ตอนพิเศษที่ 5 : ปัจจุบัน“นั้นแหละครับหมอ เรื่องราวทั้งหมดระหว่างผมกับเขา” ผมพูดพลางกระฉับแขนโอบรอบหมอนอิงนุ่มนิ่มที่วางอยู่บนตัก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ลุ้นว่าชายสูงอายุในชุดกาวน์สีขาวตรงหน้าจะมีความคิดเห็นอย่างไร
“เอาจริงๆ นะ ฟังที่คุณเล่ามาทั้งหมด หมอยังลุ้นให้สุดท้ายคุณ 2 คนได้คบกัน” น้ำเสียงติดตลกของคุณหมอทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน พอมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มบรรยากาศในห้องก็ดูผ่อนคลายลงอย่างไม่น่าเชื่อ
“555 ขอบคุณครับ ... ผมควรจะทำอย่างไรต่อ”
“หมอจะบอกคุณว่าหมอไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าคุณควรจะไปต่อ หรือพอแค่นี้ นั้นเป็นคำตอบที่คุณต้องตอบด้วยตัวเอง ... แต่จากประสบการณ์ของหมอ คุณมีคำตอบอยู่แล้วในใจ แต่คุณแค่ยังไม่อยากยอมรับ ...”
“... สิ่งเดียวที่หมอสามารถช่วยคุณได้คือ support อารมณ์และความรู้สึกของคุณ ... คุณบอกว่าตอนอยู่บนเครื่องบิน คุณร้องไห้กลับมาตลอดทาง ตอนนี้ยังรู้สึกอยากร้องไห้อยู่ไหมครับ”
“ไม่แล้วครับ ตอนแรกก็อยาก แต่ตอนนี้ไม่แล้ว” ผมส่ายหัว
ผมเริ่มน้ำตารื้นตั้งแต่ขึ้นเครื่อง และทันทีที่ไฟในห้องผู้โดยสารปิดขณะกำลัง take off ผมก็คลุมโปงร้องไห้อยู่ในความเงียบโดยที่ไม่มีใครเห็น ไอซ์บอกกับผมเสมอว่าต่อให้แตกสลายแค่ไหนก็ต้องไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของมิลค์ ติฒสิงห์ ... นี่แหละชีวิตของผม ก้าวออกจากห้องของจี ผมก็กลับกลายเป็น มิลค์ ติฒสิงห์ คนเดิม ... แค่จะร้องไห้ให้สุดยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“ดีแล้ว หมอเห็นด้วยนะที่คุณระบายความรู้สึกออกมา บางครั้งการร้องไห้ก็ช่วยได้เยอะครับ ...” หมอพยักหน้าพลางจดอะไรยุกยิกๆ ลงในกระดาษ
“... ตอนนี้คุณนอนหลับได้ไหมครับ”
“ได้ครับ ดีขึ้นกว่าตอนแรกๆ เยอะ”
“ดีครับ เวลาจะช่วยให้อารมณ์ของเราสงบและเย็นลง แล้วคุณภาพของการนอนละครับเป็นยังไงบ้าง มีฝันหรือตื่นขึ้นมากลางดึกบ้างไหม”
“ก็มีบ้างครับ” ยอมรับว่าวันแรกๆ ที่กลับมาผมข่มตานอนหลับไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“คุณอยากให้หมอจ่ายยานอนหลับติดไหวไหมครับ”
“ได้ครับ”
“งั้นหมอจ่ายให้ แต่ถ้านอนได้ ไม่กินก็ได้นะครับ มันทำให้เราหลับจริงแต่พอตอนเช้าคุณจะรู้สึกไม่สดชื่นเท่าไหร่”
“ครับ” ผมยักหน้า เพราะความรู้ที่ยังเหลือติดตัวมาทำให้ผมพอคิดถึงกลไกของยากลุ่มนี้ออก
“นอกจากที่เล่าให้หมอฟังแล้ว คุณอยากให้หมอช่วย support คุณตรงไหนอีกไหม” ผมขมวดคิ้วให้กับคำถามที่เหมือนจะมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
“หมอหมายถึงผมอยาก come out ไหมนะเหรอครับ ...” หมอพยักหน้า
“... ผมว่ายังไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอกครับ มันคงจะเป็นเรื่องใหญ่ ...” พูดถึงประโยคนี้ผมก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา
“.... อ่า!!! คุณหมอรู้ว่าผมเป็นใคร” หมอยิ้มทันทีที่ถูกจับได้
“หมอขอโทษที่ละลาบละล้วง แต่ดูจากขั้นตอนมากมายกว่าจะได้เจอกัน หมอเลยถือวิสาสะทำการบ้านมาล่วงหน้า”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ แล้วก็ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย เขาอาจจะ protective ไปหน่อย แต่ก็เป็นเพียงไม่กี่คนที่ผมไว้ใจ ...” ไม่ใช้เรื่อยง่ายที่ผมจะมาพบหมอจิตเวชผู้ใหญ่ได้โดยที่ไม่มีข่าวหลุดลอดออกไป แต่ไอซ์ก็สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้
“... หมอครับ ... ผมคิดวนเวียนอยู่เรื่องหนึ่งตั้งแต่แยกจากเขาจนถึงวันนี้ ... หลังจากจบ trip ผมจะกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไรโดยปราสจากเขาอยู่ข้างๆ” คุณหมอสูดหายใจเข้าเต็มปอด แววตาครุ่นคิดหาคำตอบ
4 วันที่ได้อยู่ด้วยกัน เหมือนผมหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของจินตนาการ ... ถ้าเราได้คบกันจริงๆ ชีวิตประจำวันของเราก็คงไม่ต่างไปจากนี้หรือเปล่า ... ได้ตื่นมาทำข้าวให้จีกิน อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชม. นั่งดูบอลเป็นเพื่อนจีกลางดึก วันหยุดเขาพาผมไป shopping ช่วยถือของและนั่งรอผมจะเผลอหลับไปโซฟา ... ทุกเหตุการณที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งเคยเป็นฝันกลางวันของผม
“อยู่กับปัจจุบัน ... คุณต้องมีสติ และใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันครับ”
ฉันยังจดจำวันที่ได้เจอเธอ
กลิ่นจากกายพาให้ใจพร่ำเพ้อ
พาให้ใจยังละเมอถึงเธอในความฝัน
ในวันนี้เหลือแค่เพียงตัวฉัน
เมื่อถึงคราวต้องห่างกันไม่พบเจอ
กลิ่นดอกไม้พลันล่องลอยจางหาย
วอนสายลมช่วยพัดหวนคืนกลับมา
กลิ่นดอกไม้, Newery, 2023
----------
#ปัจจุบัน
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วย