Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: SP-HNY2016(31/12/58 p.12) +แจ้งข่าวหน้าแรกค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: SP-HNY2016(31/12/58 p.12) +แจ้งข่าวหน้าแรกค่ะ  (อ่าน 223565 ครั้ง)

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
10



สุดท้ายน้ำเต้าหู้ที่ถูกกำชับให้กินให้หมดก็ต้องกลายเป็นหมันไปอย่างน่าสงสาร เหตุเนื่องจากผู้คนจำนวนมากที่มาชุมนุมกันโดยนัดหมาย


“ถ้าพวกกูไม่รู้เองมึงก็ไม่คิดจะบอกอะไรเลยใช่ไหม?”


กันตธีร์กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก รับรู้ได้ถึงคลื่นความกดอากาศต่ำที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมเหนือน่านฟ้าชีวิตตัวเอง เพราะทุกสายตากำลังประนามเขาอยู่แบบไม่ต้องเดา


“หมี...” เรียกหาตัวช่วย

“มึงไม่ต้องร้องหาพ่อมึงเลย เพราะคราวนี้คุณพ่อมึงเรียกระดมพลเอง” ใครสักคนดักคออย่างโหดร้าย ทำเอาเหยื่อได้แต่ถลึงตาใส่คนต้นเรื่องที่ทำหน้าไม่อนาทรร้อนใจ

“มึงจะได้ไม่ต้องเล่าทีเดียวไง” ...แถมยังยักไหล่แบบลอยหน้าลอยตามาอีกประการ

“กูแค่...อยากมีเวลาคิดคนเดียวก่อน ก็ไม่ได้จะไม่เล่านี่”


คนมีชนักติดหลังกล่าวอ้อมแอ้ม แต่ไม่ทันจะจบประโยคดีก็โดนคลื่นความเห็นโวยวายปฏิเสธไม่รับคำแก้ต่างโดยสมบูรณ์จนคนตัวเล็กเริ่มจะรู้สึกตัวหดลงไปอีก แถมหันไปทางไหนก็เจอแต่สายตาสมน้ำหน้าทับถมซ้ำเติมกันสุดๆ

นี่เขากำลังประสบปัญหาชีวิตมีเรื่องเครียดนะเว้ย!


“พวกมึงก็อย่าไปแกล้งธีร์มันสิวะ แค่นี้แม่งก็เครียดจะตายห่าแล้ว”


ความช่วยเหลือถูกส่งมาจากชายหนุ่มผู้มีใบหน้าสวยราวกับผู้หญิง


“ซอล มึงก็โอ๋ธีร์ตลอด”

“กูเปล่า แต่นี่มันดึกแล้ว และกูอยากฟังธีร์มันเล่ามากกว่าฟังพวกมึงเถียงกัน” ‘วีรินทร์’ หรือ ‘ซอล’ โต้กลับนิ่งๆ จนรอบวงต้องยอมแพ้ “เอาล่ะ ธีร์ สรุปว่าเกิดอะไรขึ้น?”


พอเริ่มจริงจังเข้าทุกคนก็เงียบกริบตั้งใจฟัง ฝ่ายจำเลยเลยต้องเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟังโดนถ้วนทั่ว ตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายมาขอโปรเจคเขาไปดู ซึ่งจิรณัฐผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็แสดงตัวยืนยัน


“ลุยแม่ง!!”

“เฮ้ยๆๆๆ!!”



ใครสักคนลุกพรวดทันทีที่เล่าจบ จนเจ้าทุกข์ตัวจริงต้องรีบกระโจนไปคว้าแขนไว้ก่อนจะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในหอ


“เดี๋ยวสิ! พวกมึงใจเย็นก่อนนะ”

“ธีร์ มึงน่ะใจเย็นเกินไปแล้ว!” คนส่วนใหญ่ก็พยักหน้าหงึกหงักตาม

“เฮ้ยยย คือกูเปล่า...” พยายามค้านแต่ก็ไม่ได้ผล โดยเฉพาะเมื่อคนที่พูดต่อมีคะแนนนิยมสูงลิ่ว

“ตัวเล็ก...กูเห็นด้วยนะ เกิดเรื่องขึ้นแบบนี้มึงก็ควรไปเคลียร์ให้จบเรื่อง ไม่ใช่ปล่อยทิ้งเอาไว้แบบนี้” กฤษณ์ออกความเห็นซึ่งเรียกเสียงไปได้อีกโข

“แต่ว่า...”

“แต่ถ้าเป็นกู กูจะทำเหมือนธีร์นะ” วีรินทร์เอ่ยขัดทุกคนอย่างใจเย็น “กรณีนี้มันไม่ใช่ไปเคลียร์กันแล้วมันจะจบ ถ้าไอ้เพื่อนเรามันไม่ใช่คนลอก ก็ต้องเป็นอีกฝ่ายที่ลอก ของมันชัดเจนแบบที่คุยไปก็อาจจะยิ่งเสียความรู้สึกกว่าเดิม”

“...นั่นแหละที่กูคิดอยู่” กันตธีร์ถอนหายใจ “กูยังคิดว่า...ให้มันเป็นฝ่ายมาคุยมาขอโทษก่อนจะดีกว่า อย่างน้อยก็แสดงความรู้สึกผิดก็ยังดี แต่ถ้าให้กูไปเคลียร์โดยที่ไม่รู้ว่ามันจะรู้สึกอะไรมั๊ย...กูกลัวจะยิ่งเสียความรู้สึกว่ะ”


พ่อหมีของไอ้ตัวเล็กฟังดังนั้นก็เลยเดินมาลูบหัวคุณลูกเบาๆ เป็นการปลอบใจ พร้อมกับคนอื่นที่ก็รู้จักกันมานานพอที่จะเข้าใจและเคารพการตัดสินใจของเพื่อนจึงเลิกล้มความพยายามที่จะเชียร์ให้ไปลุย


“แล้วนี่ธีร์จะยังไงต่อ” จิรณัฐผู้เป็นหนึ่งในคนที่ไม่เหยียบย่ำซ้ำเติมในตอนแรกถามขึ้น

“ก็...อาจารย์อิทธินนท์บอกให้ รอ แล้วก็ทำโปรเจคต่อไปก่อน” คำตอบเดิมกับคำถามเดิมที่มาจากคนละคน

“แล้วใครมันจะมีอารมณ์มานั่งทำต่อวะ” กันตธีร์รู้สึกอยากจะกดไลค์ให้กับถ้อยคำตรงใจนั้นหลายๆ ที

“ก็ถ้าธีร์อยาก ‘มีอารมณ์’ ‘ทำ’ ต่อ ก็มาได้เสมอ เดี๋ยวเจจะบิ้วท์ ‘อารมณ์’ ให้เอง” ยังคงคอนเซปเสมอต้นเสมอปลาย...จนเพื่อนได้แต่รุมถวายมือและบาทากันรอบวงด้วยความหมั่นไส้


เสียงโหวกเหวกดังลั่นจนเกรงใจห้องข้างๆ แต่กันตธีร์ก็รู้สึกยิ้มออกขึ้นมาจริงๆ เป็นครั้งแรกนับจากตอนที่ทราบเรื่อง


บางทีการถูกเป็นห่วงบ้าง...มันก็ไม่ได้แย่เท่าไร

ชายหนุ่มคิดในใจขณะที่กลิ้งถุงน้ำเต้าหู้ในมือเล่นอย่างไม่รู้ตัว





หลังจากที่แสดงความเป็นห่วงกันจนพอใจทุกคนก็ทยอยแยกย้ายกันกลับที่ซุกหัวนอน เหลือวีรินทร์กับจิรณัฐเป็นสองคนสุดท้าย


“มีอะไรก็บอกได้นะธีร์”

“ขอบใจมากซอล” ใบหน้าสวยยิ้มหวานรับจนคนมองแทบตาลาย

“เจอุตส่าห์ไปหอบหิ้วคุณชายวีรินทร์มาให้จากคอนโด ธีร์ให้รางวัลกันหน่อยสิ” จิรณัฐยื่นหน้าหล่อพร้อมยิ้มการค้าเข้ามาแทรกกลางจนเป็นที่คันไม้คันมือของบุคคลที่สามที่สี่

“ไอ้ตอแหล ตอนโทรบอกให้แวะรับมาด้วยแม่งบ่นซะ”

“มึงก็ซื้อรถสักทีสิวะ อยู่คอนโดก็ออกหรูหรา อย่ามาพูดว่าไม่มีตัง มึงขี้เกียจขับก็บอก!”


วีรินทร์ทำหูทวนลมใส่ ก่อนจะบอกลาเจ้าของห้องทั้งสองแล้วลากไอ้ตัวท่ามากประจำกลุ่มออกไปพร้อมกัน


พอความสงบสุขกลับมาเยือนห้องพักอีกครั้ง กันตธีร์ก็ลุกไปหยิบแก้วจากชั้นวางของ พลางชวนคุยเรื่องที่เขายังคาใจ


“มึงรู้เรื่องได้ไงวะหมี”

“กูมีแหล่งข่าวชั้นยอด”


กฤษณ์ยักคิ้วใส่ ทำให้คิดถึงโชติภัทรเป็นจำเลยแรก แต่ก็ต้องปัดตกไปเนื่องจากเขาเพิ่งเล่าให้อีกฝ่ายฟังก่อนที่จะเดินขึ้นมาคงจะไม่สามารถรายงานคุณพ่อของเขาให้เตรียมคนมารุมได้พรั่งพร้อมขนาดนี้


“...ซอล?”

“ถูก เก่งนี่” คนตัวยักษ์คิดอยู่แล้วว่าเพื่อนสนิทคงจะเดาได้ จึงยิ้มรับอย่างไม่แปลกใจ “อาจารย์อิทธินนท์ไปถามไอ้ซอลว่ามึงเป็นคนยังไง คุยไปคุยมา ซอลมันก็โยงเรื่องเองได้ประมาณนึง เลยโทรมาถามกูว่ามึงเป็นไงบ้าง มึงก็ดันหายหัวไป กูเลยจัดเซอร์ไพรส์ต้อนรับซะ”


คนที่ถูกพาดพิงเป็นเพื่อนในกลุ่มอีกคนที่เรียกภาคไฟฟ้า แถมยังเอกสื่อสารเหมือนกันตธีร์ แล้วยังมีอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการคนเดียวกันอีกจึงไม่แปลกที่จะรู้เรื่องมาก่อนคนอื่น

วีรินทร์เป็นผู้ชายที่หน้าสวยเหมือนผู้หญิงโดยกำเนิด ขนาดที่ว่าเคยโดนอาจารย์เรียกไปตักเตือนเรื่องผู้หญิงห้ามใส่กางเกงมาเรียนและมีผู้ชายแท้ๆ มาจีบเพราะคิดว่าเป็นทอม ซึ่งเจ้าตัวก็ดูไม่ได้นำพาอะไรกับเรื่องนี้ แต่ก็ปฏิเสธที่จะแต่งตัวเป็นผู้หญิงตามยุของเพื่อนๆ แบบเสียงแข็ง แม้กระทั่งเจ๊ใหญ่กะเทยประจำกลุ่มก็ยังต้องยกธงขาว

และถึงแม้จะเรียนภาคเดียวกันเอกเดียวกันที่ปรึกษาคนเดียวกันแต่เรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายก็เป็นความลับของจักรวาล เพราะคุณเพื่อนหน้าสวยคนนี้โลกส่วนตัวสูงลิบลิ่ว แถมยังชอบหายตัวไปอย่างปริศนาจนทุกคนเลิกสนใจจะถามตั้งแต่ปลายปี1

ที่วันนี้โผล่มาได้ก็คงเพราะรู้สึกผิดที่ตัวเองทำให้เขาโดนรุมล่ะมั้ง...


“นี่ตัวเล็ก” กฤษณ์ที่บัดนี้ทิ้งตัวลงมานอนเกลือกอยู่บนเตียงเพื่อนแบบไม่ขอคำอนุญาตเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงยานคาง

“หืม?” เจ้าของเตียงเลิกคิ้วถามพลางยกแก้วในมือขึ้นจิบ

“ใครซื้อน้ำเต้าหู้ให้วะ?”


อืม...

กันตธีร์นิ่งค้าง มันไม่ใช่คำถามที่ตอบยาก แต่เขาไม่รู้ว่าเพื่อนต้องการคำตอบแบบไหน


“ถึงกับเงียบเลยหรือวะ”

“กวนตีน”

“เอ้า ด่ากูทำไม”


คนหย่อนระเบิดไว้หัวเราะชอบใจก่อนจะเดินกลับไปทำงานต่อแบบเริงร่าสุดขีด ทิ้งให้ฝ่ายถูกแกล้งยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแบบไร้คำพูด


++++++


กันตธีร์แตะบัตรนักศึกษาเข้ากับเครื่องสแกน ก่อนจะเดินผ่านที่กั้นเข้าไปในโถงห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เขากวาดตามองรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจ ขนาดยามสายของวันหยุดยังมีคนมากมายจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือที่ว่าง...และก็คงจะเป็นเช่นนี้ทุกชั้น

ห้องสมุดกลางนี้มีถึง 4 ชั้น โดยชั้นล่างสุดแบ่งออกโซนนิตยสารที่มีตั้งแต่หนังสือพิมพ์ไทยไปจนนิตสารวิชาการต่างชาติ และโซนสารสนเทศซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเข้าถึง e-booking ของ text ต่างชาติที่มหาลัยไปซื้อลิขสิทธิ์ไว้ได้ตลอดจนห้องดูหนังขนาดเล็ก และห้องประชุมต่างๆ ที่มีเครื่องฉายภาพ ก็มีหลายครั้งที่กันตธีร์กับเพื่อนมาใช้บริการ ตรงจุดประสงค์บ้างผิดจุดประสงค์บ้าง แต่ก็นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดูแลนักศึกษาได้อย่างเยี่ยมยอด


ชายหนุ่มกดเปิด line ในมือถือ ข้อความที่คุยค้างไว้เมื่อคืนยังคงอยู่ที่เดิม


Chotipat – ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดกลางไหม

Thee – ไม่ล่ะ คนโคตรเยอะ

Chotipat – ไม่หรอก ถ้าหาทำเลดีๆ

Thee – เคยลองหาแล้วเหอะ

Chotipat – พรุ่งนี้ลองมาดูไหมล่ะ

Thee – หืม

Chotipat – ถึงแล้วพิมพ์มา

Chotipat – จะบอกลายแทงให้เอง


แล้วมันเรื่องอะไรที่เขาต้องทำตาม...

ชายหนุ่มส่ายหัวให้ตัวเอง ก่อนจะพิมพ์ข้อความไปบอกว่าถึงแล้ว


‘ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น4’


ข้อความที่ตอบมาเป็นคำสั่งสั้นๆ ราวกับอยู่นเกมผจญภัยบางอย่างทำให้คนอ่านหลุดยิ้ม

เอาก็เอาวะ!





ชั้นบนสุดของอาคารคือโซนของหนังสืออ้างอิง และส่วนแสดงถึงความเป็นมาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ที่ชั้นนี้จะมีโต๊ะที่นั่งอยู่จำนวนมาก กอปรกับประเภทหนังสือที่ทำให้ไม่ค่อยมีคนเดินขวักไขว่ จึงเป็นพื้นที่ยอดนิยมของการอ่านหนังสือ


Thee – แน่ใจนะว่าทำเลดี

Chotipat – เลี้ยวซ้าย แล้วตรงเข้าไปจนสุด


คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่สองขาก็เดินไปตามคำบอก เข้าไปสู่โซนของส่วนแสดงที่ตกแต่งคล้ายห้องนิทรรศการซึ่งไม่มีโต๊ะเก้าอี้ให้เห็น ชายหนุ่มเดินผ่านตู้กระจกมากมายไปจนถึงภาพวาดผังอาคารแรกเริ่มเมื่อก่อตั้งมหาวิทยาลัย


Chotipat – หันไปซ้าย แล้วเดินเข้าไปตามทาง

Thee – นั่นมันโซนเจ้าหน้าที่


หน้าจอขึ้นว่าอีกฝ่ายอ่านข้อความแล้ว แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร เขายืนเก้ๆ กังๆ อย่างตัดสินใจไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทำใจว่าเล่นด้วยมาถึงป่านนี้แล้ว...ก็คงต้องเอาให้สุด

พอเลี้ยวไปตามทางแคบๆ นั้น กลับไม่ใช่โซนของเจ้าหน้าที่อย่างที่เคยเข้าใจแต่เป็นชั้นหนังสือซึ่งตั้งเรียงรายจนแน่นขนัด โดยลักษณะของชั้นก็เป็นรูปแบบเก่าก่อนที่ห้องสมุดแห่งนี้จะตกแต่งภายในใหม่เมื่อ 2 ปีก่อน กันตธีร์เงยหน้ามองหนังสือที่เรียงแบบไม่ค่อยเป็นระเบียบ สันหนังสือบ่งบอกถึงชุดของสารานุกรมที่ไล่ไปมาจนเต็มชั้น


‘ช่องที่ 3 จากซ้าย เดินตรงไปจนสุดแล้วอ้อมหลังชั้นที่ขวางอยู่’


ชายหนุ่มเอามือแตะแล้วลูบหนังสือไปตลอดทางเดิน กลิ่นของกระดาษเก่าและชั้นไม้สีเข้มทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ท่ามกลางฉากหนังย้อนยุคสักเรื่อง ความเงียบที่ปกคลุมทำให้ได้ยินแต่เสียงลมเบาๆ จากเครื่องปรับอากาศและฝีเท้าของตัวเอง

กันตธีร์ลากมือไปบนชั้นซึ่งขวางอยู่ที่สุดทางเดิน ก่อนจะเดินอ้อมไปตามคำสั่ง


เบื้องหลังตู้หนังสือใหญ่คือแนวหน้าต่างที่สูงจรดเพดานซึ่งมองเห็นได้จากภายนอกอาคารแต่ไม่เคยรู้ว่าอยู่ตรงไหน ที่ขอบล่างของหน้าต่างถูกต่อออกมาเป็นตู้เตี้ยๆ ตลอดช่วงผนัง

และใครสักคนกำลังใช้มันต่างโต๊ะอ่านหนังสือ


โชติภัทรส่งรอยยิ้มมาให้เป็นอย่างแรก ร่างสูงโปร่งนั่งอยู่ข้างกองชีทและหนังสือเล่มโตก่อนที่จะลุกมาแล้วเลื่อนเก้าอี้อีกตัวให้


“เป็นไง...คนเยอะมั๊ย?” คำกระเซ้าดังขึ้นเบาๆ ชวนให้ถลึงตาตี่ๆ ใส่

“รู้ได้ไงว่าตรงนี้เข้ามาได้” ถามพร้อมทิ้งตัวลงนั่ง

“ตอนปี1 ฉันชอบมายืนดูวิวที่นี่ ตอนนั้นยังไม่ได้ปรับปรุงใหม่ แต่พอปรับปรุงใหม่ก็เลยพยายามหาว่ามันหายไปไหน” เสียงนุ่มเล่า “พอเจอก็เลยยึดเป็นที่ส่วนตัวซะ”

“แล้วไม่เคยมีคนหลงเข้ามาเลยเหรอ”

“มีสิ” เจ้าของที่หัวเราะ “บางคนที่เจอก็จะเอาหนังสือที่ยืมไม่ได้มาซ่อนแถวนี้ เพื่อยึดไว้ดูคนเดียว”

“งั้นทำไมถึงไม่มีคนเข้ามานั่งอ่านหนังสือที่นี่ล่ะ” ชายหนุ่มมองตู้ที่เรียงรายอยู่ อันที่จริง...ถ้ามีเก้าอี้มากกว่านี้ ก็คงจะนั่งได้สักสิบกว่าคน


...เก้าอี้...


“โช...นายไปเอาเก้าอี้นี่มาจากไหน”

ใบหน้าหล่อยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ให้เห็นเป็นครั้งแรก ก่อนจะแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากตัวเอง


“ความ ลับ”


กันตธีร์อ้าปากค้าง ในขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ


“ถ้าจะมาก็บอกแล้วกัน จะไปเอาเก้าอี้มาให้”

“อะไรวะ ไอ้ขี้งก”


คนถูกกล่าวหายิ้มรับแบบหน้าชื่นตาบานจนน่าจัดให้อีกสักชุด แต่ไม่ทันได้ว่าอะไรโชติภัทรก็หันกลับไปสนใจประติมากรรมวิชาการตรงหน้าเป็นที่เรียบร้อย ชายหนุ่มโคลงศีรษะไปมาก่อนจะเอากระเป๋าสะพายวางลงบนโต๊ะ วันนี้เขาไม่ได้เตรียมงานอะไรมาทำเป็นเรื่องเป็นราว เพียงแต่หยิบหนังสือที่อ่านค้างเอาไว้มาเล่มนึงเท่านั้น

ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งเมื่อทั้งคู่กลับไปจมจ่อมกับสิ่งตรงหน้า อากาศเย็นต่างจากอุณหภูมิภายนอกทำให้รู้สึกสบายตัว ส่วนแสงแดดอุ่นๆ ก็ทำให้รู้สึกตื่นตัวกว่าหลอดไฟ ว่าที่วิศวกรกำลังพลิกหน้าหนังสือพลางสำรวจวิวด้านนอกในขณะที่มีเสียงเอ่ยขึ้นลอยๆ


“จางไปเยอะแล้วนะ...”


พอหันกลับไปก็เจอว่าที่คุณหมอกำลังมองมาอย่างพิจารณา ก่อนจะยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปรกอยู่ตรงหางคิ้วแล้วแตะเบาๆ ที่รอยแผลซึ่งเหลือเพียงรอยนูนจางๆ


“นี่คือจะชมว่าตัวเองเย็บสวย?”

“ใช่...แต่ตอนนั้นเหงื่อโง่เต็มหลังเลยนะ”

“แต่ดูดีเชียวนะ” ผู้ป่วยเอ่ยแซว “มีคนไข้ขอเบอร์มั่งไหมคะหมอ?”

“อารมณ์ดีแล้วนี่” แต่โชติภัทรกลับพูดไปอีกเรื่อง จนคนฟังแทบเปลี่ยนเรื่องตามไม่ทัน

“ก็...พอได้นอนสักตื่นมันก็รู้สึกดีขึ้น”

“แล้วได้เล่าให้หมีฟังหรือยัง”

“ยิ่งกว่าเล่าอีก!” ทำเสียงโอด ก่อนจะบ่นหงุงหงิงถึงเหตุการณ์เมื่อวานให้คนฟังหัวเราะสมน้ำหน้า

“แต่ก็ดีแล้ว...ไม่ใช่หรือ” ผู้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ออกความเห็น ฝั่งเจ้าของเรื่องเลยถอนหายใจใส่อีกเฮือกแล้วร่ายต่อ

“ก็ดีล่ะมั้ง อย่างน้อยก็ไม่โดนคุณพ่องอน เห็นแบบนั้นนะ แม่งขี้น้อยใจโคตรๆ ตัวโตเสียเปล่า!”

“ดีแล้ว” โชติภัทรยิ้มพร้อมกับสบตาอีกฝ่าย “ให้คนอื่นเป็นห่วงบ้าง ก็ไม่แย่ใช่ไหม”

“...ก็ ไม่แย่...” ทำให้ต้องเสมองออกไปนอกหน้าต่างขณะรับคำ

“งั้นก็ดีแล้ว” เสียงนุ่มกระซิบให้ได้ยืนผ่านๆ เป็นคำสุดท้ายก่อนจะเงียบไป


เสียงลากปากกาแกรกกรากดังขึ้นสลับกับเสียงเปิดหน้าหนังสือ นานๆ ครั้งก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาหรือเสียงหัวเราะ ...กันตธีร์สูดลมหายใจลึกๆ พร้อมกับความรู้สึกที่ยิ้มได้กว้างขึ้นอีกแม้จะมีเรื่องร้ายๆ ผ่านเข้ามา

ให้คนอื่นเป็นห่วงบ้าง...ก็ไม่แย่...จริงไหม?


TBC




::TALK::

//กราบงามๆ3จบ  :hao5:

ขออภัยคนอ่านอย่างสุดซึ้งจริงๆค่ะ รู้สึกผิดมากจริงๆ รู้ตัวว่าหายไปนานมากกกกกกกก  :sad4: (ฮือ)

ที่หายหัวไปเพราะคนเขียนกำลังวนวอร์ดที่แบบว่า เยินขั้นสุด  :z13: ตอนแรกก็คิดว่าจะแบ่งเวลาได้เลยไม่ได้บอกคนอ่านล่วงหน้า...แต่แบบ อยู่เวรข้ามวันข้ามคืน เวลานอนยังไม่มีเลยค่าาา! รัฐประหารก็ไม่ได้หยุดแต่อย่างใด ทำงานกันหน้าเมือกต่อไป (โฮ)  :heaven

แต่ยืนยันนะคะว่าจะไม่หายหัวไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอน อาจจะช้าหน่อย แต่จะเขียนให้จบนะคะ คือตอนนี้ใจคิดไปถึงตอนพิเศษละค่ะ 5555

สำหรับตอนนี้จริงๆเกือบจะเป็นตอนเดียวกับตอนที่แล้ว แต่มันยาวเลยแบ่งมาลง ใครลืมๆไปก็ลองกลับไปอ่านตอนท้ายของตอนที่แล้วนะคะ อาจจะเข้าใจมากขึ้น

แล้วก็อย่าถามนะคะว่านี่มหาลัยไหน 555 facilitiesเริ่ดเวอร์ขนาดนี้ บอกเลยว่าเป็นมหาลัยในฝัน! [แต่ก็คล้ายห้องสมุดที่มหิดลศาลายานะคะ อันนั้นก็อลังการอยู่]

ตอนต่อไป...คิดว่าคงไม่ทิ้งช่วงนานขนาดนี้แล้วค่ะ (เริ่มจัดการตัวเองได้)  :z2: จะรีบมาต่อนะคะ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยค่ะ  :กอด1:



::comment::

พลอยสวย - อะไรแบบนี้มันเกิดได้จริงๆเนอะ คนเขียนก็เคยได้ยินมาจริงๆ เหมือนกันค่ะ  :เฮ้อ:

Zelsy - ขอบคุณค่าาา >< (แอบถามต่อนิดนุง แล้วมันมีความหมายต่างกันยังไงอ่ะคะ แบบว่าใช้ในกรณีไหนกัน)

MaNaSsAwEe - ตัวเล็กน่าสงสารเนอะะะ  :man1:

warin - ตอนนี้นายโชติภัทรกำลังเอาตัวเองใส่เข้าไปในชีวิตธีร์ 555

บ๊ายบายโพ - ขอบคุณนะคะ คนเขียนก็รักโช!! ฟินที่คนอ่านรักด้วย  :-[

iforgive - ไม่ทราบว่าเกิดอะไร แต่คนเขียนเป็นกำลังใจให้นะคะ  :กอด1: หวังว่าตอนนี้จะช่วยให้รู้สึกดียิ่งขึ้น สู้ๆค่ะ!

konnarak - ขอบคุณแทนตัวเล็กด้วยนะคะ  :-[

quiicheh. - เน้ออออออ!  :impress2: ชอบอ่ะ 5555 ธีร์เป็นพวกต้องประมวลผลก่อนค่ะ เลยดูเป็นคนเอื่อยเฉื่อย

Whatever it is - ตัวเล็กน่าสงสารจริงค่ะ แต่ก็มีคนปลอบน้า

malula - อ่านตอนนี้แล้วยังเครียดแทนอยู่ไหมคะ 555 คนเขียนเริ่มหมั่นไส้ธีร์ละ

AfternoonTea - มาแล้วค่าาาาาา คือตอนแรกเพิ่งเคลียร์งานเสร็จง่วงๆ มึนๆ พอเปิดมาเจอคอมเมนท์นี้ ต้องลุกขึ้นมานั่งพิมพ์เลยค่ะ! จัดไป ตี3ครึ่ง 5555 [อีกวันแทบกลายเป็นผู้ป่วยแทน :z13:] ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เป็นคอมเมนท์ที่ทำให้มีพลังเลยอ่ะ ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคะ

ตีสี่ - เรื่อยเปื่อยสุดๆอ่ะค่ะเรื่องนี้ 555 ขอบคุณนะคะ

quiicheh. - งื้ออออ มาต่อแล้วค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะที่ทำให้รอนาน แล้วก็ซึ้งใจมากมายที่คิดถึงกัน  :mew6: ขอบคุณนะคะ

Fellina - ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ต่อไปจะพยายามไม่ทิ้งช่วงนานแบบนี้อีกค่ะ ได้อ่านคอมเมนท์นี้แล้วเขินเลยอ่ะ  :o8: หื้ออออออออ


ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์จริงๆนะคะทุกคน  :mew4: ช่วงนี้กำลังชีวิตแย่ๆ แต่พอมานั่งอ่านคอมเมนท์แล้วได้พลังขึ้นมาอีกเยอะแยะเลย  :hao7: ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและความคิดถึงนะคะ รักคนอ่านมากมายที่สุด  :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ป.ล. คอมเมนท์ตอนที่แล้วมีแต่คนสงสารธีร์...แต่ตอนนี้คนเขียนเริ่มหมั่นไส้ธีร์ละ เพราะนายโชติภัทรน่ารักเกินไป!  :man1: 55555

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6843
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
ตอนพิเศษอย่าเพิ่งเลยนะ ขอเคลียร์เรื่องงานกับเรื่องโชแบบชัด ๆ ก่อนเห๊อะ
แต่ชอบเจอ้ะ ทะเล้นดีจริง ๆ

ออฟไลน์ AfternoonTea

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
 :hao5: :hao5: :hao5: :hao5:

มาแล้ววววว คิดถึงมากกกก อ่านทีไรแล้วมันอบอุ่นในใจตลอดอ่ะ 55555

แอบคิดว่าเป็นมหาลัยที่เรียนแถวบางเขน เพราะห้องสมุดที่นั่นเราชอบมากกกกกก แอบคล้ายอยู่ 5555

รออยู่ตลอดน้าาา สู้ๆจ้า

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
"ให้คนอื่นเป็นห่วงบ้าง...ก็ไม่แย่...จริงไหม?"

จริงค่ะ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ที่เข้าใจและหวังดีกับเรา
แล้วยังมีกำลังใจจากว่าที่คุณหมอทำให้สบายใจขึ้นเยอะเลย

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
จับเจคู่กะซอลดีกว่า5555555555
คู่หลักทำเราอบอุ่นตลอดเลย
ผชแบบโชติภัทรนี่หาได้ที่ไหนบ้างค้าาาา
ไม่ไหวละแสนดีมาก ธีร์ก็ด้วยน่ารักจริงๆ
อยากให้ความสัมพันธ์ขยับแล้วค่ะ เขินน

ปล.ถ้าจำชื่อพระเอกผิดต้องขอโทษด้วยนะคะ5555

ออฟไลน์ Fellina

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
ใครได้โชเป็นแฟน คนๆนั้นคงเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดในโลกแน่ๆเลย ว่าไหมจ้ะ ธีร์?? 555

แอบเมน ซอลหนุ่มหน้าสวยโลกส่วนตัวสูงนะ  แอบคิดเอาเองว่าไม่แน่อาจได้คู่กับจิรนันท์ก็เป็นได้...หรือเปล่าหว่า???
ขอบท ซอล มากกว่านี้หน่อยสิคะ 555

ออฟไลน์ Zelsy

  • เพราะ "รัก" คำเดียวเท่านั้น
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-2
+1 จะขึ้นที่คะแนนใต้จำนวนโพสเราอะครับ ถาวรเลย
ส่วน+เป็ด จะขึ้นแค่รีฯนั้นๆครับ

โดนเป็นห่วง ก็ไม่แย่เท่าไหร่นะ :-[

ออฟไลน์ Loste

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 441
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ชอบหมอโชจังคะ ผู้ชายในฝัน อยากได้ :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
เราว่าต่อไป เราคงรอเรื่องนี้ทุกวันแน่เลยค่ะ :z1:
สนุกมากเลย ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะเป็นแฟนกัน :o8:

ออฟไลน์ Inwoสูs

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-5
ไม่แยาจ๊ะ ไม่แย่เลย ถ้าทำให้คนอื่นเป็นห่วงนิดหน่อยแล้วมุ้งมิ้งแบบนี้ ทำบ่อยๆก็ได้  o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ NeN~

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
มาอ่านรวดเดียวเลย ชอบพ่อหมีของไอ้ตัวเล็กจังค่ะ ถึงจะไม่ได้หล่อเลิศเลออะไร (ในหัวนึกถึงผู้ชายตัวใหญ่ๆล่ำๆติดท้วมหน่อย หนวดเครารึ่มไม่โกน หมีของแท้เลย ฮ่าๆๆ) แต่ก็นิสัยดี มีน้ำใจ อบอุ่น แล้วก็พึ่งพาได้ เดี๋ยวเจอแม่หมีในเร็ววันแน่ค่ะ นิสัยพ่อของลูกขนาดนี้ ถึงจะซื่อชื้อไปหน่อยก็เถอะ ฮ่าๆๆ คำว่า "ตัวเล็ก" ก็น่ารักดีด้วย เน็นชอบคำนี้มากเลยค่ะ มันแสดงออกถึงความเอ็นดูอย่างยิ่งยวด เน็นเองก็โดนคนเรียกแบบนี้อยู่บ้าง (แต่คิดว่าตัวเองไม่ได้ตัวเล็กนะคะ แค่เตี้ย ฮ่าๆๆ) พ่อหมีเรียกธีร์งี้เลยเหมือนพ่อเรียกลูกจริงๆเลย น่ารัก ><

ตัวละครในเรื่องนี้ดูมีความหมายต่อคนเขียนแบบที่บอกจริงๆค่ะ อ่านแล้วรู้ว่าใส่ใจตัวละครอื่นๆมาก เจถึงแม้จะดูขี้หม้อ แอบจะน่าหมั่นไส้ แต่จริงๆก็เป็นคนดี แอมก็เป็นตัวละครหญิงที่ดูมีบทบาทเยอะ แต่ตอนนี้อยากรู้เรื่องของซอล แล้วก็น้องวีค่ะ ถูกใจสองคนนี้ยังไงไม่รู้ค่า ฮ่าๆๆ

โชเป็นพระเอกแบบเรียบๆที่น่ารักมากเลยค่ะ เป็นห่วงเป็นใย เหมือนจะเงียบๆ แต่จริงๆก็ไม่ได้กลัวพิกุลร่วงอะไร อะไรที่ควรพูดก็พูด แถมตอนทำงานอย่างจริงจังและคล่องแคล่วนั่นก็ดูเท่ห์มากซะจนเน็นเสียใจที่สมัยเอนท์ไม่เลือกเรียกหมอเลยล่ะค่ะ (ขอแอบเล่าเรื่องส่วนตัวนิดนึงนะคะ คือเน็นชอบเรียนชีวะมาก ชอบเจอคนเยอะๆ อดทน แถมนอนน้อยเป็นปกติ มีแต่คนเชียร์ให้เรียน แต่เน็นค่อนข้างซุ่มซ่ามและขี้ลืม เลยกลัวทำอะไรผิดพลาด หรือทำได้ไม่ดีเท่าคนอื่น จนอาจส่งผลกระทบให้ไม่สามารถช่วยคนไข้ไว้ได้อะไรแบบนี้น่ะค่ะ เจออย่างนั้นคิดว่าคงให้อภัยตัวเองไม่ได้ตลอดชีวิตแน่ๆ แบบเค้าตายเพราะเราอะค่า TT คิดมากเนอะ ฮ่าๆๆ สุดท้ายเลยเลือกเรียนอย่างอื่นแทนค่ะ บางทีก็นึกเสียดายขึ้นมาเป็นช่วงๆ)

กลับมาต่อเรื่องโช ปกติเน็นจะเฉยๆกับตัวละครเรียบๆแบบโชนะคะ ชอบบ้าๆบอๆ เกรียนๆกวนๆ มีสีสัน ไม่ก็คูลๆเท่ห์ๆ เงียบแต่เจ๋ง อะไรแบบนี้ไปเลย แต่ความละมุนของโชทำให้เน็นเพิ่งรู้ตัวขึ้นมาว่าที่จริงก็รู้สึกชอบคนนิสัยแบบนี้ขึ้นมาด้วยเหมือนกัน โชเหมือนน้ำเย็นคอยชโลมปลอบโยนจิตใจธีร์ยังไงไม่รู้ (เวอร์ ฮ่าๆๆ) ประกอบด้วยหน้าตาหล่อเหลา บวกแว่นเข้าไปอีก ยิ่งกรี๊ดค่ะ แฮ่... (คือเน็นไม่ได้ถึงขั้นเป็นลัทธิหนุ่มแว่น แต่หลายๆคนใส่แว่นแล้วมันดูดี๊ดูดีจริงๆนะคะ อร้าย XD) ตอนสุดท้ายนี่มีแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ด้วย ขอสิงน้องธีร์หน่อยเถอะค่ะ โฮกกกกกกกกก

ธีร์ เป็นตัวละครเรียบๆอีกตัว ที่ดูไร้ความเถื่อนของคณะวิศวะมากๆค่ะ ฮ่าๆๆ ดูเหมาะเรียนปรัชญา วรรณกรรม อะไรแบบนี้มากกว่า แต่เป็นพี่ชายที่น่ารักจัง อยากได้บ้าง (บ้านเน็นหญิงล้วนข่า อยากได้พี่ชายกะเค้าบ้างง่ะ)

เรื่องนี้จริงๆต้องบอกว่าไลน์ช่วยสื่อรักเลยนะคะ กร๊ากกกกกกกก ส่วนน้ำเต้าหู้นี่ดูเป็นไอเท็มสื่อรักของนิยายวายหลายๆเรื่อง คือมันมีตั้งหลายอย่าง เต้าฮวย นมร้อน เต้าทึง เฉาก๊วย ลอดช่อง ทับทิม บลาๆๆ ทำไมต้องน้ำเต้าหู้กันหลายเรื่องก็ไม่รู้เนอะ ถ้าให้เดาเน็นว่าคนเขียนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แล้วผู้หญิงก็ชอบกินน้ำเต้าหู เพราะแคลอรี่น้อยกว่าอย่างอื่นดีค่ะ ฮ่าๆๆ แต่เห็นด้วยเรื่องต้องหวานน้อยนะคะ เน็นกินหวานไม่ได้ ถ้าไม่หวานน้อยนี่คือจบเลย ยกให้น้อง แอร้

รอตอนต่อไปค่า เรื่อยๆมาเรียงๆละมุนๆฟ้าๆอ่านเรื่อยๆสบายอารมณ์ดีค่ะ ><

ปล. คนเขียนยังเรียนไม่จบใช่ไหมคะเนี่ย เห็นมีวนวอร์ด สู้ๆนะคะ เพื่อนๆเน็นตอนปีที่ต้องวนวอร์ดนี่เจอวอร์ดเยินคือเยินจริงๆค่ะ สงพวกนางมาก

ปล.สอง อยากบอกว่านับถือมากค่ะที่เรียนหมอแล้วยังมีเวลามาแต่งนิยายได้ เวลานอนก็แทบจะไม่มีอยู่แล้วแท้ๆ TT


โอ้ยตาย ยาวจะเท่านิยายตอนนึงอยู่แล้ว (เวอร์) จบดีกว่าค่ะ ฮ่าๆๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-06-2014 01:41:05 โดย NeN~ »

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
11



“ไม่ต้องไปเป็นเพื่อนจริงนะ?”


กันตธีร์โบกมือไล่แทนคำตอบแล้วก้มหน้าก้มตาเก็บของราวกับมันวุ่นวายมากมายเสียจนไม่ว่างมาสบตา จิรณัฐหันไปขอคำปรึกษาทางสายตากับวีรินทร์ที่ยักไหล่ให้ ก่อนที่จะเอามือโยกหัวคนตัวเล็ก


“งั้นกลับก่อนนะ...มีอะไรก็โทรมาแล้วกัน”


ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก็พากันเดินออกไป กันตธีร์จึงไถตัวลงกับพนักเก้าอี้ เขากำลังอยู่ในภาวะคลื่นอารมณ์ไม่คงตัวอีกครั้งเลยพาลไม่อยากพูดคุยกับใครเพราะกลัวตัวเองจะเอาความยุ่งเหยิงที่กดไว้ไประเบิดใส่

ตอนนี้บ่ายสองครึ่ง...อาจารย์อิทธินนท์เรียกเขามาสอบความกับคณะกรรมการดูแลโปรเจคตอนบ่ายสาม


หน่วงจนอยากจะปีนขึ้นไปปรับเวลาที่หอนาฬิกากลาง...


กันตธีร์มองไปรอบห้องเลคเชอร์ขนาดไม่ใหญ่ ที่ตอนนี้มีเขานั่งอยู่เพียงลำพัง คู่กรณีของเขาไม่มาเรียนอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง ถึงแม้ปี4จะมีคาบเรียนไม่มากแต่ก็นับได้เกือบสองสัปดาห์แล้วที่ไม่เห็นอีกฝ่ายเลย

อาจจะดีก็ได้...เขาถอนหายใจกับตัวเอง

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนตั้งใจจะไปรอตามนัดก่อนจะรู้สึกถึงสั่นที่กระเป๋ากางเกง


“ครับ”

“ธีร์” เสียงนุ่มทุ้มเป็นเอกลักษณ์ทำให้คนฟังเผลอยิ้มโดยที่ไม่รู้ตัว “นี่โชนะ”

“อ่าฮะ ว่าไง” ตอบพลางสะพายเป๋าขึ้นบนบ่า

“เป็นไงบ้าง นี่อยู่ไหนแล้ว?”

“กำลังจะไปหาอาจารย์” ...ว่าแล้วก็ผลักประตูออก

“...กำลังล่กเลยดิ”


“อย่าพูดสิวะ!”


คนที่ทำเป็นเงียบอยู่นานโวยออกมาในที่สุด พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ จากปลายสาย


“ฮะๆ ล้อเล่นๆ อย่าเพิ่งเครียดสิ”

“มันใช่เวลาล้อเล่นไหม” กันตธีร์บ่นอุบ ระยะทางไม่ไกลทำให้เขาเดินไปตามทางที่ไม่มีใครอย่างใจเย็น“นี่ไม่มีเรียนหรือ”

“ไม่มี เพิ่งสอบoral(สอบปากเปล่า)เสร็จ” โชติภัทรยังมีน้ำเสียงที่ชวนฟังเสมอ

“แล้วเป็นไงบ้าง”

“ก็...ไม่แย่ แต่ยิ้มเกลี่ยเรี่ยราด สีข้างถลอกปอกเปิกหมดแล้ว”

“น้ำเสียงดูดีแบบนี้ดีกว่าไม่แย่เยอะมั้ง”

“ไม่ซีเรียสเองต่างหาก อะไรตอบไม่ได้ก็ยิ้มให้อาจารย์แล้วบอก ‘ไม่ทราบครับ’“

“ตอบงั้นจริงดิ?”

“จริง แต่มีอยู่ห้องนึง เข้าไปปุ๊บอาจารย์นี่หน้าอย่างเข้ม แต่ถามมาคำแรก ‘พ่อแม่คุณเป็นหมอรึเปล่า’“

“เฮ่ย...”

“พอบอกไปว่าเปล่า อาจารย์ก็พยักหน้า บอกว่า ‘งั้นก็ไม่แปลก คุณรู้ไหมว่าไม่มีหมอปกติที่ไหนอยากให้ลูกเรียนหมอ ผมก็ไล่ลูกไปเรียนบัญชี คุณพลาดแล้วล่ะ!’“


โชติภัทรเล่าเรื่องตลกอีกเรื่องสองเรื่องให้คนฟังหัวเราะตามพลางเดินเขย่งไปมาไม่ให้เหยียบเส้นของลวดลายที่พื้น กว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็มายืนอยู่หน้าห้องประชุมที่นัดแล้ว


“ถึงละ” กันตธีร์เงยหน้าขึ้นมองประตูไม้เบื้องหน้า

“พร้อมไหม?” ปลายสายถาม

“ไม่ค่อย...แต่ก็อยากให้มันจบเรื่องเร็วๆ มากกว่า”

“อื้ม” ตอบรับเบาๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงชวนฟัง “รู้ว่าถึงบอกว่าไม่เป็นไรหรืออย่าเครียด มันก็ทำไม่ได้หรอก แต่ก็อยากให้ผ่อนคลายลงหน่อย อย่าเพิ่งคิดอะไร”

“...ตอนนี้โอเคแล้วล่ะ”

“ดีแล้ว ใจเย็นๆ สู้ๆ”

“จะให้สู้กับใคร คณบดีเรอะ” พูดติดตลกให้ตัวเองขำออกมาเอง “งั้นไปก่อนนะ”

“โชคดีนะธีร์” น้ำเสียงนุ่มกล่าวทิ้งท้าย


โชติภัทรตัดสายไปแล้วแต่เขายังแนบมือถือข้างไว้ที่ข้างแก้ม สัมผัสอุ่นจากเครื่องอิเลคโทรนิคทำให้รู้สึกเหมือนยังมีคนอยู่เป็นเพื่อน

สูดลมหายใจลึกๆ อีกครั้งก่อนจะเก็บมือถือแล้วผลักประตูเข้าไป


สู้ๆ...กันตธีร์






นาฬิกาค่อยๆ เดินต๊อกแต๊กอย่างเชื่องช้าจนน่ารำคาญ ชายหนุ่มบิดมือไปมาขณะเหลือบมองหน้าปัดเหนือหัวเป็นครั้งที่ร้อย

กันตธีร์และคู่กรณีถูกเรียกมาสอบปากคำทีละคนก่อนจะโดนเชิญออกมานั่งรอผลสรุปของคณะกรรมการอยู่หน้าห้อง ซึ่งความเงียบที่คลุมอยู่ก็ชวนอึดอัดจนหายใจไม่ออก เพื่อนร่วมภาคที่เคยคุยกันได้ดีกลับเลือกนั่งห่างออกไปคนละฝั่งทางเดิน แล้วเสมองกันไปคนละทิศ

อึดอัดจนอยากจะวิ่งไปเกาะระเบียงตะโกนโวยวายดูสักตั้ง

ประตูไม้ที่ดูหนาหนักในความรู้สึกถูกเปิดออกมาก่อนที่กันตธีร์จะได้ฟุ้งซ่านอะไรหลุดโลกต่อ ร่างเล็กของอาจารย์อิทธินนท์โผล่ออกมาพร้อมกับพยักหน้าให้ทั้งคู่กลับเข้าไปข้างใน


“เอาล่ะ สำหรับคุณ ธนพล อย่างที่รู้...ความผิดที่คุณทำมันค่อนข้างร้ายแรง แล้วยังเป็นการกระทำที่น่าละอายและไร้จรรยาบรรณอย่างมาก” อาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งกล่าวด้วยเสียงตำหนิชัดเจน “แต่เห็นแก่ที่คุณรับผิด และยังออกตัวปกป้องเพื่อนคุณเสียอีก โทษครั้งนี้ให้เป็นถอดถอนรายวิชา โปรเจคปีนี้ก็ล้มไปก่อน หวังว่าคุณจะใช้เวลาว่างที่มีนี้คิดโปรเจคใหม่เองและทบทวนความผิดของตัวเองได้นะ”

“ครับอาจารย์ ขอบคุณครับ” คนมีความผิดยกมือไหว้ด้วยท่าทีสงบแม้ปลายเสียงจะสั่นอยู่เล็กน้อย

“ส่วนคุณ...กันตธีร์” คนถูกเรียกเผลอกลั้นลมหายใจแล้วยืดหลังขึ้นทันที “อันที่จริงตามกฏแล้วฝ่ายให้ลอกเองก็ต้องมีความผิดเช่นเดียว อย่างน้อยที่สุดก็คงต้องให้เปลี่ยนโปรเจค”


อาจารย์อาวุโสเงียบไปครู่หนึ่ง ทำให้ฝ่ายที่รอฟังรู้สึกมือเย็นชื้น


“แต่คุณดูจะเป็นที่รักของทุกคนดีนะ เลยมีแต่คนปกป้อง” ถอนหายใจพลางเหลือบอาจารย์ที่อ่อนอาวุโสกว่า “อาจารย์อิทธินนท์ยืนกรานจะให้คุณทำโปรเจคนี้ต่อ และธนพลก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าคุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาลอกจริงๆ”


กันตธีร์นิ่งค้างกับประโยคนั้นก่อนจะรู้สึกว่าหัวใจที่แทบหยุดเต้นเต้นเร็วขึ้นเมื่อเริ่มแปลความออก


“ในเมื่อที่ปรึกษาคุณออกตัวขนาดนี้แล้ว และทางคณะกรรมการก็ไม่ได้อยากจะลงโทษอะไรคนที่ไม่ได้ทำผิด ครั้งนี้ถือว่าให้ผ่านไปแล้วกัน”

“ข...ขอบคุณครับอาจารย์!!”


ชายหนุ่มยกมือไหว้ด้วยความรู้สึกดีใจจนมือสั่น เขาหันไปไหว้อาจารย์ที่ปรึกษาผู้ยิ้มตอบอย่างโล่งอกเช่นกันกลับมาให้

คณะกรรมการบ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ต่ออีกนิดหน่อยก็โบกมือไล่สิ่งมีชีวิตวัยต่ำกว่าวัยกลางคนทั้งสามชีวิตออกไป


กันตธีร์เอามือวางบนหน้าอกตัวเองแล้วสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อหยุดภาวะมือสั่นใจสั่นจากอารมณ์ที่เหวี่ยงขึ้นลง เขาตั้งใจจะตรงกลับหอไปแจ้งข่าวดีกับทุกคนแต่ก็ถูกรั้งเอาไว้ก่อน


“ธีร์” เพื่อนร่วมภาคเดินมาหยุดตรงหน้าด้วยท่าทีอึกอัก “กูขอโทษจริงๆ คือ...กู กูก็รู้ว่าแม่งเชี่ยมาก แต่กูเสียใจจริงๆ ที่ทำให้มึงซวยไปด้วย”

“ช่างมันเถอะ” เขาตัดบทก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย “ครั้งนี้กูรอดก็เพราะมึงด้วย ขอบใจนะ ...แต่ไม่เอาครั้งหน้าแล้วนะเว่ย!”

“กูผิดเองจริงๆ ขอโทษว่ะ”


ชายหนุ่มย้ำอีกหลายคำว่าว่าไม่เป็นไร อันที่จริงเขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ควรจะสิ้นคิดทำเรื่องแบบนี้ตั้งแต่แรก แต่ก็ดีมากแล้วที่ยอมรับ แถมยังพยายามช่วยเขาอีก อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าไม่มีความประสงค์ร้ายต่อกันจริงๆ


“จากนี้ก็ตั้งใจล่ะ ผมยังยืนยันคำเดิมว่ารอดูโปรเจคคุณอยู่นะ” คนเป็นอาจารย์ยิ้มน้อยๆ ให้ ตัวเขาเองก็อดโล่งใจไปด้วยไม่ได้จริงๆ

“ครับอาจารย์ ผมขอบคุณอาจารย์จริงๆ นะครับ” กันตธีร์ยกมือไหว้ท่วมหัวอีกครั้ง เขาอยากจะแสดงออกว่าตื้นตันและซาบซึ้งกับการกระทำของอาจารย์มากกว่านี้ แต่ก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะทำอะไรได้ “ถ้าไม่ได้อาจารย์ ผมคงแย่จริงๆ”

“ผมทำตามหน้าที่ที่ควรทำ เราคุยงานกันตลอด ผมรู้ว่าโปรเจคนี้คุณทำขึ้นมาด้วยตัวเอง” ที่ปรึกษายิ้มให้ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “...แต่คุณนี่ท่าจะเป็นที่รักจริงนะ”

“ครับ?”

“เพราะผมเองก็ต้องหาข้อมูลที่จะยืนยันตัวตนคุณไว้ด้วย แล้ววีรินทร์ก็ยืนยันนอนยันว่าคุณไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด เขาเป็นเพื่อนที่ดีนะ”


อิทธินนท์หัวเราะ ในขณะที่กันตธีร์นิ่งอึ้งพร้อมกับเพิ่มรายชื่อคนที่ต้องกลับไปขอบคุณอีกหนึ่ง เขาไหว้ลาอาจารย์ก่อนจะเดินออกมาแล้วกดโทรศัพท์


“โช!”

“ธีร์หรือ? เป็นไงบ้าง” ปลายสายถาม โดยมีเสียงคนคุยกันดังอยู่เบื้องหลัง

“รอดเหอะ!! ตอนแรกพูดเหมือนจะล้มโปรเจค หัวใจงี้แทบหยุดเต้น” คำพูดรัวเร็วกรอกเข้ามือถือโดยที่ปลายเสียงยังไม่คงที่

“ใจเย็นๆ สรุปว่า...ไม่โดนอะไรเลย?” อีกฝ่ายหัวเราะกับอาการตื่นเต้นที่ยังไม่คลาย

“ใช่ แต่ตอนแรกเกริ่นไปเกริ่นมาซะเกือบช็อคตาย” บ่นงึมงำพลางกัดปากลดอาการสั่น “อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยพูดให้ แถมยัง...”




โชติภัทรยิ้มให้กับเสียงแหบที่เล่าเรื่องไม่หยุดของอีกฝ่าย เขาตอบรับเป็นพักๆ ในขณะที่ปลายสายดูจะหยุดตัวเองไม่ได้ด้วยอาการตื่นตัวหลังความกดดัน

เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่กับเพื่อนร่วมโรเตท*ตอนที่โทรศัพท์ดัง แต่ดูจะต่างคนต่างอ่านเสียมากกว่า นานๆ ทีถึงจะมีใครสักคนยกประเด็นขึ้นมาถกกัน เมื่อเขารับสายก็เลยไม่มีใครหันมาสนใจ ทำให้ตอนที่มีคนหันมาเรียกเพื่อจะถามอะไรสักอย่าง ต้องชะงักไปเพราะเพิ่งเห็นว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์


“มีคนเรียกหรือเปล่า”

“อ่า ไม่เป็นไรคุยได้” โชติภัทรตอบพร้อมกับเหล่มองกองหนังสือและผู้คนที่ทำหน้าเคร่งเครียด “...ติวสอบกับเพื่อนน่ะ พรุ่งนี้ยังเหลือสอบข้อเขียนอีก”

“เฮ้ย โทษทีๆ นี่รบกวนสินะ”

“ไม่หรอก”

“งั้นไปอ่านหนังสือเหอะ พรุ่งนี้โชคดีล่ะ...แต่คงทำได้อยู่แล้วสินะ” ปลายสายอวยพรพร้อมกับหัวเราะตบท้ายอย่างอารมณ์ดี “ไว้ค่อยคุยกันแล้วกัน”

“ธีร์ยังจะไปงานหนังสืออยู่หรือเปล่า?” คำถามคนละเรื่องถูกยิงขึ้นเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะวางสาย

“เอ้อ นั่นสิ สุดท้ายก็ยังไม่ได้ไปเลย”

“ไปไหมเสาร์นี้” คนกำลังจะสอบเสร็จเสนอ “แต่ต้องราวน์เช้าก่อน อาจจะเสร็จซัก10โมง”

“...ก็ได้นะ เสร็จแล้วก็โทรมาแล้วกัน ยังไงก็อยู่หออยู่แล้ว”

“โอเค แล้วเจอกัน”




“โชคุยกับใครน่ะ” เพื่อนผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หันมาถามเมื่อชายหนุ่มวางสาย “ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว สาวที่ไหนจ๊ะ”

“คุยกับผู้ชาย” ตอบตรงๆ หน้านิ่งๆ จนคนฟังปากกาตก

“ไม่จริงอ่ะ โชเป็นเกย์หรือเนี่ย!” เอามือปิดปากแต่ตาเป็นประกาย “อย่าหลอกให้ฟินแล้วหักหลังกันนะ”

“พรีมคิดว่าไงล่ะ โชเป็นเกย์ดีมั๊ย ว่าจะจีบผู้ชายสักคนอยู่ แต่กลัวเขาไม่เอา” โชติภัทรยิ้มตาใสใส่เพื่อน

“โอ้ยไอ้บ้า!! นี่ฉันฟินจริงนะ อย่าหลอกให้จิ้นกันสิยะ” หญิงสาวเขวี้ยงปากกาใส่

“เอ้า คนเรา...พูดความจริงก็ไม่เชื่อ”

“พอเลย พอ! ถ้าของจริงแกไม่มานั่งคุยให้เพื่อนฟังแบบนี้หรอก” เบ้หน้าใส่แบบเอือมระอาก่อนจะตบท้ายด้วยคำประชด “ถ้าจีบติดแล้วพามาให้ดูด้วยนะยะ! ไม่ต้องมาทำหน้าหล่อเลย!!”


โชติภัทรยิ้มรับ

จีบหรือ? ...คงจะประมาณนี้ล่ะมั้ง



TBC


*oral exam : มันคือการสอบปากเปล่า อารมณ์แบบ เข้าไปนั่งคุยกับอาจารย์ ก็แล้วแต่ว่าอาจารย์จะถามอะไร ให้โจทย์อะไรมา
*โรเตท(rotate) : กลุ่มที่จะวนเรียนไปทีละวอร์ดด้วยกันตลอดทั้งปี


::TALK::

สวัสดีค่าาาา  :z2:

ตอนนี้แอบสั้น 5555 มันหาจุดที่จะตัดมาลงไม่ได้อ้ะ

คิดว่าจะพยายามรักษาความถี่การลงไว้ไม่ให้ห่างกว่านี้นะคะ  :katai4: ขอบคุณทุกคนที่ยังไม่ทิ้งกันนน  :mew1:

เห็นมีคอมเมนท์ที่ทักเรื่องน้ำเต้าหู้ เลยอยากเล่า (ไม่ถามว่าอยากฟังมั๊ย 555) ที่มาของนิยายเรื่องนี้มันเกิดขึ้นที่ว่า คนเขียนกำลังอ่านหนังสือสอบอยู่ในห้องสมุดที่แอร์หนาวมาก(คุ้นๆมั๊ยคะ 5555) ซึ่งตอนนั้นอยากกินน้ำเต้าหู้มาก แต่ร้านมันเปิดตอนเย็น และพอเย็น...ฝนก็เทลงมาค่ะพี่น้อง!  o22 คนเขียนนอยด์แดกเลยนั่งพิมพ์นิยายลงในมือถือ ตอนแรกไม่มีทั้งชื่อตัวละคร ชื่อเรื่อง หรือพลอตอะไรเลย แต่พอเวลาผ่านไป ก็กลายเป็นนิสัยที่พอเจอเหตุการณ์อะไรก็จะพิมพ์ใส่มือถือเอาไว้เป็นไอเดีย แล้วก็เริ่มเอาเรื่องนั้นมาต่อกับเรื่องนี้ ไปๆมาๆ เลยการเป็นเรื่องเป็นราว เป็นตัวละครแบบจริงจัง สุดท้ายเลยตัดสินใจเอามาพิมพ์ใส่wordดีๆ แล้วเอามาลงนี่แหละค่ะ

อ้อ แต่สุดท้ายวันนั้นคนเขียนต้องเดินตากฝนกลับหอและไม่ได้กินน้ำเต้าหู้นะคะ 5555  :seng2ped: (ชีวิตจริงมันไม่เหมือนนิยายยยยยยยย...)

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เลิฟยูววว  :-[ :-[ :-[


::comment::

iforgive - นี่ก็เบรกตัวเองอยู่เหมือนกันค่ะ 555555  :o8:

AfternoonTea - เอะ บางเขนนี่ไม่เคยไปอ้ะ 555 ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ :)

malula - เนอะะะ บางทีธีร์มันก็มีคนรักมากไป (หมั่นไส้ 555)

quiicheh. - อุ...อย่านะคะ คนเขียนมีคู่ให้เจแล้ว! (ติดแท็กสปอยล์ ว้ายยยย :-[) ตอนนี้เรียกว่าความสัมพันธ์ขยับมั๊ยคะะะ  :man1:

Fellina - จริงค่ะจริงงงงงงงงง  :hao6: คนเขียนตอบแทนให้ คริ ส่วนบทซอลอาจจะต้องรอหน่อยนะคะ ผลุบๆโผล่ๆนิดนึง ตามสไตล์ของเฮียเขา ส่วนเรื่องคู่ตามบรรทัดบนเลยค่ะ 5555

Zelsy - อ่อ เข้าใจแล้วค่า ขอบคุณนะคะ  :pig4: :pig4:

Loste - เน้อออออ แสนดีมากอ้าาา (อวยลูกชาย)  :man1:

BeeRY - ขอบคุณค่าาาา  :-[ แต่คงต้องลุ้นยาวหน่อยนะคะ แหะๆ

Inwoสูs - ทุกคนดูเห็นด้วย 555 ตอนนี้ก็มุ้งมิ้งนะคะ

NeN~ - คอมเมนท์นี้ยาวมากเป็นประวัติการณ์! (แต่คนเขียนชอบอ่านค่ะ ขอบคุณนะคะะะะะ!!! :-[) เจาะลึกทุกตัวละครมากมาย อ่านแล้วฟินเลยอ่ะ เพราะคนเขียนรักตัวละครหมดทุกตัว 5555 (หลงลูกอวยลูกขั้นสุด) จริงๆ ก็ตั้งใจให้ตัวละครเรื่องนี้คู่พระนายเป็นแบบเรียบๆนั่นเลยค่ะ ดีใจจังเลยค่ะที่ชอบ ส่วนธีร์นี่จริงๆก็มีมุมเป็นหนุ่มวิศวะนะคะ! แต่อาจจะต้องดูกันยาวๆ 5555 คุณเน็นอาจจะคิดถูกที่ไม่เรียนหมอนะคะ 555 คนเขียนเองก็เกือบถอดใจหลายครั้ง  :z13: ที่ยังเรียนอยู่ได้เพราะใจรักอย่างเดียวเลย ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่ค่ะ ส่วนนิยายที่เขียนนี่ก็เขียนแล้วมีความสุขเหมือนกันเลยทำ (แม้จะอดนอนบ้าง แต่ก็แฮปปี้ดีค่ะ 5555)

ขอบคุณทุกคอมเมนท์เลยนะคะที่มาคุยกัน อ่านแล้วมีความสุข รักคนอ่านนนนนนนน  :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:



ป.ล. อ่านคอมเมนท์แล้ว ซอลนี่มันยังไงนะ...โผล่มาไม่กี่ย่อหน้าคะแนนนิยมพุ่งพรวด!!  :a5: 55555 มีบทแน่นอนค่ะ แต่อาจจะไม่ใช่เร็วๆนี้

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เย้ ๆ จีบเลย ๆ
ส่วนกรณีลอกผลงานนั้น ตอนทำไม่คิดหรือคิดอะไรอยู่
เจอคณะกรรมการโหด ๆ นี่ไม่รอดทั้งคู่ เลวคนเดียวทำเพื่อนเดือดร้อน

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
จีบเล้ยยยยยยย โทรเช้าโทรเย็นไม่มีใจนี่แปลก
แต่ตอนนี้ก็เหมือนคนคุยๆ(จีบๆ)กันนะ555555555
ชอบเวลาธีร์เล่านู้นนี่ให้โชฟังอ่ะมันดูแบบอบอุ่น
เหมือนโชก็เป็นผู้ฟังที่ดีละยังให้คำปรึกษาดีๆ
ฮือแพ้ผชงี้มากค่าาาาาาาาาาา

อยากฟินตามเพื่อนผญของโชจัง
อยากรู้ว่าว่าที่คุณหมอเขาจะจีบอย่างไง
ติดตามค่ะ ขอเขินล่วงหน้า ฮาาาาาา

ออฟไลน์ พลอยสวย

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-5
กรี๊ดดดดดดดดดดดด...มาอัพแล้วตาไม่ฝาดดด :mc4: :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:

ออฟไลน์ Zelsy

  • เพราะ "รัก" คำเดียวเท่านั้น
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-2
จีบเลย สนับสนุนเต็มที่ 55555

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
ชอบก็จีบเลยเซ่ะ! ชูวับ ชูวับ :o8:
ดีใจกับธีร์ด้วยนะ ผ่านเคราะห์กรรมไปได้ อย่างนี้ต้องฉลอง :mc4:
แต่ฉลองกับโชนะ อิอิ :o8:

ออฟไลน์ บ๊ายบายโพ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 369
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ดีใจที่ธีร์ผ่านมรสุมมาได้นะ มีที่ปรึกษาดีมากเลยอ่ะ ซอลจะมาเป็นผู้ท้าชิงหัวใจหมายเลข2รึเปล่ายังไง - 3- โชนะกับเพื่อนออกตัวแรงจังเลยตอนกับธีร์นี่สงบเงียบเรียบร้อยมากก จีบเค้าก็บอกเค้าไปซี่

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6843
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
เปิดตัวเล๊ยยยย  ใจ ๆ หน่อยโช พี่รออยู่ 5555

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-7
สนับสนุนให้โชเดินหน้าเต็มที่  :3123:

รอตอนต่อไปค่ะ  :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: 11 [20/06/57 P.4]
« ตอบ #109 เมื่อ: 21-06-2014 14:17:59 »





ออฟไลน์ Loste

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 441
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
และแล้วกัอกับมาดีใจจัง  หมอโชสู้ สู้ o13

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
 :katai2-1: :katai2-1:
 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ AfternoonTea

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
โช จะจีบแล้วหรอ กิกิ เชียร์ๆ
รุกเลยๆ 555555

คนเขียนก็สู้ๆนะคะ :D

maychan

  • บุคคลทั่วไป
แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยส์ ขอกรีดร้องดังๆก่อนหนึ่งที  :hao7:
ชอบโชมากกกกกก มากกกกกกกกก มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก   :z3:
แพ้ค่ะแพ้ แพ้ผู้ชายอบอุ่นช่างใส่ใจ ตัวเราเองเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพราะงั้นบางทีเวลามีคนมาใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆของตัวเอง ก็มองข้ามหรือมองไม่เห็นไปบ้างเหมือนกัน
แต่พอมาเป็นบุคคลที่ 3 เฝ้ามองการเอาใจใส่แบบนี้แล้ว เราพบว่ามันมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งดีแท้ (ไม่อาจหาคำอื่นมาบรรยายได้แล้ว)

อ่านถึงตอนล่าสุดละสงสัยค่ะ คนเขียนชื่อเล่นว่า "พรีม" อ๊ะเปล่าคะ 5555555+ ถ้ามีเพื่อนแบบโชนี่เราคงจะฟินมาก ชัดเจนจริงๆ ฮี่ๆ

ชอบตัวละครทุกตัวของคนเขียนเหมือนกันค่ะ ลักษณะนิสัยเรียบๆแต่จับต้องได้ บางฉากอ่านไปก็นึกถึงเพื่อตัวเอง
อ๊ะ เราจบวิศวะมาเหมือนกันค่ะ แต่เครื่องกลนะ 5555+ บรรยากาศดวดเหล้าเมาปลิ้นนี่ทำเอาคิดถึงเลย
เราก็อยู่แผนกเก็บศพเหมือนกัน ไม่ได้แบกหรอก แต่บางทีก็ต้องคอยจัดการว่าใครควรจะไปส่งใครอะไรแบบนี้ เพราะสติจะเหลือเยอะสุด
เคยเจอเพื่อนเมาแถมเขียนแผนที่บ้านมาดูไม่รู้เรื่องอีก สุดท้ายต้องเอาศพไปทิ้งไว้ห้องภาค ทุกวันนี้ก็ยังล้อมันอยู่ 5555555+  (ตายละ กลายเป็นเผาเพื่อนซะงั้น)

เราชอบพ่อหมีแบบอยากได้พี่ชายแบบนี้อ่ะ ปกป้อง ดูแล ขี้งอน ครบสูตรเลย   :impress2:
เราแอบเชียร์เจกับซอลนิดๆแฮะ มีกลิ่นมุ้งมิ้งแปลกๆในตอนหลังๆ อิอิ
อยากให้มีสปินออฟให้คุณพี่ว้ากพี่ชายโชด้วยค่ะ ตอนเราเข้าปี 1 เราก็จิ้นประธานเชียร์กับรองประธาน เพราะเขาชอบเซอร์วิส แอร๊ยยส์ (บ้า 555) แถมตอนทำงานคณะก็จะเจอคุณพี่ทั้งสองนุ่งบ็อกเซอร์หรือไม่ก็พันผ้าเช็ดตัวท่อนล่างเดินไปเดินมา (พอเดินมาคุยกันในสภาพนี้ก็ฟินนะคะ 555555)

เราสงสัยจริงๆน้า ว่าม.ที่คนเขียนอยู่น่าจะเป็นม.รัฐดังกลางกรุงใช่มั้ยค้า เพราะม.ที่มีโรงบาลอยู่ติดกับมหาลัย (ซึ่งมีคณะอื่นๆเรียนอยู่ด้วย) ไม่น่าจะมีเยอะ อิอิ

เรามีข้อสงสัยนิดนึงตรงโปรเจคจบเนี่ยแหละค่ะ เพราะถ้าเป็นม.ที่เราคิด วิศวะ โปรเจคจบป.ตรีส่วนใหญ่ทำเป็นกลุ่มค่ะ ไม่ค่อยมีคนทำเดี่ยวๆ (ไม่ได้บังคับทำเดี่ยว แต่ใครจะทำเดี่ยวก็ได้ แต่อ.ไม่ค่อยแนะนำ เพราะหนักอยู่)
ถ้าอยากได้ข้อมูลอะไรในคณะหลังไมค์มาถามได้นะคะ เผื่อจะเป็นแนวในการแต่ง  :mew1:

ปล. อยากรู้จริงๆนะคะว่าใช่ม.เดียวกันหรือเปล่า เพื่อการจิ้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แอร๊ยยส์
ปล.2 สู้ๆนะคะ ขอให้ระวังเมดกับอีอาร์ เห็นสภาพเพื่อนตัวเองช่วงนั้นแล้วสงสารเลย 5555 คนนึงเจออีอาร์ช่วงสงกรานต์ด้วย

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
12




"พี่ไม่เห็นรู้เลย"


โชติภัทรเหลือบมองคนที่กำลังทำหน้านิ่วใส่โทรศัพท์ทางหางตา ก่อนจะกลับมาตั้งสมาธิที่ถนนตรงหน้า


"พ่อแม่ธาเขาบอกแต่ลูกรักน่ะสิ ไม่เห็นจะมีโทรมาหาไอ้ลูกเก็บมาเลี้ยงอย่างพี่เลย" คำประชดแกนๆ ทำให้ปลายสายหัวเราะดังออกมาชัดเจน

"สายไปแล้วค่ะ พี่จะถึงศูนย์ประชุมสิริกิติ์แล้ว"

"อะไรนะ...เออ ไปเลยยย ครอบครัวสุขสันต์ ดีใจกันมั๊ยมีหมาหัวเน่าอยู่ตรงนี้ตัวนึง"

"ค่าๆ กินให้อร่อย ฝากกอดพ่อแม่ด้วย"


เสียงถอนหายใจหลังจากกดวางสายเรียกให้สารถีหันมาถาม


"ทำไมรึเปล่า"

"พ่อแม่กลับมาจากต่างประเทศ...ไม่มีบอกกันสักคำ บอกแต่ยัยธา ดูสิ มันน่าน้อยใจมั๊ย" คนถูกลืมทำหน้าตูม "แล้วก็โทรมาถามว่าไม่กลับบ้านหรือ...แล้วจะไปรู้หรือว่ามีคนอยู่บ้าน!"


เสียงบ่นงึมงำดังมาอีกระลอกใหญ่ให้คนฟังได้แต่ยิ้มรับ

โชติภัทรจับใจความได้ว่าพ่อแม่ของอีกฝ่ายเดินทางบ่อย ไม่ค่อยอยู่ไทย นานๆถึงจะแวะกลับมาอยู่บ้านสักที ทำให้สองพี่น้องของบ้านวิจักษณ์วัฒนาต้องกระเด็นมาอยู่หอกันทั้งคู่


"จะกลับบ้านมั๊ยล่ะ" กันตธีร์ชะงักคำบ่น ก่อนจะไปมองคนพูดที่ไม่มีแววประชดแต่อย่างใด

"เฮ้ยไม่ต้อง นี่นัดกันก่อนแล้ว ไม่เป็นไรหรอก"

"นานๆ พ่อแม่จะกลับมาทีไม่ใช่หรือ"

"...พรุ่งนี้ก็ได้ ยังไงตอนนี้ยัยธาก็พาพ่อแม่ไปไหนต่อไหนแล้ว"


คนถูกทิ้งโบกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไรให้คนขับหันไปสนใจถนนต่อ แล้วกดมือถือโต้ตอบใส่น้องสาวที่กระทำการเยาะเย้ยมาในไลน์อีกทางหนึ่ง

กันตธีร์ไถตัวกับเบาะอย่างเกียจคร้าน นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่นั่งรถตัวเองแบบไม่ได้ขับ เพราะคนเพิ่งสอบเสร็จคว้ากุญแจรถไปจากมือเขาตอนที่เปิดรถ


'ผลัดกันขับ'


ว่าสั้นๆ แล้วก็แทรกตัวเข้าไปจัดการสตาร์ทรถเปิดแอร์เรียบร้อย

ก็ดี...เขาชอบนั่งเฉยๆ มากกว่าอยู่แล้ว





เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้วที่ทั้งคู่หาที่จอดรถซึ่งอยู่ไกลสุดกู่ไปถึงโรงงานยาสูบ มาสด้าคันเล็กจอดนิ่งอยู่ข้างเพื่อนฝูงต่างยี่ห้อมากมาย

แสงแดดภายนอกที่ซัดสาดแบบไม่มีเกรงอกเกรงใจ แถมลงเกือบกลางกบาลเน้นๆ ชวนให้ต้องทำใจก่อนเปิดประตูรถ กันตธีร์หรี่ตาที่ไม่ค่อยจะมีสู้แสงแล้วเอามือคลำทางจนปิดประตูรถได้


"จะเข้าหน้าหนาวแล้ว" คนที่กำลังปิดรถพูดขึ้นมาลอยให้อีกฝ่ายหันขวับ

"หน้าหนาวโลกไหนวะ!?"

"ไม่ใช่อุณหภูมิไง หมายถึงฟ้าใสอย่างเดียว" โชติภัทรหัวเราะพลางเอามือป้องตา


ทั้งคู่สัมผัสหอบสังขารฝ่าความร้อนไปยืนรอรถที่คอยรับส่งคนจากที่จอดรถเข้าไปในตัวงาน ซึ่งตอนแรกก็ยืนอยู่ในร่มเงาอันน้อยนิดอยู่ดี แต่พอมีกลุ่มชนขนาดใหญ่มาถึง ชนกลุ่มน้อยเพศชายทั้งสองก็ค่อยๆ โดนรุกคืบพื้นที่จนกระเด็นมายืนท้ารังสีความร้อนจากดาวฤกษ์ขนาดกลางแบบเข้มข้น


"ร้อน..." คนตัวเล็กบ่นงึมงำอยู่คนเดียวในลำคอ แต่ฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อดจะพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้


ครู่หนึ่ง รถที่รออยู่ก็ค่อยๆ แล่นมาแบบเอื่อยเฉื่อยในความรู้สึกคนรอ กลุ่มชนที่รออยู่ต่างแห่ขึ้นไปแบบไม่มีการต่อแถวจนโชติภัทรต้องลากข้อศอกคนข้างๆ ให้เข้าไปแย่งชิงพื้นที่


"นั่งได้หรือเปล่า" กันตธีร์พยักหน้ารับแม้จะอยู่ในท่าที่ไม่ค่อยมั่นคงนัก

"ไม่ตกหรอก" ว่าแล้วก็เอื้อมไปจับราวไว้แน่น


เขานั่งอยู่ที่ริมสุดโดยต้องแบ่งสรรพื้นที่อันน้อยนิดกับโชติภัทร ผู้ซึ่งเขาได้รู้ในวินาทีนี้เองว่าอีกฝ่ายตัวใหญ่กว่าที่คิด เพราะเดิมก็รู้ว่าอีกฝ่ายสูงโปร่ง แต่กะด้วยตาไม่คิดว่าจะตัวใหญ่กว่ามากเมื่อมานั่งเทียบกัน

กันตธีร์เหลือบมองไหล่หนาที่เบียดชิดกันอยู่


อยู่กับไอ้หมีนานจนมาตรฐานการกะขนาดตัวด้วยสายตาชักจะผิดปกติแล้วสิ...





คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยไม่เกิน8บรรทัด...แล้วจะมาซื้อกันทำไมเยอะแยะ?

กันตธีร์บ่นขำๆ ในใจขณะที่กำลังโดนดันให้ไหลไปตามฝูงชนบนทางเดินคล้ายท่อขนาดใหญ่ นาทีนี้ใครมีกลิ่นตัวก็คงได้เสียเซลฟ์กันบ้าง เพราะช่องไฟระหว่างคนต่อคนนั่นแคบแสนแคบ


"อุ้ย ขอโทษค่ะ!"


รองเท้าส้นสูงของคนข้างหน้าจิกลงมาบนหลังเท้าไม่เบานักจึงนับว่าโชคดีที่เขาใส่รองเท้าผ้าใบมา แต่ที่เจ็บกว่าคือปลายผมซึ่งถูกรวบเป็นหางม้ายาวได้สะบัดเข้าหน้าทันทีที่สาวเจ้าหันมาขอโทษ กันตธีร์ยิ้มตอบพร้อมกับคำว่าไม่เป็นไร ก่อนจะต้องหันหลบวูบอีกครั้งเพราะปลายผมที่สะบัดกลับไป

เส้นผมเหยียดตรงของเธอก็ดูสวยสะอาดดีและออกจะมีกลิ่นหอม แต่เขาเชื่อว่าคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ไม่มีใครพิศวาสการสัมผัสเส้นผมของคนที่ไม่รู้จักกันแน่นอนทำให้ชายหนุ่มต้องพยายามยืดคอหลบไปมาในพื้นที่อันจำกัด


สัมผัสแตะเบาที่ข้อศอกทำให้ต้องหันไปมองเจ้าของมือที่โอบแขนมาทางด้านหลัง

โชติภัทรออกแรงดันให้คนตัวเล็กกว่ามาเดินข้างหน้าแทนที่จะอยู่ข้างกันแบบเมื่อครู่ ทำให้พ้นรัศมีการสะบัดหางม้าของสาวคนนั้นไปได้

กันตธีร์พึมพำคำขอบคุณเบาๆ และโดยที่ไม่ต้องหันกลับไปมองเขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มจางๆ ให้แบบที่คุ้นตา


"ไปเอาแผนที่กัน"


สะกิดบอกแล้วก็นำไปทันที ทำให้คนขาสั้นรู้สึกเหมือนกำลังโดนกดดันให้ก้าวเร็วขึ้นด้วยช่วงขาที่ยาวกว่าของอีกฝ่ายที่เดินราวกับกลัวแผนที่หาย ด้วยความที่เป็นคนเดินเร็วอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาเท่าไร แต่ก็อดจะสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าปกติคนทั่วไปจะเดินตามไอ้ตัวสูงนี่ได้ยังไง

กันตธีร์เอื้อมมือขึ้นไปเหนี่ยวไหล่ให้คนข้างๆ หยุดเดิน


“ไม่รีบ”


ตาตี่หรี่ตอบโชติภัทรที่ก้มลงมามองอย่างงงงวย ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกับคำขอโทษ แล้วจึงดันให้คนไม่รีบเดินนำแทน


ซุ้มประชาสัมพันธ์มีคนจำนวนหนึ่งอออยู่ข้างหน้า พร้อมป้ายประกาศว่าแผนที่ปีนี้ต้องจ่ายเงิน แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที ไอ้คนที่บอกว่าจะเอาแผนที่ก็แทรกตัวเข้าไปแล้วออกมาพร้อมกระดาษแผ่นใหญ่แล้ว


“ถ้าไม่มีแผนที่ในมือแล้วเหมือนไม่ได้มางานหนังสือ”


โชติภัทรอธิบายสั้นๆ แบบที่เขาไม่คิดว่าคนที่ดูจริงจังจะมีมุมแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งแผนที่ที่ว่าก็ถูกนำมาถือไว้เฉยๆ เท่านั้น เพราะทั้งคู่เลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆ ดูทุกบู๊ทในงาน

โดยส่วนใหญ่ก็จะหยุดในร้านที่คล้ายๆ กัน แต่ต่างคนต่างดู นานๆ ครั้งจึงจะมีชี้ชวนให้ดูอะไรหรือขอความเห็นบ้าง ทั้งคู่ไม่ได้ซื้ออะไรมากมาย และที่ซื้อก็มักจะเป็นสิ่งที่ตั้งใจมาซื้ออยู่ก่อนแล้ว


กันตธีร์เอามือลูบปกหนังสือแปลที่ทำเป็นปกแข็งเข้าชุด เขาชอบสิ่งพิมพ์...ทั้งลักษณะของปกต่างๆ สัมผัสของเนื้อกระดาษต่างชนิด และรูปแบบการตีพิมพ์ หนังสือบางเล่มเขาก็ไม่ได้อยากอ่านหรือไม่ได้ชอบมากมายแต่ก็จะอยากครอบครองด้วยความรู้สึกที่มันเป็นของล้ำค่า แล้วถ้ายิ่งเป็นหนังสือชุดโปรดหรือคนเขียนที่ชื่นชอบก็จะยิ่งเกิดกิเลสแบบสุดจะต้านทาน

ชายหนุ่มกำลังต่อสู้กับสงครามในจิตใจของตนเองอย่างดุเดือดตอนที่มีสัมผัสเบาๆ แตะที่ข้อศอก


“ธีร์ ยืมได้นะ”

“เปล่าหรอก มีแล้ว เคยอ่านแล้ว” เขาส่ายหัวก่อนจะยิ้มแหยตอบสายตาสงสัย “แค่รู้สึกว่ามันสวยดีจังเลยน้า”


คำตอบนั้นทำให้คิ้วเลิกสูงขึ้นไปอีกระดับแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา จากการสังเกตเขาคิดว่าโชติภัทรไม่ใช่ประเภทพบ้าคลั่งสิ่งพิมพ์แบบเขา และพื้นที่รสนิยมทางการอ่านของนักศึกษาแพทย์หนุ่มคนนี้ก็แคบกว่ามาก คือมักจะอ่านหนังสือที่ค่อนข้างมีความแน่นของเนื้อหา ถ้าเป็นนิยายก็จะมีเนื้อเรื่องซับซ้อน หรือบางทีก็อ่านหนังสือต้นฉบับภาษาอังกฤษ


กันตีร์เอามือลูบข้อศอกตัวเองเบาๆ

ข้อเท็จจริงอีกหนึ่งประการที่ค้นพบในวันนี้คือ โชติภัทรเป็นผู้ที่เรียกคนอื่นโดยการแตะที่ข้อศอกแล้วเรียกชื่อ ซึ่งเป็นการกระทำที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับคนที่อยู่ในแวดวงของการตะโกนเรียก ตบหัว กระโดดทับ โยนของใส่ กระชากคอเสื้อตามสไตล์วิศวะ


“โช แวะหน่อย”


เลยเหมือนทฤษฎี action เท่ากับ reaction เหมือนเวลาที่เจอคนสุภาพเรียบร้อยกิริยานุ่มนวลใส่ ไอ้ครั้นจะหันไปพูดตอบด้วยภาษาพ่อขุนแบบที่ชินปากก็เป็นอันต้องเก็บม้วนเข้าคอไปแบบอัตโนมัติ แล้วเดินไปสะกิดไหล่พร้อมเรียกชื่ออีกฝ่ายแทน

ยังดีที่กันตธีร์มีน้องสาวคนเดียวที่แสนอ่อนหวานเลยไม่ค่อยรู้สึกกระดากในคำพูดจาภาษาดอกไม้


“หาอะไรอยู่หรือเปล่า” โชติภัทรถามขึ้นหลังจากเห็นคนที่บอกจะแวะยืนเก้ๆ กังๆ แบบไม่รู้จะหยิบจับเล่มไหน

“อืม...แค่ดูหนังสือให้พ่อน่ะ แต่ให้มาเลือกเองดีกว่ามั้ง” ว่าพลางขมวดคิ้วใส่แผงหนังสือที่ไม่คุ้นชิน

“ประวัติศาสตร์ไทย?”

“พ่อชอบพวกประวัติศาสตร์ จริงๆ ก็อ่านได้ทั้งโลก แต่ที่ชอบมากๆ ก็จะเป็นโซนเอเชีย ไทย จีน อะไรพวกนี้” กันตธีร์ผละออกจากร้าน “ตอนเด็กๆ พ่อจะเป็นคนพามาเดินงานหนังสือทุกครั้งเลย แต่ก่อนมันจะมีพวกร้านหนังสือเก่ามาออกเยอะกว่านี้ พ่อก็จะหายเขาไปในแต่ละร้านนานมาก จนธางอแงนั่นแหละ”

“แล้วครั้งนี้ไม่ได้มาเหรอ”

“ตั้งแต่งานยุ่งขึ้นเรื่อยๆ ก็แทบไม่ได้มาอีกเลย บ้านยังไม่ค่อยได้กลับด้วยซ้ำ” คนเป็นลูกยักไหล่ “นานๆ ที พอได้มาสักครั้งก็จะมาสิงพวกร้านแบบนี้แหละ แต่ให้เลือกไปให้ก็เลือกไม่ถูกเหมือนกัน”


กันตธีร์ชะงักเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นที่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะรู้สึกถึงความอายุยืนของใครบางคนเมื่อเห็นสายเรียกเข้า


“พี่ธีร์อยู่ไหนแล้วคะ” กัลยธาส่งเสียงเจื้อยแจ้วมาทันทีที่กดรับ

“ยังอยู่ในงานอยู่เลย”

“จะกลับหรือยังคะ พ่อให้ถามว่าจะไปกินข้าวเย็นกันมั๊ย”

“พี่อยู่กับเพื่อนน่ะ เดี๋ยวถามก่อนนะว่าต้องรีบกลับหรือเปล่า”


ชายหนุ่มเอามือป้องโทรศัพท์ไว้ก่อนจะหันมาถามคนที่ยืนรออยู่ ซึ่งโชติภัทรก็ยิ้มแล้วตอบว่าตนว่างสุดๆ เพราะเพิ่งสอบเสร็จ แต่เมื่อกันตธีร์บอกให้ไปกินข้าวด้วยกันก่อนกลับมีท่าทีลังเล


“มันเป็นเวลาครอบครัว ไม่รบกวนดีกว่า เดี๋ยวกลับก่อนได้”

“เฮ้ย ไม่เป็นไรหรอก ไปด้วยกันนี่แหละ” คนชวนยืนยัน “ไอ้หมีมันก็ไปด้วยออกบ่อย ไม่ต้องเกรงใจ”


ว่าแล้วก็มัดมือชกหันไปตอบตกลงกับปลายสายนัดแนะจนเสร็จสรรพให้โชติภัทรได้แต่โคลงหัวไปมา





ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตกแต่งแบบย้อนยุคดูหรูหราจนโชติภัทรเริ่มรู้สึกปวดต่อมเกรงใจ จนกันตธีร์ที่คอยบอกทางอยู่ข้างๆ หัวเราะ ยิ่งพอก้าวเข้าไปในร้านแล้วมีพนักงานในชุดกิโมโนสวยงามออกมาต้อนรับก็ยิ่งเกร็งจนอีกคนรู้สึกสนุกเข้าไปใหญ่


“ขอกลับก่อนได้ไหม?” หันมากระซิบถามเสียงเครียดขณะเดินตามพนักงาไนปที่โต๊ะ

“ไม่” ยิ้มกว้างจนตาตี่ๆ มองไม่เห็น “บอกแล้วว่าไม่ต้องเกรงใจ”

“คือมัน...เอ่อ ดูแพงมาก”

“ก็กินให้คุ้มๆ สิ พ่อแม่ชอบคนกินเยอะ ไอ้หมีนี่ลูกรักระดับแพลทตินั่มพลัสพลัสพลัสเลยล่ะ”


กันตธีร์ว่าแล้วก็กระโดดแผล่วไปกอดหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ก่อน


“คิดถึงคุณนายจัง” ลูกชายเอ่ยปากอ้อนทันที

“ปากบอกว่าคิดถึง แล้วนี่หนีไปเที่ยวไหนมา” ใบหน้าที่เหมือนกัลยธาราวกับต้นแบบตีมาดดุแบบไม่จริงจัง

“ผมจะไปรู้หรือว่ากลับกันมา บอกแต่ธาจนนึกว่าลืมลูกชายไปแล้ว” เบ้หน้าพลางคาดโทษไปให้เด็กสาวที่ทำหน้าไม่รู้เรื่องอยู่อีกคน “พ่อสบายดีนะครับ”


โชติภัทรได้คำตอบทันทีว่าทำไมสองพี่น้องคู่นี้หน้าตาไม่เหมือนกันเลย เพราะคนพี่หน้าจีนชัดเจนเหมือนพ่อ แต่น้องสาวสวยคมแบบไทยเหมือนแม่ ชายหนุ่มยกมือไหว้ก่อนจะยิ้มทักทายกัลยธา


“อ้าว พี่โชหรอกหรือคะ นึกว่าพี่หมีเสียอีก”

“หมีมันตายคาโปรเจคอยู่หอโน่น” กันตธีร์ตอบแทนพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งข้างคุณแม่ “หิวจัง สั่งกันยังเนี่ย”


บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างเฮฮา เพราะสองศรีพี่น้องแย่งกันเล่านู่นเล่านี่ให้พ่อแม่ฟัง โดยเฉพาะกันตธีร์ที่ยกเอาเรื่องลอกโปรเจคที่เครียดแทบตายมาเล่าเป็นเรื่องตลกได้หน้าตาเฉย แถมยังหันมาสะกิดให้โชติภัทรมีส่วนร่วมด้วย

ฝ่ายคุณนายวิจักข์วัฒนาก็มักจะเป็นคนซักถามเป็นส่วนใหญ่ และคุณวิจักข์วัฒนาก็เป็นผู้ฟังที่ดี


“อ๊ะ”


ซอสกระเด็นเปื้อนคางอย่างไม่ได้ตั้งใจจนต้องเอามือขึ้นป้องปาก แต่ก่อนที่จะได้ร้องขอกระดาษทิชชู่ก็ถูกส่งมาให้ถึงมือ คนซุ่มซ่ามพึมพำคำขอบคุณเบาๆ ส่วนคนช่วยก็แค่ยิ้มรับ

ซึ่งทั้งหมดก็อยู่ในสายตาโตของเด็กสาวนามว่ากัลยธาจนอดจะเอ่ยปากถามไม่ได้


“พี่ชายรู้จักกับพี่โชได้ไงอ่ะคะ” เอียงคอถาม “แปลกเนอะ คณะแพทย์ไม่ค่อยได้มาร่วมกิจกรรมเท่าไหร่นี่นา”

“บังเอิญน่ะครับ พี่ชายพี่เป็นพี่ว้ากตอนที่ธีร์เข้าพอดี” โชติภัทรเป็นฝ่ายตอบเมื่อเห็นว่าจำเลยอีกคนเงียบไป

“เอ๋...ก็ไม่เห็นเกี่ยวเลยนี่คะ”

“โชเลยไปเนียนร่วมกิจกรรมกับวิศวะด้วยน่ะ แล้วจริงๆ วิชาพื้นฐานตอนปี1 ก็เรียนเซคเดียวกันหลายตัว” กันตธีร์อธิบายแบบปัดๆ อย่างไม่ค่อยอยากเอ่ยถึงความหน้าแตกของตัวเอง


กัลยธาอ้าปากจะซักไซ้เพิ่มแต่ฝ่ายคุณพ่อที่เงียบมานานถามตัดขึ้นมาก่อนเลยต้องเงียบไป


“ธีร์จะนอนบ้านหรือเปล่า”

“เอ่อ คงจะไม่ล่ะครับ กว่าจะไปส่งโชที่หอแล้วกลับมาอีก”

“ฉันกลับเองได้ ธีร์ไปนอนบ้านเหอะ” โชติภัทรรีบท้วงทันที

“แต่ฉันเป็นคนลากโชออกมานะ” กันตธีร์ขมวดคิ้วหันไปเถียง

“ไม่หรอกน่า ไม่เป็นไรหรอก” ย้ำพร้อมกับล้วงกุญแจรถขึ้นมาคืนเจ้าของ


“เอางี้สิคะ” เด็กสาวที่นั่งเท้าคางฟังพี่ๆ เถียงกันได้อยู่สักพักเสนอ “ก็ให้พี่โชยืมรถพี่ชายขับกลับหอไปสิคะ แล้วพี่ชายก็กลับบ้านกับพวกเรา ยังไงพี่โชก็เป็นคนขับนี่นา”


ทั้งสองนิ่งไป ก่อนที่ประกาศิตจากคุณนายจะดังตามมา


“ธีร์นอนบ้านเถอะนะ นานๆ ทีจะอยู่กับครบๆ เนอะ” คนเป็นแม่จับแขนลูกชาย “ต้องรบกวนโชแล้วล่ะ เอาตามสะดวกเลยนะคะลูก สะดวกขับรถธีร์หรือกลับเองก็ได้นะคะ”


เป็นอันว่าบ้านนี้มีผู้หญิงเป็นใหญ่ เพราะท้ายสุดก็ไม่มีใครกล้าค้านคำตัดสินจากสาวๆ สักคน


โชติภัทรรับกุญแจกลับไปเปิดรถ ก่อนจะยกมือไหว้ลาพ่อแม่ของอีกฝ่ายแล้วกล่าวลาเจ้าของรถกับน้องสาว กันตธีร์ยืนกอดอกมองรถตัวเองที่ค่อยๆ เคลื่อนออกไปนอกร้าน ก่อนจะหันไปมองน้องสาวที่เข้ามาเกาะแขน


“แปลกจังเลยนะคะ”

“อะไรแปลกหรือคะ?”

“พี่ชายกับพี่โชน่ะสิคะ พูดจากันสุภาพจังเลยเนาะ”


ว่าจบ เด็กสาวก็ผละออกไปเดินขึ้นรถ ทิ้งให้พี่ชายยืนนิ่งค้างอยู่


Action เท่ากับ reaction

ปฏิกิริยามันชักจะรุนแรงมากไปหรือเปล่านะ...




TBC



::TALK::

สวัสดีค่า  :katai4:

เขียนตอนนี้แล้วเขินอาย  :-[ :-[ :-[ 55555 [เอ็งเขินอะไรนะ]

เนื้อเรื่องเหมือนจะคลานกระดึ้บมาก  :katai5: ดูไม่ค่อยไปไหน รอหน่อยนะคะ นายเอกของเราป็นพวกความรู้สึกช้า แต่ก็จะโดนกระตุ้นเรื่อยๆ นี่ล่ะค่ะ

ตอนนี้ไม่รู้จะชวนคุยอะไร คนเขียนอยู่ในวังวนการสอบ[อีกแล้ว]   :a5: อดนอนเป็นวงจรอุบาทว์

งั้นขอตัวไปนอนก่อนนะคะ  :heaven ใครมีอะไรคอมเมนท์คุยกันได้น้าาา อยากตอบอยากคุยยย

ขอบคุณที่ยังติตดามกันนะคะ รักคนอ่านนนน  :กอด1:



::comment::

malula : นับว่าธีร์โชคดีจริงๆค่ะ

quiicheh. : นั่นสิ จีบยังไงดีนะ[เฮ้ย!?] แต่ตอนนี้ก็มุ้งมิ้งจริงๆ ค่ะ คนเขียนชอบ  :-[ 5555

พลอยสวย : สายตลอด ขอโทษนะค้าาาา  :hao5:

Zelsy : เน้ออออออออออออออ  :-[

BeeRY : นี่เลยค่ะ เขามาฉลองด้วยกันนนนน 555555

บ๊ายบายโพ : ซอลมีอะไรขออุบไว้ก่อนละกันนะคะ ส่วนโชนี่คือต่อหน้าธีร์ทำตัวเรียบร้อยไปงั้น 555

iforgive : รอก่อนนะคะ นายเอกเราความรู้สึกช้าาาาา

donutnoi : คนเขียนก็หนับหนุนนนนน

Loste : อัพช้าตลอด ขอโทษนะค้าาา  :hao5:

mild-dy :  :pig2:  :pig4:

AfternoonTea : แบบนี้จะเรียกว่าจีบไหมคะเนี่ย 5555 ขอบคุณค่า

maychan : เขินแทนโช อร๊ายยยย  :-[ 5555 ชอบผชแบบนี้เหมือนกันค่าาา[???] เรื่องนี้คนเขียนอยากให้เป็นอารมณ์จับต้องได้ล่ะค่ะ เลยไม่มีอะไรหวือหวาเลย 555 คนเขียนไม่ได้ชื่อพรีมนะคะ แล้วก็ไม่ได้เรียนที่ม.กลางเมืองด้วยค่า คือจริงๆ แล้วคนเขียนเรียนโรงเรียนแพทย์ที่เป็นโรงพยาบาลน่ะค่ะ ตั้งแต่ขึ้นปี2มาก็ไม่เคยเจอคณะอื่นเลย จนจะพูดภาษาคนทั่วไปไม่ได้ละเนี่ย 5555 แต่ที่เขียนเรื่องนี้ก็ใช้ต้นแบบคล้ายๆ ม.ดังกลางเมืองนั่นล่ะค่า ส่วนข้อมูลก็เที่ยวไล่ถามคนนู้นคนนี้ หลายม.รวมๆกัน[ตามประสาคนไม่เคยสัมผัสชีวิตมหาลัย ฮือออ...] จนเพื่อนผู้ชายเริ่มถามว่า นี่แกจะรู้ไปทำอะไรวะะะ [เขียนนิยายวายน่ะแก ขอบคุณนะ //โดนโบก  :z6:] ไว้จะแอบไปขอข้อมูลหลังไมค์นะคะ ขอบคุณค่า  :pig4: ส่วนเจกับซอลนี่มีแต่คนเชียร์เนอะ แต่ไม่มีอะไรแน่ๆ ค่า คนเขียนมีคู่ให้เจแล้ว 55555 คนเขียนผ่านเมดกับอีอาร์ของปีนี้แล้วค่าา ช่วงที่หายไปนานๆ นั่นแล ยับเยินยิ่งนัก แทบเอาชีวิตตัวเองไม่รอด  :z3: คอมเมนท์ยาวมาก ขอบคุณที่มาคุยกันนะคะ คนเขียนชอบอ่านๆๆ  :impress2:

ขอบคุณทุกคนเลยนะคะ  :กอด1: คุยกันได้น้า คนเขียนชอบคุย  :L2: :L2: :L2:

ป.ล. ตอนหน้าใครรอบทน้องวีอยู่นะ?  :hao3:

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
นี่แบบพาไปเจอพ่อกับแม่ ไม่ธรรมดาอ่ะ
ค่อยๆเรื่อยๆค่ะ ไม่รีบ ลุคโชก็เหมาะกับรุกแบบนี้นะ
จะให้ออกตัวแรงเดี๋ยวธีร์ไก่ตื่น ยิ่งช้าๆอยู่555555
 
ปล.คิดถึงโชธีร์และคนแต่งมากค่ะ

ออฟไลน์ Sorso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-3
จิ้มๆ แปะๆๆๆๆๆ
สู้ๆนะคนเขียน คนอ่านรออยู่ ฮ่าๆๆ

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
นี่ถือเป็นการเปิดตัวกับพ่อแม่ได้หรือเปล่าเนี่ย :laugh:
ผู้ชายพูดเพราะมีเยอะไปนะน้องธา อย่างน้องชายพี่เป็นต้น เรียกเพื่อนหยาบสุดก็เอ็ง ข้า ไรแบบนี้  :z1:
เรื่องภาษาที่ใช้กันมันไม่น่าสงสัยเท่าความสนิทสนมของสองคนนี้หรอกค่ะ อิอิ :impress2:

ออฟไลน์ Zelsy

  • เพราะ "รัก" คำเดียวเท่านั้น
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-2
เดี๋ยวจะมีฉาก โชพาธีร์ไปกินข้าวกับพ่อแม่ที่บ้านไหมอะ สลับกันเปิดตัวไรงี้ 55555

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6843
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
พาลูกเขยไปเปิดตัวซะและ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด