[นิยาย] +++ "UNTITLE" +++ By Sake
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [นิยาย] +++ "UNTITLE" +++ By Sake  (อ่าน 260614 ครั้ง)

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 o13 o13 o13 o13

เค้ารักเพื่อน กัน จิงๆๆ

คิคิ

Lollipop_pop

  • บุคคลทั่วไป
ชอบเรื่องนี้ค่ะ
นทพูดอะไรออกไปเนี่ย
เหอๆ เด๋วก็ได้เป็นเรื่องอีกหรอก  :o8:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2009 16:36:41 โดย E.eYe »

Overdose

  • บุคคลทั่วไป
ชอบจัง แนว นี้เนี้ยยย


คิคิ


เอามาต่ออีกไวๆนะค๊า

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
ตอนที่ 6

อากาศยามเที่ยงวันทำให้ร่างโปร่งที่กำลังขนตะกร้าบรรจุส้มโอออกมาวางขายริมถนนโชกไปด้วยเหงื่อ

“พี่เอากล้วยหอมทองออกมาเพิ่มด้วยนะ” วารีน้องสาวของนทนทียิ้มบอกให้พี่ชายตนเอาของมาเพิ่ม

“วันนี้ขายดีนี่” พี่ชายยิ้มให้พลางมองผลงานของน้องสาวที่วันนี้ขายดีจนต้องนำผลไม้มาเติม ตอนนี้น้องสาวเขาเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว ปีหน้าก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาไม่อยากให้น้องต้องกู้เงินเรียนอย่างเขา เพราะฉะนั้นการขายผลไม้ในสวนได้มากเท่าไรนั้นหมายถึงเงินที่จะเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนมากเท่านั้น เขารักและภูมิใจในตัวน้องสาวมาก วารีช่วยงานบ้านทุกอย่าง หลังเลิกเรียนก็มาช่วยแม่นั่งเฝ้าแผงผลไม้ริมถนนหน้าบ้าน ยิ่งวันเสาร์อาทิตย์ก็จะสวมบทลูกแม่ค้าเต็มเนื้อเต็มตัว ขายคล่องจนแม่ไว้ใจให้เฝ้าแผงตลอดวัน

“พี่ วันนี้ขอข้าวกระเพราไก่นะจ๊ะ เร็วๆ ด้วยหนูหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว”

“จ้าๆ” เขาซึ่งเป็นทัพหลังคอยส่งข้าวส่งน้ำ ให้น้องสาวเป็นทัพหน้าอวดหน้าตาสวยใสเชื้อเชิญลูกค้าแทน

จนแสงอาทิตย์อ่อนแรงลงนั้นละเขาจึงละงานในสวน เริ่มช่วยน้องสาวเก็บแผงผลไม้เข้าบ้าน เสียงเครื่องยนต์ดับลงบริเวณหน้าแผง ร่างสูงโปร่งจึงเงยหน้ามองที่มาของเสียง เห็นขาเข็งแรงก้าวลงจากรถสีดำเงาวับ ที่มีตราสี่ห่วงแปะบริเวณหน้ารถ

“พี่นท” เสียงคุ้นๆหูดังมาก่อนตัวทำให้เขายืดตัวเพ่งมองร่างสูงที่เคลื่อนกายออกจากรถ

“อนล มาได้ไง” นทนทีร้องทักร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้ส่งยิ้มเป็นกันเองให้เขาสองคนกับน้อง

“ว่างๆ นะพี่เลยลองขับรถมาดู ความจริงบ้านพี่ไม่ไกลจากบ้านผมเลยนะ นี่ถ้ารู้มาก่อนมาเที่ยวนานแล้ว”

จะว่าไปอนลไม่เคยมาบ้านเขามาก่อนนอกจากคืนนั้นแต่ก็หลับนี่นา

“ไม่ได้หลับหรอกหรอคืนนั้น” นทนทีทำหน้ายุ่ง

“แค่พักสายตาพี่” เจ้าตัวทำหน้าทะเล้นใส่

“แล้วนี่พี่จะเก็บร้านแล้วหรือครับ”

“ใช่”

“โธ่ ว่าจะมาอุดหนุน”

นทนทียิ้มกับท่าทางอ้อนๆ ของชายหนุ่มอารมณ์ดี อนลมีบรรยากาศรอบตัวสบายๆ ไม่รู้สึกกดดันผิดกับพี่ชายที่ให้ความรู้สึกเข้าใกล้ยากเมื่อแรกพบ

“เดี๋ยวไปเอาในบ้านมาให้ ไม่ต้องซื้อหรอก”

“ของซื้อของขายพี่”

“คิดมาก ประวิชเอาไปกินบ่อยๆ เดี๋ยวตามเข้าไปในบ้านสิ” นทนทีหันไปเร่งมือนเก็บของก็พบน้องสาวมองพวกตนอยู่จึงรู้สึกตัวว่ายังไม่ได้แนะนะน้องสาวกับอนล

“วา นี่พี่อนล เพื่อนพี่เอง”

วารียกมือไหว้อนลพลางส่งยิ้มละมุนตาไปทักทายด้วย อนลเพิ่งสังเกตเห็นหน้าตาน้องสาวของนทนทีก็ถึงกับนึกชม ด้วยวัยกำลังเจริญเติบโต ดวงหน้าผ่องใสอิ่มเอิมด้วยเลือดฝาดจนผิวแก้วเป็นสีชาพูเรื่อ จมูกโด่งรับกับดวงตากลมโต ริมฝีปากสีแดงสด ขับกับฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ ไม่ใช่คนสวยสะดุดตาในทันที แต่กลับเป็นผู้หญิงที่ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นความน่ารักไปทั่ว
 
“สวัสดีครับ น้องวา “ อนลพนมมือรับไหว้

“เดี๋ยวพี่ช่วยเก็บของนะ” เขาอาสาเข้าไปช่วยเด็กสาวเก็บแผง พลางคิดว่าลูกบ้านนี้หน้าตาดีทุกคน

“พี่นท แม่จะกลับกี่โมง” น้องสาวถามด้วยรู้ว่าแม่ออกไปซื้อของนานแล้ว

“เดี๋ยวคงกลับละ เป็นบอกว่าจะไปแค่ตลาดซอยข้างๆนี่เอง”

“แต่นี่เย็นแล้วน๊า” น้องสาวยังบ่นกระปอดกระแปด แล้วก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อเห็นแม่ลงจากรถสองแถวฝั่งตรงข้าม

“แม่กลับมาแล้ว” เด็กสาวหันไปยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มทั้งสองคน ก่อนจะเดินไปริมถนนรอแม่ข้ามฝั่งมาหา อนลเห็นกริยาดีอกดีใจนั้นถึงกับยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กสาวมากขึ้น รอยยิ้มที่ปราศจากมารยาของเด็กสาวดูจะติดตรึงใจเขาเหลือเกินด้วยรอบตัวเขาหารอยยิ้มเช่นนี้ยากละมั้ง พวกประจบประแจงเลียแข้งเลียขาเขามีมากจะตายหันไปทางไหนก็เจอเมื่อรู้ถึงฐานะหน้าที่การงานที่บ้านเขา จนต้องคอยระวังในเรื่องการคบคนบ่อยๆ

หญิงสูงวัยใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั่นสีฟ้ากางเกงสีดำยืนริมถนนรอข้ามฝั่งมองรถซ้ายทีขวาทีด้วยบริเวณนี้ไม่มีสะพานลอยหรือทางม้าลาย ร่างสูงวัยก้าวถอยหลังด้วยเห็นรถกระบะคันสีเงินเริ่มบ่ายหน้ารถมาทางตนแทนที่จะขับตรงไป หรือจะจอดแต่ความเร็วก็ไม่ได้ลดลงเลย ไม่มีเวลาได้คิดนานด้วยรถกระบะหักพวงมาลัยพุ่งตรงมาทางร่างสูงวัยที่พยายามหลบรถอย่างสุดตัว

โครม รถกระบะพุ่งเข้าไปเกยบนฟุตบาทสูงผ่านแนวต้นไม้เล็ก เสียงเครื่องยนต์ดับลงโดยมีร่างหญิงสูงวัยนอนสลบอยู่ห่างๆ

“แม่” เสียงร้องตกใจของน้องสาวทำให้ทั้งอนลและนทนทีสะดุ้งสุดตัวหันไปมองที่มาของเสียงประหลาดนั้น

“แม่” นทนทีครางเมื่อเห็นภาพแม่ตนเองนอนนิ่งบนพื้น ก่อนจะตะโกนดังๆ พร้อมกับวิ่งฝ่ารถไปยังร่างมารดาที่นอนไม่ไหวติง

“แม่…แม่ครับ” ร่างโปร่งประคองร่างไร้สติของแม่ไว้ หัวใจเขาเหมือนหลุดลอยไปไกล บนร่างกายแม่ไม่มีเลือดเลยซักหยดเดียว

“ไป…ต้องไปโรงพยาบาล” เขาย้ำกับตัวเอง ไม่ทันได้ออกปากขอร้องใครรถคันงามของเพื่อนรุ่นน้องก็เข้ามาจอดใกล้ๆ

“พี่” อนลตะโกนเรียกอยู่ในรถ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาต้องทำยังไง เขาอุ้มร่างที่ไม่ได้สติของแม่ขึ้นรถโดยมีน้องสาวตามเข้ามาด้วย

โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดขับรถไม่ถึงห้านาทีก็มาถึง แม่ของเขาถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที ภาพแม่นอนอยู่บนเตียงถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินเป็นภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นร่างของแม่ ถึงจะกังวลใจแต่ก็เบาใจได้บ้างว่าแม่ถึงมือหมอในเวลาอันรวดเร็ว แม่เขาต้องไม่เป็นอะไรมาก เขายืนมองประตูห้องฉุกเฉินตลอดจนอนลเข้ามาตบบ่านั้นละ เขาถึงได้หันกลับไปมองผู้ที่มาด้วยกัน ใบหน้าน้องสาวเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ เขาเดินไปกอดน้องเพียงคนเดียวไว้

“แม่ไม่เป็นอะไรแน่” คำพูดที่พูดปลอบน้องก็เหมือนปลอบใจตัวเองไปด้วย ยิ่งทำให้คนที่เผชิญเหตุการณ์มาด้วยกันสลดใจ อนลมองสองพี่น้องกอดกันกลมสะอึกสะอื้น



เวลาผ่านไปนานชั่วกัปชั่วกัลป์ในความรู้สึกนทนที แพทย์จึงออกมาจากห้องฉุกเฉิน เขารีบตรงเข้าไปถามอาการมารดาทันที

“หมอแม่ผมเป็นยังไงบ้างครับ”

“ปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้วครับ แต่ยังต้องรอดูอาการอีกระยะ คนไข้มีเลือดออกในสมองซึ่งเราสามารถเอาออกมาได้ ส่วนกระดูกหักบริเวณไหปลาร้ากับซี่โครงด้านขวาก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้วครับไม่ได้ทิ่มตำอวัยวะภายใน นอกจากนั้นก็เป็นแผลถลอกฟกช้ำ” คำตอบของนายแพทย์ทำให้เขาโล่งใจ แม่เขาพ้นจุดวิกฤติมาแล้ว

“ขอบคุณครับ” ร่างโปร่งหันไปยิ้มให้กับน้องสาวและอนล

“เดี๋ยวคุณไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแล้วก็กลับไปพักได้แล้วละครับ เพราะตอนนี้คงให้เข้าเยี่ยมไม่ได้”

“ครับ ..ขอบคุณครับ”

นายแพทย์ยิ้มให้เขาก่อนเดินจากไป นทนทีทรุดตัวหมดแรงลงกับเก้าอี้ใกล้

“พี่นท เรายังไม่ได้แจ้งความนะพี่” อนลเดินเข้ามาเตือนร่างที่นั่งหมดแรงอย่างเห็นใจ

“อืม ไม่รู้เจ้าคนขับรถมันจะอยู่ให้จับหรือเปล่า จำทะเบียนอะไรไม่ได้เลย” ตอนนั้นเขาไม่สนใจคู่กรณีเลยว่าจะเป็นยังไง ห่วงแต่แม่คนเดียว

“วา จำได้พี่”

“งั้นรีบไปโรงพักกันเถอะ” อนลชวน

“อืม..แต่ฉันต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก่อนนะ”

ทุกคนพยักหน้าก่อนจะเดินตามกันไปที่แผนกการเงินโรงพยาบาล ตลอดเวลาที่เดินไปนทนทีเริ่มมีเรื่องกังลงเรื่องใหม่เข้ามาแทน โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดที่พวกเขาพาแม่เข้ามารักษาเป็นโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายคงสูงมากแน่ๆ และก็จริงอย่างที่คิด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบยอดค่ารักษาเฉพาะคืนนี้ก็แสนกว่าบาทเข้าไปแล้ว และยังแจ้งให้ทราบอีกว่าเขาต้องจ่ายค่ารักษาของคืนนี้ในวันพรุ้งนี้และงวดต่อไปทุกสองวัน แล้วเขาจะหาที่ไหนมาจ่ายละนี่แม่ก็ยังนอนสลบอยู่เลย เงินสดที่บ้านก็มีไม่ถึงหมื่น ถึงจะมีที่ฝากธนาคารไว้บ้างก็มีไม่พอหรอกแถมเขายังไปเบิกแทนแม่ไม่ได้ด้วยสิ

อนลเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของเพื่อนรุ่นพี่ก็พอจะเดาออกว่าเรื่องอะไร ที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชนประสิทธิภาพในการรักษา บริการต่างๆ ย่อมดีเยี่ยม แต่ราคาก็ย่อมสูงตามไปด้วยเช่นกัน บ้านนทนทีก็ไม่ได้ร่ำรวยเขารู้ว่ารุ่นพี่กู้เงินเรียน หันไปมองผู้เป็นน้องสาวที่นั่งคอตกรอพี่ชาย ก็ให้นึกสงสารจับใจ บางคนเกิดมารวยล้นฟ้าแต่กับบางคนแม้แต่ข้าวยังไม่มีจะกิน ถึงจะไม่ใช่มารดาของเขาแต่ก็เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นแล้วจะทำใจไม่ช่วยได้ยังไงในเมื่อเขามีกำลังพอ อีกอย่างเขารู้จักกับนทนทีมาพอสมควร คนแบบนี้ไม่ใช่เหรอที่เขาควรจะช่วย ถึงจะจนแต่ก็ไม่งอมืองอเท้าขอใครกิน ไม่ตะโกนโทษฟ้าดินลำเอียงอย่างที่หลายๆคนทำ

เท้าเดินเข้าไปหาร่างโปร่งที่ตอนนี้ดูบอบบางกว่าครั้งไหนๆที่เขาเคยเห็น

“พี่…มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ”

“อืม……พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่ให้ชำระเงินค่ารักษาของคืนนี้ก่อนนะ แล้วก็ต้องชำระเงินทุกๆ สองวันนะ……..” คนตอบพูดพลางหลับตาลงอย่างช้าๆ ด้วยอับจนความคิด

“ชุกละหุกแบบนี้จะไปเอาที่ไหนมากันละ” เสียงพูดเบาๆ เหมือนกับบอกให้ตัวเองได้ยินคนเดียว

อนลมองร่างบางเปล่งเสียงอันอ่อนระโหยโรยแรงเหมือนคนจะสิ้นใจตอบ เขาจึงค่อยถามรุ่นพี่เบาๆ

“ต้องจ่ายเท่าไรครับ”

“120,000 บาท” คนตอบยังคงก้มหน้าก้มตาพยายามให้ความคิด

“รับชำระด้วยบัตรเครดิตมั้ยครับ” อนลก้มตัวถามเจ้าหน้าที่ผ่านกระจกกั้น ทำให้นทนทีเงยขึ้นมองทันที

“นล”

อนลรู้สึกถึงมือของนทนทีเขย่าแขนเขาแรงๆ

“นล เงินมันเยอะ อย่าทำแบบนี้” นทนทีเขย่าแขนรุ่นน้องตนด้วยตกใจที่อนลควักกระเป๋าหยิบบัตรเครดิตส่งให้เจ้าหน้าที่แล้วจึงหันมามองตน

“ผมไม่ได้ให้พี่ฟรีๆหรอกน๊ะ “ ร่างสูงตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะพลางมองคนตรงหน้าทำหน้าตาตื่น

“ผมจ่ายให้ก่อน แล้วพี่ค่อยคืนผมที่หลัง ตอนนี้ให้คุณแม่ของพี่ปลอดภัยก่อนดีกว่า”

นทนทีมองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ในหัวก็คิดอะไรไปสาระพัดจนปลงตกแล้วจึงได้ตอบรับความช่วยเหลือของเพื่อนรุ่นน้องคนนี้ ด้วยเขาเองก็ไม่มีปัญญาจะหาเงินจำนวนมากมายขนาดนั้นในตอนนี้ได้แน่

“ก็จริง……ขอบคุณน่ะแล้วฉันจะรีบคืนให้เร็วที่สุด”

“ครับๆ คืนช้าผมมีค่าปรับนะพี่” น้ำเสียงแสดงออกถึงการหยอกล้อรุ่นพี่ทำให้เขารู้สึกเบาใจขึ้นมาก

“RRRRRRRRRRRRRRRR “เสียงโทรศัพท์มือถือของอนลดังขึ้นระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่

“แกอยู่ไหนเนี่ย แม่รอกินข้าวเย็นอยู่นะ จะไปไหนก็บอกแม่เขาหน่อยสิวะ กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ มาฟังแม่บ่นบ้างเลยแก”

“ช้าๆพี่ ผมอยู่โรงพยาบาลพี่”

“ไปทำอะไรที่นั้น แกเป็นอะไร”

“ไม่ใช้ผมหรอก คุณแม่พี่นทถูกรถชนนะพี่”

“ห๋า!…..โรงพยาบาลอะไร”

อนลบอกชื่อโรงพยาบาลกับพี่ชายก่อนจะหันไปบอกกับร่างโปร่งข้างๆ

“พี่นทครับ เดี๋ยวพี่วีจะมาหาที่นี่ อยู่รอพี่ก่อนแล้วค่อยไปโรงพักด้วยกันดีกว่านะครับ” บอกเสร็จก็หันกลับไม่ได้ทันดูหน้าคนข้างๆ ที่ซีดเผือกลงทันทีที่ได้ฟัง


ไม่ถึงชั่วอึดใจร่างสูงใหญ่ก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าพวกเขา แววตาร่างสูงดูจะขุ่นมัวจนนทนทีใจฝ่อทั้งๆที่ยังไม่ได้พูดคุยกัน ปถวีกวาดตามองคนทั้งสามก่อนจะหยุดสายตาที่อนลน้องชายเขา เขาไม่แปลกใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพราะมันเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายอยู่แล้ว แต่เขาแคลงใจในตัวน้องชายตัวเอง อนลมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง เขาหันกลับไปมองร่างโปร่งที่ตอนนี้ดูซีดเซียวไปมาก แววตาดูอ่อนระโหยไร้ชีวิตชีวาเหมือนเคย ข้างๆมีเด็กสาวหน้าละม้ายคลายกันยืนปากสั่นระริกรอบดวงตายังคงหลงเหลือรอบคราบน้ำตาให้เห็นชัดเจน


“แม่นายปลอดภัยแล้วใช่มั้ย” ร่างสูงถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ พลางสบตาร่างโปร่งบางเพื่อรอคำตอบ แต่ดวงตาแดงก่ำกลับหลบวูบไปอย่างไม่น่าจะเป็น ปกติตาต่อตาฟันต่อฟัน มีอะไรผิดปกติไปเขารู้สึกอย่างนั้น ยิ่งทำให้เขาส่งสายตาคาดคั้นคนตรงหน้าจนได้คำตอบแบบกระท่อนกระแท่น

“หมอบอกว่าปลอดภัยในระดับหนึ่งแต่ยังต้องรอดูอาการอีก”

“หรอ……ถึงมือหมอแล้วคงไม่เป็นไรแล้วละ แล้วติดต่ออะไรเรียบร้อยยัง” ประโยคหลังทำให้ร่างโปร่งเย็นวาบไปทั้งตัว พยายามรวบรวมแรงใจเท่าที่มีตอบ แต่คงไม่ทันใจเจ้าตัวถึงหันไปถามน้องชายที่ยืนอยู่ข้างเด็กสาว

“อือ….คือ…เรื่อง.”

“เรื่องที่โรงพยาบาลนี่ผมจัดการเรียบร้อยแล้วพี่ เหลือแต่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ยังไงพี่ช่วยผมพูดด้วยละกันถ้าแม่เกิดถามขึ้นมา” อนลเห็นนทนทีมีอาการอึดอัดที่จะตอบจึงรีบชิงพูดแทน

“เรื่องอะไร” ปถวีที่มาทีหลังไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องชายเขาจะสื่อ จนอนลดึงเขาออกมาคุยจึงเข้าใจ น้องชายเขาใช้บัตรเครดิตจ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนนทนที

“ก็อย่างที่บอกละพี่ ถ้าแม่เกิดถามก็ช่วยๆพูดหน่อยนะพี่ ช่วยเหลือกัน”

น้องชายเขาทำท่าเต็มอกเต็มใจออกรับภาระนี้เต็มที่จนน่าหมันไส้ เขาเผลอขึงตาใส่น้องชายก่อนจะมองไปยังร่างโปร่งที่ยืนตัวลีบ มองมาทางเขาเช่นกัน

นทนทีเห็นอาการขึงตาใส่อนลของปถวี จึงเข้าใจว่าชายหนุ่มคงไม่เห็นด้วยกับการกระทำของน้องชาย ก็เงินจำนวนมากขนาดนั้นใครเขาจะมาให้หยิบยืมกันง่ายๆ ละ ใจเขาแทบลงไปกองอยู่ปลายเท้า ถ้าเจ้านั้นไม่เห็นด้วยแล้วเขาจะไปหาเงินที่ไหนได้ในตอนนี้ คนอะไรใจดำ นทนทีนึกบริภาษร่างสูงใหญ่ในใจก่อนจะส่งสายตาวาวโรจน์ด้วยอารมณ์โกรธเคืองไปให้ แม้จะเข้าใจว่าปถวีไม่จำเป็นต้องมารับรู้เรื่องเล่านี้ ด้วยผู้หญิงที่นอนนิ่งอยู่ในห้องฉุกเฉินเป็นแม่ของเขาไม่ใช้แม่ของหมอนั้นซะหน่อย แล้วเขาจะมาเดือดเนื้อร้อนใจอะไรด้วย

ปถวีเห็นสายตาแวววาวก็พอจะเข้าใจความคิดของคนตรงหน้าเป็นอย่างดี เขาเป็นคนใจยักษ์ใจมารในสายตาของเจ้านั้นนี่ ถึงได้ทำหน้าตายังกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาขนาดนั้น

“อืม…ถ้าแม่ถามฉันจะช่วยพูดให้” ปถวีตอบน้องชายทั้งๆที่สายตายังคงจับจ้องมองใบหน้าซีดเซียว

คำตอบของปถวีสร้างความประหลาดใจให้กับคนที่ยืนรอฟังคำตอบ ยังกับฟังคำพิพากษาให้ปล่อยตัวยังงั้นละ ชั่วขณะหนึ่งที่เขาคิดว่า พวกเขาไม่กินเส้นกันคนอย่างนายปถวีคงไม่มาเอื้อเฟื้อกับเขาแน่นอน

อาการประหลาดใจของนทนทีไม่ได้รอดพ้นสายตาของปถวีไปเลย เขารู้ว่าร่างโปร่งนั่นกำลังคิดอะไรอยู่ ยังแปลกใจตัวเอง แค่ชายหนุ่มตรงหน้าแสดงท่าทางออกมาเขาก็สามารถแปลภาษากายนั้นออกทันที

“หึ…คนจะเป็นจะตายอยู่ตรงหน้ายังมีแก่ใจมาคิดมากอีกนะ”

อาการของนทนทีทำให้ปถวีถึงกับรำพึงในใจ เรื่องเงินทองไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขาหรอก เขามีบัญชีค่าใช้จ่ายที่พ่อแม่จะโอนเงินใส่ไว้ให้ตลอด โดยไม่เคยตรวจดูว่าเขาใช้จ่ายอะไรไปบ้าง ยังไม่นับรายได้เงินปั่นผลหุ้นในชื่อเขาอีก ขอแค่เขาไม่ติดยา ตั้งใจเรียน แค่นี้พ่อแม่เขาก็ไม่มาจู้จี้กับเรื่องส่วนตัวหรือการใช้จ่ายของเขาแล้ว แต่เจ้านั่นทำเหมือนเขาเป็นคนใจดำ ขี้ตืด ไม่ต้องห่วงเขาทำแน่ แต่ทำกับคนอื่นมันจะไปสนุกอะไร ต้องทำกับตัวต้นเรื่องมันถึงจะสนุก คอยดูเถอะ ไอ้แววตาดื้อดึง ท้าทายนั้น เขาจะทำให้มันเชื่อง จนชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้เลยทีเดียว


หลังจากพากันไปแจ้งความที่โรงพัก นทนทีก็ได้รับความจริงที่เจ็บปวดอีกครั้ง เจ้าของรถกระบะที่ชนมารดาเขาหนีไปแล้ว ถึงจะรู้ทะเบียนรถแต่คนขับก็หนีหายไปแล้ว เขาเข่าอ่อนแรงลงทันที แต่ก็ยังฝืนประคองน้องสาวออกมาจากโรงพัก ด้วยน้องสาวเขาหมดแรงทรุดลงกองกับพื้นไปแล้ว

“พี่นท แม่จะเป็นเหมือนพ่อรึเปล่า”

บิดาของเขาเสียชีวิตด้วยถูกรถชน จากพวกเมาแล้วขับ ซ้ำคนขับก็หนีไป ถึงจับตัวได้ในภายหลังแต่บิดาเขาก็เสียชีวิตไปแล้ว น้องสาวเขาคงกลัวว่ามารดาจะเป็นเหมือนบิดา ถึงได้ร้องไห้หนักกว่าตอนที่อยู่โรงพยาบาลอีก

“แม่ไม่เป็นไรหรอกวา คุณหมอก็บอกแล้วไง” เสียงปลอบน้องสาวเบาๆ

“กลับบ้านไปนอนพักก่อน พรุ่งนี้จะได้ไปเยี่ยมแม่แต่เช้าไง”

สองคนพี่น้องนั่งรถของอนลกลับมายังบ้านตน โดยมีปถวีขับรถตามหลังมา บรรยากาศภายในบ้านดูเงียบเหงาด้วยปกติพวกเขากลับบ้านก็จะเจอแม่ตลอด นทนทีดึงน้องสาวให้ไปอาบน้ำเข้านอนเพราะตอนนี้เกือบตีสามแล้ว

ภายในบ้านไม้สองชั้นดูสะอาดเรียบร้อยไปทุกมุม เฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายมีเท่าที่จำเป็นต้องใช้งาน พื้นบ้านถูกขัดถูจนขึ้นเงา บ่งบอกความเอาใจใส่ของผู้อาศัย
ปถวีกวาดสายตาสำรวจภายในบ้านนทนทีเงียบๆ จนเจ้าของบ้านเดินลงมาจากชั้นสองนั้นละ เขาจึงเงยหน้ามองเจ้าของร่างโปร่งที่เดินตรงเข้ามาหาพวกเขา

“ตาจะปิดแล้วอนล” นทนทีเห็นอนลนั่งตาปรือหาวหวอดๆ ด้วยอดนอนอยู่ช่วยเขาจัดการทุกอย่างจนเข้าที่เข้าทาง

“จะขับรถกลับไหวหรอ อันตรายนะถึงจะไม่ไกลก็เถอะ ค้างที่นี่เลยมั้ย”

“เกรงใจครับพี่”

“อย่ามาเกรงใจกันนะ ช่วยพี่ไว้ตั้งเยอะ มีที่ให้นอนแน่นอนประวิชยังมาค้างบ่อยๆ

“งั้นไม่เกรงใจละพี่ ไม่อยากกระดิกตัวทำอะไรแล้ว ง่วงจริงๆ” อนลขยับตัว พลางหันไปถามพี่ชาย

“แล้วพี่ละ จะค้างหรือกลับบ้าน”

นทนทีลืมไปเลยว่ายังมีปถวีอยู่ด้วย สายตาลังเลคู่นั้นทำให้เขาตัดสินใจเอ่ยชวน เพราะวันนี้ชายหนุ่มช่วยเขาไว้มากเหมือนกัน คงต้องพักเรื่องส่วนตัวไว้ก่อนแล้วกัน

“ถ้ายังไงก็ค้างซะด้วยกันมั้ย เดี๋ยวหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ซะทีเดียวเลย”

ไม่มีวาจาค่อนขอดให้ระคายหู ทำให้ผู้ฟังรู้สึกดีอย่างประหลาด พยักหน้าตอบรับคำชวนนั้น

นทนทีจัดการเอาเสื้อผ้าของพ่อที่ยังเก็บไว้นำมาให้สองหนุ่มใส่หลังอาบน้ำเสร็จ จึงพาขึ้นไปยังห้องนอนของตนที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน

หน้าต่างเปิดรับลมรอบด้านทำให้บรรยากาศภายในห้องโปร่งสบาย น่านอน เตียงกว้างขนาดนอนได้สามคนสบายๆถูกวางติดกับผนังห้องด้านหนึ่ง

“นอนด้วยกันที่นี่ละนะ เตียงกว้างคงไม่เบียดกันมากหรอก”

นทนทีให้สองหนุ่มจับจองที่กันตามสะดวก ตนเองลงมาอาบน้ำ สำรวจปิดประตูหน้าต่างเรียบร้อยแล้วนั้นละ จึงเดินขึ้นไปยังห้องนอน

อนลเลือกนอนติดฝาผนังห้องถัดมาก็เป็นปถวี สรุปเขาต้องนอนข้างเจ้าหมอนี่สิเนี่ย คนนอนติดฝาดูจะหลับสนิทไปแล้ว แต่อีกคนกำลังมองตรงมาทางเขา ทำให้รู้สึกประหม่าจนต้องเผลอชวนคุยออกไป

“ผิดที่จนนอนไม่หลับรึไง” ร่างโปร่งทรุดตัวนั่งลงขอบเตียงมองคนที่นอนอยู่ก่อนแล้ว”

“คงงั้น”

“นอนไปเดี๋ยวก็หลับเองละ”

นทนทีล้มตัวลงนอนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงอก พลางตะแคงตัวหันหลังให้ วันนี้เขาเหนื่อยใจเหนื่อยกายมากจนไม่อยากจะมาต่อปากต่อคำอะไรกับใคร และต่อให้ฟ้าถล่มดินสะเทือนอยู่ข้างหน้าเขาก็จะนอนให้ได้ แล้วเจ้าตัวก็หลับลงในเวลาอันรวดเร็วอย่างใจนึก

เสียงลมหายใจดังสม่ำเสมอของร่างโปร่งดังขึ้นเบาๆนั้นละ ปถวีจึงเท้าแขนมองศีรษะทุยท่ามกลางความมืดสลัว

โกรธเกลียดเหม็นหน้ากันมาตั้งนาน วันนี้กลับต้องมานอนติดกันเฉยเลย กลิ่นหอมสบู่อ่อนๆโชยเข้ามาแตะจมูก ทำให้ใจคอเขารู้สึกสงบอย่างน่าประหลาดเมื่อมีร่างนี้นอนอยู่ใกล้ ก่อนจะผ่อยหลับตามกันไปในที่สุด

“ผู้ชายอะไรตัวหอม”

********************************************

เสียงนกส่งเสียงกันระเบ็งเซ็งแซ่อยู่ภายนอก ท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่างรำไร ร่างโปร่งที่นอนหลับสนิทจากความเหนื่อยล้าขยับตัวหยุกหยิก ขนตายาวกระพริบปริบๆ

ปกติเขาจะตื่นเช้าเพราะต้องตื่นมาช่วยแม่จัดผลไม้ออกไปขายที่แผงทุกวัน แต่วันนี้เขารู้สึกหนักๆ พิกล อึดอัดเหมือนมีอะไรมาทับตัวเขาจนต้องตื่นเต็มตา

“หือ..”

หน้าคู่อริอยู่ห่างกันแค่คืบทำเอาเขาผงะออกทันที เพราะเคยนอนคนเดียวมาตลอด แขนของคนตัวใหญ่พาดอยู่บนตัวเขา นี่เองสาเหตุของอาการอึดอัด เขาค่อยๆยกแขนหนักของชายหนุ่มออกจากตัว ก่อนจะลุกขึ้นนั่งมองหน้าคนที่ยังนอนหลับสนิท

“นี่กลายเป็นว่า ฉันเป็นหนี้บุญคุณนายแล้วสิ”

พับผ้าห่มเสร็จนทนทีลุกขึ้นจากเตียงเดินลงไปชั้นล่าง จัดการธุระส่วนตัวแล้วจึงเข้าครัวเตรียมอาหารสำหรับเขาและแขกเมื่อคืน

ปถวีลืมตาหลังจากนทนทีลุกออกไปจากห้องนอน เขาตื่นตั้งแต่ตอนที่นทนทียกแขนเขาออกจากเจ้าตัว แต่ใครจะกล้าลืมตากันละ ก็เขาเล่นนอนกกกอดร่างอุ่นนั้นตลอดคืนโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลย

“ทำไปได้ไงวะ จำไม่ได้เลย”

เมื่อคืนเขารู้สึกถึงความหอมอุ่นอยู่ใกล้ตัว ยิ่งไขว้คว้ามาแนบชิดยิ่งรู้สึกสบายก็เลยยึดไว้ซะเลย กำลังคิดถึงคนที่อยู่ในมโนภาพก็สะดุดขึ้นมาเฉยๆ

ประวิชมานอนค้างบ่อยๆ

คิดถึงคำบอกเล่าของนทนทีเมื่อคืน นอนเตียงเดียวกันเนี่ยนะ นึกพลางย่นจมูกใส่ความคิดนี้ทันที

*****************************************

แกงส้มผักบุ้ง ปลาทอดกรอบ ผัดผักรวมมิตร พร้อมข้าวสวยร้อนๆ สี่จานถูกวางเตรียมบนโต๊ะด้วยฝีมือของนทนที

“ขอโทษนะค่ะพี่ หนูไม่ได้มาช่วย หลับยาวเลย ” น้องสาวเขาทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ พร้อมหนุ่มอีกสองคน เขายิ้มให้น้อง ด้วยวัยเท่านี้คงยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีนัก ให้นอนพักมากๆ ละดีแล้ว

“กินข้าวเถอะ” นทนทีตัดบทไม่อยากให้น้องกังวล

อนลมองหน้าซีดๆ ของเด็กสาว เจอครั้งแรกเมื่อวาน เขาสะดุดตากับใบหน้าอันสดใส อิ่มเอิม แลดูสดชื่นตลอดเวลา จนเขาพลอยรู้สึกกระชุ่มกระชวยไปด้วย แล้วดูตอนนี้สิ หน้าขาวซีด ดวงตาอิดโรย รู้สึกเหมือนว่าจะปล่อยไปไม่ได้แล้ว เขาไม่อยากเห็นเด็กสาวเป็นอย่างนี้ตลอดไป

“ทานข้าวเสร็จแล้วค่อยไปดูแม่กันน้องวา” อนลคะยั้นคะยอให้เด็กสาวทานข้าวด้วยเป็นห่วงเห็นเด็กสาวเขี่ยข้าวไปมา

“ไม่เป็นไรนล กวนนลมากแล้ว เดี๋ยวพี่ไปกันเอง”

“กำลังเดือดร้อนก็ช่วยๆ กันพี่ อย่าคิดอะไรมาเลย”

นทนทีระบายลมหายใจช้าๆ ด้วยรู้สึกหนักใจ แค่เรื่องเมื่อวานเขาก็รู้สึกกังวลถึงเงินก้อนนั้นจะแย่แล้ว แต่ก็ไม่รู้จะไปขอความช่วยเหลือจากใครได้อีก ญาติพี่น้องก็กระจัดกระจายไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับใครเป็นพิเศษเลย เขามองหน้าอนล ก็พบรอยยิ้มเต็มใจกับการให้ความช่วยเหลือครั้งนี้

ปถวีฟังการสนทนาของทั้งสามเงียบๆ พลางตักข้าวใส่ปากไปเรื่อยๆ เขาสังเกตพฤติกรรมของน้องชาย ดูท่าจะติดอกติดใจเด็กสาวตรงหน้าเข้าแล้ว เหลือบตามองพี่ชายของเด็กสาวคงยังไม่ระแคะระคายเรื่องนี้ แต่เขากับน้องเกิดคลานตามกันมา ทำไมเขาจะดูไม่ออก

กินข้าวหมดไปสองจาน ปถวีจึงยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม มองดูทั้งสามเตรียมตัวไปโรงพยาบาลอีกครั้ง

“พี่กลับบ้านไปก่อนเถอะ ผมจะไปโรงพยาบาลกับพี่นท”

ฮึ……ไอ้น้องบ้า พอหมดประโยชน์ก็เขี่ยทิ้งกันเลยนะแก รึงมันกลัวเราจะไปเป็นกางขวางคอ



ภายในโรงพยาบาลแม่ของนทนทียังคงอยู่ในห้องไอซียู จึงไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เขาจึงไปถามอาการเจ็บของแม่กับแพทย์ผู้รักษาเพื่อปรึกษาเรื่องการย้ายโรงพยาบาล เพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชน เขารับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไว้ ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากจะย้ายแม่ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลของรัฐให้เร็วที่สุด ซึ่งแพทย์ก็ให้คำตอบแก่เขาอย่างกระจ่างที่เดียว เขาสามารถย้ายโรงพยาบาลได้ แต่ต้องรอให้อาการของแม่ทุเลาจนสามารถเคลื่อนย้ายตัวได้เสียก่อน ไม่น่าจะเกินอาทิตย์หนึ่งถ้าแม่ของเขาอาการดีขึ้นเป็นลำดับแบบนี้

นี่ละปัญหา ถ้ายังอยู่ที่นี่ เขาต้องหาเงินมาชำระค่ารักษาแม่ทุกสองวัน แต่ปัญหานี้ได้อนลเข้ามาช่วยอีกครั้ง เขารู้สึกสำนึกในบุญคุณครั้งนี้ แต่ก็ต้องบอกกับอนลไว้ก่อนว่า เขาคงคืนเงินในคราวเดียวไม่ได้ คงเป็นการทยอยคืนซึ่งต้องรอให้แม่ฟื้นก่อนคงจะรู้เรื่องมากกว่านี้

อนลยิ้มให้แทนคำตอบ จนเขารู้สึกเบาใจเรื่องแม่ไปมากโข รู้สึกตัวเองยังโชคดีตอนตกทุกข์ได้ยากยังมีคนเข้ามาช่วยเหลือ

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
ตอนที่ 7

“แบ่งมาให้ฉันถืออีกก็ได้นท”

คนตัวใหญ่แรงเยอะอย่างประวิชถาม ด้วยเห็นนทนทีถือถุงใบโตที่อัดแน่นด้วยอุปกรณ์ตกแต่งซุ้มสำหรับงานประจำปีของมหาวิทยาลัยที่จะจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้านี้ คงหนักมากถึงเห็นเส้นเอ็นปูดโปนเป็นแนวตึง

“ไม่เป็นไร ของนายก็หนักจะแย่แล้ว” ร่างเล็กกว่ายิ้มรับน้ำใจเพื่อน
 
“โอ๊ย………ไอ้เรารึหนักจะตายไม่ถามซักคำ” คนตัวเล็กกว่าอีกคนที่เดินถือของมาด้วยกันประชดขึ้นมาทันที

“นายมันคนต้นคิดเรื่องนี้จะมาบ่นทำไม” ประวิชหันมาพูดใส่

ไผ่มองคนตัวโตเขม็ง ไม่ว่าเขาจะพูดจะทำอะไรเป็นต้องไม่ถูกใจเจ้ายักษ์นี่อยู่เรื่อย แต่ยิ่งบ่นเขาก็ยิ่งจะหาเรื่องมาให้คนตัวใหญ่ได้หัวหมุนตลอด ก็คิดดูสิ มีคนตัวโตๆ มาคอยวิ่งวุ่นช่วยงานอยู่รอบๆตัว มันน่าสนุกดีออก เหมือนตัวเองเป็นพระราชายังไงก็ไม่รู้

“มันงานมหาลัยของเรา ช่วยๆกันหน่อย………” ท้ายประโยคลากเสียงยานคางชวนให้ประวิชอดหมั่นไส้ไม่ได้

นทนทียิ้มให้กับท่าทางของทั้งคู่ เมื่อวานสองคนนี้ไปเยี่ยมแม่เขาที่บ้าน หลังจากออกจากโรงพยาบาลเอกชน เขาก็ย้ายแม่ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลของรัฐ ตอนนี้แพทย์อนุญาตให้แม่เขากลับมารักษาตัวต่อที่บ้านได้แล้ว เขาดีใจที่แม่ปลอดภัย ช่วงนี้รอให้กระดูกที่หักเชื่อมสนิทกันเท่านั้น คิดๆไปก็ดีแล้วที่อนลเข้ามาช่วยเรื่องเงินทองเพราะตอนออกจากโรงพยาบาลเอกชนรวมค่ารักษาแม่เขาร่วมสี่แสนบาท ตอนเช็คยอดเงินเขาแทบล้มทั้งยืน ส่วนค่ารักษาโรงพยาบาลของรัฐเขาจ่ายเองหมด

แม่ซึ่งรู้สถานการณ์ดีพออาการทุเลาจึงปรึกษากับเขาให้เอาโฉนดที่บ้านไปจำนองเพื่อเอาเงินออกมาคืนเพื่อน ด้วยความเกรงใจเพื่อนรุ่นน้อง เขาจึงรีบบอกกับอนลว่าจะคืนเงินให้ในอีกสองสามวันข้างหน้า พอบอกไปอนลก็ถามกลับทันที

“อย่าว่าผมดูถูกพี่เลยนะครับ พี่เอาเงินจากไหนมาคืนผมครับ”

เขารู้ว่ารุ่นน้องคนนี้นิสัยใจคอยังไง จึงไม่รู้สึกถึงอารมณ์เหยียดหยามในคำถามนั้น

“แม่ให้เอาที่บ้านไปจำนองนะนล แล้วเราค่อยผ่อนคืนเขา”

“แล้วมันต่างกันตรงไหนอะพี่ แค่เปลี่ยนเจ้าหนี้แต่ก็ยังเป็นหนี้เหมือนเดิม ไม่สิ ยิ่งกว่าเดิมเพราะต้องเสียดอกเบี้ยอีก”

“เกรงใจนลนะ เพื่อนกันยืมเงินกันมันไม่ค่อยดี พี่ไม่อยากเสียเพื่อนดีๆอย่างนลไปนะ”

“พี่พูดยังกับพี่จะไม่คืนผมงั้นละ”

“ไม่ใช่แบบนั้น”

สุดท้ายพวกเขาจึงเข้าไปคุยกับแม่เรื่องนี้อีกครั้งจนได้ข้อสรุปจากปถวี

“ถ้าคุณน้ากังวล ผมจะรับจำนองโฉนดไว้เอง คืนเงินหมดเมื่อไรผมจะคืนโฉนดให้ เดี๋ยวจะให้ทนายร่างสัญญามาให้ลงคุณน้าลงชื่อ ดีมั้ยครับ”

ตอนนี้เลยกลายเป็นว่า เขาเป็นหนี้ปลอดดอกเบี้ยสองพี่น้องคู่นี้โดยสมบูรณ์แบบ และบ้านที่เคยอยู่กันเพียงสามคน ร้อยวันพันปีจะมีคนมาเยี่ยมสักคน ก็เริ่มมีแขกแวะเวียนมาสม่ำเสมอโดยเฉพาะอนล อาจเพราะบ้านอยู่ไม่ไกลกันมากละมั้ง อนลจึงมาเยี่ยมอาการเจ็บของแม่เขาบ่อยที่สุด จนกลายเป็นแขกประจำบ้านยิ่งกว่าประวิชซะอีก ซึ่งเขาเองก็ชอบ เพราะการมาของชายหนุ่มผู้นี้จะนำพาความสดใสติดมาด้วยเสมอ ส่วนผู้เป็นพี่ชายก็มาอยู่ครั้งสองครั้งเห็นจะได้ ถึงยังไงพวกเขาก็ยังไม่ถูกกันอยู่ดี ความรู้สึกนี้ยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เขารู้สึกเกรงใจชายหนุ่มอยู่บ้างจากการช่วยเหลือในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นเขาจะพยายามไม่ไปกวนโทสะผู้มีพระคุณโดยไม่จำเป็นเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน

ประวิชเองพอรู้เรื่องก็เสียใจที่ตัวเองไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องนี้ได้ ถึงแม้บ้านประวิชจะมีฐานะดี แต่ก็ไม่ถึงกับที่จะเบิกจ่ายเงินเป็นแสนๆมาให้ได้ ซึ่งเขาก็เข้าใจดี แค่นี้ก็ซึ้งน้ำใจเพื่อนมากพอแล้ว

พวกเขาเริ่มเตรียมงานประจำปีมาประมาณอาทิตย์หนึ่งได้แล้ว รูปแบบของงานในปีนี้จะจัดแบบงานวัด ทุกชมรม หน่วยงานในมหาวิทยาลัยต่างก็มาออกร้านของตนเอง โดยจะมีชมรมกิจการนักศึกษาเป็นหลัก พวกเขาจึงถูกไผ่เกณฑ์มาช่วยงาน

เพราะชมรมหนังสือพิมพ์ของเขาออกร้านแคะขนมครกไข่นกกระทา จึงไม่ยุ่งยากมากนัก แต่ไม่เฉพาะพวกเขาหรอกที่โดนไผ่กะเกณฑ์มา สองพี่น้องเจ้าหนี้เขาก็ถูกลากให้มาช่วยงานด้วยเช่นกัน เขาจึงต้องเจอหน้าปถวีบ่อยๆ แต่ด้วยข่าวลือที่แพร่สะพัดจากคำพูดกินนัยของเขาวันนั้น ทำให้เขาสองคนถูกเพื่อนมองด้วยสายตาแปลกๆ บ้างก็หัวเราะคิกคักสนุกสนาน กับการสังเกตดูพฤติกรรมของพวกเขา

ตัวเขาเองไม่ได้สะทกสะท้านกับข่าวลือคู่เกย์ที่ว่านั้นหรอก ก็ไม่ได้ทำจริงนี่จะอายไปทำไม แต่ที่ดูจะไม่ชอบใจก็ตรงที่คนรอบข้างดูจะชอบจับคู่ให้เขาทำงานคู่กับเจ้ายักษ์นั้นอยู่บ่อยๆ ซึ่งเขาก็ได้เจอกับสายตาที่แทบจะหักคอเขาอยู่เนืองๆ ด้วยทำอะไรกับข่าวลือนั้นไม่ได้ คงแทบกระอักเลือดเลยละมั้งเนี่ย ทำไมเขาคิดช้านัก วิธีที่ไม่ต้องใช้แรงเลยสักนิดก็ทำให้คนเจ็บได้ เจ็บที่ตัวมันรักษาได้แต่เจ็บที่ใจคงรักษากันลำบากหน่อยนะ....นายปถวี

พวกเขาเดินถือของไปถึงซุ้มของชมรมกิจการนักศึกษา ซุ้มนี้กินบริเวณมากกว่าซุ้มอื่นถึงสามเท่าด้วยเป็นร้านหลัก ซึ่งก็จะมีกิจกรรมให้ผู้เข้ามาได้เล่น อย่างเกมปาลูกโป่ง ช้างน้อยตกน้ำ สอยดาว เกมตอบปัญหามหาสนุก ก็คงจะเป็นคำถามเพี้ยนๆของพวกบ้าๆนั้นละ และที่สุดของค่ำคืนนั้นคือ คอนเสิร์ตจากศิลปินสุดฮิตที่เชิญมาจากค่ายดังของประเทศ

วันนี้เขาก็ถูกจับคู่กับปถวีให้ช่วยกันติดกระดาษสีรอบๆบริเวณซุ้ม เจ้ายักษ์นั่นทำหน้าบอกบุญไม่รับเหมือนเดิม ส่วนประวิชถูกไผ่กันให้ไปช่วยงานอีกด้านหนึ่ง

“ไผ่บอกให้แปะกระดาษบนเชือกสลับสีกันไป” ร่างเล็กบอกคนตัวโตด้วยเขาเป็นคนถือกระดาษส่งให้ปถวีติด

“อือ”

คงกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก คนตัวใหญ่ถึงได้ตอบสั้นกุดนัก

ปถวีรีบติดกระดาษไปรอบบริเวณโดยเร็ว ด้วยไม่อยากอยู่ใกล้ร่างเล็กนานนัก เพราะจะเข้าทางเจ้าแมวบ้านั้นปะไร แต่ดูเหมือนเขาจะถูกเล่นงานเข้าซะแล้ว ด้วยร่างโปร่งเข้ามาใกล้เขาเกินความจำเป็น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นยิ่งทำให้แน่ใจว่า ร่างเล็กๆ กำลังจะตอกย้ำข่าวลือยิ่งขึ้นไปอีก จะเอาให้ไม่ได้ผุดได้เกิดเลยรึไงวะ อดทนต่อไปไม่ไหวจึงส่งสายตาขวางๆไป แต่เจ้าตัวกลับทำไม่รู้ไม่ชี้

“ชอบให้คนมองแปลกๆรึไง ออกไปยืนห่างๆฉันไป๊” ปถวีส่งเสียงเข้นรอดไรฟันยิ่งทำให้คนที่กำลังยิ้มกริ่มรู้สึกสนุกขึ้นไปอีก

“ฉันไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย ทำไมฉันต้องรู้สึกอะไรด้วยละ”

คำตอบแบบไร้เดียงสา ทำให้ปถวีฉุนกึก รีบก้มหน้าก้มตาทำงานให้เสร็จ จะได้ไปจากตรงนี้ซะที แต่คนที่รู้สึกถึงชัยชนะเล็กๆน้อยๆในครั้งนี้จะรู้มั้ยว่า สิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นกำลังจะย้อนกลับมาหาเขาในอีกไม่ช้านี้ และทำให้เขาไม่สามารถถอนตัวจากสิ่งนี้ได้อีกเลย

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
ตอนที่ 8

หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการเตรียมงาน ทุกอย่างก็พร้อมเสร็จสรรพสำหรับงานประจำปีของมหาวิทยาลัยคืนนี้

“สวยแล้ววา” นทนทีมองน้องสาวที่กำลังหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในบ้าน ก่อนจะไปงานที่มหาลัยกับเขา

“พี่ก้อ…อย่าแซวสิค่ะ”

น้องสาวเขาขอตามไปเที่ยวงานด้วย และแม่ก็มีอาการดีขึ้นมากจนไม่ต้องมีใครคอยอยู่ใกล้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว เขาจึงอนุญาตให้น้องไปกับเขาด้วย ยังไงก็มีประวิชคอยช่วยดูแลวารีอีกคน

ภายในมหาวิทยาลัยบริเวณรอบสนามฟุตบอลถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่จัดงานประจำปี ซุ้มต่างๆถูกจัดตั้งไว้รอบสนามเพื่อเว้นที่ว่างตรงกลางไว้สำหรับเป็นเวทีคอนเสิร์ต นทนทีมาถึงซุ้มของชมรมหนังสือพิมพ์ก่อนเริ่มงานเวลาหนึ่งทุ่มตรง เพื่อช่วยเพื่อนสมาชิกชมรมเตรียมร้านก็เห็นประวิชมาก่อนเขาแล้ว

“สวัสดีค่ะพี่วิช” วารียกมือไหว้เพื่อนพี่ชายตน

“วันนี้น้องวาสวยจริง” ประวิชเอ่ยชมอย่างคนคุ้นเคย ด้วยวันนี้วารีที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวเขาคนหนึ่ง แต่งตัวได้น่ารักน่ามองสมวัย กางเกงยีนส์สีเข้มเข้ารูปเอวต่ำพอสวยงาม กับเสื้อคอปาดแขนกระปุกนิดๆสีฟ้าอ่อน ผมสลวยถูกรวบมัดเป็นหางม้าเผยใบหน้าขาวเนียนอ่อนวัย ชวนสะดุดตาหนุ่มแถวนี้กันเป็นทิวแถว วันนี้เขาคงต้องคอยเป็นไม้กันหมาซะละมั้ง

“พองานเริ่มเราค่อยไปเดินเที่ยวกันนะน้องวา”

“ค่ะพี่ แล้วมีอะไรให้วาช่วยมั้ยพี่”

“แน่นอน ไม่ให้มาเที่ยวฟรีๆแน่” ประวิชล้อเด็กสาวด้วยความสนิทสนม

ใกล้เวลาเริ่มงานอนลก็มาปรากฏตัวที่ซุ้มของพวกเขาด้วยไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมใด

“ผมไปหาพี่ที่บ้าน กะว่าจะรับมาด้วยกัน พี่นทออกมาก่อนแล้ว”

“ออ…….ต้องมาเตรียมร้านนะนล”

“งั้นขากลับ กลับด้วยกันนะพี่”

“ดีสิ..ขอบใจมาก” นี่เขายังไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์บ้านกับอนลหรอเนี่ย เขาเพิ่งรู้สึกตัวนะนี่ เดี๋ยวเสร็จงานค่อยบอกดีกว่า

“ว้าว….วันนี้น้องวาน่ารักมากเลย” อนลหันไปทักทายเด็กสาวที่ตนพึงใจ

“ขอบคุณค่ะพี่นล”

“สนใจซุ้มไหนเป็นพิเศษรึเปล่าน้องวา”

“ยังไม่รู้อะไรเลย คงต้องเดินดูหมดทุกซุ้มนั้นละค่ะ”

“ได้ๆ วันนี้สามทหารเสือจะคอยบริการเจ้าหญิงเองนะ”

“ดีค่ะ เจ้าหญิงจะชี้นิ้วเอาทุกอย่างเลยค่ะ”

“ฮะ…ฮ้า….ก็แย่สินน้องวา” อนลหัวเราะกับคำประชดของเด็กสาว

“แล้วพี่ปถวีไม่ได้มาพร้อมพี่นลหรอค่ะ”

“รายนั้นเขาอยู่คอนโดแถวประตูน้ำโน้นแนะ ไม่ได้อยู่บ้านใหญ่ด้วยกันกับพี่หรอก อาจมาแล้วแต่คงอยู่ที่ชมรมมวยสากลของเขาละ เห็นว่าออกร้านขายน้ำผลไม้ปั้น คิดได้ไงก็ไม่รู้ นักมวยขายน้ำปั้น ฮ้าๆ เดี๋ยวเราเดินไปดูเขาด้วยเป็นไง”

“ค่ะ”

ผู้คนเริ่มเข้ามาภายในงานหนาตาขึ้นเรื่อยๆ หลายๆร้านมีลูกค้าแน่นขนัดโดยเฉพาะร้านน้ำ ยิ่งเดินมากก็ยิ่งกระหายน้ำ ทำให้ร้านน้ำผลไม้ปั้นของชมรมมวยขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

“ขายดีจริงพี่” อนลเดินพาวารีมาที่ซุ้มชมรมมวยสากล เห็นพี่ชายตนกำลังคันน้ำส้มด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ

“เออวะ ทำไม่ทันเลย” ตอบโดยไม่ทันมองว่ามีเด็กสาวตามน้องชายตนมาด้วย พอเห็นเข้าจึงยิ้มให้วารีเก้อๆ ด้วยเมื่อกี้เขาพูดจาดิบๆใส่น้องชาย ไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงอยู่ด้วย

“มาเที่ยวด้วยหรอน้องวา”

“ค่ะ มากับพี่นท แต่ตอนนี้พี่เขายุ่งพี่วิชก็ยุ่ง พี่นลเลยอาสาพาเดินเที่ยวค่ะ” วารีส่งยิ้มให้ปถวีจนเขารู้สึกเอ็นดูไม่ได้ ทำไมบรรยากาศรอบตัวถึงได้ต่างกับพี่ชายนักก็ไม่รู้ รายนั้นดูอวดดีจนน่า……..น่าอะไรดี……น่าทำให้ร้องไห้มาสยบอยู่แทบเท้าละมั้งถึงจะสมใจเขา ดูท่าเจ้าน้องชายเขาจะชอบเด็กสาวนี่จริงๆ ถึงได้คอยดูแลตลอด แต่ไม่ยักจะแสดงอะไรออกมาให้เด็กสาวรับรู้เลย คงกลัวข้อหาพรากผู้เยาว์ รักเด็กก็ต้องรอกันหน่อยนะไอ้น้องชาย

“รอเดี๋ยวนะ ลองชิมน้ำส้มปั้นฝีมือพี่ก่อน” ปถวีจัดแจงลัดคิวน้ำปั้นให้เด็กสาวตรงหน้าจนสาวๆที่มาคอยมาซื้อน้ำหรือคอยตามตื้อเขาส่งค้อนให้เด็กสาวกันเป็นแถว

“อร่อยค่ะพี่ เยี่ยมๆ” วารีชิมแล้วยกนิ้วให้

เสียงประกาศกลางเวทีคอนเสิร์ตบอกให้ผู้มาร่วมงานรู้ว่าการแสดงบนเวทีกำลังจะเริ่มแล้ว

“ไปดูกันมั้ยน้องวา” ปถวีชวนวารีไปดูนักร้องคนดังที่กำลังจะเปิดการแสดง

“ไปค่ะ แต่พี่นทบอกว่าจะไปดูด้วยกันนะค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปบอกพี่นทว่าน้องวาล่วงหน้าไปกับพี่วีแล้ว ให้ตามไปสมทบกันดีกว่า จะได้ไม่ย้อนไปย้อนมา” อนลเสนอความคิด

“ค่ะ”

ปถวีเลือกทำเลให้เด็กสาวเห็นหน้านักร้องได้ถนัดๆ

“หน้าตาดีจังนะค่ะ นักร้องนักแสดงเนี่ย” หญิงสาวเปรยๆ

“ก็เขาใช้หน้าตาทำมาหากินก็ต้องดูแลกันอย่างดีละ”

“แต่พี่วีก็หล่อนะค่ะ มากด้วยค่ะ” ถูกเด็กสาวชมกันตรงๆ ด้วยแววตาซื่อๆก็ทำให้ปถวีเขินได้เหมือนกัน

“ขอบใจ” เขาหัวเราะแก้เขิน จนเห็นพวกน้องชายเดินมาอยู่ไกลๆ จึงยกมือแสดงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ด้วยจำนวนคนที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามามากขึ้นทำให้ต้องเบียดเสียดกันเข้ามา

“อา…….วันนี้น้องวาน่ารักจัง” ไผ่ที่ตามมาด้วยเอ่ยชมวารี ด้วยเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้จักคุ้นเคยกัน ส่วนวารีได้แต่ยิ้มรับแก้มแดงเรื่อขึ้น ก็วันนี้ถูกชมหลายครั้งจนเขินแล้ว

“คนเยอะนะ” ประวิชมาด้วยเปรยขึ้นมา

“ก็ธรรมดานี่ วันนี้วันงานคนก็ต้องเยอะสิ” ไผ่ซึ่งไม่สังเกตถึงความผิดปกติตอบ

“ไม่ใช่ตรงนั้น” ประวิชหันไปมองไผ่ด้วยงานนี้เป็นหัวเรือใหญ่คนหนึ่ง

“ใช่ ดูเหมือนจะมีคนนอกเข้ามาเยอะมาก ไม่คุ้นหน้าเลย” ปถวีเองก็รู้สึกได้เหมือนประวิชจึงตอบเสียเอง

“ถ้าไม่เกิดเรื่องก็คงดี” ประวิชพึมพำออกมา

“ไผ่ฉันว่านายไปบอกให้ยามทุกจุดเข้มงวดคนนอกมากกว่านี้ดีกว่านะ เห็นกลุ่มไหน คนไหนไม่น่าไว้ใจก็ให้ยามกักตรวจดีกว่า”

ไผ่พยักหน้าเห็นด้วย แต่ไม่ทันจะก้าวเท้าไป ก็ได้ยินเสียงโวยวายอยู่บริเวณหน้าเวทีซะก่อนแล้ว

“เป็นเรื่องแล้วไง” ประวิชคว้าแขนไผ่พลางรั้งเข้ามาใกล้

“รีบไปจากตรงนี้เถอะ เดี๋ยวจะโดนลูกหลง”

การแสดงบนเวทีต้องหยุดไปด้วยเหตุ มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกันอย่างรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมืออยู่บริเวณหน้าเวที

ปถวีที่เดินรั้งท้ายเบียดเสียดผู้คนที่กำลังหาทางหนีกันอลหม่านเช่นเดียวกับพวกเขาหันหลังกลับไปมองจุดที่พวกเขาเดินจากมา เห็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์หลายคนต่างเงื้อมัดเข้าใส่กัน จนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ต้นสายปลายเหตุเป็นยังไงยังไม่รู้ แต่ตอนนี้ความรุนแรงเริ่มขยายวงกว้าง พวกที่โดนลูกหลงหลายคนต่างออกหมัดออกเท้าสวนกลับไป แยกไม่ออกว่าใครเป็นคนในคนนอก เพราะแต่งชุดธรรมดากันหมด

“ปัง!”

เสียงดังสนั่นทะลุทะลวงแก้วหูทุกคนที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เสียงที่ใครๆต่างเคยได้ยินในหนังละครบ่อยๆ เสียงปืน ทำให้ทุกคนหยุดนิ่งก่อนจะรีบหนีตายกันชุลมุน
 
“เหวอ!” นทนทีถูกกระแทกจนมือที่จับน้องสาวตนไว้แน่นหลุดออก ผู้คนที่ต่างพากันวิ่งหนีเข้ามาแทรกระหว่างเขากับน้องสาวจนคลาดกัน แต่ก่อนที่น้องสาวจะหายไปกับคลื่นฝูงชนเขาเห็นอนลอยู่ใกล้ๆน้องสาว อนลน่าจะพาน้องเขาไปที่ปลอดภัยได้ แต่ตอนนี้เขาต้องประคองตัวเองไม่ให้ล้มลงไปโดนเหยียบแบนเป็นกล้วยปิ้ง
 
“ให้ตายเถอะ” ร่างโปร่งถูกผลักจนเกือบหน้าคะมำลงกับพื้น

“เฮ้ย!” จังหวะที่เขาหันกลับไปมองคนข้างหลัง สายตาก็เหลือบไปเห็นชายวัยรุ่นรูปร่างสูงใหญ่เงื้อขวดเบียร์ฟาดลงบนศีรษะเด็กหนุ่มคนหนึ่ง จนล้มลงไปนอนเลือดไหลอาบหน้า เด็กหนุ่มที่ถูกทำร้ายนอนส่งเสียงครางอย่างเจ็บปวด มือกุมศรีษะตรงบริเวณที่ถูกขวดฟาดแน่น ขาที่กำลังก้าวไปหยุดลงแล้วรีบสาวเท้าเข้าไปหาร่างที่นอนครวญครางบนพื้นหญ้าหวังจะช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันได้แตะต้องร่างนั้น คอเสื้อเขาถูกกระชากจากด้านหลังโดยชายหนุ่มที่ยังถือเศษขวดติดมืออยู่ ความคมของมันแวววาวจับตาในความรู้สึกสำนึกของเขา

“อา……………” เศษขวดในมือใหญ่กำลังพุ่งตรงมาหาท้องเขาแล้ว เหมือนตัวชาและเย็นเยือกขึ้นมาทันที แต่เพียงชั่วเศษเสี้ยวของวินาทีที่ร่างเขาถูกกระชากออกห่างจากปลายขวดคมกริบ พร้อมกับขายาวๆจากด้านหลังสวนยันกระแทกร่างสูงใหญ่เซออกไป ก่อนจะฉุดเขาให้วิ่งหนีไปจากเหตุการณ์เฉียดตายโดยเร็ว เขาวิ่งตามหลังคนตัวใหญ่ที่ช่วยเขาไป กว่าจะรู้ตัวคนที่ช่วยคือปถวี ก็เล่นเอาเขาหอบไปพักใหญ่

ปถวีพาร่างโปร่งไปยังรถยนต์ของเขาที่จอดเทียบเคียงกำแพงลานจอดรถ ซึ่งอยู่ในมุมที่แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนส่องสว่างมาไม่ถึง บริเวณนี้จึงเป็นมุมอับมืดสลัวเห็นเพียงเงาลางๆ ของปถวีที่พยายามจับเขายัดใส่รถคันใหญ่โตของตนแล้วปิดประตูเสียงดังจนคนข้างในสะดุ้ง ร่างสูงเข้ามานั่งประจำที่นั่งคนขับพลางควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรด้วยอาการฉุนเฉียว

“นล ปลอดภัยมั้ย”

“ปลอดภัย พี่ละ ผมโทรหาพี่ไม่ได้เลย”

“ปลอดภัย แล้วคนอื่นๆละ”

“น้องวาอยู่กลับผมพี่ ปลอดภัยดีเหมือนกัน เมื่อกี้พี่ไผ่เพิ่มโทรมาบอกว่าปลอดภัยดีแต่จะไปแจ้งความที่โรงพักกับพี่ประวิชนะพี่ แล้วพี่นทละ” เสียงอนลถามมาตามสัญญาณโทรศัพท์

“อยู่นี่แล้ว ไม่เป็นไร แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหน”

“ผมพาน้องวาออกมานอกมหาลัยแล้วพี่ กลัวเขาจะถูกลูกหลง ต้องพาออกมาไกลๆ ก่อน”

“ดี งั้นฝากพากลับบ้านไปเลยแล้วกัน ตอนนี้ฉันอยู่ด้านหลังมหาลัยเดี๋ยวจะตามไปสมทบ”
 
“ครับพี่ บาย”

สิ้นเสียงการสนทนาร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆหันกลับมามองเขาตาขวางทันที

นทนทีที่กำลังกังวลถึงน้องสาวก็โล่งใจโดยไม่ต้องถามคนข้างๆ ด้วยบทสนทนาที่ได้ยินเมื่อครู่ ทำให้รู้ว่าทุกคนปลอดภัยดี และอนลกำลังพาน้องสาวเขากลับบ้าน ถ้าเป็นอนลเขาคงไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีก แต่คนข้างๆ นี่สิ ทำหน้ายังกับไปกินรังแตนมาแนะ

“เข้าไปทำบ้าอะไรห๊า อยากถูกเสียบพุงทะลุรึไง” เสียงระเบิดอารมณ์ดังก้องไปทั่วรถยนต์คันงาม

“คิดว่าเข้าไปแล้วจะช่วยอะไรได้รึ สติดีเปล่าวะ”

“ก็……” นทนทีอึกอักไม่รู้จะตอบอะไรออกไปถึงจะดี เพราะตอนนี้เขารับรู้ถึงอารมณ์เกรี้ยวกราดที่ส่งผ่านมาถึงตัวเขาได้เป็นอย่างดี ถ้าตอบผิดหูเจ้ายักษ์นี้ขึ้นมาได้แผ่นดินสะเทือนแน่

“สมองไม่มีหยักรึไง………มันน่านัก” ปถวีสบถออกมาอีกหลายประโยค แต่แล้วต้องหยุดลงเพราะเสียงที่สอดแทรกขึ้นมา

“ไม่ได้ขอให้มาช่วยแล้วจะมาบ่นเอาอะไร” ก็สำนึกอยู่ว่าถูกเขาช่วยไว้ แต่จะให้มาทนฟังคำกระแทกแดกดันเป็นการตอบแทนการช่วยเหลือครั้งนี้ เมินซะเถอะ

“อะไรนะ!” เสียงปถวีตวาดสวนกลับมาทันที

เจ้าบ้านี่จะรู้มั้ยว่าเขารู้สึกยังไงตอนที่เห็นขวดปากฉลามกำลังจะเข้าไปอยู่ในตัวของร่างโปร่ง ที่เขาโกรธ เขาโมโหเพราะอะไร ไม่รู้เลยใช่มั้ย

นทนทีทำเป็นไม่สนใจกับอาการของคนข้างๆ

“ที่พูดมาน่ะใช้หัวแม่โป้งเท้าคิดรึไง”

เจอคนตัวใหญ่ย้อนเข้าแบบนี้ นทนทีก็เลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน

“ไอ้บ้า” ในเมื่อไม่มีความเกรงใจอยู่ในความรู้สึกอีกแล้ว นทนทีก็สวนคำกลับไปทันทีเหมือนกัน พลางเอื้อมมือเปิดประตูรถ

“กึก”

“อะไร!” นทนทีหันไปมองที่มาของเสียง

“ออโต้ล๊อก” ร่างบางพึมพำอย่างตระหนก

“ทำบ้าอะไร เปิดประตูเลยนะ” เสียงตวาดเต็มสองหูปถวี

“อวดดีนักใช่มั้ย” ปถวีกระชากร่างบางเข้ามาใกล้แล้วเขย่า ทำเหมือนเขาเป็นยาน้ำที่ต้องเขย่าก่อนกิน

“มีสมองไว้ทำอะไร จะขอบคุณคนช่วยซักคำก็ไม่มี ยังมาพูดจากวนประสาทอีกนะ”

“นายอยากฟังรึไงกัน”

เหมือนจุดไฟในดวงตาของปถวีได้ มันถึงได้ส่องสว่างจนคนอยู่ใกล้ต้องเบือนหน้าหนี

“ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่”

“หมายความว่าไง”

“กับคนที่ไม่รู้จักบุญคุณแถมยังปากหมาอย่างนาย มันต้องทวง กับคนอื่นไม่ต้องพูดเขาก็ทำกัน แต่นายไม่ใช่ เอ………..รึนายมันเป็นพวกต้องใช้ไม้………ไม่ใช่สิ……..ต้องใช้ปฏักแทงถึงจะรู้สึกใช้มั้ย”
 
คำพูดถากถางทำให้นทนทีสติขาดผึงทันที

“ว่าฉันเป็นหมา……ฉันไม่ใช่ควายนะโว้ย” ตะโกนจนสุดเสียงพร้อมเหวี่ยงหมัดออกไปหวังจะเอาเลือดปากคนตรงหน้าสักที

ปถวีหลบหมัดนั้นอย่างรวดเร็วทั้งยังรวบร่างโปร่งเข้ามาแนบตัว แผ่นหลังของนทนทีสัมผัสแผงอกหนาอย่างแนบสนิทจนรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจอีกฝ่าย ความแปลกประหลาดกับสัมผัสนี้เริ่มก่อกวนจิตใจร่างโปร่ง นทนทีดิ้นรนสุดกำลังเพื่อให้หลุดจากวงแขนที่ยิ่งดิ้นยิ่งรัดตัวเองไปเรื่อยๆ จนเหนื่อยหอบ

“ปล่อยเซ”

ร่างขาวดิ้นรนอยู่ในวงแขนคนตัวใหญ่ ผิวกายสัมผัสเสียดสีสร้างความปั่นปวนให้กับปถวีเป็นนักหนา หวนคิดถึงวันที่ไปเที่ยวคืนนั้น ร่างกายนี้เหมือนจะยั่วยวนดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างให้หันมามองร่างกายที่เต็มไปด้วยสีสันของชีวิต ริมฝีปากสีสดที่เผยอหอบหายใจน้อยๆ จากการเต้นอย่างถึงพริกถึงขิง แล้วยังเจ้าเกย์ยักษ์ที่เดินเข้ามาสีร่างกายนี้อีก ดูจะป๊อบเหลือเกินนะ

“ไอ้เลว ปล่อยโว้ย ถ้าหลุดไปได้ละก็ ฉันจะแตะนกเขาแกให้ใช้การไม่ได้เลย”

“มันไม่มีหนที่สองแน่” ปถวียิ้มเหี้ยมให้กับคนที่อยู่ในวงแขน

“ตั้งใจว่าถ้าพูดกันดีๆก็จะปล่อยไปแท้ๆ แต่คงทำไม่ได้แล้วละ” แขนแข็งแรงเพิ่มแรงโอบกระชับร่างบางยิ่งขึ้น

“เรามาสะสางบัญชีแค้นของเราให้มันหมดๆไปเลยดีกว่า”

---TBC---

มาลงให้สามตอนรวด เดี่ยวมาลงต่อวันจันทร์ค่ะ

Coming Soon!!!

“หยุดดิ้นนะ!” เสียงตะคอกใส่หูไม่ทำให้ร่างโปร่งหยุดความพยายามดังกล่าวได้เลย

“ถ้าไม่หยุด”

นทนทีรู้สึกถึงลิ้นเปียกชื้นไล้ตามขอบใบหูตน จนต้องเกร็งตัวกลั้นหายใจหยุดรอฟังคำพูดต่อไปอย่างหวาดหวั่น

“ฉันจะบีบของนายให้เละไปเลย”

 :haun4:

ออฟไลน์ kungyung

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1756
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
ว้าววววๆๆๆ
น่ารักที่สู้ดดดดดดดดดด มาลงให้สามตอนรวดเลยอ่ะ
แล้วนายปถวีจะทำไรนทนทีอ่ะ :z1: :z1:

wanwisa

  • บุคคลทั่วไป
มารอค่ะ 
นายปถวี...ได้ฤกษ์แก้แค้นแล้ว  เหอะ เหอะ..
 :oo1:

ออฟไลน์ panpan

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-2
รอวันจันทร์  รอวันจันทร์ :really2:

morrian

  • บุคคลทั่วไป
 :z1:

ตามอ่านทันแล้ว

มารออ่านตอนต่อไปนะค้าบบ

พิศาล กำกับเองเรื่องนี้

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 :z1: :z1: :z1: :z1: :z1: :z1:


หนีไม่พ้นแหละ งานนี้


คิคิ


เค้าจาทามอารายกัน กันน

ISACBTMN

  • บุคคลทั่วไป
 :pighaun: อยากอ่านตอนหน้ามากกกกก


Donpopper

  • บุคคลทั่วไป
จะลงโทษกันยังไงล่ะเนี่ย

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
สะสางกันแบบไหนละนั่น อยากรู้ด้วยมากมาย  :z1:

ออฟไลน์ Papoonn

  • inspiration <3
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
อ่านรวดเดียวหมดเกลี้ยง    !
อะไร๊   สะสางอะไรกัน 

แอบอ่านตรงตัวเหลือง  ฮันแน่  !  ส่อ
ฮ่า ๆ     มาต่อไว ๆ เลย 

ออฟไลน์ zingiber

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-4
กรี๊ดๆๆๆ นายวีเริ่มจะออกอาการแล้วนะเนี่ย

รอลุ้นตอนหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น  :-[

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
ตอนที่ 9  :pighaun:

“เรามาสะสางบัญชีแค้นของเราให้มันหมดๆไปเลยดีกว่า”

เสียงพูดราวกระซิบมันซึมแทรกกรีดแทงเข้าไปในเนื้อหนังร่างโปร่งจนเจ็บปวดทรมานไปทั้งร่าง

“ฉันกำลังคิดว่า อะไรที่จะทำให้นายสำนึกได้บ้าง จะชกให้คว่ำ มันก็แค่เจ็บตัวใช่มั้ยละ เดี๋ยวก็หาย”

ร่างโปร่งขบริมฝีปากแน่น มันพล่ามอะไรของมัน จะชกก็ชกให้ตายไปเลยนะ เพราะถ้าไม่ตายเขาต้องกลับมาเอาคืนแน่

“ฉันเจ็บใจ ที่ถูกเอาไปลือว่านอนกับผู้ชาย เพราะฉันไม่ได้ทำ หึ…….มันเจ็บตรงที่ทำอะไรไม่ได้นี่ละ”

“ ก็มาหาเรื่องก่อนทำไม สมควรนี่” คนถูกรัดแน่นยังไม่วายต่อปากต่อคำ

“ไม่เป็นไร” ปถวีบีบคางคนในวงแขนแรงๆ

“ไหนๆก็ลือกันไปทั่วแล้ว จะทำให้มันสมจริงขึ้นไปอีกจะเป็นไรไปใช่มั้ย นายนทนที”

“อะไรน๊ะ!” ประโยคสุดท้ายทำเอานทนทีถึงกับผวาดิ้นรนขัดขืน พยายามสลัดตัวให้หลุดจากอ้อมแขนเข็งแรง แต่ยิ่งดิ้นร่างกายพวกเขาก็ยิ่งสัมผัสบดเบียดกันจนรู้สึกถึงความร้อนบริเวณกลางลำตัวของคนข้างหลัง ผู้ชายด้วยกันทำไมจะไม่รู้จักอาการทางร่างกายแบบนี้

“ไอ้บ้า ทุเรศ ชอบไม่ป่าเดียวกันรึไง”

“อารมณ์นี้ไม่เกี่ยงแล้ว”

เขายังแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่มีอารมณ์พิศวาสกับร่างบางตรงหน้า แต่จะอะไรเขาก็ไม่สนใจแล้ว เขาอยากจะปราบพยศไอ้ม้าดีดกระโหลกนี้ให้เชื่อง อยากจะปิดปากที่คอยพูดจาเชือดเชือน แล้วทำให้ร้องอ้อนวอนเขาให้ได้ ก่อนที่ปถวีจะได้คิดไปไกลกว่านั้น ศอกแหลมๆก็กระทุ้งเข้ากับสีข้างคนตัวใหญ่อย่างแรง

“อูย…..” เสียงครางออกมา พร้อมกับใช้แขนข้างเดียวรวบรัดตัวนทนทีไว้แน่น มือข้างที่ว่างตะบบลงไปที่กลางหว่างขาของคนที่กำลังดิ้นรนเต็มแรง

“อ๊า!……..” นทนทีร้องเสียงหลง หยุดชะงักการดิ้นทันที ริมฝีปากปถวีเข้ากระซิบชิดใบหูบาง

“ฉันหวังว่าวิธีนี้คงจะทำให้นายสงบเสงี่ยมไปได้บ้างนะ”

นทนทีใจตกไปอยู่ที่ตาตุ้มเมื่อได้ฟังคำบอกกล่าวนั้น เพราะดูไม่เหมือนพูดเล่นเลย

“จะทำอะไร” เสียงสั่นเครือหวาดระแวง เริ่มรู้สึกถึงอังตรายอย่างแท้จริงได้ย่างกรายเข้ามาถึงตัวแล้ว

“ปล่อย!” นทนทีร้องตะโกนสุดเสียงแต่มันกลับก้องกังวานเพียงภายในห้องโดยสารเท่านั้น มือป่ายปัดทำทุกอย่างให้หลุดพ้นจากตรงนี้ อันตราย เขาสำนึกได้ถึงคำๆนี้ เขาล้ำเส้นเกินกว่าจะถอยได้ทันแล้ว

“หยุดดิ้นนะ!” เสียงตะคอกใส่หูไม่ทำให้ร่างโปร่งหยุดความพยายามดังกล่าวได้เลย

“ถ้าไม่หยุด”

นทนทีรู้สึกถึงลิ้นเปียกชื้นไล้ตามขอบใบหูตน จนต้องเกร็งตัวกลั้นหายใจหยุดรอฟังคำพูดต่อไปอย่างหวาดหวั่น

“ฉันจะบีบของนายให้เละไปเลย”

คำขู่สร้างความตกตะลึงแก่นทนทีมากมาย พลางเหลือบตามองมือใหญ่ที่ขยุ้มเป้ากางเกงเขาเต็มไม้เต็มมือ ไม่อยากจะเชื่อ เจ้าหมอนี่คิดจะทำอะไร ถึงจะกลัวในคำขู่แต่ไม่วายที่จะลองทดสอบดู

“ไม่!”

การสบัดตัวเพื่อให้หลุดรอดพ้นจากวงแขนทำให้ปถวีเพิ่มแรงบีบรัดส่วนนูนกลางลำตัวแน่น จนนทนทีส่งเสียงร้องอ้อนวอนออกมา

“อ๊า!……………….พอแล้วเจ็บ” เขาเจ็บจนน้ำตาซึม

ร่างสูงใหญ่รู้สึกย่ามใจที่สามารถทำให้คนที่อยู่ในวงแขนเปล่งเสียงขอร้องตนได้
 
“ฉันจะคิดต้นทบดอกนายคราวนี้ละ”

“ไอ้ขี้โกง มันเกี่ยวอะไรต้องทำแบบนี้ด้วยเล่า”

“ที่ผ่านมา นายกับฉันมันก็ไม่น่ามาเกี่ยวข้องกันได้อยู่แล้ว” น้ำเสียงเย็นเฉียบจนร่างบางสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวที่กำลังมาเยือน

“แต่นายมันตามมาขัดแข้งขัดขาฉันตลอดเวลา”

“ใครตามนาย….อะ……” พอจะเถียงอีกฝ่ายก็เพิ่มแรงบีบเค้นทำให้เขาเจ็บปวดจนไม่มีแรงขยับและเปล่งเสียงได้อีกต่อไป เหงื่อผุดพรายตามใบหน้าสีนวลทั้งๆที่ในรถเปิดแอร์เย็นฉ่ำ เขายังไม่อยากสูญพันธ์ทั้งที่ยังหนุ่มยังแน่นนะโว้ย เสียงตะโกนดังขึ้นในใจอย่างกระวนกระวาย

ความรู้สึกถึงการโดนอีกฝ่ายเอาคืนบ้างมันเป็นอย่างนี้เอง เขาไม่อยากจะคิดว่าเจ้ายักษ์ใหญ่ตนนี้จะทำพิเรนอะไรกับตัวเขา แต่ที่ทำอยู่นี่ก็ทำให้เขาสั่นสะท้าน กลัวในสิ่งที่ไม่อยากจะคิดถึง

ปถวียิ้มสะใจกับสภาพที่ได้เห็น สีหน้าวิตกกังวลช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อย่างย่ามใจเขาเริ่มสอดมือเข้าไปในกางเกงของนทนที พลางนวดคลึงเบาๆ ยิ่งทำให้ร่างโปร่งตะลึงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะถามออกไปอย่างคนละเมอ
 
“ทำอะไร……หยุดนะ”

น้ำหนักมือที่พอดิบพอดีเริ่มขยับรูดขึ้นลงสร้างความหวาบหวิวเสียวซ่านในช่องท้องพร้อมอาการหวาดหวั่น จนต้องงอตัวไปข้างหน้าเพื่อบรรเทาความรู้สึกที่เกิดขึ้น

เห็นอาการร่างในอ้อมแขนมือไม้อ่อนตกลงข้างตัวเหมือนคนสิ้นเรียวแรง จึงรั้งร่างบางพิงลงบนอกตน สอดมืออีกข้างเข้าไปใต้เสื้อเนื้อนุ่ม สัมผัสยอดอกที่เริ่มแข็งเป็นไตขึ้นมาแล้ว

ปถวีสำรวจใบหน้าขาวยามนี้เหมือนคนละเมอ เผยอริมฝีปากสีสดน้อยๆด้วยแรงอารมณ์ พวงแก้มซับสีเลือดจางๆ ยิ่งดูน่ามอง ร่างกายแน่นตึงไปด้วยกล้ามเนื้อได้รูปกับผิวเนียนนุ่มมืออย่างผิดธรรมชาติของผู้ชายทั่วไป ยิ่งทำให้เขาลูบไล้สัมผัสหนักๆไปทุกส่วน

ภายในรถที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมในร่มเช่นนี้ เป็นอุปสรรคพอสมควรในการจะจัดการทุกอย่างให้ได้ตามใจปราถนา ปถวีเลื่อนพนักเบาะของนทนทีให้เอนลงต่ำสุดแล้วค่อยเคลื่อนตามทาบทับ

ความกลัวสุดชีวิตแล่นริ้วขึ้นมาในใจนทนทีอีกรอบ หลังตกอยู่ในห้วงสัมผัสของอีกฝ่ายที่ปรนเปรอให้ เขากำลังจะมีเซ็กส์กับผู้ชาย ประโยคนี้ผุดขึ้นมาทันที ก่อนที่จะมากไปกว่านี้เขารวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักดันคนตัวใหญ่ออก

“อย่า” เสียงร้องห้ามเปล่งออกมาด้วยความยากลำบาก

“ทำไม”

ถูกถามกลับอย่างไม่สะทกสะท้านของปถวี ทำให้เขาหยุดคิดด้วยงุนงง ทำไม ทำไม ทำไม มันถามคำถามนี้ได้ไงวะ เขาคิดคำนี้วนไปวนมาในหัว จนได้คำตอบที่เหมือนคนไม่มีสมอง เพียงแค่มองฝ่าความมืดออกไปนอกกระจกรถ

“นี่มันลานจอดรถนะเจ้าบ้า”

“มืดออก ไม่มีใครสังเกตอยู่แล้ว”

“อะ….อะ…..ไอ้บ้า” ทำไมเจ้าหมอนี้ถึงมักง่ายหน้าด้านแบบนี้ กำลังหาทางหนีทีไล่ก็สะดุ้งด้วยคนที่ค่อมตน ถอดกางเกงเขาออกไปกองอยู่ปลายเท้าเสียแล้ว

“นี่ฉันผู้ชายนะโว้ย แหกตาดูไม่รู้รึไง”

เมื่อไม่รู้จะทำยังไงกับคนตัวโตที่ตอนนี้ทำเหมือนช้างตกมันไม่ฟังอะไร ก็ได้แต่หลับหูหลับตาตะโกนแหกปากไว้ก่อน แต่อีกฝ่ายดูจะไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง เพราะเจ้าตัวก็หลับหูหลับตาเกลือกกลั้วใบหน้ากับซอกคอระเรื่อยยังใบหน้า ริมฝีปาก

“อืม”

เสียงครางถึงความพึงพอใจหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง เมื่อมือใหญ่ยังทำหน้าที่หยอกเย้าขยับไปมาอย่างรู้งาน ยิ่งทำให้นทนทีบิดกายส่ายสะโพกตอบรับมือคนที่ทาบทับ ถึงจะบอกว่าเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่เขาไม่รู้สึกขยักแขยงกับสัมผัสนี้ เจ้ายักษ์นี่ทำเขาหมดแรงต่อต้านได้ง่ายๆ จะเชี่-ยวเกินไปแล้วเจ้าบ้า

เสียงครางกระเส่าของนทนทีทำให้ปถวีอยากจะปลดปล่อยความคับแน่นของตนลงในร่างอุ่นโดยเร็ว มือผละออกจากกายของร่างโปร่งก่อนจะเคลื่อนลึกสู่ซอกหลืบ กดปลายนิ้วเข้าไปในช่องทางอุ่นที่ตอดรัดนิ้วมือทันที

“อือ!” เปือกตาบางปิดสนิท มือเรียวยึดไหล่หนาไว้แน่นด้วยอารมณ์ปราถนาที่ยากเกินกว่าจะสะกดกลั้นไว้ได้ ถึงจะกลัวขนาดไหน แต่เวลานี้อารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นได้โหมพัดความหวาดหวั่นในใจลอยหายไปในอากาศสิ้น

มือใหญ่ค่อยขยับแยกขาขาว พร้อมกดกายตนที่ขยายพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ฝังลงในช่องทางอุ่นคับแคบในคราวเดียว
 
“อ๊า!………………..จะ…เจ็บ”

นทนทีส่งเสียงกรีดร้องออกมาทันทีที่ความเจ็บแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับเนื้อถูกฉีก แขนเรียวพยายามผลักไสเพื่อจะหลุดพ้นจากความเจ็บ

ความสุขสมใจเกิดขึ้นทันทีที่กายตนถูกห่อหุ้มด้วยความอ่อนนุ่มของผนังเนื้ออ่อน แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ราบรื่นดังใจนึก ด้วยร่างโปร่งเกร็งแน่นพยายามต่อต้าน ทำให้เขาขยับกายยากลำบาก ปถวีรู้สึกแทบคลั่งถ้าไม่ได้ทำอะไรสักอย่างให้บรรลุความต้องการทางกายเดี๋ยวนี้

การพยายามทำให้ร่างข้างใต้เขาย่อมตอบรับบทรักของตัว ทำให้เขาต้องฝืนใจขยับกายอย่างช้าๆ เพื่อให้ร่างบางที่กำลังดิ้นเร่าได้ปรับตัวตามเขาได้ทัน

“อย่าเกร็งสิ มันขยับลำบาก” คนตัวใหญ่กระซิบชิดริมหู พลางเคลื่อนมาสัมผัสริมฝีปากบางแผ่วเบา ก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปสำรวจความนุ่มชื้น

หยาดน้ำใสเอ่อล้นจากหางตาไม่ทำให้ฝ่ายผู้กระทำหยุดพิจารณาแต่อย่างใด กลับเพิ่มแรงสอดแทรกมากขึ้นไปเพื่อสนองความต้องการของตนเอง นทนทีขบริบฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด แต่มือใหญ่ที่ลูบไล้ตามร่างกายกลับช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวดนี้ให้บรรเทาลงได้อย่างน่าแปลก พร้อมทั้งชักนำความรู้สึกให้เป็นไปตามที่เจ้าตัวต้องการได้ไม่ยาก ความคิดที่ว่า มันจะมีแต่ความเจ็บปวดรวดร้าวกลับแฝงไว้ความพึงพอใจ

เสียงครางด้วยความสุขสมใจที่ไม่รู้ดังมาจากใครยิ่งทำให้คนที่ทาบทับเร่งจังหวะการขยับสะโพกให้เร็วและหนักหน่วงขึ้น ร่างกายเกร็งเครียดกระแทกเนินเนื้อนิ่มอย่างแรงใส่อารมณ์ทั้งหมดลงร่างอุ่น

นทนทีร้องคราง นิ้วมือจิกไหล่กว้างแน่นเมื่อคนบนตัวเร่งจังหวะสอดรับกับความรู้สึกพุ่งสูงของตนจนต้องระเบิดอารมณ์ปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นกระเซ็นเปอะเปื้อน

อาการสั่นสะท้านของร่างเล็ก ทำให้ปถวีกระแทกร่างตนลงเนินเนื้อหนักๆ จนเกิดเสียงดังอีกสองสามครั้งก่อนจะปลดปล่อยตนเองตามร่างบางไป

ร่างสูงทรุดตัวลงกอดร่างเล็กกว่าพลางส่งเสียงครางอย่างสมใจออกมายาวๆ ภายในรถเงียบสนิทมีแต่เสียงลมหายใจหนักๆ ของคนทั้งคู่ เวลาผ่านไปชั่วครู่เมื่อร่างสูงเรียกพละกำลังกลับคืนมา เงยหน้าขึ้นสบสายตากับนทนที

ช่างเป็นเซ็กส์ที่เร่งรีบ ดิบเถื่อน ไม่มีการเล้าโลม เหมือนคนตะกละตะกลามไม่มีผิด แต่ก็เป็นเซ็กส์ที่น่าตื่นเต้นลุ้นระทึกในเวลาเดียวกัน ปถวีคิดก่อนจะขยับตัวถอดถอนกายตนออกจากคนตัวเล็กกว่าช้าๆ

“อะ…โอ๊ย…..” เสียงครางหลุดจากลำคอร่างบางทำให้ปถวีก้มมองบริเวณที่เขาเพิ่งถอนตัวออกมา ความมืดทำให้มองไม่เห็นอะไรเลย แต่อาการนิ่งเงียบไปของคนที่นอนอยู่ทำให้เขาใจคอไม่ดี

“เป็นไงบ้าง” ปถวีถามเสียงเบา ด้วยพอจะคาดเดาอาการของร่างบางได้จากการกระทำของตน ร่างกายผู้ชายไม่ได้ถูกสร้างมาให้รองรับการมีเพศสัมพันธ์อย่างผิดธรรมชาติ ย่อมจะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดได้ลำบาก ยิ่งถ้าคู่ตนไม่ยินยอมพร้อมใจยิ่งแล้วกันไปใหญ่ ถึงเขาจะโมโหแค่ไหน แต่เขาก็ไม่คิดจะทำให้ถึงขนาดเลือดตกยางออก เขาไม่ใช่พวกชอบความเจ็บปวดซักหน่อย อีกอย่างเขาก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกันมาก่อน ถึงจะรู้ว่าทำยังไงก็เถอะ เขาถึงเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายจะมีสภาพเป็นอย่างไรหลังเสร็จกิจ

เมื่อพายุอารมณ์ผ่านพ้นไปทำให้ปถวีมีโอกาสมองดูสภาพร่างที่นอนนิ่ง ใจเขาอ่อนยวบ ด้วยรู้สึกถึงความเจ็บปวดของร่างบาง

เสียงถามเบาๆ ของปถวี ทำให้นทนทีพยายามหรี่ตามองคนตรงหน้า ในหัวเขาหนักอึ้ง เจ็บหนึบบริเวณที่ถูกเสียดสีอย่างรุนแรงมากเหลือเกินจนไม่มีแรงลุกขึ้นมาต่อว่าอีกฝ่าย ความเจ็บทำให้ตนเองลืมตัวตอบกลับไปเสียงเบา

“จะ..เจ็บ”

“จะพากลับบ้านนะ”

ปถวีบอกพลางจัดเสื้อผ้าให้อย่างลวกๆ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับน้ำเหนียวหนึบ จมูกเขาได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะจมูกจนต้องขมวดคิ้ว

“จะไหวรึเปล่าเนี่ย”

“กลับบ้าน” นทนทีทวนคำพูดนั้นอย่างเลื่อนลอย สมองพยายามคิดทบทวน ถ้าเขากลับบ้าน คนในบ้านต้องรู้แน่ๆว่าเขาโดนทำอะไรมา เขาไม่อยากให้ใครรู้

“ไม่ได้ กลับบ้านไม่ได้ สภาพแบบนี้” เจ้าตัวพยายามพูดต่อให้จบประโยค แต่ดูเหมือนปถวีจะเข้าใจดี จึงเออออเห็นด้วยทันที

“นั้นสิ ไปคอนโดฉันก่อน แล้วค่อยว่ากัน”

ปถวีจัดการคาดเข็มขัดนิรภัยให้กลับร่างที่นอนหมดเรียวแรงก่อนจะเข้าเกียร์ออกรถไปทันที ไม่รอให้นทนทีได้มีโอกาสได้ค้าน



กว่าจะพานทนทีขึ้นมาถึงชั้นที่พักของเขา ก็ทำให้ร่างบางน้ำตาร่วงไปหลายหยด ปถวีวางร่างโปร่งบนเตียงกว้าง ก่อนจะพลิกดูผลจากการกระทำของตน ไม่มีการขัดขืนจากร่างที่นอนนิ่งสงบได้แต่กลอกตาไปมา เขาจัดการเช็ดตัวพร้อมทั้งใส่ยาเท่าที่จะหาได้ เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นคนตรงหน้าหลับสนิทไปแล้ว เขาก้มมองใบหน้านวลสีอ่อนอีกครั้ง พลางเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมให้อย่างเบามือ ยิ่งเพ่งพิศความรู้สึกหลากหลายก็ถาโถมประดังกันเข้ามาในห้วงอารมณ์

ที่ทำไปจะว่าเพราะโมโหมันก็ใช่แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด มันเป็นคำถามเดียวที่เขาคิดหาคำตอบไม่ได้สักที

การพลิกศีรษะของคนนอนหลับสนิททำให้เขาตื่นจากภวังค์ มองคนหลับใต้ผ้าห่มมีอาการผิดปกติอะไรรึเปล่า ขนตายาวตรงหลุบต่ำอยู่เช่นเดิม ปลายจมูกโด่งเชิดขึ้นอย่างคนนิสัยดื้อรั้น ริมฝีปากสีสดของคนมีสุขภาพดีเผยอเล็กน้อย พวงแก้มนวลซับสีเลือดบางจนเห็นเส้นเลือดฝอยจางๆ เหมือนแก้มเด็กชวนให้ฝังจมูกลงไปสัมผัส คนๆนี้ไม่ใช้คนผิวขาวแต่ออกไปทางเหลืองนวลดูสบายตาน่ามอง

ประหลาดใจในความคิดของตนที่เห็นคนหลับสนิทดูดีขนาดนี้ได้ ทั้งที่เห็นกันก็บ่อยแต่เขาไม่เคยสังเกตจริงๆจังๆ จำได้แต่ปาก ที่อ้าขึ้นมาทีไรเป็นต้องพูดจาทับถมกันร่ำไป เขาไล่สายตาไปยังลำคอเล็ก ช่วงแขนขายาวเรียวได้รูปทรง ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ใช่คนโครงร่างเล็ก เตี้ยกว่าเขาแค่ช่วงหัวกว่าๆเท่านั้น ทำไมถึงมองดูบอบบางนักก็ไม่รู้ ตอนประคองกันมายังรู้สึกถึงความต่างของน้ำหนักตัวได้ชัดเจน คราวนี้เขาคงทำเกินไปจริงๆ

เสียงบอกกับตัวเองในใจทำให้ปถวีต้องถอนหายใจยาวๆ

“เฮ้อ”

ตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้จะคิดหาเหตุผลมาลบล้างการกระทำครั้งนี้ ความง่วงคืบคลานทำให้เขาสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน หลับตาลงปล่อยทุกอย่างให้อยู่ในมือของคนบนฟ้าก็แล้วกัน

--- TBC ---

อิอิ มาต่อให้เเล้วจ้า
ขอบคุณทุกคอมเมนท์ค่ะ


wanwisa

  • บุคคลทั่วไป
เฮ้อ...ในที่สุด  หนูนทก็เสร็จไอ้นักมวยนี่จนด้าย....
ปถวี รับผิดชอบด่วนเลยนะ ไม่งั้นคุณแม่ไม่ปลื้มนะจะบอกให้
 :oo1: o12

ออฟไลน์ Papoonn

  • inspiration <3
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
เม้น     !

 :pighaun: :pighaun: :pighaun:

เลือดกระฉูด    เอ็นซี
อ๊ากกกกกกกกก  ๆ   เริ่มรักเค้าแล้วซิปถวี

555555555555555555
โอ้ยยยย   !  เอ็นซีถูกใจค่ะ

ออฟไลน์ kungyung

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1756
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
และแล้วก็ตกเป็นของกันและกัน :z1: :z1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ zingiber

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-4
 :pighaun: :pighaun: :pighaun:

นทตื่นมาจะว่าไงมั่งเนี่ย จะ :-[ รึ :m16:ดี เหอะๆๆ

Donpopper

  • บุคคลทั่วไป
ในที่สุดก็เรียบร้อยจนได้

แล้วที่นี้จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนทตื่นขึ้นมาล่ะเนี่ย

ลุ้นๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 :pighaun: :pighaun: :pighaun: :pighaun: :pighaun:



ในที่สุด เค้าก้อเข้าสู่กระบวนการรวมร่าง คิคิคิ



ออฟไลน์ maxtorpis

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-4

ออฟไลน์ ~NeMeSiS_PURE~

  • 행 복 하 길 바 래 ...
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2009
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +196/-2
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก อิจฉา....... !!!        เอ๊ยย !!! น่ากลัว.....

ปถวีรุนแรงมากมายย  ยังงี้ต้องรับผิดชอบนทเลยนะ  :angry2:

Hanna~

  • บุคคลทั่วไป
 :monkeysad:  วีรุนแรงกะนทเหลือเกิน

ออฟไลน์ TONG

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2535
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-4
เลือดสาดกันเลยทีเดียว

แต่ก็อย่างว่าครั้งแรกและไม่สมยอม

รอดูตอนต่อไปนะค่ะ

DEVIL nures

  • บุคคลทั่วไป
มาแค่จะบอกว่า

ชอบเรื่องนี้มากมายอะ :กอด1:

มาเร็วๆนา เค้าจะลงแดงแล้ว เหอๆ

อยากอ่านๆๆๆ

ออฟไลน์ Resonance

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
กริ๊ด คุณ SAKE  !!!  เรื่องนี้ทำเอาเราบ้าคนชื่อปฐวีำไปพักนึงเลย  555

อยากให้เอาเรื่อง With all my hearth มาลงด้วยอ่ะค่ะ    d>o<b

ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
 :haun4: จงมาต่ออ โอมมมมมมมเพี้ยงงงง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด