จอมไตร ซีรีส์(ตาหวาน)*ซื้อด้วยใจ ขายด้วยรัก*(END)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: จอมไตร ซีรีส์(ตาหวาน)*ซื้อด้วยใจ ขายด้วยรัก*(END)  (อ่าน 151910 ครั้ง)

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
ตอนที่4
ภาคนิพนธ์ตรงไปโรงพยาบาลทันที่ที่ลงจากเครื่อง โรงพยาบาลขนาดกลางๆซึ่งถ้าเป็นช่วงที่ภาคนิพนธ์ยังอยู่ที่เมืองไทย เขาคงไม่มีทางเห็นแม่เข้าโรงพยาบาลเล็กๆในความคิดของแม่แบบนี้แน่ๆ
เขาไปคุยกับหมอทันที และหมอก็บอกว่ามีโอกาสมากที่แม่เขาจะเดินไม่ได้ ซึ่งแม่เขาเองก็ทราบเรื่องนี้แล้ว ภาคนิพนธ์ไม่อยากจะคิดว่าปฏิกิริยาของแม่เขาจะเป็นยังไงตอนรู้เรื่อง
 
“ไงมาแล้วเหรอ ถ้าฉันไม่จะเป็นจะตายแกก็คงไม่กลับมาซินะ”
คำพูดเจ็บแสบส่งตรงมาทันทีที่แม่เห็นหน้าเขา  ภาคนิพนธ์เลือกที่จะเงียบ ไม่ต่อความยาวสาวความยืดกับแม่ พูดไปก็มีแต่จะเข้าตัวเท่านั้น
 
“เพราะแกแท้ๆ ฉันเลยต้องเป็นแบนี้ ต้องตกต่ำขนาดนี้”
พัลลภาตะเบ็งเสียงด่าลูกชายด้วยความโมโห ต่างจากอีกฝ่าย ที่นิ่งเงียบ เดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ อย่างกับว่าไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกไปเลย
 
“นั่นมันเพราะตัวแม่เองต่างหากล่ะครับ”
อึ้งไปทันที พัลลภานิ่งอึ้งไปกับคำพูดของลูกชาย เธอรู้ดีว่าลูกชายคนนี้ไม่ได้รักเธอนัก ไม่ได้ผูกพัน และก็ไม่ค่อยนับถือเธอ แต่ภาคนิพนธ์เป็นเด็กว่าง่าย สักคำก็ไม่เคยเถียงใครให้ได้ยินมาก่อน แม้ภาคนิพนธ์จะทำตัวเกเร แต่ก็ไม่เคยปริปากเล่าเรื่องใดๆให้เธอรับรู้
 
“ถ้าคิดว่าผมจะยอมให้แม่เอาทุกอย่างมาลงที่ผมล่ะก็ บอกได้เลยครับว่าไม่อีกแล้ว”
ราวกับรู้ว่าแม่ตัวกำลังคิดเรื่องอะไร ภาคนิพนธ์พูดออกไปทันที นี่คือเจตนาของเขา เขาจะไม่ยอมให้ชีวิตตัวเองต้องเดินไปตามทางที่แม่ขีดให้เด็ดขาด นี่คือความตั้งใจที่คิดไว้หลังจากตัดสินใจกลับมาที่นี้
 
“แก.... หึ เลี้ยงมาเสียข้าวสุกชะมัด”
เธอว่าก่อนจะหันหน้าหนีไป เป็นการจบบทสนทนา และนั่นเป็นการดีสำหรับภาคนิพนธ์
 
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้แม่ต้องยุ่งยากใจแค่ไหน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุแห่งความตกต่ำของแม่  แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ทั้งหมดนั้น เพราะใจของแม่ที่ใฝ่ฝันแต่สิ่งที่สูงเกินเอื้อมไปทุกครั้งไม่ใช่หรือ ถ้าแม่เพียงแค่พอใจกับสิ่งที่ตนมี แม่ก็จะไม่คิดว่าตัวเองตกต่ำ
 
เขาไม่ถามว่านายมานิชพ่อเลี้ยงของเขาไปไหน จากสภาพของแม่ที่ยังคงความสวยไว้ แต่ก็ไม่ใช่แบบสวยสดอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ ข่าวลือเรื่องที่ว่ากำลังจะเลิกกันนั้นคงเป็นความจริง
 
ที่แม่ต้องมาอยู่โรงพยาบาลขนาดกลางแบบนี้ก็พอยืนยันได้แล้ว และก็สามารถยืนยันได้อีกอย่างว่าตอนนี้แม่เขามีเงินไม่มากพอจะพาตัวเองไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ภาคนิพนธ์แปลกใจเลย
 
แม่เขาได้เงินจากนายมานิชมากก็จริง แต่ว่าแม่ก็ใช้เงินมากไม่แพ้กันเลย ทั้งดื่ม กิน เที่ยว เลี้ยงผู้ชาย การพนัน ซื้อของแพงๆ แม่เขาเอาหมด แม่ทำตัวหรูหรา ฟุ้งเฟ้อตลอดเวลา
 แล้วเห็นว่าอุบัติเหตุคราวนี้เป็นเพราะเมาแล้วขับรถไปชนรถที่จอดไว้ข้างถนน หลายคันซะด้วย ดีว่าไม่มีใครคนอื่นได้รับบาดเจ็บอีก แต่ค่าซ่อมรถพวกนั้นก็มากพอให้เงินแม่ลดลงจนเหลือไม่ถึงครึ่งของบัญชีเลยล่ะแถมยังมีค่ารักษาที่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่นี่อีก
 
ภาคนิพนธ์ทำโน้นทำนี้ในห้องพักแม่ไม่นานก็ขอตัวออกมาก่อน เมื่อเพื่อนแจ้งว่าได้มาถึงที่โรงพยาบาลแล้ว เขาไม่อยากให้แม่รู้จักเพื่อนเขา ไม่ต้องการให้เพื่อนเขาต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องเน่าเฟะในบ้านของตน
 
“ชา”
“ภาค”
สองร่างกอดกันโดยไม่อายสายตาใครต่อใครต่อใครที่มองอยู่สักนิด
เรือชาเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาตั้งแต่สมัยประถม คบกันมาตั้งแต่พ่อของภาคนิพนธ์ยังไม่เสีย เป็นคนเดียวที่คอยตักเตือนเมื่อตอนเขาทำตัวเป็นเด็กเกเร เป็นคนเดียวที่เขากล้าเล่าเรื่องน่าอายอย่างการโดนพ่อเลี้ยงลวนลามให้ฟัง
“คิดถึงจัง”
“คิดถึงแต่ไม่เคยกลับมาหาเนี่ยนะ”
คำต่อว่าที่เหมือนเป็นคำหยอกทำเอาภาคนิพนธ์อดหัวเราะไม่ได้ ก็รู้อยู่แล้วแท้ๆว่าเขากลับมาไม่ได้
“แล้วนายพักที่ไหน คงไม่ใช่บ้านนั้นหรอกนะ”
“อืน นั่นสิ แต่ไม่อยากรบกวนนาย”
“ถ้าพูดว่ารบกวนอีกครั้งจะชกให้คว่ำเลย ไปนอนที่คอนโดฉันนี่ล่ะ ดีแล้ว”
ภาคนิพนธ์อยากจะปฏิเสธ แต่เอาเข้าจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้นเลย ก็ตอนนี้เขาอยากประหยัดได้ให้มากที่สุด ไม่รู้ว่าจากนี้จะต้องเจออะไรอีกบ้าง ถ้าทำได้ก็อยากเก็บเงินไว้ก่อนเพื่อความสบายใจ
 
“ก็คงต้องยอมไปล่ะนะ ขอรบกวนด้วยแล้วกัน”
 
ระหว่างที่เดินกลับไปเอากระเปาเดินทางบนห้องของแม่และออกมาหาเรือชาที่หน้าโรงพยาบาลนั้น ภาคนิพนธ์ไม่รู้เลยว่าตนกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนสองคน จากคนล่ะที่ ถึงแม้ทั้งสองคนจะมองภาคนิพนธ์ด้วยสายตาที่แตกต่างกัน แต่ว่าทั้งสองฝ่ายก็มองด้วยสายตามุ่งร้ายพอกัน
.............................................
วันถัดมาภาคนิพนธ์แทบลมจับ ก็เมื่อเขามาหาแม่ที่โรงพยาบาล แต่ภายในห้องกลับไม่ได้มีแต่แม่เขาเพียงคนเดียว
 
ชายผู้มาเยือนแนะนำว่าตนเป็นทนายความจากพ่อเลี้ยง มาเพื่อจัดการเรื่องหย่า ทั้งๆที่มันไม่น่าจะมีอะไร แต่ฝ่ายนั้นกลับพูดออกมาง่ายดายว่า แม่ของตนนั้นเป็นฝ่ายโดนฟ้อง รูปมากมายของแม่กับผู้ชายอื่นถูกยื่นมาตรงหน้า ตั้งแต่รูปตามห้างสรรพสินค้า ไปยันรูปกอดจูบหน้าห้องในโรงแรมที่ไม่บอกยังรู้เลยว่าคนทั้งคู่ตั้งใจจะเข้าไปทำอะไรกัน ภาคนิพนธ์มองรูปเหล่านั้น อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงเขาจะมาไม้นี้ เขารู้ว่าแม่นอกใจพ่อเลี้ยง แต่แน่นอน พ่อเลี้ยงเขาเองก็มีบ้านเล็กบ้านน้อยมากมาย แล้วทำไมถึงยังกล้ามาฟ้อง พอมานึกดูๆ ก็เพราะอีกฝ่ายมีหลักฐาน และเงินหนากว่า เรื่องที่จะหาหลักฐานและหาทนายดีๆไม่ใช่เรื่องยากเลย
 
“ทำไมเขาต้องทำแบบนี้”
 
พัลลภาครวญครางออกมาทันทีที่ทนายความกลับไป ต่อหน้าคนอื่น เธอจะยังทำตัวราวกับเป็นนางพญาด้วยการตีหน้านิ่ง ทั้งๆที่ในความเป็นจริง เธอกำลังจะคลั่งตาย
 
ฝ่ายภาคนิพนธ์ไม่พูดอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าทำไม พ่อเลี้ยงของเขาคงรู้ตัวแล้วว่าเขากลับมา ที่ยื่นเรื่องฟ้องหย่าเรียกเงินมากมายทั้งที่รู้ว่าแม่เขาไม่มีให้เพราะอะไรเขาก็รู้ ภาคนิพนธ์ไม่ใช่คนเจนโลก แต่ไม่ได้โง่ แค่เรื่องที่ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำ ทำไปเพื่อต้องการบีบเขาให้จนมุมและให้ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการนั้น เขาเองรู้ดี แต่เขาจะต้องยอมอย่างนั้นหรือท่าทางนิ่งเงียบต่อหน้ามารดาช่างแตกต่างจากในใจที่รุ่มร้อนนัก นอกจากใบหน้าก็นี่ล่ะมั้งที่เขาเหมือนแม่ การที่สามารถตีหน้าเรียบเฉยไม่ทุกข์ไม่ร้อนทั้งที่ใจแตกต่างนี่ล่ะมั้ง
ในขณะที่ผู้เป็นแม่ยังโวยวายไม่เลิก ภาคนิพนธ์ต้องพยายามคิดอย่างหนักว่าจะทำยังไงต่อไป
...................................
 
เรื่องการฟ้องหย่าของพ่อเลี้ยงกับแม่ภาคนิพนธ์เป็นข่าวดังพอดู ด้วยฝ่ายพ่อเลี้ยงต้องการขอความเห็นใจจากคนอื่นๆ
ผู้ชายที่ถูกเมียสวมเขาคงดูน่าสงสาร และมานิชคงหวังให้มันน่าสงสารมากพอจะกลบข่าวไม่ดีเกี่ยวกับตัวเขาและบริษัทได้ แต่ที่ไม่เป็นข่าวคือจำนวนเงินที่ฝ่ายพ่อเลี้ยงเรียกจากแม่เขา  ....20 ล้าน....เงินจำนวนมากนี้พ่อเลี้ยงเขาอ้างว่าเป็นเงินที่แม่และเขาใช้ตลอดเวลาที่แต่งงานกับแม่เขามา ภาคนิพนธ์ไม่รู้ว่าแม่ใช้เงินไปมากขนาดนี้จริงไหม แต่เขามั่นใจว่าตัวเขาไม่ได้ใช้เงินของผู้ชายคนนั้นขนาดนั้นแน่ เงินที่พ่อเขาทิ้งไว้ให้ หากตีเป็นค่าเรียนแล้ว พ่อเลี้ยงเขาแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
 
“มันจะไม่มากไปหน่อยหรือครับ”
“อันนี้คงต้องคุยกันในศาลนะครับ”
ให้ตายเหอะ เขาก็รู้อยู่แล้วว่าทนายต้องว่ามาแบบนั้น แต่ยังอดเอ่ยปากไปไม่ได้
 
“แต่หากคุณภาคนิพนธ์อยากคุยกับคุณมานิชล่ะก็ คุณมานิชแจ้งว่ายินดีคุยด้วยเป็นการส่วนตัวนะครับ”
ทนายความทิ้งข้อความไว้แค่นั้นก่อนจากไป
 
แค่คิดถึง เป็นการส่วนตัว ที่อีกฝ่ายพูดทิ้งไว้เมื่อครู่เขาก็แทบจะอาเจียน ดีที่เขาไม่ได้คุยในห้อง ไม่งั้นแม่เขาต้องไล่ให้เขาไปคุยกับพ่อเลี้ยงแน่ๆ ทั้งๆที่แม่เองก็คงรู้ไม่ต่างกันว่ามันจะเกิดอะไร ภาคนิพนธ์ไม่อยากกลับห้องเลยเดินเรื่อยเปื่อยอยู่ข้างล่างเป็นนานกว่าจะกลับขึ้นไป ออกแปลกใจเมื่อขึ้นมาแล้วเห็นใบหน้าของผู้เป็นแม่ยิ้มแย้มอย่างสบายใจ
 
“อ้าวมาแล้วเหรอภาค มานี่สิ มานั่งใกล้ๆแม่”
ภาคนิพนธ์ระวังตัวขึ้นมาทันทีเมื่อแม่มาพูดดีด้วยแบบนี้ ไม่ธรรมดาแล้ว เขาคิดในใจแต่ก็ยังตีหน้านิ่งเดินไปนั่งลงข้างแม่
 
“แหม ลูกนี่มีอะไรไม่บอกแม่เลยนะ”
เงียบ....สิ่งที่เขาทำมีเพียงความเงียบเท่านั้น หรือว่าเมื่อกี้ หลังจากที่แยกกับตน ทนายความคนนั้นขึ้นมาหาแม่ แล้วบอกว่าความต้องการของพ่อเลี้ยงไปแล้ว ไม่จริงน่า
 
“ถ้าเป็นแบบนี้ แม่ค่อยสบายใจหน่อย”
นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย ก่อนที่ภาคนิพนธ์จะได้ร้องออกไปแบบนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ร่างที่ปรากฏตรงหน้าทำเอามาดนิ่งของภาคนิพนธ์หลุดไปทันที ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่ตั้งใจทำเอาคนเข้ามาใหม่อดขำเบาๆไม่ได้
 
“นี่ครับ ที่คุณแม่อยากทาน”
“.................”
“ขอบใจมากนะจ๊ะ”
“..................”
 
บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วแหงๆ นี่มันต้องบ้าเท่านั้นแหละทำไมคนๆนี้ถึงมาอยู่ที่นี้ ทำไมคนๆนี้ถึงมาทำดีกับแม่เขา
 
“อะไรกันเล่าภาค ไปรับของที่คุณปาฏิหาริย์สิลูก”
อ่า ชื่อที่แม่เขาเรียกเป็นชื่อของคนๆนั้นจริงๆ แปลว่าไม่ผิดตัวแน่
“ไปสิ เอ๊ะ ลูกคนนี้นิ่”
ภาคนิพนธ์ขยับลุกไปรับสาลี่ถุงใหญ่ในมืออีกฝ่าย งงที่บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
 
“เดี๋ยวก็จะย้ายคุณแม่ไปที่โรงพยาบาลในเครือของที่บ้านผมแล้วนะครับ ติดต่อหมอเรียบร้อยแล้วด้วย”
“หา?.....โอ๊ย”
ภาคนิพนธ์ที่กำลังปอกสาลี่นั้นร้องขึ้นมาด้วยความสงสัย พร้อมกับความไม่ทันระวังทำให้มีดผลไม้โดนมือเข้าอย่างจัง
 
“บ้าจริง ทำอะไรน่ะ”
ปาฏิหาริย์ที่หันมาตามเสียงร้องพอมองเห็นลางๆว่าเกิดอะไรรีบเดินเข้าไปกุมมือภาคนิพนธ์ไว้ ล้างและกดปากแผลจากมีดเมื่อกี้ไว้เป็นการห้ามเลือด
“ระวังหน่อยสิ”
พูดแล้วยิ้มให้ ราวกับขำ ราวกับเอ็นดูภาคนิพนธ์เสียเต็มประดา
“คุณมาที่นี้ทำไม”
ถามห้วนๆไปพยายามชักมือกลับ ถึงแม้จะไม่เป็นผลนักก็ตาม
 
“ภาค!”
ผู้เป็นแม่รีบปรามเมื่อเห็นว่าลูกชายพูดไม่ดี แต่ไม่ได้ทำให้ภาคนิพนธ์สนใจสักนิด เขาไม่เคยคิดจะฟังแม่ของเขาอยู่แล้ว
“แม่ไม่เกี่ยว”
โต้แม่ทันควันก่อนจะหันมาจ้องผู้มาเยือนอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรครับ ผมบอกแล้วว่าเขากำลังงอน”
ภาคนิพนธ์ถลึงตาใส่ เขาเคยไปงอนนายนี่เมื่อไหร่กัน จำไม่เห็นได้
“เอาเถอะ แม่ก็ไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องของวัยรุ่นหรอก ตามสบายเลยนะคุณ”
“ครับ”
เมื่อแม่เขาเปิดไฟเขียว ปาฏิหาริย์ก็จูงกึ่งลากอีกคนออกจากห้องมาทันที
“ปล่อยนะนี่จะทำอะไร”
คนโดนลากโวยวายไปตลอดทางแบบไม่สนใจใครจะมอง ปาฏิหาริย์ลากมาไกลจนกระทั่งไม่มีใครแล้วจึงเริ่มพูด
“นายนี่มันลูกอกตัญญูจริงนะ พูดแบบนั้นกับแม่ได้”
ภาคนิพนธ์อ้าปากพะงาบๆ อยากจะพูดอยากจะเถียง แต่ทำไมเขาต้องมาชี้แจงเรื่องการกระทำของตัวเองให้คนตรงหน้าฟังด้วยเล่า
“คุณไม่เกี่ยว”
“คงไม่เกี่ยวมั้ง เอ๊ะ หรือเกี่ยวกันนะ”
สายตายียวนที่ส่งมา ทำเอาภาคนิพนธ์เริ่มรู้สึกว่า น่าสงสัย
“คุณมาทำอะไร”
“มาเยี่ยมแม่นาย”
“มาทำไม ไม่ใช่คนรู้จักกันสักหน่อย”
“หึ”
เสียงเยาะขึ้นจมูกอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก
“นั่นสิ แต่พอดีฉันเป็นคนรักของนายก็เลยต้องมาเยี่ยม”
“.............”
“............”
“............”
“จะ....จะ....บ้าเหรอ!”
 
หลังจากอึ้งไปสามวิ คำพูดที่พอๆจะนึกได้ก็มีเท่านี้ คนรัก ปาฏิหาริย์นึกบ้าอะไร อย่าบอกว่าเกิดพิศวาสเขาขึ้นมากะทันหัน เป็น-ไป-ไม่-ได้-
 
“ทำไมต้องทำเสียงแบบนั้นทำหน้าแบบนั้น”
คนถูกถามกลับตีสีหน้าไม่พอใจราวกับเด็กๆกำลังงอน ภาคนิพนธ์มองใบหน้าแบบนั้นเหมือนไม่เคยเห็น....ที่จริง.....ก็ไม่เคยเห็นจริงๆนั่นล่ะ
 
“คุณต้องการอะไรกันแน่ จะมาย้ายแม่ผมไปที่ไหน ผมไม่มีเงินจ่ายให้โรงพยาบาลของคุณหรอก ยกเลิกซะ”
เขาทำเป็นมองข้ามในหน้าแบบเด็กงอนนั้นไป แล้วพูดเรื่องโรงพยาบาลแทน ใช่แล้ว แค่ค่าทนายยังไม่รู้จะไปหาที่ไหน ถ้าโดนฟ้องแล้วแพ้คดีขึ้นมาอีกคงยิ่งแย่
 
“เรื่องนั้นไม่เป็นไรน่า”
“แล้วฉันยังจะหาทนายให้นายด้วย คดีก็จะดูให้”
 ภาคนิพนธ์มองอีกฝ่ายอย่างประเมิน พูดตรงๆเขาไม่ไว้ใจคนๆนี้สักนิด
 
“คุณต้องการอะไร”
 
“ฉัน....ก็แค่ชอบนาย”
 
คำตอบที่ได้รับทำเอาเงียบไปอีกครั้ง ภาคนิพนธ์ได้คิดว่าผู้ชายคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อเลี้ยงของเขาสักนิดต้องการตัวเขาสินะ คิดจะใช้เงินซื้อเขาล่ะสิ
 
“ฉันแค่อยากได้นายมาเป็นคนรัก จะไม่ล่วงเกินนายเด็ดขาด ถ้านายไม่อนุญาต หรือไม่เต็มใจ...แค่อยากให้นายรัก”
“.............”
ภาคนิพนธ์เงยหน้ามองตาคนที่บอกว่าชอบเขาและกำลังขอเขาไปเป็นคนรัก เขาไม่ค่อยอยากเชื่อ แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่หลบตาไปเลยสักนิด ก็แปลว่าไม่ได้โกหก....ใช่ไหม
“แล้วทำไมต้องบอกแม่ไปแบบนั้น ไม่จำเป็นสักหน่อย”
“ฉันคิดว่าแม่นายอาจจะทำให้นายยอมรับฉันง่ายขึ้น”
คำพูดพร้อมสีหน้าเด็กๆจากปาฏิหาริย์ที่ส่งมาให้ ทำเอาภาคนิพนธ์อดยกโทษให้ในคำโกหกที่บอกแม่เค้าไปนั้นไม่ได้
“แม่ไม่มีอิทธิพลกับผมขนาดนั้นหรอกนะ”
แต่ถึงแม้จะคิดยังไง หวั่นไหวแค่ไหน สิ่งที่ตอบกลับไปก็เป็นเพียงคำพูดเย็นชาเท่านั้น
“อย่าพูดจาถึงแม่แบบนี้สิ ไม่น่ารักเลยน้า”
“เอ๊ะ”
อยากจะเถียงอยู่หรอกว่า ไอ้ไม่น่ารักเนี่ยไม่เหมาะที่จะใช้กับคนอายุมากกว่าอย่างตน แต่พอหันไปเจอสายตาหวานๆที่ส่งมา ก็เลยต้องรีบเบี่ยงหน้าหนีแทบไม่ทัน ภาคนิพนธ์ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายคงไม่เห็นความหวั่นไหวในดวงตา และใบหน้าที่พยายามซ่อนนี้คงไม่เผลอแดงออกไป แม้จะรู้สึกได้ว่ามันร้อนๆอยู่ก็ตามที
 
“เอาล่ะไปย้ายแม่ของนายออกมาได้รึยังทีนี้”
“แต่ที่นี้ก็ดีอยู่แล้ว”
“ไม่หรอก ฉันอยากดูแลแม่นายให้ดี ให้นายได้รู้ว่าฉันน่ะชอบนายจริงๆ”
“แต่ว่า...”
“นายอาจยังไม่รู้ แต่แม่นายน่ะมีอาการแทรกซ้อนนะ ฉันถึงได้รีบย้ายไปไง”
“ว่าไงนะ!”
ปาฏิหาริย์ที่เห็นว่าภาคนิพนธ์ไม่ยอมสักทีงัดไม่สุดท้ายมาใช้ พร้อมเล่าให้ฟังว่าหมอมาบอกถึงอาการแทรกซ้อนที่ว่า ภาคนิพนธ์ถอนใจยาว แบบนี้ ภาคนิพนธ์ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ทั้งที่ความจริง หากตรองดูดีๆก็จะสามารถหาเหตุผลมาปฏิเสธได้ร้อยแปด แต่ด้วยความเป็นห่วงแม่ที่มากเกินไป ถึงแม้จะทำเป็นเย็นชาใส่แต่อีกฝ่ายก็จับความรู้สึกนี้ได้จึงใช้มาต่อรอง
 
“ก็ได้”
 
“ดีจัง”
 
ปาฏิหาริย์พูดอย่างยินดี พูดไม่พูดเปล่า  ยังมากระโดดกอดภาคนิพนธ์แบบไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัวอีกด้วย
 
“ปะ....ปล่อย”
รีบดันตัวเองออกแล้วเดินหนีไป ทิ้งให้คนตัวโตกว่ายืนอยู่คนเดียวเบื้องหลัง ภาคนิพนธ์ไม่ได้เห็นเลยว่าสีหน้า ยิ้มแย้มราวกับเด็กๆดีใจอย่างที่ตัวเองเห็นนั้น  ได้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหมาดหมายอย่างมีชัย แทบจะทันที
...............................................
 
หลังจากส่งแม่ภาคนิพนธ์เข้าโรงพยาบาลจอมไตรเรียบร้อย สิ่งต่อมาที่ปาฏิหาริย์ต้องการคือจะให้เขาย้ายออกจากคอนโดเรือชาและย้ายไปอยู่ที่คอนโดของปาฏิหาริย์แทน
 
“ไม่เอาหรอก”
ถึงเขาจะยืนยันหนักแน่นแบบนั้น แต่พออีกฝ่ายตีหน้าเศร้า และพูดว่า
“แค่อยากอยู่ใกล้ๆ ได้เห็นหน้าทุกวัน”
น้ำเสียงสลดปนออดอ้อนนิดๆ  ภาคนิพนธ์ก็ใจอ่อนยวบ แต่ไม่ได้ๆ ภาคนิพนธ์ไม่ยอมไปง่ายๆหรอก
“และอีกอย่างเราก็เป็นคนรักกัน”
ถึงจะจำไม่ได้ว่าไปตกลงตอนไหน แต่อีกฝ่ายก็ยืนยันว่าเขาตอบตกลง ที่ตกลงมีแค่ให้แม่ย้ายโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ปาฏิหาริย์กลับเหมาเอาว่าเขาตกลงเป็นคนรักไปด้วยได้ยังไง
“ผมไม่ไปอยู่หรอก”
“อย่าให้ต้องบังคับนะ”
พอใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล ปาฏิหาริย์ก็เลยเริ่มงัดไม้แข็งมาใช้
“ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่อง ฉันจะลากไปอยู่ด้วยให้ได้เลย”
ตามฉบับจอมไตร ไม่เคยมีใครทนใช้ลูกอ้อนได้นานสักคน มีอันต้องบังคับกันไปเสียทุกที
“ไม่กลัวเพื่อนเดือดร้อนรึไง”
และยังไม่ลืมตบท้ายด้วยการขู่กลายๆอีก
แล้วอย่างภาคนิพนธ์จะไปสู้รบปรบมืออะไรได้เล่า  ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำตามไปก็เท่านั้น แม้เรือชาออกจะแปลกใจกับการตัดสินใจของเพื่อน แต่ก็ไม่ได้ทัดทาน ภาคนิพนธ์รู้จักคิดเรือชาคิดแบบนั้น แต่ว่าเรือชาจะลืมสังเกตไปนิด ว่าเพื่อนตนตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความหวั่นไหว กำลังหวั่นใจ และที่สำคัญความเกลียดและกลัวพ่อเลี้ยงมันฝั่งลึกลงไปจนทำให้คิดหรือทำอะไรโดยไม่รอบคอบเท่าที่ควร สำหรับภาคนิพนธ์ อะไรก็ได้ขอให้รอดพ้นมือพ่อเลี้ยงให้ได้ก่อน  แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าภายในใจตัวเองกำลังคิดแบบนี้ แล้วเรือชาจะรู้หรือ
..................................
............................................
..............................................

TBC

thisispom

  • บุคคลทั่วไป
น้องตาหวานคิดอะไรอยู่??

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6

ออฟไลน์ didi

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1000
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-8
ตาหวานทำอะไรไปมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ :sad4:รูสึกลางร้ายจะมาหาภาค :z3:
 :L2:

Kray

  • บุคคลทั่วไป
ชอบจริงหรือลวงเนี่ยตาหวาน

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
หนีเสือปะจระเข้หรือเปล่าเนี่ย
ตาหวานถ้าทำไม่ดีจะฟ้องคุณปาม

ออฟไลน์ treerat002

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-2
กลัวใจตาหวานจังแฮะ = =''

อย่าให้อะไรมันเลวร้ายมากมายเลยนะ สงสารภาค คิดว่าการที่ตาหวานมาทำแบบนี้ คงเพราะต้องการแก้แค้นเรื่องสมัยยังเป็นละอ่อนแน่ ๆ เลย เฮ้อ~ ต้องฟ้องปามให้ตีเสียให้เข็ด!!

ออฟไลน์ Masochism

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ตาหวานที่น่ารักหายไปแล้ว

ม่ายยยยยยยยยยย  :serius2:

สงสารภาคจะโดนอะไรก็ไม่รู้ ตาหวานร้ายกาจ

ออฟไลน์ Sorso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-3
เข้ามาอ่านตาหวานนนนนนน

ตาหนาวที่น่ารักหายไปไหนเนี่ยยยย

ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1915
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
เห็นรางร้ายเหมือนกันแต่ที่ตาหวานนะ ดูท่าจะร้ายไม่เบาเชียว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ WilpeR

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-2
ตาหวานจะทำอะเไรภาคอ่าาาาาาาาาา

ภาคน่าสงสารอ่ะ

bow55

  • บุคคลทั่วไป
ตาหวานจะแกล้งอะไรภาค
จะหลอกให้รักรึไง
อย่าเล่นกับความรู้สึกคนนะ

ออฟไลน์ natalee22

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-3
อย่าบอกนะว่านายตาหวานจะมาหลอกให้พี่ภาคหลงรักแล้วก็สลัดทิ้งอ่ะ

ตาหวาน นายมันเด็กมากกกกกกกกกกกกก คิดได้ไง น้ำเน่าสุดๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
โหย...ตาหวาน โตมาร้ายกาจเป็นบ้า....

ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3931
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
o22 o22 o22 o22 o22ตาหวานทำมัยน่ากลัวขนาดนี้อะ o22 o22

ออฟไลน์ StillLoveThem

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +295/-10
....เพราะตาหวาน แสบอย่างนี้สิ ถึงต้องซื้อความรักจากภาคนิพนธ์ ด้วยใจ
....ถ้าภาครู้ตอนหลังว่าตาหวานต้องการแก้แค้ จะว่ายังไงนะ
....แปลกๆๆตาหวานกลายเป็นพระเอกเนี่ย แล้วดันชื่อตาหวาน แถมเด็กๆก็ขี้แยซะด้วย  พลิกล๊อคจริงๆ
:laugh:

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
ตามแบบฉบับของ จอมไตร  ไม่ผิดเพี้ยน  :z2:
+ 1 ให้เป็นกำลังใจครับ

ออฟไลน์ thanza1970

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
ขอบคุณครับ
แต่วันนี้สั้นไปหน่อยน่ะ

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
ตาหวานนายคิดจะทำอะไรกันแน่  :m16:

ออฟไลน์ ต่ายน้อย

  • กระต่ายน้อยลอยคอ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-3
    • http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=27719.0
ตาหวานอย่าทำอะไรรุนแรงกับภาคนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






Bani-Kote

  • บุคคลทั่วไป
มีแผนอะไรอีกล่ะตาหวาน
สงสารภาคนะ  เค้าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
เด็กเป็นไง ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่โตมาเป็นอย่างงั้นสักหน่อย  หยวนๆหน่า

ออฟไลน์ gupalz

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4911
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +604/-20
หลอกให้ไปอยู่ด้วย แล้วปล้ำแน่ๆ

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
ตอนที่ 5
 
“กลับมาแล้ว”
ปาฏิหาริย์ยิ้มกริ่มเดินเข้ามาหาภาคนิพนธ์แล้วก้มลงหอมแก้มเบาๆอย่างที่ทำเป็นประจำ
แรกๆภาคนิพนธ์ก็ออกจะตกใจอยู่ แต่ไม่นานก็เริ่มชิน ชินในที่นี้หมายความว่าเขาไม่ได้โวยวายหรือผงะหนีอย่างที่ทำแรกๆ แต่ที่แก้ไม่ได้ก็คือเรื่องอายนี่ล่ะ ทำยังไงเขาก็ไม่เลิกหน้าแดงสักที
 
กว่าสองอาทิตย์แล้วที่ภาคนิพนธ์ย้ายมาอยู่ที่นี่  ปาฏิหาริย์ไม่ยอมให้ภาคนิพนธ์ออกไปไหนคนเดียวเลย ไม่ยอมให้ทำงานด้วย ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่ภาคนิพนธ์ไม่สามารถขัดขืนความต้องการของอีกฝ่ายได้ตามเคย
 
ปาฏิหาริย์ไม่ได้พาภาคนิพนธ์เข้าบ้าน แต่กลับเลือกที่จะมาอยู่ที่คอนโดแห่งนี้ ภาคนิพนธ์เองก็ออกจะโล่งใจที่ไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับคนบ้านนั้น เขาไม่รู้ว่าคนที่นั่นจะต้อนรับเขารึเปล่า และถ้าทำได้ก็ไม่อยากเสี่ยง  แม้ว่าปาฏิหาริย์จะทำดีกับเขามากแค่ไหน แต่ไม่รู้ทำไม ความหวั่นใจที่มีมันไม่จางหายไปเลย กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
“ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”
ปาฏิหาริย์ว่าแล้วเดินเข้าไปในห้อง ที่นี่มีห้องนอนห้องเดียว และเขาต้องนอนร่วมกับปาฏิหาริย์ ทั้งที่แรกๆเขาออกหวั่นใจ หวาดกลัว แต่อีกฝ่ายกลับไม่เคยทำอะไรเขาเลย นอกจากจูบแผ่วเบาในบางครั้งและหอมแก้มบางคราวแล้ว ปาฏิหาริย์ก็แทบจะไม่แตะต้องเขา.........ไม่ใช่ว่ารอคอยหรอกนะ ก็แค่........นึกแปลกใจเฉยๆ
 
“พรุ่งนี้ไปงานด้วยกันได้ไหม”
 
ระหว่างมื้ออาหารปาฏิหาริย์ก็เอ่ยขึ้นมา ภาคนิพนธ์มองอีกฝ่ายอย่างค้นหาว่าต้องการอะไรจากการเอ่ยปากครั้งนี้ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมอง สิ่งที่ปรากฏก็มีเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้เหมือนเคย  นั่นทำให้เขาต้องรีบเสตาหันไปมองทางอื่นอย่างรวดเร็ว เขารู้ตัวเองเลยว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างที่เป็นเสมอเมื่อมองเห็นสายตาของคนตรงหน้านี้
 
“ว่าไง ไปได้ไหม”
 
ปาฏิหาริย์ถามย้ำทำให้อีกคนพยักหน้ารับ  จากนั้นการกินข้าวก็เป็นไปอย่างทุกวัน แม้ทั้งสองคนจะพูดอะไรกันไม่มาก แต่ภาคนิพนธ์กลับไม่รู้สึกอึดอัดเลย ปาฏิหาริย์จะชวนพูดบางบางครั้ง แล้วก็ตักอาหารใส่จานภาคนิพนธ์อยู่เสมอ ความเงียบที่ปกคลุมโต๊ะอาหาร ไม่ใช่บรรยากาศลำบากใจ ภาคนิพนธ์มาลองคิดทบทวนดูแล้ว ก็เห็นว่าที่ตนหวาดระแวงปาฏิหาริย์ ไม่ไว้ใจในการกระทำของเขานั้นดูจะใจร้ายไปสักหน่อย ทั้งๆที่มีโอกาสอยู่ตลอดเวลา แต่ปาฏิหาริย์ไม่เคยล่วงเกินตนเลย ความจริงข้อนี้ทำให้ภาคนิพนธ์อดคิดไม่ได้ว่าตนเองนั้นใจแคบเกินไปรึเปล่า เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองปาฏิหาริย์อีกครั้ง และใช่ รอยยิ้มอ่อนโยนที่อีกฝ่ายส่งมาให้นั้นยังคงเดิม ดวงตาคู่นี้จับจ้องเขาอยู่ตลอดเวลาเขารู้  คงมองด้วยความอ่อนโยน มองด้วยความรักอย่างที่อีกฝ่ายคอยพร่ำบอกเขาอย่างนั้นใช่ไหม ภาคนิพนธ์ถามตัวเองในใจ เขายิ้มกับจานข้าว เอาเถอะ ขอหลงตัวเองสักนิดคงไม่เป็นไรนะ พอคิดแบบนั้น ไหล่ที่เกร็งเขม็งอยู่ตลอดเวลาก็ผ่อนคลายลงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัว แต่สำหรับคนที่ถูกสั่งสอนให้สังเกตคนอื่นอย่างปาฏิหาริย์มีรึจะไม่สังเกตเห็น เขายิ้ม เปล่า ไม่ใช่รอยยิ้มอย่างที่เขาแสดงให้ภาคนิพนธ์เห็น แต่เป็นรอยยิ้มด้วยความพึงพอใจที่สามารถทลายกำแพงของภาคนิพนธ์ออกไปได้ อย่างน้อยๆตอนนี้ปาฏิหาริย์ก็รู้ดีว่า อีกฝ่ายไว้ใจเขามากพอดู และหากว่ามันเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์แล้วล่ะก็ พรุ่งนี้นี่แหละที่จะทำให้ภาคนิพนธ์ไว้ใจเขาอย่างหมดหัวใจ
 
..........................................................
 
“นี่มันเยอะเกินไปแล้วมั้งครับ”
ภาคนิพนธ์มองถุงในมืออีกฝ่าย แล้วอดไม่ได้ที่จะร้องประท้วงขึ้นมา เขาทราบว่าบ้านจอมไตรรวยแค่ไหน แต่จะให้มองคนอื่นเอาเงินมาทิ้งขว้างแบบนี้ยังไงๆก็ทำใจไม่ได้
 
“เถอะน่า นานๆมาซื้อที”
คนหิ้วของและจ่ายเงินก็ยังคะยั้นคะยออีกฝ่ายให้ซื้อของเยอะๆ นอกจากจะซื้อให้ภาคนิพนธ์แล้ว ยังมีสำหรับพัลลภาแม่ของภาคนิพนธ์ด้วย
 
แม้ทุกครั้งภาคนิพนธ์จะร้องประท้วง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปาฏิหาริย์สนใจ เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาที่จะซื้อของต่อไป
 
ทั้งที่ตั้งใจจะออกมาซื้อชุดสำหรับไปงานคืนนี้ให้ภาคนิพนธ์เท่านั้นแท้ๆ แต่พอมองของรอบๆตัวไม่รู้ทำไม ปาฏิหาริย์ถึงอดใจไม่ได้ที่จะซื้อให้อีกฝ่าย แถมยังคิดเลยไปถึงพัลลภาอีกด้วย ปาฏิหาริย์ส่ายหัวตัวเองเบาๆ ก่อนจะย้ำในใจว่า ไม่ใช่ ทั้งหมดนี่ไม่ใช่แบบนั้น...มันก็แค่หนึ่งในแผนการณ์
 
............................................................
 
งานเลี้ยงที่ปาฏิหาริย์พามาเป็นงานเลี้ยงที่มีนักธุรกิจชั้นนำมามากมาย ปาฏิหาริย์บอกว่างานนี้เขาเป็นตัวแทนของที่บ้าน ถึงแม้จะไม่อยากมาแต่ก็เลี่ยงไม่ได้เลยพาภาคนิพนธ์มาด้วย งานจะได้ไม่น่าเบื่อ
 
แต่พอมาถึงงานเลี้ยงจริงๆ ปาฏิหาริย์กลับเป็นที่จับตามองและโดนคนโน่นคนนี้รั้งตัวไปคุยด้วยเสมอ นั่นทำให้ภาคนิพนธ์ต้องยืนแกร่วอยู่คนเดียว
 
“ไงลูกภาค ไม่เจอกันนานนะ”
 
ภาคนิพนธ์ที่หลบออกมายืนในสวนคนเดียวหันไปตามเสียงอย่างตกใจ ไม่...เขาไม่ได้จำเสียงนี้ได้  แต่เขาก็นึกออกทันทีว่าคนพูดเป็นใคร ขาของร่างบางถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้มากแค่ไหน มันไม่ได้ใกล้ขนาดประชิดตัว แต่มันก็ยังใกล้มากอยู่ดีสำหรับภาคนิพนธ์ที่ไม่ต้องการอยู่ร่วมโลกกับคนๆนี้ด้วยซ้ำ
 
“ดีใจจังที่ได้เจอภาค พัลลภาเป็นยังไงบ้างล่ะ”
 
พอได้ยินชื่อแม่ ภาคนิพนธ์ก็ยืนไหล่ตั้งตรง ขึ้นมาทันที
 
“แม่สบายดีมากเลยครับ อย่างที่ไม่เคยเป็นมากก่อน”
 
คนฟังคำตอบหน้าตึง...แต่ก็เพียงแค่แวบเดียวก่อนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเช่นเดิม
 
“เหรอ งั้นว่างๆฉันจะไปเยี่ยมล่ะกันนะ”
“ไม่ต้อง !”
ภาคนิพนธ์สวนไปทันควัน
 
                “แหม ใจร้ายจัง แต่เอาเถอะ ความจริงฉันเองก็อยากเจอเธอมากกว่าอยู่แล้ว”
 
คนพูดพูดพร้อมกับเดินเข้าประชิดไม่ให้ภาคนิพนธ์ได้ตั้งตัวมือหยาบกร้านขวาแขนคนที่จะถอยหนีไม่ให้หนีไปไหนได้
 
“ปล่อยครับ”
ภาคนิพนธ์พูดเสียงรอดไรฟัน ความทรงจำเก่าๆสมัยเป็นเด็กค่อยๆผุดย้อนขึ้นมา นั่นทำให้ร่างกายสั่นออกมาเองด้วยความหวาดกลัว ใช่ เขาไม่เคยลืมได้เลยถึงสิ่งเลวร้ายที่คนๆนี้ได้ทำต่อเขา เรื่องน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงพวกนั้น เขาจำได้ไม่เคยลืม  คนที่จับไว้รับรู้ถึงแรงสั่นได้ก็ยิ้มกริ่ม มืออีกข้างเข้าโอบรอบลำตัวร่างบาง  ยิ่งเห็นอีกฝ่ายกลัว เขาก็ยิ่งพอใจ
 
ภาคนิพนธ์หลับตาปี๋ ไม่อยากจะคิดว่าอะไรจะเกิดต่อจากนั้น.........................แต่แล้วอยู่ๆ สัมผัสต่างๆกลับหายไป ภาคนิพนธ์ลืมตามองก็เห็นมีชายชุดดำสองคนยืนยึดแขนนายมานิช อดีตพ่อเลี้ยงของเขาไว้ ข้างหน้าเขามีร่างสูงใหญ่ของปาฏิหาริย์ยืนบังไว้ คลายจะปกป้อง
 
“คุณไม่ควรมายุ่งกับคนของผม คุณมานิช”
 
เสียงเข้มพูดอย่างไม่พอใจ ไม่บอกก็รู้ว่าคนข้างหน้าเขากำลังโกรธเป็นอย่างมาก
 
“คนของคุณ?”
 
มานิชทวนคำอย่างงงงวย ก่อนจะเริ่มเข้าใจในที่สุด
 
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมก็แค่มาทักทายลูกเลี้ยงผมเท่านั้นแหละ ไม่เชื่อก็ถามคนของคุณดูสิ”
 
ปาฏิหาริย์หันมามองคนที่ถูกพูดถึงเพียงแวบเดียวเท่านั้น แล้วหันกลับไปที่มานิชอีกครั้ง และครั้งนี้ทำเอาคนถูกมองอดร้อนๆหนาวๆไม่ได้ มานิชเองแม้จะคิดในใจว่าปาฏิหาริย์ก็เป็นเพียงเด็กบ้านจอมไตรที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แต่บรรยากาศคุกคามเหล่านี้ก็ทำเอาเสียวสันหลังเหมือนกัน
 
“ผมขอสั่งห้ามคุณมายุ่งกับคนของผมอีก”
 
คนพูดพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบก็จริง แต่ก็จริงจังมาก มานิชที่ได้ยินคนที่เด็กกว่าพูดคำว่า ผมสั่ง กับเขาก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมาบ้าง.....
 
“หึ คนของคุณงั้นเหรอ ถ้านับกันตามความจริง เด็กภาคนั้น เป็นคนของผมมากกว่ามั้ง”
 
น้ำเสียงเยาะเย้ยถากถาง ทำเอาคนที่โกรธอยู่แล้วยิ่งโกรธมากขึ้น และคนที่ยืนฟังอยู่ข้างหลังต้องก้มหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง เพราะไม่สามารถเงยหน้ามองคนที่ยืนปกป้องเขาอยู่นี้โดยไม่ละอายได้
 
“อยากรู้ไหมล่ะว่าเด็กนั่นเป็นไงบ้าง ผมเล่าให้ฟังได้นะ.............โอ๊ย”
 
ยังไม่ทันได้พร่ำจบประโยค ชายชุดดำคนหนึ่งก็ทำหน้าที่อย่างรู้ใจเจ้าหน้า เขาจับแขนนายมานิชหักดังกร๊อบโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ
 
“กะ...แก”
มานิชหันไปมองชายชุดดำที่ส่งยิ้มเยือกเย็นมาให้อย่างเคืองแค้น ปาฏิหาริย์เดินเข้าไปหามานิชที่ทรุดตัวลงพื้นไปเรียบร้อยแล้วกระซิบแผ่วเบา
 
“คุณอย่างมายุ่งกับคนๆนี้ ตราบที่เขายังเป็นคนของผม ไม่งั้นเจอมากกว่านี้แน่”
 
จากนั้นเขาก็สั่งให้ลูกน้องปล่อยแขนจากชายผู้นั้น ปาฏิหาริย์เดินกลับมาโอบตัวภาคนิพนธ์ที่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติงแล้วพาเดินออกจากงานไปที่รถ ตัวภาคนิพนธ์ยังไม่หยุดสั่น แต่ปาฏิหาริย์ก็รู้ว่าอีกฝ่ายคลายกังวลลงมากเมื่ออยู่ใกล้ๆเขา ใช่ นี่แหละที่ปาฏิหาริย์ต้องการ เขาพาร่างบางขึ้นรถและสั่งพากลับคอนโดทันที
 
เบื้องหลังชายที่ถูกหักแขนทิ้งไว้กลางสวนคนเดียวนั้น รอยยิ้มชั่วร้ายเริ่มปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเพราะเจ็บที่แขน
 
ปาฏิหาริย์ ไม่ได้บอกว่าห้ามยุ่งกับภาคนิพนธ์อีก แต่บอกว่าตราบใดที่อีกฝ่ายยังเป็นของปาฏิหาริย์เท่านั้น เขาอดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหนุ่มบ้านจอมไตรนี่ฉลาด อย่างนี้ก็เท่ากับบอกชัดเจนว่าภาคนิพนธ์ไม่เป็นของยืนนานถาวรของอีกฝ่าย แล้วยังการที่ปาฏิหาริย์มาบอกตนอย่างนี้ มานิชก็คิดได้อย่างเดียวว่าปาฏิหาริย์เองก็คงคิดหวังอะไรบางสิ่งจากภาคนิพนธ์ และเมื่อได้แล้วก็จะล่ะทิ้งภาคนิพนธ์แน่นอน เขาระเบิดหัวเราะขึ้นมาอย่างสะใจ สิ่งที่ภาคนิพนธ์ทำไว้กับเขาไม่ใช่น้อยๆ ไหนจะที่พัลลภาทำอีก แค่คิดว่าอีกฝ่ายจะต้องเจออะไรบ้าง ความเจ็บแขนก็แทบจางหายไปหมดในทันที
 
...................................
......................................................
....................................................................
 
“ใจเย็นๆนะ ไม่เป็นอะไรแล้ว”
ปาฏิหาริย์เอ่ยปลอบร่างในอ้อมกอดที่ยังสั่นไม่เลิก เขาหยิบนมอุ่นที่บอดี้การ์ดคนสนิททำไว้ให้ก่อนจะกลับออกไปส่งให้อีกฝ่าย
“ผม...ผม”
ภาคนิพนธ์ยังไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการจะพูดว่าอะไร หรือเรื่องอะไร เหมือนความคิดมันกระจัดกระจายหายไปหมด ปาฏิหาริย์มองอาการของอีกฝ่ายแล้วก็ตั้งถ้วยนมลงบนโต๊ะ แล้วจึงโอบอีกฝ่ายไว้อย่างปลอบประโลม
 
“ไม่เป็นไรนะ อยู่กับฉัน ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
มือหนาลูบหลังอีกฝ่ายแผ่วเบาอ่อนโยน ภาคนิพนธ์เองก็กอดอีกฝ่ายไว้แน่นอย่างต้องการที่พึ่งพิง ที่พึ่งพิงที่เขาไม่เคยมีมาก่อน ร่างบางสะอื้นออกมาเบาๆกับอกกว้าง ร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนเหนื่อยแล้วหลับไป
 
ปาฏิหาริย์อุ้มร่างนั้นขึ้นช้าๆก่อนจะพาไปยังห้องนอน เขาวางร่างที่หลับพริ้มไว้บนเตียงก่อนจะปัดปอยผมไม่ให้ระใบหน้าอีกฝ่าย มือหนาอดไม่ได้ที่จะสัมผัสลูบไล้ไปทั่วใบหน้าเนียน คนตรงหน้าดูอ่อนแอ ไม่มีทางสู้ ต่างจากที่เคยเห็น ปกติแม้ภาคนิพนธ์จะไม่ได้แสดงออกถึงความแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่แสดงความอ่อนแอออกมาเด็ดขาด มือนั้นลูบไปจนทั่วใบหน้าจนมาหยุดชะงักตรงริมฝีปากอิ่มที่มีรอยกัดจนห้อเลือด ปาฏิหาริย์ลูบบริเวณแผลแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ ใบหน้าคมเคลื่อนต่ำลงมาอย่างตั้งใจจะสัมผัสริมฝีปาก โดยที่เขาไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ ......
 
ตี๊ดดดดดดดด..........ตี๊ดดดดดดดด
 
แต่ก่อนที่อะไรๆมันจะเหนือการควบคุมของปาฏิหาริย์ เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ทำให้เขารู้สึกตัว ปาฏิหาริย์เด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่เข้าใจตัวเองว่ากำลังหงุดหงิดเสียดาย หรือว่ากำลังดีใจกันแน่ที่มีโทรศัพท์เข้ามาตอนนี้ เขามองดูชื่อคนโทรมาแล้วไม่รู้ว่าจะขอบคุณหรือด่าอีกฝ่ายดีที่โทรมาได้จังหวะ  แต่ปาฏิหาริย์ก็เลือกที่จะไม่ทำทั้งสองอย่างและปัดความสับสนในตัวเองทิ้งไป
 
“ครับพี่วี”
เขารู้ว่าปฐวีโทรมาตามความคืบหน้า และเขาก็เล่าเรื่องงานเลี้ยงวันนี้และแผนต่อไปให้อีกคนฟัง
 
ใช่แผน..... ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่าชอบภาคนิพนธ์ ทำดีด้วยต่างๆนาๆ ทำทุกอย่างให้อีกฝ่ายเชื่อใจ และเรื่องวันนี้ แน่นอนปาฏิหาริย์คาดว่ามันจะเกิดขึ้น เขารู้ว่ามานิชจะไปงาน จึงตั้งใจทิ้งภาคนิพนธ์ให้อยู่คนเดียว............ ปาฏิหาริย์ทำทุกอย่างก็เพื่อแผนการเท่านั้น....ไม่มีอย่างอื่น.......เขาสลัดความคิดตัวเองทิ้งอีกครั้ง........... แล้วจึงเล่าให้พี่ชายฟังถึงแผนการต่อไป.....เล่าให้ฟัง..... เท่าๆกับย้ำความตั้งใจของตัวเอง
 
...............................................
 
ภาคนิพนธ์ตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็ไม่เจอปาฏิหาริย์แล้ว...คงไปทำงาน....เขานึกในใจก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอน ..............อาบน้ำแล้วนึกย้อนถึงเรื่องเมื่อวาน เขาเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเด็กๆยังมีอิทธิพลต่อเขาอยู่มากมายแค่ไหน......ภาพเหตุการณ์ตอนนั้นวิ่งเข้ามาในความทรงจำราวกับนำหนังเก่ามาฉายใหม่.........ภาคนิพนธ์แค่12ขวบ.....เขานึกถึงมือที่น่ารังเกียจนั่นมาจับต้องร่างกายตัวเองแล้วก็เผลอถูสบู่จนแรง สกปรก ภาคนิพนธ์นึกในใจและยิ่งเพิ่มแรงถูให้มากขึ้น ถูจนผิวบอบบางนั้นแดงขึ้นมา แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นภาคนิพนธ์ก็รู้ดีว่ามันไม่ได้ทำให้ตัวของตนเองนั้นสะอาดขึ้นมาเลย..........ไม่ว่าจะทำยังไง สัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นก็ไม่มีทางจางหายไปจากห้วงความทรงจำ ไม่ว่าจะทำยังไง ความรู้สึกว่าตัวเองสกปรก ก็ยังคงเดิม
 
หลังจากใช้เวลาอาบน้ำมากกว่าที่เคยภาคนิพนธ์ก็แต่งตัวเรียบร้อย วันนี้เขาตั้งใจจะไม่ไปหาแม่เพราะเขาคงไม่มีอารมณ์ไปนั่งปั้นหน้าธรรมดาไม่ให้แม่สงสัยได้ อาจจะดูเป็นลูกที่ไม่ดีนักหากจะบอกว่าเขากลัว กลัวว่าหากแม่รู้ว่ามานิชยังต้องการเขาอยู่ แม่จะยกเขาให้นายมานิชอย่างง่ายดาย ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงทนอะไรๆไม่ได้อีกแล้ว
 
 
บนโต๊ะกินข้าว กลางห้องครัว.....มีข้าวต้มตั้งอยู่ พร้อมกระดาษโน้ตที่บอกให้เวฟก่อน........ภาคนิพนธ์มองกระดาษแผ่นนั้นแล้วไม่รู้ทำไม ทั้งความรู้สึกกังวลใจ ไม่สบายใจ หนักใจ กลับหายออกไป แล้วความรู้สึกอบอุ่นใจ สบายใจ ก็เข้ามาแทนที่
ภาคนิพนธ์หยิบถ้วยข้าวต้มใส่ไมโครเวฟ แล้วเดินไปเปิดตู้เย็น ในตู้มีซุปไก่สกัด ตั้งเด่นอยู่กลางตู้เย็นหนึ่งขวด พร้อมกระดาษที่แปะไว้ว่าดื่มซะ พอเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องอมยิ้ม.............
“ทำเป็นพระเอกโฆษณาไปได้”
บ่นขำๆกับตัวเอง แต่ก็หยิบออกมาดื่ม ทั้งๆที่เขาไม่ชอบซุปไก่เลยแท้ๆ แต่เมื่อปาฏิหาริย์บอกให้ดื่ม ภาคนิพนธ์ก็จะดื่ม
 
พอดื่มเสร็จ ข้าวต้มที่อุ่นไว้ก็เสร็จพอดี
 
ภาคนิพนธ์สบายใจขึ้นมาก ผ่อนคลายกว่าเมื่อวาน เขาเดินไปรดน้ำต้นไม้ แล้วเปลี่ยนใจว่าวันนี้จะไปพบแม่ ก็สบายใจแล้วนี่
 
“นี่ต้นไม้ ต้องออกดอกเร็วๆนะ ฉันจะรอดู”
 
ระหว่างที่รดน้ำต้นไม้ ภาคนิพนธ์ก็พูดคุยกับต้นไม้ไปตามเรื่องตามราว เป็นสิ่งที่เขาทำเป็นประจำทุกวัน ภาคนิพนธ์ไม่รู้เลยว่า  ปาฏิหาริย์กลับเข้ามาตอนไหน ปาฏิหาริย์มองอีกฝ่ายคุยกับต้นไม้อย่างสบายใจก็ไม่รู้ทำไมเขาต้องพลอยโล่งใจไปด้วย วันนี้พอประชุมเช้าเสร็จเขาก็งดงานที่บริษัททั้งหมด เพราะตั้งใจจะกลับมาดูแลคนตรงหน้า  ภาคนิพนธ์ที่คุยกับต้นไม้อยู่นานในที่สุดก็เริ่มรู้ตัวว่ากำลังถูกมอง แล้วพอหันไปเห็นว่าเป็นใครก็ต้องยิ้มออกมา ปาฏิหาริย์ยืนอยู่ตรงนั้นและกำลังมองมาที่ตนเองจริงๆ เขารีบวางบัวรดน้ำและเดินกลับเข้ามายังตัวห้อง
 
“มานานแล้วเหรอครับ”
ปาฏิหาริย์ส่ายหน้าแล้วหันหลังกลับเพื่อเดินไปนั่งบนโซฟา แต่ที่จริงแล้วต้องการหลบคนตรงหน้ามากกว่า ไม่รู้ทำไม พอเห็นรอยยิ้มอ่อนหวานของภาคนิพนธ์ที่ปกติมีน้อยมากแล้ว ใจก็รู้สึกราวกับถูกบีบ และไม่กล้าสบตาด้วยขึ้นมาซะเฉยๆ
 
“ฉันเป็นห่วง”
ภาคนิพนธ์ที่เดินเข้าไปหยิบน้ำมาให้ ยิ้มรับกับคำบอกเล่าสั้นๆนั้น
 
“วันนี้ไม่ไปเยี่ยมแม่เหรอ”
“ไปสิครับ”
“ดีเดี๋ยวฉันไปด้วย ขอเปลี่ยนชุดก่อน”
 
ว่าแล้วก็ลุกเดินไปเปลี่ยนชุดในห้อง ภาคนิพนธ์เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติก็ตรงนี้เอง ถึงแม้ปาฏิหาริย์จะพูดสั้นๆเป็นปกติ แต่ก็ไม่พูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ราวกับกำลังมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ
 
ภาคนิพนธ์ตั้งใจจะเดินตามเข้าไปถาม แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อนึกได้ว่าเรื่องที่ไม่สบายใจอาจเป็นเรื่องของเขาก็เป็นได้ เมื่อวานนี้คนของปาฏิหาริย์หักแขนมานิชซะด้วย อาจจะเกิดเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา เขารู้ว่าบ้านจอมไตรมีอิทธิพลมากแค่ไหน แต่ทางมานิชเองก็มีอิทธิพลเหมือนกัน อาจจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ได้ บางทีปาฏิหาริย์อาจโดนคนที่บ้านต่อว่าที่ไปมีเรื่องมีราว.............แต่แล้วพอนึกถึงคำพูดของมานิชเมื่อคืนนี้....................
 
‘คนของคุณงั้นเหรอ ถ้านับกันตามความจริง เด็กภาคนั่น เป็นคนของผมมากกว่ามั้ง’
 
คำพูดที่เหมือนตั้งใจจะบอกให้รู้ว่าภาคนิพนธ์เป็นของมีตำหนิ เป็นของสกปรก ปาฏิหาริย์ที่รับรู้เรื่องนี้อาจจะไม่พอใจ ไม่ต้องการเขาอีกต่อไป ..................................ถ้าเป็นเรื่องแรก อาจพอมีทางแก้ไข แต่ถ้าเป็นเรื่องที่สอง ภาคนิพนธ์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
เขานั่งนิ่งอยู่นานจนไม่รู้เลยว่าปาฏิหาริย์ออกมาจากห้องตอนไหน ปาฏิหาริย์มองภาพตรงหน้าอย่างแปลกใจเล็กน้อย คนที่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขาจนถึงเมื่อครู่ ตอนนี้นั่งกำลังกำมือแน่น ก้มหน้าลงต่ำราวกับกำลังคิดเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจมากๆอยู่
แบบนี้เขาเรียกว่าสับสนใช่หรือเปล่านะ เวลาที่เห็นอีกฝ่ายยิ้ม เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่พอเวลาเห็นอีกฝ่ายซึมไป ความรู้สึกไม่สบายใจก็เท่ากัน ....แต่ความไม่สบายใจทั้งสองอย่างนั้นปาฏิหาริย์รู้ว่ามันต่างกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันต่างกันอย่างไร
โดยไม่ทันรู้ตัว ร่างหนาก็เดินเข้าไปโอบกอดอีกฝ่ายไว้จากทางด้านหลัง แล้วมือบางที่กำไว้แน่นก็คลายออกเพื่อกอดแขนอีกฝ่ายไว้ตอบกลับไป...... ใช่โดยไม่ทันรู้ตัว นั่นหมายถึงทั้งสองคน ภาคนิพนธ์ไม่รู้ตัวว่าปาฏิหาริย์มาตอนไหน ในขณะที่ปาฏิหาริย์ไม่รู้ตัวว่าทำไมตัวเองถึงเดินเข้ามาทำอะไรที่เป็นเหมือนการปลอบใจอีกฝ่ายแบบนี้ เขารู้แต่ว่าไม่อยากปล่อยให้ภาคนิพนธ์จมอยู่ในความคิดตัวเองนานเกินไป......จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นแผน....ก็.....ใช่...............คง....คงจะใช่
 
ทั้งสองคนกอดกันนิ่งนาน ต่างฝ่ายต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า อ้อมกอดของทั้งคู่ที่กอดกันอยู่นั้น ลดความไม่สบายใจของกันและกันไปได้มากเลยทีเดียว
 
.........................................
 
“ทานนี่สิครับ ภาคเขาบอกว่าคุณแม่ชอบ”
ปาฏิหาริย์ส่งจานแอปเปิ้ลที่ภาคนิพนธ์ปอกไว้ให้พัลลภาอย่างเอาใจ คนถูกเอาใจก็ยิ้มแย้มหยิบแอปเปิ้ลกินด้วยความสบายใจ ภาคนิพนธ์มองผู้เป็นแม่แล้วส่ายหัว เขารู้ว่าแม่ชอบปาฏิหาริย์มาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะปาฏิหาริย์คอยเอาใจแม่เขาสารพัด หรือเป็นเพราะความรวยของบ้านปาฏิหาริย์ แต่มีความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นทั้งสองอย่างรวมกัน  แต่จะว่าแม่ก็ไม่ได้เรื่องนี้ ปาฏิหาริย์ก็ทำดีกับแม่เขามากจริงๆ ต่อให้คนเย็นชาแค่ไหน มีคนมาทำดีด้วยแบบนี้ก็คงอดไม่ได้ที่จะชอบ
 
พัลลภาสังเกตเห็นว่าทั้งลูกชายและปาฏิหาริย์ดูเงียบๆไปทั้งคู่ แต่ก็คิดแค่ว่าทั้งสองคนนี้อาจขัดใจกันตามประสาคนรัก และคิดเอาว่าปาฏิหาริย์ที่รักลูกชายตนมาก ขนาดทุ่มเทให้ขนาดนี้คงไม่ปล่อยให้เรื่องมันคาราคาซังอยู่นานแน่ๆ และเธอก็ดูรู้ว่าลูกชายของเธอเองก็คงรักปาฏิหาริย์ไม่แพ้กัน....ก็ภาคนิพนธ์น่ะคอยลอบมองปาฏิหาริย์บ่อยๆ...........แม้จะไม่ค่อยสนิทกับลูกชาย  แต่ถึงยังไงเธอก็เป็นแม่ ทำไมจะดูไม่รู้ว่าลูกชายตนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแบบไหน
 
..................................................
ไม่ว่าจะระหว่างขาไปหรือขากลับ ในรถก็มีแต่ความเงียบเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
 
“คือ เรื่องเมื่อวาน มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ.........................ที่เอ่อ ที่ไปหักแขน...”
ในที่สุดภาคนิพนธ์ก็ทนไม่ไหว ต้องไขข้อข้องใจของตัวเองซะก่อน
 
ปาฏิหาริย์หันมามองหน้าคนถามเล็กน้อย
 
“ไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาอะไร”
แม้จะโล่งใจไปหนึ่งเปราะ แต่ก็เหมือนจะได้คำตอบให้ตัวเองว่าทำไมปาฏิหาริย์ถึงได้เงียบไป ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น งั้นก็คงเพราะอีกเรื่องแน่ๆ......................................
 
.............................................

มีต่อด้านล้างค่ะ

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
“เป็นอะไรไปน่ะหือ”
ปาฏิหาริย์อาบน้ำเสร็จแล้วออกมาก็เห็นว่าอีกคนกำลังนั่งนิ่งอยู่ปลายเตียง เขาก็รู้อยู่หรอกว่าวันนี้อีกฝ่ายเงียบลงไปเยอะ แต่เพราะจมอยู่กับความคิดตัวเองจึงไม่ได้ถามไถ่ออกมา
 
ร่างบางที่ได้ยินคำถามก็เงยหน้าขึ้นมอง ในดวงตาใสนั่นคลอไปด้วยน้ำตาที่บอกให้รับรู้ว่าพร้อมจะไหลลงมาได้ทุกเมื่อแต่เจ้าตัวก็พยายามกลั้นไว้
 
ปาฏิหาริย์เดินเข้าไปนั่งและกอดอีกฝ่ายได้อย่างปลอดประโลม
 
“เป็นอะไรไป”
 
คำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ ทำให้ปาฏิหาริย์ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
 
“ผม...เอ่อ....เรื่องที่พ่อเลี้ยงผมพูดเมื่อวานนี้ทำให้คุณไม่พอใจรึเปล่า”
ปาฏิหาริย์นิ่งเงียบต่อคำถามนั่น เมื่อวานเขาแทบไม่ได้ฟังเลยด้วยซ้ำว่านายมานิชพูดว่าอะไรบ้าง  แต่ก็พอจับได้ว่า นายมานิชตั้งใจจะบอกว่าคนในอ้อมกอดของเขาเคยเป็นของตนมาก่อน
 
แต่เรื่องนั้นปาฏิหาริย์รู้อยู่แล้ว ความสัมพันธ์อันเน่าแฟะของคนในบ้านทำนองพันเขาให้คนไปสืบรู้จนหมด เพราะงั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่เขาแปลกใจอะไร แล้วก็ไม่แคร์ด้วย....เพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้
 
“เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอก”
 
ถึงพูดไปก็ใช่ว่าคนฟังจะเชื่อ ร่างบางพยายามดันตัวเองออกจากอ้อมกอด แต่ก็ขยับได้เพียงนิดเดียว เพราะปาฏิหาริย์ไม่ยอมคลายอ้อมกอดนั้น
 
“แต่ว่าผม...สกปรก...น่าขยะแขยง”
“........”
“คุณถึง...เอ่อ...ถึงไม่ต้องการผมในแบบนั้นใช่ไหมครับ”
 
ภาคนิพนธ์นึกถึงการที่ปาฏิหาริย์ไม่เคยแตะต้องตนเลยมากกว่าจูบ หอมแก้ม ก็เลยคิดว่าอาจเป็นเพราะว่าเรื่องนี้ ปาฏิหาริย์อาจไม่ต้องการร่างกายสกปรกๆแบบเขาก็เป็นได้
 
“เคยบอกแล้วไงว่าฉันไม่อยากบังคับ จะไม่ล่วงเกินนายเด็ดขาดถ้านายไม่อนุญาต ไม่เต็มใจ.....แล้วที่มาถามแบบนี้ เพราะว่าอนุญาตแล้วใช่ไหม”
 
 ภาคนิพนธ์กำลังเรียบเรียงความคิดให้กลับเข้าที่เข้าทาง พยายามคิดว่าที่ปาฏิหาริย์พูดหมายถึงเรื่องอะไรอยู่ ยังไม่ทันได้เข้าใจ หลังก็สัมผัสเข้ากับเตียงนุ่มซะแล้ว
 
“บอกสิว่านายอนุญาต”
ปาฏิหาริย์ที่คร่อมตัวอีกฝ่ายไว้ก้มหน้าลงมายังแก้มใสที่บัดนี้แดงเรื่อ เขาพูดอยู่ข้างๆริมฝีปากบางนั้น แล้วจึงเคลื่อนไปสูดเอาความหอมจากแก้มนวลซ้ำๆอย่างชอบใจ
 
“เอ่อคือ...แต่ผม”
 
ภาคนิพนธ์พยายามจะพูดให้เข้าใจ แต่ปาฏิหาริย์ก็ไม่ให้ความร่วมมือสักนิด ใบหน้าคมฝั่งลงตรงซอกคอขาวฝากรอยทิ้งไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ กลิ่นหอมของแป้งเด็ก และสบู่ที่ติดตัวภาคนิพนธ์นั่น ราวกับเป็นสิ่งยั่วเย้าให้ปาฏิหาริย์ต้องฝั่งจมูกลงไปซ้ำๆในทุกๆที่ที่ใบหน้าเคลื่อนผ่าน
 
“คือ...เรื่องนั้น..อ๊ะ..”
 
คำพูดที่ตั้งใจจะพูดให้รู้เรื่องถูกกลืนหายลงไปในคอแทบจะหมด เมื่อมือหนาสอดเข้าใต้เสื้อนอนโดยไม่สนคนร้องประท้วง หรืออาการดันอกกว้างออกสักนิด
 
“พูดสิว่านายอนุญาต”
 
คลอเคลียที่ติ่งหูสวยแล้วพูดเสียงแผ่วข้างหูราวกับร่ายมนต์ และหากเป็นมนต์จริงๆ ก็คงเป็นมนต์ที่ทำภาคนิพนธ์ลุ่มหลงเป็นแน่
 
“ครับอนุญาต”
 
คำตอบที่ราวกับเพ้อไร้สตินั้น ทำให้ปาฏิหาริย์หมดความเกรงใจในตัวอีกฝ่ายทันที กระดุมเสื้อตัวบางถูกปลดออกอย่างรวดเร็วก่อนที่เสื้อจะถูกถอดออกและโดนทิ้งลงข้างเตียง มือของปาฏิหาริย์ลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกและหน้าท้องเนียนอย่างแผ่วเบาและมาหยุดตรงยอดอกที่ตั้งชัน
 
“อ๊ะ...คุณ...อ๊ะ”
เหมือนตั้งใจจะร้องห้าม แต่ปาฏิหาริย์ก็ทำเอาความตั้งใจของอีกฝ่ายหายไปเสียสิ้น มือหนาหยอกล้อเล่นกับยอดอกข้างหนึ่ง ในขณะที่อีกข้างก็มีริมฝีปากคอยชิมความหวานนั้น
 
“อือ....พอ”
ภาคนิพนธ์พยายามดันปาฏิหาริย์ให้ออกห่างเมื่อไม่รู้เลยว่าความรู้สึกของตนตอนนี้เป็นแบบไหน ทรมาน แต่ก็ต้องการ
 
ปาฏิหาริย์ยอมถอนใบหน้าออกมาจริงๆ จนคนที่ดันออกต้องถอนหายใจแผ่วเบา ไม่อยากยอมรับ แต่ว่าภาคนิพนธ์ยังต้องการ และต้องการมากกว่านี้ด้วย
 
“คุณ....อือ”
 
สายตาหวานเชื่อมที่มองมาและมือที่คล้องคอปาฏิหาริย์ไว้ไม่ยอมปล่อย บ่งบอกความต้องการของร่างข้างใต้ได้เป็นอย่างดี นั้นทำให้ปาฏิหาริย์ยิ้มบนใบหน้าก่อนจะก้มลงหาซอกคอขาวนั้นอีกครั้ง ปาฏิหาริย์จูบไล่ไปจนถึงไหล่ขาว ตลอดทางที่เขาได้สัมผัส เต็มไปด้วยรอยมาร์ก สัมผัสเจ็บนิดๆนั้นทำให้ร่างบางครางออกมาได้ทุกครั้งจนคนฟังชอบใจ และยิ่งทำมันมากขึ้น
 
 
แก่นกายของภาคนิพนธ์กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ และปาฏิหาริย์รับรู้ได้ถึงการขยายตัวของมัน เขาเอื้อมมือลงไปลูบไล้
 
“อือ........อ๊ะ...อย่า”
 
กางเกงนอนถูกดึงลงอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งชั้นใน และมือหนาก็กอบกุมเอาส่วนนั้นไว้อย่างรวดเร็ว  ในขณะที่อีกมือเลื่อนลงจากยออกสู่สะโพกมน
 
“อ๊ะ...อย่า...อย่า”
 
มือขยับรูดรั้งให้แก่นกายนั้นมีปฏิกิริยามากขึ้น จนหยาดหยดแห่งความต้องการของอีกฝ่ายค่อยๆรินไหลออกมาทีล่ะน้อย นิ้วเรียวเคล้นคลึงที่ช่องทางด้านหลัง ก่อนจะกดแทรกเข้าสู้ส่วนลึกช้าๆ
 
“อ๊ะ.....อย่า....จะทำอะไรน่ะ”
 ภาคนิพนธ์สะดุ้งสุดตัว เขากระเถิดตัวหนีโดยอัตโนมัติ นั่นทำให้ทุกอย่างหยุดลงกะทันหัน
 
“คุณๆ จะทำอะไรผม”
 
ปาฏิหาริย์มองหน้าอีกฝ่ายที่ฉายแววสงสัยมาอย่างชัดเจนด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แน่ล่ะเขาไม่อยากให้ใครมาขัดจังหวะตอนนี้ ตอนที่อารมณ์ของทั้งเขาและภาคนิพนธ์น่าจะเตลิดไปถึงไหนต่อไหน
 
“ทำไมถามแบบนั้น”
 
น้ำเสียงห้วนๆที่ส่งไปทำเอาคนฟังหน้าเสียลง และเริ่มสำนึกได้ว่าตนได้ขัดจังหวะอะไรไป แต่ว่าการทำแบบนั้น มันเพื่ออะไรกันล่ะ
 
“ผมก็แค่ไม่เข้าใจ ว่าคุณกำลังจะทำอะไร”
 
ปาฏิหาริย์ไม่เข้าใจว่าภาคนิพนธ์กำลังพยายามทำเป็นไม่เข้าใจ หรือว่าไม่เข้าจริงๆกันแน่ แต่เขาไม่คิดจะถาม  เขาเลือกที่จะเลื่อนกายเข้าหาร่างนั้นอย่างแผ่วเบา  ภาคนิพนธ์ขยับหนี แต่คราวนี้ปาฏิหาริย์ก็ไวพอจะตรึงร่างนั้นไว้
 
“ไม่จำเป็นต้องหนีหรอก”
เขาปรับน้ำเสียงให้นุ่มลง ร่างข้างใต้ไร้อาภรณ์นี้มันช่างยั่วตายวนใจนัก แล้วยังกลิ่นหอมอ่อนๆนี่อีก แต่ไม่ถ้าหากภาคนิพนธ์ไม่เต็มใจ เขาก็จะไม่ทำ
 
“จำได้ไหม ถ้านายไม่เต็มใจฉันจะไม่ทำ”
ปาฏิหาริย์พูดแล้วกอดอีกฝ่ายไว้แนบอก พยายามสกัดความพลุ่งพล่านของตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ จริงอยู่ว่าตอนนี้เขาต้องการร่างตรงหน้านี้เป็นอย่างมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะหักหาญน้ำใจอีกฝ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
 
ภาคนิพนธ์เกร็งตัวแน่นก่อนจะเริ่มผ่อนคลายเมื่ออ้อมกอดที่ได้รับไม่ได้ทำให้รู้สึกแปลกๆอีกแล้ว....แต่เขาก็รับรู้ได้เช่นกันถึงความต้องการของร่างสูงที่ก่อตัวขึ้นภายในกางเกงนอน ใบหน้าเนียนแดงซ่าน ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ตนไม่เคยคิดจะทำ
 
มือเล็กนั้นกอดตอบปาฏิหาริย์ก่อนจะจุมพิตที่ข้างแก้มอีกฝ่าย
 
“นี่ ทำแบบนี้จะยั่วกันเหรอ”
 
ภาคนิพนธ์รีบหยุดการกระทำทันทีเมื่อน้ำเสียงอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
 
“ปะ...เปล่าครับ ...ผมก็แค่...เออ...ถ้าคุณต้องการ”
 
ปาฏิหาริย์ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ ทั้งๆที่เขาพยายามจะหยุด แต่ดูเหมือนภาคนิพนธ์จะทำให้ความพยายามนั้นสูญเปล่าไปอย่างง่ายดาย
 
“นายจะบอกว่าอนุญาตเหรอ”
ใบหน้าหวานแดงซ่าน ก่อนจะพยักหน้าถี่ๆ
 
“เต็มใจ?”
ยังคงพยักหน้าอยู่แบบนั้น
 
“คราวนี้ต่อให้ร้องขอฉันก็ไม่หยุดแล้วนะ”
คราวนี้ภาคนิพนธ์นิ่งไปเหมือนกำลังคิด ก่อนที่ในที่สุดเขาจะพยักหน้าอีกครั้ง
 
ปาฏิหาริย์ยิ้ม เขาจูบเบาๆที่ขมับของร่างข้างใต้ ก่อนจะยันตัวขึ้นเล็กน้อย และถอดเสื้อนอนของเขาออก ภาคนิพนธ์มองร่างกายอีกฝ่ายด้วยความทึ่ง ร่างกายแบบที่เขาไม่มีและอยากได้ คนๆนี้ อายุน้อยกว่าเขาแท้ๆ แต่กลับมีกล้ามเนื้อที่สวยงามบ่งบอกถึงการดูแลรักษา และสุขภาพที่ดีของเจ้าตัว
 
“ต่อให้นายร้องไห้ ฉันก็จะทำจริงๆนะ”
ปาฏิหาริย์พร่ำขู่ แต่เมื่อภาคนิพนธ์ยังนิ่งอนุญาต ใบหน้าคมนั้นจึงเลื่อนลงมาอีกครั้ง  เขาจูบที่ขมับอีกที ก่อนจะละเรื่อยลงไปยังใบหู ล่ามลงไปถึงซอกคอและลาดไหล่ ปาฏิหาริย์เห็นรอยที่ตนทำไว้ก็ยิ้มอย่างพอใจ และไม่ลืมที่จะทิ้งไว้เพิ่มอีก
 
เขาก้มต่ำลงมา ก่อนจะหยุดที่ยอดยกอันแดงก่ำและชูชันจากการหยอกเย้าก่อนหน้านี้
 
“อ๊ะ......อึก”
 
ฟันคมงับเข้าตรงส่วนปลายเบาๆ มันไม่ได้ทำให้เจ็บ แต่ก็ทำเอาร่างบางไม่สามารถควบคุมตัวเองให้อยู่ติดที่นอนได้
 
“อึก....อึก”
 
แก่นกลางลำตัวถูกกระตุ้นให้ขยายตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆกับที่นิ้วมือ ถูกส่งเข้าไปสำรวจยังช่องทางด้านหลัง
ทั้งๆที่เจ็บ แต่เมื่อโดนกระตุ้นไปพร้อมๆกัน เขาก็ชักแยกไม่ออกว่าอันไหนรู้สึกมากกว่ากัน
 
“อ๊ะ......เดี๋ยว..เดี๋ยวก่อน”
 
ถึงแม้เสียงร้องอ่อนระโหยจะดังขึ้น แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ ร่างสูงยังคงสอดใส่นิ้วเข้าไปและเริ่มขยับเมื่อรู้สึกได้ถึงการตอบรับที่มากขึ้น
 
“อ๊ะ...อา”
จำนวนนิ้วเพิ่มจากหนึ่งเป็นสองและเป็นสามในที่สุด
 
“อา....พอที...พอก่อน”
แก่นกายด้านหน้ายังคงมีหยาดน้ำรินไหล และหยาดน้ำเหล่านี้เองที่เป็นตัวช่วยในการหล่อลื่นของนิ้วมือในช่องทางปาฏิหาริย์มองดูร่างกายที่น่าจะพร้อมสำหรับตนเองแล้วก็ถอนนิ้วออกมา
 
เขาถอดกางเกงอย่างช้าๆไม่รีบร้อน ส่วนแข็งแกร่งขยายตัวเต็มที่บอกความต้องการอย่างล้นเหลือ ปาฏิหาริย์ทาบทับร่างกายลงมาอีกครั้ง  ก่อนจะค่อยๆสอดใส่ร่างกายเข้าสู่ช่องทางร้อน
 
“อ๊ะ....อย่า”
คนถูกรุกรานน้ำตาซึ่ม ความเจ็บมากมายเข้าจู่โจม ภาคนิพนธ์รู้สึกมึนหัว เวียนหัวราวกับกำลังจะหมดสติ แต่ดูแล้วคนที่กำลังทำตามความพอใจของตัวเองจะไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้นง่ายๆ
 
ปาฏิหาริย์ก้มลงจูบที่ขมับขออีกฝ่ายไว้ราวกับต้องการปลอบใจ มือที่กอบกุมแก่นกายก็ขยับเพื่อเพิ่มอารมณ์ให้มากขึ้น เขารับรู้ว่าร่างกายนี้เจ็บมากแค่ไหนที่โดนรุกราน แต่ว่าสำหรับปาฏิหาริย์แล้วเขาคงทนมากกว่านี้ไม่ไหว
 
“อ๊ะ....อึก”
เมื่อช่องทางเริ่มผ่อนคลาย การขับเคลื่อนจึงเริ่มต้น สะโพกแกร่งขยับช้าๆเบาๆให้ภาคนิพนธ์ได้ปรับตัวมากขึ้น และเมื่อความเจ็บปวดเริ่มจางหายไปจากใบหน้า  เขาจึงเริ่มขยับเร็วขึ้น
 
“อ๊ะ....อ๊ะ....”
โดยไม่เข้าใจ แต่ภาคนิพนธ์กลับขยับรับจังหวะนั้นอย่างง่ายดาย ตอนนี้สติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ได้แต่คล้อยตามอีกฝ่ายไปเท่านั้น
 
“อ๊ะ....อา”
จังหวะยิ่งถี่กระชั้นมากขึ้น เมื่ออารมณ์พุ่งสูงขึ้น
 
“อึก....อ๊ะ...ไม่ไหวแล้ว...อา...”
 
ของเหลงขุ่นถูกปลดปล่อยออกมาเปรอะเต็มหน้าท้องเนียน รวมไปถึงมือใหญ่ที่กอบกุมส่วนนั้นอยู่ด้วย  ช่องทางร้อนบีบรัดให้อีกฝ่ายปลดปล่อยออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ปาฏิหาริย์ฟุบลงบนตัวร่างบ่างอย่างเหนื่อยหอบ สองเสียงหายใจประสานกัน ก่อนที่ร่างหนาจะพลิกตัวลงมาเพราะกลัวว่าร่างข้างใต้จะแบนไปซะก่อน
 
“คุณ...จูบผมหน่อย.....ได้ไหม”
 
เสียงเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ ปนอาการเหนื่อยหอบดังขึ้น ปาฏิหาริย์มองหน้าคนถาม แล้วแนบริมฝีปากลงไปแผ่วเบา ภาคนิพนธ์ยิ้มพอใจกับสัมผัสที่ได้รับ เขาต้องการแค่จูบอ่อนโยนเล็กน้อย เพราะเมื่อครู่ พูดไม่ได้เลยว่าปาฏิหาริย์อ่อนโยน แม้สติเลือนรางแต่เขาก็รับรู้ และที่สำคัญปาฏิหาริย์ไม่ได้จูบเลยแม้สักครั้ง
เขากำลังจะเคลิ้มหลับอยู่แล้วตอนที่ริมฝีปากนั้นแนบลงมาอีกที
“อืมมมม”
แต่คราวนี้มันต่างไป ลิ้นร้อนเข้ารุกรานภายในเรียวปาก สำรวจชิมความหวานในทุกซอกทุกมุม  เรียกร้องให้ภาคนิพนธ์ตอบสนองซึ่งเขาก็ตอบกลับไปอย่างเงอะงะ แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะพอใจกับการตอบรับนั้น เพราะดวงตาคู่สวยยิ้มอย่างพอใจเต็มที่
มือหนาเริ่มเปะปะไปทั่วร่างกายขาวเนียนอีกครั้งอย่างบอกความต้องการ ภาคนิพนธ์พยายามขยับหนี เขารู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจ และตอนนี้ก็เจ็บมากจนไม่อยากทำเรื่องที่เพิ่งผ่านพ้นมาอีก แต่เขาจะขยับได้ไงในเมื่อร่างสูงใหญ่กักเขาไว้ใต้ร่างแบบนี้ ปาฏิหาริย์ถอนริมฝีปากออกมาเล็กน้อยให้ร่างบางได้พักหายใจ แต่ก็เพียงชั่วครู่เรียวปากนั้นก็โดนครอบครองอีกครั้ง ราวกับกลัวเสียงประท้วงที่กำลังจะดังขึ้น
 
 
“อือ....อืม”
 
เสียงจากลำคอเบาบางเมื่อยามที่ช่องทางด้านหลังถูกรุกรานอีกครั้งด้วยนิ้ว นิ้วมือเรียวเข้ากวาดเอาสิ่งที่คั่งค้างเมื่อครู่ออกมา น้ำสีขาวขุ่นไหลออกมาปะปนกับสีแดงของเลือด จากนั้นปาฏิหาริย์ก็เข้ารุกรานอีกครา  แต่คราวนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ปาฏิหาริย์รุกรานอย่างอ้อยอิ่ง เชื่องช้า มือที่เข้าสัมผัสแก่นกายด้านหน้ากระตุ้นแผ่วเบาให้ภาคนิพนธ์มีอารมณ์ร่วมแบบค่อยเป็นค่อยไป
 
“อา....อืม.....”
 
สะโพกแกร่งขยับด้วยจังหวะช้าๆ รอให้ภาคนิพนธ์ตามอารมณ์ได้ทัน ริมฝีปากที่ผละออกมาจากเรียวปากอิ่มก็ชิมความหวานของผิวเนียนอย่างไม่เร่งร้อน แต่ยังคงไม่ลืมที่จะทิ้งรอยเอาไว้
 
จังหวะเริ่มเพิ่มเร็วขึ้นเมื่อมีการตอบสนองจากร่างบางมากขึ้น
 
“อึก...อา”
“อา...”
 
ภาคนิพนธ์ไปถึงจุดหมายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ไปถึง ร่างที่กำลังเหนื่อยหอบหลังจากปลดปล่อยถูกจับให้คว่ำลงทั้งที่ด้านหลังยังเชื่อมต่อ
 
“อึก...อึก”
ใบหน้าซบลงกับผ้าปูที่นอนมือกำผ้าไว้แน่นราวกับต้องการระบายอารมณ์ จังหวะรักยังคงดำเนินไปพร้อมกับเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงเฉอะแฉะน่าอายดังไปทั่วห้อง สติของภาคนิพนธ์เริ่มเลือนหายไปทุกที ทุกที เขารับรู้ถึงสายน้ำร้อนที่ถูกฉีดพ้นเข้าสู่ภายในร่างกายของตนเป็นสิ่งสุดท้าย แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป
.............................
…………….
……………….
……………………
……………………..
 tbc
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-03-2013 04:04:47 โดย JUPJIB »

ออฟไลน์ parn11

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
ตาหวานนนนน!!! มีแผนไรหงะ

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
เ้กิดความผิดพลาดทางอารมณ์ขึ้นแล้ว ส่วนแผนการที่วางไว้กับปัฐวีจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ......
+1 ให้เป็นกำลังใจนะครับ จุ๊บจิ๊บ

ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1915
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
ได้แล้วจะทิ้งกันเหรอ!!!
โกรธนะ โกรธๆ :m16: :m31:

ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3931
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
o22 o22 o22 o22ตาหวานจะทำอะไรภาคอะ :z13: :z13: :z13: :z13:

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
ถ้าทำให้ภาคเสียใจไปมากกว่านี่โดน  :beat: :z6: แน่

bow55

  • บุคคลทั่วไป
แผนอะไร
ฮือ เค้าสงสารภาคอ่า
ตาหวานอย่าใจร้ายกับภาคอีกเลย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด