Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: SP-HNY2016(31/12/58 p.12) +แจ้งข่าวหน้าแรกค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: SP-HNY2016(31/12/58 p.12) +แจ้งข่าวหน้าแรกค่ะ  (อ่าน 223564 ครั้ง)

ออฟไลน์ korinasai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ข้อเสียอย่างเดียวของการมีแฟนเป็นหมอคือ เขาไม่มีเวลาให้

ออฟไลน์ พลอยสวย

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-5
 :katai4: ปั่นๆๆอัพๆๆ อิอิ

ออฟไลน์ dradareal

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 46
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
หลงรักโช  :impress2:
ชอบความมุ้งมิ้งของสองคนนี้ ทั้งๆที่ไม่มีฉากหวานหรืออะไรเลย กลับทำเรายิ้มได้เรื่อยๆ
ชอบมากๆเลยค่ะ  o13
รีบๆมาต่อน้า

ออฟไลน์ Zelsy

  • เพราะ "รัก" คำเดียวเท่านั้น
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-2
คุณโช รู้สึกว่ามีเสน่ห์แบบแปลกๆอ่ะ เท่ห์มากเลย ดูจริงจังดี อิอิ

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
ธีร์รีบแก้ต่างเลยกลัวโชเข้าใจผิดอ่ะดิ ฮ่าๆๆๆ
เก่งแบบหมอโชเอากลับบ้านได้มะ คิกๆๆ

ออฟไลน์ ArgèntaR๛

  • "ความสุข" แบ่งปันได้
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 332
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-0
    • turelight's Fanpage
ชอบความละเมียดละไมของความสัมพันธ์จัง
มันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่ได้หวือหวาโลดโผนอะไร แต่ก็ดูลงตัวดี
ชอบหมอโชนะ หมอดูมีอะไรอีกหลายแง่มุม  :hao6:

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
โอ้ยยยยยยยยยยยย   น่ารักกกกกกกกกกกกก  อยากอ่านต่อ

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
08



แสงแดดอ่อนๆ ที่นอนนุ่มๆ ผ้าห่มหนาๆ อากาศเย็นๆ ...


กันตธีร์ม้วนตัวในความนุ่มนิ่มอย่างเกียจคร้าน ข้อดีของการเจ็บป่วยคือมีข้ออ้างให้ได้สำออยแบบไม่รู้สึกผิด ซึ่งคนสุขภาพแข็งแรงเช่นเขาจะมีโควต้านี้ต่อปีไม่มากจึงต้องเก็บเกี่ยวให้คุ้มค่า ชายหนุ่มซุกตัวในท่าที่สบายอยู่อีกสักพักแม้ว่าจะตื่นมานานแล้ว จนกระเพาะอันว่างเปล่าเริ่มประท้วงหนักข้อนั่นแหละถึงเริ่มลุกขึ้นนั่งแล้วสำรวจตนเอง

อาการปวดหัวทุเลาไปจนแทบจะไม่มี ส่วนข้อเท้าก็ไม่รู้สึกปวดอะไร โดยรวมนอกจากจะรู้สึกยอกๆ ตามตัวกับแผลยังไม่หายก็ถือว่าร่างกายปกติดี


เครื่องปรับอากาศในห้องนอนยังคงส่งเสียงครืดคราดไปพร้อมกับพ่นไอเย็นบ่งบอกว่ารูมเมทไม่ได้ปิดก่อนออกจากห้องเหมือนปกติ ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายประหยัดไฟประจำห้อง แต่นั่นก็เพราะยังมีคนเจ็บนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสิทธิพิเศษที่นานๆ จะมาสักที

หน้าจอiPhoneคู่ใจแสดงข้อความจากเพื่อนสุดประเสริฐแห่งทศวรรตนี้ พ่อหมีบอกว่าจะหิ้วข้าวมาให้ตอนเที่ยง ซึ่งตอนนี้ก็11โมงครึ่งเข้าไปแล้ว ความขี้เกียจที่ชนะเสียงโวยวายของถุงเนื้อใต้ลิ้นปี่ทำให้เขาตัดสินใจรอโดยการไปอาบน้ำแปรงฟัน


เวลาเที่ยงพอดิบพอดีประมาณว่าเข็มยาวเลยเส้นแวงไปไม่กี่รุ้งเท่านั้น กล่องโฟมที่มีกลิ่นหอมก็ถูกนำมาประเคนถึงมือ

กฤษณ์เป็นใจดีเสมอ ...แต่ก็นับว่าพระเจ้าทำถูก ที่ไม่ส่งมันไปเรียนหมอ เพราะถึงเจตนาและความดีจะทะลุเกณฑ์ แต่แฮมเสต็กหมูราดน้ำผึ้งก็หน้าตาไม่เหมือนอาหารคนป่วยสักนิด


เขาเหลือบมองคนซื้อ คนซื้อก็มองตอบ


"ร่างกายมึงต้องการโปรตีนไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ"


กันตธีร์พยักหน้า จำได้เช่นกันว่าสปช.ตอนป.4สอนมาแบบนั้น พร้อมกับปลงตก ดีที่ตนหายดีแล้ว ไม่งั้นคงไม่มีอารมณ์มานั่งยัดก้อนเนื้อเข้าปากทั้งที่ยังปวดแผลหรือไข้ขึ้น

หลังกินเสร็จก็โยนภาระซากกล่องอาหารให้เพื่อนแบบหน้าด้านๆ เป็นการใช้โควต้าคนป่วยและเอาคืนที่เคยต้องแบกซากหมีเมากลับหอมานับครั้งไม่ถ้วน ว่าแล้วพอมือว่างก็ได้ฤกษ์ล้มตัวลงนอนกดมือถือไปเรื่อยเปื่อย เปิดfacebookที่ไม่ค่อยได้เล่นเข้าไประรานชาวบ้านชาวช่องพอหอมปากหอมคอ จนกระทั่งมีข้อความในlineเตือนขึ้นมา


Chotipat – ปวดแผลหรือเปล่า

Thee – เกือบลืมไปแล้วว่ามีแผล

Chotipat – ดีแล้ว

Thee – เย็นนี้เลิกกี่โมง

Chotipat – 5

Chotipat - จะไป?

Thee - ไปดิ หายแล้วเนี่ย

Chotipat – ธีร์ขับรถไหวหรือ

Thee – ไหว


โชติภัทรเงียบหายไปหลังคำถามนั้น ก่อนหน้านี้พวกเขาตกลงกันว่าจะขับรถไปเนื่องจากสะดวกที่สุดแล้ว จะไปรถเมล์ก็หลายต่อ รถไฟฟ้าก็ต้องไปต่อรถเมล์หรือแท็กซี่อีกอยู่ดีเพราะสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินไม่ใกล้กับRCA

ซึ่งคนขับก็ต้องเป็นกันตธีร์ผู้เป็นเจ้าของmazda2คันสวย เพราะว่าที่คุณหมอไม่มีรถ เห็นว่าคันเดิมของพี่จิรภัทรยกให้น้องคนเล็กอย่างวีรภัทรไปเพราะไอ้คนกลางดันเอาแต่สิงอยู่ที่หอ


Chotipat – ก็ได้

Thee - งั้น5ครึ่ง หน้าหอ


แต่ยิ้มกว้างได้ไม่ถึงสิบวินาทีข้อความถัดไปก็เด้งขึ้นมากระแทกตา


Chotipat – แต่ถ้าธีร์มีไข้ก็ไม่ไปนะ


คนโดนห้ามอ้าปากค้างใส่หน้าจอมือถือ ก่อนจะคิดขึ้นมาอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในชีวิต

paracetamolกินได้มากที่สุดวันละกี่เม็ดกันนะ?


++++++


   เมื่อถึงเวลานัด โชติภัทรก็มาปรากฎตัวพร้อมกับเหงื่อเม็ดโตบนหน้าผากบ่งบอกอาการรีบร้อนชัดเจน ฝ่ายคนนั่งกินนอนกินมาทั้งวันก็เสนอให้เดินไปกินข้าวที่หลังม.ก่อนแล้วค่อยกลับมาเอารถที่หอ ถึงแม้จะเป็นหนังรอบ2ทุ่ม แต่การจราจรของมหานครกรุงเทพแห่งนี้ก็ไว้ใจไม่ได้เลยสักนิด  ทั้งคู่จึงรีบจัดการกับมื้อเย็นอย่างรวดเร็วเพื่อทำเวลา

ทว่าเมื่อเดินกลับมาถึงรถ คนตัวสูงก็ชะงักกึก ส่งผลให้คนที่เดินตามมาถอยเท้าแทบไม่ทัน

กันตธีร์มองมือที่แบมาตรงหน้าอย่างงุนงง


“กุญแจรถ” เจ้าของมือบอกเมื่ออีกฝ่ายยังคงยืนนิ่ง

“ห๊ะ?” ปากก็ยังเผยอค้างอย่างไม่เข้าใจแต่มือก็ยื่นให้แบบไม่ทันคิด ...หรืออุบัติเหตุเมื่อวานจะทำให้สมองเขากระทบกระเทือน?


โชติภัทรปลดล็อคแล้วส่งตัวเองเข้าไปนั่งที่คนขับ ทำให้ฝ่ายเจ้าของรถต้องรีบอ้อมมาขึ้นอีกฝั่งทันที


“ปวดแขนไม่ใช่หรือไง” คำอธิบายลอยมาพร้อมกับการสตาร์ทรถ “ที่ฉีดบาดทะยักน่ะ”


กันตธีร์ยกมือลูบต้นแขนซ้าย จริงดังที่อีกฝ่ายว่า...ตรงที่ฉีดยาปวดตึงมาตั้งแต่เมื่อคืน ถึงจะดีขึ้นบ้างแล้วแต่พอออกแรงยกแขนหรืออะไรเข้าหน่อยก็ปวดขึ้นมาอีก เขาก็ยังคิดอยู่เลยว่าคงมีปัญหาเวลาเข้าเกียร์


“มีใบขับขี่แน่นะ” คนรักรถถามหวาดๆ

“มีสิ ถึงจะขับไม่บ่อยแต่จะพยายามไม่เอาไปเจิมนะ” มือใหม่หัวเราะแบบไม่เพิ่มความมั่นใจแต่อย่างใด


เจ้ารถเล็กสีควันบุหรี่แล่นผ่านยามค่ำของเมืองกรุงแห่งแสงสีอย่างใจเย็น คนที่ออกตัวว่าขับรถไม่บ่อยขับได้นุ่มนวลกว่าที่คิด เรียกได้ว่านิ่มกว่าเจ้าของรถที่ใจร้อนหลบในจนเพื่อนๆ ไม่ค่อยอยากฝากชีวิตไว้เสียอีก

ถึงแม้จะไม่มีเสียงพูดคุยกันแต่บรรยากาศในกล่องโดยสารก็ไม่ชวนอึดอัดสักนิด กันตธีร์พอใจกับความเงียบ เขาเหม่อมองแสงไฟข้างถนนที่วิ่งเป็นสายอย่างใจลอย ด้านโชติภัทรก็ดูตั้งสมาธิกับการขับรถจนไม่นึกอยากเปิดบทสนทนา


ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ในการผจญกับแพรถยนต์จำนวนมาก ในที่สุด mazda2 ก็มาจอดเข้าซองอย่างสวยงามอยู่หน้า house rama RCA เป็นที่เรียบร้อย

คนนั่งเฉยตลอดทางลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจเบาๆ ในขณะที่อีกคนเช็คล็อคประตูรถ


“ธีร์กินอะไรหน่อยไหม” พยักเพยิดไปทาง top supermarket ที่อยู่ติดถนน

“ไม่ล่ะ” ส่ายหน้าเบาๆ พร้อมกับประหลาดใจในความคุ้นเคยกับสถานที่ของอีกฝ่าย “มาบ่อยหรือ?”

“จะว่าบ่อยก็ไม่ แต่เคยมาหลายครั้งแล้ว”

“ดูหนัง?” เพราะคงไม่ได้มาเที่ยวผับเอาแถวนี้แน่

“ใช่ คนเดียวด้วย หนังนอกกระแสแบบนี้หาคนดูด้วยยากตายชัก” พูดพลางหัวเราะในคอ และเอื้อมมือไปแตะข้อศอกอีกฝ่ายเบาๆ “ไปเอาตั๋วก่อน”


ร่างสูงโปร่งเดินนำไปก่อนให้คนขาสั้นกว่าเดินตามไปแบบไม่เร่งรีบ


อาคาร RCA plaza ดูมีอายุไม่น้อย แต่พอเดินผ่านโรงหนังUMG RCAที่ชั้น2 ขึ้นมาถึงชั้น3 ก็ต้องแปลกใจกับการตกแต่งที่ดูสะอาดและหรูหราไม่น้อยเทียบกับภายนอก บริเวณด้านหน้ามีคนนั่งรออยู่ก่อนสองสามคน ฝ่ายชำนาญทางตรงเข้าไปคุยเรื่องตั๋วที่เคาท์เตอร์ ปล่อยให้คนที่เพิ่งเคยมาสำรวจรอบๆ อย่างตื่นเต้น

ป้ายโฆษณาภาพยนตร์หลายเรื่องที่ติดอยู่ดึงดูดความสนใจได้ไม่น้อย ชายหนุ่มจึงเริ่มเห็นลางเสียทรัพย์ในอนาคตลอยมาชัดเจน


หลังจากที่จัดการกับตั๋วเรียบร้อยก็เข้ามาสู่โถงยาวที่มีผนังสีขาว ส่วนของร้านอาหารและร้านค้าตอนนี้เลยเวลาปิดมาสักพักแล้ว แต่คนตัวเล็กก็ไม่วายไปเกาะกระจกดูห้องสมุดDVDจนฝ่ายที่พามาเริ่มรู้สึกเหมือนพาเด็กมาเที่ยวสวนสัตว์ 

พอหาที่ทางนั่งรอได้แล้วโชติภัทรชี้ให้กันตธีร์ดูลายบนผนังที่เหมือนเกมต่อจุดที่เคยเล่นสมัยเด็กๆ ทำให้มองได้เพลินๆ ไม่ต้องเบื่อกับการรอเวลา


“ไปเข้าห้องน้ำก่อนไหม”

“หืม? อีกตั้ง 10 นาที” ถามตามความเคยชินกับโรงภาพยนตร์ทั่วไป

“ที่นี่ไม่มีโฆษณา หนังฉายตรงเวลา เดี๋ยวเข้าห้องน้ำแล้วก็จะได้เข้าไปรอก่อนเลย”


ว่าแล้วก็ต้องเชื่อฟังเจ้าถิ่น จึงได้แต่เดินตามต้อยๆ ไปจนถึงห้องน้ำที่ตกแต่งได้แนวไม่แพ้ข้างนอก ถึงจะดูโทรมไปหน่อยแต่ก็ดูเถื่อนอย่างมีศิลปะไปอีกแบบ

พอจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็ถึงเวลาเข้าโรง กันตธีร์แอบสำรวจคร่าวๆ น่าจะมีราวสิบกว่าคนเท่านั้น แถมยังนั่งกันกระจัดกระจายราวกับจะบอกกันชัดเจนว่าอย่าได้เข้ามารบกวนในรัศมีส่วนตัว สมกับเป็นหนังอินดี้ในโรงหนังทางเลือกจริงๆ...


“อ่ะ โทษที”


คนกำลังใจลอยสะดุ้งเมื่อยกแขนไปชนกับคนข้างๆ ที่กำลังจะวางแขนบนที่กั้นพร้อมกัน โชติภัทรยิ้มให้ก่อนจะหันไปกอดอกนั่งนิ่งเป็นการตัดปัญหา


หนังเริ่มฉาย...

โทนของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นไปตามหนังcultทั่วไป ความอึมครึมในทุกอณูของมุมกล้องถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีสมกับเป็นผลิตภัณฑ์ของประเทศคิดมากเช่นญี่ปุ่น ตัวเอกของเรื่องผู้เป็นเด็กชายวัยประมาณมัธยมดำเนินเรื่องราวประหลาดโลกไปพร้อมกับสีหน้านิ่งเฉยเกินวัย ส่วนเด็กสาวก็แสดงสีหน้าเย็นชาออกมาบนใบหน้าสะสวยแต่ขาวซีดและล้อมกรอบด้วยผมยาวสีดำเหมือนตุ๊กตา

จู่ๆ บนจอก็ฉายภาพของร่างไร้ชีวิตในสภาพที่ไม่น่าดูจนอดจะสะดุ้งไม่ได้ กันตธีร์ลูบต้นแขนตัวเองเบาๆ ก่อนจะแอบเหลือบมองคนข้างตัว โชติภัทรยังอยู่ในท่ากอดอกหลังพิงพนัก สายตามองผ่านกรอบแว่นไปยังจอใหญ่แบบไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้นให้เห็น


จะว่าจิตแข็ง...หรืออาจจะเห็นจนชินก็เป็นได้


หลังจากนั่งสะดุ้งนั่งเกร็งนั่งลุ้นอยู่ราว2ชั่วโมง ภาพของเด็กสาวที่ลูบเส้นเชือกที่พาดบนลำคอก่อนจะหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุขก็ฉายขึ้นเป็นตอนจบ

เนื้อเรื่องออกจะแตกต่างจากในหนังสืออยู่บ้าง เกิดจากการผูกเรื่องราวหลายบทหลายตอนให้มารวมอยู่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ทำได้ลงตัวและไม่บั่นทอนสาระสำคัญจนเขาต้องชื่นชมในใจ เพราะเนื้อเรื่องดั้งเดิมก็มีความซับซ้อนและมีจังหวะการดำเนินที่แปลกประหลาดไม่น้อย


“เป็นไง?” โชติภัทรถามสั้นๆ ขณะถอดแว่นแล้วนวดที่หัวตาตัวเอง

“ดี...บทหนังดีมากทีเดียว”

“ถ่ายดีมากด้วย เก็บรายละเอียดครบมาก”


คนที่ปกติใส่แว่นติดหน้าตลอดหันมาแบบไม่มีกรอบสีดำบังบนหน้าทำให้ดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย และยิ่งยืนยันความเป็นพี่น้องกับวีรภัทรได้เป็นอย่างดี

ใบหน้าขาวแบบคนไม่ค่อยเจอแดดรับกับคิ้วเข้มได้รูปและจมูกโด่งเป็นสันชัดเจนจนน่าอิจฉา ส่วนเรียวปากก็ยิ้มจางๆ ให้แบบที่คุ้นตา ทำเอาตาพร่าจนต้องเอ่ยปากสั่ง


“ใส่แว่นเหอะ”

“หืม?”

“หล่อไปว่ะ หมั่นไส้”


โชติภัทรชะงักก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วใส่แว่นกลับเข้าไปตามที่บอก จากนั้นจึงสะกิดให้อีกฝ่ายลุกออกจากโรงตามคนอื่น


พอเริ่มตกดึก บรรยากาศของRCAก็เริ่มต่างจากช่วงกลางวันที่เงียบเหงา ถ้าคนที่มาด้วยไม่ใช่นักศึกษาคณะแพทย์ที่ดูอดนอนแบบนี้ แต่เป็นเพื่อนวิศวะสักกลุ่มคงได้มีชวนไปต่อroute66หรืออะไรเทือกนั้น


“ขับไหวหรือเปล่า?” เจ้าของรถท้วงคนที่ทำท่าจะเข้าไปขับเหมือนตอนขามา

“หืม?”

“เป็นถุงขนาดนี้ จะไม่เอารถไปแหกโค้งลงคูที่ไหนใช่ไหม?” กันตธีร์ชี้ที่ใต้ตาซึ่งเป็นหลักฐานหนี้ชั่วโมงนอนแบบรูปธรรม ร่วมกับเมื่อกี้ที่อีกฝ่ายนวดหัวตาก็แสดงว่าล้าอยู่ไม่น้อย

“ไหว” ยิ้มตอบ “ธีร์ต่างหากที่ควรพัก นี่ปวดแผลบ้างหรือเปล่า?”

“...ไม่ปวด”

“ขึ้นรถเถอะ จะได้รีบกลับไปพัก”


ในรถยังคงเงียบสนิทเหมือนตอนแรก คนนั่งเฉยๆ พยายามคิดหาอะไรมาชวนคุยแต่ก็คิดไม่ออก เพราะไม่ว่าจะเมื่อไหร่ โชติภัทรก็เป็นคนชวนคุยก่อนเสมอ ทำให้ตอนนี้เขานึกออกแต่คำถามโง่ๆ ที่นอกจากจะไม่ทำให้มีบทสนทนาต่อเนื่องแล้วยังรบกวนสมาธิคนขับเสียเปล่าๆ


เวลาสี่ทุ่มกว่าเริ่มเข้าช่วงหลับไหลของเมืองกรุง รถราบนถนนน้อยลงอย่างมีนัยยสำคัญจนใช้เวลาไม่มากนักก็กลับมาถึงมหาลัย

กันตธีร์สะดุ้งตื่นเมื่อโชติภัทรแตะเขย่าที่ข้อศอก


“ธีร์...ถึงหอแล้ว” เสียงนุ่มบอก ไม่มีเค้าความขัดเคืองอะไรให้ได้ยิน

“...โอย โทษที เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้”

“ไม่เป็นไร ธีร์ขึ้นไปนอนดีๆ เถอะ แผลยังไม่หายดีมันก็เพลียแบบนี้แหละ”


คนเพิ่งตื่นรีบลุกขึ้นจนเดินเซเบาๆ ให้อีกฝ่ายต้องคว้าแขนเอาไว้

ชายหนุ่มรู้สึกหน้าร้อนวูบ เขาออกจะเอาเปรียบมากเกินไปแล้ว ทั้งลากออกมาดูหนัง ถึงเขาจะเป็นคนจ่ายเงิน แต่ก็ให้อีกฝ่ายขับรถให้ แล้วแทนที่จะนั่งเป็นเพื่อนก็ดันไปหลับใส่อีก แถมยังไม่มีการถือโทษโกรธเคืองอีกต่างหาก!


“โทษทีๆ จะเลี้ยงหนังตอบแทน แต่กลายเป็นลำบากแทนหรือเปล่านะ”

“ไม่หรอก ไม่เป็นไร” รอยยิ้มจางๆ อีกแล้ว

“...อืม”

“ไม่เป็นไรจริงๆ” ยืนยันอีกครั้งเมื่อเห็นว่ายังทำหน้ามึน “ไว้วันหลังมีหนังน่าสนใจไปดูด้วยกันอีกนะ”


โชติภัทรยื่นกุญแจรถคืนให้ ก่อนจะเดินแยกไปทางหอตัวเอง กันตธีร์ยืนอึนอยู่สักครู่ก่อนจะเดินขึ้นหอบ้าง เขาทักรูมเมทสองสามคำ ซึ่งก็ได้รับคำบ่นกลับมาเรื่องการไม่เจียมตัวกับเรื่องแผล ไอ้ตัวเล็กของกฤษณ์จึงชิ่งไปอาบน้ำแล้วกลับมาซุกตัวเอาผ้าห่มคลุมโปงหนีคุณพ่อขี้บ่น


เขาหยิบมือถือมาตั้งนาฬิกาปลุกก่อนนอน แล้วก็เลยเถิดไปเปิดดูlineที่ไม่มีข้อความใหม่ ชายหนุ่มมองหน้าจอที่แสดงบทสนทนาเมื่อเช้าค้างไว้อย่างชั่งใจก่อนจะกดพิมพ์ข้อความสั้นๆ

ไม่กี่อึดใจมือถือก็สั่นครืดคราด


Chotipat – ฝันดีเหมือนกัน


คืนนี้...ก็คงจะฝันดีล่ะมั้ง...



TBC...


::TALK::

มาดึกอีกแล้ววววววววววววว  :katai4:

กลับมาแล้วค่า แอบหายหัวไปเล็กน้อย อาทิตย์ที่ผ่านมาสอบกระหน่ำมาก โดนอาจารย์สับซอยเละเทะไม่เหลือชิ้นดีกลายเป็นหมูบดบะช่อ  :pigha2: 5555

ตอนนี้แอบสั้นกุด ขออภัยจริงๆ แต่ว่าขอกรีดร้องหน่อยเถอะ... "first date"เลยนะะะะะ กรี๊ดดดดดดดดด  :-[ 55555555555555

แต่ไม่หวานสักกะติ้ด //โดนคนอ่านเอาของเขวี้ยง  :z6:

ก็เขายังมิได้เป็นอะไรกันน่ะค่ะ คิดว่าก็คงจะมุ้งมิ้งประมาณนี้แล ตอนอ่านทวนแล้วรู้สึกเหมือนจะไปนำเที่ยว house มากกว่า 555 แต่ก่อนคนเขียนชอบไปดูหนังค่ะ แต่พักหลังๆมานี่ชีวิตยุ่งเกิ๊น ไม่ได้ไปนาน ไม่รู้ยังเป็นแบบที่จำได้อยู่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม...อย่าเพิ่งเบื่อกันไปก่อนนะคะ จะปั่นมาต่อเรื่อยๆน้าาาา  :katai5:

ขอบคุณทุกคนค่ะ เลิฟฟฟ  :กอด1:


::comment::

iforgive - กับธีร์มันก็จริงใจนะค้าาา 555 ว่าแล้วก็รอดูกันต่อไป

quiicheh. - คนเขียนอ่านแล้วฟินแทน หลงรักนายโชบ้างแล้วสินะคะ  :o8:

korinasai - เจ็บ จุก จริง เห็นด้วยอ่ะ เห็นมากๆๆ [คนเขียนเรียนหมอ]  :hao5:

พลอยสวย - ปั่นสุดใจค่าาา  :katai4:

dradareal - ขอบคุณค่า ดีใจจัง มีคนหลงรักพระเอกของเราแล้วๆ

Zelsy - ใช่เลยค่ะ คนที่จริงจังกับอะไรนี่มันเท่จังน้อ [ความชอบส่วนตัว]

kun - เอากลับไม่ได้นะคะ ของธีร์! 5555

ArgèntaR๛ - ขอบคุณค่า มันก็จะค่อยๆเป็นค่อยๆไปอย่างนี้ล่ะเนอะ ดีใจจัง  :-[

konnarak - ขอบคุณค่าาา มาต่อแล้วน้าๆๆๆ  :katai4:


อยากจะบอกว่าคนเขียนฟินที่คนอ่านบอกว่ารักโช ตอนที่แล้วประสบความสำเร็จอ้ะ ฟินๆๆ รักคนอ่านมากมายยยยย  :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
หลงเลยค่า หนุ่มแว่นพอถอดแว่นแล้วฮึ้ย :P
เป็นเฟิร์สเดทแบบไม่หวานแต่ก็ดูห่วงใยกันดีจัง เขิน

ปล.เพิ่งรู้นะคะว่าแถวอาร์ซีเอมีโรงหนังแบบฉายหนังนอกกระแสนึกว่ามีแต่ผับ
*ซาว์นมา* 555555555555555555555

ออฟไลน์ พลอยสวย

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-5
 :m23: อัพดึกแต่ไหน แต่เราอ่านดึกกว่า55

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Zelsy

  • เพราะ "รัก" คำเดียวเท่านั้น
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-2
โชนี่ นอกจากจะเท่แล้วยังหล่ออีกเนาะ ใจละลายยยย <3

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6843
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
ไม่หวานแต่แบบนี้ก็ดีนะ ค่อยเป็นค่อยไปดี

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ชอบเรื่องราวที่ไปเรื่อย ๆ แบบนี้ล่ะค่ะ ไม่เครียดดี
สองหนุ่มยังมีนัดครั้งต่อ ๆ ไปให้ได้ลุ้น

ออฟไลน์ lune

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 697
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-2

ออฟไลน์ Whatever it is

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4004
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +380/-8
ชอบแนวนี้อะ ตัวละครทุกตัวก็น่าสนใจมากค่ะ

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
09



อะไรเอ่ย...คือความสำคัญของเดือนตุลาคม?


"ธาว่าจะไปกับเพื่อนที่คณะ แล้วพี่ธีร์ล่ะคะ?"

"ไม่รู้เลย"

"...งั้นธาไปกับพี่ธีร์ก็ได้นะคะ" เสียงหวานที่เจื้อยแจ้วมาตามสายอ่อยลงเล็กน้อยจนคนฟังต้องเรียกตัวเองขึ้นมาจากความเนือย

"เฮ้ยไม่ต้อง เราก็ไปกับเพื่อนสิคะ พี่ชายไปคนเดียวได้สบายมาก"

"ไปคนเดียวอีกแล้ว ชวนเพื่อนไปสิคะ พี่หมีก็ได้" ฟังได้ดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ

"อย่าเลย ช่วงนี้พี่วุ่นๆ กับโปรเจคกันอยู่ อาจจะไม่ว่างไปเหมือนกัน"

“เห! จริงหรือคะ ยุ่งขนาดนั้นเชียว!?”


กัลยธาง้องแง้งมาตามสายอีกหลายประโยคก่อนที่ฝ่ายพี่ชายจะหาโอกาสตัดบทแล้ววางสายได้

ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนล้า ช่วงนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์อยากทำอะไรนัก หนังสือที่ชอบอ่านก็ดองเอาไว้เป็นกอง มันเหนื่อยๆ เพลียๆ จนอยากจะนั่งอยู่เฉยๆ มากกว่า ว่าแล้วก็แหงนศีรษะพร้อมถอนหายใจ


"ถ้ามึงถอนหายใจอีกทีกูจะถีบมึงออกจากห้อง"


กฤษณ์คำรามมาจากอีกมุมห้องหลังโน้ตบุ๊คคู่ใจ ใบหน้าที่มีรอยยิ้มอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจกลับมืดทะมึนมาแต่ไกล กันตธีร์จึงจงใจถอนหายใจแรงๆ ให้อีกทีเป็นการตอบสนองคำขอของเพื่อนรัก


"พ่อมึง...กวนตีนนะสัด"

"พ่อกูกวนตีนจริงด้วย มึงรู้ได้ไง"

"ไอ้ ตัว เล็ก!!!"


พ่อหมีองค์ลงผุดลุกขึ้นมาอาละวาดกระโจนใส่คนที่รีบมุดหนีเข้าใต้กองผ้าห่ม คนตัวเล็กยื้อผ้านวมเอาไว้ราวกับเป็นเกาะกำบัง ฝ่ายจู่โจมเลยเอาตัวล้มทับ แล้วแย่งหมอนฟาดกันอุตลุด ท่อนแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อล็อคหัวเหยื่อกดกับหมอนจนคนหาเรื่องหอบเหนื่อยพูดไม่เป็นคำนั่นแหละถึงได้ฤกษ์หยุด


"ยังจะกวนตีนกูอีกไหม"

"ไอ้...ไอ้หมียักษ์ ไอ้แรงควาย มึงขี้โกง!!"

"ตัวเล็กแล้วยังจะเปรี้ยวตีน หาเรื่องกูก่อนเองนะ"

"ความสูงกูมาตรฐานชายไทยเว่ย!!"


คนฟังเหล่ตามองส่วนสูง174เซนติเมตรอย่างเหยียดหยาม ถ้านับแต่ความสูงก็คงไม่ได้เรียกว่าเตี้ย แต่ไอ้หนอนหนังสือตัวนี้มันแทบไม่เคยเล่นกีฬา มีบ้างเหมือนกันที่พยายามจะเข้าฟิตเนสเพื่อเล่นกล้าม แต่โครงสร้างสรีระที่ผอมบางก็ไม่เอื้อให้เป็นประเวศน์ยิมแต่อย่างใด

ฝ่ายถูกดูถูก(แล้ว)เลยออกลายอาละวาดอีกรอบ แต่ไม่ถึงนาทีก็โดนหมีพันธุ์กล้ามตะปบจนนอนนิ่งลงไปอีก


"โอ้ย มัวแต่ยุ่งกับมึง งานแม่งไม่เดิน"

"...ก็ดี"

"ดีพ่อง!!"

"...ก็มึงเอาแต่ทำหน้าโลกแตก" สภาพยับเยินขุดตัวเองขึ้นมาพร้อมอาการหอบ "ได้ออกแรงแล้วอารมณ์ดีขึ้นไหมล่ะ?"


กฤษณ์มองไอ้ตัวเล็กที่พยายามจะเอามือสางผมให้เข้าที่แล้วจึงเอาอุ้งมือยักษ์ไปยีจนยุ่งใหม่อีกรอบ


"โอ้ยเชี่ย!!"

"ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดีเลย มึงก็แค่จิตว่างเลยหาเรื่องกวนตีนกู"

"แม่ง...รู้ทันตลอด"


บ่นอุบอิบ แต่เมื่อเห็นว่ารอยขมวดที่หว่างคิ้วเพื่อนดูคลายลงกันตธีร์ก็ยิ้มออก

ฝ่ายกฤษณ์ก็กลับไปนั่งทำงานด้วยสมองที่ปลอดโปร่งขึ้น เขารู้ดีว่าตัวเองเครียดมากกับโปรเจคที่ดูลุ่มๆ ดอนๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขนาดทำให้รูมเมทผู้ปลีกวิเวกสังเกตได้ ไอ้ตัวเล็กมันกวนตีนกว่าปกติคงเพราะเครียดไม่ต่างกัน แต่กลับมาตอแยด้วยผิดวิสัยแสดงว่ามันก็เป็นห่วงเขาอยู่ไม่น้อย

พอหันกลับไปมองก็เจอสิ่งมีชีวิตผอมบางกว่าค่าเฉลี่ยนั่งเหม่อหน้าเบื่อโลกอยู่บนเตียง...หรือเขาจะปล่อยรังสีทะมึนมากเกินไปกันนะ?


ส่วนกันตธีร์ยังคงนั่งใจลอยอยู่ที่เดิม ชายหนุ่มนึกเป็นห่วงเพื่อนร่วมห้องไม่น้อย แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก โปรเจคของเขาค่อนข้างจะราบรื่นเมื่อเทียบกับเพื่อน ความจริงก็ไม่ต้องคร่ำเคร่งอะไรนักก็ได้แต่ไม่อยากจะทำตัวสบายอกสบายใจเกินไปเพราะมันจะยิ่งสร้างความกัดดันแก่อีกฝ่าย

ช่วงนี้อยู่ติดห้องให้มากหน่อยดีไหมนะ...


"จะไปงานหนังสือหรือเปล่า?"


คนตกในภวังค์ความคิดสะดุ้งเฮือก


"ว...ว่าไงนะ"

"...มึงก็ได้ยินนี่" กฤษณ์ตอบเสียงเบื่อ

"อ้อ...” ลากเสียงเพื่อตั้งสติ “ยังไม่รู้เลยว่าจะว่างวันไหน แต่คงไปแหละ"

"โปรเจคมึงออกจะฉิว ไปได้อยู่แล้ว"

"...ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก" รับคำเสียงหวิว

“ไม่ต้องเกรงใจกูขนาดนั้นก็ได้” คนยังมีภาระเงยหน้ามามองเต็มตาแล้วย้ำคำ “จะไปไหนก็ไปเหอะ”


มึงจะมีญาณมากไปแล้วไอ้หมี!

ตัวเล็กของพ่อหมีอ้าปากค้าง


เรื่องงานหนังสือเขาก็คงหาวันธรรมดาตอนบ่ายแวะไปสักวัน คนจะได้ไม่เยอะมากให้พอจะเลือกของได้อย่างสบายใจ แต่ไอ้จะไปกับใครนี่สิ...ปกติเขาก็ชินกับการไปไหนมาไหนคนเดียว และครั้งนี้ก็คงจะเหมือนเดิมถ้าไม่มีใครอีกคนโผล่เข้ามาในมโนความคิด


Thee – จะไปงานหนังสือไหม

Chotipat – มีสอบลงกองศุกร์หน้า

Chotipat - คงไม่สะดวกเท่าไหร่ ขอโทษนะธีร์

Thee – หลังศุกร์หน้ายังมีเสาร์อาทิตย์สุดท้ายไง

Chotipat - ขอดูอีกทีแล้วกัน


เป็นอันจบประเด็น...

หลังจากไปดูหนังกันเมื่อสองสัปดาห์ก่อน นายโชติภัทรก็ดูจะพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกตลอด เห็นว่าเป็นคนดวงยับเยินถล่มทลายทำลายสติถิ อยู่เวรวันไหนวันนั้นลุกเป็นไฟจนพี่แพทย์ประจำบ้านแทบจะไล่กลับหอไม่ต้องมาอยู่เวร พอหนักเข้าเลยหายหน้าหายไปราวกับช่วงก่อนหน้านี้ที่เดินเจอกันเป็นว่าเล่นได้ใช้ความบังเอิญทั้งชีวิตไปจนหมดแล้ว ซึ่งกันตธีร์ก็คงจะไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายหายหัวไปไหนถ้าหนังสือที่วางอยู่ข้างหมอนไม่ได้มีเจ้าของเป็นนักศึกษาแพทย์ดวงเดือดคนนี้

จะว่าไปมันก็ไม่แปลกอะไรนัก ต่างคนก็ต่างยุ่งวุ่นวายขนาดนี้ ถ้าได้เจอกันบ่อยสิน่าประหลาด


นักศึกษาปีแก่แห่งคณะวิศวะดีดตัวลุกขึ้นสะบัดตัวขี้เกียจที่เกาะอยู่ให้พ้นตัว แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเสียงริงโทนเพลงฝรั่งก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน

เจ้าของเอื้อมมือไปคว้าก่อนจะขมวดคิ้วกับชื่อที่โชว์ขึ้นมาบนหน้าจอ


'A.Itthinon'


++++++


'ลอกโปรเจค'


กันตธีร์รู้สึกชาวาบไปทั้งตัวพร้อมกับความรู้สึกแปลบปลาบในหน้าอก อาจารย์ที่ปรึกษาร่างเล็กเรียกเขามาพบด่วนพร้อมกับข่าวร้าย


อาจารย์อิทธินนท์ได้ไปคุยกับอาจารย์ท่านอื่นเรื่องโปรเจคจบ คุยไปคุยมาทั้งคู่ก็เริ่มจับเค้าลางอะไรได้ ทั้งๆ ที่ปกติเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ แต่ก็ได้นำไฟล์โปรเจคบางส่วนของนักศึกษาทั้งสองมาเทียบ


มีการลอกข้อความบางส่วนมาราวกับตัดแปะ


เล่าถึงแค่ตรงนี้กันตธีร์ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บในหน้าอก เขารู้ดีว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเขาเองที่เป็นคนส่งไฟล์ให้เพื่อนคนนั้นดูเป็นแนวทาง เนื่องจากปีนี้มีคนทำโปรเจคไฟฟ้าสื่อสารไม่มาก กอปรกับอีกฝ่ายก็มีปัญหาเรื่องเรียนอยู่เดิมทำให้เขาใจอ่อน

ไม่คิดว่าจะทำกันแบบนี้...ไม่สิ คงคิดอะไรไม่ได้เลยถึงทำอะไรไร้สมองแบบนี้ ทว่าจะโทษอีกฝ่ายอย่างเดียวก็ไม่ได้ เขาเองก็ไม่ควรส่งให้ตั้งแต่แรก ตอนนั้นจิรณัฐก็เตือนแล้วแท้ๆ แต่เป็นเขาเองที่มองโลกในแง่ดีเกินไป


"ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ลอก เป็นข้อดีที่เราคุยกันตลอด" อาจาร์อิทธินนท์พูดเสียงเรียบ "แต่คุณเข้าใจใช่ไหมว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย  เรื่องนี้ต้องส่งให้กรรมการพิจารณาบทลงโทษ"

"...ครับอาจารย์" เค้นเสียงตอบอย่างยากลำบาก

"ผมจะพยายามช่วยคุณเต็มที่ ผมรู้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน แต่ก็ยังรับปากอะไรไม่ได้ ตอนนี้คุณทำหน้าที่ของคุณต่อไปก่อน ถ้าเรื่องคืบหน้าอย่างไรผมจะติดต่อไปแล้วกัน"

"ขอบคุณมากครับอาจารย์"


คนเป็นครูเอามือบีบไหล่ลูกศิษย์แน่นๆ เป็นการให้กำลังใจ กันตธีร์ยกมือไหว้ลาด้วยความรู้สึกซึ้งใจที่อย่างน้อยอาจารย์ที่ปรึกษาหน้านิ่งคนนี้ก็ยังอยู่ข้างเขา

ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งจนท้องฟ้าดูอึมครึมกว่าที่ผ่านมา






มือผลักประตูกระจกเข้ามาในร้านกาแฟร้านโปรดอย่างอ่อนแรง เขายกมุมปากตอบพนักงานที่ทักทายด้วยเสียงสดใส บรรยากาศร้านที่มีกลิ่นกรุ่นหอมของกาแฟทำให้หัวใจเต้นสงบลง


"มอคค่าหวานน้อยใส่วิปครีม วันนี้รับเป็นแบบไหนดีคะ" พนักงานที่คุ้นหน้าคุ้นตาถามอย่างรู้ใจ

"วันนี้เป็นร้อนแล้วกันครับ"


ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งหลบที่มุมร้าน เขายังไม่พร้อมเจอหน้าใครรวมถึงรูมเมท อาจจะเป็นข้อดีหรือนิสัยเสียส่วนตัวก็ไม่ทราบได้ ที่เวลาเกิดเรื่องอะไรมักจะหนีหายไปตั้งหลักกับตัวเองก่อน พอลำดับอะไรในตัวจนเรียบร้อยถึงจะไปเปิดปากรายงานคนอื่นหรือบางทีก็เก็บเงียบจนไม่มีใครรู้ไปเลยก็มี


'เลิกนิสัยแบบนี้สักทีได้ไหม เพื่อนกันมันมีเอาไว้ทำอะไร'


กฤษณ์เคยต่อว่าเขามาหลายครั้ง รวมถึงครั้งล่าสุดที่เขาเลิกกับแฟนสาวเมื่อต้นปี คุณพ่อหมีถึงกับงอนจนจะไม่คุยด้วย แต่ตอนนั้นเขาคงดูเฉามากจึงได้รับการให้อภัยอย่างรวดเร็ว


ครั้งนี้ก็คงจะทำให้โกรธอีกแล้ว...


กันตธีร์ถอนหายใจ เขาไม่ชอบความรู้สึกที่ทุกคนมาเป็นห่วง...มันทำให้ทำตัวไม่ถูก ขนาดอยู่กับกฤษณ์มาหลายปีก็ไม่ชินเสียที


ถ้วยกาแฟผสมชอคโกแลตส่งกลิ่นหอมฉุย เนื้อครีมสีขาวค่อยๆละลายลงเป็นหนึ่งเดียวกับของเหลวสีน้ำตาลท่ามกลางเวลาที่เดินไปอย่างเชื่องช้า คนมีเรื่องกังวลไม่ได้อยากกินกาแฟ เขาเพียงซื้อช่วงเวลา

ดวงตาเรียวเหม่อมองผนังร้านอย่างล่องลอย

เรื่องครั้งนี้หนักอึ้งอยู่ในความรู้สึก แถมความคิดก็ดิ่งลงหลุมดำอย่างฉุดไม่อยู่ไปพร้อมกับกระแสอารมณ์

กรณีที่ร้ายแรงที่สุดจะเป็นอะไรกัน? ล้มโปรเจค? ถอนหน่วยกิต? ไล่ออก?


มองไปทางไหนก็เจอแต่ทางตัน ทั้งที่ถึงเรียนไม่จบในปีนี้...ที่บ้านเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ไม่ได้จำเป็นต้องรีบเรียนจบรีบทำงาน...แต่มันเสียศูนย์ เสียความรู้สึก เสียกำลังใจ


เสียงต้อนรับดังขึ้นพร้อมกับบานประตูร้านถูกผลักเข้ามาทำให้คนกำลังฟุ้งซ่านเผลอมองตาม ร่างที่เขาไม่รู้จักในชุดนักศึกษาเดินตรงไปที่เคาท์เตอร์ คณะที่ยังใส่เครื่องแบบแม้กระทั่งวันอาทิตย์คงมีแต่คณะแพทย์

เหตุการณ์ที่เหมือนเดจาวู


ไวกว่าความคิด

คือมือที่กดข้อความส่งไปโดยไม่ผ่านการประมวลผลที่เต็มร้อย


Thee – ทำอะไรอยู่


กันตธีร์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตัวเองกดส่งไปจริงๆ เลยคว่ำจอมือถือลงกับโต๊ะแล้วเอามือลูบหน้าเพื่อเรียกสติ

...ที่เขากำลังทำอะไรอยู่...


และก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือถือสั่นกับโต๊ะจนดังเป็นเสียงแกรกกราก ชายหนุ่มเม้มปากก่อนจะหยิบขึ้นมาเมื่อสั่นเป็นครั้งที่สอง


Chotipat – อ่านหนังสืออยู่หอ

Chotipat – ธีร์มีอะไรหรือเปล่า

Thee – ไม่มีอะไร


หน้าจอแสดงว่าอีกฝ่ายอ่านแล้วค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ข้อความถัดไปจะโผล่มา


Chotipat – ธีร์อยู่ไหน

Thee – ร้านกาแฟในม.

Chotipat – เดี๋ยวไปหา

Chotipat – จะไปซื้อกาแฟ


มือที่กำลังจะพิมพ์บอกว่าไม่ต้องมาชะงักกึก มือถือถูกคว่ำลงกับโต๊ะอีกครั้ง ชายหนุ่มลูบหน้าแรงๆ อีกครั้งเพื่อเรียกสติและสมองที่ดูจะกระจัดกระจายไม่เป็นท่า

กันตธีร์คนที่หนึ่งบอกว่าให้เปลี่ยนร้าน แต่กันตธีร์คนที่สองโวยขึ้นมาว่ามันเสียมารยาท ส่วนกันตธีร์คนที่สามก็เถียงว่าไม่เข็ดกับความน่าหงุดหงิดของโชติภัทรหรือไง แต่กันตธีร์คนที่สี่กลับถามว่าจะหลบหน้ามันทำไม แล้วกันตธีร์คนที่ห้าจึงเสนอให้ไปบอกว่าจะกลับแล้ว


แต่ก่อนที่จะได้ข้อสรุปของกันตธีร์ทั้งหลายในหัว รอยยิ้มที่คุ้นตาก็ลอยมาพร้อมกับลาเต้ปั่นแก้วใหญ่ดังคำกล่าวอ้าง


“นั่งด้วยนะ”


ได้แต่พยักหน้าตอบไปเบลอๆ...


นักศึกษาแพทย์ใกล้สอบหอบเอาปึกชีทหนาเป็นนิ้วที่เย็บรวมกันอย่างสวยงามขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วก็เริ่มต้นอ่านแบบไม่สนใจใคร นานๆ ทีก็เอาปากกาขีดเขียนอะไรขยุกขยิก ไม่ก็พึมพำอะไรบางอย่างที่ไม่ได้ศัพท์

กันตธีร์นั่งมองการกระทำนั้นอย่างงุนงง แต่ก็รู้สึกดีที่อีกฝ่ายไม่พูดหรือถามอะไร เพราะที่เขาไม่อยากเจอหน้าใครมันมาจากการไม่อยากตอบคำถามและรับมือกับปฏิกิริยาหลังฟังเรื่องราว...ถ้าจะแค่หนังอ่านหนังสือเงียบๆ ก็โอเค





มอคค่าร้อนตอนนี้ไม่ร้อนแล้ว ส่วนลาเต้ปั่นก็เหลือแต่แก้วเปล่า

โชติภัทรดึงแว่นออกจากดั้งจมูกก่อนจะนวดขมับอย่างอ่อนล้า ช่วงนี้เขารู้สึกเหมือนสายตาแย่ลง อาจจะทั้งนอนไม่พอและโหมอ่านหนังสือ คนสายตาสั้นเงยหน้าขึ้นทั้งที่ยังไม่ได้ใส่แว่นแต่จากระยะนี้เขาก็เห็นชัดเจนว่ากำลังถูกมอง

จึงยิ้มให้เหมือนทุกครั้ง


“ไปกินข้าวไหม”

“อืม...ไปสิ”


กันตธีร์รออีกฝ่ายเก็บของจนเสร็จจึงลุกขึ้น แล้วคนชวนก็เดินนำออกนอกร้านไปจนถึงตลาดข้างมหาลัย มื้อเย็นวันนี้เต็มไปด้วยความเงียบ นอกจากบทสนทนาพื้นฐานแล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยอะไรเป็นเรื่องเป็นราว


“แวะหน่อย”


โชติภัทรหันมาบอกก่อนจะเดินลิ่วไปต่อคิวยาวเหยียดของร้านน้ำเต้าหู้ปล่อยให้อีกคนยืนตบยุงอยู่ข้างทาง และใช้เวลาอีกสักพักกว่าร่างสูงโปร่งจะกลับมาพร้อมถุงในมือ


อากาศช่วงหัวค่ำของเดือนตุลาคมเริ่มไม่ร้อนระอุ จึงไม่รู้จะบ่นอะไรให้ความเงียบนี้หายไป ถึงจะไม่ได้อึดอัดอะไรแต่ก็รับรู้ว่าโชติภัทรสงบปากสงบคำกว่าปกติ


“จะไม่ถามอะไรหน่อยหรือ?”


สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ทนความสงสัยไม่ได้


“ถ้าธีร์อยากเล่าก็คงเล่าเอง”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่ามีเรื่องจะเล่า”

“...ไม่รู้หรอก” ชัดเจนจนคนฟังแล้วร้องอ้าว “เลยถือโอกาสเปลี่ยนที่อ่านหนังสือไปด้วย ถ้าไม่มีอะไรจริงๆ จะได้ไม่หน้าแตก”

“หืม...แล้วคิดว่าไงล่ะ”

“ไอ้มีคงมี แต่เห็นนั่งซึมอยู่เป็นชั่วโมงๆ ก็รู้แล้วว่าไม่อยากเล่า ก็เลยไม่อยากถามให้ยิ่งอารมณ์เสีย”


กันตธีร์มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้าของคำตอบอย่างหลากใจ ก่อนจะตัดสินใจเปิดปาก เรื่องราวและความกลัดกลุ้มทะลักทลายออกมาทันทีที่เริ่มต้น ฝ่ายโชติภัทรก็เป็นผู้ฟังที่ดีโดยการส่งเสียงตอบรับว่าฟังอยู่แล้วถามอะไรเพิ่มเติมบ้าง


“แล้วอาจารย์บอกให้ทำไง”

“ก็รอ...แล้วก็บอกให้ทำโปรเจคต่อไปก่อน” ถึงตรงนี้ก็ต้องถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ของวัน “ใครมันจะไปมีอารมณ์ทำ จะได้ทำต่อจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้”

“แต่ธีร์ก็จะทำต่อใช่ไหมล่ะ”

“...มันก็ใช่ ขืนไม่ทำต่อแล้วเกิดได้ทำโปรเจคนี้ต่อจริงๆ ก็แย่น่ะสิ” เจ้าของงานยอมรับ “แต่บอกตามตรงว่าโคตรอึน อารมณ์นี้ให้ทำอะไรต่อก็ทำไม่ได้แล้ว”

“ถ้างั้นก็ไม่ต้องห่วงหรอก”

“ไม่ต้องห่วงเชี่ยอะไร!”

“ใจเย็นๆ” โชติภัทรหยุดยืนที่หน้าหอของคนที่กำลังจะสติแตกแล้วหันมาพูดอย่างจริงจัง “ฉันหมายความว่า ไม่ต้องห่วงหรอกว่าจะทำงานต่อไม่ได้ เพราะปกติธีร์เป็นคนที่จัดการกับตัวเองได้ดีนี่ ตอนนี้เรื่องมันเพิ่งเกิด ก็ต้องเสีญศูนย์บ้างเป็นธรรมดา คืนนี้ไปนอนสักตื่น พรุ่งนี้เช้าพอสมองปลอดโปร่งอะไรๆ มันก็จะดีขึ้นเอง”


ถุงน้ำเต้าหู้ถุงหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า ทำให้กันตธีร์เพิ่งสังเกตว่าอีกฝ่ายซื้อมาสองถุง เขาจึงยื่นมือไปรับมาอย่างงงๆ


“กินอะไรอุ่นๆ จะได้หลับสบาย” ว่าที่คุณหมอพูดยิ้มๆ “อะไรที่มันต้องรอก็คือต้องรอ ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจให้สบายแล้วใจเย็นๆ ก่อน”

“...อือ”

“อีกอย่างนะ...ถึงธีร์จะรู้สึกว่าตัวเองไม่น่าเป็นห่วง แต่สำหรับคนรอบๆ ตัวธีร์ยังไงมันก็อดเป็นห่วงไม่ได้หรอก เพราะงั้น จะให้คนอื่นเป็นห่วงบ้างมันก็ไม่ได้รบกวนอะไรใครหรอกนะ”

“...”

“งั้น...ไปก่อนละ หนังสือสอบรออยู่เป็นภูเขาเลย”

“เดี๋ยว” เห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเดินออกไปทันทีเลยเผลอเรียกเสียงดัง ชายหนุ่มกัดปากเบาๆ ก่อนจะส่งเสียงอ้อมแอ้มไม่เต็มคำ “...ขอบใจนะ”


โชติภัทรเลิกคิ้ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ เหมือนทุกครั้งให้คนมองรู้สึกว่าหัวใจที่เต็มไปด้วยความกังวลเต้นช้าๆ อย่างสงบ


“เปลี่ยนเป็นกินน้ำเต้าหู้ให้หมดด้วยแล้วกัน”





TBC


::TALK::

//ปาดเหงื่อ ปั่นเสร็จจนได้  :heaven

เมื่อคืนว่าจะปั่นให้จบ...ปรากฎหลับคาคอมเลยค่า 5555  :z13:

คือง่วงมาก...เบลอสุดๆ ถ้าอ่านตรงไหนๆแล้วมันงงๆ ถามได้นะคะ ไว้จะกลับมาแก้ทีหลังเน้อ

ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะคุยอะไร ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ  :hao5:

จะพยายามลากสังขารมาปั่นให้ต่อเนื่องเน้อ

จุ๊บๆ  :mew1:


ป.ล. มีคำถามที่ค่อนข้างจะโง่วมาถามค่ะ คือเพิ่งเคยเล่นบอร์ดนี้ สงสัยว่า+1กับ+เป็ดมันมีความหมายต่างกันยังไงอ่ะ ลองอ่านกฏบอร์ดดูแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ รบกวนผู้ผ่านผู้รู้ชี้แจงหน่อยนะคะ


::comment::

quiicheh. - ขอกอดทีนึง  :กอด1: อ่านคอมเมนท์แล้วฟิน 555 ลองไปใช้บริการได้นะคะ อุดหนุนโรงหนังดีๆราคาถูก

พลอยสวย - ครั้งนี้ก็ดึกอีกแว้ววววว

Zelsy - ชอบเนอะ คนเขียนก็ชอบ 555 //อวยลูกตัวเอง  :-[

iforgive - ขอบคุณค่า

malula - ดีใจจัง ขอบคุณนะคะ อันนี้ถือเป็นนัดครั้งต่อไปได้ไหมนะ 555

lune -  :pig4: :pig4: :pig4:

Whatever it is - ขอบคุณค่า คนเขียนอินตัวละครทุกตัวเลยค่ะ เวิ่นเว้อมาก 555

ขอบคุณทุกคอมเมนท์เลยนะคะ รักอ่ะะะะ  :-[ :-[

ออฟไลน์ พลอยสวย

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-5
 :กอด1: มาๆๆตัวเล็กมากอดให้กำลังใจ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงที่มอ.เรานะโทษคือพิจารณาไตร่สวนว่าผิดจริงไม่แน่ใจว่าไล่ออกรึพักการเรียน1ปีการศึกษาค่ะ

ออฟไลน์ Zelsy

  • เพราะ "รัก" คำเดียวเท่านั้น
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-2
สงสารธีร์อะ
+เป็ดเป็นการกดเป็ดสีเหลืองที่อยู่มุมขวาของรีฯ ส่วน+1จะกดได้เมื่อมีจำนวนรีฯที่โพส 250 ขึ้นไปอะครับ :)

ออฟไลน์ MaRiTt_TCL

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-5
นั่นไงว่าแล้วต้องมีการลอก TT สงสารธีร์

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
เป็นกำลังใจให้ธีร์ได้ทำโปรเจคต่อนะจ๊ะ  มองโลกในแง่ดีมากไปหน่อยนะ
โช  เริ่มมีความสำคัญกับธีร์มากขึ้นเรื่อยๆ นะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ บ๊ายบายโพ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 369
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
เพิ่งเข้ามาอ่าน แล้วก็รู้สึกว่าตกหลุมรักโชไปซะแล้ว ดูเป็นผชใจเย็นอบอุ่นมากๆเลยอ่ะ ชอบบบบ :man1: เอาใจช่วยธีร์ เพื่อนที่ลอกนี่คือแย่มาก เพื่อนนิสัยไม่ดี :z6:

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6843
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
อืม บางทีอ่านนิยายก็เหมือนได้รับการปลอบใจกลาย ๆ นะ
ตอนนี้อยู่ในอารมณ์คล้าย ๆ กับธีร์ อยากมีเพื่อนแบบโช

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
ธีร์สู้ๆๆๆ นะ

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
โชนี่เป็นได้หมดอะเนอะ ที่ปรึกษา เพื่อน อนาคตแฟน กรั่กๆ
สงสารธีร์คือฮีเย็นมากเป็นเราคงไปเคลียร์กับอีกคนเลย
ดีอ่ะ มีนศษ.แพทย์คอยห่วงนู้นนี้ อิอิ

ออฟไลน์ Whatever it is

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4004
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +380/-8
ง่ะ ธีร์น่าสงสารจัง เจอเพื่อนชั่วซะงั้น

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เครียดแทนธีร์เลยเจอแบบนี้เข้า เซ็งสนิท

ออฟไลน์ AfternoonTea

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ยังไม่มาต่ออีกหรอคะ มีคนรอเรื่องนี้อยู่น้าาาาาา

คิดถึงแล้ววว

อ่านเรืองนี้ทีไรแล้วอุ่นใจแปลกๆดี ^^

 :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ ตีสี่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-5
    • 61'
น่ารัก เรื่อยๆค่อนเป็นค่อยไป

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
คิดถึงเรื่องนี้จังเลยค่ะ :sad4: :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ Fellina

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
ขออย่างโชสักคนจะมีไหม?><
เพิ่งเข้ามาอ่านครั้งแรก
ประทับใจมากเลยค่ะ
สู้ๆนะคะ จะติดตามอย่างเหนียวแน่น
ณ เวลานี้ให้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในห้าเรื่องโปรดเลยค่ะ ^^

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด