Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: SP-HNY2016(31/12/58 p.12) +แจ้งข่าวหน้าแรกค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: SP-HNY2016(31/12/58 p.12) +แจ้งข่าวหน้าแรกค่ะ  (อ่าน 224614 ครั้ง)

ออฟไลน์ Whatever it is

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4004
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +380/-8
ลืมอ่านเหรอไงหว่าเรา มาอีกทีสามตอนรวด 5555

คู่นี้จะลงเอยกันชาติไหนเนี่ย 5555

ออฟไลน์ sweetbasil

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 831
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
เป็นนิยายที่อ่านแล้วรู้สึกดี
ค่อนๆๆเห็นการพัฒนาของตัวเอกในเรื่อง

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เอ๊ะ ทำไมเหมือนรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่ออกอาการหวงลูกชาย

ออฟไลน์ พลอยสวย

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-5
 :m26:..ติดบอลโลกเลยลืมอ่าน ....เย้ๆได้อ่านฉลองแชมป์กับเยอรมัน

maychan

  • บุคคลทั่วไป
แหม่ >w< เดินงานหนังสือมุ้งมิ้งเชียว ชอบตอนธีร์รั้งไหล่โชแล้วบอกว่า ไม่รีบ เนี่ยแหละค่ะ แอร๊ยยยยส์  :-[
ตอนอ่านตอนกะลังเดินเข้างานแล้วโชบอกให้ไปเอาแผนที่เนี่ย แว้บขึ้นมาเลยว่า โชจะหยอด 2 บาทมั้ยน้อ 5555+
ไม่คิดว่าจะเขียนถึงด้วย หลุดขำเลยทีเดียว เราก็เคยมีความคิดแบบโชค่ะ ไม่ได้แผนที่เหมือนมาไม่ถึง
สมัยยังเอ๊าะ(?) เราจะจ่อมเฉพาะบูธที่เล็งจะซื้อ ลิสต์มาเป็นหางว่าว แบกกันไหล่ทรุด ก็เลยต้องเอาแผนที่มากำหนดจุดหมายและวางแผนเส้นทาง (จริงจังมากกกกกก 555+)
เดี๋ยวนี้แก่ละ แบกไม่ค่อยจะไหว  :o12: ยอมทยอยซื้อตามร้านเอา ส่วนงานก็ไปเดินดูทั่วๆทุกบูธ เดี๋ยวนี้เลยไม่ได้ไปเบียดฝูงชนเอาแผนที่ละ

เราแอบลุ้นว่า คุณนายแม่จะชวนโชค้างซะอีก......แหม่..... กิกิกิ
อยากเห็นคู่เจแล้ว ใครจะมาดามใจให้หนอ
สู้ๆนะคะ เรียนหนักพักบ้าง เป็นกำลังใจให้ค่ะ  :กอด1:

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
13




กฤษณ์มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเข้าไม่ถึง

ที่โต๊ะประจำใต้ตึกกลางอันเป็นจุดนัดพบเอนกประสงค์มีสามชีวิตจากภาคไฟฟ้าที่กำลังจับจองอย่างไร้จุดเชื่อมโยง กันตธีร์ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในขณะที่จิรณัฐกำลังกดมืออย่างตั้งใจและวีรินทร์เอาแต่นั่งเท้าคางเหม่อไปอีกทาง

นี่พวกมันมานั่งด้วยกันเพื่ออะไรนะ?


“อ้าว มาเมื่อไหร่?” กันตธีร์เงยหน้าขึ้นมาเห็นจึงเอ่ยทัก ทำให้คนที่ยืนดูมาสักพักนึกอยากจะเดินไปตบกบาลให้สักที

“ทำไมวันนี้อยู่กันครบได้ล่ะ” กฤษณ์ถามไปอีกเรื่อง วีรินทร์หันมามองเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้ากลับไปจนฝ่ายที่ถามดีๆ รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา

“ซอลว่าง กูเลยจะเลี้ยงข้าวขอบคุณ” คุณลูกรายงานทันที

“แล้วไอ้เชี่ยเจล่ะ” บุ้ยหน้าไปทางคนที่เสยผมเงยหน้าจากเครื่องมือสื่อสาร

“มึงเห็นธีร์ที่ไหนก็ต้องเห็นกูอยู่แล้ว” ทำสีหน้าภาคภูมิใจแบบน่าเตะ

“แล้วนี่คือรออะไร?”

“รอพวกมึงสิครับคุณพ่อ มึงคิดว่าให้พวกกูสามคนไปด้วยกันแล้วบนโต๊ะมันจะมีบทสนทนาไหม” อ้อ...ยังนับว่ารู้ตัวอยู่

“อ๊ะ แต่ให้ไปกับธีร์สองต่อสองล่ะฉันพร้อมเสมอนะ”


กฤษณ์เอาอุ้งมือเสยหน้าผากไอ้คนน่าหมั่นไส้หนึ่งทีถ้วนก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ลูกชายตัวเล็กที่เก็บหนังสือเงยหน้าขึ้นมาสนทนาภาษาคนได้แล้ว


“รอไปกันเยอะๆ ดีกว่า นานๆ ทีซอลจะมาด้วยกันได้”

“แล้วจะไปกันยังไง”

“ก็รถกูกับเจ” กันตธีร์ตอบทันทีก่อนจะยิ้มค้าง


“เฮ้ยยยย!”


พ่อหมีส่ายหัวพร้อมกับสีหน้าสุดระอาชัดเจน ส่วนคนขี้ลืมก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกทันที


“เกิดอะไรขึ้น?” วีรินทร์หันมาเปิดปากเป็นคำแรกอย่างงุนงง

“มีคนเอารถไปให้คนอื่นยืมแล้วไม่ได้ไปเอากุญแจคืนน่ะสิ ...ถ้าเป็นโจรป่านนี้แม่งเอาไปแยกส่วนขายถึงชายแดนลาวแล้ว” กฤษณ์ประนามเพื่อนแบบจริงใจที่สุด คนถามพยักหน้ารับแล้วก็หันกลับไป แต่อีกคนที่ฟังอยู่เงียบๆ กลับสีหน้าเปลี่ยนไปทันที แต่เขาก็เลือกที่จะมองข้ามไป


“ตกลงว่าไง”

“เดี๋ยวโชแวะเอามาให้ อยู่หอพอดี” กันตธีร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ไอ้ขี้ลืม”

“ก็มันยุ่งๆ จนไม่ได้ไปไหน เลยลืมเรื่องนี้ไปเลย”


เพื่อนต่างภาคเริ่มทยอยมาสมทบกันบ้างแล้ว แต่ทุกคนตัดสินใจที่จะรอพิชามณซึ่งส่งข้อความมาโวยวายล่วงหน้า

บทสนทนาเริ่มไหลไปเรื่อยๆ จนกันตธีร์กลับมาเป็นฝ่ายนั่งฟัง นั่งดูเพื่อนแต่ละคนที่เอาแต่เถียงและทะเลาะกันอย่างไร้สาระ อีกไม่ถึงปี...ต่างคนก็ต้องต่างแยกย้ายกันไป คงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว

ชายหนุ่มกำลังนั่งคิดถึงภาพที่เพื่อนทุกคนจบกันไปตอนที่มีใครสักคนวิ่งเข้ามาเรียก


“ธีร์!! น้องสาวมึงกำลังทะเลาะกับเด็กปี1อยู่ที่หน้าตึก”


กันตธีร์โดนลากให้ตามไปอย่างไม่ทันตั้งตัว กัลยธาเนี่ยนะ!?

ภาพเด็กสาวในชุดนักศึกษาที่ลากแขนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งมาด้วยกำลังอ้าปากเถียงกับนักศึกษาอีกคนที่อยู่เสื้อชอปลอยเข้ามาตอกย้ำความเป็นไปได้ในหัวอย่างรวดเร็ว


“นายจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะ!!! ขอโทษเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้!!!”

“ทำไมฉันต้องไปขอโทษไอ้ตุ๊ดนั่นด้วย!?”



“ธา!!” คนเป็นพี่ชายรีบวิ่งเข้าไปขวาง “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

“พี่ธีร์...ก็ตาคนนี้มันต่อยเพื่อนธา!” เด็กสาวชี้ที่หน้าของเพื่อนชายที่อยู่ด้วยกันซึ่งมีรอยบวมช้ำชัดเจนตรงโหนกแก้ม

“โว้ย! จะอะไรนักหนาวะ!!!” ฝ่ายที่ตกเป็นจำเลยร้องขึ้นมาอย่างสุดทน “เพื่อนเธอมันก็ตัวผู้เหมือนกัน ต่อยกันแค่นี้มันจะอะไรวะ!!!”

“เอ่อ ใจเย็นๆ ก่อนนะ” กันตธีร์ยกมือห้ามน้องสาวที่อ้าปากจะเถียงกลับ “วีใช่ไหม แล้วมันเกิดอะไรขึ้น เอ่อ...ต่อยกันทำไม”


เด็กหนุ่มที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตามีสีหน้าหงุดหงิดชัดเจน แถมยังดูปกติดีจนน่าจะเรียกว่าไปต่อยเขามากกว่าที่จะ 'ต่อยกัน'


“ไอ้ตุ๊ดนั่นมันมาทำทุเรศกับผมก่อน แค่ต่อยกลับแค่นี้ก็สมกันนี่...จะโวยวายอะไรนักหนา” วีรภัทรพยายามสงบใจอธิบายให้รุ่นพี่ฟังแต่อีกฝ่ายกับแหวขึ้นมา

“พวกผู้ชายนี่เอาแต่คิดว่าคนอื่นจะมาหลงใหลได้ปลื้มตัวเองหรือไง คิดไปเองหรือเปล่าอีตาบ้า!”

“เธอนั่นแหละยัยบ้า! อธิบายให้ฟังก็ไม่รู้จักฟัง!!”

“นั่นเรียกว่าอธิบายหรือไง เอาแต่ว่าคนอื่น เพื่อนฉันเจ็บตัวแท้ๆ!”


กันตธีร์รู้สึกเวียนหัวขึ้นมากระทันหัน ต่างคนต่างโวยวายใส่กันแบบนี้แล้ววันนี้มันจะคุยกันรู้เรื่องไหม แต่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจดุทั้งคู่ก็มีเสียงตวาดดังแทรกขึ้นมา


“วี!!”


คนที่จะเอากุญแจรถมาคืนก้าวเร็วๆ เข้ามาด้วยสีหน้าแสดงความไม่พอใจชัดเจน โชติภัทรพาร่างสูงโปร่งมาหยุดยืนต่อหน้าน้องชายที่ตัวเท่ากันแต่ดูหงอลงชัดเจน


“นี่มีเรื่องอะไรกัน เป็นลูกผู้ชายมาตะโกนว่าผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง”

“แต่...”


วีรภัทรชักสีหน้าแต่เมื่อสบตาคนเป็นพี่ชายก็ต้องก้มหน้าลง

กันตธีร์มองสองพี่น้องอีกคู่แล้วก็ยิ่งปวดหัว เลยหันมาหาน้องสาวตัวเองบ้าง แล้วก็ต้องสะดุดกับท่าทีของเพื่อนน้องสาวที่ดูจะหน้าเสียขึ้นทุกทีๆ

...ทำให้พอจะเดาอะไรๆ ขึ้นมาได้


“ใจเย็นๆ กันก่อนไหม” เขาหันไปมองน้องทั้งสองที่ยังอารมณ์คุกรุ่นแล้วพูดกับคนที่มาใหม่ “เดี๋ยวฉันพาน้องไปคุยทางโน้น ให้อารมณ์เย็นแล้วค่อยมาเคลียร์กันนะ”


โชติภัทรพยักหน้ารับแล้วดึงไหล่วีรภัทรไปอีกทาง ชายหนุ่มจึงจูงมือน้องสาวและเพื่อนให้เดินตามมาที่ใต้ตึกกลาง แล้วพาไปนั่งที่โต๊ะซึ่งว่างอยู่


“เอาล่ะ เราชื่ออะไร เล่าให้พี่ฟังซิ นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น” กันตธีร์หันไปพูดกับเพื่อนของน้องสาวที่ปิดปากเงียบสนิทมาตั้งแต่แรก ก่อนจะยกมือห้ามกัลยธาที่จะเปิดปากเล่าเอง “พี่ขอฟังจากเราดีกว่า... เอาเรื่องจริงๆ นะ”

“ผม...ผม...” เด็กหนุ่มผู้มีลักษณะท่าทางออกสาวชัดเจนอึกอัก

“สรุปเราเริ่มก่อนหรือไอ้วีมันเริ่มก่อน”

“พี่ชาย!!”

“ผมขอโทษครับพี่!!!”


เด็กหนุ่มร้องเสียงหลงทำให้กัลยธาที่กำลังจะโวยวายปกป้องต้องหันไปมองเพื่อนอย่างงุนงง จากนั้นจึงเริ่มเล่าว่าเขาเองที่ไปแหย่วีรภัทรก่อน นอกแนวลวมลามเล็กน้อยเพราะเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจุดเดือดต่ำกับอะไรแบบนี้ พอโดนต่อยมาแล้วเพื่อนถามก็เลยเล่าให้มันโอเวอร์ด้วยความเสียหน้า


“ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดแบบนี้ ขอโทษจริงๆ ครับ”

“คนที่เราควรจะขอโทษไม่ใช่พี่ แต่เป็นพื่อนเราเองแล้วก็ไอ้วี”


คนทำผิดหน้าเสียหนักกว่าเดิมก่อนจะค่อยๆ หันไปสบตาเพื่อนสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่เมื่อครู่ บรรยากาศอึมครึมค้างอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เด็กสาวจะยิ้มออกมา


“แบบนี้ฉันก็ผิดเต็มๆ น่ะสิ! โอ้ย!! ต้องไปขอโทษอีตาบ้านั่นเลย” กัลยธาส่ายหัวแล้วก็ถอนหายใจแบบไม่จริงจัง

“ข...ขอโทษจริงๆ นะธา”

“ช่างมันเหอะแก...แต่ไม่เอาอีกแล้วนะ!!! จะบ้าตาย!”


กันตธีร์เห็นน้องทั้งสองไม่ตีกันขึ้นมาให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าเดิมได้ก็โล่งใจ เขาจึงบอกทั้งคู่ให้นั่งรอก่อน แล้วเดินออกไปตามหาคู่พี่น้องที่ดูจะอารมณ์แรงกว่าจนน่าเป็นห่วง

ชายหนุ่มเดินตามหาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงที่คุ้นหูมาจากทางเดินหลังตึกจึงเดินเข้าไป แต่บรรยากาศที่ยังคุกรุ่นทำให้เขาต้องยืนหลบฉากเป็นผู้ฟังที่ดี


“ไม่รู้ล่ะ! แต่ผมไม่ผิดแน่ๆ ล่ะ!”

“วี! พี่ว่าเรากำลังพูดคนละประเด็น เรื่องที่จะไปต่อยอะไรกันมันก็เรื่องนึง แต่การที่มาตะโกนว่าผู้หญิงแบบนี้พี่ว่ายังไงมันก็ไม่ถูก”

“แต่เพื่อนไอ้ตุ๊ดนั่นมาว่าผมก่อนนะพี่!”

“แต่วีก็ว่าเขาแรงไป พี่จำได้นะว่าที่บ้านเราไม่เคยสอนให้เหยียดใครแบบนี้”

“เออ เอาเข้าไป พูดความจริงก็ไม่ได้ โต้ตอบก็ไม่ได้ ผมไม่ใช่คนดีแบบพี่นี่!”

“วี!!”


“เออสิ พี่จะมาเข้าข้างอะไรผมวะ ก็ต้องเข้าข้างพวกตัวเองอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ! พี่เป็นเกย์นี่!!!”

“วีรภัทร!!!”



กันตธีร์อดจะสะดุ้งไปด้วยไม่ได้กับเสียงตวาดลั่นทำให้ทุกอย่างเงียบลงไป เขายื่นหน้าเข้าไปลอบดูสถานการณ์อีกครั้ง ว่าถ้าหากวางมวยกันจริงจะได้ห้ามทัน แต่ภาพที่เห็นมีเพียงโชติภัทรที่ยืนเม้มปากนิ่ง กับวีรภัทรที่ดูจะหน้าเสียไปเอง


“วีจะคิดยังไงกับพี่พี่ไม่ว่า แต่มันคนละเรื่องกัน...อะไรที่เราทำผิดก็คือทำผิด มันไม่เกี่ยวกับว่าเขาทำผิดก่อนเราหรือมากกว่าหรือเปล่า” คนเป็นพี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบในที่สุด “พี่รู้ว่าเราก็รู้ว่าตัวเองผิดตรงไหน ไปขอโทษเขาดีๆ ให้มันจบไป”

“ผม...ผม...” วีรภัทรอ้าปากจะพูดก่อนจะตัดสินใจเงียบไปทำให้เกิดความกดดันลอยคลุ้งไปหมด


“อยู่นี่กันเอง” กันตธีร์สูดลมหายใจลึกๆ แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปทำลายสูญญากาศความอึดอัดให้กับสองพี่น้องในที่สุด “โทษทีว่ะวี น้องสาวพี่มันอารมณ์ร้อนเองล่ะ ทางโน้นเขาจ๋อยไปแล้ว ช่วยไปฟังคำขอโทษหน่อยแล้วกันนะ”

“เอ้อ...ผมเองก็พูดไม่ดี ขอโทษนะครับ”

“เอ้า ไปๆ ไปคุยกันดีๆ ทางโน้น”


รุ่นพี่คณะผลักน้องปี1ให้เดินนำไปก่อนจะหันมามองฝ่ายพี่ชาย โชติภัทรยกยิ้มจางๆ ให้เหมือนปกติเมื่อรู้ว่าเขากำลังจ้องหน้า แล้วก็ยกมือขึ้นแตะข้อศอกให้เดินออกไปตามกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


หลังจากทั้งสองฝ่ายอารมณ์เย็นลงก็ดูจะเคลียร์กันได้อย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อ น้องผู้ชายต้นเรื่องดูรู้สึกผิดจนตัวหดกลายเป็นตุ๊ดเรียบร้อยแบบฉับพลัน กัลยธาเองก็ยอมรับว่าตนเองเข้าใจผิดแล้วก็ขอโทษแต่โดยดี ฝ่ายวีรภัทรก็ดูจะอ่อนลงมากและยอมขอโทษด้วยอีกคน

สรุปได้ความว่าเรื่องจบแบบสวยงามไร้การนองเลือด คู่กรณีเลยต่างแยกย้ายกันไปตามภาระหน้าที่ทิ้งให้คนไกล่เกลี่ยยืนเคว้ง


“ธีร์” โชติภัทรยื่น ‘ธุระ’ แรกเริ่มมาให้ “กุญแจรถ”

“เอ้อ ขอบคุณมาก”

“ขอบคุณอะไร คนยืมมันทางนี้ ฉันสิต้องขอบคุณ”

“อุตส่าห์เดินมาคืนไง เลยพลอยติดร่างแหซวยไปด้วยกันหมด” กันตธีร์ตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

“วีมันปากเสีย” คนเป็นพี่บ่นเบาๆ ก่อนจะยิ้มให้อีกที “งั้นไปก่อนนะ อยู่เวร6โมง”

“อื้อ โชคดี”


“โชนี่หล่อจังเนอะ” พิชามณผู้นั่งรออยู่ออกความเห็นทันทีที่อีกฝ่ายเดินห่างออกไป “เป็นเดือนหรือเปล่าเนี่ย”

“ไม่รู้สิ ไว้จะถามให้เอามั๊ย” กันตธีร์ทรุดตัวลงนั่งข้างเพื่อนสาว

“ไม่เอาหรอก ถามไปเขาก็ไม่สนใจแอม”

“แอมออกจะสวย...” ชายหนุ่มค้านก่อนจะชะงักเมื่อนึกถึงสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่


‘เออสิ พี่จะมาเข้าข้างอะไรผมวะ ก็ต้องเข้าข้างพวกตัวเองอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ! พี่เป็นเกย์นี่!!!’


“ธีร์นี่น่ารักจังน้า” หญิงสาวพูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยพร้อมกับเอาหัวซบไหล่เพื่อน

“แอม! เจหวงนะ อย่าทำแบบนั้นสิ!” จิรณัฐแทรกตัวเข้ามาในบทสนทนาทันที

“อิจฉาสิ อิจฉา!” พิชามณแลบลิ้นใส่พร้อมกับเอื้อมมือมาควงแขนคนกลางแล้วเอาคางวางบนไหล่

“เดี๋ยวเรตติ้งตกนะแอม” เจ้าของแขนหัวเราะเบาๆ

“แอมไม่เรตติ้งตกเพราะธีร์หรอก” ใบหน้าสวยยิ้มกว้างขวาง


เสียงโวยวายค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามกลุ่มคนขนาดใหญ่ ขนาดวีรินทร์ที่ไม่ค่อยได้คุยกับใครยังอดหัวเราะตามเพื่อนๆ ไปไม่ได้

กันตธีร์ก้มมองหน้าจอมือถือที่ดำสนิท ก่อนจะตัดสินใจเก็บลงกระเป๋ากางเกงเมื่อถูกเพื่อนเรียก ชายหนุ่มยิ้มตอบมุกตลกของเพื่อน ก่อนจะสวนกลับด้วยคำกัดเจ็บๆ เขาหัวเราะ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนมีตะกอนอะไรทิ่มอยู่ในใจ


“มีอะไรหรือเปล่า?” กฤษณ์ช่างสังเกตเสมอ “รอใครโทรมาหรือไง”

“เปล่าหรอก” ส่ายหัว ก่อนจะตัดสินใจโยนมือถือลงใส่กระเป๋าสะพายแทนเป็นการตัดปัญหา





“มึงไปอาบน้ำก่อนเลย”


กันตธีร์หันไปบอกรูมเมทเมื่อกลับถึงหอพัก กฤษณ์เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจแต่ก็เดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวกับตะกร้าแล้วเดินออกไปโดยที่ไม่ถามอะไร

ชายหนุ่มร่างเล็กทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียงก่อนจะกดโทรออก สัญญาณปลายสายดังอยู่ไม่กี่ครั้งก่อนที่จะมีคนรับ


“ธีร์” เสียงนุ่มเรียก “ว่าไง มีอะไรหรือเปล่า”

“คุยได้หรือเปล่า”

“ได้ ตอนนี้ไม่มีเคสอะไร ทำไมหรือเปล่า เป็นอะไร?”

“ไม่ได้เป็นอะไร” กันตธีร์โคลงหัวไปมา “แต่จะถามว่าทางนั้นเป็นอะไรหรือเปล่า ทะเลาะกับไอ้วีหรือเปล่า”


ปลายสายเงียบไป ก่อนจะหัวเราะเบาๆ


“ได้ยินด้วยหรือ”

“...เอ้อ ก็...ได้ยิน” กลับเป็นเขาเองอึ้งไปเมื่ออีกฝ่ายถามกลับ

“งั้นหรือ...” โชติภัทรตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่เป็นไรอะไรกัน”

“งั้นธีร์อยากรู้ประเด็นไหน ที่โกรธไอ้วีหรือเปล่า หรือรู้สึกแย่หรือเปล่าเรื่องที่เป็นเกย์”


ความเงียบปกคลุมลงมาอย่างน่าอึดอัด ก่อนที่กันตธีร์จะถอนหายใจ


“อย่าพูดแบบนั้นอีกนะ”

“ก็แค่พูดความจริง”

“มันไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ เพราะฉะนั้น...อย่าพูดแบบนั้นอีกนะ”


เป็นอีกครั้งที่เงียบไปทั้งคู่ กันตธีร์เอนหลังลงไปนอนกับเตียงรอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย


“ขอโทษ” โชติภัทรเอ่ยขึ้นมาในที่สุด “จริงๆ ก็...รู้สึกแย่...นิดหน่อย”

“ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ”

“ขอบคุณนะ”

“อื้อ”


ช่องว่างในบทสนทนาเกิดขึ้นอีกครั้งแต่บรรยากาศดีขึ้น


“...ธีร์ไปทำงานเถอะ”

“ไล่กันหรือ”

“เฮ้ย แค่ไม่อยากรบกวนเฉยๆ”

“ล้อเล่น” กันตธีร์หัวเราะ “ไปอยู่เวรไป”

“ครับๆ ...ขอบคุณนะธีร์”


ปลายสายวางไปสักพักแล้ว แต่กันตธีร์ยังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียงโดยที่ไม่ได้อาบน้ำ


ก็แค่รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาบ้าง...เท่านั้นเอง




TBC


::TALK::

//ปาดเหงื่อ

กลับมาแล้วค่าาาาาาาาาา คิดถึงกันม๊ายยยยยย  :กอด1: [โดนคนอ่านเขวี้ยงรองเท้า] ตอนนี้ยาวนะคะทุกโค้นนนน [แก้ตัว]

คนเขียนเพิ่งสังเกตว่าตอนนี้คือตอนที่13.............................................นิยายบ้าอะไรผ่านมา13ตอนยังไม่เป็นแฟนกัน!!! [กรีดร้องใส่ตัวเอง :katai1:]

แต่คิดว่าจากนี้เรื่องจะเริ่มเดินเร็วขึ้นเพราะสองหนุ่มของเราดูจะฟรุ้งฟริ้งกันพอประมาณแล้ว[???]  :-[

ใครอ่านตอนนี้อย่าเพิ่งเอาเท้าลูบหน้าน้องวีกันนะคะ! น้องวีเป็นเด็กดี[?]ค่ะ ต่อไปอาจจะได้เห็นมุมของคุณพี่ชายน้องชายคู่นี้บ้าง [พูดแบบนี้แล้วมันดูแปลกๆชอบกล...]

เจอกันตอนหน้านะค้า จะพยายามมาให้สม่ำเสมอเน้อ รักคนอ่านค่าาาา  :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:


::comment::

quiicheh. : เป็นการเจอพ่อแม่แบบไม่มีอะไรในกอไผ่มากๆเลยค่ะ 5555 คนเขียนก็คิดถึงคนอ่านนน  :sad4: วังวนการเรียน-สอบมันโหดร้ายยิ่งนัก

Sorso : ขอบคุณนะคะะะะ  :กอด1:

BeeRY : น้องธาเป็นสาววายค่ะ 55555 [อุ ติดแท็กสปอย] คาดว่าคุณน้องอาจจะจิ้นไปไกลเองแล้ว

Zelsy : อันนั้นคงอีกนานค่ะ 555 ให้ธีร์มันรู้ก่อนเถิดว่าโดนจีบ

iforgive : เปิดตัวแบบบริสุทธิ์ใจสุดๆอ่ะค่ะ 55555

Whatever it is : กรี๊ดดดด ชาตินี้แน่นอนค่าาาาาาา  :hao5: //เริ่มสงสัยเหมือนกันว่าตัวเองเขียนอะไรอยู่

sweetbasil : ขอบคุณนะคะ รอดูการพัฒนาของสองคนนี้ไปด้วยกันเนอะ

malula : ออกแนวจะเอาลูกกลับบ้านน่ะค่ะ 555

พลอยสวย : คนเขียนก็เป็นสมาคมแม่บ้านเยอรมันค่ะ!! //ฟิน 5555 [แต่แทบไม่ได้ดูเลย ฮืออออ]

maychan : คนเขียนก็เหมือนกันเลยค่ะะะะ แต่ก่อนซื้อเยอะม๊ากกกก [จนที่บ้านถามว่าจะเอาไปถมที่เรอะ] แต่เดี๋ยวนี้ก็เดินๆ ซื้อนิดๆหน่อยๆ ก็กลับละ [รู้สึกแก่ชะมัด 555] ส่วนคู่ของเจคงจะไม่ได้มาโผล่ในเรื่องนี้อ่ะค่ะ คิดว่าจะมีเป็นเรื่องสั้นแยกออกไปหลังจากที่เขียนเรื่องนี้จบ [คนเขียนอยากเขียนมาก แต่ไม่กล้าเพิ่มภาระให้ตัวเอง 5555] ขอบคุณนะคะ  :กอด1:

ขอบคุณทุกคอมเมนท์เลยนะคะ  :pig4: คนเขียนคิดถึงคนอ่านและโช-ธีร์มากๆเหมือนกัน ขอบคุณที่มาคุยกันนะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ฝ่ายธีร์ได้ปลอบหมอโชบ้าง
น้องวีนี่อารมณ์ร้อนปากเร็วจริง

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
เดี๊ยววววววววววววววววววววววววว
คุณโชติภัทรนี่เค้าดีทุกสถานภาพจริงๆค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายคนนึงหรือพี่ชายที่สั่งสอนน้อง
หูยยยยยยยยยผชคนนี้มัน!!! ธีร์ต้องคว้าไว้นะ!!!!

แอบตกใจเหมือนกันตอนที่วีพูดใส่โชแบบนั้น
ฟีลคือเห้ยสุดหล่อตูเกย์เพราะธีร์หรือเกย์จริงๆฟะกร้าก
แต่อย่างไงก็เลิ้บๆโชค่ะ ขอโชโคลนนิ่งงงงงอิอิ

ออฟไลน์ miho

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
กว่าธีร์จะรู้ว่าโดนจีบคนอื่นเค้ามองออกหมดแล้ว น่าสงสารโชเสียยิ่งกว่าอะไรเพราะตัวเล็กของพ่อหมีไม่สนใจรอบข้างแถมยังซื่อบื้ออีก  :katai1: :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ พลอยสวย

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-5
 :m26: :m26:..เค้าชอบน้องวีอ่ะ โยนมาทางนี้พร้อมดูแลแล้ว อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: 13 [26/07/57 P.5]
« ตอบ #129 เมื่อ: 26-07-2014 03:07:25 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
ตอนน้องวีว่าเรื่องโชเป็นเกย์ อ่านแล้วใจสั่นเลย สงสารโชอ่ะ :hao5:
แต่ดีที่มีกำลังใจดีจากธีร์ อิอิ :o8:
เป็นห่วงกัน คิดถึงกันขนาดนี้ แต่ยังไม่รู้ใจตัวเอง ไม่เป็นไร เหมือนความรู้สึกมันค่อยๆพัฒนา  :impress2:
รออ่านตอนต่อไปค่ะ :katai2-1:

ออฟไลน์ Zelsy

  • เพราะ "รัก" คำเดียวเท่านั้น
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-2
ฮู้ยยย ถ้าธีร์รู้สึกตัวช้า ก็ให้มันจีบเองเลยดิ๊ 55555

ป.ล. เด็กๆทะเลาะไรกัน ผู้ใหญ่เขาจะ(พยายาม)จีบกันอยู่ 555

ออฟไลน์ Raiwyn

  • - ไรวิน -
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 91
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
โชรุกเลยยยยเอาใจช่วย :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
14




เป็นช่วงเที่ยงของวันพุธแล้วที่โทรศัพท์มือถือข้างเตียงร้องโวยวายขึ้นมาจนเจ้าของตื่น กันตธีร์โงหัวขึ้นมาจากหมอนด้วยความรู้สึกง่วงงุนจนลืมตาแทบไม่ขึ้น เมื่อคืนเขาเร่งทำงานจนถึงเช้าเพิ่งจะได้ล้มตัวนอนจึงรู้สึกอยากจะกดตัดสายทิ้งถ้าไม่เห็นชื่อที่เรียกเข้าเสียก่อน


A.itthinon


ชายหนุ่มสะดุ้งตัวขึ้นมานั่งทับขาอย่างรวดเร็ว สมองตื้อๆ ถูกกระชากให้ตื่นตัวทันที พอๆ กับหัวใจที่เต้นแรงขึ้น ประสบการณ์ครั้งล่าสุดที่รับสายนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องน่าประทับใจเสียจนเขารู้สึกหลอน

กันตธีร์กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอก่อนจะกดรับ ผู้เป็นอาจารย์ทักทายมาด้วยเสียงสบายๆ ทำให้พอจะหายใจหายคอได้สะดวกขึ้น อีกฝ่ายถามถึงความสะดวกก่อนจะพูดถึงโปรเจคที่เข้าใกล้โค้งสุดท้ายอีกสองสามคำ แล้วจึงเข้าเรื่องที่เขาไม่คาดคิด


“วีรินทร์มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”


ชายหนุ่มขมวดคิ้วกับคำถามนั้น เขาเองก็ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเพื่อนคนนี้เท่าไรนัก ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีใครเจอวีรินทร์ที่คณะ หรือแม้แต่ที่ห้องภาค...แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ

อิทธินนท์เล่าว่าลูกศิษย์ที่เขาถามหาไม่มีความคืบหน้าของโปรเจคมาเกือบเดือนแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยมีปัญหา พอถามไปก็ไม่ได้เหตุผลที่รับได้กลับมา เรื่องนี้กลับทำให้กันตธีร์ประหลาดใจได้จริง เพราะวีรินทร์เป็นคนที่เรียนดีมาก ถึงแม้จะชอบโดดเรียน แต่เรื่องงานหรือคะแนนสอบก็ไม่เคยบกพร่อง หรือจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบจนมองข้ามเวลาเรียนที่หายไปไดัเลย


“ผมอยากรู้ว่าวีรินทร์มีปัญหาอะไรและต้องการให้ผมช่วยอะไรหรือเปล่า ผมอยากให้ลูกศิษย์ทุกคนได้จบในปีนี้อย่างไม่มีปัญหา” คนเป็นอาจารย์กล่าวอย่างเป็นกังวล

“ผมจะลองติดต่อวีรินทร์ดูนะครับอาจารย์”


กันตธีร์รับคำก่อนจะวางสาย เขาตัดสินใจขอตัวช่วยสำหรับเรื่องนี้ แต่พอชะเง้อไปหาคนที่น่าจะรู้เรื่องเพื่อนๆ ดีที่สุดก็พบแต่ซากหมีตายขึ้นอืดอยู่ใต้กองผ้าห่ม...อันเป็นผลพวงจากวังวนปั่นโปรเจค

ชายหนุ่มเอามือลูบหน้าลูบตา ชื่อเดือนธันวาคมที่ใกล้เข้ามาบนปฏิทินทำให้ปวดใจไม่น้อย พวกเขาเหลือเวลาอีกเดือนกว่าที่ทุกอย่างจะต้องพร้อมในการนำเสนอ ก่อนจะรอผลพร้อมกับการปั่นเล่มให้ทันก่อนปิดภาคและสอบอีกสองตัวเพื่อจะได้ทำเรื่องจบให้ทัน


ไว้ตื่นแล้วค่อยถามก็ได้มั้ง...เขายักไหล่ให้กับตัวเอง


โทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้งขณะที่กำลังจะเดินไปอาบน้ำ คราวนี้กฤษณ์พลิกตัวอย่างรำคาญ กันตธีร์จึงรีบกดรับแล้วเดินออกไปที่ระเบียงแคบๆ


“ว่าไง”

“...อยู่ไหนเนี่ย ทำไมเสียงดัง”

“ระเบียง หมีมันนอนอยู่เลยออกมาคุยข้างนอก”

“อ้อ...”


กันตธีร์หยีตามองออกไปข้างนอก หน้าหนาวของสยามประเทศไม่ได้มอบอะไรให้เลยนอกจากท้องฟ้าที่กลายเป็นสีฟ้าสดใสไร้เมฆกับแดดเปรี้ยงๆ ร้อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระเบียงแคบที่มีคอมเพรสเซอร์แอร์ตั้งอยู่


“นี่ว่างหรือไง”

“ว่าง” ปลายสายหัวเราะ เพราะนานๆ ทีจะมีช่วงที่ได้อวดกับเขาบ้าง “ธีร์ก็ไม่มีเรียนนี่ ไปดูหนังกันไหม”

“มีอะไรให้ดูด้วยหรือ” กันตธีร์ถามกลับ เขาหายง่วงไปแล้วกับการที่โทรศัพท์เข้าสองรอบ


โชติภัทรพูดชื่อหนังรักฝรั่งเศสที่เพิ่งได้รับรางวัลแต่ดูจะไม่เข้ากับรสนิยมของทั้งคู่เท่าไร ซึ่งอีกฝ่ายก็อธิบายถึงประเด็นด้านการใช้สัญลักษณ์และการตีความสังคมที่แทรกอยู่ในเรื่องนี้ตามที่ได้อ่านสปอยล์ในอินเตอร์เนตจึงเกิดอยากดูขึ้นมา


“ไม่ดีกว่า...ว่าจะเข้าคณะไปทำงานตอนบ่าย” กันตธีร์ชั่งใจอยู่แค่นิดเดียวก่อนจะปฏิเสธไป

“อ้อ ไม่เป็นไร” อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อ “กินข้าวหรือยัง”

“เพิ่งตื่น” ตอบพร้อมกับบิดขี้เกียจ

“รีบไปหาอะไรกินไป เดี๋ยวปวดท้อง” ว่าที่คุณหมออดกล่าวเตือนไม่ได้

“สายไปแล้วล่ะ” กันตธีร์หัวเราะพลางลูบกระเพาะที่เริ่มบิดตัวไปมาเรียกร้องอาหาร “ยังจะไปห้างอยู่หรือเปล่า?”

“ทำไมหรือ”

“อยากไปหาอะไรดีๆ กินแล้วก็แวะซื้อของหน่อย” เขาคิดรายการอย่างรวดเร็วก่อนจะเอ่ยสำทับ “แต่ไม่ดูหนังนะ”

“โอเค อีก15นาทีเจอที่รถแล้วกัน”


++++++


กันตธีร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรับรู้ต่อสิ่งรอบตัวต่ำ

กฤษณ์เคยกล่าวว่าสัญญาณเตือนภัยในตัวเขาคงพังไปแล้ว แถมประกันก็ไม่มี จะเปลี่ยนเครื่องก็ทำไม่ได้ จะซ่อมก็ยังหาอะไหล่ที่ใส่ได้ไม่เจอ เลยต้องทำใจอย่างเดียว


“รองท้องไปก่อน”


ชิฟฟ่อนเค้กในห่อกระดาษถูกโยนมาให้ก่อนที่คนขับจะเข้าเกียร์ออกรถ


“เอามาจากไหน” เจ้าของรถตัวจริงที่นั่งสบายอยู่ที่นั่งข้างเอ่ยถามพลางแกะห่อ

“ญาติคนไข้เอามาให้เมื่อเช้า” โชติภัทรตอบ ก่อนจะเสริมเมื่ออีกฝ่ายชะงัก “เอามาเยอะมาก กินกันทั้งวอร์ดก็ไม่หมดหรอก”


กันตธีร์ชั่งใจก่อนจะกัดเข้าไปคำนึง รสหวานน้อยๆ แผ่ไปทั่วลิ้น ทำให้ยิ่งรู้สึกหิวมากขึ้นชอบกล ชายหนุ่มยัดทั้งหมดลงคอไปในเวลาอันรวดเร็วจึงเริ่มรู้สึกหิวน้ำขึ้นมา

และโดยที่ไม่ได้ร้องขอ เมื่อรถแล่นมาจอดติดไฟแดง ขวดน้ำจากประตูฝั่งคนขับก็ถูกยื่นมาให้ทันที


“ขอบใจ”


โชติภัทรยิ้มรับทำให้คนมองรีบเสมาจ้องมือตัวเอง


...บางทีสัญญาณเตือนพังๆ ของเขาก็ทำงานขึ้นมาได้บ้างเหมือนกัน






ทั้งคู่ตรงไปร้านเนื้อย่างทันทีที่ถึงสรรพสินค้าใหญ่ใกล้มหาวิทยาลัย กลางวันของวันธรรมดาไม่มีคนมากนักจึงสามารถเข้าไปกินได้เลย และทันทีที่ก้นแตะเก้าอี้ลิสต์อาหารยาวเหยียดถูกร่ายออกมาแบบไม่ต้องดูเมนูจากคนที่หิวจนตาลาย ทำเอาพนักงานตั้งตัวไม่ติดทวนรายการใหม่ไปถึงสองรอบ


“เฮ้ยโช”


กันตธีร์เงยหน้ามองตามเสียงที่ถูกดัดให้สะกิดบาทาอย่างยิ่งยวด ชายในชุดนักศึกษาเดินตรงเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก คนถูกเรียกขมวดคิ้วแต่ยังไม่ทันที่จะทักกลับประโยคถัดไปที่ยิ่งกวนตีนหนักข้อก็ดังตามมา


“ทีตอนกูชวนมึงไม่มานะ” ฝ่ายนั้นยักคิ้ว “ไหนบอกไม่อยากกินเนื้อย่าง”

“กูแค่ไม่อยากกินข้าวชามเดียวกับหมาในปากมึง”


โชติภัทรสวนกลับฉับพลันทำเอากันตธีร์สะอึกแทน แต่คนถูกด่าจริงๆ กลับหัวเราะลั่น


นี่เป็นอีกหนึ่งความจริงที่เขาเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้...โชติภัทรเป็นผู้ชายปากจัดอย่างร้ายกาจ ซึ่งไม่เข้ากับบุคลิกภาพภายนอกที่ดูสุภาพเรียบร้อยแม้แต่นิดเดียว

กันตธีร์สัมผัสสิ่งนี้ครั้งแรกตอนที่ไปซื้อของด้วยกัน เมื่อเขากำลังหยิบเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวหนึ่งขึ้นมาดูแล้วหันไปถามความเห็น โชติภัทรยิ้มตอบเมื่อคนขายยืนอยู่ด้วย แต่ทันทีที่คล้อยหลังไปจนพ้นรัศมีการได้ยิน ชายหนุ่มก็พูดด้วยสีหน้าปกติว่า


“เอาลายที่มันใหญ่กว่านี้ดีไหม ตัวนี้มันดู...” เว้นวรรคอย่างพิจารณา “ตัดอ้อยน่ะ”


ทำเอาเก็บกลับเข้าราวแทบไม่ทัน...


โชติภัทรหันไปถามถึงเพื่อนคนอื่นก่อนจะโบกมือให้โต๊ะใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป คนที่แวะมาทักจึงหันมาคุยกับกันตธีร์แทน


“ธีร์ใช่ไหม” อีกฝ่ายยิ้มกว้างขวางเมื่อเขาพยักหน้ารับ “ขอบคุณที่ให้ติดรถกลับนะ”

“หืม” คนถูกขอบคุณเลิกคิ้วอย่างงุนงง

“หลายเดือนแล้ว ที่กูเมาปลิ้นแล้วโชมันแบกกูติดรถมึงกลับหอไง”


กันตธีร์ร้องอ๋อทันที แม้ว่าเขาจะจำหน้าอีกฝ่ายไม่ได้เลยก็ตาม อดีตผู้โดยสารแนะนำตัวว่าชื่อ จิรัสย์ หรือเรียกว่า จี ก็ได้ ทั้งคู่คุยกันอีกไม่กี่คำก็เดินกลับโต๊ะไปเมื่อพนักงานมาเสิร์ฟอาหาร


“รูมเมทน่ะ” โชติภัทรอธิบายแบบได้ใจความ ก่อนทั้งคู่จะลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้า


นี่เป็นการกินเนื้อย่างที่อนามัยที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของกันตธีร์ เพราะโชติภัทรทั้งเขี่ยตรงที่ไหม้จนดำออก แล้วก็ขอเปลี่ยนเตาทันทีที่เริ่มดำ โดยยังไม่นับถึงการเอาตะเกียบตีมือเขาเมื่อเขากำลังจะเอาตะเกียบที่เพิ่งคีบเนื้อดิบมาพุ้ยข้าว

หลังจากใช้เวลาไม่นานในการจัดการของกินทั้งคู่ก็ลุกไปก่อนกลุ่มเพื่อนของโชติภัทรซึ่งมาก่อน


“จะไปซื้ออะไรก่อน”


กันตธีร์ชี้ไปทางร้านเครื่องเขียนขนาดใหญ่ คนถามก็พยักหน้าแล้วเอานิ้วแตะข้อศอกดันให้เดินนำไปก่อน โชติภัทรเรียนรู้ที่จะเดินตามกันตธีร์อยู่ครึ่งก้าวเสมอเมื่อไปไหนมาไหนด้วยกัน เพราะทันทีที่เขาเดินนำก็จะเผลอเดินเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ

คนจะซื้อของเดินเข้าออกตามล็อคต่างๆ แล้วหยิบสิ่งที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชวนฝ่ายที่มาด้วยกันเดินลงไปซื้อของเข้าหอที่ซูเปอร์มาร์เก็ตต่อ


แล้วกันตธีร์ก็ได้แปลกใจอีกครั้ง


“ถุงเติมของสบู่ยี่ห้อนี้จริงๆ มันแพงกว่าซื้อขวดใหม่นะ ลองหารเป็นราคาต่อมิลลิลิตรสิ”โชติภัทรชี้ประเด็น “แบบนี้ถูกกว่าแถมยังได้ขวดใหม่ด้วย”

“ลดโลกร้อนไง ประหยัดขวด” เขาตอบ แต่ก็เปลี่ยนของในรถเข็นจากแบบถุงเติมเป็นขวดปั๊มขนาดใหญ่ “เหมือนน้ำมัน จริงๆ แก๊สโซฮอล์มันต้องแพงกว่าน้ำมันธรรมดาแบบต่างชาติ คนไทยต้องรู้จักลงทุนเพื่อรักษ์โลกนะ”

“ไว้หาเงินใช้ได้เองจะช่วยรักษ์โลกแล้วกันนะ” คนที่อีกหลายปีกว่าจะเรียนจบยักไหล่ก่อนจะเข็นรถเข็นไปที่ล็อคถัดไป





ด้วยการทำเวลาอย่างรวดเร็ว โชติภัทรก็ถอยเจ้ามาสด้า2สีควันบุหรี่เข้าที่จอดประจำหลังหอได้ในเวลาบ่ายสองกว่าๆ นักศึกษาแพทย์ยื่นกุญแจรถคืนให้เจ้าของ ก่อนจะถือของตัวเองเดินแยกขึ้นหอไป

ฝ่ายกันตธีร์ก็หอบเอาข้าวของที่ซื้อมาขึ้นไปบนห้องบ้าง เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบกับรูมเมทที่ฟื้นคืนชีพแล้วแต่ยังคงดูยับยู่ยี่อยู่พอประมาณ


“ซื้อสเต๊กมาให้” กฤษณ์ตะครุบถุงที่มีกลิ่นหอมฉุยทันทีที่เขายื่นให้ก่อนจะโดนย่นจมูกใส่

“ไปกินเนื้อย่างมาหรือ”

“ใช่ เติมพลังงานให้กับการดำรงชีวิต” คนตัวเหม็นไหวไหล่อย่างไม่สนใจ

“ไปกับใครมา...” เขาอ้าปากจะตอบแต่คนถามกลับแทรกขึ้นมาเอง “ไม่ต้องตอบหรอก กูถามไปงั้นแหละ”


กันตธีร์เลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไรกับปฏิกิริยานั่น แล้วเดินไปเก็บของเข้าตู้เสื้อผ้าแทน


“นี่ตัวเล็ก” คนตัวใหญ่เริ่ม “กูว่าโชติภัทร...”

“มึงรีบกินข้าวเหอะ เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะ” เขาตัดบททันที

“อ้อ เดี๋ยวนี้ต้องรู้จักโรคอะไรเยอะขึ้นด้วยสินะ” กฤษณ์ขมวดคิ้ว

“...กูไม่อยากทะเลาะกับมึงนะคุณพ่อ” คนโดนเหน็บวางของในมือแล้วหันมาสบตาพร้อมกับตอบกลับเรียบๆ

“...โอเค กูขอโทษ กูแค่เป็นห่วง” ฝ่ายที่ปากไวยกมือยอมรับผิด “มึงจะเอายังไงกั...”

“อย่าพูดอะไรเลย” และก็เป็นอีกครั้งที่เขาต้องชิงตัดบท

“ธีร์”


กันตธีร์จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่โดนเรียกชื่อจากเพื่อนคนนี้คือเมื่อไร แต่มันต้องเป็นสถานการณ์ที่จริงจังมากจนความใจดีของกฤษณ์ไม่สามารถช่วยเหลือได้แล้วจริงๆ

เสียงโทรศัพท์มือถือของกันตธีร์ดังขึ้นทำลายความตึงเครียดที่อบอวลอยู่ ปลายสายก็คือคนที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ โชติภัทรโทรมาบอกว่ามีของของกันตธีร์ปนมาในถุงของตน เดี๋ยวจะเอามาให้ใต้หอ


กฤษณ์มองเพื่อนสนิทคุยโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขารู้ว่าทั้งสองคุยกันผ่านโทรศัพท์มากขึ้นในช่วงหลังๆ แทนการคุยlineแบบเดิม ชื่อของโชติภัทรลอยเข้ามากระทบหูบ่อยขึ้นๆ พอๆ กับที่เพื่อนของเขาหายตัวไปแม้งานจะยุ่งมากขึ้นเครียดมากขึ้น

กันตธีร์กดวางสายแล้วเดินออกไปนอกห้องทันที เขาจึงตัดสินใจพูดขึ้นมาอีกครั้ง


“มึงจำเรื่องสัญญาณเตือนภัยได้ไหม”


เพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตถาม


“กูว่ามันคงไม่เสียหรอก แต่มึงนั่นแหละที่ปิดมันเอง”


คนฟังกำลูกบิดประตูแน่นก่อนจะปิดประตูดังโครมจนลั่นไปทั้งชั้น พร้อมกับความหนักใจของคนที่คอยเฝ้ามอง




TBC



::TALK::

สวัสดีค่าาาาา  :mc4:

ตอนนี้มันดูอึมครึมอย่างไรก็ไม่ทราบ  :sad11: แต่นี่ก็ใกล้เข้าสู่ช่วงสีฟ้าหม่นๆ กันแล้วล่ะค่ะ

จริงๆ ธีร์ก็ไม่ใช่พวกความรู้สึกช้าซะทีเดียวหรอกค่ะ ส่วนโชก็ไม่ใช่คนดีเพอร์เฟคอะไรขนาดนั้น 5555

ตอนนี้รู้สึกว่าคิดผิดหน่อยๆ ที่ตัวเอกอยู่คณะวิศวะ 55555 คนเขียนพยายามหาข้อมูลเรื่องโปรเจค เนื้อหาการเรียน และรายละเอียดใดๆ จากเพื่อนๆ[ที่สงสัยเป็นกำลังว่าจะเอาไปทำอะไร :mew5:] รู้สึกว่าพยายามทำความเข้าใจแล้วแต่มันก็ยังไม่อินจริงๆง่ะ เรื่องหน้าเขียนชีวิตนักศึกษาแพทย์ซะดีมั๊ยเนี่ย  :z3:

จริงๆ ที่ธีร์เรียนวิศวะก็เพราะช่วงที่เริ่มเขียนไปคุยกับเพื่อนที่เรียนวิศวะมาค่ะ คนเขียนชอบฟังเรื่องชีวิตการเรียนการทำงานของเพื่อนๆ แต่ละอาชีพมากเลย หรือบางทีตรวจคนไข้ก็ชอบฟัง บางทีคุณลุงคุณป้าเล่าชีวิตให้ฟัง หรือคนไข้วัยเดียวกันเล่าเรื่องการเรียนการงานให้ฟัง หรือนิยายหลายๆ เรื่องที่เคยอ่านเช่น 'ใส่รักป้ายสี' หรือ 'gayscale magazine' คนเขียนชอบอ่ะะะ แบบฟัง/อ่านแล้วมันจะได้ฟีลลิ่งแบบ โห เบื้องหลังเขาทำงานกันแบบนี้นะเนี่ย หรือ มันเจ๋งมากเลย ใครที่ทำงานแบบนี้มันเจ๋งสุดๆเลย! หรือ ถ้าเกิดว่ามีความสามารถด้านนั้นด้านนี้นะ จะเรียนอันนี้ให้ได้เลย!!  :fire: (คนเขียนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปัญหากับวิชาสายศิลป์เข้าขั้นร้ายแรง คาดว่าสมองซีกขวาคงง่อยมากๆ)

ดังนั้นตัวละครในเรื่องนี้หรือเหตุการณ์ในเรื่องนี้หลายๆส่วนก็มาจากคนรอบตัว ประสบการณ์ที่มีคนเล่ามา หรือมุมมองต่างๆ จากคนอื่นค่ะ เพราะงั้นอ่านแล้วคิดอะไรยังไงคุยกันได้เลยนะคะ คนเขียนชอบอ่านมากกกกกกกกกกกกก 5555555

เจอกันอีกทีตอนหน้านะคะ จะพยายามปั่นเต็มทีเลยค่าาาา  :katai4: :katai4:

เลิฟคนอ่านนนน  :mew1:


::comment::

malula - จริงๆ บ้านนี้ปากเสียทั้งบ้านค่ะ 5555

quiicheh. - แน่นอนเลยค่าาาาาาา[?] พระเอกของเรามันพระเอกจริงจริ๊ง 555555555555 โชโคลนนิ่งนี่ถ้ามีจริงๆ คนเขียนก็อยากด้ายยยยย  :impress2:

miho - ก๊ากกกกก ซื่อบื้อเลยหรอคะะะะะ จริงๆ ก็ไม่ขนาดนั้นนะคะ 5555

พลอยสวย - คนเขียนก็ชอบบบ เราต้องแย่งกันแล้วล่ะค่ะ  o18

BeeRY - มันเป็นประเด็นอ่อนไหวเนอะ ธีร์เองก็เริ่มสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะค่ะ

Zelsy - เป็นไอเดียที่ดีมากค่ะ!!  o13 [ธีร์ : เฮ้ย!?!??] 55555

Raiwyn - กองเชียร์พระเอกเราเหนียวแน่นจริงๆค่ะ!

ขอบคุณทุกคอมเมนท์เลยนะคะ รักมากมายยยย :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เป็นไรกันเหรอ ถ้าโชจะจีบธีร์จริง ๆ
เกิดอะไรขึ้นกับซอลคนสวย
ปล.ชอบเจ ใครไม่เอาเค้าขอนะ คิคิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-08-2014 00:06:28 โดย malula »

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
นี่พ่อหมีไม่ชอบโชหรอ ไม่น๊าาาาาาา
ธีร์อย่าคิดมาก ใจเย็นๆนะ
แอบเครียดเวลาเพื่อนพูดเรื่องโชละธีร์จะปัดๆ

เอาเป็นว่าติดตามค่ะ อยากรู้เรื่องราวอิอิ

ออฟไลน์ บ๊ายบายโพ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 369
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
พ่อหมีไม่ชอบโชเหรอ พูดเหมือนโชมีอะไรสักอย่าง  :ruready
หรือโชจะมีด้านมืดที่เก็บงำไว้?

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
ธีร์ดูเป็นคนมีอดีตขึ้นมาเลย :z3:
พ่อหมีจะพูดอะไรกับธีร์กันนะ แล้วกับโชนี่จะห้ามเหรอ หรือว่าไง :katai1:
ตอนต่อไปจะมาเมื่อไหร่น้าาาา รอๆๆๆๆๆ :impress2:

jaomaeysadid

  • บุคคลทั่วไป
เยี่ยมเรยยยย มาอ่านตอนกำลังเข้มข้น มันยิ่งทำให้ลงแดงอยากอ่านมากกว่าเดิม :a5:
อัพยังไงคะ หมายถึงกี่วันอัพไรงี้จะได้กด F5 รัวๆวันนั้น

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6843
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
แค่ห่วงใช่ไหม หรือมีอะไรมากกว่านั้น

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Under the blue sky ใต้ผืนฟ้าสีคราม :: 14 [08/08/57 P.5]
« ตอบ #139 เมื่อ: 10-08-2014 09:10:51 »





ออฟไลน์ GintoniC

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 855
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
คุณพ่อหวงลูกสาวหรอคะ  :katai3:

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
15



"มึงคิดว่าอะไรที่จะทำให้ผู้ชายสักคนกลายเป็นเกย์"


จิรณัฐมองหน้าคนถามผ่านแสงไฟสลัว ก่อนจะตอบไปโดยอัตโนมัติ


"เร้าใจมั้ง"

"ไอ้สัด เอาดีๆ"

"นี่ไงดีๆ ถ้าได้ผ่านกูสักคืนรับรองร้อยทั้งร้อยไม่มีเทิร์นกลับ"


กฤษณ์สะบัดนิ้วกลางใส่แบบไม่มีเกรงใจ แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะชอบใจ


"ใจเย็นหมี อย่าซีเรียสนักสิวะ"

"สรุปมึงลากกูบอกออกมาทำไมวะ" บ่นอย่างหงุดหงิดหลังจากสบถออกมาหลายคำ

"ตอนแรกกูคิดว่าเรื่องของกูแม่งน่าเป็นห่วง แต่พอกูเห็นหน้ามึงแล้วกูเป็นห่วงกว่าว่ะ" คาสโนว่าหนุ่มยิ้มกว้างแล้วยกแก้วที่มีของเหลวสีอำพันให้ "เชิญมึงก่อนเลยเพื่อน"

"แต่กูว่าคนที่น่าเป็นห่วงคือมึงว่ะ" คนพื้นอารมณ์ไม่ดีงึมงำ

"เสียใจด้วยนะ แต่กูไม่ได้ลากมึงออกมาเรื่องธีร์"


คนฟังเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ แต่จิรณัฐก็แค่หันไปชงเหล้าเพิ่มโดยที่ไม่ว่าอะไร


“เซอร์ไพรส์” คุณพ่อของกันตธีร์พูดขึ้นในที่สุด “มีอะไรที่ทำให้มึงเดือดร้อนได้มากกว่าเรื่องของไอ้ตัวเล็กด้วยหรือวะ”

“ธีร์เป็นfirst priortiyของกูอยู่แล้ว” คนที่อารมณ์เป็นสรณะยักไหล่ “เพียงแต่เรื่องของธีร์มันไม่ใช่เรื่องที่กูจะเดือดร้อนตอนนี้”

"กูคิดว่ามึงจะเป็นจะตายกว่านี้" กฤษณ์ตั้งข้อสังเกต "ตอนเรื่องดูหนังมึงยังฟาดหัวฟาดหางแทบตาย"

"ไม่ต้องห่วง" คนไม่เดือดร้อนแค่นยิ้ม "กูเดือดร้อนกว่าที่มึงคิดแน่นอน"


คำพูดนั้นทำให้คนถามหยุดปาก แล้วเทความเข้มข้นเพิ่มให้แก้วของอีกฝ่าย


"กูเอารถมา"

"เฮียโป้งไม่ปล่อยให้รถมึงโดนลากไปหรอก" พวกเขาถือคติเมาไม่ขับอย่างเคร่งครัดจนสนิทกับเจ้าของร้าน

"กูจะกลับไปทำงานต่อโว้ย มานี่ก็เสียเวลาพอแล้ว"

"เอ้า ไอ้ห่า!! หมาตัวไหนมันลากกูออกมา"


จิรณัฐหัวเราะแล้วก็กระดกเหล้าเข้มๆ นั้นลงคอแบบไม่มีสะดุ้งสะเทือน ก่อนจะปล่อยคำถามตรงๆ ออกมา


“มึงกับธีร์ทะเลาะกันเพราะเรื่องผู้ชาย?”

“พ่อมึงตายดิสัด”

“พ่อกูสุขภาพแข็งแรงดี ขอบคุณที่เป็นห่วง” คำพูดกลั้วหัวเราะดังมาจากคนที่มีความสุขในการแหย่ชาวบ้าน "มึงเป็นห่วงธีร์เพราะไม่อยากให้มันเป็นเกย์หรือไม่ชอบโชติภัทร"

"..."

"มึงไม่พูดงั้นกูเดา" คุณชายคาสโนว่าฉวยขวดเหล้าคืนมาแล้วเติมดีกรีให้อีกฝ่ายบ้าง "มึงแม่งนิสัยเสีย ชอบดูแลคนอื่นทั้งๆ ที่มึงยังเอาตัวเองไม่รอด แต่เพื่อนตัวเล็กของมึงก็เสือกน่าดูแลจริงๆ ด้วย...ตอนมีแฟนเป็นผู้หญิงมึงก็ด้อมๆ มองๆ กลัวว่ามันจะดูแฟนมันไม่ได้ แต่ก็ดันคดีพลิกที่ธีร์มันโคตรจะเป็นแฟนที่ดี"


เว้นวรรคจิบน้ำพร้อมกับยักคิ้วให้อย่างน่าถีบ กฤษณ์รู้สึกคิดผิดมากที่ยอมตามมันออกมา และปล่อยให้มันพล่ามน้ำท่วมทุ่ง


"แต่ไปๆ เสือกเลิกกันซะฉิบ แล้วไอ้ตัวเล็กของมึงก็ดันออกไปกับหนุ่มหล่อ...ที่น้อยกว่ากูนิดนึง มึงเลยคิดขึ้นมาได้ว่าหรือไอ้ตัวเล็กมันจะติดที่มึงสปอยล์มันมาแต่อ้อนแต่ออดเลยคบกับผู้หญิงไม่รอด"


คนฟังรู้สึกโคตรหมั่นไส้ไอ้คนตรงหน้า...แต่ดันเถียงมันไม่ออกซักคำ


"ทั้งหมดทั้งมวลนั้น กูขอบอกเลยว่ามึงแม่งคิดผิด"


บุคคลผู้มีจุดยืนชัดเจนในรสนิยมทางเพศมานานชี้หน้าเพื่อนผู้ไม่มีแนวโน้มหรือความเสี่ยงใดๆ ที่จะเข้าเส้นทางสีม่วงได้เลย


"...กูขอขัดได้ไหม"

"ไม่ได้ กูเครื่องติด มึงฟังก่อน" ประกาศชัดจนคนฟังกุมขมับ "เป็นเกย์แม่งไม่ใช่อะไรที่โดนอินดิ๊วซ์ได้ด้วยการถูกเทคแคร์หรือประคบประหงมแบบที่มึงชอบทำหรอกนะ ไม่งั้นลูกคนเล็กทั้งโลกแม่งคงเป็นเกย์...เกย์คืออะไรมึงตอบสิ"

"เอ่อ...ผู้ชายที่ชอบผู้ชาย"

"ถูก! ดังนั้นไม่ว่ามึงจะทำอะไรให้ธีร์...ยกเว้นจับกดนะ มึงก็ไม่มีทางทำให้มันพิศวาสผู้ชายขึ้นมาได้หรอก"

"แล้วมึงที่หยอดมันเช้าสายบ่ายเย็นนี่หวังผล? กะว่าจะเคลิ้ม?" ถามสวนไปอย่างเชื่อมโยงเหตุผลไม่ถูก

"กูเอนเตอร์เทนเพื่อนฝูง" ตอบหน้าตาเฉยจนพ่อหมีอยากจะเอาอุ้งตีนก่ายหน้าผาก

"เดี๋ยว...กูว่าประเด็นแม่งไปไกลละ"


กฤษณ์ลืมไปได้อย่างไรว่าไอ้คุณชายจิรณัฐแม่งได้ตำแหน่งเดือนคณะมาด้วยทักษะการพูดน้ำไหลไฟดับชักแม่น้ำทั้งห้าทั้งสิบ ผูกเรื่องไม่เกี่ยวมาเกี่ยวกันได้ จนทั้งเวทีต้องยอมยกให้มัน เพราะสาวๆ ฟังๆ ไปก็เคลิ้มไป ทั้งที่ตรรก่งตรรกะวิบัติบรรลัยหมด


เสียงด่าทอพูดคุยดังขึ้นจากคนที่กรอกน้ำสีทองลงคอไม่ยั้ง เหล้าในขวดค่อยพร่องไปเรื่อยๆ จากสองผู้รั้งตำแหน่งคอทองแดงของคณะ พอเริ่มดึกประชากรในร้านก็เริ่มเยอะขึ้นพร้อมกับวงดนตรีสดที่เริ่มออกมาแสดงแต่ทั้งคู่นั่งอยู่ในโซนที่ค่อนข้างห่างไกลทำให้ไม่ต้องอาศัยการตะโกนคุยกันเท่าไหร่


"แล้วมึงมีอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องไอ้ตัวเล็ก" ถามกลับบ้างหลังจากที่เทแอลกอฮอล์เข้าเส้นเลือดเพิ่มไปอีกพอประมาณ


จิรณัฐนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะวางแก้วในมือลง ท่าทางจริงจังขึ้น จนคนฟังเริ่มเอะใจ


"...อันที่จริงกูก็ไม่รู้ว่าควรจะบอกมึงดีมั๊ย"


กฤษณ์เลิกคิ้ว


"เรื่องของซอล"



++++++

กันตธีร์กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้แล้วนั่งเท้าคางมองกองกระดาษที่เต็มไปด้วยมือขยุกขยุยกับตัวเลขชวนลายตา แต่กลับไม่ได้คิดถึงงานตรงหน้าเพราะเขากำลังเป็นห่วงวีรินทร์

เขาโทรไปหาอีกฝ่ายตามที่คุยกับอาจารย์อิทธินนท์ แม้จะไม่ได้สนิทกันมากมายแต่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ วีรินทร์บอกแค่ว่าถ้ามีปัญหาจริงๆ จะไปขอให้ช่วยเอง ไม่ต้องห่วง แล้วก็ไม่ยอมเล่าอะไร

แถมช่วงนี้เขาก็ยังตึงๆ กับเพื่อนสนิทด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนแล้วจนรอดเลยยังไม่ได้คุยอะไรเรื่องนี้ แล้วเมื่อคืนว่าจะถามดูก็ดันหายหัวไปกินเหล้ากับจิรณัฐแบบไม่ชวนกันสักคำ


"ขมวดคิ้วแบบนั้นหน้าแก่ไวนะ"


เสียงนุ่มว่าพร้อมกับแก้วสีขาวซึ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นที่วางลงตรงหน้า ทำให้คนตกอยู่ห้วงความคิดเงยหน้ายิ้มขอบคุณ


"งานมีปัญหาหรือ" โชติภัทรทรุดตัวนั่งลงตรงข้าม

"เปล่าหรอก คิดเรื่องอื่นน่ะ" กันตธีร์ยักไหล่ก่อนจะคว้าแก้วมาจิบ "ทำไมใส่ชุดนักศึกษา?"

"อยู่เวรon-call ถ้าโดนโทรตามจะได้เดินขึ้นไปเลย" คนมีกรรมติดพันชี้ไปทางตึกโรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้กับร้านกาแฟเจ้าประจำ

"อ้อ..." กันตธีร์เริ่มชินกับคำศัพท์ประหลาดของนักศึกษาแพทย์มากขึ้นทุกที บางครั้งถึงเขาจะไม่เข้าใจแต่ก็พอเดาๆ ได้มากขึ้น จนหลังๆ อีกฝ่ายก็เริ่มไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมแล้ว


ร้านในมหาลัยจะตรงข้ามกับร้านค้าทั่วไปคือวันเสาร์อาทิตย์แบบนี้จะมีลูกค้าน้อยกว่าวันธรรมดา กันตธีร์จึงเลือกโต๊ะตัวใหญ่ที่สำหรับนั่งสี่คนแล้วเอาของกองๆ ไว้ไม่เป็นระเบียบ เดือดร้อนถึงโชติภัทรต้องมาช่วยเรียงให้มันเป็นกองอย่างสวยงาม


"อันนี้ยังใช้อยู่นะ?" คนเจ้าระเบียบหยิบกระดาษที่มีแต่ตัวเลขทดเละเทะขึ้นมาถาม

"เฮ้ย!! สำคัญมาก! เอามานี่เลย" เจ้าของงานแทบจะกระโดดข้ามโต๊ะไปคว้า ให้คนถามส่ายหัว

"สำคัญก็เก็บดีๆ นี่ปลิวไปใต้โต๊ะมารอบนึงแล้ว"

"อา...ขอบคุณนะ" เขางึมงำก่อนจะตบแก้มตัวเองเป็นการเรียกสติให้กลับมาอยู่กับงาน

"ไม่เป็นอะไรแน่นะ?" โชติภัทรถามย้ำ

"อืม...เรื่องเพื่อนน่ะ" คนใจลอยตอบ "ไม่รู้ว่ากังวลเกินเหตุหรือเปล่า เหมือนจะมีปัญหา แต่ก็ดันไม่ยอมเล่า"

"แล้วได้ไปถามเขาไหมว่าอยากให้ช่วยอะไรหรือเปล่า"

“ถาม...ก็บอกว่าถ้ามีจะบอก”

“ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ยังไงก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือก็คงมาบอกเองล่ะ” เขาพยักหน้ารับ อีกฝ่ายก็ยิ้มให้แล้วเริ่มอ่านหนังสือ


กันตธีร์ยกแก้วกาแฟขึ้นจรดที่ปาก รสชาติคุ้นเคยไหลเข้ามาแตะที่ปลายลิ้นเบาๆ เขาไม่เคยชอบรสขม แถมยังกังขาในประสิทธิภาพการกระตุ้นประสาท แต่พอมีโอกาสได้กินบ่อยๆ รสขมที่ติดลิ้นก็กลายเป็นความเคยชินที่ขาดไม่ได้ แล้วพอไม่ได้กินก็รู้สึกง่วงขึ้นมาทั้งที่ก็ไม่เห็นว่ามันจะทำให้ตื่นตรงไหน


"ใจลอยอีกแล้วนะธีร์"


เหมือนโชติภัทร...


คนตัวเล็กเม้มปาก นึกอยากเอากาแฟราดหัวตัวเองให้หยุดคิดอะไรที่มันชวนให้หวิวในอกเกินไป เป็นเพราะพ่อหมีแท้ๆ กวนตะกอนขึ้นมาให้น้ำขุ่นทำไม


"ทำงานได้แล้ว"


ดุไม่จริงจัง แต่ก็ทำให้กันตธีร์โงหัวมึนตึบมานั่งคำนวณตัวเลขมหาศาลล้านแปดต่อได้ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงลุกหนีความจู้จี้จุกไปแล้ว แต่ไอ้คนตรงหน้ามันดันมีสิทธิพิเศษอะไรก็ไม่ทราบที่ทำให้เขาต้องนั่งรากงอกให้มันเอ็ดเอาได้บ่อยๆ

นี่มันอันตรายเกินไปแล้วหรือยัง?


เสียงโทรศัพท์มือถือสั่นครืดกับโต๊ะไม้ทำให้กันตธีร์เผลอสบถหยาบคายขึ้นมาเบาๆ ทำให้คนที่นั่งตรงข้ามเงยหน้ามาเลิกคิ้วถามจนเจาต้องเสหลบตามากดรับสายโดยไม่ได้มองชื่อ


"ฮัลโหลครับ..."

"ธีร์"


เสียงแหบเรียกแผ่วเบาจนต้องกดเครื่องมือสื่อสารจนชิดหู


"ซอล?"

"เตียงชั้นสองในห้องยังใช้ได้หรือเปล่า?" ปลายสายถาม

อันที่จริงห้องนอนของเขากับพ่อหมีเป็นห้องสำหรับอยู่3คน และเตียงของกฤษณ์ก็เป็นเตียงสองชั้น แต่เนื่องจากบันไดปีนขึ้นได้หายไปอย่างปริศนามานานแล้ว ห้องพักนี้จึงอยู่ได้แค่สองคน โดยเขาทั้งคู่เอาชั้นสองนั้นไว้วางของ


"ใช้ได้...เอาของลงมาก็นอนได้" เขาตอบก่อนจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ "ซอล...เป็นอะไร? เกิดอะไรขึ้น?"

"...ขอไปอยู่ด้วยสักพักได้ไหม" เสียงแหบพูดอย่างยากลำบากก่อนจะหยุดไปด้วยสูดจมูก

"ได้สิ นี่อยู่ไหน คอนโดหรือเปล่า ให้ไปหาไหม" เขาหันไปรวบของที่กองบนโต๊ะอย่างรีบร้อนจนโชติภัทรตกใจ

"...ธีร์" คำสะอื้นดังขึ้นอีก


"ช่วยหน่อยนะ...ช่วยที"


++++++


เขากำลังร้อนใจถึงที่สุด นิ้วเคาะไปมากับหน้าตักตัวเองจนคนขับเหลือบมามองเป็นพักๆ

โชติภัทรวิ่งตามออกมาคว้าแขนเขาไว้แล้วอาสาขับให้ก่อนที่คนใจร้อนจะเอารถไปจูบท้ายใครให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อนถึงที่หมาย แม้กันตธีร์จะค้านเรื่องอยู่เวร แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นสายแรก และคงจะห่วงมากกว่าถ้าให้เขาขับไปเอง


"ไปไงต่อ"

"เลี้ยวซ้ายเข้าอันหน้านี้แหละ"

"คอนโดหรูนะเนี่ย"


กันตธีร์เงยหน้ามองที่อยู่ราคาแพงของเพื่อนแล้วก็ได้แต่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจนถึงขนาดอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้


"ห้องคุณวีรินทร์ครับ"

"ชื่ออะไรคะ"

"กันตธีร์ครับ"

"คุณวีรินทร์แจ้งไว้แล้ว เดี๋ยวเชิญทางด้านนี้เลยค่ะ"


พนักงานยิ้มหวานก่อนจะพาเดินผ่านระบบรักษาเข้าไป เวลาในลิฟต์ความเร็วสูงที่เขาเคยนึกชื่นชมนักหนากลับอืดอาดจนน่าหงุดหงิด เมื่อถึงชั้นที่38 กันตธีร์ก็หันซ้ายขวาก่อนจะเดินอย่างไม่ค่อยมั่นใจ แม้ชั้นนี้จะมีห้องพักเพียง4ห้อง เขากดออดแล้วรออยู่ชั่วครู่ประตูก็เปิดออก


"ขอโทษที รออีกแปปนึงได้ไหม ขอเก็บของอีกแปปเดียว"


วีรินทร์ที่ไม่เจอกันมาสักพักดูซูบซีดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเรียวสวยบวมช้ำและแดงก่ำ แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ารอยช้ำชัดที่มุมปากกับริมฝีปากล่างที่แตกจนมีเลือดกรัง


"ซอล!?" กันตธีร์อ้าปากจะถามแต่ก็โดนวีรินทร์ส่ายหัวให้

"ขอโทษนะ...แต่อย่าเพิ่งถามอะไรเลย"


โชติภัทรที่เดินตามมายิ้มให้เจ้าของห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วอาสาเป็นคนเอาของทยอยลงไปเก็บที่รถให้ กันตธีร์จึงยืนเคว้งๆ มองเพื่อนเก็บของโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เขาเคยมาที่นี่ไม่กี่ครั้ง แต่ละครั้งก็มาแบบรีบมารีบไปจึงไม่เคยสังเกตอะไรเลย จนตอนนี้เขาถึงเริ่มเอะใจอะไรบ้าง


ทำไมนักศึกษามหาลัยที่อยู่ตัวคนเดียวถึงอาศัยอยู่ในห้องชุด ทำไมแก้วน้ำบนชั้นวางของถึงมีลายเดียวกันซ้ำสองแก้วทั้งหมด


"ช่วยอะไรไหม"

"...มาช่วยกันลากกล่องใต้เตียงออกมาแล้วกัน"


ทำไมในห้องนอนถึงมีตู้เสื้อผ้าสองตู้ ทำไมบนอ่างล้างหน้าถึงมีแปรงสีฟันสองอัน


"ฝากเอาอันนี้ใส่ถุงดำหน้าห้องให้หน่อยได้ไหม"

"จะทิ้งหรือ?"

"ของที่ไม่เอาแล้ว...มันก็เท่ากับทิ้งนั่นแหละ"


วีรินทร์เอาของติดตัวไปน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับข้าวของทั้งหมดในห้องชุดขนาดใหญ่ ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดที่หยิบไปคือกล่องไวโอลินสภาพเก่าแก่ซึ่งเจ้าตัวไปขุดขึ้นมาจากใต้เตียง โชติภัทรช่วยขนของเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอยเอาเจ้ามาสด้าสองออกมาจากคอนโดหรู กันตธีร์เห็นอีกฝ่ายเอาคีย์การ์ดกับกุญแจไปหยอดไว้ในตู้จดหมายแล้วก็แอบปาดน้ำตาที่คลออยู่เต็มหน่วย

ตลอดทางไม่มีบทสทนาใดๆ คนขับหันมาสบตากับเขาเป็นเชิงบอกว่าพูดอะไรหน่อยดีไหม แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนพูดเก่ง แล้ววีรินทร์ก็เอาแต่เหม่อมองข้างทาง บรรยากาศจึงเงียบกริบไปตลอดจนถึงหอ


“เอาน้ำแข็งประคบ มันจะได้ไม่บวมมาก” โชติภัทรหันมาบอกกับวีรินทร์ ก่อนจะขอตัวกลับก่อน

“โทษทีนะ รบกวนหลายเรื่องอีกแล้ว” กันตธีร์เม้มปาก “ขอบคุณ”

“ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง” คนใจดียิ้มเหมือนทุกครั้ง “แต่ไม่ช่วยขนของดีกว่านะ ขึ้นไปจะได้คุยกันสะดวก”


วีรินทร์ยังคงเงียบสนิทตั้งแต่ออกมาจากคอนโด มือทั้งสองกอดอกหลวมๆ เหมือนกำลังกอดตัวเอง กันตธีร์เห็นท่าทางนั้นแล้วก็ได้แต่ลูบไหล่เพื่อนแล้วจูงมือให้เดินตามขึ้นหอไป


"เฮ้ย หมี" กันตธีร์เรียกรูมเมทเมื่อเปิดประตูเข้าไป "คือแบบ...ขอโทษที่ตัดสินใจโดยพละการ แต่ว่า..."


กฤษณ์หันมาเลิกคิ้วใส่ ก่อนจะกลายเป็นขมวดคิ้วแทนเมื่อเห็นคนที่เดินตามมา


"ซอล?"


เจ้าของชื่อเม้มปาก จิกเล็กลงกับแขนตัวเองอย่างประหม่า


"เฮ้อ..."


คุณพ่อของทุกคนถอนหายใจ แล้วเดินเข้ามาดึงตัวคนตัวสั่นไปกอดหลวมๆ


"บอกแล้วใช่ไหมว่าจะเสียใจทีหลัง...เชี่ยเจแม่งก็แม่นเกินตลอด"


วีรินทร์ปล่อยโฮเหมือนจะขาดใจ ลมหายใจขาดเป็นห้วงด้วยแรงสะอื้น แขนขาหมดแรงจนยืนไม่อยู่ ได้แต่ปล่อยให้ความรู้สึกทะลักออกมาทางน้ำตา

หัวใจที่แตกเป็นชิ้นมันกระจัดกระจายจนแหลกสลายไปหมดแล้ว




TBC



::TALK::

//คลานเข่ามาโพส  :katai5:

รอบนี้มีปัญหาทั้งทางmechanicalและfunctionalเลยค่ะ  :katai1: ปวดประสาทกับตัวเองมาก กราบขออภัยคนอ่านจริงๆ  :hao5:

[[ใครมีวิธีเอาสิ่งที่พิมพ์ไว้ในnoteของiPhoneลงคอมนอกจากการส่งe-mailหาตัวเองมั๊ยคะ คนเขียนประสบปัญหาเอาที่พิมพ์ไว้ลงคอมไม่ได้ เพราะจู่ๆอินเตอร์เน็ตที่หอก็เปิดhotmailไม่ได้อย่างปริศนา คนเขียนก็ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเดือน ไอ้ครั้นจะก๊อบในnoteมาลงก็ติดกันเป็นพรืด กะความยาวไม่ถูกไม่รู้จะตัดตรงไหนมาลง]]

ตอนนี้บอกเลยว่า คนเขียน ชอบ เจ มาก  :-[ 5555555 //ชูป้ายไฟ ชอบอีตานี่อ่ะ...ไว้เคลียร์คู่นี้เสร็จจะเขียนเรื่องของเจแน่ๆเลยค่ะ [ไม่ได้ถามคนอ่านสักนิดว่าอยากอ่านหรือไม่ //วิ่งตามหาขอบฟ้า  :jul3:]

สำหรับเรื่องของซอล มันยาวมาก ขอตัดไปไว้ตอนหน้านะคะ จริงๆ ตอนถัดไปก็พิมพ์ไว้เยอะละ คิดว่าจะลงได้ศุกร์หน้าเลยค่ะ กราบขออภัยทุกท่านอีกครั้งสำหรับความล่าช้า

ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่ด้วยกันนะคะ จุ๊บบบบบบบบ  :mew1: :mew1:



::comment::

malula - ใครไม่เอาเจ คนเขียนก็ขอค่าาาา 55555

quiicheh. - มันจะเริ่มหน่วงๆ ไปอีกสักพักอ่ะค่ะ แต่คงไม่นาน คนเขียนไม่ถนัดรดราม่า 555

บ๊ายบายโพ - อืม...ด้านมืดนี่จะมีมั๊ยน่อ...คงต้องรอดูค่ะ เดี๋ยวจะมีพาร์ทของโชบ้างเหมือนกัน

BeeRY - ไม่ได้ห้ามหรอกค่ะ แต่คุณพ่อหวงลูกสาว 5555

jaomaeysadid - ปกติคนเขียนอัพคืนวันศุกร์ค่า อัตราเฉลี่ยอยู่ที่2สัปดาห์(มีแอคซิเดนบ้างตามความยับเยิน) แต่ตอนหน้าเป้นศุกร์หน้าค่า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

iforgive - คงต้องเรียกว่าหวงลูกอ่ะค่ะ 5555

GintoniC - ตามนั้นเลยค่ะ 555

กราบขออภัยอีกครั้ง ขอบคุณทุกคนเลยนะคะะะ เลิฟยูววววววว  :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
ซอลเป็นอะไรสงสารซอล
แล้วปีไหนโชกับธีร์จะเป็นแฟนกัน
นานไปนะ -_-
ช่วยมาต่อบ่อยๆนะคะ จุ๊บ

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
คุณพ่อหมีนี่ดีจริงๆ เหมือนพ่อจริงๆเลยอ่า o13
แต่ซอล...หนูเป็นอะไร  :katai1:

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
อยากรู้เรื่องซอบมากกกกกกกก
แบบโชกะธีร์เป็นแฟนกันเมื่อไหร่ก็ได้
แต่ซอลลลลลใครทำำำำำำำำ
แอบลุ้นให้เจมาดามใจอิอิ

โหยยยยยยโชรักจริงอะ ทำนู่นทำนี่ให้ตลอด

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
แสดงว่าเรื่องของซอล เจรู้ พ่อหมีรู้ แต่ธีร์และคนอ่านไม่รู้
เวลามีปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่อยากให้มีใครสักคนคอยอยู่เคียงข้างจะได้อุ่นใจ

ออฟไลน์ velvetronica

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-1
16



วีรินทร์เริ่มเรื่องตรงที่เขาโตมากับลุงผู้ทำสวนผลไม้อยู่ที่ระยอง พ่อแม่ของเขาหย่ากันตั้งแต่เด็ก เขาและน้องชายฝาแฝดจึงถูกจับแยกกันตั้งแต่นั้น แม่แต่งงานใหม่ แล้วก็ล้มเหลวอีกครั้งในชีวิตแต่งงาน...สุดท้ายก็ป่วยตาย


“ป่วยก็เรื่องนึง...แต่ที่จริงคือตรอมใจ” วีรินทร์ส่ายหน้า “แม่ป่วยทางใจมานาน ใครๆ ก็รู้...แต่ทุกคนก็ยังปล่อยให้มันเกิดขึ้น”


ทุกคนของวีรินทร์คือพ่อเลี้ยง

หลังจากนั้นเด็กน้อยก็ถูกส่งตัวไปหาญาติเพียงหนึ่งเดียวคือพี่ชายแท้ๆ ของแม่ เขาโตมาที่ระยองจนกระทั่งจะขึ้นมัธยมปลาย วีรินทร์ที่เรียนเก่งจนโดดเด่นสอบเข้าโรงเรียนหนึ่งในกรุงเทพฯได้


“ค่าครองชีพในเมืองกรุงมันแพง ลุงเองก็แก่มาก สวนผลไม้ก็เริ่มทำไม่ไหว”


ตอนนั้นเองที่เขาเริ่มทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนและส่งเงินให้ลุง เป็นนักดนตรีในร้านอาหารกลางคืน...ไม่ใช่ผับบาร์ แต่เป็นภัตราคารหรู

สิ่งที่เป็นมรดกจากทั้งพ่อและแม่คือพรสวรรค์ด้านดนตรี วีรินทร์มีโรคประจำตัวจึงไม่ต้องเรียนรด. ดังนั้นจึงไม่ต้องตัดผมเกรียน อายุก็โกหกเอาบ้าง ปลอมตัวเอาบ้าง พอมีกินมีใช้ไปวันๆ


“เจอคุณภัทรครั้งแรก...ก็ตอนที่ไปทำงาน”


เด็กน้อยที่ชีวิตมีแต่เรียนกับทำงานเพื่อลุงที่รักคนเดียวจะเอาอะไรไปทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ชายเจ้าชู้


“รู้ตัวอีกที...ก็รัก รักมาก ถอนตัวไม่ขึ้น” รอยยิ้มเย้ยหยันฉาบบนริมฝีปากบาง “รู้ทั้งรู้...ว่าเขาไม่เคยจริงจัง แต่ก็ยอมเต้นตามเขาไปเสียทุกอย่าง”


ชายหนุ่มเสนอให้เด็กน้อยมาอยู่กับตน จะส่งเสียให้ทุกอย่างรวมถึงส่งเงินให้กับลุงที่ต่างจังหวัด


“อย่างกับไอ้ตัว” วีรินทร์หัวเราะทั้งน้ำตา “ยอมทุกอย่าง อยากให้ทำอะไร...ก็ทำ”


ความจริงมันไม่เคยสวยงามเหมือนความฝัน เด็กน้อยรู้ว่าตัวเองไม่เคยเป็นคนนั้นคนเดียวของชายหนุ่ม...แต่ก็ยอม


“เพราะย่ามใจ...จะไปกับใครก็ตาม สุดท้ายคุณภัทรจะกลับมาที่คอนโด”


เด็กน้อยอยู่กับความสุขปนขมมาสี่ปี กลับบ้านมานั่งรอคอยอีกฝ่าย ดีใจแทบตายที่เขากลับมาหา แม้วันต่อมาข้างกายจะว่างเปล่าอีกครั้ง วีรินทร์เรียนรู้ที่จะรัก...อย่างเจ็บปวด


“แต่มันจบแล้วล่ะ” เสียงหัวเราะนั้นปนสะอื้น “เพราะคุณภัทรเจอคนนั้นคนเดียวของตัวเองแล้ว”


กว่าสองเดือนที่เขาเฝ้ารออย่างร้อนรน ชายหนุ่มกำลังเดินห่างไปจากเด็กน้อย เด็กน้อยเริ่มสูญเสียพื้นที่แคบเล็กของตัวเอง...เลยเริ่มร้องไห้โยเย


“เพราะไปยุ่งกับคนนั้นคนเดียวของคุณภัทร” ชี้ที่มุมปาก “เลยได้คำตอบกลับมา...ให้เลิกโง่เสียที”


เด็กน้อยเรียนรู้แล้วว่ามันกำลังจะจบ...ความรักบนความขมขื่นที่เขาไขว่คว้าเอาไว้สุดกำลังได้หลุดลอยออกไป


“คุณภัทรไม่ยอมให้ใครทำให้คนนั้นคนเดียวของตัวเองเจ็บ...แต่คุณภัทรไม่เคยสนใจว่าตัวเองคือคนนั้นคนเดียวของใคร”


วีรินทร์ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่คิดจะเช็ดมันออก เขาก็แค่ปล่อยให้มันไหลออกมา...


“ขอโทษจริงๆ ที่รบกวน จะรีบหางานทำแล้วจะย้ายออกนะ”


เป็นครั้งแรกที่กันตธีร์รู้สึกว่าคนตรงหน้าเข้มแข็งแค่ไหน ทั้งที่เจ็บเจียนตาย แต่ก็ยังพยายามจะยืนขึ้นมาด้วยตัวเอง


“โปรเจคล่ะ” กฤษณ์ถาม “จะทำงานไปด้วยไหวหรือไง”

“คงต้องดรอปไว้ก่อน...ยังไงก็คงไม่รอดแล้วล่ะ” วีรินทร์ส่ายหัว

“เฮ้ย! ไม่ได้!!!” จิรณัฐที่ถูกตามตัวมานั่งสุมหัวกันค้านเสียงแข็ง

“ซอล...อยู่นี่ไปก่อนก็ได้ เรื่องทำงานก็ไว้ก่อน ไว้จบแล้วค่อยว่ากันก็ได้” กันตธีร์รีบเสริม

“เอาจริงๆ ก็อีกหลายเดือนกว่าจะจบ จะเอาเงินที่ไหนกิน” คนไร้หลักยิ้ม “ขอบคุณนะ แต่คงรบกวนมากกว่านี้ไม่ได้หรอก”


กันตธีร์หันมาสบตากับจิรณัฐก่อนทั้งคู่จะหันไปมองผู้เป็นที่พึ่งตลอดกาล กฤษณ์ขมวดคิ้วใช้ความคิดก่อนชี้หน้าไอ้คนมีปัญหา


“ซอล...กูขอสั่งให้มึงเรียนให้จบก่อน”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้...”

“ฟังก่อน มึงมีบริษัทที่ไปฝึกงานมาทาบทามบ้างแล้วไม่ใช่หรือ”


วีรินทร์มีผลการเรียนที่เยี่ยมยอดพอจะให้มีบริษัทมาเสนอตำแหน่งต่างๆ ให้


“แต่มึงต้องเรียนให้จบก่อนถึงจะได้ทำงาน...เพราะงั้น ตอนนี้ก็ยืมเงินเชี่ยเจไปก่อน มันเหลือเยอะ ทำสัญญาไว้ก็ได้ถ้ามึงไม่สบายใจ หรือจะคิดดอกเบี้ยอะไรก็ไปตกลงกันเอง” คุณพ่อร่ายยาว “แต่มึงต้องเรียนให้จบนะซอล จบพร้อมกับทุกคนนี่แหละ”


น้ำตายิ่งทะลักหนักกว่าเดิมเมื่อว่าจบ จนคนพูดร้องเฮ้ยแล้วเอาทิชชู่ให้เป็นพัลวัน


“ดีกันเกินไปหรือเปล่า” เสียงแหบสั่นพร่า “ไม่โกรธหรือรังเกียจบ้างเลยหรือ”

“พูดอะไรน่ะซอล” กันตธีร์ขยับเข้าไปใกล้แล้วโอบหลวมๆ

“ขอโทษนะ...ที่ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง ที่ทำให้เดือดร้อนกันไปหมด”

“คิดมากน่า” จิรณัฐขยี้หัวเพื่อน “ดอกเบี้ยน่ะไม่เอาหรอกนะ อยากจะจ้างให้เรียนด้วยซ้ำ”


วีรินทร์หัวเราะทั้งน้ำตาในอ้อมกอดเพื่อน ก่อนที่ทุกคนจะปล่อยให้คนที่ร้องไห้จนเหนื่อยได้พักผ่อน เตียงชั้นสองถูกทำความสะอาดปูผ้าใหม่แล้วเอาเก้าอี้มาใช้แทนบันไดในการปีนขึ้นลง




“รู้อยู่ก่อนแล้วหรือ”


กันตธีร์ถามรูมเมทตอนที่เดินออกมากินข้าวเย็นกันสองคน ส่วนจิรณัฐหนีกลับไปก่อนแล้ว


“โดยบังเอิญน่ะ...โดนซอลมันเขม่นเอาอยู่เป็นเทอม คงไม่อยากให้เพื่อนรู้ กูเลยไม่เคยบอกใคร ส่วนเจ...ไม่รู้เหมือนกันว่ามันรู้ได้ยังไง” คนฟังเลิกคิ้วให้กับเรื่องที่ไม่เคยรู้ ก่อนจะหันหน้าหนีเมื่อพูดถึงอีกคน “แล้ว...กับโชติภัทรเป็นยังไง”

“อยากทะเลาะกันหรือไง”

“ตัวเล็ก นี่กูถามดีๆ” กฤษณ์ทำเสียงอ่อน “อย่าให้กูต้องพูดอีกรอบว่ากูเป็นห่วงมึงนะ”


กันตธีร์รู้สึกผิดวูบ เขากับกฤษณ์เป็นเพื่อนกันมานานเกินกว่าที่ควรจะมึนตึงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง


“กูขอโทษ” เขายอมรับ “กูแค่อึดอัด...กูไม่อยากให้มึงพูดอะไรในแง่นั้น”

“กูก็ขอโทษ อันที่จริงกูก็ไม่ควรยัดเยียดมึงแบบนั้น” กฤษณ์ยิ้ม “แต่นี่กูแค่ถามเฉยๆ เล่าเรื่องโชติภัทรให้ฟังบ้างสิ”

“...มันก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ” งึมงำในลำคอ “เพื่อนกัน...ธรรมดานี่แหละ”

“ตัวเล็ก” พ่อหมีเรียก “กูรู้ว่ามึงเองก็รู้ดีอยู่”

“แล้วจะให้ทำยังไง” กันตธีร์ถามกลับ

“ไม่รู้สิ มึงอยากให้มันเป็นแบบไหนล่ะ”

“...เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ดีแล้ว”


กฤษณ์เลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่ก้มหน้าจ้องปลายเท้า


“แบบนี้คืออะไร เพื่อน? แน่ใจหรือ?”

“อย่าคาดคั้นกูได้ไหม”

“มึงเห็นซอลมั๊ย”


กันตธีร์มองอย่างไม่เข้าใจ


“เห็นเจมั๊ย” กฤษณ์ว่าต่อ “กูไม่เคยรังเกียจเพื่อนคนไหนไม่ว่าแม่งจะเป็นอะไร...แต่กูไม่เคยเห็นคู่ไหนที่ไปกันรอดยาวๆ ดูเจหรือซอลสิ มันเป็นความสัมพันธ์ฉาบฉวย...สุดท้ายก็จะมีคนเสียใจ”


ชายหนุ่มอ้าปากจะเถียงแต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา


“ตัวเล็ก กูไม่ได้ดูถูกความรู้สึกของใคร...ของโชติภัทร แต่มึงเองก็รู้ว่ากูไม่อยากให้มึงเสียใจ...ไม่ว่าจะจากอะไรหรือใคร”

“...กูรู้” เขาหาเสียงตัวเองเจอในที่สุด “ขอบคุณนะหมี...แต่เรื่องที่มึงอยากรู้...กูเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน”


กันตธีร์ถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ดูขุ่นมัวกว่าทุกวัน


++++++


“ซอล...ข้อมูลอันนี้เรียงใหม่แล้วน่าจะใช้ได้”


ห้องที่เคยอยู่กันแค่สองคนดูแน่นขึ้นถนัดตาเมื่อมีผู้อยู่อาศัยเพิ่ม แม้จะไม่ลำบากอะไรนักก็ตาม


“แต้งกิ้ว วางไว้เลย เดี๋ยวขอจัดการตรงนี้อีกหน่อย” วีรินทร์ตอบแม้ตายังจะไม่ละไปจากหน้าจอ “ธีร์ไปทำส่วนของตัวเองเถอะ แค่นี้ก็ช่วยเยอะมากแล้ว”

“อืม ไม่เป็นไร ทางนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรเหมือนกัน”

“งั้นมาช่วยกูแทนดีมั๊ยครับไอ้สองนักเรียนดีเด่น” กฤษณ์โยนคำประชดใส่พร้อมใบหน้าทรุดโทรมเรียกเสียงหัวเราะจากอีกสองชีวิตได้ทันที


หลังจากร้องไห้จนหลับไปหนึ่งตื่นวีรินทร์ก็ตื่นมาเป็นคนเดิม เริ่มจัดการกับชีวิตที่เละเทะของตัวเองทีละอย่าง กลับมาทำโปรเจคที่ค้างเอาไว้ต่อ แม้จะแทบลากเลือดแต่ด้วยการช่วยเหลือของอาจารย์ที่ปรึกษาผู้ใจดีเกินรูปลักษณ์ภายนอกก็เริ่มจะเข้าที่เข้าทาง จนกฤษณ์แอบมากระซิบบอกว่าเห็นสภาพแล้วรู้สึกว่าตัวเองหมดสิทธิ์บ่นในทุกกรณี


“วะ กูลงไปซื้อเอ็มร้อย พวกมึงเอาอะไรมั๊ย” พ่อหมีเกาขยี้หัวตัวเองก่อนจะลากสังขารยับๆ ขึ้นจากกองงาน

“ขอน้ำเปล่าละกัน ซอลเอาไรป่ะ” คนคร่ำเคร่งกับงานโบกมือปฏิเสธ คนถามจึงเดินเซๆ ออกจากห้องไป


“นี่ธีร์” เสียงแหบเรียกเมื่อทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบของคนสองคน

“หืม”

“ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนหรืออยู่ช่วยก็ได้” วีรินทร์พูดโดยที่มือยังแก้งานไปด้วย

“เฮ้ยไม่เป็นไร”

“...เกรงใจคนที่คอยโทรมาตามน่ะ”


กันตธีร์ชะงักกึกแล้วหันไปมองเพื่อนนั่งทำงานอยู่บนเตียงทันที


“นี่ไม่ได้ตาบอดหรือหูหนวกนะ ทางนั้นเขาตามตื้ออยู่ไม่ใช่หรือไง อยากไปก็ไปเหอะ”

“เดี๋ยว...คือ จริงๆ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องซอล” คนโดนดักทางลูบหน้าอย่างตั้งตัวไม่ทัน

“งั้นเรื่องอะไรล่ะ อย่าทำให้รู้สึกผิดกันเล่นๆ สิ”

“ก็...อืม” เขาเม้มปากเพราะนึกคำอธิบายไม่ถูก

“ธีร์...อย่าให้ต้องไล่ พ่อหวงหรือไง นี่ไงมันไม่อยู่แล้ว จะไปก็รีบ”


เจ้าของห้องตัวจริงรู้สึกหน้าร้อนวาบ ก่อนจะคว้ายางลบใกล้มือเขวี้ยงใส่เพื่อน


“ไอ้บ้า ไม่ใช่โว้ย”


วีรินทร์ที่หลบยางลบบินทันหัวเราะร่าจนกันตธีร์เพิ่งรู้ตัวว่าถูกหยอกหนักๆ เข้าให้แล้ว

นี่สิน่า...ขนาดจิรณัฐยังเคยบอกว่าคนที่น่ากลัวที่สุดคือวีรินทร์


“แต่ที่พูดนี่พูดจริงนะ...จะไปก็ไปเหอะ อยู่ได้ ไม่คิดสั้นแน่นอน” คนมาขออาศัยโบกมือไล่ยิ้มๆ


กันตธีร์มองคนที่กำลังเอางานส่วนที่เขาช่วยมาเปิดดู ดวงตาคู่สวยยังมีแววโศกเศร้าชัดเจน ขอบตาก็ยังบวมช้ำจากการร้องไห้ที่เจ้าตัวพยายามหลบไม่ให้เพื่อนเห็น แต่การที่ยิ้มและหัวเราะออกมาได้ก็ทำให้เบาใจ


‘เศร้าก็เศร้า แต่อย่างนึงคือมันจบแล้ว...การทรมานตัวเองที่ยาวนาน’


คำพูดของคนตัวบางที่เข้มแข็งสุดๆ


กันตธีร์เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจแล้วหันไปเก็บของเงียบๆ ก่อนจะรู้สึกเกร็งขึ้นมาเมื่อเสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้นอย่างชวนสยอง


“ธีร์น่ารักเป็นบ้าเลยว่ะ”

“หุบปากไปเลย!”



คราวนี้ทั้งหมอนตุ๊กตาผ้าห่มที่คว้าอะไรได้ก็โยนโครมใส่อีกฝ่ายทั้งหมด แต่ผู้ถูกกระทำก็แค่หัวเราะลั่นอย่างชอบใจที่ได้แกล้งคน เขาไม่ชินกับการถูกล้อเลียนแบบนี้เท่าไหร่ ที่ผ่านมานอกจากกฤษณ์ที่คอยจับผิดเรื่องนี้ก็ไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องของโชติภัทรให้รู้สึกคันยิบๆ ในหน้าอกข้างซ้าย


“หืม...เขินหรือเนี่ย” คนอกหักหมาดๆ ปรับโหมดได้รวดเร็วจนเริ่มรู้สึกคิดผิดที่ไปรับมันมาอยู่ด้วย

“บอกให้เงียบไปเลย!” เขากัดฟันขู่

“เด็กสปอยล์ด้วย...พ่อโอ๋มากไปหรือเปล่าครับ”


“เฮ้ย! พอๆ!โตเป็นควายแล้วเล่นอะไรกัน”


เสียงโวยลั่นหยุดการตะลุมบอนจากของสองคนได้ชะงัด กฤษณ์ที่เดินกลับห้องมาได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างงุนงง เพราะฝ่ายที่เหมือนจะถูกกระทำเอาแต่กลั้นหัวเราะแต่ฝ่ายที่เป็นคนกระโจนใส่กำลังสบถอย่างหงุดหงิด


“นึกบ้าอะไรกันขึ้นมา”


กันตธีร์มองหน้าคนไม่รู้เรื่องก็ยิ่งหงุดหงิดจนหันไปเก็บของลวกๆ แล้วก็หอบเอาโน้ตบุ๊คเดินออกจากห้องไป ทำเอาคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรได้แต่หน้าเหวอแล้วหันไปขอตัวช่วยที่นอกจากเอาแต่ขำก็ไม่ได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์


“โทษทีๆ” วีรินทร์โบกมือ “นิสัยเสียน่ะ...”

“หมายถึงอะไร?”

“นี่ไง” จิ้มอกตัวเองแล้วยิ้มให้ “เห็นแล้วมันอดแกล้งไม่ได้...คนมีความสุขนี่มันดีจังเลยนะ”


เปรยกับตัวเองยิ้มๆ ปล่อยให้เจ้าของห้องอีกคนทำหน้ามึนจนเลิกสนใจไปเอง







นิ้วเรียวเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะช้าๆ แดดยามเย็นสีส้มแผดเผาจนร้อนพอๆ กับความรู้สึกหงุดหงิดใจที่ยังหาที่ระบายไม่ได้ เสียงถอนหายใจแล้วก็วางปากกาจากคนข้างๆ ทำให้เขารู้สึกผิดนิดๆ ที่รบกวนสมาธิแต่ก็ไม่มีอารมณ์จะหันไปขอโทษ


“เป็นอะไร” เสียงนุ่มถามอย่างใจเย็นจนมโนธรรมเริ่มเจ็บแปล๊บ

“เปล่า”

“หืม น่าเชื่อมาก” อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ “โดนใครแกล้งมาหรือไง”


กันตธีร์หันขวับไปมองคนที่น่าจะเปลี่ยนอาชีพเป็นหมอดู โชติภัทรเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจที่ตัวเองเดาถูกแล้วก็ยิ้มให้เหมือนเดิม


“เพราะนายนั่นแหละ” โยนกันดื้อๆ

“ฉัน?”

“เออ เพราะนายคนเดียวเลย” คนพาลเริ่มโวยวายก่อนจะทุเรศตัวเองไม่ไหวเลยซบหน้าลงกับท่อนแขนตัวเองเป็นการหนีความจริง

“เป็นอะไรเนี่ย อยากเงียบหรืออยากให้ปลอบบอกมาเลย” เสนอทางเลือกอย่างใจกว้างเป็นมหาสมุทร

“เงียบ”

“โอเคครับ”


แล้วก็เงียบจริงดังว่า เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะสักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้น พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งเท้าคางมองอยู่ก่อนผ่านกรอบแว่บสีดำพร้อมด้วยรอยยิ้มชวนให้ใจกระตุก จึงได้แต่โทษแสงแดดชวนแสบตาที่ทำให้ภาพตรงหน้ามันพร่ามัวไม่รู้เรื่อง

กันตธีร์ถอนหายใจเฮือก


“ขอโทษ”

“หืม?”

“ขอโทษที่พาลใส่”

“ไม่เป็นไร...อารมณ์ไม่ดีนี่”


โชติภัทรดีใจหายจนรู้สึกแย่กับตัวเองมากขึ้นไปอีกระดับ เขาตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่อีกฝ่ายไปเอามาให้


“จะไปไหน”

“หาอะไรอ่านแก้เซ็ง” ตอบพร้อมกับเลี้ยวเข้าไปตามซอกชั้นหนังสือที่ไม่มีคนแตะต้อง

“ในนี้อ่ะนะ?” คนตัวสูงลุกเดินตามมา ที่ถามไปอย่างนั้นเพราะไอ้ชั้นแถวนี้มันก็มีแต่วิทยานิพนธ์เก่าเก็บกับสารานุกรมที่ไม่มีคนอ่าน

“ไม่เคยอ่านหรือไง คนไทยป้ะ สารานุกรมไทยฉบับเยาวชนไง” หันกลับมาว่าหน้าตาย


คำตอบนั้นทำเอาคนเดินตามหลุดขำ ส่วนคนพูดก็เริ่มตีหน้านิ่งไม่อยู่เผลอยิ้มออกมาเหมือนกัน ทำให้พื้นอารมณ์แย่ๆ ค่อยๆ ดีขึ้นทีละนิด กันตธีร์เอานิ้วไล้ไปตามสันหนังสือ โชติภัทรมองกริยานั้นยิ้มพร้อมกับเดินตามไปแม้จะไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากทั้งคู่

บรรยากาศประหลาดแต่ก็ลงตัวจนไม่มีใครอยากทำลายมันกำลังดำเนินไปแบบที่ไม่รู้ตัว





“เจอแล้ว”


กันตธีร์ร้องอย่างมีชัยในที่สุดพร้อมกับเขย่งตัวเอื้อมมือขึ้นคว้าหนังสือปกหนังเล่มหนาจากชั้นสูงเหนือศีรษะ

คนตัวสูงส่ายหัวขำๆ ก่อนจะสังเกตว่าหนังสือที่เลื่อนออกมาไม่ได้มีแต่เล่มที่ต้องการ ในชั้นหนังสือที่ไม่ได้รับการสนใจมักจะมีคนเอาหนังสือที่ยืมไม่ได้มาซ่อนเอาไว้ ซึ่งชั้นนี้ก็เช่นเดียวกัน หนังสืออีกเล่มที่ถูกซ้อนเอาไว้จึงไหลลงมาตามแรงดึง


“ธีร์!!”


โชติภัทรรีบคว้าคนตัวเล็กเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัว ฝ่ายถูกลากกระทันหันก็ร้องเฮ้ยปล่อยหนังสือหลุดจากมือหล่นพื้นเป็นเสียงดังโครมครามท่ามกลางความเงียบเชียบของห้องสมุดที่ไร้ผู้คน

กันตธีร์ที่ได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจากชุดนักศึกษาของอีกฝ่ายเป็นอย่างแรก ก่อนจะลืมตาขึ้นเห็นแนวกรามได้รูป


“โดนหรือเปล่า?”


เสียงนุ่มถามชิดใบหูให้รู้สึกหวิวจนพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหัวตอบไป

มือที่โอบหลังอยู่คลายออก พร้อมกับที่อีกฝ่ายก้มลงมา ใบหน้าหล่อกระทบกับแสงแดดยามเย็นจนเห็นโครงหน้าที่ลงตัวชัดเจน คนตัวเล็กกว่าเผลอกัดปากตัวเองเบาๆ เมื่อมองสบกับแววตาที่ฉายความเป็นห่วงชัดเจนแบบไม่ต้องการคำอธิบาย


“ธีร์”


คนถูกเรียกสะดุ้งจนเผลอผลักอีกฝ่ายแล้วก้าวถอยหลังอย่างตกใจ แต่หนังสือที่หล่นอยู่ทำให้ก้าวนั้นพลาดเซจนทำให้โชติภัทรต้องคว้าตัวกลับมาปะทะกับแผ่นอกกว้างอีกครั้ง

เจ้าของอ้อมแขนก้มลงมาเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เงียบไป ดวงตาคู่สวยที่อยู่หลังเลนส์แว่นสะท้อนใบหน้าของตัวเขาเองเช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่ยังรั้งตัวเขาไว้จนใกล้ชิด


สมองของทั้งคู่มีทั้งความว่างเปล่าและความคิดยุ่งเหยิงจนแปลความออกมาไม่ได้


แม้ในวินาทีที่สัมผัสนุ่มนวลแตะเข้าหากัน






ณ ห้องสมุดที่ไร้ผู้คน แสงอาทิตย์อัสดง และหนังสือที่หล่นอยู่รอบตัว


เราจูบกัน






TBC




::TALK::

มาอย่างไวว่อง...  :katai4:

ตอนนี้ยาวมาก พิมพ์ๆไปแล้วก็ไม่รู้จะตัดตรงไหน เอามันมาลงทั้งหมดแล้วกัน!!

เรื่องของซอลคงไม่ลงรายละเอียดมากเท่าไหร่เพราะไม่ใช่สาระจริงๆของเรื่อง [วางแพลนจะเขียนไซด์สตอรี่ให้นางอยู่ << สร้างภาระให้กับตัวเองเข้าไปอีก เอาเข้าไป :z3:]

ส่วนโชธีร์.....................................มันจูบกันแล้วค่าพี่น้องงงงงงงงงงงงงงง!!!!  :hao5: :hao5: //ปิดถนนแห่มังกรฉลอง  :mc4: :mc4: :mc4:

มิใช่อะไรพิมพ์ไปก็อิจฉาธีร์ไปค่ะ คนเขียนเป็นแม่ยกพระเอกแบบไม่ต้องสงสัย  :hao6: 55555

สำหรับตอนถัดไปจะพยายามมาลงให้ได้ในศุกร์หน้านะคะ //อ้อนขอกำลังใจ  :mew6:

รักคนอ่านมากมายก่ายกองงง ม๊วฟ  :กอด1: :กอด1: :กอด1:



::comment::

mild-dy - ปีนี้ค่ะปีนี้ จะพยายามให้จบในปีนี้นี่ล่ะค่า  :katai4:

BeeRY - เป็นคนที่เหมาะจะเป็นพ่อคนมากอ่ะค่ะ 555

quiicheh. - เดี๋ยวนะคะ ตอนนี้พระนายของเราก็มีพัฒนาการนะเอ้อ!!  :-[

malula - ตอนนี้คนอ่านได้รู้แล้วค่า 555555

จุ๊ฟฟฟฟ  :mew1: ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกันนะคะะะะ จะพยายามปั่นเต็มที่เลยค่า  :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
นี่พึ่งจะจูบกัน แล้วเมื่อไหร่ะเป็นแฟนกัน
เมื่อไหร่จะได้กัน ผ่างงงงงงงง
55555555555
รอเข้าไปๆ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
อ่า ในที่สุดก็จุ๊บกันแล้วสินะ
รู้สึกดีต่อกันทั้งสองฝ่ายจะมัววิ่งหนีอยู่ทำไม

ชีวิตของซอลน่าสงสาร แต่ก็ต้องลุกขึ้นสู้แล้วเดินหน้าต่อไป
ยังดีที่มีเพื่อน ๆ น่ารักคอยช่วยเหลือ

ออฟไลน์ Raiwyn

  • - ไรวิน -
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 91
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
ธีร์เป็นประเภทปากแข็งสินะ  :m1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด