“อย่าหวังว่าคราวนี้จะรอดไปได้ ผมไม่หลงกลคุณเหมือนคราวที่แล้วหรอก” นาวินคว้าข้อมือของอิ๊กเอาไว้จนแน่น “คราวที่แล้วผมเสียรู้คุณ เพราะประมาทมากไป เผลอหน่อยเดียว คุณนี่ไวอย่างกับปรอท ชิ่งหนีผมไปได้แบบต่อหน้าต่อตา” ยิ่งอิ๊กพยายามจะทั้งบิด ทั้งดึงข้อมือของตัวเอง ออกจากการจับกุมของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ มือของนาวินก็ยิ่งกระชับแน่นมากขึ้นเท่านั้น
“อยากเจ็บตัวก็เอา ดึงเลย ข้อมือของคุณน่ะ ดึงแรง ๆ” นาวินเอ่ยปากท้าให้อิ๊กลองหนีเขาดูอีกครั้ง “ผมเจ็บนะคุณ” อิ๊กประท้วง “นี่มันคือการทำร้ายร่างกายกันชัด ๆ คุณมีสิทธิ์อะไรมาจับผมเอาไว้แบบนี้ นี่มันคือการล่วงละเมิดกันชัด ๆ ผมจะแจ้งตำรวจให้มาเล่นงานคุณ” อิ๊กร้องออกมาอย่างไม่พอใจ ที่ดูท่าแล้ว คราวนี้จะหนีไปแบบเนียน ๆ เหมือนครั้งที่แล้ว ไม่ง่ายจริง ๆ
“โอ้โห คุณนี่กล้าหาญมากนะ กล้าเอาตำรวจมาขู่ผม แน่ใจแล้วใช่มั้ย คุณคิดว่า ตำรวจเขาจะสนใจเล่นงานผม หรือจะจัดการกับคุณกันแน่ ฮะ” ได้ยินนาวินพูดมาแบบนั้น อิ๊กที่เคยใช้คำขู่แบบนี้แล้วได้ผลมาตลอด ก็ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรมาพูดให้อีกฝ่ายยอมคล้อยตามได้ง่าย ๆ “แล้วนี่นะ ผมต้องไปจ้างนักสืบ มาควานหาตัวคุณ กว่าจะรู้ว่า จะมาตามคุณได้ที่ไหน กว่าจะรู้ว่าบ้านคุณอยู่แถวไหน ผมถึงได้มาดักรอคุณจนเจอแบบนี้” นาวินรู้ตัวดีว่า เขานั้นกำลังถือไพ่เหนือกว่าอิ๊กอยู่ในตอนนี้
“นี่คุณถึงกับต้องลงทุนทำอะไรขนาดนี้เลยหรือ ด้วยเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ” อิ๊กพูดประชดประชันอีกฝ่ายกลับไป “คุณขโมยกระเป๋าสตางค์ผม” นาวินทบทวนความจำของอิ๊กกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ร้านนั้นหาหลักฐานให้คุณไม่ได้ บนชั้นซูเปอร์วีไอพี ไม่มีกล้องวงจรปิด” อิ๊กย่นจมูก ส่ายหน้า พยายามพูดเพื่อผลักให้ความผิดไปตกอยู่กับที่ร้าน “คุณนี่ถ้าไม่ถูกจับได้แบบคาหนังคาเขา ก็จะไม่ยอมรับใช่มั้ย อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะ ว่าคุณรวมหัว สมรู้ร่วมคิดกับบาร์เทนเดอร์ที่ร้านนั่นน่ะ” มาถึงตรงนี้ อิ๊กต้องเงียบเสียงลง เพราะเคยตกลงกับบาร์เทนเดอร์คนนั้นเอาไว้แล้ว ว่าจะไม่ซัดทอดกันและกัน
“นี่ไง จริง ๆ ด้วย ผมพูดไม่ผิดใช่มั้ยล่ะ” ต่อให้นาวินพูดถูกแค่ไหน จะตะโกนใส่หูดัง ๆ อิ๊กก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทำไขสือไม่ยอมรับสักอย่าง ทั้งสองคนหันมาสบตากันพอดี แววตาหลุกหลิกของอิ๊ก มันทำให้นาวินมั่นใจว่าเขารู้ถึงสิ่งที่อิ๊กทำ ส่วนอาการมั่นใจในความคิดของนาวิน มันทำให้อิ๊กนั้นหมั่นไส้ กับความฉลาดมีไหวพริบของชายหนุ่ม “คุณบอกผมมา” นาวินพูดขึ้น และยังไงก็ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือของอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ แต่ก็ยอมผ่อนปรนแรงจับลงมา เพื่อไม่ให้อิ๊กเจ็บตัว
“ว่าทำไม คุณมีเหตุผลอะไร ถึงต้องทำแบบนี้” นาวินถามออกไป ด้วยความต้องการคำตอบจริง ๆ จากอีกฝ่าย ก่อนจะได้เห็นท่าทีของอิ๊กที่เปลี่ยนไปในทันที อาการหลบสายตา ใบหน้าที่ดูเศร้าลงไปในทันที ท่าทางที่ดูอ่อนยวบลงอย่างเห็นได้ชัด “นี่คุณแสดงอยู่อีกมั้ยเนี่ย” นาวินถาม เมื่ออาการต่อปากต่อคำของอิ๊ก กลายเป็นความเงียบลงอย่างทันที ส่วนนาวิน ก็รู้สึกว่าเขาเพิ่งจะพูดอะไร ที่สะกิดปมภายในใจของอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ตั้งใจ แต่มันสามารถทำให้ท่าทีของอิ๊กนั้น เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว
“ถึงแล้ว นี่ไงบ้านผม” อิ๊กพานาวินที่เดินจับมือกันมาตลอดทาง มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่ง ที่อยู่ไกลจากบ้านหลังก่อนหน้า เข้ามาจนเกือบจะท้ายซอย ซึ่งก็เป็นตำแหน่งบ้านหลังเดียวกัน กับที่นักสืบส่งข้อมูลให้กับนาวิน “คุณจะไม่วิ่งหนีใช่มั้ย” ถามจบ นาวินก็ปล่อยมือของอิ๊กให้เป็นอิสระ “ถ้าอยากรู้มากนัก ก็ตามเข้ามาในบ้านนี่” แทนคำตอบ อิ๊กเปิดประตูรั้วบ้าน ก่อนจะเดินนำชายหนุ่มเข้าไปด้านใน
“หม่าม้า” เมื่อประตูบ้านเปิดออก “โป๊อยู่หรือเปล่า” อิ๊กก็ตะโกนถามคนที่อยู่ในบ้านเสียงดังลั่น โดยสายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของนาวิน เพราะต้องการที่จะดูสีหน้าของอีกฝ่าย ว่าจะเป็นอย่างไร “ถามอะไรของแกแบบนั้น ทำยังกับว่า แกไม่เคยเห็นอะไร ๆ ของฉันอย่างนั้นแหละ” เสียงแหบพร่าดังเป็นคำตอบกลับมา นาวินมองไปทางเจ้าของเสียงนั้น ที่อยู่ด้านหลังผ้าม่านโปร่งแสง ที่ตั้งขึงเอาไว้ตลอดแนวความยาวของห้อง
“ก็วันนี้เราได้รับเกียรติจากแขกพิเศษ เขาอยากตามมาดูน่ะ ว่าทำไมน้องถึงทำสิ่งที่น้องทำอยู่ทุกวันนี้” อิ๊กพูดบอกกับหม่าม้าของตัวเองไป ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปทางด้านหลังผ้าม่านนั้น นาวินมองตามเข้าไปที่เงาด้านหลังผ้าม่านนั้น ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีออกมาเบา ๆ ก่อนจะได้ยินอิ๊กบอกหม่าม้าว่า จะช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก่อน หม่าม้ายอมแต่โดยดี เพราะเห็นว่ามีคนแปลกหน้ามากับอิ๊กด้วย
“อิ๊กไปดูในครัวให้ม้าหน่อย ทำข้าวต้มก็ได้ ม้าอยากกิน” อิ๊กทำท่าอึกอัก จะไม่ทำตาม แต่ก็เงียบเสียงลง หยิบเอาเสื้อผ้าที่มีกลิ่นคล้ายน้ำยาทำความสะอาดลงใส่ในถุงดำ “มีอะไร หม่าม้าตะโกนเรียกน้องนะ” ก่อนจะยอมเดินถือถุงดำนั้น ไปทางด้านหลังบ้านแต่โดยดี นาวินเห็นเงาที่ด้านหลังผ้าม่านโปร่งแสงนั้นขยับตัวเลื่อนมาข้างหน้า ก่อนที่ผ้าม่านนั้นจะถูกดึงเชือก ให้มันเลื่อนเปิดออกไปทางด้านข้าง
“คุณอยากจะมาดูไม่ใช่หรือ ว่าทำไมอิ๊กมันถึงออกไปขโมยเงินใครต่อใครแบบนั้น” นาวินที่ได้เห็นคนที่อยู่ด้านหลังม่านนั้นอย่างเต็มตา ก็ชะงักไปเล็กน้อย กับร่างกายที่ผ่ายผอมของอีกฝ่าย แม้ว่าโครงหน้าเมื่อได้เห็น ยังพอจะบอกได้ว่า เมื่อสมัยอายุน้อยกว่านี้มาก ๆ เจ้าตัวถือว่าเป็นคนที่หน้าตาสะสวยมากคนหนึ่งเลยทีเดียว “มันไม่ยอมให้ฉันจากมันไปย่ะสิ อิ๊กน่ะ มันบอกว่า ให้ฉันอยู่กับมันก่อน ให้ทรมานทั้งตัวฉัน และลำบากทั้งตัวมัน” หม่าม้าพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่ใช่มาจากอาการประชดประชัน แต่แค่อยากจะเล่าถึงข้อเท็จจริงให้นาวินรับรู้แค่นั้น
“ถ้ากลัวนะ โน่น ข้างหลังนั่น มีหน้ากากอนามัยกับสเปรย์แอลกอฮอล์ ใช้ได้นะ ไม่ว่ากัน แม้ว่ามันจะไม่ติดต่อกันง่ายขนาดนั้นก็เถอะ แต่ฉันเข้าใจ” คำพูดที่มาจากคนตกผลึกทางความคิดและความเข้าใจถึงความเป็นมนุษย์ พูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้รู้สึกน้อยอกน้อยใจอะไรอีกแล้ว กับสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญอยู่ “มันขโมยเงินคุณมาเท่าไหร่ล่ะ” หม่าม้าถามยิ้ม ๆ นาวินหัวเราะตาม ก่อนจะตอบไปว่า
“เขาถูกผมจับได้เสียก่อน” หม่าม้าได้ยินแบบนั้นถึงกับหัวเราะชอบใจ “นี่ครั้งแรกเลยนะ ที่มันหนีความผิดไม่พ้น แถมเจ้าทุกข์ยังตามมาจนถึงบ้านอีกต่างหาก” หม่าม้าบอกกับนาวิน พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า “ฉันผิดเอง ฉันเองแหละ ที่เป็นคนสอนให้มันทำแบบนี้ เพื่อให้ได้เงินมาเร็ว ๆ” นาวินกำลังจะพูดอะไรออกไป หม่าม้าก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า
“เพราะฉันสั่งห้ามมันเด็ดขาด ฉันไม่อยากให้มันเป็นกะหรี่ขายตัว” หม่าม้าพูดด้วยแววตาของคนที่รู้สึกผิดมาโดยตลอด “เหมือนฉัน” นาวินมองเห็นแววตาที่หวังดีที่มีให้กับอิ๊กของหม่าม้า “ฉันพยายามจะเป็นแม่ที่ดีของมัน ด้วยคำถามที่ว่า กะเทยเป็นแม่คนได้มั้ย” นาวินเห็นหม่าม้ายิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่มีหยาดน้ำตาใส เต้นระยิบอยู่ที่ขอบตา “แต่ก็ได้เท่าที่เห็นนี่แหละนะ” หม่าม้าหัวเราะชอบใจ
“อย่างน้อย อิ๊กมันก็เลิกทำตัวพยศกับฉัน มันทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว แม้ว่ามันจะทำผิดวิธี แต่ฉันก็ไม่โทษมันหรอก ฉันไม่ได้ให้ชีวิตกับมัน ฉันให้มันได้แค่หนทางเอาตัวรอด ผิดถูก ค่อยว่ากัน” นาวินฟังที่หม่าม้าพูด ไม่ได้แสดงสีหน้าหรืออาการเห็นด้วยหรือคัดค้าน “ว่าแต่คุณเถอะ ยังไม่ได้กับมันใช่มั้ย” คำถามนี้ของหม่าม้า นาวินถึงกับต้องรีบปฏิเสธออกมาในทันที
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรอิ๊กแบบนั้น” หม่าม้าเห็นอาการประหม่าของนาวิน พร้อมด้วยหน้าที่แดงขึ้นจนเห็นได้ชัด ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านเจ้าสัวคงนอนไม่หลับไปหลายคืน” นาวินทำหน้าแปลกใจที่หม่าม้าจำเขาได้ “ถ้าจะมีใครไม่รู้จักคุณนาวิน ลูกเจ้าสัวดนัย ก็คงจะเป็นเจ้าอิ๊กนั่นแหละ” หม่าม้าพูดต่อ ก่อนจะอธิบายว่า ทำไมหม่าม้าถึงจำนาวินได้
“สมัยก่อน ตั้งแต่คุณยังเป็นเด็ก ท่านเจ้าสัวให้ความกรุณาอนุเคราะห์แก่กะเทยนางโชว์แบบฉันมาก ท่านเมตตาให้ฉันเข้าไปแสดงในงานประจำปีที่บริษัทอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่ง” หม่าม้ายังจดจำนาวิน ตั้งแต่ครั้งนั้นได้ดี “จนกระทั่งอะไรครับ” นาวินถามหม่าม้าออกไป หม่าม้าถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบกลับเขาไปว่า “จนกระทั่ง แม่ของคุณ ไม่ต้องการให้กะเทยแต่งหญิงอย่างฉัน เข้าใกล้ลูกชายของเธอนั่นแหละ” นาวินไม่ได้แปลกใจอะไรกับคำตอบของหม่าม้า แต่เขาก็จำไม่ได้จริง ว่าหม่าม้าคนนี้ เคยอุ้มเขาครั้งหนึ่ง และก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำอีก แทบจะในทันที
“ฉันแก่และป่วยเกินกว่าจะอ้อมค้อมแล้วล่ะ พูดกันตรง ๆ เข้าใจกันง่าย ๆ” นาวินพยักหน้าแบบเข้าใจ ไม่ได้รู้สึกว่าหม่าม้าพูดอะไรผิดออกมา เพราะเขาก็เห็นความจริงในเรื่องนี้ เมื่อโตและเข้าใจทุกอย่างแล้ว “รู้เหตุผลของอิ๊กมันแล้ว คุณจะทำยังไงกับมันต่อ ก็แล้วแต่คุณเถอะ” หม่าม้าทิ้งให้นาวินเป็นคนตัดสินใจ ไม่ได้บังคับหรือขอร้องอะไรชายหนุ่ม ไม่ว่าจะให้เห็นใจหรือเข้าใจใด ๆ ต่ออิ๊กทั้งนั้น
“คุณคุยอะไรกับหม่าม้า ทำไมวันนี้เขาถึงกินข้าว ดูอร่อย แถมกินได้เยอะกว่าปกติอีก” อิ๊กถามนาวินออกไปด้วยความสงสัย เมื่อทั้งสองคนออกมายืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้าน “เปล่านี่ ก็คุยไปตามประสาผู้น้อยคุยกับผู้ใหญ่ เรื่องทั่ว ๆ ไป” นาวินตอบด้วยอาการยิ้ม ๆ พอมองเห็นแววตาที่ดูคลายกังวลขึ้นมาบ้างของอิ๊ก ก็ทำให้เขารู้สึกดี ที่หม่าม้ายอมกินข้าว โดยที่อิ๊กไม่ต้องเคี่ยวเข็ญแบบทุกครั้ง
“งั้นถ้าเป็นไปได้ คุณก็ช่วยคุยอะไรที่มันพิเศษ ไม่ธรรมดา ไม่ทั่วไปกับหม่าม้าหน่อย เผื่อว่า เขาจะยอมกินยาง่าย ๆ แบบนี้บ้าง” อิ๊กพูดไปแบบนั้น แค่ต้องการพูดติดตลกเท่านั้น ก่อนจะได้ยินเสียงรถพยาบาลวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน “หม่าม้าบอกกับผมว่า ไม่ได้ตรวจร่างกายมานานพักใหญ่แล้ว ลองตรวจดูสักหน่อย หม่าม้าก็ไม่ขัดข้องอะไร” อิ๊กได้แต่ทั้งตกใจ ทั้งอึ้ง และดีใจระคนปนเปในความรู้สึกไปหมด
เมื่อเห็นหมอและพยาบาล เดินลงมาจากรถพยาบาลที่นาวินเป็นคนโทรเรียกมา เดินเข้าไปในบ้าน เพื่อตรวจดูอาการของหม่าม้า ที่มันไม่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว เพราะหม่าม้าปฏิเสธที่จะไปโรงพยาบาล โดยบอกกับอิ๊กว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปตรวจซ้ำอีก เพราะไม่ได้ทำให้ความจริงอะไรเปลี่ยนแปลงไป แม้อิ๊กจะอ้อนวอนหม่าม้าเท่าไรก็ตาม แต่ในวันนี้นั้น
“คุณร้องไห้ทำไม” นาวินทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นอิ๊กพยายามจะห้าม ไม่ให้น่ำตาของตัวเองไหลลงมา “ผมไม่ได้ร้องสักหน่อย” อิ๊กปฏิเสธเสียงสั่นเครือ “ก็หม่าม้าให้ไปทำข้าวต้ม แล้วต้องหั่นหอมแดง นั่นแหละ น้ำตามันไหล เพราะหอมแดง คุณไม่เข้าใจ คุณไม่เชื่อ มันก็เรื่องของคุณ” ยิ่งอิ๊กพยายามเช็ดน้ำตาให้หมดไป น้ำตาอุ่น ๆ มันก็ยิ่งไหลลงมาเป็นสาย โดยที่นาวินนั้น เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าไอ้อาการเจ็บแปลบ ๆ ที่เกิดขึ้นในใจ เมื่อเห็นอิ๊กร้องไห้ มันแปลว่าอะไร
****************************************************************************
คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA
Mama - Spice Girls
https://www.youtube.com/watch?v=Q2wvFQasbV8She used to be my only enemy and never let me free,
แม่เคยเป็นศัตรูเพียงคนเดียวของฉัน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ฉันมีอิสระ
Catching me in places that I know I shouldn't be,
ตามไปเจอฉันในที่ที่ฉันไม่เคยไปอยู่เสมอ
Every other day I crossed the line,
บ่อยครั้งในวันที่ฉันทำตัวล้ำเส้น
I didn't mean to be so bad,
แม้ว่าฉันเองจะไม่ได้ตั้งใจทำตัวเลว
I never thought you would
ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าวันหนึ่งนั้น
become the friend I never had
แม่จะกลายมาเป็นเพื่อนคนนั้นคนที่ฉันไม่เคยมี
Back then I didn't know why,
ย้อนกลับไปในวันนั้นฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
why you were misunderstood,
ทำไมถึงได้เข้าใจแม่ไปแบบผิดผิด
So now I see through your eyes,
แต่มาในตอนนี้เมื่อมองลึกเข้าไปในแววตา
all that you did was love,
สิ่งที่แม่ทำให้ฉันมาทั้งหมดก็เพราะว่ารัก
Mama I love you, Mama I care,
รักหม่าม้านะ แคร์หม่าม้าเสมอ
Mama I love you, Mama my friend,
หม่าม้ารักมากมากนะ หม่าม้าเพื่อนฉันเอง
My friend
หม่าม้าเพื่อนกัน
I didn't want to hear it then but
ก่อนนี้ฉันไม่ต้องการที่จะได้ยินมันแต่ทว่า
I'm not ashamed to say it now,
มาถึงตอนนี้ฉันไม่รู้สึกอับอายอะไรที่จะบอกว่า
Every little thing you said and did was left for me,
สิ่งละอันพันละน้อยที่แม่สอนและทำให้มันก็เพื่อตัวฉันทั้งนั้น
I had a lot of time to think about,
พอได้มีเวลามากพอมาคิดทบทวนถึงสิ่งเหล่านั้น
about the way I used to be,
ทบทวนถึงวีรกรรมที่ฉันเคยเป็นและเคยทำเอาไว้
Never had a sense of my responsibility
ช่างไม่รู้เลยถึงความรับผิดชอบที่พึงกระทำในฐานะลูกแม่
Back then I didn't know why,
ย้อนกลับไปในวันนั้นฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
why you were misunderstood,
ทำไมถึงได้เข้าใจแม่ไปแบบผิดผิด
So now I see through your eyes,
แต่มาในตอนนี้เมื่อมองลึกเข้าไปในแววตา
all that you did was love,
สิ่งที่แม่ทำให้ฉันมาทั้งหมดก็เพราะว่ารัก
Mama I love you, Mama I care,
รักหม่าม้านะ แคร์หม่าม้าเสมอ
Mama I love you, Mama my friend,
หม่าม้ารักมากมากนะ หม่าม้าเพื่อนฉันเอง
My friend
หม่าม้าเพื่อนกัน
But now I'm sure I know why,
แต่มาตอนนี้ฉันรู้ซึ้งแล้วว่าทำไม
why you were misunderstood,
ว่าทำไมใครใครต่างเข้าใจแม่ผิดไป
So now I see through your eyes,
มาถึงตอนนี้เมื่อมองลึกเข้าไปในแววตาของแม่
all I can give you is love,
ทั้งหมดที่มีให้แม่นั้นคือความรักจากใจที่มี
Back then I didn't know why,
ย้อนกลับไปในวันนั้นฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
why you were misunderstood,
ทำไมถึงได้เข้าใจแม่ไปแบบผิดผิด
So now I see through your eyes,
แต่มาในตอนนี้เมื่อมองลึกเข้าไปในแววตา
all that you did was love,
สิ่งที่แม่ทำให้ฉันมาทั้งหมดก็เพราะว่ารัก
Mama I love you, Mama I care,
รักหม่าม้านะ แคร์หม่าม้าเสมอ
Mama I love you, Mama my friend,
หม่าม้ารักมากมากนะ หม่าม้าเพื่อนฉันเอง
My friend
หม่าม้าเพื่อนกัน
Me Loving You
ฉันรักหม่าม้า
You Loving Me
หม่าม้าก็รักฉัน
A Love That's True
ความรักที่แท้จริง
And Guaranteed
ยิ่งใหญ่และยั่งยืน
Me Loving You
ฉันรักหม่าม้า
You Loving Me
หม่าม้าก็รักฉัน
A Love That's True
ความรักที่แท้จริง
And Guaranteed
ยิ่งใหญ่และยั่งยืน
So True
เที่ยงแท้