(เรื่องเล่า)"อดีตเด็กพาณิชย์กลับมาเล่าต่อครับ" โดย COMMERCIAL COLLEGE STUDENT
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องเล่า)"อดีตเด็กพาณิชย์กลับมาเล่าต่อครับ" โดย COMMERCIAL COLLEGE STUDENT  (อ่าน 302390 ครั้ง)

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
โหยยยยยยยยยยยยยยย

เอาเรื่องนี้มาลงด้วยหรอ

เจ้ขอคอนเฟิรมว่าเรื่องนี้หนุกหนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   :a1:


อ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

bigynew

  • บุคคลทั่วไป
 :m18:
มาเอาใจช่วยครับ มาต่อเร็ว ๆ นะครับ รออ่านอยู่ อิอิ :a9:

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2405/-22

ออฟไลน์ しろやま としんや

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +921/-157
เอ้ก็น่ารัก

วุธก็น่ารัก

สรุปว่าน่ารักทั้งคู่เลย :m1: :m3:

lanlan

  • บุคคลทั่วไป
มาต่อแล้วครับป๋ม
เชียร์วุธกันใหญ่ไม่สงสารโยบ้างเหรอ
คะแนนวุธนำโด่งเลย  ไปอ่านกันเลยครับ

9 I don’t know what I’ve done wrong?


“หน้าตามีความสุขนะมึง”
อีนัททักทันทีที่เห็นหน้าผมเดินเข้ามาในซุ้มประจำกลุ่มตอนเช้า

“คนกำลังมีความรักก็อย่างนี้แหละ” ผมตอบเชิด ๆ
“พวกมึงก็เหมือนกันแหละ....เมื่อวานกลับกันกี่โมงล่ะ”

“หลังมึงแป๊บเดียวเอง....อีเอ้...กูถามหน่อยเหอะมึงจะเอาไอ้โยเพื่อนเก่ามึงจริง
ๆ เหรอ” อีตาลถาม ผมก็งงที่จู่ ๆ มันถามแบบนี้

“ถ้ามันเอากู กูก็เอาสิวะ.....เออ แล้วมึงถามทำไมอ่ะ”

“เปล่า....ไม่มีอะไร.....นี่มันโทรมาคุยกับมึงทุกคืนเลยเหรอ”

“แค่สองคืนเท่านั้นแหละ แต่ว่าวันนี้มันบอกว่าจะโทรมาอีก”
ผมแกล้งทำท่าเขิน
อีอ๋ามันเอื้อมมือมาดีดหูผม “โอ๊ยอีห่า...เจ็บนะ
อีชะนีดง.....เป็นไงล่ะมึงเมื่อวานไอ้แม็คคลำทางกลับบ้านถูกปะ”

“พวกมึงดูอีเอ้มันว่าไอ้แม็คที่รักกูตาบอด” อีอ๋าหาพวก

“ไม่หรอก....มันคงตาสั้นอ่ะ” อีตาลกัด

“กูว่ามันคงเอาตาตุ่มมองมึงอ่ะ” อีนัทช่วย

“No กูว่าตาปลามากกว่า” ผมสรุป

“อู๊ยยยย อีดอก อีตุ๊ดอินเตอร์” อีอ๋ามันด่าผม
ไม่โกรธครับเป็นเรื่องปกติที่เราด่ากันอย่างนี้

“เออ ๆ นี่พูดถึงเรื่องอินเตอร์ พรุ่งนี้กูต้องไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษที่
XXX
ใครจะไปเรียนกับกูมั่ง”
ทุกคนส่ายหน้ากันทันทีเหมือนผมชวนพวกมันไปตายยังไงไม่รู้

“เริ่มเรียนเมื่อไหร่วะ” อีแจนถาม

“พอสอบเสร็จวันต่อไปก็เริ่มเลย....พ่อกูจัดการทุกอย่าง” ผมบ่น

“อย่างนี้มึงก็ไม่ได้ทำงานกับพวกกูอ่ะดิ” ผมพยักหน้าเบา ๆ

“ช่วงปีใหม่กูจะขอพ่อกูไปทำงานห่อของขวัญกับพวกมึงแทนละกัน”

“แล้วงานวันเสาร์-อาทิตย์ล่ะมึง” อีตูนถามถึงงาน part time
ที่ผมทำทุกสัปดาห์ใน supermarket กับพวกมัน

“กูกะว่าจะลาออกตอนสิ้นเดือนอ่ะ”

“ทีนี้มึงก็มีเวลาอยู่กับผู้ชายทั้งวันแล้วดิ”
อีอ๋าวกเข้ามาเรื่องผู้ชายอีกแล้ว

“อีหื่น....กูคุยกันแค่ในโทรศัพท์ก็พอแล้ว”

“แล้วคืนละกี่ชั่วโมงล่ะ”

“สาม” ผมตอบสั้น ๆ แต่เพื่อนผมอ้าปากค้าง

“แล้วมึงคุยอะไรกันวะ....ไอ้นพมันก็โทรหากูนะ แต่คุยไม่นานขนาดนั้นว่ะ”
อีแจนถาม ผมก็เล่าให้ฟังหมดไม่มีอะไรปิดบัง
แต่เรื่องที่วุธไปส่งผมเมื่อวานผมยังต้องปิดไว้อยู่
*
*
*
วันนี้เพื่อน ๆ ผมมีนัดกับบรรดาแฟนมันอีกแล้ว ฝนก็ทำท่าจะตก
พอออกมาจากโรงเรียนอีพวกนั้นก็ถลาเข้าไปหาแฟนมันกันหมด
เหลือผมที่ต้องเดินห้อยท้ายคนเดียวอีกแล้ว วุธเอารถหลวงพี่มันมาเหมือนเดิม
ผมกับวุธไม่ได้ทักทายกันเลยพอผมจะอ้าปากทัก มันก็หันไปคุยกับเพื่อนมัน
ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรก้มหน้าก้มตารื้อของในกระเป๋าแก้เก้อ เงยหน้าขึ้นมาอีกที
ไอ้พวกนั้นก็กระโดดขึ้นกระบะหลังเรียบร้อยแล้ว
ผมก็ต้องขึ้นไปนั่งหน้ากับวุธตามระเบียบ
......แปลกแฮะ....มันไม่พูดกับผมซักคำ
ผมก็ไม่เริ่มคุยกับมันก่อนด้วย

ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าเราจะไปไหนกัน
เพราะเมื่อตอนกลางวันพวกเพื่อนผมมันบอกแค่ว่ามันนัดกับพวกผู้ชายเอาไว้
ผมมันประเภทไปไหนไปกันไม่ถามให้มากความ รถแล่นไปเรื่อย ๆ
ผมก็รู้ด้วยตัวเองว่ามันกำลังมุ่งหน้าไปบ้านไอ้ตั้ม....แล้วมันไปทำอะไรกันวะ
ผมคิดในใจ สักพักก็มาถึงบ้านตั้ม
ยังไม่ทันที่อีแจนจะลงจากรถเป็นคนสุดท้ายเพราะมัวแต่ห่วงกระโปรงจะแหก
ฝนที่ตั้งเค้ามานานก็เทกระหน่ำลงมาจนอีแจนรีบกระโดดดังตุ๊บ
ทุกคนขำกันใหญ่อีแจนมันกลัวฝนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ใช่กลัวเป็นหวัดนะครับ
แต่กลัวผมเปียกแล้วมันจะฟู พวกเรารีบวิ่งเข้าบ้านถอดรองเท้าล้างไม้ล้างมือ
ผมเพิ่งสังเกตุว่าไอ้วุธมันยังไม่ลงจากรถ
มองฝ่าสายฝนออกไปเห็นมันนั่งนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่
ผมมองซ้ายมองขวาไม่มีใครอยู่แถวนี้
หันไปเห็นร่มที่ข้างประตูก็คว้ามากางแล้วเดินออกไปที่รถ

ก๊อก ๆ ผมเคาะกระจกมันสองที มันหันมาแล้วเลื่อนกระจกลง

“ทำอะไรอยู่....ทำไมไม่เข้าบ้านอ่ะ” ผมถามทำหน้าตาเรียบ ๆ
เหมือนไม่อยากคุยกับมัน

“กำลังจะไปแล้ว” มันเลื่อนกระจกขึ้นแล้วเปิดประตูออกมา
ผมก็รีบเอาร่มไปกางให้มัน (เป็นไปเองนะครับไม่ได้ตั้งใจเป็นคนดีหรอก)
มันมองหน้าผมนิดนึงแต่ก็ยอมเข้ามาในร่มแต่โดยดี

เราเข้ามาในบ้านก็ยังไม่คุยกันอีก บรรยากาศข้างนอกอึมครึมทั้ง ๆ
ที่มันเพิ่งจะห้าโมงกว่า ๆ เอง
แต่บรรยากาศระหว่างผมกับวุธมันดูตึงเครียดยังไงก็ไม่รู้
หลายครั้งที่เราสบตากันด้วยความไม่ตั้งใจ (หลายครั้งจริง ๆ
หันไปที่ไรก็เจอ
บางครั้งผมก็แอบมองมันแล้วมันหันมาผมก็หลบไม่ทันอ่ะดิ)
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อวานมันยังดี ๆ อยู่เลย
แต่จะให้ผมไปพูดกับมันก่อนผมก็ทำไม่ได้

ตอนนี้อีพวกคู่รักทั้งสามคู่อัดกันอยู่ในครัว
ไอ้ตั้มเจ้าของบ้านกับอีตาลนั่งหั่นหมูหั่นผักเตรียมทำกับข้าวง่าย ๆ
กินกัน..
...คู่อีนัทยืนปอกมะม่วงดิบมันจะทำน้ำปลาหวาน.....คู่อีอ๋าทำอะไรไม่เป็นก็ได้แต่ช่วยหยิบจับนิด
ๆ หน่อย ๆ
มันอาสาเป็นคนเก็บล้างตอนพวกเรากินเสร็จ......ผมเพิ่งจะรู้ตอนที่มาถึงนี่ว่าพวกมันนัดกันไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว......คู่อีแจนนี่เค้าอยู่ในห้องรับแขกเพราะอีแจนไม่ชอบเข้าครัวกลัวผมเหม็น
สวีทกันมากนั่งดูวิดีโอกระหนุงกระหนิง
(สมัยนั้นวีซีดียังไม่ค่อยมีน่ะครับ)

ส่วนผม....กับวุธเหรอ นั่งกันคนละทิศเลย ผมอยู่หน้าบ้าน มันอยู่หลังบ้าน
พอผมเดินไปดูเพื่อน ๆ ในครัวเจอมันแถวนั้น มันก็เดินออกไปหน้าบ้าน
ผมอึดอัดมาก
อยากจะกลับบ้านเดี๋ยวนั้นเลย แต่ฝนตกหนักอย่างนี้คงออกไปลำบาก
ซักพักผมเห็นไอ้วุธเดินไปเข้าห้องน้ำ
ผมก็เลยไปนั่งหลบมุมอยู่หน้าบ้านตรงม้าหินอ่ะครับ
ไม่นานนักไอ้วุธก็เดินออกมามันชะงักเมื่อเห็นผม
แต่ยังเดินทำหน้าเฉยเข้ามา.....มันเดินเลยผมไปทางตู้ปลาข้าง ๆ

“วุธ....” ผมตัดสินใจเรียกมัน....เงียบ.....”วุธ”
ผมลองอีกทีเสียงดังขึ้นนิดนึง ผมได้ยินเสียงตอบรับในลำคอ แต่ไม่หันมา
ผมก็เลยเงียบมั่ง ไม่ถึงสองนาทีมันก็หันมาเจอผมที่กำลังจ้องมันอยู่

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมถาม

“เปล่า” มันตอบสั้น ๆ แล้วหันกลับไปสนใจกับปลาต่อ เท่านั้นแหละครับ
ตบะแตก
ผมลุกพรวดเข้าไปในบ้านโชคดีที่คู่ของอีแจนไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว โกรธมาก
หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมมันต้องทำท่าเย็นชาอย่างนี้
ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด หรือทำให้มันเสียใจ ผมทำดี
พูดดีกับทุกคนอาจจะมีกัดกันบ้างแต่นั่นมันก็รู้กันว่าผมล้อเล่น
ระหว่างที่กำลังเก็บของผมได้ยินเสียงเดินเข้ามาในบ้านเป็นใครไม่ได้หรอกครับนอกจาก......

“จะไปไหน” มันถามเสียงเบา ผมไม่ตอบ ก้มหน้าเก็บของต่อทั้ง ๆ
ที่มันไม่มีอะไรมาก แค่สมุดหนังสือ 2-3 เล่ม กระเป๋าเล็ก ๆ ใส่พวกปากกา
กระปุกแป้งเด็ก
ผมกะว่าจะขอถุงพลาสติกตั้มมาใส่กันฝนไม่ให้สมบัติผมเปียกอะครับ
ของคงไม่เปียกแต่ขอบตาผมเริ่มเปียกซะแล้ว
น้ำตาผมมันคลอจนแทบล้นออกมานอกขอบตา

“ฝนตกหนัก.....จะกลับยังไง” ผมไม่ตอบอีก....และมันก็จับแขนผมเขย่า
ผมหันไปมองหน้ามันพยายามไม่ให้น้ำตาไหล แต่พอเงยปุ๊บน้ำตาก็หยดปั๊บ
หน้ามันเหวอไปเลยครับ คงตกใจที่เห็นผมร้องไห้
ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมแค่นี้ต้องร้องด้วย มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

“ร้องไห้ทำไม” มันเอื้อมมือมาจะเช็ดน้ำตาให้ผม ผมสะบัดหน้าหนี

“เป็นอะไรเนี่ย......พูดดิ” มันหงุดหงิด ผมไม่สนใจเดินเข้าห้องน้ำ
พอเห็นสภาพตัวเองในกระจกแทบรับไม่ได้ ตาแดงก่ำเลยครับ
ผ้าเช็ดหน้าก็ดันอยู่ในกระเป๋าอีก หันไปเจอทิชชู่เช็ดตูด
เอานี่แหละวะเช็ดหน้าเช็ดตา ผมล้างหน้าให้ดูสดชื่นขึ้น มันก็โอเคนะครับ
แต่แววตาของผมก็ยังเศร้าอยู่
สักพักก็มีเสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงอีอ๋าตะโกนเรียก
ผมรับคำแล้วเปิดประตูออกมา โห ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันมองผมเป็นตาเดียว

“เฮ้ย....เอ้ มึงเป็นอะไรมากรึเปล่าวะ” อีนัทถามเสียงกังวล ผมงง

“มึงกลับก่อนก็ได้ เดี๋ยววุธไปส่ง” อีแจนพูดต่อ

“อะไรของมึง” ผมงง

“ก็ไอ้วุธบอกว่าเอ้ไม่สบาย....เนี่ยไอ้วุธไปสตาร์ทเครื่องรอแล้ว....”
นพบอกในมือมันมีกระเป๋าผมด้วย

“เราไม่ได้เป็นอะไร” ผมสั่นหน้าแรง ๆ
“หิวเว้ย....กูจะได้แดกข้าวเย็นปะเนี่ย”
ผมเปลี่ยนเรื่อง หันไปถามอีนัท

“มึงไม่เป็นไรแน่นะ”

“แหกเนตรดูสิมึง.....กูไม่เป็นไรง่าย ๆ หรอก I will survive”
ผมแกล้งทำตัวสดใสร่าเริง.......เพื่อนผมหน้าเจื่อน ๆ
ก็มันรู้นี่ครับว่าผมไม่ได้โอเคอย่างท่าทาง
เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานก็ต้องรู้อยู่แล้ว

“เออ ๆ เดี๋ยวกูไปทำกับข้าวต่อล่ะกัน” อีตาลจูงมือตั้มทำท่าลากไปห้องครัว

“เฮ้ยตาล.....ไม่ต้อง กูทำเอง ขืนรอพวกมึงสามทุ่มก็ไม่ได้แดก”
ผมเดินแซงมันไป

“ก็ดีเหมือนกัน....ของเตรียมไว้ให้แล้วนะเอ้”
ไอ้ตั้มยิ้ม....ก็คงรู้อยู่ว่าถ้าทำเองคงกินไม่ได้

“จัดโต๊ะรอได้เลย....ไม่เกินครึ่งชั่วโมงเสร็จ”
*
*
*
กับข้าวที่ผมทำวันนั้นมี ต้มยำปลากระป๋อง ไข่เจียวหมูสับ ผักบุ้งไฟแดง
ส่วนน้ำปลาหวานผมไม่ทำเพราะมันจะเหม็นติดเสื้อผม ผมเลยทำพริกกะเกลือ
แถมแบบใช้กะปิอีกถ้วยเล็ก ๆ ระหว่างที่ผมทำกับข้าวอย่างขะมักเขม้น
ไอ้วุธก็เดินป้วนเปี้ยนไปมาอยู่หน้าห้องครัว ผมไม่สนใจเลยซักนิด
พอผมเผลอมันเดินมาที่ตู้เย็นที่ผมยืนอยู่ ผมก็เดินไปล้างมือ
พอมันเดินมาที่ซิงค์ ผมก็เดินไปที่เตา มันทำท่าจะเดินตามผมก็เคาะกระทะดัง

กะว่าให้เพื่อน ๆ ผมเข้ามาด่า ได้ผลครับมันเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปเลย

และแล้วอาหารเย็นง่าย ๆ ก็เสร็จด้วยมือผม
ทุกคนกินกันอย่างรวดเร็วเหมือนแร้งลง
คงจะหิวมาก ฝนก็ยังตกหนักสลับกับปรอย ๆ .....ทันทีที่อีอ๋ามันล้างจานเสร็จ
ผมก็บอกลาทุกคนไม่เว้นแม้แต่วุธเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย วุธมองหน้าผมแบบงง

ไม่มีใครทัดทานผมเพราะผมพูดด้วยเสียงและคำพูดทีบอกโดยนัยว่ายังไงกูก็จะกลับ
ไอ้พวกผู้ชายมันก็คงไม่รู้เรื่อง
แต่เพื่อนผมนี่รู้เลยว่าผมมีอะไรผิดปกติแล้ว
หางตาผมเห็นวุธลุกลี้ลุกลนมองมาบ่อย ๆ
ตั้มจะให้ยืมร่มแต่ผมขอแค่ถุงใส่กระเป๋าไม่ให้เปียกก็พอ
*
*
ผมเดินออกมารอรถสองแถวที่หน้าปากซอยบ้านตั้ม ฝนตกขนาดนี้น้ำท่วมด้วย
รถในซอยก็ติดไม่แพ้ถนนใหญ่
พยายามหลบในที่ร่มแล้วแต่ฝนก็ยังสาดมาโดนตัวจนได้
ผมรู้สึกหนาวจนตัวสั่น.....จะขึ้นแท็กซี่ก็ไม่มีว่างซักคัน เอาแล้วไง
รถกระบะสีบล็อนด์คันคุ้นตากระพริบไฟอยู่ไม่ไกล
ผมถอยหลังหนีไม่ให้ไอ้คนขับเห็น
ไม่ทันแล้วครับมันเห็นผมแล้ว รถติด ๆ
อย่างนี้มันลงจากรถมาหาผมถึงฟุตปาทเลยครับ

“ไปขึ้นรถ....” มันพูดเสียงแข็ง
ผมยิ่งโมโหเดินกอดกระเป๋าหนีมัน...ตากฝนก็ยอมวะ

“บอกให้ขึ้นรถไง” มันจับแขนผมลากขึ้นรถ ผมสะบัดก็ไม่หลุด
คนเริ่มมองกันแล้ว

“ไม่ไป.....มึงจะพากูไปไหน” ผมพูดเสียงดังให้คนมอง กะว่าให้มันอาย

“กลับบ้าน....ไอ้น้องเหี้ย....บ้านช่องไม่กลับ ไม่ห่วงพ่อแม่มั่งไง”
นอกจากมันไม่อายแล้วมันยังทำให้คนมองผมมากขึ้นอีก

“กูไม่ใช่น้องมึง.....ไม่ปายยยยยยยยยย” ผมแหกปาก “โอ๊ย” ผมร้อง
ก็ไอ้วุธมันตบกบาลผมน่ะดิ รถเริ่มเลื่อนแล้ว

“จะไปดี ๆ หรือจะให้อุ้มไป” มันขู่ผม
ตัวมึงก็ไม่ได้ใหญ่กว่ากูซักเท่าไหร่
อุ้มไหวก็อุ้มดิ ผมคิดในใจ.....มันฉุดกระชากลากถูผมไปจนใกล้ถึงรถ
แล้วมันก็อุ้มผมจริง ๆ แต่ไม่ได้อุ้มแบบในหนังในละครนะครับ
มันช้อนใต้แขนผมแล้วล็อกตัวลากขึ้นรถไปเลย พอมันปล่อย ผมก็ทำท่าจะลง
มันชี้หน้าผมทำท่าโหด ๆ (ลองคิดสภาพเด็กช่างชี้หน้าดิ มันน่ากลัวมาก ๆ
ผมคิดว่าเดี๋ยวค่อยหาทางลงก็ได้)
*
*
*
“ขอโทษ” มันทำลายความเงียบ “เจ็บมั๊ย” มันเอื้อมมือมาจะจับหัวผม
ผมเอนตัวชิดประตูทันที

“ทำไมดื้ออย่างนี้อ่ะ” ผมไม่พูดกับมัน ไม่แม้แต่มองหน้ามัน
ได้ยินมันถอนหายใจเฮือกใหญ่

“คนเราทำอะไรไปมันก็มีเหตุผลทุกคนนะเอ้....แต่บางที....มันก็แค่อารมณ์อยากสนุก
ไม่ได้ตั้งใจทำให้ใครรู้สึกไม่ดี เราไม่ได้โกรธหรือเกลียดเอ้นะ
แต่เรามีเหตุผลของเราที่ไม่คุยกับเอ้วันนี้” ตาไม่มองมันแต่หูผมก็ฟังอยู่
มันถอนหายใจอีกที “ซักวันเอ้ก็จะรู้” มันพูดเสียงเบา

“ไม่อยากรู้หรอก.....ถ้าไม่คิดว่านายเป็นเพื่อนของแฟนพวกไอ้แจนนะ......”
ผมเว้นไว้

“ทำไม” มันเสียงแข็งอีกแล้ว

“หึ.....หน้านายเราก็ไม่อยากมอง”

“ใช่ดิ....เรามันเด็กช่าง ไม่ใช่เด็กมอปลาย เรียนเก่ง แต่งตัวหรู ๆ
พูดเพราะ ๆ
เที่ยวห้างดัง ๆ เด็กช่างน่ะมันไม่มีอะไรดีซักอย่าง เรียนก็ไม่เก่ง เถื่อน
ถ่อย
สกปรก พูดดี ๆ ไม่เป็น เกเร ไม่มีใครอยากจะสนใจ แม้แต่คนที่บ้าน
ก็จ้องจะจับผิด” มันระบายอกมาเป็นชุด

ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ เราคนนึงแหละที่ชอบเด็กช่าง
เปล่าผมไม่ได้พูดอย่างนั้น
ผมแค่คิดในใจ แต่ที่ผมพูดน่ะเหรอ

“รู้ตัวก็ดี.....เถื่อน ถ่อย ชอบใช้กำลัง ไม่มีความคิด ถ้าทำตัวยังไง
คนก็มองอย่างนั้น” ผมพูดลอย ๆ

“ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ ไม่ต้องยกโทษให้ก็ได้ เพราะมันคงไม่มีประโยชน์อะไร”

“อืม” ผมรับคำสั้น ๆ “เราไม่เคยใส่ใจกับอะไรที่ไร้สาระหรอก”
ตอนนี้ใกล้ถึงปากซอยบ้านผมแล้ว “ทุกอย่าง....จบ”
ผมหมายถึงเรื่องที่ผมโกรธ

“โอเค....จบแล้ว....แต่เราขอพูดอะไรกับเอ้อีกนิดได้มั๊ย”
มันเปิดไฟเลี้ยวจะเข้าซอยบ้านผม

“เสียเวลาเปล่า ๆ เรารีบกลับมีคนรออยู่....มันไม่มีประโยชน์อะไรไม่ใช่เหรอ.....
ขอเราลงตรงนี้เลยล่ะกัน“ ไม่ทันที่มันจะพูดอะไรผมก็เปิดประตูลงมาเลย
(รถติดไฟแดงอ่ะครับ) ตั้งใจที่จะไม่ขอบคุณมัน ก็ไม่ได้เต็มใจมาด้วยนี่นา
ผมเดินไปขึ้นแท็กซี่คันข้างหน้าที่ติดไฟแดงอยู่
กะจะขึ้นมอไซค์แต่ฝนยังตกหนัก ผมนั่งเอนตัวลงเหมือนคนหมดแรง ถอนหายใจเฮือกใหญ่จนคนขับต้องมองหน้าผมทางกระจกหลัง เมื่อกี้นั่งมากับไอ้วุธผมเกร็งซะปวดเมื่อยไปหมด ผมพยายามที่จะไม่คิดถึงมันอีก.....ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง (จริง ๆ แล้วก็หันแหละ ตอนใกล้ถึงบ้าน แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันจะตามมาอ่ะ) สะใจ แต่นึก ๆ ดูก็ใจหายกลัวมันโกรธอยู่เหมือนกัน

    :a4:********************************T********B*********C**************************************** :a10:

ขอบคุณพี่เอ้มากมายคับป๋ม
แล้วเจอกันนะครับ

ออฟไลน์ สาวเครือฟ้า

  • "IF I WERE A BOY"
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 607
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
    • http://images.forstudent.com/
ชอบมากครับ  มาต่ออีกเน้อ

ออฟไลน์ pongsj

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-9
สนุก ดุเดือด มากเลยคับ รอๆๆๆๆ

min_min

  • บุคคลทั่วไป
แง่งงงงง     วุธต้องเข้าใจผิดแน่ๆๆเลย   
เอ้  อ่ะ   วุธก้อมะพูดไรเลย   แล้วจาเข้าใจกันยังไงเนี่ยยยย  ค้างงงงอย่างแรง


 :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ ronger

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 599
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
อ่านมาจนทันแร้ว สนุกอย่างที่มีคนการันตีกันหลายคนจริงๆด้วย :a10:
ขอบคุณคุณเอ้ที่เขียนเรื่องเล่าสนุกๆให้พวกเราได้อ่าน แล้วก็ขอบคุณ คุณlanlan ที่นำมาโพสท์ที่เล้าเรานะคะ :m4:

วุธอ่ะแหละเป็นคนโทร.มาคุย แต่อำว่าเป็นโยอ่ะจิ๊  ขอเดา :m21:

รออ่านตอนต่อไปจ้ะ :a11:

anston

  • บุคคลทั่วไป
 :m28:ตกลงงอนกันเรื่องอะไรเนี่ย..งง..งง :m28:
 o12เดี๋ยวเรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่จนได้.. :เฮ้อ:
หนุกดีครับ..แล้วมาต่ออีกนะ.. :bye2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ~ScAreD:SAcreD~

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1811
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-2
หุหุ เครียดกันดีจริงๆ คู่เนี๊ย  :a6:  :a6:  :a6: คนอ่านเครียดตาม

เชียร์วุธ ยังไง ยังไงก็จะเชียร์วุธ

 :m1:

esabella

  • บุคคลทั่วไป
เฮ้อ... :sad2:..บางครั้งสิ่งที่แสดงออกมามันก็ไม่ตรงกับใจ....

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586

เห็นด้วยกะคุณน้องรีบนค่า  :m8:

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2405/-22

kei_kakura

  • บุคคลทั่วไป
 :undecided: :undecided: 

ลองถอยให้กันคนละก้าว

อย่าทิฐิเลย   :m8: :m8:

min_min

  • บุคคลทั่วไป
มารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ   หุหุ

 :m13: :m13: :m13:

stupidchild

  • บุคคลทั่วไป
แล้ววุธไม่ฆ่าเอาหรอ ลงมาดื้อๆอ่ะคับ

มาต่อด้วยนะ :a4:

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
 :impress:

เชียร์วุธคับป๋ม

รออ่านต่อไปคับ

 o15

anston

  • บุคคลทั่วไป
 :impress:มารออ่านด้วยอีกคน..รีบมานะคร้าบบบ :impress:

lanlan

  • บุคคลทั่วไป
มาแล้วครับ

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะครับ


10 I was ready to love

หลังจากอาบน้ำสระผมเสร็จ ผมก็นั่งดูโทรทัศน์เป่าผมไปด้วยฟังพ่ออธิบายเรื่องสมัครเรียนพิเศษพรุ่งนี้ไปด้วย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมมองที่น้องเป็นทำนองว่ามึงไปรับซิ ไม่ใช่ของกู

“พี่เอ้....ของพี่อ่ะ เพื่อนผู้ชายโทรมา” มันตั้งใจย้ำคำว่าผู้ชาย ผมงง ใครโทรมาวะ

“สวัสดีครับ เอ้พูดครับ”

“สวัสดีครับ....ถึงบ้านนานยัง” โยโทรมาได้ไงวะ นี่มันสองทุ่มครึ่งเอง

“เป็นอะไรหรือเปล่า....ทำไมโทรมาเร็วจัง” ผมพูดเบา ๆ ทุกคนในบ้านมองผมอย่างสงสัย

“คิดถึงอ่ะ”

“ไอ้บ้า” ผมเขิน “แจนน่ะเหรอ....มันเป็นคนดีนะ...สวยด้วย...จะจีบเหรอ เออ เดี๋ยวเป็นพ่อสื่อให้” ผมพูดเองเออเอง ไอ้โยขำ “วางหูให้พี่หน่อย จะไปคุยข้างบน” ผมหันไปเรียกน้องชาย

“เอ้า...วางได้แล้ว ไม่ต้องแอบฟังนะโว้ย” ผมบอกน้องในสายทันทีที่ยกหูโทรศัพท์บนห้อง น้องผมหัวเราะ

“ว่าไง....ทำไมวันนี้โทรมาเร็วจัง ทำการบ้านเสร็จแล้วเหรอ”

“เสร็จแล้วครับ....ฝนตกไม่มีอะไรทำก็เลยโทรมาหา”

“อ้าวไหนบอกคิดถึงไง” ผมทำเสียงงอน

“ก็นั่นแหละ....คิดถึงจนรอให้สามทุ่มไม่ไหว...ไม่มีอะไรทำด้วย เออ..แถวบ้านเอ้ฝนตกปะ” ผมเขินบิดสายโทรศัพท์แทบขาด

“ตกดิ ตกตั้งแต่เย็นแล้ว น่าเบื่อ” ผมบ่น

“เปียกรึเปล่า”

“นิดหน่อย....แล้วโยอ่ะ”

“เหมือนกัน....โดนฝนตอนจะถึงบ้านพอดี”

“ก่อนนอนอย่าลืมกินยากันไว้ก่อนนะ”

“ครับผม....ห่มผ้าหนา ๆ ล่ะ”

“จะวางแล้วเหรอ” ผมถาม

“เปล่า (เสียงสูง) โห เพิ่งโทรมา จะให้วางซะแล้ว”

“อ้าว...ก็พูดเหมือนจะไปนอน”

“ก็เอ้เริ่มก่อนอ่ะ”

“โอเค ๆ”

ผมเดินไปปิดไฟทุกดวงเหลือไว้แต่โคมไฟสีส้มอ่อนบนหัวเตียง ซุกตัวลงนอนใต้ผ้านวมที่แม่เตรียมไว้ให้ก่อนผมกลับบ้าน ตอนนี้ต่างคนต่างเงียบจนได้ยินเสียงฝนที่ตกลงมากระทบกันสาดหน้าห้องและเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ

“บรรยากาศน่าเสียซิงเนอะ” ผมเปิดประเด็น

“อืม....อากาศอย่างนี้ถ้ามีคนให้กอดคงอุ่นดี”

“กอดอย่างเดียวเหรอ” ผมถามขำ ๆ

“จะให้ทำอะไรล่ะ”

“ก็........นั่นแหละ” ผมเว้นว่างไว้

“ทะลึ่งว่ะ แล้วอย่างนี้จะเชื่อได้ไงว่ายังซิง”

“จะลองมั๊ยล่ะ” ผมท้า

“ปากดีอย่างนี้เวลาเอาเข้าจริงไม่กล้าหรอก” สำนวนอย่างนี้มันคุ้น ๆ หูผมอีกแล้ว

“เออ....จริง....นี่เพื่อน ๆ เรายังบอกเลยว่าถ้าเราจะเสียซิงคงต้องโดนข่มขืน” มันหัวเราะเบา ๆ

“แล้วถ้ากับคนที่เอ้ชอบล่ะ”

“ถ้าชอบก็คงไม่.....แต่ถ้ารักก็ขอคิดดูก่อน”

“แล้วคนที่เอ้จะรักต้องเป็นยังไงเหรอ”

“ไม่บอก”

“ทำไมล่ะ....บอกเหอะ อยากรู้”

“บอกตอนนี้คงไม่หมดหรอก คุย ๆ ไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ”

แล้วโยก็รู้จริง ๆ ครับ เพราะคืนนั้นเราคุยกันตั้งแต่สองทุ่มครึ่งถึงเกือบตีหนึ่ง คุยแบบสนิทใจมากเลยครับ ผมค่อย ๆ บอกลักษณะคนที่ผมชอบ มันก็บอกนิสัยของคนที่มันชอบ ซึ่งผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะครับ เก้าในสิบมันเป็นตัวผมเลย ส่วนมันก็ฟังสเปกผมแล้วอือ ๆ ออ ๆ ไปตามเรื่องตามราว คนที่ตรงสเปกผมน่ะมันดันเป็นลักษณะแบบไอ้วุธน่ะดิ แต่ถ้าเป็นเรื่องนิสัยใจคอจากที่คุยกับโยนี่มันก็สเปกผมเหมือนกันนะ ไม่ว่าจะเป็นความคิด มุกแปลก ๆ นี่ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนผมก็ไม่คิดว่ามันเรียนมอปลายนะเนี่ย ผมชอบตรงที่มันห้าว ๆ ไม่กลัวใคร มันเล่าให้ฟังว่ามีเรื่องตีกัน ผมนึกภาพไม่ออกเลยครับว่าเวลามีเรื่องมันจะเป็นยังไง ก็ตอนที่เรียนมอต้นด้วยกันมันไม่เคยมีเรื่องกับใครเลย พวกผมซะอีกที่ซ่ามีเรื่องกับห้องอื่นทุกเทอม ส่วนมันตั้งหน้าตั้งตาเรียน เกเรเต็มที่ก็ตอนกีฬาสี พวกเราทั้งห้องปีนกำแพงออกไปเที่ยวกัน มันไม่อยากไปก็ต้องไป เพราะไม่มีเพื่อนอยู่เลยวันนั้น แต่มันไม่ได้ไปกับกลุ่มผมนะครับ
*
*
*
ตื่นมาตอนเช้า คนที่ผมคิดถึงเป็นคนแรกควรจะเป็นคนที่ผมคุยด้วยเป็นคนสุดท้ายเมื่อคืนนี้ไม่ใช่เหรอ แต่ผมดันไปคิดถึงไอ้วุธซะนี่ ไม่ได้คิดอย่างนั้นนะครับ คิดว่าวันนี้เราต้องเจอวุธหรือเปล่า ถ้าเจอจะทำหน้ายังไง จะพูดกับมันดีมั๊ย แต่ถ้ามันไม่พูดกับเราล่ะ ผมคิดอยู่หลายตลบเช้านั้นจนถึงโรงเรียนแล้วนึกได้ว่าวันนี้เราคงไม่เจอมัน เพราะผมต้องไปลงทะเบียนเรียนภาษานี่นา เฮ้อ โล่งอก

.....แต่....พวกไอ้วุธมันดันมารอเพื่อนผมอยู่หน้าประตูโรงเรียนตอนเย็นนี่ดิ ผมเดินนำหน้าออกมา พอเจอพวกนั้นนั่งรออยู่ผมลดความเร็วในการเดินให้ช้าลงจนไปอยู่เป็นคนสุดท้ายของกลุ่ม ผมทักทายโดยการยิ้มกวาด ๆ ให้ทุกคนและหุบยิ้มทันทีที่สายตาไปเจอกับหน้าไอ้วุธ

“เอ้....เดี๋ยวมึงติดรถวุธไปลงปากซอยดิ จะได้ไม่ต้องเดิน” อีแจนพูด

“ไม่เป็นไร พวกมึงไปกันเถอะ”

“ไปด้วยกันสิ ไหน ๆ ก็ไปทางเดียวกันอยู่แล้ว” ไอ้วุธพูดกับผม

“ขอบใจ.....เดี๋ยวเรารอเพื่อนมารับ”

“ใครวะ” อีอ๋าเสนอหน้า “อีนี่ซุ่ม...ใครจะมารับมึง”

“โย” ไม่รู้ทำไมผมถึงบอกไปอย่างนั้น เพื่อน ๆ ผมมองหน้ากันเลิกลั่ก

“เออ...มึงไปดี ๆ ละกัน” อีตาลพูดก่อนเดินขึ้นรถไป

“ถ้าเค้าไม่มาก็ไม่ต้องเสียใจนะ” ไอ้วุธพูดเบา ๆ ขณะเดินผ่านผมไปขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย

“เค้าไม่เคยทำอะไรให้เราเสียใจอยู่แล้ว” ผมตอบเชิด ๆ ไอ้โยมันจะมาได้ยังไงล่ะก็ผมโม้อ่ะ
*
*
*
ผมยืนรอให้พวกมันไปกันจนลับสายตา แต่ผมรู้ว่าไอ้พวกนั้นมันต้องวนรถกลับมาดูผมอีกแน่ ๆ แล้วก็เป็นไปตามคาด ไม่ถึงสิบนาทีรถกระบะคันคุ้นตาก็เลี้ยวเข้ามาจากปากซอย ผมหันไปหันมาก็เห็นรถของเพื่อนพ่อผมที่มาจอดรับลูกสาวกำลังจะขับผ่านผมพอดี ผมแกล้งทำท่ารอรถแบบกระวนกระวายอยู่ริมถนนให้มากที่สุด ได้ผลครับ....รถเบนซ์คันนั้นก็จอดกึกอยู่หน้าผม น้องคนนั้นเลื่อนกระจกลงชวนผมขึ้นรถ ถ้าเป็นปกติผมคงปฏิเสธอ่ะครับ แต่นี่รถของไอ้วุธก็ขับมาใกล้จะถึงแล้ว ผมตัดสินใจขึ้นรถทันที มองไกล ๆ มันคงไม่รู้ว่าผมขึ้นไปนั่งด้านหลัง ผมหันไปมองรถไอ้วุธนิดนึงแล้วต้องโล่งใจที่มันไม่ได้ขับตามมาใกล้นัก อาจเป็นเพราะว่าพวกเพื่อน ๆ มันบางส่วนนั่งอยู่กระบะหลังทำให้มันขับเร็วมากไม่ได้ อีกอย่างกระจกรถของคุณลุงก็มืดพอควร มองจากข้างนอกคงไม่เห็นอะไรเท่าไหร่
*
*
หลังจากที่ผมแยกกับเพื่อนพ่อ ผมก็ขึ้นรถปอ. ไปสมัครเรียนพิเศษที่ย่านใจกลางกรุงเทพฯ รถไม่ติดอย่างที่ผมกลัว ใช้เวลาในการสมัครและลงทะเบียนประมาณ ครึ่งชั่วโมง ผมก็แวะเดินเที่ยวห้างแถวนั้นก่อน เดินจนเมื่อยก็ได้เวลากลับบ้าน ระหว่างทางผมทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย หิวนิด ๆ แต่ที่สำคัญเหงามาก นี่ขนาดทำใจไว้แล้วว่าต้องทำอะไรต่อมิอะไรคนเดียว ผมก็ได้แต่ปลอบตัวเอง คิดซะว่าไปเรียนเมืองนอกล่ะกัน หัดไว้ เผื่อมีบุญวาสนาได้ไปเรียนเมืองนอกกับเค้าบ้าง หลังจากที่ปลงตกก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น โชคดีที่ผมได้นั่งวันนั้น.....รถติดสุดยอด หลายคนตัดสินใจลงเดิน ผมไม่รีบร้อนอะไร มองออกไปข้างทางฟ้าก็เริ่มมืดลง คนที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้างก็คงจะเป็นไอ้โยนี่แหละครับ ผมนั่งยิ้มคนเดียวนึกถึงคำพูด นึกถึงหน้าของมันเท่าที่จะจำได้ คิดไปถึงว่าวันนี้จะคุยอะไรกับโยดี วันศุกร์ซะด้วย พรุ่งนี้ไม่ต้องรีบตื่นไปโรงเรียน แต่ก็ต้องไปทำงานที่ทำประจำทุกเสาร์อาทิตย์ โน่นแน่ะครับกะผมเข้า 11 โมงยังไงก็ไม่ต้องรีบตื่น คิดไปคิดมาดันหลับไปซะได้ ตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงบ้านแล้ว ผมว่าทุกคนต้องเคยเป็น เหมือนมีอะไรมาปลุกตอนที่ใกล้ถึงป้ายที่ต้องลงเนี่ย มองนาฬิกาผมต้องตกใจนี่ผมใช้เวลาบนท้องถนนในกรุงเทพเกือบสองชั่วโมง นั่งรถจากบางนาไปพัทยายังเร็วกว่านี้อีก (ตอนนั้นกำลังสร้างรถไฟฟ้าอยู่ไงครับ ถ้าเป็นสมัยนี้เหรอ...ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงบ้าน ถ้าใช้รถไฟฟ้า ความสุขยกระดับของคนกรุงเทพฯ นะครับ)
*
*
*
อาบน้ำอาบท่ากินข้าวเสร็จ ผมก็ลงมานั่งดูละครหลังข่าวข้างล่าง แต่ดูไม่รู้เรื่องหรอกครับ ก็พ่อผมสัมภาษณ์เรื่องไปสมัครเรียนวันนี้ ผมก็ต้องหันไปตอบ ไม่อยากจะบอกเลยว่าตั้งแต่ที่ผมต้องรีบกลับบ้านมารอโทรศัพท์ไอ้โยนี่ ทำให้ผมได้คุยกับพ่อแม่มากขึ้น เพราะเมื่อก่อนกว่าผมจะกลับพ่อกับแม่ก็ขึ้นนอนกันหมดแล้ว


.....นี่มันสามทุ่มห้านาทีแล้วทำไมโยยังไม่โทรมานะ ผมเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ในห้อง อุตสาห์ปิดไฟรอ ฟังวิทยุก็ดันมีข่าวซะอีก หงุดหงิดยังไงไม่รู้ ไม่เกินสามทุ่มสิบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมคว้ามารับอย่างรวดเร็ว และก็เป็นโยจริง ๆ ด้วย

“สวัสดีครับ.....ขอสายเอ้ครับ” วันนี้เสียงทุ้มเชียว ผมนึกในใจ กะจะอำมันซะหน่อย

“พูดอยู่...มีอะไร” ผมถามเสียงกระด้าง มันอึ้งครับ

“ถ้าไม่มีอะไร...โทรมาไม่ได้หรือไง” เสียงมันไม่ได้ล้อเล่น แต่ผมจะเล่นต่อ

“ไม่ได้....เสียเวลา”

“โอเค งั้นแค่นี้นะ…ตู๊ด ๆ ๆ ๆ” ชิบหายแล้วกู มันวางหูจริง ๆ ด้วย ทำยังไงดีอ่ะ ผมกระวนกระวาย แค่ล้อเล่นนิดเดียว มันอารมณ์เสียมาจากไหนก็ไม่รู้ เบอร์โทรกลับก็ไม่มี แล้วถ้ามันไม่โทรมาอีกจะทำไงล่ะอีเอ้ ฮือ ๆ ๆ ผมเครียดอยู่คนเดียว

นั่งจุ้มปุ๊กไม่กระดุกกระดิกอยู่บนเตียงซักพัก ไม่รู้จะทำไง มองโทรศัพท์ในมือก็นึกถึงอีแจน ที่ปรึกษาปัญหาหัวใจของผม

“ฮัลโหล แจนเหรอ...นี่กูนะโว้ย”

“อ้าวอีเอ้...ไม่คุยกับผู้ชายเหรอมึงอ่ะ”

“เออดิ ก็กู................” ผมเล่าทุกอย่างให้แจนฟังหมด ผมแค่อยากจะล้อเล่นแกล้งทำเป็นงอนที่โยโทรมาช้าไปสิบนาที ที่ไหนได้ไอ้โยมันดันวางหูใส่ผมซะนี่

“ดี....สมน้ำหน้า อยากให้เค้าง้อนัก ทำไมไม่โทรไปหาเค้าล่ะ”

“ก็กู....กู.....กูไม่อยากง้ออ่ะ กูไม่ผิด กูแค่อยากล้อเล่นเฉย ๆ มันต้องง้อกูดิ” แต่เปล่าหรอกครับ ผมไม่มีเบอร์ไอ้โยอ่ะ แต่ไม่อยากบอกอีแจนกลัวเสียหน้า เพราะคุยไว้เยอะว่าเป็นแฟนกันสวีทกันสุดฤทธิ

“ไม่ผิดก็ง้อได้โว้ย....ผู้ชายบางคนก็อยากให้เราง้อนะ”

“เออ....ถ้ามันโทรมากูง้อก่อนก็ได้”

“อีเอ้....กูบอกอะไรอย่างได้ปะ” อีแจนพูดเสียงจริงจัง

“อืม อะไรล่ะ”

“แต่มึงต้องไม่โกรธกูนะโว้ย”

“อะไรของมึง” ผมชักเริ่มสงสัย “มึงมีอะไรปิดกู”

“ไม่ใช่....กูแค่จะบอกว่า กูรอโทรศัพท์ไอ้นพอยู่ มันคงโทรมาแล้วไม่ติดอ่ะ” อีแจนรีบบอก สมัยนั้นยังไม่มีบริการรับสายเรียกซ้อนอ่ะครับ

“อีห่า....นึกว่าเรื่องอะไร กรรมตามทันจริง ๆ เลยกู แต่ก่อนกูก็พูดอย่างนี้กับอีอ๋า แต่กูเข้าใจโว้ย Man comes first”

“อีเหี้ย.....ดัดจริตอีกแล้ว เค้าเรียกว่ารู้จักจัดสรรเวลาย่ะ เพื่อนตอนกลางวัน ผู้ชายกลางคืน ยังไงกูก็รักเพื่อน ๆ ทุกคนนะโว้ย”

“เออ ๆ พอเหอะ ขอให้มีความสุขทางเพศนะมึง”

“อีดอก แค่คุยโทรศัพท์จะมีความสุขทางเพศได้ไง” อีแจนขำ

“ใครจะไปรู้มึงอาจจะคุยไป เบ็ดไปก็ได้”

“อุบาทว์ไม่มีใครเกินมึงเลยนะอีเอ้” ผมกับอีแจนหัวเราะพร้อมกัน

“เออ...มึงไปคุยกับผู้ชายเหอะ เดี๋ยวกูไปดูหนังต่อดีกว่า บายโว้ย”

“บาย วันจันทร์เจอกัน”
*
*
ผมนั่งดูละครจนจบก็เตรียมขึ้นนอน สี่ทุ่มกว่าแล้ว เหงาจัง จะโทรไปคุยกับเพื่อนๆ ก็คิดว่ามันคงจะเป็นแบบอีแจน ต้องเอาทางธรรมะเข้าข่ม นอนเร็วพรุ่งนี้จะได้ไปใส่บาตรกับแม่ ไม่ได้ใส่บาตรนานแล้ว ยังไม่ทันที่จะเปิดประตูห้อง เสียงโทรศัพท์ก็ดังลอดออกมา ผมรีบวิ่งไปรับเพราะสายมันพ่วงเข้าห้องพ่อผมด้วย

“สวัสดีครับ”

“ทำอะไรอยู่ครับ” โยโทรมา ดีใจจัง

“รอโทรศัพท์แฟน” ผมตอบเสียงใส

“รอนานยัง”

“นานจนจะหลับแล้ว”

“งั้นไปนอนเถอะ”

“เดี๋ยวดิ....เป็นอะไร ทำไมวันนี้ขี้ใจน้อยจัง” ผมตัดพ้อ

“แล้ววันนี้เอ้ไปไหนมาอ่ะ”

“ไปสมัครเรียนพิเศษมาไง”

“ไปกับใคร”

“ไปเอง...คนเดียว ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ”

“วันนี้มีคนเห็นเอ้ลงมาจากรถเบนซ์สีดำ”

“ใครเห็นวะ” ผมงง

“ไม่ต้องเลย ตอบมาก่อนว่าไปไหน กับใคร”

“โห....มีสายด้วยเว้ย”

“จะบอกปะ ไม่บอกวางนะ” อะไรเนี่ย มันกล้าขู่ผมเหรอ

“บอกก็ได้....ไปกับเพื่อน เค้ามารับ”

“เพื่อนคนไหน....ทำไมต้องมารับด้วย” มันถามเสียงแข็ง ดีจังมีคนหึงด้วย

“ฟังให้จบก่อนดิ...เพื่อนน่ะ เพื่อนพ่อ เค้ามารับลูกเค้า แล้วเห็นเอ้รอรถอยู่ก็เลยรับขึ้นรถไปด้วย....แค่นั้นเอง” ผมได้ยินมันถอนหายใจ แล้วหัวเราะ

“นึกว่ามีแฟนอยู่แล้วไม่บอกเรา ปล่อยให้จีบตั้งนาน” เขินครับ เงียบไปเลย “ฮัลโหล เอ้ ฮัลโหล”

“อะไร....ได้ยินแล้ว”

“เป็นอะไร อยู่ ๆ ก็เงียบไปเลย”

“เปล่า......แล้วนี่เพื่อนคนไหนอ่ะที่เห็นเรา เค้ารู้จักเราด้วยเหรอ”

“ก็....ก็เพื่อนที่ไปเล่นไอซ์ด้วยกันไง เค้าจำเอ้ได้”

“อ๋อ…โห...เห็นแค่นี้ก็เอามาทำเป็นเรื่องเป็นราว เราไม่ใช่คนใจง่ายอย่างนั้นนะ”

“ครับรู้แล้วครับ....ขอโทษนะครับ ก็เอ้น่ารักอย่างนี้เป็นใครก็ต้องหึงอ่ะครับ” เขินอีกแล้วครับ นี่ถ้ามันเห็นหน้าผมตอนนี้มันคงจะรู้ว่าผมเริ่มชอบมันจริง ๆ แล้วล่ะ ลืมวุธไปชั่วขณะ
*
*
และแล้วเช้าวันรุ่งขึ้นผมก็ได้ไปใส่บาตรกับแม่ แต่ผมไม่ได้ช่วยแม่ทำกับข้าวนะครับ ผมวางสายตอนตีห้า อาบน้ำแต่งตัวลงไปข้างล่างก็พอดีที่แม่กำลังจะออกไปใส่บาตร แม่ยังชมผมเลยครับว่าตื่นเช้า หน้าผมไม่มีร่องรอบของคนไม่ได้นอนเลยซักนิด ขอบตาช้ำบ้าง แต่แววตาใสปิ๊ง ก่อนวางหู ผมบอกกับโยว่าโยเป็นคนแรกที่คุยกับผมถึงเช้า ทำลายสถิติเพื่อนผมทุกคน ดูโยจะพอใจกับสถิติใหม่ที่เค้าสร้างสด ๆ ร้อน ๆ
เราคุยกันแบบ ไม่รู้หาอะไรมาคุยกันได้นานขนาดนั้น พอเผลอต่างคนก็ต่างหยอดคำหวานใส่กันเป็นระยะ....ใส่บาตร กรวดน้ำเสร็จก็หกโมงนิด ๆ กินปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ไปหน่อยก็ง่วงแทบหลับคาโต๊ะ ต้องแบกสังขารไปแปรงฟันอีกรอบ ทันทีที่หัวถึงหมอนผมก็หลับแบบไม่รู้ตัวอีกเลย แต่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนตอนคุยกับโยแล้วนะครับ เรื่องงานผมไม่ยอมสายให้โดนตัดเงินหรอก.....

*************************************************************************************
รู้สึกผิดที่มาลงช้าพอดีติดสอบเข้าป.โทเลยไม่มีเวลาเลยอภัยให้ผมนะครับต่อไปจะไม่ช้าๆๆ :m5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






anston

  • บุคคลทั่วไป
 :m4:ชัวร์เลย..ต้องเป็นวุธแน่นอน..อำเนียนเลยเนอะ :m4:
เมื่อก่อนก็เคยนะคุยโทรศัพท์นานๆ..ไม่รู้สรรหาอะไรมาพูด..
 :เฮ้อ:แต่ก็นานแล้วอ่ะ..เดี๋ยวนี้พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ..อิอิ(ขำขำ)
 :impress:ขอบคุณนะคร้าบที่มาต่อแว้วว..มาบ่อยๆเน้อ.. o15

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
 :impress:

ชัดเลย ชัดเลย วุธปลอมตัวมาแน่นอน

แกล้งทำมาเป็นโย

รออ่านต่อไปนะครับ

 o15

suregirl

  • บุคคลทั่วไป
เห็นด้วย
วุธนั่นแหล่ะมาหรอกอำ อิอิ น่ารักดี  :m23:

ปล.อยากให้เรื่องนี้มาต่อเร็วๆอ่ะ มันขาดตอน  :m17:

ออฟไลน์ pongsj

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-9
ฟันธงเลยว่า วุธปลอมตัวมาแน่ๆ

ออฟไลน์ ~ScAreD:SAcreD~

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1811
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-2
อยากรู้เจงๆ ว่าวุฒิมาอำหรือเปล่า อิอิ  :a10:

รีบมาต่อนาคับ สู้ๆ :a2:

anston

  • บุคคลทั่วไป
 :impress:ยังไม่มาต่ออีกเหรอ.. :impress:
 :m21:อยากอ่านแย้วอ่า..มามะ..นะนะ :m18:

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2405/-22
ถ้าวุธอำ งานนี้มีโกรธแน่ถ้าจับได้   :a10:  :a10:

min_min

  • บุคคลทั่วไป
ช้านิด ช้าหน่อย  มะเป็นไรคับ  ให้อภัยได้  เพราะยังไงก้อมาต่อให้แล้ว  คิคิ

ถ้าม่ายมาต่อสิจางอลให้ดู


 :m14: :m14: :m14: :m14:

lanlan

  • บุคคลทั่วไป
มาต่อแล้วครับ ขอให้สนุกๆๆนะคับ
ขอบคุณพี่เอ้ด้วยครับ

11 HAPPY

.....เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ ในที่สุดผมก็สอบกลางภาคเสร็จเรียบร้อย วันนี้พวกเพื่อนผมนัดบรรดาแฟน ๆ ของมันไปกินเลี้ยงฉลองสอบเสร็จที่บ้านตั้ม หลังจากที่ไม่ได้เจอกัน 3-4 วัน ส่วนผมไม่อยากไปก็ต้องไป เพราะพวกมันพูดชวนแกมบังคับให้ผมต้องไป ไปทำกับข้าวให้พวกมันกินน่ะครับ ผมตอบตกลงแต่มีข้อแม้ว่าผมต้องกลับบ้านก่อนสี่ทุ่ม ผมไม่จำเป็นต้องรีบกลับเพราะเมื่อคืนนี้โยบอกว่าจะโทรมาหาผมตอนสี่ทุ่มครึ่ง.....มันเป็นคนที่ตรงต่อเวลามาก โทรมาหาผมสามทุ่มทุกวัน ถ้าวันไหนสามทุ่มยังไม่ถึงบ้านก็จะหาโทรศัพท์สาธารณะโทรมานัดเวลาผมก่อนทุกครั้ง เราคุยกันทุกคืนครั้งละนาน ๆ แต่จะมีช่วงที่ผมสอบนี่แหละทีเราคุยกันนิดหน่อยคืนละประมาณ 1 ชั่วโมง.....บอกตรง ๆ รู้สึกดีจังเลยครับ เพิ่งรู้ว่าการมีคนพิเศษให้คุย ให้ปรึกษา มันเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป บางครั้ง บางเรื่องผมไม่สามารถเล่าให้พ่อแม่ หรือแม้แต่เพื่อนสนิทฟังได้ โยมักจะมีความคิด หรือคำปลอบใจ และให้กำลังใจผมมาตลอด ผมชอบคนที่กล้าเถียง กล้าแสดงความเห็นด้วยไงครับ ผมก็เลยคุยกับมันได้ทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของไอ้วุธ.....

......พูดถึงไอ้วุธ ผมไม่ได้เจอมันจัง ๆ มานานแล้วครับ จะว่าต่างคนต่างหลบก็ได้ ผมมักจะอ้างว่าไม่อยากไปเที่ยวกับเพื่อน โดยเอาอีตูนนักกีฬาโรงเรียนมาเป็นกันชน คือบอกกับทุกคนว่าผมอยากเล่นกีฬาบ้าง อยากอยู่ช่วยอีตูนซ้อมบ้าง ซึ่งก่อนหน้าที่พวกเพื่อนผมจะมีแฟน พวกมันก็จะเข้ามาเล่นกันในโรงยิมบ่อย ๆ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ เพื่อนผมรู้ว่าผมไม่อยากไปเพราะอะไร เพราะใครแต่ไม่มีใครกล้าถามหรือเซ้าซี้ บางทีผมก็อดไม่ได้ที่จะไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนผม....แน่นอนว่าไอ้วุธก็ไปกับกลุ่มเพื่อนมันด้วย แต่มันมักจะแยกไปเดินคนเดียว ไม่มอง ไม่สบตาผม ส่วนผมน่ะเหรอ ไม่แคร์ ผมมองผ่านหัวกบาลมันไปด้วยซ้ำเวลาเจอกัน เหมือนมันไม่มีตัวตนอยู่ตรงหน้าผม และผมก็ไม่ได้ขึ้นรถมันอีกเลยตั้งแต่วันนั้นที่ด่ามันในรถ ตอนนั้นเพื่อน ๆ ผมยังเข้าใจว่าเบนซ์คันนั้นเป็นของไอ้โยอยู่เลย ถ้ามันไม่มัวแต่มองผู้ชายแล้วสังเกตุว่ารถคันนั้นมารับลูกสาวเค้าบ่อยมากที่หน้าโรงเรียน พวกมันก็จะได้รู้ความจริง

“ไป...อีเอ้ประจำที่เลยมึง” อีตาลดันหลังผมให้ขึ้นไปนั่งคู่กับวุธด้านหน้า

“ไม่เอา....อีเหี้ย” ผมกัดฟันบอกมันเบา ๆ

“เป็นไรวะ”

“พวกมึงนั่นแหละไปนั่งหน้า...นั่งได้ตั้งสี่ห้าคน” ผมพยักหน้าชวนคนอื่น

“ไม่ต้องเลยมึง เร็ว ๆ เข้าเสียเวลาว่ะ” อีนัทลากผมขึ้นรถแถมปิดประตูเอาตัวดันไม่ให้ผมเปิดออกมาด้วย วุธเดินอ้อมมานั่งประจำที่คนขับ เราสบตากันแวบนึง สายตาแบบนั้นมันทำให้ผมนั่งคอแข็ง พอวุธสตาร์ทรถ อีนัทก็รีบกระโดดขึ้นรถไม่กลัวกระโปรงแหกเลย

“เป็นไง...ทำข้อสอบได้มั๊ย” มันถามลอย ๆ ผมก็ไม่ตอบ “ไม่น่าถามเลยกู ก็รู้อยู่แล้วว่าเค้ามีเด็กมอปลายติวให้ทุกคืน” มันพูดลอย ๆ อีก

“อืม....มีแฟนเป็นเด็กมอปลายก็ดีอย่างนี่แหละ” ดีอะไรล่ะ ไม่ค่อยได้คุยเรื่องเรียนกันเลย

“ท่าทางจะมีความสุขเนอะ” ผมไม่ตอบได้แต่ยิ้ม ตั้งใจยิ้มให้เว่อร์ด้วย มันหันมามองหน้าผมแบบหมั่นไส้ แล้วเปิดเพลงเสียงดัง ถ้าเพลงเพราะจะไม่ว่าเลย นี่มันเพลงอะไรก็ไม่รู้พวกอันเดอร์กราวด์ เสียงดังทุ้ม ๆ หูแทบแตก อีพวกข้างหลังก็กรี๊ดกร๊าดกันใหย๋คงคิดว่าเทห์มั่ง

“โอ๊ย....เป็นอะไรเนี่ย ไม่ต้องเปิดเผื่อชาวบ้านเค้าหรอก” ผมบ่นดัง ๆ มันไม่สนใจผมเลย โยกหัวทำท่ามันอยู่คนเดียว

“หรี่เสียงหน่อยได้ปะ” ผมตะเบ็งแข่งกับเสียงเพลง มันไม่สนใจผมอีก ผมโมโหมาก ลองนึงดูนะครับรถแต่งที่มันชอบเปิดเพลงดัง ๆ น่ะมันน่ารำคาญแค่ไหน

“ไม่หรี่ใช่มั๊ย.....ได้” ผมรอจังหวะที่รถติด เปิดประตูออกมาแล้วเดินไปที่ฟุตปาท อีพวกเพื่อนผมก็ชะเง้อมอง ผมโบกมือทำนองว่าให้ไปก่อน เดี๋ยวผมตามไป พอพวกมันทำท่าจะลงมาผมก็ชี้หน้ามัน พวกมันหยุดกึกเลยครับ

ทุกทีเวลานี้รถมันไม่ติด แต่ทำไมวันนี้มันติดจังวะ ผมนึกในใจ กะว่าพอรถมันเลื่อนแล้วผมจะเรียกแท็กซี่ตามไป ผมเดินย้อนกลับไปนิดนึงเพื่อหาแท็กซี่ ไอ้วุธก็ลงมาจากรถวิ่งตรงมาหาผม หน้าตามันน่ากลัวมากเลยครับ ผมยืนตัวแข็งคิดว่ามันต้องเข้ามาเตะผมแน่ ๆ เลย แต่ไม่ใช่แฮะ

“หรี่เสียงให้แล้ว.....ไปด้วยกันเถอะ” ผมเฉย

“ขอโทษ” ผมมองหน้ามันนิดนึง เห็นแววตามันแล้วอดใจอ่อนไม่ได้

“ถ้าใครถามก็บอกว่าเราลงมาซื้อกล้วยแขกละกัน” ผมเดินไปอีกสองสามก้าวก็เจอร้านขายกล้วยแขก ผมก็เลยซื้อมาสองถุง หันไปอีกทีรถกำลังจะเลื่อน ผมเร่งแม่ค้า พอได้ของจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วผมกับไอ้วุธรีบวิ่งขึ้นไปบนรถ ทันพอดี ผมเปิดกระจกเอากล้วยแขกส่งไปข้างหลังอีอ๋ารับทันที ผมหัวเราะ หันไปทางไอ้วุธก็กำลังหัวเราะเหมือนกัน กลายเป็นว่าเรายิ้มให้กันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้มองหน้ากันมาเดือนกว่า เราคุยกันนิด ๆ หน่อย ๆ เพราะยังไม่สนิทใจกันนัก จนในที่สุดก็ถึงบ้านไอ้ตั้ม

“กินอะไรดีวะ” ไอ้นพถามเพื่อนมัน

“แล้วแต่คนทำดิ” ไอ้วุธหันมาถามผม

“อยากกินอะไรล่ะ” ผมถามต่อ เพื่อน ๆ ผมงงกันใหญ่ว่าเราคุยกันได้ไง

“เอางี้....เอามาคนละร้อย แล้วไปซื้อของข้างนอกมากินกัน” อีตาลพูด

“ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เหนื่อยเอ้ด้วย” ไอ้ตั้มเจ้าของบ้านบอก

“ไปยังไงอ่ะ” อีตาลถามขณะนับเงินที่รวบรวมกันได้เกือบพัน เพื่อนผมอิ่มจังตังค์อยู่ครบอีกแล้ว

“ไปกันหมดนี่เลยเหรอ” ผมถาม

“ไม่เอา เข้า ๆ ออก ๆ ร้อนจะตาย” อีแจนบ่น

“อีเอ้ มึงก็ไปดิ....ไปตลาดทุกวันไม่ใช่เหรอ มึงน่ะซื้อของเก่งที่สุดแล้ว” อีอ๋าเสนอความคิด

“อืม....เอ้ขี่มอไซค์เป็นปะ เดี๋ยวเราไปยืมพี่ข้างบ้านมาให้” ตั้มถาม ผมพยักหน้า

“แล้วจะถือกลับมายังไง ของตั้งเยอะ” ถ้าไม่ใช่ไอ้วุธพูดผมคงรู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วง

“ก็มึงนั่นแหละ ไปช่วยเอ้ถือของเลย” ไอ้นพบอก

“ได้” ..... “ไม่ต้อง” คำแรกวุธพูด คำที่สองผมพูดแต่เราดันพูดพร้อมกัน

“ให้วุธไปด้วยเหอะมึง ทางนี้พวกกูจะเตรียมของไว้ให้” อีแจนพูด

“เอ้า....ซื้อตามนี้นะ” อีอ๋ายื่นเงินพร้อมรายการของที่จะให้ซื้อ

“อีเอ๋อ....มึงจะให้กูไปเหมาตลาดหรือไง แหกตาดูมั่งดิ ถ้าแดกไม่หมดมึงไม่ต้องกลับบ้านนะ” เพื่อน ๆ คนอื่นเค้าเขียนของที่อยากกินไปไม่กี่อย่าง แต่อีอ๋าคนที่เขียนคนสุดท้ายเขียนเยอะที่สุด

“เออน่า ก็เผื่อมันไม่มี มึงจะได้ซื้ออย่างอื่นไง”

“เอ้า ไอ้วุธ มึงจะไปกับเอ้เหรอ งั้นมึงขี่ล่ะกัน” ไอ้ตั้มเดินเข้ามาในบ้านแต่เจอวุธที่หน้าประตูใส่รองเท้าเตรียมไปกับผมอยู่ ก็เลยยื่นกุญแจให้ มันมองแล้วพูดเสียงเบา แต่พวกผมได้ยิน

“กูขี่ไม่เป็น” พวกผมมองหน้ากันแล้วหัวเราะ มันอายหน้าแดงเลยครับ ก็ใครจะรู้ว่าเด็กช่างกลจะขี่มอไซค์ไม่เป็นบ้างล่ะ

“ไอ้เหี้ย คบกันมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่าขี่ไม่เป็น” ไอ้ตั้มเดินส่ายหัวเอากุญแจยื่นให้ผม “ขี่ดี ๆ นะ ฝากไอ้วุธมันด้วย” ผมยิ้ม

“ไป....เกาะแน่น ๆ นะ จะซิ่งแล้ว” ผมบอกวุธทันทีที่มันขึ้นมานั่งข้างหลัง “เกาะข้างหลังดิ ไม่ใช่เกาะเอว” ผมเอามือมันออกจากเอว ท่าทางมันจะกลัว ๆ อยู่เหมือนกัน ผมก็ยิ่งแกล้งเบิ้ลเครื่องอย่างที่มันชอบทำ ออกตัวกระชากนิดนึงให้มันตกใจเล่น มันดันเอามือมาเกาะเอวผมอีกแล้ว แต่คราวนี้ผมให้มันเกาะ เพราะเพื่อน ๆ ผมไม่เห็นแล้ว ขามันหนีบกับสะโพกผมจนรู้สึกว่ามันเกร็งผมจึงลดความเร็วลง

“ขี่ดี ๆ ก็เป็นเหมือนกันนี่” มันยื่นหน้าเอาคางมาเกยไหล่ผม

“จะขี่ดีหรือไม่ดี มันขึ้นอยู่ที่อารมณ์ เพราะฉะนั้น อย่าทำให้โมโห โอเค๊” ผมพูดขำ ๆ มันก็ไม่ยอมเอาคางออกไปซะที จากตอนแรกที่รู้สึกเฉย ๆ กลายเป็นเขินดิครับ มองกระจกข้างก็เห็นหน้ามัน จะหันซ้ายหันขวามองรถก็เห็นหน้ามัน เพิ่งรู้ตัวว่าเราอยู่ใกล้กันเกินไปแล้ว หน้าขาว ๆ คิ้วเข้ม ๆ ปากบาง ๆ ดูดีไปหมด นี่ผมสงสัยจริง ๆ ว่ามันจะหล่อที่สุดในโรงเรียนหรือเปล่า (อย่าลืมนะครับว่ามันเรียนช่างกล เพราะหน้าตาแบบมันนี่หาง่ายมากที่โรงเรียนมัธยม) ที่สำคัญตัวมันห๊อม หอม ส่วนผมก็มั่นใจในโรลออน และน้ำหอมของแม่เหมือนกัน

“เมื่อย” ผมขยับไหล่

“นวดให้” มันขยำหัวไหล่ผม

“อย่า...จั๊กจี้” ผมห้าม “เดี๋ยวรถล้ม”

“ก็ได้....นั่งเฉย ๆ ก็ได้” ครับมันนั่งเฉย ๆ แต่มือมันกอดเอวผมอยู่ ไม่ใช่เกาะเอวนะครับ ผมแกะมือมันออกมันก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น โชคดีที่แถวนั้นมันเป็นบ้านคนไม่มีใครสนใจใคร

“ปล่อย” ผมพูดเบา ๆ จริง ๆ แล้วก็ไม่อยากให้ปล่อยหรอก

“ทำไม....กลัวใครเห็นเหรอ” มันกวน

“อืม....แฟนเรารู้จักคนเยอะ เดี๋ยวมีคนไปบอก” ที่พูดนี่เพราะว่าอยากให้มันรู้ว่าผมมีแฟนแล้ว ยังไงเราก็ไม่คิดอะไรกับมันหรอก เป็นการสร้างกำแพงให้ตัวเองอ่ะครับ

“เห็นก็ดีดิ....จะได้เลิกกันไปเลย” มันหัวเราะ

“อ้าว....พูดงี้เดี่ยวก็ซิ่งอีกรอบเลย” ผมแกล้งบีบคลัชแล้วเร่งเครื่อง ไอ้วุธยิ่งกอดผมแน่นขึ้น ผมก้ปล่อยให้มันกอดไปจนถึงย่านที่มีคนเยอะ ๆ มันก็ปล่อยเอง
*
*
ผมเดินตลาดสดแถวนั้น ซื้อของกินเยอะแยะ เลือกเสร็จ จ่ายเงิน ไอ้วุธก็จะรีบแย่งถุงมาถือทันที จนหลัง ๆ ผมเริ่มเกรงใจต้องแบ่งมาถือบ้างโดยบอกวุธว่าถ้ามันถือของข้างในไม่ได้กินแน่ ๆ ผมเลือกบ้าง วุธเลือกบ้างแต่มันจะเน้นไปทางกับแกล้มมากกว่า ส่วนผมจะเป็นอาหารหนัก และขนม เครื่องดื่มไม่ต้องเพราะว่าแถวบ้านตั้มมี ราคาไม่ต่างกัน แถมไม่ต้องแบกไกลดัวย เราซื้อของกันอยู่ซักพัก ก็เริ่มเหนื่อย เห็นวุธถือของพะรุงพะรังท่าทางจะเหนื่อยกว่าผม ผมแวะซื้อชาเย็นข้างทางให้มันถุงนึง เงินตัวเองนะครับ เพราะเงินที่พวกมันให้มา หมดไปนานแล้ว นี่ผมต้องควักเนื้อด้วย

“อ่ะ....น้ำ” ผมยื่นถุงให้มัน

“เอ้กินก่อนดิ”

“ไม่กิน....เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว” เราเดินอยู่หลังตลาดตรงที่จอดรถอ่ะครับ

“ก็ได้....กินยังไงล่ะ ไม่มีมือจะถืออ่ะ” เออ ลืมไป ผมมองหน้ามันแล้วมองถุงน้ำให้มือ ผมก็ต้องกลั้นใจยื่นไปป้อนถึงปาก มันดูดไปครึ่งถุงก็พยักหน้าทำท่าว่าพอ ผมเดินแกว่งถุงน้ำไปจนจะถึงรถแล้ว เผลอยกน้ำขึ้นมาดูดบ้าง ลืมไปคิดว่าเราซื้อมากินเอง รู้ตัวเพราะว่าไอ้วุธมันมองผมยิ้ม ๆ

“ยิ้มทำไม” ผมพูดทันทีที่หลอดหลุดจากปาก

“กินหลอดเดียวกันเลย” มันล้อผม ผมอายมาก

“ทำไม....เป็นกระหังเหรอ” ผมด่ามันแก้เขิน

“เอามากินมั่ง” มันขอ ผมไม่ให้แล้ว แต่มันเอาของส่วนนึงแขวนไว้ที่แฮนด์รถทำให้มันมีมือว่างมาดึงถุงน้ำในมือผมไปดูดหน้าตาเฉย พอหมดมันก็คืนให้ผม ด้วยความอายผมก็คว้ามันมาโยนลงถังขยะไปเลย ดันโยนลงซะด้วยถังมันไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ซะหน่อย

“โห....แม่นว่ะ” มันยักคิ้วกวน ๆ แล้วขึ้นคล่อมรถรอผม

“เอาไปถือเลย....ขี่ไม่ถนัด” ผมเอาถุงที่แขวนไว้ออกให้มันถือเหมือนเดิม

“แล้วจะเอามือที่ไหนเกาะล่ะ” มันบ่น

“ก็ไม่ต้องเกาะดิ เดี๋ยวจะขับนิ่ม ๆ เลย” ผมขับช้า ๆ ไปตามทาง ไปได้นิดนึงผมก็แบ่งถุงที่พอจะแขวนที่แฮนด์ไอ้มาแขวนไว้กลัวมันหนัก แต่มันคงไม่เมื่อยหรอกเพราะมันเอาถุงมาวางไว้บนหน้าขาแล้ว

.....ยังไม่ทันถึงบ้านเลย ผมก็ได้ยินเสียงร้องเพลงของเพื่อนผม และเพื่อนไอ้วุธดังแว่วออกมา ผมช่วยมันแบกของเข้าบ้านพวกมันยังไม่รู้เลยครับมาพวกผมมาถึงแล้ว ไอ้พวกนั้นมันกำลังร้องเพลงคาราโอเกะกันอยู่ พอมันเห็นผมก็หยุดทันที หันมาสนใจกับของกิน เทใส่จาน ส่วนผมก็เตรียมทำหมูมะนาวเพิ่มด้วย พอไอ้พวกนั้นมันยกกับแกล้มออกไปตั้งวงกันหน้าจอคาราโอเกะ ห้องครัวก็โล่งขึ้นมาทันตา

“มา...เราช่วย” วุธเอาผักคะน้าไปใส่กะละมัง แช่น้ำไว้เตรียมล้าง ผมอ้าปากห้ามไม่ทัน

“มา....เราปอกกระเทียมให้” มันเอากระจาดกระเทียมไปนั่งปอกเงียบ ๆ พอผมล้างพริกเสร็จก็หาพื้นที่ในการซอย หันซ้ายหันขวาตัดสินใจนั่งข้าง ๆ ไอ้วุธนี่แหละ ซอยพริกยิก ๆ เลย ไม่มีโดนมีดบาดแบบนางเอกหนังไทยนะครับฝีมือชั้นนี้แล้ว

“เฮ้ย....อะไรวะ ไปแดกกันก่อนดิ” อีนัทเดินเข้ามาชวน

“แป๊บนึง...กูเตรียมของไว้เฉย ๆ ยังไม่ทำ” ผมบอก

“ตามไปเร็ว ๆ นะมึง....วุธเหล้าหน่อยมั๊ย เดี๋ยวเอามาให้” วุธมองหน้าผมนิดนึงแล้วส่ายหน้า

“ไม่ดีกว่า ขอบใจ” อีตาลพยักหน้าแล้วเดินออกไป ผมแปลกใจที่มันไม่กินเหล้า

“ทำไมไม่กินเหล้าล่ะ”

“เดี๋ยวขับรถกลับบ้านไม่ไหว กลิ่นติดตัวด้วย ถ้าพ่อรู้โดนด่าแน่”

“อู๊ย....เด็กดี” ผมทำท่าไม่เชื่อ

“เป็นเด็กดีไม่ชอบเหรอ”

“ชอบสิ แฟนเราก็ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่เหมือนกัน” ผมพูดยิ้ม ๆ คิดถึงไอ้โย

“น่าอิจฉาเนอะ” มันพูดเบา ๆ

“อะไรนะ”

“เปล่า….เออ...นี่เดี๋ยวเราล้างผักเสร็จแล้วหั่นเลยนะ”

“ดีมาก....รู้หน้าที่...อย่าลืมแช่ไว้ในตู้เย็นด้วยนะ ตอนจะกินค่อยเอาไปแช่น้ำแข็ง” มันพยักหน้ารับ ซักพักผมก็เดินออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ นั่งกินกับแกล้ม แล้วไอ้วุธก็เดินตามมานั่งใกล้ ๆ ผมมองมันนิดนึงแต่ก็ไม่ว่าอะไร

“วันนี้มีเด็กชงเหล้าสองคนเลยเว้ย” เสียงอีอ๋าเริ่มยาน ๆ แล้ว

“ไอ้วุธถ้ามึงไม่แดกก็ชงให้พวกกูด้วยละกัน” ไอ้แม็คแฟนอีอ๋าเลื่อนกระติกน้ำแข็งมาที่ผมกับวุธ

“เออ ๆ แดกให้เมา คลานเป็นหมากลับบ้านเลยนะมึง”
*
*

ผมเริ่มอิ่มแล้ว กับแกล้มที่ซื้อมาก็เกือบหมด ผมเดินเข้าไปในครัวทำหมูมะนาวต่อ ไอ้วุธต้องคอยชงเหล้าให้เพื่อน ซักพักก็เสร็จ ผมเดินเอามาวางไว้แล้วเดินถือจานในส่วนของตัวเองที่แบ่งไว้ออกไปนั่งเล่นหน้าบ้าน กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ก็ต้องตกใจ

“นั่งคิดถึงแฟนอยู่ไง” ไอ้วุธถามกวน ๆ

“เออ...ไม่ให้คิดถึงแฟนแล้วจะให้คิดถึงหมาที่ไหนอ่ะ” ผมกวนกลับบ้าง

“กินมั่ง” มันคว้าเอาช้อนผมตักกินหน้าตาเฉย

“เฮ้ย” ผมตกใจ

“ทำไม....รังเกียจเหรอ” มันทำหน้าเศร้า

“เปล่า….เรากำลังจะกินชิ้นนั้นพอดี ตาดีนะเอาชิ้นใหญ่ที่สุดไปได้เนี่ย” ผมพูดแก้ตัว ผมไม่ได้รังเกียจอะไรมันนะครับ ตอนนั้นโรคอะไรแปลก ๆ ก็ไม่มี ผมแค่รู้สึกประหลาดนิดหน่อย ไม่คุ้นกับคนที่ไม่ได้สนิทกันกินช้อนคันเดียวกันน่ะครับ

“กลับบ้านกี่โมง” อยู่ดี ๆ มันก็ถามผม

“สี่ทุ่ม”

“งั้นกลับด้วยกันนะ” ผมส่ายหน้า

“ทำไมล่ะ” มันขมวดคิ้ว

“เกรงใจ” เหตุผลเชยมาก

“ไม่ต้องเกรงใจ....ทางเดียวกัน” เห็นสายตามันก็อดใจอ่อนไม่ได้อีกแล้ว ผมพยักหน้า มันยิ้มตาหยีเลยครับ กำลังจะหาเรื่องคุยต่อ เสียงอีนัทก็ตะโกนเรียก ตอนแรกผมคิดว่ามันเรียกให้ไปชงเหล้า ทีไหนได้มันกำลังจะตั้งวงเล่นไพ่ ของชอบครับผมกระเด้งไปที่วงไพ่แบบไม่ต้องชวนซ้ำเลยครับ

*****************************T B C***************************

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
 :impress:

555+  นึกถึงวันเก่า ๆ เนอะ

รออ่านต่อไปนะครับ

 o15

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด