"รัก........เชิญครับ" จบแล้วค่ะ ย้ายได้เลย >>> รายละเอียดเปิดจองหนังสือ {20/7/55} ByAeaw
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: "รัก........เชิญครับ" จบแล้วค่ะ ย้ายได้เลย >>> รายละเอียดเปิดจองหนังสือ {20/7/55} ByAeaw  (อ่าน 504184 ครั้ง)

kslave

  • บุคคลทั่วไป
โอ๊ยยยยยย ไม่มีอะไรจะพูด
ตินทำไมไม่พูด ปากน่ะมีไว้ทำอะไร  :m16:
สงสารหนูลม (ลำเอียงเห็นๆ)

WhatLoveIs

  • บุคคลทั่วไป
ปากหนักชะมัด

 ถ้าหากรักนี้ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว แล้วเค้าจะรู้ว่ารักหรือเปล่า
อยากให้เขารู้ เธอคงต้องแสดงออก ไม่ใช่ให้ใครเขาบอก ว่า "เธอรัก"

ละครมากกกกกกกกก แต่ละครก็อิงมาจากชีวิตจริงล่ะนะ 5555

เป็นกำลังใจให้นะคะ รอติดตามต่อนะคะ

kenshinkenchu

  • บุคคลทั่วไป
อึดอัด...............

ราชินี่สุดซึน กับ นายบื้อปากหนัก 

แอร๊ย....... อยากกระโดดเข้าไปตบหัวคนละทีสองที จะปากหนักกันไปไหน........

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
ต่างคนต่างเข้าใจผิด เฮ้อ
มือที่สามเป็นปัญหาจริงๆ
ขอบคุณค่ะ

ชอบมากมาย

Y2Y

  • บุคคลทั่วไป
ตอนที่ 9


ภาคีกลับมาบ้านหลังเล็กของเขาอย่างหงอยเหงา เมื่อเรื่องทุกอย่างมันได้จบลงแล้ว ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องนอนที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของเขาและใครอีกคนหนึ่ง เขาและคนๆ นั้นเคยอยู่ด้วยกัน ใครคนที่นับต่อจากนี้ไปจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว

คุณลม....ผมจะไม่มีคุณอีกแล้วใช่ไหม ต่อจากนี้ผมจะใช้ชีวิตยังไง?....ชีวิตที่ไม่มีคุณ

ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงบนขอบเตียง เปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงที่เขาได้ปิดตายมันมาโดยตลอด ด้วยกลัวคนร่วมห้องจะเจอเข้ากับสิ่งที่ซ่อนเร้นเอาไว้ เขาไม่อยากให้สีฟ้ารู้หรือเห็นมัน เพราะนั่นอาจจะทำให้เวลาแห่งความสุขของเขามันสั้นลง แต่ตอนนี้ความสุขนั้นมันจากเขาไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาอีกต่อไป

คนที่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนจากไปแล้ว ทิ้งหัวใจเขาไว้ให้เดียวดายกับแหวนวงเล็กที่เขากำลังกำมันแน่นอยู่ในมือ ก่อนจะไปที่บ้านของสีฟ้าด้วยกัน สีฟ้าได้คืนมันให้กับเขา ไม่มีคำพูด แค่วางมันไว้บนหมอน นั่นก็แทนคำพูดได้นับล้าน

สีฟ้าไม่ต้องการมัน .... แหวนถึงถูกวางคืนอย่างไร้คำพูดใด

ภาคีวางแหวนวงเล็กบนโต๊ะ แล้วหยิบกรอบรูปไม้อันเล็กออกมาจากลิ้นชัก กรอบรูปไม้ที่ตีกรอบโอบล้อมรูปใบเล็กเอาไว้ รูปของชายหนุ่มหน้าหวานในชุดนักเรียนมอปลาย ฉีกยิ้มกว้างสู้กล้อง รอยยิ้มที่เขาตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น รูปนี้เขาแอบหยิบมันมาจากอัลบั้มที่บ้านของสีฟ้า คนที่บ้านหลังนั้นไม่มีใครรู้ นอกจากนลินพี่สาวของเขาแค่คนเดียว พี่สาวคนดีที่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด แต่พี่สาวของเขาก็เป็นพี่สาวที่แสนดีเช่นเคย ที่ไม่ยอมปริปากบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ แม้แต่สามีของตัวเองก็ตาม นั่นเพราะเขาขอร้องเอาไว้


ภาคีเอารูปนั้นแนบไว้กับอก ทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนล้าที่หัวใจ ต่อไปนี้เตียงของเขาจะไม่มีคนร่างบางอยู่ในอ้อมกอดอีกแล้ว ทั้งที่เขาเตรียมใจไว้แล้วแท้ๆ แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วแบบนี้

แต่แค่ไหนล่ะถึงจะเรียกว่าช้า

1 ปี

2 ปี

5 ปี

หรือมากกว่านั้นแหละ ยังไงซะจะช้าจะเร็ว เกมที่สีฟ้าสร้างขึ้นมา มันก็ต้องจบอยู่ดี

แต่คนที่เจ็บมีแค่เขาใช่ไหม?


เสียงประตูห้องเปิดเข้ามาแผ่วเบา พร้อมกับเสียงฝีเท้าเบาๆ ก้าวเข้ามา ภาคีรีบลุกขึ้น ชายหนุ่มหวังว่าจะเป็นสีฟ้า คนหน้าหวานใจร้ายอาจเปลี่ยนใจกลับมาหาเขา กลับมาเริ่มต้นใหม่กับเขา หรือจะกลับมาแกล้งเขาอีกครั้ง  จะแบบไหนก็ได้ เขาพร้อมเสมอ ขอให้มีคนๆ นี้อยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง ได้มองหน้าหวานทุกครั้งที่ตื่นนอน  ได้ยินเสียงหวานๆในค่ำคืนที่มีเพียงเราสอง ลึกซึ้งจนไม่อยากถอนสัมผัส

แต่ไม่ใช่ ความหวังของภาคีสลาย เมื่อคนที่เข้ามาคือนลิน

นลินนั่งลงข้างคนเป็นน้อง โอบไหล่ไว้หลวมๆ พอจะเข้าใจความรู้สึกของน้องชายดี นานแค่ไหนที่เธอรับรู้เรื่องนี้ รับรู้มาตลอดแต่ทำอะไรไม่ได้ ช่วยเหลืออะไรน้องไม่ได้เลย

“ตินจะทำยังไงต่อไป” นลินถาม เธอเป็นห่วง กระชับอ้อมแขนอบอุ่นให้แน่นกว่าเดิม ศีรษะได้รูปของภาคีเอนซบลงบนบ่าของพี่สาว ซึมซับเอาความห่วงใยสู่หัวใจที่ปวดร้าว

“ผมจะย้ายออกจากที่นี่ครับ”

ภาคีบอกความตั้งใจ ชายหนุ่มเพิ่งตัดใจได้ในวินาทีที่หยิบกรอบรูปของสีฟ้าขึ้นมาแนบอก เขาไม่อยากอยู่ห้องนี้ที่ไร้เงาของสีฟ้า
 

“แน่ใจนะติน” นลินถามย้ำ หากไม่ได้หวังจะเปลี่ยนใจคนเป็นน้อง เพราะเชื่อในการตัดสินใจของน้องชายเสมอ ภาคีมีเหตุผลเสมอ เธอรู้ดี ถ้าภาคียังอยู่ร่วมรั้วเดียวกับสีฟ้า ภาคีคงต้องเจ็บปวดและทรมานกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า

“ครับพี่ลิน ผมคงอยู่ที่นี้ไม่ได้ ความทรงจำมันมีมากเหลือเกิน”

เขาหมายความเช่นนั้นจริงๆ ถ้าต้องพบเจอกันทุกวัน แต่ไม่ได้สัมผัสเช่นทุกครั้ง มันคงเจ็บปวดจนใจไม่เหลือชิ้นดี สู้ออกไปจากตรงนี้ ตรงที่เขาจะไม่ต้องพบเจอคนหน้าหวานที่ไม่เคยใยดีหัวใจของเขาแม้แต่น้อย เขาอาจจะเจ็บปวดแค่นี้ ไม่พบ ไม่เจอ ไม่เห็น คงสักวันนั้นแหละเขาคงจะลืมสีฟ้าออกไปจากหัวใจได้

แต่เขาจะทำได้จริงเหรอ?

เกิดคำถามขึ้นในหัวใจของภาคีอีกครั้ง แน่หรือ? เขาจะลืมสีฟ้าได้จริงหรือไง แล้วไงล่ะ เวลาที่ผ่านมาหลายปี เขาก็ไม่เคยลืมรักแรกไม่ใช่เหรอ?

คร้านจะหาคำตอบทำให้ใจเจ็บ ภาคีสลัดความคิดนั้นทิ้ง พอๆ กับถ้อยคำความห่วงใยแสนนุ่มจากพี่สาวที่บอกถึงความรักและความห่วงใย

“แล้วแต่ตินนะ พี่ไม่ห้าม แต่ตินต้องดูแลตัวเองให้ดี พี่เป็นห่วง ส่วนความทรงจำที่ดีๆ อย่าทิ้งมันไป พี่รู้ว่าเวลาที่ตินอยู่กับน้องลม มันคือช่วงเวลาที่ตินมีความสุขที่สุด”

“ผมยังไม่รู้เลยพี่ลิน ว่ามันคือความสุขหรือความเจ็บปวดกันแน่”

ใช่...เขาไม่รู้ ไม่เคยรู้เลยสักนิด เพราะความสุขของเขามันปะปนอยู่กับความเจ็บปวดเสมอเรื่อยมา ทั้งที่ยามที่มีคนร่างบางอยู่ในอ้อมกอดจะทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะซะทุกครั้ง ใบหน้าหวานที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเขาทั้งยามหลับและตื่นนั่นอีก มันเป็นความสุขที่ปะปนกับความเจ็บปวดเสมอเมื่อคิดถึงเหตุผลที่เขามีสีฟ้ามาอยู่ในอ้อมกอด

สีฟ้าไม่ได้รักเขา แต่ก็ยินยอมอยู่ในอ้อมกอดเขา ยอมให้เขาตักตวงสิ่งที่ต้องการ หากมันก็เจ็บเมื่อเฝ้าคิดเสมอว่าสิ่งที่ได้มา เป็นแค่ความใคร่ ที่ไร้หัวใจรัก

“พี่เชื่อว่าคือความสุข”

“ผมก็อยากจะเชื่อว่ามันคือความสุขครับพี่ลิน”

สุขเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรผันกลายเป็นความเจ็บปวดยากจะลบลืม

...

ภาคีทำอย่างที่เขาบอกนลิน หลายวันต่อมาเขาก็ได้ย้ายข้าวของออกไปอยู่คอนโดที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน มันเป็นคอนโดที่อชิตะ บอสหนุ่มใจดีให้เขาเช่า พออชิตะรู้เรื่องของภาคี โดยที่ภาคีไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายบอกเล่าเรื่องของตัวเองให้รับรู้เลยด้วยซ้ำ แต่เพราะเพื่อนรักอย่างคณิตเอาเรื่องของเขาไปเล่าให้ฟังเช่นทุกครั้ง พอรู้เรื่องอชิตะจึงเสนอคอนโดของตัวเองให้ภาคีเช่าในราคาที่ไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับความหรูหราของมัน เพราะเป็นจังหวะพอดีกับที่อชิตะจะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ซึ่งเป็นบ้านที่ถูกสร้างไว้เป็นเรือนหอของอชิตะและภรรยาของเจ้าตัวในอนาคต
แต่ระหว่างที่ภาคียังไม่ได้ย้ายออกมา ตลอดระยะเวลานั้นชายหนุ่มไม่ได้เจอหน้าสีฟ้าเลย คล้ายกับสีฟ้าจะหลบหน้าเขา และเขาก็เช่นกัน ยอมรับว่าเขาหลบหน้าอีกฝ่ายหนึ่งด้วยเหมือนกัน

...



“เป็นอะไรไปวะ”

คณิตที่เดินออกมาจากห้องของเจ้านายหนุ่ม และกำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง ต้องสะดุดกับไอ้อาการเหม่อๆ ของเพื่อนรัก นี่มันยังไม่หายจากอาการอกหักรักคุดอีกเหรอไง คณิตนึกอย่างเซ็ง ก็เขาทนนั่งดูอาการของเพื่อนที่เป็นเพนกวินป่วยมากว่าสามเดือนแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ชินสักที

สามเดือนที่เลิกกับสีฟ้า

มันจะเศร้านานไปไหม? คณิตสงสัย


“เฮ้ย ! ไอ้ตินนนนน...”

เมื่อเรียกครั้งแรกไม่ได้ยินทั้งที่ยืนอยู่ใกล้แค่ถีบก้นได้ แต่ไอ้เพื่อนหน้านิ่ง คิ้วขมวดเป็นโบว์ดำแสลงทรวงยังไม่รับรู้สรรพเสียงรอบๆ ตัวอะไรเลย คณิตจึงตะโกนแถมแอ็กโค่เข้าให้อีกดอก นั่นแหละภาคีถึงจะรู้ตัว หันมาถามด้วยสีหน้าและแววตา ประหนึ่งจะบอกว่าจะตะโกนหาเยี่ยวม้าน้ำอะไรวะ

“มีไร” ภาคีย้อนถาม ขณะที่สองมือก็หยิบจับงานที่กองอยู่ตรงหน้าขึ้นมาทำ หลังจากที่ปล่อยมันกองแน่นิ่งมาหลายชั่วโมง

“ทำยังกับโลกจะแตก อกหักแค่นี้เอง เอาน่ามึง คนน่ารักยังมีอีกเยอะ เดี๋ยวเพื่อนแสนดีอย่างกูจะแนะนำให้รู้จัก ”

คณิตเป็นเพียงเพื่อนคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ของภาคี แต่ไม่นับรวมถึงเจ้านายสุดที่รักที่คณิตเอาเรื่องของเพื่อนไปขายให้ฟังอีกหนึ่งคนนะ

“อย่ายุ่งได้ไหม” ภาคีตอบแทนความเป็นห่วงของเพื่อนด้วยน้ำเสียงห้วน นับวันเขาจะยิ่งหงุดหงิดง่าย แต่คณิตก็ไม่เคยถือโกรธกับอารมณ์ของเพื่อนที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังตีน

“กูเป็นห่วงมึงนะโว้ย ดูดิ งานการไม่เป็นอันทำ ดีนะบอสใจดี ถ้าเป็นคนอื่นนะ มึงโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกแล้ว”

“เออๆ กูรู้ ขอโทษว่ะ มึงกลับไปทำงานได้แล้ว กูจะทำงาน” ภาคีฝืนยิ้มให้กับความเป็นห่วงของคณิต เขารู้ว่าเผลอเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เรื่องงานพัง อย่างที่คณิตพูดจริงๆ ถ้าไม่มีเจ้านายอย่างอชิตะ ปานนี้เขาคงโดนไล่ออกไปนานแล้ว

ทำงานช้า

ทำงานพลาด

ลูกค้าด่า

โดนมาหมด แต่อชิตะก็ยังใจเย็นกับเขามากว่าสามเดือน

“มานึกทำงานเอาไอ้ตอนจะเลิกงานห๊ะ ไปๆ เก็บของเลยมึง ไม่ต้องทำมันแล้ว”

“มีอะไรกันหรือเปล่า?” เสียงของอชิตะดังขึ้น เขากำลังจะเตรียมตัวจะออกไปพบกับแฟนสาวที่เพิ่งบนกลับมาจากต่างประเทศหลังจากเรียนจบปริญญาโทได้กว่าอาทิตย์แล้ว นอกจากแฟนสาวแล้วอชิตะยังนัดกับเพื่อนที่เป็นหมอสัตว์ของเขาอีกหนึ่งคน พิษณุจะพาแฟนมาเปิดตัวให้เขาเห็นเป็นครั้งแรก

“ก็เรื่องที่มันอกหัก โดนเขาทิ้งไงครับ งานการไม่ทำมันเลยบอส นี่ดีนะครับมีบอสใจดี ผมว่าบอสคงต้อง อนุญาต ให้มันลาพักเพราะอกหักสักปีนะครับ เพื่อมันจะกลับมาเป็นผู้เป็นคนกว่านี้”

พออชิตะถาม คณิตก็ตอบทันที ตอบแบบเล่นๆ แต่ดูเหมือนเจ้านายใจดีจะถือเป็นเรื่องจริง ถามภาคีด้วยสีหน้าจริงจัง

“เอาไหมล่ะติน ผมอนุญาต แต่คงให้ได้ไม่ถึงปีหรอกนะ เอาแค่ครึ่งปีไปก่อนได้ไหม?”

“มะ..มะ...ไม่ต้องหรอกครับบอส” ภาคีรีบปฏิเสธ ก่อนหันไปทำหน้าโหดใส่คณิต

“เอาน่าติน เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า คืนนี้เราไปดื่มให้ลืมเธอกัน ผมเป็นเจ้ามือเอง” อชิตะตบบ่าลูกน้องไปสองทีคล้ายต้องการปลอบอยู่ในที ชวนไปดื่มสักหน่อย จะได้หายจากสภาพศพเดินได้สักที แล้วเขาจะได้เปิดคนรักไปพร้อมๆ กัน

“สุดยอดครับบอส แต่ผมว่าบอสพูดผิดไปนิดนะครับ ดื่มเพื่อลืมเขาครับ ไม่ใช่เธอ”

แค่นั้นแหละ คณิตก็โกยหลบตีเพนกวินแทบไม่ทัน


...


ท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังคลอเคล้ากับความสลัวของร้าน ตรงมุมด้านในสุดของร้านย่านแหล่งเที่ยวยามค่ำคืนที่หรูหรา สามหนุ่มกำลังละเลียดอยู่กับเครื่องดื่มตรงหน้า พร้อมกับบทสนทนาที่สนุกสนาน แต่ว่าไปแล้วคงมีแค่สองหนุ่มคณิตกับอชิตะเท่านั้น ที่ดูจะมีความสุขอยู่กับเครื่องดื่มแล้วก็บทสนทนาที่พารื่นไหลไปตามจังหวะของบทเพลง ส่วนภาคีช้ำรักคงมีแต่เครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าเท่านั้นที่ง้างปากเขาให้เปิดออกได้

ทั้งที่เพิ่งจะสองทุ่มเท่านั้น แต่เหล้ายี่ห้อดังรสนุ่มลิ้นกลับหมดไปเสียหลายขวด โดยมากจะเป็นฝีมือของคนช้ำรักซะมากกว่า เพราะอาการตอนนี้ก็แทบจะทรงตัวไม่ได้อยู่แล้ว

“พอๆ พอได้แล้วไอ้ติน นี่มึงกะจะถล่มบอสเลยหรือไงวะ เดี๋ยวขนหน้าแข็งบอสก็ไม่มีให้โกนหรอกโว้ย ”

บทเพลงหวานๆ ไม่ดังมากนัก ทำให้คณิตไม่จำเป็นต้องตะโกนใส่หูภาคี แค่พูดเป็นปกติธรรมดาคนที่ออกอาการมึนเมาด้วยน้ำเมาไปก่อนใครก็ได้ยินชัดเต็มสองหู ก่อนตอบกลับมาด้วยเสียงห้วน คล้ายคนถูกขัดใจเมื่อคณิตแย่งแก้วเหล้าไปจากมือ

“ของกู เอาคืนมา”

ภาคีแย่งแก้วของเขาคืนมาจนได้ พาลยกขึ้นดื่มที่น่าจะเรียกว่ากรอกใส่ปากทีเดียวหมดแก้ว เอื้อมมือจะคว้าขวดเหล้าขึ้นมาหวังเติม แต่คณิตก็แย่งขวดเหล้าไปกอดไว้ซะก่อน

“พอได้แล้วมึง กูไม่อยากหามมึงกับห้องนะโว้ย”

“ให้ตินกินไปเถอะครับ ขนหน้าแข็งผมไม่ล่วงหรอก ถึงมันล่วงเดี๋ยวผมปลูกขึ้นมาใหม่ก็ได้”

อชิตะยังเป็นเจ้านายใจดีเหมือนเดิม คณิตจำต้องยืนขวดเหล้ายี่ห้อหรูรสนุ่มลิ้นให้เจ้านายใจดี ก่อนที่อชิตะจะเป็นฝ่ายเติมน้ำแข็งและก็รินเหล้าใส่แก้วให้คนอยากกิน

พอรินเหล้าให้ภาคีเสร็จ เจ้าเครื่องจิ๋วในกระเป๋าเสื้อสูทที่ถอดฟาดไว้กับพนักเก้าอี้ก็ร้องดังขึ้น อชิตะกดรับพร้อมกรอกเสียงที่เจ้าตัวคิดว่าหวานที่สุดไปหาคนปลายสาย แต่คนที่หูผึ่งอย่างคณิตกลับฟังแล้วชวนอ้วก ไม่คิดว่าบอสของตัวเองจะพูดหวานได้เลี่ยนขนาดนี้ แต่ภาคีกลับฟังน้ำเสียงหวานๆ ของอชิตะ ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถเอ่ยน้ำเสียงหวานๆและยิ้มอย่างมีความสุขอย่างที่อชิตะกำลังทำกับคนรักที่อยู่ปลายสายได้

“ครับหวาน ถึงไหนแล้วครับ หน้าร้านหรือครับ เก่งจังเลยนะครับที่รักของพี่อิง เดี๋ยวพี่ออกไปรับนะครับ อ้าวทำไมล่ะ เดินเข้ามาแล้วเหรอครับ ครับๆ เดินตรงมาเรื่อยๆ เลยครับ ครับพี่เห็นหวานแล้ว”

อชิตะลุกขึ้นยืน โบกไม้โบกมือให้กับหญิงสาวน่าตาจิ้มลิ้มในชุดแสกสีดำคาดโบว์เล็กสีเงินตรงเอวบาง ที่กำลังเดินถือโทรศัพท์แนบหู ก่อนจะยิ้มแจ่มใสตอบกลับมา

“เก่งจังเลยครับคนดีของพี่อิง หาทางมาจนได้”

“กว่าหวานจะหาเจอก็เกือบแย่เหมือนกัน”

ณัชชาบอกเสียงหวาน กว่าที่เธอจะหาร้านในย่านหรูนี้เจอก็ขับรถหลงอยู่หลายรอบเหมือนกัน ที่มาได้ก็ต้องอาศัยแผนที่ที่หนุ่มคนรักแฟกซ์ไปให้ ถนนกรุงเทพเปลี่ยนแปลงไปเยอะ นับตั้งแต่เธอบินตามพ่อกับแม่ที่เป็นหมอไปอยู่ต่างแดนตั้งแต่มอสี่ และร่ำเรียนอยู่ต่างประเทศมาตลอด มาถึงตอนนี้แหละถึงได้โอกาสย้ายมาอยู่แผ่นดินเกิดอย่างถาวร เพราะเธอกำลังจะฝากอนาคตไว้กับเจ้าของมือใหญ่ที่เกาะกุมมือเล็กของเธออยู่ยามนี้ มือที่อบอุ่นเสมอสำหรับเธอไม่ว่าจะผ่านพ้นมากี่ปีต่อกี่ปี

“บอกแล้วว่าให้พี่ไปรับก็ไม่เชื่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อยขับรถมาเอง”

อชิตะขยี้ผมนุ่มสลวยของคนรักด้วยความรักและเอ็นดู เขากับณัชชารู้จักกันตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อและแม่เป็นเพื่อนกัน ณัชชาอายุน้อยกว่าเขา เขาและเธอรักกันมานาน แม้ระยะทางก็ไม่เคยทำให้คำว่ารักมลายหายไปเลยแม้แต่น้อย

“พี่อิง คืนนี้หวานชวนเพื่อนเก่ามาด้วยนะคะ หวานเพิ่งเจอเค้าเมื่อเช้านี้เอง คงไม่ว่ากันนะคะที่ไม่ได้บอกพี่อิงก่อน”

“ไม่หรอกครับ พี่ก็มีเพื่อนมาเหมือนกัน”

อชิตะบอกคนรักด้วยรอยยิ้มหวาน พลางหันไปทางสองหนุ่มลูกน้องที่คนหนึ่งนั่งทำหน้าเหมือนจะล้อเขา เห็นแล้วนึกอายตัวเองอยู่เหมือนกัน ก็แต่ไหนแต่ไรไม่เคยแสดงมุมหวานๆ แบบนี้ให้ลูกน้องมันเห็น ส่วนลูกน้องอีกคนนะเหรอ ต่างจากคนแรก ภาคีเหมือนจะจ้องคนรักของเขาตาไม่กระพริบ นัยน์ตาฉ่ำด้วยฤทธิ์น้ำเมาดูมีอาการอะไรบางอย่าง เหมือนกำลังนึกทบทวนอะไรอยู่ในหัว พอหันมาทางณัชชาก็เห็นมีอาการไม่แตกต่างกันเท่าไหร่

“มีอะไรหรือเปล่าครับหวาน มองหน้าเพื่อนพี่จนจะทะลุถึงกระดูกสันหลังแล้วนะครับ พี่หึงนะ” ประโยคหลังเจ้าตัวเบาเสียงลงแทบจะเป็นกระซิบ

“โธ่พี่อิง ไม่ไว้ใจหวานหรือไง” คนหน้าตาจิ้มลิ้มตีหน้ายุ่งใส่ 

“ไว้ใจสิครับ แต่คนมันหึงนี่นา ก็มองเพื่อนพี่ตาไม่กระพริบเลย” อชิตะมองตาหวานๆ ของคนรัก ยามที่สาวคนรักเอื้อมมือมาดึงแก้มทั้งสองข้างของเขา ที่มักทำเป็นประจำเวลาที่เขาเริ่มมีอาการงอนอีกฝ่าย ถ้าอยู่ในที่ลับตากว่านี้ จะดึงหน้าหวานๆมาจุ๊บให้เข็ด
 

“ก็เพื่อนพี่อิงหน้าเหมือนกับเพื่อนสมัยเรียนของหวานนะสิ ”

“โล่งอกไปที นึกว่าต้องขายเรือนหอทิ้งซะแล้ว” เจ้าตัวพูดติดตลก

“ใช่....ตินหรือเปล่า” ณัชชาหันไปถามหนุ่มคิ้วเข้ม 

“เออ...ใช่ครับ หวาน”

ภาคีตอบรับเหมือนจำได้ลางๆ ว่าเคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน ไอ้อาการมึนๆ จากน้ำเมาที่กรอกใส่ปากไปหลายแก้วคล้ายจะหายไปบ้างแล้ว

“ตินจริงๆ ด้วย โอ้ย! หวานดีใจจริงๆ ที่ได้เจอเพื่อนเก่า”

“เราก็ดีใจเหมือนกัน”

แม้ไม่สนิทมาก ด้วยแค่เรียนอยู่ชั้นเดียวกัน หากอยู่คนละห้อง หนำซ้ำเธอยังย้ายไปกลางเทอมอีก ไอ้เรื่องสนิทสนมไม่ต้องพูดถึง ทว่าณัชชาก็ยังดีใจอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะเธอจากทีนี้ไปนาน เพื่อนฝูงจึงมีไม่มากนัก ได้เจอภาคีจึงถือว่าเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งทีเดียว

“นี่แสดงว่ารู้จักกันจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย” อชิตะโพล่งขึ้นมาหลังจากที่เห็นท่าทีของทั้งสองคนว่ารู้จักกันจริง

“ก็จริงน่ะสิพี่อิง หวานจะโกหกทำไมล่ะ” สาวคนรักหันมาค้อน จนคนพูดต้องส่งยิ้มขอโทษโดยด่วน

“แต่บอสครับ มีผมคนหนึ่งละครับที่ไม่รู้จัก” คณิตที่นั่งเงียบนานไปหน่อย ได้จังหวะพูดขึ้นมาซะที หลังจากรอเวลาร่วมบทสนทนามานาน

“อ้าว...โทษทีหนึ่ง ผมลืมไปนะ งั้นแนะนำให้รู้จักกันเลยนะครับ หวานครับ นี่หนึ่งนะครับ ว่าที่เพื่อนเจ้าบ่าวของพี่ในวันงานของเรา”

“สวัสดีค่ะหนึ่ง ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

ณัชชาฉีกยิ้มหวานให้ว่าที่เพื่อนเจ้าบ่าวของคนรัก ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนในวัยเด็ก

“ไม่ได้เจอกันนานตินยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะ แล้วนี่มีแฟนหรือยัง พามาให้หวานรู้จักหน่อยสิ”

เจ้าตัวถามอย่างใจคิด ณัชชายังจำได้ดีว่าเมื่อครั้งนั้น ภาคีเป็นหนุ่มที่ฮอตคนหนึ่งของโรงเรียน สาวๆ น่ะรุมจีบภาคีเป็นแถว แต่ก็ไม่มีใครพิชิตใจหนุ่มคิ้วเข้มหน้าได้สักคน ตอนนี้เลยอยากรู้ว่าใครเป็นสาวที่โชคดีได้เป็นแฟนกับภาคี

ภาคีเพียงพยักหน้ายิ้มรับคำชม ทว่ากับคำถามสุดท้ายชายหนุ่มกลับยิ้มรับไม่ได้เลย ร้อนถึงคนเป็นเจ้านายที่รู้ว่าลูกน้องคนพูดน้อยกำลังอยู่ในช่วงอกหักรักกลัดหนอง ต้องช่วยดึงประเด็นสนในออกไปจากเรื่องนี้

“ตอนนี้ก็รู้จักกันหมดแล้วนะครับ แล้วเพื่อนของหวานจะมาถึงเมื่อไหร่ละครับ” อชิตะรีบชวนแฟนสาวเปลี่ยนเรื่อง บวกกับการที่เขายังไม่เห็นเพื่อนของณัชชา บอกว่าจะมาด้วยกัน แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา

“หวานก็ไม่รู้เหมือนกันนะพี่อิง ตอนที่หวานโทรไปหายังติดประชุมอยู่เลย คงอีกนานกว่าจะมานะ”

ณัชชาหันไปตอบคำถามหนุ่มคนรัก แต่ไม่วายจะหันกลับมาคุยกับภาคีอีกครั้ง ณัชชาก็เป็นแบบนี้แหละ เพราะจากไปอยู่ต่างประเทศมานาน ทำให้เธอมีเพื่อนคนไทยน้อย พอได้มาเจอคนรู้จักเช่นภาคี ก็อดที่จะอยากรู้อยากเห็นความเป็นไปไม่ได้

“แฟนตินสวยหรือเปล่า อย่าลืมพามาให้หวานรู้จักนะ บางทีหวานอาจจะขอยืมตัวแฟนภาคีเป็นเพื่อนเจ้าสาวก็ได้”

“อย่าไปถามมันเลยครับคุณหวาน ตอนนี้มันกำลังอกหักครับ ถูกแฟนทิ้ง ถึงได้มาเมาหัวราน้ำอยู่ที่นี่ไงครับ” คณิตที่ไม่เคยหยุดปากตัวเองได้ก็พูดแทรกขึ้นมาตามนิสัยที่ไม่ค่อยจะคิดอะไรมาก มองอะไรก็เป็นเรื่องสนุกสนานเสียหมด

“จริงหรือติน” หญิงสาวย้อนถามเสียงหลง คำตอบที่ได้รับจากเจ้าของเรื่องคืออาการก้มหน้านิ่ง ไม่พูดอะไรออกมาเลย มีแต่คนที่นั่งอยู่ข้างๆ นั่นแหละที่เป็นฝ่ายตอบคำถามแทน

“จริงครับ ตอนนี้กำลังช้ำหนัก ต้องการคนดามใจด่วน คุณหวานพอจะแนะนำใครให้มันได้บ้างล่ะครับ” ยืนยันด้วยความจริงใจที่มีอยู่ คณิตไม่ได้ต้องการตอกย้ำความเจ็บช้ำของเพื่อน แต่เขากำลังช่วยหาคนดามใจให้เพื่อนต่างหาก

“พอจะมีอยู่นะหนึ่ง” ณัชชาพูดขึ้นมา หลังจากหยุดคิดไปนิดหนึ่ง

“โหย...ดีเลยครับ ตินมันจะได้เลิกถูกพิษรักทำร้ายซะที” เขาก็อยากให้เพื่อนยิ้มได้ หลังจากที่ทนเห็นหน้าไม่ยิ้มมาหลายเดือน จนบางครั้งทำเอาคณิตเครียดไปด้วย

“ใครหรือครับหวาน” อชิตะที่พยายามจะดึงแฟนสาวให้ออกห่างจากประเด็น แต่ก็ดันออกไม่ได้ เจ้าตัวเลยจำต้องยอมไหลไปตามน้ำ

“ก็เพื่อนที่หวานนัดมาเจอคืนนี้ไง คนนี้ตินก็....” ยังไม่ทันจะพูดจบ ณัชชาก็ถูกภาคีปฏิเสธความหวังดีซะก่อน

“ขอบใจครับหวาน แต่ไม่เป็นไร เราอยู่แบบนี้นะดีแล้ว” อยู่กับความเจ็บช้ำที่ไม่อยากให้เลือนหาย เพราะหากมันเลือนหาย แปลว่าสีฟ้าจะหายไปจากหัวใจเขา ซึ่งเขาไม่ต้องการ

ปล่อยให้เขาอยู่กับความสุขที่ได้คิดถึงคนที่เขารักอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ดีกว่า ดีกว่าที่จะหาใครมาแทนที่สีฟ้าในใจเขา เขาไม่ต้องการ เพราะไม่มีใครแทนคนที่เขารักจนหมดหัวใจได้หรอก

“เฮ้ย! ไอ้ติน มึงดูนั่น ใช่คุณ...”

คณิตที่กำลังยกน้ำสีอำพันขึ้นมาดื่ม พลันต้องถือค้างไว้อย่างนั้น เมื่อเขามองเห็นคนที่กำลังเดินมาทางนี้ ภาคีมองตามสายตาของเพื่อน ชายหนุ่มก็เจอะเข้ากับคนที่ห่างหายไปจากชีวิตของเขานานกว่าสามเดือน

“คุณลม”

ภาคีไม่คิดมาก่อนว่าจะมาเจอคนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดในคืนนี้ ความดีใจฉายเพียงแค่วูบเดียว ก่อนถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลบๆ ข้างใน

สีฟ้าไม่ได้มาคนเดียว หากแต่มีหนุ่มหน้าเข้มเดินเคียงคู่มาด้วย


.........................................
ปล แอบเห็นเมืนท์ของแต่ละคนแล้ว ต้องมาสปอยสักหน่อยว่าเรื่องนี้เค้าแฮปปี้เอนดิ้งนะค่ะ แต่อย่างอาจมีหวานบ้างขมบ้าง บอกแล้วว่า นี่มันละครหลังข่าวชัดๆ 
ว่าแต่ว่าถ้าตอนต่อๆไปมีแต่หวานกับหวานอย่ามาหาว่าเลี่ยนนะเค๊อะ

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
อ่านแล้วขัดใจอ่ะ .....ทำไมภาคีปากหนักแบบนี้
น่าจะพูดอะไรมากกว่านี้หน่อย
....เครียด....

ออฟไลน์ i_ang

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 566
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-0
    • เพจนิยาย

ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5857
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-26
มีตัวละครเพิ่มมาอีก
อ๊ากกกกกกกกกกกก ภาคีของฉันอกหัก รักคุด มาสามเดือนแล้ว
เกินเยียวยาหรือเปล่า

ออฟไลน์ พี่วันเสาร์

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +282/-3
  :o12:สงสารตินกับลมมาก
รอตอนต่อไปคะ
หวานหวานจะเอาหวานหวาน :serius2:

ออฟไลน์ in_blu

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
เพิ่งมาอ่านคร้าาา

อ่านไป อ่านมา ได้ 2 ตอน คุ้นๆ มากมาย ว่าเราเคยอ่านเรื่องนี้ที่ไหนมาก็รึเปล่า

ว่าแล้วก็ไปเปิดกรุ แล้วก็ โอววว ที่แท้เราก็เคยอ่านแล้วจิงๆ ด้วย (แต่เป็นอีกเวอร์ชั่นนึงนะคะ)

ยังไงรอติดรามเวอร์ชั่นนี้ด้วยเหมือนกันนะคะ อ่านแล้ว อ่านอีกได้ไม่เป็นไร

(พอค้าง เราก็หนีกลับไปอ่านเวอร์ชั่นเก่า ฮ่าๆ)


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






โจ๊กกุ้ง

  • บุคคลทั่วไป
ภาคี ชีวิตรันทดจริงๆ

teae

  • บุคคลทั่วไป
0hk  0hkqqqqqqqqqqqqqqqqq

ออฟไลน์ SoN

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2971
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-15

ออฟไลน์ roseen

  • เก็บความทรงจำที่ดีๆของวันวาน เพราะมันคือกำลังใจของวันนี้
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +947/-16
แรดเหมือนกันนี่หว่าคุณลม


เพิ่งเลิกไปไม่กี่หาใหม่ได้แล้ว  ใจเร็วดีจริง

ออฟไลน์ BEN*_*MOS

  • เด๊กน้อยเลือดกรุ๊ปY
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1864
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-0
เอาแบบหวานๆเลยค่ะ มันขมมากไปแล้วนะ รับไม่ได้ฮือๆ มาต่อด่วยๆเลยนะคะ~~~

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
 กว่าจะหวาน ดูท่าพระเอกคงจะช้ำใจตายก่อนแน่ๆ
เลิกกันไม่ทันไร ควงคนใหม่มาเย้ยกันซะแล้ว
ไม่รู้ว่างานนี้ใครจะเจ็บ อยากอ่านหวานๆแล้วอ่า

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
รอตอนหวานๆเลยค่ะ ชอบ อิอิ

samsoon@doll

  • บุคคลทั่วไป
ชอบจะตายไปค่ะที่มีแต่หนาวอย่างเดียว ยังไม่เคยเจอใครที่สามารถแต่แต่หวานๆให้มันหวานได้ตลอดๆๆๆได้เลยอ่ะ อิอิ

ออฟไลน์ j4c9y

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-7
นี่ละน้าาาา

รักที่ไม่แสดงออก

รสชาติมันเลยขมๆ

ออฟไลน์ EVE910

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
สงสารตินอะ
 :m15: :m15:


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ JJHJJH

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +293/-2
เค้าเรียกคู่กันแล้วมันแคล้วกันยากส์

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
ม้ามทรุดไปแล้ว....
อะไรมันจะอึนมึน ได้ขนาดนี้

ออฟไลน์ aehJTS

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +216/-8
ตามอ่านทันแล้วก็เข้ามาลงทะเบียนผู้อ่านอีกคนคะ

หน้าสงสารทั้ง 2 คน เป็นคนไม่ค่อยพุดเลยช้ำในกันท้วนหน้า
แต่ที่ทำให้บ้าได้อีกก็ยัยชะนี 2 ตัวนี่แหละเลวได้อีกปะ :m16:

 :pig4: คะ

hahn

  • บุคคลทั่วไป
คุณลมใจร้ายจัง

ปล.หวานเลื่ยนไม่กลัว กลัวแต่มาม่าอืด

Y2Y

  • บุคคลทั่วไป
แวะมาตอบเม้นท์ค่ะ และบวก1 แทนคำขอบคุณทุกๆเม้นท์นะค่ะ :pig4:

:a5:
อย่ามาเนียน
 :m20:
มีตัวละครเพิ่มมาอีก
อ๊ากกกกกกกกกกกก ภาคีของฉันอกหัก รักคุด มาสามเดือนแล้ว
เกินเยียวยาหรือเปล่า
ถ้าจะเยียวยา ภาคีสุดหล่อมีทางเดียวต้องยุยงภาคีเอาคืนที่คุณลมปล่อยให้เอกา เดียวดายตั้ง 3 เดือน
อ่านแล้วขัดใจอ่ะ .....ทำไมภาคีปากหนักแบบนี้
น่าจะพูดอะไรมากกว่านี้หน่อย
....เครียด....
คนนี้เค้าพูดน้อยต่อยหนัก  555
 :o12:สงสารตินกับลมมาก
รอตอนต่อไปคะ
หวานหวานจะเอาหวานหวาน :serius2:
รอตอนหน้านะค่ะ หวานค่ะหวานสัญญา
เพิ่งมาอ่านคร้าาา

อ่านไป อ่านมา ได้ 2 ตอน คุ้นๆ มากมาย ว่าเราเคยอ่านเรื่องนี้ที่ไหนมาก็รึเปล่า

ว่าแล้วก็ไปเปิดกรุ แล้วก็ โอววว ที่แท้เราก็เคยอ่านแล้วจิงๆ ด้วย (แต่เป็นอีกเวอร์ชั่นนึงนะคะ)

ยังไงรอติดรามเวอร์ชั่นนี้ด้วยเหมือนกันนะคะ อ่านแล้ว อ่านอีกได้ไม่เป็นไร

(พอค้าง เราก็หนีกลับไปอ่านเวอร์ชั่นเก่า ฮ่าๆ)

ยังไงก็ฝากเวอร์ชั่นนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยนะค่ะ
ภาคี ชีวิตรันทดจริงๆ
บอกแล้วว่าพ่อคนนี้เค้าพระเอกละครหลังข่าววิกหลายสี555
0hk  0hkqqqqqqqqqqqqqqqqq
เดาว่า  :fire:
^^
เดาคนข้างบนไม่ถูกเลย งง รึเปล่าเอ่ย

แรดเหมือนกันนี่หว่าคุณลม
เพิ่งเลิกไปไม่กี่หาใหม่ได้แล้ว  ใจเร็วดีจริง
โหใจร้าย  น้องลมเค้าแค่ มีเสน่ห์ล้นหลามเกินห้ามใจ

เอาแบบหวานๆเลยค่ะ มันขมมากไปแล้วนะ รับไม่ได้ฮือๆ มาต่อด่วยๆเลยนะคะ~~~
คาดว่าพรุ่งนี้จะมาต่อค่ะถ้าไม่ติดขัดเรื่อง เนต เรื่องต้นฉบับ

กว่าจะหวาน ดูท่าพระเอกคงจะช้ำใจตายก่อนแน่ๆ
เลิกกันไม่ทันไร ควงคนใหม่มาเย้ยกันซะแล้ว
ไม่รู้ว่างานนี้ใครจะเจ็บ อยากอ่านหวานๆแล้วอ่า
ไม่นานเกินรอค่ะ ตอนหน้าๆๆๆ   (หึหึสปอยซะงั้น)

รอตอนหวานๆเลยค่ะ ชอบ อิอิ
โปรดติดตามตอนต่อไป

ชอบจะตายไปค่ะที่มีแต่หนาวอย่างเดียว ยังไม่เคยเจอใครที่สามารถแต่แต่หวานๆให้มันหวานได้ตลอดๆๆๆได้เลยอ่ะ อิอิ
ถ้าหวานตลอดมันจาเลี่ยนเอาน๊า

นี่ละน้าาาา รักที่ไม่แสดงออก รสชาติมันเลยขมๆ
ถูกใจให้กิฟ
ขอบคุณคนโพสต์คนแต่งนะ
ตอนนี้ภาคียังคงน่าสงสาร
หวานเท่าไรไม่ว่าชอบจ้ะ
รอวันหวานนะจ๊ะ :L2:
ขอบคุณเช่นกันค่ะ
สงสารตินอะ
 
คนปากแข็งก็งี้แหละ

เค้าเรียกคู่กันแล้วมันแคล้วกันยากส์
แต่เรื่องนี้แฮปปี้เอนดิ้งน๊า
ม้ามทรุดไปแล้ว....
อะไรมันจะอึนมึน ได้ขนาดนี้
อ่านะ
ตามอ่านทันแล้วก็เข้ามาลงทะเบียนผู้อ่านอีกคนคะ
หน้าสงสารทั้ง 2 คน เป็นคนไม่ค่อยพุดเลยช้ำในกันท้วนหน้า
แต่ที่ทำให้บ้าได้อีกก็ยัยชะนี 2 ตัวนี่แหละเลวได้อีกปะ
ชะนีซะอย่างไปที่ไหนวุ่นที่นั่น
คุณลมใจร้ายจัง
ปล.หวานเลื่ยนไม่กลัว กลัวแต่มาม่าอืด
ไหน ตอนไหนมาม่า ไม่มี๊ :3125:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-03-2011 16:14:30 โดย Aphrodite »

ออฟไลน์ i_ang

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 566
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-0
    • เพจนิยาย
^
^
^
เอิ่มมม... มันยังไม่หวานน้าาาา บอกจากใจ

koraorni

  • บุคคลทั่วไป
อึดอัดแทนจริงๆๆเลย กลัวอะไรกันนักนะ ไม่ยอมพูดสักคน
แล้วเมื่อไหร่จะได้รุ้สักทีล่ะ คงมีสักคนที่ทนไม่ได้สักวัน

ออฟไลน์ IRIS

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 434
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-1
ขอบคุณค่า..

อ่านแล้วอึดอัดมาก..จิตตกเลยง่ะ..

ปากอมอะไรกันอยู่..พูดออกมาบ้างจะตายมั้ยวะคะ..

Y2Y

  • บุคคลทั่วไป

ตอนที่ 10



ตรงที่ที่ภาคีและคณิตนั่งอยู่ คือโซฟาตัวที่ตั้งชิดติดกับพนัง มุมที่เห็นคนเห็นคนเดินเข้าออกร้านได้อย่างชัดเจน แตกต่างกับโซฟาตัวที่อชิตะและณัชชานั่งอยู่ เมื่อเห็นอาการของนั่งอึ้งของภาคี และนั่งอ้าปากของคณิต ทั้งอชิตะและณัชชาจึงหันไปมองตามสายตาของคนทั้งคู่ เพียงเพื่อจะรู้ว่าอะไรทำให้สองหนุ่มตกอยู่ในอาการเช่นนั้น

ที่คู่รักอชิตะและณัชชาเห็นคือหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหุ่นสูงเหมือนนายแบบเดินควงคู่มากับหนุ่มหน้าหวานร่างบาง

“ไอ้หมอทางนี้” ความสนใจของอชิตะที่มีต่อท่าทางของสองพนักงานในบริษัทหายไปทันที เมื่อเขาหันไปเจอเพื่อนที่นัดเจอในคืนนี้ เขาโบกมือเรียก ตอนนี้เพื่อนของเขาก็กำลังเดินยิ้มเข้ามาหา

สีฟ้าแทบอยากจะวิ่งหนีไปจากที่นี้ให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อประสานเข้ากับด้วยตาคู่คมที่เคยคุ้นตาและคุ้นใจมาตลอด เท้าที่จะก้าวไปข้างหน้าตามแรงจูงของคนที่ชวนเขามากลับชะงักค้าง รอยยิ้มที่เกิดจากเรื่องราวที่คนข้างกายขยันนำมาเล่าให้เขาฟังตลอดเวลาที่นั่งรถมาด้วยกันจนก้าวเข้ามาในร้าน  มันกลับเลือนหายไปในพริบตา สิ่งที่ตามมาเป็นระลอกคลื่นคือความทรงจำที่อยากจะลบออกไป แต่ก็ยากเหลือเกินที่จะลืมเลือนมันไปได้ มันฝังแน่นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิดทั้งยามหลับและตื่น

“เป็นอะไรไปครับ น้องลม” พิษณุถาม เมื่อเห็นอาการที่เปลี่ยนไปของคนที่เขาคะยั้นคะยอให้มาด้วยในคืนนี้ 

“ปะ...ปะ..เปล่าครับพี่หมอ” สีฟ้าตะกุกตะกักบอก เขาไม่ได้เตรียมใจไว้ว่าจะต้องเจอ ทำไมต้องเจอ ไม่เข้าใจ โลกมันกลม หรือใครกำลังกลั่นแกล้งเขากันแน่

ทั้งที่ควรจะลืมเลือน แต่กลับต้องมาเจอให้โหยหา

“ไม่เป็นไรแน่นะครับ”

“ครับ” เขาพยักหน้ายืนยัน อาจบังเอิญที่เจอ แต่คงไม่ใช่ใครที่พี่หมอพิษณุนัดเอาไว้ สีฟ้าหวังให้มันเป็นเช่นนั้น แต่ความหวังก็บินหาย เพราะคำพูดต่อมาของคุณหมอหนุ่ม

“งั้นไปครับ เพื่อนของพี่หมอเรียกแล้ว” หมอหนุ่มชี้ไปยังกลุ่มคนที่นั่งอยู่ตรงมุมด้านในสุดของร้าน จูงมือเล็กให้เดินตามอย่างถือสิทธิ์ มือเล็กที่ไม่บ่อยนักเขาจะได้จับมัน

“เออ....คือ...คือ ลมว่าเราเปลี่ยนร้านกันดีกว่าไหมครับ พี่หมอ”

เท้าที่มันควรจะก้าวไปข้างหน้าตามแรงดึง ฝืนร่างเอาไว้ มือเล็กแตะที่ของศอก เป็นเชิงร้องขอให้อีกฝ่ายหยุด สีฟ้าไม่อยากเดินเข้าไปตรงนั้น ตรงที่มีภาคีนั่งถือแก้วเหล้าแล้วยกขึ้นดื่ม หากก็มองมาทางเขาอยู่ตลอด แค่บังเอิญมาเจอกันในร้านเดียวกันก็พอจะแกล้งทำมองไม่เห็นได้ แต่นี่ต้องนั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน สีฟ้าไม่รู้เลยว่าเขาจะเผชิญหน้าภาคีด้วยความรู้สึกไหน

“ทำไมละครับ” คนถามสงสัย สีฟ้าจะชวนไปร้านอื่น ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่าเขานัดกับเพื่อนไว้ที่นี่ จะเปลี่ยนเป็นร้านอื่นได้ยังไงกัน

“คือลมไม่ชอบบรรยากาศน่ะครับ ลมว่ามันอึดอัด เราไปร้านอื่นดีกว่านะครับพี่หมอ” สีฟ้าหาทางออกให้กับตัวเองจนได้ แต่มันจะเป็นไปได้หรือ? ในเมื่อหมอหนุ่มนัดกับเพื่อนไว้ที่นี่

หมอพิษณุขมวดคิ้วให้กับคำพูดของคนหน้าหวาน เขาหันไปรอบๆ ร้านที่จัดเป็นตั้งโต๊ะไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บรรยากาศของร้านก็ออกมาแบบเบาๆ ด้วยเสียงเพลงที่เปิดในระดับเสียงที่ฟังแล้วสบายหู แขกทั้งหลายก็มีมุมเป็นส่วนตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครหรือทำเสียงเอะอะโวยวายอะไร แล้วมันน่าอึดอัดตรงไหน แต่พอหันกลับมามองหนุ่มหน้าหวานก็พบว่าเจ้าตัวมีท่าทางอย่างที่พูดจริงๆ สีฟ้าคงไม่ชอบร้านนี้ ซึ่งเขาก็ไม่อยากขัดใจ

“ก็ได้ครับ”

คำตอบของหมอพิษณุทำให้สีฟ้าคลายยิ้มออกมาได้ กำลังจะหันหลังกลับก็ถูกรั้งเอาไว้ทั้งคำพูดและมือใหญ่ที่ดึงแขนของเขาไว้อย่างหลวมๆ

“แต่ว่าขอพี่หมอขอไปบอกเพื่อนก่อนนะครับ แอบเดินหนีไปแบบนี้ เดี๋ยวพี่หมอโดนมันด่าเละแน่ นั่นไงครับ เพื่อนพี่หมอโบกมือเรียกอีกแล้ว”

“ได้ครับ เดี๋ยวลมไปรอที่รถที่รถนะครับ”

สีฟ้ายังพยายามที่จะเอาตัวเองออกไปจากร้านนี้ให้เร็วที่สุด แต่ดูเหมือนหมอหนุ่มจะไม่รับรู้ความพยายามนั้นเอาชะเลย

“เข้าไปรู้จักเพื่อนพี่หมอหน่อยนะครับ พี่หมออยากแนะนำน้องลมให้รู้จักกับเพื่อนพี่หมอนะครับ นะครับ” ปลายประโยคถูกลดเสียงให้เบาลงคล้ายจะอ้อน  ตาของคุณหมอหนุ่มแวววาวด้วยความรู้สึกมากล้นที่สีฟ้าดูออกว่าตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ว่าพิษณุรู้สึกยังไงกับเขา แล้วตอนนี้มันก็ยังเหมือนเดิม ทั้งที่ไม่เคยให้ความหวังและยังทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร  ก็มีแค่วันนี้แหละที่เขาทนลูกตื้อของอีกฝ่ายไม่ได้ แล้วเริ่มที่จะเห็นความดีตลอดเวลาสามเดือนที่หมอพิษณุทำให้เขา  หมอพิษณุทำให้คืนวันเหงาๆ ของเขาดูจะมีความสุขขึ้นทุกวัน  ความที่เป็นคนช่างเอาใจ มีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ในตัวเองสูง  แต่ก็ไม่วายจะมีมุมน่ารักๆ ที่ทำให้เขายิ้มได้เสมอ นั่นแหละทำให้เขาเริ่มจะเห็นความดีที่มีอยู่ในตัวหมอหนุ่ม

“ครับ”

เพราะความดีนี่แหละทำให้สีฟ้าจำต้องพยักหน้ารับคำ แล้วยอมเดินตามหมอพิษณุที่ถือโอกาสจูงข้อมือของเขา เข้าไปเผชิญหน้ากับคนที่เขาไม่อยากเจอในมากที่สุด แต่เป็นคนที่เขาคิดทุกลมหายใจยามเมื่อห่างหายไปจากชีวิต

ถึงหมอพิษณุจะทำให้เขามีความสุขขึ้น แต่ใช่เขาจะลืมอีกคนหนึ่งได้ มันยังจำ จดลึกไม่เคยลืม ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเขายังจำมันได้ทุกวินาที แม้น้อยนิดก็ยังไม่เคยหล่นหาย



ก้าวแต่ละก้าวของหมอหนุ่มเต็มไปด้วยความสุขที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับสีฟ้า หนุ่มหน้าหวานที่เขาเกิดรักแรกเจอเมื่อสามเดือนที่แล้ว ที่บังเอิญเจอกันในร้านหนังสือ แล้วเป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายพยายามสานสัมพันธ์ด้วย แล้วตอนนี้เขาก็เริ่มมีความหวังมากขึ้นแล้ว เพราะสีฟ้ายอมออกไปไหนมาไหนกับเขาบ่อยขึ้น

“โทษทีอิง มาช้าไปหน่อย สวัสดีครับน้องหวาน ติน หนึ่ง” เมื่อจูงคนตัวเล็กกว่ามาถึงโต๊ะที่เพื่อนของเขานั่งอยู่ พิษณุเอ่ยทักเพื่อนของเขา ก่อนจะหันไปทักทายแฟนสาวของเพื่อนที่เขาเคยเจอบ่อยครั้งตอนเธอยังเรียนอยู่ที่ไทย แต่พอไปเรียนต่างประเทศเขาก็ไม่ค่อยได้เจอ แล้วพิษณุก็ไม่ลืมอีกสองหนุ่มที่เขาพอจะคุ้นอยู่บ้าง เพราะเป็นลูกน้องของอชิตะ ได้เจอที่บริษัทของอชิตะบ่อยๆ

“สวัสดีค่ะพี่หมอ” ณัชชายิ้มตอบ  แล้วมุ่งความสนใจไปยังคนที่นั่งอยู่ข้างหมอพิษณุอย่างสนใจ รู้สึกคลับคล้ายว่ารู้จัก เธอพยายามคิดว่าชายหนุ่มหน้าหวานนี้คือใครที่เธอรู้จัก

“ไม่หน่อยแล้วล่ะไอ้หมอ ..... ว่าแต่คนนี้เหรอที่จะพามาให้รู้จัก สวัสดีครับน้องลม พี่อิงนะครับ”

“สวัสดีครับ พี่อิง” สีฟ้ายิ้มตอบ

“ดีใจนะครับที่ได้เจอตัวจริง เห็นไอ้หมอมันพูดถึงน้องลมบ่อยๆ บ่อยยิ่งกว่าจ่ายยาให้คนไข้อีกครับ”  อชิตะว่า เขาไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเพื่อนของเขาถึงได้ละเมอเพ้อหา แทบจะสามเวลาหลังอาหารให้เขาฟัง เพราะหน้าสวยหวานยังกะนางฟ้าแบบนี้นี่เอง

เข้าใจเลยว่าทำไมพิษณุถึงได้ทั้งรักทั้งหลง พร่ำพูดไม่เคยขาดปากถึงผู้ชายคนนี้

หมอพิษณุยิ้มเขิน ก่อนหันไปสบตากับคนที่นั่งข้างเขา อยากรู้ว่าหนุ่มหน้าหวานจะว่ายังไร  สีฟ้ายังนั่งนิ่งเป็นปกติ แปลว่าไม่โกรธ แล้วก็ไม่ปฏิเสธ หมอหนุ่มจึงยิ้มกว้างยิ่งขึ้น มันเป็นสัญญาณที่ดีมากจริงๆ

“พี่หมอครับ” มือเล็กของสีฟ้าดึงเสื้อหมอหนุ่ม เป็นสัญญาเตือนเรื่องที่พูดกันไว้เมื่อครู่ ยามนี้สีฟ้ารู้สึกอึดอัด ลมหายใจมันติดขัดไปหมด สายตาที่มองมาของภาคี มันกดดันจนรู้สึกปั่นป่วน

“อิง ฉันขอตัวกลับก่อนนะ” พิษณุบอกกับเพื่อน เมื่อเห็นว่าคนข้างตัวเขา ส่งสัญญาณให้เขาทำตามที่รับปากเอาไว้

“เฮ้ย ! อะไรวะ ไม่ให้ไปโว้ย มาแป๊บๆ จะไปได้ไง อยู่ด้วยกันก่อน ไหนๆ ก็มาเปิดตัวหวานใจทั้งที มันก็ต้องมีดื่มเพื่อฉลองกันหน่อยเด่ะ”

คำว่า ‘หวานใจ’ ที่ออกมาจากปากของอชิตะ ทำเอาหลายชีวิตเคลื่อนไหวโดยฉับพลัน โดยที่เจ้าตัวคนพูดไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย

หมอหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก ถึงขั้นต้องหยิบแก้วน้ำสีอำพันที่มาตั้งตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ขึ้นดื่มรวดเดียวเกือบหมดแก้ว ก่อนจะมองไปยัง ‘หวานใจ’ อย่ากล้าๆ กลัวๆ ว่าคนหน้าหวานจะมีปฏิกิริยายังไง จะลุกขึ้นมาปฏิเสธ หรือหันมาแหวใส่เขาหรือเปล่า ที่โมเมเอาเองว่าสีฟ้ารับรักเขาแล้ว แล้วก็พบว่าสีฟ้ายังนั่งนิ่งเป็นปกติ เห็นแล้วก็ทำให้โล่งอกได้

คณิตที่ทำตัวเป็นบริกรชั้นเยี่ยม  ที่จัดการชงเหล้ารสนุ่มให้กับเพื่อนของเจ้านายไปก่อนหน้านี้ ต้องอ้าปากค้าง พาลมือที่ถือแก้วเหล้าอยู่นั้นก็เปลี่ยนมาจับคิ้วแล้วถูไปมา มองหน้าเพื่อนของเขาสลับกับหน้าของคนหน้าหวาน  แล้วก็มีหน้าของหมอหนุ่มมาร่วมแจมด้วย ปากที่เริ่มจะคันยิบๆ ตามประสาคนที่รู้เรื่องอะไรแล้วต้องพูด แต่ทำอะไรได้ไม่มากนอกจากกัดปากตัวเองให้แน่นที่สุด  ในเมื่อเจ้าของเรื่องยังทำหน้านิ่งเป็นรูปปั้น ขืนพูดอะไรออกไปตอนนี้มีหวังได้โดนกระทืบตายแน่ 

ส่วนภาคี ชายหนุ่มกำแก้วเหล้าในมือไว้แน่น กดเก็บอารมณ์ร้อนรุ่มข้างในเอาไว้ให้ได้มากที่สุด มองหน้าคนที่เอาแต่ก้มหน้าต่ำ ไม่ยอมสบตาเขา  ไม่สิไม่ใช่แค่ไม่สบสายตา แต่ทำเป็นมองไม่เห็นเขาด้วยซ้ำ

ภาคีปวดร้าว เขากลายเป็นคนไม่มีตัวตนในสายตาของสีฟ้าแล้วใช่ไหม คนที่อยู่ข้างกายสีฟ้ายามนี้คือคนที่สีฟ้าเลือกแล้วใช่ไหม คำถามดังกึกก้องอยู่ในหัว  ซ้ำไปซ้ำมา  วนเวียนจนอยากกระชากร่างบางออกมาให้ห่างใครคนนั้น  คนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะเป็นเพื่อนของเจ้านาย แต่มันทำไม่ได้  เขาไม่มีสิทธิ์

“พี่หมอครับ”  สีฟ้าขยับเข้าใกล้พิษณุ กระซิบเสียงเบา “ไปกันเถอะครับ” สีฟ้าอยากออกไปจากที่นี้ เขาอึดอัดเกินกว่าจะทนนั่งอยู่ตรงนี้ ทั้งสายตาของคนที่มองมา ทั้งความรู้สึกที่มันตีป่วนให้วุ่นวาย 

“กลับก่อนนะอิง เอาไว้วันหลังนัดเจอกันไหม เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” หมอพิษณุอยากอยู่ต่อ แต่ไม่อยากขัดใจคนที่มาด้วย

“ไม่ฟังโว้ย ไม่รู้ล่ะ ถ้ากลับ เลิกคบ” อชิตะขู่ นั่นก็ทำให้หมอหนุ่มต้องหันมาทางสีฟ้าเป็นเชิงขอร้อง รู้ว่าอชิตะไม่ทำจริงหรอก แต่เขาก็ไม่อยากทำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดี

“น้องลมครับ อยู่ต่ออีกนิดได้ไหมครับ” เพื่อนก็ไม่อยากขัดใจ ส่วนอนาคตแฟนก็ไม่อยากขัดใจเช่นกัน หมอหนุ่มเลยไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วตอนนี้

“ก็ได้ครับ” สีฟ้าบอกเสียงอ่อย เขารู้ว่าหมอพิษณุลำบากใจไม่น้อย ความสบายใจของเขาอาจทำให้เพื่อนหมางใจกัน ซึ่งเขาไม่อยากกลายเป็นตัวสาเหตุ

“อย่างนี้สิเพื่อน” เจ้าของงานยิ้ม

“ลม...ใช่ ลมจริงๆ ด้วย ”

สาวสวยที่เหมือนจะถูกลืมจากคนเป็นแฟนและเพื่อนร่วมโต๊ะ  เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและดีใจ หลังจากครุ่นคิดมาตลอดตั้งแต่ที่เห็น


“ครับ”  สีฟ้ารับคำอย่างงงๆ เอียงคอมองคนพูด เพิ่งสังเกตว่าหน้าตาแฟนสาวของอชิตะคุ้นไม่น้อย เหมือนเคยเห็น

“ลมจำหวานได้ไหม ยัยลิงไง เพื่อนห้องเดียวกับลมตอนมอสี่อ่ะ จำได้ไหม”  ท่าทางของสีฟ้าเหมือนจะยังจำไม่ได้ ณัชชาเลยยกฉายาที่เพื่อนๆ ในห้องตั้งให้เธอออกมาเป็นตัวช่วย เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เผื่อว่าสีฟ้าจะนึกออก

“หวาน ยัยลิงหวาน?”

ความทรงจำของสีฟ้าถูกรื้นฟื้นขึ้นมา  ณัชชา เด็กสาวจอมซนของชั้นเรียน เพื่อนๆ จึงตั้งฉายาให้รับกับเธอว่ายัยลิง ถึงจะเป็นเพื่อนร่วมห้องเดียวกัน แต่ก็อยู่กันคนละกลุ่ม  เขาเลยไม่ได้สนิทกับหญิงสาวมากนัก บวกกับที่เธอดูสวยขึ้นและเรียบร้อยมากกว่าเดิม ทำให้เขาจำเธอไม่ได้

“โธ่ นึกว่าจะจำหวานไม่ได้ซะแล้ว น้อยใจนะเนี้ย  ว่าแต่เป็นไงมาไง ถึงกลายมาเป็นแฟนพี่หมอได้  ปิ๊งกันได้ไง ไหนบอกมาสิ หวานอยากรู้”  ณัชชารัวคำถามเป็นชุด เธอไม่แปลกใจว่าทำไมพี่หมอพิษณุถึงได้เลือกจะคบกับผู้ชายด้วยกันเอง แทนที่จะเป็นผู้หญิง  ก็ดูเอาเถอะ เพื่อนของเธอถึงจะเป็นผู้ชาย แต่เครื่องหน้า รูปหน้า รวมถึงรูปร่างบอบบางแล้วด้วย เป็นผู้ชายคนไหนก็อยากปกป้อง อยากจะรัก

คงไม่มีเรื่องอะไรในโลกที่ณัชชาไม่อยากรู้ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำเอาคนถูกถามวางหน้าไม่ถูก  หันไปมองหน้าหมอหนุ่มที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆ ดูท่าทางของหมอพิษณุแล้ว  คงจะพอใจกับความเข้าใจผิดครั้งนี้อยู่ไม่น้อย สีฟ้าเลยทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการยิ้มแทนคำถามทั้งหมด

“ ลมน่ะ โชคมากเลยรู้ไหม พี่หมอสัตว์ของหวานแสนดีที่สุดในโลกเลย”

“อะแฮ่ม.. น้องหวานครับพี่หมอเฉยๆ ก็ได้ครับ ไม่ต้องเติมสัตว์เข้าไปก็ได้” หมอหนุ่มพูดติดตลก ก็เขาเป็นสัตวแพทย์ แต่พอถูกเอามาเรียกแบบนี้มันดูทะแม่งๆ ยังไงบอกไม่ถูก

“ค่ะๆ พี่หมอ”

เจ้าตัวหัวเราะร่า พาคนทั้งวงหัวเราะร่วมไปด้วย  ยกเว้นร่างสูงที่ทะลึ่งลุกพรวดขึ้นยืด แต่ด้วยฤทธิ์น้ำสีอำพันที่ดื่มไปมากกว่าใครพวกตั้งแต่หัววัน ก็ทำเอาร่างสูงยืนไม่ค่อยจะตรงเท่าไหร่ หากเจ้าตัวก็พยายามฝืนแรงโน้มถ่วงของโลกเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

“เฮ้ย...ทำอะไรวะมึง” 

คณิตลุกขึ้นทำเหมือนช่วยประคองเพื่อนแต่ความจริงเขายืนคุมคนเมามากกว่า  กลัวว่าคนเมาจะนึกอยากกระชากคุณหมอสัตว์มาชกแล้วกระทืบซ้ำ  หรือไม่ก็ฉุดตัวคนหน้าหวานที่ได้ชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยร่วมเรียงเคียงหมอนกันมาก่อนออกไปจากร้านซะดื้อๆ

“ไปห้องน้ำ” ปากบอกคณิต หากสายตาคู่ฉ่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลล์มองไปยังคนที่เขานึกถึงแทบทุกลมหายใจเข้าออก เขาอยากเจอหน้าสีฟ้า แต่ต้องไม่เป็นการเจอในแบบนี้ แบบที่สีฟ้าเดินควงมากับคนอื่น

คนอื่น....ที่ไม่ใช่เขา แล้วยังยอมรับกลายๆ อีกว่า คนอื่นคนนี้คือคนใหม่ของสีฟ้า คือผู้ชายที่โชคดีกว่าเขาไม่รู้กี่ร้อยพันเท่า......

“กูไปเป็นเพื่อน”

“ไม่ต้อง กูมันตัวคนเดียว ไปคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องมีคนตามมาดูแล ไม่ต้องมีใครมาประคับประคอง เดินคนเดียวได้ ไปไหนทำอะไรคนเดียวน่ะมันดีแล้ว จะได้ชินสักที   มึงไม่ต้องมาสนใจคนอย่างกู  คนที่ควรจะสนใจกูยังทำเป็นไม่เห็นกูเลย” คนเมาพูดอย่างใจคิด ทำเอาคนเป็นเพื่อนอย่างคณิตปวดหัว แน่ใจว่าคำพูดของเขามันเป็นแค่คำบอก  ไม่ใช่คำถาม  แล้วเพื่อนของเขาก็ตอบซะยาว  ตานั้นก็ใช่จะมองเขา มันมองโน้น มองคนหน้าหวานโน้น  ส่วนฝ่ายนั้นก็ไม่เห็นจะสนใจอะไรเพื่อนเขาเลย ทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน

ทำเหมือนคนไม่เคยคุ้นเคย...หรือถึงไหนต่อไหนกัน 
 
“กูว่ามึงนอกเรื่องเยอะไปแระ” คณิตกระซิบข้างหู กลัวคนอื่นๆ ได้ยิน บอสเงยหน้ามอง คนอื่นๆ ก็เช่นกัน ยกเว้นคนหน้าหวานที่เอาแต่ก้มหน้า

“ช่างกู” ภาคีบอก สลัดแขนเพื่อนออก แล้วเดินออกจากโต๊ะไปในสภาพที่ไม่ตรงเท่าไหร่

สีฟ้าไม่สนใจเขาเลย ใช่สิ เขาไม่ใช่คนที่ควรจดจำใช่ไหม ทำเหมือนไม่เคยรู้จัก ไม่เคยใกล้ชิด ทั้งที่ชิดซะยิ่งกว่าชิด อยากรู้ว่าถ้าเขาบ้ามากพอ  แล้วบอกคุณหมอสัตว์ไปว่า สีฟ้าคืออดีตเมียของเขา มันจะเป็นยังไง สีฟ้ายังจะทำเหมือนคนไม่รู้จักเขาอีกไหม


มีต่อนะค่ะ

Y2Y

  • บุคคลทั่วไป
ต่อ

แต่นั่นแหละ ภาคีได้แต่คิด เขาทำมันไม่ได้ ในเมื่อ...ในเมื่อเขาไม่กล้าจะทำร้ายสีฟ้า  ต่อให้เขาต้องเจ็บปวดกับภาพที่เห็นแค่ไหน  สีฟ้ายิ้ม หัวเราะ พูดคุยกับหมอพิษณุด้วยท่าทางสนิทสนม  และคำพูดของณัชชาก็คงเป็นเรื่องจริง

สีฟ้ากับหมอพิษณุกำลังคบหากัน

สีฟ้ามีคนใหม่ ในขณะที่เขาไม่มีใคร



แม้จะยิ้มหวานให้กับหมอพิษณุ  ปากสีสวยก็ยังพูดคุยอยู่กับอดีตเพื่อนร่วมห้องที่ไม่ได้เจอหน้าคร่าตากันมานานหลายปี  แต่สีฟ้าก็ยังได้ยินชัดเจนไปถึงหัวใจที่อ้างว้างข้างใน  ถ้อยคำของคนตัวสูงที่มองจากหางตานั้น กำลังจ้องเขาราวกับโกรธเกลียดเขานักหนา  แล้วคำพูดนั้นก็คงเป็นของเขาเช่นกัน

ทำไม นายมีคนที่รักอยู่แล้ว ยังจะมาเรียกร้องอะไรอีก  ยิ่งคิดจะก็ยิ่งเจ็บแปลบที่ความรู้สึก สีฟ้ายังเจ็บ ยังเจ็บไม่หาย นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มปั้นยิ้มหวานให้หวานกว่าเดิมอีกหลายเท่า ปากสวยได้รูปสีสดก็พยายามจะทำให้บทสนทนาดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิมอีกมาก

เอาสิ...ทำไมสีฟ้าจะต้องรับรู้ด้วยล่ะว่ามีภาคีอยู่ร่วมโต๊ะด้วย  ทำอย่างนี้ดีแล้ว คนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันเสียจะดีกว่า

พอลับร่างลูกน้องตัวสูงที่เดินไม่เป็นเส้นตรงเอาเสียเลย  เจ้านายหนุ่มที่พอจะจับอาการนั่งนิ่งเกินเหตุของลูกน้องหนุ่มในตอนแรก และคำพูดที่ฟังดูแล้วมันยังไงชอบกลเมื่อครู่ จึงขยับตัวเข้าไปใกล้ลูกน้องอีกคนที่เหลือ กระซิบเสียงเบาพอให้ได้ยินกันสองคน เพราะไม่อยากให้อีกสามคนที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานนั้นได้ยิน

“ตินเป็นอะไรไปหรือหนึ่ง?” อชิตะสงสัย เพราะปกติภาคีไม่ใช่คนที่จะลุกขึ้นมาพูดอะไรแบบนั้น ฟังดูแล้วมันกำกวมเหมือนกำลังต่อว่าใครสักคน

แล้วคือใครในโต๊ะ...นี่แหละคือสิ่งที่อชิตะสงสัย


“คืองี้ครับ” คณิตดึงตัวเจ้านายมาใกล้แล้วป้องปากบอก “คุณลมคือคนทำไอ้ตินอกหักครับ”

“ห๊า....!? คนที่ทำตินอกหักคือน้องลมหรือ?” อชิตะไม่อยากจะเชื่อ แต่คณิตคงไม่โกหก

“ใช่แล้วครับบอส แฟนคุณหมอนี่แหละครับคือเมียไอ้ตินมัน”

“ซวยล่ะสิคราวนี้” อชิตะกะว่าจะลากตัวลูกน้องให้มาดื่มเพื่อลืมเขา กลับกลายเป็นว่าพามาซ้ำรอยแผลเดิมอีกหรือไงวะเนี่ย  บอสหนุ่มคิดอย่างเซ็งจัด แล้วเพื่อนเขาใช่มือที่สามทำความรักลูกน้องเขาล่มหรือเปล่า นี่ก็คืออีกหนึ่งความสงสัยของอชิตะ  

“มหาซวยครับบอส  ความซวยตกอยู่ที่ไอ้ตินมันเต็มๆครับ  โดนเขาทิ้งยังไม่พอ ยังต้องมาเจอเขาควงคนใหม่มาให้เห็นตำตาตำใจ” แล้วคณิตก็ถอนหายใจหนัก พอกับอชิตะส่ายหน้าน้อยๆ อย่างไม่รู้จะช่วยเหลืออะไรลูกน้องคนสนิทได้

นี่ก็เพื่อน นั่นก็ลูกน้อง อชิตะไม่อยากให้เพื่อนอกหัก  ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงความรู้สึกของลูกน้อง แล้วที่สำคัญภาคีกับพิษณุก็รู้จักกัน  เคยกินเที่ยวกันก็ออกบ่อย เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น  ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะเป็นยังไง  คนกลางอย่างเขาก็ลำบากใจไม่น้อย

“มีอะไรหรือคะพี่อิง” หญิงสาวเพียงคนเดียวในโต๊ะยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วถาม สีหน้าอยากรู้ เธอสงสัยตั้งแต่ตอนที่ภาคีพูดอะไรยาวๆ นั่นแหละ ฟังแล้วทะแม่งๆ เหมือนกำลังต่อว่าใครสักคนในนี้

“ไม่มีอะไรครับ”

“ไม่มีอะไรได้ไง ก็หวานเห็นอยู่ กล้ามีความลับกับหวานหรอคะ พี่อิง” ปลายเสียงติดจะงอนๆ พูดจบก็สะบัดหน้าหนี ขยับออกห่าง   อชิตะไม่รู้จะง้อคนรักยังไงดี เพราะถ้าจะง้อก็ต้องบอกเรื่องระหว่างภาคีกับสีฟ้าให้ฟัง ซึ่งเขาไม่คิดจะปิดคนรักหรอก แต่มันต้องไม่ใช่เวลานี้

“กลับบ้านแล้วพี่จะเล่าให้ฟังนะครับคนดี”  อชิตะขยับเข้าใกล้แล้วกระชิบบอก “ตอนนี้พี่เล่าให้หวานฟังไม่ได้จริงนะครับ”

“แน่นะคะ” ณัชชาก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่พูดไม่รู้เรื่อง เมื่ออชิตะบอกว่าจะเล่าให้ฟังทีหลัง เธอก็ไม่ควรรบเร้าจะรู้ให้ได้ในตอนนี้ เพราะบางทีมันอาจเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ มันอาจเกี่ยวกับหมอพิษณุหรือสีฟ้าคนใดคนหนึ่ง หรือบางทีอาจเป็นเรื่องของทั้งสองก็ได้

Rrrrrrrrrrrrr…………

กำลังนั่งมองรอยยิ้มหวานๆ กับเสียงหัวเราะใสๆ ของคนหน้าหวานข้างกายเพลินๆ โทรศัพท์เครื่องในกระเป๋าก็ร้องขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน หมอหนุ่มจำต้องทิ้งภาพสวยๆ ตรงหน้ามาหาไอ้เจ้าเครื่องจิ๋วแทน

“มีอะไรตาล ว่าไงนะ เจ้าปีปี๋จะคลอด ได้ๆ ฉันจะกลับเดี๋ยวนี้ล่ะ” หมอหนุ่มกดวางสายทันที ก่อนจะหันมาบอกอชิตะว่า “สงสัยต้องกลับแล้วล่ะอิง เจ้าปีปี๋กำลังจะออกลูก ต้องกลับไปดูด่วน” เจ้าปีปี๋คือหมาหลังอานพันธ์พื้นบ้านธรรมดาที่หมอหนุ่มรักมาก มันถูกทิ้งไว้ข้างทางตั้งแต่ยังเด็ก พิษณุเก็บมาเลี้ยงและรักมันมาก

“ก็ได้วะ ยอมหมาวันหนึ่งก็ได้” ไอ้เรื่องรักหมากว่าเพื่อนเนี่ย อชิตะรู้มานานแล้วล่ะ แค่หมาไม่กินข้าว แล้วคนที่บ้านโทรบอก เจ้าตัวยังกล้าทิ้งเขาไว้ที่ต่างจังหวัดแล้วขับรถกลับบ้านเพื่อมาดูอาการหมาว่าทำไมถึงไม่ยอมกินข้าว

“วันหลังค่อยนัดกันใหม่ กลับกันเลยนะครับน้องลม” ประโยคสุดท้ายหมอหนุ่มหันไปบอกกับคนหน้าหวานที่ยิ้มกว้างเมื่อเขาบอก สีฟ้ารอจังหวะนี้มานานแล้ว เขาจะได้หนีจากสภาพอึดอัดนี้ซะที

“พี่หมอคะ กลับก็กลับไปคนเดียวสิคะ จะเอาเพื่อนหวานไปด้วยทำไม หวานไม่ยอม ลมต้องอยู่กับหวาน ใช่ไหมลม ลมอยู่คุยกับหวานก่อนนะ” ว่าแล้วณัชชาก็ลุกขึ้นแล้วไปนั่งคว้าข้างสีฟ้า กอดร่างนั้นเอาไว้ ไม่ยอมปล่อย เธอยังไม่อยากให้สีฟ้ากลับนี่น่า กำลังคุยสนุกอยู่เลย สีฟ้ากลับเธอก็ขาดเพื่อนน่ะสิ

“นะนะลม อย่าเพิ่งกลับเลยนะ อยู่คุยกับหวานก่อน”

“แต่ลมไม่ได้เอารถมานะหวาน ถ้าไม่กลับกับพี่หมอ แล้วลมจะกลับยังไง” สีฟ้าบอก ความจริงเขาก็ยังอยากจะอยู่คุยกับณัชชาต่อ แต่เขาไม่ได้เอารถมาเอง เพราะหมอพิษณุขับรถไปรับเขาที่บริษัท เขาเลยจอดรถไว้ที่บริษัท ถ้าไม่กลับกับหมอพิษณุ แล้วเขาจะกลับยังไงล่ะ  จะโทรให้ที่บ้านมารับก็ไม่อยากรบกวน เพราะคนในครอบครัวของเขา ดูไม่ค่อยจะชอบหมอพิษณุเท่าไหร่  ทั้งที่หมอพิษณุก็เป็นคนดี แล้วที่มานี่เขาก็ไม่ได้บอกไว้ด้วย ขืนรู้มีหวังหูเขาชาแน่

“หวานเอารถมา เดี๋ยวหวานไปส่งลมเอง นะนะ นะลม อยู่กับหวานก่อน  จะปล่อยให้หวานอยู่ในวงล้อมของพวกผู้ชายคนเดียวได้ไง นะนะนะ”  ณัชชาอ้อนขอเสียงใส ทำตาปริบๆ ขอความเห็นใจ ลืมคิดไปเลยว่าสีฟ้าก็เป็นผู้ชาย  สีฟ้าจะอยู่หรือกลับก็มีค่าเท่ากัน ยังไงณัชชาก็ตกอยู่ในวงล้อมของผู้ชายเหมือนเดิม ต่างแค่ตรงจำนวนเท่านั้นเอง

แล้วให้สีฟ้าทำไงได้ ไม่ได้ใจแข็งพอ ถึงแม้จะรู้ว่าถ้าเขายังอยู่ เขาต้องคงต้องทนอึดอัดกับสายตาของภาคีไปอีกหลายชั่วโมง  ครั้นจะให้ปฏิเสธคำขอของณัชชาก็ทำไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องเลือกความต้องการของอีกฝ่าย มากกว่าความต้องการของตัวเอง

“พี่หมอครับ ลมขออยู่คุยกับหวานก่อนนะครับ”  สีฟ้ากลับหันไปบอกพิษณุ หมอหนุ่มพยักหน้ารับทันที ก็เขาอยากจะกลับไปดูอาการของเจ้าปีปี๋เร็วๆ แล้ว

“ดูแลตัวเองนะครับ.........โอะ....” หมอหนุ่มส่งยิ้มหวานให้ ขยับตัวลุกขึ้น แต่พอหันหลังจะเดินออกไปจากโต๊ะก็ต้องปะทะเข้ากับร่างสูงกว่าเขาแต่ความหนานั้นน้อยกว่าเข้าอย่างจัง ทำให้เสียหลักนิดหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับล้มลงไปตามแรงปะทะ และก็ไม่ได้ถือสาอะไร เพราะเข้าใจว่าคนที่เขาชนด้วยนั้นอยู่ในสภาพเมามาย เดินไม่ตรงจึงเผลอชนกับเขาอย่างแรง

ภาคีไม่ได้สนใจจะเอ่ยคำขอโทษอีกฝ่ายที่เขาตั้งใจเดินชนเต็มแรง ชายหนุ่มเพียงเดินผ่านหมอหนุ่มแล้วกลับมานั่งข้างคณิต คว้าแก้วเหล้าที่คณิตยื่นให้มาดื่มรวดเดียวหมด

“เดินให้มันระวังหน่อย” ไม่ใช่หมอพิษณุ หากแต่เป็นสีฟ้าที่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขารู้ว่าภาคีตั้งใจเดินชนหมอพิษณุ ท่าทางของภาคีมันบอกอย่างนั้น

“ก็คนมันเมา” ภาคีบอก นัยน์ตาฉ่ำมองคนหน้าหวานด้วยอารมณ์น้อยใจ ห่วงกันเหลือเกินนะ ไม่คิดถึงใจเขาเลยใช่ไหมว่ามันจะเจ็บแค่ไหนที่เห็นคนเคยกอดกลายเป็นของคนอื่น

แค่เห็นมือเล็กที่ถูกเกาะกุมด้วยมือของหมอพิษณุ เขายังเดือดดาลในใจขนาดนี้ แล้วถ้าร่างกายที่เคยก่ายกอดถูกมือนั้นกระทำเช่นเดียวกับเขา ในทุกส่วนของเรือนร่างบอบบาง เขามิด่าวดิ้นตายเลยเหรอ?  

“รู้ตัวว่าเมาก็อย่าไประรานคนอื่น” สีฟ้ามองคนที่บอกว่าเมาอย่างนึกหมั่นไส้ ปากว่าเมา แต่การกระทำมันจงใจชัดๆ ทางเดินก็กว้าง ใช่แคบซะที่ไหน เดินเรียงสี่ยังได้

“ผมเปล่าระราน ” คนเมาปฏิเสธเสียงแข็ง

“ก็เห็นอยู่ว่าจงใจ” สีฟ้าโต้กลับ

“ผมเปล่า”

“เอ๊ะ! ก็เห็นอยู่ ว่านายตั้งใจเดินชนคุณหมอ” ยิ่งภาคีทำหน้าตายเถียงกับเขา สีฟ้าก็ยิ่งโมโห ขัดใจที่ภาคีไม่ยอมรับความจริงว่าตั้งใจเดินชนหมอพิษณุ

ก่อนที่จะเกิดสงครามปะทะคารมกันให้วุ่นวาย แล้วทำให้งานกร่อย  ตัวกลางอย่างหมอหนุ่มที่ไม่เคยรู้ความสัมผัสที่ลึกซึ้งระหว่างคนทั้งคู่  ก็ยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์เสียก่อน

“อย่าทะเลาะกันเลยครับ คนกันเองทั้งนั้น”

หมอหนุ่มจะรู้ไหมนะว่าทั้งสองคนต่างก็ไม่ใช่ ‘คนกันเอง’ อย่างที่เขานิยามให้หรอก หากแต่เคยเป็น ‘คนๆ เดียวกัน’ มากกว่า

“แต่พี่หมอครับ หมอนี่จงใจนะครับ” สีฟ้ายังไม่ยอมให้เรื่องจบ เขาไม่ชอบให้ภาคีทำนิสัยแบบนี้ แม้ว่าจะทำด้วยเหตุผลใดก็ตาม เขาก็ไม่ชอบ

“ไม่เป็นไรครับน้องลม ” เพราะไม่อยากให้เรื่องไม่เป็นเรื่อง เกิดกลายเป็นเรื่องขึ้นมา หมอหนุ่มจึงไม่อยากถือสาหาความ เขากับภาคีก็คนเคยเจอกันบ่อยๆ  เวลาที่เขาไปหาเพื่อนที่บริษัท กินเที่ยวด้วยกันก็เคยออกบ่อย ภาคีเป็นคนนิสัยดี เรื่องเมื่อครู่คงไม่มีได้ตั้งใจจริงๆ  สีฟ้าคงคิดมากไปเองนั่นแหละ ใจก็แอบดีใจเล็กๆ ที่สีฟ้าดูจะเป็นห่วงเขา

หมอจะรู้ตัวอีกครั้งไหม? ว่ากำลังเข้าข้างตัวเองมากเกินไป

“แต่ว่าพี่หมอ นายนี่....” สีฟ้าพูดได้แค่นั้นเองเมื่อหมอพิษณุ ส่ายหน้านิดๆ เหมือนจะปรามหน่อยๆ

“ไม่เอานะครับน้องลม อย่าทะเลาะกันเลย พี่หมอไม่เป็นอะไร ตินก็ไม่ได้ตั้งใจ” หมอหนุ่มก้มหน้าเข้ามาใกล้ แล้วบอก  “พี่หมอว่าพี่หมอไปก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้จะมารับไปทะเล ห้ามเบี้ยวพี่หมอนะครับ  สัญญากันแล้ว” แล้วหมอพิษณุก็หยิบเอาสัญญาที่คนหน้าหวานให้เขาไว้ตอนนั่งรถมาด้วยกันเมื่อตอนเย็น มาเปลี่ยนประเด็นสนทนา

“ครับพี่หมอ แล้วเจอกันครับ” สีฟ้าจำต้องยอมหยุดแต่โดยดี ในเมื่อหมอหนุ่มไม่ได้ติดใจกับการกระทำของคนที่เอาความเมาเป็นเครื่องมือแกล้งคนอื่น  แล้วเขาจะทำอะไรได้ แต่ไม่วายที่จะทำให้คนเมายอมรับผิดเสียบ้าง

“ถึงจะเมาแต่นายก็ควรจะขอโทษเพราะนายเป็นคนผิด”

“ขอโทษ”

คนเมาบอกเสียงห้วน ในก็นึกสะใจที่ได้ทำอะไรกับหมอสัตว์ที่เขาไม่ชอบขี้หน้าขึ้นมาปุบปับ แม้จะทำได้แค่กระแทกไหล่ก็ตาม แต่ก็ดีกว่าที่ไม่ได้ทำอะไรเลย และนั่นมันก็ทำให้เขาดูมีตัวตนในสายตาของสีฟ้าบ้าง

“ไม่เป็นไรครับ” หมอพิษณุไม่ได้สะดุดอะไรกับน้ำเสียงห้วนๆ ของคนเมา จากนั้นก็รีบสาวออกจากร้านไป สวนกับร่างบางของใครคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้าน

ร่างบางกวาดสายตามองไปทั่วร้าน หญิงสาวมาร้านนี้ออกบ่อยจึงคุ้นเคยกับสถานที่อยู่มาก เธอมองหาคนที่นัดเอาไว้ แล้วก็เจอ

ณัชชาคือคนที่เธอนัดเอาไว้ แต่ณัชชาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว หากแต่มีผู้ชายอีกสี่คนนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย และสองในสี่คือคนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี

เท้าเหมือนถูกตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับก้าว


น้ำเพชรกำลังคิด เธอควรจะเข้าไปดีหรือไม่?

ไม่มีใครทันเห็นเลยว่าร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่ไกลๆ กำลังก้าวถอยหันแล้วเดินออกไปอย่างช้าๆ

...............................................

00 จบตอน00

ปล  อ่ะอะ อ่า  ต้องขออภัยที่บอกว่าตอนนี้จะหวาน แบบว่าผิดคิวเล็กน้อย ( รู้สึกเจ็บสีข้างเล็ก หุหุ) คือว่ามันกำลังเริ่มจะหวานแล้วไงค่ะ(เหรอ ตรงไหนที่เรียกว่าหวาน 555)  ลงให้ยาวๆ เป็นการไถ่โทษนะค๊า ตอนหน้าๆแน่นอนค่ะไม่พลาดค่ะไม่พลาด ไม่มีจำผิดคิวแน่นอน  ตอนหน่้าๆๆ
ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นท์ที่เป็นกำลังใจให้ทั้งคนแต่งและคนโพสนะค่ะ  

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-03-2011 19:56:38 โดย Aphrodite »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด