“งั้นขอถามอีกที ว่าคุณแน่ใจแล้วนะ” อิ๊กถามกลับนาวินไป เพื่อต้องการความแน่ใจจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มทำท่าถอนหายใจ ส่ายหน้าแทนอาการเหนื่อยใจ กับเหตุที่ต้องมาพูดบอกอิ๊กซ้ำ ๆ กันหลายรอบ กับเรื่องเดิม “ต้องให้ผมพูดกี่รอบ” อิ๊กได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น ก็พยักหน้าช้า “ได้ พูดเองนะ” อิ๊กพูดแบบนั้น ก่อนจะยื่นมือออกไปข้างหน้า นาวินแอบยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะยื่นมือออกมาด้วยเช่นกัน
“ก็อยากรู้เหมือนกันว่า มันจะรู้สึกยังไง กับการใช้ชีวิตเป็นคนรวยกับเขาบ้างสักครั้ง” อิ๊กรับเอากุญแจรถยยนต์มาจากนาวิน ที่มองดูอิ๊กด้วยอาการของคนซ่อนยิ้มในหน้า “เอ๊า หนูยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะ ขึ้นรถสิ เดี๋ยวป๋าพาขับรถเล่น” นาวินได้ยินแบบนั้น ก็เลิกคิ้ว ส่ายหน้าไปมา ถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ อิ๊กหัวเราะขำ ๆ กับท่าทางทำเป็นเอือมระอาของชายหนุ่ม ที่ได้เห็นตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้
ขับรถดี ๆ ล่ะ ขับแบบนิ่มนวล ผมจะพักสายตาสักงีบ” เมื่อเข้ามาในรถ นาวินหันไปบอกกับอิ๊ก กำชับอีกครั้ง ให้ขับรถแบบให้เขานอนหลับได้ด้วย “แล้วรู้แล้วหรือไงว่าผมจะขับรถพาคุณไปไหน” อิ๊กถาม ก่อนจะสตาร์ทรถยนต์สปอร์ตคันงาม “เซอร์ไพรส์ผมสิ ผมชอบเรื่องเซอร์ไพรส์” นาวินพูด ก่อนจะหยิบเอาแว่นตากันแดดราคาแพงขึ้นมาใส่ อิ๊กมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม ที่ตอนนี้ ถูกปิดบังสายตาเอาไว้ด้วย แว่นสีดำหรูหราคู่นั้น
ตั้งแต่วันที่อิ๊กพานาวินไปที่บ้าน และชายหนุ่มก็ได้พาทีมหมอและพยาบาลมาดูแลหม่าม้านั้น นาวินก็จ้างให้อิ๊กทำนั่นทำนี่ให้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องน้อย นาวินก็ตามอิ๊กมาทำให้ โดยค่าตอบแทนที่อิ๊กได้จากนาวิน รวมถึงเวลาที่ต้องใช้อยู่กับอีกฝ่าย ทำให้อิ๊กเอง ห่างหายไปจากการออกไปท่องราตรี หลอกเหยื่อเพื่อเอาเงินมาดูแลหม่าม้า ซึ่งจำนวนเงินมันมากพอ ที่ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของหม่าม้าดีขึ้นเป็นอย่างมาก และจำนวนเวลาที่อิ๊กใช้อยู่กับนาวินนั้น
“ดีเหมือนกัน ตื่นขึ้นมาอีกที เราอาจจะอยู่กันที่ชายแดนแล้วก็ได้” อิ๊กพูดกับใบหน้านิ่ง ๆ ภายใต้กรอบแว่นตากันแดดนั้นของนาวิน “ก็อยากเห็นเหมือนกัน ว่าเวลาคุณรู้ตัวอีกที ว่าไตข้างหนึ่งหายไปแล้ว มันจะเป็นยังไง” อิ๊กหัวเราะออกมาอย่างนึกขัน ว่านาวินจะทำท่าโวยวายยังไง ถ้าหากว่ามันเกิดแบบนั้นขึ้นมาจริง ๆ “ชู่ ขับรถไป” นาวินทำเสียงเข้ม แต่ก็เผลอหลุดยิ้มออกมา ก่อนจะรีบปรับเป็นสีหน้าปกติ อิ๊กยู่หน้า บุ้ยปากใส่ ก่อนจะออกรถตามที่นาวินบอกมา
“คุณ” อิ๊กเรียกอีกฝ่ายออกไป “คุณ ตื่นเร็ว ถึงแล้ว” นาวินที่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้นอนอย่างเต็มตาน้อยมาก จากธุรกิจและภาระที่เขาต้องรับผิดชอบ รู้สึกเหมือนได้พักอย่างเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่อิ๊กขับรถมาถึงที่นี่ ใช้เวลายังไม่ถึงสองชั่วโมงดีด้วยซ้ำ “ถึงแล้วนี่ถึงไหน” นาวินดึงแว่นตากันแดดออก ภาพตรงหน้ามองผ่านกระจกหน้ารถออกไป คือทะเลที่ตอนนี้แดดกับน้ำทะเล ตัดกันระยิบระยับไปหมด
“ไม่ได้พามาถึงชายแดนหรอกน่า ไตคุณยังอยู่ครบ แต่คุณน่าจะหิวข้าวแล้ว หรือไม่หิว” อิ๊กพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะขยับเปิดประตูรถ “รีบลงรถตามมา จะพาไปกินของอร่อยระดับตำนาน” นาวินเอี้ยวตัวมองตามอิ๊กไป ด้านหลังนั้น คือร้านอาหารที่ดูธรรมดา แต่มีคนนั่งกันอยู่เต็มร้าน เดาได้ว่า คงจะเป็นหนึ่งในร้านฮิตของคนในแถบนี้ พร้อมภาพวิวทะเลหลักล้าน ที่ทอดตัวอย่างพอดิบพอดี อยู่ที่หน้าร้าน
“ว้าย ตายแล้ว ตาเถรหก นังอิ๊กมา นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ยเนี่ย มานี่เลย” เจ้สุเจ้าของร้าน ดึงตัวอิ๊กหลานรักของเธอเข้าไปกอดจนแน่น “โอ๊ยเจ้ น้องหายใจไม่ออก” แต่เจ้สุก็ไม่ฟัง กอดหลานของเธอคนนี้อย่างให้หายคิดถึง “แกไม่มาหาฉันเลยนี่นา ก็นึกว่าแกลืมน้ากะเทยแก่ ๆ คนนี้ไปแล้ว” ถึงจะถือศักดิ์กันเป็นน้าหลาน แต่เจ้สุก็ชอบให้อิ๊กเรียกเธอแบบนี้
“แล้วจะมาค้างกี่วัน มีที่พักหรือยัง จะจองทำไมให้เสียสตางค์ มาค้างด้วยกันกับเจ้นี่” เจ้สุพูดยาว ด้วยอาการดีใจที่หลานมาหา “แค่แวะมากินข้าวเองเจ้ เดี๋ยวเย็นนี้ก็กลับแล้ว” อิ๊กบอกกับเจ้สุออกไป “ไม่ค้าง มาแล้วไม่ค้างได้ยังไง” เจ้สุเสียงสูง เพราะเพิ่งได้ยินสิ่งหลานพูดจาไม่เข้าหู “แล้วนี่มายังไง จะกลับได้ยังไงคนเดียว” เจ้สุถามถึงการเดินทางของหลานสุดที่รักเลยทันที
“ขับรถมาน่ะเจ้” อิ๊กบุ้ยปากไปที่รถสปอร์ตคันหรูด้านนอก ก่อนจะเห็นเจ้สุทำตาโตเป็นไข่ห่าน “ไม่ใช่รถน้องหรอก” จังหวะเดียวกันกับที่นาวิน เจ้าของรถตัวจริงเดินตามเข้ามาในร้านพอดี “นังอิ๊ก นี่ผัวแกหรือ หล่อมาก รวยด้วย” เจ้สุถึงกับหลุดปากออกไปอย่างลืมตัว “ไม่ใช่เจ้” อิ๊กรีบปฏิเสธ นาวินเองก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “เปล่าครับ” ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธออกมาแบบสุภาพ
“ยังไม่ได้เป็น” นาวินพูดยิ้ม ๆ จนอิ๊กต้องหันไปเอียงคอมองชายหนุ่ม “แล้วอยากเป็นมั้ยล่ะ” เจ้สุถาม แบบต้องการรู้คำตอบจริง ๆ “เจ้ น้องหิวแล้ว” อิ๊กรีบตัดบท เจ้สุเห็นรอยยิ้มของนาวินก็พอจะเข้าใจได้ในทันที “แหม หลานเขยที่จริงใจ” เจ้สุพูดแบบอารมณ์ดี “ไป ๆ ไปหาที่นั่งก่อน โน่นมีโต๊ะว่างอยู่ตรงมุมโน้น ไม่ร้อนด้วย ลมพัดเย็นสบาย วิวดีด้วย อิ๊ก พาคุณเขาไป เดี๋ยวเจ้จัดอาหารชุดใหญ่ให้ รอแป๊บ” เจ้สุบอกกับอิ๊ก “ไม่แกล้งนะเจ้ เอาอร่อย ๆ” อิ๊กบอกกับน้าไป “แหม ปกป้อง” เจ้สุเบ้ปากใส่หลานอย่างเอ้นดู ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว ส่วนอิ๊กก็เดินพานาวินไปนั่งที่โต๊ะ
“ใครน่ะเจ้” ลูกมือในครัวถาม เมื่อเจ้สุเริ่มลงมือทำอาหาร “เห็นเจ้สนิทด้วยจัง” เจ้สุใส่พริกกับกระเทียมลงในกระทะ เมื่อได้ยินคำถามนั้น “หลานฉันเอง ลูกบุญธรรมหม่าม้า นางโชว์ในตำนานของบาร์เก่า แต่ปิดไปนานมากแล้วของที่นี่” กลิ่นความอร่อยหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เมื่อเจ้สุผัดกระทะไฟลุกท่วม “แฟนเขาหน้าตาดีเนอะ” ลูกมือไม่วายหยอด เมื่อเห็นว่าอิ๊กมากับนาวิน “ดูสมกันดี” เจ้สุหัวเราะออกมาหน้าเตาไฟ “สองคนนั้นมันยังไม่ได้กัน แต่ฉันว่า เร็ว ๆ นี้แหละ” เมนูแรกเสร็จแล้ว เจ้สุ ก็ลงมือต่อกับเมนูถัดไปทันที
“บรรยากาศดีมาก ลมทะเลเย็นสบายจัง” นาวินยิ้มกว้างออกมา เพราะรู้สึกสบายอย่างที่บอกออกมาจริง ๆ อิ๊กนั้น เคยเห็นนาวินยิ้มแบบนี้อยู่บ้างบางครั้ง แม้จะไม่บ่อย แต่คราวนี้ เป็นยิ้มกว้างที่ออกมาจากความสุขข้างในใจของนาวินจริง ๆ “ถิ่นเก่าหม่าม้าน่ะ” อิ๊กบอกกับนาวิน เหมือนเป็นการเล่าให้กันฟัง มากกว่าจะจริงจังอะไร นาวินพยักหน้ารับรู้ “ส่วนเจ้สุ ที่รักหม่าม้าเหมือนพี่แท้ ๆ นี่ก็แม่ครัวมือหนึ่ง อาหารจานไหนจานนั้น รับรองรสชาติอร่อยติดใจแน่นอน” อิ๊กยืนยันเรื่องนี้ได้อย่างแน่ใจที่สุด
“แต่แล้ววันหนึ่ง หม่าม้าของอิ๊ก ก็หอบลูกหนีไปจากที่นี่” เจ้สุพูดขึ้น เมื่อยกอาหารหลากหลายเมนูมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ “ด้วยความหวังเดียวที่มุ่งมั่นอยู่ในใจ” เจ้สุวางจานไข่เจียวฟูนุ่ม บอกว่ากินแนมกับอาหารจานอื่น ๆ จะอร่อยมาก “เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกคนเดียวของหม่าม้า กลายเป็นกะหรี่” เจ้สุสบตากับนาวินและอิ๊กสลับกันไปมา ด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม เหมือนแค่เล่าเรื่องเก่าบอกความหลังสู่กันฟังเท่านั้น อาจจะเพราะว่า อิ๊กไม่ได้กลายเป็นอย่างที่กลัวกัน อย่างนั้นกระมัง
“สมัยก่อน แถวนี้มันไม่ได้สวยงาม เจริญหูเจริญตาแบบที่เห็นเป็นอยู่ทุกวันนี้” ตอนนี้มองไปทางไหน ก็สะอาดสะอ้าน เป็นระบบระเบียบไปทุกที่ “มันคงเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาด แต่ดีที่สุดแล้วของหม่าม้า” เจ้สุวางมือบนไหล่ของอิ๊ก บีบเบา ๆ แบบถ่ายทอดความรู้สึกดีใจและภูมิใจในหลานคนนี้ของเธอ “ส่วนเจ้” เจ้าของร้านอาหารยอดฮิตพูดด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“เจ้เคยเป็นกะหรี่” อิ๊กมองเห็นนาวิน ที่ยกแก้วน้ำดื่มขึ้นจิบ ถึงกับต้องกลั้นอาการกระแอมกระไอนั้นเอาไว้ “แค่เคยเป็นน่ะ ตอนนี้หายแล้ว เลิกแล้ว ไม่ขายแล้ว” เจ้สุถือวิสาสะตักไข่เจียวใส่ลงบนจานข้าวของนาวิน พร้อมั้งตักแกงเนื้อวัวสูตรเด็ด ราดลงไปพร้อมทั้งไข่เจียวและข้าวสวยร้อน ๆ ด้านล่างนั่น “สมัยเด็ก ๆ เจ้สุทำแบบนี้ให้ผมกินบ่อย ๆ” อิ๊กบอกกับนาวิน ที่ตักข้าวคำใหญ่ คำนั้นเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวตุ้ย ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย
“แต่ ถ้ามีเด็กรุ่น ๆ มาถามหาสกิลเด็ดของเจ้ ในเรื่องอย่างว่า” นาวินยิ้มอย่างอารมณ์ดี ด้วยอาการที่อร่อยถูกปาก และความตลกเป็นกันเองของเจ้สุ “แพงมั้ยครับ เผื่อต่อราคาลงมาได้อีกสักหน่อย” นาวินที่กลืนข้าวลงคอไปแล้ว เอ่ยถามเจ้สุ ที่ตัวเจ้เองก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “เจ้น่ะ มันของตกรุ่นไปแล้ว คุณคงต้องลองของมีค่าราคาแพงใหม่ ๆ แล้วล่ะ” เจ้สุก้มลงมองใบหน้าของอิ๊ก ที่ทำเป็นไม่ได้ยิน
“ได้หรือครับ” นาวินถามยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตามองไปสบตากับอิ๊กพอดี “อะไรของคุณ” อิ๊กพยายามทำหน้านิ่ง ๆ เอาไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่ “เอาอิ๊กไง” นาวินเองก็ไม่คิด่า ตัวเขาจะพูดออกไปอย่างที่ใจคิดจริงแบบนั้น อิ๊กถึงกับแก้มระเรื่อ หูแดงขึ้นมาในทันที “อะไรนะ” อิ๊กถามเสียงหลง เจ้สุหัวเราะเสียงดังชอบใจ “คือ ก็อาหารของเจ้สุอร่อยขนาดนี้ ผมก็อยากจะเอาอีก คือ เอาอีกจานได้มั้ยครับ” นาวินพูดออกมาทั้งเขิน ทั้งดูทีเล่น แต่ถ้าได้ ก็เอาจริง
“เดี๋ยวผมขอตัวรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” ยังไม่ทันที่การสนทนานั้น จะไปจบลงที่ตรงไหน นาวินก็ลุกเดินออกไปรับโทรศัพท์ก่อน หลังจากที่เห็นแล้วว่า ใครเป็นคนโทรมาหาเขา “เข้าท่าดีเหมือนกันนะ คนนี้” เจ้สุพูดกับหลานของตัวเอง ด้วยอาการเอ็นดูชายหนุ่มที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก “รู้จักกันนานหรือยัง” เจ้สุยิงคำถาม อิ๊กส่ายหน้า ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ “คบกันอยู่หรือเปล่า” เจ้สุถามต่อ
“เปล่าเลยเจ้” อิ๊กส่ายหน้าตอบคำถาม “เขาจ้างน้องทำโน่นทำนี่ เหมือนกับ พยายามกันน้องให้ออกจากสิ่งที่น้องทำ ๆ อยู่” อิ๊กอธิบายให้เจ้สุฟัง “อิ๊ก แกก็ยังคงยึดหลักการที่หม่าม้าแกสอนมาตั้งแต่เด็กอยู่สินะ” เจ้สุถามด้วยความเป็นห่วงหลานคนนี้ “กะหรี่ต้องไม่ตกหลุมรักแขก” อิ๊กพูดทวนคำสอนของ ของหม่าม้า ที่แม้จะสั่งห้ามอิ๊กเด็ดขาด ไม่ให้เดินเส้นทางนี้ แต่นี่คือคำสอนครอบจักรวาล รวมไปถึงในเรื่องที่ดูแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยอีกด้วย
“เขาก็แค่เป็นนายจ้างน้องเท่านั้น” อิ๊กบอกกับเจ้สุ "หม่าม้าสอนเอาไว้ว่า เมื่อไม่รัก ก็ไม่มีวันเสียใจ" มองไปที่นาวิน ที่กำลังคุยโทรศัพท์ แต่ก็หันมายิ้มและยักคิ้วให้กับอิ๊ก “แต่เจ้ก็ไม่เคยเห็นแกพาใครมาหา ไม่เคยเห็นแกอยู่กับใคร ใช้เวลากับใคร อย่างที่แกเล่ามา” อิ๊กรู้สึกว่าคำพูดของเจ้สุ กำลังทำให้ภาพตอนอยู่กับนาวินกำลังหลั่งไหลกลับเข้ามาในความรู้สึก แบบไม่ทันได้ตั้งตัว “เพราะเขาดีกับหม่าม้า” อิ๊กตอบกลับเจ้สุไปแบบนั้น
“นี่แกอยู่ที่ไหน นาวิน” เสียงถามมาจากอีกด้านหนึ่งของปลายส่าย “พี่นารีต้องไม่เชื่อแน่ ว่าทะเลที่นี่มันสวยมาก” นารีได้ยินน้องชายของเธอเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ “แถมอาหารก็อร่อย นี่ผมกินไปแค่อย่างเดียวนะ ยังติดใจขนาดนี้ แต่เดี๋ยวจะกลับไปนั่งกินต่อ ยังมีอีกหลายเมนูที่เจ้สุแกทำได้อร่อยมาก” นาวินเล่าให้พี่สาวของตัวเองฟัง กับสิ่งที่ได้มาเจอในวันนี้
“ทะเลสวย ฟ้าใส อาหารอร่อย แถมคนก็จิตใจดีกันทั้งนั้น หลานของเจ้สุก็ด้วย” นารียิ้มให้กับโทรศัพท์มือถือในมือ เมื่อรู้สึกได้ว่า น้องชายกำลังมีความสุขกับการใช้ชีวิตของตัวเอง “พี่ดีใจนะที่ได้ยินเสียงของแก สดใสและร่าเริง นาวิน” ก่อนที่หญิงสาวจะได้ยินน้องชายบอกว่ารักและคิดถึง ก่อนที่จะวางสายไป “ทำไมไม่บอกนาวินไป” เสียงของผู้เป็นมารดาถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “คุณแม่จำได้มั้ยคะ ว่าครั้งล่าสุดที่คุณแม่ได้ยินเสียง หรือได้เห็นนาวินมีความสุข มันเมื่อไหร่กัน มันนานแค่ไหนแล้ว นารีแค่ไม่อยากขัดน้อง ปล่อยให้นาวินได้สนุกบ้าง” นารีตัดสินใจปกป้องน้องชายของตัวเองบ้าง
สุดท้ายแล้ว เจ้สุก็บังคับให้ทั้งสองคนนอนค้างด้วยกันสักคืน เพราะตั้งใจลากยาวให้นาวินและอิ๊ก นั่งคุยกันจนเย็นค่ำ โดยที่เจ้สุ พาทั้งสองคนมาพักที่เกสต์เฮ้าส์ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ เป็นบ้านหลังเดี่ยวที่แยกออกมาส่วนตัวจากห้องอื่น ๆ เจ้สุหอบเอาน้ำดื่มขนมนมเนยนานาชนิด เอามาให้ เผื่อทั้งสองจะหิวกลางดึก แถมยังไม่ลืมเครื่องดื่มสร้างบรรยากาศ พร้อมน้ำแข็ง ให้ทั้งสองได้คลายร้อน
“งั้น ผมขอไปอาบน้ำก่อน” อิ๊กบอกกับนาวิน “ส่วนคุณเลือกได้เลยนะ ว่าจะนอนบนเตียง หรือว่าจะนอนฟูกด้านล่างนี่” อิ๊กไม่รอคำตอบคว้าเอาผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าใส่นอนที่เจ้สุไปหามาให้ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป นาวินมองตามอีกฝ่ายที่ปิดประตูห้องน้ำตามหลัง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาด้วยอาการประหม่า อะไรบางอย่างนั้นตื่นตัวขึ้นมาอย่างบังคับไม่ได้ ด้วยว่าเรื่องที่กำลังวนอยู่ในหัวของชายหนุ่มในตอนนี้ มีแต่เรื่องอะไรทำนองนั้นทั้งสิ้น
อิ๊กยืนมองตัวเองในกระจก พยายามทำให้ใจที่กำลังเต้นแรง ให้ผ่อนคลายลงมา แต่สายตาก็มองไปที่สายชำระที่อยู่ที่ข้างกำแพง ที่สะท้อนผ่านกระจกนั้น อิ๊กเดินมานั่งลงบนโถ หันไปมองที่สายชำระ ก่อนจะหยิบมันมาถือเอาไว้ในมือ ใจของอิ๊กเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อความคิดของตัวเองกำลังบอกว่า นี่คือการเตรียมตัวที่เป็นเรื่องปรกติ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้ามันเกิดขึ้น ทุกอย่างมันก็จะสมูท ด้วยความมั่นใจ แต่ถ้ามันไม่เกิด ก็ไม่มีอะไรเสียหาย
นาวินมองอิ๊กที่เปิดประตูห้องน้ำออกมา หลังจากที่อิ๊กหายเข้าไปในนั้น นานอยู่พอสมควร นาวินมองเห็นอิ๊กที่มีหยาดน้ำพราวอยู่บนใบหน้า ทำให้เขาใจเต้นแรง จนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ชายหนุ่มรีบเดินสวนเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ อีกครั้ง เพื่อให้ตัวเองลดอาการตื่นเต้นลงไปบ้าง นาวินหยิบเอากระเป๋าสีดำใบเล็ก ที่เจ้สุจับยัดใส่มือ แล้วบอกกับเขาว่าของในกระเป๋าใบนี้ มีแต่ของดีมีประโยชน์ทั้งนั้น และเมื่อนาวินหยิบมันออกมา มันก็คือสบู่เหลวทำความสะอาดเจ้าตัวดี รวมทั้งยังมี เจลหล่อลื่นหลอดขนาดพอเหมาะกับกิจกรรมทั้งคืน และเครื่องป้องกัน ที่อย่างน้อย ก็ได้ถึงสามยกในค่ำคืนนี้
อิ๊กมองดูนาวินที่ออกมาจากห้องน้ำ เอาผ้าเช็ดตัวมาแขวนเอาไว้ที่ราวไม้ด้านนอก อิ๊กนั่งอยู่ที่ปลายเตียง จะขยับลุกไป จะนั่งอยู่ต่อ อิ๊กดูจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นาวินเองที่ตอนนี้ตัวเขานั้นไม่รู้จะเอามือไม้ไปไว้ที่ไหนดี ค่อย ๆ หย่อนตัวลงนั่งที่ปลายเตียง ข้าง ๆ กันกับอิ๊ก ที่ไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน นาวินและอิ๊กหันมาสบตากัน ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไร แต่กลับได้ยินเสียงลมหายใจที่บ่งบอกว่า ทั้งสองคนนั้น ทั้งตื่นเต้นและทั้งประมห่ามากเพียงใด
'เขาดีกับหม่าม่า' เสียงพูดของเจ้สุดังแว่วมา 'แล้วเขาดีกับอิ๊กมั้ย'
***********************************************************************
คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA
Right Kind of Wrong - LeAnn Rimes
https://www.youtube.com/watch?v=g_LtZn7-__0Know all about, yeah, 'bout your reputation
รู้ดีอยู่หรอก กับคำร่ำลือที่เขาพูดเกี่ยวกับคุณ
And now it's bound to be a heartbreak situation
และมาตอนนี้ มันคือสถานการณ์เสี่ยงที่จะอกหักครั้งใหญ่
But I can't help it if I'm helpless every time
แต่ฉันก็ไม่รู้จะห้ามใจตัวเองยังไงเมื่อฉันหมดทางสู้ในทุกทุกครั้ง
That I'm where you are
ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณ
You walk in and my strength walks out the door
เมื่อคุณเดินเข้ามา ความเข้มแข็งทั้งหมดที่ฉันมี ก็วิ่งหนีฉันออกไปทางประตูนั้น
Say my name and I can't fight it anymore
คุณเรียกชื่อฉันที ฉันก็ไม่อาจจะขัดขืนคุณเมื่อนั้น
Oh, I know I should go,
รู้สิ ทำไมฉันจะไม่รู้ ว่าฉันควรจะไปซะ
But I need your touch just too damn much
แต่ฉันก็รู้ว่าตัวเองต้องการรสสัมผัสจากคุณมากแค่ไหน
Loving you, that isn't really something I should do
การตกหลุมรักคุณ มันคือเรื่องที่ฉันไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
Shouldn't wanna spend my time with you, yeah
และไม่ควรที่จะให้ตัวเองใช้เวลาอยู่กับคุณเลยจริงจริง
Well, I should try to be strong
ฉันควรจะต้องพยายามเข้มแข็งมากขึ้นกว่านี้
But baby, you're the right kind of wrong
เพราะคุณสิ่งที่ถูกจากเรื่องที่ผิด
Yeah, baby, you're the right kind of wrong
ใช่ เพราะคุณคือเรื่องที่ผิดท่ามกลางเรื่องที่ถูกเหล่านั้น
Might be a mistake, a mistake I'm makin'
มันอาจจะเป็นความผิดพลาด ความพลาดพลั้งที่ฉันได้ก่อขึ้นเองทั้งสิ้น
But what you're givin' I am happy to be takin'
แต่กับสิ่งที่คุณกำลังมอบให้ฉันมา ฉันก็พร้อมยอมที่จะรับมันเอาไว้
'Cause no one's ever made me feel
เพราะไม่มีใครทั้งนั้นที่ทำให้ฉันนั้นได้รู้สึก
The way I feel when I'm in your arms
อย่างเดียวกันกับตอนที่ฉันอยู่ในอ้อมกอดของคุณ
They say you're something I should do without
เขาบอกว่าคุณคือสิ่งที่ฉันไม่ต้องมีก็ได้
They don't know what goes on when the lights go out
แต่พวกเขาจะไปรู้อะไร ว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นบ้าง เมื่อปิดไฟในห้องลง
There's no way to explain,
ไม่รู้จะอธิบายออกมาอย่างไรดี
All the pleasure is worth all the pain
ทุกความสุขสันต์มันคุ้มค่ากับความเจ็บปวดที่จะตามมา
Loving you, that isn't really something I should do
การตกหลุมรักคุณ มันคือเรื่องที่ฉันไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
Shouldn't wanna spend my time with you, yeah
และไม่ควรที่จะให้ตัวเองใช้เวลาอยู่กับคุณเลยจริงจริง
Well, I should try to be strong
ฉันควรจะต้องพยายามเข้มแข็งมากขึ้นกว่านี้
But baby, you're the right kind of wrong
เพราะคุณสิ่งที่ถูกจากเรื่องที่ผิด
Yeah, baby, you're the right kind of wrong
ใช่ เพราะคุณคือเรื่องที่ผิดท่ามกลางเรื่องที่ถูกเหล่านั้น
I should try to run, but I just can't seem to
ฉันควรจะหนีหายจากคุณไป แต่ทำไมมันทำไม่ได้ก็ไม่รู้
'Cause every time I run you're the one I run to
เพราะทุกครั้งที่ฉันทำ มันก็กลับมาเป็นคุณคนเดียวที่ฉันกลับมาเจอ
Can't do without what you do to me
กลายเป็นว่าขาดกันไม่ได้ นี่คุณทำอะไรกับฉันกันแน่
I don't care if I'm in too deep, yeah
ฉันจะไม่ใส่ใจแล้วนะ ว่าฉันจะจะถลำลึกไปมากแค่ไหนแล้ว
Know all about, yeah, 'bout your reputation
รู้ดีอยู่หรอก กับคำร่ำลือที่เขาพูดเกี่ยวกับคุณ
And now it's bound to be a heartbreak situation
และมาตอนนี้ มันคือสถานการณ์เสี่ยงที่จะอกหักครั้งใหญ่
But I can't help it if I'm helpless every time
แต่ฉันก็ไม่รู้จะห้ามใจตัวเองยังไงเมื่อฉันหมดทางสู้ในทุกทุกครั้ง
That I'm where you are
ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณ
You walk in and my strength walks out the door
เมื่อคุณเดินเข้ามา ความเข้มแข็งทั้งหมดที่ฉันมี ก็วิ่งหนีฉันออกไปทางประตูนั้น
Say my name and I can't fight it anymore
คุณเรียกชื่อฉันที ฉันก็ไม่อาจจะขัดขืนคุณเมื่อนั้น
Oh, I know I should go,
รู้สิ ทำไมฉันจะไม่รู้ ว่าฉันควรจะไปซะ
But I need your touch just too damn much
แต่ฉันก็รู้ว่าตัวเองต้องการรสสัมผัสจากคุณมากแค่ไหน
Loving you, that isn't really something I should do
การตกหลุมรักคุณ มันคือเรื่องที่ฉันไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
Shouldn't wanna spend my time with you, yeah
และไม่ควรที่จะให้ตัวเองใช้เวลาอยู่กับคุณเลยจริงจริง
Well, I should try to be strong
ฉันควรจะต้องพยายามเข้มแข็งมากขึ้นกว่านี้
But baby, you're the right kind of wrong
เพราะคุณสิ่งที่ถูกจากเรื่องที่ผิด
Yeah, baby, you're the right kind of wrong
ใช่ เพราะคุณคือเรื่องที่ผิดท่ามกลางเรื่องที่ถูกเหล่านั้น
Yeah, baby, you're the right kind of wrong
ใช่เลย คุณคือความผิดพลาดที่ถูกต้องนั้นของฉัน