+++ หมู่บ้านหัวกุด +++ บทส่งท้าย + ปริศนาเงาเที่ยงคืน 25/9/55
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

โพลล์

............................

รัฐกรณ์
14 (35%)
การุณ
8 (20%)
วสัน
2 (5%)
สรรพวุฒิ
3 (7.5%)
สาวิตรี
2 (5%)
วรวิทย์
0 (0%)
ภคดล
0 (0%)
กรรณิกา
0 (0%)
อาญา
9 (22.5%)
สิ่งลี้ลับอื่นๆ
2 (5%)

จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 28

ผู้เขียน หัวข้อ: +++ หมู่บ้านหัวกุด +++ บทส่งท้าย + ปริศนาเงาเที่ยงคืน 25/9/55  (อ่าน 75376 ครั้ง)

ออฟไลน์ silverphoenix

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +347/-3
โดนรู้แกวแบบนี้  สามคนนั้นจะทำยังไงต่อล่ะนี่

เป็นกำลังใจให้รัฐต่อไป
+1 ให้จ้า

ปล.แอบหลอนตอนอ่านกลางคืนนะ  = ="

tonkhaw

  • บุคคลทั่วไป
โอ้ รัฐใจเเข็งจริง อย่างนี้ค่อยเหมาะกับ

คนขี้กลัวอย่างการุณหน่อย

ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
ตอนแรกคิดว่าผีนะเนี่ย
อ่านแล้วสยองเลย

vi2212

  • บุคคลทั่วไป
สนุกๆ น่าติดตาม :a3:

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
เจ๋งค่อด...มีสติเข้าขั้นแม็กซ์

ออฟไลน์ Tifa

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1474
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +417/-2
ใกล้เเล้วค่ะ ใกล้เเล้ว ต่อกันเลยค่ะ




บทที่ 8 บนถนนสายตรง




“นายหมายความว่าไง” ภคดลกระชากแขนของรัฐกรณ์ ไม่ยอมปล่อยให้เขาเดินออกไป
“หึ ความหมายมันก็ตรงตัวนะครับ” รัฐกรณ์ตอบไปอย่างฉะฉาน ไม่มีแววตาของความหวั่นเกรงแม้อีกฝ่ายจะยกพวกมาถึง 3 คน
“อย่ามาเล่นลิ้น” ภคดลโมโห จ้องอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ กรรณิกาและวรวิทย์ที่อยู่ข้างๆคอยระวังไม่ให้เพื่อนของตนถูกทำร้าย วรวิทย์ก้าวเท้าเยื้องไปด้านหน้าเป็นการเตรียมพร้อม
“พวกนาย เป็นคนเริ่มก่อนนะ……ปล่อยผม” รัฐกรณ์ สะบัดแขนของตนให้หลุดจากการเกาะกุม แต่คงด้วยท่าทีที่ดูรุนแรงจนทำให้วรวิทย์คิดว่ารัฐกรณ์จะเข้ามาทำร้ายภคดล 

ตุบ

     เสียงวัตถุกระทบพื้นดังขึ้นทันทีที่วรวิทย์ออกแรงผลักเข้ากับรัฐกรณ์ รัฐกรณ์รู้สึกเจ็บที่บริเวณก้นของตนที่กระแทกเข้ากับแผ่นไม้ โชคยังดีที่พื้นไม้ไม่แข็งมาก ทำให้ไม่ได้รับอันตรายอะไรมากมาย ทางวรวิทย์เองก็ดูจะตกใจเนื่องจากไม่คิดว่าอีกคนกระปลิวจนล้มลง

     ยังไม่ทันที่ทั้งหมดจะเคลื่อนไหว สรรพวุฒิ ที่ซุ่มดูอยู่นานจึงแสดงตัวออกมาเมื่อเห็นว่ามีการลงไม้ลงมือกัน “ทำอะไรกัน” เขาทำเป็นถามเด็กทั้ง 3
“อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ” กรรณิกาชิงตอบก่อนที่รัฐกรณ์จะพูดอะไร แสร้งนั่งลงช่วยประครองคนที่ล้ม
สรรพวุฒิช่วยดึงตัวรัฐกรณ์ให้ลุกขึ้นยืน อาการขัดๆที่ข้อสะโพกยังทำให้รัฐกรณ์ต้องขยับขาไปมาสักครู่ พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง พวกของภคดลก็ไม่อยู่เสียแล้ว

“ขอบคุณมากครับ” เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือ
“พวกเธอมีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า” สรรพวุฒิถาม เพราะเขาเองก็สังเกตได้ตั้งแต่แรก ถึงความไม่ชอบมาพากล เขาแอบสังเกตพรรคพวกของภคดลมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทันเห็นภาพที่วรวิทย์แกล้งผลักรัฐกรณ์ ที่น้ำตก แอบดูการประชุมลับๆที่ทั้งสามหารือกัน แม้จะไม่ได้ยินแต่ก็รู้ได้จากสายตาที่จ้องมาทางเด็กหนุ่ม
“ไม่ได้มีเรื่องกันโดยตรงหรอกครับ”
เมื่อรัฐกรณ์ไม่บอกถึงเหตุผลที่เป็นสาเหตุ สรรพวุฒิเองก็จนใจปล่อยให้เด็กหนุ่มเดินออกไป

“งั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
     เขาได้เพียงเตือนให้เด็กหนุ่มระวังตัว ด้วยความเป็นห่วง แม้แต่เขาที่เป็นผู้ชาย ยังไม่คลายความคิดถึงลูกชายที่จากไป ลูกชายวัยเดียวกับเด็กกลุ่มนี้ ลูกชายที่จากไปไกล




“ดูนี่สิ” กรรณิกา หยิบเอากระเป๋าเงินใบเล็กสีดำออกมาจากกระเป๋าหลัง ช่วงจังหวะที่เธอแสร้งทำเป็นช่วยรัฐกรณ์ เธอสังเกตเห็นกระเป๋าในนี้หล่นอยู่ข้างตัว คาดว่าเป็นของเด็กหน่มที่ล้มลง
“ไหนดูซิ” วรวิทย์จัดแจงฉกกระเป๋าหนังเปิดออกอย่างรวดเร็ว


“นี่มัน”



     ทั้ง 3 ต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น รูปภาพของรัฐกรณ์ถ่ายคู่กับ ชายหนุ่มคนหนึ่ง ชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าขาวสะอาดเกลี้ยงเกลา กับแว่นตากรอบดำอันนั้น พวกเขาจำได้ติดตา
     ความหวาดกลัวพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจของทั้ง 3 ราวกับอุณหภูมิร่างกายถูกลดลงไป กรรณิการู้สึกเย็นจนสั่นอย่างห้ามไม่ได้ ผิดกับวรวิทย์และภคดลที่โต้เถียงกันไปมา ด้วยแววตาที่แฝงไว้ซึ่งความหวั่นเกรง

“เป็นไปไม่ได้….มันไม่มีทางรู้เรื่องนั้นหรอก”
“แต่รูปนี้มันชัดเจนนะ ว่ามันรู้จักกัน”
“ก็แค่บังเอิญ……แต่มันไม่มีทางรู้ได้แน่ เรื่องที่เกิดในวันนั้น” วรวิทย์กัดฟันตอบ ถึงแม้จะพูดว่ารัฐกรณ์เองไม่มีทางรู้เรื่องได้ เพราะที่เกิดเหตุเอง พวกเขาก็ไม่เห็นใครอื่น มีเพียงพวกเขากับ ชายคนที่อยู่ในรูปกับรัฐกรณ์ ‘อาญา’
“แต่เรื่องเสื้อกาน์ว ที่มีรอยไหม้นั่นล่ะ”
“………..” ตรงจุดนี้วรวิทย์เองก็จนปัญญา ถึงจะคิดว่าเป็นการแกล้งเพื่อเล่นสนุก แต่รูปแบบมันดูเจอะจงมากเกินไป อีกทั้งรายละเอียดต่างๆพุ่งตรงมายัง เรื่องราวที่เกิดเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา นั่นทำให้เขาหนักใจไม่น้อย

“ฉันกลัว” กรรณิกาทำท่าจะร้องไห้ เธอสั่นจนหยุดไม่อยู่ แขนทั้งสองข้างกอดตัวเองเอาไว้แน่น ภคดลต้องรีบเข้าไปปลอบ
“เราต้องรวมกลุ่มกันไว้…..เราผ่านเรื่องเมื่อ 2 ปีที่แล้วมาได้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน” วรวิทย์เข้าไปโอบกรรณิกาไว้อีกคน ด้วยความกลัวที่หญิงสาวจะเตลิดไปไกล เหมือนที่เคยเมื่อนานมาแล้ว




     เปลวไฟ โหมพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสีดำมืด เสียงโหวกเหวกตะโกนร้องของผู้คนดังขึ้นรอบตัวเสียงกรีดร้องที่ไหลลงมาพร้อมน้ำตา เสียงไซเรนจากรถดับเพลง เสียงคร่ำครวญจากคนด้านข้าง เสียงสายลมพี่พัดผ่าน โหมกระหน่ำให้เปลวเพลิงลุกโชติช่วง วรวิทย์และภคดล ช่วยกันหามร่างของกรรณิกาที่มีบาดแผลตามแขนขา เลือดสีแดงไหลย้อยหยดเป็นทาง

“ทางนี้” วรวิทย์ เดินนำมาทางที่ไฟยังลามมาไม่ถึง แต่กระนั้นด้วยควันไฟที่ปลิวไปทั่วทำให้วิสัยทัศการมองแย่ลงถนัดตา อีกทั้งการหายใจยังทำได้ไม่ดีนัก เห็นได้จากภคดลที่สำลักควันไปหลายรอบ
“ณิ อย่าหลับนะ” ภคดลคอยเรียกเพื่อนอยู่เสมอ กรรณิกาเองดูอ่อนล้า ดวงตาคู่สวยค่อยๆปิดลง

“ณิ ตื่นสิ ณิ”

และเสียงระเบิดดังขึ้นด้านหลังของพวกเขา


ตูม

     วรวิทย์ ตกใจตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองหลับอยู่บนรถตู้ที่กำลังเคลื่อนที่ แม้เครื่องปรับอากาศจะถูกเปิดจนเย็นฉ่ำ แต่เขากลับร้อนจนเหงื่อชุ่มไปทั่วแผ่นหลัง วันนี้เขาเองรู้สึกง่วงเหลือเกิน อาจเพราะเมื่อคืนเขาเองนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากเสียงของ คุณสาวิตรี ที่เดินละเมอ ตามหาลูก ไหนจะต้องคิดมากเรื่องของรัฐกรณ์ อีก
     เขาค้นเอาขวดน้ำในถุงด้านหลังเบาะมาดื่มให้ชื่นใจ พร้อมกับถุงขนมอีก 1 ถุงใหญ่มากินเพื่อให้หายฟุ้งซ่าน เมื่อมองไปข้างหน้าก็เจอสายตาของการุณที่มองมายังถุงขนมที่เขาถืออยู่ จึงจำใจต้องแบ่งให้เพื่อนใหม่ไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้






     เมื่อเวลาคล้อยบ่าย พวกเขาก็เดินทางมาจนถึงถนนเส้นตรงยาว ไกลจนลับตา วสันจอดรถเชิญทุกคนลงมา แต่กรรณิกาปลุกเพื่อนตัวใหญ่ของเธอแต่เรียกเท่าไรเขาก็ไม่ยอมลุกขึ้นมา

“โถ่เอ้ย หลับดีจริงๆ”
“ปล่อยไว้นั่นล่ะ เมื่อคืนมันไม่ได้นอนเลย” ภคดล บอกให้กรรณิกาทิ้งให้เพื่อนได้พักผ่อนหลังจากคืนที่แล้วเขาทั้งสองผลัดกันเฝ้าเวรคนละครึ่งคืน

“คุณวรวิทย์ล่ะครับ” วสันถามเมื่อไม่เห็นลูกทัวร์ตัวใหญ่
“หลับอยู่บนรถน่ะครับ”
“เอ…..งั้นผมแง้มหน้าต่างไว้ให้หน่อยแล้วกันนะครับ จะได้ระบายอากาศ” วสันรีบตรงไปแง้มหน้าต่างหลังของรถให้ออ้าออกเล็กน้อยเพื่อที่จะให้ลูกทัวร์ของตน นอนอย่างไม่อึกอัด และปลอดภัย



“ถนนเส้นนี้เองที่เป็น จุดเด่นของหมู่บ้านนี้” วสันเริ่มทำงานของเขา พาทุกคนมายืนเรียงกันข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียว ตัดด้วยถนนเส้นยาวที่ตรงไปไกลสุดลูกหูลูกตา

“อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีถึงตำนานของหมู่บ้านหัวกุดนะครับ เรื่องราวของถนนเส้นนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่โด่งดังไม่แพ้กับสถานพยาบาลแห่งนั้นเลยเช่นกัน แน่นอนว่าสำหรับสถานพยาบาลนั้นเราจะได้เข้าไปสำรวจกันในค่ำคืนนี้” วสันเล่าความอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด

“คงจำกันได้นะครับถึงบ้านหลังที่เราสำรวจกันเมื่อเช้า บ้านของผู้ใหญ่บ้านหลังนั้น ที่เป็นต้นเรื่องของตำนานบทนี้”
“ลูกชายคนเล็กของผู้ใหญ่บ้านนั้น เป็นคนหัวรั้น ด้วยความเป็นลูกคนสุดท้อง พ่อแม่จึงไม่กล้าขัดอะไรมาก วันดีคืนดีอยากได้อะไรแค่ร้องขอ เขาก็ได้มาอย่างง่ายดาย……แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เขาเองยังต้องการนั่นคือการเอาชนะพี่ชายของตนที่ดูจะเหนือกว่าเขาไปหมดทุกเรื่อง ทั้งหน้าตา การงาน และหญิงสาว”

“เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้เป็นพี่ประกาศหมั้นหมายกับหญิงงามอันดับต้นๆของหมู่บ้าน แน่นอน ว่าน้องชายเองไม่พอใจ เพราะเขาเองก็หมายในตัวหญิงสาวเช่นกัน บวกกับความไม่พอใจที่สะสมมาทีละน้อย”



“‘มึงมาแข่งรถกับกูเลย’ ฝ่ายน้องชายท้าทายผู้เป็นพี่ โดยเอา หญิงสาวเป็นเดิมพัน แน่นอนว่าผู้เป็นพี่ไม่ยอม แต่เมื่อโดนรบเร้ามากเข้ากอปรกับเขาเองก็มั่นใจในฝีมือการขับรถของตนจึงตอบตกลง”

“ทางด้านลูกคนเล็ก เมื่อปลากินเป็ดเขาก็ดำเนินแผนการที่สองต่อทันที เขาจัดการโรยสมอบกไว้บนทางก่อนจะทำการแข่งขัน ช่วงเวลาค่ำคืนที่ถนนสงบ ชายหนุ่มทั้งสองนั่งอยู่บนรถ มือถือพวงมาลัยแน่น เตรียมออกตัว เมื่อสัญญาณบอกเริ่มทั้งสองจึงทะยานออกไป”

“แน่นอนว่าคนเป็นพี่ที่ฝีมือดีกว่านำอยู่ช่วงตัวรถ น้องคนเล็กพยายามตามมาติดๆ และคอยระวังให้อยู่พ้นระยะรถของพี่ชาย เผื่อจะต้องหักหลบ ใกล้เข้าไป อีกไม่กี่นาที ก็จะถึงจุดที่เขาโรยสมอบกไป เขาชะลอรถให้ช้าลงอีกนิดเพื่อความปลอดภัยของตน”

“เป็นไปดังคาด รถของพี่ชายเหยียบเข้ากับสมอบกอย่างจัง รถของเขาเสียหลักปัดไปมา เป็นโอกาสให้น้องชายเหยียบคันเร่ง เบี่ยงตัวเพื่อจะแซงเข้าสู่เส้นชัย อนิจจา”


“โครม”


“สรรพวุฒิที่พอจะรู้เรื่องราวมาบ้างแล้ว ตะโกนเสียงดัง จนการุณร้องเหวอออกมา เป็นที่น่าขบขัน
“ใช่แล้วครับ รถที่สวนทางมาด้วยความเร็วสูงประสานงานเข้ากับน้องชายเต็มกำลัง ตัวของลูกชายผู้ใหญ่บ้านปลิวออกจากรถทะลุบานกระจนออกมากระแทกเข้ากับรถคันหน้า แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ศีรษะของเขานั้นถูกคมกระจกเฉือนออกกระเด็นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียง ร่างกายที่สั่นกระตุกอยู่บนกระโปรงรถอีกคัน”



“นานวัน ผู้คนต่างพูดคุยถึงเรื่องราวสยองขวัญอันนี้ไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เรื่องราวค่อยๆถูกเสริมเข้ามาทีละนิด จะกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัว”

“ในบางคืน ชาวบ้านที่ผ่านมายังถนนเส้นนี้ จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ และตามมาด้วยเห็นเงาของชายไร้หัวนั่งอยู่ในนั้น เสียงของยางรถบดเข้ากับถนนเสมือนเสียงกรีดร้องของชายหนุ่มที่ยังคงวนเวียนเพื่อตามหาส่วนหัวของตนที่หายไป”






“ตราบจน ปัจจุบัน ก็ยังไม่มีใครพบเจอส่วนหัวของชายผู้นั้นเลย”

tonkhaw

  • บุคคลทั่วไป
โห้ยยยยย สยองอ่ะ

เหมือนดูคนอวดผีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

silent_loner

  • บุคคลทั่วไป
ทิ้งท้ายได้สยองตลอด  :a5:
อ่านตอนดึกๆนี้ก็หลอนพอตัวเลยทีเดียว
แต่รู้สึกว่าเหตุการณ์สยองขวัญบางทีเกิดจากฝีมือมนุษย์นี้เอง
รัฐกรณ์ต้องรู้เกี่ยวกับการตายของอาญาแน่เลย ลุ้นในตอนต่อไปจ้า  :z2:

ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
ยิ่งอ่านยิ่งสยอง  อ่ะนะ อ่านแล้วขนล่วงไปเลย

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
นึกว่าอาญาเป็นผู้หญิงมาตั้งนาน กรรม

ตอนจบน่ากลัวอีกแล้ว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Tifa

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1474
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +417/-2
ตอนนี้ คุ้นๆ กันไหมหนอ คริๆ

ปล ขอตัวไปเที่ยวสัก 5 วันนะคะ เเล้วจะมาต่อให้ค่ะ







บทที่ 9 ในโรงพยาบาลร้าง



     ตะวันคล้อยยามเย็น เป็นเวลาที่พวกคณะทัวร์พากันจัดการทำอาหารเย็นกันอีกมื้อ ด้วยความที่ถนนเส้นนี้เป็นเส้นตรงดิ่งจากที่พักมาถึง จุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมชายไร้หัว แล้วเชื่อมไปสู่จุดหมายสุดท้ายของการท่องเที่ยวเชิงเขย่าขวัญสั่นประสาทในครั้งนี้ โรงพยาบาลร้างอันลือชื่อ

     เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา วสันจึงจัดแจง ขนเตาแก๊ซปิคนิค มาด้วย ทั้งเขาและสาวิตรีช่วยกันรังสรรค์อาหารแบบง่ายๆขึ้นมา โดยมีคนที่เหลือเป็นลูกมือ แน่นอนว่ากรรณิกาเลือกที่จะเป็นคนเตรียมจานชามมากกว่าจะไปใกล้กับกระทะอีก วรวิทย์เข้ามาช่วยเพื่อนของตนจัดที่นั่งอย่างง่ายด้วยเสื้อผืนใหญ่ เขายังรู้สึกง่วงอยู่แต่ต้องทน เพราะท้องเขาต่างส่งเสียงร้องดัง รัฐกรณ์ยังคงเป็นลูกมือที่ดีในการช่วยปรุงอาหาร โดยมีภคดลที่คอยสังเกตอยู่ไม่วางตา ด้วยความเกรงว่าชายหนุ่มตัวซีดนี้ จะทำอะไรแผลงๆอีก
มื้อเย็นผ่านพ้นไปด้วยดี จานชามกระดาษถูกยัดลงไปในถุงดำ โดยวสันยัดเข้าไว้กับหลังรถ เพื่อจะเก็บไปทิ้งที่โรงแรม ทั้งหมดจึงเริ่มออกเดินทางอีกยังมุ่งสู่จุดหมายสุดท้าย สาวิตรีดูตื่นเต้นมากกว่าใคร

“คุณ เล่าตำนานให้ฟังอีกทีสิ” สรรพวุฒิหัวเราะใส่อย่างขบขัน ถึงแม้เขาจะเล่าให้ภรรยาของตนฟังหลายรอบแล้วก็ตาม แต่เธอกลับอยากฟังอีกรอบ “เดี๋ยวคุณวสันก็เล่าให้ฟังน่า แบบละเอียดเลย” เขาเลี่ยงที่จะเล่าอะไรในตอนนี้ ด้วยเกรงว่าจะทำให้อรรถรสของคนอื่นเสียไป โดยหารู้ว่าทุกคนที่มาที่นี่ก็ต่างรู้เรื่องราวมาแล้วไม่มากก็น้อย

     การุณยกน้ำดื่มของตนขึ้นซดจนหมดขวด อาหารมื้อเย็นค่อนข้างรสจัดจ้าน นึกไม่ถึงว่าคนตัวขาวนั้นจะกินเผ็ดได้เก่งขนาดนั้น ผิดกับเขาที่แทบจะกินเผ็ดไม่ได้เลย เขากินน้ำจนหมดขวดแต่ก็ยังไม่หายร้อน เขาหันซ้ายขวาหมายจะขอน้ำจากเพื่อนๆ แต่ก็พบว่า ทั้งกรรณิกาและภคดลเองก็กินน้ำจนหมดแล้วเช่นกัน

“วิทย์ ขอน้ำหน่อยสิ” ที่พึ่งสุดท้ายเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก วรวิทย์ ผู้ที่ได้รับฉายาว่าตู้เสบียงเคลื่อนที่ แต่สายไปเสียแล้วเมื่อ ชายตัวอ้วนที่นั่งด้านหลังพึ่งจะยกขวดน้ำขนาดใหญ่ดื่มจนหมดเกลี้ยง

     เมื่อเพื่อนของตนไม่มีใครสามารถช่วยได้ โชคดีนั้นก็ตกอยู่กับ เด็กหนุ่มตัวซีดที่อยู่ข้างหน้า
“รัฐ กานขอน้ำหน่อยสิครับ” การุณบรรจงพูดให้สุภาพที่สุด ความจริงแล้วเขาเองไม่ได้ เรียบร้อยเท่าไรนัก แต่จะให้ เสียมารยาทต่อหน้าคนๆนี้คงไม่ดีนัก คงต้องทำตัวให้ดีเสียหน่อย เพิ่มคะแนนให้ตัวเองที่การุณคิดคร่าวๆว่าตอนนี้ คงได้สัก 6 คะแนนเต็มสิบแล้ว
     รัฐกรณ์ โยนให้อย่างรำคาญ แต่นั่นกลับทำให้การุณคิดไปไกล หาว่าคนตัวซีดนั้นเป็นห่วง กลัวการุณทรมารเพราะความเผ็ดร้อนของอาหาร




     30 นาทีผ่านไปแสงสุดท้ายของวันหายวับไปเหลือเพียงแสงไฟจากแบเตอรี่ของรถตู้เท่านั้นที่ส่องสว่างไฟตามทางที่วิ่งตรง รอบข้างทางเต็มไปด้วยหมู่ไม้ ที่มองแล้วดูดำมืด บ้างก็ชวนให้คิดจินตนาการเป็นรูปร่างของปีศาจ ชนิดต่างๆ บ้านเรือนเก่าๆ ปรักหักพังมีให้เห็นเรื่อยๆ ตามรายทาง จนในที่สุดทั้งหมดก็เดินทางมาถึงจุดหมาย

     สุดปลายสายของถนน ต่อเข้ากับตึกร้างขนาดย่อม อาคารเก่านั้นมีเพียงสองชั้น หน้าต่างหลายบานถูกแผ่นไม้ตอกปิดตายไว้ แต่ก็มีบางช่องที่เปิดโล่งให้เห็นถึงภายในที่ดำมืด วสันกลับรถในวงเวียนเล็กๆในโรงพยาบาลร้างแห่งนั้น ก่อนจะจอดเข้าข้างทางใกล้ๆป่ารกทึบ สมาชิกทั้งหมดพากันทยอยลง

“อะไรกัน หลับอีกแล้วหรอ” กรรณิกาพยายามปลุกวรวิทย์ที่เอนตัวเข้ากับหน้าต่าง เขากรนเบาๆ ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก
“เฮ้ย แก ถึงแล้ว” ภคดลช่วยเรียกอีกแรง แต่ดูเหมือน วรวิทย์จะมีความสุขกับการนอนมากกว่า
“มีอะไรกันหรือเปล่าครับ” วสันชะโงกหน้าเข้ามาดูเมื่อเห็นว่าทั้ง 3 ไม่ยอมลงมา
“ให้ผมช่วยดูไหม” รัฐกรณ์ อาสา
“ไม่ต้อง…..ปล่อยมันไว้ที่นี่แล้วกัน” ภคดลปฏิเสธการช่วยเหลือ เขาระแวงเกินกว่าจะให้ รัฐกรณ์เข้ามายุ่งกับพวกเขามากไปนัก
“งั้นผมเปิดหน้าต่างระบายอากาศไว้เหมือนเดิมนะครับ” วสันจัดแจง เข้าไปเปิดหน้าต่างด้านในสุดของรถอีกครั้ง

“ทุกคนยืนรอตรงทางเข้าสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะเอาไฟฉายให้” วสันลงจากรถ แล้วรีบเปิดประตูหน้า ดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดประตูหลังเพื่อจัดแจง เตรียมของที่ต้องการ




     การุณรู้สึกกลัวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ทั้งกว้าง และเก่า ข้าวของที่เหลือซากไว้ทำให้พอรู้ว่าเป็นโรงพยาบาลเก่า เขาเลือกที่จะก้มหน้าก้มตาดูก้อนหินแถวๆนั้นแทน ตรงกันข้ามกับสาวิตรีที่กำลังคุยกันกับ รัฐกรณ์อย่างออกรส

     ไม่นานนัก วสันก็เดินเข้ามาสมทบกับทุกคนพร้อมกับแจกจ่ายไฟฉายกระบอกเล็กให้กับทุกคน และการสำรวจก็เริ่มต้นขึ้น
ภายในโถงร้างชั้นที่หนึ่งเต็มไปด้วยเศษซากของอุปกรณ์ต่างๆวางเกลื่นไปทั่ว กลิ่นสาปสางคละคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นเน่าจากซากสัตว์ มีเพียงแสงสว่างจากไฟฉายทั้งเก้าที่คอยนำทางให้พวกเขาเดินทางไปให้ถึงจุดหมาย บรรดาผู้เดินทางต่างพากันเดินจับกลุ่มกันเพื่อป้องกันการพลัดหลง ถึงสถานที่นี้จะไม่ใหญ่นัก แต่ก็ซับซ้อนเอาเรื่อง ถ้าหลงกันไปคงใช้เวลาตามหากันพอควร
ผู้นำทางเอ่ยขึ้นเบาๆเมื่อเดินมาจนสุดทาง เขาผายมือไปยังทางเดินลงสู่ใต้ดิน ผู้ติดตามมีสีหน้าต่างๆกันไป ทั้งตื่นเต้น หวาดกลัว และเรียบเฉย ภายในความมืดยิ่งกว่าค่ำคืนเดือนมืด มีเสียงลมหวีดพัดผ่าน ราวกับหญิงสาวกรีดร้องจากในนั้น ความเย็นชื้นของใต้ดินทำเอาตุ่มหนาวของหลายๆคนลุกชัน  เสียงฝีเท้ากระทบกับพื้นบันไดหินดังก้องสะท้อนไปมา แสงจากไฟไหววูบไปตามการเคลื่อนไหวยิ่งทำให้การุณคนขวัญอ่อนประสาทเสีย

     กรรณิกาจับแขนเพื่อนชายไว้มั่น เธอต้องคอยหันหลังไปมองเสียทุกครั้งที่ได้ยินเสียงสะท้อนจากข้างหลัง และนั่นทำเธอประสาทเสีย เธอกลัวเสียจนอยากจะกลับไปที่รถเสียตอนนี้ ถ้าไม่ติดที่ว่า เธอต้องเดินออกไปคนเดียว เหตุผลนี้เองที่ทำให้เธอต้องอดทนเดินหน้าต่อไป

     จนบันไดสิ้นสุดลง ทางเดินแคบๆทอดยาวสู่ความมืดข้างหน้า วสันเดินต่อไปอย่างเงียบเชียบ เขาเดินไปอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้คนติดตามได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่พบเจอสองข้างทาง กลิ่นอับทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่ปิดและอับชื้นเช่นนี้ สองข้างทางเดินแคบแห่งนี้มีเพียงห้องขังที่ว่างเปล่า ซี่กรงขึ้นสนิมยังคงดูแข็งแรงมั่นคง คงยากนักหากจะหลบหนีออกจากสถานที่กักขังแห่งนี้ รัฐกรณ์ดูจะถูกใจเป็นพิเศษ ถึงขั้นเดินเข้าไปสำรวจภายในห้องขังเหล่านั้น เพื่อสังเกตุอุปกรณ์จองจำที่วางเรี่ยราดตามซอกมุม ทั้งโซ่ตรวน กุญแจมือ การุณกลั้นใจทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปด้วย แต่ก็รีบวิ่งแจ้นออกมาทันทีที่รัฐกรณ์เผลอทำถึงน้ำเก่าๆตกจากที่นั่งเกิดเสียงดังลั่น

“น่ากลัวจริง” แม้แต่สรรพวุฒิยังต้องยอมแพ้ เขาจับมือภรรยาไว้มั่นเมื่อรับรู้ว่า เธอเองก็กลัวไม่ได้น้อยกว่าเขาเลย
จนกระทั่งเข้ามาถึงส่วนในสุดของทางเดิน ประตูไม้ผุๆ ค่อยถูกดันออกไป เสียงบานพับ ลั่นส่งเสียงหวีดหวิว จนกรรณิกาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดหู ประตูเปิดออกแล้ว

     วสันหันมามองบรรดาผู้ติดตามอย่างทีละคนจนมั่นใจว่าทุกคนอยู่ครบถ้วน เขาผายมืออีกครั้งเป็นการเชื้อเชิญแขกทั้งหลายผู้กระหายเรื่องราวลี้ลับ ให้เข้าไปสู่โลกแห่งวิญญาณ
“เมื่อห้าสิบปีก่อนที่นี่เคยเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก” วสันเริ่มทำหน้าที่ของเขา เขาบอกเล่าตำนานของสถานที่ให้ฟังอีกครา “แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริง ผู้อำนวยการ ได้แอบทำงานวิจัยอย่างลับๆ อยู่ใต้พื้น” เขาเดินมาจนถึงกลางห้องที่มีเตียงผ่าตัดวางทิ้งไว้ คราบของเหลวสีคล้ำ กระจายอยู่ทั่ว กลิ่นสาปฟุ้งกระจายทำเอาหลายคนต้องปิดจมูก “ผู้ป่วยหลายคนได้หายไปจากโรงพยาบาล ทีละคน” เขาเลื่อนไฟฉายไปยังผนังเผยให้เห็นกระดานขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษที่ฉีกขาดถูกปักเอาไว้อยู่เต็มไปหมด “คืนแล้วคืนเล่า ที่ผู้อำนายการ ได้ลักลอบพาผู้ป่วยไร้ญาติมาขังไว้ เพื่อทำการทดลอง” วสันเปลี่ยนโฟกัสของไฟมายังเตียงผ่าตัดอีกครั้งและข้างๆนั่นเองก็มีอุปกรณ์การผ่าตัดเก่าๆวางเกลื่อน บ้างก็ตกมาอยู่ที่พื้น

     การุณรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เขาก้าวเข้าไปใกล้กับคนอื่นๆมากขึ้น จนแทบจะชิดติดกับรัฐกรณ์
“ไม่มีใครรู้ว่า ผู้อำนวยการทำการทดลองอะไร นานวันอาการกระหายงานวิจัยของเขายิ่งทวีความรุนแรงขึ้น” น้ำเสียงของคนเล่าช่างราบเรียบแต่นั่นก็ทำให้ขนลุกได้ไม่น้อย กรรณิกาชักไม่แน่ใจว่าเธอควรจะปิดหูตนเองดีหรือไม่
“เขาหายไปจากโรงพยาบาลนานหลายเดือน ไม่มีใครพบเจอเขาอีกเลยจนกระทั่ง” เขาเว้นช่วงสักนิด สังเกตอาการของผู้ฟังทั้งหมด “แม่บ้านคนหนึ่งบังเอิญพบทางลับที่ลงมาสู่ใต้ดินนี้เข้า”
“สิ่งที่พบเป็นที่เลื่องลือไปไกล เพราะทันทีที่พวกเขาเปิดประตูทางลับ กลิ่นคาวเลือดก็ทะลักออกมา หลายคนทนไม่ไหวถึงกับอาเจียนออก”
“ภายในห้องขังเต็มไปด้วยซากศพที่ไร้หัว คราบเลือดแดงข้น ไหลนองไปเป็นทาง หนูนับร้อยตัวพากันแตกตื่นเมื่อเห็นคนเดินลงมาพากันวิ่งหนีจากการกัดกินซากศพ”


“และภายในห้องในสุด นั้นเองพวกเขาก็พบกับคำตอบของต้นเหตุทั้งหมด……ร่างอันไร้วิญญาณของนายแพทย์ผู้อำนวยการ นั่งนิ่งอยู่กับเก้าอี้ เขายังอยู่ในชุดเสื้อกาวน์ยาวสีขาว” ผู้เล่าเรื่องชี้ไฟไปยังเก้าอีกไม้ที่มุมห้อง กรรณิกาและการุณหลับตาลงทันที “และที่เตียงนี้เองก็พบร่างของผู้ป่วยที่หายไป……เขาถูกตัดหัวออกไป ศีรษะของเขาถูกวางไว้บนถาดด้านข้าง สีหน้าที่หลงเหลือแสดงว่าเขาหวาดกลัวมากเพียงใด”

     เสียงหวีดหวิวแว่วเข้ามาทำเอาทุกคนขนลุกซู่ หลายคนเบี่ยงไฟฉายไปยังประตู แต่ก็ไม่พบอะไร หลายคนเรื่อมใจคอไม่ดี ทำท่าทางจะกลับขึ้นไปข้างบน ทว่า วสันหาได้สนใจ เขายังคงทำหน้าที่ของตนต่อ

“แน่นอนว่าสถานพยาบาลนี้ถูกปิดไปในทันที ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้สถานที่นี้อีก” เขาจบเรื่องเพียงเท่านี้ ผายมืออีกครั้งเพื่อบอกเป็นนัยว่าให้ทุกคนออกไปได้แล้ว กรรณิการีบดึงภคดลเพื่อนชายของตนออกมาทันที เธอรีบเดินขึ้นบันไดไม่ยอมมองไปยังที่คุมขังทั้งสองข้างทาง แต่เพียงแค่แสงไฟจากไฟฉายส่องผ่านไปยังประตูข้างบน เธอต้องหยุดหายใจเมื่อพบว่ามีกระแสลมไหววูบผ่านตัวเธอไป เธอไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่มันรู้สึกเย็นจนเธอสั่นด้วยความกลัว เธอยืนนิ่งก้าวขาไม่ออก น้ำตาเริ่มคลอที่เป้าตา มือที่จับเพื่อนชายสั่นไม่หยุด จนเพื่อนๆต้องเข้ามาถามไถ่

     กว่าที่เธอจะยอมเดินขึ้นมา เพื่อนๆทั้งหมดก็ต้องช่วยกันปลอบจนสุดความสามารถ เมื่อพ้นทางลงใต้ดินออกมาสายลมเย็นพัดผ่านมาอีกวูบใหญ่ หญิงสาวกระชับแขนเพื่อนชายไว้แน่น ความกลัวของเธอมีมากจนไม่กล้าจะมองอะไรเรื่อยเปื่อยอีก เธอก้มหน้าก้มตาเดินตามเพื่อนชายไปอย่างว่าง่าย ภาวนาว่าขอให้กลับถึงที่พักโดยเร็ว

“มีชาวบ้านหลายคน เอ่ยปากว่าเคยพบกับวิญญาณของผู้อำนายการ บริเวณนี้” อยู่ๆวสันก็เอ่ยขึ้น ทุกคนหยุดเดินหันไฟไปยังวสัน
“ชาวบ้านค่อยๆทยอยหนีออกห่างจากที่ดินผืนนี้ ทีละรายๆ จนกระทั่งไม่เหลือใคร ว่ากันว่า วิญญาณท่านผู้อำนวยการยังคงมีห่วงกับการวิจัย……..เขายังคงทำงานทดลองต่อไป” เรื่องราวดำเนินไปจนมาถึงบทจบ

“และนั่นคือทุกอย่างที่เกิดขึ้น” วสันเดินเลี่ยงออกมาตรงทางแยก เพื่อจะนำทุกคนออกจากตัวตึกไปทางด้านหลัง ที่ซึ่งเป็นสุสานของเหล่าผู้เคราะห์ร้ายทั้งหลาย เพียงแต่ก่อนที่จะออกไปด้านนอกนั้น ภคดลก็สังเกตเห็นรอยคราบน้ำสีแดงบนพื้น
เขาสาดไปไปทางขวาอีกนิดก็พบว่า มีรอยเลือด เปรอะไปทั่ว แต่ที่สำคัญกว่าสิ่งใด คราบเหล่านั้นยังดูใหม่เหมือนพึ่งเกิดเหตุเมื่อ สัปดาห์ที่แล้ว เขารีบบอกให้ทุกคนดู ทั้งหมดเริ่มใจเสีย สรรพวุฒฺโอบภรรยาของตนไว้ในอ้อมอก กรรณิกาได้เพียงรบเร้าให้รีบออกไปจากที่นี่ เช่นเดียวกับการุณที่เร่งเร้าให้ วสันพาไปยังทางออก


     ผิดกับรัฐกรณ์ที่ฉายไฟฉายไปตามรอยเลือดเหล่านั้น เลื่อนไปทีละจุดจนกระทั่ง  เขาพบต้นเหตุ


     สิ่งที่พบทำเอากรรณิกาทรุดลงกองกับพื้นพร้อมเสียงกรีดร้อง ต่อหน้าร่างของหญิงสาวพบกับร่างไร้ชีวิตที่เหลือเพียงลำตัวกับคราบเลือดที่ไหลนองออกมาจากต้นคอเกาะเป็นคราบสีแดง ดำ ย้อมเสื้อของศพให้เป็นสีเดียวกัน แขนทั้งสองทิ้งตกลงข้างตัว ลำขาเหยียดยาวออก มีเพียงลำตัวที่ไร้ศีรษะที่พิงไว้กับกำแพงเท่านั้น


     ค่ำคืนที่เสียงกรีดร้องดังขึ้นก้องไปทั่วโรงพยาบาลร้างกลางหมู่บ้านเล็กๆในป่าทึบ เสียงครวญครางของราตรีที่กำลังกลืนกิน ชะตาของเหล่าหนุ่มสาวผู้มาจากแดนไกล ค่ำคืนแห่งการดับสูญได้เริ่มขึ้น

ออฟไลน์ PsychicLine

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

ออฟไลน์ pandorads

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
ระ เราอ่านตอนกลางวันยังต้องหันไปดูข้างหลังตั้งหลายรอบ
เสียวสันหลังมากอ่ะ TT^TT
สยองสุดๆ แล้วคืนนี้จะกล้านอนปิดไฟไหมเนี่ยตู

ออฟไลน์ $VAN$

  • Moderator
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1738
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +307/-6
วรวิทย์!!??
ตอนนี้บรรยายเรื่อยๆ แต่น่ากลัวดี หุๆ

tonkhaw

  • บุคคลทั่วไป
โอ้ววว โนวจะตายกันหมดไหมเนี้ย

ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
เอ่อ วสันคงไม่ใช่ผู้อำนวยการหรอกนะ หึ หึ

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
เรื่องตอนนี้ คุ้นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เพราะมันคือการนำบทนำมาเขียนใหม่ ทั้งตัวละคร ที่มีกลุ่มวัยรุ่น หญิงสาวขี้กลัวที่มากับเพือ่นชาย รวมทั้งคู่สามีภรรยา

แต่รายละเอียดบางอย่างที่ถูกตัดทอนบ้าง บางอย่างก็ไม่เหมอืนเดิม
ก็เลยงงว่ามันเป็นเหตุการณ์เดียวกันแต่เล่าใหม่อีกครั้ง หรือว่าเหตุการณ์คล้ายคลึงที่ (ไม่)บังเอิญเกิดซ้ำขึ้นกันแน่


ขอบคุณสำหรับความหลอน +ความสยองค่ะ เขียนได้ดีมากเลย นับถือๆ

บวกหนึ่งนะคะ

Running

  • บุคคลทั่วไป
 :sad5: :sad5: :sad5: :sad5:
หลอน เวอร์ บรึ๊ยยยยยย
เหมือนมีปมเยอะแยะไปหมดเลยอ่ะ
อ่านไป เสียวหลังไปอ่ะ
จะหลับมั้ยนี่
แต่อยากบอกว่า สนุกน่ะ มากมากอ่ะ
ทำให้เราอินซะ
รอตอนต่อไปน่ะคับ
มาคลีคลายด้วย ลุ้นๆอ่ะ

ออฟไลน์ Allure-Q

  • Just the way you are
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  :sad4:
หลอนเว่อร์ เพิ่งอ่านได้สองตอนเอง ฮืออออ ไม่ไหวแล้วค่า!!!
ไว้เมจังจะกลับมาเม้นเพิ่มตอนกลางวันนะคะ
จะตีสองนั่งหลอนอยู่คนเดียว ฮืออออ  :a5:

****************เม้นต่อตอนบ่ายแก่ๆ*************

โอยยยย หัวใจจะวาย นั่งอ่านตอนกลางวันยังขนลุกเรื่องนี้
แล้วยามค่ำคืน เมจังจะกล้าอ่านมั้นเนี่ย?
ฮืออออออออออออ
ยังลุ้นต่อไปนะคะ :z10:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-03-2012 15:35:07 โดย Allure-Q »

ออฟไลน์ LittlePrince

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
แหวกแนวดีครับ ชอบๆ แต่งเรื่องหลอนๆได้ดีมากเลยครับ อ่านแล้วจินตนาการตามได้เลย
แต่บทบรรยายการกระทำของตัวละครมันขัดๆยังไงไม่รู้ครับ อาจจะคิดไปเองก็ได้

สู้ๆครับ รออ่านต่อ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






Muzik

  • บุคคลทั่วไป
พหวีดมาก อ่านไปจินตนาการภาพตามไป หลอนกันเลยทีเดียว ศพนั้นคงไม่ใช่คนในคณะทัวร์หรอกนะ อ่านแล้วเริ่มระแวงคุณไกด์ตงิดๆ

ออฟไลน์ silverphoenix

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +347/-3
อ่านตอนนี้รอบสองแล้ว  ก้อยังน่ากลัวเหมือนเดิม = ="

ชอบรัฐอ้ะ  ใจแข็งดี

+1 ให้คนเขียน

ออฟไลน์ p.spring

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 282
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-1
หลอนมาก  ขนาดอ่านตอนกลางวัน น้ำตาแทบจะไหลแต่ก็อ่านจนสุด
วสันน่ากลัวอ่ะ วางแผนอะไรมาหรือเปล่าเนี้ยยย

ออฟไลน์ Tifa

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1474
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +417/-2
แอร๊ยยยยย มาแล้วค่ะ ตอนใหม่ หวังว่าตอนนี้ คงถูกใจกันนะคะ แอร๊ยยยยย



บทที่ 10 คนที่หนึ่ง





“ออกไปเร็วเข้า” ภคดลที่ได้สติ กอดเพื่อนสาวของตนที่ตอนนี้นั่งทรุดลงกับพื้นกรีดร้องอย่างเอาเป็นเอาตาย ทางด้านสาวิตรีเองก็ตกใจเกินกว่าจะทำอะไรเธอยืนนิ่งปล่อยให้สรรพวุฒิกอดปลอบเธออยู่

“ทางนี้ครับ” วสันสาดไปฉายไปยังทางออกใหญ่ เขาวิ่งนำไปอย่างรวดเร็วราวกับจะหนี ซากที่กองอยู่ตรงนั้นให้เร็วที่สุด
“ทำใจดีๆนะ ณิ” ภคดลบอกกับเพื่อนไปตลอดทาง เพราะเธอมัวแต่จะร้องไห้เพียงอ่างเดียวโดยไม่ได้สนใจทางเดินเลยแม้แต่น้อย ตามติดมาด้วยคู่สองสามีภรรยาที่ตามติดมา ทิ้งให้สองหนุ่มการุณและรัฐกรณ์ยังอยู่ในนั้น
“รีบหนีกันเหอะ” การุณดึงชายเสื้อคนตัวซีดให้รีบตามเพื่อนๆไป เขาเลือกที่จะไม่มองซากศพที่นั่งอยู่ตรงนั้น ครั้งจะทิ้งรัฐกรณ์ไว้ตรงนี้คนเดียวก็ดูจะน่าเกลียดไปเสีย ทั้งๆที่กลัว แต่ก็ต้องยอมกัดฟันทน

     รัฐกรณ์ ฉายไฟไปยังชายไร้หัวคนนั้น เขาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แต่ข้อมูลที่ต้องการยังไม่มากพอ เขาเลือกที่จะเดินเข้าไปใกล้เพื่อค้นหาอะไรบางสิ่ง ใช่ว่าเขาเองจะไม่กลัว แต่ในโลกสมัยนี้ วิทยาศาสตร์มาไกลเกินกว่าที่จะเชื่อถือสิ่งเหนือธรรมชาติ ทำให้เขาเองไม่สนใจเรื่องผี วิญญาณนัก

“ไปกันเถอะ” การุณไม่สนใจอีกต่อไปเขาบังคับลากคนตัวเล็กออกมาได้อย่างง่ายดายด้วยแรงทั้งหมดที่เขามี บวกกับอดรีนาลีน ที่หลั่งเมื่อเจอเหตุการณ์ตื่นตระหนก เมื่อมาถึงด้านนอก ก็พบว่าทุกคนต่างรุมช่วยดูแล กรรณิกาที่ดูจะร้องไห้ไม่ยอมหยุด เธอร้องสะอึก เสียจนหอบเหนื่อย ใบหน้าที่ลงแป้งให้ดูขาวนวลนั้นยิ่งซีดขาวดูไร้สีของเลือดมาหล่อเลี้ยง ดูน่ากลัวว่าเธออาจได้รับอันตรายได้

“ใจเย็นๆ ครับ” รัฐกรณ์วิ่งเข้าไปดูอาการทันทีแต่ก็ถูกขวางจาก ภคดลเสียก่อน
“ไม่เอาน่า ดล รัฐเขาเรียนหมอมา ให้เขาช่วยดูหน่อย ณิมันจะแย่อยู่แล้ว” การุณช่วยพูดเกลี้ยกล่อม จนภคดลเองยอมแพ้ เมื่อกรรณิกายังไม่ยอมสงบ
     สาวิตรีเองก็ดูเป็นห่วงเด็กๆ และยังนึกกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอกอดสามีไว้แน่ ปล่อยให้น้ำตาไหลลงทีละหยด ทางสรรพวุฒิ ได้แค่เพียงกอดภรรยาไว้แน่น

“ใจเย็นๆนะครับ คุณ ฟังผมก่อน” รัฐกรณ์พยายามที่จะเข้าไปใกล้กรรณิกา เพียงแค่สาวเจ้าถอยหนีตลอดจน รัฐกรณ์และการุณต้องจับแขนทั้งสองไว้

“ศพนั่นเป็นของปลอม”

      ทุกคนต่างนิ่งเงียบ เมื่อได้ฟังสิ่งที่รัฐกรณ์อธิบายออกมา ทั้งคราบเลือดที่ทำมาจากน้ำแดงผสมกับกาแฟให้ดูสีแดงคล้ำ หากเข้าไปสังเกตใกล้ๆจะได้กลิ่นกาแฟอ่อนๆคงเหลือ ไหนจะหุ่นหัวขาดที่ทำออกมาใกล้เคียงกับคนปกติมาก ยกเว้นเสียแต่ ผิวหนังที่ดูยังไงก็เป็นเพียงยางสังเคราะห์เท่านั้น

“คุณ รัฐกรณ์ เล่นมาเฉลยแบบนี้ผมก็แย่สิครับ” วสันขมวดคิ้ว กล่าวว่ารัฐกรณ์อย่างไม่พอใจ ทั้งๆที่เขาเองควรจะต้องเป็นคนเฉลยเองเมื่อกลับไปถึงที่พักเองแท้ ตั้งแต่ทำงานมา ก็ยังไม่เคยเห็นใครที่จะรู้ก่อนแบบนี้สักคน

“ผมขอโทษครับ แต่ถ้าไม่บอก คุณกรรณิกาท่าจะแย่” รัฐกรณ์ให้เหตุผล ซึ่งดูเหมือนจะจริง ตอนนี้กรรณิกาหยุดร้องไห้แล้ว เพียงแต่เธอกลับโกรธที่โดนหลอก พุ่งเข้าต่อว่า วสันเสียอย่างนั้น

“เล่นอะไรของคุณ ถ้าฉันหัวใจวายตายจะว่าไงฮะ” เธอคว้าเอาคอเสื้อของชายหนุ่ม ปากก็ต่อว่า นัยตาฉายแววไม่พอใจ ทุกคนต่างพากันจับแยกทั้งคู่ออก เมื่อเห็นว่ากรรณิกาไม่ยอมปล่อย

“ทางเราก็สอบถามแล้วไงครับถึงโรคประจำตัว และสุขภาพโดยรวม ถ้ามีประวัติป่วยเราก็ไม่ให้เดินทางมาเด็ดขาด” วสันพยายามอธิบาย ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเจอลูกค้าโวยวายแบบนี้ เพียงแค่ไม่ถึงกับลงไม้ลงมือ

“ไม่รู้ล่ะ พาฉันกลับด้วย ไม่เอาแล้ว บริษัทบ้าอะไรทำแบบนี้ คอยดูนะฉันจะให้พ่อจัดการให้หมดเลย” กรรณิกาชี้หน้าด่าวสันอย่างไม่ไว้หน้า เธออยากจะกลับไปบ้านเสียเหลือเกินให้พ้นจากเรื่องบ้าๆพวกนี้ ทั้งศพหัวขาด ทั้งเสียงเคาะประตูตอนกลางคืน ทั้งเศษผ้าไหม้ไฟอันนั้น ทั้งหมดมันนำพามายังคนๆนั้นเสียทั้งหมด……อาญา

“ใจเย็นๆดีกว่าหนู” สรรพวุฒิเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มบานปลาย จึงพาเด็กสาวขึ้นรถไป และนั่นก็ทำให้เหตุการณ์สงบลงชั่วคราว
วสันออกแรงเลื่อนปิดประตูเมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าสู่รถตู้จนหมดแล้ว จากนั้นเขาจึงจัดแจงเก็บของที่ท้ายรถ ปล่อยให้ทุกคนนั่งคุยกันบนรถไป


“ยังไม่ตื่นอีก” กรรณิกาบ่นเพื่อนชายตัวใหญ่ที่นอนอิงหน้าต่าง ออกเสียงกรนเล็กน้อยตามประสาคนอ้วน เธอดูจะหงุดหงิดใส่ทุกคนที่พูดคุยกับเธอดังนั้นทุกคนจึงเลี่ยงที่จะสนทนากับเธอในตอนนี้
“น่ากลัวจริงๆนะคะคุณ” สาวิตรี พูดกับสามีเธอ มือของเธอยังสั่นไม่หายถึงแม้ว่าจะรู้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริง
“คุณสรรพวุฒิก็รู้สินะครับว่า เป็นของปลอม” รัฐกรณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยถามผู้อาวุโส เขาเองคอยสังเกตอาการของทุกคน อาจจะเป็นนิสัยติดตัวของแพทย์ที่มักจะต้องสังเกตอาการของคนไข้อยู่เสมอ และจึงได้รู้ว่า ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีอาการตกใจเลยเมื่อพบศพไร้หัว
     สรรพวุฒิพยักหน้า เขาเองมีเพื่อนที่เคยมาเที่ยวกับบริษัทนี้แล้ว และทั้งเพื่อนและภรรยา ต่างก็ประทับใจเอามาเล่าให้เขาฟังอย่างละเอียด จนสรรพวุฒิ คิดว่า นี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะได้แก้ไขเรื่องราวทั้งหมด มันอาจทำให้ภรรยาของเขาดีขึ้นได้

     วสันขับรถมาจนถึงถนนสายตรง เขาชะลอรถแอบเข้าข้างทาง ไฟหน้าของรถสาดไปยังศาลเจ้าข้างทางที่มีผ้าหลากสีผูกมัดไว้ เศษกระถางธูปแตกกระจาย ก้านธูปที่ยังดูใหม่ปักที่พื้นอยู่หลายจุด

“เดี๋ยวเรามาขอขมากันก่อนกลับนะครับ” วสันแจกธูปให้กับทุกคน เว้นเสียแต่ กรรณิกาที่ไม่ยอมลงมาจากรถ
“น่า ณิ ไหว้เสียหน่อย” ภคดลยื้อเพื่อนของตนให้ลงมา
“ไม่ จะขอขมาอะไร ก็เห็นอยู่ว่ามันเรื่องแหกตา แกก็ไม่ได้ลงไปเลยนะ ดล นั่งกับฉันนี่ล่ะ” จนแล้วจนรอด ภคดลก็ต้องยอมเพื่อนสาวของตน โดนนั่งเป็นเพื่อนกับกรรณิกาฟังเสียงกรนของวรวิทย์ที่เอนหลับอยู่เบาะหลังสุดไป

     ไม่นานนักทุกคนก็ทยอยขึ้นรถมา รัฐกรณ์เป็นคนสุดท้าย วสันจัดแจงปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย เป็นอันจบฉากการเดินทางของวันนี้


     แสงไฟหน้าของรถตู้สาดส่องไปตามทางที่ทอดยาวเป็นเส้นตรงทำให้ขับเคลื่อนได้ง่ายๆ อีกทั้งยังไม่มีรถคันอื่นมากวนใจ อากาศก็เย็นสบาย ชวนให้อารมณ์ขุ่นมัวสลายหายไป กระนั้น กรรณิกาก็ยังคิดคำนึงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะรู้ว่าเรื่องที่โรงพยาบาลนั้นเป็นเรื่องโกหกก็ตาม แต่พอคิดถึงมันทีไร ก็ต้องนึกถึงศพของชายคนนั้น เมื่อสองปีก่อนทุกที



     ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยไหม้จากเปลวเพลิง กลิ่นเนื้อไหม้ส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มนอนแน่นิ่ง แขนขาทั้งหมดถูกเผาทำลายจาหงิกงอด้วยความร้อนของไฟ ส่วนหัวที่ควรจะมีอยู่กลับหายไปด้วยแรงระเบิด เสื้อสีขาวถูกย้อมไปด้วยสีของเลือดและคราบสกปรก จนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร มีเพียงรอยเย็บด้ายสีเขียวนั้นที่ปักอยู่ตรงอกเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเจ้าของร่างกายนี้คือ…….อาญา

     น่าเสียดายที่ทั้งสามคนถูกรถพยาบาลพาตัวเพื่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเสียก่อน ไม่อย่างงั้นคงจะได้เป็นภาพของรัฐกรณ์ที่วิ่งเข้ามาร้องไห้อยู่ข้างๆร่างของอาญา

“ไหนว่าเราจะไปเที่ยวด้วยกันไง”




“ไหนดูแผลซิ” รุ่นพี่ผู้เรียนสูงกว่า ถามอย่างเป็นห่วง เขาแกะผ้าพันแผลออกอย่างเบามือ พร้อมกับบรรจงใช้สำลีชุบยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาด
“โอ้ย” รัฐกรณ์ร้องเมื่อน้ำยาไหลลงไปบนแผล เกิดฟองฟู่ขึ้น และนั่นก็แสบไม่ใช่น้อย
“แกล้งกันนี่” รัฐกรณ์ทำหน้าบึ้ง ปล่อยให้รุ่นพี่หัวเราะอยู่ฝ่ายเดียว เขาบรรจงวางผ้าขาวสะอาดลงบนเรียวแขนอีกครั้งและค่อยๆพันผ้าขาวโปร่งทับไปอีกที ปิดท้ายด้วยเทปใสป้องกันไม่ให้ผ้าหลุดออกจากแผล
“เรียบร้อย” ชายหนุ่มยิ้มให้อีกคน
“ขอบคุณครับพี่ อาญา”

     ในห้องทำแผลแห่งนั้น มีเพียงรอยยิ้มน้อยๆ ของคนสองคน ที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นเป็นความรู้สึกดีๆที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กัน รัฐกรณ์ เด็กใหม่ปี 1 ผู้มากด้วยเสน่ห์ แต่ก็ดูจะเย็นชาเสียเหลือเกินเพราะไม่ว่า รุ่นพี่หรือเพื่อนคนไหนที่จะตาม ตอแยได้เกิน อาทิตย์เลยสักคนเดียว ยกเว้นก็แต่กับ อาญา รุ่นพี่ปี 4 ที่ดูจะสนิทกับรุ่นน้องคนนี้มากเกินกว่าระดับที่เรียกได้ว่าแค่ พี่น้องกัน




“ไหนว่าเราจะไปเที่ยวด้วยกันไง”

“แล้วใครจะติวหนังสือให้รัฐล่ะ”

“แล้วใครจะนอนกอดรัฐ”

     เสียงคร่ำครวญของรัฐกรณ์ดังแข่งกับเปลวไฟที่ลุกลามไปยังอาคารด้านข้าง ความร้อนไม่ได้ทำให้รัฐกรณ์กลัว เขายังนั่งอยู่ตรงนั้น แม้เจ้าหน้าที่จะดึงเขาให้หนีไปยังที่ปลอดภัย แต่เขาไม่ยอม รัฐกรณ์จับมือที่ไหม้เกรียมนั้นไว้มั่น


“แล้วรัฐจะอยู่กับใคร”












     ภคดล จับมือของกรรณิกาไว้แน่น เขาจ้องไปยังรัฐกรณ์ที่ตอนนี้นั่งมองเหม่อออกไปด้านนอกรถ โดยที่คนตัวซีดวางแขนลงที่บานหน้าต่างแล้วใช้คางวางเกยตรงแขน ปล่อยให้ใบหน้ารับลม ถึงแม้ภคดลจะยังไม่แน่ใจถึงความสัมพันธ์ระหว่ารัฐกรณ์และอาญา แต่การระวังตัวไว้ก่อนก็เป็นสิ่งดี เขามองไปทางกรรณิกาอีกครั้งเพื่อดูอาการเพื่อนสาว เธอยังคงนั่งทำคิ้วขมวดราวกับคิดอะไรอยู่ ส่วนวรวิทย์ก็ยังคงหลับพร้อมกรนอย่างมีความสุข



ตุบ



      ภคดลได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกลงพื้นรถ แต่ก่อนที่ได้ทำอะไร ของเหลวอุ่นๆก็กระเด็นมาโดนทั้งเขาและกรรณิกา จากทางด้านหลัง และทันทีที่พวกเขาหันกับไปนั้นเอง เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สองของค่ำคืนนี้

     ส่วนหัวของวรวิทย์ กลิ้งไหลไปมาบนพื้นรถตู้ ปล่อยให้ต้นตอที่โล่งนั้นปล่อยเลือดสีแดงข้นกระฉูดออกมาตามแรงดันหัวใจ โลหิตพุ่งแรงจนเปรอะไปทั่วทั้งหน้าต่างด้านข้างและหน้าต่างหลังบางส่วน ลูกทีมที่เหลือต่างตกใจ วสันเหยียบเบรคแทบจะทันที ทำเอาส่วนหัวของวรวิทย์กลิ้งมาจนถึงเบาะหน้าสุด และนั่นก็เป็นเหตุให้สาวิตรีกรีดร้องจนสลบไป


     ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรีเสียงกรีดร้องได้ดังขึ้นอีกครา ราวกับค่ำคืนนี้ จะไม่มีวันหยุดเสียงโหยโหนเหล่านี้ได้เลย ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล สำหรับนักท่องเที่ยวที่กล้าเข้ามายังดินแดนแห่งนี้ ดินแดนที่ถูกสาปแช่งด้วยความเกลียดชังและความโกรธแค้น หมู่บ้านหัวกุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-03-2012 20:40:51 โดย Tifa »

ออฟไลน์ PsychicLine

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
สลด!  ถ้าเราเห็นสภาพการจากไปของคนที่เรารัก
เหมือนอย่างภาพของอาญาอย่างที่รัฐเห็น
เราจะเป็นยังไงบ้างนะ T^T

ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
โอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
อ่านแล้วช๊อคไปเลย แล้ววรวิทย์หัวหลุดได้ไงเนี่ยย งง :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
หึหึ แบบว่าเห็นชื่อตอนก็แอบคิดแล้วล่ะว่าต้องมีคนตาย แต่ออกจะดูตกใจนิดหนึ่งที่เรื่องศพนั่นดันเป็นของปลอม คงเป็นทริคคนเขียนที่ทำให้เราคลายความกังวลลงไปเพื่อจะกลับมาพีคอีกในตอนจบแน่เลย

ตอนนี้เค้าเดาถูกด้วยล่ะว่าวรวิทย์ต้องตายคนแรก ก็มันแล่นหลับตลอด ไม่ตื่นเลยนี่นา
สมควรแล้ว อยากกลับจนไม่มีบทบาทเลยนี่หว่า แต่ก็ยังโล่งใจได้อยู่เพราะยังได้ยินเสียงกรน

เค้ายังไม่แน่ใจนะว่า เรื่องนี้จะมีผีเข้ามาเกี่ยวข้อง อุบัติเหตุ หรือการแก้แค้นของใครกันแน่ เพราะ อาจจะมีการหักมุมเกิดขึ้นได้ ตลอดเวลา หุหุ

ติดตามเรื่องสยองขวัญ สั่นประสาท และหลอกคนดูต่อไป ฮาๆๆๆๆๆ
(ทำไมเม้นเรือ่งน่ากลัวให้ดูสนุกนานไปขนาดนั้นหนอ... )


รอรอตอนต่อไป บวกหนึ่งนะคะ
 

ออฟไลน์ Ryze

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-1
โอ๊ะ ..ตอนแรกแอบเดาว่า น่าจะเป็นศพของวรวิทย์
ผิดคาด แต่ก็ว่าน่าจะตายแหละ..

ว่าแต่โดนตัดคอตอนไหนหว่า..

เพื่อนไม่ได้เข้าไปเขย่าตัวเนอะ (วิ่งย้อนกลับไปอ่าน)
ก่อนหน้านี้ก็มีเสียงกรน

อุแม่เจ้า..อยากรู้อ่ะ
กีสๆ

Muzik

  • บุคคลทั่วไป
 :a5: เรื่องยังแลดูเป็นปริศนาและหลอนในเวลาเดียวกัน
แต่งเก่งมากค่ะ

ออฟไลน์ lovely2min

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
โอย หลอน นอนคนเดียว
อ้าก กลัวโว้ย
แต่อยากอ่าน
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กรี๊ดดดดดดดดดดด

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด