Love, In Every Lifetime : ตอนพิเศษที่ 5 : ปัจจุบัน
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedsengped[at]gmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Love, In Every Lifetime : ตอนพิเศษที่ 5 : ปัจจุบัน  (อ่าน 22146 ครั้ง)

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“Happy birthday to you...” ไอ้ตัวดีเดินถือเค้กออกมาจากห้องครัว ยิ้มหวานบนโครงหน้าสวยไม่ต่างอะไรจากสีน้ำที่ถูกแต่งแต้มลงบนภาพวาดด้วยฝีมือของจิตกรชั้นครูและทำให้ภาพนั้นมีชีวิตจริงราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ... ภาพจำนับร้อยพันฉายขึ้นในห้วงความคิดของคนตาชั้นเดียว จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มิลค์ถือเค้กวันเกิดให้ตัวเองคือเมื่อไหร่ ... อ่า!!! คิดออกแล้ว ตอนที่เพื่อนๆ จัดงานเลี้ยงวันเกิดรวมกับ farewell party ให้เมื่อหลายปีก่อน จำได้ว่าวันนั้นหลังแยกย้ายตัวเองทะเลาะกับแฟนเพราะอีกฝ่ายไม่พอใจที่มิลค์เป็นคนถือเค้กแทนที่จะเป็นเจ้าตัว

“...Happy birthday to you...” นิ้วมือเรียวสวยประคองถาดเค้กไว้อย่างทะนุถนอม ในขณะที่ 2 เท้าค่อยๆ ก้าวเดินใกล้เข้ามา

“...Happy birthday, Happy birthday, Happy birthday to youuuuuuuuu ...” จนกระทั้งจบเพลง เจ้าตัวก็ก้าวเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า จีจ้องมองใบหน้าสวยของมิลค์ผ่านแสงเทียง เปลวเทียนวูปไหวถูกสะท้อนอยู่ในดวงตาของคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นส่องประกายราวกับมีดวงดาวนับพันซ้อนอยู่ ... เกือบลืมไปแล้วว่ารอยยิ้มของมิลค์สวยมากขนาดไหน

“... สุขสันต์วันเกิดนะมึง มีความสุขมากๆ”


----------

#วูปไหว #ใต้แสงเทียน #ความคุ้นเคยที่ไม่เคยหายไป
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Merry christmas นะครับทุกคน
มีความสุขมากๆครับ  :mew1:


ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“... สวย สวยมาก” จีพูดขึ้นในจังหวะที่ผมละสายตาขึ้นมาจากภาพสะท้อนของจี้เพชรตรงหน้า เครื่องประดับส่องประกายระยิบระยับเล่นกับแสงไฟ ในขณะที่เราสองคนสบตากันผ่านกระจกบานใหญ่ ความเงียบเพียงไม่กี่วินาทีกลับเหมือนยาวนานนับชั่วโมง แต่แทนที่จะอึดอัด ความรู้สึกของผมตอนนี้กลับอบอุ่นอย่างยากจะบรรยาย

“I take this one ...” ผมบอกกับพนักงานขาย

“... ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ใส่เลยละกันเนอะ” คนด้านหลังส่งยิ้มให้ผ่านกระจก มือหนาคล้องตะขอเกี่ยวโซ่ให้ก่อนจะผละออกไปพร้อมรอยยิ้ม ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะเลือกจี้อันนี้ด้วยซ้ำ แต่สาเหตสำคัญอีกข้อหนึ่งของการเลือกซื้อ jew ที่บางครั้งอาจจะสำคัญมากที่สุดคือ ... Every piece of jewelry has a story behind it.


----------


#เกราะกำบัง # สวย #ความคุ้นเคยที่ไม่เคยหายไป
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย


ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Love, In Every Lifetime : Teaser ตอนที่ 36
«ตอบ #183 เมื่อ27-12-2025 12:16:16 »

Teaser ตอนที่ 36


“เปลี่ยนแผนวะมึง เย็นนี้น่าจะต้องไป joy กับพวกที่ทำงานกูนะ”

“เหรอ แล้วมึงจะให้กูไปด้วยเปล่า ถ้าไม่สะดวกกูนั่งเล่นอยู่ในห้องได้นะ”

“ไปด้วยๆ กูบอกพี่เขาแล้วว่ากูมีเพื่อนมาหาเลยจะปฏิเสธ แต่พี่เขาบอกให้ชวนมึงไปด้วย ...”

“... กูขอโทษ พอดีตอนที่กูย้ายมาใหม่ๆ พี่คนนี้เขาช่วยกูไว้เยอะมาก แล้วเขาบังเอิญมาวันนี้พอดี จะปฏิเสธก็เกรงใจเขา ... มึงโอเคไหมอะ กูไม่รู้ว่ามึงจะอึดอัดหรือเปล่า”

“กูไปได้ กูเป็น introvert ไม่ใช้ antisocial ไหมมึง … แต่กูใส่ชุดนี้ไปได้หรือเปล่า” ผมลุกขึ้นยืน กางมืออกทั้ง 2 ข้าง หมุนตัวซ้ายขวา

----------

มิลค์ : เจอกันวันพรุ่งนี้นะครับ ... จากน้องมิลค์คนเดิม เพิ่มเติมคือมีคนแอบเนียนพาไปเปิดตัวกับพี่ที่ทำงาน

#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Love, In Every Lifetime : Teaser ตอนที่ 36
«ตอบ #184 เมื่อ28-12-2025 09:19:51 »

ตอนที่ 36 : ฤดูร้อน (Part 1/2)


“มิลค์ !!!” ผมนั่งเล่น tablet อยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก จีสวมเสื้อโปโลสีฟ้ากับกางเกงยีนส์สีเข้ม สอดชายเสื้อเก็บเข้ากางเกงเรียบร้อย ทรงผมสบายๆ เมื่อบ่ายถูก set เป็นทรงเผยให้เห็นโครงหน้าคมชัด ส่วนข้อมือซ้ายสวมนาฬิกาแบรนด์หรู

“ต้องแต่งตัวดีขนาดนั้น” ผมถามเพราะแค่ไปนั่งเล่นที่บาร์ไม่เห็นจำเป็นต้องแต่งตัวดูดีขนาดนี้

“เปลี่ยนแผนวะมึง เย็นนี้น่าจะต้องไป joy กับพวกที่ทำงานกูนะ”

“เหรอ แล้วมึงจะให้กูไปด้วยเปล่า ถ้าไม่สะดวกกูนั่งเล่นอยู่ในห้องได้นะ”

“ไปด้วยๆ กูบอกพี่เขาแล้วว่ากูมีเพื่อนมาหาเลยจะปฏิเสธ แต่พี่เขาบอกให้ชวนมึงไปด้วย ...”

“... กูขอโทษ พอดีตอนที่กูย้ายมาใหม่ๆ พี่คนนี้เขาช่วยกูไว้เยอะมาก แล้วเขาบังเอิญมาวันนี้พอดี จะปฏิเสธก็เกรงใจเขา ... มึงโอเคไหมอะ กูไม่รู้ว่ามึงจะอึดอัดหรือเปล่า”

“กูไปได้ กูเป็น introvert ไม่ใช้ antisocial ไหมมึง … แต่กูใส่ชุดนี้ไปได้หรือเปล่า” ผมลุกขึ้นยืน กางมืออกทั้ง 2 ข้าง หมุนตัวซ้ายขวา ... จีมองคนหน้าที่ทำตัวเหมือนคนไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองดูดีพอแล้วหรือยัง เขารู้สึกแปลกใจกับครวมจริงที่เพิ่งรับรู้ ไม่เคยคิดว่าคนที่อยู่ในแสงตลอดเวลาอย่างมิลค์ จะมีมุมที่ไม่มั่นใจในตัวเองด้วยเหมือนกัน แต่พอเจ้าตัวเล่าจีถึงได้จับสังเกตได้ว่าสมัยก่อนเวลาไปเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยกัน มิลค์จะถามเขาตลอดว่าใส่แล้วดูดีไหม ตัวใหญ่ไปไหม ตัวเล็กไปหรือเปล่า

“ได้ดิ มึงใส่แค่นี้ก็ดูดีแล้ว ... ไปกันเลยไหม” สำหรับจีแล้วไม่ว่ามิลค์ใส่อะไร คนตรงหน้าก็ดูโดนเด่นกว่าคนนับร้อยนับพันเสมอ

บาร์ที่จีพาผมไปอยู่ในย่านกลางคืนชื่อดัง บรรยากาศไม่ต่างอะไรจากเมื่อวานเท่าไหร่นัก แม้ปากจะบอกว่าสบายมาก แต่เอาเข้าจริงผมก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย พวกเรามาสายกว่าเวลานัดไปพอสมควร จีเพิ่งบอกผมว่าจริงๆ พี่เขานัดกินข้าวเย็นแต่เจ้าตัวไม่อยากให้ผมอึดอัดเลยพาผมไปกินข้าวเย็นก่อนแล้วค่อยตามมาสมทบกับคนอื่นๆ

ผมเดินตามแผ่นหลังของจีเข้าไปในร้าน ด้านในเปิดไฟสลัว คลอด้วยเสียงสากลเพลงคุ้นหู จากมุมนี้ผมเห็นจียกมือขึ้นทักทายกับคนกลุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่มุมสุดของร้านอาหาร ผมก้าวขาช้าลงโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ คิดว่าจะมีกันไม่กี่คน แต่เท่าที่ประเมิณจากสายตาน่าจะสิบกว่าคนได้

“หวัดดีครับๆ พี่โยหวัดดีครับ ...” คนตรงหน้ายกมือรับไหว้น้องๆ ในกลุ่ม ก่อนจะค้อมหัวสวัสดีพี่ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลาง

“... นี่มิลค์ เพื่อนผมครับ ...”

“... มิลค์นี่พี่โย พี่ที่กูเล่าให้ฟัง”

“สวัสดีครับพี่ มิลค์นะครับ ... หวัดดีครับ” ผมที่ยืนเยื่องอยู่ข้างหลังก้าวขึ้นมาพร้อมกับยกมื้อไหว้พี่โยตามคำแนะนำของจี ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ใครอีกหลายคน

“เล่าเรื่องดีๆ ของพี่ หรือว่านินทาพี่ให้เพื่อนฟังกันแน่ ...” พี่โยเดินเข้ามาโอบไหล่จี เชื่อแล้วว่าสนิทกัน

“... น้องมิลค์ มันนินทาอะไรพี่ให้เราฟังบ้าง”

“เรื่องดีๆ ซิพี่” จีฉีกยิ้มกว้างก่อนที่ผมจะได้ตอบอะไร

“มาๆ นานๆ จะได้เจอน้องรัก คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก” จีถูกพี่โยลากคอเข้าไปกลางวง ผมเลยเดินตามไปนั่งข้างๆ หลังจากสั่งเครื่องดื่มผมถือวิสาสะสังเกตเพื่อนร่วมโต๊ะ มองผ่านๆ ทุกคนก็ดูเหมือน expat ทั่วไป แต่สายตาของผมกลับไปสะดุดกับผู้หญิงอยู่ 2 คนที่นั่งอยู่ริมกลุ่ม พวกเธอสวยและแต่งตัวดีแต่กลับให้ความรู้สึกแต่งต่างจากคนอื่นๆ แม้จะไม่มีใครคุยด้วยแต่พวกเธอก็ทำตัวกลมกลืน สนใจกับบทสนทนารอบข้างแต่จากประสบการณ์ ผมบอกได้เลยว่าพวกเธอแค่ทำท่าเหมือนสนใจ แต่จริงๆ แล้วพวกเธอไม่ได้ฟังสิ่งที่คนอื่นๆ พูดกันอยู่ไม่แต่น้อย ... แล้วหัวใจของผมก็หล่นวูปราวกับจะล่วงหล่น เมื่อคิดได้ว่าพวกเธอคือเด็ก ent ที่ถูกจ้างมา

“มึงโอเคไหม ลุกลี้ลุกลนตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” จีหันมากระซิบถามในจังหวะที่พี่โยเว้นว่างบทสนทนากับมัน

“มึง 2 คนนั้นคือเด็ก ent เหรอ” ผมกระซิบถาม

“อืม คงมีคนจ้างมาให้พี่โยมั้ง ... มีไรเปล่า”

“กูไม่ได้อยากเรื่องมากนะ แต่ถ้ามีภาพของกูร่วมเฟลมกับเด็ก ent หลุดไปละก็” ผมเอียงคอกระซิบเพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน ... ถ้าไอ้ไอซ์รู้ว่าผมนั่งอยู่ในวงล้อมของเด็ก ent ละก็ ผมได้โดนมันหักคอแน่

“เชี่ย ทำไงดีวะ” จีทำตาโตเพราะก็เพิ่งนึกได้ว่าถ้าภาพหลุดออกไปมันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

“มึงกระซิบใครซักคนได้ไหม” จีทำหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ผมเข้าใจว่ามันตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดมากแค่ไหน

“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยย!!!” แล้วเสียงอุทานดังลั่นก็ดึงความสนใจของพวกเราทั่งโต๊ะ เมื่ออยู่ๆ 3 คนที่นั่งอยู่ฝังตรงข้ามก็พร้อมใจกันประสาทเสียง

“พวกมึงเป็นอะไรวะ ...” พอพี่โยถาม 3 คนที่นั่งเหมือนจะเอาหัวชนกันก็ส่ง smartphone ในมือมาให้

“... อะไรวะ ... เฮ้ย!!!” ผมหันมองซ้ายขวาเมื่อรู้สึกว่าถูกพี่โยและคนอื่นๆ จ้องตาไม่กระพริบ

“จี เพื่อนแกคือ มิลค์ ติณสิงห์ เหรอ” 1 ใน 3 คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถาม

“ก็เออดิ” จีพยักหน้า

“แล้วทำไมแกไม่บอกชั้น ชั้นจะได้เก๊กสวย นี่ก็รั่วอยู่ได้ตั้งนาน ...”

“... สวัสดีนะคะคุณมิลค์ ...” แล้วเธอก็เปลี่ยนโหมดยกมือไหว้ผมด้วยท่าทางสวยงามประดุจแอร์ของสายการบินแห่งชาติ

“... ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณมิลค์กำลังมองหาพนักงานแผนก analyst เพิ่มไหมคะ จิ๊บคิดค่าตัวไปไม่แพงนะคะ แสนนึงขาดตัวแต่สำหรับคุณมิลค์จิ๊บลดให้เหลือแสนห้าเลยคะ”

“555 ขายของกันตรงๆ แบบนี้เลยเหรอครับ” ผมตอบรับเธอด้วยรอยยิ้ม

“ตรงๆ แบบนี้ละคะ นี่ถ้ารู้แต่แรกว่าคุณมิลค์จะมา จิ๊บจะเตรียม resume มาด้วย ... ไอ้จีแกทำชั้นดูแย่” เธอหันไปจิกกัดจีก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มสวนให้ผมอีกครั้ง

“พี่ทำตัวไม่ถูกเลย อยู่ๆ ก็เพิ่งรู้ตัวว่ามีคนดังมานั่งร่วมโต๊ะ” ผิดกับจิ๊บที่ยังคงความกระตือรือร้น พี่โยยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขิน

“ไม่เป็นไรครับพี่ กันเองตามสบายได้เลยครับ” ผมส่งยิ้มให้พี่โย ย้ำหลายรอบว่าให้เห็นผมเหมือนน้องในทีมคนหนึ่ง พี่โยแกร็งอยู่ซักพักก่อนจะหันมาใช้ alcohol เป็นเครื่องมือช่วยละลายพฤติกรรมของพวกเรา

หลังจากตัวตนของผมถูกเปิดเผย พี่โยก็บอกให้น้องๆ เด็ก ent กลับไปก่อนโดยที่ผมไม่ต้องเอ่ยปากขอร้อง จากนั้นพวกเราก็ทำความรู้จักกันอย่างลึกซึ้งผ่านการดวล shot แก้วแล้วแก้วเล่า ทุกคนคอแข็งเหมือนทำจากทองแดง มีแต่ผมนี่แหละที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังคออ่อนเหมือนเดิม ผ่านไปค่อนคืนใบหน้าผมก็เอ่อร้อนและถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอร์

“มึงไหวเปล่า” จีที่นั่งอยู่ข้างๆ กระซิบถาม

“ว่าจะพอแล้ว” ผมตอบเพราะรับรู้ได้ว่าตอนนี้ใกล้ถึง limit ของตัวเองมากแค่ไหน

“ดีแล้ว กูยังจำครั้งสุดท้ายที่มึงเมาแล้ววิ่งหนีกูไปเต้นสีกับฝรั้งได้อยู่เลย”

“เลว” ผมบึนปากใส่คนที่นั่งอยู่ข้างๆ แม้จะเอ่ยปากด่าแต่หัวใจกลับพองโต ผ่านมานานขนาดนี้ยังจำได้อยู่อีกเหรอ

“กูโคตรคิดถึง summer ปีนั้น ...”

“... เป็นช่วงเวลาที่กูมีความสุขมากที่สุด” จีเป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเรา 2 คน

“กูก็เหมือนกัน ...”

“... มันผ่านมานานมาก นานจนกูคิดว่าทั้งหมดคือความฝัน” สำหรับผม ความทรงจำช่วง summer trip เป็นเหมือนฝัน ที่วันนี้มันเลือนรางไปมากเหลือเกิน แต่ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่หวนคิดถึง กลับทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“ถ้าเป็นฝัน ก็ถือว่าเป็นฝันดี” จีตอบก่อนที่เรา 2 คนจะสบตากันผ่านแสงสลัว จีเหมือนถูกมนต์สะกด แววตาของมิลค์หวานเยิ้มด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

“พี่มิลค์!!! ชนแก้วกันคะ ...” แก้วเบียร์ถูกยัดใส่มือ เธอคือรุ่นน้องของจีที่ประกาศตัวว่าเป็นสมาชิกด้อมของผมกับพี่ Riven

“... หมดแก้วนะคะ” พูดจบเธอก็ชนแก้วกับผมแล้วกระดกแก้วในมือตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ดูทรงแล้วเธอน่าจะดื่มได้หมดแก้วจริงๆ ผมได้แต่มองตาปริบๆ เพราะถ้าหมดแก้วรับรองว่าคืนนี้ผมไม่เหลือสภาพ

“จิ๊บซักหน่อย น้องเขาจะได้ไม่เสียน้ำใจ ...”

“... ที่เหลือเดียวกูจัดการให้” จีก้มลงมากระซิบข้างหู ผมสัมผัสได้ถึงลมร้อนที่เป่าลงบนแก้ม ... นิ้วมือเรียวสวยยกแก้วจรดริมฝีปาก เบียร์รสชาตินุ่มลิ้นไหลลงคอได้ไม่เท่าไหร่ มือหนาก็คว้าเอาแก้วออกจากมือเพื่อนสนิท แล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว รอยยิ้มสวยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมิลค์ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่จีก็ยังคงเป็นจีคนเดิมในความทรงจำวัยเยาว์ของมิลค์ ... เป็นฤดูร้อนที่ผ่อนคลายและแสนจะอบอุ่น ... เป็นอีกครั้งที่ 2 แล้วที่คนตรงหน้าทำให้ดอกไม่ในหัวใจของผมกลับมาเบ่งบาน ... คืนนี้ถ้าไม่เมาเหล้าก็เมาความรู้สึกที่มีให้มันนี่แหละ ... มีสิ่งหนึ่งที่มิลค์ไม่ทันได้สังเกตคือตำแหน่งที่จีจรดริมผีปากลงบนแก้วนั้นยังมีร่อยรอยจางๆ ของริมฝีปากของมิลค์ประทับอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-12-2025 09:24:00 โดย Milky_Milky_Way »

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Love, In Every Lifetime : Teaser ตอนที่ 36
«ตอบ #185 เมื่อ28-12-2025 09:23:34 »

ตอนที่ 36 : ฤดูร้อน (Part 2/2)


วันที่ 3 นับเป็นคืนสุดท้ายของ trip พักใจที่ดีที่สุดของผมในรอบหลายปี อย่างที่จีบอกว่าที่นี้ไม่ได้มีที่เที่ยวมากนัก ผมเก็บ sight seen จนครบตั้งแต่วันแรก เมื่อคืน search หาที่เที่ยวอยู่ค่อนคืนก็ไม่มีสถานที่ๆ ถูกใจ สุดท้ายเจ้าตัวเลยตัดสินใจพาผมไป shopping ที่ outlet แทน

ผมยืนอยู่พิงเคาน์เตอร์ครัว สายตากำลังจับจ่องไปยัง croissant แฮมชีสในเตาอบ พลางจิบกาแฟรอเวลา เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นตามมาด้วยเสียงลาก slipper ในจังหวะก้าวเดิมที่ผมคุ้นชิน

“Hi” จีทักทายผมด้วยสีหน้าง่วงๆ ของคนเพิ่งตื่นนอน ปลายผมของคนตรงหน้าชี้ฟูไปคนละทิศละทาง

“Hi” ผมทักทายกลับพร้อมรอยยิ้ม

“มึงลงไปออกกำลังมาแล้ว?” คนในชุดบอลย้วยๆ ถามด้วยสีหน้างัวเงีย ตาชั้นเดียวคู่นั้นหรี่ลงจนเหมือนเป็นแค่เส้นบางๆ บนใบหน้า

“อืม อาบน้ำแต่งตัวพร้อมไป shopping แล้ว” ผมตื่นเช้าเป็นปกติอยู่แล้ว เลยฆ่าเวลารอจีด้วยการไปออกกำลังใน gym

“กูยังง่วงๆ อยู่เลย” มันเกาหัวแกรกๆ พร้อมกับหาวออกมาวอดใหญ่

“มึงจะนอนต่อก็ได้นะ วันนี้ตารางหลวมๆ”

“ไม่เอาๆ วันสุดท้ายที่มึงจะได้อยู่เต็มๆ วัน ต้องพามึงไปเที่ยวให้เต็มที่ ...”

“... เดียวกูไปอาบน้ำก่อน ... มิลค์ ...”

“... มึงทำกาแฟกับข้าวเช้าให้กูด้วยดิ”

“ฮึ? ... เออ ได้ดิ” ประหลาดใจเล็กน้อยเพราะปกติคนตรงหน้าไม่กินกาแฟ ยิ่งข้าวเช้าแล้วน้อยครั้งมาก

“ได้กลิ่นกาแฟ กับข้าวเช้าของมึงแล้วหิววะ ... กูขอ Americano ร้อนนะ”

“ได้ๆ เดียวกูไปทำให้ มึงไปอาบน้ำเลย” พอประตูห้องนอนใหญ่ปิดลง ผมถึงกับเข่าอ่อนจนต้องพิงเอวไว้กับเคาว์เตอร์ครัว ใจเต้นจนไม่สามารถจะหลบซ้อนรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้ได้ ยิ้มของจีทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเอง ... ผมไม่ได้ทำข้าวเช้าให้จีกินมานานมากแล้ว

จานอาหารถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงาม กาแฟร้อนๆ ถูกวางลงบนโต๊ะในจังหวะเดียวกับที่จีก้าวออกจากห้อง กลิ่นหอมของกาแฟเข้ากันกับกลิ่นเนยของ bakery

“โคตรหอม มึงชงอร่อยกว่ากูเป็นร้อยเท่า” เจ้าตัวยิ้มกว้างหลังจากจิ๊บกาแฟ

“มึงก็อวยเกิ๊นนนน กูก็ชงปกติ” เขินแต่ก็ต้องแกล้งกลบเกลื่อน

เป็นมื้ออาหารที่เหมือนหลุดเข้าไปในนิยายรักหวานแหวว แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดเข้ามายามเช้า เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และ เสียงกระทบกันของช้อนส้อมกับจานกระเบื้อง ... นี่ผมคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่าว่าบรรยากาศมันเหมือนกับเช้าแรกของคู่แต่งงานใหม่ไม่มีผิด

หลังจบมื้อเช้าจีอาสาล้างจานแล้วไล่ผมไปเตรียมตัว พวกเรามาถึง outlet ก่อนเที่ยงเล็กน้อย แต่เพราะเพิ่งกินข้าวเช้าได้ไม่นานเลยตัดสินใจหาอะไรรองท้องง่ายๆ ก่อนที่ผมจะ shopping marathon ไปจนถึงช่วงบ่าย เหมือนเดิมที่ถุง shopping เกือบทั้งหมดอยู่ในมือของจีที่เดินตามผมเข้าร้าน โน้น ออกร้านนี้

“จี...” ผมที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องลองเสื้อถึงกับหลุดยิ้มเมื่อเห็นจีนั่งเอนหลังหลับคาโซฟา ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร หรือช่วง 2-3 วันนี้ผมใช้งานเขาหนักเกินไป ปกติแล้วเสาร์อาทิตย์จีจะนอนตื่นสาย เจ้าตัวเคยเล่าให้ฟังว่าถ้าไม่มีอะไรต้องทำก็มักจะตื่นนอนช่วงบ่าย จากนั้นก็นั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องทั้งวัน แล้วดูช่วงที่ผมมาซิ นอนก็ดึกแถมยังตื่นเช้ากว่าปกติ ระหว่างวันยังพาผมตะลอนไปทั่ว แม้จะถามย้ำหลายรอบแต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าไหว แล้วดูสภาพตอนนี้

ผมเดินย่องเข้าไปใกล้ ก่อนจะย่อตัวลงข้างๆ โซฟา โอกาสแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว มือเรียวสวยหยิบ smart phone ออกมาจากกระเป๋า ผมฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับ selfie กับคนที่นอนคอพับคออ่อนอยู่ข้างๆ ไปหลายรูป ในจังหวะที่ผมลุกขึ้นเจ้าตัวก็รู้สึกตัวพอดี

“โทษที กูเผลอหลับ ... มึงเสร็จแล้วเหรอ” มันปรับท่านั่งให้กลับมาเป็นปกติ

“เสร็จแล้ว” จริงๆ แล้วยังไม่เสร็จ แต่เห็นสภาพมันแล้วผมว่าผมควรจะพอแค่นี้

“มึงอยากเดินดูอะไรอีกไหม หรืออยากไปไหน”

“กลับเลยก็ได้นะ กูได้ทุกอย่างที่อยากได้แล้ว” ผมกะเวลาแล้วว่าถ้ากลับตอนนี้จีน่าจะได้พักซักหน่อยก่อนจะถึงมื้อเย็น

“คืนนี้มึงอยากไปหาบาร์นั่งอีกหรือเปล่า”

“อยาก ... ถ้ามึงไหว”

“ไหวๆ แต่กลับตอนเที่ยงคืนได้เปล่า คืนนี้มีบอล”

“Deal”



เช้าวันถัดมา ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกวาบไหว แม้เช้านี้ท้องฟ้าจะสดใส พระอาทิตย์สาดแสงแรงกล้าแต่ในใจของผมกับอึมครึมผิดจากทุกเช้าที่ผ่านมา ผมมีเวลาเหลืออีกเพียงครึ่งวันเท่านั้น เมื่อคืนคิดมากจนแทบนอนไม่หลับ ก่อนมาที่นี่ในใจของผมเต็มไปด้วยคำถามและความรู้สึกมากมาย แม้หลายๆ คำถามจะได้คำตอบ และหลายๆ ความรู้สึกจะถูกเติมเต็ม แต่ก็ยังหลงเหลือมีพื้นที่ว่างเปล่าอีกมากมาย ... นับตั้งแต่เจอกันครั้งก่อนผมก็เฝ้าใฝ่ฝันถึงวันที่เราจะได้กลับมาเจอกันอีก พอเวลาใกล้จะหมด เลยอดไม่ได้ที่จะกังวลเรื่องอนาคตระหว่างเรา 2 คน จะได้เจอกันอีกไหม จะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันแบบนี้อีกหรือเปล่า ... ไม่ชอบความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้เลย เหมือนย้อนกลับไปยังช่วงเวลาของ puppy love อีกครั้ง

หลังจากกลับขึ้นมาจาก gym ความรู้สึกอึมครึมในใจยังไม่หายไปไหน และยิ่งใกล้เวลาที่เจ้าของห้องจะตื่นผมก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวาย ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ผมนั่งอยู่นิ่งๆ เพื่อคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเองบนโซฟาในห้องนั่งเล่น รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงลาก slipper เดินเข้ามา

“Hi / Hi” เรา 2 คนเอ่ยปากทักทางพร้อมกัน

“มึงกินข้าวแล้ว ?” จีถามเมื่อเห็นผมไม่ได้มีท่าทีจะทำอาหารเช้าเหมือนเมื่อวาน

“อืม โทษทีพอดีกูขึ้นมาแล้วหิวมากเลยขอกินก่อน ... มึงจะกินไหม เดียวกูทำให้” ผมโกหก จริงๆ แล้วไม่ได้หิว แต่เพราะฟุ้งซ่านเลยต้องทำอะไรซักอย่าง

“ไม่เอาวะ เดียวกินกลางวันเลยทีเดียว” ตอนนี้เกือบจะเที่ยงแล้ว เจ้าตัวบอกผมตั้งแต่เมื่อวานว่าวันนี้จะขอตื่นสายหน่อย

“กาแฟละเอาไหม เดียวกูชงให้”

“ซักแก้วก็ดี ... งั้นกูไปอาบน้ำก่อน” พอพยักหน้ารับ เจ้าตัวก็หันหลังเดินกลับไป



“มึงชงยังไงให้รสชาดกำลังดีวะ” จีถามหลังจากรับแก้วกาแฟจากมือผมไป เส้นผมของมันดูยังมีความชื้นอยู่เล็กน้อย

“มันขึ้นอยู่กับว่ามึงใส่น้ำใน espresso เพิ่มไปเท่าไหร่ ปกติกูกินเข้มเลยเติมน้ำเข้าไปอีก 40 ml แต่มึงกินอ่อน กูเลยเติมน้ำไป 60 ml ถ้าใส่มากกว่านี้กูว่ามันเจือจางไป”

“ใส่น้ำเพิ่ม 60 ml เนอะ กูจะจำไปใช้บ้าง ... ไม่รู้เมื่อไหร่มึงจะได้มาชงให้กูกินอีก” หัวใจกระตุกเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย และก็เป็นเพราะประโยคนี้เช่นกันที่ทำให้ผมตัดสินใจได้

“จี กูขอคุยอะไรกับมึงหน่อยได้ไหม”

“อืม” มันตอบรับพลางละเลียดกาแฟในมือ ผมสูดหายใจเข้าเต็มอกเมื่อได้ยินเจ้าตัวตอบรับ

“ขอบคุณนะ trip นี้เป็น trip ที่กูมีความสุขมาก ขอบคุณมึงที่ให้กูมา ... กูมีความสุขมากที่ได้ใช้เวลาร่วมกับมึง ...”

“... กูดีใจมากนะเว้ย ที่เห็นมึงมีความสุขดี ... มีหลายเรื่องมากที่อยากจะพูดกับมึง และกูก็กังวลว่าจะพูดดีไหม แต่กูไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกหรือเปล่า เพราะงั้น กูขอพูดเลยละกัน ...” พวกใจผมเต้นระรัว มือทั้ง 2 ข้างสั่นจนต้องกำมือเอาไว้

“... ที่มึงพูดบนรถวันนัน กูฟังแล้วใจไม่ดีเลย กูรู้ว่ามึงเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่กูอยากให้มึงรู้ว่ากูยินดีรับฟังมึงทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็ก กูรับฟังมึงได้ทุกอย่าง ...” มันพยักหน้าในจังหวะที่ผมหยุดเพื่อควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้เตลิดไปไกล

“... มึงคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตกู ที่กูพูดกับมึงบนรถ กูหมายถึงแบบนั้นจริงๆ ... กูไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าไม่มีมึง ...”

“... กูไม่สามารถจะจินตนาการได้ว่าตัวเองจะอยู่ยังไง ถ้าไม่มีมึงอยู่บนโลกนี้ ... แค่คิดกูก็หายใจไม่ออกแล้ว ...” หลังจากประโยคนี้ ภาพของคนตรงหน้าก็เริ่มพร่ามัว ผมรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง

“... กูยอมทุกอย่างแล้ว อะไรก็ได้ ขอแค่ยังมีมึงอยู่ในชีวิต ... 2 ปีที่มึงหายไป ไม่มีวันไหนที่กูไม่คิดถึงมึง” ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมกับปาดน้ำตาทิ้งอีกครั้ง

“ชูว์!!! มิลค์ ไม่ร้องนะมึง ไม่ร้อง ... ค่อยๆ หายใจ ...” พอจมอยู่ในอ้อมแขนของจี ผมถึงรู้ตัวว่าตัวเองร้องไห้จนตัวโยนและสะอื้นหนักมากจนหายใจแทบไม่ทัน

“... อย่างนั้นแหละ ค่อยๆ หายใจ ค่อยๆ” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู มือหน้าลูบขึ้นลงบนแผ่นหลังในเชิงปลอบโยน ผมหลับตา พยายามดึงรั้งสติที่กระเจิดกระเจิงของตัวเองกลับมา จะสติแตกตอนนี้ไม่ได้

“จี ...” ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ดันตัวออกจากอ้อมแขนของคนตรงหน้า เรา 2 คนสบตากัน ผมเม้มปากแน่น มันเอียงคอทำหน้าสงสัย

“... กูยังรักมึงเหมือนเดิม ... 18 ปีที่แล้วกูรักมึงยังไง วันนี้ความรู้สึกของกูก็ยังเป็นอย่างนั้น” ตาชั้นเดียวตรงหน้าเบิกกว้าง สีหน้าที่เมื่อครู่อ่อนโยนกลับเคร่งขรึมขึ้นทันตา

“มิลค์ / จี” ผมรีบพูดขัดก่อนที่คนตรงหน้าจะพูดอะไรออกมา

“คบกับกูได้ไหม ในเมื่อเราทั้งคู่ต่างก็ไม่มีใคร ... ลองคบกันได้ไหม” ผมพูดออกไปแล้ว พูดออกไปโดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองเลยด้วยซ้ำ



ผมใช้มือหยิบ French fried จิ้มซอสมะเขือเทศแล้วส่งเข้าปาก ระหว่างที่เคี้ยวอดชำเลืองมองจีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ มันกำลังกัด burger คำโต ในจังหวะที่ผมกำลังจะละสายตากลับจีกลับเงยหน้าขึ้นมาซะก่อน เรา 2 คนเลยบังเอิญได้สบตากัน มันขมวดคิ้วเป็นเชิงสงสัยว่าผมต้องการอะไรหรือเปล่า ผมส่ายหัว ก่อนจะก้มหน้าก้มตากิน burger ในมือ

“เสร็จจากนี้เดียวไปหา café นั่งกินกาแฟ ฆ่าเวลานะ ตอนแรกว่าจะพามึงไป shopping แต่ไม่น่าจะทัน” ผมพยักหน้ารับ

“ไม่ shopping แล้ว ซื้อของไปตั้งเยอะ”

“café ที่มึงเคยส่งให้กูดู อยู่แถวไหนนะ” ผมเปิด application ในมือถือแล้วส่งให้คนตรงหน้า มันกดๆ จิ้มๆ ลงบนหน้าจอมือถือ

จีทำตัวเหมือนเดิม เหมือนไม่ได้มีเรื่องดราม่าหนักหน่วงเกิดขึ้นระหว่างเรา การถูกปฏิเสธจากคนๆ เดิมเป็นครั้งที่ 2 หลังจากสารภาพรักครั้งแรกไปนับสิบปีเป็นเรื่องที่ทำให้ผมสติแตกไปพอสมควร ผมยังจำภาพเมื่อชั่วโมงก่อนได้ติดตา มันเม้มปากและส่ายหน้าช้าๆ แค่นั้น เท่านั้นเลยจริงๆ ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำพูดใดใดเพิ่มเติม มันแค่กอดผมไว้ในขณะที่ผมร้องไห้สะอื้นจะเป็นจะตาย จนกระทั้งผมหยุดร้องและตั้งสติได้มันถึงไล่ให้ผมไปล้างหน้าล้างตา และหลังจากที่เดินกลับออกมา ประโยคแรกที่จีถามคือมื้อกลางวันผมอยากจะกินอะไร แล้วหลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที เราก็พูดคุยหยอกล้อกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไม่ไกลจากตรงนี้ น่าจะนั่งได้เกือบชั่วโมง แล้วไปส่งมึงที่สนามบินเวลาน่าจะพอดีๆ”

“ไม่อยากกลับเลยวะ” ผมพูด

“งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกลา” มันตอบกลับด้วยประโยค classic

“กูหนีตามมึงมาอยู่ที่นี้ได้ไหม ไม่กลับไปทำงานแล้ว” ไม่รู้อะไรดลใจให้พูดออกไปแทบนั้น รู้สึกเหมือนเป็นเด็กใจแตกไม่มีผิด

“ถ้าพรุ่งนี้มึงไม่โผล่ไปที่ office ไอ้ไอซ์บินตามมาหยุมหัวมึงถึงห้องกูแน่”

“กูจะบอกมันว่ากูไม่กลับไปทำงานแล้ว กูติดผู้ชาย” ผมพูดกึ่งตลก

“พอจีบกูไม่ติด ก็เตาะกูเป็นเด็ก sideline เลยนะ”

“ไอ้บ้า!!!” แล้วเราก็นั่งหัวเราะกัน 2 คน ... ถูกปฏิเสธครั้งที่ 2 ก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่คิด จะทำให้เสียบรรยากาศทำไม ในเมื่อผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่เราจะได้กลับมานั่งหัวเราะด้วยกันแบบนี้อีก ตอนนี้การอยู่กับปัจจุบัน และมีความสุขกับกับคนตรงหน้าให้มากที่สุดเท่าจะมากได้ ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด


----------


#สารภาพ #ปฎิเสธ #ครั้งที่ 2 #ฤดูร้อน
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-12-2025 09:27:03 โดย Milky_Milky_Way »

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Love, In Every Lifetime : ตอนที่ 36 : ฤดูร้อน
«ตอบ #186 เมื่อ30-12-2025 12:53:35 »

"... มิลค์ ...”

“... มึงทำกาแฟกับข้าวเช้าให้กูด้วยดิ”

“ฮึ? ... เออ ได้ดิ” ประหลาดใจเล็กน้อยเพราะปกติคนตรงหน้าไม่กินกาแฟ ยิ่งข้าวเช้าแล้วน้อยครั้งมาก

“ได้กลิ่นกาแฟ กับข้าวเช้าของมึงแล้วหิววะ ... กูขอ Americano ร้อนนะ”

“ได้ๆ เดียวกูไปทำให้ มึงไปอาบน้ำเลย” พอประตูห้องนอนใหญ่ปิดลง ผมถึงกับเข่าอ่อนจนต้องพิงเอวไว้กับเคาว์เตอร์ครัว ใจเต้นจนไม่สามารถจะหลบซ้อนรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้ได้ ยิ้มของจีทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเอง ... ผมไม่ได้ทำข้าวเช้าให้จีกินมานานมากแล้ว

จานอาหารถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงาม กาแฟร้อนๆ ถูกวางลงบนโต๊ะในจังหวะเดียวกับที่จีก้าวออกจากห้อง กลิ่นหอมของกาแฟเข้ากันกับกลิ่นเนยของ bakery


----------


#ฤดูร้อน
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Love, In Every Lifetime : ตอนที่ 36 : ฤดูร้อน
«ตอบ #187 เมื่อ31-12-2025 22:40:40 »

สวัสดีปีใหม่ 2026 นะครับทุกคน
มีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรงนะครับ

 :mew1:

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Love, In Every Lifetime : ตอนที่ 36 : ฤดูร้อน
«ตอบ #188 เมื่อ02-01-2026 09:30:26 »

“จี...” ผมที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องลองเสื้อถึงกับหลุดยิ้มเมื่อเห็นจีนั่งเอนหลังหลับคาโซฟา ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร หรือช่วง 2-3 วันนี้ผมใช้งานเขาหนักเกินไป ปกติแล้วเสาร์อาทิตย์จีจะนอนตื่นสาย เจ้าตัวเคยเล่าให้ฟังว่าถ้าไม่มีอะไรต้องทำก็มักจะตื่นนอนช่วงบ่าย จากนั้นก็นั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องทั้งวัน แล้วดูช่วงที่ผมมาซิ นอนก็ดึกแถมยังตื่นเช้ากว่าปกติ ระหว่างวันยังพาผมตะลอนไปทั่ว แม้จะถามย้ำหลายรอบแต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าไหว แล้วดูสภาพตอนนี้

ผมเดินย่องเข้าไปใกล้ ก่อนจะย่อตัวลงข้างๆ โซฟา โอกาสแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว มือเรียวสวยหยิบ smart phone ออกมาจากกระเป๋า ผมฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับ selfie กับคนที่นอนคอพับคออ่อนอยู่ข้างๆ ไปหลายรูป ในจังหวะที่ผมลุกขึ้นเจ้าตัวก็รู้สึกตัวพอดี


----------


#selfie #หมดแรง #ฤดูร้อน
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย


----------

ปล. ตอนต่อไปเป็นตอนพิเศษ เจอกันอีกทีวันอาทิตย์เลยนะครับ ... taking time to relax, recharge and have fun นะครับทุกคน
 :hao7:

ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตอนพิเศษที่ 5 : ปัจจุบัน


“นั้นแหละครับหมอ เรื่องราวทั้งหมดระหว่างผมกับเขา” ผมพูดพลางกระฉับแขนโอบรอบหมอนอิงนุ่มนิ่มที่วางอยู่บนตัก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ลุ้นว่าชายสูงอายุในชุดกาวน์สีขาวตรงหน้าจะมีความคิดเห็นอย่างไร

“เอาจริงๆ นะ ฟังที่คุณเล่ามาทั้งหมด หมอยังลุ้นให้สุดท้ายคุณ 2 คนได้คบกัน” น้ำเสียงติดตลกของคุณหมอทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน พอมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มบรรยากาศในห้องก็ดูผ่อนคลายลงอย่างไม่น่าเชื่อ

“555 ขอบคุณครับ ... ผมควรจะทำอย่างไรต่อ”

“หมอจะบอกคุณว่าหมอไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าคุณควรจะไปต่อ หรือพอแค่นี้ นั้นเป็นคำตอบที่คุณต้องตอบด้วยตัวเอง ... แต่จากประสบการณ์ของหมอ คุณมีคำตอบอยู่แล้วในใจ แต่คุณแค่ยังไม่อยากยอมรับ ...”

“... สิ่งเดียวที่หมอสามารถช่วยคุณได้คือ support อารมณ์และความรู้สึกของคุณ ... คุณบอกว่าตอนอยู่บนเครื่องบิน คุณร้องไห้กลับมาตลอดทาง ตอนนี้ยังรู้สึกอยากร้องไห้อยู่ไหมครับ”

“ไม่แล้วครับ ตอนแรกก็อยาก แต่ตอนนี้ไม่แล้ว” ผมส่ายหัว

ผมเริ่มน้ำตารื้นตั้งแต่ขึ้นเครื่อง และทันทีที่ไฟในห้องผู้โดยสารปิดขณะกำลัง take off ผมก็คลุมโปงร้องไห้อยู่ในความเงียบโดยที่ไม่มีใครเห็น ไอซ์บอกกับผมเสมอว่าต่อให้แตกสลายแค่ไหนก็ต้องไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของมิลค์ ติฒสิงห์ ... นี่แหละชีวิตของผม ก้าวออกจากห้องของจี ผมก็กลับกลายเป็น มิลค์ ติฒสิงห์ คนเดิม ... แค่จะร้องไห้ให้สุดยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

“ดีแล้ว หมอเห็นด้วยนะที่คุณระบายความรู้สึกออกมา บางครั้งการร้องไห้ก็ช่วยได้เยอะครับ ...” หมอพยักหน้าพลางจดอะไรยุกยิกๆ ลงในกระดาษ

“... ตอนนี้คุณนอนหลับได้ไหมครับ”

“ได้ครับ ดีขึ้นกว่าตอนแรกๆ เยอะ”

“ดีครับ เวลาจะช่วยให้อารมณ์ของเราสงบและเย็นลง แล้วคุณภาพของการนอนละครับเป็นยังไงบ้าง มีฝันหรือตื่นขึ้นมากลางดึกบ้างไหม”

“ก็มีบ้างครับ” ยอมรับว่าวันแรกๆ ที่กลับมาผมข่มตานอนหลับไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

“คุณอยากให้หมอจ่ายยานอนหลับติดไหวไหมครับ”

“ได้ครับ”

“งั้นหมอจ่ายให้ แต่ถ้านอนได้ ไม่กินก็ได้นะครับ มันทำให้เราหลับจริงแต่พอตอนเช้าคุณจะรู้สึกไม่สดชื่นเท่าไหร่”

“ครับ” ผมยักหน้า เพราะความรู้ที่ยังเหลือติดตัวมาทำให้ผมพอคิดถึงกลไกของยากลุ่มนี้ออก

“นอกจากที่เล่าให้หมอฟังแล้ว คุณอยากให้หมอช่วย support คุณตรงไหนอีกไหม” ผมขมวดคิ้วให้กับคำถามที่เหมือนจะมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่

“หมอหมายถึงผมอยาก come out ไหมนะเหรอครับ ...” หมอพยักหน้า

“... ผมว่ายังไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอกครับ มันคงจะเป็นเรื่องใหญ่ ...” พูดถึงประโยคนี้ผมก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา

“.... อ่า!!! คุณหมอรู้ว่าผมเป็นใคร” หมอยิ้มทันทีที่ถูกจับได้

“หมอขอโทษที่ละลาบละล้วง แต่ดูจากขั้นตอนมากมายกว่าจะได้เจอกัน หมอเลยถือวิสาสะทำการบ้านมาล่วงหน้า”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ แล้วก็ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย เขาอาจจะ protective ไปหน่อย แต่ก็เป็นเพียงไม่กี่คนที่ผมไว้ใจ ...” ไม่ใช้เรื่อยง่ายที่ผมจะมาพบหมอจิตเวชผู้ใหญ่ได้โดยที่ไม่มีข่าวหลุดลอดออกไป แต่ไอซ์ก็สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้

“... หมอครับ ... ผมคิดวนเวียนอยู่เรื่องหนึ่งตั้งแต่แยกจากเขาจนถึงวันนี้ ... หลังจากจบ trip ผมจะกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไรโดยปราสจากเขาอยู่ข้างๆ” คุณหมอสูดหายใจเข้าเต็มปอด แววตาครุ่นคิดหาคำตอบ

4 วันที่ได้อยู่ด้วยกัน เหมือนผมหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของจินตนาการ ... ถ้าเราได้คบกันจริงๆ ชีวิตประจำวันของเราก็คงไม่ต่างไปจากนี้หรือเปล่า ... ได้ตื่นมาทำข้าวให้จีกิน อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชม. นั่งดูบอลเป็นเพื่อนจีกลางดึก วันหยุดเขาพาผมไป shopping ช่วยถือของและนั่งรอผมจะเผลอหลับไปโซฟา ... ทุกเหตุการณที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งเคยเป็นฝันกลางวันของผม

“อยู่กับปัจจุบัน ... คุณต้องมีสติ และใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันครับ”



ฉันยังจดจำวันที่ได้เจอเธอ
กลิ่นจากกายพาให้ใจพร่ำเพ้อ
พาให้ใจยังละเมอถึงเธอในความฝัน
ในวันนี้เหลือแค่เพียงตัวฉัน
เมื่อถึงคราวต้องห่างกันไม่พบเจอ
กลิ่นดอกไม้พลันล่องลอยจางหาย
วอนสายลมช่วยพัดหวนคืนกลับมา

                                 
   กลิ่นดอกไม้, Newery, 2023


----------


#ปัจจุบัน
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Love, In Every Lifetime : ตอนพิเศษที่ 5 : ปัจจุบัน
« ตอบ #189 เมื่อ: 04-01-2026 10:00:58 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Milky_Milky_Way

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ผมเริ่มน้ำตารื้นตั้งแต่ขึ้นเครื่อง และทันทีที่ไฟในห้องผู้โดยสารปิดขณะกำลัง take off ผมก็คลุมโปงร้องไห้อยู่ในความเงียบโดยที่ไม่มีใครเห็น ไอซ์บอกกับผมเสมอว่าต่อให้แตกสลายแค่ไหนก็ต้องไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของมิลค์ ติฒสิงห์ ... นี่แหละชีวิตของผม ก้าวออกจากห้องของจี ผมก็กลับกลายเป็น มิลค์ ติฒสิงห์ คนเดิม ... แค่จะร้องไห้ให้สุดยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ


----------


#แตกสลาย #คนเดิม #ปัจจุบัน
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด