งเสียงดุ

“อยู่นิ่งๆ จะเอาน้ำออกให้ แปรงฟันไป!”

“ฮื่อออ อ๋มอำเอง” คนตัวเล็กยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ แก้มขาวแต้มสีแดงจางๆ ทั้งโกรธทั้งอายแต่มีหรือพันเอกจะสนใจฟัง ชายหนุ่มตะแคงร่างขาวพลางรั้งเรียวขาข้างหนึ่งของนาวาขึ้นพาดกับข้อพับแขน ส่วนมืออีกข้างก็สอดนิ้วเข้าไปในช่องทางอุ่นร้อนของอีกคนอย่างรวดเร็ว นาวาผวาเฮือก บีบรัดนิ้วแข็งที่สวนเข้ามาโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มรีบล้างปากออกก่อนจะทิ้งแปรงสีฟันเอาไว้ หันกลับไปหาพันเอกที่กำลังกวาดเอาน้ำรักออกจากช่องทางด้านหลังก่อนจะร้องเสียงหลง

“อ๊ะ! คุณเอก ผ...ผมทำเองได้ อื้ออ”

“อยู่นิ่งๆ อยากโดนมากกว่านี้หรือไง” ร่างสูงขู่เสียงเข้ม และมันก็ได้ผล ร่างเล็กกว่ายอมอยู่นิ่งให้พันเอกจัดการทำความสะอาดช่องทางด้านหลังให้ เสียงร้องผะแผ่วดังขึ้นเป็นระยะๆ เพราะความเจ็บและความไม่คุ้นชิน พันเอกมองใบหน้าขาวที่แดงซ่านด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะก้มลงตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับช่วงล่างของนาวาต่ออย่างเงียบๆ

“เสร็จแล้ว ทีนี้ก็อาบน้ำอาบท่าซะ เสื้อผ้าค้นหาเอาในตู้ก่อนแล้วก็ขึ้นเตียงนอน ถ้ายังดื้อด้านคิดจะไปนอนอีกห้องฉันจะตามไปขย่มให้เตียงหักเป็นสองท่อนเลยคอยดู”

ชายหนุ่มเอ่ยพลางปล่อยร่างขาวให้เป็นอิสระ ก่อนจะหันหลังเตรียมตัวเดินออกไปจากห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันจะได้เดินจากไปไหนพันเอกก็ต้องหยุดชะงักเมื่อคนด้านหลังคว้าต้นแขนแกร่งเอาไว้พร้อมกับเอ่ยถามเสียงแผ่ว

“แล้วคุณรามล่ะ” นาวาเอ่ยขึ้น ดวงตากลมฉายแววเป็นห่วงรามอย่างปิดไม่มิด พันเอกตาลุกวาวขึ้นด้วยความหงุดหงิด ร่างสูงหมุนตัวกลับไปประจันหน้ากับนาวาพลางเอ่ยเสียงเย็นเยียบ

“ไอ้รามมันทำไม ห่วงมันหรือไง!”

“ใช่ ผมห่วงเขา” นาวาเอ่ยขึ้นอย่างไม่ปิดบัง

พันเอกกัดฟันกรอด นึกอยากจะกระชากคนตรงหน้ามาทำรักซ้ำๆ ให้ขาดใจตาย จะได้ไม่ต้องมาร่ำร้องถามถึงผู้ชายคนอื่นต่อหน้าต่อตาของเขา ทั้งๆ ที่คนที่เป็นเจ้าของร่างกายยืนอยู่ตรงหน้า นาวาก็ยังกล้าพูดถึงผู้ชายคนอื่น ทำเอาพันเอกถึงกับรู้สึกร้อนรุ่มด้วยความไม่พอใจอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้ ยิ่งนาวายืนเงียบไม่ตอบก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มทวีความหงุดหงิด ร่างสูงเชยคางเล็กของอีกคนให้เชิดหน้าขึ้นมามองเขาพลางเอ่ยเสียงเย้ยหยัน

“แค่อมของมันไปครั้งเดียวก็ติดใจแล้วงั้นเหรอ ใจง่ายไปหน่อยไหม?”

“ก็แล้วมันจะเสียหายอะไร คุณรามเองก็รักผมไม่ใช่เหรอ” นาวาเอ่ยเสียงราบเรียบ หวังจะตอกกลับอีกคนให้รู้สึกอะไรบ้าง พันเอกตาลุกวาวกับคำพูดประชดประชันของอีกคน ร่างสูงกัดฟันกรอดพลางตอกกลับไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

“อยากจะรักมันก็รักไปนาวา แต่อย่าหวังว่านายจะได้เป็นอิสระออกไปจากที่นี่ ดีเหมือนกัน ยิ่งพวกนายรักกันมันก็ยิ่งทำให้ฉันทรมานไอ้เวรนั่นง่ายขึ้น!”

“คุณ...”

“หึ รักกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ รักมากแต่ต้องเห็นคนที่รักนอนอ้าขาให้คนที่เกลียดกอดเช้ากอดเย็น มันคงเป็นความทรมานที่แทบจะทำให้ขาดใจตายเลยใช่ไหม”

“!!!!!”

“อยากจะรักอยากจะอาลัยอาวรณ์มันก็ตามใจ เพราะไม่ว่าจะยังไงไอ้รามมันก็ทรมานอยู่ดี อ้อ...แล้วถ้าคิดจะหนีไปอยู่กับมันเพราะเห็นว่ามันอ่อนโยนกับนายมากกว่าก็เชิญ แต่อย่าหวังว่าเด็กนะโมนั่นจะได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขเลย” พันเอกเอ่ยขึ้นพลางเอียงใบหน้าลงไปดูดดึงลำคอขาวของนาวาจนเกิดเสียง นาวากัดฟันแน่นกับคำบอกของร่างสูงตรงหน้าก่อนจะเค้นเสียงลอดไรฟัน

“อย่ายุงกับน้องผม ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน”

“คิดว่าฉันกลัวเหรอ? น้ำหน้าอย่างนายมีดีแค่ใช้ปากขู่กับครางแค่นั้นแหละ อีกอย่างนะนาวา...”

“...”

“ทีร่างกายของนายฉันยังได้มาง่ายๆ เลย แล้วนับประสาอะไรกับเด็กน้อยแสนซื่ออย่างนะโมนั่นล่ะ จริงไหม?”

“คุณมันเลว!”

“หึ อยากรู้ไหมฉันจะทำอะไรกับนะโมถ้านายตุกติก ฉันจะทำยิ่งกว่าที่ทำกับนายอีกนาวา นายอาจจะได้ฉันเป็นผัวแค่คนเดียว แต่เด็กนะโมนั่นจะได้ทั้งฉัน ทั้งพระพาย ไอ้ยุ ไอ้จักร แล้วก็ลูกน้องฉันอีกเป็นสิบๆ คนเวียนกันให้ครบทั้งบ้าน...”

พลั่ก!!

“ไปให้พ้นหน้าผม! ผมเกลียดคุณ!” คนตัวเล็กกว่าตวาดเสียงดังลั่นเมื่อผลักพันเอกออกไปให้พ้นกาย พันเอกยิ้มยียวนกลับมาให้ ก่อนจะดึงนาวาเข้ามาหาและดูดดึงรีมฝีปากสีสวยแรงๆ เมื่อปล้ำจูบร่างขาวจนพอใจชายหนุ่มก็หันหลังเดินจากไป นาวามองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความเจ็บใจ มือขาวยกขึ้นมาขยี้ปากอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ ทัศนียภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเพราะม่านน้ำตาก่อตัวขึ้น ก่อนที่มันจะหยดเผาะลงมาตามสองข้างแก้ม

นาวากลั้นสะอื้นก่อนจะหันไปมองตัวเองที่กระจก ผู้ชายที่กำลังร้องไห้ตรงหน้านี้คือเขา สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากเจ่อเล็กน้อยในขณะที่ลำคอปรากฏรอยแดงจ้ำเป็นวง ร่างโปร่งมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกแล้วก็ได้แต่เม้มปากแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบๆ ความเจ็บปวดที่ร่างกายมันไม่มากเท่ากับความเจ็บที่มาจากใจ เจ็บที่ตัวเองไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือของพันเอกไปได้ เจ็บที่ต้องลดตัวต่ำทำเหมือนคนไร้ค่า เป็นแค่เครื่องมือให้อีกคนใช้แก้แค้นแลกกับของนอกกายอย่างเงินตราและความสุขสบาย

นาวาเกลียด เขาเกลียดพันเอก

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเขาเกลียดตัวเอง

เกลียดตัวเองมากที่สุด...



เพียะ!

เสียงฝ่ามือเล็กกระทบกับแก้มสากดังกึกก้องไปทั่วห้องใต้ดินของบ้าน พันเอกจ้องร่างแน่งน้อยของพระพายที่มองเขาด้วยแววตาผิดหวังแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มกับตัวเอง

“ผมไม่คิดเลยว่าพี่จะเป็นคนแบบนี้”

“...”

“เรากลับมาที่นี่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ทำไมพี่ถึงเอาอดีตพวกนั้นมาทำให้ปัจจุบันมันแย่ลง” พระพายคาดคั้น ดวงตาแดงก่ำเมื่อคิดถึงสภาพของนาวาและใครอีกคนที่ยังถูกล่ามโซ่เอาไว้ภายในห้อง

“มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ยอมให้อภัยคนที่ทำลายชีวิตตัวเอง” พันเอกตอบน้องด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ถ้าคิดจะขวางพี่เพียงเพราะหลงรักคนที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเองก็เอาสิ แต่ก็เอาเถอะ จะให้เวลาอยู่กับมันก็แล้วกัน”

พระพายชะงัก เม้มปากแน่นขณะมองแผ่นหลังของพี่ชายที่ก้าวเดินออกจากห้องไปด้วยแววตาเจ็บช้ำ ก่อนจะหันกลับไปหารามที่นั่งนิ่ง ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าร่างสะบักสะบอมของนายหัวหนุ่มพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ผมจะทำแผลและปล่อยคุณออกไปจากที่นี่”

“ชิท! อย่ามาแตะ!”

รามตวาดกร้าว ใช้สายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความชิงชังจ้องร่างขาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ คนถูกมองใจกระตุกวูบ หลุบตาลงเพื่อหลบสายตาดุดันของอีกฝ่ายก่อนจะหยิบจับอุปกรณ์ทำแผลที่เตรียมมาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว

“คุณต้องทำแผล และต้องออกไปจากที่นี่” คุณหนูคนเล็กย้ำชัด ทว่ารามกลับไม่คิดที่จะรับไมตรีจิตของอีกฝ่าย

“ไม่ต้องมาทำดีกับฉันหรอก เชื้อนายมันก็คงเลวหน้าตายเหมือนแม่ไม่มีผิด” รามหันหน้ามาเย้ยหยัน พระพายสบโอกาสที่อีกคนหันหน้ามาจับคางของร่างสูงเอาไว้และกดสำลีลงบนโหนกแก้มของอีกคนพร้อมกับเอ่ยเสียงเบา

“แม่เป็นยังไงผมไม่รู้หรอก ความทรงจำเกี่ยวกับแม่มันเลือนรางเต็มที เขาไม่ค่อยได้เลี้ยงผมเท่าไหร่คุณก็น่าจะรู้”

รามถึงกับเงียบเมื่อเจออีกคนตอบกลับมาอย่างไม่คาดคิด ร่างสูงมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลบนใบหน้าให้เขาพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับบ่นพึมพำ

“เจ็บมากไหม...”

“พูดมาก รีบทำให้มันเสร็จๆ แล้วก็ไสหัวไปให้พ้นๆ ซะที” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแข็ง หลีกเลี่ยงการมองอีกฝ่ายเกินความจำเป็น พระพายในตอนนี้ดูแปลกตา โตขึ้นมาก ความทรงจำของน้องชายพันเอกที่เขาจำได้คือเด็กน้อยที่แสนน่ารักในวัยเพียงสิบกว่าปี ผิวขาว หน้าหวาน กับร่างกายหอมหวานเย้ายวนยามที่บิดเร่าตอนที่ถูกเพื่อนพี่ชายวัยสิบแปดปีอย่างเขาครอบครอง

รามยังจดจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี วันที่เขาลงมือทำร้ายคนตรงหน้าอย่างเลือดเย็นด้วยเหตุผลบางอย่าง...

บางอย่างที่พี่น้องสองคนนี้ไม่เคยได้รับรู้

ไม่เคยได้รู้ถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘ความจริง’

“พี่เอกบอกว่าคุณรักคุณวา” อยู่ๆ พระพายก็เอ่ยถามขึ้น ดวงตาคู่สวยเคลื่อนมาสบตากับตาคมดุของรามก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง

“คุณรักเขาจริงๆ เหรอ”

รามเงียบ เบือนหน้าหนีแววตาวูบไหวที่สะท้อนอยู่ตรงหน้า ไม่อยากรับรู้ว่าพระพายรู้สึกยังไง ไม่คิดจะแคร์คนของกฤตภาส และไม่เคยยกให้คนพวกนี้มีความสำคัญ

“รู้ไหม ความรักของคุณทำให้คุณวาเดือดร้อน” พระพายเอ่ยขึ้นเมื่อทำแผลบนใบหน้าของรามเสร็จ

รามหันขวับไปมองอีกคนก่อนจะกัดฟันกรอดเมื่ออีกฝ่ายพูดจบ

“เพราะพี่ชายระยำๆ ของนายต่างหาก ไอ้พี่ชั่วของนายมันทำร้ายวา!!!” รามตะโกนกร้าว ก่อนจะพยายามขยับตัวหนีเมื่ออีกฝ่ายหยิบเอาผ้าชุบน้ำที่ถือติดมือมาขึ้นมาเช็ดตามลำคอและท่อนแขนแกร่ง

“นายมันน่าสมเพช เด็กโง่ๆ อย่างนายน่ะ...น่าสมเพช” รามแค่นหัวเราะ ส่งสายตาเย้ยหยันคนขี้ใจอ่อนก่อนจะเบือนหน้าหนี

“นายควรจะเกลียดฉัน เกลียดฉันให้มากๆ กับสิ่งที่ฉันเคยทำเอาไว้”

พระพายชะงักไปชั่วครู่ ร่างแน่งน้อยเม้มปากแน่นก่อนจะตอบเสียงเรียบ

“เกลียดสิ แต่ผมมันนิสัยเสียคุณก็รู้ เห็นใครเดือดร้อนเข้าหน่อยก็ขี้ใจอ่อนขี้สงสาร ที่พูดดีด้วยที่ทำแผลให้ใช่ว่าจะหายเกลียด ยังเกลียดอยู่เหมือนเดิมเลยแหละ”

ยังเกลียดอยู่เหมือนเดิม

และใช่...ยังคงรักอยู่เหมือนเดิม

“งั้นก็เลิกทำอะไรที่มันสวนทางกับความรู้สึกตัวเองซะ เกลียดก็ทำร้าย ไม่ใช่รักษา” รามพูดขึ้น พระพายไม่ตอบอะไรกลับไปแต่ก็ไม่ได้หยุดเช็ดแต่อย่างใด ฝ่ายรามเองเมื่อเห็นว่าอีกคนเงียบเขาก็ไม่ต่อความยาวสาวความยืด เพียงไม่นานร่างเล็กก็ผละกายออกห่างก่อนจะสบดวงตาสีเข้มของชายหนุ่มตรงหน้าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ

“รอก่อน ผมจะไปเอากุญแจมาปลดโซ่ให้”

จบประโยค ร่างเล็กก็เดินออกจากห้องไปทันที รามมองตามแผ่นหลังเล็กไปจนลับสายตาก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด เพียงไม่นานพระพายก็วิ่งกลับเข้ามาอีกครั้งก่อนจะทรุดตัวลงตรงหน้าเขาพลางหอบน้อยๆ

“คุณต้องรีบหนีก่อนที่พวกพี่เอกจะกลับลงมา”

“...”

“ขอให้กุญแจผีของไอ้ปามใช้ได้ทีเถอะ”

กริ๊ก!

ปึก!

“อ๊ะ!”

ทันทีที่พระพายปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ ร่างแน่งน้อยก็ต้องหลุดร้องออกมาเสียงหลงเมื่อถูกร่างสูงใหญ่หนั่นแน่นออกแรงดันจนแผ่นหลังเล็กกระแทกเข้ากับผนังห้อง

“รู้ไหมพาย ความขี้ใจอ่อนของนายน่ะทำตัวเองเดือดร้อน” นายหัวหนุ่มกระซิบ ก่อนจะดึงทึ้งชุดนอนสีอ่อนของพระพายออกไปจากร่าง

“อ๊ะ คุณ! ยะ...อย่า คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคุณราม โอ๊ย!”

ร่างแน่งน้อยหวีดร้องเมื่อถูกรามใช้กำลังและร่างกายที่มีมากกว่าคุกคามข่มเหงอย่างไม่ปราณี พระพายน้ำตาตกตอนที่ถูกคนตัวโตทำร้ายอย่างเลือดเย็น ฟันขาวกัดริมฝีปากล่างจนแน่น ก่อนจะถูกรามรั้งใบหน้าขึ้นไปหาและบดขยี้ริมฝีปากอิ่มได้รูปของพระพายเต็มแรง

“คุณ...เจ็บ มันเจ็บ อื้อออ” ร่างสูงผละกายออกห่าง ก่อนจะก้มลงครอบปากกับลำคอขาว

พระพายครางฮือ หลุดก้อนสะอื้นออกมาเมื่ออีกฝ่ายก้มตัวลงรั้งเรียวขาทั้งสองข้างขึ้นจนร่างแน่งน้อยลอยหวือ

“หยุด คุณราม พอที! คุณต้องออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ถ้าคุณไม่หนี ทุกอย่างมันจะแย่ลงนะ ฮึก อ๊ะ!”

“คนที่ทำให้มันแย่คือพวกนายเองพระพาย เมื่อก่อนชีวิตนาวาก็สงบดี แต่ก็เป็นพี่นายที่ดึงเขาลงมาเจอกับขุมนรก ภูมิใจมากไหมกับการทำร้ายคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยน่ะ!!!”

พระพายเงียบ ช้อนดวงตากลมมองคนตรงหน้าอย่างตัดพ้อก่อนจะตอบรามเสียงสั่น

“ถามตัวเองสิคุณราม ภูมิใจมากไหมที่ฆ่าคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยน่ะ พ่อแม่ผมไม่ได้ขายความลับของบริษัทให้ใคร แต่คุณก็พรากพวกท่านไปเพราะคำกล่าวหาลอยๆ ของปู่คุณ และคุณ...ก็ยังหลอกผมอย่างเลือดเย็นด้วย”

“ปู่ฉันไม่เคยกล่าวหาใครลอยๆ เรื่องนี้คนที่โง่ที่สุดคือนายสองคน นายกับพี่นายมันไม่เคยรู้อะไรเลยสักอย่าง ไม่รู้แม้กระทั่งความเลวของสองตัวผัวเมียที่รวมหัวกันทำลายชีวิตคนอื่นจนพังย่อยยับ” รามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ดวงตากลมจ้องมองพระพายที่เริ่มมีปฏิกิริยากับคำพูดของเขาก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อระงับความรู้สึกต่างๆ ของตัวเอง

“พวกกฤตภาสมันก็ดีแต่สร้างความพินาศเหมือนๆ กันหมด สนุกมากสินะที่เห็นคนบริสุทธิ์ถูกทำร้ายอย่างเลือดเย็นจากความโง่ของพวกนายสองพี่น้อง ผยองเข้าไปเถอะพระพาย เมื่อไหร่ที่ความจริงเปิดเผยวันนั้นพวกนายทุกคนจะต้องเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำ”

ไม่มีใครพูดอะไรอีกหลังจากนั้น สองร่างจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งประตูห้องถูกเปิดด้วยฝีมือของพันเอกที่ถือถาดข้าวต้มและอะไรบางอย่างเข้ามาด้วยหน้าตาเคร่งขรึม ทั้งรามและพระพายหันไปมองผู้มาใหม่ก่อนที่คนตัวขาวจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าพี่ชายถืออะไรอยู่ในมือ

“กำลังจะทำระยำอะไรกับน้องกู” พันเอกเอ่ยเสียงราบเรียบ

“พี่เอก อย่า...อย่าทำเขา ผมขอร้อง ฮึก”

“หึ มึงคงอยากตายมากเลยสินะ” พันเอกเอ่ยถาม สาวเท้าเข้ามาหาร่างสูงหนั่นแน่นของรามก่อนจะหยิบของบางอย่างที่วางอยู่ข้างถ้วยข้าวต้ม มุ่งตรงเข้ามาที่ศีรษะของคนที่เพิ่งจะปล่อยพระพายให้เป็นอิสระด้วยท่าทีใจเย็น

“อย่า...”

กริ้ก!

“นับถึงสาม เดินออกมาก่อนพี่จะลั่นไกใส่ไอ้เวรนี่” ประมุขของบ้านขู่จนคนเป็นน้องผวาเฮือก ลนลานใส่เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยและผละออกจากร่างสูงใหญ่ของรามอย่างรวดเร็ว มือขาวคว้าแขนแกร่งที่ถือปืนเก็บเสียงของพันเอกไว้ ออกแรงยื้อให้ปลายกระบอกปืนเบนทิศทางออกจากรามด้วยความหวาดกลัว

“ห่วงมันมากก็ตายไปกับมันเลยดีไหม” พันเอกพูดขึ้นอย่างไม่ไว้หน้าก่อนจะโยนถาดอาการทิ้งจนจานแตกละเอียด เศษข้าวต้มหกกระจายไปทั่วพื้นในขณะที่เศษจานกระเบื้องบางส่วนกระเด็นไปฝังอยู่บนผิวของรามจนเลือดไหลเป็นทางยาว

“ฮึก” พระพายเบ้หน้า เริ่มสะอื้นหนักขึ้นด้วยความหวาดกลัว

“ห่วงมันมากนักใช่ไหม!!!!” ร่างสูงตะคอก มองน้องด้วยแววตาแดงก่ำวาวโรจน์ ในขณะที่ร่างเล็กผวาเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่นและปล่อยโฮอยู่กับอก

“ไม่ ผมกลัวพี่ติดคุก ฮึก อย่าเลยนะพี่เอก ให้มันจบไปเถอะนะ เริ่มต้นกันใหม่ เริ่มใหม่กันสักที อย่าทรมานกันไปมากกว่านี้เลยนะพี่” พระพายสั่นไปทั้งร่าง หวาดกลัวจนต้องกอดพันเอกเอาไว้แน่น

“เราอยู่ของเราแบบนี้ก็ดีแล้ว นะพี่เอก ฮึก ปล่อยเขาไป ผมขอร้อง”

“กลับขึ้นห้องไป”

“ไม่ คืนนี้ผมนอนด้วยสิ นอนด้วยกัน ขึ้นห้องกับผม” ร่างเล็กส่ายหน้าหวือ “นอนกับผมนะ ฮึก นอนด้วยกัน”

“ยุ มาเอาพระพายออกไป”

“พี่เอก!! ฮือ ไม่! รามเขาก็คนนะ เขาเจ็บเป็น พอเถอะ พี่จะทำให้มันแย่ลง ทุกอย่างจะแย่ลง!!! พี่ยุปล่อยผม ปล่อย ฮืออออ”

“ถ้าเอาไม่อยู่ก็ทำให้หลับไปซะ” พันเอกสั่งลูกน้องคนสนิท พายุลังเลชั่วครู่ ก่อนจะจำใจรับคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ครับ”

“อย่าทำเขาเลยนะพี่เอก อย่าเล่นกันถึงชีวิตเลย ถือซะว่าผมขอร้อง”

ปึก!

สันมือขาวของพายุฟาดลงบนหลังคอของพระพายทันทีที่ประโยคอ้อนวอนนั้นจบลง ร่างแน่งน้อยทรุดตัวลงในอ้อมแขนของบอดี้การ์ดหนุ่ม พายุช้อนร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะพาพระพายออกจากบริเวณไปอย่างเงียบๆ

รามมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของอีกฝ่ายด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับไปมองพันเอกที่ยังหันปลายกระบอกปืนใส่หน้าเขาพลางแค่นหัวเราะ

“ฝันไปเถอะถ้าคิดว่ากูจะยอมคุกเข่าให้คนอย่างมึง”

“หึ ถือว่ามึงเลือกได้ดี...”

พลั่ก!! ปึง!!


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2016 14:04:37 โดย March. Marcia »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ✙ กรงรัก กับดักเทวา ✙ [DARK ROMANCE and SM,18+]
« ตอบ #19 เมื่อ: 04-10-2014 16:01:48 »





ออฟไลน์ chanzx

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
พันเอก... :z6: :z6:

ออฟไลน์ Paifah

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?action=profile;area=forumprofile
คุณเอกแกแทร่งเลวได้
ใจจริงเลยนะพ่อคุณ

ออฟไลน์ Fuzz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 117
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
พันเอก :ling1: นาย! เลววววววววววววว!  :z6:

ออฟไลน์ rinoou

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :sad4: :sad4: :a5: :a5:
อ่านไปกรี้ดไป.. อะไรมันจะบาดขนาดนี้เนี้ยยย
มาต่อเร็วน้าอยากรู้ตอนต่อไปจร้า..

ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ yaoisamasang

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 246
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-3
    • https://www.facebook.com/pages/Yaoi-Sama/463499467036395?ref=hl
ไอ้เลววววววว  :ling1:

ออฟไลน์ nonnn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ตามเข้ามาเป็นกำลังใจให้ในเล้าเป็ดอีกทีค่ะ
+เป็ดให้ทุกตอนแล้วเน้อ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:


หลังจากที่เพิ่งเห็นเรื่องนี้ผ่านๆทางเล้าเป็ด ก็ไม่ได้ตั้งใจมาอ่านให้จบตอนเลย
จนวันสองวันที่มีเวลาว่างเลยลองนั่งอ่านดู
แรกๆยังไม่อะไรมาก จะตามประวัติของนักเขียนก่อน พอรู้ว่ามีเพจให้ติดตาม
ก็เลยลองศึกษาดูก่อนคร่าวๆว่านักเขียนเคยแต่งเรื่องอะไรมาแล้วบ้าง
จนรู้ว่าเป็นฟิคเรื่องแรกที่นักเขียนลองแต่ง และก็คิดว่าน่าจะเพิ่งแต่งไปได้ไม่กี่ตอน
เพิ่งรู้ว่านักเขียนเน้นลงในเว็บธัญวลัยเป็นหลัก เราก็เลยลองตามไปอ่านในนั้น
จนวันนี้อ่านมาถึงตอนล่าสุด 30% แล้วค่ะ ... อยากบอกว่าอารมณ์ค้างมากก
และที่สำคัญพอลองกลับมาตามในเล้าเป็ดดูพบว่านักเขียนไม่ได้เอามาลงถึงตอนล่าสุดเหมือนเว็บธัญวลัย
ถึงจำนวนคนในเล้าจะไม่ได้มาตามอ่านกันเยอะ แต่ก็อยากให้กำลังใจนักเขียนค่ะ
เอาฟิคเรื่องนี้มาต่อให้ครบตอนล่าสุดเหมือนเว็บธัญวลัยเถอะนะคะ เชื่อว่ายังมีคนตามเรื่องนี้อยู่
อีกอย่างอ่านในเล้าเป็ดดูสะดวกและง่ายกว่าเยอะ...นานๆทีเว็บจะล่มด้วย


ส่วนเรื่องนี้ จริงๆแล้วเกินคาดมากสำหรับคนอ่าน...
ตอนแรกเลยที่เห็นคำโปรยก็คงคิดว่าพระเอกจะเลวจะชั่วเหมือนอย่างที่สปรอยแค่ไหนกันเชียว
ก็คงเหมือนเมะทั่วๆไปนั่นแหละ แต่ลองตามอ่านมาถึง 3-4 ตอนแรกนี่ต้องบอกเลยว่าคิดผิด!!
ผิดไปหลายประเด็นเลยแหละ เพราะจริงๆแล้วพระเอกเรื่องนี้มันชั่วมากกกกกกกกกกกก!!!!
ชั่วแบบไม่มีใครเกิน อ่านไปก็อยากตามไปกระชากหัวมากระแทกเสาให้หายเลวไปเลย!!!
คนบ้าอะไรมันจะชั่วช้าไม่มีจิตสำนึกขนาดนั้น  :fire: :angry2:


ยิ่งกับนาวาที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเพราะความแค้นส่วนตัวของอิพระเอกมันล้วนๆ
ชื่อก็เพราะ "พันเอก" แหม่ เกิดมาหล่อด้วยนะพ่อคุณ แต่ทำไมสันดานถึงติดลบไม่น่าเข้าใกล้ขนาดนี้
เห็นผู้ชายที่ไหนน่าหวาน หุ่นบางหน่อยก็คิดอยากเอามาสืบพันธุ์หมดทุกคนเลยหรือไง
ชั่วแบบไม่มีที่ติจริงๆ ขนาดน้องชายต่างแม่มันยังคิดจะเอามาทำเมีย
แหมมมมมมมม เลวๆแบบนี้นรกก็คงขยาดไม่อยากรับเข้าไปชดใช้กรรมหรอกมั้ง...


ก็ไม่รู้หรอกนะว่าอดีตอันแสนขมขื่นของอิตาพันเอกมันเป็นยังไง มีที่มายังไงบ้าง
แต่ก็ไม่ควรเอานาวาเข้ามาเกี่ยวป่ะ จะแก้แค้นกันยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องเอาคนบริสุทธิ์มาโยงกันแบบนี้
ครั้งแรกที่ให้นาวามีอะไรต่อหน้ารามนี่บอกเลยว่าอิพันเอกมันไม่ใช่คนแล้วววว
ทำอะไรชั่วๆได้ขนาดนี้เกินคนค่ะบอกเลย ไม่รู้เอาหัวสมองส่วนไหนคิดแผนชั่วขึ้นมาได้
ยังคิดภาพไม่ออกเลยว่าอิพันเอกนี่จะตกหลุมรักหนูวาได้ตอนไหน
เพราะเท่าที่อ่านมาถึงตอนล่าสุดก็ไม่เห็นว่าจะมีติตใจส่วนไหนอ่อนไหวให้หนูวาเลยสักอย่าง
เล่นมาข่มเหงกันถึงโรงพยาบาลแบบนี้ก็ถือว่าชั่วสุดๆไปแล้ว
และที่ไม่ชอบนิสัยของอีพันเอกนี่สุดๆก็คงเป็นตอนที่ทำอะไรนาวาไม่ได้
แล้วชอบขู่ว่าจะข่มขืนณะโมแทนนี่แหละ โอ๊ยยยยยย หาคำขู่อย่างอื่นไม่เป็นแล้วหรอ
เอะอะๆๆก็จะข่มขืนณะโมท่าเดียว มันไม่ใช่วิธีของนักต่อสู้ที่ดีเท่าไรหรอกนะจะบอกให้...
อยากให้นาวาใจแข็งกล้าที่จะลุกขึ้นมาสู้ได้มากกว่านี้
กับอิแค่คำขู่ตื้นๆนี่มันไม่น่ากลัวนักหรอก ถ้าวันไหนที่นาวาไม่รู้สึกกลัวกับคำขู่ของอิพันเอกแล้ว
วันนั้นก็คงเป็นวันที่นาวาจะได้ทุกสิ่งกลับคืนมาอย่างแน่นอน
เพราะคนที่ต้องแพ้ให้กับเกมส์นี้ก็คืออิพันเอกนี่คนเดียว ยังไงก็ต้องทุรนทุรายที่ขาดนาวาไป


ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นไหม วันที่นาวาจะไม่ต้องมาถูกรังแกและโดนข่มเหงจากอิพระเอกชั่วคนนี้
เดี๋ยวนะ....เปลี่ยนพระเอกตอนนี้ยังทันไหม??
บอกเลยว่ารับไม่ได้กับความชั่วของเมะเรื่องนี้จริงๆ

ยังเป็นกำลังใจให้นักเขียนอยู่นะคะ อย่าลืมมาอัพเรื่องนี้ต่อให้ถึงตอนล่าสุดด้วยเน้อ
จะตามอ่านในเล้าไม่ไปไหนแน่นอนค่ะ ขอแค่อย่าทิ้งเรื่องนี้ไปก็พอ...
 :mew1:

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
ตามเข้ามาเป็นกำลังใจให้ในเล้าเป็ดอีกทีค่ะ
+เป็ดให้ทุกตอนแล้วเน้อ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:


หลังจากที่เพิ่งเห็นเรื่องนี้ผ่านๆทางเล้าเป็ด ก็ไม่ได้ตั้งใจมาอ่านให้จบตอนเลย
จนวันสองวันที่มีเวลาว่างเลยลองนั่งอ่านดู
แรกๆยังไม่อะไรมาก จะตามประวัติของนักเขียนก่อน พอรู้ว่ามีเพจให้ติดตาม
ก็เลยลองศึกษาดูก่อนคร่าวๆว่านักเขียนเคยแต่งเรื่องอะไรมาแล้วบ้าง
จนรู้ว่าเป็นฟิคเรื่องแรกที่นักเขียนลองแต่ง และก็คิดว่าน่าจะเพิ่งแต่งไปได้ไม่กี่ตอน
เพิ่งรู้ว่านักเขียนเน้นลงในเว็บธัญวลัยเป็นหลัก เราก็เลยลองตามไปอ่านในนั้น
จนวันนี้อ่านมาถึงตอนล่าสุด 30% แล้วค่ะ ... อยากบอกว่าอารมณ์ค้างมากก
และที่สำคัญพอลองกลับมาตามในเล้าเป็ดดูพบว่านักเขียนไม่ได้เอามาลงถึงตอนล่าสุดเหมือนเว็บธัญวลัย
ถึงจำนวนคนในเล้าจะไม่ได้มาตามอ่านกันเยอะ แต่ก็อยากให้กำลังใจนักเขียนค่ะ
เอาฟิคเรื่องนี้มาต่อให้ครบตอนล่าสุดเหมือนเว็บธัญวลัยเถอะนะคะ เชื่อว่ายังมีคนตามเรื่องนี้อยู่
อีกอย่างอ่านในเล้าเป็ดดูสะดวกและง่ายกว่าเยอะ...นานๆทีเว็บจะล่มด้วย


ส่วนเรื่องนี้ จริงๆแล้วเกินคาดมากสำหรับคนอ่าน...
ตอนแรกเลยที่เห็นคำโปรยก็คงคิดว่าพระเอกจะเลวจะชั่วเหมือนอย่างที่สปรอยแค่ไหนกันเชียว
ก็คงเหมือนเมะทั่วๆไปนั่นแหละ แต่ลองตามอ่านมาถึง 3-4 ตอนแรกนี่ต้องบอกเลยว่าคิดผิด!!
ผิดไปหลายประเด็นเลยแหละ เพราะจริงๆแล้วพระเอกเรื่องนี้มันชั่วมากกกกกกกกกกกก!!!!
ชั่วแบบไม่มีใครเกิน อ่านไปก็อยากตามไปกระชากหัวมากระแทกเสาให้หายเลวไปเลย!!!
คนบ้าอะไรมันจะชั่วช้าไม่มีจิตสำนึกขนาดนั้น  :fire: :angry2:


ยิ่งกับนาวาที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเพราะความแค้นส่วนตัวของอิพระเอกมันล้วนๆ
ชื่อก็เพราะ "พันเอก" แหม่ เกิดมาหล่อด้วยนะพ่อคุณ แต่ทำไมสันดานถึงติดลบไม่น่าเข้าใกล้ขนาดนี้
เห็นผู้ชายที่ไหนน่าหวาน หุ่นบางหน่อยก็คิดอยากเอามาสืบพันธุ์หมดทุกคนเลยหรือไง
ชั่วแบบไม่มีที่ติจริงๆ ขนาดน้องชายต่างแม่มันยังคิดจะเอามาทำเมีย
แหมมมมมมมม เลวๆแบบนี้นรกก็คงขยาดไม่อยากรับเข้าไปชดใช้กรรมหรอกมั้ง...


ก็ไม่รู้หรอกนะว่าอดีตอันแสนขมขื่นของอิตาพันเอกมันเป็นยังไง มีที่มายังไงบ้าง
แต่ก็ไม่ควรเอานาวาเข้ามาเกี่ยวป่ะ จะแก้แค้นกันยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องเอาคนบริสุทธิ์มาโยงกันแบบนี้
ครั้งแรกที่ให้นาวามีอะไรต่อหน้ารามนี่บอกเลยว่าอิพันเอกมันไม่ใช่คนแล้วววว
ทำอะไรชั่วๆได้ขนาดนี้เกินคนค่ะบอกเลย ไม่รู้เอาหัวสมองส่วนไหนคิดแผนชั่วขึ้นมาได้
ยังคิดภาพไม่ออกเลยว่าอิพันเอกนี่จะตกหลุมรักหนูวาได้ตอนไหน
เพราะเท่าที่อ่านมาถึงตอนล่าสุดก็ไม่เห็นว่าจะมีติตใจส่วนไหนอ่อนไหวให้หนูวาเลยสักอย่าง
เล่นมาข่มเหงกันถึงโรงพยาบาลแบบนี้ก็ถือว่าชั่วสุดๆไปแล้ว
และที่ไม่ชอบนิสัยของอีพันเอกนี่สุดๆก็คงเป็นตอนที่ทำอะไรนาวาไม่ได้
แล้วชอบขู่ว่าจะข่มขืนณะโมแทนนี่แหละ โอ๊ยยยยยย หาคำขู่อย่างอื่นไม่เป็นแล้วหรอ
เอะอะๆๆก็จะข่มขืนณะโมท่าเดียว มันไม่ใช่วิธีของนักต่อสู้ที่ดีเท่าไรหรอกนะจะบอกให้...
อยากให้นาวาใจแข็งกล้าที่จะลุกขึ้นมาสู้ได้มากกว่านี้
กับอิแค่คำขู่ตื้นๆนี่มันไม่น่ากลัวนักหรอก ถ้าวันไหนที่นาวาไม่รู้สึกกลัวกับคำขู่ของอิพันเอกแล้ว
วันนั้นก็คงเป็นวันที่นาวาจะได้ทุกสิ่งกลับคืนมาอย่างแน่นอน
เพราะคนที่ต้องแพ้ให้กับเกมส์นี้ก็คืออิพันเอกนี่คนเดียว ยังไงก็ต้องทุรนทุรายที่ขาดนาวาไป


ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นไหม วันที่นาวาจะไม่ต้องมาถูกรังแกและโดนข่มเหงจากอิพระเอกชั่วคนนี้
เดี๋ยวนะ....เปลี่ยนพระเอกตอนนี้ยังทันไหม??
บอกเลยว่ารับไม่ได้กับความชั่วของเมะเรื่องนี้จริงๆ

ยังเป็นกำลังใจให้นักเขียนอยู่นะคะ อย่าลืมมาอัพเรื่องนี้ต่อให้ถึงตอนล่าสุดด้วยเน้อ
จะตามอ่านในเล้าไม่ไปไหนแน่นอนค่ะ ขอแค่อย่าทิ้งเรื่องนี้ไปก็พอ...
 :mew1:

โอ้โหววววววว น้ำตาไหลแปป แงงงงงงงงงงงงงงงงง  :m15:
เรื่องทยอยลงเล้าเป็ดนั้นกำลังทยอยลงเหมือนกันค่ะ กำลังตรวจคำผิดอยู่
จริงๆแอบไม่กล้ามาลงที่นี่นิดนึง ด้วยเพราะพระเอกเปิดเซตนี้มันชั่วจริงๆค่ะ T^T
(แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องเอามาลงจนได้ 5555)
ยังไงก็อดใจรออีกนิดนึงน้า จะรีบทยอยลงให้ทันอีกเว็บแน่นอนค่ะ ^^

ออฟไลน์ March. Marcia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-5
ตอนที่ ๕


นาวานอนไม่หลับ...

ชายหนุ่มนอนลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดมิดอยู่บนเตียงของพันเอกพลางขมวดคิ้วมุ่น ร่างกายยังคงรู้สึกเจ็บจากการถูกทำร้ายและล่วงเกิน รู้สึกแปลกๆ กับร่างกายของตัวเองบ้างเพราะสัมผัสของพันเอกยังคงติดอยู่ตามผิวกาย แต่นาวาก็ไม่ได้ใส่ใจมันมากซักเท่าใดนัก

หากถามว่าเสียใจไหม ถึงแม้นาวาจะเป็นผู้ชายที่ไร้เยื่อพรหมจรรย์อย่างที่สตรีมี แต่การต้องถูกผู้ชายด้วยกันรุกล้ำมันก็ทำให้เขารู้สึกแย่และอับอายไปในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญคือไม่ใช่แค่รามที่รับรู้ว่านาวาถูกพันเอกล่วงเกิน แต่พระพายผู้เป็นน้องชายของคนใจร้ายคนนั้นและบอดี้การ์ดอีกหลายคนต่างก็เห็นสภาพของเขาตอนออกมาจากห้องนั่น พันเอกไม่เหลืออะไรให้นาวาเลย ทุกอย่างถูกลิดรอนเอาไปหมดเพียงเพราะเขาเป็นคนที่รามรัก

พูดถึงราม ป่านนี้ชายหนุ่มจะถูกพันเอกทำอะไรต่ออีกบ้าง ดูจากรูปการแล้วคนอย่างรามคงไม่ยอมอยู่นิ่งๆ หลังจากที่เห็นเขาถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาเป็นแน่ แค่มองสายตาที่รามใช้มองพันเอกนาวาก็รู้ได้ทันทีว่าชายคนนั้นจะหาทางทำทุกอย่างให้คนอย่างพันเอกเจ็บเจียนตาย รามจะทำทุกอย่างเพื่อเขา พอคิดมาถึงตรงนี้แก้มสองข้างของนาวาก็ร้อนผ่าว เขาใช้ชีวิตหมดไปกับการกัดฟันสู้เพื่อนะโมมาเนิ่นนานจนไม่ได้มีเวลามองหาใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารามรักเขาได้อย่างไร แต่นาวาก็ไม่ใช่คนอ่อนต่อโลก สายตาชายหนุ่มบอกแจ้งทุกสิ่งทุกอย่าง เปิดเผยทุกความรู้สึกต่อเขาว่ารามรักเขาจริงๆ

แต่ตอนนี้จะให้นาวายื่นมือออกไปตอบรับความรู้สึกดีๆ แบบนั้นก็คงเป็นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ร่างกายของเขาสกปรกแปดเปื้อนไปแล้ว อีกทั้งในตอนนี้ตัวเขาเองก็ตกอยู่ใต้อำนาจของพันเอกชนิดที่ว่าไม่อาจหลุดพ้นหากอีกคนไม่ยอมปล่อย นาวาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับรามอีกไม่ว่าจะกรณีใดใดทั้งสิ้น เพื่อที่ว่าทุกอย่างจะได้ไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ หากรามถลำลึกกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าคนอย่างรามคงจะหาทางมาชิงตัวเขาไป แต่ก็อย่างที่พันเอกพูด ยิ่งรามรักเขามากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเจ็บปวด สู้ให้ทุกอย่างจบลงเสียแต่ตอนนี้ยังจะดีเสียกว่า

เขาไม่ควรเอาตัวเข้าไปยุ่งกับเรื่องราวระหว่างรามกับพันเอก

ไม่ควร...ไม่อย่างเด็ดขาด...

แต่ถึงจะบอกกับตัวเองแบบนั้น สองขากลับเดินออกจากห้องของพันเอกและก้าวช้าๆ ลงไปยังห้องใต้ดินที่รามถูกจับเอาไว้ เป็นห่วง...ความรู้สึกเหล่านี้ตีพันกันจนยุ่งเหยิงอยู่ภายในอก อยากจะลงมาดูว่าพันเอกทำอะไรร้ายแรงหรือเปล่า แม้จะเพิ่งได้เผชิญหน้ากันในวันนี้แต่นาวากลับรู้สึกว่าหัวใจของเขาอบอุ่นอย่างน่าประหลาดเมื่อถูกรามจ้องมองด้วยแววตาที่บอกว่าเขาจะต้องไม่เป็นไร

บานประตูห้องลอยเด่นอยู่ตรงหน้า มือขาวเอื้อมไปจับเอาไว้พลางหมุนเบาๆ มันไม่ได้ล็อคอย่างที่ควรจะเป็น น่าแปลก...

แต่ถึงอย่างนั้นนาวาก็ไม่ได้เอะใจอะไร เขาเปิดประตูเข้าไปแผ่วเบาพลางปิดมันลงช้าๆ ดวงตาหรี่เมื่อเจอแสงไฟภายในก่อนจะกระพริบปริบๆเพื่อปรับสภาพ

“นา...วา” เสียงเรียกชื่อด้วยความตกใจดังขึ้นผะแผ่ว นาวาหันไปมองเจ้าของเสียงที่มีสภาพยับเยินมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างก่อนที่สองขาจะก้าวเร็วๆ เข้าหารามที่ตอนนี้นั่งพิงผนังห้องหายใจหอบถี่

“คุณราม” ร่างโปร่งเดินเข้าไปทรุดกายอยู่เคียงข้างพลางยกมือขึ้นแตะแผ่วเบาที่ใบหน้าฟกช้ำ รามปรือตามองคนตัวเล็กกว่าก่อนจะตวัดเอวของนาวาเอาไว้ ออกแรงรั้งร่างเล็กเข้าหาตัว ริมฝีปากที่แตกยับบดเบียดแนบลงกับริมฝีปากอิ่มของนาวาอย่างรวดเร็ว คนตัวขาวตาเบิกกว้างเมื่อถูกรามดึงไปจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างทั้งร่างเกร็งขืนขึ้นในขณะที่หัวใจเต้นระส่ำไม่หยุด

“อื้อ คุณรา-” เสียงเรียกชื่ออีกคนดังขึ้นเมื่อร่างสูงถอนจูบออกไปชั่วครู่ก่อนจะประกบปากเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้นาวาหลับตาพริ้มยอมรับสัมผัสของอีกคนด้วยความเต็มใจ สมองสั่งการบอกว่าไม่ควรทำอย่างนี้ หากแต่ใจกลับโอนอ่อนไปตามสัมผัสของอีกคน

กลีบปากคู่สวยเปิดกว้างให้ลิ้นร้อนที่ยังมีรสชาติของเลือดติดอยู่ได้สอดแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กที่หลบเลี่ยงอย่างไม่ประสีประสา จูบอ่อนโยนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงในขณะที่เสียงครางอื้ออึงเริ่มเพิ่มระดับขึ้นจนดึงสติของนาวาให้หวนคืน ร่างเล็กดันกายออกห่างพลางหอบสะท้านในขณะที่รามมองมาด้วยสายตาที่แสดงถึงความไม่เข้าใจ

“เราไม่ควรทำแบบนี้” นาวาเอ่ยเสียงสั่น รสจูบของอีกคนหวานล้ำจนเขาเสียการควบคุม แต่ก็ต้องข่มตัวเองเอาไว้ไม่ให้แสดงอาการหวั่นไหวอ่อนแอไปมากกว่านี้

“ตอนนี้ข้างนอกไม่มีคนอยู่แล้ว คุณต้องหนีออกไปจากที่นี่” นาวาเอ่ยขึ้น แม้จะเอะใจกับสถานการณ์เช่นนี้แต่ข้างนอกไม่มีใครอยู่อีกแล้วจริงๆ พันเอกเองก็ไม่ได้กลับขึ้นไปบนห้อง นาวาคาดว่าคนคนนั้นคงจะอยู่ในห้องทำงาน

“ไปกับฉันนาวา ออกไปจากที่นี่กับฉัน” รามเอ่ยขึ้นพลางจ้องร่างโปร่งที่สวมชุดของพันเอกด้วยความเจ็บปวด ภาพที่นาวาถูกพันเอกตรึงกับพื้นห้องและสอดใส่แก่นกายเข้าหาซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังคงติดตา แต่นั่นยังไม่เจ็บเท่ากับคำตอบของนาวาที่มาพร้อมกับน้ำเสียงสั่นระริกอย่างน่าสงสารในตอนนี้

“ผมไปไม่ได้ ผมไปกับคุณไม่ได้” ร่างโปร่งเอ่ยขึ้นซึ่งรามก็ได้แต่มองด้วยความไม่เข้าใจ

“ผมไปอยู่กับคุณไม่ได้ ถ้าผมไปเขาจะต้องทำร้ายน้องชายของผมแน่”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลน้องนายเอง” รามเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่นาวากลับส่ายหน้าหวือ

“คุณดูแลเขาไม่ได้ตลอดเวลาคุณก็รู้ ผมขอโทษจริงๆ แต่ผมให้น้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ” นาวาพูดขึ้นทำเอาอีกคนเงียบไป รามกัดฟันกรอด จ้องมาที่เขาแน่วแน่ ดวงตาสีเข้มที่มองมามีหลายหลายความรู้สึกจนนาวาได้แต่ก้มหน้า

“ฉันน่าจะใจกล้ายื่นมือไปหานายก่อนที่มันจะทำร้ายนายแบบนี้” รามเอ่ยขึ้น ใช่ เขาน่าจะใจกล้ามากกว่านี้ นาวาจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน เป็นเพราะความขี้ขลาดของเขาแท้ๆ นาวาจึงต้องเหมือนตกนรกทั้งเป็น

“เรื่องของเราไม่มีวันเป็นไปได้เลยใช่ไหม” นายหัวหนุ่มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ความเจ็บจากการถูกซ้อมเทียบไม่ติดจากความทรมานในใจที่เห็นคนที่รักนั่งอยู่ตรงหน้าแต่คว้ามากอดไม่ได้

นาวาเงยหน้าขึ้นสบตากับรามก่อนจะเม้มปากแน่นพร้อมกับตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ ที่คุณมีให้ แต่ตัดใจจากผมเถอะครับ คุณจะได้ไม่ทรมานไปมากกว่านี้ ตราบใดที่คุณรักผม คุณพันเอกก็จะยิ่งใช้ผมทำให้คุณอ่อนแอ”

“...”

“ได้โปรด เพื่อตัวคุณ อย่าล้มเพราะผม อย่าให้คุณพันเอกใช้ผมทรมานคุณอีกเลยนะคุณราม อย่าเจ็บเพราะคนไร้ค่าอย่างผมเลย”

“...”

“ออกไปจากที่นี่ และยืนหยัดขึ้นอีกครั้งอย่างคนที่ไร้จุดอ่อน ลืมผม ไม่ต้องห่วงผม แล้วคุณจะกลายเป็นคนที่เข้มแข็งกว่าใครๆ”

นาวาเอ่ยขึ้นพลางจ้องอีกคนผ่านม่านน้ำตา รามกัดฟันกรอดกับสิ่งที่อีกคนพูด ให้ตัดใจงั้นสินะ อยากจะเถียงเหลือเกินว่ารามทำไม่ได้ ให้ตัดใจจากคนตรงหน้านี้เขาทำไม่ได้ แต่มันก็เป็นเพราะเขาชะล่าใจเองและสะเพร่ามากเกินไปจนเผลอคิดไปว่าพันเอกคงหาทางขัดขาเขาเฉพาะเรื่องธุรกิจเพียงเท่านั้น รามไม่คิดว่าอีกคนจะยังผูกใจเจ็บเคียดแค้นเรื่องเมื่อหลายปีก่อนถึงขนาดเอาคืนกับเขาด้วยวิธีแบบนี้

แต่ก็คงไม่แปลกนัก...เป็นใครก็คงแค้นคนที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเองอยู่แล้ว

“ลุกเถอะ ก่อนจะมีคนมาเห็น” นาวาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นอีกคนเงียบไป ร่างโปร่งขยับเข้าไปพยุงร่างสูงของอีกคนก่อนจะค่อยๆ พารามออกมาจากห้องและเดินขึ้นมายังห้องโถงที่มืดสลัวอย่างระมัดระวัง แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเผื่อแผ่บริเวณด้านในจึงพอทำให้เขามองเห็นทางเดินและเครื่องใช้ภายในบ้านได้บ้าง นาวาตัดสินใจพารามเดินมายังส่วนของลานสระว่ายน้ำที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ก่อนที่คนตัวขาวจะต้องตัวชาวาบเมื่อเห็นพายุกำลังนั่งเอาเท้าจุ่มน้ำอยู่ที่ริมสระ

“บ้าเอ๊ย นึกว่าหลับกันไปหมดแล้วซะอีก” นาวาสบถเบาๆ พลางพาร่างของตนและอีกคนที่พยุงอยู่หลบหลังเสาต้นใหญ่ คนตัวขาวเม้มปากแน่น มองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเหม่อลอยแล้วก็คิดไม่ตกว่าจะทำยังไงต่อไปดี แต่แล้วนาวาก็ต้องหัวเสียระคนหวาดหวั่นอีกครั้งเมื่อเห็นร่างสูงของพันเอกเดินมาสมทบพลางหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ กัน

“ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอน” เสียงพันเอกดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นลูบหัวลูกน้องคนสนิทแผ่วเบา พายุเป็นเด็กที่เขาเอ็นดู เจ้าตัวเป็นเด็กกำพร้าที่ครอบครัวเขารับอุปการะ เห็นกันมาตั้งแต่ยังตัวแดงๆ รักเหมือนกับน้องชายอีกคน

“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะครับ” พายุพูดขึ้น “คุณเอกครับ...คิดดีแล้วเหรอครับที่ทำแบบนี้”

“ทำไมถามแบบนั้น”

“ผมแค่รู้สึก...เหมือนเรื่องทั้งหมดจะไม่เป็นแบบที่เราคิดมาโดยตลอด”

“มันพูดเองว่าเราโกงเงินมัน หาว่าเราขายข้อมูลของบริษัท แล้วพ่อกับแม่ของฉันทำเหรอ”

“ผม...ไม่รู้”

“...”

“คุณเอกแน่ใจเหรอครับว่าที่รามส่งคนมาตัดสายเบรกรถของคุณท่านเป็นเพราะเขาเข้าใจผิดคิดว่าเราโกงพวกเขาจริงๆ”

“แล้วมันมีเหตุผลอะไรอีกที่มันจะฆ่าพ่อแม่ฉันล่ะ เราไม่ได้โกงมัน แต่เพราะคำพูดชั่วๆ ของปู่มันเลยทำให้เราต้องเป็นแบบนี้ มันมากกว่าที่ไม่รู้อะไรเลย ทั้งๆ ที่หลักฐานก็หาไปให้แม่งดูแล้ว แต่ไอ้กลทีบ์ห่าเหวทั้งหลายแหล่ก็ยังทำระยำกันต่อ”

“...”

“ฉันรอวันนี้มาทั้งชีวิต นายก็น่าจะรู้” พันเอกพูดเสียงเฉียบทำเอารามกัดฟันกรอดจนนาวาเองก็ยังได้ยิน

“แต่คุณวาเขา...”

“นาวาทำไม”

“...ช่างมันเถอะครับ ผมคงคิดเยอะไปเอง” พายุพึมพำ ก่อนจะจ้องมืองผืนน้ำยามค่ำคืนด้วยแววตาเหม่อลอย

“รู้ใช่ไหมครับว่ารามจะไม่ปล่อยคุณเอาไว้”

“...”

“ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เผาสวนปาล์มหรือฆ่าหอยมุกแบบครั้งก่อนๆ ที่คุณเคยสั่งให้ผมทำ แต่มันคือการเอาหัวใจเขามากรีดเล่นต่อหน้าเจ้าของ รามจะไม่ปล่อยคุณเอาไว้ รู้ใช่ไหมครับ”

“อืม ฉันก็ไม่คิดจะปล่อยมันเอาไว้เหมือนกันนั่นแหละ”

“ผมขออะไรอย่างได้ไหมครับ อย่าทำร้ายคนบริสุทธิ์ไปมากกว่านี้เลย แค่วันนี้มันก็เพียงพอให้รามแค้นพวกเรามากจนเกินพอแล้ว” พายุพูดขึ้นพลางขมวดคิ้วด้วยความไม่สบายใจ พันเอกยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ

“ถ้าฉันตาย ไอ้เลวนั่นก็ต้องตายด้วยละน่า นายคิดว่าฉันอ่อนหัดขนาดจะพลาดท่าง่ายๆ หรือไง”

“ผมไม่รู้อ่ะ” พายุเถียง พันเอกหัวเราะในลำคอพลางโยกหัวคนอายุน้อยกว่าไปมาอย่างเอ็นดูก่อนจะตอบกลับไป

“ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ มันไม่มีทางได้ตัวนาวาหรอก ฉันอยากให้มันรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นที่เห็นนาวาอยู่กับฉัน เห็นคนที่มันรักอยู่กับคนที่เกลียด ทำได้แค่นั่งมองเป็นหมาเห่าเครื่องบิน ไม่มีสิทธิ์ห่าอะไรในตัวนาวาทั้งสิ้น”

“ผมเห็นมานักต่อนักแล้วเนี่ย เดี๋ยวสุดท้ายก็รักคุณวาเข้าให้สักวัน คราวนี้ได้ฆ่ากันตายห่าจริงๆ แน่”

“หึ...รักไม่รักมันเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ที่ฉันสนใจคือทำยังไงก็ได้ให้มันพินาศที่สุดก็พอ” พันเอกเอ่ยเสียงเย็นเยียบ หลังจากนั้นก็ไม่มีคำพูดใดใดหลุดออกมาจากคนทั้งคู่อีก บรรยากาศโดยรอบในเวลานี้เงียบสงัดจนนาวาอดแปลกใจไม่ได้ แต่พอหันไปมองรามที่ตอนนี้เริ่มหอบหายใจถี่กระชั้นมากขึ้นร่างโปร่งก็ร้อนรนขึ้นมา ถึงจะแข็งแรงแค่ไหนแต่การถูกซ้อมหนักแบบนี้ก็ทำเอาอาการของรามสาหัสเอาเรื่อง หากไม่รีบส่งโรงพยาบาลมีหวังรามต้องเป็นหนักมากกว่านี้แน่ๆ

“อดทนหน่อย ผมจะหาทางพาคุณออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด” นาวาหันกลับไปกระซิบกับร่างแกร่งที่เริ่มหายใจรวยรินขึ้นทุกที่ มือขาวยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มของอีกคน ดวงตากลมทอดมองรามอย่างเป็นห่วงจนคนถูกมองอดยิ้มออกมาไม่ได้ มือแกร่งยกขึ้นมาวางทับลงบนมือขาวที่อยู่ข้างแก้มก่อนจะบีบเบาๆ

“ยังไหว” รามกำชับเสียงหนักแน่น ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันก่อนที่นาวาจะสะดุ้งสุดตัวและหันหลังกลับไปมองอีกด้านอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ร่างขาวกับโครงหน้าได้รูปยืนตัวแข็งทื่อเบิกตากว้างเมื่อเห็นนาวากับรามนั่งขดหลบมุมให้พ้นจากสายตา อีกฝ่ายกวาดมองสภาพร่อแร่ของรามก่อนจะหันกลับมามองนาวาที่ส่งสายตาอ้อนวอนมาให้พลางส่ายหน้า

โชคไม่เคยเข้าข้างเขาเลย ตอนนี้ทั้งคู่ถูกพายุเห็นเข้าแล้ว

ด้านคนตัวขาวเองก็ทำเพียงเม้มปากแน่น พายุหันไปมองพันเอกที่ยังนั่งจ้องผืนน้ำไม่วางตาก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหานาวาและทรุดตัวลงตรงหน้ารามที่สติเลือนรางแทบจะทุกที

“ผมไปนอนก่อนนะครับคุณเอก” ร่างโปร่งพูดขึ้นเสียงดัง ก่อนจะพยักหน้าให้นาวาพลางยกมือขึ้นไปตบเบาๆ ที่แก้มของรามเพื่อเรียกสติ เมื่อได้ยินเสียงตอบรับของผู้เป็นนาย พายุก็ไม่รอช้า รีบช่วยนาวาพยุงร่างของรามขึ้นอย่างเบามือ

“กลับเข้าบ้านครับ ไปออกทางหน้าบ้านเลย” พายุกระซิบ นาวาไม่มีเวลาจับต้นชนปลายอะไรมากนักจึงได้เออออตามที่อีกฝ่ายพูด ทั้งสองช่วยกันพยุงร่างสูงของรามอย่างทุลักทุเลก่อนจะค่อยๆ เดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างช้าๆ แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดประตู น้ำเสียงทรงพลังที่แฝงความกรุ่นโกรธก็ดังขึ้นด้านหลังทำเอาทั้งพายุและนาวาถึงกับเสียวสันหลังวูบ

“ฉันให้นายไปนอน แล้วสะเออะไปช่วยพวกมันสองตัวทำไมยุ”

“คุณเอก... ” ร่างโปร่งร้องเรียกชื่ออีกคนเสียงแผ่วในขณะที่นาวาหน้าซีดเผือด พันเอกแสยะยิ้มเมื่อทั้งสามหันมามองหน้าเขาชัดๆ ก่อนที่ไฟทุกดวงที่เคยดับสนิทจะสว่างวาบขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบรรดาการ์ดที่นาวาเคยสงสัยว่าหายไปไหน

“ก็รู้นะว่าโง่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะโง่ขนาดนี้เลยว่ะ” ร่างสูงส่งสายตาเย้ยหยันไปให้รามกับนาวาก่อนจะพยักเพยิดให้จักรเดินไปคว้าตัวพายุออกมายืนข้างตน

พรึ่บ!

“โอ๊ยพี่จักรเบาๆ ผมเจ็บ!” คนตัวเล็กกว่าร้องโวยวายเมื่อถูกดึงให้ห่างจากอีกสองคน รามทรุดกายลงทันทีที่ไม่มีใครช่วยพยุงร่างเอาไวอีกข้าง ส่งผลให้นาวาที่มีแรงเพียงน้อยนิดต้องนั่งลงกับพื้นตามไปด้วย พายุมองทั้งคู่ด้วยความเห็นใจก่อนจะก้มหน้านิ่งเมื่อเห็นสายตาวาวโรจน์ของผู้เป็นเจ้านาย

“เอาไว้ฉันจะคิดบัญชีกับนายทีหลัง” ประมุขของบ้านคาดโทษ

พันเอกกำลังโกรธ โกรธมาก โกรธชนิดที่ว่าพร้อมจะฆ่าทุกคนที่ขัดใจ

“ดูเหมือนนาวามันจะหลงมึงแล้วมั้งราม ถึงขนาดกล้าขัดคำสั่งกูลงมาช่วยมึงขนาดนี้นี่...น่าดีใจชิบหาย” ร่างสูงใหญ่เอ่ยขึ้นพลางย่างสามขุมเข้าหาสองร่างที่นั่งอยู่ที่พื้น ก่อนจะออกแรงดึงร่างของนาวาออกมาจากอีกคนพลางลากร่างโปร่งไปใกล้สระน้ำและผลักนาวาลงไปเต็มแรง

“อ๊ะ! คุณเอก!”

ตู้ม!!!!!

“ไอ้เหี้ย!” รามสบถ พยายามถลาเข้าหานาวาแต่ก็ถูกลูกน้องของพันเอกอย่างจักรเดินมากระทืบเข้าที่ท้องอย่างแรงจนทรุดลงไปกองกับพื้น เจ้าของบ้านยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะมองนาวาที่ถลาขึ้นมาจากน้ำด้วยดวงตาวาวน์โรจน์

นาวาหันไปมองรามที่ถูกซ้อมอีกครั้งพลางก็เรียกชื่ออีกคนเสียงหลง ก่อนจะว่ายไปยังขอบสระเพื่อขึ้นฝั่ง แต่กลับถูกพันเอกจิกผมเอาไว้เต็มแรงและกดลงกับน้ำอีกครั้ง

“ห่วงมันมากนักเหรอ ห่วงมันมากจนไม่กลัวตายเลยใช่ไหม!!!” พันเอกเอ่ยด้วยความไม่พอใจในขณะที่นาวาสำลักน้ำจนหูตาแดงก่ำ รามกัดฟันกรอด ก่นด่าพันเอกอย่างเคียดแค้นชิงชังเมื่อเห็นอีกคนกำลังจับนาวากดน้ำอย่างเลือดเย็น แต่เขาก็ช่วยอะไรนาวาไม่ได้เพราะตอนนี้ร่างกายของเขาก็เริ่มเกินขีดจำกัดแล้วเช่นกัน

“แค่กๆ โอ๊ย!!!”

“มานี่เลย ดื้อนักใช่ไหม” พันเอกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันพลางดึงร่างของนาวาที่เปียกซกขึ้นมาบนฝั่ง ร่างโปร่งสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดงพลางปลิวตามแรงฉุดรั้งของคนตัวสูง นาวาถูกพันเอกเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นใกล้กับร่างของรามที่ถูกซ้อมอย่างหนัก ก่อนจะโดนร่างสูงรัดร่างเอาไว้จากทางด้านหลัง ใบหน้าขาวของนาวาถูกบังคับใหมองอีกคนที่กำลังนอนราบอยู่บนพื้น รองรับแรงกระทืบจากลูกน้องของพันเอกหลายชีวิต

“ฮึก พอ พอแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะคุณเอก ผมยอมแล้ว ได้โปรด เขาเจ็บแล้ว” นาวาเอ่ยเสียงสั่นน้ำตาไหลพราก ยิ่งมองรามที่ถูกซ้อมจนแทบจะทนไม่ไหวก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ พันเอกหัวเราะในลำคอพลางออกแรงบีบแก้มขาวจนนาวาร้องเสียงหลง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูขาวด้วยน้ำเสียงชวนให้สะอิดสะเอียน ก่อนที่ร่างโปร่งจะถูกผลักลงให้นอนราบกับพื้นบ้านอีกครั้ง

“มันเจ็บแค่นี้ยังน้อยไป กับสวะที่ส่งคนมาทำลายชีวิตฉันแค่นี้มันยังน้อยไป ฉันจะทำลายนายต่อหน้ามันซ้ำๆ จนกว่ามันจะตายสมใจ!” จบประโยคพร้อมกับกระชากเสื้อผ้าอาภรณ์ของคนใต้ร่างออกอีกครั้งด้วยแรงทั้งหมดที่มี นาวาหวีดร้องเมื่อรู้ว่าอีกคนกำลังจะทำอะไรจนรามที่ได้ยินถึงกับคำรามเสียงก้อง ชายหนุ่มพยายามฝืนร่างลุกขึ้นสู้ ทว่าก็พลาดท่าจนถูกตรึงให้นอนราบไปกับพื้นอีกครั้ง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นไปทั่วเรือนร่างในขณะที่ดวงตาพร่ามัว รามปรือตาที่หนักอึ้งจ้องมองไปยังร่างโปร่งของนาวาที่กำลังดิ้นหนีพันเอกสุดแรง นายหัวหนุ่มได้แต่กัดฟันกรอด บอกตัวเองว่าหลับไม่ได้ เขาจะหลับตอนนี้ไม่ได้

“ปล่อยวา...พันเอก ปล่อยคนของกู” รามเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะไอโขลกเอาเลือดออกมา พันเอกแสยะยิ้มให้คนที่นอนหมดสภาพก่อนจะตรึงแขนขาวของคนใต้ร่างเอาไว้เหนือหัวแล้วท้าทายรามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“มาแย่งไปสิราม มึงมีปัญญาไหม”

“ฮึก คุณเอก ปล่อย”

“...”

“เอาตัวเองให้รอดแล้วรอดูสุดที่รักของมึงเป็นเมียกูอีกรอบดีกว่าไหม เดี๋ยวกูจัดให้ในแบบที่มึงจะลืมไม่ลงเลย” พันเอกพูดขึ้นก่อนจะยกขาเรียวของนาวาขึ้นพาดบ่า ไม่นานเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดทรมานก็ดังขึ้นเมื่อคนตัวเล็กกว่าถูกประมุขของกฤตภาสย่ำยีต่อหน้ารามอีกเป็นครั้งที่สอง นาวาร่ำไห้ราวจะขาดใจเมื่อร่างกายถูกรุกล้ำในขณะที่รามได้แต่กำมือแน่นหายใจรวยรินอยู่ข้างๆ พันเอกจ้องใบหน้าขาวซีดที่บัดนี้ไม่เหลือความเข้มแข็งให้เห็นก่อนจะแสยะยิ้ม พายุและลูกน้องคนอื่นๆก้มลงมองร่างสะบักสะบอมของรามและทำเป็นไม่สนใจเสียงของเจ้านายและใครอีกคนที่กำลังโดนทำร้าย แม้จะสะเทือนใจกับสิ่งที่พันเอกทำไม่ต่างกัน แต่พวกเขาก็เป็นเพียงลูกน้องที่มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของคนเป็นเจ้านายเพียงเท่านั้น

“ฮึก อื้อ! ค...คุณเอก!!!” ร่างขาวเรียกชื่ออีกคนด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย แผ่นหลังบางเสียดสีกับพื้นริมสระว่ายน้ำจนถลอกและรู้สึกแสบไปทั่ว นาวามองพันเอกด้วยแววตาเจ็บปวดพลางกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ยิ่งเห็นรอยยิ้มสะใจที่อีกคนส่งมาให้ยิ่งรู้สึกเกลียดคนตรงหน้าจนอยากจะกลั้นหายใจและตายไปให้พ้น

“ทำหน้าแบบนั้น ไม่ชอบเหรอ ไม่ชอบฉันไม่ทำต่อก็ได้ เดี๋ยวไปเอาน้องชายนายแทนดีไหม” พันเอกเอ่ยพลางยกยิ้มทำเอาอีกคนส่ายหน้าหวือ

“อย่า อย่าทำอะไรนะโม คุณสัญญาแล้ว ฮ่ะ อื้อ!”

“เลือกมาสักคน ไอ้ห่าที่ร่อแร่ใกล้ตายข้างๆ หรือคนที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่บนห้อง เลือก!” พันเอกเอ่ยขึ้นพลางปล่อยมือขาวให้เป็นอิสระ นาวาเม้มปากแน่นพลางหันไปมองรามที่มองมาที่เขาด้วยดวงตาพร่ามัว

ร่างโปร่งสะอื้นฮัก ตัดสินใจสะบัดหน้ากลับไปหาพันเอกพร้อมกับยกสองแขนขึ้นไปรั้งใบหน้าหล่อเหลาลงมารับจูบจากเขาก่อนจะปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ พันเอกยกยิ้มเมื่อได้คำตอบจากอีกคน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายหันไปมองรามพร้อมกับพูดเสียงเย็นยะเยือก

“ที่นี่ไม่มีคนของมึงแล้วว่ะราม หึหึ” ร่างสูงทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะก้มลงรับจูบจากนาวาพลางอุ้มร่างโปร่งขึ้นและเดินเข้าบ้านไป รามมองตามหลังของคนทั้งคู่ไปแล้วก็ได้แต่สบถเสียงเบา นาวายังคงหลับตาลงในขณะที่ขาขาวเกี่ยวเอวสอบของพันเอกเอาไว้แน่น ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่สติสัมปชัญญะจะเลือนหายไปคือภาพที่นาวาแหงนใบหน้าขึ้นพร้อมกับพันเอกที่แต้มริมฝีปากลงไปทั่วลำคอขาว

ใช่...พันเอกพูดถูก

ที่นี่ไม่มีอะไรที่เป็นของเขา

‘ได้โปรด เพื่อตัวคุณ อย่าล้มเพราะผม อย่าให้คุณพันเอกใช้ผมทรมานคุณอีกเลยนะคุณราม อย่าเจ็บเพราะคนไร้ค่าอย่างผมเลย’

ไม่มี

‘ออกไปจากที่นี่ และยืนหยัดขึ้นอีกครั้งอย่างคนที่ไร้จุดอ่อน ลืมผม ไม่ต้องห่วงผม แล้วคุณจะกลายเป็นคนที่เข้มแข็งกว่าใครๆ’

ไม่มีอีกต่อไปแล้ว...

ทุกอย่างคือความว่างเปล่า


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2016 14:09:00 โดย March. Marcia »

ออฟไลน์ Kamidere

  • บรรยายมันออกมา ทุกสิ่งที่อยู่ในใจ
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 273
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-2
ขออนุญาตไม่สุภาพนิดนึง ไม่งั้นมันไม่ถึงใจ


พระเอกแม่งเหี้ย! เลวจริงอะไรจริงมาก ขอพ่นไฟให้เลย กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซ    :m31: :m31: :fire: :fire:
เลว ชั่ว เหี้ย นรกส่งมาเกิด แต่ดันหล่อระยำปวดตับ โอ๊ยอิชั้นไม่ไหว  :katai1: :z6:

เอกนี่เลวมากจริงๆ เป็นพระเอกที่เลวที่สุดเท่าที่เคยอ่านนิยายมาเลยนะ ทั้งนิยายแบบปกติหรือแบบชายชาย ไม่เคยเจอพระเอกเลวขนาดนี้เล้ยยยยย แต่เลวแบบมีเสน่ห์อ่ะ คือเลวดิบจริงๆ นี่มันคือตัวจริงของความเลวเลยนี่หว่า! ลากไอ้เอกมาโบกอีโต้แม่ง  :z6: :beat:

แอบตามไปที่ธัญวลัยด้วย ตอนแรกเห็นผ่านๆตาไม่ได้สนใจอะไร เหมือนเม้นก่อนหน้าก็คือ แม่งจะเลวได้แค่ไหนนะ? (เพราะของตัวเองก็เลวไม่ได้ขนาดนี้ค่ะบอกเลย 5555) พออ่านเข้าจริงๆ เห้ยแม่งของจริงนี่ว่า!!!!!! กร๊าซซซซซซซซซซซซซซ เลว SM ได้ใจมากอ่ะ อ่านไปกลัวไปเลยนะ คือไม่ค่อยกล้าอ่านเท่าไหร่แต่ก็อยากอ่านอ่ะ เหมือนเวลาเอามือปิดตาแต่กางนิ้วอย่างนั้นแหละ คำพูดแต่ละอย่างของเอกเจ็บปวดและหยาบคายมาก รับตรงคำพูดไม่ได้เลยจริงๆ แล้วก็กลัวแทนนาวาด้วยเวลาจะมีอะไรกัน คือนาวารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไอ้เราอ่านก็รู้ด้วย พอนาวากลัว เราก็กลัวด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้กลัวฉากเรทของนาวากับไอ้พันเอกมากเลย นาวาเจ็บแล้วเสียววูบแทนจริงๆ เขียนได้เข้าถึงอารมณ์เรามากค่าาาาา

เป็นกำลังใจให้นะคะ อัพบ่อยๆนะ ทยอยอัพก็ไม่เปนไร รอเรื่องนี้ปูเสื่อเลยค่ะ  :mew1:

สงสัยเรื่อง font อยู่เหมือนกันเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ ขออนุญาตนำเทคนิคไปใช้นะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-10-2014 21:11:22 โดย KAMI »

ออฟไลน์ kimjuy_o

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-2
นี่พูดเลย พระเอกเลวมาก
ชั่วมาก ทุเรศมาก
มากจนอยากจะด่าให้มากกว่านี้
คือนาวาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรเลย
แค่รามแอบชอบ พันเอกไร้เหตุผลมาก
เป็นผู้ชายที่ไร้เหตุผลมากจริงๆ
ไม่มีความเมตตา ไร้ซึ่งความเป็นคน (อีนี่อินมาก  :fire:)
แต่ก็ยังอยากติดตามนะ
อยากรู้ว่าความจริงเป็นยังไง พ่อแม่ของพันเอกทำความผิดจริงมั้ย
แล้วนาวาจะเป็นยังไงต่อไป ก็ยังอยากอ่านอยู่ดี
รอตอนต่อไปนะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด